The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ๓ ม.๒ เทอม ๑

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jariya Pungeen, 2020-04-28 01:06:45

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ๓ ม.๒ เทอม ๑

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ๓ ม.๒ เทอม ๑

๑๕๑

๑๑. สือ่ การเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนังสือเรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒ สานกั พมิ พ์วัฒนาพานิช
๑๑.๒ ใบงาน เร่อื ง สือ่ ในชวี ติ ประจาวนั

๑๒. แหลง่ เรียนรู้
๑๒.๑ ห้องสมดุ

๑๓. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา หรอื ฝา่ ยวิชาการ / หรือผทู้ ร่ี บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ.............................................................
(..........................................................)

ตาแหน่ง.......................................................

๑๔. บนั ทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมินผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปัญหา อุปสรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ.......................................................
(....................................................)
ผู้สอน

................/...................../...................

๑๕๒

ใบงานที่

๕.๒ ส่ือในชีวิตประจำวนั

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
๑. ส่อื สงิ่ พมิ พ์ หมายถงึ อะไร

๒. หนงั สอื พมิ พร์ ายวนั ใหข้ ่าวสารทางดา้ นใด

๓. ขอ้ ดขี องหนงั สอื พมิ พ์ คอื อะไร

๔. วทิ ยุ โทรทศั น์จดั เป็นส่อื ประเภทใด

๕. จดุ เด่นของส่อื วทิ ยโุ ทรทศั น์ คอื อะไร
๖. ขอ้ ดขี องการฟงั และดรู ายการทางส่อื วทิ ยโุ ทรทศั น์ทม่ี คี ุณค่า คอื อะไร

๗. ประโยชน์ของเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต คอื อะไร

๘. ขอ้ ดขี องคอมพวิ เตอร์ คอื อะไร

๑๕๓

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำม กำรแสดง กำรรบั ฟัง ควำมตงั้ ใจ กำรแก้ไข รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน รว่ มมือกนั ควำม ควำมคิดเหน็ ทำงำน ปัญหำ/หรอื ๒๐
ทำกิจกรรม คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงำนกล่มุ

๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

๑๕๔

โรงเรียนเทพศริ นิ ทร์ นนทบุรี
แผนการจัดการเรียนรู้ ๑๑-๓ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
ชื่อเรือ่ ง/หน่วย หลักการฟงั และดสู อื่ (หลักการฟังและการดูสอ่ื อย่างมีประสทิ ธิภาพ) จานวน ๒ คาบเรยี น
วชิ า ภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒
ผสู้ อน นางสาวจรยิ า พ่วงจีน
๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวช้ีวัด

สาระท่ี ๓ การฟงั การดู การพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ และความรสู้ ึก

ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
ตวั ชวี้ ัดท่ี ม ๒/๒ วเิ คราะหข์ ้อเทจ็ จรงิ ข้อคดิ เห็น และความน่าเชื่อถือของข่าวสารจากสอื่ ตา่ ง ๆ

ม ๒/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด

๒. สาระสาคัญ
การวิเคราะห์วิจารณ์เร่ืองที่ฟังและดู และการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ต้องมีความรู้เรื่องหลักการฟัง

การดู และมมี ารยาทในการฟงั และการดู

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ดา้ นความรู้(K)
๓.๑.๑ นกั เรียนมีความรู้พ้ืนฐานเกย่ี วกับหลักการฟังและการดสู ่อื
๓.๒ ด้านทักษะ(P)
๓.๒.๑ นกั เรียนอธบิ ายความรเู้ ก่ียวกบั หลกั การฟงั และการดสู อื่ ได้
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการฟงั และการดู

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ การพดู วิเคราะห์และวิจารณจ์ ากเรอ่ื งท่ฟี งั และดู
๔.๒ มารยาทในการฟงั การดู

๕. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

๑๕๕

๖. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๖.๑ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๒ มงุ่ มน่ั ในการทางาน
๖.๓ มีวินัย

๗. ชิน้ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ ใบงาน เรอื่ ง หลักการฟงั และการดสู ื่ออย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

๘. การวดั และประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤติกรรมตามตัวชวี้ ดั /ผลการเรยี นร/ู้ จดุ ประสงค/์ ชิ้นงาน/ผลงาน/ภาระงาน

วธิ ีวัดประเมนิ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การตัดสนิ

ตรวจใบงาน เร่ือง หลักการฟังและการดูส่ือ ใบงาน เร่ือง หลักการฟังและการดูสื่อ รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์

อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

วธิ วี ัดประเมนิ เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารตัดสนิ

สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมการทางาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล รายบคุ คล

สังเกตการพูดวิเคราะหข์ ่าวที่สนใจ แบบประเมนิ การพดู วิเคราะห์ขา่ วท่ี ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
สนใจ

๙. การบรู ณาการ
-

๑๐. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนา
๑. ครนู าขา่ วการใชภ้ าษาอังกฤษของไทย มาแจกให้นักเรยี นอา่ น นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ว่า ขา่ วน้ี

เปน็ ที่เช่อื ถือได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
๒. ครูอธิบายให้นกั เรียนเข้าใจว่า การทจี่ ะบอกถึงความน่าเชอื่ ถือของข่าวไดน้ ั้น นกั เรียนจะต้องมี

ความสามารถในการวิเคราะห์ขา่ ว ซ่งึ เกิดจากการฟังและดูข่าวอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ขัน้ สอน
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่แล้ว) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง หลักการฟังและ

การดสู อ่ื อยา่ งมีประสิทธิภาพ จากหนงั สือเรียน และหอ้ งสมดุ
๔. นกั เรียนแต่ละกลุม่ รว่ มกนั อภิปรายสรุปความรู้เรื่อง หลกั การฟังและการดสู ื่ออยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

๑๕๖

๕. นักเรียนทาใบงาน เรื่อง หลักการฟังและการดูส่ืออย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรายบุคคล เม่ือทาเสร็จแล้วให้
นาส่งครตู รวจ

๖. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกฟังและดูข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจของไทย จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ แล้ว
ร่วมกนั วเิ คราะหข์ า่ ว

๗. ตัวแทนนักเรยี นแต่ละกลุม่ ออกมาพูดวเิ คราะห์ข่าวเกย่ี วกับเศรษฐกจิ ของไทย หน้าช้นั เรยี น
๘. ครูใหน้ กั เรยี นกลุม่ อ่นื พดู แสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับการวิเคราะห์ขา่ วของเพ่ือน
ขน้ั สรปุ
๙. ครูตรวจสอบและประเมนิ การพดู วิเคราะห์ขา่ วของนักเรยี น แตล่ ะกลุ่ม รวมถึงการใหค้ าแนะนาเพ่ิมเติม

๑๑. สอ่ื การเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ สานักพมิ พว์ ฒั นาพานิช
๑๑.๒ ขา่ วการใชภ้ าษาองั กฤษของไทย และขา่ วเกยี่ วกบั เศรษฐกจิ ของไทย
๑๑.๓ ใบงาน เร่ือง หลักการฟังและการดูสื่ออยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

๑๒. แหล่งเรียนรู้
๑๒.๑ ห้องสมดุ
๑๒.๒ แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://www.thairath.co.th/eco
- http://paidoo.net/q.php?s=เศรษฐกิจไทย&orderby=&date=&owner=&section=ข่าวด่วน

๑๕๗

๑๓. ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา หรือฝา่ ยวชิ าการ / หรือผ้ทู ี่รับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .............................................................
(..........................................................)

ตาแหน่ง.......................................................

๑๔. บนั ทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมินผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปญั หา อปุ สรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ.......................................................
(....................................................)
ผูส้ อน

................/...................../...................

๑๕๘

ตวั อย่างข่าว

ข่ำวกำรใช้ภำษำองั กฤษของไทย

ผลวจิ ยั ต่างประเทศเผยสวเี ดนควา้ แชมป์เป็นประเทศทใ่ี ชภ้ าษาองั กฤษเป็นภาษาท่ี ๒ ไดด้ ที ส่ี ดุ –ไทยใช้

ภาษาองั กฤษแย่ รงั้ อนั ดบั รองสดุ ทา้ ย

เม่อื วนั ท่ี ๓๐ ตุลาคม บรษิ ทั เอดเู คชนั่ เฟิรส์ ตไ์ ดเ้ ปิดเผยผลการวจิ ยั จดั อนั ดบั ความสามารถการใชภ้ าษาองั กฤษ

ในกลมุ่ ประเทศทไ่ี มไ่ ดใ้ ชภ้ าษาองั กฤษเป็นภาษาแม่ จานวน ๕๔ ชาติ โดยสมุ่ ตวั อย่างประชากรประมาณ ๑.๗ ลา้ น

คน ทวั่ โลก ซง่ึ ผลปรากฏว่า

กลมุ่ ประเทศ ๕ อนั ดบั ทใ่ี ชภ้ าษาองั กฤษไดด้ ที ส่ี ดุ ไดแ้ ก่

๑. สวเี ดน ๒. เดนมารก์

๓. เนเธอรแ์ ลนด์ ๔. ฟินแลนด์

๕. นอรเ์ วย์

สว่ นประเทศ ๕ อนั ดบั ทม่ี คี วามสามารถในการใชภ้ าษาองั กฤษต่าทส่ี ดุ ไดแ้ ก่

๑. โคลมั เบยี อนั ดบั ท่ี ๕๐ ๒. ปานามา อนั ดบั ท่ี ๕๑

๓. ซาอดุ อี าระเบยี อนั ดบั ท่ี ๕๒ ๔. ไทย อนั ดบั ท่ี ๕๓

๕. ลเิ บยี อนั ดบั ท่ี ๕๔
ทงั้ น้กี ารวจิ ยั น้ยี งั ไดส้ รุปดว้ ยวา่ ความสามารถดา้ นการสอ่ื สารภาษาองั กฤษของประชากรในชาตเิ ป็นปจั จยั

สาคญั ต่อการคา้ นวตั กรรม และรายไดข้ องชาตนิ นั้ ๆ ถา้ หากการใชภ้ าษาองั กฤษค่อนขา้ งต่าศกั ยภาพของประเทศใน

ดา้ นต่างๆ กจ็ ะกระทบตามไปดว้ ย

นอกจากน้ี ผลการวจิ ยั ของเอดเู คชนั่ เฟิรส์ ตย์ งั ตงั้ ขอ้ สงั เกตว่า สว่ นใหญ่แลว้ ผหู้ ญงิ ใชภ้ าษาองั กฤษไดด้ กี ว่า

ผชู้ าย ซง่ึ ช่องวา่ งระหว่างทงั้ สองเพศในการใชภ้ าษาองั กฤษน้เี หน็ ไดช้ ดั เจนทส่ี ดุ ในประเทศแถบทวปี แอฟรกิ าเหนือ

และภูมภิ าคตะวนั ออกกลาง

ท่ีมำ : http://education.kapook.com/view๔๙๙๕๓.html

๑๕๙

ใบงาน หลกั กำรฟังและกำรดสู ื่ออย่ำงมีประสิทธิภำพ

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายขอ้ ความต่อไปน้มี าพอสงั เขป
๑. หลกั การฟงั และการดสู อ่ื

๒. การวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบของการสอ่ื สาร

๓. การวเิ คราะหข์ อ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จากเรอ่ื งทฟ่ี งั และดู

แบบประเมินกำรพดู วิเครำะหข์ ่ำวท่ีสนใจ ๑๖๐

ลำดบั ท่ี รำยกำรประเมิน ระดบั คะแนน ๑
๔๓๒

๒ การวเิ คราะหข์ อ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ คดิ เหน็ และความ
๓ น่าเชอ่ื ถอื ของขา่ ว
การวเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์ขา่ วอยา่ งมเี หตุผล เพ่อื
นาขอ้ คดิ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาเนินชวี ติ

มมี ารยาทในการพดู

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ดมี าก = ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ดี = ๓ คะแนน ๑๑ - ๑๒ ดมี าก

พอใช้ = ๒ คะแนน ๙ - ๑๐ ดี

ปรบั ปรุง = ๑ คะแนน ๖ - ๘ พอใช้

ต่ากว่า ๖ ปรบั ปรุง

๑๖๑

แบบประเมิน กำรนำเสนอผลงำน

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
๒ ความคดิ สรา้ งสรรค์
๓ วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
๔ การนาไปใชป้ ระโยชน์
๕ การตรงต่อเวลา

รวม

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง

๑๖๒

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำมตงั้ ใจ ควำม กำรตรงต่อ ควำมสะอำด ผลสำเรจ็ รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน ในกำรทำงำน รบั ผิดชอบ เวลำ เรียบร้อย ของงำน ๒๐
คะแนน

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง

๑๖๓

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำม กำรแสดง กำรรบั ฟัง ควำมตงั้ ใจ กำรแก้ไข รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน รว่ มมือกนั ควำม ควำมคิดเหน็ ทำงำน ปัญหำ/หรอื ๒๐
ทำกิจกรรม คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงำนกล่มุ

๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

๑๖๔

โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี

แผนการจัดการเรยี นรู้ ๑๒-๑ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

ชอื่ เร่ือง/หน่วย ประโยคและการสือ่ สาร (ประโยคในภาษาไทย) จานวน ๒ คาบเรยี น

วชิ า ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒

ผสู้ อน นางสาวจรยิ า พว่ งจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชี้วัด

สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของ

ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชีว้ ัดที่ ม ๒/๒ วิเคราะหโ์ ครงสรา้ งประโยคสามัญ ประโยครวม และประโยคซ้อน

๒. สาระสาคญั
การศกึ ษาเรอื่ งประโยคในภาษาไทย ต้องวิเคราะห์โครงสรา้ งประโยคให้ถูกตอ้ ง

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ด้านความรู(้ K)
๓.๑.๑ นกั เรยี นมีความรู้พนื้ ฐานเกย่ี วกบั โครงสร้างประโยคในภาษาไทย
๓.๒ ดา้ นทักษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรยี นวิเคราะห์โครงสร้างประโยคในภาษาไทยได้
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการเขยี น

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ลักษณะของประโยคในภาษาไทย
๔.๒ มารยาทในการเขยี น

๕. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

๖. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๖.๑ ใฝ่เรยี นรู้
๖.๒ มงุ่ มน่ั ในการทางาน
๖.๓ มีวินยั

๑๖๕

๗. ชนิ้ งาน / ภาระ / ผลงาน
-

๘. การวัดและประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤตกิ รรมตามตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นร้/ู จุดประสงค/์ ชนิ้ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วิธีวัดประเมนิ เครือ่ งมือ เกณฑ์การตดั สิน

- --

๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

วิธวี ดั ประเมนิ เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารตดั สนิ

สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล รายบุคคล

๙. การบูรณาการ
-

๑๐. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
๑. ครนู าพาดหัวขา่ วหนังสือพมิ พ์รายวนั ๒-๓ ฉบบั มาใหน้ ักเรียนอา่ น นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นวา่

ขอ้ ความท่เี ป็นพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์นน้ั เปน็ ประโยคหรือไม่
ขั้นสอน
๒. นักเรียนแต่ละกลมุ่ (กลมุ่ เดมิ จากแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่แลว้ ) ร่วมกนั ศึกษาความรู้เร่ือง ความหมายของ

ประโยค และส่วนประกอบของประโยค จากหนังสือเรียน ห้องสมดุ และแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
๓. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มนาเสนอผลการศึกษาความรู้เรื่องความหมายของประโยค และส่วนประกอบของ

ประโยคมาถา่ ยทอดแลกเปล่ียนเรียนรกู้ นั ในกลุม่
๔. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกนั อภิปรายสรปุ ความรู้จากการถา่ ยทอดของสมาชกิ แตล่ ะคนในกล่มุ
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทาผังมโนทศั น์เรือ่ งความหมายของประโยค และส่วนประกอบของประโยค
๖. ตวั แทนนักเรยี นแตล่ ะกล่มุ นาเสนอผลงานการทาผังมโนทศั น์ หน้าช้ันเรียน
ขน้ั สรปุ
๗. ครูตรวจสอบและประเมินผลการทาผังมโนทัศน์เรื่อง ความหมายของประโยค และส่วนประกอบของ

ประโยคของนกั เรียนแต่ละกลุ่ม รวมถงึ การให้คาแนะนาเพ่ิมเติม

๑๖๖

๑๑. สื่อการเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒ สานักพิมพ์วัฒนาพานิช
๑๑.๒ หนงั สอื พมิ พ์รายวัน

๑๒. แหล่งเรียนรู้
๑๒.๑ หอ้ งสมุด
๑๒.๒ แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
- http://www.oknation.net/blog/print.php?id=๓๗๙๔๑
- http://prayok-prayok-๑๕๔.exteen.com/๒๐๑๐๐๘๑๖/entry-๑

๑๓. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา หรือฝ่ายวิชาการ / หรอื ผทู้ ่ีรับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .............................................................
(..........................................................)

ตาแหน่ง.......................................................

๑๔. บันทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมนิ ผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปัญหา อปุ สรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ.......................................................
(....................................................)
ผสู้ อน

................/...................../...................

๑๖๗

แบบประเมิน กำรนำเสนอผลงำน

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
๒ ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
๓ ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
๔ ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
๕ วธิ กี ารนาเสนอผลงาน

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรุง

๑๖๘

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำมตงั้ ใจ ควำม กำรตรงต่อ ควำมสะอำด ผลสำเรจ็ รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน ในกำรทำงำน รบั ผิดชอบ เวลำ เรียบร้อย ของงำน ๒๐
คะแนน

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง

๑๖๙

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำม กำรแสดง กำรรบั ฟัง ควำมตงั้ ใจ กำรแก้ไข รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน ร่วมมือกนั ควำม ควำมคิดเหน็ ทำงำน ปัญหำ/หรอื ๒๐
ทำกิจกรรม คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงำนกล่มุ

๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยำ่ งสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

๑๗๐

โรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ นนทบุรี

แผนการจัดการเรยี นรู้ ๑๒-๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓

ช่อื เรอื่ ง/หน่วย ประโยคและการสอ่ื สาร (ชนดิ ของประโยคแบ่งตามโครงสรา้ ง) จานวน ๒ คาบเรียน

วิชา ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒

ผสู้ อน นางสาวจรยิ า พว่ งจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชีว้ ัด

สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของ

ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ

ตวั ชว้ี ัดท่ี ม ๒/๒ วเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น

๒. สาระสาคัญ
การศึกษาเรอ่ื งชนิดของประโยค ต้องวเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งของประโยคแต่ละชนดิ ได้

๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ด้านความร้(ู K)
๓.๑.๑ นักเรยี นมคี วามรู้พ้นื ฐานเก่ยี วกับโครงสร้างประโยคในภาษาไทย
๓.๒ ด้านทกั ษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรียนวเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งประโยคสามัญ ประโยครวม และประโยคซ้อนได้
๓.๓ ดา้ นเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการเขยี น

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ลกั ษณะของประโยคในภาษาไทย
๔.๒ มารยาทในการเขยี น

๕. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต

๖. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๖.๑ ใฝ่เรยี นรู้
๖.๒ มงุ่ ม่นั ในการทางาน
๖.๓ มวี นิ ยั

๑๗๑

๗. ชนิ้ งาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ ใบงาน เร่ือง ชนดิ ของประโยคแบง่ ตามโครงสร้าง

๘. การวดั และประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤตกิ รรมตามตวั ช้ีวดั /ผลการเรยี นร้/ู จุดประสงค/์ ช้ินงาน/ผลงาน/ภาระงาน

วธิ ีวดั ประเมนิ เคร่ืองมอื เกณฑ์การตดั สนิ

ตรวจใบงาน เรือ่ ง ชนดิ ของประโยคแบ่งตาม ใบงาน เรือ่ ง ชนิดของประโยคแบง่ ตาม รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์

โครงสรา้ ง โครงสร้าง

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

วธิ ีวัดประเมนิ เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารตดั สนิ

สงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทางาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล รายบุคคล

๙. การบรู ณาการ
-

๑๐. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
๑. ครทู บทวนเรอ่ื งประโยคท่ีเคยเรียนไปแลว้ จากนัน้ ซักถามนกั เรียนเร่ือง สว่ นประกอบของประโยคว่า มี

สว่ นประกอบใดบ้าง ส่วนประกอบภาคประธานและภาคแสดงมีลักษณะอยา่ งไร
๒. ครูให้นกั เรยี นศกึ ษาเรอ่ื ง ชนดิ ของประโยคแบง่ ตามโครงสรา้ ง แล้วตัง้ ขอ้ สังเกต วิเคราะห์ข้อมูล ทาความ

เข้าใจในสิง่ ท่ีต้องการเรียนรู้ และตงั้ คาถามเพอ่ื แสวงหาคาตอบ
ขั้นสอน
๓. นักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ตงั้ คาถามในประเดน็ ตา่ ง ๆ ของประโยคแบ่งตามโครงสรา้ ง และช่วยกันวางแผน

กาหนดแนวทางคน้ หาคาตอบ
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่แล้ว) ร่วมกันค้นคว้าเพื่อตอบคาถามในประเด็น

ตา่ ง ๆ จากหนงั สือเรียน และหอ้ งสมุด ตามแผนปฏิบัตงิ านท่ีกลุ่มวางไว้
๕. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาความรทู้ ี่คน้ คว้ามารายงานในกลมุ่ จากนนั้ ร่วมกันวิเคราะหข์ อ้ มูล
๖. นักเรยี นพิจารณาสาระความรูท้ ท่ี กุ คนช่วยกันค้นควา้ มารายงาน แลว้ ร่วมกนั สรุปสาระสาคัญ
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทาใบงาน เรอ่ื ง ชนดิ ของประโยคแบง่ ตามโครงสรา้ ง
๘. ครูสุม่ ตัวแทนนักเรยี น ๒-๓ กลุ่ม นาเสนอคาตอบในใบงาน ครตู รวจสอบความถกู ต้อง
ขนั้ สรุป
๙. นกั เรยี นและครูรว่ มกันอภิปรายสรปุ ความรเู้ รอื่ ง ชนดิ ของประโยคแบ่งตามโครงสรา้ ง

๑๗๒

๑๑. ส่ือการเรียนการสอน
๑๑.๑ หนงั สือเรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๒ สานกั พมิ พ์วฒั นาพานิช
๑๑.๒ ใบงาน เรอื่ ง ชนิดของประโยคแบ่งตามโครงสรา้ ง

๑๒. แหล่งเรยี นรู้
๑๒.๑ ห้องสมุด

๑๓. ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษา หรอื ฝา่ ยวิชาการ / หรือผทู้ ่ีรบั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ.............................................................
(..........................................................)

ตาแหน่ง.......................................................

๑๔. บันทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวดั ผลและประเมินผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปญั หา อุปสรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ.......................................................
(....................................................)
ผู้สอน

................/...................../...................

๑๗๓

ใบงาน ชนิดของประโยคแบง่ ตำมโครงสร้ำง

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นแต่งประโยคชนดิ ต่างๆ ต่อไปน้ี

๑. ประโยค ๑.๑ ประโยคสามญั
สามญั ทม่ี กี รยิ าวลเี ดยี ว

๑.๒ ประโยคสามญั
ทม่ี หี ลายกรยิ าวลี

๒. ประโยคซอ้ น ๒.๑ ประโยคซอ้ น
ทม่ี นี ามานุประโยค

๒.๒ประโยคซอ้ น
ทม่ี คี ุณานุประโยค

๒.๓ประโยคซอ้ น
ทม่ี วี เิ ศษณานุประโยค

๓. ประโยครวม ๓.๑ ประโยครวมจากประโยค
สามญั

และประโยคสามญั

๓.๒ประโยครวมจากประโยค
สามญั

และประโยคซอ้ น

๓.๓ประโยครวมจากประโยคซอ้ น
และประโยคสามญั

๓.๔ประโยครวมจากประโยคซอ้ น
และประโยคซอ้ น

๑๗๔

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ

ช่อื กลมุ่ ชนั้

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ การแบ่งหน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม
๒ ความรว่ มมอื กนั ทางาน
๓ การแสดงความคดิ เหน็
๔ การรบั ฟงั ความคดิ เหน็
๕ ความมนี ้าใจช่วยเหลอื กนั

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยำ่ งสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

๑๗๕

โรงเรียนเทพศริ นิ ทร์ นนทบรุ ี
แผนการจดั การเรยี นรู้ ๑๒-๓ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
ชื่อเรือ่ ง/หนว่ ย ประโยคและการส่อื สาร (ชนดิ ของประโยคแบง่ ตามเจตนา) จานวน ๑ คาบเรียน
วชิ า ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๒
ผสู้ อน นางสาวจรยิ า พ่วงจนี
๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวชว้ี ดั

สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของ

ภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ตัวชวี้ ดั ท่ี ม ๒/๒ วิเคราะหโ์ ครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซ้อน

๒. สาระสาคญั
การศกึ ษาเรื่องชนดิ ของประโยคแบง่ ตามเจตนา ต้องวเิ คราะหโ์ ครงสร้างของประโยคให้ถูกต้อง

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ด้านความรู้(K)
๓.๑.๑ นักเรียนมีความรู้พืน้ ฐานเกีย่ วกบั โครงสร้างประโยคในภาษาไทย
๓.๒ ดา้ นทักษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรียนวเิ คราะห์โครงสร้างวเิ คราะห์โครงสรา้ งของประโยคแบง่ ตามเจตนาได้
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการเขยี น

๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ลักษณะของประโยคในภาษาไทย
๔.๒ มารยาทในการเขยี น

๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต

๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๖.๑ ใฝ่เรียนรู้
๖.๒ มุ่งม่ันในการทางาน
๖.๓ มวี ินยั

๑๗๖

๗. ชนิ้ งาน / ภาระ / ผลงาน
-

๘. การวัดและประเมินผล

๘.๑ การวดั พฤติกรรมตามตัวช้ีวดั /ผลการเรยี นร/ู้ จุดประสงค์/ช้นิ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วิธีวัดประเมนิ เครื่องมือ เกณฑ์การตัดสิน

- --

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

วธิ ีวัดประเมนิ เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารตดั สนิ

สังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

๙. การบูรณาการ
-

๑๐. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นา
๑. ครสู นทนากบั นักเรยี นโดยใช้ประโยคชนิดต่าง ๆ แบง่ ตามเจตนา ๒-๓ ประโยค
๒. นกั เรยี นสังเกตว่า การทค่ี รูใช้ประโยคนั้น ๆ ครมู ีเจตนาอยา่ งไร
๓. ครแู จ้งใหน้ ักเรยี นทราบว่า ในการเรยี นช่วั โมงนี้ ให้นักเรยี นศกึ ษาเรอื่ ง ชนดิ ของประโยคแบ่งตามเจตนา

แล้วบอกความหมายของการแบง่ ประโยคตามเจตนา วธิ แี บ่งออกเปน็ ชนดิ ตา่ ง ๆ และลักษณะของประโยคแต่ละชนดิ
ขน้ั สอน
๔. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันกาหนดความมุง่ หมายของการทางานและวิธีการทางานในแต่ละกล่มุ
๕. ครูเสนอแนะแหล่งวิทยาการที่ใช้ค้นคว้าหาความรู้ ได้แก่ หนังสือเรียน หนังสือชุดบรรทัดฐานภาษาไทย

เล่ม ๓ ของสถาบันภาษาไทย กรมวชิ าการกระทรวงศึกษาธิการ และหอ้ งสมดุ
๖. นักเรียนแตล่ ะกลุ่ม (กลมุ่ เดมิ จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีแล้ว) รว่ มกันศกึ ษาความรเู้ ร่ือง ชนิดของประโยค

แบง่ ตามเจตนา และปฏิบตั ิงานตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
๗. สมาชิกแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการศึกษาค้นคว้าเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันภายในกลุ่ม จากน้ันให้

นกั เรียนร่วมกนั สรปุ องคค์ วามรู้
๘. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มรายงานผลการปฏิบัติงานและนาเสนอองค์ความรู้เรื่อง ชนิดของประโยคแบ่ง

ตามเจตนา หนา้ ชน้ั เรยี น
ขั้นสรุป
๙. ครูและนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายผลการศกึ ษาความรู้เรือ่ ง ชนิดของประโยคแบ่งตามเจตนา และแนวทางใน

การพัฒนาปรับปรุงการทางาน

๑๗๗

๑๑. สื่อการเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒ สานักพิมพว์ ฒั นาพานิช
๑๑.๒ หนงั สอื ชุดบรรทดั ฐานภาษาไทย เลม่ ๓ ของสถาบันภาษาไทย กรมวิชาการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

๑๒. แหลง่ เรียนรู้
๑๒.๑ หอ้ งสมุด

๑๓. ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษา หรอื ฝ่ายวิชาการ / หรือผูท้ ร่ี ับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื .............................................................
(..........................................................)

ตาแหนง่ .......................................................

๑๔. บันทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปัญหา อุปสรรค และการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื .......................................................
(....................................................)
ผ้สู อน

................/...................../...................

๑๗๘

แบบประเมิน กำรนำเสนอผลงำน

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
๒ การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เรอ่ื ง
๓ การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
๔ การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกลุม่
๕ การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

๑๗๙

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำม กำรแสดง กำรรบั ฟัง ควำมตงั้ ใจ กำรแก้ไข รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน รว่ มมือกนั ควำม ควำมคิดเหน็ ทำงำน ปัญหำ/หรอื ๒๐
ทำกิจกรรม คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงำนกล่มุ

๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

๑๘๐

โรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ นนทบุรี

แผนการจัดการเรยี นรู้ ๑๓-๑ กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓

ชื่อเรือ่ ง/หน่วย การพดู สรุปความจากสอ่ื ทีฟ่ ังและดู จานวน ๒ คาบเรียน

วิชา ภาษาไทย ๓ รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

ผู้สอน นางสาวจริยา พว่ งจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตัวชีว้ ัด

สาระท่ี ๓ การฟงั การดู การพูด

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอย่างมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สึก

ในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์

ตัวชวี้ ดั ที่ ม ๒/๖ มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด

๒. สาระสาคัญ
การพูดท่ดี ผี พู้ ดู ต้องมีความรู้เกยี่ วกับการพูด และมมี ารยาทในการพูด

๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ด้านความรู(้ K)
๓.๑.๑ นักเรยี นมคี วามรู้พ้นื ฐานเก่ียวกับการพูด
๓.๒ ด้านทักษะ(P)
๓.๒.๑ นกั เรยี นบอกความร้พู นื้ ฐานเก่ยี วกับการพดู ได้
๓.๓ ดา้ นเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการพดู

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ มารยาทในการฟงั การดู และการพดู

๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๖.๑ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๒ มุง่ มั่นในการทางาน
๖.๓ มวี ินยั

๑๘๑

๗. ช้ินงาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ ใบงาน เร่ือง ความรู้พน้ื ฐานในการพดู

๘. การวดั และประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤตกิ รรมตามตวั ชี้วดั /ผลการเรยี นรู้/จดุ ประสงค/์ ชนิ้ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วธิ ีวัดประเมิน เคร่ืองมอื เกณฑ์การตดั สนิ

ตรวจใบงาน เร่ือง ความรู้พนื้ ฐานในการพดู ใบงาน เรื่อง ความรพู้ นื้ ฐานในการพูด ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

วธิ วี ดั ประเมิน เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารตัดสิน

สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

ประเมินการนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล รายบคุ คล

๙. การบูรณาการ
-

๑๐. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ครสู นทนากบั นักเรียนโดยใช้ประโยคชนิดตา่ ง ๆ แบง่ ตามเจตนา ๒-๓ ประโยค
๒. นกั เรียนสงั เกตวา่ การทีค่ รูใช้ประโยคนั้น ๆ ครมู เี จตนาอย่างไร
๓. ครูแจง้ ให้นักเรียนทราบว่า ในการเรียนช่วั โมงน้ี ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาเรื่อง ชนดิ ของประโยคแบง่ ตามเจตนา

แล้วบอกความหมายของการแบ่งประโยคตามเจตนา วธิ ีแบง่ ออกเป็นชนดิ ตา่ ง ๆ และลักษณะของประโยคแตล่ ะชนิด
ข้ันสอน
๔. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั กาหนดความม่งุ หมายของการทางานและวิธกี ารทางานในแตล่ ะกลุ่ม
๕. ครูเสนอแนะแหล่งวิทยาการท่ีใช้ค้นคว้าหาความรู้ ได้แก่ หนังสือเรียน หนังสือชุดบรรทัดฐานภาษาไทย

เลม่ ๓ ของสถาบันภาษาไทย กรมวชิ าการกระทรวงศึกษาธกิ าร และหอ้ งสมุด
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดมิ จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีแล้ว) รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่ือง ชนดิ ของประโยค

แบ่งตามเจตนา และปฏบิ ัตงิ านตามทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
๗. สมาชิกแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการศึกษาค้นคว้าเพื่อเป็นการแลกเปล่ียนเรียนรู้กันภายในกลุ่ม จากน้ันให้

นกั เรยี นร่วมกันสรุปองคค์ วามรู้
๘. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มรายงานผลการปฏิบัติงานและนาเสนอองค์ความรู้เร่ือง ชนิดของประโยคแบ่ง

ตามเจตนา หนา้ ชัน้ เรยี น

๑๘๒

ขน้ั สรุป
๙. ครูและนักเรียนรว่ มกันอภิปรายผลการศกึ ษาความรู้เร่อื ง ชนดิ ของประโยคแบง่ ตามเจตนา และแนวทางใน
การพัฒนาปรับปรงุ การทางาน

๑๑. สื่อการเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนงั สือเรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒ สานกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
๑๑.๒ หนงั สือชุดบรรทดั ฐานภาษาไทย เลม่ ๓ ของสถาบนั ภาษาไทย กรมวชิ าการกระทรวงศึกษาธิการ

๑๒. แหลง่ เรียนรู้
๑๒.๑ หอ้ งสมดุ

๑๓. ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษา หรอื ฝ่ายวชิ าการ / หรือผทู้ ีร่ ับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ.............................................................
(..........................................................)

ตาแหน่ง.......................................................

๑๔. บันทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมินผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปัญหา อุปสรรค และการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ.......................................................
(....................................................)
ผูส้ อน

................/...................../...................

๑๘๓

ใบงาน ควำมรพู้ นื้ ฐำนในกำรพดู

ตอนที่ ๑
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาพยญั ชนะ ก-ง หน้าขอ้ ความมาเตมิ ลงในช่องวา่ งใหใ้ จความสมั พนั ธก์ นั

ก. ความหมายของการพดู ค. คณุ สมบตั ขิ องผพู้ ดู
ข. องคป์ ระกอบของการพดู ง. มารยาทในการพดู

๑) การถ่ายทอดความรู้ ความคดิ ความตอ้ งการของผพู้ ดู ไปยงั ผรู้ บั สาร
๒) มคี วามประพฤตดิ ี มคี ณุ ธรรม
๓) เน้อื เรอ่ื งทจ่ี ะถ่ายทอดตอ้ งมคี วามถูกตอ้ ง ชดั เจน
๔) รบั ผดิ ชอบต่อคาพดู ของตน
๕) มคี วามเช่อื มนั่ ในความรคู้ วามคดิ ของตน
๖) ผรู้ บั สารทผ่ี พู้ ดู ถ่ายทอดมาให้ ซง่ึ ผฟู้ งั ตอ้ งตงั้ ใจฟงั อยา่ งมสี มาธิ
๗) นงั่ หรอื ยนื ตวั ตรง สงา่ ผง่ึ ผาย
๘) ตอ้ งรจู้ กั ผฟู้ งั
๙) รจู้ กั ควบคมุ อารมณ์ของตนเองใหเ้ ป็นปกตอิ ยเู่ สมอ
๑๐) ผทู้ ต่ี อ้ งการแสดงความสามารถในการถ่ายทอดความรไู้ ปส่ผู ฟู้ งั

ตอนท่ี ๒
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี

 นกั เรยี นคดิ ว่าคุณสมบตั ขิ องผพู้ ดู ขอ้ ใดสาคญั ทส่ี ดุ จงอธบิ ายและยกเหตุผลประกอบ

๑๘๔

แบบประเมิน กำรนำเสนอผลงำน

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
๒ ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
๓ ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
๔ ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
๕ วธิ กี ารนาเสนอผลงาน

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรุง

๑๘๕

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล

ช่อื ชนั้

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ การแสดงความคดิ เหน็
๒ การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื
๓ การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
๔ ความมนี ้าใจ
๕ การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

๑๘๖

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ชื่อ-สกลุ กำรแสดง กำรยอมรบั กำรทำงำน ควำมมนี ้ำใจ กำรมี รวม
ท่ี ของผ้รู บั กำรประเมิน ควำม ฟังคนอ่ืน ตำมที่ได้รบั ส่วนร่วมใน ๒๐
คิดเหน็ มอบหมำย กำรปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงำนกลุ่ม

๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยำ่ งสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

๑๘๗

โรงเรยี นเทพศิรินทร์ นนทบรุ ี

แผนการจัดการเรียนรู้ ๑๓-๒ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

ชอ่ื เร่ือง/หนว่ ย การพูดสรปุ ความจากส่อื ท่ฟี ังและดู จานวน ๒ คาบเรยี น

วิชา ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒

ผสู้ อน นางสาวจริยา พว่ งจีน

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชีว้ ัด

สาระที่ ๓ การฟัง การดู การพดู

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึก

ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์

ตัวช้วี ดั ท่ี ม ๒/๑ พดู สรุปใจความสาคัญของเร่ืองท่ีฟงั และดู

ม ๒/๖ มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด

๒. สาระสาคัญ
การพดู สรุปใจความจากส่ือ ต้องมคี วามรูเ้ รื่องหลักการฟัง การดู และการพูด และมีมารยาทในการฟัง การดู

และการพดู

๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ดา้ นความร(ู้ K)
๓.๑.๑ นกั เรยี นมคี วามรู้พ้นื ฐานเกยี่ วกับการพูดสรปุ ใจความจากส่อื ทฟี่ งั และดู
๓.๒ ด้านทักษะ(P)
๓.๒.๑ นักเรยี นพดู สรุปใจความจากสอ่ื ทฟี่ งั และดูได้
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มมี ารยาทในการพูด

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ การพูดสรุปความจากเร่ืองท่ฟี ังและดู
๔.๒ มารยาทในการฟัง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

๑๘๘

๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๖.๑ ใฝ่เรยี นรู้
๖.๒ มุ่งมัน่ ในการทางาน
๖.๓ มีวินยั

๗. ชิ้นงาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ พูดสรุปความพรรณไมใ้ นสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ นนทบรุ ี

๘. การวดั และประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤตกิ รรมตามตวั ชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้/จุดประสงค์/ชน้ิ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วธิ ีวดั ประเมนิ เครือ่ งมือ เกณฑ์การตดั สิน

- --

๘.๒ การวดั สมรรถนะ/คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

วธิ วี ัดประเมิน เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารตัดสนิ

สังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

ประเมินการนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

๙. การบูรณาการ
บรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี นเทพศิรินทร์ นนทบุรี

๑๐. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
๑. นักเรยี นแต่ละกลุม่ (กลมุ่ เดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่แล้ว) ร่วมกนั ศกึ ษาความรูเ้ รอ่ื ง หลกั การพูดสรปุ

ความจากสือ่ จากหนังสือเรียน

ขนั้ สอน
๒. ครูกาหนดใหน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ ฟงั และดูวีดทิ ศั น์สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียนเทพศริ นิ ทร์ นนทบุรี แลว้ สรปุ
ความ เพื่อนามาพูดหน้าชน้ั เรียน
๓. ครูสนทนากับนักเรียนเกย่ี วกบั สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี แล้วใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดง
ความคดิ เห็น

๔. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มวางแผนสืบคน้ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเทพศริ นิ ทร์ นนทบรุ ี

๕. สมาชิกแต่ละกลุ่มสืบค้นรายการเก่ียวกับสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรีจากแหล่งข้อมูล

สารสนเทศ ตามแผนปฏบิ ัตงิ านทไี่ ด้วางแผนไว้

๖. สมาชิกแต่ละกลุ่มฟังและดูรายการเก่ียวกับสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี แล้วสรุป

ใจความสาคัญของเรือ่ ง เชน่ จุดหมายของเรอื่ ง ความสาคญั ประโยชน์ การอนรุ กั ษ์

๑๘๙

๗. นักเรียนแต่ละกลุม่ สังเคราะห์ขอ้ ความท่ีได้จากการสืบค้นมาเรียบเรียงเน้ือหาใหม่ให้มีความกระชับชัดเจน
สละสลวย

๘. ตวั แทนนักเรยี นแต่ละกลุ่มพูดสรปุ ใจความสาคญั จากเรอื่ งท่ีฟงั และดูหนา้ ช้ันเรยี น
ขน้ั สรุป
๙. ครปู ระเมินการพดู สรุปใจความสาคญั ของนกั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม

๑๑. สอ่ื การเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒ สานกั พมิ พว์ ัฒนาพานชิ
๑๑.๒ สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียนเทพศิรนิ ทร์ นนทบรุ ี

๑๒. แหลง่ เรียนรู้
๑๒.๑ ห้องสมุด
๑๒.๒ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี

๑๙๐

๑๓. ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา หรือฝ่ายวชิ าการ / หรือผู้ทีร่ บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .............................................................
(..........................................................)

ตาแหน่ง.......................................................

๑๔. บนั ทึกผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปัญหา อุปสรรค และการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื .......................................................
(....................................................)
ผูส้ อน

................/...................../...................

๑๙๑

แบบประเมิน กำรนำเสนอผลงำน

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
๒ การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เรอ่ื ง
๓ การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
๔ การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุม่
๕ การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

๑๙๒

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ

ช่อื กลมุ่ ชนั้

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ การแบ่งหน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม
๒ ความรว่ มมอื กนั ทางาน
๓ การแสดงความคดิ เหน็
๔ การรบั ฟงั ความคดิ เหน็
๕ ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

๑๙๓

โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ นนทบรุ ี

แผนการจัดการเรยี นรู้ ๑๓-๓ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

ชอื่ เรือ่ ง/หนว่ ย การพดู สรปุ ความจากสอ่ื ท่ีฟงั และดู จานวน ๒ คาบเรียน

วิชา ภาษาไทย ๓ รหสั วิชา ท ๒๒๑๐๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๒

ผสู้ อน นางสาวจริยา พว่ งจนี

๑. สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชีว้ ดั

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู การพดู

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดอู ย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และความร้สู ึก

ในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์

ตวั ชว้ี ดั ที่ ม ๒/๓ วเิ คราะห์และวิจารณ์เรื่องที่ฟังและดูอย่างมเี หตุผล เพ่อื นาขอ้ คิดมาประยกุ ต์ใช้ในการ

ดาเนินชวี ติ

ม ๒/๖ มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด

๒. สาระสาคญั
การพูดวิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องท่ีฟังและดู เพ่ือนาข้อคิดมาประยุกต์ใช้ในการดาเนินชีวิต ต้องมีความรู้

เรอ่ื งหลักการฟัง การดู และการพดู และมมี ารยาทในการฟงั การดู และการพดู

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ด้านความรู(้ K)
๓.๑.๑ นกั เรยี นมีความรู้พ้นื ฐานเกย่ี วกับการพูดวเิ คราะหว์ จิ ารณจ์ ากส่ือทฟ่ี ังและดู
๓.๒ ดา้ นทกั ษะ(P)
๓.๒.๑ นกั เรียนพูดพูดวเิ คราะหว์ จิ ารณ์จากสือ่ ที่ฟังและดูได้
๓.๓ ด้านเจตคติ(A)
๓.๓.๑ มีมารยาทในการพูด

๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ การพดู วเิ คราะห์วิจารณ์จากส่อื ทฟี่ งั และดู
๔.๒ มารยาทในการฟงั การดู และการพดู

๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
๕.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

๑๙๔

๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๖.๑ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๒ มุ่งม่ันในการทางาน
๖.๓ มีวนิ ัย

๗. ชิ้นงาน / ภาระ / ผลงาน
๗.๑ พูดสรปุ ความพรรณไมใ้ นสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียนเทพศิรนิ ทร์ นนทบุรี

๘. การวดั และประเมนิ ผล

๘.๑ การวดั พฤติกรรมตามตวั ชีว้ ัด/ผลการเรียนรู/้ จดุ ประสงค์/ชิน้ งาน/ผลงาน/ภาระงาน

วธิ ีวัดประเมิน เครื่องมือ เกณฑ์การตดั สิน

- --

๘.๒ การวัดสมรรถนะ/คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

วิธวี ัดประเมนิ เครอ่ื งมือ เกณฑ์การตดั สนิ

สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ระดับคณุ ภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

ประเมินการนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทางาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล รายบุคคล

๙. การบูรณาการ
-

๑๐. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
๑. นักเรียนแตล่ ะกลุ่ม (กลมุ่ เดิมจากแผนการจัดการเรยี นรู้ที่แล้ว) ร่วมกันศึกษาความรเู้ รอื่ ง การพดู วเิ คราะห์

วจิ ารณ์จากสื่อที่ฟังและดู จากหนังสอื เรียน
ขน้ั สอน
๒. ครูกาหนดประเดน็ ปัญหาใหน้ ักเรยี นแต่ละกล่มุ เลอื กฟัง พระธรรมเทศนาจากแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ กลุ่ม

ละ ๑ เรื่องเพ่ือวเิ คราะหว์ ิจารณ์
๓. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ฟงั และดเู ร่ืองที่จะวเิ คราะห์อยา่ งตงั้ ใจ แยกแยะข้อมูลอยา่ งละเอียด พิจารณาว่าส่วนใด

เป็นประโยชน์ในการนาไปประยกุ ต์ใช้ในการดาเนนิ ชวี ติ
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันจัดระบบความคิดแล้วนาเสนอผลการวิเคราะห์วิจารณ์ โดยยกเหตุผลประกอบ

ให้ชัดเจน
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มทานาย หรือพยากรณ์วิธีการนาข้อคิดไปแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นว่า เม่ือเกิดแล้วผลเป็น

อย่างไรและแกไ้ ขอย่างไร
๖. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกันสรปุ ขอ้ คดิ ทไ่ี ด้จากการวเิ คราะหว์ จิ ารณ์ เพอ่ื นาไปประยุกต์ใชใ้ นการดาเนนิ ชีวติ

๑๙๕

ขัน้ สรปุ
๗. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอข้อคิดที่ได้จากการวิเคราะห์วิจารณ์ ครูและนักเรียนกลุ่มอ่ืนร่วมกัน
ตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นเพม่ิ เติม

๑๑. สื่อการเรยี นการสอน
๑๑.๑ หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ้ าษา ม.๒ สานกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช

๑๒. แหล่งเรยี นรู้
๑๒.๑ ห้องสมุด
๑๒.๒ แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
- http://www.fungdham.com/sound/vorvachiramete.html
- http://www.watpathumkongka.com/html/sound_wachiramedhi.html
- http://www.trueplookpanya.com/true/ethic_list.php?cms_category_id=๘๐
- http://www.phuttha.com/สือ่ ธรรมะ/พระธรรมเทศนา/รวมธรรมะฟังสบาย-โดย-พระ

อาจารยป์ ระสงค-์ ปริปุณฺโณ

๑๙๖

๑๓. ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษา หรอื ฝา่ ยวชิ าการ / หรือผูท้ รี่ บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ.............................................................
(..........................................................)

ตาแหนง่ .......................................................

๑๔. บนั ทกึ ผลหลังสอน
๑๔.๑ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๒ ปัญหา อปุ สรรค และการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๔.๓ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ.......................................................
(....................................................)
ผสู้ อน

................/...................../...................

๑๙๗

แบบประเมิน กำรนำเสนอผลงำน

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนักเรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รำยกำรประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
๒ ความคดิ สรา้ งสรรค์
๓ วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
๔ การนาไปใชป้ ระโยชน์
๕ การตรงต่อเวลา

รวม

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบำงส่วน ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมำก ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง

๑๙๘

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนรำยบคุ คล

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำมตงั้ ใจ ควำม กำรตรงต่อ ควำมสะอำด ผลสำเรจ็ รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน ในกำรทำงำน รบั ผิดชอบ เวลำ เรียบร้อย ของงำน ๒๐
คะแนน

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง

๑๙๙

แบบสงั เกตพฤติกรรม กำรทำงำนกล่มุ

คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ-สกลุ ควำม กำรแสดง กำรรบั ฟัง ควำมตงั้ ใจ กำรแก้ไข รวม
ท่ี ของผรู้ บั กำรประเมิน รว่ มมือกนั ควำม ควำมคิดเหน็ ทำงำน ปัญหำ/หรอื ๒๐
ทำกิจกรรม คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงำนกล่มุ

๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔๓๒๑ ๔๓๒๑

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรตดั สินคณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่ำงสมำ่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดมี าก

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบำงครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้

ต่ากวา่ ๑๐ ปรบั ปรงุ

๒๐๐


Click to View FlipBook Version