45
ขั้นสอน
2. ครูเขียนคำที่ประสมด้วยสระ -ึ จากเร่ือง อ่ึงอ่างกับวัว บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและ
อ่านออกเสียงคำตามครู
3. ใหน้ ักเรยี นฟงั ประโยคจากครู แลว้ นบั จำนวนคำทป่ี ระสมด้วยสระ -ึ
๏ คนหตู งึ นงั่ สะอกึ อยูข่ ้างตกึ แถว (3 คำ)
4. ให้นักเรียนลองออกเสียงคำวา่ ตึง อึก ตกึ แล้วสังเกตว่าเสียงของคำจะเป็นเสยี งสั้น ใหน้ ักเรียนลอง
คดิ ว่าเป็นเพราะอะไร
5. ให้นักเรยี นออกเสียง อึ พร้อมกัน จะพบวา่ สระ -ึ เปน็ สระเสียงสั้น
6. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า การที่คำท่ีประสมด้วยสระ -ึ เช่น ตึง อึก ตึก ออกเสียงคำได้สั้น
เพราะสระ -ึ มเี สยี งสัน้
7. ให้นักเรยี นฝกึ อา่ นสะกดคำท่ปี ระสมดว้ ยสระ -ึ จากบัตรคำตามครู ได้แก่ หึ ครึ ยดึ บึง้ หมกึ ครง่ึ
8. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำที่ประสมด้วยสระ -ึ ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึก
อ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวชี้วัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การอ่านออกเสียงคำท่ปี ระสมดว้ ยสระ -)ึ
9. ให้นักเรียนแบ่งเป็น 4 กลุ่ม (อาจแบ่งตามแถวท่ีนักเรียนน่ังก็ได้) ประกวดอ่านคำในชีวิตประจำวัน
ชุดเดียวกบั ท่ีฝกึ อา่ น แตแ่ บง่ สำหรับการแข่งขนั ดงั นี้
กลุ่มท่ี 1 กลุ่มท่ี 2 กลุม่ ที่ 3 กลุม่ ที่ 4
ลกึ คึก ถงึ มนึ
บึง ศกึ อดึ ทึบ
น่งึ ผง่ึ พึ่ง ขนึ้
หนึบ ขรึม คลึง ครึ้ม
รสู้ ึก นกึ ถึง ลึกซึง้ พ่งึ พา
หตู งึ พิลึก ข้าศึก บง้ึ ตึง
หลักเกณฑ์การประกวดคือ อ่านออกเสียงถูกต้อง ชัดเจน และพร้อมเพรียงกัน ครูเป็นผู้ตัดสิน
และกลา่ วชมเชยนักเรยี นทกุ กลมุ่
ขน้ั สรุป
10. ให้นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้ ดังนี้
๏ สระ -ึ มเี สียงสนั้ ทำใหค้ ำที่ประสมด้วยสระ -ึ ออกเสียงสัน้ ดว้ ย
ชว่ั โมงท่ี 29
ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น
1. ครูเขียนช่องปริศนาบนกระดาน แล้วบอกนักเรียนว่าคำน้ีเป็นชื่อแมลงท่ีชอบเก็บเกสร และ
นำ้ หวานจากดอกไม้ไปสะสมไวท้ ีร่ งั ให้นกั เรยี นชว่ ยกนั คน้ หาพยัญชนะมาเติม
46
ข้ันสอน
2. ใหน้ ักเรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกับลกั ษณะอืน่ ๆ ของผง้ึ ทีน่ ักเรียนรูจ้ ัก
3. ครตู ดิ แผนภูมิเพลง ผ้งึ งาน บนกระดาน ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ร้องเพลงตามครู
เพลง ผ้งึ งาน
ผ้ึงงาน ผึง้ งาน เสาะหาน้ำหวาน
ชดิ เชยชมพวงผกามาลย์ เชา้ บานตระการงามวไิ ล
ชวนล่อภมรให้ร่อนชม เอนล่ตู ามลมสง่ กล่ินไกล
ห่งึ ห่งึ เสยี งผึ้งเคลา้ คลงึ เกสรดอกไม้ พอแล้วรีบไปรวงรัง
4. ใหน้ ักเรยี นเลน่ เกม ปริศนาอักษรไขว้ โดยฟงั ความหมายจากครู แล้วหาพยัญชนะมาเติมในช่องวา่ ง
ให้เป็นคำท่ีตรงกับความหมายนั้น เม่ือครูบอกความหมายจบ จะจับเลขที่ของนักเรียนที่เขียนไว้บนไม้ไอศกรีม
หรือให้นักเรียนออกมาจับก็ได้ เลขท่ีใดถูกจับได้ ให้นักเรียนยืนข้ึน แล้วบอกว่าเป็นคำอะไร ต้องเติมพยัญชนะ
อะไรลงในช่องบ้าง ครูเขียนพยัญชนะลงในช่องตามท่ีนกั เรียนบอก จากน้นั ใหเ้ พอ่ื นชว่ ยกันตรวจสอบวา่ ถูกตอ้ ง
หรอื ไม่ ครจู ึงบอกความหมายของคำต่อไป และดำเนนิ กิจกรรมจนครบทุกคำ
ปรศิ นาอกั ษรไขว้
ความหมายของคำ
๑. แหลง่ นำ้ ขนาดใหญ่ (บึง)
๒. ร่าเรงิ (คกึ คกั )
๓. แบ่งเป็น ๒ ส่วน (ครง่ึ )
๔. เวลาค่ำมากแล้ว (ดกึ )
๕. ทอ้ งฟ้ามืดมัวเมือ่ ฝนจะตก (ครึม้ )
๖. เสียงร้องของผง้ึ (หึ่งห่ึง)
๗. สัตวท์ ะเล มีหนวดบริเวณหวั มีน้ำสีดำสำหรับพรางตวั (หมกึ )
๘. ไมห่ ย่อน (ตึง)
๙. ผักชนดิ หนึ่งใส่ในแกงจดื (ตำลึง)
๑๐. ทำให้สุกด้วยไอนำ้ ร้อน (นึง่ )
5. ใหน้ กั เรียนอา่ นออกเสยี งคำในปรศิ นาอักษรไขว้
6. ให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำสระ -ึ แล้วร่วมกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขนั้ สรปุ
7. ใหน้ กั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ การเขา้ ใจความหมายของคำ จะทำให้เขยี นและอ่านคำไดถ้ กู ต้อง
47
ช่วั โมงที่ 30
ขัน้ นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั น้ี
๏ ถ้านักเรียนจะตงั้ ชอื่ โดยใหม้ คี ำที่ประสมด้วยสระ -ึ จะตัง้ ช่อื วา่ อะไร
ขน้ั สอน
2. ให้นักเรียนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ผลัดกันส่งตัวแทนออกมาประสมคำจากพีระมิดอักษร แล้วเขียนคำ
บนกระดาน ท้ัง 2 กลุ่มต้องประสมคำไมใ่ หซ้ ้ำกัน
พรี ะมิดอักษร ตวั อย่างคำ
ดกึ ตงึ ซมึ มึน บึง
อดึ นกึ หนึ่ง ขนึ้ ซง้ึ
ตกึ ดงึ หึง่ หนึบ หมึก
อึ้ง บึ้ง นึ่ง ปึก
3. ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสียงคำบนกระดานพร้อมกัน แลว้ ตรวจสอบว่าคำแตล่ ะคำเขยี นถูกตอ้ งหรอื ไม่
4. ให้นกั เรียนชว่ ยกันอธิบายความหมายของคำ ครชู ว่ ยอธบิ ายเพิม่ เติม
5. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเขยี นคำใหม่จากส่วนประกอบของคำท่ีกำหนดให้
แลว้ ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
6. ให้นักเรียนวาดภาพสัตว์ที่มีช่ือเป็นคำสระ - แล้วแต่งประโยคประกอบภาพ ครูนำผลงานไปจัด
แสดงบนป้ายนิเทศ
ขน้ั สรปุ
7. ใหน้ กั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ คำท่ีประสมดว้ ยสระ -ึ สว่ นใหญต่ อ้ งมตี ัวสะกดจึงจะมคี วามหมาย
8. ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้เรื่อง สระ - ลงในแผนภาพความคิด แล้วร่วมกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
48
ช่ัวโมงท่ี 31
ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ให้นักเรียนฟังนิทานเร่ือง หญิงรีดนมวัวผู้ฝันไป เพ่ือจับใจความ แล้วร่วมกันสนทนาเก่ียวกับ
เน้อื เรื่อง
หญิงรีดนมวัวที่สวยน่ารักและช่างฝันช่ือเรไร วันหน่ึงเมื่อรีดนมวัวเสร็จแล้ว
เรไรก็นำถังนมขึ้นทูนไว้บนศีรษะของเธอแล้วเดินกลับบ้าน หนทางที่เธอเดินผ่านเป็น
ทุ่งหญ้าสวยงามท่เี ตม็ ไปดว้ ยดอกไม้
เรไรเริ่มตกอยู่ในห้วงความฝัน เธอคิดไปว่าถ้าขายนมในถังหมด เธอคงได้เงิน
มากมาย เธอจะนำนมไปขายในเมือง แล้วนำเงินไปซื้อไข่ไก่มาให้แม่ไก่ฟัก ภายใน
3 สปั ดาห์ เธอกจ็ ะไดล้ ูกไก่หลายตัว จากน้ันเธอจะนำไปขาย
พอถึงปีใหม่ เธอจะนำเงินท่ีได้ไปซื้อเส้ือสีชมพู ถุงเท้าสีชมพู และรองเท้าสีเงิน
ใครใคร เห็นตอ้ งช่นื ชอบในตวั เธอแน่
ทันใดนัน้ ฝันของเรไรกส็ ะดดุ กึกทนั ที เพราะถงั นมบนศรี ษะของเธอหลน่
ลงพ้ืน นมสดไหลจากถังลงสู่พ้ืนดิน ตอนน้ีถังนมว่างเปล่า ไม่เหลืออะไรเลย
เรไรรสู้ ึกเสียดายมาก ร้องออกมาว่า
“ช่างโง่เขลาเสียจริง! ถ้าฉันไม่เพ้อฝันไปไกล ฉันคงไม่ต้องสูญเสียนมในถัง
ไปอย่างนี้”
ขน้ั สอน
2. ใหน้ กั เรียนผลดั กันเล่าความใฝฝ่ นั ของตนเอง
3. ครูเขยี นคำท่ปี ระสมดว้ ยสระ ไ- จากเร่อื ง หญิงรีดนมวัวผู้ฝันไป บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและ
อ่านออกเสียงคำตามครู
4. ให้นักเรียนเล่นเกม ทายภาพปริศนา โดยครูนำภาพมา 2 ภาพ (ภาพไข่ไก่และภาพกองไฟ)
แต่ละภาพจะมีกระดาษปิดภาพไว้เป็นส่วนๆ เริ่มต้นครูจะเปิดภาพให้ดู 1 ส่วน ให้นักเรียนตั้งคำถามเก่ียวกับ
ภาพ ครูสามารถตอบได้เพียงว่า ใช่หรือไม่ใช่ ถ้าครูตอบว่าใช่ จะเปิดภาพให้ดูส่วนต่อไป เม่ือนักเรียนทายได้
ครจู ะเปดิ ภาพทั้งหมด แลว้ นำบัตรคำเฉลยมาติดใตภ้ าพ (ครใู ห้นกั เรยี นทายทลี ะภาพ)
5. ใหน้ ักเรียนสงั เกตส่วนประกอบของคำจากบัตรคำ แลว้ บอกวา่ มสี ่วนใดท่ีเหมือนกนั (สระ ไ-)
6. ให้นักเรียนสังเกตความสูงของสระ ไ- โดยเปรียบเทียบกับความสูงของพยัญชนะ จะพบว่าสระ ไ-
สูงกว่าพยญั ชนะอกี ประมาณคร่งึ หนงึ่
7. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ ไ- บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและช่วยกันอธิบาย
วิธกี ารเขยี น
8. ครเู ขียนสระ ไ- บนกระดานชา้ ๆ ให้นักเรยี นดเู ป็นตวั อยา่ ง แลว้ ฝกึ เขยี นโดยใช้นวิ้ ชฝี้ ึกเขียนบนโตะ๊
9. ให้นักเรียนออกมาเขียนสระ ไ- บนกระดานคนละ 1 ตัว โดยครูจับเลขท่ีจากไม้ไอศกรีม
เมื่อนักเรียนที่ออกมาเขียนเสร็จ ให้มาเป็นผู้จับไม้ไอศกรีมเรียกเพ่ือนคนต่อไป ครูสังเกตวิธีการ
เขยี นของนักเรียนแตล่ ะคน ถา้ นกั เรยี นเขียนไมถ่ ูกต้องครชู ว่ ยแนะนำ และให้นักเรียนฝึกเขยี นอีกครัง้
10. ให้นักเรียนสังเกตคำจากบัตรคำอีกคร้ัง จำแนกส่วนประกอบของคำจะเข้าใจว่าสระ ไ- เขียนไว้
ข้างหน้าพยญั ชนะตน้
49
ขน้ั สรปุ
11. ให้นักเรยี นและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ สระ ไ- เรม่ิ เขียนจากหัวตวั อักษรมีตัวสูงกวา่ พยัญชนะ และเขียนไวข้ า้ งหน้าพยัญชนะต้น
12. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ นกั เรียนเคยพบเหน็ อะไรบ้างทมี่ ีลกั ษณะสูงๆ เหมือนสระ ไ-
ช่ัวโมงที่ 32
ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ให้นกั เรียนลองนำยางลบ ดนิ สอ และไมบ้ รรทัดมาต่อใหเ้ ปน็ รปู สระ ไ-
ขั้นสอน
2 ให้นักเรียนฝึกออกเสียง ไอ หลายๆ ครั้ง แล้วลองลากเสียงให้ยาว จะพบว่าจากเสียง ไอ
จะกลายเปน็ อาย นนั่ แสดงวา่ สระ ไ- เป็นสระเสยี งสั้น เพราะเมือ่ ออกเสียงยาวจะมีเสียงเปลย่ี นไป
3. ให้นักเรียนทุกคนนำพยัญชนะต้นตัวแรกจากชื่อของตนเองมาประสมกับสระ ไ- ฝึกออกเสียงเบาๆ
กับตนเอง
4. ให้นักเรียนแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ยืนเข้าแถวหน้ากระดาน หันหน้าเข้าหากันเป็นคู่ๆเม่ือครูให้
สัญญาณว่า ไอ คแู่ รกจะชูนิว้ ข้ึน 2 น้ิวชดิ กนั ช้ไี ปท่ีฝ่ายตรงข้ามเหมอื นกับเป็นปนื พร้อมกับออกเสียงคำสระ ไ-
ที่ตนเองประสมไว้ (พยัญชนะต้นตัวแรกของช่ือ + สระ ไ-) ให้เร็วที่สุด แต่ต้องชัดเจนด้วยใครออกเสียงได้เร็ว
กว่ากนั ถอื วา่ เปน็ ฝา่ ยชนะ ครูเริม่ ให้สัญญาณคูต่ อ่ ไปจนครบทุกคู่
5. ให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงคำท่ีประสมด้วยสระ ไ- ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่าน
ออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เร่ือง การอา่ นออกเสยี งคำทป่ี ระสมด้วยสระ ไ-)
ขน้ั สรปุ
6. ให้นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ สระ ไ- มีเสียงสน้ั ทำให้คำทป่ี ระสมด้วยสระ ไ- ออกเสียงสั้นด้วย
ชว่ั โมงท่ี 33
ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น
1. ให้นักเรียนฟังปริศนาคำทายจากครู แล้วช่วยกันหาคำตอบ ก่อนที่ครูจะเฉลยคำตอบของแต่ละ
ปริศนา ให้นักเรียนช่วยกันบอกว่านักเรียนสังเกตคำตอบจากข้อความใดในปริศนา จากน้ันครูจึงติดบัตรคำ
เฉลยบนกระดาน
ฉันคืออะไร ไวต้ ัดกระดาษ
ผา้ กจ็ ะขาด ประกาศความคม (กรรไกร)
ฉนั คอื อะไร ข้นึ ไปตามช้นั
จะพาทา่ นนนั้ พลนั ถงึ ชัน้ บน (บนั ได)
ฉันคอื อะไร เขาใชก้ วาดบา้ น
ฉนั ชว่ ยทำงาน กวาดบ้านเรอ่ื ยไป (ไมก้ วาด)
ฉันคอื อะไร รไู้ หมหนูจ๋า
ตัวฉันคือปลา หนา้ ตาคล้ายงู (ปลาไหล)
50
ขั้นสอน
2. ให้นักเรียนเล่นเกม “คิดไว ตอบไว” โดยให้ทุกคนยืนเป็นวงกลมครูยืนตรงกลางวงและถือลูกบอล
ผ้าหรือลูกบอลเป่าลมไว้สำหรับโยนให้นักเรียน ก่อนโยนครูจะพูดข้อความ เช่น ช้า ตรงข้ามกับ ...........
ให้นักเรียนทุกคนรีบหาคำตอบไว้ในใจ ครูเลือกโยนลูกบอลให้นักเรียน 1 คน เมื่อนักเรียนรับลูกบอลแล้ว
จะต้องตอบคำที่คิดไว้ ถา้ ครูบอกว่าถูกต้องก็โยนลูกบอลส่งให้ครูและเพ่ือนทุกคนจะปรบมือให้ ถ้าครูบอกว่าผิด
นักเรียนจะต้องโยนลกู บอลให้เพอ่ื นคนอน่ื ใครไดร้ ับลูกบอลจะตอ้ งช่วยตอบแทน
ขอ้ ความทีค่ รูเตรยี มไว้ เชน่
ชา้ ตรงข้ามกับ... (ไว)
ใกล้ตรงข้ามกับ... (ไกล)
มาตรงข้ามกบั ... (ไป)
เสยี ตรงขา้ มกับ... (ได้)
เรียกตรงข้ามกบั ... (ไล่)
เป็นหวดั มักจะ... (ไอ, ไข้)
พบผใู้ หญ่เราต้อง... (ไหว้)
สงิ่ ทใ่ี ช้ทำเขียง... (ไม้)
เด็กไมค่ วรเล่นไฟเพราะอาจเกิด... (ไฟไหม)้
3. ครนู ำบตั รคำจากกิจกรรมมาตดิ บนกระดาน ให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกันอกี ครั้ง
4. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเลือกคำที่ประสมด้วยสระ ไ- ไปเขียนให้ตรงกับ
ภาพ แลว้ ร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
5. ให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำสระ ไ- แล้วร่วมกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง
ขัน้ สรุป
6. ใหน้ ักเรียนและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ การเขา้ ใจความหมายของคำท่เี ขียนและอ่านจะสามารถนำคำไปใชไ้ ด้ถูกต้อง
7. ใหน้ ักเรยี นเขยี นสรุปความรู้เรอ่ื ง สระ ไ- ลงในแผนภาพความคิด แลว้ รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
8. ใหน้ ักเรยี นและครรู ่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี
๏ คำที่ประสมด้วยสระ ไ- เขียนและอ่านงา่ ยกวา่ คำทป่ี ระสมดว้ ยสระอื่นหรอื ไมเ่ พราะอะไร
51
ชว่ั โมงท่ี 34
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ให้นักเรียนฟังนิทานเร่ือง ต้นไม้ใหญ่กับพุ่มหนาม เพื่อจับใจความ แล้วร่วมกันสนทนาเก่ียวกับ
เนื้อเรื่อง
เช้าวันหนึ่ง มีนกน้อยบินมาเกาะบนต้นไม้ใหญ่ และมองลงไปข้างล่าง เห็นโคนไม้ใหญ่
ตน้ น้ันมีพ่มุ หนามข้ึนอยลู่ ้อมรอบเตม็ ไปหมด มันจึงถามพวกต้นหนามเลก็ เล็ก เหล่านนั้ ว่า
“ทำไมพวกท่านถึงมาขึ้นอยู่โคนต้นไม้ใหญ่มากมายเช่นนี้ ” ต้นหนามเหล่านั้น
กใ็ หเ้ หตผุ ลวา่
“เพราะพวกเราจำเป็นต้องอาศัยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ในฤดูร้อนน้ีน่ะสิ ถ้าหากเรา
ไปขนึ้ อยกู่ ลางแจง้ ในฤดูรอ้ นแลว้ แสงแดดจัดจัด กจ็ ะเผาพวกเราเฉาตายหมด”
แล้วนกก็ถามต้นไม้ใหญ่นั้นว่า “ท่านไม่รู้สึกรำคาญบ้างเลยเชียวหรือ ท่ีปล่อยให้
พวกต้นหนามเหล่านัน้ ลอ้ มรอบโคนตน้ ท่านเชน่ น้นั ”
ต้นไม้ใหญ่กลับตอบว่า “ไม่หรอก พวกไม้หนามเหล่าน้ีกลับมีประโยชน์ต่อข้าเสียอีก
เพราะขา้ ได้อาศัยพวกเขาเป็นเครือ่ งป้องกันมิใหส้ ัตวต์ า่ งต่าง มากดั ราก กัดโคนของขา้ ”
ข้นั สอน
2. ให้นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกบั การช่วยเหลอื พง่ึ พากันระหวา่ งพ่นี ้องหรอื เพ่ือน
3. ครูเขียนคำที่ประสมด้วยสระ ใ- จากเร่ือง ต้นไม้ใหญ่กับพุ่มหนาม บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกต
และอ่านออกเสยี งคำตามครู
4. ให้นกั เรียนออกเสียง ใอ ตามครูพรอ้ มกัน แลว้ เปรยี บเทียบกับเสียงไอวา่ มีเสียงเหมอื นกนั
5. ใหน้ กั เรียนลองลากเสียง ใอ ให้ยาว จะพบวา่ เสียง ใอ เปล่ียนไป จึงสรปุ ว่า สระ ใ- เป็นสระเสยี งสัน้
6. ให้นักเรยี นฝกึ อ่านสะกดคำตามครจู ากบัตรคำทต่ี ิดบนกระดาน ได้แก่ ใจ ใบ้ ใคร ใหญ่
7. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำที่ประสมด้วยสระ ใ- ในชีวิตประจำวันตามครู แล้วฝึกอ่านออกเสียง
ด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวชี้วัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เร่ือง การอ่าน
ออกเสียงคำทีป่ ระสมด้วยสระ ใ-)
8. ให้นกั เรียนออกมาอ่านบัตรคำตามที่ครูเรยี ก เช่น นกั เรียนที่เกิดวันอังคาร นกั เรยี นทม่ี ีพยญั ชนะต้น
ตัวแรกเป็น ป เมื่อนักเรียนออกมาหน้าช้ัน ให้เลือกบัตรคำคนละ 1 ใบ แล้วอ่านให้เพื่อนฟัง ครูช่วยนำบัตรคำ
ตดิ บนกระดาน นักเรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบวา่ เพื่อนอ่านออกเสียงถกู ต้องหรือไม่
บัตรคำทีค่ รเู ตรียมไว้ เชน่
แจม่ ใส ใจดี มอบให้ รักใคร่ ห่วงใย
ข้างใน ผ้ใู หญ่ ใช้งาน บ้านใหม่ เรือใบ
ขน้ั สรปุ
9. ใหน้ กั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ สระ ใ- มีเสียงเหมอื นสระ ไ- ซง่ึ เป็นสระเสียงสั้นทำใหค้ ำทีป่ ระสมดว้ ยสระ ใ- ออกเสียงสัน้ ดว้ ย
10. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ ถา้ นกั เรียนออกเสียงคำทป่ี ระสมด้วยสระ ใ- ให้มีเสยี งยาว อะไรจะเกดิ ข้นึ
52
ชว่ั โมงที่ 35
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ให้นกั เรยี นชว่ ยกันยกตัวอยา่ งคำท่ีประสมดว้ ยสระ ใ-
ขน้ั สอน
2. ครูนำแผนภูมิบทร้อยกรองคำสระ ใ- ติดบนกระดาน ให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามครูทีละวรรค
ดงั น้ี
ผใู้ หญห่ าผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ
ใฝ่ใจเอาใสห่ ่อ มิหลงใหลใครขอดู
จะใคร่ลงเรือใบ ดนู ้ำใสและปลาปู
สง่ิ ใดอยใู่ นตู้ มิใช่อยใู่ ต้ต่ังเตียง
บ้าใบ้ถือใยบัว หูตามวั มาใกลเ้ คียง
3. ใหน้ กั เรียนอ่าเนลอ่าทอกอ่ เงสอยี ยงา่ ดล้วะยเลตยี่นงเองพรอ้ มกนั 2 รยอ่สี บบิ ม้วนจำจงดี
4. ใหน้ กั เรียนช่วยกันนบั จำนวนคำท่ีประสมดว้ ยสระ ใ- จากบทร้อยกรองวา่ ครบ 20 คำ หรอื ไม่
5. ครูนำแผนภูมิบทร้อยกรองออก ให้นักเรียนลองช่วยกันท่อง หากตกหล่นวรรคใด ครูช่วยเพ่ิมเติม
ใหน้ ักเรียนฝึกท่อง 2 รอบ
6. ครูแจกบัตรคำซ่ึงเป็นคำสระ ใ- ให้นักเรียน 2-3 คน ต่อ 1 ใบ ข้ึนอยู่กับจำนวนนักเรียนในช้ัน
จากน้ันให้นักเรียนทอ่ งบทรอ้ ยกรองพร้อมกัน เม่ือทอ่ งถงึ คำสระ ใ- คำใด คนท่ีถือบัตรคำน้ันนำบัตรไปให้ครตู ิด
บนกระดานจนครบทกุ คำ (บตั รคำตัดเป็นรูปเรอื ใบ)
7. ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี งคำสระ ใ- ท้ัง 20 คำอกี ครงั้
8. ให้นักเรียนช่วยกันเลือกบัตรคำ 5 ใบ แล้วจำแนกส่วนประกอบของคำจะพบว่าบางคำมีพยัญชนะ
ต้นตวั เดียว บางคำมีพยัญชนะตน้ 2 ตวั บางคำมีวรรณยกุ ตป์ รากฏ แต่คำสระ ใ- ทุกคำไม่มีตวั สะกด
9. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทกั ษะการเรยี นรู้ โดยขดี เส้นใต้คำสระ ใ- ในบทรอ้ ยกรอง และจำแนก
สว่ นประกอบของคำสระ ใ- ทกี่ ำหนดลงในตาราง จากนน้ั ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ข้นั สรุป
10. ใหน้ กั เรียนและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ คำทปี่ ระสมดว้ ยสระ ใ- มี 20 คำ และเป็นคำทีไ่ มม่ ีตวั สะกด
11. ให้นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดังนี้
๏ ถา้ นักเรียนท่องบทร้อยกรองคำสระ ใ- ได้ จะช่วยใหเ้ ขยี นคำสระ ใ- ไดถ้ ูกต้องหรอื ไม่
ชั่วโมงท่ี 36
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูนำภาพแหล่งน้ำท่ีมีน้ำใสสะอาดมาให้นักเรียนดู แล้วช่วยกันคิดคำท่ีเกี่ยวกับภาพ ครูเขียนคำท่ี
นกั เรยี นบอกบนกระดาน
ขน้ั สอน
2. ให้นกั เรยี นสงั เกตว่าคำบนกระดานมคี ำใดประสมดว้ ยสระ ใ- (ใส)
53
3. ครูนำภาพน้ำแข็งไสมาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนบอกว่าเป็นภาพอะไร ถ้านักเรียนไม่รู้จัก
ครชู ่วยบอกให้ จากนน้ั ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ทายว่า คำว่า ไส คำน้เี ขียนอย่างไร ครูเขยี นคำที่ถกู ต้องบนกระดาน
4. ให้นักเรียนสังเกตการเขียนคำว่า ใส ซึ่งใช้ ใ- กับ ไ- และอ่านออกเสียงตามครู เปรียบเทียบว่า
คำทัง้ 2 คำ ออกเสยี งเหมือนกนั
5. ให้นักเรียนสังเกตความหมายของคำว่า ใส จากภาพ แล้วช่วยกันอธิบาย ส่วนคำว่า ไส ครูอธิบาย
ให้นักเรียนฟังว่า เป็นวิธีการทำน้ำแข็งให้เป็นฝอยด้วยการดันก้อนน้ำแข็งไปบนเคร่ืองไสท่ีมีใบมีดฝังอยู่ ดังน้ัน
ทง้ั สองคำน้แี มจ้ ะออกเสยี งเหมอื นกัน แตเ่ ขียนต่างกันและมีความหมายตา่ งกนั ดว้ ย
6. ครูนำแถบประโยคติดบนกระดานทีละประโยค ไดแ้ ก่
ดวง______ไปซ้ือไหมมา 1 ______เพื่อปักผา้
ใครท้ิงลำ______ไปบน______แมงมุม
คุณตาจดุ ______เพื่อสอ่ งหาของท_ี่ _____ตน้ ไม้
7. ครูนำภาพทลี ะคมู่ าใหน้ กเรียนเลอื กไปเติมในช่องวา่ ง ไดแ้ ก่ ภาพหัวใจ - ภาพไจไหม
ภาพลำไย - ภาพใยแมงมมุ ภาพไต้ - ภาพใต้ต้นไมใ้ หญ่
8. เมื่อนักเรียนเลือกภาพไปเติมในประโยคได้ถูกต้อง ให้นักเรียนลองเขียนคำแทนภาพ คำใด
ที่นักเรียนเขียนไม่ได้ครูช่วยแนะนำ และนำบัตรคำติดใต้ภาพ (ให้ครูดำเนินกิจกรรมข้อ 6-7 กับประโยคทีละ
ประโยค)
9. ครูนำบัตรคำท้ังหมดมารวมกัน แล้วให้นักเรียนช่วยกันเลือกไปเติมในประโยคอีกคร้ัง
เพอ่ื ตรวจสอบวา่ นักเรียนเขา้ ใจและจดจำไดห้ รอื ไม่
10. ให้นักเรียนทำใบงานเร่ือง การใช้คำสระ ใ- และคำสระ ไ- ส่ือความหมายในประโยค แล้วร่วมกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขัน้ สรปุ
11. ให้นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ คำท่ีประสมด้วยสระ ใ- ท่ีออกเสียงเหมือนกับคำท่ีประสมด้วยสระ ไ- บางคำ ต่างเป็นคำท่ีมี
ความหมาย แต่มคี วามหมายแตกต่างกนั จึงตอ้ งใช้ให้ถูกตอ้ ง
12. ใหน้ กั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั นี้
๏ การใช้คำสื่อความหมายไมถ่ ูกตอ้ ง จะเกดิ ผลเสียอะไรบ้าง
13. ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้เรื่อง สระ ใ- ลงในแผนภาพความคิด แล้วร่วมกันตรวจสอบ
ความถูกต้อง
ช่วั โมงที่ 37
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั นี้
๏ อ ทำหนา้ ทอ่ี ะไรไดบ้ ้าง
ขัน้ สอน
2. ให้นักเรียนช่วยกันต่อภาพที่ครเู ตรียมไว้ทีละภาพ คอื ภาพมือและภาพคลื่น เม่ือนักเรยี นต่อภาพได้
ใหบ้ อกว่าเป็นภาพอะไร ครนู ำบัตรคำติดใต้ภาพ
3. ให้นักเรยี นสงั เกตส่วนประกอบของคำ ว่ามสี ่วนใดเหมอื นกนั (สระ -)ื
54
4. ให้นักเรียนชว่ ยกันจำแนกส่วนประกอบของคำทีละคำ จะเห็นวา่ สระ -ื เขียนไวข้ ้างบนพยัญชนะต้น
ส่วนคำวา่ มือ ซงึ่ เป็นคำท่ไี มม่ ตี ัวสะกดจะใชร้ ปู -อื คือมี อ อยู่ข้างหลังพยัญชนะตน้
5. ครูเลา่ นทิ านเรือ่ ง หมวกวเิ ศษ ใหน้ กั เรียนฟัง ดงั น้ี
ในป่าที่อุดมสมบูรณ์แห่งหน่ึง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด และสัตว์ทุกตัวอยู่กัน
อยา่ งมคี วามสขุ รักใคร่ สามคั คีกัน รู้จักเคารพรักซึ่งกันและกัน เม่ือสัตว์ทุกตวั ประพฤตดิ ี ความสงบสุขกเ็ กิดขึ้น
เทพารกั ษ์ท่ีอย่ดู แู ลปา่ ไดเ้ หน็ ความดีของสัตว์เหลา่ น้ี จงึ ไดม้ อบหมวกให้สัตว์ทุกตวั และเทพารักษบ์ อกวา่ หมวก
ใบนี้เม่อื สวมใส่แล้วจะทำให้เหาะไปไหนมาไหนได้ ดังนัน้ สตั ว์ในป่าแห่งนี้ เมอื่ ใส่หมวกวิเศษแล้ว ก็จะเหาะไปได้
วันหนึ่งขณะที่สัตว์ทั้งหลายใส่หมวกบินไปเท่ียวกันอย่างเพลิดเพลินอยู่น้ัน ก็เกิดฝนตก ฝนตกลงมาถูกสัตว์
หลายตัว เจ้าลิงเปน็ สัตว์วอ่ งไว รบี กระโดดไปหลบอยู่ใต้ตน้ ไม้ หมวกไม่เปยี ก ส่วนหมีตัวโต กลับตัว ไม่ทนั สาย
ฝนตกลงมาใส่หมวกหนึ่งเม็ด และก้ิงกือใส่หมวกวิเศษ 2 ใบคือ ใส่ท้ังส่วนหัวและส่วนหางฝนตกลงมาใส่หมวก
ท้ัง 2 ใบ แต่ด้วยความตกใจก้ิงกือรีบม้วนตัวเป็นวงกลมอย่างเร็ว ทำให้เม็ดฝนท่ีติดอยู่ท่ีหมวกใบหนึ่ง หลุดไป
ตดิ อยู่กับหมวกอีกใบหนง่ึ ท่มี เี ม็ดฝนตดิ อย่แู ลว้
6. ครตู ดิ บัตรคำและบัตรอกั ษรเป็นคู่ ๆ ใหน้ ักเรยี นสงั เกตประกอบการเล่านิทาน ดังนี้
ลง -
หมี ิ- ี
กง้ กือ ิ-ื
7. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขยี นสระ -ื บนกระดาน ให้นักเรยี นสังเกตและชว่ ยกันอธิบายวธิ กี าร
เขยี น
8. ให้นักเรยี นฝกึ เขยี นสระ - ลงในกระดาษที่ครแู จกให้
ขั้นสรุป
9. ให้นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ สระ -ื มีวิธีการเขียนเหมือนสระ -ี แต่มี 2 ขีด เขียนไว้ข้างบนพยัญชนะต้น คำท่ีประสมด้วย
สระ -ื ทไี่ ม่มตี ัวสะกดจะใชร้ ปู -ือ
10. ให้นักเรียนทำชิ้นงาน เร่ือง ออกแบบกระป๋องออมสิน แล้วนำผลงานมาแลกเปลี่ยนกันดู ร่วมกัน
คดั เลอื กผลงานทชี่ ่นื ชอบมาจดั แสดงบนป้ายนเิ ทศ
ชวั่ โมงท่ี 38
ข้นั นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ใหน้ ักเรียนฟงั นทิ านเรื่อง หญงิ ชราตามดื มัว เพอื่ จับใจความ แลว้ ร่วมกันสนทนาเก่ยี วกบั เนอ้ื เร่อื ง
หญิงชราคนหน่ึงตามืดมัวลง มองอะไรไม่เห็น จึงให้คนเชิญหมอมารักษาตาให้ หมอที่มารักษาตาเห็น
หญิงชรามีทรพั ย์สินมากมาย จึงหยิบติดมือกลับไปทุกครั้งท่ีมารักษา โดยในระยะแรก หมอให้ยาท่ีไม่ถูกกับ
โรคของหญิงชราเพื่อจะได้ขนสมบัติไป เมื่อหมอขนสมบัติของหญิงชราไปจนหมดบ้าน จงึ นำยาที่ดีมารกั ษา
จนหญิงชราหาย และขอรับค่ารักษาจากหญิงชรา หญิงชราไม่ให้ หมอจึงฟ้องศาล เมื่อศาลถามหญิงชราว่า
ทำไมจึงไม่จ่ายค่ารักษาตาให้หมอ หญิงชราให้เหตุผลว่า ก่อนท่ีตาจะมืดมัว หญิงชรามีทรัพย์สมบัติอยู่เต็ม
บ้าน เม่ือตามืดมวั กม็ องไม่เห็นทรัพยส์ มบัตใิ นบ้าน ขณะนีห้ มอบอกว่ารกั ษาตาให้ดแี ลว้ แต่หญิงชราก็ยงั มอง
ไมเ่ ห็นทรัพย์สมบัตใิ นบ้านเลย ดังนั้น หมอจะบอกวา่ รกั ษาหายแลว้ ได้อย่างไร
55
ข้ันสอน
2. ครูเขียนคำท่ีประสมด้วยสระ - จากเร่ือง หญิงชราตามืดมัว บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและ
อ่านออกเสียงคำตามครู
3. ให้นักเรียนชว่ ยกันบอกชอ่ื อวยั วะในร่างกายทป่ี ระสมด้วยสระ -ื (มือ สะดอื )
4. ใหน้ ักเรียนออกเสียง ออื ตามครู 3 ครง้ั โดยคร้ังสดุ ทา้ ยลากเสียงใหย้ าว จะเหน็ ว่าแม้จะลาก
เสยี งยาวเทา่ ใด เสยี งกไ็ มเ่ ปล่ียน แสดงว่าสระ -ื เปน็ สระเสียงยาว
5. ใหน้ ักเรียนออกเสยี ง อึ-ออื เปรียบเทยี บกนั
6. ครูติดบัตรคำ คำว่า มือ และ มดื แล้วให้นักเรียนฝึกอา่ นสะกดคำตามครู ดังนี้
มอื อ่านว่า มอ - อือ - มือ
มดื อ่านว่า มอ - อือ - ดอ - มืด
ให้นกั เรียนร่วมกนั ตอบคำถามเกีย่ วกับสว่ นประกอบของคำวา่ มือและมืด โดยครูใช้คำถาม ดังนี้
๏ คำว่า มือ มีพยญั ชนะใดเปน็ พยญั ชนะตน้ (ม)
๏ คำว่า มือ ประสมด้วยสระอะไร (ิ-อ)
๏ คำว่า มอื มตี วั สะกดหรือไม่ ตัวสะกดใด (ไม่ม)ี
๏ คำว่า มอื มีวรรณยกุ ต์หรือไม่ วรรณยุกตอ์ ะไร (ไมม่ )ี
๏ คำวา่ มดื มพี ยัญชนะใดเปน็ พยญั ชนะต้น (ม)
๏ คำว่า มืด ประสมด้วยสระอะไร (ิ- )
๏ คำว่า มืด มีตวั สะกดหรือไม่ ตวั สะกดใด (ด)
๏ คำว่า มดื มวี รรณยุกตห์ รือไม่ วรรณยกุ ต์อะไร (ไมม่ ี)
7. ให้นกั เรยี นอา่ นสะกดคำจากบตั รคำตามครู ไดแ้ ก่ คำว่า ลอื ออื้ ฟืน หรอื คลื่น ปล้ืม
8. ใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรมเสรมิ ทักษะการเรยี นรู้ โดยเติมพยัญชนะต้นให้เป็นคำทต่ี รงกับภาพ
แล้วฝึกอา่ น
9. ครูติดบตั รคำบนกระดานโดยแยกเป็นคำสระ -ื ทีไ่ มม่ ตี วั สะกด และคำสระ -ื ท่มี ีตวั สะกด
ใหน้ ักเรยี นแบง่ เป็น 2 ฝา่ ย ผลัดกนั อา่ นคำดังน้ี
คำทไ่ี มม่ ตี ัวสะกด คำที่มตี ัวสะกด
คอื คืน
ลอื ลืม
ยอื ยืด
สอื สบื
10. ให้นกั เรียนอ่านออกเสียงคำท่ีประสมด้วยสระ -ื ในชีวติ ประจำวันตามครู 1 รอบ แลว้ ฝึกอ่านออก
เสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวชว้ี ัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เร่อื ง การอ่าน
ออกเสยี งคำที่ประสมด้วยสระ -ื)
ขั้นสรปุ
11. ให้นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ สระ -ื มีเสยี งยาว ทำใหค้ ำทีป่ ระสมด้วยสระ -ื ออกเสยี งยาวดว้ ย
12. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ ระหว่างทเ่ี ดนิ ทางมาโรงเรียน นกั เรยี นไดเ้ ห็นคำอะไรบ้าง
56
ชัว่ โมงที่ 39
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ให้นักเรียนช่วยกันประสมคำสระ -ื โดยครูมีเง่ือนไขว่าจะต้องใช้ ย เป็นตัวพยัญชนะต้น
ซึง่ นักเรยี นจะใชต้ ัวสะกดหรอื วรรณยุกต์ใดก็ได้ ครเู ขยี นคำท่นี กั เรยี นประสมได้บนกระดาน (ยนื ย่นื ยืม ยืด)
ขน้ั สอน
2. ให้นกั เรียนชว่ ยกนั อธบิ ายความหมายของคำ
3. ให้นักเรียนเล่นเกม ตุ๊กตาหาคำ โดยยืนเป็นวงกลม เมื่อครูเปิดเพลง ให้นักเรียนส่งตุ๊กตาไปทาง
ขวามือเร่ือยๆ จนเพลงหยุด คนท่ีถือตุ๊กตาอยู่จะต้องประสมคำจากบัตรคำที่ครูชูให้ดู แล้วออกเสียงคำนั้น
จากน้ันออกมาหยิบบัตรคำท่ีเขียนสะกดคำเรียบร้อยแล้วบนโต๊ะ ซ่ึงต้ังอยู่กลางวงไปติดบนกระดาน
ทุกคนชว่ ยกันตรวจสอบการออกเสียง และการเลอื กบัตรคำว่าถูกตอ้ งหรอื ไม่ จงึ เริม่ เล่นเกมต่อไป
บตั รคำที่ครูชูใหด้ ูบตั รคำทวี่ างบนโตะ๊
อ- ิ-ื -ด อืด
ฟ- ิ- ื -น ฟืน
ล- -ิื-ม ลืม
ป- ิ- ื -น ปืน
ส- ิ- ื-บ สืบ
ฝ- ิ- ื -น ฝืน
กล- ิ-ื -น กลนื
จ - ิ-ื -ด จดื
หน ิ- ื - ด หนืด
ค- ิ- ื -บ คืบ
4. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกบั ความหมายของคำ ครชู ่วยอธบิ ายเพ่มิ เตมิ
5. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเติมพยัญชนะต้นแล้วฝึกอ่านคำ จากนั้นร่วมกัน
ตรวจสอบความถกู ต้อง
ขั้นสรุป
6. ให้นกั เรียนและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ คำสระ - ทีม่ ตี ัวสะกดต่างกัน ทำใหม้ คี วามหมายแตกตา่ งกนั
7. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ ถา้ ลองนำ ก ง ย ว ไปประสมเปน็ ตวั สะกดของคำสระ - จะไดค้ ำทมี่ ีความหมายหรือไม่
ชั่วโมงที่ 40
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ให้นักเรียนฟงั นิทานเร่อื ง ทำดีได้ดี เพ่อื จับใจความ แลว้ ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเนอ้ื เรือ่ ง
มดตัวหนึ่งกระหายน้ำจึงเดินไปกินน้ำท่ีลำธาร แต่พลัดตกลงไปในลำธาร ถูกน้ำพัดลอย
ออกไปจากฝ่ัง ขณะนั้นนกเขาท่ีเกาะอยู่บนต้นไม้เหนือลำธารเห็น จึงคาบก่ิงไม้ไปให้มดเกาะ
มดจงึ รอดตาย
ต่อมามีนายพรานเข้ามาล่านกในป่า นายพรานเห็นนกเขาจึงเง้ือหน้าไม้จะยิงนกเขา มดเห็น
นกเขาจะมีอันตรายจึงกดั ที่ขานายพราน ทำให้นายพรานยงิ พลาด นกเขาจงึ บนิ หนีไปได้
57
ข้ันสอน
2. ใหน้ ักเรยี นผลดั กันเล่าความดที ที่ ำ ใหเ้ พื่อนและครูฟงั
3. ครูเขียนคำที่ประสมด้วยสระ -ำ จากเร่ือง ทำดีได้ดี บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและ
อ่านออกเสยี งคำตามครู
4. ครนู ำส่ิงของท่ีมีสดี ำและกำไลมาใหน้ ักเรียนดูทลี ะอย่าง แล้วตอบคำถาม ดังนี้
๏ ของสิ่งน้ีมสี ีอะไร (ดำ)
๏ ของส่ิงนเี้ รียกวา่ อะไร (กำไล)
5. ครตู ดิ บตั รคำบนกระดานใหน้ ักเรียนสงั เกตส่วนประกอบของคำท่ีเหมือนกัน (สระ -ำ)
6. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ -ำ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตแล้วช่วยกันอธิบาย
วิธีการเขียน
7. ครเู ขียนสระ -ำ บนกระดานช้า ๆ ให้นกั เรยี นดูเปน็ ตวั อย่าง แล้วฝึกเขยี นโดยใช้นิว้ ชีเ้ ขยี นบนโต๊ะ
8. ให้นกั เรียนสงั เกตการเขยี นสระ -ำ จากบตั รคำอกี ครั้ง แล้วช่วยกนั บอกตำแหน่งของสระ -ำ
9. ให้นักเรียนทุกคนออกมาฝึกเขียนสระ -ำ โดยครั้งแรกครูจะเป็นผู้จับฉลากในกล่องได้เลขท่ีใด
นักเรียนจะต้องออกมาแนะนำช่ือตนเอง จะเป็นช่ือเล่น หรือช่ือจริงก็ได้ แล้วเขียนพยัญชนะต้นของช่ือประสม
กบั สระ -ำ ใหถ้ ูกต้อง เมอื่ เขียนเสร็จให้ช่วยจบั ฉลากหาเพื่อนคนตอ่ ไป
ขั้นสรปุ
10. ให้นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ -ำ จะเขียน -ํ ข้างบนพยัญชนะต้น และ -า ขา้ งหลังพยญั ชนะต้น
11. ใหน้ ักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดงั นี้
๏ นักเรียนมวี ิธีการเขียนสระ -ำ อยา่ งไร
ชั่วโมงท่ี 41
ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูติดแถบประโยคบนกระดาน แล้วอา่ นใหน้ ักเรียนฟัง ดังนี้
ยายดำย่ำน้ำครำจนหน้าคว่ำ
ขน้ั สอน
2. ใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี งประโยคตามครู แล้วช่วยกนั บอกคำทป่ี ระสมด้วยสระ -ำ
3. ให้นักเรียนออกเสยี ง อำ ตามครู แล้วฝกึ ออกเสียงด้วยตนเอง
4. ให้นักเรียนลองลากเสียง อำ ให้ยาว เพ่ือสังเกตว่าเสียง อำ จะกลายเป็น อาม ซ่ึงเสียงเปลี่ยนไป
แสดงวา่ สระ -ำ เปน็ สระเสียงส้ัน
5. ครตู ิดแผนภูมเิ พลง จับปดู ำ บนกระดาน แลว้ รอ้ งเพลงใหน้ ักเรยี นฟัง ดงั นี้
จบั ปูดำขยำปนู า จบั ปมู า้ ควา้ ปูทะเล
สนุกจรงิ เอยแลว้ เลยนอนเปล ชะโอละเห่นอนเปลหลบั ไป
6. ให้นักเรียนรอ้ งเพลงตามครู 2-3 รอบ จนคุ้นเคยกบั ทำนอง
58
7. ครูเปล่ียนเน้ือเพลง 2 วรรคสุดท้าย โดยนำแถบประโยคมาติดใหม่ แล้วให้นักเรียนฝึกร้องตาม
ทำนองเดิม ดงั นี้
จับปูดำขยำปูนา จับปูม้าคว้าปทู ะเล
เหน็ ตาดำทำนาจนค่ำ เหน็ แกผวิ คล้ำนา่ ขำจังเลย
8. ให้นักเรยี นแบ่งเป็น 2 ฝา่ ย ร้องเพลงโต้ตอบกัน โดยฝ่ายหน่ึงเป็นตา อีกฝ่ายเป็นยาย ฝ่ายที่เป็นตา
จะต้องเปล่ียนคำว่า ตาดำ ในเนื้อเพลงให้เป็นยาย____แล้วร้องตามด้วยคำที่ประสมสระ -ำ เป็นช่ือยาย เช่น
ยายล้ำ เมื่อฝ่ายตาร้องจบ ฝ่ายยายต้องร้องโต้ตอบด้วยการต้ังช่ือตาแล้วร้องเพลงโต้กลับไป (ครูให้นักเรียนทำ
กจิ กรรมภายในเวลาทเี่ หมาะสม)
9. ให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงคำที่ประสมด้วยสระ -ำ ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่าน
ออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เรื่อง
การอ่านออกเสียงคำทปี่ ระสมด้วยสระ -ำ)
ข้ันสรปุ
10. ใหน้ ักเรียนและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดงั นี้
๏ สระ -ำ มเี สยี งสั้น ทำใหค้ ำทปี่ ระสมด้วยสระ -ำ ออกเสียงส้นั ด้วย
11. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ ถา้ นกั เรยี นออกเสยี งคำที่ประสมด้วยสระ -ำ เปน็ เสียงยาว อะไรจะเกิดขึน้
ชวั่ โมงท่ี 42
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ให้นกั เรยี นคิดคำท่ีประสมดว้ ยสระ -ำ ไวใ้ นใจคนละ 1 คำ พรอ้ มคำใบ้หรอื จะเป็นทา่ ทางก็ได้
ขน้ั สอน
2. ครูจับฉลากเลขท่ีในกล่อง ได้เลขที่ใดให้นักเรียนออกมาเป็นผู้ใบ้คำให้เพื่อนทาย (ครูจับฉลาก
3-4 ใบ)
3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม ส่งตัวแทนมาจับฉลากคำ ได้แก่ น้ำ ตำ ทำ กำ ลำ สมาชิกในกลุ่ม
ชว่ ยกันคิดหาคำมาเตมิ กับคำท่ีได้รบั โดยจะเติมขา้ งหน้าหรือข้างหลังกไ็ ด้ใหค้ ำมีความหมาย เชน่
นำ้ - นำ้ แข็ง นำ้ คา้ ง น้ำใจ น้ำขึน้ นำ้ ตา นำ้ ตาล แม่นำ้ ฯลฯ
ตำ - ตำรา ส้มตำ ตำรวจ ตำลงึ ตำตา ฯลฯ
ทำ - ทำดี ทำนา ทำสวน ทำงาน ฯลฯ
กำ - กำไล กำมอื กำยำ กำหมดั ระกำ ฯลฯ
ลำ - ลำธาร ลำไส้ ลำต้น ลำไย ฯลฯ
4. ให้สมาชกิ แต่ละกลุม่ ช่วยกนั บอกคำที่หาได้ทีละกลุม่ ครเู ขียนคำบนกระดาน แล้วอา่ นนำให้นักเรียน
อ่านตาม
5. ใหน้ ักเรยี นและครรู ว่ มกันสนทนาเกยี่ วกับความหมายของคำ
6. ให้นกั เรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเขียนคำใหมจ่ ากส่วนประกอบของคำที่กำหนดให้
แลว้ รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
59
7. ให้นักเรียนทำใบงานเร่ือง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำสระ -ำ แล้วร่วมกัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขนั้ สรุป
8. ใหน้ กั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
๏ การเรยี นรู้ความหมายของคำที่เขยี นและอ่าน ทำให้เข้าใจความหมายในการสือ่ สาร
9. ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้เร่ืองสระ -ำ ลงในแผนภาพความคิด แล้วร่วมกันตรวจสอบความ
ถูกตอ้ ง
10. ให้นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ ถ้านักเรียนลืมเขีย-น ในคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ -ำ อะไรจะเกิดขึ้น
ชั่วโมงที่ 43
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูใช้มือทำให้เกิดภาพเงาต่างๆ เช่น นก สุนัข ให้นักเรียนอาสาสมัคร 1 คน ออกมาถือไฟฉายส่อง
มอื ครู เพอ่ื ให้เกดิ เงาบนกระดาน
ขั้นสอน
2. ให้นักเรียนช่วยกันบอกว่าส่วนท่ีมืดซ่ึงเกิดขึ้นเมื่อมีวัตถุมาบังแสง ทำให้นักเรียนเห็นเป็นรูปร่าง
ต่างๆ เรียกวา่ อะไร เมือ่ นกั เรยี นตอบ ครูติดบตั รคำบนกระดาน (เงา)
3. ให้นกั เรยี นฟงั นทิ านเรือ่ ง หมากบั เงา เพอื่ จบั ใจความ แล้วร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเน้อื เรอื่ ง
หมาตัวหนึง่ ไปขโมยเนอ้ื มาจากตลาด ขณะท่วี ง่ิ ข้ามสะพานมนั ชะโงกหน้ามองไป
ในน้ำเห็นเงาของตวั เอง มันนึกว่าเป็นสนุ ัขตัวหนงึ่ ที่คาบเนือ้ ชิน้ ใหญก่ วา่ ของมัน มันจึงเห่า
เพื่อจะแย่งเน้ือช้ินที่ใหญ่กว่าจากสุนัขตัวนั้น เนื้อในปากของมันจึงหล่นลงไปในน้ำ เงาใน
น้ำก็หายไป มันไม่ได้กินเนื้อที่คาบมา และมันไม่ได้กินเน้ือชิ้นใหญ่ท่ีมันคิดว่าสุนัขอีกตัว
คาบอยู่ดว้ ย
4. ใหน้ ักเรยี นสังเกตวา่ คำท่ตี ิดบนกระดาน ประสมด้วยสระใด (สระ เ-า)
5. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ เ-า บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตแล้วช่วยกันอธิบาย
วิธีการเขียน
6. ครูเขียนสระ เ-า บนกระดานช้าๆ ให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง จากนัน้ ให้นักเรียนสังเกตตำแหน่งของ
สระ เ-า จากคำในบัตรคำ
7. ให้นักเรียนฝึกเขียนสระ เ-า โดยใช้นิ้วมือจุ่มสีเขียนบนกระดาษ และเขียนให้เป็นรูปต่างๆ ตามใจ
ชอบ ครดู ูแลให้นกั เรียนเขยี นตามวิธีท่ถี กู ต้อง
ขัน้ สรปุ
8. ให้นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังนี้
๏ สระ เ-า เริม่ เขียนจาก เ- ไวข้ า้ งหนา้ พยญั ชนะตน้ แล้วจงึ เขยี น -า ไวข้ ้างหลังพยญั ชนะตน้
9. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ นกั เรยี นจะเปรียบเทียบสระ เ-า กบั อะไรเพ่อื ช่วยในการจำ
60
ช่วั โมงที่ 44
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ครตู ดิ แผนภูมบิ ทรอ้ ยกรองบนกระดาน แล้วอ่านให้นกั เรยี นฟงั ดงั นี้
ปา้ เพราตื่นแตเ่ ช้า พบเจา้ เตา่ อยูข่ า้ งเสา
เจ้าด่างวิ่งไล่เห่า เตา่ หลบเข้าข้างเตาไฟ
ขน้ั สอน
2. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกคำที่ประสมดว้ ยสระ เ-า จากบทรอ้ ยกรอง
3. ให้นักเรียนฝึกออกเสียง เอา ตามครู แล้วฝึกออกเสียงด้วยตนเอง จากน้ันให้นักเรียนลองลากเสียง
เอา ให้ยาว จะเห็นวา่ เสยี งเปลยี่ นไป แสดงวา่ สระ เ-า เป็นสระเสียงสน้ั
4. ให้นักเรียนฝึกออกเสียงคำท่ีประสมด้วยสระ เ-า จากบทรอ้ ยกรองตามครู ได้แก่ เพรา เช้า เจ้า เต่า
เสา เห่า เขา้ เตา
5. ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั จำแนกสว่ นประกอบของคำ จะเหน็ วา่ คำทปี่ ระสมด้วยสระ เ-า ไม่มีตัวสะกด
6. ให้นักเรียนเล่นเกม อ่านคำกับพ่ีเต่า โดยให้นักเรียนจับไม้ไอศกรีมได้เลขที่ใด ให้นักเรียนออกมา
หยบิ บัตรคำในกล่องซึ่งเป็นรูปเต่าตัวใหญ่ อ่านออกเสียงให้เพื่อนฟงั แล้วนำไปติดบนกระดานตามช่องที่ครูแบ่ง
ไว้ คือคำท่ีประสมดว้ ยสระ เ-า และคำท่ปี ระสมดว้ ยสระอน่ื ทกุ คนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
บัตรคำทค่ี รเู ตรยี มไว้ เช่น
เดา ดาว เรา เขา แพง
เท เหงา ตำ เก่า เฝา้
เทา เบา เม หาว เผา
7. ให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงคำท่ีประสมด้วยสระ เ-า ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่าน
ออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เร่ือง การอ่านออกเสียงคำที่ประสมดว้ ยสระ เ-า)
ขั้นสรปุ
8. ใหน้ กั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ สระ เ-า มีเสยี งสน้ั ทำให้คำทปี่ ระสมด้วยสระ เ-า ออกเสยี งสั้นดว้ ย
9. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ ถา้ ลากเสียงคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ เ-า ใหม้ เี สยี งยาว อะไรจะเกิดข้ึน
ชวั่ โมงที่ 45
ข้ันนำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ นักเรยี นต้องฝกึ ลากเส้นแบบใดบา้ ง จงึ จะเขยี นสระ เ-า ได้สวยงาม
ขน้ั สอน
2. ใหน้ กั เรยี นทายปริศนาต่อไปน้ี ครูเขยี นคำตอบทถี่ ูกตอ้ งบนกระดาน
ส่ีตีนเดนิ มา หลงั คามงุ กระเบ้อื ง (เต่า)
3. ให้นักเรียนช่วยกันคิดว่า รู้จักสตั ว์ชนิดใดอกี บ้างท่ีประสมด้วยสระ เ-า ครูเขียนชื่อสัตว์บนกระดาน
(ไดโนเสาร์)
61
4. ครูแจกกระดาษให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น เลือกวาดภาพเต่าหรือไดโนเสาร์คนละ 1 ชนิด ระบายสี
ภาพ และเขียนช่ือสัตว์นั้นใต้ภาพหรือบนภาพก่ีคำก็ได้ด้วยลายมือที่สวยงาม ครูนำผลงานนักเรียนไปจัดแสดง
บนปา้ ยนเิ ทศ
5. ใหน้ ักเรยี นทำกจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะการเรยี นรโู้ ดยเตมิ สระ เ-า ใหเ้ ปน็ คำที่ถกู ตอ้ ง แลว้ ฝกึ อ่านคำ
6. ให้นักเรยี นทำใบงานเรือ่ ง การคัดลายมือคำท่ีประสมด้วยสระ เ-า ครูตรวจสอบผลงานของนักเรียน
เป็นรายบคุ คล
ขน้ั สรุป
7. ใหน้ กั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรูเ้ กี่ยวกับการคัดลายมือ ดงั นี้
๏ การเขยี นสระ เ-า ให้สวยงาม ต้องฝกึ เขียน เ- กบั -า ใหค้ ล่องแคล่ว
ช่ัวโมงท่ี 46
ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ให้นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
๏ เมือ่ นกั เรียนกนิ มะนาว ร้สู กึ อยา่ งไร (เปรี้ยว)
๏ เม่ือมองออกไปนอกหนา้ ต่าง เห็นต้นไม้สอี ะไร (เขยี ว)
ขั้นสอน
2. ครูติดบตั รคำบนกระดาน ใหน้ ักเรียนสงั เกตว่า 2 คำน้ีประสมด้วยสระอะไร (สระ เ - ย)
3. ใหน้ กั เรียนฟงั นิทานเร่อื ง ไก่แจ้กับเหยยี่ ว เพื่อจบั ใจความ แลว้ ร่วมกันสนทนาเกย่ี วกบั เนื้อเร่อื ง
ไก่แจ้สองตัวตีกันเพื่อแย่งท่ีหากิน ไก่แจ้ตัวที่แพ้หนีเข้าไปซ่อนในยุ้งข้าว ไก่แจ้ตัวที่ชนะ
บินข้ึนไปโกง่ คอขันอยู่บนกำแพงด้วยความลำพองใจ เหย่ยี วตัวหนึง่ กำลังบินหาเหย่ือเห็นไก่
แจต้ ัวที่ชนะจึงโฉบคาบไป
4. ครูเขยี นคำทีป่ ระสมด้วยสระ เ- ีย จากเร่ือง ไก่แจก้ บั เหย่ยี ว บนกระดาน ให้นักเรียนสงั เกตและ
อ่านออกเสยี งคำตามครู
5. ให้นกั เรียนออกเสียง เอีย ตามครู แลว้ ฝึกออกเสยี งด้วยตนเอง จะเห็นวา่ สระ เ - ย ออกเสียงได้ยาว
6. ใหน้ ักเรียนออกเสียงคำว่า เปร้ยี ว เขียว อกี ครัง้ จะเหน็ ว่าสระ เ - ย ทำให้คำออกเสยี งยาวได้ดว้ ย
7. ใหน้ กั เรียนฝกึ อ่านสะกดคำจากบัตรคำตามครู ได้แก่ เปยี เตีย้ เตียง เพลยี เหยยี่ ว เปลี่ยน
8. ให้นกั เรียนอา่ นออกเสียงคำทป่ี ระสมดว้ ยสระ เ - ย ในชวี ติ ประจำวันตามครู 1 รอบ แลว้ ฝกึ
อ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวชี้วัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรื่อง การอ่านออกเสยี งคำทปี่ ระสมด้วยสระ เ - ย)
9. ให้นักเรียนประกวดอ่านออกเสียง โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม (หรือจะแบ่งตามแถวท่ีน่ังก็ได้) ครูแจก
ชุดคำให้แต่ละกลุ่มตามที่จับฉลากได้ แต่ละกลุ่มจะได้ชุดคำแตกต่างกัน นักเรียนทุกคนจะได้รับชุดคำตามกลุ่ม
ของตนเอง ใหเ้ วลานกั เรยี นไดฝ้ กึ อา่ น 1 รอบ จากนนั้ ใหย้ ืนขึ้นอา่ นทลี ะกล่มุ
กลุม่ ที่ 1 กล่มุ ที่ 2 กลมุ่ ที่ 3 กลุ่มที่ 4 กลมุ่ ที่ 5
เสีย เตีย เขียว เปียก เพยี ง
เสียง เขียน เบียด เงียบ เถียง
เหยียด เปรียบ เปล่ียน เกลยี้ ง เปรียว
62
11. ให้นักเรียนทุกคนร่วมกันตัดสินการประกวด โดยทีมท่ีชนะจะต้องออกเสียงได้ถูกต้อง ชัดเจน
และพรอ้ มเพรยี งกนั
ขั้นสรปุ
11. ใหน้ ักเรยี นและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดงั นี้
๏ สระ เ - ย มเี สยี งยาว ทำใหค้ ำท่ปี ระสมดว้ ยสระ เ - ย ออกเสียงยาวด้วย
12. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้
๏ ถ้าอา่ นคำท่ีประสมดว้ ยสระ เ - ย โดยออกเสียงให้ยาวมาก ๆ จะดีหรือไม่ เพราะอะไร
ชว่ั โมงท่ี 47
ข้นั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังนี้
๏ ถา้ จะเขียนสระ เ - ย ใหส้ วยงาม ควรฝึกลากเสน้ แบบใดบา้ ง
ขัน้ สอน
2. ครูตดิ แผนภมู เิ พลง ผมเปยี บนกระดาน ใหน้ กั เรียนร้องเพลงตามครู
เพลง ผมเปีย
ผมเปียมาเลยี ใบตอง
พระตีกลอง ตะลมุ่ ตุม้ โมง
3. ให้นักเรียนสังเกตคำว่า เปีย เลีย จากเน้ือเพลงว่ามีส่วนประกอบใดเหมือนกัน และเขียนอยู่ใน
ตำแหนง่ ใดของพยัญชนะต้น (สระ เ - ย)
4. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ เ - ย บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกต แล้วช่วยกันอธิบาย
วธิ ีการเขียน
5. ครเู ขยี นสระ เ - ย บนกระดานช้า ๆ ให้นักเรียนดูเปน็ ตวั อย่าง แล้วฝกึ เขยี นโดยใชน้ ้วิ ชี้เขียนบนโตะ๊
6. ให้นักเรียนออกมาฝึกเขียนสระ เ - ย ทีละคน โดยครูจะเป็นผู้จับฉลากเลขที่ในกล่อง ในระหว่างท่ี
ครูจับฉลากใหน้ ักเรียนทกุ คนชว่ ยกันร้องเพลงเพ่อื ความสนกุ สนาน ดังน้ี
ผมเปียมาเลียใบตอง พระตีกลอง ตะลมุ่ ตมุ้ โมง
นกั เรยี นมาเขียนสระเอยี (ซำ้ ) เพือ่ น ๆ ชว่ ยเชียรเ์ ลขที่…
7. ให้นักเรียนที่ถูกเรียกออกมาเลือกบัตรพยัญชนะ 1 ใบ นำไปติดบนกระดาน แล้วเขียนสระ เ - ย
ใหถ้ กู ต้อง เชน่ เดยี เสีย เรยี ทุกคนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
8. ครูนำพยัญชนะไปติดท้ายคำของนักเรียนเป็นตัวอย่าง เช่น เดียว เสียง เรียก ให้นักเรียนอ่านออก
เสียงตามครู แล้วสังเกตว่าพยัญชนะทต่ี ามหลัง ย เรยี กว่า ตัวสะกด
9. ให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง การคัดลายมือคำที่ประสมด้วยสระ เ - ย ครูตรวจสอบผลงานของ
นกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล
ข้ันสรุป
10. ให้นักเรยี นและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้เก่ียวกับการคัดลายมอื ดังน้ี
๏ การเขยี นคำต้องเขียนให้ถูกตอ้ งและสวยงาม
63
ช่วั โมงที่ 48
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ คำทปี่ ระสมดว้ ยสระ เ - ย ตอ้ งมสี ว่ นประกอบใดบ้าง จงึ จะมีความหมาย
ขน้ั สอน
2. ใหน้ กั เรียนสงั เกตบตั รคำบนกระดาน แลว้ อา่ นออกเสยี งตามครู
เสีย เปียก เอียง เลีย
3. ให้นักเรยี นช่วยกันจดั คำทั้ง คำน้ใี ห้เป็น 2 กลุม่ แลว้ อธิบายหลกั เกณฑใ์ นการพจิ ารณา
ครูช่วยแนะนำให้นกั เรียนสงั เกตจากส่วนประกอบของคำ ซ่ึงจัดได้ดังนี้
คำที่ไมม่ ตี วั สะกด คำทมี่ ตี วั สะกด
เสีย เปยี ก
เลีย เอียง
4. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม แข่งขันประสมคำ เมื่อครูจับฉลากได้กลุ่มใด กลุ่มนั้นจะได้โยนลูกเต๋า
กระดาษ 1 คร้ัง (ลูกเต๋าที่ครูประดิษฐ์เองจะมีเฉพาะ 2 แต้ม กับ 3 แต้ม) จากน้ันสมาชิกทุกคนต้องช่วยกัน
นำพยัญชนะต้นมาประสมกับสระ เ - ย ให้ได้จำนวนคำตามแต้มของลูกเต๋าท่ีโยนได้ (คำที่ประสมในรอบน้ี
อาจจะไม่มีความหมายก็ได้) แล้วช่วยกันเขียนคำนั้นตัวใหญ่ๆ ลงในกระดาษที่ครูแจกให้ ครูช่วยนำไปติดบน
กระดาน ถ้าถูกต้องจะได้คะแนนตามจำนวนแตม้ ในลูกเตา๋ จากนั้นครูจับฉลากกลุ่มต่อไปจนครบทุกกลุ่ม ซงึ่ คำ
ของแตล่ ะกล่มุ จะต้องไมซ่ ้ำกัน
5. ให้นักเรียนเริ่มการแข่งขันรอบที่ 2 ซึ่งในรอบน้ีนักเรียนจะต้องเลือกคำจากบัตรคำบนกระดานมา
เติมตวั สะกดหรอื วรรณยุกต์ใหค้ ำมีความหมายโดยใชก้ ติกาอน่ื ๆ เหมือนรอบแรก เมอ่ื จบการแขง่ ขนั นับคะแนน
กล่มุ ใดไดค้ ะแนนมากท่ีสุดเปน็ ฝา่ ยชนะ
6. ให้นักเรียนชว่ ยกันอธิบายความหมายของคำท่ไี ด้จากการแข่งขนั ครูชว่ ยอธบิ ายเพิม่ เตมิ
7. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเติมตัวสะกดให้คำมีความหมาย แล้วช่วยกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง
ขั้นสรปุ
8. ให้นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ คำทป่ี ระสมดว้ ยสระ เ - ย มีท้ังคำที่มีตวั สะกดและไมม่ ีตัวสะกด
ช่วั โมงท่ี 49
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
1. ใหน้ ักเรียนฟังนทิ านเรื่อง พอ่ คา้ เกลือกบั โคตา่ ง เพอื่ จับใจความ แลว้ รว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั
เนื้อเร่อื ง
พอ่ คา้ จูงโคบรรทุกเกลือไปขาย ขณะเดินผ่านลำธาร โคพลดั ตกลงไปในแอ่งนำ้
พอ่ ค้าต้องใชเ้ วลานานกวา่ จะช่วยโคขึน้ มาได้ เกลือกล็ ะลายหมด ทำใหโ้ คร้สู ึกสบาย
ไม่ต้องแบกของหนัก ต่อมาทุกครง้ั ท่ีโคแบกเกลอื ผา่ นแอ่งน้ำ มนั จะแกล้งลงนอนแช่น้ำ
ปล่อยใหเ้ กลือละลาย พ่อคา้ ร้วู ่าโคแกลง้ คร้ังต่อมาจึงให้โคบรรทกุ นุน่ เม่อื ถงึ แอ่งนำ้ โค
แกลง้ นอนแชน่ ำ้ ไมช่ า้ นนุ่ เปียกนำ้ เรมิ่ มนี ้ำหนักมากขึ้น โคต้องทำงานหนัก ตั้งแต่น้นั มา
มนั ไม่กลา้ นอนแชน่ ้ำอกี เลย (โคต่าง คือ วัวท่ีใช้บรรทุกสงิ่ ของซึง่ ใสภ่ าชนะห้อยลงมาทั้ง ๒
ข้าง มีคานพาดบนหลงั )
64
ขน้ั สอน
2. ครูเขยี นคำที่ประสมด้วยสระ เ - อ จากเรื่อง พ่อค้าเกลือกับโคต่าง บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกต
และอา่ นออกเสยี งคำตามครู
3. ใหน้ ักเรียนสังเกตการออกเสียงของคำ แล้วพิจารณาวา่ สระ เ - ือ มเี สียงสั้นหรอื เสยี งยาว
4. ให้นักเรียนออกเสียง เอือ ตามครู แล้วฝึกออกเสียงด้วยตนเอง จากน้ันลองลากเสียง เอือ ยาวๆ
จะพบว่าสระ เ - ือ เป็นสระท่ีเสยี งยาว
5. ใหน้ ักเรียนฝกึ อา่ นสะกดคำทีป่ ระสมด้วยสระ เ - ือ ตามครูจากบัตรคำต่อไปนี้ เจอื เชื้อ เผอื ก เกลือ
เหยื่อ เหลอื ง
6. ให้นักเรียนเล่นเกม ปิงปองเลือกคู่ โดยให้อาสาสมัครออกมาจับลูกปิงปองครั้งละ 2 คน
จับลูกปิงปอง คนละ 1 ลูก ได้เลขท่ีใด นักเรียนที่มีเลขท่ีนั้นท้ัง 2 คน ออกมาเลือกบัตรคำ 1 ใบ ท่ีครูติดไว้บน
กระดาน โดยพลกิ คำไวด้ ้านหลัง แลว้ อ่านออกเสยี งคำพร้อมกนั ทกุ คนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
ตวั อยา่ งบัตรคำทคี่ รูเตรยี มไว้
เนอื้ เบื่อ เผื่อ เมื่อ เรอื
เสอื เส่ือ เหนือ เหลือ เหงอื่
เพื่อน เรอื่ ง เลอื ก เดือด เดอื น
เหมอื น เปลือง เคร่ือง เหลอื ง เกลอ่ื น
7. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำท่ีประสมด้วยสระ เ - อื ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่าน
ออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรือ่ ง การอ่านออกเสียงคำทปี่ ระสมด้วยสระ เ- อื )
ข้นั สรปุ
8. ให้นักเรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ สระ เ - อื มเี สยี งยาว ทำให้คำท่ีประสมดว้ ยสระ เ - อื ออกเสยี งยาวด้วย
9. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ คำท่ปี ระสมดว้ ยสระเสยี งยาวตอ้ งออกเสียงยาวแคไ่ หน
ช่ัวโมงที่ 50
ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรยี น
1. ให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดังนี้
๏ เสน้ ตรง เส้นโคง้ และวงกลม มคี วามสำคญั กบั การเขียนสระ เ- ือ อยา่ งไร
ขั้นสอน
2. ครูนำภาพท่ีมีกระดาษปิดภาพไว้เป็นส่วน ๆ ติดบนกระดานทีละภาพ โดยเปิดกระดาษให้นักเรียน
เหน็ ภาพบางส่วน แล้วชว่ ยกันทายว่าเปน็ ภาพอะไร นกั เรยี นสามารถตง้ั คำถามครูไดแ้ ต่ครูจะตอบเพยี ง ใช่ หรือ
ไม่ใช่ เท่านั้น ถ้าครูตอบว่าใช่ นักเรียนจะได้เลือกเปิดภาพอีก 1 ส่วน เม่ือตอบถูกครูติดบัตรคำบนกระดาน
(เรือ เผือก)
3. ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกบั การน่ังเรือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซ่ึงกันและกัน จากน้ันครูให้
ขอ้ คิดและวธิ ปี ฏบิ ัตเิ กย่ี วกับการเดนิ ทางทางเรือท่ีปลอดภยั
4. ให้นักเรียนช่วยกันบอกประเภทของเรือที่รู้จัก เช่น เรือโดยสาร เรือหางยาว เรือใบ เรือยาว
เรอื กรรเชียง เรอื พาย
65
5. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำจากบัตรคำบนกระดานตามครู แล้วสังเกตว่าท้ัง 2 คำ มีส่วนประกอบ
ใดเหมอื นกัน (สระ เ- อื )
6. ให้นักเรียนช่วยกันจำแนกส่วนประกอบของคำ จะเห็นว่าสระ เ - ือ เขียนไว้ข้างหน้า ข้างบน และ
ขา้ งหลังพยัญชนะตน้ พยัญชนะท่ีตามหลงั อ เรียกวา่ ตัวสะกด
7. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ เ- ือ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตแล้วช่วยกันอธิบาย
วธิ กี ารเขียน
8. ครเู ขียนสระ เ- อื บนกระดานช้า ๆ ให้นักเรยี นดูเป็นตัวอยา่ ง แลว้ ฝกึ เขยี นโดยใช้นิว้ ชเ้ี ขียนบนโต๊ะ
9. ให้นักเรียนเล่นเกม แจวเรือ โดยครูจะร้องเพลงและเรียกช่ือนักเรียนทีละคนใครถูกเชิญจะต้อง
ออกมาหยิบบัตรพยัญชนะ 1 ใบ ติดบนกระดาน แล้วเขียนสระ เ - ือ ให้ถูกต้องในระหว่างดำเนินกิจกรรม
เม่อื นกั เรียนรอ้ งเพลงได้แลว้ ให้ช่วยกนั รอ้ งจะยง่ิ เพิ่มความสนกุ สนาน เนือ้ เพลงมีดงั น้ี
แจวมาแจวจ้ำจกึ น้ำนิง่ ไหลลึกนกึ ถงึ คนแจว
แจวเรอื จะไป_________ ขอเชิญ_______ลุกขนึ้ มาแจว
(ช่องว่างท่ีเว้นไว้ ให้ครแู ต่งเนื้อเพลงให้คล้องจองกับช่ือของนักเรียนแต่ละคน เช่น แจวเรือจะไปดูหนัง ขอเชิญ
น้ององั ลุกข้ึนมาแจว)
10. ให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง การคัดลายมือคำท่ีประสมด้วยสระ เ- อื ครูตรวจสอบผลงานของ
นักเรียนเปน็ รายบุคคล
ขั้นสรปุ
11. ให้นักเรียนและครรู ่วมกันสรปุ ความรเู้ กีย่ วกับการคัดลายมือ ดงั นี้
๏ การฝึกคัดลายมือเปน็ ประจำ ทำให้เขยี นคำไดค้ ล่องแคล่วและสวยงาม
ชัว่ โมงที่ 51
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังนี้
๏ ส่วนประกอบของคำทำให้ความหมายของคำเปลีย่ นแปลงได้หรือไม่
ข้ันสอน
2. ครูติดบัตรคำ เพือ บนกระดาน ให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามครู แล้วร่วมกันแลกเปลี่ยน
ความคดิ เหน็ วา่ คำน้ีมคี วามหมายหรอื ไม่ (ไม่ม)ี
3. ครูนำบัตรวรรณยุกต์ -่ ติดไว้บนคำ ให้เป็นคำว่า เพื่อ ให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน
แล้วรว่ มกันอธิบายความหมายตามความเข้าใจ
4. ครูนำบัตรพยัญชนะ น ติดเพ่ิมท้ายคำ ให้เป็นคำว่า เพ่ือน ให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน
แลว้ ร่วมกนั อธิบายความหมาย
5. ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับสว่ นประกอบของคำทั้ง 3 คำ ไดแ้ ก่คำว่า เพือ เพื่อ เพ่ือน ซึง่ ทำ
ใหเ้ กิดคำที่มีความหมายแตกตา่ งกนั
6. ให้นักเรียนแข่งขันประสมคำ โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม ครูติดบัตรวรรณยุกต์และบัตรพยัญชนะบน
กระดานดังน้ี -่ -้ ก ด บ น ม ง ย แล้วแจกกระดาษที่ตัดเป็นแผ่นขนาดเท่ากับบัตรคำพร้อมด้วยปากกาเคมี
กลุ่มละ 1 ชุด เม่ือเร่ิมการแข่งขัน ครูนำบัตรคำท่ีเตรียมไว้ติดบนกระดานทีละคำ สมาชิกของแต่ละกลุ่มต้อง
ช่วยกันนำตัวอักษรท่อี ยบู่ นกระดานมาประสมกับคำในบัตรคำใหม้ ีความหมาย แล้วเขียนลงในกระดาษ ภายใน
66
เวลา 2 นาที เม่ือครูให้สัญญาณหมดเวลา ทุกกลุ่มชูบัตรคำขึ้น กลุ่มใดประสมคำท่ีมีความหมายและเขียน
ถกู ต้อง จะได้คำละ 1 คะแนน ครใู ห้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และช่วยกันอธิบายความหมาย
ของคำด้วย เม่อื ตรวจสอบครบทกุ กลุ่ม ครูจงึ ติดบตั รคำใบตอ่ ไป
บตั รคำทคี่ รูเตรยี มไว้ เช่น
เลือ เชอื เรอื เดือ เหลอื เปลอื
7. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยอ่านปริศนาคำทาย แล้วเขียนคำตอบ จากนั้น
รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
ขัน้ สรุป
8. ให้นักเรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ คำแต่ละคำอาจมีสว่ นประกอบแตกต่างกัน แตท่ ุกคำต้องมีความหมาย
ชั่วโมงท่ี 52
ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ใหน้ กั เรยี นฟังนิทานเรอ่ื ง คนเลีย้ งวัวกบั วัวหาย เพ่ือจบั ใจความ แล้วร่วมกนั สนทนาเกีย่ วกับ
เน้ือเรือ่ ง
ชายคนหนึ่งเลี้ยงวัวไว้หลายตัว วันหน่ึงเขานำฝูงวัวไปกินหญ้าท่ีทุ่งนา ลูกวัวตัวหนึ่งเห็น
หญา้ มนี อ้ ย มนั อยากกนิ หญา้ อ่อนอ่อน มนั จงึ เดนิ หนจี ากฝูงไปทที่ ุง่ หญ้าชายปา่
ขณะท่ีลูกวัวกำลังกินหญ้าอย่างเพลิดเพลิน มีสิงโตตัวหนึ่งเดินผ่านมา มันตรงรี่เข้ามา
ตะครบุ ลกู วัวและกัดจนตาย มนั คาบลกู วัวไปทถี่ ำ้ เชิงเขา
ตอนเย็นคนเลี้ยงวัวเดนิ ตามหาลกู ววั ที่หายไป เขาเดินมาถึงหน้าถ้ำ พบสิงโตนอนหลบั อยู่
ข้างกระดกู ของลกู ววั ตัวน้นั
ขน้ั สอน
2. ครูติดภาพวัวกับภาพดอกบัวบนกระดานทีละภาพ ให้นักเรียนบอกว่าเป็นภาพอะไรแล้วครูจึงติด
บัตรคำใตภ้ าพ
3. ให้นกั เรยี นสงั เกตคำทัง้ 2 คำ ว่ามีส่วนประกอบใดเหมือนกัน (สระ -วั )
4. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ - ั ว บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตแล้วช่วยกันอธิบาย
วธิ กี ารเขยี น
5. ครเู ขียนสระ -ัว บนกระดานชา้ ๆ ใหน้ ักเรยี นดูเป็นตัวอย่าง แล้วฝกึ เขยี นโดยใชน้ ิว้ ชเี้ ขียนบนโตะ๊
6. ให้นักเรียนสังเกตตำแหน่งของสระ -วั จากบัตรคำอีกครั้ง จะพบว่า -ั อยู่ข้างบนพยัญชนะต้น
สว่ น -ว อยูข่ า้ งหลงั พยัญชนะตน้
7. ครูติดบัตรคำ คำว่า บวก บนกระดาน ใหน้ ักเรียนอา่ นออกเสียงตามครู แล้วเปรียบเทยี บ
รูปสระ -วั ของคำว่า บัว กบั บวก นักเรยี นจะเห็นว่า ถา้ คำท่ีประสมด้วยสระ -ัว มีตัวสะกด สระ -วั จะใชร้ ูป
- ว เขยี นไว้ขา้ งหลังพยัญชนะต้นและตามด้วยตัวสะกด
8. ให้นักเรียนเล่นเกม สระอัวตัวดี โดยคร้ังแรกครจู ะเป็นผู้จับลกู ปิงปองทีอ่ ยู่ในกล่อง ไดล้ ูกปิงปองทีม่ ี
เลขท่ีใด นักเรียนเลขท่ีน้นั จะต้องออกมาเลือกบัตรคำตัวหนอน 1 ใบ ซึ่งเจาะช่องไว้สำหรับให้นักเรียนเติมสระ
-วั ท้ังที่มีตวั สะกดและไม่มีตัวสะกด ในขณะท่ีนกั เรียนเขียนให้ทุกคนชว่ ยกันสงั เกตวิธกี ารเขียนและตำแหน่งว่า
67
ถูกต้องหรือไม่ เมื่อเขียนเสร็จครูช่วยแนะนำและชมเชยตามความเหมาะสม แล้วให้นักเรียนจับลูกปิงปองเพ่ือ
หาเพือ่ นที่จะออกมาเขยี นคนต่อไป
ขั้นสรปุ
9. ให้นักเรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ -ัว เริ่มเขียนจาก -ั ไว้ข้างบนพยัญ ชนะต้น และ -ว ไว้ข้างหลังพยัญ ชนะต้น
คำสระ -ัว ทม่ี ีตวั สะกดจะใช้รปู -ว เขยี นไวข้ ้างหลงั พยัญชนะตน้
10. ใหน้ กั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ นกั เรยี นมีวิธีช่วยจำรูปสระ -วั ท่ไี ม่มีตัวสะกดกับรปู สระ -ัว ทมี่ ีตวั สะกดอยา่ งไร
ช่ัวโมงที่ 53
ข้ันนำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ให้นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดงั นี้
๏ รูปสระ -วั กับ -ว มเี สียงเหมอื นกันหรอื ไม่
ขน้ั สอน
2. ครตู ดิ บตั รคำเป็น 2 กลมุ่ ให้นกั เรียนอ่านออกเสยี งตามครู เพือ่ เปรยี บเทยี บเสยี งของสระ -วั
จากคำท่ีไมม่ ตี วั สะกดและคำทมี่ ีตวั สะกดดงั น้ี
มัว มวย
ทวั่ ท่วม
รวั รวง
นักเรียนจะเขา้ ใจวา่ คำทป่ี ระสมดว้ ยสระ -ัว แมจ้ ะใช้รูปสระต่างกนั แต่มเี สียงสระเหมือนกัน
3. ให้นกั เรยี นออกเสียง อัว ตามครู แลว้ ลองออกเสียงดว้ ยตนเอง ลองลากเสียงให้ยาว จะพบว่า
สระ -ัว เปน็ สระเสียงยาว ทำใหค้ ำทปี่ ระสมด้วยสระ -ัว ออกเสียงไดย้ าว
4. ครูติดบตั รคำ คำว่า หวาน กบั หว่ ง ให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามครูแลว้ สังเกตวา่ ว ในคำทงั้ 2 คำ
แตกตา่ งกันอย่างไร
5. ให้นักเรียนจำแนกส่วนประกอบของคำจะพบว่า ว ของคำว่า หวาน เป็นพยัญชนะต้นคู่กับ ห
ส่วน ว ของคำว่า หว่ ง เปน็ รปู สระ -ว
6. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่าการจำแนกส่วนประกอบของคำ จะทำให้นักเรียนรู้ว่า ว ตัวใดเป็น
พยัญชนะต้นหรือสระ
7. ให้นกั เรยี นฝึกอา่ นสะกดคำตามครูจากบัตรคำทต่ี ิดบนกระดาน ดังนี้
ววั ชัว่ ครวั สวน กลวง หมวย
8. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำท่ีประสมด้วยสระ -วั ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่าน
ด้วยตนเอง (ให้ครูประเมนิ ผลตัวช้ีวัด โดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics) เรื่อง การอ่านออก
เสียงคำทป่ี ระสมดว้ ยสระ -วั )
ขน้ั สรปุ
9. ใหน้ ักเรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ สระ -วั มีเสยี งยาว ทำใหค้ ำทปี่ ระสมด้วยสระ -วั ออกเสียงยาวด้วย
68
ชว่ั โมงท่ี 54
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครตู ิดบตั รตวั อักษรใหป้ ระสมเปน็ คำวา่ สัว ให้นกั เรียนช่วยกันระดมความคิดว่าจะหาตวั อักษรใดมา
เติมให้เป็นคำท่ีมีความหมายได้บ้าง (เม่ือนักเรียนบอกให้เติมตัวสะกดตัวใดก็ตาม ในครั้งแรกให้ครูถามว่าต้อง
นำ -ั ออกหรอื ไม่ ครูจึงนำบตั ร -ั ออกแลว้ นำบัตรพยัญชนะตอ่ ทา้ ยให้เปน็ ตวั สะกด)
คำที่จะประสมไดจ้ าก สัว เชน่ สวน สว่ น สวย สวด สวม สว้ ม
ขั้นสอน
2. ให้นักเรียนเล่นเกม ลมเพลมพัด โดยครูแจกบัตรตัวอักษรให้นักเรียนคนละ 1 ใบ แล้วอธิบาย
ข้อตกลงให้นักเรียนฟังว่า บัตรตัวอักษรจะมี 4 แบบ คือ
บตั รรปู วงกลม ใหเ้ ป็น พยัญชนะต้น
บัตรรูปส่ีเหลยี่ ม ใหเ้ ป็น สระ
บัตรรูปวงรี ใหเ้ ป็น ตัวสะกด
บตั รรปู สามเหลี่ยม ให้เป็น วรรณยกุ ต์
3. เมอื่ เรมิ่ เล่นเกมก่อนทคี่ รจู ะออกคำสั่ง ทกุ คนจะร่วมกนั ร้องเพลง ลมเพลมพัด ดังนี้
ลมเพลมพัด โบกสะบัดพัดมาไวไว
ลมเอยลมพดั อะไร (ซำ้ ) ฉนั จะบอกให้...
ครูจะเป็นผู้บอกว่าลมจะพัดอะไร นักเรียนที่ถือบัตรท่ีถูกลมพัดจะต้องออกมาหน้าห้องและชูบัตรของตนเอง
ถา้ ครบู อกให้ประสมคำ นักเรียนก็จะตอ้ งประสมคำตามคำสั่งให้มีความหมาย
คำสั่งทคี่ รเู ตรยี มไว้ เช่น
พัดบัตรท่ีเป็นพยัญชนะต้น
พัดบตั รที่เปน็ สระ
พัดบัตรท่ีเป็นตัวสะกด
พดั บัตรทเ่ี ปน็ วรรณยกุ ต์
พัดพยัญชนะต้นมาพบกับสระ
พัดพยัญชนะตน้ และสระมาพบกบั วรรณยุกต์
พดั พยญั ชนะตน้ และสระมาพบกบั ตวั สะกด
พดั พยญั ชนะต้น สระ และตัวสะกดมาพบกับวรรณยุกต์
4. ครูเขียนคำที่ได้จากการเล่นเกมแต่ละรอบไว้บนกระดาน เมื่อเกมจบให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำ
ตามครู แลว้ รว่ มกันสนทนาเกี่ยวกบั ความหมายของคำ ครชู ว่ ยอธบิ ายเพ่มิ เติม
5. ใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรยี นรู้ โดยเติมตัวสะกดใหค้ ำมีความหมายและเขียน
คำใหมจ่ ากสว่ นประกอบของคำท่กี ำหนดให้ แล้วรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ข้นั สรุป
6. ใหน้ กั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
๏ คำทีป่ ระสมแล้วต้องมคี วามหมายถา้ ไม่มคี วามหมายจะไมจ่ ัดเป็นคำท่ใี ช้ในการสื่อสาร
7. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ ถา้ คำขาดส่วนประกอบใดแลว้ จะเป็นคำไม่ได้เลย
69
ชัว่ โมงที่ 55
ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูทำภาพมะระเป็นจิกซอว์มาติดบนกระดาน โดยติดให้กระจายกนั แลว้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกันตอ่ ภาพ
(นกั เรียนบอกวา่ จะนำภาพสว่ นใดมาตอ่ กัน ครูหยิบมาตอ่ ใหเ้ ปน็ ภาพตามท่นี กั เรยี นบอก)
ขัน้ สอน
2. ใหน้ กั เรยี นสงั เกตภาพและบอกคำ ครูตดิ บัตรคำบนกระดาน (มะระ)
3. ให้นกั เรยี นสงั เกตสว่ นประกอบของคำวา่ มสี ระใดเหมือนกนั (สระ -ะ)
4. ให้นักเรียนฟังนิทานเรื่อง สุนัขจิ้งจอกกับนกกระสา เพื่อจับใจความ แล้วร่วมกันสนทนาเก่ียวกับ
เน้ือเรอ่ื ง
สุนัขจิ้งจอกตัวหน่ึงก้างปลาติดคอ ได้รับความเจ็บปวดมาก นกกระสาผ่านมาพบเข้า
สุนัขจ้ิงจอกจึงขอร้องให้นกกระสาช่วยดึงก้างปลาออกจากคอ โดยสัญญาว่าถ้าช่วยได้
สำเร็จจะให้รางวัล นกกระสาสงสารจึงชว่ ยดึงก้างปลาจนหลดุ จากคอสุนขั จง้ิ จอก
นกกระสาทวงรางวัลจากสนุ ขั จง้ิ จอกไมใ่ หแ้ ถมยงั กลา่ วทวงบุญคุณจากนกกระสาว่า
“ดีแคไ่ หนแล้วทข่ี า้ ไม่งบั เจ้าในขณะท่ีปากของเจา้ อยใู่ นคอของขา้ ”
5. ให้นกั เรียนรว่ มกันสนทนาเก่ยี วกับคนทีม่ ีพระคุณกบั นักเรียน และวธิ ีการตอบแทนพระคุณ
6. ครูเขียนคำท่ีประสมด้วยสระ - ะ จากเร่ือง สุนัขจิ้งจอกกับนกกระสา บนกระดาน ให้นักเรียน
สงั เกตและอ่านออกเสียงคำตามครู
7. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ -ะ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและช่วยกันอธิบาย
วธิ ีการเขยี น
8. ครูเขยี นสระ -ะ บนกระดานช้าๆ ให้นกั เรยี นดูเปน็ ตัวอย่าง แลว้ ฝกึ เขยี นในอากาศ
9. ใหน้ กั เรียนช่วยกันต่อภาพจิกซอว์อีกภาพหน่งึ แล้วบอกวา่ เป็นภาพอะไร (ภาพพัด)
10. ครตู ิดบตั รคำบนกระดาน แลว้ อา่ นสะกดคำให้นกั เรียนฟัง จากนนั้ อธบิ ายว่าคำวา่ พัด ประสมดว้ ย
สระ -ะ เชน่ เดียวกบั มะระ แต่เมือ่ มีตัวสะกดจะใชร้ ปู -ั ซึง่ เรยี กว่า ไม้หันอากาศ
11. ครูแจกกระดาษสำหรับทำฉลากให้นักเรียนคนละ 1 ใบ ให้นักเรียนเลือกเขียน -ะ หรือ -ั ก็ได้
ลงในกระดาษ จากนัน้ ใหน้ ักเรียนม้วนกระดาษใส่ลงในกล่องทค่ี รเู ตรียมไว้ ครูเปน็ ผูเ้ ดินเกบ็ กบั นักเรยี นทกุ คน
12. ครูจับลูกปิงปองท่ีเขียนเลขท่ีของนักเรียนไว้ ได้เลขท่ีใดให้นักเรียนออกมาจับฉลากสระในกล่อง
เมื่อเปิดฉลากดูจะต้องเขียนสระตามในฉลากนั้นบนกระดาน แล้วบอกชื่อสระกับตำแหน่งของสระ เช่น
จับฉลากได้ -ะ เมื่อเขยี นเสร็จให้บอกด้วยวา่ น่คี อื สระอะ เขยี นไวข้ ้างหลังพยัญชนะตน้ ถา้ ได้ -ั ตอ้ งบอกว่านี่
คือ ไม้หนั อากาศ เขยี นไวข้ ้างบนพยัญชนะตน้
13. ครแู ละนักเรียนช่วยกันตรวจสอบการเขยี นและการอธบิ าย
ขน้ั สรปุ
14. ใหน้ ักเรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ สระ -ะ เริ่มเขียนจากหัวตัวอักษรไว้ข้างหลังพยัญชนะต้นของคำท่ีไม่มีตัวสะกด ถ้าคำท่ีมี
ตัวสะกดจะใชร้ ูป -ั เขยี นไวข้ ้างบนพยัญชนะตน้ และตามดว้ ยตวั สะกด
15. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้
๏ นกั เรียนมีวิธีจำรูป -ะ และ -ั อยา่ งไร
70
ชว่ั โมงที่ 56
ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรียน
1. ให้นกั เรียนช่วยกันทายว่าคำต่อไปนค้ี ือคำอะไร
๏ กะอะไร มไี ว้ซกั ผ้า หรือใสส่ ่งิ ต่าง ๆ (กะละมงั )
๏ ปะอะไร อยใู่ นทะเล มีสีสวยงาม (ปะการัง)
๏ สะอะไร เกิดขึ้นเมื่อตกใจ (สะดงุ้ )
ขน้ั สอน
2. ครูติดบัตรคำเฉลยบนกระดาน ให้นักเรียนอ่านออกเสียงพยางค์ท่ีประสมสระ -ะ อีกครั้ง แล้ว
สังเกตว่ามเี สียงสนั้ หรอื เสยี งยาว
3. ให้นักเรียนพิสูจน์คำตอบว่าถูกต้องหรือไม่ ด้วยการออกเสียง อะ ตามครู แล้วฝึกออกเสียงด้วย
ตนเอง จะพบวา่ อะ มเี สยี งสน้ั เพราะไม่สามารถลากเสยี งได้ ถ้าออกเสยี งยาวจะกลายเปน็ อา
4. ใหน้ ักเรยี นฝกึ อา่ นสะกดคำตามครูจากบตั รคำ ได้แก่คำว่า มะระ กระทะ ขนั ฝ่ัง หวัด ครับ
5. ให้นักเรียนเล่นเกมล้างผัก ครูเตรียมบัตรคำที่เป็นรูปผักต่างๆ ใส่ในกะละมัง คว่ำคำไว้ด้านล่าง
จบั ฉลากเลขท่ีให้นักเรียนออกมาทีละคน เลือกบัตรคำแล้วอ่านออกเสยี ง ทุกคนช่วยกันตรวจสอบว่าเพื่อนอ่าน
ถกู ตอ้ งหรอื ไม่ ครูจึงนำบตั รคำตดิ บนกระดาน
บัตรคำที่ครูเตรยี มไว้ เชน่
ฉนั วนั จดั ส่งั ลงั
ถัง กับ นบั สบั ตบั
คนั หั่น ส้ัน รัก ปัก
ขบั น่งั ตง้ั ชง่ั ทัก
ผัก ฟกั มัน วงั อนั
กลบั หวงั ผลกั หวัด ควนั
6. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำที่ประสมด้วยสระ -ะ ตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่านออกเสียงด้วยตนเอง
(ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัด โดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เรื่อง การอ่านออกเสียงคำท่ี
ประสมดว้ ยสระ -ะ)
ขัน้ สรปุ
7. ใหน้ กั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ สระ -ะ มีเสียงส้ัน ทำใหค้ ำทีป่ ระสมด้วยสระ -ะ ออกเสียงส้นั ดว้ ย
8. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ ถา้ นักเรียนออกเสียงคำทป่ี ระสมสระ -ะ ด้วยเสียงยาว คำตา่ ง ๆ จะเปน็ อยา่ งไร
ชว่ั โมงท่ี 57
ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน
1. ให้นักเรียนสำรวจช่ือของตนเองว่ามีพยางค์ท่ีประสมด้วยสระ -ะ หรือไม่ ถ้ามีให้บอกช่ือนั้นกับครู
ครชู ว่ ยเขยี นบนกระดาน
ขน้ั สอน
2. ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั จำแนกสว่ นประกอบของคำทอ่ี ยู่บนกระดาน
3. ให้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ โดยนับเลข 1-5 เรยี งกันไปเรือ่ ย ๆ คนท่ีนับเลขเดียวกนั ให้อยกู่ ล่มุ เดียวกัน
71
4. แตล่ ะกลุ่มเล่นเกม วงเวียนคำ โดยสง่ ตัวแทนออกมาหมนุ วงลอ้ คร้งั ละ 1 คน ไดพ้ ยัญชนะตัวใดที่อยู่
ตรงกับลูกศร นำไปประสมกับสระ -ะ ที่อยู่กลางวงล้อ จากน้ันแต่ละกลุ่มต้องช่วยกันหาตัวสะกดมาประสมให้
เกิดคำท่ีมีความหมาย กลุ่มใดคิดคำได้ให้ตัวแทนยกมือตอบ แล้วช่วยกันสะกดคำให้ครูเขียนบนกระดาน กลุ่ม
ใดคิดคำอ่ืนได้อีกก็ยกมือขึ้นตอบต่อไป กลุ่มที่คิดได้จะได้คำละ 1 คะแนน เมื่อไม่มีกลุ่มใดคิดได้แล้ว ครูช่วย
เพิม่ เตมิ คำท่ีนักเรยี นควรรู้ซงึ่ อยูใ่ นกลุม่ เดยี วกนั แลว้ จงึ หมุนวงล้อครัง้ ตอ่ ไป เช่น
พะ ประสมไดค้ ำวา่ พัก พดั พนั พับ
ตะ ประสมไดค้ ำวา่ ตดั ตกั ตบั ตนั
จะ ประสมได้คำวา่ จดั จบั
5. ใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสียงคำทั้งหมดอกี ครงั้ แลว้ ชว่ ยกันอธิบายความหมายของคำ
ข้ันสรุป
6. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ คำสระ -ะ ทีม่ คี วามหมายสว่ นใหญ่เป็นคำทีม่ ีตวั สะกด
7. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ นกั เรยี นเคยใชค้ ำสระ -ะ ท่ไี ม่มีตวั สะกดคำใดบ้าง
ชั่วโมงที่ 58
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ให้นักเรียนสังเกตภาพท่ีครตู ิดบนกระดานทลี ะภาพแลว้ ตอบคำถาม โดยครใู ชค้ ำถาม ดังนี้
ภาพคนเตะฟุตบอล
๏ คนในภาพกำลังทำอะไร (เตะฟุตบอล)
ภาพเดก็ กำลงั ละเลงสเี ละเทะ
๏ สงิ่ ทอ่ี ยู่ในภาพน้ีมลี ักษณะอย่างไร (เละเทะ)
ขั้นสอน
2. ครูติดบัตรคำท่ีใต้ภาพ ให้นักเรียนสังเกตส่วนประกอบของคำว่ามีส่วนใดเหมือนกัน (สระ เ-ะ)
จากนัน้ สงั เกตตำแหนง่ ของสระ
3. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ เ-ะ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและช่วยกันอธิบาย
วธิ ีการเขียน
4. ครเู ขียนสระ เ-ะ บนกระดานชา้ ๆ ให้นักเรียนดเู ปน็ ตวั อยา่ ง แล้วฝึกเขยี นโดยใชน้ ว้ิ ชเี้ ขยี นบนโต๊ะ
5. ครูนำบตั รคำ คำว่า เต็ม มาติดคูก่ บั คำว่า เตะ ใหน้ กั เรยี นอา่ นสะกดคำตามครทู ลี ะคำ จะเห็นว่า
คำท้ัง 2 คำ ประสมดว้ ยสระเดยี วกนั
6. ให้นักเรียนจำแนกส่วนประกอบของคำ จากนั้นครูอธิบายว่าคำท่ีประสมด้วยสระ เ-ะ ถ้ามีตัวสะกด
จะใช้รูป เ- ็ (- ็ เรียกว่า ไมไ้ ต่ค)ู้
7. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียน เ- ็ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกต แล้วช่วยกันอธิบายวิธีการ
เขยี น
8. ครเู ขียน เ- ็ บนกระดานช้า ๆ ใหน้ ักเรียนดูเปน็ ตัวอยา่ ง แลว้ ฝึกเขยี นโดยใชน้ ้วิ ชี้เขยี นบนโต๊ะ
9. ให้นักเรียนออกมาฝึกเขียน เ-ะ หรือ เ- ็ บนกระดานทีละคน โดยครูจะโยนลูกบอลผ้าให้ ใครได้รับ
จะต้องออกมาเขียนรูปสระรูปใดรูปหน่ึงพร้อมทั้งอธิบายตำแหน่งของสระรูปนั้น ทุกคนช่วยกันตรวจสอบ
ความถกู ต้อง
72
ขน้ั สรปุ
10. ให้นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๏ สระ เ-ะ ของคำท่ีไม่มีตัวสะกดใช้รูป เ-ะ ส่วนคำที่มีตัวสะกดจะใช้รูป เ - ็ ท้ัง 2 รูป ต้องเร่ิม
เขียนจากหัวตัวอกั ษร
11. ให้นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ ถา้ ใชร้ ูป เ-ะ ทัง้ คำทม่ี ตี ัวสะกดและไม่มตี วั สะกด จะดีหรือไม่
ชัว่ โมงที่ 59
ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น
1. ใหน้ ักเรียนฟังนทิ านเรื่อง เด็กจบั ตั๊กแตน เพอ่ื จบั ใจความ แลว้ ร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั เน้ือเรอื่ ง
เด็กซุกซนคนหนง่ึ ชอบจับตัก๊ แตนเลน่ เปน็ ประจำ เชา้ ตรวู่ นั หน่งึ เขาออกไปจบั ต๊ักแตน
จับได้หลายตวั กย็ ังไมย่ อมเลกิ
ขณะนั้นแมงป่องซกุ ตวั อยู่ในกองหนิ ใต้ต้นไม้ใหญ่ เด็กน้อยเดินมาพบแมงป่อง เขาคิดวา่ เป็น
ตัก๊ แตนจึงเออ้ื มมือจะจับแมงป่อง
แมงป่องร้องบอกว่า “หยุดก่อน! เด็กน้อย จงถอยไปอย่ามาถูกตัวฉัน มิฉะน้ันตั๊กแตนท่ีอยู่
ในมอื ของเจา้ ก็ต้องหลน่ หายไปดว้ ย” เดก็ นอ้ ยตกใจไมไ่ ปจับต๊ักแตนอีกเลย
ขนั้ สอน
2. ครูเขยี นคำทปี่ ระสมด้วยสระ เ-ะ จากเรื่อง เด็กจบั ตั๊กแตน บนกระดาน ให้นกั เรยี นสงั เกตและอา่ น
ออกเสยี งคำตามครู
3. ให้นักเรียนออกเสียง เอะ ตามครู แล้วฝึกออกเสียงด้วยตนเอง ลองลากเสียงดูจะพบว่าสระ เ-ะ
เปน็ สระเสียงสน้ั
4. ใหน้ ักเรียนฝกึ อ่านสะกดคำจากบตั รคำตามครู ไดแ้ กค่ ำวา่ เอะ เด็ก เห็น เห็ด
5. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำท่ีประสมด้วยสระ เ-ะ ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่าน
ออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวชี้วัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอื่ ง การอ่านออกเสียงคำท่ปี ระสมด้วยสระ เ-ะ)
6. ให้นักเรียนอ่านคำจากชุดคำเดิมคนละ 1 คำ เรียงต่อกันไปเร่ือยๆ ทุกคนช่วยกันตรวจสอบว่าใคร
อ่านคำผดิ หรอื อ่านผิดคำ
ขั้นสรปุ
7. ให้นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ เ-ะ มเี สียงส้นั ทำให้คำทปี่ ระสมดว้ ยสระ เ-ะ ออกเสยี งส้นั ดว้ ย
8. ใหน้ กั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้
๏ ถา้ นักเรียนอา่ นหนังสอื เก่งจะมีประโยชน์อยา่ งไร
73
ชว่ั โมงที่ 60
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั นี้
๏ คำที่ประสมดว้ ยสระ เ-ะ ตอ้ งมสี ว่ นประกอบใดบ้าง
2. ให้นักเรียนเล่นเกม สามเหล่ียมสามมุม โดยช่วยกันหาพยัญชนะต้นและตัวสะกดมาเติมในช่องเพื่อ
ประสมให้เป็นคำทมี่ คี วามหมาย ครูยกตัวอยา่ งดังน้ี
ชอ่ งมมุ บนสดุ ให้เปน็ เ- ็ ชอ่ งล่างซ้ายมอื ให้เป็นพยญั ชนะต้น
ชอ่ งล่างขวามือใหเ้ ปน็ ตัวสะกด จากน้นั ให้นกั เรยี นอา่ น
สะกดคำ ปอ - เอะ - ดอ - เปด็ ครเู ขียนคำบนกระดาน
ขนั้ สอน
3. ใหน้ ักเรียนแบ่งเปน็ 2 ฝ่าย โดยนับ 1,2 เรยี งตอ่ กันไป คนทนี่ บั เลขเดียวกันจะได้อยู่กล่มุ เดยี วกนั
4. ให้ท้ังสองฝ่ายยืนหันหน้าเข้าหากัน ผลัดกันยกตัวอย่างคำท่ีประสมด้วยสระ เ-ะ คนละ 1 คำ
โดยก่อนยกตัวอย่างคำให้พูดว่า “เอะ เอะ เอ๊ะ” พร้อมท้ังปรบมือ 1 ครั้ง แล้วจึงยกตัวอย่างคำ สลับกัน
ยกตัวอยา่ งฝา่ ยละคน เรียงตามลำดับไป เช่น
ฝา่ ยท่ี 1 ฝา่ ยท่ี 2
คนที่ 1 เอะ เอะ เอ๊ะ เด็ก คนที่ 1 เอะ เอะ เอะ๊ เยน็
คนที่ 2 เอะ เอะ เอ๊ะ เหด็ คนที่ 2 เอะ เอะ เอะ๊ เจบ็
คนที่ยกตัวอย่างคำไม่ได้หรือไม่ถูกต้อง จะต้องออกมายืนตรงกลาง และทำตามที่เพ่ือนๆ ตกลงกัน เช่น
ร้องเพลง เต้น หรอื แสดงทา่ ทางตา่ งๆ ครชู ่วยดูแล และแนะนำให้เหมาะสม
5. ใหน้ ักเรยี นทำกจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะการเรียนรู้ โดยนับจำนวนคำสระ เ-ะ ในประโยคและเตมิ
พยัญชนะต้นใหค้ ำมคี วามหมาย จากนั้นร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขน้ั สรุป
6. ให้นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ คำสระ เ-ะ ทมี่ ีความหมายส่วนใหญ่เป็นคำทมี่ ตี ัวสะกด
ชว่ั โมงที่ 61
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูติดบตั รคำคำว่า แบ๊ะ แบ๊ะ บนกระดาน ให้นักเรียนอ่านออกเสยี งพร้อมกัน แลว้ บอกว่าเปน็ เสยี ง
ร้องของอะไร (แพะ)
ขั้นสอน
2. ให้นักเรียนสังเกตการออกเสยี ง แล้วบอกวา่ เสียงรอ้ งน้ีมเี สียงส้นั หรอื เสียงยาว
3. ให้นักเรียนออกเสียง แอะ ตามครู แล้วฝึกออกเสียงด้วยตนเอง เพื่อพิสูจน์ว่าเสียง แอะ
เป็นเสียงส้ัน
74
4. ให้นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำท่ีประสมด้วยสระ แ-ะ ตามครู จากบัตรคำดังน้ี แกะ แพะ และ แคระ
แข็ง แกรน็
5. ใหน้ กั เรียนฟังนทิ านเร่อื ง ลูกแกะกบั จระเข้ เพื่อจบั ใจความ แล้วร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกับเน้อื เรือ่ ง
ลูกแกะตัวหนึ่งเดินเที่ยวไปในปา่ เม่อื เดินผ่านแมน่ ำ้ มนั รู้สกึ กระหายนำ้ มาก จึงเดนิ ไปทีร่ ิมแมน่ ้ำ
ขณะนั้นมีจระเข้ตัวหนึ่งอยู่ในแม่น้ำ มันเห็นลูกแกะ มันอยากจะกินลูกแกะ จระเข้จึงร้องเชิญชวน
ลูกแกะให้ลงไปในแม่น้ำ ลูกแกะคิดว่าถ้าลงไปในแม่น้ำต้องเป็นเหยื่อของจระเข้แน่มันจึงเดินทาง
ต่อไปโดยไมแ่ วะด่ืมนำ้
6. ให้นกั เรยี นร่วมกนั สนทนาโดยครใู ชค้ ำถามกระตนุ้ ความคิด ดังน้ี
๏ ถา้ มคี นแปลกหน้ามาพูดคุยด้วยหรือให้ขนม นกั เรยี นจะทำอยา่ งไร
7. ให้นักเรียนเล่นเกม นับแกะ ครูนำภาพทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ติดบนกระดานในภาพจะมีบัตรคำ
รูปแกะซ่อนอยู่ หันคำไว้ด้านหลัง นักเรียนต้องช่วยกันค้นหาแกะ ใครหาเจอ ครูให้ออกมาหยิบบัตรคำ
ถ้านักเรียนหยิบไม่ถึงครูเป็นผู้หยิบให้ แล้วนักเรียนอ่านออกเสียงจากบัตรคำนั้น ครูนำบัตรคำติดบนกระดาน
อกี ข้างหน่งึ เป็นแกะตัวที่ 1 ทุกคนร่วมกันตรวจสอบการอา่ นออกเสียงของเพอื่ น แลว้ จงึ หาแกะตัวต่อไป
8. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำที่ประสมด้วยสระ แ-ะ ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่าน
ออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวชี้วัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรื่อง การอา่ นออกเสยี งคำที่ประสมด้วยสระ แ-ะ)
9. ใหน้ กั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังนี้
๏ สระ แ-ะ มีเสียงสนั้ ทำใหค้ ำทปี่ ระสมด้วยสระ แ-ะ ออกเสียงส้ันดว้ ยซ่ึงรูป แ-ะ และรูป แ -็ มี
เสยี ง แอะ เหมอื นกัน
ขนั้ สรปุ
10. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั น้ี
๏ ถ้าออกเสยี งคำท่ีประสมด้วยสระ แ-ะ ใหม้ เี สียงยาว จะทำให้คำเปล่ยี นไปหรอื ไม่
ชว่ั โมงที่ 62
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบของปริศนาคำทายต่อไปนี้ ก่อนที่ครูจะเฉลยคำตอบให้ถาม
นักเรยี นวา่ อะไรทำให้คิดว่าเป็นคำตอบนั้น จากนั้นอาสาสมคั รออกมาเขยี นคำตอบทถ่ี ูกต้องบนกระดาน
ปรศิ นาคำทาย หนา้ ตานา่ รัก
ฉนั มีส่ขี า มกั ทำเส้ือคลุม (แกะ)
คอื สตั ว์สีข่ า
ขนหยิกสวยนัก ร้องวา่ แบ๊ะ แบะ๊ (แพะ)
ตวั ฉันน้ันหรือ คือคนตวั เล็ก
ตัวเล็กเต้ียจงั (แคระ)
นำ้ นมมีค่า สวมใส่ที่เทา้
ตัวฉันน้นั หรอื ยิ่งเกา่ ใสส่ บาย (รองเท้าแตะ)
ผใู้ หญค่ ล้ายเด็ก
ฉันคอื อะไร
เดินเลน่ แสนเบา
75
ขน้ั สอน
2. ให้นักเรียนแบ่งเป็น 2 ฝ่าย เล่นเกม เปิดแซะ...นำโชค ครูนำบัตรคำติดบนกระดานเป็น 2 แถว
แต่ละฝ่ายจะได้เลือกเปดิ บตั รคำฝ่ายละ 1 ครั้ง ครงั้ ละ 2 ใบ จากแถวซ้าย 1 ใบ แถวขวา 1 ใบ ใบใดก็ได้ ถา้ ได้
คำท่ีรวมกันแล้วมีความหมายจะได้แกะเป็นรางวัล 1 ตัว (แกะกระดาษท่ีครูเตรียมไว้) ครูแยกบัตรคำ 2 ใบนั้น
ออกมาติดคู่กัน แล้วให้อีกฝ่ายหนึ่งเลือกเปิดบัตรคำบ้าง ถ้าบตั รคำที่เปิดขน้ึ มารวมกันไม่ได้ความหมาย จะต้อง
ปดิ บัตรคำไวเ้ หมอื นเดิม ฝา่ ยใดไดแ้ กะมากกว่าเปน็ ฝา่ ยชนะ
ตัวอย่างบตั รคำทค่ี รูเตรยี มไว้
3. ใหน้ ักเรียนอ่านออกเสียงคำท้งั หมดพรอ้ มกันอกี ครง้ั แลว้ ร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั ความหมายของคำ
4. ให้นักเรียนทำใบงานที่ 46 เร่ือง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำสระ แ -ะ
จากนั้นรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
5. ให้นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ คำแต่ละคำมคี วามหมายต้องเขียนและอ่านให้ถกู ต้อง
ข้ันสรปุ
6. ให้นักเรียนเขยี นสรุปความรเู้ ร่ือง สระ แ-ะ ลงในแผนภาพความคดิ แล้วรว่ มกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
7. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดงั นี้
๏ ถ้าเพียงแต่ -ะ หายไปจากคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ แ-ะ อะไรจะเกิดข้นึ
ชั่วโมงท่ี 63
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ใหน้ ักเรียนช่วยกันต่อภาพจิกซอว์ทคี่ รูตดิ บนกระดานทีละภาพ ไดแ้ ก่ ภาพแพะ และภาพแกะ
ขน้ั สอน
2. ให้นักเรยี นสงั เกตภาพและบอกว่าเปน็ ภาพอะไร ครูนำบตั รคำตดิ บนกระดาน
3. ให้นักเรียนสังเกตส่วนประกอบท่ีเหมือนกันของคำ คือ สระ แ-ะ และตำแหน่งของสระ แ-ะ
(เขียนไวข้ า้ งหนา้ และขา้ งหลงั พยัญชนะตน้ )
76
4. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ แ-ะ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและช่วยกันอธิบาย
วธิ กี ารเขียน
5. ครเู ขียนสระ แ-ะ บนกระดานช้า ๆ ให้นกั เรียนดเู ปน็ ตัวอย่าง แล้วฝกึ เขยี นโดยใช้นิว้ ช้ีผลดั กันเขียน
บนฝา่ มอื ขา้ งซ้ายของเพอ่ื น
6. ครูติดบัตรคำคำว่า แข็ง บนกระดาน ให้นักเรียนอ่านสะกดคำตามครู แล้วตอบคำถาม โดยครูใช้
คำถาม ดังนี้
๏ คำวา่ แขง็ ประสมดว้ ยสระใด (สระแอะ)
๏ สระแอะของคำนม้ี ีรปู เหมือนกบั สระแอะของคำว่า แพะ แกะ หรอื ไม่
(ไม่เหมอื น)
๏ รปู สระของคำนี้เปน็ อย่างไร (แ- ็)
๏ รูปสระของคำนอ้ี ย่ใู นตำแหนง่ ใด (ข้างหนา้ และข้างบนพยัญชนะตน้ )
7. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียน แ- ็ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตแล้วช่วยกันอธิบายวิธีการ
เขียน
8. ครูเขียน แ- ็ บนกระดานช้าๆ ให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง แล้วฝึกเขียนโดยใช้นิ้วช้ีผลัดกันเขียนบน
ฝ่ามือขา้ งซ้ายของเพื่อน
9. ให้นักเรียนฝึกเขียนสระ แ-ะ โดยออกมาจับลูกปิงปองทีละคน ถ้าได้ลูกปิงปองสีขาว ต้องเขียน
แ-ะ ถ้าได้ลูกปิงปองสีเหลืองต้องเขียน แ-็ บนกระดาน พร้อมทั้งอธิบายตำแหน่งของรูปสระ ทุกคนช่วยกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งทั้งวธิ ีการเขยี นและการบอกตำแหน่ง
10. ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ว่า คำที่ประสมด้วยสระ แ-ะ ท่ีไม่มีตัวสะกดใช้รูป แ-ะ
ถ้ามีตัวสะกดใชร้ ปู แ-็
11. ให้นักเรียนจับคู่ทำใบงานที่ 45 เรื่อง การคัดลายมือคำท่ีประสมด้วยสระ แ-ะ โดยคัดคำ ครั้งที่ 1
ก่อน จากนั้นแลกเปลี่ยนกันตรวจกับคู่ของตนเอง ช่วยกันแนะนำ แล้วจึงเร่ิมคัดคำครั้งท่ี 2 ให้ดีข้ึน สลับกัน
ตรวจสอบอีกคร้ัง ครชู ่วยดูแลนักเรยี นอย่างท่ัวถึง แลว้ นำผลงานมาตรวจสอบเป็นรายบคุ คล
ขนั้ สรุป
12. ใหน้ ักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความร้เู กยี่ วกับการคัดลายมือ ดงั น้ี
๏ ทกุ คนสามารถฝึกฝนลายมอื ให้เขยี นสวยข้นึ ได้
13. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ นกั เรียนจะเปลี่ยนแปลงลายมือตนเองไดห้ รอื ไม่ เพราะอะไร
ช่วั โมงท่ี 64
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
1. ให้นกั เรยี นอ่านออกเสียงบตั รคำทีค่ รูตดิ บนกระดาน ดงั นี้
เคาะ เจาะ เพราะ
ข้ันสอน
2. ให้นักเรียนช่วยกันจำแนกส่วนประกอบของคำ จะเห็นว่าทั้งสามคำมีพยัญชนะต้นประสมกับสระ
เ-าะ ซึง่ บางคำมีพยัญชนะตน้ ตวั เดยี ว บางคำมีพยัญชนะตน้ 2 ตัว
3. ให้นักเรียนจับคู่เล่นเกมบิงโก ครูแจกตารางบิงโก 9 ช่องที่มี เ-าะ อยู่ในแต่ละช่องเรียบร้อยแล้ว
ใหค้ ู่ละ 1 แผ่น
77
เ าะ เ าะ เ าะ
เ าะ เ าะ เ าะ
เ าะ เ าะ เ าะ
4. ให้นักเรียนแต่ละคู่ช่วยกันเติมพยัญชนะต้นลงในช่องว่างให้เป็นคำ จะใช้พยัญชนะต้นตัวเดียว
หรอื 2 ตัวก็ได้ แต่ท้ัง 9 คำต้องไมซ่ ้ำกัน เชน่
เกาะ เราะ เกราะ
เงาะ เหมาะ เซาะ
เถาะ เปาะ เพราะ
5. ครูอ่านคำจากบัตรคำท่ีเตรียมไว้ทีละคำ พร้อมทั้งติดบัตรคำบนกระดาน ถ้าในตารางของนักเรียน
มคี ำท่ีครอู ่าน ให้ทำเครื่องหมายไว้ เมื่อได้ครบ 3 ช่อง เปน็ แนวเสน้ ตรง ให้พูดวา่ บิงโก ครูตรวจสอบวา่ ถูกต้อง
หรือไม่ แลว้ ดำเนินกิจกรรมตอ่ ไปจนเห็นวา่ เหมาะสม
6. ให้นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเกีย่ วกับความหมายของคำทอ่ี ยูบ่ นกระดาน ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ
7. ให้นักเรยี นทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเขยี นคำใหมจ่ ากส่วนประกอบของคำที่กำหนดให้
จากน้ันร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขนั้ สรุป
8. ให้นักเรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ การประสมคำใหม้ ีความหมายเพอ่ื นำไปใช้ในการส่ือสาร
9. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังนี้
๏ นักเรียนนำคำท่ีประสมดว้ ยสระ เ-าะ ไปใช้เรยี กอะไรบ้างในชวี ิตประจำวัน
ชว่ั โมงท่ี 65
ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ใหน้ ักเรยี นหาคำตอบของปรศิ นาคำทายต่อไปน้ี
ฉันคอื อะไร รไู้ หมหนูจา๋ (เกาะ)
แผน่ ดินนั้นหนา น้ำมาลอ้ มไว้ (เถาะ)
ทมี่ กี ระตา่ ย
ฉันคือช่ือปี โปรดทายดูที
ใชส้ อื่ ความหมาย
78
ขน้ั สอน
2. ให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาเขียนคำตอบบนกระดาน
3. ครชู วนนักเรียนสนทนาเกย่ี วกบั การนับรอบปนี ักษัตรตามสมควร
4. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แต่ละกลุ่มต้ังชื่อกลุ่มของตนเองให้เป็นคำสระ เ-าะ ครูช่วย
เขียนชื่อกล่มุ ของทกุ กล่มุ บนกระดานสำหรบั ให้คะแนนเม่ือทำกจิ กรรม
5. ครูติดบัตรคำท่ีประสมด้วยสระ เ-าะ บนกระดานทีละคำ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขันคิดหาคำ
มาเติมข้างหน้าหรือข้างหลังให้เกิดคำที่มีความหมาย กลุ่มที่คิดคำได้ให้บอกคำ ถ้าเป็นคำท่ีถูกต้องและ
มีความหมาย ครูเขียนคำที่นักเรียนบอกบนกระดาน แล้วนำภาพลูกเงาะ ติดไว้ที่ช่ือกลุ่มของนักเรียนตาม
จำนวนคำทถี่ กู ต้อง
ตัวอยา่ งคำทีใ่ ชใ้ นการทำกจิ กรรม
เราะ หวั เราะ ไพเราะ
เคาะ เคาะประตู เคาะจงั หวะ เคาะระฆัง
เพราะ เพลงเพราะ พดู เพราะ เสียงเพราะ
6. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันสนทนาเกย่ี วกบั ความหมายของคำท่ไี ดจ้ ากการทำกิจกรรม ครอู ธบิ ายเพิ่มเติม
7. ให้นักเรียนทำใบงานท่ี 48 เรื่อง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำสระ เ-าะ
แล้วร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
8. ใหน้ กั เรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ การเรยี นรู้ความหมายของคำ ทีเ่ ขยี นและอา่ นจะสามารถนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้ถูกต้อง
ขั้นสรุป
9. ใหน้ กั เรยี นเขียนสรปุ ความร้เู รื่อง สระ เ-าะ ลงในแผนภาพความคดิ แลว้ ร่วมกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
10. ใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดังนี้
๏ ถ้าไมม่ คี ำทป่ี ระสมดว้ ยสระ เ-าะ จะใช้คำอนื่ แทนไดห้ รอื ไม่ เพราะอะไร
ช่ัวโมงท่ี 66
ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน
1. ใหน้ กั เรยี นฟังนิทานเรอื่ ง อดทนเพราะกลัว เพ่อื จบั ใจความ แล้วร่วมกันสนทนาเก่ยี วกับเนื้อเร่อื ง
บนเกาะแหง่ หนง่ึ ววั หนุ่มตัวหนงึ่ เดินลดั เลาะตามปา่ ละเมาะ มันเห็นสิงโตตวั หน่งึ กำลัง
นอนอย่ใู ตต้ น้ เงาะ ววั ส่งเสียงหวั เราะลัน่ ดว้ ยความคกึ คะนอง ทำใหส้ งิ โตโมโห วัววิง่ หนสี ิงโต
เข้าไปในถำ้ เพ่อื หลบภยั มนั พบแพะหลายตัวอาศัยอย่ใู นถำ้ แพะไม่พอใจจงึ พากนั พดู เยาะเยย้
และไลข่ วิดวัวให้ออกจากถ้ำ ววั บอกกบั พวกแพะว่า “ฉันยอมทนเจ็บตวั ไม่ใชเ่ พราะกลวั พวก
ทา่ น แตส่ ่งิ ทฉี่ นั กลวั ทส่ี ดุ คือสิงโตท่กี ำลงั นอนเฝา้ อยูห่ น้าถำ้ ”
ขั้นสอน
2. ให้นักเรียนผลัดกันเล่าเร่ืองท่ีเคยใช้ความอดทนจนผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้เพื่อแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ซ่งึ กนั และกนั
79
3. ครเู ขียนคำที่ประสมด้วยสระ เ-าะ จากเร่ือง อดทนเพราะกลัว บนกระดาน ใหน้ ักเรียนสังเกต และ
อ่านออกเสยี งคำตามครู
4. ให้นักเรยี นออกเสียงตามครู ดงั น้ี
อะ เอะ แอะ เอาะ
5. ให้นักเรียนฝึกออกเสียงด้วยตนเอง โดยเปลี่ยนเสียงพยัญชนะต้น เพื่อเปรียบเทียบว่าเสียงสระ
เหล่าน้ีเปน็ สระเสยี งส้ันเหมอื นกนั เช่น
กะ เกะ แกะ เกาะ
ตะ เตะ แตะ เตาะ
ยะ เยะ แยะ เยาะ
6. ให้นักเรียนฝกึ อา่ นสะกดคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ เ-าะ ตามครู จากบตั รคำต่อไปนี้
เถาะ เงาะ เบาะ เหมาะ เพราะ
7. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำท่ีประสมด้วยสระ เ-าะ ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึก
อ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การอา่ นออกเสยี งคำท่ีประสมด้วยสระ เ-าะ)
8. ให้นักเรยี นฝึกอา่ นออกเสียงคำจากบัตรคำท่คี รูติดบนกระดาน โดยใหน้ ักเรยี นนัง่ เป็นวงกลมชว่ ยกัน
รอ้ งเพลง พร้อมท้งั ส่งลูกบอลผ้าต่อๆ กันไป เมื่อครูให้สัญญาณหยุด นักเรียนต้องหยุดร้องเพลง และลกู บอลอยู่
ที่ใครให้ยืนข้ึน เลือกเปิดบัตรคำบนกระดาน 1 ใบ แล้วอ่านออกเสียงคำ ทุกคนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
จากนนั้ เร่มิ ร้องเพลงและสง่ ลูกบอลใหม่
เพลงทคี่ รสู อนให้นกั เรียนร้อง
เงาะน้อยเงาะใหญ่ไปคึกคึก อกึ ทึกเลอื่ นล่นั สนัน่ ป่า
เตน้ โลดลากเลือกเหลือกตา ตบขาเขย่งเกง็ กอย
จ๊บั จ๊บั ปังปังประดงั เสียง ดังแผน่ ดนิ จะเอียงทรดุ ด้อย
กวดั แกวง่ บอเลาเป่าลกู ลอย ถกู นกตกผ็อยแยง่ กันพรู
ขน้ั สรุป
9. ใหน้ ักเรียนและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ สระ เ-าะ มเี สยี งสนั้ ทำใหค้ ำท่ีประสมด้วยสระ เ-าะ ออกเสียงส้ันดว้ ย
10. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดังนี้
๏ ถ้าออกเสยี งคำทป่ี ระสมดว้ ยสระ เ-าะ ใหม้ เี สียงยาว คำเหลา่ นน้ั จะเปน็ อย่างไร
ชั่วโมงที่ 67
ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรียน
1. ให้นักเรียนเล่นเกมยี่สิบคำถาม โดยครูจะใบ้ให้ว่าเป็นส่ิงของ นักเรียนช่วยกันตั้งคำถามถามครู
ครูจะตอบได้เพียง ใช่หรือไม่ใช่ เท่านั้น ซึ่งนักเรียนต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนถามครบ 20 คำถาม
(คำตอบ คือ โตะ๊ )
80
ขั้นสอน
2. ครูติดบัตรคำเฉลยบนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตว่าคำน้ีประสมด้วยสระใด (สระ โ-ะ) และช่วยกัน
บอกตำแหน่งของสระ โ-ะ
3. ครูติดแผนภูมิแสดงทิศทางการเขียนสระ โ-ะ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตแล้วช่วยกันอธิบาย
วธิ กี ารเขียน
4. ครูเขียนสระ โ-ะ บนกระดานชา้ ๆ ให้นกั เรียนดูเปน็ ตัวอย่าง แลว้ ฝึกเขียนโดยใช้น้วิ ชเ้ี ขียนบนโต๊ะ
5. ให้นักเรยี นช่วยกนั หาคำตอบของปรศิ นาคำทายต่อไปนี้
ฉันคอื อะไร ร้ไู หมหนจู า๋
บนิ เกง่ เชยี วหนา เรยี กว่าอะไร (นก)
6. ครตู ดิ บัตรคำเฉลยบนกระดาน ใหน้ ักเรียนอ่านสะกดคำตามครู เพอื่ สงั เกตเสยี งสระของคำ
(นอ-โอะ-กอ-นก)
7. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า คำที่ประสมด้วยสระ โ-ะ เม่ือมีตัวสะกด สระ โ-ะ จะลดรูปไป
เหลอื เพยี งพยัญชนะต้นกับตัวสะกด วิธตี รวจสอบคือให้นกั เรยี นอ่านสะกดคำหรือจำแนกสว่ นประกอบของคำ
8. ให้นักเรียนเล่นเกมรำวงสระ โ-ะ ครูสอนนักเรียนร้องเพลงใกล้เข้ามาอีกนิด จากน้ันให้นักเรียน
ช่วยกันร้องเพลง ครูจะเป็นผู้ไปเชิญนักเรียนออกมารำวงทีละ 2 คน คนท่ีถูกเชิญจะต้องออกมาเขียน สระ โ-ะ
บนกระดาน ครูและนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง จากนนั้ ครจู งึ ไปเชิญนกั เรียนคูต่ อ่ ไป
เพลง ใกล้เขา้ มาอีกนดิ
ใกล้เข้ามาอกี นิด ชิดชิดเขา้ มาอีกหน่อย
สวรรค์น้อยน้อย อย่ใู นวงฟ้อนรำ
รูปหลอ่ เขาเชญิ มาเล่น เนอื้ เย็นเขาเชิญมารำ
มองมานยั นต์ าหวานฉำ่ มาซิมารำกับพ่นี ี้เอย
ขั้นสรุป
9. ให้นกั เรียนและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ โ-ะ เริ่มเขียนจาก โ- ไว้ข้างหน้าพยัญชนะต้น และ -ะ ไว้ข้างหลังพยัญชนะต้น โดยเขียน
จากหวั ตวั อักษร คำที่มีตัวสะกด สระ โ - ะ จะลดรูปไป
10. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ สระ โ-ะ มีลักษณะเดน่ อยา่ งไร
81
ช่ัวโมงท่ี 68
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ใหน้ ักเรยี นฟังนิทานเรือ่ ง มดง่ามกับจักจั่น เพ่ือจบั ใจความ แล้วรว่ มกันสนทนาเกย่ี วกบั เนอ้ื เรอื่ ง
บ่ายวันหนึ่งฝนกำลังจะตก โก๊ะเห็นขบวนมดง่ามเดินเป็นแถวอยู่บนโต๊ะ โก๊ะเฝ้ามองตาม
ด้วยความสนใจ คณุ ยายจงึ เล่าเรื่องมดง่ามกบั จักจ่ันให้โก๊ะฟัง
วันหน่งึ ในฤดูฝน ยามเช้าอากาศสดใส แสงแดดจา้ มดงา่ มท่ีทำรังอยู่ใต้ต้นสน ช่วยกัน ขน
เมล็ดข้าวที่เกบ็ ไว้ในฤดูรอ้ นออกมาตากแดด ขณะน้ันจักจ่นั ผอมโซตัวหนึ่งเดินผา่ นมาจงึ ขอแบ่ง
อาหาร มดง่ามไม่ยอมแบ่งให้ เพราะไม่ชอบใจท่ีจักจั่นเกียจคร้าน สนใจแต่เร่ืองสนุกสนาน
ชอบรอ้ งเพลง เต้นระบำ ไม่ยอมหาอาหารมาสะสมไว้
ขนั้ สอน
2. ครูเขียนคำท่ีประสมด้วยสระ โ-ะ จากเร่ือง มดง่ามกับจักจั่น บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและ
อ่านออกเสยี งคำตามครู
3. ใหน้ ักเรยี นสงั เกตเสยี งของคำทป่ี ระสมดว้ ยสระ โ-ะ วา่ มีเสยี งส้ันหรอื เสียงยาว (เสียงสัน้ )
4. ให้นักเรียนออกเสียง โอะ ตามครู แล้วฝึกออกเสียงด้วยตนเองเพื่อพิสูจน์ว่าสระ โ-ะ เป็นสระ
เสียงสน้ั
5. ให้นักเรียนฝึกอา่ นสะกดคำที่ประสมด้วยสระ โ-ะ ตามครู จากบัตรคำดังนี้ โปะ โตะ๊ โผละ มด หยก
ครบ
6. ใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี งคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ โ-ะ ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอา่ นออก
เสียงดว้ ยตนเอง (ให้ครปู ระเมนิ ผลตวั ชีว้ ดั โดยใชเ้ กณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics) เรอื่ ง การอ่าน
ออกเสียงคำที่ประสมดว้ ยสระ โ-ะ)
7. ใหน้ ักเรยี นฝกึ ฝนอ่านคำ โดยนงั่ เป็นวงกลมร่วมกันร้องเพลง จงิ้ จกพร้อมทัง้ ส่งลกู บอลผ้าต่อไปเร่อื ย
ๆ เมื่อครูให้สัญญาณ หยุด ลูกบอลผ้าอยู่ที่ใคร ให้ลุกข้นึ ยืนแล้วเลือกเปิดบัตรคำบนกระดาน 1 ใบ ครูเปิดบัตร
คำให้นกั เรยี นอ่านออกเสียง ทกุ คนช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งแลว้ เริ่มกจิ กรรมรอบตอ่ ไป
ตวั อยา่ งบตั รคำทค่ี รตู ิดบนกระดาน
ชม สด หก กรน ครบ
รสขม นมข้น หลบฝน ตกลง บนบก
ขน้ั สรปุ
8. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ โ-ะ มีเสียงสน้ั ทำใหค้ ำท่ปี ระสมดว้ ยสระ โ-ะ ออกเสยี งสัน้ ด้วย
9. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดังนี้
๏ การทสี่ ระ โ-ะ ลดรูปเม่อื ประสมในคำทมี่ ีตัวสะกด ดหี รือไม่ เพราะอะไร
82
ช่วั โมงท่ี 69
ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรียน
1. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังนี้
๏ คำเกิดขึ้นได้อย่างไร
ขัน้ สอน
2. ครูตดิ บัตรคำ โตะ บนกระดาน ให้นกั เรยี นอ่านออกเสยี ง แล้วพิจารณาว่า มคี วามหมายหรือไม่ (ไม่
มีความหมาย)
3. ครูตดิ แถบประโยคต่อมาทีละแถบดงั น้ี
โตะ + บ
โตะ + ม
โตะ + ก
โตะ + น
4. ให้นักเรียนช่วยกันประสมคำจากแถบประโยค แล้วอ่านออกเสียงพร้อมท้ังอธิบายความหมาย
ซง่ึ จะไดค้ ำว่า ตบ ตม ตก ตน
5. ให้นักเรียนลองเติมวรรณยุกต์ -่ ในคำแต่ละคำแล้วพิจารณาความหมายของคำ (ต่บ ต่ม ต่ก ต่น
ทุกคำไม่มีความหมาย)
6. ให้นักเรียนลองเติมวรรณยุกต์ -้ แล้วพิจารณาความหมายของคำ (คำที่มีความหมายคือ ต้ม
และต้น)
7. ให้นักเรียนร่วมกันสรุปว่า เมื่อนำพยัญชนะต้นประสมกับสระ โ-ะ และตัวสะกดทำให้เกิดคำที่มี
ความหมายได้ และบางคำเม่อื เตมิ วรรณยุกตก์ จ็ ะทำใหเ้ กิดคำใหม่อีกคำหนึ่ง
8. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม ครูแจกพีระมิดอักษรพร้อมกระดาษปรู๊ฟและสีเมจิกให้กลุ่มละ 1 ชุด
แต่ละกลุ่มต้องช่วยกันประสมคำจากพีระมิดอักษรแล้วเขียนลงในกระดาษปรู๊ฟภายในเวลาที่กำหนด พีระมิด
อักษรทีแ่ ต่ละกล่มุ ไดร้ ับจะแตกตา่ งกันดังนี้
โ-ะ โ-ะ
--
--
ล ิ่ ต ิ้ ป ผ ิ่ ก ิ้ ม
ค บ ทน ด ส งร
โ-ะ
--
จ ิ่ ง ิ้ พ
น ว ขม
83
โ-ะ โ-ะ
-- ิค้ น บ --
อ ิ่ ร ช ิ่ ป ิ้ ล
ด ก ผ ม หน
9. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาอ่านคำที่ประสมได้ ครูช่วยนำกระดาษปรู๊ฟติดบนกระดาน
ทกุ คนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขน้ั สรุป
10. ใหน้ ักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
๏ คำสระ โ-ะ ท่มี ีความหมายสว่ นใหญ่เป็นคำท่มี ีตัวสะกด
ชว่ั โมงท่ี 70
ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครเู ล่านิทานเรือ่ ง “พเี่ ออารมณด์ ”ี ให้นักเรียนฟัง ดงั นี้
พเ่ี ออารมณ์ดี
พี่เอ อยู่ในหมู่บ้านสระ เป็นคนชอบสนุกสนาน ชอบท่องเที่ยวผจญภัย บางคร้ังพี่เอ ก็จะไปชวนเพ่ือน
จากหมู่บา้ นอ่ืนไปเทีย่ วด้วย บางครง้ั พ่ีเอไม่อยากไปคนเดียว พี่เอกจ็ ะชวนเพ่อื น ๆ ในหมู่บ้านไปเทีย่ วด้วย วันน้ี
ก็เช่นเดียวกนั พ่ีเอ มีอารมณ์แจ่มใสดมี าก ออกจากบา้ นเดินไปชวนพี่ออ และพี่อะ ไปด้วย ทงั้ สามเดินคุยกันไป
อยา่ งเพลิดเพลนิ จนไปถึงหมู่บ้านอกี แหง่ หนง่ึ กแ็ ลไปเห็นงนู อนขดอยอู่ ยา่ งเหงาหงอย พท่ี ้งั สามก็พากนั เดนิ เข้า
ไปหาและชวนพ่ีงูให้ไปเที่ยวด้วยกัน แต่พี่งูก็กลัวไม่กล้าไปด้วย พี่เอก็เลยบอกว่าไปเป็นไร พวกเราท้ังสาม
จะเป็นผู้คอยดูแลความปลอดภัยให้พ่ีเอขอเดินนำหน้าให้พี่งูเล้ือยตาม พ่ีออก็รีบอาสาเดินตามหลังพี่งูทันที
เพราะพ่ีออเองเวลาจะไปเท่ียวที่ไหนไกล ๆ กจ็ ะต้องมคี นคอยคุ้มกันข้างหน้าและข้างหลังเช่นกัน พ่ีออก็เลยให้
พี่อะอยู่ข้างหลังพ่ีอออีกที ทั้งส่ีเดินเท่ียวกันอย่างสนุกสนาน จนพี่งูรู้สึกเหน่ือยจะขอพัก พ่ีงูก็บอกให้ทั้งสามไป
ชวนคนอ่ืนไปเที่ยวด้วย พี่เอก็บอกว่าไม่เป็นไร เราเห็นว่าขา้ งหน้าโน้นยังมีเพ่ือนอีกมากมาย เราจะชวนให้เขา
ไปเทย่ี วดว้ ย และพวกเราจะคอยดแู ลและป้องกนั อันตรายให้เช่นเดยี วกบั พ่ีงู
ขน้ั สอน
2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับนิทาน ตามคำถามท่ีกำหนดให้
คำถาม
1) พ่ีเอเคยชวนเพอ่ื นสระใดไปเที่ยวด้วยบ้าง (-ะ, -า, -ี, -,ื -อ, -าะ, -อะ)
2) ในคร้งั น้ีพ่เี อไปกบั ใครบ้าง (พีอ่ อ พ่อี ะ) เขยี นเป็นตวั อกั ษรได้อยา่ งไร (เ-อะ)
3) ขณะทีพ่ ่งี ไู ปด้วย เขียนออกมาเป็นคำอะไร (เงอะ)
4) ถ้าเปน็ พ่เี ตา่ พ่ชี า้ ง พค่ี วาย พ่สี ง่ ไปดว้ ยจะไดค้ ำอะไรบ้าง (เตอะ, เชอะ, เถอะ, เลอะ)
84
3. ทุกคำถามข้อที่ 1 ครูใหน้ กั เรียนสรุปคำสระทั้งหมดมสี ระอะไรบ้าง (ทีม่ ี เ- อยดู่ ้วย) เ-ะ เ-า เ - ย
เ - อ, เ-าะ, เ-อะ สรา้ งคำจากสระเหลา่ น้ี (ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง)
4. จากคำถามข้อที่ 2 เม่ือครูอ่านคำถามแล้ว กลับไปอ่านนิทานซ้ำให้นักเรียนฟัง และให้นักเรยี นอาสา
ออกมาเขียน (ครูอธิบายเพิ่มเติมเน้นให้เข้าใจเคร่ืองหมาย - หมายความถึงอะไร เช่น สระ -า สระ เ- เป็น
เคร่ืองหมายใหร้ วู้ า่ จะตอ้ งเตมิ พยญั ชนะ)
5. ครูให้แต่ละกลุ่มส่งอาสาสมัครออกมาเขียนสระ เ-อะ บนกระดานกลมุ่ ละ 5 คำ และให้อาสาสมัคร
คนตอ่ ไปออกมาเขียนคำต่อเมื่อครูบอกว่า “พี่งูจะไปเท่ียวด้วย พี่งจู ะอยสู่ ่วนใดของคำ” เมื่ออาสาสมคั รออกมา
เขียนแล้ว ครูและเพือ่ น ๆ ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง และทำเชน่ นก้ี ับเตา่ ชา้ ง ควาย และลงิ
ขัน้ สรปุ
6. ให้นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ เ-อะ เรมิ่ เขียนจาก เ- ขา้ งหนา้ พยญั ชนะตน้ และ - อะ ข้างหลังพยญั ชนะตน้
7. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดังนี้
๏ นกั เรยี นมวี ธิ ีจำสระ เ-อะ อยา่ งไร
ชั่วโมงท่ี 71
ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ใหน้ กั เรียนฟังนิทานเรื่อง น้ำผึ้งหกเลอะเทอะ เพอ่ื จับใจความ แล้วร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั
เน้อื เร่ือง
หญิงคนหน่ึงทำไหน้ำผึ้งหกเร่ียราด สกปรกเลอะเทอะไหลนองไปทั่วพื้น กล่ินหอม
ไปไกล แมลงวันได้กล่ินพากันมาเกาะกินน้ำผึ้ง เม่ือกินจนอ่ิมแล้ว แมลงวันก็กระพือปีกจะบินแต่
ไม่สามารถบินได้ เพราะขาติดน้ำผ้ึงเหนียวเหนอะหนะ แมลงวันจึงขาดใจตาย เพราะ
ความเห็นแก่กนิ ของมนั
ขนั้ สอน
2. ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั อธิบายการเลือกรับประทานอาหารที่มปี ระโยชน์
3. ครูเขียนคำท่ีประสมด้วยสระ เ-อะ จากเร่ือง น้ำผ้ึงหกเลอะเทอะ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกต
และอา่ นออกเสยี งคำตามครู
4. ให้นกั เรียนฝึกอ่านสะกดคำที่ประสมด้วยสระ เ-อะ ตามครจู ากบตั รคำที่ตดิ บนกระดาน ไดแ้ ก่ เตอะ
เลอะ เหนอะ
5. ให้นักเรียนจับคูฝ่ กึ อา่ นออกเสียงคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ เ-อะ ในชีวิตประจำวัน ดังน้ี
เคอะ เงอะ เชอะ เฟอะ
บานเบอะ เจอะเจอ เงอะงะ เทอะทะ
เบอะบะ เฟอะฟะ เหอะเหอะ เหวอะหวะ
เหนอะหนะ เปรอะเปื้อน ฝนุ่ เขรอะ เกรอะกรงั
ช่างเถอะ อยา่ ทำเลอะเทอะ ผมเผ้าเหนยี วเหนอะ
85
(ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)เรื่อง การอ่านออกเสียงคำที่
ประสมด้วยสระ เ-อะ)
ขั้นสรุป
6. ให้นกั เรียนและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ สระ เ-อะ มเี สียงส้ัน ทำใหค้ ำทปี่ ระสมดว้ ยสระ เ-อะ ออกเสียงสั้นด้วยคำทปี่ ระสมด้วยสระ เ-อะ
ไม่มีตัวสะกด
7. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดังนี้
๏ ถา้ อ่านออกเสียงคำทีป่ ระสมดว้ ยสระ เ-อะ ใหม้ เี สยี งยาวจะเป็นอย่างไร
ช่ัวโมงที่ 72
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ให้นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังนี้
๏ ถ้านกั เรียนไม่รภู้ าษาไทย จะอยู่รว่ มกับผู้อ่ืนได้อย่างไร
ขนั้ สอน
2. ให้นักเรียนช่วยกันคิดว่า สระที่เรียนมาแล้ว มีสระอะไรบ้างท่ีประสมกับพยัญชนะต้นแล้ว
เปน็ คำทไี่ มม่ ตี ัวสะกด และให้ยกตวั อย่างสระละ 2 คำ (ใ-, ำ, เ-า, เ-อะ)
3. ครูติดบัตรคำไว้บนกระดาน ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มช่วยกันคิดสร้างคำ จากบัตรคำท่ีกำหนด กลุ่มใด
สร้างคำไดม้ ากและถกู ตอ้ งจะเป็นกลุม่ ชนะ
4. ให้แต่ละกลุ่มออกมารายงานคำที่ได้ ครูและนักเรียนช่วยกันแก้ไขให้ถูกต้องและเขียนคำไว้
บนกระดาน
5. ใหน้ กั เรียนช่วยกันสร้างคำใหม่เปน็ คำ 2 พยางค์ ให้ได้ความหมายและถกู ตอ้ ง
6. ให้นักเรยี นอา่ นคำพร้อม ๆ กัน
7. ให้นักเรียนทำใบงาน เร่ือง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำสระ เ-อะ แล้วร่วมกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง
ขนั้ สรุป
8. ให้นกั เรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้
๏ การเข้าใจความหมายของคำที่เขียนและอ่านจะสามารถนำคำไปใช้ได้ถูกต้อง
9. ใหน้ ักเรียนเขยี นสรุปความรู้เร่อื ง สระ เ-อะ ลงในแผนภาพความคดิ แลว้ รว่ มกันตรวจสอบ
ความถูกต้อง
86
ชว่ั โมงท่ี 73
ข้ันนำเข้าสู่บทเรียน
1. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดังนี้
๏ นักเรยี นรู้จกั คำทีใ่ ชร้ ปู เ-อ คำใดบา้ ง
ข้นั สอน
2. ใหน้ กั เรยี นฟังนิทานเรอ่ื ง สองเกลอ เพื่อจบั ใจความ แล้วร่วมกันสนทนาเกย่ี วกบั เน้อื เรอื่ ง
ณ ทุ่งนาแห่งหน่ึง หนูนาและกบเป็นเพ่ือนกัน กบอยากเดินเรว็ เหมือนหนู ทั้งสองตกลงจะผูก
ขาตดิ กันจะไดไ้ ปไหนพรอ้ มกนั
วันหน่ึงสองเกลอออกไปหากินท่ีบึงใหญ่ กบอยากเล่นน้ำ มันลืมไปว่าได้ผูกขาติดไว้กับหนู
หนูวา่ ยนำ้ ไม่เปน็ จงึ ขาดใจตาย
ขณะน้ันเหย่ียวบินผ่านมา เห็นหนูตายลอยน้ำ มันจึงบินโฉบจับหนู แต่ขาของหนูผูกติดกับ
กบ สองเกลอจงึ กลายเปน็ เหยอื่ ของเหย่ยี ว
3. ครูเขียนคำท่ีประสมด้วยสระ เ-อ จากเร่ือง สองเกลอ บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตและอ่านออก
เสียงคำตามครู
4. ครูและนักเรียนร่วมกันร้องเพลง “สระเออ” และให้นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาสาระและความรู้
เรื่องสระ เ-อ จากเนือ้ เพลงทรี่ อ้ ง โดยครูใชค้ ำถาม ดังน้ี
เพลง สระเออ
คำร้อง ปิตินันทน์ สุทธสาร ทำนอง แขกตารีกปี สั
เอ เดนิ นำหน้า อ อ่างตามมา ประสมกันเปน็ เออ (ซำ้ )
เอ้อเฮอ เธอ ละเมอ เหม่อ เสมอ กม็ สี ระเออ
เก้อ เพ้อ เจอ กระเชอ เอ่อ อย่าเผลอ ก็มสี ระเออ
(สร้อย) เรามาเรยี นคำเออ มา เรามาเรยี นคำสระเออ (ซำ้ )
1) สระ เ-อ เป็นสระเสยี งสนั้ หรือสระเสียงยาว
2) สระ เ-อ ประกอบไปด้วยตัวอักษรอะไรบ้าง
5. ให้นักเรียนช่วยกันหาคำประสมด้วยสระ เ-อ ในเน้ือเพลง ครูเขียนทุกคำไว้บนกระดาน (เออ เอ้อ
เฮอ เธอ ละเมอ เหม่อ เสมอ เกอ้ เพอ้ เจอ กระเชอ เอ่อ เผลอ)
6. ให้นักเรียนสังเกตทุกคำจะประสมด้วยสระ เ-อ และให้สรุปได้ว่า เป็นคำประสมด้วยสระ เ-อ
และไมม่ ตี ัวสะกด
7. ให้นักเรียนทุกคนฝึกอ่านสะกดคำพร้อม ๆ กัน และอภิปรายถึงความหมายของคำพร้อมกับแสดง
ทา่ ทางประกอบคำ
8. ให้นกั เรียนนำคำสระ เ-อ ตามทกี่ ำหนดใหเ้ ขยี นลงในช่องวา่ งให้ถูกต้อง และมีความหมาย
87
คำทีก่ ำหนดให้
เธอ เจอ เธอ เสมอ เหม่อ เพอ้ เผลอ เก้อ ละเมอ
ฉนั และ __________________นัด_______________กนั อยู่________________
อยา่ นอน______________จน_______________ตกเตยี ง______________
เขามารอคอย________________ด้วยสายตา_____________________ลอย
และพร่ำ______________________เรยี กหาแต_่ _____________________
ขัน้ สรปุ
9. ใหน้ กั เรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ สระ เ-อ เริ่มเขียน เ- ข้างหน้าพยัญชนะต้น และ -อ ข้างหลังพยัญชนะต้น คำท่ีใช้รูป เ-อ
จะไมม่ ตี วั สะกด
ชวั่ โมงท่ี 74
ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันรอ้ งเพลง “สระเออ” เพิม่ จากเดิมอีก 1 ทอ่ น ดงั นี้
เพลง สระเออ
คำร้อง ปิตินันธ์ สุทธสาร
ทำนอง แขกตารกี ีปสั
เอ เดนิ นำหนา้ อ อ่างตามมา ประสมกันเป็นเออ (ซำ้ )
เออ้ เฮอ เธอ ละเมอ เหม่อ เสมอ กม็ ีสระเออ
เกอ้ เพ้อ เจอ กระเชอ เอ่อ อย่าเผลอ กม็ ีสระเออ
(สรอ้ ย) เรามาเรยี นคำเออ มา เรามาเรียนคำสระเออ (ซำ้ )
เชิญ เพลนิ เกนิ เนิน เงิน เปิน่ บังเอิญ ลว้ นเปน็ สระเออ (ซำ้ )
เออ น้ันมีตัวสะกด อ อ่างจะลด ใชร้ ูป อิ แทน (ซำ้ )
(สร้อย) เรามาเรยี นคำเออ มา เรามาเรยี นคำสระเออ (ซำ้ )
ขัน้ สอน
2. ให้นักเรียนร่วมกนั สรุปเนอ้ื หาสาระ และความรู้เรื่อง สระ เ-อ จากเน้ือเพลงทร่ี ้อง โดยครูใช้คำถาม
ดังน้ี
1) สระ เ-อ เปน็ สระเสียงใด
2) สระ เ-อ ประกอบไปด้วยตัวอักษรอะไรบ้าง
3) การเขียนคำทป่ี ระสมด้วยสระ เ-อ ที่ไมม่ ตี ัวสะกด เขยี นอยา่ งไร
4) การเขยี นคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ เ-อ ที่มีตัวสะกด เขียนอย่างไร
1) จ เ-อ =
จ เ-อ ม =
88
2) ล เ-อ =
ล เ-อ ก =
3) น เ-อ =
น เ-อ น =
4) ป เ-อ =
ป เ-อ ด =
5) ต เ-อ =
ต เ-อ บ =
3. ให้อาสาสมัคร 5 คน ออกมาเขียนคำบนกระดาน คนละ 1 ข้อ ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจ
ความถูกต้อง
4. ใหน้ กั เรยี นอา่ นสะกดคำพร้อมๆ กัน
5. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ช่วยกันจำแนกคำสระ เ-อ ที่มีตัวสะกด จากคำที่ครูกำหนดให้ (เกิด เดิม เลิก
เชิญ เร่ิม เหลิง เพลงิ เคลมิ้ เขนิ เพมิ่ เติม เหยิง เงิน เมิน) ครูเตรียมบัตรคำเหลา่ น้ีไวต้ ิดบนกระดาน และให้ฝึก
อา่ นสะกดคำพร้อมๆ กัน
6. ให้นักเรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ รูปสระ เ -ิ เริ่มเขียน เ - ขา้ งหน้าพยญั ชนะตน้ และ -ิ ข้างบนพยัญชนะต้น คำทใ่ี ช้รูป เ -ิ เป็นคำ
ที่มีตวั สะกด
7. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ นักเรยี นมีวิธีจำ เ -ิ อย่างไร
8. ให้นักเรียนทำชิ้นงาน เร่ือง ภาพศิลปะจากตัวอักษรไทย แล้วนำผลงานมาแลกเปลี่ยนกันดู
ครปู ระเมินผลงานของนักเรียนเป็นรายบุคคล
ขนั้ สรปุ
9. ให้นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้
89
ชั่วโมงที่ 75
ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ คำวา่ เล เลย เลข เหมอื นและต่างกันอย่างไร
ขั้นสอน
2. ใหน้ กั เรียนรอ้ งเพลง สระเออ
เพลง สระเออ
คำร้อง ปิตินันทน์ สุทธสาร
ทำนอง แขกตารกี ีปสั
เอ เดินนำหนา้ อ อา่ งตามมา ประสมกนั เปน็ เออ (ซำ้ )
เออ้ เฮอ เธอ ละเมอ เหม่อ เสมอ กม็ สี ระเออ
เก้อ เพอ้ เจอ กระเชอ เอ่อ อย่าเผลอ ก็มีสระเออ
(สรอ้ ย) เรามาเรยี นคำเออมา เรามาเรยี นคำสระเออ (ซ้ำ)
เชิญ เพลิน เกนิ เนนิ เงนิ เปิ่น บงั เอิญ ลว้ นเปน็ สระเออ (ซำ้ )
เออ นนั้ มีตวั สะกด อ อา่ งจะลด ใช้รปู อิ แทน (ซำ้ )
(สรอ้ ย) เรามาเรียนคำเออ มา เรามาเรยี นคำสระเออ (ซำ้ )
เคย เลย ใบเตย เนย เอย่ เฉยเมย ลว้ นเป็นสระเออ (ซำ้ )
เออ นั้นแม่เกยสะกด อ อ่างจะลด หายวับหมดเลย (ซำ้ )
(สรอ้ ย) เรามาเรียนคำเออ มา เรามาเรียนคำสระเออ (ซำ้ )
3. ให้นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาสาระและความรู้เรื่อง สระ เ-อ จากเนื้อเพลงท่ีร้อง โดยครูใช้คำถาม
ดังนี้
1) สระ เ-อ ประกอบไปด้วยตวั อกั ษรอะไรบา้ ง
2) การเขียนคำทป่ี ระสมดว้ ยสระ เ-อ ที่มีตวั สะกด เขยี นอย่างไร
3) การเขียนคำที่ประสมด้วยสระ เ-อ ท่ีมีตัวสะกด เขียนได้อย่างไรบ้าง (ถ้าสะกดด้วย ก ด บ ง น
ม ญ จะใช้รูป เ -ิ และถา้ มี ย เป็นตวั สะกดจะใช้รปู เ-
โดยใหน้ ักเรยี นเขยี นคำสระ เ - อ ใหถ้ กู ต้อง และสวยงาม
1) ก เ-อ ย =
2) ค เ-อ ย =
3) ล เ-อ ย =
4) ต เ-อ ย =
5) น เ-อ ย =
6) ฉ เ-อ ย =
7) ม เ-อ ย =
8) อ เ-อ ย =
90
4. ให้นักเรียนออกมาเขียนคำคนละ 1 คำ ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง
และใหอ้ ่านสะกดคำพรอ้ มๆ กนั
5. ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั หาคำสระ เ-อ ที่มีตัวสะกดในมาตรา เกย
6. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำท่ีประสมด้วยสระ เ-อ ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่าน
ออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การอา่ นออกเสียงคำทปี่ ระสมด้วยสระ เ-อ)
ข้ันสรุป
7. ให้นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ คำท่ปี ระสมด้วยสระ เ-อ เมอื่ มี ย สะกด จะใชร้ ูป เ-
สอ่ื และแหล่งเรียนรู้
1. ห้องสมดุ โรงเรยี น
2. บัตรคำ แผนภาพ รปู ภาพ
3. แบบฝึกหดั
4. แผนผงั สระในภาษาไทย
ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ภาพวาดตามจนิ ตนาการ
2. การเขยี นพยัญชนะไทย
3. ผลงานการเขยี นพยญั ชนะไทย
4. การบอกและเขียนพยัญชนะไทย
การวัดและประเมนิ ผล
5. ชนิ้ งานเร่อื ง ภาพวาดตามจนิ ตนาการ
6. ชน้ิ งานเรอ่ื ง การเขียนพยัญชนะไทย
7. ชิน้ งานเร่อื ง ผลงานการเขียนพยัญชนะไทย
8. ชน้ิ งานเรอื่ ง การบอกและเขยี นพยญั ชนะไทย
ประเดน็ การประเมนิ ดเี ยี่ยม (3) ระดบั คณุ ภาพ ไมผ่ า่ น (0)
19 - 26 ตวั ดี (2) ผา่ น (1) 1 – 6 ตัว
นกั เรียนสามารถเขียนหวั พยัญชนะได้ถูกต้อง 13 – 18 ตัว 7 – 12 ตัว
(26 ตัว) 31 – 44 ตัว 1 – 10 ตัว
นกั เรียนสามารถเขยี นพยัญชนะไทย ก - ฮ 8-10 ตวั 21 – 30 ตัว 11 –20 ตวั 0 – 2 ตัว
นักเรยี นสามารถเขยี นตัวเลขไทย 0 - 9 6-7 ตัว 3-5 ตวั
91
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3
ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ เอกลักษณ์หลักภาษามาตราตวั สะกด
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท 11101
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 27 ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดำเนินชวี ติ และมีนสิ ัยรกั การอา่ น
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้ทักษะการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ
เขียนรายงานข้อมูลสาระสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐาน ท 1.1 ป. 1/1 บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ป. 1/2 บอกความหมายของคำ และข้อความท่อี ่าน
มาตรฐาน ท 2.1 ป. 1/1 คดั ลายมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทดั
ป. 1/2 เขียนสอื่ สารด้วยคำและประโยค
มาตรฐาน ท 4.1 ป. 1/2 เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ
สาระสำคญั
มาตราตัวสะกด คือ กลุ่มพยัญชนะที่ประกอบอยู่ท้ายคำหรือพยางค์ มาตรา ก กา หรือ แม่ ก กา
คือ คำหรือพยางค์ท่ีไม่มีพยัญชนะเป็นตัวสะกด โดยอ่านออกเสียงเป็นสระ มาตราตัวสะกด ท้ัง 8 มาตรา
แบ่งได้เป็น 2 ส่วน ดังน้ี มาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตรา ใช้ตัวสะกดตัวเดียว มี 4 มาตรา กง กม เกย เกอว
มาตราตัวสะกดท่ีไม่ตรงตามมาตรา มีตัวสะกดหลายตัวในมาตราเดียวกัน เพราะออกเสียงเหมือนตัวสะกด
เดียวกัน มี 4 มาตรา กน กก กบ กด
สาระการเรยี นร/ู้ เนือ้ หาสาระ
1. คำในมาตราตวั สะกด
2. ลักษณะของคำมาตราตัวสะกด
3. การสะกดคำ การแจกลูก และการอ่านเป็นคำ
4. การอา่ น การเขยี น การอธิบาย บอกความหมาย การสรุปความรู้
5. ความมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย ความกรุณา
92
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
3. รกั ความเปน็ ไทย
กิจกรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงท่ี 1
ข้ันนำเข้าส่บู ทเรยี น
1. ใหน้ กั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั น้ี
๏ คำในมาตรา ก กา มีส่วนประกอบใดบ้าง
ข้ันสอน
2. ครอู า่ นเรือ่ ง บ้านน่าอยู่ ให้นักเรียนฟัง แล้วรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกับเนื้อเรอื่ ง
เช้าวันเสาร์พ่อนำตู้ โต๊ะ และเก้าอี้มาทาสี วาทีช่วยถูพื้นท่ีเลอะเทอะ นารีช่วยแม่ทำครัว
แม่ทำบะหมีใ่ ส่เนื้อปู ยำมะเขือ และสาคู ทงั้ ส่ีคนมคี วามสุขทไี่ ด้ชว่ ยกันทำให้บ้านน่าอยู่
3. ครูติดบัตรคำจากเน้อื เรอ่ื ง 4-5 คำ เช่น ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ บะหมี่ ปู ให้นักเรียนสังเกตส่วนประกอบของ
คำ แลว้ ฝกึ อา่ นออกเสยี งตามครู
4. ใหน้ ักเรียนเลน่ เกมปรศิ นาคำทาย ใหน้ ักเรยี นช่วยกันคิดและแสดงความคิดเห็นเพ่ือสรปุ หาคำตอบ
1) ฉันคอื อะไร เขาใช้ตวั ฉัน
ทอดผัดทกุ วนั กนิ กันอรอ่ ยดี (กระทะ)
2) ฉนั คอื อะไร เขาใช้ตัวฉัน
หุงตม้ ทกุ วนั ข้าวน้นั สกุ ดี (หมอ้ )
3) ฉนั คอื อะไร เขาใช้ตวั ฉนั
นงั่ คโู่ ต๊ะนัน้ ทกุ วนั เลยเธอ (เก้าอ้ี)
4) ฉันคอื อะไร เขาใชห้ วายสาน
ใส่ของทนทาน ใช้งานประจำ (ตะกร้า)
5. ครตู ดิ บัตรคำเฉลยไวบ้ นกระดาน
กระทะ เก้าอ้ี ตะกร้า หม้อ ให้นักเรียนช่วยกันอ่านคำพร้อม ๆ กัน และให้ช่วยกันสังเกตและ
วิเคราะหค์ ำแต่ละคำมพี ยัญชนะตน้ ตัวใดบา้ ง และแตล่ ะคำประสมด้วยสระอะไรบา้ ง
6. ให้นักเรียนฝกึ อ่านสะกดคำ และอา่ นออกเสียงคำมาตรา ก กา ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ
93
แล้วฝึกอ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวชี้วัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง
(Rubrics) เรื่อง การอา่ นออกเสียงคำในมาตรา ก กา)
ขั้นสรุป
7. ใหน้ กั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ คำในมาตรา ก กา เปน็ คำทไ่ี ม่มตี ัวสะกด
ชั่วโมงที่ 2
ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ นักเรยี นร้จู กั คำทอ่ี ยใู่ นมาตรา ก กา คำใดบา้ ง
ขัน้ สอน
2. ให้นกั เรียนเล่นเกม “สร้างคำใหม่” (คำ 2 พยางค)์ จากคำทก่ี ำหนดให้ ดังนี้
กลุ่มท่ี 1 : ขวา หู ใบ
กล่มุ ท่ี 2 : นา ไหล ทะ
กลมุ่ ที่ 3 : สอ ได ไม้
กลมุ่ ที่ 4 : คอ ไข เขา
กลุ่มที่ 5 : ถั่ว เปีย เรอื
ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นในการที่จะหาคำมาเติมกับคำที่กำหนดให้
เปน็ คำใหม่และมคี วามหมาย
3. ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาอ่านคำท่ีกลุ่มของตนเองทำได้ ครูเขียนทุกคำลงบนกระดาน
และช่วยกนั ตรวจความถูกต้อง อา่ นคำสะกดและช่วยกันอธบิ ายความหมายของแต่ละคำ
4. ครูนำนกั เรียนอ่านบทรอ้ ยกรอง ของ พลอยฟ้า
ทำดีทไี่ หนใจดี
ทำช่ัวทุกทใี จเศรา้
ทำดีทไ่ี หนใจเบา
พาให้เราเริงรนื่ ช่นื บาน
ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเน้ือหาในบทร้อยกรองร่วมกัน
โดยใช้คำถามดังนี้
1) เนอ้ื หาเป็นเรอื่ งเกย่ี วกับอะไร
2) ทำอย่างไรจงึ จะทำใหเ้ รามีความสขุ
3) ในแต่ละบรรทดั มสี ระอะไรบา้ ง
4) มีคำทีไ่ ม่มตี วั สะกดคำใดบ้าง
5. ให้นกั เรยี นทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยแยกส่วนประกอบของคำทีก่ ำหนดให้ แล้วรว่ มกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ข้ันสรปุ
6. ให้นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ คำในมาตรา ก กา ประกอบด้วย พยญั ชนะตน้ สระ และวรรณยุกต์ ไม่มตี วั สะกด
94
ชัว่ โมงที่ 3
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ร้องเพลง “มาตรา ก กา”
เพลง มาตรา ก กา
คำรอ้ ง ปิตินันทน์ สุทธสาร ทำนอง ๕๐๐ ไมล์
เด็กทั้งหมดยงั จำไดไ้ หม แม่ ก กา ในมาตราไหน
เป็นคำไทยไม่มตี วั สะกด เราต้องจดจำ
เตา่ วัว เสือ หมี งู ไก่ กา โลมา ม้า ลา จระเข้
ครแู ละมนากั ตเรรายี นกชว่ กยกานัคหสำรเรือหปุ ลแคา่มวน่า้ีไมกมร่มู้เรกตี อื่าัวงสคะมกือาดตครำาที่ไกมม่ กีตาัวสจะากกดเนอื้ เพลง น่ันคอื แม่ ก กา
ขนั้ สอน
2. ให้นกั เรียนชว่ ยกันบอกคำทอ่ี ยู่ในมาตรา ก กา และมีทง้ั หมดกีค่ ำ
3. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุม่ หาคำ “มาตรา ก กา” จาก
ชื่อคน
ชอ่ื สตั ว์
ชื่ออาหาร
ของใชใ้ นบ้าน
ชอ่ื ผกั /ผลไม้
แตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมารายงานหน้าช้ันเรยี น
4. ครูนำบตั รคำติดไว้บนกระดาน ดงั น้ี
รูปู ทาสี เก้าอี้ เตา่ นา เรอื ใบ
ใหน้ ักเรียนอ่านคำพรอ้ มกนั
5. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำคำเหล่าน้ีไปสร้างเป็นประโยคที่ถูกต้องและได้ความหมายครูและนักเรียน
ช่วยกนั ตรวจความถูกต้อง
6. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้โดยโยงเส้นจับคู่คำให้ได้ความหมาย และเขียนชื่อ
อวัยวะทเี่ ป็นคำในมาตรา ก กา ใหไ้ ด้มากท่สี ดุ จากนนั้ ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
7. ให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำในมาตรา ก กา
แลว้ ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
8. ใหน้ กั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ การเขา้ ใจความหมายของคำทีเ่ ขยี นและอา่ นจะสามารถนำคำไปใช้ได้ถูกต้อง
ขน้ั สรปุ
9. ใหน้ ักเรยี นเขียนสรปุ ความรูเ้ รอื่ ง
๏ มาตรา ก กา ลงในแผนภาพความคดิ แลว้ รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
10. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้
๏ การรูค้ วามหมายของคำมีประโยชน์อยา่ งไร