The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jamemeeja007, 2022-06-21 01:34:47

โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี

โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี

27

รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม

สัดสวนปรมิ าณเมฆตอพนื้ ที่ทองฟา
10 สว น สวนการวดั ปรมิ าณฝนใช
ภาชนะทรงกระบอกวดั ระดบั นำ้ ฝน
มาตรฐานท่ี 3.2 พายุฝนฟา คะนอง เปน ลมฟา อากาศ 3 2 1 1 4
ดท่ี ม.1/3 รปู แบบหน่งึ ซง่ึ เกดิ ขน้ึ เมอื่ มเี มฆควิ มู

โลนิมบัส สว นใหญเกิดในเฉพาะถิ่น

ในระยะเวลาสั้น

มาตรฐานท่ี 3.2 พายุหมุนเขตรอ น เกิดข้ึนบรเิ วณ 3 1 1 1 3
ดที่ ม.1/3 มหาสมุทรและทะเลในเขตรอ น 4
เทา นน้ั ทำใหเกดิ คลนื่ ขนาดใหญใน
ทะเล มผี ลตอการเดินเรือ
มาตรฐานที่ 3.2 เกณฑในการพยากรณอ ากาศของ 3 2 2 -
ดที่ ม.1/4 กรมอตุ นุ ิยมวทิ ยา ไดแก เกณฑ

อากาศรอน เกณฑอากาศเย็น

เกณฑก ารกระจายของฝน เกณฑ

ปรมิ าณฝน เกณฑป รมิ าณเมฆใน

ทอ งฟา เกณฑส ถานะของทะเล

รองมรสมุ ลมพัดสอบ บรเิ วณความ

กดอากาศสูง

หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู แผนที่ 4 แผนที่อากาศ ตวั ชีว้ ดั /
สาระที่ 3 ม
ตัวช้วี

แผนที่ 5 การเปล่ียนแปลงภมู ิอากาศ สาระท่ี 3 ม
ของโลก ตวั ชี้วดั ท่ี

รวม เวลา / คะแนน หนว ยการเรียน
สอบวดั ผลกลางภาคเรยี น
สอบวัดผลปลายภาคเรียน
รวมเวลาเรียน / คะแนน ตลอดปการศึกษา

28

รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั คะแนน
/ ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานท่ี 3.2 การเปลย่ี นแปลงอณุ หภมู ขิ องโลก 3 2-- 2
วดั ท่ี ม.1/4 สวนหนง่ึ มาจากผลการทำกิจกรรม
ของมนษุ ย ทำใหเ กิดฝนุ ละออง และมี
แกสเรีอนกระจกในบรรยากาศ เพมิ่
มากขึ้นอยางรวดเรว็ สง ผลทำให
อุณหภูมิ
แผนทอ่ี ากาศ เปนแผนทีแ่ สดงสภาพ
ลมฟา อากาศในชวงเวลาหนึง่ ขอ มลู ใน
แผนทีอ่ ากาศจะนำไปใชใ นการ
พยากรณอากาศ

มาตรฐานท่ี 3.2 การเปลยี่ นแปลงอณุ หภูมิของโลก 4 2-- 2
ม.1/6, ม.1/7 สว นหนงึ่ มาจากผลการทำกจิ กรรม
ของมนุษย ทำใหเกิดฝุนละออง และมี
แกส เรอี นกระจกในบรรยากาศ เพม่ิ
มากขึ้นอยา งรวดเรว็ สงผลทำให
อุณหภมู ิ
อากาศของโลกสงู ข้นึ และมีแนวโนม
สูงขน้ึ เร่อื ย ๆ
58 42 13 15 70
1 10 3 2 15
1 10 3 2 15
60 62 19 19 100

หมายเหตุ....เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง / สัปดาห = 0.5 หนว ย
เวลาเรยี น 3 ชวั่ โมง / สัปดาห = 1.5 หนว ยกิต

29

ยกติ เวลาเรียน 2 ชวั่ โมง / สัปดาห = 1.0 หนว ยกิต
เวลาเรยี น 4 ชวั่ โมง / สปั ดาห = 2.0 หนว ยกิต

30

เกณฑการวัดและประเมนิ ผล

3. อัตราสว นคะแนน หนว ยการเรียน : ปลายภาคเรียน ( 70 : 30 )

3.1.รายละเอยี ดของการใหคะแนน 70 คะแนน

- งานทีไ่ ดร ับมอบหมาย
- ชน้ิ งาน / ใบงาน /การนำเสนอผลงาน
- พัฒนานาการเรียนรู
3.2.คะแนนสอบปลายภาค 30 คะแนน

รวมคะแนน 100 คะแนน

4. การคิดคะแนน ระดบั คะแนน
ระดบั ผลการเรียน8 ระดับ
คะแนน 80 ขนึ้ ไป คะแนน
ระดบั คะแนน 4 คะแนน 75 - 79 คะแนน
ระดบั คะแนน 3.5 คะแนน 70 - 74 คะแนน
ระดบั คะแนน 3 คะแนน 65 - 69 คะแนน
ระดบั คะแนน 2.5 คะแนน 60 - 64 คะแนน
ระดบั คะแนน 2 คะแนน 55 - 59 คะแนน
ระดบั คะแนน 1.5 คะแนน 50 - 54 คะแนน
ระดบั คะแนน 1 คะแนน ต่ำกวา 49 คะแนน
ระดบั คะแนน 0

31

โรงเรียนราชประชานุเคราะห 47 จงั หวัดเพชรบุรี

ประมวลรายวชิ า ( Course Syllabus )

**************************************************

๑. ชื่อวิชา วิทยาศาสตร

๒. สถานภาพวิชารหัสวชิ า วชิ าพืน้ ฐาน

๓. รหัสวิชา ว 31101

๔. จำนวนหนวยกิต 1

๕. จำนวนช่วั โมง / สัปดาห ๒

๖. เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น

๗. ภาคเรยี นที่ 1

๘. ปการศกึ ษา 2565

๙. ระดบั ชั้น มธั ยมศึกษาปท ่ี 4

10. ช่อื สกลุ ครูผสู อน นายนิธศิ จิตรจักร

11. ขอบขา ยเนือ้ หาทสี่ อน การเปลี่ยนแปลงแทนทข่ี องระบบนิเวศ องคป ระกอบ

ของระบบนเิ วศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม

เซลลแ ละโครงสรา งพืน้ ฐานของเซลล การลำเลยี งสารเขา

และออกจากเซลล การรกั ษาดลุ ยภาพของนำ้ และแรธาตุ

กรด-เบส อณุ หภูมใิ นรา งกายมนษุ ยร ะบบภูมคิ มุ กัน

ความผดิ ปกติของระบบภูมคิ มุ กัน การสรา งอาหารของพืชดวย

กระบวนการสังเคราะหด ว ยแสง สารสงั เคราะหจ ากพชื ปจจัย

ทมี่ ีผลตอ การเจรญิ เติบโตของพชื การตอบสนองของพืชตอส่งิ

เรา ยนี และการถา ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมการถา ยทอด

ลักษณะทางพนั ธกุ รรม

32

คำอธิบายรายวิชา
ชอ่ื วิชา วิทยาศาสตร รหัส ว 31101
กลมุ สาระการเรียนรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4
เวลาเรียน 2 ชว่ั โมง / สปั ดาห จำนวน 1 หนวยกิต
**************************************************
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาความหลากหลายของระบบนิเวศ การเปล่ียนแปลงแทนท่ีของระบบนิเวศ องคประกอบของ
ระบบนิเวศ ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เซลลและโครงสรางพ้ืนฐานของเซลล การลำเลียงสารเขา
และออกจากเซลล การรักษาดุลยภาพของน้ำและแรธาตุ กรด-เบส อุณหภูมิในรางกายมนุษย
ระบบภูมิคุมกัน ความผิดปกติของระบบภูมิคุมกัน การสรางอาหารของพืชดวยกระบวนการสังเคราะหดวย
แสง สารสังเคราะหจากพืช ปจจัยท่ีมีผลตอการเจริญเติบโตของพืช การตอบสนองของพืชตอสิ่งเรา ยีนและ
การถายทอดลักษณะ ทางพันธุกรรม การถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม
ระดับยีนและโครโมโซม การใชประโยชนจากเทคโนโลยีทาง ดีเอ็นเอ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจากการ
คดั เลือกโดยธรรมชาติการคัดเลือกโดยธรรมชาตขิ องสง่ิ มีชวี ติ

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรกระบวนการสืบเสาะ หาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต
การวิเคราะห การอธิบาย การอภิปราย และการสรุป เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ
มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรูและนําความรูไปใชในชีวิตของตนเองและดูแลรักษา
สิ่งมีชีวิตอ่ืน ๆ เฝาระวังและพัฒนาส่ิงแวดลอมอยางยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และ
คานยิ มทเี่ หมาะสม

33
สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชี้วดั
สาระท่ี 1 : วิทยาศาสตรชีวภาพ
มาตรฐานท่ี ว 1.1 : เขา ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธระหวา งสิ่งไมมชี ีวติ กับสง่ิ มชี ีวิตและ

ความสมั พันธระหวางส่ิงมีชีวติ กบั สิง่ มีชวี ติ ตา ง ๆ ในระบบนิเวศ การถา ยทอดพลงั งาน
การเปลยี่ นแปลงแทนทใี่ นระบบนเิ วศ ความหมายของประชากร ปญ หาและผลกระทบท่ีมีตอ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม แนวทางในการอนุรกั ษ ทรัพยากรธรรมชาติ และการแกไข
ปญ หาสงิ่ แวดลอ ม รวมทัง้ นำความรูไปใชป ระโยชน

ตัวชวี้ ดั ท่ี ม.4/1 : สืบคน ขอมูลและอธิบายความสมั พนั ธของสภาพทางภูมิศาสตรบนโลกกบั ความหลากหลาย
ของไบโอม และยกตัวอยา ง ไบโอมชนดิ ตาง ๆ

ม.4/2 : สบื คนขอ มลู อภปิ รายสาเหตุ และยกตวั อยา งการเปลย่ี นแปลงแทนท่ขี องระบบนเิ วศ
ม.4/3 : สบื คนขอ มูล อธบิ ายและยกตวั อยา งเกยี่ วกบั การเปลี่ยนแปลงขององคประกอบทางกายภาพ

และทางชีวภาพทมี่ ผี ลตอการเปลยี่ นแปลงขนาดของประชากรสิ่งมีชีวิตในระบบนเิ วศ
ม.4/4 : สืบคนขอ มลู และอภปิ รายเกยี่ วกับปญ หาและผลกระทบทม่ี ตี อทรัพยากร- ธรรมชาตแิ ละ

ส่ิงแวดลอม พรอ มท้ังนำเสนอแนวทางในการอนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาติและการแกไขปญหา
สงิ่ แวดลอ ม

มาตรฐานที่ ว 1.2 : เขา ใจสมบัติของสิ่งมชี ีวิต หนว ยพนื้ ฐานของส่ิงมชี ีวิต การลำเลยี งสารผา นเซลล ความสมั พันธ
ของโครงสราง และหนา ท่ีของระบบตา ง ๆ ของสตั วและมนุษยท ท่ี างานสัมพนั ธก นั
ของโครงสราง และหนาท่ีของอวยั วะตา ง ๆ ของพืชท่ีทำงานสมั พนั ธกนั รวมท้งั นาความรูไปใช
ประโยชน

ตวั ช้วี ดั ที่ ม.4/1 : อธิบายโครงสรา งและสมบตั ิของเยอ่ื หุม เซลลท่ีสมั พนั ธกับการลำเลียงสาร และเปรียบเทยี บการ
ลำเลียงสารผา นเย่อื หมุ เซลลแบบตาง ๆ

ม.4/2 : อธิบายการควบคมุ ดุลยภาพของนำ้ และสารในเลอื ดโดยการทำงานของไต
ม.4/3 : อธิบายการควบคมุ ดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดโดยการทำงานของไตและปอด
ม.4/4 : อธบิ ายการควบคมุ ดุลยภาพของอณุ หภมู ภิ ายในรางกายโดยระบบหมุนเวยี นเลือด ผิวหนงั และ

กลา มเนอ้ื โครงราง
ม.4/5 : อธิบายและเขียนแผนผงั เก่ียวกับ การตอบสนองของรา งกายแบบไมจำเพาะ และแบบจำเพาะ

ตอ สิ่งแปลกปลอมของรางกาย
ม.4/6 : สืบคนขอมูล อธบิ ายและยกตัวอยางโรคหรืออาการท่เี กิดจากความผดิ ปกติของระบบภูมิคมุ กัน
ม.4/7 : อธิบายภาวะภมู คิ ุมกนั บกพรอ งทีม่ ีสาเหตุ มาจากการติดเชื้อ HIV

โครงสรางรายวิชา วิทยาศาสตร
รหสั วชิ า ว 31101 รายวิชา วิทยาศาส

กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร
เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมง / สปั ดาห จำนวน 4

หนว ย ช่ือหนวยการ แผนการจัดการเรียนรูท่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู แผนที่ 1 ตัวชีว้ ัด /
1 ส่ิงมีชีวิตในระบบ สาระที่ 1 ม
นิเวศ ความหลากหลายของระบบ ตวั ชี้วัด
นิเวศ

34

ร ช่ือวชิ า วิทยาศาสตรพ ื้นฐาน
สตร ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศึกษา 2565
และเทคโนโลยี มัธยมศึกษาปท่ี 4
40 ชว่ั โมง / ภาคเรียน จำนวน 1หนวยกิต

รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานท่ี 1.1 ระบบนเิ วศ (ecosystem) เปน 4 7 2 1 10
ดที่ ม.4/1 การอาศยั อยรู ว มกันของสงิ่ มชี ีวิต
ในบริเวณใดบริเวณหนงึ่ ซึง่
สง่ิ มีชีวติ จะมีความสัมพันธกับ
สงิ่ มีชีวติ และสิ่งไมมชี ีวิตในบริเวณ
น้นั มโี ครงสรา งประกอบดว ย
กลุมส่งิ มีชวี ติ แหลง ทอ่ี ยูอาศัย
และส่ิงแวดลอ ม ระบบนเิ วศบน
โลกมหี ลากหลายแบบขึ้นอยูกับ
ลกั ษณะภูมิประเทศและ
ภมู ิอากาศ ซ่งึ ระบบนเิ วศในแตล ะ
พน้ื ท่ี เรียกวา ชวี นเิ วศหรอื ไบโอม
(biomes) แบงออกเปน 5
ประเภท ไดแก
1.ไบโอมทุนดรา มีฤดูหนาว
ยาวนานมาก แตฤดูรอ นส้ัน และ
ชน้ั ของดนิ จะจับตวั เปนนำ้ แข็ง
2.ไบโอมไทกา มอี ากาศแหง
ฤดูหนาวยาวนานมาก แตฤดรู อน

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั /

35

รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม

3. ไบโอมเขตอบอนุ ฤดรู อ นมี
อากาศอบอุน ฤดหู นาวอากาศจะ
หนาวเยน็ แบง ออกเปน 2
ลกั ษณะ ไดแ ก ไบโอมปา ผลดั ใบ
ซึง่ มอี ากาศคอ นขางเย็น ตน ไม
ผลดั ใบกอ นถงึ ฤดูหนาวและเริ่ม
ผลิใบอีกครั้งหลงั ฤดูหนาว และ
ไบโอมทุงหญา เขตอบอนุ ซึ่งเปน
พนื้ ทรี่ าบโลงทป่ี กคลมุ ดวยหญา
แตไ มมตี น ไมใ หญ
4.ไบโอมทะเลทราย มีอากาศ
รอ นจดั มีความแหง แลง และมี
พชื พรรณเพียงเล็กนอย
5.ไบโอมเขตรอ น มีอากาศรอ น
ชน้ื ตลอดปและมีความ
หลากหลายทางชวี ภาพสงู มาก
แบง ออกเปน 2 ลกั ษณะ ไดแ ก
ไบโอมปา ฝนเขตรอน ซึ่งเปน ปา
ขนาดใหญ มีฝนตกชุก มีพชื
พรรณและสัตวหลากหลายชนดิ
และไบโอมทงุ หญา เขตรอน ซ่ึงมี
อากาศรอน พืน้ ท่ถี ูกปกคลุมดวย
หญา

หนวย ช่ือหนวยการ แผนการจัดการเรียนรูท ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู แผนที่ 2 ตวั ชี้วัด /
สาระที่ 1 ม
การเปลยี่ นแปลงของระบบ ตัวชี้วดั ท่ี
นเิ วศ

36

รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรียนรู ในระบบนเิ วศมีการเปล่ยี นแปลง (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานท่ี 1.1 ของกลมุ ส่ิงมีชวี ิตอยา งเปนลำดับ - 25
ม.4/2,ม.4/3 ข้ัน เรยี กวา การเปล่ียนแปลง 63
แทนทีข่ องระบบนิเวศ
(ecological succession) โดยมี
ปจ จัยทางกายภาพและชวี ภาพ
เขามาเกย่ี วขอ ง แบง ออกเปน 2
ประเภท

1.การเปลย่ี นแปลงแทนทแ่ี บบ
ปฐมภูมิ (primary succession)
เรมิ่ จากบริเวณที่ไมเ คยมีสิ่งมีชวี ิต
มากอน จนกลายเปน สงั คม
สมบรู ณท่มี ีความสมดมุ ทาง
ธรรมชาติ โดยเร่ิมจากไลเคน
มอสส หญา ไมลมลุก ไมยนื ตน
และสังคมพชื ตามลำดับ

2.การเปลย่ี นแปลงแทนท่ีแบบ
ทุตยิ ภูมิ (secondary
succession) เกดิ ขน้ึ ในพืน้ ที่ท่ี
เคยมสี ง่ิ มีชีวติ อาศยั อยู แตพ ืน้ ท่ี
ถูกทำลาย จนกลายเปนสังคม
สมบรู ณ โดยเร่มิ จากหญา
ไมลม ลุก ไมย ืนตน และสงั คมพืช

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั /

37

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรยี นรู ตามลำดับการเปล่ียนแปลงของ (ชม.) K P A รวม
องคป ระกอบในระบบนิเวศมีผล
ตอการเปลยี่ นแปลงของ
ประชากร แบงออกเปน 2
ประเภท ไดแ ก

1.องคประกอบทางกายภาพ
เปน องคป ระกอบที่ไมมชี วี ติ เชน

- อณุ หภูมิ เปน ปจ จัย
ควบคมุ การเจริญเติบโต การ
สบื พันธุ การแพรกระจาย และ
การปรับตวั ของสิง่ มชี วี ติ

- แสง เปนปจจัยสำคัญใน
กระบวนการสงั เคราะหดวยแสง
ของพชื มีผลตอ การเจรญิ เตบิ โต
การสบื พนั ธุและการหาอาหาร
ของสงิ่ มีชีวติ

- นำ้ และความชืน้ เปน
ปจจยั กำหนดสภาพแวดลอ ม
ความอุดมสมบรู ณ ลักษณะและ
ชนิดของระบบนเิ วศ และมผี ล
ตอ การปรบั ตัวของส่งิ มชี วี ติ

- แรธ าตุ เปนแหลงของ
สารอินทรยี ตา ง ๆ ที่เปน

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั /

38

รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนักคะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม

องคประกอบของสิ่งมีชวี ติ
- ความเปน กรด-เบสของดิน
และนำ้ มผี ลตอการเจริญเตบิ โต
และการดำรงชวี ติ ของสิ่งมชี ีวติ
- แกส ตาง ๆ ไดแก แกส
คารบอนไดออกไซดท่ีสำคัญตอ
กระบวนการสงั เคราะหดว ยแสง
ของพืช และแกสออกซเิ จนที่
สำคญั ตอ กระบวนการหายใจของ
พืชและสตั วต าง ๆ ในระบบนิเวศ
2.องคป ระกอบทางชวี ภาพ
เปน องคป ระกอบที่มีชีวติ ซง่ึ จะมี
ความสัมพนั ธใ นรปู ของโซอาหาร
และสายใยอาหาร ไดแก
- ผผู ลติ (producer) เปน
สิง่ มีชวี ิตทสี่ ามารถสรา งอาหารได
ดว ยตวั เองผา นการสงั เคราะห
ดว ยแสง
- ผบู รโิ ภค (consumer)
เปนสิง่ มชี วี ติ ท่ีไมสามารถสราง
อาหารไดเอง แตบริโภคสง่ิ มีชีวิต
อืน่ เปนอาหาร
- ผูย อ ยสลาย

หนวย ช่ือหนวยการ แผนการจัดการเรยี นรูท่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู ตวั ช้วี ัด /

แผนที่ 3 สาระท่ี 1 ม
ทรพั ยากรธรรมชาติและ ตัวชว้ี ดั

ส่งิ แวดลอม

39

รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั คะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
(decomposer) เปนส่ิงมีชีวติ ท่ี
ไมสามารถสรา งอาหารไดเ อง แต
จะยอยสลายซากสิ่งมีชีวติ ให
กลายเปน สาร อนินทรีย แลวจึง
ดดู ซมึ เขาสเู ซลล
มาตรฐานท่ี 1.1 ทรพั ยากรธรรมชาติ หมายถึง สิง่ 5 3 2 1 5
ดที่ ม.4/4 ตา ง ๆ ท่ีเกดิ ขน้ึ ตามธรรมชาติ
และมนษุ ยส ามารถนำมาใช
ประโยชน แบง ออกเปน
ทรัพยากรธรรมชาติท่ใี ชไ มห มด
สิ้น ทรัพยากรธรรมชาติทใ่ี ชแ ลว
เกดิ ทดแทนได และ
ทรัพยากรธรรมชาติทใี่ ชแ ลวหมด
ไป ปจ จุบัน ทรัพยากรธรรมชาติ
ลดจำนวนและเสอ่ื มโทรมลงอยาง
รวดเร็ว สว นใหญเ กดิ จากการ
กระทำของมนษุ ย ไดแก การ
เพม่ิ ขึ้นของประชากรมนุษย การ
ขยายตัวของชุมชนเมืองอยา ง
รวดเรว็ การใชเทคโนโลยี
สมยั ใหมเพ่ิมมากข้นึ การสราง
สิง่ กอสราง การสงคราม และ
ความไมรหู รือรูเ ทา ไมถึงการณ ซ่ึง

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั /

40

รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม

กอ ใหเกิดปญ หาตาง ๆ ตามมา
แบง ออกเปน 3 ระดับ ไดแก
ระดับทองถิ่น เชน การทง้ิ ขยะใน
ชุมชน การปลอ ยนำ้ เสียจาก
กจิ กรรมในครวั เรอื ระดับประเทศ
เชน การลกั ลอบตัดไมทำลายปา
การขาดแคลนนำ้ หรอื ภยั แลง
และระดบั โลก เชน ฝนกรด ภาวะ
โลกรอ น รูโหวโ อโซน จงึ
จำเปนตอ งมีแนวทางในการ
ปองกนั และแกไขปญ หา
ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ มเพื่อใหมี
ทรพั ยากรธรรมชาติใชตลอดไป
ประกอบดวย
- การใชแ บบยงั่ ยืน เปนการ
ใชท รพั ยากรอยางเหมาะสม
เพื่อใหเ กดิ ประโยชนสงู สุด ไดแก
การใชอยา งประหยดั หรือลดริ
มาณมาณใช การนำกลับมาใช
ใหม และการนำของเสียหรือวัสดุ
เหลือใชม าใชประโยชน
- การเก็บกัก เปน การกัก

หนวย ชื่อหนวยการ แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ท่ี เรยี นรู ตัวชีว้ ดั /

2 องคป ระกอบของ แผนที่ 1 สาระท่ี 1 ม
สง่ิ มีชวี ิต เซลลของสง่ิ มชี ีวิต ตัวชว้ี ดั

41

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั คะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม

เกบ็ ทรัพยากรธรรมชาตเิ พือ่ ใชใ น
อนาคต หรือเพ่ือใชใ นชว งทข่ี าด
แคลน
- การรักษาซอ มแซม เปน
การรกั ษาซอมแซม
ทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอมใหก ลบั มาสสู ภาวะ
ปกตจิ ากการกระทำของมนุษย
หรอื ภยั พิบัติทางธรรมชาติ
- การฟนฟู เปนการฟน ฟู
ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ มทีเ่ ส่ือมโทรมจากการ
กระทำของมนษุ ย หรือภัยพบิ ัติ
ทางธรรมชาติ
- การปองกัน เปนการ
คุมครองทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอมท่ีกำลงั ถูกทำลาย
หรือมีแนวโนม จะถูกทำลายใหอ ยู
ในสภาวะปกติ
มาตรฐานท่ี 1.2 เซลล (cell) เปนหนว ยพื้นฐาน 4 3 1 1 5
ดท่ี ม.4/1 ของส่ิงมชี ีวิตทกุ ชนิด
ประกอบดว ยโครงสรา งพนื้ ฐาน

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั /

42

รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม

สำคัญ 3 สวน ไดแก สวนท่ีหอหุม
เซลล ประกอบดวยเย่ือหุมเซลลที่มี
โครงสรางเปนเย่ือหุม 2 ชั้น ที่
เรียกวา ลิพิดไบเลเยอร ทำหนาที่
ควบคุมการผานเขา-ออกของสาร
และผนังเซลลซ่ึงจะพบในเซลลพืช
เทานั้น ไซโทพลาซึม มลี ักษณะเปน
ข อ งเห ล ว ป ระ ก อ บ ด วย อ อ ร
แ ก เน ล ล ห ล า ย ช นิ ด ท่ี ท ำ ห น า ท่ี
แตกตางกัน เชน ไมโทคอนเดรีย
ไรโบโซม คลอโรพลาสต เปนตน
และนิวเคลียส มีลักษณะกลม ทำ
ห น าที่ ค วบ คุ ม กิ จก รรม ต าง ๆ
ภายในเซลล เซลลแตล ะชนิดจะมี
รูปราง ลกั ษณะ และหนาทีแ่ ตกตา ง
กัน ซ่ึงเซลลท่ีมีรูปรางและหนาที่
เหมือนกันจะมารวมกลุมกันเปน
เนื้อเย่ือเพื่อทำหนาท่ีอยางเดียวกัน
เนื้อเย่ือหลายชนิดจะรวมกันเปน
อวัยวะ อวัยวะหลายอวัยวะรวมกัน
เปนระบบอวัยวะ และระบบอวยั วะ
ตาง ๆ ในรางกายจะทำงานรวมกัน
เปนรางกายของสง่ิ มีชวี ติ

หนวย ช่อื หนวยการ แผนการจดั การเรยี นรูท่ี สาระ / มาตร
ท่ี เรยี นรู แผนที่ 2 การลำเลยี งสารผา นเซลล ตวั ชี้วัด /
สาระที่ 1 ม
ตวั ชีว้ ดั

3 3. การดำรงชวี ิต แผนที่ 1 การรกั ษาดุลยภาพของน้ำ สาระท่ี 1 ม
ของมนุษย และแรธาตใุ นรางกาย ตวั ชี้วดั

43

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม

มาตรฐานท่ี 1.2 เซลลส่ิงมีชีวิตจำเปนตองรับ 4 3 1 1 5
ดที่ ม.4/1 สารตาง ๆ เชน น้ำ อาหาร และ

อากาศ เขาสูเซลล และกำจัดสาร

หรือของเสียตาง ๆ ออกจากเซลล

เพื่ อ ก า ร รั ก ษ า ดุ ล ย ภ า พ แ ล ะ

ดำรงชีวิตของเซลล โดยเซลลจะ

อาศัยการลำเลียงสารผานเขา-ออก

จากเซลล ซ่ึงมีหลายรูปแบบ ไดแก

การแพร การแพรแบบฟาซิลิเทต

ก า ร ล ำ เลี ย ง ส า ร แ บ บ ใช พ ลั ง ง า น

การลำเลียงสารขนาดใหญ (เอนโด

ไซโทซิส เอกโซไซโทซิส) โดยการ

ลำเลียงสารผานเขา-ออกจากเซลล

แตละรูปแบบจะมีกลไกท่ีแตกตาง

กัน

มาตรฐานที่ 1.2 ไต (kidney) เปนอวัยวะสำคัญใน 3 7 2 1 10
ดท่ี ม.4/2 การรักษาสมดุลของน้ำและเกลือแร
ในรางกาย ภายในไตมีหนวยไต
ท ำ ห น า ที่ ก ร อ ง ข อ ง เสี ย อ อ ก จ า ก
เลือด โดยเลือดเขาสูไตหลอดเลือด
รีนลั อารเ ตอรีและแตกแขนง

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั /

44

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม

เปนโกลเมอรูลัส น้ำเลือดและ
โมเลกุลของสารตาง ๆ ที่อยูในน้ำ
เลือดจะออกจากโกลเมอรูลัสเขา
สูโบ วแมนสแคปซูล ซึ่งจะมี
เฉพาะของเหลวและสารโมเลกุล
ขนาดเล็ก เชน กลูโคส กรดอะมิ
โน ที่ ผ าน ก ารก รองขอ งโก ล
เมอรูลัส แตสารโมเลกุลขนาด
ใหญ เชน เซลลเม็ดเลือดแดง
โป รตี น จะไม ผาน การกรอ ง
จ า ก นั้ น ข อ ง เห ล ว จ ะ เข า สู ท อ
หนวยไตซึ่งจะมีการดูดสารที่มี
ประโยชน เชน กลูโคส กรดอะมิ
โน น้ำ และไอออนของเกลือแร
กลับเขาสหู ลอดเลือดอกี ครงั้
จากนนั้ ของเหลวทีผ่ านทอไตแลว
จะไปรวมกันในกระเพาะปสสาวะ
เปน น้ำปส สาวะเพ่ือขบั ออกจาก
รางกายตอไป

การทำงานของไตในการ
ควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร
ตาง ๆ ในเลอื ด จะถูกควบคมุ ดวย
สมองสวน ไฮโพทาลามัส ซง่ึ จะ

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรียนรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู ตวั ชว้ี ดั /

แผนที่ 2 สาระท่ี 1 ม
การรักษาดุลยภาพของ ตวั ชี้วดั ท่ี
กรด-เบส และอุณหภมู ใิ น

รา งกาย

45

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
ไป ก ร ะ ตุ น ห รื อ ยั บ ยั้ ง ก า ร ห ลั่ ง
ฮอรโมนแอนติไดยูเรติกจากตอม
ใตสมองสวนหลัง โดยเมื่อรางกาย
ข า ด น้ ำ ห รื อ มี น้ ำ ใ น เ ลื อ ด น อ ย
เลือดจะมีความเขมขนมากกวา
ปกติ ทำใหความดันเลือดต่ำ รูสึก
กระหายน้ำ สงผลใหสมองสวนไฮ
โพทาลามัสกระตุนตอมใตสมอง
สวนหลังใหหล่ังฮอรโมนแอนติได
ยูเรติก ซึ่งไปกระตุนการดูดน้ำ
กลับ ที่ ทอหน วยไต สงผลให
ปริมาณน้ำในเลือดและความดัน
เลือดสูงข้ึน และปสสาวะออกมา
นอย แตหากรางกายไดรับนำ้ มาก
เกินไป สมองสวนไฮโพทาลามัส
จะยับยั้งตอมใตสมองสวนหลัง
ไมใ หห ล่งั ฮอรโมนแอนติไดยเู รตกิ
ทำใหไมม กี ารดดู กลบั นำ้ จงึ
ปสสาวะออกมามาก
มาตรฐานที่ 1.2 รางกายมีกลไกในการรักษาดุลย 4 7 2 1 10
ม.4/3,ม.4/4 ภาพของดกรด-เบสในรา งกาย
โดยการทำงานของปอดและไต
ซ่งึ ปอดทำหนา ท่ีขบั CO2 จาก

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั /

46

รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม

การหายใจออกเพื่อลดระดับ H+
จากกระบวนการเมแทบอลิซึม
ตาง ๆ ของรางกาย สวนไตเม่ือ
เลือดมีความเปน กรดสงู จะขบั สาร
ท่ีมีสวนประกอบของไฮโดรเจน
ไออ อน แล ะขับ แอม โม เนี ย ม
ไอออน (NH4+) ออกจากเลือด
ดู ด ก ลั บ ส า ร บ า ง ช นิ ด เช น
โซ เดี ย ม ไอ อ อ น (Na+) แ ล ะ
ไฮ โ ด ร เจ น ค า ร บ อ เน ต ไ อ อ อ น
(HCO3-) แตเมือ่ เลือดมีความเปน
เ บ ส สู ง ( pH สู ง ) ก็ จ ะ เ กิ ด
กระบวนการทีต่ รงกนั ขา ม
รางกายมีกลไกในการรักษา
ดุลยภาพของอุณหภูมิในรางกาย
โ ด ย มี ศู น ย ค ว บ คุ ม อ ยู ที่ ส ม อ ง
สวนไฮโพทาลามัสท่ีทำหนาท่ีสง
สั ญ ญ า ณ ไป ก ร ะ ตุ น ห รื อ ยั บ ยั้ ง
กระบวนการเมแทบอลซิ ึมตาง ๆ
ซึ่งหากอุณหภูมขิ องรางกายสูงขึ้น
ก ว า ช ว ง ป ก ติ ร า ง ก า ย จ ะ
ตอบสนองโดยการลดอัตราเม
แทบอลิซึม เพิม่ การขยายตวั ของ

หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจดั การเรียนรูท่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตวั ชว้ี ดั /

แผนท่ี 3 สาระท่ี 1 ม
ระบบภูมิคุมกนั ตวั ชว้ี ดั

47

รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนักคะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม

หลอดเลือด ตอมเหงื่อสรางเหงื่อ
เพิ่มขึ้น เพิ่มการระเหยและการ
พาความรอ นออกจากรา งกาย แต
หากอุณหภูมิของรางกายต่ำกวา
ชวงปกติ รางกายจะตอบสนอง
โดยการเพ่ิมอัตราเมแทบอลิซึม
ลดการขยายตัวของหลอดเลือด
ตอม เห ง่ือส รางเห ง่ือน อยล ง
หรือไมสรางเหง่ือ ขนลุกเกิด
อาการหนาวส่ัน ลดการระเหย
และการพาความรอนออกจาก
รางกาย 4 7 2 1 10
มาตรฐานท่ี 1.2 รางกายมีกลไกปอ งกนั ทำลาย
ดที่ ม.4/5 เช้อื โรคและสง่ิ แปลกปลอม
ออกเปน 2 ระบบ ไดแก
1.ระบบภูมคิ มุ กันแบบไม

จำเพาะ มคี วามสามารถในการ
ปอ งกัน ทำลายเช้อื โรคและส่งิ
แปลกปลอมไดเ พยี งระดับหน่ึง
เทา กัน ซ่ึงแบงกลไกการทำงาน
ออกเปน 3 ระบบ ไดแก การปอง
ทางกายภาพ เชน ผวิ หนัง เยื่อบุ
ผิว การปอ งกนั โดยสารเคมี เชน

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตรฐา
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั / ผล

แผนที่ 4 สาระท่ี 1 มาต
ความผิดปกติของระบบ ตวั ช้ีวัดที่ ม.4

ภมู คิ ุมกัน

48

านการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม
ตรฐานท่ี 1.2 สารเคมีในตอมนำ้ ตา ตอ มนำ้ ลาย 7 2 1 10
4/6,ม.4/7 กระเพาะอาหาร และตอมเหงอื่ และ 4
การกลืนกินของเซลลโดยการทำงาน
ของเซลลเมด็ เลือดขาวชนดิ ฟาโกไซต

2.ระบบภมู คิ มุ กันแบบจำเพาะ
เปนกลไกปอ งกัน ทำลายเชอื้ โรคและ
ส่งิ แปลกปลอมทม่ี ีความจำเพาะตอ
แอนติเจนแตล ะชนิด อาศัยการทำงาน
ของเซลลเมดเลอื ดขาวลิมโฟไซต 2
ชนิด ไดแ ก เซลลบ แี ละเซลลที ซ่ึง
เซลลท ีจะพัฒนาเปนเซลลพ ลาสมา

เพื่อสรา งแอนติเจนเขา ทำลายสง่ิ
แปลกปลอม สวนเซลลทที ำหนา ที่
จดจำและระบุชนิดของเชือ้ โรค
ภาวะพรองภูมิคุมกัน เปนภาวะที่เกิด
จากระบ บ ภู มิ คุม กัน ต าง ๆ ขอ ง
รางกายทำงานผิดปกติ สงผลให
รางกายเกิดโรคตาง ๆ ตามมา เชน
โรคภูมิแพเกิดจากความผิดปกติของ
ระบบภูมิคมุ กันของ

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรูที่ สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชว้ี ดั /

รวม เวลา / คะแนน หนว ยการเรยี น
สอบวดั ผลกลางภาคเรยี น
สอบวัดผลปลายภาคเรียน
รวมเวลาเรยี น / คะแนน ตลอดปการศึกษา

หมายเหตุ....เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง / สัปดาห = 0.5 หนว ยกิต
เวลาเรยี น 3 ชวั่ โมง / สปั ดาห = 1.5 หนว ยกติ

49

รฐานการเรยี นรู / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนักคะแนน
/ ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
รา งกายทต่ี อบสนองตอส่ิง
แปลกปลอมท่อี ยรู อบตัว ทงั้ ละออง
เกสรดอกไม ฝุน ขนสัตว หรือ
อาหารบางชนิด โรคลูปส เกิดจาก
ระบบภมู ิคมุ กนั ของรา งกายจะ
ตอตา นและทำลายเซลลห รือ
เนื้อเยอื่ ในระบบตาง ๆ ของรางกาย
มีสาเหตุจากความผดิ ปกตหิ ลาย
ประการ ทง้ั พนั ธกุ รรมที่มียนี
ผดิ ปกติ หรือการรับยาหรอื สารเคมี
ที่กระตุนใหเกดิ ความผิดปกตขิ อง
เอนไซม และโรคภมู คิ ุม กนั บกพรอง
เกดิ จากการตดิ เชือ้ ไวรสั HIV ซ่ึงจะ
เขาทำลายเซลลเม็ดเลือดขาวชนิด
เซลลท ี ทำใหก ารทำงานของระบบ
ภูมิคุมกนั ลดลง และติดโรคอน่ื ๆ
ไดงา ยกวา คนปกติ
38 47 13 10 70
1 10 3 2 15
1 10 3 2 15
40 67 19 14 100

เวลาเรียน 2 ชว่ั โมง / สัปดาห = 1.0 หนว ยกิต
เวลาเรียน 4 ชว่ั โมง / สปั ดาห = 2.0 หนว ยกิต

50

เกณฑการวดั และประเมินผล
5. อัตราสว นคะแนน หนว ยการเรียน : ปลายภาคเรียน ( 70 : 30 )

5.1.รายละเอยี ดของการใหคะแนน 70 คะแนน

- งานทีไ่ ดร ับมอบหมาย
- ชิ้นงาน / ใบงาน /การนำเสนอผลงาน
- พัฒนานาการเรียนรู
5.2.คะแนนสอบปลายภาค 30 คะแนน

รวมคะแนน 100 คะแนน

6. การคดิ คะแนน ระดบั คะแนน
ระดบั ผลการเรียน8 ระดับ
คะแนน 80 ขนึ้ ไป คะแนน
ระดบั คะแนน 4 คะแนน 75 - 79 คะแนน
ระดบั คะแนน 3.5 คะแนน 70 - 74 คะแนน
ระดบั คะแนน 3 คะแนน 65 - 69 คะแนน
ระดบั คะแนน 2.5 คะแนน 60 - 64 คะแนน
ระดบั คะแนน 2 คะแนน 55 - 59 คะแนน
ระดบั คะแนน 1.5 คะแนน 50 - 54 คะแนน
ระดบั คะแนน 1 คะแนน ต่ำกวา 49 คะแนน
ระดบั คะแนน 0

51

โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 47 จงั หวดั เพชรบุรี

ประมวลรายวชิ า ( Course Syllabus )

**************************************************

๑๐.ช่อื วชิ า วทิ ยาศาสตร

๑๑.สถานภาพวชิ ารหัสวิชา วชิ าพืน้ ฐาน

๑๒.รหสั วชิ า ว 31102

๑๓.จำนวนหนว ยกิต 1

๑๔.จำนวนช่วั โมง / สปั ดาห ๒

๑๕.เวลาเรียน 40 ชั่วโมง / ภาคเรียน

๑๖.ภาคเรียนท่ี 2

๑๗.ปก ารศกึ ษา 2565

๑๘.ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4

10. ชอ่ื สกลุ ครูผสู อน นายนธิ ิศ จติ รจักร

11. ขอบขา ยเน้อื หาท่ีสอน การเปลีย่ นแปลงแทนท่ีของระบบนเิ วศ องคประกอบ

ของระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม

เซลลแ ละโครงสรางพืน้ ฐานของเซลล การลำเลียงสารเขา

และออกจากเซลล การรกั ษาดุลยภาพของนำ้ และแรธ าตุ

กรด-เบส อณุ หภมู ิในรา งกายมนษุ ยระบบภมู คิ ุม กัน

ความผิดปกติของระบบภูมิคุมกัน การสรา งอาหารของพืชดว ย

กระบวนการสงั เคราะหดว ยแสง สารสังเคราะหจ ากพชื ปจ จยั

ทมี่ ผี ลตอ การเจรญิ เตบิ โตของพืช การตอบสนองของพืชตอ สง่ิ

เรา ยนี และการถายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมการถายทอด

ลกั ษณะทางพนั ธุกรรม

52

คำอธิบายรายวิชา
ชอื่ วิชา วิทยาศาสตร รหัส ว 31102
กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ช้ัน มัธยมศึกษาปท่ี 4
เวลาเรยี น 2 ช่วั โมง / สัปดาห จำนวน 1 หนวยกิต
**************************************************
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาความหลากหลายของระบบนิเวศ การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีของระบบนิเวศ องคประกอบของ
ระบบนิเวศ ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เซลลและโครงสรางพื้นฐานของเซลล การลำเลียงสารเขา
และออกจากเซลล การรักษาดุลยภาพของน้ำและแรธาตุ กรด-เบส อุณหภูมิในรางกายมนุษย
ระบบภูมิคุมกัน ความผิดปกติของระบบภูมิคุมกัน การสรางอาหารของพืชดวยกระบวนการสังเคราะหดวย
แสง สารสังเคราะหจากพืช ปจจัยที่มีผลตอการเจริญเติบโตของพืช การตอบสนองของพืชตอสิ่งเรา ยีนและ
การถายทอดลักษณะ ทางพันธุกรรม การถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรม
ระดับยีนและโครโมโซม การใชประโยชนจากเทคโนโลยีทาง ดีเอ็นเอ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจากการ
คัดเลือกโดยธรรมชาติการคัดเลือกโดยธรรมชาติของส่ิงมีชวี ิต

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรกระบวนการสืบเสาะ หาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต
การวิเคราะห การอธิบาย การอภิปราย และการสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ
มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารส่ิงที่เรียนรูและนําความรูไปใชในชีวิตของตนเองและดูแลรักษา
ส่ิงมีชีวิตอ่ืน ๆ เฝาระวังและพัฒนาส่ิงแวดลอมอยางย่ังยืน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และ
คา นยิ มท่ีเหมาะสม

53

สาระ / มาตรฐาน / ตวั ช้วี ดั
สาระท่ี 1 : วิทยาศาสตรชีวภาพ
มาตรฐานที่ ว 1.2 : เขาใจสมบัติของสิ่งมชี ีวติ หนว ยพื้นฐานของสิง่ มชี วี ติ การลำเลียงสารผานเซลล ความสัมพันธ

ของโครงสราง และหนาทขี่ องระบบตา ง ๆ ของสตั วแ ละมนษุ ยที่ทางานสมั พนั ธก ัน
ของโครงสราง และหนาท่ีของอวยั วะตาง ๆ ของพชื ท่ที ำงานสมั พนั ธกนั รวมท้งั นาความรูไปใช
ประโยชน
ตัวช้ีวดั ที่ ม.4/8 : ทดสอบและบอกชนดิ ของสารอาหารท่พี ชื สังเคราะหได
ม.4/9 : สบื คนขอ มูล อภิปราย และยกตัวอยางเกีย่ วกับการใชประโยชนจ ากสารตา ง ๆ ทีพ่ ชื บางชนิด
สรางข้นึ
ม.4/10 :ออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธบิ ายเกี่ยวกบั ปจ จยั ภายนอกที่มีผลตอการเจรญิ เติบโต
ของพชื
ม.4/11 :สืบคนขอ มลู เกีย่ วกับสารควบคุมการเจรญิ เติบโตของพชื ที่มนษุ ยส ังเคราะหข้ึน และยกตัวอยาง
การนำมาประยกุ ตใ ชท างดานการเกษตรของพืช
ม.4/12 :สังเกตและอธบิ ายการตอบสนองของพืชตอสิ่งเราในรูปแบบตา ง ๆ ท่ีมีผลตอ การดำรงชวี ติ
มาตรฐานที่ ว 1.3 : เขาใจกระบวนการและความสำคญั ของการถายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม สารพันธกุ รรม
การเปลยี่ นแปลงทางพนั ธกุ รรมท่มี ีผลตอสิ่งมีชวี ิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและววิ ัฒนาการ
ของสงิ่ มีชวี ติ รวมท้งั นำความรไู ปใชป ระโยชน
ตวั ชว้ี ัดที่ ม.4/1 : อธิบายความสัมพนั ธร ะหวางยีน การสังเคราะหโปรตีน และลักษณะทางพันธกุ รรม
ม.4/2 :อธบิ ายหลักการถายทอดลกั ษณะท่ีถูกควบคุมดวยยีนทีอ่ ยบู นโครโมโซมเพศและมัลตเิ ปล
แอลลลี
ม.4/3 : อธิบายผลท่เี กิดจากการเปล่ยี นแปลงลำดบั นวิ คลโี อไทดในดีเอ็นเอตอการแสดงลักษณะของ
ส่ิงมชี ีวิต
ม.4/4 : สบื คน ขอมลู และยกตวั อยางการนำมิวเทชันไปใชประโยชน
ม.4/5 : สบื คนขอมลู และอภปิ รายผลของเทคโนโลยที างดีเอน็ เอท่ีมีตอมนุษยและสิง่ แวดลอม
ม.4/6 : สบื คนขอ มูล อธบิ าย และยกตวั อยา ง ความหลากหลายของส่ิงมีชีวติ ซึ่งเปนผลมาจาก
ววิ ฒั นาการ

โครงสรางรายวิชา วิทยาศาสตร
รหสั วิชา ว 31102 รายวิชา วทิ ยาศาส

กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร
เวลาเรียน 2 ชั่วโมง / สปั ดาห จำนวน 40

หนวย ช่ือหนวยการ แผนการจดั การเรียนรูท่ี สาระ / มาตร
ท่ี เรียนรู แผนที่ 1 ตวั ชว้ี ัด /
4 การดำรงชวี ติ ของ สาระที่ 1 ม
พชื การสรา งอาหารของพืช ตวั ชี้วัดที่ ม

54

ร ชอื่ วิชา วิทยาศาสตรพ ื้นฐาน
สตร ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา 2565
และเทคโนโลยี มธั ยมศึกษาปท่ี 4
0 ชั่วโมง / ภาคเรยี น จำนวน 1หนวยกติ

รฐานการเรียนรู / สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั คะแนน
ผลการเรียนรู (ชม.) K P A รวม
มาตรฐานที่ 1.2 พืชสรางอาหารผานกระบวนการ 6 8 1 1 10
ม.4/8 ,ม.4/9 สังเคราะหดวยแสง โดยมีปจจัย
ใน ก า ร สั งเค ร า ะ ห ด ว ย แ ส ง
ป ร ะ ก อ บ ด ว ย แ ส ง แ ก ส
คารบอนไดออกไซด น้ำ และ
คลอโรฟลล ซึ่งเปนสารสีท่ีพบใน
คลอโรพลาสตของเซลลพืช ซึ่งจะ
ได น้ ำต าล ก ลู โค ส แ ล ะ แ ก ส
ออกซิเจนออกมาเปนผลิตภัณฑ
โดนน้ำตาลกลูโคสถูกนำไปใชใน
ก ร ะ บ ว น ก า ร ห า ย ใ จ เพ่ื อ
เป ล่ี ย น เป น พ ลั ง ง า น ถู ก
เปลย่ี นเปนแปง และเกบ็ สะสมไวท ่ี
สว นตาง ๆ ของพืช ถูกนำไปสรา ง
เซลลูโลสท่ีเปนองคประกอบของ
ผนังเซลล สวนแกสออกซิเจนจะ
ถูกนำไปใชในกระบวนการหายใจ
เพื่อเปลี่ยนเปนพลังงาน และสวน
ทเ่ี หลือจะคายออกทางปากใบ

หนว ย ชอ่ื หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรยี นรู ตัวชี้วดั /

55

รฐานการเรียนรู / สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ผลการเรยี นรู (ชม.) K P A รวม

นอกจากพืชยงั สามารถ
สังเคราะหสารอนื่ ๆ ซึ่งมนุษย
สามารถนำสารสังเคราะหจากพชื
เหลา น้มี าใชประโยชน แบง
ออกเปน 2 ชนิด ไดแ ก
สารประกอบปฐมภูมิ (primary
metabolites) เปน สารที่ไดจาก
กระบวนการสงั เคราะหดว ยแสง
และสารอนื่ ๆ ท่เี กย่ี วของกบั
กระบวนการสงั เคราะหดว ยแสง
ไดแ ก สารกลุม คารโ บไฮเดรต
โปรตนี ไขมนั และสารประกอบ
ทุตยิ ภมู ิ (secondary
metabolites) เปน สารท่ีไดจ าก
กระบวนการสงั เคราะหดว ยแสง
มาท่ีผา นกระบวนการชวี
สังเคราะหของพชื ไดแก สาร
กลมุ อัลคาลอยด ฟนอลกิ เทอรพี
นอยดและสเตยี รอยด

หนว ย ชอื่ หนวยการ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี สาระ / มาตร
ที่ เรียนรู แผนที่ 2 ตัวชว้ี ดั /
สาระที่ 1 ม
ปจจยั ทม่ี ผี ลตอการ ตวั ชว้ี ดั ท่ี ม.
เจริญเติบโตของพชื


Click to View FlipBook Version