The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ๓ ม.๒ เทอม ๑

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jariya Pungeen, 2020-04-28 01:06:45

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ๓ ม.๒ เทอม ๑

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ๓ ม.๒ เทอม ๑



โรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ นนทบุรี
แผนการจดั การเรยี นรู้ ๑-๑ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
ชอ่ื เรือ่ ง/หน่วย นิราศเมอื งแกลง (ประวตั ิผู้แต่ง ความเป็นมา และลกั ษณะคาประพันธ)์ จานวน ๒ คาบเรยี น
วชิ า ภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒
ผสู้ อน นางสาวจริยา พ่วงจนี
๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชว้ี ัด

สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพือ่ นาไปใช้ตัดสนิ ใจแกป้ ญั หา

ในการดาเนินชวี ิตและมีนิสยั รักการอ่าน
ตัวชว้ี ดั ที่ ม ๒/๒ จับใจความสาคญั สรปุ ความ และอธบิ ายรายละเอียดจากเร่ืองที่อ่าน

๒. สาระสาคัญ
การอ่านเรื่อง นิราศเมืองแกลง จะต้องศึกษาความเป็นมา ประวัติผู้แต่ง และลักษณะคาประพันธ์ รวมท้ังการ

จับใจความสาคญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรอ่ื งท่ีอ่าน

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ด้านความรู้ (K)
๓.๑.๑ นักเรยี นสามารถบอกประวัติผ้แู ต่งได้
๓.๑.๒ นักเรียนสามารถบอกความเปน็ มาของเร่ืองได้
๓.๑.๓ นกั เรยี นสามารถบอกลักษณะคาประพนั ธ์ของเร่ืองได้
๓.๒ ดา้ นทักษะ (P)
๓.๒.๑ นักเรียนสามารถเขียนแผนผังความคิดสรุปประวัติผู้แต่ง ความเป็นมา และลักษณ์คา
ประพันธข์ องนริ าศเมอื งแกลงได้
๓.๓ ดา้ นเจตคติ (A)
๓.๓.๑ นักเรียนส่งงานตรงตามเวลาท่ีกาหนด

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ประวตั พิ ระสุนทรโวหาร (ภู่)
๔.๒ ความเป็นมาของเรอื่ งนิราศเมอื งแกลง
๔.๓ ลักษณะคาประพนั ธ์ นริ าศเมอื งแกลง

๕. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด



๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๖.๑ มีวนิ ัย
๖.๒ ใฝ่เรียนรู้

๗. ช้นิ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ แผนผังความคดิ สรุปประวัตผิ ู้แต่ง ความเป็นมา และลักษณค์ าประพนั ธข์ องนริ าศเมอื งแกลง
๗.๒ แบบฝึกหดั เร่อื ง นิราศเมอื งแกลง

๘. การวดั และประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤติกรรมตามตวั ชวี้ ัด/ผลการเรยี นร้/ู จดุ ประสงค/์ ชน้ิ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วิธีวัดประเมนิ เครือ่ งมือ เกณฑ์การตัดสนิ

ตรวจแผนผังความคิด แผนผงั ความคดิ ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์

ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง นิราศเมือง แบบฝึกหัด เร่ือง นิราศเมืองแกลง รอ้ ยละ ๘๐ ผา่ นเกณฑ์
แกลง

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

วธิ วี ดั ประเมิน เคร่อื งมือ เกณฑ์การตัดสนิ

สั งเก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก าร ท างา น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

รายบุคคล รายบุคคล

๙. การบรู ณาการ

-

๑๐.กิจกรรมการเรียนรู้

ขัน้ นา
๑. ครูให้นักเรียนชมภาพพระสุนทรโวหาร (ภู่) หน้าช้ันเรียน จากนั้นครูถามนักเรียนว่า นักเรียนทราบ
หรือไม่วา่ ภาพที่นักเรียนเหน็ คือภาพของใคร มีความสาคญั ตอ่ วงการวรรณคดีไทยอย่างไร
๒. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิดทวี่ า่ “บุคคลท่ถี กู นาไปสรา้ งอนุสาวรยี ์ควรจะมคี ุณลักษณะอยา่ งไร”
ขั้นสอน
๓ . ค รูอ ธิ บ า ย โด ย ใช้ ส่ื อ power point ป ร ะ ก อ บ ก าร ส อ น โด ย ค รู เริ่ม ส อ น ป ร ะ วั ติ ผู้ แ ต่ ง
ความเปน็ มา และลกั ษณะคาประพันธ์ และเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามเมื่อเกดิ ข้อสงสัย
๔. ครูสุ่มถามนักเรียน ๔ – ๕ คน ว่าพระสุนทรโวหาร (ภู่) มีความสาคัญอย่างไร เม่ือนักเรียนตอบคาถาม
แล้ว ครูมหี น้าทขี่ ยายความ หรอื ขยายคาตอบของนกั เรียนใหช้ ัดเจนมากยิง่ ขน้ึ
๕. ครูมอบหมายให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิดสรุปประวัติผู้แต่ง ความเป็นมา และลักษณ์คาประพันธ์
ของนริ าศเมืองแกลง สง่ ทา้ ยคาบเรยี นถัดไป
๖. ในคาบเรียนที่ ๒ ครูให้นักเรียนทาแบบฝึกหัด เรื่อง นิราศเมืองแกลง โดยครูให้คาแนะนานักเรียนอย่าง
ท่วั ถงึ



ขน้ั สรปุ
๗. ครูและนกั เรียนร่วมกันอภปิ รายเน้ือหาทไ่ี ดเ้ รียนในวันนี้ โดยอาจจะมีการสุ่มถามนักเรียนเพ่ือให้ทราบว่า
นกั เรยี นเกดิ ความเขา้ ใจในเน้ือหาหรอื ไม่

๑๑. สื่อการเรียนการสอน
๑๑.๑ power point ประกอบการสอนนริ าศเมอื งแกลง
๑๑.๒ แบบฝึกหดั เร่ือง นิราศเมืองแกลง
๑๑.๒ หนงั สือวรรณคดไี ทย ม.๒

๑๒. แหล่งเรียนรู้
๑๒.๑ แหล่งการเรียนรู้ทัง้ ภายในชั้นเรียนและนอกหอ้ งเรยี น
๑.๒.๒ แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

๑๓. ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา หรือฝ่ายวชิ าการ / หรอื ผูท้ ่รี ับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ.............................................................
(.....................................................)

ตาแหน่ง..................................................

๑๔. บันทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมนิ ผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปญั หา อุปสรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ.......................................................
(...................................................)
ผ้สู อน

.................../...................../...................



เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน

เกณฑก์ ารประเมนิ การเขียนแผนผังความคดิ

ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน

๒๑
๑. การสะกดคาศัพท์ สะกดคาถกู ต้องทุกคา
สะกดคาผดิ เลก็ น้อย สะกดคาผดิ มาก

๒. การเลือกคา ใชค้ าศัพท์สื่อความหมาย ใชค้ าศพั ท์สอ่ื ความหมายไม่ ใช้คาศพั ท์สอ่ื ความหมายไม่
ตรงกบั เนือ้ หาบางคา ตรงกับเนื้อหาหลายคา
ตรงกนั เขยี นประโยคผิด
เขยี นประโยค หลักไวยากรณ์
๓. โครงสรา้ ง เขยี นประโยคถูกต้อง ไม่ถูกต้องตามหลัก
ไวยากรณเ์ ล็กน้อย ไม่มเี ครือ่ งหมายวรรคตอน
ไวยากรณ์ ตามหลกั ไวยากรณ์
ใชเ้ ครือ่ งหมายวรรคตอนไม่ เขียนอธบิ ายเน้ือหา
ทุกประโยค ถกู ต้องบางประโยค ไมช่ ัดเจน

๔. เคร่อื งหมาย ใชเ้ คร่อื งหมายวรรคตอน เขยี นอธบิ ายเนื้อหา
พอเข้าใจ
วรรคตอน ถูกต้อง
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
๕. เนือ้ หา เขียนอธบิ ายเน้ือหา
๑๔ – ๑๕ ดมี าก
ชัดเจน ๑๑ – ๑๓ ดี
๘ - ๑๐ พอใช้
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ๕ – ๗ ควรปรับปรงุ

เกณฑ์การผา่ น ต้ังแตร่ ะดับคุณภาพพอใชข้ ้ึนไป

สรปุ ผ่าน ไม่ผา่ น

ลงชอ่ื .................................ผู้ประเมิน

(.....................................)



สื่อประกอบการจดั การเรยี นรู้ เรื่อง นิราศเมอื งแกลง

บตั รภาพ



ทม่ี า : http://www.siamfreestyle.com/forum/index.php?showtopic=๑๖๑



โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ นนทบรุ ี

แผนการจัดการเรียนรู้ ๑-๒ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

ช่อื เร่อื ง/หนว่ ย นริ าศเมอื งแกลง (การวเิ คราะห์คุณคา่ วรรณคดี) จานวน ๒ คาบเรยี น

วิชา ภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒

ผูส้ อน นางสาวจรยิ า พว่ งจนี

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวชี้วดั

สาระที่ ๓ การฟงั การดู และการพูด

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด

และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์

ตัวชีว้ ัดท่ี ม ๒/๑ พดู สรุปใจความสาคัญ

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย

อย่างเห็นคุณคา่ และนามาประยุกต์ใช้ในชีวติ จริง

ตัวชีว้ ัดท่ี ม ๒/๑ สรุปเน้อื หาวรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อา่ น

๒. สาระสาคญั
การอ่านเรื่อง นิราศเมืองแกลง จะต้องวิเคราะห์วิจารณ์ อธิบายคุณค่า และสรุปข้อคิดจากเรื่องที่อ่านแล้ว

สามารถนาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ ได้

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๓.๑ ด้านความรู้ (K)
๓.๑.๑ นกั เรยี นสามารถอธิบายคุณคา่ ของเรอ่ื งได้
๓.๑.๒ นกั เรียนสามารถบอกหลักการพูดสรุปใจความสาคัญได้

๓.๒ ด้านทักษะ (P)
๓.๒.๑ นักเรยี นสามารถเขยี นแผนผังความคดิ วเิ คราะหค์ ณุ ค่าวรรณคดีได้
๓.๒.๒ นกั เรยี นสามารถพูดสรปุ ใจความสาคญั ได้

๓.๓ ด้านเจตคติ (A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการพูด

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ การวเิ คราะหค์ ุณค่าวรรณคดี
๔.๒ หลกั การพดู สรุปใจความสาคญั
๔.๓ มารยาทในการพูด



๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด

๖. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๖.๑ มีวินัย
๖.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓ มงุ่ มัน่ ในการทางาน

๗. ชนิ้ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ ใบงาน เร่อื ง นริ าศเมอื งแกลง
๗.๒ การพดู สรปุ ใจความสาคัญ วเิ คราะหค์ ุณคา่ วรรณคดีนริ าศเมอื งแกลง

๘. การวัดและประเมินผล

๘.๑ การวัดพฤตกิ รรมตามตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/จุดประสงค/์ ช้นิ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วธิ ีวดั ประเมนิ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การตดั สิน

ตรวจใบงาน เรื่อง นริ าศเมืองแกลง ใบงาน เรื่อง นิราศเมอื งแกลง ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์

ประเมินการพูดสรุปใจความสาคัญ ก า ร พู ด ส รุ ป ใจ ค ว า ม ส า คั ญ ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีนิราศเมือง วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีนิราศเมือง

แกลง แกลง

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

วธิ วี ัดประเมนิ เครื่องมือ เกณฑก์ ารตดั สิน

สงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

กลมุ่

๙. การบูรณาการ

-

๑๐.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
๑. ครทู บทวนความรู้เดมิ ในเรอ่ื งนริ าศเมืองแกลง โดยสมุ่ ถามนักเรยี นเปน็ รายบุคคล
๒. ครูเปดิ วีดิทัศน์การพูดสรุปใจความสาคญั ให้นกั เรียนชม จากนน้ั ครูเชอ่ื มโยงเขา้ สบู่ ทเรยี นในการพูด

สรปุ ใจความสาคญั ในหวั ขอ้ การวเิ คราะหค์ ณุ คา่ วรรณคดี เร่อื ง นริ าศเมอื งแกลง



ขนั้ สอน
๓. ครูอธิบายโดยใช้ส่ือ power point ประกอบการสอนเร่ืองหลักการพูดสรุปใจความสาคัญ และมารยาท
ในการพูด โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเม่ือเกิดข้อสงสัย จากน้ันสอบถามนักเรียนว่าหลักการพูดสรุปใจความ
สาคัญมหี ลกั การอะไรบา้ ง และมารยาทในการพูดคอื อะไร (ครอู าจสมุ่ ถามนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล)
๔. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๔ กลุ่ม แบ่งเป็นเน้ือหาท้ัง ๔ ส่วน กลุ่มละประมาณ ๑๐ คน มอบหมายให้
นักเรียนทาใบงาน เรื่อง นิราศเมืองแกลง โดยแปลเน้ือหาในแต่ละส่วน และวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีในด้านท่ีกลุ่ม
ตนเองได้รับมอบหมาย
๕. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายการวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี เพื่อให้นักเรียนปรับแกง้ านของตนเอง ให้
ถูกต้อง ครบถว้ น
๖. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน ๑ คน ออกมาพูดสรุปใจความสาคัญหน้าช้ันเรียน ในส่วนเนื้อหาท่ี
กลุ่มของตนเองไดร้ ับมอบหมาย รวมถงึ การวิเคราะหค์ ณุ ค่าวรรณคดี
ขัน้ สรุป
๗. ครูสรุปและให้คาแนะนาการพูดสรุปใจความสาคัญหน้าช้ันเรียนของนักเรียนแต่ละกลุ่ม พร้อมท้ังสรุป
เน้ือหาท่ีเรยี น

๑๑. สอื่ การเรียนการสอน
๑๑.๑ วีดที ัศนก์ ารพูดสรุปใจความสาคัญ
๑๑.๒ ใบงาน เรอื่ ง นริ าศเมอื งแกลง
๑๑.๓ หนังสือวรรณคดไี ทย ม.๒

๑๒. แหลง่ เรยี นรู้
๑๒.๑ แหลง่ การเรยี นรทู้ งั้ ภายในช้ันเรยี นและนอกหอ้ งเรยี น
๑.๒.๒ แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ



๑๓. ความเห็นของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา หรอื ฝ่ายวิชาการ / หรอื ผทู้ ร่ี ับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .............................................................
(.....................................................)

ตาแหน่ง..................................................

๑๔. บนั ทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมินผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปญั หา อปุ สรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .......................................................
(...................................................)
ผู้สอน

.................../...................../...................

๑๐

เคร่ืองมอื ท่ใี ช้ในการประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินการพูดสรุปใจความสาคญั ช้ันเรียน

ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คะแนน

๓ ๒๑

การออกเสียง ออกเสยี งถูกตอ้ งตาม ออกเสียงคา / ออกเสียงคา / ประโยค

หลักการออกเสยี ง ประโยค ผดิ หลกั การ ไมเ่ นน้

มีเสียงเน้นหนกั ในคา / ได้ถูกตอ้ ง มีเสยี ง เสยี งทาให้สือ่ สาร

ประโยคอยา่ งสมบูรณ์ เนน้ หนกั ในคา / ไม่ได้

ประโยคเป็นสว่ นใหญ่

พูดสรุปใจความสาคัญ พูดสรปุ ใจความสาคัญได้ พูดเบยี่ งเบนเล็กน้อย พดู ไม่ตรงตาม

ครบถว้ น ถกู ต้อง จากใจความสาคัญ ใจความสาคญั ที่

ปรากฏ

ความคลอ่ งแคลว่ พดู ต่อเนอื่ ง ไมต่ ิดขัด พูดตะกกุ ตะกกั บ้าง พดู เปน็ คา ๆ หยุดเปน็

พดู ชดั เจน ทาให้สอ่ื สาร แตย่ ังพอส่ือสารได้ ชว่ ง ๆ ทาให้สือ่ สาร

ไดด้ ี ได้ไมช่ ดั เจน

การแสดงท่าทาง / นา้ เสียงประกอบ แสดงทา่ ทางประกอบ พดู โดยไม่คอ่ ยแสดง พูดเหมือนอา่ น

การพดู และพูดโดยใช้น้าเสยี ง ทา่ ทางประกอบ ไมเ่ ปน็ ธรรมชาติ

เหมาะสมกบั บทบาท น้าเสียงไมค่ ่อย ยืนน่ิง ๆ ไมม่ ีท่าทาง

และสถานการณ์ เหมาะสมกบั บทบาท ทาให้การสื่อสาร

และสถานการณ์ ขาดความนา่ สนใจ

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

เกณฑ์การผา่ น ต้ังแต่ระดับคุณภาพพอใชข้ น้ึ ไป ๑๐ - ๑๒ ดี

สรุป ผา่ น ไม่ผา่ น ๗ - ๙ พอใช้

ลงชอ่ื ................................................ผปู้ ระเมิน ๔ - ๖ ควรปรบั ปรงุ

(..................................................)

๑๑

ใบงาน เร่อื ง นิราศเมืองแกลง

ตอนท่ี ๑
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเรอ่ื ง นิราศเมอื งแกลง แลว้ ทากจิ กรรมต่อไปน้ี
๑. จากการสนั นิษฐานถงึ ความเป็นมาของนริ าศเมอื งแกลง นกั เรยี นคดิ ว่าการสนั นษิ ฐานในขอ้ ใดเป็นไปได้

มากทส่ี ุด เพราะเหตุใด

๒. ใหน้ กั เรยี นสรปุ การเดนิ ทางในแต่ละช่วง
ช่วงท่ี ๑
ช่วงท่ี ๒
ช่วงท่ี ๓
ชว่ งท่ี ๔
ชว่ งท่ี ๕
ช่วงท่ี ๖
ชว่ งท่ี ๗
ช่วงท่ี ๘

๑๒

ตอนที่ ๒
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นคาศพั ทแ์ ละอธบิ ายความหมายของคาศพั ทจ์ ากเรอ่ื ง นิราศเมอื งแกลง

คำศพั ท์ ควำมหมำย
๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๖.

๗.

๘.

๙.

๑๐.

๑๓

โรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ นนทบรุ ี

แผนการจดั การเรยี นรู้ ๑-๓ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

ชือ่ เรอื่ ง/หนว่ ย นริ าศเมอื งแกลง (การอา่ นออกเสยี งร้อยกรอง และการแตง่ บทรอ้ ยกรอง) จานวน ๒ คาบเรยี น

วิชา ภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒

ผ้สู อน นางสาวจริยา พว่ งจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวชี้วัด

สาระท่ี ๑ การอ่าน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ัดสนิ ใจแกป้ ญั หา

ในการดาเนินชีวติ และมนี สิ ัยรกั การอ่าน

ตวั ชว้ี ัดที่ ม ๒/๑ อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง

สาระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ

พลงั ของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ

ตัวช้ีวัดที่ ม ๒/๓ การแต่งบทร้อยกรอง

๒. สาระสาคญั
การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรองในวรรณคดีประเภทร้อยกรองเช่นนิราศเมืองแกลงน้ี จะช่วยเพ่ิมอรรถรสใน

การเสพวรรณคดีได้อย่างลุ่มลึกมากข้ึน รวมถึงได้ศึกษาฉันทลักษณ์การประพันธ์ของวรรณคดีให้สามารถนาไปใช้ใน
การศกึ ษาในระดบั สูงตอ่ ไปไดเ้ ป็นอยา่ งดี

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ดา้ นความรู้(K)
๓.๑.๑ นักเรียนสามารถบอกหลักการอ่านรอ้ ยกรองได้
๓.๑.๒ นักเรียนสามารถบอกหลักการแต่งคาประพนั ธ์ประเภทกลอนนริ าศได้
๓.๒ ด้านทักษะ(P)
๓.๒.๑ นกั เรยี นสามารถอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรองได้
๓.๒.๒ นักเรยี นสามารถแตง่ คาประพนั ธป์ ระเภทกลอนนิราศได้
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการอ่าน

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนนิราศ
๔.๒ มารยาทในการอา่ น
๔.๓ หลักการแตง่ คาประพันธ์ประเภทกลอนนริ าศ

๑๔

๕. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด

๖. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๖.๑ มวี นิ ัย
๖.๒ ใฝเ่ รียนรู้
๖.๓ มุง่ มั่นในการทางาน

๗. ชนิ้ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ แบบฝึกหัดการแต่งคาประพนั ธป์ ระเภทกลอนนริ าศ
๗.๒ การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรอง เรอ่ื ง นิราศเมืองแกลง

๘. การวัดและประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤติกรรมตามตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู/้ จดุ ประสงค์/ช้นิ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วธิ ีวดั ประเมิน เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารตัดสิน

ต ร ว จ แ บ บ ฝึ ก หั ด ก า ร แ ต่ งค า แบบฝึกหัดการแต่งคาประพันธ์ ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
ประพนั ธป์ ระเภทกลอนนิราศ ประเภทกลอนนริ าศ

ตรวจการอ่านออกเสียงบทร้อย การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
กรอง เรือ่ ง นริ าศเมอื งแกลง เรื่อง นิราศเมอื งแกลง

๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

วิธวี ดั ประเมิน เครื่องมอื เกณฑ์การตดั สิน

สั งเก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก าร ท างา น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

รายบคุ คล รายบคุ คล

๙. การบูรณาการ

-

๑๐.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
๑. ครูทบทวนเน้ือหาในช่ัวโมงท่ีผ่านมา เก่ียวกับประวัติผแู้ ต่ง ความเป็นมา และลักษณะคาประพันธ์ เร่ือง

นิราศเมืองแกลง โดยการสมุ่ ถามนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล ประมาณ ๕-๖ คน
๒. จากน้ันครูเชื่อมโยงคาตอบจากนักเรียนเข้าสู่บทเรียนเร่ือง การอ่านออกเสียงร้อยกรอง และการแต่งคา

ประพนั ธป์ ระเภทกลอนนิราศ

๑๕

ขน้ั สอน
๓. ครูทบทวนเน้ือหาเร่ืองนิราศเมืองแกลงจากคาบเรียนท่ีแล้ว จากน้ันเร่ิมอธิบายโดยใช้สื่อ power point
การอ่านออกเสียงร้อยกรอง และการแต่งคาประพันธ์ประเภทกลอนนิราศประกอบการสอน และเปิดโอกาสให้
นักเรียนซักถามเมือ่ เกดิ ขอ้ สงสัย
๔. นักเรยี นและครูร่วมกันอภิปรายความร้ทู ี่ได้ เช่น การออกเสียง ฉันทลักษณ์ ฯลฯ
๕. นักเรียนสังเกตการอ่านออกเสียงร้อยกรอง แล้วจับคู่ฝึกแต่งคาประพันธ์ประเภทกลอนนิราศใน
แบบฝึกหัดการแต่งกลอนนิราศ
๖. นักเรียนนากลอนนิราศท่ีแต่งเสร็จแล้วจับคู่ตรวจสอบความถูกต้อง ครูสุ่มนักเรียน ๒-๓ คู่ออกมาอ่าน
หน้าชน้ั เรียน นักเรยี นในช้นั รว่ มกนั ตรวจสอบและอภปิ รายเพิ่มเติม ครคู อยช้แี นะ
๗. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นและสรุปความรู้เกี่ยวกับการอ่านออกเสียงร้อยกรอง
และการแต่งคาประพันธป์ ระเภทกลอนนริ าศ นักเรียนบนั ทกึ ความรู้ทไ่ี ดล้ งสมดุ
๘. นกั เรยี นฝึกอ่านออกเสียงรอ้ ยกรองเน้อื หาในนิราศเมืองแกลงพร้อมกัน พรอ้ มท้งั อธิบายความหมาย
๙. นักเรียนจับคู่ฝึกอ่านออกเสียงร้อยกรองเนอ้ื เรือ่ งในนิราศเมืองแกลงทงั้ หมด โดยผลัดกันอ่าน ผลดั กันฟัง
และช้แี นะซ่ึงกนั และกนั ครสู งั เกตการฝึกอ่านออกเสียงของนักเรียน
๑๐. ครสู ุ่มตัวอย่างนักเรียนเป็นรายบุคคล ๒-๓ คู่ มาอ่านออกเสียงร้อยกรองหน้าช้ันเรียน เพื่อน ๆ ในช้ัน
รว่ มกนั ติ-ชม ครคู อยชแ้ี นะเพิม่ เติม
ขั้นสรปุ
๑๑. ครูมอบหมายให้นักเรียนไปฝึกอ่านออกเสียงร้อยกรองนิราศเมืองแกลงให้คล่อง แล้วสอบอ่านกับครู
เพื่อประเมินการอ่านออกเสยี งร้อยกรอง

๑๑. สือ่ การเรียนการสอน
๑๑.๑ power point การอ่านออกเสียงรอ้ ยกรอง และการแต่งคาประพันธป์ ระเภทกลอนนริ าศ
๑๑.๒ หนังสือวรรณคดีไทย ม.๒
๑๑.๓ แบบฝึกหัดการแต่งบทประพันธป์ ระเภทกลอนนริ าศ

๑๒. แหล่งเรียนรู้
๑๒.๑ แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในช้ันเรยี นและนอกหอ้ งเรยี น
๑.๒.๒ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ

๑๖

๑๓. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา หรือฝ่ายวิชาการ / หรือผทู้ ร่ี บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .............................................................
(.....................................................)

ตาแหน่ง..................................................

๑๔. บนั ทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปญั หา อุปสรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื .......................................................
(...................................................)
ผูส้ อน

.................../...................../...................

๑๗

เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการประเมนิ

การประเมินการอา่ นออกเสยี งรอ้ ยกรองจากนิราศเมืองแกลง

น้าหนกั คะแนน ด(ี ๔) ดี(๓) พอใช้(๒) ปรบั ปรุง(๑) นา้ หนกั /จดุ เนน้

เกณฑค์ ะแนน

๑. ออกเสยี งได้ อา่ นออกเสียงได้ อ่านออกเสียงได้ อา่ นออกเสียงได้ อา่ นออกเสยี งได้ ๔

ถูกต้องชัดเจน ถูกต้อง ชัดเจน ถกู ต้อง ชัดเจน ถกู ต้อง ชัดเจน ถกู ต้อง ชัดเจน

ตามอักขรวธิ ี ตามอักขรวธิ ีโดย ตามอักขรวิธีโดย ตามอักขรวธิ โี ดย ตามอักขรวิธีโดย

ผิดไมเ่ กิน ๑ คา ผิดไม่เกิน ๒ คา ผดิ เกนิ ๓ คา ผดิ เกนิ ๔ คา

ขน้ึ ไป ขน้ึ ไป

๒. อ่านเวน้ อ่านเวน้ วรรค อ่านเวน้ วรรค อา่ นเวน้ วรรค อา่ นเวน้ วรรค ๓

วรรคตอนได้ ตอนได้ ตอนได้ ตอนได้ ตอนได้

เหมาะสม เหมาะสม เหมาะสม เหมาะสม เหมาะสม

ถูกต้อง ถกู ต้องผดิ ไม่ ถูกต้องผดิ ไม่ ถูกต้องผิด ถกู ต้องผิด

เกนิ ๑ ครัง้ เกนิ ๒ คร้ัง มากกวา่ ๓ คร้ัง มากกวา่ ๔ ครัง้

ข้ึนไป ขึน้ ไป

๓. การวางกริ ิยา การวางกริ ิยา การวางกริ ิยา การวางกิริยา การวางกิริยา ๒

ท่าทาง การถอื ทา่ ทาง การถอื ท่าทาง การถือ ทา่ ทาง การถอื ท่าทาง การถือ

หนังสอื หนังสือ หนังสือ หนังสอื หนงั สือ

เหมาะสมตาม เหมาะสมตาม เหมาะสมตาม เหมาะสมตาม

มารยาทในการ ตามมารยาทใน ตามมารยาทใน ตามมารยาทใน

อ่านโดยไม่ถูก การอ่านโดยถูก การอ่านโดยถูก การอา่ นโดยถูก

หักคะแนน หักคะแนน ๒ หกั คะแนน หักคะแนน

คะแนน มากกวา่ ๒ มากกว่า ๒

คะแนน คะแนน

เกณฑ์ประเมิน / คุณภาพ
คะแนน ๓๑ – ๔๐ คะแนน ดมี าก

๒๑ - ๓๐ คะแนน ดี
๑๑ - ๒๐ คะแนน พอใช้
๐ – ๑๐ คะแนน ปรับปรุง

๑๘

เกณฑก์ ารประเมินการแตง่ คาประพนั ธป์ ระเภทกลอนนริ าศ

รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ

ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)

เนือ้ หา การสะกดคา - เนือ้ หาครบถ้วน สะกดคา - เน้ือหาครอบคลมุ เกือบ - เนื้อหาไม่ถกู ต้อง ไม่

ถูกต้องครบถ้วน ครบถ้วน สะกดคาผดิ ๑-๓ ครบถ้วน และสะกดคาผดิ

แหง่ เกนิ ๓ แหง่

ความถูกต้องของ - ถูกตอ้ งและครบถ้วน - ผดิ / ตก ๑ - ๓ แหง่ - ผดิ / ตก เกนิ มากกวา่

ฉนั ทลกั ษณ์ ๓ แห่ง

ความสะอาดสวยงาม - ไมม่ รี อยลบ หรอื ขดี ฆา่ - มีรอยลบ หรอื ขดี ฆ่า - มีรอยลบ หรือ ขดี ฆ่า

๑ - ๓ แหง่ มากกว่า ๓ แหง่

ทันเวลาทก่ี าหนด - คัดเสรจ็ ตามเวลาทกี่ าหนด - ทันเวลา แตป่ ริมาณงานที่ - ทนั เวลา แต่ปริมาณงานท่ี

คดั ได้ปานกลาง คัดไดน้ ้อย

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

เกณฑ์การผา่ น ตงั้ แตร่ ะดบั คุณภาพพอใชข้ ้นึ ไป ๑๐ – ๑๒ ดี

สรุป ผ่าน ไมผ่ ่าน ๗ – ๙ พอใช้

ลงช่อื .................................ผปู้ ระเมนิ ๔ – ๖ ควรปรับปรุง

(.....................................)

๑๙

ใบงานเรือ่ ง การอ่านออกเสียงคาประพันธ์

คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสียงคาประพันธท์ ่ีกาหนดให้ถูกต้อง

๑.

เมือ่ นน้ั พนั ธุรัตขดั สนเป็นหนกั หนา

แหงนดูลกู พลางทางโศกา ดงั หนง่ึ วา่ ชวี นั จะบรรลยั

โอ้ลูกนอ้ ยหอยสงั ขข์ องแม่เอ๋ย กรรมส่ิงใดเลยมาซดั ให้

จะร่าร้องเรยี กเจ้าสกั เทา่ ไร ก็ชา่ งเฉยได้ไม่ดูดี

สิน้ วาสนาแม่นี้แนแ่ ล้ว เผอญิ ใหล้ ูกแกว้ เอาตัวหนี

จะขอลาอาสญั เสยี วนั น้ี เจา้ ช่วยเผาผมี ารดา

(สังขท์ อง)

.

๒. วิง่ เรี่ยเรยี่ นา่ เอ็นดู
กระจงกระจิดเตยี้ มเี ขยี้ วนอ้ ยสร้อยแนมสอง
เหมือนกวางอย่างตาหู เอน็ ดู
กระจงกระจดิ หน้า กระจ้อย
เดนิ รอ่ ยเรีย่ งามตรู ตนี กีบ
เหมือนกวางอยา่ งตาหู แนบขา้ งเคียงสอง
มเี คยี่ วขาวนอ้ ยช้อย (กาพยห์ ่อโคลงประพาสธารทองแดง)

ใบงาน เรื่อง เจ้าบทเจ้ากลอน ๒๐

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแตง่ กลอนต่อไปน้ี .
.
๑. เจา้ นกนอ้ ยบินร่อนกลางเวหา .
. .
.
. .
.
๒. สักวาเมืองไทยในวนั น้ี .
.
.
. .
. .
.
๓. ภยั เอ๋ยภยั แลง้ .

. .
. .
. .

๔. ชาวเอ๋ยชาวนา

.
.

๒๑

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำม กำรแสดง กำรรบั ฟัง ควำมตงั้ ใจ กำรแก้ไข รวม
ที่ ของผรู้ บั กำรประเมิน รว่ มมอื กนั ควำม ควำมคิดเหน็ ทำงำน ปัญหำ/หรอื ๒๐
ทำกิจกรรม คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงำนกล่มุ

๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยำ่ งสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ

๒๒

โรงเรียนเทพศริ นิ ทร์ นนทบุรี

แผนการจดั การเรียนรู้ ๒-๑ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓

ช่ือเรอ่ื ง/หนว่ ย โคลงภาพพระราชพงศาวดาร (ประวัตผิ แู้ ตง่ ความเปน็ มา สรุปเนอื้ หา คาศัพท์) จานวน ๓ คาบเรยี น

วชิ า ภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒

ผู้สอน นางสาวจริยา พ่วงจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชวี้ ดั

สาระที่ ๑ การอ่าน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพ่อื นาไปใชต้ ัดสินใจแกป้ ัญหา

ในการดาเนนิ ชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอา่ น

ตวั ชว้ี ดั ที่ ม ๒/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้ว และบทร้อยกรองไดถ้ กู ตอ้ ง

ม ๒/๒ จับใจความสาคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอยี ดจากเรอื่ งท่อี า่ น

สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย

อย่างเหน็ คุณคา่ และนามาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จรงิ

ตัวชว้ี ัดท่ี ม ๒/๑ สรปุ เนือ้ หาวรรณคดแี ละวรรณกรรมทอ่ี ่านในระดับที่ยากขนึ้

ม ๒/๕ ทอ่ งจาบทอาขยานตามทีก่ าหนด และบทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่ ตามความสนใจ

๒. สาระสาคัญ
การศึกษาเร่ือง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร จะต้องจับใจความสาคัญ สรุปความ อธิบายรายละเอียดจาก

เรื่องที่อ่าน และยังต้องรู้ความเป็นมาและประวัติผู้แต่ง รวมถึงจะต้องสรุปเน้ือหาจากเร่ืองที่อ่าน และจาเป็นต้องรู้
คาศพั ทท์ ป่ี รากฏอย่ใู นเรอ่ื ง เพื่อจะได้เข้าใจเน้ือหาของเรื่องไดอ้ ย่างถูกต้อง

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ดา้ นความร(ู้ K)
๓.๑.๑ นักเรียนอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรองได้
๓.๑.๒ นกั เรยี นจบั ใจความ สรุปความ และอธิบายความหมายคาศพั ท์จากเร่อื งที่เรยี นได้
๓.๑.๓ นกั เรียนวเิ คราะหแ์ ละแสดงความร้จู ากเรอื่ งที่อ่านไดอ้ ย่างมเี หตุผล
๓.๑.๔ นักเรียนท่องจาบทอาขยานได้
๓.๒ ด้านทักษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรียนมีทักษะในการอ่านออกเสียง จับใจความ สรุปความ อธบิ ายความหมายคาศัพท์
วเิ คราะห์แสดงความคิดเหน็ ไดอ้ ย่างมเี หตุผล และท่องจาบทอาขยานได้
๓.๓ ดา้ นเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการอ่าน

๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ประวตั ิผแู้ ต่ง ความเป็นมา เนื้อหา คาศพั ทข์ องเร่ืองโคลงภาพพระราชพงศาวดาร
๔.๒ การอ่านจบั ใจความจากสื่อตา่ ง ๆ เช่น วรรณคดีในบทเรยี น

๒๓

๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ

๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๖.๑ มีวินัย
๖.๒ ใฝ่เรยี นรู้
๖.๓ มุง่ มั่นในการทางาน

๗. ช้นิ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ ใบงาน เร่ือง ความเปน็ มา ประวัติผ้แู ตง่ สรุป และคาศพั ท์ เร่อื ง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร

๘. การวัดและประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤติกรรมตามตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู/้ จดุ ประสงค์/ชนิ้ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วิธีวัดประเมนิ เคร่ืองมอื เกณฑ์การตดั สนิ

ตรวจใบงานเร่ือง ความเป็นมา ใบงานเร่ือง ความเป็นมา ประวัติ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
ประวัติผู้แต่ง สรุป และคาศัพท์ ผู้แต่ง สรุป และคาศัพท์เรื่อง

เร่ื อ ง โ ค ล ง ภ า พ พ ร ะ ร า ช โคลงภาพพระราชพงศาวดาร
พงศาวดาร

๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

วิธวี ัดประเมนิ เครือ่ งมอื เกณฑ์การตดั สนิ

สั งเก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก าร ท างา น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

รายบุคคล รายบคุ คล

๙. การบรู ณาการ
๙.๑ บูรณาการกับกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ในการศึกษาหาความรู้จากห้องสมุด เพ่ือหาข้อมูล มาใช้

ประกอบการเรยี นและการทางานที่ได้รับมอบหมาย
๙.๒ บูรณาการกับกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ในเร่ืองประวตั ิศาสตรท์ ี่จะต้องศึกษาเรียนรู้ภูมิ

หลงั ของชาติ และหน้าทพ่ี ลเมืองทท่ี กุ คนตอ้ งเรยี นรู้กฎหมายและปฏิบตั ติ ามกฎหมายอยา่ งเครง่ ครัด

๑๐. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนา
๑. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมถึง

งานพระราชนิพนธข์ องพระองค์
๒. ครใู ห้นกั เรียนร่วมกนั ยกตัวอย่างและแสดงความคดิ เห็นอยา่ งอสิ ระ จากนน้ั ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติม

๒๔

ขนั้ สอน
๓. นักเรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็น ๔ กลุ่ม ตามแถวทน่ี ่งั ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศึกษาความรเู้ ร่อื ง โคลง
ภาพพระราชพงศาวดาร จากหนังสอื เรยี น ในประเด็นตอ่ ไปน้ี

๑) ความเป็นมา
๒) ประวตั ผิ ้แู ต่ง
๓) ลกั ษณะคาประพันธ์ และคาศพั ท์
๔) เร่ืองย่อ
แล้วบนั ทกึ ความรู้ท่ีได้จากการศึกษาลงในสมุด
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้ท่ีได้จากการศึกษามาสรุปเป็นองค์ความรู้ของกลุ่ม
ตามประเด็นท่ีกาหนดข้างต้น จากน้ันนักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอองค์ความรู้ท่ีได้จากการศึกษา หน้าชั้น
เรียน จากน้ันครูเพิม่ เติมรายละเอียด
๕. นักเรียนแต่ละคนทาใบงาน เร่ือง ความเป็นมา ประวัติผู้แต่ง สรุป และคาศัพท์ เร่ือง โคลงภาพพระราช
พงศาวดาร เสร็จแล้วตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยกอ่ นนาสง่ ครูตรวจ
ขนั้ สรุป
๖. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปความรู้เร่ือง ความเปน็ มา ประวัติผูแ้ ตง่ สรุป และคาศัพท์เร่ือง โคลงภาพพระ
ราชพงศาวดาร

๑๑. สอื่ การเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนงั สอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐานภาษาไทย วรรณคดวี จิ กั ษณ์ ม.๒ สานกั พิมพอ์ ักษรเจริญทัศน์
๑๑.๒ ใบงาน เร่ือง ความเปน็ มา ประวตั ิผูแ้ ตง่ และสรปุ เรือ่ ง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร

๑๒. แหล่งเรียนรู้
๑๒.๑ ห้องสมุดโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบรุ ี
๑๒.๒ ห้องปฏบิ ัตกิ ารทางภาษาไทย โรงเรียนเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี
๑๒.๓ แหล่งข้อมลู สารสนเทศ

๒๕

๑๓. ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา หรอื ฝ่ายวชิ าการ / หรอื ผทู้ ่ีรบั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ.............................................................
(.....................................................)

ตาแหน่ง...............................................

๑๔. บนั ทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปัญหา อุปสรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .......................................................
(...................................................)
ผู้สอน

.................../...................../...................

๒๖

เครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ นการประเมิน

แบบประเมินการนาเสนองาน

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
๒ การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เร่อื ง
๓ การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
๔ การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกล่มุ
๕ การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ

* ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับคะแนน ระดบั คุณภาพดี

๒๗

ใบงำน เร่ือง โคลงภำพพระรำชพงศำวดำร

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นสรปุ และอธบิ ายความรใู้ นประเดน็ ทก่ี าหนด
 ควำมเป็นมำและประวตั ิผแู้ ต่งเร่อื ง โคลงภำพพระรำชพงศำวดำร

 รปู แบบของลกั ษณะคำประพนั ธแ์ ละเร่ืองย่อ โคลงภำพพระรำชพงศำวดำร

๒๘

 คำศพั ทส์ ำคญั และควำมหมำย

๒๙

โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี

แผนการจัดการเรียนรู้ ๒-๒ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

ช่ือเรอ่ื ง/หน่วย โคลงภาพพระราชพงศาวดาร (การอธบิ ายคุณค่า) จานวน ๑ คาบเรียน

วชิ า ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒

ผสู้ อน นางสาวจริยา พ่วงจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวช้ีวดั

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทย

อย่างเห็นคุณค่าและนามาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จริง

ตัวชวี้ ัดที่ ม ๒/๒ วเิ คราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิน่ ทอ่ี า่ น พรอ้ ม

ยกเหตุผลประกอบ

ตวั ชว้ี ัดที่ ม ๒/๓ อธบิ ายคณุ คา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน

๒. สาระสาคัญ
การศกึ ษาเรือ่ ง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร จะตอ้ งวเิ คราะหว์ ิจารณ์ และอธิบายคุณค่าจากเรอ่ื งที่อา่ น

๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ดา้ นความร(ู้ K)
๓.๑.๑ นักเรียนสามารถอธิบายคุณคา่ จากการอ่านเร่อื ง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร ได้
๓.๒ ดา้ นทกั ษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรียนมที กั ษะในการอธิบายคณุ ค่าจากการอ่านเรื่อง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร ได้
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการอ่าน

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ การวิเคราะหค์ ุณคา่ จากวรรณคดี

๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ

๖. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
๖.๑ มีวนิ ัย
๖.๒ ใฝเ่ รียนรู้
๖.๓ ม่งุ มน่ั ในการทางาน
๖.๔ รกั ความเปน็ ไทย

๓๐

๗. ชนิ้ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ การสรปุ คุณคา่ จากวรรณคดี เรอ่ื ง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร

๘. การวัดและประเมินผล

๘.๑ การวัดพฤติกรรมตามตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนร/ู้ จดุ ประสงค/์ ชนิ้ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วธิ ีวดั ประเมนิ เครือ่ งมือ เกณฑ์การตดั สิน

ตรวจสมุดเร่ืองการสรุปคุณค่า เรื่อง สมุดจดงาน รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
โคลงภาพพระราชพงศาวดาร

๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

วธิ ีวดั ประเมิน เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารตดั สนิ

สั งเก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก าร ท างา น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

รายบุคคล รายบคุ คล

๙. การบูรณาการ

-

๑๐.กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นา

๑. ครูให้นกั เรียนยกตวั อยา่ งวรี บรุ ุษและวรี สตรีไทยท่นี กั เรียนช่นื ชอบ พร้อมบอกเหตผุ ลประกอบ

๒. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับลักษณะเรื่อง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร และประโยชน์ของการศึกษา
วรรณคดีเรื่องน้ี

ขนั้ สอน
๓. นักเรียนกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีแล้ว) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าจาก
เรือ่ ง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร ในดา้ นตา่ ง ๆ จากหนังสอื เรียน
๔. สมาชิกในแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปและอภิปรายคุณค่าที่ได้จากเร่ือง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร โดย
ผลดั กันอธบิ ายทีละคน จนสมาชกิ ทกุ คนในกลุ่มมีความเข้าใจชัดเจนตรงกัน และสรปุ เปน็ คาตอบของกลมุ่
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแลกเปล่ียนความคิดเห็นว่าเรื่อง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร มี
ความเหมาะสมหรอื ขัดแยง้ กนั รปู แบบคาประพันธ์เหมาะสมกับเน้ือเร่อื งหรือไม่ เนอื้ หาสาระของเรื่องมคี ุณค่าในการ
สร้างความเพลิดเพลิน ประเทืองปัญญา สะเทือนอารมณ์ สะท้อนสังคม รวมถึงการใช้ถ้อยคา สานวนโวหารไพเราะ
คมคายหรอื ไม่ อย่างไร
๖. ครูให้นักเรียนเปรียบเทียบความรู้สึกท่ีมีต่อวีรบุรุษและวีรสตรีของชาติว่า ถ้านักเรียนเป็นพระสุริโยทัย
และพนั ท้ายนรสิงห์ เมอื่ รู้วา่ ตอ้ งตาย นกั เรียนจะทาอยา่ งไร เพราะเหตใุ ด
๗. นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันวิจารณ์เกี่ยวกับการกระทาของพระสรุ ิโยทัย และพนั ท้ายนรสิงหว์ ่ามีคุณค่าใน
ด้านใดบา้ ง อย่างไร
ข้นั สรปุ
๘. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ คณุ ค่าท่ีไดจ้ ากเร่ือง โคลงภาพพระราช-พงศาวดาร ในดา้ นตา่ ง ๆ ลงสมดุ จด

๓๑

๑๑. ส่อื การเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนังสือเรยี น ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.๒ สานกั พมิ พอ์ ักษรเจริญทศั น์

๑๒. แหลง่ เรียนรู้
๑๒.๑ แหลง่ การเรยี นรทู้ ้ังภายในชน้ั เรยี นและนอกห้องเรียน
๑.๒.๒ แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ

๑๓. ความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา หรอื ฝา่ ยวิชาการ / หรอื ผ้ทู ี่รบั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ.............................................................
(.....................................................)

ตาแหนง่ ..................................................

๑๔. บันทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมินผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปญั หา อปุ สรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .......................................................
(...................................................)
ผูส้ อน

.................../...................../...................

๓๒

เครอ่ื งมือท่ใี ชใ้ นการประเมิน

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล

ชอ่ื ชนั้

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ การแสดงความคดิ เหน็
๒ การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื
๓ การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
๔ ความมนี ้าใจ
๕ การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ

* ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับคะแนน ระดับคุณภาพดี

๓๓

โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ นนทบุรี

แผนการจดั การเรยี นรู้ ๒-๓ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

ช่ือเร่อื ง/หน่วย โคลงภาพพระราชพงศาวดาร (การท่องจาบทร้อยกรอง) จานวน ๑ คาบเรียน

วิชา ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

ผสู้ อน นางสาวจริยา พ่วงจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชว้ี ดั

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย

อย่างเห็นคุณคา่ และนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ตัวชวี้ ัดที่ ม ๒/๕ ท่องจาบทอาขยานตามทกี่ าหนด และบทร้อยกรองทม่ี ีคณุ ค่าตามความสนใจ

๒. สาระสาคัญ
เร่ือง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร เป็นเร่ืองราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ท่ีแต่งดว้ ยโคลงส่ีสุภาพ ควรค่า

แกก่ ารนามาทอ่ งจา

๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ดา้ นความรู้(K)
๓.๑.๑ นกั เรียนอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองได้
๓.๑.๒ นกั เรียนทอ่ งจาบทร้อยกรองได้
๓.๒ ดา้ นทักษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรยี นมีทกั ษะในการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง และทอ่ งจารอ้ ยกรองได้
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการอ่าน

๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ บทอาขยานและบทร้อยกรองทมี่ ีคณุ ค่า

๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด

๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๖.๑ มวี ินยั
๖.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๓ มงุ่ ม่ันในการทางาน
๖.๔ รกั ความเปน็ ไทย

๓๔

๗. ชน้ิ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ การท่องบทร้อยกรองหรอื บทอาขยาน

๘. การวัดและประเมินผล

๘.๑ การวดั พฤติกรรมตามตัวชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้/จดุ ประสงค/์ ช้ินงาน/ผลงาน/ภาระงาน

วิธวี ดั ประเมิน เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารตดั สิน

ประเมนิ การทอ่ งบทรอ้ ยกรอง แบบประเมินการท่องบทรอ้ ยกรอง ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

วธิ ีวัดประเมนิ เครือ่ งมอื เกณฑ์การตดั สนิ

สั งเก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก าร ท างา น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

รายบคุ คล รายบุคคล

๙. การบรู ณาการ
-

๑๐. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนา
๑. ครูสนทนากับนักเรียนเร่ือง การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทโคลง เพื่อทบทวนความรู้เดิม
๒. ครยู กตวั อย่างโคลงสส่ี ภุ าพเรอ่ื ง ลลิ ิตพระลอ จากน้ันใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั อ่านออกเสียง
๓. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารอา่ นที่ถูกตอ้ ง การแบ่งวรรคตอน การทอดเสยี ง เน้นเสียง จากนนั้ ครอู ่านใหน้ กั เรยี นฟัง

เปน็ ตัวอย่าง ๑ รอบ
ขน้ั สอน
๔. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีแล้ว) ร่วมกันเลือกบทร้อยกรองประเภทโคลงจาก

เร่อื ง โคลงภาพพระราชพงศาวดาร อยา่ งน้อย ๒ บท เพอ่ื นามาฝกึ ทอ่ งจา
๕. สมาชิกในแต่ละกลุ่มเขียนลาดับข้ันตอนในการอ่านโคลง การแบ่งวรรคตอน ท่วงทานองในการอ่าน

จากน้ันรว่ มกันฝกึ อา่ นบทโคลงที่รบั ผดิ ชอบเป็นทานองเสนาะ
๖. สมาชิกแต่ละกลุ่มจับคู่กนั กับเพื่อนภายในกลุ่มเป็น ๒ คู่ แล้วผลัดกันอ่านบทโคลงเป็นทานองเสนาะให้คู่

ของตนเองฟงั จากนน้ั ช่วยกนั ตรวจสอบขอ้ บกพร่องในการอ่าน แลว้ ปรบั ปรงุ แกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง
๗. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (๔ คน) แล้วร่วมกันฝึกอ่านบทโคลงเป็นทานองเสนาะจนคล่องและถูกต้องชัดเจน

จากนนั้ ฝกึ ทอ่ งจา จนสามารถทอ่ งจาไดโ้ ดยไม่ต้องดูบททอ่ ง
๘. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันทอ่ งจาบทโคลงทไ่ี ด้ฝึกมา โดยทอ่ งให้ถกู ตอ้ งตามทานอง และชดั เจน
ข้ันสรปุ
๙. นกั เรียนท่องจาบทร้อยกรองประเภทโคลงกับครเู ป็นรายกลมุ่
๑๐. ครูประเมินการท่องจาของนักเรียนและติชมให้กาลังใจ รวมถึงให้คาแนะนาในกรณีท่ีนักเรียนยังมี

ปัญหา

๓๕

๑๑. สือ่ การเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนงั สอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐานภาษาไทย วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.๒ สานักพิมพอ์ ักษรเจริญทศั น์
๑๑.๒ เอกสารประกอบการสอน

๑๒. แหล่งเรียนรู้
๑๒.๑ ห้องสมดุ โรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ นนทบรุ ี
๑๒.๒ ห้องปฏบิ ตั ิการทางภาษาไทย โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี
๑๒.๓ แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ

๑๓. ความเหน็ ของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา หรอื ฝ่ายวชิ าการ / หรอื ผู้ทร่ี บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .............................................................
(.....................................................)

ตาแหนง่ ...............................................

๑๔. บันทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมนิ ผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑๔.๒ ปัญหา อปุ สรรค และการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอื่ .......................................................
(...................................................)
ผู้สอน

.................../...................../...................

๓๖

เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการประเมิน

แบบประเมิน กำรท่องบทรอ้ ยกรอง

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการท่องบทรอ้ ยกรองของนักเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน

ลำดบั ชื่อ-สกลุ ถกู ต้อง กำรแบง่ ออกเสียง ควำม รวม
ที่ ของผ้รู บั กำรประเมิน ตำมลกั ษณะ วรรคตอน ชดั เจน ถกู ต้อง ของ ๑๖
คำประพนั ธ์ คะแนน
บท
ร้อยกรอง

๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ต้อง ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ปฏบิ ตั มิ ีข้อบกพรอ่ งเลก็ น้อย ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพรอ่ งปำนกลำง ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๖ ดมี าก
ปฏบิ ตั มิ ีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน
๑๑ - ๑๓ ดี

๑๘ - ๑๐ พอใช้

ต่ากวา่ ๘ ปรบั ปรงุ

* ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับคะแนน ระดับคุณภาพดี

๓๗

เอกสารประกอบการสอน

ตวั อย่ำงโคลงส่ีสภุ ำพเรื่อง ลิลิตพระลอ

เสยี งลอื เสยี งเลา่ อา้ ง อนั ใด พเ่ี อย
เสยี งยอ่ มยอยศใคร ทวั่ หลา้
สองเขอื พห่ี ลบั ใหล ลมื ต่นื ฤๅพ่ี
สองพค่ี ดิ เองอา้ อยา่ ไดถ้ ามเผอื

๓๘

โรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ นนทบุรี

แผนการจัดการเรยี นรู้ ๓-๑ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

ชอ่ื เรื่อง/หนว่ ย บทเสภาสามัคคีเสวก (ประวตั ผิ แู้ ตง่ ความเปน็ มา สรุปเนื้อหา และคาศพั ท์) จานวน ๒ คาบเรยี น

วิชา ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๒

ผสู้ อน นางสาวจริยา พ่วงจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวชวี้ ดั

สาระท่ี ๑ การอา่ น

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ัดสนิ ใจแก้ปญั หา

ในการดาเนนิ ชวี ิตและมนี ิสยั รักการอ่าน

ตัวชว้ี ดั ที่ ม ๒/๑ อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองไดถ้ กู ต้อง

ม ๒/๒ จับใจความสาคัญ สรุปความ และอธบิ ายรายละเอยี ดจากเร่ืองท่ีอ่าน

สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทย

อย่างเห็นคุณค่าและนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ

ตวั ชว้ี ดั ที่ ม ๒/๑ สรุปเน้อื หาวรรณคดีและวรรณกรรมท่อี ่านในระดบั ท่ียากขนึ้

๒. สาระสาคญั
การศึกษาเรื่อง บทเสภาสามัคคเี สวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก จะต้องจบั ใจความสาคญั สรปุ ความ

อธิบายรายละเอียดจากเร่ืองท่ีอ่าน และยังต้องรู้ความเป็นมาและประวัติผู้แต่ง รวมถึงจะต้องสรุปเนื้อหาจากเร่ืองท่ี
อา่ น และจาเปน็ ตอ้ งรู้คาศัพทท์ ปี่ รากฏอย่ใู นเรือ่ ง เพื่อจะได้เข้าใจเน้ือหาของเรื่องไดอ้ ย่างถูกต้อง

๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ดา้ นความร้(ู K)
๓.๑.๑ นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองได้
๓.๑.๒ นกั เรยี นจบั ใจความ สรปุ ความ และอธิบายความหมายคาศัพท์จากเร่อื งทเ่ี รียนได้
๓.๑.๓ นักเรยี นวเิ คราะหแ์ ละแสดงความร้จู ากเรอื่ งท่ีอ่านไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล
๓.๒ ดา้ นทกั ษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรียนมีทักษะในการอ่านออกเสียง จับใจความ สรปุ ความ อธบิ ายความหมายคาศัพท์
และวเิ คราะห์แสดงความคดิ เหน็ ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการอ่าน

๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ประวัตผิ แู้ ต่ง ความเปน็ มา เนอ้ื หา คาศพั ท์ของเรื่องโคลงภาพพระราชพงศาวดาร
๔.๒ การอ่านจับใจความจากสอื่ ต่าง ๆ เช่น วรรณคดีในบทเรยี น
๔.๓ การอ่านออกเสยี ง ประกอบด้วย บทร้อยกรอง เช่น กลอนเสภา

๓๙

๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๕.๑ ความสามารถในการสือ่ สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ

๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๖.๑ มวี นิ ัย
๖.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓ มุง่ ม่นั ในการทางาน

๗. ชิ้นงาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรือ่ ง บทเสภาสามัคคเี สวก ตอน วศิ วกรรมาและสามคั คเี สวก
๗.๒ ใบงานเรอื่ ง สรปุ เนือ้ หาเร่อื ง บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วศิ วกรรมาและสามัคคเี สวก

๘. การวดั และประเมินผล

๘.๑ การวัดพฤติกรรมตามตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนร/ู้ จุดประสงค/์ ช้ินงาน/ผลงาน/ภาระงาน

วธิ ีวดั ประเมิน เคร่อื งมือ เกณฑ์การตัดสนิ

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง บท ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรร เสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา

มาและสามคั คีเสวก และสามัคคีเสวก

ตรวจใบงานเร่ือง สรุปเน้ือหาเรื่อง ใบงานเรื่อง สรุปเน้ือหาเร่ือง บท ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรร เสภาสามัคคีเสวก ตอน วศิ วกรรมา

มาและสามัคคีเสวก และสามคั คีเสวก

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

วิธีวัดประเมนิ เคร่ืองมือ เกณฑ์การตัดสนิ

สั งเก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก าร ท างา น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

รายบุคคล รายบคุ คล

๙. การบรู ณาการ
๙.๑ บูรณาการกับกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ในการศึกษาหาความรู้จากห้องสมุด เพื่อหาข้อมูล มาใช้

ประกอบการเรยี นและการทางานทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
๙.๒ บูรณาการกับกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ในเรื่องประวตั ิศาสตรท์ ี่จะต้องศึกษาเรียนรู้ภูมิ

หลังของชาติ และหน้าที่พลเมืองท่ีทุกคนต้องเห็นความสาคัญของหน้าท่ีตนเอง รู้รักสามัคคี และจงรักภักดีต่อ
พระมหากษตั ริย์

๙.๓ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของ
ชาติเพ่มิ เตมิ ท้ังในด้านจติ รกรรม ประตมิ ากรรม หตั ถกรรม เพ่อื ให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อศลิ ปะ

๔๐

๑๐. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นา
๑. ครูให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและ

สามัคคเี สวก
๒. ครูกาหนดจุดมุ่งหมายของการอ่านความเป็นมาและประวัติผู้แต่ง เร่ือง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วศิ ว

กรรมาและสามัคคีเสวก คือ อา่ นเพอื่ เขียนสรุปความจากเร่ืองทีอ่ ่าน โดยมีขั้นตอนการอ่าน คือ อ่านคร่าวๆ ทาความ
เข้าใจเรอ่ื งทอ่ี ่าน และอา่ นจบั ใจความสาคญั ของเรื่อง

ข้นั สอน
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๔ กลุ่ม ตามแถวท่ีนั่ง ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง บท
เสภาสามัคคเี สวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก จากหนังสอื เรียน ในประเดน็ ต่อไปน้ี

๑) ความเปน็ มา
๒) ประวัตผิ ้แู ต่ง
๓) ลกั ษณะคาประพันธ์ และคาศพั ท์
๔) เรอ่ื งย่อ
แล้วบันทกึ ความรทู้ ี่ไดจ้ ากการศึกษาลงในสมุด
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษามาสรุปเป็นองค์ความรู้ของกลุ่ม
ตามประเด็นท่ีกาหนดข้างต้น จากน้ันนักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอองค์ความรู้ท่ีได้จากการศึกษา หน้าชั้น
เรยี น จากนั้นครเู พ่ิมเตมิ รายละเอียด
๕. นักเรียนแต่ละคนทาใบงาน เร่ือง สรุปเนื้อหาเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคี
เสวก
ขั้นสรปุ
๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เร่ือง ความเป็นมา ประวัติผู้แต่ง สรุป และคาศัพท์เร่ือง บทเสภา
สามคั คเี สวก ตอน วศิ วกรรมาและสามคั คเี สวก

๑๑. สอื่ การเรียนการสอน
๑๑.๑ หนงั สือเรยี นรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษณ์ ม.๒ สานกั พมิ พอ์ ักษรเจริญทศั น์
๑๑.๒ ใบงาน เร่ือง ความเป็นมา ประวัติผู้แต่ง และสรุปเร่ือง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและ

สามัคคเี สวก

๑๒. แหล่งเรียนรู้
๑๒.๑ ห้องสมดุ โรงเรียนเทพศริ ินทร์ นนทบุรี
๑๒.๒ ห้องปฏบิ ตั ิการทางภาษาไทย โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
๑๒.๓ แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

๔๑

๑๓. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา หรือฝา่ ยวิชาการ / หรอื ผ้ทู ่รี ับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ.............................................................
(.....................................................)

ตาแหนง่ ...............................................

๑๔. บันทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปญั หา อุปสรรค และการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .......................................................
(...................................................)
ผู้สอน

.................../...................../...................

๔๒

เครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ นการประเมิน

แบบประเมินการนาเสนองาน

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
๒ การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เร่อื ง
๓ การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
๔ การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกล่มุ
๕ การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ

* ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับคะแนน ระดบั คุณภาพดี

๔๓

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ชื่อ-สกลุ ควำมตงั้ ใจ ควำม กำรตรงต่อ ควำมสะอำด ผลสำเรจ็ รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน ในกำรทำงำน รบั ผิดชอบ เวลำ เรียบรอ้ ย ของงำน ๒๐
คะแนน

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง

* ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดับคะแนน ระดบั คุณภาพดี

๔๔

แบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอนวิศวกรรมาและสามคั คีเสวก๒

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งทส่ี ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

๑. บทเสภาสามคั คเี สวกมแี นวคดิ สาคญั อยา่ งไร ๕. แต่ชำติใดรงุ่ เรอื งเมอื งสงบ
ก. ความมอี ารยธรรมของชาตแิ ละความเจรญิ รุ่งเรอื ง
ของศลิ ปะ ว่ำงกำรรบอริพลอนั ล้นหลำม
ข. ความซอ่ื ตรง การมวี นิ ยั และการรกั ษาเกยี รตขิ อง
ขา้ ราชการ ย่อมจำนงศิลปำสง่ำงำม
ค. ความงามดา้ นศลิ ปะของไทยทกุ แขนงทค่ี วรสง่ เสรมิ
ใหค้ งอยสู่ บื ไป เพือ่ อรำ่ มเรอื งระยบั ประดบั ประดำ
ง. ความสามคั คแี ละความจงรกั ภกั ดขี องขา้ ราชการทม่ี ี
ต่อชาตแิ ละพระมหากษตั รยิ ์ สาระสาคญั ของเน้อื เร่อื งตอนน้สี รุปไดอ้ ยา่ งไร
ก. งานศลิ ป์เป็นงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ความสวยงาม
๒. พระวศิ วกรรมาเป็นเทพเจา้ แหง่ กจิ กรรมใด
ก. เป็นเทพเจา้ แหง่ การทาลาย ข. บา้ นเมอื งทส่ี งบคอื เมอื งทไ่ี มม่ สี งครามมาตดิ พนั
ข. เป็นเทพเจา้ แห่งความอุดมสมบรู ณ์ ค. งานศลิ ป์จะเกดิ ไดใ้ นบา้ นเมอื งทส่ี งบไมม่ กี ารรบ
ค. เป็นเทพเจา้ แห่งการสรา้ งและการประดษิ ฐ์ ง. งานศลิ ป์ซง่ึ เป็นเร่อื งของสง่ิ สวยงามจะเกดิ ขน้ึ ใน
ง. เป็นเทพเจา้ แห่งความปราดเปรอ่ื งดา้ นศลิ ปะทกุ
แขนง ประเทศทเ่ี จรญิ รงุ่ เรอื ง

๓. วรรณศลิ ป์ใดทเ่ี ป็นลกั ษณะเด่นทส่ี ดุ ในบทเสภา ตอน ๖. ควรนึกวำ่ บรรดำขำ้ พระบำท
สามคั คเี สวก
ก. การอุปมา ลว้ นเป็นรำชบริพำรพระทรงศรี
ข. การหลากคา
ค. การเล่นเสยี ง เหมอื นลูกเรอื อยใู่ นกลำงหวำ่ งวำรี
ง. การใชส้ ญั ลกั ษณ์
จำต้องมีมิตรจิตสนิ ทกนั
๔. กวผี แู้ ตง่ ตอนวศิ วกรรมามที ศั นะอย่างไรต่อผทู้ พ่ี ดู ดถู ูก
ชา่ งศลิ ป์ คาประพนั ธน์ ้ใี หค้ วามสาคญั ในเร่อื งใด
ก. เยาะเยย้ ว่าเป็นคนขเ้ี หร่
ข. เหยยี ดหยามวา่ เป็นพวกคนปา่ ก. ลกู เรอื
ค. โกรธแคน้ ทไ่ี มร่ คู้ ณุ ค่างานศลิ ป์
ง. สงสารทไ่ี ม่รจู้ กั ดสู ง่ิ ทส่ี บายตาสบายใจ ข. ราชบรพิ าร

ค. ความสามคั คี

ง. พระเจา้ อยหู่ วั

๗. แต่กรงุ ไทยศรีวิไลทนั เพือ่ นบำ้ น

จึงมีช่ำงชำนำญวิเลขำ

ทงั้ ช่ำงปัน้ ช่ำงเขียนเพียรวิชำ

อีกช่ำงสถำปนำถกู ทำนอง

ทงั้ ช่ำงรปู พรรณสุวรรณกิจ

ช่ำงประดิษฐร์ ชั ดำสงำ่ ผอ่ ง

อีกช่ำงถมลำยลกั ษณะจำลอง

อีกชำ่ ชองเชิงรตั นประกร

คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มชี า่ งทงั้ หมดกส่ี าขา

ก. ๕ สาขา ข. ๖ สาขา

ค. ๗ สาขา ง. ๘ สาขา

๔๕

๘. คาประพนั ธใ์ นขอ้ ใด ไมไ่ ดส้ ะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ คุณค่าของศลิ ปะ

ก. ศลิ ปกรรมนาใจใหส้ รา่ งโศก ชว่ ยบรรเทาทกุ ขใ์ นโลกใหเ้ หอื ดหาย

ข. เราชว่ ยช่างเหมอื นอยา่ งชว่ ยบา้ นเมอื ง ไดป้ ระเทอื งเทศไทยอนั ไพศาล

ค. จาเรญิ ตาพาใจใหส้ บาย อกี ร่างกายกจ็ ะพลอยสขุ สราญ

ง. บารงุ แดนดนิ ดว้ ยศลิ ปกรรม ใหแ้ ลล้าลว้ นอรา่ มและงามงอน

๙. ขอ้ ใดใชภ้ าพพจนแ์ บบอปุ มา

ก. อน่งึ ปนั้ เป็นรปู เทวฤทธิ์ ดปู ระหน่งึ นิรมติ วเิ ลขา

ทงั้ รปู คนรปู สตั วน์ านา ประหน่งึ วา่ มชี วี ติ พศิ เพลนิ ใจ

ข. อนั ชาตใิ ดไรศ้ านตสิ ขุ สงบ ตอ้ งมวั รบราญรอนหาผอ่ นไม่

ณ ชาตนิ นั้ นรชนไมส่ นใจ ในกจิ ศลิ ปะวไิ ลละวาดงาม

ค. อน่งึ เคร่อื งประดบั สลบั แกว้ วะวบั แววแกว้ ทองสองสมาน

ช่างประดษิ ฐค์ ดิ ประจงคงตระการ เคร่อื งสาราญนยั นาน่าพงึ ใจ

ง. สอนชา่ งเขยี นใหเ้ พยี รเขยี นวาดสี แบบกระหนกนารศี รสี มร

อกี กระบค่ี ชะสง่างอน แบบสนุ ทรจติ รการสมานรงค์

๑๐. คาประพนั ธใ์ ด ไม่ได้กลา่ วถงึ ความสาคญั ของหน้าทข่ี า้ ราชการ

ก. รกั ษาตนเคร่งคงตรงวนิ ยั สมานใจจงรกั พระจกั รี

ข. ควรเคารพยาเยงและเกรงกลวั ประโยชน์ตวั นึกน้อยหน่อยจะดี

ค. เหลา่ เสวกตกทก่ี ะลาสี ควรคดิ ถงึ หน้าทน่ี นั้ เป็นใหญ่

ง. แมต้ ่างคนต่างเถยี งเกย่ี งแกง่ แยง่ นายเรอื จะเอาแรงมาแต่ไหน

๔๖

สรปุ เนื้อหำเร่ือง บทเสภำสำมคั คีเสวก
ใบงาน ตอน วิศวกรรมำและสำมคั คีเสวก

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นสรปุ เน้อื หาเรอ่ื ง บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วศิ วกรรมาและสามคั คเี สวก
ตอน วิศวกรรมำ

ตอน สำมคั คีเสวก

๔๗

โรงเรียนเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี

แผนการจัดการเรียนรู้ ๓-๒ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

ช่ือเรอ่ื ง/หน่วย บทเสภาสามคั คเี สวก (การอธิบายคุณค่า) จานวน ๑ คาบเรยี น

วชิ า ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒

ผู้สอน นางสาวจริยา พ่วงจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชวี้ ัด

สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย

อยา่ งเหน็ คุณค่าและนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ

ตัวชว้ี ดั ท่ี ม ๒/๒ วิเคราะห์และวจิ ารณว์ รรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถ่นิ ทอี่ ่าน พรอ้ ม

ยกเหตผุ ลประกอบ

ตัวชีว้ ดั ที่ ม ๒/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน

๒. สาระสาคัญ
การศึกษาเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก จะต้องวิเคราะห์วิจารณ์ และ

อธิบายคุณคา่ จากเรอ่ื งท่อี า่ น

๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ดา้ นความร(ู้ K)
๓.๑.๑ นกั เรยี นสามารถอธิบายคุณคา่ จากการอ่านเรอ่ื ง บทเสภาสามัคคเี สวก ตอน วิศวกรรมา
และสามัคคเี สวก ได้
๓.๒ ดา้ นทักษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรยี นมที ักษะในการอธบิ ายคณุ ค่าจากการอ่านเรอ่ื ง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรร
มาและสามัคคเี สวก ได้
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการอา่ น

๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ การวิเคราะหค์ ุณค่าจากวรรณกรรม

๕. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ

๔๘

๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๖.๑ มวี ินัย
๖.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓ มงุ่ มั่นในการทางาน
๖.๔ รกั ความเป็นไทย

๗. ชน้ิ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ การสรุปคุณคา่ จากวรรณกรรม เร่ือง บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วิศวกรรมาและสามคั คีเสวก

๘. การวัดและประเมินผล

๘.๑ การวัดพฤติกรรมตามตัวช้วี ัด/ผลการเรียนร/ู้ จุดประสงค์/ชน้ิ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วิธวี ดั ประเมิน เครื่องมือ เกณฑ์การตัดสนิ

ตรวจสมุดเร่ืองการสรุปคุณค่า เรื่อง สมดุ จดงาน ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วศิ วกรร
มาและสามัคคเี สวก

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

วธิ ีวัดประเมิน เครื่องมอื เกณฑก์ ารตัดสิน

สั งเก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก า ร ท างา น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

รายบคุ คล รายบุคคล

๙. การบรู ณาการ

-

๑๐.กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ครูจัดบรรยากาศในห้องเรียนให้รู้สึกสบาย ไม่เคร่งเครียด โดยครูยกตัวอย่างบทร้อยกรองจากเร่ือง บท

เสภาสามัคคีเสวก ตอน วศิ วกรรมาสามคั คเี สวก แล้วใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ อา่ นและแสดงความคดิ เห็นอย่างอิสระ
ขน้ั สอน
๒. นกั เรียนอ่านและศกึ ษาบทวเิ คราะห์เรือ่ ง บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วศิ วกรรมาและสามัคคีเสวก ให้

อ่านอยา่ งครา่ วๆ เพ่อื หาจดุ สาคัญของเรื่อง
๓. ในขณะทอ่ี า่ นให้นักเรยี นต้งั คาถามให้สัมพันธ์กบั เรื่องราวที่กาลังอ่าน เกย่ี วกับคุณคา่ ด้าน ต่าง ๆ จาก

เร่อื ง นักเรียนอา่ นข้อความในตอนนน้ั ๆ ซ้าอย่างละเอียดและในขณะเดยี วกันกค็ น้ หาคาตอบสาหรับคาถามที่ได้ตง้ั ไว้
๔. นักเรยี นจดบันทึกข้อมูลเก่ียวกับคุณค่าด้านต่าง ๆ ท่ีได้จากข้ันตอนที่ ๓ โดยมุ่งจดบันทึกในส่วนท่ีสาคัญ

และสง่ิ ที่จาเป็น โดยใชข้ ้อความอย่างรัดกมุ หรือย่อ ๆ ตามความเขา้ ใจของนักเรียน
๕. นักเรียนเขียนสรุปใจความสาคัญเก่ียวกับคุณค่าของเรื่องท่ีได้จากการอ่าน โดยพยายามใช้ภาษาของ

ตนเอง ถ้ายังไม่แน่ใจในบทใดหรอื ตอนใดให้กลับไปอา่ นซ้าใหม่

๔๙

๖. นักเรียนวิเคราะห์ วิจารณ์เก่ียวกับคุณค่าด้านต่าง ๆ ของเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา
และสามคั คเี สวก ที่นักเรยี นได้อ่านแลว้ แสดงความคิดเหน็ สอดคล้องหรอื ความคดิ เห็นที่ไมส่ อดคล้อง

ข้นั สรุป
๘. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับคุณค่าท่ีได้จากเร่ือง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศว
กรรมา และสามัคคเี สวก พรอ้ มจดบนั ทกึ ลงในสมุด ครูตรวจสอบความถูกต้องในสมุดจด

๑๑. ส่ือการเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนังสือเรยี น ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.๒ สานกั พิมพอ์ กั ษรเจรญิ ทัศน์

๑๒. แหลง่ เรยี นรู้
๑๒.๑ แหล่งการเรยี นรทู้ ั้งภายในช้ันเรียนและนอกห้องเรยี น
๑.๒.๒ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ

๑๓. ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา หรอื ฝา่ ยวชิ าการ / หรือผูท้ ี่รบั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื .............................................................
(.....................................................)

ตาแหนง่ ..................................................

๑๔. บันทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมินผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปญั หา อุปสรรค และการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .......................................................
(...................................................)
ผูส้ อน

.................../...................../...................

๕๐

เครื่องมอื ทีใ่ ช้ในการประเมิน

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล

ชอ่ื ชนั้

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ การแสดงความคดิ เหน็
๒ การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื
๓ การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
๔ ความมนี ้าใจ
๕ การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ

* ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดับคะแนน ระดับคุณภาพดี


Click to View FlipBook Version