The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mimm_jewpanya, 2021-08-21 02:15:48

หน่วยการเรียนรู้ภาษาไทย ป.1

-

95

ชว่ั โมงท่ี 4
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครอู ่านเรอื่ ง กลางปา่ ใหญ่ ให้นักเรียนฟัง แล้วร่วมกันสนทนาเก่ยี วกับเน้อื เร่ือง

กลางพงใหญ่กว้าง มีช้างกวางเก้ง

ลิงค่างชา่ งเก่ง ไม่เกรงกลัวใคร

ฝูงผงึ้ บินหงึ่ อึง่ อ่างตกใจ

ขน้ั สอน คางคกอยู่ใกล้ รอ้ งให้ระวัง

2. ครูติดบัตรคำจากเน้ือเรื่อง 4-5 คำ เช่น ช้าง ลิง ผ้ึง เก่ง กลาง ให้นักเรียนสังเกตส่วนประกอบของ

คำ แล้วอา่ นออกเสยี งคำตามครู

3. ครูติดบทความของมหาตมะ คานธี ไว้บนกระดาน

การมีชีวติ ความเปน็ อย่อู ย่างง่าย ๆ ต่างหากเป็นการสำแดงซ่ึงความดีและความยิ่งใหญ่
ไมใ่ ช่การมชี วี ิตความเป็นอยอู่ ย่างฟมุ่ เฟอื ยเลย

ครูอ่านบทความใหน้ ักเรียนฟงั แลว้ ให้นกั เรยี นอา่ นตามพร้อมกนั

4. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นในบทความและสรุปเน้ือหาสาระให้ได้ว่า

บทความนใี้ หแ้ นวคดิ ของการดำรงชวี ิตทีด่ ีน้ันเป็นอยา่ งไร

5. ให้นักเรียนช่วยกันหาคำในบทความว่ามีคำใดท่ีมี ง อยู่ในคำนั้น ๆ ด้วย เช่น อย่าง ง่าย ต่าง ซึ่ง

แดง ย่งิ ให้นกั เรียนชว่ ยกนั อา่ นคำพร้อม ๆ กนั

6. ให้นกั เรียนแยกสว่ นประกอบของคำตอ่ ไปน้ี

คำ พยัญชนะต้น สระ ตวั สะกด วรรณยุกต์

อยา่ ง

ง่าย

ตา่ ง

ซง่ึ

แดง
ยิง่

ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
7. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสงั เกต และวิเคราะหค์ ำแต่ละคำวา่ มคี ำใดที่มีตัวสะกดเหมอื นกันและต่างกัน
ให้สรุปในคำวา่ ง่าย มี ง เป็นพยัญชนะตน้ แตต่ วั ง อ่นื ๆ จะเปน็ ตวั สะกดท้งั หมด
8. ให้นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำ และอ่านออกเสียงคำมาตรา กง ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ และ
ฝึกอ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวชี้วัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรื่อง การอ่านออกเสียงคำในมาตรา กง)

96

ขั้นสรุป
9. ให้นักเรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นี้

๏ คำทมี่ ี ง สะกดทุกคำ จดั เปน็ คำในมาตรา กง
10. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดงั นี้

๏ ถา้ นกั เรยี นออกเสยี งไมช่ ดั จะทำอยา่ งไร

ชั่วโมงท่ี 5
ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น
1. ให้นักเรียนหาคำท่อี ยูใ่ นมาตรา กง มาสร้างคำใหมก่ ับคำที่กำหนดให้ และให้มคี วามหมาย
คำที่กำหนดใหค้ ือ

มะ :
ตะ :
สะ :
ระ :
ประ :
กระ :
ขัน้ สอน
2. ให้นักเรียนเล่นเกม “คำอะไรเอ่ย” ให้แต่ละกลุ่มนำซองท่ีครูมอบให้ ไปช่วยกันคิด ค้นหาคำท่ี
กำหนดให้ (ในแต่ละซองจะมีบัตรตัวอักษรต่างๆ ที่นักเรียนสามารถนำมารวมกันเป็นคำ) คำที่กำหนดให้มี
เมอื งกรุง เมอื งหลวง สอ่ งแสง รุง่ เรือง แต่งเร่ือง กลุม่ ใดหาคำได้กอ่ น และถูกต้องเปน็ ผชู้ นะ
3. ให้นกั เรียนอา่ นคำทกุ คำพรอ้ มกนั และช่วยกันสรปุ ความหมายของแต่ละคำ
4. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั ร้องเพลง “มาตรา กง”

เพลง มาตรา กง

คำร้อง ปิตินันทน์ สุทธสาร ทำนอง Seven Lonely Days

มาซิเชิญเข้ามา หาตัวสะกดแม่กง

จง ดำรง ม่ันคง ยนื ตรง ธงชาติไทย

จงู นกยงู บนิ สูง ฝงู ปลา ร่าเริงใจ

ลงลำคลอง วอ่ งไว กางใบ เรือไม่โคลง

ดูซิ ดู ง งู อย่ทู ้าย ใคร ๆ ก็มอง

ตรวจสอบ5ค. วใหาม้นถักกู เรหตียน้อนูหงทนจูำงกกิจู่รกอ้ งรวร่ามเสริมทักษมะากตารราเรกียงนรู้โดยเลือกคำที่กำหนดไปเติมในช่องว่าง แล้วร่วมกัน

ขัน้ สรุป

6. ให้นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้

๏ การเขยี นคำต้องเขยี นใหถ้ กู ต้อง

97

7. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ ถา้ นักเรียนเขียนคำในมาตรา กง ไมม่ ี ง จะเป็นอยา่ งไร

ชว่ั โมงท่ี 6

ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น

1. ให้นกั เรียนฝกึ อ่านบทรอ้ ยกรองให้ถกู ตอ้ งและถูกวรรคตอน ดังนี้

จำ้ จีส้ ตั วป์ า่ กิง้ กา่ เกง้ กวาง

แมงปอ่ งลงิ ค่าง อ่งึ อา่ งคางคก

จ้งิ จอกจงิ โจ้ สงิ โตจง้ิ จก

จิง้ หรดี โพระดก นกยงู ฝงู ผึ้ง

คา้ งคาวบงุ้ บง้ึ ไชโยโห่ฮว้ิ

ให้นกั เรียนสังเกตวา่ มคี ำในมาตรา กง ในบทร้อยกรองทัง้ หมดกี่คำ (21)

ขน้ั สอน

2. ให้นักเรียนช่วยกันหาช่ือสัตว์ที่อยู่ใน “มาตรากง” ในบทร้อยกรองน้ีมีกี่ตัว อะไรบ้าง ก้ิงก่า เก้ง

กวาง แมงป่อง ลิง ค่าง อ่ึงอ่าง คางคก จิ้งจอก จิงโจ้ สิงโต จิ้งจก จ้ิงหรีด นกยูง ผ้ึง ค้างคาว บุ้ง

บึง้ ใหน้ ักเรียนอ่านคำพรอ้ มกันอีกครั้ง

3. ครนู ำภาพของสตั วช์ นิดตา่ งๆ มาใหด้ ู และบอกชอ่ื ของสตั วน์ นั้ ๆ

4. ใหน้ กั เรยี นแต่ละคนจนิ ตนาการวาดรปู สัตว์ทอี่ ยู่ใน “มาตรา กง” คนละหน่ึงตัว

5. ให้นกั เรียนทำใบงาน เร่ือง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำในมาตรา กง แล้วร่วมกัน

ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

ขนั้ สรปุ

6. ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี

๏ การเขา้ ใจความหมายของคำที่เขยี นและอ่าน จะสามารถนำคำไปใชไ้ ด้ถกู ตอ้ ง

7. ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้เร่ือง มาตรา กง ลงในแผนภาพความคิด แล้วร่วมกันตรวจสอบ

ความถูกตอ้ ง

8. ให้นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้

๏ ชือ่ ของนักเรยี นมคี วามหมายว่าอยา่ งไร

ช่วั โมงท่ี 7
ขนั้ นำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี

๏ มพี ยัญชนะตัวใดท่ีออกเสียงเหมือน ม บ้าง
ขั้นสอน
2. ครอู า่ นเรอ่ื ง สามคนสามความดี ให้นกั เรยี นฟงั แล้วร่วมกันสนทนาเกยี่ วกับเนอ้ื เร่ือง

จอม ตุ่ม และโอม เปน็ เพอ่ื นรักกัน ทั้งสามเปน็ เด็กดี มนี ้ำใจ ชอบชว่ ยผูใ้ หญท่ ำงาน

จอมชอบช่วยพ่อใชเ้ สียมขดุ หลมุ ปลกู ต้นไม้ เช่น ตน้ มะขาม มะยม ชมพู่ และชะอม

ตุ่มชอบช่วยแม่ทำงานบ้าน เช่น ล้างจานชาม ช้อนส้อม ส่วนโอมชอบช่วยพ่อซ่อมแซม
ของใชท้ ช่ี ำรดุ เชน่ โคมไฟ เมือ่ พบผู้ใหญท่ ำงาน เดก็ ทง้ั สามจะอาสาเข้าไปช่วยอย่างเต็มใจ

เด็กทั้งสามคนจึงไดร้ บั รางวัล “เดก็ ดมี นี ้ำใจ”

98

3. ครูตดิ บัตรคำจากเนอ้ื เรอ่ื ง 4-5 คำ เชน่ โอม สาม หลมุ ชาม เตม็ ให้นักเรยี นสงั เกตสว่ นประกอบ
ของคำ แล้วฝกึ อ่านออกเสียงคำตามครู

4. ใหน้ ักเรยี นเล่นเกม “หาคำตรงขา้ ม” โดยใชค้ ำถามอะไรเอย่
คำอะไรเอย่ เปน็ คำตรงขา้ มกับอ้วน (ผอม)
คำอะไรเอย่ เป็นคำตรงขา้ มกบั เหมน็ (หอม)
คำอะไรเอ่ยเปน็ คำตรงข้ามกับหิว (อม่ิ )
คำอะไรเอ่ยเปน็ คำตรงข้ามกับแบน (กลม)

5. ครตู ิดบัตรคำบนกระดาน
หอม ผอม อ่มิ กลม

ให้นกั เรียนอา่ นคำและอา่ นสะกดคำพร้อม ๆ กนั ทกุ คำ
6. ให้นักเรียนชว่ ยกนั สังเกตว่าคำทงั้ 4 นัน้ สะกดดว้ ยตวั อะไร
7. ให้นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำ และอ่านออกเสียงคำมาตรา กม ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ

แล้วฝึกอ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง
(Rubrics) เรือ่ ง การอา่ นออกเสียงคำในมาตรา กม)

8. ให้แตล่ ะกลมุ่ ส่งตัวแทนมาจับฉลากคำส่ังให้หาคำท่มี ีตวั สะกดด้วย ม
1) ชื่อสัตวบ์ กและสัตว์นำ้
2) ชื่อสถานท่ี
3) ชือ่ ผลไม้
4) ชอ่ื สง่ิ ของ
5) ชอื่ อาหาร

ให้แต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมารายงานให้เพื่อนฟงั
ขัน้ สรุป
9. ให้นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
๏ คำท่มี ี ม สะกดทกุ คำ เป็นคำในมาตรา กม

ชัว่ โมงที่ 8
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันเขียนคำใหม่ใหถ้ กู ตอ้ ง ดังนี้

ไก่ -า ง เรือ โ - ะ มา้ - =

หนู -ำ - =

จาน - มา้ -

ไก่ - า - - ปลา อู =

99

ครูและนักเรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
ขน้ั สอน
2. ใหน้ กั เรยี นอ่านคำในมาตรา กม โดยใหเ้ ลอ่ื นพยญั ชนะต้นทลี ะตัวแลว้ จะได้คำใหม่

โ- จ ม แ ซม
ด ย

ยถ

คร ร

3. ครูเลื่อนพยัญชนะต้นมาให้ตรงกับสระและตัวสะกด เช่น โ จ ม ให้นักเรียนอ่านสะกดคำพร้อมๆ
กนั ทำจนครบทั้ง 8 คำ

4. ครูติดบัตรคำท้ัง 8 คำ ไว้บนกระดานแล้วให้นักเรียนช่วยกันสังเกตส่วนที่เหมือนกันของท้ัง 2 ชุด
คือ มี ม สะกดเหมอื นกนั ทกุ คำ

5. ให้นกั เรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเขยี นคำใหม่จากส่วนประกอบของคำท่ีกำหนดให้
จากนน้ั รว่ มกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง แลว้ ช่วยกนั อธบิ ายความหมายของคำ

ขั้นสรปุ
6. ให้นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังนี้

๏ การเขยี นคำต้องเขยี นใหถ้ ูกตอ้ ง คำจึงจะมีความหมาย
7. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังนี้

๏ คนทเ่ี ขียนเกง่ จะนำไปใช้ประโยชนอ์ ะไรได้บา้ ง

ชั่วโมงท่ี 9
ข้นั นำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั นี้

๏ ถา้ เพ่อื นเขียนหรอื อา่ นคำไมถ่ กู ต้อง นักเรยี นจะทำอย่างไร
ขนั้ สอน
2. ให้นกั เรยี นเล่นเกม “สร้างคำใหม่” ให้แต่ละกลุ่มสร้างคำใหม่ 2 พยางค์ จากคำที่กำหนดและให้ได้
ความหมาย

โจม โคม โฉม โครม
แซม แยม แมม แรม
ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
3. ใหน้ กั เรยี นทำใบงาน เร่ือง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำในมาตรา กม
แล้วรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

100

ขัน้ สรุป
4. ให้นักเรยี นและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้

๏ การเข้าใจความหมายของคำทเ่ี ขยี นและอ่าน จะสามารถนำคำไปใชไ้ ดถ้ กู ต้อง
5. ใหน้ กั เรียนเขยี นสรุปความร้เู รอื่ ง มาตรา กม ลงในแผนภาพความคิด แลว้ ร่วมกันตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง

ชว่ั โมงที่ 10
ขั้นนำเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูอา่ นเรือ่ ง ขนมของยาย ใหน้ ักเรียนฟงั แลว้ ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเนอ้ื เรือ่ ง

วันหยดุ แม่พาต้อยและหน่อยไปเย่ียมยาย บ้านของยายปลูกต้นไม้ไว้หลายชนิด เชน่ กล้วย
ออ้ ย เตยหอม และมะพร้าว

ยายชอบนำพชื ทป่ี ลูกมาทำอาหารและขนมไวใ้ หล้ กู หลานกิน และแจกเพ่อื นบา้ น
ต้อยและหนอ่ ยชอบชว่ ยยายทำขนม

หลานหลานชอบขนมทย่ี ายทำ เช่น ขนมกล้วย ขนมถว้ ย และฝอยทอง
ทกุ คนที่เคยชมิ ขนมของยาย มักจะพดู เป็นเสยี งเดยี วกนั วา่ “อร่อยทส่ี ุดเลย”

ขนั้ สอน
2. ครูติดบัตรคำจากเน้ือเรื่อง 4-5 คำ เช่น กล้วย อ้อย เตย ยาย อร่อย ให้นักเรียนสังเกต
สว่ นประกอบของคำ แล้วฝกึ อา่ นออกเสยี งตามครู
3. ครูนำนักเรียนอา่ นบทกลอนตอ่ ไปนี้

นายฉุยเล้ยี งควาย นุย้ ยายสายขายกลว้ ย ควาย
น้องนยุ้ คนสวย ซือ้ ถ้วยมากมาย
เจา้ ทุยนอนหงาย
น้าตอ๋ ยเปา่ ขลุ่ย แสนสบายเพือ่ นเอย
กระต่ายทักทาย
4. ครูนำบตั รคำติดบนกระดาน ดังน้ี ตอ๋ ย

ฉยุ สาย

ทุย กระตา่ ย กล้วย ถว้ ย ขลุ่ย

5. ให้นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำ และอ่านออกเสียงคำมาตรา เกย ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ
แลว้ ฝึกอ่านออกเสยี งด้วยตนเอง (ใหค้ รูประเมินผลตวั ชี้วัด โดยใช้เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
ตามสภาพจริง (Rubrics) เรอ่ื ง การอา่ นออกเสียงคำในมาตรา เกย)

ขั้นสรปุ 101
6. ใหน้ ักเรียนและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
วรรณยุกต์
๏ คำทีม่ ี ย สะกดทกุ คำ เปน็ คำในมาตรา เกย -
7. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดงั น้ี -
-
๏ คำทนี่ ักเรยี นใช้ในชวี ติ ประจำวนั มีคำใดบา้ งอย่ใู นมาตรา เกย -
-
ช่ัวโมงที่ 11

ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น

1. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดังน้ี

๏ ย ในสระ เ - ีย จดั เป็นตวั สะกดในมาตรา เกย หรือไม่

ขน้ั สอน

2. ครูนำบตั รคำตดิ ไว้บนกระดาน 2 ชุด

ชดุ ท่ี 1 เลย หาย กอ้ ย คยุ้ หมวย

ชุดที่ 2 เลยี แหย่ พายุ โยง ยำ

ใหน้ กั เรียนอ่านสะกดคำทงั้ 2 ชดุ

3. ให้นกั เรียนชว่ ยกนั แยกส่วนประกอบของคำทัง้ 2 ชุด

ชดุ ท่ี 1

คำ พยญั ชนะตน้ สระ ตวั สะกด

เลย ล เ- อ ย

หาย ห -า ย

ก้อย ก -อ ย

คุ้ย ค -ุ ย

หมวย หม - ว ย

ชดุ ท่ี 2 พยัญชนะตน้ สระ ตวั สะกด วรรณยกุ ต์
คำ ล เ - ีย - -
เลีย หย แ- - -
แหย่ พ,ย -า , -ุ - -
พายุ ย โ- ง -
โยง ย -ำ - -
ยำ

4. ใหน้ ักเรยี นสงั เกตส่วนที่เหมอื นกันของชดุ ที่ 1
๏ ใหส้ งั เกตชดุ ที่ 1 และชดุ ที่ 2 มกี ารใช้ตวั อักษร ย ตา่ งกันอย่างไร

5. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยระบายสีภาพของคำที่อยู่ในมาตรา เกย
แลว้ รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

102

ขั้นสรุป
6. ให้นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้

๏ การเขียนคำต้องเขียนให้ถูกตอ้ ง คำจึงจะมีความหมาย

ชวั่ โมงท่ี 12
ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรียน
1. ใหน้ กั เรียนเขยี นคำใหม่ใหถ้ ูกต้อง ไดแ้ กค่ ำวา่

โดย เลอ้ื ย กลาย ซา้ ย หนว่ ย
ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง และให้นักเรียนสังเกตส่วนท่ีเหมือนกันของทุกคำ
กค็ อื ทกุ คำเป็นคำที่มี ย สะกด
ขน้ั สอน
2. ครนู ำบัตรคำมาตดิ บนกระดาน ดังน้ี

เตยเตย้ี เสียดาย เบี้ยหาย

ใหน้ กั เรยี นสงั เกตและจำแนกคำที่มีส่วนเหมอื นกัน ดงั นี้
สระเหมอื นกนั : เตี้ย เสยี เบี้ย
ตัวสะกดเหมอื นกนั : ตวั ย สะกด เตย ดาย หาย

3. ให้นักเรียนสังเกตคำออกเสียงสระเอีย และช่วยกันคิดวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างคำในมาตรา
เกย (ย สะกด) กับคำสระ เอีย และสรปุ ให้ไดว้ ่า

๏ คำทม่ี ี ย สะกดเปน็ คำในมาตรา เกย
๏ คำท่ีออกเสยี งสระ เอีย ตวั ย น้ันเป็นสว่ นหนง่ึ ของ สระ เอีย
4. ให้นักเรียนทำใบงาน เร่ือง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำในมาตรา เกย แล้ว
ร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
5. ให้นักเรียนและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ การเขา้ ใจความหมายของคำที่เขยี นและอ่านจะสามารถนำคำไปใชไ้ ด้ถกู ต้อง
ขน้ั สรปุ
6. ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้เรื่อง มาตรา เกย ลงในแผนภาพความคิด แล้วร่วมกันตรวจสอบ
ความถูกต้อง
7. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังนี้
๏ นกั เรยี นเขียนคำได้เกง่ กว่าเมอ่ื กอ่ นหรือไม่

ชั่วโมงท่ี 13
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ใหน้ ักเรียนร่วมกันสนทนา โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั น้ี

๏ มพี ยัญชนะตัวใดออกเสียงเหมือน ว บา้ ง

103

ขั้นสอน
2. ครูอ่านเรื่อง แจว๋ ไปเที่ยวบา้ นลงุ เช่ียว ใหน้ ักเรียนฟัง แล้วร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเน้ือเรื่อง

พ่อแม่พาแจ๋วไปเที่ยวท่ีบ้านลุงเช่ียวและป้าแต๋ว แจ๋วเห็นต้นไม้เขียวขจี
บางแหง่ ชาวนากำลงั ใชเ้ คยี วเก่ยี วขา้ ว

บ้านลุงเชีย่ วอยู่ริมคลอง แจ๋วชอบดูแม่ค้าพายเรือขายอาหารหลายอย่าง
เช่น ก๋วยเต๋ียว บะหมี่เก๊ียว ข้าวเหนียวส้มตำ ข้าวไข่เจียวและไข่ดาว
ทุกคนเลอื กซือ้ อาหารตามตอ้ งการ

น่าดีใจท่ีคลองแห่งนี้ไม่มีใครท้ิงขยะลงในน้ำเลย ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้น่า
อยู่ ถา้ มีโอกาสแจ๋วจะกลบั มาเที่ยวอีก

3. ครตู ิดบัตรคำจากเน้ือเรื่อง 4-5 คำ เช่น แจว๋ เท่ียว เขียว ข้าว ดาว ให้นักเรยี นสังเกตส่วนประกอบ
ของคำ แล้วอา่ นออกเสยี งคำตามครู

4. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันอ่านบทรอ้ ยกรอง “รักนิรันดร์” ของพลอยฟา้

วันนี้ไม่มีความโกรธ รกั นริ ันดร์
ดวงใจกแ็ สนผอ่ งแผ้ว ไมม่ กี ารกลา่ วโทษกนั แล้ว
คอื การกลบั มาของความรัก แววตากแ็ สนสดใส
เพราะการยอมเสียสละได้ เพราะการรู้จักใหอ้ ภยั
ความรักนีจ้ งึ ยนื ยง

ใหน้ กั เรียนช่วยกันหาคำทต่ี วั อกั ษร ว อยู่ในคำน้ัน ๆ เชน่ วัน ความ กล่าว แล้ว ดวง แผว้ แวว
5. ครูและนักเรียนช่วยกันสังเกต คิดวิเคราะห์ และสรุปว่าตัวอักษร ว ในแต่ละคำทำหน้าท่ีอะไร
เนอ้ื หาสาระจากบทร้อยกรองน้ีนักเรยี นได้คุณธรรมในข้อใดบา้ ง
6. ให้นักเรียนชว่ ยกนั แยกส่วนประกอบของคำ

คำ พยญั ชนะตน้ สระ ตวั สะกด วรรณยุกต์

วัน ว - ะ น -

ความ คว - า ม -

กล่าว กล - า ว -่

แล้ว ล แ- ว - ้

ดวง ด -ั ว ง -

แผว้ ผ แ- ว - ้

แวว ว แ- ว -

104

ให้นักเรียนช่วยกันสรุปให้ได้ว่า ตัวอักษร ว ทำหน้าท่ีเป็นทั้งพยัญชนะต้น เป็นสระ และเป็นตัวสะกด
= คำที่มี ว เป็นตัวสะกดคอื คำในมาตรา เกอว

7. ให้นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำ และอ่านออกเสียงคำมาตรา เกอว ในชีวิตประจำวัน 1 รอบ แล้วฝึก
อ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การอ่านออกเสยี งคำในมาตรา เกอว)

ขน้ั สรปุ
8. ให้นักเรยี นและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้

๏ คำท่ีมี ว สะกดทกุ คำ เป็นคำในมาตรา เกอว

ชว่ั โมงที่ 14
ข้ันนำเข้าสู่บทเรียน
1. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันร้องเพลง “มาตรา เกอว”

เพลง มาตรา เกอว ทำนอง พม่าเขว
คำรอ้ ง ปิตินันทน์ สุทธสาร

แหวน แหวน แหวน แหวนงามชอบตามหลงั ใคร

แหวนงามตามหลงั คำใด เรยี กคำน้นั ไซรว้ ่าแมเ่ กอว (ซำ้ )

แมวขาว หิวข้าว แล้วเอย

หนู หนู หนู หนจู ำแมเ่ กอวใหด้ ี

ถ้าแหวนมีในสระอัว จงอย่าเมามัววา่ แมเ่ กอว (ซ้ำ)

เกอวต้องมี ว เป็นตัวสะกด

ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรปุ ความรู้เรื่อง มาตรา เกอว จากเน้อื เพลง ดงั น้ี
คำท่ีมี ว เป็นตัวสะกด เรียกว่า แม่เกอว หรือ มาตราเกอว และถ้า ว มีอยู่ในสระอัวน้ันไม่ใช่
แม่ เกอว เพราะไมท่ ำหนา้ ทีเ่ ปน็ ตัวสะกด แตเ่ ปน็ ส่วนหนึง่ ของสระ อวั
ขนั้ สอน
2. ให้นักเรียนร่วมกันจำแนกคำในเน้ือเพลงว่า คำใดอยูใ่ นมาตรา เกอว คำใดเป็นคำสระอัว

คำทีอ่ ย่ใู นมาตรา เกอว : เกอว แมว ขาว หวิ ข้าว แล้ว
คำท่ปี ระสมสระอัว : อวั มวั
3. ให้นักเรยี นหาพยัญชนะเพยี งตวั เดียวเพื่อมาเติมคำเหลา่ นี้ ให้มีความหมาย
ขา__ สา__ แผ่__ เจีย__ เบี้ย__ เห่ยี __ ปลิ__ เหล__ เอ้ยี __ แก้__
ให้ทกุ คนอา่ นคำพรอ้ มๆ กัน
4. ให้แตล่ ะกลุ่มเลน่ เกม “สรา้ งคำใหม่ 2 พยางค์” โดยใช้คำตามทีก่ ำหนดให้ ดงั น้ี
ขาว สาว แผว่ เจียว เบยี้ ว เหี่ยว ปลวิ เหลว เอีย้ ว แกว้

105

เม่ือกลมุ่ ออกมารายงาน ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
5. ใหน้ กั เรยี นเติมคำท่ีกำหนดใหล้ งในช่องวา่ งใหถ้ กู ต้อง
เจียว เข้ยี ว แกว้ เปลย่ี ว ขาว เต๋ยี ว
1) ดอก________แถวนมี้ ีสี________สวย
2) แมท่ อดไข_่ ________แลว้ ไปเคี่ยวไก่
3) สุนัขตวั นม้ี ี_________สีขาวคม
4) เราไมค่ วรไปเดินในปา่ ____________คนเดยี ว
5) ก๋วย______และเกี๊ยวเป็นอาหารโปรดของฉัน
6. ให้นักเรียนทำใบงาน เร่ือง การคัดลายมือคำในมาตรา เกอว ครูประเมินผลงานนักเรียนเป็น

รายบุคคล
ขั้นสรุป
7. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรเู้ กยี่ วกับการคัดลายมอื ดังนี้
๏ การคัดลายมือตอ้ งฝึกฝนอย่เู สมอ
8. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ ลายมอื ของนกั เรียนตอ้ งปรับปรุงในเรอ่ื งใดบา้ ง

ชวั่ โมงที่ 15
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดังน้ี

๏ ว ในสระ -ั ว จดั เป็นตวั สะกดในมาตรา เกอว หรอื ไม่
ขั้นสอน
2. ผู้สอนติดบัตรคำบนกระดาน แล้วให้ผู้เรียนอ่านสะกดคำพร้อมกับช่วยกันจัดกลุ่มตัวอักษร ว
ว่าทำหน้าทีอ่ ะไรบา้ ง

วนั บวั ขวา แหวน นวด ตวั

แนว วง่ ครัว ดาว ข้าว ปลว

เหมียว เหนยี ว เหลว

กลมุ่ ใดทำเสรจ็ ก่อนและถกู ตอ้ งเปน็ ผู้ชนะ

(กลมุ่ พยญั ชนะตน้ : วนั วง่ิ แหวน ขวา

กลุ่มสระ : บัว ตวั ครัว นวด

กลุม่ ทเี่ ป็นตวั สะกด : แนว ดาว ข้าว ปลวิ เหมียว เหนียว เหลว)

3. ให้นักเรียนช่วยกันนำคำทก่ี ำหนดให้ไปแตง่ ประโยค (คำละ 2 ประโยค)

มนั แกว ขา้ วโพด ผวิ หนงั ลมหนาว กลมเกลียว

4. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้โดยขีดเส้นใต้คำท่ีมี ว เป็นตัวสะกด จากนั้นร่วมกัน

ตรวจสอบความถกู ต้อง

106

ขัน้ สรปุ
5. ให้นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดังนี้

๏ การเขียนคำตอ้ งเขยี นใหถ้ ูกตอ้ ง คำจงึ จะมคี วามหมาย

ช่ัวโมงท่ี 16
ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั นี้

๏ นกั เรียนรู้จกั คำท่มี ี น สะกด คำใดบ้าง
ข้นั สอน
2. ครอู ่านนำนกั เรยี นในบทความของ ชยั ชนม์ ดังนี้ (อ่าน 2 คร้ัง)

ดงั นั้น ไยเราจงึ มาประชนั ขนั แขง่
แกง่ แย่งและเครง่ เครยี ดกนั อยใู่ นชีวติ ส้นั ๆ น้ี
ยามที่เรามาพบกันบนถนนโลก
จงึ ควรคดิ อภยั และมีนำ้ ใจแก่กัน

3. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคดิ เห็นในเน้ือหาสาระจากบทความ และสรุปความรู้

ท่ีไดว้ ่า

๏ บทความน้ใี ห้คุณธรรมขอ้ ใดแก่นักเรียนบา้ ง

๏ บทความน้ี มตี ัวสะกด น ทงั้ หมดกค่ี ำ (7 คำ) อะไรบา้ ง

นนั้ (ประ)ชัน ขนั (แขง่ )กนั ส้ัน บน ถนน

4. ครูตดิ บตั รคำท้งั 7 คำ บนกระดานและให้นกั เรียนอ่านคำพร้อมๆ กนั และให้ช่วยกันสงั เกตวา่

๏ เสยี งท่นี กั เรียนอ่านคำน้นั เสียงตวั สะกด คอื เสยี งใด (เสียง น)

๏ ตัวสะกดของทกุ คำคือตวั อักษรใด (อกั ษร น)

สรุปได้ว่า คำทีม่ ี น เปน็ ตวั สะกด คือ คำในมาตรา กน

5. ใหน้ ักเรยี นเลน่ ปรศิ นาคำทาย โดยครูนำบตั รคำตดิ ไวบ้ นกระดาน ดงั น้ี

ตะเพียน ตะเคียน ตะวนั ตะโพน

๏ ครูอ่านปรศิ นาใหน้ ักเรยี นฟังและให้ชว่ ยกันหาคำตอบทอี่ ยบู่ นกระดาน

ตะอะไรอยใู่ นมาตรา กน
ตะที่หนง่ึ คอื ชอื่ ดวงอาทิตย์
ตะทส่ี องลองคิดกลองสองหน้า
ตะทส่ี ามคือนามของตวั ปลา
ตะที่สี่ชอ่ื พฤกษาในปา่ เอย

ให้นักเรียนสงั เกตคำท้งั 4 มีตวั สะกด น และออกเสยี ง น ในมาตรา กน

107

ขั้นสรุป
6. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี

๏ คำทีม่ ี น สะกดทุกคำ เปน็ คำในมาตรา กน

ชั่วโมงท่ี 17
ข้ันนำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั นี้

๏ มพี ยัญชนะตวั ใดบ้างทีอ่ อกเสียงเหมอื น น
ขนั้ สอน
2. ครูอ่านเรอ่ื ง นักเรยี นขยนั ให้นกั เรียนฟัง แลว้ ร่วมกันสนทนาเกยี่ วกบั เนือ้ เรื่อง

นักเรยี นไปโรงเรียน หม่นั อา่ นเขยี นอยา่ งต้ังใจ

พากเพยี รเรียนรู้ไว เอาใจใสใ่ นการงาน

วนั หยดุ ชว่ ยพ่อแม่ ชว่ ยดแู ลทำงานบ้าน

ขยันลา้ งชามจาน แสนเบิกบานบ้านสุขเอย

3. ครูตดิ บัตรคำจากเน้ือเรอื่ ง 4-5 คำ เช่น เรียน วนั งาน ขยัน การ ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำ
ตามครู แล้วสังเกตตัวสะกดของคำ

4. ครูอา่ นนำนกั เรียนในบทกลอนของคณุ หญิงบุญศริ ิ ชวลติ ธำรง ดงั นี้ (2 ครง้ั )

ถ้าเชอื่ วา่ มีฝมี อื ความชำนาญ
ท่ปี วงชนต้องการหวงั ถวลิ
เชอื่ ไดว้ ่าทกุ สง่ิ ในแผ่นดิน
ทา่ นทำดีไดท้ ้งั สิ้นอย่าเกรงกลัว

ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันอภิปรายวา่ บทกลอนน้ี

๏ มีสาระสำคัญอะไรบ้าง

๏ นักเรยี นไดข้ อ้ คิดอะไรทน่ี กั เรยี นทำไดท้ ันที

5. ให้นกั เรยี นชว่ ยกนั หาคำที่ตัวสะกดออกเสียง น มีกค่ี ำ (8 คำ) อะไรบา้ ง

(ชำ)นาญ (ปวง)ชน (ตอ้ ง)การ ถวลิ แผ่นดิน ทา่ น สน้ิ

6. ให้นักเรยี นอา่ นคำและเขียนคำอ่านทุกคำ

ชำนาญ อา่ นวา่ ชำ - นาน

ปวงชน อ่านว่า ปวง - ชน

ตอ้ งการ อ่านวา่ ตอ้ ง - กาน

ถวลิ อา่ นว่า ถะ - หวฺ นิ

108

แผน่ ดิน อ่านว่า แผ่น - ดนิ

ทา่ น อ่านวา่ ท่าน

สิน้ อ่านว่า สิ้น

นกั เรียนจะสังเกตได้วา่ ออกเสียงตัวสะกด เป็น น ทุกคำ ให้สรปุ ว่า มาตรา กน มีพยัญชนะท่ีเป็น

ตัวสะกด คือ น ญ ร ล

7. ให้นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำและอ่านออกเสียงคำมาตรา กน ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ

แล้วฝึกอ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง

(Rubrics) เรือ่ ง การอ่านออกเสียงคำในมาตรา กน)

ข้ันสรปุ

8. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้

๏ คำทอี่ อกเสยี งตวั สะกดเหมอื น น ทกุ คำ เปน็ คำในมาตรา กน

ชั่วโมงท่ี 18

ขนั้ นำเข้าสู่บทเรยี น

1. ให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั นี้

๏ ถ้าเขยี นคำไมถ่ กู ต้องจะเกิดผลเสียอย่างไร

ขั้นสอน

2. ครูนำนักเรียนอา่ นบทกลอน 2 คร้งั

นิทานพ้ืนบ้าน โบราณเล่าขาน

ใช้เปน็ ตำนาน สืบสานเรียนรู้

ปผู กู้ ลา้ หาญ หวั ลา้ นนอกครู

ลกู ชา้ งกตัญญู เชดิ ชคู ุณธรรม

ใหน้ ักเรยี นอา่ นพรอ้ มๆ กันให้ถูกช่วงจงั หวะวรรคตอน

3. ครูและนักเรียนช่วยกนั อภิปราย เน้ือหาสาระของบทกลอน โดยใชค้ ำถาม ดงั นี้

๏ บทกลอนนีไ้ ด้กล่าวถงึ เรอ่ื งอะไร

๏ มปี ระโยชน์อยา่ งไร

๏ นทิ านพ้ืนบา้ นในบทกลอนนีม้ ีทั้งหมดกเี่ รื่อง

๏ พยญั ชนะท่ที ำหนา้ ท่เี ปน็ ตวั สะกดเสียง น มที ้ังหมดก่คี ำ (13 คำ) มีอะไรบา้ ง

((นิ)ทาน พ้ืน บ้าน (โบ)ราณ (เลา่ )ขาน (ตำ)นาน เปน็
คุณ(ธรรม))
(สบื ) สาน เรียน(รู้) (กล้า)หาญ (หว้ ) ล้าน กตญั (ญ)ู

๏ มตี ัวอกั ษรใดเป็นตวั สะกดในมาตรา กน บ้าง (น ณ ญ)

109

4. ให้นกั เรียนชว่ ยกันหาคำ มาตรา กน มาเติมใหค้ ำมคี วามหมาย

5. ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั อธิบายความหมายของคำดังตอ่ ไปนี้

คูณหาร อาหาร การบา้ น การงาน

หาร ขาน ปาน พาน พาล

6. ให้นักเรียนตัดตวั สะกดของคำท้ังหมด แลว้ ศึกษาความหมายของคำท่ีเหลืออีกคร้ังว่ามีความหมาย
เหมอื นเดมิ หรือเปลย่ี นไปอยา่ งไรบ้าง เช่น

คูณหาร = คู หา
อาหาร = อา หา
การบา้ น = กา บา้
การงาน = กา งา
หาร = หา
ขาน = ขา
ปาน = ปา
ทาน = ทา
พาล = พา
7. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาคำที่มีตัวสะกดในมาตรา กน กลุ่มละ 15 คำ พร้อมกับบอกความหมาย
ของคำ แล้วใหต้ ัดตวั สะกดออก แต่ละคำท่ีไดใ้ หม่น้นั มคี ำใดที่มคี วามหมาย และคำใดทไ่ี มม่ คี วามหมาย
ขัน้ สรุป
8. ใหน้ ักเรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
๏ การเขียนคำตอ้ งเขยี นใหถ้ ูกต้อง คำจึงจะมคี วามหมาย

110

ชว่ั โมงท่ี 19
ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน
1. ให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั น้ี

๏ มีพยญั ชนะใดบา้ งทอ่ี อกเสยี งเหมือน ก
ขนั้ สอน
2. ครอู ่านเรือ่ ง วนั ท่ีฝนตก ใหน้ กั เรยี นฟงั แล้วร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกับเนอ้ื เร่ือง

วนั ศุกร์ตอนเชา้ เตา่ คลานขนึ้ บก

พกั ข้างตน้ กก เหน็ นกบินวน

ลกู นกหกตัว นกึ กลวั เมฆฝน

ทุกตัวลกุ ลน ฝนตกจกั้ จั้ก

ฝนหยุดแดดออก กระรอกคึกคัก

3. ครูติดบัตรคำกจราะกจเนอ้ือกเรร้อื่องงท4ัก-5 คำ เช่นเพนื่อกนรรักักสขุ ตเกอยลูก เมฆ ให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามครู

แลว้ สังเกตตวั สะกดของคำ

4. ให้นกั เรียนอ่านบทร้อยกรองของท่านพุทธทาสภกิ ขุ ดงั น็

อันบคุ คล กตัญญู รูค้ ณุ โลก

อุปโภค บรโิ ภค มีใหห้ ลาย

ข้าวหรอื เกลือ ผกั หรือหญ้า ปลาหรอื ไม้

รู้จักใช้ อยา่ ทำลาย ให้หายไป

ให้นักเรียนช่วยกันคิดวิเคราะห์และสรุปเน้ือหาสาระจากบทร้อยกรองน้ี ให้คุณธรรมในข้อใดบ้าง

(กตัญญรู คู้ ุณ ความพอเพียง)

5. ให้นักเรยี นอา่ นทีละบรรทดั พร้อม ๆ กนั และให้ฟังและสังเกตว่ามคี ำใดท่ีออกเสยี งตวั สะกดเหมอื น

เสยี งอักษร ก

บคุ คล โลก อปุ โภค บริโภค ผกั จัก

6. ให้นักเรียนช่วยกนั อ่านคำและเขียนคำอา่ นทกุ คำ
บคุ คล อา่ นวา่ บุก - คน
โลก อ่านว่า โลก
อุปโภค อ่านวา่ อุ - ปะ - โพก
บริโภค อา่ นวา่ บอ - ริ -โพก
ผัก อา่ นวา่ ผัก
จัก อ่านวา่ จัก

111

7. ให้นักเรียนสังเกตคำที่ออกเสียง ก และแสดงความคิดเห็นในเร่ืองการออกเสยี งตัวสะกดเหมือนกัน
คือ ออกเสียง ก แต่มีความแตกต่างในตัวอักษรท่ีมาเป็นตัวสะกด และสรุปได้ว่า ค เป็นตัวสะกด แต่ออก
เสียงเหมอื น ก สะกด

ขั้นสรปุ
6. ให้นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดังน้ี

๏ คำที่มี ก สะกด และออกเสียงเหมือน ก สะกด เปน็ คำในมาตรา กก ทกุ คำ

ชว่ั โมงท่ี 20

ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

1. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดังนี้

๏ คำในมาตรา กก ทใ่ี ชพ้ ยญั ชนะสะกดต่างกัน จะออกเสยี งตวั สะกดเหมอื นกนั หรอื ไม่

ขนั้ สอน

2. ให้นักเรียนเล่นเกม “บอกคำที่มี ก สะกด” ให้แต่ละกลุ่มเตรียมหาคำท่ีสะกดด้วยตัว ก ครูเรียกชื่อ

กลมุ่ ใดก็ใหก้ ล่มุ นนั้ บอกคำ 1 คำ เรียกหมนุ เวยี นกนั ไปเร่อื ย ๆ

ครูเขียนทุกคำไว้บนกระดาน แล้วให้นักเรียนสังเกตว่า คำท่ีเขียนไว้บนกระดานมีอะไร ที่เหมือนกัน

และชว่ ยกันสรุปว่า คำทมี่ ี ก สะกด เป็นคำในมาตรา กก หรือ แม่กก

3. ใหน้ กั เรยี นเล่นเกมปรศิ นาคำทาย ครถู ามใหน้ ักเรียนตอบ

1. ก่อนฝนจะตกท้องฟา้ จะมอี ะไรเต็มท้องฟ้า (เมฆ)

2. เราเลย้ี งสัตวอ์ ะไรเอาไวเ้ ฝ้าบ้าน (สุนัข)

3. เราใชอ้ ะไรพูดและใชร้ ับประทานอาหาร (ปาก)

4. สตั วป์ ระเภทใดท่ีใช้ปกี บิน (นก)

5. สตั ว์อะไรทม่ี รี ูปรา่ งเหมือนงู แต่ตัวใหญม่ ากและเราเชอื่ กนั ว่าอยแู่ ถบแมน่ ำ้ โขง (พญานาค)

4. ครูติดบัตรคำที่เป็นคำตอบไว้บนกระดาน เมฆ สุนัข ปาก นก พญานาค ให้นักเรียนอ่านคำ

พร้อมๆ กนั

เมฆ อา่ นว่า เมก

สุนขั อ่านวา่ สุ - นกั

ปาก อา่ นวา่ ปาก

นก อา่ นวา่ นก

พญานาค อา่ นวา่ พะ - ยา - นาก

ใหน้ ักเรียนสังเกตวา่ การออกเสียงของตัวสะกดเป็น ก ทุกคำ ใหผ้ ู้เรยี นช่วยกันสรปุ วา่ มาตรา กก

หรอื แมก่ ก มพี ยญั ชนะนี้เป็นตัวสะกดคอื ก ข ค ฆ

5. ให้นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำและอ่านออกเสียงคำมาตรา กก ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ

แล้วฝึกอ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัด โดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง

(Rubrics) เรอ่ื ง การอ่านออกเสียงคำในมาตรา กก)

ข้ันสรปุ

6. ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้

๏ คำในมาตรา กก อ่านออกเสยี งเหมือน ก สะกดทกุ คำ

112

ชัว่ โมงที่ 21

ขัน้ นำเข้าสูบ่ ทเรียน

1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั นี้

๏ นักเรียนมวี ิธจี ำตวั สะกดในมาตรา กก อยา่ งไร

ขั้นสอน

2. ใหน้ กั เรยี นเลน่ เกม “ตวั อักษรแทนตวั เลข” ครมู ีบตั รตวั เลข 5 ชดุ แจกให้แตล่ ะกลมุ่ 1 ชุด

แตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกนั หาตวั อักษรที่อยู่ในหมายเลขนั้นมาแทนตวั เลข ( ก = 1 - ฮ = 44 )

40, 1, 27, 35, 1 = สกปรก

27, 36, 37, 1 = ปลวก

41, 33, 43, 1 = หมอก

27, 36, 43, 1 = ปลอก

20, 43, 1, 8, 43, 1 = ดอกจอก

ใหน้ ักเรียนอ่านคำพร้อมๆ กนั

3. ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันสังเกตวา่ คำทุกคำมสี ่วนทีเ่ หมอื นกันก็คือ ทกุ คำสะกดด้วย ก

4. ให้แบ่งกลุ่มผู้เรียนเล่นเกมปริศนาอักษรภาพให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมาจับภาพ 1 ภาพ แล้วให้แต่

ละกล่มุ ชว่ ยกันเขยี นเปน็ ตัวอักษร

เ- มา้ ระฆงั เสอื -ุ ไข่

ปลา -อ ไก่ โ- ช้าง ควาย

เรอื -ั ไก่

ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มออกมาเขยี นคำทไี่ ดค้ ือ เมฆ สุข ปอก โชค รัก

5. ให้นักเรียนอา่ นคำและรว่ มกันสรปุ มาตรา กก คอื คำหรือพยางคท์ ่ีมีตวั ก ข ค ฆ
เปน็ ตัวสะกด

6. ใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรมเสริมทกั ษะการเรียนรู้ ดังน้ี
6.1 เติมพยัญชนะต้นใหค้ ำมคี วามหมาย
6.2 เขยี นคำใหมใ่ หถ้ กู ตอ้ ง

จากนั้นรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ขัน้ สรุป
7. ใหน้ ักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดงั น้ี

๏ การเขยี นคำต้องเขยี นใหถ้ กู ตอ้ ง คำจึงจะมคี วามหมาย

113

ชว่ั โมงท่ี 22
ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี

๏ พยัญชนะสะกดตัวใดออกเสยี งเหมือน บ บา้ ง
ขั้นสอน
2. ให้นกั เรยี นเล่นเกม “ปริศนาคำทายอะไรเอย่ ” ครูใชค้ ำถามนกั เรียนเป็นคนตอบ และคำตอบ
ทุกตวั จะตอ้ งสะกดด้วยเสียง บ อะไรเอ่ย

๏ เวลาฝนตกจะส่งเสียงรอ้ ง อบ๊ อบ๊ (กบ)
๏ เปน็ สง่ิ ทอี่ ย่ปู ลายน้วิ ทกุ นวิ้ (เลบ็ )
๏ เป็นสง่ิ ท่เี ราจะตอ้ งจดุ บชู าพระกอ่ นท่จี ะไหวพ้ ระ (ธูป)
๏ เป็นส่งิ ท่ชี าวสวนใช้ขดุ ดนิ และดายหญา้ (จอบ)
๏ สัตว์ทม่ี ีคอยาวกวา่ สตั ว์อน่ื ๆ (ยีราฟ)
3. ครนู ำบตั รคำติดไว้บนกระดาน ดงั น้ี

กบ เล็บ ธปู จอบ ยรี าฟ
ใหน้ กั เรยี นอา่ นคำจากบตั รคำ และเขยี นคำอา่ นด้วย

คำว่า กบ อา่ นวา่ กบ
เลบ็ อา่ นวา่ เลบ็
ธูป อา่ นว่า ทบู
จอบ อ่านวา่ จอบ
ยรี าฟ อา่ นวา่ ยี - รา้ บ

4. ให้นักเรียนสังเกตคำที่ออกเสียง บ และช่วยกันคิดวิเคราะห์ความแตกต่างของคำในมาตรา กบ
ว่ามคี ำอะไรบ้าง เมอ่ื มีอกั ษรตัวอืน่ เป็นตวั สะกด แล้วจะกลายเปน็ ตวั สะกดในมาตรา กบ คอื บ ป ฟ

ขน้ั สรุป
5. ให้นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี

๏ คำท่มี ี บ สะกด และออกเสยี งเหมือน บ สะกด เปน็ คำในมาตรา กบ ทุกคำ

ช่วั โมงท่ี 23
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังนี้

๏ การฝึกอ่านออกเสยี งอย่างสม่ำเสมอ จะเกดิ ผลดอี ยา่ งไร
ข้ันสอน
2. ครูอา่ นเรื่อง โอบกับจุ๊บ ใหน้ ักเรยี นฟัง แล้วรว่ มกันสนทนาเกี่ยวกบั เน้อื เร่ือง

พี่โอบชวนน้องจ๊บุ ไปเที่ยวสวน พบนกกระจบิ โฉบ
มาจับคบไม้ ส่งเสยี งร้อง จ๊บิ จ๊ิบ พโ่ี อบแอบถา่ ยรปู

นกกระจาบกำลังคาบตัวหนอน นอ้ งจุ๊บชอบดูกบ
กระโดดอยูท่ ่ีขอบสระนำ้ เธออยากจับกบกลับบา้ นด้วย
แต่พโ่ี อบบอกวา่ “การรังแกสัตว์เป็นสิ่งไม่ดี” น้องจบุ๊
ขอบคุณพ่ีโอบท่ชี ว่ ยสอนในสง่ิ ดี

114

3. ครูติดบัตรคำจากเนื้อเรื่อง 4-5 คำ เช่น โอบ กับ จุ๊บ กบ รูป ให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงคำ

ตามครู แล้วสังเกตตวั สะกดของคำ

4. ให้นักเรยี นชว่ ยกนั แยกส่วนประกอบของคำ ดังต่อไปน้ี บอบ บบี บบุ แบบ บวบ

คำ พยญั ชนะตน้ สระ ตัวสะกด วรรณยกุ ต์

บอบ บ -อ บ -

บีบ บ -ี บ -

บุบ บ -ุ บ -

แบบ บ แ- บ -

บวบ บ -ัว บ -

ครูให้นักเรียนช่วยกันแยกส่วนประกอบของคำท่ีสระคำ จนครบทั้ง 5 ตัว แล้วให้นักเรียนอ่านคำ
พร้อมๆ กัน

5. ให้นักเรียนช่วยกันสังเกตคำ และช่วยกันคิดวิเคราะห์ และสรุปว่าเรารู้ได้อย่างไรว่า บ ตัวใด
เปน็ พยัญชนะต้น บ ตวั ใดเป็นตวั สะกด (ให้นักเรยี นดูในช่องสระ และเปน็ การทบทวนวธิ ีการเขยี นสระ
แต่ละตวั ด้วยวา่ ตำแหนง่ ของสระจะอย่ทู ใ่ี ด)

6. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันหาคำที่มีตัวสะกดด้วยอักษร บ ครูเรียกทีละกลุ่มให้บอกคำ 1 ตัว
และใหก้ ลุ่มต่อไปนบ้ี อกคำตอ่ ไป โดยไมใ่ ห้ซ้ำกัน

7. ให้นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำและอ่านออกเสียงคำมาตรา กบ ในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ
แล้วฝึกอ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง
(Rubrics) เรือ่ ง การอ่านออกเสียงคำในมาตรา กบ)

ขัน้ สรปุ
8. ให้นกั เรียนและครูรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้

๏ การอ่านออกเสยี งคำในมาตรา กบ ทกุ คำออกเสียงตวั สะกดเป็นเสียง บ

ชัว่ โมงท่ี 24

ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น

1. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดังนี้

๏ นักเรยี นมีวิธีจำพยัญชนะที่เปน็ ตัวสะกดในมาตรา กบ อย่างไร

ขั้นสอน

2. ใหน้ ักเรียนจบั คคู่ ำในแถวที่ 1 กับแถวที่ 2 ใหถ้ ูกต้องและมคี วามหมาย ดงั น้ี

แถวท่ี 1 ขอบ กรงุ เคา อา ยาง

แถวที่ 2 เทพ ชีพ คุณ ลบ รพ

= ขอบคุณ กรุงเทพ เคารพ อาชพี ยางลบ

ครแู ละนกั เรียนช่วยกันตรวจความถกู ตอ้ ง

3. ครูนำบตั รคำตดิ ไวบ้ นกระดาน

ขอบคณุ กรุงเทพ เคารพ อาชพี ยางลบ

ใหน้ กั เรียนอ่านคำจากบัตรคำ และเขยี นคำอา่ นด้วย เช่น

ขอบคุณ อา่ นวา่ ขอบ - คุน

กรุงเทพ อ่านวา่ กรฺ งุ - เทบ

115

เคารพ อา่ นว่า เคา - รบ
อาชีพ อ่านวา่ อา - ชบี
ยางลบ อา่ นว่า ยาง - ลบ
4. ให้นักเรียนสังเกตคำที่ออกเสียง บ และช่วยกันคิดวิเคราะห์ความแตกต่างคำในมาตรา กบ
วา่ มีคำอะไรบ้างทีม่ ีอักษรอ่นื เปน็ ตัวสะกด
5. ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่มเลน่ เกม “สร้างคำ” โดยใชพ้ ยัญชนะตน้ ตามทก่ี ำหนดให้ และใช้ตัวสะกด
ท่อี อกเสยี ง บ ในเวลาท่ีกำหนด
กขรลส
ครูเขยี นคำตา่ งๆ ทนี่ ักเรียนนำเสนอไวบ้ นกระดานทกุ คำ และให้นักเรียนอ่านคำพรอ้ มๆ กนั
6. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเขียนคำจากส่วนประกอบของคำที่กำหนด
และนำคำทีก่ ำหนดมาเตมิ ในชอ่ งวา่ งให้ไดค้ วามหมาย จากนนั้ รว่ มกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขัน้ สรุป
7. ใหน้ ักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
๏ การเขยี นคำตอ้ งเขยี นใหถ้ ูกต้อง คำจะมีความหมาย

ชวั่ โมงที่ 25

ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน

1. ให้นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้

๏ พยัญชนะสะกดตวั ใดออกเสยี งเหมอื น ด บ้าง

ขน้ั สอน

2. ครนู ำนกั เรยี นอ่านบทกลอนของ “บานเย็น ลิม้ สวัสด์ิ” ดงั นี้

ไปทไี่ หนให้คนบน่ คดิ ถงึ

มใี ชด่ า่ แชง่ ชักคดิ ผลกั ไส

ดลี ออต่อตดิ มิตรใจ

เสมอื นได้กอ่ สรา้ งหนทางเดิน

ครูและนักเรียนช่วยกันคดิ วเิ คราะหเ์ นื้อหาสาระในบทกลอน โดยใช้คำถาม ดังน้ี

๏ คนประเภทไหนทีส่ ามารถทำใหค้ นบน่ คิดถงึ อยูต่ ลอดเวลา

๏ คนประเภทไหนท่ใี ครเหน็ แล้วไมอ่ ยากอยใู่ กล้

๏ นกั เรยี นอยากจะเป็นคนประเภทใด

๏ จะตอ้ งปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไรบ้าง

3. ใหน้ ักเรียนช่วยกนั สงั เกตคำทีละบรรทัด และใหช้ ่วยกนั สรปุ ออกมาใหไ้ ด้ว่า บทกลอนบทนี้

มคี ำท่สี ะกดด้วยมาตราใดบ้าง เชน่

มาตรา ก กา มาตรา กน มาตรา กง มาตรา กก มาตรา กด

ไป ลออ คน ถึง ชกั คดิ

ที่ ตอ่ บ่น แชง่ ผลกั ตดิ

ไหน ใจ เสมือน สร้าง มิตร

ให้ ได้ หน ทาง

มิ กอ่ เดิน

116

4. ครแู ละนกั เรียนช่วยกันสรุปใหไ้ ดว้ ่า คำในแตล่ ะมาตรา นน้ั คืออย่างไร เชน่
มาตรา ก กา หมายถึง คำหรอื พยางคท์ ี่ไมม่ ตี วั สะกด
มาตรา กน หมายถึง คำหรือพยางคท์ ่ีมีตัว น หรอื ทอี่ อกเสยี งเหมือน น สะกด
มาตรา กง หมายถึง คำทีม่ ีพยางค์ที่มตี วั ง สะกด
มาตรา กก หมายถงึ คำทีม่ ีตัว ก หรือทีอ่ อกเสียงเหมอื น ก สะกด
มาตรา กด หมายถึง คำทมี่ ตี วั ด หรอื ทอ่ี อกเสียงเหมอื น ด สะกด

ขน้ั สรุป
5. ใหน้ กั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี

๏ คำทม่ี ี ด สะกด และคำที่ออกเสียงเหมอื น ด สะกด เปน็ คำในมาตรา กด ทุกคำ

ชั่วโมงที่ 26
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั น้ี

๏ ทำอยา่ งไรจงึ จะอ่านออกเสยี งได้คล่องแคล่ว
ขน้ั สอน
2. ครูอ่านเร่ือง สวนสัตว์ดุสิต ใหน้ ักเรยี นฟงั แล้วรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกบั เน้ือเรือ่ ง

สวนสตั วด์ สุ ิต เปิดปิดตรงเวลา

ผู้ใหญช่ อบพา เดก็ มาเที่ยวชม

มีรถโดยสาร บริการเหมาะสม

มวลมติ รนยิ ม น่ังชมเพลนิ ตา

ชา้ ง ลิง สงิ โต ฮิปโป เลยี งผา

ชะมด แรด ม้า ปลากด เป็ด อูฐ

เคร่อื งเลน่ หลายชนิด กิจกรรมครบสตู ร

วทิ ยากรเริม่ พูด ดงึ ดดู ชวนฟงั

การแสดงของนก วหิ คทรงพลัง
ตามครู แ3ล.้วคสรงั ตู เกิดตบตัตวั รสคะำกจดากขทอเนำงื้อตคเาำรมื่อคงำ4ส-ั่ง5 คำ เช่น เปดิ เกเป่งจด็ งั นแร่าดชมรถ สัตว์ ให้นักเรยี นอ่านออกเสยี งคำ

4. ครแู จกบัตรภาพให้แตล่ ะกล่มุ และนำภาพไปติดไวบ้ นกระดาน ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ส่งตัวแทนมา
เขียนคำใต้ภาพให้เสรจ็ รวดเรว็ และถกู ตอ้ ง (กลมุ่ ละ 5 คำ แต่ละกลุ่มอาจมีคำซ้ำ)

ภาพ - สับปะรด เหด็ เป็ด มีด
มด แรด ขวด หาด
อูฐ รถ ครุฑ บาท

กล่มุ ใดเสร็จกอ่ น กลุม่ นั้นชนะ

117

5. ใหน้ ักเรียนช่วยกันสงั เกตคำท่ีสะกดด้วยมาตรา กด และขดี เสน้ ใต้
๏ อานดิ ทอดปลาสลิด
๏ ลุงพุดขดุ หลุมเพอ่ื ปลกู มะกรูด
๏ มดไต่อยูบ่ นลางสาดในกระจาด
๏ ตำรวจเดินตรวจตลาดและที่จอดรถ
๏ ประเทศไทยใช้เงนิ บาท

6. ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั นบั คำท่มี ีตัวสะกดในมาตรา กด ดงั น้ี
1) นับคำท่ีสะกดด้วย ด มีทั้งหมดก่ีคำ (11 คำ) อะไรบ้าง (นิด ทอด สลิด พุด ขุด

มะกรูด มด ลางสาด กระจาด ตลาด จอด)
2) นับคำที่สะกดด้วยพยัญชนะที่ออกเสียงตัวสะกดเหมือนเสียง ด มีกี่คำ (5 คำ) อะไรบ้าง

(ตำรวจ ตรวจ รถ ประเทศ บาท)
7. ให้นักเรยี นชว่ ยกันหาคำที่ออกเสียงตัวสะกดเหมือนกับคำท่ีกำหนด แต่ใช้พยัญชนะสะกดตวั อนื่

คำทก่ี ำหนดให้ รด สดั พดื ทดิ พุด บาด มดิ บด กด อิด
คำท่ไี ด้ รถ สัตว์ พืช ทศิ (พธุ , พุทธ) บาท มติ ร บท กฎ อิฐ

8. ให้ตัวแทนกลุ่มออกมารายงาน ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจความถูกต้อง กลุ่มใดเสร็จเร็วและ
ถูกต้องจะเป็นผชู้ นะ

9. ให้นักเรียนอ่านออกเสยี งคำมาตรา กด ในชวี ิตประจำวัน (ให้ครูประเมนิ ผลตัวชี้วดั โดยใชเ้ กณฑ์การ
ประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics) เรือ่ ง การอา่ นออกเสียงคำในมาตรา กด)

ขั้นสรปุ
10. ให้นักเรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี

๏ คำในมาตรา กด ทกุ คำอ่านออกเสียงเหมอื นมี ด สะกด

ชั่วโมงที่ 27
ขน้ั นำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดังน้ี

๏ นักเรียนมีวธิ จี ำตวั สะกดในมาตรา กด อย่างไร
ขน้ั สอน
2. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ เลน่ เกม “สร้างคำใหม”่ (2 พยางค์) จากคำท่ีกำหนด ดังนี้

จาด สาด มุด คุด ขวด มด
นาด หาด รีด ฉีด กด บด
รวจ กฎ รส มิตร จติ บาท
อฐุ รถ หาด ฉดี ขดุ จัด ผดั
ตวั แทนกลุ่มออกมาจับบัตรคำจากครู กลุ่มละ 5 คำ แต่ละกลมุ่ ใหช้ ่วยกนั คิดหาคำท่ีจะนำมาสร้าง
เป็นคำใหม่ กลุม่ ใดทำเสรจ็ แล้วยกมือใหค้ รไู ปตรวจความถูกตอ้ ง
3. แต่ละกลุ่มนำคำท่ีสร้างได้มาเสนอให้เพ่ือนได้ทบทวน ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจความถูกต้อง
ในขณะท่ีกลุ่มหนึ่งรายงานเสรจ็ แล้ว ครูใหโ้ อกาสกลุ่มอ่ืน ๆ สร้างคำเพ่มิ ขึน้ อีกได้
4. ครูเขยี นคำทัง้ หมดไว้บนกระดาน และใหน้ ักเรียนอา่ นคำพร้อม ๆ กนั

118

5. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเติมตัวสะกดให้เป็นคำที่ถูกต้อง แล้วร่วมกัน
ตรวจสอบ

ขั้นสรปุ
6. ใหน้ กั เรยี นและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้

๏ การเขยี นคำต้องเขียนให้ถกู ต้อง คำจงึ จะมคี วามหมาย

สอ่ื การเรียนร้/ู แหลง่ การเรยี นรู้
1. ใบงาน
2. บัตรคำ แผนภาพ รูปภาพ
3. แบบฝกึ หดั
4. แผนผงั มาตราตัวสะกดในภาษาไทย

การประเมนิ ผลรวบยอด

1. ช้นิ งาน/ภาระงาน

- ใบงาน

- แบบฝกึ หัด

- แผนผงั ความคดิ

2. การประเมินผล

ระดับคะแนน

เกณฑ์การประเมนิ 4 4 2 1

(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)

นกั เรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นกั เรียนสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ

สรุปความรู้จำแนก สรปุ ความรู้จำแนก สรปุ ความรจู้ ำแนก สรปุ ความรูจ้ ำแนก สรุปความรู้จำแนก

คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตผุ ล

ถูกต้องและ เกอื บทุกคำแก้ไขได้ บางคำเม่ือมีผู้ เม่ือมผี ู้แนะนำ

สามารถแนะนำ ด้วยตนเอง แนะนำกส็ ามารถ

ผอู้ ื่นได้ แกไ้ ขได้

119

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4

ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ เรยี นรู้ ท่องจำ อักษรนำและอกั ษรควบ

รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท 11101

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จำนวน 10 ช่วั โมง

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดำเนนิ ชีวิตและมนี สิ ยั รกั การอา่ น
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้ทักษะการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ
เขยี นรายงานข้อมูลสาระสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ

ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ท 1.1 ป. 1/1 บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย

ป. 1/2 บอกความหมายของคำ และข้อความทอี่ ่าน
มาตรฐาน ท 2.1 ป. 1/1 คัดลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั

ป. 1/2 เขียนสือ่ สารดว้ ยคำและประโยค
มาตรฐาน ท 4.1 ป. 1/2 เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

สาระสำคญั
คำที่มอี ักษรควบ เป็นคำท่ีมีพยญั ชนะต้น 2 ตัว โดยพยัญชนะต้นตัวท่ีสองเป็น ร ล ว ซง่ึ อ่านออกเสียง

พร้อมกับพยญั ชนะตน้ ตวั แรก คำทีม่ ีอกั ษรนำ มีพยญั ชนะต้น 2 ตัว และออกเสียงแบบมี ห นำ

สาระการเรยี นรู้/เน้ือหาสาระ
1. คำควบกล้ำ คำที่ประสมอักษรนำ
2. ลักษณะของคำควบกล้ำ คำทป่ี ระสมอกั ษรนำ
3. การสะกดคำ การแจกลกู และการอา่ นเป็นคำ
4. การอา่ น การเขยี น การอธิบาย บอกความหมาย การสรปุ ความรู้
5. ความมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มั่นในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย อยู่อยา่ งพอเพียง การประหยัด

120

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรียนรู้
2. มุ่งมั่นในการทำงาน
3. รักความเป็นไทย

กิจกรรมการเรยี นรู้
ชว่ั โมงท่ี 1-2
ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครอู ่านคำต่อไปนี้ใหน้ ักเรยี นฟงั เพอ่ื สงั เกตคำทีม่ ีอกั ษรควบ
กราบกราน ครอบครวั แคล้วคลาด
ขลาดเขลา เคลา้ เคลยี แคลว่ คล่อง
กวา้ งขวาง ขวักไขว่ ไตร่ตรอง
ครอบครอง คลี่คลาย ไขว่ควา้
ขน้ั สอน
2. ครูแบ่งนักเรียนเป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะได้บัตรคำกลุ่มละ 1 ใบให้ร่วมกันคิดว่าจะใบ้คำอย่างไร

ให้กลุ่มอื่นๆ ทายคำในบัตรคำได้ถูกต้อง จากน้ันส่งตัวแทนกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน ออกมาใบ้คำ ถ้าเพ่ือนกลุ่มอื่น
ทายคำถกู ตอ้ ง กลุม่ ที่ใบ้คำจะได้คะแนน

ดำเนินกิจกรรมจนครบท้ัง 4 คำ ดังนี้ แกะ แกละ แขน แขวน แต่ละกลุ่มติดบัตรคำบนกระดาน
แลว้ อ่านคำพรอ้ ม ๆ กนั

3. ให้นักเรียนสังเกตคำบนกระดานแล้วร่วมกันบอกผลการสังเกตว่า คำว่า แกะ แขน มีพยัญชนะต้น 1 ตัว
คำว่า แกละ แขวน มพี ยญั ชนะตน้ 2 ตวั

4. ครูติดตารางบนกระดาน และติดบัตรคำในตาราง ให้นักเรียนร่วมกันแยกส่วนประกอบของคำ โดย
ครูบันทกึ คำตอบของนักเรียนบนกระดาน ดังนี้

คำ พยญั ชนะตน้ สระ ตัวสะกด วรรณยุกต์ สะกดว่า อ่านวา่
๑. แพ แพ
๒. แพร พ แ- – – พอ – แอ แพฺร
๑. แกะ แกะ
๒. แกละ พร แ - – – พอ – รอ – แอ แกฺละ
๑. แขน แขน
๒. แขวน ก แ-ะ – – กอ – แอะ แขวฺ น

กล แ - ะ – – กอ – ลอ – แอะ

ข แ - น – ขอ – แอ – นอ

ขว แ - น – ขอ – วอ – แอ – นอ

121

ใหน้ ักเรียนอ่านคำพรอ้ ม ๆ กนั
5. ให้นกั เรียนชว่ ยกนั สงั เกตความแตกต่างของพยัญชนะตน้ ของหมายเลข 1 ทงั้ หมด และหมายเลข 2
ทั้งหมด และให้ช่วยกันสรุปให้ได้ แถวที่ 2 น้ัน จะมีพยัญชนะต้น 2 ตัว และตัวท่ี 2 น้ัน มี ร ล ว ซึ่งอ่าน
ออกเสยี งพร้อมกบั พยญั ชนะตน้ ตัวแรก เรยี กว่า คำท่มี อี กั ษรควบ
6. ให้นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำท่ีมีอักษรควบ โดยครูติดบัตรคำบนกระดานครั้งละ 1 คำ ให้นักเรียน
อ่านสะกดคำพร้อมๆ กัน จากนั้นร่วมกันอภิปรายวิธีการอ่านคำที่มีอักษรควบให้ถูกต้อง ชัดเจนตัวอย่างคำ
ในกจิ กรรมนี้ พระ โคลน ควำ่ แครง แกล้ง
7. จากกิจกรรมข้อ 4 ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า มีคำใดบ้างท่ีนักเรียนเคยพบ หรือเคยพูดใน
ชีวิตประจำวัน จากนั้นครูให้นักเรียนฝึกอ่านคำในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่านออกเสียงด้วย
ตนเอง (ใหค้ รูประเมินผลตัวช้ีวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เร่อื ง การอา่ นออกเสียง
คำทีม่ ีอักษรควบ)
8. ให้นักเรียนทำใบงานเร่ือง การคัดลายมือคำท่ีมีอักษรควบ ครูประเมินผลงานของนักเรียนเป็น
รายบคุ คล
ขน้ั สรุป
9. ใหน้ ักเรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี

๏ คำท่ีมีอักษรควบ เป็นคำท่ีมีพยัญชนะต้น 2 ตัว โดยพยัญชนะต้นตัวที่สองเป็น ร ล ว ซึ่งอ่าน
ออกเสียงพรอ้ มกบั พยญั ชนะต้นตวั แรก

ชว่ั โมงที่ 3-5
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั นี้

๏ การอา่ นและเขียนคำทีม่ อี ักษรควบ แตกตา่ งจากการอ่านและเขียนคำทีม่ ีพยัญชนะตน้
1 ตัว หรอื ไม่ อยา่ งไร

ขั้นสอน
2. ครูตดิ แผนภูมเิ พลง อักษรควบ บนกระดาน ใหน้ กั เรยี นอ่านเนือ้ เพลงตามครู 1 ครัง้ ฟังเพลง
1 ครง้ั ร้องเพลงตามครทู ลี ะวรรค 1 คร้ัง แล้วร้องเพลงพรอ้ มกันพรอ้ มทง้ั ปรบมอื ใหจ้ ังหวะ

เพลง อักษรควบ ทำนอง แม่สะเรียง
คำร้อง ปิตินันทน์ สุทธสาร ไขว่คว้า ตรอมตรม อกระบมหมองมัว
ผดิ ความ เคลื่อนคลาด หวาดกลวั
เรียมคล่งั ไคล้ กวัดแกวง่ ไกว เกลยี วกลม โอแ้ ม่ขวญั ใจ เคลียคลอ
ปกครอง ปอ้ งกนั ปราบปราม ขอเราช่วยกนั จรรโลงให้ดี (ซำ้ )
อกส่นั ระรัว ร้างแรมห่างไกล
คำควบกล้ำนห้ี นอ

122

3. ครูและนักเรียนช่วยกนั หาคำท่มี ีพยัญชนะตน้ 2 ตวั และพยัญชนะตน้ ตวั ท่ี 2 เป็น ร ล ว มีท้งั หมด
อย่างละกี่คำ จากนั้นให้นักเรียนสังเกตการเขียนคำที่มีอักษรควบ และคำที่มีพยัญชนะต้น 1 ตัว จากคำท่ีครูเขียน
บนกระดาน ดังนี้ กดั กวัด แก่ง แกว่ง ไข่ ไขว่ ค้า คว้า

4. ครถู ามคำถามกระตนุ้ ความคิดของนกั เรียน ดงั นี้
๏ คำที่มีพยญั ชนะต้น 1 ตัว กับคำท่ีมีอักษรควบ มีวธิ ีการเขียนสะกดคำแตกต่างกนั หรือไม่ อย่างไร

(แตกต่างกัน คือ คำท่ีมพี ยัญชนะต้น 1 ตัว จะเขยี นรปู สระและวรรณยุกต์บนพยัญชนะตน้ ตัวนน้ั เลย แตค่ ำ
อกั ษรควบ จะเขียนรูปสระและวรรณยกุ ต์บนพยัญชนะตน้ ตวั ทสี่ อง)

5. ให้นักเรียนฝึกเขียนคำอักษรควบ โดยครูนำสิ่งของหรือบัตรภาพมาให้นักเรียนดู แล้วติดบัตรคำ
ปริศนาบนกระดาน ใหต้ ัวแทนนักเรียนครั้งละ 1 คน ยกมือแล้วบอกพยัญชนะในบัตรคำปริศนา ครัง้ ละ 1 ตัว
ถ้าถูกต้อง ครูจะเขียนพยัญชนะลงในบัตรคำ เมื่อได้คำที่สมบูรณ์แล้วให้นักเรียนฝึกอ่าน และบอกความหมาย
ของคำให้ถกู ตอ้ ง

ตัวอยา่ งบัตรคำปริศนาในกิจกรรมนี้

(ไม้กวาด) (กระโปรง) (ของขวญั )

6. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้โดยหาคำท่ีมีอักษรควบในตาราง แล้วขีด

เสน้ ล้อมรอบคำท่นี กั เรียนรูจ้ ัก

7. ให้นักเรียนทำใบงานเรือ่ ง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำที่มีอกั ษรควบ แล้วร่วมกัน

ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

ขัน้ สรุป

8. ใหน้ กั เรียนและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้

๏ การเขา้ ใจความหมายของคำที่เขยี นและอา่ นจะสามารถนำคำไปใชไ้ ด้ถูกต้อง

9. ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้เร่ือง อักษรควบ ลงในแผนภาพความคิด แล้วร่วมกันตรวจสอบความ

ถกู ต้อง

ชั่วโมงที่ 6-7
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
1. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี

๏ คำท่มี พี ยัญชนะตน้ 2 ตัว นอกจากคำท่ีมอี ักษรควบแลว้ ยังมคี ำชนดิ อื่นอกี หรือไม่
ขน้ั สอน
2. ครูอ่านคำตอ่ ไปนี้ใหน้ ักเรยี นฟงั เพอื่ สงั เกตคำอกั ษรนำ

หญงิ หญา้ หมา หมี หมู หนู หรหู รา อยา่ อยู่ อย่าง อยาก
ขนนุ ขนม ฉลาก หลายหลาก คอื คำอะไร
3. ครูนำบัตรภาพคว่ำไว้บนกระดาน 4 ภาพ ให้ตัวแทนนักเรียนครั้งละ 1 คน ออกมาเลือกเปิดบัตร
ภาพ 1 ใบ แล้วบอกคำจากบัตรภาพ จากนั้นให้เลือกเปิดบตั รคำท่ีคว่ำอยู่ 1 ใบ ถ้าไดบ้ ัตรคำที่ตรงกับบัตรภาพ
จะไดค้ ะแนนพเิ ศษ ดำเนนิ กจิ กรรมนี้จนไดค้ ำครบท้ัง 4 คำ

123

ดงั น้ี หนอน
นอน ขนม

นม

4. ให้นักเรียนสังเกตคำแต่ละคู่ในตารางแยกส่วนประกอบขอบคำท้ัง 2 คู่ และให้ตอบว่าคำแต่ละคู่มี
พยญั ชนะตน้ เหมอื นกันหรือไม่ อย่างไร (ไมเ่ หมือน)

นอน นม มพี ยญั ชนะตน้ 1 ตัว
หนอน ขนม มพี ยญั ชนะต้น 2 ตวั
5. ให้นักเรียนช่วยกันคิดวิเคราะห์ดูว่า จากคำที่มีพยัญชนะต้นตัวเดียวคือ นอน นม เม่ือเป็นคำ
ที่มพี ยญั ชนะตน้ 2 ตวั มตี ัวอักษรใดมานำ (ตวั อักษร ห ข นำ)
6. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเกย่ี วกบั คำอกั ษรนำ ดงั นี้
คำอักษรนำ คอื คำท่ีมีพยัญชนะต้น 2 ตัว ประสมสระเดียวกัน พยัญชนะตัวหน้าจะนำเสยี งวรรณยุกต์
ของตวั ทตี่ ามมา
1) คำทมี่ ี ห นำจะออกเสยี งพยางค์เดยี ว
2) คำอักษรนำที่ออกเสียง 2 พยางค์ คือคำท่ีมีพยัญชนะต้น 2 ตัว ประสมสระเดียวกัน
ออกเสียงเป็น 2 พยางคอ์ อกเสยี งพยัญชนะตัวหน้าเป็นเสียง อะ กึง่ เสยี ง พยญั ชนะต้นตวั ท่ี 2
ออกเสยี งเหมอื นมี ห นำ (ขนม จมูก)
7. ให้นักเรียนฝกึ อา่ นสะกดคำท่ีมีอักษรนำ จากคำที่ครกู ำหนด ดังนี้
หมอ หญา้ หนงึ่ ขนุน สมดุ จมูก
ครสู ังเกตการอ่านของนักเรยี น และแนะนำเพิม่ เติมเม่อื นกั เรียนอา่ นสะกดคำไม่ถูกต้อง
8. ให้นักเรียนฝึกอ่านคำในชีวิตประจำวันตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครู
ประเมินผลตัวช้ีวัด โดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เร่ือง การอ่านออกเสียงคำท่ีมี
อกั ษรนำ)
9. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้โดยระบายสีคำท่ีมีอักษรนำ แล้วร่วมกันตรวจสอบ
ความถกู ต้อง
10. ใหน้ ักเรยี นทำใบงานเรอ่ื ง การคัดลายมือคำทม่ี ีอักษรนำ ครปู ระเมนิ ผลงานของนกั เรียน
เปน็ รายบคุ คล
ขัน้ สรปุ
11. ให้นักเรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ คำที่มีอักษรนำมีพยญั ชนะตน้ 2 ตวั และออกเสียงแบบมี ห นำ

ชั่วโมงที่ 8-10
ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรียน
1. ให้นักเรียนเล่นปริศนาคำทาย โดยครูแบ่งนักเรียนเป็น 5 กลุ่ม ครูเขียนปริศนาคำทายไว้แล้วให้
ตัวแทนกลุ่มออกมาจับฉลากถ้าได้ปริศนาใดก็ให้ตัวแทนอ่านคำปริศนาน้ันให้เพื่อนในห้องตอบ แล้วหมุนเวียน
ไปกลุ่มอน่ื ๆ จนครบ

124

๏ ใครเอย่ ทเ่ี ปน็ ลกู ของลกู เรา (หลาน)
๏ สตั วอ์ ะไรเอย่ ทช่ี ว่ ยราชสหี จ์ ากบว่ งนายพราน (หนู)
๏ สตั ว์อะไรเอ่ยทีค่ นชอบใหเ้ ฝ้าบา้ น (หมา)
๏ สตั วอ์ ะไรเอ่ย ตวั โตใหญ่ อยู่ในปา่ ชอบหากินน้ำผงึ้ (หม)ี
๏ อะไรเอย่ เปน็ ของใช้ เอาไวห้ นุนนอน (หมอน)
ขัน้ สอน
2. จากกิจกรรมข้อ 1 ครูให้ตัวแทนกลุ่มครั้งละ 1 คน ออกมาแข่งขันกันเขียนคำที่เป็นคำตอบของ
ปริศนาคำทายบนกระดาน ครั้งละ 1 คำ ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง แล้วดำเนินกิจกรรมนี้
จนครบท้ัง 5 คำ จากน้ันร่วมกันอภิปรายการเขียนคำอักษรนำว่าเหมือนหรือแตกต่างจากคำอักษรควบหรือไม่
อยา่ งไร (เหมือนกัน คือ เขยี นสระ วรรณยุกต์ ตวั สะกด ไว้ บน ลา่ ง หรอื ต่อจากพยัญชนะตน้ ตัวท่ี 2)
3. ครูติดบัตรภาพหรือนำส่ิงของต่าง ๆ ท่ีเป็นคำอักษรนำมาให้นักเรียนดู จากน้ันให้นักเรียนออกมา
เขยี นคำบนกระดานแลว้ อา่ นนำให้เพือ่ นอ่านตาม และร่วมกันบอกความหมายของคำ
ตวั อยา่ งคำในกจิ กรรมนี้

หญา้ แหวน หนงั สือ ตะหลิว สาหร่าย
4. ครูติดแผนภูมิเพลง อักษรนำ บนกระดานให้นักเรียนอ่านเน้ือเพลงตามครู 1 ครั้ง ฟังเพลง 1 ครั้ง
ร้องตามทลี่ ะวรรค 1 คร้งั และรอ้ งทั้งเพลงพรอ้ มทงั้ ปรบมือประกอบ

เพลง อกั ษรนำ

คำร้อง ปิตินันทน์ สุทธสาร ทำนอง รำวงลอยกระทง
อักษรนำจำเอาไว้ ในคำไทยมีหลายอย่าง
ตา่ งมาร่วมใชส้ ระเดียวกนั
พยญั ชนะอ้างวา้ ง ดูให้ดคี ำนนั้ เมื่อมาร่วมกัน
ดูดดู ใู ห้ดี (ซ้ำ) ขยัน ถนอม ไฉน จำจงดี
อา่ นเป็นสองพยางค์
มเี สียง อะ พยางค์หนา้ เสมอไป (ซำ้ ) ห นน้ั ไงกน็ ำได้
อยาก อยู่ อย่า ไป คือ อ นำ ย
อกั ษรนำจำเอาไว้ ดูให้ดคี ำใด นำ อ นำ อา่ นเพยี งพยางค์เดียว
อีกตวั อ นั้นไซร้ ถ้า ห นำ อ่านเพยี งพยางคเ์ ดียว (ซำ้ )
ดูดดู ใู หด้ ี (ซ้ำ)
หนา หนี หนู จำจงดี

5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายในเนื้อหาสาระของเพลง และช่วยกันสรุปเกี่ยวกับอักษรนำโดยครู
แนะนำเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกับคำที่มอี ักษรนำอีกชนิดหน่ึงที่ใช้ อ นำ ย ซึ่งมี 4 คำ คือ อยา่ อยู่ อยา่ ง อยาก

125

6. ให้นักเรยี นทำกจิ กรรมเสริมทักษะการเรียนร้โู ดยเติมพยญั ชนะตน้ ให้คำมคี วามหมาย อ่านออกเสยี ง
พร้อมกัน แล้วช่วยกันบอกความหมายของคำ

7. ให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำท่ีมีอักษรนำ แล้วร่วมกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง

ขน้ั สรุป
8. ใหน้ กั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้

๏ การเข้าใจความหมายของคำทเี่ ขียนและอา่ นจะสามารถนำคำไปใช้ได้ถูกต้อง

สอื่ การเรยี นร/ู้ แหล่งการเรยี นรู้
1. ใบงาน
2. บตั รคำ แผนภาพ รูปภาพ
3. แบบฝึกหดั
4. แผนผังคำควบกล้ำในภาษาไทย

การประเมนิ ผลรวบยอด

1. ชน้ิ งาน/ภาระงาน

- ใบงาน

- แบบฝึกหัด

- แผนผงั ความคิด

2. การประเมินผล

ระดับคะแนน

เกณฑ์การประเมนิ 4 4 2 1

(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)

นักเรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรยี นสามารถ

สรุปความร้จู ำแนก สรุปความรู้จำแนก สรปุ ความรูจ้ ำแนก สรปุ ความรู้จำแนก สรุปความรู้จำแนก

คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตผุ ล

ถูกต้องและ เกือบทกุ คำแก้ไขได้ บางคำเม่ือมีผู้ เม่ือมีผ้แู นะนำ

สามารถแนะนำ ด้วยตนเอง แนะนำกส็ ามารถ

ผ้อู ื่นได้ แกไ้ ขได้

126

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 5

ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ ผันคำจำขน้ึ ใจ

รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท 11101

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย

ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จำนวน 13 ชวั่ โมง

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้วี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดำเนินชีวติ และมนี ิสยั รักการอ่าน
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้ทักษะการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ
เขยี นรายงานข้อมูลสาระสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ

ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ท 1.1 ป. 1/1 บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย

ป. 1/2 บอกความหมายของคำ และข้อความทอี่ ่าน
มาตรฐาน ท 2.1 ป. 1/2 เขยี นส่ือสารด้วยคำและประโยค
มาตรฐาน ท 4.1 ป. 1/2 เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ

สาระสำคัญ
การผันคำ เป็นการเปลี่ยนเสียงตามเสียงวรรณยุกต์ วรรณยุกต์ทำให้เสียงของคำและความหมายของ

คำเปลี่ยนไป

สาระการเรียนร้/ู เนื้อหาสาระ
1. การผันคำ
2. การสะกดคำ การแจกลกู และการผนั คำในมาตราตวั สะกด
3. การอา่ น การเขียน การอธบิ าย บอกความหมาย การสรุปความรู้
4. ความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเปน็ ไทย อยู่อย่างพอเพียง

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

127

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มุง่ มั่นในการทำงาน
3. รักความเปน็ ไทย

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงท่ี 1-4
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ คำท่ีมีพยัญชนะต้น สระ ตัวสะกดเหมือนกัน แต่มีวรรณยุกต์ต่างกันจะอ่านออกเสียงและมี

ความหมายตา่ งกันหรือไม่
ข้นั สอน
2. ครนู ำแผ่นพยัญชนะไทยตดิ ไวบ้ นกระดาน แลว้ ดำเนินกิจกรรม ดังน้ี
๏ ใหน้ ักเรียนอา่ นพยญั ชนะทลี ะตัวพรอ้ ม ๆ กนั
๏ ให้นักเรียนสังเกตการออกเสียงพยัญชนะแต่ละตัวแล้วจัดกลุ่มพยัญชนะ ให้ยึดระดับเสียงของ

พยัญชนะแต่ละตัวเป็นหลัก เช่น นักเรียนอ่าน ก ครูก็เขียน ก ไว้ อ่าน ข ก็ให้นักเรียนช่วยกันเทียบเสียง
ก และ ข เหมือนกันหรือไม่ ถ้าไม่เหมือนก็ให้แยกออกจาก ก เม่ืออ่านไปถึง ค ก็ให้เทียบเสียงกับ
ก และ ข ว่าเหมือนกันหรือไม่ ถ้าไม่เหมือนกันก็ให้แยกออกจาก ก ข ก็จะได้ กลุ่มเสียง ดังนี้ (ให้เทียบ
เสยี งไปจนครบทกุ ตัว)

กลุ่มที่ 1 ก จ ด ต ฎ ฏ บ ป อ
กลุม่ ที่ 2 ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห
กลมุ่ ที่ 3 ค ต ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ

มยรลวฬฮ
3. ให้นักเรียนอ่านพยัญชนะทีละกลุ่มให้ช่วยกันสังเกตคิดวิเคราะห์และสรุปให้ได้ว่า กลุ่มใดเสียงสูง กลุ่ม
ใดเสียงต่ำ กลุ่มใดเสียงอยู่ระดบั กลาง สรุปได้ว่า กล่มุ ท่ี 1 เรียกอักษรกลาง กลุ่มท่ี 2 เรียกอักษรสูง กลุม่ ท่ี 3
เรียกอกั ษรตำ่
4 ครตู ดิ บัตรคำไว้บนกระดาน ดังนี้

แถวท่ี 1 เตาแก๊ส เตา่ ทอง เต้าหู้ ลกู เตา๋

แถวที่ 2 ผวขาว ข่าวลือ ข้าวสวย

แถวท่ี 3 ยากนุ เชยี ง ยา่ เท้า ยา้ เตือน

128

๏ ใหน้ ักเรยี นช่วยกันสงั เกต และยกคำทมี่ พี ยญั ชนะต้นเหมือนกันในแต่ละแถวจะได้ ดงั น้ี

แถวที่ 1 เตา เต่า เต้า เตา๋

แถวที่ 2 ขาว ขา่ ว ข้าว

แถวท่ี 3 ยา ย่า ยา้

๏ ให้นักเรียนอา่ นพรอ้ มๆ กนั
5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความหมายของคำแต่ละคำในแต่ละแถวนั้นความหมายจะ
เปล่ยี นไป และเสยี งของคำก็เปลี่ยนไปเพราะอะไร ให้ชว่ ยกนั สรุปว่า

๏ วรรณยุกต์ทำให้เสยี งของคำเปล่ยี นไป
๏ วรรณยุกตท์ ำให้ความหมายของคำเปลี่ยนไปด้วย
6. ใหน้ ักเรียนฝึกผนั คำตามวรรณยกุ ต์ โดยครูกำหนดคำในแถบการผนั คำดังตัวอยา่ ง

ครูสงั เกตการผันคำของนกั เรียน และแนะนำเพิม่ เตมิ เมอ่ื นกั เรยี นผันคำไม่ถกู ต้อง
7. ให้นักเรียนฝึกผันวรรณยุกต์และอ่านคำในชีวิตประจำวนั ตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่านออกเสียงด้วย

ตนเอง (ให้ครูประเมินผลตวั ชี้วัดโดยใช้เกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics) เรอื่ ง การอา่ นออกเสียง
คำตามเสยี งวรรณยุกต์)

ขนั้ สรปุ
8. ให้นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้

๏ การผันคำ เป็นการเปล่ียนเสียงตามเสียงวรรณยุกต์ วรรณยุกต์ทำให้เสียงของคำ และ
ความหมายของคำเปลยี่ นไป

129

ชว่ั โมงท่ี 5-8
ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ให้นักเรียนทบทวนการผันคำโดยการเล่นเกม “นับห้า ฮาเฮ” โดยครูให้นักเรียนนับ 1 2 3 4 5
ไปเรื่อยๆ ตามลำดับ เม่ือถึงนักเรียนคนท่ี 5 จะอ่านคำในบัตรคำที่ครูชูให้ดู นักเรียนคนต่อไปเร่ิมนับ 1 ใหม่
ดำเนินกจิ กรรมน้จี นครบทุกคำที่ครูกำหนด ดังน้ี

ปา ป่า ป้า ป๊า ป๋า

หอ ห่อ หอ้

วาง วา่ ง วา้ ง

ครตู ิดบัตรคำบนกระดาน ใหน้ กั เรียนอา่ นออกเสยี งคำพรอ้ มกันอกี 1 ครั้ง
ขั้นสอน
2. จากกิจกรรมข้อ 1 ครูนำวรรณยุกต์ออก ให้ตัวแทนนักเรียนคร้ังละ 1 คน ออกมาเขียนวรรณยุกต์

ท่ีหายไปบนกระดาน แล้วร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง จากน้ันช่วยกันบอกชื่อวรรณยุกต์ ครูบันทึกเป็น
แผนภาพบนกระดาน ดงั น้ี

ิ่ – –ิ้
ไม้เอก ไม้โท

รูปวรรณยกุ ต์



ไม้ตรี ไม้จตั วา

3. ครูแบ่งนักเรียนเป็น 5 กลุ่ม ให้นักเรียนเล่นเกม “ผันคำ” โดยให้แต่ละกลุ่มคิดคำที่เป็นเสียงสามัญ
1 คำ กลุ่มท่ีให้คำ 1 คำ เช่น กา นักเรียนทุกกลุ่มต้องผัน กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า ถ้ากลุ่มที่ 2 ให้คำว่า เขา
นกั เรยี นก็จะต้องผนั เขา เข่า เขา้ เป็นต้น ทำให้ไดอ้ ยา่ งน้อยกลุ่มละ 2 คำ โดยแต่ละกลุ่ม จะให้ตัวแทนกลุ่ม
2 คน ออกมาเขยี นแสดงการผนั คำบนกระดาน ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

4. ครูติดบัตรภาพบนกระดาน 1 ภาพ ให้นักเรียนบอกคำจากภาพให้ถูกต้องครูติดบัตรคำใต้ภาพ
จากนั้นติดบัตรภาพอีก 1 ภาพบนกระดาน ให้นักเรียนบอกคำจากภาพ แล้วให้ตัวแทนนักเรียนออกมาเขียน
คำใต้ภาพบนกระดาน ดำเนินกิจกรรมนี้จนครบทุกภาพ แล้วร่วมกันอภิปรายว่า วรรณยุกต์ทำให้ความหมาย
ของคำเปล่ยี นไป จงึ ควรเขียนและอา่ นคำใหถ้ กู ต้อง

ตัวอย่างบตั รภาพในกจิ กรรมนี้

เสือ เส้ือ ป่า ป้า กลอง กล่อง ขาว ขา้ ว

130

5. ให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำที่มีเสียงวรรณยุกต์ต่าง ๆ แล้ว
รว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง

ขัน้ สรปุ
6. ให้นักเรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี

๏ การเข้าใจความหมายของคำท่ีเขียนและอ่าน จะสามารถนำคำไปใชไ้ ด้ถกู ต้อง

ชั่วโมงท่ี 9-13
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังน้ี

๏ นักเรียนจะเลอื กใชค้ ำใหถ้ ูกความหมายไดอ้ ย่างไร
ขัน้ สอน
2. ครูนำบัตรภาพมาติดบนกระดาน ดังนี้

ภาพเสอื ้ ภาพป่ า ภาพกลอง

ให้นักเรียนช่วยกนั หารูปวรรณยกุ ต์ – – เตมิ ให้คำมคี วามหมาย เช่น
เสือ เสือ่ เสอ้ื
ปา ป่า ป้า
กลอง กลอ่ ง กลอ้ ง

3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรปุ ให้ได้ว่า คำท่ีเป็นเสียงสามัญ เมื่อนำวรรณยุกต์มาเติมที่คำ
ทำให้ความหมายของคำเปลี่ยนไป

4. ให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แต่ละกลุ่มคิดช่ือสัตว์ 1 ชนิด ร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า
เสียงร้องของสัตว์ชนิดน้ันมีวรรณยุกต์ใดแล้วออกมาร้องเสียงสัตว์นั้น เพ่ือนในช้ันช่วยกันบอกวรรณยุกต์ของ
เสยี งรอ้ งท่ีได้ยิน จากน้ันร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง

5. ครูติดแถบประโยคบนกระดาน ให้นักเรียนอ่านประโยคพร้อม ๆ กัน แล้วเลือกคำที่กำหนด
มาเติมในชอ่ งวา่ ง

ดังตัวอยา่ ง

ฉันใชเ้ วลา_____อ่านนทิ าน วาง วา่ ง วา้ ง

(ฉนั ใช้เวลาวา่ งอา่ นนิทาน)

จากนั้นอา่ นประโยคใหมอ่ ีกครั้ง แล้วร่วมกนั อภิปรายวา่ ถ้าเลือกคำอื่น ๆ จะได้ประโยคที่มีความหมาย
ถกู ตอ้ งหรอื ไม่ อย่างไร

ดำเนินกิจกรรมนอ้ี กี 4-5 ครัง้ โดยมีตัวอยา่ งแถบประโยค ดงั น้ี

กวางตวั น้ีมี_____สวย เขา เข่า เข้า

พ_่ี ___เพลงได้ไพเราะมาก รอง รอ่ ง รอ้ ง

131

6. ครูและนักเรียนร่วมกันร้องเพลง “วรรณยุกต์” โดยครตู ิดแผนภูมิเพลงบนกระดาน ให้นักเรยี นอ่าน
เนื้อเพลงตามครู 1 คร้ัง ฟังเพลง 1 ครั้ง ร้องเพลงตามครูที่ละวรรค 1 คร้ัง แล้วร่วมกันร้องเพลง พร้อมท้ัง
ปรบมอื ให้จังหวะ

เพลง วรรณยุกต์

คำร้อง ปิตินันทน์ สุทธสาร ทำนอง ตน้ วรเชษฐ์

วรรณยุกต์ของไทยโดดเดน่ เป็นเสยี งดนตรี

เอกลักษณ์ของไทยเราน้ี มิมชี าตใิ ดใช้กนั

ตา่ งเสียง กา กา่ คา ค่า ความหมายกลายครนั

ขา่ ขา นา หนา่ ปัน ปน้ั ลว้ นสรรคม์ ากมายหลายคำ

ต่างเปล่งเสียงเรยี งไป สามัญและเอก โท ตรี

อกี จัตวา เหลา่ น้ี ล้วนมีห้าเสียงครบครนั

ตา่ งรูปนั้นเรยี กไม้ ไม้โท ( ) ไม้เอก ( ) จัตวา ( )

อกี หนงึ่ ไม้น้ันหนา ไมต้ รี ( ) ครบส่นี ะเธอ

คำตามเส7ีย.งใวหร้นรณักเยรกุียตน์ อแภลิป*ะจทรงาำจยใำหเใก้คหี่ยวด้ วาีพกมวับหกเมนเาร้ือยาหขาอสงาครำะเปขลอี่ยงเนพไลปงดแ้วลย้วให้สรุปได้ว่าวกรารรณผยันกุ คตำข์เปอ็นงไกทายรเปลี่ยนเสียง
8. ให้นักผเรันียไนปทหลำกายิจคกำรจรำมใเหสด้รีิมทักษะการเรียนรู้โดยเลือกคำที่กำหนดผมันาไเปติตมาในมหช่อมงู่ไตว่ารงยาแงลศ้ว์ (ร*่วซมำ้ กทัน้งหมด)

ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

ขนั้ สรปุ
9. ให้นักเรยี นและครรู ่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้

๏ การเขา้ ใจความหมายของคำทีเ่ ขยี นและอา่ น จะสามารถนำคำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ไดถ้ กู ต้อง

10. ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้เร่ือง การผันคำ ลงในแผนภาพความคิด แล้วร่วมกันตรวจสอบ
ความถกู ต้อง

ส่อื การเรียนร้/ู แหลง่ การเรยี นรู้
1. ใบงาน
2. บตั รคำ แผนภาพ รปู ภาพ
3. แบบฝึกหดั
4. แผนผังการผนั คำในภาษาไทย
5. แถบประโยค
6. แผนภูมิเพลง วรรณยุกต์

132

การประเมินผลรวบยอด
1. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน
- แบบฝึกหัด
- แผนผงั ความคิด
2. การประเมนิ ผล

ระดับคะแนน

เกณฑ์การประเมนิ 4 421

(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)

นักเรียนสามารถ นกั เรยี นสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นกั เรียนสามารถ

สรปุ ความรู้ สรปุ ความร้จู ำผนั สรุปความรู้ ผันได้ สรปุ ความร้จู ำผนั คำ สรุปความรู้ ผันคำ

ผันคำ คำและสามารถ เกือบทุกคำแก้ไขได้ ได้บางคำเม่ือมผี ู้ เม่อื มีผูแ้ นะนำ

แนะนำผอู้ นื่ ได้ ด้วยตนเอง แนะนำกส็ ามารถ

แก้ไขได้

133

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6

ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ คำคลอ้ งจองพอ้ งสมั ผสั

รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท 11101

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1 จำนวน 25 ช่วั โมง

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้วี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดำเนนิ ชวี ิตและมีนิสัยรักการอา่ น
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ

ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ท 1.1 ป. 1/1 บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
มาตรฐาน ท 4.1 ป. 1/2 เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

ป. 1/4 ตอ่ คำคล้องจองง่ายๆ

สาระสำคญั
คำคล้องจอง คือคำท่ีไมม่ ีตัวสะกด แต่มีสระเหมือนกนั และคำที่มที ัง้ เสยี งตัวสะกดและสระเหมือนกัน

สาระการเรยี นรู้/เนอ้ื หาสาระ
1. คำคลอ้ งจอง
2. ลักษณะของคำคล้องจอง
3. การสะกดคำ การแจกลกู และการอา่ นเปน็ คำ
4. การอา่ น การเขยี น การอธบิ าย บอกความหมาย การสรปุ ความรู้
5. ความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มั่นในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย ความสามคั คี

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
3. รกั ความเป็นไทย

134

กิจกรรมการเรยี นรู้
ชว่ั โมงที่ 1-5
ขนั้ นำเข้าส่บู ทเรียน
1. ครตู ดิ แผนภมู ิบทรอ้ ยกรองแล้วอ่านให้นักเรยี นฟัง เพ่ือสังเกตเสียงของคำท่ีคลอ้ งจองกัน

แมล่ งิ เกาะกิ่งไม้ กิ้งก่าไต่ตน้ กระถิน
สงิ โตลา่ เหยอื่ กนิ จงิ้ จอกดิ้นว่ิงหนีไป
ชอบแยม้ ย้ิมหน้าสดใส
จิงโจ้หน้าจ้มิ ลม้ิ รู้อภยั ใจเมตตา
มีมิตรอยู่ทวั่ ไป

ข้นั สอน
2. ให้นักเรยี นอา่ นบทร้อยกรองตามครูอีกครัง้ แลว้ ชว่ ยกันจับค่คู ำที่คลอ้ งจองกนั ในบทร้อยกรอง
3. ใหน้ ักเรยี นช่วยกันบอกลักษณะของคำคล้องจองตามความเข้าใจ
4. ให้นักเรียนเล่นเกม “ถือไว้ ได้คำ” โดยครูให้นักเรียนส่งลูกบอลต่อกันไปเร่ือยๆ พร้อมกับร้องเพลง
และปรบมือประกอบ เม่ือครใู ห้สญั ญาณ “หยุด” นักเรยี นท่ีถอื ลูกบอลอยู่ จะลุกขึ้นและบอกคำที่ไม่มีตัวสะกด
หรือคำในมาตรา ก กา มา 1 คำ ครูบันทึกคำของนักเรียนบนกระดาน ดำเนินกิจกรรมนี้จนได้ 8-10 คำ
ใหน้ ักเรียนอา่ นคำพรอ้ มๆ กัน และช่วยกันแยกคำทม่ี สี ระเดยี วกนั ไว้เปน็ กล่มุ ๆ
5. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่ม จากนั้นครูให้ตัวแทนกลุ่มบอกคำที่มีสระเดียวกัน และมีตัวสะกด
เหมอื นกนั หมนุ เวียนไปกลุ่มละ 1 สระ ครบู ันทึกคำบนกระดาน

๏ ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกันตรวจความถกู ต้อง
๏ นกั เรยี นอา่ นคำทีละแถวของสระ
๏ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั สงั เกตวา่ แตล่ ะแถวน้ันมีสระและตวั สะกดเหมือนกัน ออกเสยี งเดยี วกัน
6. ครูตดิ แถบคำคลอ้ งจองบนกระดาน ดังนี้

น้ำใจ ใหก้ ัน ฉันเธอ

ให้นักเรียนอ่านคำในแถบคำคล้องจองพร้อมๆ กัน จากน้ันให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า
เมือ่ อ่านคำต่อเนือ่ งกนั ไปแลว้ จะมคี วามรู้สกึ อยา่ งไร เพราะอะไร

7. ให้นักเรียนสังเกตคำว่า ใจกับให้ และคำว่า กันกับฉัน ว่ามีลักษณะอย่างไร ครูแนะนำนักเรียนว่า
คำท่ีไม่มตี ัวสะกด แต่มสี ระ และคำทีม่ ที ง้ั เสยี งตวั สะกดและสระเหมือนกัน เรียกว่า คำคล้องจอง

8. ครูติดบัตรคำบนกระดานครัง้ ละ 1 คู่ ให้นกั เรยี นอ่านออกเสยี งพร้อม ๆ กนั แล้วให้ตัวแทนนักเรยี น
ออกมาเขียนเส้นโยงคำคล้องจองบนกระดาน และบอกวิธีคิดว่าทราบได้อย่างไร ดำเนินกิจกรรมน้ี 3-4 ครั้ง
โดยมีตวั อย่างบัตรคำ ดังน้ี

ปีใหม่ ใจดี เก้าอี ้ ขี่ม้า

นกั เรียน เขียนอ่าน อ่านครบ ปรบมอื

135

9. ให้นักเรียนฝึกอ่านคำคล้องจองตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่านออกเสียงด้วยตนเอง (ให้ครูประเมินผล
ตวั ชี้วัด โดยใช้เกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics) เร่อื ง การอ่านออกเสียงคำคลอ้ งจอง)

ขั้นสรปุ
10. ใหน้ ักเรยี นและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี

๏ คำคล้องจองจะต้องมสี ระและเสียงตวั สะกดเหมือนกัน
11. ให้นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั นี้

๏ ในชวี ิตประจำวัน นกั เรยี นเคยเห็นขอ้ ความท่มี ีคำคลอ้ งจองกนั หรือไม่ อะไรบา้ ง

ชัว่ โมงท่ี 6-15
ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน
1. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดังนี้

๏ เราจะทราบไดอ้ ย่างไรว่าคำใดบ้างเป็นคำคล้องจอง
ข้ันสอน
2. ครูแบ่งนักเรียนเป็น 5 กลุ่มให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดภาพท่ีกำหนดให้เป็นคู่ท่ีมีคำคล้องจองกัน
แตล่ ะกลุม่ จะไดภ้ าพ 1 ชุด ดงั นี้

ภาพ : วัว บัว ย่า ม้า ปู่ ปู แม่ แพ ลงิ ปลงิ
กลุม่ ใดจบั ค่ไู ดเ้ สร็จก่อนใหย้ กมือ ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง
3. ให้นักเรยี นร่วมกนั อ่านบทร้องเลน่ ตอ่ ไปนี้ให้ถูกทำนอง (๒ คร้งั )

จำ้ จ้ดี อกไม้ ที่ในสวนศรี

จำปา จำปี ราตรี เฟื่องฟ้า

กหุ ลาบ อัญชนั กรรณกิ าร์ มณฑา

มะลิ กระดังงา สารภี ย่โี ถ

4. ครูและซนอ่ ักนเรกียลน่นิ ร่วชมงโกคันสนทนาในเนื้อหาไขชอโยงบโทหเฮ่พ้วิ ลง และทำความเข้าใจกับช่ือดอกไม้ต่างๆ
และตอบคำถามตอ่ ไปน้ี

๏ ดอกไมอ้ ะไรเอย่ ทมี่ กี ลนิ่ หอม
๏ ดอกไม้อะไรเอ่ยที่มสี ขี าว
๏ ดอกไม้อะไรเอย่ ใช้กบั น้ำทำสีผสมอาหาร
5. ให้นกั เรยี นชว่ ยกันสงั เกตช่ือดอกไมแ้ ลว้ คิดว่าควรจะนำคำใดมาจับคู่กบั คำใดใหเ้ ป็นคำคล้องจอง
(จำปา – ราตรี จำปี – ยี่โถ อัญชนั – กรรณิการ์ มณฑา – ราตรี)
6. ให้นกั เรียนออกมารว่ มกิจกรรมคร้ังละ 2 คน โดยครูคว่ำบตั รคำไว้ 2 กล่มุ ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนหยิบ
บัตรคำคนละกลุ่มข้ึนมา 1 ใบ แล้วอ่านคำในบัตรคำ ถ้านักเรียนท้ัง 2 คน หยิบบัตรคำได้คำคล้องจองจะได้
คะแนนพิเศษ ถา้ ไมไ่ ด้คำ ควำ่ บัตรคำไว้ทีเ่ ดิม แล้วดำเนินกจิ กรรมต่อไปจนครบ แล้วอ่านคำคล้องจองพร้อมกัน

136

ตัวอย่างคำคล้องจองในในกจิ กรรมน้ี

กระรอก บอกทาง กรรไกร ใช้ดี

เข้าแถว แก้วนำ้

จากนั้นรว่ มกันอภปิ รายเก่ยี วกับการจับคคู่ ำคล้องจองวา่ มีวิธีคดิ อยา่ งไร
7. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้โดยวงกลมรอบคำที่มีเสียงคล้องจองกับคำที่กำหนด
และโยงเสน้ จบั คู่คำทค่ี ล้องจองกัน จากนัน้ ร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง
ขน้ั สรปุ
8. ให้นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดังนี้

๏ คำคลอ้ งจองทำให้คำท่ีอ่านมีความไพเราะ

ช่ัวโมงท่ี 16-25
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดังนี้

๏ เพราะอะไรจึงมกั ใช้คำคล้องจองในการเขยี นคำขวญั ตา่ ง ๆ
ขน้ั สอน
2. ครูนำภาพตดิ บนกระดาน ดงั นี้

ภาพ : ถว้ ย นก เป็ด เตย มด ถาด กล้วย ครก เหด็ เนย

รถ
ครูแจกบัตรคำให้กลุ่มละ 2 ใบ ตัวสะกดไม่เหมือนกัน และให้แต่ละกลุ่มนำบัตรคำมาติดใต้ภาพ
ครแู ละนกั เรยี นช่วยกนั ตรวจความถูกต้อง
3. ครูและนักเรียนชว่ ยกันจับคู่คำคลอ้ งจอง

1) กล้วย
ถว้ ย

2) ครก
นก

3) เหด็
เป็ด

137

4) เนย
เตย

5) มด
รถ

4. ครูและนกั เรียนช่วยกันตรวจบัตรคำในแต่ละข้อให้เป็นคำทค่ี ล้องจองกนั จากนั้นให้นักเรียนอ่านคำ
พรอ้ มๆ กนั

5. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แต่ละกลุ่มจะร่วมกันต่อคำคล้องจองจากบัตรคำที่ครู
กำหนดลงในกระดาษเปล่า จากนั้นเลือกตัวแทนกลุ่ม 2 - 3 คน ให้ออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
ครูบันทึกลงบนกระดานแล้วร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการต่อคำคล้อง
จอง

ตัวอยา่ งบตั รคำท่ีครกู ำหนด

คกุ ก้ี (ปีใหม่, ดีใจ) แกว้ นำ้ (จำเป็น, ฉ่ำใจ)

6. ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับลักษณะของคำคล้องจอง ครูบันทึกคำตอบของนักเรียน
เปน็ แผนภาพบนกระดาน ดงั ตัวอย่าง

คำคล้องจอง

คำท่ไี ม่มตี วั สะกด คำทมี่ ตี วั สะกด

มสี ระเหมือนกนั มีสระเหมือนกัน มเี สยี งตัวสะกด
เหมือนกนั

7. ให้นักเรียนร่วมกันบอกคำขวัญวันเด็กในปีน้ี ครูบันทึกคำตอบของนักเรียนบนกระดาน ให้นักเรียน
อ่านคำขวัญพร้อมกันแล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า คำขวัญมีคำคล้องจองหรือไม่ อะไรบ้าง ถ้าไม่มี
คำคลอ้ งจองในคำขวญั จะเกดิ ผลอย่างไร

8. ให้นักเรียนทำชิ้นงานเรื่อง การต่อคำคล้องจอง ครูตรวจสอบผลงานของนักเรียนเป็นรายบุคคล
และคดั เลอื กผลงานดีเด่นมาจัดแสดงบนปา้ ยนิเทศ

138

ขนั้ สรปุ
9. ให้นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี

๏ การต่อคำคล้องจองจะทำให้ได้คำท่ีมคี วามไพเราะ นา่ อา่ นและนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้
10. ใหน้ กั เรยี นเขยี นสรปุ ความร้เู รอื่ ง คำคลอ้ งจอง ลงในแผนภาพความคดิ แล้วร่วมกนั ตรวจสอบ
ความถูกต้อง

สือ่ การเรยี นรู/้ แหล่งการเรียนรู้
1. ใบงาน
2. บตั รคำ แผนภาพ รูปภาพ
3. แบบฝกึ หดั
4. แผนผังคำคล้องจอง

การประเมนิ ผลรวบยอด

1. ชิ้นงาน/ภาระงาน

- ใบงาน

- แบบฝกึ หัด

- แผนผังความคิด

2. การประเมนิ ผล

ระดับคะแนน

เกณฑ์การประเมิน 4 4 2 1

(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)

นกั เรียนสามารถ นกั เรยี นสามารถ นกั เรยี นสามารถ นกั เรยี นสามารถ นักเรียนสามารถ

สรปุ ความรู้จำแนก สรุปความร้จู ำแนก สรปุ ความรจู้ ำแนก สรปุ ความรจู้ ำแนก สรุปความรู้จำแนก

คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตุผล

ถูกต้องและ เกอื บทุกคำแก้ไขได้ บางคำเมื่อมผี ู้ เม่อื มีผู้แนะนำ

สามารถแนะนำ ด้วยตนเอง แนะนำก็สามารถ

ผู้อน่ื ได้ แก้ไขได้

139

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 7

ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ ฝึกคิด ฝึกเขยี น แต่งประโยค

รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท 11101

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย

ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จำนวน 20 ชั่วโมง

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพ่ือนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดำเนินชีวติ และมีนสิ ยั รักการอ่าน
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้ทักษะการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ
เขยี นรายงานข้อมูลสาระสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ

ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ท 1.1 ป. 1/1 บอกและเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
มาตรฐาน ท 2.1 ป. 1/2 เขียนสอ่ื สารด้วยคำและประโยคงา่ ยๆ

ป. 1/3 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐาน ท 4.1 ป. 1/3 พดู แสดงความคิดเหน็ และความรสู้ กึ จากเร่ืองท่ีฟงั และดู

สาระสำคัญ
การนำคำมาเรียบเรียงเป็นขอ้ ความที่บอกใหร้ ู้วา่ ใครทำอะไร หรือใครเป็นอะไรเรียกวา่ ประโยค

สาระการเรียนรู้/เน้ือหาสาระ
1. การแต่งประโยค
2. ส่วนประกอบของประโยค
3. การสะกดคำ การแจกลูก และการอา่ นเปน็ ประโยค
4. การอา่ น การเขยี น การอธบิ าย บอกความหมาย การสรปุ ความรู้
5. ความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย ไม่พูดปด

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

140

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มงุ่ มั่นในการทำงาน
3. รกั ความเป็นไทย

กิจกรรมการเรยี นรู้

ชวั่ โมงท่ี 1-6

ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น

1. ให้นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้

๏ เราจะทราบได้อย่างไรว่าขอ้ ความที่อ่านเปน็ ประโยคหรือไม่

ขัน้ สอน

2. ครูติดแถบประโยคบนกระดานครั้งละ 1 ประโยค ให้นักเรียนอ่านข้อความในแถบประโยค

ตามครู 1 ครัง้ จากนน้ั ใหร้ ว่ มกนั วเิ คราะห์วา่ ขอ้ ความทีอ่ ่านเป็นประโยคหรือไม่ พร้อมทัง้ บอกวิธีคดิ

ดังตวั อย่าง

๏ ฉนั อาบน้ำ (เปน็ ประโยค เพราะรวู้ ่าใครทำอะไร)

๏ ข้าวผดั กงุ้ (ไม่เป็นประโยค เพราะไมร่ วู้ ่าใครทำอะไร หรือใครเปน็ อะไร)

๏ แม่หมาออกลูก (เป็นประโยค เพราะรู้วา่ ใครทำอะไร)

๏ ดอกไมเ้ หี่ยวแลว้ (เปน็ ประโยค เพราะรู้วา่ ใครเป็นอะไร)

๏ วิ่งเรว็ (ไมเ่ ปน็ ประโยค เพราะไม่ร้วู ่าใครวงิ่ เรว็ )

3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะได้บัตรคำกลุ่มละ 3 ใบ ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันเรียงคำ

ในบัตรคำใหเ้ ป็นประโยค แล้วเขยี นประโยคลงในกระดาษเปล่าที่ครแู จกให้ พร้อมทัง้ วาดภาพระบายสีประกอบ

ครูให้ผ้แู ทนกลุ่มออกมานำเสนอผลงาน เพ่ือนกลุ่มอ่ืนรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง อ่านประโยคตามครู และ

อา่ นประโยคพรอ้ มกนั จนครบทกุ ประโยค

ตวั อย่างบตั รคำในกจิ กรรมนี้

๏ แก้ว ฉนั ล้าง (ฉันล้างแกว้ )

๏ อาทิตย์ พระ ตก (พระอาทติ ยต์ ก)

๏ โหน ต้นไม้ ลิง (ลิงโหนต้นไม้)

๏ เล่น กบั เพอ่ื น นอ้ ง (นอ้ งเลน่ กับเพอ่ื น)

๏ เด็กขยัน พวกเรา เป็น (พวกเราเปน็ เด็กขยัน)

4. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันอธิบายลกั ษณะของประโยค วธิ ีการวิเคราะห์ข้อความวา่ เป็นประโยคหรือไม่ และ

การเรยี งคำที่กำหนดให้เปน็ ประโยคโดยครูใช้คำถาม ดังน้ี

๏ ประโยค คือ ขอ้ ความท่มี ีลักษณะอยา่ งไร (บอกให้รู้ว่า ใครทำอะไร หรือใครเปน็ อะไร)

๏ จะวิเคราะห์ข้อความว่าเป็นประโยคหรือไม่ ได้อย่างไร (พิจารณาว่าข้อความนั้นให้ใจความว่า

ใครทำอะไร หรือ ใครเปน็ อะไร ไดส้ มบรู ณ์หรอื ไมถ่ ้าได้ใจความครบสมบูรณจ์ ะเป็นประโยค)

๏ มีวิธีการเรียงคำให้เป็นประโยคได้อย่างไร (นำคำมาเรียงกันให้ได้ความหมาย และมีใจความ

ครบสมบูรณ์)

5. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้โดยวิเคราะห์ข้อความท่ีเป็นประโยค และเรียงคำ

ทก่ี ำหนดใหเ้ ป็นประโยค จากน้นั ร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง

141

ขั้นสรุป
6. ใหน้ ักเรียนและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี

๏ ประโยคเปน็ ขอ้ ความทใ่ี ห้ใจความสมบูรณว์ ่าใครทำอะไรหรือใครเป็นอะไร

ชั่วโมงท่ี 7-13
ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูตดิ แถบข้อความไวบ้ นกระดานแลว้ ให้นกั เรยี นอา่ นตามครู ดังนี้
วันเสาร์และวันอาทิตย์แม่ทำอาหารแต่เช้า แตงช่วยแม่ล้างผัก พี่โต้งช่วยแม่จัดโต๊ะอาหารทุกคน
รบั ประทานอาหารอยา่ งมคี วามสุข
ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเน้ือเรื่อง และทบทวนลำดับเหตุการณ์ความต่อเนื่องของ
ขอ้ ความ และตอบคำถามให้เปน็ ประโยค ดังน้ี

1) ถาม ใครทำอาหารแต่เชา้
ตอบ แม่ทำอาหารแตเ่ ชา้

2) ถาม ใครช่วยล้างผัก
ตอบ แตงช่วยล้างผัก

3) ถาม โต้งชว่ ยทำอะไร
ตอบ โตง้ ช่วยจัดโตะ๊ อาหาร

ขั้นสอน
2. ครแู ละนกั เรียนช่วยกนั สงั เกต และวเิ คราะหป์ ระโยคคำถามและคำตอบ ดังนี้

คำถามขอ้ ท่ี 1 และ 2 ขึน้ ตน้ ประโยคดว้ ยคำวา่ “ใคร” คำตอบจะเป็นช่ือคน คือ แม่ และแตง
แตค่ ำถามที่ 3 ใช้คำถามว่า ทำอะไร คอื ต้องการร้วู ่า โต้งชว่ ยจัดโต๊ะอาหาร จากน้นั ใหน้ ักเรียนร่วมกนั อภิปราย
ว่า ถ้าข้อ 1 ตอบว่า แม่ ข้อ 2 ตอบว่า แตง ข้อ 3 ตอบว่า ช่วยจัดโต๊ะอาหาร จะจัดว่าคำตอบน้ัน
เป็นประโยคได้หรอื ไม่ เพราะอะไร (ไม่ได้ เพราะถ้าอ่านเฉพาะคำตอบเฉย ๆ จะไม่ไดข้ ้อความที่สมบูรณ์ว่า
ใคร ทำอะไร)

3. ครูติดบัตรภาพ เด็กตีกลอง บนกระดาน ให้ตัวแทนนักเรียน 1 คน ถามคำถามจากภาพ และให้
ตัวแทนนักเรียนอีก 1 คน ตอบคำถามโดยใช้ข้อความที่เป็นประโยค (ตัวอย่างคำตอบ เด็กทำอะไร เด็กตี
กลอง)

4. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และร่วมกันอภิปรายวา่
การตอบคำถามให้ไดใ้ จความที่สมบูรณ์ เปน็ การแต่งประโยคแบบง่าย ๆ วธิ หี นึง่

5. ครูนำนักเรยี นอ่านบทร้อยกรองต่อไปน้ี

มารยาทในการเขยี น

มารยาทในการเขียน ที่นกั เรียนควรศึกษา

นั่งเขียนใหถ้ ูกท่า ไมข่ ีดฆ่าหรือเขียนทับ

รักษาความสะอาด วางกระดาษไมย่ น่ ยับ

ข้อความควรกระชับ ใครไดร้ ับกช็ ื่นชม

142

6. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายและสรปุ ความรู้เร่ือง “มารยาทในการเขียน”
ครบู ันทกึ คำตอบของนกั เรยี นเป็นแผนภาพความคดิ ลงบนกระดาน ดังน้ี

ไมข่ ดี ฆ่า หรอื เขียนทับ

เขียนให้อา่ นง่าย มารยาท ใชย้ างลบลบคำที่เขยี นผิด
ลายมือสวยงาม ในการเขยี น ให้สะอาด

ใชข้ อ้ ความท่กี ระชับ ไม่ทำใหก้ ระดาษยบั ยูย่ ่ี
ชดั เจน ไพเราะ

7. ครูติดแถบประโยคคำถามบนกระดาน ให้นักเรียนแต่ละคนแต่งประโยคเพ่ือตอบคำถาม
ลงในกระดาษเปล่า โดยต้องยึดมารยาทในการเขียน ครูเลือกผลงานท่ีถูกต้อง และมีมารยาทในการเขียน
มาให้นักเรียนดูเป็นตัวอยา่ ง

๏ ฉนั ชอบทำอะไรในเวลาว่าง
๏ ฉนั ทำอะไรเมอ่ื กลับถงึ บา้ น
8. ให้นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายเก่ียวกบั ประโยค โดยครใู ช้คำถาม ดังน้ี
๏ ประโยค คือข้อความท่ีมีลักษณะอย่างไร (มีใจความครบถ้วนสมบูรณ์ว่าใครทำอะไร หรือใคร
เปน็ อะไร)
๏ “ใคร” ในประโยค หมายถึงอะไร (คน พชื สัตว์ ส่งิ ของ)
9. ให้นักเรียนทำใบงาน เร่อื ง การแตง่ ประโยค ครตู รวจสอบผลงานของนกั เรยี นเปน็ รายบุคคล
10. ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้
๏ การแต่งประโยคทำให้เรามขี ้อความที่สมบรู ณ์ในการสือ่ สาร การมีมารยาทในการเขียน ทำให้เรา
ส่อื สารกบั ผอู้ นื่ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
ข้นั สรปุ
11. ใหน้ ักเรียนเขียนสรุปความร้เู รอื่ ง ประโยค ลงในแผนภาพความคิด แล้วร่วมกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
12. ใหน้ ักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังนี้
๏ ถา้ นกั เรียนไมม่ มี ารยาทในการเขียน จะก่อให้เกดิ ผลอยา่ งไรบา้ ง

143

ช่วั โมงที่ 14-20
ข้ันนำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครูติดบตั รคำ แถบข้อความ และแถบประโยค ดังนี้

กิน

กนิ ข้าว

ฉันกนิ ขา้ ว

ใหน้ ักเรียนอา่ นตามและช่วยกันบอกความแตกตา่ ง ครชู ่วยแนะนำใหน้ ักเรยี นสงั เกต
ข้นั สอน
2. ให้ตัวแทนนักเรียน 1 คน ออกมาแสดงบทบาทสมมุติตามบัตรคำส่ังที่ครูกำหนด ให้เพื่อนร่วมกัน
ทายว่า ตวั แทนนักเรยี นกำลังแสดงว่าเปน็ ใคร ทำอะไรอยู่ (พ่ดี ื่มน้ำ)
ครูถามคำถาม และบนั ทกึ คำตอบของนกั เรยี นบนกระดาน ดงั น้ี

1) เพื่อนแสดงบทบาทสมมตุ เิ ปน็ ใคร (พ)่ี
2) เพ่อื นแสดงบทบาทสมมุติวา่ กำลังทำอะไร (ดื่มนำ้ )
3) บัตรคำสิง่ ท่คี รกู ำหนด คอื ให้เพือ่ นแสดงบทบาทสมมตุ ิอะไร (พด่ี ่มื น้ำ)
3. ใหน้ กั เรยี นสังเกตคำตอบทคี่ รูบนั ทกึ บนกระดาน จากนัน้ ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด ดงั น้ี
๏ คำตอบข้อ 1) เราทราบอะไร (เพอ่ื นแสดงเปน็ พี่)

ทราบหรอื ไมว่ า่ พที่ ำอะไร (ไมท่ ราบ)
๏ คำตอบขอ้ 2) เราทราบอะไร (เพอ่ื นแสดงว่ากำลัง ดื่มน้ำ)

ทราบหรอื ไมว่ ่าเพอื่ นเปน็ ใคร (ไม่ทราบ)
๏ คำตอบข้อ 3) เราทราบอะไร (เพ่ือนแสดงตามบตั รคำส่งั คอื พี่ดมื่ น้ำ)
๏ คำตอบขอ้ ใดบอกให้เรารู้ว่าใครทำอะไร (ข้อ ๓) คอื พีด่ มื่ น้ำ
4. ครแู นะนำว่า ขอ้ ความท่บี อกใหร้ ู้ว่าใครทำอะไรเรยี กว่า ประโยค
5. ครูอ่านข้อความตอ่ ไปนใ้ี ห้นกั เรยี นฟงั

ใครกินอะไร ชว่ ยบอกที

พ่ีกนิ ขนม ผมกนิ ลกู ช้นิ

ปิน่ กนิ ลำไย ชัยกนิ บะหมี่

ทงั้ ส่เี ป็นประโยค

ให้นกั เรียนช่วยกันยกตัวอย่างประโยค
6. ครูแนะนำเพม่ิ เติมว่า ข้อความทีบ่ อกให้รวู้ ่า ใครเปน็ อะไรกเ็ รยี กวา่ ประโยคเช่นเดียวกัน

144

7. ครูติดตารางประโยคบนกระดาน ใหน้ ักเรยี นฝกึ อ่านพรอ้ ม ๆ กัน ดังนี้

ใคร ทำอะไร ใคร เป็นอะไร
แม่ กวาดบ้าน พี่ เปน็ หวัด
ฉนั หัวเราะ ดอกไม้ บาน
หมา เหา่ แกว้ แตก

จากนน้ั ใหน้ ักเรียนร่วมกันอภปิ รายวา่ ผู้ที่ทำหรือผทู้ ีเ่ ปน็ มีทง้ั คน พืช สตั ว์ สงิ่ ของ
8. ให้นักเรียนฝึกอ่านประโยคในชีวิตประจำวัน ตามครู 1 รอบ แล้วฝึกอ่านออกเสียงด้วยตนเอง
(ให้ครูประเมินผลตัวชี้วัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เรื่อง การอ่านออกเสียง
ประโยค)
ข้นั สรุป
9. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นี้

๏ การนำคำมาเรยี บเรียงเป็นข้อความท่ีบอกใหร้ ู้ว่า ใครทำอะไร หรอื ใครเปน็ อะไร เรียกวา่ ประโยค
10. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั น้ี

๏ ขอ้ ความท่เี ป็นประโยคจะต้องเปน็ ขอ้ ความทยี่ าวหรอื ไม่ เพราะอะไร

สื่อการเรียนรู้/แหลง่ การเรียนรู้
1. ใบงาน
2. บัตรคำ แผนภาพ รปู ภาพ
3. แบบฝึกหัด
4. แผนผงั การแตง่ ประโยค

การประเมินผลรวบยอด
1. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน
- แบบฝกึ หดั
- แผนผังความคิด


Click to View FlipBook Version