The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookitc.dpt, 2020-06-25 02:59:10

ข้อควรสังเกต : การเขียนข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน

สำนักผังเมืองรวม

Keywords: ข้อควรสังเกต : การเขียนข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน,สำนักผังเมืองรวม

ดา นการผงั เมือง

นการ
ของ
สร้าง
นและ
และ

สัดส่วนการใชร้ ะบบคมนาคมในการขนส่งเดินทาง กบั การกำหนดค่า FAR
กรณี มหานครนวิ ยอรค์ และฮ่องกง

(ที่มา: http://lsecities.net/media/objects/articles/urban-age-cities-compared/en-gb/)

95

ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๘๙

“ขอ ควรสังเกต : การเขยี นขอ กาํ หนด การใชป ระโยชนทด่ี ิน”

อตั ราสว่ นพนื้ ท่ีอาคารปกคลุมดินต่อพื้นท่ีแปลงทีด่ ิน 1
ท่ใี ช้เป็นท่ีต้งั อาคาร (BCR) 2

คำจำกดั ความ ก
อัตราสว่ นของพ้นื ทีอ่ าคารปกคลมุ ดินต่อแปลงที่ดนิ ซ่งึ อาคารเหลา่ นัน้ ต้งั อยู่ ห
(Building Coverage Ratio – BCR) ข
(
BCR = พน้ื ที่อาคารปกคลุมดนิ
พนื้ ท่แี ปลงทด่ี นิ

พน้ื ท่ีอาคารปกคลุมดิน คือ พน้ื ที่ในแปลงท่ีดินท่ขี ออนญุ าตซงึ่ นอกเหนอื ไปจาก (
“ที่ว่าง” ตามกฎกระทรวงควบคุมอาคาร ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ที่นิยามไว้ว่า
“ที่ว่าง” หมายความว่า พื้นที่อันปราศจากหลังคาหรือสิ่งก่อสร้างปกคลุม ซึ่งพื้นที่
ดังกล่าวอาจจะจัดให้เป็นบ่อน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อพกั นำ้ เสยี ทพ่ี กั มูลฝอย ที่พักรวมมูลฝอย
หรือที่จอดรถที่อยู่ภายนอกอาคารก็ได้ และให้หมายความรวมถึงพื้นที่ของสิ่งก่อสร้าง ข
หรืออาคารที่สูงจากระดับพื้นดินไม่เกิน 1.20 เมตร และไม่มีหลังคา หรือสิ่งปลูกสร้าง อ
ปกคลมุ เหนอื ระดบั นน้ั ด

วตั ถุประสงค์ ก
เพื่อควบคุมสัดส่วนพื้นที่ปกคลุมดินสูงสุดของอาคารให้เหมาะสมกับขนาด ค

แปลงทดี่ นิ ซ่งึ มีผลต่อภาพรวมของพืน้ ทีโ่ ล่งในย่านนั้นๆ ประโยชนข์ องการรักษาพ้ืนที่- เ
โล่ง ได้แก่ การระบายอากาศ สุขอนามัย ไม่ให้เกิดความแออัดจนเกินไป รวมถึงช่วย 4
ป้องกัน บรรเทาการลามไฟระหว่างแต่ละอาคารในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ นอกจากนี้ที่ 4
ว่างระหวา่ งอาคารยังชว่ ยรักษาคุณลกั ษณะ (Character) ของยา่ นหรือชุมชนไดอ้ ีกดว้ ย ห
กฎ ระเบยี บท่ีเก่ียวข้อง
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

กฎกระทรวง ฉบับท่ี 50 (พ.ศ. 2540): ห
ข้อ 6 อาคารสงู หรืออาคารขนาดใหญพ่ เิ ศษตอ้ งมีที่ว่างไมน่ อ้ ยกวา่ อตั ราส่วน ดงั ต่อไปนี้ ม

96

๑๙๐

ดานการผังเมอื ง

1) อาคารอยอู่ าศยั ตอ้ งมที ่ีวา่ งไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 30 ของพ้นื ทด่ี ินทีใ่ ชเ้ ปน็ ทตี่ ั้งอาคาร
2) อาคารพาณิชย์ โรงงาน อาคารสาธารณะ และอาคารอื่นที่ไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัย
ตอ้ งมีทีว่ ่างไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ 10 ของพนื้ ทีด่ นิ ท่ีใช้เป็นทีต่ งั้ อาคาร แตถ่ ้าอาคารน้ัน
ใช้เปน็ ทอ่ี ยอู่ าศยั รวมอยดู่ ้วยตอ้ งมีท่วี ่างตาม 1)
กฎกระทรวง ฉบบั ที่ 55 (พ.ศ. 2543)
หมวด 3 ท่วี ่างภายนอกอาคาร
ขอ้ 33 อาคารแตล่ ะหลังหรอื หนว่ ยต้องมีท่ีวา่ งตามทกี่ ำหนด ดงั ตอ่ ไปนี้
(1) อาคารอยู่อาศัย และอาคารอย่อู าศยั รวม ตอ้ งมที ว่ี ่างไมน่ ้อยกวา่ 30 ใน 100 ส่วน
ของพืน้ ที่ชนั้ ใดชัน้ หน่ึงทีม่ ากทส่ี ุดของอาคาร
ก (2) หอ้ งแถว ตกึ แถว อาคารพาณิชย์ โรงงาน อาคารสาธารณะ และอาคารอื่นซึ่งไม่ได้

ที่ ใชเ้ ป็นท่ีอย่อู าศัย ตอ้ งมที วี่ า่ งไมน่ อ้ ยกวา่ 10 ใน 100 ส่วน ของพ้ืนท่ีชั้นใดชั้นหนึ่ง
ย ทม่ี ากท่สี ุดของอาคาร แตถ่ ้าอาคารดงั กล่าวใช้เปน็ ท่อี ยู่อาศยั ดว้ ยตอ้ งมที ่ีว่างตาม (1)
ง ข้อ 34 ห้องแถวหรือตึกแถวซึ่งดา้ นหน้าไม่ติดรมิ ถนนสาธารณะ ต้องมีที่ว่างด้านหนา้
ง อาคารกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร โดยไม่ให้มีส่วนใดของอาคารยื่นล้ำเข้าไปในพื้นท่ี
ดงั กลา่ ว
ห้องแถวหรือตึกแถว ต้องมที ว่ี ่างดา้ นหลงั อาคารกวา้ งไม่น้อยกวา่ 3 เมตร เพื่อ
ใช้ติดต่อถึงกัน โดยไม่ให้มีส่วนใดของอาคารย่ืนล้ำเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว เว้นแต่
การสรา้ งบันไดหนไี ฟภายนอกอาคารทีย่ ่ืนล้ำไมเ่ กนิ 1.40 เมตร
ด ระหว่างแถวด้านข้างของห้องแถวหรือตึกแถวที่สร้างถึงสิบคูหา หรือมี
-
ความยาวรวมกันถึง 40 เมตร ตอ้ งมที ่วี ่างระหว่างแถวด้านขา้ งของหอ้ งแถวหรือตึกแถว
ย นั้น กว้างไม่น้อยกว่า 4 เมตร เป็นช่องตลอดความลึกของห้องแถวหรือตึกแถว เพ่ือ
ที่ เชอ่ื มกับท่วี า่ งหลังอาคาร
ย หอ้ งแถวหรอื ตกึ แถวท่สี รา้ งติดตอ่ กนั ไม่ถงึ สิบคูหา หรอื มคี วามยาวรวมกันไมถ่ งึ
40 เมตร แต่มีที่ว่างระหว่างแถวด้านข้างของห้องแถวหรือตึกแถวนั้นกว้างน้อยกว่า
4 เมตร ไมใ่ ห้ถอื วา่ เป็นที่ว่างระหว่างแถวด้านข้างของห้องแถวหรือตึกแถว แต่ให้ถือว่า
ห้องแถวหรอื ตึกแถวนน้ั สรา้ งต่อเนอื่ งเปน็ แถวเดยี วกัน
ที่ว่างตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม จะก่อสร้างอาคาร รั้ว กำแพง
หรือสิ่งก่อสร้างอื่นใด หรือจัดให้เป็นบ่อน้ำ สระว่ายน้ำ ที่พักมูลฝอย หรือที่พักรวม
มูลฝอยไมไ่ ด้

96

ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๙๑

“ขอควรสังเกต : การเขียนขอ กําหนด การใชป ระโยชนที่ดนิ ”

ห้องแถวหรือตึกแถวท่ีมีด้านข้างใกล้เขตท่ีดินของผู้อื่น ต้องมีท่ีว่างระหว่าง
ด้านข้างของห้องแถวหรือตึกแถวกับเขตที่ดินของผู้อ่ืนนั้นกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร
เวน้ แต่ห้องแถวหรือตกึ แถวท่ีก่อสร้างข้ึนทดแทนอาคารเดิมโดยมีพ้ืนที่ไม่มากกว่าพ้ืนท่ี
ของอาคารเดมิ และมีความสงู ไมเ่ กนิ 15 เมตร
ข้อ 35 ห้องแถวหรือตึกแถวท่ีมีที่ว่างหลังอาคารตามข้อ 34 วรรคสอง และได้ร่นแนว
อาคารตามข้อ 41 แลว้ ไมต่ อ้ งมีที่วา่ งตามขอ้ 33(1) และ (2) อกี
ข้อ 36 บ้านแถวต้องมีที่ว่างด้านหน้าระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกบั แนวผนังอาคาร
กวา้ งไมน่ ้อยกว่า 3 เมตร และต้องมีท่ีวา่ งด้านหลังอาคารระหว่างร้ัว หรือแนวเขตท่ีดิน
กับแนวผนังอาคารกว้างไมน่ ้อยกว่า 2 เมตร

ระหวา่ งแถวด้านข้างของบ้านแถวท่ีสร้างถงึ สิบคหู า หรอื มีความยาวรวมกันถึง
40 เมตร ต้องมีที่ว่างระหว่างแถวด้านข้างของบ้านแถวนั้นกว้างไม่น้อยกว่า 4 เมตร
เปน็ ช่องตลอดความลึกของบ้านแถว

บ้านแถวท่ีสรา้ งตดิ ต่อกนั ไมถ่ ึงสบิ คูหา หรือมีความยาวรวมกนั ไมถ่ ึง 40 เมตร
แต่มีท่ีว่างระหว่างแถวด้านข้างของบ้านแถวน้ันกว้างน้อยกว่า 4 เมตร ไม่ให้ถือว่าเปน็
ท่ีวา่ งระหวา่ งแถวดา้ นข้างของบา้ นแถว แตใ่ ห้ถอื วา่ บ้านแถวน้นั สรา้ งต่อเนอ่ื งเปน็ แถวเดียวกนั
ข้อ 37 บา้ นแฝดต้องมที ่วี า่ งดา้ นหน้าและดา้ นหลังระหวา่ งรั้ว หรือแนวเขตทด่ี ินกบั แนว
ผนังอาคารกวา้ งไมน่ อ้ ยกว่า 3 เมตรและ 2 เมตร ตามลำดบั และมีท่ีวา่ งด้านขา้ งกวา้ ง
ไม่นอ้ ยกวา่ 2 เมตร
ข้อ 38 คลงั สนิ ค้าท่ีมีพ้นื ท่ขี องอาคารทุกช้ัน รวมกนั ตั้งแต่ 100 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน
500 ตารางเมตร ต้องมีที่ว่างห่างแนวเขตที่ดินท่ีใช้ก่อสร้างอาคารน้ันไม่น้อยกว่า
6 เมตร สองดา้ น สว่ นดา้ นอ่ืนตอ้ งมีท่ีว่างห่างแนวเขตท่ีดนิ ไมน่ ้อยกว่า 3 เมตร

คลังสินค้ามีพื้นที่ของอาคารทุกชั้นรวมกันเกิน 500 ตารางเมตร ต้องมีที่ว่าง
ห่างแนวเขตที่ดินท่ีใช้ก่อสร้างอาคารนั้น ไม่น้อยกว่า 10 เมตร สองด้าน ส่วนด้านอ่ืน
ตอ้ งมีท่ีวา่ งห่างจากแนวเขตทีด่ นิ ไม่นอ้ ยกว่า 5 เมตร

97

๑๙๒

ดา นการผงั เมอื ง

ความในวรรคหนึ่ง และวรรคสองมิให้ใชบ้ ังคบั แก่อาคารคลังสนิ ค้าท่ีอยู่ในเขต
พื้นท่ีนิคมอุตสาหกรรมซ่ึงจัดต้ังขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย เว้นแต่ด้านท่ีอยู่ติดต่อกับเขตที่ดินท่ีอยู่นอกเขตพ้ืนที่นิคม
อุตสาหกรรมซึ่งจัดตั้งข้ึนตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ใหม้ ที ว่ี า่ งห่างแนวเขตทดี่ ินท่ีใช้กอ่ สรา้ งอาคารนัน้ ไม่น้อยกว่า 10 เมตร
ข้อ 39 โรงงานทม่ี พี นื้ ทที่ ใ่ี ชป้ ระกอบกิจการของอาคารทุกชัน้ รวมกนั ตั้งแต่ 200 ตารางเมตร
แตไ่ มเ่ กนิ 500 ตารางเมตร ตอ้ งมีทวี่ า่ งหา่ งแนวเขตท่ีดนิ ท่ีใชก้ ่อสร้างอาคารนั้นไม่น้อย
กว่า 3 เมตร จำนวนสองด้าน โดยผนังอาคารทั้งสองด้านนั้นให้ทำเป็นผนังทึบด้วยอฐิ
หรอื คอนกรีตยกเว้นประตูหนีไฟ สว่ นดา้ นท่ีเหลอื ใหม้ ที วี่ า่ งไมน่ อ้ ยกวา่ 6 เมตร

โรงงานมพี ้นื ท่ที ใ่ี ช้ประกอบกจิ การของอาคารทุกชน้ั รวมกันตั้งแต่ 500 ตารางเมตร
แต่ไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร ต้องมีที่ว่างห่างแนวเขตที่ดินท่ีใช้ก่อสร้างอาคารน้ัน
ไมน่ อ้ ยกวา่ 6 เมตร ทกุ ด้าน

โรงงานมพี ืน้ ท่ีทีใ่ ชป้ ระกอบกจิ การของอาคารทกุ ชน้ั รวมกนั เกิน 1,000 ตารางเมตร
ตอ้ งมที ี่ว่างหา่ งแนวเขตทีด่ นิ ที่ใชก้ ่อสรา้ งอาคารน้ันไม่น้อยกว่า 10 เมตร ทุกด้าน

ความในวรรคหน่งึ วรรคสอง และวรรคสามมใิ หใ้ ชบ้ ังคบั แก่อาคารโรงงานที่อยู่
ในเขตพ้ืนท่ีนิคมอุตสาหกรรมซ่ึงจัดต้ังข้ึนตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย เว้นแต่ด้านท่ีอยู่ติดต่อกับเขตท่ีดินที่อยู่นอกเขตพ้ืนที่นิคม
อุตสาหกรรมซึ่งจัดตั้งข้ึนตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ใหม้ ที ี่ว่างห่างแนวเขตท่ีดินทใี่ ชก้ ่อสรา้ งอาคารนนั้ ไม่นอ้ ยกวา่ 10 เมตร

97

ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๙๓

“ขอควรสังเกต : การเขยี นขอ กาํ หนด การใชประโยชนท ี่ดิน”

ข้อควรสงั เกตในการเขยี นข้อกำหนด

1. การกำหนดค่า BCR ในท่ีดนิ แต่ละประเภท ควรสอดคล้องกบั ประเภท ลกั ษณะของ
อาคารที่ใช้เพื่อกิจการหลัก และไม่ควรขัดกับกฎหมายควบคุมอาคาร เช่น
ในที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ที่มีประเภทอาคารหลัก คือ โรงงาน
และคลังสินคา้ ซึ่งกฎกระทรวงควบคุมอาคาร ฉบับที่ 55 ไดม้ กี ารกำหนดพื้นท่ีว่าง
ระยะถอยร่นของอาคารท้งั 2 ประเภทไว้แล้ว (ดตู ารางทา้ ยประกอบ)

2. การกำหนดคา่ ความหนาแนน่ ของท่ีดนิ ในแต่ละประเภท จะตอ้ งพจิ ารณาควบคู่กัน
ระหวา่ ง BCR และ FAR และรวมถงึ ค่า OSR ซ่ึงการกำหนดค่าของเครอื่ งมือทั้งสอง
ประเภทส่งผลตอ่ ความหนาแนน่ และกายภาพของเมอื งตา่ งกนั ออกไป

(ทมี่ า: http://densityatlas.org/measuring/metrics.shtml) 98

๑๙๔

ดา นการผงั เมอื ง

(ที่มา: http://densityatlas.org/measuring/metrics.shtml)

98

ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๙๕

“ขอควรสงั เกต : การเขยี นขอกาํ หนด การใชประโยชนท ่ีดนิ ”

อัตราส่วนพ้ืนที่ว่างอันปราศจากสิง่ ปกคลมุ ของแปลงท่ดี ินท่อี าคารตั้งอยู่
ตอ่ พน้ื ที่ใชส้ อยรวมของอาคาร (OSR)

คำจำกดั ความ
อตั ราสว่ นของท่ีวา่ งอันปราศจากสิ่งปกคลุมของพ้ืนท่ดี ินที่ใช้เป็นทต่ี ง้ั อาคารต่อ

พื้นที่อาคารรวมทุกชั้นของอาคารทุกหลังที่ก่อสร้างในที่ดินแปลงเดียวกัน (Open
Space Ratio – OSR)

OSR = พนื้ ท่ีว่างปราศจากสิง่ ปกคลมุ
พ้ืนท่ีอาคารรวมทกุ ชนั้ ของอาคารทุกหลัง

พื้นที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุม หมายถึง “ที่ว่าง” ตามกฎกระทรวงควบคุม
อาคาร ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ที่นิยามไว้ว่าพ้ืนที่อนั ปราศจากหลังคาหรือสิง่ ก่อสรา้ ง
ปกคลุม ซึ่งพืน้ ท่ีดังกล่าวอาจจะจัดใหเ้ ปน็ บ่อน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อพักน้ำเสยี ที่พักมูลฝอย
ที่พักรวมมลู ฝอย หรอื ที่จอดรถทีอ่ ย่ภู ายนอกอาคารกไ็ ด้ และให้หมายความรวมถึงพื้นท่ี
ของสิง่ ก่อสร้าง หรืออาคารที่สูงจากระดับพนื้ ดนิ ไมเ่ กนิ 1.2 เมตร และไม่มหี ลงั คา หรือ
สิ่งปลกู สร้างปกคลมุ เหนอื ระดบั นนั้

พืน้ ทอ่ี าคารรวมทุกชน้ั = 95 ตร.ม. x 9 ชั้น

พื้นทโ่ี ลง 800 ตร.ม. 99

๑๙๖

ดานการผงั เมอื ง

(สมมตใิ ห้ 1 คนใช้พน้ื ที่ 25 ตร.ม.)

ในกรณีที่ควบคุมความหนาแน่นของย่านด้วยการใช้เฉพาะค่า FAR และ BCR
นั้น หากในย่านดังกล่าวมีค่า FAR ที่สูงมาก มีผู้ใช้อาคารอย่างหนาแน่น ก็จะทำให้
สัดส่วนพ้นื ที่ว่างตอ่ คนลดลงไปตามค่า FAR ทม่ี ากข้ึน (พ้ืนทวี่ า่ ง แปรผกผันกับ พื้นท่ี
อาคารรวม)

ดังนั้นในย่านที่เปิดให้พัฒนาได้มากหรือมีค่า FAR สูง จึงได้มีการกำหนด
ค่า OSR เพื่อควบคุมพื้นที่ว่างโดยรวมของเมืองให้ยังคงอยู่ในอัตราที่กำหนดไว้
ยิ่งอาคารมีขนาดพื้นที่อาคารรวมมากเท่าใด ก็จะยิ่งต้องมีพื้นที่ว่างมากขึ้นเท่าน้ัน
(พน้ื ท่ีวา่ ง แปรผนั ตาม พน้ื ทอี่ าคารรวม) อาจแสดงเป็นสมการได้ ดังนี้

OSR x FAR = พน้ื ทว่ี ่าง (Open Space)
เช่น กำหนดให้ ค่า OSR ร้อยละ 10 และค่า FAR เทา่ กับ 5 : 1 ดงั นั้นในพน้ื ท่ดี งั กล่าว
จะมพี ้ืนท่วี ่างคิดเป็นรอ้ ยละ 50

10 X 5 = 50

99

ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๙๗

“ขอ ควรสังเกต : การเขยี นขอกําหนด การใชประโยชนท ีด่ ิน”

วตั ถุประสงค์
เพือ่ กำหนดใหส้ ัดส่วนของพืน้ ที่วา่ งขน้ั ต่ำ กับพืน้ ท่ีอาคารรวมมีความสัมพันธ์กัน

ดังนั้นค่า OSR จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ท่ีเปิดให้มีการพัฒนามาก หรือ
มกี ารก่อสรา้ งอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พเิ ศษ
กฎ ระเบยี บทเี่ ก่ียวขอ้ ง

ในกฎหมายควบคมุ อาคาร ไม่มกี ารกำหนดคา่ OSR ไว้แต่อย่างใด แตอ่ ยา่ งไรก็
ตามอาจคำนวณค่า OSR ที่เกิดจากข้อกำหนดตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 50
(พ.ศ. 2540) สำหรับอาคารบางประเภท เช่น บ้านเดี่ยว ตึกแถว ห้องแถว โรงงาน
คลงั สนิ คา้ ได้ (ดูตารางทา้ ยประกอบ) เพอื่ ประกอบการพจิ ารณากำหนดคา่ OSR ตอ่ ไป

ข้อควรสังเกตในการเขยี นขอ้ กำหนด
การกำหนด FAR OSR และ BCR น้ัน ควรจะต้องพิจารณาวา่ ผงั เมืองน้ันอยู่ใน

ระดับใด หากเป็นผังขนาดใหญ่ที่มีความหนาแน่นมาก ควรกำหนด FAR และ OSR
แต่ถ้ าหาก เป็น ผัง ขน าดเล็ก หรือขน าดก ลาง คว ร ก ำหนด FAR กับ BCR
ก็เพียงพอแล้ว ท้องถิ่นจะสามารถควบคุมและปฏิบัติได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องกำหนด
แบบกรุงเทพมหานครเนื่องจากเป็นผังเมืองรวมขนาดใหญ่และมีความหนาแน่นสูง
(อ้างอิง: ความเห็นคณะกรรมการผังเมืองในการประชุมครั้งที่ 1/2561 วันที่
19 มกราคม 2561)

100

๑๙๘

ดานการผังเมอื ง

ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๙๙

“ขอ ควรสงั เกต : การเขยี นขอ กําหนด การใชประโยชนท่ีดิน”

า ท่ีต้งั อยรู่BิมCถRน(น%สา)ธารณOะSตข(าป%นตรรา)าาดะตงคเมภึกแูหขทแาส้อFลถ0อดA.ะกวา6องRค4ำ41ตอ2าหx(0ัว%1รก:น2อ1คต)ดยมูหาใ.่ามานงคทหOควีต่มS5า่ างั้R5วอม.B8(ดย%0Cพท่รูBR)มิ ี่C./ร3ถR.นOบก(น.%Sฎสค/กา)วธรFาบะAรทคณROรมุ /ะวSอตOงขา(า%นSคฉตราRาบ)าาดรับงคมขพแูหทอขาส.ง่ีปอ้ศFล5อรดA.ะก0ะาองเR2ำภค4ต(อ5ทหxาพ(อัว%12กรนา.22บอศตค)ดา.ยามารใง.2า่มนป5งคหร4Oควะ0มSา่ เา)RภวมBท(ด%CพทR)ี่ขส.ท/ร3นดุ ด่ี .านิ(Oบดกตทแร.่เีSฎป.ลมคล/็กก.)งวรFบะAทBค(R%CรุมR/)
ทีไ่ ม่ไดต้ ัง้ อย56ูร่ 74มิ ..ถ41น72นคคคคคสวววววาาาาาาธมมมมมาสสสสสร43ณููงููงงูงง25ะ..214318538ขตชชชชชนกึ ั้ั้นัน้ั้ันนน้ าแดถควูห101112า......1157259ล0276248ะ523748ค4::::::หูx1111111า2ทมีไ่ .มไ่ 211372ด448774ต้ ......092617้งั 000000อย6รู่ 4ิม.ถ1น7นสาธาร3ณ5พบพพพพบะ.8า้้าน้ืน้น้ืน้ืน้ืื นน3ขทททททแเอ่ีอ่่ีออ่ีี่อีนดฝาาาาาี่ยาคคคคคดวดาาาาา2รรรรรคกรรรรรรหูหววววว02011ณมมมมมลา.....25596หหหังีคล2224786วลลลกะาหหงัังงั54237รลลลมลลณ4ะะะส:::::งัังxคีลลูง111112311วะะ0502า200034มช00ตตตมสัน้00รรรูง....ตตมมม2รร...27115..ชมม74845้ัน.......8029600000
ความสงู 2 ชน้ั 2.297 : 1 18.50 57.42 42พค.5ลื้นัง8ทส่ีอนิ าสคินารครา้ ว11มก..71ร2ณ24ห82ีคลว::งั าล11มะส5ูง010 ตร3.ม7. .10 160.28 46.7
ความสูง 3 ชน้ั ชั้น24.70 196.00 51.0
263.98 56.8

245.73 61.0
308.99 64.7

370.68 67.4

ปกคลมุ ดนิ ต่อพน้ื ทคี่แวปาลมงทสีด่งู ิน4ท่ใี ชชน้ั้เป็นท่ีต้งั อาคาร (Building พพื้นื้นททอ่ี่ีอาาคคาารรรรวว2มม.2หห9ลลังงั7ลละะ: 1430909 ตตรร..มม..18.50 683.77 43.8
973.09 51.2

ปnรปสeกวารaSมคมาpRกศลาaaันรมุจctถาทตeioสกอุ่ก)รสRพช้าง่ิaั้นืน้งปtอขทiกoอาี่แค)คหBOFงปลอาACมลSุมราRRงาขทคทยอา่มี ี่ดเรงพีหนิแทน้ื ตปกุ (ทุOลหอCพทอ่อี งลัตัตpoีต่ืน้ าทังeรรvั้งคท่ีดตnาาอeาว่ีิน่อสสราr่าSพทaรว่่วคงpวอ่ี้นืgนนาปaมeาทรพพcรคนี่แeRื้นานื้า้ัน(ป)Fศรaททๆลตlจtoี่่ีออง้ังiไาoทดอoาาก)่ีด้ยคคrโสนิู่ตดาาAิง่่อรรยrปพปรถeกวอน้ืกaทมคยทคใ่ีRรกลี่ใชลน่ชaันุม้เมุส้อปtทตiดอาน็oอ่กุคยิน)พาชตรัน้ื้นอ่ ขทพอ่แี นื้ งปทอล่ีแางปคทาล่ดี รงินททุกดี่(Oหนิพพพโพพพรลp้ื้นื้นืื้นน้ืื้นนทงททททททงังe่ีใาตี่ออ่อ่ีอี่่อีีี่อชnนาาาาาา่อ้เคคคคคคปSพกาาาาาา็นpร้ืนรรรรรรณaทรรรรรรทววววววcคีต่ี มมมมมมีแ่ eวั้งหหหหหหปา)อลลลลลลมลางงัังัังงัังสงลลลลลลคงู ทะะะะะะา1ด่ีร95341199,0,0ินช00(,909ัน้B000000ตตตu0รรรiตตl...มมมตdรรท.....รiมมี่ใn.ชม..g.เ้ ปน็ 2,148.68 46.5
7,321.32 68.2
13,200 75.7

473.88 63.3
718.04 69.4
1,901.57 52.5

OSR อัตราส่วนพืน้ ท่ีวา่ งอนั ปราศจากสงิ่ ปกคลุมของแปลพง้ืนททดี่อาินคทาีอ่รราวคมาหรลตังล้งั ะอย5,ู่ต00่อ0พต้ืนรท.มใี่ .ช้สอย 8,228.43 60.7
รวมของอาคาร (Open Space Ratio) พื้นทอ่ี าคารรวมหลงั ละ 10,000 ตร.ม. 14,400 69.4

ขนาดแปลงทีด่ ินท่ีเล็กท่สี ุด ทจี่ ะสามารถสรา้ งอาคา1ร0ท1่มี พี ้ืนที่อาคารรวมนน้ั ๆ ได้ โดยถอยรน่ อาคาร
โดยรอบตามกฎหมาย

101

๒๐๐

ดานการผังเมือง

.Oบก.Sฎค/กวรFBบะACทคRRรุม(/%วอOง)าSคฉRาบOรSบัขตพ(ทาอ%ตร.ง่ี ศ)าา5องม.0าแข2คส(้อF5าดพAก2รองRำ.2บตศอห(ัว%ก.านอตง2)ดยปา5ใา่มนร4งคะหO0ควเมSา่)ภาRวมBท(ด%CพทR)่ี./ร3.Oบก.Sฎค/กวรFบะAทคRรุม/วอOงาSคฉRาบรบัขพทอ.งี่ ศ5อ.0า2ค(5าพ2ร.2บศ.าง2ป5ร4ะ0เ)ภท ขนาดแปลง BCR
า ทตี่ ้งั อยู่รมิ ถนนสาธารณะ ขนาดคูหาละ 4x12 ม. (%)
64.17 35.83ประเภ110ท...อ692824า325คา:::ร111 55.80 ขนาดแปลง BCR (O%ปSร)ะเภทอFาAคRาร(%) OSRสทุด่ดี นิ(ตทรีเ่ .ลม็ก.)
27.90 (%) (%) 46.7
18.60 ที่ดนิ ทีเ่ ลก็ บ้านเด่ยี ว กรณีความสูง 2 ช้ัน 51.0
สดุ (ตร.ม.) 56.8

บา้ นเด่ยี ว กรณคี วา2ม.5ส6งู 72: 1ชั้น 14.00 พน้ื ที่อาคารรวมหลงั ละ 150 ตร.ม. 160.28 61.0
64.7
ท่ีไมไ่ ดต้ ง้ั อยูร่ ิมถนนพสน้ื าทธาอ่ี ราณคาะรขรนวมาดหคลูหังลาะละ1540x1ต2รม.ม.. 160.28 46พพ.้น้ืนื7ทท9อ่อ่ีี าาคคาา5รร3รร.วว2มม1หหลลงังั ลละะ0.23900300:ตต1รร..มม.. 56.90 196.00 67.4
พน้ื ท่ีอาคารรวมหลัง0ล.5ะ7240:01ตร.ม. 74.20 196.00 263.98
51บ.้า0น2แฝด428ห.9ล8งั กรณ1ีค.0ว2าม:ส1ูง 2 ชน้ั 48.00 43.8
57.42 บพพ้าน้ืน้ื นททแอ่ีี่อฝาา4คคด2าา.52รร8รรหววลมมหัง2ลกหัง121รล...ลณ172ะัง249ีคล3278วะ0:::า03ม1110ตส0รูง.ตม2ร..ชม132ัน้.784...157000 263.98 56พ.้ืน8ท2ี่อาคา4ร3ร.ว1ม82 หล1ังล.1ะ330: 01ตร.ม. 38.00 245.73 51.2
245.73 46.5
พื้นที่อาคารรวม 2 หลังละ 400 ตร.ม. 308.99 68.2
75.7
61พ.น้ื0ท4ี่อาคา3ร8ร.ว9ม62 หล1ังล.2ะ250: 01ตร.ม. 31.90 370.68
6674พพค..ลื้นื้น47งัทท43สี่ออี่ นิ าาสคคินาา33รรค25รร้า..วว25มมก67หหรณลลงังั คี ลลว11ะะา..234ม34990ส0959ูง ตต1:: รร11ช..มมัน้ .. 63.3
พ้นื ทอ่ี าคารรวม 2 หลังละ 400 ตร.ม. 308.99 27.20 683.77 69.4
ปกคลมุ ดนิ ต่อพน้ื ทพีแ่ ปน้ื ลทงอ่ี ทาด่ี คินาทรรใี่ ชว้เมป็น2ทหีต่ ลงั้ ังอลาะคา5ร0(0Buตilรd.มin.g 370.68 24.10 973.09 52.5
60.7
คลังสินสนิ คา้ กรณคี วามสงู 1 ชนั้ พน้ื ทอ่ี าคารรวมหลงั ละ 1,000 ตร.ม. 2,148.68 69.4

ปกคลุมตอ่ พ้นื ทีแ่ ปลพงื้นทท่ีดี่อินา(คOาpรeรnวมSหpลaงัcลeะ) 300 ตร.ม. 683.77 43พ.น้ื8ท7อ่ี าคา5ร6ร.ว1ม3หลงั ละ0.54,040:01ตร.ม. 127.907,321.32
รวมกนั ทกุ ชนั้ ของอพาคน้ื าทรี่อทาุกคหาลรงัรตว่อมพหื้นลทังลีแ่ ปะล4ง9ท9ด่ี นิตร.ม.ที่ใช้เป็น 973.09
nปeรaSาpRศaaจctาeioก)สRง่ิaปtiกoค) ลพพมุ ข้นนื้ื อททงอ่ีอ่ี แาาปคคลาางรรทรร่ีดววนิ มมทหหอ่ี ลลางัังคลลาะะรต15้ัง,,00อ00ย00ูต่ อ่ ตตพรรืน้..มมท..่ีใช้สอย 51พ.ื้น2ท8ี่อาคา4ร8ร.ว7ม2หลังละ0.1501,0:010 ตร.ม.95.00 13,200

2,148.68 46โร.5งง4าน ก5ร3ณ.4คี 6วามสูง01.4ช6ั้น: 1 114.90
7,321.32 68พ.ื้น2ท9ี่อาคา3ร1ร.ว7ม1หลังละ0.36080:ต1ร.ม. 46.40 473.88
75พ.ื้น7ท6ี่อาคา2ร4ร.ว2ม4หลงั ละ0.47959:ต1ร.ม. 32.00 718.04
สามารถสร้างอาคาพรทน้ื มี่ทพี อ่ี น้ืาทคา่อี รารความรรหวลมงั นลั้นะๆ1ไ0ด,0้ โ0ด0ยถตอรย.มร.น่ อาคาร 13,200 พ้นื ทอ่ี าคารรวมหลังละ 999 ตร.ม. 1,901.57
โรงงาน กรณคี วามสงู 1 ชั้น
6693พพ..้ืนื้น43ทท91อ่ีอ่ี าาคคาา33รร06รร..วว56มม19หหลลงัังลละะ00..51660,093,00::00110ตตร.รม.ม. .4538..9000 8,228.43
พน้ื ที่อาคารรวมหลังละ 300 ตร.ม. 473.88 14,400

พน้ื ที่อาคารรวมหลังละ 499 ตร.ม. 718.10041

พนื้ ทอ่ี าคารรวมหลงั ละ 999 ตร.ม. 1,901.57 52.54 47.46 0.52 : 1 90.30

พื้นที่อาคารรวมหลังละ 5,000 ตร.ม. 8,228.43 60.76 39.24 0.60 : 1 64.60

พื้นที่อาคารรวมหลังละ 10,000 ตร.ม. 14,400 69.44 30.56 0.69 : 1 44.00

101

ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๐๑

“ขอ ควรสงั เกต : การเขียนขอกําหนด การใชป ระโยชนทดี่ นิ ”

ระยะถอยรน่ จากแนวธรรมชาติ ถนน แนวเขตท่ีดนิ อาคาร 103
หรอื สถานท่ีอน่ื ๆ ที่จำเป็น (Set Back)

คำจำกดั ความ

“ระยะถอยร่น” หมายถึง ระยะห่างของแนวอาคารกับแนวเขตที่กฎหมาย
กำหนด เช่น พื้นที่ข้างเคียง คูคลอง ถนน ตามที่กฎหมายกำหนด โดยในปัจจุบัน
แนวทางปฏิบัติของเจา้ หน้าที่ท้องถิ่นโดยทั่วไปแล้วจะพิจารณาแนวอาคาร โดยถือเอา
แนวผนังอาคาร หรือแนวเสาของอาคารที่อยู่ริมด้านนอกสุด แต่จะไม่รวมถึงกันสาด
ชายคา หรือหลังคา (อ้างอิง: หนังสือตอบข้อหารือของกรมโยธาธิการและผังเมือง
ที่ มท.0710/10880 และท่ี มท.0710/13604)
วตั ถปุ ระสงค์

การกำหนดระยะถอยร่นของอาคาร โดยการกำหนดระยะต่ำสุดระหวา่ งอาคาร
กับแนวเขตด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังของแปลงที่ดินที่เป็นที่ตั้งของอาคารนั้น
อาจจำแนกวตั ถปุ ระสงค์ในการถอยรน่ อาคาร ได้ดงั นี้
1. ระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดินด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง เป็นการรักษา

แนวอาคารตลอดแนวเขตที่ดิน เพื่อประโยชน์ในเรื่องของการระบายอากาศ
สุขอนามัย การบดบังแสงสว่าง ป้องกันการลามไฟ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการถอยร่น
โดยรอบอาคาร เพื่อสงวนที่ว่างให้รถดับเพลิงสามารถสัญจรได้ในกรณีของ
อาคารสูง หรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ หรือการถอยร่นจากแนวเขตที่ดินของ
อาคารประเภทโรงงาน คลังสินค้าที่มากกว่าอาคารประเภทอื่น เพื่อป้องกันและ
บรรเทาการรบกวนของกิจกรรมต่อพน้ื ท่ีข้างเคยี ง
2. ระยะถอยร่นจากเขตทางสาธารณะ มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ การใช้งานทต่ี า่ งกนั ไป ซงึ่ มี
ผลตอ่ ระยะถอยร่น ดังน้ี (อา้ งอิง: เกณฑก์ ารกำหนดระยะถอยร่นจากเขตทางหลวง
แผ่นดนิ ในงานวางผังเมือง, สำนักวศิ วกรรมการผังเมือง)
1) การถอยร่นเพื่อความปลอดภัย ในกรณีเป็นทางหลวงสายประธาน หรือ

สายหลัก ระดับประเทศและภาค ที่ต้องการให้การจราจรและการขนส่ง

๒๐๒

ดา นการผงั เมือง

มีความสะดวกรวดเร็ว ไม่ถูกรบกวนจากกิจกรรมด้านข้าง หรือเป็นทางหลวง
สายประธานหรือสายหลัก บริเวณนอกชุมชนเมือง ที่มีความเร็วสูงและ
มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ จำเป็นต้องรักษาที่ว่างริมทางหลวงเพื่อให้มี
ระยะการมองเห็นทางแยกทีป่ ลอดภยั ไมก่ ระช้ันชิดจนเกนิ ไป
2) การถอยร่นเพื่อรองรับการพัฒนาเมือง ในกรณีที่มีการกำหนดกิจกรรม
การพัฒนาเมืองบริเวณริมทางหลวงซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพของทางหลวง
ลดลง เนื่องจากมีการสัญจรเข้า-ออกทางหลวงเพิ่มขึ้น หรือจากยานพาหนะ
ที่จอดบนผิวจราจร ทำให้ความสามารถรองรับปริมาณจราจรลดลง
จึงจำเป็นต้องกำหนดระยะถอยร่น สำหรับใช้เป็นถนน และ/หรือทีจ่ อดรถของ
กจิ กรรมแยกออกไปจากทางหลวง
3) การถอยร่นเพื่อการขยายเขตทาง ในกรณีทางหลวงที่มีปริมาณจราจรสูงและ
คาดวา่ ในอนาคตปริมาณจราจรจะเพ่มิ สงู มากกว่าหรอื ใกล้เคียงความจุของถนน
หรือในพื้นที่ซึ่งสภาพภูมิประเทศมีข้อจำกัดไม่สามารถก่อสร้างทางหลวงเพื่อ
ทดแทนทางหลวงสายเดมิ ได้ จงึ จำเปน็ ตอ้ งกำหนดระยะถอยร่น เพอื่ รองรับการ
ขยายเขตทางในอนาคต
3. ระยะถอยร่นจากแหลง่ น้ำสาธารณะ
1) เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย จึงจำเป็นต้องถอยร่นอาคารเพ่ือ
ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเพื่อป้องกันสิ่งกีดขวางที่เป็น
อุปสรรคตอ่ การไหลของน้ำด้วยอกี ทางหน่ึง
2) เพื่อรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยการถอยร่นอาคารที่อาจส่งผลกระทบต่อ
คณุ ภาพนำ้ ในแหลง่ น้ำสาธารณะ ทงั้ จากการระบายนำ้ บนผิวดินและการปนเป้ือน
ของน้ำใตด้ ิน รวมถงึ เพื่อป้องกันการรกุ ล้ำแหลง่ น้ำสาธารณะ
3) เพื่อการดูแลรักษาแหล่งน้ำ การถอยร่นอาคารเพื่อสงวนที่ว่างสำหรับอำนวย
ความสะดวกในการนำเครือ่ งมอื ขดุ ลอกคูคลองเขา้ ไปในพน้ื ท่ี
4. ระยะถอยรน่ จากสถานทอ่ี ื่นๆ
1) การถอยร่นในเส้นทางสัญจรท่ีสำคัญๆ เพื่อรักษาแนวมองให้เป็นระเบียบ และ
รักษา Character ของยา่ น
103 ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๐๓

“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอ กําหนด การใชประโยชนท ี่ดิน”

2) การถอยร่นจากเขตโบราณสถาน หรืออาคารที่มคี ุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพ่ือ
ไม่ให้อาคารสร้างใหม่บดบังมุมมอง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรง
ของอาคารเกา่

กฎ ระเบียบท่เี กย่ี วข้อง
พระราชบัญญัตคิ วบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
กฎกระทรวงฉบบั ท่ี 55 (พ.ศ. 2543)
หมวด 3 ทว่ี ่างภายนอกอาคาร
ข้อ 34 ห้องแถวหรือตึกแถวซึ่งด้านหน้าไม่ติดริมถนนสาธารณะ ต้องมีที่ว่างด้านหนา้
อาคารกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร โดยไม่ให้มีส่วนใดของอาคารย่ืนล้ำเข้าไปในพ้ืนท่ี
ดงั กล่าว

หอ้ งแถวหรอื ตึกแถว ตอ้ งมีที่วา่ งด้านหลังอาคารกวา้ งไมน่ ้อยกว่า 3 เมตร เพ่ือ
ใช้ติดต่อถึงกัน โดยไม่ให้มีส่วนใดของอาคารย่ืนล้ำเข้าไปในพ้ืนที่ดังกล่าว เว้นแต่การ
สรา้ งบันไดหนีไฟภายนอกอาคารท่ีย่นื ล้ำไม่เกนิ 1.40 เมตร

ระหวา่ งแถวด้านข้างของหอ้ งแถวหรือตกึ แถวที่สร้างถงึ สิบคูหา หรือมีความยาว
รวมกนั ถงึ 40 เมตร ตอ้ งมีท่ีว่างระหวา่ งแถวด้านข้างของหอ้ งแถวหรอื ตึกแถวน้ัน กว้าง
ไมน่ อ้ ยกว่า 4 เมตร เปน็ ช่องตลอดความลกึ ของห้องแถวหรือตึกแถว เพ่ือเชอื่ มกบั ที่ว่าง
หลงั อาคาร

หอ้ งแถวหรอื ตึกแถวที่สร้างตดิ ต่อกันไมถ่ งึ สิบคหู า หรอื มีความยาวรวมกนั ไม่ถงึ
40 เมตร แต่มีที่ว่างระหว่างแถวด้านข้างของห้องแถวหรือตึกแถวน้ันกว้างน้อยกว่า
4 เมตร ไมใ่ หถ้ ือว่าเปน็ ทีว่ ่างระหว่างแถวด้านข้างของห้องแถวหรือตกึ แถว แต่ให้ถือว่า
หอ้ งแถวหรือตกึ แถวนั้นสรา้ งต่อเน่ืองเปน็ แถวเดียวกนั

ที่ว่างตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม จะก่อสร้างอาคาร รั้ว กำแพง
หรือสิ่งก่อสร้างอื่นใด หรือจัดให้เป็นบ่อน้ำ สระว่ายน้ำ ท่ีพักมูลฝอย หรือที่พักรวม
มูลฝอยไม่ได้

ห้องแถวหรือตึกแถวที่มีด้านข้างใกล้เขตท่ีดินของผู้อ่ืน ต้องมีท่ีว่างระหว่าง
ด้านข้างของห้องแถวหรือตึกแถวกับเขตที่ดินของผู้อ่ืนน้ันกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร

104

๒๐๔

ดานการผงั เมอื ง

เวน้ แตห่ ้องแถวหรือตึกแถวท่ีก่อสร้างขึ้นทดแทนอาคารเดิมโดยมพี ื้นที่ไม่มากกว่าพ้ืนที่
ของอาคารเดมิ และมีความสงู ไม่เกนิ 15 เมตร
ข้อ 35 ห้องแถวหรือตึกแถวท่ีมีที่ว่างหลังอาคารตามข้อ 34 วรรคสอง และได้ร่นแนว
อาคารตามขอ้ 41 แลว้ ไม่ตอ้ งมที ีว่ ่างตามขอ้ 33 (1) และ (2) อกี
ข้อ 36 บ้านแถวต้องมีที่ว่างด้านหน้าระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับแนวผนังอาคาร
กว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร และตอ้ งมีทีว่ ่างด้านหลังอาคารระหว่างรั้ว หรือแนวเขตที่ดิน
กบั แนวผนงั อาคารกวา้ งไม่น้อยกว่า 2 เมตร

ระหวา่ งแถวด้านข้างของบ้านแถวท่ีสร้างถึงสิบคูหา หรอื มคี วามยาวรวมกันถึง
40 เมตร ต้องมีที่ว่างระหว่างแถวด้านข้างของบ้านแถวน้ันกว้างไม่น้อยกว่า 4 เมตร
เป็นช่องตลอดความลึกของบา้ นแถว

บ้านแถวท่ีสร้างตดิ ต่อกนั ไมถ่ ึงสบิ คูหา หรือมีความยาวรวมกนั ไม่ถึง 40 เมตร
แต่มีที่ว่างระหว่างแถวด้านข้างของบ้านแถวน้ันกว้างน้อยกว่า 4 เมตร ไม่ให้ถือวา่ เปน็
ที่ว่างระหว่างแถวด้านข้างของบ้านแถว แต่ให้ถือว่าบ้านแถวนั้นสร้างตอ่ เนื่องเป็นแถว
เดยี วกัน
ข้อ 37 บ้านแฝดตอ้ งมที ี่ว่างด้านหน้าและดา้ นหลังระหวา่ งรัว้ หรอื แนวเขตทีด่ ินกับแนว
ผนังอาคารกวา้ งไมน่ ้อยกว่า 3 เมตร และ 2 เมตรตามลำดบั และมีท่วี า่ งดา้ นขา้ งกว้าง
ไม่น้อยกว่า 2 เมตร
ข้อ 38 คลังสินค้าที่มีพื้นที่ของอาคารทุกชั้น รวมกันตั้งแต่ 100 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน
500 ตารางเมตร ต้องมีทว่ี า่ งหา่ งแนวเขตท่ีดนิ ที่ใชก้ ่อสร้างอาคารนน้ั ไม่น้อยกว่า 6 เมตร
สองด้าน สว่ นด้านอื่นตอ้ งมที ีว่ ่างห่างแนวเขตท่ีดนิ ไมน่ อ้ ยกวา่ 3 เมตร

คลังสินค้ามีพื้นที่ของอาคารทุกช้ันรวมกันเกิน 500 ตารางเมตร ต้องมีที่ว่าง
ห่างแนวเขตที่ดินที่ใช้ก่อสร้างอาคารนั้น ไม่น้อยกว่า 10 เมตร สองด้าน ส่วนด้านอ่ืน
ต้องมที ีว่ า่ งหา่ งจากแนวเขตท่ดี ินไมน่ ้อยกวา่ 5 เมตร

104

ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๒๐๕

“ขอควรสังเกต : การเขียนขอกําหนด การใชประโยชนท ี่ดนิ ”

ความในวรรคหนึ่ง และวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่อาคารคลังสินค้าที่อยู่ในเขต
พ้ืนท่ีนิคมอุตสาหกรรมซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย เว้นแต่ด้านท่ีอยู่ติดต่อกับเขตที่ดินท่ีอยู่นอกเขตพ้ืนท่ีนิคม
อุตสาหกรรมซึ่งจัดต้ังขนึ้ ตามกฎหมายวา่ ด้วยการนคิ มอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้
มีทวี่ า่ งหา่ งแนวเขตท่ีดนิ ทีใ่ ช้กอ่ สร้างอาคารนน้ั ไม่น้อยกวา่ 10 เมตร
ข้อ 39 โรงงานทม่ี ีพืน้ ทีท่ ่ใี ช้ประกอบกจิ การของอาคารทกุ ชน้ั รวมกนั ตัง้ แต่ 200 ตารางเมตร
แตไ่ ม่เกิน 500 ตารางเมตร ตอ้ งมที ่วี ่างหา่ งแนวเขตที่ดนิ ท่ีใช้กอ่ สร้างอาคารนน้ั ไมน่ อ้ ยกว่า
3 เมตร จำนวนสองด้าน โดยผนังอาคารท้ังสองด้านนั้นให้ทำเป็นผนังทึบด้วยอิฐหรือ
คอนกรีตยกเวน้ ประตหู นีไฟ สว่ นด้านท่ีเหลือใหม้ ที ่ีว่างไมน่ อ้ ยกวา่ 6 เมตร

โรงงานมพี ืน้ ทท่ี ่ีใชป้ ระกอบกจิ การของอาคารทกุ ชน้ั รวมกนั ต้งั แต่ 500 ตารางเมตร
แต่ไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร ต้องมีที่ว่างห่างแนวเขตที่ดินที่ใช้ก่อสร้างอาคารนั้น
ไมน่ อ้ ยกว่า 6 เมตร ทุกด้าน

โรงงานมพี ืน้ ท่ที ่ใี ชป้ ระกอบกจิ การของอาคารทุกชั้น รวมกันเกนิ 1,000 ตารางเมตร
ต้องมีท่ีว่างหา่ งแนวเขตทดี่ ินท่ีใชก้ ่อสรา้ งอาคารนั้น ไม่น้อยกว่า 10 เมตร ทุกดา้ น

ความในวรรคหน่ึง วรรคสอง และวรรคสามมิให้ใช้บังคับแกอ่ าคารโรงงานท่ีอยู่
ในเขตพ้ืนที่นิคมอุตสาหกรรมซึ่งจัดต้ังขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย เว้นแต่ด้านท่ีอยู่ติดต่อกับเขตที่ดินที่อยู่นอกเขตพื้นที่นิคม
อตุ สาหกรรมซึ่งจดั ต้ังขน้ึ ตามกฎหมายว่าดว้ ยการนิคมอตุ สาหกรรมแหง่ ประเทศไทย ให้
มที ่วี า่ งห่างแนวเขตทด่ี ินท่ีใชก้ ่อสรา้ งอาคารนน้ั ไม่น้อยกวา่ 10 เมตร
หมวด 4 แนวอาคารและระยะต่าง ๆ ของอาคาร
ข้อ 41 อาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้ถนนสาธารณะที่มีความกว้างน้อยกว่า
6 เมตร ใหร้ น่ อาคารหา่ งจากกงึ่ กลางถนนสาธารณะอย่างนอ้ ย 3 เมตร

105

๒๐๖

ดา นการผงั เมอื ง

อาคารที่สูงเกินสองชั้นหรือเกิน 8 เมตร ห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว อาคาร
พาณิชย์ โรงงาน อาคารสาธารณะ ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย หรือ
คลังสนิ ค้า ที่กอ่ สร้างหรือดัดแปลงใกล้ถนนสาธารณะ

(1) ถา้ ถนนสาธารณะนัน้ มีความกว้างนอ้ ยกว่า 10 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่าง
จากก่งึ กลางถนนสาธารณะอย่างน้อย 6 เมตร

(2) ถ้าถนนสาธารณะนั้นมีความกว้างต้งั แต่ 10 เมตรข้ึนไป แต่ไมเ่ กิน 20 เมตร
ใหร้ ่นแนวอาคารหา่ งจากเขตถนนสาธารณะอยา่ งน้อย 1 ใน 10 ของความ
กวา้ งของถนนสาธารณะ

105

ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๒๐๗

“ขอ ควรสังเกต : การเขียนขอ กําหนด การใชป ระโยชนท ี่ดิน”

(3) ถา้ ถนนสาธารณะนนั้ มคี วามกว้างเกนิ 20 เมตรข้นึ ไป ใหร้ ่นแนวอาคาร
หา่ งจากเขตถนนสาธารณะอยา่ งน้อย 2 เมตร

ขอ้ 42 อาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่นำ้ คู คลอง ลำราง
หรือลำกระโดง ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า 10 เมตร ต้องร่น
แนวอาคารให้ห่างจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะนน้ั ไมน่ อ้ ยกว่า 3 เมตร แตถ่ ้าแหล่งนำ้ นั้น
มีความกว้างตงั้ แต่ 10 เมตรขึน้ ไป ต้องร่นแนวอาคารให้ห่างจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะนั้น
ไม่น้อยกวา่ 6 เมตร

สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น
บึง ทะเลสาบ หรือทะเล ต้องร่นแนวอาคารให้ห่างจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะนั้น
ไมน่ อ้ ยกวา่ 12 เมตร

ทง้ั น้ี เวน้ แต่ สะพาน เขอื่ น รั้ว ท่อระบายน้ำ ทา่ เรอื ปา้ ย อเู่ รอื คานเรือ หรือ
ที่ว่างทใ่ี ช้เปน็ ทจี่ อดรถไมต่ ้องรน่ แนวอาคาร

106

๒๐๘

ดา นการผงั เมือง

พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535
มาตรา 49 ซึ่งกำหนดมิให้ผู้ใดดำเนินการในท่ีดินริมเขตทางหลวงทัง้ สายหรอื บางส่วน
ดังตอ่ ไปนี้

(1) สรา้ งหรอื ดัดแปลงต่อเตมิ อาคารตามประเภท ชนิด หรือลกั ษณะที่กำหนด
ในกฎกระทรวง สถานีบรกิ ารนำ้ มัน สถานีบริการกา๊ ซ สถานบี รกิ ารล้างหรอื ตรวจสภาพ
รถหรือติดต้งั ปา้ ยโฆษณา ภายในระยะไม่เกนิ 15 เมตร จากเขตทางหลวง

(2) สร้างศูนย์การค้า สนามกีฬา สนามแข่งขัน โรงมหรสพ สถานพยาบาล
สถานศึกษา หรือจดั ใหม้ ตี ลาด ตลาดนัด งานออกรา้ น หรอื กิจการอ่นื ที่ทำให้ประชาชน
มาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก ภายในระยะไม่เกิน 50 เมตร จากเขตทางหลวง ทั้งน้ี
เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการทางหลวงหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย
จากผู้อำนวยการทางหลวง

106

ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๒๐๙

“ขอ ควรสงั เกต : การเขยี นขอกําหนด การใชประโยชนท ดี่ นิ ”

พระราชกฤษฎีกาประกาศควบคุมทางเข้าออกตามมาตรา 49: กำหนดระยะถอยร่น 107
สำหรับทางหลวงจำนวน 22 สายทาง

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และข้อกำหนดเงื่อนไขในการปลูกสร้างอาคารริมเขตทางหลวง
สำหรบั อาคารพกั อาศัย ตึกแถวหรอื อาคารพาณิชย์ ท่ีไมเ่ กนิ 4 ชนั้ อาคารขนาดเลก็ ท่ัว ๆ ไป
แนวกันสาดหรือส่วนที่ยื่นนอกสุดของอาคาร ต้องห่างจากเขตทางหลวงไม่น้อยกว่า
6 เมตร น้ัน เป็นเพยี งหลักเกณฑ์ซงึ่ ยังไม่มีการใช้บังคบั เป็นกฎหมาย
มตคิ ณะกรรมการผังเมือง/ คณะอนกุ รรมการผังเมอื งทีเ่ กีย่ วข้อง

การกำหนดที่ว่างริมเขตทางนั้นขอให้เป็นไปตามแนวทางการพิจารณา ฯ
ที่คณะกรรมการผังเมืองได้เห็นชอบ ดังนี้ (อ้างอิง: การประชุมคณะกรรมการผังเมือง
ครง้ั ที่ 3/2559 วนั ที่ 17-18 มนี าคม 2559)

กรณีที่มีการกำหนดให้มีการพัฒนาพื้นที่บริเวณริมทางหลวง มีระยะถอยร่น
2 ระยะ คือ
- ระยะถอยรน่ 10 เมตร ประกอบด้วย ถนนภายในชอ่ งจราจรข้ันต่ำ 3 เมตร 2 ช่องจราจร

ไป-กลับ มแี นว Buffer ขนาด 2 เมตร 2 ช่อง
- ระยะ 15-17 เมตร ประกอบด้วย ถนนภายในช่องจราจรขั้นต่ำ 3 เมตร 2 ช่องจราจร

ไป-กลับ พรอ้ มทจ่ี อดรถ 1 ช่องต้งั ฉากกับแนวถนน และมีแนว Buffer 2 เมตร จำนวน
2 ช่อง
ข้อควรสังเกตในการเขียนข้อกำหนด
1. หลกั การสำคัญของการถอยร่นจากแหล่งน้ำสาธารณะเพ่อื ป้องกนั การรุกล้ำแหล่งน้ำ
และเพื่อสะดวกต่อการนำเครื่องมือขุดลอกคลองเข้าไปในบริเวณริมน้ำ ซึ่งการ
กำหนด 3 เมตร อาจแคบเกนิ ไปสำหรับการนำเคร่ืองมือต่าง ๆ เขา้ สพู่ ้นื ที่ สำหรับ
การกำหนดระยะ 6 เมตร ควรเปน็ การถอยรน่ ของตวั อาคารจากโฉนดที่ดิน เพราะ
การกำหนดจากแนวขนานริมฝั่งตามแนวธรรมชาติจะปฏิบัติได้ยากซึ่งในการ
ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก็ใช้วิธีถอยร่นจากโฉนดที่ดินเช่นกัน ส่วน
พื้นที่ที่ถอยร่นนั้นเจ้าของที่ดินยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ (อ้างอิง: ความเห็น
คณะกรรมการผงั เมอื งในการประชมุ ครง้ั ท่ี 1/2561 วันท่ี 19 มกราคม 2561)

๒๑๐

ดานการผงั เมือง

2. การกำหนดระยะถอยร่นควรจะพิจารณาร่วมกับมาตรการทกี่ ำหนดไว้ตามประกาศ
พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(อ้างอิง: ความเห็นคณะกรรมการผังเมืองในการประชุมครั้งที่ 6/2560 วันที่ 14 มิถุนายน
2561)

3. การกำหนดระยะถอยร่นจากเขตทางหลวงแผน่ ดิน ควรพจิ ารณารว่ มกับแนวทางใน
การกำหนดระยะถอยร่นจากเขตทางหลวงแผ่นดินในงานวางผังเมือง ซึ่งกำหนด
ระยะถอยรน่ ทต่ี ่างกนั ไปตามเหตุผลและหน้าทข่ี องทางหลวง ไดแ้ ก่
1) เพื่อความปลอดภยั 30 เมตร
2) เพื่อการพัฒนาเมอื ง 10-17 เมตร
3) เพอื่ การขยายเขตทาง 6-10 เมตร
นอกจากน้ีควรพิจารณาร่วมกับพระราชบญั ญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 49 และ

พระราชกฤษฎีกาประกาศควบคมุ ทางเข้าออกตามมาตรา 49 สำหรบั ทางหลวง 22 สายทาง
4. การกำหนดระยะทว่ี ่างริมเขตทาง

- หากต้องการควบคุมเฉพาะบางสายทาง ให้ระบุชื่อสายทาง
- หากกำหนดระยะท่วี ่างเท่ากนั หรอื น้อยกว่ากฎหมายควบคมุ อาคาร หรือตามที่

กฎหมายทางหลวงกำหนด ไมจ่ ำเป็นตอ้ งระบุในขอ้ กำหนด
- การกำหนดระยะที่ว่างริมเขตทางควรพิจารณาเจตนารมณ์ว่ารวมถึงอาคาร

ในลักษณะอื่นๆ เช่น ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย หรือ
ส่ิงกอ่ สรา้ งอ่ืน ๆ ท่ีมีความสูงเกนิ 10 เมตร หรือไม่
5. การกำหนดระยะที่วา่ งรมิ แหลง่ นำ้
- ตรวจสอบวา่ มแี ม่น้ำ ลำคลอง หรอื แหล่งนำ้ สาธารณะ ไหลผ่านจรงิ หรือไม่
- หากตอ้ งการกำหนดทวี่ า่ งรมิ แหล่งนำ้ เฉพาะแห่ง ใหร้ ะบุชอื่ แหลง่ นำ้ เฉพาะ
- หากกำหนดระยะที่ว่างเท่ากับกฎหมายควบคุมอาคารกำหนด ไม่จำเป็นต้อง
ระบุในขอ้ กำหนด
- หากมีเจตนายกเว้นการคมนาคมทางน้ำ (การคมนาคมของผู้โดยสาร) หรือการ
ขนส่งทางน้ำ (การขนส่งสินค้า) รวมถึงการยกเว้นการก่อสร้างเขื่อน รั้ว หรือ
กำแพง ใหร้ ะบเุ พ่มิ เตมิ วา่ “เวน้ แต่เป็นการก่อสร้างเพ่ือการคมนาคมและขนส่ง
ทางนำ้ การสาธารณูปโภค เขื่อน ร้วั หรอื กำแพง”

107

ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๑๑

“ขอ ควรสังเกต : การเขียนขอกาํ หนด การใชป ระโยชนท ี่ดิน”

ขนาดของแปลงทีด่ ินท่ีจะอนุญาตให้สร้างอาคาร (Lot Size) ก

คำจำกัดความ ก
ขนาดต่ำสุดของแปลงที่ดิน และ/หรือระยะต่ำสุดของความกว้างของ ท

แปลงทีด่ นิ ทีจ่ ะอนุญาตใหส้ รา้ งอาคารบางประเภทได้ -

วตั ถปุ ระสงค์ -
เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของประชากรให้อยู่สภาพแวดล้อมที่ไม่แออัดเกินไป -

เช่น กำหนดขนาดแปลงที่ดนิ ขนั้ ต่ำสดุ สำหรบั อาคารทพ่ี ักอาศยั ประเภทบ้านเดี่ยว หรือ ข
กำหนดในพื้นทช่ี มุ ชนท่ีความหนาแน่นมแี นวโน้มจะเพ่มิ มากขนึ้ จนอาจเป็นปัญหา หรือ ก
ในพน้ื ท่ีหรือชุมชนทต่ี อ้ งการสงวนรกั ษาพนื้ ทบ่ี างส่วนใหม้ คี วามหนาแนน่ ต่ำ ห
กฎ ระเบียบทีเ่ กย่ี วข้อง ข
พระราชบัญญตั จิ ดั สรรทดี่ นิ พ.ศ. 2543
มาตรา 16 การออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินตามมาตรา 14 (1) ให้ ข
คณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำแผนผัง โครงการ และวิธกี ารในการจัดสรร แ
ทด่ี ินเพ่อื ประโยชนเ์ กย่ี วกับการสาธารณสขุ การรกั ษาคุณภาพส่งิ แวดล้อม การคมนาคม
การจราจร ความปลอดภัย การสาธารณูปโภค และการผังเมือง ตลอดจนการอื่นท่ี
จำเป็นในการจัดสรรที่ดินให้เหมาะสมกับสภาพท้องที่ของจังหวัดนั้น โดยให้กำหนด
เงอ่ื นไขในสง่ิ ต่อไปน้ีดว้ ย คือ

(1) ขนาดความกว้างและความยาวต่ำสดุ หรือเนือ้ ทจี่ ำนวนนอ้ ยทีส่ ดุ ของที่ดิน
แปลงยอ่ ยทจ่ี ะจดั สรรได้

(2) ระบบและมาตรฐานของถนนประเภทต่าง ๆ ทางเดินและทางเท้าในที่ดนิ
จัดสรรท้ังหมด รวมทงั้ การต่อเชื่อมกับถนนหรอื ทางสายนอกท่ดี นิ จัดสรร

(3) ระบบการระบายนำ้ การบำบัดน้ำเสยี และการกำจัดขยะสง่ิ ปฏกิ ลู

108

๒๑๒

ดา นการผังเมือง

(4) ระบบและมาตรฐานของสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่จำเป็นต่อ
การรักษาสภาพแวดลอ้ ม การส่งเสรมิ สภาพความเปน็ อยู่ และการบริหารชมุ ชน

ง ขอ้ ควรสังเกตในการเขียนขอ้ กำหนด
การกำหนดขนาดต่ำสุดของแปลงที่ดิน และ/หรือระยะต่ำสุดของความกว้างของแปลง

ที่ดิน ควรพิจารณาร่วมกับข้อกําหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินประเภทต่าง ๆ ซ่ึง

ป คณะกรรมการจัดสรรท่ีดนิ แต่ละจงั หวัดไดอ้ อกขอ้ กำหนดไว้ เช่น

อ - ข้อกําหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินจังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2546 เกี่ยวกับการจัดสรร
แปลงท่ดี ินเพื่อทีอ่ ยู่อาศยั และพาณชิ ยกรรม

- ขอ้ กำหนดเกยี่ วกับการจดั สรรทด่ี ินเพ่อื อุตสาหกรรมจังหวดั ปราจีนบรุ ี พ.ศ. 2550

- ข้อกำหนดเก่ยี วกับการจัดสรรที่ดนิ เพื่อเกษตรกรรม จังหวดั ฉะเชงิ เทรา พ.ศ. 2550

ตวั อยา่ ง

ข้อกาํ หนดเกี่ยวกบั การจดั สรรที่ดินเพื่อทอ่ี ยอู่ าศัยและพาณิชยกรรม

ห้ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2550:
ร หมวด 2 ขนาดและเน้ือทด่ี นิ ของการจดั สรร

ที่ ข้อ 8 ขนาดของที่ดนิ จัดสรร แบ่งเป็น 3 ขนาด คือ

ด ขนาด จำนวนแปลงที่ดนิ (แปลง) เน้ือทด่ี นิ ทง้ั โครงการ (ไร่)

ขนาดเลก็ 10-99 แปลง น้อยกว่า 19 ไร่

ขนาดกลาง 100-499 แปลง 19-100 ไร่

น ขนาดใหญ่ ต้ังแต่ 500 แปลงขึน้ ไป มากกวา่ 100 ไร่

ข้อ 9 การจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม ท่ีดินแปลงยอ่ ยจะต้องมีขนาด
และเน้ือที่ของท่ีดนิ แยกเปน็ ประเภท ดังนี้

108

ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๑๓

“ขอ ควรสังเกต : การเขียนขอกาํ หนด การใชประโยชนท ่ดี ิน”

บา้ นเด่ยี ว ท่ีดินแต่ละแปลงตอ้ งมีความกว้าง และ
ความยาวไม่ต่ำกว่า 12 เมตร และมีเนื้อที่ไม่ต่ำ
กว่า 50 ตารางวา หากความกว้างหรือความยาว
ไม่ได้ขนาดดังกล่าว ต้องมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 60
ตารางวา
บา้ นแฝด ทดี่ นิ แตล่ ะแปลงต้องมคี วามกว้างไม่ต่ำกว่า
9 เมตร และมีเนื้อทไี่ มต่ ่ำกว่า 35 ตารางวา

บา้ นแถว ทดี่ ินแตล่ ะแปลงต้องมีความกว้างไม่ต่ำกว่า
4 เมตร และมเี นอ้ื ท่ไี มต่ ่ำกว่า 16 ตารางวา
อาคารพาณิชย์ ที่ดินแต่ละแปลงต้องมีความ
กว้างไม่ต่ำกว่า 4 เมตร และมีเนื้อท่ีไม่ต่ำกว่า 16
ตารางวา
ข้อ 10 ระยะห่างของตวั อาคารจากเขตท่ีดนิ และการเวน้ ช่องวา่ งระหว่างแปลงที่ดนิ ให้
เปน็ ไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคุมอาคาร

๒๑๔ 109

ท่ีปรกึ ษา

นายมณฑล สุดประเสรฐิ
อธบิ ดกี รมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง
ผบู รหิ ารสูงสุดของสว นราชการ (CEO)

นางสมจิต ปย ะศิลป
รองอธบิ ดกี รมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง
ผนู ำการบรหิ ารการเปล่ยี นแปลง (CCO)

นายอนวัช สวุ รรณเดช
รองอธบิ ดีกรมโยธาธิการและผังเมอื ง
ผูบรหิ ารสูงสุดดา นการจัดการความรู (CKO)

บรรณาธิการ

นางอัญชลี รว้ิ ธงชยั
ผูอ ำนวยการสถาบนั พฒั นาบคุ ลากรดา นการพัฒนาเมอื ง

หวั หนา คณะทำงานการจัดการความรู (CKM Team)
นางพจนยี  ขจรปรดี านนท

ผอู ำนวยการสำนกั ผงั เมอื งรวม
ประธานคณะทำงานการจดั การความรู (KM Team)

สถาบนั พฒั นาบุคลากรดา นการพัฒนาเมือง
๑. นางสาวไพรนิ ทร ดรุ าศวิน
หัวหนา กลมุ งานวางแผนและประสานงาน คณะทำงานและเลขานุการ
๒. คณะทำงานและผูช วยเลขานกุ าร
๒.๑ นางสาวจติ กุศล เปาประดิษฐ นกั ทรพั ยากรบคุ คลชำนาญการ
๒.๒ นางสาวอรอมุ า อาจปกษา พนกั งานพฒั นาทรัพยากรบุคคล
๒.๓ นางสาวอรณี มสี า พนักงานพฒั นาทรพั ยากรบคุ คล

สำนกั ผงั เมอื งรวม
๑. นางสาววิยดา ทรงกิตติภกั ดี ผอู ำนวยการสวนผงั เมืองรวมท่ี ๑
๒. นางสาวธดิ ารัตน พนิ ิจถริ วงศ รก.ผอู ำนวยการสว นผงั เมอื งรวมที่ ๒
๓. นางสาวนนั ทนา จำจด ผูอ ำนวยการสวนผงั เมืองรวมที่ ๓
๔. นางสาวฤทยั ทพิ ย อดุลยกิตติชัย ผอู ำนวยการสว นผังเมอื งรวมที่ ๔
๕. นางพิชญณ ัชชา ศรีหิรญั รัตน ผอู ำนวยการสว นผงั เมืองรวมที่ ๕
๖. นางสาวธิตยาพัฐ ปภาซาง ผูอำนวยการสวนผังเมอื งรวมท่ี ๖
๗. นางณฐั นันท ไตรธรรม นักผังเมอื งชำนาญการ

(DPTKMActionPlan)

ģÖ øĢöĩē ÷ĢíǰëćîíîÖĉ óćøøąĒøúćöąìñęĊǰÜĆ ħđöǰĒČĂ×ÜüÜóâćĕì

đ×êóâćĕìǰÖøÜč đìóĄǰĢġĥġġ

đïĂøēŤ ìøýĆóìŤÖúćÜǰ ǰ óøąøćöìęǰĊ ħ
ǰġǰģģĪĪǰĥġġġ

Öøöē÷íćíÖĉ ć ø Ēǰ ǰéúéĈąðĈðđðñđîøðîøøĆÜąĉîøąîĉąđđąöÖđéÝÖéÝćĂČĘîĈćîĘĈøÜð÷øðê÷ǰìčêÜŘ ćčìŘÜ%ïćíöïíöðý1ĒðýĒ5ćøñćøÿñąǰÿîą,öêîöêÖ.ćøÖćøćèéŤ ćǰèŤéø"šćøǰÝćš îǰóÝDîĆéóÖUĆé ÖÖJý ćPÖýćć øćOǰ øøñģǰøÙǰñģĆÜ1ÙĦüÜĆĦđMüħöđćBħöćöČĂĢONöČĂĢøÜ
ǰøÜ
ĎšǰšĎ

ÿëćïĆîóĆçîćïčÙúćÖøéšćîÖćøóçĆ îćđöĂČ Ü
ÿĈîĆÖñÜĆ đöĂČ Üøüö

Öøöē÷íćíĉÖćøĒúąñÜĆ đöČĂÜǰÖøąìøüÜöĀćéĕì÷ǰXXX EQU HP UI


Click to View FlipBook Version