47
3. การซ่อมบารุงและธุรกจิ ทเี่ กยี่ วกบั อากาศยาน การผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน
การซ่อมบารุงอากาศยาน คลงั สินคา้ ทางอากาศ
4. การสร้างท่าเรือแหลมฉบงั โครงการข้นั ที่ 3
จดั ทารายละเอียดโครงการร่วมลงทุน (PPP) เพือ่ ประมูลโครงการพฒั นาทา่ เรือ
แหลมฉบงั ระยะที่ 3 ใหเ้ ป็นทา่ เรือที่มีตูส้ ินคา้ ผา่ นมากท่ีสุดเป็นอนั ดบั ท่ี 10 ของโลกมีเป้าหมาย
เพอื่ รองรับการขบั เคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และของภูมิภาคที่มีการเปิ ดเสรีทางการคา้
โดยเช่ือมโยงและยกระดบั ทา่ เรือแหลมฉบงั เป็ นประตูสู่ภูมิภาคทางทะเลพร้อมเพม่ิ ศกั ยภาพ
ดา้ นโลจิสติกส์ ดว้ ยการเชื่อมโยงการขนส่งระบบตา่ ง ๆ เขา้ ดว้ ยกนั โดยเฉพาะทางน้าและทาง
อากาศ (ท่าเรือแหลมฉบงั -ทา่ อากาศยานสุวรรณภูมิ) ขยายการรองรับจานวนตูส้ ินคา้ จาก 7 ลา้ น
เป็น 18 ลา้ นTEU/ปี (เพิ่มเป็นร้อยละ 250) เพ่มิ การส่งออกรถยนตถ์ ึง 3 ลา้ นคนั /ปี (เพ่มิ เป็นร้อยละ 300)
5. การสร้างเมืองใหม่
การสร้างเมืองใหมเ่ ป็นการพฒั นาเมืองเพ่ือใหส้ อดรับกบั ระเบียงเศรษฐกิจ
ภาคตะวนั ออก (EEC: Eastern Economic Corridor) เป็นพ้ืนท่ีบริเวณชายฝ่ังทะเลตะวนั ออก
ซ่ึงเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมหลกั ของประเทศในดา้ นอุตสาหกรรมปิ โตรเคมี พลงั งาน
และยานยนต์ เป็นบริเวณท่ีมีศกั ยภาพความพร้อมดา้ นโครงสร้างพ้ืนฐาน ท้งั ทางถนน รถไฟ
ทา่ เรือ และนิคมอุตสาหกรรม เพ่อื พฒั นาข้ึนเป็ นเขตเศรษฐกิจช้นั นาของอาเซียนและส่งเสริม
อุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 ประเภทใหเ้ ป็ นกลไกขบั เคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต มีพ้นื ที่ดาเนินการ 3
จงั หวดั ไดแ้ ก่ ชลบุรี ระยองและฉะเชิงเทรา แบง่ เป็ นเขตอุตสาหกรรม เขตพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐาน
และเขตพฒั นาเมือง ดงั น้ี
1. จงั หวดั ฉะเชิงเทรา พฒั นาเป็นพ้ืนท่ีพกั อาศยั ที่ทนั สมยั มีศูนยก์ ลางการขนส่ง
ระบบรางและรถไฟความเร็วสูงลงสู่ภูมิภาคต่าง ๆ รองรับการยา้ ยหน่วยงานรัฐและการพฒั นาไปสู่
ส่วนราชการแห่งใหมใ่ นอนาคต
2. จงั หวดั ชลบุรี พฒั นาให้เป็ นศูนยก์ ลางการศึกษา ให้เป็นเมืองแห่งการศึกษา
คน้ ควา้ วจิ ยั และพฒั นาเพ่อื สร้างนวตั กรรมซ่ึงปัจจุบนั มี 3 มหาวทิ ยาลยั และ 6 วทิ ยาลยั อาชีวศึกษา
รองรับศูนยก์ ลางดา้ นการศึกษา ศูนยฝ์ ึกแรงงาน ศูนยพ์ ฒั นาทกั ษะนานาชาติ เพ่ือตอบสนอง
และสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการดา้ นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
3. ศรีราชา แหลมฉบงั พฒั นาใหเ้ ป็นเมืองแห่งความสมั พนั ธ์ระหวา่ งที่อยอู่ าศยั
สถานที่ทางาน ศรีราชามีความเป็นเมืองและความเรียบง่าย เพียบพร้อมไปดว้ ยสิ่งอานวยความ
48
สะดวก และสถานท่ีธรรมชาติ ส่วนแหลมฉบงั มีทา่ เรือน้าลึกขนาดใหญ่และเป็นประตูหลกั
แห่งการส่งออกสินคา้ สู่อาเซียนและทว่ั โลก
4. พทั ยา สัตหีบ พฒั นาเป็นกลุ่มเมืองทอ่ งเท่ียวเชิงคุณภาพ ท้งั ดา้ นการทอ่ งเท่ียว
ธุรกิจ โรงแรม การประชุมและแสดงสินคา้ นานาชาติ เชิงครอบครัว เชิงสุขภาพ การแพทย์ การดูแล
ผสู้ ูงอายแุ ละการฟ้ื นฟูสุขภาพ
5. อูต่ ะเภา เป็นที่ต้งั ของศูนยใ์ หบ้ ริการดา้ นอากาศยาน และพาณิชยน์ าวี
ของภูมิภาคในอนาคตเสริมธุรกิจการบินและโลจิสติกส์ (Headquater Center/Research
center/Recreative Center) กลไกเชื่อมโยงการท่องเที่ยวพทั ยากบั นานาชาติ จุดเช่ือมต่อระบบขนส่ง
ทางรางและถนนสายหลกั ในอนาคต
6. จงั หวดั ระยอง พฒั นาเพ่ือเป็นเมืองการศึกษาและวทิ ยาศาสตร์ เมืองนานาชาติ
ธุรกิจทนั สมยั และเมืองอุตสาหกรรมปิ โตรเคมีและอุตสาหกรรมพลงั งาน มาบตาพุดเป็ น 1 ใน 5
ดา้ นอุตสาหกรรมปิ โตรเคมีในทวปี เอเชียและศูนยก์ ลางดา้ นโรงกลน่ั น้ามนั และพลงั งาน
ในประเทศไทย พฒั นาสู่การเป็นศูนยก์ ลางอุตสาหกรรมชีวภาพ (Bio-polis) 10 อุตสาหกรรม
เป้าหมาย อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะอยใู่ นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก ประกอบดว้ ย Super
Cluster/Cluster ท่ีใชเ้ ทคโนโลยขี ้นั สูงและเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมกบั อุตสาหกรรม
เป้าหมายอีก 10 ประเภทโดยเป็นอุตสาหกรรมที่มีศกั ยภาพในการแขง่ ขนั และสามารถพฒั นาหรือ
ต่อยอดการใชเ้ ทคโนโลยที ่ีสูงข้ึนเพอ่ื สร้างมูลค่าเพมิ่ ได้ ประกอบดว้ ย 5 อุตสาหกรรมเดิมท่ีมี
ศกั ยภาพ และ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
6.1 การต่อยอด 5 อตุ สาหกรรมเดมิ (First S–Curve) คือ
อุตสาหกรรมยานยนตส์ มยั ใหม่ (Next – Generation Automotive)
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อจั ฉริยะ (Smart Electronics)
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายไดด้ ีและท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ (Affluent ,
Medical and Wellness Tourism )
การเกษตรและเทคโนโลยชี ีวภาพ (Agriculture and Biotechnology
อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food for The Future)
6.2 การเติม 5 อุตสาหกรรมอนาคต ( New S-Curve ) คือ อุตสาหกรรมใหม่
ที่ประเทศไทยมีศกั ยภาพในการแข่งขนั และมีผสู้ นใจลงทุนประกอบดว้ ย
อุตสาหกรรมหุ่นยนตเ์ พื่อการอุตสาหกรรม (Robotics)
อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics)
เช้ือเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals)
49
อุตสาหกรรมดิจิตอล (Digital)
อุตสาหกรรมการแพทยค์ รบวงจร (Medical Hub)
5. แผนพฒั นาการศึกษาในพืน้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษตะวนั ออก 2560 – 2564
กระทรวงศึกษาธิการไดจ้ ดั ทาแผนพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพิเศษ
ภาคตะวนั ออก (พ.ศ. 2560-2564) โดยมีรัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงศึกษาธิการในขณะน้นั คือ
พลเอกสุรเชษฐ์ ชยั วงศ์ เป็นประธานกรรมการ และมีหวั หนา้ หน่วยงานทางการศึกษาจากส่วนกลาง
และในพ้ืนที่เป็นกรรมการ คณะกรรมการดงั กล่าวมีหนา้ ท่ี จดั ทายทุ ธศาสตร์และแนวทางพฒั นา
การศึกษาเพื่อสนบั สนุนเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก และขบั เคลื่อนการศึกษาใหส้ อดคลอ้ งกบั
แนวทางการพฒั นาตามแผนงานการพฒั นาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก สานกั งานปลดั กระทรวง
ศึกษาธิการ จึงไดจ้ ดั ทาแผนพฒั นาการศึกษาในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวนั ออก ระยะ
5 ปี (2560-2564) เพ่ือเป็ นกรอบทิศทางในการบริหารจดั การศึกษาในพ้ืนที่เขตพฒั นาเศรษฐกิจพิเศษ
ภาคตะวนั ออกโดยมีความมุง่ หมาย เพอ่ื ใชเ้ ป็นกรอบแนวทางการดาเนินงานในการผลิตและพฒั นา
กาลงั คนทุกระดบั การศึกษารองรับการพฒั นาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก นายธีระเกียรติ
เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ จึงมอบหมายให้ พลเอก สุรเชษฐ์ ชยั วงศ์
รัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ รับผดิ ชอบในการขบั เคลื่อนนโยบายภายใตก้ รอบ
ยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นความมนั่ คงและยทุ ธศาสตร์อื่น ๆ ในพ้ืนที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และแนวชายแดน
โดยมีอานาจในการบูรณาการ ประสานงานทุกหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ ตามคาส่ัง
กระทรวงศึกษาธิการ ที่ สร 1831/2559 ส่ัง ณ วนั ที่ 28 ธนั วาคม 2559
กระทรวงศึกษาธิการ จึงร่างแนวทางเพ่ือการปรับปรุงพฒั นาแผนพฒั นาการศึกษาใน
พ้นื ที่ เขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (Eastern Economic Corridor Development) ใหส้ อดคลอ้ งและ
รองรับ กบั ความตอ้ งการของการพฒั นาระบบเศรษฐกิจและนโยบายการพฒั นาประเทศ Thailand
4.0 ตามบริบทของแต่ละพ้นื ที่ โดยมุง่ เนน้ พฒั นาศกั ยภาพผเู้ รียนใหม้ ีความรู้ความสามารถรอบดา้ น
มีคุณภาพ และมาตรฐานสากล พฒั นา ใหเ้ ป็นกาลงั คนท่ีมีวนิ ยั ใฝ่ รู้ มีความรู้ มีทกั ษะมีความคิด
สร้างสรรค์ มีทศั นคติท่ีดี รับผดิ ชอบต่อสงั คม มีคุณธรรมและจริยธรรม สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ
ของตลาดแรงงาน พร้อมท้งั การสร้างทกั ษะทางวชิ าชีพดว้ ยการบูรณาการแผนยทุ ธศาสตร์ชาติ ๒๐
ปี แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560–2564) และแผนการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 จากน้นั ดาเนินการจดั ประชุมปฏิบตั ิการขบั เคล่ือนการจดั การศึกษาแบบ
บูรณาการตามโครงการการพฒั นาการศึกษาในพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก เพื่อรับฟังความ
50
คิดเห็นจากผมู้ ีส่วนร่วมในการจดั การศึกษา ออกมาเป็นแผนพฒั นาการศึกษาในพ้นื ที่เขตพฒั นา
พิเศษภาคตะวนั ออก ปี 2560 - 2564
สาระสาคญั ของแผนพฒั นาการศึกษาในพืน้ ทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี
ประเดน็ ทศ่ี ึกษา รายละเอยี ด
วสิ ัยทศั น์ มุ่งมนั่ พฒั นาการศึกษาสู่สากล พฒั นา
กาลงั คนในพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษ
ภาคตะวนั ออกใหม้ ีคุณภาพชีวติ ท่ีดี
มีทกั ษะการทางานท่ีหลากหลาย กระจาย
โอกาสเพ่มิ ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั
ของประเทศ
พนั ธกิจ 1. ส่งเสริมการจดั การศึกษาทุกระดบั
อยา่ งทวั่ ถึงและมีคุณภาพมาตรฐานสากล
2. ส่งเสริมผเู้ รียนทุกระดบั ใหม้ ีทกั ษะ
ความสามารถรอบดา้ น มีคุณภาพชีวติ ท่ีดี
และมีความสุข
3. ส่งเสริมการพฒั นาผเู้ รียนทุกระดบั
ใหม้ ีความสามารถ มีมาตรฐานในการแขง่ ขนั
ของประเทศและระดบั สากล
4. สร้างและพฒั นางานวจิ ยั เทคโนโลยี
นวตั กรรมอยา่ งมีประสิทธิภาพ เพ่ือสร้าง
ผปู้ ระกอบการ และเพ่ิมขีดความสามารถ
ในการแขง่ ขนั ของประเทศ
5. ส่งเสริมการพฒั นาระบบบริหาร
จดั การศึกษาท่ีเนน้ การมีส่วนร่วมแบบ
บูรณาการใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ
ของพ้ืนท่ี
51
ประเด็นที่ศึกษา รายละเอยี ด
เป้าประสงคห์ ลกั 1. ผเู้ รียนมีทกั ษะดา้ นภาษา มีทกั ษะการใช้
เทคโนโลยี และมีความรู้ดา้ นอุตสาหกรรมใหม่
ประเด็นยทุ ธศาสตร์/ สามารถสร้างนวตั กรรมและมีคุณภาพชีวติ ที่ดี
กลยทุ ธ์ 2. ผบู้ ริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจดั การศึกษาเพื่อความ มีความรู้ดา้ นอุตสาหกรรมใหม่ และมีศกั ยภาพ
มน่ั คงของสังคมและประเทศชาติ ในจดั การเรียนรู้ควบคูก่ บั การปฏิบตั ิจาก
สถานการณ์จริงหรือสถานการณ์จาลอง
3. สถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ในการ
พฒั นากาลงั คนสู่พ้ืนท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาค
ตะวนั ออก
4. เครือข่ายทุกภาคส่วนท้งั ในและ
ตา่ งประเทศมีส่วนร่วมในการจดั การศึกษา
กลยทุ ธ์ 1 พฒั นาหลกั สูตรการศึกษาที่
สอดคลอ้ งบริบทพ้ืนที่ เศรษฐกิจ สงั คม
วฒั นธรรมและความตอ้ งการของชุมชนเพ่ือ
สร้างความมนั่ คงของประเทศ
กลยทุ ธ์ 2 ส่งเสริมการจดั การศึกษาความ
เป็นพลเมือง ความสามคั คี วถิ ีประชาธิปไตย
และต่อตา้ นการทุจริตคอร์รัปชน่ั
52
ประเด็นที่ศึกษา รายละเอยี ด
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 (ต่อ)
กลยทุ ธ์ 2 การผลิตและพฒั นากาลงั คน
ยทุ ธศาสตร์ที่ 3 การสร้างเครือขา่ ยระหวา่ ง เพื่อใหส้ อดคลอ้ งและสนองต่อความตอ้ งการ
สถานศึกษาภายใน ภายนอกในระดบั ตา่ ง ๆ ของตลาดแรงงาน
และเครือข่ายภาคเอกชน ประชาคม และ
ประชารัฐ เพ่ือความสามารถในการแข่งขนั กลยทุ ธ์ 3 การวจิ ยั นวตั กรรมเพอ่ื สร้าง
ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอ
ภาค และความเทา่ เทียมทางการศึกษา กลยทุ ธ์ 4 การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
ในการสนบั สนุนและร่วมจดั การศึกษา
เพอ่ื พฒั นากาลงั คน
กลยทุ ธ์ 1 สร้างเครือขา่ ยระหวา่ งสถานศึกษา
ระดบั ตา่ ง ๆ ท้งั ภายในประเทศหรือภายนอก
ประเทศ
กลยทุ ธ์ 2 สร้างเครือข่ายภาคเอกชน ประชาคม
และประชารัฐ สนบั สนุนความสามารถในการ
แขง่ ขนั
กลยทุ ธ์ 3 แสวงหาตน้ ทุนและกลุ่มผนู้ าในการ
เป็นตวั แทนการเปล่ียนแปลงการพฒั นา
และเสริมสร้างศกั ยภาพ
กลยทุ ธ์ 1 สร้างการเรียนรู้ของผเู้ รียนดว้ ย
การปฏิบตั ิในสถานการณ์จริง หรือจาลอง
กลยทุ ธ์ 2 สร้างโอกาส ความเสมอภาคและ
เท่าเทียมกนั ทางสงั คม ภายใตห้ ลกั การพฒั นา
ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กลยทุ ธ์ 3 การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
ในการสนบั สนุนและร่วมจดั การศึกษาเพอ่ื
การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และ
ความเท่าเทียมทางการศึกษา
53
ประเดน็ ที่ศึกษา รายละเอยี ด
ยทุ ธศาสตร์ที่ 5 การจดั การศึกษาเพอ่ื สร้างเสริม กลยทุ ธ์ 1 ส่งเสริมการจดั การศึกษาสาหรับ
คุณภาพชีวติ ท่ีเป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม คนทุกช่วงวยั ใหม้ ีพฤติกรรมและทกั ษะ
ที่สร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็ นมิตรกบั
ส่ิงแวดลอ้ ม
กลยทุ ธ์ 2 พฒั นาแหล่งเรียนรู้ และ
สื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ท่ีมีคุณภาพมาตรฐาน
ในเรื่องสิ่งแวดลอ้ มที่สอดคลอ้ งกบั บริบท
ของสงั คมและวฒั นธรรมในแตล่ ะพ้นื ท่ี
ใหก้ บั คนทุกช่วงวยั
กลยทุ ธ์ 3 สนบั สนุนและใหค้ วามร่วมมือ
กบั ทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมพฒั นา
แหล่งเรียนรู้ท่ีมีมาตรฐานในเร่ือง
การสร้างเสริมคุณภาพชีวติ ท่ีเป็นมิตร
กบั สิ่งแวดลอ้ มใหก้ บั คนทุกช่วงวยั
กลยทุ ธ์ 4 พฒั นาระบบขอ้ มูลและ
สารสนเทศดา้ นการศึกษาที่เกี่ยวขอ้ งกบั
การสร้างเสริมคุณภาพชีวติ ที่เป็นมิตรกบั
ส่ิงแวดลอ้ ม
ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพฒั นาประสิทธิภาพของ กลยทุ ธ์ 1 การพฒั นาประสิทธิภาพของระบบ
ระบบบริหารจดั การศึกษาสถานศึกษาในเขต บริหารจดั การศึกษาสถานศึกษาในเขต
พฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (EEC) เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก (EEC)
กลยทุ ธ์ 2 การติดตาม ตรวจสอบประสิทธิภาพ
ของการบริหารจดั การการศึกษาสถานศึกษาใน
เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก (EEC)
ที่มา : ผวู้ จิ ยั รวบรวม เมื่อ วนั ท่ี 10 สิงหาคม พ.ศ. 2563
54
ตารางท่ี 4-2 แผนงานโครงการภายใตย้ ทุ ธศาสตร์ท่ีไดร้ ะบุไวใ้ นแผนพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขต
พฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี (2560 - 2564)
แผนงาน โครงการ หน่วยงานที่
รับผดิ ชอบ
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 การจัดการศึกษา
เพ่ือความม่นั คงของสังคมและ
ประเทศชาติ
พฒั นาหลกั สูตรการศึกษาที่สอดคลอ้ ง พฒั นาหลกั สูตรการศึกษาท่ีสอดคลอ้ งบริบทพ้นื ที่ สพฐ., สกอ.
บริบทพ้ืนท่ี เศรษฐกิจ สงั คม และความตอ้ งการของชุมชน สอศ., กศน.,สช.
วฒั นธรรมและความตอ้ งการของ ศธจ.,ศธภ.
ชุมชนเพอ่ื สร้างความมนั่ คงของ สร้างศูนยก์ ารเรียนรู้เศรษฐกิจชุมชน โดยใช้ สพฐ., สกอ.
ประเทศ โรงเรียน เป็ นฐาน สอศ., กศน.,สช.
ศธจ.,ศธภ.
ส่งเสริมการจดั การศึกษาความเป็น พฒั นาคุณลกั ษณะผเู้ รียนดา้ นความซื่อสตั ย์ สพฐ., สกอ.
พลเมือง ความสามคั คี วถิ ี ประหยดั ขยนั อดทน และรับผิดชอบ สอศ., กศน.,สช.
ประชาธิปไตย และตอ่ ตา้ นการทุจริต ศธจ.,ศธภ.
คอร์รัปชนั่ สร้างความร่วมมือภาครัฐและชุมชนทอ้ งถ่ินเพอ่ื สพฐ., สกอ.
ตอ่ ตา้ นการทุจริตคอร์รัปชน่ั สอศ., กศน.,สช.
ศธจ.,ศธภ.
พฒั นาการจดั การศึกษาเพอื่ เตรียม เมืองแห่งการเรียนรู้สู่การพฒั นาเขตพ้นื ท่ีเศรษฐกิจ สมร.,สพฐ., สกอ.
กาลงั คนในเขตเศรษฐกิจพเิ ศษ
พเิ ศษภาคตะวนั ออก , สอศ., กศน.,สช.,
ภาคตะวนั ออก ศธจ.,ศธภ.
พฒั นาการศึกษาเชิงสงั คมเพอ่ื สร้างความมน่ั คง สพฐ., สกอ.
และแขง็ แกร่ง ของชุมชนในการรองรับการพฒั นา สอศ., กศน.,สช.
ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวนั ออก (EEC) ศธจ.,ศธภ.
55
แผนงาน โครงการ หน่วยงานที่
รับผดิ ชอบ
ยทุ ธศาสตร์ที่ 2 การผลติ และ ศึกษาวจิ ยั ผลกระทบของภาคอตุ สาหกรรมหรือ
พฒั นากาลงั คน การวจิ ัย และ เกษตรกรรม สพฐ.,สกอ.,วช.,สช.
นวตั กรรม เพื่อสร้างขีด ที่ส่งผลตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม วถิ ีชีวติ ชุมชน สอศ.,กศน.,ศธจ.,ศธภ.
ความสามารถ ในการแข่งขันของ
ประเทศ พฒั นาสถานศึกษาข้นั พ้นื ฐานเพ่ือรองรับเขตเศรษฐกิจ สพฐ.,สกอ.,วช.,สช.
พิเศษภาคตะวนั ออก (EEC School) สอศ.,กศน.,ศธจ.,ศธภ.
วเิ คราะห์ขอ้ มลู สารสนเทศกาลงั คนใน พฒั นาศกั ยภาพครูในศตวรรษที่ 21 ใหเ้ ป็ นชุมชน สพฐ.,สกอ.,วช.,สช.
พ้ืนท่ีเพอ่ื กาหนดความตอ้ งการในการ แห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community : PLC) สอศ.,กศน.,ศธจ.,ศธภ.
พฒั นาเพ่อื สร้างขีดความสามารถใน เพ่อื รองรับเขตเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวนั ออก
การแขง่ ขนั ของประเทศ พฒั นาครูและผบู้ ริหารสถานศึกษาสู่การพฒั นาระเบียง สพฐ.,สกอ.,วช.,สช.
พฒั นาบุคลากรใหม้ ีสมรรถนะพรอ้ ม เศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวนั ออก (EEC) สอศ.,กศน.,ศธจ.,ศธภ.
สาหรับปฏิบตั ิภารกิจและรองรับต่อ พฒั นาครู ครู กศน.ตาบล ใหม้ คี วามรู้ในสายวชิ าธุรกิจเพ่อื สพฐ.,สกอ.,วช.,สช.
ความเปลี่ยนแปลงตา่ ง ๆ การเรียนรู้ดา้ นธุรกิจศึกษา สอศ.,กศน.,ศธจ.,ศธภ.
วดั แววและความถนดั ดา้ นอาชีพ (ขยายโอกาส) สพฐ.,สกอ.,วช.,สช.
การวจิ ยั นวตั กรรมเพอื่ สร้างขีด แนวทางแปดริ้วโมเดล สอศ.,กศน.,ศธจ.,ศธภ.
ความสามารถในการแขง่ ขนั การจดั การเรียนการสอนแบบ STEM ศึกษาเพือ่ รองรับการ สพฐ.,สกอ.,วช.,สช.
ของประเทศ คิดเชิงสร้างสรรคเ์ พ่อื การผลิตและออกแบบ สอศ.,กศน.,ศธจ.,ศธภ.
วจิ ยั ความตอ้ งการของ 10 อตุ สาหกรรมตอ่ ความสามารถ สพฐ.,สกอ.,วช.,สช.
ของพนกั งานระดบั ปวช. ปวส. และช่องวา่ งความตอ้ งการ สอศ.,กศน.,ศธจ.,ศธภ.
จริง
วจิ ยั ความตอ้ งการตาแหน่งงาน ใน 10 อตุ สาหกรรม สพฐ.,สกอ.,วช.,สช.
s curve New curve ของเศรษฐกิจภาคตะวนั ออก สอศ.,กศน.,ศธจ.,ศธภ.
ในอตุ สาหกรรม 498 องคก์ ร
56
แผนงาน โครงการ หน่วยงานท่ี
รับผดิ ชอบ
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การสร้าง
เครือข่ายระหว่างสถานศึกษา ความร่วมมือการจดั การเรียนการสอนระดบั ปริญญาโท สพฐ., สกอ.,วช.,
ภายใน ภายนอกในระดับต่าง ๆ
และเครือข่ายภาคเอกชน หลกั สูตรคุรุศาสตร์อุตสาหกรรมระหวา่ งสานกั งาน สช.,สอศ.,กศน.,
ประชาคม และประชารัฐ
เพ่ือความสามารถในการแข่งขัน ศึกษาธิการจงั หวดั ระยองกบั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี ศธจ.,ศธภ.
สร้างเครือขา่ ยระหวา่ งสถานศึกษา พระจอมเกลา้ พระนครเหนือ วทิ ยาเขตระยอง
ระดบั ต่าง ๆ ท้งั ภายในประเทศหรือ
ภายนอกประเทศ สร้างเครือข่ายพฒั นาการจดั การศึกษาเพอื่ รองรับ สพฐ., สกอ.,วช.,
สร้างเครือข่ายภาคเอกชน ประชาคม การพฒั นาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก จงั หวดั สช.,สอศ.,กศน.,
และประชารัฐ สนบั สนุน
ความสามารถในการแขง่ ขนั ชลบุรี (1 อาเภอ 1 โรงเรียน 1 โรงเรียน 1 ผรู้ ่วมพฒั นา) ศธจ.,ศธภ.
แสวงหาตน้ ทุนและกลุ่มผนู้ าในการ
เป็ นตวั แทนการเปล่ียนแปลงการ การพฒั นาบุคลากรเป็นเลิศ 3 มิติ (Smart Teacher) สพฐ., สกอ.,วช.,
พฒั นาและเสริมสร้างศกั ยภาพคน
(Smart Farm) (Creative hospitality /Industry Services1) สช.,สอศ.,กศน.,
ศธจ.,ศธภ.
พฒั นาทกั ษะภาษาต่างประเทศและความเป็นพลเมือง สพฐ., สกอ.,วช.,
(Civic Education) เพอ่ื รองรับการพฒั นาเศรษฐกิจ สช.,สอศ.,กศน.,
ภาคตะวนั ออก ศธจ.,ศธภ.
Train the Trainer เพื่อการพฒั นาและเสริมสร้างศกั ยภาพ สพฐ., สกอ.,วช.,
คนในการรองรับการพฒั นาระเบียงเศรษฐกิจภาค สช.,สอศ.,กศน.,
ตะวนั ออก (EEC) ศธจ.,ศธภ.
สร้างบุคลากรสายอาจารย์ สอนในระดบั ปริญญาโท สพฐ., สกอ.,วช.,
สาขาการจดั การธุรกิจสมยั ใหม่ (ขออตั ราใหม่ 10 อตั รา สช.,สอศ.,กศน.,
ตามนโยบายการจดั ทาหลกั สูตรสมยั ใหม่ ศธจ.,ศธภ.
ของรองนายกรัฐมนตรีเมื่อ 24 มีนาคม 2560
ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิต้ี จอมเทียน พทั ยา
จงั หวดั ชลบุรี
57
แผนงาน โครงการ หน่วยงานทร่ี ับผดิ ชอบ
ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การสร้างโอกาส สพฐ., สกอ.,วช.,
สช.,สอศ.,กศน., ศธจ.,ศธภ.
ความเสมอภาค และความเท่า
สพฐ., สกอ.,วช.,
เทยี มทางการศึกษา สช.,สอศ.,กศน., ศธจ.,ศธภ.
สร้างการเรียนรู้ของผเู้ รียนดว้ ยการ ความร่วมมือการจดั การเรียนการสอนระดบั สพฐ., สกอ.,วช.,
สช.,สอศ.,กศน., ศธจ.,ศธภ.
ปฏิบตั ิในสถานการณ์จริง หรือจาลอง ปริญญาโท สพฐ., สกอ.,วช.,
สช.,สอศ.,กศน., ศธจ.,ศธภ.
หลกั สูตรคุรุศาสตร์อตุ สาหกรรมระหวา่ ง สพฐ., สกอ.,วช.,
สานกั งานศึกษาธิการจงั หวดั ระยองกบั สช.,สอศ.,กศน., ศธจ.,ศธภ.
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี
สพฐ., สกอ.,วช.,
พระจอมเกลา้ พระนครเหนือ วทิ ยาเขตระยอง สช.,สอศ.,กศน., ศธจ.,ศธภ.
สพฐ., สกอ.,วช.,
โรงเรียนนาร่องการพฒั นาศกั ยภาพนกั เรียน สช.,สอศ.,กศน., ศธจ.,ศธภ.
ที่มีความสามารถพเิ ศษดา้ นวทิ ยาศาสตร์ ดา้ น สพฐ., สกอ.,วช.,สช.,สอศ.
,กศน., ศธจ.,ศธภ.
ภาษาและดา้ นเทคโนโลยี
ยกระดบั ความสามารถภาษาองั กฤษประชาชน
เพ่อื รองรับ EEC
ส่งเสริมการประกอบอาชีพและการขายใน
ระบบออนไลน์
สร้างโอกาส ความเสมอภาคและเท่า เมืองแห่งการเรียนรู้สู่การพฒั นาระเบียง
เทียมกนั ทางสงั คม ภายใตห้ ลกั การ เศรษฐกิจ
พฒั นาตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เมืองแห่งการเรียนรู้สู่การพฒั นาเขตพ้นื ที่
ในการสนบั สนุนและร่วมจดั การศึกษา เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก
เพ่ือการสร้างโอกาส ความเสมอภาค การฝึ กประสบการณ์อาชีพ
และความเท่าเทียมทางการศึกษา ในสถานประกอบการ
การพฒั นากาลงั คนเพื่อการประกอบอาชีพ
อิสระ และการเป็ นผปู้ ระกอบการของผเู้ รียน
ระดบั ต่าง ๆ
58
แผนงาน โครงการ หน่วยงานท่ี
รับผดิ ชอบ
ยทุ ธศาสตร์ที่ 5 การจัดการ
ศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพ
ชีวติ ทเี่ ป็ นมิตรกบั สิ่งแวดล้อม
การจดั การศึกษาเพ่ือสร้างเสริม จดั การศึกษาสาหรบั คนทุกช่วงวยั ใหม้ ีพฤติกรรมและ สพฐ., สกอ., สช.,สอศ.
คุณภาพชีวติ ที่เป็ นมิตรกบั ทกั ษะท่ีสร้างเสริมคุณภาพชีวติ ท่ีเป็ นมิตรกบั ,กศน., ศธจ.,ศธภ.
สิ่งแวดลอ้ ม สิ่งแวดลอ้ ม
พฒั นาแหล่งเรียนรู้ และส่ือการเรียนรู้ สพฐ., สกอ., สช.,สอศ.
ใหม้ ีคุณภาพมาตรฐาน ,กศน., ศธจ.,ศธภ.
การบริหารจดั การโรงเรียนตน้ แบบ EEC สพฐ., สกอ., สช.,สอศ.
ระดบั ประถมศึกษาและมธั ยมศึกษา ,กศน., ศธจ.,ศธภ.
ส่งเสริมและพฒั นาการจดั การศึกษา ศึกษาวจิ ยั ผลกระทบของภาคอตุ สาหกรรม สพฐ., สกอ., สช.,สอศ.
เพือ่ สร้างการเติบโตของคุณภาพ หรือเกษตรกรรมท่ีส่งผลต่อสิ่งแวดลอ้ ม วถิ ีชีวติ ชุมชน ,กศน., ศธจ.,ศธภ.
ชีวติ ท่ีเป็ นมติ รตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม พฒั นาสมรรถนะการแข่งขนั สิ่งประดิษฐพ์ ลงั งาน สพฐ., สกอ., สช.,สอศ.
สะอาดโดยเครือขา่ ยความร่วมมือภาครัฐและเอกชน ,กศน., ศธจ.,ศธภ.
ความร่วมมือกบั ทุกภาคส่วนในการ การสรรหาและสร้างแหลง่ เรียนรูท้ ่ีมีมาตรฐาน สพฐ., สกอ., สช.,สอศ.
มีส่วนร่วมพฒั นาแหล่งเรียนรูท้ ่ีมี ในการสร้างเสริมคุณภาพชีวติ ที่เป็ นมิตรกบั ,กศน., ศธจ.,ศธภ.
มาตรฐานในเร่ืองการสร้างเสริม สิ่งแวดลอ้ ม
คุณภาพชีวติ ที่เป็ นมิตรกบั การพฒั นาแหลง่ เรียนรูท้ ี่มีมาตรฐานเพือ่ การเสริมสร้าง สพฐ., สกอ., สช.,สอศ.
สิ่งแวดลอ้ ม คุณภาพชีวติ ที่เป็ นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม ,กศน., ศธจ.,ศธภ.
การพฒั นาระบบขอ้ มลู และ การจดั เก็บขอ้ มูลสารสนเทศเพอื่ การพฒั นาการศึกษา สพฐ., สกอ., สช.,สอศ.
สารสนเทศดา้ นการศึกษาท่ีเกี่ยวขอ้ ง ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก ,กศน., ศธจ.,ศธภ.
กบั การสร้างเสริมคุณภาพชีวติ ท่ีเป็ น สพฐ., สกอ., สช.,สอศ.
มิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม การพฒั นาเช่ือมโยงขอ้ มูลสารสนเทศเพอื่ การพฒั นา ,กศน., ศธจ.,ศธภ.
การศึกษาในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก
59
แผนงาน โครงการ หน่วยงานที่
รับผดิ ชอบ
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 6 การพฒั นา การบริหารจดั การของหน่วยงานและเพิ่มศกั ยภาพ
ประสิทธิภาพของระบบบริหาร ความเขม้ แขง็ ของสถานศึกษาในการบริหารจดั สป.ศธ.,สพฐ., สกอ.
จัดการศึกษาสถานศึกษาในเขต การศึกษาสถานศึกษาในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ,สช.,สอศ., กศน.,ศธจ.,
เศรษฐกจิ พเิ ศษภาคตะวนั ออก ภาคตะวนั ออก(EEC) ศธภ.
(EEC) พฒั นาสถานศึกษาใหเ้ ป็ นโรงเรียนคุณภาพ
สป.ศธ.,สพฐ., สกอ.
การพฒั นาประสิทธิภาพของระบบ ,สช.,สอศ., กศน.,ศธจ.,
บริหารจดั การศึกษาสถานศึกษาใน ศธภ.
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก(EEC) สป.ศธ.,สพฐ., สกอ.
,สช.,สอศ., กศน.,ศธจ.,
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจดั การศึกษา ศธภ.
จากภาคเอกชน สป.ศธ.,สพฐ., สกอ.
,สช.,สอศ., กศน.,ศธจ.,
การบริหารจดั การอตั รากาลงั ครู ศธภ.
สป.ศธ.,สพฐ., สกอ.
จดั ต้งั ศูนยก์ ารเรียนรู้เทคโนโลยแี ละสารสนเทศ (ICT) ,สช.,สอศ., กศน.,ศธจ.,
เพอ่ื รองรับระเบียงเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวนั ออก ศธภ.
สป.ศธ.,สพฐ., สกอ.
การติดตาม ตรวจสอบประสิทธิภาพ ส่งเสริมและสนบั สนุนการตรวจสอบประสิทธิภาพ ,สช.,สอศ.,
กศน.,ศธจ.,ศธภ.
ของการบริหารจดั การการศึกษา และจดั การเพอ่ื สร้างความเขม้ แขง็ ของสถานศึกษา สป.ศธ.,สพฐ., สกอ.
,สช.,สอศ.,
สถานศึกษาในเขตเศรษฐกิจพเิ ศษ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก(EEC) กศน.,ศธจ.,ศธภ.
ภาคตะวนั ออก (EEC) กากบั ติดตาม ตรวจสอบการบริหารจดั การเพ่ือสร้าง
ความเขม้ แขง็ ของสถานศึกษาในเขตเศรษฐกิจพเิ ศษ
ภาคตะวนั ออก(EEC)
ท่ีมา : ผวู้ จิ ยั รวบรวม เมื่อ วนั ท่ี 15 สิงหาคม พ.ศ. 2563
60
กรอบแนวคิดในการพฒั นาการศึกษาในพืน้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก
แผนยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ แผนพัฒนาการศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธิการ
ฉบบั ที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564)
นโยบายส่งเสริมและสนับสนนุ การจัดต้งั เขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก
บรบิ ทและลักษณะของเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (EEC : Eastern Economic Corridor)
แผนพฒั นาการศึกษาในพน้ื ท่เี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (พ.ศ. 2560-2564)
จัดการศึกษาทั้งในและนอกระบบเพือ่ พฒั นากาลังคนทุกระดบั ใหม้ ีความพรอ้ มดา้ นเศรษฐกิจและทกั ษะอาชพี มีคณุ ภาพชวี ติ ที่ดี
และมขี ีดความสามารถในการแข่งขนั และจดั การศกึ ษาแบบบรู ณาการองค์ความรู้โดยใชส้ ะเตม็ ศกึ ษาและการมีสว่ นร่วมจดั การศกึ ษาจากทกุ ภาคส่วน
การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน ระดบั อาชวี ศึกษา กกแาแาลรลรศะศะตกึตกึ ษาษามมาาอนอนัธอัธอยกยการาระศะศบบัยัยบบ ระดบั อดุ มศึกษา
สง่ เสรมิ ให้ประชาชนทั่วไปมกี าร
จดั การศึกษาระดบั ขน้ั พ้นื ฐานซึ่งแบ่งเปน็ จดั การศกึ ษาโดยสรา้ ง พฒั นาตนเอง เนน้ ใหม้ คี วามรู้ จุดเนน้ ของการพฒั นาการศกึ ษาเพอื่ พฒั นา
ระดับปฐมวัยระดบั ประถมศกึ ษาและระดับ เครอื ขา่ ยกับผ้ปู ระกอบการ เก่ยี วกับการพฒั นาการศกึ ษาใน ส่ตู ลาดแรงงานอยา่ งมีคุณภาพ มที กั ษะ
มัธยมศกึ ษา โดยใหม้ ีแนวทางจัด และอตุ สาหกรรม สง่ เสรมิ พ้นื ท่เี ขตพฒั นาพิเศษภาค การทางานในระดบั มาตรฐานสากล
กระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) สร้าง และพัฒนาครูใหม้ ี ตะวนั ออกและพฒั นาทกั ษะ
เสริมประสบการณโ์ ดยการวางพ้นื ประสบการณต์ รงในสถาน วิชาชพี ใหม้ ีมาตรฐานสูงขนึ้ - สร้างและพฒั นางานวจิ ยั เทคโนโลยี
ฐานความร้เู กยี่ วกบั ด้านธรุ กิจเบื้องต้น ประกอบการ สถานศกึ ษา ควบค่กู บั การพัฒนาทกั ษะ
2) ให้ความรพู้ ื้นฐานเกี่ยวกบั การ มหี ้องปฏิบตั ิการพอเพียง ภาษาต่างประเทศเพอ่ื การศึกษา นวตั กรรมอยา่ งมีประสทิ ธิภาพเพื่อสรา้ ง
พฒั นาการศึกษาในพ้ืนทีเ่ ขตพัฒนา มโี อกาสฝึกงานในสถาน และการสอื่ สารในการรองรบั ผ้ปู ระกอบการ และเพม่ิ ขีดความสามารถ
พิเศษภาคตะวันออก 3) เนน้ ทักษะ ประกอบการ เนน้ ทักษะ สถานประกอบการทมี่ ีความ ในการแขง่ ขันของประเทศ
ภาษาต่างประเทศเพอ่ื การศึกษาและ ภาษาต่างประเทศ จัดตั้งศนู ย์ ต้องการแรงงานท่มี ีคณุ ภาพ
การสื่อสาร 4) ใชเ้ ทคโนโลยีและ ทดสอบมาตรฐาน ฝมี ือแรงงาน - สรา้ งและพฒั นากาลงั แรงงานทีม่ ี
พฒั นานวตั กรรม ในการจดั การเรยี นรู้ ให้ความรว่ มมือในการจดั
ควบคู่กบั สถานการณ์จริงหรือ การศกึ ษากบั ตา่ งประเทศ คุณภาพ สามารถตอบสนองต่อความตอ้ งการ
สถานการณ์จาลอง (Active เพ่ือสรา้ งแรงงานและ อตุ สาหกรรมเปา้ หมายของประเทศ
Learning) และ 5) มงุ่ เนน้ การบรู ณ ผู้ประกอบการทม่ี คี ณุ ภาพ
การจัดการเรียนรรู้ ูปแบบ STEM - ใชภ้ าษาองั กฤษเพอื่ การสอ่ื สาร และ
Education
พฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนอื่ ง
- รับผิดชอบตอ่ ตนเองสงั คมและสิ่งแวดล้อม
- เปน็ คนไทยที่ดี มคี ุณภาพอยอู่ ยา่ งมี
ความสขุ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
Thailand 4.0 “ม่ันคง ม่ังคัง่ ย่งั ยนื ”
แผนภาพที่ 14 แสดงกรอบแนวคดิ ในการพฒั นาการศึกษาในพ้ืนที่เขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก
แหล่งทม่ี า : แผนพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (พ.ศ. 2560-2564)
61
6. แผนพฒั นาการศึกษาของจังหวดั ในพืน้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก
จังหวดั ชลบุรี
จากการวเิ คราะห์สถานภาพของจงั หวดั ชลบุรี เพื่อนามาวางแผนและกาหนดทิศทาง
ในการจดั การศึกษาแบบบูรณาการเชิงยทุ ธศาสตร์ของสานกั งานศึกษาธิการจงั หวดั ชลบุรีจึงไดก้ า
หนดวสิ ยั ทศั น์ พนั ธกิจ เป้าประสงค์ ยทุ ธศาสตร์ และกลยทุ ธ์ ในการขบั เคล่ือนการดาเนินการจดั
การศึกษาใหเ้ ป็นไปตามเป้าหมายและสอดคลอ้ งกบั การพฒั นาระเบียงเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวนั ออก
(EEC) ของจงั หวดั ชลบุรี ดงั น้ี
1. วสิ ัยทัศน์
“ยกระดบั คุณภาพการศึกษา กา้ วหนา้ ทางวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม นาสู่มาตรฐาน
การศึกษาระดบั นานาชาติ”
2. พนั ธกจิ
1. ส่งเสริมการจดั การศึกษาใหผ้ เู้ รียนทุกช่วงวยั มีความรู้ ทกั ษะและความสามารถใน การ
ประกอบ อาชีพ
2. จดั ต้งั ศูนยท์ ดสอบและศูนยก์ ารศึกษาระดบั นานาชาติ
3. เสริมสร้างและพฒั นาครูใหม้ ีศกั ยภาพในการจดั การศึกษาดา้ นทกั ษะอาชีพ
4. ส่งเสริมการจดั การศึกษาและพฒั นาผนู้ าเทคโนโลยดี า้ นอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์
เพอื่ รองรับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก
5. ส่งเสริมการจดั การศึกษาเพอ่ื พฒั นาผปู้ ระกอบการรุ่นใหม่ที่ใส่ใจคุณภาพชีวติ ที่เป็ น
มิตรต่อส่ิงแวดลอ้ ม
6. ส่งเสริมการจดั การศึกษาดา้ นการวจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยี นวตั กรรม เพอื่ ขบั เคล่ือน
ธุรกิจ เศรษฐกิจประเทศ
3. เป้าประสงค์
1. ผเู้ รียนทุกช่วงวยั มีความรู้ ทกั ษะและความสามารถในการประกอบอาชีพ
2. จงั หวดั ชลบุรีเป็นศูนยก์ ลางการศึกษาระดบั นานาชาติ
3. ครูมีศกั ยภาพในการจดั การศึกษาดา้ นทกั ษะอาชีพ
4. สร้างผนู้ าเทคโนโลยดี า้ นอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์เพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจ
พเิ ศษภาคตะวนั ออก
5. สร้างผปู้ ระกอบการรุ่นใหมท่ ่ีใส่ใจส่ิงแวดลอ้ ม
6. สร้างนกั วจิ ยั และพฒั นานวตั กรรม เพ่อื ขบั เคลื่อนธุรกิจ เศรษฐกิจประเทศ
62
4. ยุทธศาสตร์
ยุทธศาสตร์ท่ี 1 การสร้างความเขา้ ใจ เขา้ ถึง พฒั นา เพือ่ สร้างความมนั่ คง
ยทุ ธศาสตร์ที่ 2 การสร้างเครือขา่ ยระหวา่ งสถานศึกษาภายใน ภายนอก ในระดบั ต่างๆ
และเครือข่ายกบั ภาคเอกชน ประชาคมและประชารัฐ เพอ่ื ความสามารถในการแขง่ ขนั
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การแสวงหาตน้ ทุนและกลุ่มผนู้ าในการเป็ นตวั แทนการเปล่ียนแปลง
เพอ่ื การพฒั นาและเสริมสร้างศกั ยภาพคน
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างการเรียนของนกั เรียน นกั ศึกษาดว้ ยโครงการทาแลว้ ตอ้ งขาย
เพื่อสร้างโอกาส ความเสมอภาคและเท่าเทียมกนั ทางสังคม ภายใตห้ ลกั การพฒั นาตามปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
ยุทธศาสตร์ท่ี 5 การสอนการแนะนาท้งั ในและนอกระบบการศึกษาเพอ่ื สร้างการเติบโต
ของคุณภาพชีวติ ที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดลอ้ ม
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 6 การขบั เคล่ือนธุรกิจ เศรษฐกิจประเทศดว้ ยงานวจิ ยั ทุกระดบั เพื่อการ
ปรับสมดุลและพฒั นาระบบการจดั การ บริหารจดั การภาครัฐ
จังหวดั ระยอง
สานกั งานศึกษาธิการจงั หวดั ระยองได้ศึกษาวิเคราะห์บริบทที่เก่ียวขอ้ ง ประกอบดว้ ย
ร่างกรอบยทุ ธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบบั ท่ีสิบสอง พ.ศ. 2560 - 2564 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 นโยบายรัฐบาล นโยบาย
ความมน่ั คงแห่งชาติ พ.ศ. 2558 - 2564 นโยบายของรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ แผนปฏิบตั ิ
ราชการประจาปี งบประมาณ พ.ศ. 2561 ของกระทรวงศึกษาธิการ แผนปฏิบัติราชการประจาปี
งบประมาณ พ.ศ. 2561 ของสานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และบริบทต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้อง มา
เช่ือมโยงกบั อานาจหนา้ ท่ีของสานกั งานศึกษาธิการจงั หวดั ระยอง และกาหนดเป็ นกรอบแนวทางในการ
จดั ทาแผนปฏิบตั ิราชการประจาปี งบประมาณ พ.ศ. 2561ของสานกั งานศึกษาธิการจงั หวดั ระยอง (ฉบบั
ปรับปรุงตามงบประมาณท่ีไดร้ ับจดั สรร) ดงั น้ี
วสิ ัยทศั น์
วิสัยทศั น์ : คุณธรรมนาสังคมแห่งการเรียนรู้ สู่คุณภาพผูเ้ รียนและชีวิตอย่างสมดุล รักษ์
ระยอง บนวถิ ีประชาคมโลก
63
นิยามวสิ ัยทศั น์
1) คุณธรรมนาสังคมแห่งการเรียนรู้ หมายถึง การจดั การศึกษาที่บูรณาการเร่ืองคุณธรรม
จริยธรรมไวใ้ นหลกั สูตรและกระบวนการจดั การเรียนรู้ ใชเ้ ทคโนโลยเี พ่ือการเรียนการสอนอยา่ งมี
ประสิทธิภาพ
2) คุณภาพผูเ้ รียน หมายถึง การจดั การศึกษาให้ผูเ้ รียนมีคุณภาพเป็ นไปตามมาตรฐาน
ตวั ช้ีวดั ในหลกั สูตรทุกระดบั
3) ชีวิตอยา่ งสมดุล หมายถึง จดั การศึกษามุ่งให้ผูเ้ รียนมีองค์ความรู้ และทกั ษะชีวิตตาม
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
4) รักษร์ ะยอง หมายถึง การจดั การศึกษาโดยคานึงถึงความเป็ นระยอง เช่น ภาษาทอ้ งถ่ิน
วฒั นธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น แหล่งเรียนรู้ และสิ่งแวดลอ้ ม
5) บนวถิ ีประชาคมโลก หมายถึง จดั การศึกษาโดยการส่งเสริมใหร้ ู้ เขา้ ใจ และส่ือสารภาษา
รวมถึงแลกเปลี่ยนวฒั นธรรม ระเบียบกฎหมายที่ควรรู้ สังคมเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มอาเซียน
และให้ครอบคลุมถึงพหุบตั ิด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วฒั นธรรมและส่ิงแวดล้อมของทุก
ประเทศในโลก เรียนรู้ผลประโยชน์ ของรัฐและสิทธิมนุษยชนระหวา่ งประเทศดว้ ย
6) จดั การศึกษาเพอ่ื รองรับการพฒั นาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก
พนั ธกจิ
1.จดั การศึกษาท่ีบูรณาการเร่ืองคุณธรรม จริยธรรมไวใ้ นหลกั สูตรและกระบวนการจดั การ
เรียนรู้ ใชเ้ ทคโนโลยเี พือ่ การเรียนการสอนอยา่ งมีประสิทธิภาพ
2.จดั การศึกษาใหผ้ เู้ รียนมีคุณภาพ เป็นไปตามมาตรฐาน ตวั ช้ีวดั ในหลกั สูตรทุกระดบั
3. จดั การศึกษามุ่งให้ผูเ้ รียนมีองค์ความรู้ และทกั ษะชีวิตตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
4. จดั การศึกษาโดยคานึงถึงความเป็ นระยอง เช่น ภาษาทอ้ งถิ่น วฒั นธรรม ประเพณี ภูมิ
ปัญญาทอ้ งถ่ิน แหล่งเรียนรู้ และสิ่งแวดลอ้ ม
5. จดั การศึกษาโดยการส่งเสริมใหร้ ู้ เขา้ ใจ และส่ือสารภาษา รวมถึงแลกเปล่ียนวฒั นธรรม
64
ระเบียบกฎหมายที่ควรรู้ สังคมเศรษฐกิจของประเทศตา่ งๆ ในโลก ที่ควรรู้
6. จดั การศึกษาเพ่ือรองรับการพฒั นาระเบียงเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวนั ออก
เป้าประสงค์
ผูเ้ รียนมีคุณภาพ มีคุณธรรม รักและภูมิใจในความเป็ นระยอง สามารถดารงชีวิตอยใู่ นสังคม
โลก อยา่ งมีความสุข
เป้าประสงคก์ ารศึกษาการจดั ศึกษาแตล่ ะระดบั
ระดบั ปฐมวยั : รักระยอง มองประชาคมโลก
ระดบั ประถมศึกษา : ภูมิใจในความเป็นระยอง รู้จกั ประชาคมโลก
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ : รักษร์ ะยอง อยรู่ ่วมกบั ประชาคมโลก
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา และระดบั อุดมศึกษา : พฒั นาระยอง
สู่ความยงั่ ยนื บนพ้นื ฐานความเป็นประชาคมโลก
ประเดน็ ยุทธศาสตร์
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 การจดั การศึกษาเพื่อความมน่ั คงของสงั คมและประเทศชาติ
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 การผลิตและพฒั นากาลงั คน การวจิ ยั และนวตั กรรม เพือ่ สร้างขีด
ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ
ยทุ ธศาสตร์ที 3 การพฒั นาศกั ยภาพคนทุกช่วงวยั และการสร้างสงั คมแห่งการเรียนรู้
ยทุ ธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทียมทางการศึกษา
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5 การจดั การศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวติ ที่เป็ นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 6 การพฒั นาประสิทธิภาพของระบบบริหารจดั การศึกษา
65
ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมัน่ คงของสังคมและประเทศชาติ
เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ : ผเู้ รียนมีจิตสานึก ความรู้ ความสามารถ ทกั ษะ ความคิด ทศั นคติ
ความเช่ือค่านิยม และพฤติกรรมที่เหมาะสม รู้เท่าทนั การ
เปลี่ยนแปลงของสงั คมและโลกศตวรรษที่ 21 สามารถดารงชีวติ อยู่
ในสงั คมไดอ้ ยา่ งสนั ติและสงบสุข
ตัวชี้วดั
1. ร้อยละของสถานศึกษาข้นั พ้นื ฐานท่ีจดั กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่สะทอ้ นความรัก
และการธารงรักษาสถาบนั หลกั ของชาติ และการยดึ มนั่ ในการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตย
อนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุขเพิ่มข้ึน
2. ร้อยละของนกั เรียนที่ผา่ นการอบรมลูกเสือ เนตรนารีเพม่ิ ข้ึน
3. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการจดั การเรียนการสอน/กิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเป็ น
พลเมือง
(Civic Education) เพมิ่ ข้ึน
4. ร้อยละของสถานศึกษาท่ีมีการจดั การเรียน3ก7ารสอน/กิจกรรมที่สร้างภูมิคุม้ กนั หรือป้อง
ปราม
การทุจริตคอร์รัปชน่ั เพ่มิ ข้ึน
5. ร้อยละของสถานศึกษาท่ีมีการจดั การเรียนการสอน/กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอยรู่ ่วมกนั
ในสังคม
พหุวฒั นธรรมเพิม่ ข้ึน
6. ร้อยละของสถานศึกษาที่จดั กระบวนการเรียนรู้และปลูกฝังแนวทางการจดั การความ
ขดั แยง้
โดยแนวทางสันติวธิ ีเพ่มิ ข้ึน
7. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการจดั การเรียนการสอน/กิจกรรม เพอ่ื เสริมสร้างความรู้
ความเขา้ ใจ
ท่ีถูกตอ้ งเกี่ยวกบั ภยั คุกคามในรูปแบบใหมเ่ พ่ิมข้ึน
8. ร้อยละของสถานศึกษาที่ปลอดยาเสพติด
9. สดั ส่วนผเู้ รียนในสถานศึกษาท่ีมีคดีทะเลาะววิ าทลดลง
66
กลยทุ ธ์
กลยทุ ธ์ท่ี 1 เสริมสร้างความมน่ั คงของสถาบนั หลกั ของชาติ และการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
กลยทุ ธ์ที่ 2 เสริมสร้างความมน่ั คงของสังคมไทย ใหเ้ ป็นสังคมแห่งคุณธรรม จริยธรรม
ปลอดภยั และสมานฉนั ท์
กลยทุ ธ์ท่ี 3 ส่งเสริมความเป็นพลเมือง (Civic Education) ในสังคมไทย รวมท้งั การยอมรับ
และเห็นคุณคา่ ของการอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรม
กลยทุ ธ์ที่ 4 เสริมสร้างความมน่ั คงในชีวติ ของคนทุกช่วงวยั จากภยั คุกคามในรูปแบบใหม่
ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การผลติ และพฒั นากาลงั คน การวจิ ัย และนวตั กรรรม เพื่อสร้างขดี ความสามารถ
ในการแข่งขันของประเทศ
เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ : ผเู้ รียนมีสมรรถนะตอบสนองต่อความตอ้ งการของตลาดงาน
และการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศ รองรับพลวตั ของ
โลกและการแข่งขนั ในศตวรรษท่ี 21
ตัวชี้วดั
1. มีฐานขอ้ มูลความตอ้ งการกาลงั คน (Demand) จาแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรมอยา่ ง
ครบถว้ น
2. สัดส่วนผเู้ รียนอาชีวศึกษาสูงข้ึน เมื่อเทียบกบั ผเู้ รียนสามญั ศึกษา
3. สัดส่วนผเู้ รียนวทิ ยาศาสตร์สุขภาพ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยสี ูงข้ึนเมื่อเทียบกบั
ผเู้ รียนสงั คมศาสตร์
4. ร้อยละของผเู้ รียนที่เรียนในระบบทวภิ าคี/สหกิจศึกษาในสถานประกอบการท่ีมี
มาตรฐานเพมิ่ ข้ึน
5. ร้อยละของผสู้ าเร็จการศึกษามีสมรรถนะท่ีตรงกบั ความตอ้ งการของตลาดงานและการ
พฒั นาประเทศเพ่ิมข้ึน
6. จานวนผสู้ าเร็จการศึกษาในสาขาตามกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายท่ีตรงตามขอ้ มูลความ
ตอ้ งการกาลงั คน (Demand) ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพ่ิมข้ึน
7. ประชากรวยั แรงงาน (15 – 59 ปี ) มีจานวนปี การศึกษาเฉล่ียเพม่ิ ข้ึน
38
67
8. ร้อยละของประชากรวยั แรงงาน (15 - 59 ปี ) ท่ีมีการศึกษาระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
หรือเทียบเทา่ ข้ึนไปเพ่ิมข้ึน
9. ร้อยละของกาลงั แรงงานในสาขาอาชีพตา่ ง ๆ ท่ีไดร้ ับการยกระดบั คุณวุฒิวชิ าชีพเพิ่มข้ึน
10. อตั ราการไดง้ านทา/ประกอบอาชีพอิสระของผสู้ าเร็จการศึกษาระดบั อาชีวศึกษา
(ไมน่ บั ศึกษาต่อ) ภายในระยะเวลา 1 ปี เพ่ิมข้ึน
11. อตั ราการไดง้ านทา/ประกอบอาชีพอิสระของผสู้ าเร็จการศึกษาระดบั อุดมศึกษาภายใน
ระยะเวลา 1 ปี เพิ่มข้ึน
12. ร้อยละของผสู้ าเร็จการศึกษาระดบั อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา มีสมรรถนะเป็นที่พอใจ
ของสถานประกอบการเพิ่มข้ึน
13. ร้อยละของสถาบนั การศึกษาที่จดั การศึกษารูปแบบทวภิ าคี/สหกิจศึกษา/หลกั สูตร
โรงเรียนในโรงงานตามมาตรฐานท่ีกาหนดเพมิ่ ข้ึน
กลยทุ ธ์
กลยทุ ธ์ที่ 1 ส่งเสริม สนบั สนุน การผลิตและพฒั นากาลงั คนท่ีมีสมรรถนะ ทกั ษะ
และคุณลกั ษณะที่สาคญั จาเป็นในศตวรรษท่ี 21 และตรงกบั ความตอ้ งการ
ของตลาดงานและการพฒั นาประเทศ
กลยทุ ธ์ที่ 2 ยกระดบั คุณวฒุ ิการศึกษาและวชิ าชีพของประชากรในวยั เรียนและวยั ทางาน
และเพิม่ ผลิตภาพของกาลงั แรงงาน
กลยทุ ธ์ที่ 3 พฒั นาฝีมือแรงงานระดบั สูงและผมู้ ีความสามารถพิเศษหรือความเชี่ยวชาญ
เฉพาะดา้ นในภาคการศึกษา การวจิ ยั การผลิตและการพฒั นาในกลุ่ม
อุตสาหกรรมเป้าหมาย
กลยทุ ธ์ท่ี 4 ปรับทิศทางการผลิตผสู้ าเร็จการศึกษาและบณั ฑิตท่ีมุ่งเนน้ คุณภาพมากกวา่
ปริมาณ
กลยทุ ธ์ที่ 5 ส่งเสริมการใชป้ ระโยชน์จากการวจิ ยั ในการพฒั นาคน เพือ่ เพ่ิมผลผลิต มูลคา่
ทางเศรษฐกิจ และการพฒั นาประเทศ
68
ยทุ ธศาสตร์ที่ 3 การพฒั นาศักยภาพคนทุกช่วงวยั และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ : ผเู้ รียนมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานตวั ช้ีวดั ในหลกั สูตรทุกระดบั
และครูผสู้ อนในทุกระดบั และประเภทการศึกษามีความรู้ตาม
มาตรฐานวชิ าชีพ
ตวั ชี้วดั
1. ร้อยละ ของเด็กปฐมวยั มีความพร้อมในการศึกษาต่อในระดบั ประถมศึกษา ท้งั 4 ดา้ น
(ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา)
2. ร้อยละของนกั เรียน อา่ นออกเขียนไดเ้ ม่ือจบช้นั ป.1
3. ค่าเฉล่ียร้อยละของนกั เรียนมีผลการทดสอบการศึกษาแห่งชาติ O-NET/V-NET/N-NET/
B-NET เพิม่ ข้ึน
4. ร้อยละของผเู้ รียนมีความสามารถสื่อสารภ3า9ษาองั กฤษ ตามช่วงวยั
5. ร้อยละของสถานศึกษาท่ีจดั การเรียนการสอนในรูปแบบ STEM
6. ร้อยละของผเู้ รียนท่ีมีความสามารถพเิ ศษ ดา้ นคณิตศาสตร์และวทิ ยาศาสตร์
7. ระดบั ความพงึ พอใจของผูป้ กครอง ต่อกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิม่ เวลารู้
8. ร้อยละของผเู้ รียนมีคุณลกั ษณะความเป็นระยองตามเป้าหมายท่ีกาหนด
-รักระยอง (ปฐมวยั )
-ภูมิใจในความเป็ นระยอง (ประถมศึกษา)
-รักษร์ ะยอง (ม.ตน้ )
-พฒั นาระยองสู่ความยง่ั ยนื (ม.ปลายข้ึนไป)
9. ร้อยละของผเู้ รียนมีทกั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยเี พ่ือการแสวงหาความรู้
10. ร้อยละของผเู้ รียนมีคา่ นิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ สอดคลอ้ งกบั ช่วงวยั
11. ร้อยละของสถานศึกษาจดั ทาหลกั สูตรสถานศึกษาท่ีสอดคลอ้ งกบั ทอ้ งถิ่น
จงั หวดั ระยอง
12. ร้อยละของสถานศึกษา ท่ีมีอตั ราครูต่อนกั เรียน เป็นไปตามเกณฑ์
13. ร้อยละของ ผบู้ ริหาร คณาจารย์ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ไดร้ ับการพฒั นาตรงตาม
ความตอ้ งการ อยา่ งต่อเนื่องทุกปี การศึกษา
14. ร้อยละ ของผบู้ ริหาร คณาจารย์ ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีขวญั และกาลงั ใจดี
ต่อการปฏิบตั ิงาน
69
15. ร้อยละของครูผสู้ อน สอนตรงตามสาขาวชิ าเอก
16. ร้อยละของกลุ่มผสู้ ูงวยั และทุกช่วงวยั ไดร้ ับการศึกษานอกระบบ และตามอธั ยาศยั ใหม้ ี
คุณภาพมาตรฐาน เพ่อื สร้างพลเมืองท่ีมีคุณภาพชีวติ ท่ีดี
กลยุทธ์
กลยทุ ธ์ท่ี 1 ยกระดบั คุณภาพการศึกษาและมาตรฐานผเู้ รียน
กลยทุ ธ์ท่ี 2 พฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษาใหค้ รอบคลุมเน้ือหาสาระ ท้งั หลกั วชิ าการ
คุณธรรม จริยธรรม และบริบทเชิงพ้นื ท่ี
กลยทุ ธ์ที่ 3 ส่งเสริม สนบั สนุนการใชเ้ ทคโนโลยเี พือ่ การจดั การเรียนรู้ แสวงหาความรู้
ดว้ ยตนเอง และการรู้เท่าทนั ส่ือปัจจุบนั
กลยทุ ธ์ที่ 4 ส่งเสริมการจดั การศึกษาโดยคานึงถึงความเป็นระยอง
กลยทุ ธ์ที่ 5 พฒั นาคุณภาพผบู้ ริหาร คณาจารย์ ครูและบุคลากรทางการศึกษาตรงตาม
ความตอ้ งการ และจดั สรร/เกล่ียอตั รากาลงั ใหเ้ พียงพอตามเกณฑ์
กลยทุ ธ์ท่ี 6 สร้างขวญั กาลงั ใจในการปฏิบตั ิงานใหก้ บั ผบู้ ริหาร คณาจารย์ ครูและบุคลากร
ทางการศึกษา
กลยทุ ธ์ท่ี 7 ส่งเสริม สนบั สนุนใหค้ นทุกช่วงวยั มีทกั ษะ ความรู้ ความสามารถและการ
พฒั นาคุณภาพชีวิตอยา่ งเหมาะสม เตม็ ตามศกั ยภาพในแต่ละช่วงวยั
ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา
เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ : ผเู้ รียนมีโอกาสและความเสมอภาคในการรับบริการการศึกษาและ
เรียนรู้ที่มีคุณภาพตลอดชีวติ
ตัวชี้วดั
1. อตั ราการออกกลางคนั ลดลง
2. อตั ราการเกณฑ์เดก็ เขา้ เรียน
3. ร้อยละของหน่วยงานอาชีวศึกษาเปิ ดสอนหลกั สูตรตามความตอ้ งการของสถาน
ประกอบการ
4. ร้อยละของผเู้ รียนไดเ้ ขา้ ฝึ กงานในสถานประกอบการ
5. ร้อยละของสถานศึกษาจดั การศึกษาเพื่อการมีงานทา
6. ร้อยละของผเู้ รียนท่ีจบการศึกษา ปวช. ปวส. และอุดมศึกษา จากหน่วยงานทางการศึกษา
70
ในจงั หวดั ระยอง ประกอบอาชีพในสถานประกอบการจงั หวดั ระยอง
7. จานวนสถานศึกษาท่ีจดั การศึกษาแบบทวภิ าคี/ทวศิ ึกษา
8. ผเู้ รียนระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐานทุกคนไดร้ ับการสนบั สนุนคา่ ใชจ้ ่ายในการศึกษา 15 ปี
9. อตั ราการเขา้ เรียนระดบั ประถมศึกษา มธั ยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาสูงข้ึน
กลยุทธ์
กลยทุ ธ์ที่ 1 เพ่มิ โอกาสทางการศึกษาใหค้ รอบคลุมทว่ั ถึงกลุ่มประชากรวยั เรียนทุก
ประเภท
กลยทุ ธ์ที่ 2 ส่งเสริม สนบั สนุนการพฒั นาสมรรถนะผสู้ าเร็จการศึกษาใหต้ รงกบั ความ
ตอ้ งการของตลาดแรงงาน
กลยทุ ธ์ที่ 3 สนบั สนุนการจดั ทาหลกั สูตรท่ีเหมาะสมในเชิงพ้ืนที่ และความตอ้ งการของผมู้ ี
ส่วนไดส้ ่วนเสีย
กลยทุ ธ์ท่ี 4 ส่งเสริม สนบั สนุนใหม้ ีระบบสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกตอ้ ง
และเป็นปัจจุบนั เพื่อการวางแผน การบริหารจดั การศึกษา การติดตาม
และประเมินผล
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5 การจัดการศึกษาเพ่ือสร้างเสริมคุณภาพชีวติ ทเ่ี ป็ นมิตรกบั สิ่งแวดล้อม
เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ : ผเู้ รียนทุกช่วงวยั มีจิตสานึกและความรับผดิ ชอบในการกระทา มี
คุณธรรมจริยธรรมและนอ้ มนาแนวคิดตามหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบตั ิในการดาเนินชีวติ
ตวั ชี้วดั
1. ร้อยละของศูนยเ์ ด็กเลก็ และสถานศึกษาระดบั ปฐมวยั ที่จดั กิจกรรมที่สร้างความตระหนกั
ในความสาคญั ของการดารงชีวติ ที่เป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ มเพมิ่ ข้ึน
2. ร้อยละของผเู้ รียนทุกระดบั การศึกษามีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความตระหนกั ใน
ความสาคญั ของการดารงชีวิตที่เป็นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม ความมีคุณธรรมจริยธรรม และ
การประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดาเนินชีวติ เพม่ิ ข้ึน
41
71
3. ร้อยละของจานวนนกั เรียนที่เขา้ ร่วมกิจกรรม/โครงงานท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การสร้างเสริม
คุณภาพชีวติ ที่เป็ นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ มเพิ่มข้ึน
4. ร้อยละของจานวนโรงเรียนที่ใชก้ ระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม
เพ่ิมข้ึน
5. ร้อยละของจานวนนกั เรียนที่เขา้ ร่วมกิจกรรมตามโครงการนอ้ มนาแนวคิดตามหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบตั ิเพิม่ ข้ึน
6. ร้อยละของสถานศึกษาท่ีผา่ นการประเมินตน้ แบบสถานศึกษาพอเพียง
7. ร้อยละของครู/บุคลากรทางการศึกษาท่ีไดร้ ับการอบรม/พฒั นาในเร่ืองการสร้างเสริม
คุณภาพชีวติ ที่เป็ นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ มเพ่ิมข้ึน
8. จานวนสถานศึกษาในโครงการโรงเรียนสีเขียวและหอ้ งเรียนสีเขียวเพิม่ ข้ึน
9. จานวนสถานศึกษาในโครงการโรงเรียนคุณธรรมเพิ่มข้ึน
10. จานวนสถานศึกษา/สถาบนั การศึกษาที่จดั การเรียนการสอนและกิจกรรมท่ีเก่ียวขอ้ ง
กบั การสร้างเสริมคุณภาพชีวติ ที่เป็นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ มเพิ่มข้ึน
กลยุทธ์
กลยทุ ธ์ที่ 1 สร้างจิตสานึก ปลูกฝังทศั นคติ คา่ นิยม วฒั นธรรมของคนทุกช่วงวยั ในการ
ดาเนินชีวติ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การสร้างเสริมคุณภาพชีวติ ท่ีเป็ นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม
กลยทุ ธ์ที่ 2 สร้างและปรับเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยทุกช่วงวยั ใหม้ ีคุณธรรม จริยธรรม
เห็นคุณคา่ ของการเติบโตบนคุณภาพชีวติ ที่เป็ นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม และสามารถดารงชีวติ อยา่ งเป็ น
สุขตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กลยทุ ธ์ที่ 3 สนบั สนุนการจดั การศึกษาเพื่อการประกอบอาชีพ ตามหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
กลยทุ ธ์ท่ี 4 ส่งเสริมการวจิ ยั และพฒั นาองคค์ วามรู้ที่เก่ียวขอ้ งกบั เรื่องการสร้างเสริม
คุณภาพชีวติ ที่เป็ นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม
กลยทุ ธ์ที่ 5 สร้างความตระหนกั และสร้างเสริมศกั ยภาพใหป้ ระชาชนในการนาองค์
ความรู้ไปใชจ้ ดั การในเร่ืองภยั ธรรมชาติ ความมน่ั คงทางอาหาร พลงั งาน และการจดั การ
ทรัพยากรธรรมชาติ
72
ยุทธศาสตร์ท่ี 6 การพฒั นาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา
เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ : หน่วยงานทางการศึกษา มีระบบการบริหารจดั การที่มี
ประสิทธิภาพโดยยดึ หลกั ธรรมาภิบาล
ตวั ชี้วดั
1. ร้อยละของหน่วยงานทางการศึกษามีเครือข่ายทางการศึกษาท่ีเขม้ แขง็
2. ร้อยละของโรงเรียนประชารัฐ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
3. ร้อยละของสถานศึกษาไดร้ ับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ.)
4. ร้อยละของสถานศึกษานาผลการวจิ ยั ไปใชใ้ นการพฒั นาการบริหารจดั การและ
การจดั การเรียนการสอน
5. ระดบั ความสาเร็จของการจดั ทาฐานขอ้ มูลทางการศึกษาระดบั จงั หวดั
6. จานวนหน่วยงานทางการศึกษาท่ีมีมหาวทิ ยาลยั เป็นพีเ่ ล้ียง
7. ร้อยละของสถานศึกษามีหลกั สูตร/แผนการสอนเพ่อื การอยูร่ ่วมกนั ในกลุ่มประเทศ
อาเซียนและประชาคมโลก
8. ร้อยละของสถานศึกษาท่ีมีระบบประกนั คุณภาพภายใน
9. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีความพงึ พอใจต่อระบบการประกนั คุณภาพการศึกษา
กลยทุ ธ์
กลยทุ ธ์ท่ี 1 ส่งเสริม สนบั สนุนการบริหารจดั การท่ีมีประสิทธิภาพโดยยดึ
หลกั ธรรมาภิบาลละสร้างความเขม้ แขง็ ของเครือข่ายการจดั การศึกษา
กลยทุ ธ์ที่ 2 เพม่ิ ประสิทธิภาพ การจดั การศึกษาเพ่ือการอยูร่ ่วมกนั ในกลุ่มประเทศอาเซียน
และประชาคมโลก
กลยทุ ธ์ท่ี 3 ส่งเสริม สนบั สนุนการใชท้ รัพยากรร่วมกนั ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการ
บริหารจดั การ
กลยทุ ธ์ที่ 4 ส่งเสริม สนบั สนุนการวิจยั เพื่อการศึกษา
กลยทุ ธ์ที่ 5 ส่งเสริม พฒั นาระบบประกนั คุณภาพการศึกษาและการส่งเสริมประสิทธิภาพ
การดาเนินงานของสถานศึกษาและสถาบนั การศึกษา
73
จังหวดั ฉะเชิงเทรา
วสิ ัยทศั น์
จากแนวคิดการจดั การศึกษา สานกั งานศึกษาธิการจงั หวดั ฉะเชิงเทราไดก้ าหนดวสิ ัยทศั น์
)Vision ( ไวด้ งั น้ี
สานักงานศึกษาธิการจังหวดั ฉะเชิงเทราเป็ นองค์กรแกนนาในการบริหารจัดการศึกษาสู่“
มาตรฐานสากล สร้างคนดีมีคุณธรรม มีความรู้และทกั ษะ สู่การพฒั นาพืน้ ที่เขตพัฒนาพิเศษภาค
”ตะวนั ออก ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม
นิยามวสิ ัยทศั น์
1. พ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก หมายถึง พ้ืนท่ีจงั หวดั ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ
ระยอง
2. มาตรฐานสากล ( World - class standard) หมายถึง การพฒั นาหลกั สูตรและจดั การ
เรียนการสอนอย่างมีคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล รวมท้งั มีการบริหารจดั การด้วยระบบ
คุณภาพเพื่อให้ไดผ้ ูเ้ รียนท่ีมีคุณภาพ คือเป็ นผูท้ ี่มีความรู้ความสามารถและคุณลกั ษณะ (Learner
Profile) เทียบเคียงมาตรฐานสากล (World class standard) และมีศกั ยภาพเป็ นพลโลก (World
citizen) สอดคลอ้ งกบั เจตนารมณ์ของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ท่ี
มุ่งเนน้ การพฒั นาคุณภาพเยาวชนสาหรับยคุ ศตวรรษท่ี 21 อีกท้งั เป็ นไปตามปฏิญญาวา่ ดว้ ยการจดั
การศึกษาของ UNESCO คือ Learning to know, Learning to do, Learning to live with the others,
Learning to be
3. การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน หมายถึง สถานศึกษาทุกสังกดั หน่วยงานท้งั ภาครัฐ
ภาคเอกชนในจงั หวดั ฉะเชิงเทรา และสถานประกอบการท่ีมีท่ีต้งั อยู่ในจงั หวดั ฉะเชิงเทรา และ
บริเวณจงั หวดั ใกลเ้ คียง
4. สร้างคนดีมีคุณธรรม หมายถึง การจดั การศึกษาเพ่อื ปลูกฝังส่งเสริมใหผ้ ูเ้ รียนทุกช่วงวยั
เป็นคนดี คิดดี พูดดี ทาดี ดาเนินชีวติ ตามหลกั ศีลธรรมและคา่ นิยมท่ีดีงามในสังคม
วฒั นธรรมขององค์กร
1. รับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ี
2. มีวนิ ยั และจรรยาบรรณ
3. ช่วยเหลือเก้ือกลู
74
4. ตรงตอ่ เวลา
5. ไปมา ลาบอก
6. ซ่ือตรงตอ่ องคก์ ร
7. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
8. เป็นคนออ่ นนอ้ มถ่อมตน
9. จิตแห่งการบริการ/จิตสาธารณะ
พนั ธกจิ
.1ส่งเสริมและสนบั สนุนการจดั การศึกษาระดบั ปฐมวยั ใหค้ รอบคลุมกลุ่มเป้าหมายและมี
คุณภาพภายใต้หน่วยงานทางการศึกษาท้งั ภาครัฐ ภาคเอกชน การปกครองส่วนท้องถ่ิน และ
หน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ งใหม้ ีคุณภาพ มาตรฐาน สร้างความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษาอยา่ งเท่า
เทียมกนั
ส่งเสริมและสนบั สนุนการจดั การศึกษาระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ประเภทสามญั .2
ศึกษาใหม้ ีคุณภาพมาตรฐาน สร้างความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษาอยา่ งทวั่ ถึง
ส่งเสริมและสนบั สนุนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน สถานศึกษาเอกชน และหน่วยงาน .3
ทางการศึกษาอ่ืนในจงั หวดั ฉะเชิงเทรา ใหจ้ ดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐานอยา่ งมีคุณภาพไดม้ าตรฐานตามท่ี
หลกั สูตรกาหนด
ส่งเสริมและสนบั สนุนการบริหารจดั การอาชีวศึกษาท้งั ของรัฐและเอกชนให้ผูเ้ รียนมี .4
ทกั ษะอาชีพภายใตร้ ูปแบบความร่วมมือระหวา่ งสถาบนั การศึกษาและสถานประกอบการ รวมท้งั
การสร้างภาคีเครือข่ายระดบั นานาชาติเพือ่ รองรับพ้นื ที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก
5. ส่งเสริมและสนบั สนุนการพฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม้ ีสมรรถนะในการ
ปฏิบตั ิงานมีความเป็นมืออาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม
6. ส่งเสริมและสนับสนุนการจดั การศึกษาให้กบั ผูเ้ รียนที่เป็ นกลุ่มพิเศษ ผูพ้ ิการ และ
ผดู้ อ้ ยโอกาส ใหค้ รอบคลุมทวั่ ถึง และมีพฒั นาการเตม็ ตามศกั ยภาพ
7. ส่งเสริมและสนบั สนุนการจดั การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั และ
การศึกษาตลอดชีวิตให้กับกลุ่มเป้าหมายท้ังผู้เรียนท่ีไม่สามารถเรียนในระบบได้ และกลุ่ม
ประชาชนทวั่ ไป
บริหารงานบุคคลร่วมกบั เขตพ้ืนท่ีการศึกษาให้เป็ นไปตามหลกั ธรรมาภิบาลภายใต้ .8
คณะอนุกรรมการและคณะกรรมการศึกษาธิการจงั หวดั
75
ประเด็นยุทธศาสตร์
.1พฒั นาการจดั การศึกษาเพื่อความมนั่ คงของสังคม
.2พฒั นาศกั ยภาพคนทุกช่วงวยั สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ส่งเสริมการวจิ ยั และ
นวตั กรรมเพ่ือสร้างขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ
สร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา .3
ส่งเสริมและจดั การศึกษาเพอื่ สร้างคุณภาพชีวติ ที่เป็นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม .4
พฒั นาประสิทธิภาพของระบบบริหารจดั การศึกษา .5
ยุทธศาสตร์ท่ี 1 พฒั นาการจัดการศึกษาเพ่ือความมั่นคงของสังคม มีกลยทุ ธ์ ดงั น้ี
1.1 ส่งเสริม สนบั สนุน การจดั การศึกษาเพ่ือสร้างความมน่ั คงของสถาบนั หลกั ของชาติ
และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข
1.2 การเสริมสร้างความรู้และทกั ษะความเป็นพลเมืองดี (Civic Education)
ยุทธศาสตร์ท่ี 2 พัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ส่งเสริมการวิจัย และ
นวตั กรรมเพ่ือสร้างขดี ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ มีกลยทุ ธ์ ดงั น้ี
2.1ส่งเสริมและพฒั นาให้นกั เรียน นกั ศึกษา และประชาชน มีความรู้ ความสามารถใน
การส่ือสารดา้ นภาษาต่างประเทศท้งั ภาษาองั กฤษ จีน เกาหลี ญ่ีป่ ุน และภาษากลุ่มประเทศอาเซียน
เพ่อื รองรับพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก
2.2วจิ ยั และพฒั นาเพอ่ื สร้างองคค์ วามรู้และนวตั กรรมในการพฒั นาคุณภาพการศึกษา
2.3 เสริมสร้างสมรรถนะและทกั ษะของนกั เรียน นกั ศึกษา ดา้ นเทคโนโลยแี ละดิจิตอล
2.4 ส่งเสริมและสนบั สนุนการจดั การศึกษานอกระบบและการจดั การศึกษาตามอธั ยาศยั
ใหค้ รอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายเพือ่ สร้างสงั คมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวติ
ยุทธศาสตร์ที่ 3สร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทยี มทางการศึกษา มีกลยทุ ธ์ ดงั น้ี
3.1 ส่งเสริม สนบั สนุน การเขา้ ถึงบริการทางการศึกษาทุกระดบั ให้แก่ผเู้ รียนในจงั หวดั
ครอบคลุมถึงคนพกิ าร ผดู้ อ้ ยโอกาส และผมู้ ีความตอ้ งการพเิ ศษ
3.2ส่งเสริม สนบั สนุน การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียม )DLTV( และการศึกษาทางไกล
ผา่ นเทคโนโลยดี ิจิตอล )DLIT( สาหรับโรงเรียนท่ีขาดแคลนครู ครูไมค่ รบห้องเรียน และครูท่ีสอน
ไมต่ รงตามวชิ าเอก
76
3.3ส่งเสริม สนบั สนุน การใช้ทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกนั ระหวา่ งสถานศึกษากบั
สถานศึกษา สถานศึกษากบั สถานประกอบการ และสถานศึกษากบั หน่วยงานอ่ืนท้งั ในดา้ นอาคาร
สถานท่ี บุคลากร และสื่อการเรียนการสอน
ยทุ ธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมและจัดการศึกษาเพ่ือสร้างคุณภาพชีวติ ทเ่ี ป็ นมิตรกบั ส่ิงแวดล้อม มีกลยทุ ธ์
ดงั น้ี
4.1 ส่งเสริม สนบั สนุน การสร้างจิตสานึกในการอนุรักษแ์ ละจรรโลงรักษาสิ่งแวดลอ้ ม
4.2สร้างคุณธรรม จริยธรรม และนอ้ มนาศาสตร์พระราชาสู่การดาเนินชีวติ
4.3ส่งเสริม สนบั สนุน การบริหารจดั การขยะแบบครบวงจร
ยุทธศาสตร์ท่ี 5 พฒั นาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา มีกลยทุ ธ์ ดงั น้ี
5.1 พฒั นาระบบฐานขอ้ มูลสารสนเทศดา้ นการศึกษาใหค้ รอบคลุมทุกระดบั สามารถ
เช่ือมโยงกบั หน่วยงานทางการศึกษาและหน่วยงานอื่นในจงั หวดั ตลอดจนหน่วยงานในส่วนกลาง
5.2ส่งเสริมใหท้ ุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจดั และสนบั สนุนการจดั การศึกษา
5.3กากบั ดูแล ติดตาม และประเมินผล การจดั การศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษา
ในจงั หวดั ใหเ้ ป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและนโยบายของรัฐบาล
5.4บริหารจัดการงานบุคคลและการพฒั นาบุคลากรให้มีขีดความสามารถในการ
ปฏิบตั ิงานอยา่ งมีประสิทธิภาพ
เป้าประสงค์
สถานศึกษามีการจดั การศึกษาเพื่อสร้างความมน่ั คงของสถาบนั หลกั ของชาติ และการ .1
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข
ผูเ้ รียนไดร้ ับการพฒั นาทกั ษะท่ีสาคญั จาเป็ นและมีสมรรถนะตรงความตอ้ งกา .2รของ
ตลาดงาน เพ่ือรองรับพ้นื ที่เขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก
หน่วยงานทางการศึกษามีแหล่งเรียนรู้ นวตั กรรม และสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและ .3
มาตรฐานสนองตอบความตอ้ งการ
ผเู้ รียนไดร้ ับโอกาสทางการศึกษาอยา่ งทว่ั ถึง เทา่ เทียม และเสมอภาค .4
หน่วยงานทางการศึก .5ษามีการจดั กิจกรรมเพอื่ สร้างจิตสานึกรักษส์ ่ิงแวดลอ้ ม
หน่วยงานทางการศึกษามีการจดั กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และน้อมนา .6
ศาสตร์พระราชาสู่การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื
หน่วยงานทางการศึกษามีการบริหารจดั การที่มีประสิทธิภาพ .7
77
ตวั ชี้วดั เป้าประสงค์
1. หน่วยงานทางการศึกษาทุกแห่ง มีการจดั การศึกษาเพื่อสร้างความมนั่ คงของสถาบนั
หลกั ของชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข
2.มีทกั ษะที่สาคญั จาเป็ นและมีสมรรถนะตรงความ 80 ผูเ้ รียนไม่น้อยกว่าร้อยละ .
ตอ้ งการของตลาดงานเพื่อรองรับพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก
3. หน่วยงานทางการศึกษาไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 มีแหล่งเรียนรู้ นวตั กรรม และสื่อการ
เรียนรู้ท่ีมีคุณภาพและมาตรฐานสนองตอบความตอ้ งการ
.4ร้อยละ ของประชากรวยั เรียนไดร้ ับการศึกษา 100 ข้นั พ้ืนฐาน
5. สถานศึกษาไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 มีการจดั กิจกรรมเพือ่ สร้างจิตสานึกรักษส์ ิ่งแวดลอ้ ม
6. สถานศึกษาไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 มีการจดั กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และ
นอ้ มนาศาสตร์พระราชาสู่การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื
7. หน่วยงานทางการศึกษาทุกแห่งมีระบบบริหารจดั การที่มีประสิทธิภาพ
78
7. งานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วข้อง
นิภาพร รอดไพบูลย์ (2562) ไดศ้ ึกษาการนานโยบายการจดั การศึกษาเด็กต่างดา้ วไป
ปฏิบตั ิในพ้นื ท่ีจงั หวดั สระแกว้ มีวตั ถุประสงคเ์ พอื่ ศึกษาและวเิ คราะห์พฒั นาการนโยบายการจดั
การศึกษาเด็กต่างดา้ วในประเทศไทย พ.ศ. 2545 – 2560 ศึกษาการนานโยบายการจดั การศึกษาเด็ก
ตา่ งดา้ วไปปฏิบตั ิในพ้นื ท่ีจงั หวดั สระแกว้ ในปัจจุบนั ศึกษาปัญหาอุปสรรค และผลกระทบจากการ
นานโยบายการจดั การศึกษาเด็กตา่ งดา้ วไปปฏิบตั ิในพ้นื ที่จงั หวดั สระแกว้
จากการศึกษาพบวา่ นโยบายมีความชดั เจน แต่จากการปฏิบตั ิงาน ดา้ นทรัพยากรบุคคล
และงบประมาณ มีไมเ่ พียงพอต่อการปฏิบตั ิงานจริง ผบู้ ริหารมีความสามารถในการโนม้ นา้ วใจท่ีดี
ไมไ่ ดม้ ีการกาหนดผูร้ ับผดิ ชอบเฉพาะสาหรับการจดั การศึกษาเดก็ ต่างดา้ ว แตก่ ็ปฏิบตั ิตามที่รัฐ
กาหนด ผบู้ ริหารมีทศั นคติเชิงบวกต่อนโยบาย ส่งผลใหท้ ุกฝ่ ายรับรู้และเขา้ ใจ ยอมรับและสามารถ
ตอบสนองนโยบายได้ ช้ีใหเ้ ห็นวา่ บรรลุวตั ถุประสงคข์ องนโยบาย ปัญหาอุปสรรคพบวา่
สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาขาดความถ่ีและความสม่าเสมอในการลงกากบั ติดตามนิเทศ โรงเรียน
ส่วนใหญ่ประสบปัญหาครูไม่ครบช้นั ขาดความพร้อมดา้ นอาคารสถานท่ี ส่ืออุปกรณ์การจดั การ
เรียนการสอน
อลงกต แผนสนิท (2557) ไดศ้ ึกษาการนานโยบายไปปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมาภิบาล
ของราชการส่วนภูมิภาคในจงั หวดั นครราชสีมา มีวตั ถุประสงคเ์ พื่อศึกษาระดบั การนานโยบาย
ไปปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมมาภิบาล ของราชการส่วนภูมิภาค เพ่ือศึกษาความสัมพนั ธ์ของปัจจยั
กบั การนานโยบายไปปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมาภิบาลของราชการส่วนภูมิภาค เพ่ือศึกษาปัจจยั
ท่ีส่งผลตอ่ การนานโยบายไปปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมมาภิบาล ของราชการส่วนภูมิภาค เพ่ือศึกษา
ปัญหาอุปสรรคในการนานโยบายไปปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมาภิบาลของราชการส่วนภูมิภาค และ
เสนอแนวทางในการพฒั นาการนานโยบายไปปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมาภิบาลของราชการส่วนภูมิภาค
จากการศึกษา พบวา่ ปัจจยั ที่ส่งผลต่อการนานโยบายไปปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมมาภิบาล
ของราชการส่วนภูมิภาคในจงั หวดั นครราชสีมา มี 3 ปัจจยั เท่าน้นั คือ ปัจจยั ดา้ นผบู้ ริหาร ปัจจยั
ดา้ นสภาพแวดลอ้ มภายนอกองคก์ าร และปัจจยั ดา้ นทศั นคติของเจา้ หนา้ ท่ี ส่งผลต่อการนานโยบาย
ไปปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมาภิบาลของราชการส่วนภูมิภาคในจงั หวดั นครราชสีมา
กฤษณ์ รักชาติเจริญ และคณะ (2559) ศึกษาเร่ือง ปัจจยั ช้ีวดั ความสาเร็จในการขบั เคลื่อน
มติสมชั ชาสุขภาพแห่งชาติสู่การปฏิบตั ิ มีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือศึกษาตวั ช้ีวดั ที่เหมาะสมตอ่ การสร้าง
ความสาเร็จของการนามติสมชั ชาสุขภาพแห่งชาติไปปฏิบตั ิ ดว้ ยกระบวนการศึกษาและวเิ คราะห์
ขอ้ มูลจากเอกสาร และกระบวนการสมั ภาษณ์เจาะลึกภาคีเครือขา่ ยผนู้ านโยบายไปปฏิบตั ิ
79
ผลการศึกษาพบวา่ ผลการศึกษาพบวา่ 1) ตวั ช้ีวดั ท่ีเหมาะสมต่อการสร้างความสาเร็จ
ของการนามติสมชั ชาสุขภาพแห่งชาติไปปฏิบตั ิ สามารถจาแนกปัจจยั ที่สาคญั ในการนานโยบาย
ไปปฏิบตั ิไดท้ ้งั สิ้น 6 ปัจจยั โดยในแตล่ ะปัจจยั จะมีตวั ช้ีวดั ท่ีหลากหลาย ซ่ึงตอ้ งมีการประเมิน
ผา่ นองคป์ ระกอบยอ่ ยๆ จานวนหน่ึงเพอื่ ใชช้ ้ีวดั ความสาเร็จในการขบั เคล่ือนมติ (นโยบาย)
ไปสู่การปฏิบตั ิ มีดงั น้ี ปัจจยั ท่ี 1 ปัจจยั ดา้ นเน้ือหาของนโยบายปัจจยั ที่ 2 ปัจจยั หน่วยงาน
และองคก์ ารที่ขบั เคลื่อนนโยบาย ปัจจยั ท่ี 3 ปัจจยั พ้ืนท่ีและประชาชนท่ีไดร้ ับผลจากนโยบาย
ปัจจยั ที่ 4 ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มของนโยบาย ปัจจยั ที่ 5 ปัจจยั ผนู้ าและผปู้ ฏิบตั ิงานของนโยบาย
และปัจจยั ที่ 6 ปัจจยั ภายนอกท่ีส่งผลต่อนโยบาย
วา่ ที่ร้อยตรีไพศาล บรรจุสุวรรณ์ (2558) ศึกษาเร่ือง การนานโยบายหลกั สูตรการศึกษา
ข้นั พ้ืนฐานไปปฏิบตั ิในเขตพ้ืนที่การศึกษาจงั หวดั สุราษฎร์ธานี วตั ถุประสงคส์ ามประการ
ประการแรก เพื่อศึกษาปัจจยั และข้นั ตอนกระบวนการ ตลอดจนผลท่ีเกิดข้ึนจากการนานโยบาย
หลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้นื ฐานไปปฏิบตั ิในเขตพ้ืนท่ีการศึกษาจงั หวดั สุราษฎร์ธานี ประการท่ีสอง
เพ่ือศึกษาปัญหาอุปสรรคการนานโยบายหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐานไปปฏิบตั ิภายใตเ้ ง่ือนไข
และบริบทสภาพแวดลอ้ มท่ีเก่ียวขอ้ งในเขตพ้ืนท่ีการศึกษาจงั หวดั สุราษฎร์ธานี และประการท่ีสาม
เพอื่ แสวงหาแนวทางการพฒั นาการนานโยบายหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้นื ฐานไปปฏิบตั ิที่สอดคลอ้ ง
กบั เง่ือนไขและบริบทสภาพแวดลอ้ มที่เก่ียวขอ้ งในเขตพ้ืนท่ีการศึกษาจงั หวดั สุราษฎร์ธานี โดยใช้
กรอบแนวคิดทฤษฎีวา่ ดว้ ยพลวตั และบริบทสภาพแวดลอ้ มผสมผสานกบั ตวั แบบ CIPP และทฤษฎี
การนานโยบายสาธารณะไปปฏิบตั ิ
ผลการศึกษาพบวา่ ผลจากงานวจิ ยั ไดข้ อ้ คน้ พบปัจจยั ความสาเร็จท่ีมีผลต่อการนา
นโยบายหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐานไปปฏิบตั ิที่สาคญั ในส่ีประการ ประการแรก
กลยทุ ธ์ของการนานโยบายไปปฏิบตั ิ ประการที่สอง ภาวะผนู้ าและประสิทธิผลของผบู้ ริหาร
สถานศึกษา ประการท่ีสาม ปัจจยั ดา้ นศกั ยภาพของครูผสู้ อน และประการที่สี่ การสนบั สนุนและ
ความสามารถดา้ นการบริหารจากส่วนกลางและแตล่ ะเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ปัจจยั ท้งั ส่ีประการ
ต่างเก่ียวขอ้ งสมั พนั ธ์ต่อกนั และเป็นเงื่อนไขเอ้ืออานวยใหก้ ารนานโยบายไปสู่การปฏิบตั ิในระดบั
เขตพ้นื ที่การศึกษาและสถานศึกษาเกิดผลสาเร็จ ผวู้ จิ ยั ไดน้ าเสนอขอ้ เสนอในเชิงนโยบาย
ในรูปของตวั แบบภายใตช้ ่ือ “ วงลอ้ การขบั เคล่ือนและยกระดบั คุณภาพการศึกษา ”
80
บพติ รัตนบุรี(2552) ศึกษาเร่ือง ปัจจยั ท่ีส่งผลตอ่ ความสาเร็จของการนานโยบายการ
ใหบ้ ริการแบบศูนยบ์ ริการจุดเดียวเบด็ เสร็จ (One Stop Service) ไปปฏิบตั ิ ศึกษากรณี สานกั งาน
เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร มีวตั ถุประสงค์ 4 ประการ คือ 1) เพ่อื ศึกษานโยบายและสาระสาคญั
เกี่ยวกบั การใหบ้ ริการแบบศูนยบ์ ริการจุดเดียวเบด็ เสร็จ 2) เพอ่ื ศึกษาปัจจยั ท่ีส่งผลตอ่ ความสาเร็จ
ในการนานโยบายการใหบ้ ริการแบบศูนยบ์ ริการจุดเดียวเบด็ เสร็จ สานกั งานเขตสายไหมไปปฏิบตั ิ
3) เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคของการนานโยบาย การใหบ้ ริการแบบศูนยบ์ ริการจุดเดียวเบด็ เสร็จ
สานกั งานเขตสายไหม ไปปฏิบตั ิ และ 4) เพือ่ เสนอแนะแนวทางในการแกไ้ ขปัญหา อุปสรรค
ของการนานโยบายแบบศูนยบ์ ริการจุดเดียวเบด็ เสร็จ สานกั งานเขตสายไหมไปปฏิบตั ิ
ผลการศึกษาพบวา่ ปัจจยั ที่ส่งผลตอ่ ความสาเร็จ ไดแ้ ก่ ปัจจยั ดา้ นเป้าหมาย
และวตั ถุประสงคข์ องนโยบาย ปัจจยั ดา้ นกระบวนการให้บริการ ปัจจยั ดา้ นบุคลากรผใู้ หบ้ ริการ
และปัจจยั ดา้ นสมรรถนะของหน่วยงาน
เสาวรักษ์ หงส์ไทย และไพฑูรย์ โพธ์ิสวา่ ง(2561) ศึกษาเรื่อง ภาวะผนู้ าท่ีมีผลต่อ
ประสิทธิผลของงานในตาแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามเจตคติของประชาชน: กรณีศึกษาพลเอก
ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา มีวตั ถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพอ่ื ศึกษาภาวะผนู้ าของพลเอก ประยทุ ธ์
จนั ทร์โอชา 2) เพ่อื ศึกษาภาวะผนู้ าที่มีผลต่อประสิทธิผลของงานในตาแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามเจต
คติของ ประชาชน และ 3) เพือ่ เปรียบเทียบแบบพฤติกรรมภาวะผนู้ าที่มีต่อประสิทธิผลของงานใน
ตาแหน่ง นายกรัฐมนตรี ตามเจตคติของประชาชน
ผลการศึกษาพบวา่ ประชาชนมีความรู้สึกหรือเจตคติต่อแบบพฤติกรรมภาวะผนู้ า
แนวโนม้ ไปในแบบสง่ั การ (Directive leadership) หมายถึง แบบผนู้ าท่ีใชค้ าสง่ั เก่ียวกบั การทางาน
และวธิ ีการทางาน กาหนดมาตรฐานของการทางาน รวมท้งั กฎระเบียบท่ีชดั เจนกบั ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา
ในท่ีน้ีหมายถึงประชาชน พฤติกรรมภาวะผนู้ าแบบสั่งการ เหมาะกบั สถานการณ์บา้ นเมืองวกิ ฤติ
มีความคลุมเครือ ไม่ชดั เจน ทาใหผ้ ตู้ ามเกิดความวติ กกงั วลกบั สถานการณ์ดงั กล่าว ทาใหป้ ระชาชน
มองเห็นความเขม้ แขง็ เด็ดขาดกลา้ ตดั สินใจของผนู้ า
7. กรอบแนวคดิ การวจิ ยั
ผวู้ จิ ยั ไดก้ าหนดกรอบแนวคิด โดยนาตวั แบบตามแนวคิดของ วรเดช จนั ทรศร (2531)
และตวั แบบกระบวนการการนานโยบายและแผนไปปฏิบตั ิ ของ กลา้ ทองขาว (2548) มาประยกุ ต์
เป็นกรอบแนวคิด จากปัจจยั ความชดั เจนของนโยบาย สมรรถนะองคก์ ร การวางแผน ภาวะผนู้ า
และสุดทา้ ย การสนบั สนุนจากหน่วยงานและบุคคลท่ีเกี่ยวขอ้ ง ตามลาดบั ดงั แผนภาพที่ 15
การวางแผน กรอบแนวคดิ การวจิ ยั 81
ความชัดเจนของนโยบาย การสนับสนุนจากหน่วยงาน
และบุคคลทเี่ กย่ี วข้อง
สมรรถนะองค์กร
ภาวะผู้นา
การนานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพืน้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาค
ตะวนั ออกไปปฏบิ ัตใิ ห้ประสบผลสาเร็จ
แผนภาพที่ 15 แสดงกรอบแนวคิดการวจิ ยั
บทที่ 3
วธิ ีดำเนินกำรวจิ ยั
การวจิ ยั เร่ือง การนานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก
ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ เป็นการวจิ ยั เชิงพรรณนาโดยมีจุดมุง่ หมาย เพ่อื ศึกษานโยบายการพฒั นา
การศึกษาในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ประการที่สอง ศึกษาการนานโยบาย
การพฒั นาการศึกษาในพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ ประการท่ีสาม
ศึกษาปัจจยั ที่มีผลตอ่ การนานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออกระยะ5ปี
ไปปฏิบตั ิ และสุดทา้ ยเสนอแนวทางการนานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษ
ภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ ใหป้ ระสบผลสาเร็จ หาคาตอบตามคาถามและจุดประสงคท์ ี่
กาหนดไว้ ผวู้ ิจยั ใชร้ ูปแบบกระบวนการวิจยั เชิงคุณภาพ และเสนอหวั ขอ้ ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
และวเิ คราะห์ขอ้ มูลดงั น้ี
1.ข้นั ตอนการดาเนินการวจิ ยั
2.การไดม้ าของขอ้ มูลที่สาคญั
3.เครื่องมือที่ใชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มูล
4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งขอ้ มูล
5. การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
3.1 ข้นั ตอนกำรดำเนินกำรวจิ ัย
การวจิ ยั คร้ังน้ีเป็นการวจิ ยั เชิงคุณภาพ ประกอบดว้ ย 5 ข้นั ตอน ดงั น้ี
ข้ันตอนที่ 1 สังเคราะห์ วิเคราะห์เอกสารเพ่ือศึกษานโยบายการพฒั นาการศึกษา
ในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ
ข้ันตอนท่ี 2 การสังเคราะห์ วิเคราะห์เอกสาร เพ่ือศึกษากระบวนการนานโยบาย
การพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ
ข้ันตอนที่ 3 สร้างเคร่ื องมือเพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาและปัจจัยท่ีส่ งผล
ต่อการนานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออกไปปฏิบตั ิ ระยะ 5 ปี
83
ข้ันตอนท่ี 4 ดาเนินการเก็บรวบรวมขอ้ มูล และตรวจสอบความถูกตอ้ งเพื่อนาผล
ไปวเิ คราะห์
ข้ันตอนท่ี 5 วิเคราะห์ขอ้ มูล เพ่ือเสนอแนวทางการนานโยบายการพฒั นาการศึกษา
ในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิใหป้ ระสบผลสาเร็จ
3.2 กำรได้มำของข้อมูลทส่ี ำคญั
ในการวจิ ยั คร้ังน้ี ผวู้ จิ ยั ไดแ้ บง่ การเขา้ ถึงขอ้ มูลและเก็บรวบรวบรวมขอ้ มูลเป็ น2ส่วนคือ
1.กำรเกบ็ ข้อมูลด้ำนเอกสำร (Review Data) จากเอกสารวชิ าการ ตารา หนงั สือ
กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั แนวทาง มาตรการ รายงานผลการปฏิบตั ิงานของหน่วยงานท่ีมีขอ้ มูล
เกี่ยวขอ้ งกบั เร่ืองท่ีวจิ ยั
2.กำรรวบรวมข้อมูลสนำม (Field Data) โดยเกบ็ ขอ้ มูลการสมั ภาษณ์เชิงลึก (In-depth
Interview) จากผใู้ หข้ อ้ มูลที่มีขอ้ มูลตรงตามประเดน็ การวิจยั มากกวา่ ปกติ (Intensity Sampling )
(ประไพพมิ พ์ สุธีวสินนนทแ์ ละประสพชยั พสุนนท,์ 2559) เพือ่ ศึกษาและวเิ คราะห์ขอ้ เทจ็ จริงของ
บุคคลท่ีเก่ียวขอ้ ง โดยสัมภาษณ์จาก ผบู้ ริหารและผปู้ ฏิบตั ิ ระบุพ้นื ท่ี จากพ้นื ท่ีการศึกษา คือ พ้ืนที่
เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก ไดแ้ ก่ จงั หวดั ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง ตวั แทนตามหน่วยงาน
ที่มีฐานะเทียบเท่ากรมในสงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม จานวนท้งั สิ้น 14 คน
ผรู้ ับผดิ ชอบในการนานโยบายไปปฏิบตั ิ ตามท่ีกาหนดไวใ้ นแผนพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขต
พฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก
2.1 กำรเลือกผู้ให้ข้อมูลทสี่ ำคญั
ผูว้ ิจยั เลือกบุคคลในฐานะตวั แสดงหลกั ที่เก่ียวขอ้ งโดยตรงต่อการนานโยบายการ
พฒั นาการศึกษา ในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ นอกจากน้ี ผูว้ ิจยั ได้
สัมภาษณ์เชิงลึกผูบ้ ริหาร รวมถึงบุคลากรในระดบั ปฏิบตั ิงาน ของหน่วยงานท่ีคดั เลือกจากกรอบ
เกณฑ์ สถานศึกษาท่ีมีขนาดใหญข่ ้ึนไป ในแตล่ ะสงั กดั ท้งั 3 จงั หวดั ดงั น้ี
กลุ่มท่ี 1 เลือกผบู้ ริหารและเจา้ หนา้ ที่สังกดั สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ ซ่ึงมี
ฐานะเป็นกรม ประกอบดว้ ยสานกั งานศึกษาธิการภาค 2 คน และสานกั งานศึกษาธิการจงั หวดั
ในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก 6 คน ซ่ึงมีหนา้ ที่ในบูรณาการจดั การศึกษาในภาพรวมของ
จงั หวดั และของภูมิภาค เลือกผอู้ านวยการสถานศึกษาเอกชนท่ีเป็นนายกสมาคมสถานศึกษาเอกชน
ของจงั หวดั 1 คน เป็นโรงเรียนท่ีมีความโดดเด่นดา้ นภาษา
84
กล่มุ ที่ 2 เลือกผชู้ านาญการดา้ นการผลิตและพฒั นากาลงั คนอาชีวศึกษาจากส่วนกลาง
1 คน และเลือกผอู้ านวยการสถานศึกษาอาชีวศึกษาท่ีเป็นศูนยผ์ ลิตและพฒั นากาลงั คน จานวน 2 คน
กล่มุ ที่ 3 เลือกผูอ้ านวยการโรงเรียนในสงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษา
ข้นั พ้ืนฐานจากโรงเรียนท่ีมีจานวนนกั เรียนมากท่ีสุด ไดผ้ ูบ้ ริหารสถานศึกษา จานวน 2 คน
จากการเลือกผใู้ หข้ อ้ มูลสาคญั สามารถสรุปไดด้ งั น้ี
กลุ่มท่ี 1 สำนักงำนปลดั กระทรวงศึกษำธิกำร จำนวน 9 คน
1. ศึกษาธิการภาค จานวน 1 คน
2. ศึกษาธิการจงั หวดั จานวน 3 คน
3. เจา้ หนา้ ที่บุคลากรศึกษาธิการภาค จานวน 1 คน
4. เจา้ หนา้ ที่บุคลากรศึกษาธิการจงั หวดั จานวน 3 คน
5. ผอู้ านวยการสถานศึกษาเอกชน (สช.) จานวน 1 คน
กลุ่มท่ี 2 สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรอำชีวศึกษำ (สอศ.) จำนวน 3 คน
1. ผชู้ านาญการดา้ นการผลิตและพฒั นากาลงั คนอาชีวศึกษา(ส่วนกลาง)จานวน 1 คน
2. ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั ในสงั กดั (สอศ.) จานวน 2 คน
กล่มุ ท่ี 3 สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พืน้ ฐำน (สพฐ.) จำนวน 2 คน
1. ผอู้ านวยการโรงเรียน จานวน 2 คน
85
ตำรำงที่ 5 แสดงรำยละเอยี ดผ้ใู ห้ข้อมูลกำรนำนโยบำยกำรพฒั นำกำรศึกษำในพืน้ ท่ีเขตพฒั นำ
พเิ ศษภำคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ
ที่ หน่วยงำน ฉะเชิงเทรำ ชลบุรี ระยอง
สำนักงำนศึกษำธิกำรภำค 8 ศึกษาธิการภาค 8
ศึกษาธิการจงั หวดั ศึกษาธิการจงั หวดั ศึกษาธิการจงั หวดั
กล่มุ สำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวดั ฉะเชิงเทรา ระยอง
1 คณะกรรมกำรส่งเสริม ชลบุรี
กำรศึกษำเอกชน (สช.) ผอู้ านวยการโรงเรียนอนุบาลรักภาษา
กลุ่ม สำนักงำนคณะกรรมกำร ผชู้ านาญการดา้ นการผลิตและพฒั นากาลงั คนอาชีวศึกษา
2 กำรอำชีวศึกษำ (สอศ.) สนบั สนุนเขตเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวนั ออก
1.ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั สารพดั ช่างฉะเชิงเทรา
กล่มุ สำนักงำนคณะกรรมกำร 2.ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั เทคนิคระยอง
3 กำรศึกษำข้ันพืน้ ฐำน (สพฐ.) 1.ผอู้ านวยการโรงเรียนชลกนั ยานุกูล
2.ผอู้ านวยการโรงเรียนวดั ป่ าประดู่
86
ตำรำงที่ 6 แสดงรำยชื่อผ้ใู ห้ข้อมูลสำคัญจำกหน่วยงำนท่ีเก่ียวข้องกบั กำรนำนโยบำยกำรพฒั นำ
กำรศึกษำในพืน้ ทเี่ ขตพฒั นำพเิ ศษภำคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏบิ ตั ิ
หน่วยงำน ผ้ใู ห้ข้อมูล ตำแหน่ง
1.สานกั งานคณะกรรมการ ดร.ธวชั ชยั อุ่ยพานิช ผชู้ านาญการดา้ นการผลิตและพฒั นา
การอาชีวศึกษา กาลงั คนอาชีวศึกษา(ดา้ นEEC)
อดีตรองเลขาธิการ
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
2.สานกั งานศึกษาธิการภาค 8 นายยศพล เวณุโกเศศ รองเลขาธิการคณะกรรมการการ
อาชีวศึกษา
อดีตศึกษาธิการภาค 8
3.สานกั งานศึกษาธิการภาค 8 นางเขมิกา เดชาชาญ ผอ.กลุ่มยทุ ธศาสตร์การศึกษา
4.สานกั งานศึกษาธิการ นายต้งั อสิพงษ์ ศึกษาธิการจงั หวดั ฉะเชิงเทรา
จงั หวดั ฉะเชิงเทรา
5.สานกั งานศึกษาธิการ นายธานินทร์ ชลจิตต์ ศึกษาธิการจงั หวดั ชลบุรี
จงั หวดั ศึกษาธิการจงั หวดั ชลบุรี
6.สานกั งานศึกษาธิการ สิบโทชยั ยนั ต์ เกิดเหมาะ รองศึกษาธิการจงั หวดั ระยอง
จงั หวดั ศึกษาธิการจงั หวดั ระยอง
7.สานกั งานศึกษาธิการ นางจิรวดี อยา่ ลืมญาติ ผอู้ านวยการกลุ่มนโยบายและแผน
จงั หวดั ฉะเชิงเทรา
8.สานกั งานศึกษาธิการ นางสาวเกวลิน เกษมผลศิริ ผอู้ านวยการกลุ่มนโยบายและแผน
จงั หวดั ศึกษาธิการจงั หวดั ชลบุรี
9.สานกั งานศึกษาธิการ นายนนท์ แสงจนั ทร์ ผอู้ านวยการกลุ่มพฒั นาการศึกษา
จงั หวดั ศึกษาธิการจงั หวดั ระยอง
10.โรงเรียนอนุบาลรักภาษา นางสุนิสา สกอ๊ ต ผอู้ านวยการโรงเรียน
11.วทิ ยาลยั สารพดั ช่าง นายสุริยะ จิตพไิ ลเลิศ ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั
ฉะเชิงเทรา
12.วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง วา่ ที่เรือตรีชูชีพ อรุณเหลือง ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั เทคนิคระยอง
13.โรงเรียนชลกนั ยานุกูล นายสาเริง หมอนวนั ผอู้ านวยการโรงเรียนชลกนั ยานุกูล
14.โรงเรียนวดั ป่ าประดู่ ดร.พรศกั ด์ิ ทิพยว์ งษท์ อง ผอู้ านวยการโรงเรียนวดั ป่ าประดู่
87
3.3 เครื่องมือทใ่ี ช้ในกำรเกบ็ ข้อมูล
การดาเนินการวิจยั และการเก็บรวบรวมขอ้ มูลสาหรับงานวจิ ยั น้ี นอกจากผวู้ จิ ยั
จะดาเนินการวจิ ยั โดยการคน้ ควา้ วจิ ยั จากแหล่งขอ้ มูลท่ีเป็ นนโยบาย และเอกสารท้งั ที่เป็นขอ้ มูล
ปฐมภูมิและ ทุติยภูมิแลว้ การไดม้ าซ่ึงขอ้ มูลปฐมภูมิท่ีไม่ใช่เอกสารท่ีสาคญั ทางหน่ึงก็คือ
การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการวจิ ยั คร้ังน้ี ไดแ้ ก่ แบบสัมภาษณ์
ก่ึงโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) เกี่ยวกบั การนานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้นื ที่
เขตพฒั นาพิเศษ ภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ สาหรับสัมภาษณ์ผบู้ ริหาร/เจา้ หน้าท่ี
ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
1. แนวคำถำมในกำรสัมภำษณ์
เป็นเครื่องมือท่ีผวู้ ิจยั สร้างข้ึนมา โดยการศึกษาประเด็นคาถามจากการทบทวน
วรรณกรรม และแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวขอ้ ง โดยสร้างเป็นแนวคาถามใหม้ ีความครอบคลุมตาม
ประเดน็ การศึกษาและขอบเขตของสิ่งท่ีตอ้ งการศึกษา เพื่อใหบ้ รรลุตามวตั ถุประสงคท์ ี่ต้งั ไว้ โดย
เรียงลาดบั คาถาม เน้ือหาคาถามสามารถปรับไดต้ ามผถู้ ูกสมั ภาษณ์ เป็นคาถามปลายเปิ ด ไมม่ ีคาถาม
ช้ีนา ก่อนท่ีจะนาเคร่ืองมือไปใชใ้ นการสัมภาษณ์เชิงลึกน้นั ไดผ้ า่ นการตรวจสอบจากผเู้ ช่ียวชาญ 3
ท่าน และอาจารยท์ ี่ปรึกษาของผวู้ จิ ยั โดยแนวคาถามไดร้ ับการพจิ ารณาเสนอแนะแกไ้ ขจาก
ท่ีประชุมคณะกรรมการพจิ ารณาจริยธรรมการวจิ ยั ในมนุษย์ (ดูรายละเอียดแนวคาถามในการ
สมั ภาษณ์น้ีในภาคผนวก)
2. เคร่ืองบันทกึ ภำพและเสียง
ในการสมั ภาษณ์ ผสู้ มั ภาษณ์ทาการบนั ทึกภาพและเสียงขณะสัมภาษณ์ มีการเวน้
ระยะห่างตามมาตรการป้องกนั โรงระบาด และมีอุปกรณ์ป้องกนั เช้ือโรค ก่อนการบนั ทึกเสียง
ตอ้ งขออนุญาตผถู้ ูกสัมภาษณ์ และตอ้ งไดร้ ับการยนิ ยอมก่อนทาการบนั ทึกเสียง โดยบนั ทึกแบบ
เปิ ดเผย และรับรองในการไม่เปิ ดเผยขอ้ มูลของผถู้ ูกสัมภาษณ์ใหบ้ ุคคลอื่นทราบ ในเร่ืองที่พาดพิง
หรือจะมีผลต่อการปฏิบตั ิงาน เพ่ือปกป้องขอ้ มูลท่ีสาคญั เมื่อจบการบนั ทึก ผวู้ จิ ยั เขียนขอ้ มูลส่วนตวั
จดั ทาเป็นรหสั พร้อมนาขอ้ มูลบนั ทึกในคอมพิวเตอร์และทาการถอดเสียงจากการบนั ทึก โดยพิมพ์
ทุกคนพดู ลงในคอมพิวเตอร์พร้อมท้งั ตรวจสอบความถูกตอ้ งความครบถว้ นและสมบูรณ์ของขอ้ มูล
ก่อนจะทาการวเิ คราะห์เพ่อื ทราบถึงประโยค ประเดน็ สาคญั จดั หมวดหมู่เพ่อื ใชใ้ นการวเิ คราะห์
ขอ้ มูล
88
3.4 กำรตรวจสอบควำมถูกต้องข้อมูล
หลงั จากที่ผวู้ จิ ยั ไดท้ าการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลแลว้ ทาการตรวจสอบขอ้ มูลและการวเิ คราะห์
ขอ้ มูล ตรวจสอบโดยใชว้ ธิ ีการท่ีเรียกวา่ การตรวจสอบขอ้ มูลแบบสามเส้า (triangulation) ไดแ้ ก่
1) การตรวจสอบสามเส้า ดา้ นขอ้ มูล โดยพจิ ารณาแหล่งเวลา แหล่งสถานท่ี และแหล่งบุคคลที่
แตกตา่ งกนั กล่าวคือ ถา้ ขอ้ มูลต่างเวลา กนั จะเหมือนกนั หรือไม่ ถา้ ขอ้ มูลตา่ งสถานท่ีจะเหมือนกนั
หรือไม่ และถา้ บุคคลผใู้ หข้ อ้ มูลเปล่ียนไปขอ้ มูล จะเหมือนเดิมหรือไม่ 2) การตรวจสอบสามเส้า
ดา้ นผวู้ จิ ยั โดยการเปล่ียนตวั ผสู้ ังเกตหรือสมั ภาษณ์และ 3) การตรวจสอบสามเส้า ดา้ นวธิ ีรวบรวม
ขอ้ มูล โดยใชว้ ธิ ีเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตา่ ง ๆ กนั เพือ่ รวบรวมขอ้ มูลเร่ือง เดียวกนั เช่น ใชว้ ิธีสงั เกต
ควบคู่ไปกบั การซกั ถาม (สุภางค์ จนั ทวานิช, 2554) ขอ้ มูลท่ีไดม้ ีความถูกตอ้ ง เพยี งพอ และเช่ือถือ
ได้ วา่ สามารถตอบปัญหาของการศึกษาไดห้ รือไมเ่ พยี งใด การตรวจสอบขอ้ มูลภายหลงั การเกบ็
ขอ้ มูลผวู้ จิ ยั จะนาขอ้ มูลการจดบนั ทึกหลงั จากการสมั ภาษณ์ในแตล่ ะคร้ังตรวจสอบเพ่ือใหแ้ น่ใจวา่
ไดม้ าซ่ึงขอ้ มูลท่ีถูกตอ้ งตรงต่อความจริงสร้างประเด็นสาคญั
นอกจากน้ีทุกคร้ังที่ผวู้ จิ ยั สัมภาษณ์จบจะทาการถอดเทปขอ้ มูลจากเครื่องทึกเสียงทนั ที
เพอื่ ช่วยใหส้ ามารถจดจารายละเอียดและขอ้ มูลสาคญั อยา่ งยงิ่ ต่อการเขา้ ใจในความหมายและ
รายละเอียดขอ้ มูลในแต่ละช่วงเวลาลาดบั ความสาคญั ของขอ้ มูลและสามารถตรวจสอบความ
น่าเชื่อถือของขอ้ มูล เม่ือทาการบนั ทึกคาสมั ภาษณ์ในคอมพวิ เตอร์แลว้ ส่งไปยงั ผถู้ ูกสัมภาษณ์
ตรวจสอบ วา่ ถูกตอ้ งหรือไม่ ถา้ ไมถ่ ูกใหท้ กั ทว้ งและแกไ้ ขปรับปรุง หรือเพิม่ เติมประเด็นท่ีขาด
หายไป
3.5 กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล
การวเิ คราะห์ขอ้ มูลเร่ิมทาหลงั จากการเกบ็ ขอ้ มูลสิ้นสุดลง จดั หมวดหมู่ของขอ้ มูล
วเิ คราะห์ขอ้ มูลโดย การตีความ (interpretation) ซ่ึงไดจ้ าก การสงั เกตและการสมั ภาษณ์ท่ีได้
จดบนั ทึกไวท้ ุกคาพูด จากส่ิงที่เป็นรูปธรรมหรือ ปรากฏการณ์ท่ีมองเห็น โดยผวู้ จิ ยั ไดเ้ ห็นหลาย ๆ
เหตุการณ์ อารมณ์ของผถู้ ูกสัมภาษณ์และไดท้ าการตรวจสอบขอ้ มูลแบบสามเส้าแลว้ ขอ้ มูลท่ีไม่
ตอ้ งการกาจดั ออกไป หลงั จากน้นั ทาการสร้างขอ้ สรุปแบบอุปนยั (inductive) โดยการเขียน เป็น
ประโยคหรือขอ้ ความตามกรอบแนวคิดทฤษฎีหรือตอบปัญหาของการวจิ ยั การวเิ คราะห์ขอ้ มูลท่ีได้
จากการศึกษาเอกสารและการสมั ภาษณ์ วธิ ีการวเิ คราะห์จะเป็นไปตามแนวทางการวจิ ยั เชิงคุณภาพ
ตีความเชิงพรรณนาขอ้ มูล ปรากฏการณ์หรือรูปธรรมและวเิ คราะห์ตีความขอ้ มูลเพอื่ สร้างขอ้ สรุป
89
เก่ียวกบั ปัญหาปัจจยั และเสนอแนวทางการนานโยบายการศึกษาไปปฏิบตั ิ (เบญจา ยอดดาเนิน-
แอต็ ติกจ,์ 2552) ซ่ึงมีข้นั ตอน ดงั น้ี
1. ผวู้ จิ ยั ทาการลดทอนขอ้ มูลจากการหาจุดท่ีน่าสนใจและทาความเขา้ ใจกบั ขอ้ มูลดิบ
ใหเ้ หมาะสมบนั ทึกขอ้ สรุปชว่ั คราวเพื่อสามารถสรุปเป็ นขอ้ มูลการวจิ ยั ท่ีสมบูรณ์
2.นาขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสมั ภาษณ์และขอ้ มูลจากเอกสารมาบนั ทึกความถี่ของขอ้ มูล
ท่ีซ้ากนั จากน้นั มาใหค้ วามหมายหรือตีความ
3. ผวู้ จิ ยั วเิ คราะห์ขอ้ มูลโดยการวเิ คราะห์ขอ้ มูลเชิงเน้ือหาโดยผวู้ จิ ยั จะวเิ คราะห์ขอ้ มูล
ไปพร้อมกบั เก็บขอ้ มูลตลอดเวลาการวจิ ยั ใชเ้ ทคนิคการวเิ คราะห์เชิงคุณภาพตอ้ งปรับแนวคิด
กาหนดช่วยในการสร้างขอ้ สรุปเช่ือมโยงขอ้ มูล เพอื่ หาขอ้ สรุปตามวตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั
4.สรุปผลและการรายงานผลวจิ ยั นาขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการศึกษาและวเิ คราะห์เรียบร้อยแลว้
จะทาเป็นรายงานการวจิ ยั เสนอต่ออาจารยท์ ี่ปรึกษาอาจารยท์ ่ีปรึกษาร่วมเพอื่ ทาการตรวจสอบและ
เสนอแนะจากน้นั จึงนากลบั มาปรับปรุงแกไ้ ขเพื่อเสนอต่อประธานควบคุมการวจิ ยั เพ่ือให้
ขอ้ เสนอแนะและนากลบั มาแกไ้ ขใหส้ มบูรณ์ที่สุดก่อนจะจดั ทารายงานผลการวจิ ยั ท่ีมีความสมบูรณ์
บทที่ 4
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
การวจิ ยั เรื่อง การนานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก
ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ มีวตั ถุประสงค์ ดงั น้ี 1) เพ่ือศึกษานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้ืนที่เขต
พฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี 2) เพื่อศึกษาและวเิ คราะห์การนานโยบายการพฒั นาการศึกษา
ในพ้นื ที่เขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ 3) เพื่อศึกษาปัจจยั ท่ีส่งผลต่อการนา
นโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษ ภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ 4) เพ่ือ
เสนอแนวทางการนานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี
ไปปฏิบตั ิใหป้ ระสบผลสาเร็จ ผวู้ จิ ยั ไดท้ าการวเิ คราะห์ขอ้ มูลจากตารา วารสาร เอกสารวชิ าการ
บทความรายงานการวจิ ยั เอกสารทางราชการ กฎหมาย รวมท้งั ขอ้ มูลทางอินเทอร์เน็ตและขอ้ มูล
จากการสัมภาษณ์ (Interview) ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจงั หวดั และตวั แทนของสถานศึกษา
ในสังกดั กระทรวงศึกษาธิการ พ้นื ที่จงั หวดั ฉะเชิงเทรา จงั หวดั ชลบุรี และจงั หวดั ระยอง
รวมท้งั หมดจานวน 14 คนโดยไดแ้ บง่ เน้ือหาการนาเสนอดงั น้ี
1.การศึกษานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออกระยะ5ปี
2. การวเิ คราะห์การนานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพิเศษ
ภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ
3. ปัจจยั ท่ีส่งผลตอ่ การนานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้นื ที่เขตพฒั นาพิเศษภาค
ตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิ
4. แนวทางการนานโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษ
ภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี ไปปฏิบตั ิใหป้ ระสบผลสาเร็จ
91
1. การศึกษาวเิ คราะห์นโยบายการพฒั นาการศึกษาในพืน้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษ
ภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี
แผนพฒั นาการศึกษาในพืน้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี
(พ.ศ.2560 - 2564) (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560, หน้า 2- 32) จากการศึกษาขอ้ มูลเอกสารนโยบาย
พบวา่ ที่มาของนโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้นื ที่เขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี
(2560 - 2564) เป็ นผลสืบเนื่องจากการท่ีรัฐบาลมีนโยบายในการพฒั นาเศรษฐกิจพเิ ศษภาค
ตะวนั ออก เพือ่ ยกระดบั ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ ซ่ึงมีการศึกษาอนั เป็นปัจจยั
หน่ึงที่สาคญั ในการพฒั นา จึงไดม้ ีคาสงั่ แต่งต้งั คณะกรรมการขบั เคล่ือนการศึกษาในพ้ืนที่เขตพฒั นา
พิเศษภาคตะวนั ออกของกระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สป 1206/2560 ลงวนั ท่ี 2 สิงหาคม พ.ศ.2560
โดยมีรัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงศึกษาธิการในขณะน้นั คือ พลเอกสุรเชษฐ์ ชยั วงศ์ เป็นประธาน
กรรมการ และมีหวั หนา้ หน่วยงานทางการศึกษาจากส่วนกลางและในพ้ืนท่ีเป็นกรรมการ
คณะกรรมการดงั กล่าวมีหนา้ ท่ี จดั ทายทุ ธศาสตร์และแนวทางพฒั นาการศึกษาเพอ่ื สนบั สนุน
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก และขบั เคล่ือนการศึกษาใหส้ อดคลอ้ งกบั แนวทางการพฒั นาตาม
แผนงานการพฒั นาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ จึงไดจ้ ดั ทา
แผนพฒั นาการศึกษาในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวนั ออก ระยะ 5 ปี (2560-2564)
เพื่อเป็ นกรอบทิศทางในการบริหารจดั การศึกษาในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก
กระทรวงศึกษาธิการไดด้ าเนินการตามกระบวนการนโยบาย ดงั น้ี
ข้นั ตอนที่ 1 กระทรวงศึกษาธิการ ร่างแผนพฒั นาการศึกษาในพ้ืนที่เขตพฒั นาพเิ ศษ
ภาคตะวนั ออก (Eastern Economic Corridor Development) ใหส้ อดคลอ้ งและรองรับ
กบั ความตอ้ งการของการพฒั นาระบบเศรษฐกิจและนโยบายการพฒั นาประเทศ Thailand 4.0
ตามบริบทของแต่ละพ้นื ที่ ใหม้ ุง่ เนน้ พฒั นาศกั ยภาพผเู้ รียนใหม้ ีความรู้ความสามารถรอบดา้ น
มีคุณภาพและมาตรฐานสากล ให้สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของตลาดแรงงาน พร้อมท้งั บูรณาการ
แผนยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560–2564)
และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579
ข้นั ตอนที่ 2 จดั ประชุมปฏิบตั ิการขบั เคลื่อนการจดั การศึกษาแบบบูรณาการ
ตามโครงการการพฒั นาการศึกษาในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก เพ่ือรับฟังความคิดเห็น
จากผมู้ ีส่วนร่วม ในการจดั การศึกษา โดยผเู้ ขา้ ร่วมประชุมประกอบดว้ ยตวั แทนจากทุกภาคส่วน
ประกอบดว้ ย คณะกรรมการศึกษาธิการจงั หวดั ผแู้ ทนภาคเอกชน ผปู้ ระกอบการจากสถาน
92
ประกอบการ และผแู้ ทนจากหน่วยงานทางการศึกษาท่ีเก่ียวขอ้ ง โดยมีพลเอก สุรเชษฐ์ ชยั วงศ์
รัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานรับฟังความคิดเห็น ตามลาดบั ดงั น้ี
จุดท่ี 1 จงั หวดั ชลบุรี จดั ประชุม ณ ศาลากลางจงั หวดั ชลบุรี เม่ือวนั ท่ี 23 มกราคม
2560 มีผเู้ ขา้ ร่วมประชุมจานวน 150 คน จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นดงั กล่าว สรุปไดว้ า่
ควรเร่งพฒั นาการจดั การศึกษาเพื่อยกระดบั คุณภาพการศึกษาใหม้ ีความกา้ วหนา้ ทุกดา้ น โดยเฉพาะ
ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวตั กรรม เพื่อนาไปสู่มาตรฐานการจดั การศึกษาระดบั นานาชาติ
จุดท่ี 2 จงั หวดั ฉะเชิงเทรา จดั ประชุม ณ ศูนยก์ ารศึกษาและฝึกอบรมโตโยตา้
จงั หวดั ฉะเชิงเทรา เมื่อวนั ที่ 6 สิงหาคม 2560 มีผเู้ ขา้ ร่วมประชุม จานวน 169 คน จากการประชุมรับ
ฟังความคิดเห็น ดงั กล่าว สรุปไดว้ า่ ควรจดั การศึกษาในทุกระดบั ใหส้ อดคลอ้ งตอ่ การขบั เคลื่อน
นวตั กรรม ท่ีมุ่งสู่การสร้างมูลค่าเพมิ่ ใน 10 อุตสาหกรรมหลกั ของจงั หวดั ฉะเชิงเทราอยา่ งยง่ั ยนื
และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
จุดที่ 3 จงั หวดั ระยอง จดั ประชุม ณ วทิ ยาลยั เทคโนโลยไี ออาร์พซี ี (IRPC
Technological College) จงั หวดั ระยอง เมื่อวนั ที่ 20 สิงหาคม 2560 มีผเู้ ขา้ ร่วมประชุมจานวน
200 คน จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นดงั กล่าว สรุปไดว้ า่ ควรจดั การศึกษาทุกระดบั
ใหเ้ ชื่อมโยงสอดคลอ้ งต่อเน่ืองทุกระดบั สร้างโอกาส ความเสมอภาคและเท่าเทียมกนั ทางสังคม
ตลอดจนการขบั เคล่ือนธุรกิจ เศรษฐกิจ ดว้ ยการศึกษา เสริมสร้างศกั ยภาพบุคคลใหม้ ีความสามารถ
ในการแขง่ ขนั และการเป็นผูป้ ระกอบการภายใตก้ ารพฒั นาตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผมู้ ีส่วนร่วมในการจดั การศึกษาในเขต
พฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก ท้งั 3 จุด ของแต่ละจงั หวดั กระทรวงศึกษาธิการจึงนาผลที่ไดจ้ ากการ
รับฟังความคิดเห็น มาจดั ประชุมสมั มนาทางวชิ าการเพ่ือจดั ทาแผนการศึกษาแบบบูรณาการ
เพื่อรองรับการพฒั นาการศึกษาในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (Eastern Economic Coridor
: EEC) เม่ือวนั ท่ี 23-25 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมแอมบาสชาเดอร์ซิต้ี จอมเทียน จงั หวดั ชลบุรี โดยมี
นายสมคิด จาตุศรีพิทกั ษร์ องนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพธิ ีปิ ด และพลอากาศเอก ประจิน จนั่ ตอง
รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีปิ ด ผเู้ ขร้ ่วมประชุมจานวน 1,100 คน โดยประธานในพธิ ีปิ ดการ
ประชุม พลอากาศเอก ประจิน จน่ั ตอง ไดใ้ หข้ อ้ เสนอแนะตอ่ การจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์พฒั นา
ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ของท้งั 3 จงั หวดั วา่ ใหด้ าเนินกรใหเ้ กิดความตอ่ เนื่องในทุก
กลุ่มเป้าหมายอยา่ งสอดคลอ้ ง และกาหนดแผนงานเป็นระยะตามช่วงเวลาที่จะดาเนินการให้
เหมาะสม มีความยดื หยนุ่ ปรับเปลี่ยนได้ ใหส้ อดคลอ้ งกบั บริบทของพ้ืนท่ีและสภาพการณ์
93
ที่เปลี่ยนแปลงไป ใหค้ นไทยมีความรู้ ขา้ ถึงเทคโนโลยไี ดง้ ่ายข้ึน สมารถทางนไดใ้ นบริบทของ
เทคโนโลยสี มยั ใหม่ ไมว่ า่ จะเป็น 10 อุตสาหกรมเป้หมาย การกา้ วเขา้ สู่ Thailand 4.0 การสร้าง
World Class Product เป็นตน้ ขอใหก้ ารดาเนินงานคาถึงคุณภาพอยา่ งรอบดา้ น ซ่ึงมีความหมาย
ครอบคลุมในหลายดา้ น อาทิ ดา้ นชีวติ ความเป็นอยู่ (Smart Living) ดา้ นเทคโนโลยี (Smart
Technology) ดา้ นการคมนาคมขนส่ง(smart Logistics) ดา้ นความปลอดภยั ในชีวิตและทรัพยส์ ิน
(Smart City) ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม (Smart Environment และที่สาคญั คือ คน้ การบริหารจดั การของ
ภาครัฐในทอ้ งท่ี (Smart Local Government) และลดผลกระทบที่จะเกิดข้ึน เน่ืองจากท้งั 3 จงั หวดั
ซ่ึงเป็นกลุ่มจงั หวดั ที่มีความคลา้ ยคลึงและเหมือนกนั ในหลายส่วน จึงควรทางานโดยเนน้
ประสานงานอยา่ งบูรณาการโดยยดื มนั่ ในความเสียสละ มีจิตสาธารณะ และเอ้ืออาทรต่อผคู้ นท่ีอยู่
ในพ้นื ที่ ใหพ้ วกเขาเหล่าน้นั ไดร้ ับผลกระทบนอ้ ยที่สุด ใหส้ ามารถอยใู่ นพ้นื ท่ีไดอ้ ยา่ งมีความสุข
มีงานทา มีรายไดท้ ่ีดี และรวมถึงการดูแลผดู้ อ้ ยโอกาสและผทู้ ่ีมีโอกาส
ข้นั ตอนท่ี 3 กระทรวงศึกษาธิการจึงนาผลท่ีไดจ้ ากการรับฟังความคิดเห็น มาจดั ทา
“แผนพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (พ.ศ. 2560-2564) ของ
กระทรวงศึกษาธิการ” โดยจดั ประชุมสมั มนาทางวชิ าการเพื่อจดั ทาแผนการศึกษาแบบบูรณาการ
เพือ่ รองรับการพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (Eastern Economic Corridor
: EEC) เม่ือวนั ท่ี 23-25 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิต้ี จอมเทียน จงั หวดั ชลบุรี
โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทกั ษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิ ด และพลอากาศเอก
ประจิน จนั่ ตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพธิ ีปิ ด ผเู้ ขา้ ร่วมประชุมจานวน 1,100 คน
โดยประธานในพธิ ีปิ ดการประชุม พลอากาศเอก ประจิน จน่ั ตอง ไดใ้ หข้ อ้ เสนอแนะวา่ ให้
ดาเนินการใหเ้ กิดความต่อเนื่องในทุกกลุ่มเป้าหมายอยา่ งสอดคลอ้ ง และกาหนดแผนงานเป็นระยะ
ตามช่วงเวลาท่ีจะดาเนินการใหเ้ หมาะสม มีความยดื หยนุ่ มากเพียงพอตอ่ การทบทวนหรือ
ปรับเปลี่ยนได้ เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกบั บริบทของพ้ืนที่และสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ใหค้ นไทย
มีความรู้ เขา้ ถึงเทคโนโลยไี ดง้ ่ายข้ึน สามารถทางานไดใ้ นบริบทของเทคโนโลยสี มยั ใหม่ ไมว่ า่ จะ
เป็น 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย การกา้ วเขา้ สู่ Thailand 4.0 การสร้าง World Class Product เป็นตน้
ขอใหก้ ารดาเนินงานคาถึงคุณภาพอยา่ งรอบดา้ น ซ่ึงมีความหมายครอบคลุมในหลายดา้ น อาทิ
ดา้ นชีวติ ความเป็นอยู่ (Smart Living) ดา้ นเทคโนโลยี (Smart Technology) ดา้ นการคมนาคมขนส่ง
(Smart Logistics) ดา้ นความปลอดภยั ในชีวติ และทรัพยส์ ิน (Smart City) ดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม
94
(Smart Environment) และท่ีสาคญั คือ ดา้ นการบริหารจดั การของภาครัฐในทอ้ งที่ (Smart Local
Government) และลดผลกระทบที่จะเกิดข้ึน เนื่องจากท้งั 3 จงั หวดั ซ่ึงเป็ นกลุ่มจงั หวดั ที่มี
ความคลา้ ยคลึงและเหมือนกนั ในหลายส่วน จึงควรที่จะทางานโดยเนน้ การประสานงาน
อยา่ งบูรณาการ โดยยดึ มนั่ ในความเสียสละ มีจิตสาธารณะ และเอ้ืออาทรตอ่ ผคู้ นที่อยใู่ นพ้ืนที่
ใหพ้ วกเขาเหล่าน้นั ไดร้ ับผลกระทบนอ้ ยที่สุด ใหส้ ามารถอยใู่ นพ้ืนที่ไดอ้ ยา่ งมีความสุข มีงานทา
มีรายไดท้ ่ีดี และรวมถึงการดูแลผดู้ อ้ ยโอกาสและผทู้ ี่มีโอกาสนอ้ ยกวา่ ดว้ ย
จะเห็นไดว้ า่ จุดเริ่มตน้ ของแผนพฒั นาดงั กล่าวเกิดจากความตอ้ งการของ ฝ่ ายการเมือง
โดยพลเอกสุรเชษฐ์ ชยั วงศ์ รัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงศึกษาธิการในขณะน้นั ซ่ึงฝ่ ายการเมือง
มองวา่ จาเป็ นจะตอ้ งมีแผนพฒั นาการศึกษาท่ีเป็ นการพฒั นาเชิงพ้นื ท่ี เพ่ือตอบสนองต่อการ
เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของพ้นื เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออกและ เพื่อใหก้ ารพฒั นาการศึกษา
ในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออกของหน่วยงานในสงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ เป็นไป
ในทิศทางเดียวกนั และฝ่ ายการเมืองจึงมีบทบาทสาคญั ท่ีจะทาใหก้ ารดาเนินนโยบายประสบ
ความสาเร็จ ถึงแมน้ โยบายจะเกิดจากฝ่ ายการเมือง แตผ่ รู้ ับผลจากนโยบายกม็ ีส่วนสาคญั
ผรู้ ับบริการ หรือผูเ้ สียประโยชน์ รวมถึงบุคคล กลุ่มคน ซ่ึงกลุ่มคนในพ้ืนที่เป้าหมาย ความร่วมมือ
จากคนในพ้นื ที่ ความร่วมมือจากหน่วยงาน กเ็ ป็ นปัจจยั ในการกาหนดนโยบาย ตามแนวคิดของ
เพรสแมนและวลิ ดฟั ก้ี
ดงั น้นั หลงั จากที่กระทรวงศึกษาธิการจึงไดจ้ ดั ทาร่างแผนเป็นที่เรียบร้อยแลว้ จึงไดจ้ ดั
ใหม้ ีการรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ท้งั ภาครัฐและเอกชนซ่ึงหน่วยงานท่ีมี
หนา้ ที่ในการนาแผนไปสู่การปฏิบตั ิ คือ หน่วยงานทางการศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาค
ตะวนั ออก ในสงั กดั ดงั น้ี
1.สานกั งานศึกษาธิการภาค 8
2.สานกั งานศึกษาธิการจงั หวดั
3.สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
4.สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน (สพฐ.)
5.สานกั งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
6.สานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั (กศน.)
7.มหาวทิ ยาลยั กระทรวงการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม
95
ซ่ึงหน่วยงานดงั กล่าวมีหนา้ ท่ีในการแปลงวตั ถุประสงเป้าหมายของนโยบายไป
สู่ การปฏิบตั ิ และจากกระบวนที่ผา่ นมาไดผ้ ลผลิต เป็ น แผนพฒั นาการศึกษาในพ้ืนที่เขตพฒั นา
พิเศษภาคตะวนั ออก (พ.ศ. 2560-2564) ของกระทรวงศึกษาธิการ เพ่อื ใหก้ ารพฒั นาการศึกษาบรรลุ
ตามวสิ ยั ทศั น์ของแผนท่ีต้งั ไวว้ า่ “ มุง่ มนั่ พฒั นาการศึกษาสู่สากล พฒั นากาลงั คนในพ้นื ท่ีเขตพฒั นา
พเิ ศษภาคตะวนั ออกใหม้ ีคุณภาพชีวติ ที่ดี มีทกั ษะการทางานท่ีหลากหลาย กระจายโอกาสเพ่มิ ขีด
ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ ”
ตารางท่ี 7 แสดงความสอดคล้องแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ 20 ปี
แผนพฒั นาการศึกษา แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ในพืน้ ทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษ
ภาคตะวนั ออก 2560 - 2564 ประเด็นท่ี 11 การพฒั นาศกั ยภาพ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 ดา้ นการพฒั นาและ
1. ผเู้ รียนมีทกั ษะดา้ นภาษา คนตลอดช่วงชีวติ เสริมสร้างศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์
มีทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยี -ช่วงวยั เรียน/วยั รุ่น ประเด็นย่อย การพฒั นาศกั ยภาพคน
และมีความรู้ดา้ น ตลอดช่วงชีวิต
อุตสาหกรรมใหม่ สามารถ ประเดน็ ท่ี 12 ปฏิรูปกระบวนการ
สร้างนวตั กรรมและมีคุณภาพ เรียนรู้ที่ตอบสนองตอ่ การ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ดา้ นการพฒั นาและ
ชีวติ ที่ดี เปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 เสริมสร้างศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์
2. ผบู้ ริหาร ครู และบุคลากร -การปรับเปล่ียนระบบการเรียนรู้ ประเดน็ ย่อย ปฏิรูปกระบวนการ
ทางการศึกษา มีความรู้ดา้ น ใหเ้ อ้ือต่อการพฒั นาทกั ษะสาหรับ เรียนรู้ท่ีตอบสนองตอ่ การ
อุตสาหกรรมใหม่ และมี ศตวรรษท่ี 21 เปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21
ศกั ยภาพ ในจดั การเรียนรู้
ควบคู่กบั การปฏิบตั ิจาก
สถานการณ์จริงหรือ
สถานการณ์จาลอง
96
แผนพฒั นาการศึกษา
ในพืน้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ภาคตะวนั ออก 2560 - 2564 ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ดา้ นการพฒั นาและ
เสริมสร้างศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์
3. สถานศึกษาเป็นแหล่ง ประเดน็ ท่ี 12 ปฏิรูปกระบวนการ ประเด็นย่อย ปฏิรูปกระบวนการ
เรียนรู้ที่ตอบสนองตอ่ การ
เรียนรู้ในการพฒั นากาลงั คนสู่ เรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการ เปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ดา้ นการพฒั นาและ
พ้ืนที่เขตพฒั นาพเิ ศษภาค เปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21 เสริมสร้างศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์
ประเด็นย่อย การสร้าง
ตะวนั ออก -การพฒั นาระบบการเรียนรู้ตลอด สภาพแวดลอ้ มท่ีเอ้ือตอ่ การพฒั นา
และเสริมสร้างศกั ยภาพทรัพยากร
ชีวติ มนุษย์
4. เครือข่ายทุกภาคส่วนท้งั ประเด็นท่ี 12 ปฏิรูปกระบวนการ
ในและตา่ งประเทศมีส่วนร่วม เรียนรู้ท่ีตอบสนองต่อการ
ในการจดั การศึกษา เปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21
-การเพม่ิ ประสิทธิภาพระบบ
บริหารจดั การศึกษาในทุกระดบั
ทุกประเภท
จากแผนดงั กล่าว จะพบวา่ นโยบายการพฒั นาการศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาค
ตะวนั ออก สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงความตอ้ งการหรือรสนิยมของผนู้ า ไม่ไดเ้ กิดจากความตอ้ งการของ
ประชาชนเพียงฝ่ ายเดียว กลุ่มผนู้ า (Elite) เป็นผกู้ าหนดวา่ จาเป็นจะตอ้ งมีแผนงานที่จะก่อใหเ้ กิดการ
พฒั นาในพ้นื ท่ี ดงั น้นั ผูน้ าจะกาหนดนโยบายท่ีเอ้ือประโยชนห์ รือตอบสนองความตอ้ งการของผนู้ า
แลว้ ส่งั การลงมาสู่ขา้ ราชการ ของหน่วยงานท่ีมีหนา้ ที่ในการนนโยบายไปปฏิบตั ิ คือ
กระทรวงศึกษาธิการใหท้ าหนา้ ที่นานโยบายไปปฏิบตั ิใหบ้ รรลุผล ผลของการดาเนินนโยบายจึงจะ
ตกอยกู่ บั ประชาชนในลกั ษณะของ Top - Down แต่ประชาชนจะไดเ้ ขา้ ร่วมรับฟังและเสนอแนะ
ก่อนที่จะมีการประกาศใชแ้ ผนดงั กล่าว ดงั น้นั ถึงแมจ้ ะเป็ นนโยบายลกั ษณะ บนลงล่าง แตไ่ ดร้ ับ
การตอบรับนโยบายจากผปู้ ฏิบตั ิเป็นอยา่ งดี แผนมีวตั ถุประสงค์ เป้าหมายชดั เจน มีทิศทางเดียวกนั
และมีความสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนแมบ่ ทภายใตย้ ทุ ธศาสตร์ชาติ ในประเด็น
ยทุ ธศาสตร์ ท่ี 3 การเสริมสร้างศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์ ดา้ นของการจดั การศึกษาอยา่ งทวั่ ถึง
ดา้ นโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา ซ่ึงเป้าหมายการพฒั นาให้ผเู้ รียน
มีทกั ษะดา้ นภาษา มีทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยี และมีความรู้ดา้ นอุตสาหกรรมใหม่ ส่งเสริมการสร้าง