The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เป็นมาตรฐานที่ประเมินคุณภาพในการจัดการฝึกอบรมของหน่วยงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านการจัดทำหลักสูตร ด้านการพัฒนาหลักสูตร การคัดเลือกวิทยากร และด้านการบริหารจัดการ
หน่วยงานรับการประเมิน : ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนยะลา
โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
กิจกรรมย่อยที่ 1 สร้างและพัฒนากลไกขับเคลื่อนในระดับพื้นที่
กิจกรรมย่อยที่ 1.1 สร้างแกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sonchai.thz, 2021-08-10 00:11:10

มาตรฐานการฝึกอบรม : Top Training

เป็นมาตรฐานที่ประเมินคุณภาพในการจัดการฝึกอบรมของหน่วยงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านการจัดทำหลักสูตร ด้านการพัฒนาหลักสูตร การคัดเลือกวิทยากร และด้านการบริหารจัดการ
หน่วยงานรับการประเมิน : ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนยะลา
โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
กิจกรรมย่อยที่ 1 สร้างและพัฒนากลไกขับเคลื่อนในระดับพื้นที่
กิจกรรมย่อยที่ 1.1 สร้างแกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

Keywords: Top Training

มาตรฐานการฝึกอบรม : Top Training

โครงการพัฒนาหมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพียง ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
กจิ กรรมย่อยท่ี 1 สรา้ งและพฒั นากลไกขบั เคล่ือนในระดบั พน้ื ท่ี

กิจกรรมยอ่ ยที่ 1.1 สรา้ งแกนนาขับเคลื่อนหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียง

3 ด้าน

ด้านหลกั สตู ร การจัดทาหลักสตู ร
การพฒั นาหลกั สตู ร
การจัดรปู แบบการฝึกอบรม

๒ ด้านวิทยากร การคัดเลือกวิทยากร
แผนการสอน

ความพึงพอใจผรู้ ับบรกิ าร

๓ ดา้ นการบริหารจัดการ ขั้นเตรยี มการ
ข้ันดาเนินการ
ขน้ั หลงั ดาเนนิ การ

มาตรฐานการฝึกอบรม : Top Training

เป็นมาตรฐานท่ปี ระเมนิ คุณภาพในการจัดการฝกึ อบรมของหนว่ ยงาน ซึง่ เกี่ยวขอ้ งกบั ดา้ นการจดั ทา
หลักสูตร ดา้ นการพัฒนาหลักสตู ร การคดั เลอื กวทิ ยากร และด้านการบริหารจัดการ หนว่ ยงานรบั การประเมนิ
ไดแ้ ก่ ศนู ยศ์ กึ ษาและพฒั นาชุมชน 11 แหง่ และวทิ ยาลยั การพัฒนาชุมชน

ด้านท่ี 1 ด้านหลกั สูตรการฝกึ อบรม
คาอธบิ าย : การวางแผนการจัดทาหลักสตู รที่สอดคล้องกบั นโยบาย/ยุทธศาสตร์ ดา้ นการบรหิ ารทรัพยากร
บคุ คลของกรมการพัฒนาชมุ ชน มกี ารสารวจความตอ้ งการและความจาเป็นในการฝึกอบรม การดาเนินการ
ฝกึ อบรมประเมินผลและปรับปรุงหลกั สูตรอยา่ งต่อเนื่องสม่าเสมอ สามารถอบรมได้ท้ัง online และ offline

ตัวบง่ ช้ี เกณฑ์ เคร่ืองมอื /หลักฐาน มี ไม่มี

1.1 การจัดทาหลกั สูตร 1.จัดทาหลักสตู รฝึกอบรมทส่ี อดคล้องกบั - เอกสารหรอื รายงานผลการวเิ คราะห์

นโยบาย ยุทธศาสตร์ ภารกจิ ของ หลักสตู รดา้ นความสอดคลอ้ งกับนโยบาย

หน่วยงาน หรือแผนพฒั นาบุคลากรของ /แผนพฒั นาบคุ ลากรของกรม

หนว่ ยงาน - เอกสารการวเิ คราะหข์ ้อมูลพน้ื ท่ี

2.จัดทาหลักสูตรทส่ี อดคลอ้ งเหมาะสมกับ - เอกสารท่รี ะบุเกี่ยวกับการดาเนนิ การ

บรบิ ทของพื้นท่ีให้บริการ สารวจความต้องการ/ความจาเป็นในการ

3.มีการสารวจหาความตอ้ งการและความ ฝึกอบรม

จาเป็นในการจดั ทาหลกั สูตรฝึกอบรม - รายงานการประชมุ คณะกรรมการ

4.หลักสตู รผา่ นการรับรองจากมติ - เอกสารหลกั สูตรท่ปี ระกอบด้วยกรอบ /

คณะกรรมการรบั รองหลกั สูตร หลกั สตู ร สงั เขปวิชา แผนการสอน และ

5.มกี ารจดั ทาเอกสารหลักสูตรและ กรอบการประเมนิ ผล

แผนการสอน

1.2 การพฒั นาหลักสตู ร 1. การนาเสนอผลการประเมินหลงั แบบสัมภาษณ์ / การสอบถามความ

ฝึกอบรมมาพฒั นาหลักสตู ร คิดเหน็ / เอกสารทีแ่ สดงถงึ การนาผลการ

ประเมินโครงการคร้งั ท่ผี ่านมา มาใช้

พัฒนาหลักสตู ร หรือข้อมลู จากการ /

สมั ภาษณข์ องคณะกรรมการเกี่ยวกับการ

ปรบั ปรงุ การบรหิ ารโครงการ โดยนาขอ้ มลู

จากโครงการกอ่ นหนา้ มาใชป้ ระโยชน์

1.3 การจัดรปู แบบการ 1.มกี ารจัดเน้อื หาทต่ี อบสนองวัตถปุ ระสงค์ - กาหนดการฝกึ อบรม /

ฝึกอบรมทเ่ี หมาะสมกับ ขอหลักสูตร - การระบุกาหนดการฝกึ อบรมทส่ี ง่ เสรมิ /

ผู้รบั บริการ 2.มีการจัดกจิ กรรมการอบรมทยี่ ืดหยุน่ การเรยี นรใู้ นโครงการฝกึ อบรม

หลากหลายและสอดคลอ้ งกบั หลักสตู ร

เพื่อส่งเสรมิ กระบวนการเรียนรู้

2.ด้านวทิ ยากร

คาอธิบาย : วิทยากรมคี วามรู้ ความสามารถและประสบการณ์ทตี่ รงกบั เน้อื หาหลกั สตู ร มีแผนการสอนท่ชี ดั เจน

สามารถถ่ายทอดและสอื่ สาร ใหผ้ ู้เข้ารับการฝึกอบรมเกดิ การเรยี นรู้ และนาไปสผู่ ลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ ทั้งใน

รูปแบบ online และ offline

ตัวบ่งชี้ เกณฑ์ เคร่อื งมอื /หลกั ฐาน มี ไม่มี

1.การคดั เลอื กวิทยากรท่ี 1.มีการกาหนดคุณสมบัตดิ า้ นความรแู้ ละ - เอกสารประวัติวิทยากร ประกอบรูป /

มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ถา่ ย ขอ้ มูลท่ีแสดงผลงาน และ

ตรงตามเนอื้ หาของ 2.มีบคุ ลิกภาพทด่ี ี ประสบการณ์วิทยากร

หลักสตู รท่อี บรม -เอกสารการตดิ ตอ่ ประสานงานกบั /

วทิ ยากรทีใ่ ชใ้ นหลกั สูตร

2.แผนการสอนทช่ี ดั เจน 1.มแี ผนการสอนท่ีแสดงรายละเอยี ดของ - แผนการสอน หรอื เอกสารการสอนท่ี /

สอดคลอ้ งกับ สงั เขปวชิ า ขน้ั ตอนการสอน กิจกรรม ชัดเจน ซ่ึงประกอบด้วยสงั เขปวชิ าและ

วัตถปุ ระสงค์ของวิชา วิธกี าร/รูปแบบการเรยี นรู้ ระยะเวลา สอื่ / รายละเอียดแสดงข้ันตอนการสอน

และมีการใช้สอื่ การสอน อุปกรณ์ท่ีใช้ ฯลฯ กิจกรรม ระยะเวลา ส่อื /อปุ กรณท์ ่ใี ช้ ฯลฯ

- ภาพถา่ ยกจิ กรรมการฝึกอบรม /

3. ระดบั ความพงึ พอใจ ผลรวมของค่าเฉลย่ี ระดบั ความพึงพอใจ

ของผ้เู ข้ารับการอบรมท่ี = รายวชิ า X100 -ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผเู้ ข้า /

มีตอ่ วิทยากร จานวนรายวิชาทีเ่ ปิดอบรมท้งั หมด รับการอบรมตอ่ รายวิชาทีว่ ิทยากร

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน บรรยาย

1 คะแนน = ค่าเฉลี่ย 0.01 - 1.00 -จานวนรายวิชาท่เี ปิดอบรมท้ังหมด /

2 คะแนน = คา่ เฉลยี่ 1.01 - 2.00

3 คะแนน = ค่าเฉลี่ย 2.01 - 3.00

4 คะแนน = ค่าเฉลีย่ 3.01 - 4.00

4 คะแนน = ค่าเฉล่ีย 4.01 - 5.00

การผ่านเกณฑ์ คะแนนตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ 3

คะแนน

3.ดา้ นการบรหิ ารจดั การ

คาอธบิ าย : มขี ั้นตอน กระบวนการในการบรหิ ารโครงการฝกึ อบรมให้มีประสิทธิภาพประอบดว้ ยข้นเตรยี มการ ขนั้

ดาเนนิ การ และข้นั หลงั ดาเนนิ การ

1.ข้นั เตรียมการ 1.มีการจดั ทาแผนหลกั สตู ร/โครงการ -เอกสารแผนหลักสตู ร/ โครงการพฒั นา /

พฒั นาบคุ ลากร ประจาปี บุคลากรประจาปี

2.มีแผนดาเนนิ โครงการ/กิจกรรมตาม -แผนดาเนนิ โครงการ/กจิ กรรมตาม /

หลกั สตู รฝึกอบรม หลกั สตู รฝกึ อบรม

3.มีการเตรยี มทมี บุคลากร/ทมี วทิ ยากร -เอกสาร คาสงั่ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การแต่งตั้ง /

กอ่ นเริ่มดาเนนิ การฝึกอบรม คณะทางานจดั การฝกึ อบรม

-คมู่ อื การปฏบิ ตั ิงานกระบวนการการ /

ฝกึ อบรมตลอดหลกั สูตร

4.มกี ารเตรียมสถานที่ ส่ิงอานวยกความ

สะดวกทส่ี นับสนุนการฝกึ อบรมท่ี

เหมาะสมกบั หลักสตู ร

5.สามารถดาเนนิ กจิ กรรมตามแผนการ

ดาเนินกิจกรรมไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

2. ขัน้ ดาเนินการ 1.มีการประสานงานระหว่างการฝกึ อบรม -วีดที ศั น์/ส่ือท่ีใช้ปฐมนิเทศ /
3. ข้ันหลังดาเนินการ /
2.มกี ารปฐมนิเทศโดยใช้วดี ที ัศน/์ สอ่ื อ่ืนๆ -เอกสารสรุปผลการประเมินรายวชิ า /

3.มกี ารดาเนนิ งานตามแผน -สรปุ ผล AAR และภาพถา่ ย /
/
4.มกี ารจัดกิจกรรมเสริมหลักสตู ร /

5.มกี ารประเมินรายวิชา /
/
6.มีการทบทวนกจิ กรรมประจาวนั (AAR)

1.มกี ารวางแผนการตดิ ตามโครกงารขณะ -รายงานการประชุม/เอกสารท่รี ะบุวา่ มี

ดาเนินการ และหลงั การฝึกอบรม การวางแผนตดิ ตามโครงการขณะ

ประกอบด้วย การจดั ทาโครงการฝึกอบรม ดาเนินการ และหลงั การฝกึ อบรม

ภายในระยะเวลาท่ีกาหนด โครงการ -รายงานผลการตดิ ตามโครงการ

ฝึกอบรมตรงตามนโยบาย

2.มกี ารสรา้ งและใชเ้ คร่อื งมือในการ -เครอื่ งมอื ในการประเมนิ ผลการฝกึ อบรม

ประเมนิ ผลการฝึกอบรม หรือมกี าร และผลการรวบรวมข้อมลู เพือ่ การประเมนิ

ประเมนิ เปรยี บเทียบ ความรู้ความสามารถ

ทักษะ ก่อน-หลังการฝกึ อบรม หรอื Pre-

test/Post-test ตามวัตถุประสงคข์ อง

หลักสตู ร ทงั้ รปู แบบ online และ offline

3.มีการสรปุ โครงการฝกึ อบรม และจัดทา -รายงานประเมินผลการฝกึ อบรม

รายงานผลการประเมนิ โครงการภายหลงั

เสร็จสน้ิ การอบรม

4.มกี ารจัดทารายงานผลการติดตาม -เอกสารรายงานผลการตดิ ตามประเมนิ ผล

โครงการให้แกผ่ บู้ ริหารหรือผบู้ งั คบั บัญชา สัมฤทธกิ์ ารฝกึ อบรม

5มีการติดตามประเมินผลสมั ฤทธ์กิ าร

ฝึกอบรมและรายงานผลตอ่ ผู้บรหิ ารหรอื

ผ้บู ังคบั บญั ชา

ดา้ นท่ี 1 ดา้ นหลกั สูตร

การฝึกอบรม

1.1 การจัดทาหลักสตู ร.
1.2 การพัฒนาหลักสูตร
1.3 การจดั รูปแบบการฝึกอบรมทีเ่ หมาะสมกบั ผู้รบั บริการ

1.1 การจัดทาหลักสตู ร

โครงการพัฒนาหมบู่ ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
กิจกรรมย่อยที่ 1 สร้างและพัฒนากลขบั เคล่ือนในระดบั พื้นท่ี

กจิ กรรมย่อยที่ 1.1 สร้างแกนนาขบั เคลอ่ื นหมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพียง
วตั ถปุ ระสงค์

เพื่อส่งเสริมการใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ แนวทางในการพัฒนาหมู่บา้ น ให้มีระบบการ
บริหารจดั การชุมชนแบบบูรณาการที่เขม้ แข็ง และพฒั นาเศรษฐกิจชมุ ชนให้มน่ั คง
เปา้ หมาย ประกอบดว้ ย

1. ผแู้ ทนครัวเรือนพฒั นาพน้ื ทเี่ รยี นรู้ “โคก หนอง นา โมเดล” ที่สมคั รใจเขา้ ร่วมกจิ กรรมการพฒั นา
ศูนย์เรียนรูเ้ ศรษฐกิจพอเพยี ง

2. ผู้แทนครอบครวั พฒั นา แกนนาหมู่บ้าน ผแู้ ทนกลมุ่ /องคก์ ร/คุ้มบ้าน ผ้แู ทนครัวเรือนอนื่ ๆ และผทู้ ี่
มีสว่ นเก่ยี วขอ้ ง ทเ่ี ขา้ ร่วมกิจกรรมการพฒั นาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง
กลมุ่ เปา้ หมาย

จานวนเป้าหมาย 734 คน
ขอบเขตเน้ือหาหลกั สูตรและกจิ กรรม มดี ังน้ี
Knowledge
1) เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ศาสตรพ์ ระราชากบั การพฒั นาทยี่ ่ังยนื
2) การออกแบบเชงิ ภมู สิ ังคมไทย ตามหลกั การพัฒนาภมู ิสังคมอยา่ งย่งั ยนื เพื่อการพึ่งตนเองและรองรบั ภยั
พบิ ตั ิ
3) ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง “ทฤษฎี บันได 9 ขั้น สู่ความพอเพยี ง”
4) หลกั กสกิ รรมธรรมชาติ
5) การขบั เคลื่อนสืบสานศาสตรพ์ ระราชา กลไก 357
6) การแปลงปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง สกู่ ารปฏบิ ตั ิแบบเปน็ ขน้ั เป็นตอน
Attitude
1) กจิ กรรมเดินชมพ้นื ท่ี เรียนร้ตู าราบนผนื ดนิ
2) สขุ ภาพพงึ่ ตน พฒั นา 3 ขมุ พลัง พลงั กาย พลงั ใจ พลังปญั ญา
3) Team Building ฝึกปฏิบัตกิ ารบริหารจัดการในภาวะวิกฤต หาอยู่ หากนิ
Skill
1) จติ อาสาพฒั นาชุมชน เอามอ้ื สามัคคี พัฒนาพ้ืนที่ตามหลกั ทฤษฎีใหม่
2) ฝึกปฏบิ ตั ิฐานเรยี นรู้ “ฐานคนรกั ษ์ปา่ , ฐานคนรักษส์ ุขภาพ, ฐานหวั คันนาทองคา, ฐานคนเอาถ่าน ฐานคน
มนี า้ ยา, ฐานน้าหมัก 7 รส, ฐานคนรักษ์ดนิ รักษน์ า้ , ฐานยาหม่องสมุนไพร, ฐานคนรักษ์แม่ธรณี
3) ฝกึ ปฏิบตั ิ การสรา้ งหนุ่ จาลอง การจดั การพื้นทต่ี ามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกตส์ ู่ โคก หนอง นาโมเดล”
4) ยุทธศาสตร์การขบั เคล่ือนปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงสูก่ ารปฏิบัติ
กระบวนการฝึกอบรม ใชล้ กั ษณะการบรรยาย Workshop ระดมสมอง แลกเปลย่ี นเรียนรู้ และทดลองทา

เป้าหมายผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ
ครัวเรือนพัฒนาพ้ืนท่ีเรียนรู้ “โคก หนอง นา โมเดล” มีความรู้ความเข้าใจ หลักการแนวทาง

การพัฒนาหมบู่ ้านตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และสามารถเปน็ แกนนาในการขบั เคลื่อนการน้อมนา
หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และทฤษฎีใหม่ประยุกตส์ ู่การปฏิบัตใิ นรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ใน
พื้นทเี่ ปา้ หมายได้

โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564

กจิ กรรมยอ่ ยที่ 1 สรา้ งและพัฒนากลไกขับเคล่ือนในระดับพ้ืนที่
กจิ กรรมยอ่ ยท่ี 1.1 สร้างแกนนาขบั เคล่อื นหมูบ่ ้านเศรษฐกิจพอเพียง

การออกแบบเชิงภมู สิ ังคมไทยตามหลักการพฒั นาภมู ิสังคมอยา่ งย่ังยนื เพอ่ื การพึง่ ตนเองและรองรบั ภัยพิบตั ิ

วัตถุประสงค์
เพอื่ ใหผ้ เู้ ข้ารับการฝึกอบรม มคี วามรู้ ความเข้าใจในการออกแบบพ้นื ทีเ่ ชงิ ภูมิสังคมไทย ตามหลักการ

พฒั นาภมู สิ ังคมอยา่ งย่ังยนื เพ่ือการพ่ึงตนเองและรองรับภัยพิบตั ิ “โคก หนอง นา โมเดล”

ระยะเวลา
จานวน ๓ ชว่ั โมง

ขอบเขตเนอื้ หา
๑. สถานการณ์และภาวะวิกฤตของโลก ประเทศ ชุมชน (น้า อาหาร พลังงาน)
๑.๑ ทรัพยากรน้า
๑.๑.๑) การใชป้ ระโยชน์จากทรัพยากรน้ า
๑.๑.๒) สถานการณท์ างน้า
๑.๒ วิกฤตการณเ์ กยี่ วกับแร่และพลงั งาน
๑.๒.๑) การขาดแคลนพลงั งาน
๒. แนวทางการแก้ไขและรองรับภยั พิบัติดว้ ยการบรหิ ารจัดการพ้ืนที่ “โคก หนอง นา”
๓. กรณศี ึกษาความสาเร็จ “โคก หนอง นา โมเดล”

เทคนิค / วิธกี าร
๑. วิทยากรแนะนาตวั แกผ่ ู้เขา้ อบรม สรา้ งบรรยากาศการเรียนรู้ ทักทาย ชวนคยุ เลา่ ถงึ ประวตั ิตวั เอง
๒. วทิ ยากรต้งั คาถามทาไมต้องออกแบบพ้ืนที่ จาเปน็ ไหม
๓. วทิ ยากรเลา่ ถงึ สถานการณ์และวิกฤตของประเทศไทยพร้อมยกตวั อยา่ งเพ่ือนาเข้าสูเ่ น้ือหาการ

ออกแบบภมู สิ ังคมไทยตามหลักการพฒั นาภูมิสังคมอย่างย่ังยนื เพอ่ื การพึ่งตนเองและรองรบั ภยั พบิ ัติ “โคก
หนอง นา โมเดล”

๔. วิทยากรบรรยายถึงการออกแบบเชงิ ภูมสังคมไทยตามหลักการพัฒนาภูมสิ งั คมอยา่ งยั่งยนื (การ
ออกแบบพ้นื ท่ีชวี ติ )

๕. วทิ ยากรยกตวั อย่างแบบจาลองการจดั การพน้ื ท่ีกสิกรรมประกอบเพอ่ื ให้เหน็ ชัดเจนย่ิงขน้ึ พร้อม
สรปุ เตมิ เต็มและให้คาแนะนากับผู้เข้าร่วมอบรม

๖. วิทยากรบรรยายใหค้ วามรู้ในหัวข้อดงั นี้
๖.๑. สถานการณ์และภาวะวิกฤตของโลก ประเทศ ชุมชน (นา้ อาหาร พลังงาน)
๖.๒. แนวทางการแก้ไขรองรับภัยพบิ ตั ิดว้ ยการบรหิ ารจัดการพ้นื ท่ี “โคก หนอง นา”
๖.๓. กรณีศึกษาความสาเรจ็ “โคก หนอง นา”

๗. บรรยายประกอบส่ือวีดิทศั น์
๘. ชมส่อื วีดทิ ัศน์
๙. นาเสนอ/แลกเปลี่ยนเรียนรู้

วัสดุ/อปุ กรณ์
- สือ่ วดี ิทัศน์
- กรณศี ึกษา
- PPT
- คอมพวิ เตอร์ เคร่ืองฉาย และจอภาพ
- บอรด์ ,ปากกา

การประเมินผล
- สงั เกตจากการมีส่วนรว่ ม
- สังเกตจากการนาเสนอ

……………………………………………………………

“Team Building หาอยู่ หากนิ ”

วตั ถุประสงค์
๑. เพ่ือให้ผูเ้ ข้ารับการฝกึ อบรมเข้าใจการพึง่ ตนเองและการใชท้ รัพยากรทีม่ ีอยอู่ ยา่ งจากดั ให้เกดิ

ประโยชนส์ งู สดุ ในการดารงชีวติ
๒. เพ่อื ใหผ้ ู้เขา้ รบั การฝกึ อบรมรู้จักการดารงชีวิตในภาวะวิกฤต/การประสบภยั พบิ ัติ
๓. เพื่อใหผ้ ู้เข้ารับการฝึกอบรมร้จู ักการวางแผนการทางานเป็นทมี ไดฝ้ กึ วนิ ัยและคุณธรรม
๔. การพง่ึ พาตนเอง และการใชท้ รัพยากรธรรมชาติท่ีมีอยู่อยา่ งจากัดใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งุ สดุ
๕. เพ่อื เสริมสร้างปฏิสมั พนั ธ์ การทางานเปน็

ระยะเวลา
จานวน ๒ ชวั่ โมง

ขอบเขตเนอื้ หา
๑. การทากจิ กรรมแบบพึ่งตนเอง และใชท้ รัพยากรท่ีมีอย่างจากดั ใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุด

ดารงชีวิตในภาวะวกิ ฤต/การประสบภยั พบิ ัติ, วางแผนการท างานเป็นทมี ฝึกวนิ ัยและคุณธรรม
๒. การดารงชวี ติ ในภาวะวิกฤต/การประสบภัยพิบตั ิ
๓. ร้จู ักการวางแผนการท างานเป็นทีม ได้ฝึกวินยั และคุณธรรม
๔. ความหมาย/เป้าหมาย/รปู แบบ/ความสาคัญ Team Building
๕. กตกิ าการทากิจกรรม
๖. สภาพพื้นทใ่ี นการดาเนินกิจกรรม

เทคนคิ / วธิ ีการ
๑. ช้ีแจงกฎกติกา
๒. แบง่ กลมุ่

วสั ด/ุ อปุ กรณ์
- อปุ กรณเ์ คร่อื งครัว
- อุปกรณร์ ้องราทาเพลง
- อปุ กรณห์ าปลา เช่น จับปลา นก หนู ปลาไหล งู ปลาไหล กบ เขียด
- เคร่ืองปรงุ อาหาร เช่น นา้ ปลา กะปิ พริก เกลอื
- อปุ กรณ์ทานข้าว เช่น ถว้ ย ชอ้ น จาน ใหเ้ พียงพอทกุ คน
- ไม้ขดี ๕ กลอ่ งๆ ละ ๑ กา้ น
- เตาและ ถา่ นทาครวั

การประเมินผล
- สงั เกตจากการมสี ่วนร่วม
- สังเกตจากการทางานเปน็ ทีม
……………………………………………………….

“จติ อาสาพัฒนา เอาม้ือสามัคคี พฒั นาพืน้ ทต่ี ามหลักทฤษฎีใหม่”

วัตถุประสงค์
เพื่อใหเ้ กิดการแลกเปลีย่ นแรงงาน เอาม้ือสามัคคี และเป็นการแลกเปล่ยี นองค์ความรู้ในด้านการ

พัฒนาพน้ื ท่ีตามหลักทฤษฎใี หม่ โดยประชาชนสว่ นใหญ่มักรู้จกั ในช่อื กิจกรรมการ “ลงแขก” หรือ “เอา
แรง” ซึ่งเปน็ วฒั นธรรมชุมชนท่อี ยคู่ ู่กบั สังคมไทยมาอยา่ งช้านาน โดยในชว่ งหลงั มาน้นี อกจากจะเป็นการ
แลกเปลย่ี นในดา้ นแรกงงานแลว้ ยงั ไดเ้ น้นให้เกดิ การสรา้ งความร้ทู เ่ี หมาะสมกบั สภาพพ้นื ท่ี

ระยะเวลา
จานวน ๓ ชั่วโมง

ขอบเขตเนอ้ื หา
การทากจิ กรรมรว่ มแรง รว่ มใจ รว่ มพลังกนั ในการประยุกต์ใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

พัฒนาพน้ื ทีต่ ามหลกั ทฤษฎีใหม่วทิ ยากร

เทคนคิ / วิธีการ
๑. การสารวจพ้ืนท่ี
๒. วางแผนการดาเนนิ งาน
๓. ลงมอื ปฏบิ ตั โิ ดยมกี จิ กรรมที่ดาเนนิ ตามบริบทของพ้ืนท่ี เช่น ขุดคลองไสไ้ ก่ ห่มดิน ปลกู ป่า 3 อย่าง

ประโยชน์ ๔ อยา่ ง

วัสด/ุ อปุ กรณ์
- อุปกรณ์และเคร่ืองการเกษตร จอบ เสยี ม บัวรดน้า
- พนั ธก์ ลา้ ไม้
- ฟางคลุมดนิ ,ปยุ๋ หมัก ฯลฯ

การประเมนิ ผล
- สังเกตจากการมีสว่ นรว่ ม

…………………………………………………….

การขบั เคล่ือนสืบสานศาสตร์พระราชากลไก ๓๕๗

วัตถุประสงค์
๑. เพ่ือใหผ้ เู้ ข้ารบั การประชุมไดร้ ับทราบ ตระหนกั รแู้ ละเข้าใจความหมายที่แทจ้ รงิ ของการขบั เคลอื่ น

ศาสตร์พระราชา ดว้ ยกลไก ๓๕๗
๒. เพือ่ ใหผ้ เู้ ข้ารับการประชุมได้มองเห็นถงึ การเชอ่ื มโยงการขับเคลื่อนศาสตรพ์ ระราชาด้วยกลไก

๓๕๗ กบั การขับเคลื่อนงานกรมการพัฒนาชุมชน

ระยะเวลา
จานวน ๑ ช่ัวโมง

ขอบเขตเนอื้ หา
๑. กลไกการขับเคลือ่ นศาสตร์พระราชา ๓๕๗
๒. ปรัชญา ๓ ระบบ
๓. ทฤษฎีใหมก่ วา่ ๔๐ ทฤษฎีตามศาสตร์พระราชา
๔. แนวทางในการปฏิบตั ใิ นการใช้ชีวิต ในการท างานตามศาสตร์พระราชา
๕. นวตั กรรม เคล็ดวชิ ากว่า ๔๘,๐๐๐ นวัตกรรม
๖. การบรหิ ารแบบคนจน การทางานแบบคนจน

เทคนิค / วิธกี าร
๑. บรรยาย
๒. ต้ังคาถามเพ่อื การแลกเปล่ียนประสบการณ์
๓. เตมิ เต็มใหข้ ้อคิด และข้อเสนอแนะ

วัสดุ/อปุ กรณ์
- สื่อวดิ ที ศั น์
- บทความ
- กรณศี กึ ษา
- PPT
- คอมพวิ เตอร์ เคร่ืองฉาย และจอภาพ
- บอรด์ ,ปากกา

การประเมนิ ผล
- สังเกตจากการนาาเสนอ

………………………………………………..

ยทุ ธศาสตร์การขบั เคล่อื นปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏบิ ัติ

วัตถปุ ระสงค์
๑. เพือ่ ให้ผู้เข้ารับการอบรมมีทกั ษะในการดารงชวี ิตแบบพึ่งพาตนเองสามารถปฏบิ ัติได้มีการ

ปรับเปล่ยี นวถิ ชี ีวิตและนาไปสู่การใช้ชีวติ แบบพอเพยี ง
๒. เพอ่ื กาหนดแนวทาง/เปา้ หมายในการขับเคล่ือนหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งท่ีสอดคล้อง

กบั บรบิ ทพื้นที่ของตนเอง
๓. เพอื่ ใหผ้ ู้เข้ารับการฝึกอบรมตระหนกั ถึงคามสาคญั ของสถาบันพระมหากษัตรยิ ์

พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลท่ี 9) ทที่ รงงาน
หนกั เพ่ือประชาชนและประเทศไทย

๔. เพื่อให้ผู้เขา้ รว่ มประชมุ สามารถนาเสนอแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนของหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพียงของตัวเองได้

ระยะเวลา
จานวน ๒ ชั่วโมง

ขอบเขตเนอื้ หา
๑. การกาหนดเป้าหมายของชีวติ บนวิถีชวี ติ เศรษฐกิจพอเพียง
๒. ออกแบบพ้ืนท่ีชีวติ การดารงอยู่บนพืน้ ฐานของการพึ่งพาตนเอง
๓. วิเคราะหบ์ รบิ ทพ้ืนที่ รู้เรา รเู้ ขา ร้สู ถานการณ์ รูด้ นิ ฟา้
๔. กาหนดยุทธศาสตรก์ ารขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งสูก่ ารปฎิบัตสิ ถานท่ีจริง

เทคนิควธิ ีการ
๑. วิทยากรใช้สอ่ื วิดที ัศน์ “เร่ืองในหลวงในดวงใจ” และเร่ือง “สบื สาน รกั ษา ต่อยอด สร้างสขุ ปวง

ประชา” ใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมไดด้ แู ละสะท้อนความรสู้ ึกทมี่ ตี ่อสถาบนั พระมหากษตั ริย์
๒. ฝกึ ปฎบิ ตั ิการจัดยทุ ธศาสตร์อย่างงา่ ย
๓. นาเสนอ/แลกเปล่ียนเรียนรู้

วสั ด/ุ อุปกรณ์
- สือ่ วดิ ีทศั น,์ PPT
- บทความ , กรณีศกึ ษา
- คอมพวิ เตอร์ เครื่องฉาย และจอภาพ
- บอร์ด,ปากกา

การประเมินผล
- สงั เกตจากการนาเสนอ
- สงั เกตจากการมสี ่วนร่วม
……………………………………………………..

“ในหลวง ในดวงใจ”

วัตถุประสงค์
๑. เพ่ือให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ตระหนักถึงความสาคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จ

พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลท่ี 9) ที่ทรงงานหนักเพ่ือระชาชน
และประเทศไทย

๒. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสานึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมสืบสานรักษาและต่อยอดตาม
พระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รีสินทร มหาวชิราลงกรณ์ พระวชิ รเกล้า
เจา้ อย่หู วั

ระยะเวลา
จานวน ๑ ช่วั โมง

ขอบเขตเนอื้ หา
พระราชกรณยี กิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) สพู่ ระราชปณธิ านของพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรสี นิ ทร
มหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว

เทคนคิ / วิธีการ
วิทยากรใช้ส่ือวดิ ีทศั น์ “เรื่องในหลวงในดวงใจ” และเรื่อง “สบื สาน รักษา ตอ่ ยอด สรา้ งสุข

ปวงประชา” ให้ผ้เู ข้ารับการฝกึ อบรมไดด้ แู ละสะทอ้ นความรูส้ กึ ทมี่ ีต่อสถาบนั พระมหากษตั ริย์

วัสด/ุ อปุ กรณ์
- สือ่ วิดีทศั น์
- บทความ
- กรณศี ึกษา
- PPT
- คอมพวิ เตอร์ เคร่ืองฉาย และจอภาพ
- บอรด์ ,ปากกา

การประเมนิ ผล
- สังเกตจากการมสี ่วนร่วม
- สังเกตจากการทางานเปน็ ทีม

……………………………………………………….

วตั ถุประสงค์

๑. เพอื่ สรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกลมุ่ เปา้ หมายดว้ ยกนั และทีมวทิ ยากรเพื่อใหเ้ กิดบรรยากาศทด่ี ใี นการเรยี นรู้
๒. เพือ่ แบง่ กลมุ่ ในการรว่ มกิจกรรมในแตล่ ะรายวชิ า

ระยะเวลา
จานวนรวม ๑ ช่วั โมง

ขอบเขตเนือ้ หา
๑. การสรา้ งกจิ กรรมกลมุ่ สมั พนั ธ์ ละลายพฤตกิ รรม การสรา้ งผนู้ ากลมุ่ /ผนู้ ารุน่
๒. การแนะนาตนเองและทาความรูจ้ กั กนั
๓. การสรา้ งสญั ลกั ษณร์ ว่ ม
๔. การปรบั ฐานการเรยี นรู้
๕. กิจกรรมกลมุ่ สมั พนั ธ์ (แบง่ กลมุ่ เลน่ เกม)
๖. การรบั ผา้ พนั คอ
๗. การมอบหมายบทบาทหนา้ ที่
๘. ความคาดหวงั

เทคนิค/วธิ ีการ
๑. ละลายพฤติกรรมดว้ ยวิธีการ “ถอดหวั โขน” ลดอายใุ หเ้ หมาะแกก่ ิจกรรม โดยใชห้ ลกั ๓ค

(คกึ คกั คลอ่ งแคลว่ ครนื้ เครง)
๒. แบง่ กลมุ่ ๕ กลมุ่ ละ ๒๐ คน (ผา้ สี หา้ ส)ี คดั ผนู้ ากลมุ่ ๑ ทา่ น เลขาฯ ๑ ทา่ น (รบั ตาแหนง่ ผใู้ หญ่บา้ น และ

ผชู้ ว่ ยในแตล่ ะกลมุ่ ส)ี คดั ผนู้ ารุน่ ๑ ทา่ น (รบั ตาแหนง่ กานนั คดั เลอื กตวั แทนจากผใู้ หญ่บา้ นในแตล่ ะกลมุ่ สมี ารบั ตาแหนง่
กานนั ๑ ทา่ น)

๓. พธิ ีรบั มอบ ผา้ สี มอบภารกิจดแู ลบา้ น (กว.ประจาวนั และกิจกรรมทร่ี บั ผดิ ชอบ)

…………………………………………………………..

เรียนรู้ตาราบนผนื ดนิ กิจกรรมเดินชมพน้ื ท่ี

วัตถปุ ระสงค์
๑. เพือ่ สารวจและศึกษาเรยี นรู้ตาราจากผนื ดนิ จากพื้นทต่ี น้ แบบ/พ้นื ที่ศูนยศ์ ึกษาและพัฒนาชุมชน
๒. เพื่อวเิ คราะห์และนาเสนอสง่ิ ท่สี งั เกตเหน็ และสิ่งทไ่ี ด้จากการลงพืน้ ท่ีในการเรียนรู้

ระยะเวลา
จานวนรวม ๑ ชว่ั โมง

ขอบเขตเนื้อหา
๑. ศึกษา สารวจพนื้ ท่ี
๒. บนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ตามประเด็นต่าง ๆ
๓. แลกเปล่ยี นเรยี นร้เู ตมิ เตม็

เทคนคิ /วธิ ีการ
๑. มอบภารกจิ ใหแ้ ตล่ ะสีในการสารวจพ้นื ที่ โดยให้บันทกึ ผลการเรียนรตู้ ามประเด็นต่าง ๆ

(มีวิทยากรประจากลุ่มพาไปสารวจในพน้ื ทีแ่ ตล่ ะโซน พรอ้ มอธบิ ายให้เขารวู้ า่ ในพนื้ ที่น้นั มีอะไรบา้ ง)
๒. ก่อนปลอ่ ยให้ไปพน้ื ท่ี เน้นยา้ “อยา่ ด่วนตัดสนิ ใจ ไม่แนะนา ไม่คิดชว่ ยแก้ไขปัญหา”
- ท่านเห็นอะไร จากการสารวจ
- ท่านได้อะไร จากการสารวจ นา/หยิบ สง่ิ ของนนั้ มา ๑ ช้ิน (ทไ่ี ด้จากการสารวจ)
เพอื่ นาเสนอกับเพื่อนในห้อง (ใหก้ ลบั มาก่อนอย่างน้อย ๕ นาที เพ่ือคุยกนั ในกล่มุ )
- เตรยี มนาเสนอส่ิงที่ไปสารวจ และสิ่งท่ไี ด้มา ในท่ีประชุมใหญ่
- วิทยากรกระบวนการเตมิ เต็ม

วัสดุ/อปุ กรณ์
๑. ส่ือวดิ ที ัศน์ ประกอบการบรรยาย
๒. สอ่ื Power point

การประเมนิ ผล
-การสงั เกตของวทิ ยากร

………………………………………………………….

เขา้ ใจ เขา้ ถงึ พฒั นา ศาสตร์พระราชากับการพฒั นาท่ี

ย่ังยนื และหลักการทรงงาน ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือใหผ้ ู้เข้ารบั การอบรมมีความรู้ “เขา้ ใจ เข้าถึง พฒั นา ศาสตรพ์ ระราชากับการพัฒนาท่ี

ยงั่ ยืนและหลกั การทรงงาน ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง”

ระยะเวลา
จานวน ๒ ช่ัวโมง

ขอบเขตเน้ือหา
๑. หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. หลกั การทรงงาน “เข้าใจ เขา้ ถงึ พัฒนา” พระราชดารัสของ ร.๙
๓. บันได ๙ ขนั้ สคู่ วามพอเพียง
๔. เรียนรจู้ ากกรณตี ัวอย่าง “โคกหนองนา โมเดล”

เทคนคิ / วธิ ีการ
วทิ ยากร ใช้ PowerPoint ประกอบการบรรยาย โดยสรปุ ดงั น้ี
๑. ศาสตรพ์ ระราชา ศาสตร์แห่งแผน่ ดนิ
๒. เศรษฐกิจพอเพียง
๓. บนั ได ๙ ข้ันสูค่ วามพอเพียง
๔. ตัวอยา่ งความสาเรจ็ โคก หนอง นา โมเดล

วสั ด/ุ อุปกรณ์
๑. ส่ือวิดีทศั น์ ประกอบการบรรยาย
๒. สอ่ื Power point

การประเมนิ ผล
- การสงั เกตของวิทยากร
- การมสี ว่ นรว่ มของผู้เข้าฝกึ อบรม

....................................................................

ถอดบทเรียนผา่ นสื่อแผน่ ดนิ ไทย ตอน “แผน่ ดนิ วิกฤต”

วัตถปุ ระสงค์
๑. เพอื่ ให้ผู้เรยี นได้สงั เคราะห์ความรู้ท่ไี ดร้ บั จากวทิ ยากรทไ่ี ด้มาบรรยายในแต่ละวิชา
๒. เพ่อื ให้ผอู้ บรมมคี วามรู้ความเข้าใจสถานการณโ์ ลกปัจจบุ ันกบั การเปลีย่ นแปลงของดิน ฟ้า อากาศ

และตระหนักถึงวิกฤตปัญหาด้านดิน น้า ลม ไฟ โรคตดิ ต่อระบาดที่อาจเกิดข้ึนในประเทศไทยและการป้องกัน
ภัย

๓. เพ่ือให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมตระหนักถึงความสาคญั ของการน้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดารงชีวิต

ระยะเวลา
จานวน ๒ ช่วั โมง

ขอบเขตเนอ้ื หา
๑. ภาวะวกิ ฤตสังคมโลก สงั คมไทย
๒. ถา้ เข้าสู่ภาวะวิกฤตจะเอาตัวรอดอย่างไร
๓. ทางออกวกิ ฤต ดิน น้า ปา่ คน ด้วย โคก หนอง นา

เทคนคิ /วิธีการ
๑. แบง่ กลุ่มมอบหมายงาน
๒. นาเสนอข้อมลู รายกลมุ่ องคค์ วามรูท้ ่ีได้รับ /แนวคิดทไ่ี ด้ชมคลิปจากการบรรยาย
๓. รวบรวมองค์ความรู้ ข้อเสนอแนะ คาแนะนาจากวิทยากรมาสรุปรายละเอียด
๔. ชมส่อื วดิ ที ศั น์
๕. ถอดบทเรียนจากส่ือในประเดน็ ได้ข้อคดิ /มุมมองอะไรบ้าง และจะทาอะไรต่อไป
๖. นาเสนอ/แลกเปลยี่ นเรียนรู้

วสั ดุ/ อุปกรณ์
- สื่อวิดที ัศน“์ แผน่ ดนิ วกิ ฤติ”
- เครื่องคอมพิวเตอรเ์ ครื่องฉาย และจอภาพ
- บอร์ด กระดาษฟลปิ ชารท์ ปากกา

การประเมินผล
- สังเกตจากการนาเสนอ
- สงั เกตจากการทางานเปน็ ทีม
- สังเกตจากการมสี ว่ นรว่ ม

......................................................................

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “ทฤษฎบี นั ได ๙ ขัน้ สู่ความ
พอเพียง

วัตถุประสงค์
เพือ่ ให้ผเู้ ข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจหลักคดิ ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งทฤษฎีใหม่ การ

บรหิ ารจดั การตามข้นั ตอนเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจาวัน และสามารถนาไปปฏบิ ัติจนเป็นวถิ ีชีวติ

ระยะเวลา
จานวน ๓ ช่วั โมง

ขอบเขตเนื้อหา
๑. หลักคิด “ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง”
๒. การประยกุ ต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดบั บุคคล กลุม่ องค์กร ชุมชน และ

สังคม
๓. พระราชดาริ “ทฤษฎใี หม่” การบริหารจัดการตามขัน้ ตอน
ทฤษฎีใหม่ข้นั ที่หนง่ึ : อย่รู อด แบง่ สดั ส่วนพน้ื ท่ี สร้างผลผลิต ครวั เรือนสามารถพงึ่ ตนเองได้
ทฤษฎขี น้ั ทีส่ อง : พอเพยี ง ชุมชนรวมกล่มุ พง่ึ ตนเอง
ทฤษฎขี น้ั ทีส่ าม : ยัง่ ยนื การบรหิ ารจัดการ สร้างมลู ค่าเพมิ่ พฒั นาการตลาด
๔. เศรษฐกจิ พอเพยี งความเข้มแข็งทีเ่ ปน็ รูปธรรมตามวิถีวัฒนธรรม ภมู ิปญั ญา และภูมิสังคม

เทคนคิ / วิธกี าร
๑. วิทยากรบรรยายเนื้อหา
๒. วทิ ยากรเปดิ ส่ือวิดที ศั น์
๓. วิทยากรมอบหมายงาน โดยให้ผเู้ ข้าอบรมแบง่ กลุ่มพร้อมนาเสนอในแต่ละประเดน็ เน้ือหา

วัสด/ุ อปุ กรณ์
- สื่อวดิ ที ัศน์
- บทความ
- กรณีศกึ ษา
- PPT
- คอมพิวเตอร์ เคร่ืองฉาย และจอภาพ
- บอรด์ ,ปากกา

การประเมนิ ผล
- สังเกตจากการนาเสนอ

……………………………………………………………..

“หลักกสิกรรมธรรมชาติ”

วัตถปุ ระสงค์
๑. เพ่อื ใหผ้ รู้ บั การฝึกอบรมรู้ถงึ ประโยชน์ของการปลูกตน้ ไมต้ ามแนวคิด ป่า ๓ อยา่ ง ประโยชน์

๔ อยา่ ง
๒. จัดรูปแบบการปลกู ใหเ้ กิดคณุ คา่ และบรู ณาการในพื้นท่ีท ากนิ เดิมให้มีสภาพใกล้เคียงกับปา่
๓. สร้างมูลค่าตน้ ไม้ทปี่ ลูกท าให้เปน็ ทรัพย์ เพอื่ ออมทรัพย์และใชแ้ ก้ปัญหาความยากจน

ระยะเวลา
จานวน ๑ ชัว่ โมง

ขอบเขตเน้ือหา
๑. แนวคดิ ความเปน็ จรงิ แห่งปัญหาภัยทนุ นยิ ม
๒. แนวคิด ปัญหาตา่ ง ๆ ของเกษตรกรทีป่ ระสบอยู่
๓. แนวทาง วธิ ีการใชก้ ระบวนการจดั การดิน, น้า,ปา่ และครวั เรอื นตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจ

พอเพยี งเพือ่ ชมุ ชนคนอยู่กบั ป่า
๔. ศึกษาในแนวคิดและแนวทางวิถแี ห่งสังคมไทย
๕. แนวคิดฐานการเรียนรู้ ดนิ ,นา้ ,ป่าและครวั เรอื นเพื่อสรา้ งความพอเพียงม่ันคง มง่ั คั่ง ย่งั ยนื
๖. หัวใจหลักกสกิ รรมธรรมชาติ กับ ปา่ ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง
๗. คนื ชวี ติ ให้แผ่นดนิ ดว้ ยเพอร์มาคลั เจอร์ Permaculture

เทคนิค / วธิ กี าร
- วิทยากรผู้เชยี่ วชาญบรรยายเพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ หลกั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

การทรงงาน และพระราชดารัส “เขา้ ใจ เข้าถงึ และพัฒนา” ของในหลวง ร.๙ และเรียนรู้จากกรณตี วั อยา่ ง
“โคกหนองนา โมเดล” โดยใช้สอ่ื สอื่ Power point และสอ่ื วดี ีทศั นป์ ระกอบการบรรยาย

วัสดุ/อุปกรณ์
๑. สื่อวิดที ศั น์ ประกอบการบรรยาย
๒. ส่ือ Power point

การประเมินผล
- การสงั เกตของวิทยากร

……………………………………………………..

ฝกึ ปฏบิ ัติ “ฐานการเรียนรู้”

วัตถปุ ระสงค์
๑. เพอ่ื ให้ผู้เข้ารบั การฝึกอบรมร้แู ละเข้าใจถึงการน้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

มาปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั และสามารถปฏิบตั ิจนเป็นวิถชี ีวติ
๒. เพื่อผู้เขา้ อบรมมีทักษะ ความร้ใู นแต่ละฐานการเรียนรแู้ ละนาไปปฏิบัติได้
๓. สามารถนาความรู้และเทคนคิ ในฐานต่าง ๆ ไปประยุกต์ใชเ้ ป็นอาชพี เสริมในครัวเรอื น

เพ่อื ใหเ้ กิดรายได้และพงึ่ พาตนเองได้

ระยะเวลา
จานวน ๖ ชว่ั โมง

ขอบเขตเนื้อหา
๑. เรียนรฐู้ านคนรกั ษ์ปา่ ,ฐานคนรกั แม่ธรณ,ี ฐานคนรักษด์ ิน,ฐานคนรักษ์นา้ ,ฐานยาหม่องสมุนไพร

ฐานคนเอาถ่าน, ฐานหวั คันนาทองคา, ฐานคนรกั ษส์ ุขภาพ, ฐานคนมีนา้ ยา, ฐานป๋ยุ หมัก 7 รสชวี ภาพ
๒. กิจกรรม “หาอยู่ หากนิ ” โดยมอี ปุ กรณ์ในการประกอบอาหารให้แต่ละกลุ่ม และในแตล่ ะกลุ่ม

จะตอ้ งทากิจกรรมเพือ่ หาวัตถุหลกั ในการประกอบอาหาร สว่ นพืชผักสวนครัว สมุนไพรท่ีจะประกอบอาหารนัน้
สามารถหาไดภ้ ายในพืชท่ีของศนู ย์ศึกษาและพัฒนาชมชนยะลา และรับประทานอาหารร่วมกัน

๓. สรุปผลกิจกรรมทร่ี ว่ มกันทา

เทคนคิ / วิธีการ
๑. วิทยากรประจาฐานบรรยายเพ่ือใหม้ คี วามรู้ เก่ียวกับฐานการเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติ ตอบขอ้ ซกั ถาม
๒. ผู้เขา้ อบรมแบ่งกลุ่ม ฝกึ ปฏิบตั ติ ามฐานเรยี นรู้ และหาวัตถดุ ิบหลกั ในการประกอบอาหารเพ่ือ

รบั ประทานร่วมกัน
๓. ผู้เข้าอบรมสรปุ ผลกิจกรรม เป็นรายกลมุ่

วัสด/ุ อุปกรณ์
๑. วัสด/ุ อปุ กรณ์ ประจาฐานเรยี นรู้
๒. เอกสารองค์ความรู้ในแต่ละฐานเรยี นรู้
๓. บอรด์ , ปากกา, กระดาษฟลปิ ชารท์
๔. อุปกรณข์ ยายเสยี ง, ไมคโ์ ครโฟน

การประเมนิ ผล
- การสงั เกตของวทิ ยากร
- การวัดความสัมฤทธ์ผิ ลของการปฏิบัตแิ ตล่ ะกลุ่ม

…………………………………………………….

“สขุ ภาพพงึ่ ตน พัฒนา ๓ ขุมพลัง” พลังกาย พลังใจ พลงั ปัญญา”

วตั ถุประสงค์
๑. เพอื่ ใหผ้ ้เู ขา้ รับการฝกึ อบรมไดย้ ืดเส้นยืดสาย ออกกาลังกาย กอ่ นการฝึกอบรม
๒. เพือ่ พฒั นาพลังกาย พลังใจ และพลงั ปัญญา
๓. เพื่อศึกษาแนวคิดและทฤษฎีวา่ ด้วยการสรา้ งคณุ ค่าในการดาเนนิ ชีวติ

ระยะเวลา
จานวน ๓ ช่วั โมง

ขอบเขตเนื้อหา
๑. การพัฒนาพลงั กาย การพัฒนาพลังใจ การพฒั นาพลังปัญญา
๒. แนวคดิ การพฒั นาเพื่อพ่ึงตนเองของเกษตรกร
๓. การปรับเปลยี่ นชีวติ ตามสถานการณ์

เทคนคิ / วธิ กี าร
๑. วิทยากรบรรยายเนื้อหา
๒. วทิ ยากรเปดิ สอ่ื วดิ ีทัศน์
๓. วิทยากรมอบหมายงาน โดยใหผ้ เู้ ขา้ อบรมแบง่ กลุ่มพร้อมนาเสนอในแต่ละประเดน็ เนื้อหา

วัสด/ุ อปุ กรณ์
- คอมพวิ เตอร์
- โปรเจค็ เตอร์
- สื่อวดิ ที ศั น์
- PPT

การประเมินผล
- สงั เกตจากการมสี ว่ นร่วม
- สงั เกตจาการนาเสนอ

……………………………………………………

ฝึกปฏิบัติการสร้างหนุ่ จาลอง การจัดการพืน้ ทีต่ ามหลกั ทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา
โมเดล

วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือให้ผ้เู ขา้ รับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเร่ืองศาสตรพ์ ระราชากับการบรหิ ารจัดการดิน น้า ปา่

อย่างยั่งยนื ตลอดจนมีความเขา้ ใจในการจัดการพืน้ ทเ่ี ชงิ ภูมิสังคมไทยตามหลกั การพัฒนาภมู สิ งั คมอย่างยัง่ ยืน
เพื่อการพ่ึงตนเองและรองรับภยั พบิ ตั ิ “โคก หนองนา โมเดล”

ระยะเวลา
จานวน ๕ ช่วั โมง

ขอบเขตเนอ้ื หา
๑. ศาสตร์พระราชาดา้ นการบรหิ ารจัดการทรพั ยากรดิน น้า ป่า
๒. คน กลไกสาคัญในการบริหารจดั การพ้ืนทอ่ี ยา่ ย่ังยืนตามศาสตรพ์ ระราชา
๓. สถานการณ์และภาวะวิกฤตขิ องโลก ประเทศ ชมุ ชน
๔. กรณีศึกษาความสาเร็จ “โคก หนองนา” ในการแก้ไขและรองรบั ภยั พิบัตดิ ว้ ยการบริหารจัดการ
พ้นื ท“่ี โคก หนอง นา”
๕. หลกั คดิ พื้นฐานการออกแบบตามหลกั ภมู สิ ังคม (Geosocial)
๖. การคานวณการจัดการน้าฝนในพ้ืนท่ี
๗. แนวคดิ การออกแบบและฝึกปฏิบัตกิ ารเขยี นแบบตามหลัก “โคก หนอง นา”

เทคนคิ / วธิ กี าร
๑. วทิ ยากรบรรยายเน้อื หา
๒. วิทยากรเปิดสอื่ วิดีทัศน์
๓. วทิ ยากรมอบหมายงาน โดยให้ผู้เข้าอบรมแบ่งกลุ่มพร้อมนาเสนอในแต่ละประเด็นเน้ือหา

วัสดุ/อุปกรณ์
- สอ่ื วิดที ศั น์
- บทความ
- กรณศี ึกษา
- PPT
- คอมพิวเตอร์ เคร่ืองฉาย และจอภาพ
- บอร์ด,ปากกา

การประเมินผล
- สังเกตจากการนาเสนอ

………………………………………………………………..

แผนกา

โครงการพัฒนาหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพ

กจิ กรรมย่อยที่ 1 สร้างและพัฒนากลไกขบั เคลือ่ นในระดับพนื้ ท่ี กิจ

วัน /เวลา กิจกรรม/หัวขอ้ เน้อื หา/

วันท่หี นง่ึ 1.กิจกรรมกลุ่มสมั พนั ธ์ 1. วทิ ยากรจดั รูปแบบการนงั่ ของผูเ้ ขา้ อบรมเ
10.00-11.00
น. (แบง่ กลุ่ม) 2. วิทยากรเร่มิ ต้นโดยการแนะนาตนเอง

3. วทิ ยากรละลายพฤติกรรมดว้ ยวิธกี าร “ถอ

3ค (คึกคกั คล่องแคลว่ ครื้นเครง)

4. วิทยากรเข้าสู่กระบวนการสร้างความพร้

2คร้ัง 3 คร้ัง วิทยากรให้ตบมือตามคาส่งั วา่

คาวา่ “ตบมือ”(1,2,3,...ครงั้ )ไม่ตอ้ งตบมอื โ

5. วิทยากรแบ่งทีมเป็น 2 ฝั่ง โดยให้ฝ่ังหน่ึง

ด้วยการร้องทีละฝ่ังให้อีกฝั่งนั่งฟัง 1 รอบ ต

รอ้ งเพลงของตนเอง(ทาให้เกดิ ความครืน้ เครง

เพลงในใจแต่สดุ ท้ายของเนอ้ื รอ้ งต้องร้อง “เฮ

6. วิทยากรแบ่งทีมชาย ทีมหญิง และให้ทุก

ยงิ ฉุบและหาผ้ชู นะ โดยผูท้ ่แี พ้จจะต้องไปต่อ

กนั ไปเรื่อยจนเหลือผู้ท่ชี นะฝ่ายชาย และผ้ชู น

ผู้ชนะ วิทยากรพูดชักจูงฝ่ายผู้ท่ีชนะจะต้อง

จากนัน้ กย็ ้อนถามวา่ อยากเห็นฝา่ ยผูท้ ่แี พท้ าก

7.วิทยากรให้ท้ัง 2 ทีม(ชาย/หญิง)ยืนเข้าแถ

เมอ่ื ได้หมายเลขแล้วให้น่ังจบั กลุ่มรวมกนั

ารสอน

พยี ง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564

จกรรมย่อยท่ี 1.1 สร้างแกนนาขบั เคลือ่ นหมู่บา้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง

/วิธกี าร/เทคนิค วัสด/ุ อุปกรณ์ หมายเหตุ

เป็นตวั ยู 1. บัตรคา

2. สลากสี

อดหัวโขน” ลดอายุให้เหมาะแก่กิจกรรม โดยใช้หลัก 3. ผ้าสี

อมด้วยการมานั่งเป็นวงกลมแล้วให้ปรบมือ 1 ครั้ง
“ตบมือ......ครั้ง” ให้ตบมือตามจานวน แต่หากไม่มี
โดยลองใช้คาสั่งถอยหลัง 10 ไปถึง 1 ครงั้ ไปเร่อื ยๆ
รอ้ งเพลง “ช้าง” และอีกฝั่งร้องเพลง “ย้ิม” เริ่มต้น
ต่อด้วย 2 รอบ และร้องเพลงพร้อมกันทั้ง 2 ฝ่ังแต่
งและอาจมกี ารร้องผดิ เกิดขน้ึ )จากนั้นให้แต่ละฝั่งร้อง
ฮ” พร้อมชมู อื
คนจับคู่กัน(ระหว่างชาย/หญิง)ใช้กิจกรรมเกม เป่า
อทา้ ยแถวของคูเ่ ราทช่ี นะ)ชาย/หญงิ ) ทากิจกรรมต่อ
นะฝ่ายหญิงและใหท้ ั้ง 2 ฝา่ ย เปา่ ยิง ฉบุ กนั หาฝ่าย
งทากิจกรรมให้ฝ่ายผู้ท่ีแพ้ดู(สร้างความครื้นเครง)
กิจกรรมหรอื ไม่(สรา้ งความยตุ ิธรรม)
ถว และนับ 1 ถึง 5 ไปเรื่อยๆ เพ่ือทาการแบ่งกลุ่ม

กรอบการประเมนิ ผล
ตัวช้ีวัดและค่าเปา้ หมายการประเมนิ ผลการปฏิบตั ริ าชการ รอบการประเมนิ ท่ี ๑ ปีงบประมาณ พ.ศ. 256๔

ตัวชี้วดั งาน ตวั ชี้วดั น้ำหนกั ผปู้ ระสำนงำน
(รอ้ ยละ)
ตวั ชีว้ ดั งาน ตวั ชี้วัดที่ ๑ รอ้ ยละของการใช้จา่ ยเงิน
ทีม งบประมาณ 40 นำงสำวมณฑริ ำ จทุ อง
นำงณฐั ธติ ำ ปัญญะ
ตัวชี้วัดที่ ๒ รอ้ ยละความสาเร็จของ นำงสำววรนำฏ น่นุ สวุ รรณ
การบรรลุเป้าหมายการดาเนินงานตามแผนปฏิบัติงาน
และแผนการใชจ้ า่ ยงบประมาณ ประจาปีงบประมาณ 40 นำงสำวมณฑิรำ จทุ อง
นำงณัฐธติ ำ ปัญญะ
นายอุทยั พนั ธ์ สิงห์แก้ว

พ.ศ. ๒๕๖๔

ตัวช้ีวัดที่ ๓ ระดับควำมส้ำเร็จของกำรขับเคล่ือนนโยบำย 20 นำยนรวีย์ จนั ทร์สทิ ธิ์
นายวรี กติ ต์ิ เพชรโชติ
สำ้ คญั ของกรมกำรพัฒนำชุมชน
นายอทุ ัยพนั ธ์ สงิ ห์แก้ว

นางสาวสุภานี เซ่งทอง

รวม ๑๐๐

ตัวช้ีวัดท่ี ๑ ระดับความสาเร็จในการให้บริการทาง 40 นายกิตติ ปานแก้ว

ตัวชว้ี ัดงาน วิชาการ ประเด็นการพัฒนาพ้ืนท่ีต้นแบบการพัฒนา นำงสำวสิรพิ ร สีลำภรณ์
บคุ คล คุณภาพชีวติ ตามหลกั ทฤษฎีใหม่ประยุกตส์ ู่ โคก หนอง นา นางสาวศิริกลุ คา้ ชู
นางสาวมนกนั ต์ โลว้ เจรญิ งาม
โมเดล

ตวั ชี้วดั ท่ี 2 ระดับความสาเร็จในการใหบ้ ริการทางวชิ าการ นายกติ ติ ปานแกว้

ประเด็นการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจาปี 40 นางสาวสริ ิพร สีลาภรณ์

งบประมาณ พ.ศ.2564 กิจกรรมยอ่ ยที่ 1 สร้างและพัฒนา นางสาวศริ ิกลุ คา้ ชู

กลไกขับเคลื่อนในระดับพ้ืนที่ กิจกรรมย่อยท่ี 1.1 สร้าง นางสาวมนกันต์ โล้วเจรญิ งาม

แกนนาขบั เคลื่อนหมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพียง

ตัวช้ีวัดท่ี 3 ระดับความสาเร็จของการส่งเสริมการพัฒนา 10 นายกิตติ ปานแก้ว

หลักสตู รในการให้บรกิ ารประชาชน นำงสำวสริ พิ ร สลี ำภรณ์
นางสาวศิรกิ ลุ คา้ ชู

นางสาวมนกนั ต์ โล้วเจรญิ งาม

ตัวช้ีวัดที่ ๔ ระดบั ความสาเรจ็ ในการพัฒนาบคุ ลากร 10 นายกิตติ ปานแก้ว
นำงสำวสิรพิ ร สีลำภรณ์
นางสาวศริ ิกลุ คา้ ชู
นางสาวมนกนั ต์ โลว้ เจรญิ งาม

รวม ๑๐๐

ด้านท่ี 2

ด้านวิทยากร

1.1 การคัดเลือกวทิ ยากรทม่ี ีความรู้ ความสามารถตรงตาม
เนอ้ื หาของหลักสูตรที่อบรม

1.2 แผนการสอนทีช่ ัดเจนสอดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงค์ของ
วิชาและมีการใช้สื่อการสอน

1.3 ระดบั ความพงึ พอใจของผูเ้ ข้ารบั การอบรมทม่ี ีต่อ
วิทยากร

1. การคัดเลอื กวิทยากรท่ีมคี วามรู้ ความสามารถ
ตรงตามเนอื้ หาของหลักสตู รท่ีอบรม

ประวัตวิ ิทยากร

ทาเนียบวิทยากรโครงการพฒั นาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564

กิจกรรมย่อยท่ี 1 สร้างและพฒั นากลไกขับเคลื่อนในระดับพนื้ ท่ี กิจกรรมย่อยที่ 1.1 สรา้ งแกนนาขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง

ศูนย์ศกึ ษาและพัฒนาชุมชนยะลา

ลา ภาพถ่าย ชื่อ - สกุล ตาแหนง่ อายุ ม.3 วุฒิการศกึ ษา หมายเหตุ
ดับ (ปี) ม.6 ปวส. ป.ตรี ป.โท

1 นายปัญญา น่วมประวัติ ผอ. 58 P P ป.ตรี การพัฒนาชุมชน
ศพช.ยล. ป.โท รฐั ประศาสนมหาบัณฑิต

2 นายนรวรี ์ จันทร์สิทธิ์ นว.พช.ชก 56 P ป.ตรี รฐั ประศาสตร์

3 นายอภเิ ชษฐ เกิดมี นจก.ชก 50 P ป.ตรี การพัฒนาชุมชน

4 นายกิตติ ปานแก้ว นทบ.ชก 47 P P ป.ตรี บริหารธุรกิจบัณฑติ (การบญั ชี)
ป.โท รัฐประศาสนศาสตร์
5 นางสาวสิรพิ ร สีลาภรณ์ นว.พช.ชก 55
P ป.ตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต
6 นางสาวศิริกุล ค้าชู นทบ.ชก 43 (การบรหิ ารรฐั กิจ)

7 นายวีรกิตต์ เพชรโชติ นทบ.ชก 54 P P ป.ตรี การจัดการท่ัวไป
ป.โท รัฐประศาสนศาสตร์
8 นางสาวมนกันต์ โล้วเจริญงาม นทบ.ปก 34
P ป.ตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต
9 นาสาววรนาฏ นุ่นสุวรรณ จพง.ชง. 39 (การบรหิ ารรัฐกิจ)

P ป.ตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต
(การบัญชี)

P ป.ตรี บรหิ ารธูรกิจบัณฑิต
(การตลาด)

ลา ภาพถ่าย ชื่อ - สกุล ตาแหนง่ อายุ ม.3 วุฒิการศึกษา หมายเหตุ
ดบั (ปี) ม.6 ปวส. ป.ตรี ป.โท

10 นายอุทัยพันธ์ สิงห์แก้ว นทบ. 35 P P ป.ตรี รัฐประศาสนศาสตร์

ป.โท รฐั ศาสตร์

11 นายเกษม จันทรตั น์ คนสวน 77 มศ.3 ช่างไม้

12 นายวัชระ แก้ววงกรด พนักงาน 42 P หมอดินประจา้ หมู่บ้าน

ขับรถยนต์

13 นางพัฒมา ลูหะมะ แม่บ้าน 26 P ป.ตรีสาขาบริหารธูรกิจ

วชิ าการจัดการสถานพยาบาล

14 นายปรัชญา รตั นค้า พนักงาน 43 อนุปริญญาศิลปศาสตร์

ขับรถยนต์ (การออกแบบประยุกต์ศิลป)์

15 นางสุดใจ สิงห์สุข แม่บ้าน 45 อนุปรญิ ญาตรี บรหิ ารธุรกิจ

2. แผนการสอนท่ชี ัดเจนสอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงค์
ของวิชาและมีการใช้ส่อื การสอน

แผนกา

โครงการพัฒนาหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพ

กจิ กรรมย่อยที่ 1 สร้างและพัฒนากลไกขบั เคลือ่ นในระดับพนื้ ท่ี กิจ

วัน /เวลา กิจกรรม/หัวขอ้ เน้อื หา/

วันท่หี นง่ึ 1.กิจกรรมกลุ่มสมั พนั ธ์ 1. วทิ ยากรจดั รูปแบบการนงั่ ของผูเ้ ขา้ อบรมเ
10.00-11.00
น. (แบง่ กลุ่ม) 2. วิทยากรเร่มิ ต้นโดยการแนะนาตนเอง

3. วทิ ยากรละลายพฤติกรรมดว้ ยวิธกี าร “ถอ

3ค (คึกคกั คล่องแคลว่ ครื้นเครง)

4. วิทยากรเข้าสู่กระบวนการสร้างความพร้

2คร้ัง 3 คร้ัง วิทยากรให้ตบมือตามคาส่งั วา่

คาวา่ “ตบมือ”(1,2,3,...ครงั้ )ไม่ตอ้ งตบมอื โ

5. วิทยากรแบ่งทีมเป็น 2 ฝั่ง โดยให้ฝ่ังหน่ึง

ด้วยการร้องทีละฝ่ังให้อีกฝั่งนั่งฟัง 1 รอบ ต

รอ้ งเพลงของตนเอง(ทาให้เกดิ ความครืน้ เครง

เพลงในใจแต่สดุ ท้ายของเนอ้ื รอ้ งต้องร้อง “เฮ

6. วิทยากรแบ่งทีมชาย ทีมหญิง และให้ทุก

ยงิ ฉุบและหาผ้ชู นะ โดยผูท้ ่แี พ้จจะต้องไปต่อ

กนั ไปเรื่อยจนเหลือผู้ท่ชี นะฝ่ายชาย และผ้ชู น

ผู้ชนะ วิทยากรพูดชักจูงฝ่ายผู้ท่ีชนะจะต้อง

จากนัน้ กย็ ้อนถามวา่ อยากเห็นฝา่ ยผูท้ ่แี พท้ าก

7.วิทยากรให้ท้ัง 2 ทีม(ชาย/หญิง)ยืนเข้าแถ

เมอ่ื ได้หมายเลขแล้วให้น่ังจบั กลุ่มรวมกนั

ารสอน

พยี ง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564

จกรรมย่อยท่ี 1.1 สร้างแกนนาขบั เคลือ่ นหมู่บา้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง

/วิธกี าร/เทคนิค วัสด/ุ อุปกรณ์ หมายเหตุ

เป็นตวั ยู 1. บัตรคา

2. สลากสี

อดหัวโขน” ลดอายุให้เหมาะแก่กิจกรรม โดยใช้หลัก 3. ผ้าสี

อมด้วยการมานั่งเป็นวงกลมแล้วให้ปรบมือ 1 ครั้ง
“ตบมือ......ครั้ง” ให้ตบมือตามจานวน แต่หากไม่มี
โดยลองใช้คาสั่งถอยหลัง 10 ไปถึง 1 ครงั้ ไปเร่อื ยๆ
รอ้ งเพลง “ช้าง” และอีกฝั่งร้องเพลง “ย้ิม” เริ่มต้น
ต่อด้วย 2 รอบ และร้องเพลงพร้อมกันทั้ง 2 ฝ่ังแต่
งและอาจมกี ารร้องผดิ เกิดขน้ึ )จากนั้นให้แต่ละฝั่งร้อง
ฮ” พร้อมชมู อื
คนจับคู่กัน(ระหว่างชาย/หญิง)ใช้กิจกรรมเกม เป่า
อทา้ ยแถวของคูเ่ ราทช่ี นะ)ชาย/หญงิ ) ทากิจกรรมต่อ
นะฝ่ายหญิงและใหท้ ั้ง 2 ฝา่ ย เปา่ ยิง ฉบุ กนั หาฝ่าย
งทากิจกรรมให้ฝ่ายผู้ท่ีแพ้ดู(สร้างความครื้นเครง)
กิจกรรมหรอื ไม่(สรา้ งความยตุ ิธรรม)
ถว และนับ 1 ถึง 5 ไปเรื่อยๆ เพ่ือทาการแบ่งกลุ่ม




























Click to View FlipBook Version