145
2. การประเมนิ ผล
ระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ 4 4 2 1
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
นักเรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ นักเรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ
สรุปความรู้จำแนก สรุปความร้จู ำแนก สรปุ ความรู้จำแนก สรุปความร้จู ำแนก สรปุ ความร้จู ำแนก
คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตผุ ล
ถกู ต้องและ เกือบทุกคำแก้ไขได้ บางคำเม่ือมผี ู้ เมือ่ มีผูแ้ นะนำ
สามารถแนะนำ ด้วยตนเอง แนะนำก็สามารถ
ผู้อ่ืนได้ แกไ้ ขได้
146
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 8
ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ ฟัง ดู เลา่ ขาน ส่ือสารความคิด
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท 11101
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จำนวน 5 ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้ทักษะการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ
เขยี นรายงานขอ้ มลู สาระสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึก
ในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์
ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ท 2.1 ป. 1/2 เขยี นส่ือสารดว้ ยคำและประโยคงา่ ยๆ
ป. 1/3 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐาน ท 3.1 ป. 1/1 เขียนสอื่ สารด้วยคำและประโยคงา่ ยๆ
ป. 1/2 มีมารยาทในการเขียน
ป. 1/3 พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สกึ จากเรอื่ งที่ฟงั และดู
ป. 1/4 พดู สื่อสารไดต้ ามวตั ถปุ ระสงค์
ป. 1/5 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
สาระสำคัญ
ทกั ษะการฟัง การดู และการพูด เปน็ พน้ื ฐานการใชภ้ าษาทีส่ ำคัญ นำไปสกู่ ารพัฒนาการอ่าน และการ
เขียน
สาระการเรยี นร/ู้ เนือ้ หาสาระ
1. การฟัง การดู และการพูด
2. การอ่าน การเขยี น การอธิบาย บอกความหมาย การสรปุ ความรู้
3. ความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเปน็ ไทย ไม่พดู ปด
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
147
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
3. รกั ความเปน็ ไทย
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงที่ 1-3
ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ใหน้ ักเรยี นอาสาสมคั ร 4 คนมาพบและประชมุ ปรึกษาหารอื กนั แลว้ มอบหมายงานให้ ดังน้ี
คนที่ 1
๏ ใหไ้ ปยืนหน้าชั้นเรียนและบอกเพ่อื นฟงั เรื่องที่จะอ่านให้ฟัง
๏ อา่ นข้อความใหเ้ พอ่ื นฟงั
๏ อ่านจบแล้วให้กลับมายืนขา้ งครู
คนท่ี 2, 3, 4
๏ ใหท้ ุกคนไปยืนสังเกตเพ่อื นๆ อยู่หลงั ห้อง
๏ เวลาสังเกตเพอื่ นต้องกวาดสายตาไปท่วั ท้ังหอ้ ง เพอ่ื จะได้เหน็ การเคลือ่ นไหวของเพื่อน
คนที่ 2
๏ ใหส้ งั เกตเพ่อื นทีค่ ยุ กนั มกี ี่คน
คนท่ี 3
๏ ให้สงั เกตเพอ่ื นท่ีเล่นกนั ไมส่ นใจฟังมกี ี่คน
คนท่ี 4
๏ใหส้ ังเกตเพือ่ นนง่ั ฟุบกบั โตะ๊ หรอื เลน่ อยู่คนเดยี วไม่สนใจฟังมกี ่ีคน
ขั้นสอน
2. ใหน้ กั เรียนคนท่ี 1 ไปยืนหน้าชนั้ พรอ้ มกับพดู ว่า
“ผม/ดิฉนั จะอา่ นบทความน่ใี ห้ฟงั นะครบั /ค่ะ”
เพอ่ื นทุกคนตั้งใจฟังนะครับ/ค่ะ”
“ข้าว”
ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย ปัจจุบันคนไทยนิยมรับประทานข้าวกล้องมากข้ึน
เพราะมีคณุ ค่าทางอาหารมากกว่าข้าวสขี าว
เมอ่ื อา่ นจบแลว้ ก็บอกเพือ่ นๆ ว่า
“จบแล้วครับ/ค่ะ”
ครดู วู า่ นกั เรียนปรบมือใหเ้ พ่อื นทอี่ า่ นใหฟ้ ังหรือไม่
3. ใหน้ ักเรยี นอาสาสมคั รทั้ง 4 คนมายืนหน้าช้นั เรยี น แล้วร่วมกันสนทนา โดยครูใชค้ ำถาม ดงั น้ี
๏ ครใู หน้ กั เรียนบอกเพ่ือนๆ ว่าอะไร
๏ ครูส่งั ให้แตล่ ะคนทำอะไร
๏ ครูใหค้ ำแนะนำในเรือ่ งอะไรบา้ ง
๏ เพอ่ื นท่ีคุยกันมกี ี่คน
148
๏ เพื่อนทเ่ี ลน่ กนั ไมส่ นใจฟงั มกี ี่คน
๏ นั่งอยูค่ นเดียว ฟุบโต๊ะ ไม่สนใจฟงั มกี ค่ี น
4. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั สรุปขอ้ มลู ทเี่ พอื่ นทงั้ 4 คน บอก
5. ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากเพื่อนคนที่ 2, 3, และ 4 ให้ร่วมกันสรุปว่า
การที่จะเป็นผ้ฟู ังท่ดี ีนนั้ ควรมมี ารยาทในการฟงั ดงั น้ี
๏ ตงั้ ใจฟงั ตามองผู้พดู ผู้อา่ น
๏ ไม่ส่งเสียงดงั หรอื แกล้งผ้อู ่ืน
๏ ปรบมอื ใหผ้ ้พู ดู หรือผูอ้ า่ น
6. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้โดยฟังคำแนะนำ คำส่ังจากครู แล้วเขียน ลงใน
ของภาพทป่ี ฏบิ ัตถิ ูกต้อง
ขัน้ สรปุ
7. ให้นักเรียนรว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี
๏ การตงั้ ใจฟังคำแนะนำจะทำให้ปฏบิ ัตติ ามได้ถูกต้อง
8. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ คำแนะนำแบบใดที่ไม่ควรปฏิบัติตาม
ช่วั โมงท่ี 4-5
ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น
1. ครนู ำนกั เรยี นเล่นเกม “ฉนั ส่งั ว่า”
ตวั อยา่ งคำสั่ง
“ฉนั สงั่ วา่ ให้ยืนขึ้น”
“ฉันสั่งว่า ใหป้ รบมอื ๓ ครงั้ ”
“ฉนั สงั่ วา่ ให้น่งั ลง”
“ยืนขึ้น” (ไมม่ ี “ฉันสัง่ ว่า”)
วิธีเล่น
1) ครูเป็นผ้อู อกคำสัง่ เปน็ คนแรก ทกุ คำสัง่ ทีน่ กั เรียนปฏบิ ัตติ ามต้องมีขอ้ ความวา่ “ฉนั สง่ั ว่า”
ถ้าไมม่ ขี ้อความนไ้ี ม่ตอ้ งปฏบิ ัตติ าม
2) คำส่ังที่ไมม่ ขี ้อความ “ฉนั สัง่ ว่า” ถ้าใครทำตามจะถกู คัดออกไปเร่ือยๆ
3) ผทู้ ีท่ ำตามคำสั่งถูกต้องจนครบการเล่นจะเป็นผ้ชู นะ อาจเปล่ียนใหน้ ักเรยี นเปน็ ผูอ้ อกคำสง่ั บา้ ง
ขั้นสอน
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นและสรุปวา่
๏ ทำไมเพ่ือนจึงถูกคดั ออกไปเร่ือยๆ
๏ ทำไมเพ่ือนสว่ นหนง่ึ จงึ ทำไดจ้ นครบเกม
3. ให้นักเรียนทำใบงานที่ 79 โดยครอู อกคำสั่งและคำแนะนำใหน้ กั เรยี นทำตาม ดังนี้
1) ยนื ตรง 2) ไหวใ้ ห้สวยท่ีสุด 3) เดินกม้ หลงั ผ่านผู้ใหญ่
4) แบ่งกลมุ่ คน 5) จดั หนังสือในกระเปา๋ ให้เป็นระเบียบ
149
สำหรบั การจดั ทำหนังสือในกระเปา๋ ใหเ้ ป็นระเบยี บนั้นครูให้นักเรยี นนำของทต่ี นเองมีข้ึน
มากองไวบ้ นโต๊ะทั้งหมดไมใ่ ห้มีอะไรอยู่ในกระเป๋า
ครสู งั่ ดังนี้
1) ใส่ดินสอ ยางลบ กบเหลาดนิ สอ ในกล่องดินสอให้เรียบร้อย
2) จัดหนังสอื ไวใ้ นชน้ั ท่ี 1 ของกระเปา๋ สมุดแบ่งใสใ่ นช้นั ที่ 2, 3
3) ไมบ้ รรทัดใส่ไว้ในชอ่ งฝากระเปา๋
4) กลอ่ งดนิ สอวางไว้ในแนวตง้ั ไวข้ ้าง ๆ สมุด
5) จดั เสรจ็ ปดิ กระเปา๋ ให้เรยี บรอ้ ย
๏ ใครทำเสร็จกอ่ นยกมอื ขึ้น
๏ ครูตรวจดคู วามเรียบรอ้ ยถกู ต้อง
4. ให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่าเพื่อนปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำของครูได้หรือไม่
อย่างไร
ข้ันสรปุ
5. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ การต้ังใจฟงั จะทำให้ปฏบิ ตั ติ ามคำส่งั ไดถ้ กู ตอ้ ง
6. ให้นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ คำส่ังใดทน่ี กั เรยี นไมค่ วรปฏิบัติตาม
ส่อื การเรยี นรู้/แหล่งการเรียนรู้
1. ใบงาน
2. บัตรคำ แผนภาพ รูปภาพ
3. แบบฝกึ หัด
การประเมินผลรวบยอด
1. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน
- แบบฝึกหดั
- แผนผังความคิด
150
2. การประเมนิ ผล
ระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ 4 4 2 1
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
นักเรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ นักเรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ
สรุปความรู้จำแนก สรุปความร้จู ำแนก สรปุ ความรู้จำแนก สรุปความร้จู ำแนก สรปุ ความร้จู ำแนก
คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตผุ ล
ถกู ต้องและ เกือบทุกคำแก้ไขได้ บางคำเม่ือมผี ู้ เมือ่ มีผูแ้ นะนำ
สามารถแนะนำ ด้วยตนเอง แนะนำก็สามารถ
ผู้อ่ืนได้ แกไ้ ขได้
151
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 9
ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ วรรณคดนี า่ เรยี นรู้
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท 11101
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 7 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท. 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพ่ือนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดำเนินชวี ิตและมีนสิ ัยรักการอา่ น
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า
และนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง
ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ท 1.1 ป. 1/1 อา่ นออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสัน้ ๆ
ป. 1/2 บอกความหมายของคำ และข้อความท่อี ่าน
ป. 1/3 ตอบคำถามเกยี่ วกบั เรือ่ งทอ่ี ่าน
ป. 1/4 เล่าเรื่องย่อจากเร่อื งท่ีอา่ น
ป. 1/5 คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองท่ีอ่าน
ป. 1/6 อา่ นหนังสือตามความสนใจ อยา่ งสม่ำเสมอและนำเสนอเรอ่ื งทอ่ี ่าน
ป. 1/7 บอกความหมายของเคร่ืองหมาย หรือสัญลักษณ์สำคัญท่ีมักพบเห็นใน
ชวี ติ ประจำวัน
ป. 1/8 มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐาน ท 5.1 ป. 1/1 บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง
สำหรบั เดก็
สาระสำคัญ
การอ่าน และการวรรณคดี และวรรณกรรม ร้อยแก้วและร้อยกรอง สำหรบั เดก็ ทำให้ได้ข้อคิดท่ีนำมา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั
สาระการเรียนรู/้ เนอื้ หาสาระ
1. วรรณคดีและวรรณกรรม ร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรบั เดก็
2. การอา่ น การเขยี น การอธิบาย บอกความหมาย การสรปุ ความรู้
3. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทำงาน ความเมตตากรณุ า
152
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มงุ่ มั่นในการทำงาน
3. รกั ความเปน็ ไทย
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงที่ 1
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครนู ำสง่ิ ของทเ่ี ป็นกระดาษมาใหน้ กั เรยี นดู เชน่ กระดาษชำระ ถงุ กระดาษ พดั กระดาษ หนังสือ
ขน้ั สอน
2. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันสนทนาเกย่ี วกบั ประโยชน์ของสิ่งเหลา่ นนั้
3. ให้นักเรียนดูกระดาษท่ีไม่ใช้แล้ว 1 แผ่น เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์ กระดาษโฆษณาสินค้าต่างๆ
แลว้ ช่วยกันระดมสมองวา่ นักเรยี นจะสามารถนำกระดาษน้ันไปทำให้เกิดประโยชนอ์ ย่างอ่นื ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
4. ใหน้ ักเรียนอ่านขอ้ ความตอ่ ไปนตี้ ามครู
๏ หนังสือส่วนใหญท่ ำจากกระดาษ
๏ กระดาษทำจากต้นไม้
๏ ตน้ ไม้ตอ้ งใชเ้ วลาหลายปกี วา่ จะนำมาทำกระดาษได้
๏ การใช้หนังสืออย่างทะนถุ นอม เป็นการชว่ ยรกั ษาตน้ ไม้
เมอื่ อา่ นจบให้นักเรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั ขอ้ ความทีอ่ า่ น
5. ให้นักเรียนช่วยกันบอกวิธีดูแลรักษาหนังสือที่นักเรียนปฏิบัติ จากน้ันครูนำนักเรียนอ่านวิธีใช้
หนงั สือ ดังน้ี
๏ ดูแลให้ดี
๏ เปิดหนังสือเบา ๆ
๏ ไม่ขีด เขยี นเล่น
๏ ไมม่ ว้ น ไม่พบั
๏ ไมฉ่ กี หนงั สือ
๏ ใชท้ ่คี ่นั หนงั สือ
6. ให้นักเรยี นชว่ ยกันสรุปวธิ ดี ูแลรกั ษาหนังสืออีกคร้งั
7. ครูอธบิ ายให้นกั เรยี นฟังวา่ การเป็นนักอ่านที่ดี นอกจากการดูแลรักษาหนังสือแลว้ จะตอ้ งรู้วิธีอ่าน
หนังสอื ด้วย จากน้ันใหน้ กั เรียนอ่านบทร้อยกรองตามครู ดังน้ี
153
น่งั ให้ เรยี บร้อย ค่อย เปดิ อย่าง ระวัง
ไม่ คยุ เสยี ง ดัง ตงั้ ใจ อา่ น เอย
สมใจ บญุ อรุ พีภิญโญ
8. ใหน้ ักเรยี นช่วยกันสรุปวธิ ีการอา่ นหนังสอื จากบทร้อยกรอง
9. ให้นกั เรียนทำใบงานที่ 80 เรอื่ ง การอ่านขอ้ ความส้นั ๆ แล้วร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
11. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยเขียน หน้าข้อความท่ีเป็นมารยาทในการ
อา่ น จากนั้นรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขน้ั สรุป
12. ใหน้ ักเรียนร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ การอ่านอยา่ งตัง้ ใจจะทำให้เขา้ ใจเรอ่ื งทอ่ี า่ น
13. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ ถา้ นกั เรยี นใชก้ ระดาษอย่างฟมุ่ เฟอื ย อนาคตจะเป็นอยา่ งไร
ชั่วโมงที่ 2
ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสนทนาเกยี่ วกับเพลงกล่อมเดก็ ที่เคยฟัง นักเรียนคนใดรอ้ งได้ ใหร้ อ้ ง
ให้เพ่อื นฟงั
ข้ันสอน
2. ให้นักเรยี นบอกความรสู้ ึกทีไ่ ดฟ้ งั เพลงกล่อมเด็ก (ตวั อยา่ งคำตอบ ร้สู ึกอบอุ่น รสู้ กึ คดิ ถึงแม)่
3. ครูนำนักเรียนอ่านบทกล่อมเด็ก “เจ้าเนื้อละมุน” และ “เจ้าเนื้ออ่อน” 2 รอบ จากนั้นครูร้องเป็น
ทำนองใหน้ กั เรยี นฟัง
๑. เจา้ เน้ือละมนุ เอย ๒. เจ้าเน้ือออ่ น เอย
เกบ็ ดอก พิกลุ บาน เยน็ ออ้ น แม่ จะ กนิ นม
เก็บ มา รอ้ ย กรอง แม่ อ้มุ เจา้ ออก ชม
ให้ แมท่ อง ข้า เล่น กนิ นม แลว้ นอนเปล เอย
เน้ือเยน็ แม่ คนเดยี ว เอย
4. ใหน้ กั เรยี นฝึกรอ้ งตามครูทลี ะวรรค จากนั้นลองร้องด้วยตนเองพรอ้ มกัน
5. ให้นักเรียนช่วยกันอธิบายเน้ือหาของบทกล่อมเด็กท้ัง 2 บท ครูช่วยกระตุ้นให้นักเรียนคิดด้วย
คำถาม และอธบิ ายเพิ่มเติม (เน้ือหาของบทที่ 1 แม่เก็บดอกพิกลุ มาร้อยใหล้ ูกเล่นเน้ือหาของบทท่ี 2 ลูกอ้อน
แม่ขอกินนม แม่อมุ้ ลูกใหก้ ินนมแล้วกพ็ าลกู ไปนอนเปล)
6. ให้นักเรยี นช่วยกนั บอกข้อคิดที่ได้จากบทกล่อมเด็ก ครคู วรใชค้ ำถามเพื่อชว่ ยกระตุ้น
ใหน้ กั เรียนคิดได้ง่ายขน้ึ เชน่
๏ แม่รอ้ งเพลงกลอ่ มลูกเพือ่ อะไร (ตัวอยา่ งคำตอบ เพื่อให้ลูกหลบั สบาย เพ่ือให้ลูกมคี วามสุข)
๏ เพราะอะไรแม่จงึ อยากใหล้ กู มีความสุข (ตัวอยา่ งคำตอบ เพราะแม่รักลกู )
154
7. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยอ่านคำถามและเลือกคำตอบ จากนั้นร่วมกัน
ตรวจสอบความถกู ต้อง
ขัน้ สรุป
8. ให้นกั เรียนร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ บทกล่อมเด็กเปน็ มรดกทางภาษาของคนไทยท่สี ะท้อนใหเ้ ห็นความรักในครอบครวั
9. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั นี้
๏ การร้องเพลงกล่อมเด็กมีประโยชนต์ ่อเด็กอย่างไร
ชัว่ โมงท่ี 3
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูติดบัตรคำ “ต้ังไข่” บนกระดาน ให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามครูแล้วร่วมกันสนทนา
ถงึ ความหมายของคำ
ข้นั สอน
2. ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก ตั้งแต่แรกเกิด หัดคว่ำ หัดคลาน นั่ง หัดยืน หัด
เดิน
3. ใหน้ ักเรยี นดภู าพและอา่ นออกเสียงข้อความตามครู ดังนี้
ยามน้องเปน็ เด็ก ตัวเลก็ เร่ิมนง่ั
น้องมีกำลงั ตั้งใจหัดยืน
นอ้ งเร่ิมตั้งไข่ ยืนไดบ้ นพน้ื
เด๋ยี วล้มเดี๋ยวยนื เริงร่ืนเฮฮา
4. ให้นักเรียนดูภาพอาหารหรือของจริงท่ีทำจากไข่ ๓-๔ ชนิด เช่น ไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ไข่
เคม็ จากน้ันใหน้ กั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปนี้
๏ อาหารเหล่านีท้ ำจากอะไร (ไข)่
๏ นักเรียนรู้จักไข่อะไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ไข่เป็ด ไข่ไก่ ไข่ห่าน ไข่เต่า ไข่นกกระทา
ไข่จ้งิ จก ไขก่ บ ไขป่ ลา)
๏ นักเรียนรจู้ ักอาหารชนิดอื่นที่ทำจากไข่อีกหรือไม่ (ตัวอย่างคำตอบ ไข่พะโล้ ไข่ลูกเขย ไข่ป้ิง
ขนมไข่ ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด)
155
ครเู ขียนคำตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน เช่น
ไขต่ ้ม ไข่พะโล้ ฝอยทอง
ไขด่ าว อาหารท่ีทำจากไข่ ขนมไข่
ไข่เจยี ว ทองหยอด
ทองหยบ
5. ครนู ำนักเรียนอา่ นบท ข ไข่ สอนใจ ดังน้ี
ขอ เอย๋ ขอ ไข่
ไข่ไก่ ไขเ่ ปด็ ไข่หา่ น
ใช้ ทำ อาหาร คาว หวาน
คน โบราณ นำ มา สอนใจ
ไข่ เอ๋ย ไข่
ไข่ไก่ ไข่เป็ด เลก็ ใหญ่
รูปร่าง กลม รี นัน้ ไซร้
นำ มา ใช้ เตอื น ใจ คน เอย
สมใจ บญุ อรุ พภี ญิ โญ
6. ให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ ว่า ไข่จะสอนใจอะไรได้บา้ ง (ต้องการฝกึ ใหน้ กั เรยี น
คิดอยา่ งอสิ ระ คำตอบจะไม่มีผิดหรอื ถกู )
7. ครนู ำนักเรยี นอา่ นบทอาขยาน “ตัง้ ไขล่ ้ม ต้มไข่กิน” ดงั นี้
ตั้ง เอ๋ย ตั้งไข่
จะ ตั้ง ไย ไข่ กลม ก็ ลม้ สิ้น
ถึง วา่ ไข่ ล้ม จะ ตม้ กิน
ถ้า ตก ดิน เสยี ก็ อด หมด ฝมี อื
ตัง้ ใจ เรา น้ี จะ ดี กวา่
อุตส่าห์ อา่ น เขยี น เรียน หนงั สือ
ทัง้ วชิ า สารพัด เพียร หัด ปรือ
อยา่ ดึงดอ้ื ต้ังไข่ รำ่ ไร เอย
สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
จากหนังสอื บทอาขยานภาษาไทย ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
156
8. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันสนทนาเก่ยี วกับเน้อื หาของบทอาขยานทีอ่ ่าน
9. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยอ่านคำถามแล้วเลือกคำตอบ จากนั้นร่วมกัน
ตรวจสอบความถกู ต้อง
ขน้ั สรุป
10. ใหน้ ักเรียนและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
๏ เด็กๆ ควรตง้ั ใจศกึ ษาเลา่ เรียน
11. ให้นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ เดก็ เปรียบเหมือนอะไรบา้ ง เพราะอะไร
ชัว่ โมงที่ 4
ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น
1. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดังน้ี
๏ นักเรียนชอบอา่ นหนังสือนทิ านเพราะอะไร
2. ให้นกั เรียนช่วยกนั ตอ่ ภาพจิกซอวท์ ีค่ รูติดบนกระดาน แล้วบอกว่าภาพทไี่ ด้เปน็ ภาพอะไร
(ภาพเตา่ และภาพกระตา่ ย)
ขนั้ สอน
3. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกับลักษณะของเตา่ กับกระตา่ ย จากน้ันครนู ำนกั เรยี นอ่านขอ้ ความ
ทบี่ รรยายลกั ษณะของเต่าและกระต่าย ดังน้ี
เตา่ เดนิ ช้า ขา สน้ั
เตา่ มี ส่ี ขา
ใจ สู้ แข็งขัน ขยัน อดทน
สมใจ บญุ อุรพีภิญโญ
กระต่าย
กระตา่ ย วงิ่ ไว ตกใจ ได้ ง่าย
ชอบ ความสบาย หลับ งา่ ย จริง เอย
สมใจ บญุ อุรพภี ญิ โญ
157
4. ครูนำนกั เรียนอ่านนทิ านเรอื่ ง กระต่ายกบั เตา่ 1 รอบ ดงั นี้
กระตา่ ย ตวั หน่งึ เห็น เต่า คลาน มา ก็ หัวเราะเยาะ
ว่า เต่า ขา สัน้ เดิน ช้า เต่า จึง ตอบ ไป วา่ “ถึง ทา่ น
จะ วิง่ เรว็ ราวกะ ลม พดั และ ขา ของ เรา สน้ั กว่า
ขา ของ ท่าน ก็ จรงิ อยู่ แต่ เรา อยาก จะ ลองดี
เดนิ แข่ง กับ ท่าน ทา่ น จะ ว่า กระไร”
กระตา่ ย ไดย้ ิน เตา่ ทา้ ดงั นนั้ ก็ นกึ กระหย่ิมใจ
ตกลง จะ วิง่ แขง่ ด้วย จงึ พรอ้ มกนั ไป หา
หมาจ้ิงจอก บอก ความ ที่ ตกลง กัน แลว้ ก็ ต้ัง
ให้ หมาจิ้งจอก เป็น ผู้ เลอื ก ทาง ท่ี จะ แขง่ ขัน และ
ให้ เปน็ ผตู้ ดั สนิ อยู่ ปลายทาง
เมอื่ ถึง วนั นดั สตั ว์ ทง้ั สอง ก็ มา ตัง้ ต้น แข่ง
ใน ที่ ที่ หมาจ้งิ จอก ชี้ ให้
เต่า เม่อื ตั้งตน้ ออก เดิน ก็ กม้ หน้า คลาน ลัด
ตดั ตรง ไป ทลี ะน้อย ทลี ะน้อย จน ถงึ ท่สี ดุ
ฝา่ ย กระต่าย ถือดี ใน ฝีเท้า ของ ตน ว่า ว่ิง ได้
เร็ว กว่า เต่า ก็ ชะล่าใจ หยดุ นอน เสยี ไม่ ออก ว่งิ
คร้ัน ตื่น ขึ้น ก็ ตกใจ กลวั วา่ จะ ไล่ เตา่
ไม่ ทัน จึง รีบ กระโจน ไป โดย เร็ว ก็ พบ เตา่
ไป ถงึ เสีย แลว้
จาก นิทานอีสป ของพระยาเมธาธิบดี (สาตร สทุ ธเสถียร)
5. ให้นักเรยี นอ่านออกเสียงนิทานเรอ่ื งกระตา่ ยกบั เตา่ พร้อมกันอกี 1 รอบ
6. ให้นกั เรียนช่วยกันเลา่ เรื่องกระตา่ ยกบั เตา่ ครูชว่ ยเพ่ิมเตมิ และสรุปเรอ่ื งให้สมบรู ณ์
7. ให้นักเรียนคิดท่าทางเลียนแบบเต่า กระต่าย และหมาจ้ิงจอก จากเน้ือเร่ืองในนิทาน แล้วแสดงให้
เพื่อนๆ ดู
8. ให้นักเรยี นช่วยกันบอกขอ้ คิดทไ่ี ดจ้ ากนทิ าน โดยครูสอนให้พิจารณาจากตวั ละครทีละตวั เช่น เตา่ มี
ความพยายาม ทำให้นักเรียนได้ขอ้ คดิ ว่า ความพยายามทำให้ประสบความสำเร็จ ส่วนกระต่ายดูถูกผู้อ่ืนจงึ เกิด
ความประมาท ทำใหน้ กั เรยี นไดข้ ้อคิดว่า ไมค่ วรดูถกู ใครและอย่าประมาทเพราะจะทำให้งานที่ทำไมส่ ำเรจ็
9. ใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมการเรียนรู้ โดยอ่านคำถามแลว้ เลอื กคำตอบท่ีถูกต้อง และเขยี นแผนภาพ
โครงเรื่อง จากนน้ั ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
10. ให้นักเรียนทำใบงานที่ 81 เรื่อง การคาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองท่ีอ่าน ครูประเมินผลงาน
นกั เรยี นเปน็ รายบุคคล
ข้ันสรุป
11. ให้นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ นทิ านจะมขี ้อคดิ ทีเ่ ปน็ ประโยชน์ สามารถนำมาใชใ้ นการดำเนนิ ชีวติ ได้
158
ชว่ั โมงท่ี 5
ข้ันนำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ ส่ิงใดบา้ งทที่ ำใหน้ ักเรียนรู้สกึ สนุก
ข้ันสอน
2. ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับหนงั สือทเี่ คยอา่ นแลว้ ชอบ
3. ให้นกั เรียนเลอื กอ่านหนงั สอื นิทานตามความสนใจ ๑ เล่ม
๔. ให้นักเรียนทำชิ้นงานที่ 7 เรื่อง การอ่านหนังสือตามความสนใจและนำเสนอเร่ืองที่อ่าน แล้วนำ
มาเลา่ ใหเ้ พอ่ื นฟงั ครชู ่วยอธบิ ายเพิ่มเติมให้นกั เรยี นได้รบั ประโยชนอ์ ยา่ งเต็มที่
ขน้ั สรปุ
5. ให้นักเรียนและครรู ่วมกันสรุปความรู้ ดังน้ี
๏ หนงั สอื ให้ความรู้ ความคดิ และความสนุกสนานเพลิดเพลนิ
ชว่ั โมงที่ 6-7
ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น
1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ เด็ก ๆ อย่างนกั เรยี นจะชว่ ยทำงานบ้านอะไรไดบ้ ้าง
2. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันสนทนาเกี่ยวกบั งานบ้านท่ีตอ้ งทำวา่ มีงานอะไรบ้าง
ขั้นสอน
3. ครนู ำนกั เรยี นอา่ นเรื่องทีละตอน แลว้ ใหน้ ักเรียนอธิบายเนื้อหาที่อ่านตามความเข้าใจ ครูใช้คำถาม
ช่วยกระตุน้ ความคิดและอธบิ ายเพม่ิ เติม เนอื้ เรื่องมีดงั น้ี
ยาม วา่ ง ของ ฉนั นัน้ ชอบ คน้ คว้า
ช่วย พ่อ เลี้ยง ปลา พา ให้ เพลนิ ใจ
พอ ถึง วันหยุด ขดุ หลุม ปลูก ตน้ ไม้
พืช ผกั สมนุ ไพร ใช้ ทำ อาหาร
ใน บา้ น ของ ฉัน น้ัน แสน สำราญ
ทุก คน ช่วย งาน เบิกบาน หวั ใจ
ยาม ลูก มี ปญั หา แม่ พา ปลอบใจ
พ่อ ชว่ ย แก้ไข สอน ใช้ เหตผุ ล
พ่อ แม่ กรณุ า ใช้ ปัญญา ฝึกฝน
ซ่อื สตั ยค์ รออดบทคนรวั ของ ฉันกลน้าัน้ ผจอญบอนุ่ควายมงิ่ จรง
ลูก ทงั้ ชาย หญิง ทำ สง่ิ ดี งาม
159
4. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า ทุกคนในบ้านต่างก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทุกคนต้องช่วยเหลือและ
ดแู ลกัน
5. ใหน้ กั เรยี นดภู าพงานบ้านและอา่ นบตั รคำใต้ภาพ ได้แก่ ถบู ้าน กวาดบา้ น ดแู ลน้อง ล้างผกั
เล้ยี งปลา
6. ให้นักเรียนบอกงานบ้านที่ชอบทำ ซ่ึงอาจนอกเหนือจากภาพตัวอย่าง เช่น รดน้ำต้นไม้ แล้วเล่า
ประสบการณใ์ ห้เพอ่ื นฟัง
ข้นั สรปุ
7. ให้นกั เรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยอ่านบทร้อยกรองแล้วตอบคำถาม จากน้นั รว่ มกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง
8. ให้นักเรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ ทุกคนในบา้ นควรชว่ ยกันทำงานบา้ น
ส่ือการเรียนรู/้ แหลง่ การเรียนรู้
1. ใบงาน
2. วรรณกรรม ร้อยแกว้ ร้อยกรองสำหรบั เด็ก
3. แบบฝึกหัด
การประเมนิ ผลรวบยอด
1. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน
- แบบฝกึ หัด
- แผนผงั ความคดิ
2. การประเมินผล
ระดบั คะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ 4 4 2 1
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
นกั เรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรียนสามารถ
สรปุ ความรู้จำแนก สรุปความรู้จำแนก สรุปความรู้จำแนก สรปุ ความร้จู ำแนก สรปุ ความรูจ้ ำแนก
คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตผุ ลได้ คำ แสดงเหตุผล
ถูกต้องและ เกอื บทุกคำแก้ไขได้ บางคำเมื่อมีผู้ เมอื่ มผี แู้ นะนำ
สามารถแนะนำ ด้วยตนเอง แนะนำก็สามารถ
ผอู้ น่ื ได้ แกไ้ ขได้
160
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 10
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ ท่องจำอาขยาน สบื สานภาษาไทย
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท 11101
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1 จำนวน 10 ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท. 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพ่ือนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดำเนินชีวิตและมนี สิ ัยรกั การอา่ น
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า
และนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ
ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน ท 1.1 ป. 1/1 อา่ นออกเสียงคำ คำคล้องจอง และขอ้ ความสัน้ ๆ
ป. 1/2 บอกความหมายของคำ และข้อความทีอ่ ่าน
ป. 1/3 ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องท่ีอา่ น
ป. 1/4 เลา่ เรื่องย่อจากเรอื่ งทีอ่ า่ น
ป. 1/5 คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเรื่องท่ีอา่ น
ป. 1/6 อ่านหนงั สือตามความสนใจ อยา่ งสมำ่ เสมอและนำเสนอเร่ืองท่ีอา่ น
ป. 1/7 บอกความหมายของเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์สำคัญที่มักพบเห็นใน
ชีวติ ประจำวนั
ป. 1/8 มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐาน ท 5.1 ป. 1/1 บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง
สำหรบั เด็ก
ป. 1/2 ทอ่ งจำบทอาขยานตามท่กี ำหนด และบทร้อยกรองตามความสนใจ
สาระสำคัญ
บทอาขยานคือบทท่องจำเป็นการท่องจำข้อความหรือคำประพันธ์ที่ชอบบทร้องกรองท่ีไพเราะ
บทหลัก บทหลัก หมายถึง บทอาขยานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้นักเรียนท่องจำเพื่อความเป็นอันหน่ึง
อนั เดียวกันท่ัวประเทศ ระดบั ช้ันป.1 จะมีบทแมวเหมียวและบทฝนตกแดดออก บทรอง หมายถงึ บทอาขยาน
ที่ นั กเรียน เลือกท่ องตามความสน ใจมิได้เป็ น การบั งคับ โดยอาจเลือก ท่ องจากบ ท อาขยาน
ท่กี ระทรวงศกึ ษาธกิ ารคดั เลอื กไว้ ระดบั ช้นั ป.1 น่ีของของเธอ ไข่ลม้ ตม้ ไขก่ ิน
161
สาระการเรียนรู้/เน้ือหาสาระ
1. บทอาขยาน และบทร้อยกรอง
2. การอ่าน การเขยี น การอธบิ าย บอกความหมาย การสรปุ ความรู้
3. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย ความเมตตา
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
3. รักความเป็นไทย
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ 1
ข้ันนำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั น้ี
๏ โรงเรียนที่นา่ อย่คู วรเปน็ อยา่ งไร
ขั้นสอน
2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ช่วยกันวาดภาพโรงเรียนที่น่าอยู่ตามความคิดของกลุ่ม
ลงในกระดาษทีค่ รแู จกให้ ระบายสีใหส้ วยงาม
3. ให้แต่ละกลุ่มนำผลงานมาแสดงหน้าชนั้ เรยี น พรอ้ มทงั้ ช่วยกนั บรรยายภาพ
4. ใหน้ กั เรียนลองคิดและช่วยกันบอกสิ่งทีน่ า่ ภาคภูมิใจในโรงเรยี น
5. ครูนำนักเรยี นอา่ นเรอื่ งของแก้วต่อ ดังน้ี
แก้ว แสน ภาคภูมิใจ ที่ ได้ เป็น ศษิ ย์ ของ ครู
มี สุข ที่ ได้ อยู่ ได้ เรียนรู้ คณุ ธรรม
มี คุณครู ผู้ เลิศลำ้
โรงเรยี น ของ เรา นา่ อยู่ คำสัง่ สอน ของ คณุ ครู
พวก หนู จะ จดจำ
6. ใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงพรอ้ มกนั อีกครงั้ จากนัน้ ร่วมกนั อธิบายเนื้อหาของเร่อื ง
ขนั้ สรปุ
7. ใหน้ กั เรียนและครรู ่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้
๏ สิ่งแวดลอ้ มและทกุ คนทอี่ ยูใ่ นโรงเรียนทำใหโ้ รงเรียนนา่ อยู่
162
ชัว่ โมงท่ี 2
ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรยี น
1. ให้นักเรียนสังเกตภาพท่ีครูนำมาติดบนกระดานทีละภาพ แล้วช่วยกันบอกว่าเป็นสถานที่ใด
ภาพทีค่ รูเตรียมไว้ ไดแ้ ก่ ภาพหอ้ งสมุด ภาพโรงอาหาร ภาพสนามเดก็ เล่น ภาพหอ้ งสว้ ม ภาพห้องพยาบาล
ข้นั สอน
2. เมื่อนักเรียนบอกถูก ครูนำบัตรคำติดใต้ภาพ ให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำอีกคร้ัง จากน้ันครูจึงติด
ภาพตอ่ ไป ทำเช่นนีจ้ นครบทกุ ภาพ
3. ครูนำแถบข้อความมาใหน้ ักเรียนอ่านทีละข้อความ โดยครูเป็นผู้อา่ นนำเม่ืออ่านจบให้นักเรยี นจับคู่
กบั ภาพทต่ี ิดบนกระดาน ขอ้ ความทงั้ หมดมีดงั น้ี
มหี นงั สอื สนกุ สนุกใหอ้ ่านมากมาย
รบั ประทานอาหารให้เปน็ ระเบียบเรียบร้อย
เลน่ ใหส้ นกุ อย่างระมดั ระวัง
หลงั ขบั ถ่ายต้องลา้ งมือใหส้ ะอาด
เจ็บปว่ ยมีคณุ ครูชว่ ยดูแล
4. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า สถานที่เหล่านี้จะมีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใช้แทนคำหรือภาพ
เพื่อให้เข้าใจตรงกันทันทีท่ีเห็น จากนั้นครูนำสัญลักษณ์ที่เตรียมไว้มาให้นักเรียนดูทีละสัญลักษณ์ แล้วให้
นกั เรยี นจบั คกู่ ับภาพท่ีตดิ บนกระดาน เมอื่ นักเรยี นจบั ค่ถู ูก ครูนำสัญลักษณ์ไปตดิ บนภาพ
5. ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับเคร่ืองหมายหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ที่อยู่ในโรงเรียน และระหว่างทาง
ท่ีเดินทางมาโรงเรยี น หรอื สถานทีอ่ ่ืนๆ ทนี่ กั เรยี นเคยไป
6. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสรมิ ทักษะการเรียนรู้ โดยเลือกเขียนสัญลักษณ์และชอ่ื สถานที่ 3 แห่ง และ
เลอื กชอื่ เครอ่ื งหมายหรือสัญลักษณท์ ีก่ ำหนดไปเขียนใหต้ รงกบั ภาพ จากนน้ั รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
7. ให้นักเรียนทำช้ินงานที่ 8 เรื่อง การอ่านเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ในชีวิตประจำวัน แล้วร่วมกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขั้นสรปุ
8. ให้นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้ ดังนี้
๏ การอา่ นเครอื่ งหมายหรือสัญลักษณไ์ ด้ จะทำให้เข้าใจและปฏิบัตไิ ด้ถกู ตอ้ ง
9. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
๏ นักเรยี นจะวาดรูปอะไรเป็นสัญลกั ษณข์ องห้องเรยี น
163
ช่ัวโมงท่ี 3
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
1. ให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ คำว่า “สำลี” นกั เรียนจะตั้งปริศนาคำทายวา่ อะไร
ขน้ั สอน
2. ครูนำนักเรียนอ่านปริศนาคำทายต่อไปน้ี เม่ืออ่านปริศนาคำทายจบแต่ละข้อ ให้นักเรียนสังเกตว่า
เพราะอะไรจงึ ตอบอย่างนัน้
2.1 ฉันมีหนา้ ที่ ชี้บอกเวลา
เขม็ หมนุ บนหนา้ หนูจา๋ ลองทาย
ตอบ นาฬิกา
2.2 ฉนั เปน็ ผลไม้ เน้อื ในสีเหลอื ง
เปลอื กแหลมลือเลื่อง มีกล่นิ ชวนชิม
ตอบ ทเุ รียน
2.3 ฉันเป็นของใช้ เอาไว้สอ่ งหนา้
เห็นภาพชัดหนา เรยี กว่าอะไร
ตอบ กระจก
3. ให้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน ครูแจกปากกาเคมีและกระดาษสำหรับวาดภาพกลมุ่ ละ 1 ชุด
ให้นักเรียนทายปริศนากับครู โดยครูจะนำปริศนาคำทายติดบนกระดาน ให้นักเรียนทุกคนอ่านออกเสียงตาม
ครู จากนั้นวาดคำตอบลงในกระดาษในเวลาท่ีกำหนด เม่ือหมดเวลา ทุกกลุ่มชูกระดาษคำตอบ กลุ่มใดวาด
ภาพเสรจ็ (ดอู อกวา่ เปน็ ภาพอะไร) และเปน็ คำตอบที่ถกู ต้อง จะได้ข้อละ 10 คะแนน
ปรศิ นาคำทายของครมู ดี ังน้ี
3.1 ฉนั เปน็ อะไร วิ่งได้สข่ี า
ตวั ฉันกินหญา้ ควบมาเร็วไว (มา้ )
3.2 ฉันเป็นของดี ฉันนีต้ ัดหนั่
ผักเน้อื เผือกมนั ฉันหั่นสบาย (มีด)
3.3 ตัวฉนั คือใคร เคล่ือนไหวสีข่ า
มีถงุ ดา้ นหนา้ พาลูกเท่ียวไกล (จิงโจ้)
4. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดปริศนากลุ่มละ 2 ปริศนา จากนั้นส่งตัวแทนออกมาทายเพ่ือนกลุ่มอ่ืน
กลมุ่ ใดต้องการตอบใหย้ กมือ ถ้าตอบถูกจะได้ข้อละ 10 คะแนน ผลดั กันออกมาเปน็ ผูท้ ายจนครบทุกกลุ่ม กลุ่ม
ใดไดค้ ะแนนมากท่สี ดุ เป็นฝ่ายชนะ
5. ให้นกั เรียนทำกจิ กรรมเสรมิ ทักษะการเรียนรู้ โดยอา่ นปรศิ นาคำทายแล้วเขียนคำตอบลงในชอ่ งว่าง
จากนนั้ รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
ขน้ั สรปุ
6. ให้นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
๏ ปริศนาคำทายช่วยฝกึ การอา่ นและพัฒนาการคิด
164
ชั่วโมงที่ 4
ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น
1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดงั นี้
๏ การละเลน่ ใดบา้ งเป็นการละเล่นของไทย
ขัน้ สอน
2. ครอู า่ นข้อความต่อไปนใี้ ห้นักเรียนฟงั
ยามวา่ งตอนเยน็ นงั่ เล่นจำ้ จี้
วางมอื ใหด้ ี ใชน้ ้ิวช้นี บั เอย
ครถู ามนกั เรยี นวา่ ขอ้ ความนี้กลา่ วถึงการละเลน่ อะไร (จำ้ จี้)
3. ครูนำนักเรยี นอา่ นบทร้องเล่น “จำ้ จผี้ ลไม”้ 1 รอบ
จ้ำจีผ้ ลไม้ แตงไทย แตงกวา
ขนุน นอ้ ยหน่า พทุ รา มังคุด
ละมดุ ลำไย มะเฟือง มะไฟ
มะกรดู มะนาว มะพรา้ ว สม้ โอ
ฟกั แฟง แตงโม ไชโยโหฮ่ ้ิว
4. ให้นักเรียนอา่ นออกเสยี งบทรอ้ งเลน่ พรอ้ มกนั 1 รอบ
5. ครูนำภาพผลไม้ที่กล่าวถึงในบทร้องเล่นมาติดคละกันบนกระดาน จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันเรียง
ผลไม้ตามชนิดในบทร้องเล่น ครูเป็นผู้นำมาติดใหม่ให้เรียงกัน แล้วให้นักเรียนลองท่องบทร้องเล่นจากภาพ
2-3 รอบ
6. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เล่นจ้ำจี้ผลไม้ (ถ้าจำนวนสมาชิกในกลุ่มมีหลายคนให้วางมือ
ข้างเดียว เพอื่ ไมใ่ หใ้ ช้เวลาในการเลน่ มากเกนิ ไป)
วิธีเล่น ให้นักเรียนน่ังเป็นวงกลมและย่ืนมือท้ัง 2 ขา้ ง วางกับพ้ืนด้านหน้าของตนเองและมีคนหน่ึง
จะเป็นผคู้ อยใช้นิ้วชจี้ ิ้มไปท่นี ิ้วมือของแต่ละคน ทีละน้ิว ตามจงั หวะของบทร้องเลน่ เม่ือร้อง 1 คำใหช้ ี้ 1 นิ้ว
ทุกคนร้องบทร้องเล่น จ้ำจี้ผลไม้ พร้อมๆ กัน จบบทร้อง “โห่ฮ้ิว” นิ้วช้ีอยู่ท่ีนิ้วใคร ให้งอน้ิวน้ัน ทำไปเร่ือยๆ
จนนว้ิ ของใครหมดก่อนถอื วา่ ชนะ คนทเ่ี หลอื เลน่ ตอ่ ไป ใครเหลือนิ้วคนสุดทา้ ยถือวา่ แพ้ในรอบนน้ั
7. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยอ่านบทร้องเล่นแล้วตอบคำถาม จากนั้นร่วมกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง
ขน้ั สรุป
8. ใหน้ กั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี
๏ การร้องบทร้องเล่นช่วยฝกึ ความจำและทำใหก้ ารเล่นสนกุ สนาน
ช่ัวโมงที่ 5
ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามกระตนุ้ ความคิด ดงั น้ี
๏ สัตวอ์ ะไรมรี ูปร่างคล้ายงู
๏ สง่ิ ของใดมีรูปร่างคล้ายงู
165
ขน้ั สอน
2. ครูเชอ่ื มโยงความคิดนักเรียนว่า มงี ทู ่ีน่ารัก ร้องไพเราะ และสนุกสนานร่าเริง คอื งกู นิ หาง
ให้นกั เรยี นร่วมกันสนทนาวา่ ร้จู ักหรือไม่
3. ครูนำนกั เรยี นอ่านบทร้องเล่น งูกนิ หาง 1 รอบ ดังนี้
แมง่ ูเอย๋ กนิ น้ำบอ่ ไหน
กินนำ้ บอ่ ทราย ย้ายไปกย็ ้ายมา
กนิ น้ำบ่อโศก โยกไปกโ็ ยกมา
กินน้ำบ่อหิน บนิ ไปก็บนิ มา
กินหวั กินหาง กินกลางตลอดตัว
4. ให้นักเรียนสังเกตและบอกคำคล้องจองในบทร้องเล่น ได้แก่ ทราย - ย้าย โศก - โยก
หิน - บนิ หาง - กลาง จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี งพรอ้ มกนั
5. ให้นักเรียนจบั คฝู่ กึ ทอ่ งจำบทรอ้ งเล่น
6. ครูเลือกตัวแทนนักเรียนประมาณ 10 คน ออกมาสาธิตการเล่นงูกินหาง โดยเลือกพ่องูและแม่งู
อย่างละ 1 คน ท่ีเหลือเป็นลูกงู พ่องูกับแม่งูจะยืนหันหน้าเข้าหากัน ส่วนลูกงูจับเอวแม่งูต่อๆ กันไป เมื่อเริ่ม
เลน่
พอ่ งูถามแมง่ วู ่า : แมง่ ูเอย๋ (แมง่ ูขานว่า เอย๋ ) กินน้ำบอ่ ไหน
แมง่ ูตอบวา่ : กินน้ำบ่อทราย
ลูกงชู ว่ ยรอ้ งรบั : ย้ายไปก็ยา้ ยมา (ขณะร้องส่ายเอวไปมาด้วย)
พ่องถู ามอกี ว่า : แมง่ ูเอ๋ย (เอย๋ ) กินนำ้ บอ่ ไหน
แม่งตู อบว่า : กินน้ำบ่อโศก
ลกู งชู ่วยร้องรับ : โยกไปก็โยกมา (ขณะร้องโยกตวั ไปมาดว้ ย)
พ่องูถามอีกว่า : แม่งูเอย๋ (เอย๋ ) กินน้ำบอ่ ไหน
แม่งูตอบวา่ : กนิ น้ำบอ่ หิน
ลูกงชู ว่ ยรอ้ งรบั : บนิ ไปก็บนิ มา (ขณะรอ้ งทำท่าบนิ ดว้ ย)
พ่องูพูดวา่ : กนิ หัวกนิ หาง กนิ กลางตลอดตวั
แล้วพ่องูก็วิ่งไล่ต้อนจะจับลูกงู แม่งูต้องกางแขนคอยปกป้องลูกงู ส่วนลูกงูต้องหนีไม่ให้ถูกพ่องูจับ โดยมือต้อง
จับเอวกนั ไวอ้ ยา่ ให้หลุด ลูกงูตวั ใดถกู จับไดต้ อ้ งออกจากการเลน่
7. เมื่อนักเรียนเล่นเสรจ็ ครูนำนกั เรียนอา่ นข้อความต่อไปนี้
เดก็ เล่นงูกินหาง ทุกคนตา่ งสนกุ เฮฮา
ฝกึ น้ำใจนักกีฬา ฝึกภาษาคำคล้องจอง
8. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยอ่านบทร้องเล่นแล้วตอบคำถาม จากน้ันร่วมกัน
ตรวจสอบความถกู ต้องและวาดภาพการละเล่น งูกินหาง ในความคิดของนักเรยี น นำผลงานมาแลกเปล่ียนกัน
ดู
9. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า ถ้านักเรียนได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่มาจากประเทศในอาเซียน
หรอื ประเทศอน่ื ๆ ในโลก นักเรียนจะชวนเพอื่ นเล่นการละเล่นของไทยชนิดใด เพราะอะไร
ขั้นสรุป
10. ให้นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
๏ บทร้องเลน่ งูกินหางฝกึ ภาษาเรอ่ื ง คำคล้องจอง
166
11. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังนี้
๏ นักเรยี นรจู้ กั การละเล่นใดบ้างท่มี ีบทรอ้ งเล่น
ชั่วโมงที่ 6
ข้นั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ให้นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังนี้
๏ น้ำมปี ระโยชน์อยา่ งไรบา้ ง
ขั้นสอน
2. ครูนำนกั เรยี นอา่ นเร่ืองราวเก่ียวกับสายฝน ดงั นี้
ยา่ งเขา้ พรรษา ท้องนาชมุ่ ฉ่ำ
ฟ้าโปรยฝนพรำ เยน็ ฉ่ำชื่นใจ
ยามเช้าฟา้ ใส ใจฉนั สบาย
พอถึงยามสาย ฝนปรายโปรยมา
พอฝนจางหาย แดดฉายแสงจ้า
การณน์ ี้เรยี กว่า ฝนตกแดดออก
3. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังเกี่ยวกับช่วงเข้าพรรษาซ่ึงจะอยู่ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม
อันเปน็ ชว่ งฤดฝู น จากน้นั ร่วมกันสนทนาเกีย่ วกับเนื้อหาในเร่ืองท่ีอา่ น
4. ใหน้ กั เรียนดภู าพร้งุ กินนำ้ รว่ มกนั สนทนาแลกเปล่ยี นประสบการณ์ท่เี คยได้เหน็ รุ้งกนิ นำ้
5. ครนู ำนกั เรยี นอา่ นบทอาขยาน ฝนตกแดดออก 1 รอบ ดังน้ี
ฝนตกแดดออก
นกกระจอกแปลกใจ
โผผินบินไป
ไม่รู้หนทาง
ไปพบมะพร้าว
นกหนาวครวญคราง
พ่ีมะพร้าวใจกวา้ ง
ขอพักสักวัน
ฝนตกแดดออก
นกกระจอกพกั ผ่อน
พอหายเหนอื่ ยอ่อน
บนิ จรผายผนั
ขอบใจพีม่ ะพรา้ ว
ถงึ คราวช่วยกนั
น้ำใจผูกพัน
ไมล่ ืมบุญคณุ
6. ใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งพรอ้ มกัน 1 รอบ แล้วร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั เนือ้ หาในบทอาขยาน
7. ให้นักเรียนช่วยกันบอกข้อคิดที่ได้จากบทอาขยาน (ตัวอย่างคำตอบ เราต้องมีน้ำใจต่อผู้อื่น
ชว่ ยเหลอื ผู้อน่ื การพ่ึงพากนั ของส่ิงมีชวี ิต)
167
8. ให้นักเรยี นฟงั ครอู ่านบทอาขยานเปน็ ทำนองเสนาะ แล้วฝึกอา่ นตาม เมื่อนักเรยี นอา่ นคล่องแล้ว
ใหจ้ บั คฝู่ กึ ทอ่ งจำบทอาขยาน
9. ให้นักเรียนท่องจำบทอาขยานเป็นรายบุคคล (ให้ครูประเมินผลตัวชว้ี ัดโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลตาม
สภาพจริง (Rubrics) เรื่อง การท่องจำบทอาขยาน)
10. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยท่องจำบทอาขยานแล้วตอบคำถาม จากน้ัน
รว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง
ขั้นสรปุ
11. ให้นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ ทกุ ชวี ติ ต้องพึ่งพาและช่วยเหลือกนั
ช่ัวโมงที่ 7-8
ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้
๏ เมื่ออย่บู า้ นของตนเอง นักเรยี นรูส้ ึกอยา่ งไร
2. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า ความรู้สึกท่ีนักเรียนได้อยู่บ้านตนเองก็เหมือนกับท่ีคนไทยได้อยู่ใน
ประเทศไทย ซึ่งเป็นผนื แผน่ ดนิ ของคนไทยทุกคน ยอ่ มรู้สึกอบอนุ่ และปลอดภยั
3. ให้นักเรียนดูภาพแผนท่ีประเทศไทย แล้วลองคิดว่ามีรูปร่างเหมือนกับอะไร จากน้ันครูนำนักเรียน
อา่ นข้อความต่อไปน้ี
แผน่ ดินของไทย รูปคลา้ ยขวานทอง
มกี ารปกครอง ประชาธปิ ไตย
ครอู ธบิ ายความหมายของคำว่า ประชาธิปไตย ให้นกั เรยี นฟงั
4. ครนู ำนกั เรียนอ่านขอ้ ความต่อไปนี้
ฉันเปน็ คนไทย
เพือ่ นเป็นคนไทย
เรามหี วั ใจรักกนั
ทกุ ถ่ินทั่วขวานทอง เปน็ พี่น้องไทยด้วยกัน
รักชาตศิ าสนก์ ษัตรยิ ์มน่ั ร่วมมือกนั สรา้ งชาติไทย
ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั สรปุ ใจความของข้อความท่ีอา่ น (คนไทยทุกคนเปน็ พนี่ ้องกัน คนไทยยอ่ ม
รกั คนไทยด้วยกนั รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ และช่วยกันพัฒนาชาติไทย)
168
5. ครนู ำนกั เรยี นอา่ นบทอาขยาน รักเมอื งไทย 1 รอบ ดงั นี้
คนไทย น้ี ดี เป็น พ่ี เปน็ นอ้ ง
เมอื งไทย เมืองทอง เปน็ ของ คนไทย
คนไทย เขม้ แข็ง รว่ มแรง รว่ มใจ
รัก ชาติ ย่งิ ใหญ่ ไทย สามัคคี
ธงไทย ไตรรงค์ เปน็ ธง สาม สี
ท้งั สาม สง่ิ นี้ เปน็ ท่ี บชู า
สแี ดง คอื ชาติ สีขาว ศาสนา
น้ำเงิน งามตา พระมหากษัตริย์ ไทย
เรา รัก เพือ่ นบ้าน ไม่ รานรุก ใคร
เมือ่ ยาม มภี ัย รว่ มใจ ปอ้ งกนั
เรา รัก ทอ้ งถ่ิน ทำกนิ แบง่ ปัน
ถนิ่ ไทย เรา นั้น ชว่ ย กนั ดแู ล
6. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน 1 รอบ แล้วช่วยกันอธิบายความหมายในบทอาขยาน ครูช่วย
แนะนำใหน้ กั เรยี นสังเกตจากคำ
7. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 6 กลุ่ม โดยนับ 1-6 นักเรียนคนใดนับเลขเดียวกันจะได้อยู่กลุ่มเดียวกัน
ครูแบ่งบทอาขยานให้นักเรียนฝึกท่องจำกลุ่มละ 1 บท แต่ละกลุ่มจะได้บทไม่ซ้ำกัน ให้เวลาฝึกประมาณ 3-5
นาที จากนน้ั ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มท่องบทอาขยานตอ่ กัน โดยเรม่ิ จากกลุ่มท่ี 1 เรยี งไปจนถึงกลุ่มท่ี 6
ข้ันสรุป
8. ใหน้ กั เรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี
๏ เราเป็นคนไทยต้องรกั แผ่นดินไทย รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ และรักคนไทยด้วยกัน
ชว่ั โมงท่ี 9-10
ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน
1. ให้นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดงั นี้
๏ เมืองไทยนา่ อยูเ่ พราะอะไร
ขั้นสอน
2. ให้นักเรียนดูธงชาติไทย แล้วช่วยกันบอกความหมายของสีในธงชาติ (สีแดง หมายถึง ชาติ
สขี าว หมายถงึ ศาสนา สนี ำ้ เงิน หมายถงึ พระมหากษัตรยิ ์)
3. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยวาดภาพธงชาติไทย แล้วระบายสีให้ถูกต้อง และ
ตอบคำถาม จากน้ันรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
4. ให้นกั เรียนท่องจำบทอาขยาน รักเมืองไทย พร้อมกนั ๑ รอบ
5. ให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยโยงเส้นคำทางซ้ายมือให้สัมพันธ์กับข้อความ
ทางขวามอื แล้วรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
169
6. ให้นักเรียนช่วยกันคิดและบอกสิ่งที่ดีหรือเป็นลักษณะเด่นของไทย เช่น อาหารไทย การละเล่นไทย
ประเพณไี ทย ครูช่วยแนะนำและยกตัวอยา่ งเพม่ิ เตมิ
7. ให้นักเรียนทำชิ้นงานท่ี 9 โดยเขียนส่ิงท่ีนักเรียนภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย 2 ข้อ
แลว้ แลกเปลย่ี นความคดิ เห็นซึ่งกนั และกัน
ขั้นสรปุ
8. ให้นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้
๏ เราเปน็ คนไทย เราตอ้ งภมู ิใจในชาตขิ องเรา
สื่อการเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
1. ใบงาน
2. บทอาขยาน และบทร้อยกรอง
3. แบบฝึกหดั
การประเมินผลรวบยอด
1. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงาน
- แบบฝกึ หดั
- แผนผงั ความคดิ
2. การประเมินผล
ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมิน 4 4 2 1
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
นักเรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรียนสามารถ
สรุปความรู้จำแนก สรุปความรจู้ ำแนก สรุปความรู้จำแนก สรุปความรู้จำแนก สรปุ ความร้จู ำแนก
คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตุผลได้ คำ แสดงเหตุผล
ถกู ต้องและ เกอื บทกุ คำแก้ไขได้ บางคำเมื่อมผี ู้ เมื่อมผี ู้แนะนำ
สามารถแนะนำ ด้วยตนเอง แนะนำก็สามารถ
ผ้อู ่นื ได้ แก้ไขได้