The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำวินิจฉัยเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน(เฉพาะหมวด๔การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด๕ การรังวัดที่ดิน และหมวด๖การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by surapol_nak, 2023-02-08 08:38:01

คำวินิจฉัยเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน(เฉพาะหมวด๔การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด๕ การรังวัดที่ดิน และหมวด๖การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม)

คำวินิจฉัยเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน(เฉพาะหมวด๔การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด๕ การรังวัดที่ดิน และหมวด๖การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม)

๙๖ รังวัดมักจะอางวาไมสามารถเขาไปในที่ดินขางเคียงที่ติดกับทางสาธารณะหรือที่ดินที่มีการรังวัด สอบเขตไดหากเจาของที่ดินขางเคียงน ั้ นมิไดขอรังวัดสอบเขตดวยและมักแจงใหเจาของที่ดินที่ถูก อางวาเปนผูบุกรุกน ั้นไปขอรังวัดสอบเขต ซึ่งเปนไปไมไดที่ผูบุกรุกจะไปขอรังวัดสอบเขตที่ดินของตน ทําใหเกิดปญหาอยูตลอดมา คณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขจึงเห็นวา พนักงานเจาหนาท ี่ในการ รังวัดมีอํานาจท ี่ จะเขาไปในที่ดินขางเคียง เพ ื่อประโยชนในการรังวัดไดตามมาตรา ๖๖ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน แมเจาของที่ดินน ั้ นจะมิไดขอรังวัดก็ตาม ประเด็นปญหา การท ี่ พนักงานเจาหนาที่ดําเนินการรังวัดปกหลักเขตที่ดินพิพาท เปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมายหรือไมหรือการท ี่ไมดําเนินการดังกลาวเปนการละเลยตอ หนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดและ คณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๕๓/๒๕๔๖ การที่ผูฟองคดีและนาย ฉ. เจาของที่ดินขางเคียงกับที่ดินของผูฟองคดีซึ่งเปน คูความในคดีของศาลยุติธรรมไดตกลงทําสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลมีคําพิพากษา ตามยอมแลววา ที่ดินพิพาทซ ึ่งเปนสวนท ี่โฉนดที่ดินของผูฟองคดีและโฉนดที่ดินของนาย ฉ. ทับซอน กันเปนที่ดินของนาย ฉ. ไมใชเปนของผูฟองคดีคําพิพากษาตามยอมดังกลาวยอมผูกพัน ผูฟองคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๔๕ ดังนั้น การท ี่ เจาหนาท ี่ ของ สํานักงานที่ดินทําการรังวัดสอบเขตที่ดินของนาย ฉ. และไดทําการปกหลักเขตที่ดินใหมแทน หลักเขตเกาที่สูญหายไปในที่ดินพิพาท จึงไมไดรุกล ้ํ าที่ดินของผูฟองคดีตามท ี่ กลาวอางในคําฟอง การปกหลักเขตที่ดินดังกลาวชอบดวยประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๙ ทวิประกอบมาตรา ๖๖ แลว คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๒๗๙/๒๕๔๓ ผูมีสิทธิในที่ดินมีหนาที่อํานวยความสะดวกตามสมควรแกกรณีเพ ื่อใหพนักงาน เจาหนาท ี่ เขาไปในที่ดินเพ ื่ อทําการรังวัดตามมาตรา ๖๖ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น การท ี่ สํานักงานที่ดินไดนัดรังวัดที่ดินจํานวน ๘ ครั้ง แตไมสามารถรังวัดไดเน ื่ องจากมีผูคัดคานและ ขัดขวางการรังวัดและผูรองทุกขไมสามารถนําเจาหนาท ี่ เขาทําการรังวัดที่ดินไดซึ่งพนักงาน เจาหนาท ี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินไมมีอํานาจในการดําเนินการกับผูที่ขัดขวางการรังวัดที่ดิน จึง เปนเร ื่ องที่ผูรองทุกขจะตองไปดําเนินการตามกฎหมายอื่น เพ ื่อใหสามารถนําทําการรังวัดไดเมื่อ ไมสามารถทําการรังวัดไดสํานักงานที่ดินจึงไมสามารถออก น.ส. ๓ ใหแกผูรองทุกขไดการ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๙๗ ดําเนินการของเจาพนักงานที่ดินดังกลาว จึงยังไมอาจถือไดวาเปนการละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติในการรังวัดและออก น.ส. ๓ ใหแกผูรองทุกข สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๙๘ มาตรา ๖๗ เม ื่ อพนักงานเจาหนาท ี่ไดจัดทําหลักหมายเขตที่ดิน หรือได สรางหมุดหลักฐานเพ ื่ อการแผนท ี่ลงไวในที่ใด หามมิใหผูหน ึ่ งผูใดนอกจากพนักงาน เจาหนาท ี่ ทําลาย ดัดแปลง เคล ื่ อนยาย ถอดถอนหลักหมายเขตหรือหมุดหลักฐานเพื่อ การแผนที่นั้นไปจากที่ เดิม เวนแตจะไดรับอนุญาตจากเจาพนักงานที่ดิน คําวินิจฉัยที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๗๙/๒๕๕๐ แมเจาหนาที่รังวัดจะเปนเจาหนาท ี่ ของรัฐตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติ จัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แตการรังวัดทําแผนที่พิพาทเปนการ ดําเนินการตามคําส ั่ งศาลยุติธรรมเพ ื่อประกอบการพิจารณาคดีที่มีการฟองรองกันตอศาล หาใชกฎ หรือคําส ั่งทางปกครองที่ผูฟองคดีจะนํามาย ื่นฟองตอศาลปกครองใหเพิกถอนไดหากผูฟองคดี เห็นวาการรังวัดน ั้นไมถูกตองก็ชอบท ี่ จะนําพยานหลักฐานไปคัดคานตอศาลยุติธรรมที่พิพากษาคดี คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๗/๒๕๐๖ เจาพนักงานที่ดินผูไปทําแผนที่พิพาทตามคําส ั่งศาลในคดีแพง ไมใชพนักงาน เจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๖๗ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เพราะมิไดเปนผูปฏิบัติการตามประมวล กฎหมายที่ดิน ตามความหมายในมาตรา ๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และไมใชเจาพนักงาน ของศาลหรือเจาพนักงานผูมีอํานาจปฏิบัติการตามหนาท ี่ เพ ื่อเปนหลักฐานในการยึดอายัดหรือ รักษาส ิ่งใด ๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๑ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๙๙ มาตรา ๖๘ เม ื่ อบุคคลใดมีความจําเปนท ี่ จะตองกระทําการตามความใน มาตรา ๖๗ ใหยื่นคํารองตอเจาพนักงานที่ดินเพ ื่ อขออนุญาต ในกรณีที่เจาพนักงานที่ดินไมอนุญาต ใหเจาของที่ดินมีสิทธิอุทธรณตอ รัฐมนตรีไดภายในสิบหาวันนับจากวันทราบคําส ั่งไมอนุญาต ใหรัฐมนตรีสั่งภายในหกสิบวัน นับจากวันไดรับอุทธรณคําส ั่ งรัฐมนตรีใหเปนที่สุด ถารัฐมนตรีไมสั่งภายในกําหนดหกสิบวันด ั่ งกลาวในวรรคกอน ใหถือวา อนุญาต ไมพบคําวินิจฉัยท ี่ เก ี่ ยวของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๐๐ มาตรา ๖๙ เม ื่อเปนการสมควรจะทําการสอบเขตที่ดินตามแผนท ี่ ระวาง ในทองท ี่ใด ใหผูวาราชการจังหวัดประกาศใหผูมีสิทธิในที่ดินทราบลวงหนาไมนอยกวา สิบหาวัน การประกาศใหทําหนังสือปดไวในบริเวณที่ดินเพ ื่อใหผูที่เก ี่ ยวของทราบดวย และใหแจงกําหนด วัน เวลา ไปใหผูมีสิทธิในที่ดินทราบอีกช ั้ นหนึ่ง และใหผูมีสิทธิ ในที่ดินนําพนักงานเจาหนาที่ทําการรังวัดสอบเขตที่ดิน ผูมีสิทธิในที่ดินตามความในวรรคกอน จะต ั้ งตัวแทนนําพนักงานเจาหนาท ี่ ทําการรังวัดสอบเขตที่ดินของตนก็ได ที่ดินท ี่ไดทําการสอบเขตแลว ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจทําโฉนดที่ดิน ใหใหมแทนฉบับเดิม สวนฉบับเดิมเปนอันยกเลิกและใหสงคืน (มีการเพ ิ่ มมาตรา ๖๙ ทวิโดยขอ ๘ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ดังตอไปนี้) มาตรา ๖๙ ทวิผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอสอบเขตโฉนดที่ดินเฉพาะรายของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยโฉนดที่ดินน ั้ นตอเจาพนักงานที่ดิน และใหพนักงานเจาหนาท ี่ไปทําการรังวัด ให ในการรังวัด ถาปรากฏวาการครอบครองไมตรงกับแผนท ี่ในโฉนดที่ดิน เม ื่ อผูมี สิทธิในที่ดินขางเคียงดานท ี่ เก ี่ ยวของไดลงช ื่ อรับรองแนวเขต ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจแกไขให ตรงกับความเปนจริงไดเวนแตจะเปนการสมยอมเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย หากปรากฏวามีผูคัดคาน ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจสอบสวนไกลเกลี่ยโดยถือ หลักฐานแผนท ี่เปนหลักในการพิจารณาถาตกลงกันไดใหดําเนินการไปตามที่ ตกลง แตตองไมเปน การสมยอมกันเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย หากตกลงกันไมไดใหแจงใหคูกรณีไปฟองรองตอศาลภายใน เกาสิบวันนับแตวันท ี่ไดรับแจงถาไมมีการฟองรองภายในกําหนดดังกลาว ใหถือวาผูขอไมประสงค จะสอบเขตโฉนดที่ดินน ั้ นตอไป ในกรณีผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอใหตรวจสอบเน ื้ อท ี่ ตามหนังสือรับรองการทํา ประโยชนเฉพาะรายของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยหนังสือรับรองการทําประโยชนสําหรับที่ดินนั้น ตอนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก ิ่ งอําเภอทองท ี่และใหนําความในวรรคสอง และวรรคสามมาใชบังคับโดยอนุโลม (ความในมาตรา ๖๙ ทวิซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบบทั ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๐๑ กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๐ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๖๙ ทวิผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอสอบเขตโฉนดที่ดินเฉพาะรายของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยโฉนดที่ดินน ั้ นตอเจาพนักงานที่ดิน และใหพนักงานเจาหนาท ี่ไปทําการรังวัด ให ในการรังวัด ถาปรากฏวาการครอบครองไมตรงกับแผนท ี่ หรือเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดิน เม ื่ อผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับรองแนวเขตแลวใหเจาพนกงานทั ี่ดนมิ ีอํานาจแกไขแผนท หร ี่ อเนือท ื้ ี่ ใหตรงกับความเปนจริงไดเวนแตจะเปนการสมยอมเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย ในกรณีที่ไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาระวังแนวเขตไดหรือในกรณี ที่ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับการติดตอจากพนักงานเจาหนาท ี่ใหมาระวังแนวเขตแลวแตไมมา หรือมาแตไมยอมลงช ื่ อรับรองแนวเขตโดยไมไดคัดคานการรังวัด ใหพนักงานเจาหนาท ี่ แจงเปน หนังสือใหผูนั้นมาลงช ื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานภายในสามสิบวันนับแตวันท ี่ไดสงหนังสือ ถา ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไมดําเนินการอยางหน ึ่ งอยางใดภายในกําหนดดังกลาว และผูขอไดให คํารับรองวามิไดนําทําการรังวัดรุกล ้ํ าที่ดินขางเคียงและยินยอมใหแกไขแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ใหตรงกับ ความเปนจริง ใหเจาพนักงานที่ดินดําเนินการตามวรรคสองไปไดโดยไมตองมีการรับรองแนวเขต การติดตอหรือการแจงผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามความในวรรคสาม ใหเปนไป ตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง หากปรากฏวามีผูคัดคาน ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจสอบสวนไกลเกลี่ยโดยถือ หลักฐานแผนท ี่เปนหลักในการพิจารณาถาตกลงกันไดใหดําเนินการไปตามที่ ตกลง แตตองไมเปน การสมยอมกันเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย หากตกลงกันไมไดใหแจงคูกรณีไปฟองรองตอศาลภายใน เกาสิบวันนับแตวันท ี่ไดรับแจงถาไมมีการฟองรองภายในกําหนดดังกลาว ใหถือวาผูขอไมประสงค จะสอบเขตโฉนดที่ดินน ั้ นตอไป ในกรณีผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอใหตรวจสอบเน ื้ อท ี่ ตามหนังสือรับรองการทํา ประโยชนเฉพาะรายของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยหนังสือรับรองการทําประโยชนสําหรับที่ดินนั้น ตอหัวหนาเขต นายอําเภอ หรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก ิ่ งอําเภอทองท ี่ แลวแตกรณีและ ใหนําความในวรรคสอง วรรคสาม วรรคส ี่ และวรรคหามาใชบังคับโดยอนุโลม (ความในมาตรา ๖๙ ทวิซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๐ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๒ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๐๒ (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๖๙ ทวิผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอสอบเขตโฉนดที่ดินเฉพาะราย ของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยโฉนดที่ดินน ั้ นตอเจาพนักงานที่ดินและใหพนักงาน เจาหนาท ี่ไปทําการรังวัดให ในการรังวัด ถาปรากฏวาการครอบครองไมตรงกับแผนท ี่ หรือเน ื้ อท ี่ใน โฉนดที่ดิน เม ื่ อผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับรองแนวเขตแลว ใหเจาพนักงานที่ดินมี อํานาจแกไขแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ใหตรงกับความเปนจริงไดเวนแตจะเปนการสมยอมเพื่อ หลีกเล ี่ ยงกฎหมาย ในกรณีที่ไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาระวังแนวเขตไดหรือ ในกรณีที่ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับการติดตอจากพนักงานเจาหนาท ี่ใหมาระวังแนว เขตแลวแตไมมา หรือมาแตไมยอมลงชื่ อรับรองแนวเขตโดยไมไดคัดคานการรังวัด ให พนักงานเจาหนาท ี่ แจงเปนหนังสือใหผูนั้นมาลงชื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานภายใน สามสิบวันนับแตวันท ี่ไดสงหนังสือ ถาผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไมดําเนินการอยางหนึ่ง อยางใดภายในกําหนดดังกลาว และผูขอไดใหคํารับรองวามิไดนําทําการรังวัดรุกล ้ํ าที่ดิน ขางเคียงและยินยอมใหแกไขแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ใหตรงกับความเปนจริง ใหเจาพนักงาน ที่ดินดําเนินการตามวรรคสองไปไดโดยไมตองมีการรับรองแนวเขต การติดตอหรือการแจงผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามวรรคสาม ใหเปนไป ตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง หากปรากฏวามีผูคัดคาน ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจสอบสวนไกลเกลี่ย โดยถือหลักฐานแผนท ี่เปนหลักในการพิจารณา ถาตกลงกันไดก็ใหดําเนินการไปตามที่ ตกลง แตตองไมเปนการสมยอมกันเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย หากตกลงกันไมไดใหแจงคูกรณีไป ฟองตอศาลภายในเกาสิบวันนับแตวันท ี่ไดรับแจง ถาไมมีการฟองภายในกําหนดดังกลาว ใหถือวาผูขอไมประสงคจะสอบเขตโฉนดที่ดินน ั้ นตอไป ในกรณีผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะขอใหตรวจสอบเน ื้ อท ี่ ตามหนังสือ รับรองการทําประโยชนเฉพาะรายของตน ใหยื่นคําขอพรอมดวยหนังสือรับรองการทํา ประโยชนสําหรับที่ดินน ั้ นตอเจาพนักงานที่ดิน และใหนําความในวรรคสอง วรรคสาม วรรคส ี่ และวรรคหา มาใชบังคับโดยอนุโลม กฎกระทรวงซ ึ่งออกตามความในมาตรา ๖๙ ทวิวรรคส ี่ คือกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ วาดวย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๐๓ การติดตอหรือการแจงผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมารับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัด ซึ่ง กําหนดทางปฏิบัติไวดังตอไปนี้ (๑) ในกรณีที่ผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดรับการติดตอจากพนักงานเจาหนาท ี่ให มาระวังแนวเขตแลว แตไมมาหรือมาแตไมยอมลงช ื่ อรับรองแนวเขตโดยไมคัดคานการรังวัด ใหพนักงานเจาหนาที่ทําหนังสือแจงใหมาลงช ื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัดโดยสงทาง ไปรษณียลงทะเบียนตอบรับไปยังผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามท ี่ อยูที่เคยติดตอหรือตามท ี่ อยูที่ผูมี สิทธิในที่ดินขางเคียงน ั้นไดแจงเปนหนังสือไวตอพนักงานเจาหนาท ี่ (๒) ในกรณีที่ไมอาจติดตอผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาระวังแนวเขตไดให พนักงานเจาหนาที่ปดหนังสือแจงใหผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงน ั้ นมาลงช ื่ อรับรองแนวเขตหรือ คัดคานการรังวัดไวในที่เปดเผย ณ บริเวณที่ดินของผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงและ ณ ที่วาการเขต หรือที่วาการอําเภอหรือก ิ่ งอําเภอในทองที่อันเปนที่ตั้งของที่ดินน ั้ นแหงละหน ึ่ งฉบับ พรอมกับใหสง หนังสือแจงน ั้นทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับไปยังผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามท ี่ อยูที่พนักงาน เจาหนาท ี่สอบถามไดความจากนายทะเบียนอําเภอหรือนายทะเบียนทองถิ่น หรือถาสอบถามแลว ยังไมทราบท ี่ อยูของผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียง ก็ใหสงไปยังผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงตามท ี่ อยู ที่ปรากฏหลักฐานที่สํานักงานที่ดิน ประเด็นปญหา ในกรณีที่การรังวัดสอบเขตที่ดินของเอกชนที่มีแนวเขตติดตอกับ ที่ดินสาธารณประโยชนหากปรากฏวาเจาหนาท ี่ ของรัฐที่มีอํานาจหนาท ี่ในการดูแลรักษา ที่สาธารณประโยชนนั้นคัดคานแนวเขต เจาพนักงานที่ดินจะมีอํานาจทําการสอบสวนไกลเกลี่ย ตามนัยมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติ แกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ หรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ วินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๗๖/๒๕๔๒ ในกรณีที่มีการโตแยงคัดคานการรังวัดสอบเขตที่ดิน ตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เจาพนักงานที่ดินมีเพียงอํานาจในการสอบสวนไกลเกล ี่ ยเทานั้น ไมมี อํานาจส ั่ งการวาเห็นดวยหรือไมเห็นดวยกับฝายใด ในกรณีที่การรังวัดสอบเขตที่ดินที่มีแนวเขต ติดตอกับท ี่สาธารณประโยชนและเจาพนักงานที่มีอํานาจหนาที่ดูแลรักษาคัดคานแนวเขต การ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๐๔ สอบสวนไกลเกล ี่ ยของเจาพนักงานที่ดินยอมไมมีผลทําใหเกิดการโอนที่ดินของรัฐใหแกเอกชน โดยไมไดปฏิบัติตามวิธีการท ี่ กฎหมายกําหนดไว ดังนั้น ในการรังวัดสอบเขตที่ดินที่มีแนวเขต ติดตอกับท ี่สาธารณประโยชนเม ื่ อผูมีอํานาจหนาท ี่ในการดูแลรักษาคัดคาน เจาพนักงานที่ดิน จะตองดําเนินการตามอํานาจหนาที่ที่กฎหมายกําหนดไว เม ื่อปรากฏวาเจาพนักงานที่มีอํานาจหนาที่ดูแลรักษาคัดคานการรังวัดสอบเขต ที่ดินมีโฉนดของผูรองทุกขเจาพนักงานที่ดินจะตองดําเนินการสอบสวนไกลเกลี่ย หากตกลงกันไมได ใหแจงคูกรณีไปฟองตอศาลภายในเกาสิบวันนับแตวันท ี่ไดรับแจง ทั้งน ี้ ตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน การที่สํานักงานที่ดินมีหนังสือแจงตอผูรองทุกขวาไมสามารถดําเนินการ ตามคําขอรังวัดสอบเขตที่ดินของผูรองทุกขตอไปไดยอมถือไดวาเปนการละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติ ประเด็นปญหา ในการใชอํานาจทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยตามมาตรา ๖๙ ทวิ วรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ เจาพนักงานที่ดินจังหวัดจะมอบหมายใหนายชางรังวัด เปนผูดําเนินการแทนไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทกขุที่ ๑๖/๒๕๓๑ ตามมาตรา ๗๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติใหนําบทบัญญัติใน มาตรา ๖๙ ทวิมาใชบังคับกับการรังวัดแบงแยกที่ดินออกเปนหลายแปลงดวย เม ื่ อการรังวัดเพื่อ แบงกรรมสิทธ ิ์รวมเปนการรังวัดแบงแยกที่ดินออกเปนหลายแปลง เจาพนักงานที่ดินจังหวัดจึงมี อํานาจทําการสอบสวนไกลเกล ี่ยไดและตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา ไมไดบังคับวาเจาพนักงาน ที่ดินจังหวัดจะตองทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยดวยตนเอง ดังนั้น เพ ื่อประโยชนในการปฏิบัติ ราชการ เจาพนักงานที่ดินจังหวัดจึงอาจมอบหมายใหนายชางรังวัดซ ึ่งเปนผูใตบังคับบัญชาตาม สายงานบริหารเปนผูดําเนินการสอบสวนไกลเกล ี่ยแทนได ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการรังวัด สอบเขตที่ดินและแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินพิพาท หรือทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยชอบ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๐๕ ดวยกฎหมายหรือไมหรือละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติตามมาตรา ๖๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมาย ที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ หรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดและคณะกรรมการ วินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๙๒/๒๕๔๗ การที่ชางรังวัด (ผูถูกฟองคดีที่ ๒) ไดดําเนินการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินโดยการ นําช ี้ ของเจาของที่ดินและเจาหนาท ี่ ของรัฐที่มีอํานาจหนาที่ดูแลรักษาทางหลวง โดยไดทําการรังวัด ตามหลักวิชา กับไดนําหลักฐานการรังวัดเดิมมาใชเปนหลักฐานประกอบการรังวัดคร ั้ งน ี้ และเมื่อ ผลการรังวัดปรากฏวาไดเน ื้ อท ี่ และรูปแผนที่ เทาเดิม เจาหนาที่ก็ไดแจงใหนายอําเภอผูมีอํานาจ หนาที่ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชนที่อยูขางเคียงซ ึ่งไมไประวังช ี้ แนวเขตทราบดวย ซึ่งตาม หลักฐานการรังวัดเดิม นายอําเภอไดตรวจสอบและรับรองแนวเขตโฉนดที่ดินไวแลววาไมรุกล้ํา ทางสาธารณประโยชนและในการรังวัดคร ั้ งน ี้ นายอําเภอก็มิไดโตแยงคัดคานแตอยางใด เม ื่ อที่ดิน ที่ขอรังวัดสอบเขตกับที่ดินของผูฟองคดีไมมีแนวเขตติดตอกัน โดยมีทางสาธารณประโยชน คั่นกลางและนายอําเภอไดรับรองแนวเขตทางสาธารณประโยชนแลว ดังนั้น จึงถือไดวา เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) และผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไดดําเนินการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดิน ดังกลาวตามข ั้ นตอนและวิธีการตามท ี่ กฎหมายกฎ และระเบียบกําหนดไวแลว ตามมาตรา ๖๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการรังวัดสอบเขต แบงแยกและรวมโฉนดที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๗ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๐/๒๕๔๘ เม ื่อปรากฏขอเท็จจริงวา ในการรังวัดสอบเขตที่ดินตามคําขอของผูฟองคดีนั้น ผูฟองคดีนําทําการรังวัดไมตรงกับหลักฐานการรังวัดที่มีอยูเดิมเน ื่ องจากหลักเขตที่ดินสูญหายไป หน ึ่ งหลักชางรังวัดไดใหผูฟองคดีและเจาของที่ดินขางเคียงนําชี้ตําแหนงของหลักเขตที่สูญหายไป เพ ื่อปกหลักใหมแตผูฟองคดีและเจาของที่ดินขางเคียงนําช ี้ในตําแหนงท ี่ แตกตางกัน ชางรังวัดจึง ไดทําแผนท ี่ แสดงเขตคัดคานไวและเจาพนักงานที่ดินไดทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยคูกรณีโดยถือ หลักฐานแผนท ี่เปนหลักในการพิจารณาแตคูกรณีไมสามารถตกลงกันไดเจาพนักงานที่ดินจึงแจง ใหทั้งสองฝายไปฟองคดีตอศาลภายใน ๙๐ วันนับแตวันท ี่ไดรับแจง กรณีจึงถือไดวาไดมีการ ดําเนินการไปตามขอ ๕ ของระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการรังวัดสอบเขต แบงเขต และรวมโฉนดที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๐๖ พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งกําหนดไววา การรังวัดสอบเขต แบงแยก และรวมโฉนดที่ดินนั้น เม ื่ อผูขอและ เจาของที่ดินขางเคียงนําช ี้ เขตที่ดินแลว ชางรังวัดตองตรวจสอบและคนหาหลักเขตที่ดินตามหลัก วิชาเพ ื่อใหทราบวาเขตที่ดินที่ผูขอและเจาของที่ดินขางเคียงนําทําการรังวัดตรงกับเขตโฉนดที่ดิน หรือไมถาไมมีหลักฐานการรังวัดเดิมตรวจสอบ ใหทําการรังวัดไปตามที่ผูขอและเจาของที่ดิน ขางเคียงนําช ี้และในวรรคสอง กําหนดวา ในกรณีที่ที่ดินแปลงที่ ขอรังวัดหรือแปลงขางเคียงเปน แผนที่ชั้นหน ึ่ งหรือมีหลักฐานการรังวัดใหม (ร.ว.ม) ถาเจาของที่ดินนําทําการรังวัดไมตรงกับ หลักฐานการรังวัดเดิม ชางรังวัดตองแจงใหผูขอและเจาของที่ดินดานท ี่ เก ี่ ยวของทราบ เม ื่ อผูขอ และเจาของที่ดินขางเคียงไดตกลงแนวเขตกันอยางไรก็ใหรังวัดไปตามนั้น แตถาผูขอและเจาของ ที่ดินขางเคียงไมสามารถตกลงกันไดก็ใหทําแผนท ี่ แสดงเขตคัดคานไวดวยและเปนการดาเนํนการิ ไปตามที่ มาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติไวแลว จึงไมใชกรณี ที่หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาท ี่ ของรัฐละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติ ในการรังวัดสอบเขตที่ดินของผูฟองคดี คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๘๕/๒๕๔๙ ในกรณีที่มีผูขอแบงแยกที่ดินตามมาตรา ๗๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดินซ ึ่ งตอง นํามาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายดังกลาวมาใชบังคับโดยอนุโลมนั้น เม ื่อปรากฏวาเจาหนาท ี่ ไดทําการรังวัดแลว รูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่การครอบครองไมตรงกับแผนท ี่ หรือเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินซึ่ง เปนรูปแผนที่ อยางเกา แตเม ื่ อเจาของที่ดินแปลงขางเคียงดานท ี่ เก ี่ ยวของไดลงนามรับรองแนวเขต แลว พรอมท ั้งใหถอยคําวาไดครอบครองมานานแลว และขอเท็จจริงไมปรากฏวาเปนการสมยอม เพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย เจาพนักงานที่ดินจึงยอมมีอํานาจแกไขแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ใหตรงกับความ เปนจริงตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดินไดโดยอาศัยตามรูปแผนที่ ที่เจาหนาท ี่ไดจําลองตามผลการรังวัดไวตามนัยขอ ๑๐.๑ ของระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการรังวัด สอบเขต แบงแยก และรวมโฉนดที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งกําหนดไววา กรณีแผนท ี่ อยางเกาไมมี หลักฐานการรังวัดเดิมท ี่จะตรวจสอบไดหรือเปนแผนที่ชั้นสองซ ึ่งสามารถตรวจสอบได โดยประมาณ ใหผูทําการรังวัดสอบสวนเจาของที่ดินขางเคียงไวเปนหลักฐาน วามีการสมยอมเพื่อ หลีกเล ี่ ยงกฎหมายหรือไมถาไมเปนการสมยอมเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย และปรากฏวารูปแผนที่ หรือเน ื้ อที่ที่ทําการรังวัดใหมแตกตางกับรูปแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินเน ื่ องจากครอบครอง ใหหมายเหตุในตนรางแผนที่ดวยหมึกแดงวา “ไมสามารถหาหลักฐานครอบลงรูปแผนที่ เดิมได” แลวใหชางรังวัดเสนอความเห็นตอเจาพนักงานที่ดิน เพ ื่ อพิจารณาดําเนินการส ั่ งแกไขรูปแผนที่ หรือ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๐๗ เน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินตอไป แตเม ื่อปรากฏวาผูฟองคดีซึ่งเปนเจาของกรรมสิทธิ์ที่ดินท ี่ไดรวมย ื่ นคําขอ แบงกรรมสิทธ ิ์ รวมที่ดินพิพาท มิไดลงนามรับรองรูปแผนที่และไมยอมรับผลการรังวัดก็ยอมทําให เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) ไมสามารถดําเนินการจดทะเบียนแบงแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให แลวเสร็จไดกรณีดังกลาวนี้จึงตองปฏิบัติตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๐๑/ ว ๑๕๘๐๒ ลงวันท ี่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๑ ที่ใหมีหนังสือเตือนใหผูขอไปดําเนินการจดทะเบียนภายในกําหนดระยะเวลา ๓๐ วัน นับแตวันที่มีหนังสือแจงเตือน หากผูขอไมดําเนินการใหรอเร ื่องไวพิจารณา ๕ ปนับแตวัน ทําการรังวัด เม ื่ อครบกําหนดระยะเวลา ๕ ปแลว ผูขอยังไมมาดําเนินการ สํานักงานที่ดินจะแจงให ไปดําเนินการภายในกําหนด ๓๐ วัน นับแตวันที่มีหนังสือแจงครบกําหนดแลว แตถาผูขอไมไป ดําเนินการตอไปก็จะส ั่ งยกเลิกคําขอ ซึ่งคดีนี้เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) ไดปฏิบัติหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติตามข ั้ นตอนตางๆถูกตองครบถวนแลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๐๗/๒๕๔๙ การที่ชางรังวัดไดนํารูปแผนที่ที่รังวัดไดลงระวางแผนท ี่ แลว ปรากฏวาไมทับที่ดิน แปลงขางเคียงและท ี่สาธารณประโยชนอีกท ั้ งเจาของที่ดินขางเคียงไดลงช ื่ อรับรองแนวเขตแลว แมตอมาจะมีผูคัดคานการนําทําการรังวัดของผูฟองคดีโดยอางวาผูฟองคดีนําทําการรังวัดรุกล้ํา ที่ดินของตนตามหลักฐานใบจองก็ตาม แตนายอําเภอไดมีคําส ั่งใหยกเลิกเพิกถอนใบจองดังกลาว แลว ดังนั้น การรังวัดสอบเขตเพ ื่อเปลี่ ยนตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนโฉนดที่ดิน จึงเปนการดําเนินการตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินและระเบียบข ั้ นตอนแลว เม ื่ อผูปกครองทองที่ซึ่งมีอํานาจหนาท ี่ในการดูแลรักษาท ี่สาธารณะไดใหถอยคํา รับรองวา ผูฟองคดีมิไดนําทําการรังวัดปกหลักเขตทับทางสาธารณประโยชนและที่ดินที่ผูฟองคดี นําทําการรังวัดเปนที่ดินที่ผูฟองคดีครอบครองและทําประโยชนแลว และมิไดมีลักษณะตองหามมิ ใหออกโฉนดที่ดิน ประกอบกับผูอํานวยการสวนสงเสริมการรังวัด กรมที่ดิน ใหถอยคํารับรองวา รูปแผนที่ และระยะท ี่ปรากฏในตราจองที่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนรูปแผนที่ และระยะ โดยประมาณ จึงเห็นไดวา การที่รูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ จากการรังวัดสอบเขตที่ดินของผูฟองคดี แตกตางจากรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในตราจองที่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” เปนผลมาจากการทํา การรังวัดและการคํานวณเน ื้ อที่ตางวิธีกันระหวางการรังวัดออกตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชน แลว” เม ื่อปพ.ศ. ๒๔๗๕ กับการรังวัดสอบเขตที่ดินเม ื่ อวันท ี่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ และวันท ี่ ๑ สิงหาคม ๒๕๓๘ หาใชกรณีที่ผูฟองคดีกับผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงสมยอมแลกเปลี่ ยนแนวเขตเพื่อ หลีกเล ี่ยงกฎหมายไม ดังนั้น เม ื่ อการรังวัดสอบเขตเพ ื่อเปลี่ ยนตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๐๘ แลว” เปนโฉนดที่ดิน ชางรังวัดไดดําเนินการตามกฎหมายและระเบียบข ั้ นตอนดังท ี่ไดวินิจฉัย มาแลว ทั้งผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงไดลงช ื่ อรับรองแนวเขตถูกตองแลวเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี ที่ ๒) จึงตองดําเนินการแกไขแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในตราจองที่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” ใหตรงกับ ความจริงแลวเปลี่ยนเปนโฉนดที่ดินใหแกผูฟองคดีตอไป การที่ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ไมดําเนินการตาม นัยดังกลาวถือไดวาผูถูกฟองคดีที่ ๒ ละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติในการ รังวัดสอบเขตที่ดินตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน สวนผูวาราชการจังหวัด (ผูถูก ฟองคดีที่ ๑) ไมมีอํานาจหนาท ี่ เก ี่ ยวกับการรังวัดสอบเขตที่ดินตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวล กฎหมายที่ดิน ผูถูกฟองคดีที่ ๑ จึงมิไดละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติ แตอยางใด คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๒๗/๒๕๔๙ ในการรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาทใหแกผูฟองคดีนั้น ผูฟองคดีใหถอยคําตอ เจาหนาที่วา ไดนําทําการรังวัดออกโฉนดที่ดินตามแนวเขตท ี่ ครอบครองทําประโยชนไมมีการ สมยอมแนวเขตกับเจาของที่ดินขางเคียง โดยมีเจาของที่ดินขางเคียงและผูปกครองทองที่รับรอง แนวเขตทุกดาน ซึ่งเจาของที่ดินขางเคียงไดนํารังวัดออกโฉนดที่ดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก. ใน คราวเดียวกันและผูฟองคดีไดรับรองแนวเขตใหเชนกัน ประกอบกับผูฟองคดีมิไดกลาวอางวาไดมี การโยกยายหลักเขตที่ดินหลังจากตางฝายตางรับรองแนวเขตที่ดินซ ึ่ งกันและกันดังกลาวแลว คง อางแตเพียงวาแนวเขตผิดไปจากแนวเขต น.ส. ๓ ก. เดิม เทานั้น จึงฟงไดวาการรังวัดออก โฉนดที่ดินดังกลาวไดดําเนินการตามที่ผูฟองคดีนําช ี้ แนวเขตท ี่ ครอบครองทําประโยชนซึ่งในการ นําช ี้ ของผูฟองคดีแนวเขตมีการเปลี่ยนแปลงไปจากหลักฐานเดิมจึงมีการปกหลักเขตที่ดินเพ ิ่ มเติม เม ื่ อผูฟองคดีไมโตแยงและไมมีผูคัดคานการรังวัดออกโฉนดที่ดินของผูฟองคดีการออกโฉนดที่ดิน ใหผูฟองคดีโดยมีการปกหลักเขตที่ดินตางไปจากหลักเขตเดิมใน น.ส. ๓ ก. จึงเปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมาย ในการดําเนินการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินดังกลาว ผูฟองคดีและเจาของที่ดิน ขางเคียงทิศตะวันออกไดใหถอยคําตอเจาหนาที่วาไดนํารังวัดปกหลักเขตตามเขตท ี่ ครอบครอง มาแตเดิม ซึ่งมีรั้วเกาและหลักเขตเกาเปนเขตโดยไมไดสมยอมแนวเขตกัน แมการครอบครอง ไมตรงกับแผนท ี่ หรือเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดิน แตเจาของที่ดินขางเคียงไดรับรองแนวเขตแลว เจาพนักงาน ที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) จึงมีอํานาจแกไขแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ใหตรงกับความจริงไดตามมาตรา ๖๙ ทวิ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน นอกจากน ี้ ภายหลังผูถูกฟองคดีมีคําส ั่งใหแกไขเนื้ อท ี่ และ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๐๙ รูปแผนที่ในโฉนดที่ดินดังกลาว ผูฟองคดีไดไปใหถอยคํายินยอมใหมีการแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ ใหถูกตองตามผลการรังวัด พรอมท ั้งไดนําโฉนดที่ดินดังกลาวไปใหผูถูกฟองคดีแกไขเนื้ อท ี่ และ รูปแผนที่ พยานหลักฐานดังกลาวจึงฟงไดวาผูฟองคดีและเจาของที่ดินขางเคียงในดานท ี่ เก ี่ ยวของ ตกลงยินยอมใหผูถูกฟองคดีดําเนินการแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินพิพาท ฉะนั้น การ ดําเนินการรังวัดสอบเขตและส ั่ งแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินของผูฟองคดีดังกลาว จึงชอบดวยกฎหมาย ตอมาเม ื่ อผูฟองคดีขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินพิพาทอีกคร ั้ งหนึ่ง ปรากฏวา เจาของที่ดินขางเคียงดานทิศตะวันออกไดคัดคานแนวเขตตามที่ผูฟองคดีนํารังวัด เจาพนักงาน ที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) จึงดําเนินการตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยทํา การสอบสวนไกลเกล ี่ ยแลว แตคูกรณีตกลงกันไมไดผูถูกฟองคดีจึงส ั่งใหคูกรณีไปฟองศาลภายใน เกาสิบวันนับแตวันท ี่ ทราบคําสั่ง การดําเนินการดังกลาวของผูถูกฟองคดีจึงเปนการดําเนินการ ตามอํานาจหนาที่ที่กําหนดในกฎหมายแลว คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๕๕/๒๕๔๙ ในวันทําการรังวัดโฉนดที่ดินพิพาท ผูฟองคดีและนางสาว น.ผูถือกรรมสิทธิ์รวม ไดใหถอยคําวาขอแบงหักที่ดินดานทิศตะวันออกใหเปนท ี่สาธารณประโยชนเปนแปลงแยก ๑ สวน ที่ดินดานทิศเหนือแบงแยกใหผูฟองคดีเปนแปลงแยก ๒ และที่ดินดานทิศใตแบงแยกใหนางสาว น. เปนแปลงคงเหลือ โดยที่โฉนดที่ดินพิพาทมีรูปแผนที่ อยางเกา และไมมีหลักฐานการรังวัดเดิมให ตรวจสอบไดเจาหนาที่ผูทําการรังวัดจึงทําการรังวัดปกหลักเขตที่ดินตามที่ผูขอและเจาของที่ดิน ขางเคียงนําช ี้ ตามหลักเกณฑที่กําหนดไวในขอ ๕ ของระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการรังวัดสอบเขต แบงแยก และรวมโฉนดที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๗ แมเปนกรณีที่ตองทําการรังวัดแบงแยกจํากัดเน ื้ อท ี่ให เปนไปตามความประสงคของผูขอโดยตองทําการรังวัดสอบเขตรอบแปลงที่ดินกอนตามขอ ๘ ของ ระเบียบดังกลาว แตโดยที่ที่ดินสวนท ี่ แบงหักเปนท ี่สาธารณประโยชนมีสภาพเปนหนองน ้ํ าท ี่ไม สามารถปกหลักเขตที่ดินเพ ื่ อทําการรังวัดไดยอมมีผลทําใหการสองกลองรังวัดและหาคาพิกัดฉาก เพ ื่ อคํานวณเน ื้ อที่ดินโดยวิธีคณิตศาสตรไมอาจกระทําไดจึงตองใชรูปแผนที่ในโฉนดที่ดินเดิมเปน หลักในการคํานวณเน ื้ อท ี่ ตามวิธีมาตราสวน สวนที่ดินที่ผูฟองคดีและนางสาว น.ขอแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมไดรังวัดดวยกลองธีโอโดไลทและเม ื่ อเจาหนาที่ผูทําการรังวัดไดคํานวณเน ื้ อที่ทั้งในสวนที่ดินท ี่ ผูฟองคดีและนางสาว น. ขอแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมและสวนของที่ดินท ี่ แบงหักเปนท ี่สาธารณประโยชน จึงแสดงใหเห็นวาเจาหนาท ี่ไดทําการรังวัดและคํานวณเน ื้ อท ี่ ครอบคลุมเน ื้ อที่ทั้งหมดตามรูปแผนที่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๑๐ ของโฉนดที่ดินพิพาทแลวการที่ผูฟองคดีอางวาเจาหนาที่ทําการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินดังกลาว โดยไมสองกลองรังวัดและหาคาพิกัดฉากของทุกหมุดในสวนของที่ดินพิพาท ทําใหการรังวัดสอบ เขตโฉนดที่ดินดังกลาวไมถูกตองตามเน ื้ อที่ที่มีอยูจริง จึงไมอาจรับฟงไดนอกจากน ี้ การท ี่ เจาหนาท ี่ไดรังวัดไปตามที่ผูขอและเจาของที่ดินขางเคียงนําช ี้แนวเขตไดรูปแผนที่ และเน ื้ อที่ตาง จากเดิมโดยเนื้ อท ี่ เพ ิ่ มขึ้น เม ื่ อเจาหนาท ี่ สอบสวนแลวไมปรากฏวามีการสมยอมเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยง กฎหมายเจาหนาที่จึงมีหนังสือแจงใหผูฟองคดีไปจดทะเบียนแบงแยกโฉนดที่ดินพิพาท ซึ่งผูฟองคดี กับนางสาว น. ไดไปดําเนินการจดทะเบียนแบงหักเปนท ี่สาธารณประโยชนและแบงกรรมสิทธ ิ์ รวม พรอมท ั้งใหความยินยอมในการแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ใหเปนไปตามผลการรังวัด ตลอดจนให การรับรองวามิไดนํารังวัดที่ดินรุกล ้ํ าที่ดินขางเคียงและมิไดสมยอมแนวเขตที่ดินเพ ื่ อหลีกเล ี่ ยง กฎหมาย ดังนั้น เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) จึงมีอํานาจแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดิน ดังกลาว ใหตรงกับความเปนจริงไดตามนัยมาตรา ๗๙ ประกอบมาตรา ๖๙ ทวิวรรคสอง และ วรรคสาม แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และขอ ๑๐.๑ ของระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการรังวัดสอบเขต แบงแยก และรวมโฉนดที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๗ การรังวัดสอบเขต การแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ ของ โฉนดที่ดินพิพาทของผูถูกฟองคดีจึงเปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมาย สวนการแจงใหผูฟองคดีไปดําเนินการจดทะเบียนแบงแยกที่ดินก็เพ ื่อใหการ แบงแยกที่ดินแลวเสร็จตามคําขอ หากผูฟองคดีไมไปดําเนินการกรณียอมอยูในดุลพินิจของ ผูถูกฟองคดีที่จะยกเลิกคําขอแบงแยกกรรมสิทธ ิ์ รวมหรือไมก็ไดการที่ผูถูกฟองคดีไมยกเลิกคําขอ และผูฟองคดีไมไดยื่นคําขอเพ ื่ อยกเลิกคําขอรังวัดแบงแยกที่ดิน ผูถูกฟองคดีจึงมีหนาที่ตอง ดําเนินการตามคําขอเดิมของผูฟองคดีตอไป คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๙๔/๒๕๒๔ กรณีที่เจาพนักงานที่ดินไดสอบสวนไกลเกล ี่ ยแลว แตคูกรณีตกลงกันไมได เจาพนักงานที่ดินจึงไดแจงใหคูกรณีไปฟองรองตอศาล เปนการปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา ๖๙ ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๙๓/๒๕๒๕ เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา เจาพนักงานที่ดินไดทําการรังวัดสอบเขต โดยใช หลักฐานเก ี่ ยวกับโฉนดที่ดินและหลักฐานแผนที่ที่ดินขางเคียงซ ึ่ งมีอยูที่สํานักงานที่ดินแลว แตเน ื่องจากโฉนดที่ดินของผูรองทุกขเปนโฉนดแผนที่ อยางเกาไมมีหลักฐานท ี่จะปูโฉนดที่ดินไดจึง ไดรังวัดโดยประมาณจากรูปแผนที่ ปรากฏวา ไดเน ื้ อท ี่ ๑๗ ไร๙๔ ตารางวาเทานั้น เม ื่ อผูรองทุกข สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๑๑ จะใหรังวัดใหไดจํานวนเน ื้ อที่ถึง ๓๖ ไร ตามโฉนดที่ดิน ก็ปรากฏวามีผูคัดคานวารังวัดบุกรุกที่ดิน ซึ่งในกรณีเชนน ี้ ตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติใหเปนหนาท ี่ ของ ผูสอบเขตจะตองดําเนินการฟองเจาของที่ดินขางเคียงผูคัดคาน ดังนั้น กรณีนี้เจาหนาท ี่ ของรัฐได ปฏิบัติหนาท ี่โดยชอบดวยกฎหมายแลว และเปนเร ื่ องพิพาทกันระหวางเอกชนกับเอกชนเก ี่ ยวกับ สิทธิในที่ดิน ซึ่งจะตองไปใชสิทธิทางศาล คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๖/๒๕๓๑ ในการรังวัดแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมที่ดินของนาย บ. กับผูถือกรรมสิทธ ิ์ รวม ผูรองทุกข ในฐานะเจาของที่ดินขางเคียงไดแตงต ั้ งตัวแทนไประวังช ี้ แนวเขต แตตัวแทนของผูรองทุกขไม สามารถนําช ี้ แนวเขตที่ดินที่ถูกตองไดจึงแสดงความจํานงขอใหมีการรังวัดสอบเขตที่ดินของ ผูรองทุกขกอน โดยไมไดคัดคานการรังวัดแตอยางใด แตผูรองทุกขก็ไมยอมดําเนินการนํารังวัด สอบเขตที่ดินของตนใหเสร็จสิ้น ผูขอรังวัดแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมจึงไดนําทําการรังวัดตอไปจนเสร็จสิ้น ผลปรากฏวาหลักเขตที่ดินอยูครบ ระยะและรูปแผนที่ คงเดิม และเน ื้ อท ี่ เทาเดิม สํานักงานที่ดินจึงมี หนังสือแจงใหผูรองทุกขตรวจสอบแนวเขตที่ดินของตน แลวไปพบพนักงานเจาหนาท ี่ เพ ื่ อรับรอง แนวเขตหรือคัดคานการรังวัด การดําเนินการของสํานักงานที่ดินดังกลาวจึงเปนการดําเนินการไป โดยถูกตองตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๕๙๗ และระเบียบกรมที่ดิน วาดวยการติดตอหรือการแจงผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงใหมาลงช ื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการ รังวัด พ.ศ. ๒๕๒๑ แลว ตามมาตรา ๗๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติใหนําบทบัญญัติใน มาตรา ๖๙ ทวิมาใชบังคับกับการรังวัดแบงแยกที่ดินออกเปนหลายแปลงดวย เม ื่ อการรังวัดเพื่อ แบงกรรมสิทธ ิ์รวมเปนการรังวัดแบงแยกที่ดินออกเปนหลายแปลง เจาพนักงานที่ดินจังหวัดจึงมี อํานาจทําการสอบสวนไกลเกล ี่ยไดและตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหก ไมไดบังคับวาเจาพนักงาน ที่ดินจังหวัดจะตองทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยดวยตนเอง ดังนั้น เพ ื่อประโยชนในการปฏิบัติ ราชการ เจาพนักงานที่ดินจังหวัดจึงอาจมอบหมายใหนายชางรังวัดซ ึ่งเปนผูใตบังคับบัญชาตาม สายงานบริหารเปนผูดําเนินการสอบสวนไกลเกล ี่ยแทนได คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๒๘/๒๕๓๒ มาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินไดกําหนดใหผูมีสิทธิในที่ดินเทาน ั้ นท ี่ จะขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินของตนเปนการเฉพาะราย โดยใหยื่นคําขอพรอมกับโฉนดที่ดินตอ เจาพนักงานที่ดิน และกําหนดใหผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงดังกลาวท ี่ จะทําการคัดคานการรังวัด สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๑๒ สอบเขตที่ดินไดเม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ผูรองทุกขมิไดรองทุกขวาผูรองทุกขไดครอบครองที่ดิน ดังกลาว หรือรองทุกขวาไดยื่นคําขอรังวัดสอบเขตที่ดินแลวเจาพนักงานที่ดินไมดําเนินการให ประกอบกับสิทธิของผูรองทุกขที่เขาไปอยูในที่ดินบริเวณดังกลาวไดก็โดยอาศัยสิทธิตามสัญญา เชาเทานั้น กรณีนี้เจาพนักงานที่ดินหรือกรมที่ดินจึงไมมีหนาท ี่ ตามกฎหมายท ี่ จะตองดําเนินการ อยางใดอยางหน ึ่งใหแกผูรองทุกข คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๕๖/๒๕๓๖ กรณีที่ผูรองทุกขไดคัดคานการท ี่ พนักงานเจาหนาที่ทําการรังวัดที่ดินเพ ื่อเปลี่ ยน น.ส. ๓ เปน น.ส. ๓ ก. ใหแกผูอื่น โดยอางวาเปนการรังวัดทับที่ดินที่ผูรองทุกขไดครอบครอง ทําประโยชนและเจาพนักงานที่ดินไดทําการสอบสวนไกลเกล ี่ ยตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวล กฎหมายที่ดินแลว แตคูกรณีไดตกลงกันวาจะไปปรึกษากันเองกอนไดผลประการใดจะแจงให เจาหนาท ี่ ทราบ ถือไดวาเจาหนาท ี่ บริหารงานที่ดินไดดําเนินการสอบสวนไกลเกล ี่ ยตามอํานาจ หนาที่ที่กฎหมายกําหนดไวแลวจึงไมเปนการละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติ และไมเปนการกระทําที่ขัดหรือไมถูกตองตามกฎหมายแตอยางใด พนักงานที่ดินหรือกรมที่ดินจึง ไมมีหนาท ี่ ตามกฎหมายท ี่ จะตองดําเนินการอยางใดอยางหน ึ่งใหแกผูรองทุกข คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๔๓/๒๕๓๙ การที่ผูรองทุกขกับผูถือกรรมสิทธ ิ์ รวมขอรังวัดแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมที่ดินออกจากกัน แตไมสามารถตกลงแนวเขตที่ดินในสวนของแตละคนไดเจาพนักงานที่ดินจึงทําการสอบสวนไกลเกลี่ย แตคูกรณียังไมสามารถตกลงกันไดเจาพนักงานที่ดินจึงแจงใหผูรองทุกขไปฟองตอศาลนั้น เปน การดําเนินการไปตามหลักเกณฑที่กฎหมายบัญญัติไวตามมาตรา ๗๙ ประกอบมาตรา ๖๙ ทวิแหง ประมวลกฎหมายที่ดินแลว การท ี่ เจาพนักงานที่ดินไมดําเนินการรังวัดแบงกรรมสิทธ ิ์รวมใหตาม คําขอของผูรองทุกขจึงหาใชการกระทําที่ขัดหรือไมถูกตองตามกฎหมายไม คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๘๑/๒๕๔๑ แมในการรังวัดแบงแยกที่ดินของผูขอรังวัด ผูรองทุกขในฐานะเจาของที่ดิน ขางเคียงจะไมไดไปรวมระวังแนวเขต เน ื่ องจากผูขอรังวัดอางวาไมสามารถติดตอผูรองทุกขไดแต เม ื่อในการรังวัดตองมีการปกหลักเขตใหมแทนหลักเขตเกาที่สูญหายไป เจาพนักงานที่ดินก็ได ปฏิบัติตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินและตามหนังสือเวียนของกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๖/ว.๐๕๒๕๖ ลงวันท ี่ ๒๕ กุมภาพันธ๒๕๓๖ ที่ใหแจงเปนหนังสือใหเจาของที่ดิน ขางเคียงทราบเพ ื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัด โดยไดมีหนังสือแจงใหผูรองทุกขทราบแลว สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๑๓ จึงเห็นไดวาเจาพนักงานที่ดินไดปฏิบัติตามกฎหมายและหนังสือเวียนดังกลาวแลว สวนการ ปกหลักเขตที่ดินใหมแทนหลักเขตเดิมที่สูญหายไปนั้น เม ื่ อเจาพนักงานที่ดินเห็นวาที่ดินของผูขอ รังวัดเปนไปตามแผนที่ เดิมที่มีอยูก็มีอํานาจปกหลักเขตใหมแทนหลักเขตเกาได ทั้งน ี้ไมเปนการ ตัดสิทธิเจาของที่ดินขางเคียงท ี่จะโตแยงหรือคัดคาน แมจะไมไดไปรวมระวังแนวเขตก็ตาม และ เม ื่ อเจาพนักงานที่ดินทราบวายังไมมีการสงหมายขางเคียงใหผูรองทุกขจึงไดนัดรังวัดใหมซึ่ง ผูแทนของผูรองทุกขไดไปรวมระวังช ี้ แนวเขตและยอมรับช ี้ แนวเขตตามหลักเขตที่ดินที่ปกใหมแต คัดคานวาหลักเขตที่ปกใหมไมถูกตองตามหลักเขตเดิมอันมีผลเปนการคัดคานการรังวัด เจาพนักงานที่ดินจึงทําการสอบสวนไกลเกล ี่ยโดยใชแผนที่ปกหลักเขตในการพิจารณา แตคูกรณี ตกลงกันไมไดจึงมีคําส ั่งใหคูกรณีไปฟองตอศาลภายใน ๙๐ วัน ถือวาเจาพนักงานที่ดินไดปฏิบัติ หนาท ี่ในการรังวัดที่ดิน การปกหลักเขตที่ดินใหมและการสอบสวนไกลเกล ี่ยเปนไปตามที่ มาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติไวแลว คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๒๒/๒๕๔๒ ในกรณีของการรังวัดสอบเขตที่ดินน ั้ นเม ื่ อเจาพนักงานที่ดินไดทําการรังวัดที่ดิน ตามคําขอของผูรองทุกขแลว ปรากฏวาเจาของที่ดินขางเคียงคัดคานการรังวัด ชางรังวัดจึงจัดทํา แผนที่พิพาทตามที่ผูขอและผูคัดคานไดนําการรังวัดและรับรองไวหลังจากน ั้ นเจาพนักงานที่ดินจึง ไดนัดใหคูกรณีไปพบเพื่อสอบสวนไกลเกล ี่ยโดยถือแผนท ี่เปนหลักในการพิจารณา แตทั้งสองฝาย ไมสามารถตกลงกันไดเจาพนักงานที่ดินจึงมีคําส ั่งใหคูกรณีไปฟองตอศาลภายใน ๙๐ วัน นับแต วันท ี่ไดรับแจง ซึ่งผูรองทุกขไดรับทราบคําส ั่ งดังกลาวแลวและไดยื่นฟองเจาของที่ดินขางเคียงท ี่ คัดคานการรังวัดตอศาลจังหวัดสระบุรีในขอหาละเมิด ขับไลและเรียกคาเสียหายขณะน ี้ คดีอยูใน ระหวางการพิจารณาของศาล กรณีถือไดวาเจาพนักงานที่ดินไดปฏิบัติหนาท ี่ในการรังวัดสอบเขต ที่ดินของผูรองทุกขตามท ี่ มาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินไดกําหนดไวแลว และไม ปรากฏวามีการดําเนินการในลักษณะกล ั่ นแกลงผูรองทุกขแตอยางใด กรณีจึงถือไดวาเจาพนักงาน ที่ดินไดดําเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินของผูรองทุกขเปนไปตามประมวลกฎหมายที่ดินกําหนดไวแลว คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๐๙/๒๕๔๒ บทบัญญัติวรรคสามของมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินไดกําหนด วิธีการในการปฏิบัติของพนักงานเจาหนาท ี่เปนข ั้นตอนไวโดยชัดเจนแลว เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ในวันรังวัดสอบเขตที่ดินของผูรองทุกขแมวาสํานักงานที่ดินอําเภอจะไมไดมีหนังสือแจงให นายอําเภอ หรือกํานัน หรือผูใหญบาน ผูปกครองทองท ี่ไปรวมตรวจสอบที่ดิน นําช ี้ และรับรอง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๑๔ แนวเขตท ี่สาธารณประโยชนแตจากบันทึกถอยคํา (ท.ด. ๑๖) ของนาย ส. (ผูใหญบาน) ระบุวา นาย ส. ไดไปรวมตรวจสอบที่ดินแปลงนี้ พบวามีทางสาธารณประโยชนที่ประชาชนใชรวมกันมา นานกวา ๕๐ ปตัดผานในที่ดินของผูรองทุกขนาย ส. จึงไมสามารถเปนพยานรับรองการขอรังวัด ตรวจสอบเน ื้ อท ี่ไดกรณีจึงถือไดวา นาย ส. ซึ่งไดรับมอบอํานาจจากนายอําเภอใหไปรวม ตรวจสอบที่ดิน นําช ี้ และรับรองแนวเขตท ี่สาธารณประโยชนไดรับทราบจากเจาหนาท ี่ ของ สํานักงานที่ดินใหไปรวมนําช ี้ และรับรองแนวเขตท ี่สาธารณประโยชนในฐานะผูดูแลรักษา ที่สาธารณประโยชนตามกฎหมาย ตามท ี่ วรรคสามของมาตรา ๖๙ ทวิดังกลาวกําหนดแลว เมื่อ ปรากฏวา นาย ส. ไมยอมลงช ื่ อรับรองแนวเขตแตไมไดคัดคานการรังวัดที่ดิน นายอําเภอและ เจาหนาท ี่ บริหารงานที่ดินอําเภอก็ตองดําเนินการในขั้ นตอนตอไปตามที่ วรรคสามของมาตรา ๖๙ ทวิ กําหนดไวกลาวคือ นายอําเภอและเจาหนาท ี่ บริหารงานที่ดินอําเภอตองมีหนังสือแจงใหผูปกครอง ทองท ี่ไปลงชื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัดภายใน ๓๐ วัน นับแตวันท ี่ไดสงหนังสือ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๔๖/๒๕๔๒ การที่ผูรองทุกขอางวา สํานักงานที่ดินไดรังวัดออกโฉนดที่ดินใหแกผูรองทุกขมี เน ื้ อที่นอยกวาหลักฐาน น.ส. ๓ เดิม จึงย ื่ นคําขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดิน และไดนําช ี้ แนวเขตที่ดิน ดานติดคลองสาธารณประโยชนแตกตางไปจากรูปแผนที่ในโฉนดที่ดินท ี่เปนเสนตรงโดยผูรองทุกข นําช ี้เปนเสนโคงซึ่งผูปกครองทองท ี่ไดรับรองแนวเขตที่ดินแลวแตเม ื่ อนํารูปแผนที่ ครอบระวางแผนท ี่ แลว ปรากฏวาแนวเขตที่ดินทับคลองสาธารณประโยชนเจาหนาที่จึงไมแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อทในี่ โฉนดที่ดินของผูรองทุกขผูรองทุกขจึงรองทุกขตอคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขซึ่งคณะกรรมการ วินิจฉัยรองทุกขไดมีมติใหสํานักงานที่ดินทําการรังวัดตรวจสอบแนวเขตคลองสาธารณประโยชน และที่ดินที่พิพาทแลว ผูปกครองทองที่ยืนยันแนวเขตตามหลักฐานระวางแผนท ี่จึงไมอาจถือวา ผูปกครองทองท ี่ไดรับรองแนวเขตที่ดินตามการนํารังวัดของผูรองทุกข ดังนั้น การที่สํานักงานที่ดิน ไมแกไขรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินของผูรองทุกขตามที่ผูรองทุกขนํารังวัดจึงไมเปนการ กระทําที่ขัดหรือไมถูกตองตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๕๓/๒๕๔๓ การที่ชางรังวัดทําการรังวัดแบงแยกโฉนดที่ดินโดยนํารูปแผนที่ หลังโฉนดที่ดิน ที่พิพาทและที่ดินขางเคียงทุกแปลงไปประกอบการรังวัด รวมทั้งไดสอบสวนแนวเขตและตรวจสอบ หลักเขตที่มีอยูในที่ดินแลวปรากฏวา ไดรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ คลาดเคล ื่ อนจากเดิม จึงไดสอบสวน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๑๕ เจาของที่ดินและเจาของที่ดินขางเคียงแลวเสนอใหแกรูปแผนที่ และเน ื้ อท ี่ ตามการรังวัดใหม เปน การดําเนินการตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๒๘๙/๒๕๔๕ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินไดดําเนินการแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมที่ดินตามคําขอของ ผูจัดการมรดกในฐานะสวนตัวและในฐานะผูจัดการมรดก โดยไดดําเนินการรังวัดแบงแยกและ สรางโฉนดที่ดินแปลงแยก ถือไดวาเปนข ั้ นตอนการดําเนินการภายในของเจาพนักงานที่ดินตาม มาตรา ๗๙ และมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน และเม ื่อปรากฏตอมาวาการ จดทะเบียนแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมดังกลาวเปนการกระทําที่ผูจัดการมรดกมีสวนไดเสียเปนปฏิปกษตอ กองมรดก เจาพนักงานที่ดินจึงแจงใหผูจัดการมรดกแกไขเรื่ องดังกลาว ซึ่งผูจัดการมรดกไดไปยื่น คํารองขอใหศาลส ั่ งอนุญาต ศาลช ั้ นตนมีคําส ั่ งอนุญาต แตศาลอุทธรณกลับใหยกคํารองและศาลฎกาี พิพากษายืน หลังจากน ั้ นเจาพนักงานที่ดินก็มิไดกระทําการใดๆ เก ี่ ยวกับการจดทะเบียนแบง กรรมสิทธ ิ์ รวมที่ดินพิพาทอีกการท ี่ เจาพนักงานที่ดินเพียงแตทําการรังวัดที่ดิน และสรางโฉนดที่ดิน แปลงแยกเตรียมไวมิใชการดําเนินการตามคําส ั่ งศาลช ั้ นตนท ี่ อนุญาตใหมีการแบงแยกกรรมสิทธ ิ์ รวมในที่ดินโดยคําพิพากษายังไมถึงที่สุด นอกจากนั้น คําพิพากษาศาลฎีกาก็มิไดพิพากษาให เจาพนักงานที่ดินดําเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินและดําเนินการตางๆ เก ี่ ยวกับการขอแบงแยก โฉนดที่ดิน ดังนั้น แมการดําเนินการของเจาพนักงานที่ดินจะมีผลกระทบตอผูฟองคดีซึ่งเปนผูมีสิทธิ รับมรดก แตก็ไมเขาหลักเกณฑตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีจึงไมอยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๒๙๗/๒๕๔๕ ในการรังวัดสอบเขตที่ดินของเจาของที่ดินขางเคียงและของผูฟองคดีมีการโตแยง คัดคานการรังวัดสอบเขตที่ดินของกันและกัน อันเปนการโตแยงสิทธิระหวางเอกชนตอเอกชนวา ใครมีสิทธิดีกวากันตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยซึ่งในกรณีที่มีผูคัดคานการรังวัดและ คูกรณีไมสามารถตกลงกันไดประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา บัญญัติใหคูกรณี ไปฟองศาล เม ื่ อศาลมีคําพิพากษาหรือคําส ั่ งถึงที่สุดประการใดใหเจาพนักงานที่ดินดําเนินการ ไปตามนั้น เม ื่อเปนเร ื่องโตแยงสิทธิซึ่งเปนมูลละเมิดเรียกคาเสียหาย จึงอยูในอํานาจศาลยุติธรรม สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๑๖ ตามนัยคําวินิจฉัยช ี้ ขาดอํานาจหนาท ี่ ระหวางศาลท ี่ ๔/๒๕๔๕ มิใชคดีปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๖๑/๒๕๔๕ เม ื่ อผูฟองคดีไดขอยกเลิกคําขอรังวัดสอบเขตที่ดินและผูถูกฟองคดี (เจาพนักงาน ที่ดิน) ไดมีคําส ั่ งยกเลิกคําขอตามความประสงคแลวถือไดวาผูฟองคดีไมประสงคจะสอบเขตที่ดิน ดังกลาวตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดินแลว ผูฟองคดีจึงไมมีสิทธิฟองคดีนี้ตอ ศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๕๓/๒๕๔๖ (อางแลวในมาตรา ๖๖) คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๒๐๕/๒๕๔๖ เม ื่ อผูฟองคดีไดยื่นคําขอเพ ื่ อการตรวจสอบเน ื้ อที่ดินตามหนังสือรับรองการทํา ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เม ื่ อวันท ี่ ๘ ตุลาคม ๒๕๔๓ ชางรังวัดไดออกไปดําเนินการรังวัดแลว แต เจาของที่ดินขางเคียงคัดคานการรังวัดจนกระท ั่ งวันท ี่ ๘ มีนาคม ๒๕๔๔ ผูถูกฟองคดีที่ ๒ (เจาพนักงานที่ดิน) จึงไดแจงวามีเหตุขัดของเก ี่ ยวกับการนําช ี้ แนวเขตพิพาท เปนเหตุใหผูฟองคดี ไมพอใจจึงเรียกรองคาเสียหายเน ื่องจากการปฏิบัติหนาที่ลาชา กรณีถือวาเปนคดีพิพาทตาม มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งผูเสียหายจะตองฟองหนวยงานของรัฐดังกลาวโดยตรง แตจะฟองเจาหนาท ี่ไมได ตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาท ี่ พ.ศ. ๒๕๓๙ เม ื่อปรากฏวาผูถูกฟองคดีที่ ๒ ถึงท ี่ ๕ เปนเจาหนาท ี่ อยูในสังกัดกรมที่ดินซ ึ่งเปนนิติบุคคลตาม กฎหมายมหาชน มีบทบาทอํานาจหนาท ี่ในการปฏิบัติการท ั้งหลายใหเปนไปตามประมวล กฎหมายที่ดิน จึงชอบท ี่ศาลปกครองชั้ นตนจะกําหนดใหกรมที่ดินเปนผูถูกฟองคดีเพ ิ่ มข ึ้นให สอดคลองกับบทบัญญัติมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาท ี่ พ.ศ. ๒๕๓๙ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๓๘/๒๕๔๖ การฟองวาเจาพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตและรวมโฉนดที่ดินทับคลอง สาธารณประโยชนทําใหผูฟองคดีและชาวบานซ ึ่ งมีที่ดินติดกับคลองไดรับความเดือดรอนไม สามารถใชคลองเปนทางระบายน ้ําในฤดูฝนไดซึ่งผูฟองคดีไดคัดคานการรังวัดแลวแตเจาพนักงาน ที่ดินไมรับคําคัดคานโดยอางวาไมใชการคัดคานตามมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๑๗ และเม ื่ ออุทธรณโตแยงก็ไดรับการยืนยันเชนเดิม กรณีเปนการฟองวาหนวยงานทางปกครอง กระทําการไมถูกตองตามกฎหมาย ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เม ื่ อการกระทําดังกลาวทําใหผูฟองคดีไดรับ ความเดือดรอนจากการไมสามารถใชประโยชนจากคลองสาธารณประโยชนไดผูฟองคดีจึงมีสิทธิ ฟองคดีตอศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๙๘/๒๕๔๖ ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๙ กําหนดใหผูที่ประสงคจะแบงแยกที่ดินตองยื่น คําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ และกฎหมายดังกลาวไดบัญญัติขั้นตอนการ ดําเนินการคัดคานไวในมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหนึ่ง และวรรคหา แตเม ื่ อผูฟองคดีไดขอยกเลิกคําขอ รังวัดแบงแยกที่ดิน การดําเนินการตางๆ เพ ื่ อแบงแยกที่ดินตองยุติลงนับแตวันท ี่ ยกเลิกคําขอ คําคัดคานการรังวัดแบงแยกที่ดินและหนังสือของเจาพนักงานที่ดินท ี่ แจงเร ื่ องการคัดคานแนวเขต ที่ดินซ ึ่งเปนข ั้ นตอนหน ึ่งในการดําเนินการมาสูการแบงแยกที่ดินยอมส ิ้นผลไป จึงไมมีมูลเหตุแหง การฟองคดีผูฟองคดีจึงไมเปนผูเดือดรอนหรือเสียหายท ี่ จะมีสิทธิฟองคดีตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่งแหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๖๑/๒๕๔๗ เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ชางรังวัดไดออกไปทําการรังวัดที่ดินใหตามคําขอของ ผูฟองคดีแลว แตการรังวัดมีเหตุขัดของเน ื่ องจากเจาของที่ดินแปลงขางเคียงคัดคานแนวเขตที่ดิน ที่ผูฟองคดีนํารังวัด ผูฟองคดีจึงขอยกเลิกคําขอรังวัดสอบเขตที่ดินดังกลาว ตอมาผูฟองคดียื่น คําขอรังวัดสอบเขตที่ดินเปนคร ั้ งท ี่ สอง แตการรังวัดก็ยังมีเหตุขัดของเชนเดิมอีก การรังวัดจึง หยุดชะงักอยูและเจาพนักงานที่ดินไดเรียกใหผูฟองคดีไปพบเพื่ อดําเนินการตอไปแตผูฟองคดี ไมไปพบ กรณีไมอาจถือไดวาเจาพนักงานที่ดินไมดําเนินการตามคําขอของผูฟองคดีเม ื่ อการรังวัด ไมอาจดําเนินการตอไปไดเพราะผูฟองคดีมีสวนกอใหเกิดการขัดของข ึ้ นดวย จึงถือไดวาผูฟองคดี ไมใชผูไดรับความเดือดรอนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดรอนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเล ี่ยงได ที่จะมีสิทธิฟองเจาพนักงานที่ดินวาไมยอมดําเนินการรังวัดสอบเขต คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๖๘/๒๕๔๗ แมผูอํานวยการเขตจะเปนเจาหนาท ี่ ของรัฐตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติ จัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แตการที่ผูอํานวยการเขตคัดคาน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๑๘ การรังวัดสอบเขตที่ดินของผูฟองคดีไมใชกรณีที่เจาหนาท ี่ ของรัฐกระทําการโดยมิชอบดวยกฎหมาย ที่กระทบตอผูฟองคดีไมวาจะเปนการออกกฎ คําสั่ง หรือการกระทําอ ื่นใด แตเปนการทําหนาท ี่ ดูแลรักษาท ี่ สาธารณสมบัติของแผนดิน อันเปนการโตแยงสิทธิในที่ดินของผูฟองคดีศาลปกครอง ไมมีอํานาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคําส ั่งใหเพิกถอนคําคัดคานแนวเขตที่ดินในกรณีนี้ได คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๗๗/๒๕๔๗ การที่กํานันในฐานะตัวแทนผูรับมอบอํานาจจากนายอําเภอตามมาตรา ๑๒๒ ประกอบกับมาตรา ๔๐ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท ี่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ คัดคานแนวเขตที่ดินที่ผูฟองคดียื่นคําขอรังวัดสอบเขตตามมาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา แหงประมวล กฎหมายที่ดิน ไมใชกรณีที่หนวยงานทางปกครอง หรือเจาหนาท ี่ ของรัฐกระทําการโดยไมชอบดวย กฎหมายไมวาจะเปนการออกกฎ คําสั่ง หรือการกระทําอ ื่นใด เน ื่ องจากกระทําการโดยไมมีอํานาจ หรือนอกเหนืออํานาจหนาที่อันเปนคดีพิพาทท ี่ศาลปกครองจะพิจารณาพิพากษาหรือมีคําส ั่งให เพิกถอนคําคัดคานดังกลาวไดตามนัยมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) ประกอบมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ผูฟองคดีจึงไมมี สิทธิฟองคดีตอศาลปกครองขอใหบังคับกํานันและนายอําเภอถอนการคัดคานการรังวัดสอบเขต ที่ดินไดตามนัยมาตรา ๔๒ วรรคหน ึ่ งแหงพระราชบัญญัติเดียวกัน คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๐๔/๒๕๔๗ ผูฟองคดีซึ่งเปนเจาของที่ดินขางเคียงไดไปรวมระวังช ี้แนวเขตในวันทําการรังวัด สอบเขตโฉนดที่ดินแปลงพิพาท โดยไมไดลงลายมือช ื่ อรับรองแนวเขตหรือคัดคานการรังวัด ตอมา เจาพนักงานที่ดินมีหนังสือแจงใหผูฟองคดีไปทําการตรวจสอบแนวเขตที่ดินและลงช ื่ อรับรอง แนวเขตหรือทําการคัดคานภายในกําหนดสามสิบวันนับแตวันท ี่ไดสงหนังสือ อันเปนการปฏิบัติ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๙ ทวิวรรคสาม ซึ่งเพียงแตการดําเนินการดังกลาวนั้น ยังไม ถือวาเสร็จส ิ้ นการดําเนินการตามท ี่ กฎหมายกําหนด ทั้งเจาพนักงานที่ดินก็ยังมิไดสั่งการหรือใหมี การแกไขรูปแผนที่ หรือเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินของผูขอทําการรังวัด อันจะกอใหเกิดความเสียหายแก ผูฟองคดีผูฟองคดีจึงไมใชผูเดือดรอนหรือเสียหายท ี่ จะมีสิทธิฟองคดีตอศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่งแหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๙๑/๒๕๔๘ (ประชุมใหญ) การที่ผูฟองคดีไดรองคัดคานวาเจาหนาท ี่ ของรัฐไดทําการรังวัดแนวเขตที่ดินเพื่อ ออกหนังสือสําคัญสําหรับท ี่ หลวงรุกล ้ํ าที่ดินของผูฟองคดีที่มีหลักฐานหนังสือรับรองการทํา สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๑๙ ประโยชน(น.ส. ๓ ก.) และท ี่ไมมีหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิซึ่งอยูติดตอกันโดยไมชอบดวย กฎหมายและมีคําขอใหศาลปกครองมีคําส ั่ งหามมิใหมีการออกหนังสือสําคัญสําหรับท ี่หลวงเปน สําคัญ จึงเปนกรณีกลาวหาผูถูกฟองคดี (ผูวาราชการจังหวัด , นายอําเภอ , เจาพนักงานที่ดิน , หัวหนาชางรังวัด , ชางรังวัดและกํานัน) วาปฏิบัติหนาที่รังวัดแนวเขตที่ดินเพ ื่ อออกหนังสือสําคัญ สําหรับท ี่หลวงโดยไมถูกตองตามรูปแบบ ขั้นตอน หรือวิธีการอันเปนสาระสําคัญตามท ี่ กฎหมาย กําหนด ซึ่งเปนคดีพิพาทท ี่ เก ี่ ยวกับการท ี่ เจาหนาท ี่ ของรัฐกระทําการโดยไมชอบดวยกฎหมายตาม มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งอยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๒๗๖ ของรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๗๔๙/๒๕๔๙ ในการพิจารณาวา คดีที่ฟองน ั้นเปนคดีประเภทใด อยูในเขตอํานาจของศาลใด ตองพิจารณาจากขอกลาวหาท ี่บรรยายในคําฟองและคําขอเปนหลักการฟองขอใหศาลเพิกถอนคําสั่ง ทางปกครองเปนคดีปกครองที่ อยูในอํานาจของศาลปกครองตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ศาลยุติธรรมไมมีอํานาจตามกฎหมายท ี่ จะเพิกถอนคําสั่งทางปกครองได คดีนี้เปนกรณีพิพาทเก ี่ ยวกับการท ี่ เจาหนาที่รังวัดของสํานักงานที่ดินทําการรังวัด แบงแยกที่ดินของผูฟองคดีทําใหที่ดินของผูฟองคดีขาดหายไป เปนเหตุใหการจดทะเบียนแบงแยก ที่ดินไมชอบดวยกฎหมาย ซึ่งการจดทะเบียนดังกลาวเปนคําส ั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหง พระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เม ื่ อเหตุแหงการฟองคด ี ตามที่ผูฟองคดีกลาวอางเกิดจากการท ี่ เจาหนาท ี่ ของสํานักงานที่ดินรังวัดแบงแยกที่ดินแปลงขางเคียง คลาดเคล ื่ อน ทําใหเน ื้ อที่ดินของผูฟองคดีขาดหายไป ผูฟองคดีจึงฟองขอใหเพิกถอนการรังวัดและ การจดทะเบียนแบงแยกที่ดิน โดยผูฟองคดีไมไดมีปญหาเก ี่ ยวกับการบุกรุกที่ดินหรือพิพาทเร ื่ อง กรรมสิทธิ์ที่ดินกับเจาของที่ดินขางเคียงแตอยางใด คดีจึงอยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แมคดีมีประเด็นจะตองวินิจฉัยวาที่ดินพิพาทเปนที่ดินของผูฟองคดีหรือ ของเจาของที่ดินแปลงขางเคียงท ี่ ขอรังวัด ซึ่งเปนประเด็นเก ี่ ยวกับสิทธิก็ตาม ก็เปนประเด็น เก ี่ ยวพันท ี่ ศาลมีอํานาจวินิจฉัยกอนไดเพ ื่ อท ี่ จะสามารถวินิจฉัยประเด็นความชอบดวยกฎหมาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๒๐ ของคําส ั่งทางปกครองขางตน อันเปนประเด็นหลักแหงคดี ทั้งน ี้ ตามขอ ๔๑ วรรคสอง แหง ระเบียบของท ี่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๕๒๔๔/๒๕๔๕ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๙ ทวิวรรคหา เปนบทบัญญัติใหอํานาจ เจาพนักงานที่ดินสอบสวนไกลเกล ี่ ยเพ ื่อใหการรังวัดสอบเขต และการออกโฉนดที่ดินตามผลการ รังวัดใหมซึ่งเปลี่ยนไปสามารถดําเนินการตอไปไดเพ ื่อประโยชนแกคูกรณีที่จะไดทราบแนวเขตท ี่ แทจริงตามท ี่ ตกลงกัน และถาไกลเกล ี่ ยแลวไมสามารถตกลงกันไดก็แจงใหคูกรณีไปฟองภายใน ๙๐ วัน ถาไมมีการนําคดีไปฟองภายในกําหนดดังกลาว เพียงถือวาผูขอสอบเขตโฉนดที่ดิน ไมประสงคจะใหดําเนินการตามคําขออีกตอไป และทําใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจท ี่จะไมรังวัด สอบเขตที่ดินตอไปไดโดยไมมีความผิดเทานั้น หาใชเปนบทกําหนดวิธีการและข ั้ นตอนท ี่ใหผูยื่น คําขอรังวัดตองปฏิบัติกอนจึงจะฟองคดีไดไมและไมมีผลทําใหการถูกโตแยงสิทธิของโจทกตาม ความจริงไมเกิดข ึ้ นหรือหมดไป สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๒๑ มาตรา ๗๐ เพ ื่อประโยชนแกการรังวัด ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจ (๑) เรียกผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงมาระวังแนวเขต และลงชื่ อรับทราบแนว เขตที่ดินของตน (๒) เรียกใหบุคคลท ี่ เก ี่ ยวของมาใหถอยคํา หรือส ั่งใหสงเอกสาร หรือ หลักฐานอ ื่นใดที่ เก ี่ ยวของในการสอบสวน (มีการเพ ิ่ มมาตรา ๗๐ ทวิโดยขอ ๙ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ดังตอไปนี้) มาตรา ๗๐ ทวิใหนํามาตรา ๖๖ และมาตรา ๗๐ มาใชบังคับแกการพิสูจน สอบสวนที่ดินเพ ื่ อออกหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยอนุโลม (ความในมาตรา ๗๐ ทวิซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๗๐ ทวิใหนําความในมาตรา ๖๖ และมาตรา ๗๐ มาใชบังคับแก การพิสูจนสอบสวนที่ดินเพ ื่ อออกหนังสือรับรองการทําประโยชนและการตรวจสอบเน ื้ อท ี่ ตามหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยอนุโลม คําวินิจฉัยที่นาสนใจ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๖๓๓/๒๕๒๓ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๕๐ (๒) มาตรา ๕๓ เทศบาล มีหนาที่จัดใหมีและบํารุงรักษาทางบก ทางน้ํา หาไดบัญญัติใหเทศบาลหรือจําเลยซ ึ่งเปน นายกเทศมนตรีมีหนาที่ตองระวังแนวเขตและลงช ื่ อรับทราบแนวเขตตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๗๐ ไมฉะน ั้ นแมจําเลยจะไมยอมลงช ื่ อรับรองแนวเขตทางสาธารณะ การกระทําของ จําเลยก็ไมเปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๒๒ หมวด ๖ การจดทะเบยนสี ิทธิและนิติกรรม มาตรา ๗๑ ใหผูดํารงตําแหนงตอไปนี้เปนพนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (๑) เจาพนักงานที่ดินหรือผูทําการแทนสําหรับที่ดินในเขตที่มีสํานักงานที่ดิน จังหวัด หรือสํานักงานที่ดินสาขา และเฉพาะที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน หรือที่มีใบไตสวนหรือ อสังหาริมทรัพยอยางอ ื่นในที่ดินดังกลาวน ั้ นรวมกับที่ดิน (๒) นายอําเภอหรือผูทําการแทน ปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก ิ่ งอําเภอหรือ ผูทําการแทนสําหรับที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยอยางอ ื่นในทองที่อําเภอหรือก ิ่ งอําเภอนั้น สําหรับ กรณีอื่นนอกจากระบุไวใน (๑) (ความในมาตรา ๗๑ เดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๓ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๗๑ ใหเจาพนักงานที่ดิน เปนพนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยสําหรับ อสังหาริมทรัพยที่อยูในเขตทองที่สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขานั้น หมายเหตุ ตามมาตรา ๑๙ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมาย ที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ บัญญัติวา การปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเปนอํานาจ หนาท ี่ ของหัวหนาเขต นายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก ิ่ งอําเภออยูกอนวันท ี่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหผูดํารงตําแหนงดังกลาวปฏิบัติตอไปพลางกอนจนกวารัฐมนตรีจะได ประกาศยกเลิกในราชกิจจานุเบกษาเปนทองท ี่ไป ประเด็นปญหา ที่ดินที่มีการทําประโยชนและไดขอออกโฉนดที่ดินไวแตไมไดไปรับ โฉนดที่ดินจากเจาพนักงานที่ดินเกิน ๑๐ ปเจาพนักงานที่ดินจึงส ั่ งทําลายโฉนดที่ดินดังกลาว หาก สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๒๓ เจาของที่ดินจะขอจดทะเบียนโอนที่ดินตอไปจะตองใหนายอําเภอรับรองการทําประโยชนอีก หรือไมและนายอําเภอมีอํานาจในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินดังกลาวหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๐๙๙/๒๕๐๒ ที่ดินพิพาทเปนที่ดินที่มีการทําประโยชนแลว และเจาพนักงานที่ดินไดดําเนินการ ออกโฉนดที่ดิน โดยไดทําการรังวัดและสอบสวนสิทธิในที่ดินตามใบไตสวนและสรางโฉนดที่ดินไว พรอมท ี่จะมอบใหเจาของที่ดินซ ึ่งไดยื่นคําขอออกโฉนดที่ดินไวแตเจาของที่ดินไมไปรับใบไตสวน และโฉนดที่ดินเกิน ๑๐ ปเจาพนักงานที่ดินจึงส ั่ งทําลาย ที่ดินพิพาทจึงเปนที่ดินท ี่ อยูใน ความหมายของพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๖ กลาวคือเปน ที่ดินท ี่ อยูในประเภทที่ เจาของมีสิทธิขอรับโฉนดที่ดินตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดิน หากจะโอนตอไปไมตองใหนายอําเภอรับรองวาไดทําประโยชนแลว และการจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมที่ดินดังกลาวท ี่ กระทําโดยนายอําเภอผูทําการแทนนายอําเภอ ยอมเปนการกระทําท ี่ ชอบ ดวยประมวลกฎหมายที่ดินตามมาตรา ๗๑ (๒) คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๖๙๑/๒๕๔๖ เจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ซึ่งเปนพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน มีอํานาจสอบสวนและเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาพิจารณา สรุป รายงานช ี้ แจงเหตุที่คลาดเคล ื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมายไปยังผูมีอํานาจส ั่ งเพิกถอนหรือแกไขตาม มาตรา ๖๑ ได สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๒๔ มาตรา ๗๒ ผูใดประสงคจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพย ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยใหคูกรณีนําหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาจดทะเบียนตอ พนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ แลวแตกรณี (มีการเพ ิ่ มวรรคสองของมาตรา ๗๒ โดยขอ ๑๐ แหงประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ดังตอไปนี้) การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามความในวรรคหนึ่ง สําหรับที่ดินที่มีโฉนด ที่ดิน ใบไตสวน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนคูกรณีอาจย ื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ ณ กรมที่ดิน เพ ื่อใหพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ ดําเนินการจดทะเบียนใหก็ไดเวนแตการจด ทะเบียนที่ตองมีการประกาศหรือตองมีการรังวัด (ความในมาตรา ๗๒ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๗๒ ผูใดประสงคจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับ อสังหาริมทรัพยตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยใหคูกรณีนําหนังสือแสดงสิทธิใน ที่ดินมาขอจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่ตามมาตรา ๗๑ การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง สําหรับที่ดินที่มีโฉนด ที่ดิน ใบไตสวนหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนคูกรณีอาจย ื่ นคําขอตอพนักงาน เจาหนาท ี่ ณ กรมที่ดิน หรือสํานักงานที่ดินแหงใดแหงหนึ่ง เพ ื่อใหพนักงานเจาหนาท ี่ ตาม มาตรา ๗๑ ดําเนินการจดทะเบียนใหเวนแตการจดทะเบียนที่ตองมีการประกาศหรือตอง มีการรังวัด ประเด็นปญหา กรณีที่มีผูมาขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามคําพิพากษา ถึงที่สุด ซึ่งศาลใหถือเอาคําพิพากษาดังกลาวเปนการแสดงเจตนาของคูกรณีอีกฝายหน ึ่ งท ี่ไมยอม มาจดทะเบียนดวย พนักงานเจาหนาท ี่ จะจดทะเบียนตามคําพิพากษาดังกลาวใหไดหรือไม มีคํา วินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๒๕ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๗๐๘/๒๕๒๐ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๒ ที่บัญญัติใหคูกรณีนําหนังสือแสดงสิทธิ ในที่ดินมาจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่นั้น หมายถึง คูกรณีที่มีความประสงคจะขอทําการ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไดยื่นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่โดยปกติจึงตองนําหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินฉบับผูถือมาจดทะเบียน มิใชกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาช ี้ขาดใหถือเอา คําพิพากษาเปนการแสดงเจตนาของคูกรณีที่ไมยอมมาจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาท ี่ ดังนั้น กรณีการขอจดทะเบียนตามท ี่ ศาลมีคําพิพากษาเชนนั้น หากผูขอมาจดทะเบียนมีหลักฐาน มาแสดงวาศาลไดพิพากษาใหจดทะเบียนไดโดยใหถือเอาคําพิพากษาของศาลเปนการแสดง เจตนาของคูกรณีที่ไมยอมมาจดทะเบียน แมคูกรณีอีกฝายหน ึ่งไมมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับ ผูถือไปแสดง เพราะผูมีชื่อในหนังสือดังกลาวไมยอมมาจดทะเบียนใหพนักงานเจาหนาที่ก็ชอบท ี่ จะจดทะเบียนใหตามคําพิพากษาที่ถึงที่สุดได ประเด็นปญหา ที่ดินที่มีหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) และที่ดินท ี่ ยังไมไดรับคํารับรองวา “ไดทําประโยชนแลว” สามารถนํามาขอจดทะเบียนโอนตอไปไดหรือไม มี คําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๒๗๐/๒๕๐๙ ศาลจะบังคับใหพนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนโอนที่ดินที่ยังมิไดรับคํารับรองจาก นายอําเภอวาไดทําประโยชนแลวไมไดผูประสงคจะขอจดทะเบียนโอนที่ดินชอบท ี่ จะดําเนินการ ตามกฎหมายเพ ื่อใหไดมาซ ึ่ งคํารับรองจากนายอําเภอวาที่ดินรายพิพาทไดทําประโยชนแลว เสียกอน จึงจะมีสิทธิขอใหนายอําเภอจดทะเบียนโอนที่ดินใหตอไป หากยังมิไดดําเนินการดังกลาว ยอมมาฟองขอใหบังคับนายอําเภอจดทะเบียนโอนสิทธิที่ดินรายพิพาทใหโดยฝาฝนบทกฎหมาย ดังกลาวไมได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๗๓๙/๒๕๑๑ ที่ดินที่มีหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) แสดงวาเปนที่ดินที่มีการ ครอบครองและทําประโยชนอยูแลว ตามพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕ ที่ดินเชนน ี้ เพียงแตมีคํารับรองจากนายอําเภอก็สามารถโอนกันไดตามมาตรา ๙ โดยมี หนังสือสําคัญแสดงสิทธิในที่ดินมาจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๒ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๒๖ ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินไมดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ใหแกผูยื่นคําขอท ี่ไมไดนําหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาขอจดทะเบียนเปนการกระทําท ี่ ชอบดวย กฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๖๗๖/๒๕๒๙ หากเจาพนักงานที่ดินไมยอมจดทะเบียนโอนที่ดินใหแกโจทกผูชนะคดีตาม คําพิพากษาเพราะที่ดินติดจํานองธนาคาร และธนาคารไมยอมสงโฉนดที่ดินใหโจทกจะรองขอให ศาลในคดีเดิมมีคําส ั่งใหเจาพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนใหโดยไมตองมีโฉนดที่ดินคูฉบับมาแสดง ไมไดหากโจทกเห็นวาการท ี่ เจาพนักงานที่ดินไมกระทําการตามท ี่โจทกประสงคนั้นไมชอบดวย กฎหมายและเปนการโตแยงสิทธิของโจทกก็ชอบท ี่โจทกจะดําเนินการวากลาวกับเจาพนักงาน ที่ดินตามกฎหมายตอไป การที่คูกรณีทําสัญญาประนีประนอมยอมความโอนโฉนดที่ดินพิพาทใหแกกัน และศาลมีคําพิพากษาตามยอมแลว สัญญาประนีประนอมยอมความและคําพิพากษาตามยอม ดังกลาวยอมไมผูกพันเจาพนักงานที่ดินซ ึ่งเปนบุคคลภายนอก คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๘๗๕/๒๕๓๕ เม ื่อโจทกไมไดมีชื่อเปนผูมีสิทธิในที่ดินตามหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) แมโจทกจะมีสิทธิครอบครองในที่ดินดังกลาว โจทกก็ไมมีสิทธิที่จะย ื่ นคําขอใหพนักงานเจาหนาท ี่ เปลี่ ยนหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ใหเปน น.ส. ๓ ก. ในชื่อของโจทกไดเพราะไมมี กฎหมายใดใหสิทธิในการยื่ นคําขอเชนนั้น การท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ไมรับดําเนินการใหจึงไมเปน การโตแยงสิทธิของโจทกแตอยางใด คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๑๒๓/๒๕๓๖ กรณีที่พนักงานเจาหนาที่มีหนาที่ตองจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับ อสังหาริมทรัพยตามมาตรา ๗๑ ประกอบดวยมาตรา ๗๒ แหงประมวลกฎหมายที่ดินนั้น หมายถึง กรณีที่ผูประสงคจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมน ั้ นๆ จะตองมีสิทธิในอสังหาริมทรัพยนั้นโดยชอบ และตองนําหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาขอจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาท ี่ ในกรณีที่หนังสือ แสดงสิทธิเปนของผูอื่นและยังมีขอแยงกันอยู พนักงานเจาหนาที่ยอมไมอาจจดทะเบียนใหได ดังนั้น การท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ แจงใหผูขอจดทะเบียนทราบวา ไมสามารถท ี่ จะจดทะเบียนใหได ขอใหใชสิทธิทางศาล จึงเปนการปฏิบัติหนาท ี่โดยชอบ ไมเปนละเมิดและไมไดโตแยงสิทธิของผูขอ จดทะเบียนนั้น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๒๗ มาตรา ๗๓ เม ื่อปรากฏตอพนักงานเจาหนาที่วานิติกรรมที่คูกรณีนํามาขอ จดทะเบียนน ั้นเปนโมฆะกรรม พนักงานเจาหนาท ี่ไมตองจดทะเบียนให หากนิติกรรมที่คูกรณีนํามาขอจดทะเบียนน ั้นปรากฏวาเปนโมฆียะกรรม ให พนักงานเจาหนาที่รับจดทะเบียนในเมื่ อคูกรณีฝายที่อาจเสียหายยืนยันใหจด ประเด็นปญหา กรณีที่สามีและภริยาไดทําสัญญากอนสมรสหรือสัญญาระหวาง สมรสใหฝายใดฝายหน ึ่งเปนผูมีอํานาจจัดการสินสมรสแตเพียงฝายเดียว หากคูสมรสฝายท ี่ไมมี อํานาจจัดการสินสมรสมาขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโดยคูสมรสอีกฝายหน ึ่งไมไดใหความ ยินยอม พนักงานเจาหนาท ี่จะปฏิเสธไมจดทะเบียนใหไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ กฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๒๘๐/๒๕๒๐ มาตรา ๗๓ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ใหอํานาจเจาพนักงานที่ดินปฏิเสธการรับ จดทะเบียนนิติกรรมเพียงเฉพาะกรณีนิติกรรมเปนโมฆะเทานั้น จึงยอมตองยึดถือปฏิบัติไปเทาที่มี อํานาจอยูในกฎหมายเทานั้น สวนการใดจะเปนโมฆะหรือโมฆียะหรือไม ตองเปนไปตาม บทบัญญัติในกฎหมายและตามขอเท็จจริงท ี่ เกิดข ึ้นเฉพาะรายไป ดังนั้น เม ื่ อบทบัญญัติใน ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยบรรพ ๕ มิไดระบุใหนิติกรรมที่ทําข ึ้นโดยคูสมรสฝายท ี่ไมมี อํานาจจัดการเปนโมฆะเพราะเหตุที่อํานาจจัดการไดถูกจํากัดโดยสัญญากอนสมรสหรือสัญญา ระหวางสมรส ประกอบกับมาตรา ๑๔๖๘ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไดบัญญัติวา ขอความในสัญญากอนสมรสไมมีผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกผูทําการโดย สุจริต ซึ่งแสดงใหเห็นถึงความมุงหมายของประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยวาประสงคจะใหผล ของสัญญามีผลผูกพันเฉพาะระหวางสามีภริยาเทานั้น และไมมีผลศักดิ์สิทธ ิ์ จนตองถือวา บุคคลภายนอกทุกคนจะตองลวงรู ฉะนั้น เม ื่ อบุคคลภายนอกไดทํานิติกรรมกับคูสมรสฝายท ี่ไมมี อํานาจจัดการโดยสุจริตที่มิไดลวงรูถึงสัญญากอนสมรสนั้น จึงตองถือวาสามีและภริยามีอํานาจ จัดการสินสมรสรวมกันตามหลักท ั่วไป และยอมถือวานิติกรรมที่ทําไปมีผลสมบูรณไมเปนโมฆะ แตอยางใด พนักงานเจาหนาท ี่ กรมที่ดินยอมไมมีอํานาจปฏิเสธการรับจดทะเบียนตามมาตรา ๗๓ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๒๘ ประเด็นปญหา กรณีที่ผูขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมฝายใดฝายหน ึ่ งหรือทั้ง สองฝายมีคูสมรส แตไมมีหนังสือยินยอมของคูสมรสท ี่ใหทํานิติกรรมไดมาแสดง หากคูกรณีแหง นิติกรรมดังกลาวอีกฝายหน ึ่ งยืนยันใหจดทะเบียน พนักงานเจาหนาท ี่จะปฏิเสธไมรับจดทะเบียน ใหไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๑๘๕/๒๕๒๐ มาตรา ๑๔๘๐ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยบัญญัติวา “การจัดการ สินสมรสซ ึ่ งตองจัดการรวมกันหรือตองไดรับความยินยอมจากอีกฝายหน ึ่ งตามมาตรา ๑๔๗๖ ถา คูสมรสฝายหนึ่งไดทํานิติกรรมไปแตเพียงฝายเดียว หรือโดยปราศจากความยินยอมของคูสมรสอีก ฝายหนึ่ง คูสมรสอีกฝายหน ึ่งอาจฟองใหศาลเพิกถอนนิติกรรมน ั้นไดเวนแตคูสมรสอีกฝายหน ึ่งได ใหสัตยาบันแลว หรือในขณะที่ทํานิติกรรมน ั้ นบุคคลภายนอกไดกระทําโดยสุจริตและเสีย คาตอบแทน การฟองขอใหศาลเพิกถอนนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง หามมิใหฟองเม ื่ อพนหน ึ่งป นับแตวันท ี่ไดรูเหตุอันเปนมูลใหเพิกถอนหรือเม ื่ อพนสิบปนับแตวันท ี่ไดทํานิติกรรมนั้น” นิติกรรมที่ทําข ึ้ นตามมาตรา ๑๔๘๐ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพงและ พาณิชยเปนนิติกรรมประเภทหนึ่ งที่มีความไมสมบูรณแฝงอยูจนกวาคูสมรสอีกฝายหน ึ่งจะไดให สัตยาบัน แตบทบัญญัติดังกลาวมีผลบังคับกันเองเฉพาะระหวางคูสมรสโดยกฎหมายไมได ประสงคใหมีผลไปบังคับถึงบุคคลภายนอกท ี่ กระทําการโดยสุจริตดวย สวนบทบัญญัติใน มาตรา ๗๓ แหงประมวลกฎหมายที่ดินไดบัญญัติใหอํานาจพนักงานเจาหนาท ี่ปฏิเสธการ จดทะเบียนไวเฉพาะแตกรณีนิติกรรมเปนโมฆะเทานั้น ดังนั้น นิติกรรมท ี่ กระทําข ึ้ นตาม มาตรา ๑๔๘๐ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไมอยูในขายบังคับตามมาตรา ๗๓ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน พนักงานเจาหนาที่ยอมไมมีสิทธิปฏิเสธการจดทะเบียนนิติกรรมที่คูสัญญา ฝายใดฝายหน ึ่ งหรือท ั้งสองฝายมีคูสมรสแตไมมีความยินยอมเปนหนังสือของคูสมรสมาแสดง หากคูกรณีอีกฝายหน ึ่ งยินยอมและยืนยันใหจดทะเบียน ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินปฏิเสธการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ใหแกผูขอโดยใหเหตุผลวาที่ดินตกเปนสาธารณสมบัติของแผนดินแลว เปนการกระทําท ี่ ชอบดวย กฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๒๙ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๓๙๘/๒๕๑๐ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินไมยอมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใหแกโจทกเพราะ เห็นวาไมอาจทําไดตามกฎหมาย เน ื่ องจากที่ดินพิพาทไดตกเปนสาธารณสมบัติของแผนดินแลว ตามพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพยพ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งจะโอนแกกันมิไดเวนแต อาศัยอํานาจแหงบทกฎหมายเฉพาะตามมาตรา ๑๓๐๕ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ไมถือวาเจาพนักงานที่ดินน ั้นจงใจหรือประมาทเลินเลอตอโจทกโดยผิดกฎหมายทําใหโจทก เสียหาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๓๐ มาตรา ๗๔ ในการดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของพนักงาน เจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจสอบสวนคูกรณีและเรียกบุคคลท ี่ เก ี่ ยวของมาใหถอยคํา หรือสงเอกสารหลักฐานท ี่ เก ี่ ยวของไดตามความจําเปน แลวให พนักงานเจาหนาท ี่ ดําเนินการไปตามควรแกกรณี ถามีกรณีเปนท ี่ควรเชื่อไดวา การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้น จะ เปนการหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย หรือเปนท ี่ควรเชื่อไดวาบุคคลใดจะซื้ อที่ดินเพ ื่อประโยชนแก คนตางดาว ใหขอคําส ั่ งตอรัฐมนตรีคําส ั่ งรัฐมนตรีเปนที่สุด ประเด็นปญหา พนักงานเจาหนาที่มีอํานาจพิจารณาและดําเนินการจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรมไดเพียงใด และพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจจดทะเบียนโอนทรัพยมรดกซึ่ง เจามรดกไดแสดงเจตนายกใหแกบุคคลตามท ี่ ระบุไวในพินัยกรรม ใหแกบุคคลนอกพินัยกรรม หรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย ) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๑๔๓/๒๕๑๕ ตามท ี่ มาตรา ๗๔ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติวา ในการ ดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ ใหพนักงาน เจาหนาที่มีอํานาจสอบสวนคูกรณีและเรียกบุคคลท ี่ เก ี่ ยวของมาใหถอยคํา หรือสงเอกสารหลกฐานั ที่เก ี่ ยวของไดตามความจําเปน แลวใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการตามควรแกกรณีแสดงวา พนักงานเจาหนาท ี่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมีอํานาจใชดุลพินิจวาจะควรรับจดทะเบียน ใหไดเพียงใด และในกรณีที่ไมรับจดทะเบียนก็อาจดําเนินการตามท ี่ เห็นสมควรไดแตการใช ดุลพินิจดังกลาวจะตองเปนไปโดยถูกตองตามกฎหมายดวย หากการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ขัดตอกฎหมาย พนักงานเจาหนาที่ยอมไมอาจรับจดทะเบียนไดเชน กรณีที่ผูจัดการมรดกตาม พินัยกรรมและตามคําส ั่ งศาลขอจดทะเบียนโอนทรัพยสินในกองมรดกใหแกบุคคลซ ึ่ งพินัยกรรม มิไดระบุใหเปนผูรับพินัยกรรม อันเปนการจัดการมรดกที่ขัดตอมาตรา ๑๗๑๙ แหงประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยพนักงานเจาหนาที่ยอมมิอาจจดทะเบียนใหได ประเด็นปญหา พนักงานเจาหนาท ี่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตาม ประมวลกฎหมายที่ดินมีอํานาจตรวจสอบการซ ื้ อขายที่ดินวามีการหลีกเล ี่ ยงกฎหมายวาดวยการ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๓๑ เชาที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรมหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๘๓/๒๕๑๘ พนักงานเจาหนาท ี่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพย ตามประมวลกฎหมายที่ดินมีอํานาจตามมาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดินท ี่ จะตรวจสอบ การซ ื้ อขายท ี่ นาวา เจาของนาท ี่ มาขอจดทะเบียนขายไดทําการหลีกเล ี่ ยงกฎหมายหรือไมเพื่อ ปฏิบัติการใหเปนไปตามเจตนารมณของพระราชบัญญัติควบคุมการเชานา พ.ศ. ๒๕๑๗ (เดิม) รวมท ั้งประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยและประมวลกฎหมายที่ดิน ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๗๓๗/๒๕๓๔ ในการดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามมาตรา ๗๑ และมาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ไดบัญญัติใหเจาพนักงานที่ดินเปนพนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม และมีอํานาจสอบสวนคูกรณีเพ ื่ อตรวจสอบวา คูกรณีมีสิทธิและหนาท ี่ จะตองปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาอยางไร และคูกรณีไดปฏิบัติตามสิทธิและหนาที่ดังกลาวแลวหรือไม นอกจากน ี้ มาตรา ๗๗ แหงประมวลกฎหมายที่ดินยังบัญญัติใหการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตองปฏิบัติตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ซึ่งขอ ๑ และขอ ๒ ของ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กําหนดใหการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเปนไปตามแบบ ท.ด. ๑ และ พนักงานเจาหนาที่ตองทําการสอบสวนเก ี่ ยวกับสิทธิและความสามารถของบุคคล ความสมบูรณ ของนิติกรรม ขอกําหนดสิทธิในที่ดินและการคาที่ดิน หรือการหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย ฯลฯ กอน ดําเนินการจดทะเบียน จึงเห็นไดวาการสอบสวนขอเท็จจริงเก ี่ ยวกับที่ดินท ี่ ขอจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมเปนหนาที่ที่พนักงานเจาหนาที่ตองปฏิบัติตามกฎหมาย และขอเท็จจริงท ี่สอบสวนไดเปน สาระสําคัญในการพิจารณาวาสมควรดําเนินการจดทะเบียนตามคําขอหรือไมเมื่อพระราชบัญญัติ การเชาที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ไดกําหนดสิทธิหนาท ี่ ของผูใหเชานาและผูเชานาเพื่อ ปองกันความเสียหายท ี่ อาจเกิดกับผูเชานาหรือผูรับโอนที่นาไวตามมาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๔ วา ผูใหเชานาจะขายนาไดตอเม ื่อไดแจงใหผูเชานาทราบ โดยดําเนินการตามท ี่ กฎหมายกําหนด ขอเท็จจริงเก ี่ ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายดังกลาวจึงเปนขอเท็จจริงท ี่ เจาพนักงานที่ดินซ ึ่งเปน พนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมขายนามีอํานาจสอบสวนคูกรณีตามมาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เพ ื่ อท ี่ จะทราบวาไดมีการปฏิบัติตามหนาท ี่ และสิทธิที่กําหนดไวใน พระราชบัญญัติการเชาที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ แลวหรือไม โดยการสอบสวนวามีการ เชานาหรือไม สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๓๒ ประเด็นปญหา ตามคําส ั่ งกรมที่ดินท ี่ ๑๐/๒๕๐๑ ลงวันท ี่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๐๑ เร ื่ อง หนังสือมอบอํานาจ ขอ ๗ ที่วางระเบียบปฏิบัติไวในกรณีที่ผูมอบอํานาจมีอายุตั้งแต๖๐ ป ขึ้นไป ซึ่งอยูในเกณฑผูสูงอายุพนักงานเจาหนาท ี่ควรจะไดระมัดระวังไวเปนพิเศษวา ผูมอบ อํานาจดังกลาวยังคงมีชีวิตอยูและมีสติสัมปชัญญะสมบรูณหรือไม ในบางกรณีที่มีเหตุอันสมควร ควรใหผูปกครองทองที่รับรองเสียกอน นั้น เปนคําส ั่ งท ี่ ชอบดวยกฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของ คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๒๕/๒๕๒๓ ตามบทบัญญัติมาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน จํากัดอํานาจของ พนักงานเจาหนาท ี่ในการดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยไวเพียง การสอบสวนคูกรณีและเรียกบุคคลที่เก ี่ ยวของมาใหถอยคําหรือสงเอกสารหลักฐานท ี่ เก ี่ ยวของได ตามความจําเปนเทานั้น กรมที่ดินจึงไมมีอํานาจออกคําส ั่ งนอกเหนือจากท ี่ มาตรา ๗๔ แหง ประมวลกฎหมายที่ดินใหอํานาจไวตามคําส ั่ งกรมที่ดินท ี่ ๑๐/๒๕๐๑ ลงวันท ี่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๐๑ เร ื่ อง หนังสือมอบอํานาจขอ ๗ ที่วางระเบียบปฏิบัติไววา ในกรณีผูมอบอํานาจมอายี ุตั้งแต ๖๐ ปขึ้นไป ซึ่งอยูในเกณฑผูสูงอายุควรจะไดระมัดระวังเปนพิเศษวา จะยังคงมีชีวิตอยูหรือไม และมีสติสัมปชัญญะสมบูรณหรือไม ในบางกรณีที่มีเหตุอันสมควร ควรใหผูปกครองทองท ี่ ผูเช ื่ อถือไดรับรองเสียกอนพรอมดวยบันทึกคํารับรองของคูกรณีอีกฝายหน ึ่งไวดวยนั้น เปนการ ตีความขยายอํานาจออกไปใหบุคคลอ ื่ นกระทําการแทนเจาหนาท ี่โดยไมมีกฎหมายท ี่ จะอางอิงได จึงเปนการใชอํานาจเกินกฎหมาย ซึ่งการพิจารณาบทบัญญัติของกฎหมายที่กอใหเกิดหนาท ี่ ของ บุคคลนั้น จําตองตีความโดยเครงครัด จะขยายความเอาเองหรือถือเอาเองยอมทําไมไดแมแต กฎกระทรวงซ ึ่งเปนกฎหมายก็จะออกเกินอํานาจท ี่กฎหมายใหไวมิไดถาทําไปกฎกระทรวงนั้ นก็ไม มีผลบังคับ คําส ั่ งกรมที่ดินท ี่ ๑๐/๒๕๐๑ เปนคําส ั่ งท ี่ เกินอํานาจตามท ี่กฎหมายใหไวจึงเปน คําส ั่ งที่มิชอบ ซึ่งที่ถูกตองควรจะแกคําส ั่ งดังกลาวเปนวาใหพนักงานเจาหนาที่ทําการสอบสวน คูกรณีหรือเรียกบุคคลท ี่ เก ี่ ยวของมาใหถอยคําหรือสงเอกสารหลักฐานท ี่ เก ี่ ยวของตามความ จําเปน ดังท ี่ มาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมายที่ดินไดใหอํานาจไว หมายเหตุ ตอมาไดมีการแกไขขอความในคําส ั่ งดังกลาวแลว สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๓๓ ประเด็นปญหา พนักงานเจาหนาท ี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินจะรับจดทะเบียน ซื้อขายที่ดินที่มีผูไดมาโดยการครอบครองปรปกษตามคําส ั่ งศาล ใหแกคูกรณีตามสัญญา ประนีประนอมยอมความและคําพิพากษาตามยอมไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ กฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๒๙๔/๒๕๓๔ ในกรณีที่มีผูยื่นขอจดทะเบียนขายที่ดินเฉพาะสวนของตนใหแกผูอื่นตาม คําพิพากษาตามยอมนั้น ผูยื่นคําขอไดแนบคําพิพากษาของศาลที่สั่งใหกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินตาม โฉนดที่ดินบางสวนตกเปนของผูครอบครองปรปกษมาแสดงพรอมกับการย ื่ นขอจดทะเบียนตอ พนักงานเจาหนาท ี่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีเชนนี้จึงมีเหตุที่พนักงานเจาหนาท ี่ จะตอง สอบสวนการมีกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินดังกลาวใหแนชัดเสียกอน ตามมาตรา ๗๔ แหงประมวลกฎหมาย ที่ดิน การท ี่ พนักงานเจาหนาที่ยังไมยินยอมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธ ิ์ในขณะที่มีการย ื่ นคําขอ จึงเปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมายแลว ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๓๘๔/๒๕๓๔ เม ื่อศาลไดมีคําพิพากษาใหกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินบางสวนตกเปนของผูครอบครอง ปรปกษตามมาตรา ๑๓๘๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยและคดีถึงที่สุดแลว ผูครอบครองปรปกษจึงเปนผูมีสิทธิขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสําหรับที่ดินสวนท ี่ ครอบครอง ปรปกษไดตามมาตรา ๗๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และผลของการครอบครองปรปกษทําให เจาของเดิมมีกรรมสิทธ ิ์ตามโฉนดที่ดินเพียงเทาท ี่ เหลือจากการครอบครองปรปกษหากเจาของ ที่ดินเดิมจะโอนกรรมสิทธ ิ์ใหกับบุคคลอื่น ผูรับโอนก็ยอมไดสิทธิเพียงเทาที่ผูโอนนั้ นจะพึงมีได เทานั้น เม ื่ อขณะท ี่ เจาของเดิมย ื่ นคําขอจดทะเบียนขายที่ดินใหแกผูซื้อตามคําพิพากษา ตามยอม ไดมีการแนบคําพิพากษาที่สั่งใหกรรมสิทธิ์ที่ดินบางสวนตกเปนของผูครอบครองปรปกษ มาแสดงตอพนักงานเจาหนาท ี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินดวยกรณีจึงมีเหตุที่พนักงานเจาหนาท ี่ จะตองสอบสวนการมีกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินดังกลาวใหแนชัดเสียกอนตามมาตรา ๗๔ แหงประมวล กฎหมายที่ดิน การท ี่ พนักงานเจาหนาที่ยังไมยินยอมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธ ิ์ใหแกผูซื้อตาม คําพิพากษาตามยอม จึงเปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมายแลว และเม ื่ อตอมาผูครอบครอง ปรปกษมาย ื่ นขอจดทะเบียน พนักงานเจาหนาที่จึงตองดําเนินการจดทะเบียนสิทธิใหแก ผูครอบครองปรปกษเสียกอน เพ ื่อใหทราบจํานวนเน ื้ อที่ที่ดินท ี่ เหลืออยูซึ่งเจาของที่ดินเดิมยังคงมี สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๓๔ กรรมสิทธ ิ์ในโฉนดที่ดินแลวจึงจะรับจดทะเบียนโอนขายเฉพาะสวนตามคําพิพากษาตามยอม ตอไปได ประเด็นปญหา กรณีที่เจาพนักงานที่ดินไมดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ใหตามคําขอของผูขอจดทะเบียน หรือไดดําเนินการจดทะเบียนใหไปเปนการกระทําท ี่ ชอบดวย กฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดและศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๑๔/๒๕๔๗ ตามมาตรา ๑๑๐๘ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไดบัญญัติถึงกิจการ อันจะพึงทําในที่ประชุมต ั้ งบริษัทประการหนึ่ง คือการใหสัตยาบันแกบรรดาสัญญาซ ึ่ งผูเร ิ่ มกอการ ไดทําไวและคาใชจายอยางหน ึ่ งอยางใด ซึ่งเขาออกไปในการเริ่ มกอต ั้ งบริษัทเพ ื่อใหบรรดาหน ี้ และ การจายเงินซ ึ่ งท ี่ประชุมต ั้ งบริษัทไดมีมติอนุมัติพนจากความรับผิดของผูเร ิ่ มกอการต ั้ งบริษัทตาม มาตรา ๑๑๑๓ แหงประมวลกฎหมายดังกลาว และรายงานการประชุมดังกลาวจะตองนําไปเปน หลักฐานประกอบการจดทะเบียนต ั้ งบริษัทตอกรมทะเบียนการคา เม ื่ อตามหลักฐานรายงาน การประชุมที่ผูเร ิ่ มกอการนําไปจดทะเบียนตอกรมทะเบียนการคาไมปรากฏวามีการใหสัตยาบัน กรณีที่ผูเร ิ่ มกอการไดซื้อที่ดินแปลงพิพาทมา ซึ่งเปนจํานวนเงินถึงสองลานกวาบาท มีเพียงการให สัตยาบันแกคาใชจายที่ผูเร ิ่ มกอการไดทดรองเงินสวนตัวไปจํานวน ๓๐,๐๐๐ บาท เทานั้น นอกจากนั้น ตามสัญญาซ ื้ อขายที่ดินดังกลาวก็ไมไดระบุวาผูเร ิ่ มกอการไดซื้อที่ดินไวแทนผูฟองคดี การที่ผูฟองคดีนําสัญญาซ ื้ อขายที่ดินมาใหสัตยาบันในการประชุมวิสามัญจึงไมอาจทําไดเพราะ ขัดกับมาตรา ๑๑๐๘ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยดังกลาวขางตน ดังนั้น กรณีจึงบงช ี้ ไดวาขณะที่ทําสัญญาซ ื้ อขายที่ดิน ผูเร ิ่ มกอการต ั้ งบริษัทมิไดมีเจตนาท ี่ จะซ ื้ อที่ดินแทนผูฟองคดี แตอยางใด การท ี่ เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) มีคําส ั่งไมจดทะเบียนโอนที่ดินพรอม สิ่งปลูกสรางจากผูที่เปนผูเร ิ่ มกอการใหแกผูฟองคดีในประเภทโอนใหตัวการซึ่งกําหนดใหเรียกเก็บ คาธรรมเนียมประเภทไมมีทุนทรัพยแปลงละ ๕๐ บาท ตามขอ ๒ (๗) (ฑ) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงเปนคําส ั่ งท ี่ ชอบดวยกฎหมายแลว สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๓๕ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๔๐๓/๒๕๑๙ เม ื่อปรากฏจากการสืบสวนและสอบสวนของพนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยวา มีกรณีควรเช ื่อไดวาในการขอจดทะเบียนซ ื้ อขายที่ดิน พิพาท โจทกจะซ ื้อไวเพ ื่อประโยชนแกคนตางดาวก็ยอมเปนหนาท ี่ ของพนักงานเจาหนาที่ที่จะ ดําเนินการตอไปเพื่ อขอคําส ั่ งรัฐมนตรีตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๔ วรรคสอง เมื่อ พนักงานเจาหนาที่กําลังดําเนินการสอบสวนพยานเพ ื่ อเสนอรัฐมนตรีอยูอันเปนการปฏิบัติหนาท ี่ ตามกฎหมาย โจทกยอมไมอาจฟองขอใหศาลบังคับใหพนักงานเจาหนาที่รับจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมใหได คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๒๒/๒๕๔๙ ผูฟองคดีฟองคดีนี้โดยอางวา ไดรับความเดือดรอนเสียหายจากการทเจ ี่ าพนกงานั ที่ดินละเลยไมเก็บรักษาเอกสารใบมอบอํานาจและสารบบที่ดิน น.ส. ๓ ก. ที่ดินแปลงพิพาทและ ไมคนหาหรือออกใบแทนใหแกผูฟองคดีทําใหผูฟองคดีไมอาจใชเอกสารดังกลาวในการดําเนิน คดีแพงและคดีอาญากับผูกระทําผิดปลอมแปลงลายมือช ื่ อผูฟองคดีในหนังสือมอบอํานาจใหยื่น คําขอจดทะเบียนไถถอนจํานองและขายที่ดินพิพาทของผูฟองคดีไปไดเม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ที่ดินพิพาทไดมีการจดทะเบียนเปลี่ ยนช ื่ อเจาของที่ดินจากผูฟองคดีไปยังบุคคลภายนอกซึ่งการจะ พิสูจนวาการจดทะเบียนไดดําเนินการโดยไมชอบตองอาศัยเอกสารหลักฐาน เชน ใบมอบอํานาจ ของผูฟองคดีที่มอบใหบุคคลใดเปนผูดําเนินการจดทะเบียน ซึ่งลวนแตอยูในสารบบที่สูญหายไป เม ื่อไมมีเอกสารหลักฐานในสวนท ี่ จะพิสูจนไดวาผูฟองคดีไดมอบอํานาจใหบุคคลอ ื่นไปจดทะเบยนี โอนที่ดินโดยถูกตองหรือไมการจะดําเนินการพิสูจนวาการโอนที่ดินดําเนินการไมชอบ จึงไมอาจ ดําเนินการไดโดยงายการนําพยานบุคคลมาสืบวาไมเคยเห็นผูฟองคดีลงนามในใบมอบอํานาจให บุคคลใดๆ ไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทก็ไมสามารถทําไดเพราะไมมีบุคคลใดอยูกับผูฟองคดีได ตลอดเวลา ฉะนั้น การท ี่ เจาหนาท ี่ ของกรมที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) ทําสารบบเร ื่ องราวที่ดินของผูฟองคดี สูญหายไป เปนเหตุใหผูฟองคดีไมอาจใชเอกสารหลักฐานในสารบบที่ดินแปลงพิพาท เพ ื่ อดําเนินคดีกับผูเก ี่ ยวของในการติดตามเอาที่ดินแปลงพิพาทคืน ในเบื้ องตนรับกันวาที่ดินแปลง พิพาทไมมีชื่อผูฟองคดีเปนผูมีสิทธิในที่ดิน แมวาจะยังไมไดขอยุติวาที่ดินแปลงพิพาทตกเปนสิทธิ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๓๖ เด็ดขาดของบุคคลใดก็ตาม ก็ถือวาผูฟองคดีไดรับความเดือดรอนเสียหายแลว สวนในอนาคต ผูฟองคดีจะติดตามเอาที่ดินแปลงพิพาทคืนมาไดหรือไม เปนเร ื่องไมแนนอน จึงไมอาจอางเอาเปน เหตุเพ ื่อใหผูถูกฟองคดีพนจากความรับผิดไปได อยางไรก็ตาม หากผูฟองคดีสามารถติดตามเอา คืนที่ดินพิพาทจากบุคคลภายนอกไดก็ตองขอใหผูถูกฟองคดีดําเนินการจดทะเบียนแกไขชื่อ เจาของที่ดินพิพาทกลับมาเปนของผูฟองคดีซึ่งกอนจะจดทะเบียนดังกลาว ผูถูกฟองคดียอมจะ เรียกคาเสียหายที่ชําระใหแกผูฟองคดีไดตามสวนในอนาคต สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๓๗ มาตรา ๗๕ การดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินมี โฉนดที่ดิน ใหเจาพนักงานที่ดินบันทึกขอตกลงหรือทําสัญญาเก ี่ ยวกับการน ั้ นแลวแตกรณีแลวให จดบันทึกสาระสําคัญลงในโฉนดที่ดินฉบับสํานักงานที่ดินจังหวัด หรือสํานักงานที่ดินสาขา และ ฉบับเจาของที่ดินใหตรงกันดวย (ความในมาตรา ๗๕ เดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๕ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๗๕ การดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินที่มี โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหเจาพนักงานที่ดินบันทึกขอตกลงหรือ ทําสัญญาเก ี่ ยวกับการนั้น แลวแตกรณีแลวใหจดบันทึกสาระสําคัญลงในโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทําประโยชนฉบับสํานักงานที่ดินและฉบับเจาของที่ดินใหตรงกันดวย ไมพบคําวินิจฉัยท ี่ เก ี่ ยวของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๓๘ มาตรา ๗๖ ในกรณีการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดิน ซึ่งพนักงานเจาหนาท ี่ไดทําการสอบสวนและรังวัดหมายเขตไวแลว แตยังไมไดออกโฉนด ที่ดิน ใหไปขอจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาท ี่ตามความในมาตรา ๗๑ การจดทะเบียนด ั่ งกลาวในวรรคกอน ใหจดแจงในใบไตสวน อนุโลมตาม วิธีการวาดวยการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน คําวินิจฉัยที่นาสนใจ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๓๓๑/๒๕๐๘ ตราบใดที่ผูถือครองที่ดินยังไมไดมาซ ึ่งโฉนดที่ดินหรือยังไมไดรับโฉนดที่ดินไปจาก พนักงานเจาหนาท ี่ เพียงแตเจาพนักงานที่ดินออกใบไตสวนใหเทานั้น ยอมไมอาจถือวาตนได กรรมสิทธ ิ์ในที่ดินถูกตองตามกฎหมายแลว เพราะใบไตสวนไมใชหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน อยางโฉนดที่ดิน ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๖ เปนบทบัญญัติที่สืบเน ื่ องมาจากมาตรา ๗๒ มาตรา ๗๓ มาตรา ๗๔ และมาตรา ๗๕ ซึ่งเปนเร ื่ องที่คูกรณีแสดงเจตนาทํานิติกรรมตอกันตาม ความในมาตรา ๗๒ ซึ่งผูขอจดทะเบียนตองนําหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินย ื่ นตอเจาพนักงานที่ดินไป ดวย หากที่ดินยังไมมีโฉนดที่ดินแตมีใบไตสวน การจดทะเบียนจะตองอนุโลมใหจดแจงในใบ ไตสวนตามวิธีการจดทะเบียนโฉนดที่ดิน เม ื่ อการจดทะเบียนตามมาตรา ๗๖ มิไดบัญญัติให ผูครอบครองที่ดินชนิดนี้ตองใชสิทธิทางศาลเปนคดีไมมีขอพิพาทเสียกอน เจาพนักงานที่ดินไมอาจ เก ี่ยงใหผูครอบครองที่ดินที่มีเพียงใบไตสวนตองนําคําส ั่งศาลไปแสดงจึงจะดําเนินการออก โฉนดที่ดินใหไดเพราะกรณีไมตองดวยประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๘ ที่บัญญัติใหผูขอ จดทะเบียนตองย ื่ นคําขอพรอมคําพิพากษาหรือคําส ั่ งศาลอันถึงที่สุดแสดงวาตนมีกรรมสิทธิ์ที่ดิน ดังกลาวน ั้ นดวย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๓๙ มาตรา ๗๗ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินหรือ อสังหาริมทรัพยอยางอื่น ถาประมวลกฎหมายนี้มิไดบัญญัติไวเปนอยางอื่น ใหปฏิบัติตาม หลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยไดออกกฎกระทรวงตามความในมาตรานี้คือ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่๓๓ (พ.ศ. ๒๕๒๖) ฯลฯกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๓๕ (พ.ศ. ๒๕๓๑) ฯลฯ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ฯลฯ และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๕๒ (พ.ศ. ๒๕๔๙) ฯลฯกําหนดหลักเกณฑวิธีการในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโดย มีรายละเอียดดังตอไปนี้ ขอ ๑ ภายใตบังคับขอ ๘ และขอ ๙ บุคคลใดมีความประสงคจะขอทําการจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ใหบุคคลน ั้ นย ื่ นคําขอตามแบบ ท.ด. ๑ สําหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน หรือ แบบ ท.ด. ๑ ก สําหรับที่ดินที่ยังไมมีโฉนดที่ดินและอสังหาริมทรัพยอยางอื่น พรอมท ั้ งแนบหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินหรือหลักฐานอยางอ ื่ นตอพนักงานเจาหนาท ี่ แบบ ท.ด. ๑ และแบบ ท.ด. ๑ ก ตามวรรคหน ึ่งใหเปนไปตามที่ อธิบดีประกาศ กําหนด ขอ ๒ กอนทําการจดทะเบียนใหพนักงานเจาหนาท ี่สอบสวนในเรื่ องดังตอไปนี้ ดวย คือ (๑) สิทธิและความสามารถของบุคคลรวมตลอดถึงความสมบรูณแหง นิติกรรม ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (๒) ขอกําหนดสิทธิในที่ดินและการคาที่ดิน หรือการหลีกเล ี่ ยงกฎหมาย เชน การไดมาซ ึ่ งที่ดิน เพ ื่อประโยชนแกคนตางดาว (๓) การกาหนดทํุนทรัพยสําหรับเสียคาธรรมเนียมในการจดทะเบียน ขอ ๓ ในกรณีที่เห็นเปนการสมควร พนักงานเจาหนาท ี่จะใหคูกรณีนําพนักงาน เจาหนาท ี่ หรือเจาหนาที่อื่นไปตรวจสภาพของที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพยอยางอื่น โดยคูกรณีเปน ผูออกคาใชจายเองก็ได ขอ ๔ นิติกรรมที่คูกรณีขอใหจดทะเบียนนั้น ถาทําในรูปหนังสือสัญญา ใหทําเปน คูฉบับ เพ ื่ อเก็บไวณ สํานักงานที่ดิน ๑ ฉบับ และมอบใหผูเปนฝายอีก ๑ ฉบับ หรือ ๒ ฉบับ แลวแตกรณีถาทําเปนรูปบันทึกขอตกลงใหทํา ๑ ฉบับ เพ ื่ อเก็บไวณ สํานักงานที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๔๐ ขอ ๕ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินที่ยังไมมีโฉนดที่ดิน ใบไตสวน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามแบบ น.ส.๓ ก. หรือเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยอยางอื่น ในที่ดินดังกลาว หรือเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยอยางอ ื่นในที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน ใบไตสวน หรือหนังสือ รับรองการทําประโยชนตามแบบ น.ส.๓ ก. ในกรณีไมรวมกับที่ดินดังกลาว ใหประกาศการขอจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมีกําหนดสามสิบวัน ประกาศตามวรรคหนึ่งใหปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินทองที่ซึ่งที่ดินหรือ อสังหาริมทรัพยอยางอ ื่ นต ั้ งอยู สํานักงานเขตหรือที่วาการอําเภอหรือที่วาการก ิ่ งอําเภอทองท ี่ ที่ทํา การแขวงหรือที่ทําการกํานันทองท ี่ และบริเวณที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยนั้น แหงละหน ึ่ งฉบับ ขอ ๖ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังตอไปนี้ไมตองประกาศตามความใน ขอ ๕ คือ (๑) การจดทะเบียนเลิกสิทธิหรือนิติกรรม เชน เลิกเชาเลิกภาระจํายอม เปนตน (๒) การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมท ี่ เก ี่ ยวเน ื่ องกับการจํานอง เชน การ ไถถอน การข ึ้ นเงิน การผอนตน การโอนสิทธิการโอนหลุดเปนสิทธิการโอนชําระหนี้จํานอง การ แกไขเปลี่ยนแปลงจํานองหรือหนี้อันจํานองเปนประกัน เปนตน (๓) การไถถอนจากการขายฝาก การปลดเงื่อนไขการไถหรือการโอนสิทธิ การไถจากการขายฝาก (๔) การจดทะเบียนการไดมาจากการขายทอดตลาดโดยมีการบังคับคดีทางศาล (๕) การจดทะเบียนตาม (๒) (๓) หรือ (๔) แลวจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ประเภทอื่ นตอไปในวันเดียวกัน (๖) เม ื่ อมีการประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทหนึ่ง ประเภทใดไวครบกําหนดแลว ตอมามีการตกลงเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนหรือเปลี่ ยนคูกรณี ฝายผูรับสัญญา (๗) การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทหนึ่งประเภทใดซึ่งไดกระทํา ติดตอในวันเดียวกันเม ื่ อการจดทะเบียนลําดับแรกน ั้ นมีการประกาศตามขอ ๕ แลว (๘) การจดทะเบียนการโอนตามคําส ั่ งศาล (๙) การจดทะเบียนการโอนตามคําส ั่ งพนักงานเจาหนาที่ผูมีอํานาจตาม กฎหมายอื่น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๔๑ ขอ ๗ ในการประกาศตามความในขอ ๕ ถาไมมีผูใดคัดคานภายในกําหนดเวลา แลว ใหดําเนินการจดทะเบียนตอไป ในกรณีที่มีผูคัดคาน ใหพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวน พยานหลักฐานและทําการเปรียบเทียบท ั้งสองฝาย ถาตกลงกันไดใหทําหนังสือสัญญา ประนีประนอมยอมความไวแลวดําเนินการตามนั้น ถาตกลงกันไมไดใหงดดําเนินการไวแลวแจง ใหทั้งสองฝายไปจัดการฟองรองวากลาวกันตอไป และเม ื่ อมีคําพิพากษาถึงที่สุดแลวจึงดําเนินการ จดทะเบียนตามผลแหงคําพิพากษา ฯลฯ ฯลฯ ประเด็นปญหา ในกรณีที่ไดประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแลวมี ผูคัดคานการขอจดทะเบียน พนักงานเจาหนาท ี่ จะตองรับฟงคําคัดคานในทุกกรณีหรือไม ในกรณีที่ คําคัดคานไมมีเหตุผลเพียงพอท ี่ จะรับฟงไดและคูกรณีไมอาจตกลงกันไดการท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ งดดําเนินการจดทะเบียนและแจงใหคูกรณีไปฟองรองวากลาวกันตอไป จะถือวาเปนการละเมิดตอ ผูขอจดทะเบียนหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๙/๒๕๔๖ เม ื่ อมีผูขอจดทะเบียนโอนสิทธิการเชาหองชุดใหแกบุคคลอ ื่ นตามที่มีการประนอม หนี้กัน อันเปนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยในที่ดินที่มีโฉนดโดยไม รวมที่ดิน ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ซึ่งเปนพนักงานเจาหนาที่ตองดําเนินการตามขอ ๕ และขอ ๗ ของ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยประกาศการขอจดทะเบียนโอนสิทธิการเชามีกําหนด ๓๐ วัน ถาไมมี ผูคัดคานใหดําเนินการจดทะเบียนตอไป ถามีผูคัดคานใหสอบสวนพยานหลักฐานและทําการ เปรียบเทียบท ั้งสองฝายถาตกลงกันไมไดใหงดการดําเนินการไวแลวแจงใหทั้งสองฝายไปฟองรอง กันตอไป เม ื่อปรากฏวามีผูคัดคานการจดทะเบียนการโอนดังกลาว ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ตองพิจารณา เหตุผลของการคัดคานวามีเหตุผลเพียงพอหรือไมเพียงใดกอน หากมีการรับฟงคําคัดคานในท กกรณุี โดยไมพิจารณาถึงสิทธิในทรัพยสินของผูคัดคานหรือเหตุแหงการคัดคานกอนวามีผลกระทบตอ สิทธิในทรัพยสินท ี่ จะขอจดทะเบียนหรือไม ยอมไมเปนไปตามเจตนารมณของขอ ๗ ของ กฎกระทรวงดังกลาว การที่ผูถูกฟองคดีที่ ๑ ไมพิจารณาเหตุผลของการคัดคานและส ั่ งงด ดําเนินการจดทะเบียนโอนสิทธิการเชาทําใหผูฟองคดีไดรับความเสียหายจึงเปนการกระทําละเมิด สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๔๒ ของเจาหนาท ี่ ของรัฐอันเกิดจากการใชอํานาจจากกฎตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหง พระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินปฏิเสธการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เพราะผูขอจดทะเบียนไมยอมเสียคาธรรมเนียมตามจํานวนท ี่ เจาพนักงานที่ดินเรียกเก็บ เปนการ กระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๒๘/๒๕๔๖ การที่ผูฟองคดีนําคําพิพากษาของศาลฎีกาซ ึ่ งวินิจฉัยใหจําเลยซ ึ่งเปนฝายผิด สัญญาจะซ ื้ อจะขายที่ดินพิพาท จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใหผูฟองคดีหากจําเลยไมปฏิบัติ ตามใหถือเอาคําพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจําเลยมาขอใหผูถูกฟองคดี (เจาพนักงานที่ดิน) ดําเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินตามคําส ั่ งศาล ผูถูกฟองคดีจะตองรับ จดทะเบียนโอนที่ดินดังกลาวโดยเรียกเก็บคาธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธ ิ์โดยคํานวณจากราคา ประเมินทุนทรัพยเพ ื่ อเรียกเก็บคาธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมท ี่ประกาศใชอยูใน ขณะที่มีการจดทะเบียน ในคดีนี้คือ วันที่ผูฟองคดียื่นคํารองขอจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทตอ พนักงานเจาหนาท ี่ ไมใชวันที่ผูฟองคดียื่นคําฟองตอศาลยุติธรรม เพราะในขณะที่ยื่นฟองสิทธิของ ผูฟองคดีเปนเพียงผูทรงสิทธิตามสัญญาจะซ ื้ อจะขายซ ึ่งเปนบุคคลสิทธิระหวางผูฟองคดีกับ ผูจะขาย ยังถือไมไดวาผูฟองคดีเปนเจาของที่ดินจนกวาศาลจะมีคําพิพากษาช ี้ ขาดวาผูใดเปนผูมี สิทธิดีกวากัน และเม ื่ อศาลมีคําพิพากษาแลว การจะไดกรรมสิทธ ิ์ ตามคําพิพากษาก็ตอง จดทะเบียนตามท ี่ กฎหมายกําหนด นิติกรรมจึงจะสมบูรณตามกฎหมาย ดังนั้น การที่ผูถูกฟองคดี ปฏิเสธการจดทะเบียนโอนที่ดินตามคําส ั่งศาลใหแกผูฟองคดีเพราะผูฟองคดีไมยอมเสีย คาธรรมเนียมตามที่ผูถูกฟองคดีเรียกเก็บ จึงเปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมายแลว คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๕๐/๒๕๔๙ มาตรา ๗๗ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติวา การจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยอยางอื่น ถาประมวลกฎหมายนี้มิไดบัญญัติไวเปนอยางอื่น ใหปฏิบัติตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดไวในกฎกระทรวง และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๔๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งใช บังคับในขณะนั้น ขอ ๖ ระบุวาการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการขายทอดตลาดโดยมีการ บังคับคดีทางศาล ไมตองประกาศตามความในขอ ๕ ดังนั้น แมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ขายที่ดินซ ึ่ งมีหลักฐานการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) ตามคําส ั่ งศาลท ี่ นาย ซ.เปนผูซื้อไดจาก การขายทอดตลาดจะไมปรากฏวามีการประกาศใหคัดคานตามความในกฎกระทรวงฉบับดังกลาว ก็เห็นวานาย ซ. ไดรับโอนสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทมาจากนาย ห. ซึ่งเปนผูแจง ส.ค. ๑ และ ครอบครองที่ดินอยูเดิมโดยชอบดวยกฎหมายแลว นาย ห. จึงไมมีสิทธิในที่ดินพิพาทแลว ผูฟองคดี ซึ่งเปนผูรับโอนที่ดินดังกลาวจากนายห.ยอมไมมีสิทธิในที่ดินพิพาทดวย ผูฟองคดีจึงไมมีสวนไดเสีย ในการออกเอกสารสิทธิที่สืบเน ื่ องมาจาก ส.ค. ๑ ในที่ดินดังกลาว และไมมีอํานาจฟองขอใหศาล ตรวจสอบความชอบดวยกฎหมายของการออกเอกสารสิทธิในที่ดินนั้น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๔๔ มาตรา ๗๘ การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินซึ่งไดมาตาม ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๓๘๒ หรือโดยประการอื่ นนอกจากนิติกรรม สําหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินแลว ใหปฏิบัติตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดใน กฎกระทรวง รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยไดออกกฎกระทรวงตามความในมาตรานี้คือ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยมีรายละเอียดดังตอไปนี้ ฯลฯ ฯลฯ ขอ ๘ การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ซึ่งไดมาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๘๒ ใหดําเนินการดังน ี้ (๑) ผูไดมาตองย ื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ พรอมดวยคําพิพากษา หรือคําสั่ง ศาลอันถึงที่สุด แสดงวาตนมีกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินดังกลาวนั้น (๒) ถาผูไดมาไดกรรมสิทธิ์ที่ดินมาเต็มตามโฉนดที่ดินใหพนักงานเจาหนาท ี่ จด ทะเบียนในประเภทไดมาโดยการครอบครอง (๓) ถาโฉนดที่ดินมีชื่อบุคคลคนเดียวหรือหลายคน แตผูไดมาไดกรรมสิทธ ิ์ เฉพาะ สวนหน ึ่ งสวนใด ใหสอบสวนวาตางฝายตางจะยอมใหผูไดมามีชื่อรวมในโฉนดที่ดินหรือไม ถาตกลงกัน ก็ใหจดทะเบียนในประเภทไดมาโดยการครอบครอง โดยเติมช ื่ อผูไดมาลงไปในโฉนด ถาไมตกลงกัน ก็ใหแบงแยกสวนของผูไดมาออก โดยใหผูไดมา และผูมีชื่อในโฉนดที่ดินที่ยังมี กรรมสิทธ ิ์ อยูไปดูและระวังเขตที่ดินในกรรมสิทธ ิ์ ของตนแลวจดทะเบียนในประเภทแบงไดมาโดย การครอบครอง ถาผูไดมาไดกรรมสิทธ ิ์ เฉพาะสวนของคนใดคนหนึ่ งหรือหลายคนไมเต็มตาม โฉนดที่ดิน ใหจดทะเบียนในประเภทไดมาโดยการครอบครองเฉพาะสวน (๔) ในกรณีตาม (๑) (๒) และ (๓) ถาไมไดโฉนดที่ดินมาใหถือวาโฉนดที่ดินสูญหาย ใหเจาพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดิน แลวดําเนินการจดทะเบียนตอไปตามควรแกกรณี ในกรณีเชนวาน ี้โฉนดที่ดินเดิมเปนอันใชไมไดตอไป (๕) ถาผูไดมาไดกรรมสิทธ ิ์มาไมตรงตามโฉนดที่ดิน ใหเจาพนักงานที่ดินออก โฉนดที่ดินใหใหม สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๔๕ เม ื่อออกโฉนดที่ดินใหใหมแลวถาไดโฉนดที่ดินเดิมมา ใหหมายเหตุดวยหมึกแดง ลงไวในดานหนาของโฉนดเดิมแสดงวาโฉนดที่ดินฉบับน ั้นไดมีการออกโฉนดใหมแลว สําหรับกรณี ไมไดโฉนดที่ดินเดิมมา ใหระบุไวในประกาศแจกโฉนดที่ดิน แสดงวาไมไดโฉนดที่ดินมาดวย (๖) ถาโฉนดที่ดินน ั้ นมีการจดทะเบียนผูกพัน เชน จํานอง เชา ภาระจํายอม ให พนักงานเจาหนาท ี่ แจงใหศาลทราบ เม ื่ อศาลแจงมาอยางไร ใหปฏิบัติตามควรแกกรณี ขอ ๙ การจดทะเบียนสิทธิในที่ดินโดยประการอื่ นนอกจากนิติกรรม ให ดําเนินการดังน ี้ (๑) ผูไดมาตองย ื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาที่พรอมดวยเอกสารแสดงสิทธิการ ไดมาและโฉนดที่ดิน (๒) ถาเปนกรณีไดมาโดยศาลสั่ง ใหจดทะเบียนในประเภทโอนตามคําส ั่ งศาล โดยระบุคําส ั่งศาลไวดวย (๓) ถาเปนกรณีไดมาโดยประการอื่น ใหปฏิบัติตามความใน (๒) โดยอนุโลม (๔) ถาโฉนดที่ดินมีชื่อไมตรงกับกรณีศาลส ั่ งมา หรือมีการจดทะเบียนผูกพันอยู เชน จํานอง เชา ภาระจํายอม ใหพนักงานเจาหนาท ี่ แจงใหศาลทราบ เม ื่ อศาลแจงมาอยางไร ใหปฏิบัติตามควรแกกรณี ประเด็นปญหา ที่ดินที่ยังไมมีโฉนดที่ดินหรือที่ดินที่มีใบไตสวนจะขอจดทะเบียน ไดมาซ ึ่ งกรรมสิทธิ์ที่ดินตามมาตรา ๑๓๘๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไดหรือไม มีคํา วินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๐๖๐/๒๕๐๗ การขอจดทะเบียนสิทธิในที่ดินซ ึ่งไดมาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๘๒ นั้น ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๘ บัญญัติไวเฉพาะสําหรับกรณีที่ดินมี โฉนดที่ดินแลว จึงเห็นไดวาการไดกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๘๒ ยอมหมายถึง การครอบครองที่ดินที่ผูอื่นมีกรรมสิทธ ิ์ แลว เม ื่ อที่ดินที่ผูรอง ครอบครองไมมีโฉนดหรือยังไมเคยมีผูใดมีกรรมสิทธ ิ์ มากอน ไมมีกฎหมายสนับสนุนใหรองขอให ศาลแสดงกรรมสิทธ ิ์ได สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


Click to View FlipBook Version