56
รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั คะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานท่ี 1.1 การเจรญิ เตบิ โตของพชื เปน 6 8 1 1 10
.4/10,ม.4/11 กระบวนการที่พชื มีการเพ่ิมความ
สงู ขนาด และเปลีย่ นแปลง
อวัยวะตาง ๆ ไปทำหนา ทเ่ี ฉพาะ
ของพชื ซง่ึ เปนผลมาจาก 3
กระบวนการ ไดแก การแบง เซลล
การขยายขนาดของเซลล และ
การเปลี่ยนแปลงรปู รา งของเซลล
การเจรญิ เติบโตของพชื
จำเปน ตองมีปจจยั เขา มาควบคุม
แบง ออกเปน ปจจัยภายนอก
ประกอบดวย แสงเปน แหลง
พลังงานในกระบวนการ
สงั เคราะหดวยแสงของพชื นำ้
เปนวัตถุดบิ ในกระบวนการ
สงั เคราะหด ว ยแสง เก่ยี วขอ งกบั
ปฏกิ ริ ิยาตาง ๆ เปน ตัวทำละลาย
ที่ชว ยในการเคลือ่ นทขี่ องสาร แร
ธาตเุ ปนองคป ระกอบหลักใน
โครงสรางของพืช มผี ลตอการ
เจริญเติบโตและการดำรงชีวติ
ของพืช แกสคารบอนไดออกไซด
เปน วตั ถุดิบในกระบวนการ
หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจดั การเรียนรูท ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู แผนที่ 3 ตวั ช้วี ัด /
สาระท่ี 1 ม
การตอบสนองตอสิง่ เรา ตัวชี้วดั
ของพืช
57
รฐานการเรยี นรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานที่ 1.1 การตอบสนองตอส่งิ เราของพืช 6 8 1 1 10
ดท่ี ม.4/12 เปนการเปลย่ี นแปลงทาง
สรรี วิทยา และสง ผลตอการ
เจรญิ เติบโตของพชื โดยจะ
แสดงออกในลักษณะของการ
เคลือ่ นไหว แบง ออกเปน 2
รูปแบบ
1.ทรอปกมฟู เมนต (tropic
movement) เปนการเคลอ่ื นไหว
ของพชื ทมี่ ที ิศทางสมั พนั ธก ับส่งิ
เรา ซึง่ อาจเบนเขา หาหรอื เบน
ออกจากส่งิ เรา การเคล่ือนไหว
ของพืชลกั ษณะนี้ เชน การ
เคลอ่ื นไหวท่ตี อบสนองตอแสง
การเคลือ่ นไหวที่ตอบสนองตอ
การสมั ผัสส่งิ เรา การเคลื่อนไหวที่
ตอบสนองตอ แรงโนม ถว งของโลก
การเคล่อื นไหวท่ีตอบสนองตอ
สารเคมี การเคล่ือนไหวที่
ตอบสนองตอน้ำ
2.แนสติกมูฟเมนต (nastic
movement) เปนการเคลื่อนไหว
ของพืชท่ีตอบสนองแบบไมม ี
หนวย ชอื่ หนวยการ แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ สาระ / มาตร
ท่ี เรียนรู ตวั ชี้วดั /
5 พันธุกรรม แผนที่ 1 สาระที่ 1 ม
การถายทอดลักษณะทาง ตวั ชวี้ ัดที่ ม
พันธุกรรม
58
รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
เปลีย่ นแปลงปริมาณน้ำใน
เซลล การเปล่ยี นแปลงแรงดันเตง
ภายในเซลล หรอื การเจรญิ เติบโต
ของสว นตาง ๆ ไมเทากัน
มาตรฐานที่ 1.3 ลักษณะทางพนั ธุกรรมของ 6 8 1 1 10
ม.4/1, ม.4/2 สงิ่ มชี ีวิตถกู ควบคุมดวยหนวย
พนั ธกุ รรมหรอื ยนี (gene) ซึง่ เปน
ลำดบั เบสของ นวิ คลีโอไทด
ชวงหน่งึ บนสายดีเอ็นเอท่อี ยูบน
โครโมโซมในนิวเคลยี สของเซลล
ส่ิงมชี วี ิต ในนิวเคลียสของเซลลท่ี
ไมไ ดอยูระหวา งการแบงเซลล
โครโมโซมจะคลายตัวเปน เสน ใย
โครมาทินท่ีประกอบดว ยสายดี
เอน็ เอเกาะกับโปรตนี ฮีสโตน แต
ระหวา งการแบงเซลล โครโมโซม
จะหดตัวเปน โครมาทดิ 2 เสนที่
ยึดกันตรงตำแหนงเซนโทรเมียร
ซง่ึ สายดเี อ็นเอเกิดจากหนวยยอย
ของนวิ คลีโอไทดมาเชือ่ มตอกัน
เปนสาย มโี ครงสราง
ประกอบดว ยนำ้ ตาลดีออกซีไร
โบส ไนโตรจนี ัสเบส
หนวย ช่ือหนวยการ แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู ตวั ชี้วัด /
แผนที่ 2 สาระที่ 1 ม
การเปลยี่ นแปลงทาง ตวั ชว้ี ดั ท่ี ม
พันธกุ รรม
59
รฐานการเรยี นรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
ลักษณะ ทัง้ การถายทอดลักษณะ
พันธุกรรมทางโครโมโซมรา งกาย
ซง่ึ พบท้ังความผิดปกติของแอลลี
ลเดนและแอลลลี ดวย เชน โรค
ผิวเผือก โรคนิ้วเกนิ และ
โรคธาลัสซีเมีย การถา ยทอด
ลกั ษณะพนั ธกุ รรมทางโครโมโซม
เพศ ซึง่ จะพบความผดิ ปกตใิ น
เพศหญิงและเพศชายแตกตางกนั
เน่อื งจากมีดครโมโซมเพศ
แตกตางกัน เชน โรคตาบอดสี
โรคฮโี มฟเลยี และการถายทอด
ลักษณะพนั ธกุ รรมแบบมัลติเปล
แอลลีล ซึ่งเกดิ จากการควบคุม
ของแอลลีลมากกวา 2 แอลลีล
และยนี เดน จะขม ยีนดอยอยา ง
สมบรู ณ
มาตรฐานท่ี 1.3 การกลายหรือมวิ เทชัน เปน 5 8 1 1 10
ม.4/3, ม.4/4 กระบวนการที่ทำใหเ กดิ การ
เปล่ียนแปลงลักษณะพนั ธกุ รรม
ของส่ิงมชี วี ิต ซง่ึ ทำใหสิ่งมชี วี ิตมี
ลกั ษณะทแ่ี ตกตา งไปจากส่งิ มีชีวติ
รนุ พอแม มวิ เทชนั ในสง่ิ มชี ีวติ
หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั /
60
รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
แบง ออกเปน 2 ระดับ ไดแ ก
1. มิวเทชันระดับยนี เปนการ
เปลี่ยนแปลงลำดบั นิวคลีโอไทด
ในสายดีเอน็ เอ ทำใหยนี
เปล่ียนแปลงไปจากเดมิ เชน โรค
โลหติ จางจางเมด็ เลอื ดแดงรูป
เคยี ว
2.มิวเทชันระดบั โครโมโซม
เปนการเปล่ยี นแปลงของ
โครโมโซม ทงั้ การเปล่ียนแปลง
รูปรา งของโครโมโซม เชน กลมุ
อาการครดิ ูชาต และการ
เปลย่ี นแปลงจำนวนโครโมโซม
เชน กลมุ อาการพาทวั กลมุ
อาการดาวนอยางไรกต็ าม
การเกิดมวิ เทชันสามารถนำมา
ประยุกตใชประโยชนท าง
การเกษตรเพ่ือเพิ่มผลผลติ และ
พัฒนาสายพนั ธุ เชน การสรา งพืช
ไรเมล็ด การสรางพชื สายพันธุ
ใหม เปน ตน
หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจัดการเรียนรทู ี่ สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู แผนท่ี 3 ตัวชว้ี ดั /
สาระท่ี 1 ม
เทคโนโลยีทาง DNA ตวั ชว้ี ดั
61
รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานท่ี 1.3 การใชป ระโยชนจากเทคโนโลยี 4 8 1 1 10
ดท่ี ม.4/5 ทางดีเอน็ เอเพอ่ื ปรับแตง
เคลอื่ นยายยีนขามสงิ่ มีชีวติ ทำให
ไดสงิ่ มชี ีวิตท่มี ีลักษณะตามที่
ตอ งการ เรยี กวา สงิ่ มชี วี ิตดดั แปร
พนั ธกุ รรม (genetically
modified organisms : GMOs)
โดยอาศยั กระบวนการตาง ๆ เชน
พันธุวิศวกรรม ซ่งึ เปนการสรา งดี
เอน็ เอสายผสมโดยใชเอนไซมตัด
จำเพาะตัดชน้ิ สวนดเี อน็ เอแลว
นำไปเช่ือมตอกบั เวกเตอร เชน
พลาสมดิ ของแบคทเี รีย ทำใหไดดี
เอน็ เอสายผสมทีม่ ีลักษณะหรอื
คุณสมบัตทิ ่ีตอ งการ หรอื การ
โคลนส่ิงมชี ีวติ ซง่ึ เปน การสราง
สิ่งมชี ีวิตท่มี ลี กั ษณะเหมอื น
สิ่งมีชวี ิตตนแบบทุกประการ
เทคโนโลยที างดเี อ็นเอถูกนำมา
ประยุกตใ ชป ระโยชนดานตาง ๆ
- ดานการแพทยและเภสัช
กรรม เพ่ือสรา งสง่ิ มีชีวิตท่ี
สามารถผลติ ยา ฮอรโมน
หนวย ชือ่ หนวยการ แผนการจดั การเรยี นรูท่ี สาระ / มาตร
ท่ี เรยี นรู ตัวชว้ี ดั /
6 วิวฒั นาการของ แผนที่ 1 สาระที่ 1 ม
ส่ิงมชี วี ิต ววิ ัฒนาการของส่งิ มชี ีวิตจากการ ตวั ชวี้ ดั
คัดเลอื กโดยธรรมชาติ
62
รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
- ดา นการเกษตร เพ่ือสราง
ส่ิงมชี วี ติ ท่มี ลี กั ษณะหรอื คณุ สมบตั ิ
ตามตอ งการ เชน ขา วสที องท่ี
สามารถสรางวิตามนิ เอ ขา วโพด BT
ทสี่ ามารถตา นทานแมลง
- ดานนิติวทิ ยาศาสตร เพอ่ื
พสิ ูจนตัวบคุ คลในกรณตี า ง ๆ เชน
การตรวจหาผูกระทำความผิด การ
ตรวจสอบความสมั พันธทาง
สายเลือด
อยางไรกต็ าม ยงั มีความกงั วลดา น
ความปลอดภัยทางชวี ภาพ ชีวจริย
ธรรม และผลกระทบทางดา นสงั คม
ของการใชเทคโนโลยที างดเี อ็นเอ
มาตรฐานท่ี 1.3 ส่งิ มชี วี ติ ในปจ จุบนั พบมากถงึ 5 8 1 1 10
ดที่ ม.4/6 30-40 ลา นชนิด ซง่ึ สามารถจัด
หมวดหมูออกเปน 5 อาณาจักร
ไดแ ก
1.อาณาจกั รมอเนอรา เปน
สงิ่ มชี วี ิตทีไ่ มม ีเยอ่ื หมุ สารพนั ธกุ รรม
สว นใหญม ีเซลลเ ดียว
2.อาณาจกั รโพรทสิ ตา เปน
ส่งิ มชี ีวติ ท่มี ีเยื่อหุมนิวเคลียส พบท้ัง
หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั /
63
รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
เซลลเ ดยี วและหลายเซลล เชน
อะมบี า พารามเี ซยี ม
3.อาณาจกั รฟง ไจเปน สิ่งมชี วี ติ
หลายเซลล สวนใหญด ำรงชวี ิตเปน
ผูยอ ยสลายอนิ ทรยี สาร เชน รา
เหด็
4.อาณาจกั รพืช เปนสงิ่ มีชีวิต
หลายเซลล เซลลจ ดั เรียงตวั เปน
เน้ือเย่อื สามารถสรา งอาหารเองได
เชน พืชตา ง ๆ
5.อาณาจักรสัตว เปน สง่ิ มีชวี ิต
หลายเซลล เซลลจดั เรียงตวั เปน
เนือ้ เยือ่ สามารถเคลื่อนไหวได ไม
สามารถสรางอาหารเองได เชน
สัตวต า ง ๆ ความหลากหลายของ
สง่ิ มีชีวิตเปน ผลมาจากววิ ัฒนาการ
ซึง่ เปน การเปลย่ี นแปลงทาง
พันธกุ รรมของสงิ่ มชี วี ติ จากรนุ หนง่ึ
สอู ีกรนุ โดยมีกลไกพน้ื ฐานมาจาก
การคดั เลือกโดยธรรมชาติ
หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั /
64
รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั คะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
ปรบั ตวั ใหเหมาะสมกับสภาพแวดลอ ม
ท่ีอาศัยอยใู หสามารถอยูรอดและ
สบื พันธุต อไปได สวนประชากรทไี่ ม
สามารถปรับตัวไดจ ะถกู คดั ท้งิ และลด
จำนวนลง การคดั เลือกโดยธรรมชาติ
ถูกคนพบและเสนอเปนทฤษฎีการ
คัดเลือกโดยธรรมชาติ (theory of
natural selection) โดยชาลส ดาร
วนิ ผูสำรวจความหลากหลายของ
สิ่งมชี ีวิตบนหมเู กาะกาลาปากอส เชน
นกจาบบนเกาะตาง ๆ ของหมเู กาะกา
ลาปากอส ซงึ่ มลี กั ษณะจะงอยปาก
แตกตา งกนั ตามลกั ษณะอาหารท่กี ิน
ซง่ึ เปน การปรับตัวทางพนั ธุกรรมของ
นกจาบ ตัวอยางสิง่ มชี วี ติ ทีม่ ี
วิวัฒนาการผานการคดั เลอื กโดย
ธรรมชาติ เชน
- ผเี สอื้ กลางคนื Biston betularia
มกี ารคัดเลอื กผเี ส้ือท่มี สี ตี วั คลายคลึง
กบั สขี องตนไมใหอ ยรู อด เนอ่ื งจาก
สามารถอา
หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจดั การเรียนรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู ตวั ชว้ี ดั /
รวม เวลา / คะแนน หนวยการเรยี น
สอบวดั ผลกลางภาคเรียน
สอบวัดผลปลายภาคเรยี น
รวมเวลาเรียน / คะแนน ตลอดปก ารศึกษา
หมายเหต.ุ ...เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง / สัปดาห = 0.5 หนว ย
เวลาเรียน 3 ช่ัวโมง / สัปดาห = 1.5 หนว ยกิต
65
รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนักคะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
พรางตวั ไดด ีกวา 38 56 7 7 70
- หอย Cepaea nemoralis
มีการคดั เลอื กหอยทม่ี ีเปลอื กหอย 1 10 3 2 15
คลา ยคลึงกบั ส่งิ แวดลอ มใหอ ยูร อด 1 10 3 2 15
เน่ืองจากสามารถอำพรางตัวได 40 76 13 11 100
ดกี วา
- แมลงศตั รพู ืชบางชนิด มกี าร
เปล่ียนแปลงโครงสรา งทาง
พันธุกรรมใหส ามารถตา นทานตอ
สารฆา แมลง
- เชอื้ โรคบางชนิด มีการ
เปล่ียนแปลงโครงสรา งทาง
พนั ธกุ รรมใหส ามารถดอื้ ยา
ปฏชิ ีวนะ
ยกติ เวลาเรียน 2 ชวั่ โมง / สัปดาห = 1.0 หนว ยกิต
เวลาเรียน 4 ชวั่ โมง / สัปดาห = 2.0 หนว ยกติ
66
เกณฑการวดั และประเมนิ ผล
7. อัตราสว นคะแนน หนว ยการเรียน : ปลายภาคเรียน ( 70 : 30 )
7.1.รายละเอยี ดของการใหคะแนน 70 คะแนน
- งานทีไ่ ดร ับมอบหมาย
- ชน้ิ งาน / ใบงาน /การนำเสนอผลงาน
- พัฒนานาการเรียนรู
7.2.คะแนนสอบปลายภาค 30 คะแนน
รวมคะแนน 100 คะแนน
8. การคดิ คะแนน ระดบั คะแนน
ระดบั ผลการเรียน8 ระดับ
คะแนน 80 ขนึ้ ไป คะแนน
ระดบั คะแนน 4 คะแนน 75 - 79 คะแนน
ระดบั คะแนน 3.5 คะแนน 70 - 74 คะแนน
ระดบั คะแนน 3 คะแนน 65 - 69 คะแนน
ระดบั คะแนน 2.5 คะแนน 60 - 64 คะแนน
ระดบั คะแนน 2 คะแนน 55 - 59 คะแนน
ระดบั คะแนน 1.5 คะแนน 50 - 54 คะแนน
ระดบั คะแนน 1 คะแนน ต่ำกวา 49 คะแนน
ระดบั คะแนน 0
67
โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี
ประมวลรายวิชา ( Course Syllabus )
**************************************************
๑. ชอ่ื วชิ า วทิ ยาศาสตร
๒. สถานภาพวชิ ารหัสวชิ า วิชาเพิม่ เตมิ
๓. รหัสวิชา ว 3๑๒0๒
๔. จำนวนหนวยกิต 1.๕
๕. จำนวนชวั่ โมง / สัปดาห ๓
๖. เวลาเรียน ๖0 ชวั่ โมง / ภาคเรียน
๗. ภาคเรยี นที่ 1
๘. ปการศึกษา 2565
๙. ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 4
10. ชือ่ สกลุ ครูผูสอน นายนิธศิ จติ รจักร
11. ขอบขา ยเน้อื หาทสี่ อน ธรรมชาตขิ องส่งิ มชี วี ิต การศึกษาชวี วิทยาและวิธีการทางวทิ ยาศาสตร
สารท่เี ปนองคประกอบของสงิ่ มีชีวติ ปฏกิ ิรยิ าเคมใี นเซลลของ
สงิ่ มีชีวิต กลองจุลทรรศน โครงสรางและหนาทีข่ องเซลล การลำเลียง
สารเขา และออกจากเซลล การแบง เซลล และการหายใจระดับเซลล
68
คำอธิบายรายวชิ า
ชื่อวิชา วิทยาศาสตร (เพ่ิมเติม) รหสั ว 3๑๒0๒
กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้น มัธยมศึกษาปที่ 4
เวลาเรียน ๓ ชัว่ โมง / สัปดาห จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
**************************************************
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาเก่ียวกับลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิต การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร การนำ
ความรูเกยี่ วกับชวี วิทยามาประยุกตใชในชวี ิตประจำวัน โครงสรา งและหนา ท่ขี องสารเคมที ี่เปนองคป ระกอบในเซลล
ของสิ่งมีชีวิต ปฏิกิริยาเคมีในเซลลของสิ่งมีชีวิต โครงสรางและหนาท่ีของสวนประกอบของเซลล การแพร การ
ออสโมซิส การแพรแบบฟาซิลิเทต แอกทีฟทรานสปอรต การลำเลียงสารโมเลกุลใหญ การแบงเซลล และการ
หายใจระดับเซลล
โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต การ
วิเคราะห การทดลอง การอภิปราย การอธิบายและสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถ
ในการตัดสินใจ ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรูและนำความรูไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร มีคุณธรรม และ
จริยธรรม
69
สาระ / ผลการเรียนรู
สาระ : ชวี วิทยา
ผลการเรียนรู
๑. อธิบายและสรุปสมบัติที่สำคัญของส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธของการจัดระบบในสิ่งมีชีวิตท่ีทำใหส่ิงมีชีวิต
ดำรงชีวิตอยไู ด
๒. อภิปรายและบอกความสำคัญของการระบุปญหา ความสัมพันธระหวางปญหา สมมติฐาน และวิธีการ
ตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมท้งั ออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมตฐิ าน
๓. สืบคนขอมูล อธิบายเกี่ยวกับสมบัติของน้ำและบอกความสำคัญของน้ำท่ีมีตอสิ่งมีชีวิต และยกตัวอยางธาตุ
ตา ง ๆ ที่มีความสำคัญตอ รา งกายส่งิ มชี วี ติ
๔. สืบคนขอมูล อธิบายโครงสรางของคารโบไฮเดรต ระบุกลุมคารโบไฮเดรต รวมท้ังความสำคัญของ
คารโ บไฮเดรตที่มีตอส่งิ มีชวี ิต
๕. สืบคนขอ มูล อธิบายโครงสรางของโปรตนี และความสำคัญของโปรตนี ที่มีตอส่งิ มีชีวิต
๖. สืบคนขอ มูล อธบิ ายโครงสรางของลิพดิ และความสำคญั ของลิพิดท่ีมตี อ สิ่งมีชีวิต
๗. อธิบายโครงสรางของกรดนิวคลีอิก และระบุชนิดของกรดนิวคลีอิกและความสำคัญของกรดนิวคลีอิกท่ีมีตอ
สิ่งมีชีวติ
๘. สบื คนขอ มลู และอธิบายปฏกิ ริ ยิ าเคมีทเ่ี กดิ ข้ึนในส่ิงมชี ีวิต
๙. อธิบายการทำงานของเอนไซมในการเรงปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิต และระบุปจจัยท่ีมีผลตอการทำงานของ
เอนไซม
๑๐. บอกวิธีการและเตรียมตัวอยางสิ่งมีชีวิตเพ่ือศึกษาภายใตกลองจุลทรรศนใชแสง วัดขนาดโดยประมาณและ
วาดภาพท่ปี รากฏภายใตก ลอง บอกวธิ กี ารใช และการดูแลรกั ษากลองจลุ ทรรศนใ ชแ สงทีถ่ กู ตอง
๑๑. อธบิ ายโครงสรางและหนาทข่ี องสวนทห่ี อ หุมเซลลข องเซลลพชื และเซลลสตั ว
๑๒. สบื คน ขอมูล อธบิ าย และระบชุ นิดและหนาท่ขี องออรแ กเนลล
๑๓. อธิบายโครงสรา งและหนาท่ีของนวิ เคลียส
๑๔. อธิบายและเปรยี บเทยี บการแพร ออสโมซสิ การแพรแบบฟาซลิ เิ ทต และ แอกทีฟทรานสปอรต
๑๕. สืบคน ขอมูล อธิบายและเขียนแผนภาพการลำเลียงสารโมเลกุลใหญออกจากเซลลด วยกระบวนการเอกโซไซ
โทซสิ และการลำเลยี งสารโมเลกลุ ใหญเขาสูเซลลด วยกระบวนการเอนโดไซโทซสิ
๑๖. สงั เกตการแบงนิวเคลยี สแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอยางภายใตกลองจุลทรรศน พรอมทั้งอธิบาย
และเปรียบเทียบการแบง นวิ เคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซสิ
๑๗. อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปข้ันตอน การหายใจระดับเซลลในภาวะท่ีมีออกซิเจนเพียงพอและภาวะท่ีมี
ออกซเิ จนไมเพยี งพอ
รวมท้งั หมด ๑๗ ผลการเรยี นรู
โครงสรางรายวชิ า วิทยาศาสตร
รหสั วชิ า ว 3๑๒0๒ รายวิชา วทิ ยาศาส
กลมุ สาระการเรียนรู วิทยาศาสตร
เวลาเรยี น ๓ ชั่วโมง / สปั ดาห จำนวน ๖0
หนวย ช่อื หนวยการ แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ผลก
ท่ี เรยี นรู
๑ ธรรมชาติของ แผนที่ 1 1. อธิบายและ
สิ่งมีชีวติ ธรรมชาติของส่ิงมชี วี ติ ของสิ่งมีชีวิต
ของการจัดระบ
ใหส ิ่งมชี ีวิตดำร
2. อภิปรายแล
ของการระบปุ ญ
ร ะ ห ว า ง ป ญ ห
และวิธีการตร
รวมท้ังออกแบ
ตรวจสอบสมม
70
ร ช่ือวชิ า วิทยาศาสตรเ พิ่มเติม
สตร ภาคเรียนที่ ๑ ปก ารศึกษา 2565
และเทคโนโลยี มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4
0 ชวั่ โมง / ภาคเรียน จำนวน 1.๕ หนวยกติ
การเรียนรู สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั คะแนน
(ชม.) K P A รวม
ะสรุปสมบัตทิ ีส่ ำคัญ สิ่งมีชีวิตทุ กชนิ ดตองการ ๒ ๓ 1 1 ๕
และความสัมพันธ สารอาหารและพลังงานมีการ
บบในส่ิงมีชีวิตท่ีทำ เจริญเติบโต มีการตอบสนองตอ
รงชีวิตอยูไ ด สิ่งเรา มีการรักษาดุลยภาพของ
ละบอกความสำคัญ รางกาย มีการสืบพันธุ มีการ
ญหา ความสัมพันธ ปรับตัวทางวิวัฒนาการ และมี
หากับ สมมติฐาน ก า ร ท ำ ง า น ร ว ม กั น ข อ ง
รวจสอบสมมติฐาน องคประกอบตางๆ อยางเปน
บบการทดลองเพื่อ ระบบ
มตฐิ าน วิธีการทางวิทยาศาสตร เริ่ม
จากการตั้งปญหา ตั้งสมมติฐาน
ต ร ว จ ส อ บ ส ม ม ติ ฐ า น เก็ บ
รวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูล
แ ล ะ ส รุ ป ผ ล ซึ่ ง ก า ร ศึ ก ษ า
ส่งิ มีชีวิตตองคำนึงถงึ ชีวจริยธรรม
จรรยาบรรณในการใชสัตวทดลอง
หนว ย ชื่อหนวยการ แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ผลก
ที่ เรียนรู
แผนท่ี 2 2. อ ภิ ป ร า
ชวี วทิ ยาคืออะไร ชวี วิทยากับการ ความสำคัญข
ค ว า ม สั ม พั น
ดำรงชวี ติ และชีวจริยธรรม สมมติฐาน แล
สมมติฐาน รว
ทดลองเพือ่ ตรว
แผนท่ี 3 2. อ ภิ ป ร
การศกึ ษาชวี วิทยา ความสำคัญข
ค ว า ม สั ม พั น
สมมติฐาน แล
สมมติฐาน รว
ทดลองเพือ่ ตรว
71
การเรียนรู สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั คะแนน
(ชม.) K P A รวม
า ย แ ล ะ บ อ ก การศึกษาเกี่ยวกับส่ิงมีชีวิต ๒ ๓ 1 1 ๕
ของการระบุปญหา กอใหเกิดวิชาเฉพาะดานทาง
ธระหวางปญ หา ชีววิทยา ซ่ึงเปนประโยชนตอการ
ละวิธีการตรวจสอบ พัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษยและ
วมทั้งออกแบบการ เปนประโยชนตอส่ิงแวดลอม ซึ่ง
วจสอบสมมตฐิ าน ก ารศึ ก ษ าก ารใช ป ระ โย ช น
เก่ี ย ว กั บ สิ่ ง มี ชี วิ ต ต อ ง ค ำ นึ ง ถึ ง
ชวี จริยธรรม
า ย แ ล ะ บ อ ก นักชีววิทยาใชวิธีการทาง ๔ ๔ 1 1 ๖
ของการระบุปญหา วิทยาศาสตรในการศึกษา ซึ่ง
ธระหวางปญ หา ประกอบดวยการกำหนดปญหา
ละวิธีการตรวจสอบ การต้ังสมมติฐาน การตรวจสอบ
วมทั้งออกแบบการ สมมตฐิ าน การเกบ็ รวบรวมขอ มูล
วจสอบสมมติฐาน และวิเคราะหขอมูล และการ
สรุปผล ความรูทางชีววิทยาอาจ
ไดจากการสำรวจและศึกษาทั้งใน
และนอกหองปฏิบัติการ ดังน้ัน
ชี ว วิ ท ย า ป ร ะ ก อ บ ด ว ย ส ว น ท่ี
สำคัญ 2 สวน คือ สวนที่เปน
ค ว า ม รู แ ล ะ ส ว น ที่ เ ป น
กระบวนการคนหาความรู
หนวย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ผลก
ท่ี เรยี นรู
๒ เคมที เ่ี ปน พื้นฐาน แผนที่ 1 3. สืบคนขอม
ของสิง่ มชี วี ติ สารอนินทรีย ส ม บั ติ ข อ ง
ค ว า ม ส ำ คั ญ
ส่ิงมีชีวิต และ
ชนิดตางๆ ท
รางกายสิง่ มชี ีว
แผนที่ ๒ 4. สื บ ค น ข
สารอนิ ทรยี โครงสรางของค
กลุมของคารโ
ความสำคญั ขอ
ตอ สงิ่ มีชวี ิต
5. สื บ ค น ข
โค รงส รางข
ค ว า ม ส ำ คั ญ ข
สิ่งมีชีวติ
72
การเรยี นรู สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
(ชม.) K P A รวม
เปลย่ี นแปลงปรมิ าณน้ำใน
เซลล การเปล่ยี นแปลงแรงดันเตง
ภายในเซลล หรือการเจริญเติบโต
ของสว นตาง ๆ ไมเทา กัน
มูล อธิบายเก่ียวกับ สารอนนิ ทรียท่เี ปน องคประกอบ ๑ ๒ 1 1 ๔
ง น้ ำ แ ล ะ บ อ ก สำคัญในรางกายสิ่งมีชวี ิต คอื น้ำ
ญ ข อ ง น้ ำ ท่ี มี ต อ และแรธ าตุบางชนดิ โดยน้ำเปน
ะยกตัวอยางธาตุ ตวั ทำละลายที่ดี ชวยลำเลยี งสาร
ท่ีมีความสำคัญตอ ตางๆ ไปทวั่ รา งกาย ชว ยรกั ษา
วิต อุณหภูมขิ องรางกายใหคงที่ สวน
แรธาตุเปนสวนประกอบของ
เซลลแ ละเนอื้ เยื่อ และชวยให
เกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมีตา งๆ
ข อ มู ล อ ธิ บ า ย สารอินทรยี มธี าตคุ ารบอนและ ๕ ๗ ๑ ๑ ๙
คารโ บไฮเดรต ระบุ ธาตุไฮโดรเจนเปน องคป ระกอบ
โบไฮเดรต รวมทั้ง หลกั สารอินทรียท ี่พบมากใน
องคารโบไฮเดรตทีม่ ี รางกายสงิ่ มีชีวติ มี 4 กลุม ไดแก
คารโบไฮเดรต โปรตนี ลิพดิ และ
ข อ มู ล อ ธิ บ า ย กรดนิวคลอี ิก ซ่ึงสารตางๆ
ข อ งโป รตี น แ ล ะ เหลานี้เปนสวนประกอบของ
ของโปรตีนที่มีตอ เซลล ชว ยใหร า งกายเจริญเติบโต
หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ผลก
ที่ เรียนรู
6. สื บ ค น ข
แผนที่ ๓ โ ค ร ง ส ร า ง ข
ปฏิกิริยาเคมีในเซลลข องสิ่งมีชวี ิต ความส ำคัญ
ส่งิ มชี ีวิต
7. สื บ ค น ข
โครงสรางของ
ก ลุ ม ข อ ง ก ร ด
ความสำคัญขอ
ตอ สิ่งมีชวี ติ
8 . สืบ คน ขอ
ปฏิกริ ิยาเคมีท่เี
9. อธิบายการ
ใน ก า ร เร ง ป
สง่ิ มีชวี ติ และร
การทำงานของ
การเรียนรู สาระสำคญั 73
ข อ มู ล อ ธิ บ า ย เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ข อ ง ลิ พิ ด แ ล ะ (ชม.) K P A รวม
ญ ของลิพิ ดท่ี มีต อ
ข อ มู ล อ ธิ บ า ย
งกรดนิวคลีอิก ระบุ
ดนิ วคลีอิก แล ะ
องกรดนิวคลีอิกท่ีมี
อมูล และอธิบ าย ปฏกิ ิริยาเคมีในเซลลข องสง่ิ มีชีวติ ๖ ๕ 1 1 ๗
ทเกิดขึน้ ในสิง่ มีชีวิต มี 2 ประเภท คือ ปฏกิ ริ ิยาคาย
รทำงานของเอนไซม พลงั งานและปฏกิ ิริยาดดู พลังงาน
ป ฏิ กิ ริ ย า เค มี ใน ปฏิกิริยาเหลานจ้ี ำเปนตอ งอาศยั
ระบปุ จ จัยท่ีมผี ลตอ เอนไซมช ว ยเรง ปฏิกริ ิยา ความ
งเอนไซม เปนกรด-เบส อุณหภมู ิ ความ
เขม ขน ของสารต้ังตน และความ
เขม ขน ของเอนไซมมผี ลตอ
ปฏกิ ิรยิ าตา งๆ ในเซลล ปฏิกริ ิยา
อาจหยุดชะงักหรือหยดุ ไปถา มี
สารที่มสี มบตั ิยบั ย้งั การทำงาน
ของเอนไซมเ ขารวมกับเอนไซม
หรือสารตงั้ ตน
หนวย ช่ือหนวยการ แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ผลก
ท่ี เรียนรู แผนที่ ๑ 1 0 . บ อกวิธ
๓ เซลลข องส่ิงมชี ีวิต ตัว อย างส่ิ งม
เซลลและทฤษฎีเซลล ภายใตกลองจลุ
ขนาดโดยประ
ที่ ป รากฏ ภ า
วิธีการใชและก
จุลทรรศนทีถ่ ูก
แผนที่ 2 11. อธิบายโค
โครงสรา งของเซลลท ศ่ี ึกษาดว ยกลอ ง ของสวนหอหุม
สัตวไ ด
จุลทรรศนอ เิ ลก็ ตรอน 12. สืบคนขอ
ส รุ ป ช นิ ด แ ล
แกเนลลไ ด
13. อธิบายโค
ของนวิ เคลียสไ
74
การเรยี นรู สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั คะแนน
(ชม.) K P A รวม
ธีการแ ละเต รีย ม ทฤษฎีเซลลมีใจความวา สิ่งมีชีวิต ๔ ๔ ๑ ๑ ๖
มี ชี วิ ต เพื่ อศึ ก ษ า ท้ังหลายประกอบดวยเซลล และ
ลทรรศนใชแสง วัด เซลลคือหนวยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต
ะมาณและวาดภาพ ทุกชนิด การศึกษาเซลลจำเปนตอง
ายใตกลอง บ อ ก อาศัยกลองจุลทรรศน ซึ่งกลอง
การดูแลรักษากลอง จุลทรรศนเปนเคร่ืองมือท่ีชวยใน
กตอ ง การขยายภ าพ ท ำให สามารถ
มองเห็นส่ิงมีชีวิตขนาดเล็กๆ ได
โดยกลองจุลทรรศนมีท้ังแบบที่ใช
แสงและแบบอิเล็กตรอน ซึ่งแตละ
แบบมีประสิทธิภาพและกำลังขยาย
แตกตา งกนั
ครงสรางและหนาที่ เซลลเปนหนวยพื้นฐานที่เล็กท่ีสุด 8 ๗ - - ๗
มเซลลพชื และเซลล ของส่ิงมีชีวิต โครงสรางของเซลล
ป ร ะ ก อ บ ด ว ย ส ว น ที่ ห อ หุ ม เซ ล ล
ไซโทพลาซมึ และนิวเคลียส เซลลมี
อมูล อธิบาย และ รปู รางแตกตางกัน สวนมากมีขนาด
ะ ห น า ที่ ข อ ง อ อ ร เล็กมากจนไมสามารถมองเห็นได
ครงสรางและหนาท่ี ดวยตาเปลา จึงตองอาศัยกลอง
ได จุ ล ท ร ร ศ น ช ว ย ใน ก า ร ศึ ก ษ า
โครงสรางของเซลลท่ีศึกษาดวย
กลองจุลทรรศนอิเล็กตรอนจะเห็น
รายละเอียดมากกวาการศึกษาดวย
กลองจุลทรรศนใ ชแ สง
หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ผลก
ที่ เรียนรู แผนที่ 3 14. อธิบายแล
แพร ออสโมซ
การลำเลียงสารผา นเซลล ซิลิเทต และแอ
15. สืบคนขอ
แผนที่ 4 เขียนแผนภา
การสอ่ื สารระหวา งเซลล โมเลกุลใหญอ
กระบวนการเอ
การลำเลียงสา
เซลลดวยกระ
โทซสิ ได
75
การเรยี นรู สาระสำคญั เวลา น้ำหนักคะแนน
(ชม.) K P A รวม
ละเปรียบเทยี บการ รางกายของส่ิงมีชีวติ จะ 6 ๗- - ๗
ซสิ การแพรแ บบฟา ดำรงชวี ิตไดอ ยางสมดุล จะตองมี
อกทฟี ทรานสปอรต กระบวนการรักษาดลุ ยภาพ
ได เกิดข้ึน โดยเฉพาะในระดับเซลล
อมูล อธิบาย และ ซ่ึงเซลลจำเปนตอ งรับสารจาก
พการลำเลียงสาร ภายนอกและกำจดั สารออกจาก
ออกจากเซลลดวย เซลลโ ดยอาศยั กระบวนการตางๆ
อกโซไซโทซิส และ ไมว าจะเปน การแพร ออสโมซิส
ารโมเลกลุ ใหญเขาสู การแพรแบบฟาซลิ เิ ทต แอก
ะบวนการเอนโดไซ ทีฟทรานสปอรต กระบวนการ
เอกโซไซโทซิส และกระบวนการ
เอนโดไซโทซิส
- เซลลแตละเซลลจะสามารถ 2 ๒ - - ๒
ส่ื อ ส า ร กั น ไ ด โ ด ย ผ า น ร ะ บ บ ที่
แตกตางกัน 2 แบบ คือ การ
ส่ือสารโดยใชสารเคมี และการ
ส่ือสารโดยผานกระแสประสาท
ซึ่ ง เ ซ ล ล แ ต ล ะ เ ซ ล ล จ ะ มี ก า ร
ตอบสนองตางกัน โดยเปนผลมา
จากการรับสัญญาณและการสง
สัญญาณทีต่ างกนั
หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ผลก
ที่ เรียนรู แผนที่ 5 16. สังเกตก
แบบไมโทซิส
การแบง เซลล จ า ก ตั ว อ ย า
จุลทรรศน พร
เปรียบเทียบก
แบบไมโทซสิ แ
แผนที่ 6
การเปลี่ยนสภาพของเซลลและการชรา
ภาพของเซลล
76
การเรยี นรู สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนักคะแนน
(ชม.) K P A รวม
การแบงนิวเคลียส การแบงเซลลเปนกระบวนการ ๗ ๔ - - ๔
และแบบไมโอซิส เพิ่ ม จ ำน ว น เซ ล ล ซึ่ งท ำให
า ง ภ า ย ใต ก ล อ ง
รอมท้ังอธิบายและ สิ่งมีชีวิตมีการเจริญเติบโต หรือ
การแบงนิวเคลียส เปนการแบงเซลลเพ่ือสรางเซลล
และแบบไมโอซสิ สื บ พั น ธุ โด ย ก ารแ บ งเซ ล ล
ประกอบดวยกระบวนการ 2
ขั้นตอน ไดแก การแบงนิวเคลียส
และการแบงไซโทพลาซึม
- เม่ือผานกระบวนการแบงเซลล 2 ๑ - - ๑
เซลลแตละชนิดจะเปล่ียนสภาพ
ไปเพ่ือทำหนาท่ีเฉพาะ เชน เซลล
เม็ดเลือดแดงทำหนาท่ีขนสงแกส
ออกซิเจน เซลลประสาทท ำ
หนาที่นำสงกระแสประสาท เปน
ตน และเม่ือเซลลมีอายุมากข้ึน
เซลลจะชราภาพ ซ่ึงประสิทธิภาพ
การทำงานจะลดลงและตายใน
ทสี่ ุด
หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ผลก
ที่ เรียนรู แผนที่ 7 17. อธิบาย เ
ส รุ ป ขั้ น ต อ น ก
การหายใจระดับเซลล เซ ล ล ใน ภ าว
เพียงพอ และภ
ไมเพยี งพอได
รวม เวลา / คะแนน หนวยการเรยี น
สอบวัดผลกลางภาคเรียน
สอบวัดผลปลายภาคเรยี น
รวมเวลาเรียน / คะแนน ตลอดปการศึกษา
หมายเหต.ุ ...เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง / สปั ดาห = 0.5 หนว ย
เวลาเรียน 3 ชั่วโมง / สปั ดาห = 1.5 หนว ยกติ
77
การเรยี นรู สาระสำคัญ เวลา น้ำหนักคะแนน
(ชม.) K P A รวม
เปรียบเทียบ และ การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตตอง ๙ ๗ - - ๗
การหายใจระดับ อาศัยพลังงานจากการสลาย
ว ะท่ี มี อ อ ก ซิ เจ น
ภาวะที่มีออกซิเจน สารอาหาร สารอาหารที่สิ่งมีชีวิต
กินเขาไปจะถูกยอยใหมีโมเลกุล
ขนาดเล็กจนถึงขั้นท่ีเซลลน ำไปใช
ได โดยการสลายสารอาหารน้ันมี
ทั้งแบบใชออกซิเจนและไมใช
ออกซเิ จน
๕8 56 7 7 70
1 10 3 2 15
1 10 3 2 15
๖0 76 13 11 100
ยกิต เวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง / สปั ดาห = 1.0 หนว ยกติ
เวลาเรยี น 4 ชว่ั โมง / สัปดาห = 2.0 หนว ยกติ
78
เกณฑก ารวัดและประเมินผล
9. อตั ราสวนคะแนน หนว ยการเรยี น : ปลายภาคเรียน ( 70 : 30 )
9.1.รายละเอียดของการใหคะแนน 70 คะแนน
- งานทไ่ี ดรับมอบหมาย
- ชน้ิ งาน / ใบงาน /การนำเสนอผลงาน
- พฒั นานาการเรยี นรู
9.2.คะแนนสอบปลายภาค 30 คะแนน
รวมคะแนน 100 คะแนน
10.การคิดคะแนน ระดบั คะแนน
ระดับผลการเรยี น 8 ระดับ
คะแนน 80 ขึน้ ไป คะแนน
ระดบั คะแนน 4 คะแนน 75 - 79 คะแนน
ระดบั คะแนน 3.5 คะแนน 70 - 74 คะแนน
ระดบั คะแนน 3 คะแนน 65 - 69 คะแนน
ระดบั คะแนน 2.5 คะแนน 60 - 64 คะแนน
ระดบั คะแนน 2 คะแนน 55 - 59 คะแนน
ระดบั คะแนน 1.5 คะแนน 50 - 54 คะแนน
ระดบั คะแนน 1 คะแนน ตำ่ กวา 49 คะแนน
ระดบั คะแนน 0
79
โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 47 จังหวัดเพชรบรุ ี
ประมวลรายวิชา ( Course Syllabus )
**************************************************
๑. ชือ่ วิชา วิทยาศาสตร
๒. สถานภาพวชิ ารหสั วชิ า วิชาเพมิ่ เตมิ
๓. รหสั วชิ า ว 3๑๒0๒
๔. จำนวนหนว ยกิต 1.๕
๕. จำนวนช่วั โมง / สปั ดาห ๓
๖. เวลาเรียน ๖0 ชว่ั โมง / ภาคเรียน
๗. ภาคเรยี นที่ ๒
๘. ปการศกึ ษา 2565
๙. ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 4
10. ชอ่ื สกลุ ครูผูสอน นายนิธศิ จิตรจกั ร
11. ขอบขา ยเน้ือหาท่สี อน กฎการแยกและกฎการรวมกลมุ อยา งอิสระ ลักษณะทางพันธุกรรมท่ี
เปนสว นขยายของพนั ธศุ าสตรเมนเดล ศึกษาเกยี่ วกับยนี และ
โครโมโซม การคน พบสารพันธกุ รรม โครโมโซม องคป ระกอบทางเคมี
ของของดีเอน็ เอ โครงสรา งของดเี อ็นเอ สมบัตขิ องสารพันธกุ รรม การ
กลาย ศึกษาเก่ียวกบั พันธศุ าสตรแ ละเทคโนโลยีทางดเี อน็ เอ พันธุ
วิศวกรรม การประยุกตใ ชเทคโนโลยีทางดีเอน็ เอ ความปลอดภัยของ
เทคโนโลยที างดีเอ็นเอ และมุมมองทางสงั คมและจริยธรรม
80
คำอธิบายรายวชิ า
ชอ่ื วิชา วิทยาศาสตร (เพิ่มเตมิ ) รหสั ว 3๑๒0๒
กลมุ สาระการเรียนรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 4
เวลาเรียน ๓ ชวั่ โมง / สัปดาห จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
**************************************************
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาเก่ียวกับการถายทอดทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุศาสตรของเมนเดล กฎการแยกและกฎการ
รวมกลุมอยางอิสระ ลักษณะทางพันธุกรรมที่เปนสวนขยายของพันธุศาสตรเมนเดล ศึกษาเกี่ยวกับยีนและ
โครโมโซม การคนพบสารพันธกุ รรม โครโมโซม องคป ระกอบทางเคมีของของดีเอน็ เอ โครงสรางของดเี อน็ เอ สมบตั ิ
ของสารพันธุกรรม การกลาย ศกึ ษาเกี่ยวกับพันธุศาสตรและเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ พันธวุ ิศวกรรม การประยุกตใ ช
เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ ความปลอดภัยของเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ และมุมมองทางสังคมและจริยธรรม ศึกษา
เก่ียวกับวิวัฒนาการ หลักฐานท่ีบงบอกถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แนวคิดเก่ียวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พันธุ
ศาสตรป ระชากร และกำเนิดของสปช ีส
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต การ
วิเคราะห การทดลอง อภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถใน
การตัดสินใจ ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรูและนำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรมคุณธรรม และ
คา นิยม
81
สาระ / ผลการเรียนรู
สาระ : ชีววิทยา
ผลการเรียนรู
๑. สบื คน ขอ มูล อธิบายและสรุปผลการ ทดลองของเมนเดลได
๒. อธบิ ายและสรุปกฎแหง การแยกและกฎแหงการรวมกลุมอยา งอสิ ระ และนำกฎของเมนเดลนไี้ ปอธิบายการถา ยทอด
ลกั ษณะทางพันธุกรรมและใชในการคำนวณโอกาสในการเกิดฟโนไทปและ จโี นไทปแบบตา ง ๆ ของรนุ F1 และ F2
ได
๓. สืบคนขอ มลู วิเคราะห อธบิ าย และสรุปเกยี่ วกบั การถายทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรมทีเ่ ปนสว นขยายของพนั ธศุ าสตร
เมนเดลได
๔. สืบคนขอมลู วเิ คราะห และเปรียบเทยี บลกั ษณะทางพนั ธุกรรมที่มกี ารแปรผนั ไมตอเนื่องและลกั ษณะทางพันธกุ รรม
ทม่ี ีการแปรผนั ตอเนอื่ งได
๕. อธิบายการถายทอดยนี บนโครโมโซม และยกตัวอยางลักษณะทางพนั ธุกรรมท่ีถกู ควบคมุ ดวยยนี บนออโตโซมและยนี
บนโครโมโซมเพศได
๖. สืบคนขอมูล อธบิ ายสมบตั แิ ละหนาท่ขี องสารพนั ธุกรรม โครงสรางและองคป ระกอบทางเคมขี อง DNA และสรุปการ
จำลอง DNA ได
๗. อธิบายและระบขุ น้ั ตอนในกระบวนการสงั เคราะหโปรตนี และหนา ทข่ี อง DNA และ RNA แตล ะชนิดในกระบวนการ
สงั เคราะหโปรตนี ได
๘. สรปุ ความสัมพันธระหวา งสารพนั ธกุ รรม แอลลลี โปรตนี ลักษณะทางพนั ธกุ รรม และเชอื่ มโยงกับความรูเรือ่ งพนั ธุ
ศาสตรเ มนเดลได
๙. สืบคน ขอ มลู และอธิบายการเกิดมวิ เทชันระดบั ยีนและระดบั โครโมโซม สาเหตกุ ารเกดิ มวิ เทชนั รวมท้ังยกตัวอยา ง
โรคและกลมุ อาการทเี่ ปน ผลของการเกดิ มิวเทชนั ได
๑๐. อธบิ ายหลักการสรางส่ิงมชี ีวติ ดดั แปรพนั ธุกรรมโดยใชด เี อ็นเอรคี อมบแิ นนทไ ด
๑๑. สบื คนขอ มลู ยกตัวอยา ง และอภปิ รายการนำเทคโนโลยที างดเี อ็นเอไปประยกุ ต ทง้ั ในดานส่งิ แวดลอ ม นติ ิ
วิทยาศาสตร การแพทย การเกษตร และอตุ สาหกรรม และขอ ควรคำนงึ ถึงดา นชวี จริยธรรมได
๑๒. สบื คน ขอมลู และอธิบายเกี่ยวกบั หลักฐานท่ีสนบั สนุนและขอ มูลทีใ่ ชอธิบายการเกิดวิวัฒนาการของสงิ่ มชี วี ิตได
๑๓. อธิบายและเปรียบเทยี บแนวคดิ เกย่ี วกับววิ ัฒนาการของสงิ่ มีชวี ติ ของฌอง ลามารก และทฤษฎเี กี่ยวกบั วิวฒั นาการของ
สง่ิ มชี วี ติ ของชาลส ดารว นิ ได
๑๔. ระบสุ าระสำคญั และอธบิ ายเงือ่ นไขของภาวะสมดลุ ของฮารด -ี ไวนเ บริ ก ปจ จัยทที่ ำใหเ กิดการเปลี่ยนแปลงความถ่ีของ
แอลลลี ในประชากร พรอ มท้ังคำนวณหาความถขี่ องแอลลลี และจีโนไทปข องประชากรโดยใชห ลกั ของฮารดี-ไวนเ บิรก
ได
๑๕. สบื คนขอ มูล อภปิ ราย และอธบิ ายกระบวนการเกดิ สปชสี ใ หมข องส่งิ มชี ีวติ ได
รวมทง้ั หมด ๑๕ ผลการเรียนรู
โครงสรางรายวชิ า วิทยาศาสตร
รหสั วิชา ว 3๑๒0๒ รายวิชา วทิ ยาศาส
กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตร
เวลาเรียน ๓ ช่วั โมง / สปั ดาห จำนวน ๖0
หน่วย ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ ผลการเรียนร
ที่
4 การถา่ ยทอดทาง 1.การศึกษาพันธศุ าสตร์ของเมน 1. สบื คน้ ขอ้ มลู อธิบาย
พนั ธุกรรม เดล สรุปการทดลองของเมน
2 .กฎของเมนเดล 2. อธบิ ายและสรุปกฎแ
แยกและกฎแหง่ การรวม
อยา่ งอิสระ และนำกฎข
เดลนไ้ี ปอธิบายการถา่ ย
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม
ในการคำนวณโอกาสใน
เกดิ ฟีโนไทปแ์ ละจีโนไท
ตา่ ง ๆ ของรนุ่ F1 และ
3. ลกั ษณะพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ น 3.สืบคน้ ขอ้ มลู วิเคราะ
82
ช่อื วชิ า วิทยาศาสตร (เพ่มิ เติม) เวลา น้ำหนกั คะแนน
สตร ภาคเรยี นที่ ๒ ปก ารศกึ ษา 2565
และเทคโนโลยี มธั ยมศึกษาปที่ 4
0 ช่วั โมง / ภาคเรยี น จำนวน 1.๕ หนวยกิต
รู้ สาระสำคญั
(ชม.) K A P รวม
ยและ เมนเดลศกึ ษาการถ่ายทอดลกั ษณะทาง 33115
นเดล พนั ธกุ รรมโดยการผสมพนั ธ์ุถวั่ ลนั เตา จนสรปุ
เป็นกฎแหง่ การแยกและกฎแหง่ การรวมกลุม่
อย่างอิสระ
แหง่ การ - กฎแห่งการแยกมใี จความวา่ แอลลลี ทอ่ี ยู่ 5 3 1 1 5
มกลมุ่ เป็นคู่ จะแยกออกจากกันในระหว่างการสรา้ ง
ของเมน เซลล์สบื พนั ธุ์ โดยเซลลส์ บื พนั ธแ์ุ ตล่ ะเซลล์จะมี
ยทอด เพียงแอลลลี ใดแอลลีล หนง่ึ
ม และใช้ - กฎแหง่ การรวมกลมุ่ อยา่ งอสิ ระมใี จความวา่
นการ หลังจากคูข่ องแอลลลี แยกออกจากกนั แตล่ ะ
ทป์แบบ แอลลลี จะจดั กลุ่มอยา่ งอสิ ระกับแอลลลี อื่น ๆ
ะ F2 ที่แยกออกจากค่เู ช่นกนั ในการเข้าไปอยใู่ นเซลล์
สืบพนั ธ์ุ
ะห์ - การถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมบาง 8 2 1 2 5
ขยายของพนั ธุศาสตร์เมนเดล อธิบาย และสรปุ เกยี่ วก
ถ่ายทอดลกั ษณะทาง
พนั ธุกรรมทเี่ ป็นส่วนขย
พันธุศาสตรเ์ มนเดล
4.สืบค้นขอ้ มลู วิเคราะ
เปรียบเทียบลักษณะทา
พันธกุ รรมทมี่ กี ารแปรผ
ตอ่ เนือ่ งและลักษณะทา
พนั ธกุ รรมที่มีการแปรผ
ต่อเนอื่ ง
5.อธบิ ายการถ่ายทอด
โครโมโซม และยกตวั อ
ลักษณะทางพนั ธกุ รรม
ควบคุมด้วยยีนบน ออ
และยนี บนโครโมโซมเพ
83
กบั การ ลกั ษณะใหอ้ ตั ราสว่ นทแี่ ตกตา่ งจากผล
การศึกษาของเมนเดล เรียกลกั ษณะเหล่าน้ีว่า
ยายของ ลักษณะทางพนั ธุกรรมที่เป็นสว่ นขยายของ
พนั ธุศาสตรเ์ มนเดล เช่น การข่มไมส่ มบูรณ์
ะห์ และ การขม่ ร่วมกนั มลั ติเพลิ แอลลลี ยนี บน
าง โครโมโซมเพศ และพอลยิ นี
ผนั ไม่ - ลักษณะพันธกุ รรมบางลักษณะมีความ
าง แตกตา่ งกันชัดเจน เช่น การมตี ่งิ หหู รอื ไมม่ ตี ่งิ หู
ผนั ซึง่ เปน็ ลักษณะทางพนั ธุกรรมทมี่ กี ารแปรผันไม่
ตอ่ เนอ่ื ง
ดยนี บน - ลกั ษณะทางพันธกุ รรมบางลกั ษณะมีความ
อย่าง แตกต่างกันเลก็ นอ้ ยและลดหลน่ั กันไป เชน่
มทีถ่ ูก ความสงู และสผี ิวของมนุษย์ถกู ควบคมุ โดยยนี
อโตโซม หลายค่ซู ึ่งเป็นลกั ษณะทางพนั ธุกรรมท่มี ีการ
พศ แปรผันต่อเนอ่ื ง และสง่ิ แวดลอ้ มอาจมีผลต่อ
การแสดงลักษณะน้นั
- โครโมโซมภายในเซลล์รา่ งกายแบง่ เป็นออโต
โซมและโครโมโซมเพศ ลกั ษณะทางพันธุกรรม
สว่ นใหญถ่ กู ควบคุมด้วยยนี บนออโตโซม บาง
ลักษณะถกู ควบคมุ ด้วยยนี บนโครโมโซมเพศซง่ึ
5. ยนี และโครโมโซม 1 .การคน้ พบสารพนั ธุกรรม 5.สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ าย
และหนา้ ทข่ี องสารพนั ธ
โครงสรา้ งและองค์ประ
ทางเคมีของ DNA และส
จำลอง DNA
2 .โครโมโซม 5.สบื ค้นขอ้ มลู อธิบาย
และหนา้ ทข่ี องสารพนั ธ
โครงสรา้ งและองค์ประ
ทางเคมีของ DNA และส
84
สว่ นมากเปน็ ยีนบนโครโมโซม X
- เม่ือมีการสร้างเซลลส์ บื พนั ธุ์ ยนี บน
โครโมโซมเดยี วกนั ทอ่ี ยู่ใกลก้ ันมักจะถูก
ถา่ ยทอดไปด้วยกนั แต่การเกิดครอสซิงโอเวอร์
ในการแบง่ เซลล์แบบไมโอซสิ อาจทำให้ยนี บน
โครโมโซมเดยี วกันแยกจากกันได้ สง่ ผลให้
รปู แบบของเซลลส์ ืบพันธ์ุทไี่ ดแ้ ตกต่างไปจาก
กรณที ไ่ี ม่เกดิ ครอสซิงโอเวอร์
ยสมบตั ิ - DNA เป็นพอลเิ มอรข์ องนวิ คลโี อไทด์ แตล่ ะนิ 2 2 2 2 6
ธกุ รรม วคล-ี โอไทดป์ ระกอบด้วยนำ้ ตาล ดอี อกซไี ร
ะกอบ โบส หมฟู่ อสเฟต และไนโตรจนี ัสเบส คือ A T
สรุปการ C และ G
- โมเลกลุ ของ DNA เปน็ พอลนิ ิวคลโี อไทด์ 2
สาย เรียงสลบั ทศิ และบดิ เปน็ เกลยี วเวียนขวา
โดยการเขา้ คกู่ ันของสาย DNA เกิดจากการ
จบั คูข่ องเบสคู่สม คอื A คู่กับ T และ C คกู่ บั G
ยสมบัติ - DNA เปน็ พอลเิ มอรข์ องนิวคลีโอไทด์ แตล่ ะนิ 2 2 1 1 4
ธกุ รรม วคล-ี โอไทด์ประกอบด้วยน้ำตาล ดอี อกซีไร
ะกอบ โบส หมฟู่ อสเฟต และไนโตรจนี ัสเบส คอื A T
สรุปการ C และ G
จำลอง DNA
3.ดีเอน็ เอ 5.สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ าย
และหนา้ ทข่ี องสารพนั ธ
โครงสร้างและองคป์ ระ
ทางเคมีของ DNA และส
จำลอง DNA
4.สมบตั ิของสารพันธุกรรม 7.อธิบายและระบขุ น้ั ต
กระบวนการสังเคราะห
และหนา้ ทข่ี อง DNA แล
แตล่ ะชนดิ ในกระบวนก
สังเคราะห์ โปรตนี
8.สรุปความสมั พนั ธร์ ะ
สารพันธุกรรม แอลลีล
ลักษณะทางพนั ธุกรรม