คําวินิจฉัยเก ี่ ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน (เฉพาะหมวด ๔ การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด ๕ การรังวัดที่ดิน และ หมวด ๖ การจดทะเบียนสทธิ ิและนิติกรรม) สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง พ.ศ.. ๒๕๕๐
คําวินิจฉัยเก ี่ ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน (เฉพาะหมวด ๔ การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด ๕ การรังวัดที่ดิน และ หมวด ๖ การจดทะเบียนสทธิ ิและนิติกรรม) สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง พ.ศ.. ๒๕๕๐
คํานํา เอกสารฉบับน ี้เปนการรวบรวมยอคําวินิจฉัยเก ี่ ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน (เฉพาะหมวด ๔ การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน, หมวด ๕ การรังวัดที่ดิน และหมวด ๖ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม) เรียงตามรายมาตราในประมวลกฎหมายที่ดิน สาระสําคัญ ของเอกสารประกอบไปดวยบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดิน (เฉพาะ ๓ หมวดดังกลาว) ตั้งแตพ.ศ. ๒๔๙๗ จนถึงบทบัญญัติที่มีการแกไขเพิ่ มเติมเปนปจจุบัน กฎกระทรวงพรอมทั้ง ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติที่เก ี่ ยวของกับคําวินิจฉัย และยอคําวินิจฉัยขององคกร ที่เก ี่ ยวของ ไดแก ศาลปกครองสูงสุด ศาลฎีกาและคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย คณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขและคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง) ทั้งน ี้ เพ ื่อเปน ฐานขอมูลในการสืบคนคําวินิจฉัยฉบับสมบูรณเพ ื่อใชประกอบการปฏิบัติงานเก ี่ ยวกับคดีปกครอง ของผูที่เก ี่ ยวของ รวมท ั้ งเพ ื่อประโยชนแกบุคคลท ั่วไปไดใชประกอบการศึกษาคนควาตอไป ทั้งน ี้คําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดที่นํามารวมไวในเลมน ี้เปนคําวินิจฉัยของ ศาลปกครองสูงสุดที่นาสนใจตั้ งแตศาลปกครองเปดทําการจนถึงคําวินิจฉัยในปพ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครองไดรับในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ สํานักงานศาลปกครองหวังวาเอกสารเลมน ี้จะเปนประโยชนแกการปฏิบัติงาน และการศึกษาบางตามสมควร ซึ่งหากผูใดมีขอคิดเห็นหรือขอเสนอแนะประการใด ขอไดโปรดแจง ใหสํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครองทราบ เพ ื่ อพิจารณาปรับปรุงแกไขใหเหมาะสมตอไป (นางสาวพรทิพย ทองดี) เลขาธการสิ ํานักงานศาลปกครอง
สารบัญ หนา หมวด ๔ การออกหนังสอแสดงสื ิทธิในที่ดิน ๑ มาตรา ๕๖ ๑ มาตรา ๕๗ ๑๕ มาตรา ๕๘ ๑๗ มาตรา ๕๘ ทวิ ๑๘ มาตรา ๕๘ ตรี ๒๑ มาตรา ๕๙ ๔๐ มาตรา ๕๙ ทวิ ๔๐ มาตรา ๕๙ ตรี ๔๑ มาตรา ๕๙ จัตวา ๔๑ มาตรา ๕๙ เบญจ ๔๑ มาตรา ๖๐ ๕๑ มาตรา ๖๑ ๖๔ มาตรา ๖๒ ๙๐ มาตรา ๖๓ ๙๑ มาตรา ๖๔ ๙๓ หมวด ๕ การรังวัดที่ดิน ๙๔ มาตรา ๖๕ ๙๔ มาตรา ๖๖ ๙๕ มาตรา ๖๗ ๙๘ มาตรา ๖๘ ๙๙ มาตรา ๖๙ ๑๐๐ มาตรา ๖๙ ทวิ ๑๐๐ มาตรา ๗๐ ๑๒๑ มาตรา ๗๐ ทวิ ๑๒๑ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
หนา หมวด ๖ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ๑๒๒ มาตรา ๗๑ ๑๒๒ มาตรา ๗๒ ๑๒๔ มาตรา ๗๓ ๑๒๗ มาตรา ๗๔ ๑๓๐ มาตรา ๗๕ ๑๓๗ มาตรา ๗๖ ๑๓๘ มาตรา ๗๗ ๑๓๙ มาตรา ๗๘ ๑๔๔ มาตรา ๗๙ ๑๕๐ มาตรา ๘๐ ๑๕๑ มาตรา ๘๑ ๑๕๒ มาตรา ๘๒ ๑๖๐ มาตรา ๘๓ ๑๖๓ ภาคผนวก ดัชนีคําพพากษาิ /คําส ั่งศาลปกครองสูงสุด พ.ศ. ๒๕๔๖ – พ.ศ. ๒๕๔๘ (กรณีฟองตรง) (ก) ดัชนีคําพพากษาศาลปกครองส ิูงสุด พ.ศ. ๒๕๔๖ – พ.ศ. ๒๕๕๐ (ข) ดัชนีคําส ั่งศาลปกครองสูงสุด พ.ศ. ๒๕๔๔ – พ.ศ. ๒๕๕๐ (ง) ดัชนีคําพพากษาศาลฎิ ีกา (ฉ) ดัชนีความเหนทางกฎหมายของกรรมการกฤษฎ็ ีกา พ.ศ. ๒๕๑๔ – พ.ศ. ๒๕๓๘ (ฌ) ดัชนีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขพ.ศ. ๒๕๒๕ – พ.ศ. ๒๕๔๓ (ฎ) สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
ประมวลกฎหมายที่ดิน หมวด ๔ การออกหนงสั ือแสดงสิทธิในที่ดิน มาตรา ๕๖ แบบ หลักเกณฑและวิธีการออกใบจอง หนังสือรับรองการทํา ประโยชนใบไตสวนหรือโฉนดที่ดิน รวมท ั้งใบแทนของหนังสือด ั่ งกลาวมาแลวนั้น ให กําหนดโดยกฎกระทรวง รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยไดออกกฎกระทรวงกําหนดแบบ หลักเกณฑ และวิธีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาว รวมท ั้งใบแทนหนังสือดังกลาว ดังน ี้ ๑. แบบของหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดิน รวมทั้ง ใบแทนของหนังสือดังกลาว ไดถูกกําหนดไวโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๑๐) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๑๔) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ฯลฯ และ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ฯลฯ ๒. หลักเกณฑการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดิน หลักเกณฑในการพิจารณาวา ที่ดินประเภทใดเปนที่ดินท ี่ อาจออกหนังสือรับรอง การทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินไดนั้น ไดถูกกําหนดไวโดยกฎกระทรวงซึ่งออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังตอไปนี้ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๓ กําหนดวา การออกหนังสือรับรองวา “ไดทําประโยชน แลว” ใหกระทําสําหรับที่ดินท ี่ จะพึงออกโฉนดที่ดินไดตามกฎหมาย กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๘ กําหนดวา ที่ดินท ี่ จะพึงออกโฉนดที่ดินตองเปนที่ดินท ี่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๒ ผูมีสิทธิในที่ดินไดครอบครองและทําประโยชนแลว และเปนที่ดินท ี่ จะพึงออกโฉนดที่ดินไดตาม กฎหมายแตหามมิใหออกโฉนดที่ดินสําหรับที่ดินดังตอไปนี้ (๑) ที่ดินท ี่ราษฎรใชประโยชนรวมกัน เชน ทางน้ํา ทางหลวง ทะเลสาบ ที่ชายตลิ่ง (๒) ที่เขา ที่ภูเขาหรือท ี่ สงวนหวงหาม หรือที่ดินซ ึ่ งทางราชการเห็นวาควรสงวนไว เพ ื่ อทรัพยากรธรรมชาติ ตอมากฎกระทรวงดังกลาวไดถูกยกเลิกโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และมี ขอกําหนดใหม ดังน ี้ ขอ ๕ กําหนดวา ที่ดินท ี่ จะออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตองเปนที่ดินที่ผูมี สิทธิในที่ดินไดครอบครองและทําประโยชนแลว และเปนที่ดินท ี่สามารถออกโฉนดที่ดินไดตามท ี่ กําหนดไวในขอ ๑๔ ขอ ๑๔ กําหนดวา ที่ดินท ี่จะออกโฉนดที่ดินตองเปนที่ดินที่ผูมีสิทธิในที่ดินได ครอบครองและทําประโยชนแลว และเปนที่ดินท ี่สามารถออกโฉนดที่ดินไดตามกฎหมายแตหาม มิใหออกโฉนดที่ดินสําหรับที่ดิน ดังตอไปนี้ (๑) ที่ดินท ี่ราษฎรใชประโยชนรวมกัน เชน ทางน้ํา ทางหลวง ทะเลสาบ ที่ชายตลิ่ง (๒) ที่เขา ที่ภูเขา และพ ื้ นที่ที่รัฐมนตรีประกาศหวงหามตามมาตรา ๙ (๒) แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน แตไมรวมถึงที่ดินซ ึ่ งผูครอบครองมีสิทธิครอบครองโดยชอบดวยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายที่ดิน (๓) ที่เกาะแตไมรวมถึงที่ดินของผูซึ่งมีหลักฐานแจงการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หนังสือรับรองการทําประโยชนโฉนดตราจอง ตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” หรือเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ หรือที่ดินท ี่ คณะกรรมการ จัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติใหจัดแกประชาชน หรือที่ดินซ ึ่งไดมีการจัดหาผลประโยชนตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติแลว (๔) ที่สงวนหวงหามตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๒๐ (๓) และ (๔) แหงประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งแกไขเพิ่ มเติมโดย พระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่๓) พ.ศ. ๒๕๒๖ หรือกฎหมายอื่น (๕) ที่ดินท ี่ คณะรัฐมนตรีสงวนไวเพ ื่ อรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือเพ ื่อประโยชน สาธารณะอยางอื่น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๓ ๓. วิธีการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดิน เดิมไดถูกกําหนดไวโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๑๔) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ฯลฯ และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๘ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ฯลฯ ตอมากฎกระทรวงดังกลาวท ั้งหมดไดถูกยกเลิก โดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ฯลฯและมีขอกําหนดใหม ดังน ี้ หมวด ๒ หนังสือรับรองการทําประโยชน ขอ ๖ ในการนําพนักงานเจาหนาที่ทําการสํารวจพิสูจนสอบสวนการทําประโยชน ตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ใหผูมีสิทธิในที่ดินหรือตัวแทนปกหลักตามมุมเขต ที่ดินของตนและใหถอยคําตอพนักงานเจาหนาท ี่ หรือผูซึ่งพนักงานเจาหนาท ี่ มอบหมายตามแบบ น.ส. ๑ ก. ทายกฎกระทรวงน ี้ กอนออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหพนักงานเจาหนาท ี่ประกาศการออก หนังสือรับรองการทําประโยชนใหทราบมีกําหนดสามสิบวัน ประกาศนั้นใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินทองท ี่ สํานักงานเขตหรือที่วาการอําเภอหรือที่วาการก ิ่ งอําเภอทองท ี่ ที่ทําการแขวง หรือที่ทําการกํานันทองท ี่ และในบริเวณที่ดินนั้น แหงละหน ึ่ งฉบับ ในเขตเทศบาลใหปดไวณ สํานักงานเทศบาล อีกหน ึ่ งฉบับ ขอ ๗ การขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธพ.ศ. ๒๕๑๕ ใหดําเนินการดังน ี้ (๑) ใหผูขอย ื่ นคําขอตามแบบ น.ส. ๑ ข. ทายกฎกระทรวงน ี้ตอพนักงานเจาหนาท ี่ (๒) ในการยื่ นคําขอตาม (๑) ถาผูขอมีใบจอง ใบเหยียบย่ํา ตราจอง หลักฐานการ แจงการครอบครองที่ดิน หลักฐานวาเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ หรือพยานหลักฐานอ ื่ นท ี่ แสดงวาไดสิทธิในที่ดินโดยชอบดวยกฎหมายใหแนบหลักฐานดังกลาวมา ประกอบการพิจารณาดวย ขอ ๘ เม ื่อไดรับคําขอแลว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ไปพิสูจนสอบสวนการทํา ประโยชนยังที่ดินตามแบบ น.ส. ๑ ค. ทายกฎกระทรวงน ี้ในการนี้จะมอบใหเจาหนาท ี่ไปทําการ แทนก็ได สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๔ ขอ ๙ ในการนําพนักงานเจาหนาที่พิสูจนสอบสวนการทําประโยชนใหผูมีสิทธิใน ที่ดินหรือตัวแทนปกหลักตามมุมเขตที่ดินของตนและใหถอยคําตอพนักงานเจาหนาท ี่ หรือผูซึ่ง พนักงานเจาหนาท ี่ มอบหมายตามแบบ น.ส. ๑ ค. ทายกฎกระทรวงน ี้ ในการคํานวณจํานวนเน ื้ อท ี่ เพ ื่ อออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตามแบบ น.ส. ๓ ก. ใหคํานวณโดยวิธีคณิตศาสตรหรือโดยมาตราสวน ทั้งน ี้ใหถือวาจํานวนเน ื้ อที่ที่คํานวณ ไดเปนจํานวนเน ื้ อท ี่โดยประมาณ ขอ ๑๐ เม ื่อไดพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนแลว ปรากฏวาไดมีการครอบครอง และทําประโยชนตามสมควรแกสภาพที่ดินในทองถิ่น ตลอดจนสภาพของกิจการท ี่ไดทําประโยชน ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการดังน ี้ (๑) ประกาศการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหทราบมีกําหนดสามสิบวัน ประกาศนั้นใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินทองท ี่ สํานักงานเขตหรือที่วาการอําเภอหรือ ที่วาการก ิ่ งอําเภอทองท ี่ ที่ทําการแขวงหรือที่ทําการกํานันทองท ี่และในบริเวณที่ดินนั้น แหงละ หน ึ่ งฉบับ ในเขตเทศบาลใหปดไวณ สํานักงานเทศบาลอีกหน ึ่ งฉบับ (๒) ถาปรากฏวาที่ดินน ั้นไมอยูในเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตาม มติคณะรัฐมนตรีและที่ดินน ั้นไมเปนที่ดินซ ึ่ งตองหามมิใหออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตาม ขอ ๕ และไมมีผูคัดคานภายในกําหนดเวลาท ี่ประกาศตาม (๑) ใหพนักงานเจาหนาท ี่ ออกหนังสือ รับรองการทําประโยชนใหได (๓) ถาปรากฏวาที่ดินน ั้ นต ั้ งอยูในตําบลที่มีปาสงวนแหงชาติอุทยานแหงชาติ พื้นที่รักษาพันธุสัตวปา พื้นที่หามลาสัตวปาหรือพ ื้ นที่ที่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตาม มติคณะรัฐมนตรีและกรมปาไมหรือกรมพัฒนาที่ดินยังไมไดขีดเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยาน แหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตาม มติคณะรัฐมนตรีลงในระวางรูปถายทางอากาศเพ ื่ อการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือ กรณีที่ขีดเขตแลวแตที่ดินท ี่ ขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนมีอาณาเขตติดตอคาบเก ี่ ยวหรือ อยูในเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยานแหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือ เขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีใหผูวาราชการจังหวัดแตงตั้ง คณะกรรมการรวมกันออกไปตรวจพิสูจนที่ดิน ประกอบดวยปาไมอําเภอหรือผูที่ปาไมจังหวัด มอบหมายสําหรับทองที่ที่ไมมีปาไมอําเภอ เจาหนาท ี่ บริหารงานที่ดินอําเภอ ปลัดอําเภอ (เจา สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๕ พนักงานปกครอง) และกรรมการอ ื่ นตามท ี่ เห็นสมควร เม ื่ อคณะกรรมการดังกลาวไดทําการตรวจ พิสูจนเสร็จแลว ใหเสนอความเห็นตอผูวาราชการจังหวัดวาสมควรออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชนใหไดหรือไมเพียงใด สําหรับที่ดินท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี แตยังไมไดขีดเขตหรือขีดเขตแลวแตที่ดินดังกลาวมีอาณาเขตคาบเก ี่ ยวกับเขตท ี่ไดจําแนกใหเปน เขตปาไมถาวร ใหแตงต ั้ งผูแทนกรมพัฒนาที่ดินเปนกรรมการดวย ขอ ๑๑ เม ื่ อผูวาราชการจังหวัดไดพิจารณาผลการตรวจพิสูจนที่ดินของ คณะกรรมการตามขอ ๑๐ (๓) แลว ปรากฏวาที่ดินน ั้นไมอยูในเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยาน แหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตาม มติคณะรัฐมนตรีหรือปรากฏวาที่ดินน ั้ นอยูในเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยานแหงชาติเขตรักษา พันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปาหรือเขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีแต ผูขอไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินดังกลาวโดยชอบดวยกฎหมายมากอนวันท ี่ ทางราชการ กําหนดใหที่ดินน ั้นเปนปาสงวนแหงชาติอุทยานแหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามล าสตวั ปา หรือเขตท ี่ไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและไมมีผูคัดคานภายใน กําหนดเวลาท ี่ประกาศตามขอ ๑๐ (๑) ใหผูวาราชการจังหวัดส ั่งการใหพนักงานเจาหนาท ี่ พิจารณาดําเนินการตามขอ ๑๐ (๒) หมวด ๓ โฉนดที่ดิน ขอ ๑๕ การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งแกไข เพ ิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔ ) พ.ศ. ๒๕๒๘ ให ดําเนินการ ดังน ี้ (๑) ใหมีการรังวัดทําแผนท ี่ ตามวิธีการรังวัดเพ ื่อออกโฉนดที่ดิน โดยใหเจาของ ที่ดินปกหลักหมายเขตที่ดินไวทุกมุมที่ดินของตน (๒) ใหเจาของที่ดินหรือผูแทนใหถอยคําตามแบบ น.ส. ๕ ทายกฎกระทรวงน ี้ (๓) กอนแจกโฉนดที่ดิน ใหเจาพนักงานที่ดินประกาศการแจกโฉนดที่ดินใหทราบ มีกําหนดสามสิบวัน ประกาศนั้นใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินทองที่สํานักงานเขตหรือ ที่วาการอําเภอหรือที่วาการก ิ่ งอําเภอทองท ี่ ที่ทําการแขวงหรือที่ทําการกํานันทองท ี่และในบริเวณ ที่ดินนั้น แหงละหน ึ่ งฉบับ ในเขตเทศบาลใหปดไวณ สํานักงานเทศบาล อีกหน ึ่ งฉบับ ขอ ๑๖ ในกรณีออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๖ กุมภาพันธพ.ศ. ๒๕๑๕ ใหผูมีสิทธิครอบครองที่ดินย ื่ นคําขอตามแบบ น.ส. ๑ ข. ทายกฎกระทรวง นี้และใหนําขอ ๗ (๒) ขอ ๑๐ (๒) และ (๓) ขอ ๑๑ และขอ ๑๕ มาใชบังคับโดยอนุโลม ๔. แบบ หลักเกณฑและวิธีการออกใบแทนหนังสือรับรองการทํา ประโยชนหรือโฉนดที่ดิน เดิมไดถูกกําหนดไวโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๑๐) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๐ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ฯลฯ และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๙ (พ.ศ. ๒๕๓๓) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๑๔) ฯลฯ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ฯลฯ และถูกยกเลิกโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ฯลฯ ตอมากฎกระทรวงดังกลาวท ั้ งหมด ไดถูกยกเลิกโดยกฎกระทรวง ฉบับที่๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ฯลฯและมีขอกําหนดใหม ดังน ี้ ฯลฯ ฯลฯ ขอ ๑๒ ใบแทนหนังสือรับรองการทําประโยชนใหใชแบบ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓ ข. แลวแตกรณี การออกใบแทนหนังสือรับรองการทําประโยชนใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการ ตามวิธีการออกใบแทนโฉนดที่ดินโดยอนุโลม ฯลฯ ฯลฯ ขอ ๑๗ ในการออกใบแทนโฉนดที่ดินใหดําเนินการดังน ี้ (๑) ในกรณีโฉนดที่ดินเปนอันตรายหรือสูญหาย ใหเจาของที่ดินย ื่ นคําขอและ ปฏิญาณตนตอเจาพนักงานที่ดินโดยใหนําพยานหลักฐานมาใหเจาพนักงานที่ดินทําการสอบสวน จนเปนท ี่ เช ื่ อถือไดและใหเจาพนักงานที่ดินประกาศใหทราบมีกําหนดสามสิบวัน ประกาศนั้นให ปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินทองท ี่ สํานักงานเขตหรือที่วาการอําเภอหรือที่วาการก ิ่ งอําเภอ ทองท ี่ ที่ทําการแขวงหรือที่ทําการกํานันทองท ี่และในบริเวณที่ดินนั้น แหงละหน ึ่ งฉบับ ในเขต เทศบาลใหปดไวณ สํานักงานเทศบาล อีกหน ึ่ งฉบับ ถามีผูคัดคานภายในเวลาที่กําหนดและนํา พยานหลักฐานมาแสดง ใหเจาพนักงานที่ดินสอบสวนแลวส ั่งการไปตามควรแกกรณีถาไมมีผูใด คัดคานภายในเวลาที่กําหนด ใหออกใบแทนใหไปตามคําขอ (๒) ในกรณีโฉนดที่ดินชํารุด ถาเจาของที่ดินนําโฉนดที่ดินที่ชํารุดน ั้ นมามอบและ โฉนดที่ดินที่ชํารุดน ั้ นยังมีตําแหนงที่ดิน เลขท ี่โฉนดที่ดิน ชื่อและตราประจําตําแหนงของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๗ ผูวาราชการจังหวัด และหรือช ื่อและตราประจําตําแหนงของเจาพนักงานที่ดินตามแบบโฉนดที่ดิน ปรากฏอยูซึ่งสามารถตรวจสอบไดใหออกใบแทนใหไปไดถาขาดขอความสําคัญดังกลาวใหนํา ความใน (๑) มาใชบังคับ (๓) ในกรณีศาลมีคําส ั่ งหรือมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดเก ี่ ยวกับโฉนดที่ดินหรือผูใด มีสิทธิจดทะเบียนตามคําพิพากษาของศาล แตไมไดโฉนดที่ดินมาหรือโฉนดที่ดินเดิมเปนอันตราย ชํารุดหรือสูญหายดวยประการใด ใหผูมีสิทธิจดทะเบียนย ื่ นคําขอใบแทนแลวใหดําเนินการตามท ี่ กําหนดไวใน (๑) หรือ (๒) แลวแตกรณี (๔) ในกรณีเจาพนักงานผูมีอํานาจในการยึดและขายทอดตลาดที่ดินของผูที่ คางชําระภาษีอากรหรือเงินคางจายใดๆ ตามท ี่ กฎหมายบัญญัติไวขอใหออกใบแทนโฉนดที่ดิน สําหรับที่ดินดังกลาวซ ึ่ งเจาพนักงานผูมีอํานาจไดยึดมาขายทอดตลาดแลว แตไมไดโฉนดที่ดินมา หรือโฉนดที่ดินเดิมเปนอันตราย ชํารุดหรือสูญหายดวยประการใด ใหถือหนังสือของเจาพนักงาน ดังกลาวเปนคําขอและดําเนินการทํานองเดียวกับที่กําหนดไวใน (๓) แตไมตองสอบสวน (๕) ในกรณีอธิบดีจะใชอํานาจจําหนายที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน แตไมได โฉนดที่ดินมาหรือโฉนดที่ดินเดิมเปนอันตราย ชํารุด หรือสูญหายดวยประการใด ใหดําเนินการ ทํานองเดียวกับที่กําหนดไวใน (๔) แตไมตองสอบสวน (๖) ในกรณีอธิบดีหรือผูวาราชการจังหวัดใชอํานาจเพิกถอนหรือแกไขโฉนดที่ดิน เพิกถอนหรือแกไขรายการจดทะเบียนตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งแกไขเพิ่ มเติม โดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ แตไมไดโฉนดที่ดิน มาหรือโฉนดที่ดินเปนอันตราย ชํารุดหรือสูญหายดวยประการใด ใหดําเนินการทํานองเดียวกับ ที่กําหนดไวใน (๔) แตไมตองสอบสวน ในกรณีที่ไมไดโฉนดที่ดินมาตาม (๓) (๔) (๕) และ (๖) ใหถือวาโฉนดที่ดินสูญหาย ขอ ๑๘ ใบแทนโฉนดที่ดินใหใชแบบ น.ส. ๔ จ. การออกใบแทนโฉนดที่ดิน ใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดิน จังหวัดสาขาคนปจจุบันหรือเจาพนักงานที่ดินซ ึ่ งอธิบดีมอบหมายลงลายมือช ื่อและประทับตรา ประจําตําแหนงของเจาพนักงานที่ดินเปนสําคัญ ใหมีคําวา “ใบแทน” ดวยหมึกสีแดงไวดานหนา ของโฉนดที่ดิน ในสารบัญจดทะเบียนใหระบุวัน เดือน ปที่ออกโฉนดที่ดินฉบับเดิมดวยหมึกสีแดง ถามีรายการจดทะเบียนใหคัดรายการดวยหมึกสีแดงและใหเจาพนักงานที่ดินลงลายมือช ื่ อและ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๘ ประทับตราใตรายการสุดทาย ถาไมมีรายการจดทะเบียน ใหเจาพนักงานที่ดินลงลายมือช ื่ อและ ประทับตราใตวัน เดือน ปที่ออกโฉนดที่ดินฉบับเดิม สวนโฉนดที่ดินฉบับสํานักงานที่ดิน ในสารบัญจดทะเบียนใหมีคําวา “ไดออก ใบแทนโฉนดที่ดินแลว” และวัน เดือน ปที่ออกดวยหมึกสีแดงกับใหเจาพนักงานที่ดินลงลายมือชื่อ กํากับไว ประเด็นปญหา ขอ ๑๔ (๓) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งกําหนดหามออกโฉนดที่ดิน สําหรับท ี่ เกาะฯลฯ นั้น ขัดตอรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ ฟ.๘ – ฟ.๑๐/๒๕๔๖ (ประชุมใหญ) ผูถูกฟองคดีที่ ๑ (อธิบดีกรมที่ดิน) ในฐานะผูรักษาการตามพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และประมวลกฎหมายที่ดิน มีอํานาจท ี่ จะออกกฎกระทรวง ตามมาตรา ๖ และมาตรา ๑๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ประกอบกับมาตรา ๕๖ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เพ ื่ อกําหนดแบบ หลักเกณฑและวิธีการออก โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทําประโยชนใบจอง ใบไตสวน รวมท ั้งใบแทนของหนังสือดังกลาว และคณะรัฐมนตรีไดใหความเห็นชอบแลว การออกกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออก ตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงเปนการดําเนินการ ตามที่กฎหมายไดใหอํานาจไวโดยชอบแลว ที่เกาะท ี่เปนทรัพยสินของแผนดินตามมาตรา ๑๓๐๙ แหงประมวลกฎหมายแพง และพาณิชยหากไมไดใชเพ ื่อสาธารณประโยชนหรือสงวนไวเพ ื่อประโยชนรวมกัน รัฐยอมมี อํานาจท ี่ จะนําที่ดินบนท ี่เกาะไปจัดใหแกผูครอบครองและทําประโยชนไดเชนเดียวกับที่ดินท ั่วไป รัฐจึงมีอํานาจกําหนดหลักเกณฑในการจัดที่ดินซ ึ่งเปนท ี่ เกาะ รวมท ั้ งที่ดินท ั่วไปที่ไมไดแจงการ ครอบครองตามที่กําหนดในมาตรา ๕ และมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไดการที่ขอ ๑๔ (๓) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กําหนดหลักเกณฑหามออก สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๙ โฉนดที่ดินสําหรับท ี่ เกาะซ ึ่งไมมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หรือหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ หรือกรณีเปนที่ดิน ที่คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติใหจัดแกประชาชน หรือที่ดินซ ึ่งไดมีการจัดหา ผลประโยชนตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยคณะกรรมการ จัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติแลว จึงเปนการใชอํานาจจัดที่ดินของรัฐ แมบทบัญญัติในมาตรา ๕ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่วาผูครอบครองไมแจง การครอบครองภายในกําหนดใหถือวาผูครอบครองสละสิทธิการครอบครองที่ดิน รัฐมีอํานาจ จัดที่ดินน ั้ นตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดิน จะไดถูกยกเลิกไปแลวก็ตาม แตมีการเพิ่ม ความในมาตรา ๕๘ ทวิและมาตรา ๕๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ใหผูที่ครอบครองที่ดินมา กอนประมวลกฎหมายที่ดิน แตมิไดแจงการครอบครองมีสิทธิขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทําประโยชนไดซึ่งแสดงวารัฐยังคงสงวนสิทธิที่จะกําหนดหลักเกณฑสําหรับที่ดินที่มิไดแจง การครอบครอง จึงไมอาจอางสิทธิตามมาตรา ๕๘ ทวิหรือมาตรา ๕๙ ทวิแหงประมวลกฎหมาย ที่ดิน ขึ้นใชยันรัฐไดอีก สาระสําคัญและเจตนารมณในบทบัญญัติตามขอ ๑๔ (๓) ของ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงเปนการใชอํานาจจัดที่ดินที่มิไดแจงการครอบครองภายในกําหนด ตาม บทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดินฯ และประมวลกฎหมายที่ดิน และการ ที่กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กําหนดมิใหออกโฉนดที่ดินบนท ี่ เกาะยกเวนกรณีผูครอบครองที่ดินมีหลักฐาน การแจงการครอบครองที่ดินไดใชบังคับทุกแหงเสมอเหมือนกัน ไมไดเลือกปฏิบัติกับผูครอบครอง รายใดรายหนึ่ง หรือเกาะใดเกาะหนึ่งเปนการเฉพาะ จึงไมเปนการขัดตอหลักความเสมอภาคตาม รัฐธรรมนูญ บทบัญญัติในขอ ๑๔ (๓) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความ ในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงชอบดวยกฎหมายแลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ ฟ.๑๐/๒๕๔๘ วินิจฉัยในแนวทางเดียวกับคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ ฟ.๘ – ฟ.๑๐/๒๕๔๖ ประเด็นปญหา เจาพนักงานที่ดินจะนําขอ ๑๔ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ลงวันท ี่ ๒๒ กุมภาพันธพ.ศ. ๒๕๓๗ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเม ื่ อวันท ี่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๐ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๗) ซึ่งหามออกโฉนดที่ดินในที่ เกาะฯ ลฯ มาบังคับใชกับการขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนที่ยื่นคําขอไวกอนวันท ี่ กฎกระทรวงดังกลาวมีผลใชบังคับ ไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๖๑/๒๕๔๘ การที่จะพิจารณาวาที่ดินแปลงใดออกโฉนดที่ดินไดหรือไม ตองพิจารณาตาม กฎหมายและระเบียบที่มีผลใชบังคับในวันย ื่ นคําขอออกโฉนดที่ดินนั้น เพราะกฎหมายและ ระเบียบที่กําหนดคุณสมบัติและสภาพของที่ดินท ี่จะออกโฉนดที่ดินไดหรือไม เปรียบไดกับ กฎหมายสารบัญญัติซึ่งการนํากฎหมายสารบัญญัติมาบังคับใชจะนํากฎหมายท ี่ออกในภายหลัง มาใชบังคับยอนหลังไมไดเม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ผูฟองคดียื่นคําขอออกโฉนดที่ดินแปลงพิพาท ตั้งแตพ.ศ. ๒๕๒๘ และมีการตรวจสอบลักษณะและสภาพที่ดินไปแลววาไมตองหามออก โฉนดที่ดินแตประการใด แตในขั้นตอนประกาศแจกโฉนดที่ดินมีผูโตแยงสิทธิในที่ดินซ ึ่งไมเห็นดวย กับคําส ั่งสอบสวนเปรียบเทียบของเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) จึงมีการนําคดีไปฟอง ศาลยุติธรรม เม ื่ อศาลฎีกามีคําพิพากษาวาผูฟองคดีมีสิทธิดีกวาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ ผูฟองคดีจึงนํา คําพิพากษามาขอใหผูถูกฟองคดีดําเนินการตอไป ดังน ี้ การที่ผูถูกฟองคดีอางกฎกระทรวง ฉบบทั ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งมี ผลบังคับใชภายหลังจากที่ผูฟองคดียื่นคําขอออกโฉนดที่ดินพิพาทไปแลว ๙ ปเศษมาปฏิเสธการ ออกโฉนดที่ดินพิพาทใหกับผูฟองคดีโดยอางวาที่ดินแปลงพิพาทของผูฟองคดีมีลักษณะตองหาม มิใหออกโฉนดที่ดินตามที่กําหนดในกฎกระทรวงดังกลาว ยอมเปนการไมชอบดวยเหตุผลและ ความเปนธรรมตามกฎหมายและระเบียบ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๔๕/๒๕๔๙ ขอเท็จจริงและคําวินิจฉัยทํานองเดียวกันกับคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๖๑/๒๕๔๘ ประเด็นปญหา ตามท ี่ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๘ กําหนดหามมิใหออกโฉนดที่ดิน สําหรับท ี่ เขา นั้น สภาพพ ื้ นที่ลักษณะใดที่ถือวาเปนท ี่ เขา มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๑ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๔๑๙๕/๒๕๒๘ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ หมวด ๓ ขอ ๘ หามมิใหออกโฉนดที่ดินสําหรับท ี่ เขา เมอท ื่ ี่ดิน พิพาทมีลักษณะดานหลังอยูติดกับแนวเขา มีการเจาะปรับพ ื้ นที่ดินใหเสมอเขาไปในไหลเขายาว ๑๐ วาเศษ ดานหนาคอยๆ ลาดต ่ําลงไป จึงมีลักษณะเปนท ี่ เขา โฉนดที่ดินท ี่ ออกสําหรับที่ดิน พิพาทจึงออกโดยไมชอบดวยกฎหมาย แมคณะกรรมการสอบสวนท ี่ อธิบดีกรมที่ดินไดแตงต ั้ งข ึ้ นจะช ี้ ขาดวาการออก โฉนดที่ดินเปนไปโดยชอบดวยระเบียบหรือข ั้ นตอนของกฎหมายแลว กรณีดังกลาวไมผูกพันให ศาลตองฟงตามนั้น เพราะขอเท็จจริงท ี่ คณะกรรมการสอบสวนรับฟงมา อาจเปนขอเท็จจริงท ี่ ผิดพลาดก็ได ประเด็นปญหา การท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชน หรือโฉนดที่ดิน หรือปฏิเสธการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินเปนคําส ั่ งท ี่ ชอบ ดวยกฎหมาย (กฎกระทรวงวาดวยหลักเกณฑและวิธีการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือ โฉนดที่ดิน) หรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๔/๒๕๔๗ เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ในการออกโฉนดที่ดินที่พิพาทตามหลักฐานหนังสือ รับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ซึ่งมีขางเคียงติดตอกับทางหลวงสุขาภิบาล ประธานกรรมการ สุขาภิบาลในฐานะผูอํานวยการทางหลวงมีหนาที่ดูแลทางหลวง และนายอําเภอในฐานะ ผูปกครองทองที่มีอํานาจหนาที่ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชนไดมอบอํานาจใหตัวแทนไประวัง ชี้แนวเขตที่ดินแลวปรากฏวา มิไดรุกล ้ํ าทางหลวงสุขาภิบาล ผลการรังวัดที่ดินไดเน ื้ อที่นอยกวา หลักฐานเดิมซ ึ่ งนายอําเภอรับรองวาหลักฐานเดิมถูกตอง ทั้งเจาพนักงานที่ดินไดประกาศการออก โฉนดที่ดินแลวไมมีผูคัดคาน จึงไดออกโฉนดที่ดิน การกระทําดังกลาวถือไดวาเปนการกระทําตาม ขั้นตอนตามท ี่ กฎหมายกําหนดไวตามมาตรา ๕๖ และมาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับขอ ๘ ขอ ๙ และขอ ๑๐ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๒ ฉบับท ี่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) วาดวยเง ื่อนไขการออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชน และระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการเขียนขางเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๐ แลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๓๕/๒๕๔๗ แมเจาของเดิมจะแจงการครอบครองที่ดินตามแบบ ส.ค. ๑ ไวมีเน ื้ อท ี่ ๑๓ ไร ๒ งาน ๘๘ ตารางวา แตเม ื่อปรากฏวาในการขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ตาม หลักฐาน ส.ค. ๑ ดังกลาว ผูปกครองทองที่คัดคานวาการนํารังวัดรุกล ้ํ าท ี่สาธารณประโยชนผูขอ ออก น.ส. ๓ จึงใหถอยคําวาจะไมขอยุงเก ี่ยวและไมทําประโยชนในที่ดินพิพาท ยินยอมยกที่ดิน ดังกลาวใหเปนท ี่สาธารณประโยชนตอไป จึงตองถือวาผูขอออก น.ส. ๓ สละการครอบครองที่ดิน พิพาทแลว ทําใหการครอบครองที่ดินสวนนี้สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๓๗๗ วรรคหนึ่ง แหงประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยเม ื่ อตอมาไดมีการนําที่ดินตาม น.ส. ๓ ดังกลาวไปขอออกโฉนดที่ดิน จึงตองถือตามจํานวนเน ื้ อท ี่ใน น.ส. ๓ ประกอบการครอบครองจริงซ ึ่ งรังวัดได๙ ไร๒ ตารางวา อีกทั้ง ที่ดินพิพาทอยูในเขตหนองน้ํ าสาธารณะ จึงเปนที่ดินสาธารณสมบัติของแผนดินตาม มาตรา ๑๓๐๕ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยซึ่งตองหามมิใหออกโฉนดที่ดินตามขอ ๕ และขอ ๑๔ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังนั้น การท ี่ เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) ปฏิเสธไมออก โฉนดที่ดินใหแกผูฟองคดีในที่ดินพิพาท จึงชอบดวยกฎหมายแลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๕๐/๒๕๔๙ การท ี่ นาย ซ. ซื้อที่ดินตามหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) ไดจากการ ขายทอดตลาดตามคําส ั่ งศาล ตองถือวานาย ซ. ไดสิทธิครอบครองที่ดินดังกลาวทันทีนับแตวันท ี่ ซื้อที่ดินไดผูแจงการครอบครองยอมไมมีสิทธิในที่ดินตามกฎหมายอีกตอไป ตอมาเมอม ื่ การยีนค ื่ าขอํ ตอนายอําเภอเพ ื่ อออกหนังสือรับรองการทําประโยชนและพนักงานเจาหนาท ี่ไดออกหนังสือ รับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ใหไป กรณีจึงถือไดวาเปนการดําเนินการตามมาตรา ๕๖ แหง ประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งบัญญัติวาแบบ หลักเกณฑและวิธีการออกใบจอง หนังสือรับรองการทํา ประโยชนใบไตสวนหรือโฉนดที่ดิน รวมท ั้งใบแทนของหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาว ใหกําหนดโดยกฎกระทรวงแลวกลาวคือกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่ใชบังคับในขณะนั้นไดกําหนด หลักเกณฑในการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนไวในหมวด ๒ โดยใหผูขอย ื่ นคําขอตามแบบ น.ส. ๑ ตอนายอําเภอ โดยแนบใบจอง ใบเหยียบย่ํา ตราจองหรือใบแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๓ ตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ สําหรับที่ดินแปลง นั้นดวย เม ื่ อมีการพิสูจนการทําประโยชนแลวก็ใหออกหนังสือรับรองการทําประโยชนตอไป แม นาย ซ. จะมิใชผูแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และยังมิไดเขาทําประโยชนตามกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก็ตาม แตก็ถือไดวาคําส ั่ งของ ศาลท ี่ใหนาย ซ. เปนผูซื้อที่ดินพิพาทไดจากการขายทอดตลาดเปนการแสดงสิทธิในที่ดิน ซึ่ง สามารถนับระยะเวลาการครอบครองตอเน ื่ องมาจากผูครอบครองที่ดินเดิมได คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๕๔/๒๕๕๐ ที่ดินพิพาทท ั้งสองแปลงตั้ งอยูในเขตที่มีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหาม ที่ดินฯ พุทธศักราช ๒๔๘๓ โดยมีหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ออกตาม โครงการเดินสํารวจเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ แตจากการอาน แปล และวิเคราะหภาพถายทางอากาศของ กรมปาไมโดยผูเช ี่ ยวชาญของศาลเก ี่ ยวกับการวิเคราะหภาพถายทางอากาศและแผนท ี่ กระทรวง ยุติธรรม ปรากฏตามแผนที่ภูมิประเทศบริเวณดังกลาวของกรมแผนท ี่ ทหารขนาดมาตราสวน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ถายทําเม ื่ อวันท ี่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๖ และวันท ี่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๐ ซึ่งเจาหนาที่ที่ดิน ไดลงตําแหนงรูปแผนที่แปลง น.ส. ๓ ก. ที่พิพาทวา บริเวณดังกลาวในปพ.ศ. ๒๔๙๖ และปพ.ศ. ๒๕๑๐ มีสภาพเปนปาละเมาะไมพบมีการปลูกพืชผลอาสินแตอยางใด จึงฟงไดวาที่ดินพิพาทมี การครอบครองทําประโยชนภายหลังที่มีการถายภาพทางอากาศดังกลาว ซึ่งเปนระยะเวลา ภายหลังการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหามที่ดิน พ.ศ. ๒๔๘๓ แลว ผูครอบครองที่ดิน พิพาทจึงไมมีสิทธิครอบครองเน ื่ องจากตองหามตามกฎหมาย ดังนั้น การออก น.ส. ๓ ก. จึงไม ชอบดวยกฎหมายดวยเหตุออกในที่ตองหามมิใหออกตามนัยขอ ๘ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ การท ี่ ผูฟองคดีนํา น.ส. ๓ ก. ทั้งสองฉบับมารังวัดรวมเปน น.ส. ๓ ก. ฉบับเดียวและรังวัดรวมที่ดิน ขางเคียงท ี่ไมมีสิทธิครอบครองเขาไปดวย จึงเปนการไมชอบดวยกฎหมายไปดวย เม ื่ อมี พยานหลักฐานรับฟงไดวาการออก น.ส. ๓ ก. ของผูฟองคดีไมชอบดวยกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดิน ยอมมีอํานาจหนาท ี่ ตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินท ี่ จะตองเพิกถอน ดังนั้น คําส ั่งให เพิกถอน น.ส. ๓ ก. พิพาทจึงชอบดวยกฎหมาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๔ คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๒๐/๒๕๔๖ การที่ชางรังวัดซ ึ่ งทําการรังวัดท ี่ ธรณีสงฆตามคําขอออกโฉนดที่ดินของ วัด (ผูฟองคดี) แจงแกตัวแทนผูฟองคดีวาตองรังวัดออกโฉนดที่ดินแยกเปนสองแปลงเพราะที่ดินมี ทางสาธารณประโยชนตัดผาน โดยเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) ยังมิไดมีคําส ั่งใดๆ ที่เปนการ ใชอํานาจตามกฎหมายในอันท ี่ จะมีผลเปนการกระทบตอสถานภาพของสิทธิหรือหนาท ี่ ของ ผูฟองคดีเก ี่ ยวกับคําขอออกโฉนดที่ดิน กรณีจึงยังไมมีคําส ั่งทางปกครองซึ่งเปนเหตแหุงการฟ องคด ี ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งปญหาเก ี่ ยวกับอํานาจฟองเปนขอกฎหมายเก ี่ ยวกับความสงบเรียบรอยของ ประชาชน ศาลมีอํานาจยกข ึ้ นวินิจฉัยได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๕๙๐๔/๒๕๓๓ เม ื่อศาลไดมีคําพิพากษาใหเพิกถอนหนังสือรับรองการทําประโยชนที่เจาพนักงาน ที่ดินออกโดยไมชอบดวยกฎหมายเพราะออกใหแกผูที่ไมมีสิทธิในที่ดินแลว หากผูมีสิทธิในที่ดิน ที่แทจริงประสงคจะไดหนังสือรับรองการทําประโยชนในชื่ อของตน ผูนั้นตองไปดําเนินการขอออก หนังสือรับรองการทําประโยชนตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดใน ประมวลกฎหมายที่ดินโดยเฉพาะ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๘๐๐๗/๒๕๔๓ การที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ ื่อเกษตรกรรมเปนโจทกฟอง จ. วาขอออก โฉนดที่ดินเฉพาะรายโดยไมชอบดวยกฎหมาย จึงขอใหศาลมีคําส ั่ งหามเจาพนักงานที่ดินออก โฉนดที่ดินนั้น ถือวาเปนคําฟองท ี่ขอใหบังคับเจาพนักงานที่ดินใหกระทําการหรือไมกระทําการ เม ื่อโจทกไมไดฟองเจาพนักงานที่ดินเปนจําเลย จึงขอใหบังคับเจาพนักงานที่ดินซ ึ่งเปน บุคคลภายนอกไมไดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๔๕ วรรคสอง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๕ มาตรา ๕๗ แบบโฉนดที่ดินใหมีขอความสําคัญด ั่ งตอไปนี้ชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู ของผูมีกรรมสิทธ ิ์ตําแหนงที่ดิน จํานวนเน ื้ อท ี่ รูปแผนที่ ของที่ดินแปลงนั้ นแสดงเขตขางเคียงทั้ง สี่ทิศ และใหมีสารบัญสําหรับจดทะเบียนไวดวย ใหเจาพนักงานที่ดินและผูวาราชการจังหวัด ลงลายมือชื่อและประทับตราประจําตําแหนงเปนสําคัญ โฉนดที่ดินด ั่ งกลาวน ี้ใหทําเปนคูฉบับ รวมสองฉบับ มอบใหผูถือกรรมสิทธ ิ์ไว ฉบับหน ึ่ งอีกฉบับหน ึ่ งเก็บไวณ สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขา แลวแตกรณี สําหรับฉบับท ี่ เก็บไวณ สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขานั้น จะจําลองเปนรูปถายไว ก็ไดในกรณีเชนวาน ี้ใหถือเสมือนเปนตนฉบับ (ความในมาตรา ๕๗ เดิมถูกยกเลิกโดยขอ ๖ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับ ที่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๗ แบบโฉนดที่ดินและแบบหนังสือรับรองการทําประโยชนใหมีขอความ สําคัญดังตอไปนี้ชื่อตัวชื่อสกุล ที่อยูของผูมีสิทธิในที่ดิน ตําแหนงที่ดิน จํานวนเน ื้ อท ี่ และรูปแผนที่ ของที่ดินแปลงนั้ นซ ึ่ งเเสดงเขตขางเคียงท ั้ งสี่ทิศ เเละใหมีสารบัญสําหรับจดทะเบียนไวดวย สําหรับ โฉนดที่ดินใหมีลายมือช ื่ อเจาพนักงานที่ดินและผูวาราชการจังหวัดหรือผูซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายให ลงลายมือช ื่ อแทนผูวาราชการจังหวัด และประทับตราประจําตําแหนงของผูลงลายมือช ื่อเปนสําคัญ สําหรับหนังสือรับรองการทําประโยชนใหมีลายมือช ื่ อนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนา ประจําก ิ่ งอําเภอแลวแตกรณีและประทับตราประจําตําแหนงของผูลงลายมือช ื่อเปนสําคัญ โฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชนใหทําเปนคูฉบับ รวมสองฉบับ มอบ ใหผูมีสิทธิในที่ดินฉบับหนึ่ง อีกฉบับหน ึ่ งเก็บไวณ สํานักงานที่ดิน ที่ทําการที่ดินอําเภอ หรือท ี่ ทําการที่ดินก ิ่ งอําเภอ แลวแตกรณีสําหรับคูฉบับท ี่ เก็บไวณ สํานักงานที่ดิน ที่ทําการที่ดินอําเภอ หรือที่ทําการที่ดินก ิ่ งอําเภอน ั้ นจะจําลองเปนรูปถายไวก็ไดในกรณีเชนน ี้ใหถือเสมือนเปนตนฉบับ (ความในมาตรา ๕๗ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๗ โฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชนใหมีขอความ สําคัญดังตอไปนี้ชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยูของผูมีสิทธิในที่ดิน ตําแหนงที่ดิน จํานวนเน ื้ อท ี่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๖ รูปแผนที่ ของที่ดินแปลงนั้ นซึ่ งแสดงเขตขางเคียงท ั้ งสี่ทิศ ใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัด เจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือเจาพนักงานที่ดินซึ่ งอธิบดีมอบหมาย เปนผูลงลายมือชื่อ และประทับตราประจําตําแหนงของเจาพนักงานที่ดินเปนสําคัญ กับใหมีสารบัญสําหรับ จดทะเบียนไวดวย โฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทําประโยชนใหทําเปนคูฉบับรวมสองฉบับ มอบใหผูมีสิทธิในที่ดินฉบับหนึ่ง อีกฉบับหน ึ่ งเก็บไวณ สํานักงานที่ดิน สําหรับคูฉบับท ี่ เก็บไวณ สํานักงานที่ดินนั้น จะจําลองเปนรูปถายไวก็ไดในกรณีเชนน ี้ใหถือเสมือนเปน ตนฉบับ ไมพบคําวินิจฉัยท ี่ เก ี่ ยวของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๗ มาตรา ๕๘ เม ื่ อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะใหออกโฉนดที่ดินในทองที่จังหวัดใด ให รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดเขตทองท ี่ เพ ื่ อทําการสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ เพ ื่ อออก โฉนดที่ดิน เม ื่ อพนักงานเจาหนาท ี่จะไปเดินสํารวจทําการรังวัดที่ดินตามความในวรรคกอน ใหผูวาราชการจังหวัดประกาศลวงหนาในทองที่ซึ่งจะรังวัดออกโฉนดที่ดินไมนอยกวาสามสิบวัน และใหผูมีสิทธิในที่ดินนําพนักงานเจาหนาที่ทําการรังวัดที่ดินของตนตามวันและเวลาที่กําหนด ผูมีสิทธิในที่ดินตามความในวรรคกอนจะต ั้ งตัวแทนนําพนักงานเจาหนาที่ทําการ รังวัดที่ดินของตนก็ได (ความในมาตรา ๕๘ เดิมถูกยกเลิกโดยขอ ๗ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับ ที่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๘ เม ื่ อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะใหมีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทําประโยชนในจังหวัดใดในปใด ใหรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดจังหวัดท ี่ จะ ทําการสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนสําหรับปนั้น เขตจังหวัดท ี่ รัฐมนตรีประกาศกําหนดไมรวมทองที่ที่ทางราชการไดจําแนกใหเปนเขตปาไมถาวร เม ื่อไดมีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ใหผูวาราชการจังหวัดกําหนดทองท ี่ และวันเร ิ่ มตนของการเดินสํารวจรังวัดในทองที่นั้น โดยปดประกาศไวณ สํานักงานที่ดิน ที่วาการ อําเภอ ที่วาการก ิ่ งอําเภอ ที่ทําการกํานันและที่ทําการผูใหญบานแหงทองที่กอนวันเร ิ่ มตนสํารวจ ไมนอยกวาสามสิบวัน เม ื่อไดมีประกาศของผูวาราชการจังหวัดตามวรรคสอง ใหบุคคลตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกลาว นําพนักงานเจาหนาท ี่ หรือผูซึ่งพนักงานเจาหนาท ี่ มอบหมาย เพ ื่ อทําการสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนในที่ดินของตน ตามวันและเวลาท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ไดนัดหมาย ในการเดินสํารวจพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนเพ ื่ อออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชนนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก ิ่ งอําเภอจะแตงต ั้งใหผูซึ่งไดรับการ อบรมการพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนเปนเจาหนาท ี่ออกไปพิสูจนสอบสวนการทําประโยชน แทนตนก็ได ในการปฏิบัติหนาท ี่ ตามท ี่ นายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจํา สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๘ (ความในมาตรา ๕๘ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๘ เม ื่ อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะใหมีการออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทําประโยชนในจังหวัดใดในปใด ใหรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา กําหนดจังหวัดท ี่ จะทําการสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชน สําหรับปนั้น เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดไมรวมทองที่ที่ทางราชการไดจําแนก ใหเปนเขตปาไมถาวร เม ื่อไดมีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ใหผูวาราชการจังหวัด กําหนดทองท ี่ และวันเร ิ่ มตนของการเดินสํารวจรังวัดในทองที่นั้นโดยปดประกาศไวณ สํานักงานที่ดิน ที่วาการอําเภอ ที่วาการก ิ่ งอําเภอ ที่ทําการกํานัน และที่ทําการผูใหญบาน แหงทองที่กอนวันเริ่มตนสํารวจไมนอยกวาสามสิบวัน เม ื่อไดมีประกาศของผูวาราชการจังหวัดตามวรรคสอง ใหบุคคลตาม มาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกลาว นําพนักงานเจาหนาท ี่ หรือผูซึ่ง พนักงานเจาหนาท ี่ มอบหมายเพ ื่ อทําการสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทํา ประโยชนในที่ดินของตนตามวันและเวลาท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ไดนัดหมาย ในการเดินสํารวจพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนเพ ื่ อออกหนังสือรับรอง การทําประโยชนเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจแตงต ั้ งผูซึ่งไดรับการอบรมในการพิสูจน สอบสวนการทําประโยชนเปนเจาหนาท ี่ออกไปพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนแทนตน ได ในการปฏิบัติหนาท ี่ ตามวรรคส ี่ ใหเจาหนาท ี่เปนเจาพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา (มีการเพ ิ่ มมาตรา ๕๘ ทวิโดยขอ ๗ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลง วันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ ดังตอไปนี้) มาตรา ๕๘ ทวิเม ื่อไดสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชน ในที่ดินตามมาตรา ๕๘ แลว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนแลวแตกรณีใหแกบุคคลตามท ี่ ระบุไวในวรรคสอง เม ื่อปรากฏวาที่ดินที่บุคคลนั้น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๙ ครอบครองเปนที่ดินท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดตามประมวล กฎหมายน ี้ บุคคลซ ึ่ งพนักงานเจาหนาท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนตามวรรคหน ึ่งใหไดคือ (๑) ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หนังสือ รับรองการทําประโยชนโฉนดตราจอง ตราจองที่ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” หรือเปนผูมีสิทธตามิ กฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ (๒) ผูซึ่งไดปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี (๓) ผูซึ่งครอบครองที่ดินและทําประโยชนในที่ดินภายหลังวันท ี่ประมวลกฎหมายนี้ ใชบังคับและไมมีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หรือไมมีหลักฐานวาเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการ จัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ สําหรับบุคคลตาม (๒) และ (๓) ใหออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน แลวแตกรณีไดไมเกินหาสิบไร ถาเกินหาสิบไรจะตองไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัดเปนการ เฉพาะราย ทั้งนี้ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด เพ ื่อประโยชนแหงมาตราน ี้ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดินตาม วรรคหนึ่ง ใหหมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องมาจากบุคคล ดังกลาวดวย ภายในสิบปนับแตวันไดรับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตาม วรรคหนึ่ง บุคคลตาม (๓) ซึ่งไดรับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาวจะโอนที่ดินน ั้นไปยังผูอื่นมิได นอกจากการตกทอดทางมรดก หรือโอนใหแกทางราชการและที่ดินน ั้นไมอยูในขายแหงการบังคับคดี (ความในมาตรา ๕๘ ทวิซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๘ ทวิเม ื่อไดสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชน ในที่ดินตามมาตรา ๕๘ แลว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนแลวแตกรณีใหแกบุคคลตามท ี่ ระบุไวในวรรคสอง เม ื่อปรากฏวาที่ดินที่บุคคลนั้น ครอบครองเปนที่ดินท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดตามประมวล สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๒๐ กฎหมายน ี้ บุคคลซ ึ่ งพนักงานเจาหนาท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนตามวรรคหน ึ่งใหไดคือ (๑) ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน มีใบจองใบเหยียบย่ํา หนังสือรับรอง การทําประโยชนโฉนดตราจอง ตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” หรือเปนผูมีสิทธตามกฎหมายิ วาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ (๒) ผูซึ่งไดปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี (๓) ผูซึ่งครอบครองที่ดินและทําประโยชนในที่ดิน ภายหลังวันท ี่ประมวลกฎหมาย นี้ใชบังคับและไมมีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หรือไมมีหลักฐานวาเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการ จัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ เพ ื่อประโยชนแหงมาตราน ี้ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดินตาม วรรคสอง (๑) ใหหมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องมาจาก บุคคลดังกลาวดวย สําหรับบุคคลตามวรรคสอง (๒) และ (๓) ใหออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนแลวแตกรณีไดไมเกินหาสิบไรถาเกินหาสิบไรจะตองไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัด เปนการเฉพาะราย ทั้งน ี้ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด ภายในสิบปนับแตวันท ี่ไดรับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตาม วรรคหนึ่ง หามมิใหบุคคลตามวรรคสอง (๓) ซึ่งไดมาซ ึ่ งสิทธิในที่ดินดังกลาวโอนที่ดินน ั้นใหแกผูอื่น เวนแตเปนการตกทอดทางมรดก หรือโอนใหแกทบวงการเมือง หรือโอนใหแกสหกรณเพ ื่ อชําระหน ี้ และไดรับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณแลว ภายในกําหนดระยะเวลาหามโอนตามวรรคหา ที่ดินน ั้นไมอยูในขายแหงการ บังคับคดี (ความในมาตรา ๕๘ ทวิซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๕๘ ทวิเม ื่อไดสํารวจรังวัดทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทํา ประโยชนในที่ดินตามมาตรา ๕๘ แลว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๒๑ รับรองการทําประโยชนแลวแตกรณีใหแกบุคคลตามท ี่ ระบุไวในวรรคสอง เม ื่อปรากฏวา ที่ดินที่บุคคลน ั้นครอบครองเปนที่ดินท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนไดตามประมวลกฎหมายนี้ บุคคลซึ่ งพนักงานเจาหนาท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนตามวรรคหน ึ่งใหไดคือ (๑) ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หนังสือรับรองการทําประโยชนโฉนดตราจอง ตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” หรือเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่อการครองชีพ (๒) ผูซึ่งไดปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี (๓) ผูซึ่งครอบครองที่ดินและทําประโยชนในที่ดิน ภายหลังวันท ี่ประมวล กฎหมายน ี้ใชบังคับ และไมมีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หรือไมมีหลักฐานวาเปนผูมีสิทธิตาม กฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่อการครองชีพ เพ ื่อประโยชนแหงมาตราน ี้ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน ตามวรรคสอง (๑) ใหหมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดิน ตอเน ื่ องมาจากบุคคลดังกลาวดวย สําหรับบุคคลตามวรรคสอง (๒) และ (๓) ใหออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทําประโยชนแลวแตกรณีไดไมเกินหาสิบไร ถาเกินหาสิบไรจะตองไดรับ อนุมัติจากผูวาราชการจังหวัดเปนการเฉพาะราย ทั้งน ี้ ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด ภายในสิบปนับแตวันท ี่ไดรับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนตามวรรคหนึ่ง หามมิใหบุคคลตามวรรคสอง (๓) ผูไดมาซึ่ งสิทธิในที่ดินดังกลาว โอนที่ดินน ั้นใหแกผูอื่น เวนแตเปนการตกทอดทางมรดก หรือโอนใหแกทบวงการเมือง องคการของรัฐบาลตามกฎหมายวาดวยการจัดต ั้ งองคการของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้ง ขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือโอนใหแกสหกรณเพ ื่อชําระหน ี้โดยไดรับอนุมัติจาก นายทะเบียนสหกรณ ภายในกําหนดระยะเวลาหามโอนตามวรรคหา ที่ดินน ั้นไมอยูในขายแหง การบังคับคดี (มีการเพิ่มมาตรา ๕๘ ตรีโดยมาตรา ๘ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ดังตอไปนี้) มาตรา ๕๘ ตรีเม ื่ อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะใหมีการออกโฉนดที่ดินสําหรับ ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทําประโยชนซึ่งใชระวางรูปถายทางอากาศในทองท ี่ใด ให สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๒๒ รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดทองที่นั้นและวันท ี่ เร ิ่ มดําเนินการออก โฉนดที่ดินใหทราบลวงหนาไมนอยกวาสามสิบวัน การทําแผนท ี่ เพ ื่อออกโฉนดที่ดินตามวรรคหนึ่ง ใหนําหลักฐานเก ี่ ยวกับ ระวางรูปถายทางอากาศท ี่ใชกับหนังสือรับรองการทําประโยชนมาปรับแกตามหลัก วิชาการแผนที่รูปถายทางอากาศโดยไมตองทําการสํารวจรังวัด เวนแตกรณีจําเปนให เจาพนักงานที่ดินทําการสํารวจรังวัด เม ื่ อถึงกําหนดวันท ี่ เร ิ่ มดําเนินการออกโฉนดที่ดินตามประกาศของ รัฐมนตรีตามวรรคหน ึ่ งแลว ใหระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใด ๆ ที่ตองมีการ รังวัดสําหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยใชระวางรูปถายทางอากาศใน ทองที่ดังกลาว เวนแตในกรณีจําเปนเจาพนักงานที่ดินจะอนุญาตเฉพาะรายก็ได ทั้งน ี้ ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด การออกโฉนดที่ดินตามมาตราน ี้ใหออกแกผูมีชื่อซึ่งเปนผูมีสิทธิใน หนังสือรับรองการทําประโยชน เม ื่อไดจัดทําโฉนดที่ดินแปลงใดพรอมท ี่ จะแจกแลว ใหเจาพนักงานที่ดิน ประกาศกําหนดวันแจกโฉนดที่ดินแปลงนั้ นแกผูมีสิทธิและใหถือวาหนังสือรับรองการทํา ประโยชนสําหรับที่ดินแปลงนั้นไดยกเลิกต ั้ งแตวันกําหนดแจกโฉนดที่ดินตามประกาศ ดังกลาว และใหสงหนังสือรับรองการทําประโยชนที่ยกเลิกแลวน ั้ นคืนแกเจาพนักงาน ที่ดิน เวนแตกรณีสูญหาย คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดออกระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดิน แหงชาติฉบับท ี่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) วาดวยเง ื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชน ลงวันท ี่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ดังน ี้ ฯลฯ ฯลฯ หมวด ๑ การอนุมัติใหออกโฉนดท ี่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคส ี่ และมาตรา ๕๙ ทวิวรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ขอ ๕ ผูวาราชการจังหวัดจะอนุมัติใหออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนรายใดเกินหาสิบไรไดตอเม ื่ อผูวาราชการจังหวัดหรือผูที่ผูวาราชการจังหวัดมอบหมาย ไดตรวจสอบการทําประโยชนแลวปรากฏวา สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๒๓ (๑) ผูครอบครองไดทําประโยชนหรืออํานวยการทําประโยชนในที่ดินน ั้ นดวย ตนเอง และ (๒) สภาพการทําประโยชนในที่ดินน ั้นเปนหลักฐานม ั่ นคงและมีผลผลิตอัน เปนประโยชนในทางเศรษฐกิจ ขอ ๖ ในกรณีที่ปรากฏวาเน ื้ อที่ที่ทําประโยชนตองดวยหลักเกณฑตามขอ ๕ เกิน หาสิบไร ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเน ื้ อท ี่ ที่ผูวาราชการจังหวัดส ั่ งอนุมัติ ในกรณีที่ปรากฏวาเน ื้ อที่ที่ทําประโยชนตองดวยหลักเกณฑตามขอ ๕ ไมเกิน หาสิบไร ใหผูวาราชการจังหวัดสั่งไมอนุมัติในกรณีเชนน ี้ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทําประโยชนใหเทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทําประโยชนแลวตามกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ แตตอง ไมเกินหาสิบไร ขอ ๗ พนักงานเจาหนาท ี่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ใหแกบุคคลตามมาตรา ๕๙ ทวิวรรคหนึ่ง เปนการเฉพาะรายไดถามีความจําเปนดังตอไปนี้ (๑) ที่ดินน ั้ นถูกเวนคืนตามกฎหมายวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย (๒) ผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินจะโอนที่ดินน ั้นใหแกทบวง การเมืององคการของรัฐบาลตามกฎหมายวาดวยการจัดต ั้ งองคการของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจท ี่ จัดต ั้ งข ึ้นโดยพระราชบัญญัติ (๓) มีความจําเปนอยางอ ื่นโดยไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัด หมวด ๒ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน ํ ตามมาตรา ๕๙ ตรีแหงประมวลกฎหมายท ี่ดิน ขอ ๘ ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนถาปรากฏวาที่ดิน มีอาณาเขต ระยะของแนวเขต และที่ดินขางเคียงทุกดานถูกตองตรงกับหลักฐานการแจง การครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เช ื่อไดวาเปนที่ดินแปลงเดียวกัน แตเน ื้ อที่ที่คํานวณไดแตกตางไปจากเนื้ อท ี่ ตามหลักฐานการแจง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๒๔ การครอบครองดังกลาว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน เทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทําประโยชนแลวแตไมเกินเน ื้ อที่ที่คํานวณได ในกรณีที่ระยะของแนวเขตที่ดินผิดพลาดคลาดเคล ื่ อน ใหพนักงานเจาหนาท ี่ ออก โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทําประโยชนแลวเม ื่ อผูมีสิทธิ ในที่ดินขางเคียงไดลงช ื่ อรับรองแนวเขตไวเปนการถูกตองครบถวนทุกดาน ขอ ๙ การรับรองแนวเขตของผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามขอ ๘ วรรคสอง ให พนักงานเจาหนาท ี่ แจงเปนหนังสือซ ึ่ งมีขอความดวยวาถาผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไมมาหรือมาแต ไมยอมลงชื่อรับรองแนวเขตโดยไมคัดคานการรังวัด เม ื่ อพนกําหนดสามสิบวันนับแตวันทําการ รังวัด พนักงานเจาหนาท ี่จะไดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยไมตองมีการ รับรองแนวเขต สงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับไปยังผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามท ี่ อยูที่เคย ติดตอ หรือตามท ี่ อยูที่ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงน ั้นไดแจงเปนหนังสือไวตอพนักงานเจาหนาท ี่ เพ ื่อใหมารับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัดและใหอยูในบังคับแหงเง ื่อนไข ดังตอไปนี้ (๑) ในกรณีที่ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับหนังสือจากพนักงานเจาหนาท ี่ ใหมาระวังแนวเขตแลว แตไมมาหรือมาแตไมยอมลงช ื่ อรับรองแนวเขตโดยไมคัดคานการรังวัด ให พนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทํา ประโยชนแลว โดยไมตองมีการรับรองแนวเขต เม ื่ อพนกําหนดเวลาสามสิบวันนับแตวันทําการ รังวัด (๒) ในกรณีที่ไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาระวังแนวเขตไดให พนักงานเจาหนาที่ปดประกาศแจงใหผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงน ั้ นมาลงช ื่ อรับรองแนวเขตหรือ คัดคานการรังวัดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขา สํานักงานเขต หรือที่วาการอําเภอหรือก ิ่ งอําเภอ ที่ทําการกํานัน ที่ทําการผูใหญบาน และบริเวณที่ดินของผูมีสิทธิ ในที่ดินขางเคียงแหงละหน ึ่ งฉบับ ในกรณีที่ดินอยูในเขตเทศบาลใหปด ณ สํานักงานเทศบาล อีกหน ึ่ งฉบับดวยถาผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไมมาติดตอหรือคัดคานประการใดภายในสามสิบวัน นับแตวันปดประกาศ ใหพนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน เทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทําประโยชนแลว โดยไมตองมีการรับรองแนวเขต ขอ ๑๐ ในกรณีที่ที่ดินน ั้ นมีดานหน ึ่ งดานใดหรือหลายดานจดที่ปาหรือท ี่ รกราง วางเปลาและระยะที่วัดไดเกินกวาระยะท ี่ปรากฏในหลักฐานการแจงการครอบครองใหถือระยะท ี่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๒๕ ปรากฏในหลักฐานการแจงการครอบครองเปนหลักในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชน ประเด็นปญหา ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติที่ออกตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคส ี่ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน สําหรับผูถือครองที่ดินตามวรรคสอง (๒) หรือ (๓) จะมี หลักเกณฑดังตอไปนี้ไดหรือไม ๑. การจํากัดขนาดที่ดินท ี่ จะจัดให ๒. การกําหนดระยะเวลาการครอบครองและทําประโยชนของผูที่จะไดรับเอกสาร สิทธิในที่ดิน มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๖๕๑/๒๕๓๘ (ประชุมใหญ กรรมการรางกฎหมาย) ผูที่ครอบครองที่ดินอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับโดยไมมีหนังสือ สําคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้น มาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กําหนดใหบุคคลดังกลาวตองแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) ตอนายอําเภอทองท ี่ ภายในหนึ่ งรอยแปดสิบวันนับแตวันท ี่ พระราชบัญญัติดังกลาวใชบังคับ ถาไมแจงการครอบครอง ภายในระยะเวลาที่ กฎหมายกําหนด ใหถือวาบุคคลน ั้ นเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดิน เวนแต ผูวาราชการจังหวัดจะไดมีคําส ั่ งผอนผันใหเปนการเฉพาะราย สําหรับผูที่เขาครอบครองที่ดินของรัฐ โดยพลการภายหลังวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ เปนการกระทําท ี่เปนความผิดอาญาตาม มาตรา ๑๐๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดินโดยแจงชัด กรณีจึงยอมไมกอใหเกิดสิทธิใดๆ แก ผูครอบครองท ี่ กระทําการฝาฝนกฎหมายเชนนั้น ดังนั้น ผูที่ครอบครองที่ดินอยูกอนประมวล กฎหมายที่ดินใชบังคับโดยมิไดแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) และไมไดรับการผอนผันเปนการ เฉพาะราย กับผูที่เขาครอบครองที่ดินโดยพลการหลังประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับจึงเปนผูที่ไม มีสิทธิใดๆในที่ดินท ี่ ตนครอบครองอยูแตอยางใด การท ี่ มาตรา ๒๗ ตรีมาตรา ๕๘ ทวิ และมาตรา ๕๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลง วันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธพ.ศ. ๒๕๑๕ กําหนดวิธีการใหอํานาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ ทําประโยชนใหแกบุคคลเหลาน ั้นไดก็เปนเพียงการจัดที่ดินใหโดยรัฐ มิใชจะตองออกเอกสารสิทธิ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๒๖ ใหเพราะบุคคลเหลาน ั้ นมีสิทธิจะไดที่ดิน สวนการจัดที่ดินใหจะจัดใหเพียงใดนั้น เม ื่ อพิจารณา คําวา “...พนักงานเจาหนาท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ...” ในมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง หรือคําวา “...เม ื่ อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นสมควร ใหดําเนินการออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชน...” ในมาตรา ๕๙ ทวินั้นแลว จะเห็นไดวากรณีขึ้นอยูกับ ดุลพินิจของพนักงานเจาหนาที่วาควรจะจัดหรือไมจัดใหอยางไร และท ั้งในมาตรา ๕๘ ทวิและ มาตรา ๕๙ ทวิจะมีขอความกําหนดหลักการจัดที่ดินไวตรงกันวา “...ทั้งน ี้ ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด” ซึ่งคําวา “ทั้งน ี้” นั้นเปนท ี่ เขาใจในการบัญญัติทางกฎหมายวาจะใชในกรณีที่เปน เง ื่อนไขเด็ดขาดโดยเฉพาะ ดังนั้น การจะจัดที่ดินใหแกบุคคลดังกลาวหรือไมและจะจัดใหเพียงใด จึงข ึ้ นอยูกับระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติที่จะกําหนดตอไป และหากกําหนดไว เชนใดก็มีผลตามกฎหมายเชนนั้น ดังนั้น ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติจึงสามารถ กําหนดจํานวนที่ดินท ี่ จะจัดใหตามท ี่ เห็นสมควรไดและระเบียบดังกลาวอาจกําหนดเง ื่อนไข เก ี่ ยวกับระยะเวลาการครอบครองและการทําประโยชนในที่ดินของบุคคลตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) และ (๓) ไดตามความเหมาะสม อยางไรก็ตามคณะกรรมการกฤษฎีกา (ที่ประชุมใหญกรรมการรางกฎหมาย) มี ขอสังเกตวา การกําหนดระยะเวลาการครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตามความเปนจริง ในทางปฏิบัติคงใชสําหรับผูที่ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินภายหลังประมวลกฎหมายที่ดินใช บังคับตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง (๓) เทานั้น สวนผูที่ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินกอน ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ ตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง (๒) ถือวากฎหมายไดกําหนด ระยะเวลาการครอบครองไวชัดแจงแลวยอมไมมีเหตุอันควรท ี่ จะกําหนดเง ื่อนไขเกี่ ยวกับระยะเวลา การครอบครองที่ดินยอนหลังไปใชบังคับในกรณีดังกลาวอีก ประเด็นปญหา พื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเม ื่ อวันท ี่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๖ กําหนดใหเปนเขตปาไมถาวรแหงชาติตอมามีมติคณะรัฐมนตรีเปลี่ยนแปลงมติฉบับเดิมโดยมอบ ใหกระทรวงเกษตรและสหกรณรับไปดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยการปฏิรูปที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม แตยังไมมีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปที่ดินในทองที่นั้น จะถือวาพ ื้ นที่นั้นยังคง เปนปาตามกฎหมายวาดวยปาไมหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการราง กฎหมาย) ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๒๗ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๔๐๗/๒๕๓๕ ในการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) หรือโฉนดที่ดินในบริเวณ พื้นท ี่ของเขตปาไมถาวรแหงชาติหากขอเท็จจริงปรากฏวา ผูที่มีหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) ไดครอบครองที่ดินมากอนใชบังคับประมวลกฎหมายที่ดิน ผูนั้นจะมีสิทธิครอบครองใน ที่ดิน และหากไดทําประโยชนในที่ดินดังกลาวตลอดมายอมเปนบุคคลซ ึ่ งพนักงานเจาหนาท ี่ อาจ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหไดตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งแกไข เพ ิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และ มาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ สวนการครอบครองที่ดินภายหลังใชบังคับประมวลกฎหมายที่ดิน ยอมเปนการครอบครองโดยไมชอบดวยกฎหมาย และไมมีสิทธิครอบครองในที่ดินนั้น แมจะได ครอบครองและทําประโยชนตลอดมา พนักงานเจาหนาที่ก็ไมอาจออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชนเปนการเฉพาะรายใหไดหากมีการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนในที่ดินดังกลาวยอม เปนการออกโฉนดที่ดินไมชอบดวยกฎหมาย พนักงานเจาหนาที่มีอํานาจส ั่งใหเพิกถอนไดตาม มาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ประเด็นปญหา ที่ดินที่มีผูแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดิน (ส.ค. ๒) ตาม มาตรา ๒๗ ตรีแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธพ.ศ. ๒๕๑๕ จะถือวาเปนที่ดินที่อยูในกรรมสิทธ ิ์ หรือสิทธิครอบครอง โดยชอบดวยกฎหมายตามมาตรา ๖๑ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติพ.ศ. ๒๕๐๔ หรือไมถาตอมามีการกําหนดเขตอุทยานแหงชาติครอบคลุมที่ดินบริเวณดังกลาวแลว จะสามารถ ๑ พระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติพ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๖ เม ื่ อรัฐบาลเห็นสมควรกําหนดบริเวณที่ดินแหงใดที่มีสภาพธรรมชาติเปนที่นาสนใจ ใหคง อยูในสภาพธรรมชาติเดิมเพ ื่อสงวนไวใหเปนประโยชนแกการศึกษาและร ื่ นรมยของประชาชน ก็ใหมีอํานาจ กระทําไดโดยประกาศพระราชกฤษฎีกาและใหมีแผนท ี่ แสดงแนวเขตแหงบริเวณที่กําหนดน ั้ นแนบทาย พระราชกฤษฎีกาดวย บริเวณที่กําหนดน ี้ เรียกวา “อุทยานแหงชาติ” ที่ดินท ี่ จะกําหนดใหเปนอุทยานแหงชาตินั้น ตองเปนที่ดินที่มิไดอยูในกรรมสิทธ ิ์ หรือครอบครอง โดยชอบดวยกฎหมายของบุคคลใดซึ่ งมิใชทบวงการเมือง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๒๘ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินสําหรับที่ดินแปลงนั้นไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของ คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๙๗/๒๕๓๘ การแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๒) ตามมาตรา ๒๗ ตรีแหงประมวลกฎหมาย ที่ดินมิไดทําใหผูแจงมีสิทธิในที่ดินตามท ี่ครอบครองในทันทีการแจงการครอบครองที่ดินดังกลาว เปนแตเพียงข ั้ นตอนหน ึ่ งของการจัดที่ดินของรัฐใหแกประชาชนบางประเภท ซึ่งตองมีการสํารวจ รังวัด ทําแผนท ี่ หรือพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนตอไป เม ื่อปรากฏวาที่ดินท ี่ ครอบครองน ั้นเปน ที่ดินที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดพนักงานเจาหนาที่จึงจะออกโฉนด ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหตามมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น ในกรณีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดใหบริเวณที่ดินท ี่ราษฎรไดแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๒) อยูภายในเขตอุทยานแหงชาติกอนท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ จะออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชนหรือโฉนดที่ดินแลว บริเวณที่ดินดังกลาวจึงตองหามมิใหออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชนหรือโฉนดที่ดินตามขอ ๘ (๒) แหงกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความ ในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ (ปจจุบันคือกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๑๔ (๕)) ประเด็นปญหา ที่ดินท ี่ อยูในเขตปฏิรูปที่ดินพนักงานเจาหนาท ี่ จะมีอํานาจเดิน สํารวจออกโฉนดที่ดินใหแกราษฎรท ี่ ครอบครองและทําประโยชนอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมาย ที่ดินใชบังคับโดยไมมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคําพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด และคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ ฟ.๒/๒๕๔๖ ตามมาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง วรรคสองและวรรคสาม และมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดินไมไดหามการเดินสํารวจรังวัดเพ ื่ อออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแก ราษฎรท ี่ ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินท ี่ไดมีการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดใหเปนเขต ปฏิรูปที่ดิน แตหามไมใหออกใหแกผูที่ครอบครองและทําประโยชนโดยไมมีหลักฐาน ส.ค. ๑ หรือ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๒๙ ผูที่มิไดแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดินตามมาตรา ๒๗ ตรีแหงประมวลกฎหมายที่ดินไวกอน มีการกําหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๗๘๑/๒๕๓๕ ภายหลังจากท ี่ไดมีการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรมแลว พนักงาน เจาหนาที่ยังมีอํานาจเดินสํารวจรังวัดเพ ื่ ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแกราษฎรซ ึ่ งครอบครอง และทําประโยชนเขตดังกลาวไดตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน แตจะออกโฉนดที่ดิน ใหแกราษฎรท ี่ ครอบครองและทําประโยชนอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ โดยไมได แจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และมิไดแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดินตามมาตรา ๒๗ ตรีแหงประมวลกฎหมายที่ดินไวกอน มีการกําหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพ ื่อเกษตรกรรมไมได ประเด็นปญหา ที่ดินท ี่ อยูในเขตปฏิรูปที่ดิน แตอยูนอกเขตดําเนินการของ สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พนักงานเจาหนาท ี่ จะมีอํานาจออกหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินใหแกราษฎรผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมาย ที่ดินใชบังคับ แตไมไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการราง กฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๒๐๗/๒๕๓๗ ที่ดินท ี่ อยูในเขตพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปที่ดิน แมจะอยูนอกเขต ดําเนินการของสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พนักงานเจาหนาท ี่ไมอาจออก หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแกราษฎรท ี่ ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินอยูกอนวันท ี่ประมวล กฎหมายที่ดินใชบังคับ และมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ หรือท ี่ไดแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดินตามมาตรา ๒๗ ตรี แหงประมวลกฎหมายที่ดินไวกอนมีการกําหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพ ื่อเกษตรกรรมไดเพราะเขตปฏิรูป ที่ดินหมายถึง เขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปที่ดินฯ ซึ่งอาจเปนเขตท ี่ ส.ป.ก.เขา ไปดําเนินการและเขตท ี่ ส.ป.ก. ยังไมไดเขาไปดําเนินการดวย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๓๐ ประเด็นปญหา ในกรณีที่ทายาทของผูมีชื่อตามใบจองมานําทําการเดินสํารวจ เพ ื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยแจงวาผูมีชื่อตามใบจองตายแลว ใน การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนดังกลาว พนักงานเจาหนาท ี่ จะตองจด ทะเบียนโอนมรดกที่ดินตามใบจองกอนหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการ รางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๒๙๕/๒๕๑๗ ตามวรรคสองของมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน บุคคลซ ึ่ งพนักงาน เจาหนาท ี่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหไดคือ ผูซึ่งมีหลักฐานการแจง การครอบครองที่ดิน หรือมีใบจอง ฯลฯ และท ี่ วรรคส ี่ ของมาตรานี้บัญญัติตอไปวา “เพ ื่อประโยชน แหงมาตราน ี้ผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่ง ใหหมายความรวมถึงผูซึ่ง ไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องมาจากบุคคลดังกลาวดวย” คําวา “ผูซึ่งไดครอบครอง และทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องจากบุคคลดังกลาว” นั้น หมายถึง ผูซึ่งไดครอบครองและทํา ประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องจากผูซึ่งมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เทานั้น เพราะ ที่ดินที่มีเอกสารรับรองการมีสิทธิตามกฎหมาย แบงออกไดเปนสองประเภท คือ ที่ดินซ ึ่ งมีผูมีสิทธิ ครอบครองโดยไดแจงการครอบครองและไดมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) นั้น แลวประเภทหนึ่งและที่ดินซ ึ่ งมีหนังสือสําคัญสําหรับที่ดินอีกประเภทหนึ่งกรณีที่ดินซ ึ่ งมีใบจอง จึง ไมอยูในขายบังคับของมาตรา ๘ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เพราะบทบัญญัติในวรรคสี่ ของมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน กลาวถึง แตเฉพาะที่ดินซ ึ่ งมีผูมีสิทธิครอบครองโดยมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดินเทานั้น ที่ดินประเภท อื่นซ ึ่ งมีหนังสือสําหรับที่ดินอยางอ ื่ นแลว ยอมตองเปนไปตามบทบัญญัติของกฎหมายในกรณี รับมรดก ดังนั้น ผูมีชื่อในใบจองตายและทายาทจะนําทําการเดินสํารวจเพ ื่อออกโฉนดที่ดิน จึง ตองจดทะเบียนโอนมรดกใหมีชื่อเปนผูถือใบจองเสียกอน ประเด็นปญหา การจําหนาย ส.ค.๑ ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดิน เปน “คําส ั่งทางปกครอง” หรือไมและหากการดําเนินการจําหนาย ส.ค.๑ ในกรณีดังกลาวเปนคําสั่ง ทางปกครอง ผูทําคําส ั่งทางปกครองในกรณีดังกลาวไดแกผูใด มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๓๑ คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เลขคําวินิจฉัยท ี่ ๖๗๒/๒๕๔๔ การจําหนาย ส.ค. ๑ ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดินเปนการปฏิบัติหนาท ี่ ของผูวาราชการจังหวัดและเจาพนักงานที่ดิน ตามคําส ั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑๒๔๔/๒๔๙๗ เร ื่ อง ระเบียบการแจงและรับแจงที่ดินที่มีผูครอบครองอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ ประกอบกับคําส ั่ งกรมที่ดิน ที่ ๒๓/๒๕๑๓ เร ื่ อง จําหนาย ส.ค. ๑ ออกจากทะเบียนการครอบครอง ที่ดิน ซึ่งมีผลเปนการทําใหผูแจงการครอบครองที่ดินที่ถูกจําหนายการครอบครองดังกลาว ไมสามารถนํา ส.ค. ๑ ซึ่งเปนหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดินไปขอออกโฉนดที่ดินไดตาม มาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น จึงเปนการใชอํานาจตามกฎหมายของ เจาหนาที่ที่มีผลกระทบตอสิทธิของบุคคล อันเปน “คําส ั่งทางปกครอง” ตามบทนิยามในมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ วิธีการจําหนาย ส.ค. ๑ ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดินกําหนดไวโดยขอ ๙ ของคําส ั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑๒๔๔/๒๔๙๗ เร ื่ อง ระเบียบการแจงและรับแจงที่ดินที่มี ผูครอบครองอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับท ี่ใหนายอําเภอสอบสวนเสนอ ผูวาราชการจังหวัดพิจารณาส ั่งการในกรณีที่ปรากฏวาการแจงการครอบครองที่ดินมีการผิดพลาด คลาดเคล ื่ อน และตามคําส ั่ งกรมที่ดิน ที่ ๒๓/๒๕๑๓ ซึ่งกําหนดใหพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนแลว ขออนุมัติผูวาราชการจังหวัดส ั่ งจําหนายโดยใหขีดเสนขนานคูที่ดานหนา ส.ค. ๑ ทั้งสองตอนและ ที่เอกสารอ ื่ นของที่ดินแปลงนั้นในสารบบ และหมายเหตุวา “ผูวาราชการจังหวัดไดอนุมัติให จําหนายแลว ...” แลวใหพนักงานเจาหนาท ี่ ลงนาม และวัน เดือน ปกํากับไวขอกําหนดดังกลาว ใหอํานาจผูวาราชการจังหวัดในการออกคําส ั่ งจําหนาย ส.ค. ๑ ออกจากทะเบียนการครอบครอง ที่ดิน สวนการดําเนินการของเจาพนักงานที่ดินเปนเพียงวิธีการดําเนินการจําหนาย ส.ค. ๑ ให เปนไปตามคําส ั่ งหรือการอนุมัติของผูวาราชการจังหวัดเทานั้น ดังนั้น การจําหนาย ส.ค. ๑ ออกจาก ทะเบียนการครอบครองที่ดินจึงเปนคําส ั่งทางปกครองของผูวาราชการจังหวัด ซึ่งในกรณีนี้ตาม ขอ ๒ (๑๑) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กําหนดใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยเปนผูมีอํานาจ พิจารณาอุทธรณ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๓๒ ประเด็นปญหา การท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชน หรือโฉนดที่ดิน หรือปฏิเสธการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือโฉนดที่ดินเปนคําส ั่ งท ี่ ชอบ ดวยกฎหมาย หรือไมหรือเปนการละเลยไมดําเนินการตามอํานาจหนาที่ที่กฎหมายกําหนด หรือ เปนการปฏิบัติหนาที่ที่ลาชาหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ศาลฎีกา และ คณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๔๑/๒๕๔๘ ในการเดินสํารวจรังวัดที่ดินพิพาทเพ ื่อออกโฉนดที่ดินใหแกผูฟองคดีปรากฏวา ผูแทนราชพัสดุจังหวัด และผูแทนกองกํากับการตํารวจตระเวนชายแดนไดมาระวังแนวเขตที่ดิน แตไมไดรับรองแนวเขต และไมไดคัดคานแนวเขต จึงถือวายังไมมีกรณีโตแยงแนวเขตที่ดิน เจาพนักงานที่ดินจึงตองดําเนินการตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ตอไป กลาวคือ ตองออกโฉนดที่ดินใหแกผูนําเดินสํารวจหากที่ดินน ั้ นอยูในหลักเกณฑที่จะออก โฉนดที่ดินได ทั้งน ี้ ตามกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยกอนแจกโฉนดที่ดินใหทําการประกาศมีกําหนด สามสิบวันเพ ื่อใหผูมีสวนไดเสียคัดคาน หากมีผูโตแยงคัดคานภายในกําหนดเวลาใหพนักงาน เจาหนาท ี่ หรือเจาพนักงานที่ดินทําการสอบสวนเปรียบเทียบ ถาตกลงกันไดใหดําเนินการตามทตกลง ี่ หากตกลงกันไมไดใหเจาพนักงานที่ดินพิจารณาส ั่ งการตามท ี่ เห็นสมควร เม ื่ อที่ดินของผูฟองคดีได สํารวจรังวัดทําแผนท ี่ และพิสูจนสอบสวนการทําประโยชนและไดมีการประกาศแจกโฉนดที่ดิน ตามท ี่ กฎหมายกําหนดครบสามสิบวันไมมีผูใดโตแยงคัดคาน แตเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) ยังไมออกโฉนดที่ดินใหผูฟองคดีโดยใหรอการออกโฉนดที่ดินไวกอนจนกวาคดีที่ผูฟองคดีฟอง ราชพัสดุจังหวัดกับพวกตอศาลยุติธรรมจะถึงที่สุด จึงเปนการไมชอบดวยเหตุผลและกฎหมายแม ตอมาราชพัสดุจังหวัดจะมีหนังสือคัดคานออกโฉนดที่ดินพิพาท ก็เปนการคัดคานภายหลัง ประกาศครบกําหนดแลว การที่ผูถูกฟองคดีไมดําเนินการอยางใดตามอํานาจหนาท ี่ เพ ื่ อออก โฉนดที่ดินใหผูฟองคดีทั้งที่ผูฟองคดีมีคํารองขอ จึงเปนการละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมาย กําหนดใหตองปฏิบัติหรือปฏิบัติหนาที่ลาชาเกินสมควรตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๒) แหงพระราชบญญั ัติ จัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๐๓/๒๕๔๙ แมขอเท็จจริงจะปรากฏวา ผูฟองคดีเปนผูไดประทานบัตรเพ ื่ อทําเหมืองแรในท ี่ดิน พิพาท แตตอมาประทานบัตรของผูฟองคดีไดสิ้นอายุลงแลว ผูฟองคดีจึงไมอาจอางสิทธิ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๓๓ ครอบครองที่ดินดังกลาวไดตามนัยมาตรา ๗๓ (๓) แหงพระราชบัญญัติแรพ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งตาม ขอเท็จจริงปรากฏวามีผูอื่นไดเขาไปครอบครองทําประโยชนในที่ดินพิพาท และเม ื่อทางราชการได ประกาศโครงการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินในทองที่นั้น ผูครอบครองที่ดินไดนําเจาหนาที่ทําการ สํารวจรังวัดออกโฉนดที่ดินในที่ดินพิพาท ดังนั้น การที่ผูฟองคดีโตแยงการออกโฉนดที่ดินพิพาท โดยอางแตเพียงวาการออกโฉนดที่ดินทับที่ดินที่มีประทานบัตรของตน โดยไมมีพยานหลักฐานมา แสดงวาหลังจากประทานบัตรส ิ้ นอายุแลวผูฟองคดีไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินดังกลาว จึงไมสามารถรับฟงไดวาผูฟองคดีเปนผูมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ในขณะที่ผูนําสํารวจรังวัด ออกโฉนดที่ดินพิพาทมีพยานหลักฐานซ ึ่ งมีน้ําหนักเพียงพอท ี่ จะรับฟงไดวาเปนผูครอบครองทํา ประโยชนในที่ดินพิพาทจริง ผูนําสํารวจรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาทดังกลาว จึงเปนบุคคลที่มี คุณสมบัติตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสองแหงประมวลกฎหมายที่ดิน การท ี่ เจาพนักงานที่ดินมีคําสั่ง ใหออกโฉนดที่ดินใหแกผูขอออกโฉนดที่ดิน จึงเปนการใชดุลพินิจโดยชอบดวยกฎหมายแลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๕๔/๒๕๕๐ ที่ดินพิพาทท ั้งสองแปลงตั้ งอยูในเขตที่มีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหาม ที่ดินฯ พุทธศักราช ๒๔๘๓ โดยมีหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ออกตาม โครงการเดินสํารวจเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ การท ี่จะฟงวาหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) นั้น ออกโดยชอบดวยกฎหมายหรือไม ในเบื้ องตนจะตองฟงวามีการครอบครองและทําประโยชนที่ดิน ดังกลาวกอนการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหามที่ดินฯ หรือไมซึ่งหากพิสูจนไดวาไดมี การครอบครองและทําประโยชนอยูกอนการตราพระราชกฤษฎีกาดังกลาว โดยไมมีหนังสือสําคัญ แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก็สามารถออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนได ทั้งน ี้ ตามหลักเกณฑที่กําหนดไวในมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน แตจากการอาน แปล และวิเคราะหภาพถายทางอากาศของกรมปาไมโดยผูเช ี่ ยวชาญของศาลเก ี่ ยวกับการวิเคราะห ภาพถายทางอากาศและแผนท ี่ กระทรวงยุติธรรม ปรากฏตามแผนที่ภูมิประเทศบริเวณดังกลาว ของกรมแผนท ี่ ทหารขนาดมาตราสวน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ถายทําเม ื่ อวันท ี่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๖ และวันท ี่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๐ ซึ่งเจาหนาที่ที่ดินไดลงตําแหนงรูปแผนที่แปลง น.ส. ๓ ก. ที่พิพาทวา บริเวณ ดังกลาวในปพ.ศ. ๒๔๙๖ และปพ.ศ. ๒๕๑๐ มีสภาพเปนปาละเมาะไมพบมีการปลูกพืชผล อาสินแตอยางใด จึงฟงไดวาที่ดินพิพาทมีการครอบครองทําประโยชนภายหลังที่มีการถายภาพ ทางอากาศดังกลาว ซึ่งเปนระยะเวลาภายหลังการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหามที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๓๔ พ.ศ. ๒๔๘๓ แลว ผูครอบครองที่ดินพิพาทจึงไมมีสิทธิครอบครองเน ื่ องจากตองหามตามกฎหมาย ดังนั้น การออก น.ส. ๓ ก. จึงไมชอบดวยกฎหมายดวยเหตุออกในที่ตองหามมิใหออกตามนัยขอ ๘ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ การที่ผูฟองคดีนํา น.ส. ๓ ก. ทั้งสองฉบับมารังวัดรวมเปน น.ส. ๓ ก. ฉบับเดียวและรังวัดรวมที่ดินขางเคียงท ี่ไมมีสิทธิครอบครองเขาไปดวย จึงเปนการไมชอบดวย กฎหมายไปดวย เม ื่ อมีพยานหลักฐานรับฟงไดวาการออก น.ส. ๓ ก. ของผูฟองคดีไมชอบดวย กฎหมายอธิบดีกรมที่ดินยอมมีอํานาจหนาท ี่ ตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินท ี่ จะตอง เพิกถอน ดังนั้น คําส ั่งใหเพิกถอน น.ส. ๓ ก. พิพาทจึงชอบดวยกฎหมาย คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๗๐๘๒/๒๕๓๗ ปญหาวา น.ส. ๓ ก. ออกโดยชอบดวยกฎหมายหรือไมนั้น เปนขอกฎหมายเก ี่ ยว ดวยความสงบเรียบรอยของประชาชน แมไมไดกําหนดเปนประเด็นขอพิพาทหรือไมมีคําขอของ คูความใหวินิจฉัย ศาลก็มีอํานาจยกข ึ้ นวินิจฉัยได จําเลยเปนผูซื้อที่ดินพิพาทจาก ท. และครอบครองมาโดยตลอด สวนโจทกมีชื่อ เปนผูทรงสิทธิครอบครองตาม น.ส. ๓ ก. ในที่ดินพิพาท เพราะโจทกรับสมอางไปดําเนินการแทน จําเลย แสดงวามีการออก น.ส. ๓ ก. ในนามโจทกทั้งท ี่โจทกมิไดเปนผูซื้อและครอบครองที่ดิน พิพาท เปนการออกโดยฝาฝนตอประมวลกฎหมายที่ดิน จึงไมมีผลเปน น.ส. ๓ ก. โจทกและจําเลย ตางไมมีสิทธิจะใชประโยชนจาก น.ส. ๓ ก. ดังกลาวไดเมื่อ น.ส. ๓ ก. นั้น ออกโดยไมชอบดวย กฎหมายจึงสมควรเพิกถอน น.ส. ๓ ก. ฉบับน ั้ นเสีย คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๖๕๙๗/๒๕๔๒ ที่พิพาทเปนที่ดินที่มีหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ผูที่มีชื่อ ใน น.ส. ๓ ก. ดังกลาว มีเพียงสิทธิครอบครอง แมการซ ื้ อขายที่ดินไมไดจดทะเบียนตอพนักงาน เจาหนาท ี่ แตไดมีการสงมอบการครอบครองและผูรับโอนไดเขาทําประโยชนในที่ดินดังกลาวแลว การซ ื้ อขายยอมสมบูรณโดยการสงมอบการครอบครองไมตกเปนโมฆะ ผูซื้อยอมไดไปซึ่ งสิทธิ ครอบครองที่ดินพิพาทตามมาตรา ๑๓๗๘ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย การออกโฉนดที่ดินโดยการเปลี่ ยนหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เปนโฉนดที่ดินตามความในมาตรา ๕๘ ตรีแหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปนการนําหลักฐาน เก ี่ ยวกับระวางรูปถายทางอากาศท ี่ใชกับหนังสือรับรองการทําประโยชนมาปรับตามหลักวิชาการ แผนที่รูปถายทางอากาศโดยไมตองทําการรังวัด และการออกโฉนดที่ดินดังกลาวเปนการออกใหแก สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๓๕ ผูมีชื่อซึ่ งมีสิทธิในที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. เม ื่อในขณะที่ออกโฉนดที่ดินพิพาท ผูมีชื่อใน น.ส. ๓ ก. ไมมีสิทธิในที่ดินเพราะไดโอนโดยการสงมอบการครอบครองใหแกผูอื่นไปแลวการออก โฉนดที่ดินโดยการเปลี่ ยน น.ส. ๓ ก. เปนโฉนดที่ดินดังกลาวจึงเปนการคลาดเคล ื่ อน ตองเพิกถอน ตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๖๒/๒๕๔๑ ในการพิจารณาออกโฉนดที่ดินโดยวิธีการเดินสํารวจเพ ื่ อทําแผนท ี่ออกโฉนดที่ดิน ใหแกราษฎรตามมาตรา ๕๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เจาพนักงานที่ดินจะตองปฏิบัติตาม เง ื่อนไขที่กําหนดไวในมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับขอ ๘ แหง กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๕๙๗ กลาวคือ ที่ดินท ี่จะขอออกโฉนดที่ดินจะตองเปนที่ดินท ี่อาจออกโฉนดที่ดินได ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และที่ดินน ั้ นจะตองไมใชที่ดินท ี่ราษฎรใชประโยชนรวมกัน ที่เขา ที่ภูเขา หรือท ี่ สงวนหวงหาม หรือที่ดินซ ึ่ งทางราชการเห็นวาควรสงวนไวเพ ื่ อทรัพยากรธรรมชาติซึ่ง ที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติเปนที่ดินท ี่ ทางราชการสงวนหวงหามไวตามกฎหมายมาตรา ๑๔ แหง พระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติพ.ศ. ๒๕๐๗ การออกโฉนดที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติยอม เปนการขัดตอกฎหมายดังกลาว คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๙๐/๒๕๔๑ เม ื่อปรากฏวาผูมีชื่อในใบจอง (น.ส. ๒) มิไดครอบครองทําประโยชนในที่ดิน แต เจาพนักงานที่ดินผูทําการสํารวจและสอบสวนการขอออกโฉนดที่ดินรับฟงวา ผูมีชื่อในใบจองเปน ผูครอบครองที่ดินตลอดมาและใชเปนเหตุผลในการออกโฉนดที่ดินใหแกบุคคลดังกลาว ซึ่ง คลาดเคล ื่อนไปจากความเปนจริงโดยไมมีผูคัดคาน การท ี่ เจาพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินไป จึง เปนการกระทําท ี่ไมถูกตองตามกฎหมาย คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๙๔/๒๕๔๒ กรณีที่ทางราชการมีโครงการออกโฉนดที่ดินสําหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทํา ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ตามมาตรา ๕๘ ตรีแหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยการออกโฉนดที่ดินเปน การดําเนินการตามวิธีปรับแกระวางรูปถายทางอากาศหรือวิธียายแปลงที่ดิน ซึ่งกําหนดให พนักงานเจาหนาท ี่ สามารถดําเนินการออกโฉนดที่ดินใหแกผูมีสิทธิในที่ดินตามหนังสือรับรองการ ทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ไดโดยไมตองมีการสํารวจรังวัดที่ดินอีกเน ื่องจากไดมีการรังวัดไวแลว ตั้งแตเม ื่ อคร ั้ งท ี่ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) พนักงานเจาหนาที่จึงไมมีหนาท ี่ ตองปกหลักหมุดในที่ดินใหแกราษฎร มีเพียงหนาที่ที่จะตองออกโฉนดที่ดินใหแกราษฎรเทานั้น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๓๖ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินมิไดปกหลักหมุดในที่ดินใหแกผูรองทุกขยอมมิใชการละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหปฏิบัติ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๒๕๓/๒๕๔๒ ในการรังวัดเปลี่ ยนหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนโฉนดที่ดิน แมผูรองทุกขซึ่ง เปนเจาของที่ดินจะอางวาไมไดเปนผูนําช ี้ แนวเขตที่ดินเอง โดยเจาของที่ดินขางเคียงเปนผูนําช ี้ แนว เขต แตการที่ผูรองทุกขไดลงลายมือช ื่อในใบไตสวน (น.ส. ๕) วาเปนผูนําทําการสํารวจ รวมท ั้งได ชี้แจงดวยวาจาวา หากมีการรังวัดใหมการนําช ี้แนวเขตคงเปนในแนวเขตเดิม จึงตองถือวาผูรองทุกข ยอมรับความถูกตองของแนวเขตที่ดินน ั้ นแลว การที่ผูรองทุกขอางวามีการออกโฉนดที่ดินใหแก ผูรองทุกขโดยไมถูกตอง แตมิไดโตแยงวาเจาของที่ดินขางเคียงนํารังวัดเขามาในแนวเขตที่ดินของ ผูรองทุกขยังไมถือวาผูรองทุกขมีปญหาโตแยงคัดคานแนวเขตที่ดิน การที่สํานักงานที่ดินจังหวัด ออกโฉนดที่ดินใหแกผูรองทุกขตามแนวเขตที่ผูรองทุกขยอมรับวาเปนแนวเขตที่ถูกตอง จึงไมเปน การกระทําที่ขัดหรือไมถูกตองตามกฎหมาย คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๖๕๐/๒๕๔๕ เม ื่อการออกโฉนดที่ดินตามการส ั่ งการของกรมที่ดินตามมาตรา ๕๘ ตรีแหง ประมวลกฎหมายที่ดินเกิดความผิดพลาดขึ้น เปนเหตุใหโฉนดที่ดินไมถูกตองตามความเปนจริง โดยความผิดพลาดดังกลาวเกิดจากการกระทําของเจาพนักงานที่ดิน และผูฟองคดีซึ่งเปนผูมีชื่อใน โฉนดที่ดินไดพยายามทวงติงขอใหแกไขมาโดยตลอด ยอมถือเปนเหตุจําเปนตามมาตรา ๕๒ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ศาลจะรับคําฟอง ไวพิจารณาแมจะย ื่นฟองเม ื่ อพนระยะเวลาการฟองคดีแลวก็ตาม คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๓๑/๒๕๔๗ การที่ผูฟองคดีฟองวา พนักงานเจาหนาท ี่ ออก น.ส. ๓ ก. ไมถูกตองเน ื่ องจากมี แนวเขตที่ดินไมตรงกับที่ผูฟองคดีนํารังวัด และออก น.ส. ๓ ก. ใหผูอื่นทับที่ดินของผูฟองคดี รวมท ั้งไดกันทางสาธารณประโยชนขึ้นใหมในที่ดินของผูฟองคดีโดยไมชอบดวยกฎหมาย และได ลงรูปแผนที่ที่ดินของผูฟองคดีในระวางรูปถายทางอากาศไมถูกตอง โดยมีการเล ื่ อนตําแหนงที่ดิน ของผูฟองคดีไปทับท ี่สาธารณประโยชนทําใหผูฟองคดีไดรับความเสียหายจึงขอใหศาลมีคําส ั่งให เจาพนักงานที่ดิน(ผูถูกฟองคดี)แกไขหรือเพิกถอนระวางแผนที่รูปถายทางอากาศและจัดทําให สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๓๗ ถูกตองตามที่ผูฟองคดีครอบครองจริง นั้น อาจถือไดวาผูฟองคดีประสงคจะใหศาลเพิกถอน น.ส. ๓ ก. ที่ออกทับที่ดินของผูฟองคดีแตการท ี่ จะวินิจฉัยวา การออก น.ส. ๓ ก. ดังกลาว ชอบ ดวยกฎหมายหรือไมจะตองวินิจฉัยกอนวาผูใดเปนผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินพิพาท ที่พนักงานเจาหนาท ี่ อาจออก น.ส. ๓ ก. ใหไดโดยไมอาจแยกออกจากประเด็นวา พนักงาน เจาหนาท ี่ กระทําถูกตองตามข ั้ นตอนหรือวิธีการท ี่ กฎหมายกําหนดหรือไมและการท ี่ศาลปกครอง ชั้นตนวินิจฉัยวาการกระทําของผูถูกฟองคดีในการออก น.ส. ๓ ก. ถูกตองตามข ั้ นตอนและวิธีการ ที่กฎหมายกําหนด สวนการที่ผูฟองคดีอางวาผูใหญบานไดกันทางสาธารณประโยชนขึ้นใหมใน ที่ดินของผูฟองคดีหรือการท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ ออก น.ส. ๓ ก. ใหผูอื่นทับที่ดินของผูฟองคดีเปน กรณีพิพาทเก ี่ ยวกับสิทธิในที่ดิน ไมอยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่งแหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แสดงวา ศาลปกครองชั้ นตนเห็นกอนท ี่ จะมีคําพิพากษาวาคดีอยูในอํานาจของศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ชั้นตนชอบท ี่ จะรอการพิจารณาไวชั่วคราวและจัดทําความเห็นสงไปใหศาลท ี่ศาลปกครองชั้ นตน เห็นวาคดีอยูในเขตอํานาจโดยเร็วตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติวาดวยการวินิจฉัยช ี้ ขาด อํานาจหนาท ี่ ระหวางศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ การท ี่ศาลปกครองชั้ นตนมิไดดําเนินการตามนัยดังกลาว แตกลับดําเนินกระบวนพิจารณาตอไปจนมีคําพิพากษา จึงเปนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลปกครองชั้นตนจะตองดําเนินกระบวนพิจารณาใหมใหถูกตอง คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๐๗๖ – ๑๐๗๙/๒๕๑๐ ผูที่ไมมีสิทธิในที่ดินแมจะไดไปแจงการครอบครองจนไดรับ ส.ค. ๑ และไดรับ หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) แลว ก็ไมอาจกอใหเกิดสิทธิครอบครองในที่ดินนั้น แตอยางใด และแมมีผูรับซ ื้ อที่ดินซ ึ่ งมีหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) นั้นไวโดยสุจริต เสียคาตอบแทน และจดทะเบียนโดยถูกตองตามกฎหมายแลวก็ตาม แตเม ื่ อผูที่มีชื่อในหนังสือ รับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ไมมีสิทธิในที่ดินนั้น ผูที่รับซ ื้ อที่ดินก็ยอมไมมีสิทธิในที่ดินน ั้ นดวย ตามหลักผูรับโอนไมมีสิทธิดีกวาผูโอน คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๓๐๐ – ๑๓๐๑/๒๕๒๑ ผูที่ครอบครองที่ดินมากอนใชประมวลกฎหมายที่ดิน แมจะมิไดแจงการ ครอบครองไวก็ไมทําใหเสียสิทธิการครอบครองไป แตจะยกข ึ้ นยันรัฐในการที่รัฐจะจัดที่ดินตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน หรือยันบุคคลผูไดสิทธิมาจากรัฐในการจัดที่ดินไมไดเทานั้น ตราบใดที่รัฐยัง มิไดเขาจัดที่ดินนั้น ผูที่ครอบครองก็ยังมีสิทธิครอบครองอยู สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๓๘ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๕๘ ทวิและมาตรา ๕๙ ทวิที่แกไขเพิ่ มเติม โดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ ผูครอบครองที่ดินมากอนใชประมวลกฎหมายที่ดิน แต มิไดแจงการครอบครองไวรวมท ั้ งผูครอบครองตอเน ื่ องจากบุคคลดังกลาวมีสิทธิขอใหทางราชการ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนไดเม ื่ อมีการเดินสํารวจรังวัดในทองที่นั้น หรือเม ื่ อมีความ จําเปนอาจขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายก็ได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๕๒๐/๒๕๓๒ ที่ดินที่มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๘ ทวิซึ่งอยูระหวางกําหนดระยะเวลาหามโอนภายใน ๑๐ ปเปนที่ดินที่รัฐยังไมไดมอบสิทธิ ครอบครองใหแกผูที่ไดรับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้น โดยผูที่ไดรับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนนคงม ั้ ี สิทธิเพียงทําประโยชนในที่ดินเทานั้น ดังนั้น เม ื่ อผูนั้นไมมีสิทธิครอบครองในที่ดินจึงไมอาจสละ หรือโอนสิทธิครอบครองในที่ดินใหแกผูอื่นไดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๓๗๗ หรือมาตรา ๑๓๗๘ การโอนดังกลาวยอมไมมีผลตามกฎหมาย หมายเหตุ คําพิพากษาศาลฎีกาท ี่ ๒๗๕๗/๒๕๓๘ วินิจฉัยในแนวทางเดียวกัน คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๘๐/๒๕๓๖ เม ื่ อที่ดินพิพาทเปนที่ดินท ี่ ตกอยูในขอกําหนดหามโอนภายในกําหนดสิบปนับแต วันที่จําเลยไดรับหนังสือรับรองการทําประโยชนตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๘ ทวิเมื่อ ขณะท ี่โจทกจําเลยซ ื้ อขายที่ดินกันยังอยูในระยะเวลาหามโอน ดังนั้น การซ ื้ อขายและสงมอบการ ครอบครองที่ดินพิพาทใหโจทกยอมตกเปนโมฆะตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๘ ทวิและ ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๑๓ แมโจทกจะครอบครองที่ดินพิพาทมานาน เพียงใดก็ไมไดสิทธิครอบครอง ที่ดินพิพาทยังเปนของจําเลยอยู คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๘๐ – ๒๘๔/๒๕๓๗ พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕ วรรคสอง เปนบทบัญญัติที่เพียงแตกําหนดใหรัฐมีอํานาจนําที่ดินของผูครอบครองและทําประโยชนอยูกอน วันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับซ ึ่ งมีหนาท ี่ แจงการครอบครองที่ดิน แตไมแจงการครอบครอง ภายในเวลาที่กําหนดไปจัดที่ดินตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดินไดโดยผูครอบครอง และทําประโยชนไมอาจยกการครอบครองและทําประโยชนขึ้นยันรัฐหรือบุคคลผูไดสิทธิมาจากรัฐ ในการจัดที่ดินเทานั้น ตราบใดที่รัฐยังไมไดเขาจัดที่ดินนั้น ผูนั้นยอมมีสิทธิครอบครองอยู สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๓๙ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๕๘ ทวิและมาตรา ๕๙ ทวิที่แกไขเพิ่ มเติม โดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๙๖ บัญญัติใหผูครอบครองที่ดินมากอนใชประมวลกฎหมาย ที่ดินแตมิไดแจงการครอบครองเอาไวรวมท ั้ งผูครอบครองตอเน ื่ องจากบุคคลดังกลาว มีสิทธิขอให ทางราชการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนไดเม ื่ อมีการเดินสํารวจรังวัดในทองที่นั้นหรือเม ื่ อมี ความจําเปนก็อาจขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายก็ได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๔๘๕๐/๒๕๓๘ ที่ดินพิพาทท ี่โจทกไดรับมาอยูในระยะเวลาหามโอน เปนที่ดินที่รัฐยังไมไดมอบ สิทธิครอบครองใหโจทกมีสิทธิเพียงทําประโยชนในที่ดินพิพาทไมอาจสละหรือโอนสิทธิครอบครอง ใหแกผูอื่นไดการท ี่โจทกขายที่ดินพิพาทใหแกจําเลยจึงไมมีผลตามกฎหมาย คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๔๕๔๒/๒๕๔๒ แมการซ ื้ อขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทําประโยชนที่พิพาทซ ึ่ งมีขอกําหนด หามโอนตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคหาแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ภายในระยะเวลา ๑๐ ปนับแตวันท ี่ ไดรับหนังสือรับรองการทําประโยชนจะตกเปนโมฆะตามมาตรา ๑๕๐ แหงประมวลกฎหมายแพง และพาณิชยก็ตาม แตถาหากผูซื้อที่ดินไดครอบครองที่ดินตลอดมาจนลวงเลยระยะเวลาหามโอน แลวและไดมีการเสียภาษีบํารุงทองท ี่ ตลอดมาถือวาเปนการยึดถือที่ดินโดยเจตนาจะยึดถือเพ ื่ อตน ผูนั้นยอมไดซึ่งสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๓๐๗/๒๕๔๓ การทําสัญญาซ ื้ อขายที่ดินพิพาทกันในกําหนดระยะเวลาหามโอนตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน การซ ื้ อขายที่ดินดังกลาวเปนการตองหามชัดแจงโดย กฎหมายจึงตกเปนโมฆะตามมาตรา ๑๕๐ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ที่ดินพิพาทเปนที่ดินท ี่ ทางราชการจัดใหราษฎรทํากิน จึงปกปองราษฎรใหมีที่ทํากิน เปนเวลาอยางนอย ๑๐ ปภายในกําหนดระยะเวลาดังกลาว ซึ่งทางราชการไดควบคุมที่ดินน ั้ นอยู ยังไมปลอยเปนสิทธิเด็ดขาดแกผูครอบครองจนกวาจะพนกําหนดระยะเวลาที่มีขอกําหนดหามโอน ดังนั้น โจทกจะสละหรือโอนการครอบครองที่ดินพิพาทเพ ื่ อชําระหน ี้ใหแกจําเลยไมได สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๔๐ มาตรา ๕๙ ในกรณีที่ผูมีสิทธิครอบครองที่ดินเฉพาะรายมาขอออกโฉนดที่ดิน เม ื่ อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นเปนการสมควรตามหลักเกณฑใหดําเนินการออกโฉนดที่ดิน ให (ความในมาตรา ๕๙ เดิมถูกยกเลิกโดยขอ ๘ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับ ที่ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ๒๕๑๕ และใชความใหมแทนเปนมาตรา ๕๙, ๕๙ ทวิและ๕๙ ตรี โดยลําดับดังน ี้) มาตรา ๕๙ ในกรณีที่ผูมีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายไมวาจะไดมีประกาศของรัฐมนตรีตาม มาตรา ๕๘ แลวหรือไมก็ตาม เม ื่ อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นสมควร ใหดําเนินการ ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนแลวแตกรณีไดตามหลักเกณฑและ วิธีการท ี่ประมวลกฎหมายนี้กําหนด เพ ื่อประโยชนแหงมาตราน ี้ผูมีสิทธิครอบครองที่ดินตามวรรคหน ึ่งให หมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องมาจากผูซึ่งมีหลักฐาน การแจงการครอบครองดวย มาตรา ๕๙ ทวิผูซึ่งครอบครองและทําประโยชนในที่ดินอยูกอนวันท ี่ ประมวลกฎหมายนี้ใชบังคับโดยไมมีหนังสือสําคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และมิไดแจงการ ครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ แตไมรวมถึงผูซึ่งมิไดปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรีถามีความจําเปนจะขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะราย เม ื่ อพนักงานเจาหนาที่พิจารณา เห็นสมควร ใหดําเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนแลวแตกรณี ไดตามหลักเกณฑและวิธีการท ี่ประมวลกฎหมายนี้กําหนด แตตองไมเกินหาสิบไร ถาเกิน หาสิบไรจะตองไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัด ทั้งน ี้ ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการ กําหนด เพ ื่อประโยชนแหงมาตราน ี้ผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตาม วรรคหน ึ่งใหหมายความรวมถึงผูซึ่งไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินตอเน ื่ องมาจาก บุคคลดังกลาวดวย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๔๑ มาตรา ๕๙ ตรี ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน ถาปรากฏวาเน ื้ อที่ที่ทําการรังวัดใหมแตกตางไปจากเนื้ อท ี่ตามใบแจงการครอบครองตาม มาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ใหพนักงาน เจาหนาที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหไดเทาจํานวนเน ื้ อที่ที่ไดทําประโยชน ทั้งน ี้ ตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการกําหนด (มีการเพิ่มมาตรา ๕๙ จัตวาและมาตรา ๕๙ เบญจโดยมาตรา ๙ แหงพระราชบัญญัติ แกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยลําดับดังน ี้) มาตรา ๕๙ จัตวา การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิมาตรา ๕๘ ตรีและ มาตรา ๕๙ ถาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีรายการภาระผูกพัน หรือมีรายการ เปลี่ยนแปลงผูมีสิทธิในที่ดินในระหวางดําเนินการออกโฉนดที่ดิน ใหยกรายการดังกลาวมา จดแจงไวในโฉนดที่ดินดวย มาตรา ๕๙ เบญจ การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิและมาตรา ๕๙ ใหถือวาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเปนอันยกเลิก และใหสงหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ที่ยกเลิกแลวน ั้ นคืนแกเจาพนักงานที่ดิน เวนแตกรณีสูญหาย ประเด็นปญหา หลักเกณฑการกําหนดเน ื้ อท ี่ เพ ื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๙ ตรีใชบังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ ทําประโยชนโดยวิธีการเดินสํารวจตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ดวยหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๑๗๔/๒๕๓๔ กรณีที่จะใชบังคับมาตรา ๕๙ ตรีไดจะตองปรากฏวาผูมีสิทธิครอบครองที่ดินได แจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และเน ื้ อที่ที่รังวัดใหมแตกตางไปจากเนื้ อท ี่ตามใบแจงการครอบครองดังกลาว และเม ื่ อพิจารณา ตามมาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งบัญญัติวา ที่ดินท ี่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายนั้น แมวาเปนที่ดินท ี่ อยูในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเปนเขต เดินสํารวจรังวัดตามมาตรา ๕๘ ผูมีสิทธิครอบครองที่ดินก็ยังขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทําประโยชนได ดังนั้น เม ื่ อนํามาตรา ๕๙ ตรีซึ่งเปนเร ื่ องการคํานวณเน ื้ อท ี่ เพ ื่อออกโฉนดที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๔๒ หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนมาใชบังคับกับที่ดินท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนเปนการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ แลว หากไมนําหลักเกณฑตามมาตรา ๕๙ ตรีมาใช บังคับกับที่ดินแปลงอื่ นๆ ที่รัฐมนตรีประกาศเปนเขตเดินสํารวจรังวัดตามมาตรา ๕๘ และ มาตรา ๕๘ ทวิซึ่งผูมีสิทธิครอบครองที่ดินมิไดขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนเปนการเฉพาะราย ผลท ี่ เกิดข ึ้ นจะทําใหการใชบังคับกฎหมายแตกตางกัน ทั้งๆ ที่เปน ที่ดินท ี่ อยูในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเปนเขตเดินสํารวจรังวัดเหมือนกัน อีกท ั้ งเม ื่ อมีปญหาในการ คํานวณเน ื้ อที่ผิดไปจากเนื้ อท ี่ตามใบแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก็จะเกิดปญหาในทางปฏิบัติกับเจาหนาที่วาจะกําหนดเน ื้ อท ี่ โดยใชหลักเกณฑใด อนึ่งการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยวิธีการเดินสํารวจ รังวัดตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวินั้น ถาผูซึ่งครอบครองที่ดินอยูภายในจังหวัดที่รัฐมนตรี ประกาศกําหนดใหมีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดแจงการครอบครอง ไวโดยชอบตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังท ี่ บัญญัติไวตามมาตรา ๕๘ ทวิวรรคสอง เม ื่ อทางราชการเดินสํารวจรังวัดเพ ื่อออกโฉนดที่ดินหรือ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหากปรากฏวาเน ื้ อท ี่ตามใบแจงการครอบครองไมตรงกับเน ื้ อท ี่ ที่รังวัดใหมยอมตองนําหลักเกณฑในการคํานวณเน ื้ อที่ดินท ี่ แตกตางไป ตามมาตรา ๕๙ ตรีมาใช บังคับ สวนกรณีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยวิธีการออกเฉพาะราย ตามมาตรา ๕๙ ทวินั้น เปนกรณีซึ่งผูครอบครองที่ดินมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหง พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงไมมีกรณีที่จะใชมาตรา ๕๙ ตรี บังคับได ดวยเหตุผลดังกลาว จึงเห็นวา หลักเกณฑการกําหนดเน ื้ อท ี่ เพ ื่อออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๕๙ ตรีใชบังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทําประโยชนทั้งวิธีการเดินสํารวจรังวัดตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิและวิธีการ ขอออกเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ หาใชบัญญัติไวเพ ื่อใชกับกรณีตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิโดยเฉพาะไม ประเด็นปญหา ที่ดินซ ึ่ งบุคคลครอบครองและทําประโยชนอยูกอนวันท ี่ประมวล กฎหมายที่ดินใชบังคับ โดยไมไดขอและรับอนุญาตใหจับจองตามกฎหมาย ไมมีหนังสือแสดงสิทธิ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๔๓ ในที่ดิน และไมไดแจงการครอบครองที่ดินตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ตอมาภายหลังจากประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับแลว ไดมีประกาศ กําหนดใหที่ดินน ั้นเปนปาสงวนแหงชาติอุทยานแหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามล าสตวั ปา หรือมีมติคณะรัฐมนตรีใหสงวนไวเปนเขตปาไมถาวรแหงชาติบุคคลดังกลาวหรือผูที่ครอบครอง ที่ดินตอเน ื่ องจากบุคคลดังกลาวจะขอใหทางราชการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนตามมาตรา ๕๙ ทวิหรือมาตราอ ื่นใดไดหรือไมเพียงใด มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ กฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๖๘๑/๒๕๓๕ บุคคลซ ึ่ งครอบครองและทําประโยชนในที่ดินอยูกอนวันใชบังคับประมวล กฎหมายที่ดิน โดยไมมีหนังสือสําคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ตามท ี่ มาตรา ๕๙ ทวิแหงประมวล กฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับ ๙๖ ลงวันท ี่ ๒๙ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๑๕ เปดโอกาสใหขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดในกรณีที่มี ความจําเปนและมีจํานวนเน ื้ อท ี่ไมเกิน ๕๐ ไรเวนแตผูวาราชการจังหวัดจะอนุมัติใหเกินกวานั้น หมายความวา ที่ดินตามท ี่ ครอบครองจะตองไมใชที่ดินที่ถูกกําหนดเปนปาสงวนแหงชาติอุทยาน แหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา หรือมีมติคณะรัฐมนตรีใหสงวนไวเปนเขตปาไมถาวรของชาติไป กอนแลว เพราะผลของการไมแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ถือไดวา บุคคลเหลาน ี้ สละสิทธิครอบครองที่ดิน รัฐมีอํานาจจัดที่ดิน ดังกลาวตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดินไดและการกําหนดเขตปาไมของทางราชการ ขางตนทําใหที่ดินดังกลาวตองหามมิใหออกโฉนดที่ดินตามขอ ๘ แหงกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยถือ เปนที่ดินท ี่ ทางราชการเห็นวาควรสงวนไวเพ ื่ อทรัพยากรธรรมชาติ ประเด็นปญหา บุคคลท ี่ ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินที่ตั้งอยูบนเกาะ สืบเน ื่ องกันมาต ั้ งแตกอนประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับโดยไมมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินและ ไมไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ ทวิแหง ประมวลกฎหมายที่ดินไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๔๔ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๖๑๙๓/๒๕๔๐ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนในที่ดินที่ตั้งอยูบนเกาะ ยอมตกอยูภายใตบังคับของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) คือ ตองมีหลักฐานการแจง การครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) มีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หนังสือรับรองการทําประโยชนโฉนดตราจอง ตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” อยางใดอยางหน ึ่ งมาแสดง หรือตองเปนผูมีสิทธิตาม กฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ หรือที่ดินท ี่ คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติ ใหจัดแกประชาชน หรือที่ดินซึ่งไดจัดหาผลประโยชนตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แหงประมวล กฎหมายที่ดินโดยคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติแลว หากมิไดมีหลักฐานดังกลาวหรือมิได เปนผูมีสิทธิในที่ดินตามท ี่ กฎหมายกําหนดไวดังกลาวแมจะไดครอบครองทําประโยชนสืบตอกันมา ตั้งแตกอนพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ประกาศใชและมิไดแจง การครอบครองที่ดินตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก็ไมมีสิทธิขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ประเด็นปญหา การท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทําประโยชนหรือปฏิเสธการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนคําส ั่ งท ี่ ชอบดวยกฎหมาย หรือไมหรือเปนการละเลยไมดําเนินการตามอํานาจหนาที่ที่กฎหมายกําหนด หรือเปนการปฏิบัติหนาที่ที่ลาชาหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด และคณะกรรมการ วินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๒๖/๒๕๔๖ รายการจดทะเบียนขายเฉพาะสวนใน น.ส. ๓ ก. ที่เจาของรวมคนหน ึ่งไดจด ทะเบียนซ ื้ อที่ดินเฉพาะสวนของเจาของรวมอีกคนหน ึ่ งมา โดยสวนของผูซื้อที่มีอยูแลวและสวนของ เจาของรวมคนอ ื่ นท ี่ไมใชคูสัญญาคงมีอยูตามเดิม ถือเปนหลักฐานท ี่แสดงความเปนมาของ เจาของรวม ทําใหเห็นสัดสวนการเปนเจาของที่ดินที่ถูกตองตรงกับขอเท็จจริงท ี่ แตละคนมีอยูซึ่ง เปนประโยชนในทางทะเบียนที่ดินและเปนประโยชนตอเจาของรวม ดังนั้น หากมีการออกโฉนด ที่ดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก. ดังกลาว การยกรายการจดทะเบียนขายเฉพาะสวนมาจดแจงใน โฉนดที่ดินยอมเปนประโยชนทั้งทางทะเบียนและเจาของรวม และไมเปนการเพ ิ่มภาระใหผูเปน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๔๕ เจาของรวมทุกคนตองย ื่ นคําขอจดทะเบียนบรรยายสวน และเสียคาธรรมเนียมอีก เมื่อ เจาพนักงานที่ดินไดออกโฉนดที่ดินโดยมิไดยกรายการขายเฉพาะสวนใน น.ส. ๓ ก. ที่นํามาขอ ออกโฉนดที่ดินมาจดลงในสารบัญจดทะเบียนของโฉนดที่ดิน ศาลจึงพิพากษาใหเจาพนักงานที่ดิน ดําเนินการยกรายการจดทะเบียนขายเฉพาะสวนใน น.ส. ๓ ก. มาจดแจงลงในโฉนดที่ดินให ปรากฏภายในเวลาที่กําหนด คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๔/๒๕๔๗ ในการขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ตามมาตรา ๕๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เม ื่อปรากฏวาที่ดินท ี่ขอออกโฉนดที่ดินมี ขางเคียงจดท ี่สาธารณประโยชนจึงตองมีการรับรองแนวเขตที่ดินโดยผูที่มีอํานาจหนาที่ในการ ดูแลรักษาและเม ื่ อผูรับมอบอํานาจจากผูมีหนาที่ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชนได ใหการรบรองวั า การรังวัดเพ ื่อออกโฉนดที่ดินมิไดรุกล ้ํ าทางดังกลาว โดยไมปรากฏขอเท็จจริงบงชี้วามีการทุจริต หรือกระทํานอกเหนืออํานาจ หรือรวมกันกระทําการโดยไมชอบ ผูมอบอํานาจจึงตองผูกพันตาม การกระทําของผูรับมอบอํานาจท ี่ กระทําการในขอบเขตอํานาจนั้น เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ในการออกโฉนดที่ดินที่พิพาทซ ึ่ งมีขางเคียงติดตอกับ ทางหลวงสุขาภิบาล ประธานกรรมการสุขาภิบาลในฐานะผูอํานวยการทางหลวงมีหนาที่ดูแล ทางหลวงและนายอําเภอทองท ี่ในฐานะผูปกครองทองที่ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชนไดมอบ อํานาจใหตัวแทนไประวังช ี้ แนวเขตที่ดินแลวปรากฏวา มิไดรุกล ้ํ าทางหลวงสุขาภิบาล ผลการรังวัด ที่ดินไดเน ื้ อที่นอยกวาหลักฐานเดิมซ ึ่ งนายอําเภอรับรองวาหลักฐานเดิมถูกตอง ทั้งเจาพนักงาน ที่ดินไดประกาศการออกโฉนดที่ดินแลวไมมีผูคัดคานจึงไดออกโฉนดที่ดิน การกระทําดังกลาว ถือไดวาเปนการกระทําตามข ั้ นตอนท ี่ กฎหมายกําหนดไวตามมาตรา ๕๖ และมาตรา ๕๙ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับขอ ๘ ขอ ๙ และขอ ๑๐ ของกฎกระทรวง ฉบบทั ี่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ระเบียบคณะกรรมการ จัดที่ดินแหงชาติฉบับท ี่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) วาดวยเง ื่อนไขการออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรอง การทําประโยชนและระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการเขียนขางเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๐ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๘๓/๒๕๔๗ การท ี่ปรากฏตามหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) สําหรับที่ดิน แปลงพิพาทซ ึ่ งมีชื่อโรงเรียนเปนผูแจงการครอบครองวา โรงเรียนไดที่ดินมาโดยที่ ธรณีสงฆยกให สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง