The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ๓ ม.๒ เทอม ๑

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jariya Pungeen, 2020-04-28 01:06:45

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ๓ ม.๒ เทอม ๑

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ๓ ม.๒ เทอม ๑

๕๑

โรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ นนทบุรี

แผนการจัดการเรยี นรู้ ๓-๓ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

ชอ่ื เรอ่ื ง/หนว่ ย บทเสภาสามัคคเี สวก (การทอ่ งจาบทรอ้ ยกรอง) จานวน ๑ คาบเรียน

วชิ า ภาษาไทย ๓ รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๑ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒

ผสู้ อน นางสาวจริยา พ่วงจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชวี้ ัด

สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย

อย่างเหน็ คุณคา่ และนามาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ

ตวั ช้วี ัดท่ี ม ๒/๕ ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนด และบทรอ้ ยกรองท่ีมคี ณุ คา่ ตามความสนใจ

๒. สาระสาคัญ
เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก เป็นเร่ืองราวประเภทคาสอนท่ีมีคุณค่า จึงได้ถูก

กาหนดให้นามาใช้เปน็ บทอาขยาน

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ด้านความร(ู้ K)
๓.๑.๑ นักเรียนอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรองได้
๓.๑.๒ นกั เรียนทอ่ งจาบทร้อยกรองได้
๓.๒ ดา้ นทกั ษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรียนมีทักษะในการอา่ นออกเสียงบทร้อยกรอง และทอ่ งจาร้อยกรองได้
๓.๓ ดา้ นเจตคต(ิ A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการอา่ น

๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองท่ีมีคุณค่า

๕. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด

๖. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
๖.๑ มีวนิ ยั
๖.๒ ใฝเ่ รียนรู้
๖.๓ มงุ่ มั่นในการทางาน
๖.๔ รักความเปน็ ไทย

๕๒

๗. ชน้ิ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ การทอ่ งบทร้อยกรองหรอื บทอาขยาน

๘. การวัดและประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤตกิ รรมตามตัวช้ีวดั /ผลการเรียนรู้/จุดประสงค/์ ช้นิ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วิธีวดั ประเมนิ เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารตัดสนิ

ประเมนิ การทอ่ งบทรอ้ ยกรอง แบบประเมนิ การท่องบทร้อยกรอง ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน เรื่องบท แบบทดสอบหลังเรียน เรื่องบท ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
เสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา เสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา

และสามคั คเี สวก และสามัคคีเสวก

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

วิธวี ดั ประเมนิ เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารตดั สิน

สั งเก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก าร ท างา น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

รายบุคคล รายบคุ คล

๙. การบูรณาการ
-

๑๐. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นา
๑. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่อง การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทบทเสภา เพ่ือทบทวนความรู้เดิม
๒. ครูอ่านบทอาขยานเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ให้นักเรียนฟัง ๑ รอบ โดยให้นักเรียน

สังเกตการอ่านออกเสยี งท่ถี กู ต้อง
ขั้นสอน
๓. ครูอา่ นบทอาขยานเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก จากหนังสือเรียน แล้ว

ให้นกั เรียนอ่านตามทลี ะวรรคจนคลอ่ ง
๔. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันฝึกท่องบทอาขยานเร่ือง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคี

เสวก โดยไม่มีแบบ จนเกิดความชานาญ
๕. นักเรียนท่องบทอาขยานเร่ือง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก กับครูเป็น

รายบคุ คล นอกเวลาเรียน โดยทอ่ งได้ถูกต้องตามทานอง และชัดเจน
ข้ันสรุป
๖. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี น เรือ่ ง บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วศิ วกรรมาและสามัคคเี สวก

๑๑. ส่อื การเรียนการสอน
๑๑.๑ หนังสือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ม.๒ สานักพิมพอ์ กั ษรเจริญทัศน์
๑๑.๒ แบบทดสอบหลังเรียน เรอ่ื ง บทเสภาสามัคคเี สวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก

๕๓

๑๒. แหลง่ เรยี นรู้
๑๒.๑ หอ้ งสมุดโรงเรยี นเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี
๑๒.๒ หอ้ งปฏิบตั กิ ารทางภาษาไทย โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบรุ ี
๑๒.๓ แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ

๑๓. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา หรอื ฝา่ ยวิชาการ / หรอื ผทู้ ี่รับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .............................................................
(.....................................................)

ตาแหนง่ ...............................................

๑๔. บนั ทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมินผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑๔.๒ ปญั หา อุปสรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอ่ื .......................................................
(...................................................)
ผสู้ อน

.................../...................../...................

๕๔

เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการประเมิน

แบบประเมิน กำรท่องบทรอ้ ยกรอง

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการท่องบทรอ้ ยกรองของนักเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน

ลำดบั ชื่อ-สกลุ ถกู ต้อง กำรแบง่ ออกเสียง ควำม รวม
ที่ ของผ้รู บั กำรประเมิน ตำมลกั ษณะ วรรคตอน ชดั เจน ถกู ต้อง ของ ๑๖
คำประพนั ธ์ คะแนน
บท
ร้อยกรอง

๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ต้อง ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ปฏบิ ตั มิ ีข้อบกพรอ่ งเลก็ น้อย ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพรอ่ งปำนกลำง ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๖ ดมี าก
ปฏบิ ตั มิ ีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน
๑๑ - ๑๓ ดี

๑๘ - ๑๐ พอใช้

ต่ากวา่ ๘ ปรบั ปรงุ

* ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับคะแนน ระดับคุณภาพดี

๕๕

แบบทดสอบหลังเรยี น เรือ่ ง บทเสภาสามัคคเี สวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคเี สวก

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งทส่ี ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

๑. วรรณศลิ ป์ใดทเ่ี ป็นลกั ษณะเดน่ ทส่ี ดุ ในบทเสภา ตอน ๕. กวผี แู้ ตง่ ตอนวศิ วกรรมามที ศั นะอย่างไรต่อผทู้ พ่ี ดู ดถู กู
ช่างศลิ ป์
สามคั คเี สวก ก. สงสารทไ่ี มร่ จู้ กั ดสู งิ่ ทส่ี บายตาสบายใจ
ข. โกรธแคน้ ทไ่ี มร่ คู้ ณุ คา่ งานศลิ ป์
ก. การใชส้ ญั ลกั ษณ์ ค. เหยยี ดหยามว่าเป็นพวกคนปา่
ง. เยาะเยย้ ว่าเป็นคนขเ้ี หร่
ข. การหลากคา
๖. คาประพนั ธใ์ นขอ้ ใด ไมไ่ ด้สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ คณุ ค่าของ
ค. การเลน่ เสยี ง ศลิ ปะ
ก. บารงุ แดนดนิ ดว้ ยศลิ ปกรรม
ง. การอุปมา ใหแ้ ลลา้ ลว้ นอร่ามและงามงอน
ข. จาเรญิ ตาพาใจใหส้ บาย
๒. แต่กรงุ ไทยศรีวิไลทนั เพอ่ื นบำ้ น อกี ร่างกายกจ็ ะพลอยสขุ สราญ
ค. เราช่วยชา่ งเหมอื นอยา่ งช่วยบา้ นเมอื ง
จึงมีช่ำงชำนำญวิเลขำ ไดป้ ระเทอื งเทศไทยอนั ไพศาล
ง. ศลิ ปกรรมนาใจใหส้ ร่างโศก
ทงั้ ช่ำงปัน้ ช่ำงเขียนเพียรวิชำ ช่วยบรรเทาทกุ ขใ์ นโลกใหเ้ หอื ดหาย

อีกช่ำงสถำปนำถกู ทำนอง ๗. บทเสภาสามคั คเี สวกมแี นวคดิ สาคญั อย่างไร
ก. ความสามคั คแี ละความจงรกั ภกั ดขี องขา้ ราชการทม่ี ี
ทงั้ ช่ำงรปู พรรณสวุ รรณกิจ ต่อชาตแิ ละพระมหากษตั รยิ ์
ข. ความงามดา้ นศลิ ปะของไทยทุกแขนงทค่ี วรสง่ เสรมิ
ช่ำงประดิษฐร์ ชั ดำสงำ่ ผอ่ ง ใหค้ งอย่สู บื ไป
ค. ความซ่อื ตรง การมวี นิ ยั และการรกั ษาเกยี รตขิ อง
อีกช่ำงถมลำยลกั ษณะจำลอง ขา้ ราชการ
ง. ความมอี ารยธรรมของชาตแิ ละความเจรญิ รงุ่ เรอื ง
อีกชำ่ ชองเชิงรตั นประกร ของศลิ ปะ

คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มชี ่างทงั้ หมดกส่ี าขา

ก. ๕ สาขา ข. ๖ สาขา

ค. ๗ สาขา ง. ๘ สาขา

๓. พระวศิ วกรรมาเป็นเทพเจา้ แหง่ กจิ กรรมใด

ก. เป็นเทพเจา้ แหง่ ความปราดเปรอ่ื งดา้ นศลิ ปะทกุ

แขนง

ข. เป็นเทพเจา้ แหง่ การสรา้ งและการประดษิ ฐ์

ค. เป็นเทพเจา้ แหง่ ความอดุ มสมบรู ณ์

ง. เป็นเทพเจา้ แห่งการทาลาย

๔. ควรนึกวำ่ บรรดำขำ้ พระบำท

ลว้ นเป็นรำชบริพำรพระทรงศรี

เหมือนลูกเรอื อยใู่ นกลำงหวำ่ งวำรี

จำต้องมีมิตรจิตสนิ ทกนั

คาประพนั ธน์ ้ใี หค้ วามสาคญั ในเรอ่ื งใด

ก. ความสามคั คี ข. พระเจา้ อย่หู วั

ค. ราชบรพิ าร ง. ลกู เรอื

๕๖

๘. “แต่ชำติใดรงุ่ เรอื งเมืองสงบ วำ่ งกำรรบอริพลอนั ลน้ หลำม

ยอ่ มจำนงศิลปำสงำ่ งำม เพื่ออรำ่ มเรอื งระยบั ประดบั ประดำ”

สาระสาคญั ของเน้อื เร่อื งตอนน้สี รปุ ไดอ้ ยา่ งไร

ก. งานศลิ ป์ซง่ึ เป็นเร่อื งของสง่ิ สวยงามจะเกดิ ขน้ึ ในประเทศทเ่ี จรญิ รงุ่ เรอื ง

ข. บา้ นเมอื งทส่ี งบคอื เมอื งทไ่ี มม่ สี งครามมาตดิ พนั

ค. งานศลิ ป์จะเกดิ ไดใ้ นบา้ นเมอื งทส่ี งบไมม่ กี ารรบ

ง. งานศลิ ป์เป็นงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ความสวยงาม

๙. คาประพนั ธใ์ ด ไมไ่ ด้กล่าวถงึ ความสาคญั ของหน้าทข่ี า้ ราชการ

ก. รกั ษาตนเคร่งคงตรงวนิ ยั สมานใจจงรกั พระจกั รี

ข. แมต้ ่างคนต่างเถยี งเกย่ี งแกง่ แยง่ นายเรอื จะเอาแรงมาแต่ไหน

ค. เหล่าเสวกตกทก่ี ะลาสี ควรคดิ ถงึ หน้าทน่ี นั้ เป็นใหญ่

ง. ควรเคารพยาเยงและเกรงกลวั ประโยชน์ตวั นกึ น้อยหน่อยจะดี

๑๐. ขอ้ ใดใชภ้ าพพจนแ์ บบอุปมา

ก. อนั ชาตใิ ดไรศ้ านตสิ ขุ สงบ ตอ้ งมวั รบราญรอนหาผอ่ นไม่

ณ ชาตนิ นั้ นรชนไม่สนใจ ในกจิ ศลิ ปะวไิ ลละวาดงาม

ข. สอนช่างเขยี นใหเ้ พยี รเขยี นวาดสี แบบกระหนกนารศี รสี มร

อกี กระบค่ี ชะสงา่ งอน แบบสนุ ทรจติ รการสมานรงค์

ค. อน่งึ ปนั้ เป็นรปู เทวฤทธิ์ ดปู ระหน่ึงนิรมติ วเิ ลขา

ทงั้ รปู คนรปู สตั วน์ านา ประหน่งึ วา่ มชี วี ติ พศิ เพลนิ ใจ

ง. อน่งึ เครอ่ื งประดบั สลบั แกว้ วะวบั แววแกว้ ทองสองสมาน

ช่างประดษิ ฐค์ ดิ ประจงคงตระการ เครอ่ื งสาราญนยั นาน่าพงึ ใจ

๕๗

โรงเรียนเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี

แผนการจดั การเรยี นรู้ ๔-๑ กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓

ช่ือเรอื่ ง/หน่วย บทละครเร่ืองรามเกยี รติ์ (ประวัติผู้แต่ง ความเปน็ มา สรปุ เนื้อหา และคาศัพท)์ จานวน ๔ คาบเรียน

วชิ า ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒

ผสู้ อน นางสาวจริยา พ่วงจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชี้วัด

สาระที่ ๑ การอา่ น

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพือ่ นาไปใช้ตดั สินใจแก้ปญั หา

ในการดาเนนิ ชีวติ และมนี ิสยั รักการอ่าน

ตัวช้วี ัดที่ ม ๒/๑ อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถูกต้อง

ม ๒/๒ จบั ใจความสาคญั สรปุ ความ และอธิบายรายละเอียดจากเร่ืองท่อี ่าน

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย

อยา่ งเหน็ คณุ คา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ

ตัวชี้วดั ท่ี ม ๒/๑ สรุปเน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี า่ นในระดบั ท่ียากขึน้

๒. สาระสาคญั
การศึกษาเร่ือง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก จะต้องจับใจความสาคัญ สรุปความ อธิบาย

รายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน และยังต้องรู้ความเป็นมาและประวัติผู้แต่ง รวมถึงจะต้องสรุปเน้ือหาจากเรื่องที่อ่าน
และจาเปน็ ตอ้ งร้คู าศัพท์ท่ีปรากฏอยใู่ นเรื่อง เพ่อื จะได้เข้าใจเนือ้ หาของเร่ืองได้อยา่ งถูกต้อง

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ดา้ นความรู้(K)
๓.๑.๑ นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองได้
๓.๑.๒ นกั เรยี นจับใจความ สรปุ ความ และอธิบายความหมายคาศพั ท์จากเรอ่ื งท่เี รียนได้
๓.๑.๓ นกั เรยี นวิเคราะหแ์ ละแสดงความรู้จากเรื่องที่อา่ นไดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ล
๓.๒ ดา้ นทักษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรียนมีทักษะในการอ่านออกเสียง จับใจความ สรปุ ความ อธิบายความหมายคาศัพท์
และวิเคราะห์แสดงความคิดเห็นไดอ้ ย่างมีเหตผุ ล
๓.๓ ดา้ นเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการอ่าน

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ประวัตผิ ู้แตง่ ความเปน็ มา เนือ้ หา คาศัพท์ของเร่อื งรามเกยี รต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
๔.๒ การอ่านจับใจความจากสือ่ ต่าง ๆ เชน่ วรรณคดใี นบทเรียน
๔.๓ การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง บทละครเรือ่ ง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก ได้

๕๘

๕. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ

๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๖.๑ มวี ินัย
๖.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๓ มุง่ มั่นในการทางาน
๖.๔ รกั ความเปน็ ไทย

๗. ช้ินงาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ แบบทดสอบก่อนเรยี น เรอ่ื ง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
๗.๒ ใบงานเรอ่ื ง สรุปเนอื้ หาเร่อื ง รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก

๘. การวดั และประเมินผล

๘.๑ การวัดพฤติกรรมตามตวั ช้ีวัด/ผลการเรียนร/ู้ จุดประสงค/์ ชิน้ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วิธวี ัดประเมิน เครื่องมือ เกณฑ์การตัดสนิ

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง แบ บ ท ด ส อ บ ก่ อ น เรียน เรื่อ ง ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบน
นทก

ตรวจใบงานเรื่อง สรุปเนื้อหาเรื่อง ใบ งาน เร่ือ ง ส รุป เนื้ อ ห าเรื่อ ง รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
รามเกียรติ์ ตอน นารายณป์ ราบนนทก รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณ์ปราบ
นนทก

๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

วธิ ีวัดประเมนิ เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารตัดสนิ

สั งเก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก าร ท างา น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

รายบคุ คล รายบคุ คล

๙. การบรู ณาการ
๙.๑ บูรณาการกับกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ในการศึกษาหาความรู้จากห้องสมุด เพื่อหาข้อมูล มาใช้

ประกอบการเรยี นและการทางานทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
๙.๒ บูรณาการกับกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา วฒั นธรรม ในเรื่องประวตั ิศาสตร์ท่ีจะต้องศึกษาเรียนรู้ภูมิ

หลังของชาติ และหน้าที่พลเมืองที่ทุกคนต้องเห็นความสาคัญของหน้าท่ีตนเอง รู้รักสามัคคี และจงรักภักดีต่อ
พระมหากษตั รยิ ์

๙.๓ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ในการศึกษาหาความรู้เก่ียวกับศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของ
ชาติเพิม่ เติม ทั้งในด้านจิตรกรรม ประตมิ ากรรม เพื่อใหผ้ ูเ้ รยี นมเี จตคติที่ดีตอ่ ศิลปะ

๕๙

๑๐. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนา
๑. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละคนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
๒. ครูถามนักเรียนวา่ นกั เรยี นนึกถึงตัวละครใดในเร่ือง รามเกียรต์ิ แล้วให้นักเรียนร่วมกันบรรยายลักษณะ

ของตัวละครแตล่ ะตัวที่นักเรียนรจู้ ักและบอกลักษณะเด่น ลักษณะดอ้ ย
ข้ันสอน
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๔ กลุ่ม ตามแถวท่ีน่ัง ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง

รามเกยี รติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก จากหนังสือเรยี น ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
๑) ความเป็นมา
๒) ประวัตผิ ู้แตง่
๓) ลักษณะคาประพันธ์ และคาศัพท์
๔) เรอื่ งย่อ
แล้วบันทึกความร้ทู ไ่ี ด้จากการศึกษาลงในสมุด

๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษามาสรุปเป็นองค์ความรู้ของกลุ่ม
ตามประเด็นที่กาหนดข้างต้น จากนั้นนักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอองค์ความรู้ท่ีได้จากการศึกษา หน้าช้ัน
เรยี น จากนัน้ ครูเพมิ่ เตมิ รายละเอียด

๕. นักเรียนแตล่ ะคนทาใบงาน เรอื่ ง สรปุ เนอ้ื หาเรอ่ื ง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
ขน้ั สรปุ
๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ความเป็นมา ประวัติผู้แต่ง สรุป และคาศัพท์เรื่อง รามเกียรต์ิ
ตอน นารายณป์ ราบนนทก

๑๑. ส่อื การเรียนการสอน
๑๑.๑ หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจกั ษณ์ ม.๒ สานกั พิมพอ์ กั ษรเจรญิ ทศั น์
๑๑.๒ ใบงาน เรอื่ ง ความเป็นมา ประวตั ิผแู้ ต่ง และสรปุ เร่อื ง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก

๑๒. แหล่งเรยี นรู้
๑๒.๑ ห้องสมดุ โรงเรียนเทพศริ ินทร์ นนทบุรี
๑๒.๒ หอ้ งปฏิบัติการทางภาษาไทย โรงเรียนเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี
๑๒.๓ แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

๖๐

๑๓. ความเหน็ ของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา หรือฝ่ายวชิ าการ / หรอื ผู้ที่รับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .............................................................
(.....................................................)

ตาแหน่ง...............................................

๑๔. บันทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมินผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปัญหา อุปสรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ.......................................................
(...................................................)
ผู้สอน

.................../...................../...................

๖๑

เครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ นการประเมิน

แบบประเมินการนาเสนองาน

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
๒ การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เร่อื ง
๓ การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
๔ การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกล่มุ
๕ การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ

* ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับคะแนน ระดบั คุณภาพดี

๖๒

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ชื่อ-สกลุ ควำมตงั้ ใจ ควำม กำรตรงต่อ ควำมสะอำด ผลสำเรจ็ รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน ในกำรทำงำน รบั ผิดชอบ เวลำ เรียบรอ้ ย ของงำน ๒๐
คะแนน

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง

* ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดับคะแนน ระดบั คุณภาพดี

๖๓

แบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง บทละครเรื่องรามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งทส่ี ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

๑. ขอ้ ใดแสดงถงึ ความงามของนารายณ์แปลงกายจนน ๖. กลอนบทใดเป็นการยกยอ่ ง

นทกหลงใหล ก. ครนั้ ถงึ จง่ึ ประณตบทบงสุ์ ทลู องคพ์ ระอศิ วรเรอื งศรี

ก. เมอ่ื นนั้ พระนารายณ์ทรงสวสั ดริ์ ศั มี ข. ตวั ขา้ กม็ ชี อบนกั ลา้ งเทา้ สรุ ารกั ษ์ถงึ โกฏปิ ี

ข. เมอ่ื นนั้ นางนารายณ์เยาวลกั ษณ์เสน่หา ค. ว่าพระองคเ์ ป็นหลกั ธาตรี ย่อมเมตตาปราณที วั่ พกั ตร์

ค. ถงึ โฉมองคอ์ คั รลกั ษมี พระสรุ สั วดเี สน่หา ง. ผใู้ ดทาชอบต่อเบอ้ื งบาท กป็ ระสาททงั้ พรแลยศศกั ดิ์

ง. เป็นโฉมนางเทพอปั สร ออ้ นแอน้ อรชรเฉลมิ ศรี ๗. ขอ้ คดิ ใดจากเร่อื ง รามเกยี รติ์ ตอน นารายณ์ปราบ

๒. ขอ้ ความทก่ี ากบั อยทู่ า้ ยคาประพนั ธแ์ ต่ละตอน เชน่ นนทก ทน่ี กั เรยี นสามารถนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้

ฯ ๘ คา ฯ เสมอ ฯ ๖ คา ฯ โอด หมายความว่าอย่างไร ก. การใชอ้ านาจ

ก. บอกท่ารา ข. แคน้ น้ตี อ้ งชาระ

ข. บอกทานองเพลง ค. การอดทนอดกลนั้

ค. บอกลกั ษณะคาประพนั ธ์ ง. เวรยอ่ มระงบั ดว้ ยการจองเวร

ง. บอกจานวนคาทใ่ี ชใ้ นการแต่ง ๘. การตดั พอ้ ต่อวา่ ตรงกบั ลกั ษณะของกลอนบทใด

๓. เหตุการณ์ใดเกดิ ขน้ึ ก่อนเหตุการณ์อน่ื ก. ตวั ขา้ มมี อื แต่สองมอื หรอื จะสทู้ งั้ สก่ี รได้

ก. นนทกถกู เทวดากลนั่ แกลง้ ข. หรอื วา่ กลวั น้ิวเพชรน้ี จะชพ้ี ระองคใ์ หบ้ รรลยั

ข. พระอศิ วรประทานพรใหน้ นทก ค. ชาตนิ ้มี งึ มแี ต่สองหตั ถ์ จงไปอบุ ตั เิ อาชาตใิ หม่

ค. นนทกหลงรกั นางสวุ รรณอปั สร ง. จง่ึ มวี าจาถามไป โทษขา้ เป็นไฉนใหว้ า่ มา

ง. นนทกทลู ขอน้วิ เพชรจากพระอศิ วร ๙. กลอนบทใดกลา่ วถงึ พระนารายณ์
ก. ไดฟ้ งั องคอ์ มรนิ ทรา จง่ึ มบี ญั ชาตอบไป
๔. ขอ้ ใดมอี ปุ มาโวหาร

ก. เชญิ ไปสงั หารไออ้ าธรรม์ ใหม้ นั สน้ิ ชพี ชวี า ข. รบั พรพระศลุ มี ยี ศ บงั คมลาแลว้ บทจรไป
ข. ฮดึ ฮดั ขดั แคน้ แน่นใจ ตาแดงดงั่ แสงไฟฟ้า ค. เหาะระเหจ็ เตรจ็ ฟ้าดว้ ยวอ่ งไว ไปยงั กระเษยี รวารี

ค. กจู ะเป็นมนุษยแ์ ต่สองกร ตามไปราญรอนชวี ี ง. ว่าพระองคเ์ ป็นหลกั ธาตรี ย่อมเมตตาปรานที วั่

ง. จนหวั ไมม่ ผี มตดิ สดุ คดิ ทเ่ี ราจะอดกลนั้ พกั ตร์

๕. คาทท่ี าตวั หนาขอ้ ใด ไม่ไดห้ มายถงึ พระนารายณ์ ๑๐. ต้องสบุ รรณเทวำนำคี ดงั่ พิษอสุนีไมท่ นได้

ก. ครนั้ ลา้ งนนทกมรณา พระจกั รำผมู้ อี ชั ฌาสยั ล้มฟำดกลำดเกล่ือนลงทนั ใด บรรลยั ไมท่ นั พริบตำ

ข. เม่อื นนั้ หสั นัยน์เจา้ ตรยั ตรงึ ศา ในบทกลอนน้ีกล่าวถงึ อมนุษยก์ ป่ี ระเภท

ค. ยา้ ยท่ามจั ฉาชมสาคร พระสี่กรขวา้ งจกั รฤทธริ งค์ ก. ๒ ประเภท

ง. เหน็ พระองคท์ รงสงั ขค์ ทำธร เป็นสก่ี รกร็ ปู้ ระจกั ษ์ ข. ๓ ประเภท
ใจ ค. ๔ ประเภท
ง. ๕ ประเภท



๖๔

ควำมเป็นมำและประวตั ิผแู้ ต่งบทละครเรอื่ ง รำมเกียรต์ิ
ใบงาน ตอน นำรำยณ์ปรำบนนทก

ตอนท่ี ๑
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นบนั ทกึ ขอ้ มลู จากการอ่านความเป็นมาและประวตั ผิ แู้ ต่งบทละครเรอ่ื ง รามเกยี รติ ์

ตอน นารายณ์ปราบนนทก

๖๕

ตอนท่ี ๒
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นสรุปเน้ือหาบทละครเรอ่ื ง รามเกยี รติ ์ตอน นารายณ์ปราบนนท

๖๖

โรงเรียนเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี

แผนการจัดการเรยี นรู้ ๔-๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

ชื่อเรื่อง/หนว่ ย บทละครเรือ่ งรามเกียรต์ิ (การอธิบายคุณคา่ ) จานวน ๓ คาบเรยี น

วิชา ภาษาไทย ๓ รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒

ผสู้ อน นางสาวจริยา พ่วงจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวช้ีวดั

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย

อย่างเหน็ คุณคา่ และนามาประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริง

ตัวชว้ี ัดท่ี ม ๒/๒ วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถน่ิ ที่อา่ น พรอ้ ม

ยกเหตผุ ลประกอบ

ตัวชวี้ ัดที่ ม ๒/๓ อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอ่าน

๒. สาระสาคัญ
การศึกษาเร่ือง รามเกยี รติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก จะต้องวเิ คราะห์วิจารณ์ และอธิบายคณุ ค่าจากเรอ่ื ง

ทอ่ี า่ น

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ดา้ นความร(ู้ K)
๓.๑.๑ นกั เรยี นสามารถอธบิ ายคณุ ค่าจากการอา่ นเรอื่ ง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก ได้
๓.๒ ด้านทักษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรียนมีทกั ษะในการอธิบายคณุ ค่าจากการอ่านเร่ือง รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณ์ปราบ

นนทก ได้
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการอา่ น

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ การวเิ คราะห์คณุ ค่าจากวรรณกรรม

๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด

๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๖.๑ มีวนิ ยั

๖.๒ ใฝ่เรียนรู้

๖๗

๖.๓ มงุ่ มน่ั ในการทางาน
๖.๔ รักความเป็นไทย

๗. ชิ้นงาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ การสรปุ คณุ คา่ จากวรรณกรรม เร่อื ง รามเกยี รติ์ ตอน นารายณป์ ราบนนทก

๘. การวัดและประเมินผล

๘.๑ การวัดพฤติกรรมตามตวั ชีว้ ัด/ผลการเรียนร/ู้ จุดประสงค์/ช้นิ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วธิ วี ัดประเมนิ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การตดั สนิ

ตรวจสมุดเร่ืองการสรุปคุณค่า เรื่อง สมุดจดงาน รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรร

มาและสามคั คเี สวก

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

วธิ ีวดั ประเมนิ เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารตดั สิน

สั งเก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก าร ท างา น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

รายบุคคล รายบุคคล

๙. การบรู ณาการ

-

๑๐.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนา
๑. ครูจัดบรรยากาศในห้องเรียนให้รู้สึกสบาย ไม่เคร่งเครียด โดยครูยกตัวอย่างบทร้อยกรองจากเร่ือง

รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก แลว้ ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุม่ อ่านและแสดงความคดิ เห็นอย่างอสิ ระ
ข้ันสอน
๒. นักเรียนอ่านและศึกษาบทวิเคราะห์เรื่อง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก ให้อ่านอย่างคร่าวๆ

เพอ่ื หาจดุ สาคญั ของเร่ือง
๓. ในขณะทอ่ี ่านให้นักเรยี นต้งั คาถามให้สัมพันธ์กับเร่ืองราวท่ีกาลังอา่ น เกยี่ วกบั คณุ คา่ ด้าน ต่าง ๆ จาก

เร่ืองท้ัง ๓ ด้าน ได้แก่ คุณค่าด้านเนื้อหา คุณค่าด้านวรรณศิลป์ และคุณค่าด้านสังคม นักเรียนอ่านข้อความในตอน
น้ัน ๆ ซา้ อย่างละเอียดและในขณะเดียวกันก็คน้ หาคาตอบสาหรับคาถามท่ไี ด้ต้ังไว้

๔. นักเรียนจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับคุณค่าด้านต่าง ๆ ที่ได้จากขั้นตอนท่ี ๓ โดยมุ่งจดบันทึกในส่วนที่สาคัญ
และส่ิงทจี่ าเป็น โดยใช้ข้อความอย่างรดั กุมหรือย่อ ๆ ตามความเขา้ ใจของนกั เรยี น

๕. นักเรียนเขียนสรุปใจความสาคัญเกี่ยวกับคุณค่าของเรื่องท่ีได้จากการอ่าน โดยพยายามใช้ภาษาของ
ตนเอง ถ้ายงั ไมแ่ นใ่ จในบทใดหรอื ตอนใดใหก้ ลบั ไปอา่ นซ้าใหม่

๖. นักเรยี นวิเคราะห์ วิจารณ์เกี่ยวกับคุณค่าด้านต่าง ๆ ของเร่ือง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก ท่ี
นักเรียนได้อา่ นแล้วแสดงความคดิ เห็นสอดคลอ้ งหรือความคิดเหน็ ที่ไม่สอดคล้อง

๖๘

ขน้ั สรปุ
๘. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายสรุปองคค์ วามร้เู กย่ี วกับคุณคา่ ท่ไี ด้จากเร่ือง รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป์ ราบ
นนทก พรอ้ มจดบนั ทกึ ลงในสมดุ ครูตรวจสอบความถูกต้องในสมุด

๑๑. สอ่ื การเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.๒ สานกั พมิ พ์อกั ษรเจริญทัศน์

๑๒. แหลง่ เรียนรู้
๑๒.๑ แหลง่ การเรียนรทู้ ั้งภายในชัน้ เรยี นและนอกหอ้ งเรยี น
๑.๒.๒ แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ

๑๓. ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา หรอื ฝา่ ยวิชาการ / หรือผู้ทร่ี ับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .............................................................
(.....................................................)

ตาแหนง่ ..................................................

๑๔. บันทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมินผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปญั หา อุปสรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .......................................................
(...................................................)
ผสู้ อน

.................../...................../...................

๖๙

เครื่องมอื ทีใ่ ชใ้ นการประเมิน

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล

ชอ่ื ชนั้

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ การแสดงความคดิ เหน็
๒ การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื
๓ การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
๔ ความมนี ้าใจ
๕ การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ

* ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดับคะแนน ระดับคุณภาพดี

๗๐

โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบรุ ี

แผนการจดั การเรยี นรู้ ๔-๓ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

ช่อื เรื่อง/หนว่ ย บทละครเรอ่ื งรามเกยี รต์ิ (การทอ่ งจาบทร้อยกรอง) จานวน ๑ คาบเรยี น

วชิ า ภาษาไทย ๓ รหัสวชิ า ท ๒๒๑๐๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒

ผสู้ อน นางสาวจริยา พ่วงจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชีว้ ัด

สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย

อย่างเหน็ คณุ คา่ และนามาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จรงิ

ตวั ช้ีวดั ที่ ม ๒/๕ ทอ่ งจาบทอาขยานตามทก่ี าหนด และบทรอ้ ยกรองทีม่ คี ณุ คา่ ตามความสนใจ

๒. สาระสาคญั
เร่ือง รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก เป็นเรอ่ื งราวประเภทคาสอนที่มคี ุณค่า จงึ ไดถ้ กู กาหนดให้นามาใช้

เปน็ บทอาขยาน

๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ดา้ นความรู(้ K)
๓.๑.๑ นักเรียนอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองได้
๓.๑.๒ นกั เรยี นทอ่ งจาบทร้อยกรองได้
๓.๒ ด้านทักษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรียนมที กั ษะในการอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรอง และทอ่ งจาร้อยกรองได้
๓.๓ ดา้ นเจตคต(ิ A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการอา่ น

๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ณุ ค่า

๕. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ

๖. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๖.๑ มีวินยั
๖.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓ มุ่งมัน่ ในการทางาน
๖.๔ รักความเปน็ ไทย

๗๑

๗. ชน้ิ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ การทอ่ งบทรอ้ ยกรองหรือบทอาขยาน

๘. การวัดและประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤติกรรมตามตวั ชี้วดั /ผลการเรยี นรู้/จุดประสงค์/ชิ้นงาน/ผลงาน/ภาระงาน

วิธวี ัดประเมิน เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารตัดสิน

ประเมนิ การทอ่ งบทรอ้ ยกรอง แบบประเมินการทอ่ งบทรอ้ ยกรอง รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง แ บ บ ท ด ส อ บ ห ลั งเรีย น เร่ือ ง ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
รามเกยี รติ์ ตอน นารายณป์ ราบ รามเกียรต์ิ ตอน นารายณป์ ราบ

นนทก นนทก

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

วธิ ีวดั ประเมนิ เครื่องมอื เกณฑก์ ารตดั สนิ

สั งเก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก าร ท างา น แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

รายบคุ คล รายบคุ คล

๙. การบรู ณาการ
-

๑๐. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
๑. ครูสนทนากับนักเรียนเร่ืองการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทกลอนบทละครเพื่อทบทวนความรู้
๒. ครูอ่านบทอาขยานเรื่อง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก ให้นักเรียนฟัง ๑ รอบ โดยให้นักเรียน

สงั เกตการอา่ นออกเสยี งที่ถูกต้อง
ขน้ั สอน
๓. ครูอ่านบทอาขยานเร่ือง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก จากหนังสือเรียน แล้วให้นักเรียนอ่าน

ตามทลี ะวรรคจนคล่อง
๔. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันฝึกท่องบทอาขยานเร่ือง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทกโดยไม่มีแบบ

จนเกดิ ความชานาญ
๕. นักเรียนท่องบทอาขยานเร่ือง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก กับครูเป็นรายบุคคล นอกเวลา

เรียน โดยทอ่ งไดถ้ ูกตอ้ งตามทานอง และชดั เจน
ขั้นสรปุ
๖. นักเรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน เร่อื ง รามเกยี รติ์ ตอน นารายณป์ ราบนนทก

๑๑. ส่อื การเรียนการสอน
๑๑.๑ หนงั สอื เรยี นรายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ม.๒ สานกั พมิ พอ์ ักษรเจริญทัศน์
๑๑.๒ แบบทดสอบหลังเรยี น เรอื่ ง รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก

๗๒

๑๒. แหลง่ เรยี นรู้
๑๒.๑ ห้องสมุดโรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ นนทบุรี
๑๒.๒ หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารทางภาษาไทย โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ นนทบรุ ี
๑๒.๓ แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

๑๓. ความเห็นของผู้บรหิ ารสถานศึกษา หรอื ฝ่ายวชิ าการ / หรอื ผทู้ ่รี บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื .............................................................
(.....................................................)

ตาแหนง่ ...............................................

๑๔. บันทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมนิ ผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑๔.๒ ปัญหา อปุ สรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชือ่ .......................................................
(...................................................)
ผ้สู อน

.................../...................../...................

๗๓

เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการประเมิน

แบบประเมิน กำรท่องบทรอ้ ยกรอง

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการท่องบทรอ้ ยกรองของนักเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน

ลำดบั ชื่อ-สกลุ ถกู ต้อง กำรแบง่ ออกเสียง ควำม รวม
ที่ ของผ้รู บั กำรประเมิน ตำมลกั ษณะ วรรคตอน ชดั เจน ถกู ต้อง ของ ๑๖
คำประพนั ธ์ คะแนน
บท
ร้อยกรอง

๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ต้อง ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ปฏบิ ตั มิ ีข้อบกพรอ่ งเลก็ น้อย ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพรอ่ งปำนกลำง ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๖ ดมี าก
ปฏบิ ตั มิ ีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน
๑๑ - ๑๓ ดี

๑๘ - ๑๐ พอใช้

ต่ากวา่ ๘ ปรบั ปรงุ

* ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับคะแนน ระดับคุณภาพดี

๗๔

แบบทดสอบหลังเรยี น เรอ่ื ง บทละครเรอ่ื งรามเกียรติ์ ตอน นารายณป์ ราบนนทก

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งทส่ี ุดเพยี งขอ้ เดยี ว

๑. การตดั พอ้ ต่อวา่ ตรงกบั ลกั ษณะของกลอนบทใด ๖. ขอ้ ใดแสดงถงึ ความงามของนารายณ์แปลงกายจนน
นทกหลงใหล
ก. จง่ึ มวี าจาถามไป โทษขา้ เป็นไฉนใหว้ ่ามา ก. เมอ่ื นนั้ นางนารายณ์เยาวลกั ษณ์เสน่หา
ข. เป็นโฉมนางเทพอปั สร ออ้ นแอน้ อรชรเฉลมิ ศรี
ข. หรอื ว่ากลวั น้ิวเพชรน้ี จะชพ้ี ระองคใ์ หบ้ รรลยั ค. เมอ่ื นนั้ พระนารายณ์ทรงสวสั ดริ์ ศั มี
ง. ถงึ โฉมองคอ์ คั รลกั ษมี พระสรุ สั วดเี สน่หา
ค. ชาตนิ ้มี งึ มแี ต่สองหตั ถ์ จงไปอุบตั เิ อาชาตใิ หม่
๗. กลอนบทใดกล่าวถงึ พระนารายณ์
ง. ตวั ขา้ มมี อื แต่สองมอื หรอื จะสทู้ งั้ สก่ี รได้ ก. วา่ พระองคเ์ ป็นหลกั ธาตรี ย่อมเมตตาปรานที วั่
พกั ตร์
๒. เหตุการณ์ใดเกดิ ขน้ึ กอ่ นเหตุการณ์อ่นื ข. เหาะระเหจ็ เตรจ็ ฟ้าดว้ ยว่องไว ไปยงั กระเษยี ร
วารี
ก. นนทกทลู ขอน้วิ เพชรจากพระอศิ วร ค. รบั พรพระศลุ มี ยี ศ บงั คมลาแลว้ บทจรไป
ง. ไดฟ้ งั องคอ์ มรนิ ทรา จง่ึ มบี ญั ชาตอบไป
ข. นนทกหลงรกั นางสวุ รรณอปั สร
๘. คาทท่ี าตวั หนาขอ้ ใด ไมไ่ ด้หมายถงึ พระนารายณ์
ค. พระอศิ วรประทานพรใหน้ นทก ก. เหน็ พระองคท์ รงสงั ขค์ ทำธร เป็นสก่ี รกร็ ปู้ ระจกั ษ์

ง. นนทกถูกเทวดากลนั่ แกลง้ ใจ
ข. ยา้ ยท่ามจั ฉาชมสาคร พระส่ีกรขวา้ งจกั รฤทธริ งค์
๓. ขอ้ ใดมอี ปุ มาโวหาร
ค. เม่อื นนั้ หสั นัยน์เจา้ ตรยั ตรงึ ศา
ก. จนหวั ไมม่ ผี มตดิ สดุ คดิ ทเ่ี ราจะอดกลนั้ ง. ครนั้ แลว้ นนทกมรณา พระจกั รำผมู้ อี ชั ฌาสยั
ข. ฮดึ ฮดั ขดั แคน้ แน่นใจ ตาแดงดงั่ แสงไฟฟ้า
๙. กลอนบทใดเป็นการยกย่อง
ค. กจู ะเป็นมนุษยแ์ ต่สองกร ตามไปราญรอนชวี ี ก. ผใู้ ดทาชอบต่อเบอ้ื งบาท กป็ ระสาททงั้ พรแลยศศกั ดิ์
ข. วา่ พระองคเ์ ป็นหลกั ธาตรี ย่อมเมตตาปราณที วั่ พกั ตร์
ง. เชญิ ไปสงั หารไออ้ าธรรม์ ใหม้ นั สน้ิ ชพี ชวี า ค. ครนั้ ถงึ จง่ึ ประณตบทบงสุ์ ทลู องคพ์ ระอศิ วรเรอื งศรี
ง. ตวั ขา้ กม็ ชี อบนกั ลา้ งเทา้ สรุ ารกั ษ์ถงึ โกฏปิ ี
๔. ขอ้ ความทก่ี ากบั อยทู่ า้ ยคาประพนั ธแ์ ต่ละตอน เช่น
๑๐. ขอ้ คดิ ใดจากเร่อื ง รามเกยี รติ์ ตอน นารายณ์ปราบน
ฯ ๘ คา ฯ เสมอ ฯ ๖ คา ฯ โอด หมายความว่าอยา่ งไร นทก ทน่ี กั เรยี นสามารถนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้
ก. เวรยอ่ มระงบั ดว้ ยการจองเวร
ก. บอกจานวนคาทใ่ี ชใ้ นการแต่ง ข. การอดทนอดกลนั้
ค. แคน้ น้ตี อ้ งชาระ
ข. บอกลกั ษณะคาประพนั ธ์ ง. การใชอ้ านาจ

ค. บอกทานองเพลง

ง. บอกทา่ รา

๕. ต้องสุบรรณเทวำนำคี ดงั่ พิษอสนุ ีไมท่ นได้

ลม้ ฟำดกลำดเกลือ่ นลงทนั ใด บรรลยั ไมท่ นั

พริบตำ

ในกลอนบทน้ีกล่าวถงึ อมนุษยก์ ป่ี ระเภท

ก. ๒ ประเภท

ข. ๓ ประเภท

ค. ๔ ประเภท

ง. ๕ ประเภท

๗๕

โรงเรยี นเทพศิรินทร์ นนทบุรี

แผนการจัดการเรียนรู้ ๕-๑ กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓

ชอื่ เร่อื ง/หน่วย การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแก้ว จานวน ๓ คาบเรียน

วิชา ภาษาไทย ๓ รหัสวชิ า ท ๒๒๑๐๑ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๒

ผู้สอน นางสาวจรยิ า พว่ งจนี

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวช้วี ัด

สาระท่ี ๑ การอา่ น

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหา

ในการดาเนนิ ชวี ิตและมีนิสยั รักการอา่ น

ตวั ช้วี ดั ท่ี ม ๒/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง

ม ๒/๘ มีมารยาทในการอ่าน

๒. สาระสาคัญ
การอา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้ว ควรอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง ร ล และคาควบกลา้ รวมถงึ การใชน้ า้ เสียง

ใหเ้ หมาะสมกับสารแต่ละประเภท เพือ่ ใหส้ ่ือความหมายไปยังผู้ฟังได้ถกู ต้องและชดั เจน

๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ดา้ นความรู้(K)
๓.๑.๑ นกั เรียนเขา้ ใจความสาคญั ของการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว
๓.๒ ดา้ นทักษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรียนสามารถอา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วไดถ้ ูกต้อง
๓.๓ ดา้ นเจตคติ (A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการอ่าน

๔. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
๑. การอ่านออกเสยี ง ประกอบดว้ ย
๒. บทรอ้ ยแก้วที่เป็นบทบรรยายและบทพรรณนา
๓. มารยาทในการอ่าน

สาระการเรียนร้ทู ้องถ่นิ
-

๕. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
๕.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
๕.๒.๑ ทักษะการคิดวิเคราะห์
๕.๒.๒ ทกั ษะการจาแนกประเภท

๗๖

๕.๒.๓ ทกั ษะการคิดสรา้ งสรรค์
๕.๒.๔ ทกั ษะการนาความรูไ้ ปใช้
๕.๓ ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
๕.๓.๑ กระบวนการทางานกลมุ่
๕.๓.๒ กระบวนการปฏิบตั ิ

๖. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๖.๑ ใฝ่เรียนรู้
๖.๒ มงุ่ มนั่ ในการทางาน

๗. ช้ินงาน/ภาระงาน/ผลงาน
๗.๑ ใบงาน เรอื่ ง ฝึกอ่านออกเสยี ง
๗.๒ ใบงาน เร่อื ง เว้นวรรคใหถ้ ูกตอน

๘. การวดั และประเมินผล

๘.๑ การวดั พฤติกรรมตามตัวชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้/จดุ ประสงค/์ ชิน้ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

ตัวช้ีวัด วธิ วี ัดประเมนิ เคร่ืองมอื เกณฑ์การตดั สิน

อา่ นออกเสียงร้อยแกว้ ตรวจใบงาน เร่ือง ใบงาน เรือ่ ง ฝึกอ่าน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์

ฝกึ อา่ นออกเสยี ง ออกเสียง

อ่านเวน้ วรรคตอนได้ ตรวจใบงาน เรื่อง ใบงาน เรอ่ื ง เวน้ วรรคให้ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์

ถูกต้อง เว้นวรรคใหถ้ กู ตอน ถูกตอน

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

ตัวชว้ี ัด วธิ ีวัดประเมิน เครือ่ งมอื เกณฑ์การตัดสนิ

อ่านออกเสยี งถกู ต้องตาม ประเมินการอา่ นออก แบบประเมินการอา่ น ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่าน

อกั ขระวธิ ี เสยี งบทรอ้ ยแก้ว ออกเสียงบทร้อยแก้ว เกณฑ์

กระบวนการทางานกล่มุ สงั เกตพฤติกรรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่าน

ทางานกล่มุ ทางานกลุ่ม เกณฑ์

๘.๓ เกณฑ์การประเมนิ สภาพจรงิ

อา่ นออกเสียงร้อยแก้วรอ้ ยกรองได้ถูกต้องตามเกณฑ์การประเมิน

๙. การบรู ณาการ
-

๗๗

๑๐. กจิ กรรมการเรียนรู้
(วธิ กี ารสอนแบบบรรยาย วธิ กี ารสอนโดยการปฏิบตั ิเปน็ รายบคุ คล และวธิ ีการสอนโดยเนน้ กระบวนการ :

กระบวนการกลุ่ม)

คาบเรียนท่ี ๑

๑. ครูแจกบัตรคาให้นักเรียนทุกคน แล้วให้นักเรียนอ่านออกเสียงคาจากบัตรคาที่ได้รับ (ครูกาหนดบัตรคา

ตามความเหมาะสม) โดยครูและนักเรียนคนอื่นรว่ มกันสรุปและแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับ การออกเสียง

ของเพือ่ น

๒. ครูอธิบายความรู้เร่ือง การอ่านออกเสียง ประเภทของการอ่านออกเสียง และหลักการอ่าน ออก

เสียงท่ถี ูกตอ้ ง

๓. ครูให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียง ร ล จ ช ถ ท ฝ ฟ ส และคาควบกล้า เพื่อตรวจสอบว่า นักเรยี น

สามารถอ่านออกเสียงพยัญชนะได้ถูกต้องชัดเจนหรือไม่ จากนั้นครูอธิบายวิธีการอ่านออกเสียงว่า การอ่านออก

เสยี งท่ีถกู ต้องควรทาอยา่ งไร

๔. ครูให้นักเรียนทาใบงาน เรื่อง ฝึกอ่านออกเสียง โดยให้นักเรียนจับคู่กันอ่านออกเสียงคาท่ีกาหนดให้

ถูกต้อง (ในใบงานเป็นตัวอย่างคาและข้อความท่ีนามาจากหนังสือ แบบฝึกออกเสียงเพื่อแก้ข้อบกพร่องในการออก

เสยี งภาษาไทย ของกระทรวงศึกษาธิการ ครูสามารถปรับและนาตัวอยา่ งอ่ืน ๆ มาประกอบไดต้ ามความเหมาะสม)

๕. ครูอธิบายความรู้เร่ือง วิธีการอ่านออกเสียงคาและเคร่ืองหมายวรรคตอน พร้อมท้ังให้นักเรียนร่วมกัน

แสดงความคิดเหน็ และยกตวั อย่างประกอบตามทนี่ กั เรยี นพบในชวี ิตประจาวัน

๖. ครูให้นักเรียนทาใบงาน เร่ือง เว้นวรรคให้ถูกตอน โดยทาเคร่ืองหมายเว้นวรรคข้อความที่กาหนดให้

แล้วครูให้อาสาสมัครนักเรียน ประมาณ ๑๐-๑๕ คน ออกมาอ่านข้อความท่ีหน้าชั้นเรียน จากนั้นนักเรียนคนอื่น

รว่ มกนั อภิปรายและใหข้ ้อเสนอแนะเพมิ่ เติม

๗. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๖ คน ตามความสมัครใจ แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันหาบทอ่านตาม

ความสนใจ โดยครูกาหนดความยาวของบทอ่านประมาณ ๑ หน้ากระดาษ A๔ เช่น ข่าว นิทาน นวนิยาย เร่ืองสั้น

บทละคร เป็นต้น โดยบทอ่านท่ีนามานั้นให้เป็นการบรรยายหรือพรรณนา เพื่อนามาอ่านให้เพ่ือนฟังในคาบเรียน

ถดั ไป

คาบเรยี นที่ ๒
๑. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาบทอ่านท่ีกลุ่มตนเองคัดเลือกมาอ่านให้เพ่ือนฟังที่หน้าชั้นเรียน จากนั้นครู
และนักเรยี นกลุ่มอนื่ รว่ มกันอภปิ รายและให้ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
๒. ครูแจกบัตรคาให้นักเรียน คนละ ๑ ใบ แล้วครูเรียกนักเรียนแต่ละคนให้อ่านออกเสียงคาและข้อความ
ตามบตั รคาท่ไี ด้รับใหค้ รูฟงั โดยครูใหข้ ้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นกั เรยี นเกดิ ความรู้ความเขา้ ใจ มากยิ่งขนึ้
๓. ครูถามนักเรียนว่า การอ่านออกเสียงมีความสาคัญหรือไม่ อย่างไร และมีวิธีการอ่านออกเสียงท่ีถูกต้อง
อย่างไรบ้าง เพือ่ ทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน นอกจากนคี้ รูควรใหน้ ักเรยี นตระหนักถงึ ความสาคญั ของมารยาทใน
การอ่านด้วย
๔. ครแู จกเร่ืองให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม กลุ่มละ ๑ เร่อื ง แล้วให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมาอ่านเรื่อง
ท่ไี ด้ให้เพ่ือนฟงั ที่หน้าชน้ั เรยี น โดยครูและนักเรยี นกลุ่มอ่ืนร่วมกนั อภปิ ราย และให้ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม
๕. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ความร้เู ร่อื ง การอ่านออกเสยี งบทร้อยแก้ว เพื่อฝึกปฏิบัติในคาบเรยี นถดั ไป

๗๘

คาบเรียนที่ ๓
๑. ครูให้นักเรียนแต่ละคนออกมาจับสลากเพ่ืออ่านเร่ืองที่กาหนดให้ โดยครูให้นักเรียนแต่ละคนเตรียมตัว
คนละ ๕ นาที เพื่อออกมาอา่ นออกเสียงใหค้ รูและเพื่อนฟังท่ีหน้าช้ันเรียน
๒. ครูให้นักเรียนแต่ละคนออกมาอ่านออกเสียงตามเร่ืองท่ีได้รับที่หน้าช้ันเรียน ครูประเมินผลและ ให้
คาแนะนาเพมิ่ เติม
๓. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปความร้เู ร่อื ง การอา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้

๑๑. สื่อการเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ สานกั พมิ พ์อกั ษรเจรญิ ทัศน์
๑๑.๒ หนังสือคน้ ควา้ เพ่มิ เติม
- ศึกษาธิการ, กระทรวง. แบบฝึกออกเสียงเพื่อแกข้ ้อบกพร่องในการออกเสียงภาษาไทย.
พมิ พ์ครงั้ ที่ ๒. กรุงเทพฯ : สานักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สถาบันภาษาไทย, ๒๕๕๑.
- สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช, มหาวทิ ยาลยั . ภาษาไทย ๒ (การประพันธ์ไทย). นนทบรุ ี :
สานกั เทคโนโลยีการศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธริ าช, ๒๕๒๖.
- ราชบัณฑติ ยสถาน. อา่ นอยา่ งไรและเขยี นอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พิมพ์ครง้ั ท่ี ๑๘
(แก้ไขเพิ่มเติม). กรุงเทพฯ : อรณุ การพมิ พ์, ๒๕๕๑.
๑๑.๓ บัตรคา
๑๑.๔ ใบงาน เร่ือง ฝกึ อ่านออกเสยี ง
๑๑.๕ ใบงาน เรื่อง เว้นวรรคใหถ้ ูกตอน

๑๒. แหล่งการเรียนรู้
๑๒.๑ ห้องสมดุ
๑๒.๒ แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
- www.royin.go.th
- www..trueplookpanya.com/true/knowledge

๗๙

๑๓. ความเห็นของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา หรือฝ่ายวชิ าการ / หรือผูท้ ่ีรับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอ่ื .............................................................
(.....................................................)

ตาแหนง่ ...............................................

๑๔. บนั ทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปัญหา อปุ สรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..........................

ลงชอ่ื .......................................................
(...................................................)
ผู้สอน

.................../...................../...................

๘๐

ใบงาน เร่ือง ฝึ กอ่านออกเสียง

คาชแี้ จง ใหน้ กั เรียนอา่ นออกเสยี งคาและข้อความต่อไปนี้ใหถ้ ูกต้อง

แบบฝึกอา่ นออกเสียง ชดุ ท่ี ๑

ลลุ ่วง ลลี า โลเล หลากหลาย
เหลาะแหละ รา้ วราน
รงุ่ โรจน์ ระรน่ื เร่งรบี ร่าลา
เรือนหลวง ลว่ งรู้
ลากรถ โหรงเหรง ราบลมุ่ ลอ้ มรั้ว
กลบเกลื่อน คล้มุ คลงั่
เปล่ยี นแปลง เรอื่ งเลา่ รกโลก พล้ังพลาด
พลกุ พล่าน ครอบครอง
คร้นื เครง เหล่ารา้ ย ลกู รอก เพลงเพราะ
กวดั แกวง่ แควกควาก
กลมกล่อม คลอนแคลน

ผลวั ะผละ ผลผี ลาม

กรอบแกรบ กร็อกกรอ๋ ย

ตรากตรา ปรูดปราด

ขวนขวาย ขวัดแควง้

แบบฝึกอา่ นออกเสียง ชุดที่ ๒
๑. กนั เกรามีกันไกร
๒. ตรากตราจนตรอมตรม
๓. ธงทิวปลิวปลายเหนือเปล
๔. กลอ้ มแกล้มกล้ากลนื กล้วย
๕. ผ้ึงพรอ้ มเพรียงบนิ พรัง่ พรู
๖. คนรจู้ ักอาเภอฝางอยา่ งกวา้ งขวางเพราะมีบ่อนา้ มนั
๗. สามล้อเล้ียวหลบหลุมเลยลงหลม่ โคลนตดิ ลอ้ เลอะ
๘. เลอลักษณ์เลินเลอ่ เลอ่ื นลอยจนลื่นหลบหลีกล้อเลือ่ น
๙. รอบร้วั มตี าลึงขน้ึ รกรุงรังลองเกบ็ ไปแกงเลยี งลิ้มรสดูอร่อยดี
๑๐. ทหารเลิกรบแล้วรีบซอ่ มแซมโรงเรียนท่ีพงั ทลายเพราะแรงลม
๑๑. รวยรนิ และรจเรขร่ารอ้ งจะไปงานรน่ื เรงิ สง่ เสยี งรี้ริกเรียกร้องความสนใจ
๑๒. เขารเิ ร่มิ ตั้งโรงงานประกอบรถยนตด์ ว้ ยทนุ แรกเร่ิมร้อยลา้ นกจิ การร่งุ เรืองมีกาไร

๘๑

แบบฝกึ อ่านออกเสียงชดุ ที่ ๓

๑. พรานไพรควา้ ขวานพร้อมด้วยพร้าครบครัน สดู ลมปราณคลายความเครียด กวัดแกว่งขวาน
ดงั ขวบั เควี้ยว เขาขวนขวายข้ามคลอง เหยียบโคลนตม ทา่ มกลางเสยี งฝนตกพรา ๆ พรานได้ยนิ เสยี ง
นกแขวกและนกคลิ้งโคลงรอ้ งครวญคราง สักครู่นายพรานก็เคลอื บแคลงวา่ เสือโครง่ จะอยู่ใกล้ๆ
เมอ่ื ใครค่ รวญดีแลว้ แกกไ็ มพ่ รน่ั พรงึ คอ่ ยๆ คืบคลานเข้าไปไม่พรวดพราด จงึ เห็นเสือโครง่ ตัวหน่ึง
กาลังคลุม้ คลั่ง ข่วนพฤกษาเสียงแควกควาก ไมส่ นใจฝงู ควายหรือกวางทเี่ ดนิ เตร็ดเตร่อยู่แถวน้นั
พรานไพรใจกล้าตรงเขา้ ใกลๆ้ แลว้ ภาวนาคาถาอาคมขลงั โดยไมม่ ีความหวาดกลวั เลย พรานเหวี่ยง
ตาขา่ ยเชอื กเส้นใหญค่ รอบคลุมเสอื โครง่ ไว้ เสือโคร่งด้นิ ขลกุ ขลกั พรานจงึ หยบิ ขลยุ่ ขนึ้ มาเป่าเพลง
โดยมไิ ด้ครนั่ คร้าม ปรากฏว่าเสอื โคร่งทมี่ ีอารมณ์แปรปรวนก็สงบลง หลับตาพรมิ้ ปล่อยให้
นายพรานปลดตาข่ายออก เสือโครง่ นอนเกลอื กกลงิ้ อยสู่ กั คร่กู ็ลกุ ขึ้นว่งิ พรวดพราดเขา้ พงไพรไป
ทนั ที

๒. สมศรีสาวสังคมร่างสงู ไม่ชอบตืน่ สาย เธอสวยไม่สรา่ ง เมื่อต่ืนนอนแลว้ กเ็ สรมิ สวย เพื่อจะ
ไปส่งน้องสาวและสังสรรค์กบั มิตรสหายทส่ี โมสร
สมศรสี ่งเสริมสดใสนอ้ งสาวซ่ึงชอบศิลปะ โดยสง่ เสยี ให้ศึกษาในคณะศิลปกรรมศาสตร์
สดใสสนุกสนานในการสร้างสรรค์ลายเสน้ และสีสัน ให้เปน็ ภาพสวยอยา่ งมีศิลป์
เช้าวันศุกรเ์ ม่ือฟา้ สาง สมศรขี ับรถไปส่งน้องสาวแล้วเล้ยี วรถเข้าซอยซอกซอนไปบนเส้นทาง
อันสับสน และไปส้ินสุดทส่ี วนสาธารณะอันร่มรื่นสวยงาม สกณุ าสง่ เสยี งใส ผีเส้ือแสนสวยหลากสี
บนิ เชยชมมาลีและสูบน้าหวานจากเกสรอย่างสขุ สาราญ ธรรมชาตชิ ่างสดชน่ื เสยี น่ีกระไร สมศรีพง่ึ
จะได้สมั ผสั กบั ความงามของธรรมชาตเิ ชน่ น้ี เธอจงึ ซาบซง้ึ ในรสแหง่ ความสงบ เธอกลับบ้านด้วย
ความสขุ สดชนื่ แจ่มใส ลืมไปสงั สรรคก์ ับมิตรสหายเสยี สนิท

๓. เพราะพริ้งพรอ้ มแพรวพราว คราถึงคราวเขียนครบครนั
วนั พระมีประชนั ประชุมกนั อยา่ งพร้อมเพรียง
กระท่อมท่รี ิมไพร มีพร้าใหญ่ใครส่งเสยี ง
คุณครูอยรู่ ะเบยี ง เรยี งมะพรา้ วทุกคราวไป
นา้ พริกเผ็ดเพราะพริก ลิ้นกระดกิ ระรกิ ใหญ่
กะเพราข้นึ รมิ ไพร พริง้ เพริดไปกบั นายพราน

๘๒

๔. ท่วงท่าถถ่ี ้วนทุ่มเถียง ทบั เทย่ี งถ่องแทไ้ ถถ่ อน
ถอบแถบถ่ายเทตดั ทอน ท่องเทยี่ วไมท้ ่อนทองทา
เถิดเทิงทอ้ แท้จณั ฑาล ทาทา่ ทนทานเชษฐา
แถวถ่ังถอยทัพจฑุ า ถา้ ทา้ ถึงทท่ี บทวน
ทดแทนทศทิศถดถอย ท้ายทอยเทดิ ทนู ทวั่ ถว้ น
ถากถางทุบถองอว้ นท้วน ธารงธาตุรวนธุลี
ถลากไถลถลันถลา ถลึงตาถลม่ ถลาถลี
ถมงึ ทงึ ถมทองถบดี ถนดั ถน่ีถกแถลงถ้อยธรรมฯ

๕. กนิ ก๋วยเต๋ียวอยเู่ ต็มปาก อย่าพดู มากเจ๊ียวจา้ วราวลิงจ๋อ
เสยี งโวก้ วา้ กนนั่ ใครเรียกให้รอ อย่าหัวรอ่ รบี โนต้ จดลงไป
ท่สี ่กี ัก๊ ขวักไขวไ่ ปดว้ ยรถ เสียงสบถเอะอะอ๊ะไมไ่ หว
หน้าบูดเบยี้ วร้องว้ามาแต่ไกล เอะ๊ นั่นใครถอดหมวกแก๊ปกระพือลม
แมห่ นูนอ้ ยราป้อฟอ้ แฟ้เฉียด แทก็ ซเ่ี บียดไขว่ควา้ ว้าตดิ หล่ม
วิ่งตึ้กต้กั ร้องวี้ดวา้ ยคล้ายระบม เหยยี บขนมแบนแตด๊ แต๋แย่แลว้ เรา
หอบแฮ่กแฮ่กไอแค้กแค้กตาแปะ๊ ไล่ หนมี าได้ไมย่ ่อมแพแ้ ม่ค้าเขา
เดินโซเซเฉกเช่นเป็นคนเมา เลยหลงเข้าร้านซ่าหรมิ่ คงอิ่มดี

ลาดบั ที่ รายการประเมิน คณุ ภาพผลงาน
๓๒๑
๑ ถูกต้องตามอักขรวิธี
๒ การแบง่ วรรคตอน ลงชือ่ ..............................................................................ผู้ประเมนิ
๓ ออกเสียงชัดเจน / /....................... ........................... ........................
๔ การใชน้ ้าเสียง

รวม

๘๓

ใบงาน เร่ือง เว้นวรรคให้ถกู ตอน

คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนอา่ นออกเสียงขอ้ ความตอ่ ไปนแ้ี ละทาเครื่องหมายเว้นวรรคใหถ้ ูกต้อง
๑. ข่าวในพระบรมมหาราชวัง

วันท่ี ๓ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์
จรัส สุวรรณเวลา รองประธานมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา
ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
นาคณะผู้แทนศูนย์ส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาทั่วประเทศ และ
คณะผู้แทนนักเรียนไทยท่ีกลับจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระหว่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูล
รายงานผลการแข่งขันฯ และรับพระราชทานพระราโชบายเพ่ือเป็นแนวทางในการดาเนินงานของมูลนิธิ
และศูนยส์ ่งเสรมิ โอลมิ ปิกวิชาการฯ

๒. รายการจดหมายเหตุกรงุ ศรี ตอนท่ี ๘๘๔๒ เทศกาลสงกรานต์ “ขนมในประเพณีสงกรานต์”

เทศกาลสงกรานต์แต่ก่อนมีประเพณีทาขนมกวนไปทาบุญตักบาตร แจกจ่ายแลกเปล่ียนรสฝีมือกัน
ที่รู้จักกันดีและยังมีผู้ทามาจนปัจจุบันบ้างคือ ข้าวเหนียวแดงและกาละแม ศาสตราจารย์พระยาอนุมาน-
ราชธนอธิบายการกวนขนมแจกจ่ายญาติมิตรว่า เป็นเพราะสมัยก่อนหาซื้อได้ยากไม่มีผู้ทาขาย เม่ือมี
งานใหญ่จึงทากันคราวหนึ่ง จงึ ทาให้มากสาหรับแบ่งปันกัน นอกจากนี้ยงั เคยนยิ มทาขนมลกู แมงลักนา้ กะทิ
ลอดช่องน้ากะทิ รวมท้ังน้าเย็นตั้งไว้ที่ร้านน้าหน้าบ้าน ให้ผู้กระหายได้กินดื่มตามอัธยาศัย
เป็นน้าใจทม่ี อบใหแ้ ก่กันในวนั สงกรานตซ์ ง่ึ บรรพชนไทยเคยปฏิบตั เิ ป็นประเพณีสงั คมท่ีมีคุณค่ายิ่ง

๘๔

ประเมินการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแก้ว

ลาดับ ชอื่ – สกุล ถูกตอ้ ง การแบ่ง ออกเสยี ง การใช้น้าเสียง รวม
ท่ี ตามอกั ขรวธิ ี วรรคตอน ชดั เจน ๑๖
คะแนน

๔ ๓ ๒ ๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒ ๑

ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............../..................../..............

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ดีมาก = ๔

ดี = ๒ ๑๔ – ๑๖ ดีมาก
๑๑ – ๑๓ ดี
พอใช้ = ๑ ๘ – ๑๐
ตา่ กวา่ ๘ พอใช้
ปรบั ปรุง = ปรับปรุง

๘๕

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางาน

กลุ่ม การรว่ ม
ปรับปรุง
ลาดับ ชอื่ – สกลุ ความร่วมมือ การแสดงความ การรบั ฟัง การตั้งใจ ผลงานกลุม่ รวม
ท่ี ๔๓๒๑ คดิ เห็น ความคิดเห็น ทางาน ๒๐
๔๓๒๑ คะแนน
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงช่อื ..........................................................ผปู้ ระเมนิ
................./.................../................
ดีมาก = ๔
ดี = ๓ หมายเหตุ ครูอาจใช้วธิ ีการมอบหมายให้หวั หน้ากลมุ่
เป็ นผ้ปู ระเมิน หรือให้ตวั แทนกลมุ่ ผลดั กนั ประเมนิ หรือ
พอใช้ = ๒ ให้มกี ารประเมนิ โดยเพ่อื น โดยตวั นกั เรียนเอง
ตามความเหมาะสมก็ได้
ปรบั ปรงุ =๑

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

๑๘ – ๒๐ ดีมาก

๑๔ – ๑๗ ดี
๑๐ – ๑๓ พอใช้

ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ

๘๖

โรงเรียนเทพศริ ินทร์ นนทบุรี

แผนการจดั การเรียนรู้ ๖-๑ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

ช่อื เร่อื ง/หน่วย การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรอง จานวน ๓ คาบเรยี น

วชิ า ภาษาไทย ๓ รหัสวชิ า ท ๒๒๑๐๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๒

ผ้สู อน นางสาวจรยิ า พ่วงจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชี้วัด

สาระที่ ๑ การอา่ น

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพือ่ นาไปใช้ตดั สนิ ใจแก้ปัญหา

ในการดาเนนิ ชีวติ และมนี สิ ัยรักการอ่าน

ตวั ชี้วัดที่ ม ๒/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง

ม ๒/๘ มมี ารยาทในการอ่าน

๒. สาระสาคญั
การอ่านออกเสยี งบทร้อยกรองทงั้ ประเภทกลอน และกาพย์หอ่ โคลงทถ่ี ูกต้องนน้ั ต้องมีความรเู้ ร่ืองหลกั การ

อ่านออกเสยี ง และมีมารยาทในการอ่าน

๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ด้านความรู(้ K)
๓.๑.๑ นักเรยี นเขา้ ใจหลักการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองเบ้ืองต้น
๓.๑.๒ นกั เรยี นเข้าใจหลกั การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทกลอน
๓.๑.๓ นักเรียนเขา้ ใจหลักการอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรองประเภทกาพย์หอ่ โคลง
๓.๒ ดา้ นทกั ษะ(P)
๓.๒.๑ นกั เรียนสามารถอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองได้ถูกตอ้ ง
๓.๒.๒ นกั เรียนอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนได้ถูกต้อง
๓.๒.๓ นักเรยี นอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรองประเภทกาพย์ห่อโคลงได้ถูกต้อง
๓.๓ ดา้ นเจตคติ (A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการอ่าน

๔. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
๑. การอา่ นออกเสียงบทร้อยกรอง
๒. บทร้อยกรองประเภทกลอน และกาพยห์ ่อโคลง
๓. มารยาทในการอา่ น
สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่
-

๕. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร

๘๗

๕.๒ ความสามารถในการคิด
๕.๒.๑ ทักษะการคิดวเิ คราะห์
๕.๒.๒ ทกั ษะการจาแนกประเภท
๕.๒.๓ ทักษะการคิดสรา้ งสรรค์
๕.๒.๔ ทกั ษะการนาความรูไ้ ปใช้

๕.๓ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
๕.๓.๑ กระบวนการทางานกลุม่
๕.๓.๒ กระบวนการปฏบิ ตั ิ

๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๖.๑ มีวนิ ยั
๖.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓ มงุ่ ม่นั ในการทางาน
๖.๔ รกั ความเปน็ ไทย

๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน/ผลงาน
๗.๑ ใบงาน เร่ือง หลกั การอา่ นออกเสียงบทร้อยกรอง
๗.๒ CD บันทกึ การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง

๘. การวัดและประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤตกิ รรมตามตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู/้ จดุ ประสงค/์ ชิน้ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

ตวั ชว้ี ดั วธิ ีวัดประเมนิ เครือ่ งมอื เกณฑ์การตัดสนิ

อา่ นออกเสยี งร้อยกรอง ๑. ตรวจใบงาน เรอ่ื ง ๑. ใบงาน เร่ือง หลักการ ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์

หลักการอ่านออกเสียง อ่านออกเสียงบทร้อย

บทร้อยกรอง กรอง

๒. ตรวจ CD บนั ทกึ การ ๒. CD บนั ทึกการอา่ น

อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ย ออกเสียงบทร้อยกรอง

กรอง

๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ตวั ช้วี ดั วธิ ีวัดประเมนิ เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารตดั สนิ

อา่ นออกเสยี งถูกตอ้ งตาม ประเมินการอา่ นออก แบบประเมนิ การอา่ น ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น

อกั ขระวิธี เสยี งบทรอ้ ยแก้ว ออกเสยี งบทร้อยแก้ว เกณฑ์

กระบวนการทางานกลุม่ สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น

ทางานกลมุ่ ทางานกลุ่ม เกณฑ์

๘๘

๘.๓ เกณฑก์ ารประเมนิ สภาพจรงิ
อา่ นออกเสียงรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ งตามเกณฑก์ ารประเมนิ

๙. การบูรณาการ
-

๑๐. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบเรียนท่ี ๑
๑. ครใู หน้ ักเรยี นสืบคน้ ข้อมลู ตวั อยา่ งการอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรอง จากแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
๒. ครูสุ่มเลขท่ีนักเรียน ๑-๒ คน นาเสนอตัวอย่างการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง นักเรียนร่วมกันแสดง

ความคดิ เห็นการอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรองของเพ่ือน
๓. ครแู บ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง หลักการอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรองจากหนังสือ

เรยี น
๔. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเรอ่ื ง หลกั การฝกึ อ่านออกเสียงบทร้อยกรอง จนมีความเข้าใจกระจ่างชัด
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทาใบงานเร่ือง หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง สมาชิกแต่ละคนที่

ตรวจสอบคาตอบ ถ้าเหน็ ว่าคาตอบยงั ไมถ่ ูกตอ้ งสมบูรณ์กใ็ หเ้ ขยี นคาตอบเพิ่มเตมิ
๖. สมาชิกในแต่ละกลุ่มจะได้มีโอกาสอ่านและเขียนคาตอบหมุนเวียนกันไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ กล่าวคือ

สามารถตอบคาถามได้ชัดเจนครบถ้วนทุกคาถาม
๗. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอคาตอบในใบงานหน้าชั้นเรียน ครูตรวจสอบความถูกต้อง

จากนนั้ กลา่ วชมเชยตวั แทนกลุม่ ที่นาเสนอคาตอบไดถ้ กู ต้องทุกข้อเพื่อเสริมสรา้ งกาลงั ใจ
๘. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปองค์ความรู้เรื่อง หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง และแนวทางในการ

นาความรู้ไปใช้

คาบเรยี นที่ ๒
๑. ครูและนักเรยี นร่วมกนั ทบทวนเร่ือง หลกั การอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรอง
๒. ครูให้นักเรียนฟงั ตวั อย่างการอ่านออกเสยี งบทร้อยกรองประเภทกลอนจากซดี ี หรือครูอ่านให้ฟัง แล้วให้
นักเรียนสงั เกตว่า การอา่ นท่ถี ูกต้องไพเราะนา่ ฟงั มลี ลี าตามเนื้อหาอารมณน์ ัน้ ทาอยา่ งไร
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากคาบท่ีแล้ว) ร่วมกันฝึกอ่านบทร้อยกรองประเภทกลอน ชุดที่ ๑ ตาม
ตวั อยา่ งจากแผน่ บันทึกเสยี ง หรอื จากที่ครอู า่ นให้ฟงั ทลี ะวรรค จนสามารถอ่านได้ถูกต้องคล่องแคลว่ และชดั เจน
๔. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มฝึกอ่านบทร้อยกรองประเภทกลอน ชุดที่ ๒ โดยไม่มีแบบ เป็นการฝึกให้ทาเอง
ต้ังแตต่ ้นจนจบ
๕. สมาชิกแต่ละคนในกลมุ่ ฝึกอา่ นบทร้อยกรองประเภทกลอน ชุดที่ ๓ ใหเ้ กิดความชานาญ
๖. นักเรียนทดสอบการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทกลอน นอกเวลาเรียนกับครูเป็นรายบุคคล
เพ่อื ให้ครูประเมนิ ผล
คาบเรียนที่ ๓
๑. ครูให้นักเรียนดูขบวนเสด็จทางชลมารคและฟังการเห่เรือ จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ นักเรียนร่วมกัน
แสดงความคดิ เห็นเรือ่ ง การเหเ่ รอื
๒. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากคาบที่ ๑) ร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง หลักการอ่านกาพย์ห่อโคลง จาก
หนังสอื เรยี น

๘๙

๓. ครูให้นักเรียนฟังแถบบันทึกเสียงการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทกาพย์ห่อโคลง สมาชิกแต่ละ
กลมุ่ รว่ มกนั อภปิ รายหลักการอ่านกาพยห์ ่อโคลง แลว้ เปรียบเทียบกบั การอา่ นตามแถบบันทึกเสียงที่ฟงั

๔. สมาชิกแต่ละกล่มุ ร่วมกันสรุปวธิ ีการอา่ นว่า การอา่ นที่ถูกต้องไพเราะน่าฟัง มลี ีลาตามเนื้อหาอารมณ์นั้น
ทาอย่างไร

๕. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ฝกึ อ่านกาพย์ห่อโคลงจากเร่ือง กาพยห์ ่อโคลงประพาสธารทองแดง จากหนังสือเรียน
วรรณคดีและวรรณกรรม ม.๒ จนสามารถอา่ นได้ถูกตอ้ ง และคล่องแคล่ว

๖. นักเรียนทดสอบการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทกาพย์ห่อโคลง นอกเวลาเรียนกับครูเป็น
รายบคุ คล เพอื่ ให้ครปู ระเมนิ ผล

๑๑. สือ่ การเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ สานักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์
๑๑.๒ หนงั สอื ค้นควา้ เพ่มิ เติม
- ศึกษาธิการ, กระทรวง. แบบฝกึ ออกเสียงเพื่อแก้ขอ้ บกพร่องในการออกเสียงภาษาไทย.
พิมพ์คร้ังท่ี ๒. กรุงเทพฯ : สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา สถาบนั ภาษาไทย, ๒๕๕๑.
- สโุ ขทัยธรรมาธิราช, มหาวิทยาลยั . ภาษาไทย ๒ (การประพนั ธ์ไทย). นนทบรุ ี :
สานกั เทคโนโลยกี ารศึกษา มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช, ๒๕๒๖.
- ราชบัณฑิตยสถาน. อ่านอย่างไรและเขยี นอย่างไร ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน. พิมพ์ครง้ั ที่ ๑๘
(แก้ไขเพิ่มเติม). กรุงเทพฯ : อรณุ การพมิ พ์, ๒๕๕๑.
๑๑.๓ บทอ่านรอ้ ยกรองประเภทกลอน ชุดท่ี ๑-๓
๑๑.๔ ใบงาน เร่ือง หลกั การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง
๑๑.๕ แถบบันทึกเสียงการอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรองประเภทกลอน และกาพยห์ ่อโคลง

๑๒. แหล่งการเรียนรู้
๑๒.๑ หอ้ งสมดุ
๑๒.๒ แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
- http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=๖๕๒๖๕
- http://news.bugaboo.tv/watch/๓๖๑๒๘/ประวัติขบวนเรือพยหุ ยาตราทางชลมารค.html

๙๐

๑๓. ความเห็นของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา หรือฝา่ ยวิชาการ / หรือผทู้ ่ีรับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่ือ.............................................................
(.....................................................)

ตาแหนง่ ...............................................

๑๔. บันทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมินผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปัญหา อปุ สรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..........................

ลงชอื่ .......................................................
(...................................................)

ผ้สู อน
.................../...................../...................

๙๑

ใบงาน หลกั กำรอ่ำนออกเสียงบทร้อยกรอง

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายหลกั การอ่านต่อไปน้ีมาสนั้ ๆ พอเขา้ ใจ
๑. หลกั การอ่านกลอนบทละคร

๒. หลกั การอ่านกลอนเพลงยาว

๓. หลกั การอ่านกลอนนิทาน

๔. หลกั การอ่านกาพยห์ ่อโคลง

๙๒

เอกสารประกอบการสอน

บทอ่ำนรอ้ ยกรองประเภทกลอน ชดุ ท่ี ๑

สงสารนกั ภคั นิ เี จา้ พเ่ี อ๋ย เป็นค่เู ชยเคยี งชดิ พสิ มยั
ถงึ รปู ชวั่ ตวั ดาแต่น้าใจ จะหาไหนไดเ้ หมอื นเจา้ เยาวมาลย์
ตงั้ แต่น้มี แี ต่จะเลยลบั จนสน้ิ ดบั กาลาปาวสาน
จนมว้ ยดนิ สน้ิ ฟ้าแลบาดาล มไิ ดพ้ าลพบสมรแต่กอ่ นมา
พแ่ี บง่ บญุ บรรพชติ อุทศิ ให้ เจา้ จงไปสสู่ วรรคใ์ หห้ รรษา
อนั ชาตนิ ้มี กี รรมจานริ า เพอ่ื ชาตหิ น้าขอใหพ้ บประสบกนั
เป็นมนุษยค์ รฑุ าเทวาธริ าช อย่ารขู้ าดเสนหาจนอาสญั
ใหส้ มวงศพ์ งศป์ ระยรู ตระกลู กนั อยา่ ต่างพนั ธผุ์ ดิ เพอื นเหมอื นเชน่ น้ี

ท่ีมำ : พระอภยั มณี ของสนุ ทรภู่

บทอ่ำนรอ้ ยกรองประเภทกลอน ชุดที่ ๒

อนั ความคดิ วทิ ยาเหมอื นอาวธุ ประเสรฐิ สดุ ซอ่ นใสเ่ สยี ในฝกั
สงวนคมสมนึกใครฮกึ ฮกั จงึ ค่อยชกั เชอื ดฟนั ใหบ้ รรลยั
จบั ใหม้ นั่ คนั้ หมายใหว้ ายวอด ชว่ ยใหร้ อดรกั ใหช้ ดิ พสิ มยั
ตดั ใหข้ าดปรารถนาหาสง่ิ ใด เพยี รจงไดด้ งั ประสงคท์ ต่ี รงดี
ธรรมดาว่ากษตั รยิ อ์ ตั เิ รก เป็นองคเ์ อกอานาจดงั ราชสหี ์
เสยี งสงั หารผลาญสตั วใ์ นปฐั พี เหตุเพราะมลี มปากนนั้ มากนกั
เหมอื นหน่อเน้อื เชอ้ื วงศท์ อ่ี งอาจ ยอ่ มเปรอ่ื งปราชญป์ รากฏเพราะยศศกั ดิ์
ผใู้ หญ่น้อยพลอยมาสามภิ กั ดิ์ ไดพ้ รอ้ มพรกั ทงั้ ปญั ญาบารมี
ถา้ เกยี จครา้ นเกยี รตยิ ศกถ็ ดถอย ขา้ ไทพลอยแพลงพลกิ ออกหลกี หนี
ตอ้ งเศรา้ สรอ้ ยน้อยหน้าทงั้ ตาปี ทลู ดงั น้กี ลวั จะเป็นเหมอื นเช่นนนั้
ดว้ ยไหนไหนกไ็ ดม้ าสามภิ กั ดิ์ หมายจะรกั พระไปกวา่ จะอาสญั
จงึ ทลู ความตามจรงิ ทุกสงิ่ อนั ลว้ นสาคญั ขออย่าใหผ้ ใู้ ดฯ

ที่มำ : เพลงยาวถวายโอวาทของสนุ ทรภู่

๙๓

บทอ่ำนรอ้ ยกรองประเภทกลอน ชดุ ที่ ๓

ปางอเิ หนาเศรา้ สดุ ถงึ บษุ บา นริ าศรา้ งหา่ งเหเสน่หา
ตะลงึ เหลยี วเปลย่ี วเปลา่ ใหเ้ หงาหงมิ พระพายพาพดั น้องเทย่ี วลอ่ งลอย
โอเ้ ยน็ ค่าน้าคา้ งลงพรา่ งพรอ้ ย สชุ ลปรม่ิ เป่ียมเหยาะเผาะเผาะผอย
หรอื เทวญั ชนั้ ฟ้ามาพาน้อง น้องจะลอยลมบนไปหนใด
แมน้ น้องน้อยลอยถงึ ชนั้ ตรงึ สต์ รยั ไปไวห้ อ้ งชอ่ งสวรรคท์ ช่ี นั้ ไหน
หรอื ไปปะพระอาทติ ยพ์ ศิ วาส สหสั นยั น์จะชว่ ยรบั ประคบั ประคอง
หรอื เมขลาพาชวนนวลละออง ไปร่วมอาสน์เวชยนั ตผ์ นั ผยอง
หรอื ไปรมิ หมิ พานตช์ านไกรลาส เทย่ี วลอยล่องเลยี บฟ้าชมสาคร
โอล้ มแดงแสงแดดจะแผดสอ่ ง บรเิ วณเมรมุ าศราชสงิ ขร
จะดนั้ หมอกออกเมฆวเิ วกใจ จะมวั หมองมง่ิ ขวญั จะหวนั่ ไหว
น่เี วรใดเดด็ สวาทใหค้ ลาดคลาฯ
ที่มำ : นิราศอเิ หนา ของสนุ ทรภู่

๙๔

แบบประเมิน กำรนำเสนอผลงำน

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
๒ ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
๓ ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
๔ ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
๕ วธิ กี ารนาเสนอผลงาน

รวม

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง

๙๕

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำม กำรแสดง กำรรบั ฟัง ควำมตงั้ ใจ กำรแก้ไข รวม
ที่ ของผ้รู บั กำรประเมิน ร่วมมือกนั ควำม ควำมคิดเหน็ ทำงำน ปัญหำ/หรือ ๒๐
ทำกิจกรรม คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงำนกล่มุ

๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรุง

๙๖

แบบประเมิน กำรอ่ำนออกเสียงบทร้อยกรอง

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอ่านออกเสยี งของนกั เรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั
คะแนน

ลำดบั ชื่อ-สกลุ ถกู ต้องตำม กำรแบง่ ออกเสียง กำรใช้น้ำเสียง รวม
ท่ี ของผ้รู บั กำรประเมิน ลกั ษณะ วรรคตอน ชดั เจน ๔๓๒๑ ๑๖
คะแนน
คำประพนั ธ์

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ต้อง ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพรอ่ งเลก็ น้อย ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพรอ่ งปำนกลำง ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๖ ดมี าก
ปฏบิ ตั มิ ีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน
๑๑ - ๑๓ ดี

๘ - ๑๐ พอใช้

ต่ากว่า ๘ ปรบั ปรุง

๙๗

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ชื่อ-สกลุ ควำมมนี ้ำใจ กำรรบั ฟัง กำรแสดง กำรตรงต่อ รวม
ที่ ของผรู้ บั กำรประเมิน ควำมมวี ินัย เอื้อเฟื้ อ ควำม ควำม เวลำ ๒๐
คิดเหน็ คิดเหน็ คะแนน
เสียสละ

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง

แบบประเมินแถบบนั ทึกเสียงกำรอ่ำนออกเสียงบทรอ้ ยกรอง ๙๘

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วประเภทบทบรรยาย

๒ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วประเภทบท
พรรณนา

๓ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอน

๔ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกาพย์
ห่อโคลง

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ดมี าก = ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ดี = ๓ คะแนน ๑๔ - ๑๖ ดมี าก

พอใช้ = ๒ คะแนน ๑๑ - ๑๓ ดี

ปรบั ปรุง = ๑ คะแนน ๘ - ๑๐ พอใช้

ต่ากว่า ๘ ปรบั ปรงุ

๙๙

โรงเรยี นเทพศิรินทร์ นนทบุรี

แผนการจัดการเรียนรู้ ๗-๑ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

ช่อื เรอ่ื ง/หน่วย การแตง่ บทร้อยกรองประเภทกลอน จานวน ๓ คาบเรียน

วชิ า ภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒

ผสู้ อน นางสาวจรยิ า พว่ งจนี

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวชวี้ ัด

สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั

ของภาษาภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ

ตัวช้วี ัดท่ี ม ๔/๑ แต่งบทร้อยกรอง

๒. สาระสาคญั
การแตง่ บทร้อยกรองประเภทกลอน ตอ้ งมคี วามรเู้ รอ่ื ง ฉันทลกั ษณ์และรจู้ กั สรรคามาใช้ให้เหมาะสม

๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ดา้ นความรู(้ K)
๓.๑.๑ นักเรียนเข้าใจหลักการอ่านแต่งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสภุ าพ
๓.๒ ดา้ นทกั ษะ(P)
๓.๒.๑ นกั เรียนสามารถแต่งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสุภาพไดถ้ ูกตอ้ ง
๓.๓ ดา้ นเจตคติ (A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการเขียน

๔. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การแตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสุภาพ
๒. มารยาทในการเขียน
สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
-

๕. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
๕.๒.๑ ทักษะการสังเคราะห์
๕.๒.๒ ทักษะการคิดสร้างสรรค์
๕.๓ ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

๑๐๐

๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๖.๑ มีวนิ ยั
๖.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓ มุ่งมั่นในการทางาน
๖.๔ รักความเปน็ ไทย

๗. ชนิ้ งาน/ภาระงาน/ผลงาน
๗.๑ แบบทดสอบก่อนเรียนเรอ่ื งการแต่งกลอนสภุ าพ
๗.๒ ใบงานเร่อื ง ความรู้เกี่ยวกับบทร้อยกรองประเภทกลอน

๘. การวดั และประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤตกิ รรมตามตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรู/้ จดุ ประสงค/์ ชิน้ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

ตวั ชี้วดั วธิ วี ดั ประเมิน เครือ่ งมอื เกณฑ์การตดั สิน

แต่งบทรอ้ ยกรอง ๑. ตรวจตรวจ ๑. แบบทดสอบก่อน รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์

แบบทดสอบก่อนเรยี น เรียน เรอ่ื ง การแต่ง

เรื่อง การแตง่ กลอน กลอนสภุ าพ

สุภาพ ๒. ใบงานเรอ่ื ง ความรู้

๒. ตรวจใบงานเรอ่ื ง เก่ียวกบั บทร้อยกรอง

ความร้เู ก่ยี วกบั บทรอ้ ย ประเภทกลอน

กรองประเภทกลอน

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

ตวั ชี้วัด วิธีวดั ประเมนิ เครอื่ งมือ เกณฑ์การตัดสิน

แตง่ บทร้อยกรองถูกตอ้ ง ประเมินการอา่ นออก แบบประเมินการอ่าน ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ น

ตามฉนั ทลกั ษณ์ เสยี งบทรอ้ ยแก้ว ออกเสยี งบทร้อยแกว้ เกณฑ์

กระบวนการทางานกลมุ่ สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่าน

ทางานกล่มุ ทางานกลุม่ เกณฑ์

๘.๓ เกณฑ์การประเมินสภาพจรงิ

แต่งบทรอ้ ยกรองได้ถกู ตอ้ งตามเกณฑ์การประเมนิ

๙. การบูรณาการ
-


Click to View FlipBook Version