๑๐๑
๑๐. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
๑. ครูสุ่มนักเรียน ๔-๕ คน นาบทร้อยกรองประเภทกลอนท่ีนักเรียนชอบมาอ่านให้เพื่อนฟัง พร้อมทั้งบอก
เหตผุ ลทช่ี อบ (ครสู ัง่ ใหน้ ักเรียนแต่ละคนเตรยี มบทร้อยกรองประเภทกลอนทีน่ ักเรียนชอบมาลว่ งหน้า)
๒. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นถงึ จดุ เดน่ และจุดดอ้ ยของบทร้อยกรองประเภทกลอนท่เี พอื่ นอา่ น
ขน้ั สอน
๓. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕ คน โดยเรียงตามลาดับเลขที่ สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา
ความรู้เร่ือง ลักษณะของกลอน และลักษณะบังคับของกลอนสุภาพ จากหนังสือเรียน ห้องสมุดและแหล่งข้อมูล
สารสนเทศ
๔. สมาชกิ แต่ละคนนาผลการศึกษาความรู้เรือ่ ง ลักษณะของกลอน และลักษณะบังคับของกลอนสุภาพ มา
ถา่ ยทอดแลกเปลย่ี นเรยี นรู้กันในกลุ่ม
๕. นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันทาใบงานที่เรื่อง ความรูเ้ ก่ียวกับบทร้อยกรองประเภทกลอน เม่ือทาเสร็จแล้ว
ใหต้ รวจสอบความเรยี บร้อย
๖. ตวั แทนนักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอคาตอบในใบงาน ครแู ละเพื่อนนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
รวมถึงการให้คาแนะนาในการปรับปรุงงาน
ข้นั สรปุ
๗. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปองค์ความรู้เรื่อง หลักการแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอน และ
แนวทางในการนาความรู้ไปใช้
๑๑. สอ่ื การเรียนการสอน
๑๑.๑ หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒ สานกั พิมพอ์ กั ษรเจรญิ ทศั น์
๑๑.๒ แบบวดั และบันทึกผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.๒
๑๑.๓ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนทนี่ กั เรียนชอบ
๑๑.๔ ใบงาน เร่ือง ความรู้เกี่ยวกบั บทรอ้ ยกรองประเภทกลอน
๑๑.๕ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรอ่ื ง การแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอน
๑๒. แหลง่ การเรยี นรู้
๑๒.๑ หอ้ งสมุด
๑๒.๒ แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://www.st.ac.th/bhatips/glon.htm
- http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/๑๖๐๕-๐๐/
๑๐๒
๑๓. ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา หรอื ฝา่ ยวชิ าการ / หรือผูท้ ่ีรับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ.............................................................
(.....................................................)
ตาแหน่ง...............................................
๑๔. บันทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมินผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๒ ปญั หา อปุ สรรค และการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..........................
ลงชื่อ.......................................................
(...................................................)
ผู้สอน
.................../...................../...................
๑๐๓
แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง การแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอน
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งขอ้ เดียว
๑. การเรยี กช่อื กลอนประเภทต่างๆ ใชส้ ง่ิ ใดเป็นหลกั ๖. โอค้ ดิ สทิ ธมิ นุษยชนคนสยาม
ก. รปู แบบการแต่ง เขาละเมดิ เพลดิ เพลนิ จนเกนิ งาม จกั เขยี นความเป็นกลอนสนุ ทรเตอื น
ใครอยา่ ไดท้ จุ รติ คดิ ละเมดิ ความประเสรฐิ เลศิ ไทยใครจกั เหมอื น
ข. คาคลอ้ งจองในแต่ละบท
ค. จานวนคาหรอื พยางคใ์ นการแต่ง บทรอ้ ยกรองน้ีเป็นกลอนเพลงประเภทใด
ง. เสยี งวรรณยกุ ตใ์ นตาแหน่งของกลอน ก. กลอนเสภา ข. กลอนนริ าศ
๒. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ คณะของกลอนสภุ าพไดถ้ ูกตอ้ งทส่ี ดุ ค. กลอนนิทาน ง. กลอนเพลงยาว
ก. บทหน่งึ มี ๒ คากลอน หรอื ๔ วรรค วรรคหน่งึ มี ๘ ๗. ลกั ษณะบงั คบั ของกลอนสภุ าพในเรอ่ื งใดทไ่ี มไ่ ดม้ กี าร
คา บงั คบั ใช้ เป็นแต่เพยี งความนยิ ม
ข. บทหน่งึ มี ๔ คากลอน หรอื ๒ วรรค วรรคหน่งึ มี ๘ ก. เสยี งวรรณยุกต์ ข. ความยาว
คา ค. สมั ผสั ง. คณะ
ค. บทหน่งึ มี ๔ คากลอน หรอื ๒ วรรค ๘. การเรยี งลาดบั วรรคในการแต่งกลอนสภุ าพใหเ้ รยี ง
วรรคหน่งึ มี ๗-๙ คา อย่างไร
ง. บทหน่งึ มี ๒ คากลอน หรอื ๔ วรรค ก. วรรคสดบั วรรครบั วรรครอง วรรคสง่
วรรคหน่งึ มี ๗-๙ คา ข. วรรคสดบั วรรครอง วรรครบั วรรคสง่
๓. กลอนในขอ้ ใดต่างประเภทจากกลอนอ่นื ๆ ค. วรรคสดบั วรรครบั วรรคสง่ วรรครอง
ก. กลอนเสภา ข. กลอนสกั วา ง. วรรคสดบั วรรคสง่ วรรครบั วรรครอง
ค. กลอนเพลงยาว ง. กลอนดอกสรอ้ ย ๙. ขอ้ ความใดมสี มั ผสั อกั ษรมากทส่ี ดุ
๔. เมอ่ื นนั้ นางประแดะหกู ลวงดวงสมร ก. ชวี ติ น้ไี มม่ อี ะไรดอก
ครนั้ รุ่งเชา้ ทา้ วประดภู่ ธู ร เสดจ็ จรจากเวยี งไปเลย้ี งววั ข. ยรุ ยาตรยา่ งยามงามสงา่
โฉมเฉลาเนาในทไ่ี สยา บรรจงหนั่ กญั ชาไวท้ า่ ผวั ค. หมนั่ ฝกั ใฝไ่ ตร่ตรองมองมรรคผล
แลว้ อาบน้าทาแป้งแต่งตวั หวหี วั หาเหาเกลา้ ผมมวย
ง. องคอ์ ่อนชอ้ ยลอยเล่อื นเคลอ่ื นกายา
ขอ้ ความน้เี ป็นกลอนขบั รอ้ งประเภทใด ๑๐. บดั น้ไี ดร้ จู้ ติ คดิ สงบ น้อมเคารพกาลเวลาฝา่ กระแส
ก. กลอนนิทาน ข. กลอนบทละคร เปิดโลกและชวี ติ จติ ลบั แล ดว้ ยกุญแจใจตนดลบนั ดาล
ค. กลอนเพลงยาว ง. กลอนดอกสรอ้ ย คาสดุ ทา้ ยของวรรครบั ใชเ้ สยี งใด
๕. จาเรยี งคาจาพรากจากเมอื งหลวง ก. เอก ข. โท
ทกุ ขเ์ พราะจากพรากรกั แสนหนกั ทรวง ค. ตรี ง. จตั วา
จาจากดวงหทยั น้าใจงาม
ขอ้ ความน้เี ป็นกลอนเพลงประเภทใด
ก. กลอนเสภา ข. กลอนนริ าศ
ค. กลอนนทิ าน ง. กลอนเพลงยาว
๑๐๔
ใบงาน ควำมร้เู ก่ียวกบั บทร้อยกรองประเภทกลอน
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายลกั ษณะบงั คบั ของกลอนสุภาพต่อไปน้ี
บนั ลอื ลนั่ บรรเลงเพลงป่ีพาทย์ รวั ระนาดกราดเกรย้ี วเกรยี วกราวหอ้ ง
ตุม้ ตุม้ ตุม้ ตงึ ตงึ องึ อลกลอง มงมงฆอ้ งหมง่ หมง่ วงดนตรี
ออ้ ยออี๋ อ้ ยรอ้ ยเรยี งเสยี งเพลงป่ี
ออ้ ยออี๋ อ้ ยสอดสรอ้ ยรอ้ ยเรยี งเสยี ง รา่ ยวลบี รรเลงเพลงลลี า
ฉิ่งฉาบฉบั ฉ่งิ ฉบั ฉง่ิ ฉาบตี
ที่มำ : นิตยสารสกุลไทย ฉบบั ท่ี ๓๐๒๙
๑. คณะ
๒. สมั ผสั
๓. เสยี งวรรณยกุ ต์
๑๐๕
แบบประเมิน กำรนำเสนอผลงำน
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒
๑ ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
๒ ความคดิ สรา้ งสรรค์
๓ วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
๔ การนาไปใชป้ ระโยชน์
๕ การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง
๑๐๖
แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงใน
ชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำมมนี ้ำใจ กำรรบั ฟัง กำรแสดง กำรตรงต่อ รวม
ท่ี ของผ้รู บั กำรประเมิน ควำมมีวินัย เอือ้ เฟื้ อ ควำม ควำม เวลำ ๒๐
คิดเหน็ คิดเหน็ คะแนน
เสียสละ
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยำ่ งสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง
๑๐๗
แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ
ช่อื กลมุ่ ชนั้
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒
๑ การแบ่งหน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม
๒ ความรว่ มมอื กนั ทางาน
๓ การแสดงความคดิ เหน็
๔ การรบั ฟงั ความคดิ เหน็
๕ ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั
รวม
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ
๑๐๘
โรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ นนทบุรี
แผนการจัดการเรียนรู้ ๘-๑ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
ชอื่ เรอื่ ง/หนว่ ย การเขยี นคัดลายมอื จานวน ๒ คาบเรียน
วชิ า ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒
ผสู้ อน นางสาวจรยิ า พ่วงจีน
๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวชว้ี ัด
สาระท่ี ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขียนเรอื่ งราวใน
รปู แบบต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าอยา่ ง
มปี ระสิทธภิ าพ
ตัวชวี้ ดั ที่ ม ๒/๑ คดั ลายมือตัวบรรจงครึง่ บรรทดั
๒. สาระสาคญั
การคัดลายมือให้ถูกต้องและสวยงาม ช่วยให้การสื่อสารไปยังผู้อ่านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิด
ประโยชนส์ ูงสดุ ซ่งึ รปู แบบการคดั ลายมอื ท่สี วยงาม มหี ลายแบบแตกตา่ งกันออกไป
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ด้านความรู้(K)
๓.๑.๑ สามารถบอกหลกั การคัดลายมอื ทถี่ ูกตอ้ งได้
๓.๒ ด้านทักษะ(P)
๓.๒.๑ คดั ลายมอื ตวั บรรจงคร่ึงบรรทดั ไดถ้ ูกตอ้ งสวยงามตามหลักการ
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการเขียน
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ การคัดลายมอื ตัวบรรจงครึง่ บรรทดั ตามรปู แบบการเขียนตวั อักษรไทย
-
๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๖.๑ ใฝ่เรยี นรู้
๖.๒ มุ่งมนั่ ในการทางาน
๖.๓ มวี ินัย
๑๐๙
๗. ชน้ิ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ ใบงานเรอื่ ง การคัดลายมอื
๘. การวดั และประเมินผล
๘.๑ การวัดพฤตกิ รรมตามตวั ชี้วัด/ผลการเรียนร/ู้ จดุ ประสงค์/ชิ้นงาน/ผลงาน/ภาระงาน
วธิ ีวัดประเมนิ เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารตัดสนิ
ตรวจใบงานเร่อื ง การคัด ใบงานเรอ่ื ง การคดั ลายมือ รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
ลายมือ
๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
วิธีวดั ประเมิน เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารตดั สิน
ประเมนิ การคดั ลายมือตัว แบบประเมนิ การคัดลายมอื ตัวบรรจง ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์
บรรจงคร่ึงบรรทดั คร่งึ บรรทัด
แบบสังเกตพฤติกรรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์
ทางานรายบุคคล รายบคุ คล
๙. การบรู ณาการ
-
๑๐. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นา
๑. ครสู ุ่มเรยี กตัวแทนนักเรยี น ๒ – ๓ คน ออกมาที่หน้าชั้นเรยี น แล้วให้นักเรียนแต่ละคนคดั ลายมอื บน
กระดานตามประโยคท่ีครบู อก
๒. ครูให้เพื่อนในช้ันเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่า การคัดลายมือของตัวแทนนักเรียนท้ัง ๓ คน มี
ลักษณะอยา่ งไร
๓. ครใู ห้นักเรยี นจับคู่กับเพ่ือน แลว้ ช่วยกันอา่ นและวิเคราะหค์ าประพนั ธ์ “ลูกผชู้ าย ลายมอื นั้นคือยศ” แล้ว
ครถู ามนกั เรียนวา่ นักเรียนเห็นด้วยกบั คาประพันธห์ รอื ไม่ อย่างไร
“ลูกผชู้ ายลายมือน้ันคือยศ
คา่ จะหมดจะมีอยู่ทีเ่ ขียน
จะคดั ส่งเขย่ี สง่ จงใหเ้ นยี น
เพราะความเพยี รถกู อักษรสะท้อนคน”
ขัน้ สอน
๔. ครนู าตัวอย่างการคดั ลายมือในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ ตัวอักษรประเภทหวั เหลี่ยม และตัวอักษรประเภทหัว
กลม มาให้นักเรียนดู แล้วถามนักเรียนว่า เคยเห็นลายมือในรูปแบบดังกล่าวหรือไม่ แล้วเคยเห็นที่ไหนบ้าง โดยครู
คอยกระตนุ้ ใหน้ ักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการตอบคาถาม
๕. ครูให้นักเรียนศึกษาความรู้เร่ือง หลักการคัดลายมือ ในหนังสือเรียน โดยครูเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีข้อ
สงสยั หรือไมเ่ ข้าใจซกั ถามเพมิ่ เติม
๑๑๐
๖. ครูอธิบายวา่ การจะคัดลายมอื ให้ถกู ต้องและสวยงามนน้ั จะตอ้ งมีความร้คู วามเข้าใจในหลกั การคัดลายมือ
และหม่ันฝึกฝนอย่างสม่าเสมอ จากนน้ั ครสู ุม่ ถามนกั เรยี นตามเลขที่ ว่าหลกั การคดั ลายมอื มอี ะไรบา้ ง
ข้นั สรุป
๗. ครูให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง รูปแบบตัวอักษร ในหนังสือเรียน เมื่อศึกษาจบแล้วให้นักเรียนทาใบงาน
เรื่อง การคัดลายมือ โดยให้นาเอาวรรคทองในวรรณคดีท่ีนักเรียนชื่นชอบ มา ๑ บท ฝึกคัดลายมือตัวบรรจงคร่ึง
บรรทัดในรปู แบบท่คี รูกาหนด ทาเปน็ การบ้าน และนามาสง่ ในชว่ั โมงเรียนต่อไป
๑๑. สอื่ การเรียนการสอน
๑๑.๑ หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒
๑๑.๒ ตวั อยา่ งการคัดลายมือแบบตา่ ง ๆ
๑๑.๓ ใบงาน เร่อื ง การคดั ลายมอื
๑๒. แหล่งเรียนรู้
๑๒.๑ ห้องสมดุ
๑๒.๒ แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
๑๑๑
๑๓. ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา หรือฝา่ ยวชิ าการ / หรอื ผ้ทู ร่ี ับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .............................................................
(..........................................................)
ตาแหนง่ .......................................................
๑๔. บนั ทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมินผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๒ ปญั หา อปุ สรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .......................................................
(....................................................)
ผ้สู อน
................/...................../...................
๑๑๒
ตวั อย่างการคัดลายมอื แบบตา่ ง ๆ
ตวั อกั ษรแบบหัวเหล่ียม
๑๑๓
ตัวอักษรแบบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ตัวอกั ษรแบบคณะครุศาสตร์
จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย
๑๑๔
เกณฑก์ ารประเมนิ การคัดลายมือ
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
การเว้นชอ่ งไฟ - ระยะหา่ งของตวั อักษร - ระยะหา่ งของตัวอกั ษร - ระยะหา่ งของตัวอักษร
และเว้นวรรค สม่าเสมอ เหมาะสม และ เหมาะสม และเว้นวรรค เหมาะสม และเวน้ วรรค
เวน้ วรรคถูกตอ้ ง ถกู ต้อง ไม่ถูกต้อง
ความถูกต้อง - ถกู ตอ้ งและครบถ้วน - ผดิ / ตก ๑ - ๓ แห่ง - ผดิ / ตก เกินมากกวา่
๓ แห่ง
ความสะอาด - ไมม่ รี อยลบ หรือ ขีดฆ่า - มีรอยลบ หรอื ขีดฆ่า - มีรอยลบ หรอื ขีดฆ่า
สวยงาม ๑ - ๓ แห่ง มากกว่า ๓ แหง่
ทนั เวลาที่กาหนด - คดั เสรจ็ ตามเวลาทก่ี าหนด - ทนั เวลา แต่ปริมาณงานที่ - ทันเวลา แตป่ ริมาณงานท่ี
คดั ไดป้ านกลาง คัดได้น้อย
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
เกณฑ์การผ่าน ต้งั แต่ระดบั คุณภาพพอใช้ขึ้นไป ๑๐ – ๑๒ ดี
สรุป ผ่าน ไมผ่ ่าน ๗ – ๙ พอใช้
ลงชือ่ .................................ผูป้ ระเมิน ๔ – ๖ ควรปรับปรุง
(.....................................)
๑๑๕
ใบงานเรื่อง การคัดลายมือ
คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนนาเอาวรรคทองในวรรณคดที นี่ ักเรยี นชนื่ ชอบ มา ๑ บท ฝกึ คดั ลายมือตวั บรรจง
ครง่ึ บรรทดั ในรูปแบบท่ีครูกาหนด
การคัดลายมือตวั อักษรแบบหัวเหล่ียม
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
๑๑๖
การคัดลายมือตวั อักษรแบบกระทรวงศึกษาธกิ าร
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
๑๑๗
การคัดลายมือตวั อักษรแบบคณะครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
___________________________________________________________________
_
(พิจารณาตามผลงานของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
๑๑๘
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางาน
รายบุคคล
ชอ่ื -นามสกุล………………………………………………………….………..ช้ัน…….….……….เลขท่ี………….……
ลาดบั พฤติกรรม คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิ
ท่ี ๔๓๒๑
๑ การแสดงความคิดเห็น
๒ การยอมรับฟงั คนอ่ืน
๓ ทางานตามท่ไี ด้รับมอบหมาย
๔ ความมนี ้าใจ
๕ การเป็นผนู้ าและผู้ตามทดี่ ี
ลงชอ่ื ..............................................................ผปู้ ระเมนิ
(................................................................)
................./................../...............
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ ๔ คะแนน
๓ คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน
๑ คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั ให้
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ากวา่ ๑๐ ปรับปรุง
๑๑๙
โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ นนทบุรี
แผนการจดั การเรียนรู้ ๙-๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
ชอื่ เร่อื ง/หน่วย การสร้างคา จานวน ๒ คาบเรียน
วิชา ภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
ผูส้ อน นางสาวจริยา พ่วงจีน
๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวชี้วัด
สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั ของ
ภาษาภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
ตัวชี้วดั ที่ ม ๒/๑ สรา้ งคาในภาษาไทย
๒. สาระสาคญั
การศกึ ษาหลักภาษาไทยตอ้ งมคี วามรเู้ รื่องการสรา้ งคาโดยวธิ ตี า่ ง ๆ
๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ด้านความร้(ู K)
๓.๑.๑ สามารถอธิบายการสรา้ งคาในภาษาไทยได้
๓.๒ ดา้ นทักษะ(P)
๓.๒.๑ สร้างคาในภาษาไทยโดยวิธีตา่ ง ๆ ได้
๓.๓ ดา้ นเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการเขียน
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ การสร้างคาในภาษาไทย
-
๕. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๖.๑ ใฝ่เรยี นรู้
๖.๒ มงุ่ มัน่ ในการทางาน
๖.๓ มีวินยั
๖.๔ รักความเป็นไทย
๑๒๐
๗. ช้ินงาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ ใบงานเร่ือง การสร้างคาในภาษาไทย
๗.๒ ใบงานเรือ่ ง การวิเคราะหก์ ารสร้างคาในภาษาไทย
๗.๓ ใบงานเร่อื ง การสังเคราะหค์ วามรู้การสรา้ งคาในภาษาไทย
๘. การวัดและประเมินผล
๘.๑ การวดั พฤตกิ รรมตามตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้/จุดประสงค/์ ชิ้นงาน/ผลงาน/ภาระงาน
วธิ ีวัดประเมิน เคร่อื งมอื เกณฑ์การตดั สนิ
ตรวจใบงานเรอ่ื ง การสรา้ งคาในภาษาไทย ใบงานเรอ่ื ง การสร้างคาในภาษาไทย รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานเร่ือง การวิเคราะห์การสร้างคา ใบงานเร่อื ง การวิเคราะห์การสร้างคาใน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
ในภาษาไทย ภาษาไทย
ตรวจใบงานเรื่อง การสังเคราะห์ความรู้การ ใบงานเรื่อง การสังเคราะห์ความรู้การ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
สร้างคาในภาษาไทย สร้างคาในภาษาไทย
๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
วธิ ีวดั ประเมิน เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารตัดสิน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล รายบคุ คล
๙. การบรู ณาการ
-
๑๐. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนา
๑. ครแู บง่ นักเรียนเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ ๔ คน คละกันตามความสามารถ จากน้ันใหส้ มาชิกแต่ละกล่มุ แบง่ หัวข้อ
ศึกษาเร่ือง การสร้างคา จากหนงั สอื เรียน ห้องสมดุ และแหล่งข้อมลู สารสนเทศ
๒. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มทาความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายและวิธีการสร้างคา แล้วร่วมกันอภิปรายเพื่อ
สรุปองค์ความรู้
ขั้นสอน
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทาใบงานเร่ือง การสร้างคาในภาษาไทย โดยให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มหา
คาตอบดว้ ยตนเองจนครบทกุ ขอ้ จากนนั้ จับคกู่ บั เพือ่ นในกลุ่มผลดั กนั อธบิ ายคาตอบใหค้ ู่ของตนเองฟัง
๔. นักเรียนรวมกลุ่ม ๔ คน ให้แต่ละคู่ผลัดกันอธิบายคาตอบให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งในกลุ่มฟัง เพ่ือช่วยกัน
ตรวจสอบความถกู ต้อง
๕. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั ทาใบงานเร่อื ง การวเิ คราะห์การสร้างคาในภาษาไทย
๑๒๑
๖. นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็นถึงความจาเป็นท่จี ะตอ้ งสร้างคาขน้ึ มาใช้ในภาษาไทย
๗. นักเรียนแต่ละคนทาใบงาน เร่อื ง การสังเคราะห์ความรูก้ ารสร้างคาในภาษาไทย เม่ือทาเสร็จแลว้ ให้นาส่ง
ครตู รวจ
ขน้ั สรุป
๘. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรื่อง การสร้างคา และการนาความรู้ไปใช้ให้
เปน็ ประโยชนต์ อ่ ไป
๑๑. สื่อการเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ สานักพมิ พ์วัฒนาพานิช
๑๑.๒ ใบงานเร่อื ง การสรา้ งคาในภาษาไทย
๑๑.๓ ใบงานเรอ่ื ง การวเิ คราะห์การสร้างคาในภาษาไทย
๑๑.๔ ใบงานเร่ือง การสังเคราะหค์ วามร้กู ารสร้างคาในภาษาไทย
๑๒. แหลง่ เรยี นรู้
๑๒.๑ หอ้ งสมุด
๑๒.๒ แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://buka.freeoda.com/?p=๑๗
- http://netdao๒๔๑๕.blogspot.com/
- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=
๑๖๑๗๓
๑๒๒
๑๓. ความเห็นของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา หรือฝ่ายวิชาการ / หรือผ้ทู ร่ี บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .............................................................
(..........................................................)
ตาแหนง่ .......................................................
๑๔. บนั ทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๒ ปญั หา อปุ สรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .......................................................
(....................................................)
ผสู้ อน
................/...................../...................
๑๒๓
ใบงาน กำรสรำ้ งคำในภำษำไทย
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
๑. เหตุใดจงึ มกี ารสรา้ งคาในภาษาไทย
๒. คาประสมมลี กั ษณะอยา่ งไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอยา่ งไร
๓. คาซอ้ นมลี กั ษณะอยา่ งไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอยา่ งไร
๔. คาซา้ มลี กั ษณะอยา่ งไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอยา่ งไร
๕. คาสมาสมลี กั ษณะอย่างไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอยา่ งไร
๖. คาสมาสทม่ี สี นธมิ ลี กั ษณะอยา่ งไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอยา่ งไร
๗. คาซอ้ นเพ่อื เสยี งมลี กั ษณะอยา่ งไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอยา่ งไร
๘. จากการศกึ ษาเรอ่ื งคาสมาส นกั เรยี นไดร้ บั ความรเู้ รอ่ื งใดบา้ งนอกจากเรอ่ื งการสรา้ งคา
๑๒๔
ใบงาน กำรวิเครำะหก์ ำรสร้ำงคำในภำษำไทย
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นอธบิ ายการสรา้ งคาลงในตาราง
คำ ควำมหมำย วิธีกำรสร้ำงคำ โครงสร้ำง
(ตวั อยา่ ง) ตาขาว แสดงอาการขลาดกลวั คาประสม ตา+ขาว
๑. สองหวั คณติ ศา
๒. ดด๊ี ี น้อยหน
๓. เกยี รตคิ ุณ ตอนเชา้
๔. ขอทาน
๕. สเี ทาๆ
๖. ปฐมวยั
๗. ไดเ้ สยี
๘. เสอ้ื ผา้
๙. มนุษยธรรม
๑๐.หน้าตา
๑๑.กลมๆ
๑๒.
๑๓.
๑๔.
๑๕.ห่อหมก
๑๖.ถว้ ยชาม
๑๒๕
ใบงาน กำรสงั เครำะหค์ วำมรกู้ ำรสร้ำงคำในภำษำไทย
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นบทสนทนาเพอ่ื อธบิ ายการสรา้ งคา ตามทก่ี าหนด
(ตวั อยา่ ง) บทสนทนาระหว่างนกั เรยี นกบั ครู
นกั เรยี น : ครคู รบั ผมอยากทราบว่า คาว่า มดแดง เป็นคาประสมใชห่ รอื เปลา่ ครบั
ครู : ใชจ่ ะ๊ เพราะเป็นคามลู ทมี่ คี วามหมายต่างกนั มารวมกนั เป็นคาเดยี วและมคี วามหมายใหม่
เกดิ ขน้ึ
๑. คาประสม
๒. คาซอ้ น
๓. คาซ้า
๔. คาสมาส
๑๒๖
แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงใน
ชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำมตงั้ ใจ ควำม กำรตรงต่อ ควำมสะอำด ผลสำเรจ็ รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน ในกำรทำงำน รบั ผิดชอบ เวลำ เรียบรอ้ ย ของงำน ๒๐
คะแนน
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง
๑๒๗
แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงใน
ช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ชื่อ-สกลุ ควำม กำรแสดง กำรรบั ฟัง ควำมตงั้ ใจ กำรแก้ไข รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน ร่วมมือกนั ควำม ควำมคิดเหน็ ทำงำน ปัญหำ/หรอื ๒๐
ทำกิจกรรม คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงำนกล่มุ
๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยำ่ งสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ
๑๒๘
โรงเรียนเทพศริ ินทร์ นนทบุรี
แผนการจดั การเรยี นรู้ ๑๐-๑ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
ชอ่ื เร่ือง/หนว่ ย การอ่านเพื่อจบั ใจความสาคัญ การอ่านเพอ่ื วิเคราะห์ จานวน ๒ คาบเรียน
วิชา ภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒
ผู้สอน นางสาวจรยิ า พ่วงจนี
๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ช้วี ัด
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพื่อนาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการ
ดาเนนิ ชวี ติ และมนี ิสยั รกั การอ่าน
ตวั ช้วี ดั ท่ี ม ๒/๒ จบั ใจความสาคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรือ่ งทอ่ี ่าน
๒. สาระสาคัญ
การอ่านจบั ใจความสาคญั จากส่อื ตา่ ง ๆ ต้องมคี วามรู้ความเข้าใจในเร่ืองหลกั การอา่ นจับใจความสาคัญ
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ดา้ นความร้(ู K)
๓.๑.๑ นกั เรียนมคี วามรูค้ วามเข้าใจเร่อื งหลักการอ่านจบั ใจความสาคญั
๓.๒ ด้านทกั ษะ(P)
๓.๒.๑ นกั เรยี นอา่ นจบั ใจความสาคญั จากบทอา่ นไดอ้ ย่างถูกต้อง เหมาะสม
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการอ่าน
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ การอา่ นจับใจความจากส่ือต่าง ๆ เชน่ บทความ
-
๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๖.๑ ใฝ่เรียนรู้
๖.๒ มงุ่ มน่ั ในการทางาน
๖.๓ มีวินยั
๑๒๙
๗. ชิน้ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ ใบงาน เรอ่ื ง การอ่านเพื่อจับใจความสาคัญ
๗.๒ ใบงาน เร่อื ง การอ่านจับใจความสาคัญจากบทความ
๘. การวดั และประเมินผล
๘.๑ การวดั พฤตกิ รรมตามตัวชี้วัด/ผลการเรยี นร/ู้ จุดประสงค/์ ช้ินงาน/ผลงาน/ภาระงาน
วธิ ีวัดประเมิน เครอ่ื งมือ เกณฑ์การตัดสิน
ตรวจใบงาน เร่ือง การอ่านเพื่อจับใจความ ใบงาน เรื่อง การอ่านเพ่ือจับใจความ รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
สาคัญ สาคญั
ตรวจใบงาน เร่ือง การอ่านจับใจความสาคัญ ใบงาน เร่ือง การอ่านจับใจความสาคัญ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
จากบทความ จากบทความ
๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
วิธวี ดั ประเมิน เครอื่ งมอื เกณฑ์การตัดสนิ
สังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ ระดับคณุ ภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
ประเมินการนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์
๙. การบูรณาการ
-
๑๐. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นา
๑. ครสู นทนากับนกั เรียนเร่ืองการจบั ใจความสาคญั เพ่ือทบทวนความร้ทู น่ี ักเรียนเคยเรียนมาแล้ว
๒. ครใู ห้นกั เรียนเลา่ ประสบการณ์เกยี่ วกบั ขอ้ ผดิ พลาดในการอ่านเพ่ือจบั ใจความสาคัญ
ขนั้ สอน
๓. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน โดยเรียงตามลาดับเลขท่ี แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา
ความรเู้ ร่อื ง การอา่ นเพื่อจบั ใจความสาคญั จากหนังสอื เรียน และแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
๔. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ รว่ มกันอธิบายความร้ทู ไ่ี ดศ้ กึ ษามาเพื่อทาความเข้าใจเป็นอนั หน่งึ อันเดยี วกนั
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ทาใบงาน เร่อื ง การอ่านเพือ่ จบั ใจความสาคญั เม่ือทาเสร็จแล้วให้นาสง่ ครตู รวจ
๖. ครูให้นักเรียนค้นคว้าบทความท่ีนักเรียนสนใจ คนละ ๑ เรื่อง แล้วมานาเสนอให้เพ่ือนในกลุ่มฟัง โดยให้
เจา้ ของบทความชี้แนะถึงคุณประโยชน์และความน่าสนใจของบทความที่เลือกมา
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มคัดเลือกบทความท่ีสมาชิกนาเสนอ เพ่ือนามาประกอบการทาใบงาน เร่ือง การอ่าน
จับใจความสาคัญจากบทความ
๘. ครูสุม่ ตวั แทนนักเรยี นแต่ละกลุม่ ออกมานาเสนอการจับใจความสาคัญจากบทความในใบงานหนา้ ชน้ั เรียน
ขัน้ สรุป
๙. ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง รวมถึงการให้คาแนะนาในการพฒั นางาน
๑๓๐
๑๑. สื่อการเรียนการสอน
๑๑.๑ หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒ สานักพิมพ์วัฒนาพานชิ
๑๑.๒ ใบงาน เรือ่ ง การอา่ นเพอื่ จับใจความสาคญั
๑๑.๓ ใบงาน เรอ่ื ง การอ่านจบั ใจความสาคญั จากบทความ
๑๒. แหลง่ เรียนรู้
๑๒.๑ ห้องสมุด
๑๒.๒ แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://kunkrunongkran.wordpress.com/ภาษาไทย-ม-๒/การอ่านจับใจความ/
๑๓. ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษา หรอื ฝ่ายวิชาการ / หรือผู้ทรี่ ับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .............................................................
(..........................................................)
ตาแหนง่ .......................................................
๑๔. บันทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมนิ ผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๒ ปญั หา อปุ สรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .......................................................
(....................................................)
ผสู้ อน
................/...................../...................
๑๓๑
ใบงาน กำรอ่ำนเพ่ือจบั ใจควำมสำคญั
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
๑. การอ่านเพ่อื จบั ใจความสาคญั มลี กั ษณะอยา่ งไร
๒. การอ่านจบั ใจความสาคญั มคี วามสาคญั อยา่ งไร
๓. นกั เรยี นสามารถนาเรอ่ื งการอ่านจบั ใจความสาคญั ไปใชป้ ระโยชน์ในการศกึ ษาวชิ าต่างๆ ไดอ้ ยา่ งไร
๔. การอ่านเพอ่ื จบั ใจความสาคญั มหี ลกั การอยา่ งไร
๕. นกั เรยี นคดิ ว่า หลกั การอ่านจบั ใจความสาคญั มคี วามสมั พนั ธก์ บั การอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น
อยา่ งไร
๑๓๒
ใบงาน กำรอ่ำนจบั ใจควำมสำคญั จำกบทควำม
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มคดั เลอื กบทความ ๑ เรอ่ื ง นามาตดิ ลงในกรอบ แลว้ จบั ใจความสาคญั
(ตดิ บทความ)
จากบทความเรอ่ื ง ๑๓๓
๑. จบั ใจความสาคญั ในแต่ละยอ่ หน้า
สรปุ ใจความสาคญั ไดด้ งั น้ี
ยอ่ หน้าท่ี ๑
ยอ่ หน้าท่ี ๒
ยอ่ หน้าท่ี ๓
ยอ่ หน้าท่ี ๔
๒. เขยี นเรยี บเรยี งใหม่
๑๓๔
แบบประเมิน กำรนำเสนอผลงำน
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒
๑ เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
๒ ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
๓ ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
๔ ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
๕ วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรุง
๑๓๕
แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงใน
ช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำม กำรแสดง กำรรบั ฟัง ควำมตงั้ ใจ กำรแก้ไข รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน รว่ มมือกนั ควำม ควำมคิดเหน็ ทำงำน ปัญหำ/หรอื ๒๐
ทำกิจกรรม คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงำนกล่มุ
๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ
๑๓๖
โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ นนทบรุ ี
แผนการจัดการเรียนรู้ ๑๐-๒ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
ชอื่ เร่ือง/หน่วย การอ่านเพื่อจับใจความสาคัญ การอา่ นเพ่อื วเิ คราะห์ จานวน ๒ คาบเรยี น
วิชา ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒
ผูส้ อน นางสาวจรยิ า พ่วงจนี
๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชี้วัด
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพือ่ นาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดาเนินชีวิต และมนี สิ ัยรักการอา่ น
ตัวชว้ี ัดที่ ม ๒/๔ อภปิ รายแสดงความคิดเห็นและขอ้ โตแ้ ย้งเกี่ยวกับเร่อื งที่อา่ น
๒. สาระสาคัญ
การอ่านจับใจความจากส่ือต่าง ๆ ให้อภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อโต้แย้ง วิเคราะห์และจาแนก
ข้อเท็จจริง ขอ้ มูลสนับสนุน และข้อคิดเห็น ระบุข้อสังเกตการชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผลของงาน
เขียน
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ดา้ นความร(ู้ K)
๓.๑.๑ นกั เรียนมีความรูค้ วามเข้าใจเร่ืองหลักการอา่ นเพอ่ื การวิเคราะห์
๓.๒ ดา้ นทักษะ(P)
๓.๒.๑ อภิปรายแสดงความคิดเหน็ และขอ้ โตแ้ ย้งเก่ยี วกับเรอ่ื งทอี่ า่ นได้
๓.๒.๒ วเิ คราะห์และจาแนกขอ้ เท็จจรงิ ขอ้ มลู สนับสนุน และข้อคิดเห็นจากบทความทอ่ี ่านได้
๓.๓ ดา้ นเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการอ่าน
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ การอา่ นจบั ใจความจากสอ่ื ต่าง ๆ เช่น งานเขยี นหรอื บทความแสดงขอ้ เท็จจริง
-
๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
๑๓๗
๖. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๖.๑ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๒ ม่งุ ม่ันในการทางาน
๖.๓ มีวนิ ัย
๗. ช้นิ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ ใบงาน เรอื่ ง การวเิ คราะห์บทความแสดงข้อเท็จจรงิ
๘. การวัดและประเมนิ ผล
๘.๑ การวัดพฤติกรรมตามตวั ชีว้ ัด/ผลการเรยี นร/ู้ จดุ ประสงค/์ ชิ้นงาน/ผลงาน/ภาระงาน
วธิ ีวดั ประเมิน เคร่อื งมือ เกณฑ์การตัดสนิ
ตรวจใบงาน เร่ือง การวิเคราะห์บทความ ใบงาน เร่ือง การวิเคราะห์บทความ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
แสดงขอ้ เทจ็ จริง แสดงข้อเทจ็ จริง
๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
วิธวี ัดประเมิน เครื่องมือ เกณฑ์การตัดสนิ
สังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์
๙. การบรู ณาการ
-
๑๐. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นา
๑. ครูสนทนากับนกั เรียนเรื่อง การอ่านเพือ่ จบั ใจความสาคัญ เพ่อื ทบทวนความร้เู ดิม
๒. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่า นักเรียนจะต้องศึกษาเร่ือง การอ่านเพื่อการวิเคราะห์ เพ่ือนาความรู้ไป
วิเคราะหส์ ่อื ตา่ ง ๆ
ขน้ั สอน
๓. นักเรยี นแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีแล้ว) ร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง การอ่านเพื่อการ
วเิ คราะห์ จากหนังสือเรยี น
๔. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปหลักการอ่านเพื่อการวิเคราะห์ เพ่ือให้นักเรียนได้เลือกใช้ในการ
วิเคราะห์ส่อื ตา่ ง ๆ
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกบทความแสดงข้อเท็จจริง มากลุ่มละ ๑ เรื่อง แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น
เกย่ี วกับเหตุผลทเ่ี ลอื กบทความเร่ืองดงั กล่าวมาวิเคราะห์
๖. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ สรปุ หลกั การท่จี ะนามาใช้วเิ คราะห์บทความแสดงข้อเทจ็ จรงิ
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทาใบงาน เรื่อง การวิเคราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริง เมื่อทาเสร็จแล้วให้
ร่วมกนั ตรวจสอบความเรียบร้อย
๑๓๘
๘. ครูขออาสาสมัครตวั แทนนกั เรยี น ๑-๒ กลมุ่ ออกมานาเสนอการวิเคราะห์บทความแสดงข้อเทจ็ จรงิ ใน
ใบงานหน้าชนั้ เรียน
ข้นั สรปุ
๙. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง และแสดงความคดิ เห็นเพ่มิ เติม
๑๑. สอ่ื การเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒ สานักพิมพว์ ัฒนาพานชิ
๑๑.๒ บทความแสดงข้อเทจ็ จริง
๑๑.๓ ใบงาน เร่ือง การวเิ คราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริง
๑๒. แหลง่ เรียนรู้
๑๒.๑ หอ้ งสมุด
๑๓๙
๑๓. ความเห็นของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา หรือฝ่ายวิชาการ / หรอื ผู้ท่ีรับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .............................................................
(..........................................................)
ตาแหน่ง.......................................................
๑๔. บันทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๒ ปัญหา อปุ สรรค และการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.......................................................
(....................................................)
ผูส้ อน
................/...................../...................
๑๔๐
ใบงาน กำรวิเครำะหบ์ ทควำมแสดงข้อเทจ็ จริง
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กบทความแสดงขอ้ เทจ็ จรงิ ๑ เรอ่ื ง ตดิ ลงในกรอบ แลว้ วเิ คราะหเ์ รอ่ื งตาม
หลกั การวเิ คราะห์
(ตดิ บทความ)
๑๔๑
การวเิ คราะหเ์ รอ่ื ง
๑. รปู แบบของเรอ่ื ง
๒. ใจความสาคญั ของเรอ่ื ง
๓. ขอ้ เทจ็ จรงิ
๔. ความคดิ ของผเู้ ขยี น
๕. การเรยี งลาดบั เหตุการณ์
๖. การใชส้ านวนภาษา
๑๔๒
แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ
ช่อื กลมุ่ ชนั้
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒
๑ การแบ่งหน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม
๒ ความรว่ มมอื กนั ทางาน
๓ การแสดงความคดิ เหน็
๔ การรบั ฟงั ความคดิ เหน็
๕ ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั
รวม
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ
๑๔๓
โรงเรยี นเทพศิรินทร์ นนทบรุ ี
แผนการจัดการเรียนรู้ ๑๑-๑ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
ชื่อเร่ือง/หน่วย หลักการฟงั และดสู อื่ จานวน ๑ คาบเรยี น
วิชา ภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๒
ผสู้ อน นางสาวจรยิ า พ่วงจนี
๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวชีว้ ัด
สาระท่ี ๓ การฟงั การดู การพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และความรู้สกึ
ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ตวั ชีว้ ดั ที่ ม ๒/๒ วเิ คราะหข์ ้อเท็จจริง ข้อคิดเหน็ และความนา่ เช่อื ถอื ของข่าวสารจากสอื่ ตา่ ง ๆ
ม ๒/๖ มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด
๒. สาระสาคญั
การวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องที่ฟังและดู และการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ต้องมีความรู้พ้ืนฐาน และมี
มารยาทในการฟังและการดู
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ดา้ นความร(ู้ K)
๓.๑.๑ นักเรียนมีความรู้ความรพู้ นื้ ฐานในการฟงั และดูสอื่
๓.๒ ดา้ นทักษะ(P)
๓.๒.๑ นกั เรยี นอธบิ ายความรู้พืน้ ฐานในการฟงั และดูสือ่ ได้
๓.๓ ดา้ นเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการฟัง และการดู
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ การพดู วิเคราะห์และวจิ ารณ์จากเรือ่ งทฟี่ ังและดู
๔.๒ มารยาทในการฟงั การดู
๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๑๔๔
๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๖.๑ ใฝ่เรียนรู้
๖.๒ มงุ่ มัน่ ในการทางาน
๖.๓ มีวนิ ัย
๗. ชนิ้ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ ใบงานเรือ่ ง ความรู้พ้ืนฐานในการฟงั และดสู ือ่
๘. การวัดและประเมนิ ผล
๘.๑ การวัดพฤตกิ รรมตามตัวชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู/้ จุดประสงค/์ ชน้ิ งาน/ผลงาน/ภาระงาน
วิธีวดั ประเมนิ เครอ่ื งมือ เกณฑ์การตดั สิน
ตรวจใบงานเร่ือง ความรู้พื้นฐานในการฟัง ใบงานเรื่อง ความรู้พ้ืนฐานในการฟัง รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
และดสู ือ่ และดูสื่อ
๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์
วธิ ีวดั ประเมนิ เครื่องมอื เกณฑ์การตดั สิน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๙. การบูรณาการ
-
๑๐. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
๑. ครสู นทนากับนักเรียนเรื่องการส่ือสาร จากน้ันใหน้ ักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั ความสาคัญ
ของการสอื่ สารในยุคปัจจบุ นั
ข้นั สอน
๒. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปาน
กลางค่อนข้างอ่อน และออ่ น
๓. นกั เรียนแต่ละกลุม่ รว่ มกันศึกษาความรเู้ รอื่ ง ความรู้พื้นฐานในการฟังและดสู ่ือ จากหนังสือเรยี น
๔. ครูและนกั เรียนร่วมกันอภปิ รายเรอ่ื ง ความรพู้ ้ืนฐานในการฟงั และดสู ่ือ จนมคี วามเขา้ ใจกระจา่ งชัด
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทาใบงาน เร่อื ง ความรู้พื้นฐานในการฟังและดูส่ือ สมาชิกแต่ละคนที่ตรวจสอบ
การเขียนข้อความในตาราง ถ้าเห็นวา่ ไม่ถกู ตอ้ งใหเ้ สนอแนะหรอื ให้คาแนะนา แลว้ แกไ้ ขให้ถกู ตอ้ ง
๖. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอคาตอบในใบงาน ครูและเพ่ือนนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
แล้วกลา่ วชมเชยนกั เรยี นกลุ่มที่นาเสนอคาตอบได้ถกู ตอ้ งครบทง้ั ๒ ตอน เพือ่ เสริมสรา้ งกาลังใจ
๑๔๕
ขัน้ สรุป
๗. นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายสรปุ องคค์ วามรู้เรื่อง ความรู้พน้ื ฐานในการฟงั และดสู ื่อ
๑๑. สื่อการเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนงั สอื เรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒ สานักพิมพว์ ัฒนาพานชิ
๑๑.๒ ใบงานเร่ือง ความร้พู ื้นฐานในการฟงั และดสู ื่อ
๑๒. แหล่งเรยี นรู้
๑๒.๑ หอ้ งสมุด
๑๓. ความเหน็ ของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา หรอื ฝา่ ยวิชาการ / หรือผูท้ ีร่ ับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .............................................................
(..........................................................)
ตาแหน่ง.......................................................
๑๔. บันทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๒ ปัญหา อปุ สรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.......................................................
(....................................................)
ผสู้ อน
................/...................../...................
๑๔๖
ใบงาน ควำมรพู้ นื้ ฐำนในกำรฟังและดสู ื่อ
ตอนที่ ๑
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาขอ้ ความต่อไปน้ี เขยี นลงในตารางใหเ้ น้อื หามคี วามสมั พนั ธก์ นั
๑) ฟงั และดขู า่ วการเมอื ง ๕) ฟงั การบรรยายธรรม ๙) ฟงั การอ่านบทกวี
๒) ฟงั และดรู ายการหน้ีแผ่นดนิ ๖) ดรู ายการสอ่ งโลก ๑๐) ฟงั พระบรมราโชวาท
๓) ฟงั และดมู วิ สคิ วดิ โี อ ๗) ดรู ายการธรรมปรทิ ศั น์ ๑๑)ดรู ายการสนทนาปญั หาอาเซยี น
๔) ดรู ายการชวี ติ สดใส ๘) ดลู ะครโทรทศั น์ ๑๒) ดรู ายการคบเดก็ สรา้ งบา้ น
ช่วยพฒั นำด้ำนสติปัญญำ ช่วยให้มคี วำมสนุกสนำน ช่วยพฒั นำด้ำนสงั คม ช่วยพฒั นำจิตใจ
เพลิดเพลินใจ
ตอนท่ี ๒
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาพยญั ชนะ ก-ฉ หน้าขอ้ ความมาเตมิ ลงในช่องว่างใหใ้ จความมคี วามสมั พนั ธก์ นั
ก. วางใจเป็นกลาง ค. ฟงั และดอู ยา่ งตงั้ ใจและอดทน จ. การซกั ถาม
ข. มจี ดุ มงุ่ หมายในการฟงั ง. ตอบสนองผพู้ ดู ฉ. ไมร่ บกวนสมาธผิ อู้ ่นื
๑) ใชว้ จิ ารณญาณในการฟงั
๒) มสี มาธใิ นการฟงั
๓) แสดงความสนใจในเรอ่ื งทฟ่ี งั
๔) ไมท่ าใหม้ เี สยี งอ่นื แทรกในขณะทก่ี าลงั ฟงั
๕) กาหนดว่าตอ้ งการฟงั เพอ่ื อะไร ฟงั ทาไม
๖) ใหก้ ระทาเมอ่ื เกดิ ขอ้ สงสยั ไมม่ เี จตนาทดสอบผพู้ ดู
๗) มจี ติ ใจจดจอ่ กบั เรอ่ื งทฟ่ี งั
๘) อดทนต่ออุปสรรคทข่ี ดั ขวางการฟงั และดู
๑๔๗
แบบประเมิน กำรนำเสนอผลงำน
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒
๑ เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
๒ ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
๓ ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
๔ ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
๕ วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรุง
๑๔๘
แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงใน
ช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ช่ือ-สกลุ กำรแสดง กำรยอมรบั กำรทำงำน ควำมมนี ้ำใจ กำรมี รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน ควำม ฟังคนอ่ืน ตำมท่ีได้รบั ส่วนร่วมใน ๒๐
คิดเหน็ มอบหมำย กำรปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงำนกลุ่ม
๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑
ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยำ่ งสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้
ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ
๑๔๙
โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ นนทบุรี
แผนการจัดการเรียนรู้ ๑๑-๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
ชอื่ เร่ือง/หนว่ ย หลักการฟังและดูสอ่ื (สอื่ ในชีวติ ประจาวัน) จานวน ๑ คาบเรียน
วิชา ภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒
ผู้สอน นางสาวจริยา พว่ งจนี
๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวช้วี ดั
สาระท่ี ๓ การฟงั การดู การพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สกึ
ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตัวชี้วดั ท่ี ม ๒/๒ วเิ คราะห์ข้อเทจ็ จรงิ ข้อคิดเหน็ และความนา่ เชือ่ ถอื ของข่าวสารจากส่อื ตา่ ง ๆ
ม ๒/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
๒. สาระสาคญั
การวเิ คราะห์วจิ ารณ์เรือ่ งที่ฟังและดูอย่างมีเหตุผลเพ่ือนาขอ้ คดิ มาใช้ในชวี ิตประจาวนั ต้องมีความรเู้ ก่ยี วกับ
สอื่ ตา่ ง ๆ วิเคราะหข์ อ้ เทจ็ จริง ข้อคิดเห็น และความนา่ เชือ่ ถือของขา่ วสาร และมมี ารยาทในการฟงั และการดู
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ด้านความรู้(K)
๓.๑.๑ นักเรียนมคี วามรู้พ้นื ฐานเกีย่ วกบั ส่อื ในชีวติ ประจาวนั
๓.๒ ดา้ นทกั ษะ(P)
๓.๒.๑ นกั เรียนอธิบายความรูเ้ กย่ี วกบั ส่ือในชีวติ ประจาวนั ได้
๓.๓ ดา้ นเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการฟงั และการดู
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ การพูดวเิ คราะห์และวจิ ารณ์จากเรือ่ งทีฟ่ งั และดู
๔.๒ มารยาทในการฟงั การดู
๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
๑๕๐
๖. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๖.๑ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๒ มุง่ ม่ันในการทางาน
๖.๓ มวี นิ ยั
๗. ชิ้นงาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ ใบงาน เรอื่ ง ส่ือในชวี ติ ประจาวัน
๘. การวัดและประเมนิ ผล
๘.๑ การวดั พฤตกิ รรมตามตวั ช้วี ดั /ผลการเรยี นรู/้ จุดประสงค์/ชิ้นงาน/ผลงาน/ภาระงาน
วิธีวดั ประเมิน เครอื่ งมอื เกณฑ์การตัดสนิ
ตรวจใบงาน เรอื่ ง สือ่ ในชีวติ ประจาวนั ใบงาน เร่อื ง ส่อื ในชีวติ ประจาวนั รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
วธิ ีวัดประเมิน เครื่องมือ เกณฑก์ ารตัดสนิ
สังเกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๙. การบูรณาการ
-
๑๐. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเรื่องส่อื ทีใ่ ช้ในชีวติ ประจาวัน
๒. ครูถามนกั เรียนว่า ส่อื ชนดิ ใดใช้งา่ ยและมีราคาย่อมเยา และส่ือชนดิ ใดทนี่ าเสนอขา่ วสารตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ ง
รวดเร็ว
๓. นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เรอื่ ง การสื่อสารในยุคคอมพวิ เตอร์
ขน้ั สอน
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่แล้ว) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ส่ือใน
ชวี ติ ประจาวนั จากหนงั สอื เรียน
๕. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายเรื่อง ส่ือในชวี ติ ประจาวัน จนมีความเข้าใจกระจ่างชัด
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทาใบงาน เรื่อง สื่อในชีวิตประจาวัน สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มหมุนเวียนเปล่ียน
หน้าที่กนั ในการตอบคาถามแตล่ ะข้อในใบงานจนเสร็จครบทุกขอ้ แล้วนาสง่ ครูตรวจ
ข้ันสรุป
๗. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ ร่ือง สอื่ ในชีวติ ประจาวนั แลว้ เขียนบันทกึ ลงในสมุด