The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำวินิจฉัยเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน(เฉพาะหมวด๔การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด๕ การรังวัดที่ดิน และหมวด๖การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by surapol_nak, 2023-02-08 08:38:01

คำวินิจฉัยเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน(เฉพาะหมวด๔การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด๕ การรังวัดที่ดิน และหมวด๖การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม)

คำวินิจฉัยเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดิน(เฉพาะหมวด๔การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หมวด๕ การรังวัดที่ดิน และหมวด๖การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม)

๑๔๖ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๓๔๘/๒๕๐๘ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๓ และตามกฎหมายเกากอนมีประมวล กฎหมายที่ดิน คือ พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ร.ศ. ๑๒๗ มาตรา ๓๕ กําหนดวา ตราบใดที่ ผูครอบครองที่ดินหรือเจาของที่ดินยังไมไดกรรมสิทธ ิ์ ตามกฎหมายดังกลาวแลว ที่ดินน ั้ นยังไมเปน กรรมสิทธ ิ์ ของผูใด นอกจากน ี้การไดกรรมสิทธิ์ที่ดินตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๘๒ หมายถึง การครอบครองที่ดินที่ผูอื่นมีกรรมสิทธ ิ์ เม ื่ อที่ดินที่ผูรองครอบครองไมมี โฉนด หรือยังไมเคยมีผูใดมีกรรมสิทธิ์ก็ไมมีกฎหมายสนับสนุนใหผูรองขอใหศาลแสดงกรรมสิทธ ิ์ได จะนําบทกฎหมายดังกลาวมาอนุโลมใชบังคับแกที่ดินที่มีใบไตสวนไมไดเพราะที่ดินที่มีใบไตสวน เปนที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครองเทานั้น ประเด็นปญหา พนักงานเจาหนาท ี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินจะรับจดทะเบียน ซื้อขายที่ดินที่มีผูไดมาโดยการครอบครองปรปกษตามคําส ั่ งศาล ใหแกคูกรณีตามสัญญา ประนีประนอมยอมความและคําพิพากษาตามยอมไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ กฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๓๘๔/๒๕๓๔ (อางแลวในมาตรา ๗๔) ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินปฏิเสธการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ใหแกผูขอจดทะเบียนตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคําพิพากษาตามยอม เน ื่ องจาก ปรากฏขอเท็จจริงวามีผูไดมาซ ึ่ งกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกลาวตามมาตรา ๑๓๘๒ แหงประมวลกฎหมาย แพงและพาณิชยตามคําส ั่ งศาลแลว เปนการกระทําท ี่ ชอบดวยกฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของ คณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๓๐/๒๕๓๕ เม ื่อปรากฏวามีบุคคลภายนอกไดครอบครองปรปกษที่ดินพิพาทบางสวนจนได กรรมสิทธ ิ์ ตามมาตรา ๑๓๘๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยแลวกอนที่ผูรองทุกขจะรับ โอนที่ดินพิพาทมา โดยมีคําพิพากษาศาลซึ่งถึงที่สุดเปนการรับรองสิทธิคําพิพากษาดังกลาวยอม ผูกพันเจาของกรรมสิทธิ์ที่ดินในฐานะคูความตามมาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพง และโดยที่เปนคําพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธ ิ์ในทรัพยสินเปนคุณแก สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๔๗ ผูครอบครองปรปกษจึงใชยันแกผูรองทุกขในฐานะบุคคลภายนอกไดตามมาตรา ๑๔๕ วรรคสอง (๑) แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง ผูครอบครองปรปกษจึงมีสิทธิขอจดทะเบียนสิทธิ สําหรับที่ดินสวนท ี่ครอบครองปรปกษไดตามมาตรา ๗๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และผลของ การครอบครองปรปกษดังกลาวทําใหเจาของกรรมสิทธ ิ์ รวมมีกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินเพียงเทาท ี่ เน ื้ อที่ดิน ที่เหลือจากการครอบครองปรปกษผูรองทุกขจึงมีสิทธิเพียงเทาท ี่ เจาของกรรมสิทธ ิ์ รวมผูโอนจะพึงมี ไดเทานั้น แมคดีเก ี่ ยวกับการครอบครองปรปกษจะถึงที่สุดหลังจากผูรองทุกขไดที่ดินมาตาม คําพิพากษาตามยอมแลวแตคําพิพากษาตามยอมไมใชคําพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธ ิ์ในทรัพยสิน และผูรองทุกขยังไมไดจดทะเบียนการไดมาตอพนักงานเจาหนาท ี่การไดมาซ ึ่ งที่ดินของผูรองทุกข ยอมไมบริบูรณตามมาตรา ๑๒๙๙ วรรคหนึ่งแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยและผูรองทุกข ไมไดอยูในฐานะบุคคลภายนอกท ี่ จะยกข ึ้นเปนขอตอสูผูครอบครองปรปกษไดตามมาตรา ๑๒๙๙ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ดังนั้น การท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ไมยอมรับ จดทะเบียนโอนขายที่ดินเฉพาะสวนแกผูรองทุกขตามคําพิพากษาตามยอม จนกวาจะได ดําเนินการจดทะเบียนสิทธิแกผูครอบครองปรปกษเสียกอน จึงไมใชเร ื่ องท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ ละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติและไมเปนการกระทําที่ขัดหรือไมถูกตอง ตามกฎหมาย คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๘๕/๒๕๔๕ การจดทะเบียนสิทธิในที่ดินซ ึ่งไดมาโดยการครอบครองปรปกษตามคําสั่ง ศาลยุติธรรม ตองปฏิบัติตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ทั้งน ี้ ตามมาตรา ๗๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน หากในการปฏิบัติของเจาพนักงานที่ดินเพ ื่อใหเปนไปตามคําส ั่ งศาล ดังกลาวมีเหตุขัดของ ก็ชอบที่ผูไดมาซ ึ่ งสิทธิในที่ดินหรือทายาทจะตองไปใชสิทธิทางศาลอีกครั้ง เพ ื่อขอใหมีคําส ั่ งแกไขขอขัดของดังกลาวใหหมดส ิ้นไป ตามขอ ๘ (๖) แหงกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งเปน เร ื่ องท ี่ อยูในอํานาจศาลยุติธรรม มิใชคดีปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติ จัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๔๘ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๐๕๙/๒๕๒๗ คําสั่งของศาลที่แสดงวาโจทกไดกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินพิพาทนั้น เปนคําส ั่ งที่รับรองวา การครอบครองที่พิพาทของโจทกเปนผลใหโจทกไดกรรมสิทธ ิ์ในที่พิพาทตามประมวลกฎหมาย แพงและพาณิชยมาตรา ๑๓๘๒ เพ ื่อประโยชนในการจดทะเบียนสิทธิในที่พิพาทตอไปตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๗๘ ซึ่งการย ื่ นคํารองแสดงกรรมสิทธ ิ์ในอสังหาริมทรัพยนั้นตาม ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๓๘๒ และมาตรา ๗๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ไมไดกําหนดหลักเกณฑวาผูรองจะตองเปนผูครอบครองที่พิพาทอยูในขณะที่ยื่นคํารองขอตอศาล คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๐๕๙/๒๕๓๗ โจทกไดกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปกษตามประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๓๘๒ การท ี่โจทกจะมีชื่อในโฉนดที่ดินไดอยางไรก็ตองเปนไป ตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๗๘ และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งโจทกสามารถท ี่ จะ ปฏิบัติตามและไดรับผลตามความประสงคของโจทกอยูแลว โดยไมจําเปนตองอาศัยคําส ั่งศาลให จําเลยท ั้ งสองสงมอบโฉนดที่ดินพิพาทใหแกโจทกแตอยางใด คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๗๔๓๓/๒๕๓๗ ตามคําส ั่ งของศาลช ั้ นตนในคดีที่โจทกรองขอแสดงกรรมสิทธ ิ์ เฉพาะสวน โดยการ ครอบครองปรปกษไดระบุไวแลววา ที่ดินสวนท ี่โจทกไดมาโดยการครอบครองปรปกษตามประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๓๘๒ มีเน ื้ อท ี่ เทาใด ทิศใด มีความกวางยาวและเขตติดตอ อยางไร โจทกจึงไดกรรมสิทธิ์ที่ดินตามท ี่ ศาลช ั้ นตนระบุไวดังกลาวแยกตางหากจากเจาของ กรรมสิทธ ิ์ รวมคนอ ื่ นๆ กรมที่ดิน (จําเลย) จึงตองจดทะเบียนแบงแยกที่ดินใสชื่อโจทกเปนเจาของ กรรมสิทธ ิ์ ตามจํานวนเน ื้ อที่ดินดังกลาวตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๗๘ ประกอบกับ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ ๘ วรรคหนึ่ง (๓) คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๒๐๘/๒๕๔๐ คําพิพากษาศาลฎีกาในคดีกอนวินิจฉัยวา ที่ดินพิพาทอยูในเขตที่ดินของโจทก ดังนั้น ผลของคําพิพากษาศาลฎีกาดังกลาวจึงผูกพันคูความในกระบวนพิจารณาของศาลท ี่ พิพากษา นับแตวันท ี่ไดพิพากษาจนถึงวันที่คําพิพากษาน ั้นไดถูกเปลี่ยนแปลง แกไขกลับ หรืองด เสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๔๕ ซึ่งตามคําใหการของจําเลยท ั้ งสาม ในคดีนี้ก็ไมปรากฏวาหลังจากศาลฎีกาพิพากษาในคดีดังกลาวแลว จําเลยท ี่ ๑ และท ี่ ๒ ไดบอก สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๔๙ กลาวเปลี่ ยนลักษณะแหงการยึดถือไปยังโจทกวา จําเลยท ี่ ๑ และท ี่ ๒ จะยึดถือครอบครองที่ดิน พิพาทในฐานะเจาของตอไปตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๓๘๑ และจําเลย ที่ ๓ ก็มิไดใหการตอสูวาตนมีสิทธิดีกวาโจทกแตประการใด กรณีจึงตองถือวาจําเลยท ั้งสามไมมี กรรมสิทธ ิ์ในที่ดินพิพาทดีไปกวาโจทกคดีจึงสามารถวินิจฉัยช ี้ขาดไดโดยไมตองสืบพยานตอไป การท ี่ ศาลช ั้ นตนมีคําส ั่ งงดสืบพยานจึงชอบแลว แตการไดมาซ ึ่ งกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินตาม มาตรา ๑๓๘๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๘ และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวล กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ บัญญัติไวแลววาจะตองดําเนินการอยางไร ซึ่งโจทกสามารถนํา คําพิพากษาไปดําเนินการตามข ั้นตอนไดอยูแลว จึงไมจําตองอาศัยคําส ั่งศาลใหจําเลยสงมอบ โฉนดที่ดินใหเพ ื่อไปจดทะเบียนแตอยางใด สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๕๐ มาตรา ๗๙ เม ื่ อผูมีสิทธิในที่ดินซ ึ่ งมีโฉนดที่ดินแลวประสงคจะแบงแยกที่ดินเปน บางสวน ตองใหพนักงานเจาหนาท ี่ไปทําการรังวัดแบงแยกที่ดิน เม ื่อไดรังวัดแบงแยกเสร็จแลว ถาจะตองจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ก็ใหจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเสียกอน แลวให เจาพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินฉบับใหมให สําหรับกรณีที่ดินที่มีใบไตสวน ใหนําความด ั่ งกลาวขางตนมาใชบังคับโดยอนุโลม (ความในมาตรา ๗๙ เดิมถูกยกเลิกโดยขอ ๑๑ แหงประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๗๙ ผูมีสิทธิในที่ดินประสงคจะแบงแยกที่ดินออกเปนหลายแปลง หรือรวมที่ดินหลายแปลงเขาเปนแปลงเดียวกัน ใหยื่นคําขอพรอมดวยหนังสือแสดงสิทธิ ในที่ดินน ั้ นตอพนักงานเจาหนาที่ตามมาตรา ๗๑ เพ ื่อประโยชนแหงมาตราน ี้ใหนํามาตรา ๖๙ ทวิมาใชบังคับโดยอนุโลม ดวย และถาจะตองจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ก็ใหจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เสียกอน แลวจึงออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับใหมให ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินจดทะเบียนแบงแยกและออกโฉนดที่ดิน ใหแกผูขอเปนการดําเนินการท ี่ ชอบดวยกฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัย รองทุกขดังน ี้ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๔๔/๒๕๓๘ เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวาในการรังวัดแบงแยกที่ดินของเจาของที่ดินแปลงขางเคียง นั้น ผูรองทุกขไดแตงต ั้ งผูแทนออกไประวังช ี้แนวเขตในฐานะเจาของที่ดินขางเคียง โดยไดลงนาม รับรองความถูกตองของการรังวัดที่ดินในวันที่ทําการรังวัดดวย กรณีถือไดวาผูรองทุกขซึ่งเปน เจาของที่ดินขางเคียงยอมรับในผลการระวังช ี้ แนวเขตและการดําเนินการดังกลาววาเปนไปโดยถูกตอง ตามท ี่ กฎหมายกําหนดไวแลว ดังนั้น เม ื่ อสํานักงานที่ดินไดออกโฉนดที่ดินใหกับผูขอรังวัดแบงแยก จึงยังรับฟงไมไดวาเปนการปฏิบัติหนาท ี่โดยขัดหรือไมถูกตองตามกฎหมาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๕๑ มาตรา ๘๐ ในกรณีไถถอนจากจํานอง หรือไถถอนจากการขายฝากซึ่ งที่ดินมี โฉนดที่ดินแลว เม ื่ อผูรับจํานอง หรือผูรับซ ื้อฝากไดทําหลักฐานเปนหนังสือวาไดมีการไถถอนแลว ใหเจาของที่ดิน หรือผูขายฝากนําโฉนดที่ดินมาขอจดทะเบียนไถถอนตอเจาพนักงานที่ดิน เม ื่ อเจาพนักงานที่ดินตรวจเปนการถูกตองก็ใหจดทะเบียนในโฉนดที่ดินใหปรากฏ การไถถอนนั้น สําหรับที่ดินที่มีใบไตสวน ใหนําความด ั่ งกลาวขางตนมาใชบังคับโดยอนุโลม (ความในมาตรา ๘๐ เดิมถูกยกเลิกโดยขอ ๑๑ แหงประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๘๐ ในกรณีไถถอนจากจํานอง หรือไถถอนจากการขายฝากซึ่ง ที่ดินมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแลว เม ื่ อผูรับจํานองหรือผูรับซื้อฝากไดทําหลักฐานเปน หนังสือวาไดมีการไถถอนแลว ใหผูมีสิทธิในที่ดินหรือผูมีสิทธิไถถอนนําหนังสือแสดงสิทธิ ในที่ดินมาขอจดทะเบียนไถถอนตอพนักงานเจาหนาท ี่ได เม ื่ อพนักงานเจาหนาท ี่ตรวจเปนการถูกตอง ก็ใหจดทะเบียนในหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินใหปรากฏการไถถอนนั้น ไมพบคําวินิจฉัยท ี่ เก ี่ ยวของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๕๒ มาตรา ๘๑ การไดมาซ ึ่ งที่ดินทางมฤดกใหผูขอรับมฤดกนําหลักฐานหรือหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินมาย ื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ ใหพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนพยานหลักฐาน และประกาศใหทราบในที่เปดเผยในสํานักงานที่ดินจังหวัด หรือสํานักงานที่ดินสาขาในที่วาการ อําเภอ และในบริเวณที่ดินมีกําหนดหกสิบวัน เม ื่อไมมีผูโตแยง และหลักฐานเปนท ี่ เช ื่อไดวา ผูรอง มีสิทธิในการรับมฤดกก็ใหจดทะเบียนใหตามคําขอ ในกรณีที่มีผูโตแยง ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจสอบสวนคูกรณีและเรียก บุคคลใด ๆ มาใหถอยคํา หรือสงเอกสารท ี่ เก ี่ ยวของไดตามความจําเปน และใหพนักงานเจาหนาท ี่ เปรียบเทียบ ถาเปรียบเทียบไมตกลงก็ใหพนักงานเจาหนาที่สั่งการไปตามที่ เห็นสมควร ถาฝายใดไมพอใจคําส ั่ งของพนักงานเจาหนาท ี่ก็ใหฝายน ั้นไปฟองรองกันเอง ยังศาล ภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันทราบคําสั่ง แตในกรณีที่เจามฤดกตายไปยังไมถึงหน ึ่งป ก็ใหพนักงานเจาหนาที่กําหนดเวลาใหไปฟองรองกันเองไดแตตองไมเกินหน ึ่งปกับหกสิบวัน นับ แตวันเจามฤดกตาย (ความในมาตรา ๘๑ เดิมถูกยกเลิกโดยขอ ๑๑ แหงประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๘๑ การขอจดทะเบียนสิทธิเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยซึ่งไดมาโดยทางมรดก ใหผูไดรับมรดกนําหลักฐานสําหรับที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน พรอมดวยหลักฐานในการ ไดรับมรดกมาย ื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ถาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอยูกับบุคคลอื่น ใหพนักงาน เจาหนาที่มีอํานาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาวน ั้นได เม ื่ อพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนพยานหลักฐาน และเช ื่อไดวาผูขอเปนทายาทแล ว ใหประกาศโดยทําเปนหนังสือปดไวในที่เปดเผยมีกําหนดหกสิบวัน ในกรณีการขอจดทะเบียนสิทธิ ซึ่งกระทําตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ (๑) ใหปดประกาศ ณ สํานักงานที่ดิน ที่วาการ อําเภอหรือก ิ่ งอําเภอทองท ี่ ที่ทําการกํานัน และบริเวณที่ดินน ั้ นแหงละหน ึ่ งฉบับ ถาเปนกรณีการขอ จดทะเบียนสิทธิซึ่งกระทําตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ (๒) ใหปดประกาศ ณ ที่วาการ อําเภอหรือก ิ่ งอําเภอ ที่ทําการกํานันและบริเวณที่ดินน ั้ นแหงละหน ึ่ งฉบับ ในการนี้ใหพนักงานเจาหนาที่มีหนังสือสงประกาศดังกลาวใหบุคคลที่ผูขอแจงวา เปนทายาททุกคนทราบเทาท ี่ สามารถจะทําไดหากไมมีผูใดโตแยงภายในกําหนดเวลาท ี่ประกาศ และมีหลักฐานเปนท ี่ เช ื่อไดวาผูขอมีสิทธิไดรับมรดกแลว ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๕๓ จดทะเบียนใหตามที่ผูขอแสดงหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมาย ทั้งน ี้ใหเปนไปตามหลักเกณฑ และวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่มีผูโตแยง ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจสอบสวนคูกรณีและเรียก บุคคลใด ๆ มาใหถอยคํา หรือใหสงเอกสารท ี่ เก ี่ ยวของไดตามความจําเปน และใหพนักงาน เจาหนาท ี่เปรียบเทียบ ถาเปรียบเทียบไมตกลง ใหพนักงานเจาหนาที่สั่งการไปตามที่ เห็นสมควร ถาฝายใดไมพอใจคําส ั่ งของพนักงานเจาหนาท ี่ ใหฝายน ั้นไปฟองรองตอศาล ภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันทราบคําสั่ง ในกรณีที่ไดฟองรองตอศาล ใหรอเร ื่องไวเม ื่อศาลได พิพากษาหรือมีคําส ั่ งถึงที่สุดประการใด ใหดําเนินการไปตามนั้น ถาไมฟองรองภายในกําหนด ใหดําเนินการไปตามคําส ั่ งของพนักงานเจาหนาท ี่ (ความในมาตรา ๘๑ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๖ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๘๑ การขอจดทะเบียนสิทธิเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยซึ่งไดมาโดยทางมรดก ใหผูไดรับมรดกนําหลักฐานสําหรับที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินพรอมดวยหลักฐานในการ ไดรับมรดก มาย ื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ ถาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอยูกับ บุคคลอื่น ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาวน ั้นได เม ื่ อพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนพยานหลักฐาน และเช ื่อไดวาผูขอเปนทายาทแล ว ใหประกาศโดยทําเปนหนังสือปดไวในที่เปดเผยมีกําหนดหกสิบวัน ณ สํานักงานที่ดินทองซ ึ่ งที่ดิน ตั้งอยู เขตหรือที่วาการอําเภอหรือก ิ่ งอําเภอทองท ี่ ที่ทําการแขวงหรือที่ทําการกํานัน และบริเวณที่ดิน นั้นแหงละหน ึ่ งฉบับ และใหพนักงานเจาหนาที่มีหนังสือสงประกาศดังกลาวใหบุคคลที่ผูขอแจงวา เปนทายาททุกคนทราบเทาท ี่ สามารถจะทําไดหากไมมีผูใดโตแยงภายในกําหนดเวลาท ี่ประกาศ และมีหลักฐานเปนท ี่ เช ื่อไดวาผูขอมีสิทธิไดรับมรดกแลว ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการจด ทะเบียนใหตามที่ผูขอแสดงหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมาย ทั้งน ี้ใหเปนไปตามหลักเกณฑและ วิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่มีผูโตแยง ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจสอบสวนคูกรณีและเรียก บุคคลใดๆ มาใหถอยคํา หรือส ั่งใหสงเอกสารท ี่ เก ี่ ยวของไดตามความจําเปน และใหพนักงาน เจาหนาท ี่เปรียบเทียบ ถาเปรียบเทียบไมตกลงใหพนักงานเจาหนาที่สั่งการไปตามที่ เห็นสมควร สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๕๔ เม ื่ อพนักงานเจาหนาที่สั่งประการใดแลว ใหแจงใหคูกรณีทราบ และใหฝายท ี่ไม พอใจไปดําเนินการฟองตอศาลภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันท ี่ ทราบคําสั่ง ในกรณีที่ไดฟองตอศาลแลวใหรอเร ื่องไวเม ื่อศาลไดพิพากษาหรือมีคําส ั่ งถึงที่สุด ประการใดจึงใหดําเนินการไปตามกรณีถาไมฟองภายในกําหนดก็ใหดําเนินการไปตามที่ พนักงาน เจาหนาที่สั่ง (ความในมาตรา ๘๑ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๔ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๓ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๘๑ การขอจดทะเบียนสิทธิเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยซึ่งไดมาโดยทาง มรดก ใหผูไดรับมรดกนําหลักฐานสําหรับที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินพรอมดวย หลักฐานในการไดรับมรดกมาย ื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ ถาหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินอยูกับบุคคลอ ื่นใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิใน ที่ดินดังกลาวน ั้นได เม ื่ อพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนพยานหลักฐานและเชื่อไดวาผูขอเปน ทายาทแลว ใหประกาศโดยทําเปนหนังสือปดไวในที่เปดเผยมีกําหนดสามสิบวัน ณ สํานักงานที่ดิน เขตหรือที่วาการอําเภอหรือก ิ่ งอําเภอ สํานักงานเทศบาล ที่ทําการองคการ บริหารสวนตําบล ที่ทําการแขวงหรือที่ทําการกํานันทองที่ซึ่งที่ดินต ั้ งอยู และบริเวณที่ดินนั้น แหงละหน ึ่ งฉบับ และใหพนักงานเจาหนาที่มีหนังสือสงประกาศดังกลาวใหบุคคลที่ผูขอแจง วาเปนทายาททุกคนทราบเทาท ี่ จะทําไดหากไมมีทายาทซึ่ งมีสิทธิไดรับมรดกโตแยงภายใน กําหนดเวลาท ี่ประกาศและมีหลักฐานเปนท ี่เชื่อไดวาผูขอมีสิทธิไดรับมรดกแลว ใหพนักงาน เจาหนาที่ดําเนินการจดทะเบียนใหตามที่ผูขอแสดงหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมาย ทั้งน ี้ ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่มีทายาทซึ่ งมีสิทธิไดรับมรดกโตแยง ใหพนักงานเจาหนาที่มี อํานาจสอบสวนคูกรณีและเรียกบุคคลใดๆ มาใหถอยคํา หรือส ั่งใหสงเอกสารท ี่ เก ี่ ยวของได ตามความจําเปน และใหพนักงานเจาหนาท ี่เปรียบเทียบ ถาเปรียบเทียบไมตกลง ให พนักงานเจาหนาที่สั่งการไปตามที่ เห็นสมควร เม ื่ อพนักงานเจาหนาที่สั่งประการใดแลว ใหแจงใหคูกรณีทราบ และให ฝายท ี่ไมพอใจไปดําเนินการฟองตอศาลภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันท ี่ไดรับแจง หากผูนั้นมิไดฟองตอศาลและนําหลักฐานการย ื่นฟองพรอมสําเนาคําฟองเก ี่ ยวกับสิทธิใน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๕๕ การไดรับมรดกมาแสดงตอพนักงานเจาหนาท ี่ภายในกําหนดเวลาดังกลาว ก็ใหดําเนินการ ไปตามที่ พนักงานเจาหนาที่สั่ง ในกรณีที่ทายาทไดยื่นฟองตอศาลภายในกําหนดเวลาตามความในวรรคสี่ หรือทายาทอ ื่นซึ่ งมีสิทธิไดรับมรดกไดฟองคดีเก ี่ ยวกับสิทธิในการไดรับมรดกตอศาล กอนท ี่ พนักงานเจาหนาท ี่ไดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการไดมาโดยทางมรดก เม ื่ อผูนั้น นําหลักฐานการย ื่นฟองพรอมสําเนาคําฟองแสดงตอพนักงานเจาหนาท ี่ ใหพนักงาน เจาหนาท ี่ ระงับการจดทะเบียนไวเม ื่อศาลไดมีคําพิพากษาหรือคําส ั่ งถึงที่สุดประการใด ก็ใหดําเนินการไปตามคําพิพากษาหรือคําส ั่ งนั้น รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยไดออกกฎกระทรวงตามความในมาตรานี้คือ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กําหนดหลักเกณฑวิธีการจดทะเบียนสิทธิเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยซึ่งไดมาโดย ทางมรดกโดยมีรายละเอียดดังตอไปนี้ ขอ ๑ เม ื่ อมีผูมาขอจดทะเบียนสิทธิเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยซึ่งไดมาโดยทาง มรดก ใหพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนพยานหลักฐานแลวบันทึกลงในเรื่ องราวขอจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม (ท.ด. ๑) และในแบบบันทึกการสอบสวนขอจดทะเบียนโอนมรดก (ท.ด. ๘) ดวย ขอ ๒ มรดกมีพินัยกรรม ใหพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนพยานหลักฐานและวัน ตายของเจามรดกตลอดจนสิทธิในการรับมรดกตามพินัยกรรมดวย ขอ ๓ มรดกไมมีพินัยกรรม ใหพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนพยานหลักฐานและ พิจารณาการเปนทายาท สิทธิในการรับมรดก และวันตายของเจามรดก โดยใหผูขอแสดงบัญชี เครือญาติและหลักฐานอื่นประกอบดวย ขอ ๔ การจดทะเบียนสิทธิเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยซึ่งไดมาโดยทางมรดกไมมี พินัยกรรม และมีทายาทซ ึ่ งมีสิทธิไดรับมรดกหลายคน นอกจากจะตองดําเนินการตามขอ ๓ แลว ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการดังตอไปนี้ดวย (๑) ในกรณีที่ทายาทบางคนมาขอจดทะเบียนรับมรดกตามสิทธิของตนหรือขอให ลงช ื่ อทายาทอ ื่ นที่มีสิทธิไดรับมรดกทุกคนตามที่ผูขอแสดงไวในบัญชีเครือญาติเม ื่อไมมีผูโตแยง ภายในกําหนดเวลาท ี่ประกาศ ใหพนักงานเจาหนาท ี่ จดทะเบียนใหตามที่ผูขอแสดงหลักฐานการมี สิทธิตามกฎหมาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๕๖ (๒) ในกรณีที่ทายาทบางคนมาขอจดทะเบียนรับมรดกท ั้ งหมด ถาผูขอนําทายาท ที่แสดงไวในบัญชีเครือญาติทุกคนมาใหถอยคํายินยอม หรือนําหลักฐานการไมรับมรดกของ ทายาทดังกลาวน ั้ นมาแสดงตอพนักงานเจาหนาท ี่ไดภายในกําหนดเวลาท ี่ประกาศ ใหพนักงาน เจาหนาท ี่ จดทะเบียนใหตามที่ผูขอแสดงหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมาย แตถาผูขอไมสามารถ นําทายาทท ี่แสดงไวในบัญชีเครือญาติทุกคนมาใหถอยคํายินยอม หรือไมสามารถนําหลักฐานการ ไมรับมรดกของทายาทดังกลาวน ั้ นมาแสดงตอพนักงานเจาหนาท ี่ภายในกําหนดเวลาท ี่ประกาศได ก็ใหพนักงานเจาหนาท ี่ ยกคําขอเสีย ในกรณีที่จะตองมีคําส ั่ งศาลเพ ื่อเปนหลักฐานการไมรับมรดกของทายาท ใหผูขอ นําคําส ั่ งศาลที่ถึงที่สุดแลวมาแสดงตอพนักงานเจาหนาท ี่ พรอมกับการใหถอยคํายินยอมของ ทายาทน ั้ นดวย แตถายังไมมีคําส ั่ งศาลดังกลาว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ รอเร ื่องไวจนกวาจะมีคําสั่ง ศาลถึงที่สุด ในกรณีเชนน ี้ใหผูขอนําหลักฐานการดําเนินการทางศาลมาแสดงตอพนักงาน เจาหนาท ี่ภายในกําหนดสามสิบวัน นับแตวันท ี่ ทายาทน ั้นมาใหถอยคํายินยอม ถาผูขอไมนํา หลักฐานการดําเนินการทางศาลมาแสดงตอพนักงานเจาหนาท ี่ภายในกําหนดดังกลาว ก็ให พนักงานเจาหนาท ี่ ยกคําขอน ั้ นเสีย ประเด็นปญหา กรณีที่มีการจดทะเบียนผูจัดการมรดกในโฉนดที่ดินแลว หาก ตอมาผูจัดการมรดกถึงแกกรรม และทายาทนําหลักฐานมาขอจดทะเบียนเลิกผูจัดการมรดกและ ขอจดทะเบียนโอนมรดกตอไป พนักงานเจาหนาท ี่ จะดําเนินการตามคําขอใหไดหรือไม มีคํา วินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๔๓๓/๒๕๒๖ ในกรณีที่มีการจดทะเบียนลงช ื่ อผูจัดการมรดกในโฉนดที่ดินแลว ตอมาผูจัดการ มรดกตายและทายาทเห็นวาไมจําตองมีการต ั้ งผูจัดการมรดกใหมทายาทอาจรองขอตอกรมที่ดิน ใหถอนช ื่ อผูจัดการมรดกออกจากโฉนดที่ดินเพ ื่ อขอจดทะเบียนโอนมรดกตามมาตรา ๘๑ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน และเม ื่ อเจาพนักงานที่ดินไดดําเนินการสอบสวนแลวก็อาจถอนช ื่ อผูจัดการ มรดกออกจากโฉนดที่ดินไดโดยไมตองรอใหศาลมีคําส ั่ งเพิกถอนผูจัดการมรดกกอน ทั้งน ี้ เพราะ การเปนผูจัดการมรดกมีลักษณะเปนการเฉพาะตัว สวนในกรณีที่มีการจดทะเบียนเลิกผูจัดการ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๕๗ มรดกตามคําขอของทายาทแลวจะมีการต ั้ งผูจัดการมรดกใหมหรือไม เปนเร ื่ องท ี่ ทายาทจะ พิจารณาเห็นสมควร ทายาทอาจขอจดทะเบียนรับโอนมรดกโดยไมตั้งผูจัดการมรดกก็ได ประเด็นปญหา บันทึกถอยคําของทายาทท ี่ เจาพนักงานที่ดินตามประมวลกฎหมาย ที่ดินบันทึกไววาทายาทผูนั้นไมประสงคขอรับมรดกที่ดินพิพาท ทั้งน ี้ เพ ื่อประกอบการพิจารณา ดําเนินการจดทะเบียนโอนมรดกใหแกทายาทคนอ ื่ นๆ ที่ยื่นคําขอจดทะเบียน จะถือเปนหลักฐาน แสดงวาทายาทผูนั้นสละมรดกไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๕๙๐/๒๕๔๐ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินบันทึกถอยคําของทายาทวาไมประสงคจะรับมรดก ที่พิพาท และยินยอมใหทายาทอ ื่ นรับโอนมรดกไปแตผูเดียวการบันทึกดังกลาวเปนการปฏิบัติตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘๑ ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ถอยคําตามที่บันทึกไมใชกรณี การสละมรดกของทายาท แตมีลักษณะเปนสัญญาประนีประนอมยอมความอันมีผลบังคับใชได ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๘๕๐, มาตรา ๘๕๒ และมาตรา ๑๗๕๐ ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนมรดกรายพิพาทเปนการ ดําเนินการท ี่ ชอบดวยกฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดและศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๖๙/๒๕๔๗ (อางแลวในมาตรา ๖๑) คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๑๘๑/๒๕๑๑ ในการที่ เจาพนักงานที่ดินดําเนินการจดทะเบียนโอนมรดกที่ดินรายพิพาทได ปฏิบัติการไปตามนัยมาตรา ๘๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินโดยชอบ เชน การประกาศการขอรับ มรดกที่ดิน เม ื่ อมีผูคัดคานการขอรับมรดกโดยอางสิทธิตามคําพิพากษาศาลฎีกา เจาพนักงานที่ดิน ก็ไดขอความเห็นไปยังกรมที่ดิน ซึ่งกรมที่ดินก็ทําการศึกษาคําพิพากษาศาลฎีกาดังกลาวและเห็น วาเปนไปตามที่ผูคัดคานกลาวอางจริงและแจงความเห็นใหเจาพนักงานที่ดินทราบเพ ื่ อดําเนินการ ตอไป แสดงวาท ั้ งเจาพนักงานที่ดินและกรมที่ดินปฏิบัติหนาที่ดวยความระมัดระวัง และเพ ื่อใหการ งานเปนไปโดยความถูกตอง ไมมีพฤติการณใดสอใหเห็นเลยวามีเจตนาราย และการท ี่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๕๘ เจาพนักงานที่ดินส ั่งใหผูคัดคานรับโอนมรดกรวมกับโจทกผูขอจดทะเบียนโอนมรดกก็เน ื่ องจาก เห็นวาพยานหลักฐานในเบื้ องตนแสดงใหเห็นแลววาผูคัดคานมีสวนไดเสียในที่ดินพิพาทดวยและ ทั้งสองฝายไมยอมตกลงตามขอเปรียบเทียบของเจาพนักงานที่ดิน เจาพนักงานที่ดินยอมส ั่ งการ ตามท ี่ เห็นสมควรไดตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๘๑ วรรคสาม แหงประมวลกฎหมายที่ดิน การสั่ง การของเจาพนักงานที่ดินจึงเปนการส ั่ งการท ี่ สมควรแกเหตุผลตามทองเร ื่ องแลว มิไดกอใหเกิด ความเสียหายอันเปนการละเมิดแกโจทกเลย คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๙๒๔/๒๕๒๐ ในการยื่ นขอรับมรดกในที่ดินจะตองมีการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดินตาม มาตรา ๘๑ เสียกอน หากมีชื่อผูที่ไมไดยื่นคําขอรับมรดกอยูในโฉนดที่ดินยอมเปนการไมชอบดวย กฎหมาย ทายาทหรือผูมีสวนไดเสียในที่ดินยอมมีอํานาจฟองรองบังคับได ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๘๑ กําหนดวา การขอจดทะเบียนสิทธิ เก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยซึ่งไดมาโดยทางมรดก ใหผูไดรับมรดกนําหลักฐานสําหรับที่ดิน หรือ หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินพรอมดวยหลักฐานในการรับมรดกไปยื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตาม มาตรา ๗๑ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินจดทะเบียนลงช ื่ อทายาทผูมีสิทธิรับมรดก โดยบุคคลดังกลาว ไมไดไปยื่ นคําขอและปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดินขางตน จึงเปนการ จดทะเบียนท ี่ไมถูกตอง คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๖๒๘๖/๒๕๓๙ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๘๑ และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๑๖) บัญญัติเก ี่ ยวกับการขอจดทะเบียนสิทธิเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยซึ่งไดมาโดย ทางมรดก ในกรณีที่มีทายาทที่มีสิทธิไดรับมรดกหลายคน และทายาทบางคนขอจดทะเบียน รับโอนมรดกทั้ งหมด ผูขอจดทะเบียนจะตองแสดงบัญชีเครือญาติทุกคน และตองนําทายาทตาม บัญชีเครือญาติทุกคนมาใหถอยคํายินยอม หรือนําหลักฐานการไมรับมรดกของทายาทดังกลาวมา แสดงตอพนักงานเจาหนาท ี่ภายในกําหนดเวลาท ี่ประกาศ ดังนั้น การท ี่ เจาพนักงานที่ดิน จดทะเบียนโอนมรดกที่ดินพิพาทใหแกจําเลยไปทั้งแปลง โดยทายาทอื่นไมไดใหคํายินยอมเปนการ ไมปฏิบัติตามข ั้ นตอนท ี่ กฎหมายกําหนด การจดทะเบียนโอนมรดกที่พิพาทเฉพาะสวนของทายาท อื่นจึงไมชอบดวยประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๘๑ ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๕๙ คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๙๘/๒๕๐๓ ในการขอจดทะเบียนสิทธิเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยซึ่งไดมาทางมรดกตามมาตรา ๘๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน กําหนดใหผูรับมรดกนําหลักฐานสําหรับที่ดินพรอมดวยหลักฐานใน การขอรับมรดกมาย ื่ นคําขอตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ตอจากน ั้นใหเจาหนาที่ทําการสอบสวน ถาเช ื่ อวาผูขอเปนทายาทใหประกาศโดยทําเปนหนังสือ ปดไวในที่เปดเผยโดยมีกําหนด ๓๐ วัน และภายในกําหนดเวลาดังกลาว หากไมมีผูใดคัดคานให เจาหนาที่ดําเนินการจดทะเบียนใหกับผูรับมรดกนั้น อยางไรก็ตาม กฎหมายก็มิไดหามวาถาไมได คัดคานการประกาศรับมรดกแลวจะนําคดีไปฟองรองตอศาลอีกไมได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๖๙๔/๒๕๔๐ ตามท ี่ มาตรา ๘๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติขั้นตอนการจดทะเบียนสิทธิ เก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยซึ่งไดมาโดยทางมรดกไววา เม ื่ อมีผูโตแยงการขอจดทะเบียนสิทธิในที่ดินซึ่ง ไดมาโดยทางมรดกของผูยื่นคําขอใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจสอบสวนและเปรียบเทียบคูกรณี ถาเปรียบเทียบแลวคูกรณีไมสามารถตกลงกันไดใหพนักงานเจาหนาที่สั่งการตามท ี่ เห็นสมควร หากคูกรณีไมพอใจสามารถดําเนินการฟองตอศาลไดภายใน ๖๐ วันนับแตวันทราบคําสั่ง โดยให พนักงานเจาหนาท ี่ รอเร ื่องไวเม ื่ อศาลมีคําพิพากษาหรือคําส ั่ งถึงที่สุดอยางไรจึงดําเนินการไปตาม ควรแกกรณีระยะเวลาที่กําหนดใหคูกรณีไปฟองรองกันดังกลาวเปนเพียงข ั้ นตอนหน ึ่ งท ี่ กฎหมาย กําหนดไวไมใชอายุความตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๑๙๓/๓ ดังนั้น แมวา คูกรณีจะไมพอใจคําส ั่ งของพนักงานเจาหนาท ี่ แลวไมไดฟองศาลตามกําหนดระยะเวลาดังกลาว พนักงานเจาหนาที่ก็สามารถดําเนินการตอไปไดตามระเบียบทางราชการและกฎหมายตามท ี่ เห็นสมควรได สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๖๐ มาตรา ๘๒ ในกรณีที่มีผูมาย ื่ นคําขอเปนผูจัดการมฤดกหรือทรัสตีที่กอต ั้ งทรัสต ขึ้นไวแลว โดยชอบดวยกฎหมายกอนวันใชประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยบรรพ ๖ เก ี่ ยวกับ ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยอยางอื่น ใหพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนพยานหลักฐานแลวจึงใหรับ จดทะเบียนจัดการมฤดกหรือทรัสตีได (ความในมาตรา ๘๒ เดิมถูกยกเลิกโดยขอ ๑๑ แหงประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๘๒ ผูใดประสงคจะขอจดทะเบียนลงชื่ อผูจัดการมรดกในหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดิน ใหยื่นคําขอพรอมดวยนําหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้น และหลักฐาน การเปนผูจัดการมรดกมาแสดงตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ ถาเปนผูจัดการ มรดกโดยคําส ั่ งศาล ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการจดทะเบียนใหตามคําขอ แตถาเปน ผูจัดการมรดกในกรณีอื่น ใหพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนและตรวจสอบหลักฐาน และให นําความในมาตรา ๘๑ วรรคสอง มาใชบังคับโดยอนุโลม เม ื่อไมมีผูโตแยง ใหพนักงาน เจาหนาท ี่ จดทะเบียนลงชื่ อผูจัดการมรดกในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินน ั้นไดแตถามี ผูโตแยงก็ใหรอเร ื่องไวและใหคูกรณีไปฟองรองตอศาล เม ื่ อศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่ง ถึงที่สุดประการใดแลว ใหดําเนินการไปตามคําพิพากษาหรือคําส ั่ งศาลนั้น ในกรณีที่ผูจัดการมรดกซึ่งไดมีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแลวขอ จดทะเบียนสิทธิในที่ดินใหแกทายาท ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการจดทะเบียนใหตาม คําขอโดยไมตองประกาศตามมาตรา ๘๑ ในกรณีที่ทรัสตีของทรัสตซึ่งไดกอต ั้ งข ึ้นโดยชอบดวยกฎหมายไวแลวขอ จดทะเบียนในฐานะเปนทรัสตีเม ื่ อพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนพยานหลักฐานแลว ให ดําเนินการจดทะเบียนได คําวินิจฉัยที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๗๙/๒๕๔๕ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินจดทะเบียนใสชื่อผูจัดการมรดกลงในโฉนดที่ดินพรอมทั้ง จดทะเบียนโอนมรดกที่ดินตามคําขอของผูจัดการมรดกซ ึ่งไดรับแตงต ั้ งตามคําส ั่ งศาล ใหแก ทายาทโดยธรรมทุกคนเวนแตผูฟองคดีถือวาเปนการปฏิบัติหนาท ี่ ตามมาตรา ๘๒ วรรคหน ึ่ งและ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดินและตามหนังสือเวียนของกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๐/๐๔๘๔๑ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๖๑ ลงวันท ี่ ๑๒ กุมภาพันธ๒๕๔๒ แมผูฟองคดีจะคัดคานวาคําส ั่ งศาลท ี่ แตงต ั้ งผูจัดการมรดก รายดังกลาวยังไมถึงที่สุด เพราะอยูระหวางการพิจารณาของศาลอุทธรณแตเจาพนักงานที่ดิน ไมรับคําคัดคานโดยอางวามีอํานาจดําเนินการตามหนังสือกรมที่ดินดังกลาว ทําใหผูฟองคดีซึ่งตั้ง บานเรือนอยูในที่ดินมรดกไดรับความเดือดรอน กรณีก็ยังไมอาจถือไดวาผูฟองคดีไดรับความ เดือดรอนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดรอนหรือเสียหายจากการกระทําของเจาพนักงานที่ดินตาม มาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบกับขอพิพาทดังกลาวเกิดจากการกระทําของผูจัดการมรดกซ ึ่งเปนขอพิพาท ระหวางเอกชนดวยกัน จึงตองฟองคดีตอศาลยุติธรรม สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๖๒ มาตรา ๘๓ ผูใดมีสวนไดเสียในที่ดินใดอันอาจจะฟองบังคับใหมีการจดทะเบียน หรือใหมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไดมีความประสงคจะขออายัดที่ดินตอพนักงานเจาหนาท ี่ ก็ใหทําได เม ื่ อพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนเห็นสมควรใหรับอายัดไวไดไมเกินกําหนดหกสิบ วันนับแตวันท ี่ ขออายัด โดยใหผูนั้นไปดําเนินการทางศาล เม ื่อศาลไดมีคําส ั่ งหรือคําพิพากษาแลว ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการตอไปตามควรแกกรณี (ความในมาตรา ๘๓ เดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๗ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๘๓ ผูใดมีสวนไดเสียในที่ดินใดอันอาจจะฟองบังคับใหมีการจดทะเบียน หรือใหมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไดมีความประสงคจะขออายัดที่ดิน ใหยื่นคําขอตอ เจาพนักงานที่ดิน เม ื่ อเจาพนักงานที่ดินสอบสวนหลักฐานที่ผูขอไดนํามาแสดงใหปรากฏแลว ถา เห็นสมควรเช ื่ อถือก็ใหรับอายัดไวไดมีกําหนดหกสิบวันนับแตวันท ี่ ขออายัด โดยใหผูนั้นไปดําเนินการ ทางศาลและใหนําหลักฐานการย ื่นฟองพรอมสําเนาคําฟองในกรณีที่ขออายัดมาแสดงตอ เจาพนักงานที่ดินผูรับอายัดภายในกําหนดเวลาท ี่ อายัด ถาผูขออายัดมิไดปฏิบัติดังกลาวใหถือวา การอายัดส ิ้ นสุดและจะขออายัดซ ้ําในกรณีเดียวกันอีกไมไดแตถาผูขออายัดไดแสดงหลักฐาน ดังกลาวภายในกําหนดเวลาท ี่ อายัด ใหการอายัดมีผลตอไปจนกวาศาลจะส ั่งใหถอนการอายัด หรือมีคําพิพากษาหรือคําส ั่ งถึงที่สุด ถาเจาพนักงานที่ดินเห็นเองหรือผูมีสวนไดเสียคัดคานวา การอายัดน ั้นไมชอบ ดวยกฎหมายใหมีอํานาจสอบสวนพยานหลักฐานเทาที่จําเปน เม ื่อเปนท ี่ เช ื่อไดวาไดรับอายัดไว โดยไมชอบดวยกฎหมาย เจาพนักงานที่ดินมีอํานาจส ั่งใหยกเลิกการอายัดนั้นไดและแจงใหผูขอ อายัดทราบ (ความในมาตรา ๘๓ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๓ และใหใชความตอไปนี้ แทน) สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๖๓ มาตรา ๘๓ ผูใดมีสวนไดเสียในที่ดินใดอันอาจจะฟองบังคับใหมีการจด ทะเบียน หรือใหมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไดมีความประสงคจะขออายัดที่ดิน ใหยื่น คําขอตอพนักงานเจาหนาที่ตามมาตรา ๗๑ เม ื่ อพนักงานเจาหนาท ี่ สอบสวนเอกสารหลักฐานที่ผูขอไดนํามาแสดงแลว ถาเห็นสมควรเชื่ อถือก็ใหรับอายัดไวมีกําหนดสามสิบวันนับแตวันที่สั่งรับอายัด เม ื่ อพน กําหนดระยะเวลาดังกลาว ใหถือวาการอายัดส ิ้ นสุดลงและผูนั้นจะขออายัดซ้ําในกรณี เดียวกันอีกไมได ถาผูมีสวนไดเสียคัดคานวาการอายัดน ั้นไมชอบดวยกฎหมาย ใหพนักงาน เจาหนาที่มีอํานาจสอบสวนพยานหลักฐานเทาที่จําเปน เม ื่อเปนท ี่เชื่อไดวาไดรับอายัดไว โดยไมชอบดวยกฎหมาย ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจส ั่ งยกเลิกการอายัดนั้น และแจง ใหผูขออายัดทราบ ประเด็นปญหา การท ี่ หนวยราชการขอความรวมมือใหสํานักงานที่ดินหมายเหตุ ไวในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เพ ื่อใหผูที่มาขอจดทะเบียนเก ี่ ยวกับที่ดินแปลงนั้ นทราบวาที่ดิน ดังกลาวน ั้นเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน จะถือเปนการอายัดที่ดินหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๗๑๘๕/๒๕๔๐ การท ี่ กรมที่ดินแจงใหเจาพนักงานที่ดินหมายเหตุไวในบัญชีอายัด และกลัดติดไว ในโฉนดที่ดินแปลงพิพาทวา “เม ื่ อมีผูมาขอจดทะเบียนเก ี่ ยวกับที่ดินแปลงนี้ใหแจงใหคูกรณีทราบ วากองทัพบกอางวาเปนท ี่ สนามบินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินจริง ผูรับโอนยอมไมไดสิทธิ ในที่ดินน ี้ แตอยางใด ถาคูกรณีทราบแลวประสงคจะใหจดทะเบียนก็ใหบันทึกถอยคําไวแลว ดําเนินการจดทะเบียนตอไปได” นั้น ไมมีผลเปนการอายัดที่ดินตามมาตรา ๘๓ แหงประมวล กฎหมายที่ดิน ที่จะทําใหที่ดินพิพาทถูกหามจดทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนโดยเด็ดขาด คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๕๒๘/๒๕๐๙ แมเจาพนักงานที่ดินมีคําส ั่ งอายัดที่ดินตามมาตรา ๘๓ แหงประมวลกฎหมาย ที่ดินไวแลวก็ไมมีกฎหมายหามศาลมีคําส ั่งใหยึดหรืออายัดที่ดินน ั้ นซ ้ํ าอีก สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๖๔ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๐๒๘/๒๕๑๑ ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๘๓ ใหอํานาจเจาพนักงานที่ดินท ี่ จะส ั่ งอายัดที่ดินได ตามท ี่ เห็นสมควร โดยพิจารณาจากหลักฐานและพฤติการณที่ผูขออายัดแสดง ไมจําตองสอบสวน โดยเครงครัดอยางเชนคดีอาญา ผูมีสิทธิไดรับมรดกที่ดินตามพินัยกรรมของเจามรดกยอมมีสวนไดเสียในที่ดิน อัน อาจจะฟองบังคับใหมีการจดทะเบียนหรือใหมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไดจึงมีสิทธิขออายัด ที่ดินตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๘๓ ได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๕๖๑/๒๕๓๐ การขออายัดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๘๓ นั้น ใหสิทธิแกผูมีสวน ไดเสียท ี่ จะอายัดไดกอนท ี่ จะมีการเสนอคดีขึ้นสูศาล เม ื่ อมีการเสนอคดีขึ้นสูศาลไปแลวจะกลับมา ขออายัดที่ดินตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๘๓ อีกไมได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๖๘๔๐/๒๕๓๗ ตามมาตรา ๘๓ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน มิไดบัญญัติถึงผลของการอายัดที่ดิน ไวโดยชัดแจงวา หากมีการโอนที่ดินไปยังบุคคลภายนอกในระหวางอายัดแลว นิติกรรมการโอนไมมี ผลบังคับดังเชนผลการอายัดตามที่บัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง ในกรณีที่มี การโอนที่ดินไปยังบุคคลภายนอกในระหวางการอายัด และผูรับโอนไดรับโอนโดยมีคาตอบแทน และโดยสุจริต การโอนดังกลาวมีผลสมบูรณผูกพันกันได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๕๑๕๕/๒๕๓๙ เจตนารมณของการอายัดที่ดินตามมาตรา ๘๓ มีความมุงหมายเปนการตัดสิทธิ ของเจาของที่ดิน ในอันท ี่ จะจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนที่ดินไวชั่วระยะเวลาหนึ่ง จนกวา จะมีการวินิจฉัยปญหาเก ี่ ยวกับที่ดินแปลงนั้ นแลว เพ ื่ อรักษาผลประโยชนของผูมีสวนไดเสีย ผูขอ อายัดและเจาของที่ดินมิใหไดรับความเสียหายเกินกวาจําเปน เพราะถาไมมีการอายัดและปลอย ใหมีการจดทะเบียนไดเร ื่ อยๆ ผูมีสวนไดเสียอาจตองฟองรองเจาของที่ดินและผูรับโอนตอๆ ไป ถา ชนะคดีก็ตองสิ้นเปลืองคาใชจายและคาเสียหายอีกมาก การอายัดที่ดินจึงมีผลเปนการตัดสิทธิ เจาของที่ดินในการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนที่ดินทุกประเภทที่ อาจกอใหเกิดความ เสียหายแกผูขออายัด มิไดจํากัดอยูแตเฉพาะการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเฉพาะประเภท ที่พิพาทกันเทานั้น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๖๕ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๗๔๙๕/๒๕๔๐ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินจะรับอายัดที่ดินตามมาตรา ๘๓ แหงประมวลกฎหมาย ที่ดิน ขึ้นอยูกับดุลพินิจของเจาพนักงานวาผูขออายัดเปนผูมีสวนไดเสียในที่ดินหรือไม เหตุที่เจาพนักงานที่ดินใชดุลพินิจรับอายัดที่ดินตามคําขอของผูอายัด เพราะเห็น วาตามหลักฐานหนังสือสัญญาจะซ ื้ อจะขายที่ผูขออายัดนํามาแสดง ทําใหเห็นวาผูขออายัดอาจ บังคับใหมีการปฏิบัติตามสัญญาจะซ ื้ อจะขายที่ผูขออายัดทําสัญญาจะซ ื้ อที่ดินแปลงพิพาทจาก ผูมีสิทธิในที่ดิน อันสงผลใหมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนที่ดินพิพาทไดผูขออายัดเปนผูมีสวน ไดเสียในที่ดินที่มีสิทธิขออายัดตามมาตรา ๘๓ แหงประมวลกฎหมายที่ดินได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๑๓๓/๒๕๔๓ เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ที่ดินพิพาทเปนที่ดินท ี่ จ. ตองโอนใหบริษัท อ. ตาม ขอตกลงในการกอต ั้ งบริษัท อ. แตจ. ถึงแกกรรมกอนท ี่จะโอนที่ดินใหบริษัทตามขอตกลง ผูชําระ บัญชีของบริษัท อ.ยอมเปนผูมีสวนไดเสีย ในอันท ี่จะฟองบังคับใหมีการจดทะเบียนโอนที่ดินสวน ของ จ. ดังกลาวมาเปนของบริษัท อ. ตามขอตกลงกอต ั้ งบริษัท ดังนั้น จึงมีสิทธิขออายัดที่ดิน ดังกลาวไดตามมาตรา ๘๓ วรรคแรกแหงประมวลกฎหมายที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


๑๖๖ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๕๔/๒๕๕๐ เม ื่อศาลปกครองชั้ นตนไดดําเนินกระบวนการพิจารณาตามข ั้ นตอนท ี่ พระราชบัญญัติ จัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และระเบียบของท ี่ประชุมใหญ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ กําหนด โดยเปดโอกาส ใหผูฟองคดีไดโตแยงแสดงพยานหลักฐาน และมีการสรุปขอเท็จจริงใหผูฟองคดีทราบตามข ั้ นตอน ที่กฎหมายกําหนดไวแลวไมปรากฏวาผูฟองคดีคัดคานหรือโตแยงขอเท็จจริงแตอยางใด ที่ผูฟองคดี อุทธรณวาศาลปกครองชั้ นตนรับฟงขอเท็จจริงไมครบถวน ไมเรียกเจาหนาที่ผูออก น.ส. ๓ ก. พิพาท รวมท ั้ งผูครอบครองที่ดินเดิมมาไตสวน จึงไมอาจรับฟงได คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๔๕/๒๕๔๙ การพิจารณาวาที่ดินแปลงใดจะออกโฉนดที่ดินไดหรือไม ตองใชระเบียบและ กฎหมายในวันย ื่ นคําขอออกโฉนดที่ดินดังกลาว เม ื่ อผูฟองคดีไดยื่นคําขอออกโฉนดที่ดินกอนวันท ี่ ๑ เมษายน ๒๕๓๗ เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดีที่ ๓) จะนําเอากฎหมายภายหลังวันท ี่ ๑ เมษายน ๒๕๓๗ มาบังคับ โดยเห็นวาบุคคลใดนําที่ดินที่มีสภาพที่ดินเชนเดียวกับรายพิพาทมายื่น คําขอออกโฉนดที่ดิน ผูถูกฟองคดีที่ ๓ จะตองปฏิเสธการรับคําขอในทันทีเพราะเปนที่ดินท ี่ ตองหามออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ การพิจารณาถึงคุณสมบัติและสภาพ ที่ดินแปลงพิพาท จึงตองนําบทบัญญัติและระเบียบกฎหมายท ี่ใชบังคับอยูในวันที่ยื่นคําขอออก โฉนดที่ดินมาใชบังคับ เพราะระเบียบและกฎหมายการกําหนดคุณสมบัติและสภาพที่ดินท ี่ จะออก โฉนดที่ดินไดหรือไมอาจเทียบเคียงไดกับกฎหมายสารบัญญัติจะตองใชกฎหมายในขณะเกิดเหตุ มาบังคับใชจะนํากฎหมายในขณะพิจารณาคดีมาใชบังคับยอนหลังไมไดสวนวิธีการดําเนินการ วาจะตองมีขั้นตอนการดําเนินการตอไปอยางไร ตองใชกฎหมายในขณะดําเนินการ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


ภาคผนวก


(ก) ดัชนีคําพิพากษา/คําส ั่งศาลปกครองสงสู ุด พ.ศ. ๒๕๔๖ – พ.ศ. ๒๕๔๘ (กรณีฟองตรง) เลขแดงท ี่ ผูฟองคดีหนา ฟ.๒/๒๕๔๖ นายหลง พูลสวัสดิ์ กับผูฟองคดีรวม (รวม ๒๐๑ ราย) ๒๘ ฟ.๘ – ฟ.๑๐/๒๕๔๖ (ประชุมใหญ) นางละเมียด พาหน ๘ ฟ.๑๐/๒๕๔๘ นายเกษม แสงสวาง กับผูฟองคดีรวม (รวม ๒ ราย) ๙ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


(ข) ดัชนีคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด พ.ศ. ๒๕๔๖ – พ.ศ. ๒๕๕๐ เลขแดงท ี่ ผูฟองคดีหนา อ.๑๒/๒๕๔๖ นางสาวรักกนก โชคชัยกุล ๖๐ อ.๒๐/๒๕๔๖ วัดโปงแยง ๑๔ อ.๒๖/๒๕๔๖ นายสุริพงษ ปยะวัฒน๔๔ อ.๒๘/๒๕๔๖ นางสุภาพร ชิดโคกสูง ๑๔๒ อ.๓๙/๒๕๔๖ คุณหญิง ชัชนี จาติกวณิช ๑๔๑ อ.๕๓/๒๕๔๖ นายจรัญ ดวงแปน ๙๖, ๑๑๖ อ.๓๔/๒๕๔๗ เทศบาลตําบลหนองบัว ๑๑, ๔๕ อ.๔๐/๒๕๔๗ นางสลับ สิงหปา ๕๓ อ.๖๑/๒๕๔๗ นายผดุงกาญจน หังสะไวศยะ ๑๑๗ อ.๖๘/๒๕๔๗ นายคมกริช ภารดี๑๑๗ อ.๖๙/๒๕๔๗ นางตีมะ อุเส็น ๗๘, ๑๕๗ อ.๘๓/๒๕๔๗ วัดศรีงาม ๔๕ อ.๙๒/๒๕๔๗ นางเจือ ฤกษนิรันดร ๑๐๕ อ.๑๑๔/๒๕๔๗ บริษัท เอกจรัส คอนสตรัคชั่น จํากัด ๑๓๔ อ.๑๓๑/๒๕๔๗ นางสาวทรงศรี วีระกิจ ๓๖ อ.๑๓๕/๒๕๔๗ นายสุรัตน คลองแคลว ๑๒ อ.๑๗๗/๒๕๔๗ นางสมบุญ เรียงซอน ๑๑๘ อ.๑๐/๒๕๔๘ นายจําลอง นามเมือง ๑๐๕ อ.๖๑/๒๕๔๘ นายอวยชัย องควิมลการ ๑๐ อ.๑๔๑/๒๕๔๘ นายบุญเลิศ หม ื่นปราบ กับผูฟองคดีรวม (รวม ๒ ราย) ๓๒ อ.๑๖๓/๒๕๔๘ นายแดง ทองมหา ๘๓ อ.๑๙๑/๒๕๔๘ (ประชุมใหญ) นางเถลิงศรี ใจตระหนัก ๑๑๘ อ.๔๕/๒๕๔๙ นายวินัย เสรเสถี ียรทรัพย๑๐ อ.๘๕/๒๕๔๙ นายประสิทธ ิ์ ไทรงาม ๑๐๖ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


(ค) เลขแดงท ี่ ผูฟองคดีหนา อ.๑๐๗/๒๕๔๙ นายณรงครักษ สุคนธทรพยั ๑๐๗ อ.๑๑๓/๒๕๔๙ นายจํานงค วิเชียรศรี๗๒, ๙๑ อ.๑๗๐/๒๕๔๙ นางพยุง พวงขจร ๔๖ อ.๒๙๕/๒๕๔๙ นางชญานิษฐ หรือสมใจ เพ็ญพิชชานันทหรือภัทรทิวานนท๙๒ อ.๓๐๓/๒๕๔๙ บริษัท ฮกจงเส็ง จํากัด ๓๒, ๕๖ อ.๓๒๒/๒๕๔๙ นายแอ นิยมเดชา ๑๓๕ อ.๓๒๗/๒๕๔๙ นายนภา วะภานุศรี๑๐๘ อ.๓๕๐/๒๕๔๙ นางมิเหนาะ โตะบวช ๑๒, ๑๔๒ อ.๓๕๕/๒๕๔๙ นางมุกดา วงศวณิชยรัตน๑๐๙ อ.๓๕๖/๒๕๔๙ นางสุดฤทัย รัตนะพร ๗๓ อ.๕๔/๒๕๕๐ นายธีระ เตชะสนธิชัย ๑๓, ๓๓ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


(ง) ดัชนีคําส ั่งศาลปกครองสงสู ุด พ.ศ. ๒๕๔๔ – พ.ศ. ๒๕๕๐ คําส ั่ งท ี่ ผูฟองคดีหนา ๖๔/๒๕๔๔ นายขึม เมืองแสน ๕๙ ๗๙/๒๕๔๕ นายยอดยิ่ง มากศิริ ๑๖๐ ๒๘๙/๒๕๔๕ นายปรีชา สุวรรณชาติ ๑๑๕ ๒๙๗/๒๕๔๕ นางเจือ ฤกษนิรันดร ๑๑๕ ๓๖๑/๒๕๔๕ นายประสาท ลามอ ในฐานะผูจัดการมรดกของ นายหมัด ลามอ ๑๑๖ ๓๖๗/๒๕๔๕ นิติบุคคลอาคารชุดลาดพราวคอนโดทาวนโครงการ ๒ ๘๑ ๓๘๕/๒๕๔๕ นางละออง ฉายวิลัยกรณ กับผูฟองคดีรวม (รวม ๓ ราย) ๑๔๗ ๓๙๓/๒๕๔๕ นางสมัน ผิวทอง กับผูฟองคดีรวม (รวม ๒ ราย) ๗๖ ๕๐๗/๒๕๔๕ นายสงัน โตดวง ๕๙ ๖๐๖/๒๕๔๕ (ประชุมใหญ) นายจํานงค สงเนียม ๕๔ ๖๕๐/๒๕๔๕ นายสันติ ยิ่งสุขวัฒนา กับผูฟองคดีรวม (รวม ๒ ราย) ๓๖ ๓๘-๔๒/๒๕๔๖ นายสวิง บุญณะ กับผูฟองคดีรวม (รวม ๗ ราย) ๖๐ ๒๐๕/๒๕๔๖ นายธงชัย โทขุนทด ๑๑๖ ๒๑๐/๒๕๔๖ นางดาราณี จําเรียงฤทธ ิ์ หรือนางกัลยาณี เนติรัตนดารา ๖๐ ๓๓๘/๒๕๔๖ นายรักษ หาญจริยากูล กับผูฟองคดีรวม (รวม ๓ ราย) ๑๑๖ ๓๕๗/๒๕๔๖ นายศรี แมลจิตร กับผูฟองคดีรวม (รวม ๕ ราย) ๗๕ ๓๙๘/๒๕๔๖ นางอํานวย วัชรโยธิน ๑๑๗ ๔๒๔/๒๕๔๖ นายอชิรญาณ หรือสรศักด ิ์ วรานันตกุล ๗๕ ๖๙๐/๒๕๔๖ นางปทุมมาศ ผลดี๘๒ ๖๙๑/๒๕๔๖ นายดาบตํารวจ สมพงษ ขยันเกตุการณ๑๒๓ ๔๖/๒๕๔๗ นายดํารงค นาคยิ้ม ๕๕ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


(จ) คําส ั่ งท ี่ ผูฟองคดีหนา ๓๐๔/๒๕๔๗ นายอรรณพ นาคเวก ๑๑๘ ๓๔๔/๒๕๔๘ นายไพโรจน หิรัญวดี๘๔ ๔๕๐/๒๕๔๘ นางกิ้ม หิรัญวดี๘๓ ๗๔๘/๒๕๔๘ นายประธาน บุตะโลม ๔๗ ๘๗๗/๒๕๔๘ นายสมเกียรต ิเจริญกุล ๘๔ ๕๘๑/๒๕๔๙ นายประยูร พลพิพัฒนพงศ๗๔ ๗๑๔/๒๕๔๙ บริษัท รอยัลคราวนอินเตอรเนชั่นแนล จํากัด ๗๕ ๗๔๙/๒๕๔๙ นางสมใจ บํารุงผล กับผูฟองคดีรวม (รวม ๒ ราย) ๑๑๙ ๗๗๒/๒๕๔๙ บริษัท เจริญโภคภัณฑอีสาน จํากัด (มหาชน) ๘๔ ๙๑๑/๒๕๔๙ นางอุไรวรรณ วรพงษ ๘๕ ๗๙/๒๕๕๐ นายประชา ทองสัมฤทธ ิ์ ๙๘ ๑๖๗/๒๕๕๐ นางละออ เหลาวลลภั กับผูฟองคดีรวม (รวม ๒ ราย) ๘๕ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


(ฉ) ดัชนีคําพิพากษาศาลฎีกา ฎีกา โจทก/ผูรอง หนา ๑๐๙๙/๒๕๐๒ นางสาวมอญ เทพทอง ๑๒๓ ๙๘/๒๕๐๓ นายคํา วิลัยภักด ิ์กับพวก (รวม ๓ ราย) ๑๕๙ ๑๗/๒๕๐๖ นางสาวเล็ง มันหา ๙๘ ๑๐๖๐/๒๕๐๗ นางสาวนกแกว ศิริภักดี ๑๔๕ ๑๓๓๑/๒๕๐๘ นายณรงค สากลวารี๑๓๘ ๑๓๔๘/๒๕๐๘ นางเฟอง รอดมา ๑๔๖ ๕๒๘/๒๕๐๙ นายสงา ภูพลับ กับพวก (รวม ๓ ราย) ๑๖๓ ๑๒๗๐/๒๕๐๙ นายบุญมา ชื่นพิบูรณ ๑๒๕ ๑๐๗๖-๑๐๗๙/๒๕๑๐ นายสงวน บัวรอด ๓๗ ๑๓๙๘/๒๕๑๐ นายอุบล ลิมปพันธกับพวก (รวม ๓ ราย) ๑๒๙ ๗๓๙/๒๕๑๑ นายชื้อ น้ําคาง ๑๒๕ ๑๐๒๘/๒๕๑๑ นายจิราวุฒิ เลขะวัฒนะ ผูจัดการมรดกของ หลวงวุฒิการเนติชัย ๑๖๔ ๑๑๘๑/๒๕๑๑ พันเอกเดช ตุลวรรธนะ ๑๕๗ ๑๔๐๓/๒๕๑๙ นางอรุณ หยุดยั้ง ๑๓๕ ๑๙๒๔/๒๕๒๐ นายกรี แขกเตา ๑๕๘ ๒๗๐๘/๒๕๒๐ นางคอง วุฒิจักร ๑๒๕ ๑๓๐๐-๑๓๐๑/๒๕๒๑ นายกิติ แสงศรี, นายสิทธ ิ์ ดุสีดา ๓๗ ๙๘๙-๙๙๓/๒๕๒๒ นายถวัลย จันทรธวัช ๖๑ ๒๖๓๓/๒๕๒๓ นายบัญญัติ ปานุราช ๑๒๑ ๑๐๕๙/๒๕๒๗ นายเอ ทรัพยสิน ๑๔๘ ๔๑๙๕/๒๕๒๘ นายสอาด หมวกเอี่ยม ๑๑ ๑๘๕๗/๒๕๒๙ นายประดิษฐ กาญจนกําเนิด กับพวก ๕๗, ๘๕ ๒๖๗๖/๒๕๒๙ นางอรวรรณ พงษเภตรา ๑๒๖ ๑๕๖๑/๒๕๓๐ นายวีระ ณ นคร ๑๖๔ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


(ช) ฎีกา โจทก/ผูรอง หนา ๓๕๒๐/๒๕๓๒ นายหนูเจ็น ที่ดินดํา ๓๘ ๕๗๐๙/๒๕๓๓ นายอํานวย ทิพยอาภรณ๘๖ ๕๙๐๔/๒๕๓๓ พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทรเพ ื่อประโยชนแก นางอําพร ยืนยาว ๑๔ ๔๖๕๕/๒๕๓๔ นางพรทิพย วิพันธ๖๑ ๒๙๓/๒๕๓๕ นายมานุ ไชยฤทธิ์ ๔๘ ๓๘๗๕/๒๕๓๕ นางประจวบ วรรณทอง ๑๒๖ ๓๘๐/๒๕๓๖ นายแดง สนิทบุญ ๓๘ ๓๑๒๓/๒๕๓๖ นายตุลา ประทุม ๑๒๖ ๒๘๐-๒๘๔/๒๕๓๗ นายอรุณ สุทธิโยธา กับพวก ๓๘ ๑๐๕๙/๒๕๓๗ นางสมบูรณ มูลจิต ๑๔๘ ๓๖๔๓/๒๕๓๗ นายจรูญ อาจทรงฯ ๖๑ ๖๘๔๐/๒๕๓๗ นายเศรษฐพงษ จตุรงคสัมฤทธ ิ์ ๑๖๔ ๗๐๘๒/๒๕๓๗ นายเกียรติศักด ิ์ ภักดีผล ๓๔ ๗๔๓๓/๒๕๓๗ นางสาย แฟงมูล ๑๔๘ ๕๗๕/๒๕๓๘ นางกลับเน ี่ ยว รักภู ๖๑ ๒๓๑๒/๒๕๓๘ นายฉลอง สวางเนตร ๖๒ ๒๗๕๗/๒๕๓๘ นายอํานวย ศักด ิ์ ศรี กับพวก ๓๘ ๓๘๐๓/๒๕๓๘ นางมาลา ญาณวัฒนา ๖๒ ๔๘๕๐/๒๕๓๘ นายประจวบ เทียนรอด ๓๙ ๖๙๕๙/๒๕๓๘ นายจีรกาญจนหรือจีรการณ วังตาล ๕๗ ๗๕๙๗/๒๕๓๘ นายเอกทัต ตุมมี๘๖ ๕๑๕๕/๒๕๓๙ นายประยูร ยอดแกว ๑๖๔ ๖๒๘๖/๒๕๓๙ นายแชม ทรวงดอน ๑๕๘ ๙๐๕๗/๒๕๓๙ นางสาวหรือนางคร หรือคอน แกวแดง ๘๖ ๕๓-๕๔/๒๕๔๐ นางเทียม บางบัวงาม กับพวก ๕๘ ๕๙๐/๒๕๔๐ นายวิรัตน ธรรมสฤษฎ กับพวก ๑๕๗ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


(ซ) ฎีกา โจทก/ผูรอง หนา ๑๖๙๔/๒๕๔๐ นางเสาวนีย ปาหนัน ๑๕๙ ๒๗๑๔/๒๕๔๐ นายประเวศ เกษมวัน ๖๒ ๓๒๐๘/๒๕๔๐ นางสาวละออ แซตั้น ๑๔๘ ๖๑๙๓/๒๕๔๐ นายอี๊ด ชายสิทธ ิ์ ๔๔, ๔๘ ๗๑๘๕/๒๕๔๐ นางพรศิริ สุธรรมนิรันด กับพวก ๑๖๓ ๗๔๙๕/๒๕๔๐ พันตํารวจเอกกําพล ยุทธสารประสิทธ ิ์ ๑๖๕ ๓๘๖/๒๕๔๑ นายจันทร ผาทอง ๘๗ ๑๑๔๒/๒๕๔๑ นายอนันต ตั้งสกุล ๕๙ ๗๙/๒๕๔๒ นายเจือ เงินบาท ๘๗ ๕๔๔/๒๕๔๒ นายผาย สัมพะวงษ๘๗ ๒๑๒๗/๒๕๔๒ นางทองปน ปองขันธ๔๙ ๔๕๔๒/๒๕๔๒ นายหัด ภูมั่นนา ๓๙ ๖๕๙๗/๒๕๔๒ นายทิฆัมพร โสวภาค ๓๔ ๑๑๓๓/๒๕๔๓ นายสุธีร อัศวาณิชย ๑๖๕ ๓๓๐๗/๒๕๔๓ นางสําอางค อินทรอํานวย ๓๙ ๘๐๐๗/๒๕๔๓ สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ๑๔ ๘๗๙๓/๒๕๔๓ นายปรก อัมระนันท ๕๘ ๖๗๐/๒๕๔๔ นายพิรุณ สุขนาแซง ๖๓ ๗๖๗๒/๒๕๔๔ นายบัว ตายทอง กับพวก ๘๗ ๔๗๒๕/๒๕๔๕ นางจุฑามาส แพทยพันธุ ๖๓ ๕๒๔๔/๒๕๔๕ นายบุญเติบ จันทนมาลา ๑๒๐ ๒๕๙๙/๒๕๔๖ นายพรมดี วัตรสาร หรือวตระสารัหรือวัตสารฯ ๘๘ ๘๑๑๓/๒๕๔๖ สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ๔๙ ๑๕๖๔/๒๕๔๘ พันตรีชาญสลปิ ดิษาภิรมย๘๘ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


(ฌ) ดัชนีความเห ็ นทางกฎหมายของกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๑๔ – พ .ศ. ๒๕๓๘ เลขเสร ็ จท ี่ ชื่อหนวยงานท ี่ ขอความเห็น หนา ๘๔/๒๕๑๔ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี๗๗ ๑๔๓/๒๕๑๕ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี๑๓๐ ๒๙๕/๒๕๑๗ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี๓๐ ๘๓/๒๕๑๘ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี๑๓๑ ๑๙๙/๒๕๑๙ สํานักงานเทศบาลเมืองภูเก็ต ๙๕ ๑๘๕/๒๕๒๐ กรมที่ดิน ๑๒๘ ๒๘๐/๒๕๒๐ กรมที่ดิน ๑๒๗ ๒๕/๒๕๒๓ สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี๑๓๒ ๔๓๓/๒๕๒๖ กรมที่ดิน ๑๕๖ ๑/๒๕๓๓ กรมทะเบียนการคา ๘๘ ๑๔๒/๒๕๓๓ กระทรวงเกษตรและสหกรณ ๕๒, ๗๗ ๑๗๔/๒๕๓๔ กรมที่ดิน ๔๑ ๒๙๔/๒๕๓๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ๑๓๓ ๓๘๔/๒๕๓๔ กรมที่ดิน ๑๓๓, ๑๔๖ ๗๓๗/๒๕๓๔ กรมที่ดิน ๑๓๑ ๔๐๗/๒๕๓๕ กรมปาไม๒๗ ๖๘๑/๒๕๓๕ กรมปาไม๔๓ ๗๘๑/๒๕๓๕ กรมที่ดิน ๒๙ ๒๐๗/๒๕๓๗ กระทรวงมหาดไทย ๒๙ ๙๗/๒๕๓๘ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี๒๘ ๖๕๑/๒๕๓๘ (ประชุมใหญ) กระทรวงมหาดไทย ๒๕ ๖๙๐/๒๕๓๘ กระทรวงเกษตรและสหกรณ ๕๒ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


(ญ) เลขเสร ็ จท ี่ ชื่อหนวยงานท ี่ ขอความเห็น หนา ๖๗๒/๒๕๔๔ (คณะกรรมการ วิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง) กรมที่ดิน ๓๑ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


(ฎ) ดัชนีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขพ.ศ. ๒๕๒๕ – พ .ศ. ๒๕๔๓ เลขเสร ็ จท ี่ ผูรองทุกขหนา ๙๔/๒๕๒๔ นายเชิญ ตั้งสมสุข ๑๑๐ ๙๓/๒๕๒๕ นายปวน ละอองศรี๑๑๐ ๙๖/๒๕๒๗ นายไพโรจน โตออน ๗๙ ๕๗/๒๕๒๘ นายณรงค บุญศิริ ๘๐ ๙๓/๒๕๒๘ นายประพันธ พากเพียร ๘๐ ๑๖/๒๕๓๑ นางสาวจํารัสศรี เคียงสกุล ๑๐๔, ๑๑๑ ๒๘/๒๕๓๒ นายกําแหง เจือใจอํานาจ ๑๑๑ ๓๐/๒๕๓๕ นายยงยุทธ ศุภารักษสืบวงศ๑๔๖ ๕๖/๒๕๓๖ นางสุภาพ อินทรมานะ ๑๑๒ ๗๒/๒๕๓๗ นางอุบลพันธ  โวลแมน ๘๘ ๔๔/๒๕๓๘ พระครูธรรมธรประเสริฐ ฉิมวงษ (ชินวํโส) ๑๕๐ ๔๓/๒๕๓๙ นายมานะ มณีนิล ๑๑๒ ๖๒/๒๕๔๑ นายดําเนิน เนตรปญญา ๓๕ ๙๐/๒๕๔๑ นายธันณรงค  วิบูลสันติ ๓๕ ๑๓๓/๒๕๔๑ นางสุภารัตน ภูชฎาภิรมย๘๑ ๑๘๑/๒๕๔๑ นางสุพร ชัยเดชสุริยะ ๑๑๒ ๒๐๖/๒๕๔๑ นางมาลี พูลศุข ๗๔ ๒๒/๒๕๔๒ นางระเบียบ บุตรน ้ํ าเพชร ๑๑๓ ๒๓/๒๕๔๒ นายจําลอง ชุมเกษียร กับผูรวมรองทุกขอื่น ๔๖ ๑๐๙/๒๕๔๒ นางวลัยรัตน เดนปรีชาวงศ๑๑๓ ๑๓๑/๒๕๔๒ นางสาวจุราภรณ แซเตียว ๕๐ ๑๔๖/๒๕๔๒ นางโตะ สิทธผลิ๑๑๔ ๑๗๖/๒๕๔๒ นายวิลาศ บุนนาค ๑๐๓ ๑๘๒/๒๕๔๒ นางทัศนีย จันทรแสง กับผูรองทุกขรวม (รวม ๕ ราย) ๕๖ ๑๙๔/๒๕๔๒ นางพอย บุญเกษ ๓๕ ๒๕๓/๒๕๔๒ นางวันเพ็ญ พึ่งรักษาเกียรติ๓๖ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


(ฏ) เลขเสร ็ จท ี่ ผูรองทุกขหนา ๑๓๘/๒๕๔๓ นางสาวจันทรจิรา สีขน ๙๕ ๑๕๓/๒๕๔๓ นายเฉลิมสิทธ ิ์ รุจิราวงศ๑๑๔ ๒๗๙/๒๕๔๓ นางแพร ฉัตรอินทร๙๖ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


ประธานคณะทํางาน นางสมฤดี ธัญญสิริ ผูอํานวยการสํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง คณะทํางาน นางวาสนา จันทราภรณ พนักงานคดีปกครอง ๘ว (รกน.พนักงานคดีปกครอง ๙ชช.) นางสาวอุมาภรณสุนทรนันท พนักงานคดีปกครอง ๕ นางสาวกันยารัตนรูปสมศร ีพนักงานคดีปกครอง ๔ นายสุเมธ ธีระวัชรมาศ พนักงานคดีปกครอง ๔ นายพาชัย มงคลปรีดาไชย พนักงานคดีปกครอง ๔ ผูรับผิดชอบดําเนินการ นายพาชัย มงคลปรีดาไชย พนักงานคดีปกครอง ๔ ผูพิมพ  นางสาวทิพวรรณ เมธานิมิตพงศเจาหนาที่บันทึกขอมูล ๒ นางสาวสายพิณ ภักดี พนักงานธุรการ นางสาวไอลดา ขันจอก พนักงานธุรการ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง


Click to View FlipBook Version