หน่วยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท11101
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1
โรงเรยี นอนบุ าลตาก
สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาตาก เขต 1
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ก
คำนำ
การออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ฉบับนจ้ี ัดทำขึน้ เพอื่ ใช้เปน็ แนวทางให้ครผู ู้สอนและผู้ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
นำไปใช้ในการพฒั นาการจัดการเรียนการเรียนรู้ และยังเป็นขนั้ ตอนสำคญั ที่สุดในการจัดทำหลักสูตร เนื่องจาก
เป็นส่วนท่ีจะนำมาตรฐานไปสู่การปฏิบัติในการเรียนการสอนอย่างแท้จริง ทุกองค์ประกอบของหน่วยการ
เรียนรมู้ คี วามเชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวัด โดยเน้ือหาแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ
สว่ นท่ี 1 สว่ นนำ
สว่ นท่ี 2 การออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้
โรงเรียนอนุบาลตากจึงได้พัฒนาหลักสูตร การออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
การออกแบบการจัดการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการวัดและประเมินผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาเยาวชน
ไทยให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะกระบวนการคิด เป็นคนดีมีคุณธรรม และดำรงชีวิตในสังคมได้
อยา่ งเปน็ สุข
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
โรงเรยี นอนุบาลตาก
สารบญั ข
เรื่อง หน้า
คำนำ ก
สารบญั ข
ส่วนท่ี 1 สว่ นนำ
1
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย 9
โครงสรา้ งหลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลตาก ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 1 13
คำอธบิ ายรายวิชาภาษาไทย ท11101 14
โครงสรา้ งรายวชิ าภาษาไทย ท11101
16
ส่วนท่ี 2 การออกหน่วยการเรียนรู้ 21
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรื่อง เตรียมพรอ้ มดี ไม่มีปัญหา 91
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง รู้คุณคา่ สระภาษาไทย 119
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง เอกลกั ษณ์หลกั ภาษามาตราตวั สะกด 126
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เร่ือง เรียนรู้ ทอ่ งจำ อักษรนำ และอักษรควบ 133
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 เรอ่ื ง ผันคำจำขน้ึ ใจ 139
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 เรื่อง คำคลอ้ งจองพ้องสัมผัส 146
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 7 เรอ่ื ง ฝกึ คิด ฝึกเขียน แต่งประโยค 151
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 8 เรื่อง ฟัง ดู เล่าขาน ส่อื สารความคิด 160
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 9 เรื่อง วรรณคดีน่าเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 10 เร่อื ง ท่องจำอาขยาน สบื สานภาษาไทย
ภาคผนวก
แตง่ ตั้งคณะกรรมการจัดทำคู่มอื พัฒนาคณุ ภาพวิชาการ
ภาพประกอบ
สว่ นที่ 1
สว่ นนำ
1
1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
วิสยั ทศั น์
โรงเรียนอนุบาลตาก มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซ่ึงเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลท้ังด้าน
ร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดม่ันในการปกครองตามระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นคนดี สุขภาพสมบูรณ์ มีความรู้ มีทักษะการคิด ใช้หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ฉลาดใช้เทคโนโลยี อนุรักษ์พัฒนาส่ิงแวดล้อม รักและภูมิใจในท้องถ่ินท่ีจำเป็นต่อ
การศกึ ษาต่อการประกอบอาชพี และการศึกษาตลอดชวี ิต โดยมุ่งเนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเช่อื วา่ ทุก
คนสามารถเรยี นร้แู ละพฒั นาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศักยภาพ
ความสำคญั ของรายวชิ าภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและ
เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเคร่ืองมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ
และความสมั พนั ธท์ ี่ดีตอ่ กัน ทำใหส้ ามารถประกอบกจิ ธุระ การงานและดำรงชวี ิตรว่ มกนั ในสังคมประชาธิปไตย
ได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ
เพ่ือพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วจิ ารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปล่ียนแปลงทางสังคม
และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทาง
เศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นส่ือแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ
เปน็ สมบัติลำ้ ค่าควรแก่การเรยี นรู้ อนรุ ักษแ์ ละสบื สานใหค้ งอยูค่ ูช่ าตไิ ทยตลอดไป
ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝกึ ฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสอ่ื สาร การเรียนรู้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพและเพื่อนำไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ
การอ่าน การอ่านออกเสียงคำ ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คำประพันธ์ชนิดต่างๆ การอ่านในใจ
เพ่อื สร้างความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ความรจู้ ากสิง่ ท่ีอ่านเพื่อนำไปปรับใชใ้ นชีวิตประจำวัน
การเขียน การเขียนสะกดตามอักขรวิธี การเขียนส่ือสารโดยใช้ถ้อยคำและรูปแบบต่างๆ ของการเขียน
ซ่ึงรวมถึงการเขียนเรียงความ ย่อความ รายงานชนิดต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ วิเคราะห์วิจารณ์ และ
เขยี นเชิงสร้างสรรค์
การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก
พูดลำดับเร่ืองราวต่างๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาสต่างๆ ท้ังเป็นทางการและไม่เป็นทางการ และ
การพดู เพ่อื โน้มนา้ วใจ
หลักการใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมกับ
โอกาสและบุคคล การแตง่ บทประพันธป์ ระเภทต่างๆ และอิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือศึกษาข้อมูล แนวความคิด คุณค่าของ
งานประพันธ์และความเพลิดเพลนิ การเรียนรู้และทำความเข้าใจบทเห่ บทร้องเลน่ ของเด็ก เพลงพ้นื บ้านที่เป็น
ภูมิปัญญาท่ีมีคุณค่าของไทย ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เรื่องราวของสังคม
ในอดีต และความงดงามของภาษา เพ่ือให้เกิดความซาบซ้ึงและภูมิใจในบรรพบุรุษท่ีได้ส่ังสมสืบทอดมาจนถึง
ปจั จบุ นั
2
สาระการเรยี นร้แู ละมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพือ่ นำไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ัญหาในการ
ดำเนนิ ชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน
สาระท่ี 2 การเขียน
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรอื่ งราวใน
รปู แบบตา่ งๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
สาระที่ 3 การฟงั การดู และการพดู
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ
ความร้สู กึ ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี 4 หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณค่า
และนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ
คณุ ภาพผู้เรียน
จบชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3
อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ เรื่องส้ันๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้องคล่องแคล่ว
เข้าใจความหมายของคำและข้อความท่ีอ่าน ต้ังคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุป
ความรู้ข้อคิดจากเร่ืองที่อ่าน ปฏิบัติตามคำส่ัง คำอธิบายจากเร่ืองท่ีอ่านได้ เข้าใจความหมายของข้อมูลจาก
แผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ อา่ นหนงั สอื อย่างสม่ำเสมอและมีมารยาทในการอ่าน
มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย บันทึกประจำวัน เขียนจดหมายลาครู
เขียนเร่อื งเกี่ยวกับประสบการณ์ เขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการและมมี ารยาทในการเขยี น
เล่ารายละเอียดและบอกสาระสำคัญ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม รวมทั้งพูดแสดงความคิดความรู้สึก
เกี่ยวกับเรื่องท่ีฟังและดู พูดส่ือสารเล่าประสบการณ์และพูดแนะนำ หรอื พูดเชิญชวนให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม และมี
มารยาทในการฟงั ดู และพูด
สะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ ความแตกต่างของคำและพยางค์ หน้าท่ีของคำในประโยค
มที ักษะการใชพ้ จนานุกรมในการค้นหาความหมายของคำ แตง่ ประโยคง่าย ๆ
แต่งคำคลอ้ งจอง แต่งคำขวัญ และเลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ
เข้าใจและสามารถสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม เพ่ือนำไปใช้ในชวี ิตประจำวัน
แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีท่ีอ่าน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก ซ่ึงเป็นวัฒนธรรมของท้องถิ่น ร้องบท
รอ้ งเล่นสำหรับเด็กในทอ้ งถน่ิ ทอ่ งจำบทอาขยานและบทรอ้ ยกรองท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจได้
จบชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6
อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะได้ถูกต้อง อธิบายความหมายโดยตรง
และความหมายโดยนัยของคำ ประโยค ข้อความ สำนวนโวหาร จากเรื่องที่อ่าน เข้าใจคำแนะนำ คำอธบิ ายใน
คู่มือต่างๆ แยกแยะข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริง รวมท้ังจับใจความสำคัญของเร่ืองท่ีอ่านและนำความรู้ความคิด
3
จากเร่ืองท่ีอ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตได้ มีมารยาทและมีนิสัยรกั การอ่าน และเห็นคุณค่าสิ่งท่ี
อา่ น
มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสะกดคำ แต่งประโยคและเขียน
ข้อความ ตลอดจนเขียนส่ือสารโดยใช้ถ้อยคำชัดเจนเหมาะสม ใช้แผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิด
เพอื่ พัฒนางานเขยี น เขยี นเรียงความ ย่อความ จดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการต่างๆ เขยี นแสดงความรู้สึก
และความคดิ เห็น เขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการอยา่ งสรา้ งสรรค์และมีมารยาทในการเขยี น
พูดแสดงความรู้ ความคิดเก่ียวกับเร่ืองที่ฟังและดู เล่าเรื่องย่อหรือสรุปจากเร่ืองท่ีฟังและดู ต้ังคำถาม
ตอบคำถามจากเร่ืองท่ีฟังและดู รวมทั้งประเมินความน่าเช่ือถือจากการฟังและดูโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูด
ตามลำดับขั้นตอนเร่ืองตา่ งๆ อย่างชัดเจน พูดรายงานหรือประเด็นค้นคว้าจากการฟัง การดู การสนทนา และ
พูดโนม้ น้าวไดอ้ ย่างมีเหตผุ ล รวมทัง้ มมี ารยาทในการดแู ละพดู
สะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ สำนวน คำพังเพยและสุภาษิต รู้และเข้าใจชนิดและหน้าท่ีของ
คำในประโยค ชนิดของประโยค และคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใช้คำราชาศัพท์และคำสุภาพได้อย่าง
เหมาะสม แต่งประโยค แตง่ บทร้อยกรองประเภทกลอนส่ี กลอนสุภาพ และกาพยย์ านี 11
เข้าใจและเห็นคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน เล่านิทานพ้ืนบ้าน ร้องเพลงพื้นบ้านของท้องถ่ิน
นำข้อคดิ เหน็ จากเรอ่ื งทอี่ ่านไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง และทอ่ งจำบทอาขยานตามทีก่ ำหนดได้
จบชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3
อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะได้ถกู ตอ้ ง เข้าใจความหมายโดยตรงและ
ความหมายโดยนัย จับใจความสำคัญและรายละเอียดของส่ิงท่ีอ่าน แสดงความคิดเห็นและข้อโต้แย้งเก่ียวกับ
เรือ่ งทอี่ ่านและเขียนกรอบแนวคิด ผังความคดิ ย่อความ เขยี นรายงานจากสิง่ ที่อา่ นได้ วิเคราะห์ วจิ ารณ์ อยา่ ง
มีเหตุผล ลำดับความอย่างมีขั้นตอนและความเป็นไปได้ของเร่ืองท่อี ่าน รวมท้ังประเมินความถูกต้องของข้อมูล
ท่ีใช้สนบั สนุนจากเรอ่ื งท่ีอา่ น
เขียนสื่อสารด้วยลายมือที่อ่านง่ายชัดเจน ใช้ถ้อยคำได้ถูกต้องเหมาะสมตามระดับภาษาเขียนคำขวัญ
คำคม คำอวยพรในโอกาสต่างๆ โฆษณา คติพจน์ สุนทรพจน์ ชีวประวัติ อัตชีวประวัติและประสบการณ์ต่างๆ
เขียนย่อความ จดหมายกิจธุระ แบบกรอกสมัครงาน เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ความคิดหรือ
โต้แย้งอยา่ งมเี หตุผล ตลอดจนเขียนรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าและเขยี นโครงงาน
พูดแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินสิ่งท่ีได้จากการฟังและดู นำข้อคิดไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจำวัน พูดรายงานเร่อื งหรือประเด็นท่ีได้จากการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ
มีศิลปะในการพูด พูดในโอกาสต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และพูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลน่าเชื่อถือ
รวมทั้งมมี ารยาทในการฟัง ดู และพดู
เขา้ ใจและใช้คำราชาศัพท์ คำบาลสี ันสกฤต คำภาษาต่างประเทศอื่นๆ คำทบั ศพั ท์ และศพั ท์บัญญัตใิ น
ภาษาไทย วิเคราะห์ความแตกต่างในภาษาพูด ภาษาเขียน โครงสร้างของประโยครวม ประโยคซ้อน ลักษณะ
ภาษาท่ีเป็นทางการ ก่ึงทางการและไม่เป็นทางการ และแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพ กาพย์ และโคลงสี่
สภุ าพ
สรุปเน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน วิเคราะห์ตัวละครสำคัญ วิถีชีวิตไทย และคุณค่าที่ได้รับ
จากวรรณคดีวรรณกรรมและบทอาขยาน พรอ้ มท้งั สรุปความรู้ขอ้ คิดเพือ่ นำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง
4
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
โรงเรยี นอนุบาลตาก มุ่งให้ผเู้ รียนเกิดสมรรถนะสำคญั ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน 5
ประการ ดงั น้ี
1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด
ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ
เลือกใชว้ ิธกี ารส่อื สารท่ีมปี ระสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบทีม่ ตี ่อตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง
สรา้ งสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพอ่ื การตดั สนิ ใจเก่ียวกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรูม้ าใชใ้ นการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมกี ารตัดสินใจท่ีมีประสทิ ธิภาพ โดยคำนึงถงึ ผลกระทบทเ่ี กิดข้ึนต่อตนเอง สงั คม และสิง่ แวดลอ้ ม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการ
ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ สี่ ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผูอ้ ื่น
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน
การแก้ปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
โรงเรียนอนุบาลตาก มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ดงั นี้
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต
3. มวี ินัย
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
6. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจิตสาธารณะ
5
ตวั ชว้ี ัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง
สาระที่ 1 การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนำไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนิน
ชีวติ และมีนิสยั รกั การอา่ น
ช้นั ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป.1 1. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และ การอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ
ขอ้ ความสัน้ ๆ คล้องจอง และข้อความท่ปี ระกอบดว้ ย
2. บอกความหมายของคำ และขอ้ ความท่ี คำพื้นฐาน คอื คำที่ใช้ในชวี ิตประจำวนั ไมน่ อ้ ยกว่า
อา่ น 600 คำ รวมท้ังคำที่ใช้เรียนรู้ในกลุ่มสาระการ
เรียนร้อู น่ื ประกอบดว้ ย
- คำทม่ี รี ูปวรรณยุกต์และไมม่ รี ปู วรรณยุกต์
- คำที่มีตัวสะกดตรงตามมาตราและไม่ตรง
ตามมาตรา
- คำทีม่ ีพยัญชนะควบกล้ำ
- คำท่ีมอี กั ษรนำ
3. ตอบคำถามเกย่ี วกับเรอ่ื งที่อ่าน การอ่านจับใจความจากส่อื ตา่ งๆ เช่น
4. เล่าเรือ่ งยอ่ จากเร่ืองท่อี ่าน - นิทาน
5. คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อา่ น - เร่ืองส้นั ๆ
- บทรอ้ งเลน่ และบทเพลง
- เรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทยและกล่มุ สาระการเรียนรอู้ ื่น
6. อ่านหนังสือตามความสนใจ อย่าง การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น
สม่ำเสมอและนำเสนอเร่อื งที่อ่าน - หนังสอื ที่นักเรียนสนใจและเหมาะสมกบั วัย
- หนงั สือท่ีครูและนักเรียนกำหนดร่วมกัน
7. บอกความหมายของเคร่ืองหมาย หรือ ก า ร อ่ า น เค รื่ อ ง ห ม า ย ห รื อ สั ญ ลั ก ษ ณ์
สัญ ลักษ ณ์ สำคัญ ท่ีมักพ บ เห็น ใน ประกอบดว้ ย
ชีวติ ประจำวัน - เครื่องหมายสัญลักษณ์ตา่ งๆ ท่พี บเหน็ ใน
ชวี ิตประจำวัน
- เคร่อื งหมายแสดงความปลอดภัยและแสดง
อันตราย
8. มมี ารยาทในการอา่ น มารยาทในการอ่าน เชน่
- ไมอ่ า่ นเสยี งดังรบกวนผูอ้ ่ืน
- ไม่เล่นกันขณะท่อี า่ น
- ไม่ทำลายหนงั สอื
6
สาระท่ี 2 การเขยี น
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบ
ต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ชน้ั ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ป.1 1. คดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทดั การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตาม
รูปแบบการเขยี นตวั อักษรไทย
2. เขียนสอื่ สารดว้ ยคำและประโยค การเขียนสื่อสาร
งา่ ย ๆ - คำทใี่ ช้ในชวี ติ ประจำวนั
- คำพน้ื ฐานในบทเรียน
- คำคลอ้ งจอง
- ประโยคง่ายๆ
3. มีมารยาทในการเขยี น มารยาทในการเขียน เช่น
- เขียนใหอ้ า่ นง่าย สะอาด ไม่ขีดฆ่า
- ไมข่ ดี เขยี นในทีส่ าธารณะ
- ใช้ภาษาเขียนเหมาะสมกับเวลา สถานที่
และบุคคล
7
สาระที่ 3 การฟงั การดู และการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สกึ
ในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ชั้น ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.1 1. ฟังคำแนะนำ คำสัง่ งา่ ยๆ และปฏบิ ตั ิตาม การฟังและปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำ คำสั่งงา่ ยๆ
2. ตอบคำถามและเล่าเร่ืองท่ีฟังและดู การจับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น
ทั้งท่ีเป็นความรแู้ ละความบนั เทิง ความรู้สึกจากเร่ืองที่ฟังและดู ท้ังท่ีเป็นความรู้
3. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึก และความบนั เทงิ เช่น
จากเรอ่ื งทฟ่ี งั และดู - เรอื่ งเล่าและสารคดสี ำหรบั เด็ก
- นทิ าน
- การ์ตนู
- เร่ืองขบขัน
4. พดู สื่อสารไดต้ ามวัตถุประสงค์ การพูดสื่อสารในชวี ติ ประจำวนั เช่น
- การแนะนำตนเอง
- การขอความชว่ ยเหลือ
- การกล่าวคำขอบคุณ
- การกลา่ วคำขอโทษ
5. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง เชน่
- ตง้ั ใจฟงั ตามองผ้พู ดู
- ไม่รบกวนผอู้ ่ืนขณะทฟ่ี งั
- ไม่ควรนำอาหารหรือเคร่ืองด่ืมไปรับประท
ขณะที่ฟัง
- ให้เกยี รติผ้พู ดู ดว้ ยการปรบมือ
- ไม่พูดสอดแทรกขณะท่ีฟงั
มารยาทในการดู เช่น
- ต้ังใจดู
- ไม่ส่งเสียงดงั หรือแสดงอาการรบกวนสมาธิ
ของผู้อน่ื
มารยาทในการพูด เชน่
- ใช้ถ้อยคำและกิริยาที่สุภาพ เหมาะสมกับ
กาลเทศะ
- ใช้นำ้ เสียงนุ่มนวล
- ไมพ่ ดู สอดแทรกในขณะท่ผี อู้ น่ื กำลังพูด
8
สาระที่ 4 หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ชั้น ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.1 1. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ พยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
และเลขไทย
2. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของ การสะกดคำ การแจกลูก และการอ่านเป็น
คำ คำ
มาตราตัวสะกดท่ีตรงตามมาตราและไม่ตรง
ตามมาตรา
การผนั คำ
ความหมายของคำ
3. เรียบเรยี งคำเป็นประโยคง่าย ๆ การแต่งประโยค
4. ตอ่ คำคล้องจองงา่ ยๆ คำคลอ้ งจอง
สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า
และนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ
ชัน้ ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป.1 1. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟัง วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับ
วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง เดก็ เชน่
สำหรบั เดก็ - นทิ าน
- เรอื่ งสั้นง่ายๆ
- ปรศิ นาคำทาย
- บทร้องเลน่
- บทอาขยาน
- บทรอ้ ยกรอง
- วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรยี น
2. ท่องจำบทอาขยานตามท่ีกำหนด บทอาขยานและบทรอ้ ยกรอง
และบทรอ้ ยกรองตามความสนใจ - บทอาขยานตามท่ีกำหนด
- บทร้อยกรองตามความสนใจ
9
2. โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นอนบุ าลตาก
โครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนมาตรฐานสากลโรงเรียนอนบุ าลตาก
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมาตรฐานสากลโรงเรียนอนุบาลตาก พุทธศักราช 2560
ไดก้ ำหนดโครงสรา้ งของหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคลอ้ งกับนโยบายการปฏริ ูปการศกึ ษา กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมในนอกห้องเรียน กิจกรรมนอกห้องเรียน และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพ่ือให้ผู้สอน และผู้ที่
เกีย่ วขอ้ งในการจัดการเรยี นร้ตู ามหลักสูตรของสถานศึกษามแี นวปฏิบตั ิ ดงั น้ี
1. ระดับการศึกษา กำหนดหลักสตู รเป็น 1 ระดับ ตามโครงสร้างของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และตามภารกิจหลักของการจัดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาของ
สถานศกึ ษา คอื
1.1 ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6) การศึกษาระดับน้ีเป็นช่วงแรกของ
การศึกษาภาคบังคับ จงึ ม่งุ เนน้ ทักษะพน้ื ฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ทกั ษะการคิดพ้ืนฐาน การ
ตดิ ต่อส่ือสาร กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชวี ิตอยา่ งสมบรู ณ์
และสมดลุ ทั้งในดา้ นรา่ งกาย สติปญั ญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรม โดยเน้นจัดการเรยี นร้แู บบบูรณาการ
2. รายวชิ า รายวิชาในหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นมาตรฐานสากลโรงเรยี นอนุบาลตาก พุทธศักราช
2560 ได้กำหนดไว้ในหลักสูตร ประกอบด้วยองค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะหรือ
ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมของผู้เรยี น 8 กลุม่ คอื
2.1 ภาษาไทย
2.2 คณติ ศาสตร์
2.3 วิทยาศาสตร์
2.4 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
2.5 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
2.6 ศิลปะ
2.7 การงานอาชีพและเทคโนโลยี
2.8 ภาษาต่างประเทศ
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ (จุดเนน้ ) คือ
- ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่อื สาร
- หนา้ ท่พี ลเมือง
3. กิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้” เป็นกิจกรรมที่สถานศึกษาได้ให้ผู้เรียนในทุกระดับชั้น
การศึกษาได้พัฒนาความสามารถของตนเองตามความถนัดและความสนใจให้เต็มศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการ
พัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ท้ังด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม การจัดกิจกรรมพัฒนา
“ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้” โดยรวมของสถานศึกษา มีการดำเนินการอย่างมีเป้าหมายชัดเจน มีรูปแบบ และ
วิธีการที่ครูที่ปรึกษากิจกรรมและผู้เรียนร่วมกันกำหนด ผู้เรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมินกิจกรรม
“ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารู้” ตามทส่ี ถานศกึ ษากำหนดจึงจะผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับชน้ั
3.1 กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้
เหมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล สามารถค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตนเสริมสร้างทักษะชีวิต
วฒุ ิภาวะทางอารมณ์ การเรยี นรู้ในเชงิ พหุปัญญา และการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ซ่ึงครทู ุกคนต้องทำหน้าที่แนะ
แนวใหค้ ำปรกึ ษาด้านชีวติ การศกึ ษาต่อและการพัฒนาตนเองสโู่ ลกอาชีพและการมงี านทำ
10
3.2 กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น เป็นกจิ กรรมทผี่ ู้เรียนเปน็ ผปู้ ฏิบัติดว้ ยตนเองอย่างครบวงจร ตง้ั แต่
ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมิน และปรับปรุงการทำงาน โดยเน้นการทำงานร่วมกันอย่าง
เป็นกลุ่ม ได้แก่ โครงงาน กิจกรรมตามความสนใจชุมนุมวิชาการ กิจกรรมพัฒนานิสัยรักการอ่าน การคิด
วิเคราะหแ์ ละเขยี น กิจกรรมสาธารณประโยชน์ ลกู เสือ-ยุวกาชาด และผู้บำเพ็ญประโยชน์ และกิจกรรมพัฒนา
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องผู้เรียน
3.3 กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้
เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชมุ ชน และท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ
ความดงี าม ความเสียสละตอ่ สงั คม มีจติ สาธารณะ เชน่ กจิ กรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม
3.4 กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมพัฒนาความสามารถด้านการ
ส่ือสาร พัฒนาความสามารถด้านการคิด และการพัฒนากรอบความคิดแบบเปิดกว้าง (Growth Mindset)
พฒั นาความสามารถดา้ นการแก้ปัญหา พัฒนาความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยี และพัฒนาทกั ษะการเรียนรู้
ท่ีส่งเสริมการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เช่น กิจกรรมเสริมสร้างทักษะ ด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ
ภาษาจีน ทักษะด้านการใช้เทคโนโลยี ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์และเขียน โดยใช้กระบวน STEM และ
การศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง (IS) เป็นต้น
3.5 กจิ กรรมสรา้ งเสริมคณุ ลกั ษณะและคา่ นิยม เปน็ กจิ กรรมทปี่ ลูกฝังค่านิยมและจติ สำนึก
การทำประโยชน์ต่อสังคม มีจิตสาธารณะ และการให้บริการด้านต่างๆ ท้ังที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อ
ส่วนรวม ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม (มีวินัย ซ่ือสัตย์ สุจริต
เสียสละ อดทน มุ่งม่ันในการทำงาน กตัญญู) ปลูกฝังความรัก ความภาคภูมิใจในความเป็นไทยและหวงแหน
สมบัติของชาติ เชน่ กจิ กรรมเข้าแถวตอนเชา้ กิจกรรมปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม กจิ กรรมวันสำคัญ กิจกรรม
หนูนอ้ ยตามรอยวถิ ีพทุ ธ กจิ กรรมทำบุญตกั บาตรวนั พระ
3.6 กิจกรรมสร้างเสริมทักษะการทำงานการดำรงชีพและทักษะชีวิต เป็นกิจกรรมท่ี
ตอบสนองความสนใจ ความถนัด และความต้องการของผู้เรียน ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกการ
ทำงานทักษะทางอาชีพทรัพย์สินทางปัญญาอยู่อย่างพอเพียงและมีวินัยทางการเงินพัฒนาความสามารถด้าน
การใช้ทักษะชีวิตและการสร้างเสริมสมรรถนะทางกาย เช่น ชมรมห้องเรียนสีเขียว ชมรมดนตรีไทย ดนตรี
สากล ชมรมนาฏศิลป์ เปน็ ต้น
4. เวลาเรียน หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมาตรฐานสากลโรงเรียนอนุบาลตาก พุทธศักราช 2560
ได้กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนข้ันต่ำสำหรับกลุ่มรายวิชา 8 กลุ่ม และกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
ซ่ึงผู้สอนสามารถเพิ่มเติมได้ตามความพร้อมและจุดเน้นของสถานศึกษา โดยสามารถปรับให้เหมาะสมตามบริบท
ของสถานศกึ ษาและสภาพของผูเ้ รียน ดังนี้
11
โครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นอนบุ าลตาก
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 1 (ภาคเรยี นท่ี 1) ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 (ภาคเรียนท่ี 2)
รายวชิ า / กจิ กรรม เวลาเรียน รายวชิ า / กิจกรรม เวลาเรียน
รายวิชาพ้ืนฐาน (หน่วยกติ /ชม.) รายวชิ าพ้ืนฐาน (หนว่ ยกิต/ชม.)
ท11101 ภาษาไทย ท11101 ภาษาไทย
ค11101 คณิตศาสตร์ 21.0 (420) ค11101 คณติ ศาสตร์ 21.0 (420)
ว11101 วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 5 (100) ว11101 วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 5 (100)
ส11101 สงั คมศึกษา ศาสนาแล 5 (100) ส11101 สังคมศกึ ษา ศาสนาและ 5 (100)
2 (40) 2 (40)
วฒั นธรรม 2 (40) วฒั นธรรม 2 (40)
ส11102 ประวตั ิศาสตร์ ส11102 ประวัตศิ าสตร์
พ11101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 1 (20) พ11101 สุขศึกษาและพลศึกษา 1 (20)
ศ11101 ศิลปะ 1 (20) ศ11101 ศลิ ปะ 1 (20)
ง11101 การงานอาชีพ 1 (20) ง11101 การงานอาชพี 1 (20)
อ11101 ภาษาต่างประเทศ 1 (20) อ11101 ภาษาต่างประเทศ 1 (20)
3 (60) 3 (60)
รายวิชาเพมิ่ เติม 6.0 (120) รายวิชาเพิ่มเติม 6.0 (120)
ว11201 คอมพิวเตอร์ 1 (20) ว11201 คอมพวิ เตอร์ 1 (20)
ส11231 หน้าท่ีพลเมือง 1 1 (20) ส11231 หน้าท่ีพลเมอื ง 1 1 (20)
อ11201 ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร 2 (40) อ11201 ภาษาอังกฤษเพ่ือการสือ่ สาร 2 (40)
ป11201 การป้องกันการทจุ ริต 1 (20) ป11201 การป้องกนั การทุจรติ 1 (20)
จ11201 ภาษาจีน 1 (20) จ11201 ภาษาจนี 1 (20)
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น (60) กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน (60)
กจิ กรรมแนะแนว (20) กจิ กรรมแนะแนว (20)
กิจกรรมนักเรยี น (35) กิจกรรมนกั เรยี น (35)
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมฯ (5) กจิ กรรมเพอ่ื สังคมฯ (5)
รวมเวลาเรียนท้งั ส้นิ 600 รวมเวลาเรียนท้งั ส้ิน 600
รวมเวลาเรียนท้งั ส้ิน 1,200
12
โครงสร้างเวลาเรยี นหลักช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1
รหสั วิชา รายวิชาหรอื กจิ กรรม เวลาเรยี น(ชั่วโมง/ปี)
รายวชิ าพืน้ ฐาน
ท11101 ภาษาไทย 200
ค11101 คณิตศาสตร์ 200
ว11101 วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 80
ส11101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 80
ส11102 ประวัติศาสตร์ 40
พ11101 สุขศกึ ษาและ พลศกึ ษา 40
ศ11101 ศลิ ปะ 40
ง11101 การงานอาชพี 40
อ11101 ภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาอังกฤษ) 120
รวมเวลาเรียน ( พื้นฐาน ) 840
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ (จดุ เนน้ )
ว11201 คอมพิวเตอร์ 40
ส11231 หน้าที่พลเมอื ง 1 40
อ11101 ภาษาอังกฤษเพือ่ การส่ือสาร 80
ป11201 การป้องกันการทุจริต 40
จ11201 ภาษาจีน 40
รวมเวลาเรยี น ( เพ่ิมเติม ) 240
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน 120
กิจกรรมแนะแนว 40
กจิ กรรมนักเรียน
30
- กจิ กรรมลกู เสอื – ยุวกาชาด 40
- กิจกรรมชมรม 10
กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ 1,200
รวมเวลาเรียนทัง้ หมด
13
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ท 11101 ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 1 เวลา 200 ชั่วโมง
ฝึกอ่านออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง และข้อความส้นั ๆ บอกความหมายของคำและข้อความ ตอบคำถาม
เล่าเรื่องย่อ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ นำเสนอเรื่องท่ีอ่าน
บอกความหมายของเคร่ืองหมายหรอื สัญลักษณส์ ำคัญท่ีมักพบเห็นในชีวิตประจำวัน มีมารยาทในการอ่าน
ฝึกคดั ลายมือ เขยี นสือ่ สารด้วยคำและประโยคงา่ ยๆ มมี ารยาทการเขยี น
ฝึกทักษะในการฟัง ตอบคำถาม เล่าเร่ือง พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเร่ืองท่ีฟังและดู
พดู สอื่ สารไดต้ ามวัตถุประสงค์ เน้นมารยาทในการฟงั การดูและการพูด
ฝึกทักษะการเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ
เรยี บเรียงคำเป็นประโยคงา่ ยๆ ต่อคำคล้องจองง่ายๆ
บอกข้อคิดท่ีได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก ฝึกท่องจำบท
อาขยานตามทก่ี ำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ
โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิดวิเคราะห์ โดยใช้กิจกรรมฐานการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคำถาม
ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพู พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนำความรไู้ ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ในชีวิตประจำวันไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม
รหสั ตัวชีว้ ัด
ท 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5, ป.1/6, ป.1/7, ป.1/8
ท 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ท 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ท 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4
ท 5.1 ป.1/1, ป.1/2
รวมทัง้ หมด 22 ตวั ชีว้ ัด
14
โครงสรา้ งรายวิชาภาษาไทย ท 11101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1
หนว่ ย ช่ือหนว่ ย มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ที่ การเรยี นรู้ การเรียนรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
ตวั ชีว้ ดั
1 เตรียมพร้อมดี ไมม่ ีปญั หา ตัวอักษ รเป็ น เค รื่องห มายที่ ใช้แท น เสียง 4 4
2 รู้คุณค่าสระภาษาไทย ท 4.1 ตัวอักษรไทย มีพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และ 75 25
ป.1/1 เลขไทย ซึ่งพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ใช้
3 เอกลกั ษณ์หลกั ภาษา ประสมคำ ให้มีความหมาย
มาตราตัวสะกด ท 1.1
ป.1/1-2 สระในภาษาไทย มี 21 รูป 21 เสียง รปู สระเป็น
4 เรยี นรู้ ท่องจำ อักษรนำ ท 2.1 เคร่ืองหมายที่เขียนขึ้นแทนเสียงสระ โดยใช้
และอักษรควบ ป.1/1-2 เขียนโดดๆ หรือใช้เขียนประกอบกับรูปสระอื่น
ท 4.1 เพ่ือให้เกิดสระใหม่ เสียงสระจะมีเสียงสั้นและ
5 ผันคำจำข้ึนใจ ป.1/2 เสยี งยาว
ท 1.1
ป.1/1-2 มาตราตัวสะกด คือ กลุ่มพยัญชนะท่ีประกอบอยู่ 27 15
ท 2.1 ท้ายคำหรือพยางค์ มาตรา ก กา หรือ แม่ ก กา 10 5
ป.1/1-2 คือ คำหรือพยางค์ท่ีไม่มีพยัญชนะเป็นตัวสะกด
ท 4.1 โดยอ่านออกเสียงเป็นสระ มาตราตวั สะกด ทั้ง 8
ป.1/2 มาตรา แบ่งได้เป็น 2 ส่วน ดงั นี้ มาตราตัวสะกด
ตรงตามมาตรา ใช้ตัวสะกดตัวเดียว มี 4 มาตรา
ท 1.1 กง กม เกย เกอว มาตราตัวสะกดไม่ตรงตาม
ป.1/1-2 มาตรา มีตัวสะกดหลายตัวในมาตราเดียวกัน
ท 2.1 เพราะออกเสียงเหมือนตัวสะกดเดียวกัน มี 4
ป.1/1-2 มาตรา กน กก กบ กด
ท 4.1
ป.1/2 คำท่ีมีอักษรควบ เป็นคำที่มีพยัญชนะต้น 2 ตัว
ท 1.1 โดยพยัญชนะต้นตัวที่สองเป็น ร ล ว ซึ่งอ่าน
ป.1/1-2 ออกเสียงพร้อมกับพยัญชนะต้นตัวแรก คำที่มี
ท 2.1 อักษรนำ มีพยัญชนะต้น 2 ตัว และออกเสียง
ป.1/2 แบบมี ห นำ
ท 4.1
ป.1/2 การผันคำ เป็นการเปลี่ยนเสียงตามเสียง 13 6
วรรณยุกต์ วรรณยุกต์ทำให้เสียงของคำและ
ความหมายของคำเปล่ยี นไป
15
หน่วย ชอื่ หนว่ ย มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ท่ี การเรยี นรู้ การเรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
ตัวชีว้ ัด
6 คำคลอ้ งจองพอ้ งสัมผสั
ท 1.1 คำคล้องจอง คือคำที่ไม่มีตัวสะกด แต่มีสระ 25 10
7 ฝกึ คดิ ฝกึ เขยี น แตง่
ประโยค ป.1/1 เหมือนกัน และคำท่ีมีทั้งเสียงตัวสะกดและสระ
8 ฟัง ดู เลา่ ขาน สือ่ สาร ท 4.1 เหมอื นกนั
ความคดิ
ป.1/2,4
9 วรรณคดนี ่าเรียนรู้
ท 1.1 การนำคำมาเรยี บเรียงเป็นข้อความทบ่ี อกให้รวู้ ่า 20 20
10 ทอ่ งจำอาขยาน สบื สาน
ภาษาไทย ป.1/1 ใครทำอะไร หรือใครเป็นอะไรเรียกว่า ประโยค
ท 2.1
ป.1/2-3
ท 4.1
ป.1/3
ท 2.1 ทักษะการฟัง การดู และการพูด เป็นพ้ืนฐาน 5 5
ป.1/2 การใช้ภาษาท่ีสำคัญ นำไปสู่การพัฒนาการอ่าน
ท 3.1 และการเขียน
ป.1/1-5
ท 1.1 การอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม ร้อยแก้วและ 7 5
ป.1/1-8 ร้อยกรอง สำหรับเด็กทำให้ได้ข้อคิดที่นำมา
ท 5.1 ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
ป.1/1
ท 1.1 บทอาขยานคือบทท่องจำ เป็นการท่องจำ 10 5
ป.1/1-8 ข้อความหรือคำประพันธ์ท่ีชอบ บทร้องกรองที่
ท 5.1 ไพเราะบทหลัก
ป.1-2 บทหลัก หมายถงึ บทอาขยานท่ีกระทรวง
ศึกษาธิการกําหนดให้นักเรียนท่องจำ เพื่อความ
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันท่ัวประเทศ ระดับชั้น
ป.1 จะมีบทแมวเหมียวและบทฝนตกแดดออก
บทรอง หมายถึง บทอาขยานท่ีนักเรียนเลือก
ท่องตามความสนใจมิได้เป็นการบังคับ โดยอาจ
เ ลื อ ก ท่ อ ง จ า ก บ ท อ า ข ย า น ท่ี
กระทรวงศึกษาธิการคัดเลือกไว้ ระดับช้ัน ป.1
นขี่ องของเธอ ไข่ล้ม ต้มไข่กนิ
ส่วนท่ี 2
การออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้
16
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1
ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ เตรียมพรอ้ มดี ไมม่ ปี ัญหา
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท 11101
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 4 ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท. 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคดิ เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดำเนนิ ชวี ติ และมนี ิสัยรักการอ่าน
มาตรฐาน ท. 2.1 ใช้ทกั ษะการเขียนสือ่ สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบตา่ งๆ
เขยี นรายงานข้อมลู สาระสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ท. 4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ท. 1.1 ป. 1/1 บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ป. 1/2 บอกความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน
มาตรฐาน ท. 2.1 ป. 1/1 คดั ลายมอื ตัวบรรจงเตม็ บรรทดั
ป. 1/2 เขยี นสอ่ื สารด้วยคำและประโยค
มาตรฐาน ท. 4.1 ป. 1/1 บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
สาระสำคญั
ตัวอักษรเป็นเครอื่ งหมายท่ีใช้แทนเสยี ง ตัวอักษรไทย
มพี ยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย ซึ่งพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ใชป้ ระสมคำ ใหม้ ีความหมาย
สาระการเรียนรู้
1. รูปและเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยกุ ต์
2. เขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
3. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ
4. การอ่าน การเขียน การอธบิ าย บอกความหมาย การสรุปความรู้
5. ความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเป็นไทย ความสามคั คี
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
17
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
3. รกั ความเปน็ ไทย
กจิ กรรมการเรียนรู้
ชัว่ โมงท่ี 1
ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูแนะนำตัวกับนักเรียนว่า “สวัสดี (ค่ะ/ครับ) ครูชื่อ......” แล้วให้นักเรียนแนะนำตัวกับครู
โดยเลน่ เกมโยนลกู บอล ครูโยนลูกบอลผ้าให้นักเรียน ถา้ นกั เรียนคนใดรบั ลูกบอลผ้าไดใ้ ห้ยืนขน้ึ แนะนำตัวเอง
แลว้ โยนลูกบอลผา้ ไปให้เพอ่ื นคนต่อไปจนครบทุกคน
ข้นั สอน
2. ครูติดเนอ้ื เพลง “สวสั ดี” บนกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรียนอา่ นตามครู 1 รอบ
เพลงสวัสดี
สวัสดี สวสั ดี เธอจา๋ วันนเ้ี รามาพบกัน
เธอกับฉนั พบกันสวสั ดี สวัสดคี รับ สวัสดีค่ะ
3. ครูร้องเพลงให้นักเรียนฟงั 1 รอบ จากน้ันครใู ห้นกั เรียนรอ้ งตามพรอ้ มทัง้ ปรบมือให้จงั หวะ
4. ให้นักเรียนฝึกกำมือ ฝึกแบมือเพ่ือฝึกกล้ามเนื้อมือ โดยเมื่อครูพูดคำว่า “กำ” ให้นักเรียนกำมือ
ทั้ง 2 ขา้ ง เมอื่ ครูพดู คำวา่ “แบ” ให้นักเรียนแบมือท้ัง 1 ข้าง ครูจะพูดคำว่า กำ และ แบ ช้าๆ แล้วค่อยๆ เร็ว
ข้นึ จากน้ันครแู ละนักเรียนร่วมกันสนทนาว่า
๏ ถ้าเราสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของมือได้จะเกิดผลดีอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ
จะทำงานต่างๆ ได้คลอ่ งแคลว่ รวดเรว็ )
5. ให้นักเรียนทุกคนนำดินสอขึ้นมาคนละ 1 แท่งแล้วจับดินสอด้วยมือข้างท่ีถนัดตามครูเพ่ือฝึกจับ
ดินสออย่างถูกวิธี ครูวาดเส้นต่างๆ บนกระดานให้นักเรียนดู เช่น เส้นตรง เส้นเฉียง เส้นโค้ง แล้วให้นักเรียน
วาดตามลงในกระดาษ ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่า เราต้องจับดินสอให้ถูกวิธีโดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วช้ี
ใหห้ ่างจากปลายดินสอพอประมาณ ส่วนนวิ้ กลางจะรองรับดนิ สอไว้
6. ให้นักเรียนทำชิ้นงานโดยใช้ดินสอวาดภาพตามจินตนา การในกระดาษ เช่น ต้นไม้
พระอาทิตย์ ก้อนเมฆ ครูเลือกผลงานของนักเรียนที่ลากเส้นได้ดีมานำเสนอเป็นตัวอย่าง พร้อมทั้งชื่นชมและ
ให้กำลงั ใจนกั เรียนทุกคน
ขั้นสรุป
7. ให้นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังนี้
๏ การจับดนิ สอถูกวธิ ีทำให้ลากเส้นแบบต่างๆ ไดด้ ี และเปน็ ทักษะพน้ื ฐานในการเขยี น
8. ให้นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ ทำอยา่ งไรจงึ จะวาดรูปได้สวย เขยี นหนงั สือไดส้ วย
18
ช่วั โมงที่ 2
ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสนทนาเกีย่ วกบั การรับประทานอาหารเชา้ โดยครูใชค้ ำถาม ดังน้ี
๏ กอ่ นมาโรงเรียนนักเรียนรบั ประทานอาหารเชา้ หรือไม่ (ตัวอย่างคำตอบ รับประทาน)
๏ อาหารเชา้ ที่รับประทานมีอะไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ขา้ วตม้ นม ไขเ่ จยี ว ไข่ตม้
เป็นตน้ )
๏ นกั เรยี นร้จู ักไข่อะไรบา้ ง (ตวั อย่างคำตอบ ไข่ไก่ ไข่เป็ด ไขน่ ก)
๏ อาหารท่ที ำจากไข่ ทำจากไขข่ องอะไร (ไก่ เป็ด)
ข้ันสอน
2. ครูและนักเรียนร่วมกนั สนทนาเกยี่ วกับไขไ่ ก่ โดยครใู ช้คำถาม ดงั นี้
๏ นกั เรียนเคยเห็นไก่หรอื ไม่ (เคย)
๏ ไกอ่ อกลูกเปน็ อะไร (ไข่)
๏ ไข่มรี ปู รา่ งอยา่ งไร (คลา้ ยวงร)ี มีสอี ะไร (สเี นื้อ)
๏ เราสามารถนำไข่ไก่มาทำอาหารอะไรได้บา้ ง (ตัวอย่างคำตอบ ไขเ่ จยี ว ไขด่ าว)
3. ใหน้ กั เรยี นเขียนรูปไข่ไก่ โดยใชน้ วิ้ ชีเ้ ขียนบนอากาศตามครู (เขียนวนทางขวาตามเขม็ นาฬิกา)
จากนัน้ ครแู นะนำเพ่มิ เติมวา่ เราสามารถนำวิธกี ารเขยี นไข่ไกม่ าเขยี นหัวพยัญชนะไทยได้
4. ครนู ำบัตรคำทแ่ี สดงวธิ ีการเขียนหัวพยญั ชนะไทยลักษณะต่างๆ ตดิ บนกระดานใหน้ ักเรียนดู(เฉพาะ
แบบท่ีเขียนหัวพยัญชนะแล้วลากเส้นตรงต่อลงมาซง่ึ มี 6 แบบ) จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันบอกวิธีการเขียนหัว
พยัญชนะแล้วฝึกเขยี นตามครู โดยใช้นิ้วช้ีเขียนบนอากาศและช่วยกนั ทายว่า หัวพยัญชนะนั้นตรงกับพยัญชนะ
ไทยตัวไหนบา้ ง เม่ือนักเรียนทายเสรจ็ แล้วครตู ดิ บัตรคำพยัญชนะเฉลยบนกระดานพร้อมท้ังใหน้ ักเรยี นฝึกเขยี น
พยญั ชนะไทยตามบนอากาศ
5. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 5 คน ออกมาเขียนหัวพยัญชนะไทยคนละ 1 ตัวบนกระดาน แล้วให้
เพื่อนๆ ทายว่าเป็นพยัญชนะตัวใด จากน้ันให้นักเรียนช่วยกันบอกว่านอกจากพยัญชนะตัวนี้แล้ว ยังมีตัวไหน
อีกบา้ งทเ่ี ขียนโดยใช้หัวพยญั ชนะแบบเดยี วกนั
ขน้ั สรุป
6. ให้นักเรยี นและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ การเขยี นพยัญชนะไทยจะตอ้ งเรม่ิ เขยี นจากหวั ของพยญั ชนะก่อนเสมอ
7. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ ถ้าเขียนพยัญชนะโดยไม่เริม่ จากหวั พยัญชนะก่อนจะเปน็ อยา่ งไร
8. ให้นักเรียนทำกิจกรรมทบทวนความรู้ โดยฝกึ เขียนหัวพยัญชนะตามเส้นประและเลอื กพยญั ชนะมา
เขียนให้ตรงกับหวั พยญั ชนะ
ชว่ั โมงท่ี 3
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ใหน้ ักเรียนร่วมกนั สนทนา โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังนี้
๏ การเขียนพยญั ชนะไทยใหส้ วยและถูกตอ้ ง เขียนอย่างไร
19
ขน้ั สอน
2. ใหน้ ักเรียนฝกึ เขยี นหวั พยญั ชนะบนอากาศทีละตัวตามวิธกี ารที่ถูกต้อง โดยครูจะเปน็ ผบู้ อกว่าเขยี น
ตัวอะไร เช่น ง ฉ ถ อ ร
3. ครูนำบัตรแสดงการเขียนหัวพยัญชนะไทยลักษณะต่างๆ ติดบนกระดานให้นักเรียนดู (แบบท่ีเป็น
พยัญชนะหัวหยักและเส้นต่อจากหัวพยัญชนะเป็นเส้นเฉียง) ให้นักเรียนร่วมกันบอกวิธีการเขียนหัวพยัญชนะ
แล้วฝึกเขียนหัวพยัญชนะพร้อมกันช้าๆ ทีละตัว โดยใช้น้ิวช้ีเขียนบนอากาศ และช่วยกันทายว่า หัวพยัญชนะ
นั้นมาจากพยัญชนะไทยตัวไหนบ้าง
4. ครูนำบัตรพยัญชนะ 7 ใบ มาให้นักเรียนดู ได้แก่ ฒ จ ส ข ค ซ ย ให้ตัวแทนนักเรียน
คร้ังละ 1 คน ออกมาเลือกบัตรพยัญชนะ 1 ใบ นำไปติดบนกระดานให้ตรงกับบัตรคำแสดงวิธีการเขียน
หัวพยญั ชนะ ดำเนินกจิ กรรมจนครบทุกบัตรคำ ครแู ละนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
5. ครูเลือกชื่อนักเรียนมา 1 ชื่อ แล้วเขียนบนกระดาน จากนั้นขออาสาสมัครครั้งละ 2 คน ออกมา
แข่งขันกันเขียนลักษณะหัวพยัญชนะท่ีมีในช่ือนั้น ครูและเพ่ือนๆ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและดำเนิน
กิจกรรมนีอ้ กี 2-3 คร้ัง
ขน้ั สรปุ
6. ใหน้ ักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
๏ การเขียนพยญั ชนะไทยจะตอ้ งเรม่ิ เขียนจากหัวของพยัญชนะก่อนเสมอ
7. ให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ การเขยี นพยญั ชนะไทยให้สวยและถกู ตอ้ ง เขยี นอยา่ งไร
ช่วั โมงท่ี 4
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูนำบัตรภาพเกย่ี วกับพยัญชนะมาใหน้ ักเรยี นดคู รั้งละ 1 ภาพ แลว้ ให้นักเรียนรว่ มกันบอกว่า
เม่อื เหน็ ภาพนัน้ แลว้ นกั เรยี นคดิ ถงึ พยัญชนะไทยตัวใด เช่น ภาพลงิ (ล) ภาพฟัน (ฟ)
ภาพปลา (ป) ภาพแหวน (ว) ภาพชา้ ง (ช) ครูและนกั เรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง
ข้นั สอน
2. ใหน้ กั เรียนฝึกเขยี นพยญั ชนะจากกิจกรรมขอ้ 1 บนอากาศพร้อมกนั ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั
สนทนาว่า ภาพจะทำให้เราจดจำพยญั ชนะไทยได้งา่ ยขึ้น จากนน้ั ใหน้ ักเรียนร่วมกันบอกว่ามีภาพใดอกี บ้าง
ท่สี ือ่ ถึงพยัญชนะไทย (ตัวอย่างคำตอบ ภาพไก่ – ก ภาพไข่ – ข ภาพเสอื – ส)
3. ครูตดิ พยัญชนะไทยบนกระดาน แลว้ ให้นักเรยี นสงั เกตว่าพยัญชนะแต่ละตัวจะมีรปู ภาพแทนตัว
พยญั ชนะนนั้ ซ่ึงจะทำใหส้ ามารถจดจำพยญั ชนะได้ดีข้นึ นักเรียนออกเสียง ก - ฮ ตามครูพรอ้ มกัน 1 รอบและ
รว่ มกันสนทนาว่า พยัญชนะไทยมีท้งั หมด 44 ตวั แตท่ ่ีใชใ้ นการเขยี นคำปัจจุบนั มี 42 ตวั อีก 2 ตวั คือ ฃ, ฅ
ปัจจบุ ันไมใ่ ชใ้ นการเขยี นคำ
4. ครูนำแถบพยญั ชนะมาตดิ บนกระดานครั้งละ 1 แถบ แลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกันบอกและเตมิ พยญั ชนะ
ตวั ที่หายไปใหค้ รบ เช่น
ก ฃค ดตถ ยล
(ข) (ท) (ม,ร)
20
ดำเนินกจิ กรรมน้ี 3-4 ครง้ั ครูและนกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ งและรว่ มกันบอกวิธกี ารหา
คำตอบจากแถบพยญั ชนะ
5. ให้นักเรยี นทำกิจกรรมเขียนพยัญชนะจากภาพและทำใบงานโดยเติมพยัญชนะท่หี ายไป จากน้ันครู
ให้นกั เรียนที่ทำงานไดถ้ กู ต้องออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น นักเรยี นออกเสียง จากกจิ กรรมและใบงาน
ร่วมกัน จากนนั้ ให้นกั เรียนสงั เกตวธิ ีการเขยี นและเสยี งของพยญั ชนะแต่ละตัว
6. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถาม ดังนี้
๏ การบอกและเขยี นพยัญชนะไทยไดถ้ ูกตอ้ งมปี ระโยชนอ์ ย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ทำให้เขียน
และอ่านคำไทยได้ถกู ต้อง)
ข้ันสรุป
7. ใหน้ กั เรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ พยญั ชนะแต่ละตัวมีการเขียนแตกต่างกัน และมเี สียงแทนของพยัญชนะแต่ละตัว
8. ให้นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั นี้
๏ มีวธิ ีการใดบา้ งที่ทำใหอ้ อกเสียงและเขยี นพยัญชนะไทยไดถ้ ูกต้องตามลำดบั
สื่อและแหล่งเรยี นรู้
1. ห้องสมุดโรงเรยี น
2. บัตรคำ แผนภาพ รปู ภาพ
3. แบบฝกึ หดั
4. แผนผังสระในภาษาไทย
ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. ภาพวาดตามจินตนาการ
2. การเขียนพยัญชนะไทย
3. ผลงานการเขียนพยัญชนะไทย
4. การบอกและเขยี นพยญั ชนะไทย
การวดั และประเมินผล
1. ช้นิ งานเรื่อง ภาพวาดตามจนิ ตนาการ
2. ช้นิ งานเรอ่ื ง การเขยี นพยัญชนะไทย
3. ชน้ิ งานเรอ่ื ง ผลงานการเขียนพยญั ชนะไทย
4. ชนิ้ งานเรื่อง การบอกและเขียนพยญั ชนะไทย
ประเดน็ การประเมิน ดีเยี่ยม (3) ระดบั คุณภาพ ไม่ผา่ น (0)
19 - 26 ตวั ดี (2) ผา่ น (1) 1 – 6 ตวั
นักเรยี นสามารถเขยี นหวั พยัญชนะได้ถูกต้อง 13 – 18 ตวั 7 – 12 ตวั
(26 ตวั ) 31 – 44 ตวั 1 – 10 ตัว
นักเรียนสามารถเขียนพยัญชนะไทย ก - ฮ 8-10 ตัว 21 – 30 ตวั 11 –20 ตัว 0 – 2 ตัว
นกั เรยี นสามารถเขียนตัวเลขไทย 0 - 9 6-7 ตัว 3-5 ตวั
21
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ รู้คณุ คา่ สระภาษาไทย
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท 11101
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 จำนวน 75 ช่วั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดำเนนิ ชีวิตและมีนิสัยรักการอา่ น
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้ทักษะการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ
เขียนรายงานข้อมลู สาระสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ท 1.1 ป. 1/1 บอกและเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ป. 1/2 บอกความหมายของคำ และข้อความที่อา่ น
มาตรฐาน ท 2.1 ป. 1/1 คดั ลายมอื ตัวบรรจงเตม็ บรรทัด
ป. 1/2 เขยี นส่ือสารดว้ ยคำและประโยค
มาตรฐาน ท 4.1 ป. 1/2 เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ
สาระสำคญั
สระในภาษาไทย มี 21 รูป 21 เสยี ง รูปสระเปน็ เครอื่ งหมายท่เี ขียนขน้ึ แทนเสยี งสระ โดยใชเ้ ขียน
โดดๆ หรือใชเ้ ขียนประกอบกับรปู สระอนื่ เพอ่ื ให้เกดิ สระใหม่ เสียงสระจะมีเสียงส้ันและเสยี งยาว
สาระการเรยี นรู้
1. รูปและเสียงของสระ
2. เขียนคำที่ประสมดว้ ยสระ และอา่ นคำท่ีประสมด้วยสระ
3. คำท่ปี ระสมด้วยสระเปน็ คำทีม่ ีตวั สะกดและไม่มีตัวสะกด
4. การอา่ น การเขยี น การอธบิ าย บอกความหมาย การสรุปความรู้
5. ความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน รกั ความเป็นไทย ความสามัคคี
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
5. ความสามารถในการสื่อสาร
6. ความสามารถในการคดิ
7. ความสามารถในการแก้ปญั หา
8. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
22
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
4. ใฝ่เรียนรู้
5. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
6. รักความเปน็ ไทย
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงท่ี 1
ข้นั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดังนี้
๏ ถ้านักเรยี นออกเสยี ง อา ยาวๆ จะเป็นอยา่ งไร
ขน้ั สอน
2. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารทดสอบเสยี งสระให้นักเรยี นฟงั ว่า นกั เรียนจะรู้วา่ สระใดมเี สยี งส้นั หรอื ยาว
ให้ลองออกเสียงสระนั้นโดยลากเสยี งใหย้ าว ถ้าลากเสียงยาวแล้ว สระนั้นไม่เปล่ยี นเสียง แสดงว่าเป็นสระเสียง
ยาว แตถ่ า้ ลากเสียงแลว้ เสยี งสระเปลีย่ นไปแสดงว่าเป็นสระเสยี งสน้ั
3. ใหน้ ักเรยี นออกเสยี ง อา และ อะ โดยลากเสียงยาวเพือ่ เปรียบเทยี บกัน และให้ใชค้ ำอ่ืนๆ บ้าง
เพ่อื ฝึกออกเสยี ง เช่น ขะ-ขา ละ-ลา
4. ให้นักเรียนสังเกตภาพท่ีครูติดบนกระดาน แล้วบอกว่าเป็นภาพอะไร ครูจึงติดบัตรคำใต้ภาพ
(ช้าง ควาย)
5. ให้นกั เรียนชว่ ยกนั สงั เกตว่าทัง้ 2 คำ มีสว่ นใดทเ่ี หมือนกนั (สระ -า)
6. ครูนำนักเรียนอ่านสะกดคำจากบัตรคำ แล้วให้นักเรียนสังเกตส่วนประกอบของคำและฝึกจำแนก
พยญั ชนะต้น สระ ตัวสะกด วรรณยกุ ต์
7. ครตู ดิ แผนภมู เิ พลง “ช้าง” บนกระดาน รว่ มกันรอ้ งเพลงและแสดงท่าทางประกอบเพลง
ช้าง ช้าง ชา้ ง เพลงช้าง
ช้างมนั ตัวโตไมเ่ บา เนอ้ื ร้อง คณุ หญงิ ชิ้น ศลิ ปบรรเลง
สองเข้ยี วข้างงวงเรียกว่างา ทำนอง พม่าเขว
หนูรู้จกั ชา้ งหรือเปลา่
จมูกมันยาวเรียกวา่ งวง
มหี มู ีตาหางยาว
8. ให้นกั เรียนชว่ ยกันหาคำทป่ี ระสมด้วยสระ -า จากเน้ือเพลง (ช้าง ยาว ขา้ ง ว่า งา ตา หาง) แลว้ ฝึก
อ่านออกเสยี ง
ขน้ั สรุป
9. ครูนำนักเรียนอ่านออกเสียงคำที่ประสมด้วยสระ -า ในชีวิตประจำวัน แล้วให้นักเรียนฝึกอ่าน
ออก เสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัด โดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เร่ือง
การอา่ นออกเสยี งคำท่ปี ระสมด้วยสระ -า)
10. ใหน้ ักเรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๏ สระ -า มีเสยี งยาว ทำให้คำทป่ี ระสมด้วยสระ -า ออกเสียงยาวดว้ ย
23
ชว่ั โมงท่ี 2
ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ ปา ปลา ปาก สระ -า ของคำ 3 คำนี้ อย่ใู นตำแหน่งเดียวกันหรือไม่
ขน้ั สอน
2. ครตู ิดบตั รคำบนกระดาน 4 แถว ดงั น้ี
แถวท่ี ๑ แถวท่ี ๒ แถวที่ ๓ แถวที่ ๔
มา หมา มาก หมาย
นา หนา นาง หนาว
3. ให้นกั เรียนอา่ นออกเสียงคำบนกระดานทีละแถว แล้วชว่ ยกนั สงั เกต โดยใชค้ ำถาม ดังน้ี
๏ พยัญชนะต้นของคำในแถวที่ 1 คอื พยัญชนะตัวใด (ม น)
๏ คำ 2 คำน้ี เขยี นสระ -า ไวท้ ่ีไหน (หลังพยญั ชนะต้น)
๏ พยัญชนะต้นของคำในแถวท่ี 2 คือพยญั ชนะตัวใด (หม หน)
๏ คำ 2 คำน้ี เขยี นสระ -า ไว้ที่ไหน (หลังพยญั ชนะตน้ )
๏ พยญั ชนะตน้ ของคำในแถวท่ี 3 คอื พยัญชนะตวั ใด (ม น)
๏ พยญั ชนะที่อยขู่ า้ งหลังสระ -า ไดแ้ ก่ ก และ ง เรียกว่าอะไร (ตัวสะกด)
๏ เปรียบเทียบกบั แถวที่ 1 และ 2 สระ -า อยูใ่ นตำแหน่งเดิมหรอื ไม่ (ตำแหนง่ เดิมคือ
ขา้ งหลงั พยญั ชนะต้น)
๏ คำในแถวท่ี 4 มีพยัญชนะตน้ กี่ตัว (2 ตวั ) คือพยัญชนะตวั ใด (หม หน)
๏ คำในแถวที่ 4 ตา่ งกับคำในแถวที่ 2 อย่างไร (แถวท่ี 4 มตี ัวสะกด)
๏ สระ -า ท่ีอยู่ในคำทง้ั 4 แถว อยใู่ นตำแหนง่ เดียวกันหรอื ไม่ (ตำแหนง่ เดยี วกัน)
คือตำแหนง่ ใด (หลงั พยญั ชนะต้น)
4. ครตู ิดแผนภมู เิ พลง เปด็ อาบนำ้ บนกระดาน ใหน้ ักเรยี นรอ้ งเพลงพร้อมกนั และทำท่าทางประกอบ
เพลง เปด็ อาบนำ้
ก้าบ กา้ บ ก้าบ กา้ บ เนือ้ ร้อง-ทำนอง สุกรี ไกรเลิศ
ตากจ็ ้องแลมอง เป็ดอาบน้ำในคลอง
ก้าบ ก้าบ ก้าบ ก้าบ เพราะในคลองมหี อยปลาปู
ตากจ็ อ้ งแลดู เปด็ อาบน้ำในคู
เพราะในคูมหี อยปูปลา
5. ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั จำแนกคำที่ประสมดว้ ยสระ -า ในเน้ือเพลง (กา้ บ อาบ ตา ปลา) จากนน้ั
ฝกึ จำแนกสว่ นประกอบของคำเพ่อื ใหส้ ังเกตตำแหน่งของสระ -า วา่ อยขู่ ้างหลังพยัญชนะตน้
6. ครนู ำบัตรคำท่ีเจาะช่องไวส้ ำหรับให้นกั เรียนเติมสระ -า ติดบนกระดาน แล้วใหน้ ักเรยี นออกมาเติม
สระ -า ทีละคน ครสู ังเกตวิธกี ารเขยี นและตำแหนง่ ใหถ้ กู ตอ้ ง
24
ตวั อย่างบัตรคำ
(ครอู าจทำบตั รคำเปน็ รูปตา่ งๆ เชน่ รูปปลา รปู ดาว หรือรูปอืน่ ๆ ทีม่ ีชือ่ เป็นคำสระ -า
เพือ่ กระตุน้ ความสนใจของนกั เรยี น)
7. ให้นักเรยี นอา่ นออกเสียงคำจากบตั รคำเหลา่ นน้ั พร้อมกัน
8. ใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรยี นรู้ โดยเติมสระ -า ให้เปน็ คำทถ่ี ูกตอ้ ง แลว้ ฝึกอ่านคำ
9. ให้นักเรียนทำใบงาน เร่ือง การคัดลายมือคำท่ีประสมด้วยสระ -า ตามเส้นประ ครูตรวจสอบ
ผลงานของนกั เรียนเป็นรายบคุ คล
ขน้ั สรปุ
10. ให้นักเรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
๏ สระ -า อยขู่ ้างหลงั พยัญชนะต้น
ช่ัวโมงที่ 3
ข้นั นำเขา้ สู่บทเรียน
1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี
๏ ก ด ว -า ประสมเปน็ คำอะไรไดบ้ า้ ง
ขั้นสอน
2. ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ครูแจกบัตรภาพทีใ่ ชแ้ ทนพยัญชนะ เช่น ภาพเสือ ภาพแหวน
และบัตรสระ -า ตามจำนวนสมาชิกในกล่มุ ให้นักเรียนกลมุ่ ละ 1 ชุด เพอ่ื ช่วยกนั ประสมคำ
3. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนคำท่ีประสมได้ลงในกระดาษท่ีครูแจกให้ (นักเรียนสามารถใช้บัตรภาพ
ในการประสมคำสลบั กันได้ เพ่ือให้ไดค้ ำทหี่ ลากหลาย)
4. ให้นกั เรยี นแต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทนออกมาอา่ นคำทีป่ ระสมได้ให้เพอ่ื นฟังหนา้ ชัน้ เรยี น ครูตรวจสอบว่า
นักเรียนเขยี นสะกดคำถกู ตอ้ งหรอื ไม่ จากนัน้ ใหส้ มาชกิ ในกล่มุ ช่วยกนั อธบิ ายความหมายของคำ
5. ให้นักเรียนทำใบงานเร่ือง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ครูและนักเรียนร่วมกัน
ตรวจสอบผลงาน
6. ให้นักเรียนช่วยกันบอกชื่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิตที่เป็นคำท่ีประสมด้วยสระ -า แล้วเขียนคำ
จากนั้นจบั คสู่ ลับผลงานกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ข้ันสรุป
7. ใหน้ ักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ คำท่ปี ระสมด้วยสระ -า ทุกคนออกเสยี งยาว และเขียนสระ -า ไวข้ ้างหลงั พยญั ชนะต้น
8. ให้นักเรยี นเขยี นสรุปความรเู้ รื่อง สระ -า ลงในแผนภาพความคดิ แลว้ ร่วมกนั ตรวจสอบ
ความถกู ต้อง
25
ชว่ั โมงที่ 4
ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรียน
1. ใหน้ ักเรยี นฟงั นทิ านเรือ่ ง ม้าอารี เพื่อจบั ใจความ แล้วร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกับเน้อื เรอื่ ง
ชาวนาคนหนึง่ เลยี้ งมา้ ไว้ขไ่ี ปยงั ทต่ี ่างต่าง เลย้ี งวัวไว้ไถนา ชาวนา
ทำเพิงให้ม้านอน ส่วนวัวให้นอนอยู่ข้างบ้าน คืนหนึ่งฝนตกหนัก วัวจึงเดิน
เขา้ มาขอมา้ หลบฝนทีข่ า้ ง เพิง พอฝนสาดววั กข็ อเขยิบเข้าไปในเพิงทกุ ทีทุกที
จนในทสี่ ุดววั ดนั มา้ ออกไปยืนตากฝน สว่ นวัวเข้าไปยืนในเพงิ แทน
ข้นั สอน
2. ให้นกั เรยี นเล่าเรอ่ื งเกีย่ วกบั การมนี ้ำใจตอ่ ผู้อืน่ แลกเปล่ยี นกนั
3. ให้นักเรียนดูภาพป่ีและหมี (อาจใช้ของจริงก็ได้) แล้วบอกว่าเป็นภาพอะไร จากนั้นครูติดบัตรคำ
ใตภ้ าพบนกระดาน
4. ใหน้ ักเรียนอา่ นออกเสยี งแลว้ สังเกตคำ โดยครใู ชค้ ำถาม ดงั นี้
๏ คำท้ังสองคำมีสง่ิ ใดเหมือนกัน (สระ - ี)
๏ สระ - ี เขยี นไวใ้ นตำแหน่งใด (ขา้ งบนพยัญชนะต้น)
5. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ - ี บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตแล้วช่วยกันอธิบาย
วิธีการเขียน
6. ครูเขียนสระ - ี บนกระดานช้าๆ ให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง จากน้ันให้นักเรียนฝึกเขียน โดยใช้น้ิว
ผลดั กนั เขียนบนหลงั เพือ่ น
7. ให้นักเรียนจับคูน่ ่งั หันหน้าเข้าหากัน ครูแจกกระดาษใหค้ ลู่ ะ 1 แผน่ ใหน้ กั เรยี นเขยี นสระ - ี
ลงในกระดาษแผน่ เดยี วกัน โดยแข่งกันวา่ ใครจะเขยี นได้สวยงามและจำนวนมากท่สี ดุ
8. ใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเขียนสระ - ี ตามเส้นประ และเติมสระ - ี
ในชอ่ งวา่ งใหเ้ ปน็ คำที่สมบรู ณ์ แลว้ ฝกึ อ่านออกเสียง ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบผลงาน
9. ให้นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ สระ - ี อยู่ข้างบนพยัญชนะตน้ ของคำ
10. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ นักเรยี นจะนำรปู รา่ งของสระ - ี ไปประดิษฐ์เป็นของเลน่ อะไรได้บ้าง
ขัน้ สรุป
11. ให้นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ - ี อย่ขู ้างบนพยัญชนะต้นของคำ
12. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี
๏ นักเรียนจะนำรปู ร่างของสระ - ี ไปประดษิ ฐ์เปน็ ของเลน่ อะไรไดบ้ า้ ง
26
ชั่วโมงที่ 5
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ให้นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี
๏ ถ้านกั เรยี นออกเสียงคำทุกคำทพ่ี ดู ในชวี ติ ประจำวันเป็นเสยี งส้นั หมด จะเปน็ อย่างไร
ข้ันสอน
2. ใหน้ ักเรยี นออกเสยี งสระ อี พรอ้ มกนั โดยลากเสียงยาว เพ่ือสงั เกตเสยี ง จากนัน้ ครูใช้คำถาม ดังน้ี
๏ เสียง อี ท่ลี ากยาว เปลีย่ นเสยี งไปหรือไม่ (เสียงไมเ่ ปลย่ี น)
๏ เสียงสระท่ีลากเสียงยาวแลว้ เสียงไม่เปลยี่ น แสดงวา่ เปน็ สระเสียงส้ันหรอื เสียงยาว
(สระเสยี งยาว)
3. ใหน้ ักเรียนจำแนกส่วนประกอบของคำจากบัตรคำท่ีครตู ิดบนกระดาน ได้แก่ ดี บ้ี ปีก หวี ครีบ
4. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารอ่านสะกดคำให้นกั เรยี นฟังว่า จะต้องออกเสียงส่วนประกอบของคำทีละตัว ไดแ้ ก่
พยัญชนะตน้ สระ ตัวสะกด วรรณยุกต์ แล้วประสมเป็นคำ จากนน้ั ครอู ่านสะกดคำเป็นตัวอยา่ ง
5. ใหน้ กั เรยี นอ่านสะกดคำจากบัตรคำบนกระดาน
6. ให้นักเรยี นอ่านออกเสยี งคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ - ี ในชวี ติ ประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝกึ อ่าน
ด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตวั ชว้ี ัดโดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics) เรอื่ ง การอ่าน
ออกเสยี งคำทีป่ ระสมด้วยสระ - ี)
ขนั้ สรุป
7. ให้นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ - ี มีเสียงยาว ทำใหเ้ สยี งของคำทีป่ ระสมดว้ ยสระ - ี มีเสียงยาวด้วย
ช่วั โมงท่ี 6
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ เม่อื นกั เรยี นได้อ่านหรอื ฟังภาษาองั กฤษ นักเรยี นรู้สึกอย่างไร เพราะอะไร
ข้ันสอน
2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ช่วยกันประสมคำจากตัวอักษรให้บ้านปริศนา เขียนลงใน
กระดาษทีค่ รูแจกให้
ตัวอยา่ งคำทป่ี ระสมได้
ดี ดีด บบี จีบ จ้ี บ้ี
บี จี จี่
3. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาอ่านคำที่ประสมได้ และช่วยกันอธิบายความหมายของคำ
หน้าชัน้ เรยี น เม่อื ทุกกลุ่มนำเสนอเสร็จ ครชู ่วยสรุปและอธบิ ายความหมายของคำเพ่ิมเตมิ ให้ชดั เจน
4. ให้นักเรียนทำใบงานเร่ือง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำสระ - ี แล้วร่วมกัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
5. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเลือกคำที่ประสมสระ - ี ไปเติมในประโยค
ใหไ้ ด้ใจความ แลว้ ร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
27
ขนั้ สรปุ
6. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังนี้
๏ การรู้ความหมายของคำที่อ่านและเขยี น ทำให้ใช้คำส่ือสารได้ถกู ต้อง
7. ใหน้ กั เรียนเขียนสรุปความร้เู ร่อื ง สระ - ี ลงในแผนภาพความคดิ แลว้ ร่วมกันตรวจสอบ
ความถกู ต้อง
ชวั่ โมงที่ 7
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ เมื่อนกั เรียนออกเสียง อู ริมฝีปากมีลกั ษณะอยา่ งไร
ขน้ั สอน
2. ให้นักเรียนจับคู่กับเพ่ือน ผลัดกันออกเสียง อู และเปลี่ยนพยัญชนะต้นเป็นตัวอ่ืนบ้าง เช่น ดู ปู รู
แลว้ สังเกตลกั ษณะของรมิ ฝีปาก (ริมฝปี ากจะมีลักษณะห่อกลม)
3. ให้นักเรียนฟังนทิ านเรือ่ ง แมป่ ูกับลูกปู เพื่อจบั ใจความ แล้วรว่ มกันสนทนาเกยี่ วกับเนือ้ เรือ่ ง
เช้าวันหนึ่ง แม่ปูพาลูกปูเดินหาอาหารอยู่บนเลน แม่ปูเห็นลูกปูเดินคดไปคดมา
แม่ปไู มช่ อบท่เี หน็ ลูกปูเดนิ อยา่ งน้ัน แม่ปูจงึ เดินเป็นตวั อยา่ งให้ลกู ปดู ู ลูกปดู ูแม่เดิน
อย่างไม่กะพริบตา แล้วพูดว่า “แม่ก็เดินคดไปคดมาเหมือนกันน่ีจ๊ะ” แม่ปูจึงรู้ตัวว่าตนเอง
ก็เดนิ ไมต่ รงเช่นเดียวกัน มนั รูส้ กึ ละอายใจมาก
4. ให้นักเรียนผลดั กันเลา่ ถงึ คนท่ีตนเองชอบและอยากปฏิบัติตาม
5. ครูเขียนคำท่ีประสมด้วยสระ -ู จากเรื่อง แม่ปูกับลูกปู บนกระดานให้นักเรียนสังเกตและ
อ่านออกเสยี งคำตามครู
6. ให้นักเรียนสังเกตการออกเสยี งว่าสระ -ู เปน็ สระเสียงส้นั หรือเสียงยาว (สระ -ู เปน็ สระเสยี งยาว)
7. ให้นักเรียนช่วยกันจำแนกส่วนประกอบของคำที่ประสมด้วยสระ -ู จากบัตรคำลงในตาราง
บนกระดาน
คำ พยญั ชนะตน้ สว่ นประกอบของคำ วรรณยุกต์
สระ ตวั สะกด
งู ง -ู - -
ตู้ ต -ู - -้
จูง จ -ู ง -
หนู หน -ู - -
ครู คร -ู - -
28
8. ใหน้ กั เรียนฝึกอา่ นสะกดคำจากตารางจำแนกสว่ นประกอบของคำ
9. ให้นักเรียนยืนในแถวตนเอง แบมือซ้ายไว้ข้างตัว มือขวาใช้นิ้วช้ีแตะกลางฝ่ามือเพื่อนท่ียืนถัดไป
ทุกคนทำเชน่ น้ตี อ่ ๆ กัน เม่ือไดย้ นิ เสยี งคำสระ -ู ที่ครูอา่ น ให้นกั เรียนแต่ละคนพยายามใช้มือซ้ายกำนิว้ เพอ่ื นให้
ได้ ส่วนมอื ขวาพยายามหนไี ม่ใหเ้ พื่อนจับ แตถ่ ้าครอู ่านคำทป่ี ระสมสระตวั อน่ื
ให้ยนื เฉยๆ
ตัวอย่างคำทคี่ รใู ชใ้ นกิจกรรม
นา มี ปู
หนู อยู่ รู
ปู่ มา หา
ตา ดู หมี
10. ให้นักเรียนอ่านคำในชีวิตประจำวันท่ีประสมด้วยสระ -ู ตามครูพร้อมกนั 1 รอบ แล้วฝึกอ่านด้วย
ตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวชี้วัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เรือ่ ง การอา่ นออกเสียง
คำท่ีประสมดว้ ยสระ -)ู
ขนั้ สรุป
11. ให้นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ สระ -ู มเี สียงยาว ทำให้เสียงของคำท่ีประสมด้วยสระ -ู ออกเสียงยาวด้วย
ช่วั โมงท่ี 8
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังนี้
๏ นักเรยี นมวี ิธกี ารแยกสระ -ู กับ บ อย่างไร
ขั้นสอน
2. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ -ู บนกระดาน ให้นักเรียนช่วยกันอธิบายวิธีการเขียน
(สระ -ู ต้องเรมิ่ เขียนจากหวั ตัวอกั ษรเชน่ เดียวกบั พยญั ชนะ)
3. ครูเขียนสระ -ู บนกระดานช้าๆ ให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง แล้วฝึกเขียนโดยใช้น้ิวมือเขียนบนฝ่ามือ
อีกขา้ งหนึง่ ของตนเอง
4. ใหน้ ักเรยี นออกมาเลอื กบัตรคำจากครทู ลี ะคน ซ่ึงบัตรคำทค่ี รเู ตรยี มไว้จะเจาะชอ่ งไว้ใหน้ กั เรยี นเติม
สระ -ู เมื่อเลือกบัตรคำแล้ว ให้นักเรียนนำไปติดบนกระดาน แล้วเขียนสระ -ู ลงในช่องว่างให้เป็นคำที่ถูกต้อง
ทุกคนช่วยกันตรวจสอบว่าเพ่ือนเขียนถูกวิธีและถูกตำแหน่งหรือไม่ จากน้ันช่วยกันอ่านออกเสียงคำ
ถ้านกั เรยี นอา่ นคำใดไมไ่ ด้ ครเู ปน็ ผอู้ ่านนำ
5. ให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง การคัดลายมือคำที่ประสมด้วยสระ -ู ตามเส้นประ ครูตรวจสอบผลงาน
ของนักเรยี นเปน็ รายบคุ คล
6. ครูติดแผนภูมิเพลง สระอู บนกระดาน ให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามครู 1 รอบ ครูร้องเพลง
ให้นักเรียนฟังเป็นตัวอย่าง 1 รอบ แล้วให้นักเรียนร้องตามทีละวรรค จากน้ันให้นักเรียนลองฝึกร้องเอง
พรอ้ มกนั
29
เพลง สระอู
คำรอ้ ง ปิตนิ นั ทน์ สทุ ธสาร ทำนอง เพลงจีน
ดซู ปิ ดู่ หู นู ปชู่ ดี้ หู นูอยู่ในรู
สระอูนัน้ อยลู่ า่ งไง
สระอูนัน้ อยทู่ ีใ่ ด สระอูเหน็ อยมู่ ากมาย
เร็วคิดเถิดคุณหนู
จำไวเ้ สียงยาวสระอู (ซ้ำ)
ขั้นสรุป
7. ให้นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ สระ -ู เร่ิมเขยี นจากหัวตัวอักษร และเขียนไวข้ า้ งล่างพยญั ชนะต้น และการฝึกคดั ลายมือเปน็
ประจำ ช่วยพัฒนาลายมอื ให้ดขี ึน้ และเขยี นได้คลอ่ งแคลว่
ชั่วโมงท่ี 9
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ ถา้ นำพยญั ชนะ ก - ฮ มาประสมด้วยสระ -ู ทลี ะตัว จะเกิดคำทมี่ คี วามหมายทกุ คำหรือไม่
ขั้นสอน
2. ให้นักเรียนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มผลัดกันส่งตัวแทนออกมาประสมคำ โดยใช้ตัวอักษรจาก
พีระมิดตัวใดก็ได้ เขียนคำท่ีประสมได้บนกระดาน ถ้าได้คำท่ีมีความหมายจะได้ 1 คะแนน จากน้ันทุกคนใน
กลุ่มจะต้องช่วยกันคิดและอธิบายความหมายของคำ ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมในการแข่งขันแต่ละกลุ่มจะต้อง
ประสมคำไม่ให้ซำ้ กัน และตวั แทนทส่ี ่งออกมาต้องไม่ซ้ำคนด้วย
พรี ะมิดประสมคำ
3. ใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสียงคำทงั้ หมดบนกระดานอีกครงั้
4. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเติมวรรณยุกต์ -่ -้ ให้คำมีความหมาย
และเขียนคำใหม่จากการประสมคำของภาพแทนพยญั ชนะ จากนั้นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และร่วมกัน
สนทนาเกีย่ วกับความหมายของคำ
ขั้นสรุป
5. ให้นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ คำทจี่ ะใชใ้ นการส่อื สารได้ตอ้ งมคี วามหมายท่เี ข้าใจตรงกนั
30
ชว่ั โมงที่ 10
ขั้นนำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ใหน้ ักเรยี นทายปริศนาตอ่ ไปน้ี
ฉันคอื อะไร ผูกไว้นอนเล่น
ใตต้ ้นไม้เย็น ไกวเลน่ หลับสบาย (เปล)
ขน้ั สอน
2. ครูติดบัตรคำเฉลยบนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตรปู สระและจำแนกส่วนประกอบของคำ
(ปล เปน็ พยัญชนะต้น สระ เ- อยขู่ า้ งหนา้ พยญั ชนะต้น)
3. ให้นักเรียนฟังนิทานเรื่อง งูเกเรกับชาวป่า ช่วยกันสังเกตคำท่ีประสมด้วยสระ เ- ครูเขียนคำ
ทีป่ ระสมด้วยสระ เ- จากเนอ้ื เรอื่ งบนกระดาน แล้วใหน้ กั เรยี นอา่ นตาม
วันหน่ึงในฤดูหนาว ชาวป่าคนหนึ่งช่ือนายเก่ง เดินทางเข้าไปในป่าเพ่ือหาชะเอม ซ่ึงเป็นพืช
ใชท้ ำยา ขณะเดินทางกลับบา้ นเขาพบงูตวั หนงึ่ นอนตัวแข็งอย่บู นทางเดิน เขาเกรงว่างูจะตาย ด้วยความ
สงสารจึงจบั งูใส่เปพ้ ากลับมาทบ่ี า้ น เขานำงูมาผิงไฟ เปลวไฟ
ช่วยทำให้งูอบอุ่นขึ้น งูเร่ิมหิวจึงเล้ือยไปกัดเด็กท่ีน่ังเล่นอยู่ในเปล เสียงเด็กร้องไห้ ทำให้นายเก่งและ
เพอื่ นบ้านว่งิ มาดู เด็กได้รบั การช่วยเหลอื ส่วนงเู กเร ถูกไล่ตีจนตาย
4. ให้นกั เรยี นรว่ มกันสนทนาเกี่ยวกับเนอ้ื เรื่อง และสตั ว์ที่ไม่ควรเข้าใกลเ้ พราะอาจเกิดอันตราย
5. ครตู ิดแผนภูมแิ สดงทศิ ทางการเขยี นสระ เ- บนกระดาน ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั อธิบายวธิ ีการเขียน
6. ครเู ขยี นสระ เ- บนกระดานช้า ๆ ใหน้ ักเรยี นดูเปน็ ตัวอยา่ ง แลว้ ฝึกเขียนในอากาศ
7. ให้นักเรียนช่วยกันใช้สระ เ- สร้างสรรค์ภาพตามจินตนาการ โดยออกมาเขียนสระ เ- คนละ 1 ตัว
ดว้ ยสเี มจิก ต่อเติมกันให้เป็นภาพ ลงบนกระดาษแข็งที่ครูตดิ ไวบ้ นกระดาน เม่ือสร้างสรรค์ ภาพเสร็จ ครนู ำไป
ติดบนปา้ ยนเิ ทศเป็นผลงานของห้อง
ขั้นสรุป
8. ให้นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ เ- เริ่มเขียนจากหัวตวั อกั ษรและเขยี นไว้ข้างหน้าพยญั ชนะตน้
9. ให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดังนี้
๏ เราสามารถเขยี นสระ เ- ไวต้ ำแหนง่ อน่ื ของคำไดห้ รอื ไม่ เพราะอะไร
ชว่ั โมงที่ 11
ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น
1. ให้นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ เพราะอะไรผู้ใหญจ่ งึ นำเสียง เอ่ เอ๊ มาใชก้ ล่อมเด็ก
ขั้นสอน
2. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับเสียง เอ ท่ีมักนำไปใช้กับเด็ก เช่น เสียง เอ่ เอ๊
ทใี่ ช้กลอ่ มเด็กหรือปลอบเดก็ จ๊ะเอ๋ ที่ใช้เล่นกับเดก็ แลว้ ให้นักเรยี นลองออกเสียง
31
3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มตามแถวท่ีนั่ง แข่งขันออกเสียง เอ ให้ยาวที่สุด โดยออกเสียงทีละแถว
ครูเปน็ ผจู้ ับเวลา
4. ใหน้ ักเรยี นสงั เกตการออกเสียง เพ่อื สรปุ ว่าสระ เ- เปน็ สระเสียงยาว
5. ให้นักเรียนจำแนกส่วนประกอบของคำท่ีประสมด้วยสระ เ- จากบัตรคำท่ีครูติดบนกระดาน ได้แก่
เจ เท่ เปล เมฆ เต้น เกรง แลว้ ฝึกอ่านสะกดคำ
6. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำท่ีประสมด้วยสระ เ- ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึก
อ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การอา่ นออกเสยี งคำทป่ี ระสมด้วยสระ เ-)
ข้ันสรุป
7. ใหน้ ักเรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ สระ เ- มเี สยี งยาว ทำใหเ้ สียงของคำทีป่ ระสมด้วยสระ เ- ออกเสียงยาวดว้ ย
ชว่ั โมงที่ 12
ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังนี้
๏ คำทีไ่ มม่ พี ยัญชนะต้นจะเป็นคำได้หรอื ไม่
ขั้นสอน
2. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับส่วนประกอบของคำ เพือ่ ให้นักเรียนเข้าใจว่าคำจะเกิดขนึ้ ได้
อย่างน้อยต้องมีพยัญชนะตน้ และสระ (ไม่รวมถึงเสียงวรรณยุกต์ซ่ึงต้องมีทุกคำอยู่แล้ว) เช่น เท เห บางคำอาจ
มีตัวสะกด เช่น เอง เมฆ และบางคำก็มีวรรณยุกตด์ ้วย เช่น เขง่ เสน้
3. ครูตดิ แผนภูมิเพลงสระ เ- บนกระดาน ให้นกั เรียนอ่านออกเสียงตามครู 1 รอบ ครรู ้องเพลง
ให้นักเรียนฟังเป็นตัวอย่าง 1 รอบ แล้วให้นักเรียนร้องตามทีละวรรค จากนั้นให้นักเรียนฝึกร้องด้วยตนเอง
พร้อมกนั
เพลง สระ เ-
เนื้อร้อง ปิตินันทน์ สทุ ธสาร
เอ ขี่มา้ ขาเปล๋ งเรือตงั เก เราเรม่ าเรียนเรอ่ื งสระเอ
เอ ชอบอยหู่ นา้ ใครใคร พยัญชนะชอบใจ
ว่งิ ไลต่ ามหลงั เจา้ สระเอ
4. ให้นักเรียนฝึกประสมคำสระ เ- โดยใช้พยัญชนะจากชื่อตนเองมาเป็นพยัญชนะต้นและตัวสะกด
ประสมกับสระ เ- และเลือกเติมวรรณยุกต์ใดก็ได้ให้เป็นคำท่ีมีความหมาย ครูแจกกระดาษให้นักเรียนคนละ
1 แผน่ สำหรบั ทำกิจกรรม
5. ให้นักเรียนออกมาเขียนคำท่ีประสมได้จากพยัญชนะในช่ือตนเองบนกระดานและอ่าน
ใหเ้ พ่อื นฟัง โดยออกมาทลี ะคน ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และอธบิ ายความหมาย
6. ใหน้ ักเรียนทำกิจกรรมเสรมิ ทักษะการเรียนรู้ โดยประสมคำสระ เ- จากส่วนประกอบที่กำหนดและ
เขยี นคำใหมใ่ ห้ถูกตอ้ ง จากน้ันร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง
32
ขน้ั สรุป
7. ให้นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้
๏ การประสมคำตอ้ งใหเ้ กิดคำท่มี คี วามหมาย สามารถนำไปใช้ในชวี ติ ประจำวันได้
ชวั่ โมงที่ 13
ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ให้นกั เรียนฟงั นทิ านเรือ่ ง กากบั หอยแมลงภู่ เพ่อื จบั ใจความ แลว้ ร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกบั เนอื้ เรอื่ ง
กาตัวหน่ึงบินไปหากินแถวชายทะเล พบหอยแมลงภู่จึงอยากจะกิน
หอยแมลงภู่ แต่หอยแมลงภู่ไม่ยอมเปิดฝา กาอีกตัวบินมาจึงแนะนำกาตัวแรกให้คาบ
หอยแมลงภู่ บินข้ึนไปสูงสูง แล้วท้ิงหอยแมลงภู่ลงมา เปลือกหอยก็จะแตกได้กิน
เนื้อหอย กาตัวแรกทำตาม เมื่อหอยแมลงภู่ตกลงมา เปลือกหอยแตกเห็นเนื้อ
กาตัวที่สองก็รีบกนิ เน้อื หอยจนหมด กาตัวแรกจงึ ไมไ่ ด้กนิ เนอื้ หอยแมลงภ่ตู ามทีต่ ั้งใจ
ขั้นสอน
2. ครูเขียนคำท่ีประสมด้วยสระ แ- จากเรื่อง กากับหอยแมลงภู่ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและ
อ่านออกเสียงคำตามครู
3. ครูนำภาพแพ และภาพแมว ติดบนกระดานทีละภาพ ให้นักเรียนสังเกตและบอกว่าเป็นภาพอะไร
เม่อื นกั เรยี นบอกได้ครูตดิ บัตรคำเฉลยบนกระดาน
4. ใหน้ ักเรียนสงั เกตวา่ คำท้งั 2 คำ มีสว่ นประกอบใดเหมอื นกัน (สระ แ-)
5. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ แ- บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและช่วยกันอธิบาย
วิธีการเขยี น
6. ครเู ขียนสระ แ- บนกระดานช้าๆ ให้นกั เรยี นดูเป็นตัวอย่าง แล้วฝกึ เขยี นโดยใชน้ ิ้วช้ีลากเส้นบนโตะ๊
7. ให้นักเรียนจบั คู่กันเล่นเป่ายิงฉุบ ครูแจกกระดาษใหค้ ู่ละ 1 แผ่น ผ้ชู นะในแต่ละคร้ังจะไดเ้ ขยี นสระ
แ- ลงในกระดาษ เมือ่ เลน่ ครบ 10 คร้งั ใครไดเ้ ขียนสระ แ- มากกว่าเปน็ ผชู้ นะ
8. ใหน้ ักเรียนสังเกตบัตรคำวา่ แพ แมว อีกคร้ัง จำแนกพยัญชนะต้น และตัวสะกด จะเหน็ ว่า สระ แ-
เขยี นอยขู่ ้างหนา้ พยญั ชนะต้น
9. ให้นกั เรียนเล่นรบั -ส่งลกู บอลผ้า โดยครัง้ แรกครูเป็นผ้โู ยนให้ นักเรยี นคนใดไดร้ บั จะต้องออกมาเติม
สระ แ- ให้พยัญชนะที่ครูติดบนกระดานกลายเป็นคำท่ีมีความหมาย เมื่อเติมถูกต้องแล้ว จะได้เป็นผู้โยนลูก
บอลผ้าให้เพือ่ นต่อไป
ตัวอย่างบตั รพยัญชนะท่คี รูเตรียมไว้
แ ง แ บ แ จก แ ดด แ หนม
10. ให้นกั เรียนฝกึ อา่ นคำทไี่ ด้บนกระดานตามครู
11. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเติมสระ แ- ให้คำมีความหมายแล้วฝึกอ่านคำ
ตามครู
33
ขน้ั สรปุ
12. ใหน้ ักเรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ แ- เรม่ิ เขียนจากหัวตัวอกั ษรและเขยี นไว้ขา้ งหนา้ พยัญชนะตน้
13. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ แ- กบั เ- มีสง่ิ ใดท่เี หมอื นกันบา้ ง
ชวั่ โมงที่ 14
ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ให้นักเรียนพดู ประโยควา่ “ฉนั รกั แม่” พร้อมกนั โดยลากเสยี งคำว่า แม่ ให้ยาวทส่ี ดุ
ขน้ั สอน
2. ให้นักเรียนสังเกตคำที่ประสมสระ แ- ในประโยค คือคำว่า แม่ และการออกเสียงคำว่า แม่ ได้ยาว
แสดงว่าสระ แ- เป็นสระเสยี งยาว
3. ครูแจกบัตรคำและบัตรตวั อักษรท่เี ตรียมไว้ให้นกั เรยี นคนละ 1 ใบ โดยไม่ได้เจาะจง จากน้นั
ให้นกั เรยี นเปดิ ดูบตั รที่ตนเองได้รบั
4. ให้นักเรียนทำกิจกรรมโดยฟังคำส่ังของครู เม่ือครูพูดคำอะไร ให้นักเรียนท่ีมีบัตรคำนั้น นำบัตรคำ
ออกมาชูให้เพ่ือนดูหน้าช้ันเรียน เมื่อทุกคนเห็นว่าถูกต้อง ให้นักเรียนที่มีบัตรตัวอักษรซ่ึงเป็นส่วนประกอบ
ของคำน้ัน และใช้สีตัวอักษรสีเดียวกันออกมายืนเรียงแถวหน้ากระดาน พร้อมทั้งชูบัตรของตนเอง โดยเรียง
ตามพยัญชนะต้น สระ ตัวสะกด วรรณยุกต์ ทุกคนช่วยกันตรวจสอบวา่ ถูกต้องหรือไม่ จากนั้นฝึกอ่านสะกดคำ
พร้อมกัน ครูเกบ็ บัตรคำแล้วเรียกคำชดุ ใหม่ตอ่ ไปจนครบ
ตวั อยา่ งคำทีใ่ ชใ้ นกจิ กรรม
แพ แม่ แปด แกว้ แตร แหวน แกลง้
5. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำท่ีประสมด้วยคำสระ แ- ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึก
อ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การอา่ นออกเสียงคำทีป่ ระสมด้วยสระ แ-)
ขนั้ สรปุ
6. ให้นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดังนี้
๏ สระ แ- มีเสียงยาวทำใหค้ ำที่ประสมด้วยสระ แ- ออกเสียงยาวดว้ ย
7. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ ถ้านักเรียนออกเสียงคำที่ประสมด้วยสระ แ- ด้วยเสียงสั้น ความหมายของคำ จะเปลี่ยนไป
หรือไม่
ชั่วโมงท่ี 15
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ นกั เรียนสามารถอ่านออกเสยี งคำทไ่ี มร่ ูค้ วามหมายไดห้ รือไม่ เพราะอะไร
34
ขั้นสอน
2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน แข่งขันทายคำตอบจากปริศนาคำทาย ครูแจกกระดาษท่ีตัด
เป็นแผ่นเท่าขนาดของบัตรคำให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น และสีเมจิกกลุ่มละ 1 สี สำหรับเขียนคำตอบของ
ปริศนา เมื่อครูพูดปริศนาแต่ละข้อจบ ให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันคิดหาคำตอบ แล้วให้ตัวแทน 1 คน
เขียนคำตอบลงในกระดาษ ครูให้สัญญาณตัวแทนกลุ่มจะชูคำตอบข้ึน กลุ่มที่เขียนคำตอบถูกต้องได้ข้อละ 1
คะแนน การตอบปรศิ นาแตล่ ะขอ้ จะเปลีย่ นตวั แทนเขียนคำ เพื่อใหน้ กั เรียนทกุ คนไดฝ้ กึ ทักษะการเขียน
ปริศนาคำทาย
ฉันคืออะไร ผลใหญ่เปลือกเขียว
เนอ้ื ในแดงเชียว ไม่เปร้ียวหวานดี (แตงโม)
ฉนั คอื อะไร ไตไ่ ปตามฝา
ชักใยไดน้ า แปดขานะเออ (แมงมมุ )
ฉนั คืออะไร คนใสท่ ตี่ า
ขยายให้ชดั หนา บอกมาอะไร (แว่นตา)
ฉนั คอื อะไร ต้องใชล้ กู นั้น
เพื่อไขแมฉ่ นั ทใี่ สก่ นั ขโมย (กญุ แจ)
ฉนั คืออะไร ชื่นใจเย็นฉ่ำ
ทางนำ้ ไหลนำ ไปลงทะเล (แมน่ ำ้ )
ฉันคอื อะไร ร้ไู หมเปน็ สตั ว์
3. ครูแจกกระดาสษี่ขสาำแหสรนับถเขนียดั นคำตอบชุดใหเกมาใ่ ะหส้นลักดั เไรมียไ่ นปแต่ละกลุ่มอีก 6 แผ่น ให้นักเรียนฟังครูบอก
ความหมายของคำ แล้วเขียนคำท่ีตรงกับความหมายน้ันพร้อมอ่านออกเสียง กลุ่มท่ีท้ังเขียนและอ่านถูกต้อง
ไดข้ ้อละ 2 คะแนน หากบรกปู พรรา่ ่องงทใเี่นหส็น่วนใดจะตดั ออกเป1็นจค้ิงะจแกนไนด้ แตถ่ ้าตอบไม่ได้ก็จะไมไ่ ดค้ ะแนน ความหมาย
ของคำท่ีประสมดว้ ยสระ แล-ำทตค่ีัวแรใูสชน้ใลนากยจิ กรรม ลองทายดเู อย (ตกุ๊ แก)
๏ ใส่ลงไปในนำ้ เป็นระยะเวลาหน่งึ (แช่)
๏ หญงิ ผู้ให้กำเนิดและเล้ยี งดลู ูก (แม่)
๏ ดู มอง (แล)
๏ ภาชนะสำหรบั ปักดอกไม้เพอ่ื ใชป้ ระดับในทตี่ า่ ง ๆ มรี ูปร่างคลา้ ยขวดปากบาน (แจกนั )
๏ ไม่มคี วามชมุ่ ช้นื (แห้งแลง้ )
๏ นอกบ้าน นอกอาคาร นอกร่มไม้ (กลางแจง้ )
(ในกรณีที่นกั เรยี นไมเ่ ขา้ ใจความหมาย ครคู วรอธิบายและยกตัวอยา่ งเพม่ิ เติม)
4. ให้นักเรียนทำใบงาน เร่ือง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำสระ แ- จากน้ันร่วมกัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
35
ขน้ั สรปุ
5. ให้นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
๏ การเขียนและอ่านคำอย่างรู้ความหมายจะสามารถนำคำไปใชส้ ื่อสารได้ถกู ต้อง
6. ใหน้ ักเรยี นเขยี นสรุปความร้เู ร่อื ง สระ แ- ลงในแผนภาพความคิด แลว้ ร่วมกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง
ชว่ั โมงท่ี 16
ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ให้นักเรียนฟังนิทานเร่ือง แมวกับฝูงหนูท่ีหิวโซ เพ่ือจับใจความ แล้วร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับ
เน้ือเรือ่ ง
เจ้าของบ้านแห่งหนึ่งรสู้ กึ รำคาญเปน็ อยา่ งมาก เพราะถกู หนรู บกวน
อยู่ตลอดเวลา พวกมันจะกัดแทะของทุกอย่างในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือข้าวของ
ต่างต่าง เจ้าของบ้านจึงไปหาแมวมาเล้ียง ทำให้พวกหนูไม่กล้าออกไปหาอาหาร ต้องอยู่
ในรูตลอดเวลาจนหิวโซกันไปหมด หนูต่างก็หาวิธีที่จะแก้ปัญหา มีหนูหนุ่มตัวหน่ึง
แนะนำว่าควรจะนำกระพรวนไปผูกที่คอแมว เพื่อจะได้รู้ว่าแมวอยู่ท่ีไหน พวกหนูจะได้
รู้ตัวเวลาออกไปข้างนอก แต่ก็ไม่มีหนูตัวใดกล้านำกระพรวนไปผูกคอแมว ฝูงหนูจึงต้อง
หวิ โซตอ่ ไป
ขนั้ สอน
2. ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั คิดหาวธิ ีนำกระพรวนไปผูกคอแมว แล้วฝกึ พดู แลกเปล่ียนความคิดเห็น
3. ครูเขียนคำท่ีประสมด้วยสระ โ- จากเรื่อง แมวกับฝูงหนทู ่ีหิวโซ บนกระดาน ให้นักเรยี นสังเกตและ
อา่ นออกเสยี งคำตามครู
4. ครตู ิดภาพโบและภาพโลกให้นักเรยี นดูทีละภาพ แล้วบอกวา่ เป็นภาพอะไร จากน้ันครจู ึงนำบัตรคำ
ตดิ ใตภ้ าพ
5. ให้นักเรียนสงั เกตวา่ คำท้ัง 2 คำ มสี ว่ นใดท่เี หมือนกัน (สระ โ-)
6. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ โ- บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและช่วยกันอธิบาย
วิธกี ารเขียน
7. ครเู ขยี นสระ โ- บนกระดานชา้ ๆ ใหน้ ักเรยี นดเู ปน็ ตวั อยา่ ง และใชน้ ้วิ ชีฝ้ ึกเขยี นสระ โ- บนโต๊ะ
8. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม ครูแจกกระดาษให้คนละ 1 แผ่น สำหรับฝึกเขียนสระ โ- จากน้ัน
สมาชิกในกลุ่มช่วยกนั คัดเลอื กคนท่ีเขียนสระ โ- ได้สวยท่สี ุดในกล่มุ เพ่ือเป็นตวั แทนออกมาแข่งขนั เขียนสระ โ-
กบั กลมุ่ อื่น
9. ใหน้ ักเรยี นที่เป็นตัวแทนของกล่มุ ออกมาหนา้ ชน้ั เรียน แล้วแขง่ ขนั เขียนสระ โ- บนกระดาน
ผู้แขง่ ขนั จะลองเขยี น 2-3 ตัวกไ็ ด้ แลว้ เลือกตวั ท่สี วยทส่ี ดุ เขา้ ประกวด
10. ครูให้นักเรียนทุกคนร่วมกันตัดสินว่าจะให้สระ โ- ของกลุ่มใดเป็นสระ โ- ท่ีสวยที่สุด
(ในการแข่งขันครูต้องสังเกตวิธีการเขียนของนักเรียนด้วย หากตัวแทนกลุ่มใดเขียนผิดวิธีจะถูกตัดสิทธ์ิในการ
แขง่ ขัน)
36
11. ให้นักเรียนสงั เกตคำจากบัตรคำอีกคร้งั จำแนกส่วนประกอบของคำ และบอกว่าตำแหน่งของสระ
โ- อยขู่ ้างหน้าพยัญชนะต้น
ขน้ั สรุป
12. ใหน้ ักเรียนและครูรว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี
๏ สระ โ- เริ่มเขียนจากหัวตวั อกั ษร และเขียนไว้ข้างหนา้ พยญั ชนะตน้
13. ใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ โ ต่างกับ ร อยา่ งไรบ้าง
ชว่ั โมงท่ี 17
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูนำฉลากสินค้า กล่อง หรือซองใส่สินค้าท่ีชื่อย่ีห้อมีสระ โ- ประสมอยู่ ครูอ่านช่ือให้นักเรียนฟัง
แล้วให้นักเรยี นสังเกตวา่ ชือ่ ยีห่ อ้ เหล่านัน้ ประสมด้วยสระใดเหมือนกัน (สระ โ-)
ข้ันสอน
2. ครอู อกเสียง โอ ใหน้ ักเรียนฟงั แล้วให้นักเรียนฝกึ ออกเสยี งพร้อมกัน
3. ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี งคำท่ีประสมดว้ ยสระ โ- ในชวี ติ ประจำวนั ตามครู 1 รอบ แลว้ ฝกึ
อ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวชี้วัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอื่ ง การอ่านออกเสยี งคำที่ประสมดว้ ยสระ โ-)
4. ให้นักเรียนแบ่งเป็น 3 กลุ่ม เล่นเกมอ่านคำ โดยครูนำแผ่นป้าย 9 แผ่นป้าย ติดบนกระดาน
ด้านหน้าแผ่นป้ายจะเป็นยี่ห้อสินค้า เม่ือเล่ือนออกมาจะพบคำที่ประสมด้วยสระ โ- สำหรับให้นักเรียนอ่าน
ส่วนด้านหลังแผ่นป้ายจะมีหมายเลขติดไว้ซึ่งไม่เท่ากัน หากกลุ่มใดเลือกแผ่นป้ายแล้วอ่านคำในแผ่นป้าย
ถูกต้อง จะได้คะแนนตามหมายเลขด้านหลัง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดกันเลือกแผ่นป้ายกลุ่มละ 3 แผ่นป้าย
ในขณะท่ีกลุ่มหน่ึงกำลังอ่านคำ ให้นักเรียนอีก 2 กลุ่ม ช่วยกันดู ถ้ามีใครในกลุ่มนั้นไม่ยอมอ่านออกเสียง
กล่มุ นั้นกจ็ ะไม่ได้คะแนนในรอบน้ัน เมอื่ จบเกม กลุ่มทไี่ ดค้ ะแนนมากท่สี ุดเป็นผชู้ นะ
คำทีป่ ระสมดว้ ยสระ โ- ในแผน่ ป้าย ได้แก่
ลูกโป่ง โยงเส้น โปรดปราน
แตงโม โหลแกว้ โครมคราม
โรตี ขา้ วโพด โน้ตเพลง
ขน้ั สรปุ
5. ใหน้ กั เรยี นและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ สระ โ- มีเสยี งยาว ทำให้คำท่ีประสมดว้ ยสระ โ- ออกเสียงยาวด้วย
6. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ นักเรยี นออกเสยี งคำใดไดไ้ มช่ ดั เจน และมวี ิธแี กป้ ัญหานน้ั อย่างไร
ชว่ั โมงท่ี 18
ขั้นนำเขา้ สู่บทเรียน
1. ให้นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ ถ้านักเรียนลองสลับพยัญชนะต้นกับตัวสะกดของคำที่ประสมด้วยสระ โ- คำใดคำหนึ่งจะเกิดคำ
ใหมท่ ่มี ีความหมายได้หรือไม่
37
ขนั้ สอน
2. ให้นักเรยี นแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 4-5 คน ชว่ ยกันประสมคำจากชดุ การเรียนรู้ทคี่ รูแจกให้กล่มุ ละ 1 ชุด
ซ่ึงประกอบด้วยบัตรภาพแทนพยัญชนะ ก ด บ น ม ง ย ว บัตรสระ โ- และบัตรวรรณยุกต์ -่ -้ อย่างละ 1
ใบ เม่อื ประสมคำทม่ี ีความหมายได้ ใหเ้ ขียนคำลงในกระดาษ
3. ให้นักเรียนทุกกลุ่มส่งตัวแทนออกมาช่วยกันเขียนคำท่ีประสมได้บนกระดานไม่ให้ซ้ำกัน
ครชู ว่ ยตรวจสอบความถกู ตอ้ ง แล้วรว่ มกันอธบิ ายความหมายของคำต่าง ๆ
คำท่ีนกั เรยี นจะประสมได้ เชน่
โกน โกง โกง่ โกย โดด โดน
โดม โดง่ โดย โบก โบย โน้ม
โมง โม่ง โยก โยน โยม โยง
โยง่ โก้ โด โบ โน โม่
โม้ โง่
4. ให้นกั เรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเติมวรรณยุกต์ -่ -้ ให้คำมคี วามหมาย
แลว้ รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ข้นั สรปุ
5. ให้นักเรียนและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ พยัญชนะบางตัวเป็นได้ท้ังพยัญชนะต้นและตัวสะกด เม่ือประสมกับสระและวรรณยุกต์ จะเกิด
คำที่มคี วามหมายได้
ชวั่ โมงท่ี 19
ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ใหน้ กั เรียนฟงั นิทานเรอ่ื ง สิงโตกบั รอยเทา้ เพอ่ื จบั ใจความ แล้วร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับ
เนื้อเร่ือง
สิงโตชราตวั หนึ่งไมม่ แี รงที่จะออกไปหาอาหาร มนั จงึ คิดหาวิธีจะจับสัตว์
อน่ื กิน โดยแกลง้ ทำเปน็ ปว่ ยนอนอยใู่ นถ้ำ เมื่อมสี ัตว์มาเยยี่ มมนั กจ็ ับกนิ เป็นอาหาร
สุนัขป่าตัวหน่ึงเดนิ ผา่ นหน้าถ้ำ ไดย้ นิ เสียงสงิ โตร้องครวญครางมันหยดุ อยู่
หน้าถำ้ มนั สังเกตรอยเท้าของสัตว์หลายชนดิ เดนิ เขา้ ไปในถ้ำ แตไ่ ม่มรี อยเท้าท่ีเดนิ
กลับออกมาเลย สนุ ัขป่ารไู้ ด้ทันทีวา่ สัตวท์ ีเ่ ขา้ ไปในถำ้ ต้องถูกสิงโตจบั กนิ มันจงึ รีบ
เดนิ หนไี ป
ข้ันสอน
2. ให้นักเรียนผลัดกนั เล่าแลกเปล่ยี นประสบการณจ์ ากการฝึกสังเกตสิ่งรอบตัว และประโยชนท์ ี่ไดจ้ าก
การสังเกตส่งิ นั้น
38
3. ครูเขยี นคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ -อ จากเรื่อง สิงโตกับรอยเท้า บนกระดาน ให้นกั เรียนสังเกตและอ่าน
ออกเสยี งคำตามครู
4. ให้นักเรยี นชี้ทค่ี อและทอ้ งของตนเองตามครู พร้อมกบั ตอบคำถาม ดงั นี้
๏ อวัยวะสว่ นน้เี รยี กวา่ อะไร
5. ครูติดบัตรคำ คอ และ ท้อง บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตส่วนประกอบของคำท่ีเหมือนกัน
(สระ -อ)
6. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ -อ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกต แล้วช่วยกันอธิบาย
วิธกี ารเขียน
7. ครูเขยี นสระ -อ บนกระดานชา้ ๆ ให้นกั เรียนดูเปน็ ตวั อยา่ ง แลว้ ฝึกเขยี นในอากาศ
8. ใหน้ กั เรยี นสังเกตคำในบตั รคำอกี ครง้ั ช่วยกนั จำแนกสว่ นประกอบของคำ จะเห็นว่าสระ -อ
อยขู่ า้ งหลังพยญั ชนะต้น
9. ให้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 6 คน ครูแจกบัตรตวั อักษรท่ีตัดเป็นรูปหวั ใจแบ่งครึ่งให้กลุ่มละ 1 ชุด
นกั เรียนจะต้องจับคพู่ ยัญชนะต้นกบั สระ -อ ใหถ้ ูกตำแหน่ง ซงึ่ จะตอ่ เป็นรูปหวั ใจไดพ้ อดี แตล่ ะกลมุ่ จะสามารถ
ต่อคำได้ 3 คำ เช่น รอ ปอ หอ
10. ให้นักเรียนยืนข้ึนทีละกลุ่ม ชูบัตรตัวอักษรที่ต่อกันเป็นคำให้เพื่อนดู กลุ่มใดสามารถอ่านได้
ใหอ้ ่านคำเหล่าน้นั ดว้ ย แต่ถา้ กล่มุ ใดอ่านไมไ่ ด้ ใหค้ รอู ่านนำ
ข้นั สรุป
11. ใหน้ ักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ -อ มีรูปรา่ งเหมอื นพยัญชนะ อ แต่เขยี นอยู่ข้างหลงั พยญั ชนะตน้
12. ให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ นกั เรยี นมวี ธิ ีสังเกต อ ท่เี ปน็ สระกับ อ ท่เี ปน็ พยญั ชนะอยา่ งไร
ชั่วโมงท่ี 20
ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูนำบัตรตัวอักษรรูปหัวใจมาต่อเป็นคำติดบนกระดาน ได้แก่ จอ พอ ศอ ให้นักเรียนอ่าน
ออกเสยี ง
ขน้ั สอน
2. ให้นักเรียนสังเกตเสียงสระของคำท้ังสาม จะเห็นว่าประสมด้วยสระ -อ ให้นักเรียนลองออกเสียง
คำเหล่าน้ันยาว ๆ เพื่อพิสจู นว์ ่าสระ -อ เป็นสระเสยี งยาว
3. ครนู ำบัตรพยัญชนะ (ตดั เป็นรูปสี่เหล่ียมตามปกติ) มาตดิ ตอ่ กับบตั รรูปหัวใจให้เปน็ ตวั สะกดของคำ
ได้แก่ จอ ด พอ ง ศอ ก
4. ให้นกั เรยี นจำแนกส่วนประกอบของคำทอี่ ยบู่ นกระดาน แลว้ ฝกึ อ่านสะกดคำตามครู
5. ครูเปลีย่ นบัตรพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดทั้ง 3 ตวั ให้เป็น ร ทั้งหมด (บัตรพยัญชนะ ร จะตัดเป็นรูป
หัวใจครึง่ ซกี ทีส่ ามารถประกบกับพยัญชนะตน้ แตล่ ะตัวได้พอดี) โดยติดเรยี งกันไวก้ อ่ นดังน้ี จอร พอร ศอร
6. ให้นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำบนกระดานตามครู โดยครูช้ีตัวอักษรทีละตัว ให้นักเรียนสังเกตใน
ขณะท่ีออกเสยี งดว้ ย เช่น จอ-ออ-รอ อ่านว่า จอน
7. ครูอธบิ ายให้นกั เรียนฟงั ว่า คำท่ีมี ร เป็นตวั สะกดจะออกเสยี งอ่านเหมือนคำทมี่ ี น เปน็ ตวั สะกด
39
8. ครูนำบตั รพยัญชนะ ร มาปิดทับบัตรพยญั ชนะ อ ของทง้ั 3 คำ จะไดค้ ำวา่ จร พร ศร แล้วอธิบาย
ให้นักเรียนฟังว่า คำท่ีประสมด้วยสระ -อ ถ้ามี ร เป็นตัวสะกด เม่ืออ่านจะต้องออกเสียงสระ -อ ด้วย แต่เม่ือ
เขียนไมต่ อ้ งเขยี นสระ -อ เพราะสระจะลดรูปไป
9. ให้นักเรียนฝึกอา่ นสะกดคำท่ีประสมด้วยสระ -อ มี ร สะกด เพิ่มเติมจากบัตรคำบนกระดาน ได้แก่
กร อร ชร
10. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำท่ีประสมด้วยสระ -อ ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ และฝึกอ่าน
ออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัด โดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอื่ ง การอา่ นออกเสียงคำที่ประสมดว้ ยสระ -อ)
ขนั้ สรปุ
11. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี
๏ สระ -อ มเี สียงยาว ทำให้คำที่ประสมด้วยสระ -อ ออกเสยี งยาวดว้ ย
12. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดงั นี้
๏ ถ้านักเรียนเขียนคำท่ีประสมด้วยสระ -อ ตามการอ่านสะกดคำจะทำให้นักเรียนเขียนคำได้
ถกู ตอ้ งหรอื ไม่
ชว่ั โมงท่ี 21
ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ให้นักเรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังนี้
๏ นกั เรียนร้จู ักคำทป่ี ระสมด้วยสระ -อ คำใดบ้างท่มี ี อ เป็นพยัญชนะตน้
ขน้ั สอน
2. ครูแจกบัตรพยัญชนะให้นักเรียนคนละ 1 ใบ แล้วเล่านิทานให้นักเรียนฟัง ในขณะฟังนิทาน
เม่ือได้ยินชื่อพยัญชนะของตนเอง ให้นักเรียนถือบัตรนั้นออกมาประสมกับสระ -อ ที่ครูถือไว้ให้เป็นคำท่ีมี
ความหมาย โดยต้องยืนตามตำแหน่งที่ถูกต้อง เช่น ถ้านักเรียนเป็นพยัญชนะต้น ต้องยืนทางขวาของครู
แล้วชบู ตั รให้เพ่ือนในชัน้ ชว่ ยกนั อ่านออกเสียง
นทิ านท่คี รูเล่ามเี นอ้ื เรื่องดังน้ี
ในหม่บู ้านแห่งหน่งึ เด็กๆ และสัตว์ท้งั หลายเป็นเพื่อนกนั สิ่งของต่างๆ ก็เคล่ือนไหวและพูดได้ รวมท้ัง
ต้นไม้ด้วย
มีเด็กน้อยน่ารักคนหนึ่ง ใครๆ ต่างเรียกเธอว่า น้องออ น้องออเป็นเด็กดี ร่าเริงแจ่มใส และเชื่อฟังคำ
สอนของผู้ใหญ่เสมอ เม่ือผู้ใหญ่สอนว่าไม่ให้ไปไหนคนเดียวเพราะอาจเกิดอันตราย น้องออก็จะปฏิบัติตามทุก
คร้ัง ไม่ว่าจะไปไหน นอ้ งออก็จะขอให้คนทร่ี จู้ ักและไว้ใจไปดว้ ยกัน
ถงึ เวลามาร้จู ักคนท่ีน้องออไว้ใจกนั แลว้
ป้าไข่ กบั นอ้ งออ ขอ
พมี่ ้า กับน้องออ มอ
ยกั ษใ์ จดี กบั นอ้ งออ ยอ
กุ๊กไก่ กบั นอ้ งออ มเี ด็กน้อยตามมาด้วย กอด
ลงุ งู กับนอ้ งออ และนอหนู งอน
หีบสมบตั ิ กับนอ้ งออ อา้ ว! เจ้าใบไม้ปลวิ มาดว้ ย หอบ
40
เสือตวั ใหญ่ กับนอ้ งออ อ้อ! ชวนงูอกี ตัว สอง
หบี ใส่ผ้า อย่บู นหลังมา้ น้องออตามมา หนูนาตามหลัง หมอน
พานทองมาแลว้ เสียงแวว่ ลงิ นอ้ ย นอ้ งออตามตอ้ ย ยักษ์คอ่ ยเดนิ มา พลอย
เจา้ ควายแสนขยัน ชวนเรอื มาพรอ้ มกนั น้องออวงิ่ มาทนั งูเล้อื ยพนั อย่นู ่ีไง ครอง
(พยัญชนะที่ใช้บ่อยครูอาจทำเป็นบัตรมากกว่า 1 ใบ และตัดพยัญชนะตัวที่ไม่ได้ใช้ออก
นอกจากนส้ี ามารถเปลี่ยนแปลงคำไดต้ ามความเหมาะสม)
3. ให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาเขยี นคำทไ่ี ดจ้ ากนิทานท้ัง 10 คำบนกระดาน ครูช่วยตรวจสอบความ
ถกู ต้อง แล้วรว่ มกันอธิบายความหมายของคำ
4. ให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำสระ –อ แล้วร่วมกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขัน้ สรุป
5. ให้นักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ -อ สามารถนำมาประสมคำท่มี ีความหมายไดม้ ากมาย
ชว่ั โมงที่ 22
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ให้นักเรียนฟงั นิทานเรือ่ ง เตา่ กับสนุ ัขจงิ้ จอก เพ่ือจับใจความ แลว้ ร่วมกนั สนทนาเกยี่ วกบั เนอื้ เรอื่ ง
เต่าตัวหน่ึงคลานขึ้นมาบนบก มันเดินเล่นไปไกล มันหาทางกลับบ้านไม่ถูก เวลา
เท่ียงแดดร้อนจัด เต่าน้อยคลานไปหลบอยู่ใต้ต้นกระบองเพชร มันร้องไห้เพราะกลับบ้าน
ไมไ่ ด้
สุนัขจ้ิงจอกเจ้าเล่ห์เดินผ่านมา เห็นเต่าร้องไห้ มันคิดจะจับเต่ากิน มันจึงขู่เต่าว่า
จะนำเต่าออกจากต้นกระบองเพชร และปล่อยให้เต่าตากแดดจนตาย เต่าทำใจกล้าตอบว่า
ไม่กลัว เม่ือร้อนก็หดเข้าไปในกระดองได้ สุนัขจ้ิงจอกขู่ว่าจะจับเต่าโยนลงแม่น้ำ
เต่าแกล้งร้องว่า “อย่าเอาฉันโยนลงแม่น้ำเลย ฉันต้องตายแน่แน่” สุนัขจ้ิงจอกคิดอยาก
จะใหเ้ ต่าตาย มนั จึงคาบเต่าวงิ่ ไปท่ีแม่นำ้ แล้วโยนเต่าลงในนำ้
เต่าดใี จท่ีได้กลับบ้าน มันโผล่หัวขึ้นมาอย่างรา่ เริงและพูดขอบใจสุนัขจิ้งจอก สุนัข
จง้ิ จอกเห่าดว้ ยความโกรธทีเ่ สียร้เู ต่า แล้ววิง่ จากไป
ขัน้ สอน
2. ใหน้ ักเรยี นพดู แสดงความคดิ แก้ปัญหา โดยครูใช้คำถามกระตนุ้ ความคดิ ดงั น้ี
๏ ถา้ นักเรยี นไปเทีย่ วสวนสตั ว์ แล้วหลงกบั ผู้ปกครอง นกั เรยี นจะทำอย่างไร
3. ครูเขียนคำที่ประสมด้วยสระ -ุ จากเรื่อง เต่ากับสุนัขจ้ิงจอก บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและ
อา่ นออกเสยี งคำตามครู
41
4. ให้นกั เรียนฝึกออกเสียง อุ ตามครู จากนน้ั ลองให้นักเรียนลากเสียง อุ ยาวๆ แล้วสังเกตว่าเสยี งเป็น
อย่างไร
5. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่าเสียง อุ เมื่อลากเสียงยาวจะเริ่มเปลี่ยนเสียงเป็น อู นั่นแสดงว่าเสียง อุ
ไม่สามารถออกเสียงให้ยาวได้ จึงจดั ให้สระ -ุ เป็นสระเสียงส้ัน
6. ใหน้ ักเรยี นออกเสียง อุ และ อู เปรียบเทียบกนั เพอ่ื ให้เห็นความแตกต่างอย่างชดั เจน (อุ ลากเสียง
ยาวไม่ได้ อู ลากเสียงยาวได้)
7. ให้นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำจากบัตรคำบนกระดานตามครู ในขณะออกเสียง ครูชี้ตัวอักษรทีละตัว
เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นสังเกตสว่ นประกอบของคำ คำในบัตรคำ ไดแ้ ก่ ยุ พดุ คุน้ หนุน ปลกุ กลุ่ม
8. ให้นกั เรียนฝกึ อา่ นออกเสยี งคำทีป่ ระสมดว้ ยสระ -ุ ในชีวิตประจำวนั ตามครู 1 รอบ แล้วฝกึ
อ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัด โดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรือ่ ง การอา่ นออกเสยี งคำท่ีประสมดว้ ยสระ -)ุ
ขัน้ สรุป
9. ใหน้ กั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ -ุ มเี สยี งสั้น ทำใหค้ ำที่ประสมด้วยสระ -ุ ออกเสยี งสั้นดว้ ย
10. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ ถ้านกั เรยี นออกเสยี งคำท่ปี ระสมด้วยสระ -ุ ใหม้ เี สียงยาว อะไรจะเกดิ ขนึ้
ชว่ั โมงที่ 23
ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรียน
1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ สระ -ุ ทไ่ี ม่มหี ัว จะเปน็ สระ -ุ ไดห้ รือไม่ เพราะอะไร
ขั้นสอน
2. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ -ุ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตแล้วช่วยกันอธิบายวิธี
การเขียน
3. ครูเขียนสระ -ุ บนกระดานช้า ๆ ให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง แล้วฝึกเขียนโดยจับคู่ผลัดกันใช้น้ิวช้ี
เขยี นบนฝ่ามือของเพอื่ น
4. ให้นักเรียนแบ่งเปน็ 2 ทมี แต่ละทีมส่งตวั แทนออกมาคร้ังละ 1 คน ใหเ้ ป่ายิงฉุบกนั คนท่ีชนะจะได้
เลือกบัตรพยัญชนะ 1 ใบ นำไปติดบนกระดานแล้วเติมสระ -ุ ให้กลายเป็นคำ เช่น เลือกได้บัตรพยัญชนะ จ
เมอ่ื นักเรยี นเติมสระ -ุ จะกลายเป็น จุ เมือ่ คนที่ชนะเติมสระ -ุ เสรจ็ แลว้ คนท่ีแพ้จะต้องตรวจสอบว่าเพือ่ นเติม
สระ -ุ ถูกตำแหน่งหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องช่วยแก้ไขให้ถูกต้อง แล้วจึงเปล่ียนคู่ใหม่ออกมาจนครบทุกคู่
(บตั รพยัญชนะทค่ี รูเตรียมไว้ ให้มีทั้งแบบพยัญชนะต้นตวั เดียว และแบบมตี วั สะกด)
5. ใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสยี งคำบนกระดานท้ังหมดตามครู
6. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสรมิ ทกั ษะการเรียนรู้ โดยเขยี นสระ -ุ ตามเส้นประแล้วฝกึ อา่ นคำ
7. ให้นักเรยี นทำใบงาน เรือ่ ง การคดั ลายมือคำท่ีประสมด้วยสระ -ุ ตามเส้นประ ครูตรวจสอบผลงาน
ของนักเรียนเป็นรายบคุ คล
ขน้ั สรปุ
8. ให้นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้เกย่ี วกับการคดั ลายมอื ดงั นี้
๏ การเขยี นคำตา่ ง ๆ ตอ้ งเขียนใหถ้ กู ตอ้ ง และเขียนดว้ ยลายมอื ท่สี วยงาม
42
ชว่ั โมงที่ 24
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังนี้
๏ ถ้านกั เรยี นวางตำแหน่งของสระ -ุ ผดิ ที่ คำน้ันจะมคี วามหมายได้หรือไม่
ข้ันสอน
2. ให้นักเรียนแบ่งเป็น 2 ทีม แข่งขันสร้างคำจากตัวอักษร โดยครูจะนำบัตรตัวอักษรสำหรับ
ให้นักเรียนสร้างคำมาวางบนโต๊ะทีละคำ ให้นักเรียนทีมละ 1 ชุด จากนั้นเริ่มการแข่งขัน แต่ละรอบจะให้
ตัวแทนของทงั้ สองทีมออกมาชว่ ยกนั สร้างคำตามจำนวนตัวอักษร เช่น ครกู ำหนดคำว่า อมุ้ แต่ละทมี จะต้องส่ง
ตัวแทนออกมา 4 คน หยิบบัตรตัวอักษรคนละ 1 ใบ นำไปติดบนกระดานให้เป็นคำที่มีความหมาย ถ้าเรียงได้
ถูกต้องได้คำละ 1 คะแนน ครูเตรียมบัตรตัวอักษรชุดใหม่และให้ตัวแทนชุดต่อไปออกมาทำกิจกรรมจนครบ
ทกุ คน
ตัวอยา่ งคำท่คี รูกำหนดไวส้ ำหรบั ทำกิจกรรม
จกุ ทงุ่ วุน้ ชุด ทุบ อมุ้ หยดุ หลมุ อง่นุ
3. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำบนกระดานตามครูพร้อมกัน แล้วร่วมกันสนทนาเก่ียวกับความหมาย
ของคำ
4. ใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมเสริมทกั ษะการเรียนรู้ โดยเติมตัวสะกดแล้วฝึกอา่ นคำ
ขน้ั สรุป
5. ให้นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ เมื่อนำพยัญชนะต้น สระ ตัวสะกด และวรรณยุกต์มาประสมกัน สามารถทำให้เกิดคำที่มี
ความหมาย
ชั่วโมงที่ 25
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ให้นักเรียนฟังนิทานเร่ือง สุนัขจ้ิงจอกหางด้วน เพื่อจับใจความ แล้วร่วมกันสนทนาเก่ียวกับ
เนือ้ เรื่อง
สุนัขจิ้งจอกตัวหน่ึงวิ่งไปตดิ กับดกั ของนายพราน มันพยายามจะดึงหางใหห้ ลุด
จากกับดัก ในที่สุดมันด้ินหลุดออกมาได้ แต่หางของมันติดอยู่ในกับดัก มันรู้สึกอับอาย
มนั คิดหาอบุ ายพูดชวนให้สุนขั จงิ้ จอกตวั อนื่ หางด้วนดว้ ย
สุนัขจ้ิงจอกชราจึงกล่าวว่า “สุนัขจิ้งจอกทุกตัวยังรักที่จะมีหางยาวเช่นเดิม
ขอขอบใจในคำชกั ชวนของทา่ น ขอให้ทา่ นหางดว้ นตัวเดียวเถิด”
สุนขั จงิ้ จอกอบั อายมากจงึ หนีไปหาท่ีอยู่ใหม่
43
ข้นั สอน
2. ครูเขียนคำที่ประสมด้วยสระ -ิ จากเรือ่ ง สุนัขจิ้งจอกหางด้วน บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและ
อา่ นออกเสียงคำตามครู
3. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ -ิ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตแล้วช่วยกันอธิบาย
วิธกี ารเขยี น
4. ครเู ขยี นสระ -ิ บนกระดานชา้ ๆ เป็นตวั อยา่ งใหน้ ักเรียนดู แล้วฝึกเขียนโดยใช้นวิ้ ชเ้ี ขยี นบนโตะ๊
นักเรยี นทข5กุ.้นั คใสหนร้นไุปดักิ้มเรีสียว่ นนรแ่วบม่งใกนลกุ่มารกวลาุ่มดภละาพ3จคานกนทั้นำนชำ้ินผงลางนาทน่ีม3าจชดั่วปย้ากยันนวเิ าทดศภแาลพกโเดปยิลใี่ยชน้สกรนั ะช่นื -ชิ คมรูคอยดูแลให้
6. ใหน้ ักเรยี นและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ สระ - จะเริ่มขีดเส้นจากฐานด้านล่าง แล้วจึงโค้งขึ้นด้านบนโดยไม่ยกมือ และเขียนอยู่บน
พยัญชนะต้น
ชั่วโมงที่ 26
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ให้นกั เรยี นฟังนิทานเร่ือง “หมวกสระอิ” ขณะเล่าเรอื่ งครูนำหมวกสระอิ แสดงประกอบเรือ่ ง
นิทานเรือ่ ง “หมวกสระอิ”
พระราชาองค์หน่ึงทรงโปรดของใช้ท่ีมีรูปร่างแปลก ๆ วันหน่ึงพระองค์ทรงอยากได้หมวก ถ้าผู้ใด
สามารถประดิษฐห์ มวกไดถ้ กู พระทัย พระองค์จะพระราชทานรางวัลให้
ลงุ ต๊ิกเป็นนกั ประดิษฐ์หมวกท่ีเก่งมาก ได้คิดหมวกมรี ูปคร่ึงวงกลมคล้ายดวงจันทร์ครึ่งดวง ลูกชายของ
ลุงต๊กิ เป็นนักประดิษฐ์เครอ่ื งเสียงได้ช่วยประดษิ ฐ์เคร่ืองเสยี งขนาดจ๋วิ ไปติดไว้ที่มุมขวาของหมวก เม่ือผู้ใดสวม
หมวกใบนแี้ ล้วจะออกเสยี ง “อิ อิ อิ”
ลุงตก๊ิ นำหมวกไปถวายพระราชา พระองค์ทรงลองสวมหมวก หมวกรอ้ งเสียง “อิ อิ อิ” พระราชาทรง
โปรดหมวกใบนีม้ าก ทรงตัง้ ชอื่ ว่า “หมวกสระอิ” พระองคพ์ ระราชทานรางวัล
ให้กับลุงติ๊กมากมาย
ขั้นสอน
2. ให้นักเรียนอาสาสมคั ร 5 คน ออกมาสวมหมวกสระอิ แลว้ ออกเสียง “อิ อิ อ”ิ
3. ให้นักเรียนทุกคนออกเสียง อิ และ อี เปรียบเทียบกัน แล้วลองลากเสียง อิ ให้ยาว นักเรียน
จะพบวา่ เสยี ง อิ เปลี่ยนเป็นเสยี ง อี จึงสรุปไดว้ า่ สระ -ิ เปน็ สระเสยี งสน้ั
4. ให้นกั เรยี นอ่านสะกดคำท่ปี ระสมด้วยสระ -ิ จากบตั รคำบนกระดานตามครู
ได้แก่ สิ ดนิ ยม้ิ ผลิ พรกิ
5. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำที่ประสมด้วยสระ -ิ ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้ว
ฝึกอ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรือ่ ง การอ่านออกเสยี งคำท่ีประสมดว้ ยสระ - )
44
ขน้ั สรุป
6. ใหน้ ักเรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ การอา่ นออกเสียงคำต้องออกเสยี งใหถ้ กู ตอ้ งและชดั เจน
ช่ัวโมงที่ 27
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
1 . ใหน้ กั เรยี นร่วมกันสนทนา โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ นักเรยี นมวี ธิ ปี ระสมคำอยา่ งไร
ขน้ั สอน
2. ให้นักเรียนแบ่งเป็น 7 กลุ่ม ส่งตัวแทนออกมาจับฉลากว่ากลุ่มของตนจะได้ตัวสะกดตัวใด
แล้วช่วยกันหาพยัญชนะต้นท่ีประสมกับสระ - และตัวสะกดน้ันให้มีความหมาย จากนั้นเขียนคำบนกระดาน
ตามช่องทค่ี รูกำหนดไว้ ภายในเวลา 15 นาที เชน่
-ก -ง -น -บ -ม -ด -ว
ิจกิ ิขงิ ิกนิ ิสบิ ิชมิ ิปิด ิหิว
หยกิ หญิง หมิน่ หยบิ ยิ้ม ขวดิ ปลวิ
3. ให้นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งคำบนกระดานตามครู พร้อมทง้ั ตรวจสอบการเขียนสะกดคำ
4. ให้นกั เรียนและครูรว่ มกันสนทนาเกี่ยวกับความหมายของคำ โดยเฉพาะคำที่นกั เรยี นไม่คุ้นเคย
ขั้นสรปุ
5. ให้นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๏ การประสมคำทีม่ คี วามหมายสามารถนำไปใช้ในชีวติ ประจำวันได้
ชั่วโมงที่ 28
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ใหน้ ักเรียนฟังนทิ านเร่อื ง อ่ึงอ่างกับวัว เพ่อื จบั ใจความ แลว้ รว่ มกันสนทนาเกี่ยวกบั เนื้อเร่ือง
วัวตัวหนึ่งเท่ียวเล็มหญ้าอยู่ตามชายทุ่ง ขณะท่ีเดินเลียบไปตามคู เผอิญย่างเท้าไปเหยียบ
ลูกอ่ึงอ่างครอกหนึ่งตายเกือบหมดเหลืออยู่ตัวเดียว ครั้นแม่อึ่งอ่างกลับมาจากหากิน ลูกอ่ึงอ่างจึง
เลา่ ให้แมฟ่ งั ว่า
“แม่ แม่ เม่อื ตะก้ีมีสัตว์อะไรตัวหน่ึง ใหญ่โตจริงจริง มาเหยียบลูกของแมต่ ายหมด รอดอยู่
แต่ฉันตัวเดยี วเทา่ นั้น”
แมถ่ ามว่า “สตั วอ์ ะไรตัวใหญห่ นกั หนา ใหญเ่ ทา่ น้ไี ดไ้ หม” แลว้ กพ็ องตัวขน้ึ
ลูกตอบว่า “มันใหญ่ กว่านั้นอีกแม่” แม่อึ่งอ่างก็พองตัวขึ้นอีก แล้วถามลูกว่า
“เทา่ นไ้ี ดไ้ หม”
ลูกตอบว่า “นั่นก็ยงั โตไม่ได้ครึ่งตัวของมันเลยแม่” แม่ไดฟ้ ังดงั นัน้ มคี วามขัดเคืองนึกอยู่ใน
ใจว่า ไฉนตนจะทำให้ตัวโตเท่าเทียมสัตวใ์ หญ่น้ันไม่ได้ เม่ือคิดดังนั้นแลว้ ก็ค่อยค่อย เบ่งให้ตัวพองข้ึน
ทีละนอ้ ย ทลี ะน้อย จนเกินขนาด ทอ้ งแตกตายอยู่กบั ท่ี