แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 เรอื่ ง รปู ส่เี หล่ยี ม
รหสั วิชา ค 15101 ชือ่ รายวชิ า คณิตศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 40 เรอื่ ง การเตรยี มความพร้อม ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
วนั ท.่ี .............เดือน.......................... พ.ศ. .......................... เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชวี้ ัด
สาระท่ี การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสมบัติของรูปเรขาคณิตความสมั พนั ธ์ระหว่างรูป
เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณิตและนาไปใช้
ตวั ช้วี ัด
ค 2.2 ป.5/2 จาแนกรูปสเ่ี หล่ียมโดยพิจารณาจากสมบัติของรปู
ค 2.2 ป. 5/3 สร้างรูปสเี่ หลย่ี มชนดิ ต่างๆ เมื่อกาหนดความยาวของด้านและขนาดของมุมหรือเม่ือ
กาหนดความยาวของเส้นทแยงมุม
สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
รปู สีเ่ หลยี่ มจัตรุ ัส เป็นรูปสี่เหล่ยี มทมี่ มี มุ ทกุ มมุ เป็นมุมฉาก ด้านทกุ ด้านยาวเท่ากัน ดา้ นตรงข้ามขนาน
กัน 2 คู่ เส้นทแยงมมุ ยาวเท่ากันแบ่งครึ่งซงึ่ กนั และกนั และตัดกันเปน็ มุมฉาก
รูปส่เี หล่ยี มผนื ผา้ เป็นรปู สเ่ี หล่ยี มท่มี ีมมุ ทุกมมุ เป็นมุมฉากด้านตรงขา้ มยาวเท่ากนั และขนานกนั 2 คู่
ดา้ นท่ีอยตู่ ดิ กันยาวไม่เทา่ กนั เส้นทแยงมมุ ยาวเทา่ กนั และแบง่ คร่งึ ซ่ึงกันและกัน
พน้ื ทขี่ องรูปสเี่ หล่ียมด้านขนาน = ความสงู × ความยาวของฐาน
พื้นที่ของรปู สเี่ หลย่ี มขนมเปยี กปนู = ความสูง × ความยาวของฐาน
สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ด้านความรู้
บอกชนดิ และสมบัตขิ องรูปสีเ่ หลยี่ ม (K)
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
สามารถใหเ้ หตผุ ลได้วา่ รูปสเ่ี หล่ยี มรปู ใดเปน็ สเี่ หล่ียมมุมฉาก (K)
ดา้ นคุณลกั ษณะ
มวี ินัยในตนเอง (A)
สาระการเรียนเรยี นรทู้ ้องถิ่น
-
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มุ่งม่นั ในการทางาน
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการคิด
1. ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์
2. การคดิ สงั เคราะห์
ความสามารถในการแก้ปญั หา
1. ความสามารถในการแกป้ ญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ
ความสามารถการสื่อสาร
1. ความสามารถในการรับและส่งสาร
2. มวี ฒั นธรรมในการใชภ้ าษาถ่ายทอดความคิด ความรูค้ วามเข้าใจ
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นที่ 1 ข้ันนาเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครกู ล่าวทกั ทายพร้อมท้ังทบทวน และแจง้ จุดประสงค์และจดุ มุ่งหมายของการเรยี นบทท่ี 7 เรื่อง
ส่เี หล่ียม วา่ เมือ่ จบบทน้ีแล้วนักเรียนจะต้องเรยี นรู้อะไรบา้ งอย่างไรดงั นี้ บอกชนดิ และสมบัตขิ องรูปส่เี หล่ียม
,สร้างรปู สเี่ หลี่ยมตามข้อกาหนด,หาพืน้ ทีข่ องรปู สเ่ี หลยี่ มด้านขนาน และรปู ส่ีเหลย่ี มขนมเปียกปูน,แสดงวิธหี า
คาตอบของโจทย์ปญั หา เกย่ี วกบั ความยาวรอบรปู ของรปู ส่ีเหลี่ยม,แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั
พ้ืนที่ของรปู ส่ีเหลย่ี มด้านขนาน และแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใช้ความรูเ้ กีย่ วกับพื้นทแ่ี ละความยาวรอบรูปของรปู
สี่เหลย่ี มดา้ นขนานและรูปสี่เหลย่ี มขนมเปยี กปนู
ขนั้ ท่ี 2 ข้นั กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครูทบทวนความรู้เกี่ยวกับรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก โดยอาจให้นักเรียน
สารวจห้องเรียนของตนเองแล้วให้บอกว่า พบรูปส่ีเหล่ียมมุมฉากที่ใดบ้าง
พร้อมบอกชนิดของรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉากท่ีพบโดยอาจให้นักเรียนใช้กระดาษที่
พับเป็นมุมฉาก ไม้ฉาก หรือโพรแทรกเตอร์ในการตรวจสอบขนาดของมุม
จากน้ันใช้ภาพหน้าเปิดบทนาสนทนา เพ่ือกระตุ้น
ความสนใจเกีย่ วกับรูปสี่เหล่ียมชนดิ อ่นื ๆ
2. กจิ กรรมเตรียมความพรอ้ ม หน้า 90-91 เปน็ การ
ตรวจสอบความรู้พ้ืนฐานที่จาเป็นสาหรับการเรียน
บทนี้ ถ้าพบว่านักเรียนยังมีความรู้พ้ืนฐานไม่เพียงพอควรทบทวนก่อน แล้วให้ทา
แบบฝกึ หดั 7.1 เปน็ รายบคุ คล
หมายเหตุ ครูควรย้าเก่ียวกับความยาวด้านของรูปส่ีเหล่ียมผืนผ้าว่าด้านที่ส้ันกว่า
เรียกวา่ ด้านกว้าง และดา้ นที่ยาวกวา่ เรยี กวา่ ดา้ นยาว
ข้นั ท่ี 3 ข้นั สรุป
นักเรียนแต่ละคนร่วมกันสรุปจนสรุปได้ว่าความยาวด้านของรูปสีเ่ หล่ยี มผืนผา้ วา่ ด้านท่ีสน้ั กวา่ เรียกวา่
ดา้ นกวา้ ง และด้านท่ยี าวกว่า เรยี กว่า ดา้ นยาว
ส่ือและแหล่งเรียนรู้
- หนังสอื แบบฝกึ หดั คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 เลม่ 2
ภาระงาน/ช้ินงาน
- กจิ กรรมเตรยี มความพร้อมในหนังสือเรียนหนา้ 90 – 91
การวดั และการประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมิน
การวัดผล ตรวจผลการทา
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ แบบฝกึ ทกั ษะ ผา่ นเกณฑ์ระดับดีข้ึนไป
แบบฝกึ หัด
ดา้ นความรู้ (K) แบบฝกึ ทกั ษะ ผ่านเกณฑร์ ะดับดีขึน้ ไป
บอกชนิดและสมบตั ิของรูป ตรวจผลการทา
แบบฝึกหดั
สเ่ี หลี่ยม
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
สามารถให้เหตุผลได้วา่ รูป
สี่เหลยี่ มรปู ใดเป็นสี่เหลยี่ มมุมฉาก
ดา้ นคุณลักษณะ (A) สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ผา่ นเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป
มีวินยั ในตนเอง พฤติกรรม
การประเมินผล
ประเดน็ การ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดมี าก) (ต้องปรับปรุง)
(ดี) (กาลงั พัฒนา) ทาแบบฝึกหัดได้อยา่ ง
ถูกต้องตา่ กว่าร้อยละ
1. บอกชนดิ ทาแบบฝกึ หดั ได้ ทาแบบฝกึ หัดได้ ทาแบบฝกึ หัดได้ 60
นักเรียนไม่สามารถให้
และสมบตั ิของ อยา่ งถูกต้องร้อยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ เหตุผลได้วา่ รูป
ส่เี หลย่ี มรูปใดเปน็
รูปส่เี หลยี่ ม 90 ข้ึนไป 80 - 89 60 - 79 ส่เี หล่ยี มมุมฉากได้
2. สามารถให้ นกั เรียนสามารถให้ นักเรยี นสามารถให้ นกั เรยี นสามารถให้ นกั เรียนเขา้ เรียนสาย
เกนิ 10 นาที
เหตผุ ลไดว้ ่ารปู เหตุผลได้วา่ รูป เหตผุ ลไดว้ า่ รปู เหตผุ ลได้วา่ รูป
สี่เหลี่ยมรปู ใด สีเ่ หลยี่ มรปู ใดเป็น ส่ีเหลี่ยมรปู ใดเปน็ สี่เหล่ียมรปู ใดเปน็
เป็นสเ่ี หลีย่ ม สเ่ี หลี่ยมมมุ ฉากได้ ส่เี หล่ยี มมุมฉากได้ ส่ีเหลีย่ มมุมฉากได้
มมุ ฉาก อยา่ งถูกต้องและ อย่างถูกต้องและ
เหมาะสมครบถว้ น เหมาะสม
3. มวี ินัยใน นกั เรยี นเข้าเรยี น นกั เรียนเข้าเรียน นกั เรยี นเข้าเรียน
ตนเอง ตรงเวลา สายแต่ไมเ่ กนิ 5 สายเกนิ 5 นาที แต่
นาที ไมเ่ กนิ 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คดิ เป็นร้อยละ ………………………….
ได้แก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความร้คู วามเขา้ ใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผสู้ อน
ความคิดเหน็ ของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หัวหนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคดิ เห็นของผอู้ านวยการ
เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อคุ ต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรียนบ้านศรที องสามัคคี
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 7 เรอ่ื ง รปู สเี่ หลี่ยม
รหัสวชิ า ค 15101 ชื่อรายวิชา คณติ ศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 41 เรือ่ ง ชนดิ และสมบัตขิ องรูปสีเ่ หลย่ี ม ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5
วันท.่ี .............เดือน.......................... พ.ศ. .......................... เวลาเรียน 1 ชัว่ โมง
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐานการเรียนรู้
ค 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะหร์ ปู เรขาคณิตสมบัติของรูปเรขาคณติ ความสัมพันธร์ ะหว่างรูปเรขาคณิต
และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตวั ชวี้ ดั
ค 2.2 ป.5/2 จาแนกรปู สเี่ หลี่ยมโดยพจิ ารณาจากสมบตั ขิ องรูป
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การจาแนกรูปสี่เหลี่ยมโดยพิจารณาจากขนาดของมุมความยาวของด้านและการขนานกันของด้าน
สามารถจาแนกได้ดังน้ี
1. รูปส่เี หลี่ยมจตั รุ สั เปน็ รูปสเี่ หลย่ี มท่มี มี ุมทกุ มมุ เป็นมุมฉากดา้ นทุกด้านยาวเท่ากนั ดา้ นตรงข้าม
ขนานกัน 2 คู่
2. รูปสี่เหลยี่ มผนื ผา้ เปน็ รูปส่เี หลย่ี มทม่ี มี ุมทุกมุมเปน็ มุมฉากดา้ นตรงข้ามยาวเทา่ กนั เเละขนานกัน
2 คู่ ดา้ นที่อยู่ตดิ กันยาวไม่เท่ากนั
3. รูปสเี่ หลี่ยมขนมเปียกปนู เป็นรูปสเ่ี หลี่ยมทม่ี มี มุ ทุกมมุ ไม่เป็นมมุ ฉากมมุ ทอ่ี ยตู่ รงข้ามกันมขี นาด
เทา่ กนั ดา้ นทุกดา้ นยาวเท่ากนั ด้านตรงขา้ มขนานกนั 2 คู่
4. รูปสีเ่ หลี่ยมดา้ นขนาน เป็นรูปส่เี หลีย่ มทมี่ ีมุมทอี่ ยู่ตรงขา้ มกันมีขนาดเท่ากัน ด้านตรงข้ามยาว
เทา่ กันและขนานกนั 2 คู่
5. รปู สี่เหล่ียมคางหมู เป็นรปู ส่เี หลยี่ มที่มดี า้ นขนานกัน 1 คู่
6. รูปสเ่ี หลย่ี มรูปวา่ ว เปน็ รูปสี่เหล่ียมท่มี มี ุมที่อยูต่ รงข้ามกันมขี นาดเท่ากัน 1 คู่และดา้ นท่ีอยตู่ ิดกนั
ยาวเท่ากัน 2 คู่
สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
ดา้ นความรู้
สามารถบอกไดว้ า่ รปู สเี่ หลย่ี มทีก่ าหนดใหเ้ ปน็ รปู ส่ีเหล่ียมมุมฉากหรือไม่ได้ (K)
ดา้ นทักษะกระบวนการ
มคี วามสามารถใหเ้ หตผุ ลประกอบการตดั สินใจได้อย่างเหมาะสม (P)
ดา้ นคุณลกั ษณะ
มีวินยั ในตนเอง (A)
สาระการเรียนเรยี นรู้ท้องถนิ่
-
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี ินัยในตนเอง
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการคิด
1. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
2. การคดิ สังเคราะห์
ความสามารถในการแก้ปญั หา
1. ความสามารถในการแก้ปัญหาและอปุ สรรคต่าง ๆ
ความสามารถการส่ือสาร
1. ความสามารถในการรับและส่งสาร
2. มวี ัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนาเข้าสู่บทเรยี น
1. การสอนชนดิ ของรูปสีเ่ หล่ียมจะต้องให้นกั เรยี นสามารถ
จาแนกและบอกลักษณะของรูปสเ่ี หล่ียมแต่ละชนิดได้ ซ่ึงครูอาจจดั
กจิ กรรมโดยเร่ิมจากการทบทวนความรู้เกย่ี วกบั มุมและเสน้ ขนาน เชน่
ขัน้ กิจกรรมการเรยี นรู้
2. ให้นักเรียนแสดงวิธีวดั ขนาดของมุมและตรวจสอบว่ามีสว่ นของ
เส้นตรงคู่ใดบ้างที่ขนานกัน จากน้ัน ครูแนะนาเพิ่มเติมเก่ียวกับมุมที่อยูต่ รง
ขา้ มกันของรปู สี่เหลี่ยมว่าเป็นมุมท่ีไม่อยู่ติดกัน และไม่มีแขนของมุมร่วมกัน
แล้วให้ทากิจกรรมสารวจรูปสี่เหล่ียม หน้า 92 และร่วมกันอภิปราย
เกี่ยวกับผลที่ได้จากการสารวจ เพื่อนาไปสู่ข้อสรุปเก่ียวกับการจาแนกชนดิ
ของรปู สเ่ี หลี่ยม
3. สรุปชนิดของรูปสี่เหลี่ยมพร้อมตัวอย่าง ซ่ึงเมื่อพิจารณาจาก
ขนาดของมุม ความยาวของด้าน และการขนานกันของด้านสามารถจาาแนกได้
6 ชนิด ได้แก่ รูปส่ีเหลี่ยมจัตุรัส รูปส่ีเหลี่ยมผืนผ้า รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน รูป
สี่เหล่ียมด้านขนาน รูปส่ีเหลี่ยมคางหมู และรูปสี่เหลี่ยมรูปว่าว สาหรับรูป
สี่เหล่ียมรูปว่าว ครูควรสร้างความเข้าใจเก่ียวกับมุมที่มีขนาดเท่ากัน 1 คู่ ว่า
เป็นมุมที่อยู่ตรงข้ามกัน และมีด้านที่ยาวไม่เท่ากัน เป็นแขนของมุม ทั้งนี้ ครูควร
ยกตัวอย่างรูปสี่เหลี่ยมเพ่ิมเติม ให้นักเรียนตรวจสอบและบอกชนิดของรูป
สี่เหลี่ยมพร้อมระบเุ หตุผล แล้วร่วมกันอภปิ รายว่า รูปสี่เหล่ียม ชนิดใดบ้างทเ่ี ปน็
รูปสเี่ หล่ยี มด้านขนานเพราะเหตใุ ด จากน้นั ร่วมกนั ทาากจิ กรรมหนา้ 95
ขน้ั สรปุ
4. นักเรียนร่วมกนั สรุปจนสรุปได้วา่ ชนดิ ของรปู สเ่ี หล่ยี มสามารถจาาแนกได้ 6 ชนิด ได้แก่ รปู สี่เหลย่ี ม
จตั ุรสั รูปส่เี หลี่ยมผนื ผ้า รปู สีเ่ หลย่ี มขนมเปียกปูน รปู สี่เหลี่ยมด้านขนาน รปู ส่เี หล่ียมคางหมู และรูป
สี่เหล่ยี มรปู ว่าว
สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
- หนังสอื แบบฝกึ หัดคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5 เลม่ 2
ภาระงาน/ชน้ิ งาน
- หนงั สือแบบฝกึ หัดคณติ ศาสตรช์ ัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 หน้า 95
การวดั และการประเมินผล
การวดั ผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีการวดั ผล เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ
ด้านความรู้ (K) ตรวจผลการทา แบบฝกึ ทกั ษะ ผา่ นเกณฑร์ ะดับดีข้ึนไป
สามารถบอกไดว้ ่ารปู สีเ่ หลยี่ มที่ แบบฝกึ หัด
กาหนดให้เป็นรูปสเี่ หลยี่ มมุมฉาก
หรอื ไม่ได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) ตรวจผลการทา แบบฝึกทกั ษะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั ดีขน้ึ ไป
มีความสามารถให้เหตุผล แบบฝกึ หัด
ประกอบการตัดสินใจได้อย่าง
เหมาะสม
ดา้ นคุณลักษณะ (A) สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ผา่ นเกณฑร์ ะดับดีข้ึนไป
พฤติกรรม
มวี นิ ัยในตนเอง
การประเมินผล
ประเดน็ การ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมิน (ดมี าก) 32 (ตอ้ งปรบั ปรุง)
(ดี) (กาลงั พัฒนา)
1. สามารถ ทาแบบฝึกหัดได้ ทาแบบฝึกหัดได้ ทาแบบฝึกหดั ได้ ทาแบบฝึกหัดได้
บอกไดว้ า่ รูป อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องต่ากวา่
ส่ีเหล่ียมที่ 90 ขนึ้ ไป 80 - 89 60 - 79 ร้อยละ 60
กาหนดใหเ้ ป็น
รูปสเ่ี หลี่ยมมุม
ฉากหรือไม่ได้
2. มี นักเรียนสามารถให้ นักเรียนสามารถให้ นกั เรยี นสามารถให้ นกั เรยี นไมส่ ามารถ
ความสามารถ เหตุผลประกอบได้ เหตุผลประกอบได้ เหตผุ ลประกอบได้ ให้เหตุผลประกอบ
ให้เหตผุ ล ว่ารปู สีเ่ หลีย่ มน้นั ว่ารูปส่ีเหล่ียมน้ัน วา่ รูปสีเ่ หลย่ี มน้นั ได้วา่ รูปสี่เหล่ยี มน้นั
ประกอบการ เป็นสีเ่ หลีย่ มชนดิ ใด เปน็ สี่เหลี่ยมชนดิ ใด
ซึ่งให้เหตผุ ล
ประเด็นการ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
ประเมนิ (ดมี าก) 32 (ต้องปรับปรุง)
(ดี) (กาลงั พัฒนา)
ตดั สนิ ใจได้ ประกอบได้ครบถว้ น ซง่ึ ให้เหตผุ ล เป็นสเี่ หล่ยี มชนิดใด เปน็ ส่เี หลี่ยมชนดิ ใด
ได้ ได้
อย่างเหมาะสม และถูกตอ้ ง ประกอบได้
3. มวี นิ ยั ใน นกั เรียนเขา้ เรยี น นกั เรียนเขา้ เรียน นกั เรยี นเข้าเรยี น นกั เรียนเขา้ เรยี น
ตนเอง ตรงเวลา สายแตไ่ ม่เกนิ 5 สายเกิน 5 นาที แต่ สายเกนิ 10 นาที
นาที ไม่ถึง 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เป็นร้อยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ………………………….
ไดแ้ ก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทักษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรือน)
ตาแหนง่ ครูผูส้ อน
ความคิดเห็นของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หวั หนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคดิ เห็นของผูอ้ านวยการ
เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
ไม่เหมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อุคต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบ้านศรีทองสามัคคี
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 7 เรอ่ื ง รปู สเี่ หลี่ยม
รหัสวชิ า ค 15101 ชื่อรายวิชา คณติ ศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 42 เรือ่ ง ชนดิ และสมบัตขิ องรูปสีเ่ หลย่ี ม ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5
วันท.่ี .............เดือน.......................... พ.ศ. .......................... เวลาเรียน 1 ชัว่ โมง
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐานการเรียนรู้
ค 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะหร์ ปู เรขาคณิตสมบัติของรูปเรขาคณติ ความสัมพันธร์ ะหว่างรูปเรขาคณิต
และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตวั ชวี้ ดั
ค 2.2 ป.5/2 จาแนกรปู สเี่ หลี่ยมโดยพจิ ารณาจากสมบตั ขิ องรูป
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การจาแนกรูปสี่เหลี่ยมโดยพิจารณาจากขนาดของมุมความยาวของด้านและการขนานกันของด้าน
สามารถจาแนกได้ดังน้ี
1. รูปส่เี หลี่ยมจตั รุ สั เปน็ รูปสเี่ หลย่ี มท่มี มี ุมทกุ มมุ เป็นมุมฉากดา้ นทุกด้านยาวเท่ากนั ดา้ นตรงข้าม
ขนานกัน 2 คู่
2. รูปสี่เหลยี่ มผนื ผา้ เปน็ รูปส่เี หลย่ี มทม่ี มี ุมทุกมุมเปน็ มุมฉากดา้ นตรงข้ามยาวเทา่ กนั เเละขนานกัน
2 คู่ ดา้ นที่อยู่ตดิ กันยาวไม่เท่ากนั
3. รูปสเี่ หลี่ยมขนมเปียกปนู เป็นรูปสเ่ี หลี่ยมทม่ี มี มุ ทุกมมุ ไม่เป็นมมุ ฉากมมุ ทอ่ี ยตู่ รงข้ามกันมขี นาด
เทา่ กนั ดา้ นทุกดา้ นยาวเท่ากนั ด้านตรงขา้ มขนานกนั 2 คู่
4. รูปสีเ่ หลี่ยมดา้ นขนาน เป็นรูปส่เี หลีย่ มทมี่ ีมุมทอี่ ยู่ตรงขา้ มกันมีขนาดเท่ากัน ด้านตรงข้ามยาว
เทา่ กันและขนานกนั 2 คู่
5. รปู สี่เหล่ียมคางหมู เป็นรปู ส่เี หลยี่ มที่มดี า้ นขนานกัน 1 คู่
6. รูปสเ่ี หลย่ี มรูปวา่ ว เปน็ รูปสี่เหล่ียมท่มี มี ุมที่อยูต่ รงข้ามกันมขี นาดเท่ากัน 1 คู่และดา้ นท่ีอยตู่ ิดกนั
ยาวเท่ากัน 2 คู่
สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
ดา้ นความรู้
สามารถบอกไดว้ า่ รปู สเี่ หลย่ี มทีก่ าหนดใหเ้ ปน็ รปู ส่ีเหล่ียมมุมฉากหรือไม่ได้ (K)
ดา้ นทักษะกระบวนการ
มีความสามารถให้เหตผุ ลประกอบการตัดสนิ ใจไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (P)
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
มีวนิ ยั ในตนเอง (A)
สาระการเรียนเรียนรทู้ ้องถิ่น
-
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัยในตนเอง
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
ความสามารถในการคดิ
1. ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์
2. การคิดสงั เคราะห์
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
1. ความสามารถในการแกป้ ัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ความสามารถการสื่อสาร
1. ความสามารถในการรบั และส่งสาร
2. มวี ัฒนธรรมในการใช้ภาษาถา่ ยทอดความคิด ความร้คู วามเข้าใจ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครกู ล่าวทักทาย พร้อมทงั้ พูดคุย เพ่อื ทบทวนเก่ียวกับชนิดของรปู สี่เหลย่ี มสามารถจาาแนกได้ 6
ชนิด ได้แก่ รปู ส่ีเหล่ียมจัตุรสั รูปสเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ รูปสเ่ี หล่ียมขนมเปยี กปูน รูปส่ีเหลี่ยมดา้ นขนาน รูปส่เี หลย่ี ม
คางหมู และรปู ส่เี หลี่ยมรูปวา่ ว
ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้
2. ครูอธบิ ายสญั ลักษณท์ ใี่ ช้แสดงเกย่ี วกบั การวัดความยาวดา้ น ดังนี้
m(A̅̅̅B̅) หมายถงึ ความยาวของสว่ นของเส้นตรง AB
m(A̅̅̅B̅) อ่านว่า ความยาวของส่วนของ
เส้นตรง AB
3. ข้อควรระวัง การบอกชนิดของรูปสี่เหล่ียมบาง
คนอาจใช้คาสั้น ๆ เช่น รูปว่าว คางหมู ซึ่งครูควรแนะนาให้
ใช้คาให้ถูกต้อง โดยจะต้องมีคาว่า “รูปส่ีเหลี่ยม” นาหน้า
เสมอ เช่น รูปสี่เหลี่ยมรูปวา่ ว รูปส่ีเหล่ียมคางหมู พร้อมให้
นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั 7.2
ขนั้ สรปุ
4. นกั เรียนรว่ มกันสรุปจนสรุปไดว้ ่า
1. รูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั เป็นรปู สเี่ หล่ียมทม่ี ีมมุ ทุกมมุ เป็นมุมฉากดา้ นทุกด้านยาวเท่ากนั ดา้ นตรงขา้ ม
ขนานกัน 2 คู่
2. รูปสี่เหลย่ี มผืนผา้ เป็นรูปสเ่ี หลย่ี มทม่ี ีมุมทกุ มุมเป็นมุมฉากด้านตรงข้ามยาวเทา่ กนั เเละขนานกนั
2 คู่ ด้านทอ่ี ยู่ตดิ กันยาวไม่เท่ากนั
3. รูปส่เี หลี่ยมขนมเปยี กปนู เปน็ รูปส่ีเหล่ียมท่ีมีมมุ ทกุ มุมไม่เป็นมมุ ฉากมมุ ท่ีอยู่ตรงขา้ มกันมขี นาด
เทา่ กัน ด้านทกุ ดา้ นยาวเทา่ กนั ดา้ นตรงข้ามขนานกนั 2 คู่
4. รูปส่ีเหลีย่ มดา้ นขนาน เป็นรปู ส่เี หลยี่ มทม่ี ีมมุ ทอี่ ยู่ตรงขา้ มกนั มีขนาดเท่ากนั ด้านตรงข้ามยาว
เท่ากนั และขนานกนั 2 คู่
5. รูปสี่เหลยี่ มคางหมู เป็นรูปสี่เหล่ียมทีม่ ดี า้ นขนานกัน 1 คู่
6. รปู สี่เหลี่ยมรูปว่าว เปน็ รปู ส่เี หลยี่ มทีม่ ีมุมท่ีอยตู่ รงข้ามกันมขี นาดเท่ากนั 1 คู่และดา้ นที่อยูต่ ิดกนั
ยาวเทา่ กนั 2 คู่
ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
- หนังสือแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5 เลม่
ภาระงาน/ช้ินงาน
- หนังสอื แบบฝึกหัดคณิตศาสตรช์ ้ันประถมศึกษาปที ่ี 5 แบบฝึกหัด 7.2
การวัดและการประเมนิ ผล
การวดั ผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K) ตรวจผลการทา แบบฝกึ ทกั ษะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีขึน้ ไป
สามารถบอกได้วา่ รูปสเี่ หลย่ี มท่ี แบบฝกึ หดั
กาหนดให้เปน็ รูปสเ่ี หลีย่ มมุมฉาก
หรือไม่ได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) ตรวจผลการทา แบบฝกึ ทักษะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั ดีขน้ึ ไป
มคี วามสามารถใหเ้ หตุผล แบบฝกึ หัด
ประกอบการตัดสนิ ใจได้อยา่ ง
เหมาะสม
ดา้ นคุณลักษณะ (A) สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ผ่านเกณฑ์ระดบั ดีขึ้นไป
พฤติกรรม
มวี ินัยในตนเอง
การประเมินผล
ประเดน็ การ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
ประเมิน (ดมี าก) 32 (ต้องปรับปรุง)
(ด)ี (กาลังพัฒนา)
1. สามารถ ทาแบบฝึกหัดได้ ทาแบบฝกึ หดั ได้ ทาแบบฝกึ หดั ได้ ทาแบบฝกึ หดั ได้
บอกได้ว่ารปู อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ อย่างถูกต้องตา่ กวา่
สเ่ี หลย่ี มที่ 90 ขึ้นไป 80 - 89 60 - 79 รอ้ ยละ 60
กาหนดให้เปน็
รปู ส่ีเหล่ยี มมมุ
ฉากหรอื ไม่ได้
2. มี นักเรียนสามารถให้ นักเรยี นสามารถให้ นักเรียนสามารถให้ นกั เรยี นไม่สามารถ
ความสามารถ เหตุผลประกอบได้ เหตผุ ลประกอบได้ เหตุผลประกอบได้ ใหเ้ หตผุ ลประกอบ
ให้เหตผุ ล ว่ารูปสเี่ หลี่ยมนั้น วา่ รปู ส่ีเหลยี่ มนัน้ ว่ารปู สี่เหลีย่ มนั้น ไดว้ ่ารปู ส่ีเหล่ยี มน้นั
ประกอบการ เป็นสเี่ หลีย่ มชนิดใด เป็นสี่เหล่ียมชนดิ ใด เปน็ ส่ีเหล่ยี มชนิดใด เป็นสเ่ี หล่ยี มชนดิ ใด
ตัดสินใจได้ ซงึ่ ให้เหตุผล ซ่งึ ให้เหตุผล ได้ ได้
อยา่ งเหมาะสม ประกอบได้
ประเดน็ การ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรบั ปรุง)
(ด)ี (กาลังพัฒนา)
ประกอบได้ครบถว้ น
และถูกตอ้ ง
3. มีวินยั ใน นักเรยี นเข้าเรียน นกั เรยี นเข้าเรียน นกั เรียนเข้าเรียน นักเรียนเขา้ เรยี น
ตนเอง ตรงเวลา สายแต่ไมเ่ กนิ 5 สายเกนิ 5 นาที แต่ สายเกิน 10 นาที
นาที ไมถ่ ึง 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ ............... คน คดิ เป็นร้อยละ ………………………….
ได้แก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษได้แก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความร้คู วามเข้าใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผูส้ อน
ความคิดเหน็ ของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หัวหนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคดิ เห็นของผอู้ านวยการ
เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อคุ ต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรียนบ้านศรที องสามัคคี
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 7 เรอ่ื ง รูปส่ีเหลย่ี ม
รหัสวชิ า ค 15101 ชอ่ื รายวิชา คณิตศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 43 เรอื่ ง ชนิดและสมบตั ขิ องรูปส่เี หล่ยี ม ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
วันท.่ี .............เดือน.......................... พ.ศ. .......................... เวลาเรียน 1 ชั่วโมง
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐานการเรียนรู้
ค 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะห์รปู เรขาคณิตสมบัตขิ องรปู เรขาคณติ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งรูปเรขาคณิต
และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตวั ชวี้ ดั
ค 2.2 ป.5/2 จาแนกรูปสีเ่ หล่ยี มโดยพจิ ารณาจากสมบัติของรปู
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การจาแนกรูปสี่เหลี่ยมโดยพิจารณาจากขนาดของมุมความยาวของด้านและการขนานกันของด้าน
สามารถจาแนกได้ดังน้ี
1. รูปส่เี หลี่ยมจตั รุ สั เป็นรูปสเ่ี หลี่ยมทีม่ มี มุ ทกุ มุมเปน็ มุมฉากดา้ นทุกดา้ นยาวเท่ากนั ดา้ นตรงข้าม
ขนานกัน 2 คู่
2. รูปสี่เหลยี่ มผนื ผา้ เป็นรปู ส่ีเหลี่ยมท่ีมมี มุ ทุกมมุ เปน็ มุมฉากดา้ นตรงข้ามยาวเท่ากันเเละขนานกนั
2 คู่ ดา้ นที่อยู่ตดิ กันยาวไม่เท่ากัน
3. รูปสเี่ หลี่ยมขนมเปียกปนู เปน็ รปู สี่เหล่ียมทมี่ ีมุมทกุ มมุ ไม่เปน็ มุมฉากมุมทอ่ี ยูต่ รงขา้ มกันมีขนาด
เทา่ กนั ดา้ นทุกดา้ นยาวเท่ากนั ด้านตรงข้ามขนานกนั 2 คู่
4. รูปสีเ่ หลี่ยมดา้ นขนาน เปน็ รปู สีเ่ หลย่ี มทีม่ ีมุมทีอ่ ยู่ตรงข้ามกันมีขนาดเทา่ กัน ดา้ นตรงข้ามยาว
เทา่ กันและขนานกนั 2 คู่
5. รปู สี่เหล่ียมคางหมู เป็นรูปสเ่ี หลี่ยมท่มี ดี ้านขนานกนั 1 คู่
6. รูปสเ่ี หลย่ี มรูปวา่ ว เป็นรปู สี่เหลยี่ มท่ีมีมุมท่ีอยตู่ รงขา้ มกันมขี นาดเท่ากัน 1 คู่และดา้ นที่อยตู่ ิดกัน
ยาวเท่ากัน 2 คู่
สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
ดา้ นความรู้
สามารถบอกไดว้ ่ารูปสีเ่ หลยี่ มที่กาหนดใหเ้ ป็นรูปส่เี หลยี่ มชนดิ ใด (K)
ดา้ นทักษะกระบวนการ
มคี วามสามารถใหเ้ หตผุ ลประกอบการตัดสินใจไดอ้ ย่างเหมาะสม (P)
ดา้ นคุณลักษณะ
มีวนิ ัยในตนเอง (A)
สาระการเรยี นเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่
-
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ยั ในตนเอง
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการคดิ
1. ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์
2. การคิดสงั เคราะห์
ความสามารถในการแก้ปญั หา
1. ความสามารถในการแกป้ ญั หาและอุปสรรคต่าง ๆ
ความสามารถการส่ือสาร
1. ความสามารถในการรับและส่งสาร
2. มีวฒั นธรรมในการใชภ้ าษาถ่ายทอดความคิด ความรคู้ วามเข้าใจ
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูกล่าวทกั ทาย พรอ้ มทั้งพูดคยุ เพือ่ ทบทวนเกยี่ วกบั ชนดิ ของรปู สเ่ี หลย่ี มสามารถจาาแนกได้ 6
ชนิด ได้แก่ รูปส่ีเหลยี่ มจตั รุ ัส รูปส่เี หลย่ี มผืนผา้ รูปส่เี หลี่ยมขนมเปยี กปูน รูปสีเ่ หลยี่ มดา้ นขนาน รปู สีเ่ หล่ยี ม
คางหมู และรปู สเี่ หลีย่ มรปู วา่ ว
ขั้นกจิ กรรมการเรยี นรู้
2. การสอนสมบัติของรูปสี่เหลี่ยมเก่ียวกับเส้นทแยงมุม ครูอาจจัดกิจกรรมโดยเร่ิมจากการทบทวน
ความรู้เก่ียวกบั เสน้ ทแยงมุม เชน่
3. หนา้ 98-99 เป็นการสรุปเก่ยี วกับสมบตั ิ ของรูปสี่เหลย่ี มชนดิ ตา่ ง ๆ ซึง่ ครอู าจ
ใช้การซักถาม และให้แสดง
เหตุผล จากน้ันร่ว มกั น ท า
กจิ กรรมหน้า 100
ข้นั สรุป
4. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ จนสรปุ ไดว้ ่า
1. รูปส่เี หลี่ยมจตั รุ สั เป็นรปู สเี่ หลีย่ มท่ีมีมุมทุกมุมเป็นมุมฉากดา้ นทุกดา้ นยาวเทา่ กันด้านตรงข้าม
ขนานกนั 2 คู่
2. รูปสเี่ หลย่ี มผนื ผ้า เปน็ รปู สเ่ี หลีย่ มท่มี มี ุมทกุ มมุ เปน็ มุมฉากด้านตรงข้ามยาวเทา่ กันเเละขนานกนั
2 คู่ ดา้ นทอ่ี ยู่ตดิ กันยาวไมเ่ ท่ากนั
3. รูปสเี่ หล่ยี มขนมเปยี กปูน เป็นรปู ส่เี หล่ียมท่มี ีมุมทกุ มุมไม่เปน็ มุมฉากมุมที่อย่ตู รงขา้ มกันมีขนาด
เทา่ กนั ด้านทกุ ด้านยาวเทา่ กัน ดา้ นตรงขา้ มขนานกนั 2 คู่
4. รปู สเ่ี หลยี่ มด้านขนาน เป็นรูปสเ่ี หล่ยี มท่มี มี มุ ทีอ่ ยู่ตรงข้ามกันมขี นาดเทา่ กนั ดา้ นตรงขา้ มยาว
เท่ากนั และขนานกนั 2 คู่
5. รูปส่เี หลย่ี มคางหมู เป็นรูปสเ่ี หล่ียมท่ีมดี ้านขนานกัน 1 คู่
6. รปู สีเ่ หลย่ี มรูปว่าว เป็นรปู สเ่ี หลีย่ มท่ีมมี ุมทีอ่ ยตู่ รงข้ามกันมีขนาดเท่ากัน 1 คู่และดา้ นท่ีอยู่ตดิ กัน
ยาวเท่ากนั 2 คู่
สือ่ และแหลง่ เรียนรู้
- หนงั สอื แบบฝกึ หัดคณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 เลม่
ภาระงาน/ชน้ิ งาน
- หนงั สอื เรียนคณิตศาสตร์ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 กจิ กรรมหนา้ 100
การวัดและการประเมินผล
การวดั ผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวัดผล เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
ด้านความรู้ (K) ตรวจผลการทา แบบฝึกทักษะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีขึ้นไป
สามารถบอกไดว้ า่ รูปส่เี หลย่ี มท่ี แบบฝกึ หัด
กาหนดใหเ้ ป็นรูปส่เี หลยี่ มชนิดใด
(K)
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ตรวจผลการทา แบบฝกึ ทักษะ ผา่ นเกณฑ์ระดับดีขนึ้ ไป
มคี วามสามารถให้เหตุผล แบบฝึกหัด
ประกอบการตัดสินใจได้อย่าง
เหมาะสม
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ผา่ นเกณฑร์ ะดบั ดีขน้ึ ไป
พฤติกรรม
มวี ินัยในตนเอง
การประเมินผล
ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมนิ (ดมี าก) 32 (ตอ้ งปรับปรุง)
(ด)ี (กาลงั พัฒนา)
1. สามารถ ทาแบบฝึกหดั ได้ ทาแบบฝึกหดั ได้ ทาแบบฝึกหัดได้ ทาแบบฝึกหดั ได้
บอกไดว้ ่ารูป อย่างถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องต่ากว่า
ส่เี หลี่ยมที่ 90 ขนึ้ ไป 80 - 89 60 - 79 รอ้ ยละ 60
กาหนดใหเ้ ป็น
รูปส่ีเหลย่ี ม
ชนิดใด (K)
2. มี นักเรยี นสามารถให้ นักเรียนสามารถให้ นกั เรยี นสามารถให้ นักเรียนไมส่ ามารถ
ความสามารถ เหตผุ ลประกอบได้ เหตผุ ลประกอบได้ เหตุผลประกอบได้ ใหเ้ หตุผลประกอบ
ใหเ้ หตผุ ล ว่ารปู ส่เี หลีย่ มนัน้ วา่ รูปส่เี หลีย่ มนั้น วา่ รปู ส่ีเหลีย่ มน้ัน ได้ว่ารูปสี่เหล่ยี มนั้น
ประกอบการ เป็นส่ีเหลย่ี มชนิดใด เป็นสเ่ี หลย่ี มชนดิ ใด เปน็ ส่ีเหลี่ยมชนดิ ใด เปน็ สเ่ี หลีย่ มชนิดใด
ตดั สินใจได้ ซ่งึ ให้เหตุผล ซ่ึงใหเ้ หตผุ ล ได้ ได้
อยา่ งเหมาะสม ประกอบได้ครบถว้ น ประกอบได้
และถูกต้อง
3. มวี นิ ัยใน นกั เรียนเข้าเรยี น นกั เรียนเข้าเรียน นกั เรยี นเข้าเรียน นกั เรียนเขา้ เรยี น
ตนเอง ตรงเวลา สายแตไ่ ม่เกิน 5 สายเกนิ 5 นาที แต่ สายเกิน 10 นาที
นาที ไม่ถงึ 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คิดเป็นร้อยละ ………………………….
ไดแ้ ก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทักษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผูส้ อน
ความคิดเห็นของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .......................................................... หวั หนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคดิ เห็นของผูอ้ านวยการ
เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
ไม่เหมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วชิ ช์ อุคต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบ้านศรีทองสามคั คี
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรอ่ื ง รูปส่ีเหลย่ี ม
รหัสวชิ า ค 15101 ชอ่ื รายวิชา คณิตศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 44 เรอื่ ง ชนิดและสมบตั ขิ องรูปส่เี หล่ยี ม ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
วันท.่ี .............เดือน.......................... พ.ศ. .......................... เวลาเรียน 1 ชั่วโมง
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐานการเรียนรู้
ค 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะห์รปู เรขาคณิตสมบัตขิ องรปู เรขาคณติ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งรูปเรขาคณิต
และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตวั ชวี้ ดั
ค 2.2 ป.5/2 จาแนกรูปสีเ่ หล่ยี มโดยพจิ ารณาจากสมบัติของรปู
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การจาแนกรูปสี่เหลี่ยมโดยพิจารณาจากขนาดของมุมความยาวของด้านและการขนานกันของด้าน
สามารถจาแนกได้ดังน้ี
1. รูปส่เี หลี่ยมจตั รุ สั เป็นรูปสเ่ี หลี่ยมทีม่ มี มุ ทกุ มุมเปน็ มุมฉากดา้ นทุกดา้ นยาวเท่ากนั ดา้ นตรงข้าม
ขนานกัน 2 คู่
2. รูปสี่เหลยี่ มผนื ผา้ เป็นรปู ส่ีเหลี่ยมท่ีมมี มุ ทุกมมุ เปน็ มุมฉากดา้ นตรงข้ามยาวเท่ากันเเละขนานกนั
2 คู่ ดา้ นที่อยู่ตดิ กันยาวไม่เท่ากัน
3. รูปสีเ่ หลี่ยมขนมเปียกปนู เปน็ รปู สี่เหล่ียมทมี่ ีมุมทกุ มมุ ไม่เปน็ มุมฉากมุมทอ่ี ยูต่ รงขา้ มกันมีขนาด
เทา่ กนั ดา้ นทุกดา้ นยาวเท่ากนั ด้านตรงข้ามขนานกนั 2 คู่
4. รูปสีเ่ หล่ยี มดา้ นขนาน เปน็ รปู สีเ่ หลย่ี มทีม่ ีมุมทีอ่ ยู่ตรงข้ามกันมีขนาดเทา่ กัน ดา้ นตรงข้ามยาว
เทา่ กันและขนานกัน 2 คู่
5. รปู สีเ่ หล่ียมคางหมู เป็นรูปสเ่ี หลี่ยมท่มี ดี ้านขนานกนั 1 คู่
6. รูปสเ่ี หลย่ี มรูปวา่ ว เป็นรปู สี่เหลยี่ มท่ีมีมุมท่ีอยตู่ รงขา้ มกันมขี นาดเท่ากัน 1 คู่และดา้ นที่อยตู่ ิดกัน
ยาวเท่ากัน 2 คู่
สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ดา้ นความรู้
สามารถบอกไดว้ ่ารูปสีเ่ หลยี่ มที่กาหนดใหเ้ ป็นรูปส่เี หลยี่ มชนดิ ใด (K)
ดา้ นทักษะกระบวนการ
มคี วามสามารถใหเ้ หตผุ ลประกอบการตัดสินใจไดอ้ ย่างเหมาะสม (P)
ดา้ นคุณลักษณะ
มีวนิ ัยในตนเอง (A)
สาระการเรยี นเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่
-
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ยั ในตนเอง
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการคดิ
1. ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์
2. การคิดสงั เคราะห์
ความสามารถในการแก้ปญั หา
1. ความสามารถในการแกป้ ญั หาและอุปสรรคต่าง ๆ
ความสามารถการส่ือสาร
1. ความสามารถในการรับและส่งสาร
2. มีวฒั นธรรมในการใชภ้ าษาถ่ายทอดความคิด ความรคู้ วามเข้าใจ
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูกล่าวทกั ทาย พรอ้ มทั้งพูดคยุ เพือ่ ทบทวนเกยี่ วกบั ชนดิ ของรปู สเ่ี หลย่ี มสามารถจาาแนกได้ 6
ชนิด ได้แก่ รูปส่ีเหลยี่ มจตั รุ ัส รูปส่เี หลย่ี มผืนผา้ รูปส่เี หลี่ยมขนมเปยี กปูน รูปสีเ่ หลยี่ มดา้ นขนาน รปู สีเ่ หล่ยี ม
คางหมู และรปู สเี่ หลีย่ มรปู วา่ ว
ขัน้ กจิ กรรมการเรียนรู้
2. หนา้ 98-99 เปน็ การสรุปเกีย่ วกับสมบัติ ของรปู สี่เหล่ียมชนิดตา่ ง ๆ ซึ่ง
ครูอาจใช้การซักถาม และให้แสดงเหตุผล จากน้ัน
ร่วมกันทาแบบฝกึ หดั 7.3 เปน็ รายบุคคล
3. เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจและสรุปความรู้ท่ีได้ ให้นักเรียนทา
กจิ กรรมหนา้ 101 เปน็ รายบคุ คล
ขนั้ สรุป
4. นักเรียนร่วมกันสรุปจนสรปุ ได้วา่
1. รปู สเี่ หลี่ยมจัตรุ ัส เป็นรูปสเ่ี หลี่ยมท่มี มี มุ ทกุ มมุ เปน็ มุมฉากดา้ นทุกดา้ นยาวเทา่ กนั ด้านตรงขา้ ม
ขนานกัน 2 คู่
2. รปู ส่เี หลย่ี มผนื ผา้ เปน็ รปู ส่ีเหล่ยี มทมี่ มี ุมทุกมุมเปน็ มุมฉากด้านตรงข้ามยาวเท่ากนั เเละขนานกนั
2 คู่ ด้านที่อยู่ติดกันยาวไม่เท่ากนั
3. รปู สเ่ี หลี่ยมขนมเปยี กปูน เปน็ รูปส่ีเหล่ียมทม่ี มี มุ ทุกมมุ ไม่เปน็ มมุ ฉากมุมที่อยตู่ รงขา้ มกันมีขนาด
เทา่ กนั ดา้ นทกุ ด้านยาวเทา่ กัน ดา้ นตรงขา้ มขนานกัน 2 คู่
4. รูปสี่เหลยี่ มด้านขนาน เป็นรูปสี่เหล่ยี มท่ีมีมมุ ท่ีอยู่ตรงข้ามกันมีขนาดเทา่ กัน ด้านตรงขา้ มยาว
เท่ากนั และขนานกัน 2 คู่
5. รปู สเ่ี หลี่ยมคางหมู เป็นรูปสี่เหล่ียมท่ีมีด้านขนานกัน 1 คู่
6. รูปสเี่ หล่ียมรูปวา่ ว เป็นรูปสเ่ี หลี่ยมที่มมี ุมท่อี ยูต่ รงขา้ มกันมีขนาดเท่ากนั 1 คู่และด้านท่ีอยตู่ ิดกนั
ยาวเท่ากัน 2 คู่
ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้
- หนงั สือแบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เลม่
ภาระงาน/ช้ินงาน
- หนังสอื เรยี นคณิตศาสตรช์ ั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5 กิจกรรมหน้า 100
การวดั และการประเมินผล
การวดั ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
ด้านความรู้ (K) ตรวจผลการทา แบบฝกึ ทักษะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีขน้ึ ไป
สามารถบอกได้วา่ รูปสเี่ หลี่ยมที่ แบบฝกึ หัด
กาหนดให้เปน็ รูปสเ่ี หลยี่ มชนิดใด
(K)
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) ตรวจผลการทา แบบฝึกทักษะ ผ่านเกณฑ์ระดับดีข้นึ ไป
มคี วามสามารถให้เหตผุ ล แบบฝกึ หดั
ประกอบการตัดสินใจได้อย่าง
เหมาะสม
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ผา่ นเกณฑ์ระดบั ดีข้นึ ไป
พฤติกรรม
มวี นิ ัยในตนเอง
การประเมนิ ผล
ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมนิ (ดมี าก) 32 (ตอ้ งปรับปรุง)
(ดี) (กาลังพัฒนา)
1. สามารถ ทาแบบฝึกหดั ได้ ทาแบบฝกึ หัดได้ ทาแบบฝึกหัดได้ ทาแบบฝกึ หดั ได้
บอกได้ว่ารูป อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องร้อยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องต่ากว่า
ส่ีเหลีย่ มที่ 90 ข้นึ ไป 80 - 89 60 - 79 รอ้ ยละ 60
กาหนดใหเ้ ป็น
รปู สเ่ี หลย่ี ม
ชนดิ ใด (K)
2. มี นกั เรยี นสามารถให้ นกั เรียนสามารถให้ นักเรยี นสามารถให้ นกั เรยี นไม่สามารถ
ความสามารถ เหตุผลประกอบได้ เหตผุ ลประกอบได้ เหตุผลประกอบได้ ใหเ้ หตุผลประกอบ
ให้เหตผุ ล ว่ารูปส่เี หลย่ี มน้ัน วา่ รปู สเ่ี หลีย่ มนั้น วา่ รปู ส่ีเหลี่ยมนั้น ได้วา่ รูปสเี่ หลีย่ มน้ัน
ประกอบการ เป็นสี่เหล่ียมชนดิ ใด เป็นสี่เหล่ยี มชนิดใด
ซงึ่ ให้เหตุผล
ประเด็นการ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
ประเมนิ (ดมี าก) 32 (ต้องปรับปรุง)
(ดี) (กาลงั พัฒนา)
ตดั สนิ ใจได้ ประกอบได้ครบถว้ น ซง่ึ ให้เหตผุ ล เป็นสเี่ หล่ยี มชนิดใด เปน็ ส่เี หลี่ยมชนดิ ใด
ได้ ได้
อย่างเหมาะสม และถูกตอ้ ง ประกอบได้
3. มวี นิ ยั ใน นกั เรียนเขา้ เรยี น นกั เรียนเขา้ เรียน นกั เรยี นเข้าเรยี น นกั เรียนเขา้ เรยี น
ตนเอง ตรงเวลา สายแตไ่ ม่เกนิ 5 สายเกิน 5 นาที แต่ สายเกนิ 10 นาที
นาที ไม่ถึง 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คดิ เป็นร้อยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ………………………….
ได้แก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพเิ ศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความร้คู วามเข้าใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทกั ษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผสู้ อน
ความคิดเห็นของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หวั หนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคดิ เห็นของผูอ้ านวยการ
เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
ไม่เหมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อุคต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบา้ นศรีทองสามัคคี
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง รูปสีเ่ หลยี่ ม
รหัสวชิ า ค 15101 ช่ือรายวชิ า คณิตศาสตร์
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 45 เร่ือง การสร้างรปู สีเ่ หลยี่ ม (1) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
วันที่..............เดอื น.......................... พ.ศ. .......................... เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐานการเรยี นรู้
ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะห์รปู เรขาคณิตสมบตั ิของรปู เรขาคณติ ความสมั พนั ธ์ระหว่างรูปเรขาคณิต
และทฤษฎีบททางเรขาคณิตและนาไปใช้
ตัวชีว้ ดั
ค 2.2 ป.5/3 สรา้ งรูปส่ีเหลยี่ มชนดิ ต่าง ๆ เม่ือกาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมุมหรอื เมอื่
กาหนดความยาวของเส้นทแยงมมุ
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
รูปสีเ่ หล่ียมดา้ นขนาน เป็นรูปสเ่ี หล่ยี มที่มมี ุมทอี่ ย่ตู รงขา้ มกันมีขนาดเท่ากัน ด้านตรงข้ามยาวเทา่ กนั
และขนานกัน 2 คู่
สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ด้านความรู้
สามารถสรา้ งรปู สเ่ี หลย่ี มชนดิ ตา่ ง ๆ เม่อื กาหนดความยาวของดา้ นให้ได้ (K)
ดา้ นทักษะกระบวนการ
มคี วามสามารถเชือ่ งโยงความร้เู กี่ยวกบั เสน้ ขนานและขนาดของมุมภายในท่ีอยู่บนข้าง
เดยี วกนั ได้อย่างเหมาะสม(P)
ด้านคณุ ลกั ษณะ
ใฝ่เรยี นรู้ (A)
สาระการเรยี นเรยี นรู้ท้องถ่นิ
-
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการคิด
1. ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์
2. การคิดสังเคราะห์
ความสามารถในการแก้ปญั หา
1. ความสามารถในการแก้ปญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ
ความสามารถการส่ือสาร
1. ความสามารถในการรบั และสง่ สาร
2. มีวฒั นธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความร้คู วามเข้าใจ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครทู บทวนความรเู้ กี่ยวกบั ลกั ษณะและสมบตั ิของรปู สี่เหลี่ยมแต่ละชนดิ ดังน้ี
1) รูปสี่เหล่ียมจัตุรัส เป็นรูปส่ีเหล่ียมท่ีมีมุมทุกมุมเป็นมุมฉาก ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน ด้าน
ตรงขา้ มขนานกัน 2 คู่ เสน้ ทแยงมุมยาวเทา่ กันแบ่งครึง่ ซงึ่ กนั และกัน และตัดกนั เป็นมุมฉาก
2) รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นรูปส่ีเหลี่ยมที่มีมุมทุกมุมเป็นมุมฉากด้านตรงข้ามยาวเท่ากันและ
ขนานกัน 2 คู่ ด้านท่ีอยู่ติดกันยาวไม่เท่ากัน เส้นทแยงมุมยาวเท่ากันและแบ่งครึ่งซึ่งกันและ
กัน
3) รูปสีเ่ หล่ยี มขนมเปยี กปนู เปน็ รปู ส่ีเหลี่ยมท่ีมีมุมทุกมุมไมเ่ ป็นมุมฉาก มุมทีอ่ ย่ตู รงข้ามกันมี
ขนาดเท่ากัน ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน ด้านตรงข้ามขนานกัน 2 คู่ เส้นทแยงมุมแบ่งครึ่งซ่ึง
กันและกนั และตดั กันเปน็ มุมฉาก
4) รปู สเี่ หลี่ยมดา้ นขนาน เป็นรูปส่เี หลีย่ มที่มีมุมท่ีอยตู่ รงขา้ มกัน มีขนาดเท่ากัน ดา้ นตรง
ขา้ มยาวเท่ากนั และขนานกนั 2 คู่ เส้นทแยงมุมแบ่งครึ่งซึง่ กันและกนั
5) รูปสเ่ี หลยี่ มคางหมู เป็นรปู สเี่ หล่ียมที่มีดา้ นขนานกนั 1 คู่
6) รูปสี่เหล่ียมรูปว่าว เป็นรูปสี่เหล่ียมท่ีมีมุมท่ีอยู่ตรงข้ามกันมีขนาด เท่ากัน 1 คู่ และด้านที่
อยู่ติดกันยาวเท่ากัน 2 คู่ เส้นทแยงมุม ตัดกันเป็นมุมฉาก และมีเส้นทแยงมุมเพียงเส้นเดียว
ท่ีถกู แบง่ ครงึ่ ด้วยเสน้ ทแยงมุมอกี เส้นหน่งึ
ขั้นกิจกรรมการเรยี นรู้
2. การสร้างรูปสี่เหลี่ยม นักเรียนต้องมีความรู้เกี่ยวกับลักษณะและ
สมบัตขิ องรูปสีเ่ หลยี่ มแต่ละชนิด มที ักษะการวัดความยาว การสรา้ งมมุ และการ
สรา้ งเสน้ ขนาน
3. ครูนาสนทนาเกี่ยวกับการสร้างรูป
ส่ีเหลี่ยมด้านขนาน CDEF ตามข้อกาหนด หน้า
102 – 103 โดยให้นักเรียนวิเคราะห์ว่าโจทย์
กาหนดอะไร และโจทย์ตอ้ งการอะไร
4. ครูให้นักเรียนเขียนรปู ครา่ ว ๆ ตามขอ้ กาหนด ซ่ึงอาจเขียนได้ 4 แบบ ดังน้ี
5. ครเู ลือกรปู คร่าว ๆ มา 1 รูป แล้วร่วมกนั วางแผนและ จัดลาดับข้นั การสรา้ ง พรอ้ มใหเ้ หตุผล
6. ครูสาธิต การสรา้ งทลี ะข้ันจนไดร้ ปู ส่ีเหลี่ยมตามกาหนด แล้วให้ นกั เรยี นทาตามครูทีละขน้ั จนได้รูป
ตามต้องการ ทั้งนี้ ครคู วรให้นกั เรียนสรา้ งรปู สเ่ี หลยี่ มดา้ นขนาน CDEF แบบอื่น ๆ ทีต่ ่างจากแบบท่คี รูสาธติ
3. เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจและสรุปความรู้ที่ได้ ให้นักเรียนทากิจกรรมหน้า 106 ข้อ1,2,3,5,6,7
เปน็ รายบุคคล
ขัน้ สรุป
4. นักเรียนรว่ มกนั สรุปจนสรุปไดว้ ่า
การสร้างรูปเรขาคณิตชนิดต่างๆนั้นนักเรียนสามารถสร้างได้โดยต้องเร่ิมจากขึ้นตอนแรกคือวิเคราะห์
โจทย์ว่าโจทย์กาหนดอะไรมาให้บ้าง พร้อมท้ังวาดรูปคร่าวๆไว้เป็นแบบเพื่อให้การสร้างรูปตามขนาดท่ีโจทย์
กาหนดให้น้ันง่ายมากยิ่งขึ้นและนอกจากนั้นการจะสร้างรูปส่ีเหลี่ยมแต่ละชนิดได้น้ัน นักเรียนต้องมีความรู้
เก่ียวกับสมบัติของรูปส่ีเหล่ียมแต่ละชนิดนั้นด้วยท้ังรูปส่ีเหลี่ยมขนมเปียกปูน เป็นรูปสี่เหล่ียมที่มีมุมทุกมุมไม่
เป็นมุมฉากมุมท่ีอยู่ตรงข้ามกันมีขนาดเท่ากัน ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน ด้านตรงข้ามขนานกัน 2 คู่ รูปส่ีเหล่ยี ม
ดา้ นขนาน เป็นรปู สี่เหลีย่ มทมี่ ีมมุ ทีอ่ ยตู่ รงข้ามกนั มขี นาดเท่ากัน ดา้ นตรงข้ามยาวเทา่ กนั และขนานกนั 2 คู่
และรปู ส่เี หล่ยี มคางหมู เป็นรปู ส่ีเหลี่ยมที่มดี า้ นขนานกนั 1 คู่
สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้
- หนังสอื แบบฝกึ หัดคณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 เลม่
- โพรแทรกเตอร์
ภาระงาน/ชิน้ งาน
- หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร์ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 กิจกรรมหนา้ 106
การวัดและการประเมนิ ผล
การวดั ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K) ตรวจผลการทา
แบบฝกึ ทักษะ ผา่ นเกณฑ์ระดับดีข้ึนไป
สามารถสรา้ งรูปส่ีเหล่ียมชนดิ แบบฝึกหัด
ต่าง ๆ เมอ่ื กาหนดความยาวของ แบบฝึกทักษะ ผา่ นเกณฑร์ ะดับดีขน้ึ ไป
ดา้ นใหไ้ ด้ ตรวจผลการทา
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) แบบฝึกหัด แบบสังเกต ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีขน้ึ ไป
พฤติกรรม
มีความสามารถเชือ่ งโยงความรู้ สงั เกตพฤตกิ รรม
เก่ยี วกับเส้นขนานและขนาดของ
มมุ ภายในที่อยบู่ นขา้ งเดียวกันได้
อยา่ งเหมาะสม
ด้านคุณลักษณะ (A)
ใฝเ่ รียนรู้
การประเมนิ ผล
ประเด็นการ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ต้องปรับปรุง)
(ดี) (กาลังพัฒนา)
1. สามารถสรา้ งรูป ทาแบบฝกึ หดั ได้ ทาแบบฝกึ หดั ได้ ทาแบบฝึกหดั ได้ ทาแบบฝึกหัดได้
สีเ่ หล่ียมชนิดตา่ ง ๆ อยา่ งถูกต้องร้อย อย่างถูกต้องร้อย อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องตา่ กวา่
เมอ่ื กาหนดความ ละ 90 ขน้ึ ไป ละ 80 - 89 60 - 79 ร้อยละ 60
ยาวของด้านให้ได้
(K)
2. มีความสามารถ นกั เรียนสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรียนไมส่ ามารถ
เชอื่ งโยงความรู้ เชอ่ื มโยงความรู้ เชอ่ื มโยงความรู้ เช่ือมโยงความรู้ เช่อื มโยงความรู้
เกย่ี วกับเส้นขนาน เกย่ี วกบั เสน้ เก่ียวกบั เสน้ ขนาน เกยี่ วกบั เสน้ ขนาน เก่ยี วกบั เสน้ ขนาน
และขนาดของมุม ขนานและขนาด และขนาดของมุม และขนาดของมุม และขนาดของมมุ
ภายในท่ีอยู่บนข้าง ของมมุ ภายในที่ ภายในท่ีอยูบ่ น ภายในท่ีอยู่บนขา้ ง ภายในทอี่ ยูบ่ นขา้ ง
เดียวกนั ได้อยา่ ง อยู่บนขา้ ง ขา้ งเดยี วกันได้ เดียวกันได้ เดียวกนั ได้
เหมาะสม เดยี วกนั ได้อยา่ ง อยากถกู ต้องเป็น
ถูกต้องและ ส่วนมาก
เหมาะสม
3. ใฝ่เรยี นรู้ นักเรยี นมคี วาม นักเรียนมอี ปุ กรณ์ นกั เรียนอุปกรณก์ าร นกั เรยี นไม่มี
เตรียมพร้อมมี การเรียนเป็น เรียนไมค่ ่อยพร้อม อปุ กรณ์การเรยี น
อุปกรณ์การเรียน สว่ นมากแต่อาจ ตอ่ การเรียนเชน่ ไมม่ ี เลย
ครบถ้วน ขาดเป็นบางอยา่ ง ไม้บรรทดั โพร
แทรกเตอร์ เป็นตน้
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ ............... คน คดิ เป็นร้อยละ ………………………….
ได้แก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษได้แก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความร้คู วามเข้าใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผูส้ อน
ความคิดเหน็ ของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หัวหนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคดิ เห็นของผอู้ านวยการ
เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อคุ ต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรียนบ้านศรที องสามัคคี
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง รูปสีเ่ หลยี่ ม
รหัสวชิ า ค 15101 ช่ือรายวชิ า คณิตศาสตร์
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 46 เร่ือง การสร้างรปู สีเ่ หลยี่ ม (2) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
วันที่..............เดอื น.......................... พ.ศ. .......................... เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐานการเรยี นรู้
ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะห์รปู เรขาคณิตสมบตั ิของรูปเรขาคณติ ความสมั พนั ธ์ระหว่างรูปเรขาคณิต
และทฤษฎีบททางเรขาคณิตและนาไปใช้
ตัวชีว้ ดั
ค 2.2 ป.5/3 สรา้ งรูปส่ีเหลยี่ มชนดิ ต่าง ๆ เม่ือกาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมุมหรอื เมอื่
กาหนดความยาวของเส้นทแยงมมุ
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
รูปสีเ่ หล่ียมดา้ นขนาน เป็นรูปสเ่ี หล่ยี มที่มีมุมทอี่ ย่ตู รงขา้ มกันมีขนาดเท่ากัน ด้านตรงข้ามยาวเทา่ กนั
และขนานกัน 2 คู่
สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ด้านความรู้
สามารถสรา้ งรปู สเ่ี หลย่ี มชนดิ ตา่ ง ๆ เม่อื กาหนดความยาวของดา้ นให้ได้ (K)
ดา้ นทักษะกระบวนการ
มคี วามสามารถเชือ่ งโยงความร้เู กี่ยวกบั เสน้ ขนานและขนาดของมุมภายในท่ีอยู่บนข้าง
เดยี วกนั ได้อย่างเหมาะสม(P)
ด้านคณุ ลกั ษณะ
ใฝ่เรยี นรู้ (A)
สาระการเรยี นเรยี นรู้ท้องถ่นิ
-
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการคิด
1. ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์
2. การคิดสังเคราะห์
ความสามารถในการแก้ปญั หา
1. ความสามารถในการแก้ปญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ
ความสามารถการส่ือสาร
1. ความสามารถในการรบั และสง่ สาร
2. มีวฒั นธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความร้คู วามเข้าใจ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครทู บทวนความรเู้ กี่ยวกบั ลกั ษณะและสมบตั ขิ องรปู สี่เหลยี่ มแต่ละชนดิ ดังน้ี
1) รูปสี่เหล่ียมจัตุรัส เป็นรูปส่ีเหล่ียมที่มีมุมทุกมุมเป็นมุมฉาก ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน ด้าน
ตรงขา้ มขนานกัน 2 คู่ เสน้ ทแยงมุมยาวเทา่ กันแบ่งครึง่ ซงึ่ กนั และกัน และตัดกนั เป็นมุมฉาก
2) รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นรูปส่ีเหลี่ยมท่ีมีมุมทุกมุมเป็นมุมฉากด้านตรงข้ามยาวเท่ากันและ
ขนานกัน 2 คู่ ด้านท่ีอยู่ติดกันยาวไม่เท่ากัน เส้นทแยงมุมยาวเท่ากันและแบ่งครึ่งซึ่งกันและ
กัน
3) รูปสีเ่ หล่ยี มขนมเปยี กปนู เปน็ รปู ส่ีเหลีย่ มท่ีมีมุมทกุ มุมไมเ่ ป็นมุมฉาก มุมทีอ่ ย่ตู รงข้ามกันมี
ขนาดเท่ากัน ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน ด้านตรงข้ามขนานกัน 2 คู่ เส้นทแยงมุมแบ่งครึ่งซ่ึง
กันและกนั และตดั กันเปน็ มุมฉาก
4) รปู สเี่ หลี่ยมดา้ นขนาน เป็นรูปส่เี หล่ียมที่มีมุมท่ีอยตู่ รงขา้ มกัน มีขนาดเท่ากัน ดา้ นตรง
ขา้ มยาวเท่ากนั และขนานกนั 2 คู่ เส้นทแยงมุมแบ่งครึ่งซึง่ กันและกนั
5) รูปสเ่ี หลยี่ มคางหมู เป็นรปู สเี่ หล่ียมทีม่ ีด้านขนานกนั 1 คู่
6) รูปสี่เหล่ียมรูปว่าว เป็นรูปส่ีเหลี่ยมท่ีมีมุมท่ีอยู่ตรงข้ามกันมีขนาด เท่ากัน 1 คู่ และด้านที่
อยู่ติดกันยาวเท่ากัน 2 คู่ เส้นทแยงมุม ตัดกันเป็นมุมฉาก และมีเส้นทแยงมุมเพียงเส้นเดียว
ท่ีถูกแบง่ ครึง่ ดว้ ยเสน้ ทแยงมุมอีกเส้นหนึง่
ข้นั กิจกรรมการเรยี นรู้
2. ครูแนะนาการสรา้ งรปู สี่เหลย่ี มหน้า 104 เปน็ การใช้วงเวียน ช่วยในการสรา้ งรูปสี่เหลยี่ ม ซึง่ ครูควร
แนะนาวิธีใชว้ งเวียน และฝึกให้นักเรยี นมที ักษะการใช้วงเวียนก่อน
3. ครแู นะนาวธิ สี รา้ งรปู สี่เหลย่ี มรปู วา่ ว ABCD ซึ่งครอู าจจัดกิจกรรมทานองเดียวกันกับการสร้าง รปู
สี่เหลี่ยมด้านขนาน CDEF หน้า 102-103
4. ครูแนะนาเพิ่มเติมว่า การสรา้ งรูปสีเ่ หล่ยี มด้านขนาน CDEF อาจใชว้ งเวยี นในการสร้างข้ันท่ี 3
ดังน้ี
ข้ันที่ 3 กางวงเวยี นรัศมี 4.5 เซนตเิ มตร ใชจ้ ดุ F เปน็ จุดศูนย์กลาง เขียนส่วนโค้ง และกางวงเวียน
รศั มี 3 เซนติเมตร ใช้จดุ D เปน็ จุดศูนยก์ ลาง เขียนสว่ นโคง้ ใหต้ ดั กบั ส่วนโค้งแรกที่จดุ E
จากนั้นเขียน ̅̅ ̅ ̅ และ ̅ ̅ ̅ ̅ จะไดร้ ูปสเ่ี หลี่ยมด้านขนาน CDEF ตามต้องการ
5. ครใู ห้นกั เรียนทาแบบฝกึ หัดในหนงั สอื เรยี นหน้า 106 ข้อ 4 โดยมีครคู อยเดนิ ดูขน้ั ตอนการสรา้ ง
ของนักเรียนทุกคน หลังจากนั้นครใู ห้นักเรยี น 2 คน ออกมาแสดงวิธกี ารสร้างของตนให้เพื่อนๆ ดู
6. อธบิ ายการสร้างรปู ส่เี หลีย่ มรปู วา่ วใหน้ ักเรียนโดยให้นักเรียนศึกษาจากการสแกน โดยใชส้ อ่ื
เทคโนโลยตี ามในหนังสือเรียนหนา้ ท่ี 104
7. ให้นกั เรยี นทาแบบฝึกหัด 7.4 เปน็ รายบคุ คลโดยมีครูคอยให้
คาปรกึ ษา
ข้ันสรปุ
8. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ จนสรปุ ไดว้ า่
การสร้างรูปเรขาคณิตชนิดต่างๆนั้นนักเรียนสามารถสร้างได้โดย
ต้องเร่ิมจากขึ้นตอนแรกคือวิเคราะห์โจทย์ว่าโจทย์กาหนดอะไรมาให้บ้าง
พร้อมท้ังวาดรูปคร่าวๆไว้เป็นแบบเพื่อให้การสร้างรูปตามขนาดท่ีโจทย์กาหนดให้น้ันง่ายมากยิ่งขึ้นและ
นอกจากนัน้ การจะสร้างรูปส่เี หลยี่ มแต่ละชนิดไดน้ น้ั นักเรยี นตอ้ งมีความรู้เกย่ี วกบั สมบัติของรูปสี่เหลย่ี มแต่ละ
ชนิดน้ันดว้ ยท้ังรปู สเี่ หล่ียมขนมเปยี กปูน เป็นรูปสีเ่ หล่ียมที่มีมุมทุกมุมไมเ่ ปน็ มุมฉากมุมท่ีอยู่ตรงข้ามกนั มีขนาด
เท่ากัน ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน ด้านตรงข้ามขนานกัน 2 คู่ รูปสี่เหล่ียมด้านขนาน เป็นรูปส่ีเหลี่ยมที่มีมุมที่อยู่
ตรงขา้ มกันมีขนาดเท่ากัน ด้านตรงขา้ มยาวเทา่ กนั และขนานกนั 2 คู่
และรูปส่ีเหล่ยี มคางหมู เป็นรูปสี่เหลี่ยมทมี่ ดี า้ นขนานกัน 1 คู่
ส่อื และแหลง่ เรียนรู้
- หนงั สอื แบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5 เลม่
- โพรแทรกเตอร์
ภาระงาน/ชนิ้ งาน
- หนังสือแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 แบบฝกึ หดั ที่ 7.4
การวดั และการประเมินผล
การวัดผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี ารวดั ผล เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
ด้านความรู้ (K) ตรวจผลการทา
แบบฝกึ ทกั ษะ ผา่ นเกณฑ์ระดบั ดีขึน้ ไป
สามารถสร้างรูปสีเ่ หล่ยี มชนดิ แบบฝกึ หัด
ต่าง ๆ เมือ่ กาหนดความยาวของ แบบฝกึ ทักษะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั ดีข้นึ ไป
ดา้ นใหไ้ ด้ ตรวจผลการทา
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) แบบฝกึ หดั แบบสงั เกต ผ่านเกณฑ์ระดับดีขนึ้ ไป
พฤติกรรม
มีความสามารถเชอื่ งโยงความรู้ สังเกตพฤติกรรม
เกี่ยวกับเส้นขนานและขนาดของ
มมุ ภายในที่อยบู่ นข้างเดียวกันได้
อย่างเหมาะสม
ดา้ นคุณลักษณะ (A)
ใฝเ่ รยี นรู้
การประเมนิ ผล
ประเด็นการ 4 ระดบั คุณภาพ 1
ประเมนิ (ดมี าก) 32 (ต้องปรับปรุง)
(ด)ี (กาลงั พัฒนา)
1. สามารถสรา้ งรปู ทาแบบฝกึ หัดได้ ทาแบบฝกึ หัดได้ ทาแบบฝกึ หดั ได้ ทาแบบฝึกหดั ได้
สเี่ หล่ียมชนดิ ต่าง ๆ อย่างถูกต้องร้อย อยา่ งถูกต้องรอ้ ย อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องต่ากวา่
เมอ่ื กาหนดความ ละ 90 ข้นึ ไป ละ 80 - 89 60 - 79 ร้อยละ 60
ยาวของด้านให้ได้
(K)
2. มีความสามารถ นักเรยี นสามารถ นกั เรียนสามารถ นกั เรยี นสามารถ นักเรยี นไมส่ ามารถ
เชือ่ งโยงความรู้ เชอื่ มโยงความรู้ เชือ่ มโยงความรู้ เช่อื มโยงความรู้ เชอ่ื มโยงความรู้
เกย่ี วกับเส้นขนาน เกย่ี วกับเสน้ เกยี่ วกบั เสน้ ขนาน เกย่ี วกับเสน้ ขนาน เก่ียวกบั เส้นขนาน
และขนาดของมุม ขนานและขนาด และขนาดของมุม และขนาดของมุม และขนาดของมมุ
ภายในทอี่ ยบู่ นขา้ ง ของมุมภายในท่ี ภายในท่อี ยูบ่ น
ระดบั คุณภาพ
ประเด็นการ 43 2 1
ประเมิน
(ดมี าก) (ดี) (กาลงั พัฒนา) (ต้องปรบั ปรุง)
เดยี วกนั ได้อย่าง
เหมาะสม อยู่บนข้าง ข้างเดยี วกันได้ ภายในทอ่ี ยบู่ นข้าง ภายในทอ่ี ย่บู นขา้ ง
เดียวกนั ได้อย่าง อยากถกู ต้องเป็น เดยี วกนั ได้ เดียวกนั ได้
3. ใฝเ่ รยี นรู้ ถูกต้องและ สว่ นมาก
เหมาะสม
นกั เรียนมคี วาม นักเรียนมอี ุปกรณ์ นกั เรียนอุปกรณก์ าร นักเรยี นไม่มี
เตรยี มพร้อมมี การเรียนเป็น เรยี นไมค่ ่อยพร้อม อุปกรณ์การเรยี น
อปุ กรณ์การเรียน ส่วนมากแตอ่ าจ ต่อการเรยี นเชน่ ไมม่ ี เลย
ครบถ้วน ขาดเป็นบางอยา่ ง ไมบ้ รรทัด โพร
แทรกเตอร์ เปน็ ตน้
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คดิ เป็นร้อยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ………………………….
ได้แก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพเิ ศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความร้คู วามเข้าใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทกั ษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผสู้ อน
ความคิดเหน็ ของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หัวหนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคดิ เห็นของผอู้ านวยการ
เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อคุ ต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรียนบ้านศรที องสามัคคี