The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookitc.dpt, 2020-06-25 02:59:10

ข้อควรสังเกต : การเขียนข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน

สำนักผังเมืองรวม

Keywords: ข้อควรสังเกต : การเขียนข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน,สำนักผังเมืองรวม

ดา นการผังเมอื ง












า: https://www(.ทgoมี่ oา:glhet.tcpos.:t/h//w)ww.google.co.th/)




45 45

ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๘๙

“ขอ ควรสังเกต : การเขยี นขอกาํ หนด การใชป ระโยชนที่ดิน”

วัตถุประสงคข์ องกิจกรรม
เพื่อใช้เป็นสถานที่ให้บริการ ความสนุกสนาน ความเพลิดเพลิน เป็นสถานท่ีพักผ่อน-
หย่อนใจสำหรับผใู้ ช้บริการ

ผลกระทบทีอ่ าจเกดิ ขนึ้ จากกิจกรรม
1. ความเสี่ยงจากการเกิดอัคคีภัย หรืออุบัติเหตุจากความไม่มั่นคงแข็งแรงของ

อุปกรณ์เครื่องเล่น ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแกพ่ ื้นท่ีข้างเคียง ทั้งนี้ อาจเกิดจาก
ขั้นตอนการผลิตของเครื่องเล่น เช่น การออกแบบที่ผิดหลัก ใช้วัสดุไม่ได้มาตรฐาน
โดยเฉพาะอุปกรณ์และระบบการยึดตรึงที่ไม่มีคุณภาพ ไม่สามารถให้ความมั่นคง-
ปลอดภัยแกผ่ ู้นง่ั ได้ การนำวัสดปุ ระเภทติดไฟง่ายมาประกอบเปน็ ตัวถงั ของเครอื่ งเล่น
2. ความหนาแน่นคับคั่งของการจราจร ที่อาจเกิดจากยานพาหนะของผู้ใช้บริการในการ
เข้าและออกจากสวนสนุก
กฎ ระเบยี บท่ีเกย่ี วข้อง
พระราชบัญญัติควบคมุ อาคาร พ.ศ. 2522
• กฎกระทรวงวา่ ด้วยการควบคุมเคร่ืองเล่น พ.ศ. 2558
ข้อ 2 ให้เคร่ืองเล่นเป็นอาคารควบคุมการใช้ตามมาตรา 32 (2)
ข้อ 3 ผู้ใดจะก่อสร้าง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายเครื่องเล่นต้องได้รับใบอนุญาตจาก

เจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยให้ย่ืนคำขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถ่นิ ตามแบบ
ขค. 1 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามท่ีระบุไว้ในแบบดังกล่าว
ข้อ 9 ให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการก่อสร้าง รื้อถอน และเคลื่อนย้าย
อาคารตามท่ีกำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับท่ี 4 (พ.ศ. 2526) ออกตามความ
ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาใช้บังคับแก่การก่อสร้าง รื้อ
ถอน และเคลื่อนย้ายเครื่องเล่นโดยอนุโลม
ข้อ 16 ผู้ใดมีความประสงค์จะก่อสร้างและใช้เครื่องเล่นที่มีกำหนดระยะเวลาใช้ไม่
เกินสิบห้าวัน โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ 3 และข้อ 10 วรรคหนึ่งและวรรคสาม
ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานท้องถ่ินตามแบบ ขค. 6 พร้อมด้วยเอกสาร
หลักฐานตามท่ีระบุไว้ในแบบดังกล่าว

๙๐

ดานการผงั เมอื ง

ข้อ 20 เคร่ืองเล่นที่ขบั เคลือ่ นดว้ ยกำลังของเคร่อื งยนตห์ รือกำลงั ไฟฟา้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) มคี วามเรว็ ของการเคล่ือนท่ีที่ทำให้ผู้เลน่ เครือ่ งเลน่ เคล่อื นท่ีได้เกนิ กว่า 7 เมตร
ตอ่ วินาที
(2) มีความสูงจากระดับพื้นที่ตั้งของเครื่องเล่นถึงระดับพื้นที่สูงที่สุดที่ผู้เล่น
เครื่องเล่นขน้ึ ไป เพ่ือเล่นเครื่องเลน่ เกนิ กว่า 4 เมตร
(3) มีขนาดกำลังของเครอ่ื งกลเกินกว่า 50 แรงมา้ (37 กิโลวัตต์)
(4) มีส่วนที่ต้องใช้น้ำในการเล่นเครื่องเล่นโดยมีความลึกของระดับน้ำเกินกว่า
1.50 เมตร
ผู้รับใบรับรอง เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเครื่องเล่นต้องติดตั้งอุปกรณ์
ตรวจสอบความเร็ว และความสมดุล ที่มีสัญญาณเตือน และมีระบบหยุด-
การทำงานของเคร่ืองเล่นไว้ชวั่ คราว หากความเร็ว และความสมดุลเกินกว่าท่ี
คู่มอื การติดตั้งเครอ่ื งเลน่ ของผ้ผู ลิตเครื่องเล่นกำหนดหรือเกิดการไม่สมดลุ

ข้อ 26 เขตที่ดินที่เป็นที่ตั้งของเครื่องเล่นที่อยู่ภายนอกอาคารต้องมีความกว้างของ
ทางเขา้ ออกท่ีเชื่อมกับถนนสาธารณะไมน่ ้อยกวา่ 6 เมตร และถนนสาธารณะ
ตอ้ งมีความกวา้ งของเขตทางไมน่ ้อยกว่า 8 เมตร

ข้อ 27 เครื่องเล่นที่ตั้งอยู่ภายนอกอาคารต้องอยู่ห่างจากเขตที่ดินที่เป็นที่ตั้งของ
เครื่องเลน่ ในระยะเท่ากบั ความสงู ของเครื่องเล่นนั้น
ในกรณีทตี่ ง้ั อยู่บนดาดฟ้าของอาคาร หา้ มมสี ่วนหนง่ึ สว่ นใดของเคร่ืองเล่นยื่น
หรือลำ้ ออกมานอกแนวอาคาร

มติคณะกรรมการผังเมอื ง/ คณะอนุกรรมการผังเมอื งท่ีเกีย่ วข้อง

ข้อควรสังเกตในการเขยี นข้อกำหนด
ข้อกำหนดห้ามกิจกรรมประเภทสวนสนุก จะไม่หมายความรวมถงึ เคร่ืองเลน่ ท่ีจัดขน้ึ
ชั่วคราวที่มีกำหนดระยะเวลาใช้ไม่เกินสิบห้าวัน เช่น เครื่องเล่นที่จัดชั่วคราวตาม
ตลาดนัด เป็นตน้

46

ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๙๑

“ขอ ควรสงั เกต : การเขียนขอกําหนด การใชป ระโยชนท ่ีดนิ ”

สถาบนั สกถาารบศึกันษกาหรศรกึือษโรางหเรยีือนโรงเรยี น

คำจำกัดคควาำมจำขกอัดงคกวจิ ากมรรขมองกิจกรรม
“สถานศึก“ษสาถ”าหนมศาึกยษคาว”ามหวมา่ ายสคถาวนามพวฒั า่ นสาถเดานก็ ปพฐัฒมนวาัยเดโ็กรงปเฐรมยี วนัยศโนู รยงเ์กรายี รนเรศยี ูนยว์กิทายรเารลยี ัยน วิทยาลัย
สถาบัน มหสาถวาิทบยันาลมัยหาหวนิท่วยยางลาัยนกหานร่วศยึกงษานาหกราือรศหึกนษ่วายหงารนืออหืน่ ข่วอยงราัฐนหอรืน่ อื ขขอองงรเัฐอหกรชือนขทองี่มเีอกชน ที่มี
อำนาจหน้าอทำห่ีนราจอื หมนีวตัา้ ทถุปี่หระือสมงวี คตั ใ์ ถนุปกราะรสจงดั คกใ์านรกศากึ รษจาัดการศึกษา
“สถานศึก“ษสาถขา้ันนพศ้นื ึกฐษาานข”ัน้ หพมืน้ าฐยาคนว”ามหวม่าาสยถคาวนามศวกึ ่าษาสทถี่จานัดศกาึกรษศาึกทษี่จาดั ขก้นั าพรศน้ื ึกฐษานาขนั้ พืน้ ฐาน
“การศึกษ“าก”าหรมศาึกยษคาว”ามหวม่าายกครวะาบมววน่ากากรเะรบียวนนรกู้เพารื่อเครวียานมรเู้เจพรื่อิญคงวอากมงเาจมรขิญองงอบกุคงคามลขแอละงบุคคลและ
สังคม โดสยกังคารมถโ่าดยยทกอาดรคถว่าายมทรอู้ ดกคาวราฝมึกรูก้ กาารรอฝบึกรมกากราอรบสืรบมสากนาทรสางืบวสัฒานธทรารงมวัฒนธรรม
การสร้างสกรารรคส์จรร้ารงโสลรงรคคว์จารมรกโ้ลาวงคหวนา้ามทกา้างวหิชนาก้าาทรางกวาิชราสกรา้ารงอกงาคร์คสวรา้ มงอรูง้อคัน์คเกวาิดมจราู้อกันเกิดจาก
การจัดสภากพาแรวจดั ลสอ้ภมาพสแงั วคดมล้อกมารสเรังยี คนมรู้แกลาระเปรัจยี จนัยรเู้แกล้ือะหปนัจนุ จใัยหเกบ้ ื้อุคหคนลุนเรใียหน้บรุคู้อคยล่าเงรตีย่อนเรนู้อื่อยง่างต่อเนื่อง
ตลอดชีวิตตลอดชวี ติ
“การศึกษา“ขก้ันารพศืน้ ึกฐษาานข”้ันหพม้นื าฐยาคนว”ามหวมา่ ากยาครวศากึมษวา่ กก่อานรศระึกดษบั าอกุด่อมนศระึกดษับาอุดมศกึ ษา
“การศึกษ“ากตาลรอศดึกชษีวาิต”ลอหดมชาีวยิตค”วามหวม่า ยกคาวราศมึกวษ่าากทาี่เรกศิดึกจษากาทกาี่เกรผิดสจมากผกสารนผรสะมหผวส่าางนระหว ่าง
การศกึ ษาใกนารระศบึกบษกาาใรนศรึกะษบาบนกอากรศระึกบษบานแลอะกกราะรบศบกึ แษลาะตกาามรอศัธกึ ยษาาศตัยามเพอัธ่อื ยใหาศส้ ัยามเาพร่อืถใพหัฒส้ านมาารถพัฒนา
คุณภาพชวี คิตณุ ไดภ้อายพา่ ชงวีติตอ่ ไเดนอ้่ื ยงต่างลตออ่ ดเชนีวอ่ื ติ งตลอดชวี ิต
(อ้างอิง: มา(อต้ารงาอ4ิง:พมราะตรราาช4บัญพรญะัตริกาชารบศัญึกญษาตั แิกหาร่งชศาึกตษิ าพแ.ศห.่ง2ช5าต42ิ พแ.ศก.้ไ2ข5เพ4่ิ2มเแตกิม้ไ(ขฉเบพับ่ิมทเต่ี ิม (ฉบับท่ี
2) พ.ศ. 2524)5พแ.ศล.ะ2(5ฉ4บ5ับแทลี่ 3ะ)(พฉบ.ศบั. ท25ี่ 35)3พ) .ศ. 2553)
“โรงเรียน“”โหรงมเารยียคนว”ามหวม่าายสคถวาานมศวึก่าษสาถขาอนงเศอึกกษชานขทอี่จงัดเอกกาชรนศทึกษี่จัดาไกมา่วร่าศจึกะษเปาไ็นม่วโร่างจเะรียเปน็น โรงเรยี น
ในระบบ หใรนือรโะรบงบเรียหนรนืออโรกงรเระียบนบนทอี่มกิใรชะ่เบปบ็นสทถ่ีมาิใบชัน่เปอ็นุดสมถศาึกบษันาอขุดอมงเศอึกกษชานขตอางมเอกกฎชหนมตาายมกฎหมาย
ว่าด้วยสถาวบ่านั ดอ้วุดยมสถศากึ บษันาเออดุ กมชศนึกษาเอกชน
“โรงเรียน“ใโนรรงะเบรียบน”ในหรมะาบยบคว”ามหวม่า ยโครงวเารมียวน่าทโี่จรัดงเกราียรนศทึกี่จษัดากโดายรกศึำกหษนาโดดจยุดกมำุ่งหหนมดาจยุดมุ่งหมาย
วิธีการ ศึกวษิธาีกหารลักศสึกูตษรา รหะลยักะสเวูตลราขระอยงกะเาวรลศาึกขษอางกกาารรศวึกัดษแาละกปาระวเัดมแินลผะลปซรึ่งะเเปม็นิ เผงล่ือซนึ่งไขเป็นเง่ือนไข
ของการสำขเรอจ็ งกกาารรศสึกำษเราจ็ ทกแ่ี านรศ่นึกอษนาทแี่ น่นอน

๙๒

ดา นการผังเมอื ง

47 47

ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๙๓

“ขอควรสงั เกต : การเขยี นขอกําหนด การใชประโยชนท่ดี นิ ”

“โรงเรยี นนอกระบบ” หมายความว่า โรงเรียนทจ่ี ัดการศึกษาโดยมีความยืดหยุ่นในการ
กำหนด จุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและ
ประเมินผล ซึ่งเปน็ เง่อื นไขสำคัญของการสำเร็จการศกึ ษา
(อ้างองิ : มาตรา 4 พระราชบัญญตั โิ รงเรยี นเอกชน พ.ศ. 2550)
"สถาบนั อดุ มศึกษาเอกชน" หมายความว่า สถานศึกษาของเอกชนท่ีให้การศึกษาระดับ
ปรญิ ญาแกบ่ คุ คลตั้งแต่หนึ่งคนข้นึ ไป
(อา้ งองิ : มาตรา 5 พระราชบัญญตั สิ ถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546)
มาตรา 18 การจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐานให้จัดในสถานศึกษา
ดงั ตอ่ ไปนี้
(1) สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่ ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็ก-

กอ่ นเกณฑข์ องสถาบนั ศาสนา ศูนย์บริการชว่ ยเหลือระยะแรกเริ่มของเด็กพิการและ
เดก็ ซ่ึงมคี วามต้องการพเิ ศษ หรือสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวัยท่ีเรียกชอื่ อย่างอน่ื
(2) โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนของรัฐ โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนที่สังกัดสถาบัน-
พทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาอ่นื
(3) ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล
ครอบครัว ชมุ ชน องคก์ รชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน องคก์ รเอกชน องค์กร
วิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์
สถานสงเคราะห์ และสถาบันสงั คมอ่ืนเป็นผู้จัด
มาตรา 19 การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้จัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย
หรือ หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับสถานศึกษา
ระดบั อุดมศึกษา กฎหมายวา่ ด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานน้ั ๆ และกฎหมายที่เกี่ยวขอ้ ง
มาตรา 20 การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ
สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรอื โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับ
สถานประกอบการ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายท่ี
เกี่ยวข้อง

๙๔

ดา นการผงั เมอื ง

มาตรา 21 กระทรวง ทบวง กรม รฐั วิสาหกิจ และหนว่ ยงานอื่นของรัฐ อาจจัดการศึกษา
เฉพาะทางตามความต้องการและความชำนาญของหน่วยงานนั้นได้โดยคำนึงถึงนโยบาย
และมาตรฐาน การศึกษาของชาติ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีกำหนดใน
กฎกระทรวง
(พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 แกไ้ ขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 และ
(ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2553)
วตั ถปุ ระสงค์ของกิจกรรม
เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดย
การถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์
จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิ ดจากการจัด
สภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ตลอดชวี ิต เพ่ือพัฒนาให้เปน็ มนษุ ย์ทีส่ มบูรณท์ งั้ ร่างกาย จติ ใจ สติปัญญา ความรู้ และ
คณุ ธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวติ สามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมี
ความสุข
ผลกระทบท่อี าจเกดิ ขึ้นจากกจิ กรรม
1. สง่ ผลกระทบต่อเมืองในด้านปัญหาจราจร เนอื่ งจากผู้ปกครองนกั เรยี นสว่ นใหญ่รับส่ง

นักเรียนด้วยรถยนต์ส่วนตัวในเวลาเช้าตรู่เพื่อเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด การ
เดินทางส่งนักเรียนจึงไม่ส่งผลกระทบด้านการจราจรต่อเมอื งโดยตรง แต่หลังจากส่ง
นักเรียนแล้ว ผู้ปกครองจะเดินทางต่อเนื่องไปสถานที่ทำงานและ
กลบั บา้ น ทำให้ยานพาหนะไปเพมิ่ ปรมิ าณจราจร (Traffic Volume) ในชั่วโมงเร่งดว่ น
ลกั ษณะเช่นเดยี วกบั การเดินทางกลับจากโรงเรียนของนกั เรยี นในตอนเยน็ จงึ ส่งผลให้
เกิดปัญหาจราจรและสูญเสียเวลา ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการดึงดูด
การเคลื่อนย้ายการเดินทาง (Movement Attractor) ของโรงเรียน รวมถึง
สถานที่ราชการ สถานประกอบการด้านธรุ กจิ และการค้าต่างๆ ในพน้ื ที่เขตเมอื งช้ันใน
2. นอกจากการดึงดูดการเคลื่อนย้ายการเดินทาง (Movement Attractor) แล้ว
โรงเรียนยังดึงดูดให้เกิดกิจกรรมอื่นๆ ในบริเวณโดยรอบและบริเวณใกล้เคียงกับ

48

ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๙๕

“ขอควรสงั เกต : การเขยี นขอกําหนด การใชประโยชนท ด่ี ิน”

โรงเรียน เช่น ร้านสะดวกซื้อ สถาบันกวดวิชา รถเข็นขายอาหาร เพื่อรองรับ
ความตอ้ งการของนกั เรยี น รวมถงึ ห้างสรรพสินคา้ รา้ นกาแฟ ร้านทำผม เพอื่ รองรบั
ผู้ปกครองหรือเป็นแหล่งนัดหมายบุตรหลานหลังเลิกเรียน หรืออาคารประเภท
หอพกั อพาร์ทเมนท์ อาคารชดุ ในกรณีทเ่ี ปน็ สถาบันอุดมศกึ ษา ดงั นนั้ โรงเรยี นหรือ
สถาบันการศึกษาจึงมีส่วนผลักดนั ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดลอ้ มของเมือง
โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ หากเป็นสถาบนั การศกึ ษาท่ีมชี ่อื เสียงมาก
กฎ ระเบียบที่เกยี่ วข้อง
พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แกไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2545 และ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2553
มาตรา 59 ให้สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล มีอำนาจในการปกครอง ดูแล
บำรุงรกั ษา ใช้ และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สนิ ของสถานศกึ ษา ทั้งท่ีเป็นท่ีราชพัสดุ
ตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ และที่เป็นทรัพย์สินอื่น รวมทั้งจัดหารายได้จากบริการ
ของสถานศึกษา และเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ไม่ขัด หรือแย้งกับนโยบาย
วัตถุประสงค์ และภารกิจหลักของสถานศึกษา บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่สถานศึกษาของ
รัฐที่เป็นนิติบุคคลได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของ
สถานศกึ ษา ไม่ถอื เป็นทรี่ าชพสั ดุ และให้เป็นกรรมสทิ ธ์ิของสถานศกึ ษา
พระราชบัญญัติโรงเรยี นเอกชน พ.ศ. 2555
• กฎกระทรวง การขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ การกําหนด
รายการ และการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง และการกําหนด
ขนาดที่ดิน ท่ีใช้เป็นทีต่ ัง้ ของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555
หมวด 2 มาตรฐานการจัดต้ังโรงเรียนในระบบ
ข้อ 12 สถานทแ่ี ละบรเิ วณที่จะใช้เปน็ ท่ตี ั้งโรงเรียนในระบบต้องไม่ขัดต่อสขุ ลกั ษณะ

หรอื อนามัยของนกั เรยี น มกี ารคมนาคมสะดวก ต้งั อยใู่ นสภาพแวดล้อมท่ีดี
และไมอ่ ยู่ใกลโ้ รงงานท่ีอาจเกิดอันตรายหรอื อยู่ใกล้สถานที่ท่ไี ม่เหมาะสมแก่
กิจการของโรงเรียนในระบบ ที่ดินสำหรับจัดต้ังโรงเรียนในระบบต้องเป็น
ที่ดินท่ีติดต่อเป็นผืนเดียวกัน ไม่ปะปนกับกิจการอื่น หรือเป็นที่อยู่อาศัย

๙๖

ดานการผงั เมือง

ของบุคคลอ่ืนท่ีไม่เก่ียวขอ้ งกับกิจการของโรงเรยี นในระบบ และมรี ้ัวแสดง
ขอบเขต ชดั เจน เวน้ แตท่ ี่ดนิ ที่มขี นาดพน้ื ทีต่ ั้งแต่ 100 ไรข่ ึ้นไป อาจจัดใหม้ ี
เครอื่ งหมายอนื่ ใดเพื่อแสดงขอบเขตของโรงเรยี นในระบบก็ได้
ข้อ 13 โรงเรียนในระบบต้องมที ่วี า่ งเพ่ือใช้เป็นทพ่ี กั ผ่อนและสนามไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
ของพื้นที่ทั้งหมด เว้นแต่โรงเรียนในระบบประเภทอาชีวศึกษาที่เปิดสอนวิชา
เกษตรกรรมจะจัดให้มีที่ว่าง เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนและสนามไม่น้อยกว่า 2 ไร่
ก็ได้ และโรงเรียนในระบบประเภทสามัญศึกษาที่จัดการเรียนการสอนใน
ลักษณะการศึกษาพิเศษ ซึ่งให้การศึกษาแก่บุคคลที่มีลักษณะพิเศษ หรือ
ผิดปกติ ทางร่างกาย สติปัญญา หรือจิตใจ อาจจัดให้มีที่ว่างเพื่อใช้ เป็นที่
พักผ่อนและสนามนอ้ ยกวา่ 1 ใน 3 ของพ้ืนท่ีท้ังหมดก็ได้
ข้อ 14 ที่ดินที่ใช้จัดตั้งโรงเรียนในระบบประเภทสามัญศึกษา ต้องมีขนาดที่ดิน
ดงั ต่อไปนี้
(1) ระดับก่อนประถมศกึ ษา ต้องมขี นาดทีด่ นิ ไมน่ อ้ ยกวา่ 90 ตารางวา
(2) ระดบั ประถมศึกษา ต้องมีขนาดทดี่ ินไมน่ อ้ ยกวา่ 2 ไร่
(3) ระดบั มัธยมศกึ ษา ต้องมีขนาดท่ีดินไม่น้อยกวา่ 2 ไร่
ในกรณที ่ีเปิดสอนตัง้ แตส่ องระดบั ขึน้ ไป ต้องมีขนาดทด่ี นิ ไม่น้อยกว่า 2 ไร่
ข้อ 15 ที่ดินที่ใช้จัดตั้งโรงเรียนในระบบประเภทอาชีวศึกษา ต้องมีขนาดที่ดิน
ดงั ตอ่ ไปนี้
(1) ระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชพี ชั้นสูงท่ีเปิดสอน

ประเภทวิชาเดยี ว ต้องมขี นาดที่ดินไมน่ อ้ ยกวา่ 1 ไร่ 2 งาน เวน้ แตป่ ระเภท
วิชาอุตสาหกรรม ต้องมีขนาดที่ดินไม่น้อยกว่า 2 ไร่ และประเภทวิชา
เกษตรกรรมตอ้ งมีขนาดทีด่ นิ ไมน่ อ้ ยกว่า 100 ไร่
(2) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชีพชัน้ สูงที่เปิดสอน
หลายประเภทวิชา ต้องมีขนาดท่ีดินไม่น้อยกว่า 2 ไร่ เว้นแต่เปิดสอน
ประเภทวิชาเกษตรกรรมด้วยต้องมีขนาดทด่ี นิ ไม่น้อยกวา่ 100 ไร่
ขอ้ 16 ท่ดี นิ ทใ่ี ชจ้ ัดตง้ั โรงเรยี นในระบบประเภทนานาชาติ ตอ้ งมีขนาดทด่ี ิน ดังตอ่ ไปนี้
(1) ระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา ต้องมีขนาดที่ดินไมน่ อ้ ยกว่า 1 ไร่
(2) ระดบั ประถมศกึ ษา ตอ้ งมีขนาดท่ดี ินไม่นอ้ ยกว่า 2 ไร่

49

ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๙๗

“ขอควรสงั เกต : การเขยี นขอ กําหนด การใชป ระโยชนท ่ดี ิน”

(3) ระดบั มธั ยมศึกษา ตอ้ งมีขนาดท่ดี ินไมน่ ้อยกวา่ 2 ไร่
ข้อ 17 การใช้อาคารเรียนที่มีความสูงเกินสองชั้นเป็นห้องเรียน ให้ค ำนึงถึง

ความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียน โดยมีหลักเกณฑ์
ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ระดบั กอ่ นประถมศึกษา ให้ใช้ได้ไม่เกนิ ชน้ั ท่สี อง
(2) ระดับประถมศึกษา ให้ใช้ได้ไม่เกินช้นั ทส่ี ี่
(3) ระดบั มธั ยมศกึ ษาถงึ ระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้นั สูง ให้ใช้เกินชนั้ ที่สี่ได้

การใช้อาคารเรียนตั้งแต่ชั้นที่สามขึ้นไป ต้องจัดให้มีห้องส้วมสำหรับชาย
และหญิงแยกต่างหาก เป็นสัดส่วนในตัวอาคารเรียนชั้นนั้น ๆ ให้เพียงพอ
กับจำนวนนกั เรียน การใชอ้ าคารเรยี นต้งั แต่ชั้นท่ีห้าข้นึ ไป ต้องจัดให้มีลิฟต์
เพื่ออำนวยความสะดวกให้แกน่ ักเรยี นด้วย
ข้อ 21 โรงเรียนในระบบที่เปิดสอนมากกว่าหน่ึงประเภทจะต้องจัดให้มีท่ีดิน อาคารเรียน
อาคารประกอบ ที่ว่างเพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนและสนาม น้ำดื่ม น้ำใช้ ห้องส้วม
จัดแยกส่วนสำหรับชาย และหญิง และที่รับประทานอาหาร แยกเป็นสัดส่วน
ตามประเภทของโรงเรยี นในระบบทเ่ี ปิดสอน
ข้อ 25 การคํานวณความจุสูงสุดของนักเรียนในโรงเรียนแต่ละประเภท มีหลักเกณฑ์
ดงั ต่อไปนี้
(1) โรงเรยี นในระบบประเภทสามัญศึกษา ใหค้ ำนวณความจนุ กั เรียน 5 คน ต่อ
พืน้ ท่ี 8 ตารางเมตร พืน้ ทีท่ ีใ่ ช้ในการคำนวณความจุของนกั เรียนทั้งโรงเรียน
คำนวณจากขนาดทีด่ นิ ของโรงเรยี น โดยความจสุ ูงสดุ ตอ้ งไม่เกิน 5,000 คน
(2) โรงเรียนในระบบประเภทอาชวี ศึกษา ให้คำนวณความจุนักเรยี น 5 คน ต่อ
พื้นท่ี 8 ตารางเมตร พื้นที่ที่ใช้ในการคำนวณความจุของนักเรียนท้ัง
โรงเรียนคำนวณจากขนาดทด่ี นิ ของโรงเรยี น โดยความจุสูงสุดของนักเรียน
รอบเช้าและรอบบา่ ยตอ้ งไม่เกนิ รอบละ 5,000 คน
(3) โรงเรียนในระบบประเภทนานาชาติ ให้คำนวณจากจำนวนห้องเรียนและ
ระดับชนั้ เรยี นทเ่ี ปิดสอน

๙๘

ดา นการผังเมอื ง

หมวด 3 การขอเปลีย่ นแปลงรายการในตราสารจัดตง้ั
ข้อ 28 การขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้งทีเ่ ป็นการขอเปลี่ยนแปลงขนาด

ทีด่ ินหรอื สถานท่ตี ้ัง ต้องแสดงรายละเอยี ดเกย่ี วกับขนาดท่ีดนิ หรือสถานที่ตั้ง
และแผนผังแสดงบริเวณและอาคาร ของโรงเรียนในระบบประกอบคำขอ
การขอเพ่ิมขนาดทดี่ ินทใี่ ช้จดั ตง้ั โรงเรยี นในระบบ ทด่ี ินท่ขี อเพม่ิ จะตอ้ งมีพ้ืนท่ี
ไม่น้อยกว่า 200 ตารางวา และอยู่ห่างจากที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้จัดต้ัง
โรงเรยี นในระบบตามเส้นทางคมนาคมไม่เกิน 1 กโิ ลเมตร
ในกรณีทีท่ ด่ี ินตามวรรคสองอย่หู า่ งเกิน 1 กโิ ลเมตร แตไ่ มเ่ กิน 3 กิโลเมตร ให้
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสำนักงานการศึกษาเอกชน
อำเภอแล้วแต่กรณี ส่งคำขอและเอกสารประกอบคำขอให้เลขาธิการ
คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเป็นผู้พิจารณาอนุญาต และเม่ือ
พิจารณาเสร็จแล้ว ให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
แจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือ
สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอแล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการแจ้งให้ผู้รับ
ใบอนญุ าตทราบต่อไป
พระราชบัญญัตสิ ถาบันอุดมศกึ ษาเอกชน พ.ศ. 2546
แก้ไขเพ่มิ เติม (ฉบับที่ 2)
หมพว.ศด.2155ก0ารจัดตั้งและเปดิ ดำเนินการ
มาตรา 9 สถาบันอุดมศึกษาเอกชนมีสามประเภท คือ (1) มหาวิทยาลัย (2) สถาบัน
(3) วิทยาลัย
• กฎกระทรวง กําหนดลักษณะของมหาวิทยาลัย สถาบัน และวิทยาลัยของ
สถาบันอดุ มศกึ ษาเอกชน พ.ศ. 2549
ขอ้ 1 มหาวิทยาลัยมลี ักษณะ ดงั ต่อไปน้ี
(1) ใหก้ ารศึกษา และสง่ เสริมวชิ าการและวชิ าชพี ชน้ั สูงหลายสาขาวชิ า หรือหลาย
กลุ่มสาขาวชิ า

50

ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๙๙

“ขอ ควรสังเกต : การเขยี นขอ กาํ หนด การใชป ระโยชนท่ีดนิ ”

(2) ให้การศึกษาเพื่อให้ประกาศนียบัตร อนุปริญญา ปริญญาทุกชั้น และ
ประกาศนยี บัตรบัณฑิต

(3) มีภารกจิ ดา้ นการสอน การผลติ บัณฑิต การวจิ ยั การให้บรกิ ารทางวิชาการแก่
สงั คม และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ

ข้อ 2 สถาบนั มีลักษณะ ดังตอ่ ไปน้ี
(1) ให้การศึกษาและส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ซึ่งเน้นการสอนใน
สาขาวิชาใด หรือกล่มุ สาขาวิชาใดโดยเฉพาะ
(2) ให้การศึกษาเพื่อให้ประกาศนียบัตร อนุปริญญา ปริญญาทุกชั้น และ
ประกาศนียบตั รบัณฑติ
(3) มีภารกิจด้านการสอน การผลิตบัณฑิต การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่
สังคม และการทำนบุ ำรุงศิลปะและวฒั นธรรมของชาติ

ขอ้ 3 วทิ ยาลัยมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(1) ให้การศึกษา และสง่ เสริมวชิ าการและวิชาชีพชั้นสงู ในบางสาขาวิชา
(2) ให้การศึกษาเพื่อให้ประกาศนียบัตร อนุปริญญา ปริญญาทุกชั้น และ
ประกาศนียบตั รบัณฑติ
(3) มีภารกิจด้านการสอน การผลิตบัณฑิต การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่
สงั คม และการทำนุบำรงุ ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ

• กฎกระทรวง กำหนดลกั ษณะ และเน้อื ทที่ ี่ดนิ ทีจ่ ะใช้เป็นท่จี ัดต้ังสถาบันอุดมศึกษา
เอกชน พ.ศ. 2549
ข้อ 1 ที่ดินสำหรับจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนต้องมีเนื้อที่ตามที่กำหนด
ดังตอ่ ไปนี้
(1) วิทยาลัยหรอื สถาบนั ต้องมเี นอื้ ทไ่ี มน่ อ้ ยกว่า 10 ไร่
(2) มหาวิทยาลัย ต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 100 ไร่ ในกรณีท่ีสถาบันอุดมศึกษา
เอกชนตามวรรคหนึ่งจัดการศึกษาได้โดยใช้เทคโนโลยีในการศึกษา ตาม
หลักเกณฑ์ท่ีคณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด ผู้รับใบอนุญาตอาจร้องขอ
ต่อคณะ กรรมการการอุดม ศึก ษา เพื่อ ขออนุ มัติใ ห้ จัด ต้ัง ใน ที่ ดิน ท่ีมี เ นื้ อ ที่
น้อยกว่ากำหนดตามวรรคหน่ึง ก็ได้

๑๐๐

ดานการผงั เมือง

ข้อ 2 ที่ดินสำหรับจัดต้ังสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามท่ีกำหนดในข้อ 1 ต้องเป็น
ที่ดิน ท่ีติดต่อเป็นผืนเดียวกนั ในกรณีที่ท่ีดินมิได้มีพนื้ ท่ีติดต่อเป็นผืนเดยี วกัน ต้อง
การเชื่อมโยงติดต่อถึงกัน ในลักษณะที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษา และ
สามารถจัดกิจกรรมทางการศึกษาได้โดยสะดวก
ข้อ 3 สถาบันอุดมศึกษาเอกชนท่ีเปิดสอนสาขาวิชาทางด้านการเกษตร นอกจาก
จะต้องมีที่ดินตามท่ีกำหนดในข้อ 1 แล้ว ต้องมีที่ดินสำหรับฝึกงานอีกไม่น้อยกว่า
150 ไร่ โดยท่ีดินสำหรับฝึกงานจะเป็นดินที่ติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับท่ีดินสำหรับ
จัดต้ังสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามข้อ 1 หรือไม่ก็ได้
มติคณะกรรมการผังเมอื ง/ คณะอนกุ รรมการผังเมืองที่เกย่ี วขอ้ ง

ข้อควรสังเกตในการเขยี นข้อกำหนด

1. โดยท่วั ไปกจิ กรรมเกี่ยวกบั สถาบันการศึกษาหรอื โรงเรียน จะหา้ มดำเนนิ การในกลุ่ม
การใช้ประโยชน์ท่ดี นิ ประเภทอุตสาหกรรมและคลงั สนิ ค้า เพื่อประโยชน์และสวัสดิภาพ
ของเดก็ และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่เก่ียวข้อง อยา่ งไรก็ตาม ในบางพ้ืนที่อาจ
กำหนดให้สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียนประเภทวิทยาลัยหรือสถาบัน มีขึ้นได้ใน
กลุ่มการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า เพื่อสนับสนุน
การวิจัยและพัฒนา และการฝึกงานภาคปฏิบัติของผู้เรียนที่เกี่ยวเนื่องกับสถาน
ประกอบการดังกล่าว

2. การเขียนข้อกำหนด “สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียน” ใช้เรียกเช่นเดียวกับการใช้
ประโยชน์ท่ดี นิ ประเภทสถาบันการศกึ ษา (สเี ขยี วมะกอก) ทัง้ นี้ ในขอ้ กำหนดควรใช้
คำว่า “สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ” ซึ่งจะตรงกับนิยาม
ตามกฎหมายทเี่ กยี่ วขอ้ ง

51

ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๐๑

“ขอ ควรสงั เกต : การเขียนขอ กําหนด การใชประโยชนทดี่ นิ ”

3. ถา้ ต้องการหา้ มสถานศึกษาบางชนิดบางประเภท ให้ระบปุ ระเภททต่ี ้องการหา้ มเป็น
การเฉพาะ เช่น กรณีต้องการควบคุมความหนาแน่นในบางบริเวณเป็นพิเศษ
สามารถกำหนดห้ามสถานศึกษาบางประเภทเพิ่มเติม จากตัวอยา่ งของกฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพ่ือ
กิจการ “สถานศกึ ษาระดับอุดมศกึ ษาและอาชีวศึกษา” ในทด่ี ินประเภทที่อยู่อาศัย
หนาแน่นน้อย ย.2 เปน็ ตน้

๑๐๒

ดานการผังเมอื ง

ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๐๓

“ขอควรสงั เกต : การเขยี นขอกาํ หนด การใชป ระโยชนทดี่ นิ ”

สถาบนั ศาสนา

คำจำกดั ความของกิจกรรม
“ศาสนสถาน” หมายถึง สำนักอันเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนา สำนักอันเป็นที่อยู่
อาศยั ของนกั บวชและปูชนยี สถานทางศาสนา
(อ้างองิ : ข้อ 3 ระเบยี บกรมการศาสนาวา่ ด้วยองค์การศาสนาตา่ ง ๆ พ.ศ. 2512)
“ศาสนสถาน” คือ สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น โบสถ์ วิหาร เจดีย์
เปน็ ศาสนสถานทางพุทธศาสนา มสั ยิดเปน็ ศาสนสถานทางศาสนาอิสลาม”
(อา้ งอิง: พจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พุทธศกั ราช 2554)
“ศาสนสถาน” เปน็ สถานทีห่ รอื พืน้ ท่ีเฉพาะที่มไี วเ้ พ่ือประกอบกิจกรรมทางศาสนา ซ่ึง
การใชง้ านภายในพืน้ ทด่ี ังกลา่ วจะเปล่ียนไปตามความเชื่อและบทบญั ญตั ิของศาสนานั้น ๆ
(อ้างอิง: คู่มือการดูแลศาสนสถาน ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2559, สำนักงาน
ทรัพยส์ นิ สว่ นพระมหากษัตรยิ )์
“ที่ตั้งศาสนสถาน” ตามกฎกระทรวงฉบบั ที่ 47 (พ.ศ. 2541) ข้อ 2 (7) (จ) หมายถึง
ที่ตั้งของสถานที่ใด ๆ ซึ่งมีไว้เพื่อปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตาม
ความเชอื่ ในทางศาสนาของวดั วาอาราม วดั บาดหลวงโรมันคาธอลิค หรือมัสยิดอิสลาม
และรวมถึงบริเวณของสถานที่ดังกล่าวด้วย เช่น ที่ตั้งของมัสยิด โบสถ์ วิหาร กุฏิสงฆ์
ศาลาการเปรียญ ฌาปนสถาน และที่ธรณีสงฆ์ ที่มีลักษณะการใช้ประโยชน์ตามนัย
ดังกลา่ ว ส่วนสถานทท่ี ี่มีไว้เพือ่ การอย่างอ่นื มไิ ดม้ ีไวเ้ พอื่ ปฏบิ ตั ิตามศาสนบัญญัติ หรือ
ปฏิบัติพิธกี รรมตามความเชื่อในทางศาสนา เช่น ที่ตั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โรงเลี้ยงเด็ก
เป็นตน้ ไม่ใช่ “ที่ต้ังศาสนสถาน” แตอ่ ย่างใด
(อ้างอิง: หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท 0728/ว 11242 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2544
เร่อื ง ความหมายของคำว่า “ท่ตี ้งั ศาสนสถาน”)

๑๐๔

ดานการผงั เมอื ง

ยู่












4 ( ที่มา : คูม่ ือการดูแลศาสนสถาน ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช 2559,
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ )

53

ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๐๕

“ขอควรสังเกต : การเขียนขอ กําหนด การใชป ระโยชนที่ดนิ ”

ประเทศไทยมีศาสนาสำคัญ 5 ศาสนา คือ พุทธศาสนา ศาสนาอิสลาม คริสต์ศาสนา ศาสนา
พราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ นอกจากนี้ยังมีลัทธิเต๋า และลัทธิขงจื๊อที่มีคนไทย
บางส่วนเคารพนับถือโดยแต่ละศาสนามกี ารแบง่ พ้ืนท่ีใช้สอยภายในศาสนสถาน อาคาร
และสง่ิ ปลกู สร้าง รวมท้งั ศาสนวัตถแุ ละศิลปวตั ถุทแี่ ตกตา่ งกัน
ศาสนสถาน เขตและพื้นที่วัดพุทธนิกายเถรวาท แบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 3 ส่วน
ใหญ่ๆ คือ
(1) เขตพุทธาวาส เปน็ พน้ื ท่สี ำหรับพระสงฆ์ใชป้ ระกอบพิธกี รรมทางศาสนา
(2) เขตสังฆาวาส เป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยของพระภิกษุสงฆ์ เพื่อให้สามารถปฏิบัติ

ภารกิจส่วนตัวท่ีไม่เกี่ยวเนื่องกับพธิ กี ารใดทางศาสนาโดยตรง เป็นพื้นท่ีมีขอบเขต
ที่มิดชิด และประกอบไปด้วยอาคารสถานที่สัมพันธ์เฉพาะกับกิจกรรมและ
วัตรปฏบิ ัตทิ ่ีเปน็ วถิ แี หง่ การดำเนนิ ชีวติ ของเพศสมณะเทา่ น้นั
(3) เขตพื้นที่ใช้ประโยชน์ เป็นเขตพ้ืนที่ในพระอารามซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหลือจากการ
จัดแบ่งเขตพุทธาวาสและเขตสังฆาวาส เป็นเขตพื้นที่สำหรับเอ้ือประโยชน์ใช้สอย
ในเชิงสาธารณประโยชน์ลักษณะต่าง ๆ ของวดั เช่น ใช้เปน็ พนื้ ทีโ่ ล่งเพือ่ สรา้ งความ
ร่มรื่นให้วัด หรือใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารอื่น ๆ เช่น สร้าง “เมรุ” สำหรับ
ฌาปนกิจศพของชุมชน หรือตั้งโรงเรียนเพื่อให้การศึกษาแก่สังคม หรืออาจ
แบ่งเป็นพื้นที่ให้คฤหัสถ์เช่าเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยและประกอบการค้า เช่น
การสร้างตกึ แถว หรอื การทำเปน็ ตลาด เปน็ ตน้
ศาสนสถาน เขตและพื้นที่วัดพุทธนิกายมหายาน แบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 4 ส่วน
ใหญๆ่ คอื
(1) เขตพุทธาวาส เป็นพื้นที่สำหรับพระสงฆ์ หรือประชาชนที่เข้ามาสักการะ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ดังนั้น ในพื้นที่ดังกล่าว
จ ึ ง ม ั ก ป ร ะ ก อ บ ด ้ ว ย ส ถ า ป ั ต ย ก ร ร ม แ ล ะ ศ า ส น ว ัต ถ ุ ท ี ่ เ ก ี ่ ย ว เ น ื ่ อ ง ก ั บ เ ท พ เจ้า
พระโพธิสัตว์ และพระพทุ ธเจ้า
(2) พ้นื ทป่ี ระกอบกิจกรรม เป็นพื้นทีท่ ี่วัดจดั ไว้ใหเ้ ปน็ พ้ืนที่ดำเนินกจิ กรรมอ่ืน ๆ ให้แก่
ศาสนิกชนประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ เช่น พื้นที่พักผ่อนและห้องรับรอง ระเบียง
ทางเดนิ โรงเจหรอื โรงทาน ลานไหว้
๑๐๖

ดานการผงั เมอื ง

( ที่มา : คูม่ ือการดูแลศาสนสถาน ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช 2559,
สำนักงานทรพั ย์สนิ สว่ นพระมหากษตั ริย์ )

54

ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๐๗

“ขอควรสังเกต : การเขียนขอกาํ หนด การใชป ระโยชนทด่ี ิน”

(3) เขตสังฆาวาส เป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยของพระภิกษุสงฆ์ เพื่อให้สามารถปฏิบัติ
ภารกจิ ส่วนตวั

(4) เขตพื้นที่ใช้ประโยชน์ เป็นเขตพื้นที่ในพระอารามซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหลือจากการ
จัดแบ่งเขตพุทธาวาสและเขตสังฆาวาส เป็นเขตพื้นที่ในเชิงสาธารณประโยชน์
ลกั ษณะต่าง ๆ ของวัด

ศาสนสถาน เขตและพ้นื ท่ขี องมัสยิด สามารถแบ่งออกได้เปน็ 3 ส่วน คอื
(1) พื้นที่ประกอบศาสนกิจ เป็นส่วนที่ไว้ประกอบศาสนกิจเป็นหลัก คือ การละหมาด

ซึ่งทง้ั สองนิกายอาจมีพนื้ ทีบ่ างส่วนที่เสริมขนึ้ มาในการประกอบพธิ กี รรม
(2) พื้นที่ประกอบกิจกรรม เป็นพื้นที่ส่วนอื่นและโดยรอบของตัวอาคารมัสยิดมีไว้ใช้

ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ดงั น้ี คือ โถง ท่อี าบนำ้ ละหมาด หออะซาน ซุ้มประตู
(3) กุโบร์ คือ สถานที่ฝังศพอันเป็นพื้นที่สาธารณะโดยมักจะเลือกพื้นที่โล่งบริเวณใด

กไ็ ด้ แต่ถ้าเปน็ ในบรเิ วณชมุ ชนเมืองทมี่ ีการอาศยั อย่อู ย่างหนาแน่น ทางมสั ยิดก็มัก
ทจี่ ะอทุ ศิ พ้นื ท่บี างสว่ นให้เปน็ กโุ บร์
ศาสนสถาน เขตและพื้นที่ของโบสถ์ในคริสต์ศาสนา แบ่งพื้นที่การใช้งานได้เป็น
ดงั นี้คือ
(1) พื้นที่ประกอบศาสนกิจ คือ พื้นที่ภายในโบสถมีหน้าที่ไว้สำหรับประกอบพิธีมิสซา
และศาสนกิจตามเทศกาลตา่ ง ๆ
(2) พื้นทีป่ ระกอบกจิ กรรม คือ พื้นที่ส่วนอื่นและโดยรอบของตัวโบสถ์มีไว้ใช้ประกอบ
กจิ กรรมต่าง ๆ ดังน้ีคอื ลานหน้าโบสถ์ ระเบยี งทางเข้าสอู่ าคารโบสถ์ ทางเดินกลาง
(Nave) หอระฆงั และระฆังโบสถ์ (Bell Tower) หอ้ งศาสนภณั ฑ์ (Ambulatory)
(3) พ้ืนทพ่ี ำนกั ของผปู้ ฏบิ ตั กิ ิจในศาสนา คือ สถานท่พี กั ผ่อนของเหล่าบาทหลวง ซง่ึ จะ
เป็นพน้ื ที่ทอ่ี ยูใ่ กล้ ๆ โบสถ์
(4) พื้นที่กรรมสิทธิ์ของโบสถ์ คือ พื้นที่ทางโบสถ์จดั สรรใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อสงั คมโดย
กรรมสทิ ธ์ิในพื้นที่จะข้นึ อยกู่ บั ทางโบสถ์ โดยเมอ่ื ชาวบา้ นหรอื บคุ คลอ่ืนต้องการจะ
ดำเนินการกับที่ดินจำเป็นต้องแจ้งกับทางโบสถ์ก่อน ประกอบด้วยพื้นที่
สาธารณประโยชน์ และสสุ าน
๑๐๘

ดา นการผังเมือง

ติ ศาสนสถาน เขตและพ้ืนทีข่ องเทวาลัยของศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู ในประเทศไทยที่
ยงั มกี ารใช้งานจากศาสนิกชน มปี รากฏเฉพาะในกรงุ เทพมหานครเทา่ นั้น ซ่ึงการใช้งาน
ร พ้นื ทข่ี องแต่ละเทวสถานมีรูปแบบไม่ตายตวั คำนงึ ถงึ ประโยชนแ์ ละการใชง้ านเป็นหลัก
ประกอบดว้ ย
(1) พื้นที่ประกอบศาสนกิจ คือ พื้นที่ที่ให้ประชาชนและพราหมณ์ประกอบศาสนกิจ
ประจำวนั รว่ มกนั ซึ่งในแต่ละเทวาลยั นนั้ มีการจัดการใชพ้ ้ืนที่ โดยจดั องค์ประกอบ
หลกั ใหอ้ ยู่ตามเทพองคห์ ลกั ท่นี ับถอื โดยจะแบง่ พ้ืนทเี่ ปน็ 2 สว่ นคือ พืน้ ท่ปี ระกอบ
ด พิธีกรรม และพ้ืนท่ีของผ้รู ว่ มพิธี

(2) พื้นที่ประกอบกิจกรรม ประกอบด้วย ศาลาอเนกประสงค์ คือ ศาลาที่ไว้จัด
กจิ กรรมต่าง ๆ เช่น สอนหนงั สือหรอื น่ังพักผอ่ น เปน็ ตน้ โรงเรียน โดยจดั สรรพื้นท่ี
บางส่วนให้เป็นสถานศึกษาตามหลักสูตรสามัญศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
ด ท่พี ักของนกั เดินทางจากตา่ งประเทศ และบรรณาลัย
ก ศาสนสถาน เขตและพื้นที่ของศาสนาซิกข์ ศาสนาซิกข์ไม่มีคติในการวางผังอาคาร

และรูปแบบทางสถาปัตยกรรม เพียงแต่กำหนดให้ที่ประทับของพระมหาคัมภีร์ศรี-
คุรุครันถ์ซาฮิบตอ้ งเป็นบลั ลังก์ที่ยกสงู กว่าทีน่ ั่งของผู้นับถือศาสนา และต้องมีฉัตรหรอื
โดมครอบอยู่ สำหรับการใช้พื้นที่ในศาสนาซิกข์ในประเทศไทยนั้นมีรูปแบบไม่ตายตวั
า ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้นับถือ ขนาดของที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างในแต่ละจังหวัด โดยมี
คุรุดวารา ศรีคุรุสิงห์สภา ที่ย่านพาหุรัด กรุงเทพมหานคร เป็นศาสนสถานขนาดใหญ่
บ ที่สดุ ของชาวซกิ ข์
ง ศาสนสถาน เขตและพื้นที่ของศาลเจ้าจีน ศาสนสถานในลัทธิเต๋าและลัทธิขงจ๊ือ
ศาลเจ้าถือว่าเป็นศาสนสถานตามคติความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน เป็นสถานท่ี
ะ ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชน ลักษณะผังของศาลเจ้าเป็นการจำลองมาจากผังบ้าน
ทั้งผังแบบ “ฉู่” (厝) อันเป็นภาษาแต้จิ๋วแปลว่า “กระท่อม” และผังแบบ
“ซื่อเหอย่วน” (四合院) หรือ “สี่เรือนล้อมลาน” โดยพื้นที่ภายในศาลเจ้าแบ่งการใช้
ย พืน้ ทีอ่ อกเปน็ 2 สว่ น ดงั นี้
ะ (1) พืน้ ทีป่ ระกอบพิธกี รรม เป็นสถานทสี่ ำหรับประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เชน่ การไหว้เจ้า

การเสีย่ งเซียมซี และการแก้บน เปน็ ตน้ ภายในพ้ืนท่ีมอี าคารที่ประดิษฐานเทวรูปของ
เทพเจา้ องค์ตา่ ง ๆ เทยี นแจห้ รือเทยี นจงิ คือ ลานกวา้ ง โดยสามารถปรับประโยชน์

55

ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๐๙

“ขอ ควรสังเกต : การเขยี นขอกาํ หนด การใชประโยชนท่ดี นิ ”

ใช้สอย คือ เป็นสถานท่วี างกระถางธูปเพอ่ื จดุ ธูปเทียน ทกี ง คอื เสาสูงหน้าศาลเจ้า
เป็นตัวแทนของชายชราทค่ี ำ้ จุนศาลเจา้
(2) พนื้ ท่ปี ระกอบกจิ กรรม เปน็ ทีป่ ระกอบกิจกรรมอ่ืน ๆ ของศาลเจ้า เชน่ พื้นที่ขายของ
และพ้ืนทป่ี ระกอบธุระหรือพนื้ ทพี่ กั ผ่อนส่วนตวั ของผดู้ ูแลศาลเจา้ เปน็ ต้น

(อ้างอิง: คู่มือการดูแลศาสนสถาน ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2559, สำนักงานทรัพย์สินส่วน
พระมหากษตั ริย)์

วตั ถุประสงค์ของกิจกรรม
วัดและศาสนสถานเป็นสถาบันที่สำคัญหน่วยหนึ่งของสังคมไทยที่ทำหน้าท่ี

หล่อหลอมให้คนในชาติมีหลักยึดเหนี่ยว แบบแผน และแนวทางในการดำเนินชีวิตให้
เป็นไปอย่างถูกตอ้ งตามครรลองคลองธรรม และสามารถอยู่ร่วมกนั ได้อยา่ งมีความสขุ
บทบาทสำคัญของวัดและศาสนสถานในฐานะศูนย์กลางของชุมชน คือ เป็นสถานที่
ปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมโดยผ่านกิจกรรมและประเพณีทางศาสนาต่างๆ เช่น
การทำบุญ ตักบาตร การถวายภัตตาหารเพล การฟังเทศน์ฟังธรรม การบรรพชา
อุปสมบท และการจัดงานเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา เป็นต้น นอกจากน้ี วัดและ
ศาสนสถานยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ
หลักธรรมคำสอน ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม รวมทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติเขา้ มาเยย่ี มชมอีกดว้ ย

(อ้างอิง: คู่มือการดูแลศาสนสถาน ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2559, สำนักงานทรัพย์สินส่วน
พระมหากษตั รยิ )์

กฎ ระเบยี บทเี่ กยี่ วข้อง
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2535
มาตรา 31 วดั มีสองอยา่ ง
(1) วดั ท่ีได้รบั พระราชทานวิสงุ คามสีมา
(2) สำนกั สงฆ์
มาตรา 33 ท่ีวัดและท่ีซึ่งข้นึ ต่อวัด มีดงั นี้
(1) ที่วัด คอื ท่ซี งึ่ ตง้ั วดั ตลอดจนเขตของวดั น้นั
(2) ทธ่ี รณสี งฆ์ คอื ทซี่ งึ่ เป็นสมบตั ิของวัด

๑๑๐

ดา นการผังเมือง

(3) ที่กลั ปนา คือ ท่ีซึ่งมผี ้อู ทุ ศิ แต่ผลประโยชน์ให้วัดหรือพระศาสนา
พระราชบญั ญตั กิ ารบริหารองคก์ รศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540
มาตรา 4 "มัสยิด" หมายความว่า สถานที่ซึ่งมุสลิมใช้ประกอบศาสนกิจโดยจะตอ้ งมี
ละหมาดวันศกุ รเ์ ปน็ ปกติ และเปน็ สถานทส่ี อนศาสนาอสิ ลาม

ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
หมวด 7 การกำหนดสทิ ธใิ นที่ดินเพื่อการศาสนา
มาตรา 84 การได้มาซึ่งที่ดินของวัดวาอาราม วัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก มูลนิธิเกี่ยวกับ
คริสตจ์ ักร หรือมสั ยดิ อิสลาม ตอ้ งไดร้ บั อนุญาตจากรฐั มนตรี และใหไ้ ดม้ าไม่เกิน 50 ไร่
ในกรณที ่ีเปน็ การสมควร รัฐมนตรจี ะอนญุ าตใหไ้ ด้มาซึง่ ท่ดี ินเกินจำนวนที่บัญญัติไว้ใน
วรรคแรกก็ได้
บทบญั ญัติในมาตราน้ีไมก่ ระทบกระเทือนการได้มาซง่ึ ทดี่ นิ ทีม่ อี ยูแ่ ล้วก่อนวนั ทป่ี ระมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับ และการได้มาซึ่งที่ดินของมัสยิดอิสลามโดยทางบทบัญญัติแห่ง
ศาสนาอิสลามในจงั หวัดท่ีมีตำแหน่งดะโตะ๊ ยุตธิ รรม
มาตรา 85 ในกรณีที่นิติบุคคลได้มาซึ่งที่ดินเกินกำหนดตามความในมาตรา 84
เมอ่ื ประมวลกฎหมายนไ้ี ดใ้ ชบ้ ังคับแล้ว ใหน้ ิตบิ ุคคลดังกลา่ วจัดการจำหนา่ ยภายในห้าปี
ถา้ ไมจ่ ำหน่ายท่ีดนิ ภายในเวลาทีก่ ำหนด ให้อธิบดีมอี ำนาจจำหน่ายที่ดนิ นั้น และให้นำ
บทบญั ญัตเิ รือ่ งการบงั คบั จำหน่ายท่ีดินตามความในหมวด 3 มาใชบ้ งั คับโดยอนโุ ลม

กฎเสนาบดี ว่าดว้ ยท่ีกุศลสถานชนิดศาลเจ้า พ.ศ. 2463
ข้อ 2 คำบางคำทีไ่ ม่ไดม้ ีความหมายใหเ้ ขา้ ใจเป็นอย่างอื่นแลว้ ให้พึงเข้าใจดังนี้คือ
(ก) คำว่า ศาลเจ้า นั้น หมายความว่า สถานที่ก่อสร้างขึ้นเป็นทรวดทรงสำหรับ

ประดิษฐานรูปเคารพและกระทำตามพิธีกรรมตามลัทธิของคนบางจำพวก เช่น
ชนจีน เป็นต้น และให้หมายความรวมตลอดถึงสถานที่ถาวร ซึ่งสร้างขึ้นประกอบ
กบั ศาลเจา้ เช่น โรงสำหรับกินเจ เป็นต้น

56

ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๑๑

“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอ กําหนด การใชป ระโยชนทีด่ นิ ”

(ข) คำวา่ ท่ีศาลเจา้ นั้น หมายความถงึ ท่ีดินท่ศี าลเจ้าตง้ั อยู่ และหมายความตลอดเขต
บรเิ วณท่ดี นิ ของศาลเจา้ ดว้ ยว่าด้วยท่ีดนิ ที่ศาลเจ้าตั้งอยู่

ข้อ 3 ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ในที่ดินเอกชนมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของนั้นไม่เกี่ยวกับกฎฉบับน้ี
เวน้ ไวแ้ ตเ่ อกชนมีกรรมสทิ ธเ์ิ ปน็ เจ้าของได้อุทิศที่ดินของตนใหเ้ ป็นสมบตั ิสำหรบั ศาลเจ้า
โดยสิทธิ์ขาดในขณะใด ที่ดินนั้นย่อมตกมาอยู่ในความปกครองรักษาของรัฐบาล
พงึ ทำนบุ ำรุงเพ่อื ประโยชนม์ หาชนตามความในกฎน้ี
มตคิ ณะกรรมการผังเมือง/ คณะอนุกรรมการผังเมอื งท่ีเกยี่ วข้อง

ขอ้ ควรสงั เกตในการเขยี นข้อกำหนด

1. ทธี่ รณีสงฆแ์ ละท่กี ัลปนาสามารถกำหนดเปน็ การใช้ประโยชน์ท่ีดนิ ประเภทอืน่ ได้ แต่
ไม่สามารถกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอื่นได้ในที่วัด เว้นแต่ในกรณีเป็น
ผังเมอื งรวมขนาดใหญ่และไม่สามารถกำหนดเขตทีว่ ัดในผงั ได้ เขตที่วัดก็จะซ่อนอยู่
ในท่ดี ินประเภทอน่ื ๆ

2. ในการกำหนดการใช้ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา จะคำนึงถึงการใช้ประโยชน์เป็น
สำคัญ ดังนน้ั จึงกำหนดโดยอ้างอิงจากแนวเขตสถานท่สี ำหรับประกอบพิธกี รรมทาง
ศาสนาโดยแท้ ไม่รวมถึงที่ดินซึ่งเป็นที่ดินในความดูแลของศาสนสถาน แต่ใช้
ประโยชน์ทด่ี นิ เพื่อกจิ การอนื่ เชน่ ท่ดี นิ ซึ่งปลูกสร้างอาคารพาณชิ ย์ใหป้ ระชาชนเช่า
เพือ่ ประกอบพาณิชยกรรมไม่ถือเปน็ ทด่ี นิ ประเภทสถาบันศาสนา

3. พื้นที่วางผังบางแห่ง ซึ่งมีเหตุผลเฉพาะที่ต้องการควบคุมสิ่งปลูกสร้างภายในเขต
ศาสนสถานสามารถระบุลงในข้อกำหนดเพิ่มเติมได้ เช่น ศาสนสถานบางแห่งซ่ึง
ตั้งอยู่ในพื้นที่มีความเสี่ยงอุทกภัย สามาถกำหนดเงื่อนไขลดความหนาแน่นในการ

๑๑๒

ดา นการผังเมอื ง

ปลูกสร้างอาคารเพื่อลดผลกระทบและความเสียหายในอนาคต หรือป้องกันการ
สร้างอาคารกีดขวางการไหลของน้ำ หรือศาสนสถานซึ่งมีความสำคัญทาง
ประวัติศาสตร์ อาจควบคุมการก่อสร้างอาคารสมัยใหม่ให้ที่มีมิติ มวลอาคาร
ระยะหา่ งระหว่างอาคารไม่ให้ทำลายคุณค่าของภมู ิทัศน์และสถาปัตยกรรมดั้งเดิมท่ี
มีอยู่ เป็นต้น

57

ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๑๓

“ขอควรสงั เกต : การเขยี นขอกาํ หนด การใชประโยชนท ี่ดนิ ”

โรงพยาโบรางลพย(สาบถานลพ(สยถาบานาลพ)ยาบาล)

คำจำกัดควคาำมจขำอกงดั กคจิ วการมรขมองกิจกรรม
“สถานพยา“บสาถลา”นพหยมายบถาึงล”สถหามนาทยรี่ถวึงมสตถลาอนดทถรี่งึ วยมาตนลพอาดหถนงึะยทาี่ซนงึ่ พจาัดหไนว้เะพทอ่ื ่ีซก่งึ าจรัดปไรวะ้เพกอ่ื บการประกอบ
โรคศิลปะตาโรมคกศฎิลหปมะาตยาวม่ากดฎ้วหยกมารยปวร่าะดก้วอยบกาโรคปศริะลกปอะบกโารรคปศริละปกะอบกาวริชปารชะีพกอบวิชาชีพ
เวชกรรมตาเมวกชฎกรหรมมาตยาวม่ากดฎ้วยหวมิชาายชวพีา่ ดเวว้ ชยกวริชรามชพีกเาวรชปกรระรกมอบกาวริชปาชระีพกกอาบรพวิชยาชบีพาลกแารลพะยกาบราลและการ
ผดุงครรภ์ตผามดกุงคฎรหรมภา์ตยาวม่ากดฎ้วหยวมิชาายชวีพ่าดก้วายรพวิชยาชบีพาลกแารลพะกยารบผาดลุงแคลระรกภา์รกผาดรงุปครระรกภอ์ บกาวริชปารชะีพกอบวิชาชีพ
ทนั ตกรรมตทานัมกตฎกรหรมมาตยาวม่ากดฎ้วหยวมชิ าายชวีพ่าดทว้ ันยตวกชิ รารชมีพกทานั รตปกรระรกมอบกาวริชปารชะีพกกอาบยวภิชาาพชบพี ำกบาัดยตภาามพบำบัดตาม
กฎหมายว่ากดฎว้ ยหวมิชาายชวีพ่าดก้วายวภิชาาพชบพี ำกบาัดยภกาพรปบรำะบกัดอบกาวริชปารชะพี กเทอบคนวชิคากชาีพรแเทพคทนยิค์ตกาามรกแฎพหทมยา์ตยามกฎหมาย
วา่ ด้วยวชิ าชวีพา่ ดเท้วคยนวชิคากชาีพรแเทพคทนยิค์ การปแพระทกยอ์ บกาวริชปารชะีพกกอาบรแวิชพาทชยีพ์แกผานรไแทพยทแยล์แะผกนาไรทปยระแกลอะบการประกอบ
วิชาชพี การแวพิชาทชยีพ์แกผานรไแทพยทปยร์แะผยนุกไตท์ตยาปมรกะฎยหุกมตา์ตยาวมา่ กดฎว้ ยหวมิชาายชวพีา่ ดกว้ายรแวิชพาทชยพี ์แกผานรไแทพยทหยร์แือผนไทย หรอื
การประกอบกาวริชปารชะพี กทอาบงวกิชาราแชพี ทยาง์แกลาะรสแาพธทารยณ์แลสะุขสอา่ืนธตาารมณกสฎุขหอมื่นาตยาวม่ากดฎ้วยหกมารยนวน้ั่าดท้ว้งัยนก้ีารนัน้ ทง้ั น้ี
โดยกระทำเโปด็นยปกกระตทธิ ำุรเะปไมน็ ่วปา่กจตะธิ ไุรดะ้รไบั มป่วรา่ ะจโะยไชดน้รับ์ตอปบระแโทยนชหนรต์ ือไบมแ่”ทนหรือไม”่
มาตรา 5มพารตะราช5บพัญรญะรัตาินช้ีมบิใัญหญ้ใชัต้บินัง้ีมคิใับหแ้ใกช่ส้บถังาคนับพแยกา่สบถาาลนซพ่ึงยดาาบเนาลินซกึ่งาดรโาดเนยินการโดย
กระทรวง ทกบระวทงรกวรงมทอบงวคงก์ กรปรมกคอรงอคงก์ สร่วปนกทคอ้ รงอถงนส่ิ ่วรนฐั ทวอ้สิ งาถหน่ิกจิ รฐัสวถสิ าาบหนั กกจิ ารสศถกึ าษบานั ขกอางรศกึ ษาของ
รฐั หน่วยงราฐันอห่นื ข่วอยงราฐันอส่นืภขาอกงารชฐั าดสไภทายกาแชลาะดสไถทายนพแยลาะบสถาลานอ่นืพซยาึ่งบรฐัามลนอ่นืตรซีปงึ่ ระฐั กมานศตรีประกาศ
กาหนด สถกาานหพนยดาบสาถลาทนไ่ีพดยร้ าบั บยากลเทวไ่ีน้ ดตร้ าบัมยวกรรเวคน้ หตนา่งึ มวตรอ้ รงคมหลี นกั ึ่งษตณอ้ ะงขมอลีงกสั ถษาณนะพขยอางบสถาลานพยาบาล
และมาตรฐแาลนะมตาาตมรหฐลากันเกตณามฑห์ ลวกัิธเีกกาณร ฑแล์ วะิธเงีก่อื านรไแขลทะ่รี เฐัง่มอื นไตขรทปี ่รี ฐะั กมานศตกราปี หรนะกดาโศดกยาหนดโดย
คาแนะนาขคอาแงคนณะนะากขรอรมงคกณาระกเวร้นรมแกตา่สรถาเวน้นพแยตา่สบถาาลนทพ่ผี ย่าานบกาลรทรบั่ผี ร่าอนงกคาุณรรภบั ารพอจงาคกุณภาพจาก
หน่วยงานหซน่ึงผ่วู้อยนงาุญนาซตึ่งกผาู้อหนนุญดาเตพก่อื าปหรนะโดยเชพน่อื ์แปหร่ะงโกยาชรนคุ์้มแหคร่งอกงาผรคู้บุ้มริโคภรคอดงผ้าู้นบริะโภบคบด้านระบบ
บรกิ ารสขุ ภบารพกิ าใรหสร้ ุขฐั ภมานพตรใโีหดร้ยฐั คมานแตนระโีนดายขคอางแคนณะนะการขรอมงกคาณรแะกจรง้ รใหมกส้ ถาราแนจพง้ ยใหาบส้ าถลาตนาพมยาบาลตาม
วรรคหน่ึงซวงึ่รไรมค่ปหฏนบิ่ึงซตั งึ่ิตไามม่ปหฏลบิ กั ตัเกิตณามฑห์ วลธิกั กีเกาณร แฑล์ ะวเธิ งกี่อื านรไขแตละาเมงว่อื รนรไคขสตอางมดวารรเนคินสอกงารดาเนินการ
ปรบั ปรงุ หรปอื รแบั กปไ้ รขุงภหารยอื ใแนกรไ้ะขยภะเาวยลใานทรก่ีะยาหะเนวดลาทก่ี าหนด
(อ้างอิง: พร(ะอรา้ างชอบิง:ญั พญรัตะริสาถชาบนญัพยญาัตบิสาถลา(นฉพบยับาทบ่ี า4ล) พ(ฉ.ศบ.ับ2ท5ี่ 549))พ.ศ. 2559)

๑๑๔

ดา นการผงั เมอื ง

(ท่มี า: https://www(.ทbม่ีchา:.inh.ttthp/sa:/b/owuwt/wh.obscphit.ianl.-tqhu/ablitoyu/t)/hospital-quality/)

58 58

ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๑๕

“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอกาํ หนด การใชประโยชนท ี่ดนิ ”

“สถานพยาบาลประเภทท่ไี ม่รบั ผู้ป่วยไว้ค้างคืน” หมายความวา่ สถานพยาบาลประเภท
คลินกิ ตามกฎกระทรวงน้ี
“สถานพยาบาลประเภทที่รับผูป้ ่วยไว้ค้างคืน” หมายความว่า สถานพยาบาลประเภท
โรงพยาบาลตามกฎกระทรวงนี้
“คลินิกเวชกรรม” หมายความว่า คลินิกที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ซ่ึงดำเนนิ การโดยผูป้ ระกอบวิชาชพี เวชกรรม
“คลินิกทันตกรรม” หมายความว่า คลินิกที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
ซ่ึงดำเนินการโดยผปู้ ระกอบวิชาชีพทันตกรรม
“คลินิกกายภาพบำบัด” หมายความว่า คลินิกที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพ
กายภาพบำบดั ซึง่ ดำเนนิ การโดยผู้ประกอบวชิ าชพี กายภาพบำบัด
“คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์” หมายความว่า คลินิกที่จัดให้มีการประกอบ
วิชาชีพการพยาบาล และการประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ซึ่งดำเนินการโดย
ผู้ประกอบวชิ าชพี การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชน้ั หนึง่
“คลินิกเทคนิคการแพทย์” หมายความว่า คลินิกที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพเทคนิค
การแพทย์ ซึง่ ดำเนนิ การโดยผ้ปู ระกอบวิชาชพี เทคนคิ การแพทย์
“คลินิกการแพทย์แผนไทย” หมายความว่า คลินิกที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพ
การแพทย์แผนไทย หรือการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งดำเนินการ
โดยผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
ประยุกต์ แล้วแตก่ รณี
“คลินิกการประกอบโรคศิลปะ” หมายความว่า คลินิกที่จัดให้มีการประกอบโรคศิลปะ
ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ ซึ่งดำเนินการโดยผู้ประกอบโรคศิลปะสาขา
นน้ั ๆ
“คลินิกเฉพาะทาง” หมายความว่า คลินิกที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง
ด้านเวชกรรม หรือทันตกรรม หรือการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ซึ่งดำเนินการโดย
ผปู้ ระกอบวชิ าชีพเวชกรรม หรอื ผปู้ ระกอบวิชาชพี ทนั ตกรรม หรอื ผู้ประกอบวิชาชีพการ
พยาบาลและการผดงุ ครรภ์และผูป้ ระกอบวิชาชีพนัน้ ต้องได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติ
จากแพทยสภา หรอื ทันตแพทยสภา หรอื สภาการพยาบาลแลว้ แตก่ รณี
๑๑๖

ดา นการผังเมือง

“สหคลินิก” หมายความว่า คลินิกที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม
การพยาบาล การผดุงครรภ์ กายภาพบำบัด เทคนิคการแพทย์ การแพทย์แผนไทย
การแพทย์แผนไทยประยุกต์และการประกอบโรคศิลปะ ตั้งแต่สองลักษณะขึ้นไป
ซึ่งดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาใดสาขาหนึ่ง โดย
ผู้ดำเนินการต้องเป็นบุคคลที่ผู้อนุญาตประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของ
คณะกรรมการสถานพยาบาล
“โรงพยาบาลทั่วไป” หมายความว่า โรงพยาบาลที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพ
เวชกรรมในสาขาอายรุ กรรม ศัลยกรรม กุมารเวชกรรม และสูตินรีเวชกรรม และให้มี
การประกอบวิชาชีพการพยาบาล การผดุงครรภ์ เภสัชกรรม กายภาพบำบัด
เทคนิคการแพทย์ และรังสีเทคนิคเป็นอย่างน้อย โดยอาจจัดให้มีการประกอบวิชาชพี
หรอื การประกอบโรคศลิ ปะอนื่ ร่วมดว้ ยก็ได้ ซง่ึ ดำเนินการโดยผู้ประกอบวชิ าชพี เวชกรรม
“โรงพยาบาลทันตกรรม” หมายความว่า โรงพยาบาลที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพ
ทันตกรรมซึ่งดำเนินการโดยผปู้ ระกอบวิชาชพี ทนั ตกรรม
“โรงพยาบาลการพยาบาลและการผดุงครรภ์” หมายความว่า โรงพยาบาลทีจ่ ัดให้มี
การประกอบวิชาชพี การพยาบาล และการประกอบวิชาชพี การผดุงครรภ์ ซ่งึ ดำเนนิ การ
โดยผปู้ ระกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดงุ ครรภ์ ชน้ั หนึง่
“โรงพยาบาลกายภาพบำบัด” หมายความว่า โรงพยาบาลที่จัดให้มีการประกอบ
วิชาชีพกายภาพบำบดั ซึง่ ดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชพี กายภาพบำบัด
“โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย” หมายความวา่ โรงพยาบาลทจี่ ัดให้มกี ารประกอบ
วชิ าชีพการแพทยแ์ ผนไทยในดา้ นเวชกรรมไทย เภสชั กรรมไทย การผดุงครรภ์ไทย และ
การนวดไทย และการประกอบวิชาชีพการแพทยแ์ ผนไทยประยุกต์ ซึ่งดำเนินการโดย
ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
ประยกุ ต์
“โรงพยาบาลเฉพาะทาง” หมายความว่า โรงพยาบาลที่จัดให้มีการประกอบวิชาชพี
เฉพาะทางด้านเวชกรรม ซ่ึงดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชพี เวชกรรม และผู้ประกอบ
วชิ าชีพนัน้ ต้องไดร้ บั วุฒบิ ัตรหรือหนังสืออนมุ ัตจิ ากแพทยสภา เชน่ โรงพยาบาลเฉพาะ
ทางหู ตา คอ จมูก โรงพยาบาลเฉพาะทางโรคหัวใจ และโรงพยาบาลเฉพาะทาง
โรคมะเรง็ เปน็ ต้น

59

ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๑๗

“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอกาํ หนด การใชป ระโยชนท ดี่ ิน”

“โรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วย” หมายความว่า โรงพยาบาลที่จัดให้มีการ
ประกอบวิชาชีพตามลักษณะเฉพาะประเภทผู้ปว่ ย ซงึ่ ดำเนนิ การโดยผปู้ ระกอบวิชาชีพ
เวชกรรม เช่น โรงพยาบาลผปู้ ว่ ยเรอ้ื รงั โรงพยาบาลผูป้ ่วยจิตเวช โรงพยาบาลผู้สูงอายุ
โรงพยาบาลแมแ่ ละเด็ก และโรงพยาบาลบำบดั ยาเสพติด เปน็ ตน้
(อา้ งองิ : กฎกระทรวงกำหนดลกั ษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของ
สถานพยาบาล พ.ศ. 2558)

“สถานพยาบา ล ซ ึ ่ งได ้ ร ั บ กา รย กเว ้ น ไม ่ ต ้ อ งอย ู ่ ในบ ั งค ั บ ขอ งพ ระรา ชบ ั ญ ญ ั ติ
สถานพยาบาล พ.ศ. 2541” ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ 4)
พ.ศ. 2559 หมายถงึ สถานพยาบาลซึง่ ดำเนนิ การโดยกระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครอง-
สว่ นท้องถน่ิ รฐั วสิ าหกจิ สถาบนั การศกึ ษาของรัฐ หน่วยงานอืน่ ของรัฐ สภากาชาดไทย
(อ้างอิง: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดลักษณะของสถานพยาบาล
และมาตรฐานซงึ่ ได้รบั การยกเวน้ ไมต่ ้องอยใู่ นบงั คับตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถานพยาบาล
ประกาศ ณ วนั ท่ี 20 มนี าคม พ.ศ. 2561)

วัตถุประสงคข์ องกิจกรรม

องค์การที่ดำเนินงานด้านการแพทย์ ทั้งในสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลและ ในชุมชน
มีหน้าที่ให้บริการสาธารณสุขทุกด้านแก่ประชาชน ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ
การป้องกันโรค ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค หรือลักษณะที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพภายหลังการเจ็บป่วย ทั้งการให้บริการ
ณ องค์การ และการให้บรกิ ารภายนอกองค์การ รวมทั้งขยายไปถึงบา้ นของผูป้ ่วยดว้ ย
นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ฝึกอบรมบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจน
การศกึ ษา การคน้ ควา้ และการวจิ ยั ในด้านการแพทย์ ดา้ นการสาธารณสุข และดา้ นอ่ืน
ท่เี กี่ยวข้อง เพ่อื การแก้ปญั หาและการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ของประชาชน

๑๑๘

ดานการผงั เมอื ง

ผลกระทบทอี่ าจเกดิ ข้ึนจากกิจกรรม
1. ส่งผลกระทบต่อเมืองในด้านปัญหาจราจร โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ใน

เขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งจะมีผู้ป่วยและญาติมารับบริการเป็นจำนวน
มาก กิจกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดการดึงดูดการเดินทาง (Movement Attractor)
ของผู้ป่วยและญาติ รวมถึงดึงดูดให้เกิดกิจกรรมอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงกับ
สถานพยาบาล เชน่ ร้านสะดวกซ้อื รา้ นอาหาร เพ่ือรองรับความตอ้ งการของผปู้ ว่ ย
ญาติ หรือผมู้ าเยยี่ มผ้ปู ว่ ย
2. ด้านมูลฝอยโดยเฉพาะของเสียอันตราย ได้แก่ มูลฝอยติดเชื้อ เศษชิ้นส่วนอวัยวะ
ต่าง ๆ เศษเนื้อเยื่อ สารกัมมันตรังสี ซากสัตว์ทดลองและสิ่งขับถ่ายหรอื ของเหลว
จากรา่ งกายผ้ปู ว่ ย น้ำท้งิ จากสถานพยาบาล
3. มลพษิ ทางอากาศ เช่น ฝุ่นละออง ไอน้ำ ควันไฟ รงั สี
4. มลพิษทางเสยี ง เช่น มแี หล่งกำเนิดเสยี งเกดิ ขน้ึ จำนวนมากในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะ
เป็นเสียงประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง เสียงเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ เสียงจาก
สัญญาณฉุกเฉนิ เสยี งจากระบบอุปกรณ์ในอาคารจากกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการ
รกั ษาพยาบาล เป็นตน้ มีงานวจิ ัยในต่างประเทศทำการศกึ ษา พบวา่ เสียงที่เกิดข้ึน
ในแผนกผูป้ ว่ ยนอกมีแหลง่ กำเนิดเสียงมากกว่า 30 เสียง เสียงเป็นภัยทีม่ องไม่เห็น
ต่อจิตใจ และมีผลตอ่ อารมณ์ความรสู้ ึกของผคู้ นเป็นอย่างมาก
กฎ ระเบียบทีเ่ กี่ยวข้อง
พระราชบญั ญตั ิสถานพยาบาล พ.ศ. 2541
กฎกระทรวง กำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของ
สถานพยาบาล พ.ศ. 2558
หมวด 1 ลกั ษณะโดยทั่วไปและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาลประเภทท่ีไม่รับ
ผ้ปู ว่ ยไว้คา้ งคืน
ขอ้ 3 คลนิ ิกต้องมลี กั ษณะโดยทว่ั ไป ดงั ต่อไปนี้
(1) ต้งั อยใู่ นทำเลท่ีสะดวก ปลอดภัย และไมเ่ ปน็ อันตรายต่อสขุ ภาพ
(2) อาคารต้องมน่ั คงแขง็ แรง ไมอ่ ย่ใู นสภาพชำรุดและเสย่ี งตอ่ อันตรายจากการใชส้ อย

60

ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๑๙

“ขอ ควรสังเกต : การเขียนขอกําหนด การใชประโยชนท ่ีดิน”

(3) บริเวณทัง้ ภายนอกและภายในต้องสะอาดเปน็ ระเบยี บเรียบร้อย จดั แบ่งพ้นื ทใ่ี ชส้ อย
อยา่ งเหมาะสม และมสี ่งิ อำนวยความสะดวกแกผ่ ูป้ ่วย

(4) การสัญจรและการเคล่ือนย้ายผปู้ ว่ ยต้องกระทำได้โดยสะดวก
(5) มีหอ้ งตรวจหรอื หอ้ งให้การรักษาเปน็ สดั สว่ นและมดิ ชิด
(6) มีห้องนำ้ หอ้ งสว้ มทถ่ี ูกสขุ ลักษณะอย่างนอ้ ยหน่งึ ห้อง
(7) มแี สงสว่างและการระบายอากาศเพียงพอ ไมม่ ีกลนิ่ อบั ทบึ
(8) มรี ะบบการเก็บและกำจัดมูลฝอยและสงิ่ ปฏกิ ลู ที่เหมาะสม
(9) มีระบบการควบคุมการติดเชอ้ื ทเ่ี หมาะสม
(10) กรณีบริการเอกซเรย์ การบริการจะต้องได้มาตรฐานและได้รับอนุญาตจาก

หนว่ ยงานท่รี ับผดิ ชอบตามกฎหมายหรือหน่วยงานอน่ื ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
หมวด 2 ลักษณะโดยทั่วไปและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาลประเภทที่รับ
ผู้ป่วยไวค้ า้ งคนื
ข้อ 5 ให้โรงพยาบาลมีลักษณะตามขนาดและจำนวนเตียงที่จัดให้บริการผู้ป่วย
ดังต่อไปนี้
(1) โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ต้องมจี ำนวนเตียงท่จี ดั ใหบ้ รกิ ารผ้ปู ่วยตั้งแต่ 91 เตยี งขน้ึ ไป
(2) โรงพยาบาลขนาดกลาง ตอ้ งมีจำนวนเตียงที่จดั ใหบ้ รกิ ารผูป้ ว่ ยตง้ั แต่ 31 เตยี งขึ้นไป

แต่ไมเ่ กิน 90 เตยี ง
(3) โรงพยาบาลขนาดเล็ก ต้องมีจำนวนเตยี งทจี่ ดั ให้บรกิ ารผปู้ ว่ ยไม่เกิน 30 เตยี ง
ข้อ 6 โรงพยาบาลตอ้ งมีลักษณะโดยทั่วไป ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ต้งั อยูใ่ นทำเลทส่ี ะดวก ปลอดภยั และไมเ่ ปน็ อันตรายตอ่ สขุ ภาพ
(2) โครงสร้างของอาคารต้องไมต่ ดิ กบั อาคารหรือสิ่งปลกู สร้างอ่นื
(3) อาคารที่ให้บริการผู้ป่วยตัง้ แต่ 3 ชั้นขึ้นไป จะต้องมีลิฟท์บรรทุกเตียงผู้ป่วยอย่าง

น้อย 1 ตัว และเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมของจำนวนเตียง หรือมีทางลาดเอียง
เพือ่ ความสะดวกและรวดเร็วในการเคลอ่ื นย้ายผ้ปู ว่ ย
(4) ทางสัญจรร่วมในสว่ นที่ให้บรกิ ารผู้ป่วย ซึ่งต้องมีการขนส่งผู้ป่วยโดยเตียงเขน็ ต้อง
กว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร ถ้ามีระดับพื้นสูงต่ำไม่เท่ากัน ต้องมีทางลาดเอียงซึ่งมี
ความชันไมเ่ กิน 15 องศา

๑๒๐

ดานการผังเมือง

(5) ต้องจัดสถานที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ และ
ผู้พิการแต่ละประเภทโดยอย่างน้อยต้องมีทางลาดเอียง ราวเกาะ และห้องน้ำ
สำหรับผู้พิการ

(6) กรณีที่มีการจัดสถานที่เพื่อกิจการอื่นซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้
บริการ เช่น ร้านอาหาร ร้านขายของ ให้กระทำได้โดยอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม
และเพียงพอสำหรับการให้บรกิ ารที่จำเป็นแก่ผู้ป่วย เจ้าหน้าที่และผู้มาใช้บริการ
ของโรงพยาบาลนน้ั ๆ ทัง้ น้ี การจัดบรกิ ารอ่ืนดงั กลา่ วจะตอ้ งไม่อยู่ในบริเวณแผนก
ผ้ปู ่วยในและแยกเปน็ สัดส่วนโดยไมป่ ะปนกับการให้บรกิ ารในบรเิ วณแผนกผู้ปว่ ยนอก

พระราชบัญญตั ิสง่ เสรมิ และรักษาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ ม พ.ศ. 2535
• ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กําหนดประเภท

และขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทํารายงาน การวิเคราะห์
ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทาง
การจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม กำหนดให้ (ประกาศ ณ
วนั ที่ 24 เมษายน 2555)
(1) โรงพยาบาลหรอื สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าดว้ ยสถานพยาบาล กรณีตั้งอยู่

ใกล้แม่น้ำ ฝัง่ ทะเล ทะเลสาบ หรอื ชายหาด ในระยะ 50 เมตร ทีม่ เี ตียงสาํ หรับ
ผปู้ ว่ ยไวค้ ้างคนื ตั้งแต่ 30 เตยี งขน้ึ ไป หรือ
(2) กรณีโครงการท่ีไม่อยใู่ นท่ีต้ังดงั กล่าว แต่มเี ตียงสําหรบั ผปู้ ว่ ยไว้คา้ งคนื ต้งั แต่ 60
เตียงขึ้นไป จะต้องจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยให้
เสนอในขั้นขออนุญาตก่อสร้าง หรือหากใช้วิธีการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิน่
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร โดยไม่ยื่นขอรับใบอนุญาตให้เสนอ
รายงานในขัน้ การแจง้ ต่อเจ้าพนกั งานท้องถิ่น
มตคิ ณะกรรมการผังเมอื ง/ คณะอนุกรรมการผังเมอื งทีเ่ ก่ียวข้อง

61

ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๒๑

“ขอ ควรสงั เกต : การเขยี นขอ กําหนด การใชประโยชนท ่ีดนิ ”

ข้อควรสังเกตในการเขยี นขอ้ กำหนด
1. การประกอบกิจการโรงพยาบาล (สถานพยาบาล) ไม่ว่าจะดำเนินการโดยภาครัฐ

หรือเอกชน จะดำเนินการโดยหวังผลกำไรหรือไม่ก็ตาม ถือได้ว่าเป็นการประกอบ
กิจการในลักษณะของการบริการเพื่อประโยชนแ์ กป่ ระชาชนโดยทั่วไป ซึ่งตรงตาม
ความหมายของคำว่า “การสาธารณปู โภคและสาธารณปู การ”
2. สถานพยาบาลตามข้อกำหนดจะไม่หมายความถึงสถานพยาบาลของรัฐ ดังน้ันหาก
มีเจตนารมณ์ห้ามกิจการดังกล่าวไม่ว่าจะดำเนินการโดยรัฐหรอื เอกชน ต้องระบใุ ห้
ชัดเจนว่า ห้ามการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการ “สถานพยาบาลทั้งที่ดำเนินการ
โดยรัฐและเอกชน”
3. โดยท่ัวไปกจิ กรรมเกย่ี วกับสถานพยาบาล จะหา้ มดำเนนิ การในกลุม่ การใช้ประโยชน์
ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่อาจกำหนดให้สถานพยาบาลมีขึ้นได้ในกลุ่มการใช้
ประโยชน์ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่
พนักงานหรือลูกจ้างในรูปของสวัสดิการ โดยใช้ข้อกำหนดในข้อห้าม ดังน้ี
“สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล เว้นแต่สถานพยาบาลที่
ให้บรกิ ารรักษาพยาบาลแกพ่ นักงานหรอื ลูกจ้างของสถานประกอบการในรูปของ
สวัสดกิ าร”

๑๒๒

ดานการผังเมอื ง

ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๒๓

“ขอ ควรสังเกต : การเขยี นขอกําหนด การใชป ระโยชนท ด่ี นิ ”

กำจดั มูลกฝำจอัดยมหลูรือฝสองิ่ยปหฏริกือลูส่งิ ปฏิกูล

คำจำกัดควคาำมจขำกอัดงกคิจวการมรขมองกิจกรรม
“มูลฝอย”“มหูลมฝาอยคยว”าหมมว่ายเคศวษากมรวะ่าดเาศษษเกศรษะผด้าาษเศเษศอษาผห้าารเศเษศอษาสหินาคร้าเศเศษษสวินัตคถ้าุ เศษวัตถุ
ถุงพลาสติกถุงภพาลชานสะตทกิ ใี่ สภอ่ าาชหนาะรทเ่ใีถส้าอ่ มาหลู าสรตั วเถ์ ซ้าามกลูสสตั ตัวว์ ห์ ซราอื กสส่งิ ตัอวืน่ ์ ใหดรทือ่ีเสก่ิงบ็ อกนื่ วใาดดทจี่เากกบ็ ถกนวนาดจากถนน
ตลาด ที่เลตี้ยลงาสดัตวท์ ีห่เลรี้ยืองทสี่อัตื่นว์ แหลระือหทมี่อาื่นยคแวลาะมหรมวามยถคึงวมาูลมฝรอวยมตถิดึงมเชูลื้อฝอมยูลตฝิดอเยชทื้อี่เปม็นูลพฝอิษยที่เป็นพิษ
หรอื อันตราหยรจอื าอกนั ชตุมรชานยจากชุมชน
(อ้างอิง: ม(าอต้ารงาอิง3: พมราะตราช3บัญพรญะัตริกาาชรบสัญาธญาัตริกณาสรุขสาพธา.ศร.ณ2ส5ุข35พซ.ศึ่ง.แ2ก5้ไ3ข5เพซิ่มึ่งเแตกิม้ไโขดเยพิ่มเติมโดย
พระราชบญั พญระัตรกิ าาชรบสญัาธญาัตรณกิ าสรขุ สา(ฉธบารับณทสี่ 2ขุ ) (พฉ.บศบั . ท25ี่ 25)0พ) .ศ. 2550)
“สิ่งปฏิกูล“”สิ่งหปมฏายิกคูลว”ามหวม่า ยอคุจวจาามรวะ่าหรอือุจปจาัสรสะาหวะรือแปลัสะสหามวาะยแคลวะามหรมวามยถคึงวสาิ่งมอรื่นวมใดถึงสิ่งอื่นใด
ซงึ่ เปน็ ส่งิ โสซโงึ่ คเปรกน็ หสรงิ่ อืโสมโีกคลร่ินกเหหรมือ็นมีกลนิ่ เหม็น
(อ้างอิง: มา(อตา้รงาอ4งิ :พมราะตรราาชบ4ัญพญระตั รกิ าาชรบสญัาธญาตัรณิกาสรขุ สาพธ.าศร.ณ25ส3ุข5พ) .ศ. 2535)
“การกำจั“ดกมาูลรฝกอำยจ”ัดมกูลาฝรดอำยเ”นินกกาารรดดำ้วเนยินวิธกีการาดรใ้วดยๆวิธเีกพาื่อรทใดำใๆห้หเพมื่อดทไปำใซหึ่ง้หขมยดะไใปนซึ่งขยะใน
ลักษณะขอลงักกษาณรตะั้งขโอรงกงานรตหั้งรโือรปงงราะนกหอรบือกปิจรกะากรอทบี่มกีวิจัตกถาุปรรทะี่มสีวงคัต์เถพุปื่อรกะาสรงกคำ์เพจัดื่อขกยาะรกำจัดขยะ
โดยเฉพาะโดยเฉพาะ
“การกำจัด“สกิ่งาปรกฏำิกจูลัด”สิ่งกปาฏรดิกำูลเน”ินกกาารรดดำ้วเยนวินิธกีใาดรดๆ้วยเพวื่อิธีทใดำใๆห้หเพมืด่อไทปำซใหึ่งส้หิ่งมปดฏไปิกซูลึ่งใสนิ่งปฏิกูลใน (ที่มา: http:
ลักษณะขอลงักกษาณรตะั้งขโอรงงกานรตหั้งรโือรปงงราะนกหอบรือกปิจรกะากรอทบี่มกีวิัจตกถาุปรรทะี่มสีวงคัต์เถพุปื่อรกะำสจงัดคส์เพิ่งืป่อกฏำิกจูลัดสิ่งปฏิกูล
โดยเฉพาะโดยเฉพาะ
(อ้างอิง: เอ(อก้าสงาอริงค:ำเจอำกกสัดาครวคาำมจแำกลัดะนควิยามแทลี่ใะชน้ในิยงาามนทผี่ใังชเ้ใมนืองงา,นสผำังนเมักือวงิเค, รสาำะนหัก์แวลิเคะราะห์และ
ประเมนิ ผลป)ระเมินผล)
“มูลฝอยท“ั่วมไูลปฝ”อหยมทาั่วยไคปว”ามหวม่าายเศคษวกามระวด่าาเษศษเศกษระผด้าาเษศษเศอษาผห้ารเศเศษษอสาหินาคร้า เเศศษษสวินัตคถุ้า เศษวัตถุ
ถุงพลาสตกิ ถุงภพาลชานสะตทกิ ่ีใสภ่อาาชหนาะรทเ่ีใถส้าอ่ ามหลู าสรตั วเถ์ ซ้าามกลูสสัตัตวว์ ห์ ซราอื กสสง่ิ ตัอวนื่ ์ ใหดรทือีเ่ สก่ิง็บอกืน่ วใาดดทจ่ีเากก็บถกนวนาดจากถนน
ตลาดท่ีเล้ยี ตงลสาัตดวท์ ห่ีเลรีย้อื งทสีอ่ ัตน่ื ว์ แหตรไ่ ือมท่หีอ่ มื่นายแคตวไ่ ามม่หรมวามยถคึงวามรวมถงึ
(1) มูลฝอย(ต1ิด) เมชูลื้อฝอยตดิ เชื้อ
(2) มูลฝอย(ท2)ีเ่ ปม็นลู พฝษิอยหทรือี่เปอน็ ันพติษราหยรจือาอกนั ชตุมรชานยจแาลกะชุมชน และ

๑๒๔

ดา นการผงั เมอื ง

http://www.h(ทoี่มmา:ehntatypo:/o/.wcowmw/.phro-m23e0n1a/y) oo.com/pr-2301/)

63 63

ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๒๕

“ขอ ควรสงั เกต : การเขยี นขอกําหนด การใชป ระโยชนทดี่ ิน”

(3) สิ่งของที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการโรงงาน
ของเสียจากวัตถุดิบ ของเสียที่เกิดข้ึนในกระบวนการผลิต ของเสียที่เป็นผลิตภณั ฑ์
เส่อื มคณุ ภาพ และของเสยี อนั ตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน

“มูลฝอยนำกลับมาใช้ใหม่” หมายความว่า มูลฝอยทั่วไปที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่
หรอื นำมาผลิตเป็นผลติ ภัณฑใ์ หมไ่ ด้
“มูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน” หมายความว่า มูลฝอยที่เป็นพิษหรือ
อันตรายที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน ที่เป็นวัตถุหรือปนเป้ือนสารที่มคี ุณสมบัติ
เป็นสารพิษ สารไวไฟ สารออกซไิ ดซ์ สารเปอรอ์ อกไซด์ สารระคายเคือง สารกัดกร่อน
สารที่เกิดปฏิกิริยาได้ง่าย สารที่เกิดระเบิดได้ สารที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ทางพันธุกรรม สารหรือสิ่งอื่นใดที่อาจก่อหรือมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดอันตรายแก่
บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม แต่ไม่หมายความรวมถึงมูลฝอยทั่วไป
มลู ฝอยติดเชื้อ กากกัมมันตรังสี และของเสยี อันตรายตามกฎหมายวา่ ด้วยโรงงาน
(อา้ งองิ : ข้อ 2 กฎกระทรวงสุขลักษณะการจดั การมูลฝอยทว่ั ไป พ.ศ. 2560)
“มูลฝอยติดเชื้อ” หมายความว่า มูลฝอยที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ในปริมาณหรือมีความ
เขม้ ข้นซ่งึ ถ้ามกี ารสมั ผสั หรือใกลช้ ิดกับมลู ฝอยนน้ั แลว้ สามารถทำให้เกิดโรคได้
กรณีมูลฝอยดงั ตอ่ ไปน้ี ทเ่ี กดิ ขึ้นหรือใช้ในกระบวนการตรวจวนิ ิจฉยั ทางการแพทย์และ
การรักษาพยาบาล การให้ภูมิคุ้มกันโรคและการทดลองเกี่ยวกับโรค และการตรวจ-
ชนั สูตรศพหรอื ซากสัตว์ รวมทั้งในการศึกษาวจิ ยั เรือ่ งดังกลา่ ว ใหถ้ อื วา่ เป็นมลู ฝอยตดิ เชอ้ื
(1) ซากหรอื ชิน้ ส่วนของมนุษย์หรือสัตวท์ ่ีเปน็ ผลมาจากการผ่าตัด การตรวจชนั สตู รศพ

หรือซากสัตว์ และการใช้สตั วท์ ดลอง
(2) วัสดุของมีคม เช่น เข็ม ใบมีด กระบอกฉีดยา หลอดแก้ว ภาชนะที่ทำด้วยแก้ว

สไลด์ และแผน่ กระจกปิดสไลด์
(3) วัสดุซงึ่ สมั ผสั หรือสงสยั ว่าจะสมั ผัสกับเลอื ด สว่ นประกอบของเลอื ด ผลิตภัณฑ์ท่ีได้

จากเลือด สารน้ำจากร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์ หรือวัคซีนท่ีทำจากเชื้อโรคที่มี
ชีวิต เชน่ สำลี ผ้าก๊อส ผา้ ต่าง ๆ และท่อยาง
(4) มลู ฝอยทกุ ชนดิ ที่มาจากหอ้ งรกั ษาผปู้ ว่ ยติดเชือ้ รา้ ยแรง
(อ้างอิง: ขอ้ 3 กฎกระทรวงวา่ ดว้ ยการกำจดั มูลฝอยตดิ เชื้อ พ.ศ. 2545)

๑๒๖

ดา นการผงั เมอื ง

วตั ถุประสงคข์ องกิจกรรม
เพื่อจัดการมูลฝอยสิ่งปฏิกูลจากบ้านเรือน สถานที่ประกอบการต่าง ๆ เพื่อ

ป้องกันผลกระทบที่จะเกิดจากการหมักหมมของขยะ เช่น ส่งกลิ่นเหม็น มีสภาพ
นา่ รังเกยี จ เปน็ แหล่งเพาะพนั ธ์ขุ องพาหะนำโรค และบอ่ เกิดของเช้ือโรคตา่ งๆ เป็นต้น
ทัง้ น้ี การกำจัดมูลฝอยและสงิ่ ปฏิกูลเป็นส่วนหน่ึงของการจัดการ ซง่ึ รวมถงึ การดำเนินงาน
ท่ีเกยี่ วขอ้ งกับการควบคุม การเกบ็ กัก การรวบรวม การขนถ่าย การขนสง่ การแปรรูป
เพอ่ื ใชป้ ระโยชน์จากมลู ฝอย และการกำจัด
ผลกระทบท่อี าจเกิดขึ้นจากกจิ กรรม
1. ผลกระทบทางอากาศ ระหว่างถ่ายเทขยะมูลฝอย หรือฝังกลบขยะมูลฝอยใน

สถานที่ฝังกลบ อาจมีขยะมูลฝอยปลิวฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ รวมทั้งอาจมีฝุ่น
ฟุ้งกระจาย จากถนนหรือจากบรเิ วณฝังกลบ นอกจากน้ี กา๊ ซทเ่ี กดิ จากการฝังกลบ
ขยะมูลฝอยเป็นก๊าซเสียหลายชนิด เช่น มีเทน คาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย
และไฮโดรเจนซัลไฟด์ เป็นต้น อาจเกิดสะสมตัวใต้ชั้นขยะมูลฝอยและเกิดแรงดัน
จนอาจกอ่ ให้เกดิ ปัญหาการระเบดิ และไฟไหม้ได้เพราะก๊าซมีเทนสามารถติดไฟได้
2. ผลกระทบดา้ นนำ้ ผิวดิน ขยะมลู ฝอยท่รี ่วงหลน่ จากรถขยะมูลฝอยลงส่พู ้ืนดิน หรือ
พื้นถนนเมื่อเกิดฝนตก น้ำชะขยะมูลฝอยจะไหลซึมลงดินเกิดการปนเปื้อนต่อ
แหลง่ นำ้ ผิวดนิ และแหล่งน้ำใตด้ ิน
3. ผลกระทบต่อสภาพพื้นที่ จากปัญหาการลักลอบทิ้งขยะมลู ฝอยและสิ่งปฏิกูลในท่ี
รกรา้ งหรือรมิ ทางสาธารณะซึง่ อาจเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เชน่ สถานท่ีกำจัดมูลฝอย
มจี ำนวนไมเ่ พยี งพอต่อการรองรับมูลฝอยท่ีมีปริมาณมากข้นึ สถานท่ีกำจัดมูลฝอย
ไม่ได้มาตรฐาน ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการกำจัดสูงประกอบกับการขาดจิตสำนึกใน
ความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบกิจการหรือเอกชนที่รับเก็บ ขนถ่าย และ
กำจดั มูลฝอย

64

ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๒๗

“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอกาํ หนด การใชประโยชนท่ดี นิ ”

กฎ ระเบียบท่ีเกี่ยวขอ้ ง
พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550
หมวด 3 การจดั การส่ิงปฏิกลู และมูลฝอย
มาตรา 18 การเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรอื มลู ฝอยในเขตราชการส่วนท้องถ่ินใด
ใหเ้ ปน็ อำนาจของราชการสว่ นท้องถิน่ นัน้
ในการดำเนินการตามวรรคหนง่ึ ราชการสว่ นท้องถนิ่ อาจรว่ มกับหนว่ ยงานของรัฐ หรือ
ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นดำเนินการภายใต้ข้อตกลงร่วมกันก็ได้ แต่ในกรณีจำเป็นเพื่อ
ประโยชนส์ าธารณะโดยสว่ นรวม รัฐมนตรมี อี ำนาจออกกฎกระทรวงโดยคำแนะนำของ
คณะกรรมการกำหนดหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไขในการดำเนินการร่วมกนั ได้
ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ราชการส่วนท้องถิ่นอาจมอบให้บุคคลใดดำเนินการตาม
วรรคหนึ่งแทนภายใต้การควบคุมดูแลของราชการส่วนท้องถ่ิน หรืออาจอนุญาตให้
บุคคลใดเป็นผู้ดำเนินกิจรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตาม
มาตรา 19 กไ็ ด้
บทบัญญัติตามมาตรานี้ และมาตรา 19 มิให้ใช้บังคับกับการจัดการของเสียอันตราย
ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน แต่ให้ผู้ดำเนินกิจการโรงงานที่มีของเสียอันตราย และ
ผู้ดำเนินกจิ การรบั ทำการเก็บ ขน หรือกำจัดของเสียอนั ตรายดังกล่าว แจ้งการดำเนนิ
กจิ การเปน็ หนังสอื ต่อเจา้ พนกั งานทอ้ งถ่ิน
มาตรา 19 หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดดำเนินกจิ การรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดส่งิ ปฏิกูลหรือมูลฝอย
โดยทำเปน็ ธุรกจิ หรือโดยได้รบั ประโยชน์ตอบแทนดว้ ยการคดิ ค่าบรหิ าร เวน้ แตจ่ ะได้รับ
ใบอนญุ าตจากเจา้ พนักงานทอ้ งถ่ิน
พระราชบัญญตั ริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรียบร้อยของบ้านเมือง
พ.ศ. 2535 ซงึ่ แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดย ฉบบั ท่ี 2 พ.ศ. 2560
• ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรอื่ ง การจดั การมูลฝอย พ.ศ. 2560

หมวด 2 การเก็บ ขน และกำจัดมลู ฝอย

๑๒๘

ดานการผังเมอื ง

ขอ้ 6 การเกบ็ ขน และกำจดั มูลฝอยให้ดำเนนิ การตามความในหมวดน้ี และในกรณี
ที่มีกฎหมาย กฎ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือมาตรฐานไว้เป็นการเฉพาะ
ราชการส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือ
มาตรฐานนนั้ ดว้ ย
ข้อ 11 เพื่อประโยชน์ในการกำจัดมูลฝอย ให้คัดแยกมูลฝอยที่จัดเก็บได้ออกเป็น
มูลฝอยที่ย่อยสลายง่าย มูลฝอยที่ย่อยสลายยาก และมูลฝอยที่ไม่ย่อยสลาย ก่อน
นำไปกำจดั ท้งั นี้ การกำจัดให้ทำตามความเหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพและ
คุณสมบัติของมูลฝอยนั้น หรือสอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม และระมัดระวังให้
เกดิ ผลกระทบตอ่ ประชาชน ชุมชน และส่ิงแวดล้อมน้อยทีส่ ดุ
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ราชการส่วนท้องถิ่นส่งเสริมและสนับสนุนให้
ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมและสามารถพึ่งพาตนเองในการกำจัดมูลฝอย
ณ แหล่งกำเนิด
ข้อ 12 การกำจัดมูลฝอย ใหด้ ำเนินการตามวิธกี ารหน่งึ หรือหลายวธิ ี ดังนี้
(1) การฝงั กลบอย่างถูกหลกั สขุ าภิบาล
(2) การหมกั ทำปุ๋ยหรอื กา๊ ซชีวภาพ
(3) การกำจดั ด้วยพลงั งานความรอ้ น
(4) การแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิงหรือพลังงาน
(5) วิธีอื่นตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด หรือคณะกรรมการจังหวัดอาจให้

คำแนะนำราชการส่วนท้องถนิ่ ตามท่เี ห็นสมควร

พระราชบัญญัตสิ ง่ เสรมิ และรักษาคุณภาพส่ิงแวดลอ้ ม พ.ศ. 2535
มาตรา 62 ในกรณีที่จำเป็นจะต้องจัดหาที่ดินสำหรับใช้เป็นท่ีตั้งระบบ บำบัด
น้ำเสียรวมหรือระบบกำจัดของเสียรวมสำหรับเขตควบคุมมลพิษใด แต่ไม่สามารถ
จัดหาท่ีดนิ ของรฐั ได้ ให้ดำเนนิ การจัดหาท่ีดนิ ของเอกชนเพ่ือพจิ ารณาคัดเลือกเป็นท่ีตั้ง
ในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายให้เสนอประมาณการและคำขอจัดสรร เงินงบประมาณแผ่นดิน
และเงินกองทุนในแผนปฏิบัติการระดับจังหวัด ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตาม
วรรคหนึง่ ได้ ใหก้ ำหนดท่ดี นิ ที่เหมาะสมเพ่อื เสนอต่อรัฐมนตรใี หด้ ำเนินการเวนคืนต่อไป
ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคนื อสงั หารมิ ทรพั ย์

65

ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๒๙

“ขอควรสงั เกต : การเขยี นขอ กําหนด การใชประโยชนท ่ดี ิน”

มาตรา 73 ห้ามมิให้ผู้ใดรับจ้างเป็นผู้ควบคุมหรือรบั จ้างใหบ้ ริการ บำบัดน้ำเสียหรอื
กำจดั ของเสยี เว้นแตจ่ ะได้รบั ใบอนญุ าตจากเจ้าพนักงานท้องถ่นิ
มาตรา 77 ใหส้ ่วนราชการหรือราชการสว่ นท้องถ่ินซง่ึ เปน็ ผ้จู ัดให้มรี ะบบบำบัดน้ำเสียรวม
หรอื ระบบกำจดั ของเสียรวมโดยใช้เงินงบประมาณ แผ่นดินหรือเงนิ รายได้ของราชการ
ส่วนทอ้ งถนิ่ และเงินกองทนุ ตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ มหี น้าท่ีดำเนินงานและควบคุมการ
ทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียรวมหรือ ระบบกำจัดของเสียรวมที่ส่วนราชการนั้นหรอื
ราชการส่วนท้องถ่นิ นัน้ จดั ให้มขี ้นึ
ในกรณีเชน่ ว่านี้ ส่วนราชการหรอื ราชการส่วนท้องถิ่นจะจ้างผทู้ ่ไี ดร้ บั ใบอนญุ าต รับจ้าง
ให้บริการบำบัดน้ำเสียหรือกำจัดของเสียตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นผู้ดำเนินงานและ
ควบคุมการทำงานของระบบบำบัดนำ้ เสยี รวมหรือระบบกำจัดของเสยี รวมก็ได้
มาตรา 78 การเก็บรวบรวม การขนส่ง และการจัดการดว้ ยประการใดๆ เพือ่ บำบัดและ
ขจัดขยะมูลฝอยและของเสียอื่นที่อยู่ในสภาพเป็นของแข็ง การป้องกันและควบคุม
มลพิษทีเ่ กิดจากหรือมีทม่ี าจากการทำเหมอื งแร่ท้งั บนบกและในทะเล การป้องกันและ
ควบคุมมลพิษที่เกิดจากหรือมีที่มาจากการสำรวจ และขุดเจาะน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ
และสารไฮโดรคาร์บอนทุกชนิดทั้งบนบกและในทะเล หรือการป้องกันและควบคุม
มลพิษที่เกิดจากหรือมีท่ีมาจากการปล่อยทิ้งน้ำมันและการทิ้งเทของเสียและวัตถุอืน่ ๆ
จากเรอื เดนิ ทะเล เรือบรรทกุ นำ้ มนั และเรอื ประเภทอนื่ ให้เปน็ ไปตามกฎหมายว่าด้วย
การนนั้
• ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กําหนดประเภท

และขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทํารายงาน การวิเคราะห์
ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทาง
การจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ประกาศ ณ วันที่ 24
เมษายน 2555)
กำหนดให้ โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมเฉพาะสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยโรงงานทุกขนาดจะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม โดยให้เสนอในขั้นขออนุญาตก่อสร้าง เพื่อประกอบกิจการหรือ
ขนั้ ขออนญุ าตประกอบกจิ การ แลว้ แตก่ รณี
๑๓๐

ดานการผงั เมือง

• ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกสถานที่ตั้งสำหรับ
การฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกหลักสุขาภิบาล พ.ศ. 2560 (ประกาศ ณ วันท่ี 30
พฤศจิกายน พ.ศ. 2560)
ข้อ 4 ห้ามใช้พื้นที่ดังต่อไปนี้ เป็นสถานที่ตั้งสำหรับการฝังกลบอย่างถูกหลัก
สขุ าภิบาล
(1) พื้นทล่ี ุ่มน้ำช้นั ท่ี 1 และพื้นทลี่ ุม่ นำ้ ช้นั ท่ี 2
(2) เขตอนุรักษ์
(3) พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ และระดับชาติตามที่หน่วยงาน
ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกำหนด
(4) แหล่งธรรมชาตอิ นั ควรอนรุ กั ษ์
(5) พ้ืนทเ่ี ส่ียงภัยดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลากตามท่ีกรมทรพั ยากรธรณีประกาศ
กำหนด
(6) พ้นื ท่ีหา้ มตามกฎหมายว่าด้วยการผงั เมอื ง
(7) พืน้ ทหี่ ้ามกอ่ สรา้ งโรงงานตามกฎหมายวา่ ด้วยโรงงาน
(8) พ้ืนทีห่ า้ มกอ่ สรา้ งอาคารตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคมุ อาคาร
(9) พนื้ ท่ีซ่งึ มีลักษณะกีดขวางการไหลของทางน้ำ และพืน้ ทีท่ ีม่ โี อกาสถูกน้ำกัดเซาะ
(10) พื้นที่ที่มีรอยแตกรอยเลื่อนขนาดใหญ่ตามที่กรมทรัพยากรธรณีประกาศ
กำหนด รวมทงั้ มีโพรงหนิ และพ้นื ทีท่ ่มี ีสภาพไม่มัน่ คง
ข้อ 5 สถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ต้องอยู่ห่างจากสถานที่ พื้นที่ หรือ
เขต ดังต่อไปนี้
(1) แนวเขตขอบลานบนิ ของสนามบนิ ไมน่ อ้ ยกว่า 5,000 เมตร
(2) แนวเขตที่ดินของโบราณสถาน พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 2
เขตอนุรกั ษ์ แหลง่ ธรรมชาติอันควรอนุรกั ษ์ เขตชุมชน เว้นแตใ่ นระยะท่ีชมุ ชน
ให้ความยนิ ยอม ไม่นอ้ ยกวา่ 1,000 เมตร
(3) บอ่ น้ำต้ืนและนำ้ ใต้ดนิ ของประชาชน และแหลง่ น้ำดิบของโรงผลิตนํ้าประปา
ไมน่ ้อยกว่า 700 เมตร

66

ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๓๑

“ขอ ควรสังเกต : การเขียนขอกําหนด การใชป ระโยชนทีด่ นิ ”

(4) แหล่งน้ำสาธารณะ แหล่งน้ำที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ
แหล่งน้ำธรรมชาติรอยแตกรอยเลื่อนขนาดใหญ่ตามที่กรมทรัพย ากรธรณี
ประกาศกำหนด โพรงหนิ และพ้ืนท่ที ่ีมสี ภาพไมม่ ัน่ คงไมน่ อ้ ยกว่า 100 เมตร

ข้อ 6 สถานที่ฝงั กลบอย่างถูกหลักสขุ าภิบาล ตอ้ งมลี กั ษณะดังต่อไปนี้
(1) เป็นพ้ืนท่ที มี่ ีทด่ี นิ ตอ่ เนอ่ื งผนื เดียวและมีขนาดเพยี งพอ
(2) เป็นพื้นที่ที่เมื่อออกแบบบ่อฝังกลบแล้ว ต้องมีความลึกของก้นบ่อสูงกว่า
ระดับน้ำใต้ดินสูงสุดไม่ต่ำกว่า 1 เมตร แต่หากต่ำกว่า 1 เมตร จะต้องมี
มาตรการป้องกนั การปนเปอื้ นของนำ้ ใต้ดินตามหลักสขุ าภิบาล
(3) ไม่เปน็ พื้นที่ทนี่ ้ำทว่ มถงึ โดยพจิ ารณาจากการเกิดน้ำทว่ มซำ้ ในช่วงระยะเวลา
30 ปีที่ผ่านมา เว้นแต่จะมีระบบหรือมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการพัดพา
มลู ฝอยออกไปภายนอกพื้นทฝี่ ังกลบ
(4) เป็นพื้นที่ที่ชั้นดินหรือชั้นหินตามธรรมชาติมีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอ
ท่สี ามารถรองรับนำ้ หนักและปริมาณมูลฝอยไดต้ ามหลักวศิ วกรรม

• ประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการพิจารณาความเหมาะสม
ของพื้นที่ การออกแบบก่อสร้าง และการจัดการสถานท่ีกำจัดมูลฝอยโดย
เตาเผา (ประกาศ ณ วันที่ 29 มิถุนายน 2560)
พื้นท่ีสำหรบั ใช้เป็นสถานทีก่ ำจัดมูลฝอยโดยเตาเผา ให้พจิ ารณาความเหมาะสมตาม
กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอาคาร
โรงงาน ผังเมือง พื้นที่ชุ่มน้ำ เขตอนุรักษ์ พื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่เสี่ยงภัยทางธรรมชาติ
และโบราณสถาน ในกรณีที่สถานที่กำจัดมูลฝอยโดยเตาเผาเข้าข่ายโรงไฟฟ้า
พลังงานความร้อนที่ใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิง ให้พิจารณาความเหมาะสมตาม
ประมวลหลักการปฏบิ ตั ิ (Code of Practice) ของกระทรวงพลงั งานดว้ ย

๑๓๒

ดานการผังเมอื ง

พระราชบญั ญตั ิโรงงาน พ.ศ. 2535

ลำดับโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานท่ีเกย่ี วข้องกับการกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
ได้แก่
1) โรงงานลำดับที่ 105 โรงงานประกอบกจิ การเกี่ยวกับการคัดแยก หรือฝังกลบสิ่ง

ปฏิกลู หรอื วัสดุท่ไี ม่ใชแ่ ล้ว ลักษณะของกจิ การ ไดแ้ ก่
(1) โรงงานคัดแยกของเสีย: เป็นการแบ่งแยกของเสีย โดยของเสียที่สามารถ

ใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ ะถูกสง่ ไปยงั โรงงานต่าง ๆ เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์อีก และ
จดั การส่วนที่เหลอื จากการคดั แยกอย่างถกู ต้องตอ่ ไป
(2) โรงงานฝังกลบของเสีย: เป็นการนำของเสียไปฝังกลบในหลุมฝังกลบซึ่งแบ่ง
ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ หลุมฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล (Sanitary
Landfill) และหลุมฝังกลบอย่างปลอดภยั (Secure Landfill)
2) โรงงานลำดับที่ 106 โรงงานประกอบกิจการเกีย่ วกับการนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียจากโรงงานมาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภณั ฑ์ใหม่โดยผ่าน
กรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรม เช่น 1) ทำสีน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จาก
น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว (Waste Oil Refining) 2) สกัดแยกผลิตภัณฑ์ปโตรเลียมจาก
กากหรือตะกอนน้ำมันดิบ (Waste Oil Separation) 3) สกัดแยกโลหะมีค่า
(Precious Metals Recovery) 4) กล่ันตัวทำละลายใช้งานแลว้ กลบั มาใช้ใหม่ (Solvents
Recovery) 5) ทำเชื้อเพลิงทดแทน (Fuel Substitution) 6) ทำเชื้อเพลิงผสม (Fuel
Blending) 7) ซ่อมหรือล้างบรรจุภัณฑ์ 8) คืนสภาพกรดหรือด่าง (Acid/Base
Regeneration) 9) คืนสภาพถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon Regeneration)
10) ผลิตเคมีภัณฑ์สารเคมีซึ่งมีการนำเคมีภัณฑ์ หรือสารเคมีที่ใช้งานแล้ว หรือ
เสอ่ื มสภาพมาเปน็ วัตถดุ บิ ในการผลิต 11) ซอ่ มแซม ปรับปรงุ บดย่อยเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า
และอปุ กรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์ บดหรือลา้ งผลิตภัณฑ์แก้ว

67

ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๓๓

“ขอควรสังเกต : การเขียนขอ กําหนด การใชป ระโยชนทดี่ นิ ”

3) โรงงานลำดับที่ 101 โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวม (Central Waste
Treatment Plant) ลกั ษณะของกิจการ ไดแ้ ก่
(1) โรงงานบำบัดน้ำเสียรวม: เปน็ การลด/กำจัด/บำบัด มลพิษท่ีมอี ยใู่ นน้ำเสียและ
นำกากตะกอนไปกำจดั อยา่ งวิธตี ่อไป
(2) โรงงานเผาของเสียรวม (เตาเผาเฉพาะ/เตาเผารว่ ม): เป็นการบำบดั ของเสียโดย
การใช้ความร้อนเพื่อทำลายมลพิษและลดความเป็นอันตรายของสารบางอย่าง
โดยมรี ะบบบำบดั มลพษิ อากาศและจัดการเถา้ ทเ่ี กิดข้นึ อยา่ งถูกต้อง

4) โรงงานลำดบั ท่ี 43 โรงงานประกอบกจิ การเก่ียวกับป๋ยุ หรอื สารปอ้ งกันหรือกำจัด
ศัตรพู ืช หรือสตั ว์ (Pesticides) อยา่ งใดอยา่ งหนึ่งหรอื หลายอยา่ ง

5) โรงงานลำดับท่ี 88 โรงงานผลิต สง่ หรอื จำหน่าย พลังงานไฟฟ้า (โรงไฟฟ้าพลังงาน
ความร้อนท่ีใชข้ ยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิง)
มติคณะกรรมการผังเมอื ง/ คณะอนกุ รรมการผังเมอื งทเ่ี กี่ยวขอ้ ง

ข้อควรสงั เกตในการเขยี นข้อกำหนด
1. ข้อกำหนดในเรื่องเกี่ยวกับที่ตั้งกิจกรรมการกำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล ควร

พิจารณาให้สอดคล้องกับกฎ ระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งได้มีการ
ประกาศใช้บังคับ รวมทั้งเกณฑ์มาตรฐานที่จัดทำไว้เป็นแนวทาง ซึ่งยังไม่มีการใช้
บงั คบั เปน็ กฎหมาย
2. หากอนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมการกำจดั มูลฝอยหรือสิง่ ปฏกิ ลู ได้ ควรตรวจสอบกบั
ลำดับโรงงานอุตสาหกรรมตามบัญชีแนบท้ายท่ีเกี่ยวเน่ือง ให้สามารถดำเนินการได้
โดยไมข่ ัดแยง้ และมีความตอ่ เนอื่ งครบวงจร

๑๓๔

ดา นการผังเมอื ง

ตวั อย่างกิจกรรมประเภทกำจัดมูลฝอยหรอื ส่งิ ปฏิกลู

แผนภมู แิ สดงการจดั การขยะมลู ฝอย
(องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ลำปาง)

(ทีม่ า: เอกสารโครงการกอ่ สรา้ งระบบกำจดั ขยะมูลฝอย อบจ.ลำปาง (พื้นทกี่ ลมุ่ ที่ 2)

68

ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๓๕

“ขอ ควรสงั เกต : การเขยี นขอ กําหนด การใชประโยชนท ี่ดนิ ”

ศูนย์จัดการขยะมลู ฝอยรวมแบบครบวงจร อำเภอเมือง จงั หวดั ลำปาง พนื้ ท่ปี ระมาณ 450
ไร่

อาคารคดั แยกขยะ (โรงงานลำดบั ท่ี 105)

ขยะที่สามารถรีไซเคิล อัดเปน็ กอ้ นรอจำหนา่ ย ขยะที่ไม่สามารถรไี ซเคิล
(โรงงานลำดบั ท่ี 105) แปรรูปเป็นแท่งเชื้อเพลงิ

๑๓๖

ดานการผังเมอื ง

ขยะอินทรยี ์ เข้าสรู่ ะบบหมักปุ๋ยชวี ภาพ โรงผงึ่ และ
บรรจถุ ุงรอจำหน่าย (โรงงานลำดบั ที่ 43)

บอ่ ฝงั กลบขยะ (โรงงานลำดบั ท่ี 105) บ่อบำบัดน้ำเสยี รวม (โรงงานลำดบั ที่ 101)

69

ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๓๗

“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอกําหนด การใชประโยชนที่ดนิ ” (ท่ีมา
(ทีม่
กำจดั วตักถำจุอดันวตตัราถยอุ นั ตราย

คำจำกัดควคาำมจขำกอัดงกคิจวกามรรขมองกจิ กรรม
มาตรา 4 ใมนาพตรระาร4าชใบนญั พญระัตรินา้ีชวบตั ญัถุอญันตั ตนิ รี้ าวยัตถหอุ มันาตยรคาวยามหวมา่ าวยัตคถวุดามังตวอ่าไวปตั นถี้ ดุ ังตอ่ ไปนี้
(1) วัตถรุ ะ(เ1บ)ดิ วไดัต้ถุระเบิดได้
(2) วตั ถุไวไ(ฟ2) วัตถุไวไฟ
(3) วัตถอุ อ(ก3ซ) ไิวดตั ซถ์แุอลอะกวซัตไิ ถดเุ ซป์แอลระ์อวอตั กถไุเซปดอ์ รอ์ อกไซด์
(4) วตั ถุมพี (4ิษ) วตั ถมุ พี ษิ
(5) วตั ถทุ ท่ี (5ำใ)หวเ้ ตักถดิ ทุโรีท่ คำใหเ้ กิดโรค
(6) วตั ถกุ มั (ม6ัน) ตวัตรงัถสุกี มั มันตรงั สี
(7) วตั ถุท่กี (่อ7ใ)หวเ้ตั กถดิ ทุ กกี่า่อรเใปหลเ้ ก่ยี ิดนกแาปรลเปงทลาย่ี งนพแนั ปธลกุ งรทรามงพนั ธกุ รรม
(8) วัตถุกดั (ก8ร)อ่ วนัตถกุ ัดกร่อน
(9) วัตถุที่ก(อ่9ใ)หว้เตั กถดิ ทุ ก่กีา่อรรใหะค้เกาิดยกเคาือรรงะคายเคอื ง
(10) วัตถุอ(1ย0่า)งวอัตื่นถุไอมย่ว่า่างจอะื่นเปไม็น่วเค่ามจีภะเัณปฑ็น์หเครมือีภสัณิ่งอฑื่น์หใรดือทสีิ่องอาืจ่นทใดำใทหี่อ้เกาิดจอทันำใตหร้เากยิดอันตราย

แกบ่ ุคคล สแัตกว่บ์ พคุ คืชลทสรัตพวย์ ์ พหชืรอื ทสริ่งพั แยว์ดหลร้ออื มสิ่งแวดลอ้ ม
มาตรา 18มาแตบร่งาวั1ต8ถุอแันบต่งรวาัตยถทุอี่กันาตรรผาลยิตทกี่กาารรนผำลเิตข้ากากรานรำสเ่งขอ้าอกาหรรสือ่งอกอารกมหีไวร้ืใอนการมีไว้ใน
ครอบครองคอรออกบตคารมอคงวอาอมกจตำาเมปค็นวแากมก่ จาำรเคปวน็ บแคกมุ ่กาดรังคนวี้ บคุม ดงั น้ี
(1) วัตถุอัน(1ต)ราวยัตชถนุอิดนั ทต่ีร1าย: ชตน้อดิงปทฏ่ี 1บิ :ตั ติ อ้ามงปหฏลกับิ เตั กติ ณามฑหแ์ ลกัะวเกธิ ณีกาฑร์แทลี่กะำวหธิ นกี ดารทกี่ ำหนด
(2) วัตถุอัน(2ต)รวาัยตชถนุอัินดทต่ีร2าย:ชตน้อิดงทแี่จ2้งใ:หต้พ้อนงักแงจา้งนใหเจ้พ้านหักนง้าาทนี่ทเจร้าหบนก้า่อทนี่ทแรลาะบตก้อ่องปนแฏลิบะัตติ ้องปฏิบัติ

ตามหลักเกตณาฑมห์แลักะวเกิธณกี าฑร์แทลก่ี ะำวหิธนีกดาดรทว้ ยก่ี ำหนดด้วย
(3) วตั ถอุ ัน(3ต)ราวยตั ชถนอุ ดิันทต่ีร3าย: ชตน้อิดงรทับ่ี 3ใบ:อตนอ้ ุญงราับตใบอนุญาต
(4) วตั ถุอนั(4ต)ราวยัตชถนอุ ิดันทต่ีร4าย:ชหน้าดิมทม่ีใิ 4หม้ : กี หา้ารมผมลใิ ิตห้มกกี าารรนผำลเขติ ้ากกาารรนสำ่งเอขอา้ กกหารรสอื ่งกอาอรกมีไหวร้ในอื การมีไว้ใน

ครอบครองครอบครอง
(อา้ งองิ : พร(อะ้ารงาอชงิ บ:ญั พญระตั รวิ าตั ชถบอุ ัญันญตรัตาวิ ยัตถพุอ.ศัน.ต2ร5า3ย5พ) .ศ. 2535)
“สิ่งปฏิกูล“หสริ่งือปวฏัสิกดูลุทหี่ไมรือ่ใชว้แัสลด้วทุ ”ี่ไมค่ใือช้แสลิ่ง้วขอ”งคทือี่ไมส่ใิ่งชข้แอลง้วทหี่ไรมือ่ใขชอ้แงลเ้วสหียรทือั้งขหอมงดเสทียี่เกทิดั้งขหึ้นมดที่เกิดขึน้
จากการปรจะากกอกบากริจปกราะรกโอรบงงกาจิ นการรวโมรถงงึ ขานองรเสวียมจถางึ กขวอตังเถสดุ ียิบจาขกอวงตั เสถียดุ ทบิ ่ีเกขดิอขงเ้นึ สใียนท่เี กิดข้ึนใน

๑๓๘ 70 70


Click to View FlipBook Version