The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jamemeeja007, 2022-06-21 01:34:47

โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี

โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี

คำนำ

โครงสรางรายวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ฉบับนี้ไดจัดทำขึ้นในการจัดการเรียนการสอนนักเรียนระดับ
มธั ยมศึกษาปที่ 1 และมัธยมศึกษาปท่ี 4 ในปการศึกษา 2565 โดยใชตวั ช้วี ัดและสาระ การเรียนรูแกนกลาง กลุม
สาระการเรียนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕61 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 เปน กรอบและทศิ ทางในเขียนโครงสรางเวลาเรียนของรายวิชาวิทยาศาสตรเปน แนวทาง
ในการจัดทำ

ดังนั้นผูจัดทำหวังเปนอยางยิ่งวาโครงสรางรายวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีของขาพเจาฉบับน้ี
จะเกดิ ประโยชนตอ บคุ คลท่ีตอ งการนำไปสกู ารปฏิบัติการสอนไดอยางมปี ระสิทธิภาพ

ผูจ ัดทำ
นายนธิ ิศ จติ รจักร

สารบัญ หนา
1
เรื่อง 2
ประมวลรายวิชา ( Course Syllabus )ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1 เทอม 1 ๓
คำอธิบายรายวิชาชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ 1 เทอม 1 ๕
สาระ/มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 1 เทอม 1 ๑๖
โครงสรางรายวิชาชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1 เทอม 1 ๑๗
ประมวลรายวิชา ( Course Syllabus )ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 1 เทอม 2 ๑๘
คำอธบิ ายรายวิชาชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 1 เทอม 2 ๑๙
สาระ/มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัดชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 1 เทอม 2 ๓๑
โครงสรางรายวิชาช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 เทอม 2 ๓๒
ประมวลรายวชิ า ( Course Syllabus )ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 4 เทอม 1 ๓๓
คำอธิบายรายวิชาช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 4 เทอม 1 ๓๔
สาระ/มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 4 เทอม 1 ๕๑
โครงสรางรายวิชาช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 4 เทอม 1 ๕๒
ประมวลรายวชิ า ( Course Syllabus )ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 เทอม 2 ๕๓
คำอธิบายรายวิชาช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 4 เทอม 2 ๕๔
สาระ/มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 4 เทอม 2 ๖๗
โครงสรา งรายวชิ าชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 เทอม 2 ๖๘
ประมวลรายวชิ า ( Course Syllabus ) เพ่ิมเติม ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 4 เทอม 1 ๖๙
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 4 เทอม 1 ๗0
สาระ/ผลการเรียนรู ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 4 เพ่มิ เติม เทอม 1 ๗๙
โครงสรา งรายวิชาเพิ่มเตมิ ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 เทอม 1 ๘0
ประมวลรายวชิ า ( Course Syllabus ) เพม่ิ เตมิ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 เทอม 2 ๘๑
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 เทอม 2 ๘๒
สาระ/ผลการเรียนรู ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 เพมิ่ เติม เทอม 2
โครงสรา งรายวชิ าเพม่ิ เติม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 เทอม 2







โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 47 จังหวดั เพชรบรุ ี

ประมวลรายวิชา ( Course Syllabus )

**************************************************

1. ชื่อวิชา วทิ ยาศาสตร

2. สถานภาพวิชารหสั วิชา วชิ าพน้ื ฐาน

3. รหสั วชิ า ว 21101

4. จำนวนหนว ยกติ 1.5

5. จำนวนชวั่ โมง / สปั ดาห 3

6. เวลาเรียน 60 ชวั่ โมง / ภาคเรียน

7. ภาคเรียนที่ 1

8. ปก ารศึกษา 2565

9. ระดับชั้น มธั ยมศึกษาปท ่ี 1

10. ช่ือ สกุล ครผู สู อน นายนิธศิ จิตรจักร

11. ขอบขา ยเนอ้ื หาที่สอน สมบัตขิ องสาร การจำแนกสารดว ยสถานะ เน้อื สารและขนาด

อนุภาคของสาร การเปล่ียนแปลงของสาร สารบริสุทธ์ิและ

สารผสมสมบตั ิของสารบรสิ ทุ ธิ์และสารผสม การใชความรู

ทางเคมีใหเปนประโยชนตอการเลอื กใชส ารเคมีในใน

ชีวติ ประจำวนั ไดอ ยา งเหมาะสมและปลอดภัย การศึกษา

ชวี วทิ ยาโดยอาศัยวธิ กี ารทางวิทยาศาสตร ศกึ ษาประเภท

โครงสรางและหนาทีข่ องสว นประกอบภายในเซลลสงิ่ มีชวี ติ

ดวยกลองจุลทรรศน ศกึ ษากระบวนการลำเลียงสารเขาและ

ออกจากเซลลดวยวิธกี ารแพรและการออสโมซสิ ศึกษาการ

ดำรงชีวติ ของพชื กระบวนการสงั เคราะหดว ยแสง การลำเลียง

สารในพืชการเจรญิ เตบิ โตของพืช



คำอธิบายรายวชิ า
ชือ่ วิชา วิทยาศาสตร รหัส ว 21101
กลมุ สาระการเรียนรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี 1
เวลาเรยี น 3 ชัว่ โมง / สปั ดาห จำนวน 1.5 หนวยกิต
**************************************************
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาเก่ียวกับสารรอบตัว สมบัติของสาร การจำแนกสารดวยสถานะ เนื้อสาร และขนาดอนุภาคของสาร
การเปลย่ี นแปลงของสาร สารบริสทุ ธิแ์ ละสารผสม สมบัติของสารบริสุทธิ์และสารผสม การใชค วามรู ทางเคมีใหเปน
ประโยชนตอการเลือกใชส ารเคมีในชีวิตประจำวันไดอยางเหมาะสมและปลอดภยั การศึกษาชีววทิ ยาโดยอาศัยวิธีการ
ทางวิทยาศาสตร ศึกษาประเภทโครงสรางและหนาท่ีของสวนประกอบภายในเซลลสิ่งมีชีวิตดวยกลองจุลทรรศน
ศึกษากระบวนการลำเลียงสารเขาและออกจากเซลลดวยวิธีการแพรและการออสโมซิส ศึกษาการดำรงชีวิตของพืช
กระบวนการสังเคราะหดวยแสง การลำเลียงสารในพืชการเจริญ เติบโตของพืช การสืบพันธุของพืช
และเทคโนโลยชี วี ภาพของพืช ศึกษาเกี่ยวกับอณุ หภูมิและการวดั ผลของความรอนทม่ี ผี ลตอการเปลี่ยนแปลงของสาร
การถายโอนความรอน การดูดกลืนและคายความรอน สมดุลความรอน องคประกอบของบรรยากาศ การแบงช้ัน
บรรยากาศ ผลของรังสีจากดวงอาทิตยตอบรรยากาศ องคประกอบของบรรยากาศ ไดแก อุณหภูมิอากาศ ความดัน
อากาศ ความช้ืนอากาศ ลม เมฆและฝน พายุฟาคะนอง พายุหมุนเขตรอน มรสุม การพยากรณอากาศ
และการเปลี่ยนแปลงภมู อิ ากาศของโลก

โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต
การวเิ คราะห การทดลอง การอภปิ ราย การอธิบาย และสรปุ เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจมีความสามารถ
ในการตัดสินใจ ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรูและนำความรูไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยาศาสตร มีคุณธรรม
และจรยิ ธรรม



สาระ / มาตรฐาน / ตวั ช้ีวดั
สาระที่ 1 : วิทยาศาสตรชวี ภาพ
มาตรฐานที่ ว 1.2 : เขา ใจสมบตั ิของส่งิ มีชีวติ หนว ยพ้นื ฐานของสิง่ มชี วี ติ การลำเลียงสารเขา และออกจากเซลล

ความสัมพนั ธข องโครงสรางและหนา ท่ีของระบบตา ง ๆของสตั วและมนษุ ยที่ทำงานสัมพนั ธกนั
ความสัมพนั ธของโครงสรางและหนาท่ีของอวยั วะตาง ๆ ของพืช ท่ที ำงานสมั พันธก นั รวมทั้งนำ
ความรไู ปใชประโยชน
ตัวช้วี ดั ท่ี ม.1/1 : เปรยี บเทยี บรูปรา งและโครงสรา งของเซลลพชื และสัตว รวมทง้ั บรรยายหนา ทขี่ องผนงั เซลล
เย่อื หมุ เซลล ไซโทพลาซึม นิวเคลยี ส แวควิ โอล ไมโทคอนเดรยี และคลอโรพลาสต
ม.1/2 : ใชก ลองจลุ ทรรศนใ ชแสงศกึ ษาเซลลและโครงสรางตา ง ๆ ภายในเซลล
ม.1/3 : อธิบายความสมั พนั ธระหวางรปู รางกับการทำหนา ท่ีของเซลล
ม.1/4 : อธิบายการจดั ระบบของสิง่ มชี ีวติ โดยเรมิ่ จากเซลล เนอื้ เยื่อ อวัยวะ ระบบอวยั วะจนเปน
ส่ิงมีชวี ติ
ม.1/5 : อธบิ ายกระบวนการแพรแ ละออสโมซิสจากหลักฐานเชิงประจกั ษ และยกตัวอยา งการแพร
และออสโมซิสในชีวติ ประจำวนั
ม.1/6 : ระบุปจ จยั ท่ีจำเปนในการสังเคราะหด ว ยแสงและผลผลติ ทเ่ี กิดข้ึนจากการสังเคราะหดว ยแสง
โดยใชหลกั ฐานเชิงประจกั ษ
ม.1/7 : อธิบายความสำคัญของการสังเคราะหด วยแสงของพืชตอ ส่ิงมีชีวติ และสิง่ แวดลอม
ม.1/8 : ตระหนักในคณุ คา ของพืชที่มีตอ สงิ่ มชี ีวติ และสิ่งแวดลอ ม โดยการรว มกันปลกู และดแู ลรกั ษา
ตนไมใ นโรงเรยี น
ม.1/9 : บรรยายลกั ษณะและหนาที่ของไซเลม็ และโฟลเอม็
ม.1/10 : เขยี นแผนภาพทีบ่ รรยายทิศทางการลำเลยี ง สารในไซเล็มและโฟลเอม็ ของพืช
ม.1/11 : อธบิ ายการสืบพันธแุ บบอาศัยเพศ และไมอาศัยเพศของพืชดอก
ม.1/12 : อธิบายลักษณะโครงสรา งของดอกที่มสี ว นทำใหเกิดการถา ยเรณู รวมท้งั บรรยาย การปฏสิ นธิ
ของพืชดอกการเกดิ ผลและเมลด็ การกระจายเมลด็ และการงอกของเมล็ด
ม.1/13 : ตระหนกั ถึงความสำคัญของสตั ว ที่ชว ยในการถายเรณูของพืชดอก โดยการไมท ำลายชีวติ
ของสัตวท่ีชว ยในการถา ยเรณู
ม.1/14 : อธบิ ายความสำคญั ของธาตุอาหารบางชนดิ ท่ีมีผลตอการเจริญเติบโต และการดำรงชวี ติ ของพชื
ม.1/15 : เลือกใชปยุ ท่ีมธี าตอุ าหารเหมาะสมกับพชื ในสถานการณท ก่ี ำหนด
ม.1/16 : เลอื กวธิ ีการขยายพนั ธพุ ืชใหเหมาะสมกบั ความตอ งการของมนุษย โดยใชค วามรูเกี่ยวกบั การ
สบื พนั ธุของพืช
ม.1/17 : อธบิ ายความสำคญั ของเทคโนโลยี การเพาะเลี้ยงเนอื้ เยอื่ พชื ในการใชประโยชนด า นตาง ๆ
ม.1/18 : ตระหนักถงึ ประโยชนข องการขยายพนั ธุพ ืช โดยการนำความรูไปใชใ นชีวติ ประจำวนั


สาระท่ี 2 : วิทยาศาสตรกายภาพ
มาตรฐานที่ ว 2.1 : เขา ใจสมบัตขิ องสสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธระหวางสมบตั ิของสสารกับ

โครงสรางและแรงยึดเหนี่ยวระหวางอนุภาค หลกั และธรรมชาตขิ องการเปลีย่ นแปลง
สถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ตัวชวี้ ัดท่ี ม.1/1 : อธิบายสมบัตทิ างกายภาพบางประการของธาตโุ ลหะ อโลหะ และกึง่ โลหะ โดยใชห ลกั ฐานเชิง
ประจกั ษทีไ่ ดจ ากการสังเกต และการทดสอบ และใชส ารสนเทศท่ีไดจากแหลงขอ มลู ตา ง ๆ
รวมทงั้ จัดกลุมธาตเุ ปนโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ
ม.1/2 : วิเคราะหผ ลจากการใชธ าตโุ ลหะ อโลหะ กงึ่ โลหะ และธาตกุ ัมมันตรงั สที มี่ ตี อ สง่ิ มชี วี ิต
ส่งิ แวดลอม เศรษฐกจิ และสงั คม จากขอ มูลทีร่ วบรวมได
ม.1/3 : ตระหนักถึงคุณคาของการใชธ าตโุ ลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ ธาตกุ มั มนั ตรังสี โดยเสนอแนวทางการ
ใชธาตอุ ยางปลอดภัย คมุ คา
ม.1/4 : เปรยี บเทียบจดุ เดอื ด จดุ หลอมเหลวของสารบริสุทธิ์และสารผสม โดยการวดั อุณหภูมิ เขยี น
กราฟ แปลความหมายขอ มูลจากกราฟ หรอื สารสนเทศ
ม.1/5 : อธบิ ายและเปรยี บเทียบความหนาแนน ของสารบริสทุ ธิ์และสารผสม
ม.1/6 : ใชเ คร่ืองมือเพือ่ วดั มวลและปรมิ าตรของสารบริสุทธิแ์ ละสารผสม
ม.1/7 : อธบิ ายเกยี่ วกบั ความสัมพนั ธระหวา งอะตอม ธาตแุ ละสารประกอบ โดยใชแ บบจำลอง และ
สารสนเทศ
ม.1/8 : อธบิ ายโครงสรางอะตอมทีป่ ระกอบดวยโปรตอน นิวตรอน และอเิ ลก็ ตรอน โดยใชแบบจำลอง
ม.1/9 : อธิบายและเปรียบเทยี บการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหน่ียวระหวา งอนุภาค และการเคล่อื นท่ี
ของอนุภาคของสสารชนดิ เดยี วกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแกส โดยใชแ บบจำลอง
ม.1/10 : อธบิ ายความสัมพันธร ะหวางพลังงานความรอนกับการเปลีย่ นสถานะของสสาร โดยใชห ลกั ฐาน
เชงิ ประจักษแ ละแบบจำลอง

โครงสรา งรายวชิ า วิทยาศาสตร
รหสั วิชา ว 21101 รายวิชา วิทยาศาส

กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตร
เวลาเรียน 3 ชว่ั โมง / สัปดาห จำนวน 60

หนว ย ช่อื หนวยการ แผนการจดั การเรียนรทู ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู แผนท่ี 1 สารและการจำแนกสาร ตวั ชว้ี ดั /
1 สารรอบตัว สาระที่ 2 ม
ตวั ชี้วัด



ร ชือ่ วิชา วิทยาศาสตรพ้ืนฐาน
สตร ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศึกษา 2565
และเทคโนโลยี มธั ยมศึกษาปท ี่ 1
0 ชัว่ โมง / ภาคเรยี น จำนวน 1.5 หนวยกติ

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนักคะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานท่ี 2.1 สารท่อี ยรู อบตวั เราลวนมลี กั ษณะ 4 3 5 2 10
ดท่ี ม.1/9 เฉพาะตัวท่แี ตกตา งกนั สารบาง
ชนดิ สามารถสงั เกตไดจากลกั ษณะ
ภายนอกของสารได เชน สี สถานะ
เปนตน ซ่ึงเปนสมบตั ทิ างกายภาพ
ของสาร แตสมบัตบิ างชนดิ ของสาร
เกดิ จากการทำปฏกิ ริ ยิ าเคมี ทำให
เกิดสารใหมท ่มี อี งคป ระกอบ
แตกตา งไปจากเดิม เชน การเผา
ไหม การเกดิ สนิม เปน ตน ซ่ึงเปน
สมบตั ิทางเคมขี องสาร การระบวุ า
สารแตล ะชนิดเปนสารประเภทใด
จำเปน ตองใชส มบตั ขิ องสารมา
วเิ คราะห เชน การใชสถานะ การใช
เนือ้ สาร และการใชขนาดของ
อนภุ าคมาเปน เกณฑในการจำแนก
สาร

หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจัดการเรียนรูท ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู แผนที่ 2 การเปลีย่ นแปลงของสาร ตวั ชว้ี ดั /
สาระที่ 2 ม
ตัวช้วี ดั

แผนที่ 3 สารบรสิ ทุ ธ์ิ สาระที่ 2 ม
ตวั ชีว้ ดั ที่ ม.

1/3, ม.



รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานที่ 2.1 สารท่ีอยรู อบตวั เราลว นมสี มบตั ิ 4 2 5 2 9
ดท่ี ม.1/10 ทางกายภาพ และสมบัติทางเคมี
ที่แตกตา งกนั ซึ่งอณุ หภมู ิ
ภายนอกมีผลตอสถานะของสาร
ซงึ่ เปนสมบัตทิ างกายภาพของ
สารอยางหนง่ึ เชน นำ้ แขง็
(ของแข็ง) เมื่อไดร บั ความรอนจะ
ละลายกลายเปน น้ำ (ของเหลว)
เมือ่ น้ำไดร ับความรอนตอเนอื่ งจะ
เดือด และระเหยกลายเปนไอ
(แกส) เปน ตน ซึง่ ความรอนที่ทำ
ใหข องแขง็ เปลี่ยนสถานะเปน
ของเหลว เรยี กวา ความรอนแฝง
ของการหลอมเหลว และเรยี ก
ความรอ นที่ทำใหของเหลว
เปล่ียนสถานะเปน แกสวา ความ
รอ นแฝงของการกลายเปนไอ
มาตรฐานที่ 2.1 สารทอ่ี ยูร อบตวั ลว น 5 52 1 8
.1/1, ม.1/2, ม. ประกอบดวยธาตุและ
.1/7, ม.1/8 สารประกอบ ธาตุ เปน สารท่ี
ประกอบดวยอะตอมเพยี งชนิด
เดียว เมือ่ ธาตุมากกวา 1 ชนดิ มา
รวมกนั ทางเคมใี นอตั ราสว นโดย

หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจัดการเรียนรทู ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู ตวั ชว้ี ดั /

แผนที่ 4 ธาตกุ มั มนั ตรังสี สาระที่ 2 ม
ตัวช้ีวดั ท่ี ม

แผนที่ 5 สารประกอบ สาระที่ 2 ม
ตัวช้วี ดั



รฐานการเรยี นรู / สาระสำคญั เวลา น้ำหนักคะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
มวลคงท่ี จะไดสารประกอบท่ีมี
สมบัติแตกตางจากธาตุท่ีเปน
องคประกอบเดิม ธาตุและ
สารประกอบจงึ จัดเปน สาร
บริสุทธิ์
มาตรฐานท่ี 2.1 ธาตบุ างชนิดท่มี ีเลขอะตอมสูง 2 3 3 2 8
ม.1/2, ม.1/3 กวา 83 สามารถแผรังสไี ดอยาง
ตอ เนอ่ื ง เรียกวา ธาตกุ มั มนั ตรังสี
เกดิ จากนิวเคลียสในอะตอมของ
ธาตไุ มเ สถียร จึงสลายตัวแลว
เปล่ียนไปเปนธาตทุ ่ีมีความเสถยี ร
มากขึ้น และปลอ ยอนุภาคภายใน
นวิ เคลยี สออกมาในรูปของสี ซงึ่
รังสีทแี่ ผออกมา เรยี กวา
กัมมันตภาพรงั สี ซ่งึ มี 3 ประเภท
ไดแ ก อนุภาคแอลฟา อนุภาค
บีตา และรังสแี กมมา ซึ่ง
กอ ใหเ กิดประโยชนและโทษตอ
ส่งิ มีชีวิต
มาตรฐานท่ี 2.1 สารประกอบ คอื สารบริสุทธ์ิที่ 2 3 3 2 8
ดท่ี ม.1/7 เกิดจากอะตอมของธาตุตัง้ แต 2
ชนิดข้นึ ไปมารวมกันทางเคมี โดย
อตั ราสวนโดยมวลคงที่ และมี

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรียนรทู ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู ตวั ชีว้ ดั /

แผนที่ 6 สารผสม สาระท่ี 2 ม
ตวั ชวี้ ัดท่ี ม.1/

แผนที่ 7 สมบัตขิ องสารบรสิ ุทธ์แิ ละ สาระท่ี 2 ม
สารผสม ตวั ชีว้ ัดท่ี ม.1/



รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม

สมบตั ขิ องสารแตกตางไปจาก
สมบตั ิของธาตุที่เปนองคป ระกอบ
ซึ่งสามารถแยกออกเปนธาตุได
ดวยวิธีการทางเคมี
มาตรฐานที่ 2.1 สารผสมเกดิ จากสารตั้งแต 2 4 21 1 4
/4, ม.1/5, ม.1/6 ชนดิ ขน้ึ ไปมาผสมกนั โดยสาร
ผสมบางชนิดผสมเปน เนอ้ื
เดยี วกัน เรียกวา สารละลาย ซง่ึ
ประกอบดว ยตัวละลายและตัวทำ
ละลาย ซึ่งตวั ทำละลายจะมี
ปริมาณมากกวา และมีสถานะ
เดียวกับสารละลาย นอกจากน้ี
สารผสมบางชนิดผสมไมเ ปนเนอ้ื
เดยี วกัน เรียกวา สารเนอ้ื ผสม ซึง่
มี 2 ประเภท ไดแ ก สาร
แขวนลอย และคอลลอยด
มาตรฐานที่ 2.1 สารผสมเกิดจากสารตงั้ แต 2ชนfิ 5 1 1 1 3
/4, ม.1/5, ม.1/6 ขนึ้ ไปมาผสมกัน โดยสารผสมบาง
ชนดิ ผสมเปน เน้อื เดียวกัน
เรยี กวา สารละลาย ซึง่
ประกอบดว ยตัวละลายและตัวทำ
ละลาย ซ่งึ ตวั ทำละลายจะมี
ปริมาณมากกวา และมสี ถานะ

หนวย ชือ่ หนวยการ แผนการจดั การเรียนรทู ่ี สาระ / มาตร
ท่ี เรยี นรู ตัวชว้ี ดั /

2 หนวยของส่งิ มีชวี ิต แผนที่ 1 เซลลของสิ่งมีชวี ิต สาระท่ี 1 ม
ตวั ชี้วดั ท่ี ม.1/



รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนักคะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม

เดียวกบั สารละลาย นอกจากนี้
สารผสมบางชนดิ ผสมไมเปน เน้ือ
เดยี วกัน เรียกวา สารเนอ้ื ผสม ซ่ึง
มี 2 ประเภท คอื สารแขวนลอย
และคอลลอยด
เปน กระบวนการเคลือ่ นทขี่ อง
อนุภาคสารจากบรเิ วณท่ีมีความ
เขม ขน สูงไปสูบริเวณท่มี ีความ
เขม ขน ตำ่ หรือการออสโมซิสเปน
กระบวนการเคล่ือนท่ขี องโมเลกุล
นำ้ จากบรเิ วณที่มีความเขม ขน
ของสารละลายตำ่ ไปสูบ ริเวณท่มี ี
ความเขม ขน ความเขมขนของ
สารละลายสงู เปน ตน
มาตรฐานท่ี 1.2 เซลล (cell) เปน หนว ยพ้นื ฐานท่ี 4 2 - - 2
/2, ม.1/3, ม.1/4 เลก็ ที่สุดของส่ิงมชี วี ิต ท้ังสงิ่ มีชีวติ

เซลลเดยี วและสง่ิ มีชวี ติ หลายเซลล
ซึ่งเซลลแ ตละชนิดจะมรี ูปรางและ
ลกั ษณะท่ีแตกตา งกนั โดยทั่วไป
เซลลของสิง่ มชี ีวติ จะมีขนาดเลก็ ไม
สามารถมองเหน็ ไดดวยตาเปลา จงึ
ตองใชก ลองจุลทรรศนใ นการศกึ ษา
รูปราง

หนวย ชือ่ หนวยการ แผนการจดั การเรียนรทู ี่ สาระ / มาตร
ท่ี เรยี นรู ตัวชี้วดั /

แผนที่ 2 เซลลพ ืชและเซลลสัตว สาระที่ 1 ม
ตัวชีว้ ดั

แผนท่ี 3 การแพรและออสโมซสิ สาระท่ี 1 ม
ตวั ช้วี ดั

3 การดำรงชวี ิตของ แผนที่ 1 การสังเคราะหดว ยแสง สาระที่ 1 ม
พชื ตวั ชี้วัดที่ ม.1

๑๐

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั คะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานท่ี 1.2 และลักษณะของเซลล
ดท่ี ม.1/1 เซลลสงิ่ มชี วี ิตมีสวนประกอบ 3 2- - 2
พ้ืนฐานสำคัญ 3 สวน ไดแก เยื่อ
หุมเซลล ไซโทพลาซมึ และ
นิวเคลียส แตเ ซลลพชื และเซลล
สตั วจะมบี างสวนประกอบท่ี

แตกตางกนั เชน เซลลพ ชื จะมผี นัง
เซลลหอหุมเย่ือหุมเซลลอ ีกชน้ั หนึ่ง
และมีคลอโรพลาสต ทำหนาท่ีสรา ง
อาหารใหแกเซลล ซ่ึงท้ังผนงั เซลล
และคลอโรพลาสตจ ะไมพบในเซลล
สตั ว
มาตรฐานท่ี 1.2 เซลลข องสงิ่ มชี วี ติ ตองมี 4 1- - 1
ดที่ ม.1/5 กระบวนการนำสารเขาและออก 4
จากเซลล เพื่อใชใ นกระบวนการ
ดำรงชวี ติ ของเซลล เชน การแพร
มาตรฐานท่ี 1.2 กระบวนการสงั เคราะหด วยแสง 4 3 1 1
1/6,ม.1/7,ม.1/8 (photosynthesis) เปน

กระบวนการผลิตอาหารของพชื

โดยพชื จะใชส ารคลอโรฟลลท อ่ี ยู

ในใบดดู กลนื พลังงานแสงจากดวง

อาทิตยมาเปลีย่ นใหเ ปน

หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจดั การเรียนรทู ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู ตวั ชว้ี ดั /

แผนที่ 2 การลำเลยี งสารในพืช สาระที่ 1 ม
ตัวชว้ี ัดที่ ม

แผนที่ 3 การเจรญิ เตบิ โตของพชื สาระที่ 1 ม
ตวั ชี้วัดท่ี ม.

๑๑

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
พลังงานเคมใี นรปู ของสารอนิ ทรีย

จำพวกน้ำตาล โดยมีนำ้ และแกส

คารบอนไดออกไซดเปน สารต้ัง

และไดผลิตภณั ฑเปน น้ำตาล

กลโู คส นำ้ และแกสออกซิเจน

ซึง่ ส่งิ มชี ีวติ นำแกสออกซเิ จนมาใช

ในกระบวนหายใจ

มาตรฐานที่ 1.2 พชื มีระบบลำเลียงสาร โดยพชื จะ 4 3 - - 3
ม.1/9,ม.1/10 อาศยั เน้ือเยอ่ื ที่ทำหนาทีเ่ ฉพาะใน

การลำเลียงสาร เรียกวา เนือ้ เยื่อ
ลำเลยี ง เชน ทอไซเล็ม (xylem)
ทำหนาท่ลี ำเลยี งนำ้ และแรธ าตจุ าก
รากไปสูใบ สวนทอโฟลเอม็
(pholem) ทำหนา ท่ีลำเลยี งอาหาร
จากใบไปยงั สวนตา งๆของพืช
มาตรฐานท่ี 1.2 พชื สามารถผลติ อาหารไดจาก
.1/14,ม.1/15 กระบวนการสงั เคราะหด ว ยแสง
เพื่อเปนแหลงพลงั งานใหกับพืช
เพอ่ื ใชใ นการเจรญิ เติบโต เชน การ
เพิม่ จำนวนเซลล การขยายขนาด
ของเซลล

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู ตัวชว้ี ดั /

แผนท่ี 4 การสบื พันธุแบบไมอาศัยเพศ สาระท่ี 1 ม
ของพชื ตัวช้วี ดั ที่ ม.1
1

๑๒

รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา น้ำหนักคะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม

และการเปลี่ยนแปลงรปู รา งของ 3 1 1 - 2
เซลลไปทำหนาที่เฉพาะตาง ๆ
พชื ใบเลยี้ งเด่ียว และพืชใบเล้ียงคู
มลี ักษณะที่แตกตางกนั เนื่องจาก
ขัน้ ตอนการเจริญเติบโตของราก
และลำตนในพืชทัง้ สองชนิด
แตกตางกนั นอกจากน้ีพืช
ตอ งการธาตุอาหารทจ่ี ำเปนหลาย
ชนดิ สำหรบั การเจรญิ เตบิ โตและ
การดำรงชีวติ ของพชื
มาตรฐานท่ี 1.2 การสืบพันธแุ บบไมอาศยั เพศ 2 2- - 2
1/11,ม.1/16,ม. เปน การขยายพันธขุ องพืชท่ีไม
1/18 ไดมาจากการปฏสิ นธิระหวาง
สเปรม กบั เซลลไ ข ทำใหพืชตน
ใหมมีลักษณะคลา ยกบั ตนเดิมทุก
ประการ โดยมนษุ ยอาศัย
หลักการนีม้ าขยายพันธุพืช
เพ่ือใหพ ชื มลี กั ษณะตามที่
ตองการโดยการนำสว นตา ง ๆ
ของพืช เชน ราก ลำตน และใบ
เปนตน มาทำใหเ กิดเปน ตนใหม
ไดแก การปก ชำ การตดิ ตา การ
ตอนกิง่ การทาบกงิ่ เปนตน เพ่อื

หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู ตัวชว้ี ัด /

แผนท่ี 5 การสบื พนั ธุแบบอาศยั เพศของ สาระที่ 1 ม
พืช ตัวชว้ี ัดที่ ม.1

1

๑๓

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม

เพ่ิมมลู คา ใหก บั ตนพืช หรือ
ปรับปรงุ พนั ธใุ หดขี ึ้น นอกจากนพี้ ชื
สามารถใชโครงสรางพเิ ศษจากราก
ลำตน และใบ ขยายพนั ธไุ ด
มาตรฐานที่ 1.2 พชื ดอกมีดอกเปนอวยั วะสืบพนั ธุ 5 2- - 2
1/11,ม.1/12,ม. ภายในมสี วนประกอบทที่ ำหนา ท่ี
1/13 สรา งเซลลส บื พนั ธุเพศผู (สเปร ม )
และเซลลสบื พันธเุ พศเมีย (เซลลไ ข)
ซึ่งการปฏสิ นธริ ะหวางสเปร มกับ
เซลลไขจะเกิดขึ้นภายในรังไข แลว
เจริญเปนเมล็ดอยูภายในผล
เมื่อถงึ เวลาขยายพันธเุ มลด็ ท่อี ยู
ภายในผลจะแตกออกและกระจาย
ไปยงั ทต่ี าง ๆ เมื่ออยู ในสภาวะ
แวดลอ มและมีปจจยั ทเี่ หมาะสม
เมลด็ จะงอกตน ออ นทีม่ ลี กั ษณะท่ี
หลากหลาย หรือแตกตา งไปจาก
ตนพอ และตน แม

หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจดั การเรียนรูท่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู แผนที่ 6 เทคโนโลยชี วี ภาพของพชื ตัวชีว้ ดั /
สาระท่ี 1 ม
ตัวชว้ี ดั ที่ ม

รวม เวลา / คะแนน หนวยการเรยี น
สอบวดั ผลกลางภาคเรียน
สอบวัดผลปลายภาคเรียน
รวมเวลาเรียน / คะแนน ตลอดปก ารศึกษา

หมายเหตุ....เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง / สปั ดาห = 0.5 หนว ยกิต
เวลาเรยี น 3 ชั่วโมง / สัปดาห = 1.5 หนว ยกติ

๑๔

รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนักคะแนน
/ ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานที่ 1.2 เทคโนโลยีชวี ภาพของพชื เปน 3 2 - - 2
ม.1/16,ม.1/17 การนำเอาความรูทางดาน
วทิ ยาศาสตรม าประยกุ ตใชก บั พืช
เพือ่ ใหเ ปนประโยชน และ
เพยี งพอตอความตองการของ
มนุษย เชน การขยายพันธุพืช
ดวยการเพาะเล้ยี งเน้ือเยอ่ื ซึง่
เปนการนำชน้ิ สวนเน้ือเยอ่ื ของ
พืชมาเลี้ยงในอาหารสงั เคราะห
การปรบั ปรงุ พนั ธุพชื และการดดั
แปรพนั ธุกรรมของพชื โดยใชยนี
จากส่งิ มีชวี ิตอนื่ มาแทรกลงใน
สารพนั ธกุ รรมของพชื เพื่อใหได
ผลผลิตทีม่ ปี รมิ าณและคณุ ภาพ
มากขึ้น
58 36 22 12 70
1 10 3 2 15
1 10 3 2 15
60 56 28 16 100

เวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง / สปั ดาห = 1.0 หนว ยกติ
เวลาเรียน 4 ชวั่ โมง / สัปดาห = 2.0 หนว ยกิต

๑๕

เกณฑการวัดและประเมนิ ผล
1. อัตราสว นคะแนน หนว ยการเรียน : ปลายภาคเรียน ( 70 : 30 )

1.1.รายละเอยี ดของการใหคะแนน 70 คะแนน

- งานทีไ่ ดร ับมอบหมาย
- ชน้ิ งาน / ใบงาน /การนำเสนอผลงาน
- พัฒนานาการเรียนรู
1.2.คะแนนสอบปลายภาค 30 คะแนน

รวมคะแนน 100 คะแนน

2. การคิดคะแนน ระดบั คะแนน
ระดบั ผลการเรียน8 ระดับ
คะแนน 80 ขนึ้ ไป คะแนน
ระดบั คะแนน 4 คะแนน 75 - 79 คะแนน
ระดบั คะแนน 3.5 คะแนน 70 - 74 คะแนน
ระดบั คะแนน 3 คะแนน 65 - 69 คะแนน
ระดบั คะแนน 2.5 คะแนน 60 - 64 คะแนน
ระดบั คะแนน 2 คะแนน 55 - 59 คะแนน
ระดบั คะแนน 1.5 คะแนน 50 - 54 คะแนน
ระดบั คะแนน 1 คะแนน ต่ำกวา 49 คะแนน
ระดบั คะแนน 0

๑๖

โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 47 จงั หวดั เพชรบรุ ี

ประมวลรายวชิ า ( Course Syllabus )

**************************************************

๑. ช่อื วชิ า วทิ ยาศาสตร

๒. สถานภาพวชิ ารหสั วิชา วิชาพื้นฐาน

๓. รหสั วชิ า ว 21102

๔. จำนวนหนวยกติ 1.5

๕. จำนวนชว่ั โมง / สปั ดาห 3

๖. เวลาเรยี น 60 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น

๗. ภาคเรียนที่ 2

๘. ปก ารศกึ ษา 2565

๙. ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 1

10. ชอื่ สกลุ ครูผสู อน นายนธิ ิศ จิตรจักร

11. ขอบขายเน้ือหาท่สี อน สมบตั ิของสาร การจำแนกสารดว ยสถานะ เนอ้ื สารและขนาด

อนุภาคของสาร การเปล่ียนแปลงของสาร สารบริสุทธ์ิและ

สารผสมสมบัตขิ องสารบริสุทธ์แิ ละสารผสมการใชค วามรู

ทางเคมีใหเ ปนประโยชนต อการเลือกใชส ารเคมใี นใน

ชีวติ ประจำวันไดอ ยา งเหมาะสมและปลอดภัย การศึกษา

ชีววิทยาโดยอาศยั วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร ศกึ ษาประเภท

โครงสรา งและหนาท่ีของสว นประกอบภายในเซลลส ิง่ มีชวี ิต

ดวยกลอ งจุลทรรศน ศกึ ษากระบวนการลำเลยี งสารเขา และ

ออกจากเซลลดวยวธิ กี ารแพรและการออสโมซิส ศึกษาการ

ดำรงชีวติ ของพืช กระบวนการสงั เคราะหด ว ยแสง การลำเลียง

สารในพืชการเจริญเตบิ โตของพืช

๑๗

คำอธิบายรายวิชา
ชอื่ วิชา วิทยาศาสตร รหัส ว 21102
กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ชน้ั นมัธยมศึกษาปที่ 1
เวลาเรียน 3 ช่วั โมง / สัปดาห จำนวน 1.5 หนวยกิต
**************************************************
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับสารรอบตัว สมบัติของสาร การจำแนกสารดวยสถานะ เน้ือสาร และขนาดอนุภาคของสาร
การเปล่ียนแปลงของสาร สารบริสทุ ธ์แิ ละสารผสม สมบัติของสารบริสุทธแ์ิ ละสารผสม การใชค วามรู ทางเคมใี หเ ปน
ประโยชนตอการเลือกใชส ารเคมีในชีวติ ประจำวนั ไดอยางเหมาะสมและปลอดภยั การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวธิ ีการ
ทางวิทยาศาสตร ศึกษาประเภทโครงสรางและหนาท่ีของสวนประกอบภายในเซลลสิ่งมีชีวิตดวยกลองจุลทรรศน
ศึกษากระบวนการลำเลียงสารเขาและออกจากเซลลดวยวิธีการแพรและการออสโมซิส ศึกษาการดำรงชีวิตของพืช
กระบวนการสังเคราะหดวยแสง การลำเลียงสารในพืชการเจริญ เติบโตของพืช การสืบพันธุของพืช
และเทคโนโลยีชวี ภาพของพืช ศึกษาเก่ียวกับอุณหภมู แิ ละการวัด ผลของความรอ นที่มีผลตอ การเปลี่ยนแปลงของสาร
การถายโอนความรอน การดูดกลืนและคายความรอน สมดุลความรอน องคประกอบของบรรยากาศ การแบงช้ัน
บรรยากาศ ผลของรังสีจากดวงอาทิตยตอบรรยากาศ องคประกอบของบรรยากาศ ไดแก อุณหภูมิอากาศ ความดัน
อากาศ ความชื้นอากาศ ลม เมฆและฝน พายุฟาคะนอง พายุหมุนเขตรอน มรสุม การพยากรณอากาศ
และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก

โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต
การวเิ คราะห การทดลอง การอภปิ ราย การอธบิ าย และสรปุ เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขา ใจมีความสามารถ
ในการตัดสินใจ ส่ือสารส่ิงที่เรียนรูและนำความรูไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยาศาสตร มีคุณธรรม
และจรยิ ธรรม

๑๘

สาระ / มาตรฐาน / ตัวชว้ี ดั
สาระท่ี 2 : วิทยาศาสตรกายภาพ

มาตรฐานที่ ว 2.2 : เขา ใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวติ ประจำวนั ผลของแรงที่กระทำตอวัตถุ ลกั ษณะการเคลอื่ นที่แบบ

ตาง ๆ ของวตั ถุ รวมทั้งนำความรไู ปใชประโยชน

ตวั ชวี้ ดั ท่ี ม.1/1 : สรางแบบจำลองท่ีอธบิ ายความสมั พนั ธระหวางความดนั อากาศกับความสงู จากพื้นโลก

มาตรฐานที่ ว 2.3 : เขาใจความหมายของพลงั งาน การเปลีย่ นแปลง และการถายโอนพลงั งาน ปฏิสมั พนั ธระหวา ง
สสาร และพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาตขิ องคล่ืน ปรากฏการณที่เกี่ยวของกับ
เสียง แสง และคลืน่ แมเหลก็ ไฟฟา รวมท้งั นำความรูไ ปใชป ระโยชน

ตวั ชว้ี ัดท่ี ม.1/1 : วเิ คราะห แปลความหมายขอมลู และคำนวณปรมิ าณความรอนทท่ี ำใหสสารเปล่ยี นอณุ หภูมิ
และเปล่ียนสถานะ โดยใชสมการ Q = mc∆t และ Q = mL

ม.1/2 : ใชเ ทอรมอมเิ ตอรในการวัดอุณหภมู ิของสสาร
ม.1/3 : สรางแบบจำลองที่อธบิ ายการขยายตวั หรอื หดตวั ของสสารเนอื่ งจากไดร บั หรอื สญู เสียความรอน
ม.1/4 : ตระหนกั ถงึ ประโยชนของความรูของการหดและขยายตวั ของสสารเน่ืองจากความรอน โดย

วเิ คราะหสถานการณปญ หา และเสนอแนะวธิ กี ารนำความรูมาแกปญหาในชีวติ ประจำวัน
ม.1/5 : วิเคราะหส ถานการณการถายโอนความรอน และคำนวณปรมิ าณความรอนทถ่ี ายโอนระหวาง

สสารจนเกดิ สมดุลความรอ นโดยใชส มการ Qสูญเสีย = Qไดร ับ
ม.1/6 : สรา งแบบจำลองทอ่ี ธบิ ายการถา ยโอนความรอ นโดยการนำความรอน การพาความรอ น

การแผร ังสคี วามรอน
ม.1/7 : ออกแบบ เลอื กใช และสรา งอุปกรณเพ่ือแกปญหาในชีวิตประจำวนั โดยใชความรเู กยี่ วกับ

การถายโอนความรอ น
สาระท่ี 3 : วิทยาศาสตรโ ลกและอวกาศ

มาตรฐานท่ี ว 3.2 : เขา ใจองคประกอบและความสมั พนั ธของระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลงภายในโลกและ
บนผิวโลก ธรณี พบิ ตั ภิ ัย กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟาอากาศและภมู ิอากาศโลก รวมท้งั ผล
ตอ ส่ิงมชี วี ติ และสิง่ แวดลอ ม

ตัวชวี้ ดั ท่ี ม.1/1 : สรางแบบจำลองท่อี ธบิ ายการแบง ช้นั บรรยากาศ และเปรยี บเทยี บประโยชนข องบรรยากาศ
แตล ะช้นั

ม.1/2 : อธิบายปจจยั ทม่ี ผี ลตอ การเปลีย่ นแปลงองคประกอบของลมฟาอากาศ จากขอ มูลท่รี วบรวมได
ม.1/3 : เปรียบเทยี บกระบวนการเกิดพายฝุ นฟาคะนองและพายหุ มุนเขตรอน และผลท่มี ตี อ สิ่งมีชีวติ

และส่ิงแวดลอ ม รวมทัง้ นำเสนอแนวทางการปฏิบตั ิตนใหเหมาะสมและปลอดภัย
ม.1/4 : อธบิ ายการพยากรณอากาศ และพยากรณอากาศอยางงายจากขอ มูลท่ีรวบรวมได
ม.1/5 : ตระหนักถึงคุณคาของการพยากรณอากาศโดยนำเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ิตน และการใช

ประโยชนจ ากคำพยากรณอากาศ
ม.1/6 : อธบิ ายสถานการณแ ละผลกระทบการเปล่ียนแปลงภมู อิ ากาศโลกจากขอ มูลท่ีรวบรวมได
ม.1/7 : ตระหนักถงึ ผลกระทบของการเปลีย่ นแปลงภูมิอากาศโลกโดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัตติ น

ภายใตก ารเปลี่ยนแปลงภมู ิอากาศโลก

โครงสรางรายวชิ า วิทยาศาสตร
รหสั วิชา ว 21101 รายวชิ า วทิ ยาศาส

กลุมสาระการเรยี นรู วิทยาศาสตร
เวลาเรียน 3 ช่ัวโมง / สัปดาห จำนวน 60

หนวย ช่อื หนวยการ แผนการจัดการเรียนรทู ี่ สาระ / มาตร
ท่ี เรยี นรู ตัวชว้ี ัด /
1 พลงั งานความรอน แผนที่ 1 อุณหภมู แิ ละการวดั สาระที่ 3 ม
ตวั ชี้วัด

19

ร ช่ือวิชา วิทยาศาสตรพ ้ืนฐาน
สตร ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2565
และเทคโนโลยี มธั ยมศึกษาปท ่ี 1
0 ชั่วโมง / ภาคเรยี น จำนวน 1.5 หนวยกติ

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั คะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานท่ี 3.2 เครื่องมือวัดอุณหภูมิ เรียกวา 4 1 3 1 5
ดท่ี ม.1/2 เทอรมอมิเตอร (thermometer)
มี 2 แบบ คือ เทอรมอมิเตอร
แบบกระเปาะ ใชหลักการการ
ขยายตัวและหดตัวของของเหลว
ที่ บ รรจุ อ ยู ใน ก ระ เป าะ ต าม
อุณหภูมภิ ายนอก เทอรม อมเิ ตอร
แบบดิจิทัล ภายในมีไมโครชิปสา
มารถเปลี่ยนกระแสไฟฟาใหเปน
ตั ว เล ข ซ่ึ งเป น ค า อุ ณ ห ภู มิ
ขณะนั้นได โดยหนวยวัดอุณหภูมิ
มีอยูหลายหนวย ไดแก องศา
เซลเซียส เคลวิน องศาฟาเรนไฮต
และองศาโรเมอร ซึ่งแตละหนวย
จะมีจุดเยือกแข็ง และจุดเดือด
แ ต ก ต า ง กั น ห า ก ต อ ง ก า ร
เปรียบเทียบคาอุณหภูมิระหวาง
หนวยวัดอุณหภูมิ จะไดสมการ
ดังนC้ี /5 = (K-273)/5 = (F-

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู ตวั ช้วี ัด /

แผนท่ี 2 ผลของความรอนที่มีตอการ สาระท่ี 3 ม
ขยายตัวหรอื หดตวั ของสาร ตวั ช้วี ัด

แผนที่ 3 ผลของความรอนที่ตอ การ สาระที่ 3 ม
เปล่ียนแปลงอณุ หภูมิของสาร ตัวชี้วัด

20

รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
32)/9 =R/4

มาตรฐานท่ี 3.2 สารเมอื่ ไดรับความรอนอาจมีการ 3 2 - - 2
ดที่ ม.1/3 เปลี่ยนแปลงอณุ หภมู ิ สถานะ
หรอื รปู รางของสาร เมื่อสารไดรบั
ความรอ นจะทำใหอนุภาค
เคล่อื นทีเ่ ร็วขึ้น ทำใหเ กิดการ
ขยายตัวและหดตวั สง ผลให
ขนาดและรปู รา งเปลยี่ นแปลงไป
มาตรฐานที่ 3.2 สารเมื่อไดรับความรอนจะทำให 4 2 2 - 4
ดที่ ม.1/3 อุณหภูมขิ องสารสารเปลี่ยนแปลง
แตสถานะของสารไม
เปลีย่ นแปลง ซงึ่ ปริมาณความ
รอ นทที่ ำใหอุณหภูมขิ องสาร
เปลยี่ นแปลงขึ้นอยูกับมวล ความ
รอนจำเพาะ และอุณหภูมทิ ่ี
เปล่ยี นแปลงไป และสารเม่อื
ไดรับความรอนจะทำใหสาร
เปล่ยี นสถานะ แตอุณหภูมขิ อง
สารไมเปล่ียนแปลง เน่ืองจาก
อนุภาคของสารอยหู า งกันมาก
ซง่ึ ปรมิ าณความรอ นทท่ี ำใหส าร
เปล่ยี นสถานะขึน้ อยกู บั มวลและ
ความรอนจำเพาะ

หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจดั การเรียนรทู ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู แผนที่ 4 สมดุลความรอน ตัวชว้ี ัด /
สาระที่ 3 ม
ตวั ชี้วดั

แผนที่ 5 การนำความรอน สาระที่ 3 ม
ตวั ช้ีวัด

21

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานที่ 3.2 สารท่มี ีอุณหภูมิแตกตา งกนั เกิด 2 2 - 2 4
ดท่ี ม.1/3 การถา ยโอนความรอนระหวางกนั
จนกระทัง่ อุณหภมู ิของสารเทากนั
เรียกสภาพนว้ี า สมดลุ ความรอน
โดยความรอนทีเ่ พ่มิ ขน้ึ ของสาร
หนงึ่ จะเทากบั ความรอนท่ีลดลง
ของอกี สารหนึง่ ซ่ึงเปน ไปตามกฎ
การอนุรักษพลงั งาน การถา ยโอน
ความรอนจนเกิดสมดุลความรอน
เปน ไปตามสมการ Qสูญเสยี = Q
ไดรับ
มาตรฐานที่ 3.2 สารท่มี อี ุณหภมู ิแตกตางกัน จะมี 2 2 - - 2
ดท่ี ม.1/6
การถายโอนความรอ นระหวางกนั

การถา ยโอนความรอนมี 3 แบบ

คอื การนำความรอน การพา

ความรอน และการแผร งั สีความ

รอน ซง่ึ การนำความรอนเปนการ

ถา ยโอนความรอนท่ีอาศยั

ตวั กลาง โดยตัวกลางไมเคลื่อนที่

การพาความรอ นเปน การถายโอน

ความรอ นท่ีอาศยั ตัวกลาง โดย

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู ตวั ชว้ี ดั /

แผนที่ 6 การพาความรอน สาระที่ 3 ม
ตัวชีว้ ดั

แผนที่ 7 การแผรงั สีความรอน สาระท่ี 3 ม
ตัวช้ีวัด

22

รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม

ตัวกลางมกี ารเคลื่อนที่ สว นการแผ
รังสคี วามรอนเปน การถายโอน
ความรอนที่ไมอ าศยั ตัวกลาง
มาตรฐานท่ี 3.2 สารทม่ี ีอณุ หภูมแิ ตกตางกนั จะมี 2 3- - 3
ดท่ี ม.1/6 การถา ยโอนความรอ นระหวา งกนั

การถายโอนความรอนมี 3 แบบ คอื

การนำความรอ น การพาความรอ น

และการแผรังสคี วามรอน ซ่ึงการนำ

ความรอ นเปนการถายโอนความ

รอ นท่อี าศัยตวั กลาง โดยตวั กลางไม

เคลื่อนท่ี การพาความรอนเปน การ

ถา ยโอนความรอ นทอี่ าศยั ตวั กลาง

โดยตวั กลางมกี ารเคลอื่ นที่ สว นการ

แผร ังสีความรอ นเปน การถา ยโอน

ความรอ นทีไ่ มอ าศยั ตวั กลาง

มาตรฐานท่ี 3.2 สารท่ีมอี ุณหภมู ิแตกตางกัน จะมี 2 3 1 1 5
ดที่ ม.1/6 การถายโอนความรอนระหวา งกนั
การถา ยโอนความรอ นมี 3 แบบ
คือ การนำความรอ น การพาความ
รอ น และการแผร ังสีความรอ น ซง่ึ
การนำความรอนเปน การถา ยโอน
ความรอนทอี่ าศัย

หนวย ชือ่ หนวยการ แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ท่ี เรียนรู ตัวช้วี ัด /

2 บรรยากาศ แผนที่ 1 องคป ระกอบของบรรยากาศ สาระท่ี 3 ม
ตัวชว้ี ดั

23

รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม

ตัวกลาง โดยตวั กลางไมเ คลื่อนที่
การพาความรอนเปนการถายโอน
ความรอ นท่ีอาศัยตัวกลาง โดย
ตวั กลางมกี ารเคล่อื นท่ี สว นการ
แผรังสคี วามรอ นเปน การถายโอน
ความรอ นที่ไมอาศัยตัวกลาง
มาตรฐานที่ 3.2 บรรยากาศเปน อากาศท่ีหอหุม 3 3- 1 4
ดที่ ม.1/1 ดาวเคราะห รวมถึงโลกของเรา
บรรยากาศประกอบไปดวย
อากาศแหง ซง่ึ เปนอากาศท่ไี มมี
ไอนำ้ อยู สวนประกอบของ
อากาศแหง ไดแก ไนโตรเจน
ออกซเิ จน อารกอน
คารบ อนไดออกไซด ไอนำ้ และ
อืน่ ๆ นอกจากนี้ บรรยากาศยงั
ประกอบไปดว ยไอนำ้ และฝุนผง
ซ่งึ มีบทบาทสำคญั ตอการ
ดำรงชีวิตของส่ิงมชี ีวติ

หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจดั การเรียนรทู ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู แผนที่ 2 การแบงชน้ั บรรยากาศ ตัวช้ีวดั /
สาระที่ 3 ม
ตัวชีว้ ัด

แผนที่ 3 องคป ระกอบของลม ฟา สาระที่ 3 ม
อากาศ ตัวชว้ี ัด

24

รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั คะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานท่ี 3.2 -- 5
ดที่ ม.1/1 บรรยากาศของโลกแบง เปน 5 3 5
ชั้น โดยใชเกณฑก ารเปล่ียนแปลง 31 6
มาตรฐานท่ี 3.2 อณุ หภมู ติ ามความสงู แบง
ดท่ี ม.1/2 บรรยากาศเปน 5 ชัน้ ไดแก ชนั้
โทรโพสเฟย ร ชนั้ สตราโทสเฟยร
ช้ันมโี ซสเฟยร ช้ันเทอรโ มสเฟยร
และชัน้ เอกโซส-เฟย ร ซ่ึง
บรรยากาศแตละช้ันมบี รรยากาศ
ของโลกแบงเปน 5 ช้นั โดยใช
เกณฑการเปล่ยี นแปลงอณุ หภมู ิ
ตามความสูงแบงบรรยากาศเปน
5 ช้นั ไดแก ช้ันโทรโพสเฟยร ชนั้
สตราโทสเฟยร ชั้นมีโซสเฟยร ชัน้
เทอรโมสเฟย ร และชนั้ เอกโซส-
เฟยร ซึง่ บรรยากาศแตละช้นั มี
ประโยชนต อ สง่ิ มีชวี ิตแตกตางกนั
ประโยชนต อ สิ่งมชี วี ิตแตกตางกัน
องคป ระกอบของลม ฟา อากาศ 22
ไดแ ก อณุ หภูมิอากาศ ความกด
อากาศ ลม ความชื้น เมฆ และ
หยาดน้ำฟา องคประกอบเหลาน้ี
สง ผลตอ ลม ฟา อากาศ ณ พ้ืนท่ี
หนึ่ง เวลาหนึ่ง ซึ่งมีการ

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรียนรทู ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตวั ชี้วัด /

แผนที่ 4 อุณหภูมิอากาศ สาระท่ี 3 ม
ตวั ช้วี ดั

แผนที่ 5 ความดนั อากาศ สาระที่ 3 ม
ตัวชีว้ ัด

25

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซ่งึ แต
ละพื้นท่ีมีสภาพลม ฟา อากาศท่ี
แตกตางกัน เนอ่ื งจากแตละพื้นท่ี
สามารถสะทอนและดูดกลืนรงั สี
จากดวงอาทติ ยแ ตกตางกนั
มาตรฐานท่ี 3.2 อณุ หภมู ิของอากาศ คือ ระดับ 3 2 - 1 3
ดที่ ม.1/2 ความรอ นเยน็ ของอากาศ โดย
ปจจยั ท่มี ผี ลตออณุ หภูมขิ อง
อากาศ ไดแ ก รงั สีจากดวงอาทติ ย
ความสงู จากระดบั นำ้ ทะเล เมฆ
ปกคลุมทองฟา และลักษณะของ
พ้ืนที่ เคร่ืองมือท่ีใชวัดอณุ หภูมิ
ของอากาศ ไดแก เทอรม อมเิ ตอร
มาตรฐานที่ 3.2 ความดนั อากาศ คือ แรงดัน 3 21 1 4
ดท่ี ม.1/2 อากาศท่ีกระทำตอ หน่ึงหนวย
พน้ื ท่ี ซ่งึ ปจ จยั ท่ีสง ผลตอความ
ดนั อากาศ คือ จำนวนโมเลกุล
ของสาร อุณหภมู ิ และความสูง
การบอกคา ความดันอากาศจะใช
เครือ่ งมือวดั ความดันอากาศ คอื
บารอมเิ ตอรปรอท แอนริ อยด
บารอมเิ ตอร และแอลตมิ ิเตอร

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจดั การเรียนรทู ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู แผนที่ 6 ความดันอากาศ ตวั ช้ีวดั /
สาระท่ี 3 ม
ตัวชี้วัด

แผนที่ 7 ลม สาระท่ี 3 ม
ตัวชว้ี ดั

แผนที่ 8 เมฆและฝน สาระที่ 3 ม
ตวั ชวี้ ัด

26

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคญั เวลา น้ำหนักคะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม

มาตรฐานที่ 3.2 ความชน้ื อากาศเปน ปริมาณไอน้ำ 3 - - - -
ดท่ี ม.1/2
ทมี่ ีอยูในอากาศ ซึ่งปจจัยท่ีมีผล

ตอ ความชนื้ อากาศ ไดแก

อณุ หภูมิอากาศและลักษณะพ้ืนที่

ความชื้นอากาศสามารถตรวจวัด

ไดโ ดยใชไ ฮกรอมิเตอร และ

นำมาใชในการพยากรณอากาศ

มาตรฐานที่ 3.2 ความชืน้ อากาศเปน ปรมิ าณไอน้ำ 3 2 1 1 4
ดที่ ม.1/2 ท่มี อี ยูในอากาศ ซึ่งปจ จัยท่มี ีผล 4
ตอ ความชน้ื อากาศ ไดแ ก
อุณหภมู ิอากาศและลักษณะพื้นที่
ความชนื้ อากาศสามารถตรวจวัด
ไดโ ดยใชไ ฮกรอมเิ ตอร และ
นำมาใชในการพยากรณอากาศ
มาตรฐานที่ 3.2 เมฆและฝน เปนละอองน้ำใน 3 21 1
ดที่ ม.1/2 อากาศ โดยเมฆและฝนเกดิ จาก
การรวมตวั ของไอนำ้ ในอากาศ
ปจ จยั ที่สงผลตอ ปริมาณเมฆและ
ฝน ไดแก ความชื้นอากาศ และ
ความกดอากาศ การวัดปรมิ าณ
เมฆ สามารถวดั ไดโดยการสงั เกต

หนวย ช่ือหนวยการ แผนการจดั การเรียนรูท ่ี สาระ / มาตร
ท่ี เรียนรู ตัวชว้ี ัด /

3 บรรยากาศ 2 แผนที่ 1 พายฟุ าคะนอง สาระที่ 3 ม
ตัวชว้ี ดั

แผนที่ 2 พายุหมนุ เขตรอน สาระที่ 3 ม
แผนที่ 3 เกณฑการรายงานการ ตัวชว้ี ัด

พยากรณอากาศ สาระที่ 3 ม
ตัวชว้ี ัด


Click to View FlipBook Version