The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำวินิจฉัยเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน(เฉพาะหมวด๔การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด๕ การรังวัดที่ดิน และหมวด๖การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by surapol_nak, 2023-02-08 08:38:01

คำวินิจฉัยเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน(เฉพาะหมวด๔การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด๕ การรังวัดที่ดิน และหมวด๖การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม)

คำวินิจฉัยเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน(เฉพาะหมวด๔การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด๕ การรังวัดที่ดิน และหมวด๖การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม)

คําวินิจฉัยเก ี่ ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน (เฉพาะหมวด ๔ การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด ๕ การรังวัดที่ดิน และ หมวด ๖ การจดทะเบียนสทธิ ิและนิติกรรม) สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง พ.ศ.. ๒๕๕๐


คําวินิจฉัยเก ี่ ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน (เฉพาะหมวด ๔ การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด ๕ การรังวัดที่ดิน และ หมวด ๖ การจดทะเบียนสทธิ ิและนิติกรรม) สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง พ.ศ.. ๒๕๕๐


คํานํา เอกสารฉบับน ี้เปนการรวบรวมยอคําวินิจฉัยเก ี่ ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน (เฉพาะหมวด ๔ การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน, หมวด ๕ การรังวัดที่ดิน และหมวด ๖ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม) เรียงตามรายมาตราในประมวลกฎหมายที่ดิน สาระสําคัญ ของเอกสารประกอบไปดวยบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดิน (เฉพาะ ๓ หมวดดังกลาว) ตั้งแตพ.ศ. ๒๔๙๗ จนถึงบทบัญญัติที่มีการแกไขเพิ่ มเติมเปนปจจุบัน กฎกระทรวงพรอมทั้ง ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติที่เก ี่ ยวของกับคําวินิจฉัย และยอคําวินิจฉัยขององคกร ที่เก ี่ ยวของ ไดแก ศาลปกครองสูงสุด ศาลฎีกาและคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย คณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขและคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง) ทั้งน ี้ เพ ื่อเปน ฐานขอมูลในการสืบคนคําวินิจฉัยฉบับสมบูรณเพ ื่อใชประกอบการปฏิบัติงานเก ี่ ยวกับคดีปกครอง ของผูที่เก ี่ ยวของ รวมท ั้ งเพ ื่อประโยชนแกบุคคลท ั่วไปไดใชประกอบการศึกษาคนควาตอไป ทั้งน ี้คําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดที่นํามารวมไวในเลมน ี้เปนคําวินิจฉัยของ ศาลปกครองสูงสุดที่นาสนใจตั้ งแตศาลปกครองเปดทําการจนถึงคําวินิจฉัยในปพ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครองไดรับในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ สํานักงานศาลปกครองหวังวาเอกสารเลมน ี้จะเปนประโยชนแกการปฏิบัติงาน และการศึกษาบางตามสมควร ซึ่งหากผูใดมีขอคิดเห็นหรือขอเสนอแนะประการใด ขอไดโปรดแจง ใหสํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครองทราบ เพ ื่ อพิจารณาปรับปรุงแกไขใหเหมาะสมตอไป (นางสาวพรทิพย ทองดี) เลขาธการสิ ํานักงานศาลปกครอง


สารบัญ หนา หมวด ๔ การออกหนังสอแสดงสื ิทธิในที่ดิน ๑ มาตรา ๕๖ ๑ มาตรา ๕๗ ๑๕ มาตรา ๕๘ ๑๗ มาตรา ๕๘ ทวิ ๑๘ มาตรา ๕๘ ตรี ๒๑ มาตรา ๕๙ ๔๐ มาตรา ๕๙ ทวิ ๔๐ มาตรา ๕๙ ตรี ๔๑ มาตรา ๕๙ จัตวา ๔๑ มาตรา ๕๙ เบญจ ๔๑ มาตรา ๖๐ ๕๑ มาตรา ๖๑ ๖๔ มาตรา ๖๒ ๙๐ มาตรา ๖๓ ๙๑ มาตรา ๖๔ ๙๓ หมวด ๕ การรังวัดที่ดิน ๙๔ มาตรา ๖๕ ๙๔ มาตรา ๖๖ ๙๕ มาตรา ๖๗ ๙๘ มาตรา ๖๘ ๙๙ มาตรา ๖๙ ๑๐๐ มาตรา ๖๙ ทวิ ๑๐๐ มาตรา ๗๐ ๑๒๑ มาตรา ๗๐ ทวิ ๑๒๑ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


หนา หมวด ๖ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ๑๒๒ มาตรา ๗๑ ๑๒๒ มาตรา ๗๒ ๑๒๔ มาตรา ๗๓ ๑๒๗ มาตรา ๗๔ ๑๓๐ มาตรา ๗๕ ๑๓๗ มาตรา ๗๖ ๑๓๘ มาตรา ๗๗ ๑๓๙ มาตรา ๗๘ ๑๔๔ มาตรา ๗๙ ๑๕๐ มาตรา ๘๐ ๑๕๑ มาตรา ๘๑ ๑๕๒ มาตรา ๘๒ ๑๖๐ มาตรา ๘๓ ๑๖๓ ภาคผนวก ดัชนีคําพพากษาิ /คําส ั่งศาลปกครองสูงสุด พ.ศ. ๒๕๔๖ – พ.ศ. ๒๕๔๘ (กรณีฟองตรง) (ก) ดัชนีคําพพากษาศาลปกครองส ิูงสุด พ.ศ. ๒๕๔๖ – พ.ศ. ๒๕๕๐ (ข) ดัชนีคําส ั่งศาลปกครองสูงสุด พ.ศ. ๒๕๔๔ – พ.ศ. ๒๕๕๐ (ง) ดัชนีคําพพากษาศาลฎิ ีกา (ฉ) ดัชนีความเหนทางกฎหมายของกรรมการกฤษฎ็ ีกา พ.ศ. ๒๕๑๔ – พ.ศ. ๒๕๓๘ (ฌ) ดัชนีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขพ.ศ. ๒๕๒๕ – พ.ศ. ๒๕๔๓ (ฎ) สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


ประมวลกฎหมายที่ดิน หมวด ๔ การออกหนงสั ือแสดงสิทธิในที่ดิน มาตรา ๕๖ แบบ หลักเกณฑและวิธีการออกใบจอง หนังสือรับรองการทํา ประโยชนใบไตสวนหรือโฉนดที่ดิน รวมท ั้งใบแทนของหนังสือด ั่ งกลาวมาแลวนั้น ให กําหนดโดยกฎกระทรวง รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยไดออกกฎกระทรวงกําหนดแบบ หลักเกณฑ และวิธีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาว รวมท ั้งใบแทนหนังสือดังกลาว ดังน ี้ ๑. แบบของหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดิน รวมทั้ง ใบแทนของหนังสือดังกลาว ไดถูกกําหนดไวโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๑๐) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๑๔) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ฯลฯ และ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ฯลฯ ๒. หลักเกณฑการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดิน หลักเกณฑในการพิจารณาวา ที่ดินประเภทใดเปนที่ดินท ี่ อาจออกหนังสือรับรอง การทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินไดนั้น ไดถูกกําหนดไวโดยกฎกระทรวงซึ่งออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังตอไปนี้ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๓ กําหนดวา การออกหนังสือรับรองวา “ไดทําประโยชน แลว” ใหกระทําสําหรับที่ดินท ี่ จะพึงออกโฉนดที่ดินไดตามกฎหมาย กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๘ กําหนดวา ที่ดินท ี่ จะพึงออกโฉนดที่ดินตองเปนที่ดินท ี่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๒ ผูมีสิทธิในที่ดินไดครอบครองและทําประโยชนแลว และเปนที่ดินท ี่ จะพึงออกโฉนดที่ดินไดตาม กฎหมายแตหามมิใหออกโฉนดที่ดินสําหรับที่ดินดังตอไปนี้ (๑) ที่ดินท ี่ราษฎรใชประโยชนรวมกัน เชน ทางน้ํา ทางหลวง ทะเลสาบ ที่ชายตลิ่ง (๒) ที่เขา ที่ภูเขาหรือท ี่ สงวนหวงหาม หรือที่ดินซ ึ่ งทางราชการเห็นวาควรสงวนไว เพ ื่ อทรัพยากรธรรมชาติ ตอมากฎกระทรวงดังกลาวไดถูกยกเลิกโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และมี ขอกําหนดใหม ดังน ี้ ขอ ๕ กําหนดวา ที่ดินท ี่ จะออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตองเปนที่ดินที่ผูมี สิทธิในที่ดินไดครอบครองและทําประโยชนแลว และเปนที่ดินท ี่สามารถออกโฉนดที่ดินไดตามท ี่ กําหนดไวในขอ ๑๔ ขอ ๑๔ กําหนดวา ที่ดินท ี่จะออกโฉนดที่ดินตองเปนที่ดินที่ผูมีสิทธิในที่ดินได ครอบครองและทําประโยชนแลว และเปนที่ดินท ี่สามารถออกโฉนดที่ดินไดตามกฎหมายแตหาม มิใหออกโฉนดที่ดินสําหรับที่ดิน ดังตอไปนี้ (๑) ที่ดินท ี่ราษฎรใชประโยชนรวมกัน เชน ทางน้ํา ทางหลวง ทะเลสาบ ที่ชายตลิ่ง (๒) ที่เขา ที่ภูเขา และพ ื้ นที่ที่รัฐมนตรีประกาศหวงหามตามมาตรา ๙ (๒) แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน แตไมรวมถึงที่ดินซ ึ่ งผูครอบครองมีสิทธิครอบครองโดยชอบดวยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายที่ดิน (๓) ที่เกาะแตไมรวมถึงที่ดินของผูซึ่งมีหลักฐานแจงการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หนังสือรับรองการทําประโยชนโฉนดตราจอง ตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” หรือเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ หรือที่ดินท ี่ คณะกรรมการ จัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติใหจัดแกประชาชน หรือที่ดินซ ึ่งไดมีการจัดหาผลประโยชนตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติแลว (๔) ที่สงวนหวงหามตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๒๐ (๓) และ (๔) แหงประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งแกไขเพิ่ มเติมโดย พระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่๓) พ.ศ. ๒๕๒๖ หรือกฎหมายอื่น (๕) ที่ดินท ี่ คณะรัฐมนตรีสงวนไวเพ ื่ อรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือเพ ื่อประโยชน สาธารณะอยางอื่น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๓ ๓. วิธีการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดิน เดิมไดถูกกําหนดไวโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๑๔) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ฯลฯ และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๘ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ฯลฯ ตอมากฎกระทรวงดังกลาวท ั้งหมดไดถูกยกเลิก โดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ฯลฯและมีขอกําหนดใหม ดังน ี้ หมวด ๒ หนังสือรับรองการทําประโยชน ขอ ๖ ในการนําพนักงานเจาหนาที่ทําการสํารวจพิสูจนสอบสวนการทําประโยชน ตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ใหผูมีสิทธิในที่ดินหรือตัวแทนปกหลักตามมุมเขต ที่ดินของตนและใหถอยคําตอพนักงานเจาหนาท ี่ หรือผูซึ่งพนักงานเจาหนาท ี่ มอบหมายตามแบบ น.ส. ๑ ก. ทายกฎกระทรวงน ี้ กอนออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหพนักงานเจาหนาท ี่ประกาศการออก หนังสือรับรองการทําประโยชนใหทราบมีกําหนดสามสิบวัน ประกาศนั้นใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินทองท ี่ สํานักงานเขตหรือที่วาการอําเภอหรือที่วาการก ิ่ งอําเภอทองท ี่ ที่ทําการแขวง หรือที่ทําการกํานันทองท ี่ และในบริเวณที่ดินนั้น แหงละหน ึ่ งฉบับ ในเขตเทศบาลใหปดไวณ สํานักงานเทศบาล อีกหน ึ่ งฉบับ ขอ ๗ การขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธพ.ศ. ๒๕๑๕ ใหดําเนินการดังน ี้ (๑) ใหผูขอย ื่ นคําขอตามแบบ น.ส. ๑ ข. ทายกฎกระทรวงน ี้ตอพนักงานเจาหนาท ี่ (๒) ในการยื่ นคําขอตาม (๑) ถาผูขอมีใบจอง ใบเหยียบย่ํา ตราจอง หลักฐานการ แจงการครอบครองที่ดิน หลักฐานวาเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ หรือพยานหลักฐานอ ื่ นท ี่ แสดงวาไดสิทธิในที่ดินโดยชอบดวยกฎหมายใหแนบหลักฐานดังกลาวมา ประกอบการพิจารณาดวย ขอ ๘ เม ื่อไดรับคําขอแลว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ไปพิสูจนสอบสวนการทํา ประโยชนยังที่ดินตามแบบ น.ส. ๑ ค. ทายกฎกระทรวงน ี้ในการนี้จะมอบใหเจาหนาท ี่ไปทําการ แทนก็ได สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๔ ขอ ๙ ในการนําพนักงานเจาหนาที่พิสูจนสอบสวนการทําประโยชนใหผูมีสิทธิใน ที่ดินหรือตัวแทนปกหลักตามมุมเขตที่ดินของตนและใหถอยคําตอพนักงานเจาหนาท ี่ หรือผูซึ่ง พนักงานเจาหนาท ี่ มอบหมายตามแบบ น.ส. ๑ ค. ทายกฎกระทรวงน ี้ ในการคํานวณจํานวนเน ื้ อท ี่ เพ ื่ อออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตามแบบ น.ส. ๓ ก. ใหคํานวณโดยวิธีคณิตศาสตรหรือโดยมาตราสวน ทั้งน ี้ใหถือวาจํานวนเน ื้ อที่ที่คํานวณ ไดเปนจํานวนเน ื้ อท ี่โดยประมาณ ขอ ๑๐ เม ื่อไดพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนแลว ปรากฏวาไดมีการครอบครอง และทําประโยชนตามสมควรแกสภาพที่ดินในทองถิ่น ตลอดจนสภาพของกิจการท ี่ไดทําประโยชน ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการดังน ี้ (๑) ประกาศการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหทราบมีกําหนดสามสิบวัน ประกาศนั้นใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินทองท ี่ สํานักงานเขตหรือที่วาการอําเภอหรือ ที่วาการก ิ่ งอําเภอทองท ี่ ที่ทําการแขวงหรือที่ทําการกํานันทองท ี่และในบริเวณที่ดินนั้น แหงละ หน ึ่ งฉบับ ในเขตเทศบาลใหปดไวณ สํานักงานเทศบาลอีกหน ึ่ งฉบับ (๒) ถาปรากฏวาที่ดินน ั้นไมอยูในเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตาม มติคณะรัฐมนตรีและที่ดินน ั้นไมเปนที่ดินซ ึ่ งตองหามมิใหออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตาม ขอ ๕ และไมมีผูคัดคานภายในกําหนดเวลาท ี่ประกาศตาม (๑) ใหพนักงานเจาหนาท ี่ ออกหนังสือ รับรองการทําประโยชนใหได (๓) ถาปรากฏวาที่ดินน ั้ นต ั้ งอยูในตําบลที่มีปาสงวนแหงชาติอุทยานแหงชาติ พื้นที่รักษาพันธุสัตวปา พื้นที่หามลาสัตวปาหรือพ ื้ นที่ที่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตาม มติคณะรัฐมนตรีและกรมปาไมหรือกรมพัฒนาที่ดินยังไมไดขีดเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยาน แหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตาม มติคณะรัฐมนตรีลงในระวางรูปถายทางอากาศเพ ื่ อการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือ กรณีที่ขีดเขตแลวแตที่ดินท ี่ ขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนมีอาณาเขตติดตอคาบเก ี่ ยวหรือ อยูในเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยานแหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือ เขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีใหผูวาราชการจังหวัดแตงตั้ง คณะกรรมการรวมกันออกไปตรวจพิสูจนที่ดิน ประกอบดวยปาไมอําเภอหรือผูที่ปาไมจังหวัด มอบหมายสําหรับทองที่ที่ไมมีปาไมอําเภอ เจาหนาท ี่ บริหารงานที่ดินอําเภอ ปลัดอําเภอ (เจา สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๕ พนักงานปกครอง) และกรรมการอ ื่ นตามท ี่ เห็นสมควร เม ื่ อคณะกรรมการดังกลาวไดทําการตรวจ พิสูจนเสร็จแลว ใหเสนอความเห็นตอผูวาราชการจังหวัดวาสมควรออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชนใหไดหรือไมเพียงใด สําหรับที่ดินท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี แตยังไมไดขีดเขตหรือขีดเขตแลวแตที่ดินดังกลาวมีอาณาเขตคาบเก ี่ ยวกับเขตท ี่ไดจําแนกใหเปน เขตปาไมถาวร ใหแตงต ั้ งผูแทนกรมพัฒนาที่ดินเปนกรรมการดวย ขอ ๑๑ เม ื่ อผูวาราชการจังหวัดไดพิจารณาผลการตรวจพิสูจนที่ดินของ คณะกรรมการตามขอ ๑๐ (๓) แลว ปรากฏวาที่ดินน ั้นไมอยูในเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยาน แหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตาม มติคณะรัฐมนตรีหรือปรากฏวาที่ดินน ั้ นอยูในเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยานแหงชาติเขตรักษา พันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีแต ผูขอไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินดังกลาวโดยชอบดวยกฎหมายมากอนวันท ี่ ทางราชการ กําหนดใหที่ดินน ั้นเปนปาสงวนแหงชาติอุทยานแหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามล าสตวั ปา หรือเขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและไมมีผูคัดคานภายใน กําหนดเวลาท ี่ประกาศตามขอ ๑๐ (๑) ใหผูวาราชการจังหวัดส ั่งการใหพนักงานเจาหนาท ี่ พิจารณาดําเนินการตามขอ ๑๐ (๒) หมวด ๓ โฉนดที่ดิน ขอ ๑๕ การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งแกไข เพ ิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔ ) พ.ศ. ๒๕๒๘ ให ดําเนินการ ดังน ี้ (๑) ใหมีการรังวัดทําแผนท ี่ ตามวิธีการรังวัดเพ ื่อออกโฉนดที่ดิน โดยใหเจาของ ที่ดินปกหลักหมายเขตที่ดินไวทุกมุมที่ดินของตน (๒) ใหเจาของที่ดินหรือผูแทนใหถอยคําตามแบบ น.ส. ๕ ทายกฎกระทรวงน ี้ (๓) กอนแจกโฉนดที่ดิน ใหเจาพนักงานที่ดินประกาศการแจกโฉนดที่ดินใหทราบ มีกําหนดสามสิบวัน ประกาศนั้นใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินทองที่สํานักงานเขตหรือ ที่วาการอําเภอหรือที่วาการก ิ่ งอําเภอทองท ี่ ที่ทําการแขวงหรือที่ทําการกํานันทองท ี่และในบริเวณ ที่ดินนั้น แหงละหน ึ่ งฉบับ ในเขตเทศบาลใหปดไวณ สํานักงานเทศบาล อีกหน ึ่ งฉบับ ขอ ๑๖ ในกรณีออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๖ กุมภาพันธพ.ศ. ๒๕๑๕ ใหผูมีสิทธิครอบครองที่ดินย ื่ นคําขอตามแบบ น.ส. ๑ ข. ทายกฎกระทรวง นี้และใหนําขอ ๗ (๒) ขอ ๑๐ (๒) และ (๓) ขอ ๑๑ และขอ ๑๕ มาใชบังคับโดยอนุโลม ๔. แบบ หลักเกณฑและวิธีการออกใบแทนหนังสือรับรองการทํา ประโยชนหรือโฉนดที่ดิน เดิมไดถูกกําหนดไวโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๑๐) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๐ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ฯลฯ และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๙ (พ.ศ. ๒๕๓๓) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๑๔) ฯลฯ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ฯลฯ และถูกยกเลิกโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ฯลฯ ตอมากฎกระทรวงดังกลาวท ั้ งหมด ไดถูกยกเลิกโดยกฎกระทรวง ฉบับที่๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ฯลฯและมีขอกําหนดใหม ดังน ี้ ฯลฯ ฯลฯ ขอ ๑๒ ใบแทนหนังสือรับรองการทําประโยชนใหใชแบบ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓ ข. แลวแตกรณี การออกใบแทนหนังสือรับรองการทําประโยชนใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการ ตามวิธีการออกใบแทนโฉนดที่ดินโดยอนุโลม ฯลฯ ฯลฯ ขอ ๑๗ ในการออกใบแทนโฉนดที่ดินใหดําเนินการดังน ี้ (๑) ในกรณีโฉนดที่ดินเปนอันตรายหรือสูญหาย ใหเจาของที่ดินย ื่ นคําขอและ ปฏิญาณตนตอเจาพนักงานที่ดินโดยใหนําพยานหลักฐานมาใหเจาพนักงานที่ดินทําการสอบสวน จนเปนท ี่ เช ื่ อถือไดและใหเจาพนักงานที่ดินประกาศใหทราบมีกําหนดสามสิบวัน ประกาศนั้นให ปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินทองท ี่ สํานักงานเขตหรือที่วาการอําเภอหรือที่วาการก ิ่ งอําเภอ ทองท ี่ ที่ทําการแขวงหรือที่ทําการกํานันทองท ี่และในบริเวณที่ดินนั้น แหงละหน ึ่ งฉบับ ในเขต เทศบาลใหปดไวณ สํานักงานเทศบาล อีกหน ึ่ งฉบับ ถามีผูคัดคานภายในเวลาที่กําหนดและนํา พยานหลักฐานมาแสดง ใหเจาพนักงานที่ดินสอบสวนแลวส ั่งการไปตามควรแกกรณีถาไมมีผูใด คัดคานภายในเวลาที่กําหนด ใหออกใบแทนใหไปตามคําขอ (๒) ในกรณีโฉนดที่ดินชํารุด ถาเจาของที่ดินนําโฉนดที่ดินที่ชํารุดน ั้ นมามอบและ โฉนดที่ดินที่ชํารุดน ั้ นยังมีตําแหนงที่ดิน เลขท ี่โฉนดที่ดิน ชื่อและตราประจําตําแหนงของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๗ ผูวาราชการจังหวัด และหรือช ื่อและตราประจําตําแหนงของเจาพนักงานที่ดินตามแบบโฉนดที่ดิน ปรากฏอยูซึ่งสามารถตรวจสอบไดใหออกใบแทนใหไปไดถาขาดขอความสําคัญดังกลาวใหนํา ความใน (๑) มาใชบังคับ (๓) ในกรณีศาลมีคําส ั่ งหรือมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดเก ี่ ยวกับโฉนดที่ดินหรือผูใด มีสิทธิจดทะเบียนตามคําพิพากษาของศาล แตไมไดโฉนดที่ดินมาหรือโฉนดที่ดินเดิมเปนอันตราย ชํารุดหรือสูญหายดวยประการใด ใหผูมีสิทธิจดทะเบียนย ื่ นคําขอใบแทนแลวใหดําเนินการตามท ี่ กําหนดไวใน (๑) หรือ (๒) แลวแตกรณี (๔) ในกรณีเจาพนักงานผูมีอํานาจในการยึดและขายทอดตลาดที่ดินของผูที่ คางชําระภาษีอากรหรือเงินคางจายใดๆ ตามท ี่ กฎหมายบัญญัติไวขอใหออกใบแทนโฉนดที่ดิน สําหรับที่ดินดังกลาวซ ึ่ งเจาพนักงานผูมีอํานาจไดยึดมาขายทอดตลาดแลว แตไมไดโฉนดที่ดินมา หรือโฉนดที่ดินเดิมเปนอันตราย ชํารุดหรือสูญหายดวยประการใด ใหถือหนังสือของเจาพนักงาน ดังกลาวเปนคําขอและดําเนินการทํานองเดียวกับที่กําหนดไวใน (๓) แตไมตองสอบสวน (๕) ในกรณีอธิบดีจะใชอํานาจจําหนายที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน แตไมได โฉนดที่ดินมาหรือโฉนดที่ดินเดิมเปนอันตราย ชํารุด หรือสูญหายดวยประการใด ใหดําเนินการ ทํานองเดียวกับที่กําหนดไวใน (๔) แตไมตองสอบสวน (๖) ในกรณีอธิบดีหรือผูวาราชการจังหวัดใชอํานาจเพิกถอนหรือแกไขโฉนดที่ดิน เพิกถอนหรือแกไขรายการจดทะเบียนตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งแกไขเพิ่ มเติม โดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ แตไมไดโฉนดที่ดิน มาหรือโฉนดที่ดินเปนอันตราย ชํารุดหรือสูญหายดวยประการใด ใหดําเนินการทํานองเดียวกับ ที่กําหนดไวใน (๔) แตไมตองสอบสวน ในกรณีที่ไมไดโฉนดที่ดินมาตาม (๓) (๔) (๕) และ (๖) ใหถือวาโฉนดที่ดินสูญหาย ขอ ๑๘ ใบแทนโฉนดที่ดินใหใชแบบ น.ส. ๔ จ. การออกใบแทนโฉนดที่ดิน ใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดิน จังหวัดสาขาคนปจจุบันหรือเจาพนักงานที่ดินซ ึ่ งอธิบดีมอบหมายลงลายมือช ื่อและประทับตรา ประจําตําแหนงของเจาพนักงานที่ดินเปนสําคัญ ใหมีคําวา “ใบแทน” ดวยหมึกสีแดงไวดานหนา ของโฉนดที่ดิน ในสารบัญจดทะเบียนใหระบุวัน เดือน ปที่ออกโฉนดที่ดินฉบับเดิมดวยหมึกสีแดง ถามีรายการจดทะเบียนใหคัดรายการดวยหมึกสีแดงและใหเจาพนักงานที่ดินลงลายมือช ื่ อและ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๘ ประทับตราใตรายการสุดทาย ถาไมมีรายการจดทะเบียน ใหเจาพนักงานที่ดินลงลายมือช ื่ อและ ประทับตราใตวัน เดือน ปที่ออกโฉนดที่ดินฉบับเดิม สวนโฉนดที่ดินฉบับสํานักงานที่ดิน ในสารบัญจดทะเบียนใหมีคําวา “ไดออก ใบแทนโฉนดที่ดินแลว” และวัน เดือน ปที่ออกดวยหมึกสีแดงกับใหเจาพนักงานที่ดินลงลายมือชื่อ กํากับไว ประเด็นปญหา ขอ ๑๔ (๓) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งกําหนดหามออกโฉนดที่ดิน สําหรับท ี่ เกาะฯลฯ นั้น ขัดตอรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ ฟ.๘ – ฟ.๑๐/๒๕๔๖ (ประชุมใหญ) ผูถูกฟองคดีที่ ๑ (อธิบดีกรมที่ดิน) ในฐานะผูรักษาการตามพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และประมวลกฎหมายที่ดิน มีอํานาจท ี่ จะออกกฎกระทรวง ตามมาตรา ๖ และมาตรา ๑๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ประกอบกับมาตรา ๕๖ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เพ ื่ อกําหนดแบบ หลักเกณฑและวิธีการออก โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทําประโยชนใบจอง ใบไตสวน รวมท ั้งใบแทนของหนังสือดังกลาว และคณะรัฐมนตรีไดใหความเห็นชอบแลว การออกกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออก ตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงเปนการดําเนินการ ตามที่กฎหมายไดใหอํานาจไวโดยชอบแลว ที่เกาะท ี่เปนทรัพยสินของแผนดินตามมาตรา ๑๓๐๙ แหงประมวลกฎหมายแพง และพาณิชยหากไมไดใชเพ ื่อสาธารณประโยชนหรือสงวนไวเพ ื่อประโยชนรวมกัน รัฐยอมมี อํานาจท ี่ จะนําที่ดินบนท ี่เกาะไปจัดใหแกผูครอบครองและทําประโยชนไดเชนเดียวกับที่ดินท ั่วไป รัฐจึงมีอํานาจกําหนดหลักเกณฑในการจัดที่ดินซ ึ่งเปนท ี่ เกาะ รวมท ั้ งที่ดินท ั่วไปที่ไมไดแจงการ ครอบครองตามที่กําหนดในมาตรา ๕ และมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไดการที่ขอ ๑๔ (๓) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กําหนดหลักเกณฑหามออก สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๙ โฉนดที่ดินสําหรับท ี่ เกาะซ ึ่งไมมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หรือหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ หรือกรณีเปนที่ดิน ที่คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติใหจัดแกประชาชน หรือที่ดินซ ึ่งไดมีการจัดหา ผลประโยชนตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยคณะกรรมการ จัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติแลว จึงเปนการใชอํานาจจัดที่ดินของรัฐ แมบทบัญญัติในมาตรา ๕ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่วาผูครอบครองไมแจง การครอบครองภายในกําหนดใหถือวาผูครอบครองสละสิทธิการครอบครองที่ดิน รัฐมีอํานาจ จัดที่ดินน ั้ นตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดิน จะไดถูกยกเลิกไปแลวก็ตาม แตมีการเพิ่ม ความในมาตรา ๕๘ ทวิและมาตรา ๕๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ใหผูที่ครอบครองที่ดินมา กอนประมวลกฎหมายที่ดิน แตมิไดแจงการครอบครองมีสิทธิขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทําประโยชนไดซึ่งแสดงวารัฐยังคงสงวนสิทธิที่จะกําหนดหลักเกณฑสําหรับที่ดินที่มิไดแจง การครอบครอง จึงไมอาจอางสิทธิตามมาตรา ๕๘ ทวิหรือมาตรา ๕๙ ทวิแหงประมวลกฎหมาย ที่ดิน ขึ้นใชยันรัฐไดอีก สาระสําคัญและเจตนารมณในบทบัญญัติตามขอ ๑๔ (๓) ของ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงเปนการใชอํานาจจัดที่ดินที่มิไดแจงการครอบครองภายในกําหนด ตาม บทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดินฯ และประมวลกฎหมายที่ดิน และการ ที่กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กําหนดมิใหออกโฉนดที่ดินบนท ี่ เกาะยกเวนกรณีผูครอบครองที่ดินมีหลักฐาน การแจงการครอบครองที่ดินไดใชบังคับทุกแหงเสมอเหมือนกัน ไมไดเลือกปฏิบัติกับผูครอบครอง รายใดรายหนึ่ง หรือเกาะใดเกาะหนึ่งเปนการเฉพาะ จึงไมเปนการขัดตอหลักความเสมอภาคตาม รัฐธรรมนูญ บทบัญญัติในขอ ๑๔ (๓) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความ ในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงชอบดวยกฎหมายแลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ ฟ.๑๐/๒๕๔๘ วินิจฉัยในแนวทางเดียวกับคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ ฟ.๘ – ฟ.๑๐/๒๕๔๖ ประเด็นปญหา เจาพนักงานที่ดินจะนําขอ ๑๔ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ลงวันท ี่ ๒๒ กุมภาพันธพ.ศ. ๒๕๓๗ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเม ื่ อวันท ี่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๐ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๗) ซึ่งหามออกโฉนดที่ดินในที่ เกาะฯ ลฯ มาบังคับใชกับการขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนที่ยื่นคําขอไวกอนวันท ี่ กฎกระทรวงดังกลาวมีผลใชบังคับ ไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๖๑/๒๕๔๘ การที่จะพิจารณาวาที่ดินแปลงใดออกโฉนดที่ดินไดหรือไม ตองพิจารณาตาม กฎหมายและระเบียบที่มีผลใชบังคับในวันย ื่ นคําขอออกโฉนดที่ดินนั้น เพราะกฎหมายและ ระเบียบที่กําหนดคุณสมบัติและสภาพของที่ดินท ี่จะออกโฉนดที่ดินไดหรือไม เปรียบไดกับ กฎหมายสารบัญญัติซึ่งการนํากฎหมายสารบัญญัติมาบังคับใชจะนํากฎหมายท ี่ออกในภายหลัง มาใชบังคับยอนหลังไมไดเม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ผูฟองคดียื่นคําขอออกโฉนดที่ดินแปลงพิพาท ตั้งแตพ.ศ. ๒๕๒๘ และมีการตรวจสอบลักษณะและสภาพที่ดินไปแลววาไมตองหามออก โฉนดที่ดินแตประการใด แตในขั้นตอนประกาศแจกโฉนดที่ดินมีผูโตแยงสิทธิในที่ดินซ ึ่งไมเห็นดวย กับคําส ั่งสอบสวนเปรียบเทียบของเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) จึงมีการนําคดีไปฟอง ศาลยุติธรรม เม ื่ อศาลฎีกามีคําพิพากษาวาผูฟองคดีมีสิทธิดีกวาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ ผูฟองคดีจึงนํา คําพิพากษามาขอใหผูถูกฟองคดีดําเนินการตอไป ดังน ี้ การที่ผูถูกฟองคดีอางกฎกระทรวง ฉบบทั ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งมี ผลบังคับใชภายหลังจากที่ผูฟองคดียื่นคําขอออกโฉนดที่ดินพิพาทไปแลว ๙ ปเศษมาปฏิเสธการ ออกโฉนดที่ดินพิพาทใหกับผูฟองคดีโดยอางวาที่ดินแปลงพิพาทของผูฟองคดีมีลักษณะตองหาม มิใหออกโฉนดที่ดินตามที่กําหนดในกฎกระทรวงดังกลาว ยอมเปนการไมชอบดวยเหตุผลและ ความเปนธรรมตามกฎหมายและระเบียบ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๔๕/๒๕๔๙ ขอเท็จจริงและคําวินิจฉัยทํานองเดียวกันกับคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๖๑/๒๕๔๘ ประเด็นปญหา ตามท ี่ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๘ กําหนดหามมิใหออกโฉนดที่ดิน สําหรับท ี่ เขา นั้น สภาพพ ื้ นที่ลักษณะใดที่ถือวาเปนท ี่ เขา มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๑ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๔๑๙๕/๒๕๒๘ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ หมวด ๓ ขอ ๘ หามมิใหออกโฉนดที่ดินสําหรับท ี่ เขา เมอท ื่ ี่ดิน พิพาทมีลักษณะดานหลังอยูติดกับแนวเขา มีการเจาะปรับพ ื้ นที่ดินใหเสมอเขาไปในไหลเขายาว ๑๐ วาเศษ ดานหนาคอยๆ ลาดต ่ําลงไป จึงมีลักษณะเปนท ี่ เขา โฉนดที่ดินท ี่ ออกสําหรับที่ดิน พิพาทจึงออกโดยไมชอบดวยกฎหมาย แมคณะกรรมการสอบสวนท ี่ อธิบดีกรมที่ดินไดแตงต ั้ งข ึ้ นจะช ี้ ขาดวาการออก โฉนดที่ดินเปนไปโดยชอบดวยระเบียบหรือข ั้ นตอนของกฎหมายแลว กรณีดังกลาวไมผูกพันให ศาลตองฟงตามนั้น เพราะขอเท็จจริงท ี่ คณะกรรมการสอบสวนรับฟงมา อาจเปนขอเท็จจริงท ี่ ผิดพลาดก็ได ประเด็นปญหา การท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชน หรือโฉนดที่ดิน หรือปฏิเสธการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินเปนคําส ั่ งท ี่ ชอบ ดวยกฎหมาย (กฎกระทรวงวาดวยหลักเกณฑและวิธีการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือ โฉนดที่ดิน) หรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๔/๒๕๔๗ เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ในการออกโฉนดที่ดินที่พิพาทตามหลักฐานหนังสือ รับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ซึ่งมีขางเคียงติดตอกับทางหลวงสุขาภิบาล ประธานกรรมการ สุขาภิบาลในฐานะผูอํานวยการทางหลวงมีหนาที่ดูแลทางหลวง และนายอําเภอในฐานะ ผูปกครองทองที่มีอํานาจหนาที่ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชนไดมอบอํานาจใหตัวแทนไประวัง ชี้แนวเขตที่ดินแลวปรากฏวา มิไดรุกล ้ํ าทางหลวงสุขาภิบาล ผลการรังวัดที่ดินไดเน ื้ อที่นอยกวา หลักฐานเดิมซ ึ่ งนายอําเภอรับรองวาหลักฐานเดิมถูกตอง ทั้งเจาพนักงานที่ดินไดประกาศการออก โฉนดที่ดินแลวไมมีผูคัดคาน จึงไดออกโฉนดที่ดิน การกระทําดังกลาวถือไดวาเปนการกระทําตาม ขั้นตอนตามท ี่ กฎหมายกําหนดไวตามมาตรา ๕๖ และมาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับขอ ๘ ขอ ๙ และขอ ๑๐ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๒ ฉบับท ี่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) วาดวยเง ื่อนไขการออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชน และระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการเขียนขางเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๐ แลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๓๕/๒๕๔๗ แมเจาของเดิมจะแจงการครอบครองที่ดินตามแบบ ส.ค. ๑ ไวมีเน ื้ อท ี่ ๑๓ ไร ๒ งาน ๘๘ ตารางวา แตเม ื่อปรากฏวาในการขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ตาม หลักฐาน ส.ค. ๑ ดังกลาว ผูปกครองทองที่คัดคานวาการนํารังวัดรุกล ้ํ าท ี่สาธารณประโยชนผูขอ ออก น.ส. ๓ จึงใหถอยคําวาจะไมขอยุงเก ี่ยวและไมทําประโยชนในที่ดินพิพาท ยินยอมยกที่ดิน ดังกลาวใหเปนท ี่สาธารณประโยชนตอไป จึงตองถือวาผูขอออก น.ส. ๓ สละการครอบครองที่ดิน พิพาทแลว ทําใหการครอบครองที่ดินสวนนี้สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๓๗๗ วรรคหนึ่ง แหงประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยเม ื่ อตอมาไดมีการนําที่ดินตาม น.ส. ๓ ดังกลาวไปขอออกโฉนดที่ดิน จึงตองถือตามจํานวนเน ื้ อท ี่ใน น.ส. ๓ ประกอบการครอบครองจริงซ ึ่ งรังวัดได๙ ไร๒ ตารางวา อีกทั้ง ที่ดินพิพาทอยูในเขตหนองน้ํ าสาธารณะ จึงเปนที่ดินสาธารณสมบัติของแผนดินตาม มาตรา ๑๓๐๕ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยซึ่งตองหามมิใหออกโฉนดที่ดินตามขอ ๕ และขอ ๑๔ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังนั้น การท ี่ เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) ปฏิเสธไมออก โฉนดที่ดินใหแกผูฟองคดีในที่ดินพิพาท จึงชอบดวยกฎหมายแลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๕๐/๒๕๔๙ การท ี่ นาย ซ. ซื้อที่ดินตามหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) ไดจากการ ขายทอดตลาดตามคําส ั่ งศาล ตองถือวานาย ซ. ไดสิทธิครอบครองที่ดินดังกลาวทันทีนับแตวันท ี่ ซื้อที่ดินไดผูแจงการครอบครองยอมไมมีสิทธิในที่ดินตามกฎหมายอีกตอไป ตอมาเมอม ื่ การยีนค ื่ าขอํ ตอนายอําเภอเพ ื่ อออกหนังสือรับรองการทําประโยชนและพนักงานเจาหนาท ี่ไดออกหนังสือ รับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ใหไป กรณีจึงถือไดวาเปนการดําเนินการตามมาตรา ๕๖ แหง ประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งบัญญัติวาแบบ หลักเกณฑและวิธีการออกใบจอง หนังสือรับรองการทํา ประโยชนใบไตสวนหรือโฉนดที่ดิน รวมท ั้งใบแทนของหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาว ใหกําหนดโดยกฎกระทรวงแลวกลาวคือกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่ใชบังคับในขณะนั้นไดกําหนด หลักเกณฑในการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนไวในหมวด ๒ โดยใหผูขอย ื่ นคําขอตามแบบ น.ส. ๑ ตอนายอําเภอ โดยแนบใบจอง ใบเหยียบย่ํา ตราจองหรือใบแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๓ ตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ สําหรับที่ดินแปลง นั้นดวย เม ื่ อมีการพิสูจนการทําประโยชนแลวก็ใหออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตอไป แม นาย ซ. จะมิใชผูแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และยังมิไดเขาทําประโยชนตามกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก็ตาม แตก็ถือไดวาคําส ั่ งของ ศาลท ี่ใหนาย ซ. เปนผูซื้อที่ดินพิพาทไดจากการขายทอดตลาดเปนการแสดงสิทธิในที่ดิน ซึ่ง สามารถนับระยะเวลาการครอบครองตอเน ื่ องมาจากผูครอบครองที่ดินเดิมได คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๕๔/๒๕๕๐ ที่ดินพิพาทท ั้งสองแปลงตั้ งอยูในเขตที่มีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหาม ที่ดินฯ พุทธศักราช ๒๔๘๓ โดยมีหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ออกตาม โครงการเดินสํารวจเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ แตจากการอาน แปล และวิเคราะหภาพถายทางอากาศของ กรมปาไมโดยผูเช ี่ ยวชาญของศาลเก ี่ ยวกับการวิเคราะหภาพถายทางอากาศและแผนท ี่ กระทรวง ยุติธรรม ปรากฏตามแผนที่ภูมิประเทศบริเวณดังกลาวของกรมแผนท ี่ ทหารขนาดมาตราสวน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ถายทําเม ื่ อวันท ี่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๖ และวันท ี่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๐ ซึ่งเจาหนาที่ที่ดิน ไดลงตําแหนงรูปแผนที่แปลง น.ส. ๓ ก. ที่พิพาทวา บริเวณดังกลาวในปพ.ศ. ๒๔๙๖ และปพ.ศ. ๒๕๑๐ มีสภาพเปนปาละเมาะไมพบมีการปลูกพืชผลอาสินแตอยางใด จึงฟงไดวาที่ดินพิพาทมี การครอบครองทําประโยชนภายหลังที่มีการถายภาพทางอากาศดังกลาว ซึ่งเปนระยะเวลา ภายหลังการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหามที่ดิน พ.ศ. ๒๔๘๓ แลว ผูครอบครองที่ดิน พิพาทจึงไมมีสิทธิครอบครองเน ื่ องจากตองหามตามกฎหมาย ดังนั้น การออก น.ส. ๓ ก. จึงไม ชอบดวยกฎหมายดวยเหตุออกในที่ตองหามมิใหออกตามนัยขอ ๘ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ การท ี่ ผูฟองคดีนํา น.ส. ๓ ก. ทั้งสองฉบับมารังวัดรวมเปน น.ส. ๓ ก. ฉบับเดียวและรังวัดรวมที่ดิน ขางเคียงท ี่ไมมีสิทธิครอบครองเขาไปดวย จึงเปนการไมชอบดวยกฎหมายไปดวย เม ื่ อมี พยานหลักฐานรับฟงไดวาการออก น.ส. ๓ ก. ของผูฟองคดีไมชอบดวยกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดิน ยอมมีอํานาจหนาท ี่ ตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินท ี่ จะตองเพิกถอน ดังนั้น คําส ั่งให เพิกถอน น.ส. ๓ ก. พิพาทจึงชอบดวยกฎหมาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๔ คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๒๐/๒๕๔๖ การที่ชางรังวัดซ ึ่ งทําการรังวัดท ี่ ธรณีสงฆตามคําขอออกโฉนดที่ดินของ วัด (ผูฟองคดี) แจงแกตัวแทนผูฟองคดีวาตองรังวัดออกโฉนดที่ดินแยกเปนสองแปลงเพราะที่ดินมี ทางสาธารณประโยชนตัดผาน โดยเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) ยังมิไดมีคําส ั่งใดๆ ที่เปนการ ใชอํานาจตามกฎหมายในอันท ี่ จะมีผลเปนการกระทบตอสถานภาพของสิทธิหรือหนาท ี่ ของ ผูฟองคดีเก ี่ ยวกับคําขอออกโฉนดที่ดิน กรณีจึงยังไมมีคําส ั่งทางปกครองซึ่งเปนเหตแหุงการฟ องคด ี ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งปญหาเก ี่ ยวกับอํานาจฟองเปนขอกฎหมายเก ี่ ยวกับความสงบเรียบรอยของ ประชาชน ศาลมีอํานาจยกข ึ้ นวินิจฉัยได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๕๙๐๔/๒๕๓๓ เม ื่อศาลไดมีคําพิพากษาใหเพิกถอนหนังสือรับรองการทําประโยชนที่เจาพนักงาน ที่ดินออกโดยไมชอบดวยกฎหมายเพราะออกใหแกผูที่ไมมีสิทธิในที่ดินแลว หากผูมีสิทธิในที่ดิน ที่แทจริงประสงคจะไดหนังสือรับรองการทําประโยชนในชื่ อของตน ผูนั้นตองไปดําเนินการขอออก หนังสือรับรองการทําประโยชนตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดใน ประมวลกฎหมายที่ดินโดยเฉพาะ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๘๐๐๗/๒๕๔๓ การที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ ื่อเกษตรกรรมเปนโจทกฟอง จ. วาขอออก โฉนดที่ดินเฉพาะรายโดยไมชอบดวยกฎหมาย จึงขอใหศาลมีคําส ั่ งหามเจาพนักงานที่ดินออก โฉนดที่ดินนั้น ถือวาเปนคําฟองท ี่ขอใหบังคับเจาพนักงานที่ดินใหกระทําการหรือไมกระทําการ เม ื่อโจทกไมไดฟองเจาพนักงานที่ดินเปนจําเลย จึงขอใหบังคับเจาพนักงานที่ดินซ ึ่งเปน บุคคลภายนอกไมไดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๔๕ วรรคสอง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๕ มาตรา ๕๗ แบบโฉนดที่ดินใหมีขอความสําคัญด ั่ งตอไปนี้ชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู ของผูมีกรรมสิทธ ิ์ตําแหนงที่ดิน จํานวนเน ื้ อท ี่ รูปแผนที่ ของที่ดินแปลงนั้ นแสดงเขตขางเคียงทั้ง สี่ทิศ และใหมีสารบัญสําหรับจดทะเบียนไวดวย ใหเจาพนักงานที่ดินและผูวาราชการจังหวัด ลงลายมือชื่อและประทับตราประจําตําแหนงเปนสําคัญ โฉนดที่ดินด ั่ งกลาวน ี้ใหทําเปนคูฉบับ รวมสองฉบับ มอบใหผูถือกรรมสิทธ ิ์ไว ฉบับหน ึ่ งอีกฉบับหน ึ่ งเก็บไวณ สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขา แลวแตกรณี สําหรับฉบับท ี่ เก็บไวณ สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขานั้น จะจําลองเปนรูปถายไว ก็ไดในกรณีเชนวาน ี้ใหถือเสมือนเปนตนฉบับ (ความในมาตรา ๕๗ เดิมถูกยกเลิกโดยขอ ๖ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับ ที่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๗ แบบโฉนดที่ดินและแบบหนังสือรับรองการทําประโยชนใหมีขอความ สําคัญดังตอไปนี้ชื่อตัวชื่อสกุล ที่อยูของผูมีสิทธิในที่ดิน ตําแหนงที่ดิน จํานวนเน ื้ อท ี่ และรูปแผนที่ ของที่ดินแปลงนั้ นซ ึ่ งเเสดงเขตขางเคียงท ั้ งสี่ทิศ เเละใหมีสารบัญสําหรับจดทะเบียนไวดวย สําหรับ โฉนดที่ดินใหมีลายมือช ื่ อเจาพนักงานที่ดินและผูวาราชการจังหวัดหรือผูซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายให ลงลายมือช ื่ อแทนผูวาราชการจังหวัด และประทับตราประจําตําแหนงของผูลงลายมือช ื่อเปนสําคัญ สําหรับหนังสือรับรองการทําประโยชนใหมีลายมือช ื่ อนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนา ประจําก ิ่ งอําเภอแลวแตกรณีและประทับตราประจําตําแหนงของผูลงลายมือช ื่อเปนสําคัญ โฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชนใหทําเปนคูฉบับ รวมสองฉบับ มอบ ใหผูมีสิทธิในที่ดินฉบับหนึ่ง อีกฉบับหน ึ่ งเก็บไวณ สํานักงานที่ดิน ที่ทําการที่ดินอําเภอ หรือท ี่ ทําการที่ดินก ิ่ งอําเภอ แลวแตกรณีสําหรับคูฉบับท ี่ เก็บไวณ สํานักงานที่ดิน ที่ทําการที่ดินอําเภอ หรือที่ทําการที่ดินก ิ่ งอําเภอน ั้ นจะจําลองเปนรูปถายไวก็ไดในกรณีเชนน ี้ใหถือเสมือนเปนตนฉบับ (ความในมาตรา ๕๗ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๗ โฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชนใหมีขอความ สําคัญดังตอไปนี้ชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยูของผูมีสิทธิในที่ดิน ตําแหนงที่ดิน จํานวนเน ื้ อท ี่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๖ รูปแผนที่ ของที่ดินแปลงนั้ นซึ่ งแสดงเขตขางเคียงท ั้ งสี่ทิศ ใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัด เจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือเจาพนักงานที่ดินซึ่ งอธิบดีมอบหมาย เปนผูลงลายมือชื่อ และประทับตราประจําตําแหนงของเจาพนักงานที่ดินเปนสําคัญ กับใหมีสารบัญสําหรับ จดทะเบียนไวดวย โฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชนใหทําเปนคูฉบับรวมสองฉบับ มอบใหผูมีสิทธิในที่ดินฉบับหนึ่ง อีกฉบับหน ึ่ งเก็บไวณ สํานักงานที่ดิน สําหรับคูฉบับท ี่ เก็บไวณ สํานักงานที่ดินนั้น จะจําลองเปนรูปถายไวก็ไดในกรณีเชนน ี้ใหถือเสมือนเปน ตนฉบับ ไมพบคําวินิจฉัยท ี่ เก ี่ ยวของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๗ มาตรา ๕๘ เม ื่ อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะใหออกโฉนดที่ดินในทองที่จังหวัดใด ให รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดเขตทองท ี่ เพ ื่ อทําการสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ เพ ื่ อออก โฉนดที่ดิน เม ื่ อพนักงานเจาหนาท ี่จะไปเดินสํารวจทําการรังวัดที่ดินตามความในวรรคกอน ใหผูวาราชการจังหวัดประกาศลวงหนาในทองที่ซึ่งจะรังวัดออกโฉนดที่ดินไมนอยกวาสามสิบวัน และใหผูมีสิทธิในที่ดินนําพนักงานเจาหนาที่ทําการรังวัดที่ดินของตนตามวันและเวลาที่กําหนด ผูมีสิทธิในที่ดินตามความในวรรคกอนจะต ั้ งตัวแทนนําพนักงานเจาหนาที่ทําการ รังวัดที่ดินของตนก็ได (ความในมาตรา ๕๘ เดิมถูกยกเลิกโดยขอ ๗ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับ ที่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๘ เม ื่ อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะใหมีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทําประโยชนในจังหวัดใดในปใด ใหรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดจังหวัดท ี่ จะ ทําการสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนสําหรับปนั้น เขตจังหวัดท ี่ รัฐมนตรีประกาศกําหนดไมรวมทองที่ที่ทางราชการไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวร เม ื่อไดมีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ใหผูวาราชการจังหวัดกําหนดทองท ี่ และวันเร ิ่ มตนของการเดินสํารวจรังวัดในทองที่นั้น โดยปดประกาศไวณ สํานักงานที่ดิน ที่วาการ อําเภอ ที่วาการก ิ่ งอําเภอ ที่ทําการกํานันและที่ทําการผูใหญบานแหงทองที่กอนวันเร ิ่ มตนสํารวจ ไมนอยกวาสามสิบวัน เม ื่อไดมีประกาศของผูวาราชการจังหวัดตามวรรคสอง ใหบุคคลตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกลาว นําพนักงานเจาหนาท ี่ หรือผูซึ่งพนักงานเจาหนาท ี่ มอบหมาย เพ ื่ อทําการสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนในที่ดินของตน ตามวันและเวลาท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ไดนัดหมาย ในการเดินสํารวจพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนเพ ื่ อออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชนนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก ิ่ งอําเภอจะแตงต ั้งใหผูซึ่งไดรับการ อบรมการพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนเปนเจาหนาท ี่ออกไปพิสูจนสอบสวนการทําประโยชน แทนตนก็ได ในการปฏิบัติหนาท ี่ ตามท ี่ นายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจํา สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๘ (ความในมาตรา ๕๘ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๘ เม ื่ อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะใหมีการออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทําประโยชนในจังหวัดใดในปใด ใหรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา กําหนดจังหวัดท ี่ จะทําการสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชน สําหรับปนั้น เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดไมรวมทองที่ที่ทางราชการไดจําแนก ใหเปนเขตปาไมถาวร เม ื่อไดมีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ใหผูวาราชการจังหวัด กําหนดทองท ี่ และวันเร ิ่ มตนของการเดินสํารวจรังวัดในทองที่นั้นโดยปดประกาศไวณ สํานักงานที่ดิน ที่วาการอําเภอ ที่วาการก ิ่ งอําเภอ ที่ทําการกํานัน และที่ทําการผูใหญบาน แหงทองที่กอนวันเริ่มตนสํารวจไมนอยกวาสามสิบวัน เม ื่อไดมีประกาศของผูวาราชการจังหวัดตามวรรคสอง ใหบุคคลตาม มาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกลาว นําพนักงานเจาหนาท ี่ หรือผูซึ่ง พนักงานเจาหนาท ี่ มอบหมายเพ ื่ อทําการสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทํา ประโยชนในที่ดินของตนตามวันและเวลาท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ไดนัดหมาย ในการเดินสํารวจพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนเพ ื่ อออกหนังสือรับรอง การทําประโยชนเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจแตงต ั้ งผูซึ่งไดรับการอบรมในการพิสูจน สอบสวนการทําประโยชนเปนเจาหนาท ี่ออกไปพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนแทนตน ได ในการปฏิบัติหนาท ี่ ตามวรรคส ี่ ใหเจาหนาท ี่เปนเจาพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา (มีการเพ ิ่ มมาตรา ๕๘ ทวิโดยขอ ๗ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลง วันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ ดังตอไปนี้) มาตรา ๕๘ ทวิเม ื่อไดสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชน ในที่ดินตามมาตรา ๕๘ แลว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนแลวแตกรณีใหแกบุคคลตามท ี่ ระบุไวในวรรคสอง เม ื่อปรากฏวาที่ดินที่บุคคลนั้น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๙ ครอบครองเปนที่ดินท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดตามประมวล กฎหมายน ี้ บุคคลซ ึ่ งพนักงานเจาหนาท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนตามวรรคหน ึ่งใหไดคือ (๑) ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หนังสือ รับรองการทําประโยชนโฉนดตราจอง ตราจองที่ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” หรือเปนผูมีสิทธตามิ กฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ (๒) ผูซึ่งไดปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี (๓) ผูซึ่งครอบครองที่ดินและทําประโยชนในที่ดินภายหลังวันท ี่ประมวลกฎหมายนี้ ใชบังคับและไมมีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หรือไมมีหลักฐานวาเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการ จัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ สําหรับบุคคลตาม (๒) และ (๓) ใหออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน แลวแตกรณีไดไมเกินหาสิบไร ถาเกินหาสิบไรจะตองไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัดเปนการ เฉพาะราย ทั้งนี้ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด เพ ื่อประโยชนแหงมาตราน ี้ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดินตาม วรรคหนึ่ง ใหหมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องมาจากบุคคล ดังกลาวดวย ภายในสิบปนับแตวันไดรับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตาม วรรคหนึ่ง บุคคลตาม (๓) ซึ่งไดรับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาวจะโอนที่ดินน ั้นไปยังผูอื่นมิได นอกจากการตกทอดทางมรดก หรือโอนใหแกทางราชการและที่ดินน ั้นไมอยูในขายแหงการบังคับคดี (ความในมาตรา ๕๘ ทวิซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๘ ทวิเม ื่อไดสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชน ในที่ดินตามมาตรา ๕๘ แลว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนแลวแตกรณีใหแกบุคคลตามท ี่ ระบุไวในวรรคสอง เม ื่อปรากฏวาที่ดินที่บุคคลนั้น ครอบครองเปนที่ดินท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดตามประมวล สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๒๐ กฎหมายน ี้ บุคคลซ ึ่ งพนักงานเจาหนาท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนตามวรรคหน ึ่งใหไดคือ (๑) ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน มีใบจองใบเหยียบย่ํา หนังสือรับรอง การทําประโยชนโฉนดตราจอง ตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” หรือเปนผูมีสิทธตามกฎหมายิ วาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ (๒) ผูซึ่งไดปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี (๓) ผูซึ่งครอบครองที่ดินและทําประโยชนในที่ดิน ภายหลังวันท ี่ประมวลกฎหมาย นี้ใชบังคับและไมมีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หรือไมมีหลักฐานวาเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการ จัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ เพ ื่อประโยชนแหงมาตราน ี้ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดินตาม วรรคสอง (๑) ใหหมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องมาจาก บุคคลดังกลาวดวย สําหรับบุคคลตามวรรคสอง (๒) และ (๓) ใหออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนแลวแตกรณีไดไมเกินหาสิบไรถาเกินหาสิบไรจะตองไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัด เปนการเฉพาะราย ทั้งน ี้ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด ภายในสิบปนับแตวันท ี่ไดรับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตาม วรรคหนึ่ง หามมิใหบุคคลตามวรรคสอง (๓) ซึ่งไดมาซ ึ่ งสิทธิในที่ดินดังกลาวโอนที่ดินน ั้นใหแกผูอื่น เวนแตเปนการตกทอดทางมรดก หรือโอนใหแกทบวงการเมือง หรือโอนใหแกสหกรณเพ ื่ อชําระหน ี้ และไดรับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณแลว ภายในกําหนดระยะเวลาหามโอนตามวรรคหา ที่ดินน ั้นไมอยูในขายแหงการ บังคับคดี (ความในมาตรา ๕๘ ทวิซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๘ ทวิเม ื่อไดสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทํา ประโยชนในที่ดินตามมาตรา ๕๘ แลว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๒๑ รับรองการทําประโยชนแลวแตกรณีใหแกบุคคลตามท ี่ ระบุไวในวรรคสอง เม ื่อปรากฏวา ที่ดินที่บุคคลน ั้นครอบครองเปนที่ดินท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนไดตามประมวลกฎหมายนี้ บุคคลซึ่ งพนักงานเจาหนาท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนตามวรรคหน ึ่งใหไดคือ (๑) ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หนังสือรับรองการทําประโยชนโฉนดตราจอง ตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” หรือเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่อการครองชีพ (๒) ผูซึ่งไดปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี (๓) ผูซึ่งครอบครองที่ดินและทําประโยชนในที่ดิน ภายหลังวันท ี่ประมวล กฎหมายน ี้ใชบังคับ และไมมีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หรือไมมีหลักฐานวาเปนผูมีสิทธิตาม กฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่อการครองชีพ เพ ื่อประโยชนแหงมาตราน ี้ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน ตามวรรคสอง (๑) ใหหมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดิน ตอเน ื่ องมาจากบุคคลดังกลาวดวย สําหรับบุคคลตามวรรคสอง (๒) และ (๓) ใหออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทําประโยชนแลวแตกรณีไดไมเกินหาสิบไร ถาเกินหาสิบไรจะตองไดรับ อนุมัติจากผูวาราชการจังหวัดเปนการเฉพาะราย ทั้งน ี้ ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด ภายในสิบปนับแตวันท ี่ไดรับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนตามวรรคหนึ่ง หามมิใหบุคคลตามวรรคสอง (๓) ผูไดมาซึ่ งสิทธิในที่ดินดังกลาว โอนที่ดินน ั้นใหแกผูอื่น เวนแตเปนการตกทอดทางมรดก หรือโอนใหแกทบวงการเมือง องคการของรัฐบาลตามกฎหมายวาดวยการจัดต ั้ งองคการของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้ง ขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือโอนใหแกสหกรณเพ ื่อชําระหน ี้โดยไดรับอนุมัติจาก นายทะเบียนสหกรณ ภายในกําหนดระยะเวลาหามโอนตามวรรคหา ที่ดินน ั้นไมอยูในขายแหง การบังคับคดี (มีการเพิ่มมาตรา ๕๘ ตรีโดยมาตรา ๘ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ดังตอไปนี้) มาตรา ๕๘ ตรีเม ื่ อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะใหมีการออกโฉนดที่ดินสําหรับ ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทําประโยชนซึ่งใชระวางรูปถายทางอากาศในทองท ี่ใด ให สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๒๒ รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดทองที่นั้นและวันท ี่ เร ิ่ มดําเนินการออก โฉนดที่ดินใหทราบลวงหนาไมนอยกวาสามสิบวัน การทําแผนท ี่ เพ ื่อออกโฉนดที่ดินตามวรรคหนึ่ง ใหนําหลักฐานเก ี่ ยวกับ ระวางรูปถายทางอากาศท ี่ใชกับหนังสือรับรองการทําประโยชนมาปรับแกตามหลัก วิชาการแผนที่รูปถายทางอากาศโดยไมตองทําการสํารวจรังวัด เวนแตกรณีจําเปนให เจาพนักงานที่ดินทําการสํารวจรังวัด เม ื่ อถึงกําหนดวันท ี่ เร ิ่ มดําเนินการออกโฉนดที่ดินตามประกาศของ รัฐมนตรีตามวรรคหน ึ่ งแลว ใหระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใด ๆ ที่ตองมีการ รังวัดสําหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยใชระวางรูปถายทางอากาศใน ทองที่ดังกลาว เวนแตในกรณีจําเปนเจาพนักงานที่ดินจะอนุญาตเฉพาะรายก็ได ทั้งน ี้ ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด การออกโฉนดที่ดินตามมาตราน ี้ใหออกแกผูมีชื่อซึ่งเปนผูมีสิทธิใน หนังสือรับรองการทําประโยชน เม ื่อไดจัดทําโฉนดที่ดินแปลงใดพรอมท ี่ จะแจกแลว ใหเจาพนักงานที่ดิน ประกาศกําหนดวันแจกโฉนดที่ดินแปลงนั้ นแกผูมีสิทธิและใหถือวาหนังสือรับรองการทํา ประโยชนสําหรับที่ดินแปลงนั้นไดยกเลิกต ั้ งแตวันกําหนดแจกโฉนดที่ดินตามประกาศ ดังกลาว และใหสงหนังสือรับรองการทําประโยชนที่ยกเลิกแลวน ั้ นคืนแกเจาพนักงาน ที่ดิน เวนแตกรณีสูญหาย คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดออกระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดิน แหงชาติฉบับท ี่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) วาดวยเง ื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชน ลงวันท ี่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ดังน ี้ ฯลฯ ฯลฯ หมวด ๑ การอนุมัติใหออกโฉนดท  ี่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคส ี่ และมาตรา ๕๙ ทวิวรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ขอ ๕ ผูวาราชการจังหวัดจะอนุมัติใหออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนรายใดเกินหาสิบไรไดตอเม ื่ อผูวาราชการจังหวัดหรือผูที่ผูวาราชการจังหวัดมอบหมาย ไดตรวจสอบการทําประโยชนแลวปรากฏวา สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๒๓ (๑) ผูครอบครองไดทําประโยชนหรืออํานวยการทําประโยชนในที่ดินน ั้ นดวย ตนเอง และ (๒) สภาพการทําประโยชนในที่ดินน ั้นเปนหลักฐานม ั่ นคงและมีผลผลิตอัน เปนประโยชนในทางเศรษฐกิจ ขอ ๖ ในกรณีที่ปรากฏวาเน ื้ อที่ที่ทําประโยชนตองดวยหลักเกณฑตามขอ ๕ เกิน หาสิบไร ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเน ื้ อท ี่ ที่ผูวาราชการจังหวัดส ั่ งอนุมัติ ในกรณีที่ปรากฏวาเน ื้ อที่ที่ทําประโยชนตองดวยหลักเกณฑตามขอ ๕ ไมเกิน หาสิบไร ใหผูวาราชการจังหวัดสั่งไมอนุมัติในกรณีเชนน ี้ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทําประโยชนใหเทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทําประโยชนแลวตามกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ แตตอง ไมเกินหาสิบไร ขอ ๗ พนักงานเจาหนาท ี่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ใหแกบุคคลตามมาตรา ๕๙ ทวิวรรคหนึ่ง เปนการเฉพาะรายไดถามีความจําเปนดังตอไปนี้ (๑) ที่ดินน ั้ นถูกเวนคืนตามกฎหมายวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย (๒) ผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินจะโอนที่ดินน ั้นใหแกทบวง การเมืององคการของรัฐบาลตามกฎหมายวาดวยการจัดต ั้ งองคการของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจท ี่ จัดต ั้ งข ึ้นโดยพระราชบัญญัติ (๓) มีความจําเปนอยางอ ื่นโดยไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัด หมวด ๒ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน ํ  ตามมาตรา ๕๙ ตรีแหงประมวลกฎหมายท  ี่ดิน ขอ ๘ ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนถาปรากฏวาที่ดิน มีอาณาเขต ระยะของแนวเขต และที่ดินขางเคียงทุกดานถูกตองตรงกับหลักฐานการแจง การครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เช ื่อไดวาเปนที่ดินแปลงเดียวกัน แตเน ื้ อที่ที่คํานวณไดแตกตางไปจากเนื้ อท ี่ ตามหลักฐานการแจง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๒๔ การครอบครองดังกลาว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน เทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทําประโยชนแลวแตไมเกินเน ื้ อที่ที่คํานวณได ในกรณีที่ระยะของแนวเขตที่ดินผิดพลาดคลาดเคล ื่ อน ใหพนักงานเจาหนาท ี่ ออก โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทําประโยชนแลวเม ื่ อผูมีสิทธิ ในที่ดินขางเคียงไดลงช ื่ อรับรองแนวเขตไวเปนการถูกตองครบถวนทุกดาน ขอ ๙ การรับรองแนวเขตของผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามขอ ๘ วรรคสอง ให พนักงานเจาหนาท ี่ แจงเปนหนังสือซ ึ่ งมีขอความดวยวาถาผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไมมาหรือมาแต ไมยอมลงชื่อรับรองแนวเขตโดยไมคัดคานการรังวัด เม ื่ อพนกําหนดสามสิบวันนับแตวันทําการ รังวัด พนักงานเจาหนาท ี่จะไดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยไมตองมีการ รับรองแนวเขต สงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับไปยังผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามท ี่ อยูที่เคย ติดตอ หรือตามท ี่ อยูที่ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงน ั้นไดแจงเปนหนังสือไวตอพนักงานเจาหนาท ี่ เพ ื่อใหมารับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัดและใหอยูในบังคับแหงเง ื่อนไข ดังตอไปนี้ (๑) ในกรณีที่ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับหนังสือจากพนักงานเจาหนาท ี่ ใหมาระวังแนวเขตแลว แตไมมาหรือมาแตไมยอมลงช ื่ อรับรองแนวเขตโดยไมคัดคานการรังวัด ให พนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทํา ประโยชนแลว โดยไมตองมีการรับรองแนวเขต เม ื่ อพนกําหนดเวลาสามสิบวันนับแตวันทําการ รังวัด (๒) ในกรณีที่ไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาระวังแนวเขตไดให พนักงานเจาหนาที่ปดประกาศแจงใหผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงน ั้ นมาลงช ื่ อรับรองแนวเขตหรือ คัดคานการรังวัดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขา สํานักงานเขต หรือที่วาการอําเภอหรือก ิ่ งอําเภอ ที่ทําการกํานัน ที่ทําการผูใหญบาน และบริเวณที่ดินของผูมีสิทธิ ในที่ดินขางเคียงแหงละหน ึ่ งฉบับ ในกรณีที่ดินอยูในเขตเทศบาลใหปด ณ สํานักงานเทศบาล อีกหน ึ่ งฉบับดวยถาผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไมมาติดตอหรือคัดคานประการใดภายในสามสิบวัน นับแตวันปดประกาศ ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน เทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทําประโยชนแลว โดยไมตองมีการรับรองแนวเขต ขอ ๑๐ ในกรณีที่ที่ดินน ั้ นมีดานหน ึ่ งดานใดหรือหลายดานจดที่ปาหรือท ี่ รกราง วางเปลาและระยะที่วัดไดเกินกวาระยะท ี่ปรากฏในหลักฐานการแจงการครอบครองใหถือระยะท ี่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๒๕ ปรากฏในหลักฐานการแจงการครอบครองเปนหลักในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชน ประเด็นปญหา ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติที่ออกตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคส ี่ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน สําหรับผูถือครองที่ดินตามวรรคสอง (๒) หรือ (๓) จะมี หลักเกณฑดังตอไปนี้ไดหรือไม ๑. การจํากัดขนาดที่ดินท ี่ จะจัดให ๒. การกําหนดระยะเวลาการครอบครองและทําประโยชนของผูที่จะไดรับเอกสาร สิทธิในที่ดิน มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๖๕๑/๒๕๓๘ (ประชุมใหญ กรรมการรางกฎหมาย) ผูที่ครอบครองที่ดินอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับโดยไมมีหนังสือ สําคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้น มาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กําหนดใหบุคคลดังกลาวตองแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) ตอนายอําเภอทองท ี่ ภายในหนึ่ งรอยแปดสิบวันนับแตวันท ี่ พระราชบัญญัติดังกลาวใชบังคับ ถาไมแจงการครอบครอง ภายในระยะเวลาที่ กฎหมายกําหนด ใหถือวาบุคคลน ั้ นเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดิน เวนแต ผูวาราชการจังหวัดจะไดมีคําส ั่ งผอนผันใหเปนการเฉพาะราย สําหรับผูที่เขาครอบครองที่ดินของรัฐ โดยพลการภายหลังวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ เปนการกระทําท ี่เปนความผิดอาญาตาม มาตรา ๑๐๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดินโดยแจงชัด กรณีจึงยอมไมกอใหเกิดสิทธิใดๆ แก ผูครอบครองท ี่ กระทําการฝาฝนกฎหมายเชนนั้น ดังนั้น ผูที่ครอบครองที่ดินอยูกอนประมวล กฎหมายที่ดินใชบังคับโดยมิไดแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) และไมไดรับการผอนผันเปนการ เฉพาะราย กับผูที่เขาครอบครองที่ดินโดยพลการหลังประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับจึงเปนผูที่ไม มีสิทธิใดๆในที่ดินท ี่ ตนครอบครองอยูแตอยางใด การท ี่ มาตรา ๒๗ ตรีมาตรา ๕๘ ทวิ และมาตรา ๕๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลง วันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธพ.ศ. ๒๕๑๕ กําหนดวิธีการใหอํานาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ ทําประโยชนใหแกบุคคลเหลาน ั้นไดก็เปนเพียงการจัดที่ดินใหโดยรัฐ มิใชจะตองออกเอกสารสิทธิ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๒๖ ใหเพราะบุคคลเหลาน ั้ นมีสิทธิจะไดที่ดิน สวนการจัดที่ดินใหจะจัดใหเพียงใดนั้น เม ื่ อพิจารณา คําวา “...พนักงานเจาหนาท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ...” ในมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง หรือคําวา “...เม ื่ อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นสมควร ใหดําเนินการออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชน...” ในมาตรา ๕๙ ทวินั้นแลว จะเห็นไดวากรณีขึ้นอยูกับ ดุลพินิจของพนักงานเจาหนาที่วาควรจะจัดหรือไมจัดใหอยางไร และท ั้งในมาตรา ๕๘ ทวิและ มาตรา ๕๙ ทวิจะมีขอความกําหนดหลักการจัดที่ดินไวตรงกันวา “...ทั้งน ี้ ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด” ซึ่งคําวา “ทั้งน ี้” นั้นเปนท ี่ เขาใจในการบัญญัติทางกฎหมายวาจะใชในกรณีที่เปน เง ื่อนไขเด็ดขาดโดยเฉพาะ ดังนั้น การจะจัดที่ดินใหแกบุคคลดังกลาวหรือไมและจะจัดใหเพียงใด จึงข ึ้ นอยูกับระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติที่จะกําหนดตอไป และหากกําหนดไว เชนใดก็มีผลตามกฎหมายเชนนั้น ดังนั้น ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติจึงสามารถ กําหนดจํานวนที่ดินท ี่ จะจัดใหตามท ี่ เห็นสมควรไดและระเบียบดังกลาวอาจกําหนดเง ื่อนไข เก ี่ ยวกับระยะเวลาการครอบครองและการทําประโยชนในที่ดินของบุคคลตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) และ (๓) ไดตามความเหมาะสม อยางไรก็ตามคณะกรรมการกฤษฎีกา (ที่ประชุมใหญกรรมการรางกฎหมาย) มี ขอสังเกตวา การกําหนดระยะเวลาการครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตามความเปนจริง ในทางปฏิบัติคงใชสําหรับผูที่ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินภายหลังประมวลกฎหมายที่ดินใช บังคับตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง (๓) เทานั้น สวนผูที่ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินกอน ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ ตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง (๒) ถือวากฎหมายไดกําหนด ระยะเวลาการครอบครองไวชัดแจงแลวยอมไมมีเหตุอันควรท ี่ จะกําหนดเง ื่อนไขเกี่ ยวกับระยะเวลา การครอบครองที่ดินยอนหลังไปใชบังคับในกรณีดังกลาวอีก ประเด็นปญหา พื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเม ื่ อวันท ี่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๖ กําหนดใหเปนเขตปาไมถาวรแหงชาติตอมามีมติคณะรัฐมนตรีเปลี่ยนแปลงมติฉบับเดิมโดยมอบ ใหกระทรวงเกษตรและสหกรณรับไปดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยการปฏิรูปที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม แตยังไมมีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปที่ดินในทองที่นั้น จะถือวาพ ื้ นที่นั้นยังคง เปนปาตามกฎหมายวาดวยปาไมหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการราง กฎหมาย) ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๒๗ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๔๐๗/๒๕๓๕ ในการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) หรือโฉนดที่ดินในบริเวณ พื้นท ี่ของเขตปาไมถาวรแหงชาติหากขอเท็จจริงปรากฏวา ผูที่มีหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) ไดครอบครองที่ดินมากอนใชบังคับประมวลกฎหมายที่ดิน ผูนั้นจะมีสิทธิครอบครองใน ที่ดิน และหากไดทําประโยชนในที่ดินดังกลาวตลอดมายอมเปนบุคคลซ ึ่ งพนักงานเจาหนาท ี่ อาจ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหไดตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งแกไข เพ ิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และ มาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ สวนการครอบครองที่ดินภายหลังใชบังคับประมวลกฎหมายที่ดิน ยอมเปนการครอบครองโดยไมชอบดวยกฎหมาย และไมมีสิทธิครอบครองในที่ดินนั้น แมจะได ครอบครองและทําประโยชนตลอดมา พนักงานเจาหนาที่ก็ไมอาจออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชนเปนการเฉพาะรายใหไดหากมีการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนในที่ดินดังกลาวยอม เปนการออกโฉนดที่ดินไมชอบดวยกฎหมาย พนักงานเจาหนาที่มีอํานาจส ั่งใหเพิกถอนไดตาม มาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ประเด็นปญหา ที่ดินที่มีผูแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดิน (ส.ค. ๒) ตาม มาตรา ๒๗ ตรีแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธพ.ศ. ๒๕๑๕ จะถือวาเปนที่ดินที่อยูในกรรมสิทธ ิ์ หรือสิทธิครอบครอง โดยชอบดวยกฎหมายตามมาตรา ๖๑ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติพ.ศ. ๒๕๐๔ หรือไมถาตอมามีการกําหนดเขตอุทยานแหงชาติครอบคลุมที่ดินบริเวณดังกลาวแลว จะสามารถ ๑ พระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติพ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๖ เม ื่ อรัฐบาลเห็นสมควรกําหนดบริเวณที่ดินแหงใดที่มีสภาพธรรมชาติเปนที่นาสนใจ ใหคง อยูในสภาพธรรมชาติเดิมเพ ื่อสงวนไวใหเปนประโยชนแกการศึกษาและร ื่ นรมยของประชาชน ก็ใหมีอํานาจ กระทําไดโดยประกาศพระราชกฤษฎีกาและใหมีแผนท ี่ แสดงแนวเขตแหงบริเวณที่กําหนดน ั้ นแนบทาย พระราชกฤษฎีกาดวย บริเวณที่กําหนดน ี้ เรียกวา “อุทยานแหงชาติ” ที่ดินท ี่ จะกําหนดใหเปนอุทยานแหงชาตินั้น ตองเปนที่ดินที่มิไดอยูในกรรมสิทธ ิ์ หรือครอบครอง โดยชอบดวยกฎหมายของบุคคลใดซึ่ งมิใชทบวงการเมือง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๒๘ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินสําหรับที่ดินแปลงนั้นไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของ คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๙๗/๒๕๓๘ การแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๒) ตามมาตรา ๒๗ ตรีแหงประมวลกฎหมาย ที่ดินมิไดทําใหผูแจงมีสิทธิในที่ดินตามท ี่ครอบครองในทันทีการแจงการครอบครองที่ดินดังกลาว เปนแตเพียงข ั้ นตอนหน ึ่ งของการจัดที่ดินของรัฐใหแกประชาชนบางประเภท ซึ่งตองมีการสํารวจ รังวัด ทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนตอไป เม ื่อปรากฏวาที่ดินท ี่ ครอบครองน ั้นเปน ที่ดินที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดพนักงานเจาหนาที่จึงจะออกโฉนด ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหตามมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น ในกรณีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดใหบริเวณที่ดินท ี่ราษฎรไดแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๒) อยูภายในเขตอุทยานแหงชาติกอนท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ จะออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชนหรือโฉนดที่ดินแลว บริเวณที่ดินดังกลาวจึงตองหามมิใหออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชนหรือโฉนดที่ดินตามขอ ๘ (๒) แหงกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความ ในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ (ปจจุบันคือกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๑๔ (๕)) ประเด็นปญหา ที่ดินท ี่ อยูในเขตปฏิรูปที่ดินพนักงานเจาหนาท ี่ จะมีอํานาจเดิน สํารวจออกโฉนดที่ดินใหแกราษฎรท ี่ ครอบครองและทําประโยชนอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมาย ที่ดินใชบังคับโดยไมมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคําพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด และคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ ฟ.๒/๒๕๔๖ ตามมาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง วรรคสองและวรรคสาม และมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดินไมไดหามการเดินสํารวจรังวัดเพ ื่ อออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแก ราษฎรท ี่ ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินท ี่ไดมีการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดใหเปนเขต ปฏิรูปที่ดิน แตหามไมใหออกใหแกผูที่ครอบครองและทําประโยชนโดยไมมีหลักฐาน ส.ค. ๑ หรือ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๒๙ ผูที่มิไดแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดินตามมาตรา ๒๗ ตรีแหงประมวลกฎหมายที่ดินไวกอน มีการกําหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๗๘๑/๒๕๓๕ ภายหลังจากท ี่ไดมีการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรมแลว พนักงาน เจาหนาที่ยังมีอํานาจเดินสํารวจรังวัดเพ ื่ ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแกราษฎรซ ึ่ งครอบครอง และทําประโยชนเขตดังกลาวไดตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน แตจะออกโฉนดที่ดิน ใหแกราษฎรท ี่ ครอบครองและทําประโยชนอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ โดยไมได แจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และมิไดแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดินตามมาตรา ๒๗ ตรีแหงประมวลกฎหมายที่ดินไวกอน มีการกําหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพ ื่อเกษตรกรรมไมได ประเด็นปญหา ที่ดินท ี่ อยูในเขตปฏิรูปที่ดิน แตอยูนอกเขตดําเนินการของ สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พนักงานเจาหนาท ี่ จะมีอํานาจออกหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินใหแกราษฎรผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมาย ที่ดินใชบังคับ แตไมไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการราง กฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๒๐๗/๒๕๓๗ ที่ดินท ี่ อยูในเขตพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปที่ดิน แมจะอยูนอกเขต ดําเนินการของสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พนักงานเจาหนาท ี่ไมอาจออก หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแกราษฎรท ี่ ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินอยูกอนวันท ี่ประมวล กฎหมายที่ดินใชบังคับ และมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ หรือท ี่ไดแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดินตามมาตรา ๒๗ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดินไวกอนมีการกําหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพ ื่อเกษตรกรรมไดเพราะเขตปฏิรูป ที่ดินหมายถึง เขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปที่ดินฯ ซึ่งอาจเปนเขตท ี่ ส.ป.ก.เขา ไปดําเนินการและเขตท ี่ ส.ป.ก. ยังไมไดเขาไปดําเนินการดวย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๓๐ ประเด็นปญหา ในกรณีที่ทายาทของผูมีชื่อตามใบจองมานําทําการเดินสํารวจ เพ ื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยแจงวาผูมีชื่อตามใบจองตายแลว ใน การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนดังกลาว พนักงานเจาหนาท ี่ จะตองจด ทะเบียนโอนมรดกที่ดินตามใบจองกอนหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการ รางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๒๙๕/๒๕๑๗ ตามวรรคสองของมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน บุคคลซ ึ่ งพนักงาน เจาหนาท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหไดคือ ผูซึ่งมีหลักฐานการแจง การครอบครองที่ดิน หรือมีใบจอง ฯลฯ และท ี่ วรรคส ี่ ของมาตรานี้บัญญัติตอไปวา “เพ ื่อประโยชน แหงมาตราน ี้ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่ง ใหหมายความรวมถึงผูซึ่ง ไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องมาจากบุคคลดังกลาวดวย” คําวา “ผูซึ่งไดครอบครอง และทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องจากบุคคลดังกลาว” นั้น หมายถึง ผูซึ่งไดครอบครองและทํา ประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องจากผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เทานั้น เพราะ ที่ดินที่มีเอกสารรับรองการมีสิทธิตามกฎหมาย แบงออกไดเปนสองประเภท คือ ที่ดินซ ึ่ งมีผูมีสิทธิ ครอบครองโดยไดแจงการครอบครองและไดมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) นั้น แลวประเภทหนึ่งและที่ดินซ ึ่ งมีหนังสือสําคัญสําหรับที่ดินอีกประเภทหนึ่งกรณีที่ดินซ ึ่ งมีใบจอง จึง ไมอยูในขายบังคับของมาตรา ๘ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เพราะบทบัญญัติในวรรคสี่ ของมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน กลาวถึง แตเฉพาะที่ดินซ ึ่ งมีผูมีสิทธิครอบครองโดยมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดินเทานั้น ที่ดินประเภท อื่นซ ึ่ งมีหนังสือสําหรับที่ดินอยางอ ื่ นแลว ยอมตองเปนไปตามบทบัญญัติของกฎหมายในกรณี รับมรดก ดังนั้น ผูมีชื่อในใบจองตายและทายาทจะนําทําการเดินสํารวจเพ ื่อออกโฉนดที่ดิน จึง ตองจดทะเบียนโอนมรดกใหมีชื่อเปนผูถือใบจองเสียกอน ประเด็นปญหา การจําหนาย ส.ค.๑ ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดิน เปน “คําส ั่งทางปกครอง” หรือไมและหากการดําเนินการจําหนาย ส.ค.๑ ในกรณีดังกลาวเปนคําสั่ง ทางปกครอง ผูทําคําส ั่งทางปกครองในกรณีดังกลาวไดแกผูใด มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๓๑ คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เลขคําวินิจฉัยท ี่ ๖๗๒/๒๕๔๔ การจําหนาย ส.ค. ๑ ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดินเปนการปฏิบัติหนาท ี่ ของผูวาราชการจังหวัดและเจาพนักงานที่ดิน ตามคําส ั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑๒๔๔/๒๔๙๗ เร ื่ อง ระเบียบการแจงและรับแจงที่ดินที่มีผูครอบครองอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ ประกอบกับคําส ั่ งกรมที่ดิน ที่ ๒๓/๒๕๑๓ เร ื่ อง จําหนาย ส.ค. ๑ ออกจากทะเบียนการครอบครอง ที่ดิน ซึ่งมีผลเปนการทําใหผูแจงการครอบครองที่ดินที่ถูกจําหนายการครอบครองดังกลาว ไมสามารถนํา ส.ค. ๑ ซึ่งเปนหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดินไปขอออกโฉนดที่ดินไดตาม มาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น จึงเปนการใชอํานาจตามกฎหมายของ เจาหนาที่ที่มีผลกระทบตอสิทธิของบุคคล อันเปน “คําส ั่งทางปกครอง” ตามบทนิยามในมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ วิธีการจําหนาย ส.ค. ๑ ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดินกําหนดไวโดยขอ ๙ ของคําส ั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑๒๔๔/๒๔๙๗ เร ื่ อง ระเบียบการแจงและรับแจงที่ดินที่มี ผูครอบครองอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับท ี่ใหนายอําเภอสอบสวนเสนอ ผูวาราชการจังหวัดพิจารณาส ั่งการในกรณีที่ปรากฏวาการแจงการครอบครองที่ดินมีการผิดพลาด คลาดเคล ื่ อน และตามคําส ั่ งกรมที่ดิน ที่ ๒๓/๒๕๑๓ ซึ่งกําหนดใหพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนแลว ขออนุมัติผูวาราชการจังหวัดส ั่ งจําหนายโดยใหขีดเสนขนานคูที่ดานหนา ส.ค. ๑ ทั้งสองตอนและ ที่เอกสารอ ื่ นของที่ดินแปลงนั้นในสารบบ และหมายเหตุวา “ผูวาราชการจังหวัดไดอนุมัติให จําหนายแลว ...” แลวใหพนักงานเจาหนาท ี่ ลงนาม และวัน เดือน ปกํากับไวขอกําหนดดังกลาว ใหอํานาจผูวาราชการจังหวัดในการออกคําส ั่ งจําหนาย ส.ค. ๑ ออกจากทะเบียนการครอบครอง ที่ดิน สวนการดําเนินการของเจาพนักงานที่ดินเปนเพียงวิธีการดําเนินการจําหนาย ส.ค. ๑ ให เปนไปตามคําส ั่ งหรือการอนุมัติของผูวาราชการจังหวัดเทานั้น ดังนั้น การจําหนาย ส.ค. ๑ ออกจาก ทะเบียนการครอบครองที่ดินจึงเปนคําส ั่งทางปกครองของผูวาราชการจังหวัด ซึ่งในกรณีนี้ตาม ขอ ๒ (๑๑) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กําหนดใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยเปนผูมีอํานาจ พิจารณาอุทธรณ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๓๒ ประเด็นปญหา การท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชน หรือโฉนดที่ดิน หรือปฏิเสธการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินเปนคําส ั่ งท ี่ ชอบ ดวยกฎหมาย หรือไมหรือเปนการละเลยไมดําเนินการตามอํานาจหนาที่ที่กฎหมายกําหนด หรือ เปนการปฏิบัติหนาที่ที่ลาชาหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ศาลฎีกา และ คณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๔๑/๒๕๔๘ ในการเดินสํารวจรังวัดที่ดินพิพาทเพ ื่อออกโฉนดที่ดินใหแกผูฟองคดีปรากฏวา ผูแทนราชพัสดุจังหวัด และผูแทนกองกํากับการตํารวจตระเวนชายแดนไดมาระวังแนวเขตที่ดิน แตไมไดรับรองแนวเขต และไมไดคัดคานแนวเขต จึงถือวายังไมมีกรณีโตแยงแนวเขตที่ดิน เจาพนักงานที่ดินจึงตองดําเนินการตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ตอไป กลาวคือ ตองออกโฉนดที่ดินใหแกผูนําเดินสํารวจหากที่ดินน ั้ นอยูในหลักเกณฑที่จะออก โฉนดที่ดินได ทั้งน ี้ ตามกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยกอนแจกโฉนดที่ดินใหทําการประกาศมีกําหนด สามสิบวันเพ ื่อใหผูมีสวนไดเสียคัดคาน หากมีผูโตแยงคัดคานภายในกําหนดเวลาใหพนักงาน เจาหนาท ี่ หรือเจาพนักงานที่ดินทําการสอบสวนเปรียบเทียบ ถาตกลงกันไดใหดําเนินการตามทตกลง ี่ หากตกลงกันไมไดใหเจาพนักงานที่ดินพิจารณาส ั่ งการตามท ี่ เห็นสมควร เม ื่ อที่ดินของผูฟองคดีได สํารวจรังวัดทําแผนท ี่ และพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนและไดมีการประกาศแจกโฉนดที่ดิน ตามท ี่ กฎหมายกําหนดครบสามสิบวันไมมีผูใดโตแยงคัดคาน แตเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) ยังไมออกโฉนดที่ดินใหผูฟองคดีโดยใหรอการออกโฉนดที่ดินไวกอนจนกวาคดีที่ผูฟองคดีฟอง ราชพัสดุจังหวัดกับพวกตอศาลยุติธรรมจะถึงที่สุด จึงเปนการไมชอบดวยเหตุผลและกฎหมายแม ตอมาราชพัสดุจังหวัดจะมีหนังสือคัดคานออกโฉนดที่ดินพิพาท ก็เปนการคัดคานภายหลัง ประกาศครบกําหนดแลว การที่ผูถูกฟองคดีไมดําเนินการอยางใดตามอํานาจหนาท ี่ เพ ื่ อออก โฉนดที่ดินใหผูฟองคดีทั้งที่ผูฟองคดีมีคํารองขอ จึงเปนการละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมาย กําหนดใหตองปฏิบัติหรือปฏิบัติหนาที่ลาชาเกินสมควรตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๒) แหงพระราชบญญั ัติ จัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๐๓/๒๕๔๙ แมขอเท็จจริงจะปรากฏวา ผูฟองคดีเปนผูไดประทานบัตรเพ ื่ อทําเหมืองแรในท  ี่ดิน พิพาท แตตอมาประทานบัตรของผูฟองคดีไดสิ้นอายุลงแลว ผูฟองคดีจึงไมอาจอางสิทธิ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๓๓ ครอบครองที่ดินดังกลาวไดตามนัยมาตรา ๗๓ (๓) แหงพระราชบัญญัติแรพ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งตาม ขอเท็จจริงปรากฏวามีผูอื่นไดเขาไปครอบครองทําประโยชนในที่ดินพิพาท และเม ื่อทางราชการได ประกาศโครงการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินในทองที่นั้น ผูครอบครองที่ดินไดนําเจาหนาที่ทําการ สํารวจรังวัดออกโฉนดที่ดินในที่ดินพิพาท ดังนั้น การที่ผูฟองคดีโตแยงการออกโฉนดที่ดินพิพาท โดยอางแตเพียงวาการออกโฉนดที่ดินทับที่ดินที่มีประทานบัตรของตน โดยไมมีพยานหลักฐานมา แสดงวาหลังจากประทานบัตรส ิ้ นอายุแลวผูฟองคดีไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินดังกลาว จึงไมสามารถรับฟงไดวาผูฟองคดีเปนผูมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ในขณะที่ผูนําสํารวจรังวัด ออกโฉนดที่ดินพิพาทมีพยานหลักฐานซ ึ่ งมีน้ําหนักเพียงพอท ี่ จะรับฟงไดวาเปนผูครอบครองทํา ประโยชนในที่ดินพิพาทจริง ผูนําสํารวจรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาทดังกลาว จึงเปนบุคคลที่มี คุณสมบัติตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสองแหงประมวลกฎหมายที่ดิน การท ี่ เจาพนักงานที่ดินมีคําสั่ง ใหออกโฉนดที่ดินใหแกผูขอออกโฉนดที่ดิน จึงเปนการใชดุลพินิจโดยชอบดวยกฎหมายแลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๕๔/๒๕๕๐ ที่ดินพิพาทท ั้งสองแปลงตั้ งอยูในเขตที่มีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหาม ที่ดินฯ พุทธศักราช ๒๔๘๓ โดยมีหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ออกตาม โครงการเดินสํารวจเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ การท ี่จะฟงวาหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) นั้น ออกโดยชอบดวยกฎหมายหรือไม ในเบื้ องตนจะตองฟงวามีการครอบครองและทําประโยชนที่ดิน ดังกลาวกอนการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหามที่ดินฯ หรือไมซึ่งหากพิสูจนไดวาไดมี การครอบครองและทําประโยชนอยูกอนการตราพระราชกฤษฎีกาดังกลาว โดยไมมีหนังสือสําคัญ แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก็สามารถออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนได ทั้งน ี้ ตามหลักเกณฑที่กําหนดไวในมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน แตจากการอาน แปล และวิเคราะหภาพถายทางอากาศของกรมปาไมโดยผูเช ี่ ยวชาญของศาลเก ี่ ยวกับการวิเคราะห ภาพถายทางอากาศและแผนท ี่ กระทรวงยุติธรรม ปรากฏตามแผนที่ภูมิประเทศบริเวณดังกลาว ของกรมแผนท ี่ ทหารขนาดมาตราสวน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ถายทําเม ื่ อวันท ี่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๖ และวันท ี่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๐ ซึ่งเจาหนาที่ที่ดินไดลงตําแหนงรูปแผนที่แปลง น.ส. ๓ ก. ที่พิพาทวา บริเวณ ดังกลาวในปพ.ศ. ๒๔๙๖ และปพ.ศ. ๒๕๑๐ มีสภาพเปนปาละเมาะไมพบมีการปลูกพืชผล อาสินแตอยางใด จึงฟงไดวาที่ดินพิพาทมีการครอบครองทําประโยชนภายหลังที่มีการถายภาพ ทางอากาศดังกลาว ซึ่งเปนระยะเวลาภายหลังการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหามที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๓๔ พ.ศ. ๒๔๘๓ แลว ผูครอบครองที่ดินพิพาทจึงไมมีสิทธิครอบครองเน ื่ องจากตองหามตามกฎหมาย ดังนั้น การออก น.ส. ๓ ก. จึงไมชอบดวยกฎหมายดวยเหตุออกในที่ตองหามมิใหออกตามนัยขอ ๘ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ การที่ผูฟองคดีนํา น.ส. ๓ ก. ทั้งสองฉบับมารังวัดรวมเปน น.ส. ๓ ก. ฉบับเดียวและรังวัดรวมที่ดินขางเคียงท ี่ไมมีสิทธิครอบครองเขาไปดวย จึงเปนการไมชอบดวย กฎหมายไปดวย เม ื่ อมีพยานหลักฐานรับฟงไดวาการออก น.ส. ๓ ก. ของผูฟองคดีไมชอบดวย กฎหมายอธิบดีกรมที่ดินยอมมีอํานาจหนาท ี่ ตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินท ี่ จะตอง เพิกถอน ดังนั้น คําส ั่งใหเพิกถอน น.ส. ๓ ก. พิพาทจึงชอบดวยกฎหมาย คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๗๐๘๒/๒๕๓๗ ปญหาวา น.ส. ๓ ก. ออกโดยชอบดวยกฎหมายหรือไมนั้น เปนขอกฎหมายเก ี่ ยว ดวยความสงบเรียบรอยของประชาชน แมไมไดกําหนดเปนประเด็นขอพิพาทหรือไมมีคําขอของ คูความใหวินิจฉัย ศาลก็มีอํานาจยกข ึ้ นวินิจฉัยได จําเลยเปนผูซื้อที่ดินพิพาทจาก ท. และครอบครองมาโดยตลอด สวนโจทกมีชื่อ เปนผูทรงสิทธิครอบครองตาม น.ส. ๓ ก. ในที่ดินพิพาท เพราะโจทกรับสมอางไปดําเนินการแทน จําเลย แสดงวามีการออก น.ส. ๓ ก. ในนามโจทกทั้งท ี่โจทกมิไดเปนผูซื้อและครอบครองที่ดิน พิพาท เปนการออกโดยฝาฝนตอประมวลกฎหมายที่ดิน จึงไมมีผลเปน น.ส. ๓ ก. โจทกและจําเลย ตางไมมีสิทธิจะใชประโยชนจาก น.ส. ๓ ก. ดังกลาวไดเมื่อ น.ส. ๓ ก. นั้น ออกโดยไมชอบดวย กฎหมายจึงสมควรเพิกถอน น.ส. ๓ ก. ฉบับน ั้ นเสีย คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๖๕๙๗/๒๕๔๒ ที่พิพาทเปนที่ดินที่มีหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ผูที่มีชื่อ ใน น.ส. ๓ ก. ดังกลาว มีเพียงสิทธิครอบครอง แมการซ ื้ อขายที่ดินไมไดจดทะเบียนตอพนักงาน เจาหนาท ี่ แตไดมีการสงมอบการครอบครองและผูรับโอนไดเขาทําประโยชนในที่ดินดังกลาวแลว การซ ื้ อขายยอมสมบูรณโดยการสงมอบการครอบครองไมตกเปนโมฆะ ผูซื้อยอมไดไปซึ่ งสิทธิ ครอบครองที่ดินพิพาทตามมาตรา ๑๓๗๘ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย การออกโฉนดที่ดินโดยการเปลี่ ยนหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เปนโฉนดที่ดินตามความในมาตรา ๕๘ ตรีแหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปนการนําหลักฐาน เก ี่ ยวกับระวางรูปถายทางอากาศท ี่ใชกับหนังสือรับรองการทําประโยชนมาปรับตามหลักวิชาการ แผนที่รูปถายทางอากาศโดยไมตองทําการรังวัด และการออกโฉนดที่ดินดังกลาวเปนการออกใหแก  สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๓๕ ผูมีชื่อซึ่ งมีสิทธิในที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. เม ื่อในขณะที่ออกโฉนดที่ดินพิพาท ผูมีชื่อใน น.ส. ๓ ก. ไมมีสิทธิในที่ดินเพราะไดโอนโดยการสงมอบการครอบครองใหแกผูอื่นไปแลวการออก โฉนดที่ดินโดยการเปลี่ ยน น.ส. ๓ ก. เปนโฉนดที่ดินดังกลาวจึงเปนการคลาดเคล ื่ อน ตองเพิกถอน ตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๖๒/๒๕๔๑ ในการพิจารณาออกโฉนดที่ดินโดยวิธีการเดินสํารวจเพ ื่ อทําแผนท ี่ออกโฉนดที่ดิน ใหแกราษฎรตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เจาพนักงานที่ดินจะตองปฏิบัติตาม เง ื่อนไขที่กําหนดไวในมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับขอ ๘ แหง กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๕๙๗ กลาวคือ ที่ดินท ี่จะขอออกโฉนดที่ดินจะตองเปนที่ดินท ี่อาจออกโฉนดที่ดินได ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และที่ดินน ั้ นจะตองไมใชที่ดินท ี่ราษฎรใชประโยชนรวมกัน ที่เขา ที่ภูเขา หรือท ี่ สงวนหวงหาม หรือที่ดินซ ึ่ งทางราชการเห็นวาควรสงวนไวเพ ื่ อทรัพยากรธรรมชาติซึ่ง ที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติเปนที่ดินท ี่ ทางราชการสงวนหวงหามไวตามกฎหมายมาตรา ๑๔ แหง พระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติพ.ศ. ๒๕๐๗ การออกโฉนดที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติยอม เปนการขัดตอกฎหมายดังกลาว คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๙๐/๒๕๔๑ เม ื่อปรากฏวาผูมีชื่อในใบจอง (น.ส. ๒) มิไดครอบครองทําประโยชนในที่ดิน แต เจาพนักงานที่ดินผูทําการสํารวจและสอบสวนการขอออกโฉนดที่ดินรับฟงวา ผูมีชื่อในใบจองเปน ผูครอบครองที่ดินตลอดมาและใชเปนเหตุผลในการออกโฉนดที่ดินใหแกบุคคลดังกลาว ซึ่ง คลาดเคล ื่อนไปจากความเปนจริงโดยไมมีผูคัดคาน การท ี่ เจาพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินไป จึง เปนการกระทําท ี่ไมถูกตองตามกฎหมาย คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๙๔/๒๕๔๒ กรณีที่ทางราชการมีโครงการออกโฉนดที่ดินสําหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทํา ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ตามมาตรา ๕๘ ตรีแหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยการออกโฉนดที่ดินเปน การดําเนินการตามวิธีปรับแกระวางรูปถายทางอากาศหรือวิธียายแปลงที่ดิน ซึ่งกําหนดให พนักงานเจาหนาท ี่ สามารถดําเนินการออกโฉนดที่ดินใหแกผูมีสิทธิในที่ดินตามหนังสือรับรองการ ทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ไดโดยไมตองมีการสํารวจรังวัดที่ดินอีกเน ื่องจากไดมีการรังวัดไวแลว ตั้งแตเม ื่ อคร ั้ งท ี่ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) พนักงานเจาหนาที่จึงไมมีหนาท ี่ ตองปกหลักหมุดในที่ดินใหแกราษฎร มีเพียงหนาที่ที่จะตองออกโฉนดที่ดินใหแกราษฎรเทานั้น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๓๖ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินมิไดปกหลักหมุดในที่ดินใหแกผูรองทุกขยอมมิใชการละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหปฏิบัติ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๒๕๓/๒๕๔๒ ในการรังวัดเปลี่ ยนหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนโฉนดที่ดิน แมผูรองทุกขซึ่ง เปนเจาของที่ดินจะอางวาไมไดเปนผูนําช ี้ แนวเขตที่ดินเอง โดยเจาของที่ดินขางเคียงเปนผูนําช ี้ แนว เขต แตการที่ผูรองทุกขไดลงลายมือช ื่อในใบไตสวน (น.ส. ๕) วาเปนผูนําทําการสํารวจ รวมท ั้งได ชี้แจงดวยวาจาวา หากมีการรังวัดใหมการนําช ี้แนวเขตคงเปนในแนวเขตเดิม จึงตองถือวาผูรองทุกข ยอมรับความถูกตองของแนวเขตที่ดินน ั้ นแลว การที่ผูรองทุกขอางวามีการออกโฉนดที่ดินใหแก ผูรองทุกขโดยไมถูกตอง แตมิไดโตแยงวาเจาของที่ดินขางเคียงนํารังวัดเขามาในแนวเขตที่ดินของ ผูรองทุกขยังไมถือวาผูรองทุกขมีปญหาโตแยงคัดคานแนวเขตที่ดิน การที่สํานักงานที่ดินจังหวัด ออกโฉนดที่ดินใหแกผูรองทุกขตามแนวเขตที่ผูรองทุกขยอมรับวาเปนแนวเขตที่ถูกตอง จึงไมเปน การกระทําที่ขัดหรือไมถูกตองตามกฎหมาย คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๖๕๐/๒๕๔๕ เม ื่อการออกโฉนดที่ดินตามการส ั่ งการของกรมที่ดินตามมาตรา ๕๘ ตรีแหง ประมวลกฎหมายที่ดินเกิดความผิดพลาดขึ้น เปนเหตุใหโฉนดที่ดินไมถูกตองตามความเปนจริง โดยความผิดพลาดดังกลาวเกิดจากการกระทําของเจาพนักงานที่ดิน และผูฟองคดีซึ่งเปนผูมีชื่อใน โฉนดที่ดินไดพยายามทวงติงขอใหแกไขมาโดยตลอด ยอมถือเปนเหตุจําเปนตามมาตรา ๕๒ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ศาลจะรับคําฟอง ไวพิจารณาแมจะย ื่นฟองเม ื่ อพนระยะเวลาการฟองคดีแลวก็ตาม คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๓๑/๒๕๔๗ การที่ผูฟองคดีฟองวา พนักงานเจาหนาท ี่ ออก น.ส. ๓ ก. ไมถูกตองเน ื่ องจากมี แนวเขตที่ดินไมตรงกับที่ผูฟองคดีนํารังวัด และออก น.ส. ๓ ก. ใหผูอื่นทับที่ดินของผูฟองคดี รวมท ั้งไดกันทางสาธารณประโยชนขึ้นใหมในที่ดินของผูฟองคดีโดยไมชอบดวยกฎหมาย และได ลงรูปแผนที่ที่ดินของผูฟองคดีในระวางรูปถายทางอากาศไมถูกตอง โดยมีการเล ื่ อนตําแหนงที่ดิน ของผูฟองคดีไปทับท ี่สาธารณประโยชนทําใหผูฟองคดีไดรับความเสียหายจึงขอใหศาลมีคําส ั่งให เจาพนักงานที่ดิน(ผูถูกฟองคดี)แกไขหรือเพิกถอนระวางแผนที่รูปถายทางอากาศและจัดทําให สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๓๗ ถูกตองตามที่ผูฟองคดีครอบครองจริง นั้น อาจถือไดวาผูฟองคดีประสงคจะใหศาลเพิกถอน น.ส. ๓ ก. ที่ออกทับที่ดินของผูฟองคดีแตการท ี่ จะวินิจฉัยวา การออก น.ส. ๓ ก. ดังกลาว ชอบ ดวยกฎหมายหรือไมจะตองวินิจฉัยกอนวาผูใดเปนผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินพิพาท ที่พนักงานเจาหนาท ี่ อาจออก น.ส. ๓ ก. ใหไดโดยไมอาจแยกออกจากประเด็นวา พนักงาน เจาหนาท ี่ กระทําถูกตองตามข ั้ นตอนหรือวิธีการท ี่ กฎหมายกําหนดหรือไมและการท ี่ศาลปกครอง ชั้นตนวินิจฉัยวาการกระทําของผูถูกฟองคดีในการออก น.ส. ๓ ก. ถูกตองตามข ั้ นตอนและวิธีการ ที่กฎหมายกําหนด สวนการที่ผูฟองคดีอางวาผูใหญบานไดกันทางสาธารณประโยชนขึ้นใหมใน ที่ดินของผูฟองคดีหรือการท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ ออก น.ส. ๓ ก. ใหผูอื่นทับที่ดินของผูฟองคดีเปน กรณีพิพาทเก ี่ ยวกับสิทธิในที่ดิน ไมอยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่งแหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แสดงวา ศาลปกครองชั้ นตนเห็นกอนท ี่ จะมีคําพิพากษาวาคดีอยูในอํานาจของศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ชั้นตนชอบท ี่ จะรอการพิจารณาไวชั่วคราวและจัดทําความเห็นสงไปใหศาลท ี่ศาลปกครองชั้ นตน เห็นวาคดีอยูในเขตอํานาจโดยเร็วตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติวาดวยการวินิจฉัยช ี้ ขาด อํานาจหนาท ี่ ระหวางศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ การท ี่ศาลปกครองชั้ นตนมิไดดําเนินการตามนัยดังกลาว แตกลับดําเนินกระบวนพิจารณาตอไปจนมีคําพิพากษา จึงเปนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลปกครองชั้นตนจะตองดําเนินกระบวนพิจารณาใหมใหถูกตอง คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๐๗๖ – ๑๐๗๙/๒๕๑๐ ผูที่ไมมีสิทธิในที่ดินแมจะไดไปแจงการครอบครองจนไดรับ ส.ค. ๑ และไดรับ หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) แลว ก็ไมอาจกอใหเกิดสิทธิครอบครองในที่ดินนั้น แตอยางใด และแมมีผูรับซ ื้ อที่ดินซ ึ่ งมีหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) นั้นไวโดยสุจริต เสียคาตอบแทน และจดทะเบียนโดยถูกตองตามกฎหมายแลวก็ตาม แตเม ื่ อผูที่มีชื่อในหนังสือ รับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ไมมีสิทธิในที่ดินนั้น ผูที่รับซ ื้ อที่ดินก็ยอมไมมีสิทธิในที่ดินน ั้ นดวย ตามหลักผูรับโอนไมมีสิทธิดีกวาผูโอน คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๓๐๐ – ๑๓๐๑/๒๕๒๑ ผูที่ครอบครองที่ดินมากอนใชประมวลกฎหมายที่ดิน แมจะมิไดแจงการ ครอบครองไวก็ไมทําใหเสียสิทธิการครอบครองไป แตจะยกข ึ้ นยันรัฐในการที่รัฐจะจัดที่ดินตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน หรือยันบุคคลผูไดสิทธิมาจากรัฐในการจัดที่ดินไมไดเทานั้น ตราบใดที่รัฐยัง มิไดเขาจัดที่ดินนั้น ผูที่ครอบครองก็ยังมีสิทธิครอบครองอยู สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๓๘ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๕๘ ทวิและมาตรา ๕๙ ทวิที่แกไขเพิ่ มเติม โดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ผูครอบครองที่ดินมากอนใชประมวลกฎหมายที่ดิน แต มิไดแจงการครอบครองไวรวมท ั้ งผูครอบครองตอเน ื่ องจากบุคคลดังกลาวมีสิทธิขอใหทางราชการ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนไดเม ื่ อมีการเดินสํารวจรังวัดในทองที่นั้น หรือเม ื่ อมีความ จําเปนอาจขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายก็ได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๕๒๐/๒๕๓๒ ที่ดินที่มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๘ ทวิซึ่งอยูระหวางกําหนดระยะเวลาหามโอนภายใน ๑๐ ปเปนที่ดินที่รัฐยังไมไดมอบสิทธิ ครอบครองใหแกผูที่ไดรับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้น โดยผูที่ไดรับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนนคงม ั้ ี สิทธิเพียงทําประโยชนในที่ดินเทานั้น ดังนั้น เม ื่ อผูนั้นไมมีสิทธิครอบครองในที่ดินจึงไมอาจสละ หรือโอนสิทธิครอบครองในที่ดินใหแกผูอื่นไดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๓๗๗ หรือมาตรา ๑๓๗๘ การโอนดังกลาวยอมไมมีผลตามกฎหมาย หมายเหตุ คําพิพากษาศาลฎีกาท ี่ ๒๗๕๗/๒๕๓๘ วินิจฉัยในแนวทางเดียวกัน คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๘๐/๒๕๓๖ เม ื่ อที่ดินพิพาทเปนที่ดินท ี่ ตกอยูในขอกําหนดหามโอนภายในกําหนดสิบปนับแต วันที่จําเลยไดรับหนังสือรับรองการทําประโยชนตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๘ ทวิเมื่อ ขณะท ี่โจทกจําเลยซ ื้ อขายที่ดินกันยังอยูในระยะเวลาหามโอน ดังนั้น การซ ื้ อขายและสงมอบการ ครอบครองที่ดินพิพาทใหโจทกยอมตกเปนโมฆะตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๘ ทวิและ ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๑๓ แมโจทกจะครอบครองที่ดินพิพาทมานาน เพียงใดก็ไมไดสิทธิครอบครอง ที่ดินพิพาทยังเปนของจําเลยอยู คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๘๐ – ๒๘๔/๒๕๓๗ พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕ วรรคสอง เปนบทบัญญัติที่เพียงแตกําหนดใหรัฐมีอํานาจนําที่ดินของผูครอบครองและทําประโยชนอยูกอน วันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับซ ึ่ งมีหนาท ี่ แจงการครอบครองที่ดิน แตไมแจงการครอบครอง ภายในเวลาที่กําหนดไปจัดที่ดินตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดินไดโดยผูครอบครอง และทําประโยชนไมอาจยกการครอบครองและทําประโยชนขึ้นยันรัฐหรือบุคคลผูไดสิทธิมาจากรัฐ ในการจัดที่ดินเทานั้น ตราบใดที่รัฐยังไมไดเขาจัดที่ดินนั้น ผูนั้นยอมมีสิทธิครอบครองอยู สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๓๙ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๕๘ ทวิและมาตรา ๕๙ ทวิที่แกไขเพิ่ มเติม โดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ บัญญัติใหผูครอบครองที่ดินมากอนใชประมวลกฎหมาย ที่ดินแตมิไดแจงการครอบครองเอาไวรวมท ั้ งผูครอบครองตอเน ื่ องจากบุคคลดังกลาว มีสิทธิขอให ทางราชการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนไดเม ื่ อมีการเดินสํารวจรังวัดในทองที่นั้นหรือเม ื่ อมี ความจําเปนก็อาจขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายก็ได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๔๘๕๐/๒๕๓๘ ที่ดินพิพาทท ี่โจทกไดรับมาอยูในระยะเวลาหามโอน เปนที่ดินที่รัฐยังไมไดมอบ สิทธิครอบครองใหโจทกมีสิทธิเพียงทําประโยชนในที่ดินพิพาทไมอาจสละหรือโอนสิทธิครอบครอง ใหแกผูอื่นไดการท ี่โจทกขายที่ดินพิพาทใหแกจําเลยจึงไมมีผลตามกฎหมาย คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๔๕๔๒/๒๕๔๒ แมการซ ื้ อขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทําประโยชนที่พิพาทซ ึ่ งมีขอกําหนด หามโอนตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคหาแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ภายในระยะเวลา ๑๐ ปนับแตวันท ี่ ไดรับหนังสือรับรองการทําประโยชนจะตกเปนโมฆะตามมาตรา ๑๕๐ แหงประมวลกฎหมายแพง และพาณิชยก็ตาม แตถาหากผูซื้อที่ดินไดครอบครองที่ดินตลอดมาจนลวงเลยระยะเวลาหามโอน แลวและไดมีการเสียภาษีบํารุงทองท ี่ ตลอดมาถือวาเปนการยึดถือที่ดินโดยเจตนาจะยึดถือเพ ื่ อตน ผูนั้นยอมไดซึ่งสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๓๐๗/๒๕๔๓ การทําสัญญาซ ื้ อขายที่ดินพิพาทกันในกําหนดระยะเวลาหามโอนตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน การซ ื้ อขายที่ดินดังกลาวเปนการตองหามชัดแจงโดย กฎหมายจึงตกเปนโมฆะตามมาตรา ๑๕๐ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ที่ดินพิพาทเปนที่ดินท ี่ ทางราชการจัดใหราษฎรทํากิน จึงปกปองราษฎรใหมีที่ทํากิน เปนเวลาอยางนอย ๑๐ ปภายในกําหนดระยะเวลาดังกลาว ซึ่งทางราชการไดควบคุมที่ดินน ั้ นอยู ยังไมปลอยเปนสิทธิเด็ดขาดแกผูครอบครองจนกวาจะพนกําหนดระยะเวลาที่มีขอกําหนดหามโอน ดังนั้น โจทกจะสละหรือโอนการครอบครองที่ดินพิพาทเพ ื่ อชําระหน ี้ใหแกจําเลยไมได สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๔๐ มาตรา ๕๙ ในกรณีที่ผูมีสิทธิครอบครองที่ดินเฉพาะรายมาขอออกโฉนดที่ดิน เม ื่ อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นเปนการสมควรตามหลักเกณฑใหดําเนินการออกโฉนดที่ดิน ให (ความในมาตรา ๕๙ เดิมถูกยกเลิกโดยขอ ๘ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับ ที่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ และใชความใหมแทนเปนมาตรา ๕๙, ๕๙ ทวิและ๕๙ ตรี โดยลําดับดังน ี้) มาตรา ๕๙ ในกรณีที่ผูมีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายไมวาจะไดมีประกาศของรัฐมนตรีตาม มาตรา ๕๘ แลวหรือไมก็ตาม เม ื่ อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นสมควร ใหดําเนินการ ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนแลวแตกรณีไดตามหลักเกณฑและ วิธีการท ี่ประมวลกฎหมายนี้กําหนด เพ ื่อประโยชนแหงมาตราน ี้ผูมีสิทธิครอบครองที่ดินตามวรรคหน ึ่งให หมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องมาจากผูซึ่งมีหลักฐาน การแจงการครอบครองดวย มาตรา ๕๙ ทวิผูซึ่งครอบครองและทําประโยชนในที่ดินอยูกอนวันท ี่ ประมวลกฎหมายนี้ใชบังคับโดยไมมีหนังสือสําคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และมิไดแจงการ ครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ แตไมรวมถึงผูซึ่งมิไดปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรีถามีความจําเปนจะขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะราย เม ื่ อพนักงานเจาหนาที่พิจารณา เห็นสมควร ใหดําเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนแลวแตกรณี ไดตามหลักเกณฑและวิธีการท ี่ประมวลกฎหมายนี้กําหนด แตตองไมเกินหาสิบไร ถาเกิน หาสิบไรจะตองไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัด ทั้งน ี้ ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการ กําหนด เพ ื่อประโยชนแหงมาตราน ี้ผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตาม วรรคหน ึ่งใหหมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องมาจาก บุคคลดังกลาวดวย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๔๑ มาตรา ๕๙ ตรี ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ถาปรากฏวาเน ื้ อที่ที่ทําการรังวัดใหมแตกตางไปจากเนื้ อท ี่ตามใบแจงการครอบครองตาม มาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ใหพนักงาน เจาหนาที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหไดเทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทําประโยชน ทั้งน ี้ ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด (มีการเพิ่มมาตรา ๕๙ จัตวาและมาตรา ๕๙ เบญจโดยมาตรา ๙ แหงพระราชบัญญัติ แกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยลําดับดังน ี้) มาตรา ๕๙ จัตวา การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิมาตรา ๕๘ ตรีและ มาตรา ๕๙ ถาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีรายการภาระผูกพัน หรือมีรายการ เปลี่ยนแปลงผูมีสิทธิในที่ดินในระหวางดําเนินการออกโฉนดที่ดิน ใหยกรายการดังกลาวมา จดแจงไวในโฉนดที่ดินดวย มาตรา ๕๙ เบญจ การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิและมาตรา ๕๙ ใหถือวาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเปนอันยกเลิก และใหสงหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ที่ยกเลิกแลวน ั้ นคืนแกเจาพนักงานที่ดิน เวนแตกรณีสูญหาย ประเด็นปญหา หลักเกณฑการกําหนดเน ื้ อท ี่ เพ ื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๙ ตรีใชบังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ ทําประโยชนโดยวิธีการเดินสํารวจตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ดวยหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๑๗๔/๒๕๓๔ กรณีที่จะใชบังคับมาตรา ๕๙ ตรีไดจะตองปรากฏวาผูมีสิทธิครอบครองที่ดินได แจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และเน ื้ อที่ที่รังวัดใหมแตกตางไปจากเนื้ อท ี่ตามใบแจงการครอบครองดังกลาว และเม ื่ อพิจารณา ตามมาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งบัญญัติวา ที่ดินท ี่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายนั้น แมวาเปนที่ดินท ี่ อยูในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเปนเขต เดินสํารวจรังวัดตามมาตรา ๕๘ ผูมีสิทธิครอบครองที่ดินก็ยังขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทําประโยชนได ดังนั้น เม ื่ อนํามาตรา ๕๙ ตรีซึ่งเปนเร ื่ องการคํานวณเน ื้ อท ี่ เพ ื่อออกโฉนดที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๔๒ หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนมาใชบังคับกับที่ดินท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนเปนการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ แลว หากไมนําหลักเกณฑตามมาตรา ๕๙ ตรีมาใช บังคับกับที่ดินแปลงอื่ นๆ ที่รัฐมนตรีประกาศเปนเขตเดินสํารวจรังวัดตามมาตรา ๕๘ และ มาตรา ๕๘ ทวิซึ่งผูมีสิทธิครอบครองที่ดินมิไดขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนเปนการเฉพาะราย ผลท ี่ เกิดข ึ้ นจะทําใหการใชบังคับกฎหมายแตกตางกัน ทั้งๆ ที่เปน ที่ดินท ี่ อยูในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเปนเขตเดินสํารวจรังวัดเหมือนกัน อีกท ั้ งเม ื่ อมีปญหาในการ คํานวณเน ื้ อที่ผิดไปจากเนื้ อท ี่ตามใบแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก็จะเกิดปญหาในทางปฏิบัติกับเจาหนาที่วาจะกําหนดเน ื้ อท ี่ โดยใชหลักเกณฑใด อนึ่งการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยวิธีการเดินสํารวจ รังวัดตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวินั้น ถาผูซึ่งครอบครองที่ดินอยูภายในจังหวัดที่รัฐมนตรี ประกาศกําหนดใหมีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดแจงการครอบครอง ไวโดยชอบตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังท ี่ บัญญัติไวตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง เม ื่ อทางราชการเดินสํารวจรังวัดเพ ื่อออกโฉนดที่ดินหรือ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหากปรากฏวาเน ื้ อท ี่ตามใบแจงการครอบครองไมตรงกับเน ื้ อท ี่ ที่รังวัดใหมยอมตองนําหลักเกณฑในการคํานวณเน ื้ อที่ดินท ี่ แตกตางไป ตามมาตรา ๕๙ ตรีมาใช บังคับ สวนกรณีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยวิธีการออกเฉพาะราย ตามมาตรา ๕๙ ทวินั้น เปนกรณีซึ่งผูครอบครองที่ดินมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหง พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงไมมีกรณีที่จะใชมาตรา ๕๙ ตรี บังคับได ดวยเหตุผลดังกลาว จึงเห็นวา หลักเกณฑการกําหนดเน ื้ อท ี่ เพ ื่อออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๙ ตรีใชบังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทําประโยชนทั้งวิธีการเดินสํารวจรังวัดตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิและวิธีการ ขอออกเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ หาใชบัญญัติไวเพ ื่อใชกับกรณีตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิโดยเฉพาะไม ประเด็นปญหา ที่ดินซ ึ่ งบุคคลครอบครองและทําประโยชนอยูกอนวันท ี่ประมวล กฎหมายที่ดินใชบังคับ โดยไมไดขอและรับอนุญาตใหจับจองตามกฎหมาย ไมมีหนังสือแสดงสิทธิ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๔๓ ในที่ดิน และไมไดแจงการครอบครองที่ดินตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ตอมาภายหลังจากประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับแลว ไดมีประกาศ กําหนดใหที่ดินน ั้นเปนปาสงวนแหงชาติอุทยานแหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามล าสตวั ปา หรือมีมติคณะรัฐมนตรีใหสงวนไวเปนเขตปาไมถาวรแหงชาติบุคคลดังกลาวหรือผูที่ครอบครอง ที่ดินตอเน ื่ องจากบุคคลดังกลาวจะขอใหทางราชการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนตามมาตรา ๕๙ ทวิหรือมาตราอ ื่นใดไดหรือไมเพียงใด มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ กฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๖๘๑/๒๕๓๕ บุคคลซ ึ่ งครอบครองและทําประโยชนในที่ดินอยูกอนวันใชบังคับประมวล กฎหมายที่ดิน โดยไมมีหนังสือสําคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ตามท ี่ มาตรา ๕๙ ทวิแหงประมวล กฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๑๕ เปดโอกาสใหขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดในกรณีที่มี ความจําเปนและมีจํานวนเน ื้ อท ี่ไมเกิน ๕๐ ไรเวนแตผูวาราชการจังหวัดจะอนุมัติใหเกินกวานั้น หมายความวา ที่ดินตามท ี่ ครอบครองจะตองไมใชที่ดินที่ถูกกําหนดเปนปาสงวนแหงชาติอุทยาน แหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา หรือมีมติคณะรัฐมนตรีใหสงวนไวเปนเขตปาไมถาวรของชาติไป กอนแลว เพราะผลของการไมแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ถือไดวา บุคคลเหลาน ี้ สละสิทธิครอบครองที่ดิน รัฐมีอํานาจจัดที่ดิน ดังกลาวตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดินไดและการกําหนดเขตปาไมของทางราชการ ขางตนทําใหที่ดินดังกลาวตองหามมิใหออกโฉนดที่ดินตามขอ ๘ แหงกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยถือ เปนที่ดินท ี่ ทางราชการเห็นวาควรสงวนไวเพ ื่ อทรัพยากรธรรมชาติ ประเด็นปญหา บุคคลท ี่ ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินที่ตั้งอยูบนเกาะ สืบเน ื่ องกันมาต ั้ งแตกอนประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับโดยไมมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินและ ไมไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ ทวิแหง ประมวลกฎหมายที่ดินไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๔๔ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๖๑๙๓/๒๕๔๐ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนในที่ดินที่ตั้งอยูบนเกาะ ยอมตกอยูภายใตบังคับของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) คือ ตองมีหลักฐานการแจง การครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) มีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หนังสือรับรองการทําประโยชนโฉนดตราจอง ตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” อยางใดอยางหน ึ่ งมาแสดง หรือตองเปนผูมีสิทธิตาม กฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ หรือที่ดินท ี่ คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติ ใหจัดแกประชาชน หรือที่ดินซึ่งไดจัดหาผลประโยชนตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แหงประมวล กฎหมายที่ดินโดยคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติแลว หากมิไดมีหลักฐานดังกลาวหรือมิได เปนผูมีสิทธิในที่ดินตามท ี่ กฎหมายกําหนดไวดังกลาวแมจะไดครอบครองทําประโยชนสืบตอกันมา ตั้งแตกอนพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ประกาศใชและมิไดแจง การครอบครองที่ดินตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก็ไมมีสิทธิขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ประเด็นปญหา การท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทําประโยชนหรือปฏิเสธการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนคําส ั่ งท ี่ ชอบดวยกฎหมาย หรือไมหรือเปนการละเลยไมดําเนินการตามอํานาจหนาที่ที่กฎหมายกําหนด หรือเปนการปฏิบัติหนาที่ที่ลาชาหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด และคณะกรรมการ วินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๒๖/๒๕๔๖ รายการจดทะเบียนขายเฉพาะสวนใน น.ส. ๓ ก. ที่เจาของรวมคนหน ึ่งไดจด ทะเบียนซ ื้ อที่ดินเฉพาะสวนของเจาของรวมอีกคนหน ึ่ งมา โดยสวนของผูซื้อที่มีอยูแลวและสวนของ เจาของรวมคนอ ื่ นท ี่ไมใชคูสัญญาคงมีอยูตามเดิม ถือเปนหลักฐานท ี่แสดงความเปนมาของ เจาของรวม ทําใหเห็นสัดสวนการเปนเจาของที่ดินที่ถูกตองตรงกับขอเท็จจริงท ี่ แตละคนมีอยูซึ่ง เปนประโยชนในทางทะเบียนที่ดินและเปนประโยชนตอเจาของรวม ดังนั้น หากมีการออกโฉนด ที่ดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก. ดังกลาว การยกรายการจดทะเบียนขายเฉพาะสวนมาจดแจงใน โฉนดที่ดินยอมเปนประโยชนทั้งทางทะเบียนและเจาของรวม และไมเปนการเพ ิ่มภาระใหผูเปน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๔๕ เจาของรวมทุกคนตองย ื่ นคําขอจดทะเบียนบรรยายสวน และเสียคาธรรมเนียมอีก เมื่อ เจาพนักงานที่ดินไดออกโฉนดที่ดินโดยมิไดยกรายการขายเฉพาะสวนใน น.ส. ๓ ก. ที่นํามาขอ ออกโฉนดที่ดินมาจดลงในสารบัญจดทะเบียนของโฉนดที่ดิน ศาลจึงพิพากษาใหเจาพนักงานที่ดิน ดําเนินการยกรายการจดทะเบียนขายเฉพาะสวนใน น.ส. ๓ ก. มาจดแจงลงในโฉนดที่ดินให ปรากฏภายในเวลาที่กําหนด คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๔/๒๕๔๗ ในการขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ตามมาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เม ื่อปรากฏวาที่ดินท ี่ขอออกโฉนดที่ดินมี ขางเคียงจดท ี่สาธารณประโยชนจึงตองมีการรับรองแนวเขตที่ดินโดยผูที่มีอํานาจหนาที่ในการ ดูแลรักษาและเม ื่ อผูรับมอบอํานาจจากผูมีหนาที่ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชนได ใหการรบรองวั า การรังวัดเพ ื่อออกโฉนดที่ดินมิไดรุกล ้ํ าทางดังกลาว โดยไมปรากฏขอเท็จจริงบงชี้วามีการทุจริต หรือกระทํานอกเหนืออํานาจ หรือรวมกันกระทําการโดยไมชอบ ผูมอบอํานาจจึงตองผูกพันตาม การกระทําของผูรับมอบอํานาจท ี่ กระทําการในขอบเขตอํานาจนั้น เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ในการออกโฉนดที่ดินที่พิพาทซ ึ่ งมีขางเคียงติดตอกับ ทางหลวงสุขาภิบาล ประธานกรรมการสุขาภิบาลในฐานะผูอํานวยการทางหลวงมีหนาที่ดูแล ทางหลวงและนายอําเภอทองท ี่ในฐานะผูปกครองทองที่ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชนไดมอบ อํานาจใหตัวแทนไประวังช ี้ แนวเขตที่ดินแลวปรากฏวา มิไดรุกล ้ํ าทางหลวงสุขาภิบาล ผลการรังวัด ที่ดินไดเน ื้ อที่นอยกวาหลักฐานเดิมซ ึ่ งนายอําเภอรับรองวาหลักฐานเดิมถูกตอง ทั้งเจาพนักงาน ที่ดินไดประกาศการออกโฉนดที่ดินแลวไมมีผูคัดคานจึงไดออกโฉนดที่ดิน การกระทําดังกลาว ถือไดวาเปนการกระทําตามข ั้ นตอนท ี่ กฎหมายกําหนดไวตามมาตรา ๕๖ และมาตรา ๕๙ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับขอ ๘ ขอ ๙ และขอ ๑๐ ของกฎกระทรวง ฉบบทั ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ระเบียบคณะกรรมการ จัดที่ดินแหงชาติฉบับท ี่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) วาดวยเง ื่อนไขการออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรอง การทําประโยชนและระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการเขียนขางเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๐ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๘๓/๒๕๔๗ การท ี่ปรากฏตามหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) สําหรับที่ดิน แปลงพิพาทซ ึ่ งมีชื่อโรงเรียนเปนผูแจงการครอบครองวา โรงเรียนไดที่ดินมาโดยที่ ธรณีสงฆยกให สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


Click to View FlipBook Version