๔๖ แมตอมาเม ื่อโรงเรียนนํา ส.ค. ๑ ไปขอออก น.ส. ๓ ก. โดยมีการบันทึกไววาไดมาโดยราษฎรอุทิศให การบันทึกคร ั้ งหลังนี้ก็มีน้ําหนักนอยกวา เพราะเวลาไดผานพนเหตุการณเปนเวลาถึงสี่สิบป ประกอบกับพยานบุคคลผูสูงอายุใหถอยคํายืนยันวาที่ดินพิพาทเปนท ี่ ของวัด รวมท ั้ งเหตุผลท ี่ โรงเรียนเคยช ี้ แจงแกหัวหนาการประถมศึกษาอําเภอวาที่ดินแปลงพิพาทเปนท ี่ ธรณีสงฆจึงฟงเปน ที่ยุติวาที่ดินแปลงพิพาทเปนท ี่ ธรณีสงฆตามมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครอง คณะสงฆร.ศ. ๑๒๑ ซึ่งตามมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันกําหนดหามโอน หากจะ โอนกรรมสิทธิ์ก็แตโดยตราเปนพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาแลวแตกรณีตามมาตรา ๓๔ แหงพระราชบัญญัติคณะสงฆพ.ศ. ๒๕๐๕ เม ื่อไมปรากฏวามีการโอนใหแกโรงเรียนตามวิธีการท ี่ กําหนดไวในกฎหมาย ที่ดินดังกลาวจึงยังเปนท ี่ ธรณีสงฆอยูการท ี่โรงเรียนนําท ี่ ธรณีสงฆไปออก น.ส. ๓ ก.จึงไมชอบดวยกฎหมาย แตเม ื่ อนํามาออกเปนหนังสือสําคัญสําหรับท ี่ หลวง (น.ส.ล.) แลว น.ส. ๓ ก. ซึ่งเปนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเปนอันยกเลิกไปตามมาตรา ๕๙ เบญจ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ สวน น.ส.ล. ที่กรมที่ดินไดออกโดยอาศัยหนังสือรับรองการทําประโยชนที่ไมชอบดวยกฎหมายการออก น.ส.ล. ดังกลาวจึงเปนการกระทําท ี่ไมชอบดวยกฎหมายเชนกัน คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๗๐/๒๕๔๙ เม ื่ อกรณีฟงเปนที่ยุติวาที่ดินพิพาทอยูในพื้ นที่ที่กันไวสําหรับเปนทางหลวงอันเปน สาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับประชาชนใชรวมกันตามมาตรา ๑๓๐๔ (๒) แหงประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยการครอบครองและการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ที่ดินดังกลาวจึงไมชอบตามขอ ๓ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่บังคับใชอยูในขณะนั้น ดังนั้น การ ครอบครองที่ดินพิพาทจึงเปนการครอบครองท ี่ไมชอบดวยกฎหมายมาโดยตลอด และการท ี่ เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) ออกโฉนดที่ดินโดยอาศัยหลักฐานการรับรองการทําประโยชน ที่ออกโดยไมชอบดวยกฎหมายดังกลาวจึงเปนการออกโฉนดที่ดินท ี่ไมชอบดวยมาตรา ๕๙ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับขอ ๑๔ (๑) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออก ตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๒๓/๒๕๔๒ การท ี่ ราษฎรเขาครอบครองทําประโยชนในที่ดินในเขตทรงสงวนโดยมิไดรับ อนุญาตจากกองทัพเรือ และนําที่ดินท ี่ตนครอบครองไปขอออกโฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๔๗ ที่ดินนั้น เม ื่ อพิจารณาพระบรมราชโองการในปพ.ศ. ๒๔๖๕ แลวจะเห็นไดวาการท ี่ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักด ิ์ ทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใหกองทัพเรือมีอํานาจอนุญาตใหราษฎรเขา จับจองที่ดินในเขตทรงสงวนไดนั้น ไมไดประสงคที่จะใหเปนกรณียกเวนไมตองดําเนินการตาม กฎหมายที่ดินแตอยางใด ผูที่ไดรับอนุญาตใหจับจองที่ดินยังคงตองปฏิบัติตามหลักเกณฑและ วิธีการที่กําหนดไวในกฎหมายที่ดินจึงจะไดสิทธิในที่ดินโดยชอบดวยกฎหมาย สวนการ เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑและวิธีการจับจองที่ดินที่กําหนดไวตามกฎหมายที่ดิน ก็ไมมีผลเปนการ ยกเลิกอํานาจหนาท ี่ ของกองทัพเรือในการพิจารณาอนุญาตใหราษฎรจับจองที่ดินในเขตทรงสงวน เม ื่ อกองทัพเรือไดอนุญาตใหราษฎรเขาจับจองที่ดิน และผูไดรับอนุญาตใหเขาจับจองที่ดินปฏิบัติ ตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดินแลว จึงจะไดสิทธิในที่ดินดังกลาวการครอบครองที่ดิน ในเขตทรงสงวนโดยมิไดรับอนุญาตจากกองทัพเรือและนําที่ดินท ี่ครอบครองไปขอออกโฉนดที่ดิน ตามประมวลกฎหมายที่ดิน เจาพนักงานที่ดินยอมไมอาจออกโฉนดที่ดินใหได คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๗๔๘/๒๕๔๘ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินมีคําส ั่งไมออกโฉนดที่ดินใหแกผูฟองคดีโดยใหเหตุผลวา หลักฐานการแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดิน (ส.ค. ๒) ตามมาตรา ๒๗ ตรีแหงประมวล กฎหมายที่ดินที่ผูฟองคดีนํามาใชเปนหลักฐานในการขอออกโฉนดที่ดิน ไมสามารถใชเปน หลักฐานในการขอออกโฉนดที่ดินไดเพราะผูแจงการครอบครอง (ส.ค. ๒) ไดแจงการครอบครอง ที่ดินสวนท ี่ไมไดครอบครองทําประโยชนดวย และตอมามีผูแยงการครอบครองจากผูแจง ส.ค. ๒ และนํามาโอนใหผูฟองคดีซึ่งการแยงการครอบครองไมถือวาเปนการครอบครองตอเน ื่ องตามนัย มาตรา ๕๙ ทวิแหงประมวลกฎหมายที่ดิน ผูฟองคดีซึ่งรับโอนที่ดินมาจากบุคคลดังกลาวยอมไมมี สิทธิขอออกโฉนดที่ดิน นั้น คําส ั่ งดังกลาวยอมกระทบตอสิทธิและหนาท ี่ ของผูฟองคดีแลว จึงเปน คําส ั่งทางปกครองตามนัยมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ การที่ผูฟองคดีนําขอพิพาทมาฟองตอศาลปกครองจึงเปนคดีพิพาทเก ี่ ยวกับการท ี่ เจาหนาท ี่ ของรัฐ ออกคําส ั่งโดยไมชอบดวยกฎหมายตามนัยมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งผูฟองคดียอมเปนผูไดรับความเดือดรอน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๔๘ หรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเล ี่ยงไดตามนัยมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติเดียวกัน จึงเปนผูมีสิทธิฟองคดีตอศาลปกครอง คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๙๓/๒๕๓๕ การออกหนังสือรับรองการทําประโยชนเฉพาะราย นอกจากจะเขาหลักเกณฑที่ กําหนดไวในประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๕๘ ทวิ (๓) แลว ยังตองเปนไปตามระเบียบท ี่ คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติกําหนดดวยซึ่งระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติฉบับท ี่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๕) หมวด ๔ เร ื่ องการขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเฉพาะราย โดยมิไดแจงการครอบครองกําหนดไวในขอ ๙ วา “การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนใหแกผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินเฉพาะราย โดยมิไดแจงการครอบครองที่ดิน ตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จะตองอยูภายใต หลักเกณฑและตองไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัดเปนการเฉพาะราย” ดังนั้น ที่ดินซ ึ่งโจทก เขาจับจองครอบครองหลังจากท ี่ประกาศใชประมวลกฎหมายที่ดินแลวจึงเปนที่ดินท ี่ไมอาจจะแจง การครอบครองไดตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และผูวาราชการจังหวัดไดมีหนังสือใหโจทกออกจากที่พิพาท อันแสดงใหเห็นวาไมมีการอนุมัติให ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนเฉพาะรายสําหรับที่ดินพิพาท จึงไมอยูในหลักเกณฑที่ระเบียบ คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติกําหนดท ี่ จะออกหนังสือรับรองการทําประโยชนได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๖๑๙๓/๒๕๔๐ การออกหนังสือรับรองการทําประโยชนในที่ดินที่ตั้งอยูบนเกาะยอมตกอยูภายใต บังคับของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) คือ ตองมีหลักฐานการแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) มีใบจอง ใบเหยียบย่ํา หนังสือรับรองการทําประโยชนโฉนดตราจอง ตราจองท ี่ ตราวา “ไดทําประโยชนแลว” อยางใดอยางหน ึ่ งมาแสดง หรือตองเปนผูมีสิทธิตามกฎหมายวาดวยการ จัดที่ดินเพ ื่ อการครองชีพ หรือที่ดินท ี่ คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติใหจัดแกประชาชน หรือที่ดินซ ึ่งไดจัดหาผลประโยชนตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดย คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติไดอนุมัติแลว หากมิไดมีหลักฐานดังกลาวหรือมิไดเปนผูมีสิทธิในที่ดิน ตามท ี่ กฎหมายกําหนดไวดังกลาว แมจะไดครอบครองทําประโยชนสืบตอกันมาต ั้ งแตกอน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ประกาศใชและมิไดแจงการครอบครอง ที่ดินตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก็ไมมีสิทธิขอ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๔๙ ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนเปนการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ ทวิแหงประมวลกฎหมาย ที่ดิน คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๑๒๗/๒๕๔๒ เม ื่ อมีการประกาศกําหนดทองท ี่ และวันเร ิ่ มตนของการเดินสํารวจเพ ื่อออกโฉนด ที่ดิน ผูที่ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินโดยมิไดแจงการครอบครองตามมาตรา ๕ แหง พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไดไปพบพนักงานเจาหนาท ี่ เพ ื่ อนํา สํารวจรังวัดออกโฉนดที่ดินแลว แตพนักงานเจาหนาท ี่ใหรออยูกอน คร ั้ นเม ื่อไปพบตามกําหนดก็ ไดรับแจงวาหมดโครงการเดินสํารวจแลว เหตุขัดของซ ึ่ งทําใหไมมีการสํารวจรังวัดที่ดินพิพาท ตาม วัน เวลาท ี่ พนักงานเจาหนาที่ปดประกาศจึงมิใชเปนความผิดของผูครอบครองการนําเจาพนักงาน ที่ดินไปทําการรังวัดที่ดินพิพาทเพ ื่อขอออกโฉนดที่ดินยอมถือไดวาประสงคจะไดสิทธิในที่ดินพิพาท และเปนผูปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรีแหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปนกรณีผูตกคางการแจง การครอบครอง ซึ่งสามารถขอออกโฉนดที่ดินเปนการเฉพาะรายไดตามมาตรา ๕๙ ทวิวรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เม ื่ อมีการดําเนินการออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายโดยมิไดแจงการครอบครองตาม หลักเกณฑและวิธีการท ี่ กฎหมายกําหนด โดยพนักงานเจาหนาท ี่ไดทําการรังวัดตรวจสอบ รายละเอียดและดําเนินการตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติแลวกรมที่ดินยอมไม อาจปฏิเสธการออกโฉนดที่ดินเพียงเพ ื่อใหผูประสงคขอออกโฉนดที่ดินดําเนินการขอเอกสารสิทธิใน ที่ดินพิพาทตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ เน ื่ องจากผูนั้นมีสิทธิ ดําเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดินได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๘๑๑๓/๒๕๔๖ ตามพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕ บัญญัติ รับรองถึงสิทธิของผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดิน ใชบังคับ ดังนั้น สิทธิในที่ดินที่บุคคลมีอยูตามประมวลกฏหมายที่ดิน จึงหมายรวมถึงสิทธิครอบครอง ตามแบบแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) ดวย เมื่อ พ. ไดขายที่ดินพิพาทซ ึ่งเปนที่ดินที่มีสิทธิ ครอบครองใหแกจําเลย และจําเลยไดเขาครอบครองทําประโยชนโดยทําเปนสวนผลไมแสดงให เห็นวา พ. ไดสละสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทและโอนที่ดินพิพาทโดยการสงมอบการครอบครอง ใหแกจําเลยจําเลยรับโอนมาโดยชอบ จึงเปนผูมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมาย ที่ดิน มาตรา ๕๙ วรรคสอง สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรม (โจทก) จึงไมมีสิทธิในที่ดิน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๕๐ พิพาทและไมมีอํานาจนําที่ดินพิพาทมาใชในการปฏิรูปที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรมตามพระราชบัญญัติ การปฏิรูปที่ดินเพ ื่ อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๖ (๔ ) แตอยางใด คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๓๑/๒๕๔๒ การที่ผูมีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) จะ ขอใหเปลี่ยนแปลงเอกสารสิทธิจากหนังสือรับรองการทําประโยชนดังกลาวเปนหนังสือรับรองการทํา ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) จะตองมีคําขอเปนหนังสือตอเจาพนักงานที่ดินเพ ื่อใหดําเนินการใหหากไมมี คําขอรองรับการพิจารณาการกระทําทางปกครองของเจาหนาท ี่ ของรัฐ เจาหนาท ี่ ของรัฐยอมไมมี หนาที่ที่จะตองพิจารณาส ั่งการในทางปกครองเพื่ อแกไขเปลี่ยนแปลงเอกสารสิทธิให สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๕๑ มาตรา ๖๐ ในการออกโฉนดที่ดินตามความในมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙ ถามี ผูโตแยงสิทธิกัน ใหพนักงานเจาหนาท ี่ หรือเจาพนักงานที่ดิน แลวแตกรณีมีอํานาจทําการสอบสวน เปรียบเทียบ ถาตกลงกันก็ใหดําเนินการตามความตกลงนั้น แตถาไมตกลงกัน ใหพนักงาน เจาหนาท ี่ หรือเจาพนักงานที่ดินเสนอเร ื่ องพรอมท ั้ งความเห็นไปยังผูวาราชการจังหวัด เพื่อ พิจารณาส ั่ งการ เม ื่ อผูวาราชการจังหวัดส ั่งประการใดแลว ใหแจงแกคูกรณีทราบ และใหฝายท ี่ ไมพอใจไปดําเนินการฟองหรือรองตอศาลภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันทราบคําสั่ง ในกรณีที่ไดฟองหรือรองตอศาลแลว ใหรอเร ื่องไวจนกวาศาลจะพิพากษาหรือ มีคําส ั่งประการใด จึงใหดําเนินการไปตามกรณีถาไมฟองหรือรองภายในกําหนด ก็ใหดําเนินการ ไปตามที่ผูวาราชการจังหวัดสั่ง (ความในมาตรา ๖๐ เดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๖๐ ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนถามี ผูโตแยงสิทธิกัน ใหพนักงานเจาหนาท ี่ หรือเจาพนักงานที่ดิน แลวแตกรณีมีอํานาจทําการ สอบสวนเปรียบเทียบ ถาตกลงกันไดก็ใหดําเนินการไปตามที่ ตกลง หากตกลงกันไมไดให เจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขามีอํานาจพิจารณาส ั่งการไป ตามที่เห็นสมควร เม ื่ อเจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาส ั่งประการ ใดแลวใหแจงเปนหนังสือตอคูกรณีเพ ื่ อทราบ และใหฝายท ี่ไมพอใจไปดําเนินการฟองตอ ศาลภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันทราบคําสั่ง ในกรณีที่ไดฟองตอศาลแลว ใหรอเร ื่องไวเม ื่อศาลไดพิพากษาหรือ มีคําส ั่ งถึงที่สุดประการใด จึงใหดําเนินการไปตามกรณีถาไมฟองภายในกําหนด ก็ให ดําเนินการไปตามที่ เจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาสั่ง แลวแตกรณี ประเด็นปญหา ในกรณีที่กรมปาไม (เดิม) คัดคานวา การออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทําประโยชนทับที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติเจาพนักงานที่ดินหรือพนักงาน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๕๒ เจาหนาท ี่ จะมีอํานาจในการสอบสวนเปรียบเทียบและส ั่ งการตามมาตรา ๖๐ แหงประมวล กฎหมายที่ดินหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๑๔๒/๒๕๓๓ ตามท ี่ มาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติวา “ในการออก โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนถามีผูโตแยงสิทธิกัน ใหพนักงานเจาหนาท ี่ หรือ เจาพนักงานที่ดินมีอํานาจทําการสอบสวนเปรียบเทียบ ฯลฯ ” นั้น มาตราดังกลาวใชในกรณีการ ขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเทานั้น ซึ่งหมายความวา มาตรา ๖๐ จะตองใชกับที่ดินท ี่ สามารถ ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดและการท ี่ มาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง ไดบัญญัติ วา “ถามีผูโตแยงสิทธิกัน” ก็หมายความวา มีการโตแยงสิทธิกันระหวางบุคคลสองฝายซ ึ่ งตางอาง วาตนมีสิทธิในที่ดินนั้น และอาจขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินน ั้นไดกรณีที่กรมปาไมคัดคาน การขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติไมถือวาเปนการโตแยงสิทธิกัน เพราะในเขตปาสงวนแหงชาติผูใดจะมีกรรมสิทธ ิ์ หรือสิทธิครอบครองที่ดินไมไดและที่ดินในเขต ปาสงวนแหงชาติก็ไมอาจออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได ดังนั้น พนักงานเจาหนาท ี่ หรือ เจาพนักงานที่ดินจึงใชอํานาจตามมาตรา ๖๐ ทําการสอบสวนเปรียบเทียบในกรณีที่มีการพิพาท ระหวางเจาหนาท ี่ ของรัฐ (เจาหนาที่ปาไม) กับเอกชนท ี่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนในเขตปาสงวนแหงชาติไมได ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๖๙๐/๒๕๓๘ การสอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดินจะตองใชกับ ที่ดินท ี่สามารถออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนไดและการท ี่ มาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง ไดบัญญัติวา “ถามีผูโตแยงสิทธิกัน” หมายความวาเปนการโตแยงสิทธิกันระหวางบุคคลสองฝาย ซึ่งตางอางวาตนมีสิทธิในที่ดินน ั้ นและอาจออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินน ั้นไดแตการท ี่กรมปาไม คัดคานการขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาตินั้น ไมถือวาเปนการโตแยง สิทธิกัน เพราะในเขตปาสงวนแหงชาติผูใดจะมีกรรมสิทธ ิ์ หรือสิทธิครองครองที่ดินไมไดและที่ดิน ในเขตปาสงวนแหงชาติก็ไมอาจออกหนังสือสําคัญแสดงสิทธิในที่ดินไดสําหรับกรณีการออกโฉนด ที่ดินในเขตอุทยานแหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตปาไมตามมติคณะรัฐมนตรีหรือที่ดินของรัฐ ประเภทอื่น (สาธารณสมบัติของแผนดิน) คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย คณะ ที่ ๗) เห็นวา ที่ดินดังกลาวน ั้ นตางก็เปนสาธารณสมบัติของแผนดินตามมาตรา ๑๓๐๔ แหงประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยเชนเดียวกับที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติซึ่งจะโอนไดโดยอาศัยอํานาจ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๕๓ ตามกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา นอกจากนั้น ที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยาน แหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปาและเขตปาไมตามมติคณะรัฐมนตรียังเขาลักษณะเปนที่ดินที่หาม มิใหออกโฉนดที่ดินตามขอ ๑๔ (๕) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ อีกดวย ดังนั้น พนักงานเจาหนาท ี่ หรือ เจาพนักงานที่ดินจึงใชอํานาจตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดินทําการสอบสวน เปรียบเทียบในกรณีการออกโฉนดที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติเขตอุทยานแหงชาติเขตรกษาพันธั ุ สัตวปา เขตปาไมตามมติคณะรัฐมนตรีหรือที่ดินของรัฐท ี่เปนสาธารณสมบัติของแผนดินไมได ประเด็นปญหา ตามท ี่ มาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติวา ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนถามีผูโตแยงสิทธิกัน ให พนักงานเจาหนาท ี่ หรือเจาพนักงานที่ดิน แลวแตกรณีมีอํานาจทําการสอบสวนเปรยบเทียบี ถาตกลง กันไดก็ใหดําเนินการไปตามที่ ตกลง หากตกลงกันไมไดใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือ เจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขามีอํานาจพิจารณาส ั่งการไปตามที่ เห็นสมควร นั้น การดําเนินการ ดังกลาวควรเปนอยางไร มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๔๐/๒๕๔๗ เม ื่ อมีกรณีการขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) โดยอาศัย หลักฐานแบบแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) ซึ่งมีปญหาวาอาจไมชอบดวยกฎหมายเพราะ ผูแจงการครอบครองไมไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินอยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดิน ใชบังคับ เจาพนักงานที่ดินจะตองตรวจสอบใหแนชัดวาที่ดินท ี่ ขอออก น.ส. ๓ ก. เปนที่ดินแปลง เดียวกับที่ดินตาม ส.ค. ๑ นั้น หรือไม ผูแจงการครอบครองไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดิน อยูกอนวันท ี่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับหรือไม และเปนที่ดินท ี่สามารถออกโฉนดที่ดินได หรือไม หากปรากฏวาเปนที่ดินแปลงเดียวกัน แตแจงการครอบครองโดยไมชอบดวยกฎหมาย ยอมเปนที่ดินท ี่ไมสามารถออก น.ส. ๓ ก. ไดตามขอ ๕ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งจะตองดําเนินการ จําหนาย ส.ค. ๑ ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดิน ตามคําส ั่ งกรมที่ดิน ที่ ๒๓/๒๕๑๓ เร ื่ อง จําหนาย ส.ค. ๑ ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดิน ลงวันท ี่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๓ โดย เจาพนักงานที่ดินจะตองรายงานใหผูวาราชการจังหวัดพิจารณามีคําส ั่ งตอไป สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๕๔ ตามท ี่ มาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติวา ในการออก โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนถามีผูโตแยงสิทธิกันใหพนักงานเจาหนาท ี่ หรือ เจาพนักงานที่ดิน แลวแตกรณีมีอํานาจทําการสอบสวนเปรียบเทียบ ถาตกลงกันไดก็ให ดําเนินการไปตามที่ ตกลง หากตกลงกันไมไดใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดิน จังหวัดสาขามีอํานาจพิจารณาส ั่งการไปตามที่ เห็นสมควร หมายความวาพนักงานเจาหนาท ี่ หรือ เจาพนักงานที่ดินจะตองทําการสอบสวนท ั้ งผูขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน และผูโตแยงคัดคาน แลวนําพยานหลักฐานของท ั้งสองฝายท ี่ไดจากการสอบสวนมาเปรียบเทียบ กันวา พยานหลักฐานของฝายใดจะมีน้ําหนักนาเช ื่ อถือมากกวากัน แลวจึงมีอํานาจส ั่งการไป ตามท ี่ เห็นสมควร คือส ั่งการไปตามพยานหลักฐานท ี่เปรียบเทียบไดโดยอาจจะสั่งใหออกหรือ ไมออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนทั้งหมดหรือบางสวนก็ไดแลวแตกรณี การท ี่ เจาพนักงานที่ดินเห็นวา ที่ดินที่นํามาขอออก น.ส. ๓ ก. เปนที่ดินท ี่ แจงการ ครอบครองไมชอบดวยกฎหมายและตองจําหนาย ส.ค. ๑ แตไมไดดําเนินการตามคําส ั่ งกรมที่ดิน ที่ ๒๓/๒๕๑๓ กลับดําเนินการประกาศการออก น.ส. ๓ ก. และเม ื่ อมีผูคัดคานก็ไดอาศัยอํานาจ ตามมาตรา ๖๐ วรรคหนึ่งแหงประมวลกฎหมายที่ดินมีคําส ั่งไมดําเนินการออก น.ส. ๓ ก. ใหผูฟองคดี เพราะหลักฐาน ส.ค. ๑ ไมชอบดวยกฎหมาย โดยไมปรากฏวาไดสอบสวนพยานหลักฐานของ ผูคัดคานหรือไม คําส ั่ งดังกลาวจึงมิใชคําส ั่งสอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน แตเปนเพียงการส ั่ งการตามหนาที่ทั่วไป ซึ่งไมถูกตองตามกฎหมายและ กฎกระทรวงท ี่ เก ี่ ยวของ รวมท ั้งไมถูกตองตามข ั้ นตอน หรือวิธีการอันเปนสาระสําคัญที่กําหนดไว สําหรับการกระทํานั้น ประเด็นปญหา คําส ั่ งของเจาพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจาหนาที่ที่สั่งการใน การสอบสวนเปรียบเทียบการขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดินเปน “คําส ั่งทางปกครอง” หรือไมและระยะเวลาการฟองคดีโตแยง คําส ั่ งดังกลาวควรเปนอยางไร มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๖๐๖/๒๕๔๕ (ประชุมใหญ) การท ี่ เจาพนักงานที่ดินซ ึ่งเปนเจาหนาท ี่ ของรัฐไดอาศัยอํานาจตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดินอันเปนกฎหมายปกครอง มีคําส ั่งในการสอบสวนเปรียบเทียบตาม สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๕๕ อํานาจหนาท ี่ คําส ั่ งดังกลาวจึงเปนคําส ั่งทางปกครอง เม ื่ อผูฟองคดีเห็นวาคําส ั่ งดังกลาวไมชอบ ดวยกฎหมายยอมเปนคดีพิพาทเก ี่ ยวกับการท ี่ เจาหนาท ี่ ของรัฐกระทําการโดยไมชอบดวยกฎหมาย ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ การฟองคดีตอศาลปกครองในประเด็นดังกลาวเม ื่ อเจาพนักงานที่ดินมีคําส ั่ งตาม มาตรา ๖๐ วรรคหน ึ่ งแลว ผูฟองคดีสามารถฟองคดีไดภายในระยะเวลาตามมาตรา ๖๐ วรรคสอง โดยไมตองอุทธรณคําส ั่ งตามข ั้ นตอนและระยะเวลาที่กําหนดในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เสียกอน เน ื่ องจากข ั้ นตอนตามที่กําหนดไวในมาตรา ๖๐ แหงประมวล กฎหมายที่ดินมีหลักเกณฑที่ประกันความเปนธรรมหรือมีมาตรฐานในการปฏิบัติราชการไมต่ํากวา หลักเกณฑที่กําหนดในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ อยูแลว คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๔๖/๒๕๔๗ คําส ั่ งของเจาพนักงานที่ดินในการสอบสวนเปรียบเทียบและส ั่ งการตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปน “คําส ั่งทางปกครอง” ตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ การฟองโตแยงคําส ั่ งดังกลาวจึงเปนคดีที่อยูในอํานาจพิจารณา พิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แตการฟองคดีตอศาลปกครองตองย ื่นภายใน ๖๐ วัน นับแตวันท ี่ ทราบคําสั่ง โดยผูฟองคดีไมตองอุทธรณตามข ั้ นตอนและระยะเวลาที่กําหนดไวใน พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองพ.ศ. ๒๕๓๙ เน ื่องจากประมวลกฎหมายที่ดิน ไดกําหนดระยะเวลาการฟองคดีไวโดยเฉพาะ และมีหลักเกณฑที่ประกันความเปนธรรมหรือ มีมาตรฐานในการปฏิบัติราชการไมต่ํากวาหลักเกณฑที่กําหนดในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ การที่ผูฟองคดีนี้ยื่นฟองคดีเกินกําหนดระยะเวลาดังกลาว โดยอางเหตุจําเปนวา ไดอุทธรณคําส ั่ งตอเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) และผูถูกฟองคดีมี หนังสือแจงไมรับอุทธรณใหผูฟองคดีทราบลาชา นั้น ปรากฏวาตามหนังสือดังกลาวเปนการแจงให ผูฟองคดีดําเนินการตามคําส ั่ งเดิม โดยไมปรากฏวามีการพิจารณาขอเท็จจริงหรือพยานหลักฐาน ใหมอันเปนเพียงการยืนยันคําส ั่งทางปกครองเดิม จึงไมอาจรับฟงเปนเหตุจําเปนวาท าให ํ ผูฟองคดี ไมสามารถย ื่นฟองคดีตอศาลไดภายในกําหนดระยะเวลาตามมาตรา ๕๒ แหงพระราชบัญญัติ จัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๕๖ ประเด็นปญหา เจาพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจาหนาท ี่ปฏิบัติหนาท ี่ในการ สอบสวนเปรียบเทียบการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๖๐ แหง ประมวลกฎหมายที่ดินโดยชอบดวยกฎหมาย หรือละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตอง ปฏิบัติหรือปฏิบัติหนาที่ดังกลาวลาชาหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดและ คณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๐๓/๒๕๔๙ การที่ผูขอสํารวจรังวัดออกโฉนดที่ดินบางรายไมไปยืนยันเอกสารหลักฐานและ ถอยคําท ี่ไดใหไวตอพนักงานเจาหนาท ี่ในวันสอบสวนเปรียบเทียบนั้น ยอมมีผลเปนการปฏิเสธการ สอบสวนเปรียบเทียบ ดังนั้น เม ื่อการสอบสวนเปรียบเทียบไมสามารถตกลงกันไดการท ี่ เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) มีคําส ั่ งแตงต ั้ งคณะกรรมการตรวจสอบที่ดินพิพาท แลวมีคําสั่ง ออกโฉนดที่ดินใหกับผูที่มีพยานหลักฐานรับฟงไดวาบุคคลดังกลาวไดครอบครองทําประโยชนใน ที่ดินพิพาทจริงจึงเปนการดําเนินการตามท ี่ มาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดินกําหนดไว คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๘๒/๒๕๔๒ ในการขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หากมีผูโตแยงคัดคานแลวคูกรณีตกลง กันไมไดเจาพนักงานที่ดินตองดําเนินการสอบสวนเปรียบเทียบ เม ื่อสอบสวนเปรียบเทียบแลว เจาพนักงานที่ดินยอมมีอํานาจส ั่งไปในทางใดทางหนึ่งไดตามท ี่ มาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมาย ที่ดินบัญญัติไวเม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา ราชพัสดุจังหวัด (ในขณะนั้น) ไดคัดคานการรังวัดออก โฉนดที่ดินของผูรองทุกขและเจาพนักงานที่ดินไดทําการสอบสวนเปรียบเทียบคูกรณีแตไม สามารถตกลงกันไดเจาพนักงานที่ดินจึงมีคําส ั่ งวาที่ดินที่ผูรองทุกขขอออกโฉนดที่ดินเปนท ี่ ราชพัสดุ มากอนการแจงการครอบครอง (ส.ค. ๑) การแจง ส.ค. ๑ ที่ดินดังกลาวไมกอใหเกิดสิทธิขึ้นใหม แกผูแจงแตประการใด ที่ดินท ี่ขอออกโฉนดที่ดินจึงไมอยูในหลักเกณฑที่จะออกโฉนดที่ดินไดจึงมี คําส ั่งใหยกเลิกคําขอออกโฉนดที่ดินของผูรองทุกขและใหฝายท ี่ไมพอใจไปดําเนินการฟองคดีตอ ศาลภายในกําหนด ๖๐ วัน นับแตวันรับทราบคําส ั่ งน ี้ เม ื่ อพนกําหนดระยะเวลา หากไมมีการ ฟองรองก็ใหยกเลิกคําขอ แตเม ื่ อครบกําหนดระยะเวลาดังกลาวแลวไมปรากฏวาผูรองทุกขไป ฟองคดีตอศาล ดังนั้น คําขอออกโฉนดที่ดินของผูรองทุกขยอมเปนอันยกเลิกไปตามคําส ั่ งของ เจาพนักงานที่ดินดังกลาวการปฏิบัติหนาท ี่ ของเจาพนักงานที่ดินในกรณีนี้จึงเปนไปตามท ประมวล ี่ กฎหมายที่ดินบัญญัติแลว สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๕๗ ประเด็นปญหา ในการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หากมีผูโตแยงสิทธิกัน แต พนักงานเจาหนาท ี่ หรือเจาพนักงานที่ดินยังไมไดดําเนินการสอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ผูถูกโตแยงสิทธิจะสามารถนําคดีพิพาทไปฟองรองตอศาลไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๘๕๗/๒๕๒๙ แมประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ จะบัญญัติใหผูวาราชการจังหวัดมีอํานาจ เพิกถอนหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ) เม ื่อปรากฏวาไดออกโดยคลาดเคลื่ อน เชน ออก น.ส. ๓ ทับท ี่ ของบุคคลอื่น แตก็มิไดหมายความวาเฉพาะผูวาราชการจังหวัดเทาน ั้ นที่สั่งเพิกถอน หรือแกไข น.ส. ๓ ที่ออกโดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย และมิไดหมายความวาการ เพิกถอนหรือแกไข น.ส. ๓ ที่ออกโดยคลาดเคลื่ อนหรือโดยไมชอบดวยกฎหมายน ั้ นจะตอง ดําเนินการตามวิธีการตามท ี่ มาตรา ๖๑ บัญญัติไวเพียงประการเดียว ในบางกรณีคูกรณีอาจเห็นวา การดําเนินการตามมาตรา ๖๑ อาจไมทันการหรือเกิดความลาชาเน ื่ องจากคูกรณีอีกฝายหนึ่ง ประวิงเวลาไวคูกรณีก็มีสิทธิดําเนินคดีทางศาลเพ ื่อใหศาลพิพากษาหรือมีคําส ั่ งเพิกถอนหรือแกไข การออก น.ส. ๓ โดยคลาดเคลื่ อนหรือโดยไมชอบน ั้นไดสวนบทบัญญัติมาตรา ๖๐ แหงประมวล กฎหมายที่ดินก็เปนเร ื่ องที่คูกรณีโตแยงสิทธิในการออกโฉนดที่ดินและกําหนดระยะเวลาการ ฟองรองไวในกรณีที่ผูวาราชการจังหวัดไดพิจารณาส ั่งในปญหาพิพาทนั้น ตามบทบัญญัติ มาตรา ๖๐ และมาตรา ๖๑ มิไดหามการฟองคดีหากมิไดดําเนินการตามข ั้ นตอนที่กําหนดไว ดังนั้น คูกรณีจึงมีอํานาจฟองไดเองหากถูกโตแยงตามบทบัญญัติมาตรา ๕๕ แหงประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพง คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๖๙๕๙/๒๕๓๘ การย ื่ นคําคัดคานตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๐ ที่มีเน ื้อหาในคําคัดคาน อางวา ที่ดินท ี่โจทกขอเปลี่ ยนหนังสือรับรองการทําประโยชนจาก น.ส. ๓ เปน น.ส. ๓ ก. เปนที่ดิน ของจําเลย นั้น เปนการโตเถียงเร ื่ องกรรมสิทธ ิ์ หรือสิทธิในที่ดินระหวางโจทกจําเลย ถือวามี ขอโตแยงเกิดข ึ้ นกับโจทกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๕๕ แลว โจทกจึง ชอบท ี่ จะเสนอคดีตอศาลได การท ี่ เจาหนาท ี่ บริหารงานที่ดินมีหนังสือใหจําเลยซ ึ่งเปนผูคัดคานไปพบพนักงาน เจาหนาท ี่ เพ ื่อสอบสวนเปรียบเทียบและดําเนินการตามระเบียบตอไป โดยสงหนังสือใหจําเลย ตามท ี่ อยูของจําเลยแลว แตเม ื่ อถึงวันนัด จําเลยไมไดไปพบเปนเหตุใหพนักงานเจาหนาที่ทําการ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๕๘ สอบสวนเปรียบเทียบไมไดจึงไมสามารถส ั่งการใดๆใหโจทกจําเลยปฏิบัติตามไดแตตามประมวล กฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๐ มิไดหามโจทกฟองคดีหากมิไดดําเนินการตามข ั้ นตอนท ี่ กฎหมายกําหนด โจทกจึงมีอํานาจฟองไดเองเม ื่ อถูกโตแยงสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๕๕ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๕๓ – ๕๔/๒๕๔๐ บทบัญญัติในมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดินเปนเพียงการกําหนดวิธีการ ใหเจาพนักงานที่ดินดําเนินการสอบสวนเปรียบเทียบ กรณีที่มีการโตแยงสิทธิกันในการขอออก โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเทานั้น แมจะมีขอกําหนดไววาเม ื่ อเจาพนักงานที่ดิน ส ั่ งการอยางไรแลว ใหฝายท ี่ไมพอใจไปดําเนินการฟองรองตอศาลภายในกําหนด ๖๐ วันนับแตวัน ทราบคําส ั่ งก็ตาม แตขอกําหนดดังกลาวคงเปนเพียงการกําหนดข ั้ นตอนเพ ื่อใหเจาพนักงานที่ดินปฎิบัติ ภายหลังจากท ี่ไดสั่งการไปแลว คือหากมีการฟองคดีตอศาลก็ใหเจาพนักงานที่ดินรอเรื่องไวจนกวา ศาลจะไดมีคําพิพากษาหรือคําส ั่ งถึงที่สุดประการใดก็ใหดําเนินการไปตามนั้น ถาไมฟองภายใน กําหนดก็ใหดําเนินการไปตามที่ เจาพนักงานที่ดินสั่ง แลวแตกรณีหาใชเปนเง ื่อนไขในการฟองคดี ตอศาลไม ทั้งบทบัญญัติดังกลาวก็มิไดมีขอหามมิใหฟองคดีหากมิไดดําเนินการตามข ั้ นตอนที่กําหนด ไวในบทบัญญัติดังกลาวกอนดวย ดังนั้น เม ื่อโจทกทั้งสองถูกโตแยงสิทธิตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๕๕ โจทกทั้งสองจึงมีอํานาจฟอง คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๘๗๙๓/๒๕๔๓ บทบัญญัติในมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดินเปนเพียงการกําหนดวิธีการ ใหเจาพนักงานที่ดินดําเนินการสอบสวนเปรียบเทียบและส ั่งการในกรณีที่มีการโตแยงสิทธิกันใน การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเทานั้น แมจะมีขอกําหนดไววาเมื่อ เจาพนักงานที่ดินส ั่ งการอยางไรแลวใหฝายท ี่ไมพอใจไปดําเนินการฟองรองตอศาลภายในกําหนด ๖๐ วัน นับแตวันทราบคําส ั่ งก็ตาม แตขอกําหนดดังกลาวคงเปนเพียงการกําหนดข ั้ นตอนเพ ื่อให เจาพนักงานที่ดินปฏิบัติภายหลังจากท ี่ไดสั่งการไปแลว คือหากมีการฟองคดีตอศาลก็ให เจาพนักงานที่ดินรอเร ื่องไวจนกวาศาลจะไดมีคําพิพากษาหรือคําส ั่ งถึงที่สุดประการใด ก็ให ดําเนินการไปตามนั้น ถาไมฟองภายในกําหนดก็ใหดําเนินการไปตามที่ เจาพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาส ั่ งแลวแตกรณีมิใชเปนเง ื่อนไขในการฟองคดีตอศาล ประกอบ กับบทบัญญัติดังกลาวมิไดหามการฟองคดีเม ื่อไมดําเนินการตามข ั้ นตอนที่กําหนดไว ดังนั้น หาก ถูกโตแยงสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๕๕ ก็ยอมมีอํานาจฟองได สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๕๙ ประเด็นปญหา ในการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หากมีผูโตแยงสิทธิกัน พนักงานเจาหนาท ี่ หรือเจาพนักงานที่ดินจะสามารถใชดุลพินิจไมดําเนินการสอบสวนเปรียบเทียบ ตามมาตรา ๖๐ วรรคหนึ่งแหงประมวลกฎหมายที่ดินไดหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังน ี้ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๑๔๒/๒๕๔๑ มาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ระบุวา ใหพนักงานเจาหนาท ี่ หรือเจาพนักงานที่ดิน แลวแตกรณีมีอํานาจทําการสอบสวนเปรียบเทียบ เปนการใหดุลพินิจ พนักงานเจาหนาที่ที่จะทําการสอบสวนเปรียบเทียบหรือไมก็ไดมิไดบังคับใหตองทําการสอบสวน เปรียบเทียบทุกกรณีบทบัญญัติดังกลาวจึงมิใชเปนกรณีที่มีกฎหมายใหฝายบริหารวินิจฉัย ขอพิพาทกอน ดังนั้น พนักงานเจาหนาที่ยอมมีอํานาจใชดุลพินิจไมเปรียบเทียบไดซึ่งมีผลให คูกรณีมีอํานาจฟองคดีตอศาลโดยตรง คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๖๔/๒๕๔๔ การฟองวาเจาพนักงานที่ดินไดดําเนินการสอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยไมสุจริตและใชดุลพินิจมิชอบดวยกฎหมายโดยขอใหศาลปกครอง เพิกถอนคําส ั่ งที่มิชอบดวยกฎหมายดังกลาว เปนคดีที่อยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) ประกอบกับมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) แหง พระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๕๐๗/๒๕๔๕ การที่ผูปกครองทองท ี่ไมรับรองแนวเขตที่ดินใหแกผูฟองคดีถือวาเปนการโตแยง สิทธิครอบครองที่ดินของผูฟองคดีตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งพนักงาน เจาหนาท ี่ หรือเจาพนักงานที่ดินตองดําเนินการสอบสวนเปรียบเทียบวาฝายใดมีสิทธิครอบครอง ที่ดินบริเวณน ั้ นดีกวากันเสียกอน ถาตกลงกันไดจึงพิจารณาออกโฉนดที่ดินใหแกผูมีสิทธิตามท ี่ ตกลงกัน แตถาตกลงกันไมไดก็ใหเจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา มีอํานาจพิจารณาส ั่งการไปตามที่ เห็นสมควร หากฝายใดไมพอใจในคําส ั่ งน ั้ นก็มีสิทธิฟองตอศาลได แตหากเปนกรณีที่ยังมิไดทําการสอบสวนเปรียบเทียบและมีคําส ั่ งอยางหน ึ่ งอยางใดเกี่ ยวกับคําขอ ออกโฉนดที่ดิน เปนกรณีที่ยังมิไดมีคําส ั่งทางปกครองเกี่ ยวกับคําขอออกโฉนดที่ดินอันจะเปนเหตุ ใหผูฟองคดีนํามาฟองตอศาลปกครองไดกรณีเชนน ั้ นถือวาผูฟองคดียังไมไดรับความเดือดรอน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๖๐ เสียหายท ี่ จะมีสิทธิฟองคดีตามมาตรา ๔๒ แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๒/๒๕๔๖ การฟองโตแยงการสอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมาย ที่ดินของเจาพนักงานที่ดินที่มีคําสั่งไมออกโฉนดที่ดินใหแกผูฟองคดีโดยมีคําขอใหศาลส ั่ งเพกถอนิ การคัดคานการรังวัดที่ดินของคูกรณีและเพิกถอนคําส ั่งไมออกโฉนดที่ดินของเจาพนักงานที่ดิน เปนคดีพิพาทที่ผูฟองคดีมีความประสงคใหศาลวินิจฉัยช ี้ ขาดวาที่ดินพิพาทเปนที่ดินที่ผูฟองคดี มีสิทธิครอบครอง จึงเปนคดีพิพาทท ี่ เก ี่ ยวกับสิทธิครอบครองหรือกรรมสิทธ ิ์ในที่ดิน และการท ี่ ศาล จะมีคําพิพากษาหรือคําส ั่งใหเพิกถอนการคัดคานการรังวัดที่ดินของคูกรณีซึ่งเปนหนวยงาน ทางปกครอง และเพิกถอนคําส ั่งไมออกโฉนดที่ดินของเจาพนักงานที่ดินไดนั้น จําเปนท ี่ จะตอง พิจารณาขอเท็จจริงใหเปนที่ยุติกอนวาที่ดินพิพาทเปนที่ดินที่ผูฟองคดีมีสิทธิครอบครองตาม กฎหมายหรือไมอันเปนการพิจารณาขอพิพาทเก ี่ ยวกับสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายแพงและ พาณิชยประมวลกฎหมายที่ดินและกฎหมายอ ื่ นที่บัญญัติในเรื่ องน ั้นไวเปนพิเศษ จึงมิใชคดีพิพาท ที่อยูในอํานาจศาลปกครองตามมาตรา ๙ แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๘ – ๔๒/๒๕๔๖ คําส ั่งสอบสวนเปรียบเทียบกรณีที่มีการคัดคานการรังวัดเพ ื่อออกโฉนดที่ดินท ี่ เจาพนักงานที่ดินไดสั่งการตามมาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปนคําส ั่ งทาง ปกครองตามมาตรา ๕ (๑) แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่ง ตามมาตรา ๖๐ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ไดบัญญัติใหฝายท ี่ไมพอใจไปดําเนินการ ฟองคดีตอศาลภายใน ๖๐ วัน ไวเปนการเฉพาะแลว จึงไมตองอุทธรณตามมาตรา ๓ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๒๑๐/๒๕๔๖ เม ื่ อผูฟองคดีไปยื่ นคําขอออกโฉนดที่ดินตามหลักฐานหนังสือรับรองการทํา ประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ตอเจาพนักงานที่ดิน และไดนํารังวัดช ี้ เขตที่ดินแลวปรากฏวา เจาของที่ดิน ขางเคียงคัดคานแนวเขตที่ดิน เจาพนักงานที่ดินจึงไมอาจออกโฉนดที่ดินใหแกผูฟองคดีไดแตยัง ไมทันท ี่ เจาพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจาหนาท ี่ จะดําเนินการสอบสวนเปรียบเทียบหรือมีคําสั่ง อยางหน ึ่ งอยางใดเกี่ ยวกับคําขอออกโฉนดที่ดินดังกลาวตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมาย ที่ดิน ผูฟองคดีไดฟองคดีตอศาลปกครองเสียกอน กรณีจึงเปนเร ื่ องท ี่ เจาหนาท ี่ ของรัฐยังไมมีคําสั่ง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๖๑ ทางปกครองอันจะเปนเหตุใหผูฟองคดีนํามาฟองตอศาลปกครองไดผูฟองคดียังไมไดรับความ เดือดรอนหรือเสียหายจากคําส ั่ งของเจาหนาท ี่ ของรัฐท ี่ จะมีสิทธิฟองคดีตามนยมาตราั๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๙๘๙ – ๙๙๓/๒๕๒๒ มาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปนบทบัญญัติใหอํานาจพนักงาน เจาหนาท ี่ หรือเจาพนักงานที่ดินท ี่จะสอบสวนเปรียบเทียบในกรณีมีการโตแยงสิทธิกันในการออก โฉนดที่ดิน และเม ื่ อผูวาราชการจังหวัดมีคําส ั่ งเก ี่ ยวกับเร ื่ องน ั้นและไดแจงใหคูกรณีทราบแลว ให ฝายท ี่ไมพอใจไปดําเนินการฟองตอศาลภายในกําหนดเวลา ๖๐ วันนับแตวันทราบคําสั่ง แตมิได กําหนดเก ี่ ยวกับเวลาฟองเพ ื่ อเอาคืนซ ึ่ งการครอบครองตามมาตรา ๑๓๗๕ แหงประมวลกฎหมาย แพงและพาณิชยซึ่งตองนับต ั้ งแตวันแยงการครอบครอง คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๔๖๕๕/๒๕๓๔ การฟองเจาพนักงานที่ดินเปนจําเลยโดยอางแตเพียงวาคําส ั่ งท ี่ใหออกโฉนดที่ดิน พิพาทแกบุคคลอ ื่นเปนคําส ั่ งท ี่ไมชอบดวยกฎหมายเปนการฝาฝนตอบทกฎหมายและความเปนจริง เพราะที่ดินพิพาทเปนของโจทกเหตุผลเพียงเทาที่อางดังกลาวไมอาจถือไดวาเจาพนักงานที่ดิน กระทําไปโดยไมชอบดวยเหตุผลและไมสุจริต จึงยอมไมมีอํานาจฟองเพิกถอนคําสั่งได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๖๔๓/๒๕๓๗ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๐ เปนเร ื่ องที่มีกรณีโตแยงสิทธิกันเก ี่ ยวกับการ ออกโฉนดที่ดิน และไมอาจตกลงกันไดในชั้ นเจาพนักงานที่ดิน และตองฟองคดีตอศาล ซึ่งเจาพนักงานที่ดินจะตองรอเร ื่องไวจนกวาศาลจะมีคําพิพากษาอยางหน ึ่ งอยางใดแลวจึงให เจาพนักงานที่ดินดําเนินการตอไป แตการฟองคดีตอศาล หากประสงคใหมีการบังคับแก เจาพนักงานที่ดินใหกระทําการหรืองดเวนกระทําการใด ตองย ื่นฟองเจาพนักงานที่ดินเปนจําเลย มาดวย คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๕๗๕/๒๕๓๘ การท ี่โจทกซึ่งเปนผูครอบครองทําประโยชนในที่พิพาทย ื่ นคําขอออกหนังสือ รับรองการทําประโยชนและเจาหนาท ี่ไดออกไปทําการรังวัดพิสูจนสอบสวนแลวมีความเห็นควร ออกหนังสือรับรองการทําประโยชนใหแกโจทกแตจําเลยท ี่ ๑ ซึ่งเปนกํานัน และจําเลยท ี่ ๒ ซึ่งเปน นายอําเภอไดคัดคานโดยอางวาเปนท ี่ สาธารณสมบัติของแผนดิน และจําเลยท ี่ ๒ ไมยอมออก สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๖๒ หนังสือรับรองการทําประโยชนใหเปนการโตแยงสิทธิของโจทกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพง มาตรา ๕๕ แลว แมโจทกจะมิไดยื่นฟองคดีภายใน ๖๐ วัน นับแตวันทราบคาสํงตามมาตรา ั่ ๖๐ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน ก็เปนเร ื่ องที่จําเลยท ี่ ๒ จะปฏิบัติตามอํานาจหนาที่ที่กฎหมายใหอํานาจ สั่งการไวตอไปไดไมเปนการตัดสิทธิโจทกที่จะฟองบังคับจําเลยท ั้งสองเปนคดีตอศาล คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๓๑๒/๒๕๓๘ การท ี่โจทกฟองวาที่ดินพิพาทเปนของโจทกและโจทกครอบครองตลอดมา แต ผูปกครองทองที่คัดคานการขอออกโฉนดที่ดินโดยอางวาที่ดินพิพาทเปนท ี่สาธารณประโยชนเปน เหตุใหเจาพนักงานที่ดินไมยอมออกโฉนดที่ดินพิพาทใหแกโจทกเปนการโตแยงสิทธิของโจทก โจทกจึงมีอํานาจฟองโดยไมตองปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๐ เน ื่องจากโจทกมิได ฟองผูปกครองทองท ี่ในฐานะเจาพนักงานผูออกโฉนดที่ดิน คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๘๐๓/๒๕๓๘ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินส ั่งงดออกโฉนดที่ดินเพ ื่ อดําเนินการตามข ั้ นตอนท ี่ประมวล กฎหมายที่ดินมาตรา ๖๐ บัญญัติไวโดยทําการสอบสวนเปรียบเทียบจากพยานหลักฐานของ คูกรณีทุกฝายแลวใชดุลพินิจไปตามที่ เห็นสมควร เม ื่ อเจาพนักงานที่ดินส ั่งประการใดแลวใหฝายท ี่ ไมพอใจไปดําเนินการฟองตอศาลภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันทราบคําส ั่ งนั้น หมายถึงให คูกรณีฟองเพ ื่อขอใหศาลพิจารณาพิพากษาเก ี่ ยวดวยเร ื่ องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่พิพาทวาผูใดมีสิทธิ ดีกวากัน โดยเจาพนักงานที่ดินจะรอเร ื่องการออกโฉนดที่ดินไวในระหวางนั้น แมโจทกจะกลาวใน คําฟองวา คําส ั่ งของเจาพนักงานที่ดินซ ึ่งเปนจําเลยเปนคําส ั่ งท ี่ไมชอบดวยกฎหมาย เพราะจําเลย มิไดไตสวนและรับฟงพยานหลักฐานโดยรอบคอบ เม ื่อปรากฏวาจําเลยไดรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งของฝายโจทกและฝายผูคัดคานมาเปรียบเทียบกันแลวเห็นวา หลักฐานและเอกสารของฝาย ผูคัดคานมีเหตุผลดีกวา จึงมีคําส ั่งใหงดออกโฉนดที่ดินใหโจทกคําส ั่ งดังกลาวจึงชอบดวย กฎหมายโจทกไมมีสิทธิขอใหเพิกถอนคําสั่ง คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๗๑๔/๒๕๔๐ การย ื่ นคําคัดคานอันเปนการใชสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๐ นั้น หากเน ื้อหาในคําคัดคานที่จําเลยอางวาที่ดินท ี่โจทกขอออกโฉนดที่ดินเปนที่ดินของจําเลยยอมเปน การโตแยงเร ื่ องกรรมสิทธ ิ์ หรือสิทธิครอบครองในที่ดินระหวางโจทกกับจําเลย ถือวามีขอโตแยง เกิดข ึ้ นเก ี่ ยวกับสิทธิของโจทกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๕๕ แลว โจทก จึงชอบท ี่ จะเสนอคดีตอศาลได สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๖๓ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๖๗๐/๒๕๔๔ การรังวัดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนใหแกประชาชน หาก มีผูโตแยงคัดคาน เจาพนักงานที่ดินมีอํานาจทําการสอบสวนเปรียบเทียบ ถาตกลงกันได ก็ดําเนินการไปตามที่ ตกลง หากตกลงกันไมไดเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจพิจารณาส ั่งการไปตามที่ เห็นสมควรตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๐ วรรคแรก คูกรณีฝายท ี่ไมพอใจคําส ั่ งมีสิทธิที่จะ ฟองคูกรณีอีกฝายหน ึ่ งตอศาลไดภายใน ๖๐ วันนับแตไดทราบคําส ั่ งดังกลาวอันเปนการใหโอกาส แกคูกรณีที่ไมพอใจคําส ั่งไดนําพยานหลักฐานมาสืบโตแยงใหเห็นวาคําส ั่งในการสอบสวน เปรียบเทียบดังกลาวไมถูกตอง แตถาเจาพนักงานที่ดินมีคําส ั่งใหออกโฉนดที่ดินแกบุคคลใด อันเปนการใชดุลพินิจส ั่ งการตามท ี่ตนไดทําการสอบสวนเปรียบเทียบไปโดยสุจริตตามอํานาจ หนาท ี่ ชอบดวยมาตรา ๖๐ แลวอีกฝายยอมไมมีอํานาจท ี่จะฟองขอใหเพิกถอนคําส ั่ งดังกลาว คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๔๗๒๕/๒๕๔๕ การท ี่โจทกบรรยายคําฟองโดยตั้งประเด็นกลาวหาวา เจาพนักงานที่ดินปฏิบัติ หนาที่ดวยความประมาทเลินเลออยางรายแรง โดยการสั่งใหออกโฉนดที่ดินแกผูคัดคานตาม มาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ในทํานองใหรับผิดฐานละเมิด แตในคําฟองมิไดบรรยาย ขอเท็จจริงโดยชัดแจงวาเจาพนักงานที่ดินพิจารณาหลักฐานไมรอบคอบอยางไร กระทําโดย ประมาทปราศจากความระมัดระวังอยางไร รวมท ั้ งรายละเอียดเก ี่ ยวกับบุคคล วัน เวลา และ สถานที่ที่เก ี่ ยวของตามสมควร โดยมีคําขอทายคําฟองเพียงใหศาลพิพากษาวาคําส ั่ งดังกลาว ไมชอบดวยกฎหมายและใหเพิกถอนคําส ั่ งดังกลาว กับใหออกโฉนดที่ดินใหแกโจทกถือไมไดวา โจทกฟองกรมที่ดินใหรับผิดฐานละเมิด แตมีลักษณะเปนการโตแยงคัดคานคําส ั่ งของเจาพนักงาน ที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๐ ซึ่งบทบัญญัติดังกลาวกําหนดใหฝายท ี่ไมพอใจไป ดําเนินการฟองตอศาลภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันทราบคําสั่ง หมายถึง ใหคูกรณีฟองขอให ศาลพิจารณาพิพากษาเก ี่ ยวดวยเร ื่ องกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทวาผูใดมีสิทธิดีกวากัน โดยเจาพนักงาน ที่ดินจะรอเร ื่องการออกโฉนดไวในระหวางนั้น เม ื่อศาลไดพิพากษาหรือมีคําส ั่ งถึงที่สุดประการใด กรมที่ดินตองปฏิบัติตาม โจทกจึงชอบท ี่ จะดําเนินการตามข ั้ นตอนดวยการฟองผูคัดคานตอไป สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๖๔ มาตรา ๖๑ เม ื่อความปรากฏวาไดออกโฉนดที่ดินหรือไดจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดิน หรือจดแจงเอกสารรายการจดทะเบียนที่ดินใหแกผูใดโดยคลาดเคลื่ อน หรือไมชอบดวยกฎหมาย ใหอธิบดีมีอํานาจเรียกโฉนดที่ดินหรือเอกสารท ี่ไดจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมหรือเอกสารท ี่ไดจดแจงรายการทะเบียนที่ดินน ั้ นมาแกไขใหถูกตอง หรือเพิกถอนเสียได กอนท ี่ จะแกไขหรือเพิกถอนตามความในวรรคแรก ใหแจงใหผูมีสวนไดเสียทราบ โดยตรงลวงหนาไมนอยกวาสิบหาวัน เพ ื่อใหโอกาสโตแยงคัดคาน เม ื่ ออธิบดีพิจารณาประการใด แลวก็ใหดําเนินการตอไปตามควรแกกรณี (ความในมาตรา ๖๑ เดิมถูกยกเลิกโดยขอ ๗ แหงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับ ที่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๖๑ เม ื่อความปรากฏวาไดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน หรือไดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับที่ดิน หรือจดแจงเอกสารรายการจดทะเบียนที่ดิน ใหแกผูใดโดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย ใหผูดํารงตําแหนงตอไปนี้มีอํานาจเพิกถอน แกไข หรือออกใบแทนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หรือเพิกถอน แกไขเอกสารที่ไดจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม หรือเอกสารท ี่ไดจดแจงรายการทะเบียนที่ดินน ั้นไดแลวแตกรณี (๑) อธิบดีสําหรับโฉนดที่ดิน การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมซ ึ่ งกระทําตอ พนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ (๑) และการจดแจงเอกสารรายการจดทะเบียนที่ดินสําหรับ โฉนดที่ดิน (๒) ผูวาราชการจังหวัดสําหรับหนังสือรับรองการทําประโยชนการจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรมซ ึ่ งกระทําตอพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ (๒) และการจดแจงเอกสาร รายการจดทะเบียนที่ดินสําหรับหนังสือรับรองการทําประโยชน ใหพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ มีอํานาจสอบสวนและเรียกโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทําประโยชนเอกสารท ี่ไดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เอกสารท ี่ไดจดแจง รายการทะเบียนที่ดินหรือเอกสารอ ื่ นท ี่ เก ี่ ยวของน ั้ นมาพิจารณา กอนท ี่ จะดําเนินการเพิกถอนหรือ แกไขใหแจงใหผูมีสวนไดเสียทราบลวงหนาไมนอยกวาสิบหาวันเพ ื่อใหโอกาสคัดคาน ถาไม คัดคานภายในกําหนดสามสิบวันนับแตวันที่รับแจง ใหถือวาไมมีการคัดคาน เม ื่ อผูมีอํานาจตามวรรคหน ึ่ งพิจารณาประการใดแลวก็ใหดําเนินการไปตามนั้น ถามีการคลาดเคล ื่ อนเน ื่ องจากเขียนหรือพิมพขอความผิดพลาดโดยมีหลักฐาน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๖๕ ชัดแจงและผูมีสวนไดเสียยินยอมเปนลายลักษณอักษรแลว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ มีอํานาจแกไขใหถูกตองได ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําส ั่ งถึงที่สุดใหเพิกถอนหรือแกไขอยางใดแลว ใหพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ ดําเนินการตามคําพิพากษาหรือคําส ั่ งน ั้ นตามวิธีการท ี่ อธิบดี กําหนด (ความในมาตรา ๖๑ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๖๑ เม ื่อความปรากฏวาไดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน ํ หรือไดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยหรือจดแจงเอกสารรายการ จดทะเบียนอสังหาริมทรัพยใหแกผูใดโดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย ใหผูดํารง ตําแหนงตอไปนี้เปนพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจส ั่ งเพิกถอน แกไข หรือออกใบแทนหนังสือแสดง สิทธิในที่ดิน หรือเพิกถอน แกไข เอกสารท ี่ไดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หรือเอกสารท ี่ไดจดแจง รายการทะเบียนอสังหาริมทรัพยนั้นได (๑) อธิบดีหรือผูซึ่งอธิบดีมอบหมาย สําหรับกรุงเทพมหานคร (๒) ผูวาราชการจังหวัด สําหรับจังหวัดอื่น กอนท ี่ จะดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจสอบสวนและ เรียกโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทําประโยชนเอกสารท ี่ไดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เอกสาร ที่ไดจดแจงรายการทะเบียนอสังหาริมทรัพยหรือเอกสารอ ื่ นท ี่ เก ี่ ยวของมาพิจารณา และแจงใหผูมี สวนไดเสียทราบเพ ื่อใหโอกาสคัดคาน ถาไมคัดคานภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันท ี่ ทราบ ให ถือวาไมมีการคัดคาน เม ื่ อผูมีอํานาจตามวรรคหน ึ่ งพิจารณาประการใดแลวก็ใหดําเนินการไปตามนั้น ถามีการคลาดเคล ื่ อนเน ื่ องจากเขียนหรือพิมพขอความผิดพลาดโดยมีหลักฐาน ชัดแจงและผูมีสวนไดเสียยินยอมเปนลายลักษณอักษรแลว ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจแกไขให ถูกตองได ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําส ั่ งถึงที่สุดใหเพิกถอนหรือแกไขอยางใดแลว ใหเจาพนักงานที่ดินดําเนินการตามคําพิพากษาหรือคําส ั่ งน ั้ นตามวิธีการท ี่ อธิบดีกําหนด สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๖๖ (ความในมาตรา ๖๑ ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๓ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๖๑ เม ื่อความปรากฏวาไดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนหรือไดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยหรือจดแจง เอกสารรายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพยใหแกผูใดโดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวย กฎหมาย ใหอธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอํานาจหนาที่สั่งเพิกถอนหรือ แกไขได กอนท ี่ จะดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ใหอธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดี มอบหมายต ั้ งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นคณะหนึ่ง โดยมีอํานาจเรียกโฉนดที่ดิน หนังสือ รับรองการทําประโยชนเอกสารท ี่ไดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เอกสารท ี่ไดจดแจง รายการทะเบียนอสังหาริมทรัพยหรือเอกสารอ ื่ นท ี่ เก ี่ ยวของมาพิจารณา พรอมท ั้ งแจงให ผูมีสวนไดเสียทราบเพ ื่อใหโอกาสคัดคาน ถาไมคัดคานภายในกําหนดสามสิบวันนับแต วันท ี่ไดรับแจง ใหถือวาไมมีการคัดคาน คณะกรรมการสอบสวนการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนที่ออกโดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย อยางนอยตองมีเจาพนักงาน ฝายปกครองและตัวแทนคณะผูบริหารทองถ ิ่ นหรือผูบริหารทองถ ิ่ นที่ที่ดินน ั้ นต ั้ งอยูเปน กรรมการ การสอบสวนตามวรรคสองตองดําเนินการใหแลวเสร็จและสงใหอธิบดี หรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันท ี่ไดมีคําส ั่งใหทําการ สอบสวนในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนไมสามารถดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน กําหนดเวลาดังกลาว ใหคณะกรรมการสอบสวนรายงานเหตุที่ทําใหการสอบสวนไมแลว เสร็จตออธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายเพ ื่ อขอขยายระยะเวลาการสอบสวน โดยใหอธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายส ั่ งขยายระยะเวลาดําเนินการไดตาม ความจําเปนแตไมเกินหกสิบวัน ใหอธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาใหแลวเสร็จภายใน สิบหาวันนับแตไดรับรายงานการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนตามวรรคส ี่ เม ื่ ออธิบดี หรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาประการใดแลว ก็ใหดําเนินการไปตามนั้น สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๖๗ การดําเนินการเพิกถอนแกไขตามความในมาตรานี้ถาไมไดโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนมาใหถือวาโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนนั้นสูญหาย ใหเจาพนักงานที่ดินออกใบแทนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเพื่อ ดําเนินการตอไป ถามีการคลาดเคล ื่ อนเน ื่ องจากเขียนหรือพิมพขอความผิดพลาดโดยมี หลักฐานชัดแจงและผูมีสวนไดเสียยินยอมเปนลายลักษณอักษรแลว ใหเจาพนักงานที่ดิน มีอํานาจหนาท ี่ แกไขใหถูกตองได ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําส ั่ งถึงที่สุดใหเพิกถอนหรือแกไขอยางใด แลว ใหเจาพนักงานที่ดินดําเนินการตามคําพิพากษาหรือคําส ั่ งน ั้ นตามวิธีการท ี่ อธิบดี กําหนด การต ั้ งคณะกรรมการสอบสวน การสอบสวน การแจงผูมีสวนไดเสีย เพ ื่อใหโอกาสคัดคาน และการพิจารณาเพิกถอนแกไข ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการ ที่กําหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงท ี่ออกตามความในมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไข เพ ิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๓ คือ กฎกระทรวง กําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการตั้ งคณะกรรมการสอบสวน การสอบสวน การแจงผูมีสวนไดเสียเพ ื่อใหโอกาสคัดคาน และการพิจารณาเพิกถอนหรือแกไขการออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยหรือ การจดแจงเอกสารรายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพยโดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งมีรายละเอียดดังตอไปนี้ หมวด ๑ การต ั้ งคณะกรรมการสอบสวนและการสอบสวน ขอ ๑ เม ื่อความปรากฏวาไดมีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน หรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยหรือการจดแจงเอกสารรายการจด สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๖๘ ทะเบียนอสังหาริมทรัพยใหแกผูใด โดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย ใหอธิบดีหรือรอง อธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายต ั้ งคณะกรรมการสอบสวนข ึ้ นคณะหนึ่ง ดังน ี้ (๑) กรณีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยคลาดเคลื่ อน หรือไมชอบดวยกฎหมาย (ก) สําหรับกรุงเทพมหานคร ประกอบดวยเจาพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร หรือเจาพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขา หรือขาราชการสังกัดกรมที่ดินท ี่ อธิบดีหรือรองอธิบดี ซึ่งอธิบดีมอบหมายเห็นสมควร เปนประธาน ผูวาราชการกรุงเทพมหานครหรือผูแทน ผูอํานวยการเขต ซึ่งที่ดินน ั้ นต ั้ งอยูหรือผูแทน และผูแทนสวนราชการอ ื่ นท ี่ เก ี่ ยวของตามที่เห็นสมควร เปนกรรมการ และขาราชการต ั้ งแตระดับหาข ึ้นไปในสํานักงานที่ดินกรุงเทพมหานครหรือสํานักงานที่ดิน กรุงเทพมหานครสาขา เปนกรรมการและเลขานุการ (ข) สําหรับจังหวัดอื่น ประกอบดวยเจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงาน ที่ดินจังหวัดสาขา หรือขาราชการสังกัดกรมที่ดินท ี่ อธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมาย เห็นสมควร เปนประธาน นายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก ิ่ งอําเภอซ ึ่ งที่ดินน ั้ นต ั้ งอยู หรือผูแทน ตัวแทนคณะผูบริหารทองถ ิ่ นหรือผูบริหารทองถ ิ่ นซ ึ่ งที่ดินน ั้ นต ั้ งอยูหรือผูแทน และผูแทน สวนราชการอ ื่ นท ี่ เก ี่ ยวของตามท ี่ เห็นสมควร เปนกรรมการ และขาราชการต ั้ งแตระดับหาข ึ้นไปใน สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินจังหวัดสาขา เปนกรรมการและเลขานุการ ในกรณีที่ที่ดินน ั้ นมีอาณาเขตติดตอ คาบเก ี่ ยว หรืออยูในเขตปาสงวน แหงชาติเขตอุทยานแหงชาติเขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตวปา หรือเขตท ี่ไดจําแนกใหเปน เขตปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีใหแตงต ั้ งผูแทนกรมปาไมเปนกรรมการดวย (๒) กรณีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยหรือการจดแจง เอกสารรายการทะเบียนอสังหาริมทรัพยโดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย (ก) สําหรับกรุงเทพมหานคร ประกอบดวยเจาพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร หรือเจาพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขา หรือขาราชการสังกัดกรมที่ดินท ี่ อธิบดีหรือรองอธิบดี ซึ่งอธิบดีมอบหมายเห็นสมควร เปนประธาน และกรรมการซ ึ่งเปนขาราชการต ั้ งแตระดับหาข ึ้นไป ในสํานักงานที่ดินกรุงเทพมหานครหรือสํานักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขาอีกสองคน โดยให กรรมการคนหน ึ่งเปนเลขานุการ (ข) สําหรับจังหวัดอื่น ประกอบดวยเจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจาพนักงาน ที่ดินจังหวัดสาขา หรือขาราชการสังกัดกรมที่ดินท ี่ อธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๖๙ เห็นสมควร เปนประธาน และกรรมการซ ึ่งเปนขาราชการต ั้ งแตระดับหาข ึ้นไปในสํานักงานที่ดิน จังหวัดหรือสํานักงานที่ดินจังหวัดสาขาอีกสองคน โดยใหกรรมการคนหน ึ่งเปนเลขานุการ ขอ ๒ ใหคณะกรรมการสอบสวนดําเนินการสอบสวนพยานหลักฐานใหไดความ วาไดมีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยหรือการจดแจงเอกสารรายการทะเบียนอสังหาริมทรัพยที่สอบสวนนั้น คลาดเคล ื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมายหรือไม การนัดสอบสวน การนัดพิจารณาหรือการอยางอ ื่ นท ี่ คณะกรรมการสอบสวนตอง แจงใหผูมีสวนไดเสียทราบ ใหกระทําเปนหนังสือ ขอ ๓ ในการสอบสวน ใหคณะกรรมการสอบสวนมีอํานาจเรียกโฉนดที่ดิน หนังสือ รับรองการทําประโยชนเอกสารท ี่ไดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เอกสารท ี่ไดจดแจงรายการ ทะเบียนอสังหาริมทรัพยหรือเอกสารอ ื่ นท ี่ เก ี่ ยวของจากผูยึดถือมาประกอบการพิจารณาพรอมทั้ง แจงใหผูมีสวนไดเสียทราบเพ ื่อใหโอกาสคัดคาน เม ื่อคณะกรรมการไดรับเอกสารมาตามวรรคหน ึ่ งแลว ใหออกใบรับไวเปน หลักฐาน ในกรณีคณะกรรมการสอบสวนไมอาจเรียกเอกสารมาตามวรรคหน ึ่งไดใหบันทึก เหตุผลไวในสํานวนการสอบสวนท ี่ เสนออธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายดวย ขอ ๔ เม ื่ อดําเนินการสอบสวนเสร็จแลว ใหคณะกรรมการสอบสวนรายงานผล การสอบสวนน ั้ นตออธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมาย ในรายงานผลการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ใหสรุปขอเท็จจริงและเหตุที่มีการออก โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับ อสังหาริมทรัพยหรือการจดแจงเอกสารรายการทะเบียนอสังหาริมทรัพยโดยคลาดเคลื่ อนหรือไม ชอบดวยกฎหมายนั้น รวมท ั้งใหเสนอความเห็นตออธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายดวยวา สมควรส ั่ งเพิกถอนหรือแกไขความคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมายน ั้ นหรือไมอยางไร กรรมการสอบสวนผูใดมีความเห็นแยง ใหทําความเห็นแยงติดไวกับสํานวนการ สอบสวนโดยใหถือเปนสวนหน ึ่ งของสํานวนการสอบสวนน ั้ นดวย ขอ ๕ ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนไมสามารถดําเนินการสอบสวนใหแลวเสร็จ ภายในกําหนดหกสิบวันนับแตวันท ี่ไดมีคําส ั่งใหดําเนินการสอบสวน ใหคณะกรรมการสอบสวน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๗๐ รายงานเหตุที่ทําใหการสอบสวนน ั้นไมแลวเสร็จตออธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายเพ ื่ อขอ ขยายระยะเวลาการสอบสวนกอนครบกําหนดระยะเวลาดังกลาว ขอ ๖ ภายในสิบหาวันนับแตวันท ี่ไดรับรายงานการสอบสวนจากคณะกรรมการ สอบสวน ถาอธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายเห็นสมควรใหมีการสอบสวนเพ ิ่ มเติม ใหกําหนดประเด็นพรอมท ั้ งสงเอกสารท ี่ เก ี่ ยวของไปใหคณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมเพื่อ ดําเนินการสอบสวนเพ ิ่ มเติมตอไป ใหคณะกรรมการสอบสวนดําเนินการสอบสวนเพ ิ่ มเติมใหแลวเสร็จโดยเร็ว และ ใหสงผลการสอบสวนเพ ิ่ มเติมน ั้นไปใหอธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมาย หมวด ๒ การแจงผูมีสวนไดเสียเพอให ื่ โอกาสคัดคาน ขอ ๗ ในการสอบสวน ใหคณะกรรมการสอบสวนสงหนังสือแจงผูมีสวนไดเสีย เพ ื่อใหโอกาสคัดคานการเพิกถอนหรือแกไขการออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทําประโยชน หรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยหรือการจดแจงเอกสารรายการ ทะเบียนอสังหาริมทรัพยที่คลาดเคล ื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมายนั้น ขอ ๘ การแจงผูมีสวนไดเสียเพ ื่อใหโอกาสคัดคานใหกระทําเปนหนังสือ โดยสง ทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับตามท ี่ อยูที่ผูมีสวนไดเสียไดใหไวแกพนักงานเจาหนาท ี่ในสารบบ ที่ดินแปลงนั้น ขอ ๙ ในกรณีที่ไมอาจแจงผูมีสวนไดเสียเพ ื่อใหโอกาสคัดคานไดให คณะกรรมการสอบสวนแจงผูมีสวนไดเสียโดยปดหนังสือแจงไวในที่เปดเผยสามารถเห็นไดชัดเจน ณ สํานักงานที่ดิน สํานักงานเขต ที่วาการอําเภอหรือที่วาการก ิ่ งอําเภอ ที่ทําการแขวงหรือที่ทําการ กํานันทองท ี่ สํานักงานหรือที่ทําการองคกรปกครองสวนทองถิ่น ซึ่งที่ดินน ั้ นต ั้ งอยูและในบริเวณ ที่ดินนั้น แหงละหน ึ่ งฉบับ ใหถือวาผูมีสวนไดเสียไดรับแจงเม ื่ อลวงพนระยะเวลาสิบหาวันนับแตวันปด หนังสือแจง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๗๑ ขอ ๑๐ เม ื่ อผูมีสวนไดเสียไดรับแจงหรือถือวาไดรับแจงเพ ื่อใหมีโอกาสคัดคาน แลว และมีความประสงคที่จะคัดคานการเพิกถอนหรือแกไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทําประโยชนหรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยหรือการจดแจง เอกสารรายการทะเบียนอสังหาริมทรัพยที่คลาดเคล ื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมายนั้น ใหทําหนังสือ คัดคานย ื่ นตอประธานคณะกรรมการสอบสวนภายในกําหนดสามสิบวันนับแตวันท ี่ไดรับแจง โดย ใหระบุเหตุผลที่คัดคานพรอมท ั้ งแสดงพยานหลักฐานท ี่ เก ี่ ยวของดวย ถาผูมีสวนไดเสียไมคัดคานภายในกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมประสงค ที่จะคัดคาน หมวด ๓ การส ั่ งเพกถอนหริ ือแกไข ขอ ๑๑ เม ื่อไดรับรายงานการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนตามขอ ๔ หรือขอ ๖ แลวอธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายจะพิจารณาส ั่ งเพิกถอนหรือแกไขการออก โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับ อสังหาริมทรัพยหรือการจดแจงเอกสารรายการทะเบียนอสังหาริมทรัพยที่คลาดเคล ื่ อนหรือ ไมชอบดวยกฎหมายน ั้นไดตอเม ื่อปรากฏชัดแจงวาไดมีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ ทําประโยชนหรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยหรือการจดแจง เอกสารรายการทะเบียนอสังหาริมทรัพยนั้นโดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย ขอ ๑๒ ในการออกคําส ั่ งเพิกถอนหรือแกไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทําประโยชนหรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยหรือการจดแจง เอกสารรายการทะเบียนอสังหาริมทรัพยที่คลาดเคล ื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมายตามขอ ๑๑ ให อธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายแจงคําส ั่ งดังกลาวพรอมดวยเหตุผลใหผูมีสวนไดเสียทราบ ดวย ทั้งน ี้ใหนําความในขอ ๗ ขอ ๘ และขอ ๙ มาใชบังคับโดยอนุโลม สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๗๒ ประเด็นปญหา การท ี่ เจาหนาท ี่ไดลงวัน เดือน ปที่ออกใบแทนหนังสือรับรอง การทําประโยชน (หรือโฉนดที่ดิน) ผิดไปจากขอเท็จจริง ถือวาเปนการออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชน (หรือโฉนดที่ดิน) คลาดเคล ื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย หรือไม มีคําวินิจฉัยของ ศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๑๓/๒๕๔๙ กรณีที่เจาหนาท ี่ แกไขเดือนท ี่ออกใบแทนหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ฉบับพิพาทใน น.ส. ๓ ฉบับพนักงานเจาหนาท ี่ เน ื่ องจากเจาหนาท ี่ไดระบุเดือนท ี่ออกใบแทน ในสารบัญจดทะเบียน น.ส. ๓ ดังกลาว คลาดเคล ื่ อนจากเดือนกรกฎาคมเปนเดือนมิถุนายน นั้น การกระทําดังกลาวเปนการดําเนินการตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๑๘ ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เพ ื่อให ทราบวาไดมีการออกใบแทน น.ส. ๓ ฉบับพิพาทไปเมื่ อวัน เดือน ปใดเทานั้น เมอม ื่ หลีกฐานชัดแจั ง วาเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) มีคําส ั่งใหออกใบแทน น.ส. ๓ ฉบับพิพาทเม ื่ อเดือนกรกฎาคม จึงเปนการระบุเดือนท ี่ออกใบแทนโดยคลาดเคลื่ อน เจาหนาที่จึงมีอํานาจดําเนินการแกไขให ถูกตองไดโดยไมตองแจงใหผูมีสวนไดเสียเก ี่ ยวกับ น.ส. ๓ ฉบับพิพาทใหความยินยอม เน ื่ องจาก กรณีดังกลาวมิใชเปนการออกหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือการจดแจงเอกสารรายการ จดทะเบียนอสังหาริมทรัพยโดยคลาดเคลื่ อนตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ประเด็นปญหา การท ี่ ศาลมีคําพิพากษาใหเปนไปตามสัญญาประนีประนอม ยอมความที่คูความในคดีแพงตกลงยินยอมใหมีการเพิกถอนรายการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ที่พนักงานเจาหนาท ี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินไดดําเนินการใหไป นั้น คําพิพากษาดังกลาวถือวา เปนคําพิพากษาถึงที่สุดใหเพิกถอนหรือแกไขรายการจดทะเบียนฯ ที่เจาพนักงานที่ดินจะตอง ดําเนินการเพิกถอนหรือแกไขใหเปนไปตามคําพิพากษาน ั้ นตามนัยมาตรา ๖๑ วรรคแปด แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๓ หรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๗๓ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๓๕๖/๒๕๔๙ แมผูฟองคดีซึ่งเปนทายาทของเจามรดกไดยื่นฟองคดีตอศาลยุติธรรมขอใหศาล เพิกถอนการจดทะเบียนโอนมรดกระหวางผูจัดการมรดกกับทายาทผูรับโอน และใหใสชื่อผูฟองคดี เปนผูรับมรดกรวมดวยแตตอมาผูฟองคดีและคูความไดตกลงทําสัญญาประนีประนอมยอมความ กัน โดยผูจัดการมรดกและทายาทท ี่ไดรับโอนมรดกที่ดินพิพาทไดตกลงเพิกถอนการจดทะเบียน โอนมรดกนั้น และใหผูฟองคดีรับโอนมรดกแตเพียงผูเดียว ซึ่งศาลไดมีคําพิพากษาตามสัญญา ประนีประนอมยอมความ และคําพิพากษาดังกลาวก็ไมใชคําพิพากษาถึงที่สุดใหเพิกถอนหรือ แกไขรายการจดทะเบียนโอนมรดกที่พิพาท ดังนั้น เม ื่ อผูฟองคดีนําสัญญาประนีประนอม ยอมความและคําพิพากษาตามยอมไปยื่ นคําขอตอเจาพนักงานที่ดินใหเพิกถอนรายการ จดทะเบียนโอนมรดก จึงเปนการขอเพิกถอนตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ไมอยูใน หลักเกณฑการขอเพิกถอนการจดทะเบียนตามนัยมาตรา ๖๑ วรรคแปด แหงประมวลกฎหมาย ที่ดินท ี่ เจาพนักงานที่ดินจะตองดําเนินการเพิกถอนตามนัยดังกลาวได เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวา คูความไดตกลงทําสัญญาประนีประนอมยอมความและ ศาลมีคําพิพากษาตามยอม โดยไมไดวินิจฉัยวาการจดทะเบียนโอนมรดกไมชอบดวยกฎหมาย แตอยางใด กรณีไมใชการเพิกถอนรายการจดทะเบียนตามมาตรา ๖๑ วรรคแปด แหงประมวล กฎหมายที่ดินแลว หากผูฟองคดีประสงคจะขอจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทใหเปนไป ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคําพิพากษาตามยอม ผูฟองคดีตองเสียคาธรรมเนียม การโอนในอัตรารอยละ ๒ ตามขอ ๒ (๗) (ก) ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เจาพนักงานที่ดินไมอาจ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใหโดยคิดคาธรรมเนียมในอัตรารอยละ ๐.๕ ของขอ ๒ (๗) (ง) ของ กฎกระทรวงดังกลาวได ประเด็นปญหา การท ี่ อธิบดีกรมที่ดินหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายส ั่งให เพิกถอนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนเปน “คําส ั่งทางปกครอง” หรือไม มีคํา วินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดและคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๗๔ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๕๘๑/๒๕๔๙ คําส ั่ งของอธิบดีกรมที่ดินท ี่ อาศัยอํานาจตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมาย ที่ดินใหเพิกถอนหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ของผูฟองคดีมีผลทําใหน.ส. ๓ ก. ของผูฟองคดีถูกเพิกถอน และผูฟองคดีตองเสียสิทธิครอบครองหรือกรรมสิทธ ิ์ในที่ดินไป คําสั่ง ดังกลาวจึงเปนคําส ั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เม ื่ อผูฟองคดีเห็นวาคําส ั่ งดังกลาวไมชอบดวยกฎหมายและนํามาฟอง ตอศาลปกครอง จึงเปนคดีพิพาทเก ี่ ยวกับการท ี่ หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาท ี่ ของรัฐ ออกคําส ั่งโดยไมชอบดวยกฎหมาย ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แมคดีจะมีประเด็นท ี่ จะตองพิจารณา เก ี่ ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลปกครองก็มีอํานาจท ี่ จะแสวงหาขอเท็จจริงเพ ื่ อการพิจารณาถึงความชอบ ของการใชอํานาจตามกฎหมายของอธิบดีกรมที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) เทานั้น หากศาลปกครองเห็นวา คําส ั่งไมชอบดวยกฎหมายก็ยอมมีอํานาจส ั่ งเพิกถอนคําส ั่งไดตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) แหง พระราชบัญญัติเดียวกัน แตศาลไมอาจมีคําบังคับท ี่เปนการรับรองสิทธิในที่ดินใหแกผูฟองคดีได คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๒๐๖/๒๕๔๑ คําส ั่งใหเพิกถอนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนที่ออกโดย คลาดเคล ื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย ตามมาตรา ๖๑ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปน คําส ั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ดังนั้น กอนท ี่ จะนําขอพิพาทมารองทุกขตอคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขผูรองทุกขจะตอง ดําเนินการตามข ั้ นตอนท ี่ กฎหมายกําหนดใหคูกรณีใชสิทธิอุทธรณตามมาตรา ๔๔ แหง พระราชบัญญัติเดียวกัน เพ ื่อใหฝายปกครองดําเนินการแกไขปญหาเสียช ั้ นหนงก ึ่ อน ประเด็นปญหา เม ื่ ออธิบดีกรมที่ดินหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายไดมีคําสั่ง ใหเพิกถอนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนแลว หากเจาของโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทําประโยชนเห็นวาเปนคําส ั่ งท ี่ไมชอบดวยกฎหมายและประสงคจะอุทธรณโตแยง จะตองใชสิทธิอุทธรณโตแยงตามกฎหมายใด มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๗๕ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๗๑๔/๒๕๔๙ ตามมาตรา ๖๑ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายที่ดินไดบัญญัติขั้นตอนการ ดําเนินการกรณีที่จะเพิกถอนหรือแกไขโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนหรือการจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใหผูที่มีสวนไดเสียไดมีโอกาสคัดคานตอคณะกรรมการสอบสวนทแต ี่ งต ั้ง ขึ้นโดยคําส ั่ งของอธิบดีกรมที่ดิน สําหรับกรณีที่ผานข ั้ นตอนการดําเนินการของคณะกรรมการ สอบสวนมาแลว โดยอธิบดีกรมที่ดินไดมีคําส ั่ งเพิกถอนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนแลว หากเจาของโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนที่ถูกเพิกถอนเห็นวาคําสั่ง เพิกถอนดังกลาวไมถูกตองก็ตองใชสิทธิอุทธรณตามมาตรา ๔๔ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เน ื่องจากตามประมวลกฎหมายที่ดินไมไดกําหนดระยะเวลา การอุทธรณไวโดยเฉพาะ และไมอาจนําระยะเวลาการคัดคานของผูมีสวนไดเสียตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินมาใชบังคับโดยอนุโลมไดเพราะเปนคนละข ั้ นตอนกัน ประเด็นปญหา คําส ั่ งแตงต ั้ งคณะกรรมการสอบสวนเพ ื่ อพิจารณาเพิกถอนหรือ แกไขโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนฯลฯ ที่คลาดเคล ื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย เปนคําส ั่งทางปกครองหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๕๗/๒๕๔๖ ถึงแมการออกคําส ั่ งแตงต ั้ งคณะกรรมการสอบสวนเพ ื่ อพิจารณาเพิกถอนหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินจะเปนการใชอํานาจตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินก็ตาม แตก็เปน เพียงการออกคําส ั่งภายในฝายปกครองเพื่ อแสวงหาขอเท็จจริงมาประกอบการพิจารณาเทานั้น ยังไมมีการส ั่ งเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินท ี่ กระทบสิทธิของผูมีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิใน ที่ดินดังกลาว ที่จะทําใหเปนผูไดรับความเดือดรอนหรือเสียหาย อันจะเปนผูมีสิทธิฟองคดีตอ ศาลปกครองไดตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่งแหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๔๒๔/๒๕๔๖ คําส ั่ งแตงต ั้ งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปนเพียงการเตรียมการเพ ื่ อจัดใหมีคําส ั่งทางปกครองของอธิบดีกรมที่ดิน หรือรองอธิบดีกรมที่ดิน ที่ไดรับมอบหมายตอไป ซึ่งเปนการพิจารณาทางปกครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๗๖ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ผูฟองคดีจึงยังไมใชผูเดือดรอนหรือผูเสียหายอันเกิด จากคําส ั่ งแตงต ั้ งคณะกรรมการสอบสวนที่มีสิทธิฟองขอใหศาลส ั่ งเพิกถอนคําส ั่ งดังกลาวตาม มาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประเด็นปญหา การท ี่ เจาหนาท ี่ ของรัฐมีหนังสือถึงผูครอบครองที่ดินใหนําโฉนด ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนซึ่งออกโดยไมชอบดวยกฎหมายเพราะออกทับท ี่ สาธารณประโยชนบางสวนไปมอบใหเพ ื่ อทําการแกไขใหถูกตอง เปน “คําส ั่งทางปกครอง” หรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๙๓/๒๕๔๕ การที่ผูวาราชการจังหวัดมีหนังสือถึงผูครอบครองที่ดินใหนําโฉนดที่ดินซ ึ่ งออกทับ ที่สาธารณประโยชนบางสวนไปมอบใหเพ ื่ อทําการแกไขใหถูกตอง โดยมีเน ื้อหาเปนการตอบ ขอรองเรียนของผูครอบครองที่ดิน และแนะนําผูครอบครองที่ดินใหนําโฉนดที่ดินไปยื่นขอใหมีการ รังวัดสอบเขตใหมใหถูกตอง เม ื่ อหนังสือไมไดระบุชื่อผูรับวาเปนผูมีชื่อในโฉนดที่ดินพิพาทและ ไมไดมีลักษณะเปนการออกคําส ั่ งตอผูมีชื่อในโฉนดที่ดิน จึงยังไมมีลักษณะเปนการแจงคําสั่ง ทางปกครองที่สั่งใหผูมีชื่อตามโฉนดที่ดินสงโฉนดที่ดินคืนเพ ื่ อแกไขความผิดพลาดตามที่กําหนด ในมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ยังไมกอใหเกิดหนาที่กับผูมีชื่อในโฉนดที่ดินและแมผูนั้น จะไมดําเนินการตามที่ผูวาราชการจังหวัดแจงใหทราบก็ไมกอใหเกิดผลเสียหายใดๆ ขึ้น กรณียัง ถือไมไดวาหนังสือดังกลาวหรือขอความท ี่ ระบุในหนังสือเปนการกระทําที่กอใหเกิดความเสียหาย ตอผูครอบครองที่ดินและผูมีชื่อในโฉนดที่ดิน บุคคลท ั้ งสองจึงไมใชผูเดือดรอนเสียหายตาม มาตรา ๔๒ แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประเด็นปญหา ในกรณีที่ไดมีการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (หรือ โฉนดที่ดิน) ในเขตปาสงวนแหงชาติซึ่งกรมปาไม (เดิม) เห็นวาไมชอบดวยกฎหมาย กรมปาไมใน ฐานะผูดูแลรักษาปาสงวนแหงชาติจะดําเนินการฟองรองเจาของที่ดินเพ ื่อขอใหศาลเพิกถอน หนังสือรับรองการทําประโยชน (หรือโฉนดที่ดิน) นั้นไดหรือไมเพียงใด หากไมสามารถดําเนินการ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๗๗ ฟองรองไดสมควรดําเนินการเก ี่ ยวกับเร ื่ องน ี้ประการใด มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๑๔๒/๒๕๓๓ ถามีการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (หรือโฉนดที่ดิน) ในเขตปาสงวน แหงชาติแลว การออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (หรือโฉนดที่ดิน) ดังกลาวยอมไมชอบดวย กฎหมาย เพราะในเขตปาสงวนแหงชาตินั้น จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไมไดกรมปาไมจึง อาจขอใหพนักงานเจาหนาที่ที่มีอํานาจตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๖๑ สั่งเพิกถอนหรือ แกไขหนังสือรับรองการทําประโยชนนั้นไดแตเน ื่ องจากอํานาจในการสั่ งเพิกถอนหรือแกไขหนังสือ รับรองการทําประโยชนตามมาตรา ๖๑ เปนดุลพินิจของพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตราดังกลาว ที่จะใชอํานาจน ั้ นหรือไมก็ไดถาพนักงานเจาหนาที่มิไดสั่งเพิกถอนหรือแกไขหนังสือรับรองการทํา ประโยชนแลวกรมปาไมในฐานะผูดูแลรักษาปาสงวนแหงชาติสามารถนําคดีมาฟองศาลเพ ื่อขอให ศาลเพิกถอนหนังสือรับรองการทําประโยชนที่ออกโดยไมชอบดวยกฎหมายน ั้นได ขอสังเกต ความเห็นน ี้เปนความเห็นกอนท ี่ จะมีการแกไขเพิ่ มเติมมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๓ จากเดิมที่บัญญัติใหอธิบดีกรมที่ดินและผูวาราชการจังหวัด (แลวแตกรณี) มีอํานาจ ในการเพิกถอนหรือแกไขโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนฯลฯ ที่คลาดเคล ื่ อนหรือไม ชอบดวยกฎหมาย เปนใหอธิบดีกรมที่ดินหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอํานาจหนาท ี่ เพิกถอนหรือแกไขได ประเด็นปญหา กรณีที่ปรากฏวามีการออกโฉนดที่ดินสําหรับท ี่ ราชพัสดุทับที่ดิน ของเอกชน หากทางราชการจะคืนที่ดินดังกลาวใหแกเอกชน จะถือวาเปนการจําหนายทรัพยสิน ของแผนดินหรือไม ถาเปนการจําหนายทรัพยสินของแผนดิน จะถือวาเปนการจําหนาย สาธารณสมบัติของแผนดินที่ตองดําเนินการตราพระราชบัญญัติหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ กฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๘๔/๒๕๑๔ กรณีที่ทางราชการรังวัดออกโฉนดที่ดินสําหรับท ี่ ราชพัสดุคลาดเคล ื่ อนตอความ เปนจริง เชน รังวัดกันเอาที่ดินของเอกชนบางสวนมาเปนท ี่ ราชพัสดุการท ี่ จะนําที่ดินคืนแกเอกชน สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๗๘ จึงมิใชเปนการจําหนายที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน กรณีดังกลาวเปนการเพิกถอนหรือ แกไขโฉนดที่ดินท ี่ออกไปโดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมายซึ่งตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ กําหนดใหอธิบดีมีอํานาจเรียกโฉนดที่ดินหรือเอกสารท ี่ไดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หรือเอกสารท ี่ไดจดแจงรายการทะเบียนมาเพิกถอนหรือแกไขใหถูกตองไดไมจําเปนตอง ดําเนินการโดยตราเปนพระราชบัญญัติ ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินปฏิเสธคํารองขอของประชาชนที่ขอให เพิกถอนรายการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน โดยผูรองไดนําหลักฐานมาพิสูจนใหเห็นแลววาการจดทะเบียนน ั้นไมชอบดวยกฎหมาย คําส ั่ งของ เจาพนักงานที่ดินดังกลาวถือวาชอบดวยกฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๖๙/๒๕๔๗ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก ี่ ยวกับอสังหาริมทรัพยซึ่งไดมาโดยทางมรดก ตามมาตรา ๘๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปนการใชอํานาจตามกฎหมายของเจาหนาที่ที่มีผล เปนการสรางนิติสัมพันธขึ้นระหวางบุคคลในอันท ี่ จะกอ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมี ผลกระทบตอสถานภาพของสิทธิหรือหนาท ี่ ของบุคคล จึงเปนคําส ั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งการจดทะเบียนท ี่ ชอบดวย กฎหมายนอกจากจะตองดําเนินการถูกตองตามรูปแบบ ขั้นตอน และวิธีการอันเปนสาระสําคัญ ตามที่กําหนดไวในมาตราดังกลาว และกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความใน พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ แลว สาระของการจดทะเบียนคือ ขอเท็จจริงเก ี่ ยวกับสิทธิในการรับมรดกอสังหาริมทรัพยที่ขอจดทะเบียนน ั้ นจะตองชอบดวย กฎหมายดวย ดังนั้น เม ื่ อมีหลักฐานแสดงวาผูฟองคดีเปนบุตรของเจามรดก ยอมมีสิทธิไดรับ มรดกที่ดินที่พิพาทดวย การท ี่ ทายาทผูขอจดทะเบียนยืนยันตอพนักงานเจาหนาที่วา เจามรดกมี ทายาทผูมีสิทธิไดรับมรดกเพียงผูขอจดทะเบียนเทานั้น โดยไมไดแจงใหพนักงานเจาหนาท ี่ ทราบ วาผูฟองคดีก็เปนบุตรดวยจึงเปนขอเท็จจริงเก ี่ ยวกับทายาทผูมีสิทธิไดรับมรดกท ี่ไมถูกตอง ดังนั้น การท ี่ เจาพนักงานที่ดินดําเนินการจดทะเบียนใหไปตามที่ผูขอจดทะเบียนโอนมรดกแสดงหลักฐาน จึงเปนการจดทะเบียนท ี่ไมชอบดวยกฎหมาย เม ื่ อเจาพนักงานที่ดินจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ไปโดยไมชอบดวยกฎหมาย เจาพนักงานที่ดินมีหนาที่ดําเนินการตามหลักเกณฑและวิธีการ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๗๙ ที่กําหนดไวในมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินและกฎกระทรวงท ี่ เก ี่ ยวของ โดยตองรายงาน ขอเท็จจริงพรอมความเห็นและเหตุผลไปยังผูบังคับบัญชาตามลําดับจนถึงอธิบดีกรมที่ดิน หรือ รองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายเพ ื่ อดําเนินการแตงต ั้ งคณะกรรมการสอบสวนทําการสอบสวนตอไป การท ี่ไมดําเนินการดังกลาวกลับแจงใหทายาทที่รองขอใหเพิกถอนไปใชสิทธิทางศาล เปนการ กระทําท ี่ไมชอบดวยกฎหมายอันมีลักษณะเปนการสรางข ั้นตอนโดยไมจําเปนหรือสรางภาระให เกิดกับประชาชนเกินสมควรตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประเด็นปญหา การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนพิพาทเปน การออกโดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมายอันจะตองดําเนินการเพิกถอนหรือแกไขตาม มาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๙๖/๒๕๒๗ เม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏวาโฉนดที่ดินของผูรองทุกขบางสวนออกทับทางสาธารณประโยชน อธิบดีกรมที่ดินยอมมีอํานาจส ั่ งเพิกถอนหรือแกไขไดตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งกอนท ี่ จะมีการดําเนินการเพ ื่ อเพิกถอนโฉนดที่ดินนั้น กรมที่ดินไดแจงใหเจาพนักงานที่ดิน มีหนังสือแจงใหผูรองทุกขยินยอมใหมีการรังวัดกันเขตทางสาธารณประโยชนออก แลวแกไขรูป แผนท ี่ และเน ื้ อท ี่ในโฉนดที่ดินใหถูกตอง แตผูรองทุกขไมยินยอมและคัดคานภายในกําหนดเวลา ดังนั้น การท ี่ อธิบดีกรมที่ดินดําเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินจึงเปนการปฏิบัติไปตามขั้ นตอนของ กฎหมายแลว หมายเหตุ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาไดตั้งขอสังเกตประกอบการ พิจารณาส ั่ งการของนายกรัฐมนตรีวาการท ี่ อธิบดีกรมที่ดินไดสั่งการใหเพิกถอนโฉนดที่ดินพิพาท ทั้งที่มีเพียงบางสวนของโฉนดที่ดินดังกลาวเทาน ั้ นท ี่ ออกทับทางสาธารณประโยชนถือวาเปนการ ใชอํานาจเกินกวาท ี่ จะมี “เหตุผล” สนับสนุน ดังนั้น จึงเปนการใชอํานาจโดยไมชอบ เน ื่ องจาก มาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินไดใหอํานาจแกอธิบดีกรมที่ดินไวหลายประการ คือ เพิกถอน แกไข หรือออกใบแทนโฉนดที่ดิน กรณีนี้สมควรส ั่ งแกไขใหถูกตองไดการท ี่ เจาของที่ดิน (ผูรองทุกข) ไมยินยอมหรือไมใหความรวมมือในการรังวัดกันเขตทางสาธารณะออก ไมใชเหตุผลท ี่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๘๐ จะทําใหอธิบดีกรมที่ดินจะสามารถใชดุลพินิจส ั่ งการเพิกถอนโฉนดที่ดินเสียท ั้ งฉบับ ทั้งน ี้ในการ สั่งแกไขโฉนดที่ดินเพียงบางสวน อธิบดีกรมที่ดินมีวิธีการตามบทบัญญัติของกฎหมายอยูแลวท ี่ จะ ดําเนินการไดโดยพนักงานเจาหนาท ี่ สามารถเขาไปทําการรังวัดไดตามมาตรา ๖๖ แหงประมวล กฎหมายที่ดิน คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๕๗/๒๕๒๘ เม ื่อปรากฏวาที่ดินตามหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ของผูรองทุกขอยู ในเขตที่สาธารณประโยชนซึ่งทางราชการไดประกาศขึ้ นทะเบียนไวเปนท ี่ สงวนหวงหามสําหรับ เล ี้ ยงสัตวกอนที่ผูรองทุกขจะเขาครอบครอง ผูรองทุกขจึงไมมีสิทธิครอบครองที่ดินแตอยางใด ดังนั้น การออก น.ส. ๓ ดังกลาวยอมไมชอบดวยกฎหมาย ยอมตองถูกเพิกถอนตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน การปฏิบัติหนาท ี่ ของเจาหนาท ี่ ของรัฐที่ดําเนินการเพิกถอน น.ส. ๓ ดังกลาว จึงเปนการปฏิบัติไปตามอํานาจหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนด คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๙๓/๒๕๒๘ แมทางราชการจะตกลงโอนที่ดินท ี่เปนทางสาธารณประโยชนแลกเปลี่ ยนกับที่ดิน ของเอกชนเพ ื่ อนํามาจัดทําเปนถนนสาธารณประโยชนก็ตาม แตหากหนวยงานซ ึ่ งมีหนาท ี่ ตาม กฎหมายในการดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผนดินดังกลาวมิไดดําเนินการใหมีการถอนสภาพ หรือออกพระราชบัญญัติโอนที่ดินท ี่เปนทางสาธารณประโยชนใหแกเอกชนรายน ั้นใหถูกตองตาม มาตรา ๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่ มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท ี่ ๓๓๔ ลงวันท ี่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เสียกอน ทางสาธารณประโยชนดังกลาวยอมยังคงเปน สาธารณสมบัติของแผนดินและไมสามารถนําไปออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไดการออกหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินใหแกเอกชนโดยทับทางสาธารณประโยชนดังกลาวจึงเปนการออกหนังสือแสดง สิทธิในที่ดินท ี่ไมชอบดวยกฎหมาย ซึ่งตองแกไขหรือเพิกถอนตามมาตรา ๖๑ แหงประมวล กฎหมายที่ดิน และเพ ื่ อมิใหเกิดความเดือดรอนเสียหายดังกลาวแกเจาของหนังสือแสดงสิทธิใน ที่ดิน หากปรากฏวาเปนกรณีที่มีเพียงบางสวนของหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาวออกทับทาง สาธารณประโยชนก็ควรแกไขโดยกันรูปที่ดินสวนท ี่เปนทางสาธารณประโยชนออก หมายเหต ุขอเท็จจริงกรณีรองทุกขนี้ปรากฏวาอําเภอเมืองอุบลราชธานีไดออก หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เน ื้ อท ี่ประมาณ ๕๐ ตารางวาใหแกนาง ป. ทับทางเกวยนี สาธารณประโยชนที่อยูติดกับที่ดินของผูรองทุกขทําใหผูรองทุกขไมสามารถออกสูทางสาธารณะได ทั้งน ี้มีเหตุเน ื่ องมาจากการท ี่ ชาวบานและผูปกครองทองท ี่ไดรวมกันพัฒนาถนนในหมูบานโดยตัด ทางสายใหมซึ่งตองผานที่ดินของนาง ป. ชาวบานและผูปกครองทองที่จึงขอรองใหนาง ป.อุทิศ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๘๑ ที่ดินใหตัดถนนดังกลาว และไดตกลงยกที่ดินสวนท ี่เปนทางเกวียนเดิมใหเปนการตอบแทน ตอมา นาง ป. ไดไปขอออก น.ส. ๓ ก. โดยคลุมทางเกวียนพิพาทไปดวย ผูรองทุกขจึงรองทุกขขอความ เปนธรรมใหมีทางออกสูทางสาธารณประโยชนดวย ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขไดมี คําวินิจฉัยดังกลาวขางตน และในการนี้ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาไดตั้งขอสังเกตเพื่อ ประกอบการพิจารณาส ั่ งการของนายกรัฐมนตรีวา เร ื่ องรองทุกขกรณีนี้เปนเร ื่ องที่นาพิจารณาเปน พิเศษเพราะเปนกรณีที่มีความขัดแยงกันระหวาง “ประโยชนสาธารณะ” กับ “ประโยชนของ เอกชน” ที่ชัดแจงกลาวคือขอเท็จจริงปรากฏวาชาวบานไดขอรองใหนาง ป. แลกเปลี่ ยนที่ดินของ ตนกับทางเกวียนสาธารณะ ซึ่งมีเน ื้ อที่นอยกวา เพ ื่ อนํามาจัดทําเปนถนนสาธารณะสายใหม ในขณะที่ คณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขวินิจฉัยวา การออก น.ส. ๓ ก. ไมชอบดวยกฎหมาย เพราะออกทับทางสาธารณประโยชนซึ่งตองดําเนินการแกไขใหถูกตอง ทั้งน ี้ เพ ื่ อแกไขความ เดือดรอนของผูรองทุกข อยางไรก็ตาม ความเห็นดังกลาวก็ไมนาเปนอุปสรรคในการที่ ทางราชการ จะตราพระราชบัญญัติโอนที่ดินใหแกนาง ป. ทั้งน ี้โดยคํานึงถึง “ประโยชนสาธารณะ” ที่ไดจากถนน สายใหมและคํานึงถึง “สภาพที่ดินของผูรองทุกข” ที่ติดถนนอยูดานหน ึ่ งแลว คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๓๓/๒๕๔๑ ผูรองทุกขไดซื้อที่ดินพิพาทมาจากเจาของเดิมต ั้ งแตพ.ศ. ๒๕๐๔ แตตอมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ เจาของเดิมกลับทําหนังสือยอมอุทิศที่ดินพิพาทบางสวนใหสรางทางหลวง โดยผูรองทุกข มิไดรูเห็นยินยอมดวย และผูรองทุกขยังคงครอบครองที่ดินพิพาทตอเน ื่องมาโดยตลอด หนังสือ ยินยอมอุทิศที่ดินของเจาของเดิมยอมไมผูกพันผูรองทุกข ดังนั้น เม ื่ อผูรองทุกขไปขอรังวัดตรวจสอบ เน ื้ อท ี่ ตาม น.ส. ๓ และเปลี่ ยน น.ส. ๓ เปน น.ส. ๓ ก. ตามนัยมาตรา ๖๙ ทวิแหงประมวล กฎหมายที่ดิน การท ี่ เจาหนาท ี่ไดรังวัดกันเน ื้ อท ี่ บางสวนไวเพ ื่ อจัดทําทางหลวง และออก น.ส. ๓ ก. ใหผูรองทุกขโดยยึดถือตามหนังสืออุทิศที่ดินของเจาของเดิม เปนเหตุใหจํานวนเน ื้ อที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. ของผูรองทุกขขาดหายไป จึงเปนการออก น.ส. ๓ ก. โดยไมชอบดวยกฎหมายซึ่งจะตอง ดําเนินการแกไขใหถูกตองตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน คําวินิจฉัยกรณีอื่นๆ ที่นาสนใจ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๖๗/๒๕๔๕ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินจดทะเบียนแบงแยกที่ดินเปนการใชอํานาจตามกฎหมาย ที่มีผลเปนการสรางนิติสัมพันธขึ้นระหวางบุคคล จึงเปนคําส ั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๘๒ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เม ื่ อผูฟองคดีเห็นวาไมชอบดวย กฎหมายจึงไดมีหนังสือใหเพิกถอนการจดทะเบียนดังกลาว ถือไดวาผูฟองคดีไดอุทธรณคําสั่ง ทางปกครองตอเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) ตามมาตรา ๔๔ แหงพระราชบัญญัติเดียวกัน หากผูถูกฟองคดีเห็นดวยกับคําอุทธรณจะตองดําเนินการเพิกถอนหรือแกไขตามมาตรา ๖๑ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน แตถาไมเห็นดวยก็จะตองรายงานความเห็นพรอมเหตุผลไปยังผูมีอํานาจ พิจารณาคําอุทธรณตามมาตรา ๔๕ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เม ื่ อผูถูกฟองคดีไมเห็นดวยกับคําอุทธรณของผูฟองคดีแตกลับมีหนังสือปฏิเสธและ ใหไปใชสิทธิทางศาล จึงเปนคําวินิจฉัยอุทธรณที่ไมถูกตองตามมาตรา ๔๕ แหงพระราชบัญญัติ ดังกลาว ผูฟองคดียอมมีสิทธินําคดีมาฟองตอศาลได คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๖๙๐/๒๕๔๖ ผูถูกฟองคดีดํารงตําแหนงเจาพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา เปนเจาพนักงานที่ดิน ตามคําส ั่งกระทรวงมหาดไทย ที่๔๖๖/๒๕๒๒ ลงวันท ี่ ๖ มิถุนายน ๒๕๒๒ และเปนพนักงาน เจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน จึงมีอํานาจสอบสวนและเรียกหนังสือรับรอง การทําประโยชนที่ออกโดยคลาดเคลื่ อน หรือไมชอบดวยกฎหมายมาพิจารณา สรุปรายงานชี้ แจง เหตุที่คลาดเคล ื่ อน หรือไมชอบดวยกฎหมายไปยังผูมีอํานาจส ั่ งเพิกถอนหรือแกไขตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินไดเม ื่ อเหตุแหงการฟองคดีเกิดจากการที่ผูถูกฟองคดีใชอํานาจเรียก หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) จากผูฟองคดีมาพิจารณาดําเนินการเพ ื่ อเสนอ ความเห็นใหพนักงานเจาหนาที่ผูมีอํานาจตามกฎหมายพิจารณาส ั่ งเพิกถอนหรือแกไขตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เน ื่ องจากมีบางสวนออกทับท ี่ สาธารณสมบัติของแผนดิน โดยผูถูกฟองคดีไดเรียก น.ส. ๓ ก. ของผูฟองคดีมาพิจารณาต ั้ งแตปพ.ศ. ๒๕๔๕ ก็ยังดําเนินการ ไมแลวเสร็จ ประเด็นสําคัญแหงคดีนี้จึงเปนเร ื่ องกลาวหาวาผูถูกฟองคดีปฏิบัติหนาท ี่ในเรื่ อง ดังกลาวลาชาเกินสมควร การท ี่ศาลปกครองชั้ นตนกําหนดประเด็นวา ผูฟองคดีมีสิทธิครอบครอง ที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. พิพาทหรือไม โดยไมมีผูใดโตแยงเร ื่ องสิทธิครอบครองของผูฟองคดีและมีคําสั่ง ไมรับคําฟองในประเด็นน ี้ไวพิจารณา จึงเปนการไมชอบ สมควรเพิกถอนกระบวนพิจารณาของ ศาลปกครองชั้ นตน ตามขอ ๗ แหงระเบียบของท ี่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๘๓ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๖๓/๒๕๔๘ เม ื่ อศาลยุติธรรมมีคําพิพากษาถึงที่สุดวา ผูฟองคดีซึ่งเปนผูคัดคานการออก โฉนดที่ดินตามมาตรา ๖๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เปนผูมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทบางสวน ดีกวาผูขอออกโฉนดที่ดิน คําพิพากษาดังกลาวยอมมีผลผูกพันคูกรณีและเม ื่ อขอเท็จจริงปรากฏ วาผูขอออกโฉนดที่ดินไมไดเปนผูมีสิทธิครอบครองที่ดินบางสวน การท ี่ เจาพนักงานที่ดินออก โฉนดที่ดินใหไปเต็มพ ื้ นท ี่จึงเปนการออกไปโดยคลาดเคลื่ อน ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินหรือรองอธิบดีกรม ที่ดินท ี่ไดรับมอบหมายมีหนาที่ตองแกไขโฉนดที่ดินพิพาทใหถูกตองตามมาตรา ๖๑ แหงประมวล กฎหมายที่ดิน เม ื่ อผูฟองคดีนําคําพิพากษาไปแสดงตอเจาพนักงานที่ดินเพ ื่ อขอจดทะเบียนแบง ไดมาโดยการครอบครอง จึงเปนการแสดงความประสงคจะใหแกไขโฉนดที่ดินท ี่ออกโดย คลาดเคล ื่ อนดังกลาวและออกหนังสือสําคัญแสดงสิทธิในที่ดินใหแกผูฟองคดีซึ่งเจาพนักงานที่ดิน ชอบท ี่ จะเสนอตออธิบดีกรมที่ดินหรือรองอธิบดีกรมที่ดินท ี่ไดรับมอบหมายเพ ื่ อส ั่ งการตอไป การท ี่ เจาพนักงานที่ดินปฏิเสธคําขอและไมดําเนินการใดๆยอมเปนการละเลยตอหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมาย กําหนดใหตองปฏิบัติตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๒) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๔๕๐/๒๕๔๘ การที่ผูฟองคดีไดมีหนังสือรองขอใหอธิบดีกรมที่ดินและเจาพนักงานที่ดิน พิจารณาแกไขโฉนดที่ดินท ี่ออกโดยผิดพลาดคลาดเคล ื่ อนตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมาย ที่ดิน เชน จํานวนเน ื้ อท ี่ไมถูกตองและการระบุขางเคียงไมตรงตามที่ผูฟองคดีมีสิทธิครอบครอง หรือไมตรงตามหนังสือรับรองการทําประโยชนที่นํามาใชออกโฉนดที่ดิน เพ ื่อใหถูกตองเปนไปตาม ขอเท็จจริงและหลักฐานที่ดินเดิม แตไมไดรับแจงผลการพิจารณาตามหนังสือรองขอดังกลาว จึง ฟองขอใหศาลส ั่งใหอธิบดีกรมที่ดินดําเนินการแกไขโฉนดที่ดินตามมาตรา ๖๑ แหงประมวล กฎหมายที่ดิน กรณีดังกลาวเปนกรณีที่อธิบดีกรมที่ดินไมไดดําเนินการแจงผลการพิจารณาตาม หนังสือรองขอใหแกไขโฉนดที่ดิน อันเปนคดีพิพาทเก ี่ ยวกับการท ี่ เจาหนาท ี่ ของรัฐปฏิบัติหนาท ี่ ตามท ี่ กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติลาชาเกินสมควรตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๒) แหง พระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งตองย ื่นฟองคดีนี้ ภายในระยะเวลาตามมาตรา ๔๙ แหงพระราชบัญญัติดังกลาว คือภายใน ๙๐ วัน นับแตวันที่รู หรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดีหรือนับแตวันที่พนกําหนด ๙๐ วัน นับแตวันที่ผูฟองคดีไดมี หนังสือรองขอตออธิบดีกรมที่ดินเพ ื่อใหพิจารณาแกไขโฉนดที่ดินท ี่ออกโดยคลาดเคลื่ อนดังกลาว สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๘๔ และไมไดรับหนังสือช ี้ แจงผลการพิจารณา เม ื่ อผูฟองคดียื่นฟองคดีเม ื่ อพนระยะเวลาดังกลาวยอม เปนการย ื่นฟองคดีเม ื่ อพนระยะเวลาการฟองคดีศาลจึงไมอาจรับคําฟองไวพิจารณาได คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๓๔๔/๒๕๔๘ ขอเท็จจริงและคําวินิจฉัยทํานองเดียวกันกับคําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๔๕๐/๒๕๔๘ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๘๗๗/๒๕๔๘ เม ื่ อขอเท็จจริงไดความตามคําฟองวา เดิมนายก. เปนเจาของที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. เลขท ี่ ๒๔๑ เน ื้ อท ี่ ๒ ไร๓ งาน ๑๓ ตารางวา ตอมาพนักงานเจาหนาท ี่ไดแกไขเนื้ อท ี่เปน ๑๓ ไร ๑ งาน ๒๐ ตารางวา แลวจดทะเบียนแบงขายใหผูฟองคดี๕ ไรเศษ โดยออก น.ส. ๓ ก. แปลงแยก ในนามผูฟองคดีตอมาอธิบดีกรมที่ดินไดมีคําส ั่ งเพิกถอน น.ส. ๓ ก.ของผูฟองคดีเพิกถอนรายการ จดทะเบียนแบงขายและแกไขเนื้ อท ี่ ของ น.ส. ๓ ก. เลขท ี่ ๒๔๑ ใหกลับเปน ๒ ไร๓ งาน ๑๓ ตารางวาตามเดิม ผูฟองคดีจึงนําคดีมาฟองตอศาลปกครองโตแยงคําส ั่ งดังกลาวกรณีจึงเปน คดีพิพาทเก ี่ ยวกับการท ี่ เจาหนาท ี่ ของรัฐออกคําส ั่งโดยไมชอบดวยกฎหมาย ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เพราะคําส ั่ งท ี่ เพิกถอนรายการจดทะเบียนแบงขายที่ดิน และ น.ส. ๓ ก. ของผูฟองคดีโดยอางเหตุ แหงการเพิกถอนสืบเน ื่ องมาจากการกระทําท ี่ คลาดเคล ื่ อนของเจาหนาที่ที่สั่งแกไขเนื้ อท ี่ใน น.ส. ๓ ก. ฉบับเดิม ประเด็นพิพาทในคดีนี้จึงเกิดจากการกระทําของเจาหนาท ี่ ของรัฐโดยตรง คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๗๗๒/๒๕๔๙ มูลเหตุที่อธิบดีกรมที่ดินส ั่ งเพิกถอนหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) ฉบับที่พิพาท เน ื่ องมาจากมีการตรวจพบวามีการใชส.ค. ๑ ของที่ดินแปลงอื่ นท ี่ไดออก น.ส. ๓ ก. ไปแลว มาสวมแทน ส.ค. ๑ ของที่ดินแปลงพิพาท ฉะนั้น สาเหตุการเพิกถอนมิไดมีปญหาวา การครอบครองที่ดินชอบหรือไมจึงไมมีกรณีที่จะตองพิสูจนเก ี่ ยวกับสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท แตอยางใด หากแตเพิกถอนเพราะเอกสารหลักฐานท ี่ใชในการออก น.ส. ๓ ก. ไมชอบ กรณีพิพาท ที่ผูฟองคดีซึ่งเปนเจาของที่ดินโตแยงคําส ั่ งเพิกถอน น.ส. ๓ ก. และคําวินิจฉัยอุทธรณในคดีนี้ มีเพียงวาอธิบดีกรมที่ดิน (ผูถูกฟองคดีที่ ๑) ออกคําส ั่ งเพิกถอน น.ส. ๓ ก. โดยอางเหตุวา ส.ค. ๑ ที่ใชเปนหลักฐานในการออก น.ส. ๓ ก. เปน ส.ค. ๑ ของที่ดินแปลงอื่น เปนการชอบหรือไมจึงเปน คดีที่อยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหง พระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๘๕ คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๙๑๑/๒๕๔๙ การที่ผูฟองคดีฟองวาอธิบดีกรมที่ดินมีคําส ั่งใหเพิกถอนโฉนดที่ดินของผูฟองคดี ซึ่งเปนโฉนดที่ดินท ี่ออกโดยอาศัยหลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) เลขท ี่ ๘๑๖/๓๒๓ โดยใหเหตุผลในการเพิกถอนวา ไดออกไปโดยไมตรงตามหลักฐานที่ดินเดิม และทับที่ดินตาม หลักฐานหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เลขท ี่ ๘๒๙/๓๒๓ เปนการกระทําท ี่ไมชอบ ดวยกฎหมายขอใหอธิบดีกรมที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) ยกเวนคารังวัดที่ดินเพ ื่อออกโฉนดที่ดินใหมและ ขอความเปนธรรมกรณีโฉนดที่ดินถูกเพิกถอน ถือวาเปนคดีพิพาทเก ี่ ยวกับการท ี่ หนวยงาน ทางปกครองหรือเจาหนาท ี่ ของรัฐกระทําการโดยไมชอบดวยกฎหมาย ไมวาจะเปนการออกกฎ คําสั่ง หรือการกระทําอ ื่นใดตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดต ั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แมการท ี่ ศาลจะวินิจฉัยวา คําส ั่ งท ี่เปนเหตุแหงการฟองคดี ชอบดวยกฎหมายหรือไมศาลจําตองวินิจฉัยใหไดความยุติวา ที่ดินตามโฉนดที่ดินของผูฟองคดี เปนที่ดินแปลงเดียวกับ น.ส. ๓ เลขท ี่ ๘๑๖/๓๒๓ หรือเปนที่ดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก.เลขท ี่ ๘๒๙/๓๒๓ แตเหตุเพียงเทาน ี้ หาอาจถือไดวาคดีนี้เปนคดีพิพาทเก ี่ ยวกับสิทธิในที่ดินอันอยูใน อํานาจของศาลยุติธรรมไม คําส ั่งศาลปกครองสูงสุดท ี่ ๑๖๗/๒๕๕๐ คดีที่ฟองขอใหเพิกถอนคําส ั่ งของอธิบดีกรมที่ดินท ี่ใชอํานาจตามมาตรา ๖๑ แหง ประมวลกฎหมายที่ดินส ั่ งแกไขรายการจดทะเบียนแบงกรรมสิทธ ิ์รวมและโฉนดที่ดินแปลงแยก โดยใหเหตุผลในการออกคําส ั่ งวา ผูฟองคดีขอแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมที่ดินพิพาท ทั้งในฐานะที่ผูฟองคดี มีชื่อถือกรรมสิทธ ิ์เปนสวนตัวและในฐานะเปนผูจัดการมรดกของเจาของรวม อันเปนกรณีที่ถือไดวา ผูฟองคดีเปนผูมีสวนไดเสียเปนปฏิปกษตอกองมรดกที่ตองหามทํานิติกรรมตามมาตรา ๑๗๒๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยนั้น เปนกรณีที่ศาลจะตองวินิจฉัยใหเปนที่ยุติกอนวาการ จดทะเบียนแบงกรรมสิทธ ิ์ รวมดังกลาว เปนกรณีที่ถือวาผูฟองคดีเปนผูมีสวนไดเสียเปนปฏิปกษตอ กองมรดกที่ตองหามทํานิติกรรมตามมาตรา ๑๗๒๒ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย หรือไมศาลจึงจะวินิจฉัยไดวาคําส ั่ งของอธิบดีกรมที่ดินดังกลาวชอบดวยกฎหมายหรือไม ประเด็น หลักแหงคดีจึงเปนเร ื่ องเก ี่ ยวเน ื่ องกับสิทธิในทรัพยสินอันเปนกองมรดกของเจามรดกซ ึ่งเปน ขอพิพาทเก ี่ ยวกับการจัดการมรดกอันอยูในอํานาจพิจารณาของศาลยุติธรรม คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๘๕๗/๒๕๒๙ (อางแลวในมาตรา ๖๐) สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๘๖ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๕๗๐๙/๒๕๓๓ พนักงานเจาหนาที่ที่เปนผูรับผิดชอบและมีอํานาจออกใบจอง หนังสือรับรองการ ทําประโยชนและจดทะเบียนนิติกรรมซ ื้ อขายที่ดินในเขตทองที่ที่รับผิดชอบ ยอมจะตองทราบดีวา ที่ดินแปลงใดเปนที่ดินรกรางวางเปลา ที่ดินแปลงใดมีการครอบครองจนไดสิทธิครอบครองแลว เม ื่อไดรวมกันดําเนินการจัดที่ดิน ออกใบจอง และหนังสือรับรองการทําประโยชนทับที่ดินที่ผูอื่น มีสิทธิครอบครองอยูและจดทะเบียนนิติกรรมขายที่ดินดังกลาวใหแกผูอื่นตอไปอีกยอมถือไดวาเปน การโตแยงสิทธิของผูมีสิทธิครอบครองที่ดินท ี่ แทจริง ผูนั้นมีสิทธิฟองคดีตอศาลไดผูมีสิทธิ ครอบครองรายดังกลาวจึงมีอํานาจฟองพนักงานเจาหนาท ี่ไดโดยไมจําตองฟงผลคําพิพากษาใน อีกคดีหน ึ่ งวาใครเปนผูมีสิทธิครอบครองที่พิพาท เม ื่ อขอเท็จจริงรับฟงไดวา การออกหนังสือรับรองการทําประโยชนทับที่ดินของ ผูอื่นบางสวน อันเปนการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินท ี่ไมชอบดวยกฎหมายเฉพาะสวนที่ทับกัน เทานั้น ซึ่งสามารถทําการแกไขใหถูกตองตามความเปนจริงไดโจทกไมมีอํานาจขอใหเพิกถอน ใบจองและหนังสือรับรองการทําประโยชนทั้งฉบับ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๗๕๙๗/๒๕๓๘ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไปตามคําขอของคูกรณีเปน การกระทําไปตามอํานาจหนาท ี่ เม ื่อปรากฏวาการจดทะเบียนดังกลาวเปนการฉอฉลโจทกผูที่ โตแยงสิทธิของโจทกก็คือคูกรณีที่ขอจดทะเบียน โจทกยอมฟองคูกรณีในการจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมดังกลาวไดโดยไมตองฟองเจาพนักงานที่ดิน เพราะเม ื่อปรากฏวาการจดทะเบียนเปนการ คลาดเคล ื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมาย และศาลมีคําพิพากษาหรือคําส ั่ งถึงที่สุดใหเพิกถอนหรือ แกไขอยางใดแลว พนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ ยอมมีหนาท ี่ จะตองดําเนินการตาม คําพิพากษาหรือคําส ั่ งน ั้ นตามวิธีการท ี่ อธิบดีกําหนด ทั้งน ี้ ตามมาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมาย ที่ดิน คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๙๐๕๗/๒๕๓๙ กรณีโจทกฟองวาจําเลยนําที่ดินของโจทกไปออกโฉนดที่ดินโดยแจงความเท็จตอ เจาพนักงานจนหลงเช ื่ อแลวออกโฉนดที่ดินใหจําเลยขอใหเพิกถอนโฉนดที่ดินพิพาทนั้น แมประมวล กฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ วรรคหนึ่ง (๒) จะใหผูวาราชการจังหวัดมีอํานาจเพิกถอนโฉนดที่ดินท ี่ ออก โดยไมชอบดวยกฎหมายก็มิไดหมายความวาเฉพาะผูวาราชการจังหวัดเทาน ั้ นที่สั่งเพิกถอนโฉนด ที่ดินท ี่ออกโดยไมชอบดวยกฎหมายไดคูกรณีมีสิทธิดําเนินคดีทางศาล เพ ื่อใหศาลพิพากษาหรือมี สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๘๗ คําส ั่ งเพิกถอนการออกโฉนดที่ดินโดยไมชอบดวยกฎหมายไดอีกท ั้ งตามคําขอทายฟองโจทกขอให เพิกถอนโฉนดที่ดินพิพาท มิไดมีคําขอใหผูวาราชการจังหวัดเพิกถอนการออกโฉนดที่ดิน จึงมิใช คําขอที่บังคับแกบุคคลภายนอกที่มิไดเปนคูความในคดีแตเปนกรณีขอใหศาลมีคําพิพากษาหรือ คําส ั่ งเพิกถอนการออกโฉนดที่ดิน โจทกจึงมีอํานาจฟองไดเองโดยไมตองฟองผูวาราชการจังหวัด หรือเจาหนาที่ที่เก ี่ ยวของเปนคูความดวย คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๓๘๖/๒๕๔๑ ผูเปนเจาของกรรมสิทธิ์ที่ดินยอมมีสิทธิขอใหพนักงานเจาหนาที่ผูมีอํานาจแกไข โฉนดที่ดินของตนท ี่ไดออกไปโดยคลาดเคลื่อนใหถูกตองตามความเปนจริงไดตามมาตรา ๖๑ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน โดยไมมีกําหนดอายุความ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๗๙/๒๕๔๒ จําเลยท ี่ ๒ ในฐานะผูวาราชการจังหวัดซ ึ่งเปนพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจสั่ง เพิกถอนโฉนดที่ดินท ี่ไดออกโดยคลาดเคลื่ อนหรือไมชอบดวยกฎหมายในเขตจังหวัดตามประมวล กฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ (๒) การเพิกถอนโฉนดที่ดินพิพาทจึงอยูในอํานาจหนาท ี่ ของจําเลยท ี่ ๒ เม ื่อโจทกมีหนังสือรองขอใหจําเลยท ี่ ๒ ในฐานะพนักงานเจาหนาที่สั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินท ี่ ออกทับ ที่ดินพิพาทของโจทกแตจําเลยท ี่ ๒ ไมดําเนินการใหยอมถือไดวาสิทธิของโจทกถูกจําเลยท ี่ ๒ โตแยงแลว โจทกจึงมีอํานาจฟองจําเลยท ี่ ๒ ได คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๕๔๔/๒๕๔๒ โจทกเปนผูมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท แตไดมีการออก น.ส. ๓ ก. ของที่ดิน พิพาทวาจําเลยท ี่ ๑ ถึงท ี่ ๕ เปนผูครอบครองและไดทําประโยชนในที่ดินพิพาทแลวการออก น.ส. ๓ ก. ดังกลาวจึงไมชอบและคลาดเคล ื่อนจากความเปนจริงซึ่งอาจถูกเพิกถอนไดโดยพนักงานเจาหนาท ี่ ผูมีอํานาจตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ เม ื่ อจําเลยท ี่ ๑ ถึงท ี่ ๕ ไมมีสิทธิครอบครองใน ที่ดินพิพาท จําเลยท ี่ ๖ ผูรับโอนสิทธิตอจากจําเลยท ี่ ๑ ถึงท ี่ ๕ จึงไมมีสิทธิดีกวาจําเลยท ี่ ๑ ถึงท ี่ ๕ และจําเลยท ี่ ๗ ผูรับโอนสิทธิครอบครองจากจําเลยท ี่ ๖ ในที่ดินพิพาทก็ยอมไมมีสิทธิดีกวาจําเลย ที่ ๖ ซึ่งเปนผูโอน คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๗๖๗๒/๒๕๔๔ ที่ดินเฉพาะสวนที่พิพาทเปนของจําเลยการท ี่โจทกนําเจาพนักงานที่ดินรังวัดออก โฉนดรวมเอาที่ดินสวนที่พิพาทเขาไปดวยยอมเปนการไมชอบดวยกฎหมาย ศาลฎีกามีอํานาจ เพิกถอนโฉนดที่ดินเฉพาะที่ทับที่ดินสวนที่พิพาทไดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ จําเลย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๘๘ มีสิทธิที่จะไปดําเนินการออกโฉนดที่ดินไดตอไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดไวในประมวล กฎหมายที่ดิน คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๒๕๙๙/๒๕๔๖ การที่จําเลยไมมีสิทธิครอบครองที่ดินแตเปนการครอบครองแทนโดยอาศัยสิทธิ ของโจทกและนําที่ดินท ี่ อยูในความครอบครองของโจทกไปขอออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เปนการกระทําท ี่ไมชอบดวยกฎหมาย ศาลมีอํานาจส ั่งใหเพิกถอนไดตามประมวล กฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ คําพิพากษาฎีกาท ี่ ๑๕๖๔/๒๕๔๘ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ วรรคหนึ่ง ใหอธิบดีกรมที่ดินหรือรองอธิบดีซึ่ง อธิบดีมอบหมายใชอํานาจบริหารในการเพิกถอนหรือแกไขโฉนดที่ดินซ ึ่งออกโดยคลาดเคลื่ อน ไมชอบดวยกฎหมายไดเม ื่ อคดีมาสูศาลและศาลเห็นวาโฉนดที่ดินออกโดยคลาดเคลื่ อน มาตรา ๖๑ วรรคแปด ไดกําหนดวิธีการใหเจาพนักงานที่ดินดําเนินการตามคําพิพากษาถึงที่สุดไวแลว ศาลไม จําตองพิพากษาบังคับใหคูความไปดําเนินการขอรังวัดแบงแยกโฉนดที่ดินอีก ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๑/๒๕๓๓ ตามท ี่ มาตรา ๖๑ แหงประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติใหอธิบดีกรมที่ดินหรือ ผูวาราชการจังหวัดมีอํานาจส ั่ งเพิกถอน แกไข หรือออกใบแทนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทํา ประโยชนที่ไดจดทะเบียนหรือจดแจงเอกสารรายการไปโดยคลาดเคลื่ อน หรือไมชอบดวยกฎหมายได โดยใหมีการสอบสวนและแจงใหผูมีสวนไดเสียทราบเพ ื่อใหโอกาสคัดคานนั้น แสดงใหเห็นวา การจะแกไข หรือยกเลิกเพิกถอนเอกสารท ี่เปนเอกสารมหาชน เชน โฉนดที่ดินจะกระทําไดก็ตอเมื่อ มีกฎหมายบัญญัติไวโดยชัดแจง หาใชเปนอํานาจของพนักงานเจาหนาท ี่ หรือของนายทะเบียน โดยลําพังท ี่ จะทําการเพิกถอนการจดทะเบียนใดๆ ที่ตนไดกระทําลงไปแลวไดไมเพราะเอกสาร มหาชนดังกลาว เม ื่ อเจาหนาท ี่ไดจัดทําข ึ้ นหรือรับรองความถูกตองแลวตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๒๗ ใหสันนิษฐานไวกอนวาเปนของแทจริงและถูกตอง คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๗๒/๒๕๓๗ การท ี่ เจาพนักงานที่ดินมีหนังสือแจงใหผูรองทุกขซึ่งเปนผูครอบครองที่ดินตาม หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินซ ึ่ งออกทับท ี่สาธารณประโยชนสงมอบหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาว ฉบับเจาของที่ดินเพ ื่อประกอบการเพิกถอนหรือแกไขใหถูกตองตอไป ตามนัยมาตรา ๖๑ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน อันเปนข ั้ นตอนการดําเนินการสอบสวนพยานหลักฐาน เรียกหนังสือแสดง สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๘๙ สิทธิในที่ดินมาทําการตรวจสอบ เพ ื่ อพิจารณาสรุปรายงานชี้ แจงเหตุที่คลาดเคล ื่ อนหรือไมชอบ ดวยกฎหมายไปยังผูมีอํานาจหนาที่ทําการเพิกถอนหรือแกไขตอไป ซึ่งยังไมเปนการแนนอนวา ผูมี อํานาจหนาที่สั่งเพิกถอนหรือแกไขจะพิจารณาเปนประการใด ในชั้ นนี้จึงยังไมอาจถือวาผูรองทุกข เปนผูไดรับความเดือดรอนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดรอนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเล ี่ยงได จากการกระทําของเจาหนาท ี่ ของรัฐที่ขัดหรือไมถูกตองตามกฎหมาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๙๐ มาตรา ๖๒ บรรดาคดีที่เกิดข ึ้ นเก ี่ ยวดวยเร ื่ องกรรมสิทธิ์ที่ดินท ี่ไดออก โฉนดที่ดินแลว เม ื่ อศาลพิจารณาพิพากษาคดีถึงที่สุดแลว ใหศาลแจงผลของคําพิพากษา อันถึงที่สุดหรือคําส ั่ งน ั้ นตอเจาพนักงานที่ดินแหงทองที่ซึ่งที่ดินน ั้ นต ั้ งอยูดวย ไมพบคําวินิจฉัยท ี่ เก ี่ ยวของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๙๑ มาตรา ๖๓ โฉนดที่ดินของผูใดเปนอันตราย ชํารุด สูญหายดวยประการใด ใหเจาของมาขอรับใบแทนโฉนดที่ดินน ั้นได เม ื่อไดออกใบแทนไปแลว โฉนดที่ดินเดิมเปนอันยกเลิก เวนแตศาลจะสั่ง เปนอยางอื่น สําหรับการขอใบแทนใบจอง หนังสือรับรองการทําประโยชนหรือใบไตสวน ใหนําความดังกลาวขางตนมาใชบังคับโดยอนุโลม ประเด็นปญหา การท ี่ เจาพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจาหนาที่มีคําส ั่งใหออก ใบแทนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนที่พิพาทเปนคําส ั่ งท ี่ ชอบดวยกฎหมายหรือไม มีคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ดังน ี้ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๑๑๓/๒๕๔๙ กรณีที่ผูมีสิทธิจดทะเบียนตามคําพิพากษาของศาลมาย ื่ นคําขอออกใบแทน หนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓) ฉบับพิพาทตอเจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) เพ ื่ อขอจด ทะเบียนแบงไดมาโดยการครอบครองตามคําพิพากษาศาล เพราะไมไดน.ส. ๓ ฉบับพิพาทมา ถือวาเปนการขอออกใบแทนหนังสือรับรองการทําประโยชนกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุด เก ี่ ยวกับ น.ส. ๓ ฉบับพิพาท ตามมาตรา ๖๓ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับขอ ๑๒ และ ขอ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๑) (๓) และวรรคสอง ของกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังนั้น การท ี่ เจาพนักงานที่ดิน (ผูถูกฟองคดี) รับคําขอออกใบแทน น.ส. ๓ ฉบับพิพาท แลวดําเนินการออกประกาศการขอออก ใบแทนมีกําหนดสามสิบวันแลวนําประกาศไปปดในสถานที่ ตามที่กําหนดในขอ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๑) ของกฎกระทรวงฉบับดังกลาวครบถวนตามหลักฐานรายงานการปดประกาศดังกลาว ซึ่งตาม กฎหมายไมมีขอกําหนดใหตองแจงใหผูฟองคดีซึ่งมีชื่อเปนเจาของที่ดินตาม น.ส. ๓ ที่พิพาททราบ เม ื่ อครบกําหนดระยะเวลาการประกาศ ไมมีผูคัดคานการขอออกใบแทนดังกลาว ผูถูกฟองคดียอม มีอํานาจลงลายมือช ื่อออกใบแทน น.ส. ๓ ฉบับเจาของที่ดินใหแกผูขอไดตามขอ ๑๘ ของ กฎกระทรวงฉบับเดียวกัน ดังนั้น การที่ผูถูกฟองคดีมีคําส ั่งออกใบแทน น.ส. ๓ ฉบับพิพาทได ดําเนินการโดยถูกตองตามข ั้ นตอนและวิธีการอันเปนสาระสําคัญสําหรับการออกใบแทนและ ผูถูกฟองคดีมีอํานาจในการออกใบแทนตามบทกฎหมายดังกลาวแลว จึงเปนคําส ั่ งท ี่ ชอบดวย กฎหมาย สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๙๒ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดท ี่ อ.๒๙๕/๒๕๔๙ ในการดําเนินการออกใบแทนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เจาหนาท ี่ ของรัฐที่มี อํานาจหนาท ี่ จะตองดําเนินการสอบสวนและตรวจสอบโดยละเอียดถึงความมีอยูของตนฉบับ เอกสารดังกลาว โดยควรเรียกเจาของที่ดินมาสอบปากคําเพ ื่ อยืนยันวาตนฉบับเอกสารฉบับ สํานักงานที่ดินยังคงใชเปนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอยู สําหรับกรณีพิพาทในคดีนี้แมการออก ใบแทนหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. ๓ ก.) เจาหนาท ี่ ของกรมที่ดินจะไดดําเนินการตาม ขั้นตอนท ี่ กฎหมายกําหนดโดยครบถวนแลวก็ตาม แตการออกใบแทนดังกลาวเจาหนาที่มิได สอบสวนตรวจสอบโดยละเอียดถึงความมีอยูของตนฉบับ น.ส. ๓ ก. ฉบับเดิม ตลอดจนไมไดเรียก ผูมีชื่อเปนเจาของ น.ส. ๓ ก. มาสอบปากคําเพ ื่ อยืนยันวาตนฉบับ น.ส. ๓ ก. ฉบับเดิมยังคงมี สภาพเปนเอกสารสิทธิของที่ดินอยู โดยไดออกใบแทน น.ส. ๓ ก.พรอมท ั้งไดจดทะเบียนโอนที่ดิน ตาม น.ส. ๓ ก.ดังกลาวใหแกผูซื้อที่ดินไดจากการขายทอดตลาดไป ตอมาภายหลังจึงปรากฏ ขอเท็จจริงวา เจาของที่ดินเดิมไดนํา น.ส. ๓ ก.ไปออกเปนโฉนดที่ดินและขายใหแกผูอื่นไปกอน หนาน ั้ นแลว เปนเหตุใหผูซื้อที่ดินไดจากการขายทอดตลาดไมไดสิทธิในที่ดิน ฉะนั้น การออก ใบแทน น.ส. ๓ ก.ที่พิพาทจึงถือไมไดวาเจาหนาท ี่ไดกระทําการโดยชอบดวยกฎหมาย ซึ่งการ กระทําดังกลาวเกิดจากความประมาทเลินเลอของเจาหนาท ี่ ของกรมที่ดิน และทําใหผูฟองคดีซึ่ง เปนผูซื้อที่ดินไดจากการขายทอดตลาดไดรับความเสียหาย กรมที่ดินในฐานะหนวยงานตนสังกัด จึงตองรับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนตอผูฟองคดีในผลแหงการละเมิดท ี่ เจาหนาท ี่ของตนไดกระทํา ในการปฏิบัติหนาท ี่โดยประมาทเลินเลอตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด ของเจาหนาท ี่ พ.ศ. ๒๕๓๙ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๙๓ มาตรา ๖๔ ถาโฉนดที่ดินฉบับสํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขา เปนอันตราย ชํารุด สูญหาย ใหเจาพนักงานที่ดินมีอํานาจเรียกโฉนดที่ดินฉบับเจาของที่ดิน มาพิจารณาแลวจัดทําข ึ้นใหมโดยอาศัยหลักฐานเดิมได (ความในมาตรา ๖๔ เดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติแกไข เพ ิ่ มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท ี่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ และใหใชความตอไปนี้ แทน) มาตรา ๖๔ ถาโฉนดที่ดิน ใบไตสวน หนังสือรับรองการทําประโยชนหรือ ใบจอง ฉบับสํานักงานที่ดินเปนอันตราย ชํารุด สูญหาย ใหพนักงานเจาหนาท ี่ ตามมาตรา ๗๑ มีอํานาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาวจากผูมีสิทธิในที่ดินมาพิจารณาแลว จัดทําข ึ้นใหม โดยอาศัยหลักฐานเดิมได ไมพบคําวินิจฉัยท ี่ เก ี่ ยวของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๙๔ หมวด ๕ การรังวัดที่ดิน มาตรา ๖๕ การรังวัดเพ ื่อออกโฉนดที่ดิน ใหเปนไปตามหลักเกณฑและ วิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงท ี่ออกตามความในมาตรา ๖๕ นี้คือ กฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๖ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแกไข เพ ิ่ มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท ี่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๔๔) ฯลฯกําหนดไวดังตอไปนี้ ขอ ๑ การรังวัดทําแผนท ี่ เพ ื่อออกโฉนดที่ดิน ใหกระทําได๒ วิธีคือ (๑) แผนที่ชั้นหนึ่งกระทําโดยการใชกลองธีโอโดไลทและเคร ื่ องมือวัดระยะโยงยึด หลักเขตวัดงามมุม ภาคของทิศ หรือใชกลองสํารวจแบบประมวลผล หรือการรังวัดดวยเคร ื่ องรับ สัญญาณดาวเทียมหรือดวยเคร ื่ องมือสํารวจประเภทอื่ นที่มีความละเอียดถูกตองไมต่ํากวาเกณฑ มาตรฐานท ี่ กรมที่ดินกําหนด โดยคํานวณเปนคาพิกัดฉากสืบเน ื่ องจากหมุดหลักฐานแผนท ี่ ของ กรมที่ดิน และคํานวณพ ื้ นท ี่โดยวิธีคณิตศาสตรจากคาพิกัดฉากของแตละมุมเขต (๒) แผนที่ชั้นสอง ซึ่งใชแผนท ี่ระวางเปนหลัก กระทําโดยใชวิธีวัดระยะเปน มุมฉาก หรือวัดระยะสกัดเปนรูปสามเหลี่ ยมจากเสนหมุดหลักฐานโครงงานแผนที่ หรือโดยวิธีจาก รูปถายทางอากาศ และคํานวณเน ื้ อท ี่โดยวิธีคณิตศาสตรหรือโดยมาตราสวน ที่ดินบริเวณใดควรกระทําโดยวิธีใด ใหอธิบดีกําหนด ขอ ๒ ที่ดินในแผนระวางที่ออกโฉนดที่ดินซ ึ่ งทําการรังวัดเพ ื่อออกโฉนดที่ดิน ไวแลวโดยวิธีแผนที่ชั้นหน ึ่ งหรือโดยวิธีแผนที่ชั้นสอง เม ื่ อมีความจําเปนตองรังวัดใหม ใหทําการ รังวัดโดยมีมาตรฐานเทาเดิมหรือดีกวา ขอ ๓ เพ ื่อใหเสนเขตที่ดินที่ทําการรังวัดเปนเสนตรงไมคดไปคดมา ใหเจาของ ที่ดินท ั้งสองฝายทําความตกลงกําหนดเสนเขตเสียใหมใหเปนเสนตรงเสนเดียวหรือหลายเสนตอ กันไดเม ื่ อตกลงกันประการใด ใหพนักงานเจาหนาที่ทําการรังวัดไปตามนั้น ไมพบคําวินิจฉัยท ี่ เก ี่ ยวของ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง
๙๕ มาตรา ๖๖ เพ ื่อประโยชนแกการรังวัด ใหพนักงานเจาหนาท ี่ และคนงานมี อํานาจ เขาไปในที่ดินของผูมีสิทธิในที่ดิน หรือผูครอบครองในเวลากลางวันไดแตจะตอง แจงใหผูมีสิทธิในที่ดินทราบเสียกอน และใหผูมีสิทธิในที่ดินหรือผูครอบครองที่ดินนั้น อํานวยความสะดวกตามควรแกกรณี ในกรณีตองสรางหมุดหลักฐานการแผนท ี่ในที่ดินของผูใด ใหพนักงาน เจาหนาที่มีอํานาจสรางหมุดหลักฐานลงไดตามความจําเปน ในการรังวัด เม ื่ อมีความจําเปนและโดยสมควร พนักงานเจาหนาที่มี อํานาจท ี่ จะ ขุดดิน ตัด รานก ิ่งไมหรือกระทําการอยางอ ื่ นแกสิ่งที่กีดขวางแกการรังวัดได เทาที่จําเปน ทั้งน ี้ใหระลึกถึงการท ี่จะใหเจาของไดรับความเสียหายนอยที่สุด ประเด็นปญหา ในการรังวัดตรวจสอบที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน พนักงานเจาหนาที่มีอํานาจเขาไปในที่ดินของบุคคลอ ื่ นหรือไม มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ กฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) และคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขดังน ี้ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาท ี่ ๑๙๙/๒๕๑๙ อํานาจหนาท ี่ ของหนวยงานหรือเจาหนาท ี่ ของรัฐในการดูแลรักษาและดาเนํนการิ คุมครองปองกันที่ดิน อันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน หมายความรวมถึงการท ี่จะปองกันมิให บุคคลใดมาบุกรุกที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินไดการท ี่ จะทราบวา มีบุคคลใดบุกรุก ที่ดินหรือไม ผูดูแลรักษาจะตองทราบเขตที่ดินสาธารณสมบัติของแผนดินท ี่ แนนอนเสียกอน จึงมี สิทธิและหนาที่ที่จะขอใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการตรวจสอบเขตที่ดินไดสวนการท ี่ เจาพนักงานที่ดินจะดําเนินการรังวัดเพ ื่ อตรวจสอบที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินโดยวิธีใด นั้น ยอมเปนทางปฏิบัติของเจาพนักงานที่ดินเอง เพราะบางกรณีการรังวัดตรวจสอบเขตที่ดินอาจ ทําไดโดยการรังวัดเฉพาะที่ดินที่ตองการรังวัด แตบางกรณีก็อาจจําเปนตองตรวจสอบไปถึงที่ดิน ขางเคียงเพ ื่ อความถูกตองดวยได ทั้งน ี้ เจาพนักงานที่ดินมีสิทธิในการที่ จะเขาไปในที่ดินของ บุคคลอ ื่ นตามมาตรา ๖๖ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และเรียกผูมีสิทธิในที่ดินขางเคียงมาระวัง แนวเขตหรือมาใหถอยคําหรือสงเอกสารตามมาตรา ๗๐ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ไดอยูแลว คําวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยรองทุกขที่ ๑๓๘/๒๕๔๓ ในกรณีที่มีความจําเปนตองทําการรังวัดที่ดินหรือทางสาธารณะเพ ื่ อตองการ ทราบวามีการบุกรุกที่ดินหรือทางสาธารณะดังกลาวหรือไม ในทางปฏิบัติพนักงานเจาหนาท ในการ ี่ สํานักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สํานักงานศาลปกครอง