ดา นการผงั เมอื ง
(ทมี่ า: https://news(.ทthี่มaาi:phbtst.posr.:t/h/n/ceownst.ethnati/p2b7s2.4o2r.7th) /content/272427)
(ท่ีมา: http://www.g(ทroม่ี wา:grhetetpn:e//nwviwrown.mgreonwtg.creoemn/e)nvironment.com/)
ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๓๙
“ขอควรสังเกต : การเขยี นขอ กาํ หนด การใชป ระโยชนทดี่ ิน”
กระบวนการผลิต ของเสียที่เป็นผลิตภัณฑ์เสื่อมคุณภาพ และนํ้าทิ้งที่มีองค์ประกอบ
หรือมคี ุณลกั ษณะทเ่ี ป็นอันตราย
“ของเสียอันตราย” คือ สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่มีองค์ประกอบหรือปนเปื้อน
สารอันตราย หรือมีคุณสมบัติที่เป็นอันตราย ตามที่กำหนดในภาคผนวกที่ 2
ท้ายประกาศน้ี
(ภาคผนวกท่ี 2 ลกั ษณะและคุณสมบัตขิ องส่งิ ปฏิกูลหรอื วัสดุทีไ่ มใ่ ช้แล้ว ที่เป็นของเสีย
อนั ตราย ไดแ้ ก่
(1) ส่งิ ปฏกิ ูลหรอื วัสดุท่ไี มใ่ ชแ้ ลว้ ประเภทสารไวไฟ (Ignitable substances)
(2) ส่งิ ปฏิกลู หรือวสั ดุท่ไี ม่ใช้แล้วประเภทสารกัดกรอ่ น (Corrosive substances)
(3) สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วประเภทสารที่เกิดปฏิกิริยาได้ง่าย (Reactive
substances)
(4) ส่งิ ปฏิกลู หรือวัสดทุ ีไ่ ม่ใช้แลว้ ประเภทสารพิษ (Toxic substances)
(5) สง่ิ ปฏกิ ูลหรือวสั ดทุ ไ่ี ม่ใชแ้ ลว้ ที่มีองคป์ ระกอบของสงิ่ เจอื ปนทกี่ ำหนดไว้ ดังนี้
(5.1) องค์ประกอบของสารอนินทรีย์อันตรายและสารอินทรีย์อันตรายในหน่วย
มิลลิกรัมของสารต่อหนึ่งกิโลกรัมของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (Total
Concentration) มีค่าเท่ากับหรือมากกว่าค่า Total Threshold Limit
Concentration (TTLC)
(5.2) สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เมื่อนำมาสกัดด้วยวิธี Waste Extraction
Test (WET) มีองค์ประกอบของสารอนินทรีย์อันตรายและสารอินทรีย์
อันตรายในหน่วยมิลลิกรัมของสารต่อลิตรของน้ำสกัด (mg/L) เท่ากับหรือ
มากกว่าค่า Soluble Threshold Limit Concentration (STLC)
“การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว” คือ การบำบัด ทำลายฤทธิ์ ทิ้ง กำจัด
จำหน่ายจ่ายแจก แลกเปลี่ยน หรือนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ในรูปแบบต่างๆ รวมถึง
การกักเกบ็ ไวเ้ พือ่ ทำการดังกล่าว
“ผกู้ อ่ กำเนิดส่งิ ปฏกิ ูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว” หมายความว่า ผู้ประกอบกิจการโรงงาน
ทก่ี อใหเ้ กดิ และมสี งิ่ ปฏิกลู หรือวัสดุทไ่ี มใ่ ช้แลว้ ไว้ในครอบครอง
71
๑๔๐
ดานการผงั เมอื ง
“ผู้รวบรวมและขนส่ง” หมายความว่า ผู้ท่ีสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วไว้ใน
ครอบครองเพื่อการขนส่ง และผู้มีไว้ในครอบครองสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วใน
สถานที่เก็บรวบรวม หรือขนถ่ายสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามประกาศกระทรวง
อุตสาหกรรม เร่ือง ระบบเอกสารกำกบั การขนส่งของเสียอันตราย พ.ศ. 2547
“ผู้บำบดั และกำจดั สิง่ ปฏิกูลหรือวสั ดุที่ไม่ใช้แล้ว” หมายความวา่ ผู้ประกอบกิจการ
โรงงานที่มีสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วไว้ในครอบครองตามประกาศกระทรวง
อุตสาหกรรม เรื่อง ระบบเอกสาร กำกับการขนส่งของเสียอันตราย พ.ศ. 2547 และ
โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการคัดแยกหรือฝังกลบ สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
ตามประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 105
(อ้างองิ : ประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิง่ ปฏิกูลและวัสดุไม่ใช้แล้ว
พ.ศ. 2548)
วัตถปุ ระสงคข์ องกจิ กรรม
เพื่อจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่มีองค์ประกอบหรือปนเปื้อนสารอันตราย
หรือมีคณุ สมบตั ิท่ีเปน็ อันตราย ท่เี กิดขึน้ จากการประกอบกิจการโรงงาน รวมถงึ ของเสยี
จากวัตถุดิบ ของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ของเสียที่เป็นผลิตภัณฑ์เสื่อม
คณุ ภาพ และน้ำทงิ้ ทีม่ ีองค์ประกอบหรือมีคุณลักษณะท่ีเป็นอันตราย
การจัดการของเสยี อนั ตรายจากชุมชน
ในปจั จบุ ันแนวทางการกำจดั ของเสยี อนั ตรายจากชมุ ชนมีหลายวิธี ไดแ้ ก่
1) การคัดแยกเพื่อนำกลับไปใช้ใหม่ (Reuse/Reclaim) เป็นการกำจัดของเสีย
อันตรายบางประเภทที่สามารถรีไซเคิลวัสดุมาใช้ในกระบวนการผลิตได้ เช่น
แบตเตอรีร่ ถยนต์ หลอดฟลอู อเรสเซนต์ เปน็ ต้น
71
ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๔๑
“ขอ ควรสังเกต : การเขียนขอ กาํ หนด การใชประโยชนท ีด่ ิน”
2) การปรับเสถียร/ฝังกลบ (Stabilization/Secure Landfill) เหมาะสำหรับของเสีย
อันตรายที่เป็นของแข็งหรือกากตะกอน เช่น กรดและด่าง ของแข็งปนเปื้อน
โลหะหนักถ่านไฟฉาย สารเคมีที่เป็นพิษต่าง ๆ เช่น ผงซักฟอก ยา และ
เคร่อื งสำอางทห่ี มดอายุ เปน็ ต้น
3) การผสมของเสียเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง (Fuel blending) เป็นการกำจัดสารเคมี
ประเภทน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว รวมทั้งของเสียอินทรีย์ สารท่ี
สามารถติดไฟได้ เชน่ กาว สี ตัวทำละลาย เปน็ ตน้
4) การกำจัดโดยระบบเตาเผา (Incineration) เหมาะสำหรับของเสียอันตรายที่
ไม่สามารถกำจดั ได้ด้วยวิธีการปรับเสถียรและฝังกลบได้ ของเสียท่ีนำมาเผาตอ้ งมี
ค่าความรอ้ นคอ่ นขา้ งสูง เช่น นำ้ มนั หล่อลืน่ ใชแ้ ลว้ ตวั ทำละลาย สารกำจดั ศัตรูพืช
(รวมทั้งภาชนะปนเปอ้ื น) เป็นต้น
5) ของเสียทตี่ อ้ งใชค้ วามชำนาญเฉพาะด้านในการกำจดั หรอื กำจัดโดยวธิ ีพเิ ศษ ไดแ้ ก่
วตั ถุระเบิด สารกมั มนั ตรังสี ของเสียตดิ เชือ้ จากโรงพยาบาล เป็นตน้
(อ้างอิง: http://www.pcd.go.th/info_serv/haz_community.html, กรมควบคุม
มลพิษ)
การบำบดั ของเสยี ท่ีเปน็ อนั ตราย
การบำบดั ของเสยี ที่เป็นอนั ตราย หมายถึง การเปล่ียนแปลงลกั ษณะทางกายภาพ หรือ
ทางเคมีของของเสีย หรือสารพิษที่เจือปนอยู่ในของเสีย เช่น ลดปริมาตรให้น้อยหรือ
หมดความเป็นพิษ หรือมีความเป็นพิษน้อยลง หรืออยู่ในลักษณะที่ไม่สามารถแสดง
ความเปน็ พษิ ออกมาได้ เพ่ือสะดวกต่อการกำจัดทำลายในขั้นตอ่ ไป การบำบัดของเสีย
สามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่
1) ทำให้เป็นก้อน โดยนำของเสียมาผสมกับซีเมนต์ หรือคอนกรีต ทำให้เป็นก้อน
หรือนำมาเก็บในภาชนะ และห้มุ ดว้ ยซเี มนต์ หรือคอนกรีต ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้ของเสยี ถกู
ชะล้างหลุดออกมาได้ วิธีนี้ส่วนใหญ่ใช้กับของเสียที่มีลักษณะเป็นของแข็ง หรือ
กึ่งของแข็ง เช่น กากตะกอนของของเสียที่มีสารโลหะหนักเจือปนอยู่ ตัวอย่าง
ของเสยี ท่ีนยิ มบำบดั ดว้ ยวธิ ีนี้ ได้แก่
72
๑๔๒
ดา นการผังเมอื ง
ก. ของเสียที่มีสารปรอทเจือปน เช่น ซากหลอดฟลูออเรสเซนซ์ ให้นำมาบดให้มี
ขนาดเล็กลง แล้วเติมสารละลายของโซเดยี มซัลไฟด์ เพอื่ ใหไ้ ดส้ ารประกอบของ
ปรอทที่คงตัว จากนั้นจึงนำไปผสมกับซีเมนต์ หล่อให้เป็นก้อน นำเก็บรวมไว้
หรอื ไปฝังดิน
ข. ของเสียที่มีสารแมงกานีสเจือปน เช่น ซากแบตเตอรี่ ซากถ่านไฟฉาย ให้นำมา
บดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเติมสารละลายด่าง เช่น ปูนขาว ผสมให้เข้ากัน จากน้ัน
นำไปผสมกบั ซีเมนตท์ ำให้เปน็ ก้อน
2) ทำให้แห้ง โดยการนำมาผึ่ง กรอง ปั่น หรือบีบเอาน้ำออก วิธีนี้เป็นการทำให้
ปริมาตรของเสียลดลง นิยมใช้สำหรับการบำบัดของเสียที่มีลักษณะกึ่งของแข็ง
หรือกากตะกอน เชน่ กากตะกอนจากระบบบำบดั น้ำเสยี
3) ทำให้เป็นกลาง ของเสียทมี่ ฤี ทธ์เิ ป็นกรดจะสามารถกดั กร่อนวสั ดุตา่ ง ๆ ได้ จึงต้อง
ทำใหม้ ฤี ทธเ์ิ ปน็ กลาง โดยการเตมิ ดา่ งลงไป ในทำนองเดยี วกนั ของเสียท่ีมีฤทธ์ิเป็น
ด่างจะเติมกรดลงไป เพ่ือทำใหม้ ฤี ทธิ์เปน็ กลาง
4) ใช้สารเคมที ำลายฤทธิ์ โดยการเติมสารเคมี เพ่อื ให้ทำปฏกิ ิริยาทางเคมีกับสารพิษ
เจือปนอยู่ในของเสีย เพื่อทำให้สารพิษนั้นอยู่ในรูปของสารประกอบอื่น ๆ
ซ่ึงไมเ่ ป็นพษิ ตัวอยา่ งเชน่ ของเสียจำพวกยาฆา่ แมลง ยากำจดั วัชพืช และยากำจัด
เชือ้ รา จะใช้สารละลายด่าง เชน่ ปนู ขาว เพอ่ื ทำลายฤทธ์ขิ องตัวยาแต่ละชนดิ
5) ใช้สารเคมีทำให้ตกตะกอน โดยการเติมสารเคมี เพื่อทำให้สารที่เจือปนอยู่ใน
ของเสีย ซึ่งอยู่ในรูปของสารละลายแยกตัว และตกตะกอนออกมา สารเคมีที่นิยม
ใช้ในการตกตะกอน ได้แก่ ปูนขาว
6) ใช้ขบวนการชีววิทยา เป็นการบำบัดของเสีย เพื่อลดปริมาณของเสีย ที่สามารถ
กำจัดได้ด้วยจุลินทรีย์ เช่น สารอินทรีย์ต่าง ๆ โดยจุลินทรีย์จะทำการย่อยสลาย
และเปลี่ยนสารอินทรีย์ต่าง ๆ ไปเป็นก๊าซ และได้เซลล์ของจุลินทรีย์เพ่ิมมากข้ึน
หรอื โดยการใช้เอนไซม์ที่จลุ ินทรยี ผ์ ลิตข้นึ ในการยอ่ ยสลายสารตา่ ง ๆ
72
ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๔๓
“ขอ ควรสังเกต : การเขยี นขอ กาํ หนด การใชประโยชนท ่ดี ิน”
7) ใช้เตาเผา เตาเผาที่ใช้เผาของเสียที่เป็นอันตราย จะต้องเป็นเตาเผาที่มีอุณหภูมิ 73
การเผาสงู และมีระบบควบคุมสารมลพิษ ท่เี กดิ จากการเผาด้วย เชน่ ระบบดักฝุ่น
และก๊าซ ระบบบำบัดน้ำเสีย วิธีนี้นิยมใช้บำบัดของเสีย จำพวกกากน้ำมัน และ
ของเสียอนื่ ๆ ท่มี ีสารอันตรายเจือปนอยู่ในปริมาณไม่สงู มากนัก ตลอดจนของเสีย
ท่ผี า่ นการทำลายฤทธิม์ าบ้างแลว้
การนำของเสียกลับมาใชป้ ระโยชน์
การนำของเสียมาใชป้ ระโยชน์ สามารถทำไดห้ ลายลกั ษณะ
1) คัดแยกนำกลับมาใช้ใหม่ โดยผ่านกรรมวิธีบางอย่าง เช่น ตกตะกอน กล่ัน
แยกด้วยไฟฟ้าในสารตัวทำละลาย ใช้สารเคมีทำปฏิกิริยา ของเสียที่นิยมคัดแยก
นำกลับมาใช้ใหม่ ได้แก่ กากน้ำมัน สารตัวทำละลายใช้แล้ว สารตัวเร่งปฏิกิริยาท่ี
ใชแ้ ลว้ และของเสียท่มี โี ลหะหนกั เจือปน เป็นต้น
2) นำไปใช้เป็นวัตถดุ ิบในขบวนการผลิตอืน่
3) แปรสภาพของเสยี ไปใช้ประโยชน์ในรูปพลงั งาน เช่น นำของเสียไปเผา เพื่อนำ
ความรอ้ นไปใชป้ ระโยชน์
การกำจดั ของเสยี ท่ีเปน็ อันตรายในขนั้ สดุ ทา้ ย
การกำจัดของเสียที่เป็นอันตรายในขั้นสุดท้าย หมายถึง การทำให้ของเสียนั้นหมดไป
โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพอนามัย และความปลอดภัยของมนุษย์และ
สง่ิ แวดลอ้ ม ซ่งึ เปน็ ข้ันตอนสดุ ท้ายของระบบการจัดการของเสีย วิธีการกำจดั ของเสียที่
เปน็ อนั ตรายท่ีนยิ มใช้ ได้แก่
1) ฝังดิน คือ การนำของเสียไปฝังในบ่อดินที่ขุดเตรียมไว้ ต้องบุก้นบ่อและผนัง
โดยรอบ ด้วยวัสดุกันซึม เช่น ดินเหนียว หรือแผ่นพลาสติก เพื่อป้องกันไม่ให้
ของเสีย หรอื นำ้ เสีย จากของเสียไหลซึมออกไปปนเป้อื นภายนอก โดยท่กี น้ บ่อจะมี
ทอ่ รับนำ้ เสีย เพอ่ื นำไปบำบดั ด้วย และเม่อื ฝงั ของเสยี จนเตม็ บ่อแล้ว จะตอ้ งปิดบ่อ
ดว้ ยแผน่ พลาสตกิ หรือดนิ เหนยี วด้วย
2) ทิ้งทะเล โดยบรรจุของเสียใส่ภาชนะที่ปิดมิดชิด ป้องกันการรั่วไหลของของเสีย
แล้วนำไปทิ้งในทะเลลึก ไม่น้อยกว่า 2,000 - 4,000 เมตร ให้ภาชนะที่บรรจุ
ของเสียนั้น วางอยู่บนชั้นดิน หรือชั้นทรายของทะเล หรือให้ภาชนะนั้น ฝังลงใน
ช้นั ดิน หรือชั้นทรายของทะเล ที่มีความหนาไมน่ ้อยกว่า 10 - 30 เมตร
๑๔๔
ดา นการผงั เมือง
3) ปล่อยให้ซึมในชั้นดิน โดยอัดฉีดของเสียลงในบ่อที่มีระดับความลึกกว่าระดับน้ำ
ใต้ดิน และน้ำบาดาล เพื่อให้ของเสียนั้นซึม และกระจายอยู่ในชั้นดิน โดยไม่มี
ผลกระทบต่อน้ำใตด้ นิ
(อ้างอิง: การจัดการของเสียทเ่ี ป็นอันตราย, สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯ 17 เรื่องที่ 5
ของเสียท่ีเปน็ อันตราย)
ผลกระทบทอี่ าจเกดิ ขึ้นจากกจิ กรรม
ผลกระทบจากการจัดการขยะอันตรายไมถ่ กู วธิ ี
1. ความเสย่ี งตอ่ การเกิดโรค การไดร้ บั สารอันตรายบางชนิดเขา้ ไปในร่างกาย อาจทำ
ให้เจบ็ ปว่ ยเป็นโรคตา่ ง ๆ จนอาจถงึ ตายได้
2. ผลกระทบต่อระบบนเิ วศ หากสารอันตรายซึมหรือไหลลงสู่พื้นดิน หรือแหล่งนำ้
จะไปสะสมในห่วงโซ่อาหาร เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและพืชผัก เมื่อเรานำไป
บริโภคจะไดร้ บั สารน้ันเข้าสรู่ ่างกายเหมือนเรากนิ ยาพษิ เข้าไปอยา่ งช้า ๆ
3. ผลเสียหายต่อทรัพย์สินและสังคม สารอันตรายบางชนิดนอกจากทำให้เกิดโรค
ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแล้ว อาจทำให้เกิดไฟไหม้ เกิดการ
กัดกร่อนเสียหายของวัสดุ เกิดความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ทำให้ต้องเสีย
คา่ ใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสภาพแวดลอ้ มและทรัพย์สนิ อีกดว้ ย
ตัวอยา่ งขยะอนั ตรายและอาการเจบ็ ป่วยเมื่อสารพิษเขา้ สู่ร่างกาย
1. แมงกานีส (จากถ่านไฟฉาย กระป๋องสี เป็นต้น) เมื่อสารพิษเข้าสู่ร่างกายทำให้
ปวดศีรษะ ง่วงนอน อ่อนเพลยี ซมึ เศรา้ ประสาทหลอน เกิดตะครวิ กนิ ทแี่ ขน ขา
2. ปรอท (จากหลอดฟลูออเรสเซนต์ สารฆา่ แมลง ถา่ นกระดมุ เป็นต้น) เมื่อสารพิษ
เข้าสู่ร่างกายเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง เหงือกบวม อักเสบ เลือดออกง่าย
กล้ามเนื้อกระตกุ หงดุ หงิด โมโหงา่ ย
3. ตะกั่ว (จากแบตเตอรี่รถ สารฆ่าแมลง กระป๋องสี เป็นต้น) เม่ือสารพิษเข้าสู่
ร่างกายทำใหป้ วดศีรษะ อ่อนเพลยี ตัวซดี ปวดเมือ่ ยกล้ามเนือ้ ความจำเสือ่ ม
73
ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๔๕
“ขอควรสังเกต : การเขยี นขอ กาํ หนด การใชประโยชนท ่ีดิน”
4. สารพิษอนื่ ๆ (จากสเปรย์ น้ำยายอ้ มผม นำ้ ยาทาเล็บ เครอ่ื งสำอางหมดอายุ เปน็ ตน้ ) 74
เมื่อสารพิษเข้าสู่ร่างกายเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง คัน หรือเห่อ บวม
ปวดศรี ษะ หายใจขดั เปน็ ลม
(อา้ งองิ : ค่มู อื การคดั แยกขยะอันตรายสำหรับเยาวชน, กรงุ เทพมหานคร)
กฎ ระเบียบที่เก่ยี วข้อง
การจัดการของเสยี อันตรายภายในประเทศ
พระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2550
หมวด 3 การจัดการสิง่ ปฏิกลู และมูลฝอย
มาตรา 18 การเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรอื มลู ฝอยในเขตราชการส่วนท้องถ่ินใด
ให้เป็นอำนาจของราชการสว่ นท้องถนิ่ นน้ั
ในการดำเนินการตามวรรคหนง่ึ ราชการส่วนท้องถน่ิ อาจร่วมกับหน่วยงานของรัฐ หรือ
ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นดำเนินการภายใต้ข้อตกลงร่วมกันก็ได้ แต่ในกรณีจำเป็นเพื่อ
ประโยชน์สาธารณะโดยส่วนรวม รฐั มนตรมี อี ำนาจออกกฎกระทรวงโดยคำแนะนำของ
คณะกรรมการกำหนดหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเง่ือนไขในการดำเนินการรว่ มกันได้
ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ราชการส่วนท้องถิ่นอาจมอบให้บุคคลใดดำเนินการตาม
วรรคหนึ่งแทนภายใต้การควบคุมดูแลของราชการส่วนท้องถิ่น หรืออาจอนุญาตให้
บุคคลใดเป็นผู้ดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตาม
มาตรา 19 ก็ได้
บทบัญญัติตามมาตรานี้ และมาตรา 19 มิให้ใช้บังคับกับการจัดการของเสียอันตราย
ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน แต่ให้ผู้ดำเนินกิจการโรงงานที่มีของเสียอันตราย และ
ผู้ดำเนินกจิ การรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดของเสยี อันตรายดังกลา่ ว แจ้งการดำเนนิ
กจิ การเป็นหนังสือตอ่ เจา้ พนกั งานทอ้ งถ่ิน
มาตรา 19 ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือ
มูลฝอย โดยทำเป็นธรุ กิจหรอื โดยได้รับประโยชนต์ อบแทนดว้ ยการคดิ คา่ บริการ เวน้ แต่
จะได้รับใบอนญุ าตจากเจา้ พนักงานทอ้ งถ่นิ
๑๔๖
ดานการผงั เมอื ง
พระราชบัญญตั วิ ัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
• กฎกระทรวง พ.ศ. 2537: หลักเกณฑก์ ารพิจารณาคำขอ
ข้อ 4 จังหวัดใดมีการกำหนดเขตอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
เขตนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตประกอบ
การอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานแล้ว สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายท่ีมี
เคร่ืองจกั รตงั้ แต่ห้าสบิ แรงม้าหรอื มคี นงานตัง้ แตห่ ้าสิบคนหรือทม่ี กี ารใช้วัตถุอนั ตรายใน
การผลติ วนั ละห้ารอ้ ยกิโลกรัมข้นึ ไปตอ้ งต้ังอยใู่ นเขตดงั กล่าว แต่ถา้ เขตนั้น ๆ มีขนาดไม่
เพียงพอหรอื มสี ภาพทีไ่ ม่เหมาะสมท่ีจะใช้ในการผลิตวัตถอุ ันตราย หรือจังหวัดใดยังไม่
มีการกำหนดเขตดังกล่าว จึงจะพิจารณาให้ตั้งสถานที่ผลิตวัตถุอันตรายนอกเขต
ดังกล่าวได้
ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงลักษณะของการประกอบการ และคุณสมบัติของวัตถุอันตราย
ประกอบดว้ ย
ข้อ 5 สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและปลอดภัยแก่การ
ขนส่งวัตถุอันตราย ไม่ก่อเหตุรำคาญ มลพิษ หรือผลกระทบใดๆ ต่อแม่น้ำ ลำคลอง
แหล่งน้ำสาธารณะ หรือแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และต้องไม่อยู่ใน
บรเิ วณดังตอ่ ไปน้ี
(1) ภายในระยะ 500 เมตรจากเขตพระราชฐาน
(2) ในเขตบ้านจัดสรรหรือที่ดินจัดสรรเพื่อการพักอาศัย ตึกแถวหรือบ้านแถวเพ่ือ
การพักอาศยั หรอื อาคารชดุ พักอาศัย
(3) ในเขตศนู ย์การค้า
(4) ภายในระยะ 100 เมตรจากเขตสาธารณสถาน เชน่ โรงเรียน หรอื สถานศึกษา วัด
ต่ หรือศาสนสถาน สถานพยาบาล โบราณสถาน หรือสถานที่ทำการงานของ
หนว่ ยงานของรฐั
74
ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๔๗
“ขอ ควรสงั เกต : การเขียนขอ กําหนด การใชประโยชนทีด่ นิ ”
พระราชบญั ญัตโิ รงงาน พ.ศ. 2535
กำหนดมาตรการควบคุมโรงงานที่รับจัดการของเสีย ต้องขออนุญาตประกอบกิจการ
และปฏิบตั ติ ามเง่อื นไขทีก่ ำหนด ไดแ้ ก่
โรงงาน 101 โรงงานปรบั คณุ ภาพของเสยี รวม (Central Waste Treatment Plant)
ลกั ษณะของกจิ การ ได้แก่
1) โรงงานบำบดั น้ำเสียรวม (Waste Water Treatment Plant) : เป็นการลด/กำจัด/
บำบดั มลพษิ ที่มีอยใู่ นนำ้ เสียและนำกากตะกอนไปกำจัดอยา่ งถกู วิธตี ่อไป
2) โรงงานเผาของเสียรวม เตาเผาเฉพาะ/เตาเผาร่วม (Specific Incinerator/
Co Incinerator) : เป็นการบำบัดของเสียโดยการใช้ความร้อนเพื่อทำลายมลพิษ
และลดความเป็นอันตรายของสารบางอย่าง โดยมีระบบบำบัดมลพิษอากาศและ
จัดการเถ้าท่เี กดิ ขึ้นอย่างถูกต้อง
โรงงานลำดับท่ี 105 โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกบั การคดั แยก หรือฝังกลบสิ่งปฏิกลู
หรอื วัสดทุ ี่ไม่ใชแ่ ลว้ ลกั ษณะของกจิ การ ได้แก่
1) โรงงานคัดแยก HZW / Non-HZW โรงงานที่ใช้เครื่องจักร หรือคนงานในการ
แบง่ แยกของเสยี
2) การฝังกลบ
โรงงานลำดบั ที่ 106 โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกบั การ นำผลิตภัณฑอ์ ุตสาหกรรมท่ี
ไม่ใช้แล้วหรือของเสียจากโรงงานมาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่โดยผ่าน
กรรมวธิ ีการผลิตทางอุตสาหกรรม
กฎหมายการสง่ เสริมและรกั ษาคุณภาพส่ิงแวดล้อม
• ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม เรอ่ื ง กำหนดประเภทและ
ขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทำ
รายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม
• ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภท
ขนาด และวิธีปฏิบัติสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อ
75
๑๔๘
ดา นการผงั เมือง
ชุมชนอย่างรุนแรงฯ พ.ศ. 2553 (11 ประเภทรุนแรง) ประกาศ ณ วันที่ 31
สิงหาคม 2553
• ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภท
ขนาด และวิธีปฏิบัติสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อ
ชุมชนอย่างรุนแรงฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 ประกาศ ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน
2553
• ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่
และมาตรการคุม้ ครองสงิ่ แวดล้อม (ในทอ้ งท่ีต่างๆ)
การควบคุมการเคลอ่ื นย้ายขา้ มแดน
อนุสัญญาบาเซลฯ
ประเทศไทยได้เข้าร่วมประชุมจัดทำอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อน
ย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด (Basel Convention on the
Control of Transboundary Movements of Hazardous Wastes and their
Disposal) และขอ้ ตกลงต่าง ๆ อย่างต่อเนอื่ ง ประเทศไทยได้ให้สัตยาบัน เม่อื วันท่ี 24
พ.ย. 2540 โดยอนุสัญญามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2541 เป็นต้นมา
สาระของอนุสัญญา ได้แก่
- ลดการขนส่งเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายให้เหลือน้อยที่สุด โดยการ
จดั การท่ีเป็นมติ รตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม
- บำบัดและกำจัดของเสยี อันตรายใกล้กับแหลง่ กำเนดิ มากเท่าท่ีจะเปน็ ไปได้โดยการ
จดั การที่เป็นมติ รตอ่ ส่งิ แวดลอ้ ม
- ลดปรมิ าณการเกดิ ของเสยี อันตราย ท้งั เชิงปริมาณและความอันตราย
“ของเสียทค่ี วบคุมภายใต้อนสุ ัญญาบาเซล” ของเสียเคมวี ตั ถุ 61 รายการมีการควบคุม
ทง้ั การนำเข้าและสง่ ออก ได้แก่
- ของเสียประเภทโลหะ 19 ชนดิ (As, Pb, Hg, Cd, Batteries, E-waste ฯลฯ)
- ของเสียอนนิ ทรีย์ 6 ชนดิ (CRT, Asbestos, Fly ashes โรงไฟฟ้าฯลฯ)
- ของเสียอินทรยี ์ 20 ชนดิ (Bituminous, Waste oil, Solvent ฯลฯ)
75
ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๔๙
“ขอควรสงั เกต : การเขยี นขอกาํ หนด การใชป ระโยชนท ่ีดิน”
- ของเสยี อนนิ ทรยี /์ อนิ ทรีย์ 16 ชนิด (ของเสยี โรงพยาบาล/เภสัชกรรม/รกั ษาเนื้อไม้/
วตั ถุระเบดิ ได้ ฯลฯ)
(อ้างอิง: กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียอันตราย, พรพิมล เจริญส่ง สำนัก
จดั การกากของเสยี และสารอนั ตราย กรมควบคมุ มลพิษ)
ของเสียท่คี วบคุมภายใตก้ ฎหมายไทย
- ควบคุมทั้งการนำเข้าและส่งออก: ของเสียเคมีวัตถุ 62 รายการ (ตามอนุสัญญา
บาเซล 61 รายการ และน้ำมนั หลอ่ ลนื่ ใช้แลว้ 1 รายการ)
- ควบคุมเฉพาะการนำเข้า: เครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้แล้ว และ
ชิ้นส่วนฯ (32 ชนิด ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535) เศษพลาสติก
(ตามพระราชบญั ญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจกั รซ่ึงสินค้า
พ.ศ. 2522)
- ห้ามการนำเข้า: ซากแบตเตอรี่รถยนต์ Refuse Derived Fuel ยางรถใช้แล้ว
(ตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเขา้ มาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า
พ.ศ. 2522)
- ห้ามการนำเข้า การผลิต และการมีไว้ในครอบครอง: ถ่านไฟฉายที่มีองค์ประกอบ
ของปรอทและแคดเมียม (ตามพระราชบญั ญัติวัตถุอันตราย 2535)
(อ้างอิง: กฎหมายท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการจัดการของเสียอันตราย, พรพิมล เจริญส่ง สำนัก
จดั การกากของเสยี และสารอนั ตราย กรมควบคมุ มลพษิ )
พระราชบัญญตั ิวัตถอุ ันตราย พ.ศ. 2535
ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้นำเครื่องใช้ไฟฟ้า
และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้วที่เป็นวัตถุอันตรายเข้ามาในราชอาณาจักร
(ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2550
- เครื่องใชไ้ ฟฟ้าและอปุ กรณ์อิเล็กทรอนกิ สท์ ่ใี ชแ้ ล้ว (32 รายการ)
- ชิ้นส่วนอุปกรณห์ รือส่วนประกอบของ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ท่ี
ใช้แลว้ (31 รายการ)
- เปน็ วตั ถุอนั ตรายชนดิ ท่ี 3
76
๑๕๐
ดา นการผังเมอื ง
การใช้แล้ว หมายถึง เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์ หรือชิ้นส่วนอุปกรณ์
หรือส่วนประกอบของ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการใช้งาน
มาแล้ว แต่ยังสามารถใช้งานได้และคงรูปตามสภาพการผลิตเดิม หรือสามารถนำมา
ซอ่ มแซม ดดั แปลง หรอื ปรบั ปรงุ ให้ใช้งานได้ตามวัตถุประสงคเ์ ดิม)
การนำเข้ามี 4 ลักษณะ ดังน้ี: 1) การนำเข้าเพื่อการใช้ซ้ำ 2) การนำเข้าเพื่อการ-
ซ่อมแซม 3) การนำเข้าเพื่อการดัดแปลง หรือปรับปรุงให้ใชง้ านได้ตามวตั ถุประสงคเ์ ดิม
และ 4) การนำเข้าเพ่ือการคดั แยกหรือแปรสภาพ
กฎหมายทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั ของเสียเคมีวตั ถุ
• ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง คู่มือการเก็บรักษาสารเคมีและวัตถุ
อันตราย พ.ศ. 2550
• ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรือ่ ง บญั ชีรายช่ือวัตถอุ ันตราย พ.ศ. 2559
เกณฑก์ ารคัดเลือกพนื้ ทีจ่ ัดต้ังศูนย์กำจดั ของเสยี อนั ตรายจากชุมชน
(โครงการศกึ ษาเพ่อื จดั ตั้งศนู ย์กำจดั ของเสยี อนั ตราย กรมควบคุมมลพษิ )
เกณฑก์ ารคดั เลือก
- สภาพภูมปิ ระเทศ ความลาดชนั ไมเ่ กิน 15 %
- ลักษณะดิน มีความเหมาะสมดา้ นฐานราก และมีอัตราการซึมผ่านของนำ้ ตำ่ (ไม่เกิน
3 x 10-5 เซนติเมตรตอ่ วินาที)
- สภาพทางธรณีวิทยา ไม่มีแหล่งแร่ใต้ดิน และห่างจากรอยเลื่อน (Fault zone)
มากกวา่ 100 เมตร
- สภาพอทุ กธรณี อย่เู หนอื ระดบั นำ้ ใตด้ นิ อยา่ งนอ้ ย 1.5 เมตร
- ไม่ตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมถึง พิจารณาคาบการเกิดซ้ำในช่วง 25 ปีระยะห่างจาก
ทางหลวงสายหลกั มากกวา่ 100 เมตร และไมเ่ กิน 10 กิโลเมตร
- ขนาดทีด่ ินสามารถรองรับปรมิ าณของเสยี ได้อยา่ งน้อย 20 ปี (ประมาณ 240 ไร)่
76
ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๕๑
“ขอควรสังเกต : การเขยี นขอกําหนด การใชประโยชนที่ดิน”
เกณฑด์ ้านส่ิงแวดลอ้ ม
- ระยะห่างจากแหลง่ ชมุ ชนมากกวา่ 3 กโิ ลเมตร
- ระยะห่างจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือคลองขุดอย่างน้อย 300 เมตร และไม่อยู่ใน
บริเวณดา้ นเหนอื น้ำ
- ระยะห่างจากบ่อน้ำใตด้ นิ หรอื ระบบผลติ น้ำประปาของชมุ ชนอยา่ งน้อย 700 เมตร
- ระยะห่างจากแหล่งโบราณคดี/ประวัติศาสตร์ และปูชนียสถานอย่างน้อย
1 กโิ ลเมตร
- ระยะหา่ งจากสนามบนิ มากกวา่ 5 กิโลเมตร
- ไม่ตัง้ อย่ใู นพนื้ ท่ีลมุ่ น้ำช้นั ท่ี 1 และ 2
- ไม่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ หรือพื้นที่คุ้มครอง รวมถึงป่าชายเลน ป่าสงวน และ
ต้นน้ำลำธาร
- สอดคล้องกับกฎขอ้ บงั คับของทอ้ งถ่นิ
มติคณะกรรมการผังเมือง/ คณะอนุกรรมการผังเมอื งที่เกี่ยวขอ้ ง
ขอ้ ควรสังเกตในการเขยี นข้อกำหนด 77
1. การเขียนข้อกำหนดห้ามการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการ “กำจัดวัตถุอันตราย
ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย” จะเป็นการห้ามตามนิยามในมาตรา 4 ของ
พระราชบัญญตั ิวตั ถุอันตราย พ.ศ. 2535 ซงึ่ จะครอบคลมุ วัตถุอันตราย 10 ประเภท
ในกรณีที่ต้องการห้ามบางประเภทใหร้ ะบเุ ป็นการเฉพาะ
2. การเขียนข้อกำหนดห้ามการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการ “การกำจัดวัตถุไวไฟ
วัตถุระเบิด วัตถุมีพิษ” จะห้ามเฉพาะประเภทวัตถุอันตรายที่ระบุเท่านั้น
ไมค่ รอบคลมุ ทั้ง 10 ประเภท
3. ข้อกำหนดในเรื่องเกี่ยวกับที่ตั้งกิจกรรมการกำจัดวัตถุอันตราย ควรพิจารณาให้
สอดคล้องกับกฎ ระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งได้มีการประกาศใช้บังคับ
รวมท้งั เกณฑ์มาตรฐานทจ่ี ัดทำไวเ้ ปน็ แนวทาง ซึ่งยังไมม่ ีการใชบ้ ังคบั เปน็ กฎหมาย
๑๕๒
ดานการผังเมอื ง
ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๕๓
“ขอ ควรสังเกต : การเขียนขอกาํ หนด การใชป ระโยชนท ี่ดนิ ”
ซ้อื ขายซหื้อรขือาเกยบ็หชรือ้นิ เสกว่ ็บนชเิน้ครส่ือวงนจเักครก่ือลงจเกกั า่ รกลเกา่
คำจำกัดคควำาจมำขกอดั งคกวิจากมรขรอมงกิจกรรม
“ของเกา่ ”“ขหอมงาเยกถา่ งึ” หมายถึง (ทม่ี า: ht
ก. ทรพั ย์ทกีเ่.สทนรอพัขยายท์ แเ่ี สลนกอเปขลาี่ยนแลหกรเอื ปจลำี่ยหนนหา่ รยอืโดจยำหปนระา่ กยาโดรอยนื่ปอระยก่างาทรอรืน่ัพอยยท์ ่าีใงชท้แรลพั ้วยท์ ั้ง่ีใชน้แี ล้ว ทั้งน้ี (ทมี่ า: ht
รวมถึงของรโวบมรถาึงณขดอว้งโยบราณดว้ ย
ข. วัตถุหรขือ.สวง่ิ ตัขถอหุงทรอืี่ชำสริง่ ุดขอใงชท้แชี่ ลำว้ รุดหรใอืชเแ้ หลล้วอื ใหชร้ทือเี่ เกหิดลจอื าใกชกท้ าีเ่ กรคิดดัจแากยกาขรยคะัดจแายกกชขุมยชะนจาซกึ่งชมุ ชน ซ่ึง
ไม่รวมถึงวไมัส่รดวุทมี่ไถมึง่ใวชัส้แดลุท้วที่ไมี่เก่ใชิด้แจลา้วกทกี่เากกิดอจุตาสกากหากกรอรุตมสาทหี่กกำรหรนมดไทวี่ก้ในำหกนฎดกไรวะ้ใทนรกวฎงกระทรวง
ฉบับที่ 2 (ฉพบ.ศับ.ท2่ี 523(3พ).ศอ.อ2ก5ต3า3ม)คอวอามกตในาพมคระวราามชในบพญั รญะตัราโิ รชงบงญัานญพตั โิ.ศรง. ง2า5น35พ.ศ. 2535
“การคา้ ข“อกงเากรา่ค”้าขหอมงาเยกถ่างึ” หมายถึง
ก. ประเภกท.โบปราะณเภวทัตโถบุ รหารณือวศัติลถปุ วหัตรถือุตศาิลมปกวฎัตหถมุตาายมวก่าฎดห้วมยาโบยวรา่ ณด้วสยถโาบนราโณบรสาถณานวัตโถบุ ราณวัตถุ
และพพิ ธิ ภแัณละฑพสิพถาิธนภแัณหฑ่งสชถาตานิ แหง่ ชาติ
ข. ประเภขท.เพปชรระเพภลทอเพยชทรอพงลนอายกทเงอินง หนราือกอเญังินมณหรี ืออญั มณี
ค. ประเภคท.รถปยรนะเตภ์ตทารมถกยฎนหตมต์ าายมวก่าฎดหว้ ยมราถยยวน่าดต้ว์ ไยดร้แถกย่นรตถ์ยไนดต้แ์สกา่ รธถารยณนตะ์สราถธยานรณต์บะรริกถายรนต์บริการ
และรถยนแตลส์ ะว่ รนถบยุคนคตลส์ ว่ นบคุ คล
ง. ประเภงท.อปืน่ รๆะเเภชท่นอรื่นถจๆกั เรชยน่ านรถยจนักตร์ ไยมาเ้นรยือนตเก์ ไ่ามข้เรวอืดนเเศกษา่ เหขวลดก็ เกศรษะเดหาลษ็ก เกปรน็ ะตด้นาษ เป็นต้น
“ร้านรับซ“ื้อรข้านองรเับกซ่าื้อ”ขหอมงาเกย่าถ”ึง สหถมานยปถึรงะสกถอาบนกปิจรกะากรอทบี่ไกดิจ้รกับาใบรทอี่นไดุญ้ราับตใบใหอ้ปนรุญะากตอใบห้ประกอบ
กิจการขากยิทจกอาดรตขลาายดทแอลดะตคล้าาขดอแงลเกะ่าค้าตขาอมงพเกร่าะรตาาชมบพัญรญะรัตาิคชวบบัญคญุมกัตาิครวขบาคยุมทกอาดรตขลาายดทอดตลาด
และค้าขอแงลเกะ่าค้าพข.ศอ.งเ2ก4่า7พ4 .หศ.รือ24ส7ถ4านหปรือระสกถอาบนกปิจรกะากรอทบี่ไกดิจ้รักบาใบรทอ่ีไนดุญ้ราับตใบใหอ้ปนรุญะากตอใบห้ประกอบ
กิจการที่เปกิจ็นกอาันรตทรี่เาปย็นตอ่อันสตุขรภาายพต่อปสรุขะภเภาทพทปี่ 1ร3ะเภ(5ท)ทกี่า1ร3สะ(5ส)มกวาัตรถสุหะรสือมสวิ่งัตขถอุหงรทือีช่ สำิ่งรขดุ องที่ชำรุด
ใช้แล้วหรใือชเ้หแล้วือหใชร้ือตเาหมลปือรใะชก้ ตาาศมกปรระะทกราวศงสการธะาทรรณวงสสขุ าทธาี่ 5รณ/2ส5ขุ 38ที่เ5รื่/อ2ง5ก3ิจ8กเารรื่อทงี่เปกน็ิจการที่เปน็
อันตรายตอ่ นัสตุขรภาายพต่อสขุ ภาพ
(อ้างองิ : ค(ูม่ออืา้ สงอำิงห:รคับ่มู ผอืู้ปสรำะหกรอับบผอู้ปารชะีพกรอบั บซอื้อาขชอีพงรเกบั า่ ซ,ือ้ กขรอมงคเกวบา่ ,คกุมรมมลคพวษิบ)คุมมลพิษ)
78 78
๑๕๔
ดา นการผงั เมอื ง
นี้
ง
มา: http://carvar(iทet่มี yา.c: ohmttp/h:/o/cwa-rtvoa-rbieutyy-.ucsoemd/-ahuotwo-tpoa-rbtsu/y)-used-auto-parts/)
ร
บ
บ
ด
น
มา: http://www.s(ทahีม่ aาa: lhatit-cph:/i/awngwmwa.si.achoama/lapir-ochdiuacntg/mvieaiw.c/o1m36/9p5ro8d05u2c4t/.hvitemwl/)1369580524.html)
78
ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๕๕
“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอ กําหนด การใชประโยชนท่ดี นิ ”
วตั ถปุ ระสงค์ของกจิ กรรม
สถานที่รับซื้อ เก็บเครื่องยนต์เก่าจากต่างประเทศ หรือภายในประเทศมาดัดแปลง
แยกชิ้นส่วน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อทั้งที่เป็นการใช้งานเครื่องยนต์แบบเดิม หรือ
ดดั แปลงใช้งานในรปู แบบใหม่ เช่น เคร่อื งยนตเ์ ก่านำมาดัดแปลงเป็นเคร่ืองยนต์ติดเรือ
รถอแี ต๋น รถเก่ียวข้าว เครอ่ื งป่ันกงั หันลมในบอ่ เลยี้ งกุง้ เป็นเครอ่ื งดูดทราย เป็นปั่นจ่ัน
ตอกเสาเข็ม และเครื่องปั่นไฟ รวมถึงเป็นอุปกรณ์การสอนให้กับนักเรียนในเรื่อง
พฒั นาการของเคร่อื งยนต์ เปน็ ต้น เพื่อประโยชนใ์ นการลดตน้ ทนุ และค่าใช้จา่ ย
ผลกระทบท่ีอาจเกดิ ขึ้นจากกจิ กรรม
การซื้อขายหรือเก็บชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเก่า เป็นกิจการตามประกาศกระทรวง
สาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558 ในกลุ่มที่ 7 กิจการท่ี
เก่ียวกับยานยนต์ เคร่ืองจกั รหรอื เคร่ืองกล ซง่ึ ประกอบด้วย
1) การตอ่ ประกอบ เคาะ ปะผุ พน่ สี หรอื พ่นสารกันสนมิ ยานยนต์
2) การผลิตยานยนต์ เคร่ืองจกั ร หรือเคร่อื งกล
3) การซ่อม การปรับแต่งเครื่องยนต์ เครื่องจักร เครื่องกล ระบบไฟฟ้า ระบบปรับ-
อากาศ หรอื อุปกรณ์ท่เี ป็นส่วนประกอบของยานยนต์ เครอ่ื งจกั ร หรือเคร่ืองกล
4) การประกอบธุรกิจเกย่ี วกับยานยนต์ เครอ่ื งจักรหรือเครื่องกล ซึง่ มไี วบ้ ริการ หรือ
จาํ หนา่ ย และในการประกอบธุรกจิ นนั้ มีการซ่อมหรอื ปรับปรุงยานยนต์ เครื่องจักร
หรือเคร่ืองกล ดังกล่าวด้วย
5) การลา้ ง ขัดสี เคลอื บสี หรอื อัดฉีดยานยนต์
6) การผลิต สะสม จาํ หนา่ ย ซ่อม หรืออดั แบตเตอรี่
7) การจําหนา่ ย ซ่อม ปะ เช่ือมยางยานยนต์ หรอื ต้ังศนู ย์ถว่ ง
8) การผลติ ซอ่ ม ประกอบ หรืออดั ผ้าเบรก ผ้าคลัตช์
9) การสะสม การซ่อมเครื่องกล เครื่องจักรเก่าหรืออุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของ
ยานยนต์ เครอื่ งจักร หรือเครอื่ งกลเก่า
79
๑๕๖
ดานการผงั เมอื ง
ผลกระทบท่อี าจเกดิ ขึ้นจากกิจกรรมซอื้ ขายหรือเก็บช้นิ สว่ นเคร่อื งจักรกลเกา่ ได้แก่
1) มลพิษทางน้ำ จากของเสียอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคราบน้ำมันจาก
เคร่อื งจักรกลเกา่ ทำให้ถนนล่ืน การปนเปอ้ื นไปกบั ทอ่ ระบายน้ำสาธารณะหากไมไ่ ด้
รับการจัดการท่ีถูกตอ้ ง รวมถึงโลหะหนกั ทใี่ ช้เป็นช้นิ ส่วนภายในเคร่อื งจักร
2) มลพษิ ทางอากาศ จากคราบน้ำมัน และโลหะหนักทใี่ ชเ้ ปน็ ชนิ้ ส่วนภายในเคร่ืองจักร
3) มลทัศน์ จากการจัดวางสินค้าไม่เป็นระเบียบ รุกล้ำพื้นที่สาธารณะ รวมถึงความ
แขง็ แรง มัน่ คง และปลอดภัยจากการใช้อปุ กรณ์ เคร่อื งมือ หรอื เครอ่ื งจักร
กฎ ระเบียบทีเ่ กี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการสาธารณสขุ พ.ศ. 2535
• กฎกระทรวงควบคมุ สถานประกอบกิจการที่เป็นอนั ตรายต่อสขุ ภาพ พ.ศ. 2560
ข้อ 3 ให้สถานประกอบกิจการตามกฎกระทรวงจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม
ค่ามาตรฐานมลพิษทางเสียง มลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ มลพิษทางแสง มลพิษ
ทางความรอ้ น และมลพิษทางความส่นั สะเทอื น
ข้อ 6 สถานประกอบกิจการต้องตั้งอยู่ห่างจากศาสนสถาน โรงพยาบาล สถานศึกษา
สถานเลี้ยงเด็ก สถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยพักฟื้นหรือผู้พิการ หรือสถานที่อื่นใดที่
ต้องมีการคุ้มครองสขุ ภาพของประชาชนเป็นพิเศษ ซึ่งจะตอ้ งไม่อยใู่ นระยะท่ีอาจส่งผล
กระทบต่อสุขภาพของประชาชน หรือต้องจัดให้มีระบบป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ
ของประชาชนที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงลักษณะและประเภทของสถานประกอบ
กิจการ
การกำหนดสถานที่อื่นใดเพิ่มเติม การกำหนดระยะห่าง และการกำหนดให้มีระบบ
ป้องกันตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของ
คณะกรรมการและประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองไมใ่ ช้บงั คับกับสถานประกอบกิจการที่เป็นโรงงานตาม
กฎหมายวา่ ดว้ ยโรงงาน
79
ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๕๗
“ขอควรสังเกต : การเขียนขอ กําหนด การใชประโยชนทดี่ นิ ”
คู่มือสำหรบั ผปู้ ระกอบอาชีพรบั ซ้อื ของเกา่ , กรมควบคมุ มลพษิ
แนวทางการป้องกนั ผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมจากรา้ นรับซ้ือของเกา่
1. ทำเลสถานทต่ี ัง้
สำหรับผู้ที่จะดำเนินกิจการรับซื้อของเก่า จะต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์การพิจารณา
อนุญาตสำหรับกิจการรับซื้อของเก่าตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2545
ดังนี้
1.1 กรณขี ออนุญาตประกอบกิจการใหม่
1. ไมต่ ง้ั อยใู่ นบรเิ วณบ้านจัดสรรเพอื่ การพกั อาศัย บ้านแถวเพ่อื การพักอาศัย และ
ภายในระยะ 100 เมตร จากเขตติดต่อสาธารณสถาน ได้แก่ โรงเรียน หรือ
สถาบัน การศึกษา วัด หรือศาสนสถาน โรงพยาบาล โบราณสถาน
สถานเลี้ยงเด็ก และสถานที่ทำการงานของหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งแหล่ง
อนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอ้ มตามท่ีคณะรฐั มนตรกี ำหนด
2. ควรตง้ั อยูห่ ่างจากบอ่ น้ำด่ืม แหลง่ นำ้ ธรรมชาติ หรอื ทม่ี นุษยส์ ร้างข้ึน พื้นท่ีชุ่มน้ำ
คลองชลประทาน และโรงผลติ นำ้ ประปาไมน่ ้อยกว่า 300 เมตร
3. ไม่ขัดต่อกฎกระทรวงตามกฎหมายผังเมืองและ ได้ผ่านความเห็นชอบจาก
จงั หวดั ท้องทท่ี ่ีต้ังสถานประกอบกจิ การ หรือหน่วยงานท่ีเกีย่ วข้อง
4. ออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ของสถานประกอบกิจการตามความจำเป็นของ
การใช้งาน และความเหมาะสมของขนาดพื้นที่ที่มีอยู่ เช่น ระบบถนนภายใน
และระบบจราจร อาคาร สำนักงาน พื้นที่จอดรถ พื้นที่ล้างรถบรรทุก ประตู
เขา้ -ออก ระบบประปา ระบบไฟฟา้ ระบบสื่อสาร เปน็ ตน้
5. มรี ัว้ รอบบริเวณสถานประกอบกิจการ
6. จัดทำผังบริเวณแสดงรายละเอียดการใช้พื้นท่ีขององคป์ ระกอบต่างๆ ในสถาน
ประกอบกิจการรับซื้อขายของเก่า เช่น พื้นที่ในการคัดแยก การเก็บรวบรวม
วสั ดุรีไซเคิลตามประเภท เชน่ แกว้ กระดาษ พลาสตกิ โลหะ เป็นตน้
80
๑๕๘
ดานการผังเมอื ง
1.2 กรณกี ิจการท่ีมอี ยเู่ ดิม
1) หากทำเลสถานท่ตี ้ังของของสถานประกอบกจิ การมชี มุ ชนหรือเมืองขยายตัวเข้า
ใกล้ที่ตั้งสถานประกอบการที่มีอยู่เดิม ผู้ประกอบกิจการจะต้องจัดทำรั้วรอบ
บรเิ วณสถานประกอบการ และ/หรือมกี ารปลูกตน้ ไม้โดยรอบเพ่ือเป็นแนวฉนวน
2) การดัดแปลงหรือต่อเติมอาคารสถานประกอบกิจการเดิมจะต้องเป็นไปตาม
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2535
3) การย้ายที่ทำการหรือร้านค้าของเก่าจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต จะต้องแจ้งตอ่
เจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจในการออกใบอนุญาตเพื่อพิจารณาว่า อาคาร และ
สถานที่ตั้งใหม่เหมาะสมหรือไม่ พร้อมกับทำแผนที่โดยสังเขปแสดงสถานทีต่ ้งั
แลว้ รายงานเสนอความเหน็ ตอ่ เจา้ พนักงาน
2. ลักษณะอาคารและการสุขาภิบาล
1) อาคาร สถานประกอบกิจการตอ้ งมีหลงั คาคลมุ และพน้ื คอนกรีตเสริมเหล็ก โดย
ปรับระดับให้มีความลาดเพ่ือป้องกันน้ำขัง และมีการใช้ประโยชน์ถูกต้องตาม
ประเภทอาคาร โดยมีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารกับหน่วยงานควบคุม
อาคารอย่างถูกตอ้ ง
2) ต้องมีประตูหรือทางออกที่มีขนาดและจำนวน ให้เพียงพอกับจำนวนคนที่อยู่
ภายในอาคารที่จะหลบหนีภัยได้ทันเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น โดยเป็นไปตาม
กฎหมายท่ีเก่ยี วข้อง
3) จัดทำปา้ ยชือ่ สถานประกอบการ ตดิ ต้งั บริเวณด้านหนา้ ใหส้ งั เกตเห็นไดง้ ่าย และ
ติดตั้งป้ายแสดงผังบริเวณการใช้ประโยชน์พื้นที่ รวมทั้งป้ายแสดงราคารับซื้อวัสดุ
รไี ซเคลิ
4) พ้นื ทต่ี วั อาคารมีระบบการจัดการแสงสว่าง และการระบายอากาศอยา่ งเพียงพอ
และเหมาะสมตามท่ีกฎหมายกำหนด
5) มมี าตรการปอ้ งกนั ฝุ่นละออง กลน่ิ เหมน็ และเสยี งดงั ทเ่ี กดิ ข้นึ จากการประกอบ
กิจการ ไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรอื เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน และ
ผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง ต้องมีรั้วรอบบริเวณสถานประกอบการ และ/หรือ มีการ
ปลูกต้นไม้โดยรอบเพ่อื เป็นแนวฉนวน
80
ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๕๙
“ขอ ควรสังเกต : การเขยี นขอ กาํ หนด การใชประโยชนท ่ดี ิน”
6) จัดให้มีองค์ประกอบต่างๆ ของสถานประกอบกิจการ ตามความจำเป็นของการ
ใช้งานและความเหมาะสมของขนาดพื้นที่ที่มีอยู่ เช่น ระบบถนนภายในและ
ระบบจราจร อาคาร สำนักงาน พื้นที่จอดรถ พื้นที่ล้างรถบรรทุก ระบบประปา
ระบบไฟฟา้ ระบบสื่อสาร เปน็ ตน้
7) มรี ะบบสญั ญาณเตือนเพลงิ ไหม้และเคร่ืองดับเพลงิ ตามกฎหมายท่ีกำหนด
3. สขุ ลักษณะเครอ่ื งมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ นำ้ ดืม่ น้ำใช้
1) จัดให้มีเครื่องจักรอุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ต้องเหมาะสมกับการใช้งาน
มีระบบป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรในขณะปฏิบัติงาน และต้องมีการ
ตรวจสอบบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีตามข้อกำหนดของคู่มือเครื่องจักรหรือ
อยา่ งน้อยปีละครง้ั
2) เครื่องจักร เครื่องมือ ต้องติดตั้งบนพื้นหรือฐานเครื่องจักรที่ออกแบบไว้รองรับ
โดยเฉพาะ และสามารถทำความสะอาดเครื่องจักรเครื่องมือและบริเวณที่ตั้ง
อยา่ งทวั่ ถงึ
4. การจัดการสง่ิ แวดล้อม
1) จัดให้มีระบบป้องกันควบคุม บำบัดและกำจัดมลพิษทางน้ำ โดยมีการบำบัด
น้ำเสีย และมีการระบายน้ำที่เหมาะสม ไม่มีนำ้ ท่วมขงั ในกรณีท่ีมีการระบาย
น้ำลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะต้องมตี ะแกรงสำหรับดกั ขยะมูลฝอย และดูแลไม่ให้
เกดิ การอดุ ตัน
2) จัดให้มีการเก็บรวบรวมหรือกำจดั ขยะอื่นๆ ที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
อีกใหถ้ กู สขุ ลกั ษณะ
มติคณะกรรมการผังเมอื ง/ คณะอนุกรรมการผังเมืองท่ีเกีย่ วข้อง
81
๑๖๐
ดา นการผงั เมือง
ข้อควรสังเกตในการเขยี นข้อกำหนด
1. ข้อกำหนดการห้ามซื้อขายหรือเก็บชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเก่า จะไม่หมายรวมถึง
กิจการท่ีเข้าข่ายโรงงานตามกฎหมายว่าดว้ ยโรงงาน เพราะเจตนารมณ์ต้องการห้าม
เฉพาะการซ้อื ขายเทา่ นน้ั (ประเภทเชียงกง)
2. ข้อกำหนดในเรื่องเกี่ยวกับที่ตั้งของกิจกรรมการซื้อขายหรือเก็บชิ้นส่วน
เคร่อื งจกั รกลเกา่ ควรพิจารณาใหส้ อดคล้องกับกฎ ระเบยี บของหนว่ ยงานท่เี กย่ี วขอ้ ง
ซึ่งได้มกี ารประกาศใชบ้ ังคับ รวมทั้งเกณฑม์ าตรฐานทจ่ี ัดทำไว้เป็นแนวทาง ซ่ึงยังไม่
มีการใช้บังคับเปน็ กฎหมาย
81
ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๖๑
“ขอควรสังเกต : การเขยี นขอ กําหนด การใชป ระโยชนทด่ี ิน”
ซือ้ ขายซหือ้รขือเากย็บหเรศือษเกวบ็สั ดเศุ ษวสั ดุ
คำจำกดั คควำาจมำขกอดั งคกวจิ ากมรขรมองกิจกรรม (ท่มี า:
“ของเก่า”“ขหอมงาเยกถา่ ึง” หมายถึง
ก. ทรพั ย์ทกีเ่ .สนทอรพัขายยท์ แเ่ี สลนกเอปขลายี่ นแหลกรือเปจลำี่ยหนห่ายรอืโดจยำปหรนะ่ากยาโรดอยื่นปอรยะ่กางาทรอรัพนื่ ยอ์ทย่าีใชงท้แลรัพว้ ยทท์ ้ัง่ีในช้ีแล้ว ทั้งน้ี 82
รวมถึงของรโวบมรถาึงณขดอ้วงยโบราณด้วย
ข. วัตถหุ รขือ.สวิง่ ขัตอถงหุ ทรชี่ือำสรงิ่ ุดขอใงชทแ้ ่ชีลำ้วรุดหรใือชเแ้หลล้วือใหชร้ทือี่เเกหิดลจือาใกชก้ทา่ีเรกคิดัดจแายกกขารยคะัดจแากยชกุมขยชะนจาซก่ึงชุมชน ซ่ึง
ไม่รวมถึงวไัสมด่รวุทมี่ไมถึ่งใชว้ัแสดลุ้วทที่ไมี่เก่ใชิด้แจลาก้วทกาี่เกิดอจุตาสกากหากกรอรุตมสทาหี่กกำหรรนมดไทวี่ก้ในำกหฎนกดรไวะ้ใทนรกวฎงกระทรวง
ฉบับที่ 2 (ฉพบ.ศับ.ท2่ี 523(3พ).ศอ.อ2ก5ต3า3ม)คอวาอมกใตนาพมรคะวราามชใบนญัพรญะตั รโิารชงบงาัญนญพตั .โิ ศร.งง2า5น35พ.ศ. 2535
“การค้าขอ“งกเากรา่ ค”า้ ขหอมงาเยกถา่ ึง” หมายถงึ
ก. ประเภทกโ.บปรราะณเภวัตทถโบุ หรารณอื ศวลิัตปถวุ หัตรถอืุตศามิลปกฎวัตหถมุตาายมวกา่ ดฎ้วหยมโาบยรวา่าณดส้วถยาโบนรโาบณรสาถณาวนตั ถโบุ ราณวตั ถุ
และพพิ ิธภแัณลฑะพสถิพาิธนภแัณหฑง่ ชสาถตาินแหง่ ชาติ
ข. ประเภทขเ.พปชรระเพภลทอเยพชทรอพง ลนอายก ทเงอินงหนราือกอเัญงนิมณหีรืออญั มณี
ค. ประเภทคร. ถปยรนะตเภ์ตทามรถกยฎนหตม์ตาายมวกา่ ดฎว้หยมราถยยวน่าตด์ว้ ไยดร้แถกย่ นรถตย์ ไนดตแ้ ์สกา่ ธราถรยณนะตส์ ราถธยานรณตบ์ ะรรกิ ถายรนตบ์ ริการ
และรถยนแตล์สะว่ นรถบยุคนคตลส์ ่วนบคุ คล
ง. ประเภทงอ. ืน่ปรๆะเภชท่นอร่นื ถจๆักเรชยน่ านรยถนจกัตร์ ไยมาเ้ นรอืยนเตก์ ่าไมขเ้ รวอืดนเเศกษา่ เหขลวด็ก เกศรษะเดหาลษก็ เกปร็นะตดน้ าษ เปน็ ต้น
“ร้านรับซ“ื้อรข้าอนงรเับกซ่า”ื้อขหอมงาเกยถ่า”ึง สหถมาานยปถรึงะสกถอาบนกปิจรกะากรอทบี่ไดก้ริจับกใาบรอทนี่ไดุญ้ราับตใใบหอ้ปนรุญะากตอใบห้ประกอบ
กิจการขายกทิจอกดารตขลาายดทแอลดะตคล้าาขดอแงเลกะ่าค้าตขาอมงพเกระ่ารตาชามบพัญรญะัตราิคชวบัญคุมญกัตาิครวขบายคทุมอกดารตขลาายดทอดตลาด
และค้าขอแงเลกะ่าคพ้าข.ศอ.ง2เก4่า74พ.หศร. ือ24ส7ถ4านหปรรือะสกถอาบนกปิจรกะากรอทบ่ีไดก้ริจับกใาบรทอนี่ไดุญ้ราับตใใบหอ้ปนรุญะกาตอใบห้ประกอบ
กิจการที่เปก็นิจกอาันรตทรี่เาปย็นตอ่อันสตุขรภาายพต่อปสรุขะภเภาทพทปี่ 1ร3ะ(เ5ภ)ทกทาี่ ร1ส3ะ(5ส)มกวัตารถสุหะรสือมสวิ่งัตขถอุหงทรือี่ชสำิร่งุขดองที่ชำรุด
ใช้แล้วหรือใชเห้แลือ้วหใชร้ ือตเาหมลปือรใะชก้ ตาาศมกประรทะกรวางศสการธะาทรรณวสงสขุ าทธาี่ 5ร/ณ2ส5ขุ38ทเี่ ร5ื่อ/2ง5ก3ิจ8กเารรื่อทงี่เปก็นิจการที่เปน็
อันตรายตอ่ สันุขตภรายพต่อสุขภาพ
(อา้ งอิง: ค(มู่ ออื า้ สงอำหงิ :รคบั ูม่ผอืู้ปสรำะหกรอับผอู้ปาชระพี กรอับบซอื้ าขชอพี งเรกบั า่ ซ,ือ้ กขรอมงคเวกบ่า,คกมุ รมมลคพวิษบ)คุมมลพิษ)
ในธุรกิจคา้ ใขนอธงรุ เกกิจา่ คสา้่วขนอใหงเญก่าจสะว่ดนำใเนหินญกจ่ าะรดโำดเยนบินคุ กคาลรโ5ดยกบลคุ ่มุ คซลึง่ 5เปก็นลเอมุ่ กซชึ่งนเปทน็ง้ั หเอมกดชนทง้ั หมด
82
๑๖๒
ดา นการผงั เมือง
นี้
ง
บ
บ
น
ที่มา: http://beztd(mที่มfaาr:mhitntgp.b:/l/obgeszptodtm.cfoamrm/2in0g1.b3l/o1g2s/pbolot.gc-opmos/t2.h0t1m3/l1) 2/blog-post.html)
82
ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๖๓
“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอกาํ หนด การใชประโยชนที่ดนิ ”
ประเภทของธุรกจิ
(1) ร้านรับซื้อของเสียจากรายย่อยจะตั้งอยู่ใกล้สถานที่ทิ้งมูลฝอย ทำการรับซื้อวัสดุ
ทคี่ ัดแยกได้จากกองมลู ฝอย โดยรบั ซื้อจากเจ้าหน้าทเ่ี ก็บขนขยะและผูข้ ดุ คยุ้
(2) สามล้อรับซื้อวัสดเุ หลือใช้ตามบ้าน จะรับซือ้ วัสดุเหลือใช้ตามบ้านเรือนแลว้ นำมา
ขายต่อยงั รา้ นรบั ซอ้ื ของเก่าต่อไป
(3) ร้านรับซ้อื ของเก่า ซงึ่ จดทะเบยี นการคา้ ถูกต้องตามกฎหมายจะรบั ซ้อื วัสดุเหลือใช้
ตอ่ จากสามล้อรบั ซ้ือวัสดเุ หลอื ใชแ้ ละผูข้ ุดคยุ้ มูลฝอยตามถงั รองรับมลู ฝอยข้างถนน
ทำการปรับปรุงคุณภาพวัสดุเหลือใช้เล็กน้อย เช่น ล้างขวด แยกกระดาษเป็น
หมวดหมู่ ทำความสะอาดพลาสติกแล้วแยกเปน็ หมวดหมู่ รวมทั้งจดั การเศษโลหะ
ใหเ้ ป็นระเบียบ รอการขายตอ่ ไป
(4) พ่อค้ารับซื้อของเก่ารายใหญ่ จะทำสัญญากับโรงงานอุตสาหกรรม ในการจัดหา
ขวด แก้ว กระดาษ พลาสตกิ โลหะ และอืน่ ๆ ตามปรมิ าณ ชนิดและคุณภาพตาม
ที่โรงงานอุตสาหกรรมต้องการจะกว้านซื้อวัสดุดังกล่าวจากร้านรับซื้อของเสีย
รายย่อยและร้านรับซื้อของเก่า พร้อมทั้งการปรับปรุงคุณภาพวัสดุนั้น ๆ จนได้
ปริมาณ ชนิดและคุณภาพตามต้องการแลว้ จัดสง่ ไปใหโ้ รงงานอตุ สาหกรรม
(5) โรงงานอตุ สาหกรรม จะทำการรับซ้ือวัสดุเหลือใช้มาเปน็ วัตถุดิบในการผลิตสินค้า
และเมื่อเกิดของเสียจากขบวนการผลิต รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานตาม
ต้องการ โรงงานก็จะนำของเสียมาใช้ประโยชน์ใหม่ในโรงงานหรือขายต่อไปยัง
โรงงานอุตสาหกรรมอนื่ ๆ ที่สามารถใชป้ ระโยชน์ในของเสียดงั กล่าวได้
(อา้ งองิ : https://www.tcijthai.com/news/2014/12/watch/5079)
วัสดุรีไซเคิล หมายถึง ขยะรีไซเคิล วัสดุเหลือใช้ หรือของเก่าที่สามารถนำมาใช้
ประโยชนใ์ หม่ได้ที่สะสมไวใ้ นสถานที่รับซ้ือของเก่าเพื่อการซือ้ หรอื ขาย ซึ่งหมายรวมถึง
วัตถุหรือสิ่งของที่ชำรุดใช้แล้วหรือเหลือใช้ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการ
สาธารณสุข ฉบับที่ 5/2549 ออกตามความในมาตรา 10 (3) แห่งพระราชบัญญัตกิ าร
สาธารณสขุ พ.ศ. 2535
83
๑๖๔
ดานการผงั เมอื ง
ประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 105 หมายถึง โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกบั
การคัดแยกหรือฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุท่ีไม่ใช้แล้วที่มีลักษณะและคุณสมบัติตามที่
กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
โรงงาน พ.ศ. 2535
ประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 106 หมายถึง โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับ
การนำผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมหรือของเสียจากโรงงานมาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือ
ผลิตภัณฑใ์ หม่โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอตุ สาหกรรม
ความแตกตา่ งระหวา่ ง รา้ นรับซื้อของเกา่ กบั ประเภทหรือชนดิ ของโรงงานลำดับท่ี
105 และ 106:
รา้ นรับซื้อของเกา่
การขออนุญาต: ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติควบคุมการขาย
ทอดตลาด และคา้ ของเกา่ พ.ศ. 2474 หรือพระราชบัญญตั ิการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
แหล่งที่มาของวัสดุเหลือใช้: สามารถรับซื้อ-ขายวัตถุหรือสิ่งของ ที่ชำรุด ใช้แล้ว หรือ
เหลอื ใชท้ ี่เกดิ จากการคัดแยกขยะจากชมุ ชนเท่าน้นั
โรงงานลำดับที่ 105 และ 106
การขออนุญาต: ได้รบั ใบอนญุ าตประกอบการตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
แหล่งที่มาของวัสดุเหลือใช้: สามารถเข้าไปประมูลรับซื้อ-ขายวัตถุหรือสิ่งของที่ชำรุด
ใช้แล้ว หรอื เหลอื ใชท้ เ่ี กดิ ขน้ึ จากกากอุตสาหกรรมตามโรงงานต่าง ๆ ได้
(อ้างองิ : คู่มอื สำหรับผู้ประกอบอาชพี รับซ้ือของเก่า, กรมควบคมุ มลพษิ )
วตั ถุประสงค์ของกจิ กรรม
นำขยะไปใช้ซำ้ หรอื นำขยะไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อืน่ เชน่ ขยะประเภทแก้ว
กระดาษ หรือโลหะบางชนิด ทำใหข้ ยะที่เดิมไม่มีประโยชน์กลายเปน็ วสั ดเุ พือ่ ซ้ือขายใน
เชงิ พาณชิ ยไ์ ด้ โดยผู้ประกอบกจิ การรบั ซอื้ ของเกา่ ทำหน้าทเี่ ปน็ ตวั กลางในการเก็บหรือ
การรับซื้อจากตามบ้านเรือน ชุมชน ร้านค้า หรือสถานประกอบการ เพื่อรวบรวมส่งต่อ
ไปยัง “รา้ นรับซอื้ ของเก่า” ขนาดใหญ่ข้นึ หรอื สง่ ตอ่ ไปยงั โรงงานอุตสาหกรรมแปรรปู เป็น
วสั ดใุ หม่ตอ่ ไป
(ท่ีมา: http://www.pcd.go.th/info_serv/waste_greenantiqueshop.html)
83
ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๖๕
“ขอ ควรสังเกต : การเขยี นขอกาํ หนด การใชประโยชนทีด่ ิน”
ผลกระทบท่ีอาจเกิดขึน้ จากกิจกรรม 84
ในการดำเนินกิจการร้านรับซื้อของเก่ามีการสะสมวัตถุ สิ่งของที่ชำรุด ใช้แล้ว หรือ
เหลือใช้ไว้ภายในร้านเพื่อรวบรวมรอการขนส่งหรือจำหน่ายต่อไป อาจจะก่อให้เกิด
ผลกระทบต่อส่ิงแวดลอ้ มและสุขภาพอนามัยของ ผ้ปู ระกอบกจิ การและคนงาน รวมท้ัง
ผู้ที่อาศัยอยู่ข้างเคียง อาทิ ปัญหาแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์นำโรค เสียงดังจาก
การกระทบกันของโลหะ การขนย้ายสิ่งของ อุบัติเหตุจากของมีคม การตกหล่น
ในระหว่างการขนย้ายสารเคมีและวัตถุอันตราย กลิ่นจากการหมักหมมของ
สิ่งตกค้างเน่าเสีย น้ำเสียจากการล้างขวด หรือล้างพลาสติกที่บรรจุของเน่าเสีย
ปนเปื้อนของสารเคมี อัคคีภัย ผลกระทบเรื่องสาธารณูปโภคที่ใช้รองรับกิจกรรมน้ี
ต่อชุมชน
การซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ เป็นกิจการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรือ่ ง กิจการที่เป็นอนั ตรายตอ่ สุขภาพ พ.ศ. 2558 ในกลุ่มที่ 13 กจิ การอื่นๆ
(5) การสะสมวตั ถุหรือสงิ่ ของท่ีชำรุด ใช้แล้วหรอื เหลือใช้
(7) การล้างขวด ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเพื่อนำไปใช้ใหม่หรือแปรสภาพเปน็
ผลติ ภัณฑใ์ หม่
(อา้ งอิง: สำนักจัดการกากของเสยี และสารอันตราย, กรมควบคมุ มลพิษ)
กฎ ระเบยี บที่เก่ียวข้อง
พระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสขุ พ.ศ. 2535
กฎกระทรวงควบคุมสถานประกอบกิจการที่เป็นอนั ตรายต่อสขุ ภาพ พ.ศ. 2560:
ข้อ 3 ให้สถานประกอบกิจการตามกฎกระทรวงจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม
ค่ามาตรฐานมลพิษทางเสยี ง มลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ มลพิษทางแสง มลพิษ-
ทางความรอ้ น และมลพษิ ทางความสั่นสะเทอื น
ข้อ 6 สถานประกอบกิจการต้องตั้งอยู่ห่างจากศาสนสถาน โรงพยาบาล สถานศึกษา
สถานเลี้ยงเด็ก สถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยพักฟื้นหรือผู้พิการ หรือสถานที่อื่นใดท่ี
ตอ้ งมกี ารคุม้ ครองสขุ ภาพของประชาชนเปน็ พิเศษ ซง่ึ จะตอ้ งไม่อยใู่ นระยะที่อาจส่งผล
กระทบต่อสุขภาพของประชาชน หรือต้องจัดให้มีระบบป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ
๑๖๖
ดา นการผังเมือง
ของประชาชนที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงลักษณะและประเภทของสถานประกอบ
กิจการ
การกำหนดสถานที่อื่นใดเพิ่มเติม การกำหนดระยะห่าง และการกำหนดให้มีระบบ
ป้องกันตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของ
คณะกรรมการและประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
ความในวรรคหนึง่ และวรรคสองไมใ่ ช้บังคบั กับสถานประกอบกิจการที่เป็นโรงงานตาม
กฎหมายว่าด้วยโรงงาน
คูม่ ือสำหรับผู้ประกอบอาชีพรบั ซื้อของเกา่ , กรมควบคมุ มลพษิ
แนวทางการป้องกันผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมจากรา้ นรบั ซื้อของเก่า
1. ทำเลสถานทีต่ ั้ง
สำหรับผู้ที่จะดำเนินกิจการรับซื้อของเก่า จะต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์การพิจารณา
อนุญาต สำหรับกิจการรับซ้ือของเกา่ ตามพระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสุข พ.ศ. 2545
ดงั นี้
1.1 กรณขี ออนุญาตประกอบกจิ การใหม่
17). ไม่ตัง้ อยูใ่ นบริเวณบา้ นจัดสรรเพ่อื การพกั อาศัย บ้านแถวเพ่ือการพกั อาศยั และ
ภายในระยะ 100 เมตร จากเขตติดต่อสาธารณสถาน ได้แก่ โรงเรียน
หรือสถาบัน การศึกษา วัด หรือศาสนสถาน โรงพยาบาล โบราณสถาน
สถานเลี้ยงเด็ก และสถานที่ทำการงานของหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งแหล่ง
อนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ มตามที่คณะรฐั มนตรีกำหนด
28). ควรตั้งอยูห่ ่างจากบ่อน้ำดื่ม แหล่งน้ำธรรมชาติ หรือที่มนษุ ยส์ ร้างข้ึน พ้ืนท่ีชุ่มน้ำ
คลองชลประทาน และโรงผลติ น้ำประปาไม่น้อยกว่า 300 เมตร
39). ไม่ขัดต่อกฎกระทรวงตามกฎหมายผังเมืองและ ได้ผ่านความเห็นชอบจาก
จงั หวดั ทอ้ งทท่ี ่ีตง้ั สถานประกอบกจิ การ หรอื หนว่ ยงานท่เี ก่ียวข้อง
4) ออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ของสถานประกอบกิจการตามความจำเป็นของ
การใช้งาน และความเหมาะสมของขนาดพื้นที่ที่มีอยู่ เช่น ระบบถนนภายใน
และระบบจราจร อาคาร สำนักงาน พื้นที่จอดรถ พื้นที่ล้างรถบรรทุก ประตู
เข้า-ออก ระบบประปา ระบบไฟฟา้ ระบบส่ือสาร เปน็ ตน้
84
ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๖๗
“ขอควรสงั เกต : การเขยี นขอกาํ หนด การใชป ระโยชนท ด่ี นิ ”
150) . มีร้วั รอบบรเิ วณสถานประกอบกิจการ 85
161) . จดั ทำผังบรเิ วณแสดงรายละเอียดการใช้พื้นท่ีขององค์ประกอบต่างๆ ในสถาน
ประกอบกิจการรับซ้ือขายของเกา่ เช่น พื้นที่ในการคัดแยก การเก็บรวบรวม
วัสดุรไี ซเคลิ ตามประเภท เช่น แก้ว กระดาษ พลาสตกิ โลหะ เปน็ ตน้
1.2 กรณกี ิจการที่มีอยูเ่ ดิม
14) หากทำเลสถานที่ตงั้ ของของสถานประกอบกจิ การมีชุมชนหรือเมอื งขยายตัวเข้า
ใกล้ที่ตั้งสถานประกอบการที่มีอยู่เดิม ผู้ประกอบกิจการจะต้องจัดทำรั้วรอบ
บริเวณสถานประกอบการ และ/หรือมีการปลูกต้นไม้โดยรอบเพื่อเป็น
แนวฉนวน
25) การดัดแปลงหรือต่อเติมอาคารสถานประกอบกิจการเดิมจะต้องเป็นไปตาม
พระราชบัญญตั คิ วบคุมอาคาร พ.ศ. 2535
36) การย้ายที่ทำการหรือร้านค้าของเก่าจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต จะต้องแจ้งต่อ
เจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจในการออกใบอนุญาตเพื่อพิจารณาว่า อาคาร และ
สถานที่ตั้งใหม่เหมาะสมหรือไม่ พร้อมกับทำแผนที่โดยสังเขปแสดงสถานที่ต้ัง
แลว้ รายงานเสนอความเหน็ ตอ่ เจา้ พนักงาน
2. ลกั ษณะอาคารและการสขุ าภบิ าล
81)) อาคาร สถานประกอบกิจการตอ้ งมหี ลังคาคลมุ และพื้นคอนกรตี เสริมเหลก็ โดย
ปรับระดับให้มีความลาดเพ่ือป้องกันน้ำขัง และมีการใช้ประโยชน์ถูกต้องตาม
ประเภทอาคาร โดยมีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารกับหน่วยงานควบคุม
อาคารอย่างถูกต้อง
92)) ต้องมีประตูหรือทางออกที่มีขนาดและจำนวน ให้เพียงพอกับจำนวนคนที่อยู่
ภายในอาคารที่จะหลบหนีภัยได้ทันเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น โดยเป็นไปตาม
กฎหมายทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
๑๖๘
ดานการผังเมือง
130)) จัดทำป้ายชื่อสถานประกอบการ ติดตั้งบริเวณด้านหน้าให้สังเกตเห็นได้ง่าย
และติดตั้งป้ายแสดงผังบริเวณการใช้ประโยชน์พื้นที่ รวมทั้งป้ายแสดงราคารับซื้อ
วัสดรุ ีไซเคิล
141)) พื้นที่ตัวอาคารมีระบบการจัดการแสงสว่าง และการระบายอากาศอย่าง
เพียงพอและเหมาะสมตามท่ีกฎหมายกำหนด
152)) มีมาตรการป้องกันฝุ่นละออง กลิ่นเหม็น และเสียงดัง ที่เกิดขึ้นจากการ
ประกอบกิจการ ไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อ
ผู้ปฏิบัติงาน และผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง ต้องมีรั้วรอบบริเวณสถานประกอบการ
และ/หรือ มีการปลกู ต้นไม้โดยรอบเพอ่ื เปน็ แนวฉนวน
163)) จัดให้มอี งค์ประกอบตา่ งๆ ของสถานประกอบกจิ การ ตามความจำเป็นของการ
ใช้งานและความเหมาะสมของขนาดพื้นที่ที่มีอยู่ เช่น ระบบถนนภายในและ
ระบบจราจร อาคาร สำนกั งาน พื้นทจ่ี อดรถ พ้ืนทล่ี า้ งรถบรรทกุ ระบบประปา
ระบบไฟฟ้า ระบบส่อื สาร เปน็ ตน้
174)) มีระบบสัญญาณเตอื นเพลิงไหม้และเครื่องดับเพลงิ ตามกฎหมายท่ีกำหนด
3. สุขลักษณะเครอื่ งมอื เครอ่ื งใช้ อปุ กรณ์ นำ้ ดืม่ นำ้ ใช้
ก. จัดให้มีเครื่องจักรอุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ต้องเหมาะสมกับการใช้งาน
มีระบบป้องกัน อันตรายจากเครื่องจักรในขณะปฏิบัติงาน และต้องมีการ
ตรวจสอบบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีตามข้อกำหนดของคู่มือเครื่องจักรหรือ
อย่างนอ้ ยปลี ะครงั้
ข. เคร่ืองจักร เคร่อื งมือ ต้องติดต้งั บนพ้นื หรอื ฐานเครือ่ งจกั รท่ีออกแบบไว้รองรับ
โดยเฉพาะ และสามารถทำความสะอาดเครื่องจักรเครื่องมือและบริเวณที่ตั้ง
อยา่ งท่วั ถึง
85
ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๖๙
“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอ กําหนด การใชประโยชนทีด่ นิ ”
4. การจัดการสงิ่ แวดลอ้ ม
1) จดั ใหม้ ีระบบป้องกันควบคุม บำบัดและกำจัดมลพิษทางน้ำ โดยมกี ารบำบัดน้ำเสีย
และมีการระบายน้ำที่เหมาะสม ไม่มีน้ำท่วมขัง ในกรณีท่ีมีการระบายน้ำลงสู่
แหลง่ น้ำสาธารณะตอ้ งมตี ะแกรงสำหรับดักขยะมูลฝอย และดูแลไม่ให้เกิดการ
อุดตัน
2) จัดให้มีการเก็บรวบรวมหรือกำจดั ขยะอื่น ๆ ที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
อกี ใหถ้ กู สุขลักษณะ
มตคิ ณะกรรมการผังเมือง/ คณะอนกุ รรมการผังเมืองท่เี กยี่ วขอ้ ง
ขอ้ ควรสงั เกตในการเขียนข้อกำหนด
1. การซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ ควรที่จะระบุให้ครบถ้วนถ้ามีเจตนาให้หมายความ
รวมถึงทั้งซื้อขายและเก็บ เพราะบางครั้งการระบุข้อห้ามว่า “ซื้อขายเศษวัสดุ”
การระบุเช่นนี้จะไม่หา้ มการเกบ็ เศษวสั ดุ
2. เน่ืองจากกิจกรรมนี้ อาจจะมคี วามจำเปน็ สำหรับเขตเมืองที่ยงั ไม่สามารถแก้ปัญหา
การบริหารจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น หากต้องการให้ดำเนนิ การได้
ควรกำหนดบริเวณที่เหมาะสม และพิจารณาให้สอดคล้องกับกฎ ระเบียบของ
หน่วยงานท่เี กยี่ วข้องซ่งึ ได้มีการประกาศใช้บังคับ รวมท้ังเกณฑม์ าตรฐานท่ีจัดทำไว้
เป็นแนวทาง ซงึ่ ยังไม่มีการใชบ้ ังคับเป็นกฎหมาย
86
๑๗๐
ดานการผังเมือง
3. การพิจารณาขอ้ กำหนดให้สอดคล้องกบั บญั ชแี นบท้ายโรงงานอตุ สาหกรรม ดังน้ี
ย 3.1 ข้อห้ามการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการ “การซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ”
สู่ ไม่หมายความรวมถึง การซื้อขายเศษวัสดุซึ่งเข้าข่ายโรงงานตามกฎหมายว่า
ร ด้วยโรงงาน ลำดับที่ 105 และลำดบั ที่ 106
3.2 หากในข้อกำหนดไม่ได้ระบุข้อห้าม “การซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ” แต่มี
ด้ เจตนารมณ์จะห้ามกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และลำดับที่ 106 จะต้อง
กำหนดเพม่ิ เติมในบญั ชีแนบทา้ ยโรงงานอุตสาหกรรม
3.3 ในกรณที่ระบุห้ามดำเนินการโรงงานลำดับที่ 105 และลำดับที่ 106 ในบัญชี
แนบท้ายโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ทั้งที่เป็น
โรงงานและไม่เปน็ โรงงานเชน่ เดยี วกบั การกำจดั ขยะ
”
ว้
86 ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๗๑
“ขอ ควรสงั เกต : การเขยี นขอ กาํ หนด การใชประโยชนทด่ี ิน”
ข้อกำหนดที่จะให้ปฏบิ ัตหิ รือไม่ใหป้ ฏิบัติ
เพื่อให้เปน็ ไปตามวัตถปุ ระสงคข์ องผงั เมืองรวม
ตามมาตรา 17 (5) พระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 ได้กำหนดให้
จัดทำข้อกำหนดที่จะให้ปฏิบัติหรือไม่ให้ปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ
ผงั เมืองรวม ทกุ ประการ ดังต่อไปน้ี
(ก) ประเภทและขนาดกจิ การท่จี ะอนุญาตหรอื ไมอ่ นุญาตให้ดำเนนิ การ
(ข) ประเภท ชนดิ ขนาด ความสูง และลกั ษณะของอาคารที่จะอนญุ าตหรือไม่อนุญาต
ให้สร้าง
(ค) อัตราส่วนพืน้ ที่อาคารรวมกนั ทุกชั้นของอาคารทกุ หลังตอ่ พื้นที่แปลงที่ดินที่ใช้เปน็
ทีต่ ้ังอาคาร
(ง) อัตราสว่ นพื้นทีอ่ าคารปกคลุมดนิ ต่อพ้นื ท่แี ปลงทด่ี นิ ทใี่ ชเ้ ป็นทตี่ ้ังอาคาร
(จ) อัตราส่วนพื้นที่ว่างอันปราศจากสิ่งปกคลุมของแปลงที่ดินที่อาคารตั้งอยู่ต่อพื้นที่
ใชส้ อยรวมของอาคาร
(ฉ) ระยะถอยร่นจากแนวธรรมชาติ ถนน แนวเขตที่ดิน อาคาร หรือสถานที่อื่น ๆ ที่
จำเปน็
(ช) ขนาดของแปลงทดี่ นิ ทจี่ ะอนุญาตใหส้ รา้ งอาคาร
(ซ) ข้อกำหนดอื่นที่จำเป็นโดยรัฐมนตรีประกาศกำหนดตามคำแนะนำของ
คณะกรรมการผังเมอื ง
สำหรับเอกสารฉบับนี้ ได้จัดทำข้อควรสังเกตสำหรับการเขียนข้อกำหนดการใช้
ประโยชน์ท่ที ด่ี ินในข้อ (ก) – (ช) เนอ่ื งจากเปน็ ข้อกำหนดที่ใชง้ านบ่อย สำหรับ ข้อ (ซ)
มีขอบเขตเน้อื หาทก่ี วา้ งขวางข้ึนอย่กู บั เง่ือนไขความจำเปน็ ของแต่ละพน้ื ที่จึงไม่ได้นำมา
พิจารณาจัดทำไวใ้ นเอกสารฉบบั นี้
87
๑๗๒
ดานการผังเมอื ง
ประเภทและขนาดกจิ การท่จี ะอนญุ าตหรือไม่อนญุ าตให้ดำเนนิ การ
คำจำกดั ความ
“ประเภทของกิจการในแปลงท่ีดินที่ขออนญุ าต” ที่จะระบุถึงกจิ กรรมท่ีอนุญาตให้มี
ไม่อนุญาตให้มี หรืออนุญาตให้มีตามเงื่อนไขที่ระบุในแต่ละประเภทการใช้ประโยชน์
ท่ดี ิน โดยกิจการในข้อกำหนดทางผงั เมอื งประกอบด้วย 2 กจิ การ ดงั นี้
1) กิจการหลกั คอื กจิ การทกี่ ำหนดให้ใช้ทดี่ ินเปน็ สว่ นใหญ่ในแต่ละประเภท
2) กิจการรอง คอื กิจการอ่นื ท่ีกำหนดให้ใชไ้ ดไ้ มเ่ กินร้อยละท่กี ำหนด
(หมายเหตุ ปัจจุบัน การจัดทำข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยส่วนใหญ่จะไม่มี
การกำหนดกิจการหลัก – รอง ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการใช้บังคับกฎหมาย
ความถูกตอ้ งของข้อมลู การใชป้ ระโยชนท์ ด่ี นิ ในการประเมนิ ผลผังเมอื งรวมตลอดจนเกิด
ความเป็นธรรมกบั ประชาชนในการใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ิน)
“ขนาดของกิจการ” สามารถกำหนดโดยระบุได้หลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์
ของแต่ละประเภทการใช้ประโยชนท์ ่ดี ิน ดังนี้
1. ระบุเป็น “พื้นที่ประกอบการ” ซึ่งจะนับเฉพาะพื้นที่ที่ใช้เพื่อกิจการนั้นๆ เช่น
อาคารพาณิชยกรรม จะไม่นับรวมถึงห้องสุขาทีใ่ ห้บริการแกล่ ูกคา้ ทั้งนี้ จะนับรวม
พื้นที่ที่ประกอบกิจการนั้นไม่ว่าจะอยู่ภายในอาคารหรือภายนอกอาคาร เช่น
ซ้ือขายหรอื เก็บเศษวัสดจุ ะนับรวมพืน้ ท่กี องสินค้าท่ีอย่ภู ายนอกอาคารด้วย เป็นต้น
กรณีที่ผูว้ างผังมเี จตนารมณท์ ี่แตกต่าง ในเรือ่ งการกำหนดขนาดของกจิ การ ควรระบุ
ใหช้ ดั เจนวา่ เป็น “พืน้ ท่อี าคาร” หรือ “พ้ืนทป่ี ระกอบการ”
2. ระบเุ ป็น “พืน้ ทอ่ี าคารรวมทกุ ชน้ั ในหลงั เดยี วกนั ในแปลงทีด่ นิ ทข่ี ออนุญาต”
3. ระบุเป็น “พื้นทีอ่ าคารรวมทุกชน้ั หลายหลังรวมกัน ในแปลงท่ดี นิ ท่ขี ออนุญาต”
4. ระบุด้วยลักษณะของอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคาร ได้แก่ อาคารสูง อาคาร
ขนาดใหญ่ หรืออาคารขนาดใหญพ่ เิ ศษ
87
ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๗๓
“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอกําหนด การใชป ระโยชนทดี่ นิ ”
วตั ถุประสงค์
เพื่อให้การใช้ประโยชนท์ ี่ดินเป็นไปตามนโยบายของผังเมืองรวม ป้องกันความขดั แยง้
ระหว่างกิจกรรม (Nonconforming Use) ในบรเิ วณนั้น
กฎ ระเบียบทีเ่ กี่ยวข้อง
พระราชบัญญัตกิ ารผังเมอื ง พ.ศ. 2518
มาตรา 27 ในเขตที่ได้มีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว ห้ามบุคคลใดใช้
ประโยชน์ที่ดินผิดไปจากที่ได้กำหนดไว้ในผังเมืองรวมหรือปฏิบัติการใด ๆ ซึ่งขัดกับ
ข้อกำหนดของผังเมอื งรวมน้นั
การปฏิบตั ิใหเ้ ป็นไปตามข้อกำหนดในผังเมอื งรวมหลกั เกณฑ์ทีส่ ำคัญมดี ังน้ี
1) การปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนก
ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการ
อนุญาตก่อสร้างอาคารและการอนุญาตประกอบกจิ การทุกประเภทตามท่ไี ดร้ ะบุไว้
ในข้อกำหนด
2) การอนญุ าตประกอบกจิ การ เปน็ อำนาจหนา้ ท่ีของหน่วยงานท่ีเกีย่ วข้องโดยตรงกับ
กิจการนั้น เช่น อุตสาหกรรมจงั หวัด อนุญาตประกอบกิจการอุตสาหกรรม เป็นตน้
การดำเนินการมีวิธีการเช่นเดียวกับการอนุญาตก่อสร้างอาคาร คือ ตรวจสอบกับ
กฎกระทรวงและข้อกำหนด อนุญาตในกรณีที่ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ไมร่ ะบุว่าเปน็ กจิ กรรมท่ีห้าม
3) การปฏิบัติในกรณีการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีมาก่อนประกาศกฎกระทรวง และ
เจ้าของหรือผู้ครอบครองต้องการใช้ประโยชน์เช่นนั้นต่อไป สามารถอนุญาตให้
ขยายระยะเวลาการประกอบกิจการได้ต่อไป เว้นแต่กิจการนั้นขัดต่อนโยบายของ
ผังเมืองรวมในสาระสำคัญเกี่ยวกับสุขลักษณะ ความปลอดภัยของประชาชน และ
สวัสดิภาพของสังคม ซึ่งคณะกรรมการผังเมืองจะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงอื่ นไขการให้เปลี่ยนแปลงหรือระงับกิจการดงั กล่าวได้ โดยคำนึงถึงการลงทุน
ประโยชน์ หรือความเดือดรอ้ นรำคาญที่ประชาชนไดร้ บั จากกิจการนัน้
(อ้างอิง: เกณฑ์และมาตรฐานผังเมืองรวม พ.ศ. 2549, กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง)
88
๑๗๔
ดา นการผงั เมือง
มตคิ ณะกรรมการผังเมือง/ คณะอนกุ รรมการผังเมอื งทเี่ ก่ยี วข้อง
ขอ้ กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดนิ เพอ่ื กจิ การอน่ื โดยขอ้ เทจ็ จรงิ และหลกั การทาง
ผังเมืองไม่ควรกำหนดเทา่ กนั ทง้ั หมดทกุ ประเภทการใชป้ ระโยชนท์ ี่ดิน (อ้างอิง: เอกสาร
การประชมุ คณะกรรมการผงั เมือง ครง้ั ที่ 3/2560)
ขอ้ ควรสังเกตในการเขยี นขอ้ กำหนด
1. การเขียนเจตนารมณ์ของทีด่ นิ แต่ละประเภท หากระบุกจิ กรรมหลกั และลงท้ายด้วยคำว่า
“เท่านั้น”แลว้ ก็ไมจ่ ำเปน็ ต้องเขียนหา้ มกจิ กรรมอ่ืนๆ ทนี่ อกเหนอื จากกิจกรรมหลกั
2. สำหรับกรณีที่ระบุการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นเป็นร้อยละ มีหลักการ
คำนวณหาพืน้ ที่ท่สี ามารถอนุญาตให้ใชเ้ พ่ือกจิ การอืน่ ได้ ดังน้ี
1) วัดเนื้อที่แตล่ ะบรเิ วณตามหมายเลขท่ีกำหนดในแผนผงั กำหนดการใชป้ ระโยชน์
ที่ดิน ตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงจนครบทุกบริเวณตามรายการ
ประกอบผัง
2) นำเนื้อที่ที่วัดได้แต่ละบริเวณมาคำนวณหาเนื้อที่ที่เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ประเภทกจิ การอนื่ ตามสัดส่วนทร่ี ะบุในข้อกำหนดให้ใชเ้ พอื่ กิจการอื่น
3) วัดเนื้อที่การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทกิจการอื่น ที่มีอยู่ก่อนกฎกระทรวงใช้
บังคบั ผังเมืองรวมในแตล่ ะบริเวณ
4) นำเนื้อที่ตามข้อ 3 หักออกจากข้อ 2 จะเหลือเนื้อที่ที่เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดนิ
ประเภทกิจการอนื่ ทสี่ ามารถอนญุ าตได้
การใชป้ ระโยชนท์ ่ีดินประเภทกิจการอื่น ไดแ้ ก่ เนอื้ ทที่ ่ีเป็นผลรวมของการใชด้ งั ต่อไปนี้
1) พ้ืนทท่ี ่มี ีการใชป้ ระโยชน์ทัง้ ท่เี ป็นอาคารส่งิ ก่อสรา้ ง และมใิ ชอ่ าคารสิง่ ก่อสรา้ ง เช่น
สนามกอล์ฟ เปน็ ตน้
2) พนื้ ทท่ี ก่ี ฎหมายกำหนด เปน็ เงอื่ นไขที่จะตอ้ งมีในการกอ่ สร้างอาคาร เช่น ทีจ่ อดรถ
ระยะเว้นห่าง ท่ีวา่ ง เป็นต้น
3) พื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนประกอบเนื่องด้วยกิจกรรมของ
อาคารนั้น เชน่ เรอื นเพาะชำตน้ ไมข้ องโรงแรม ลานตากข้าวเปลอื กของโรงสี โกดัง
เก็บวตั ถุดบิ ของโรงงาน เป็นตน้
(อา้ งอิง: เกณฑ์และมาตรฐานผังเมืองรวม พ.ศ. 2549, กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง)
88
ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๗๕
“ขอ ควรสงั เกต : การเขียนขอ กาํ หนด การใชป ระโยชนทด่ี นิ ”
ประเภท ชนดิ ขนาด ความสงู และลักษณะของอาคาร
ท่ีจะอนุญาตหรือไมอ่ นญุ าตให้สรา้ ง
คำจำกัดความ
“อาคาร” หมายความว่า ตึก บ้านเรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงาน และ
สงิ่ ทสี่ ร้างขนึ้ อย่างอื่น ซึ่งบคุ คลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ และหมายความรวมถึง
1) อัฒจันทร์หรือสิง่ ท่ีสร้างข้ึนอย่างอืน่ เพอื่ ใชเ้ ปน็ ที่ชมุ นมุ ของประชาชน
2) เขื่อน สะพาน อุโมงค์ ทางหรือท่อระบายน้ำ อู่เรือ คานเรือ ท่าน้ำ ท่าจอดเรือ ร้ัว
กำแพง หรือประตู ที่สร้างขึน้ ติดต่อหรอื ใกล้เคียงกับที่สาธารณะหรือสิง่ ที่สรา้ งขึน้
ใหบ้ คุ คลทวั่ ไปใช้สอย
3) ปา้ ยหรอื สิง่ ทส่ี ร้างขึน้ สำหรบั ตดิ หรือตั้งปา้ ย
(ก) ท่ตี ิดหรือต้ังไว้เหนือท่ีสาธารณะและมีขนาดเกนิ 1 ตร.ม. หรือมีน้ำหนักรวมท้ัง
โครงสร้างเกนิ 10 กก.
(ข) ที่ติดหรือตั้งไว้ในระยะห่างจากท่ีสาธารณะซ่ึงเมื่อวัดในทางราบแล้วระยะห่าง
จากที่สาธารณะมีน้อยกว่าความสูงของปา้ ยน้ันเม่ือวัดจากพื้นดิน และมีขนาด
หรอื มนี ้ำหนกั เกินกวา่ ทก่ี ำหนดในกฎกระทรวง
4) พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นท่ีจอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถ
สำหรบั อาคารที่กำหนด ตามมาตรา 8 (9)
5) ส่งิ ท่ีสรา้ งขนึ้ อย่างอืน่ ตามทก่ี ำหนดในกฎกระทรวง
ท้งั นี้ ให้หมายความรวมถงึ สว่ นต่าง ๆ ของอาคารด้วย
หมายเหตุ: สิ่งทสี่ ร้างขนึ้ อยา่ งอ่นื ตามทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง เช่น
- ถงั เกบ็ ของจุต้ังแต่ 100 ลบ.ม. ขึ้นไป
- สระว่ายน้ำภายนอกอาคารจตุ งั้ แต่ 100 ลบ.ม. ขึน้ ไป
- กำแพงกนั ดนิ กันน้ำท่รี บั ความดันของดินหรือน้ำที่สงู ตงั้ แต่ 1.5 ม. ข้นึ ไป
- โครงสร้างสำหรับใช้ในการรับส่งวิทยุหรือโทรทัศน์ที่มีความสูงจากระดับฐาน
ตั้งแต่ 10 ม. ข้ึนไป และมนี ้ำหนักรวม 40 กก. ขึน้ ไป
89
๑๗๖
ดา นการผงั เมือง
- สิ่งท่สี รา้ งขนึ้ อยา่ งอื่นทมี่ ีความสูงจากระดบั ฐานตงั้ แต่ 10 ม. ข้ึนไป
(อา้ งองิ : มาตรา 4 พระราชบัญญตั ิควบคมุ อาคาร พ.ศ. 2522)
“ประเภท และชนิดของอาคาร” ได้แก่ อาคารอยู่อาศัย ห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว
บ้านแฝด อาคารอยู่อาศัยรวม อาคารพาณิชย์ สำนกั งาน คลังสินค้า โรงงาน โรงมหรสพ
โรงแรม เปน็ ต้น
“อาคารสาธารณะ” หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการชุมนุมคนได้
โดยทั่วไป เพื่อกิจกรรมทางราชการ การเมือง การศึกษา การศาสนา การสังคม
การนันทนาการ หรือการพาณิชยกรรม เช่น โรงมหรสพ หอประชุม โรงแรม
โรงพยาบาล สถานศึกษา หอสมุด สนามกีฬากลางแจ้ง สนามกีฬาในร่ม ตลาด
ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า สถานบริการ ท่าอากาศยาน อุโมงค์ สะพาน อาคาร
จอดรถ สถานีรถ ทา่ จอดเรือ โป๊ะจอดเรือ สสุ าน ฌาปนสถาน ศาสนสถาน เปน็ ต้น
“อาคารพาณิชย์” หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการพาณิชยกรรมหรือ
การธุรกจิ หรืออตุ สาหกรรมทใ่ี ชเ้ ครือ่ งจักรที่มกี ำลังการผลิตเทยี บได้นอ้ ยกว่า 5 แรงม้า
และให้หมายความถึงอาคารใดที่ก่อสร้างห่างจากถนนหรือทางสาธารณะไม่เกิน
20 เมตร ซงึ่ อาจใชเ้ ปน็ อาคารเพื่อประโยชนใ์ นการพาณิชยกรรมได้
“อาคารพิเศษ” หมายความว่า อาคารที่ต้องการมาตรฐานความมั่นคงแข็งแรง และ
ความปลอดภัยเปน็ พเิ ศษ เช่น อาคารดังตอ่ ไปน้ี
(ก) โรงมหรสพ อัฒจันทร์ หอประชุม หอสมุด หอศิลป์ พิพิธภัณฑสถาน
หรอื ศาสนสถาน
(ข) อู่เรือ คานเรือ หรอื ท่าจอดเรอื สำหรับเรอื ขนาดใหญ่เกนิ 100 ตันกรอส
(ค) อาคารหรือสงิ่ ทีส่ รา้ งขนึ้ สงู เกิน 15 เมตร หรือสะพานหรอื อาคารหรือโครง
หลังคาช่วงหนึ่งเกิน 10 เมตร หรือมีลักษณะโครงสร้างที่อาจก่อให้เกิดภยันตรายต่อ
สาธารณชนได้
(อา้ งอิง: กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุม
อาคาร พ.ศ. 2522)
89
ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๗๗
“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอกาํ หนด การใชป ระโยชนท ่ีดนิ ”
“อาคารชุมนุมคน” หมายความว่า อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่บุคคลอาจเข้าไป 90
ภายในเพอ่ื ประโยชนใ์ นการชมุ นุมคนท่มี พี ้ืนทีต่ ้งั แต่ 1,000 ตร.ม. ขึ้นไป หรือชุมนุมคน
ไดต้ ัง้ แต่ 500 คนขึ้นไป
(อา้ งองิ : มาตรา 5 พระราชบัญญตั ิควบคุมอาคาร (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2543)
“อาคารประเภทควบคมุ การใช้” ตามมาตรา 32 (2)
1) อาคารสำหรับใช้เพอ่ื กจิ การพาณิชยกรรม (ท่ีมีพื้นทีส่ ำหรับประกอบกจิ การตัง้ แต่
300 ตร.ม. ข้นึ ไป)
2) อาคารสำหรับใช้เพ่อื กิจการพาณิชยกรรมประเภทคา้ ปลกี ค้าสง่ (ท่มี ีพน้ื ท่ีสำหรบั
ประกอบกจิ การตง้ั แต่ 300 ตร.ม. ข้ึนไป)
3) อาคารสำหรบั ใช้เป็นหอประชมุ (ทีม่ พี ื้นทต่ี งั้ แต่ 300 ตร.ม. ขน้ึ ไป)
4) อาคารสำหรับใช้เป็นสำนักงานหรือทีท่ ำการ (ทีม่ ีพ้นื ทตี่ ัง้ แต่ 300 ตร.ม. ขนึ้ ไป)
5) อาคารสำหรับใช้เพ่ือกจิ การอุตสาหกรรม ไดแ้ ก่ อาคารที่ใช้เปน็ โรงงานตามกฎหมาย
วา่ ดว้ ยโรงงาน
6) อาคารสำหรับใช้เพื่อกิจการการศึกษา ได้แก่ อาคารที่ใช้เป็นสถานศึกษาตาม
กฎหมายวา่ ด้วยการศึกษาแหง่ ชาติ
7) อาคารสำหรับใช้เปน็ หอพัก (ท่ีมีลักษณะเป็นอาคารขนาดใหญ่)
8) อาคารสำหรบั ใช้เป็นอาคารอยู่อาศัยรวม (ท่ีมีลกั ษณะเปน็ อาคารขนาดใหญ่)
9) อาคารสำหรบั ใช้เก็บวตั ถุอนั ตรายตามกฎหมายวา่ ด้วยวัตถอุ ันตราย
(หมายเหตุ: ในการคิดคำนวณพื้นที่ ให้นำพื้นที่ทางเดิน ห้องน้ำ ห้องส้วม หรือพื้นท่ี
ท่ีเก่ยี วเนื่องกับกจิ การและอยูภ่ ายในอาคารนน้ั มารวมคำนวณดว้ ย)
(อ้างองิ : ข้อ 2 กฎกระทรวงกำหนดอาคารประเภทควบคมุ การใช้ พ.ศ. 2552)
“ขนาดของอาคาร” ได้แก่ อาคารขนาดใหญ่ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ
1) อาคารขนาดใหญ่ หมายความว่า อาคารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใด
ในหลงั เดียวกันเกนิ 2,000 ตร.ม. หรืออาคารทมี่ คี วามสงู ตงั้ แต่ 15 เมตรข้นึ ไป และ
มีพื้นที่รวมกันทุกช้ันหรอื ชัน้ หน่ึงชั้นใดในหลังเดียวกนั เกิน 1,000 ตร.ม. แต่ไม่เกิน
2,000 ตร.ม. การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึง
๑๗๘
ดานการผงั เมือง
พนื้ ดาดฟา้ สำหรบั อาคารทรงจั่วหรอื ปั้นหยาใหว้ ัดจากระดับพ้นื ดนิ ที่กอ่ สร้างถึงยอด
ผนังของช้ันสงู สดุ
2) อาคารขนาดใหญพ่ ิเศษ หมายความว่า อาคารท่ีกอ่ สร้างขึ้นเพอ่ื ใช้พืน้ ท่ีอาคารหรือ
ส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลาย
ประเภท โดยมีพ้ืนท่รี วมกันทกุ ชั้นในหลงั เดียวกนั ตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. ข้ึนไป
(อ้างองิ : กฎกระทรวงฉบับท่ี 55 (พ.ศ. 2543) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคมุ อาคาร
พ.ศ. 2522 และ มาตรา 5 พระราชบญั ญัติควบคุมอาคาร (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2543)
“ความสงู ของอาคาร”
“อาคารสูง” หมายความว่า อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเขา้ ใช้สอยได้ที่มี
ความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดิน
ที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้าสำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดิน
ท่ีก่อสรา้ งถึงยอดผนงั ของช้นั สงู สุด
(อา้ งอิง: มาตรา 5 พระราชบญั ญตั ิควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543)
(หมวด 1 ลักษณะของอาคาร กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติควบคมุ อาคาร พ.ศ. 2522)
“ลักษณะของอาคาร”
ข้อ 2 - ข้อ 13 เป็นการระบุลักษณะในมิติความกว้าง ความลึก ความยาว ความสูง
อตั ราสว่ นท่วี า่ งในแปลงท่ีดิน จำนวนหนว่ ยอาคารสงู สุดท่ีสร้างต่อเนื่องกันของอาคาร
ประเภทต่างๆ ได้แก่ ห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว รั้ว กำแพง สะพานส่วนบุคคล และ
ปา้ ย
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับคุณลักษณะทางกายภาพของอาคาร
สิ่งกอ่ สร้างกบั สภาพแวดลอ้ มบนพนื้ ที่ เชน่ ขนาด ชนดิ ประเภท ความสูง เป็นต้น และ
เป็นข้อกำหนดท่ีสามารถใช้เป็นแนวทางการปฏบิ ัติใหบ้ รรลุวัตถปุ ระสงค์ของการผังเมอื ง
ในเรื่องเกี่ยวกับสุขลักษณะ ความสะดวกสบาย ความเป็นระเบียบ ความสวยงาม
การใชป้ ระโยชน์ในทรัพยส์ ิน ความปลอดภัยของประชาชน และสวสั ดิภาพของสังคม
90
ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๗๙
“ขอควรสงั เกต : การเขียนขอ กําหนด การใชป ระโยชนท ่ดี นิ ”
กฎ ระเบยี บท่เี กย่ี วข้อง 91
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
มาตรา 8 เพื่อประโยชน์แห่งความม่ันคงแข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย
การสาธารณสุข การรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรม และ
การอำนวยความสะดวกแก่การจราจร ตลอดจนการอื่นที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตาม
พระราชบัญญตั ินี้ ให้รัฐมนตรโี ดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารมีอำนาจ
ออกกฎกระทรวงกำหนด
(1) ประเภท ลักษณะ แบบ รปู ทรง สดั สว่ น ขนาด เน้อื ทีแ่ ละท่ีตัง้ ของอาคาร
(7) ลักษณะ ระดับ ความสูง เนอื้ ท่ขี องท่วี า่ งภายนอกอาคาร หรือแนวอาคาร
(8) กำหนดระยะหรือระดับระหวา่ งอาคารกบั ถนน ตรอก ซอย ทางเท้า หรือทสี่ าธารณะ
(10) กำหนดบริเวณห้ามกอ่ สร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายและใช้หรอื เปลี่ยนการ
ใช้อาคารชนิดใดหรอื ประเภทใด
มาตรา 9 ในกรณีที่ได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องใดตามมาตรา 8 แล้ว
ให้ราชการสว่ นท้องถนิ่ ถือปฏิบัติตามกฎกระทรวงนน้ั เวน้ แตเ่ ปน็ กรณตี ามมาตรา 10
ในกรณีที่ยังมิได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องใดตามมาตรา 8
ให้ราชการสว่ นท้องถิน่ มีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถ่ินกำหนดเร่อื งน้ันได้
ในกรณีที่ได้มีการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดเรื่องใดตามวรรคสองแล้ว
ถ้าต่อมามีการออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องนั้น ให้ข้อกำหนดของข้อบัญญัติท้องถิ่น
ในส่วนที่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงเป็นอันยกเลิก และให้ข้อกำหนดของข้อบัญญัติ
ท้องถิ่นในส่วนที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงยังคงใช้บังคับต่อไปได้จนกว่าจะมีการ
ออกข้อบัญญตั ทิ อ้ งถิน่ ใหม่ตามมาตรา 10 แตต่ ้องไมเ่ กนิ หนึง่ ปนี ับแต่วันที่กฎกระทรวง
นน้ั ใชบ้ งั คับ
มาตรา 10 ในกรณีที่ได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องใดตามมาตรา 8 แล้ว
ให้ราชการส่วนท้องถ่ินมีอำนาจออกข้อบญั ญัติทอ้ งถนิ่ ในเรอ่ื งนน้ั ไดใ้ นกรณีดังตอ่ ไปนี้
(1) เป็นการออกข้อบญั ญตั ทิ ้องถิน่ กำหนดรายละเอยี ดในเร่อื งนั้นเพม่ิ เตมิ จากท่ีกำหนด
ไวใ้ นกฎกระทรวงโดยไมข่ ัดหรือแยง้ กบั กฎกระทรวงดงั กล่าว
๑๘๐
ดา นการผังเมอื ง
(2) เปน็ การออกข้อบญั ญตั ทิ ้องถ่ินกำหนดเรอ่ื งนน้ั ขดั หรอื แย้งกับกฎกระทรวงดังกลา่ ว
เนื่องจากมีความจำเปน็ หรือมเี หตุผลพิเศษเฉพาะท้องถิ่น
การออกข้อบญั ญตั ิทอ้ งถนิ่ ตาม (2) ให้มผี ลใช้บงั คบั ได้เมอ่ื ได้รับความเห็นชอบ
จากคณะกรรมการควบคมุ อาคารและไดร้ บั อนมุ ตั จิ ากรฐั มนตรี
คณะกรรมการควบคุมอาคารจะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้
ความเห็นชอบในข้อบัญญัติท้องถิ่นตาม (2) ให้เสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันทีไ่ ด้รับ
ข้อบัญญัติท้องถิ่นนัน้ ถ้าไม่ให้ความเห็นชอบให้แจ้งเหตุผลให้ราชการส่วนท้องถิ่นนน้ั
ทราบด้วยตามข้อบัญญตั ทิ อ้ งถ่ินน้นั
ถ้าคณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาข้อบัญญัติท้องถิน่ น้ันไม่เสร็จภายใน
กำหนดเวลาตามวรรคสาม ใหถ้ ือว่าคณะกรรมการควบคุมอาคารไดใ้ หค้ วามเห็นชอบใน
ข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นแล้ว และให้ราชการส่วนท้องถิ่นเสนอรัฐมนตรีเพื่อสั่งการต่อไป
ถ้ารัฐมนตรีไม่ส่ังการภายในสามสิบวันนบั แต่วันที่ไดร้ บั ข้อบัญญตั ิท้องถิ่นนั้น ให้ถือว่า
รัฐมนตรไี ดอ้ นมุ ตั ิตามวรรคสอง
มาตรา 12 กฎกระทรวงทอี่ อกตามมาตรา 8 หรือขอ้ บัญญตั ิท้องถ่นิ ท่อี อกตามมาตรา 9
หรือมาตรา 10 ถ้าขัดหรือแย้งกับกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองให้บังคับตามกฎหมาย
ว่าด้วยการผังเมอื ง
ข้อบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับเฉพาะท้องที่เท่าที่ไม่ขัดแย้งกับกฎกระทรวง
ใหใ้ ช้บงั คับผังเมืองรวม กรณีทีจ่ ำเป็นอาจขัดแย้งกับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมได้
แต่ต้องทำได้โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมอาคารและโดยอนุมตั ิ
ของรฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย
ดังนั้น ในการกำหนดข้อกำหนดประเภท ชนิด ขนาด ความสูง และลักษณะ
ของอาคารท่ีจะอนุญาตหรือไมอ่ นญุ าตให้สร้างสำหรับการใช้ประโยชนท์ ่ีดินของผังเมืองรวม
ในทอ้ งทใ่ี ดนัน้ จงึ จำเปน็ ตอ้ งพิจารณารว่ มกบั กฎหมายควบคุมอาคารทมี่ อี ยู่ ไดแ้ ก่
▪ กฎกระทรวงท่ีออกตามความในพระราชบญั ญตั ิควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
▪ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามกอ่ สรา้ ง ดัดแปลง หรือเปลี่ยน
การใชอ้ าคารบางชนดิ หรือบางประเภท (ในท้องทต่ี า่ ง ๆ)
▪ ขอ้ บญั ญัติทอ้ งถิน่ หรือเทศบญั ญัติทอ่ี อกโดยท้องทต่ี ่าง ๆ
91
ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๘๑
“ขอ ควรสงั เกต : การเขยี นขอ กาํ หนด การใชประโยชนที่ดนิ ”
รวมถึงกฎหมายการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ประกาศกระทรวง 92
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครอง
สง่ิ แวดลอ้ ม (ในท้องทีต่ า่ ง ๆ)
ข้อควรสังเกตในการเขียนข้อกำหนด
1. การกำหนดความสูงของอาคารในเขตพื้นทีอ่ นุรักษ์ท่มี ีโบราณสถาน เขตอนุรักษ์เพ่ือ
การอย่อู าศัยและพืน้ ทีต่ ่อเน่อื ง ไม่ควรยกเว้นการควบคมุ ความสงู ของเสาวทิ ยุสื่อสาร
เพือ่ เป็นการรกั ษาสิ่งแวดลอ้ มและภมู ิทัศน์ เนือ่ งจากถอื เป็นมลทัศนอ์ ยา่ งหน่ึง ท้ังน้ี
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กสทช. และผู้ประกอบการ
ด้านโทรคมนาคมได้ประชุมร่วมกันเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับเรื่อง
ดังกล่าวเพ่ือนำเสนอคณะกรรมการส่งิ แวดล้อมแห่งชาติ โดยจะดำเนนิ การเฉพาะใน
พื้นที่ที่เป็นเขตอนุรักษ์ เขตอนุรักษ์เพื่อการอยู่อาศัย เขตอนุรักษ์เพื่อส่งเสริม
เอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม (อ้างอิง: ความเห็นคณะกรรมการผังเมอื งในการประชมุ
ครั้งท่ี 3/2560 วนั ที่ 21 มีนาคม 2560)
2. ในที่ดนิ ประเภทอนรุ กั ษป์ ่าไม้ (สีเขยี วออ่ นมีเส้นทแยงสีขาว) ควรกำหนดขนาดและ
ความสงู อาคารให้มีความชดั เจน เช่น กำหนดความสูงของอาคารไม่เกิน 9 เมตรหรือ
12 เมตร และไม่ควรส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมที่มีผลกระทบกับป่าไม้ (อ้างอิง:
ความเห็นคณะกรรมการผังเมืองในการประชุมคร้ังที่ 3/2560 วันที่ 21 มีนาคม
2560) ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการใช้บังคับเฉพาะกับที่ดินซึ่งเอกชนครอบครอง
โดยชอบด้วยกฎหมายในทีด่ ินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ (สีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว)
เทา่ นนั้
3. การกำหนดความสูงอาคารโดยเฉพาะในที่ดินประเภทอนุรักษ์ในเขตเมืองเก่า ควร
พิจารณาร่วมกับความสูงของสถาปตั ยกรรมเดิมในพืน้ ท่ี ซง่ึ บางคร้ังอาจเป็นตัวเลขที่
มีลักษณะเฉพาะ เช่น ในเขตเมืองเก่าสงขลากำหนดให้อาคารท่ีสร้างใหม่มีความสงู
ไม่เกิน 9.50 เมตร โดยวัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้าสำหรับอาคาร
ทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังชั้นสูงสุด และ
เพ่ิมเติมให้มคี วามสูงของส่วนที่สงู ทสี่ ุดของอาคารไม่เกนิ 12 เมตร
(อ้างองิ : ความเหน็ คณะกรรมการผังเมืองในการประชมุ คร้ังท่ี 9/2559 วนั ที่ 17-18
กันยายน 2559)
๑๘๒
ดานการผงั เมือง
4. ตรวจสอบเจตนารมณใ์ นการกำหนดความสูงของอาคารว่าต้องการอา้ งองิ ท่ีระดับใด
1) วัดจากระดับพื้นที่ดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า/ยอดผนังชั้นสูงสุด ใช้ในกรณี
ความสูงของอาคารที่มีความหลากหลายในลักษณะของอาคาร แต่การจำกัด
ความสงู มีเจตนารมณค์ วบคมุ จำนวนชัน้ ของอาคาร
2) วัดจากระดับพื้นที่ดินที่ก่อสร้างถึงส่วนที่สูงที่สุด ใช้ในกรณีท่ีมีเจตนารมณ์
ควบคุมความสูงของอาคารเพื่อประโยชน์ในเชิงทัศนียภาพโดยจะไม่คำนึงถึง
ร ลักษณะของอาคาร
5. ในการกำหนดความสูงของอาคาร ควรจะต้องคำนึงถึงอาคารที่เป็น
ม สาธารณประโยชน์บางประเภท เช่น โครงสร้างสำหรับใช้ในการรับส่งวิทยุ หรือ
ม โทรทัศน์ หรือสัญญาณสื่อสารทุกชนิด หอถังน้ำ เสาส่งไฟฟ้า ปล่องเมรุ หาก
ไม่ต้องการควบคุมใหเ้ ขียนยกเวน้ นอกจากน้ี บางพ้นื ท่ีซึง่ มขี ้อบงั คบั เขตปลอดภัยใน
อ การเดนิ อากาศ จะตอ้ งพจิ าณาให้สอดคลอ้ งด้วย
:
ม 6. การกำหนดความสูงต้องพิจารณาความเหมาะสมรว่ มกบั กิจกรรมท่อี นุญาตให้ทำได้
ดว้ ย เช่น อนุญาตให้สร้างโรงงานอตุ สาหกรรม โรงสีขา้ ว โรงบ่มใบยา โรงงานน้ำตาล
แต่ควบคุมความสูงอาคารไม่ให้เกิน 12 เมตร ก็จะไม่สามารถประกอบกิจการได้
เนือ่ งจากเครื่องจกั รหรือปลอ่ งระบายควันทีต่ ิดตัง้ ในโรงงานมีความสงู เกนิ 12 เมตร
7. ไม่เขียนข้อกำหนดที่เกินอำนาจของผังเมืองรวมตาม พ.ร.บ.การผังเมือง เช่น
ที่ การกำหนดสอี าคาร การกำหนดประเภทตน้ ไม้ เป็นต้น
8. ในที่ดนิ บางประเภทท่ีอนญุ าตให้สรา้ งอาคารชมุ นุมคน อาคารอยอู่ าศัยที่เป็นอาคาร
ขนาดใหญ่ หรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษได้ ควรพิจารณาให้สัมพันธ์กับระบบ
คมนาคม โครงข่ายถนน และขนาดเขตทางสาธารณะด้วย เพอ่ื ป้องกนั ปญั หาจราจร
8 ที่จะเกิดข้นึ จากการใชอ้ าคาร
92
ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๘๓
“ขอควรสงั เกต : การเขยี นขอ กําหนด การใชป ระโยชนท ดี่ นิ ”
อัตราส่วนพื้นทีอ่ าคารรวมกนั ทกุ ช้นั ของอาคารทกุ หลงั
ตอ่ พน้ื ที่แปลงท่ดี ินทใี่ ช้เป็นทีต่ ้งั อาคาร (FAR)
คำจำกัดความ
อัตราส่วนของพื้นที่อาคารรวมของอาคารหลังเดียวกันหรือของอาคารหลาย
หลังรวมกัน ต่อแปลงที่ดินซึ่งอาคารเหล่านั้นตั้งอยู่ (Floor Area Ratio – FAR) คือ
ตวั เลขท่ีบ่งบอกวา่ เจ้าของทีด่ ินจะสามารถสรา้ งอาคารได้เป็นกีเ่ ทา่ ของแปลงทด่ี นิ
FAR = พื้นทใี่ ช้สอยรวมทกุ ชัน้ ของอาคาร
พ้ืนทีแ่ ปลงที่ดินทใ่ี ชเ้ ป็นที่ตั้งอาคาร
วตั ถุประสงค์
เพื่อควบคุมความหนาแน่นของประชากรและระดับของกิจกรรมบนพื้นที่ให้
สมดุลกับศกั ยภาพ เงอ่ื นไขของพ้นื ที่ เพื่อแกไ้ ขและป้องกันปัญหาจากความแออัด และ
เพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินการด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอ
ได้มาตรฐาน ทั้งน้ี FAR อาจนำมาใช้เพื่อเป็นเครือ่ งมือส่งเสริม จูงใจให้ผู้ประกอบการ
ออกแบบพื้นท่ีที่เอือ้ ประโยชนแ์ กส่ ังคมได้อีกทางหนึง่ เชน่ การใหอ้ ัตราสว่ นพนื้ ท่อี าคาร
รวมต่อพื้นที่ดินเพิ่มมากขึ้น (FAR Bonus) หากอาคารนั้นมีพื้นที่เปิดโล่งที่เปิดให้
สาธารณชนเขา้ ใช้ประโยชน์ได้
กฎ ระเบยี บทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
พระราชบญั ญตั คิ วบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
กฎกระทรวง ฉบับท่ี 50 (พ.ศ. 2540) :
ขอ้ 5 อาคารสงู หรอื อาคารขนาดใหญ่พิเศษที่ก่อสรา้ งข้ึนในพืน้ ที่ดินท่ีใช้เปน็ ที่ตั้งอาคาร
ต้องมีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกนั ทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ดิน
ที่ใช้เป็นทต่ี ้ังอาคารไม่เกนิ 10 ต่อ 1
ในกรณที ่ีมอี าคารอนื่ ใดหรือจะมกี ารก่อสรา้ งอาคารอื่นใดในพ้ืนท่ดี ินทใ่ี ชเ้ ปน็ ทต่ี ้งั อาคาร
เดียวกันกับอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ ต้องมีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่
93
๑๘๔
ดานการผงั เมอื ง
อาคารรวมตัวกันทกุ ชน้ั ของอาคารทุกหลงั ต่อพ้นื ท่ดี นิ ที่ใช้เป็นท่ีตง้ั อาคารไม่เกิน 10 ต่อ
1 ดว้ ย
ย
อ
ห้
ะ
อ
ร https://seattleslandusecode.files.wordpress.com/2011/03/far-diagram.jpg
ร
ห้ กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 42
(พ.ศ. 2537) และ ฉบับที่ 50 (พ.ศ. 2540):
กำหนดสว่ นตา่ ง ๆ ของอาคาร ที่ว่างภายนอก แนวอาคาร และระยะต่าง ๆ ของอาคารสูง
และอาคารขนาดใหญ่พเิ ศษ
กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) แก้ไขโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 58
ร (พ.ศ. 2546) กฎกระทรวง ฉบับที่ 61 (พ.ศ. 2550) และ กฎกระทรวง ฉบับที่ 66
น (พ.ศ. 2559):
กำหนดลักษณะอาคาร ส่วนต่าง ๆ ของอาคาร ที่ว่างภายนอก แนวอาคาร และระยะ
ร ตา่ ง ๆ ของอาคาร
ที่
93
ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๘๕
“ขอ ควรสงั เกต : การเขยี นขอกําหนด การใชประโยชนท ด่ี นิ ”
ข้อควรสังเกตในการเขียนขอ้ กำหนด
1. การกำหนดค่า FAR ในทด่ี นิ แต่ละประเภท ควรสอดคล้องกบั ประเภท ลักษณะของ
อาคารที่ใช้เพื่อกิจการหลัก เช่น หากในที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่น
ปานกลาง อาคารส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว การกำหนด FAR ก็ควรสอดคล้องกับ
กฎกระทรวงควบคุมอาคาร ฉบบั ท่ี 55 ซ่ึงกำหนดพ้นื ทว่ี ่าง ระยะถอยร่นซ่งึ สมั พนั ธ์
กบั ความสงู ของอาคารประเภทบ้านแถว นอกจากนี้ ยงั ต้องพิจารณาร่วมกบั พืน้ ท่ีโล่ง
ในภาพรวมของที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางว่าควรกำหนดที่เท่าใดจึงจะ
ไม่หนาแน่นจะเกดิ ปญั หาสภาพแวดล้อม หรอื เบาบางไปจนเกดิ ความสนิ้ เปลืองของ
โครงสร้างพื้นฐาน และควรสอดคล้องกบั ค่าความหนาแน่นของท่ีดินประเภทนัน้ ๆ
(ดตู ารางทา้ ยประกอบ)
2. ในการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทหนึ่ง ๆ อาจกำหนดค่า FAR ที่ต่างกันออกไป
สำหรับอาคารแต่ละประเภท เช่น อาคารอยู่อาศัยแบบบ้านเดี่ยว กับอาคาร
อยอู่ าศยั รวม เปน็ ต้น
3. หลกั ในการกำหนด FAR ของการใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ อาจพจิ ารณาไดจ้ าก
1) ความเพียงพอของระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการที่รองรับประชากร เช่น
ระบบคมนาคมขนส่ง ระบบประปา-ไฟฟ้า ระบบบำบัดน้ำเสีย การระบายน้ำ
การจัดการของเสีย รวมถึงความสามารถในการรองรับด้านสง่ิ แวดลอ้ มของพื้นที่
เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบขนส่งมวลชน โครงข่ายคมนาคมอื่น ๆ
ที่รองรับการเดินทางเข้า-ออกของประชากรในย่าน ถือเป็นปัจจัยที่มี
ความสำคญั อยา่ งย่ิงตอ่ การกำหนด FAR ดังเชน่ ในย่านศูนย์กลางธุรกิจของมหา
นครนิวยอร์ค กำหนดค่า FAR ไว้ที่ 10 : 1 หรือฮ่องกง กำหนดค่า FAR ไว้ที่ 15 : 1
เนอ่ื งจากประชากรในเมอื งเดนิ ทางดว้ ยรถไฟใต้ดินและระบบขนส่งมวลชนอ่ืนๆ
มากถงึ รอ้ ยละ 58 และรอ้ ยละ 48 ตามลำดบั
(http://lsecities.net/media/objects/articles/urban-age-cities-compared/en-gb/)
นอกจากนี้ อาจพิจารณากำหนด FAR ที่ต่างกันออกไปสำหรับกิจการแต่ละ
ประเภท เช่น กิจการรอง อาจกำหนดค่า FAR ที่ต่ำกว่ากิจการหลัก
94
๑๘๖
ดานการผงั เมอื ง
เพื่อควบคุมความหนาแน่นไม่ให้สูงเกินไป จนผิดจากวัตถุประสงค์ของการใช้
ประโยชน์ที่ดินประเภทนนั้ ๆ
2) พื้นที่หรือบริเวณที่มีลักษณะของอาคารและสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมที่มีคุณค่า
ทางประวัติศาสตร์ ควรได้รับการอนุรักษ์หรือพื้นที่ที่ต้องการควบคุมลักษณะ
ห ร ื อ ภ า พ ร ว ม ข อ ง พ ื ้ น ท่ี ใ ห ้ ก ลม ก ลื น ก ั บ สภ า พ แ ว ด ล้ อ ม ใ น ก ร ณี ด ั ง ก ล ่ า ว
จำเป็นต้องกำหนดค่า FAR ที่กลมกลืนกับลักษณะ (Character) ของอาคารเก่า
เช่น ในย่าน Amsterdam-Medieval Center & Red Light District กร ุง-
อัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นเมืองที่สร้างขึ้นในยุคกลาง ราว ค.ศ.1300 ถนนมีความคับ
แคบและคดเคี้ยว อาคารวางเรียงตัวกันอย่างหนาแน่น โดยจำแนกเป็นค่า FAR
2.4 : 1 ความสูงอาคาร 4 ชั้น ค่า BCR ร้อยละ 60 พื้นที่สัญจร (ทางเท้า) ร้อยละ 36
พนื้ ที่นำ้ รอ้ ยละ 4
3) ภาวะเสยี่ งของพ้ืนท่ีหรือชุมชน เช่น พนื้ ท่ีหรอื ชมุ ชนที่ต้งั อยู่ในบริเวณเส่ียงภัย-
ธรรมชาติ เช่น พื้นที่น้ำหลาก น้ำท่วมเฉียบพลัน หรือพื้นที่ หรือชุมชนท่ี
จำเป็นตอ้ งสงวนรักษาพืน้ ทบี่ างส่วนเปน็ พ้ืนทโ่ี ล่ง หรือมคี วามหนาแน่นต่ำ เพ่ือ
ป้องกนั และบรรเทาความเสียหาย
4) พนื้ ทหี่ รอื ชุมชนท่มี ีการประกอบกิจกรรมที่ก่อใหเ้ กดิ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
มาก หรือพื้นทีท่ ี่ตอ้ งการควบคุมสัดส่วนพื้นที่สีเขียวใหอ้ ยู่ในระดับท่ีเหมาะสม
พื้นที่เมอื งซงึ่ มปี ัญหาเกาะความร้อน ต้องการลดอุณหภูมิของเมือง จำเป็นต้อง
เพ่ิมสัดส่วนพน้ื ท่ีสีเขยี วเมอื ง เปน็ ตน้
4. ขอ้ มูลเบื้องตน้ สำหรับประกอบการกำหนดค่า FAR ได้แก่
1) การวิเคราะห์เพื่อจำแนกบทบาท ประเภท และลักษณะเฉพาะของเมือง
(Urban Classification; Urban Functions, Urban Form, Urban Pattern)
2) ข้อมูลความหนาแน่นปัจจุบัน (Existing FAR) ของการใช้ประโยชน์ที่ดิน
แตล่ ะประเภท รวมท้งั ค่าความหนาแน่นอนื่ ๆ เช่น พนื้ ที่เปดิ โล่ง คา่ OSR
3) ข้อมูลความสามารถในการรองรับของสาธารณูปโภคและสาธารณูปการของ
เมอื งในปจั จบุ นั และอนาคต
94
ประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑๑๘๗
“ขอควรสังเกต : การเขียนขอ กาํ หนด การใชประโยชนทดี่ นิ ”
4) ข้อมูลวิเคราะหก์ ารขยายตวั ของเมือง จำนวนประชากร ขนาดครัวเรือนในการ
ใช้ทด่ี ินแต่ละประเภทในอนาคต 10-20 ปี
5) ข้อมูลด้านมิติอาคาร (ขนาด ความสูง ที่ว่าง) ข้อมูลขนาดแปลงที่ดิน ของ
อาคารที่มีอย่ใู นปัจจุบนั และการใช้ประโยชนท์ ด่ี นิ แตล่ ะประเภท
6) วิเคราะห์องค์ประกอบอื่นที่มีผลต่อการพัฒนา เช่น เทคโนโลยีการก่อสร้าง
ราคาที่ดิน พฤติกรรมการอยู่อาศัย – การทำงาน – การพักผ่อนและ
นนั ทนาการ
7) ข้อกำหนดของกฎหมายอื่นในพื้นที่ เช่น ระยะถอยร่น ความสูงอาคาร และ
ขนาดแปลงที่ดนิ เพอ่ื การจัดสรร
ภมู ทิ ัศน์เมอื งในยา่ น Amsterdam-Medieval Center & Red สัดส
Light District กรุงอมั สเตอร์ดมั ซึง่ มผี ลต่อการกำหนดค่า FAR กรณ
๑๘๘ (ที่ม
95