The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำชี้แย้งความเห็นแย้งของอัยการสูงสุด พ.ศ ๒๕๕๑ - ๒๕๕๓

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aram.du, 2021-12-02 05:38:56

คำชี้แย้งความเห็นแย้งของอัยการสูงสุด พ.ศ ๒๕๕๑ - ๒๕๕๓

คำชี้แย้งความเห็นแย้งของอัยการสูงสุด พ.ศ ๒๕๕๑ - ๒๕๕๓

พนกั งำนธนำคำร มีหนำ้ ท่รี ับฝำก-ถอนเงินของธนำคำร เปน็ ผู้มีอำชีพอนั ยอ่ มเปน็ ควคามำ� ขชเอหี้ขง็นาแดยง้
พนักงำนธนำคำรทมไ่ี ีหวน้วำ้ งทใร่ี จบั ขฝอำงกป-รถะอชนำเชงินขตอ้องธงรนับำคโทำรษหเปนน็ ักผขู้มึน้ ีอำชีพอนั ย่อมเปน็ อยั การสูงสดุ

ท่ไี วว้ ำงใจของประชำชน ต้องรับโทษหนักขึน้ พ.ศ.๒๕๕๓

คำชี้ขำดควำมเหน็ แย้งที่ 420/2553
ปค.ำอชาี้ขญำาดควำไมดเ้รหับน็ มแอยบง้หทมี่า4ย2ให0จ้ /ัด2ก5าร5ท3รพั ย์สินของผอู้ ื่น กระทาผดิ หน้าทีข่ องตนด้วยประการใด ๆ
ป.อาญา (ไมด.้ร3บั 5ม3อบ) หมายใหจ้ ดั การทรัพย์สินของผอู้ ื่น กระทาผดิ หน้าทีข่ องตนด้วยประการใด ๆ

เ(มป.น็ 3ผ5มู้ 3ีอ)าชพี อนั ย่อมเปน็ ทีไ่ ว้วางใจของประชาชน (ม.354)
เปน็ ผมู้ ีอาชพี อนั ย่อมเปน็ ที่ไว้วางใจของประชาชน (ม.354)
ขณะเกิดเหตุผู้ต้องหำท่ี 1 เป็นพนักงำนลูกจ้ำงของธนำคำรฯ ผู้เสียหำยในตำแหน่ง
เจ้ำหน้ำขทณ่ีพะัฒเกนิดำเหธตุรกุผิจู้ต้อ(งCหSำRท)่ี ม1ีอเำปน็ ำพจนหักนงำ้ นทล่ีพูกัฒจน้ำงำขดอ้ำงนธธนุรำคกำิจรฯเปผิดู้เสบียัญหชำีรยับในฝตำำกแถหอนน่ง
เแจล้ำะหขนำ้ำยทผ่ีพลัฒิตภนัณำธฑุร์กขิอจง(ธCนSำRค) ำมรีอำรนับำผจิดหชนอ้ำบทก่ีพำัฒรปนฏำดิบ้ำัตนิงธำุรนกธิจุรกเปรริดมบดัญ้ำชนีรกับำฝรำซกื้อถขอำนย
แลกะเขปำลยีย่ ผนลแิตลภะัณกำฑรโ์ขออนงเธงนิ ำเคงนิ ำตรรรำับตผ่ำงิดปชรอะบเทกศำรมปีอฏำนิบำัตจิงลำงนนธำุรมกในรตรมรำดส้ำำนรกทำรงกซำื้อรขเำงินย
แมลู กคเ่ำปไมลีย่เกนินแล2ะ0ก0ำ,ร0โอ0น0เงบนิ ำทเง/นิฉตบรับำตอำ่ันงเปร็นะหเทนศ้ำทม่ีทีอ่ีไำดน้รำับจมลองบนหำมมใำนยตใรหำ้จสัดำกรำทรำทงรกัพำรยเ์สงิน
มขอูลงคธ่ำนไมำค่เกำรินฯ2ผ0ู้เส0ีย,0ห0ำย0 ไบดำ้นทำ/เฉชบ็คับพิพอำันทเปเร็นียหกนเก้ำ็บทเ่ีทง่ีไินดจ้รำับกมธอนบำคหำมรำกย.ใหโด้จยัดรกะำบรบทหรักพบยัญ์สินชี
ขระอหงธวน่ำงำธคนำรำฯคำผรู้เสผีย่ำนหธำยนำไดค้นำรำแเชห็ค่งพปิพระำเททเรศียไทกยเกเ็บพเงื่อินเขจ้ำกบธัญนชำีเคงำินรฝกำ.กโขดอยงรผะู้ตบ้อบงหหักำบทัญ่ี 2ชี
รซะึ่งหเปว็่นำงกธำนรำตค้อำงรหผ้ำ่ำมนตธำนมำปคำรระแมหว่งลปกรฎะหเทมศำไยทแยพเ่งพแื่อลเะขพ้ำบำณัญิชยีเง์มินำฝตำรกำขอ9ง9ผ9ู้ต้อปงรหะำกทอ่ี 2บ
มซำึ่งตเปรำ็นก10ำร0ต0้อแงลหะ้ำเปม็นตกำำมรปกระทมำวทล่ผี กิดฎหหนม้ำำทย่ีขแอพงต่งนแตลำะมพรำะณเบิชียยบ์มขำอตงธรนำำ9คำ9ร9ฯ ผปู้เรสะียกหอำบย
มซำึ่งจตะรตำ้อ1ง0เร0ีย0กแเกล็บะเปงิน็ ตกำมรกเชร็คะพทิำพทำ่ผีทิดเขห้ำนบ้ำัญทช่ีขีเองงินตฝนำตกำขมอรงะบเรบิษียัทบขพอ.งผธู้ทนรำงคทำ่ีแรทฯ้จผรู้เิงสเทีย่ำหนำ้ัยน
จซนึ่งจเะปต็น้อเงหเตรียุใหกเ้ ก็บิดเคงินวำตมำมเสเชีย็คหพำิพยำใทนเลขัก้ำบษัญณชะีเทง่ีเินปฝ็นำกทขรอัพงยบ์สรินษขัทอพง.ธผนู้ทำรคงำทร่ีแฯทผ้จรู้เสิงเียทห่ำนำย้ัน
เจนนื่อเงปจ็นำกเหธตนุำใหคำ้เกรฯิดผคู้เวสำียมหเำสยียซหึ่งำเยปใ็นนผลู้นักำษเชณ็คเะรทีย่ีเกปเก็น็บทจระัพตย้อ์สงเินปข็นอผงู้รธับนผำิดคชำอรบฯตผ่อบู้เสรียิษหัทำพย.
ผเน้ทู ื่อรงงจทำ่แีกทธน้จรำคิงำดรังฯนผั้นู้เสกียำหรำกยระซทึ่งเำปข็นอผงู้ผนู้ตำเ้อชง็คหเรำียทก่ี 1เกจ็บึงจเะปต็น้อคงวเปำ็นมผู้ริดับฐผำิดนชไดอ้รบับตม่ออบบริษหัทมำพย.
ใผหทู้ จ้ รัดงกทำแ่ี รทท้จรรัพิงยดส์ ังินนข้ันองกผำูอ้ รื่นกรกะรทะทำขำคอวงำผมู้ตผ้อิดงหหนำ้ำทท่ี 1่ีด้วจยึงปเประ็นกคำวรำใดมผๆิดโฐดำยนทไุจดร้ริตับมจนอเบปห็นมเหำยตุ
ให้จเกัดิดกคำรวทำรมัพเสยีย์สหินขำยองในผอู้ลื่นักษกณระะททำ่ีเคปว็นำมทผริดัพหยน์ส้ำินทข่ีดอ้วงยผปู้นร้ันะกตำำรมใดปๆระโมดวยลทกุจฎริตหมจนำยเปอ็นำเญหตำุ
มใหำ้เตกริดำค3ว5ำ3มเแสลียะหเมำยื่อขใน้อลเทัก็จษจณริงะปทร่ีเำปก็นฏทวร่ำัพผยู้ต์ส้อินงหขำอทง่ี ผ1ู้นเ้ันป็นตพำนมักปงรำะนมธวนลำกคฎำรหฯมผำยู้เสอียำหญำยำ
มำีหตนร้ำำท3่ีร5ับ3ฝำแกล-ะถเมอื่อนขเ้องินเทข็จอจงรธิงนปำรคำกำฏรฯว่ำผู้เตส้อียงหำยท่ี จ1ึงเเปป็น็นพผนู้มักีองำำชนีพธนอำันคเำปร็นฯทผ่ีไู้เวส้วียำหงใำจย
ขมอีหงนป้ำรทะ่ีรชับำชฝนำกอ-นั ถจอะนตอ้เงงินรขบั อโทงษธหนนำคักำขรึ้นฯตผำู้มเสปียรหะมำยวลจกึงฎเหปม็นำผยู้มอีอำำญชำีพมอำันตเรปำ็น3ท5่ีไว4้วดำว้งยใจ
ของประชำชน อันจะต้องรับโทษหนกั ขึ้น ตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ 354 ด้วย

/ข้อเท็จจริง...
/ข้อเท็จจริง...

747คำ�ชีข้ าดความเหน็ แย้งของอัยการสงู สดุ


ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุบริษัท พ. ได้นารถยนต์กระบะ ซึ่งทาประกันภัยไว้
กับบริษัท น.มาซ่อมที่อู่ซ่อมรถของนาย ช.เน่ืองจากรถยนต์ได้ประสบอุบัติเหตุมา โดยคิดราคา
ค่าซ่อมเป็นเงินจานวน 35,000 บาท เม่ือตกลงค่าซ่อมเรียบร้อยแล้วนาย ช.ได้เบิกเงิน
จานวนดงั กล่าวจากบริษัท พ. เพือ่ นามาเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ เม่ือซ่อมรถเสร็จเรียบร้อย
บรษิ ทั พ. ได้มอบอานาจให้นาย ช. ไปรบั เช็คซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการเอาประกันภัยจากบริษัท น.
ทางบริษัท น. ได้สั่งจ่ายเช็คธนาคาร ก. ระบุชื่อบริษัท พ. โดยมีการขีดฆ่าคาว่า “หรือผู้ถือ” ออก
และมีการประทับตรา A/C Payee Only มอบให้กับนาย ช. เพื่อนาไปมอบให้กับบริษัท พ.
ตามที่เคยปฏิบัติกันมา ภายหลังจากที่ได้รับเช็คแล้วนาย ช. ไม่ได้นาไปมอบให้กับ บริษัท พ.
แต่ได้นาเช็คมอบใหน้ างสาว น. นาไปเรียกเก็บเงิน ต่อมาปรากฏว่าเช็คดังกล่าวได้มีการเรียกเก็บเงิน
กับผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานที่มีหน้าที่รับฝาก ถอนเงิน และขายผลิตภัณฑ์ของธนาคารฯ
ผู้เสียหาย เพื่อเข้าบัญชีของผู้ต้องหาที่ 2 และมีการเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็คได้เป็นที่เรียบร้อย
ต่อมาผู้กล่าวหา ซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคารฯผู้เสียหาย ได้รับแจ้งจากพนักงานธนาคาร ก .
ว่าเช็คดังกล่าวน้ัน บริษัท พ. ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็คที่แท้จริงยังไม่ได้รับเงิน จึงได้มีการตรวจสอบ
ทราบว่ามีการเรียกเก็บเงินผ่านเข้าบัญชีของผู้ต้องหาที่ 2 โดยมีผู้ต้องหาที่ 1 ทาหน้าที่
ดาเนินการทางธุรกรรมในฐานะพนักงาน ต่อมาได้มีการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง จึงได้ทราบว่า
เม่ือระหว่างเดือนพฤษภาคม 2550 ถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 ได้มีการเรียกเก็บเงิน
ตามเชค็ โอนเข้าบัญชีของผู้ต้องหาที่ 2 โดยไม่ได้โอนเข้าบัญชีของผู้ทรงเช็คตามที่ระบุไว้ในเช็ค
โดยมีผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ดาเนินการทางธุรกรรมหลายคร้ัง เป็นเงิน 16,018,594.51 บาท
ซึ่งเช็คส่วนใหญ่เป็นของบริษัทประกันภัยสั่งจ่ายให้กับผู้เอาประกันภัย นอกจากนี้ผู้ต้องหาที่ 1
ยังดาเนินการทางธุรกรรมให้มีการเรียกเก็บเงินและโอนเข้าบัญชีของนาย พ. ซึ่งเปิดไว้กับ
ธนาคารฯผู้เสียหายอีกหลายครั้ง และเงินส่วนใหญ่ที่โอนเข้าบัญชีของผู้ต้องหาที่ 2 และนาย พ.
กไ็ ด้ถกู โอนต่อไปเข้าในบัญชีของนาย ธ.ซึ่งเปิดไว้กับธนาคาร ก. จากัด (มหาชน) สาขาบางเขน
และได้มีการถอนเงินไปหมดแล้ว รวมถึงเงินจานวน 35,000 บาท ในคดีนี้ด้วย ซึ่งผู้กล่าวหา
เห็นว่าผู้ต้องหาที่ 1 กระทาผิดระเบียบกฎเกณฑ์ของธนาคารและอาจก่อให้เกิดความเสียหาย
กบั ธนาคารได้ จงึ ได้รายงานใหก้ บั สานักงานภาคทราบ และต่อมาธนาคารฯผู้เสียหาย ได้มอบอานาจ
ให้ผู้กล่าวหาร้องทกุ ข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อใหด้ าเนนิ คดีกับผตู้ ้องหาทั้งสอง

คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาท้ังสองกระทาผิดฐานได้รับมอบหมายให้
จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น กระทาผิดหน้าที่ด้วยประการใด ๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิด
ความเสียหายในลักษณะที่เปน็ ทรพั ย์สินของผู้นนั้ หรอื ไม่

/อัยการสูงสุด...

748 คำ�ชีข้ าดความเหน็ แยง้ ของอัยการสูงสดุ


อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยประการแรกว่า การที่ ควคามำ� ขชเอหี้ขงน็ าแดย้ง
ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานลูกจ้างของธนาคารฯ ผู้เสียหาย นาเช็คธนาคาร ก. ส่ังจ่ายเงิน อยั การสงู สุด
จานวน 35,000 บาท ซึง่ ระบชุ ื่อ “บริษทั พ. ” เป็นผู้รับเงินโดยมีการขีดฆ่าคาว่า “หรือผู้ถือ” ออก
และมีการประทับตรา A/C Payee Only เรียกเก็บเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ต้องหาที่ 2 พ.ศ.๒๕๕๓
เป็นความผิดฐานได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น กระทาผิดหน้าที่ด้วยประการใด ๆ
โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้นั้น ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 353 หรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้ต้องหาที่ 1 เป็นพนักงานลูกจ้าง
ของธนาคารฯผู้เสียหาย ดารงตาแหน่งเจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ (CSR) มีอานาจหน้าที่พัฒนา
ด้านธุรกิจ เปิดบัญชีรับฝากถอนและขายผลิตภัณฑ์ของธนาคาร รับผิดชอบการปฏิบัติงาน
ธุรกรรมด้านการซื้อขายแลกเปลี่ยนและการโอนเงิน เงินตราต่างประเทศ มีอานาจลงนาม
ในตราสารทางการเงินมูลค่าไม่เกิน 200,000 บาท/ฉบับ อันเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้
จัดการทรัพย์สนิ ของธนาคารฯ ผู้เสียหาย ได้นาเช็คพิพาทดังกล่าวเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ก.
โดยระบบหักบัญชีระหว่างธนาคารผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเข้าบัญชีเงินฝากของ
ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 999
ประกอบมาตรา 1000 และเป็นการกระทาที่ผิดหน้าที่ของตนตามระเบียบของธนาคารฯ
ผเู้ สียหายซึง่ จะต้องเรียกเกบ็ เงนิ ตามเชค็ พิพาทเข้าบญั ชีเงนิ ฝากของบริษัท พ. ผู้ทรงที่แท้จริงเท่านั้น
จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของธนาคารฯ ผู้เสียหาย เน่ืองจาก
ธนาคารฯ ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้นาเช็คเรียกเก็บจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อบริษัท พ. ผู้ทรงที่แท้จริง
ดังน้ัน การกระทาของผู้ต้องหาที่ 1 จึงเป็นความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว และเม่ือ
ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ต้องหาที่ 1 เป็นพนักงานธนาคารฯ ผู้เสียหายมีหน้าที่รับฝาก-ถอนเงิน
ของธนาคารฯ ผู้เสียหาย จึงเป็นผู้มีอาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน อันจะต้องรับโทษหนักขึ้น
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ด้วย ตามนัยคาพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2542(1)

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการที่สองมีว่า ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นตัวการร่วมหรือ
ผสู้ นบั สนนุ ในการกระทาความผดิ ของผู้ตอ้ งหาที่ 1 หรอื ไม่ เห็นวา่ ความผิด ฐานยักยอกทรพั ย์

/ตามประมวล...

(1) คำพิพำกษำฎีกำที่ 496/2542
พนักงานธนาคารมีหน้าที่รับฝาก-ถอนเงิน ให้แก่ลูกค้าของธนาคาร ธนาคารเป็นผู้มีอาชีพ

อันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน การที่พนักงานดังกล่าวยักยอกทรัพย์ที่ลูกค้าธนาคารนามาฝากกับธนาคาร
พนกั งานธนาคารมคี วามผิดตามมาตรา 354

749คำ�ช้ขี าดความเห็นแย้งของอัยการสงู สุด


ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ผู้กระทาความผิดต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ให้จัดการทรพั ย์ของผู้อ่นื หรอื ทรพั ย์สิน ซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทาผิดหน้าที่ของตน
โดยทุจริตจนทาให้เกิดความเสียหายและกรณีผู้กระทาผิดที่ต้องรับโทษหนักขึ้น ตามมาตรา 354
ต้องเป็นกรณีที่ผู้กระทาความผิดมาตรา 353 ได้กระทาในฐานะที่เป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจ
อันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นแต่เพียงเจ้าของ
บัญชีเงนิ ฝากที่มกี ารเรียกเกบ็ เงนิ ตามเชค็ พิพาทเข้าบญั ชี จงึ ไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นผกู้ ระทาความผดิ
ตามมาตรา 353 และมาตรา 354 ได้ เพราะไม่ปรากฏว่าผตู้ ้องหาที่ 2 เป็นผู้ได้รับมอบหมาย
ใหจ้ ดั การทรพั ย์ของผอู้ ื่น และไม่ได้มฐี านะเปน็ ผมู้ ีอาชีพหรอื ธรุ กิจ อันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน
เม่ือผู้ต้องหาที่ 2 ไม่สามารถกระทาผิดตามมาตราดังกล่าวได้ ผู้ต้องหาที่ 2 จึงเป็นตัวการ
ร่วมกับผู้ต้องหาที่ 1 ในการกระทาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ไม่ได้
ตามนัยคาพิพากษาศาลฎีกาที่ 6870/2541(2) แต่การที่ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นเจ้าของบัญชีเงินที่ฝาก

(2) คำพิพำกษำฎีกำที่ 6870/2541 /มีการ...

ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ผู้กระทาผิด

ต้องเปน็ ผู้ครอบครองทรพั ย์ซึง่ เป็นของผู้อ่ืน หรือผู้อ่ืนเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย และได้เบียดบัง เอาทรัพย์เป็น

ของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ส่วนความผิดตามมาตรา 353 ผู้กระทาความผิดต้องเป็นผู้ที่

ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์ของผู้อื่นหรือทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทาผิด

หน้าที่ของตนโดยทุจริตจนทาให้เกิดความเสียหาย สาหรับความผิดตามมาตรา 354 ต้องเป็นกรณี

ที่ผู้กระทาความผิดมาตรา 352 หรือ 353 ได้กระทาในฐานะ ที่เป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น

ตามคาส่ังศาลหรือตามพินัยกรรม เมื่อไม่ปรากฏว่าจาเลย หรือ ว. เป็นผู้ครอบครองทรัพย์ของผู้อ่ืนและ

จาเลยไม่ได้เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์ของผู้อ่ืน และไม่ได้มีฐานะเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อ่ืน

ตามคาส่ังศาลหรือตามพินัยกรรม จาเลยจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นผู้กระทาความผิดตามมาตรา 352

มาตรา 353 และมาตรา 354 ได้ เม่ือจาเลยไม่สามารถกระทาความผิดตามมาตราดังกล่าวได้ จาเลยจึง

เปน็ ตัวการ ร่วมกับ ว. ในการกระทาความผิดตามมาตรา 83 ไมไ่ ด้ การจดทะเบียนโอนมรดกให้แกผ่ ู้จัดการ

มรดกในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกน้ัน สามารถทาได้โดยไม่ต้องสอบถามทายาทอ่ืน แตกต่างกับการ

จดทะเบียนโอนมรดกให้แก่ผู้จัดการมรดก ในฐานะเป็นผู้รับมรดกเอง ซึ่งจะต้องมีการบันทึกการยินยอม

ของทายาทเจ้ามรดกไวด้ ้วย และเป็นการจดทะเบียนทีด่ นิ ประเภทมีทุนทรัพย์ เม่ือปรากฏว่า ว. ได้ให้ถ้อยคาต่อ

เจ้าพนักงานที่ดินว่า เหตุที่ไม่ได้โอนมรดกรายน้ีให้ทายาทอ่ืนด้วยน้ัน เน่ืองจาก ว. ได้แบ่งมรดกส่วนอ่ืนให้ไปแล้ว

และจาเลยในฐานะทายาทได้ทาบันทึกให้ความยินยอม โดยที่ผู้จัดการมรดกยังไม่ได้แบ่งมรดกรายอ่ืนให้แก่

โจทก์ ท้ังสองซึง่ เปน็ ทายาทอืน่ เลย จึงเป็นการที่จาเลยชว่ ยเหลอื ให้ ว. ผู้จดั การมรดกตามคาสัง่ ศาลได้จดทะเบียน

โอนมรดกเป็นของ ว. ในฐานะผู้รับมรดกเอง อันเป็นการกระทาที่มีมูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวล

กฎหมายอาญา มาตรา 353, 354 ประกอบ 86 แล้ว

750 คำ�ชข้ี าดความเห็นแยง้ ของอัยการสงู สุด


มีการเรียกเงนิ จากธนาคารกรุงเทพ จากัด (มหาชน) และรับโอนเงินตามเช็คพิพาทเข้าบัญชีเงินฝาก ควคามำ� ขชเอห้ีขงน็ าแดย้ง
ของผู้ต้องหาที่ 2 โดยผ่านระบบหักบัญชีระหว่างธนาคารผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยตามที่ อยั การสงู สุด
ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ทาธุรกรรมทางการเงินดังกล่าว อันเป็นการกระทาผิดหน้าที่ตามระเบียบของ
ธนาคารฯ ผู้เสียหายโดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนในลักษณะที่เป็น พ.ศ.๒๕๕๓
ทรพั ย์สินของผนู้ ้ัน ถือว่าเป็นการกระทาด้วยประการใด ๆ อนั เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวก
ในการที่ผู้ต้องหาที่ 1 กระทาความผิดดังกล่าว ผู้ต้องหาที่ 2 จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ประกอบมาตรา 86 เทียบเคียงคาพิพากษาศาลฎีกา
ที่ 987/2554(3) และ 532/2553(4)

/ประเดน็ ...

(3) คำพิพำกษำฎีกำที่ 987/2554
จาเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาท แต่เม่ือจาเลยที่ 1 เป็น

ผู้จัดการมรดกตามคาสง่ั ศาล ได้รบั มอบหมายให้จัดการทรพั ย์สนิ ของผู้อ่ืน กระทาผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต
โดยจดทะเบียนโอนทรัพย์สินนั้นเป็นของตน เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่
เป็นทรัพย์สินของผู้อ่ืน เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ประกอบด้วยมาตรา 354
ซึ่งเปน็ บทเฉพาะแล้ว จึงไมจ่ าตอ้ งปรับบทลงโทษตามมาตรา 352 ซึง่ เปน็ บททว่ั ไปอีก

แมจ้ าเลยที่ 2และที่ 3รับโอนทรพั ยม์ รดกจากจาเลยที่ 1 โดยไม่สุจริตอันเป็นการสมคบกับจาเลยที่ 1
กระทาความผิดด้วยก็ตาม แต่ก็ไม่อาจลงโทษจาเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานเป็นตัวการร่วมกับจาเลยที่ 1 ได้เพราะ
จาเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้กระทาในฐานเป็นผู้จัดการมรดกของผู้อ่ืนตามคาสั่งศาลคงลงโทษได้เพียง
ผู้สนับสนนุ การกระทาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353, 354 ประกอบด้วยมาตรา 86
(4) คำพิพำกษำฎีกำที่ 532/2553

จาเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายมีหน้าที่จัดการมรดกและแบ่งปันทรัพย์มรดก
ให้แกโ่ จทก์ทั้งสาม ซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายตามสทิ ธิทีจ่ ะพึงมีพึงได้ การที่จาเลยที่ 1 โอนหุ้นของผู้ตายให้แก่
จาเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วจาเลยที่ 3 โอนหุ้นดังกล่าวกลับมาให้จาเลยที่ 2 ซึ่งมิได้เป็นทายาทผู้มีสิทธิ
ได้รับทรัพย์มรดก จึงเป็นการกระทาผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต ทาให้โจทก์ทั้งสามไม่ได้รับแบ่งปัน
หุ้นดังกล่าว ถือว่าเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสาม
แม้จะได้ความว่าบริษัทนี้มีหนี้สินค้างชาระเป็นจานวนมากก็เป็นคนละกรณีกัน เพราะโจทก์ทั้งสามต้อง
รับไปท้ังสิทธิหน้าที่และความรับผิด การกระทาของจาเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354
ส่วนจาเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ท้ังไม่ได้ความว่าจาเลยที่ 2 และที่ 3 ได้รับมอบหมาย
ให้จดั การหนุ้ ดงั กลา่ วของผู้ตาย หรือไม่ อยา่ งไร คงได้ความแตเ่ พยี งวา่ จาเลยที่ 2 และที่ 3 รับโอนหุ้นดงั กล่าวจาก
จาเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และจาเลยที่ 2 รับโอนหุ้นกลับมาจากจาเลยที่ 3 เท่าน้ัน การกระทา
ของจาเลยที่ 2 และที่ 3 เปน็ การกระทาด้วยประการใด ๆ อนั เปน็ การชว่ ยเหลอื หรือให้ความสะดวกในการที่จาเลยที่ 1
กระทาความผิด จึงมคี วามผิดฐานเปน็ ผู้สนับสนนุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ประกอบมาตรา 86

751คำ�ชี้ขาดความเหน็ แยง้ ของอยั การสูงสดุ


ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายมีว่า การที่ผู้ต้องหาทั้งสองร่วมกันนาเช็คพิพาท
ซึ่งเป็นเช็คระบุชื่อผู้อื่นเป็นผู้รับเงินเป็นเช็คห้ามโอนเปลี่ยนมือ ไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ก.
เพื่อเข้าบัญชีเงินฝาก ของผู้ต้องหาที่ 2 และร่วมกันเบิกถอนเงินดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ของตน
ทาให้ได้ไปซึ่งเงินตามเช็คพิพาทดังกล่าว เป็นความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า
การที่ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานลูกจ้างของธนาคารฯ ผู้เสียหายได้อาศัยโอกาสตาแหน่ง
หน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการฝาก-ถอนเงิน ได้ดาเนินการผิดระเบียบของ
ธนาคารฯ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนายจ้าง โดยการนาเช็คพิพาทซึ่งเป็นเช็คขีดคร่อมระบุชื่อ “บริษัท พ.”
ใหผ้ อู้ ืน่ เปน็ ผรู้ ับเงนิ และเปน็ เช็คห้ามโอนเปลี่ยนมือ ไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ก. เพื่อเข้าบัญชีเงินฝาก
ของผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งไม่มีสิทธิได้รับเงินตามเช็ค โดยผ่านระบบหักบัญชีระหว่างธนาคารฯ
ผู้เสียหายกับธนาคาร ก.ผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ “ระบบเช็คเรียกเก็บ” หรือ
“การเคลียร์ริ่งระหว่างธนาคาร” และร่วมกับผู้ต้องหาที่ 2 เบิกถอนเงินจานวนดังกล่าว
ไปเป็นประโยชน์ของตนทาให้ได้ไปซึ่งเงินตามเช็คพิพาทดังกล่าว ถือว่าเป็นวิธีการที่ทาให้
ผู้ต้องหาทั้งสองเอาเงินของธนาคารฯ ผู้เสียหายไปโดยทุจริต อันเป็นการกระทาความผิด
ฐานร่วมกันโดยการแบ่งหน้าที่กันทา ตามประมวลกฎหมายอาญ า มาตรา 335 (7)
เทียบเคียงคาพิพากษาศาลฎีกา 4345/2545(5) และเมอ่ื ข้อเทจ็ จริงปรากฏว่าธนาคารฯ ผู้เสียหาย
ผเู้ สียหาย .

/เปน็ นายจ้าง...

(5) คำพิพำกษำฎีกำที่ 4345/2545
จาเลยเป็นลูกจ้างธนาคารโจทก์ร่วมในตาแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าส่วนมีหน้าที่ควบคุมดูแลงาน

ด้านกเู้ งินระยะส้ันโดยการออกตั๋วสญั ญาใชเ้ งินรวมท้ังเอกสารทีเ่ กีย่ วข้อง ได้อาศัยโอกาสในหน้าที่ของจาเลย
ทาเอกสารใบถอนเงินของโจทก์ร่วมระบุโอนเงินเข้าบญั ชลี ูกค้าอนั เปน็ เท็จ และโอนเงินของโจทก์ร่วมเข้าบัญชี
ของ ส. พวกของจาเลย หลังจากน้ันก็ร่วมกับพวกเบิกถอนเงินดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ของตนกับพวก
ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่ของโจทก์ร่วมยอมให้มีการโอนเงินไปตามเอกสารใบถอนเงินที่จาเลยทาขึ้นนั้นมิได้ขึ้นอยู่กับ
ข้อความในเอกสารว่าเป็นจริงหรือเท็จ แต่เป็นการโอนเงินไปเพราะเอกสารใบถอนเงินที่จาเลยได้รับมอบอานาจ
ให้กระทามรี ายการครบถ้วนและมีลายมอื ชือ่ กบั รหสั ประจาตัวของจาเลยซึ่งหากจาเลยไม่กระทาด้วยวิธีการ
ดังกล่าวย่อมไม่อาจเอาเงินออกไปจากบัญชีของโจทก์ร่วมได้ ดังน้ัน การที่อนุมัติให้โอนเงินออกไปจากบัญชี
ของโจทก์ร่วม จึงมิได้เกิดจากการที่จาเลยหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความในเอกสารอันเป็นเท็จและ
โดยการหลอกลวงดงั วา่ นั้นได้ไป ซึ่งทรัพย์สนิ ของโจทก์ร่วม แต่เป็นกรณีที่จาเลยทาเอกสารใบถอนเงินโดยมี
ข้อความอนั เป็นเทจ็ แล้วเสนอไปตามขนั้ ตอนเพอ่ื ให้มกี ารอนุมัติโอนเงินตามเอกสารน้ัน อันเป็นเพียงวิธีการที่
จะทาให้จาเลยเอาเงินของโจทก์ร่วมออกไปจากบัญชขี องโจทก์ร่วมโดยทุจรติ ได้ การกระทาของจาเลยจึงมิใช่
ความผิดฐานฉ้อโกง แตเ่ ป็นความผิดฐานลกั ทรพั ย์ทีเ่ ปน็ ของนายจา้ ง

752 ค�ำ ชี้ขาดความเหน็ แยง้ ของอยั การสูงสดุ


เป็นนายจ้างของผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นธนาคารผู้นาเข้าบัญชีตามเช็คพิพาท มีหน้าที่จะต้อง ควคามำ� ขชเอหีข้ ง็นาแดย้ง
ตรวจสอบช่อื ผรู้ ับเงนิ ตามเชค็ ว่าตรงกับหน้าเช็คและชื่อบัญชีที่นาเข้าหรือไม่ ซึ่งหากมิได้ทาการ อัยการสูงสุด
ตรวจสอบก่อนแล้วเรียกเก็บเงินตามเช็คไป ธนาคารฯ ผู้เสียหายที่นาเช็คเรียกเก็บเงินจะต้อง
รับผิดชอบต่อบริษัท พ. ผู้ทรงที่แท้จริง ดังน้ัน การที่ผู้ต้องหาที่ 1 ในฐานะที่เป็นลูกจ้างของ พ.ศ.๒๕๕๓
ธนาคารฯ ผู้เสียหาย กระทาความผิดฐานลักทรัพย์ดังกล่าว จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (11) ในฐานะส่วนตัว อีกส่วนหน่ึงด้วย ชี้ขาดให้ฟ้อง
ผตู้ ้องหาที่ ๑ ฐานได้รบั มอบหมายใหจ้ ดั การทรพั ย์สนิ ของผู้อ่นื หรอื ทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของ
รวมอยู่ด้วย กระทาผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความ
เสียหายแก่ประโยชน์ในลกั ษณะที่เปน็ ทรัพย์สินของผู้นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓
สงั่ ฟ้อง ผู้ตอ้ งหาที่ 1 ฐานได้รับมอบหมายใหจ้ ัดการทรัพย์สินของผู้อื่น กระทาผิดหน้าที่ของตน
ด้วยประการใด ๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในลักษณะ ที่เป็นทรัพย์สินของผู้นั้น
ในฐานเป็นผู้มีอาชีพย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353
ประกอบมาตรา 354 และฐานร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครอง
ของนายจ้าง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (11) วรรคสอง และมาตรา 83
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2525 มาตรา 11
ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวกัน โดยให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดังกล่าวแก่ผู้ต้องหาที่ 1
โดยปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่แก้ไขใหม่ ก่อนยื่นฟ้อง
ชขี้ าดไม่ฟอ้ ง ผตู้ ้องหาที่ ๒ ฐานได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น ร่วมกันกระทาผิด
หน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในลักษณะที่เป็น
ทรัพย์สินของผู้นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ สั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ ๒
ฐานเป็นผู้สนับสนุน ผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น กระทาผิดหน้าที่ของตน
ด้วยประการใด ๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้อื่น
ในฐานเปน็ ผมู้ ีอาชีพอันย่อมเปน็ ทีไ่ ว้วางใจของประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354
และมาตรา 86 และฐานร่วมกนั ลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) วรรคแรก
และมาตรา 83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2525
มาตรา 11 ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวกันโดยให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดังกล่าวแก่
ผู้ต้องหาที่ 2 โดยปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ที่แก้ไขใหม่ ก่อนยื่นฟ้อง ขอศาลสั่งให้ผู้ต้องหาทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาเงินสดจานวน
35,000 บาท แก่บริษทั น. ผทู้ รงทีแ่ ท้จริงด้วย

753คำ�ชี้ขาดความเห็นแย้งของอยั การสูงสดุ


แมภ้ ำพยนตร์ออกฉำยทำงโทรทัศน์แล้วถ้ำจะออกจำหน่ำย
ตอ้ งผำ่ นกำรตรวจพิจำรณำอกี

คำชีข้ ำดควำมเห็นแยง้ ท่ี 422/2553
พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ฯ (ม.4, 25, 78)

แ ม้ ภ ำ พ ย น ต ร์ ไ ด้ น ำ อ อ ก ฉ ำ ย ท ำ ง โ ท ร ทั ศ น์ โ ด ย ผ่ ำ น ก ำ ร ต ร ว จ พิ จ ำ ร ณ ำ
ต ำ ม ก ฎ ห ม ำ ย ว่ ำ ด้ ว ย ก ำ ร ป ระ ก อ บ กิ จ ก ำ รก ร ะ จ ำ ย เ สี ย ง แ ล ะ กิ จ ก ำ รโ ท ร ทั ศ น์ แ ล้ ว
ซึ่งเป็นขอ้ ยกเวน้ ไมต่ อ้ งนำดีวีดภี ำพยนตรด์ งั กล่ำวไปทำกำรพิจำรณำและขออนุญำตจำก
คณะกรรมกำรฯ ตำมมำตรำ 27 (5) แห่ง พ.ร.บ. ภำพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ก็ตำม
แต่ตำมมำตรำ 27 วรรคสำม ได้บัญญัติเป็นบทบังคับไว้ว่ำ หำกจะนำภำพยนตร์
ดังกล่ำวออกให้เช่ำ แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ำยในรำชอำณำจักร ก็จะต้องผ่ำนกำรตรวจ
พิจำรณำและได้รับอนุญำตจำกคณะกรรมกำรฯ ด้วย กำรท่ีผู้ต้องหำนำแผ่นดีวีดี
ภำพยนตร์ของกลำงท้ังหมดออกจำหน่ำยโดยไม่ผ่ำนกำรตรวจพิจำรณำและได้รับ
อนุญำตจำกคณะกรรมกำรฯ จึงเป็นกำรกระทำท่ีฝ่ำฝืน พ.ร.บ. ภำพยนตร์และวีดิทัศน์
พ.ศ. 2551 มำตรำ 25 วรรคหนึ่ง และมีควำมผิดตำมมำตรำ 78

ข้อเท็จจริงได้ความว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุผู้กล่าวหาตรวจพบว่าผู้ต้องหา ได้ตั้งร้าน
จาหน่ายสินค้าประเภท ซีดี ดีวีดี ให้กับบุคคลท่ัวไป โดยมีภาพยนตร์เกาหลีเร่ือง “Boys over
flowers” วางจาหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปในร้านค้าของผู้ต้องหาด้วยโดยต้ังราคาจาหน่ายไว้ใน
ราคาชุดละ 200-300 บาท จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตารวจทราบ กับได้นาเจ้าหน้าที่ตารวจมาที่
ร้านค้าดังกล่าวเพื่อขอตรวจค้นผลการตรวจค้นพบว่ามีแผ่น ดีวีดี ภาพยนตร์เกาหลีเร่ือง
“Boys over flowers” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่บริษทั ผเู้ สียหายเป็นผู้ดูแลลิขสิทธิ์อยู่ จานวน 2 ชุด รวม 8 แผ่น
1

/ได้ถกู ทาซ้า...

754 คำ�ชข้ี าดความเหน็ แย้งของอยั การสงู สดุ


ได้ถูกทาซ้าอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ปะปนอยู่กับพบว่ามีแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ของบริษัทต่างๆ อีกรวม ควคามำ� ขชเอหี้ขง็นาแดย้ง
จานวน 73 แผ่น วางไว้เพื่อจาหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป โดยภาพยนตร์ทั้ง 81 แผ่น ดังกล่าว อัยการสูงสุด
เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณา
ภาพยนตร์และวีดิทัศน์แต่อย่างใด ผู้กล่าวหาจึงชี้ให้เจ้าหน้าที่ตารวจจับกุม ตัวผู้ต้องหา พ.ศ.๒๕๕๓
เจ้าหน้าที่ตารวจจึงจับกุมตัวผู้ต้องหากับยึดแผ่น ดีวีดีจานวน 81 แผ่น ที่ตรวจพบในร้านค้าของ
ผตู้ ้องหาดังกล่าวไว้เปน็ ของกลางกบั ได้ควบคมุ ตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน
ทาการสอบสวน

คดีมปี ญั หาใหอ้ ัยการสงู สดุ ชีข้ าดว่า ผู้ตอ้ งหามีความผิดฐานนาภาพยนตร์ออกจาหน่าย
ในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณา
ภาพยนตร์และวดี ีทัศน์ หรอื ไม่

อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่าคดีมีดาบตารวจ ว. และนาย อ. ผู้กล่าวหาให้การ
ยืนยันสอดคล้องกันว่า ขณะจับกุมพบผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้า (แผงลอย) ที่เกิดเหตุ
กาลังขายและเสนอขายแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ของกลาง จานวน 81 แผ่นให้แก่ลูกค้า โดยดีวีดี
ของกลางดังกล่าวเป็นดีวีดที ีล่ ะเมิดลิขสทิ ธิข์ องบริษัทผู้เสียหาย จานวน 8 แผ่น ส่วนที่เหลืออีก
จานวน 73 แผ่น เป็นดีวีดีที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทต่างๆ และเลขาธิการคณะกรรมการ
วัฒนธรรมแห่งชาติได้รายงานผลการตรวจสอบของกลางยืนยันว่า แผ่นดีวีดีภาพยนตร์ของ
กลางทั้งหมดเป็นภาพยนตรท์ ี่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์
และวีดิทัศน์ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 25 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และ
วีดีทัศน์ พ.ศ.2551 ประกอบกับผู้ต้องหาให้การรับสารภาพมาโดยตลอดท้ังในช้ันจับกุมและ
ช้ันสอบสวน ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ประกอบกิจการจาหน่ายแผ่นดีวีดีภาพยนตร์
ของกลางท้ังหมดทีล่ ะเมิดลิขสทิ ธิโ์ ดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน รวมท้ังไม่ผ่านการตรวจ
พิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ แม้จะได้ความ
ว่าดีวีดีภาพยนตร์ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายเป็นภาพยนตร์ที่ได้นาออกฉายทาง
โทรทัศน์โดยผา่ นการตรวจพิจารณาตามกฎหมายว่าดว้ ยการประกอบกิจการกระจายเสียงและ
1

/กิจการ...

755ค�ำ ชีข้ าดความเห็นแย้งของอยั การสงู สุด


กิจการโทรทัศน์แล้ว ซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้ผู้ต้องหาไม่ต้องนาดีวีดีภาพยนตร์ดังกล่าวไปทาการ
ตรวจพิจารณาและขออนุญาตจากคณะกรรมการฯ ตามมาตรา 27 (5) แห่งพระราชบัญญัติ
ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ. 2551 ก็ตาม แต่ตามมาตรา 27 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ
ดังกล่าวได้บัญญัติเป็นบทบังคับไว้ว่า หากผู้ต้องหาจะนาภาพยนตร์ดังกล่าวออกให้เช่า
แลกเปลี่ยน หรือจาหน่ายในราชอาณาจักร ก็จะต้องผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาต
จากคณะกรรมการฯ ด้วย ดังนั้น การที่ผู้ต้องหานาแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ของกลางทั้งหมด
ออกจาหน่ายโดยไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯ จึงเป็นการ
กระทาที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง
และมีความผิดตามมาตรา 78 คดีมีพยานหลักฐานพอฟ้อง ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา
ฐานนาออกจาหน่ายในราชอาณาจักรซึ่งภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับ
อนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์
และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 4, 25 วรรคหนึ่ง, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4
และขอให้ศาลสั่งริบแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทต่าง ๆ จานวน
73 แผ่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33

756 ค�ำ ช้ีขาดความเห็นแย้งของอยั การสงู สุด


พฤติกำรณ์เปน็ กำรมียำเสพติดไว้ในควำมครอบครองเพือ่ จำหน่ำย

คำชีข้ ำดควำมเหน็ แยง้ ที่ 458/2553
พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯ (ม.4, 7, 8, 15, ๖๖, 102)

ผู้กล่ำวหำกับพวกตรวจค้นบ้ำนของผู้ต้องหำ พบเมทแอมเฟตำมีนจำนวน ๘๙ เม็ด
อ ยู ่ใ น ตู ้เ ก ็บ เ อ ก ส ำ ร ที ่ผู ้ต ้อ ง ห ำ เ ป ็น ผู ้เ ก ็บ ก ุญ แ จ แ ล ะ ใ ช ้ตู ้เ อ ก ส ำ ร เ พ ีย ง ผู ้เ ด ีย ว
เมื่อสอบถำมจำกสำมีและบุตรของผู้ต้องหำ บุคคลดังกล่ำวให้กำรในทันทีทันใดว่ำ
เมทแอมเฟตำมีนของกลำงเป็นของผ้ตู ้องหำ ประกอบกบั ผู้ต้องหำหลบหนีไปภำยหลังเกิดเหตุ
อันเป็นกำรส่อพิรุธ ตำมพฤติกำรณ์จึงมีน้ำหนักฟังได้ว่ำผู้ต้องหำได้กระทำควำมผิด
ตำมที่ถกู กล่ำวหำ

ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้กล่าวหากับพวกได้รับแจ้งว่าบ้านที่เกิดเหตุ มีการจาหน่าย ควคามำ� ขชเอหข้ี งน็ าแดย้ง
ยาเสพติดให้โทษและมั่วสุมเสพยาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) จึงได้ขอหมายค้นไปค้นบ้านดังกล่าว อยั การสงู สุด
เม่อื ไปถึงพบนาย ล.นางสาว อ.และนางสาว ส. อยู่ในบ้านจึงได้เข้าไปแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นบ้าน
ผลการตรวจค้นตัวนาย ล. ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนนางสาว อ. พบยาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) พ.ศ.๒๕๕๓
จานวน 9๙ เม็ด อยู่ในกระเป๋ากางเกง และนางสาว ส. ได้หยิบเอายาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า)
จานวน ๙๙ เม็ด ออกมาจากกล่องกระดาษใส่ยาที่ซุกซ่อนอยู่กลางบ้าน และได้ให้ถ้อยคา
ยอมรับว่ายาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) ดังกล่าวเป็นของนางสาว อ. และนางสาว ส. ที่ได้มีไว้ในครอบครอง
เพื่อนามาจาหน่ายให้แก่ผู้เสพท่ัวไปจริง ผู้กล่าวหาจึงได้ตรวจยึดยาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า)
ข้างต้นไว้เป็นของกลาง หลังจากน้ันนาย ล. ได้นาผู้กล่าวหากับพวกตรวจค้นภายในบ้านพบ
ตู้ใส่เอกสารตั้งอยู่จึงได้ให้นาย ล. เปิดตู้เอกสารดังกล่าว แต่ไม่สามารถเปิดได้เน่ืองจาก
ล็อคกุญแจไว้ เม่ือสอบถามนาย ล. นางสาว อ. และนางสาว ส. ต่างยืนยันว่าเป็นตู้ใส่เอกสาร
ของผู้ต้องหาซึ่งเป็นภรรยาของนาย ล. และเป็นมารดาของนางสาว อ. และนางสาว ส.
ซึ่งผตู้ ้องหาจะเป็นผเู้ ก็บกุญแจและใช้ตู้เก็บเอกสารดังกล่าวเพียงคนเดียว เจ้าพนักงานตารวจทาการ
งัดตู้ใส่เอกสารดังกล่าวจนเปิดออก ปรากฏว่าพบยาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) บรรจุอยู่ใน

/ถุงพลาสติก...

757คำ�ชข้ี าดความเหน็ แยง้ ของอัยการสงู สดุ


ถงุ พลาสติกใสขนาดเลก็ จานวน 89 เมด็ ซุกซ่อนอยู่ในตู้ใส่เอกสารดังกล่าว ผู้กล่าวหากับพวก
จึงได้ยึดยาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) ที่ตรวจค้นพบในตู้ใส่เอกสารของผู้ต้องหาไว้เป็นของกลาง
พร้อมนาของกลางที่ตรวจยึด ได้จากนางสาว อ. และนางสาว ส. นาส่งพนักงานสอบสวน
แยกกันดาเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนยาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) จานวน 89 เม็ด ที่ตรวจยึดได้จาก
ตู้ใส่เอกสารของผู้ต้องหานั้น ผู้กล่าวหากับพวกได้ร่วมกันทาบันทึกการตรวจยึดไว้ พร้อมนาของกลาง
ที่ตรวจยึดดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดาเนินคดีกับผู้ต้องหา ในความผิดฐานมียาเสพติด
ให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรอื ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจาหนา่ ยโดยผิดกฎหมาย

คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหามีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1
(เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจาหนา่ ยโดยไม่ได้รับอนญุ าต หรอื ไม่

อยั การสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ก่อนเกิดเหตุคดีนี้เจ้าพนักงานตารวจได้นาหมายค้น
ของศาลไปทาการตรวจค้นบ้านที่เกิดเหตุ และจับกุมนางสาว อ. กับนางสาว ส. ได้พร้อม
เมทแอมเฟตามีนในบ้านที่เกิดเหตุแยกนาส่งพนักงานสอบสวนดาเนินคดีในข้อหาความผิด
ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 จากการตรวจค้นในเวลาต่อมา
เจ้าพนักงานตารวจพบเมทแอมเฟตามีนของกลางซุกซ่อนอยู่ในตู้เก็บเอกสารภายในบ้านที่เกิดเหตุ
โดยนาย ล. สามีของผู้ต้องหา และนางสาว อ. กับนางสาว ส. บุตรของผู้ต้องหาให้การยืนยัน
สอดคล้องกันว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ
และมีไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่าย ขณะทาการตรวจค้นผู้ต้องหาได้ออกไปธุระนอกบ้าน
และผู้ต้องหาเป็นผู้เก็บกุญแจและใช้ตู้เก็บเอกสารดังกล่าวเพียงคนเดียว เจ้าพนักงานตารวจ
จงึ ดาเนนิ คดีกบั ผู้ต้องหาเป็นคดีนี้ โดยที่นาย ล. นางสาว อ. และนางสาว ส. มิใช่ผู้ต้องหาในคดีนี้
จึงมิใช่เป็นการซัดทอดของผู้ที่กระทาความผิดด้วยกัน คาให้การของบุคคลท้ังสามจึงไม่ต้อง
ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน เม่ือได้ความว่าบุคคลท้ังสามได้ให้การในทันทีทันใดเม่ือ
ถูกเจ้าพนักงานตารวจสอบถามจึงไม่น่ามีเวลาไตร่ตรองเพื่อช่วยเหลือหรือปรักปราผู้ใด
ท้ังมีเหตุผลอยู่ในตัวว่าหากผู้ต้องหามิได้กระทาความผิดก็ไม่น่าจะเป็นเหตุให้บุคคลท้ังสาม
ซึ่งเป็นสามีและบุตรของผู้ต้องหาให้การพาดพิงถึง จนกระทั่งเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตารวจ
ดาเนนิ คดีกับผตู้ ้องหา กรณีน่าเชื่อว่าบุคคลท้ังสามได้ให้การไปตามความจริงที่เกิดขึ้นโดยมิได้

/กลน่ั แกล้ง...

758 คำ�ชี้ขาดความเหน็ แย้งของอัยการสูงสดุ


กล่ันแกล้งปรักปราผู้ต้องหาแต่อย่างใด นอกจากนี้คดียังมีผู้กล่าวหากับพวกเป็นพยานให้การ ควคามำ� ขชเอหข้ี ง็นาแดย้ง
ยืนยันว่าบุคคลทั้งสามได้ให้การโดยสมัครใจกล่าวถึงข้อเท็จจริงในการกระทาความผิดของ อัยการสงู สุด
ผู้ต้องหาและยินยอมให้พยานงัดตู้เก็บเอกสารดังกล่าว และบุคคลท้ังสามได้รับรองภาพถ่าย
เมทแอมเฟตามีนของกลางที่ยึดจากตู้เก็บเอกสารของผู้ตอ้ งหา รวมทั้งรับรองภาพถ่ายผู้ต้องหา พ.ศ.๒๕๕๓
จากข้อมูลทะเบียนราษ ฎร์ที่พยานนามาให้ดูว่าเป็นเจ้าของเมทแ อมเฟตามีนของกลางจริง
ประกอบกับผู้ต้องหาได้หลบหนีไปภายหลังเกิดเหตุอันเป็นการส่อพิรุธ ตามพฤติการณ์จึงมี
น้าหนักฟังได้ว่าผู้ต้องหาได้กระทาความผิดตามที่ถูกกล่าวหา คดีมีพยานหลักฐานพอฟ้อง
ชีข้ าดควรสงั่ ฟ้องผตู้ ้องหา ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครอง
เพื่อจาหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,
7, 8, 15, 66, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528
มาตรา 4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 8, 19
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2539) เร่ือง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติด
ให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2539 ข้อ 2
บัญชที ้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2539) เร่ือง ระบุชื่อและประเภท
ยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 หมวดยาเสพติดให้โทษ
ในประเภท 1 ลาดับที่ 20 กับขอให้ศาลส่ังริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจาก
การตรวจพิสูจน์ และเนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีจึงให้แจ้งผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติจัดการ
ให้ได้ตัวผตู้ ้องหามาดาเนนิ คดีภายในกาหนดอายุความ

759คำ�ช้ขี าดความเห็นแยง้ ของอัยการสงู สุด


คำซดั ทอดทีไ่ มม่ ีเหตุจูงใจใหต้ นเองพน้ ผดิ รบั ฟังได้

คำชี้ขำดควำมเห็นแยง้ ที่ 472/2553
พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯ (ม.4, 7, 8, 15, 66)

คำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน ไม่มีกฎหมำยห้ำมมิให้รับฟัง
เมื่อผู้ต้องหำท่ี 1 ให้กำรในช้ันสอบสวนว่ำผู้ต้องหำท่ี 6 เป็นผู้ใช้ จ้ำง วำนผู้ต้องหำท่ี 1
ขนส่งเฮโรอีนของกลำงโดยโอนเงินเข้ำบัญชีให้ผู้ต้องหำท่ี 1 จำนวน 142,000 บำท
อีกทั้งในชั้นศำล ผู้ต้องหำท่ี 1 เบิกควำมยืนยันว่ำ ผู้ต้องหำท่ี 6 เป็นผู้ร่วมกระทำผิด
ซึ่งไม่ใช่คำเบิกควำมเพื่อให้ตนพ้นผิด คดีจึงมีพยำนหลักฐำนพอฟ้องผู้ต้องหำท่ี 6
ฐำนร่วมกนั มีเฮโรอีนไวใ้ นครอบครองเพือ่ จำหนำ่ ย

ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุผู้กล่าวหาได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการขน
เฮโรอีนจากจังหวัดเชียงรายไปกรุงเทพฯ ทางรถยนต์โดยสาร ผู้กล่าวหาพร้อมพวกจึงต้ังด่าน
ตรวจยานพาหนะที่บริเวณบ้านแม่ต๋า ตาบลแม่กา อาเภอเมือง จังหวัดพะเยา ต่อมามีรถยนต์
โดยสาร บขส. สายแม่สาย-กรุงเทพฯ วิ่งมาที่บริเวณด่านตรวจ ผู้กล่าวหากับพวกจึงเรียกให้
หยุดและทาการตรวจค้นพบกระเป๋าเดินทางสีดา 1 ใบ มีเฮโรอีน น้าหนัก 1 กิโลกรัมอยู่ใน
กระเป๋าซึ่งเป็นของผู้ต้องหาที่ 1 ที่โดยสารมาในรถคันดังกล่าวร่วมกับผู้ต้องหาที่ 2 และ
ผตู้ ้องหาที่ 3 จงึ ยึดเป็นของกลาง และจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามส่งพนักงานสอบสวนดาเนินคดี
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ซัดทอดว่าผู้ต้องหาที่ 4 และที่ 6 จ้างให้ผู้ต้องหาที่ 1 ไปรับกระเป๋า
เดินทางสีดา 1 ใบ สีแดง 1 ใบ รวมเป็น 2 ใบ บรรจุเงินค่ายาเสพติดจากผู้ต้องหาที่ 5
ที่บริเวณห้างสรรพสินค้า ม. ที่กรุงเทพฯ แล้วนาไปมอบให้ผู้ต้องหาที่ 7 ที่จังหวัดเชียงราย
ต่อมาผู้ต้องหาที่ 7 นาเงินออกจากที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ แล้วนาเฮโรอีนบรรจุ
ลงในกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง สีแดงอีก 1 ใบ รวมเป็น 3 ใบแล้ว
ผู้ต้องหาที่ 1, ที่ 3, ที่ 7 นากระเป๋าเดินทางที่บรรจุเฮโรอีนสีแดง 2ใบ ใส่ในกล่องส่งไป
กรุงเทพฯ ทางบริษัท ส. เอ็กเพรส คาร์โก้ สาขาแม่จัน ส่วนกระเป๋าบรรจุเฮโรอีนสีดาอีก 1 ใบ
ใบ .

/ผตู้ ้องหา...

760 คำ�ช้ีขาดความเหน็ แยง้ ของอยั การสงู สุด


ผู้ต้องหาที่ 1 ถึงที่ 3 โดยสารรถยนต์โดยสารนาเข้ากรุงเทพฯ เม่ือถึงกรุงเทพฯ ผู้ต้องหาที่ 1
จะเป็นคนไปรับกระเป๋า 2 ใบ ที่ส่งทางบริษัท ส. เอ็กเพรส คาร์โก้ สาขาแม่จัน ที่สาขากรุงเทพ ฯ
แล้วนากระเป๋าทั้ง 3 ใบ สง่ ให้ผู้ตอ้ งหาที่ 4 โดยจะนัดสถานที่ส่งมอบกันต่อไป แต่ผู้ต้องหาที่ 1
ถึงที่ 3 ถกู จับกุมเสียก่อน

คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ 6 มีความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติด
ให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจาหนา่ ยโดยไม่ได้รบั อนญุ าต หรอื ไม่

อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า แม้คดีไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่าผู้ต้องหาที่ 6 ควคามำ� ขชเอหี้ขง็นาแดย้ง
ได้ร่วมกับผู้ต้องหาที่ 1 – ที่ 5 และที่ 7 กระทาความผิดตามข้อกล่าวหา และคาให้การ อัยการสูงสุด
รับสารภาพช้ันสอบสวนของผู้ต้องหาที่ 1 ผู้ร่วมกระทาผิดกับผู้ต้องหาที่ 6 ที่กล่าวอ้างว่า
ผู้ต้องหาที่ 6 ได้ร่วมกระทาผิดโดยเป็นผู้ใช้จ้างวานให้ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกขนเฮโรอีนของ พ.ศ.๒๕๕๓
กลางเพือ่ นาไปจาหนา่ ย จะเปน็ คาซดั ทอดของผู้รว่ มกระทาผิดด้วยกันก็ตาม แต่ไม่มีบทบัญญัติ
ของกฎหมายห้ามมิให้รับฟังคาให้การเช่นว่าน้ันแต่อย่างไร หากคาให้การซัดทอดนั้นชอบด้วย
เหตุผลพอให้รับฟังว่าเป็นความจริงที่เกิดขึ้น ก็สามารถรับฟังคาซัดทอดนั้นประกอบ
พยานหลกั ฐานอน่ื ในคดีเพื่อพสิ ูจนค์ วามผิดของผตู้ ้องหาที่ 6 ได้ เม่ือผู้ต้องหาที่ 1 ให้การยืนยัน
ในชั้นสอบสวนว่าผู้ต้องหาที่ 6 เป็นผู้ร่วมกระทาผิดคดีนี้ และลงลายมือชื่อรับรองภาพถ่าย
ผู้ต้องหาที่ 6 ว่าเป็นผู้ใช้จ้างวานให้ผู้ต้องหาที่ 1 กระทาผิด รวมท้ังให้การในช้ันสอบสวน
เพิ่มเติมว่าก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาที่ 6 ได้โอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหาที่ 1 จานวน 142,000 บาท
เป็นค่าจ้างในการขนส่งเฮโรอีนของกลาง โดยได้ความว่าผู้ต้องหาที่ 1 รู้จักกับผู้ต้องหาที่ 6
มาก่อนและไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน กรณีจึงมีเหตุผลน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาที่ 1 ให้การไป
ตามความจริงโดยมิได้ปรักปราผตู้ ้องหาที่ 6 นอกจากนี้การที่ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งถูกศาลพิพากษา
ลงโทษคดีถึงที่สุดไปแล้วในข้อหาความผิดฐานเดียวกับผู้ต้องหาที่ 6 เบิกความระบุว่าผู้ต้องหาที่ 6
เป็นผู้ร่วมกระทาผิด ก็หาได้มีเหตุจูงใจที่จะเบิกความเพื่อให้ตนพ้นผิดหรือได้รับประโยชน์จาก
การเบิกความของตนไม่ จงึ ไม่ตอ้ งห้ามทีจ่ ะรับฟังคาเบิกความของผู้ต้องหาที่ 1 คาให้การในช้ัน
สอบสวนของผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นคาซัดทอด เม่ือรับฟังประกอบคาเบิกความในชั้นพิจารณา
ของผู้ต้องหาที่ 1 และพยานหลักฐานอื่นย่อมแสดงให้เห็นว่าคาให้การและคาเบิกความของ
ของ .

/ผตู้ ้องหา...

761คำ�ช้ขี าดความเหน็ แย้งของอัยการสงู สดุ


ผู้ต้องหาที่ 1 ดังกล่าวเป็นความจริง ทั้งมีพยานยืนยันว่าผู้ต้องหาที่ 6 เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับการ
กระทาผิดด้วย ข้ออ้างของผู้ต้องหาที่ 6 ตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมว่าไม่ได้กระทาผิด
ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานที่ปรากฏในสานวนได้ คดีมีพยานหลักฐานพอฟ้อง ชี้ขาดให้ฟ้อง
ผู้ต้องหาที่ 6 ฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อ
จาหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,
7, 8, 15, 66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 8, 19.ประกาศกระทรวง
สาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2539) เร่ือง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ
ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2539
ข้อ 2 บัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับดังกล่าว หมวดยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1
ลาดับที่ 14 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

762 ค�ำ ช้ีขาดความเหน็ แยง้ ของอยั การสงู สดุ


พยำนหลักฐำนฟังได้วำ่ กระทำควำมผิด

คำชี้ขำดควำมเห็นแย้งที่ 479/2553
พ.ร.บ. การพนันฯ (ม.๕)

ผู้กล่ำวหำตรวจค้นบ้ำนท่ีเกิดเหตุพบผู้ต้องหำกำลังเปิดเว็บไซต์รับพนันทำยผล
ฟุตบอลต่ำงประเทศอยู่ และยึดได้เคร่ืองมืออุปกรณ์ท่ีใช้ในกำรเล่นกำรพนัน ประกอบ
กับผู้ต้องหำรับสำรภำพท้ังในช้ันจับกุมและชั้นสอบสวนซึ่งเป็นเวลำใกล้ชิดกับผู้ต้องหำ
ถูกจับด้วยควำมสมคั รใจ พยำนหลกั ฐำนจงึ รบั ฟงั ไดว้ ำ่ ผ้ตู ้องหำกระทำควำมผิด

ข้อเทจ็ จริงได้ความว่า ผู้กล่าวหากับพวกได้รับแจ้งจากสายลับประสงค์รางวัลนาจับว่า ควคามำ� ขชเอหี้ขงน็ าแดย้ง
บ้านที่เกิดเหตมุ กี ารลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศผ่านระบบอินเทอร์เน็ตผู้กล่าวหา อยั การสงู สุด
กับพวกจึงได้ทาการสืบสวนและขอหมายค้นต่อศาลเพื่อตรวจค้นบ้านดังกล่าว ต่อมาตามวัน
เวลาเกิดเหตุ ผู้กล่าวหากับพวกได้ร่วมกันนาหมายค้นของศาลไปทาการตรวจค้นที่บ้านที่เกิดเหตุ พ.ศ.๒๕๕๓
พบผู้ต้องหาอยู่บนช้ัน 2 ของบ้านกาลังเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ โดยเปิดหน้าเว็บไซต์ www.agent.sbobet.com
ซึ่งเป็นเว็บไซต์รับพนันการทายผลฟุตบอลต่างประเทศ และพบเว็บไซต์ซึ่งเป็นเว็บไซต์สาหรับ
การพนันทายผลฟุตบอลอีกหลายเว็บไซต์ จึงได้สอบถามผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหารับว่ากาลังเปิด
เว็บไซต์รับพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศอยู่ และพบอุปกรณ์และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการ
รับพนันทายผลฟุตบอลและการพนันหวยใต้ดิน จานวน ๘ รายการตามบัญชีของกลาง และได้
สอบถาม ผู้ต้องหารับว่าเป็นตัวแทนจัดให้มีการรับพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศผ่านระบบ
อินเตอร์เน็ตจริง โดยผ่านเว็บไซต์ Sbo IBC AA ๗๕๕ และ SBOIBC โดยมี Usernameและ
Password เข้าเว็บไซต์ระดับตัวแทน (AGENT) และเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้หวยใต้ดิน ผู้กล่าวหาจึง
ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของ
กลางนาส่งพนักงานสอบสวนดาเนินคดี ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่ต่อมา
ปฏิเสธ(ขอให้การในชน้ั ศาล) พนกั งานอยั การสั่งฟ้องผตู้ ้องหาฐานเปน็ ผู้จดั ให้มีการเล่นการพนัน
สลากกินรวบพนนั เอาทรพั ย์สนิ โดยไม่ได้รับอนุญาต สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาฐานจัดให้มีการเล่นการพนัน
ทายผลการแข่งขนั ฟตุ บอลต่างประเทศโดยไม่ได้รบั อนญุ าต

/คดีม.ี ..

763ค�ำ ชข้ี าดความเห็นแยง้ ของอยั การสงู สดุ


คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหามีความผิดฐานจัดให้มีการเล่นการพนัน
ทายผลการแข่งขนั ฟุตบอลพนันเอาทรพั ย์สินกันโดยไม่มีกฎกระทรวงอนุญาตให้เล่นได้ หรอื ไม่

อัยการสูงสดุ พิจารณาแล้ว เหน็ ว่า คดีมผี กู้ ล่าวหาและพยานผู้ร่วมจับกุมให้การยืนยัน
ว่าก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านที่เกิดเหตุมีการลักลอบเล่นการพนันทายผล
ฟุตบอลต่างประเทศผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุพยานท้ังสองกับพวก
ได้ร่วมกันนาหมายค้นของศาลไปทาการตรวจค้นบ้านที่เกิดเหตุพบผู้ต้องหา ซึ่งพักอาศัยอยู่
ในบ้านที่เกิดเหตุกาลังเปิดเว็บไซต์รับพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศอยู่และยึดได้ของกลาง
หลายรายการซึง่ เปน็ เครือ่ งมอื อปุ กรณ์และเอกสารหลกั ฐานทีใ่ ช้ในการเล่นพนันทายผลฟุตบอล
และการเล่นการพนันสลากกินรวบ โดยที่พยานท้ังสองเป็นเจ้าพนักงานตารวจต่างกระทาการ
ตามหนา้ ที่ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผตู้ ้องหามาก่อน จงึ ไม่มเี หตุระแวงว่าจะให้การปรักปรา
ผู้ต้องหา ประกอบกับผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพท้ังในช้ันจับกุมและช้ันสอบสวนซึ่งเป็น
ระยะเวลาใกล้ชิดกับผู้ต้องหาถูกจับกุมด้วยความสมัครใจ พยานหลักฐานจึงฟังได้ว่าผู้ต้องหา
ได้กระทาความผิดตามข้อกล่าวหา แม้ต่อมาผู้ต้องหาจะกลับให้การปฏิเสธในช้ันสอบสวน
ก็ไม่ปรากฏว่าเป็นเพราะเหตุใดและเป็นการให้การปฏิเสธลอย ๆ คาให้การในชั้นสอบสวน
ของผตู้ ้องหาในครั้งหลังจงึ ไม่มีน้าหนักควรแก่การรับฟัง คดีมีพยานหลักฐานพอฟ้อง ชี้ขาดให้ฟ้อง
และอนุญาตให้ฟ้องผู้ต้องหา ฐานจัดให้มีการเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล
พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่มีกฎกระทรวงอนุญาตให้เล่นได้ ตามพระราชบัญญัติการพนัน
พ.ศ. 2478 มาตรา 4 ทวิ, 5, 6, 10, 12, 15 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 4)
พ.ศ. 2485 มาตรา 3, พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2490 มาตรา 3
พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2504 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 33, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526
มาตรา 4 ขอศาลส่ังรบิ ของกลางทั้งหมด และสง่ั จา่ ยสินบนนาจับแก่ผนู้ าจับตามกฎหมาย

764 ค�ำ ชข้ี าดความเห็นแย้งของอัยการสงู สุด


พำไปกระทำชำเรำต่อผิดฐำนพรำกผู้เยำว์ฯเพื่อกำรอนำจำร

คำชีข้ ำดควำมเห็นแย้งที่ 493/2553
ป.อาญา พรากผู้เยาวเ์ พือ่ การอนาจาร (ม.๓๑๙)

ผู้ต้องหำท่ี ๑ มีเจตนำเพียงพำผู้เยำว์ไปเพื่อร่วมดื่มสุรำและรับประทำนอำหำร
โดยมิได้มีกำรกระทำเพื่อหำกำไรหรือกำรอนำจำร กำรกระทำของผู้ต้องหำท่ี ๑ ไม่เป็น
ควำมผิดฐำนพรำกผู้เยำว์ฯเพื่อกำรอนำจำร แตก่ ำรทีผ่ ้ตู ้องหำท่ี ๒ ขอร้องให้ผู้เยำว์อยู่ท่ี
บ้ำนของผู้ต้องหำท่ี ๑ ต่อ แล้วกระทำชำเรำผู้เยำว์ท่ีบ้ำนดังกล่ำว กับพำผู้เยำว์ไปอยู่ท่ี
จังหวัดนนทบุรีอีก ๒ เดือน ถือว่ำผู้ต้องหำท่ี ๒ เป็นผู้กระทำควำมผิดฐำนพรำกผู้เยำว์ฯ
เพื่อกำรอนำจำรโดยตรง

ข้อเทจ็ จริงได้ความว่า ผเู้ ยาว์พกั อาศยั อยู่กับผกู้ ล่าวหาซึ่งเป็นยาย ในวันเกิดเหตุเวลากลางวัน ควคาม�ำขชเอห้ขี งน็ าแดย้ง
ผู้ต้องหาที่ ๑ ขับขี่รถจักรยานยนต์พาผู้เยาว์จากโรงเรียนไปรับนางสาว ต. ที่บ้านพักแล้ว อัยการสงู สดุ
พากันไปที่บ้านของผู้ต้องหาที่ ๑ พบผู้ต้องหาที่ ๒ อยู่ที่บ้านของผู้ต้องหาที่ ๑ ก่อนแล้ว
ผู้ต้องหาท้ังสอง นางสาวต.และผู้เยาว์ ได้ร่วมดื่มสุราและรับประทานอาหารกันจนถึงเวลา พ.ศ.๒๕๕๓
ประมาณ ๐๒.๐๐ นาฬิกา ได้มีพี่สาวของนางสาว ต.มารับ นางสาว ต.กลับบ้านพัก ส่วนผู้เยาว์น้ัน
ผู้ต้องหาทั้งสองได้ขอร้องให้อยู่ที่บ้านของผู้ต้องหาที่ ๑ ก่อน โดยอ้างว่ารถจักรยานยนต์เสีย
ไม่สามารถพาไปส่งที่บ้านพักของผู้เยาว์ได้ ผู้เยาว์จึงได้นอนพักอาศัยค้างคืนอยู่ที่บ้านผู้ต้องหาที่ ๑
วันต่อมาผู้ต้องหาที่ ๒ ได้กระทาชาเราผู้เยาว์จนสาเร็จความใคร่ จากนั้นผู้ต้องหาที่ ๒ ได้พาผู้เยาว์
ไปอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ประมาณ ๒ เดือนเศษ ผู้เยาว์จึงโทรศัพท์ให้ญาติเดินทางมารับ
กลับบ้านพัก ต่อมาผู้กล่าวหาได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดาเนินคดีกับ
ผู้ต้องหาที่ ๑ หลังจากน้ันผู้กล่าวหาและผู้เยาว์ได้มาให้การต่อพนักงานสอบสวนโดยยืนยันว่า
ผู้กล่าวหาและผู้เยาว์ ไม่มีความประสงค์ที่จะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดาเนินคดีกับ
ผู้ต้องหาที่ ๒ สุดแต่พนักงานสอบสวนจะดาเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ ๒ หรือไม่อย่างไร ผู้ต้องหาที่ ๑
เป็นเยาวชนได้แยกไปดาเนินคดีต่างหาก ศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าการกระทาของ
จาเลย(ผตู้ ้องหาที่ ๑) ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการพรากผู้เสียหาย(ผเู้ ยาว์)ไปเพือ่ การอนาจารฯ

/คดีม.ี ..

765ค�ำ ชี้ขาดความเหน็ แย้งของอัยการสงู สุด


คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า การกระทาของผู้ต้องหาที่ ๒ เป็นความผิด
ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง
หรอื ผดู้ แู ลเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย หรอื ไม่

อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีเศษ
เป็นนักเรียนอยู่ในความปกครองและดูแลของยาย ผู้ต้องหาที่ 1 อายุ 17 ปีเศษ ส่วนผู้ต้องหาที่ 2
อายุ 26 ปี ในวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้พาผู้เยาว์และนางสาว ต. อายุ 16 ปีเศษ ไปที่
บ้านพักของผู้ต้องหาที่ 1 และพบผู้ต้องหาที่ 2 อยู่ที่บ้านดังกล่าวแล้ว ท้ังหมดได้ร่วมดื่มสุรา
และรับประทานอาหารกันจนถึงเวลาประมาณ 02.00 น. ได้มีพี่สาวของนางสาว ต. มารับ
นางสาว ต. กลับบ้าน ส่วนผู้เยาว์นั้นผู้ต้องหาท้ังสองได้ขอร้องให้อยู่ต่อ โดยอ้างว่ารถจักรยานยนต์เสีย
ไม่สามารถไปส่งที่บ้านได้ ผู้เยาว์ถูกผู้ตอ้ งหาที่ 2 กระทาชาเราในวันต่อมา จากนั้นผู้ต้องหาที่ 2
ได้พาผู้เยาว์ไปอยู่ด้วยกันที่จังหวัดนนทบุรีอีก 2 เดือน จนญาติของผู้เยาว์นาตัวผู้เยาว์กลับ
เหน็ ว่าองค์ประกอบความผิดตามข้อกล่าวหาต้องมีการกระทาเพือ่ หากาไรหรือเพื่อการอนาจาร
หากผู้ต้องหาที่ 1 มีเจตนาเพียงพาผู้เยาว์และนางสาว ต. ไปที่บ้านเพื่อร่วมดื่มสุราและ
รับประทานอาหารโดยมิได้มีการกระทาเพื่อหากาไรหรือเพื่อการอนาจารแล้ว การกระทาของ
ผตู้ ้องหาที่ 1 กไ็ ม่ครบองค์ประกอบความผิดตามข้อกล่าวหา ดังนั้น การที่ผู้ต้องหาที่ 2 ขอร้อง
ให้ผู้เยาว์อยู่ที่บ้านของผู้ต้องหาที่ 1 ต่อ แล้วกระทาชาเราผู้เยาว์ที่บ้านดังกล่าว กับพาผู้เยาว์
ไปอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีอีก 2 เดือน ผู้ต้องหาที่ 2 จึงเป็นผู้กระทาความผิดตามข้อกล่าวหา
โดยตรง ชี้ขาดให้ฟ้อง ผู้ต้องหาที่ 2 ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี
ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา
(ฉบับที่ 8) พ.ศ.2530 มาตรา 7

766 คำ�ชีข้ าดความเห็นแยง้ ของอัยการสงู สุด


ยนื คุมเชิงมใิ หพ้ วกผู้เสียหำยเข้ำไปชว่ ยเหลอื ถอื เป็นตวั กำร ควคาม�ำขชเอห้ขี งน็ าแดย้ง
อยั การสงู สดุ
คำชี้ขำดควำมเห็นแย้งที่ 504/2553
ป.อาญา ร่วมกันทารา้ ยร่างกาย (ม. ๒๙๗, ๘๓, ๙๑) พ.ศ.๒๕๕๓

พาอาวุธ (ม. ๓๗๑)

แม้ผู้ต้องหำท่ี 2 มิได้ร่วมลงมือทำร้ำยผู้เสียหำยแต่ยืนคุมเชิงและขัดขวำง
มิให้พวกผู้เสียหำยเข้ำไปช่วยเหลือผู้เสียหำยท่ีถูกผู้ต้องหำท่ี 1 ชกต่อยด้วยสนับมือ
ที่จมูกจน ด้ังจมูกหัก กำรกระทำของผู้ต้องหำท่ี 2 เป็นกำรร่วมกับผู้ต้องหำท่ี 1
กระทำควำมผิดในลักษณะแบ่งหน้ำท่ีกันทำ อันเป็นควำมผิดฐำนร่วมกันทำร้ำยผู้อื่น
จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรำยสำหัสและร่วมกันพำอำวุธไปในเมือง หมู่บ้ำน
หรอื ทำงสำธำรณะโดยไม่มีเหตสุ มควร

ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ต้องหาที่ ๑ และผู้ต้องหาที่ ๒ เป็นสามีภรรยากัน นางสาว อ.
เป็นภรรยา ผู้เสียหาย ต่างประกอบอาชีพค้าขายอยู่ที่แผงลอยใกล้กันในตลาดที่เกิดเหตุ
ทั้งสองฝ่ายเคยมีเร่ืองทะเลาะกันมาก่อน วันเกิดเหตุผู้ต้องหาท้ังสองเดินเข้าไปหาผู้เสียหาย
ที่แผงลอยด้วยกัน จากนั้นผู้ต้องหาที่ ๑ ใช้สนับมือชกผู้เสียหายถูกที่จมูกจนด้ังจมูกหักได้
รับอันตรายสาหัส โดยขณะเกิดเหตุผู้ต้องหาที่ ๒ ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ ๆ ได้พูดข่มขู่และดึงแขน
ภรรยาผู้เสียหายไม่ให้เข้าไปช่วยผู้เสียหาย จากน้ันผู้ต้องหาท้ังสองได้พากันหลบหนีไป
ภรรยาผู้เสียหายจึงร้องทกุ ข์ต่อพนกั งานสอบสวนใหด้ าเนนิ คดีกับผตู้ ้องหาท้ังสอง

คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า การกระทาของผู้ต้องหาที่ ๑ และที่ ๒
เป็นความผิดฐานร่วมกันทาร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและร่วมกันพาอาวุธ
ไปในเมอื ง หมบู่ ้าน หรอื ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตสุ มควร หรอื ไม่

/อยั การ...

767คำ�ชข้ี าดความเห็นแยง้ ของอยั การสูงสดุ


อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ต้องหาที่ ๑ และผู้ต้องหาที่ ๒
ซึง่ เป็นสามีภรรยากัน กับผู้เสียหายและนางสาว อ. ซึ่งเป็นภรรยาผู้เสียหายต่างประกอบอาชีพ
ค้าขายอยู่ที่แผงลอยใกล้กันในตลาดที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายมีเร่ืองทะเลาะวิวาทกัน
มาก่อน วันเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้งสองเดินเข้าไปหาผู้เสียหายที่แผงลอยด้วยกัน จากน้ันผู้ต้องหาที่ ๑
ใช้สนับมือชกผู้เสียหายถูกที่จมูกจนดั้งจมูกหักได้รับบาดเจ็บสาหัสการที่ผู้ต้องหาที่ ๒
ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ ๆ มิได้ห้ามปรามกลับพูดข่มขู่รวมท้ังกดแขนและดึงแขนนางสาว อ. ไม่ให้เข้า
ไปช่วยเหลือผู้เสียหายแล้วผู้ต้องหาทั้งสองได้หลบหนีไปด้วยกัน ตามพฤติการณ์ ย่อมบ่ง
ชี้ให้เห็นว่า ผู้ต้องหาท้ังสองได้คบคิดที่จะนาอาวุธไปทาร้ายผู้เสียหายในลักษณะแบ่งหน้าที่กัน
ทาและพร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อันเป็นการร่วมกันกระทาผิดแล้ว ชี้ขาดให้ฟ้อง
ผู้ต้องหาที่ ๑ และที่ ๒ ฐานร่วมกันทาร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส
และร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา ๒9๗, ๓๗๑, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔

768 คำ�ช้ขี าดความเหน็ แยง้ ของอยั การสงู สุด


มิได้นำเงินจำกกำรขำยทด่ี ินมำชำระหนี้ ผิดโกงเจ้ำหนี้

คำชี้ขำดควำมเห็นแย้งท่ี 517/2553
ป.อาญา โกงเจ้าหนี้ (ม.350)

ศำลมีคำพิพำกษำถึงท่ีสุดให้ผู้ต้องหำท่ี 1-ท่ี 3 ชำระเงินแก่ผู้เสียหำยฐำนผิด
สัญญำจะซื้อจะขำยท่ีดิน ผู้ต้องหำท้ังสำมจึงย่อมทรำบดีว่ำจะต้องชำระหนี้ให้ กับ
ผู้เสียหำย กำรท่ีผู้ต้องหำทั้งสำมได้โอนขำยท่ีดินดังกล่ำวให้กับผู้อื่นและไม่นำเงินท่ีขำยได้
ไปชำระหนี้ให้แก่เสียหำย จงึ ฟงั ได้ว่ำผู้ตอ้ งหำผิดฐำนโกงเจ้ำหนี้

ข้อเท็จจริงได้ความว่า บริษัทผู้เสียหาย จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจากัด ควคามำ� ขชเอหข้ี ง็นาแดยง้
ประกอบกิจการพัฒนาอสงั หาริมทรพั ย์ จดั สรรที่ดนิ สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อจาหน่ายแก่ประชาชนท่ัวไป อัยการสงู สดุ
ผู้เสียหายทาสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโฉนดตาบลบางกระสอ (บางสร้อยทอง) อาเภอเมืองนนทบุรี
(ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 9 ไร่ 29 ตารางวา จากผู้ต้องหาทั้งสาม แต่เม่ือถึงกาหนดโอน พ.ศ.๒๕๕๓
ปรากฏว่าไม่มีการโอนกรรมสิทธ์ตามที่กาหนดไว้ในสัญญา ผู้ต้องหาท้ังสามทาบันทึกข้อตกลงเร่ือง
กรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ยอมให้นาง ศ. และนาย อ. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม จานวน
800 ส่วนในจานวน 3,629 ส่วนของที่ดินดังกล่าว ต่อมาผู้เสียหายได้จดทะเบียนเลิกบริษัท
ซึง่ นายทะเบียนได้รบั จดทะเบียนไว้แล้ว และผเู้ สียหายยื่นฟ้องผู้ต้องหาท้ังสาม นาง ศ. และนาย อ.
เป็นจาเลยในคดีแพ่งฐานผิดสัญญาซื้อขายต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ต่อมาศาลจังหวัดนนทบุรี
พิพากษาให้ผู้ต้องหาทั้งสามร่วมกันชาระเงินจานวน 7,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ
7.5 ต่อปีของต้นเงนิ 5,250,000 บาทนบั ถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชาระเสร็จแก่โจทก์
(ผู้เสียหาย) กับให้ผู้ต้องหาท้ังสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกาหนด
ค่าทนายความให้ 20,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ผู้ต้องหาทั้งสามใช้แทนตามจานวนทุนทรัพย์
ที่โจทก์ชนะคดี คาขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สาหรับนาง ศ. และนาย อ. ค่าฤชาธรรม
เนียมระหว่างโจทก์กับนาง ศ. และนาย อ. ให้เป็นพับ ผู้ต้องหาที่ 2 เพียงคนเดียวยื่นอุทธรณ์
1

/โดย...

769คำ�ชข้ี าดความเห็นแย้งของอัยการสูงสดุ


โดยได้รับอนุญาตให้ดาเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลจังหวัดนนทบุรีอ่านคาพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
ซึ่งพิพากษายืน ผู้ต้องหาที่ 2 ยื่นฎีกาอย่างคนอนาถาและต่อมาได้ขอถอนฎีกาคดีถึงที่สุด
ต่อมาผู้ต้องหาทั้งสาม นาง ศ. และ นาย อ.ได้ร่วมกันขายที่ดินให้แก่บริษัท อ.เป็นเงิน
63,507,500 บาท และเมอ่ื ผเู้ สียหายขอใหศ้ าลจงั หวดั นนทบุรีออกคาบังคับผู้ต้องหาท้ังสาม และ
ได้ยื่นคาขอให้ศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับคดี
ผู้ต้องหาทั้งสาม จึงทราบเร่ืองการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าว ผู้เสียหายจึงร้องทุกข์ต่อ
พนกั งานสอบสวนใหด้ าเนินคดีกบั ผตู้ ้องหาท้ังสาม

คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ 1, ที่ 2 และที่ 3 มีความผิดฐาน
ร่วมกันโกงเจา้ หน้ี หรอื ไม่

อัยการสงู สุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ศาลชนั้ ต้นมีคาพิพากษาให้ผู้ต้องหาทั้งสามชาระเงิน
แก่ผู้เสียหาย ฐานผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 3 ไม่ได้อุทธรณ์ มีเพียง
ผู้ต้องหาที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ต้องหาที่ 2 ยื่นฎีกาและ
ยื่นคาแถลงขอถอนฎีกา คดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสามย่อมทราบดีว่าจะต้องชาระหนี้ให้กับ
ผู้เสียหาย การที่ผู้ต้องหาท้ังสามได้โอนขายที่ดินให้แก่ผู้อื่น แม้จะได้ราคาสูงกว่ามูลหนี้ตาม
คาพิพากษา แต่ไม่ปรากฏว่านอกจากที่ดินดังกล่าวแล้วผู้ต้องหาท้ังสามยังมีทรัพย์สินอย่างอื่น
อีก โดยเฉพาะในการยื่นอุทธรณ์และฎีกา ผู้ต้องหาที่ 2 ก็ขอดาเนินคดีอย่างคนอนาถา
แสดงให้เหน็ ว่าผตู้ ้องหาที่ 2 ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดพอที่จะชาระหนี้ได้ ที่ผู้ต้องหาท้ังสามให้การว่า
มีเงินและทรพั ย์สนิ อื่นเพียงพอที่จะชาระหนี้ตามคาพิพากษา แต่ยังไม่ชาระเพราะมีปัญหาในชั้น
บงั คับคดีนน้ั เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ และแสดงให้เห็นว่าผู้ต้องทั้งสามมีเจตนาไม่ชาระหนี้ตาม
คาพิพากษาให้แก่ผู้เสียหาย พยานหลักฐานในสานวนฟังได้ว่าผู้ต้องหาท้ังสามโอนไปให้แก่ผู้อื่น
ซึ่งทรัพย์สินของตน เพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนซึ่งได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชาระหนี้ได้รับ
ชาระหน้ที ้ังหมดหรอื แตบ่ างสว่ น คดีมหี ลกั ฐานพอฟ้อง ชีข้ าดให้ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 ผู้ต้องหาที่ 2
และผตู้ ้องหาที่ 3 ฐานรว่ มกันโกงเจ้าหน้ี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 350

.

770 ค�ำ ช้ขี าดความเห็นแย้งของอยั การสูงสดุ


ขอยืมเงินและไมย่ อมคืนเงิน ยังไม่ผดิ ฉ้อโกง

คำชีข้ ำดควำมเหน็ แยง้ ที่ 520/2553
ป.อาญา ฉ้อโกง (ม.341)

กำรท่ีผู้ต้องหำขอยืมเงินจำกผู้เสียหำยโดยบอกว่ำจะนำไปซื้อรถยนต์แท็กซี่
แต่ไม่ได้ไปซื้อตำมท่ีอ้ำง และไม่คืนเงินให้กับผู้เสียหำย เป็นเพียงกำรกล่ำวอ้ำง
ข้อเท็จจริงเพื่อยืมเงินของผู้เสียหำยได้เป็นผลสำเร็จ อันมีลักษณะเป็นเพียง
กำรบอกกล่ำวถึงเหตุกำรณ์ในอนำคต และเป็นเพียงกำรผิ ดสัญญำทำงแพ่ง
จงึ ไมเ่ ป็นควำมผิดฐำนฉ้อโกง

ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ต้องหาได้ขอยืมเงินจากผู้เสียหาย จานวน ๔๕๐,๐๐๐ บาท ควคาม�ำขชเอห้ีขง็นาแดยง้
โดยบอกผู้เสียหายว่าจะนาไปซื้อรถแท็กซี่มือสองขับขี่รับจ้างโดยสัญญาจะใส่ชื่อผู้เสียหาย อยั การสงู สดุ
เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และจะนาหนังสือคู่มือจดทะเบียนรถแท็กซี่มาให้ผู้เสียหายเก็บไว้และ
จะชาระเงินที่ยืมไปจานวน ๔๕๐,๐๐๐ บาทคืนภายในหนง่ึ ปี ผู้เสียหายจึงให้หลานชายไปกดเงิน พ.ศ.๒๕๕๓
จานวน ๔๕๐,๐๐๐ บาทให้ผู้ต้องหาเพื่อนาไปซื้อรถแท็กซี่ ครั้นเวลาผ่านไปเป็นเวลานาน
ก็ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหานาเงินไปซื้อรถแท็กซี่ตามที่รับปากไว้ ผู้เสียหายทวงถามแต่ผู้ต้องหา
ก็ผัดผ่อนตลอดมา ผู้เสียหายจึงบอกผู้ต้องหาว่าถ้าไม่ซื้อก็นาเงินมาคืน ผู้ต้องหาก็ไม่ยอมคืน
ผเู้ สียหายจงึ รอ้ งทกุ ข์ให้ดาเนินคดีกบั ผตู้ ้องหาฐานฉ้อโกง

คดีมปี ญั หาใหอ้ ยั การสูงสดุ ชีข้ าดว่า ผู้ตอ้ งหามีความผิดฐานฉ้อโกง หรอื ไม่

อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า การกระทาของผู้ต้องหาที่ไม่นาเงินที่ยืมไปซื้อ
รถยนต์แท็กซี่ และไม่คืนเงินให้กับผู้เสียหาย เป็นเพียงการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อยืมเงิน
ของผู้เสียหายได้เป็นผลสาเร็จ อันมีลักษณะเป็นเพียงการบอกกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคต
อนาคต .

/และเป็น...

771ค�ำ ชข้ี าดความเห็นแย้งของอัยการสูงสุด


และเป็นเพียงการผิดสัญญาตามที่รับปากหรือให้คามั่นกับผู้เสียหายไว้เท่านั้น ท้ังคดีนี้
มีรากฐานที่มาจากการกู้ยืมเงินอันเป็นกรณีความผิดทางแพ่ง การกระทาของผู้ต้องหา
จึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ชี้ขาดไม่ฟ้อง ผู้ต้องหา ฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๓๔1

772 ค�ำ ชีข้ าดความเหน็ แยง้ ของอยั การสูงสุด


รับทรพั ย์ไว้โดยผิดปกติวิสัย พฤติกำรณน์ ่ำเชื่อว่ำเป็นรับของโจร

คำชีข้ ำดควำมเหน็ แย้งที่ 526/2553
ป.อาญา รับของโจร (ม.๓๕๗)

ผู้ต้องหำได้นำบัตรเติมเงินของผู้เสียหำยท่ีถูกคนร้ำยลักไปบำงส่วนจำนวน ควคามำ� ขชเอหข้ี งน็ าแดยง้
๒๐,๐๐๐ บำทเศษ ไปขำยให้กับนำง ส. ภำยหลังเกิดเหตุเพียง ๑ วัน โดยไม่ปรำกฏว่ำ อยั การสงู สดุ
ผตู้ ้องหำประกอบอำชีพเกี่ยวกับกำรค้ำขำยบัตรเติมเงิน จึงเป็นกำรผิดปกติวิสัย ทั้งไม่มี
หลักฐำนใด ๆ ในกำรได้รับบัตรเติมเงินมำจำกบุคคลอื่นตำมท่ีกล่ำวอ้ำง ข้อกล่ำวอ้ำง พ.ศ.๒๕๕๓
ของผู้ต้องหำจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง พฤติกำรณ์น่ำเชื่อว่ำผู้ต้องหำได้ช่วยจำหน่ำยหรือ
รับไว้โดยประกำรใดซึ่งบัตรเติมเงินดังกล่ำวโดยรู้ว่ำเป็นทรัพย์อันได้มำจำกกำรกระทำ
ควำมผิด ผู้ตอ้ งหำจงึ มีควำมผิดฐำนรับของโจร

ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เสียหายเป็นเจ้าของร้านโทรศัพท์มือถือและบัตรเติมเงิน
โทรศัพท์มือถือชนิดต่าง ๆ ต่อมาระหว่างวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒ เวลาประมาณ
๒๐.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลาประมาณ ๐๔.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒
มีคนร้ายงัดประตูเข้าไปขโมยของในร้าน โดยประตูเหล็กถูกตัดลูกกุญแจและสายคล้องกุญแจ
จนหลุดออกและประตูกระจกหน้าร้านถูกทุบแตกได้รับความเสียหาย ตรวจสอบมีทรัพย์สิน
หายไปเป็นบัตรเติมเงินระบบต่างๆหลายรายการ นอกจากน้ันยังมีเงินสด จานวน ๕,๐๐๐ บาท
ที่เก็บไว้ในร้านและลิน้ ชกั โต๊ะ จานวน ๑ ลิน้ ชกั ราคา ๑,๐๐๐ บาทได้หายไปด้วยรวมราคา
ทรพั ย์สินที่หายไปเป็นเงนิ จานวน ๒๐๒,๐๐๐ บาท เจ้าหน้าที่ตารวจได้ร่วมตรวจสอบในที่เกิดเหตุ
ไม่พบหลักฐานใดในร้านที่เกิดเหตุไม่สามารถทราบได้ว่าคนร้ายเป็นใคร และใช้ยานพาหนะ
ในการกระทาผิดด้วยหรอื ไม่ พนกั งานสอบสวนได้ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ไว้เป็นหลักฐานและได้ให้
เจ้าหน้าที่ตารวจ ฝ่ายสืบสวนออกสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย ต่อมา พนักงานสอบสวนได้รับแจ้ง
จากผเู้ สียหายว่าบัตรเติมเงินที่ถูกลักไปบางส่วนมีการนาไปใช้ที่กรุงเทพ ตรวจสอบแล้วบัตรเติมเงิน
ที่นาไปใช้เป็นเบอร์โทรศัพท์มือถือของนาง ส. โดยบัตรได้ถูกใช้หลังเกิดเหตุเพียง ๑ วัน

/เจ้าหน้าที่...

773ค�ำ ช้ีขาดความเหน็ แยง้ ของอัยการสงู สดุ


จงึ ไม่มีความผดิ ฐานรับของโจร ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา ฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 357 กับขอให้ผู้ต้องหาชดใช้ราคาทรัพย์บัตรเติมเงินชนิดราคา 1,000 บาท จานวน
14 ใบทีไ่ ด้นาไปใช้เติมเงนิ แล้ว รวมเป็นเงนิ 14,000 บาทแก่ผเู้ สียหาย แต่ไม่แจ้งให้พนักงานสอบสวน
ดาเนินคดีกับนาง ส.ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดี ฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 357 ตามนัยระเบียบสานกั งานอัยการสงู สดุ ว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ
พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๖๒

774 คำ�ช้ขี าดความเหน็ แย้งของอยั การสูงสุด


ส่งท้ำย

ขอขอบคุณอัยการสูงสุด (นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์) และรองอัยการสูงสุด
(นายถาวร พานิชพนั ธ์) ที่ให้ความกรณุ าและชแี้ นะในการจัดพิมพ์หนังสือคาชี้ขาดความเห็นแย้ง
ของอัยการสูงสุด พ.ศ.2551-2553 ฉบับ 120 ปี องค์กรอัยการเล่มนี้ ทาให้พนักงานอัยการ
และเจ้าหน้าที่ทุกคนในสานักงานคดีอัยการสูงสุด มีกาลังใจจนสามารถจัดพิมพ์สาเร็จ
เป็นรูปเล่มได้ภายในระยะเวลาอันสั้น และต้องขอขอบคุณอัยการอาวุโส นายประทีป ตรีวิมล
และนายชัยพร สว่างวรชาติ ที่กรุณาเสียสละเวลาช่วยจัดทาและให้คาปรึกษาในทุกข้ันตอน
ทาให้การทางานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

หนังสือเล่มนีอ้ าจมขี ้อผิดพลาดหรอื บกพร่องอยู่บ้าง ต้องขออภัยไว้ ณ ที่น้ีดว้ ย

สานกั งานคดีอัยการสูงสุด
พ.ศ.2556


คคำำสสัง่ ่งั สสำำคนนำกั ักสงงั่ำำสนนำคคนดดักีอีองยั ำยั กนกำคำรรดสสีองู งูยัสสกดุ ดุ ำรสงู สดุ
ทที่ ี่ 1100//22ท5ี่5515505/2555

เเรรื่อือ่ งง แแตเตร่ง่งือตตงงั้ งั้ คคแณณตะ่งะทตทำงั้ ำงคงำณำนนะรรทววบำบงรรำววนมมรคควำำบชชร้ขี ้ขีวำำมดดคคคำววชำำ้ขีมมำเเดหหคน็ น็ วแแำยยม้ง้งแเแหลลน็ ะะแคคยำำ้งววแินินลิจิจะฉฉคยั ัยำคควดินดีอิจีอำฉำญญัยคำำดีอำญำ
ขขอองงออยั ยั กกขำำอรรงสสอูงูงยัสสกุดุดำเเพรพสอ่ื อ่ื ูงเเผสผยดุ ยแเแพพพอ่ื รรเใ่ ใ่ผนนยเเวแวบ็ พ็บไไรซซใ่ ตนต์แเ์แวลลบ็ ะะไจจซัดัดตพพ์แมิ ลมิ พะพจ์เ์เปปดั น็ น็พหหมิ นนพงั งั์เสปสือืน็อหนงั สือ
----------------------------------------------

เเนนื่ อื่ องงจจำเำนกกื่ คอคงำำจชชี้ ำขี้ ขกำำดคดคำคชววี้ ขำำำมมดเเหคห็ น็วนแำแยมย้ งเ้ งหแแ็ นลลแะะคยค้ งำำแววิ ลนิ นิะจิ จคฉฉำั ยั ยวคคิ นดดิ จี อี อฉำำั ยญญคำำดขขี อออำงงญออั ยำั ยขกกอำำงรรอสสั ูยงู งสกสุ ดำุ ดร สู ง สุ ด
เเปป็น็นกกำำรรเวปวินิ็นิจิจกฉฉำัยรัยวสิสนั่ง่ัิงจคคฉดดัยีแีแลสละ่ังะคควดวำีแำมมลเเะหหค็น็นวททำำมำงงเกหกฎ็นฎหทหมำมำงำยกยฎซซห่ึง่ึงมปปำรรยะะกกซออ่ึงบปบดรด้วะ้วยกยหอหบลลักดัก้นวนยิติตหิธิธลรรรักรมนมิตจจิธำำรรรีตีตมปปรจระะำเเรพพีตณณปี รี ะเพณี
แแลละะศศีลีลธแธรลรระรมศมีลจจธึงึงรสสรมมคควจวรึงรทสที่จมี่จะคะไวไดดร้ม้ทมีกี่กจำะำรไรรดรว้มวบบีกรรำววรมมรควคัดบัดยรย่วอ่อมโโดคดยัดยมยมีเ่อีเนนโื้อื้ดอหยหำมำสีสเนมมื้อบบหูรูรณำณส์แ์แมลลบะะูรคคณรรบ์แบถลถ้วะ้วนคนรบเเพถพื่อ้วื่อนนำำเพื่อนำ
ลลงงเเววบ็ บ็ ไไซซลตตง์ข์ขเอวอ็บงงสไสซำำตนน์ขักักองงำงำสนนอำอนยั ยั กั กงำำำรรนสสอูงูงสัยสกุดุดำหหรรรสอื อื งู จจสัดัดุ พพหิมิมรพอืพ์เจ์เปปดั น็ น็พหหิมนนพังังส์เสปือือ็นตตห่อ่อนไไปังปสออื นั ตนั เเ่อปปไ็นน็ปกกอำำรนั รเเผปผยย็นแแกพพำรรใ่ เใ่หผหพ้ยพ้ แนนพกั กั รงงใ่ำำหนนพ้ออนยั ยั กั กำงำำรรนอยั กำร
แแลละะบบคุ คุ คคแลลทะทั่วบ่ัวไุคไปปคไไดลด้นท้นำว่ั ำไไปปอไอด้ำ้ำ้นงงอำอไิงิงปคอคน้ ้ำนคงคอววิ้งำ้ำคแแลน้ ละคะศวศึก้ำึกษษแำลำเเะรรศียียนึกนรษรู้ ำู้ เรียนรู้

เเพพื่อื่อใใหห้ก้กเำพำรื่รอดดใำหำเ้เกนนำินินรงงดำำำนนเดนดังินังกกงลำล่ำน่ำวดวเัเงปปก็น็นลไไ่ปำปวออเยปย่ำ็น่ำงงไมปมีปอีปรยระ่ะำสสงิทมิทธีปธิภริภะำำพสพิทแแธลลิภะะำเเพกกิดิดแปปลรระะะเสกสิทดิทธปธิผริผละลสิทธิผล
จจึงึงแแตต่ง่งตตจั้งึ้ังคแคณตณ่งะะตทท้ั งำำคงงณำำนนะรทรววำบบงรำรวนวมมรควคำบำชรชี้ ขวี้ ขำมำดคดคคำวชวำี้ ขำมำมเดเหหค็ น็ นวแแำยมย้ง้งเแหแล็ นละแะคคยำ้งำวแวิ นิลนิจะิจฉคฉัยำัยวคคิ นดดิจีอีอฉำำัญยญคำำดขขีออำงงญออั ยั ยำกขกำอำรงรสอสู งั ยู งสสกุ ดุำดรสู งสุ ด
ปปรระะกกออบบปดดร้ว้วะยยกบบอุคุคบคคดลล้วดยดงับังตตุค่อ่อคไไลปปดนนงั ี้ ี้ต่อไปนี้
11..นนำำยยอ1อนน.นั ันตตำ์ย์ อนันต์ นนดั ัดววิไิไลล นดั วิไล รรอองงออธธิบิบรดดอีอีองัยอัยกธกำิบำรรดหีอหยัววั หกหนำนร้ำ้ำคคหณณวั หะะทนทำ้ ำคงงำณำนนะทำงำน
22..ออัยยั กกำ2ำรร.พพอิเิเยัศศกษษำฝฝร่ำ่ำพยยิเคศคดษดีอีอฝยั ยั่ำกยกำคำรรดสสีอูงงูยัสสกดุ ุดำ1ร1ส--งู44สุด 1-4 รรอองงหหวั ัวหหรนนอ้ำ้ำงคคหณณัวหะะทนทำ้ ำคงงำณำนนะทำงำน
33..นนำำยยป3ปรร.ะะนททำีปีปยประทีป ตตรรวี วี ิมิมลลตรวี ิมล ออววสส..สสฝฝออวสสส..1.1สฝอคสคณ.ณ1ะะททำำงคงำณำนนะทำงำน
44..นนำำยยป4ปรร.ะะนววำัตัตยิ ิ ประวัติ ววีรีรกกลุ ุล วีรกุล ออววสส..สสฝฝออวสสส..2.2สฝอคสคณ.ณ2ะะททำำงคงำณำนนะทำงำน
55..นนำำยยภ5ภำำ.คคนนิ นิำยั ยั ภำคนิ ัย สสุวุวรรรรณณจสจินวุินดรดรำำณจินออดววสำส..สสฝฝออวสสส..3.3สฝอคสคณ.ณ3ะะททำำงคงำณำนนะทำงำน
66..นนำำยยชช6ัยัย.พพนรรำยชัยพร สสวว่ำ่ำงงววรรชสชำวำต่ำติงิ วรชำออตววิสส..สสฝฝออวสสส..4.4สฝอคสคณ.ณ4ะะททำำงคงำณำนนะทำงำน
77..นนำำยยพ7พีร.ีระะนศศำักักยดดพิ์ ิ์ีระศักดิ์ ศศรรีสีสุพุพลลศรีสุพล ออววสส..สสฝฝออวสสส..4.4สฝอคสคณ.ณ4ะะททำำงคงำณำนนะทำงำน
88..นนำำยยส8สมม.ชนชำำยยสมชำย เเกก้ำ้ำนนพพรรเัตัตกนน้ำ์น์ พรตั อนอช์ชชชพพ..สสอฝฝชออชสสพ..3.3สฝคอคณสณ.ะ3ะททำำงคงำณำนนะทำงำน
99..นนำำยยช9ชำำ.ลลนี ี ำยชำลี เเสสรริมิมสสัยัยเสริมสยั ออชชชชพพ..สสอฝฝชออชสสพ..2.2สฝคอคณสณ.ะ2ะททำำงคงำณำนนะทำงำน
1100..นนำำย1ยก0กุลลุ.ธธนนนำิตยิตกุลธนิต มมงงคคลลสสวมวัสัสงดคดิ์ ลิ์ สวัสออดชชิ์ ชช..สสฝฝออชสสช..1.1สฝอคสคณ.ณ1ะะททำำงคงำณำนนะทำงำน
1111..นนำำย1ยช1ชำำ.ตตนิ ิ ำยชำติ ชชัยัยเเดดชชสสชุรุรยัิ ยิ ะเะดชสรุ ยิออะชชชช..สสฝฝออชสสช..1.1สฝอคสคณ.ณ1ะะททำำงคงำณำนนะทำงำน
1122..นนำำง1งวว2ลล.ัยยั นรรำตั ตั งนนว์ ์ลัยรัตน์บบุญุญปปรระะบสสงุญงคคป์ ์ ระสองอคชชช์ ช..สสฝฝออชสสช..1.1สฝอคสคณ.ณ1ะะททำำงคงำณำนนะทำงำน
1133..นนำำง1งสส3ิริร.ิญิญนำำงสิริญำ ออินินททำำมมรอระะินทำมระออชชชช..สสฝฝออชสสช..2.2สฝอคสคณ.ณ2ะะททำำงคงำณำนนะทำงำน
1144..นนำำง1งวว4รร.รรณนณำเเงพพวญ็ ญ็รรณเพญ็ แแกกว้ ว้ พพนนำแำสสกิรวิร้ ิ ิพนำสออิรชชิ ชช..สสฝฝออชสสช..2.2สฝอคสคณ.ณ2ะะททำำงคงำณำนนะทำงำน

//1155.. นนำำ/ง1งสส5ำำ.ววนณณำัฐงัฐวสวสำสำวำ.ณ...ัฐวสำ...


-๒-

๑๕. นางสาวณฐั วสา ฉัตรไพฑูรย อชช.สฝอส.๒ คณะทาํ งาน
๑๖. นายเปย มศกั ดิ ศิรสิ ินธว อชช.สฝอส.๓ คณะทํางาน

๑๗. นางพวงรัตน วิเชียรสรรค อชช.สฝอส.๓ คณะทํางาน

๑๘. นายพุทธิชัย สิงหบรุ ะอุดม อชช.สฝอส.๓ คณะทํางาน
ยิงวิรยิ ะ อชช.สฝอส.๔
๑๙. นางภาวนา คณะทาํ งาน

๒๐. นางสุนิสา เสนคมุ อชช.สฝอส.๔ คณะทาํ งาน

๒๑. หมอมหลวงศภุ กติ ต จรญู โรจน อชช.สฝอส.๓ คณะทาํ งานและเลขานกุ าร

๒๒. นางวรรณภามาศ จรญู โรจน อชช.สฝอส.๑ คณะทํางานและผูชวยเลขานกุ าร

๒๓. นางสุปราณี อุทิศ ผอ.อก.อส. คณะทาํ งานและผูชวยเลขานกุ าร

๒๔. นางสาวอารยา ทองสุพิมพ นิติกรชํานาญการ คณะทาํ งานและผูชวยเลขานกุ าร
๒๕. นางสาวสวัสดิรตั น ลิม โชติรัตน นักจัดการฯชํานาญการ คณะทํางานและผูชวยเลขานกุ าร
โพธิอ ิม
๒๖. นางบุบผา นักจัดการฯชาํ นาญการ คณะทาํ งานและผูชวยเลขานกุ าร

๒๗. นางสาวจิตติมา กลบั วงคศ า นิติกรชาํ นาญการ คณะทํางานและผูชวยเลขานุการ

๒๘. นายสมพงษ อนแสน นิติกรชํานาญการ คณะทํางานและผูชวยเลขานกุ าร

๒๙. นายนาวิน พมิ พกลดั นิติกรปฏิบตั ิการ คณะทํางานและผูชวยเลขานุการ

๓๐. นางสาวอรนชุ ไทยกลา พนกั งานราชการ คณะทํางานและผูชวยเลขานกุ าร

๓๑. นายธนสิทธิ์ ผองอาํ ไพ นิติกร คณะทาํ งานและผูชวยเลขานุการ

๓๒. นายกานตระพี นิติอคั รพฒั น นิติกร คณะทํางานและผูชวยเลขานุการ

๓๓. นายโสภาคย วินิจนยั ภาค นิติกร คณะทาํ งานและผูชวยเลขานกุ าร

๓๔. นายนปุ ระการ จนั แปงเงิน นิติกร คณะทํางานและผูชวยเลขานุการ

๓๕. นางสาวมณฑา เทศงามถวน คณะทาํ งานและผูชวยเลขานุการ

๓๖. นางสาวสกุ ัญญา คนดี คณะทาํ งานและผูชวยเลขานุการ

๓๗. นางสาวอภิรดี ภาคภูมิ คณะทํางานและผูชวยเลขานุการ

๓๘. นางสาวญานิศา มาตยารกั ษ คณะทํางานและผูชวยเลขานกุ าร
๓๙. นางสาวสุนนั ทา ปนอํา คณะทํางานและผูชวยเลขานุการ

๔๐. นางสาวดวงนภา หมอโอสถ คณะทาํ งานและผูชวยเลขานุการ
๔๑. นายสัมฤทธิ คณะทาํ งานและผูชวยเลขานกุ าร
ศภุ ผล

๔๒. นายปยพนั ธุ เติมสุขอภินนั ท คณะทาํ งานและผูชวยเลขานกุ าร

๔๓. นางสาวชนนั ทพร คําเงิน คณะทาํ งานและผูชวยเลขานกุ าร

/ใหคณะทาํ งาน.......


-๓-
ใหคณะทํางานมีอํานาจหนาที่ดําเนินการรวบรวมและคัดยอคําชี้ขาดความเห็นแยง
และคําวินิจฉยั คดีอาญาของอัยการสงู สดุ เพือ นําลงเว็บไซตสาํ นักงานอัยการสูงสุดหรือจัดพิมพเปนหนังสือ
เพอื เผยแพร
ทังนี ตังแตบัดนเี ปนตนไป

สัง ณ วนั ที ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

(นายกติ ติ บศุ ยพลากร)
อธิบดอี ัยการ สาํ นกั งานคดีอยั การสูงสุด


พ .ศ .๒ ร๒อ๕ั ย๕ก๖า

๑ ๒ ๐ ป ๔ ๓ ๖ - ร

อ ง ค ก


พ .ศ .๒ ร๒อ๕ั ย๕ก๖า

๑ ๒ ๐ ป ๔ ๓ ๖ - ร

อ ง ค ก


Click to View FlipBook Version