The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แมลงและการควบคุมวัชพืชโดยชีววิธี (Insects and Biological Control of Weeds)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แมลงและการควบคุมวัชพืชโดยชีววิธี

แมลงและการควบคุมวัชพืชโดยชีววิธี (Insects and Biological Control of Weeds)

Keywords: Bio-control,มหาวิทยาลัยแม่โจ้,ควบคุมวัชพืช,ชีววิธี

132

(Andrographis paniculata) ซ่ึงมีถ่ินกาเนิดอยู่ในแถบอินเดียและศรีลังกา หรือ กระดังงา ( Artabotrys
hexapetalus หรอื A. odoratissima) ทน่ี าเขา้ มาประเทศไทยจากประเทศจนี แต่มถี น่ิ กาเนิดดงั้ เดมิ อยใู่ นศรลี งั กา
ลว้ นแต่เป็นพรรณพชื ทถ่ี ูกนาเขา้ มาจากต่างประเทศ ทงั้ สน้ิ

ทาการทบทวนเอกสารท่เี ก่ยี วกบั ศตั รูธรรมชาตขิ องวชั พชื เป้าหมาย ชวี วทิ ยาของศตั รูธรรมชาติ
เหล่านัน้ พิสยั ของพืชอาหาร (host range) และการนามาใช้เป็นตัวควบคุมโดยชีววิธี (biological control
agents) ในประเทศอ่นื ๆ ถา้ มกี ารใชก้ นั แลว้ ไมม่ ากกน็ ้อย

ทาการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เหลา่ นนั้ ไวเ้ ป็นเอกสารอา้ งองิ แลว้ ตรวจหาว่ามสี ถาบนั หรอื องคก์ รทไ่ี หน
นกั วจิ ยั หรอื ผใู้ ดบา้ งทวั่ โลก ทก่ี าลงั ดาเนินการในเรอ่ื งน้ี หรอื ไดด้ าเนินการเก่ยี วกบั การควบคุมวชั พชื เป้าหมาย
นนั้ มาก่อนบา้ งแลว้

จดั ทารายละเอยี ดเอกสารโครงการ (project document) หรอื เรยี กกนั สนั้ ๆ เป็น “prodoc” สาหรบั
การดาเนินการ และ ขอ้ เสนอโครงการ (project proposal) เพ่อื เสนอขอทุนวจิ ยั หรอื ทุนดาเนินการ โดยระบุช่อื
โครงการ หวั หน้าโครงการและผรู้ ว่ มงาน หน่วยงานทร่ี บั ผดิ ชอบ หลกั การและเหตุผล ความสาคญั ของโครงการ
วตั ถุประสงค์ อุปกรณ์และวธิ กี าร สถานท่ี ระยะเวลา และผลทค่ี าดว่าจะไดร้ บั พรอ้ มรายละเอยี ดงบประมาณใน
หมวดค่าใชจ้ า่ ยต่าง ๆ

การรเิ รม่ิ โครงการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ ใี นประเทศไทย เรม่ิ ตน้ พรอ้ มกนั ไปกบั การก่อตงั้ และการ
ดาเนินการวจิ ยั และพฒั นาของ “ศูนยว์ จิ ยั ควบคุมศตั รพู ชื โดยชวี นิ ทรยี แ์ ห่งชาติ” (National Biological Control
Research Center – NBCRC) ซ่ึงตัง้ ข้นึ ตามมติของคณะรฐั มนตรี เมือวันท่ี 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 ณ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยการร่วมมือกับสานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้
คณะอนุกรรมการดาเนินงานศนู ยฯ์ สานกั งานคณะกรรมการวจิ ยั แห่งชาติ ตงั้ แต่ พ.ศ. 2518 และต่อมาไดร้ บั การ
สนับสนุนในหลกั การโดยคณะอนุกรรมการวชั พชื น้าของ วช. โดยจะเน้นในเร่อื งการควบคุมผกั ตบชวา และ
วชั พชื น้าอ่นื ๆ ทม่ี คี วามสาคญั ทางเศรษฐกจิ โดยชวี วธิ ี โดยไม่มที ุนสนับสนุน แต่ใหใ้ ชง้ บประมาณประจาปีของ
ศนู ยฯ์ จากสานกั งบประมาณ ผ่านสานกั งานคณะกรรมการวจิ ยั แหง่ ชาติ

133

5.3.2 การอนุมตั ิและทุนสนับสนุนโครงการ (Project approval and funding)

จดั ทารายละเอียดเอกสารโครงการ (project document) สาหรบั การดาเนินการ และ ข้อเสนอ
โครงการ (project proposal) เพ่อื การขออนุมตั กิ ารดาเนินการของโครงการต่อผมู้ อี านาจหน้าท่ี หากมี หรอื เพ่อื
เสนอขอการสนับสนุนทุนวจิ ยั หรอื ทุนดาเนินการ จากหน่วยงานหรอื องค์กรท่มี กี ารสนับสนุนเงนิ ทุน (funding
agency) ทงั้ ภายในประเทศ ในภมู ภิ าค หรอื ในต่างประเทศ

ประเทศไทยมี “ระเบยี บสภาวจิ ยั แห่งชาติ ว่าดว้ ยการอนุญาตใหน้ กั วจิ ยั ชาวต่างประเทศเขา้ มาทา
การวิจัยในประเทศไทย พ.ศ. 2525” (The National Research Council of Thailand Regulation on the
Permission of Foreign Researchers to Conduct Research in Thailand B. E. 2525) ร ะ บุ ว่ า นั ก วิจัย
ต่างประเทศทจ่ี ะเขา้ มาทาการวจิ ยั ในประเทศ จะต้องขออนุญาตภายใต้เง่อื นใขต่าง ๆ เช่น ต้องมผี รู้ ่วมทาการ
วจิ ยั ท่เี ป็นคนไทยของสถาบนั การศกึ ษาหรอื สถาบนั วจิ ยั หรอื หน่วยงานต่าง ๆ ของรฐั ร่วมด้วย ในประเทศ
ออสเตรเลีย การนาแมลงศัตรูธรรมชาติท่ีมีชีวิตออกไปต่างประทศ จะต้องมีใบอนุญาตกากับด้วย ใน
สหรฐั อเมรกิ า นกั วจิ ยั ทน่ี าตวั อยา่ งสงิ่ มชี วี ติ ทงั้ พชื และสตั วเ์ ขา้ ไปทาการวจิ ยั จะตอ้ งแจง้ และแสดงหลกั ฐานทเ่ี ป็น
ทางการ ออกโดยหน่วยงานของประเทศทน่ี าตวั อย่างเขา้ มา ว่าไดร้ บั อนุญาตจากประเทศตน้ กาเนิด เป็นต้น ซง่ึ
ในทางปฏบิ ตั ิและการใช้บงั คบั ระเบยี บเหล่าน้ี หรอื การหลบเล่ยี งในรูปแบบของ “การโจรกรรมทางชวี วทิ ยา”
(biopiracy) จะเป็นไปมากน้อยประการใดบา้ ง ไมเ่ ป็นทร่ี กู้ นั อยา่ งกวา้ งขวาง

จากการรเิ รม่ิ โครงการดงั กล่าว ศูนยฯ์ ได้รบั การสนับสนุนทุนวจิ ยั จากศูนยช์ วี วทิ ยาเขตรอ้ นส่วน
ภูมิภาค (SEAMEO Regional Center for Tropical Biology – SEAMEO BIOTROP) ขององค์การรฐั มนตรี
ศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Ministers of Education Organization – SEAMEO)
ณ เมือง Bogor ประเทศอินโดนีเซีย และความร่วมมือกับ USDA ARS Gainesville, Florida นาด้วงงวง
ผักตบชวาลายแต้ม (the mottled water hyacinth weevil, Neochetina eichhorniae) (ภาพท่ี 27) เข้ามาใช้
ควบคุมผกั ตบชวาในประเทศไทยเป็นครงั้ แรกเม่อื ปี ค.ศ. 1977 (พ.ศ. 2520) และเรมิ่ ปลดปล่อยเมอ่ื ค.ศ. 1979
(พ.ศ. 2522)

ต่อมาเมอ่ื พ.ศ. 2523 ภายใต้รฐั บาลของพล.อ.เปรม ตณิ สลู านนท์ มกี ารจดั ตงั้ “โครงการสรา้ งงาน
ในชนบท (กสช.)” และในโครงการน้ีมกี ารตงั้ คณะทางานเฉพาะกิจเพ่อื การปราบศตั รูพชื ทางการเกษตร มี
คณุ ดารง ลทั ธพพิ ฒั น์ รมว. กระทรวงวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ การพลงั งาน ในขณะนนั้ เป็นประธาน และ
ดร. เสนาะ อุณากลู เป็นเลขานุการ โดยเน้นศตั รพู ชื ทางการเกษตร ทม่ี คี วามสาคญั ทางเศรษฐกจิ สูง 3 ชนิด คอื
ผกั ตบชวา ไมยราบยกั ษ์ และหนูนา มมี ตใิ นทป่ี ระชุมซ่งึ ประกอบด้วยอธบิ ดขี องกรมต่าง ๆ ภายใต้กระทรวง
ทบวงกรมทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เช่น กรมวชิ าการเกษตร กรมส่งเสรมิ การเกษตร กรมประมง กรมชลประทาน ฯลฯ และ
ศูนยว์ จิ ยั ควบคุมศตั รพู ชื โดยชวี นิ ทรยี แ์ ห่งชาติ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ใหร้ ว่ มมอื กนั ในการดาเนินงานการ
ควบคมุ ศตั รพู ชื ทงั้ 3 ชนดิ ดงั กล่าว

134
ในการควบคุมผกั ตบชวา กรมชลประทาน และ กระทรวงวทิ ยาศาสตร์ฯ ทาการจดั ซ้อื เรอื กาจดั
วชั พชื น้า Mud Cat เขา้ มาจากประเทศแคนาดา ทดสอบการกาจดั ผกั ตบชวาโดยวธิ กี ล ทค่ี ลองรงั สติ ส่วนการ
ควบคุมผกั ตบชวาโดยชวี วธิ ี ศูนยว์ จิ ยั ควบคุมศตั รพู ชื โดยชวี นิ ทรยี แ์ ห่งชาติ มกี ารดาเนินงานมาบา้ งก่อนแล้ว
โดยได้นาดว้ งงวงผกั ตบชวาลายแต้ม Neochetina eichhorniae (ภาพท่ี 5.2) เขา้ มาจากประเทศอารเ์ จนตินา
ผ่านฟลอรดิ า สหรฐั อเมรกิ า โดยความร่วมมอื กบั Dr. George E. Allen, USDA-ARS Florida Biocontrol Lab,
Gainesville, Florida เข้ามาตัง้ แต่เม่ือ ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522) (Napompeth, 1989, 1990, 1994; Julien &
Griffiths, 1998; Julien et al., 1999; Winston et al., 2014) และหลงั จากการประเมนิ ความปลอดภยั แล้ว ได้
ปลดปล่อยด้วงงวงชนิดน้ี ในพน้ื ท่ที ่มี ผี กั ตบชวาระบาดอย่ใู นกรุงเทพมหานคร จนสามารถตงั้ รกรากและแพร่
ขยายพนั ธุไ์ ดด้ ี ในบ่อน้าทม่ี ผี กั ตบชวาในบรเิ วณมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตรท์ บ่ี างเขน บงึ มกั กะสนั แถบสถานี
รถไฟมกั กะสนั ประตูน้า ในกรุงเทพฯ และบงึ น้าแถบย่านพหลโยธนิ เขตจตุจกั ร ซ่งึ ปัจจุบนั ถูกถมและมกี าร
ก่อสรา้ งเป็นตลาดและสถานขี นส่งหมอชติ 2 ไปแลว้

ภาพท่ี 5.2 ดว้ งวงผกั ตบชวาลายแต้ม (mottled water hyacinth weevil, Neochetina eichhorniae)
ตวั เตม็ วยั และรอยแผลทด่ี ว้ งตวั เตม็ วยั กดั กนิ บนผวิ ใบ

135

ต่อมาเม่ือ ค.ศ. 1983 (พ.ศ. 2526) ศูนย์ฯ ได้นาด้วงเจาะเมล็ดไมยราบยักษ์ 2 ชนิด
คือ Acanthoscelides puniceus และ A. quadridentatus (ภาพท่ี 5.3) เข้ามาจากประเทศเม็กซิโกผ่าน
ออสเตรเลีย โดยโครงการความร่วมมอื กับ CSIRO Entomology, Long Pocket Laboratory, Indooroopilly,
Brisbane, Queensland สนับสนุนโดย Australian Center for International Agricultural Research (ACIAR),
Canberra ประเทศออสเตรเลยี เพ่อื ควบคุมไมยราบยกั ษ์โดยชวี วธิ ี ปลดปล่อยเป็นครงั้ แรก ทค่ี ลองชลประทาน
สานักงานชลประทานแม่รมิ และ หลายจุดบนสองข้างถนนเชียงใหม่-พร้าว และถนนดอยสะเก็ด-เชียงราย
จ. เชยี งใหม่ และทอ่ี ่างเกบ็ น้าคลองเพรยี ว จ. สระบรุ ี ตน้ ถนนมติ รภาพไปภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ซง่ึ ดว้ งเจาะ
เมลด็ ทงั้ สองชนดิ ทป่ี ลดปลอ่ ยออกไป สามารถตงั้ รกรากแพรก่ ระจายเป็นอยา่ งดี บนทกุ บรเิ วณจดุ ปลดปล่อย

ภาพที่ 5.3 ดว้ งเจาะเมลด็ ไมยราบยกั ษ์ (seed bruchids, Acanthoscelides puniceus และ A. quadrdentatus)
และการทาลายเมล็ดไมยราบยกั ษ์ (แหล่งท่มี า: ดดั แปลงจาก ศมาพร แสงยศ และ Wikipedia,
The Free Encyclopedia)

แมลงศตั รูธรรมชาติทงั้ ของผกั ตบชวาและไมยราบยกั ษ์ท่ไี ด้นาเข้ามาเหล่าน้ี ได้มกี ารทดสอบ
ประเมนิ ความปลอดภยั ในประเทศตน้ กาเนิด และในสหรฐั อเมรกิ าและออสเตรเลยี ตามลาดบั ก่อนการนาเขา้ มา
ในประเทศ เพ่อื ทดสอบเพมิ่ เตมิ เพาะเล้ยี งขยายปรมิ าณ และปลดปล่อยในภาคสนาม ดว้ ยความร่วมมอื เป็น
อย่างดกี บั กรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ มหาวทิ ยาลยั แม่โจ้
มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น และมหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ โดยงบประมาณของศูนยฯ์ จนกระทงั่ ศตั รธู รรมชาตทิ ่ี
นาเขา้ มา สามารถตงั้ รกรากไดด้ ี ขยายพนั ธุแ์ ละแพรก่ ระจายอยทู่ วั่ ประเทศ ชว่ ยในการควบคุมไดด้ ใี นระดบั หน่ึง
แต่ไม่เป็นทร่ี กู้ นั อย่างกวา้ งขวาง โดยทงั้ นักการเมอื ง ผูบ้ รหิ าร นักวชิ าการ และสาธารณชนทวั่ ไป (บรรพต ณ
ป้ อมเพชร, pers. com.; 2521, 2524, 2525a,b, 2528 a,b; Napompeth, 1982, 1989, 1990, 1994; Julien &
Griffiths, 1998; Winston et al., 2014; Napompeth & Saengyot, 2018; Saengyot, 2018) ส่วนการติดตาม

136

ประเมนิ ผล การตงั้ รกรากและแพรข่ ยายในพน้ื ทท่ี ม่ี กี ารปลดปล่อยทาไดง้ า่ ย ในกรณขี องผกั ตบชวา ใหด้ รู อยแผล
ถลอกทรงกลมด้านบนของใบ ท่เี ห็นได้ชดั ด้วยตาเปล่า ท่ดี ้วงงวงตัวเต็มวยั แทะกัดกินใบ เป็นจุดหลายจุด
ประปรายอย่ทู วั่ ใบ ส่วนตวั หนอนของดว้ ง จะกดั กนิ อย่ใู นเหงา้ ต้นผกั ตบท่โี คนใบ (ภาพท่ี 5.2) ในกรณีของต้น
ไมยราบยกั ษ์ ต้องดูฝักทแ่ี ก่ซง่ึ มรี ปู รา่ งและขนาดคลา้ ยฝักถวั่ เหลอื ง เป็นช่อทม่ี สี นี ้าตาล ว่ามรี เู ป็นวงกลมเลก็ ๆ
บนเมลด็ หรอื ไม่ ซง่ึ เป็นรทู ด่ี ว้ งตวั เตม็ วยั เจาะออกมา เมอ่ื เจรญิ เตบิ โตครบวงจรชวี ติ ในระยะตวั หนอนทก่ี นิ เมลด็
อยภู่ ายใน แลว้ เป็นดกั แดแ้ ละตวั เตม็ วยั (ภาพท่ี 5.3) หากไมพ่ บ ใหร้ วบรวมฝักแก่ในปรมิ าณพอสมควร นามา
เกบ็ ไวใ้ นกลอ่ งพลาสตกิ ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารระยะหน่งึ เพ่อื ดวู ่าจะมดี ว้ งตวั เตม็ วยั ออกมาหรอื ไม่

ในอดตี (พ.ศ. 2518-2543) การรเิ รมิ่ โครงการควบคุมวชั พชื ท่สี าคญั อ่นื ๆ และน่าทจ่ี ะดาเนินการ
ควบคุมโดยชวี วธิ ไี ด้ในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะเป็นการดาเนินงานภายใต้คณะอนุกรรมการบรหิ ารศูนย์วจิ ยั
ควบคุมศตั รพู ชื โดยชวี นิ ทรยี แ์ ห่งชาติ ภายใต้ วช. ซง่ึ มี ดร.บรรพต ณ ป้อมเพชร แห่งภาควชิ ากฏี วทิ ยา คณะ
เกษตร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ และ ผู้อานวยการบรหิ ารศูนยฯ์ ซง่ึ มศี ูนยฯ์
ส่วนกลาง (NBCRC Headquarters) ตงั้ อย่ทู ม่ี หาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตบางเขน กรุงเทพฯ ศูนย์ฯ
ส่วนภมู ภิ าค (NBCRC Regional Centers) 6 แหง่ ตงั้ อยทู่ ่ี 1) มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตกาแพงแสน
จ. นครปฐม 2) มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้ จ. เชยี งใหม่ 3) มหาวทิ ยาลยั นเรศวร จ. พษิ ณุโลก 4) มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น
จ. ขอนแก่น 5) มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี จ. อุบลราชธานี และ 6) มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ อ.หาดใหญ่
จ.สงขลา และหน่วยงานรว่ ม (NBCRC Collaborating Agencies) อกี 13 หน่วยงาน คอื 1) มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่
2) มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล 3) จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คอื 4) กรมวชิ าการเกษตร
5) กรมส่งเสรมิ การเกษตร 6) กรมป่าไม้ 7) กรมปศุสตั ว์ 8) กรมประมง และ 9) กรมชลประทาน ในกระทรวง
สาธารณสุข คอื 10) กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ และ 11) กรมควบคุมโรคตดิ ต่อ 12) สถาบนั วจิ ยั วทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยแี ห่งประเทศไทย และ 13) การไฟฟ้าฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย โดยทงั้ ศูนยฯ์ ส่วนกลาง ศูนยฯ์
ส่วนภูมภิ าค และหน่วยงานร่วมในเครอื ข่ายการวจิ ยั (NBCRC research network) ของศูนยฯ์ ไดร้ บั การจดั สรร
งบประมาณท่ีเพียงพอและต่อเน่ืองทุกปี (บรรพต ณ ป้อมเพชร, 2525a; มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ
สานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, 2545; ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ, 2519;
Napompeth, 1982; Julien & Griffiths, 1998; Winston et al. , 2014; Napompeth & Saengyot, 2018;
Saengyot, 2018)

137

5.3.3 การสารวจหาศตั รธู รรมชาติในต่างประเทศ (Foreign exploration of natural enemies)

สงิ่ มชี วี ติ หรอื ชวี นิ ทรยี ช์ นิดใดก็ตาม ท่จี ะช่วยลดการเจรญิ เติบโตและการขยายพนั ธุ์ของวชั พชื
สามารถทจ่ี ะนามาใชใ้ นการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ ไี ด้ ชวี นิ ทรยี เ์ หล่านนั้ อาจเป็นสตั วต์ ่าง ๆ ทน่ี อกเหนือไปจาก
แมลง ถึงแม้ว่าไรจะมคี วามคล้ายคลงึ กบั แมลงมาก แต่การใช้ไรในการควบคุมวชั พชื ยงั ดาเนินกนั น้อยมาก
ซง่ึ ไดเ้ คยมกี ารใชไ้ ร Tetranychus opuntiae หรอื Tetranychus desertorum ในการการควบคุมตน้ กระบองเพชร
ใบเสมา Opuntia inermis และ Opuntia stricta ในออสเตรเลยี จนกระทงั่ ในทส่ี ุดถูกทดแทน โดยการนาผเี สอ้ื
กลางคนื Cactoblastis cactorum เขา้ มาจากอารเ์ จนตนิ ่า ไรอกี ชนิดหน่ึงทไ่ี ด้นามาใช้ คอื eriophyid gall mite
(Aceria chondrillae) ซ่ึงได้นามาใช้ในออสเตรเลียในการควบคุม Chondrilla juncea เม่อื ค.ศ. 1974 หรือ
อาจเป็นพชื กาฝาก เชอ้ื รา แบคทเี รยี หรอื เชอ้ื ไวรสั กไ็ ด้ ดว้ ยเหตุน้ีการสารวจแสวงหาศตั รธู รรมชาตขิ องวชั พชื
จงึ จะตอ้ งครอบคลุมถงึ ชวี นิ ทรยี ท์ กุ ชนดิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั วชั พชื ในเป้าหมายชนิดนนั้ ๆ

สง่ิ ท่มี ชี วี ติ อ่นื ๆ ท่นี อกเหนือไปจากแมลง ก็ได้มกี ารนามาใช้ควบคุมวชั พชื เช่นกนั แต่ยงั อยู่ใน
ขอบเขตจากดั ส่วนการใชเ้ ชอ้ื โรคและไสเ้ ดอื นฝอยนนั้ กไ็ ดเ้ กดิ ปัญหา เพราะความไม่แน่นอนในการตรวจสอบ
ชนิด และความเสยี หายทเ่ี กดิ ขน้ึ มกั จะไม่เป็นทเ่ี หน็ ชดั เหมือนความเสยี หายทเ่ี กดิ จากแมลง และระยะของพชื
ทถ่ี กู ทาลายกไ็ มอ่ าจทจ่ี ะประเมนิ ผลไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ทงั้ ความเสยี หายกจ็ ะเกดิ เป็นฤดกู าล เท่านนั้

ในการควบคุมวชั พชื แต่เพยี งชนิดเดยี ว เพ่อื ไม่ให้มผี ลกระทบต่อพชื ชนิดอ่นื ความเฉพาะเจาะจง
พชื อาศยั (host specificity) ของศตั รธู รรมชาตมิ คี วามสาคญั มาก เพ่อื เป็นการป้องกนั พชื ชนิดอ่นื ๆ ในบรเิ วณ
ใกลเ้ คยี งมใิ หเ้ ป็นอนั ตราย ส่วนการควบคุมวชั พชื หลายชนิด โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ถ้าจะควบคุมวชั พชื ในทน่ี ัน้ ๆ
ให้หมดไป ศัตรูธรรมชาติท่ีมีความเฉพาะเจาะจงพืชอาศัยต่า ก็อาจนามาใช้ได้ ถ้ าสามารถควบคุมการ
แพร่กระจายของศตั รธู รรมชาตเิ หลา่ นนั้ ได้ และพชื ทม่ี ปี ระโยชน์อ่นื ๆ ไมไ่ ดร้ บั อนั ตราย สภาพการณ์ดงั กล่าวน้ี
ได้แก่ การควบคุมวชั พืชน้าส่วนใหญ่ โดยการใช้ปลาชนิดต่าง ๆ เช่น Tilapia spp. และ Cyprinus sp. เป็ด
พะยนู แมนนาที หรอื พะยนู หางกลม หรอื ววั ทะเล (manatee, sea cow, Mammalia, Trichechidae) หอย และ
กุง้ เป็นตน้ ซง่ึ จะรวมไปถงึ การใชป้ ลาจนี Ctenopharyngodon idella ซง่ึ ใชไ้ ดผ้ ลดใี นยโุ รป เชน่ ในออสเตรยี และ
เนเธอรแ์ ลนด์ และในสหรฐั อเมรกิ า แต่ในการควบคุมผกั เป็ดโดยการใช้ดว้ งหมดั นับว่าเป็นการควบคุมวชั พชื
เฉพาะชนิด โดยท่จี ะเป็นการรกั ษาพชื พรรณอ่นื ๆ ทม่ี ปี ระโยชน์ในการช่วยรกั ษาป้องกนั การทะลายของชายฝัง่
และชายขอบแหล่งน้า และเป็นอาหารของสตั วป์ ่าอ่นื ๆ ดว้ ย

138

ถึงแม้ว่าจะได้มกี ารศึกษาหาชีวินทรีย์ชนิดอ่ืน ๆ เพ่อื นามาใช้ในการควบคุมวชั พืชโดยชีววิธี
นอกเหนือไปจากการใชแ้ มลงกต็ าม การใชช้ วี นิ ทรยี เ์ หล่านนั้ ยงั อย่ใู นขอบเขตทไ่ี ม่กวา้ งขวางและยงั มไิ ดท้ าการ
สารวจกนั อย่างละเอยี ดเท่าใดนัก ในอนาคต ไร ไสเ้ ดอื นฝอย และเชอ้ื รา อาจจะถูกนามาใชไ้ ด้ ถ้าจะมวี ธิ กี าร
ตรวจสอบความเฉพาะเจาะจงพชื อาศัยท่แี น่นอน ซ่งึ เร่อื งน้ีการทดสอบความเฉพาะเจาะจงพืชอาศยั ของ
แบคทเี รยี ไวรสั และจุลนิ ทรยี ต์ ่าง ๆ ยงั มอี ุปสรรคอีกมาก และถ้าได้มกี ารใช้สิง่ ท่มี ชี วี ิตเหล่าน้ีมากข้นึ แล้ว
ต่อไปในอนาคต การควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ ี กจ็ ะไม่จากดั เฉพาะการใชแ้ มลงเป็นศตั รธู รรมชาติ แต่เพยี งอย่าง
เดยี วเทา่ นนั้

ในการสารวจหาศตั รธู รรมชาตใิ นพน้ื ทด่ี งั้ เดมิ ของวชั พชื ในต่างประเทศ จะตอ้ งรขู้ นั้ ตอนและระเบยี บ
ข้อบังคบั ของประเทศท่ีจะมีการดาเนินการ เช่นการขออนุญาตในการทาการสารวจ หรอื การส่งออกศัตรู
ธรรมชาติในเบ้อื งต้น โดยการแสวงหาความร่วมมอื และคาแนะนาของบุคลากรของสถาบนั หรอื หน่วยงาน
ทเ่ี หมาะสมจากประเทศเหล่านนั้ หรอื ทาเป็นโครงการรว่ มมอื เฉพาะกจิ กไ็ ด้ ซง่ึ อาจจะตอ้ งใชเ้ วลาพอสมควร

ในการสารวจหาศตั รูธรรมชาตทิ ม่ี ศี กั ยภาพ ควรรวบรวมขอ้ มลู ของแหล่งแพร่กระจาย ศูนยก์ ลาง
ของต้นกาเนิดของวชั พชื ในเป้าหมาย พชื ชนิดใกลเ้ คยี ง ชนิด ความชุกชุมและการขน้ึ ลงตามฤดูกาลของศตั รู
ธรรมชาติ และการจาแนกชนิดจากผเู้ ชย่ี วชาญทางอนุกรมวธิ าน แลว้ จดั ทาบญั ชรี ายการ (inventory) ของศตั รู
ธรรมชาตทิ พ่ี บว่าลงทาลายวชั พชื ทงั้ แมลง ไร และโรคต่าง ๆ พรอ้ มกบั ทาการประเมนิ ศกั ยภาพเบอ้ื งตน้ ของ
ศตั รธู รรมชาตเิ หลา่ นนั้

อน่ึง รปู แบบของการสารวจหาศตั รธู รรมชาตใิ นประเทศต้นกาเนิดของศตั รพู ชื อาจแตกต่างกนั ไป
ตงั้ แต่การมี “นกั กฏี วทิ ยาสารวจ” (exploratory entomologist) ซง่ึ อาจเป็นนกั กฏี วทิ ยาคนเดย่ี ว ๆ หรอื เป็นคณะ
เลก็ ๆ เดนิ ทางไปสารวจในประเทศในเป้าหมาย ทาการสารวจ เปรยี บเทยี บเสมอื นเป็น “นกั กฏี วทิ ยาขา้ งถนน”
(roadside entomologist)

กระทรวงเกษตรฮาวาย (Hawaii Department of Agriculture – HDOA) เป็นหน่วยงานหน่ึงซ่งึ ใช้
รูปแบบน้ี โดยมีนักกีฏวิทยาสารวจท่ีมีช่ือเสียงหลายคนตัง้ แต่ในอดีต เช่น Noel H.L. Krauss, Kenneth
T. Murai, Robert Burkhart, George Funasaki, Marianne Early Chun, Mohsen Ramadan แ ล ะ Larry
Nakahara ซง่ึ ทุกคน ยกเวน้ Noel H.L. Krauss เคยเขา้ มาทาการสารวจหาแมลงศตั รธู รรมชาตใิ นประเทศไทย
รว่ มกบั ศนู ยว์ จิ ยั ควบคุมศตั รพู ชื โดยชวี นิ ทรยี แ์ หง่ ชาติ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ และศนู ยฯ์ ภาคเหนอื ตอนบน
ท่ี มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้ ในโอกาสต่าง ๆ

ในระดบั องคก์ ร กลุ่มประเทศในเครอื จกั รภพ (Commonwealth) ประเทศองั กฤษ มกี ารจดั ตงั้ สถานี
ของสถาบนั การควบคุมศตั รพู ชื โดยชวี วธิ แี ห่งเครอื จกั รภพ (Commonwealth Institute of Biological Control -
CIBC Stations) ตงั้ แต่ ค.ศ. 1947 (พ.ศ. 2490) ในประเทศเครอื จกั รภพต่าง ๆ ในแคนาดา ยุโรป แอฟรกิ า
อเมรกิ ากลาง อเมรกิ าใต้ และ ในเอเชยี ในอนิ เดยี ปากสี ถาน และ รฐั ซาบาห์ ประเทศมาเลเซยี โดยล่าสุดมี

139

สานักงานใหญ่อยู่ในแถบคาบสมุทรแครบิ เบยี น ท่เี มอื ง Curepe ตงั้ อยู่ใกล้ ๆ กบั วทิ ยาเขต St. Augustine
Campus ของ University of the West Indies ในประเทศตรนิ ิแดดและโตเบโก เพ่อื ดาเนินงานดา้ นการควบคุม
ศตั รพู ชื โดยชวี วธิ โี ดยเฉพาะ ทงั้ CIBC เคยเตรยี มการจดั ตงั้ CIBC Thailand Station ขน้ึ มาในประเทศไทย โดย
Dr. Fred J. Simmonds โดยการสรวมรอยโครงการจดั ตงั้ ศูนย์วจิ ยั ควบคุมศตั รูพชื โดยชวี นิ ทรยี ์แห่งชาติ ท่ี
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ โดยความร่วมมอื กบั สภาวจิ ยั แห่งชาติ เม่อื พ.ศ. 2514 ใหอ้ ย่ใู นอาณตั ขิ อง CIBC
แต่ ดร. บรรพต ณ ป้อมเพชร ขอใหร้ ฐั บาลไทยปฏเิ สธ คดั คา้ น และปรบั โครงการใหเ้ ป็นศูนยฯ์ ของประเทศไทย
ซง่ึ มใิ ช่ประเทศเครอื จกั รภพ โดยดาเนินการผ่านกรมวเิ ทศสหการและสถานทตู อังกฤษ (สถานเอกอคั รราชทตู ส
หราชอาณาจกั รประจาประเทศไทย) กรงุ เทพฯ ทาให้ CIBC ไมส่ ามารถตงั้ CIBC Station ในประเทศไทยได้ แต่
ประเทศไทยตั้งศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ข้ึนมาดาเนินการเป็ นอิสระโดย
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์

ต่อมา CIBC เปลย่ี นช่อื เป็น International Institute of Biological Control (IIBC) ในปัจจุบนั IIBC
เลกิ กิจกรรมเพ่อื รวมตวั ไปอยู่ในสงั กดั ของ CABI (Commonwealth Agricultural Bureaux International) ซ่งึ
ต่อมาได้เปล่ียนช่ือเป็น Center for Agriculture and Bioscience International ซ่ึงยงั คงใช้ช่ือย่อเป็น CABI
เช่นเดมิ และมสี านักงานใหญ่อยู่ท่ี Wallingford, Oxfordshire ประเทศองั กฤษ และศูนยต์ ่าง ๆ อย่ใู นประเทศ
อังกฤษ และ สวิตเซอร์แลนด์ในทวีปยุโรป สหรฐั อเมริกาในทวีปอเมริกาเหนือ ท่ีตรินิแดดและโตเบโก
ในแครบิ เบยี น ทวปี อเมรกิ ากลาง ทบ่ี ราซลิ ในทวปี อเมรกิ าใต้ ทก่ี านาและเคนยาในทวปี แอฟรกิ า ส่วนในทวปี
เอเชยี มอี ยู่ในประเทศจนี อนิ เดยี ปากสี ถาน และมาเลเซยี ในปัจจุบนั CABI รวบรวมและจดั พมิ พบ์ ทคดั ย่อ
(abstracts) ของสงิ่ ตพี มิ พ์ในวารสารวชิ าการทางด้าน life sciences ทวั่ โลก เช่น CABI Abstracts, Review of
Applied Entomology และ Biocontrol News and Information รวมทัง้ จดั พิมพ์แผนท่ีการแพร่กระจายของ
ศตั รพู ชื (Distribution Map of Pest) เป็นตน้

นักกฏี วทิ ยาของ CIBC ท่เี คยเขา้ มาร่วมงานกบั ศูนย์วิจยั ควบคุมศตั รูพืชโดยชวี ินทรยี ์แห่งชาติ
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ในประเทศไทย คอื Fred J. Simmonds จาก CIBC, UK; Fred D. Bennett จาก
CIBC Trinidad, David J. Greathead, Matthew J.W. Cock, Jeff Waage, Harry C. Evans และ Carol Ellison
จาก CIBC (now CABI), UK; V.P. Rao, T. Sankaran และ S.P. Singh จาก CIBC, Bangalore, India; Ikram
Mohyuddin จาก CIBC, Rawalpindi, Pakistan และ Rahman A. Syed จาก CIBC, Sabah, Malaysia

140

โดยวตั ถุประสงคท์ ่ใี กล้เคยี งกนั CSIRO ของประเทศออสเตรเลยี กม็ กี ารจดั ตงั้ หน่วยงานอย่นู อก
ประเทศด้วยเช่นกัน เช่น CSIRO European Laboratory ท่ี Agropolis International Campus ใกล้เมือง
Montpelier ประเทศฝรงั่ เศส เป็นต้น เพ่อื ร่วมมอื กบั ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ในการสารวจหาศตั รธู รรมชาตใิ น
พน้ื ทด่ี งั้ เดมิ ของแมลงศตั รพู ชื และวชั พชื

กระทรวงเกษตรสหรฐั อเมรกิ า (USDA ARS) กม็ กี ารจดั ตงั้ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารการควบคุมศตั รพู ชื โดย
ชีววธิ โี พ้นทะเล (Overseas Biological Control Lab - OBCL) ด้วยเช่นกนั คอื European Biological Control
Laboratory (EBCL) ตงั้ อย่ทู เ่ี มอื ง Montpellier ประเทศฝรงั่ เศส โดยร่วมมอื กบั Biotechnology and Biological
Control Agency กรุงโรม ประเทศอิตาลี; ARS Australian Biological Control Laboratory (ABCL) ตัง้ อยู่ท่ี
Brisbane ประเทศออสเตรเลยี ; Sino-American Biological Control Laboratory (Sino-ABCL) อยู่ท่กี รุงปักก่ิง
ประเทศจนี ; และ FueDEI (South America) อย่ทู ่ี Hurlingham ประเทศอารเ์ จนตนิ า โดยเน้นความสาคญั ไปท่ี
การควบคุมชนิดพนั ธุต์ ่างถน่ิ ท่รี ุกราน (Invasive alien species – IAS) ตามนยั ของมาตรา 8h - การอนุรกั ษ์ใน
พน้ื ท่ี (In-situ conservation) ของอนุสญั ญาว่าด้วยความหลากหลายทางชวี ภาพ (Convention on Biological
Diversity – CBD) ท่รี ะบุว่า “เท่าท่เี ป็นไปได้และเหมาะสม ประเทศภาคจี ะป้องกันการนาเข้า (introduction)
ควบคุม (control) หรอื กาจดั ให้หมดส้นิ (eradication ซ่งึ ชนิดพนั ธุ์ต่างถนิ่ เหล่านัน้ ท่คี ุกคามระบบนิเวศ พ้นื ท่ี
อาศยั หรอื ชนิดพนั ธตุ์ ่าง ๆ” ถงึ แมว้ ่าสหรฐั อเมรกิ า จะไมย่ อมเขา้ เป็นประเทศภาคขี องอนุสญั ญาฉบบั น้ี กต็ าม

นอกจากน้ี ยงั มนี ักกฏี วทิ ยาเป็นจานวนมากจากต่างประเทศ ทเ่ี ขา้ มาทาการสารวจและรวบรวม
ศตั รูธรรมชาตขิ องแมลงศตั รูพชื และวชั พชื ปฏบิ ตั ิงานร่วมกบั ศูนย์วจิ ยั ควบคุมศตั รูพชื โดยชวี นิ ทรยี แ์ ห่งชาติ
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ในประเทศไทยอกี หลายคน จากสหราชอาณาจกั ร เชน่ Tom Coaker จาก Queens’
College, Cambridge University และ George C. Varley จาก Oxford University, David Greathead, Matthew
Cock, Jeff Waage, Harry C. Evans, Carol Ellison ฯลฯ; จากสหรฐั อเมรกิ า เช่น D. Elmo Hardy, Toshiyuki
Nishida และ Wallace C. Mitchell จาก University of Hawaii, Honolulu, Hawaii และ Walter Carter อดีต
ผู้อานวยการของ Pineapple Research Institute of Hawaii, Honolulu, Hawaii ตลอดจน Daniel Gonzalez,
Gregory Ballmer และ Mark Hoddle จาก University of California, Riverside; Joseph K. Balciunas จาก
USDA ARS, Exotic & Invasive Weed Research Unit, Western Regional Research Center, Albany,
California; George E. Allen และ Dale H. Habeck จาก University of Florida, Gainesville, Florida; R.M.
Baranowski จาก University of Florida, Fort Lauderdale, Florida; Charles and Lois O’Brien จาก Arizona
State University, Tucson, Arizona ข ณ ะ ท่ีส อ น อ ยู่ท่ี Florida A&M University, Tallahassee, Florida แ ล ะ
Lawrence A. “Lerry” Lacey แห่ง Washington State University, Pullman ขณะท่ีทางานอยู่ท่ี USDA ARS
European Biological Control Laboratory (EBCL) ประเทศฝรัง่ เศส ; จากออสเตรเลีย เช่น Douglas
Waterhouse, Max Whitten, Jim Cullen จ า ก CSIRO Entomology, Canberra; Ken L. S. Harley, Wendy
Forno, Tony Wright, Mic H. Julien และ M.W. Griffiths จาก CSIRO Entomology, Long Pocket Laboratories,

141

Indooroopilly, Brisbane; David S. Mitchell จาก Murray-Darling Freshwater Research Center, Wodonga,
Victoria และ Rachael Cruttwell McFadyen จาก Alan Fletcher Research Station, Brisbane กบั จากประเทศ
อ่ืน เช่น Stefan Nesser จาก Plant Protection Research Institute, Pretoria, South Africa; R. Muniappan
จาก University of Guam, Guam; Po-Yung Lai จาก National Pingtung University ประเทศไต้หวนั Thomas
Le Burgeois และ Siraj Hasan จาก CIRAD และ Michel Donskoff จาก National Museum of Natural History,
Paris ประเทศฝรัง่ เศส จากประเทศญ่ีปุ่น เช่น Keizo Yasumatsu, Yoshimi Hirose, Hiroshi Kajita และ
Masami Takagi จ า ก Kyushu University, Fukuoka, Shuji Okajima จ า ก Tokyo University of Agriculture,
Tokyo และ Koji Yano จาก Yamaguchi University, Yamaguchi ประเทศญป่ี ่นุ เป็นตน้ (บรรพต ณ ป้อมเพชร,
pers. com.)

ส่วนในประเทศไทย ไม่มตี าแหน่งนกั กฏี วทิ ยาสารวจ เพ่อื วตั ถุประสงคใ์ นการสารวจ รวบรวม และ
นาเขา้ ศตั รูธรรมชาตจิ ากต่างประเทศ แต่ทป่ี ระเทศไทยสามารถนาศตั รธู รรมชาตเิ ขา้ มาจากต่างประเทศ ทงั้ เพ่อื
การควบคุมแมลงศัตรูพืชและวชั พชื เป็นจานวนมากได้นัน้ เป็นการดาเนินการในโครงการวิจยั ต่าง ๆ ของ
ศูนยว์ จิ ยั ควบคมุ ศตั รพู ชื โดยชวี นิ ทรยี แ์ ห่งชาติ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ทร่ี ่วมมอื กบั ต่างประเทศ โดยเฉพาะ
อยา่ งยงิ่ กบั ออสเตรเลยี และ รฐั ฮาวายและฟลอรดิ า สหรฐั อเมรกิ า รวมทงั้ การสารวจ และ รวบรวมศตั รธู รรมชาติ
ท่มี กี ารใช้กนั อย่างกว้างขวาง และพบอยู่ในภาคสนามในต่างประเทศ เช่น ฮาวายและออสเตรเลยี โดยการ
รว่ มมอื กบั นกั กฏี วทิ ยาในพน้ื ทด่ี ว้ ยตนเอง

อน่งึ ในโครงการการควบคุมศตั รพู ชื โดยชวี วธิ แี บบคลาสสกิ ของทงั้ แมลงศตั รพู ชื และวชั พชื ทไี ดร้ บั
ความสาเรจ็ ในประเทศต่าง ๆ ในปัจจบุ นั หลายโครงการ ไมต่ อ้ งมกี ารสารวจหาศตั รธู รรมชาตใิ นถนิ่ กาเนิดของ
ศตั รพู ชื ในเป้าหมายในต่างประเทศ แต่สามารถนาเขา้ ศตั รธู รรมชาตทิ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพและมกี ารใชม้ าก่อนแลว้ ใน
ประเทศทเ่ี รมิ่ ดาเนินการ หรอื ประเทศอ่นื ทไ่ี ดม้ กี ารนาเขา้ ไปใช้ เช่นในการควบคุมต้นผกากรองในฮาวาย เม่อื
ค.ศ. 1902 (พ.ศ. 2445) Albert Koebele ไปสารวจหาแมลงศตั รูธรรมชาติของต้นผกากรองทางตอนใต้ของ
เมก็ ซโิ ก และส่งแมลง 23 ชนิดเขา้ มาใชใ้ นฮาวาย และมกี ารปลดปล่อยลงภาคสนามโดยไม่มกี ารทดสอบความ
เฉพาะเจาะจงของพชื อาศยั เม่อื ค.ศ. 1903 และใน ค.ศ. 1905 พบว่ามแี มลงศตั รธู รรมชาตขิ องต้นผกากรอง 8
ชนิดสามารถตงั้ รกรากได้อย่างถาวร และได้มกี ารส่งต่อแมลงศตั รูธรรมชาติหลายชนิดจากฮาวาย ไปใช้ใน
ประเทศต่าง ๆ ในแถบเอเชยี และแปซฟิ ิก แอฟรกิ า และ ออสเตรเลยี (Julian and Griffiths, 1998; Winston et
al. 2004) โดยครงั้ แรกสดุ มกี ารสง่ ต่อแมลงวนั กนิ เมลด็ ตน้ ผกากรอง (Lantana seed fly, Ophiomyia lantanae)
จากฮาวายไปทเ่ี กาะนวิ แคลโิ ดเนีย ในชว่ ง ค.ศ. 1908-1909 และ Fiji เมอ่ื ค.ศ. 1911 (Rao et al., 1971) เทา่ กบั
ว่าในประเทศเหล่านัน้ ไม่ต้องทาการสารวจหาศตั รูธรรมชาติในถิ่นกาเนิดของต้นผกากรอง โดยธรรมเนียม
ประเพณีปฏิบตั ิดงั กล่าว DeBach (1964b) เรยี กเป็น “โครงการส่งต่อ” หรอื “โครงการถ่ายทอด” (Transfer
projects)

142

5.3.4 การสารวจในพื้นที่ท่ีจะมกี ารนาเข้ามา (Surveys in the introduced range)

ในการดาเนินงาน ควรทาการสารวจในพ้นื ท่ีปลายทาง ทจ่ี ะนาศตั รูธรรมชาตเิ ข้ามาใช้ประโยชน์
ด้วย ว่ามศี ตั รูธรรมชาตเิ ช่นแมลง หรอื ไร หรอื เช้อื โรคอะไรบ้าง ทใ่ี ช้วชั พชื ในเป้าหมายเป็นพชื อาศยั ทาการ
ตรวจสอบว่าชนิดใดบ้างท่เี ป็นชนิดพ้นื เมอื งในท้องถนิ่ (endemic หรอื native species) หรอื ชนิดใดบ้างเป็น
ชนิดต่างถนิ่ (exotic หรอื alien species) โดยมกี ารจาแนกชนิดโดยผเู้ ชย่ี วชาญทางอนุกรมวธิ าน แลว้ รวบรวม
ขอ้ มลู เกบ็ ไว้

เม่อื มกี ารรเิ รมิ่ โครงการการควบคุมวชั พชื น้าโดยชวี วธิ ใี นประเทศไทย โดยทุนวจิ ยั จาก SEAMEO
Regional Center of Tropical Biology หรอื SEAMEO-BIOTROP ประเทศอนิ โดนีเซยี ศูนยว์ จิ ยั ควบคุมศตั รพู ชื
โดยชวี นิ ทรยี แ์ ห่งชาติ ไดด้ าเนินการสารวจเบอ้ื งตน้ รวบรวม และประเมนิ ผลศตั รธู รรมชาตพิ น้ื เมอื งชนิดต่าง ๆ
ท่ีมศี ักยภาพและความสาคัญในการควบคุมวัชพืชน้าโดยชีววิธีแบบเพาะเล้ียงเพ่ิมขยาย ( Augmentative
biological control) ในประเทศไทย ก่อนทจ่ี มกี ารนาศตั รธู รรมชาตจิ ากต่างประเทศเขา้ มาใชใ้ นการควบคุมวชั พชื
น้าโดยชวี วธิ แี บบคลาสสกิ (Classical biological control) (บรรพต ณ ป้อมเพชร, 2520; บรรพต ณ ป้อมเพชร
และ คณะ, 2520; อนิ ทวฒั น์ บรุ คี าและ บรรพต ณ ป้อมเพชร, 2523) โดยมวี ชั พชื น้าในเป้าหมายในขณะนนั้ 12
ชนิด คอื ผกั ตบชวา (Eichhornia crassipes) จอก (Pistia stratiotes) จอกหูหนู (Salvinia cucullata) สาหร่าย
หางกระรอก (Hydrilla verticellata) สาหร่ายพุงชะโด (Ceratophyllum demersum) ผักเป็ด (Alternanthera
phylloxeroides) แหน (Lemna minor) แหนแดง (Azolla pinnata) ผกั ตบไทย (Monochoria hastata) ขาเขยี ด
(Monochoria vaginalis) เทยี นนา (Ludwigia hyssoppifoia) และ แพงพวย (Ludwigia adscendens)

ในภาพรวมโครงการสามารถรวบรวมแมลงศตั รธู รรมชาตไิ ดท้ งั้ หมด 14 ชนดิ ประกอบดว้ ยตกั๊ แตน
ในอนั ดบั Orthoptera รวม 2 ชนิด หนอนในอนั ดบั Lepidoptera รวม 9 ชนิด และ หนอนในอนั ดบั Coleoptera
รวม 3 ชนิด และจากการประเมนิ ผลปรากฏว่าแมลงพน้ื เมอื งท่พี บ ทส่ี ามารถนามาใชใ้ นการควบคุมวชั พชื น้า
โดยชวี วธิ ีได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพสูง คือ หนอนผีเส้อื Spodoptera pectinicornis ในการควบคุมจอก หนอน
Parapoynx diminutalis ในการควบคุมจอก แหน และ แหนแดง และ หนอน Psara basalis และ P. hipponalis,
Hymenia recurvalis และ Nanophyes sp. ในการควบคุมผกั เป็ด และ หนอน Altica foveicollis ในการควบคุม
แพงพวย โดยได้มกี ารเพาะเลย้ี งและใชห้ นอนผเี สอ้ื S. pectinicornis ในการควบคุมจอก ท่อี ่างเกบ็ น้าเข่อื นศรี
นครนิ ทร์ จ. กาญจนบุรี ร่วมกบั การไฟฟ้าฝ่ ายผลติ แห่งประเทศไทย ไดร้ บั ผลสาเรจ็ อย่างดเี ยย่ี ม ซง่ึ ต่อมาได้มี
การนาหนอน S. pectinicornis จากประเทศไทยเข้าไปใช้ควบคุมจอกโดยชีววิธีในฟลอริดา ประเทศ

143

สหรฐั อเมรกิ า แต่ไมไ่ ดร้ บั ความสาเรจ็ เท่าทค่ี วร และการใชห้ นอนของดว้ ง A. foveicollis ในการควบคมุ แพงพวย
ในประเทศไทย ไดอ้ ยา่ งดเี ยย่ี มเชน่ กนั

แมลงศตั รผู กั ตบชวาทส่ี ารวจพบในประเทศไทย ก่อนมกี ารนาดว้ งงวงผกั ตบชวาจากอารเ์ จนตนิ า
ผ่านฟลอรดิ าเขา้ มาใชค้ อื ตกั๊ แตน Atractomorpha crenulata, Gesonula punctifrons และ Oxya minima และ
หนอนผเี ส้อื กลางคนื บางชนิด ซ่งึ จากการสงั เกตในภาคสนาม พบว่าไม่มศี กั ยภาพในการควบคุมแต่อย่างใด
จาเป็นท่จี ะต้องนาศตั รูธรรมชาตจิ ากถน่ิ ดงั้ เดมิ เช่น ดว้ งงวงผกั ตบชวา (water hyacinth weevils, Neochetina
spp.) เขา้ มาใช้ (บรรพต ณ ป้อมเพชร, 2525a,b, 2528a,b)

แมลงทพ่ี บวา่ ลงทาลายผกั เป็ดคอื หนอนผเี สอ้ื กลางคนื Psara basalis และ P. hipponalis หนอนใย
Hymenia recurvalis และ ด้วงงวง Nanophyes sp. เป็นแมลงศตั รธู รรมชาตทิ ่ไี ม่มศี กั ยภาพเพยี งพอ จาเป็นท่ี
จะต้องนาศตั รูธรรมชาติจากถ่นิ ดงั้ เดมิ คอื ด้วงหมดั ผกั เป็ด Agasicles hygrophila เขา้ มาใช้ (บรรพต ณ ป้อม
เพชร และ คณะ, 2520)

ในกรณีของไมยราบยกั ษ์ Napompeth (1982, 1983a,b) สารวจและคดั เลือกแมลงท่ีพบว่าลง
ทาลายไมยราบยกั ษ์ ไมพ่ บแมลงทม่ี ศี กั ยภาพในประเทศไทย ยกเวน้ ดว้ งหนอนเจาะลาตน้ Sagra femorata และ
หนอนเจาะลาต้นกาแฟ Zeuzera coffeae แต่ไม่มีศักยภาพเพียงพอ จึงจาเป็นทีจะต้องนาด้วงเจาะเมล็ด
Acanthoscelides puniceus และ A. quadridentatus ศตั รูธรรมชาตจิ ากถน่ิ ดงั้ เดมิ ในเมก็ ซโิ ก ผ่านออสเตรเลยี
เขา้ มาใชเ้ ป็นการควบคมุ วชั พชื เหล่าน้โี ดยชวี วธิ แี บบคลาสสกิ เมอ่ื ค.ศ. 1983 (พ.ศ. 2526)

ขอ้ มลู เบอ้ื งตน้ ของการทาการสารวจในพน้ื ทท่ี จ่ี ะนาศตั รธู รรมชาตเิ ขา้ มาใชป้ ระโยชน์เหล่าน้ี จงึ เป็น
เหตุผลสาคญั ทส่ี นับสนุนการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ แี บบคลาสสกิ ในประเทศไทย โดยการนาศตั รธู รรมชาติ
โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ทเ่ี ป็นแมลงเขา้ มาใชใ้ นประเทศ โดยการสารวจหาในต่างประเทศ และ/หรอื นาเขา้ แมลงชนิด
ต่าง ๆ ทใ่ี ชไ้ ดเ้ ป็นผลดแี ลว้ ในต่างประเทศ เขา้ มาทดสอบและใชป้ ระโยชน์

144

5.3.5 นิเวศวิทยาของวชั พืช และศตั รธู รรมชาติ (Ecology of the weed and its natural enemies)

การสังเกตและการศึกษาทางด้านนิเวศวิทยาของชีวินทรีย์ท่ีทาลายวัชพืช ไม่เพียงแต่จะมี
ความสาคญั ในเรอ่ื งความเฉพาะเจาะจงพชื อาศยั เท่านนั้ แต่กน็ บั ว่ามคี า่ ยงิ่ ในการคดั เลอื กชนิดของชวี นิ ทรยี ์ ทจ่ี ะ
มคี วามสาคญั ในการควบคุมทไ่ี ด้ผลดว้ ย ความกงั วลในเร่อื งความเฉพาะเจาะจงพชื อาศยั จงึ เป็นสงิ่ ท่จี ะต้องมี
การประเมนิ ผลก่อน ในการทจ่ี ะคดั เลอื กชวี นิ ทรยี ท์ ่จี ะนามาใช้ ดว้ ยเหตุผลดงั กล่าวจงึ ทาใหม้ กี ารนาแมลงท่มี ี
ความเฉพาะเจาะจงพชื อาศยั เขา้ มาหลายชนิดก่อน แต่แมลงเพยี งสองสามชนดิ เท่านนั้ ทจ่ี ะมคี ณุ ค่าดี ดงั ตวั อยา่ ง
เชน่ ในการควบคุมตน้ แคคตสั ในออสเตรเลยี ไดม้ กี ารนาแมลงเขา้ มาใชท้ งั้ หมดถงึ 51 ชนดิ แต่จะมแี มลงเพยี ง 5
ชนิดเท่านัน้ ทม่ี คี ุณค่าและประ-สทิ ธภิ าพดพี อทจ่ี ะนาไปใชไ้ ด้ แต่เน่ืองจากการท่จี ะนาแมลงแต่ละชนิดไปใช้นัน้
จะตอ้ งเสยี ทงั้ เวลา และค่าใชจ้ ่ายสูงมาก ในทางปฏบิ ตั จิ งึ ไดม้ กี ารเลอื กเพยี งชนิดเดยี วทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพในการ
ควบคมุ สงู เทา่ นนั้ มาใช้

ชวี นิ ทรยี ท์ ไ่ี ดน้ าเขา้ มาแลว้ จะตอ้ งทนสภาพใหมแ่ ละปรบั ตวั เอง เพ่อื ใหเ้ ขา้ กบั สภาพแวดล้อมใหม่
โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ในแหล่งทเ่ี ป็นปัญหา ทงั้ น้ีเพ่อื ท่จี ะได้มกี ารขยายพนั ธุ์ และเพมิ่ จานวนถงึ ระดบั ทจ่ี ะช่วยใน
การควบคุมวชั พชื ได้ ในการศกึ ษาขนั้ ต้น จงึ มคี วามจาเป็นทจ่ี ะตอ้ งหาศตั รธู รรมชาตทิ ่มี าจากทอ้ งถนิ่ ทม่ี คี วาม
คลา้ ยคลงึ กนั ทางสภาพนิเวศวทิ ยา กบั บรเิ วณท่ีวชั พชื กาลงั เป็นปัญหา ในการควบคุมวชั พชื Klamath นนั้ ดว้ ง
หมดั ทไ่ี ดน้ ามาใชม้ หี ลายชนิด ดว้ งหมดั ชนิด Chrysolina hyperici จะแพร่ขยายไดด้ ใี นทท่ี เ่ี ป็นป่ าดกั ลาสเฟอร์
แต่ในทท่ี แ่ี หง้ แลง้ กว่า ซง่ึ เป็นทท่ี ส่ี นพอนเดอโรซ่าเจรญิ เตบิ โต ดว้ งหมดั ชนิดน้ีจะถกู แทนทโ่ี ดยดว้ งหมดั อกี ชนิด
หน่ึงคอื Chrysolina quadrigemina และในทท่ี แ่ี หง้ แลง้ เกนิ ไปกว่าทด่ี ว้ งหมดั ทงั้ สองชนิดจะเจรญิ เตบิ โตไดด้ กี ไ็ ด้
มกี ารใช้ผเี ส้อื Anaitis plagiata แทนในการควบคุม แต่ในฮาวายซ่งึ มคี วามช้นื สูงกว่าท่ดี งั กล่าว การควบคุม
วชั พชื ชนิดเดยี วกนั โดยด้วงหมดั ทงั้ สองชนิด และผีเส้อื กลบั ไม่ได้ผลดเี ท่ากบั การใช้บวั่ อกี ชนิดหน่ึงแทนคือ
Zeuxidiplosis girardia

ศตั รธู รรมชาตทิ ไ่ี ดน้ าเขา้ มาแลว้ และสามารถจะปรบั ตวั กบั ตงั้ รกรากไดใ้ นทอ้ งทใ่ี หม่ ควรสามารถ
ท่จี ะปรบั ตวั ในสภาพแวดล้อมใหม่ได้ดี และเรม่ิ ขยายขอบเขตการแพร่กระจายทลี ะเล็กน้อยกบั ให้ผลในการ
ควบคมุ ทด่ี ขี น้ึ ดว้ ย ตวั อยา่ งทเ่ี หน็ ไดช้ ดั คอื ดว้ งหมดั Chrysolina quadrigemina ซง่ึ เมอ่ื ปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั สภาพ
ดนิ ฟ้าอากาศในบรติ ซิ โคลมั เบยี ได้ แลว้ สามารถทจ่ี ะใหผ้ ลในการควบคมุ วชั พชื Klamath ไดด้ ยี ง่ิ ขน้ึ

สง่ิ ท่มี คี วามสาคญั มากอกี ประการหน่ึงก็คอื การทาให้เกดิ พรอ้ มกนั (synchronization) ของความ
เสยี หายทเ่ี กดิ จากศตั รธู รรมชาติ กบั วงจรการเจรญิ เตบิ โตของวชั พชื หรอื สภาพเฉพาะอยา่ ง หรอื ปัจจยั บงั คบั ทม่ี ี
อทิ ธพิ ลต่อการเจรญิ เตบิ โตของวชั พชื นนั้ ๆ ซง่ึ การกดั กนิ ดอกของวชั พชื โดยตวั หนอนของดว้ งหมดั Chrysolina
quadrigemina ในระหว่างฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว จะทาใหว้ ชั พชื ตายในฤดูรอ้ น ในสภาพของแคลฟิ อร์เนีย
เพราะวชั พชื จะไม่มเี วลาเพยี งพอท่จี ะสรา้ งรากขน้ึ มาทดแทนใหม่ไดท้ นั ก่อนความแหง้ แลง้ ในฤดูรอ้ นจะมาถงึ

145

Teleonemia scrupulosa จะทาลายใบของต้นผกากรองในระหวา่ งฤดรู อ้ นในฮาวาย แต่ผกากรองสามารถฟ้ืนตวั
ขน้ึ มาไดอ้ กี ในฤดูอ่นื ของปี แต่ถ้าใชห้ นอนชนิดอ่นื ช่วยในการทาลายใบในระหวา่ งฤดทู เ่ี ยน็ ลง ผกากรองในทท่ี ม่ี ี
ฝนไมช่ ุกนกั กจ็ ะถูกทาลายหมดไป ซง่ึ ตวั อย่างดงั กล่าวคอื การทาใหเ้ กดิ พรอ้ มกนั ของการทาลายและวงจรของ
การเจรญิ เตบิ โตของวชั พชื ทจ่ี ะทาใหเ้ กดิ ผลในการควบคุมท่ดี แี ละมปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ

การสงั เกตวงจรการเจรญิ เตบิ โตของวชั พชื อาจช้ใี หเ้ หน็ ถงึ ประเภทและเวลาทเ่ี หมาะสมของการ
ทาลายวชั พชื ระดบั การสะสมคารโ์ บไฮเดรตในวชั พชื เป็นแนวทางหน่ึงของการควบคุมวชั พชื ในการใช้สาร
กาจดั วชั พชื ถ้าจะใหไ้ ดผ้ ลดที ส่ี ุดควรใชเ้ มอ่ื ระดบั การสะสมต่า ซง่ึ นักปศุสตั วก์ ไ็ ดใ้ ชห้ ลกั น้ีมาเช่นกนั โดยการมิ
ใหม้ กี ารปลอ่ ยสตั วล์ งในท่งุ หญา้ เมอ่ื ระดบั การสะสมของคารโ์ บไฮเดรตต่า เพราะจะทาใหพ้ ชื อาหารสตั วเ์ สยี หาย
ได้ การใช้ชวี นิ ทรยี ใ์ นการควบคุมวชั พชื ก็เช่นเดยี วกนั การใชด้ ้วงหมดั ผกั เป็ด Agasicles hygrophila ในการ
ควบคุมผกั เป็ดท่แี ถบเมอื งแจ๊คสนั วลิ ล์ ในรฐั ฟลอรดิ า ไดผ้ ลอย่างสมบูรณ์ เพราะได้มกี ารปล่อยดว้ งหมดั ให้
ทาลายผกั เป็ดในระหว่างเดอื นมนี าคม ถงึ เดอื นมถิ ุนายน ซง่ึ เป็นช่วงเวลาทร่ี ะดบั การสะสมคารโ์ บไฮเดรตของ
ผกั เป็ดต่า

5.3.6 การขออนุญาตและใบอนุญาตการนาเข้าศตั รธู รรมชาติ
(Application and permit timport natural enemies)

สาหรบั ในประเทศไทย ตามพระราชบญั ญตั กิ กั พชื พ.ศ. 2507 มาตรา 4 ระบุว่า “พชื ” หมายความว่า
พนั ธุพ์ ชื ทุกชนิด ทงั้ พชื บก พชื น้า และพชื ประเภทอ่นื รวมทงั้ ส่วนหน่ีงส่วนใดของพชื เช่น ตน้ ตา แขนง หน่อ
กิ่ง ใบ ราก เหง้า หวั ดอก ผล เมล็ดเช้ือ และ สปอร์ของเห็ด ไม่ว่าท่ียงั ทาพันธุ์ได้หรือตายแล้ว และให้
หมายความรวมถึงตวั ห้า ตวั เบยี น ตวั ไหม ไข่ไหม รงั ไหม ผ้งึ รงั ผ้งึ และ จุลนิ ทรยี ์ด้วย และ “สง่ิ ต้องห้าม”
หมายความว่า พชื ศตั รพู ชื และ พาหะ ทร่ี ฐั มนตรปี ระกาศกาหนดในราชกจิ จานุเบกษาใหเ้ ป็นสงิ่ ตอ้ งหา้ ม และ
มาตรา 8 ระบุว่า ห้ามมใิ ห้บุคคลใดนาเข้าหรืออนาผ่านซ่งึ สง่ิ ต้องห้าม เว้นแต่ไดรั บั อนุญาตจากอธบิ ดี และมี
ใบรบั รองปลอดศตั รพู ชื ของเจา้ หน้าทข่ี องประเทศทส่ี ง่ สงิ่ ตอ้ งหา้ มนนั้ หรอื หนงั สอื สาคญั อยา่ งอ่นื อนั เป็นทเ่ี ช่อื ถอื
ได้ สาหรบั ประเทศทไ่ี ม่มกี ารออกใบรบั รองปลอดศตั รพู ชื กากบั มาดว้ ย และในกรณีนาเขา้ น้ี อธบิ ดจี ะอนุญาตได้
เฉพาะเพ่อื ประโยชน์ในการทดลองหรอื การวจิ ยั เท่านนั้

โดยเช่นนัน้ แมลงศัตรูธรรมชาติของแมลงศัตรูพืช ท่ีเป็นตัวห้าหรือตัวเบียน และแมลงศัตรู
ธรรมชาตขิ องวชั พชื ถอื ว่าเป็น “สงิ่ ต้องหา้ ม” (prohibited articles) ตามพระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี ดงั นนั้ การนาเขา้
ตวั กระทาการควบคุมโดยชวี วธิ ที ุกชนิด ทไ่ี ดม้ าจากการสารวจและรวบรวมโดยตนเอง หรอื จากการรว่ มมอื กบั
องคก์ รหรอื สถาบนั ต่าง ๆ หรอื ทม่ี จี าหน่ายเป็นการคา้ ในต่างประเทศ จะตอ้ งขอและไดร้ บั อนุญาตจากอธบิ ดกี รม
วชิ าการเกษตร ในเบอ้ื งต้นเฉพาะเพ่อื ประโชน์ในการทดลองหรอื การวจิ ยั เท่านัน้ โดยการขออนุญาตนาเขา้ สงิ่
ต้องห้ามเขา้ มาในราชอาณาจกั รเพ่อื การทดลองหรอื วจิ ยั ตามพระราชบญั ญตั กิ กั พชื พ.ศ. 2507 และทแ่ี ก้ไข

146

(permit) โดยมอี ตั ราค่าธธรรมเนียมใบอนุญาตนาเข้าหรอื นาผ่านสง่ิ ต้องห้าม ฉบบั ละ 200 บาท ใบอนุญาต
(permit) ทไ่ี ดร้ บั ใหใ้ ชไ้ ด้ 6เดอื น นับตงั้ แต่วนั ท่อี อกใบอนุญาต และให้ใช้ได้ 1 ครงั้ เท่านัน้ แต่หากไม่สามารถ
ดาเนินการไดท้ นั ภายในกาหนดเวลา สามารถขอใหมไ่ ดอ้ กี

ตวั อยา่ งของใบอนุญาตนาเขา้ ซง่ึ สง่ิ ตอ้ งหา้ ม ตามพระราชบญั ญตั กิ กั พชื พ.ศ. 2507 คอื ใบอนุญาต
นาเขา้ แมลงวนั ทาปม (Tephritid gall fly, Procecidochares utilis Stone, Diptera: Tephritidae) เพ่อื การควบคมุ
ต้ น ส า บ ห ม า ( Crofton weed ห รือ Maui pamakani, Ageratina adenophora, Asteraceae) จ า ก ฮ า ว า ย
(ภาพท่ี 5.4) และ เงอ่ื นไข (ภาพท่ี 5.5) ทต่ี อ้ งปฏบิ ตั ิ

147
ภาพที่ 5.4 ใบอนุญาตนาเขา้ แมลงวนั ทาปม (Tephritid gall fly, Procecidochares utilis) เพ่อื การควบคุมต้น

สาบหมา (Crofton weed หรอื Maui pamakani, Ageratina adenophora)

148

ภาพที่ 5.5 เง่อื นไขการนาเขา้ แมลงวนั ทาปม (Tephritid gall fly, Procecidochares utilis) เพ่อื การควบคุม
ตน้ สาบหมา (Crofton weed หรอื Maui pamakani, Ageratina adenophora)

149

นอกจากนัน้ ถ้าเป็นเร่อื งท่เี ก่ยี วข้องกบั การค้า (trade-related matter) ระหว่างประเทศ ของตวั
กระทาการควบคุมโดยชวี วธิ ี หรอื ศตั รูธรรมชาติ เราควรทจ่ี ะรจู้ กั “มาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรการ
สขุ อนามยั พชื ” (International Standards for Phytosanitary Measures – ISPM) ทป่ี ระเทศภาคขี อง “อนุสญั ญา
ว่าดว้ ยการอารกั ขาพชื ระหว่างประเทศ” (International Plant Protection Convention – IPPC) ภายใต้องคก์ าร
อาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรอื FAO ซง่ึ ประเทศไทยเขา้ ร่วมเป็นประเทศภาคี (party) ดว้ ย มพี นั ธะ
กรณีภายใต้ “ข้อตกลงองค์การการค้าโลก (World Trade Organization – WTO) ว่าด้วยการประยุกต์ใช้
มาตรการสุขอนามยั และสุขอนามยั พชื ” (WTO Agreement on the Application of Sanitary and Phytosanitary
Measures) ท่เี รยี กว่า “SPS Agreement” ดว้ ย โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ISPM No. 3 “แนวทางการปฏบิ ตั สิ าหรบั
การส่งออก การจดั ส่ง การนาเข้า และ การปลดปล่อยตัวกระทาการควบคุมโดยชวี วธิ ี และสง่ิ มชี วี ติ ท่เี ป็น
ประโยชน์อยา่ งอ่นื ” (Guidelines for the Export, Shipment, Import and Release of Biological Control Agents
and Other Beneficial Organisms) ค.ศ. 2005 ซง่ึ สาหรบั ประเทศไทย ISPMs ทงั้ หมดกว่า 30 เร่อื ง มกี ารแปล
เป็นภาษาไทยอย่างไม่เป็นทางการทัง้ หมดโดย ดร. บรรพต ณ ป้อมเพชร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
(www.acfs.go.th) จะอยภู่ ายใตก้ ารดแู ลของสานกั มาตรฐานสนิ ค้าเกษตรและอาหารแหง่ ชาติ (มกอช.) (National
Bureau of Agricultural Commodity and Food Standards – ACFS) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

5.3.7 การนาเข้าเพื่อการปลดปล่อย (Importation for release)

ในการนาเขา้ เพ่อื การปลดปล่อย ขนั้ ตอนแรกท่สี าคญั ท่ตี ้องดาเนินการคอื เม่อื ได้นาสง่ิ เพาะเล้ยี ง
ศตั รธู รรมชาติ (natural enemy culture) ในวสั ดุท่สี ่งมอบ (consignment) เขา้ มาแลว้ จะต้องดูแลสงิ่ เพาะเลย้ี ง
ศัตรูธรรมชาติชนิดนั้นในห้องกักกันแมลง (insect quarantine) ทาการเพาะเล้ียงอย่างน้อย 1 ชัว่ อายุ
(generation) เพ่อื กาจดั ทงั้ ตวั เบยี นและเช้อื โรค ท่อี าจตดิ มาให้หมดไป ก่อนการปลดปล่อยในภาคสนาม (field
release) หากจะต้องนาไปปลดปล่อยทนั ที หรอื ก่อนการนาไปเพาะเลย้ี งเพม่ิ ปรมิ าณ (mass rearing) เพม่ิ เตมิ
เพอ่ื การปลดปลอ่ ยในภายหลงั

เม่อื เป็นท่แี น่ใจแล้ว ว่าสงิ่ เพาะเล้ยี งศตั รธู รรมชาตนิ ัน้ ปราศจากตวั เบยี นและเช้อื โรคแลว้ จะต้อง
ยา้ ยสงิ่ เพาะเลย้ี งนนั้ ไปไวใ้ นภาชนะบรรจใุ หม่ เพ่อื นาไปปลดปล่อยในภาคสนาม จะตอ้ งทาลายวสั ดุต่าง ๆ เช่น
พชื อาหาร วสั ดุการบรรจุหบี ห่อสง่ิ เพาะเล้ยี ง และวสั ดุอ่นื ๆ ทงั้ หมด ทส่ี ่งมาเป็นวสั ดุท่สี ่งมอบ ใน autoclave
หรอื เผาในเตาเผา (incinerator)

150

5.3.8 การศึกษาความเฉพาะเจาะจงต่อพืชอาศยั (Host specificity study)

การใชศ้ ตั รธู รรมชาตใิ นการควบคุมวชั พชื ไม่ว่าจะเป็นศตั รธู รรมชาตพิ ้นื เมอื ง หรอื ทไ่ี ดน้ ามาจาก
ต่างประเทศกต็ าม จะนามาใชป้ ระโยชน์ได้ กต็ ่อเมอ่ื ศตั รธู รรมชาตเิ หล่านนั้ จะไมไ่ ปทาลายพชื เศรษฐกจิ ชนิดอ่นื
ๆ ด้วยเหตุน้ี ทงั้ ประจกั ษ์พยานและความเช่อื ถือได้ของการตรวจสอบ จงึ นับว่าเป็นสง่ิ ท่มี คี วามสาคญั ท่ีสุด
ประจกั ษพ์ ยานเหล่าน้ี สว่ นใหญ่จะไดม้ าจากการทดสอบในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร หรอื หอ้ งกกั กนั (quarantine) นอกไป
จากนัน้ จะต้องมกี ารทดสอบเพมิ่ เติมด้วยว่าศตั รูธรรมชาติชนิดนัน้ ๆ จะต้องสามารถท่จี ะหาพชื อาศัยและ
เจรญิ เติบโตครบวงจรชีวิตได้ในสภาพแวดล้อมท่เี ก่ยี วข้องด้วย การตรวจสอบโดยสมบูรณ์อาจดาเนินเป็น
ขนั้ ตอน และการตรวจสอบเหล่าน้ี เป็นวธิ กี ารท่ใี ช้กบั ศตั รูธรรมชาตทิ ่เี ป็นแมลงเท่านัน้ สาหรบั ศตั รธู รรมชาติ
ชนิดอ่นื ๆ และโรค จะตอ้ งมกี ารดดั แปลงแกไ้ ขตามความสมควรและเหมาะสม

ในหลกั การ พืชอาศัยหรือพืชอาหาร ท่ีจะนามาใช้ในการทดสอบความเฉพาะเจาะจงต่อพืชอาศัย
(host specificity test) กล่าวอยา่ งกวา้ ง ๆ วา่ ควรจะเป็น

1. พชื ทไ่ี มม่ คี วามเกย่ี วขอ้ งกนั ทางอนุกรมวธิ าน (Taxonomically unrelated plants) เป็นพชื ชนิด
ต่าง ๆ ทไ่ี มเ่ กย่ี วขอ้ งกนั ทางอนุกรมวธิ าน ทงั้ ทม่ี แี ละไมม่ คี วามสาคญั ทางเศรษฐกจิ และความ
หลากหลายทางชวี ภาพ

2. พืชท่ีมีความเก่ียวข้องกันทางอนุกรมวิธาน (Taxonomically related plants) เป็นพืชชนิด
ต่าง ๆ ท่เี ก่ยี วขอ้ งกนั ทางอนุกรมวธิ าน ทงั้ ท่มี แี ละไม่มคี วามสาคญั ทางเศรษฐกจิ และความ
หลากหลายทางชีวภาพ แต่เป็นพชื ท่อี ยู่ในสกุล (genus) หรอื ในวงศ์หรอื ตระกูล (family)
เดยี วกนั

ในการทดสอบความเฉพาะเจาะจงต่อพชื อาศัย สิ่งแรกท่จี ะต้องดาเนินการคอื การตรวจสอบ
ชวี วทิ ยาของแมลงชนิดนัน้ ซ่งึ จะรวมไปถงึ การปรบั ตวั ทางสณั ฐานวทิ ยา ทางสรรี วทิ ยา ทางอุปนิสยั และการ
ปรบั ตวั อ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วพนั กบั พชื อาศยั ของมนั เช่น ความยาวของท่อวางไข่ทว่ี างไข่ในดอก ตรวจสอบขนาดของ
ดอก และชนดิ ของพชื นนั้ ๆ ทอ่ี าจจะถูกทาลายได้ หรอื ปฏกิ ริ ยิ าตอบโตอ้ นั สลบั ซบั ซอ้ น ระหวา่ งนสิ ยั ของแมลงท่ี
สร้างปม และการตอบสนองทางสรีรวิทยาของพืช ซ่ึงจะเป็นตัวบ่งความเหมาะสมของพืชอาศัย เป็นต้น
การศกึ ษาเหลา่ น้มี กั ทากนั อยา่ งกวา้ งๆ ซง่ึ จะรวมไปถงึ การคน้ ควา้ จากเอกสารในเรอ่ื งพสิ ยั (range) และขอบเขต
ของพชื อาศยั ของแมลงเหล่าน้ีดว้ ย แมลงชนิดใดกต็ าม ทไ่ี ดม้ กี ารใชใ้ นการควบคุมโดยชวี วธิ ไี ดผ้ ลและปลอดภยั
แลว้ จะเป็นขอ้ พสิ จู น์ทด่ี ที ส่ี ุด แต่การทดสอบเพม่ิ เตมิ อาจมคี วามจาเป็น ถา้ วชั พชื ทเ่ี กย่ี วขอ้ งนนั้ อาจจะมคี วาม
แตกต่างกนั ไปบา้ งในสภาพแวดลอ้ มใหม่

151

ระดบั ความเช่อื มนั่ ท่สี ูงอาจจะไดม้ าจากความเฉพาะเจาะจงพชื อาศยั ของแมลง ท่อี ย่ใู นระดบั ทาง
อนุกรมวธิ านกล่มุ เดยี วกนั เชน่ สกุลทจ่ี ากดั ตวั เองในการทาลายพชื ในประเภทใดประเภทหน่ึง ซง่ึ หมายความว่า
แมลงชนิดนัน้ ๆ ได้มคี วามเฉพาะเจาะจงกบั พืชในกลุ่มนัน้ เท่านัน้ ด้วยเหตุน้ี ในช่วงเวลาท่นี านพอและใน
ขอบเขตทางภูมศิ าสตรท์ ก่ี วา้ งขวางเพยี งพอ แมลงเหล่าน้ีไมแ่ สดงใหเ้ หน็ ประจกั ษ์พยานแน่ชดั ว่าจะไม่ทาลาย
พชื ชนดิ อ่นื แต่อยา่ งใดทงั้ สน้ิ จากการสงั เกตเช่นน้ี กจ็ ะเป็นการยนื ยนั ในเรอ่ื งความเฉพาะเจาะจงของพชื อาศยั ได้

ในการทดสอบความเฉพาะเจาะจงของพชื อาศัย (host specificity test) จะมหี ลกั หรอื แนวทาง
พน้ื ฐานของการทดสอบสองแนวทาง คอื

1. วธิ ที ดสอบกบั พชื เพาะปลกู (Crop testing method)
2. วธิ ที ดสอบความเกย่ี วขอ้ งทางชวี ภาพ (Biological relevant method)

การทดสอบทงั้ สองวธิ นี ้ี อาจแยกออกจากกนั อยา่ งเดด็ ขาดไมไ่ ด้ และในการทดสอบมกั จะตอ้ งใช้ทงั้
สองวิธีร่วมกัน วิธีทดสอบกับพืชเพาะปลูก โดยทวั่ ไปจะใช้กับแมลงท่ีได้มาจากท้องถิ่นท่ีข้อมูลทางด้าน
อนุกรมวธิ าน หรอื ขอบเขตพชื อาศยั ของแมลงชนิดนนั้ ๆ ยงั มไี มม่ ากนกั ซง่ึ รวมไปถงึ ขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วกบั ศตั รพู ชื ใน
ทอ้ งถนิ่ นนั้ ๆ ดว้ ย ในวธิ ที ดสอบทางดา้ นความเก่ยี วขอ้ งทางชวี ภาพ มกั จะนามาใชเ้ มอ่ื ขอ้ มลู ต่าง ๆ มพี รอ้ มมลู
แลว้ ในการทดสอบทงั้ สองแบบน้อี าจทาในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร หรอื หอ้ งกกั กนั หรอื ในกรงสนาม หรอื แมก้ ระทงั่ พชื ท่ี
ไมไ่ ดใ้ ส่กรงไวด้ ว้ ย

ในการทดสอบกบั พชื เพาะปลกู จะมกี ารเน้นเพ่อื ใหแ้ น่ใจ วา่ พชื เศรษฐกจิ ทใ่ี ชใ้ นการเพาะปลูกจะไม่
ถูกกดั กนิ หรอื ทาลายโดยแมลงชนิดนัน้ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ พชื เศรษฐกจิ ทม่ี กี ารปลกู ในบรเิ วณท่มี วี ชั พชื ระบาด
อยู่ และเป็นพชื ทแ่ี มลงเหล่านนั้ อาจจะยงั ไมเ่ คยพบมาก่อน พชื เศรษฐกจิ เหล่าน้สี ว่ นใหญ่อาจจะไม่มสี ารกระตุ้นท่ี
จะทาใหแ้ มลงเหล่าน้กี ดั กนิ แต่ในทานองเดยี วกนั อาจจะไมม่ สี ารกดี กนั ทจ่ี ะป้องกนั มใิ หแ้ มลงทาลายดว้ ยเช่นกนั
ด้วยเหตุน้ีพชื ดงั กล่าวอาจจะเป็นพชื อาศยั ชวั่ คราว (casual transfer host) และอาจทาให้เกิดความเสียหาย
ชวั่ คราวได้ ในการทดสอบพชื อาศยั นนั้ ซง่ึ ผลของการทดสอบอาจนาไปถงึ การประเมนิ ผลทไ่ี มถ่ กู ตอ้ งได้ เพราะ
การทดสอบแมลงในกรงเลก็ ๆ หรอื ภายใตส้ ภาพบงั คบั อาจทาใหแ้ มลงเหล่านัน้ จาเป็นต้องกนิ แต่พชื ทดสอบ
เพอ่ื การอยรู่ อดของมนั เอง แต่ในธรรมชาตมิ นั จะไมก่ นิ พชื ทดสอบเหล่านนั้ เลย และบางทจี ากผลของการทดสอบ
เหล่าน้ี จะทาใหเ้ ราละทง้ิ หรอื เลกิ ใชแ้ มลงชนิดนนั้ ซง่ึ แทท้ จ่ี รงิ แลว้ อาจจะมปี ระสทิ ธภิ าพสงู ในการควบคุมวชั พชื
ได้

152

เหตุผลสาคัญของการใช้วิธีการทดสอบแบบความเก่ียวข้องทางชีวภาพ เป็ นการทดสอบ
เม่อื ขอบเขตพชื อาศยั เป็นทร่ี อู้ ย่างชดั แจง้ และจากขอ้ มลู น้ีพอทจ่ี ะเป็นการคาดคะเนไดว้ ่าพชื อ่นื ๆ ทไ่ี ม่มคี วาม
เกย่ี วขอ้ งกนั กบั วชั พชื ทางพฤกษศาสตรแ์ ละชวี วทิ ยา กจ็ ะปลอดภยั จากการถูกทาลาย โดยแมลงทก่ี าลงั ทาการ
ทดสอบด้วย แต่จะอย่างไรกต็ าม ไม่มกี ารทดสอบแต่เพยี งวธิ ใี ดวธิ หี น่ึง ท่จี ะให้ขอ้ สรุปท่แี น่นอนได้ และโดย
ทวั่ ๆ ไปแลว้ การทดสอบจะตอ้ งใชท้ งั้ สองวธิ รี ว่ มกนั

การศกึ ษและการตรวจสอบความเฉพาะเจาะจงต่อพชื อาศยั (host specificity) เป็นขนั้ ตอนพน้ื ฐาน
ทม่ี คี วามสาคญั ของการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ ี และไม่ควรนาแมลงท่เี รายงั ไม่รคู้ วามเฉพาะเจาะจงพชื อาศยั
และขอบเขตหรอื พสิ ยั ของพชื อาศยั (host range) เขา้ มาใช้ จนกว่าจะมกี ารตรวจสอบท่แี น่นอนก่อนในทอ้ งถ่ิน
ดงั้ เดมิ หรอื ในหอ้ งกกั กนั (quarantine) หรอื ภาคสนามแลว้ แต่กรณี (Heard, 1997)

การทดสอบพชื อาศัยของแมลงศตั รูธรรมชาติของวชั พชื ในเป้าหมาย ท่มี ศี กั ยภาพท่จี ะเป็นตัว
ควบคมุ ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ อาจใชว้ ธิ กี ารทดสอบต่าง ๆ เช่น

1. การทดสอบการกนิ พชื อาหารของตวั เตม็ วยั (Adult feeding tests)
2. การทดสอบการวางไข่ (Oviposition tests)
3. การทดสอบการเจรญิ เตบิ โตของตวั อ่อน (Larval development tests)
4. การทดสอบแบบมที างเลอื กกบั แบบไมม่ ที างเลอื ก (Choice versus no-choice tests)
5. การทดสอบโดยการใหอ้ ดอาหาร (Starvation tests)
6. การทดสอบหลายชว่ งอายุ (Multi-generation tests)
7. การทดสอบแบบเปิดในภาคสนาม (Open-field tests)

153

รายละเอียดของการทดสอบพืชอาศยั ต่าง ๆ ในแต่ละขนั้ ตอนโดยสงั เขป

1. การทดสอบการกินพืชอาหารของตวั เตม็ วยั (Adult feeding tests)
การทดสอบการกนิ พชื อาหารของตวั เต็มวยั จะใชก้ บั แมลงท่ตี วั อ่อนกนิ ส่วนต่าง ๆ ของพชื อาศยั

ถา้ ทงั้ ตวั อ่อนและตวั เตม็ วยั ทาความเสยี หายพชื อาหารอย่างรนุ แรง ต้องมกี ารตรวจสอบพสิ ยั ของการกนิ ของตวั
เตม็ วยั ดว้ ย พรอ้ มกนั ไปกบั การทดสอบการวางไข่บนพชื อาศยั ชนิดต่าง ๆ ทน่ี ามาทดสอบ การประเมนิ การกนิ
อาจเปรยี บเทยี บระหว่างพชื อาศยั ท่นี ามาทดสอบและวเิ คราะหค์ วามสาคญั ทางสถิติ ความเสยี หายจากการกิน
อาจใชจ้ านวนแผลของการกดั กนิ จานวนหรอื สว่ นของพชื ทเ่ี สยี หาย หรอื การวดั พน้ื ทใ่ี บทถ่ี ูกกดั กนิ ฯลฯ

2. การทดสอบการวางไข่ (Oviposition tests)
การทดสอบการวางไข่ (oviposition tests) มกั จะใชเ้ พ่อื ตรวจสอบพสิ ยั ของพชื อาศยั (host range)

ของแมลง ซง่ึ เป็นกลุ่มของชนิดพชื ทต่ี วั อ่อนของแมลงสามารถเจรญิ เตบิ โตไดใ้ นธรรมชาติ พชื ทเ่ี ป็นอาหารของ
ตวั อ่อน มกั จะเป็นพชื ทต่ี วั เตม็ วยั ตวั เมยี ชอบมาวางไข่ โดยเช่นนนั้ ขบวนการเลอื กพชื อาศยั โดยการวางไข่ของ
ตวั เมยี จงึ มกี ารนามาใช้เป็นตวั ช้วี ดั พสิ ยั ของพืชอาศยั การทดสอบอาจทาได้โดยปล่อยตวั เมยี ให้วางไข่ใน
ช่วงเวลาหน่ึง บนพชื อาศยั หลากชนิดรวมทงั้ วชั พชื ในเป้าหมายดว้ ย ในกรงหรอื โรงเลย้ี งแมลง (insectary) แลว้
นับจานวนไข่ท่วี างบนพืชอาศัยแต่ละชนิด แต่การทดสอบน้ี อาจทาไม่ได้กบั แมลงหลายชนิดท่จี ะไม่วางไข่
ภายใต้สภาพการจากดั บรเิ วณหรอื พ้นื ทเ่ี ช่นในกรงท่เี ลก็ หรอื แคบ ซง่ึ อาจต้องใชก้ รงทใ่ี หญ่ขน้ึ และถา้ ทาไม่ได้
กจ็ ะตอ้ งใชว้ ธิ กี ารทดสอบอ่นื แทน

3. การทดสอบการเจริญเติบโตของตวั อ่อน (Larval development tests)
ถา้ พบว่ามกี ารวางไข่บนพชื อาศยั ทน่ี ามาทดสอบ จาเป็นต้องทดสอบการอย่รู อดของไข่ (viability)

ความสามารถของพชื อาศยั ทจ่ี ะรองรบั การเจรญิ เตบิ โตของตวั อ่อนในระยะตวั หนอนและการเขา้ ดกั แด้ การตาย
ในระยะต่าง ๆ และปรมิ าณการวางไข่ของตวั เตม็ วยั ทไ่ี ดม้ า ทงั้ น้ีอาจรวบรวมไข่ ใหอ้ อกเป็นตวั หนอนบนชน้ิ ส่วน
หรอื ใบของพชื อาหารในกรงหรอื ภาชนะเพาะเลย้ี ง

การทดสอบการเจรญิ เตบิ โตของตวั อ่อนบนพชื อาศยั ใชก้ บั แมลงทเ่ี ฉพาะตวั อ่อนเท่านนั้ ทเ่ี ป็นตวั ท่ี
ทาความเสยี หายใหก้ บั พชื อาศยั เช่นตวั อ่อนของแมลงในอนั ดบั Lepidoptera และ Diptera หรอื แมลงในอนั ดบั
Coleoptera ซง่ึ บางทที งั้ ตวั อ่อนและตวั เตม็ วยั เป็นระยะทท่ี าลายพชื อาศยั ด้วย การทดสอบน้ี เป็นการตรวจหา
ความเหมาะสมของพชื อาศยั วา่ เป็นอาหารทต่ี วั อ่อนสามารถเจรญิ เตบิ โตจนครบวงจรชวี ติ ไดห้ รอื ไม่ โดยการให้
ตวั อ่อนกนิ ชน้ิ ส่วนของพชื ท่เี ป็นอาหาร ตามลกั ษณะการทาลายของแมลง เช่น ยอดใบ ใบอ่อนหรอื ใบแก่ ดอก
หรอื ผล กง่ิ หรอื ลาตน้ หรอื ราก เป็นต้น

154

4. การทดสอบแบบมที างเลือกกบั แบบไม่มีทางเลือก (Choice versus No-choice tests)
การทดสอบการกินพืชอาหารและการทดสอบการวางไข่ของตวั เต็มวยั อาจเป็นได้ทงั้ แบบมี

ทางเลอื กและแบบไมม่ ที างเลอื ก ในแบบทม่ี ที างเลอื ก จะปลอ่ ยแมลงจานวนหน่ึงบนพชื อาศยั ชนิดต่าง ๆ ทม่ี พี ชื
อาศยั ปกตริ วมอย่ดู ว้ ยพรอ้ มกนั ไป ส่วนในแบบไม่มที างเลอื ก จะปล่อยแมลงบนพชื อาศยั และพชื ทดสอบเพยี ง
ชนิดเดยี ว ในแต่ละการทดสอบเท่านนั้ จนครบจานวนพชื ทดสอบทงั้ หมด และในการทดสอบทงั้ สองแบบ จะตอ้ ง
มพี ชื ในเป้าหมายรวมอยู่ด้วย เพ่อื ใช้เป็นตวั เปรยี บเทยี บ (control host plant) และการทดสอบทงั้ สองแบบน้ี
จะตอ้ งอยใู่ นสภาพทเ่ี หมาะสม ทแ่ี มลงจะสามารถวางไขแ่ ละกนิ พชื อาหารได้

ขอ้ ไดเ้ ปรยี บของการทดสอบแบบมที างเลอื ก คอื ความเป็นธรรมชาตมิ ากกว่า สาหรบั แมลงท่จี ะ
เลอื กพชื อาศยั ไดต้ ลอดเวลา และมปี ระสทิ ธภิ าพสูงกว่า ส่วนการทดสอบแบบไม่มที างเลอื ก เป็นการทดสอบท่ี
เขม้ งวดกวา่ การทดสอบแบบมที างเลอื ก แมลงอาจไมว่ างไขห่ รอื กนิ พชื ทดสอบทไ่ี มใ่ ช่พชื ปกติ การทดสอบแบบ
ไมม่ ที างเลอื ก อาจตามมาดว้ ยการทดสอบแบบมที างเลอื ก โดยการใชพ้ ชื ทมี กี ารวางไข่ และ/หรอื การกนิ เกดิ ขน้ึ
บา้ ง โดยพาะอย่างยง่ิ ถ้าเป็นพชื ชนิดใกลเ้ คยี งทเ่ี ป็นพชื เศรษฐกจิ การทดสอบแบบไม่มที างเลอื กอาจเป็นแบบ
ต่อเน่อื งกนั ไป (serial) หรอื สบื เน่อื งกนั เป็นลาดบั (sequential) หรอื ขนานกนั ไป (parallel) ในการทดสอบแบบ
ต่อเน่อื งกนั หรอื สบื เน่อื งกนั เป็นลาดบั แมลงจะไดร้ บั พชื ในเป้าหมายและพชื ทดสอบสลบั กนั ไป สว่ นแบบทข่ี นาน
กนั ไป แมลงจะไดร้ บั พชื ในเป้าหมาย และพชื ทดสอบแยกออกจากกนั

5. การทดสอบโดยการให้อดอาหาร (Starvation tests)
การทดสอบโดยการให้แมลงอดอาหารช่วงเวลาหน่ึง ก่อนให้พชื ทดสอบกนิ เป็นอาหาร เป็นการ

ทดสอบแบบไมม่ ที างเลอื ก ของทงั้ ตวั เตม็ วยั และในระยะตวั หนอน ซง่ึ ตอ้ งดาเนนิ การจนกระทงั่ แมลงตายในทส่ี ุด
เป็นการตรวจสอบว่าแมลงจะไมก่ นิ พชื อาหารทท่ี ดสอบเพ่อื การอยรู่ อด หลงั จากการไมใ่ หอ้ าหารระยะหน่งึ แลว้

6. การทดสอบหลายช่วงอายุ (Multi-generation tests)
ในกรณที พ่ี ชื ทไ่ี มใ่ ช่พชื ในเป้าหมาย เป็นทย่ี อมรบั ได้ โดยแมลงวางไขไ่ ด้ และพชื นนั้ สามารถรองรบั

การเจรญิ เติบโตของระยะตัวอ่อนได้ จะต้องมกี ารตรวจสอบเพม่ิ เติม ว่าพชื อาหารชนิดนัน้ สามา รถรองรบั
ประชากรของแมลงชนิดนนั้ ไดต้ ่อไปไมเ่ ป็นทส่ี น้ิ สุดหรอื ไม่ โดยการขยายพนั ธบุ์ นพชื ชนดิ นัน้ เช่นเดยี วกนั กบั การ
ขยายพนั ธุ์บนพชื อาหารปกติ โดยมแี ผนการทดลองทางสถติ ิ ทส่ี ามารถทาการเปรยี บเทยี บและวเิ คราะห์นัย
ความสาคญั ทางสถติ ไิ ด้ ในแต่ละช่วงอายขุ ยั หลาย ๆ ช่วง เพอ่ื การตดั สนิ ใจในการทจ่ี ะใชป้ ระโยชน์แมลงชนิดนนั้

155

7. การทดสอบแบบเปิ ดในภาคสนาม (Open-field tests)
Clement & Cristofaro (1995) ทบทวนการทดสอบความเฉพาะเจาะจงพืชอาศยั ของแมลงศตั รู

ธรรมชาตขิ องวชั พชื แบบเปิดในภาคสนาม ซง่ึ การทดสอบแบบน้ี สามารถท่จี ะดาเนินการได้เฉพาะในประเทศ
ดงั้ เดมิ ของแมลงศตั รธู รรมชาตทิ ม่ี ศี กั ยภาพเท่านนั้ หรอื ในประเทศทไ่ี ดม้ กี ารนาศตั รธู รรมชาตชิ นิดนนั้ เขา้ ไปใช้
ในการควบคุมมาก่อนแลว้ กบั ไม่สมควรทจ่ี ะนาศตั รธู รรมชาตไิ ปทาการทดสอบแบบเปิด ในประเทศทจ่ี ะมกี าร
นาเขา้ ไปใชป้ ระโยชน์

การทดสอบความเฉพาะเจาะจงพชื อาศยั ของแมลงศตั รธู รรมชาตขิ องวชั พชื แบบเปิดในภาคสนาม
จะกระทาโดยการนาพชื ตวั เปรยี บเทยี บ (control plant) พรอ้ มกบั พชื ทดสอบ (test plants) ชนดิ ต่าง ๆ เขา้ ไปไว้
ในพน้ื ทท่ี ม่ี ศี ตั รธู รรมชาตปิ รากฏอยอู่ ย่างชุกชุมและมคี วามหนาแน่นสงู แต่มกั จะไม่ไดผ้ ลตามวตั ถุประสงคข์ อง
การทดสอบ และผลของการทดสอบแบบน้ี จะคลาดเคล่อื นไปตามฤดูกาลและพน้ื ทท่ี ดสอบ

5.3.9 กรณีศึกษาของการทดสอบความเฉพาะเจาะจงพืชอาศยั
(Case Studies on Host Specificity Tests)

1. การควบคมุ ผกั ตบชวา

ในการควบคุมผกั ตบชวาโดยการใชด้ ว้ งงวงผกั ตบชวา 2 ชนิด คอื Neochetina eichhorniae และ
N. bruchi มกี ารทดสอบความเฉพาะเจาะจงพชื อาศยั โดยการใชพ้ ชื ทดสอบรวม 274 ชนิดใน 77 วงศ์ เรม่ิ มกี าร
ปลดปล่อยในสหรฐั อเมรกิ าเมอ่ื ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515) และ ค.ศ.1974 (พ.ศ. 2517) ตามลาดบั และต่อมามกี าร
ปลดปลอ่ ยภาคสนามใน 39 และ 27 ประเทศ ตามลาดบั (Julien et al., 1999) ในการทดสอบความเฉพาะเจาะจง
พชื อาศยั ของ N. eichhorniae ในอนิ โดนีเซยี โดย BIOTROP ในเบอ้ื งตน้ พบว่าดว้ งตวั เตม็ วยั สามารถแทะเลม็
ใบของตน้ พุทธรกั ษากนิ หวั (edible canna, Canna edulis) ได้ และถงึ จะไมส่ ามารถเจรญิ เตบิ โตไดใ้ นหวั ของต้น
พุทธรกั ษาไดก้ ต็ าม จงึ ไม่อนุญาตให้มกี ารปลดปล่อย จนเม่อื มกี ารใชก้ นั อย่างกวา้ งขวางและแพรห่ ลายทวั่ โลก
รฐั บาลอนิ โดนเี ซยี จงึ ไดอ้ นุญาตการนาเขา้ และการปลดปลอ่ ยเมอ่ื ค.ศ. 1979 และ1996 ตามลาดบั

2. การควบคมุ ต้นไมยราบยกั ษ์

การสารวจหาแมลงศตั รูธรรมชาติในเมก็ ซิโก เพ่อื การควบคุมต้นไมยราบยกั ษ์ในออสเตรเลีย
เรม่ิ ต้นมาตงั้ แต่ ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522) โดย CSIRO Entomology พบแมลงทงั้ หมด 417 ชนิด ท่กี ดั กินต้น
ไมยราบยกั ษ์ นาแมลงเขา้ ไปประเมนิ ต่อในออสเตรเลยี 43 ชนิด และปลดปล่อยในภาคสนามรวม 13-14 ชนิด
จากแมลงทป่ี ลดปลอ่ ย ปรากฏว่าดว้ งเจาะเมลด็ Acanthoscelides puniceus หนอนผเี สอ้ื ชอนลาตน้ Neurostrota
gunniella หนอนผเี สอ้ื ปีกใสเจาะลาตน้ Carmenta mimosa และดว้ งกนิ ดอก Coelocephalapion pigrae สามารถ
ลดการเจรญิ เตบิ โตและการผลติ เมลด็ ของตน้ ไมยราบยกั ษ์ ไดอ้ ยา่ งเป็นทน่ี ่าพอใจ (Flanagan & Julien, 2004)

156
และ มกี ารแนะนาว่าควรใชแ้ มลงทงั้ 4 ชนิดน้ี หากมกี ารทาการควบคุมตน้ ไมยราบยกั ษ์ในพน้ื ทส่ี งวนชวี มณฑล
ทะเลสาบ (Tonle Sap Biosphere Reserve - TSBR) ในประเทศกมั พชู า (van Zalinge, 2005)

ในบรรดาแมลงทัง้ 4 ชนิด ดังกล่าว หนอนผีเส้ือชอนลาต้น (mimosa stem-mining moth,
Neurostrota gunniella, Lepidoptera: Gracillariidae) (ภาพท่ี 5.6) ซ่ึงมีการตัง้ ช่ือโดยใช้ตัวอย่างต้นแบบ
holotype จากรฐั Texas สหรฐั อเมรกิ า หนอนจะเจาะทายอดอ่อนแลว้ ชอนเขา้ ไปในลาต้นของไมยราบยกั ษ์ และ
พืชในสกุลเดยี วกบั ผกั กระเฉด (Neptunia oleraceae) ในประเทศไทย แต่เป็นพชื พ้นื เมอื งของเมก็ ซโิ ก คือ
N. plena มกี ารทาการทดสอบความเฉพาะเจาะจงในเมก็ ซโิ ก จนไดร้ บั ผลเป็นทพ่ี อใจ แล้วจงึ ส่งตวั อย่างเขา้
ออสเตรเลยี เพ่อื ทดสอบเพมิ่ เตมิ ในเรอื นกกั กนั ของ CSIRO ท่ี Brisbane เม่อื ค.ศ. 1986 (พ.ศ. 2529) โดยใช้
พชื ทดสอบทงั้ หมด 99 ชนิด พบว่า N. gunniella สามารถวางไข่บนพชื วงศ์ถวั่ 9 ชนิด และตวั หนอนสามารถ
เจรญิ เติบโตจนเป็นตวั เต็มวยั ได้บนพชื 5 ชนิด ซ่งึ เป็นพชื ต่างถิ่น 2 ชนิด คือ M. pigra และ M. pudica อีก
3 ชนดิ เป็นพชื พน้ื เมอื งของออสเตรเลยี คอื Neptunia dimorphantha, N. gracilis และ N. Monosperma

ภาพท่ี 5.6 ผีเส้ือหนอนชอนต้นไมยราบ (Mimosa stem-mining moth, Neurostrota gunniella) ท่ีจากการ
ทดสอบในเรอื นกกั กนั พบวา่ สามารถลงทาลายผกั กระเฉดได้ จงึ ไมม่ กี ารปลดปล่อยในประเทศไทย
(แหลง่ ทม่ี า: Wikipedia, The Free Encyclopedia)

157

แต่ในประเทศออสเตรเลยี ผลจากการทดสอบพบว่า M. pigra ถูกทาลายสงู ทส่ี ดุ ส่วนพชื ทเ่ี หลอื อกึ
4 ชนิด ตวั หนอนมกี ารตายสงู กว่ารอ้ ยละ 60-90 และเจรญิ เป็นตวั เตม็ วยั ต่าเพยี ง 3 -18 ตวั แต่ใน M. pigra ตวั
หนอนตายน้อยกว่ารอ้ ยละ 25 และออกเป็นตวั เตม็ วยั สูงถงึ 95 ตวั ส่วนความเสยี หายต่อพชื ทดลองอ่นื ๆ อกี
90 ชนิด ไม่มนี ัยความสาคญั ทางสถิติ จึงใดรั บั การอนุมตั ิให้ปลดปล่อยในภาคสนามได้ ในแถบชานเมอื ง
Darwin, Northern Territory ซง่ึ มกี ารระบาดของไมยราบยกั ษท์ ร่ี นุ แรง เมอ่ื ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530)

หลงั การปลดปล่อย Julien & Griffiths (1998) รายงานว่า N. gunniella สามารถแพร่กระจายเป็น
ระยะทางอย่างต่าถงึ 160 กม. จากจุดปลดปล่อย และทาลายลาต้นได้มากกว่ารอ้ ยละ 90 แต่ไม่มรี ายงานว่ามี
การนาไปใช้ในประเทศอ่นื แม้แต่ประเทศเดยี ว มกี ารนา N. gunniella จากเม็กซโิ กผ่านออสเตรเลยี เข้ามา
ทดสอบในประเทศไทยในเรอื นกกั กนั แมลง เม่อื ค.ศ. 1988 (พ.ศ. 2531) และพบว่าสามารถเจรญิ เตบิ โตและ
ทาลายยอดอ่อนและลาต้นของต้นไมยราบยกั ษ์ได้ดี แต่พบว่าสามารถชอนทาลายทาลายลาต้นผกั กระเฉด
(Neptunia oleracea) ไดด้ เี ชน่ กนั ผกั กระเฉดชนดิ ทพ่ี บในประเทศไทย มถี นิ่ กาเนิดอยใู่ นตอนใตข้ องเมก็ ซโิ กถงึ
ตอนเหนือของอเมรกิ าใต้ แต่ไมป่ รากฏว่ามกี ารนาเขา้ มาในทวปี เอเชยี ตงั้ แต่เม่อื ไร แต่ไดป้ รบั ตวั ตามธรรมชาติ
(naturalize) จนราวกบั ว่าเป็นพชื พ้นื เมอื ง กลายเป็นพชื อาหารเศรษฐกิจในหลายประเทศในเอเชยี ตะวนั ออก
เฉียงใต้ ทงั้ ในประเทศไทย สหภาพพมา่ สปป. ลาว เวยี ดนาม กมั พชู า และมาเลเซยี จงึ ตอ้ งทาลาย N. gunniella
ในเรอื นกกั กนั แมลง และไม่มกี ารใชป้ ระโยชน์ในประเทศไทย (Winotai et al. 1992; Napompeth, 1994) เพราะ
ไม่มคี วามปลอดภยั ในการใช้ N. gunniella ในพน้ื ท่กี ารระบาดของไมยราบยกั ษ์ในประเทศต่าง ๆ แถบเอเชยี
ตะวนั ออกเฉียงใต้ ซ่ึงผกั กระเฉดเป็นพชื เศรษฐกิจ จงึ ไม่มกี ารนาไปใช้ต่อเช่นแมลงชนิดอ่นื และเป็นการใช้
เฉพาะในออสเตรเลยี เทา่ นนั้

ดงั นัน้ การแนะนาว่าควรใช้ N. gunniella ซ่งึ เป็นแมลงชนิดหน่ึงของแมลง 4 ชนิด คอื ด้วงเจาะ
เมล็ด A. puniceus หนอนผเี ส้อื ชอนลาต้น N. gunniella หนอนผเี ส้อื เจาะลาต้น C. mimosa และด้วงกินดอก
C. pigrae หากมกี ารทาการควบคุมต้นไมยราบยักษ์โดยชวี วธิ ใี นพ้นื ท่สี งวนชวี มณฑลทะเลสาบ (Tonle Sap
Biosphere Reserve - TSBR) ในประเทศกมั พูชา โดย van Zalinge (2005) จะเป็นความผดิ พลาดทร่ี นุ แรงมาก
และกรณศี กึ ษาน้ี เป็นการยา้ และชใ้ี หเ้ หน็ ความสาคญั ของการทดสอบความเฉพาะเจาะจงของพชื อาหารและพชื
อาศยั ของแมลงศตั รธู รรมชาตทิ จ่ี ะนาเขา้ มาใชจ้ ากต่างประเทศดว้ ย

Ostermeyer & Grace (2007) รายงานว่าในการสารวจศัตรูธรรมชาติ 8 ชนิด จาก 14 ชนิด
ทป่ี ลดปล่อยในออสเตรเลยี เป็นเวลา 8 ปี ระหว่าง ค.ศ. 1997-2004 เช่น หนอนผเี สอ้ื ปีกใสCarmenta mimosa
หนอนเจาะลาตน้ (Neurostrota gunniella) ดว้ งงวงเลก็ กนิ ดอก (Coelocephalapion pigrae) ดว้ งเจาะเมลด็ ชนิด
(Acanthoscelides puniceus) ดว้ งกนิ ใบ (Chlamisus mimosae) และ ดว้ งกนิ ตน้ กลา้ และกนิ ราก (Malacorhinus
irregularis) ปรากฏว่าหนอนเจาะลาต้น C. mimosa ทาความเสยี หายสงู สุด แพร่กระจายอยทู่ ุกทแ่ี ละขยายมาก
ข้นึ N. gunniella พบในทุกท้องท่เี ช่นกนั ทาลายยอดต้นไมยราบยกั ษ์ สูงถึง 94% แต่ทงั้ A. puniceus และ

158

C. mimosa ไม่แพร่กระจายหรอื ชุกชุมเท่าใดนัก และประชากรลดลงในช่วงการสารวจ ส่วนแมลงชนิดอ่ืน
มาพบวา่ ตงั้ รกรากได้ หรอื ประชากรอาจต่าจนไมส่ ามารถตรวจพบได้

ประเทศไทยนาด้วงเจาะเมล็ด 2 ชนิด คือ Acanthoscelides puniceus และ A. quadridentatus
(Coleoptera: Bruchidae) จากเมก็ ซโิ กผ่านออสเตรเลยี เม่อื ค.ศ. 1983 (พ.ศ. 2526) มกี ารทดสอบท่เี คร่งครดั
เพ่อื ใหแ้ น่ใจว่าจะไม่เป็นศตั รูพชื ของเมลด็ ถวั่ เช่นเดยี วกบั ดว้ งถวั่ (bean bruchid, Acanthoscelides obtectus)
ซ่งึ ระบาดอยู่ในยุโรป หลายประเทศในเอเชยี และ ออสเตรเลยี ตงั้ แต่มกี ารปลดปล่อยภาคสนามตงั้ แต่ ค.ศ.
1984 (พ.ศ. 2527) ดว้ งทงั้ 2 ชนิดสามารถตงั้ รกรากไดด้ ี ในทุกพ้นื ทก่ี ารระบาดของไมยราบยกั ษ์ ทวั่ ประเทศ
ไทย และแพรก่ ระจายไปส่ปู ระเทศเพ่อื นบา้ นรอบประเทศไทยดว้ ย

3. การควบคมุ ต้นผกากรอง

การควบคุมต้นผกากรองโดยชวี วธิ ใี นฮาวายเรม่ิ ตน้ ใน ค.ศ. 1902 (พ.ศ. 2445) และจากการสารวจ
หาแมลงศตั รธู รรมชาตใิ นเมก็ ซโิ ก Albert Koebele ส่งแมลงรวม 23 ชนิดเขา้ มาท่ฮี าวายเม่อื ค.ศ. 1903 (พ.ศ.
2446) แล้วปลดปล่อยในภาคสนามโดยไม่มกี ารทดสอบความเฉพาะเจาะจงต่อพชื อาศยั และพบว่าใน ค.ศ.
1905 (พ.ศ. 2448) มแี มลงทงั้ หมด 8 ชนิดทส่ี ามารถตงั้ รกรากไดแ้ ละพบไดใ้ นทุกเกาะ โดยแมลงบางชนิด เช่น
มวนปีกแก้วผกากรอง (lantana lace bug, Teleonomus scrupulosa, Hemiptera: Tingidae) (ภาพท่ี 5.7) เป็น
ศัตรูธรรมชาติท่ีมีประสิทธิภาพสูงท่ีสุดชนิดหน่ึง (Davies & Greathead, 1967; Andrés & Goeden, 1971;
Johnson, 2011) และมกี ารนามวนแกว้ ชนิดน้ี เขา้ ไปใชค้ วบคุมตน้ ผกากรองในหลายประเทศในแถบเอเชยี และ
แปซฟิ ิก เช่น ฟิจเิ มอ่ื ค.ศ.1928 วานูอาตูเมอ่ื ค.ศ.1935 ออสเตรเลยี นิวแคลโิ ดเนีย และ ซามวั เม่อื ค.ศ.1936
ตองกาเม่อื ค.ศ.1937 เกาะกวมเม่อื ค.ศ.1969 และประเทศไทยเม่อื ค.ศ.1985 (พ.ศ. 2528) และในแอฟรกิ า
เช่น เคนยาเมอ่ื ค.ศ.1953 แทนซาเนียเมอ่ื ค.ศ.1958 ยกู นั ดาเมอ่ื ค.ศ. 1960 ซมิ บบั เวเมอ่ื ค.ศ. 1961 แซมเบยี
เมอ่ื ค.ศ. 1962 มอรเิ ชยี สเมอ่ื ค.ศ. 1967 กานาเมอ่ื ค.ศ.1971 และแอฟรกิ าใตเ้ มอ่ื ค.ศ.1974 เป็นตน้ ซง่ึ ในบาง
ประเทศไมส่ ามารถตงั้ รกรากได้ ตอ้ งนาเขา้ ไปใหม่ ในบางประเทศใหผ้ ลในการควบคมุ ไมเ่ พยี งพอบา้ ง เลก็ น้อย
บา้ ง ไดผ้ ลดบี า้ ง

159

ภาพท่ี 5.7 ตวั เตม็ วยั และตวั อ่อนของมวนปีกแกว้ ตน้ ผกากรอง (lantana lace bug, Teleonemia
scrupulosa) และการทาลายใบของตน้ ผกากรอง (แหลง่ ทม่ี า: Wikipedia,
The Free Encyclopedia)
พชื ทน่ี ามาทดสอบความเฉพาะเจาะจง ส่วนใหญ่จะเป็นพชื ทม่ี คี วามเก่ยี วขอ้ งกนั ทางอนุกรมวธิ าน

เช่น ในการจาแนกชนิดอย่ใู นสกุลหรอื วงศ์เดยี วกนั กบั วชั พชื ในเป้าหมาย และเป็นพชื เศรษฐกจิ ต้นผกากรอง
Lantana camara ถูกจดั อยใู่ นวงศ์ Verbenaceae เช่นเดยี วกนั กบั ต้นสกั teak, Tectona grandis ดงั นนั้ ควรทา
การทดสอบ T. scrupulosa กับต้นสกั ด้วย ก่อนท่จี ะนาเข้ามาใช้ แต่ปัจจุบนั ต้นสกั ถูกแยกให้มาอยู่ในวงศ์
Lamiaceae หรอื Labiatae แลว้ พบว่ามวน T. scrupulosa เจรญิ เตบิ โตไดบ้ นต้นผกากรองเท่านัน้ จงึ สามารถ
นาเขา้ ไปใชแ้ ละปลดปล่อยไดใ้ นฟิจิ และออสเตรเลยี เมอ่ื ค.ศ. 1928 และ 1936 ตามลาดบั ต่อมามกี ารนามวน
T. scrupulosa จากออสเตรเลยี เขา้ ไปทดสอบ ในอนิ โดนีเซยี และอนิ เดยี ซ่งึ มตี ้นสกั เป็นพชื เศรฐกจิ เม่ือ ค.ศ.
1940 และ1941 ตามลาดบั ในอนิ โดนีเซยี ไม่มกี ารปลดปล่อย แต่พบว่ามวน T. scrupulosa เลด็ รอดออกจาก
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารได้ และแพรก่ ระจายออกไปตงั้ รกรากอย่บู นต้นผกากรอง โดยจะพบการแพรก่ ระจายไปทวั่ เกาะ
ชวา และเกาะสุลาเวสี กบั มกี ารนาไปปลดปล่อยในตมิ อรเ์ ม่ือ ค.ศ.1954 ซง่ึ สามารถตงั้ รกรากไดด้ ี แต่ไมค่ ่อยมี
ประสทิ ธภิ าพ และต่อมามกี ารพบมวน T. scrupulosa ในซาบาห์ มาเลเซยี ใน ค.ศ.1971 ทงั้ ๆ ทไ่ี ม่มกี ารนาเขา้
แต่อยา่ งใด

160

ส่วนในอนิ เดยี มกี ารทดสอบมวน T. scrupulosa กบั ตน้ สกั พบว่า T. scrupulosa สามารถดดู กนิ
ใบสกั เป็นอาหาร และขยายพนั ธุ์ได้แต่ช้ามาก และมวนจะชอบต้นผกากรองมากกว่า จงึ ไม่มกี ารให้นาไป
ปลดปลอ่ ย แต่ปรากฏว่ามวน T. scrupulosa ทเ่ี ลด็ รอดออกไปจากหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารท่ี Forest Research Institute,
Dehra Dun สามารถตงั้ รกรากได้บนต้นผกากรอง และไม่พบมวนบนต้นสกั ในบรเิ วณท่ใี กล้เคยี ง (Davies &
Greathead, 1967) และมกี ารปลดปล่อยเพมิ่ เตมิ ภายหลงั เม่อื ค.ศ. 1972 และ 1976 ทาใหม้ วน T. scrupulosa
กระจายไปทวั่ แต่การควบคมุ ตน้ ผกากรองยงั อยใู่ นวงจากดั (Julien & Griffiths, 1998)

ในปัจจุบันต้นผกากรองยังถูกจัดอยู่ในวงศ์ Verbenaceae แต่มีการแยกต้นสักไปอยู่ในวงศ์
Lamiaceae หรือ Labiatae ซ่ึงอยู่ในวงศ์เดียวกับต้นนางแย้มป่ า (Clerodendrum chinense) กระเพรา
(Ocimum tenuiflorum) โหระพา (O. basilicum) และ แมงลกั (O. americanum)

ในยูกันดา Davies & Greathead (1967) และ Johnson (2011) รายงานว่ามวน T. scrupulosa
สามารถดูดกินน้าเล้ยี งใบงา (sesame, Sesamum indicum, Pedaliaeae) แต่ไม่สามารถเจริญเตบิ โตจนครบ
วงจรชวี ติ ได้ และรายงานว่า มกี ารพบมวน T. scrupulosa กนิ ตน้ purple poppy-mallow (Callirhoe involucrate,
Malvaceae) และพชื อกี ชนิดหน่ึงในวงศ์สระแหน่ ในเทกซสั แต่ไม่สามารถขยายพนั ธุ์ได้ และมกี ารพบบนต้น
naio ห รือ bastard sandalwood ห รือ false sandalwood ( Myoporum sandwichcensis, Scrophulariaceae)
และตน้ กระชบั (cocklebur, Xanthium sp., Asteraceae) ในฮาวาย

5.3.10 การเพาะเลีย้ งเพ่ิมปริมาณศตั รธู รรมชาติของวชั พืช
(Mass rearing of weed natural enemy)

ถงึ แมจ้ ะไดม้ กี ารเตรยี มงาน และการทดสอบท่ไี ดผ้ ลดเี รยี บรอ้ ยไปแลว้ อยา่ งใรกต็ าม ศตั รธู รรมชาติ
ทจ่ี ะนามาใช้ในการควบคุมวชั พชื นัน้ จะต้องมกี ารเพาะเลย้ี งเพม่ิ ปรมิ าณในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร หรอื โรงเลย้ี งแมลง
(insectary) ให้ได้จานวนท่มี ากเพยี งพอสาหรบั การปลดปล่อยในภาคสนาม ไม่ว่าจะเป็นการปลดปล่อยแบบ
เพาะเชอ้ื (inoculative releases) หรอื การปลดปลอ่ ยแบบทว่ มทน้ (inundative release)

หลงั จากการปลดปล่อยในภาคสนามแลว้ ศตั รธู รรมชาตอิ าจสามารถท่จี ะตงั้ รกรากในพ้นื ท่ใี หม่ได้
ทนั ที ชา้ หรอื เรว็ หรอื ไม่สามารถตงั้ รกรากได้ ทงั้ ตวั เบยี นและตวั ห้า ทม่ี อี ยใู่ นพน้ื ท่ที ท่ี าการปลดปล่อย อาจจะ
ทาลายศตั รธู รรมชาตขิ องวชั พชื นนั้ ทน่ี าไปปลดปล่อย หรอื แมลงทศ่ี ตั รธู รรมชาตมิ นี ิสยั ออกหากนิ ตอนกลางคนื
(nocturnal) ถา้ นาไปปลดปล่อยตอนกลางวนั อาจถูกทาลายโดยตวั ห้าอ่นื ๆ ไดเ้ ช่นกนั อกี ทงั้ โรคต่าง ๆ ทอ่ี าจ
ตดิ มากบั แมลงท่ไี ด้นามาใช้ อาจทาลายแมลงชนิดนัน้ ได้ด้วย นอกจากนัน้ ในพน้ื ท่ที ท่ี าการปลดปล่อย อาจมี
ปัจจยั อ่นื ทจ่ี ะทาลายแมลงทจ่ี ะนาไปปลดปล่อยดว้ ยเช่นกนั เช่น การใชส้ ารเคมสี งั เคราะหก์ าจดั ศตั รพู ชื การแทะ

161

เลม็ ตน้ วชั พชื ของสตั วใ์ หญ่ ความแหง้ แลง้ หรอื น้าท่วม ซง่ึ ปัจจยั ทางชวี ภาพและกายภาพเหล่าน้ี จะประกอบกนั
เป็นปัจจยั ทท่ี าใหก้ ารตงั้ รกรากของแมลงศตั รธู รรมชาตเิ หลา่ นนั้ มอี ุปสรรคและลม้ เหลวได้

5.3.11 การประเมินผล (Evaluation)

การประเมนิ ผลอาจไม่มคี วามจาเป็นแต่ประการใด ถ้าโครงการนัน้ ได้รบั ความสาเร็จดี แต่การ
ประเมนิ ผลของโครงการจะมสี ่วนช่วยในการดาเนินการ และแนวทางไปสู่ความสาเร็จของโครงการอ่ืน ๆ
ในอนาคตได้

ในการดาเนินงานการควบคุมโดยชวี วธิ แี บบคลาสสกิ ได้มคี วามพยายามท่จี ะคานวณหาเวลา
ทจ่ี ะตอ้ งใชโ้ ดยศตั รธู รรมชาตชิ นิดใดชนิดหน่ึงทน่ี าเขา้ มา ว่าจะใชเ้ วลานานเท่าไร จงึ จะสามารถเหน็ ผลในการ
ควบคุมได้ ทเ่ี รยี กกนั ว่าเป็น “ปัจจยั ทางเวลาในการควบคุมโดยชวี วธิ ี” (Time factor in biological control) โดย
Clausen (1951) แห่ง Agricultural Research Service, U.S. Department of Agriculture (ARS, USDA) ไดท้ า
การวเิ คราะหผ์ ลของความสาเรจ็ ของโครงการต่าง ๆ ทวั่ โลก และ ตรวจหาระยะเวลาของโครงการเหลา่ นนั้ ตงั้ แต่
เรม่ิ ต้นจนกระทงั่ ได้รบั ความสาเรจ็ และได้มาซงึ “ทฤษฎสี ามชวั่ อายุหรอื สามปี” (The Three-generation หรอื
Three-year Theory)” โดยกลา่ วว่า “ตวั เบยี นหรอื ตวั ห้าทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพชนดิ ใดชนิดหน่งึ อาจเป็นทค่ี าดไดว้ ่าจะ
แสดงหลักฐานของการควบคุม ณ ท่ีจุดปลดปล่อย ภายในเวลาสามชัว่ อายุของตัวอาศัย หรือ สามปี ”
(An effective parasite or predator might be expected to show evidence of control at the point of release
within a period of three host generations or three years) ซ่งึ จะใช้กับศัตรูธรรมชาติของแมลงศัตรูพืช แต่
สามารถนามาใชก้ บั ศตั รธู รรมชาตขิ องวชั พชื ทน่ี าเขา้ มาแลว้ ปลดปลอ่ ยลงในภาคสนามได้ เพราะศตั รธู รรมชาตทิ ่ี
มปี ระสทิ ธภิ าพสูง จะสามารถตงั้ รกรากไดง้ ่ายและรวดเรว็ ถ้าไม่เป็นเช่นนัน้ ก็จะถอื ไดว้ ่าไม่มปี ระสทิ ธภิ าพสงู
ดงั นัน้ ตามทฤษฎีน้ี หากศตั รธู รรมชาตทิ ่นี าเข้ามาใช้ ไม่สามารถท่จี ะสถาปนาตัวเอง หรอื ไม่สามารถควบคุม
ศัตรูพืชในเป้าหมายได้ภายในเวลาสามปี หรอื สามชวั่ อายุของตัวอาศัย หลังจากการปลดปล่อย ณ จุด
ปลดปลอ่ ย หรอื ในบรเิ วณพน้ื ทใ่ี กลเ้ คยี ง จะถอื วา่ การควบคมุ ลม้ เหลว และ โดยเชน่ นนั้ ควรทจ่ี ะยกเลกิ โครงการ

แต่ทฤษฎนี ้ีเป็นเพยี งแนวทางโดยทวั่ ๆ ไปเท่านัน้ เพราะตามความเป็นจรงิ แล้ว บางโครงการ
อาจจะไดร้ บั ผลสาเรจ็ ภายในระยะเวลาท่สี นั้ กว่าหรอื ยาวกว่านัน้ ก็ได้ หรอื บางโครงการท่ไี ม่บงั เกดิ ผลในเวลา
สามปีให้หลงั แต่จะเกดิ ผลหลงั จากเวลาผ่านไปแล้วมากกว่า 10 ปี กเ็ ป็นได้ (บรรพต ณ ป้อมเพชร, 2525a)
ตวั อย่างของโครงการในประเทศไทย เช่น การนาด้วงผกั เป็ด (Agasicles hygrophila) จากอารเ์ จนตนิ า ผ่าน
ฟลอรดิ าและออสเตรเลยี มาใช้ควบคุมผกั เป็ด เม่อื ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) ดว้ งผกั เป็ดสามารถตงั้ รกรากได้
ภายในเวลาเพยี งปีเดยี วเท่านนั้ และจาการนาดว้ งชนิดน้ีมาเพาะเลย้ี งเพม่ิ เตมิ แลว้ นาไปปลดปล่อยทวั่ ประเทศ
สามารถควบคุมผกั เป็ดไดอ้ ย่างถาวรและสมบูรณ์ จนทุกวนั น้ี นับว่าเป็นการสนับสนุนทฤษฎสี ามปี แต่ในการ
ควบคุมผกั ตบชวา โดยการปลดปล่อยด้วงงวงผกั ตบชวา Neochetina eichhorniae จากอาร์เจนตินาผ่าน

162

ฟลอรดิ า เม่อื ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522) และ N. bruchi จากอาร์เจนตินา ผ่านฟลอรดิ าและออสเตรเลีย เม่อื
ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) (Julien and Griffith, 1998) ถึงแมว้ ่าด้วงงวงทงั้ สองชนิดจะสามารถตงั้ รกรากไดใ้ น
เวลาน้อยกว่าหน่ึงปีกต็ าม กบั ทงั้ สามารถลดการระบาดของผกั ตบชวาไดด้ ใี นหลายพน้ื ท่ี เช่น กว๊านพะเยา และ
ทะเลสาปสงขลา และ แพรก่ ระจายเขา้ ไปในทุกลุ่มน้าทส่ี าคญั ของประเทศ ใหผ้ ลในการควบคุมไดเ้ ป็นบางส่วน
แต่จน ณ วนั น้ีเป็นเวลา 30 กว่าปีมาแลว้ กย็ งั ไมส่ ามารถควบคมุ ผกั ตบชวาไดเ้ พยี งพอ ตามทเ่ี ราตอ้ งการ

มกี ารนาผเี ส้อื Pareuchaetes pseudoinsulata จากตรนิ ิแดดผ่านอินเดยี และกวม เม่อื ค.ศ.1986
(พ.ศ. 2529) และ ค.ศ. 1988 (พ.ศ. 2531) เพอ่ื การควบคุมตน้ สาบเสอื การเพาะเลย้ี งในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารไดผ้ ลดี
สามารถส่งต่อให้เวยี ดนามได้ แต่การปลดปล่อยในภาคสนามในประเทศไทยตงั้ แต่ ค.ศ. 1986-1988 (พ.ศ.
2529-2531) ไม่พบว่ามกี ารตงั้ รกรากได้จนทุกวนั น้ี และเช่นเดยี วกนั การนาแมลงวนั ทาปม Cecidochares
connexa จากโคลัมเบีย ผ่านอินโดนีเซีย และกวม เม่อื ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2534) และ จากโคลัมเบียผ่าน
อนิ โดนีเซยี เม่อื ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2534) หลงั การปลดปล่อยแล้ว ไม่พบว่ามกี ารตงั้ รกรากได้ จงึ ต้องยกเลกิ
โครงการควบคุมตน้ สาบเสอื ในประเทศไทย

ส่วนการนาแมลงวนั ทาปม Procecidochares utilis จากเมก็ ซโิ กผ่านฮาวาย เมอ่ื ค.ศ. 1991 (พ.ศ.
2534) และ ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535) เพ่อื การควบคุมต้นสาบหมา (Crofton weed หรอื Maui pamakani) โดย
ทาการปลดปล่อยในอุทยานแห่งชาตดิ อยสุเทพ-ปยุ เมอ่ื ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) และ ในอุทยานแห่งชาตดิ อย
อนิ ทนนท์ จ.เชยี งใหม่ เม่อื ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535) ในเบอ้ื งตน้ ไมพ่ บว่ามกี ารตงั้ รกรากได้ (Julien & Griffiths,
1998) แต่เม่อื ค.ศ. 1994 (พ.ศ. 2537) พบว่ามกี ารตงั้ รกรากไดท้ วั่ ไป และทาลายต้นสาบหมาทวั่ พน้ื ท่ที ีมกี าร
ระบาดของต้นสาบหมา ใน จ.เชยี งราย และ ตงั้ แต่ยอดดอยอนิ ทนนท์ จ.เชยี งใหม่ ผ่าน จ.แม่ฮ่องสอน และ
จ.ตาก จนถงึ บรเิ วณ อ.สงั ขละบุรี จ.กาญจนบุรี และโดยเฉล่ยี พบว่ามกี ารทาลายสูงถงึ รอ้ ยละ 60-100 รวมใช้
เวลาประมาน 3 ปี ทจ่ี ะตงั้ รกรากไดอ้ ยา่ งถาวร และใหผ้ ลในการควบคมุ ทด่ี เี ยย่ี ม

แต่ถ้าจะใหเ้ ป็นการเหมาะสมทส่ี ุดแลว้ เม่อื พบว่าศตั รธู รรมชาตทิ น่ี าเขา้ มาปลดปล่อยนนั้ สามารถ
ตงั้ รกรากได้แล้ว ควรมกี ารตรวจสอบระดบั ประชากรของศตั รธู รรมชาติ และระดบั ความเสยี หายทว่ี ชั พชื ไดร้ บั
ซง่ึ ผลท่จี ะได้รบั จากศตั รธู รรมชาตนิ ัน้ อาจเป็นการทาลายวชั พชื ได้อย่างชา้ ๆ หรอื รวดเรว็ ทอ่ี าจมองเหน็ ได้
อยา่ งไม่ชดั เจนนกั และการควบคุมอาจไดผ้ ลของการควบคุมระดบั “เป็นบางส่วน” (partial) หรอื ระดบั “อย่าง
เห็นได้ชดั ” (substantial) หรือ ระดับ “สมบูรณ์” (complete) ในแคลิฟอร์เนียจะใช้ระดับต่าง ๆ คือ ระดับ
“เลก็ น้อยมาก” (negligible) ระดบั “เป็นบางส่วน” (partial) ระดบั “อย่างเหน็ ได้ชดั ” (substantial) หรอื ระดบั
“สมบรู ณ์” (complete) แต่จะระบุผลกระทบดว้ ย โดยแบง่ ผลกระทบออกเป็น ระดบั 1 “เลก็ น้อยไมส่ าคญั ” (trivial)
ระดบั 2 “ ปานกลาง” (moderate) ระดบั 3 “ค่อนข้างมาก” (considerable) และ ระดบั 4 “ขยายออกไปในวง
กวา้ ง” (extensive)

163

ในการประเมินผลอีกแบบหน่ึง เป็ นวิธีการ ประเมินผลโดยการถ่ายภาพเปรียบเทียบเช่น
"ก่อน" (before) และ "หลงั " (after) การปลดปล่อย ซ่งึ หมายถงึ การบนั ทกึ ภาพความเสยี หายทเ่ี กดิ จากวชั พชื
"ก่อน" การปลดปล่อย และ เม่อื ถงึ ระยะเวลาพอสมควร ก็จะมกี ารบนั ทกึ ภาพ "หลงั " การปลดปล่อย นามา
เปรยี บเทยี บกัน เพ่ือประเมนิ ผลของการควบคุม เช่นการควบคุมผกั เป็ดน้า (Alternanthera philoxeroides)
ในรฐั ควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย “ก่อน” และ “หลัง” การปลดปล่อยด้วงหมดั Agasicles hygrophila
ทน่ี าเขา้ มาจากอารเ์ จนตนิ า ผ่านฟลอรดิ า และการควบคุมจอกหูหนูยกั ษ์ (Salvinia molesta) ทท่ี ะเลสาบ Lake
Moondara, Mt. Isa รฐั ควนี สแ์ ลนด์ ประเทศออสเตรเลยี “ก่อน” และ “หลงั ” การปลดปล่อยดว้ งงวง Cyrtobagous
salviniae ทน่ี าเขา้ มาจากบราซลิ (ภาพท่ี 5.8)

ภาพที่ 5.8 การควบคมุ ผกั เป็ดน้าโดยการใชด้ ว้ งหมดั ผกั เป็ด Agasicles hygrophila (บน) และจอกหหู นูยกั ษ์
โดยการใชด้ ว้ งงวง Cyrtobagous salviniae (ล่าง) ในรฐั ควนี สแ์ ลนด์ ประเทศออสเตรเลยี
(แหล่งทม่ี า: CSIRO Entomology, Long Pocket Laboratories, Indooroopilly,
Queensland, Australia)

164

Morin et al. (2009) ตรวจสอบและทบทวนแนวทางการประเมนิ ผลประสทิ ธภิ าพของศตั รธู รรมชาติ
หรือ ตัวกระทาการควบคุม ท่ีนามาใช้ในการควบคุมวัชพืชโดยชีววิธี โดยการเร่ิมตัง้ แต่การประเมิน
ประสทิ ธภิ าพของตวั กระทาการควบคุมท่เี ป็นทค่ี าดหวงั ก่อนการปลดปล่อย เป็นการช่วยในกระบวนการการ
เลอื กใช้ตวั กระทาการควบคุม และการประเมนิ ผลหลงั การปลดปล่อย ว่าตวั กระทาการควบคุมไดช้ ่วยบรรเทา
ผลกระทบต่าง ๆ ทางนเิ วศวทิ ยา สงั คม และ เศรษฐศาสตร์ ของวชั พชื ในเป้าหมาย ไดม้ ากน้อยเทา่ ไร ซง่ึ ควรท่ี
จะมกี ารรวบรวมขอ้ มลู ไวก้ ่อนการเรม่ิ ดาเนินการของโครงการ เพ่อื ใชเ้ ป็นขอ้ มลู พน้ื ฐาน สาหรับการประเมนิ ผล
และการการวเิ คราะหใ์ นระยะยาว หลงั การปลดปล่อยตวั กระทาการควบคุมแลว้ การประเมนิ ผลเหล่าน้ี เป็นการ
ประเมนิ ผลโดยผดู้ าเนนิ การโครงการ

แต่ท่เี ราจะพบกนั เสมอคอื การประเมนิ ผลจากบุคคลนอกโครงการ ซ่งึ เป็นการประเมนิ ผลจาก
ผลงานท่เี ป็นเอกสารและสง่ิ ตพี มิ พ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น McFadyen (1998), McFadyen & Wilson (1997),
Cock et al. (2015) และ Day et al. (2018)

McFadyen (1998) และ McFadyen & Wilson (1997) กลา่ วว่ามี 5 ประเทศทม่ี คี วามแขง็ ขนั ในการ
ดาเนินงานการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ สี ูงท่สี ุด ตามจานวนของชนิดวชั พชื ในเป้าหมายและการปลดปล่อยตวั
กระทาการควบคุม คอื สหรฐั อเมรกิ า ออสเตรเลยี แอฟรกิ าใต้ แคนาดา และนิวซแี ลนด์ โดยมกี ารปลดปลอ่ ยตวั
กระทาการควบคุม 130, 123, 61, 53 และ 24 ชนิด ในการควบคุมวชั พชื ในเป้าหมาย 54, 45, 28 18 และ 15
ชนิด ตามลาดบั และ McFadyen (1998) ระบุว่าในเอเชยี ประเทศทม่ี กี ารดาเนินการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ ี
แบบคลาสสิก คอื จนี อินเดยี อินโดนีเซยี มาเลเซีย ปาปัวนิวกินี ประเทศไทย และ เวียดนาม ตามลาดบั
ตวั อกั ษรช่อื ประเทศ

Cock et al. (2015) รายงานว่าไนการรวบรวมข้อมูลและจดั ทาฐานข้อมูล (database) ของการ
ควบคุมโดยชวี วธิ แี บบคลาสสกิ พบว่ามกี ารนาเขา้ (introduction) ศตั รธู รรมชาตจิ นถงึ ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549)
ทงั้ หมดมากกว่า 7,000 ครงั้ เพ่อื ควบคุมทงั้ แมลงศตั รูพชื และวชั พชื มกี ารปลดปล่อย 2,677 ครงั้ เพ่อื ควบคุม
ศตั รูพชื ในเป้าหมายทงั้ หมด 763 ชนิด ใน 146 ประเทศหรอื เขตแดน มกี ารปลดปล่อยตวั กระทาการควบคุม
มากกว่า 100 ชนิด ตามลาดบั จากมากไปหาน้อย 12 ประเทศหรอื เขตแดน คอื สหรฐั อเมรกิ า ออสเตรเลีย
แคนาดา นิวซแี ลนด์ แอฟรกิ าใต้ เขตแดนของสหราชอาณาจกั ร ฟิจิ มอรเิ ชยี ส อนิ เดยี เขตแดนของฝรงั่ เศส
อสิ ราเอล และ เกาะกวม สาหรบั ประเทศไทย มกี ารนาเขา้ ตวั กระทาการควบคุมรวมทงั้ หมด 58 ชนดิ คอื หอยตวั
ห้า 2 ชนิด และปลดปล่อยทงั้ สองชนิด เพ่อื ควบคุมหอยทากยกั ษ์แอฟรกิ า ตวั ห้าและตวั เบยี นรวม 32 ชนิด
ปลดปล่อย 28 ชนิด เพ่อื ควบคุมแมลงศตั รพู ชื ตวั กระทาการควบคุมวชั พชื รวม 24 ชนิด ปลดปล่อย 21 ชนิด
รวมมกี ารปลดปล่อยตวั กระทาการควบคุมทงั้ หมดเพยี ง 51 ชนิด เท่านัน้ (Napompeth & Saengyot, 2018;
Saengyot, 2018)

165

นอกจากนนั้ Cock et al. (2015) ทาการวเิ คราะหค์ วามสาเรจ็ และผลกระทบของการควบคุมแมลง
ศตั รูพชื และวชั พชื โดยชวี วธิ แี บบคลาสสกิ ท่ี CABI เขา้ ไปมสี ่วนเก่ยี วขอ้ งไม่มากก็น้อยในการดาเนินการ และ
เลอื กเสนอกรณีศกึ ษาจากประสบการณ์ส่วนตวั ของคณะผู้รายงานรวม 10 โครงการ เป็นโครงการด้านแมลง
ศตั รูพชื 6 โครงการ และโครงการด้านวชั พชื 4 โครงการ คอื black sage (Verronia curassavica) (= Cordia
curassavica) ในมอรเิ ชียส มาเลเซีย และ ศรลี งั กา rubber vine (Cryptostegia grandiflora) ในออสเตรเลีย
leafy spurge (Euphorbia esula) ในแคนาดาและสหรัฐอเมริกา และ ผักตบชวา ( Eichhornia crassipes)
ในซดู าน มาลาวี และ เบนิน ในแอฟรกิ า

Day et al. (2018) ไดจ้ ดั ทารายงานการศกึ ษาทบทวน และวเิ คราะหส์ ถานภาพและโอกาสสาหรบั
อนาคตของการควบคุมวัชพืชโดยชวี วธิ ใี นอนุภูมภิ าคลุ่มแม่น้าโขง (Greater Mekong Subregion – GMS)
ซง่ึ ครอบคลุมประเทศต่าง ๆ รวม 6 ประเทศ คอื ประเทศไทย สหภาพพมา่ สปป. ลาว กมั พูชา เวยี ดนาม และ
จนี (ยนู นาน และกวางซ)ี โดยแยกใชข้ อ้ มลู ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ประเทศในอนุภมู ภิ าคเท่านนั้ จาก Biological Control
of Weeds: A World Catalog of Agents and Their Target Weeds. 5th ed. โดย Winston et al. (2014) ซ่ึง
เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม จาก Biological Control of Weeds: A World Catalog of Agents and Their Target
Weeds 4th ed. โดย Julien & Griffiths (1998) มกี ารประเมนิ สถานภาพของการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ ี และ
การเสนอโอกาสทจ่ี ะพฒั นาการควบคุมโดยชวี วธิ ใี นอนุภูมภิ าคลุ่มแมน่ ้าโขง โดยการฝึกอบรมบุคลากร และจดั
ใหม้ โี ครงสรา้ งพน้ื ฐาน ในการดาเนินงานโครงการ และรายงานว่าไดม้ กี ารนาตวั กระทาการควบคุมรวม 20 ชนิด
สาหรบั วชั พชื ในเป้าหมาย 9 ชนิด เขา้ มาในอนุภูมภิ าคฯ มกี ารตงั้ รกรากได้ 13 ชนิดในวชั พชื เป้าหมาย 7 ชนิด
มตี วั กระทาการควบคุม 9 ชนดิ ทไ่ี มม่ กี ารนาเขา้ โดยตงั้ ใจ แต่พบในพน้ื ท่ี และในภาพรวมวชั พชื ในเป้าหมายท่มี ี
การควบคุมโดยชวี วธิ แี บบคลาสสกิ ในอนุภูมภิ าคลุ่มแม่น้าโขง ถอื ว่าเป็นสดั ส่วนทเ่ี ลก็ น้อยมาก จากวชั พชื ใน
เป้าหมาย 45 ชนิด ทม่ี กี ารควบคุมโดยชวี วธิ ใี นภมู ภิ าคและประเทศอ่นื ๆ จงึ จะกล่าวไดว้ ่าเป็นโอกาสทจ่ี ะมกี าร
เพิ่มและขยายงานการควบคุมวชั พืชโดยชีววิธีได้อีกมากในอนุภูมภิ าคฯ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในวัชพชื ท่มี ี
ความสาคัญสูง เช่น จอก (Pistia stratiotes) จอกหูหนูยักษ์ (Salvinia molesta) สาบเสือ (Chromolaena
odorata) และ ขไ้ี ก่ยา่ น (Mikania micrantha) เป็นต้น และพรอ้ มกนั ไปกบั การนาเขา้ ตวั กระทาการควบคุม ควร
มกี ารอบรมเพมิ่ ความรแู้ ละความสามารถในการดาเนินงานในประเทศต่าง ๆ ซง่ึ ถอื ว่าเป็นประเทศทก่ี าลงั พฒั นา
(developing countries) ในอนุภาคฯ ดว้ ย

166

Day et al. (2018) ระบุว่าในอนุภูมภิ าคฯ โดยอ้างถึง Winston et al. (2014) ว่ามกี ารนาเข้าตวั
กระทาการควบคุมในประเทศจนี เมยี นมา ประเทศไทย และ เวยี ดนาม เท่านัน้ แต่มไิ ด้ระบุว่าการนาเขา้ ตวั
กระทาการควบคุมทุกชนิดในเมยี นมาและเวยี ดนาม เป็นการรเิ รมิ่ และดาเนินการโดยประเทศไทยทงั้ หมด
รวมทงั้ การนาเขา้ ดว้ งงวงผกั ตบชวาจากประเทศไทยในมณฑลกวางซี (Guangxi) ประเทศจนี ดว้ ย และกล่าวว่า
ประเทศไทยเป็นประเทศท่มี คี วามเขม้ แขง็ ในการดาเนินงานการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ สี ูงทส่ี ุดในอนุภมู ภิ าคฯ
มกี ารนาเขา้ ตวั กระทาการควบคุมวชั พชื รวม 14 ชนิด เพ่อื ควบคุมวชั พชื ในเป้าหมาย 6 ชนิดโดยชวี วธิ แี บบ
คลาสสกิ ตามมาดว้ ยประเทศจนี ซ่งึ มกี ารนาเขา้ ตวั กระทาการควบคุม 9 ชนิด เพ่อื ควบคุมวชั พชื 5 ชนิด ซ่งึ
ขอ้ มลู และตวั เลขในส่วนของประเทศไทยโดย Day et al. (2018) ไม่ถูกต้องนัก คลาดเคล่อื นไปมาก และขาด
เอกสารอา้ งองิ ทถ่ี กู ตอ้ ง (บรรพต ณ ป้อมเพชร, pers. com.)

ในบรรดาผู้เช่ยี วชาญและคณะผู้ดาเนินการประเมนิ ผลเหล่าน้ี เกอื บทุกคนเคยเข้ามาร่วมการ
ด า เ นิ น ง า น แ ล ะ ศึ ก ษ า ดู ง า น ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย กั บ ศู น ย์ วิ จัย ค ว บ คุ ม ศั ต รู พื ช โ ด ย ชี วิ น ท รี ย์ แ ห่ ง ช า ติ
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ในวาระต่าง ๆ กนั เช่น Matthew J.W. Cock จาก CABI ประเทศองั กฤษ Rachel
Cruttwell McFadyen แหง่ Alan Fletcher Research Station, Queensland Department of Natural Resources,
Sherwood, Queensland; Mic H. Julien, M.W. Griffith และ Michael D. Day แห่ง CSIRO Entomology, Long
Pocket Laboratories, Indooroopilly, Brisbane ประเทศออสเตรเลยี

Day et al. (2018) ใหข้ อ้ สงั เกตว่า ถงึ แมว้ ่าจะมคี วามสาเรจ็ ของการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ แี บบ
คลาสสกิ ในอนุภูมภิ าคฯ ก็ตาม ในช่วง 20 ปีท่ผี ่านมา (ค.ศ.1998-2018) มกี ารปลดปล่อยศตั รูธรรมชาตขิ อง
วชั พชื ในอนุภูมภิ าคเพยี งครงั้ เดียวเท่านัน้ โดยมไิ ด้ระบุชนิดและวชั พืชในเป้าหมาย ซ่งึ คาดว่าอาจเป็นการ
ปลดปล่อยแมลงวนั ทาปม Cecidochares connexa จากโคลมั เบยี ผ่านอนิ โดนีเซยี และกวม เพ่อื การควบคุมต้น
สาบเสอื ในประเทศไทย เมอ่ื ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) กบั กลา่ ววา่ ไมม่ กี ารดาเนนิ งานการควบคมุ วชั พชื โดยชวี วธิ ี
ในสหภาพพมา่ กมั พชู า และ สปป.ลาว แต่อย่างใด ส่วนการพบตวั กระทาการควบคุมในประเทศบางชนิด เช่น
ด้วงงวงผกั ตบชวา และด้วงเจาะเมลด็ ไมยราบยกั ษ์ เป็นการแพร่กระจายข้ามเขตแดนทางภูมศิ าสตร์ไปจาก
ประเทศไทยทงั้ สน้ิ โดยไมม่ กี ารนาเขา้ และปลดปล่อยทต่ี งั้ ใจ (intentional introduction and release) ในประเทศ
นนั้ ๆ

นอกจากนัน้ บรรพต ณ ป้อมเพชร (pers. com.) ได้โต้แยง้ และใหข้ อ้ เทจ็ จรงิ เก่ยี วกบั การแนะนา
ของ Day et al. (2018) ทใ่ี หม้ กี ารดาเนนิ งานการควบคมุ วชั พชื โดยชวี วธิ ึ ในวชั พชื ทม่ี คี วามสาคญั สงู 4 ชนิด คอื
1) จอก (P. stratiotes); 2) จอกหูหนูยักษ์ (S. molesta); 3) สาบเสือ (C. odorata) และ 4) ข้ีไก่ย่าน
(M. micrantha) ในประเทศต่าง ๆ ในอนุภมู ภิ าคลุ่มแมน่ ้าโขง วา่ การแนะนานนั้ อาจจะเหมาะสมกบั ประเทศอ่นื ๆ
ในอนุภูมภิ าคฯ แต่ไม่ใช่ในประเทศไทย ซง่ึ ไดม้ กี ารดาเนินงานเก่ยี วกบั วชั พชื ทงั้ 4 ชนิดน้ีเป็นเวลานานมาแลว้
ทพ่ี อจะสรปุ ครา่ ว ๆ ไดด้ งั น้ี คอื

167

1. จอก (water lettuce, Pistia stratiotes) มีถิ่นกาเนิดท่ีไม่รู้กันอย่างแน่นอน และพบว่ามีการ
แพรก่ ระจายทวั่ โลกในเขตรอ้ น (cosmopolitan tropical) และ ใกลเ้ ขตรอ้ น (subtropical) การควบคุมจอกโดยชวี
วธิ ใี นประเทศไทย เป็นการใชต้ วั กระทาการควบคุมทพ่ี บและมอี ย่แู ลว้ อยใู่ นพ้นื ท่ี (resident BCA) ในอนิ เดยี ใน
เอเชยี ใต้ และในประเทศไทยในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ จงึ ไม่จาเป็นต้องนาตวั กระทาการควบคุมเขา้ มาจาก
ต่างประเทศ โดยในการควบคุมจอก ได้มีการนาหนอนของผีเส้ือหนอนจอก Episammia pectinicornis
(= Namangana pectinicornis) ทพ่ี บในประเทศ มาทาการเพาะเลย้ี งเพมิ่ ปรมิ าณในห้องปฏบิ ตั กิ าร (ววิ ฒั น์ เสอื
สะอาด และ บรรพต ณ ป้อมเพชร, 2521; Center, 1992; Habeck & Thompson, 1997) แลว้ นาไปปลดปล่อย
ทงั้ ในรปู แบบของการปลดปล่อยแบบเพาะเชอ้ื (inoculative release) ทวั่ ประเทศ เป็นการเพมิ่ ประชากรให้สูงขน้ึ
และ ปลดปล่อยแบบท่วมท้น (Inundative release) เพ่อื หวงั ผลของการควบคุมทเ่ี รว็ ขน้ึ เช่นการปลดปล่อยให้
ควบคุมจอกในอ่างเก็บน้าเข่อื นศรนี ครนิ ทร์ จงั หวดั กาญจนบุรี จนได้ผลการควบคุมแบบสมบูรณ์ (complete
control) ทงั้ ไดม้ กี ารนาหนอนผเี สอ้ื ชนิดน้ี เขา้ ไปทดสอบและใช้ควบคุมจอกในฟลอรดิ า ประเทศสหรฐั อเมรกิ า
ดว้ ย (Napompeth, 1989, 1990)

2. จอกหหู นูยกั ษ์ (giant salvinia หรอื Kariba weed, Salvinia molesta) มกี ารตงั้ ช่อื โดย Mitchell
(1972) มแี หล่งกาเนิดในตอนใต้ของบราซลิ (Waterhouse & Norris, 1987) และมกี ารพบในบางประเทศใน
ยุโรปและในอเมรกิ าเหนือ ในอเมรกิ ากลางมกี ารระบาดรนุ แรงและกวา้ งขวางในควิ บา และตรนิ ิแดด ในอเมรกิ า
ใต้ ในอาร์เจนตินา บราซิล โคลมั เบีย และ กูยานา ในประเทศในแถบมหาสมุทร์แปซิฟิก ในออสเตรเลีย
นิวซแี ลนด์ และฟิจิ บางประเทศในแอฟรกิ า ในบอตสวานา คองโก เคนยา ในจเี รยี แอฟรกิ าใต้ แซมเบยี และ
ซมิ บบั เว ส่วนในเอเชยี พบใน ปากสี ถาน โอกินาวา ใต้หวนั สงิ คโปร์ เกาะชวา และประเทศไทย แต่ระบาด
รุนแรงในอนิ เดยี อนิ โดนีเซยี (กะลมิ นั ตนั หรอื บอรเ์ นียว) มาเลเซยี และศรลี งั กา ในประเทศไทยจอกหูหนูยกั ษ์
เรม่ิ ระบาดทางภาคใต้ของประเทศโดยเขา้ มาจากประเทศมาเลเซยี ตงั้ แต่ประมาณ พ.ศ. 2520 โดยพบในอ่าง
เก็บน้าในคลองสะเดา และ หนองน้าเลก็ ๆ ในสวนยางพาราหลายแห่ง ใน อ.สะเดา จ.สงขลา แต่ไม่พบใน
ทะเลสาบสงขลา หรอื แหล่งน้าในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอ่นื ของประเทศ มรี ายงานผดิ ๆ ว่าพบทวั่
ประเทศ เพราะเข้าใจว่าจอกหูหนูชนิด Salvinia cucullata ท่มี อี ยู่แล้วในเกือบทุกแหล่งน้าทวั่ ประเทศว่าเป็น
Salvinia molesta ซง่ึ แมแ้ ต่ Dr. David Mitchell ผู้ตงั้ ช่อื S. molesta และเคยเขา้ มาทางานกบั ศูนยว์ จิ ยั ควบคุม
ศตั รูพชื โดยชวี นิ ทรยี แ์ ห่งชาตใิ นประเทศไทย ก็เคยเข้าใจผดิ ด้วยเช่นกนั ต่อมาเม่อื พ.ศ. 2535 พบว่ามกี าร
จาหน่ายจอกหูหนูยกั ษ์เป็นพชื น้าประดบั ทต่ี ลาดสวนจตุจกั ร กรงุ เทพฯ จงึ มกี ารแจง้ ใหก้ รมวชิ าการเกษตรทราบ
ออกประกาศหา้ มนาเขา้ หรอื จาหน่าย ตดิ ป้ายประกาศเตอื นทส่ี นามบนิ ระหว่างประเทศทด่ี อนเมอื ง และ หากพบ
จะเขา้ เกบ็ ทาลาย ซง่ึ มกี ารเกบ็ ทาลายทงั้ ในกรุงเทพฯ และปรมิ ณฑล และ หนองน้าต่าง ๆ ในสวนยางพารา ใน
อ.สะเดา จ.สงขลาดว้ ย แต่ทต่ี ลาดสวนจตุจกั ร กย็ งั คงมกี ารลกั ลอบจาหน่ายกนั หลงั รา้ น หลงั จากนนั้ เมอ่ื พ.ศ.
2555 พบว่าเรม่ิ มกี ารระบาดประปรายในแหล่งน้าเลก็ ๆ ในภาคกลางของประเทศ ส่วนรายงานจากแหล่งน้าอ่นื
ทงั้ ในภาคเหนือและภาคอิสาน เป็นการรายงานท่ไี ม่ถูกต้อง และจากการตรวจสอบโดยผู้เขยี น พบว่าเป็น
จอกหูหนูชนิด S. cucullata ท่ีพบและมีอยู่นานแล้วในประเทศไทย ในการพยายามท่ีจะควบคุมจอกหูหนู

168

S. cucullata ในประเทศไทย มกี ารสารวจพบวา่ ดว้ งงวง Bagous sp. (Coleoptera: Erirhinidae) มศี กั ยภาพทจ่ี ะ
นามาใช้ในการควบคุมแบบเพิ่มขยาย (Augmentative biological control) ได้ (Nasaree, 1986) แต่มิได้
ดาเนินการต่อ และมกี ารนาดว้ งงวง Cyrtobagous salviniae (Coleoptera: Erirhinidae) เขา้ มาจากออสเตรเลยี
เพ่ือการทดสอบ เม่ือ พ.ศ. 2530 และพบว่า C. salviniae ไม่สามารถกินและเจริญเติบโตบนจอกหูหนู
S. cucullata ได้ แต่จากการท่ใี นปัจจุบนั เรมิ่ มกี ารเรมิ่ ขยายพน้ื ทก่ี ารระบาดของจอกหูหนูยกั ษ์ S. molesta มาก
ข้นึ จนถงึ แหล่งน้าในภาคกลางตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา จงึ น่าท่จี ะมกี ารนาด้วงงวง C. salviniae จาก
ออสเตรเลยี เขา้ มาใชค้ วบคุมจอกหหู นูยกั ษ์ เพ่อื มใิ หร้ ะบาดรนุ แรงในอนาคต

3. สาบเสอื (Siam weed, Chromolaena odorata) เป็นพชื พน้ื เมอื งของอเมรกิ ากลาง Bennett and
Rao (1968) และ McFadyen (1988) รายงานว่าสาบเสอื ตดิ มากบั น้าอบั เฉา (ballast water) ในเรอื จากเวสต์
อินดสี โดยพบในสงิ คโปร์และมาเลเซยี ในช่วงทศวรรษ 1920s (ระหว่าง พ.ศ. 2453-2472) แต่ Kerr (1931)
รายงานว่ามกี ารพบทจ่ี งั หวดั จนั ทบุรตี งั้ แต่ยงั อย่ภู ายใต้การครอบครองของฝรงั่ เศส เม่อื ราว ค.ศ. 1893 (พ.ศ.
2436) ในการควบคุมต้นสาบเสอื ในประเทศไทย มกี ารนาหนอนแมลงวนั กนิ ยอด agromyzid shoot-tip borer
(Melanagromyza eupatoriella) เขา้ มาจากทรนิ ิแดดและโตเบโกโดยตรง และปลดปล่อยเม่อื ค.ศ. 1977 (พ.ศ.
2520) พบว่าตงั้ รกรากได้ แต่การควบคุมอย่ใู นระดบั เลก็ น้อยไม่สาคญั ต่อมามกี ารนาหนอนผเี ส้อื tiger moth
(Pareuchaetes pseudoinsulata) เขา้ มาจากทรนิ ิแดดและโตเบโก ผ่านเกาะกวม เม่อื ค.ศ. 1986 (พ.ศ. 2529)
และปลดปล่อยจนถึง ค.ศ. 1988 (พ.ศ. 2531) แต่ไม่พบว่าสามารถตงั้ รกรากได้จนถึงทุกวนั น้ี ล่าสุดมกี ารนา
แมลงวนั ทาปม tephritid gall fly (Cecidochares connexa) เขา้ มาจากโคลมั เบยี ผ่านอนิ โดนีเซยี และปลดปลอ่ ย
เมอ่ื ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) แต่กไ็ มพ่ บว่าสามารถตงั้ รกรากไดเ้ ช่นกนั

4. ขไ้ี ก่ยา่ น (mile-a-minute หรอื bitter vine) ชนิด Mikania micrantha เป็นพชื พน้ื เมอื งในอเมรกิ า
กลางและอเมรกิ าใต้ พบในเอเชยี ครงั้ แรกสุดเม่อื ค.ศ. 1884 ในฮ่องกง ในฟิจเิ ม่อื ค.ศ. 1908 ในจนี เม่อื ค.ศ.
1910 ในอินเดยี เม่อื ค.ศ. 1918 และพบเป็นพชื คลุมดนิ ในสวนยางพาราในมาเลเซยี เม่อื ช่วงทศวรรษ 1950s
(Day, 2015) ส่วนในประเทศไทย พบเจรญิ เตบิ โตปะปนอยกู่ บั ตน้ ขไ้ี ก่ย่านพน้ื เมอื ง Mikania cordata ในภาคใต้
ตามชายแดนทต่ี ดิ กบั มาเลเซยี ในช่วงทศวรรษ 1980s ไมม่ กี ารระบาดมากนัก และไม่พบการระบาดในภาคอ่นื
ของประเทศไทย จนกระทงั่ ประมาณในชว่ งต้นของทศวรรษ 1990s พบวา่ มกี ารระบาดเลก็ น้อยครงั้ แรกในวทิ ยา
เขตมหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ จ.เชยี งใหม่ และต่อมาเรม่ิ รุกรานไปอย่างรวดเรว็ ปกคลุมต้นไมต้ ่าง ๆ ในตวั เมอื ง
จ.เชยี งใหม่ ในสวนลาไย ตน้ ไมยราบยกั ษ์ในพน้ื ทร่ี กรา้ ง และ ตน้ ไมต้ ่าง ๆ สองขา้ งถนนไป อ. สะเมงิ และ พน้ื ท่ี
ของอุทยานแหง่ ชาตดิ อยสเุ ทพ-ปยุ

169

Cock (1982) รายงานว่าเพล้ียไฟข้ไี ก่ย่าน mikania thrips (Liohtrips mikaniae) ในทรนิ ิแดดมี
ศกั ยภาพสงู ทจ่ี ะสามารถนาไปใชค้ วบคุม M. micrantha ได้ ต่อมา Cock et al. (2000) รายงานว่ามกี ารนาเพลย้ี
ไฟ L. mikaniae เขา้ ไปปลดปลอ่ ยบนเกาะโซโลมอน เมอ่ื ค.ศ. 1988 และมาเลเซยี เมอ่ื ค.ศ. 1990 จงึ คาดหวงั ว่า
จะนาเขา้ มาใชใ้ นประเทศไทยได้ แต่ปรากฏว่า L. mikaniae ไม่สามารถตงั้ รกรากได้ ทงั้ ในเกาะโซโลมอนและ
มาเลเซยี จงึ ต้องพกั โครงการไวก้ ่อนจนกว่าจะมตี วั กระทาการควบคุมท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพท่จี ะนาเขา้ มาใช้ในการ
ควบคุมได้ในอนาคต ล่าสุด Day et al. (2018) เสนอให้มกี ารนาราสนิม Puccinia spagazzizinii จากบราซิล
เขา้ มาใชใ้ นอนุภมู ภิ าคลุ่มแมน่ ้าโขง ซง่ึ ก่อนหน้าน้ี มกี ารปลดปลอ่ ยราสนิมชนิดน้ี ในหลายพน้ื ทใ่ี นอนิ เดยี และจนี
แต่ไมพ่ บวา่ ตงั้ รกรากได้ และพบในใตห้ วนั ว่ามปี ระสทิ ธภิ าพสงู ในการควบคุม M. micrantha

5.3.12 การแพร่กระจาย (Distribution)

การแพร่กระจายของศตั รูธรรมชาตขิ องวชั พชื ในเป้าหมาย ทไ่ี ด้นาเขา้ มา ทดสอบความปลอดภยั
เพาะเล้ยี งเพมิ่ ปรมิ าณ ปลดปล่อยในภาคสนาม และสามารถตงั้ รกรากได้ดพี อสมควรแล้ว ควรท่จี ะทาการ
ปลดปล่อยให้แพร่กระจายในพ้นื ท่กี ารระบาดของวชั พชื ให้ครอบคุมกว้างขวางและทวั่ ถงึ ให้มากทส่ี ุดเท่าท่จี ะ
ดาเนินการได้ ซ่งึ อาจเป็นการใช้ตวั ทาการควบคุมจากแหล่งเพาะเลย้ี งในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร (laboratory culture)
หรอื เกบ็ รวบรวมจากภาคสนาม (field-collected materials) ในการปลดปล่อย ทงั้ น้ีการแพร่กระจายจะทาไดด้ ี
และมปี ระสทิ ธภิ าพสงู ขน้ึ หากมคี วามรว่ มมอื โดยองคก์ รหรอื หน่วยงานทม่ี สี ่วนไดเ้ สยี และมคี วามรบั ผดิ ชอบ

Wright (1997) กล่าวว่าเม่อื ตวั กระทาการควบคุมผ่านการกักกัน และเรมิ่ มกี ารเพาะเล้ยี งเพิ่ม
ปรมิ าณแลว้ มคี วามจาเป็นทจ่ี ะตอ้ งปลดปล่อยในภาคสนาม เพอ่ื ใหม้ กี ารตงั้ รกรากอยา่ งกวา้ งขวาง โดยเรว็ ทส่ี ุด
เท่าทจ่ี ะเป็นได้ และจะตอ้ งมคี ่าใชจ้ า่ ยเพยี งพอในการดาเนินงาน และพรอ้ มกนั ไปควรมกี ารเตรยี มการในการเฝ้า
ระวงั ต่อไป เพ่อื เป็นการวดั ความสาเรจ็ ของการปลดปล่อย และความคบื หน้าของการควบคุมในภาพรวม และ
การบรรลุผลของการแพรก่ ระจายตวั กระทาการควบคมุ จะเป็นกุญแจไปสคู่ วามสาเรจ็ ของโครงการดว้ ย

การแพรก่ ระจายเป็นกระบวนการสนับสนุนการตงั้ รกรากของตวั กระทาการควบคุมอยา่ งกวา้ งขวาง
แงม่ มุ ของกระบวนการแพรก่ ระจายทส่ี าคญั คอื 1) การเลอื กพน้ื ทส่ี าหรบั การปลดปลอ่ ยขนาดใหญ่และขนาดเลก็
และ 2) การบรรจุ การจดั ส่ง และวธิ กี ารปลดปล่อยตวั กระทาการควบคุมให้เป็นอิสระ (liberation) หรอื การ
ปลดปล่อย (release)

170

1. การเลือกพืน้ ที่เพื่อการปลดปล่อย (Selection of release sites)

พน้ื ท่เี พ่อื การปลดปล่อย (release sites) ควรมที งั้ เป็นพน้ื ทส่ี าหรบั การปลดปล่อยขนาดใหญ่และ
พน้ื ทข่ี นาดเลก็ พน้ื ทส่ี าหรบั การปลดปล่อยขนาดใหญ่ควรเป็นพ้นื ทท่ี ่มี คี วามเหมาะสมทงั้ ทางดา้ นสภาพดนิ ฟ้า
อากาศ สภาพทางนิเวศวทิ ยา และ การกระจายตวั (dispersal) ของตวั กระทาการควบคุมด้วย เพ่อื ท่ใี ห้เป็น
แหล่งทอ่ี ย่ทู ค่ี ่อนขา้ งจะถาวรของตวั ทาการควบคมุ และเป็นแหล่งทเ่ี ราสามารถกลบั เขา้ ไปทาการรวบรวมตวั ทา
การควบคุมในภายหลงั เพ่อื ทจ่ี ะนาไปใชป้ ลดปล่อยใหแ้ พร่กระจายต่อ ในแหล่งอ่นื ในอนาคตดว้ ย พน้ื ทด่ี งั กล่าว
ควรเป็นพน้ื ทท่ี อ่ี ยใู่ นการดแู ลของเจา้ ของพน้ื ทห่ี รอื เจา้ หน้าทข่ี องรฐั พอสมควร

ในการควบคุมผักตบชวาโดยชีววิธีในประเทศไทย ในขัน้ ต้นมีการนาด้วงงวงผักตบชวา
Neochetina eichhorniae ประมาณ 1,000 ตวั เขา้ มาจากอารเ์ จนตินาผ่านฟลอรดิ า เม่อื พ.ศ. 2520 เม่อื ผ่าน
การทดสอบความปลอดภยั ดแี ลว้ เรม่ิ มกี ารปลดปล่อยในภาคสนามเม่อื พ.ศ. 2522 โดยในขนั้ ต้นนอกจากการ
ปลดปลอ่ ยในสระน้าทม่ี ผี กั ตบชวาในพน้ื ทข่ี องมหาวยิ าลยั เกษตรศาสตร์ บางเขน และบรเิ วณรายรอบ ซง่ึ ใชเ้ ป็น
แหล่งเพาะเลย้ี งและขยายพนั ธุข์ องดว้ งโดยปรยิ ายแลว้ ยงั มกี ารปลดปล่อยทห่ี นองน้าขนาดเลก็ ซง่ึ ในปัจจบุ นั มี
การพัฒนาพ้ืนท่ีกลายเป็ นตลาดสวนจตุจักรและสถานีขนส่งหมอชิต 2 ไปแล้วนัน้ และ ท่ีบึงมักกะสัน
ในกรงุ เทพฯ

ต่อจากนนั้ เม่อื ดว้ งงวงสามารถตงั้ รกรากไดด้ ี และขยายพนั ธุเ์ ป็นจานวนมากและเพยี งพอแลว้ จงึ
ทาการเกบ็ รวบรวมดว้ งตวั เตม็ วยั ไปปลดปล่อยในแหล่งน้าขนาดใหญ่ทม่ี กี ารระบาดของผกั ตบชวาทวั่ ประเทศ
เช่น ท่กี ว๊านพะเยา อ. เมอื ง จ. พะเยา และอ่างเก็บน้าเข่อื นภูมพิ ล อ.สามเงา จ.ตาก ในภาคเหนือ ท่บี งึ สไี ฟ
อ. เมอื ง จ. พจิ ติ ร บงึ บอระเพด็ อ. เมอื ง จ. นครสวรรค์ และอ่างเกบ็ น้าคลองเพรยี ว อ. เมอื ง จ. สระบุรี ในภาค
กลาง ทห่ี นองกองแกว้ อ. ชนบท จ. ขอนแก่น และ หนองหาร อ. เมอื ง จ. สกลนคร ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
และทท่ี ะเลน้อย อ. ควนขนุน จ. พทั ลงุ ระหว่างปี พ.ศ. 2523 จนครบทุกพน้ื ทใ่ี น พ.ศ. 2525

อน่ึง นอกจากบ่อเพาะเลย้ี งดว้ งงวงผกั ตบชวา ทม่ี หาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ บางเขน มกี ารจดั ทา
บอ่ เพาะเลย้ี งดว้ งงวงผกั ตบชวา ไวท้ ม่ี หาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ และ สถาบนั เทคโนโลยกี ารเกษตรแมโ่ จ้ ซง่ึ ปัจจุบนั
คอื มหาวทิ ยาลยั แม่โจ้ จ. เชยี งใหม่ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น จ. ขอนแก่น และ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ อ.
หาดใหญ่ จ. สงขลา เพอ่ื ใชเ้ ป็นเป็นแหลง่ สารองไวด้ ว้ ย ต่อจากนนั้ มกี ารรวบรวมดว้ งจากแหล่งน้าต่าง ๆ และ
บ่อเพาะเลย้ี งเหล่าน้ี ไปทาการปลดปล่อยในพน้ื ทต่ี ามลาคลอง ลาน้า แม่น้า หว้ ยหนองคลองบงึ บ่อยมื ตามทาง
หลวง แหล่งน้า และอ่างเกบ็ น้าต่าง ๆ ทพ่ี บว่ามผี กั ตบชวาระบาดอย่ทู วั่ ประเทศ มกี ารปลดปล่อยทต่ี ่อเน่ืองกนั
อยา่ งสม่าเสมอตงั้ แต่นนั้ เป็นตน้ มาจนถงึ พ.ศ. 2544 ไม่มกี ารปลดปล่อยเพมิ่ เตมิ อกี จนเราสามารถทจ่ี ะพบดว้ ง
งวงลงทาลายผกั ตบชวา ไมม่ ากกน็ ้อยทวั่ ทกุ แหล่งน้าทวั่ ประเทศจนถงึ ทุกวนั น้ี

171

เช่นเดยี วกนั ในการควบคุมต้นไมยราบยกั ษ์โดยชวี วธิ ี ประเทศไทยนาดว้ งเจาะเมลด็ ไมยราบยกั ษ์
สองชนิดคอื Acanthoscelides puniceus และ A. quadridentatus) เขา้ มาจากเมก็ ซโิ กผ่านออสเตรเลยี เมอ่ื พ.ศ.
2526 และ เรมิ่ ปลดปลอ่ ยใหต้ งั้ รกรากและแพร่กระจายออกไปในพน้ื ทข่ี นาดใหญ่ โดยเรม่ิ ตงั้ แต่ พ.ศ. 2527 และ
มกี ารปลดปล่อยในพน้ื ทข่ี นาดทเ่ี ลก็ ลงมา ทต่ี ่อเน่ืองกนั อยา่ งสม่าเสมอ ในพน้ื ทท่ี ม่ี กี ารระบาดของไมยราบยกั ษ์
ทวั่ ประเทศ ตงั้ แต่นนั้ มาจนถงึ พ.ศ. 2544 แลว้ หยุดการปลดปล่อยเพม่ิ เตมิ ในปัจจบุ นั เราจะพบดว้ งเจาะเมลด็
ไมยราบยกั ษ์อยใู่ นทุกพน้ื ทท่ี ม่ี ไี มยราบยกั ษ์ระบาดอยู่

ในขนั้ ต้น พน้ื ทข่ี นาดใหญ่ทเ่ี ลอื กมาใชใ้ นการปลดปล่อยดว้ งเจาะเมลด็ ไมยราบยกั ษ์มสี ามพ้นื ท่คี อื
ภาคเหนือท่ีจังหวดั เชียงใหม่และเชียงราย ภาคกลางท่ี อ. เมอื ง จ.สระบุรี และภาคใต้ท่ี อ. สุไหงโกลก
จ. นราธวิ าส

การเลอื กภาคเหนือใน จ. เชยี งใหม่ และ จ. เชยี งราย เป็นพน้ื ทห่ี ลกั ขนาดใหญ่ เพอ่ื การปลดปล่อย
ด้วงเจาะเมล็ดไมยราบยกั ษ์ เพราะว่ามกี ารนาไมยราบยกั ษ์จากอินโดนีเซยี เขา้ มาใช้เป็นพืชป๋ ุยสด (green
manure) ในไร่ยาสูบใน อ. แม่แตง จ.เชยี งใหม่ เม่อื ประมาณ พ.ศ. 2495 และเป็นจุดเรม่ิ ต้นของการระบาดของ
ไมยราบยกั ษ์ในประเทศไทย เป็นการปลดปล่อยบนพ้นื ทท่ี ว่ี ่างเปล่าไม่มกี ารใช้ทาประโยชน์ ทป่ี ล่อยทง้ิ ไว้ให้มี
การระบาดของตน้ ไมยราบยกั ษ์ อยา่ งประปรายหรอื อยา่ งหนาแน่น ในตวั จ.เชยี งใหม่ สองขา้ งทางของทางหลวง
หมายเลข 107 จาก จ.เชยี งใหม่ผ่าน อ. แม่รมิ ถงึ อ. แม่แตง ทางหลวงหมายเลข 1001 จาก จ. เชยี งใหม่ถงึ
อ. พรา้ ว ทางหลวงหมายเลข 118 จาก จ. เชยี งใหม่ผ่านดอยสะเกด็ ถงึ อ.แม่สรวย จ. เชยี งราย และสองขา้ ง
ทางหลวงหมายเลข 1 จากตวั จ. เชยี งรายถงึ อ. แมส่ าย จ. เชยี งราย และทางหลวงหมายเลข 1016 แยกจาก
ทางหลวงหมายเลข 1 จาก จ.เชยี งราย ท่ี อ. แมจ่ นั ถงึ อ. เชยี งแสน จ. เชยี งราย

การเลือกพ้นื ท่เี พ่อื การปลดปล่อยในภาคกลาง ท่อี ่างเก็บน้าคลองเพรยี ว อ. เมอื ง จ. สระบุรี
เพราะว่าในสมยั ช่วง พ.ศ. 2527 นัน้ ไม่มกี ารระบาดของไมยราบยกั ษ์ในพ้นื ท่ีอ่นื นอกจากในภาคเหนือ และ
พบว่ามกี ารระบาดท่อี ่างเก็บน้าคลองเพรยี ว ซ่งึ คาดได้ว่าเกิดมาจากการท่ียานพาหนะและรถบรรทุกจาก
ภาคเหนือ ทจ่ี ะเขา้ ไปสู่ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ซง่ึ ในขณะนัน้ ยงั ตอ้ งใชถ้ นนมติ รภาพเป็นหลกั จะมาแวะพกั
และทาความสะอาดยานพาหนะและรถทจ่ี ุดน้ี ทาให้เมลด็ ไมยราบยกั ษ์ทต่ี ดิ ยานพาหนะมาดว้ ย สะสมและงอก
เจรญิ เตบิ โตและระบาดอย่มู ากมายตามรมิ อ่างเกบ็ น้า โดยหวงั ว่าการปลดปล่อยดว้ งเจาะเมลด็ ทจ่ี ุดน้ี อาจช่วย
ลดการระบาดต่อในพน้ื ทอ่ี ่นื ๆ ในภาคกลางและภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ไดบ้ า้ ง ไมม่ ากกน็ ้อย

172

ส่วนการเลอื กพ้นื ท่ีเพ่อื การปลดปล่อยในภาคใต้ ท่ี อ. สุไหงโก-ลก จ. นราธวิ าส นัน้ เพราะว่า
ในชว่ ง พ.ศ. 2527 เชน่ กนั ไมม่ กี ารระบาดของไมยราบยกั ษใ์ นประเทศไทย นอกจากในภาคเหนือและทอ่ี ่างเกบ็
น้าคลองเพรยี ว จ. สระบุรเี ท่านนั้ ไม่พบการะบาดจากภาคกลางจนถงึ ชายแดนไทย-มาเลเซยี ท่ี อ. สุไหงโก-ลก
จ. นราธวิ าส และพบว่าเป็นการระบาดของไมยราบยกั ษ์ท่ี รกุ รานเขา้ มาจากเมอื งโกตาบารู รฐั กลนั ตนั ประเทศ
มาเลเซยี ซง่ึ มกี ารระบาดมากเช่นเดยี วกนั กบั การระบาดใน จ. เชยี งใหม่ โดยคาดว่าการปลดปลอ่ ยบนพน้ื ทก่ี าร
ระบาดซง่ึ ไม่ไกลนัก จากด่านสุไหงโก-ลก และรมิ ฝัง่ แม่น้าโก-ลก ด้านฝัง่ ไทย อาจช่วยลดการระบาดเขา้ มาใน
ภาคใต้ของประเทศไทยได้บ้าง อน่ึง ในช่วงปีเดยี วกนั พบว่ามกี ารระบาดของไมยราบยกั ษ์มากในพ้นื ท่รี อบ
สนามบนิ ชางงี (Changi Airport) ในสงิ คโปร์ และเหมอื งดบี ุกรา้ งในมาเลเซยี อนั เป็นการระบาดท่ีคงจะลามเขา้
มาจากอนิ โดนีเซยี ซง่ึ เป็นการระบาดทล่ี ามเขา้ มาจากเมอื ง Darwin, Northern Territory ประเทศออสเตรเลยี ซง่ึ
พบเป็นครงั้ แรกในสวนพฤกษศาสตรข์ องเมอื งดารว์ นิ เมอ่ื ประมาณ 20 ปี ก่อน ค.ศ. 1891 (พ.ศ. 2434) จากการ
นาเขา้ ซง่ึ อาจโดยตงั้ ใจหรอื ไมต่ งั้ ใจกไ็ ด้ (Ian Miller, pers. com.)

ส่วนการเลอื กพ้นื ท่เี พ่อื การปลดปล่อยขนาดเล็ก อาจจะเป็นพ้นื ท่ีท่ีมกี ารระบาดของวชั พืชใน
เป้าหมาย ทม่ี คี วามปลอดภยั ในการเขา้ ถงึ และเขา้ ไปปฏบิ ตั งิ านไดง้ า่ ยพอสมควร แต่ไม่ว่าจะเป็นการปลดปลอ่ ย
ขนาดใหญ่หรอื ขนาดเลก็ ควรตรวจสอบทงั้ คณุ ภาพและความเหมาะสมของวชั พชื สาหรบั ตวั ทาการควบคุมในแต่
ละพน้ื ท่ี ทจ่ี ะทาการปลดปล่อยดว้ ย

2. การบรรจุ การจดั ส่ง และการปลดปล่อย (Packaging, shipment and release)

ตวั ทาการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ ี ส่วนใหญ่จะเป็นแมลงศตั รูธรรมชาติของวชั พชื ในเป้าหมาย
ดงั นนั้ การเลอื กระยะของการเจรญิ เตบิ โตทเ่ี หมาะสม ทจ่ี ะต้องมกี ารบรรจุและการจดั สง่ เพ่อื การนาไปปลดปล่อย
ในภาคสนาม มคี วามสาคญั มาก ขอ้ พจิ ารณาทเ่ี ราจะตอ้ งนามาดแู ล จะขน้ึ อยกู่ บั

1) ชวี วทิ ยาและระยะการเจรญิ เตบิ โต
2) ความสามารถทจ่ี ะทนทานต่อการบรรจุ และการขนส่ง
3) ระยะเวลาของการจดั ส่งและการเดนิ ทาง และ
4) การจดั ส่งเป็นการส่งเพ่อื นาไปเป็นแหลง่ เพาะเลย้ี งเบอ้ื งตน้ (starter culture)

หรอื เพ่อื การนาไปปลดปล่อยทนั ทใี นภาคสนาม

ทงั้ น้กี ารบรรจแุ ละการจดั ส่ง ทงั้ ในประเทศและระหว่างประเทศจะตอ้ งมกี ารพจิ ารณาอย่างรอบคอบ
วา่ เป็นตวั กระทาการควบคุมในระยะใดของการเจรญิ เตบิ โต เชน่ ระยะไข่ หรอื ระยะตวั อ่อน หรอื ระยะดกั แด้ หรอื
ระยะตวั เตม็ วยั ไมว่ ่าจะเป็นการขนส่งภาคพน้ื ดนิ หรอื ทางอากาศกต็ าม ซง่ึ จะแตกต่างกนั ไปตามชนิดของแมลง
และสว่ นของวชั พชื ทเ่ี ป็นอาหารของตวั อ่อนและตวั เตม็ วยั

173

สรปุ (Conclusion)

การนาชีวินทรยี ์ท่ีเป็นศัตรูธรรมชาติของวัชพืชจากท้องถ่ินเดิมท่ีเป็นแหล่งกาเนิดของวชั พชื
ในเป้าหมาย มาใชใ้ นการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ ี จะใหป้ ระโยชน์และผลการควบคุมทด่ี อี ย่างมาก ถา้ ในทอ้ งถน่ิ
นนั้ ขาดศตั รธู รรมชาตทิ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ และถา้ ทใ่ี ดได้มศี ตั รธู รรมชาตทิ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพดอี ย่แู ลว้ กค็ วรทจ่ี ะได้มี
การอนุรกั ษ์และการดูแลปกปักรกั ษาศตั รธู รรมชาตเิ หล่านนั้ ไวใ้ หด้ ดี ว้ ย ในปัจจุบนั วชั พชื มากกว่า 75 ชนิด ไดม้ ี
การใช้การควบคุมโดยชวี วธิ ีแบบคลาสสกิ ท่ไี ดร้ บั ผลเป็นทน่ี ่าพอใจและคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และทุกปีจานวน
โครงการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ ี ไดข้ ยายมากขน้ึ ตลอดมา โครงการใดกต็ ามทไ่ี ดร้ บั ความสาเรจ็ ในประเทศหน่ึง
กจ็ ะมกี ารนาไปใชใ้ นประเทศอ่นื ๆ ตามกนั ไป เป็น “โครงการสง่ ต่อ” หรอื “โครงการถ่ายทอด” (transfer projects
) จากประเทศหน่ึงนาเขา้ ไปใช้ในประเทศอ่นื (DeBach, 1964b) เช่นโครงการควบคุมตน้ กระบองเพชรใบเสมา
ซ่งึ ได้รบั ผลดใี นออสเตรเลยี ก็ได้ถูกนาไปใช้ในฮาวาย แอฟรกิ าใต้ และประเทศอ่นื ๆ มากกว่า 10 ประเทศ
โครงการควบคุมผกากรองโดยแมลง 8 ชนิดในฮาวาย ได้มกี ารนาแมลงจากฮาวายเข้าไปใช้ดาเนินงานใน
11 ประเทศ การใชด้ ว้ งงวงควบคุมผกั ตบชวาซง่ึ ไดร้ บั ผลดใี นฟลอรดิ า สหรฐั อเมรกิ า และในออสเตรเลยี กไ็ ดม้ ี
การนาไปใชใ้ นหลายประเทศในเอเชยี และแอฟรกิ า รวมทงั้ ในประเทศไทย ซง่ึ เมอ่ื ไดร้ บั ผลดี ประเทศไทยกไ็ ดร้ บั
การขอรอ้ งใหส้ ่งด้วงงวงผกั ตบชวาไปทดลองใช้ และปลดปล่อยในอนิ โดนีเซีย อนิ เดยี ศรลี งั กา เวยี ดนาม จนี
ไตห้ วนั และฟิลปิ ปินส์ เช่นเดยี วกบั การใชท้ ด่ี ว้ งเจาะเมลด็ ไมยราบยกั ษ์ จากเมก็ ซโิ กในออสเตรเลยี และประเทศ
ไทย ซง่ึ มกี ารดาเนินงานพรอ้ มกนั ไป แต่ไมไ่ ดร้ บั ผลดเี ท่าทค่ี วรในออสเตรเลยี ส่วนในประเทศไทยไดร้ บั ผลท่ดี ี
มาก ทงั้ ๆ ทน่ี าเขา้ มาใชพ้ รอ้ มกนั กต็ าม ทาใหอ้ อสเตรเลยี ตอ้ งขอนาเขา้ ดว้ งเจาะเมลด็ ไมยราบยกั ษจ์ ากประเทศ
ไทยกลบั ไปใช้ในออสเตรเลยี เพ่อื เสรมิ ผลงานของดว้ งอกี คารบหน่ึงในออสเตรเลยี (W. Forno, pers. com.)
รวมไปถงึ การควบคมุ จอกโดยการใชผ้ เี สอ้ื หนอนจอกในประเทศไทย ซง่ึ ไดร้ บั ผลดแี ละไดม้ กี ารนาหนอนจอกจาก
ประเทศไทย เขา้ ไปใช้และปลดปล่อยในฟลอรดิ า ประเทศสหรฐั อเมรกิ า เพ่อื ไปใชค้ วบคุมจอก ซง่ึ ผลของการ
ดาเนินงานของโครงการเหล่าน้ี ไดเ้ ป็นทป่ี ระจกั ษ์ชดั แลว้ วา่ แมลงมบี ทบาทสาคญั มากในการควบคมุ วชั พชื โดย
ชวี วธิ ี ซง่ึ ในบางสถานทแ่ี ละระบบนิเวศของวชั พชื เหล่านนั้ อาจจะไม่สามารถทาการบรหิ ารจดั การหรอื ควบคุมได้
โดยวธิ กี ารควบคุมวชั พชื แบบอ่นื ๆ

แต่ในการดาเนินงานการควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ ขี องแต่ละโครงการ แต่ละวชั พชื ในเป้าหมาย และ
ในแต่ละพ้นื ท่หี รอื ชุมชน ตลอดจนสาธารณชนทวั่ ไป เราจะต้องตระหนักและระมดั ระวงั อยู่เสมอ ในเร่อื งของ
“ความขดั แย้งผลประโยชน์” (Conflict of interest) ไม่ว่าจะเป็นในระดบั ส่วนบุคคล กลุ่มชน องค์กร ทงั้ ทาง
วชิ าการและไม่เป็นวชิ าการ ฯลฯ ในส่วนทางวชิ าการมกั จะมคี วามขดั แยง้ เป็นพ้นื ฐานอยู่เสมอ เช่นการใหภ้ าพ
ลบของการควบคุมศตั รูพืชโดยชวี วิธีแบบคลาสสกิ โดย Howarth (1983, 1991) นักอนุกรมวิธานแมลงแห่ง
J. Linsley Gressitt Center for Research in Entomology และเป็ นภัณฑารักษ์ (curator) อยู่ท่ี Bernice P.
Bishop Museum ในฮอนโนลูลู ฮาวาย กบั ทาการวจิ ยั เก่ยี วกบั แมลงท่พี บในท่อหนิ ภูเขาไฟ (lava tube) และ

174
แมลงในถ้า แต่ไมม่ ปี ระสบการณ์ทางดา้ นการควบคุมโดยชวี วธิ แี ต่อย่างใด ทงั้ ๆ ทเ่ี ป็นนกั กฏี วทิ ยาอยใู่ นฮาวาย
กต็ าม (บรรพต ณ ป้อมเพชร, pers. com.) ในการบรรยาย Presidential Address ในการประชุมประจาเดอื น
ธันวาคม ค.ศ.1980 ของสมาคม Hawaiian Entomological Society วิจารณ์ว่าการควบคุมโดยชีววิธีแบบ
คลาสสกิ เป็น “สิ่งวเิ ศษท่แี ก้ปัญหาได้หมดทุกเร่อื ง” (panacea) หรอื เป็น “กล่องของเทพสตรีแพนดอร่า”
(Pandora’s Box) ซง่ึ หมายถงึ “กล่องความหายนะ” ในตานานกรกี ซง่ึ แพนดอร่าเป็นสตรคี นแรกทส่ี วยงามทส่ี ดุ
ในโลก ทเ่ี ทพเจา้ กรกี คอื เทพซุส (Zeus) ไดส้ รา้ งขน้ึ มา (ภาพท่ี 5.9 ) แต่มกี ารโต้แยง้ โดยการใหภ้ าพบวกของ
การควบคุมศตั รพู ชื โดยชวี วธิ ี โดย Lai (1988) หรอื การตงั้ คาถามต่าง ๆ ของ Simberloff & Stiling (1996a,b)
ว่าการควบคุมศตั รูพชื โดยชวี วธิ มี คี วามเส่ยี งอย่างใดบ้าง และความเสย่ี งท่จี ะตดิ ตามมาจากการนาชนิดพนั ธุ์
ต่าง ๆ เขา้ มาใชใ้ นการควบคุมศตั รูพชื โดยชวี วธิ ี ซง่ึ ถอื ไดว้ ่าเป็นเร่อื งปกตขิ องการแสดงความเห็น (opinion)
ทแ่ี ตกต่างกนั ไป ไมใ่ ช่ความจรงิ (fact)

ภาพที่ 5.9 เทพสตรแี พนดอรา่ และกลอ่ งความหายนะ (Pandora’s Box) (แหลง่ ทม่ี า: Wikipedia,
The Free Encyclopedia)

175

ส่วนท่ี III
โครงการควบคมุ วชั พืชโดยชีววิธีในประเทศไทย
Projects on Biological Control of Weeds in Thailand

176

บทที่ 6
การควบคมุ วชั พืชน้าและวชั พืชบกในท้องถ่ินโดยชีววิธีแบบเพ่ิมขยาย

(Augmentative Biological Control of Endemic Aquatic and Terrestrial Weeds)

วชั พชื ในเป้าหมาย (target weed species) ของการควบคุมโดยชวี วธิ ี เป็นพชื ทม่ี คี วามหลากหลาย
ทางชวี วทิ ยา การเจรญิ เตบิ โต และนิเวศวทิ ยาสูง อาจเป็นพชื บก (terrestrial plant) พชื น้า (aquatic plant) พชื
กาฝาก (parasitic plant) พชื ล้มลุก (herb) พชื ฤดูเดยี ว (annual) พชื ขา้ มฤดูหรอื พชื หลายฤดู (perennial) พชื
หวั (root crop) ไมต้ น้ (tree) ขนาดต่าง ๆ ไมเ้ ลอ้ื ย (crawler หรอื vine) ฯลฯ ซง่ึ อาจเป็นพชื ในทอ้ งถน่ิ (endemic
plant) หรอื พชื ต่างถ่ิน (exotic plant) หรอื พืชต่างถ่ินท่รี ุกราน (invasive alien plant) หรอื ชนิดท่ไี ม่รุกราน
(non-invasive alien plant) ท่ีถูกจดั ให้เป็น “วัชพืช” (weed หรอื plant pest) บนปัจจยั พ้ืนฐานต่าง ๆ เช่น
นโยบาย การเมอื ง ความสาคญั ทางสงั คมและเศรษฐกจิ ความคุม้ ค่า และผลกระทบต่อความหลากหลายทาง
ชวี ภาพและสง่ิ แวดลอ้ ม และสุขอนามยั ของมนุษย์ ฯลฯ ตลอดจนความขดั แยง้ ทางผลประโยชน์ ในแต่ละชุมชน
หรอื พ้นื ท่ีหรอื ท้องถ่ิน ในแต่ละภูมภิ าคหรอื ประเทศ ซ่งึ จะนาไปสู่การบรหิ ารจดั การท่เี หมาะสม อันได้แก่
การควบคุมโดยวิธีการต่าง ๆ ทงั้ โดยวิธีกล (mechanical control) โดยการใช้สารเคมี (chemical; control)
วธิ ที างกายภาพ (physical control) และการควบคมุ โดยชวี วธิ ี (biological control) เป็นตน้

การควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ ี จะเป็นการใชต้ วั กระทาการควบคุมทเ่ี ป็นศตั รธู รรมชาตขิ องวชั พชื แต่
ละชนิด ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพและทม่ี อี ยแู่ ลว้ ในทอ้ งถน่ิ ทน่ี ามาเพาะเลย้ี งเพมิ่ ปรมิ าณ แลว้ นาไปปลดปล่อย เรยี กว่า
การควบคุมโดย ชวี วธิ แี บบเพม่ิ ขยาย (Augmentative biological control) หรอื โดยการนา (introduction หรอื
importation) ตวั กระทาการควบคุมทเ่ี ป็นศตั รธู รรมชาตทิ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ จากประเทศอ่นื เขา้ มาใช้ ในแบบทเ่ี ป็น
การควบคุมโดยชวี วธิ แี บบคลาสสกิ (Classical biological control)

การควบคมุ วชั พชื โดยชวี วธิ แี บบเพม่ิ ขยาย โดยการใชต้ วั กระทาการควบคุมทเ่ี ป็นศตั รธู รรมชาตใิ น
ท้องถน่ิ หรอื พ้นื เมอื ง (endemic or native natural enemy) ในการควบคุมวชั พชื ในเป้าหมาย ซ่งึ เป็นวชั พชื ใน
ท้องถ่นิ หรอื วชั พชื พ้นื เมอื ง (endemic or native weed) มกี ารดาเนินการไม่มากนัก เม่อื เปรยี บเทยี บกบั การ
ควบคุมวัชพืชต่างถิ่น (exotic weed) โดยชีววิธีแบบคลาสสิก ท่ีมีการนาตัวกระทาการควบคุมท่ีเป็ น
ศตั รธู รรมชาตติ ่างถน่ิ (exotic natural enemy) เขา้ มาใชเ้ ป็นศตั รธู รรมชาตทิ ม่ี กี ารนาเขา้ มา (introduced natural
enemy) ในขณะท่กี ารควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ แี บบคลาสสกิ ทวั่ โลก มวี ชั พชื ในเป้าหมายมากกว่า 130 ชนิด
มกี ารดาเนินการในมากกว่า 70 ประเทศในทุกทวปี แต่การควบคุมวชั พชื โดยชวี วธิ โี ดยการใช้ตวั กระทาการ
ควบคุมทเ่ี ป็นศตั รธู รรมชาตใิ นทอ้ งถนิ่ หรอื พ้นื เมอื ง มวี ชั พชื ในเป้าหมายเพยี ง 40 ชนิด ใน 18 ประเทศเท่านัน้
และสว่ นใหญ่ในสหรฐั อเมรกิ า (16 ชนดิ และ 28 โครงการ) แคนาดา (4 ชนดิ และ 8 โครงการ) ในแอฟรกิ าใต้ (3
ชนิด และ 3 โครงการ) ในออสเตรเลยี (3 ชนิด และ 3 โครงการ) ในยุโรป ในรสั เซยี (4 ชนิด และ 4 โครงการ)

177

ในยเู ครน และ คาซคั สถาน ประเทศละ 3 ชนิด และ 3 โครงการ ในโรมาเนีย (2 ชนดิ และ 2 โครงการ) ในบุลกา
เรยี ฮงั การี อุซเบกิสถาน และยูโกสลาเวยี (ปัจจุบนั คอื เซอรเ์ บยี และมอนเตเนโกร) ประเทศละ 1 ชนิด และ
1 โครงการ ในอเมรกิ าใต้ ในอารเ์ จนตนิ าและโบลเิ วยี ประเทศละ 1 ชนิด และ 1 โครงการ ในเอเชยี ในประเทศ
ไทย (9 ชนิด และ 9 โครงการ) ประเทศจนี (4 ชนิด และ 4 โครงการ) และในญ่ปี ุ่น (1 ชนิด และ 1 โครงการ)
(Julien & Griffiths, 1998; Winston, 2014; Napompeth & Saengyot, 2018; Saengyot, 2018)

6.1 วชั พืชในท้องถิ่นในเป้าหมาย

วชั พชื ในเป้าหมายเพ่อื การควบคุมโดยชวี วธิ ี อาจเป็นชนิดของวชั พชื ในท้องถิ่นท่แี ท้จรงิ (true
endemic species) หรอื เป็นชนิดของวชั พชื ต่างถนิ่ (exotic หรอื alien species) ทม่ี กี ารนาเขา้ มาในประเทศทงั้
ด้วยความตงั้ ใจและไม่มคี วามตงั้ ใจมาเป็นเวลานานแลว้ ในอดตี ท่มี กี ารววิ ฒั นาการ ปรบั ตวั จนราวกบั ว่าเป็น
วชั พชื ในทอ้ งถนิ่ (naturalized species) ดงั เช่นพชื เศรษฐกจิ หลายชนิดในประเทศไทยเช่น มะละกอ มะเขอื เทศ
สปั ปะรด มนั สาปะหลงั และ ยางพารา ซง่ึ เป็นพชื ต่างถน่ิ ในประเทศไทย มถี นิ่ กาเนิดดงั้ เดมิ อยใู่ นอเมรกิ าใต้

โครงการควบคุมวชั พชื ในทอ้ งถน่ิ หรอื วชั พชื พน้ื เมอื งโดยชวี วธิ ใี นประเทศไทย เรมิ่ มกี ารดาเนินการ
มาตงั้ แต่ พ.ศ. 2518 โดยการสารวจและประเมนิ ศกั ยภาพของศตั รธู รรมชาติ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ แมลงชนิดต่าง
ๆ ทพ่ี บว่ามกี ารลงทาลายวชั พชื ในเป้าหมายทงั้ วชั พชื บกและวชั พชื น้าแต่ละชนิด ว่าจะมแี มลงชนิดใดบา้ งท่มี ี
ศกั ยภาพและประสทิ ธภิ าพ ตลอดทงั้ ความเฉพาะเจาะจงต่อพชื อาศยั เพยี งพอ และสมควรทจ่ี ะนามาใชเ้ ป็นตวั
กระทาการควบคุมโดยชวี วธิ ไี ด้ ในระดบั ใดระดบั หน่งี เพอ่ื นาไปพฒั นาใชป้ ระโยชน์ในการควบคุมโดยชวี วธิ แี บบ
เพม่ิ ขยาย (Augmentative biological control) โดยตนเอง หรอื ร่วมกบั ตวั กระทาการควบคุมโดยชวี วธิ ชี นิดอ่นื
ถา้ มี และ ทจ่ี ะมกี ารนาเขา้ มาจากต่างประเทศเพ่อื การควบคุมโดยชวี วธิ แี บบคลาสสกิ

จากแนวทางและขอ้ มลู เบอ้ื งตน้ พบว่าในประเทศไทย มวี ชั พชื ในเป้าหมายทเ่ี หมาะสมกบั การท่จี ะ
ดาเนินการควบคุมโดยชีววิธีแบบเพ่ิมขยายใด้ดีหลายชนิด กล่าวคือ มีศัตรูธรรมชาติท่ีมีศักยภาพและ
ประสทิ ธภิ าพอย่แู ล้วในประเทศ เป็นศตั รธู รรมชาตใิ นพ้นื ท่ี (resident natural enemy) และ ไม่พบว่ามกี ารใช้
ศตั รธู รรมชาตขิ องวชั พชื ชนิดนนั้ ในต่างประเทศ จงึ จะไมม่ กี ารนาศตั รธู รรมชาตจิ ากต่างประเทศเขา้ มาใชค้ วบคุม

ในเบอ้ื งตน้ วชั พชื ในเป้าหมายเพอ่ื การควบคุมโดยชวี วธิ แี บบเพมิ่ ขยายในประเทศไทย มที งั้ หมด 9
ชนิด พร้อมถิ่นกาเนิด เรียงกันตามอักษรตัวแรกของช่ือวิทยาศาสตร์ พร้อมช่ือสามัญภาษาไทยและ
ภาษาองั กฤษ เป็นวชั พชื น้า 4 ชนิด และวชั พชื บก 5 ชนิด คอื

178

ก. วชั พืชน้า (Aquatic weeds) ประกอบด้วย
1. สาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla) (Hydrilla verticellata, Hydrocharitaceae)
(แอฟรกิ า หรอื เอเชยี และ ออสเตรเลยี )
2. แพงพวยน้า (Water primrose) (Ludwigia adscendens, Onagraceae)
(เขตรอ้ นของเอเชยี หรอื เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต)้
3. จอก (Water lettuce) (Pistia stratiotes, Araceae) (แถบรอ้ นของทวปี อเมรกิ า
อยี ปิ ต์ แพรก่ ระจายทวั่ โลกในเขตรอ้ นและใกลเ้ ขตรอ้ น)
4. จอกหหู นู (Salvinia, water fern) (Salvinia cucullata, Salviniaceae) (อนิ เดยี เอเชยี ตะวนั ออก
เฉยี งใต้ ยกเวน้ ฟิลปิ ปินส์ จนถงึ ภาคตะวนั ตกของออสเตรเลยี )

ข. วชั พืชบก (Terrestrial weeds) ประกอบด้วย
1. ผกั ขมหนาม (Spiny amaranth) (Amaranthus spinosus, Amaranthaceae)
(อเมรกิ ากลาง แพรก่ ระจายทวั่ โลกในเขตรอ้ นและใกลเ้ ขตรอ้ น)
2. หญา้ แหว้ หมู (Nutgrass, purple nutsedge) (Cyperus rotundus, Cyperaceae)
(แอฟรกิ า ยโุ รปตอนใต้ และเอเชยี ใต)้
3. โคลงเคลง (Indian rhododendron) (Melastoma malabathricum, Melastomaceae)
(เอเชยี ใต้ อนิ เดยี ศรลี งั กา แพรก่ ระจายผ่านเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ อนิ โดนเี ซยี
จนถงึ ออสเตรเลยี )
4. หญา้ โขยง่ (Itchgrass) (Rottboellia cochinchinensis, Poaceae)
(เวยี ดนามและเชตรอ้ นของเอเชยี )
5. หนามไขป่ ู (Giant bramble, Wild raspberry) (Rubus alceifolius, Rosaceae)
(จนี ใตห้ วนั เมยี นมาร์ ไทย ลาว เวยี ดนาม กมั พชู า มาเลเซยี และอนิ โดนเี ซยี )

179

6.2 การควบคมุ วชั พืชน้าในท้องถิ่นโดยชีววิธี
6.2.1 สาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla, Hydrilla verticellata)
สาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla verticellata) (ภาพท่ี 6.1) เป็นวชั พชื ใต้น้า (submersed weed) มี

ถิ่นกาเนิดท่ไี ม่เป็นท่ีรู้แน่นอน คาดว่าอาจอยู่ในแอฟริกา หรอื เอเชยี และ ออสเตรเลีย โดย Waterhouse
(1993a) และ Julien & Griffiths (1998) รายงานว่าน่าจะเป็นออสเตรเลยี และ Sainty & Jacobs (1994) ระบุว่า
เป็นพชื พน้ื เมอื งของออสเตรเลยี ในประเทศไทย ถอื ว่าเป็นวชั พชื น้าทร่ี นุ แรงในการคมนาคมทางน้า สระ หนอง
น้า อ่างเกบ็ น้า และระบบการชลประทาน นอกจากนัน้ Suwatabandhu (1950) อาไพ ยงบุญเกดิ (2518) และ
ประสาน วงศาโรจน์ (2540) รายงานว่าสาหร่ายหางกระรอกเป็นวชั พชื ทส่ี าคญั ในนาขา้ ว และมกี ารใชเ้ ป็นพชื ใน
ตเู้ ลย้ี งปลา เป็นอาหารสกุ รและอาหารเป็ด และเป็นพชื ป๋ ยุ สด (green manure)

ภาพท่ี 6.1 สาหรา่ ยหางกระรอก (hydrilla, Hydrilla verticellata)

การควบคุมสาหร่ายหางกระรอกในประเทศไทยเรมิ่ ดาเนินการมาตงั้ แต่เม่อื พ.ศ. 2524 โดยการ
สารวจแมลงศตั รธู รรมชาตใิ นประเทศ แต่ไมม่ คี วามกา้ วหน้าเท่าทค่ี วร จนกระทงั่ เมอ่ื พ.ศ. 2539 โดยการรว่ มมอื
ในการสารวจเบ่อื งต้นร่วมกับ USDA, ARS Aquatic Weeds Research Unit, Fort Lauderdale, Florida พบ
แมลงสองกลุ่มเพ่ือทาการศึกษาเพิ่มเติม ประกอบด้วยกลุ่มของด้วงงวง Bagous sp. และ B. subvittatus
(Coleoptera: Erirhinidae) และกลุ่มหนอนแมลงวันเจาะไชใบ Hydrellia spp. (Diptera: Ephydridae) โดย
การศกึ ษากลุ่มของด้วงงวง Bagous sp. และ B. subvittatus โดย Sabchucherdwong (2000) และกลุ่มหนอน
แมลงวนั เจาะไชใบ Hydrellia sp. โดย Klaokliang (2000) โดยสรปุ ว่าแมลงทงั้ สองกลุ่มมศี กั ยภาพในการควบคุม
และไดม้ กี ารนาเขา้ ไปศกึ ษาเพมิ่ เตมิ ในฟลอรดิ า ประเทศสหรฐั อเมรกิ า

180

ในต่างประเทศมกี ารนาด้วงงวงกินหน่อ (hydrilla tuber weevil, Bagous affinis) ท่พี บในอินเดีย
และหนอนแมลงวนั ชอนใบ (hydrilla leaf-mining fly, Hydrellia pakistanae) ทพ่ี บในอนิ เดยี และปากสี ถาน เขา้
ไปปลดปล่อยในสหรฐั อเมรกิ า เม่อื พ.ศ. 2530 แต่ B. affinis ไม่สามารถตงั้ รกรากได้ ส่วน H. pakistanae
สามารถตงั้ รกรากไดใ้ นฟลอรดิ า จอรเ์ จยี และเทกซสั แต่ไม่สามารถตงั้ รกรากไดใ้ นแคลฟิ อรเ์ นียและลุยเซยี นา
ทงั้ ๆ ท่ีทาการปลดปล่อยซ้าติดต่อกัน มกี ารแพร่กระจายตามธรรมชาติดี มีการนา H. pakistanae จาก
ปากีสถานเข้าไปอีกเม่ือ พ.ศ. 2533 แต่แยกไม่ออกจากประชากรเดิมในการตัง้ รกราก กับมีการนา
H. pakistanae จากประเทศจนี เขา้ ไปเม่อื พ.ศ. 2536 แต่ไม่รสู้ ถานภาพ นอกจากนัน้ มกี ารนา H. pakistanae
เข้าไปปลดปล่อยในเมก็ ซโิ กเม่อื พ.ศ. 2538 ซ่งึ สามารถตงั้ รกรากได้ดพี อสมควร (Julien & Griffiths, 1998)
(ภาพท่ี 6.2)

ภาพท่ี 6.2 แมลงศตั รธู รรมชาตทิ ถ่ี ูกนามาใชค้ วบคมุ สาหรา่ ยหางกระรอก แมลงวนั ตวั เตม็ วยั และตวั หนอน
ของ Hydrellia pakistanae (ซา้ ย) และ ตวั เตม็ วยั และตวั อ่อนของดว้ งงวง Bagous affinis (ขวา)
(แหลง่ ทม่ี า: Wikipedia, The Free Encyclopedia)

ในออสเตรเลยี พบ Hydrellia balciunasi และ Bagous hydrilliae ซ่งึ มกี ารนาเขา้ ไปปลดปล่อยใน
สหรฐั อเมรกิ า เม่อื พ.ศ. 2532 และ 2534 ตามลาดบั พบว่าแมลงทงั้ สองชนิดสามารถตงั้ รกรากได้ในฟลอรดิ า
และเทกซสั แต่ระดบั ประชากรต่า ไมเ่ หน็ ผลในการควบคุม

181
ในการวเิ คราะหท์ างอนุกรมวธิ านของแมลงวนั ในกลุ่ม Hydrellia pakistanae species ทล่ี งทาลาย
สาหร่ายหางกระรอก Deonier (1993) พบชนิดใหม่คอื H. sarahae sarahae ในประเทศจนี และ H. sarahae
laticapsula ในอนิ เดยี และปากสี ถาน พบ H. balciunasi ในออสเตรเลยี และพบชนิดใหม่ H. bogorae ในเกาะ
ชวา อนิ โดนีเซยี และทุกชนิดมศี กั ยภาพทจ่ี ะนามาใชค้ วบคุมสาหร่ายหางกระรอกในสหรฐั อเมรกิ าและประเทศ
อ่ืนท่สี าหร่ายหางกระรอกเป็นวชั พืชท่เี ป็นปัญหาได้ ด้วยเหตุน้ี จงึ เป็นท่คี าดว่าแมลงวนั ในกลุ่ม Hydrellia
ท่ลี งทาลายสาหร่ายหางกระรอกในประเทศไทย น่าท่จี ะเป็น H. pakistanae ซ่งึ มกี ารนาเข้าไปทดสอบใน
ฟลอรดิ า สหรฐั อเมรกิ า ดว้ ยแลว้
ในนาขา้ วซง่ึ มสี าหรา่ ยหางกระรอกเป็นวชั พชื ชนิดหน่งึ เราจะพบแมลงวนั ในสกุล Hydrellia อกี ชนิด
หน่ึง ท่มี คี วามใกล้เคยี งกบั H. pakistanae ซง่ึ เป็นท่รี จู้ กั กนั ดคี อื แมลงวนั หนอนเจาะยอดขา้ ว H. philippinna
(rice whorl maggot หรอื rice leafminer) เป็นแมลงศตั รูข้าวท่สี าคญั ชนิดหน่ึง แต่ไม่ลงทาลายสาหร่ายหาง
กระรอก มคี วามเฉพาะเจาะจงกบั พชื อาศยั ในวงศธ์ ญั พชื Poaceae เทา่ นนั้
6.2.2 แพงพวยน้า (Water primrose, Ludwigia adscendens)
ในประเทศไทยพบว่ามแี พงพวยน้าทงั้ หมด 4 ชนิด คอื Ludwigia adscendens, L. hyssopifolia,
L. octovalvis และ L. perrenis (เต็ม สมติ นิ ันท์, 2544) โดยแพงพวยน้า (L. adscendens) (ภาพท่ี 6.3) ถอื ว่า
เป็นวชั พชื ทส่ี าคญั ในนาขา้ ว (ประสาน วงศาโรจน์, 2540; Suwatabandhu,1950)

ภาพที่ 6.3 แพงพวยน้า (water primrose, Ludwigia adscendens) ซง่ึ พบวา่ ระบาดอยใู่ นหนองน้าใกล้
สถานีรถไฟ จ.ลาพนู


Click to View FlipBook Version