๙๖ รังวัดมักจะอางวาไมสามารถเขาไปในที่ดินขางเคียงที่ติดกับทางสาธารณะหรือที่ดินที่มีการรังวัด สอบเขตไดหากเจาของที่ดินขางเคียงน ั้ นมิไดขอรังวัดสอบเขตดวยและมักแจงใหเจาของที่ดินที่ถูก อางวาเปนผูบุกรุกน ั้นไปขอรังวัดสอบเขต ซึ่งเปนไปไมไดที่ผูบุกรุกจะไปขอรังวัดสอบเขตที่ดินของตน ทําใหเกิดปญหาอยูตลอดมา คณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขจึงเห็นวา พนักงานเจาหนาท ี่ในการ รังวัดมีอํานาจท ี่ จะเขาไปในที่ดินขางเคียง เพ ื่อประโยชนในการรังวัดไดตามมาตรา ๖๖ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน แมเจาของที่ดินน ั้ นจะมิไดขอรังวัดก็ตาม ประเด็นปญหา การท ี่ พนักงานเจาหนาที่ดําเนินการรังวัดปกหลักเขตที่ดินพิพาท เปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมายหรือไมหรือการท ี่ไมดําเนินการดังกลาวเปนการละเลยตอ หนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดและ คณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๕๓/๒๕๔๖ การที่ผูฟองคดีและนาย ฉ. เจาของที่ดินขางเคียงกับที่ดินของผูฟองคดีซึ่งเปน คูความในคดีของศาลยุติธรรมไดตกลงทําสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลมีคําพิพากษา ตามยอมแลววา ที่ดินพิพาทซ ึ่งเปนสวนท ี่โฉนดที่ดินของผูฟองคดีและโฉนดที่ดินของนาย ฉ. ทับซอน กันเปนที่ดินของนาย ฉ. ไมใชเปนของผูฟองคดีคําพิพากษาตามยอมดังกลาวยอมผูกพัน ผูฟองคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๔๕ ดังนั้น การท ี่ เจาหนาท ี่ ของ สํานักงานที่ดินทําการรังวัดสอบเขตที่ดินของนาย ฉ. และไดทําการปกหลักเขตที่ดินใหมแทน หลักเขตเกาที่สูญหายไปในที่ดินพิพาท จึงไมไดรุกล ้ํ าที่ดินของผูฟองคดีตามท ี่ กลาวอางในคําฟอง การปกหลักเขตที่ดินดังกลาวชอบดวยประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๙ ทวิประกอบมาตรา ๖๖ แลว คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๒๗๙/๒๕๔๓ ผูมีสิทธิในที่ดินมีหนาที่อํานวยความสะดวกตามสมควรแกกรณีเพ ื่อใหพนักงาน เจาหนาท ี่ เขาไปในที่ดินเพ ื่ อทําการรังวัดตามมาตรา ๖๖ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น การท ี่ สํานักงานที่ดินไดนัดรังวัดที่ดินจํานวน ๘ ครั้ง แตไมสามารถรังวัดไดเน ื่ องจากมีผูคัดคานและ ขัดขวางการรังวัดและผูรองทุกขไมสามารถนําเจาหนาท ี่ เขาทําการรังวัดที่ดินไดซึ่งพนักงาน เจาหนาท ี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินไมมีอํานาจในการดําเนินการกับผูที่ขัดขวางการรังวัดที่ดิน จึง เปนเร ื่ องที่ผูรองทุกขจะตองไปดําเนินการตามกฎหมายอื่น เพ ื่อใหสามารถนําทําการรังวัดไดเมื่อ ไมสามารถทําการรังวัดไดสํานักงานที่ดินจึงไมสามารถออก น.ส. ๓ ใหแกผูรองทุกขไดการ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๙๗ ดําเนินการของเจาพนักงานที่ดินดังกลาว จึงยังไมอาจถือไดวาเปนการละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติในการรังวัดและออก น.ส. ๓ ใหแกผูรองทุกข สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๙๘ มาตรา ๖๗ เม ื่ อพนักงานเจาหนาท ี่ไดจัดทําหลักหมายเขตที่ดิน หรือได สรางหมุดหลักฐานเพ ื่ อการแผนท ี่ลงไวในที่ใด หามมิใหผูหน ึ่ งผูใดนอกจากพนักงาน เจาหนาท ี่ ทําลาย ดัดแปลง เคล ื่ อนยาย ถอดถอนหลักหมายเขตหรือหมุดหลักฐานเพื่อ การแผนที่นั้นไปจากที่ เดิม เวนแตจะไดรับอนุญาตจากเจาพนักงานที่ดิน คําวินิจฉัยที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๗๙/๒๕๕๐ แมเจาหนาที่รังวัดจะเปนเจาหนาท ี่ ของรัฐตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติ จัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แตการรังวัดทําแผนที่พิพาทเปนการ ดําเนินการตามคําส ั่ งศาลยุติธรรมเพ ื่อประกอบการพิจารณาคดีที่มีการฟองรองกันตอศาล หาใชกฎ หรือคําส ั่งทางปกครองที่ผูฟองคดีจะนํามาย ื่นฟองตอศาลปกครองใหเพิกถอนไดหากผูฟองคดี เห็นวาการรังวัดน ั้นไมถูกตองก็ชอบท ี่ จะนําพยานหลักฐานไปคัดคานตอศาลยุติธรรมที่พิพากษาคดี คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๗/๒๕๐๖ เจาพนักงานที่ดินผูไปทําแผนที่พิพาทตามคําส ั่งศาลในคดีแพง ไมใชพนักงาน เจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๖๗ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เพราะมิไดเปนผูปฏิบัติการตามประมวล กฎหมายที่ดิน ตามความหมายในมาตรา ๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และไมใชเจาพนักงาน ของศาลหรือเจาพนักงานผูมีอํานาจปฏิบัติการตามหนาท ี่ เพ ื่อเปนหลักฐานในการยึดอายัดหรือ รักษาส ิ่งใด ๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๑ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๙๙ มาตรา ๖๘ เม ื่ อบุคคลใดมีความจําเปนท ี่ จะตองกระทําการตามความใน มาตรา ๖๗ ใหยื่นคํารองตอเจาพนักงานที่ดินเพ ื่ อขออนุญาต ในกรณีที่เจาพนักงานที่ดินไมอนุญาต ใหเจาของที่ดินมีสิทธิอุทธรณตอ รัฐมนตรีไดภายในสิบหาวันนับจากวันทราบคําส ั่งไมอนุญาต ใหรัฐมนตรีสั่งภายในหกสิบวัน นับจากวันไดรับอุทธรณคําส ั่ งรัฐมนตรีใหเปนที่สุด ถารัฐมนตรีไมสั่งภายในกําหนดหกสิบวันด ั่ งกลาวในวรรคกอน ใหถือวา อนุญาต ไมพบคําวินิจฉัยท ี่ เก ี่ ยวของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๐๐ มาตรา ๖๙ เม ื่อเปนการสมควรจะทําการสอบเขตที่ดินตามแผนท ี่ ระวาง ในทองท ี่ใด ใหผูวาราชการจังหวัดประกาศใหผูมีสิทธิในที่ดินทราบลวงหนาไมนอยกวา สิบหาวัน การประกาศใหทําหนังสือปดไวในบริเวณที่ดินเพ ื่อใหผูที่เก ี่ ยวของทราบดวย และใหแจงกําหนด วัน เวลา ไปใหผูมีสิทธิในที่ดินทราบอีกช ั้ นหนึ่ง และใหผูมีสิทธิ ในที่ดินนําพนักงานเจาหนาที่ทําการรังวัดสอบเขตที่ดิน ผูมีสิทธิในที่ดินตามความในวรรคกอน จะต ั้ งตัวแทนนําพนักงานเจาหนาท ี่ ทําการรังวัดสอบเขตที่ดินของตนก็ได ที่ดินท ี่ไดทําการสอบเขตแลว ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจทําโฉนดที่ดิน ใหใหมแทนฉบับเดิม สวนฉบับเดิมเปนอันยกเลิกและใหสงคืน (มีการเพ ิ่ มมาตรา ๖๙ ทวิโดยขอ ๘ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ดังตอไปนี้) มาตรา ๖๙ ทวิผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอสอบเขตโฉนดที่ดินเฉพาะรายของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยโฉนดที่ดินน ั้ นตอเจาพนักงานที่ดิน และใหพนักงานเจาหนาท ี่ไปทําการรังวัด ให ในการรังวัด ถาปรากฏวาการครอบครองไมตรงกับแผนท ี่ในโฉนดที่ดิน เม ื่ อผูมี สิทธิในที่ดินขางเคียงดานท ี่ เก ี่ ยวของไดลงช ื่ อรับรองแนวเขต ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจแกไขให ตรงกับความเปนจริงไดเวนแตจะเปนการสมยอมเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย หากปรากฏวามีผูคัดคาน ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจสอบสวนไกลเกลี่ยโดยถือ หลักฐานแผนท ี่เปนหลักในการพิจารณาถาตกลงกันไดใหดําเนินการไปตามที่ ตกลง แตตองไมเปน การสมยอมกันเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย หากตกลงกันไมไดใหแจงใหคูกรณีไปฟองรองตอศาลภายใน เกาสิบวันนับแตวันท ี่ไดรับแจงถาไมมีการฟองรองภายในกําหนดดังกลาว ใหถือวาผูขอไมประสงค จะสอบเขตโฉนดที่ดินน ั้ นตอไป ในกรณีผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอใหตรวจสอบเน ื้ อท ี่ ตามหนังสือรับรองการทํา ประโยชนเฉพาะรายของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยหนังสือรับรองการทําประโยชนสําหรับที่ดินนั้น ตอนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก ิ่ งอําเภอทองท ี่และใหนําความในวรรคสอง และวรรคสามมาใชบังคับโดยอนุโลม (ความในมาตรา ๖๙ ทวิซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบบทั ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๐๑ กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๐ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๖๙ ทวิผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอสอบเขตโฉนดที่ดินเฉพาะรายของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยโฉนดที่ดินน ั้ นตอเจาพนักงานที่ดิน และใหพนักงานเจาหนาท ี่ไปทําการรังวัด ให ในการรังวัด ถาปรากฏวาการครอบครองไมตรงกับแผนท ี่ หรือเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดิน เม ื่ อผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับรองแนวเขตแลวใหเจาพนกงานทั ี่ดนมิ ีอํานาจแกไขแผนท หร ี่ อเนือท ื้ ี่ ใหตรงกับความเปนจริงไดเวนแตจะเปนการสมยอมเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย ในกรณีที่ไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาระวังแนวเขตไดหรือในกรณี ที่ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับการติดตอจากพนักงานเจาหนาท ี่ใหมาระวังแนวเขตแลวแตไมมา หรือมาแตไมยอมลงช ื่ อรับรองแนวเขตโดยไมไดคัดคานการรังวัด ใหพนักงานเจาหนาท ี่ แจงเปน หนังสือใหผูนั้นมาลงช ื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานภายในสามสิบวันนับแตวันท ี่ไดสงหนังสือ ถา ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไมดําเนินการอยางหน ึ่ งอยางใดภายในกําหนดดังกลาว และผูขอไดให คํารับรองวามิไดนําทําการรังวัดรุกล ้ํ าที่ดินขางเคียงและยินยอมใหแกไขแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ใหตรงกับ ความเปนจริง ใหเจาพนักงานที่ดินดําเนินการตามวรรคสองไปไดโดยไมตองมีการรับรองแนวเขต การติดตอหรือการแจงผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามความในวรรคสาม ใหเปนไป ตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง หากปรากฏวามีผูคัดคาน ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจสอบสวนไกลเกลี่ยโดยถือ หลักฐานแผนท ี่เปนหลักในการพิจารณาถาตกลงกันไดใหดําเนินการไปตามที่ ตกลง แตตองไมเปน การสมยอมกันเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย หากตกลงกันไมไดใหแจงคูกรณีไปฟองรองตอศาลภายใน เกาสิบวันนับแตวันท ี่ไดรับแจงถาไมมีการฟองรองภายในกําหนดดังกลาว ใหถือวาผูขอไมประสงค จะสอบเขตโฉนดที่ดินน ั้ นตอไป ในกรณีผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอใหตรวจสอบเน ื้ อท ี่ ตามหนังสือรับรองการทํา ประโยชนเฉพาะรายของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยหนังสือรับรองการทําประโยชนสําหรับที่ดินนั้น ตอหัวหนาเขต นายอําเภอ หรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก ิ่ งอําเภอทองท ี่ แลวแตกรณีและ ใหนําความในวรรคสอง วรรคสาม วรรคส ี่ และวรรคหามาใชบังคับโดยอนุโลม (ความในมาตรา ๖๙ ทวิซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๐ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๒ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๐๒ (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๖๙ ทวิผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอสอบเขตโฉนดที่ดินเฉพาะราย ของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยโฉนดที่ดินน ั้ นตอเจาพนักงานที่ดินและใหพนักงาน เจาหนาท ี่ไปทําการรังวัดให ในการรังวัด ถาปรากฏวาการครอบครองไมตรงกับแผนท ี่ หรือเน ื้ อท ี่ใน โฉนดที่ดิน เม ื่ อผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับรองแนวเขตแลว ใหเจาพนักงานที่ดินมี อํานาจแกไขแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ใหตรงกับความเปนจริงไดเวนแตจะเปนการสมยอมเพื่อ หลีกเล ี่ ยงกฎหมาย ในกรณีที่ไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาระวังแนวเขตไดหรือ ในกรณีที่ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับการติดตอจากพนักงานเจาหนาท ี่ใหมาระวังแนว เขตแลวแตไมมา หรือมาแตไมยอมลงชื่ อรับรองแนวเขตโดยไมไดคัดคานการรังวัด ให พนักงานเจาหนาท ี่ แจงเปนหนังสือใหผูนั้นมาลงชื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานภายใน สามสิบวันนับแตวันท ี่ไดสงหนังสือ ถาผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไมดําเนินการอยางหนึ่ง อยางใดภายในกําหนดดังกลาว และผูขอไดใหคํารับรองวามิไดนําทําการรังวัดรุกล ้ํ าที่ดิน ขางเคียงและยินยอมใหแกไขแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ใหตรงกับความเปนจริง ใหเจาพนักงาน ที่ดินดําเนินการตามวรรคสองไปไดโดยไมตองมีการรับรองแนวเขต การติดตอหรือการแจงผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามวรรคสาม ใหเปนไป ตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง หากปรากฏวามีผูคัดคาน ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจสอบสวนไกลเกลี่ย โดยถือหลักฐานแผนท ี่เปนหลักในการพิจารณา ถาตกลงกันไดก็ใหดําเนินการไปตามที่ ตกลง แตตองไมเปนการสมยอมกันเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย หากตกลงกันไมไดใหแจงคูกรณีไป ฟองตอศาลภายในเกาสิบวันนับแตวันท ี่ไดรับแจง ถาไมมีการฟองภายในกําหนดดังกลาว ใหถือวาผูขอไมประสงคจะสอบเขตโฉนดที่ดินน ั้ นตอไป ในกรณีผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอใหตรวจสอบเน ื้ อท ี่ ตามหนังสือ รับรองการทําประโยชนเฉพาะรายของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยหนังสือรับรองการทํา ประโยชนสําหรับที่ดินน ั้ นตอเจาพนักงานที่ดิน และใหนําความในวรรคสอง วรรคสาม วรรคส ี่ และวรรคหา มาใชบังคับโดยอนุโลม กฎกระทรวงซ ึ่งออกตามความในมาตรา ๖๙ ทวิวรรคส ี่ คือกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ วาดวย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๐๓ การติดตอหรือการแจงผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมารับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัด ซึ่ง กําหนดทางปฏิบัติไวดังตอไปนี้ (๑) ในกรณีที่ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับการติดตอจากพนักงานเจาหนาท ี่ให มาระวังแนวเขตแลว แตไมมาหรือมาแตไมยอมลงช ื่ อรับรองแนวเขตโดยไมคัดคานการรังวัด ใหพนักงานเจาหนาที่ทําหนังสือแจงใหมาลงช ื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัดโดยสงทาง ไปรษณียลงทะเบียนตอบรับไปยังผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามท ี่ อยูที่เคยติดตอหรือตามท ี่ อยูที่ผูมี สิทธิในที่ดินขางเคียงน ั้นไดแจงเปนหนังสือไวตอพนักงานเจาหนาท ี่ (๒) ในกรณีที่ไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาระวังแนวเขตไดให พนักงานเจาหนาที่ปดหนังสือแจงใหผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงน ั้ นมาลงช ื่ อรับรองแนวเขตหรือ คัดคานการรังวัดไวในที่เปดเผย ณ บริเวณที่ดินของผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงและ ณ ที่วาการเขต หรือที่วาการอําเภอหรือก ิ่ งอําเภอในทองที่อันเปนที่ตั้งของที่ดินน ั้ นแหงละหน ึ่ งฉบับ พรอมกับใหสง หนังสือแจงน ั้นทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับไปยังผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามท ี่ อยูที่พนักงาน เจาหนาท ี่สอบถามไดความจากนายทะเบียนอําเภอหรือนายทะเบียนทองถิ่น หรือถาสอบถามแลว ยังไมทราบท ี่ อยูของผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียง ก็ใหสงไปยังผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามท ี่ อยู ที่ปรากฏหลักฐานที่สํานักงานที่ดิน ประเด็นปญหา ในกรณีที่การรังวัดสอบเขตที่ดินของเอกชนที่มีแนวเขตติดตอกับ ที่ดินสาธารณประโยชนหากปรากฏวาเจาหนาท ี่ ของรัฐที่มีอํานาจหนาท ี่ในการดูแลรักษา ที่สาธารณประโยชนนั้นคัดคานแนวเขต เจาพนักงานที่ดินจะมีอํานาจทําการสอบสวนไกลเกลี่ย ตามนัยมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติ แกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ หรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ วินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๗๖/๒๕๔๒ ในกรณีที่มีการโตแยงคัดคานการรังวัดสอบเขตที่ดิน ตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เจาพนักงานที่ดินมีเพียงอํานาจในการสอบสวนไกลเกล ี่ ยเทานั้น ไมมี อํานาจส ั่ งการวาเห็นดวยหรือไมเห็นดวยกับฝายใด ในกรณีที่การรังวัดสอบเขตที่ดินที่มีแนวเขต ติดตอกับท ี่สาธารณประโยชนและเจาพนักงานที่มีอํานาจหนาที่ดูแลรักษาคัดคานแนวเขต การ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๐๔ สอบสวนไกลเกล ี่ ยของเจาพนักงานที่ดินยอมไมมีผลทําใหเกิดการโอนที่ดินของรัฐใหแกเอกชน โดยไมไดปฏิบัติตามวิธีการท ี่ กฎหมายกําหนดไว ดังนั้น ในการรังวัดสอบเขตที่ดินที่มีแนวเขต ติดตอกับท ี่สาธารณประโยชนเม ื่ อผูมีอํานาจหนาท ี่ในการดูแลรักษาคัดคาน เจาพนักงานที่ดิน จะตองดําเนินการตามอํานาจหนาที่ที่กฎหมายกําหนดไว เม ื่อปรากฏวาเจาพนักงานที่มีอํานาจหนาที่ดูแลรักษาคัดคานการรังวัดสอบเขต ที่ดินมีโฉนดของผูรองทุกขเจาพนักงานที่ดินจะตองดําเนินการสอบสวนไกลเกลี่ย หากตกลงกันไมได ใหแจงคูกรณีไปฟองตอศาลภายในเกาสิบวันนับแตวันท ี่ไดรับแจง ทั้งน ี้ ตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน การที่สํานักงานที่ดินมีหนังสือแจงตอผูรองทุกขวาไมสามารถดําเนินการ ตามคําขอรังวัดสอบเขตที่ดินของผูรองทุกขตอไปไดยอมถือไดวาเปนการละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติ ประเด็นปญหา ในการใชอํานาจทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยตามมาตรา ๖๙ ทวิ วรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ เจาพนักงานที่ดินจังหวัดจะมอบหมายใหนายชางรังวัด เปนผูดําเนินการแทนไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทกขุที่ ๑๖/๒๕๓๑ ตามมาตรา ๗๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติใหนําบทบัญญัติใน มาตรา ๖๙ ทวิมาใชบังคับกับการรังวัดแบงแยกที่ดินออกเปนหลายแปลงดวย เม ื่ อการรังวัดเพื่อ แบงกรรมสิทธ ิ์รวมเปนการรังวัดแบงแยกที่ดินออกเปนหลายแปลง เจาพนักงานที่ดินจังหวัดจึงมี อํานาจทําการสอบสวนไกลเกล ี่ยไดและตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา ไมไดบังคับวาเจาพนักงาน ที่ดินจังหวัดจะตองทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยดวยตนเอง ดังนั้น เพ ื่อประโยชนในการปฏิบัติ ราชการ เจาพนักงานที่ดินจังหวัดจึงอาจมอบหมายใหนายชางรังวัดซ ึ่งเปนผูใตบังคับบัญชาตาม สายงานบริหารเปนผูดําเนินการสอบสวนไกลเกล ี่ยแทนได ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการรังวัด สอบเขตที่ดินและแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินพิพาท หรือทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยชอบ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๐๕ ดวยกฎหมายหรือไมหรือละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติตามมาตรา ๖๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมาย ที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ หรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดและคณะกรรมการ วินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๙๒/๒๕๔๗ การที่ชางรังวัด (ผูถูกฟองคดีที่ ๒) ไดดําเนินการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินโดยการ นําช ี้ ของเจาของที่ดินและเจาหนาท ี่ ของรัฐที่มีอํานาจหนาที่ดูแลรักษาทางหลวง โดยไดทําการรังวัด ตามหลักวิชา กับไดนําหลักฐานการรังวัดเดิมมาใชเปนหลักฐานประกอบการรังวัดคร ั้ งน ี้ และเมื่อ ผลการรังวัดปรากฏวาไดเน ื้ อท ี่ และรูปแผนที่ เทาเดิม เจาหนาที่ก็ไดแจงใหนายอําเภอผูมีอํานาจ หนาที่ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชนที่อยูขางเคียงซ ึ่งไมไประวังช ี้ แนวเขตทราบดวย ซึ่งตาม หลักฐานการรังวัดเดิม นายอําเภอไดตรวจสอบและรับรองแนวเขตโฉนดที่ดินไวแลววาไมรุกล้ํา ทางสาธารณประโยชนและในการรังวัดคร ั้ งน ี้ นายอําเภอก็มิไดโตแยงคัดคานแตอยางใด เม ื่ อที่ดิน ที่ขอรังวัดสอบเขตกับที่ดินของผูฟองคดีไมมีแนวเขตติดตอกัน โดยมีทางสาธารณประโยชน คั่นกลางและนายอําเภอไดรับรองแนวเขตทางสาธารณประโยชนแลว ดังนั้น จึงถือไดวา เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) และผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดดําเนินการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดิน ดังกลาวตามข ั้ นตอนและวิธีการตามท ี่ กฎหมายกฎ และระเบียบกําหนดไวแลว ตามมาตรา ๖๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการรังวัดสอบเขต แบงแยกและรวมโฉนดที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๗ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๐/๒๕๔๘ เม ื่อปรากฏขอเท็จจริงวา ในการรังวัดสอบเขตที่ดินตามคําขอของผูฟองคดีนั้น ผูฟองคดีนําทําการรังวัดไมตรงกับหลักฐานการรังวัดที่มีอยูเดิมเน ื่ องจากหลักเขตที่ดินสูญหายไป หน ึ่ งหลักชางรังวัดไดใหผูฟองคดีและเจาของที่ดินขางเคียงนําชี้ตําแหนงของหลักเขตที่สูญหายไป เพ ื่อปกหลักใหมแตผูฟองคดีและเจาของที่ดินขางเคียงนําช ี้ในตําแหนงท ี่ แตกตางกัน ชางรังวัดจึง ไดทําแผนท ี่ แสดงเขตคัดคานไวและเจาพนักงานที่ดินไดทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยคูกรณีโดยถือ หลักฐานแผนท ี่เปนหลักในการพิจารณาแตคูกรณีไมสามารถตกลงกันไดเจาพนักงานที่ดินจึงแจง ใหทั้งสองฝายไปฟองคดีตอศาลภายใน ๙๐ วันนับแตวันท ี่ไดรับแจง กรณีจึงถือไดวาไดมีการ ดําเนินการไปตามขอ ๕ ของระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการรังวัดสอบเขต แบงเขต และรวมโฉนดที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๐๖ พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งกําหนดไววา การรังวัดสอบเขต แบงแยก และรวมโฉนดที่ดินนั้น เม ื่ อผูขอและ เจาของที่ดินขางเคียงนําช ี้ เขตที่ดินแลว ชางรังวัดตองตรวจสอบและคนหาหลักเขตที่ดินตามหลัก วิชาเพ ื่อใหทราบวาเขตที่ดินที่ผูขอและเจาของที่ดินขางเคียงนําทําการรังวัดตรงกับเขตโฉนดที่ดิน หรือไมถาไมมีหลักฐานการรังวัดเดิมตรวจสอบ ใหทําการรังวัดไปตามที่ผูขอและเจาของที่ดิน ขางเคียงนําช ี้และในวรรคสอง กําหนดวา ในกรณีที่ที่ดินแปลงที่ ขอรังวัดหรือแปลงขางเคียงเปน แผนที่ชั้นหน ึ่ งหรือมีหลักฐานการรังวัดใหม (ร.ว.ม) ถาเจาของที่ดินนําทําการรังวัดไมตรงกับ หลักฐานการรังวัดเดิม ชางรังวัดตองแจงใหผูขอและเจาของที่ดินดานท ี่ เก ี่ ยวของทราบ เม ื่ อผูขอ และเจาของที่ดินขางเคียงไดตกลงแนวเขตกันอยางไรก็ใหรังวัดไปตามนั้น แตถาผูขอและเจาของ ที่ดินขางเคียงไมสามารถตกลงกันไดก็ใหทําแผนท ี่ แสดงเขตคัดคานไวดวยและเปนการดาเนํนการิ ไปตามที่ มาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติไวแลว จึงไมใชกรณี ที่หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาท ี่ ของรัฐละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติ ในการรังวัดสอบเขตที่ดินของผูฟองคดี คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๘๕/๒๕๔๙ ในกรณีที่มีผูขอแบงแยกที่ดินตามมาตรา ๗๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งตอง นํามาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายดังกลาวมาใชบังคับโดยอนุโลมนั้น เม ื่อปรากฏวาเจาหนาท ี่ ไดทําการรังวัดแลว รูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่การครอบครองไมตรงกับแผนท ี่ หรือเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินซึ่ง เปนรูปแผนที่ อยางเกา แตเม ื่ อเจาของที่ดินแปลงขางเคียงดานท ี่ เก ี่ ยวของไดลงนามรับรองแนวเขต แลว พรอมท ั้งใหถอยคําวาไดครอบครองมานานแลว และขอเท็จจริงไมปรากฏวาเปนการสมยอม เพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย เจาพนักงานที่ดินจึงยอมมีอํานาจแกไขแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ใหตรงกับความ เปนจริงตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดินไดโดยอาศัยตามรูปแผนที่ ที่เจาหนาท ี่ไดจําลองตามผลการรังวัดไวตามนัยขอ ๑๐.๑ ของระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการรังวัด สอบเขต แบงแยก และรวมโฉนดที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งกําหนดไววา กรณีแผนท ี่ อยางเกาไมมี หลักฐานการรังวัดเดิมท ี่จะตรวจสอบไดหรือเปนแผนที่ชั้นสองซ ึ่งสามารถตรวจสอบได โดยประมาณ ใหผูทําการรังวัดสอบสวนเจาของที่ดินขางเคียงไวเปนหลักฐาน วามีการสมยอมเพื่อ หลีกเล ี่ ยงกฎหมายหรือไมถาไมเปนการสมยอมเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย และปรากฏวารูปแผนที่ หรือเน ื้ อที่ที่ทําการรังวัดใหมแตกตางกับรูปแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินเน ื่ องจากครอบครอง ใหหมายเหตุในตนรางแผนที่ดวยหมึกแดงวา “ไมสามารถหาหลักฐานครอบลงรูปแผนที่ เดิมได” แลวใหชางรังวัดเสนอความเห็นตอเจาพนักงานที่ดิน เพ ื่ อพิจารณาดําเนินการส ั่ งแกไขรูปแผนที่ หรือ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๐๗ เน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินตอไป แตเม ื่อปรากฏวาผูฟองคดีซึ่งเปนเจาของกรรมสิทธิ์ที่ดินท ี่ไดรวมย ื่ นคําขอ แบงกรรมสิทธ ิ์ รวมที่ดินพิพาท มิไดลงนามรับรองรูปแผนที่และไมยอมรับผลการรังวัดก็ยอมทําให เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) ไมสามารถดําเนินการจดทะเบียนแบงแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให แลวเสร็จไดกรณีดังกลาวนี้จึงตองปฏิบัติตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๐๑/ ว ๑๕๘๐๒ ลงวันท ี่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๑ ที่ใหมีหนังสือเตือนใหผูขอไปดําเนินการจดทะเบียนภายในกําหนดระยะเวลา ๓๐ วัน นับแตวันที่มีหนังสือแจงเตือน หากผูขอไมดําเนินการใหรอเร ื่องไวพิจารณา ๕ ปนับแตวัน ทําการรังวัด เม ื่ อครบกําหนดระยะเวลา ๕ ปแลว ผูขอยังไมมาดําเนินการ สํานักงานที่ดินจะแจงให ไปดําเนินการภายในกําหนด ๓๐ วัน นับแตวันที่มีหนังสือแจงครบกําหนดแลว แตถาผูขอไมไป ดําเนินการตอไปก็จะส ั่ งยกเลิกคําขอ ซึ่งคดีนี้เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) ไดปฏิบัติหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติตามข ั้ นตอนตางๆถูกตองครบถวนแลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๐๗/๒๕๔๙ การที่ชางรังวัดไดนํารูปแผนที่ที่รังวัดไดลงระวางแผนท ี่ แลว ปรากฏวาไมทับที่ดิน แปลงขางเคียงและท ี่สาธารณประโยชนอีกท ั้ งเจาของที่ดินขางเคียงไดลงช ื่ อรับรองแนวเขตแลว แมตอมาจะมีผูคัดคานการนําทําการรังวัดของผูฟองคดีโดยอางวาผูฟองคดีนําทําการรังวัดรุกล้ํา ที่ดินของตนตามหลักฐานใบจองก็ตาม แตนายอําเภอไดมีคําส ั่งใหยกเลิกเพิกถอนใบจองดังกลาว แลว ดังนั้น การรังวัดสอบเขตเพ ื่อเปลี่ ยนตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนโฉนดที่ดิน จึงเปนการดําเนินการตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินและระเบียบข ั้ นตอนแลว เม ื่ อผูปกครองทองที่ซึ่งมีอํานาจหนาท ี่ในการดูแลรักษาท ี่สาธารณะไดใหถอยคํา รับรองวา ผูฟองคดีมิไดนําทําการรังวัดปกหลักเขตทับทางสาธารณประโยชนและที่ดินที่ผูฟองคดี นําทําการรังวัดเปนที่ดินที่ผูฟองคดีครอบครองและทําประโยชนแลว และมิไดมีลักษณะตองหามมิ ใหออกโฉนดที่ดิน ประกอบกับผูอํานวยการสวนสงเสริมการรังวัด กรมที่ดิน ใหถอยคํารับรองวา รูปแผนที่ และระยะท ี่ปรากฏในตราจองที่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนรูปแผนที่ และระยะ โดยประมาณ จึงเห็นไดวา การที่รูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ จากการรังวัดสอบเขตที่ดินของผูฟองคดี แตกตางจากรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในตราจองที่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนผลมาจากการทํา การรังวัดและการคํานวณเน ื้ อที่ตางวิธีกันระหวางการรังวัดออกตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชน แลว” เม ื่อปพ.ศ. ๒๔๗๕ กับการรังวัดสอบเขตที่ดินเม ื่ อวันท ี่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ และวันท ี่ ๑ สิงหาคม ๒๕๓๘ หาใชกรณีที่ผูฟองคดีกับผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงสมยอมแลกเปลี่ ยนแนวเขตเพื่อ หลีกเล ี่ยงกฎหมายไม ดังนั้น เม ื่ อการรังวัดสอบเขตเพ ื่อเปลี่ ยนตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๐๘ แลว” เปนโฉนดที่ดิน ชางรังวัดไดดําเนินการตามกฎหมายและระเบียบข ั้ นตอนดังท ี่ไดวินิจฉัย มาแลว ทั้งผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดลงช ื่ อรับรองแนวเขตถูกตองแลวเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี ที่ ๒) จึงตองดําเนินการแกไขแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในตราจองที่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” ใหตรงกับ ความจริงแลวเปลี่ยนเปนโฉนดที่ดินใหแกผูฟองคดีตอไป การที่ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไมดําเนินการตาม นัยดังกลาวถือไดวาผูถูกฟองคดีที่ ๒ ละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติในการ รังวัดสอบเขตที่ดินตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน สวนผูวาราชการจังหวัด (ผูถูก ฟองคดีที่ ๑) ไมมีอํานาจหนาท ี่ เก ี่ ยวกับการรังวัดสอบเขตที่ดินตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวล กฎหมายที่ดิน ผูถูกฟองคดีที่ ๑ จึงมิไดละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติ แตอยางใด คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๒๗/๒๕๔๙ ในการรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาทใหแกผูฟองคดีนั้น ผูฟองคดีใหถอยคําตอ เจาหนาที่วา ไดนําทําการรังวัดออกโฉนดที่ดินตามแนวเขตท ี่ ครอบครองทําประโยชนไมมีการ สมยอมแนวเขตกับเจาของที่ดินขางเคียง โดยมีเจาของที่ดินขางเคียงและผูปกครองทองที่รับรอง แนวเขตทุกดาน ซึ่งเจาของที่ดินขางเคียงไดนํารังวัดออกโฉนดที่ดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก. ใน คราวเดียวกันและผูฟองคดีไดรับรองแนวเขตใหเชนกัน ประกอบกับผูฟองคดีมิไดกลาวอางวาไดมี การโยกยายหลักเขตที่ดินหลังจากตางฝายตางรับรองแนวเขตที่ดินซ ึ่ งกันและกันดังกลาวแลว คง อางแตเพียงวาแนวเขตผิดไปจากแนวเขต น.ส. ๓ ก. เดิม เทานั้น จึงฟงไดวาการรังวัดออก โฉนดที่ดินดังกลาวไดดําเนินการตามที่ผูฟองคดีนําช ี้ แนวเขตท ี่ ครอบครองทําประโยชนซึ่งในการ นําช ี้ ของผูฟองคดีแนวเขตมีการเปลี่ยนแปลงไปจากหลักฐานเดิมจึงมีการปกหลักเขตที่ดินเพ ิ่ มเติม เม ื่ อผูฟองคดีไมโตแยงและไมมีผูคัดคานการรังวัดออกโฉนดที่ดินของผูฟองคดีการออกโฉนดที่ดิน ใหผูฟองคดีโดยมีการปกหลักเขตที่ดินตางไปจากหลักเขตเดิมใน น.ส. ๓ ก. จึงเปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมาย ในการดําเนินการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินดังกลาว ผูฟองคดีและเจาของที่ดิน ขางเคียงทิศตะวันออกไดใหถอยคําตอเจาหนาที่วาไดนํารังวัดปกหลักเขตตามเขตท ี่ ครอบครอง มาแตเดิม ซึ่งมีรั้วเกาและหลักเขตเกาเปนเขตโดยไมไดสมยอมแนวเขตกัน แมการครอบครอง ไมตรงกับแผนท ี่ หรือเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดิน แตเจาของที่ดินขางเคียงไดรับรองแนวเขตแลว เจาพนักงาน ที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) จึงมีอํานาจแกไขแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ใหตรงกับความจริงไดตามมาตรา ๖๙ ทวิ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน นอกจากน ี้ ภายหลังผูถูกฟองคดีมีคําส ั่งใหแกไขเนื้ อท ี่ และ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๐๙ รูปแผนที่ในโฉนดที่ดินดังกลาว ผูฟองคดีไดไปใหถอยคํายินยอมใหมีการแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ ใหถูกตองตามผลการรังวัด พรอมท ั้งไดนําโฉนดที่ดินดังกลาวไปใหผูถูกฟองคดีแกไขเนื้ อท ี่ และ รูปแผนที่ พยานหลักฐานดังกลาวจึงฟงไดวาผูฟองคดีและเจาของที่ดินขางเคียงในดานท ี่ เก ี่ ยวของ ตกลงยินยอมใหผูถูกฟองคดีดําเนินการแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินพิพาท ฉะนั้น การ ดําเนินการรังวัดสอบเขตและส ั่ งแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินของผูฟองคดีดังกลาว จึงชอบดวยกฎหมาย ตอมาเม ื่ อผูฟองคดีขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินพิพาทอีกคร ั้ งหนึ่ง ปรากฏวา เจาของที่ดินขางเคียงดานทิศตะวันออกไดคัดคานแนวเขตตามที่ผูฟองคดีนํารังวัด เจาพนักงาน ที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) จึงดําเนินการตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยทํา การสอบสวนไกลเกล ี่ ยแลว แตคูกรณีตกลงกันไมไดผูถูกฟองคดีจึงส ั่งใหคูกรณีไปฟองศาลภายใน เกาสิบวันนับแตวันท ี่ ทราบคําสั่ง การดําเนินการดังกลาวของผูถูกฟองคดีจึงเปนการดําเนินการ ตามอํานาจหนาที่ที่กําหนดในกฎหมายแลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๕๕/๒๕๔๙ ในวันทําการรังวัดโฉนดที่ดินพิพาท ผูฟองคดีและนางสาว น.ผูถือกรรมสิทธิ์รวม ไดใหถอยคําวาขอแบงหักที่ดินดานทิศตะวันออกใหเปนท ี่สาธารณประโยชนเปนแปลงแยก ๑ สวน ที่ดินดานทิศเหนือแบงแยกใหผูฟองคดีเปนแปลงแยก ๒ และที่ดินดานทิศใตแบงแยกใหนางสาว น. เปนแปลงคงเหลือ โดยที่โฉนดที่ดินพิพาทมีรูปแผนที่ อยางเกา และไมมีหลักฐานการรังวัดเดิมให ตรวจสอบไดเจาหนาที่ผูทําการรังวัดจึงทําการรังวัดปกหลักเขตที่ดินตามที่ผูขอและเจาของที่ดิน ขางเคียงนําช ี้ ตามหลักเกณฑที่กําหนดไวในขอ ๕ ของระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการรังวัดสอบเขต แบงแยก และรวมโฉนดที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๗ แมเปนกรณีที่ตองทําการรังวัดแบงแยกจํากัดเน ื้ อท ี่ให เปนไปตามความประสงคของผูขอโดยตองทําการรังวัดสอบเขตรอบแปลงที่ดินกอนตามขอ ๘ ของ ระเบียบดังกลาว แตโดยที่ที่ดินสวนท ี่ แบงหักเปนท ี่สาธารณประโยชนมีสภาพเปนหนองน ้ํ าท ี่ไม สามารถปกหลักเขตที่ดินเพ ื่ อทําการรังวัดไดยอมมีผลทําใหการสองกลองรังวัดและหาคาพิกัดฉาก เพ ื่ อคํานวณเน ื้ อที่ดินโดยวิธีคณิตศาสตรไมอาจกระทําไดจึงตองใชรูปแผนที่ในโฉนดที่ดินเดิมเปน หลักในการคํานวณเน ื้ อท ี่ ตามวิธีมาตราสวน สวนที่ดินที่ผูฟองคดีและนางสาว น.ขอแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมไดรังวัดดวยกลองธีโอโดไลทและเม ื่ อเจาหนาที่ผูทําการรังวัดไดคํานวณเน ื้ อที่ทั้งในสวนที่ดินท ี่ ผูฟองคดีและนางสาว น. ขอแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมและสวนของที่ดินท ี่ แบงหักเปนท ี่สาธารณประโยชน จึงแสดงใหเห็นวาเจาหนาท ี่ไดทําการรังวัดและคํานวณเน ื้ อท ี่ ครอบคลุมเน ื้ อที่ทั้งหมดตามรูปแผนที่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๑๐ ของโฉนดที่ดินพิพาทแลวการที่ผูฟองคดีอางวาเจาหนาที่ทําการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินดังกลาว โดยไมสองกลองรังวัดและหาคาพิกัดฉากของทุกหมุดในสวนของที่ดินพิพาท ทําใหการรังวัดสอบ เขตโฉนดที่ดินดังกลาวไมถูกตองตามเน ื้ อที่ที่มีอยูจริง จึงไมอาจรับฟงไดนอกจากน ี้ การท ี่ เจาหนาท ี่ไดรังวัดไปตามที่ผูขอและเจาของที่ดินขางเคียงนําช ี้แนวเขตไดรูปแผนที่ และเน ื้ อที่ตาง จากเดิมโดยเนื้ อท ี่ เพ ิ่ มขึ้น เม ื่ อเจาหนาท ี่ สอบสวนแลวไมปรากฏวามีการสมยอมเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยง กฎหมายเจาหนาที่จึงมีหนังสือแจงใหผูฟองคดีไปจดทะเบียนแบงแยกโฉนดที่ดินพิพาท ซึ่งผูฟองคดี กับนางสาว น. ไดไปดําเนินการจดทะเบียนแบงหักเปนท ี่สาธารณประโยชนและแบงกรรมสิทธ ิ์ รวม พรอมท ั้งใหความยินยอมในการแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ใหเปนไปตามผลการรังวัด ตลอดจนให การรับรองวามิไดนํารังวัดที่ดินรุกล ้ํ าที่ดินขางเคียงและมิไดสมยอมแนวเขตที่ดินเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยง กฎหมาย ดังนั้น เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) จึงมีอํานาจแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดิน ดังกลาว ใหตรงกับความเปนจริงไดตามนัยมาตรา ๗๙ ประกอบมาตรา ๖๙ ทวิวรรคสอง และ วรรคสาม แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และขอ ๑๐.๑ ของระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการรังวัดสอบเขต แบงแยก และรวมโฉนดที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๗ การรังวัดสอบเขต การแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ ของ โฉนดที่ดินพิพาทของผูถูกฟองคดีจึงเปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมาย สวนการแจงใหผูฟองคดีไปดําเนินการจดทะเบียนแบงแยกที่ดินก็เพ ื่อใหการ แบงแยกที่ดินแลวเสร็จตามคําขอ หากผูฟองคดีไมไปดําเนินการกรณียอมอยูในดุลพินิจของ ผูถูกฟองคดีที่จะยกเลิกคําขอแบงแยกกรรมสิทธ ิ์ รวมหรือไมก็ไดการที่ผูถูกฟองคดีไมยกเลิกคําขอ และผูฟองคดีไมไดยื่นคําขอเพ ื่ อยกเลิกคําขอรังวัดแบงแยกที่ดิน ผูถูกฟองคดีจึงมีหนาที่ตอง ดําเนินการตามคําขอเดิมของผูฟองคดีตอไป คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๙๔/๒๕๒๔ กรณีที่เจาพนักงานที่ดินไดสอบสวนไกลเกล ี่ ยแลว แตคูกรณีตกลงกันไมได เจาพนักงานที่ดินจึงไดแจงใหคูกรณีไปฟองรองตอศาล เปนการปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา ๖๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๙๓/๒๕๒๕ เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา เจาพนักงานที่ดินไดทําการรังวัดสอบเขต โดยใช หลักฐานเก ี่ ยวกับโฉนดที่ดินและหลักฐานแผนที่ที่ดินขางเคียงซ ึ่ งมีอยูที่สํานักงานที่ดินแลว แตเน ื่องจากโฉนดที่ดินของผูรองทุกขเปนโฉนดแผนที่ อยางเกาไมมีหลักฐานท ี่จะปูโฉนดที่ดินไดจึง ไดรังวัดโดยประมาณจากรูปแผนที่ ปรากฏวา ไดเน ื้ อท ี่ ๑๗ ไร๙๔ ตารางวาเทานั้น เม ื่ อผูรองทุกข สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๑๑ จะใหรังวัดใหไดจํานวนเน ื้ อที่ถึง ๓๖ ไร ตามโฉนดที่ดิน ก็ปรากฏวามีผูคัดคานวารังวัดบุกรุกที่ดิน ซึ่งในกรณีเชนน ี้ ตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติใหเปนหนาท ี่ ของ ผูสอบเขตจะตองดําเนินการฟองเจาของที่ดินขางเคียงผูคัดคาน ดังนั้น กรณีนี้เจาหนาท ี่ ของรัฐได ปฏิบัติหนาท ี่โดยชอบดวยกฎหมายแลว และเปนเร ื่ องพิพาทกันระหวางเอกชนกับเอกชนเก ี่ ยวกับ สิทธิในที่ดิน ซึ่งจะตองไปใชสิทธิทางศาล คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๖/๒๕๓๑ ในการรังวัดแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมที่ดินของนาย บ. กับผูถือกรรมสิทธ ิ์ รวม ผูรองทุกข ในฐานะเจาของที่ดินขางเคียงไดแตงต ั้ งตัวแทนไประวังช ี้ แนวเขต แตตัวแทนของผูรองทุกขไม สามารถนําช ี้ แนวเขตที่ดินที่ถูกตองไดจึงแสดงความจํานงขอใหมีการรังวัดสอบเขตที่ดินของ ผูรองทุกขกอน โดยไมไดคัดคานการรังวัดแตอยางใด แตผูรองทุกขก็ไมยอมดําเนินการนํารังวัด สอบเขตที่ดินของตนใหเสร็จสิ้น ผูขอรังวัดแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมจึงไดนําทําการรังวัดตอไปจนเสร็จสิ้น ผลปรากฏวาหลักเขตที่ดินอยูครบ ระยะและรูปแผนที่ คงเดิม และเน ื้ อท ี่ เทาเดิม สํานักงานที่ดินจึงมี หนังสือแจงใหผูรองทุกขตรวจสอบแนวเขตที่ดินของตน แลวไปพบพนักงานเจาหนาท ี่ เพ ื่ อรับรอง แนวเขตหรือคัดคานการรังวัด การดําเนินการของสํานักงานที่ดินดังกลาวจึงเปนการดําเนินการไป โดยถูกตองตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๕๙๗ และระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการติดตอหรือการแจงผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาลงช ื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการ รังวัด พ.ศ. ๒๕๒๑ แลว ตามมาตรา ๗๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติใหนําบทบัญญัติใน มาตรา ๖๙ ทวิมาใชบังคับกับการรังวัดแบงแยกที่ดินออกเปนหลายแปลงดวย เม ื่ อการรังวัดเพื่อ แบงกรรมสิทธ ิ์รวมเปนการรังวัดแบงแยกที่ดินออกเปนหลายแปลง เจาพนักงานที่ดินจังหวัดจึงมี อํานาจทําการสอบสวนไกลเกล ี่ยไดและตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหก ไมไดบังคับวาเจาพนักงาน ที่ดินจังหวัดจะตองทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยดวยตนเอง ดังนั้น เพ ื่อประโยชนในการปฏิบัติ ราชการ เจาพนักงานที่ดินจังหวัดจึงอาจมอบหมายใหนายชางรังวัดซ ึ่งเปนผูใตบังคับบัญชาตาม สายงานบริหารเปนผูดําเนินการสอบสวนไกลเกล ี่ยแทนได คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๒๘/๒๕๓๒ มาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินไดกําหนดใหผูมีสิทธิในที่ดินเทาน ั้ นท ี่ จะขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินของตนเปนการเฉพาะราย โดยใหยื่นคําขอพรอมกับโฉนดที่ดินตอ เจาพนักงานที่ดิน และกําหนดใหผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงดังกลาวท ี่ จะทําการคัดคานการรังวัด สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๑๒ สอบเขตที่ดินไดเม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ผูรองทุกขมิไดรองทุกขวาผูรองทุกขไดครอบครองที่ดิน ดังกลาว หรือรองทุกขวาไดยื่นคําขอรังวัดสอบเขตที่ดินแลวเจาพนักงานที่ดินไมดําเนินการให ประกอบกับสิทธิของผูรองทุกขที่เขาไปอยูในที่ดินบริเวณดังกลาวไดก็โดยอาศัยสิทธิตามสัญญา เชาเทานั้น กรณีนี้เจาพนักงานที่ดินหรือกรมที่ดินจึงไมมีหนาท ี่ ตามกฎหมายท ี่ จะตองดําเนินการ อยางใดอยางหน ึ่งใหแกผูรองทุกข คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๕๖/๒๕๓๖ กรณีที่ผูรองทุกขไดคัดคานการท ี่ พนักงานเจาหนาที่ทําการรังวัดที่ดินเพ ื่อเปลี่ ยน น.ส. ๓ เปน น.ส. ๓ ก. ใหแกผูอื่น โดยอางวาเปนการรังวัดทับที่ดินที่ผูรองทุกขไดครอบครอง ทําประโยชนและเจาพนักงานที่ดินไดทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวล กฎหมายที่ดินแลว แตคูกรณีไดตกลงกันวาจะไปปรึกษากันเองกอนไดผลประการใดจะแจงให เจาหนาท ี่ ทราบ ถือไดวาเจาหนาท ี่ บริหารงานที่ดินไดดําเนินการสอบสวนไกลเกล ี่ ยตามอํานาจ หนาที่ที่กฎหมายกําหนดไวแลวจึงไมเปนการละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติ และไมเปนการกระทําที่ขัดหรือไมถูกตองตามกฎหมายแตอยางใด พนักงานที่ดินหรือกรมที่ดินจึง ไมมีหนาท ี่ ตามกฎหมายท ี่ จะตองดําเนินการอยางใดอยางหน ึ่งใหแกผูรองทุกข คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๔๓/๒๕๓๙ การที่ผูรองทุกขกับผูถือกรรมสิทธ ิ์ รวมขอรังวัดแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมที่ดินออกจากกัน แตไมสามารถตกลงแนวเขตที่ดินในสวนของแตละคนไดเจาพนักงานที่ดินจึงทําการสอบสวนไกลเกลี่ย แตคูกรณียังไมสามารถตกลงกันไดเจาพนักงานที่ดินจึงแจงใหผูรองทุกขไปฟองตอศาลนั้น เปน การดําเนินการไปตามหลักเกณฑที่กฎหมายบัญญัติไวตามมาตรา ๗๙ ประกอบมาตรา ๖๙ ทวิแหง ประมวลกฎหมายที่ดินแลว การท ี่ เจาพนักงานที่ดินไมดําเนินการรังวัดแบงกรรมสิทธ ิ์รวมใหตาม คําขอของผูรองทุกขจึงหาใชการกระทําที่ขัดหรือไมถูกตองตามกฎหมายไม คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๘๑/๒๕๔๑ แมในการรังวัดแบงแยกที่ดินของผูขอรังวัด ผูรองทุกขในฐานะเจาของที่ดิน ขางเคียงจะไมไดไปรวมระวังแนวเขต เน ื่ องจากผูขอรังวัดอางวาไมสามารถติดตอผูรองทุกขไดแต เม ื่อในการรังวัดตองมีการปกหลักเขตใหมแทนหลักเขตเกาที่สูญหายไป เจาพนักงานที่ดินก็ได ปฏิบัติตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินและตามหนังสือเวียนของกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๖/ว.๐๕๒๕๖ ลงวันท ี่ ๒๕ กุมภาพันธ๒๕๓๖ ที่ใหแจงเปนหนังสือใหเจาของที่ดิน ขางเคียงทราบเพ ื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัด โดยไดมีหนังสือแจงใหผูรองทุกขทราบแลว สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๑๓ จึงเห็นไดวาเจาพนักงานที่ดินไดปฏิบัติตามกฎหมายและหนังสือเวียนดังกลาวแลว สวนการ ปกหลักเขตที่ดินใหมแทนหลักเขตเดิมที่สูญหายไปนั้น เม ื่ อเจาพนักงานที่ดินเห็นวาที่ดินของผูขอ รังวัดเปนไปตามแผนที่ เดิมที่มีอยูก็มีอํานาจปกหลักเขตใหมแทนหลักเขตเกาได ทั้งน ี้ไมเปนการ ตัดสิทธิเจาของที่ดินขางเคียงท ี่จะโตแยงหรือคัดคาน แมจะไมไดไปรวมระวังแนวเขตก็ตาม และ เม ื่ อเจาพนักงานที่ดินทราบวายังไมมีการสงหมายขางเคียงใหผูรองทุกขจึงไดนัดรังวัดใหมซึ่ง ผูแทนของผูรองทุกขไดไปรวมระวังช ี้ แนวเขตและยอมรับช ี้ แนวเขตตามหลักเขตที่ดินที่ปกใหมแต คัดคานวาหลักเขตที่ปกใหมไมถูกตองตามหลักเขตเดิมอันมีผลเปนการคัดคานการรังวัด เจาพนักงานที่ดินจึงทําการสอบสวนไกลเกล ี่ยโดยใชแผนที่ปกหลักเขตในการพิจารณา แตคูกรณี ตกลงกันไมไดจึงมีคําส ั่งใหคูกรณีไปฟองตอศาลภายใน ๙๐ วัน ถือวาเจาพนักงานที่ดินไดปฏิบัติ หนาท ี่ในการรังวัดที่ดิน การปกหลักเขตที่ดินใหมและการสอบสวนไกลเกล ี่ยเปนไปตามที่ มาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติไวแลว คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๒๒/๒๕๔๒ ในกรณีของการรังวัดสอบเขตที่ดินน ั้ นเม ื่ อเจาพนักงานที่ดินไดทําการรังวัดที่ดิน ตามคําขอของผูรองทุกขแลว ปรากฏวาเจาของที่ดินขางเคียงคัดคานการรังวัด ชางรังวัดจึงจัดทํา แผนที่พิพาทตามที่ผูขอและผูคัดคานไดนําการรังวัดและรับรองไวหลังจากน ั้ นเจาพนักงานที่ดินจึง ไดนัดใหคูกรณีไปพบเพื่อสอบสวนไกลเกล ี่ยโดยถือแผนท ี่เปนหลักในการพิจารณา แตทั้งสองฝาย ไมสามารถตกลงกันไดเจาพนักงานที่ดินจึงมีคําส ั่งใหคูกรณีไปฟองตอศาลภายใน ๙๐ วัน นับแต วันท ี่ไดรับแจง ซึ่งผูรองทุกขไดรับทราบคําส ั่ งดังกลาวแลวและไดยื่นฟองเจาของที่ดินขางเคียงท ี่ คัดคานการรังวัดตอศาลจังหวัดสระบุรีในขอหาละเมิด ขับไลและเรียกคาเสียหายขณะน ี้ คดีอยูใน ระหวางการพิจารณาของศาล กรณีถือไดวาเจาพนักงานที่ดินไดปฏิบัติหนาท ี่ในการรังวัดสอบเขต ที่ดินของผูรองทุกขตามท ี่ มาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินไดกําหนดไวแลว และไม ปรากฏวามีการดําเนินการในลักษณะกล ั่ นแกลงผูรองทุกขแตอยางใด กรณีจึงถือไดวาเจาพนักงาน ที่ดินไดดําเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินของผูรองทุกขเปนไปตามประมวลกฎหมายที่ดินกําหนดไวแลว คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๐๙/๒๕๔๒ บทบัญญัติวรรคสามของมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินไดกําหนด วิธีการในการปฏิบัติของพนักงานเจาหนาท ี่เปนข ั้นตอนไวโดยชัดเจนแลว เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ในวันรังวัดสอบเขตที่ดินของผูรองทุกขแมวาสํานักงานที่ดินอําเภอจะไมไดมีหนังสือแจงให นายอําเภอ หรือกํานัน หรือผูใหญบาน ผูปกครองทองท ี่ไปรวมตรวจสอบที่ดิน นําช ี้ และรับรอง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๑๔ แนวเขตท ี่สาธารณประโยชนแตจากบันทึกถอยคํา (ท.ด. ๑๖) ของนาย ส. (ผูใหญบาน) ระบุวา นาย ส. ไดไปรวมตรวจสอบที่ดินแปลงนี้ พบวามีทางสาธารณประโยชนที่ประชาชนใชรวมกันมา นานกวา ๕๐ ปตัดผานในที่ดินของผูรองทุกขนาย ส. จึงไมสามารถเปนพยานรับรองการขอรังวัด ตรวจสอบเน ื้ อท ี่ไดกรณีจึงถือไดวา นาย ส. ซึ่งไดรับมอบอํานาจจากนายอําเภอใหไปรวม ตรวจสอบที่ดิน นําช ี้ และรับรองแนวเขตท ี่สาธารณประโยชนไดรับทราบจากเจาหนาท ี่ ของ สํานักงานที่ดินใหไปรวมนําช ี้ และรับรองแนวเขตท ี่สาธารณประโยชนในฐานะผูดูแลรักษา ที่สาธารณประโยชนตามกฎหมาย ตามท ี่ วรรคสามของมาตรา ๖๙ ทวิดังกลาวกําหนดแลว เมื่อ ปรากฏวา นาย ส. ไมยอมลงช ื่ อรับรองแนวเขตแตไมไดคัดคานการรังวัดที่ดิน นายอําเภอและ เจาหนาท ี่ บริหารงานที่ดินอําเภอก็ตองดําเนินการในขั้ นตอนตอไปตามที่ วรรคสามของมาตรา ๖๙ ทวิ กําหนดไวกลาวคือ นายอําเภอและเจาหนาท ี่ บริหารงานที่ดินอําเภอตองมีหนังสือแจงใหผูปกครอง ทองท ี่ไปลงชื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัดภายใน ๓๐ วัน นับแตวันท ี่ไดสงหนังสือ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๔๖/๒๕๔๒ การที่ผูรองทุกขอางวา สํานักงานที่ดินไดรังวัดออกโฉนดที่ดินใหแกผูรองทุกขมี เน ื้ อที่นอยกวาหลักฐาน น.ส. ๓ เดิม จึงย ื่ นคําขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดิน และไดนําช ี้ แนวเขตที่ดิน ดานติดคลองสาธารณประโยชนแตกตางไปจากรูปแผนที่ในโฉนดที่ดินท ี่เปนเสนตรงโดยผูรองทุกข นําช ี้เปนเสนโคงซึ่งผูปกครองทองท ี่ไดรับรองแนวเขตที่ดินแลวแตเม ื่ อนํารูปแผนที่ ครอบระวางแผนท ี่ แลว ปรากฏวาแนวเขตที่ดินทับคลองสาธารณประโยชนเจาหนาที่จึงไมแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อทในี่ โฉนดที่ดินของผูรองทุกขผูรองทุกขจึงรองทุกขตอคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขซึ่งคณะกรรมการ วินิจฉัยรองทุกขไดมีมติใหสํานักงานที่ดินทําการรังวัดตรวจสอบแนวเขตคลองสาธารณประโยชน และที่ดินที่พิพาทแลว ผูปกครองทองที่ยืนยันแนวเขตตามหลักฐานระวางแผนท ี่จึงไมอาจถือวา ผูปกครองทองท ี่ไดรับรองแนวเขตที่ดินตามการนํารังวัดของผูรองทุกข ดังนั้น การที่สํานักงานที่ดิน ไมแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินของผูรองทุกขตามที่ผูรองทุกขนํารังวัดจึงไมเปนการ กระทําที่ขัดหรือไมถูกตองตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๕๓/๒๕๔๓ การที่ชางรังวัดทําการรังวัดแบงแยกโฉนดที่ดินโดยนํารูปแผนที่ หลังโฉนดที่ดิน ที่พิพาทและที่ดินขางเคียงทุกแปลงไปประกอบการรังวัด รวมทั้งไดสอบสวนแนวเขตและตรวจสอบ หลักเขตที่มีอยูในที่ดินแลวปรากฏวา ไดรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ คลาดเคล ื่ อนจากเดิม จึงไดสอบสวน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๑๕ เจาของที่ดินและเจาของที่ดินขางเคียงแลวเสนอใหแกรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ ตามการรังวัดใหม เปน การดําเนินการตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๒๘๙/๒๕๔๕ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินไดดําเนินการแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมที่ดินตามคําขอของ ผูจัดการมรดกในฐานะสวนตัวและในฐานะผูจัดการมรดก โดยไดดําเนินการรังวัดแบงแยกและ สรางโฉนดที่ดินแปลงแยก ถือไดวาเปนข ั้ นตอนการดําเนินการภายในของเจาพนักงานที่ดินตาม มาตรา ๗๙ และมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน และเม ื่อปรากฏตอมาวาการ จดทะเบียนแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมดังกลาวเปนการกระทําที่ผูจัดการมรดกมีสวนไดเสียเปนปฏิปกษตอ กองมรดก เจาพนักงานที่ดินจึงแจงใหผูจัดการมรดกแกไขเรื่ องดังกลาว ซึ่งผูจัดการมรดกไดไปยื่น คํารองขอใหศาลส ั่ งอนุญาต ศาลช ั้ นตนมีคําส ั่ งอนุญาต แตศาลอุทธรณกลับใหยกคํารองและศาลฎกาี พิพากษายืน หลังจากน ั้ นเจาพนักงานที่ดินก็มิไดกระทําการใดๆ เก ี่ ยวกับการจดทะเบียนแบง กรรมสิทธ ิ์ รวมที่ดินพิพาทอีกการท ี่ เจาพนักงานที่ดินเพียงแตทําการรังวัดที่ดิน และสรางโฉนดที่ดิน แปลงแยกเตรียมไวมิใชการดําเนินการตามคําส ั่ งศาลช ั้ นตนท ี่ อนุญาตใหมีการแบงแยกกรรมสิทธ ิ์ รวมในที่ดินโดยคําพิพากษายังไมถึงที่สุด นอกจากนั้น คําพิพากษาศาลฎีกาก็มิไดพิพากษาให เจาพนักงานที่ดินดําเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินและดําเนินการตางๆ เก ี่ ยวกับการขอแบงแยก โฉนดที่ดิน ดังนั้น แมการดําเนินการของเจาพนักงานที่ดินจะมีผลกระทบตอผูฟองคดีซึ่งเปนผูมีสิทธิ รับมรดก แตก็ไมเขาหลักเกณฑตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีจึงไมอยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๒๙๗/๒๕๔๕ ในการรังวัดสอบเขตที่ดินของเจาของที่ดินขางเคียงและของผูฟองคดีมีการโตแยง คัดคานการรังวัดสอบเขตที่ดินของกันและกัน อันเปนการโตแยงสิทธิระหวางเอกชนตอเอกชนวา ใครมีสิทธิดีกวากันตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยซึ่งในกรณีที่มีผูคัดคานการรังวัดและ คูกรณีไมสามารถตกลงกันไดประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา บัญญัติใหคูกรณี ไปฟองศาล เม ื่ อศาลมีคําพิพากษาหรือคําส ั่ งถึงที่สุดประการใดใหเจาพนักงานที่ดินดําเนินการ ไปตามนั้น เม ื่อเปนเร ื่องโตแยงสิทธิซึ่งเปนมูลละเมิดเรียกคาเสียหาย จึงอยูในอํานาจศาลยุติธรรม สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๑๖ ตามนัยคําวินิจฉัยช ี้ ขาดอํานาจหนาท ี่ ระหวางศาลท ี่ ๔/๒๕๔๕ มิใชคดีปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๖๑/๒๕๔๕ เม ื่ อผูฟองคดีไดขอยกเลิกคําขอรังวัดสอบเขตที่ดินและผูถูกฟองคดี (เจาพนักงาน ที่ดิน) ไดมีคําส ั่ งยกเลิกคําขอตามความประสงคแลวถือไดวาผูฟองคดีไมประสงคจะสอบเขตที่ดิน ดังกลาวตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินแลว ผูฟองคดีจึงไมมีสิทธิฟองคดีนี้ตอ ศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๕๓/๒๕๔๖ (อางแลวในมาตรา ๖๖) คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๒๐๕/๒๕๔๖ เม ื่ อผูฟองคดีไดยื่นคําขอเพ ื่ อการตรวจสอบเน ื้ อที่ดินตามหนังสือรับรองการทํา ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เม ื่ อวันท ี่ ๘ ตุลาคม ๒๕๔๓ ชางรังวัดไดออกไปดําเนินการรังวัดแลว แต เจาของที่ดินขางเคียงคัดคานการรังวัดจนกระท ั่ งวันท ี่ ๘ มีนาคม ๒๕๔๔ ผูถูกฟองคดีที่ ๒ (เจาพนักงานที่ดิน) จึงไดแจงวามีเหตุขัดของเก ี่ ยวกับการนําช ี้ แนวเขตพิพาท เปนเหตุใหผูฟองคดี ไมพอใจจึงเรียกรองคาเสียหายเน ื่องจากการปฏิบัติหนาที่ลาชา กรณีถือวาเปนคดีพิพาทตาม มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งผูเสียหายจะตองฟองหนวยงานของรัฐดังกลาวโดยตรง แตจะฟองเจาหนาท ี่ไมได ตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาท ี่ พ.ศ. ๒๕๓๙ เม ื่อปรากฏวาผูถูกฟองคดีที่ ๒ ถึงท ี่ ๕ เปนเจาหนาท ี่ อยูในสังกัดกรมที่ดินซ ึ่งเปนนิติบุคคลตาม กฎหมายมหาชน มีบทบาทอํานาจหนาท ี่ในการปฏิบัติการท ั้งหลายใหเปนไปตามประมวล กฎหมายที่ดิน จึงชอบท ี่ศาลปกครองชั้ นตนจะกําหนดใหกรมที่ดินเปนผูถูกฟองคดีเพ ิ่ มข ึ้นให สอดคลองกับบทบัญญัติมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาท ี่ พ.ศ. ๒๕๓๙ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๓๘/๒๕๔๖ การฟองวาเจาพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตและรวมโฉนดที่ดินทับคลอง สาธารณประโยชนทําใหผูฟองคดีและชาวบานซ ึ่ งมีที่ดินติดกับคลองไดรับความเดือดรอนไม สามารถใชคลองเปนทางระบายน ้ําในฤดูฝนไดซึ่งผูฟองคดีไดคัดคานการรังวัดแลวแตเจาพนักงาน ที่ดินไมรับคําคัดคานโดยอางวาไมใชการคัดคานตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๑๗ และเม ื่ ออุทธรณโตแยงก็ไดรับการยืนยันเชนเดิม กรณีเปนการฟองวาหนวยงานทางปกครอง กระทําการไมถูกตองตามกฎหมาย ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เม ื่ อการกระทําดังกลาวทําใหผูฟองคดีไดรับ ความเดือดรอนจากการไมสามารถใชประโยชนจากคลองสาธารณประโยชนไดผูฟองคดีจึงมีสิทธิ ฟองคดีตอศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๙๘/๒๕๔๖ ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๙ กําหนดใหผูที่ประสงคจะแบงแยกที่ดินตองยื่น คําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ และกฎหมายดังกลาวไดบัญญัติขั้นตอนการ ดําเนินการคัดคานไวในมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหนึ่ง และวรรคหา แตเม ื่ อผูฟองคดีไดขอยกเลิกคําขอ รังวัดแบงแยกที่ดิน การดําเนินการตางๆ เพ ื่ อแบงแยกที่ดินตองยุติลงนับแตวันท ี่ ยกเลิกคําขอ คําคัดคานการรังวัดแบงแยกที่ดินและหนังสือของเจาพนักงานที่ดินท ี่ แจงเร ื่ องการคัดคานแนวเขต ที่ดินซ ึ่งเปนข ั้ นตอนหน ึ่งในการดําเนินการมาสูการแบงแยกที่ดินยอมส ิ้นผลไป จึงไมมีมูลเหตุแหง การฟองคดีผูฟองคดีจึงไมเปนผูเดือดรอนหรือเสียหายท ี่ จะมีสิทธิฟองคดีตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่งแหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๖๑/๒๕๔๗ เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ชางรังวัดไดออกไปทําการรังวัดที่ดินใหตามคําขอของ ผูฟองคดีแลว แตการรังวัดมีเหตุขัดของเน ื่ องจากเจาของที่ดินแปลงขางเคียงคัดคานแนวเขตที่ดิน ที่ผูฟองคดีนํารังวัด ผูฟองคดีจึงขอยกเลิกคําขอรังวัดสอบเขตที่ดินดังกลาว ตอมาผูฟองคดียื่น คําขอรังวัดสอบเขตที่ดินเปนคร ั้ งท ี่ สอง แตการรังวัดก็ยังมีเหตุขัดของเชนเดิมอีก การรังวัดจึง หยุดชะงักอยูและเจาพนักงานที่ดินไดเรียกใหผูฟองคดีไปพบเพื่ อดําเนินการตอไปแตผูฟองคดี ไมไปพบ กรณีไมอาจถือไดวาเจาพนักงานที่ดินไมดําเนินการตามคําขอของผูฟองคดีเม ื่ อการรังวัด ไมอาจดําเนินการตอไปไดเพราะผูฟองคดีมีสวนกอใหเกิดการขัดของข ึ้ นดวย จึงถือไดวาผูฟองคดี ไมใชผูไดรับความเดือดรอนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดรอนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเล ี่ยงได ที่จะมีสิทธิฟองเจาพนักงานที่ดินวาไมยอมดําเนินการรังวัดสอบเขต คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๖๘/๒๕๔๗ แมผูอํานวยการเขตจะเปนเจาหนาท ี่ ของรัฐตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติ จัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แตการที่ผูอํานวยการเขตคัดคาน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๑๘ การรังวัดสอบเขตที่ดินของผูฟองคดีไมใชกรณีที่เจาหนาท ี่ ของรัฐกระทําการโดยมิชอบดวยกฎหมาย ที่กระทบตอผูฟองคดีไมวาจะเปนการออกกฎ คําสั่ง หรือการกระทําอ ื่นใด แตเปนการทําหนาท ี่ ดูแลรักษาท ี่ สาธารณสมบัติของแผนดิน อันเปนการโตแยงสิทธิในที่ดินของผูฟองคดีศาลปกครอง ไมมีอํานาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคําส ั่งใหเพิกถอนคําคัดคานแนวเขตที่ดินในกรณีนี้ได คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๗๗/๒๕๔๗ การที่กํานันในฐานะตัวแทนผูรับมอบอํานาจจากนายอําเภอตามมาตรา ๑๒๒ ประกอบกับมาตรา ๔๐ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท ี่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ คัดคานแนวเขตที่ดินที่ผูฟองคดียื่นคําขอรังวัดสอบเขตตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวล กฎหมายที่ดิน ไมใชกรณีที่หนวยงานทางปกครอง หรือเจาหนาท ี่ ของรัฐกระทําการโดยไมชอบดวย กฎหมายไมวาจะเปนการออกกฎ คําสั่ง หรือการกระทําอ ื่นใด เน ื่ องจากกระทําการโดยไมมีอํานาจ หรือนอกเหนืออํานาจหนาที่อันเปนคดีพิพาทท ี่ศาลปกครองจะพิจารณาพิพากษาหรือมีคําส ั่งให เพิกถอนคําคัดคานดังกลาวไดตามนัยมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) ประกอบมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ผูฟองคดีจึงไมมี สิทธิฟองคดีตอศาลปกครองขอใหบังคับกํานันและนายอําเภอถอนการคัดคานการรังวัดสอบเขต ที่ดินไดตามนัยมาตรา ๔๒ วรรคหน ึ่ งแหงพระราชบัญญัติเดียวกัน คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๐๔/๒๕๔๗ ผูฟองคดีซึ่งเปนเจาของที่ดินขางเคียงไดไปรวมระวังช ี้แนวเขตในวันทําการรังวัด สอบเขตโฉนดที่ดินแปลงพิพาท โดยไมไดลงลายมือช ื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัด ตอมา เจาพนักงานที่ดินมีหนังสือแจงใหผูฟองคดีไปทําการตรวจสอบแนวเขตที่ดินและลงช ื่ อรับรอง แนวเขตหรือทําการคัดคานภายในกําหนดสามสิบวันนับแตวันท ี่ไดสงหนังสือ อันเปนการปฏิบัติ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๙ ทวิวรรคสาม ซึ่งเพียงแตการดําเนินการดังกลาวนั้น ยังไม ถือวาเสร็จส ิ้ นการดําเนินการตามท ี่ กฎหมายกําหนด ทั้งเจาพนักงานที่ดินก็ยังมิไดสั่งการหรือใหมี การแกไขรูปแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินของผูขอทําการรังวัด อันจะกอใหเกิดความเสียหายแก ผูฟองคดีผูฟองคดีจึงไมใชผูเดือดรอนหรือเสียหายท ี่ จะมีสิทธิฟองคดีตอศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่งแหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๙๑/๒๕๔๘ (ประชุมใหญ) การที่ผูฟองคดีไดรองคัดคานวาเจาหนาท ี่ ของรัฐไดทําการรังวัดแนวเขตที่ดินเพื่อ ออกหนังสือสําคัญสําหรับท ี่ หลวงรุกล ้ํ าที่ดินของผูฟองคดีที่มีหลักฐานหนังสือรับรองการทํา สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๑๙ ประโยชน(น.ส. ๓ ก.) และท ี่ไมมีหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิซึ่งอยูติดตอกันโดยไมชอบดวย กฎหมายและมีคําขอใหศาลปกครองมีคําส ั่ งหามมิใหมีการออกหนังสือสําคัญสําหรับท ี่หลวงเปน สําคัญ จึงเปนกรณีกลาวหาผูถูกฟองคดี (ผูวาราชการจังหวัด , นายอําเภอ , เจาพนักงานที่ดิน , หัวหนาชางรังวัด , ชางรังวัดและกํานัน) วาปฏิบัติหนาที่รังวัดแนวเขตที่ดินเพ ื่ อออกหนังสือสําคัญ สําหรับท ี่หลวงโดยไมถูกตองตามรูปแบบ ขั้นตอน หรือวิธีการอันเปนสาระสําคัญตามท ี่ กฎหมาย กําหนด ซึ่งเปนคดีพิพาทท ี่ เก ี่ ยวกับการท ี่ เจาหนาท ี่ ของรัฐกระทําการโดยไมชอบดวยกฎหมายตาม มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งอยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๒๗๖ ของรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๗๔๙/๒๕๔๙ ในการพิจารณาวา คดีที่ฟองน ั้นเปนคดีประเภทใด อยูในเขตอํานาจของศาลใด ตองพิจารณาจากขอกลาวหาท ี่บรรยายในคําฟองและคําขอเปนหลักการฟองขอใหศาลเพิกถอนคําสั่ง ทางปกครองเปนคดีปกครองที่ อยูในอํานาจของศาลปกครองตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ศาลยุติธรรมไมมีอํานาจตามกฎหมายท ี่ จะเพิกถอนคําสั่งทางปกครองได คดีนี้เปนกรณีพิพาทเก ี่ ยวกับการท ี่ เจาหนาที่รังวัดของสํานักงานที่ดินทําการรังวัด แบงแยกที่ดินของผูฟองคดีทําใหที่ดินของผูฟองคดีขาดหายไป เปนเหตุใหการจดทะเบียนแบงแยก ที่ดินไมชอบดวยกฎหมาย ซึ่งการจดทะเบียนดังกลาวเปนคําส ั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหง พระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เม ื่ อเหตุแหงการฟองคด ี ตามที่ผูฟองคดีกลาวอางเกิดจากการท ี่ เจาหนาท ี่ ของสํานักงานที่ดินรังวัดแบงแยกที่ดินแปลงขางเคียง คลาดเคล ื่ อน ทําใหเน ื้ อที่ดินของผูฟองคดีขาดหายไป ผูฟองคดีจึงฟองขอใหเพิกถอนการรังวัดและ การจดทะเบียนแบงแยกที่ดิน โดยผูฟองคดีไมไดมีปญหาเก ี่ ยวกับการบุกรุกที่ดินหรือพิพาทเร ื่ อง กรรมสิทธิ์ที่ดินกับเจาของที่ดินขางเคียงแตอยางใด คดีจึงอยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แมคดีมีประเด็นจะตองวินิจฉัยวาที่ดินพิพาทเปนที่ดินของผูฟองคดีหรือ ของเจาของที่ดินแปลงขางเคียงท ี่ ขอรังวัด ซึ่งเปนประเด็นเก ี่ ยวกับสิทธิก็ตาม ก็เปนประเด็น เก ี่ ยวพันท ี่ ศาลมีอํานาจวินิจฉัยกอนไดเพ ื่ อท ี่ จะสามารถวินิจฉัยประเด็นความชอบดวยกฎหมาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๒๐ ของคําส ั่งทางปกครองขางตน อันเปนประเด็นหลักแหงคดี ทั้งน ี้ ตามขอ ๔๑ วรรคสอง แหง ระเบียบของท ี่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๕๒๔๔/๒๕๔๕ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา เปนบทบัญญัติใหอํานาจ เจาพนักงานที่ดินสอบสวนไกลเกล ี่ ยเพ ื่อใหการรังวัดสอบเขต และการออกโฉนดที่ดินตามผลการ รังวัดใหมซึ่งเปลี่ยนไปสามารถดําเนินการตอไปไดเพ ื่อประโยชนแกคูกรณีที่จะไดทราบแนวเขตท ี่ แทจริงตามท ี่ ตกลงกัน และถาไกลเกล ี่ ยแลวไมสามารถตกลงกันไดก็แจงใหคูกรณีไปฟองภายใน ๙๐ วัน ถาไมมีการนําคดีไปฟองภายในกําหนดดังกลาว เพียงถือวาผูขอสอบเขตโฉนดที่ดิน ไมประสงคจะใหดําเนินการตามคําขออีกตอไป และทําใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจท ี่จะไมรังวัด สอบเขตที่ดินตอไปไดโดยไมมีความผิดเทานั้น หาใชเปนบทกําหนดวิธีการและข ั้ นตอนท ี่ใหผูยื่น คําขอรังวัดตองปฏิบัติกอนจึงจะฟองคดีไดไมและไมมีผลทําใหการถูกโตแยงสิทธิของโจทกตาม ความจริงไมเกิดข ึ้ นหรือหมดไป สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๒๑ มาตรา ๗๐ เพ ื่อประโยชนแกการรังวัด ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจ (๑) เรียกผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงมาระวังแนวเขต และลงชื่ อรับทราบแนว เขตที่ดินของตน (๒) เรียกใหบุคคลท ี่ เก ี่ ยวของมาใหถอยคํา หรือส ั่งใหสงเอกสาร หรือ หลักฐานอ ื่นใดที่ เก ี่ ยวของในการสอบสวน (มีการเพ ิ่ มมาตรา ๗๐ ทวิโดยขอ ๙ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ดังตอไปนี้) มาตรา ๗๐ ทวิใหนํามาตรา ๖๖ และมาตรา ๗๐ มาใชบังคับแกการพิสูจน สอบสวนที่ดินเพ ื่ อออกหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยอนุโลม (ความในมาตรา ๗๐ ทวิซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๗๐ ทวิใหนําความในมาตรา ๖๖ และมาตรา ๗๐ มาใชบังคับแก การพิสูจนสอบสวนที่ดินเพ ื่ อออกหนังสือรับรองการทําประโยชนและการตรวจสอบเน ื้ อท ี่ ตามหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยอนุโลม คําวินิจฉัยที่นาสนใจ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๖๓๓/๒๕๒๓ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๕๐ (๒) มาตรา ๕๓ เทศบาล มีหนาที่จัดใหมีและบํารุงรักษาทางบก ทางน้ํา หาไดบัญญัติใหเทศบาลหรือจําเลยซ ึ่งเปน นายกเทศมนตรีมีหนาที่ตองระวังแนวเขตและลงช ื่ อรับทราบแนวเขตตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๗๐ ไมฉะน ั้ นแมจําเลยจะไมยอมลงช ื่ อรับรองแนวเขตทางสาธารณะ การกระทําของ จําเลยก็ไมเปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๒๒ หมวด ๖ การจดทะเบยนสี ิทธิและนิติกรรม มาตรา ๗๑ ใหผูดํารงตําแหนงตอไปนี้เปนพนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (๑) เจาพนักงานที่ดินหรือผูทําการแทนสําหรับที่ดินในเขตที่มีสํานักงานที่ดิน จังหวัด หรือสํานักงานที่ดินสาขา และเฉพาะที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน หรือที่มีใบไตสวนหรือ อสังหาริมทรัพยอยางอ ื่นในที่ดินดังกลาวน ั้ นรวมกับที่ดิน (๒) นายอําเภอหรือผูทําการแทน ปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก ิ่ งอําเภอหรือ ผูทําการแทนสําหรับที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยอยางอ ื่นในทองที่อําเภอหรือก ิ่ งอําเภอนั้น สําหรับ กรณีอื่นนอกจากระบุไวใน (๑) (ความในมาตรา ๗๑ เดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๓ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๗๑ ใหเจาพนักงานที่ดิน เปนพนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยสําหรับ อสังหาริมทรัพยที่อยูในเขตทองที่สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขานั้น หมายเหตุ ตามมาตรา ๑๙ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมาย ที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ บัญญัติวา การปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเปนอํานาจ หนาท ี่ ของหัวหนาเขต นายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก ิ่ งอําเภออยูกอนวันท ี่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหผูดํารงตําแหนงดังกลาวปฏิบัติตอไปพลางกอนจนกวารัฐมนตรีจะได ประกาศยกเลิกในราชกิจจานุเบกษาเปนทองท ี่ไป ประเด็นปญหา ที่ดินที่มีการทําประโยชนและไดขอออกโฉนดที่ดินไวแตไมไดไปรับ โฉนดที่ดินจากเจาพนักงานที่ดินเกิน ๑๐ ปเจาพนักงานที่ดินจึงส ั่ งทําลายโฉนดที่ดินดังกลาว หาก สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๒๓ เจาของที่ดินจะขอจดทะเบียนโอนที่ดินตอไปจะตองใหนายอําเภอรับรองการทําประโยชนอีก หรือไมและนายอําเภอมีอํานาจในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินดังกลาวหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๐๙๙/๒๕๐๒ ที่ดินพิพาทเปนที่ดินที่มีการทําประโยชนแลว และเจาพนักงานที่ดินไดดําเนินการ ออกโฉนดที่ดิน โดยไดทําการรังวัดและสอบสวนสิทธิในที่ดินตามใบไตสวนและสรางโฉนดที่ดินไว พรอมท ี่จะมอบใหเจาของที่ดินซ ึ่งไดยื่นคําขอออกโฉนดที่ดินไวแตเจาของที่ดินไมไปรับใบไตสวน และโฉนดที่ดินเกิน ๑๐ ปเจาพนักงานที่ดินจึงส ั่ งทําลาย ที่ดินพิพาทจึงเปนที่ดินท ี่ อยูใน ความหมายของพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๖ กลาวคือเปน ที่ดินท ี่ อยูในประเภทที่ เจาของมีสิทธิขอรับโฉนดที่ดินตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดิน หากจะโอนตอไปไมตองใหนายอําเภอรับรองวาไดทําประโยชนแลว และการจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมที่ดินดังกลาวท ี่ กระทําโดยนายอําเภอผูทําการแทนนายอําเภอ ยอมเปนการกระทําท ี่ ชอบ ดวยประมวลกฎหมายที่ดินตามมาตรา ๗๑ (๒) คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๖๙๑/๒๕๔๖ เจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ซึ่งเปนพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน มีอํานาจสอบสวนและเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาพิจารณา สรุป รายงานช ี้ แจงเหตุที่คลาดเคล ื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมายไปยังผูมีอํานาจส ั่ งเพิกถอนหรือแกไขตาม มาตรา ๖๑ ได สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๒๔ มาตรา ๗๒ ผูใดประสงคจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพย ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยใหคูกรณีนําหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาจดทะเบียนตอ พนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ แลวแตกรณี (มีการเพ ิ่ มวรรคสองของมาตรา ๗๒ โดยขอ ๑๐ แหงประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ดังตอไปนี้) การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามความในวรรคหนึ่ง สําหรับที่ดินที่มีโฉนด ที่ดิน ใบไตสวน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนคูกรณีอาจย ื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ ณ กรมที่ดิน เพ ื่อใหพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ ดําเนินการจดทะเบียนใหก็ไดเวนแตการจด ทะเบียนที่ตองมีการประกาศหรือตองมีการรังวัด (ความในมาตรา ๗๒ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๗๒ ผูใดประสงคจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับ อสังหาริมทรัพยตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยใหคูกรณีนําหนังสือแสดงสิทธิใน ที่ดินมาขอจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่ตามมาตรา ๗๑ การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง สําหรับที่ดินที่มีโฉนด ที่ดิน ใบไตสวนหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนคูกรณีอาจย ื่ นคําขอตอพนักงาน เจาหนาท ี่ ณ กรมที่ดิน หรือสํานักงานที่ดินแหงใดแหงหนึ่ง เพ ื่อใหพนักงานเจาหนาท ี่ ตาม มาตรา ๗๑ ดําเนินการจดทะเบียนใหเวนแตการจดทะเบียนที่ตองมีการประกาศหรือตอง มีการรังวัด ประเด็นปญหา กรณีที่มีผูมาขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามคําพิพากษา ถึงที่สุด ซึ่งศาลใหถือเอาคําพิพากษาดังกลาวเปนการแสดงเจตนาของคูกรณีอีกฝายหน ึ่ งท ี่ไมยอม มาจดทะเบียนดวย พนักงานเจาหนาท ี่ จะจดทะเบียนตามคําพิพากษาดังกลาวใหไดหรือไม มีคํา วินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๒๕ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๗๐๘/๒๕๒๐ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๒ ที่บัญญัติใหคูกรณีนําหนังสือแสดงสิทธิ ในที่ดินมาจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่นั้น หมายถึง คูกรณีที่มีความประสงคจะขอทําการ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไดยื่นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่โดยปกติจึงตองนําหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินฉบับผูถือมาจดทะเบียน มิใชกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาช ี้ขาดใหถือเอา คําพิพากษาเปนการแสดงเจตนาของคูกรณีที่ไมยอมมาจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาท ี่ ดังนั้น กรณีการขอจดทะเบียนตามท ี่ ศาลมีคําพิพากษาเชนนั้น หากผูขอมาจดทะเบียนมีหลักฐาน มาแสดงวาศาลไดพิพากษาใหจดทะเบียนไดโดยใหถือเอาคําพิพากษาของศาลเปนการแสดง เจตนาของคูกรณีที่ไมยอมมาจดทะเบียน แมคูกรณีอีกฝายหน ึ่งไมมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับ ผูถือไปแสดง เพราะผูมีชื่อในหนังสือดังกลาวไมยอมมาจดทะเบียนใหพนักงานเจาหนาที่ก็ชอบท ี่ จะจดทะเบียนใหตามคําพิพากษาที่ถึงที่สุดได ประเด็นปญหา ที่ดินที่มีหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) และที่ดินท ี่ ยังไมไดรับคํารับรองวา “ไดทําประโยชนแลว” สามารถนํามาขอจดทะเบียนโอนตอไปไดหรือไม มี คําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๒๗๐/๒๕๐๙ ศาลจะบังคับใหพนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนโอนที่ดินที่ยังมิไดรับคํารับรองจาก นายอําเภอวาไดทําประโยชนแลวไมไดผูประสงคจะขอจดทะเบียนโอนที่ดินชอบท ี่ จะดําเนินการ ตามกฎหมายเพ ื่อใหไดมาซ ึ่ งคํารับรองจากนายอําเภอวาที่ดินรายพิพาทไดทําประโยชนแลว เสียกอน จึงจะมีสิทธิขอใหนายอําเภอจดทะเบียนโอนที่ดินใหตอไป หากยังมิไดดําเนินการดังกลาว ยอมมาฟองขอใหบังคับนายอําเภอจดทะเบียนโอนสิทธิที่ดินรายพิพาทใหโดยฝาฝนบทกฎหมาย ดังกลาวไมได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๗๓๙/๒๕๑๑ ที่ดินที่มีหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) แสดงวาเปนที่ดินที่มีการ ครอบครองและทําประโยชนอยูแลว ตามพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕ ที่ดินเชนน ี้ เพียงแตมีคํารับรองจากนายอําเภอก็สามารถโอนกันไดตามมาตรา ๙ โดยมี หนังสือสําคัญแสดงสิทธิในที่ดินมาจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๒ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๒๖ ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินไมดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ใหแกผูยื่นคําขอท ี่ไมไดนําหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาขอจดทะเบียนเปนการกระทําท ี่ ชอบดวย กฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๖๗๖/๒๕๒๙ หากเจาพนักงานที่ดินไมยอมจดทะเบียนโอนที่ดินใหแกโจทกผูชนะคดีตาม คําพิพากษาเพราะที่ดินติดจํานองธนาคาร และธนาคารไมยอมสงโฉนดที่ดินใหโจทกจะรองขอให ศาลในคดีเดิมมีคําส ั่งใหเจาพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนใหโดยไมตองมีโฉนดที่ดินคูฉบับมาแสดง ไมไดหากโจทกเห็นวาการท ี่ เจาพนักงานที่ดินไมกระทําการตามท ี่โจทกประสงคนั้นไมชอบดวย กฎหมายและเปนการโตแยงสิทธิของโจทกก็ชอบท ี่โจทกจะดําเนินการวากลาวกับเจาพนักงาน ที่ดินตามกฎหมายตอไป การที่คูกรณีทําสัญญาประนีประนอมยอมความโอนโฉนดที่ดินพิพาทใหแกกัน และศาลมีคําพิพากษาตามยอมแลว สัญญาประนีประนอมยอมความและคําพิพากษาตามยอม ดังกลาวยอมไมผูกพันเจาพนักงานที่ดินซ ึ่งเปนบุคคลภายนอก คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๘๗๕/๒๕๓๕ เม ื่อโจทกไมไดมีชื่อเปนผูมีสิทธิในที่ดินตามหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) แมโจทกจะมีสิทธิครอบครองในที่ดินดังกลาว โจทกก็ไมมีสิทธิที่จะย ื่ นคําขอใหพนักงานเจาหนาท ี่ เปลี่ ยนหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ใหเปน น.ส. ๓ ก. ในชื่อของโจทกไดเพราะไมมี กฎหมายใดใหสิทธิในการยื่ นคําขอเชนนั้น การท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ไมรับดําเนินการใหจึงไมเปน การโตแยงสิทธิของโจทกแตอยางใด คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๑๒๓/๒๕๓๖ กรณีที่พนักงานเจาหนาที่มีหนาที่ตองจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับ อสังหาริมทรัพยตามมาตรา ๗๑ ประกอบดวยมาตรา ๗๒ แหงประมวลกฎหมายที่ดินนั้น หมายถึง กรณีที่ผูประสงคจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมน ั้ นๆ จะตองมีสิทธิในอสังหาริมทรัพยนั้นโดยชอบ และตองนําหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาขอจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาท ี่ ในกรณีที่หนังสือ แสดงสิทธิเปนของผูอื่นและยังมีขอแยงกันอยู พนักงานเจาหนาที่ยอมไมอาจจดทะเบียนใหได ดังนั้น การท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ แจงใหผูขอจดทะเบียนทราบวา ไมสามารถท ี่ จะจดทะเบียนใหได ขอใหใชสิทธิทางศาล จึงเปนการปฏิบัติหนาท ี่โดยชอบ ไมเปนละเมิดและไมไดโตแยงสิทธิของผูขอ จดทะเบียนนั้น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๒๗ มาตรา ๗๓ เม ื่อปรากฏตอพนักงานเจาหนาที่วานิติกรรมที่คูกรณีนํามาขอ จดทะเบียนน ั้นเปนโมฆะกรรม พนักงานเจาหนาท ี่ไมตองจดทะเบียนให หากนิติกรรมที่คูกรณีนํามาขอจดทะเบียนน ั้นปรากฏวาเปนโมฆียะกรรม ให พนักงานเจาหนาที่รับจดทะเบียนในเมื่ อคูกรณีฝายที่อาจเสียหายยืนยันใหจด ประเด็นปญหา กรณีที่สามีและภริยาไดทําสัญญากอนสมรสหรือสัญญาระหวาง สมรสใหฝายใดฝายหน ึ่งเปนผูมีอํานาจจัดการสินสมรสแตเพียงฝายเดียว หากคูสมรสฝายท ี่ไมมี อํานาจจัดการสินสมรสมาขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโดยคูสมรสอีกฝายหน ึ่งไมไดใหความ ยินยอม พนักงานเจาหนาท ี่จะปฏิเสธไมจดทะเบียนใหไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ กฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๒๘๐/๒๕๒๐ มาตรา ๗๓ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ใหอํานาจเจาพนักงานที่ดินปฏิเสธการรับ จดทะเบียนนิติกรรมเพียงเฉพาะกรณีนิติกรรมเปนโมฆะเทานั้น จึงยอมตองยึดถือปฏิบัติไปเทาที่มี อํานาจอยูในกฎหมายเทานั้น สวนการใดจะเปนโมฆะหรือโมฆียะหรือไม ตองเปนไปตาม บทบัญญัติในกฎหมายและตามขอเท็จจริงท ี่ เกิดข ึ้นเฉพาะรายไป ดังนั้น เม ื่ อบทบัญญัติใน ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยบรรพ ๕ มิไดระบุใหนิติกรรมที่ทําข ึ้นโดยคูสมรสฝายท ี่ไมมี อํานาจจัดการเปนโมฆะเพราะเหตุที่อํานาจจัดการไดถูกจํากัดโดยสัญญากอนสมรสหรือสัญญา ระหวางสมรส ประกอบกับมาตรา ๑๔๖๘ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไดบัญญัติวา ขอความในสัญญากอนสมรสไมมีผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกผูทําการโดย สุจริต ซึ่งแสดงใหเห็นถึงความมุงหมายของประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยวาประสงคจะใหผล ของสัญญามีผลผูกพันเฉพาะระหวางสามีภริยาเทานั้น และไมมีผลศักดิ์สิทธ ิ์ จนตองถือวา บุคคลภายนอกทุกคนจะตองลวงรู ฉะนั้น เม ื่ อบุคคลภายนอกไดทํานิติกรรมกับคูสมรสฝายท ี่ไมมี อํานาจจัดการโดยสุจริตที่มิไดลวงรูถึงสัญญากอนสมรสนั้น จึงตองถือวาสามีและภริยามีอํานาจ จัดการสินสมรสรวมกันตามหลักท ั่วไป และยอมถือวานิติกรรมที่ทําไปมีผลสมบูรณไมเปนโมฆะ แตอยางใด พนักงานเจาหนาท ี่ กรมที่ดินยอมไมมีอํานาจปฏิเสธการรับจดทะเบียนตามมาตรา ๗๓ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๒๘ ประเด็นปญหา กรณีที่ผูขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมฝายใดฝายหน ึ่ งหรือทั้ง สองฝายมีคูสมรส แตไมมีหนังสือยินยอมของคูสมรสท ี่ใหทํานิติกรรมไดมาแสดง หากคูกรณีแหง นิติกรรมดังกลาวอีกฝายหน ึ่ งยืนยันใหจดทะเบียน พนักงานเจาหนาท ี่จะปฏิเสธไมรับจดทะเบียน ใหไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๑๘๕/๒๕๒๐ มาตรา ๑๔๘๐ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยบัญญัติวา “การจัดการ สินสมรสซ ึ่ งตองจัดการรวมกันหรือตองไดรับความยินยอมจากอีกฝายหน ึ่ งตามมาตรา ๑๔๗๖ ถา คูสมรสฝายหนึ่งไดทํานิติกรรมไปแตเพียงฝายเดียว หรือโดยปราศจากความยินยอมของคูสมรสอีก ฝายหนึ่ง คูสมรสอีกฝายหน ึ่งอาจฟองใหศาลเพิกถอนนิติกรรมน ั้นไดเวนแตคูสมรสอีกฝายหน ึ่งได ใหสัตยาบันแลว หรือในขณะที่ทํานิติกรรมน ั้ นบุคคลภายนอกไดกระทําโดยสุจริตและเสีย คาตอบแทน การฟองขอใหศาลเพิกถอนนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง หามมิใหฟองเม ื่ อพนหน ึ่งป นับแตวันท ี่ไดรูเหตุอันเปนมูลใหเพิกถอนหรือเม ื่ อพนสิบปนับแตวันท ี่ไดทํานิติกรรมนั้น” นิติกรรมที่ทําข ึ้ นตามมาตรา ๑๔๘๐ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพงและ พาณิชยเปนนิติกรรมประเภทหนึ่ งที่มีความไมสมบูรณแฝงอยูจนกวาคูสมรสอีกฝายหน ึ่งจะไดให สัตยาบัน แตบทบัญญัติดังกลาวมีผลบังคับกันเองเฉพาะระหวางคูสมรสโดยกฎหมายไมได ประสงคใหมีผลไปบังคับถึงบุคคลภายนอกท ี่ กระทําการโดยสุจริตดวย สวนบทบัญญัติใน มาตรา ๗๓ แหงประมวลกฎหมายที่ดินไดบัญญัติใหอํานาจพนักงานเจาหนาท ี่ปฏิเสธการ จดทะเบียนไวเฉพาะแตกรณีนิติกรรมเปนโมฆะเทานั้น ดังนั้น นิติกรรมท ี่ กระทําข ึ้ นตาม มาตรา ๑๔๘๐ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไมอยูในขายบังคับตามมาตรา ๗๓ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน พนักงานเจาหนาที่ยอมไมมีสิทธิปฏิเสธการจดทะเบียนนิติกรรมที่คูสัญญา ฝายใดฝายหน ึ่ งหรือท ั้งสองฝายมีคูสมรสแตไมมีความยินยอมเปนหนังสือของคูสมรสมาแสดง หากคูกรณีอีกฝายหน ึ่ งยินยอมและยืนยันใหจดทะเบียน ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินปฏิเสธการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ใหแกผูขอโดยใหเหตุผลวาที่ดินตกเปนสาธารณสมบัติของแผนดินแลว เปนการกระทําท ี่ ชอบดวย กฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๒๙ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๓๙๘/๒๕๑๐ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินไมยอมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใหแกโจทกเพราะ เห็นวาไมอาจทําไดตามกฎหมาย เน ื่ องจากที่ดินพิพาทไดตกเปนสาธารณสมบัติของแผนดินแลว ตามพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพยพ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งจะโอนแกกันมิไดเวนแต อาศัยอํานาจแหงบทกฎหมายเฉพาะตามมาตรา ๑๓๐๕ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ไมถือวาเจาพนักงานที่ดินน ั้นจงใจหรือประมาทเลินเลอตอโจทกโดยผิดกฎหมายทําใหโจทก เสียหาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๓๐ มาตรา ๗๔ ในการดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของพนักงาน เจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจสอบสวนคูกรณีและเรียกบุคคลท ี่ เก ี่ ยวของมาใหถอยคํา หรือสงเอกสารหลักฐานท ี่ เก ี่ ยวของไดตามความจําเปน แลวให พนักงานเจาหนาท ี่ ดําเนินการไปตามควรแกกรณี ถามีกรณีเปนท ี่ควรเชื่อไดวา การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้น จะ เปนการหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย หรือเปนท ี่ควรเชื่อไดวาบุคคลใดจะซื้ อที่ดินเพ ื่อประโยชนแก คนตางดาว ใหขอคําส ั่ งตอรัฐมนตรีคําส ั่ งรัฐมนตรีเปนที่สุด ประเด็นปญหา พนักงานเจาหนาที่มีอํานาจพิจารณาและดําเนินการจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรมไดเพียงใด และพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจจดทะเบียนโอนทรัพยมรดกซึ่ง เจามรดกไดแสดงเจตนายกใหแกบุคคลตามท ี่ ระบุไวในพินัยกรรม ใหแกบุคคลนอกพินัยกรรม หรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย ) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๑๔๓/๒๕๑๕ ตามท ี่ มาตรา ๗๔ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติวา ในการ ดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ ใหพนักงาน เจาหนาที่มีอํานาจสอบสวนคูกรณีและเรียกบุคคลท ี่ เก ี่ ยวของมาใหถอยคํา หรือสงเอกสารหลกฐานั ที่เก ี่ ยวของไดตามความจําเปน แลวใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการตามควรแกกรณีแสดงวา พนักงานเจาหนาท ี่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมีอํานาจใชดุลพินิจวาจะควรรับจดทะเบียน ใหไดเพียงใด และในกรณีที่ไมรับจดทะเบียนก็อาจดําเนินการตามท ี่ เห็นสมควรไดแตการใช ดุลพินิจดังกลาวจะตองเปนไปโดยถูกตองตามกฎหมายดวย หากการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ขัดตอกฎหมาย พนักงานเจาหนาที่ยอมไมอาจรับจดทะเบียนไดเชน กรณีที่ผูจัดการมรดกตาม พินัยกรรมและตามคําส ั่ งศาลขอจดทะเบียนโอนทรัพยสินในกองมรดกใหแกบุคคลซ ึ่ งพินัยกรรม มิไดระบุใหเปนผูรับพินัยกรรม อันเปนการจัดการมรดกที่ขัดตอมาตรา ๑๗๑๙ แหงประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยพนักงานเจาหนาที่ยอมมิอาจจดทะเบียนใหได ประเด็นปญหา พนักงานเจาหนาท ี่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตาม ประมวลกฎหมายที่ดินมีอํานาจตรวจสอบการซ ื้ อขายที่ดินวามีการหลีกเล ี่ ยงกฎหมายวาดวยการ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๓๑ เชาที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรมหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๘๓/๒๕๑๘ พนักงานเจาหนาท ี่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพย ตามประมวลกฎหมายที่ดินมีอํานาจตามมาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดินท ี่ จะตรวจสอบ การซ ื้ อขายท ี่ นาวา เจาของนาท ี่ มาขอจดทะเบียนขายไดทําการหลีกเล ี่ ยงกฎหมายหรือไมเพื่อ ปฏิบัติการใหเปนไปตามเจตนารมณของพระราชบัญญัติควบคุมการเชานา พ.ศ. ๒๕๑๗ (เดิม) รวมท ั้งประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยและประมวลกฎหมายที่ดิน ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๗๓๗/๒๕๓๔ ในการดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามมาตรา ๗๑ และมาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ไดบัญญัติใหเจาพนักงานที่ดินเปนพนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม และมีอํานาจสอบสวนคูกรณีเพ ื่ อตรวจสอบวา คูกรณีมีสิทธิและหนาท ี่ จะตองปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาอยางไร และคูกรณีไดปฏิบัติตามสิทธิและหนาที่ดังกลาวแลวหรือไม นอกจากน ี้ มาตรา ๗๗ แหงประมวลกฎหมายที่ดินยังบัญญัติใหการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตองปฏิบัติตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ซึ่งขอ ๑ และขอ ๒ ของ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กําหนดใหการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเปนไปตามแบบ ท.ด. ๑ และ พนักงานเจาหนาที่ตองทําการสอบสวนเก ี่ ยวกับสิทธิและความสามารถของบุคคล ความสมบูรณ ของนิติกรรม ขอกําหนดสิทธิในที่ดินและการคาที่ดิน หรือการหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย ฯลฯ กอน ดําเนินการจดทะเบียน จึงเห็นไดวาการสอบสวนขอเท็จจริงเก ี่ ยวกับที่ดินท ี่ ขอจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมเปนหนาที่ที่พนักงานเจาหนาที่ตองปฏิบัติตามกฎหมาย และขอเท็จจริงท ี่สอบสวนไดเปน สาระสําคัญในการพิจารณาวาสมควรดําเนินการจดทะเบียนตามคําขอหรือไมเมื่อพระราชบัญญัติ การเชาที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ไดกําหนดสิทธิหนาท ี่ ของผูใหเชานาและผูเชานาเพื่อ ปองกันความเสียหายท ี่ อาจเกิดกับผูเชานาหรือผูรับโอนที่นาไวตามมาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๔ วา ผูใหเชานาจะขายนาไดตอเม ื่อไดแจงใหผูเชานาทราบ โดยดําเนินการตามท ี่ กฎหมายกําหนด ขอเท็จจริงเก ี่ ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายดังกลาวจึงเปนขอเท็จจริงท ี่ เจาพนักงานที่ดินซ ึ่งเปน พนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมขายนามีอํานาจสอบสวนคูกรณีตามมาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เพ ื่ อท ี่ จะทราบวาไดมีการปฏิบัติตามหนาท ี่ และสิทธิที่กําหนดไวใน พระราชบัญญัติการเชาที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ แลวหรือไม โดยการสอบสวนวามีการ เชานาหรือไม สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๓๒ ประเด็นปญหา ตามคําส ั่ งกรมที่ดินท ี่ ๑๐/๒๕๐๑ ลงวันท ี่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๐๑ เร ื่ อง หนังสือมอบอํานาจ ขอ ๗ ที่วางระเบียบปฏิบัติไวในกรณีที่ผูมอบอํานาจมีอายุตั้งแต๖๐ ป ขึ้นไป ซึ่งอยูในเกณฑผูสูงอายุพนักงานเจาหนาท ี่ควรจะไดระมัดระวังไวเปนพิเศษวา ผูมอบ อํานาจดังกลาวยังคงมีชีวิตอยูและมีสติสัมปชัญญะสมบรูณหรือไม ในบางกรณีที่มีเหตุอันสมควร ควรใหผูปกครองทองที่รับรองเสียกอน นั้น เปนคําส ั่ งท ี่ ชอบดวยกฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของ คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๒๕/๒๕๒๓ ตามบทบัญญัติมาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน จํากัดอํานาจของ พนักงานเจาหนาท ี่ในการดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยไวเพียง การสอบสวนคูกรณีและเรียกบุคคลที่เก ี่ ยวของมาใหถอยคําหรือสงเอกสารหลักฐานท ี่ เก ี่ ยวของได ตามความจําเปนเทานั้น กรมที่ดินจึงไมมีอํานาจออกคําส ั่ งนอกเหนือจากท ี่ มาตรา ๗๔ แหง ประมวลกฎหมายที่ดินใหอํานาจไวตามคําส ั่ งกรมที่ดินท ี่ ๑๐/๒๕๐๑ ลงวันท ี่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๐๑ เร ื่ อง หนังสือมอบอํานาจขอ ๗ ที่วางระเบียบปฏิบัติไววา ในกรณีผูมอบอํานาจมอายี ุตั้งแต ๖๐ ปขึ้นไป ซึ่งอยูในเกณฑผูสูงอายุควรจะไดระมัดระวังเปนพิเศษวา จะยังคงมีชีวิตอยูหรือไม และมีสติสัมปชัญญะสมบูรณหรือไม ในบางกรณีที่มีเหตุอันสมควร ควรใหผูปกครองทองท ี่ ผูเช ื่ อถือไดรับรองเสียกอนพรอมดวยบันทึกคํารับรองของคูกรณีอีกฝายหน ึ่งไวดวยนั้น เปนการ ตีความขยายอํานาจออกไปใหบุคคลอ ื่ นกระทําการแทนเจาหนาท ี่โดยไมมีกฎหมายท ี่ จะอางอิงได จึงเปนการใชอํานาจเกินกฎหมาย ซึ่งการพิจารณาบทบัญญัติของกฎหมายที่กอใหเกิดหนาท ี่ ของ บุคคลนั้น จําตองตีความโดยเครงครัด จะขยายความเอาเองหรือถือเอาเองยอมทําไมไดแมแต กฎกระทรวงซ ึ่งเปนกฎหมายก็จะออกเกินอํานาจท ี่กฎหมายใหไวมิไดถาทําไปกฎกระทรวงนั้ นก็ไม มีผลบังคับ คําส ั่ งกรมที่ดินท ี่ ๑๐/๒๕๐๑ เปนคําส ั่ งท ี่ เกินอํานาจตามท ี่กฎหมายใหไวจึงเปน คําส ั่ งที่มิชอบ ซึ่งที่ถูกตองควรจะแกคําส ั่ งดังกลาวเปนวาใหพนักงานเจาหนาที่ทําการสอบสวน คูกรณีหรือเรียกบุคคลท ี่ เก ี่ ยวของมาใหถอยคําหรือสงเอกสารหลักฐานท ี่ เก ี่ ยวของตามความ จําเปน ดังท ี่ มาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดินไดใหอํานาจไว หมายเหตุ ตอมาไดมีการแกไขขอความในคําส ั่ งดังกลาวแลว สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๓๓ ประเด็นปญหา พนักงานเจาหนาท ี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินจะรับจดทะเบียน ซื้อขายที่ดินที่มีผูไดมาโดยการครอบครองปรปกษตามคําส ั่ งศาล ใหแกคูกรณีตามสัญญา ประนีประนอมยอมความและคําพิพากษาตามยอมไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ กฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๒๙๔/๒๕๓๔ ในกรณีที่มีผูยื่นขอจดทะเบียนขายที่ดินเฉพาะสวนของตนใหแกผูอื่นตาม คําพิพากษาตามยอมนั้น ผูยื่นคําขอไดแนบคําพิพากษาของศาลที่สั่งใหกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินตาม โฉนดที่ดินบางสวนตกเปนของผูครอบครองปรปกษมาแสดงพรอมกับการย ื่ นขอจดทะเบียนตอ พนักงานเจาหนาท ี่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีเชนนี้จึงมีเหตุที่พนักงานเจาหนาท ี่ จะตอง สอบสวนการมีกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินดังกลาวใหแนชัดเสียกอน ตามมาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมาย ที่ดิน การท ี่ พนักงานเจาหนาที่ยังไมยินยอมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธ ิ์ในขณะที่มีการย ื่ นคําขอ จึงเปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมายแลว ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๓๘๔/๒๕๓๔ เม ื่อศาลไดมีคําพิพากษาใหกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินบางสวนตกเปนของผูครอบครอง ปรปกษตามมาตรา ๑๓๘๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยและคดีถึงที่สุดแลว ผูครอบครองปรปกษจึงเปนผูมีสิทธิขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสําหรับที่ดินสวนท ี่ ครอบครอง ปรปกษไดตามมาตรา ๗๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และผลของการครอบครองปรปกษทําให เจาของเดิมมีกรรมสิทธ ิ์ตามโฉนดที่ดินเพียงเทาท ี่ เหลือจากการครอบครองปรปกษหากเจาของ ที่ดินเดิมจะโอนกรรมสิทธ ิ์ใหกับบุคคลอื่น ผูรับโอนก็ยอมไดสิทธิเพียงเทาที่ผูโอนนั้ นจะพึงมีได เทานั้น เม ื่ อขณะท ี่ เจาของเดิมย ื่ นคําขอจดทะเบียนขายที่ดินใหแกผูซื้อตามคําพิพากษา ตามยอม ไดมีการแนบคําพิพากษาที่สั่งใหกรรมสิทธิ์ที่ดินบางสวนตกเปนของผูครอบครองปรปกษ มาแสดงตอพนักงานเจาหนาท ี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินดวยกรณีจึงมีเหตุที่พนักงานเจาหนาท ี่ จะตองสอบสวนการมีกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินดังกลาวใหแนชัดเสียกอนตามมาตรา ๗๔ แหงประมวล กฎหมายที่ดิน การท ี่ พนักงานเจาหนาที่ยังไมยินยอมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธ ิ์ใหแกผูซื้อตาม คําพิพากษาตามยอม จึงเปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมายแลว และเม ื่ อตอมาผูครอบครอง ปรปกษมาย ื่ นขอจดทะเบียน พนักงานเจาหนาที่จึงตองดําเนินการจดทะเบียนสิทธิใหแก ผูครอบครองปรปกษเสียกอน เพ ื่อใหทราบจํานวนเน ื้ อที่ที่ดินท ี่ เหลืออยูซึ่งเจาของที่ดินเดิมยังคงมี สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๓๔ กรรมสิทธ ิ์ในโฉนดที่ดินแลวจึงจะรับจดทะเบียนโอนขายเฉพาะสวนตามคําพิพากษาตามยอม ตอไปได ประเด็นปญหา กรณีที่เจาพนักงานที่ดินไมดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ใหตามคําขอของผูขอจดทะเบียน หรือไดดําเนินการจดทะเบียนใหไปเปนการกระทําท ี่ ชอบดวย กฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดและศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๑๔/๒๕๔๗ ตามมาตรา ๑๑๐๘ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไดบัญญัติถึงกิจการ อันจะพึงทําในที่ประชุมต ั้ งบริษัทประการหนึ่ง คือการใหสัตยาบันแกบรรดาสัญญาซ ึ่ งผูเร ิ่ มกอการ ไดทําไวและคาใชจายอยางหน ึ่ งอยางใด ซึ่งเขาออกไปในการเริ่ มกอต ั้ งบริษัทเพ ื่อใหบรรดาหน ี้ และ การจายเงินซ ึ่ งท ี่ประชุมต ั้ งบริษัทไดมีมติอนุมัติพนจากความรับผิดของผูเร ิ่ มกอการต ั้ งบริษัทตาม มาตรา ๑๑๑๓ แหงประมวลกฎหมายดังกลาว และรายงานการประชุมดังกลาวจะตองนําไปเปน หลักฐานประกอบการจดทะเบียนต ั้ งบริษัทตอกรมทะเบียนการคา เม ื่ อตามหลักฐานรายงาน การประชุมที่ผูเร ิ่ มกอการนําไปจดทะเบียนตอกรมทะเบียนการคาไมปรากฏวามีการใหสัตยาบัน กรณีที่ผูเร ิ่ มกอการไดซื้อที่ดินแปลงพิพาทมา ซึ่งเปนจํานวนเงินถึงสองลานกวาบาท มีเพียงการให สัตยาบันแกคาใชจายที่ผูเร ิ่ มกอการไดทดรองเงินสวนตัวไปจํานวน ๓๐,๐๐๐ บาท เทานั้น นอกจากนั้น ตามสัญญาซ ื้ อขายที่ดินดังกลาวก็ไมไดระบุวาผูเร ิ่ มกอการไดซื้อที่ดินไวแทนผูฟองคดี การที่ผูฟองคดีนําสัญญาซ ื้ อขายที่ดินมาใหสัตยาบันในการประชุมวิสามัญจึงไมอาจทําไดเพราะ ขัดกับมาตรา ๑๑๐๘ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยดังกลาวขางตน ดังนั้น กรณีจึงบงช ี้ ไดวาขณะที่ทําสัญญาซ ื้ อขายที่ดิน ผูเร ิ่ มกอการต ั้ งบริษัทมิไดมีเจตนาท ี่ จะซ ื้ อที่ดินแทนผูฟองคดี แตอยางใด การท ี่ เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) มีคําส ั่งไมจดทะเบียนโอนที่ดินพรอม สิ่งปลูกสรางจากผูที่เปนผูเร ิ่ มกอการใหแกผูฟองคดีในประเภทโอนใหตัวการซึ่งกําหนดใหเรียกเก็บ คาธรรมเนียมประเภทไมมีทุนทรัพยแปลงละ ๕๐ บาท ตามขอ ๒ (๗) (ฑ) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงเปนคําส ั่ งท ี่ ชอบดวยกฎหมายแลว สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๓๕ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๔๐๓/๒๕๑๙ เม ื่อปรากฏจากการสืบสวนและสอบสวนของพนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยวา มีกรณีควรเช ื่อไดวาในการขอจดทะเบียนซ ื้ อขายที่ดิน พิพาท โจทกจะซ ื้อไวเพ ื่อประโยชนแกคนตางดาวก็ยอมเปนหนาท ี่ ของพนักงานเจาหนาที่ที่จะ ดําเนินการตอไปเพื่ อขอคําส ั่ งรัฐมนตรีตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๔ วรรคสอง เมื่อ พนักงานเจาหนาที่กําลังดําเนินการสอบสวนพยานเพ ื่ อเสนอรัฐมนตรีอยูอันเปนการปฏิบัติหนาท ี่ ตามกฎหมาย โจทกยอมไมอาจฟองขอใหศาลบังคับใหพนักงานเจาหนาที่รับจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมใหได คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๒๒/๒๕๔๙ ผูฟองคดีฟองคดีนี้โดยอางวา ไดรับความเดือดรอนเสียหายจากการทเจ ี่ าพนกงานั ที่ดินละเลยไมเก็บรักษาเอกสารใบมอบอํานาจและสารบบที่ดิน น.ส. ๓ ก. ที่ดินแปลงพิพาทและ ไมคนหาหรือออกใบแทนใหแกผูฟองคดีทําใหผูฟองคดีไมอาจใชเอกสารดังกลาวในการดําเนิน คดีแพงและคดีอาญากับผูกระทําผิดปลอมแปลงลายมือช ื่ อผูฟองคดีในหนังสือมอบอํานาจใหยื่น คําขอจดทะเบียนไถถอนจํานองและขายที่ดินพิพาทของผูฟองคดีไปไดเม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ที่ดินพิพาทไดมีการจดทะเบียนเปลี่ ยนช ื่ อเจาของที่ดินจากผูฟองคดีไปยังบุคคลภายนอกซึ่งการจะ พิสูจนวาการจดทะเบียนไดดําเนินการโดยไมชอบตองอาศัยเอกสารหลักฐาน เชน ใบมอบอํานาจ ของผูฟองคดีที่มอบใหบุคคลใดเปนผูดําเนินการจดทะเบียน ซึ่งลวนแตอยูในสารบบที่สูญหายไป เม ื่อไมมีเอกสารหลักฐานในสวนท ี่ จะพิสูจนไดวาผูฟองคดีไดมอบอํานาจใหบุคคลอ ื่นไปจดทะเบยนี โอนที่ดินโดยถูกตองหรือไมการจะดําเนินการพิสูจนวาการโอนที่ดินดําเนินการไมชอบ จึงไมอาจ ดําเนินการไดโดยงายการนําพยานบุคคลมาสืบวาไมเคยเห็นผูฟองคดีลงนามในใบมอบอํานาจให บุคคลใดๆ ไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทก็ไมสามารถทําไดเพราะไมมีบุคคลใดอยูกับผูฟองคดีได ตลอดเวลา ฉะนั้น การท ี่ เจาหนาท ี่ ของกรมที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) ทําสารบบเร ื่ องราวที่ดินของผูฟองคดี สูญหายไป เปนเหตุใหผูฟองคดีไมอาจใชเอกสารหลักฐานในสารบบที่ดินแปลงพิพาท เพ ื่ อดําเนินคดีกับผูเก ี่ ยวของในการติดตามเอาที่ดินแปลงพิพาทคืน ในเบื้ องตนรับกันวาที่ดินแปลง พิพาทไมมีชื่อผูฟองคดีเปนผูมีสิทธิในที่ดิน แมวาจะยังไมไดขอยุติวาที่ดินแปลงพิพาทตกเปนสิทธิ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๓๖ เด็ดขาดของบุคคลใดก็ตาม ก็ถือวาผูฟองคดีไดรับความเดือดรอนเสียหายแลว สวนในอนาคต ผูฟองคดีจะติดตามเอาที่ดินแปลงพิพาทคืนมาไดหรือไม เปนเร ื่องไมแนนอน จึงไมอาจอางเอาเปน เหตุเพ ื่อใหผูถูกฟองคดีพนจากความรับผิดไปได อยางไรก็ตาม หากผูฟองคดีสามารถติดตามเอา คืนที่ดินพิพาทจากบุคคลภายนอกไดก็ตองขอใหผูถูกฟองคดีดําเนินการจดทะเบียนแกไขชื่อ เจาของที่ดินพิพาทกลับมาเปนของผูฟองคดีซึ่งกอนจะจดทะเบียนดังกลาว ผูถูกฟองคดียอมจะ เรียกคาเสียหายที่ชําระใหแกผูฟองคดีไดตามสวนในอนาคต สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๓๗ มาตรา ๗๕ การดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินมี โฉนดที่ดิน ใหเจาพนักงานที่ดินบันทึกขอตกลงหรือทําสัญญาเก ี่ ยวกับการน ั้ นแลวแตกรณีแลวให จดบันทึกสาระสําคัญลงในโฉนดที่ดินฉบับสํานักงานที่ดินจังหวัด หรือสํานักงานที่ดินสาขา และ ฉบับเจาของที่ดินใหตรงกันดวย (ความในมาตรา ๗๕ เดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๕ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๗๕ การดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินที่มี โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหเจาพนักงานที่ดินบันทึกขอตกลงหรือ ทําสัญญาเก ี่ ยวกับการนั้น แลวแตกรณีแลวใหจดบันทึกสาระสําคัญลงในโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทําประโยชนฉบับสํานักงานที่ดินและฉบับเจาของที่ดินใหตรงกันดวย ไมพบคําวินิจฉัยท ี่ เก ี่ ยวของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๓๘ มาตรา ๗๖ ในกรณีการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดิน ซึ่งพนักงานเจาหนาท ี่ไดทําการสอบสวนและรังวัดหมายเขตไวแลว แตยังไมไดออกโฉนด ที่ดิน ใหไปขอจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาท ี่ตามความในมาตรา ๗๑ การจดทะเบียนด ั่ งกลาวในวรรคกอน ใหจดแจงในใบไตสวน อนุโลมตาม วิธีการวาดวยการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน คําวินิจฉัยที่นาสนใจ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๓๓๑/๒๕๐๘ ตราบใดที่ผูถือครองที่ดินยังไมไดมาซ ึ่งโฉนดที่ดินหรือยังไมไดรับโฉนดที่ดินไปจาก พนักงานเจาหนาท ี่ เพียงแตเจาพนักงานที่ดินออกใบไตสวนใหเทานั้น ยอมไมอาจถือวาตนได กรรมสิทธ ิ์ในที่ดินถูกตองตามกฎหมายแลว เพราะใบไตสวนไมใชหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน อยางโฉนดที่ดิน ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๖ เปนบทบัญญัติที่สืบเน ื่ องมาจากมาตรา ๗๒ มาตรา ๗๓ มาตรา ๗๔ และมาตรา ๗๕ ซึ่งเปนเร ื่ องที่คูกรณีแสดงเจตนาทํานิติกรรมตอกันตาม ความในมาตรา ๗๒ ซึ่งผูขอจดทะเบียนตองนําหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินย ื่ นตอเจาพนักงานที่ดินไป ดวย หากที่ดินยังไมมีโฉนดที่ดินแตมีใบไตสวน การจดทะเบียนจะตองอนุโลมใหจดแจงในใบ ไตสวนตามวิธีการจดทะเบียนโฉนดที่ดิน เม ื่ อการจดทะเบียนตามมาตรา ๗๖ มิไดบัญญัติให ผูครอบครองที่ดินชนิดนี้ตองใชสิทธิทางศาลเปนคดีไมมีขอพิพาทเสียกอน เจาพนักงานที่ดินไมอาจ เก ี่ยงใหผูครอบครองที่ดินที่มีเพียงใบไตสวนตองนําคําส ั่งศาลไปแสดงจึงจะดําเนินการออก โฉนดที่ดินใหไดเพราะกรณีไมตองดวยประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๘ ที่บัญญัติใหผูขอ จดทะเบียนตองย ื่ นคําขอพรอมคําพิพากษาหรือคําส ั่ งศาลอันถึงที่สุดแสดงวาตนมีกรรมสิทธิ์ที่ดิน ดังกลาวน ั้ นดวย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๓๙ มาตรา ๗๗ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินหรือ อสังหาริมทรัพยอยางอื่น ถาประมวลกฎหมายนี้มิไดบัญญัติไวเปนอยางอื่น ใหปฏิบัติตาม หลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยไดออกกฎกระทรวงตามความในมาตรานี้คือ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่๓๓ (พ.ศ. ๒๕๒๖) ฯลฯกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๕ (พ.ศ. ๒๕๓๑) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ฯลฯ และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕๒ (พ.ศ. ๒๕๔๙) ฯลฯกําหนดหลักเกณฑวิธีการในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโดย มีรายละเอียดดังตอไปนี้ ขอ ๑ ภายใตบังคับขอ ๘ และขอ ๙ บุคคลใดมีความประสงคจะขอทําการจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ใหบุคคลน ั้ นย ื่ นคําขอตามแบบ ท.ด. ๑ สําหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน หรือ แบบ ท.ด. ๑ ก สําหรับที่ดินที่ยังไมมีโฉนดที่ดินและอสังหาริมทรัพยอยางอื่น พรอมท ั้ งแนบหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินหรือหลักฐานอยางอ ื่ นตอพนักงานเจาหนาท ี่ แบบ ท.ด. ๑ และแบบ ท.ด. ๑ ก ตามวรรคหน ึ่งใหเปนไปตามที่ อธิบดีประกาศ กําหนด ขอ ๒ กอนทําการจดทะเบียนใหพนักงานเจาหนาท ี่สอบสวนในเรื่ องดังตอไปนี้ ดวย คือ (๑) สิทธิและความสามารถของบุคคลรวมตลอดถึงความสมบรูณแหง นิติกรรม ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (๒) ขอกําหนดสิทธิในที่ดินและการคาที่ดิน หรือการหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย เชน การไดมาซ ึ่ งที่ดิน เพ ื่อประโยชนแกคนตางดาว (๓) การกาหนดทํุนทรัพยสําหรับเสียคาธรรมเนียมในการจดทะเบียน ขอ ๓ ในกรณีที่เห็นเปนการสมควร พนักงานเจาหนาท ี่จะใหคูกรณีนําพนักงาน เจาหนาท ี่ หรือเจาหนาที่อื่นไปตรวจสภาพของที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพยอยางอื่น โดยคูกรณีเปน ผูออกคาใชจายเองก็ได ขอ ๔ นิติกรรมที่คูกรณีขอใหจดทะเบียนนั้น ถาทําในรูปหนังสือสัญญา ใหทําเปน คูฉบับ เพ ื่ อเก็บไวณ สํานักงานที่ดิน ๑ ฉบับ และมอบใหผูเปนฝายอีก ๑ ฉบับ หรือ ๒ ฉบับ แลวแตกรณีถาทําเปนรูปบันทึกขอตกลงใหทํา ๑ ฉบับ เพ ื่ อเก็บไวณ สํานักงานที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๔๐ ขอ ๕ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินที่ยังไมมีโฉนดที่ดิน ใบไตสวน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามแบบ น.ส.๓ ก. หรือเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยอยางอื่น ในที่ดินดังกลาว หรือเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยอยางอ ื่นในที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน ใบไตสวน หรือหนังสือ รับรองการทําประโยชนตามแบบ น.ส.๓ ก. ในกรณีไมรวมกับที่ดินดังกลาว ใหประกาศการขอจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมีกําหนดสามสิบวัน ประกาศตามวรรคหนึ่งใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินทองที่ซึ่งที่ดินหรือ อสังหาริมทรัพยอยางอ ื่ นต ั้ งอยู สํานักงานเขตหรือที่วาการอําเภอหรือที่วาการก ิ่ งอําเภอทองท ี่ ที่ทํา การแขวงหรือที่ทําการกํานันทองท ี่ และบริเวณที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยนั้น แหงละหน ึ่ งฉบับ ขอ ๖ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังตอไปนี้ไมตองประกาศตามความใน ขอ ๕ คือ (๑) การจดทะเบียนเลิกสิทธิหรือนิติกรรม เชน เลิกเชาเลิกภาระจํายอม เปนตน (๒) การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมท ี่ เก ี่ ยวเน ื่ องกับการจํานอง เชน การ ไถถอน การข ึ้ นเงิน การผอนตน การโอนสิทธิการโอนหลุดเปนสิทธิการโอนชําระหนี้จํานอง การ แกไขเปลี่ยนแปลงจํานองหรือหนี้อันจํานองเปนประกัน เปนตน (๓) การไถถอนจากการขายฝาก การปลดเงื่อนไขการไถหรือการโอนสิทธิ การไถจากการขายฝาก (๔) การจดทะเบียนการไดมาจากการขายทอดตลาดโดยมีการบังคับคดีทางศาล (๕) การจดทะเบียนตาม (๒) (๓) หรือ (๔) แลวจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ประเภทอื่ นตอไปในวันเดียวกัน (๖) เม ื่ อมีการประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทหนึ่ง ประเภทใดไวครบกําหนดแลว ตอมามีการตกลงเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนหรือเปลี่ ยนคูกรณี ฝายผูรับสัญญา (๗) การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทหนึ่งประเภทใดซึ่งไดกระทํา ติดตอในวันเดียวกันเม ื่ อการจดทะเบียนลําดับแรกน ั้ นมีการประกาศตามขอ ๕ แลว (๘) การจดทะเบียนการโอนตามคําส ั่ งศาล (๙) การจดทะเบียนการโอนตามคําส ั่ งพนักงานเจาหนาที่ผูมีอํานาจตาม กฎหมายอื่น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๔๑ ขอ ๗ ในการประกาศตามความในขอ ๕ ถาไมมีผูใดคัดคานภายในกําหนดเวลา แลว ใหดําเนินการจดทะเบียนตอไป ในกรณีที่มีผูคัดคาน ใหพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวน พยานหลักฐานและทําการเปรียบเทียบท ั้งสองฝาย ถาตกลงกันไดใหทําหนังสือสัญญา ประนีประนอมยอมความไวแลวดําเนินการตามนั้น ถาตกลงกันไมไดใหงดดําเนินการไวแลวแจง ใหทั้งสองฝายไปจัดการฟองรองวากลาวกันตอไป และเม ื่ อมีคําพิพากษาถึงที่สุดแลวจึงดําเนินการ จดทะเบียนตามผลแหงคําพิพากษา ฯลฯ ฯลฯ ประเด็นปญหา ในกรณีที่ไดประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแลวมี ผูคัดคานการขอจดทะเบียน พนักงานเจาหนาท ี่ จะตองรับฟงคําคัดคานในทุกกรณีหรือไม ในกรณีที่ คําคัดคานไมมีเหตุผลเพียงพอท ี่ จะรับฟงไดและคูกรณีไมอาจตกลงกันไดการท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ งดดําเนินการจดทะเบียนและแจงใหคูกรณีไปฟองรองวากลาวกันตอไป จะถือวาเปนการละเมิดตอ ผูขอจดทะเบียนหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๙/๒๕๔๖ เม ื่ อมีผูขอจดทะเบียนโอนสิทธิการเชาหองชุดใหแกบุคคลอ ื่ นตามที่มีการประนอม หนี้กัน อันเปนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยในที่ดินที่มีโฉนดโดยไม รวมที่ดิน ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ซึ่งเปนพนักงานเจาหนาที่ตองดําเนินการตามขอ ๕ และขอ ๗ ของ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยประกาศการขอจดทะเบียนโอนสิทธิการเชามีกําหนด ๓๐ วัน ถาไมมี ผูคัดคานใหดําเนินการจดทะเบียนตอไป ถามีผูคัดคานใหสอบสวนพยานหลักฐานและทําการ เปรียบเทียบท ั้งสองฝายถาตกลงกันไมไดใหงดการดําเนินการไวแลวแจงใหทั้งสองฝายไปฟองรอง กันตอไป เม ื่อปรากฏวามีผูคัดคานการจดทะเบียนการโอนดังกลาว ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ตองพิจารณา เหตุผลของการคัดคานวามีเหตุผลเพียงพอหรือไมเพียงใดกอน หากมีการรับฟงคําคัดคานในท กกรณุี โดยไมพิจารณาถึงสิทธิในทรัพยสินของผูคัดคานหรือเหตุแหงการคัดคานกอนวามีผลกระทบตอ สิทธิในทรัพยสินท ี่ จะขอจดทะเบียนหรือไม ยอมไมเปนไปตามเจตนารมณของขอ ๗ ของ กฎกระทรวงดังกลาว การที่ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไมพิจารณาเหตุผลของการคัดคานและส ั่ งงด ดําเนินการจดทะเบียนโอนสิทธิการเชาทําใหผูฟองคดีไดรับความเสียหายจึงเปนการกระทําละเมิด สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๔๒ ของเจาหนาท ี่ ของรัฐอันเกิดจากการใชอํานาจจากกฎตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหง พระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินปฏิเสธการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เพราะผูขอจดทะเบียนไมยอมเสียคาธรรมเนียมตามจํานวนท ี่ เจาพนักงานที่ดินเรียกเก็บ เปนการ กระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๒๘/๒๕๔๖ การที่ผูฟองคดีนําคําพิพากษาของศาลฎีกาซ ึ่ งวินิจฉัยใหจําเลยซ ึ่งเปนฝายผิด สัญญาจะซ ื้ อจะขายที่ดินพิพาท จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใหผูฟองคดีหากจําเลยไมปฏิบัติ ตามใหถือเอาคําพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจําเลยมาขอใหผูถูกฟองคดี (เจาพนักงานที่ดิน) ดําเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินตามคําส ั่ งศาล ผูถูกฟองคดีจะตองรับ จดทะเบียนโอนที่ดินดังกลาวโดยเรียกเก็บคาธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธ ิ์โดยคํานวณจากราคา ประเมินทุนทรัพยเพ ื่ อเรียกเก็บคาธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมท ี่ประกาศใชอยูใน ขณะที่มีการจดทะเบียน ในคดีนี้คือ วันที่ผูฟองคดียื่นคํารองขอจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทตอ พนักงานเจาหนาท ี่ ไมใชวันที่ผูฟองคดียื่นคําฟองตอศาลยุติธรรม เพราะในขณะที่ยื่นฟองสิทธิของ ผูฟองคดีเปนเพียงผูทรงสิทธิตามสัญญาจะซ ื้ อจะขายซ ึ่งเปนบุคคลสิทธิระหวางผูฟองคดีกับ ผูจะขาย ยังถือไมไดวาผูฟองคดีเปนเจาของที่ดินจนกวาศาลจะมีคําพิพากษาช ี้ ขาดวาผูใดเปนผูมี สิทธิดีกวากัน และเม ื่ อศาลมีคําพิพากษาแลว การจะไดกรรมสิทธ ิ์ ตามคําพิพากษาก็ตอง จดทะเบียนตามท ี่ กฎหมายกําหนด นิติกรรมจึงจะสมบูรณตามกฎหมาย ดังนั้น การที่ผูถูกฟองคดี ปฏิเสธการจดทะเบียนโอนที่ดินตามคําส ั่งศาลใหแกผูฟองคดีเพราะผูฟองคดีไมยอมเสีย คาธรรมเนียมตามที่ผูถูกฟองคดีเรียกเก็บ จึงเปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมายแลว คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๕๐/๒๕๔๙ มาตรา ๗๗ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติวา การจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยอยางอื่น ถาประมวลกฎหมายนี้มิไดบัญญัติไวเปนอยางอื่น ใหปฏิบัติตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดไวในกฎกระทรวง และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๔๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งใช บังคับในขณะนั้น ขอ ๖ ระบุวาการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการขายทอดตลาดโดยมีการ บังคับคดีทางศาล ไมตองประกาศตามความในขอ ๕ ดังนั้น แมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ขายที่ดินซ ึ่ งมีหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) ตามคําส ั่ งศาลท ี่ นาย ซ.เปนผูซื้อไดจาก การขายทอดตลาดจะไมปรากฏวามีการประกาศใหคัดคานตามความในกฎกระทรวงฉบับดังกลาว ก็เห็นวานาย ซ. ไดรับโอนสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทมาจากนาย ห. ซึ่งเปนผูแจง ส.ค. ๑ และ ครอบครองที่ดินอยูเดิมโดยชอบดวยกฎหมายแลว นาย ห. จึงไมมีสิทธิในที่ดินพิพาทแลว ผูฟองคดี ซึ่งเปนผูรับโอนที่ดินดังกลาวจากนายห.ยอมไมมีสิทธิในที่ดินพิพาทดวย ผูฟองคดีจึงไมมีสวนไดเสีย ในการออกเอกสารสิทธิที่สืบเน ื่ องมาจาก ส.ค. ๑ ในที่ดินดังกลาว และไมมีอํานาจฟองขอใหศาล ตรวจสอบความชอบดวยกฎหมายของการออกเอกสารสิทธิในที่ดินนั้น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๔๔ มาตรา ๗๘ การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินซึ่งไดมาตาม ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๓๘๒ หรือโดยประการอื่ นนอกจากนิติกรรม สําหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินแลว ใหปฏิบัติตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดใน กฎกระทรวง รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยไดออกกฎกระทรวงตามความในมาตรานี้คือ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยมีรายละเอียดดังตอไปนี้ ฯลฯ ฯลฯ ขอ ๘ การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ซึ่งไดมาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๘๒ ใหดําเนินการดังน ี้ (๑) ผูไดมาตองย ื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ พรอมดวยคําพิพากษา หรือคําสั่ง ศาลอันถึงที่สุด แสดงวาตนมีกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินดังกลาวนั้น (๒) ถาผูไดมาไดกรรมสิทธิ์ที่ดินมาเต็มตามโฉนดที่ดินใหพนักงานเจาหนาท ี่ จด ทะเบียนในประเภทไดมาโดยการครอบครอง (๓) ถาโฉนดที่ดินมีชื่อบุคคลคนเดียวหรือหลายคน แตผูไดมาไดกรรมสิทธ ิ์ เฉพาะ สวนหน ึ่ งสวนใด ใหสอบสวนวาตางฝายตางจะยอมใหผูไดมามีชื่อรวมในโฉนดที่ดินหรือไม ถาตกลงกัน ก็ใหจดทะเบียนในประเภทไดมาโดยการครอบครอง โดยเติมช ื่ อผูไดมาลงไปในโฉนด ถาไมตกลงกัน ก็ใหแบงแยกสวนของผูไดมาออก โดยใหผูไดมา และผูมีชื่อในโฉนดที่ดินที่ยังมี กรรมสิทธ ิ์ อยูไปดูและระวังเขตที่ดินในกรรมสิทธ ิ์ ของตนแลวจดทะเบียนในประเภทแบงไดมาโดย การครอบครอง ถาผูไดมาไดกรรมสิทธ ิ์ เฉพาะสวนของคนใดคนหนึ่ งหรือหลายคนไมเต็มตาม โฉนดที่ดิน ใหจดทะเบียนในประเภทไดมาโดยการครอบครองเฉพาะสวน (๔) ในกรณีตาม (๑) (๒) และ (๓) ถาไมไดโฉนดที่ดินมาใหถือวาโฉนดที่ดินสูญหาย ใหเจาพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดิน แลวดําเนินการจดทะเบียนตอไปตามควรแกกรณี ในกรณีเชนวาน ี้โฉนดที่ดินเดิมเปนอันใชไมไดตอไป (๕) ถาผูไดมาไดกรรมสิทธ ิ์มาไมตรงตามโฉนดที่ดิน ใหเจาพนักงานที่ดินออก โฉนดที่ดินใหใหม สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๑๔๕ เม ื่อออกโฉนดที่ดินใหใหมแลวถาไดโฉนดที่ดินเดิมมา ใหหมายเหตุดวยหมึกแดง ลงไวในดานหนาของโฉนดเดิมแสดงวาโฉนดที่ดินฉบับน ั้นไดมีการออกโฉนดใหมแลว สําหรับกรณี ไมไดโฉนดที่ดินเดิมมา ใหระบุไวในประกาศแจกโฉนดที่ดิน แสดงวาไมไดโฉนดที่ดินมาดวย (๖) ถาโฉนดที่ดินน ั้ นมีการจดทะเบียนผูกพัน เชน จํานอง เชา ภาระจํายอม ให พนักงานเจาหนาท ี่ แจงใหศาลทราบ เม ื่ อศาลแจงมาอยางไร ใหปฏิบัติตามควรแกกรณี ขอ ๙ การจดทะเบียนสิทธิในที่ดินโดยประการอื่ นนอกจากนิติกรรม ให ดําเนินการดังน ี้ (๑) ผูไดมาตองย ื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาที่พรอมดวยเอกสารแสดงสิทธิการ ไดมาและโฉนดที่ดิน (๒) ถาเปนกรณีไดมาโดยศาลสั่ง ใหจดทะเบียนในประเภทโอนตามคําส ั่ งศาล โดยระบุคําส ั่งศาลไวดวย (๓) ถาเปนกรณีไดมาโดยประการอื่น ใหปฏิบัติตามความใน (๒) โดยอนุโลม (๔) ถาโฉนดที่ดินมีชื่อไมตรงกับกรณีศาลส ั่ งมา หรือมีการจดทะเบียนผูกพันอยู เชน จํานอง เชา ภาระจํายอม ใหพนักงานเจาหนาท ี่ แจงใหศาลทราบ เม ื่ อศาลแจงมาอยางไร ใหปฏิบัติตามควรแกกรณี ประเด็นปญหา ที่ดินที่ยังไมมีโฉนดที่ดินหรือที่ดินที่มีใบไตสวนจะขอจดทะเบียน ไดมาซ ึ่ งกรรมสิทธิ์ที่ดินตามมาตรา ๑๓๘๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไดหรือไม มีคํา วินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๐๖๐/๒๕๐๗ การขอจดทะเบียนสิทธิในที่ดินซ ึ่งไดมาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๘๒ นั้น ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๘ บัญญัติไวเฉพาะสําหรับกรณีที่ดินมี โฉนดที่ดินแลว จึงเห็นไดวาการไดกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๘๒ ยอมหมายถึง การครอบครองที่ดินที่ผูอื่นมีกรรมสิทธ ิ์ แลว เม ื่ อที่ดินที่ผูรอง ครอบครองไมมีโฉนดหรือยังไมเคยมีผูใดมีกรรมสิทธ ิ์ มากอน ไมมีกฎหมายสนับสนุนใหรองขอให ศาลแสดงกรรมสิทธ ิ์ได สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง