อนุญาตให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ และเจ้าหน้าที่ตารวจสถานีตารวจภูธรเมืองพิษณุโลกเข้าไป ควคามำ� ขชเอห้ีขงน็ าแดยง้
ตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้าผลการตรวจสอบพบว่ามีรอยผ่าบริเวณเปลือกหุ้มสีฟ้าเหนือมิเตอร์ อยั การสงู สดุ
ประมาณ 1 ฟุต และพบว่าสายแรงดันซึ่งเป็นตัวนาทองแดง (เปลือกหุ้มสีแดง) ขนาดสาย 2.5
ตารางมิลลิเมตร ถูกตัดขาดจากกัน สายแรงดันสีดาขนาดสาย 2.5 ตารางมิลลิเมตร ถูกตัด พ.ศ.๒๕๕๓
ขาดจากกัน ส่วนสายกระแสสีเทาซึ่งเป็นสายที่เดินจากตัว ซี ที เพื่อมาเข้ามิเตอร์ยังเป็นปกติ
ซึ่งการกระทาดังกล่าว มีผลให้มิเตอร์หมุนช้าหรือไม่หมุน(ไม่ทางาน) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
จงั หวัดพิษณโุ ลกจงึ แจง้ ความร้องทุกข์ดาเนินคดีกับผู้กระทาผิด ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคคานวณ
ค่าเสียหาย โดยคิดจากหน่วยการใช้ไฟฟ้าช่วงวันหลังตรวจพบการตัดสายคอนโทรล นามา
เปรียบเทียบกับหน่วยการใช้ไฟฟ้าช่วงก่อนวันตรวจพบการตัดสายคอนโทรล คานวณส่วนต่าง
การใชไ้ ฟฟ้าในเวลาท้ังสองช่วงเปน็ เปอร์เซ็นต์ จากน้ันนาเปอร์เซ็นต์ส่วนตา่ งดังกล่าวเป็นฐานใน
การปรับปรุงหน่วยการใช้ไฟฟ้าของผู้ต้องหาที่ 1 ย้อนหลังไปถึงวันที่ผู้ต้องหาที่ 1 เริ่มใช้ไฟฟ้า
รวมเป็นเงนิ ท้ังสิน้ 14,050,058.67 บาท
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาท้ังสามมีความผิดฐานร่วมกัน
ลกั กระแสไฟฟ้า หรอื ไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า จุดติดต้ังมิเตอร์ไฟฟ้าและบริเวณที่พบการลักลอบ
ตัดสายคอนโทรลดัดแปลงเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าของผู้เสียหาย อยู่ภายในรั้วบริษัทผู้ต้องหาที่ 1
บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปหรือกระทาการใดๆ ภายในบริษัทผู้ต้องหาที่ 1 ได้ เม่ือการ
กระทาดงั กล่าวทาให้บริษัทผตู้ ้องหาที่ 1 ได้รบั ผลประโยชนเ์ สียค่ากระแสไฟฟ้าน้อยลง โดยไม่มี
เหตุที่บุคคลภายนอกจะเข้าไปดาเนินการแก้ไขดัดแปลงอุปกรณ์ไฟฟ้าดังกล่าว ผู้ที่กระทาจึง
ต้องเปน็ ผเู้ กี่ยวข้องและได้รับประโยชน์ร่วมกันกับผู้ต้องหาที่ 1 เม่ือผู้ต้องหาที่ 2 และผู้ต้องหาที่ 3
เป็นกรรมการบริหาร เป็นผู้ดาเนินการแทนบริษัทผู้ต้องหาที่ 1 จึงเชื่อได้ว่าเป็นผู้ร่วมกระทา
หรือรู้เห็นในการกระทาการลักกระแสไฟฟ้าดังกล่าว พยานหลักฐานพอฟ้อง ชี้ขาดให้ฟ้อง
บริษัทผตู้ ้องหาที่ 1 ผตู้ ้องหาที่ 2 และผตู้ ้องหาที่ 3 ฐานร่วมกันร่วมกันลักทรัพย์(กระแสไฟฟ้า)
ในเวลากลางคืน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง
พระราชบัญญตั ิแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ 5) พ.ศ.2525 มาตรา 11 และ
ให้ผู้ต้องหาท้ังสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาค่ากระแสไฟฟ้า จานวน 14,050,058.67 บาท
แก่การไฟฟ้าสว่ นภมู ภิ าคด้วย
697ค�ำ ชีข้ าดความเหน็ แยง้ ของอยั การสงู สดุ
ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดมีควำมเหน็ ควรสง่ั ฟอ้ งพวกของผตู้ ้องหำดว้ ย
ผู้ว่ำรำชกมำิใรชจค่ งั หวำวมัดเมหีค็นวแำยม้งเทหี่อน็ ยัคกวำรรสส่ังฟงู สอ้ ุดงจพะวตก้อขงอชงี้ขผำู้ตดอ้ งหำดว้ ย
มิใชค่ วำมเห็นแย้งที่อัยกำรสงู สดุ จะตอ้ งชีข้ ำด
คำชี้ขำดควำมเห็นแย้งท่ี 293/2553
ปค.ำวชิ.อี้ขาำญดาควำคมวเาหม็นเหแ็นยแ้งยท้ง่ี 2ไม9่ป3รา/2กฏ5ต5วั 3ผกู้ ระทาผดิ (ม. ๑๔5, 14๐)
ป.วิ.อาญา ความเหน็ แย้ง ไม่ปรากฏตัวผกู้ ระทาผดิ (ม. ๑๔5, 14๐)
ผู้ ว่ ำ ร ำ ช ก ำ ร จั ง ห วั ด มี ค ว ำ ม เ ห็ น ว่ ำ พ ว ก ข อ ง ผู้ ต้ อ ง ห ำ ร่ ว ม กั บ ผู้ ต้ อ ง ห ำ
กระทำคผวู้ วำ่ ำมรผำิดช กจึงำเรหจ็นั งคหววรัสด่ังมฟี ค้อวงำพมวกเ หข็ นองวผ่ ำู้ตพ้อวงกหขำดอ้วงยผู้ ตค้วอำงมหเหำ ร็น่ วขมองกผั บู้วผ่ำู้รตำ้ อชงกหำรำ
กจังรหะทวัำดคดวังำกมลผ่ำิดว จมึงิไเดห้เ็นปค็นวครวสำ่ังมฟเ้อหง็นพแวยก้งขคอำงสผั่งู้ตไ้อมง่ฟห้อำงดผ้วู้ตย้อคงวหำำมขเหอ็นงพขอนงักผงู้วำ่ำนรอำัยชกำร
จงัึ มหิใวชัดค่ ดวัำงมกเลห่ำ็นวแยมง้ิไทดี่อ้เปยั ็นกำครวสำงู มสเดุ หจ็นะแตย้อ้งพคิจำสำรั่งณไมำ่ฟชีข้อำงดผู้ต้องหำของพนักงำนอัยกำร
จงึ มิใช่ควำมเหน็ แยง้ ทีอ่ ยั กำรสงู สุดจะต้องพิจำรณำชีข้ ำด
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ในวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ นาฬิกาเศษ ผู้กล่าวหา
กับพวกรขว้อมเท๓็จจครนิงไนดั่ง้คอวยาู่ภมาวย่าในใพนวักันแเลกิะดพเหวตกุอเีวกลปารปะมระามณาณ๔ –๒๕๐.ค๐น๐ นนั่งาดฬื่มิกสาุรเาศอษยู่ทผี่หู้กนล้า่ บวห้านา
กตั่บอพมาวกเวรลวามป๓ระคมนาณนั่งอ๒ย๐ู่ภ.๕าย๐ในนพาักฬิกแลาะไพดว้มกีนอาีกยปประ.มเาพณื่อน๔ขอ–ง๕ผู้กคลน่านว่ังหดาื่มทสี่นุร่ังาออยยู่ทู่ที่หี่หน้าบ้าน
ตม่อาบมอาเกวกลับาผปู้กระลม่าาวณหาว๒่า๐พ.๕วก๐วันยารุ่ฬนบิก้านไจดัด้มสีนรารยมปาท. ี่หเพนื่อ้านบข้าอนงผู้กล่าวหาทกี่ันบ่ังพอวยกู่ทอี่หีกน้า๒บค้าน
มจึงาลบุกอไกปกดับูพผบู้กผลู้ต่า้อวงหหาาวม่าีอพาวกกาวรัยมรึนุ่นเบม้านใชจ้อัดาสวรุธรปมืนาพทกี่หสน้ัน้าไบม้า่มนีลูผกู้กโมล่ช่านวิดหปารกะับกพอวบกขอึ้นีกเอ๒งยคานว
จปึงรละุมกาไปณดูพ๑บคผืบู้ตเ้อศงษหใาชม้ยีอิงากกับากรรมะึนสเุนมปาืนใชข้อนาวดุธ๑ปืน๑พมกมส.้ันโไดมย่มบีลรูกรโจมุค่ชรนั้งิดลปะ ร๑ะกนอัดบชขี้ไึ้นปเยอังพยวากว
ปขอระงมผาู้กณล่า๑วหคาืบทเี่ศนั่ษงอใยชู่ห้ยินงก้าับก้ารนะใสนุนลปักืนษขณนาะดส่า๑ย๑ไปมมมา.พโรด้อยมบกรัรบจพุคูดรว้ัง่าละ“น๑่ังนมัดึงอชอี้ไปกยมังาพนว่ังก”
ขโดอยงบผอู้กกลใ่าหว้พหวากทขี่นอั่งผอู้กยลู่ห่านว้าหบา้าใหน้อในอกลไักปษนณั่งทะี่ขส้า่างยถไนปนมจาาพกรน้อ้ันมผกู้ตับ้อพงหูดาวเ่ดาิน“เขน้าั่งไมปึงหอาอผกู้ มล่าวนหั่งา”
โแดลยะบใชอ้อกาใหว้พุธปวกืนขดอังงกผลู้ก่าลว่าจว้ีทหี่ใาบให้อนอ้ากผไู้กปลน่า่ังวทหี่ขา้ งแถลนะนบจอากกในห้ัน้ผผู้กู้ตล้อ่างวหหาาเดไปินนเขั่ง้าทไปี่ถหนานผหู้กนล้า่าบว้าหนา
แตล่ผะใู้กชล้อ่าาววหุธาปกืนับดพังวกกลไ่ามว่มจีผ้ีทู้ใี่ดใบไปหนั่ง้าตผาู้กมลท่าี่ผวู้ตห้อางแหลาะบบออกกเใมห่ือ้ผผู้กู้ตล้อ่างวหหาาเหไป็นนผั่งู้กทลี่ถ่านวหนาหไนม้า่ไบป้านน่ัง
แจึตงถ่ผีบู้กผลู้ก่าวลห่าวาหกับา พ๑วกคไรมั้ง่มแีผตู้ใ่ผดู้ตไป้อนงหั่งตาากมลทับี่ผลู้ตม้อเองงหแาลบะอเกม่ือเมลุ่ือกผขึ้นูตไ้อดง้ใหชา้อเาหว็นุธผปู้กืนลจ่า้ีทวี่ใหบาหไนม้า่ไปขอนงั่
จผึงู้กถลีบ่าผวู้กหลา่อาวีกหโดา ย๑นิ้วคขรอ้ังงแผตู้ต่ผ้อู้ตง้อหงาหอายกู่ใลนับโกล้มร่งเอไกงแปลืนะแเลมะ่ือพลูดุกบขึ้นังคไดับ้ใขชู่เ้อขา็ญวุธใหป้ผืนู้กจ้ีลท่ีาใบวหนาไ้าปขนอ่ัง
ผทู้ี่กข้าลง่าถวนหนาอแีกตโ่ดผู้กยนลิ้่วาขวอหงาผไมู้ต่ย้อองหมาจอึงยถู่ใกนผโู้ตก้อร่งไหกาปใชืน้อแาลวะุธพปูดืนบตังบคทับี่บขู่เรขิเ็ญวณใหข้ผมู้กับลซ่า้าวยหา๑ไปคนร่ัง้
ทเปี่ข็น้าเงหถตนุใหน้อาแวตุธ่ผปู้กืนลล่าั่นวขหึ้นา๑ไมน่ยัดอมกจระึงสถุนูกปผืนู้ตถ้อูกงหหลาังใคชา้อสาังวกุธะปสืนีทตะลบุเทปี่บ็นรูิเ๑วณรูขรมะับหวซ่า้างยน้ัน๑มีพควรก้ัง
เ1ป็นเหตุให้อาวุธปืนลั่นขึ้น ๑ นัด กระสุนปืนถูกหลังคาสังกะสีทะลุเป็นรู ๑ รู ระหว่างนั้นมีพวก
1 /ของ...
/ของ...
698 คำ�ชี้ขาดความเห็นแย้งของอัยการสงู สดุ
ของผู้ต้องหายืนดูอยู่ใกล้ ๆ และมีนาย ต. ซึ่งผู้กล่าวหารู้จักแต่ชื่อเล่น และไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด ควคาม�ำขชเอห้ขี งน็ าแดยง้
ตะโกนบอกผู้ต้องหาว่า “ยิงมันเลย” หลังจากนั้น มีคนเข้าห้ามปรามพูดคุยกับผู้ต้องหา อยั การสงู สดุ
ผู้ต้องหาจึงขับรถจักรยานยนต์ออกจากที่เกิดเหตุข้ามสะพานไปทางฝ่ังตรงข้าม ผู้กล่าวหาเข้า
แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดาเนินคดีกับผู้ต้องหา ต่อมาผู้ต้องหาเข้ามอบตัวต่อ พ.ศ.๒๕๕๓
พนักงานสอบสวน ช้ันสอบสวนผู้ต้องหาให้การรบั สารภาพ
พนักงานอัยการ มีคาส่ังฟ้องผู้ต้องหา ฐานมีอาวุธปืนและเคร่ืองกระสุนปืนไว้ใน
ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ
โดยไม่ได้รับอนุญาตทาร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย และพยายามข่มขืนใจผู้อื่น
ให้กระทาการใดไม่กระทาการใด หรือจายอมต่อสิ่งใด โดยทาให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต
ร่างกายของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นโดยมีอาวุธปืน สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทา
การใดไม่กระทาการใด โดยทาให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายของผู้ถูกข่มขืนใจน้ัน
จนผู้ถกู ข่มขืนใจต้องกระทาการนน้ั หรอื จายอมต่อสิ่งน้ัน
ผวู้ ่าราชการจังหวดั เห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุมีพวกของผู้ต้องหา
ซึ่งทราบเพียงชื่อเล่นว่านาย ต. มีพฤติการณ์ร่วมกับผู้ต้องหากระทาความผิดฐานพยายาม
ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทาการใดฯ และพวกของผู้ต้องหาอีกประมาณ 10 กว่าคนมีพฤติการณ์
ร่วมกับผตู้ ้องหากระทาความผดิ ฐานรว่ มกนั มีและพกพาอาวธุ ปืนติดตัวไปในทางสาธารณะด้วย
จงึ เห็นควรส่งั ฟ้องผตู้ ้องหากับพวกตามข้อหาดงั กล่าวแย้งความเหน็ ของพนักงานอยั การ
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดพิจารณาว่า ความเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น
ความเหน็ แย้งที่อัยการสูงสดุ ตอ้ งพิจารณาชีข้ าด หรือไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า “ความเห็นแย้ง” หมายถึงความเห็นในการส่ังคดี
ของพนักงานอัยการกับผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี
เกิดขัดกันหรือไม่ตรงกัน โดยผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติหรือผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นชอบ
1
/ด้วยกบั ...
699ค�ำ ชี้ขาดความเห็นแยง้ ของอัยการสูงสุด
ด้วยกับคาส่ังไม่ฟ้องผู้ต้องหาของพนักงานอัยการ ซึ่งผู้บัญชาการตารวจแห่ง ชาติหรือ
ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องทาความเห็นแย้งและส่งสานวนพร้อมกับความเห็นที่แย้งกันไป
ยังอัยการสูงสุดเพื่อชี้ขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145
ก า ร ที่ ผู้ ว่ า ร า ช ก า ร จั ง ห วั ด มี ค ว า ม เ ห็ น ว่ า น อ ก จ า ก ผู้ ต้ อ ง ห า แ ล้ ว ยั ง มี พ ว ก ข อ ง ผู้ ต้ อ ง ห า
ซึ่งทราบเพียงชื่อเล่นว่านาย ต.มีพฤติการณ์ร่วมกับผู้ต้องหากระทาความผิดฐานพยายาม
ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทาการใด ไม่กระทาการใด หรือจายอมต่อสิ่งใด โดยทาให้กลัวว่า
จะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นโดยมีอาวุธ และพวกของผู้ต้องหาอีก
ประมาณ 10 กว่าคนมีพฤติการณ์ร่วมกับผู้ต้องหากระทาความผิดฐานร่วมกันมีและพกพา
อาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะ จึงเห็นควรส่ังฟ้องผู้ต้องหากับพวกตามข้อหาดังกล่าวด้วย
ความเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัดดังกล่าวมิได้มีลักษณะเป็นการแย้งคาสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา
ของพนักงานอัยการในคดีนี้แต่อย่างใด จึงมิใช่ความเห็นแย้งที่อัยการสูงสุดจะต้องพิจารณาชี้ขาด
แต่เม่ือความปรากฏในชั้นพิจารณาชี้ขาดความเห็นแย้งของอัยการสูงสุด ซึ่งหากอัยการสูงสุด
เห็นพ้องด้วยกับความเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัดว่านาย ต. กับพวกของผู้ต้องหาอีกประมาณ
10 กว่าคน มีส่วนร่วมในการกระทาความผิดคดีนี้ อัยการสูงสุดก็สามารถใช้อานาจ
ตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 12 (ปัจจุบันคือพระราชบัญญัติ
องค์กรอยั การและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 15) มีคาสั่งฟ้องนาย ต. กับพวกของ
ผู้ต้องหาดังกล่าวเพื่อให้รับโทษตามความผิดที่กระทาลงได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีใน
ส่วนของนาย ต. นั้น ผู้เสียหายกับพวกให้การว่ารู้จักแต่เพียงชื่อเล่น โดยไม่ทราบชื่อ
และนามสกุลจริง ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด ทั้งไม่ได้ให้การระบุถึงตาหนิรูปพรรณของนาย ต. ไว้ให้
เพียงพอที่จะกาหนดตัวได้แน่นอนว่าเป็นบุคคลใด ส่วนพวกของผู้ต้องหาอีกประมาณ
10 กว่าคน ผู้เสียหายกับพวกก็มิได้ให้การระบุถึงตาหนิรูปพรรณของบุคคลดังกล่าวไว้ให้
เพียงพอที่จะกาหนดตัวได้แน่นอนว่าเป็นบุคคลใดเช่นกัน จึงเป็นกรณีไม่ปรากฏว่าผู้ใด
เป็นผู้กระทาความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140 (1)
ซึ่งพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจะมีความเห็นและคาสั่งได้เพียงให้งดการสอบสวน
หรือให้สอบสวนต่อไปเท่าน้ัน สานวนการสอบสวนคดีนี้จึงเป็นสานวนมีท้ังปรากฏตัว
ผกู้ ระทาความผดิ และไม่ปรากฏตัวผกู้ ระทาความผดิ ซึง่ ตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่า
1
/ด้วยการ...
700 คำ�ช้ขี าดความเหน็ แยง้ ของอัยการสงู สดุ
ด้วยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 ข้อ 56 วรรคท้าย ให้ถือเป็น
สานวนปรากฏตัวผู้กระทาความผิด พนักงานอัยการไม่ต้องมีคาส่ังเกี่ยวกับเร่ืองที่ไม่ปรากฏตัว
ผู้กระทาความผิด ดังนั้น อัยการสูงสุดจึงไม่อาจพิจารณาส่ังคดีในส่วนของนาย ต.และพวก
ของผู้ต้องหาดังกล่าวได้ ส่งสานวนคืนเพื่อให้พนักงานอัยการ ยื่นฟ้องผู้ต้องหาตามฐาน
ความผิดที่ได้มีคาสง่ั ฟ้องไว้ตอ่ ไป
ควคาม�ำขชเอห้ีขง็นาแดย้ง
อัยการสงู สุด
พ.ศ.๒๕๕๓
701คำ�ช้ขี าดความเห็นแย้งของอยั การสูงสดุ
กำรขม่ ขนื ใจ ต้องเป็นกำรบังคับใหก้ ระทำหรอื ไม่ให้กระทำกำรใด ๆ
กำรขม่ ขนื ใจ ต้องเปน็ กำรบงั คับใหก้ ระทำหรอื ไมใ่ ห้กระทำกำรใด ๆ
คำชีข้ ำดควำมเห็นแยง้ ที่ 294/2553
ปค.ำอชาี้ขญำาดควำขมม่ เหขนืน็ ใแจย(้งมท.3ี่ 2094) /2553
ป.อาญา ขม่ ขนื ใจ (ม.309)
กำรข่มขืนใจท่ีจะเป็นควำมผิดตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ 309
ต้องเป็นกกำำรรขบ่มังขคืนับใหจ้ผทู้ถ่ีจูกะขเป่ม็นขืคนใวจำกมรผะิดทตำกำมำรปใรดะไมมว่กลรกะทฎำหกมำำรยใดอหำรญือำจำมยำอตมรตำ่อส3ิ่ง0ใด9
ตก้อำรงทเป่ีผ็นู้ตก้อำงรหบำังใคชับ้อใำหว้ผุธู้ถปูกืนขจ่ม้อขงืเนลใ็งจไกปรทะำทงำผกู้เำสรียใหดำไยมท่ก้ังรสะำทมำพกรำ้อรใมดกหับรพือูดจำวย่ำ อ“มใตค่อรตสีเิ่งดใด็ก
บกำ้ รนทก่ีผู”ู้ต“้อมงึงหแำนใช่ไ้หอำมว”ุธปยัืงนฟจัง้อไงมเล่ได็ง้ไวป่ำทผู้ำตง้อผงู้เหสำียไหดำ้ขย่มทขั้งืนสใำจมผพู้เรส้อียมหกำับยพทูด้ังสว่ำม“ใใหค้กรรตะีเดท็กำ
หบ้ำรืนอกมูิ”ให“้กมรึงะแทนำ่ไกหำมร”ใดยังๆฟัหงไรมือ่ไจดำ้วย่ำผอู้ตม้อตง่อหสำิ่งไใดด้ข่มอัขนืนจใะจเผปู้็เนสคียวหำำมยผทิด้ังสตำำมมใปหร้กะรมะวทลำ
หกฎรือหมำิใยหอ้กำรญะทำ ำมกำตำรำใด3ๆ09หรือจำยอมต่อสิ่งใด อันจะเป็นควำมผิด ตำมประมวล
กฎหมำยอำญำ มำตรำ 309
ข้อเท็จจริงได้ความว่า วันเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 1 พร้อมพวกประมาณ 10 กว่าคน
ขับขี่รถจขัก้อรเยทา็จนจยรนิงตได์ไป้คเวทาี่ยมววง่านวทันี่บเรกิเดวเณหตลุผาู้เสดีเยทหศาบยาทลี่ 12 พบร้า้อนทม่าพบวุ่ยกปจรากะมนาั้นณพาก1ัน0นกั่งควุ่ยาคกัน
ทขับี่บขรี่ริเถวณจักตรลยาดนยสนดตข์ไปณเทะที่ยวี่นงั่งาคนุยทกี่บันรอิเวยณู่ไดต้มลีานดาเยทศตบ. าขลับ2ขี่รบถ้าจนักทร่ายบาุ่ยนจยานกตน์แ้ันลพ่นาเกขัน้ามน่ังาคโดุยยกัมนี
ทผู้ตี่บ้อรงิเวหณานตั่งลซา้อดนสทด้ายขมณาดะ้ทวยี่น่ังสค่วุยนกอันีกอคยันู่ไกด็แ้มลีน่ ามยาพตร.้อขมับๆขี่รกถันจัแกตร่ไยมา่ทนรยานบตว์แ่าลผู่้ในดเเขป้า็นมคานโดขับยมขี่
เผมู้ต่ือ้อรงถหทาน้ังั่งสซอ้องนคทัน้าแยลม่นาเดข้ว้ายมสาจ่วนออดีกทคี่บันรกิเว็แณล่นตมลาาพดรส้อดม ๆผู้ตก้อันงแหตา่ไกม็ล่ทงรมาาบจวา่ กผู้รใดถเตปร็นงคเนข้ขาับหขาี่
ผเมู้เส่ือียรหถาทย้ังทสี่ อ1งกคับนพแวลก่นเขม้า่ือมมาจถอึงกด็พทูดี่บขรึ้นิเวมณาวต่าล“าใดครสตดีเดผ็กู้ตบ้อ้างนหกาู”กแ็ลตง่ผมู้เสาจียาหกายรทถี่ต1รงกเับขพ้าหวกา
ไผมู้เส่มียผหู้ใดาพยทูดี่โ1ต้ตกอับบพแวลก้วผเมู้ต่ือ้ มงหาาถกึง็กเด็พินูดไปขึ้นหมานาวา่าย “ตใ.คแรลตะีเดเอ็กื้อบม้ามนือกไู”ปแดตึงป่ผืู้นเสทียี่เหานย็บทอี่ ย1ู่ที่กเอับวพขวอกง
ไนมา่มยีผตู้ใ.ดอพอูดกโตม้ตาอจบาแกลน้วันผกู้ต็เด้อินงมหายกัง็เดพินวไกปผหู้เสาียนหายายตท.ี่ 1แลเะมเ่ือมื้อามถมึงือกไ็วปาดดึงปปืนืนไทปี่เมหานพ็บรอ้ ยมู่ทกี่เับอพวูดขอว่าง
“นใาคยรตเี.ดอก็ อบก้ามนากู”จาพกวนกั้นผกเู้ ส็เดียินหมาายยทังี่ พ1วกก็ไผมู้เ่มสีผยู้ใหดาพยูดทวี่ 1่าอเยม่า่ืองมไราถผึงู้ตก้อ็วงาหดาปวืนาไดปปมืนาไพปรม้อามแกลับ้วนพาูดปวืน่า
ไ“ปใคจร่อตทเี ดี่หก็นบ้าผ้านู้เสกียู”หพาวยกทผี่ เู้3สียแหลาะยนทาี่ป1ืนกไป็ไมจ่มอีผทู้ใี่หดนพ้าูดผวู้เ่าสอียยห่าางยไทรี่ ผ2ู้ตพ้องรห้อามวกาับดพปูดืนวไป่าม“ามแึงลแ้วนน่ไาหปมืน”
ขไปณจะ่อนทั้นี่หกนม็ ้าพี ผวู้เกสขียอหงาผยู้ตทอ้ ี่ ง3หาแไลมะ่ทนราาปบืนวไ่าปเปจน็่อใทคี่หรนเด้าินผพู้เสาียตหัวผายู้ตท้อี่ง2หาพอรอ้อกมไปกจับาพกูดบวร่าิเว“ณมึงทแี่เกนิด่ไหเหมต”ุ
ผขณเู้ สะียนหั้นากยม็ทพี่ 1วกกขบั อพงวผกู้ตจอ้ งึ งรหอ้ างไทมกุ่ทขร์ตาบอ่ พว่านเักปงน็ าในคสรอเดบินสพวานตใัวหผด้ ู้ตา้เอนงนิ หคาดอีกอับกผไปตู้ จ้อางกหบาริเวณที่เกิดเหตุ
ผเู้ สียหายที่ 1 กบั พวกจงึ รอ้ งทกุ ข์ตอ่ พนกั งานสอบสวนใหด้ าเนนิ คดีกบั ผตู้ ้องหา
/คดีม.ี ..
/คดีมี...
702 คำ�ชข้ี าดความเห็นแย้งของอยั การสงู สุด
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหามีความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทาการใด ควคาม�ำขชเอห้ขี งน็ าแดย้ง
ไม่กระทาการใดหรือจายอมต่อสิ่งใดโดยทาให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ อยั การสงู สดุ
ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรอื ของผู้อ่นื โดยมีอาวธุ หรอื ไม่
พ.ศ.๒๕๕๓
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า การข่มขืนใจที่จะเป็นความผิดตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 309 ต้องเป็นการบงั คบั ให้ผู้ถกู ข่มขนื ใจกระทาการใด ไม่กระทาการใด
หรือจายอมต่อสิ่งใด และผู้ถูกข่มขืนใจได้กระทา ไม่กระทาหรือจายอมต่อสิ่งนั้น เป็นผลจาก
การข่มขืนใจแล้ว การทาให้กลัวหรือใช้กาลังประทุษร้าย แต่ไม่ได้ข่มขืนใจให้ทาหรือไม่ทาหรือ
ให้ยอมต่อสิ่งใดไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้ การที่ผู้ต้องหาเพียงแต่ใช้อาวุธปืนจ้องเล็งไปทาง
ผเู้ สียหายท้ังสามพร้อมกบั พดู ว่า “ใครตเี ด็กบ้านกู” และ “มึงแนไ่ หม” จากน้ันพวกของผู้ต้องหา
ได้พาผู้ต้องหาขึ้นรถออกไปจากที่เกิดเหตุ ตามพฤติการณ์ดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าผู้ต้องหา
ได้ข่มขืนใจผู้เสียหายท้ังสามให้กระทาหรือมิให้กระทาการใด ๆ หรือจายอมต่อสิ่งใด
ก า ร ก ร ะ ท า ข อ ง ผู้ ต้ อ ง ห า ไ ม่ ค ร บ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ค ว า ม ผิ ด ต า ม ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย อ า ญ า
มาตรา 309 วรรคสอง ชีข้ าดไม่ฟ้องผู้ต้องหา ฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทาการใด ไม่กระทาการใด
หรอื จายอมต่อสิ่งใดโดยทาให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพของผู้ถูกข่มขืนใจ
นั้นเองหรอื ของผู้อน่ื โดยมีอาวุธ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง
703คำ�ชีข้ าดความเหน็ แยง้ ของอัยการสูงสุด
สสถถ่่งงัั จจออืื ่ำำ่เเปปยยเเ็นน็ ชชกกค็ค็ ำำขขรรณณกกรระะะะพพทท้น้นำำจจสสำำว่ว่ กกนนตตตตำำัววั แแบบหหรรนนิิษษ่ง่งกกททัั รรไไมมรรมมตต่่ กกอ้้อำำงงรรรร่่ววผผมมมมูู้้ รรีีออัับบำำผผนนิิดดำำจจ
คำชี้ขำดควำมเห็นแยง้ ท่ี 298/2553
พคำ.รช.บี้ข.ำดควำเมชค็เหฯ็น(แมย.๔ง้ ท(่ี๑2)9(๓8)/2) 553
ปพ..อร.าบญ. า เตชวัค็ กฯา(รมห.๔ลา(ย๑ก)ร(ร๓ม) )(ม. 83, 91)
ป.อาญา ตวั การ หลายกรรม (ม. 83, 91)
ขณะผู้ต้องหำท่ี 1 ลงลำยมือชื่อและประทับตรำบริษัทผู้ต้องหำท่ี 2
ส่ังจ่ำยเขชณ็คจะำผนู้ตวน้อง4หฉำบทับ่ี เ1พื่อลชงำลระำหยนมี้คือ่ำชซื่อื้อแแหลวะนปเพรชะรทใับห้กตับรผำู้เบสรียิษหัำทยผนู้ตั้น้อไงดห้พำ้นทจ่ีำ2ก
ตสั่งำจแ่ำหยนเ่งชก็ครจรำมนกวำนรผ4ู้มฉีอบำับนำเพจื่อขชอำงรบะรหิษนัที้คผ่ำู้ตซ้อื้องแหหำวทน่ี 2เพแชลร้ใวหเ้กมับื่อผธู้เนสำียคหำำรยตนำ้ันมเไชด็ค้พป้นฏจิเสำกธ
ตกำำรแจห่ำนย่งเงกนิ รรกมำกรอำอรกผเู้มชีอค็ ำดนงั ำกจลขำ่ วอเงปบน็ รกิษำัทรกผรู้ตะ้อทงำหขำอทงผ่ี 2ตู้ ้อแงลห้วำทเม่ี 1ื่อธเปนน็ ำสคว่ ำนรตตัวำมผเูต้ ช้อ็คงปหฏำทิเส่ี 2ธ
ไกมำ่ตรจ้อำ่ งยรเ่วงมนิ รกับำผริดอกอกับเผชู้ตค็ ้อดงังหกลำทำ่ ว่ี 1เปน็ฐำกนำรรก่วรมะกทันำอขอองกผเชู้ต็ค้อโงดหยำทเจ่ี 1ตนเปำ็นทส่ีจว่ะนไมต่ใัวหผ้มูต้ ีก้อำงรหใำชท้เง่ี ิ2น
ตไมำ่ตม้อเชงร็ค่วนม้ันรแับลผะิดอกอับกผเู้ตช้อ็คงใหหำ้ใทช่ี้เ1งินฐมำีจนำรน่ววมนกสันูงอกอวก่ำเจชำ็คนโดวยนเเจงิตนนทำ่ีมทีอ่ีจยะู่ใไนมบ่ใหัญ้มชีกีอำันรใจชะ้เพงินึง
ตใหำ้ใมชเ้เชงิน็คไนด้ันใ้ นแขลณะอะอทกีอ่ อเชก็คเชให็ค้นใช้ัน้เงินมีจำนวนสูงกว่ำจำนวนเงินท่ีมีอยู่ในบัญชีอันจะพึง
ให้ใช้เงินได้ในขณะทีอ่ อกเช็คนน้ั
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ต้องหาที่ 1 รู้จักเป็นเพื่อนกับผู้เสียหายมาก่อน ในวันเกิดเหตุ
ผู้ต้องหาขท้อี่ เ1ท็จไดจ้เรชิงิญไดผ้คู้เวสาียมหวา่ายไผปู้ตพ้อบงหทีา่บทรี่ิษ1ัทผรู้จู้ตัก้อเงปห็นาเทพี่ ื่อ2นแกลับะผขู้เอสซียื้อหแาหยมวนากเพ่อชนรใตนัววแันหเกวิดนเเหป็ตนุ
ผทู้ตอง้อคงาหขาาทวี่ห1ัวเไพดช้เรชเิญม็ดผกู้เสลียางหหานยักไป9พบกะทรี่บัตริษเพัทชผรู้ตล้อ้องมหรอาทบี่ห2ัวเแพลชะรขนอ้าซหื้อนแักหปวรนะเมพาชณร 5ตัว–แ6หวกนรเะปร็นัต
ททอี่ผงู้เสคียาขหาาวยหสัววเมพใชสร่อเยมู่็ดแกลละผางู้ตห้อนงักหา9ยืมกไะปรัตโดเยพตชกรลลง้อซมื้อรขอาบยหแหัวเวพนชเพรชนร้ากหันนในักรปารคะาม๔าณ,๕๐5๐–,๐6๐ก๐รบะราัตท
ทแลี่ผะู้เสผียู้ตห้อางยหสวามทใี่ ส๑่อยไู่ดแ้นลาะผเชู้ต็ค้อธงหนาายคืมาไรปจโาดนยวตนกล๔งซฉื้อบขาับยแฉหบวับนเลพะชร๑ก,ัน๕ใน๐ร๐าค,๐า๐๔๐,๕บ๐๐าท,๐๐๑๐ฉบบาับท
แฉลบะับผลู้ตะ้อ๑งห,๐า๐ท๐ี่ ๑,๐ไ๐ด๐้นาบเาชท็คธ๓นาฉคบาับรจราวนมว๔น,๕๔๐ฉ๐บ,๐ับ๐ฉ๐บับบลาทะ โ๑ด,ย๕ม๐ีผ๐ู้ต,้อ๐ง๐ห๐าทบี่ า๑ทเ๑ป็นฉผบู้ลับง
ฉลบายับมลือะช๑ื่อ,แ๐ล๐ะ๐ป,ร๐ะ๐ท๐ับตบราาทขอ๓งบฉรบิษับัทรผวู้ตม้อง๔ห,๕าท๐ี่ ๐๒,๐ช๐า๐ระบหานที้ค่าโแดหยวมนีผเู้ตพ้อชงรหใหาท้กี่ับ๑ผู้เเสปีย็นหผาู้ลยง
ลแลายะมตื่ออชมื่อาแเมล่ือะปเชร็คะถทึงับกตารหานขอดงชบารริษะเัทงผินู้ตป้อรงาหกาฏทวี่ ่า๒ธนชาารคะาหรนตี้คา่มาแเชห็ควไนดเพ้ปชฏริเใสหธ้กกับาผรู้เจส่าียยหเงาินย
แโดลยะใตห่อ้เหมตาุเผมล่ือวเ่าช็ ค“เถงึงินกในา หบันญดชชีไมาร่พะอเจงิน่ายป”ราผกู้เสฏียวห่า ธายนจาึงคแาจร้งตคาวมาเมชร็ ค้อไงดท้ ปุกฏขิ เ์ใสหธ้ดกาาเนริจน่าคยดเีกงัิบน
โ1ดยให้เหตุผลว่า “เงินในบัญชีไม่พอจ่าย” ผู้เสียหายจึงแจ้งความร้องทุกข์ให้ดาเนินคดีกับ
1 /ผตู้ ้องหา...
/ผตู้ ้องหา...
704 ค�ำ ชขี้ าดความเหน็ แยง้ ของอัยการสงู สุด
ผู้ต้องหาที่ ๑ และผู้ต้องหาที่ ๒ โดยนางสาว ร. กรรมการผู้มีอานาจ ในความผิดตาม
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค และในข้อหาฉ้อโกง ต่อมาผู้เสียหาย
ได้ถอนคารอ้ งทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ ๒ มีความผิดฐานร่วมกันออกเช็ค
โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คน้ัน และออกเช็คให้ใช้เงินมีจานวนสูงกว่าจานวนเงิน
ทีม่ อี ยู่ในบญั ชอี นั จะพึงใหใ้ ช้เงนิ ได้ในขณะที่ออกเช็คน้ัน หรอื ไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า บริษัทผู้ต้องหาที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัท ควคาม�ำขชเอห้ขี งน็ าแดย้ง
จากัด เดิมมีผู้ต้องหาที่ 1 เป็นกรรมการผู้มีอานาจลงลายมือชื่อและประทับตราสาคัญ อยั การสูงสุด
ของบริษัทกระทาการแทนและมีผลผูกพันบริษัท เม่ือวันที่ 19 ธันวาคม 2551 ผู้ต้องหาที่ 1
ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทผู้ต้องหาที่ 2 สั่งจ่ายเช็คของกลางจานวน 4 ฉบับ พ.ศ.๒๕๕๓
เพื่อชาระหนี้ค่าซื้อแหวนเพชรให้นาย ธ. ผู้เสียหาย และต่อมาธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธ
การจา่ ยเงนิ ตามเชค็ ของกลางท้ังสี่ฉบับ เม่ือได้ความว่าบริษัทผู้ต้องหาที่ 2 ได้จดทะเบียนแก้ไข
เปลี่ยนแปลงให้ผู้ต้องหาที่ 1 พ้นจากตาแหน่งกรรมการของบริษัทผู้ต้องหาที่ 2 ต้ังแต่วันที่
25 มีนาคม 2551 และวันที่ 12 ธันวาคม 2551 บริษัทผู้ต้องหาที่ 2 ได้จดทะเบียนแก้ไข
เพิ่มเติมให้นางสาว ร. เป็นกรรมการผู้มีอานาจของบริษัทผู้ต้องหาที่ 2 เพียงคนเดียว
พยานหลักฐานจึงฟังได้ว่าขณะที่ผู้ต้องหาที่ 1 ออกเช็คของกลางดังกล่าว ผู้ต้องหาที่ 1
ไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอานาจของบริษัทผู้ต้องหาที่ 2 และไม่ได้เป็นผู้แสดงเจตนาแทนบริษัท
ผู้ต้องหาที่ 2 แต่อย่างใด อีกท้ังนางสาว ร. ก็มิได้ร่วมลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายหรือสลักหลังเช็ค
ของกลางด้วย การออกเช็คของกลางดังกล่าวจึงเป็นการกระทาของผู้ต้องหาที่ 1 เป็นส่วนตัว
ถือไม่ได้ว่าบริษัทผู้ต้องหาที่ 2 ได้ร่วมกระทาผิดกับผู้ต้องหาที่ 1 แม้จะปรากฏว่าขณะที่
ผู้ต้องหาที่ 1 ออกเช็คของกลางนั้น บริษัทผู้ต้องหาที่ 2 ไม่ได้แจ้งเปลี่ยนชื่อผู้มีอานาจ
ออกเช็คต่อธนาคารเจ้าของเช็คก็ตาม ก็ฟังได้เพียงว่าบริษัทผู้ต้องหาที่ 2 ยอมให้ผู้ต้องหาที่ 1
เชิดตนเป็นตัวแทน ซึ่งเป็นเร่ืองที่บริษัทผู้ต้องหาที่ 2 ต้องร่วมกันรับผิดกับผู้ต้องหาที่ 1
ต่อบุคคลภายนอกในทางแพ่งเท่านั้น หามีมูลเป็นความผิดอาญาตามข้อกล่าวหาไม่
1
/คดีม.ี ..
705ค�ำ ชีข้ าดความเห็นแยง้ ของอยั การสูงสุด
คดีมพี ยานหลกั ฐานไม่พอฟ้อง ชีข้ าดไม่ฟอ้ งบริษัทผตู้ ้องหาที่ 2 ฐานร่วมกันออกเชค็ โดยเจตนาที่จะ
ไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น และออกเช็คให้ใช้เงินมีจานวนสูงกว่าจานวนเงินที่มีอยู่ในบัญชี
อันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คน้ัน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจาก
การใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (1) (3) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91
พระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4
706 ค�ำ ชขี้ าดความเหน็ แยง้ ของอยั การสูงสดุ
นิติบุคคลอำคำรชุด มหี นำ้ ทต่ี ้องดูแลรกั ษำทรัพยส์ นิ ส่วนกลำง ควคามำ� ขชเอหี้ขงน็ าแดยง้
นิติบคุ คลอำคำรใชหดุ อ้ ยมู่ใหี นนส้ำภทำ่ตี พ้อใงชดง้ ูแำนลไรดัก้อษยำำ่ทงรดพั ี ยส์ นิ ส่วนกลำง อยั การสูงสุด
ใหอ้ ยู่ในสภำพใชง้ ำนได้อยำ่ งดี พ.ศ.๒๕๕๓
คำชีข้ ำดควำมเหน็ แยง้ ที่ 308/2553
คป.ำอชาีข้ ญำาดควำปมรเหะม็นาแทยเปง้ ท็นี่เห3ต0ุใ8ห/้ผ2ู้อ5น่ื 5ได3้รับอนั ตรายสาหัส (ม.300)
ป.อาญา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อ่นื ได้รบั อันตรายสาหสั (ม.300)
นิติบุคคลอำคำรชุด ผู้ต้องหำท่ี 1, ผู้ต้องหำท่ี 2 ผู้จัดกำรและผู้ต้องหำท่ี 3
ผู้ได้รับนมิตอิบุคหคมลำอยำใคหำ้ดรูแชลุดรับผู้ผติ้อดงชหอำบทอ่ี ำ1ค, ำผรู้ตช้อุดงหมำีหทน่ี ้ำ2ทผ่ีรู่้วจมัดกัำนรจแัดลกะำผรู้ตด้อูแงลหรำักทษ่ี 3ำ
ผทู้ไรดัพ้รยับ์สมินอสบ่วหนมกำลยำใงหให้ด้อูแยลู่ใรนับสผภิดำชพอทบ่ีไอมำ่ใคหำ้เกริชดุดอันมตีหรนำ้ำยทใ่ีดร่วๆมกแันกจ่ผัดู้พกักำอรำดศูแัยลกรักำรษทำ่ี
ผทู้ตรัพ้องยห์สำินทส่ี ่ว1น-กทล่ี 3ำงมใิหได้อ้ตยรู่ใวนจสสภภำำพพทก่ีไำมร่ใใหช้เ้งกำิดนอแันลตะซรำ่อยมใบดำรๆุงแลิกฟ่ผทู้พ์ ทักั้งอทำ่ีมศีผัยู้พกบำเหร็ทน่ี
แผลู้ตะ้อแงจห้งำแทล่ี ้ว1ว-่ำทล่ี ว3ดสมลิไิงดข้ตำรดวบจำสงภเสำ้นพกจนำรเปใช็น้งเำหนตแุใหล้ละวซด่อสมลบิงำลริฟุงทล์ขิฟำทด์ ทั้งำทให่ีม้ผีผู้เู้พสีบยหเหำ็นย
ซแลึ่งโะดแยจส้งแำลรอ้ววย่ำูใลนวลดิฟสทล์ริง่วขงำหดลบ่นำลงเงสพ้นื้นจชน้ั เลป่ำ็นงเไหดต้รุใับหอ้ลันวตดรสำลยิงสลำิฟหทัส์ขำผดู้ต้อทงำหใหำ้ผทู้เ่ี ส1ีย-หทำ่ี 3ย
ซจงึ่ มโดีคยวำสมำผริดอฐยำู่ในรลว่ ิฟมทก์รัน่วกงรหะลท่นำโลดงยพปื้นรชะมั้นำลท่ำเงปไ็นดเ้รหับตอุใัหน้ผต้อูรืำ่นยไดสร้ ำับหอัสันตผรู้ตำ้อยงสหำำหทสั ่ี 1-ท่ี 3
จงึ มีควำมผิดฐำนรว่ มกนั กระทำโดยประมำทเป็นเหตใุ หผ้ อู้ ืน่ ได้รับอันตรำยสำหัส
ข้อเท็จจริงได้ความว่า บริษัท ว. จากัด ซึ่งมีผู้ต้องหาที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอานาจ
ทาการแขท้อนเแทล็จะจเรปิง็นไเดจ้คาขวอามงอวา่ คบาริษอัท. ควอ. นจโาดกัดไดซ้จึ่ดงมทีผะู้เตบ้อียงนหอาาทคี่ า2ร เอป.็นคกอรนรโมดกเาปร็นผนู้มิตีอิบาุคนคาลจ
ใทชา้ชกื่อาวร่าแอทานคแาลระชเุดป็นอเ.จค้าอขนอโงดอาโคดายรมีวอัต. ถคุปอรนะโสดงคได์เพ้จื่อดจทัดะเกบาียรนแอลาะคดูาแรลรอัก.ษคาอทนรโัพดยเ์สปิน็นสน่วิตนิบกุคลคาลง
ขใชอ้ชงื่ออวา่าคอาารคชาุดรชแุดละอใ.หค้มอี นานโดาจโดกยระมทีวาัตกถาุปรรใะดสๆงคเ์เพพื่อื่อปจรัดะกโยารชแนล์ตะาดมูแวลัตรถักุปษราะทสรงัพคย์ ต์สาินมสข่ว้อนบกังลคาับง
แขอลงะอมาตคิขาอรงชเุดจ้าแขลอะงใรห่ว้มมีอาภนาายจใกตร้ขะ้อทบาังกคาับรใขดองๆพเรพะื่อรปารชะบโัญยชญนัต์ ิอามาวคัตาถรชุปุดระพสง.ศค.์ 2ต5าม2ข2้อบโดังคยับมี
แผลตู้ ้อะมงหตาิขทอี่ ง2เจเป้าขน็ อผงู้จรดั ่วกมารภอาายคใาตร้ขช้อุดบดังกคลับ่าขวอแงลพะรไดะร้ าับชอบนัญุ ญาตัตใิอหา้จคดาทระชเบุดียพนม.ศีช.ื่อ2ว5่า2น2ิติบโุคดคยลมี
อผตู้าค้องาหราชทุดี่ 2อ.เปค็นอผนู้จโัดดกมาิรเนอียาคมาผรู้ตช้อุดดงหงั กาลท่าี ว1แลโดะไยดม้รีทับรอัพนุญย์สาินตใสห่ว้จนดกทละาเบงียคนือมทีชี่ดื่อินว,่า ทนริตัพิบุคย์คสลิน
สอ่วานคกาลราชงุ ดภาอย. ใคนอานคโาดรมชิ เุดน,ี ยทมรผัพู้ ตย้ อ์สงินหสา่วทนี่ ก1ลาโงดทยี่ใมช้รี ท่วรมั พกยัน์ สในิ นอสา่ วคนากรชลุดา งไคดื้แอกท่ลี่ ดิฟิ นท, ์โทดยรัสพายร์ ส1ิ น
เสค่วรน่ือกงลแาลงภะชาย่อใงนลอิฟาทค์โาดรยชสุดา,รท1รัพชย่อ์สงินรสว่วมนทก้ังลหา้องงทเี่ใคชร้ร่ือ่วงมลกิฟันทใน์โดอยาคสารชแุดละไหดล้แังกค่ลาิฟลทิฟ์โทด์ยโดสยาสรา1ร
ซเคึ่งรม่ือีผงู้ตแ้อลงหะาชท่อี่ง3ลิฟเปท็น์โผดู้ดยูแสลาแรล1ะเกช็บ่อเงินรคว่ามสท่ว้ังนหก้อลงาเงคแรท่ือนงผลู้ติฟ้อทง์โหดายทสี่ 2ารอแาลคะาหรชลุดังคขอางลผิฟู้ตท้อ์โงดหยาสทาี่ 1ร
มซึ่ีงทมั้งีผหู้ตม้อดงห9าทชี่้ัน3มเปีท็นี่จผอู้ดูแรลถแอลยะู่ชเกั้น็บ1เงินแคล่าะสช่ว้ันนก2ลาขงอแทงอนผาคู้ตา้อรงหแาตท่ไี่ ม2่มอีทาาคงารรถชขุดึ้นขอไปงผลู้ตา้นองจหอาดทรี่ ถ1
รมถีทั้งหม. ด 9 ช้ัน มีที่จอดรถอยู่ชั้น 1 และชั้น 2 ของอาคาร แต่ไม่มีทางรถขึ้นไปลานจอดรถ
/ชั้น 2...
รถ .
/ช้ัน 2...
707ค�ำ ชีข้ าดความเห็นแย้งของอัยการสงู สดุ
ช้ัน 2 การนารถไปจอดที่ชั้น 2 ต้องขับรถเข้าไปจอดในลิฟท์ซึ่งใช้ยกขึ้นไปที่ชั้น 2 ได้ครั้งละ
1 คัน โดยมี นาย ก. พนักงานรักษาความปลอดภัยเป็นคนคอยกดสวิทช์ไฟฟ้าให้ลิฟท์ยก
รถยนต์ข้นึ ลงชั้น 1 และช้ัน 2 ต่อมาผพู้ กั อาศัยอยู่ในอาคารชุดของผู้ต้องหาที่ 1 พบว่าเส้นลวด
ที่ฉุดลิฟท์ยกรถยนต์ขาดออกบางเส้น และเวลาลิฟท์ทางานจะมีเสียงดัง จึงแจ้งให้นาย ก. ทราบ
ซึ่งนาย ก. ได้แจ้งให้ผู้จัดการทราบแล้ว ตามวันเวลาเกิดเหตุผู้เสียหายขับรถยนต์จากบริเวณ
ลานจอดรถยนต์ ชั้น 2 เข้าไปในลิฟท์เพื่อลงไปยังชั้น 1 ขณะที่นาย ก. กาลังกดสวิทช์ให้ลิฟท์
ลงไปชั้น 1 ลวดสลิงที่ใช้สาหรับดึงลิฟท์ขึ้นลงได้ขาดออกเป็นเหตุให้ลิฟท์ได้เลื่อนลงไปชั้น 1
อย่างรวดเร็วและกระแทกพื้นช้ัน 1 เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกสันหลัง
แตกหัก และเคลื่อนหลายแห่งต้องใช้เวลารักษาประมาณ 1 ปี จึงหาย และรถยนต์ได้รับความ
เสียหายคิดเป็นเงินประมาณ 55,000 บาท ผู้เสียหายจึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้
ดาเนนิ คดีกบั ผตู้ ้องหาทั้งสาม
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ 1-ที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันกระทา
โดยประมาทเปน็ เหตใุ ห้ผู้อน่ื ได้รบั อันตรายสาหัส หรอื ไม่
อยั การสูงสดุ พิจารณาแล้ว เห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานรับฟังได้ว่า นิติบุคคลอาคารชุด
อ. คอนโดมิเนียม ผู้ต้องหาที่ 1 ผู้ต้องหาที่ 2 และผู้ต้องหาที่ 3 ซึ่งได้รับมอบหมายจากบริษัท
ว. จากัด เจ้าของอาคารชุด อ. คอนโดมิเนียม ให้มีหน้าที่รับผิดชอบและให้บริการอาคาร อ.
คอนโดมิเนียมต่างร่วมกันมีหน้าที่ในการจัดการดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางของอาคาร
ดังกล่าว รวมท้ังต้องทาการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในอาคาร เช่น ลิฟท์โดยสาร ลิฟท์ขนส่ง
รถยนต์ ให้อยู่ในสภาพที่ไม่ให้เกิดอันตรายใด ๆ แก่ผู้พักอาศัยในอาคารดังกล่าว การที่
ผู้ต้องหาที่ 1 ถึงที่ 3 มิได้ดาเนินการให้มีการตรวจสภาพการใช้งานหรือมีการซ่อมบารุง
สภาพของลิฟท์ และแก้ไขกรณีมีผู้พบเห็นลวดสลิงที่ผูกยึดฉุดดึงตัวลิฟท์ขนส่งรถยนต์
ขาดเป็นบางเส้น จนเป็นเหตุให้เส้นลวดสลิงที่ผูกยึดลิฟท์ขนส่งรถยนต์ดังกล่าวขาดหล่นลง
สู่ชั้นล่าง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่พักอาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าวซึ่งโดยสารอยู่ในลิฟท์ขณะจะนา
รถยนต์สู่พื้นช้ันล่างได้รับอันตรายสาหัส การกระทาของผู้ต้องหาที่ 1 ถึงที่ 3 จึงเป็นการ
กระทาโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส คดีมีหลักฐานพอฟ้อง ชี้ขาดให้ฟ้อง
ฟ้อง .
/นิตบิ ุคคล...
708 คำ�ชีข้ าดความเห็นแย้งของอัยการสูงสดุ
นิตบิ คุ คลอาคารชุด อ. คอนโดมิเนยี ม ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 ฐานกระทาโดยประมาท
เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 และชี้ขาด
ควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 3 ฐานกระทาโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 แต่ยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหาที่ 3 แจ้งผู้บัญชาการ
ตารวจแห่งชาติจดั การให้ได้ตัวมาดาเนนิ คดีภายในอายคุ วาม 10 ปี นับแตว่ ันกระทาผดิ
สานักงานอัยการพิเศษฝา่ ยคดีอยั การสงู สุด 3
ควคามำ� ขชเอหขี้ งน็ าแดยง้
อัยการสูงสดุ
พ.ศ.๒๕๕๓
709คำ�ช้ีขาดความเหน็ แย้งของอยั การสูงสดุ
ไมไ่ ดร้ ่วมในกำรแจง้ เกดิ อนั เปน็ เท็จ แตใ่ ช้เปน็ หลักฐำนในกำรขอมีบตั ร
ไม่ไดร้ ่วปมใรนะกจำำตรแัวจป้งรเะกชดิ ำอชันนเหปร็นอื เแทจจ็ ้งแยตำ้ ย่ใชผ้เปู้กน็ รหะทลำักไฐมำ่มนีคในวำกมำผรขิดอมีบัตร
ประจำตวั ประชำชนหรอื แจง้ ย้ำย ผกู้ ระทำไม่มีควำมผิด
คำชี้ขำดควำมเห็นแยง้ ท่ี 309/2553
คพำ.รช.บี้ข.ำดควำกมาเรหท็นะแเบยียง้ นทร่ี า3ษ0ฎ9ร/ฯ2(5ม5. ๕3๐)
พ.ร.บ. บกาตั รทปะรเะบจียานตรัวาปษรฎะรชฯาช(มน.ฯ๕(ม๐.)๑๔)
พ.ร.บ. บตั รประจาตวั ประชาชนฯ (ม. ๑๔)
ขณะท่ีมีกำรแจ้งเกิดผู้ต้องหำท่ี ๑ มีอำยุเพียง ๖ ปี ยังเป็นเด็กเล็กย่อมไม่อำจ
ร่วมกับขผณู้อื่นะทำ่ีมกีกำำรรแแจจ้ง้งเเกกิดิดอผันู้ตเ้อปง็นหเำทท็จ่ี ไ๑ด้มกีอำำรยแุเจพ้งียง้ำย๖ชปื่อี ขยอังงเปผ็นู้ตเ้อดง็กหเำลท็ก่ี ย๑่อเมขไ้ำมไ่อปำในจ
ทร่วะมเบกียับนผบู้อ้ำื่นนทอำื่นกหำลรำแยจค้งรเก้ังิดเปอ็ันกเปำ็นรแเทจ็จ้งยได้ำ้ยกทำ่ีอรยแู่ตจำ้งมย้ผำยู้ตช้อื่องหขำอทง่ีผ๒ู้ต้อแงลหะำทท่ี ่ี ๓๑ ซเขึ่งเ้ำปไ็นปลในุง
ทและเะบปีย้ำนขอบง้ำผนู้ตอ้อื่นงหหลำำทย่ี ค๑รส้ัง่วเนปก็นำกรำยรื่นแขจอ้งมย้ีำบยัตทร่ีอปยระู่ตจำำมตผัวู้ตป้อรงะหชำำทช่ีน๒ใหแมล่ขะอทงผ่ี ๓ู้ต้อซงึ่ หเปำ็นทล่ี ๑ุง
กแล็อะำปจ้ำทขำอไงปผโู้ตด้อยงไหม่ำททร่ีำ๑บวส่ำวมนีกำรยแื่นจ้งขเอกมิดีบอัตันรเปปร็นะเจทำ็จตัวสป่วรนะผชู้ตำ้อชงนหใหำมท่ขี ๒องผผู้ตู้ต้อ้ งหำท่ี ๓๑
แกม็อ้เำปจ็นทลำุงไแปลโดะปย้ำไมก่ท็ไรมำ่ปบรวำ่ำกมฏีกว่ำเรปแ็นจผ้งู้เแกจิด้งหอัรนือเปรู้เ็นหเ็นทก็จับสก่วำนรผแจู้ต้งอเงกหิดำอทัน่ี เ๒ป็นผเู้ตท้อ็จดงหังกำทล่ำี ๓ว
กแมำ้เรปท็น่ีผลู้ตุง้อแลงหะปำ้ำท่ี ก๒็ไมไ่ปดร้รำ่วกมฏใวน่ำกเปำ็นรผแู้แจจ้ง้งยห้ำรยือชรื่อู้เหผ็นู้ตก้อับงกหำำรทแ่ี จ๑้งเกเขิด้ำอทันะเปเบ็นียเทน็จบด้ำังนกขลอ่ำวง
กผู้ำตร้อทง่ีผหู้ตำ้อทง่ี ห๒ำทก่ี็ใ๒นฐไดำ้นร่วะมเปใน็นกลำุงรแแลจะ้งดย้ำยเนชินื่อกผู้ำตร้อตงหำมำทข่ี้ัน๑ตเอขน้ำขทอะเงบทียำนงบร้ำชนกขอำรง
ผพู้ยตำ้อนงหหลำักทฐ่ี ำ๒นไมกพ่็ในอฟฐงัำวน่ำะผเตู้ ปอ้ ็นงหลำุงทแ่ี ๑ละแดลำะทเน่ี ๒ินกมีสำว่รนตรำว่ มขในั้นกตำรอกนรขะทอำงผทิดำงรำชกำร
พยำนหลกั ฐำนไม่พอฟังวำ่ ผตู้ ้องหำท่ี ๑ และท่ี ๒ มีส่วนรว่ มในกำรกระทำผิด
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้กล่าวหา ได้รับคาส่ังจากผู้อานวยการเขตบางกะปิให้
ตรวจสอขบ้อกเทรณ็จจีบรุคิงคไลดม้คีชวื่อาแมลวะ่าทผาบู้กัตลร่าปวรหะาจาไตดัว้รปับรคะาชสา่ังชจนาโดกยผมู้อิชาอนบวใยนกรายรขเขอตงนบางงสกาะวปณิให.้
ตผู้รตว้อจงสหอาบทกี่ ๑รณซีบึ่งุคทคาลงทมี่วช่าือกแาลระอทาเบภัตอรเปซรกะาจาจตังัหวปวัรดะหชนาอชงนคโดายมไิชดอ้มบีหในัรงสายือขแอจง้งนใาหง้ทสราาวบณว่า.
ผู้ต้องหาที่ ๑๑ ไซดึ่ง้รทับากงาทรี่วเพ่ากิ่มาชรื่ออในาเทภะอเบเซียกนาบ้าจนังโหดวยัดมหิชนออบงคผู้ากยล่าไวดห้มาีหจนึงังไดส้ทือาแกจา้งรใตหร้ทวรจาสบอวบ่า
ผข้อูตม้อูลงหทาทงที่ ๑ะเไบดีย้รนับรกาาษรฎเพรเิ่มขชตื่อบใานงทกะะเปบิียพนบบว้า่านเมโด่ือยวมันิชทอี่ บ๒๘ผู้กมลก่ารวาหคามจึง๒ไ๕ด้ท๔า๕กาผรู้ตต้อรงวหจาสทอี่ บ๑
ไขด้อ้แมจูล้งทย้ายงทจาะกเบสียานรักางษานฎเรขเตขจตตบุจาักงรกเะขป้าิมพาบยังวบ่าเ้ามน่ือเลวขันทที่ ี่ ๑๒๑๘๕๗มก/๓ราโคดมยม๒ีน๕าย๔๕ว. ผผู้ตู้ต้อ้ งหาที่ ๒๑
ไซดึ่ง้แเปจ็น้งยเจ้า้ายบจ้านกไสดา้มนอักบงหานมเาขยตใจหต้ นุจาักงรสเขา้าวมรา.ยผังู้ตบ้อานงหเลาขทที่ ๓ี่ ๑เ๑ป๕็น๗ผู้ม/๓าแโจด้งยยม้าีนยาเขย้าวแ. ลผะู้ตต้อ่องมหาาวทันี่ ๒ที่
ซ1ึ่งเป็นเจ้าบ้านได้มอบหมายให้ นางสาว ร. ผู้ต้องหาที่ ๓ เป็นผู้มาแจ้งย้ายเข้า และต่อมาวันที่
1 /17 ตุลาคม...
/17 ตุลาคม...
710 ค�ำ ชข้ี าดความเห็นแย้งของอยั การสงู สุด
๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๕ ผู้ต้องหาที่ ๑ ได้ยื่นคาขอมีบัตรประจาตัวประชาชนกรณีบัตรหายโดยมี ควคามำ� ขชเอหี้ขงน็ าแดย้ง
ผู้ต้องหาที่ ๓ เป็นผู้รับรองในการขอมีบัตร จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่าเจ้าหน้าที่ อยั การสงู สดุ
ของสานักงานเขตบางกะปิไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทาความผิด
เพราะได้ตรวจสอบหลักฐาน ซึ่งมีการออกโดยเจ้าพนักงานและเชื่อว่าเป็นหลักฐานที่ถูกต้อง พ.ศ.๒๕๕๓
จงึ ได้จดั ทาให้ผู้ตอ้ งหาที่ ๑ มีชื่อในทะเบียนบ้านและทาบัตรประจาตัวประชาชนให้ ผู้กล่าวหาได้
รายงานให้ผู้อานวยการเขตบางกะปิทราบและได้มีการจาหน่ายคาขอมีบัตร และจาหน่ายชื่อ
ของผู้ต้องหาที่ ๑ ออกจากทะเบียนบ้านแล้ว ทางสานักงานเขตบางกะปิ เห็นว่าการกระทา
ของผู้ต้องหาท้ังสามเป็นการกระทาผิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและผู้อื่น
จึงได้มอบอานาจให้ผู้กล่าวหาไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดาเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสาม
แตต่ ่อมาผตู้ ้องหาที่ ๓ ถึงแก่ความตาย
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดฐานร่วมกัน
ทา ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทาเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อ หรือมีรายการ
อย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ และร่วมกัน
แจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรหรือการขอ
มีบตั รใหม่ หรอื เปลีย่ นบตั รประจาตวั ประชาชน หรอื ไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานรับฟังได้ว่าผู้ต้องหาที่ ๑
เป็นบุตรของนาย ท. กับนาง ฉ. และผู้ต้องหาที่ ๑ เกิดที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเม่ือวันที่
๒๙ มิถุนายน ๒๕๒๘ ดังนั้น ในขณะที่มีผู้ไปแจ้งการเกิดของผู้ต้องหาที่ ๑ ที่อาเภอเซกา
จังหวัดหนองคาย ที่มีนาย ย. ผู้ช่วยนายทะเบียนอาเภอเซกา เป็นผู้รับแจ้งการเกิดในวันที่
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ น้ัน ผู้ต้องหาที่ ๑ มีอายุเพียง ๖ ปี ยังเป็นเด็กเล็ก ย่อมไม่อาจ
ดาเนินการแจ้งหรือรู้ผิดชอบร่วมกับผู้อื่นทาการแจ้งการเกิดอันเป็นเท็จดังกล่าวได้
และการแจง้ ย้ายชือ่ ของผตู้ ้องหาที่ ๑ ไปเข้าอยู่ในทะเบียนบ้านอื่นอีกหลายคร้ัง ก็เป็นการแจ้งย้ายที่
อยู่ตามผู้ตอ้ งหาที่ ๒ และที่ ๓ ที่เป็นลุงและป้าของผู้ตอ้ งหาที่ ๑ ส่วนการยื่นขอมีบัตรประจาตัว
ประชาชนใหม่ของผตู้ ้องหาที่ ๑ กอ็ าจกระทาไปโดยไม่ทราบหรืออาจจดจาไม่ได้ว่าได้มีการแจ้ง
1
/การเกิด...
711ค�ำ ชข้ี าดความเหน็ แยง้ ของอัยการสูงสดุ
การเกิดอันเป็นเท็จในขณะที่ผู้ต้องหาที่ ๑ ยังเป็นเด็กเล็กดังกล่าว ส่วนผู้ต้องหาที่ ๒
ซึง่ ถึงแม้จะเป็นลงุ ของผู้ต้องหาที่ ๑ แต่ก็ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหาที่ ๒ ได้เป็นผู้แจ้ง
หรือได้รู้เห็นกับการแจ้งการเกิดอันเป็นเท็จดังกล่าวแต่อย่างใด การที่ผู้ต้องหาที่ ๒
ได้ร่วมในการแจ้งการย้ายชื่อผู้ต้องหาที่ ๑ เข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านของผู้ต้องหาที่ ๒ ก็เป็น
การกระทาไปในฐานะที่เป็นลุงของผู้ต้องหาที่ ๑ ซึ่งก็ได้ดาเนินการตามข้ันตอนของทางราชการ
โ ด ย ใ ช้ เ อ ก ส า ร ที่ อ อ ก โ ด ย เ จ้ า พ นั ก ง า น ที่ วิ ญ ญู ช น ท่ั ว ไ ป เ ชื่ อ ว่ า เ ป็ น ห ลั ก ฐ า น ที่ ถู ก ต้ อ ง
ท้ังไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาที่ ๒ ได้ลงชื่อรับรองผู้ต้องหาที่ ๑ ในบันทึกคาให้การรับรองบุคคล
ในการขอมบี ัตรประจาตัวประชาชนใหม่ของผู้ต้องหาที่ ๑ ต่อเจ้าหน้าที่เขตบางกะปิ แต่อย่างใด
พยานหลักฐานจึงไม่พอฟังว่าผู้ต้องหาที่ ๑ และที่ ๒ ได้กระทาความผิดตามข้อกล่าวหา
ชี้ขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ ๑ ผู้ต้องหาที่ ๒ ฐานร่วมกันทา ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ
หรือกระทาเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อ หรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน
หรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ และร่วมกันแจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐาน
อั น เ ป็ น เ ท็ จ ต่ อ พ นั ก ง า น เ จ้ า ห น้ า ที่ ใ น ก า ร ข อ มี บั ต ร ห รื อ ก า ร ข อ มี บั ต ร ใ ห ม่ ห รื อ เ ป ลี่ ย น
บัตรประจาตัวประชาชน ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๕๐
พระราชบัญญัติบัตรประจาตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๑๔ พระราชบัญญัติ
บัตรประจาตัวประชาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓
และใช้อานาจอัยการสูงสุดตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
มาตรา ๑๕ ส่ังยุติการดาเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ ๓ เพราะผู้ต้องหาที่ ๓ ถึงแก่ความตาย
ตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ
พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๕๔ (๑)
712 คำ�ชี้ขาดความเห็นแยง้ ของอยั การสูงสดุ
ควำมเหน็ ของผเู้ ชี่ยวชำญเป็นเพียงควำมเหน็ ตำมหลกั วชิ ำกำร ควคามำ� ขชเอห้ีขงน็ าแดย้ง
ควำมเหน็ ของผูเ้ ชีย่ วชำญเป็นเพียงควำมเห็นตำมหลกั วชิ ำกำร อัยการสงู สดุ
คำชี้ขำดควำมเห็นแยง้ ท่ี 310/2553 พ.ศ.๒๕๕๓
พคำ.รช.บี้ข.ำดควำเมชค็เหฯ็น(มแ.ย๔ง้ ท) ่ี 310/2553
ปพ.อร.าบญ. า เตชวั็คกฯา(รม(.ม๔.)๘๓)
ป.อาญา ตัวการ (ม. ๘๓)
ผู้ต้องหำทั้งสำมร่วมกันออกเช็คของกลำงชำระหนี้เงินกู้ล่วงหน้ำมอบให้บริษัท
ผู้เสียหผำยู้ตโ้อดงยหวำันทท้ังส่ีสำั่งมจร่ำ่วยมทก่ีลันงอในอเกชเ็คช็คขขอองกงกลลำำงงตชรำงรกะับหวนันี้เงคินรกบู้ลก่วำงหหนนด้ำชมำอรบะใเหงิ้บนรติษำัทม
ผสัญู้เสญียหำกำู้เยงโินดเยปว็นันกทำ่ีรสอ่ังอจ่กำยเชท็ค่ีลเงพใื่อนชเชำร็คะขหอนงี้ทก่ีมลีอำยงตู่จริงแกลับะวบันังคครับบไกด้ำตหำมนกดฎชำหรมะำเยงินกตำำรมท่ี
สผัญู้ต้อญงำหกำู้เทง่ีิน๒เปอ็น้ำกงำวร่ำอไมอ่เกคเยชล็คงเพชื่อใชนำเรชะ็คหหนรี้ทือ่ีมสีอัญยญู่จรำิงหแรลือะเบอังกคสับำไรดแ้ตหำ่งมหกนฎี้ในหนมำยมบกรำิษรัท่ี
ผ้ตู อ้ งหำำทท่ี ่ี ๑๒แอล้ำะงกวอ่ำงไมพ่เิสคูจยนล์หงลชักื่อฐใำนนเชได็ค้ตหรรวือจสพัญิจญำรำณหำรแือลเอ้วลกงสคำวรำแมหเ่หงห็นนว่ี้ำในไมน่ใำชม่ลบำยริษมัทือ
ผชื่อตู้ ้อของหงำบทุค่ี ค๑ลแคลนะเกดอียงวพกิสันูจซนึ่ง์หคลวักำฐมำเนหไ็นดข้ตอรงวผจู้เพชิจี่ยำวรชณำำญแจละ้วรลับงฟควังำไดม้เพหี็นยวงใ่ำดไมย่ใอชม่ลขำึ้นยอมยือู่
กชื่อั บขคอวงำบมุคสคมลเคหนตเุ ดสียมวผกลันข อซึ่งคววำำมมเเหห็น็ นขนอั้ นงผดู้เ้ วชยี่ยวกชำำรญทจ่ี ผะู้ ตร้ับอ ฟง หังไำดท้เ่ี พ๒ียงอใ้ดำ งยว่อ่ ำมไขมึ้น่ เ อคยู่
กยุ่งับเกคีย่ววำกมบั สกมำเรหบตรุหิสำมรผกลิจขกำอรงขคอวงำบมรเิษหัท็นผนู้ตั้นองดห้วำยท่ี ก๑ำเรปท็น่ีผกู้ตำ้รอกงลห่ำำวทอ่ี ้ำ๒งลอ้ำยงๆว่ำโดไมย่เไคม่มยี
ยหุ่งลเักฐีย่ ำวกนับสกนำับรสบนรุนหิ ำทรกั้งไิจมก่เำครยขใอหง้กบำริษรตัท่อผสู้ตู้ใอนงปหำรทะเ่ี ๑ด็นเปดั็นงกลำร่ำกวลใน่ำชวอ้ัน้ำสงอลบอสยวๆนโดจึยงไม่มี
หนำ้ลหักนฐกั ำหนักสลนำ้ ับงพสนยุำนนทหั้งลไกั มฐ่เำคนยใในหส้กำนำรวตน่อผสูต้ ู้ใ้อนงปหรำะทเ่ี ด๒็นตด้อังงกรล่ว่ำมวรใับนผชิดั้นดสว้ อยบสวน จึงไม่มี
น้ำหนกั หกั ลำ้ งพยำนหลักฐำนในสำนวน ผตู้ อ้ งหำท่ี ๒ ต้องรว่ มรับผิดด้วย
ข้อเทจ็ จริงได้ความว่า เม่ือวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๔๙ บริษัท ท. จากัด (มหาชน) ได้ให้
ผู้ต้องหาขท้อี่ เ๑ทจ็ โจดรยิงผไดู้ต้คอวงาหมาวท่าี่ ๒เมแ่ือลวะันผทู้ตี่ ๑้อง๔หกาทันีย่ ๓ายลนงล๒า๕ย๔ม๙ือชบื่อรปิษรัทะทับ. ตจารกาสัดา(คมัญหาขชอนง)บไรดิษ้ใัทห้
ผตู้ ้องหาที่ ๑๑กโู้เดงยินผจู้ตาน้อวงนหเางทินี่ ๒,แ๐ล๖ะ๐ผ,๐ู้ต๐้อ๐งหบาาทที่ ๓กาลหงนลดายชามรือะชเงื่อินปตร้นะพทัรบ้อตมรดาสอากคเบัญี้ยขคอืนงใบนรวิษันัที่
ผ๑ตู้๓้อพงหฤาศทจี่ ิก๑ากยู้เนงิน๒จ๕าน๔ว๙นเรงวินม๒เป,็น๐เ๖ง๐ิน,๐๒๐,๑๐๐บ๙า,ท๑๐ก๑าหบนาดทชาแรละะเงผินู้ตต้อ้นงหพารท้อี่ม๑ดอโดกยเบผี้ยูตค้อืนงหในาวทันี่ ๒ที่
๑แล๓ะผพู้ตฤ้อศงจหิกาทยี่น๓๒อ๕อ๔ก๙เชร็ควขมอเงปธ็นนเงาินคา๒ร,ไ๑ท๐ย๙พ,า๑ณ๐ิช๑ย์บจาาทกัดแล(ะมผหู้ตา้อชงนห)าสทาี่ ๑ขาโบดายงผโคู้ตล้อ่งลหงาวทันี่ ๒ที่
แสล่ังจะ่าผยู้ต๑้อ๓งหพาฤทศี่ จ๓ิกาอยอนก๒เช๕็ค๔ข๙อสงธ่ังจน่าายคเงาินรจไทานยวพนา๒ณ,๑ิช๐ย๙์ จ,๑า๐ก๑ัด บ(มาทหาใหช้แนก)่บสราิษขัทาบท.าจงโาคกลัด่ (ลมงหวาันชนท)ี่
สเพ่ังื่อจช่ายาร๑ะ๓หนพี้ดฤังศกจลิก่าาวยนต่อ๒ม๕า๔เม๙่ือสเชั่ง็คจถ่ายึงเกงาินหจนานดวกนาร๒จ,่า๑ย๐เ๙งิน,๑ต๐า๑มเบช็คาทผใู้ตห้อ้แงกห่บารทิษี่ ัท๑ทโด. จยผากู้ตัด้อง(มหหาาทชี่ น๓)
เ1พื่อชาระหนี้ดังกล่าว ต่อมาเม่ือเช็คถึงกาหนดการจ่ายเงินตามเช็ค ผู้ต้องหาที่ ๑ โดยผู้ต้องหาที่ ๓
1 /กรรมการ...
/กรรมการ...
713คำ�ชีข้ าดความเหน็ แยง้ ของอัยการสงู สดุ
กรรมการผู้จัดการได้ขอผ่อนผันกับบริษัท ท. จากัด (มหาชน) ไม่ให้นาเช็คไปเรียกเก็บเงินใน
วันที่ ๑๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๙ เนือ่ งจากประสบปัญหาทางด้านการเงนิ จึงขอให้บริษัท ท. จากัด
(มหาชน) เรียกเก็บเงินในวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ ซึ่งบริษัท ท. จากัด (มหาชน) นาเช็ค
ดังกล่าวไปเข้าบัญชบี ริษทั ทีธ่ นาคารไทยพาณิชย์ จากัด (มหาชน) สาขาอโศก เพื่อเรียกเก็บเงิน
ตามวิธีทางธนาคาร ปรากฏว่าในวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ ธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธ
การจ่ายเงินตามเช็ค โดยให้เหตุผลว่า “มีคาส่ังให้ระงับการจ่าย” หลังจากน้ันบริษัท ท. จากัด
(มหาชน) พยายามติดตามทวงถามเร่ืองเงินตามเช็คกับผู้ต้องหาทั้งสาม แต่ไม่ได้รับชาระเงิน
ตามเช็คมีการบ่ายเบี่ยงหลบหนีเร่ือยมา เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย จึงได้มอบอานาจให้
ผู้กล่าวหาร้องทุกข์มอบคดีให้พนักงานสอบสวนเพื่อดาเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ ๑ ในฐานะนิติบุคคล
ผตู้ ้องหาที่ ๒ และผตู้ ้องหาที่ ๓ ในฐานะส่วนตัว และเปน็ ผสู้ ั่งจา่ ยเชค็ จนกว่าคดีจะถึงทีส่ ุด
คดีมปี ัญหาใหอ้ ัยการสงู สุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ ๑ ผู้ต้องหาที่ ๒ มีความผิดฐานร่วมกัน
ออกเช็คเพื่อชาระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมายโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงิน
ตามเช็คน้ัน และออกเช็คให้ใช้เงินมีจานวนสูงกว่าจานวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้
ในขณะทีอ่ อกเชค็ นั้น หรอื ไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานฟังได้ว่า เม่ือวันที่
๑4 กันยายน ๒๕๔๙ บริษทั ผู้ต้องหาที่ ๑ โดยผู้ต้องหาที่ ๒ ผู้ต้องหาที่ ๓ กรรมการผู้มีอานาจ
ลงชื่อและประทับตราสาคัญของบริษัทกระทาการแทนและมีผลผูกพันบริษัทผู้ต้องหาที่ ๑ ได้
ออกเช็คของกลาง เพื่อชาระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยให้แก่บริษัท ท. จากัด (มหาชน) ผู้เสียหาย
ครั้นถึงกาหนดสงั่ จ่าย ปรากฏว่าธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คของกลางด้วยเหตุผลว่า
“มีคาสั่งให้ระงับการจ่าย” เม่ือได้ความว่าในการกู้เงินดังกล่าวบริษัทผู้เสียหายมีสัญญากู้เงิน
ที่แสดงว่าผู้ต้องหาท้ังสามกู้ยืมเงินจากบริษัทผู้เสียหายจึงย่อมฟังได้ว่าผู้ต้องหาท้ังสาม
เป็นหนี้กู้ยืมเงินบริษัทผู้เสียหายตามสัญญากู้เงินน้ัน การที่ผู้ต้องหาทั้งสามร่วมกันออกเช็ค
ของกลางชาระหนี้เงินกู้ดังกล่าวไว้ล่วงหน้ามอบให้บริษัทผู้เสียหาย โดยวันที่ส่ังจ่ายที่ลงในเช็ค
1
/ของกลาง...
714 คำ�ชีข้ าดความเหน็ แย้งของอยั การสงู สุด
ของกลางตรงกับวันที่ครบกาหนดชาระเงินตามสัญญากู้เงิน การสั่งจ่ายเช็คของกลางดังกล่าว ควคามำ� ขชเอห้ขี ง็นาแดยง้
ย่อมถือว่าเป็นการออกเช็คเพื่อชาระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย เม่ือธนาคารปฏิเสธ อัยการสงู สุด
ไม่ใช้เงนิ ตามเชค็ ของกลาง การกระทาของผตู้ ้องหาทั้งสามจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่า
ด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (1), (3) ประกอบประมวล พ.ศ.๒๕๕๓
กฎหมายอาญา มาตรา 83 ส่วนที่ผู้ต้องหาที่ 2 ร้องขอความเป็นธรรมอ้างว่าการบริหาร
กิจการของบริษัทผู้ต้องหาที่ 1 มีผู้ต้องหาที่ 3 เป็นผู้ดาเนินการเพียงผู้เดียว ผู้ต้องหาที่ 2
ไม่เคยลงชื่อในเช็คหรือสัญญาหรือเอกสารแห่งหนี้ในนามของบริษัทผู้ต้องหาที่ 1 แต่อย่างใด
และขอให้ส่งลายมือชื่อของผู้ต้องหาที่ 2 ในเอกสารต่าง ๆ ไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับ
ลายมอื ชื่อของผตู้ ้องหาที่ 2 ในเช็คของกลางและสัญญากู้เงินดังกล่าว ซึ่งว่าที่พันตารวจตรีหญิง ศ.
นักวิทยาศาสตร์ (สบ 2) กลุ่มงานตรวจเอกสาร กองพิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจพิจารณาลายมือ
ชื่อของผู้ต้องหาที่ 2 ในเช็คของกลางและสัญญากู้เงินดังกล่าวเปรียบเทียบกับลายมือชื่อ
ของผู้ต้องหาที่ 2 ที่เขียนไว้ในเอกสารต่าง ๆ และตัวอย่างลายมือชื่อที่ผู้ต้องหาที่ 2 เขียนต่อ
หน้าพนักงานสอบสวนแล้ว ลงความเห็นว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน เน่ืองจากมี
คุณสมบัติของการเขียนและรูปลักษณะของลายมือชื่อแตกต่างกันน้ัน เห็นว่า ความเห็นของ
ผู้เชี่ยวชาญเป็นเพียงความเห็นตามหลักวิชาการเท่าน้ัน เนื่องจากลายมือชื่อผู้ต้องหาที่ 2
ในเอกสารต่าง ๆ และตัวอย่างลายมือชื่อที่ส่งไปตรวจพิสูจน์มีคุณสมบัติการเขียน รูปลักษณะ
ของตัวอักษรแตกต่างกับลายมือชื่อผู้ต้องหาที่ 2 ในเช็คของกลาง และสัญญากู้เงินซึ่งเป็น
การเขียนต่างกันตามกาลเวลาผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้ต้องหาที่ 2 จึงเป็นเพียง
ข้อสันนิษฐานเท่านั้น ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวจะรับฟังได้เพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับ
ความสมเหตุสมผลของความเห็นนั้นด้วย มิใช่ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นอย่างไรแล้วต้องฟัง
ตามน้ันเสมอไป ส่วนข้ออ้างของผู้ต้องหาที่ 2 ที่ว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการบริหารกิจการ
ของบริษัทผู้ต้องหาที่ 1 เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐานมาแสดงสนับสนุน
ข้ออ้างดังกล่าว ประกอบกับผู้ต้องหาที่ 2 ได้ร้องขอความเป็นธรรมยกอ้างข้อต่อสู้โดยไม่เคย
ให้การไว้เช่นนี้ในชั้นสอบสวนท้ังที่สามารถให้การปฏิเสธต่อสู้ในประเด็นดังกล่าวได้มาแต่แรก
ข้อต่อสู้ของผู้ต้องหาที่ 2 จึงไม่มีน้าหนักและเหตุผลรับฟังหักล้างพยานหลักฐานที่ปรากฏ
ในสานวนได้ คดีมีพยานหลักฐานพอฟ้อง ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2
ฐานร่วมกันออกเช็คเพื่อชาระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยเจตนาที่จะไม่ให้
1
/มีการ...
715คำ�ช้ขี าดความเหน็ แย้งของอยั การสงู สดุ
มีการใช้เงินตามเช็คน้ัน และออกเช็คให้ใช้เงินมีจานวนสูงกว่าจานวนเงินที่มีอยู่ในบัญชี
อันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คน้ัน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิด
จากการใชเ้ ช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (1), (3) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เช็คและ
ใบคืนเช็คของกลางให้แจ้งพนักงานสอบสวนจัดการ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา ๘๕ เมื่อคดีถึงทีส่ ุด
716 ค�ำ ชข้ี าดความเหน็ แยง้ ของอยั การสงู สดุ
เป็นเพียงลกู จำ้ ง ไม่ผดิ ฐำนใหเ้ ชำ่ แลกเปลย่ี น หรือจำหนำ่ ยภำพยนตร์ ฯ
คำชีข้ ำดควำมเห็นแย้งท่ี 334/2553 ควคาม�ำขชเอห้ีขง็นาแดย้ง
พ.ร.บ. ภาพยนตรแ์ ละวีดิทศั น์ ฯ (ม.38,39) อยั การสงู สดุ
ขณะเกิดเหตุผู้ต้องหำมีอำยุ 16 ปีเศษ จบกำรศึกษำช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 3 พ.ศ.๒๕๕๓
แล้วไม่ได้ศึกษำต่อเนื่องจำกบิดำมำรดำถึงแก่กรรมและฐำนะทำงครอบครัวยำกจน
ผู้ต้องหำประกอบอำชีพรับจ้ำงท่ัวไปเพื่อเลี้ยงดูตนเองมำตลอด ปรำกฏตำมรำยงำน
แสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกบั เดก็ และเยำวชน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนกำรสอบสวนท่ี
จัดทำโดยพนกั งำนคุมประพฤติคดีจึงมีพยำนหลักฐำนฟังได้ว่ำผู้ต้องหำเป็นเพียงลูกจ้ำง
ได้รับค่ำจ้ำงจำกกำรขำยแผ่นดีวีดีและวีซีดีภำพยนตร์ของกลำงให้แก่นำยจ้ำง ผู้ต้องหำ
ไม่ใช่ผู้ประกอบกิจกำรในควำมหมำยตำมมำตรำ 38 แห่งพระรำชบัญญัติภำพยนตร์
และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 จึงไม่มีควำมผิดฐำนประกอบกิจกำรให้เช่ำ แลกเปลี่ยนหรือ
จำหนำ่ ยภำพยนตรโ์ ดยไม่ได้รบั ใบอนุญำตจำกนำยทะเบียน
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนมีการจับกุม ผู้กล่าวหากับพวก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตารวจ
ประจากองบงั คับการตารวจปราบปราม (กก. 5 บก.ป.) ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการละเมิด
ลิขสิทธิป์ ระเภทดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียงฯ แล้วนาออกเสนอขายเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต
ที่บริเวณตลาดนัดในปั๊มน้ามันที่เกิดเหตุ ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุผู้กล่าวหากับพวกจึงเดินทาง
ไปตรวจสอบพบผู้ต้องหา อายุ 16 ปีเศษ กาลังเสนอขายแผ่นดีวีดีภาพยนตร์และเพลง
และแผ่นวีซีดีภาพยนตร์และเพลง ให้แก่ประชาชนท่ัวไปอยู่ที่แผงค้าขาย ผู้กล่าวหากับพวก
จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตารวจและทาการตรวจสอบพบแผ่นดีวีดีภาพยนตร์และเพลงจานวน
500 แผ่น และแผ่นวีซีดีภาพยนตร์และเพลงจานวน 250 แผ่น จึงยึดเป็นของกลางและจับกุม
แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาว่า ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจาหน่ายภาพยนตร์
โดยทาเป็นธุรกิจ หรือได้รับประโยชน์ตอบแทน โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน
ชั้นจบั กมุ ผตู้ ้องหาให้การรบั สารภาพ
/คดีม.ี ..
717ค�ำ ชีข้ าดความเหน็ แยง้ ของอัยการสูงสุด
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหามีความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า
แลกเปลี่ยน หรือจาหน่ายภาพยนตร์โดยทาเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน โดยไม่ได้รับ
ใบอนญุ าตจากนายทะเบียน หรอื ไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน
หรือจาหน่ายภาพยนตร์โดยทาเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
จากนายทะเบียน ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38
มีองค์ประกอบความผิดที่สาคัญประการหนึ่งคือ ผู้กระทาความผิดต้องเป็นผู้ประกอบกิจการ
โดยทาเปน็ ธรุ กิจหรอื ได้รับประโยชน์ตอบแทนทางหนึ่งทางใดในการประกอบกิจการน้ันด้วย คดี
นมี้ ีสบิ ตารวจโท ว. ผู้กล่าวหาและดาบตารวจ บ. ให้การยืนยันสอดคล้องกันว่า ขณะจับกุมพบ
ผู้ต้องหากาลังขายและเสนอขายแผ่นดีวีดีและวีซีดีภาพยนตร์ของกลาง จานวน 750 แผ่น
ให้แก่ลูกค้า ช้ันจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นลูกจ้างผู้ดูแลแผงจาหน่ายสินค้า
ดังกล่าว ประกอบกับปรากฏข้อเท็จจริงจากรายงานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน
ของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสาคร ว่าขณะเกิดเหตุผู้ต้องหามีอายุ
16 ปีเศษ มีภูมิลาเนาอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วไม่ได้
ศึกษาต่อเน่ืองจากบิดามารดาถึงแก่กรรมและฐานะทางครอบครัวยากจน ผู้ต้องหาประกอบ
อาชีพรับจ้างทั่วไปเพื่อเลี้ยงดูตนเองมาตลอด ซึ่งรายงานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กและ
เยาวชนดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของสานวนการสอบสวนที่จัดทาโดยพนักงานคุมประพฤติซึ่ง
เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ คดีจึงมีพยานหลักฐานฟังได้ว่าผู้ต้องหาเป็นเพียงลูกจ้างได้รับค่าจ้าง
จากการขายแผ่นดีวีดีและวีซีดีภาพยนตร์ของกลางให้แก่นายจ้าง ผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ประกอบ
กิจการในความหมายตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์
พ.ศ. 2551 จึงไม่มีหน้าที่ต้องไปขออนุญาตจากนายทะเบียนในการดาเนินการดังกล่าว
การกระทาของผตู้ ้องหาจงึ ไม่มีความผิดตามฐานความผิดน้ี ชขี้ าดไม่ฟอ้ ง ผตู้ ้องหา ฐานประกอบ
กิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจาหน่ายภาพยนตร์โดยทาเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน
โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์
พ.ศ. 2551 มาตรา 38 วรรคหนึง่ , 79
718 ค�ำ ชี้ขาดความเห็นแย้งของอัยการสูงสุด
จอดรถบนถนนในท่มี ืดโดยไมเ่ ปิดไฟหรือให้สัญญำณใด ๆ เปน็ ประมำท
คำชีข้ ำดควำมเห็นแย้งที่ 348/2553
พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ (ม.43(4),157)
ป.อาญา ประมาทเป็นเหตใุ ห้ผู้อน่ื ถึงแก่ความตาย (ม.291)
กำรทผ่ี ู้ต้องหำท่ี 1 จอดรถยนต์บรรทุกพ่วงในช่องทำงเดินรถช่องซ้ำยในเวลำมืดค่ำ
โดยไมเ่ ปิดไฟหรือให้สัญญำณใดๆ เป็นเหตุให้ผู้ต้องหำท่ี 2 ขับรถชนท้ำยรถยนต์บรรทุกพ่วง
อยำ่ งแรงทำให้ผตู้ ้องหำท่ี 2 ถงึ แกค่ วำมตำย อันเป็นผลจำกควำมประมำทของผู้ต้องหำท่ี 1
ผู้ต้องหำท่ี 1 จงึ มีควำมผิดฐำนกระทำโดยประมำทเป็นเหตุใหผ้ อู้ ื่นถงึ แกค่ วำมตำย
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นพนักงานขับรถของบริษัท ช. ซึ่งประกอบ ควคาม�ำขชเอหีข้ งน็ าแดย้ง
กิจการรับจ้างขนส่งสินค้า วันเกิดเหตุ บริษัท ช. ได้ส่ังให้ผู้ต้องหาที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกพ่วง อัยการสงู สุด
ไปรบั เหลก็ ที่บริษัท พ. ซึ่งตั้งอยู่บนถนน บางนา-ตราด ผู้ต้องหาที่ 1 จึงขับรถยนต์บรรทุกพ่วง
คันเกิดเหตุไปถึงบริษัท พ.เวลาประมาณ 02.00 นาฬิกา และได้จอดรถยนต์บรรทุกพ่วง พ.ศ.๒๕๕๓
คันเกิดเหตุไว้ในช่องทางที่ 1 ริมถนนหน้าบริษัท พ. เนื่องจากทางบริษัท พ. ยังไม่เปิดทาการ
โดยได้นาท่อนไม้มาวางไว้ที่ล้อรถยนต์บรรทุกเพื่อไม่ให้รถไหลถอยหลังและนอนอยู่ภายใน
รถยนต์โดยติดเคร่ืองรถยนต์ไว้ แต่ผู้ต้องหาที่ 1 ไม่ได้เปิดไฟรถให้แสงสว่างแต่อย่างใด
จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.00 นาฬิกาได้มีผู้ต้องหาที่ 2 ขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล มาตามถนน
บางนา-ตราดขาเข้าด้วยความเร็ว และพุ่งชนท้ายส่วนพ่วงท้ายรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ
ที่ผู้ต้องหาที่ 1 ขับมาจอด เป็นเหตุให้รถยนต์ของผู้ต้องหาที่ 2 เสียหลักไปจอดอยู่บริเวณ
ช่องทางที่ 2 และที่ 3 ของถนนบางนา-ตราดขาเข้า รถยนต์บรรทุกพ่วงคันเกิดเหตุและรถยนต์น่ัง
ส่วนบคุ คลที่ผู้ตอ้ งหาที่ 2 ขับ ได้รบั ความเสียหาย ผู้ต้องหาที่ 2 ได้รับบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตาย
ในเวลาตอ่ มา
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ 1 มีความผิดฐานกระทาโดยประมาท
เป็นเหตใุ ห้ผู้อ่นื ถึงแก่ความตาย หรอื ไม่
/อัยการสูงสุด...
719คำ�ช้ขี าดความเหน็ แยง้ ของอยั การสูงสุด
อยั การสงู สดุ พิจารณาแล้ว เห็นว่า การที่ผู้ต้องหาที่ 1 จอดรถยนต์บรรทุกพ่วง ในทาง
เดินรถชอ่ งซ้ายในเวลามดื ค่าโดยไม่เปิดไฟหรือใช้แสงสว่างหรือให้สัญญาณใด ๆ ตามที่กาหนด
ไว้ในกฎกระทรวง เพือ่ เปน็ สัญญาณใหผ้ ขู้ ับรถคนั อืน่ มองเห็นรถที่จอดอยู่ในลกั ษณะกีดขวางการจราจร
เปน็ เหตุให้ผู้ตอ้ งหาที่ 2 ซึง่ ขบั รถยนต์นัง่ สว่ นบคุ คลมาทางดา้ นหลังไม่สามารถมองเห็นรถยนต์
บรรทุกพ่วงที่ผู้ตอ้ งหาที่ 1 จอดไว้ในระยะหา่ งเพียงพอที่ผู้ตอ้ งหาที่ 2 จะหยดุ รถหรือหลบหลีกไปได้
ผตู้ ้องหาที่ 2 จงึ ขับรถชนท้ายรถยนต์บรรทุกพ่วงดังกล่าวอย่างแรงทาให้ผู้ต้องหาที่ 2 ถึงแก่ความตาย
อันเป็นผลจากความประมาทของผู้ต้องหาที่ 1 ที่จอดรถโดยขาดสานึกและขาดความ
รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้ร่วมใช้ถนนรายอื่น แม้จะฟังได้ว่าผู้ต้องหาที่ 2 มีส่วน
ประมาทอยู่ด้วยกต็ าม ก็ต้องถือว่าเหตุที่ผู้ต้องหาที่ 2 ถึงแก่ความตายเกิดจากความประมาท
ของผู้ตอ้ งหาที่ 1 ด้วย จึงเป็นผลโดยตรงที่เกิดจากความประมาทของผู้ต้องหาที่ 1 ที่งดเว้น
การที่จักต้องกระทาเพื่อป้องกันผลน้ัน ผู้ต้องหาที่ 1 จึงมีความผิดฐานกระทาโดยประมาท
เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 แต่การกระทา
ของผู้ต้องหาที่ 1 หาใช่ผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการขับรถโดยประมาทของผู้ต้องหาที่ 1 ไม่
ผู้ต้องหาที่ 1 จึงไม่มีความผิดฐานขับรถโดยประมาทตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก
พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 157 ซึ่งคดีขาดอายุความแล้ว ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1
ฐานกระทาโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 291
หมำยเหตุ
คดีนี้พนักงานอัยการ สั่งยุติการดาเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ 2 เพราะผู้ต้องหาที่ 2
ถึงแก่ความตาย ตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของ
พนกั งานอยั การ พ.ศ. 2547 ข้อ 54 (1)
720 คำ�ชี้ขาดความเหน็ แยง้ ของอัยการสูงสุด
ทำใหท้ รพั ยซ์ ง่ึ เปน็ สว่ นควบของทีด่ ินเสียหำย ผิดฐำนทำให้เสียทรัพย์
คำชี้ขำดควำมเหน็ แย้งที่ 357/2553
ป.อาญา ทาให้เสียทรพั ย์ที่เป็นพืชหรอื พืชผลของกสิกร (ม.359)
ผเู้ สียหำยซื้อทีด่ นิ มือเปล่ำจำกผตู้ อ้ งหำท่ี 1 และเขำ้ ครอบครองปลูกต้นมะยงชิด ควคาม�ำขชเอหข้ี งน็ าแดยง้
ต้นมังคุด และต้นปำล์มน้ำมัน ไว้บนท่ีดินดังกล่ำว โดยผู้ต้องหำท่ี 1 ไม่ได้โต้แย้งกำร อยั การสงู สดุ
ครอบครองท่ดี ินพิพำท ดังนน้ั ผเู้ สียหำยจงึ ไดไ้ ปซึง่ กำรครอบครองในทด่ี ินพิพำท ตำมประมวล
กฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 1367 ส่วนต้นมะยงชิด ต้นมังคุด และต้นปำล์มน้ำมัน พ.ศ.๒๕๕๓
เป็นไม้ยืนต้น จึงเป็นส่วนควบของท่ีดิน ตำม มำตรำ 145 วรรคหนึ่ง และตกเป็นกรรมสิทธิ์
ของผู้เสียหำยซึง่ เปน็ ผ้คู รอบครองทด่ี ิน กำรท่ีผู้ต้องหำท่ี 1 และผู้ต้องหำท่ี 2 ร่วมกันตัดฟัน
ต้นไมด้ งั กล่ำว จึงมีควำมผิดฐำนร่วมกนั ทำให้เสียทรัพย์ทเ่ี ปน็ พชื หรือพืชผลของกสิกร
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เสียหายได้ซื้อที่ดินสวนยางพาราจากผู้ต้องหาที่ 1 เนื้อที่
ประมาณ 15 ไร่ โดยไม่ได้ทาเป็นหนังสือ เพียงแต่จ่ายเงินและส่งมอบที่ดินให้ผู้เสียหาย
ที่ดินดังกล่าวไม่มีเอกสารหลักฐานที่ดินของทางราชการ ผู้เสียหายได้เข้าไปครอบครอง
ทาประโยชน์ตลอดมา โดยทางทิศเหนือติดห้วยซึ่งมีเน้ือที่ระหว่างห้วยกับสวนยางพาราที่ยังไม่ได้
ปลูกยางพาราประมาณ 1 ไร่เศษ ผู้เสียหายได้ปลูกต้นมะยงชิดอายุประมาณ 10 ปี จานวน
3 ต้น ต้นมังคุดอายุประมาณ 4 ปี จานวน 1 ต้น และต้นปาล์มน้ามันอายุประมาณ 2 ปี
จานวน 21 ต้น ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุผู้ต้องหาที่ 1 กล่าวอ้างว่าที่ดินส่วนที่ผู้เสียหาย
ปลูกต้นไม้ดังกล่าวเป็นของตน โดยผู้ต้องหาที่ 1 ได้เข้ามาทาประโยชน์ปลูกยางพาราและ
ต้นเงาะอยู่ก่อนแล้ว และได้ร่วมกับผู้ต้องหาที่ 2 นามีดพร้ามาตัดฟันต้นไม้ทั้งหมด ทาให้
ผเู้ สียหายได้รับความเสียหาย ผเู้ สียหายจงึ แจง้ ความร้องทกุ ข์ดาเนินคดีกับผตู้ ้องหาทั้งสอง
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า การกระทาของผู้ต้องหาทั้งสองเป็นความผิดฐาน
ร่วมกันทาให้เสียทรพั ย์ที่เปน็ พืชผลของกสิกร หรอื ไม่
/อยั การ...
721ค�ำ ชีข้ าดความเห็นแยง้ ของอยั การสูงสุด
อัยการสูงสดุ พิจารณาแล้ว เหน็ ว่า คดีมพี ยานหลักฐานฟงั ได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า
ที่ผู้เสียหาย ซึ่งประกอบอาชีพทาสวนได้ซื้อมาจากผู้ต้องหาที่ ๑ ก่อนเกิดเหตุประมาณ ๑๓ ปี
หลังจากน้ันผู้เสียหายได้เข้าครอบครองและปลูกต้นมะยงชิด (อายุประมาณ ๑๐ ปี) จานวน ๓ ต้น
ต้นมังคุด (อายุประมาณ ๔ ปี ) จานวน ๑ ต้น ต้นปาล์มน้ามัน (อายุประมาณ ๒ ปี) จานวน
๒๑ ต้น ไว้บนที่ดินดังกล่าว โดยผู้ต้องหาที่ ๑ ไม่ได้โต้แย้งการครอบครองที่ดินพิพาทของ
ผู้เสียหาย แต่อย่างใด ดังน้ันผู้เสียหายจึงได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๗ ส่วนต้นมะยงชิด ต้นมังคุด และต้นปาล์มน้ามัน
เป็นไม้ยืนต้นจึงเป็นส่วนควบของที่ดิน ตามมาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง และตกเป็นกรรมสิทธิ์
ของผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาท การที่ผู้ต้องหาที่ ๑ และผู้ต้องหาที่ ๒ ซึ่งเป็น
บุตรชายร่วมกันตัดฟันต้นไม้ดังกล่าว จึงมีความผิดฐานร่วมกันทาให้เสียทรัพย์ที่เป็นพืช
หรือพืชผลของกสิกร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๙ (๔) ส่วนที่ผู้ต้องหาที่ ๑
ใหก้ ารต่อสู้ ในช้ันสอบสวนว่าผเู้ สียหายปลูกต้นไม้ดงั กล่าวในทีด่ นิ ของผตู้ ้องหาที่ ๑ โดยไม่มีสทิ ธินั้น
ไม่ถือเป็นการโต้เถียงสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทอันจะทาให้การกระทาของผู้ต้องหาที่ ๑
ไม่เป็นความผิด เนื่องจากไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาที่ ๑ ได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการ
ครอบครองจากผู้เสียหายภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง ตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ วรรคสอง การใช้สิทธิโต้แย้งการครอบครองที่ดิน
พิพาทของผู้เสียหายจึงสิ้นสุดลงนับแต่นั้น ข้อต่อสู้ของผู้ต้องที่ ๑ ไม่มีน้าหนักให้รับฟัง
คดีมพี ยานหลกั ฐานพอฟ้อง ชีข้ าดใหฟ้ ้องผตู้ ้องหาที่ ๑ และผตู้ ้องหาที่ ๒ ฐานร่วมกนั ทาใหเ้ สียทรัพย์
ที่เป็นพืชหรอื พืชผลของกสิกร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๙ (๔), ๘๓
722 ค�ำ ชีข้ าดความเห็นแย้งของอัยการสงู สุด
ครอบครองทรพั ยส์ นิ กอ่ นกรรมสิทธิเ์ ปลีย่ นมือ แล้วนำไปขำยเป็นยกั ยอก ควคาม�ำขชเอหขี้ ง็นาแดย้ง
อยั การสูงสุด
คำชี้ขำดควำมเห็นแย้งท่ี ๓๕๘/๒๕๕๓
ป.อาญา ลกั ทรัพย์ฯ (ม. ๓๓๔, ๓๓๖ ทวิ) พ.ศ.๒๕๕๓
ยกั ยอก (ม. ๓๕๒)
ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหำและนำงสำว ช. ได้ครอบครองท่ีดินและบ้ำนท่ีเกิดเหตุ
จนนำงสำว ช. ได้รับกรรมสิทธิ์ในท่ีดิน แต่ผู้ต้องหำยังคงครอบครองท่ีดินและบ้ำนเกิดเหตุ
กำรท่ีนำงสำว ช. ได้ขำยฝำกท่ีดินดังกล่ำวและบ้ำนท่ีเกิดเหตุให้กับนำง จ. ผู้เสียหำย
แล้วไม่สำมำรถทำกำรไถ่ถอนทรัพย์ท่ีนำไปขำยฝำกได้ ทำให้ท่ีดินและบ้ำนท่ีเกิดเหตุ
ตกเป็นกรรมสิทธิข์ องผู้เสียหำย กำรทผ่ี ู้ตอ้ งหำซึ่งยังครอบครองและพักอำศัยอยู่ในท่ีดิน
และบำ้ นท่เี กิดเหตุ และผู้ต้องหำได้สั่งให้นำย ส.ร้ือรั้วเหล็กของกลำงซึ่งก้ันแนวเขตท่ีดิน
ดังกล่ำวออกแล้วนำไปขำยเอำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตน ถือได้ว่ำเป็นกำรเบียดบัง
ทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนโดยทุจริต เป็นควำมผิดฐำนยักยอกหำใช่ควำมผิดฐำน
ลกั ทรัพย์ไม่
ข้อเท็จจริงได้ความว่า เม่ือวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๙ ผู้เสียหายได้รับซื้อฝากบ้านที่
เกิดเหตุจากนางสาว ช.น้องสาวของผู้ต้องหา เม่ือครบกาหนดระยะเวลาไถ่ถอน นางสาว ช.
ไม่สามารถนาเงินมาไถ่ถอนได้ ผู้เสียหายได้ขยายระยะเวลาไถ่ถอนให้ ๙ คร้ัง ต่อมาวันที่
๗ มีนาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ผู้เสียหายได้ไปที่บ้านที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบ
ความเรียบร้อย พบว่ารั้วเหล็กทางด้านทิศตะวันตกและตะวันออกของบ้านได้ถูกตัดออกไป
จานวนรวม ๒๓ ช่อง ค่าเสียหาย ๓๔,๕๐๐ บาท สอบถามนาง จ. ภรรยาของผู้ต้องหา
แจ้งว่าให้ไปถามผู้ต้องหา ผู้เสียหายตกลงกับผู้ต้องหาไม่ได้ โดยผู้เสียหายทราบว่าผู้ต้องหา
ใช้ให้นาย ส. ตัดและนารั้วเหล็กไปขาย โดยใช้รถยนต์กระบะเป็นยานพาหนะ ผู้เสียหายจึง
ติดตามไปซอื้ คืน และร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
/คดีม.ี ..
723ค�ำ ช้ีขาดความเห็นแยง้ ของอยั การสงู สุด
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า การกระทาของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ฯ
หรอื ไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๓๕ นาง ค.
ซึ่งเป็นมารดาของผู้ต้องหาและนางสาว ช. น้องสาวของผู้ต้องหา ได้ยกที่ดินเน้ือที่ ๑ งาน
๙๘ ตารางวา ให้แก่ผู้ต้องหาโดยไม่ได้ทาเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
หลังจากน้ันผู้ต้องหาได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวและปลูกบ้านที่เกิดเหตุบนที่ดินดังกล่าวไว้
พักอาศัยกับครอบครัว ต่อมาวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๘ นาง ค. ได้ยกที่ดินดังกล่าวให้แก่
นางสาว ช. โดยทาเป็นหนังสือและจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่ผู้ต้องหาก็ยังคง
ครอบครองที่ดินดังกล่าวและบ้านที่เกิดเหตุอยู่ และต่อมาวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๙
นางสาว ช. ได้ขายฝากที่ดินดังกล่าวและบ้านที่เกิดเหตุให้กับผู้เสียหาย คร้ันครบกาหนด
ระยะเวลาไถ่ถอน ครั้งสุดท้ายเม่ือวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ นางสาว ช. ไม่สามารถทา
การไถ่ถอนทรัพย์ที่นาไปขายฝากได้ ทาให้ที่ดินดังกล่าวและบ้านที่เกิดเหตุตกเป็นกรรมสิทธิ์
ของผู้เสียหาย การที่ผู้ต้องหาซึ่งยังครอบครองและพักอาศัยอยู่ในที่ดินดังกล่าวและ
บ้านที่เกิดเหตุได้สั่งให้นาย ส.ร้ือรั้วเหล็กของกลางซึ่งกั้นแนวเขตที่ดินดังกล่าวออกแล้ว
นาไปขายเอาเงินไปใช้ประโยชน์สว่ นตน การกระทาของผู้ต้องหาถือได้ว่าเป็นการเบียดบังทรัพย์
ของผู้อื่นเป็นของตนโดยทุจริต จึงเป็นความผิดฐานยักยอก หาใช่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ไม่
ชีข้ าดไม่ฟอ้ งผู้ตอ้ งหา ฐานลักทรัพย์ของผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทา
ความผิดหรือพาทรัพย์น้ันไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔,
๓๓๖ ทวิ ประกาศของคณะปฏิบัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๓
และส่ังฟ้องผู้ต้องหา ฐานยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ส่วนรั้วเหล็ก
ของกลางให้แจ้งพนักงานสอบสวนจัดการ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา ๘๕
724 คำ�ชข้ี าดความเห็นแย้งของอยั การสงู สุด
ไมห่ ้ำมปรำมหรือขดั ขวำง เปน็ สนับสนนุ
คำชี้ขำดควำมเหน็ แยง้ ที่ 360/2553
ป.อาญา สนับสนุน (ม.86)
ข่มขนื กระทาชาเราผอู้ ื่นอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง (ม.276 วรรคหนึง่ ,วรรคสาม)
แม้ผู้ต้องหำท่ี 2 จะไม่ได้ร่วมกันกระทำผิด โดยหลังจำกมีเพศสัมพันธ์กับ ควคาม�ำขชเอหี้ขงน็ าแดย้ง
ผูเ้ สียหำยแล้วกลับออกมำน่ังดูโทรทัศน์อยู่ภำยในบริเวณห้องโถงของบ้ำน แต่ผู้ต้องหำท่ี 2 อัยการสูงสดุ
กม็ ิไดห้ ำ้ มปรำมหรอื ขดั ขวำงมิใหผ้ ตู้ อ้ งหำท่ี 3 ข่มขืนกระทำชำเรำผู้เสียหำย พฤติกำรณ์
ของผ้ตู อ้ งหำท่ี 2 ฟังไดว้ ่ำ ผูต้ ้องหำท่ี 2 ได้ให้กำรชว่ ยเหลือหรือให้ควำมสะดวกในกำรท่ี พ.ศ.๒๕๕๓
ผตู้ ้องหำท้งั สำมขม่ ขืนกระทำชำเรำผู้เสียหำยอันมีลักษณะเป็นกำรโทรมหญิง ผู้ต้องหำท่ี 2
จงึ เป็นผู้สนบั สนุนกำรกระทำควำมผิดดงั กลำ่ ว
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เสียหายซึ่งอายุ 16 ปี 5 เดือน ได้โทรศัพท์หาผู้ต้องหาที่ 1
ให้มารับที่โรงเรียน เน่ืองจากไม่อยากเข้าเรียนภาคบ่าย ต่อมาผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 4 ได้ขี่
รถจักรยานยนต์ไปรับผู้เสียหายที่โรงเรียน เม่ือไปถึงพบว่าผู้เสียหายคอยอยู่ข้างโรงเรียนก่อนแล้ว
หลังจากที่คุยกันได้สักพัก ผู้เสียหายได้บอกผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 4 ว่าให้พาตนไปที่ใดก็ได้
ผู้ต้องหาทั้งสองจึงให้ผู้เสียหายซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปที่บ้านของผู้ต้องหาที่ 1 เม่ือไปถึง
พบว่าที่บ้านมีนาง ก. มารดาผู้ต้องหาที่ 1 นาย ด. บิดาเลี้ยงผู้ต้องหาที่ 1 และนาย ว. ซึ่งเป็น
เพื่อนบ้านผตู้ ้องหาที่ 1 อยู่ทีบ่ ้านก่อนแลว้ เม่ือถึงบ้านผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 4 และนาย ว. ได้นั่ง
สนทนากันที่กระท่อมหน้าบ้าน ต่อมาผู้ต้องหาที่ 2 ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาสมทบที่บ้าน
ผตู้ ้องหาที่ 1 แล้วรว่ มวงสนทนาด้วย จากน้ันผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นแฟนของผู้เสียหายได้ชักชวน
ให้ผู้เสียหายแยกมาสนทนากับตน หลังจากพูดคุยกันอีกสักพัก ผู้ต้องหาที่ 2 จึงชักชวน
ผู้เสียหายให้เข้าไปในบ้านของผู้ต้องหาที่ 1 โดยเข้าทางหลังบ้านแล้วพาเข้าไปในห้องนอนของ
ผตู้ ้องหาที่ 1 แล้วผู้ต้องหาที่ 2 ได้กอดและขอมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายยินยอม
เน่ืองจากคบหาเป็นแฟนกัน เสร็จแล้วผู้ต้องหาที่ 2 ได้เดินออกไปจากห้องนอน ซึ่งขณะน้ัน
/ผเู้ สียหาย...
725ค�ำ ช้ีขาดความเห็นแย้งของอยั การสูงสุด
ผเู้ สียหาย ยังเปลือยกายท่อนลา่ งอยู่ ผตู้ ้องหาที่ 1 เดินเข้ามาและพดู ขอกระทาชาเราโดยเข้ามา
นั่งทับตัวผู้เสียหายใช้มือบังคับให้ถ่างขาออกแล้วกระทาชาเราผู้เสียหายจนสาเร็จความใค ร่
เสร็จแล้วก็เดินออกไปจากห้องและขณะที่ผู้เสียหายกาลังจะสวมใส่กางเกงก็มีผู้ต้องหาที่ 4
เข้ามาข่มขืนกระทาชาเราอีก เมื่อผู้ต้องหาที่ 4 เดินออกไป ผู้ต้องหาที่ 3 ก็เข้ามาข่มขืน
กระทาชาเราอกี โดยกระทาต่อเนื่องกันทุกคน ซึ่งผู้เสียหายดิ้นรนขัดขืนและไม่ยินยอม แต่ไม่อยู่
ในภาวะที่ขัดขืนได้เน่ืองจากมีอาการอ่อนล้า เม่ือผู้ต้องหาที่ 3 เดินออกจากห้องไป ผู้ต้องหาที่ 2
ได้เข้ามาในห้อง ผู้เสียหายจึงต่อว่าผู้ต้องหาที่ 2 ว่าทาไมจึงทาเช่นนี้แต่ผู้ต้องหาที่ 2 ไม่พูดอะไร
จากน้ันผู้เสียหายได้มานั่งสนทนากับผู้ต้องหาทั้งสี่และนาย ว. ที่กระท่อมหน้าบ้าน สักพัก
ผู้เสียหายได้บอกให้ผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 2 พากลับโดยมีผู้ต้องหาที่ 2 เป็นคนขับรถจักรยานยนต์
ผเู้ สียหายนง่ั กลางและผตู้ ้องหาที่ 1 นัง่ ปิดท้าย เม่อื ถึงบริเวณทางเข้าโรงเรียนได้มีเจ้าหน้าที่ตารวจ
มารับตวั ผเู้ สียหายกลบั บ้าน เนอ่ื งจากบิดามารดาผเู้ สียหายได้ไปแจง้ ความว่าผเู้ สียหายอาจเกิดเหตุร้าย
เม่ือพบบิดามารดาผู้เสียหายจึงเล่าให้บิดามารดาฟังว่าได้ถูกผู้ต้องหาทั้งสี่กระทาชาเรา และ
ต่อมาบิดามารดาผเู้ สียหายจงึ เข้าแจ้งความรอ้ งทุกข์ให้ดาเนินคดีกบั ผตู้ ้องหาท้ังสี่
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ 2 กระทาความผิดฐานสนับสนุนให้ผู้อื่น
ร่วมกนั ข่มขืนกระทาชาเราผู้อน่ื อนั มลี ักษณะเปน็ การโทรมหญงิ หรอื ไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า คดีมีผู้เสียหายซึ่งเป็นประจักษ์พยานในคดี ให้การว่า
ไม่ได้ยินยอมให้ผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันกระทาชาเราผู้เสียหาย
การกระทาของผตู้ ้องหาทั้งสามจงึ เปน็ การข่มขนื กระทาชาเราผเู้ สียหายอนั มีลักษณะเป็นการโทรมหญิง
ส่วนผู้ต้องหาที่ ๒ แม้ไม่ได้ร่วมกันกระทาผิดด้วยโดยหลังจากมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย
แล้วกลับออกมาน่ังดูโทรทัศน์อยู่ภายในบริเวณห้องโถงของบ้าน แต่ผู้ต้องหาที่ ๒ ก็มิได้ห้ามปราม
หรือขัดขวางแต่อย่างใด พฤติการณ์ของผู้ต้องหาที่ ๒ และพยานหลักฐานในคดีรับฟังได้ว่า
ผู้ต้องหาที่ ๒ ได้ให้การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้ต้องหาท้ังสามข่มขืนกระทา
ชาเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ผู้ต้องหาที่ ๒ จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทา
ความผิดดังกล่าว ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาที่ ๒ ฐานสนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันข่มขืนกระทาชาเราผู้อื่น
โดยใช้กาลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นน้ันอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง, วรรคสาม, ๘๖, ๘๓ พระราชบัญญัติ
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๓
726 ค�ำ ช้ีขาดความเห็นแยง้ ของอัยการสูงสุด
พยำนแวดล้อมประกอบคำรบั สำรภำพชน้ั สอบสวนของผตู้ ้องหำอื่นรับฟังไดว้ ำ่ ควคาม�ำขชเอห้ีขงน็ าแดย้ง
ร่วมกระทำผดิ อยั การสูงสุด
คำชี้ขำดควำมเห็นแยง้ ท่ี ๓๗๑/๒๕๕๓ พ.ศ.๒๕๕๓
ป.อาญา ร่วมกันใช้ จา้ ง วานฆ่าผอู้ ืน่ ฯ (ม. ๒๘๙ (๔), ๘๓, ๘๔)
แม้คดีจะไม่มีประจักษ์พยำนยืนยันว่ำ ผู้ต้องหำท่ี ๑ ได้ร่วมกระทำผิดกับ
ผู้ต้องหำท่ี ๒ – ๔ แต่จำกคำให้กำรรับสำรภำพในช้ันสอบสวนของผู้ต้องหำท่ี ๓ และที่ ๔
ท่ีให้กำรว่ำผู้ต้องหำท่ี ๑ ร่วมกระทำผิดด้วยไม่ใช่กำรซัดทอดท่ีประสงค์ให้ตนเองพ้นผิด
ทั้งผู้ต้องหำท่ี ๓ และท่ี ๔ ไม่เคยมีสำเหตุโกรธเคืองกับผู้ต้องหำท่ี ๑ มำก่อนและได้ให้
กำรต่อพนักงำนสอบสวนทันทีภำยหลังถูกจับกุมไม่นำน ต่อหน้ำทนำยควำมของตน
จงึ น่ำเชือ่ วำ่ ผูต้ ้องหำท่ี ๓ และท่ี ๔ ให้กำรไปตำมควำมจรงิ โดยมิได้ปรักปรำผู้ต้องหำท่ี ๑
ท้ังปรำกฏข้อเท็จจริงว่ำก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหำท่ี ๑ มีสำเหตุโกรธเคืองแค้นผู้ตำย
พยำนแวดล้อมดังกล่ำวประกอบคำรับสำรภำพในช้ันสอบสวนของผู้ต้องหำท่ี ๓
และท่ี ๔ มีน้ำหนักฟังได้ว่ำผู้ต้องหำท่ี ๑ ได้ร่วมกับผู้ต้องหำท่ี ๒ ใช้จ้ำงวำนให้ผู้ต้องหำท่ี ๓
และท่ี ๔ ใชอ้ ำวุธปืนยิงผู้ตำยถงึ แก่ควำมตำย
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ในวันเกิดเหตุ ได้มีผู้โทรศัพท์มาที่โทรศัพท์มือถือของผู้ตาย
แจ้งว่าจะเข้าพักที่รีสอร์ทให้เตรียมบ้านพักไว้ ๑ หลัง โดยผู้เสียหายเห็นว่าผู้ตายพูดคุยติดต่อ
กับผู้จะเข้าพักประมาณ ๒-๓ ครั้ง แต่ผู้เสียหาย ไม่ได้สอบถามว่าเป็นใคร จนกระทั่งเวลา
ประมาณ ๒๐.๕๐ นาฬิกา ได้มีคนร้ายขับรถยนต์ปิคอัพตอนครึ่ง ไม่ทราบยี่ห้อสีดา (ยกสูง)
จานวน ๑ คัน ขับเข้ามาในถนนซอยบ้านผู้ตาย ผ่านบ้านของผู้ตาย แล้วมาเลี้ยวกลับรถบริเวณ
หลังบ้านของนาง ภ. ซึ่งอยู่เลยไปประมาณ ๑๐๐ เมตร โดยรถยนต์กระบะคันดังกล่าว
เปิดไฟหน้าและท้ายรถด้วยมาจอดที่หน้าบ้านผู้ตายซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ ผู้ตายเดินไปที่ประตูร้ัว
1
/บ้านได้...
727ค�ำ ชีข้ าดความเห็นแยง้ ของอัยการสงู สุด
บ้านได้ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง ๕ นัด แล้วคนร้ายขับรถยนต์ปิคอัพตอนครึ่งคันดังกล่าว
ออกจากหน้าบ้านผู้ตายไปถึงปากซอยซึ่งเป็นถนนสายลี้-เถิน ในขณะเดียวกันผู้เสียหาย
ได้ยินเสียงปืน จึงวิ่งลงมาจากช้ันบนบ้านมาดูพบว่า ผู้ตายถูกยิงล้มลงนอนอยู่ที่บริเวณประตูรั้ว
ทางเข้าบ้าน จึงไปเรียกนาย ก. ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กันห่างไปประมาณ ๕๐ เมตร ให้มาช่วยเหลือ
นาย ก. จึงขับรถยนต์กระบะของตนนาผู้ตายส่งโรงพยาบาลลี้ โดยผู้ตายยังสามารถพูดคุยได้
แตต่ ่อมาถึงแก่ความตายระหว่างนาส่งโรงพยาบาล
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ ๑ มีความผิดฐานร่วมกันใช้จ้างวานให้
ฆ่าผอู้ ื่นโดยไตรต่ รองไว้ก่อน หรอื ไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า แม้คดีจะไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่า ผู้ต้องหาที่ ๑
ได้ร่วมกระทาผิดกับผู้ต้องหาที่ ๒ – ๔ แต่จากคาให้การรับสารภาพในช้ันสอบสวนของ
ผตู้ ้องหาที่ ๓ และที่ ๔ ที่ให้การว่าผู้ต้องหาที่ ๑ ร่วมกระทาผิดด้วยไม่ใช่การซัดทอดที่ประสงค์
ให้ตนเองพ้นผิด ท้ังผู้ต้องหาที่ ๓ และที่ ๔ ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ต้องหาที่ ๑ มาก่อน
และได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนทันทีภายหลังถูกจับกุมไม่นาน ต่อหน้าทนายความของตน
จึงน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาที่ ๓ และที่ ๔ ให้การไปตามความจริงโดยมิได้ปรักปราผู้ต้องหาที่ ๑
เม่ือปรากฏว่าคาให้การชั้นสอบสวนของผู้ต้องหาที่ ๓ และที่ ๔ ได้กล่าวถึงพฤติการณ์ใน
การร่วมกับผู้ต้องหาที่ ๑ และที่ ๒ วางแผนฆ่า นาย พ. ผู้ตาย การรับเงินค่าจ้างและอาวุธปืน
ที่ใช้ยิงผู้ตายจากผู้ต้องหาที่ ๑ และที่ ๒ และผู้ต้องหาที่ ๑ และที่ ๒ ได้พาไปดูบ้านผู้ตาย
รวมถึงเหตุการณ์ขณะที่ผู้ต้องหาที่ ๓ และที่ ๔ ยิงผู้ตายถึงแก่ความตายอย่างเป็นข้ันเป็นตอน
ท้ังผู้ต้องหาที่ ๓ และที่ ๔ ยังได้นาชี้ที่เกิดเหตุประกอบคารับสารภาพด้วย ประกอบกับคดีมี
พันตารวจโท นริช และพันตารวจโท นเรศ ผู้ร่วมจับกุมผู้ต้องหาที่ ๓ และที่ ๔ ในการยืนยันว่า
ในช้ันจับกุมผู้ต้องหาที่ ๓ และที่ ๔ ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันยิงผู้ตายโดยมีผู้ต้องหาที่ ๑
และที่ ๒ เป็นผู้ว่าจ้างพร้อมกับแจ้งตาหนิรูปพรรณของผู้ตายให้ทราบ และชี้ยืนยันภาพถ่าย
ของผู้ต้องหาที่ ๑ และที่ ๒ ว่าเป็นผู้ว่าจ้าง โดยผู้ต้องหาที่ ๑ และที่ ๒ ได้พาไปดูบ้านผู้ตาย
ก่อนลงมือยิง ทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่าก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาที่ ๑ มีสาเหตุโกรธเคืองแค้นผู้ตาย
1
/ในเรือ่ ง...
728 ค�ำ ช้ขี าดความเหน็ แย้งของอัยการสงู สดุ
ในเร่ืองที่ผู้ตายนาประชาชนมาต่อต้านการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ต้องหาที่ ๑ ซึ่งดารงตาแหน่ง
นายกเทศมนตรี และผู้ตายได้ร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าผู้ต้องหาที่ ๑
ปฏิบัติหน้าที่ส่อไปในทางไม่สุจริตเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของหน่วยงานที่รับผิดช อบ
พยานแวดล้อมดังกล่าว ประกอบคารับสารภาพในช้ันสอบสวนของผู้ต้องหาที่ ๓ และที่ ๔
มีน้าหนักฟังได้ว่าผู้ต้องหาที่ ๑ ได้ร่วมกับผู้ต้องหาที่ ๒ ใช้จ้างวานให้ผู้ต้องหาที่ ๓ และที่ ๔
ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาที่ ๑ ฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่น
กระทาความผดิ ด้วยการใชจ้ า้ งวานให้ฆ่าผอู้ ื่นโดยไตรต่ รองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๘๙ (๔), ๘๓, ๘๔
ควคาม�ำขชเอหี้ขง็นาแดย้ง
อัยการสงู สดุ
พ.ศ.๒๕๕๓
729คำ�ช้ขี าดความเหน็ แย้งของอยั การสงู สดุ
คำให้กำรของผ้ตู ้องหำในคดีอ่นื รับฟงั เป็นพยำนหลักฐำนได้
คำชีข้ ำดควำมเหน็ แย้งที่ 379/2553
พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯ (ม.4, 7, 8, 15, 66)
เจำ้ พนักงำนตำรวจดำเนินคดกี ับผู้ตอ้ งหำเปน็ คดีนี้ เนื่องจำกนำย ท.ซึ่งถูกจับกุม
ในคดีจำหน่ำยยำบ้ำ ใหก้ ำรว่ำไดซ้ ื้อยำบ้ำมำจำกผตู้ ้องหำ โดยท่ีนำย ท.มิใช่ผู้ต้องหำในคดีนี้
หรือร่วมกระทำควำมผิดกับผู้ต้องหำในคดีนี้ คำให้กำรของนำย ท. จึงมิใช่เป็นกำรซัดทอด
ของผทู้ ก่ี ระทำควำมผิดดว้ ยกัน จงึ ไมต่ อ้ งห้ำมมิใหร้ บั ฟังเปน็ พยำนหลักฐำน
ข้อเท็จจริงได้ความว่า พันตารวจตรี ส. เจ้าหน้าที่ตารวจกับพวก ได้วางแผนล่อซื้อยาบ้า
จากนาย ท. โดยนาธนบตั รจานวน 900 บาท ไปถ่ายเอกสารแลว้ ลงประจาวันไว้เป็นหลักฐาน
แล้วมอบธนบัตรดงั กล่าวใหแ้ ก่สายลบั ไปทาการล่อซื้อยาบ้าจากนาย ท.โดยสายลับได้ไปติดต่อ
ขอซื้อยาบ้าจากนาย ท. ที่บ้านของนาย ท. พร้อมกับมอบธนบัตรล่อซื้อดังกล่าวให้กับนาย ท.
โดยนาย ท. แจ้งว่าจะติดต่อให้กลับมาเอายาบ้าในภายหลัง สายลับจึงกลับออกมา หลังจากนั้น
พันตารวจตรี ส.กบั พวก ได้ไปยังบ้านของนาย ท. พบนาย ท. ยืนอยู่หน้าบ้าน จึงขอตรวจค้นตัว
ผลการตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ (ยาบ้า) จานวน 2 เม็ด บรรจุอยู่ในหลอด
เคร่ืองดื่มปิดหัวท้ายจานวน 1 หลอด และธนบัตรจานวน 900 บาท ที่มอบให้สายลับไป
ล่อซื้อยาบ้า สอบถามนาย ท. ให้การรับว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนโดยซื้อมาจากนาย ณ.
ส่วนธนบัตรจานวน 900 บาท ได้มาจากสายลับเพื่อให้ไปซื้อยาบ้ามาให้ พันตารวจตรี ส.
กับพวกจึงจับกุมนาย ท. พร้อมยึดยาบ้าและธนบัตรเป็นของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน
ดาเนินคดี จากการสอบสวนขยายผลได้ความว่า ก่อนถูกจับกุมดาเนินคดี นาย ท.ได้ซื้อยาบ้า
จานวน 4 เม็ด ราคา 1,600 บาท มาจากนาย ณ. ที่แผงขายผลไม้ริมถนนสายเอเชีย
หลังจากนั้นได้เสพไปจานวน 2 เม็ด ส่วนที่เหลือจานวน 2 เม็ดได้ถูกพันตารวจตรี ส. ล่อ
ซอื้ จับกุมและยึดเป็นของกลางดังกล่าว พนกั งานสอบสวนในคดีดงั กล่าวได้นาภาพผู้ต้องหาซึ่งมี
พฤติการณ์จาหน่ายยาบ้าในคดีอื่น และมีแผงขายผลไม้บริเวณเดียวกันกับที่นาย ท.ให้การถึง
/มาให้...
730 คำ�ช้ขี าดความเห็นแยง้ ของอยั การสูงสุด
มาใหน้ าย ท.ดู นาย ท.ดแู ล้วยืนยนั ว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลคนเดียวกับนาย ณ.ที่จาหน่ายยาบ้าให้ตน ควคามำ� ขชเอหขี้ ง็นาแดย้ง
พนั ตารวจตรี ส. จงึ รอ้ งทกุ ข์ให้ดาเนินคดีกับผตู้ ้องหาเป็นคดีน้ี อัยการสูงสดุ
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหามีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๕๓
ในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่ายและจาหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
หรอื ไม่
อัยการสูงสดุ พิจารณาแล้ว เห็นว่า ก่อนเกิดเหตุคดีนี้เจ้าพนักงานตารวจได้ทาการล่อซื้อ
เมทแอมเฟตามีนจากนาย ท. โดยนาธนบัตรจานวน 900 บาท ไปถ่ายเอกสารและลงบันทึก
ประจาวนั ไว้เปน็ หลกั ฐาน แล้วมอบธนบตั รดังกล่าวให้สายลับไปทาการล่อซื้อ จากการตรวจค้นตัว
นาย ท. พบเมทแอมเฟตามีนจานวน 2 เม็ด และธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อจานวน 900 บาท จึงยึด
ไว้เป็นของกลาง และจับกุมนาย ท.พร้อมของกลางดังกล่าวนาส่งพนักงานสอบสวนดาเนินคดี
ในช้ันจับกุมและช้ันสอบสวนนาย ท.ให้การรับว่าได้ซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากผู้ต้องหา
เจ้าพนักงานตารวจจึงดาเนินคดีกับผู้ต้องหาเป็นคดีนี้ โดยที่นาย ท.มิใช่ผู้ต้องหาในคดีนี้
หรือร่วมกระทาความผิดกับผู้ต้องหาในคดีนี้ คาให้การของนาย ท. จึงมิใช่เป็นการซัดทอดของ
ผทู้ ีก่ ระทาความผิดด้วยกัน จงึ ไม่ตอ้ งห้ามมใิ ห้รบั ฟังเป็นพยานหลักฐาน สาหรับ คดีนี้แม้จะไม่มี
ประจักษ์พยานรู้เห็นว่าผู้ต้องหามีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้เพื่อจาหน่ายและได้จาหน่าย
เมทแอมเฟตามีนของกลางดังกล่าว แต่เม่ือได้ความว่านาย ท. ได้ให้การในทันทีทันใดเม่ือถูก
เจ้าพนักงานตารวจสอบถามจึงไม่น่ามีเวลาไตร่ตรองเพื่อช่วยเหลือหรือปรักปราผู้ใด ทั้งมี
เหตผุ ลอยู่ในตัวว่าหากผู้ตอ้ งหามิได้กระทาความผดิ กไ็ ม่น่าจะเปน็ เหตใุ ห้ นาย ท. ซึ่งเป็นคนรู้จัก
และไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนต้องให้การพาดพิงถึง อีกท้ังนาย ท.ยังได้นาชี้สถานที่
ที่ติดต่อซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจากผู้ต้องหาและรับรองภาพถ่ายผู้ต้องหาว่าเป็นผู้
จาหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่ตนจริง กรณีจึงน่าเชื่อว่านาย ท.ได้ให้การไปตาม
ความจริงที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้กลั่นแกล้งปรักปราผู้ต้องหาแต่อย่างใด ซึ่งเม่ือพิจารณาประกอบ
รายงานผลการสืบสวนบุคคลที่เจ้าพนักงานตารวจได้จัดทาขึ้นและให้การระบุว่าผู้ต้องหา
มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องในการจาหน่ายยาเสพติดให้โทษในพื้นที่มาโดยตลอด และตามรายการ
ประวตั ิอาชญากรของผตู้ ้องหาพบว่าผตู้ ้องหาได้กระทาความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติดจานวนหลายคดี
/ตามพฤติการณ์...
731คำ�ชีข้ าดความเหน็ แย้งของอัยการสงู สดุ
ตามพฤติการณ์และพยานแวดล้อมจึงมีน้าหนักฟังได้ว่าผู้ต้องหาได้กระทาความผิดตามที่ถูกกล่าวหา
แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ คดีก็มีพยานหลักฐานพอฟ้อง ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา ฐานมียาเสพติด
ให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่ายและจาหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4 พระราชบัญญัติ
ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 8, 19 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2539) เร่ือง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติ
ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 ข้อ 2 บัญชีท้าย
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2539) เร่ือง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติด
ให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ชื่อยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1
ลาดับที่ 20 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 กับให้แจ้งอัยการจังหวัดหลังสวนทาการ
ตรวจสอบผลการดาเนินคดีตามรายการประวัติอาชญากรของผู้ต้องหารายการที่ 2 – ที่ 4
แล้วพิจารณาดาเนินการตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของ
พนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 ข้อ 97 ก่อนยื่นฟ้องด้วย สาหรับเมทแอมเฟตามีนของกลาง
ได้ใชห้ มดไปในการตรวจพสิ จู นแ์ ล้ว
732 ค�ำ ชี้ขาดความเหน็ แย้งของอยั การสงู สุด
พำคนต่ำงดำ้ วออกนอกพื้นทผ่ี อ่ นปรน มีควำมผดิ ควคาม�ำขชเอห้ีขงน็ าแดยง้
พำคนตำ่ งด้ำวออกนอกพื้นทผ่ี ่อนปรน มีควำมผดิ อัยการสูงสุด
คำชี้ขำดควำมเหน็ แย้งที่ 380/2553 พ.ศ.๒๕๕๓
พคำ.รช.บีข้ .ำดควำคมนเเหข็น้าเแมยือง้ งทฯี่ (3ม8.40,/2645)53
พ.ร.บ. คนเข้าเมืองฯ (ม.4, 64)
กำรท่ีคนต่ำงด้ำวหลบหนีเข้ำเมืองได้รับอนุญำตให้อยู่ในรำชอำณำจักรเป็นกำร
ชั่วครำวกเปำร็นทเพ่ีคนียงตก่ำำงรดผ้ำ่อวหนลปบรนหกนำีเขร้ำดเำมเนือินงไคดด้รี ับเมอื่อนคุญนำตต่ำใงหด้อ้ำยวู่ใอนอรกำนชออกำเณขำตจพักื้นรทเป่ีจ็ังนหกวำัดร
ทชั่วีไคดร้จำัดวเทปำ็นทเพะเียบงีกยำนรปผร่อะนวปัตรินแกลำะรทด่ีไำดเน้รัินบคอดนี ุเญมื่อำตคนใหต้ท่ำงำดง้ำำวนออกกำนรออกนเขุญตำพตื้นใทห่ีจ้อังยหู่วใันด
ทร ำ่ี ไชดอ้ จำั ดณทำ จทั กะรเ บเ ปี ย็ นนกปำรระชวั่ วั ตคิ แร ำลวะเทป่ี ไ็ นดอ้ รั นั บสอิ้ นนผุ ญลำแตลใะหต้ ท้ อำงงถำู กนด ำกเำนริ นอคนดุ ญี ฐ ำำนตเใขห้ ำ้ อมยำู่ ใ น
รำชอำณำจักรเโปด็นยกฝ่ำรฝชืนั่วกคฎรหำมวเำปย็นสอ่วันนสผิ้นู้ตผ้อลงแหลำะซตึ่ง้อขงับถรูกถดพำำเคนินตค่ำดงีฐดำ้ำนวเดขัง้ำกมลำ่ใำนว
รอำอชกอนอำณกเำขจตักพรื้นโทด่ีในยลฝัก่ำษฝณืนกะปฎกหปมิดำมยิใหส้เ่จว้นำพผนู้ตัก้องงำหนำพซบึ่งเหข็นับไรดถ้งพ่ำยำคแสนดตง่ำใงหด้เห้ำ็นวชดัดงเกจลน่ำวว่ำ
ผออู้ตก้อนงอหกำเรขู้อตยพู่แื้นลท้ว่ีใวน่ำลคักนษตณ่ำะงปดก้ำปวเิดขม้ำิใมหำ้เจใน้ำพรำนชักองำณนพำบจเักหร็นโดไดย้งฝ่ำ่ำยฝแืนสกดฎงใหหม้เำหย็นชผัดู้ตเ้อจนงหวำ่
จผงึู้ตม้อีคงวหำำมรผู้อิดยฐำู่แนลซ้วอ่ วน่ำเครน้ หตร่ำอืงชด่ว้ำยวดเขว้ ้ยำมปรำะใกนำรรำใชดอๆำณเพำือ่ จใักหร้คโนดตย่ำฝง่ำดฝ้ำืนวพก้นฎจหำมกำกยำรผจู้ตับ้อกงุมหำ
จงึ มีควำมผิดฐำนซอ่ นเรน้ หรอื ช่วยดว้ ยประกำรใด ๆ เพื่อให้คนตำ่ งด้ำวพ้นจำกกำรจับกุม
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะเกิดเหตุผู้กล่าวหากับพวกซึ่งต้ังจุดตรวจสกัดอยู่ที่เกิดเหตุ
ได้มีรถยขน้อตเ์กทร็จะจบระิงมไีผดู้ต้ค้อวงาหมาวเป่า็นขผณู้ขะับเขกี่แิดลเหะพตบุผนู้กาลย่าวห. แาลกะับนพาวยกตซ.ึ่งซตึ่งั้งเจปุด็นตครนวตจ่าสงดก้าัดวอสยัญู่ทชี่เกาติดิพเหมต่าุ
นไดั่ง้มอีรยถู่ทยี่เนบตา์กะดระ้าบนะหมลีผังู้ตค้อนงขหับาเโปด็นยผคู้ขนับตข่าีแงลดะ้าพวบทนั้งาสยอวง.ไมแล่มะีเอนกายสาตร. เซขึ่ง้าเเปม็นือคงนถตูก่าตง้อดง้าตวาสมัญกชฎาหตมิพามย่า
จนึงั่ แอจย้งู่ทขี่เบ้อากะลด่า้าวนหหาลนังคานยขวับ. โแดลยะคนนาตย่าตงด. ้าวว่าทเป้ังส็นอคงนไตม่ามงีเดอ้กาวสหารลเบขห้าเนมีเือขง้าถมูกาตใน้อรงาตชาอมากณฎหามจักายร
โจดึงยแจผ้งิดขก้อฎกหลม่าาวยหา แนลาะยแวจ.้งแข้ลอะกนลา่ายวหตา.ผวู้ต่า้เอปง็นหคานว่ตาร่าู้วง่ดาเ้าปว็นหบลุคบคหลนีเตข่า้างมดา้าใวนหราลชบอหานณีเขา้าจมัการ
ใโนดรยาผชิดอกาฎณหามจักายรโดแยลผะิดแกจฎ้งหขม้อากยลน่าาวพหาาชผ่วู้ตย้อเหงลหือาวซ่า่อรนู้วเ่รา้นเปด็น้วยบปุครคะลกาตร่าใงดดๆ้าวให้บลุคบคหลนตีเ่าขง้าดม้าาว
พใน้นรจาาชกอกาาณรจาับจักรุมโดพยรผ้อิดมกนฎาหตมัวาผยู้ต้นอางพหาแชล่วะยคเหนลตือ่างซด่อ้านวเทร้ันงสดอ้วยงสป่งรพะกนาักรงใาดนๆสอใหบ้บสุควนคดลาตเ่านงินดค้าดวี
ตพา้นมจกากฎกหามราจยับกชุมั้นสพอรบ้อสมวนนาตผัวู้ตผ้อู้ตง้อหงาหใหาแ้กลาะรควน่าขตณ่างะดอ้ายวู่ที่ั้งจสังอหงวสัด่งสพุรนาักษงฎารน์ธสาอนบี สไวดน้มดีนาาเนยินแคดดงี
ไตมา่ทมรกาฎบหนมาามยสกชุลั้นสเพอื่อบนสขวอนงผผู้ตู้ต้อ้องงหหาาใวห่า้กจา้ารงวให่า้ขนณาละูกอนย้อู่ทงี่จชังาหววพัดมส่าุร2าษคฎนรไ์ธปาสน่งี ทไดี่ส้มะีพนานยปแลดาง
จไมัง่หทวรัดาบระนนาอมงสโดกยุลใหเพ้คื่อาจน้าขงอคงนผลู้ตะ้อง2ห,0าว0่า0จ้าบงาใหท้นนาาลยูกแนด้งอยงืนชยาวันพว่ามค่าน2ต่าคงดน้าไวปมสีเ่งอทกี่สะาพรถานูกปต้ลองา
ผจังู้ตห้อวงัดหระานจอึงงไโปดรยับใหแ้คล่าะจเ้าดงินคทนลาะงไป2,ส0่ง00แตบ่ถาูกทเจน้าาหยแนด้างทยี่ตืนายรันว่จาคตนั้งตด่า่างนด้าจวับมกีเอุมกตสัวาผรู้ตถ้อูกงตห้อาง
ผตู้ ้อองงหหาาจึงไปรับแล. ะเดินทางไปส่ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตารวจตั้ง ด่านจับกุมตัวผู้ต้องหา
/จงึ นา...
ผตู้ ้องหา .
/จงึ นา...
733คำ�ชข้ี าดความเหน็ แยง้ ของอยั การสงู สดุ
จึงนาหลักฐานสาเนาใบเสร็จรับเงินของบุคคลต่างด้าวท้ังสองแสดงต่อพนักงานสอบสวน
เป็นสาเนาใบเสร็จรับเงินใบอนุญาตทางานของสานักงานจัดหางานจังหวัดสุราษฎร์ธานี
และแบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
เปน็ กรณีพิเศษ
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหามีความผิดฐานรู้ว่าเป็นบุคคลต่างด้าว
เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ
ให้บคุ คลต่างดา้ วน้ันพ้นจากการจับกมุ หรอื ไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ถึงแม้ว่านาย ว. และนาย ต. คนต่างด้าวหลบหนี
เข้าเมืองสัญชาติพม่า จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการช่ัวคราว แต่นาย ว .
และนาย ต. ก็ยังคงเป็นบุคคลต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทาง
ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศและเดินทางเข้ามาใน
ราชอาณาจักรโดยไม่ยื่นรายการตามแบบที่กาหนดและไม่ผ่านการตรวจอนุญาตของพนักงาน
เจ้าหน้าที่อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 12
และ 18 วรรคสอง เพียงแต่นาย ว. และนาย ต. ได้รับการผ่อนปรนการถูกดาเนินคดีตาม
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เท่าน้ัน ดังนั้น เม่ือผู้กล่าวหาและผู้ร่วมจับกุมให้การ
ยืนยันว่าขณะต้ังจุดตรวจค้นอยู่ที่ด่านตรวจจังหวัดระนอง ได้ตรวจค้นพบนาย ว. และนาย ต.
โดยสารมาในรถคันที่ผู้ต้องหาขับ ซึ่งเป็นการออกนอกเขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็น
จังหวัดที่ได้จัดทาทะเบียนประวัติและได้รับอนุญาตให้ทางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่า
ราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายอันเป็นเหตุให้การอนุญาตให้นาย ว. อยู่
ในราชอาณาจักรได้เป็นการช่ัวคราวเป็นอันสิ้นผลตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่ือง การ
อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจาพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (สาหรับผู้ที่ได้
จัดทาทะเบียนประวัติไว้ในปี พ.ศ. 2549) ลงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2551 ข้อ 4 และตาม
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่ือง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจาพวกเข้ามาอยู่ใน
ราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ตามมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552)
ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ข้อ 4 กับเป็นเหตุให้การอนุญาตให้นาย ต. อยู่ใน
ใน .
/ราชอาณาจักร...
734 ค�ำ ช้ขี าดความเหน็ แยง้ ของอัยการสูงสุด
ราชอาณาจักรสิ้นผลตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่ือง การอนุญาตให้คนต่างด้าว ควคาม�ำขชเอห้ขี ง็นาแดยง้
บางจาพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ตามมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันที่ อยั การสงู สดุ
26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552) ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ข้อ 4 และเป็นผลให้การ
ผ่อนปรนการถูกดาเนินคดีดังกล่าวสิ้นสุดลง นาย ว. กับนาย ต. จึงต้องถูกดาเนินคดี พ.ศ.๒๕๕๓
ในความผิดฐานเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง
เขตท่า สถานี หรือท้องที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศและเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ยื่น
รายการตามแบบที่กาหนดและไม่ผ่านการตรวจอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 12, 18 วรรคสอง, 62 ตามที่นาย ว.
และนาย ต. ได้กระทาความผิดไว้เดิม (เทียบเคียงคาชี้ขาดความเห็นแย้งที่ 525/2547)
ซึ่งเมือ่ ได้พิจารณาประกอบกับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาที่ได้ให้นาย ว. และนาย ต. นั่งเบาะหลัง
คนขับท้ังที่เบาะซ้ายด้านหน้าข้างคนขับยังว่างอยู่ ย่อมเป็นพฤติการณ์ที่ส่อให้เห็นว่าผู้ต้องหา
มีเจตนาขับรถพานาย ว. และนาย ต. ออกนอกเขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในลักษณะปกปิด
มิให้เจ้าพนักงานพบเห็นได้โดยง่าย อันเป็นการแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าผู้ต้องหารู้อยู่แล้วว่า
นาย ว. และนาย ต. เป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ
คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 12 และ 18 วรรคสอง ผู้ต้องหาจึงได้ซ่อนเร้นและช่วย
นาย ว. และนาย ต. เพื่อให้พ้นจากการจับกุม พยานหลักฐานพอฟ้อง ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา
ฐานรู้ว่าเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง
พ.ศ. 2522 ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม
ตามพระราชบญั ญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 64 แจ้งพนักงานสอบสวนให้จัดการ
กับรถยนต์ของกลาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 เน่ืองจาก
เป็นของผู้อื่นซึ่งไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทาความผิด
ของผู้ตอ้ งหา
735ค�ำ ช้ขี าดความเหน็ แยง้ ของอยั การสงู สดุ
แม้มีเพียงคำซดั ทอด ก็อำจรับฟงั เพื่อพิสูจนค์ วำมผิดได้
คำชีข้ ำดควำมเห็นแย้งท่ี 384/2553
พ.ร.บ. ยาเสพติดใหโ้ ทษฯ (ม.4, 7, 8, 15, 66 )
ป.วิ.อาญา พยานซัดทอด (ม.227/1)
แม้คำให้กำรของผู้ต้องหำท่ี 1 เป็นคำซัดทอดผู้ต้องหำท่ี 2 ผู้ร่วมกระทำผิด แต่ก็
ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมำยท่ีห้ำมมิให้รับฟัง เมื่อผู้ต้องหำท่ี 1 ให้กำรในทันทีขณะถูก
จับกุมและในชั้นสอบสวนให้กำรรับสำรภำพท้ังนำชี้สถำนท่ีเกิดเหตุประกอบคำรับสำรภำพ
โดยไม่ปรำกฏวำ่ ผู้ตอ้ งหำท่ี 1 และท่ี 2 มีสำเหตโุ กรธเคอื งกนั มำกอ่ น จงึ น่ำเชื่อว่ำผู้ต้องหำท่ี 1
ใหก้ ำรไปตำมควำมเป็นจรงิ นอกจำกนี้ผู้ต้องหำท่ี 2 ไดว้ ิ่งหลบหนีจำกกำรตรวจค้นจับกมุ ถอื
เปน็ พฤติกำรณ์สอ่ พิรุธ จงึ ฟงั ไดว้ ำ่ ผ้ตู อ้ งหำท่ี 1 และท่ี 2 กระทำผิดฐำนร่วมกันมียำเสพติด
ใหโ้ ทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตำมีน) โดยไม่ไดร้ บั อนุญำต
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ ผู้กล่าวหากับพวกสืบทราบว่าที่ปั๊มน้ามันที่เกิด
เหตมุ กี ารลักลอบจาหนา่ ยยาเสพติด จึงวางแผนจับกุมโดยวิธีล่อซื้อ ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุ
สายลับได้ทาการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจากผู้ตอ้ งหาที่ 1 ได้จานวน 1 เม็ด ที่บริเวณ
ปั๊มน้ามันที่เกิดเหตุและส่งสัญญาณให้ผู้กล่าวหากับพวกเข้าจับกุม แต่ผู้ต้องหาที่ 1 กับ
ผตู้ ้องหาที่ 2 ซึ่งอยู่ภายในป๊ัมน้ามันที่เกิดเหตุรู้ตัวก่อนได้พากันวิ่งหลบหนี ผู้กล่าวหากับพวก
สามารถไล่จับกมุ ผตู้ ้องหาที่ 1 ได้เพียงคนเดียว ส่วนผตู้ ้องหาที่ 2 วิ่งหลบหนีไปได้ จากการตรวจ
ค้นตัวผตู้ ้องหาที่ 1 พบเมทแอมเฟตามีนอีกจานวน 4 เม็ด และธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อจานวน
400 บาท จึงยึดไว้เป็นของกลางในช้ันจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1 ให้การสอดคล้อง
กบั ในชั้นใหถ้ ้อยคาต่อเจา้ พนักงานคุมประพฤติ โดยรับว่าผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นเพื่อนของตนเป็น
ผู้ซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจาก นาย พ. เจ้าของปั๊มน้ามันที่เกิดเหตุที่ผู้ต้องหาท้ังสอง
เป็นลูกจา้ ง เม่อื ซอื้ มาแล้วผตู้ ้องหาที่ 2 ได้นามาแบ่งใหผ้ ตู้ ้องหาที่ 1 ช่วยจาหน่ายเอากาไรอีกทอด
/คดี...
736 ค�ำ ชขี้ าดความเห็นแย้งของอัยการสูงสุด
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติด ควคามำ� ขชเอหขี้ ง็นาแดย้ง
ให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อัยการสงู สุด
และร่วมกันจาหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต
หรอื ไม่ 1 พ.ศ.๒๕๕๓
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า แม้คาให้การของผู้ต้องหาที่ 1 จะเป็นคาให้การซัด
ทอดของผู้ร่วมกระทาความผิดด้วยกันก็ตาม แต่ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายห้ามมิให้รับฟัง
คาให้การเช่นว่าน้ันแต่อย่างใด หากคาให้การซัดทอดน้ันชอบด้วยเหตุผลพอให้รับฟังว่าเป็น
ความจริงที่เกิดขึ้น ก็สามารถรับฟังคาซัดทอดน้ันประกอบพยานหลักฐานอื่นใดในคดีเพื่อ
พิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหาที่ 2 ได้ เม่ือผู้ต้องหาที่ 1 ได้ให้การในทันทีทันใดเม่ือถูก
เจ้าพนักงานตารวจสอบถามจึงไม่น่ามีเวลาไตร่ตรองเพื่อช่วยเหลือหรือปรักปราผู้ใด ทั้งในช้ัน
สอบสวนผตู้ ้องหาที่ 1 ได้ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกระทาความผิดกับผู้ต้องหาที่ 2 และนา
ชี้ที่เกิดเหตุประกอบคารับสารภาพ โดยไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาท้ังสองเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน
มาก่อน กรณีจึงมีเหตุผลน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาที่ 1 ได้ให้การไปตามความจริงโดยมิได้ปรักปรา
ผู้ต้องหาที่ 2 นอกจากนี้การที่ผู้ต้องหาที่ 2 ได้วิ่งหลบหนีไปขณะถูกเจ้าพนักงานตารวจเข้า
ตรวจค้นจับกุมถือเป็นพฤติการณ์ที่ส่อพิรุธ คาให้การในชั้นสอบสวนของผู้ต้องหาที่ 1
ซึ่งเป็นคาซัดทอดเม่ือรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นจึงมีน้าหนักฟังได้ว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้
ร่วมกันกระทาความผิดตามข้อกล่าวหา ชี้ขาดควรส่ังฟ้อง ผู้ต้องหาที่ 2 ฐานร่วมกันมียาเสพติด
ให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
และร่วมกันจาหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต
ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4 พระราชบัญญัติยา
เสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 8, 19 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2539) เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติ
ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 ข้อ 2 บัญชีท้าย
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2539) เร่ือง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติด
ให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 หมวดยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1
1
/ลาดับ...
737คำ�ช้ีขาดความเห็นแย้งของอัยการสงู สดุ
ลาดับที่ 20 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 โดยให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด
ขอนแก่นจัดการให้ได้ตัวผตู้ ้องหาที่ 2 มาฟ้องคดีภายในกาหนดอายุความ
738 คำ�ช้ขี าดความเห็นแยง้ ของอยั การสูงสุด
เข้ำไปใชก้ ำลังทำร้ำยภำยในบริเวณบำ้ น ผิดบกุ รกุ โดยใชก้ ำลงั ประทษุ ร้ำย ควคาม�ำขชเอห้ขี งน็ าแดย้ง
เขำ้ ไปใชก้ ำลงั ทำร้ำยภำยในบริเวณบำ้ น ผิดบกุ รุกโดยใชก้ ำลังประทษุ รำ้ ย อัยการสูงสุด
คำชี้ขำดควำมเหน็ แยง้ ที่ 390/2553 พ.ศ.๒๕๕๓
คป.ำอชาี้ขญำาดควำบมกุเหรกุน็ โแดยย้งใทช้กี่ 3าล9ัง0ป/ร2ะ5ท5ษุ 3ร้าย (ม.364,365(1))
ป.อาญา ใบชกุ ้กราุกลโงัดทยาใรช้ากยาผลู้องั ืปน่ ไรมะ่ถทึงุษกรับ้าเยป(็นมเ.ห3ต6ุใ4ห้เ,ก3ิด6อ5นั (ต1ร))ายแก่กาย (ม.391)
ใช้กาลังทาร้ายผู้อืน่ ไม่ถึงกบั เป็นเหตุให้เกิดอนั ตรายแก่กาย (ม.391)
ถึงแม้บริเวณท่ีผู้ต้องหำเข้ำไปทำร้ำยผู้เสียหำย จะเป็นบริเวณท่ีผู้เสียหำยใช้ทำ
เปน็ ร้ำนถคึงำ้ แขมำ้บยรอิเำวหณำรทซ่ีผ่งึ ู้ตบ้อุคงคหลำทเขว่ั ้ำไปไปสทำมำรำ้ำรยถผเขู้เ้ำสไียปหไดำย้ แตจะ่กเ็ตป้อ็นงบเปรน็ิเวกณำรทเ่ีผขู้เำสไปียเหพำื่อยสใช่ังซ้ทื้อำ
หเปรน็ ือรรำ้ ับนปคร้ำะขทำำยนออำำหหำำรรซง่ึ หบรคุ ือคเขล้ำทไ่วั ปไเปพสื่อำกมำรอถันเขส้ำมไปควไดร้อแื่นต่กจต็ึงจอ้ ะงถเปือน็ วก่ำเำปร็นเขก้ำำไรปเเขพ้ำื่อไปส่ังโดซยื้อ
หมีเรหือตรับุอัปนรสะมทคำวนรอแำตห่กำรำรหทร่ีผือู้ตเข้อ้ำงไหปำเพซึ่ืองเกคำยรทอะันเสลมำคะกวรับอผื่นู้เสจียึงหจำะยถือมวำ่ำกเ่อปน็นกไดำร้วเิ่งขเ้ำขไ้ำปไปโดใยช้
กมีำเหลตังทุอำันรส้ำมยคผวู้เสรียแหตำ่กยำภรำทย่ีผใู้ตน้อบงรหิเวำณซึ่บงเ้ำคนยขทอะงเผลู้เำสะียกหับำผยู้เสทีย้ังหๆทำย่ีผมู้เสำียกห่อำนยได้ไวลิ่ง่แเขล้ำะไหป้ำใมช้
มกิำใหล้เังขท้ำำไรป้ำย่อผมู้เสมียิใหช่เำปย็นภกำำยรใเนขบ้ำรไปิเวโณดยบม้ำีเนหขตอุองันผสู้เสมียคหวรำยกำทรั้งกๆรทะ่ีผทู้เำสขียอหงำผยู้ตไ้อดง้ไลห่แำลจะึงหเป้ำ็มน
คมวิใหำม้เขผ้ำิดไปฐำยน่อบมุกมริใกุ ชโ่เดปย็นใชกก้ำรำเลขัง้ำปไรปะโทดุษยรม้ำีเยหตุอันสมควร กำรกระทำของผู้ต้องหำ จึงเป็น
ควำมผิดฐำนบกุ รุกโดยใช้กำลังประทษุ ร้ำย
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะที่ผู้เสียหายกาลังเตรียมข้าวของเพื่อขายอาหารตามส่ัง
และกาลขัง้อพเูดทโ็จทจรรศิงัพไดท้ค์อวยาู่ใมนวร่า้านขณเหะ็นทผี่ผู้ตู้เ้สอีงยหาาเยดกินามลาังทเตี่หรนีย้ามร้าขน้าวขขอองผงเู้ พสีื่ยอหขายอสา่งเหสาียรงตเาอมะอส่ัะง
แโวลยะวกาายลดัง่าพว่าูดบโุตทรชศาัพยทขอ์ งยผู่ใู้เนสรีย้าหนายเหผ็นู้เสผียู้ตห้อางยหจาึงเไดลิน่ผมู้ตา้อทงี่หนาอ้าอร้ากนไปขแอลงะผหู้เส้ามียไหมา่ใยหส้ผ่งู้ตเ้อสงียหงาเเอขะ้าอมะา
โใวนยบว้าานยเดด่า็ดว่ขาบาดุตรหชายกขเขอ้างผมู้เาสจียะหแาจย้งผคู้เวสาียมหบาุกยจรุึงกไลแ่ผตู้ต่ผ้อู้ตง้อหงาหอาอไกมไป่เชแื่อลฟะหังแ้ามลไะมเ่ดใหิน้ผเู้ตข้าอมงหาาในเขร้า้ามนา
ใขนอบงผ้าเู้นสเียดห็ดาขยาแดล้วหตาบกหเนข้าผมู้เาสจียะหแาจย้ง1ควทาี มแลบะุกตรบุกซ้าแอตีก่ผู้ต1้อทงีหแาตไ่ ม่เถชูกื่อเนฟื่อังงแจลาะกเผดู้เินสเียขห้าามยาหใลนบร้ทานั
ขจอางกผนเู้ สั้นียผหู้ตา้อยงแหล้วาตจบึงหวิ่งนอ้าผอู้เกสไียปหจาายก1บท้านี แผลู้เะสตียบหซา้ ยอีกล1ับทไปี แทตี่บไม้า่ถนูกขเอนงื่อผงจู้ตา้อกงผหู้เสาียซหึ่งาอยยหู่ตลิดบกทัน
จซึ่างแกพนั้ทน ผย์ู้มตี้คอ งวหามา จเหึง็นวิ่งว่อาบอากดไ ปแผจ าลกขบอ้งาผนู้เผสู้เียสหียาหยาทยี่ ถกู กลตับบไ ปททาีร่บ้า้ายนตข้ อองงรผั กู้ตษ้ อางปหราะซมึ่งาอณยู่ต5ิด กวัน
ซผเู้ึ่งสแียพหทายจ์มงึีครวอ้ างมทเุกหข็น์ใหว้ด่าาบเานดินแคผดลีกับขอผตู้งผ้อู้งเสหียาหายที่ถูกตบทาร้ายต้องรักษาประมาณ 5 วัน
ผเู้ สียหายจงึ รอ้ งทุกข์ให้ดาเนินคดีกับผตู้ ้องหา
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหากระทาผิดฐานบุกรุกโดยใช้กาลัง
ประทุษรค้าดยีมหีปรัอืญไมห่าให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหากระทาผิดฐานบุกรุกโดยใช้กาลัง
ประทุษร้าย หรอื ไม่
/อยั การ...
/อยั การ...
739คำ�ช้ีขาดความเหน็ แย้งของอยั การสูงสุด
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า คดีมีนาย ส. เป็นประจักษ์พยานคนกลางให้การ
ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุเห็นผู้ต้องหาวิ่งเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายแล้วใช้มือตบใบหน้าผู้เสียหาย
๒ ครั้ง และวิ่งออกจากบ้านผู้เสียหายกลับเข้าบ้านของผู้ต้องหา เจือสมกับคาให้การของ
ผู้เสียหายและของเด็กชาย ส. บุตรชายของผู้เสียหาย พยานหลักฐานจึงฟังได้ว่าผู้ต้องหาได้
เข้าไปในบ้านซึ่งเปน็ ที่อาศยั ของผเู้ สียหายแล้วใช้กาลังทาร้ายผู้เสียหาย ถึงแม้บริเวณที่ผู้ต้องหา
เข้าไปทาร้ายผู้เสียหายจะเป็นบริเวณที่ผู้เสียหายใช้ทาเป็นร้านค้าขายอาหารซึ่งบุคคลท่ัวไ ป
สามารถเข้าไปได้ แตก่ ็ต้องเป็นการเข้าไปเพื่อส่ังซื้อหรือรับประทานอาหาร หรือเข้าไปเพื่อการ
อันสมควรอื่น จึงจะถือว่าเป็นการเข้าไปโดยมีเหตุอันสมควร แต่การที่ผู้ต้องหาซึ่งเคยทะเลาะ
กับผู้เสียหายมาก่อน ได้วิ่งเข้าไปใช้กาลังทาร้ายผู้เสียหายภายในบริเวณบ้านของผู้เสียหาย
ดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่ผู้เสียหายได้ไล่และห้ามมิให้เข้าไป ย่อมมิใช่เป็นการเข้าไปโดยมีเหตุอันสมควร
การกระทาของผตู้ ้องหาจงึ เปน็ ความผดิ ฐานบุกรุกโดยใช้กาลงั ประทุษร้าย และเม่ือไม่ปรากฏว่า
ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้ต้องหาจึงมีความผิดฐานบุกรุกโ ดยใช้กาลัง
ประทุษร้ายและใช้กาลังทาร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ (๑), ๓๙๑ ซึ่งเป็นการกระทาอันเป็น
กรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐
ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา ฐานบุกรุกโดยใช้กาลังประทุษร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ (๑) และส่ังฟ้องผู้ต้องหาฐานใช้กาลังทาร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุ
ให้เกิดอนั ตรายแก่กายหรอื จติ ใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑, ๙๐
740 ค�ำ ช้ขี าดความเหน็ แย้งของอยั การสูงสดุ
ล้ำเข้ำไปตักดนิ ในท่ีดนิ ของผอู้ ืน่ เปน็ ลักทรัพยแ์ ละบกุ รุก ควคาม�ำขชเอหีข้ งน็ าแดยง้
ลำ้ เข้ำไปตกั ดนิ ในท่ีดนิ ของผอู้ ื่น เปน็ ลกั ทรัพยแ์ ละบกุ รุก อยั การสงู สุด
คำชี้ขำดควำมเห็นแยง้ ท่ี ๓๙๕/ ๒๕๕๓ พ.ศ.๒๕๕๓
คป.ำอชาี้ขญำาดควำลมักเหท็นรพัแย์้ง(มท.่ี ๓๓๓๙๔๕,/ ๓๒๓๕๖๕๓ทวิ)
ป.อาญา บลุกั รทุกรัพ(มย.์๓(ม๖.๒๓)๓๔, ๓๓๖ ทวิ)
บุกรุก (ม.๓๖๒)
ท่ีดินของผู้ต้องหำและของผู้เสียหำยอยู่ติดกันโดยมีหลักเขตแสดงแนวเขตของ
ท่ีดินไว้ชทัด่ีดเินจขนอผงู้ตผ้อูตง้อหงำหจำึงแทลระำขบอองยผู่แ้เสลีย้วหว่ำทย่ีดอินยู่ภติำดยกใันนโแดนยวมเีหขลตักใดเขเปต็นแขสอดงงผแู้ตน้อวงเขหตำแขลอะง
ท่ีดินไภวำ้ชยัดใเนจนแนผวู้ตเ้อขงตหใำดจเึงปท็นรขำอบงอผยู้เู่แสลีย้วหว่ำทย่ีดทินั้งภใำนยขใณนแะนทว่ีผเู้ตข้ตอใงดหเำปค็นวขบอคงผุมู้ตก้อำงรหตำักแดลินะ
ผทู้่ีดเ สินี ยภหำยำ ใยนไแดน้ เ ตวเื อขนตผใดู้ ตเ้ อป็งนหขำอใงหผ้ ูคเ สวียบหคำุ มยกทำ้ังรใตนั ขกณดิ นะ ทใ ห่ีผ้ ูอต้ยอู่งภหำำยคใวนบแคนุมวกเำขรตตทัก่ี ดิ น
ขผอู้ เ สงผี ยู้ตห้อำงยหไำดแ้ เลตะื อไมน่ใผหู้ ต้ล้ อำเงขห้ำำไปใ หต้ักคดวินบใคนุ มทก่ีดิำนรขตอั งกผดู้เิ นสียใ ห้ อำยยู่ ภกำรยทใ่ี นผู้ตแ้อนงวหเำขคตวทบ่ี ดคิ นุม
กขอำงรผตู้ตัก้อดงินหลำ้ำแเลขะ้ำไไมป่ใหต้ัลก้ำเเอขำ้ำดไิปนตในักทด่ีิดนิในนขทอ่ีดงินผขู้เอสีงยผหู้เำสยี ใหสำ่ใยนกรถำรบทร่ีผรู้ตท้อุกงขหับำอคอวบกคไปุม
กจึงำเรปต็นักกดำิรนลลัก้ำเเอขำ้ำดไินปซตึ่งักเปเ็นอทำดรัพินยใน์ขอทง่ีดผินู้เสขียอหงำผยู้เไสปียโหดยำยทุจใสร่ิตในแรลถะยบังรเรปท็นุกขำรับเขอ้ำอไกปไใปน
ทจึง่ีดเินปอ็นันกเำปร็นลักอเสอังำหดำินรซิมึ่งทเปรัพ็นยท์ขรัพองยผ์ขู้เอสงียผหู้เสำียหเพำื่อยไถปือโคดรยอทงุจอรสิตั งแหลำะรยิมังทเปร็นัพกยำ์นรั้นเขท้ำั้งไหปมในด
หท่ีดรือินแอตัน่บเปำ็นงสอ่วสนังหรำือริมเขท้ำรไัพปยก์ขระอทงผำกู้เสำียรหใดำๆยเอพันื่อเถปือ็นคกรำอรงรอบสกังวหนำกรำิมรทครรัพอยบ์นคั้นรอทง้ั ทห่ีดมินด
อหนัรือเปแ็นตอ่บสำงั งหสำ่วรนมิ หทรพัือยเขข์ ้ำอไงปผกูเ้ สรียะหทำยกโำดรยใปดกๆตอิสันุขเป็นกำรรบกวนกำรครอบครองท่ีดิน
อันเป็นอสังหำรมิ ทรัพย์ของผูเ้ สียหำยโดยปกติสุข
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๕๔๓๓๕ เน้ือที่ประมาณ ๑๗ ไร่
๗๒.๕ ตข้อาเรทา็จงจวราิงไมดีน้คาวยามลว.่าเปท็นี่ดเจิน้าตขาอมงโกฉรนรดมทสี่ดิทินธเลิ์ แขลทะี่ ไ๕ด๔้ม๓ีก๓าร๕แบเน่งื้อทที่ดี่ปินรดะมังากณล่า๑ว๗ออไกร่
เ๗ป๒็น.ห๕ลาตยาโรฉานงดวแาลมะีนทาี่ดยิน ลท.ี่เกเปิด็นเหเจต้าุตขาอมงโกฉรนรดมเลสิขททธี่ิ์ ๕แล๗ะ๙ได๑้ม๙ีกเาลรขแทบี่ด่งินที่ด๕ิน๔ดังซกึ่งลม่ีากวอองอดิกน
ขเปน็นาหดลใหายญโ่ฉกนั้ ดอแยลู่ระทหี่ดวิน่างทที่เี่ดกินดขเหอตงุตผาู้ตม้อโงฉหนาดเแลลขะทเี่ ม๕่ือ๗วั๙นท๑ี่ ๙๙เ-ล๑ข๔ที่ดกินุมภ๕า๔พซันึ่งธม์ ีก๒อ๕ง๕ด๒ิน
เขวนลาาดกใลหาญงว่กัน้ันผอู้ตยู้่อรงะหาวไ่าดง้ขทาี่ดยินหขนอ้าดงผินู้ตข้องตหนาแแลละใะหเม้ร่ืถอตวักนดทินี่ ๙เข-้า๑ม๔าตกักุมหภน้าพดินั แธล์ ๒้วร๕ุก๕ล๒้า
เขว้าลไาปกตลักาหงนวัน้าดผินู้ตต้อางมหโฉาไนดด้ขเลายขหที่น๕้า๗ดิน๙ข๑อ๙งตเลนขแทลี่ดะใินห้๕รถ๔ตขักอดงินนเาขย้ามลา.ตปักรหะนม้าดณินแ๒ล.๕้วรเุกมลต้าร
เยขา้าวไป๔ต๐ักหเมนต้ารดินแลตะาสมูงโฉ๗นดเเมลตขรที่ค๕า๗นว๙ณ๑เ๙ป็นเลเงขินทปี่ดรินะม๕า๔ณข๑อ๕งน๐า,๐ย๐ล๐. ปบราะทมทาณั้ง ๆ๒ท.๕ี่นาเยมตลร.
ไยดา้กว ล๔่า๐วเเตมือตนรอแยล่าะใสหูง้ร๗ถตเักมดติรนเคขา้านมวาณตัเกปห็นนเง้าินดปินรไะวม้แาลณ้ว ๑แล๕ะ๐ผ,๐ู้ต๐้อ๐งหบาารทับวท่า้ังมๆีกทารี่นราุกยลล้า.
1ได้กล่าวเตือนอย่าให้รถตักดินเข้ามาตักหน้าดินไว้แล้ว และผู้ต้องหารับว่ามีการรุกล้า
1 /เข้าไป...
/เข้าไป...
741ค�ำ ช้ีขาดความเหน็ แยง้ ของอยั การสูงสดุ
เข้าไปจริงจึงเสนอชดใช้ค่าเสียหายประกอบกับผลการรังวัดของสานักงานที่ดินจังหวัดชุมพร
พบว่ามีการขุดหน้าดินล้าเข้าไปในแนวเขตที่ดินของนาย ล. เฉลี่ยประมาณ ๑ เมตร นาย ล.
ได้ร้องทุกข์ดาเนินคดีภายในอายุความร้องทุกข์กล่าวหาว่าผู้ต้องหาบุกรุกและขุดเอาดิน
ลกู รงั ในแนวเขตที่ดนิ ของตนเองไป
คดีมปี ญั หาใหอ้ ัยการสูงสุดชีข้ าดว่า การกระทาของผตู้ ้องหาเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
และบุกรกุ หรอื ไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ที่ดินของผู้ต้องหาและที่ดินของผู้เสียหายอยู่ติดกัน
โดยมีหลักเขตตามภาพถ่ายเอกสารในสานวน แสดงแนวเขตของที่ดินไว้ชัดเจน ผู้ต้องหาจึง
ทราบอยู่แล้วว่าที่ดินภายในแนวเขตใดเป็นของผู้ต้องหาและที่ดินภายในแนวเขตใดเป็น
ของผู้เสียหาย ทั้งในขณะที่ผู้ต้องหาควบคุมการตักดิน ผู้เสียหายก็ได้เตือนผู้ต้องหาให้ควบคุม
การตักดินให้อยู่ภายในแนวเขตทีด่ ินของผู้ต้องหาและไม่ให้ล้าเข้าไปตักดินในที่ดินของผู้เสียหาย
ดงั นน้ั การทีผ่ ู้ตอ้ งหาควบคุมการตกั ดินล้าเข้าไปตกั เอาดินในที่ดินของผู้เสียหายใส่ในรถบรรทุก
ขับออกไปขาย จึงเป็นการลักเอาดินซึ่งเป็นทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยทุจริตและโดยใช้
ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทาผิดหรือการพาทรัพย์น้ันไป ทั้งยังเป็นการเข้าไปในที่ดิน
อันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายเพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
หรือเข้าไปกระทาการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของ
ผู้เสียหายโดยปกติสุข พยานหลักฐานพอฟ้อง ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา ฐานลักทรัพย์โดยใช้
ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทาผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป และบุกรุกเข้าไปใน
อสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์น้ันทั้งหมด หรือแต่บางส่วน
หรือเข้าไปกระทาการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น
โดยปกติสุข ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔, ๓๓๖ ทวิ, ๓๖๒ ประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๓ และขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ลักไป
ราคา ๑๕๐,๐๐๐ บาท แก่ผเู้ สียหายด้วย
742 ค�ำ ชี้ขาดความเห็นแย้งของอยั การสูงสุด
ร้องทุกขเ์ กนิ กำหนดสำมเดือนคดขี ำดอำยุควำม ควคามำ� ขชเอห้ีขงน็ าแดยง้
ร้องทุกขเ์ กนิ กำหนดสำมเดือนคดขี ำดอำยคุ วำม อยั การสงู สดุ
คำชี้ขำดควำมเห็นแยง้ ท่ี ๔๐๖/ ๒๕๕๓ พ.ศ.๒๕๕๓
คป.ำอชาี้ขญำาดควำอมาเยหุค็นวแายมง้ (ทม่ี .๔๙๐๖๖)/ ๒๕๕๓
ป.อาญา ยอกั ายอุคกวา(ม.(ม๓.๕๙๒๖))
ยักยอก (ม. ๓๕๒)
เมื่อวันท่ี ๘ มีนำคม ๒๕๕๐ ผู้ต้องหำ ได้เช่ำซื้อโทรศัพท์มือถือไปจำกผู้เสียหำย
โดยชำรเมะรื่อำวคันำทค่ี ๘รั้งแมรีนกำคเปม็น๒เง๕ิน๕๓๐,ผ๐ู้ต๐้อ๐งหบำทไดห้เชล่ำังซจื้อำโกทนรั้นศผัพู้ตท้อ์มงือหถำือไมไป่ชจำำรกะผคู้เ่ำสเียช่หำซำื้ยอ
โทด่ีเหยชลำือรใะหร้ผำู้เคสำียคหรำั้งยแอรีกเปล็นยเจงิน ก๓ร,ะ๐ท๐ั่ง๐เดบือำนทมหีนลำังคจมำก๒น๕ั้น๕ผ๒ู้ต้อผงู้เสหียำไหมำ่ชยำไรดะ้ทคร่ำำเบช่ำจซำื้อก
พท่ีเนหักลงือำนใหข้ผำู้เยสสียินหคำ้ำยขออีกงผเลู้เสยียจหนำกยรวะ่ำทผัู่้งตเ้อดงือหนำมไดีน้นำำคโมทร๒ศ๕ัพ๕ท๒์ท่ีเผชู้เ่ำสซียื้อหจำำยกไผดู้เ้ทสีรยำหบำจยำไปก
พขำนยักใงหำ้แนกข่บำุคยคสลินอคื่น้ำขแอลง้วผกู้เสรณียหีจำึงยถวือ่ำไผดู้ตว่ำ้อผงู้เหสำียไดห้นำยำโททรรำศบัพว่ทำผ์ทู้ต่ีเช้อ่ำงซหื้อำมจำีเจกตผนู้เสำียเบหียำดยบไปัง
เขอำำยโใทหร้แศกัพ่บทุค์มคือลอถื่นอแขลอ้วงผกู้เรสณียีหจึงำถยือไปไดต้ว้ัง่ำแผตู้เ่สเดียือหนำมยีนทำรำคบมว่ำ๒ผ๕ู้ต๕้อ๒งหกำำมรีเทจ่ีตผู้นเสำียเบหียำดยบไปัง
เรอ้อำงโททุกรขศ์ใัพหท้ด์มำือเนถิืนอขคอดงีแผกู้เ่ผสู้ตีย้อหงำหยำไปเมตื่อั้งแวันต่ทเด่ี ือ๑น๗มีนกัำนคยมำย๒น๕๒๕๒๕๕ก๒ำรจทึง่ีผเู้กเสินียกหำำหยนไปด
สร้ำอมงเทดุือกนขน์ใบัหแ้ดตำว่ เนั นทิน่ผี คู้เสดียีแหกำ่ยผรู้ต้เู ้รอ่อื งงหคำวำเมผื่อิดวแันลทะร่ี ตู้๑ัว๗ผ้กู กรัะนทยำำคยวำนมผ๒ิด๕ค๕ด๒ีจึงขจำึงดเอกำินยกุควำำหมนด
สำมเดือนนับแต่วันทผ่ี ูเ้ สียหำยรเู้ รอ่ื งควำมผิดและรู้ตวั ผู้กระทำควำมผิด คดีจึงขำดอำยุควำม
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เสียหายประกอบอาชีพให้เช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ ชื่อร้าน พ.
เม่ือวันทขี่ ้อ๘เทม็จีนจารคิงไมด้ค๒ว๕า๕ม๐ว่าเวลผู้เาสกียลหาางยวปันรผะกู้ตอ้ บงหอาชไดีพ้เใชห่า้เซช่าื้อซโทื้อโรทศรัพศทัพ์มทือ์มถือือถือยี่หช้อื่ รโ้านนเกพีย.
เรมุ่น่ือ๕ว๓ันท๐ี่๐๘จมานี วานคม๑ ๒เค๕รื่อ๕ง๐รเาวคลาา๑ก๓ล,า๕ง๐วัน๐ บผู้าตท้องจหากาไผดู้เส้เชีย่าหซาื้อยโทโดรยศตัพกทล์มงชือาถรือะรยาี่คหา้อคโรนั้งแเกรียก
เรปุ่น็น๕เง๓ิน๐๐๓,จ๐า๐น๐วนบ๑าทเคสร่ืวอนงทรี่าเหคลาือ๑ผ๓่อ,น๕ช๐า๐ระบงาวทดจลาะกผ๑ู้เ,ส๐ีย๕ห๐ายบโาดทยตทกุกลวงันชทารี่ ะ๑ร๐าคขาอคงรเ้ังดแือรนก
เป็นเวงลินา๓๑,๐๐๐เด๐ือนบาผทเู้ สียสห่วานยทตี่เกหลงือแผล่อะนมอชาบรโทะงรวศดพั ลทะ์มอื ๑ถ,ือ๐ด๕ัง๐กลบ่าาวทใหท้ไปุกวตัน่อทมี่า๑เม๐่ือถขึงอกงาเดหืนอดน
ชเปาน็รเะวเลงินาว๑ัน๐ที่ เ๑ดื๐อนเมผษเู้ สาียหนา๒ยต๕ก๕ล๐งแผลู้ตะ้อมงอหบาโไทมร่นศาัพเงทิน์มมอื าถชือาดรังะกผลู้เ่าสวียใหา้ไปยมตอ่อบมหามเมา่ือยถใหึงก้นาหยนศด.
ซชาึ่งรเปะเ็นงินพวนันักทงี่ า๑น๐ภเามยษใานยรน้าน๒ต๕ิด๕ต๐าผมู้ตท้อวงงหถาาไมต่นาเมงทินี่มอายชู่ทาี่ผรู้ะต้อผงู้เสหียาหใหาย้ไวม้อคบนหใมนาบย้าใหน้นอา้ ยงวศ่า.
ผซู้ึ่ตงเ้อปง็นหพาไนปักตง่าางนจภังาหยวใัดนรเม้า่ือนโตทิดรตศาัพมทท์ไวปงตถาามมเบตอามร์ที่ผอู้ตย้อู่ทงี่ผหู้ตา้อใหงห้ไวา้ ใผหู้ร้ไับวบ้ คอนกใวน่าบเป้า็นลอูก้างจว้า่าง
ขผอู้ตง้อผงู้ตห้อางไหปาต่าผงู้ตจ้อังงหหวาัดไปเตม่าืองโจทังรหศวัพัดทต์ไป่อมตาปมรเบะมอารณ์ที่ผเดู้ตือ้อนงกหุมาภใหา้ไพวัน้ ผธู้์ร๒ับ๕บ๕อก๒วผ่าู้เสปีย็นหลาูกยจพ้าบง
ผขอู้ตง้อผงหู้ตา้อทงี่สหถาาผนู้ตีต้อารงวหจาภไปูธรตว่าัดงสจัิงห์วแัดละตส่ออมบาถปารมะเรม่ือางณกเาดรือผน่อนกชุมาภราะพคัน่าโธท์ ร๒ศ๕ัพ๕ท๒์ ผู้ตผู้อเสงียหหาแาจย้งพวบ่า
1ผู้ต้องหาที่สถานีตารวจภูธรวัดสิงห์ และสอบถามเร่ืองการผ่อนชาระค่าโทรศัพท์ ผู้ต้องหาแจ้งว่า
1
/ขณะน.ี้ ..
/ขณะน.ี้ ..
743คำ�ชขี้ าดความเหน็ แย้งของอยั การสูงสดุ
ขณะนี้มีปัญหาเร่ืองการเงินและภายใน ๑-๒ สัปดาห์จะนาเงินที่เหลือไปชาระให้ที่ร้าน
แต่เม่ือถึงกาหนดผู้ต้องหาไม่ชาระ ประมาณเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ นาย ศ. พบผู้ต้องหาและ
สอบถามเร่ืองผ่อนชาระค่าโทรศัพท์ ผู้ต้องหาแจ้งว่าโทรศัพท์ที่เช่าซื้อมาได้ขายให้ผู้อื่นไปแล้ว
วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ ผู้เสียหายพบผู้ต้องหา ผู้ต้องหาบ่ายเบี่ยงการชาระเงินอีก
โดยบอกว่าก่อนวนั ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ จะชาระเงินส่วนที่ค้างทั้งหมด จานวน ๑๐,๕๐๐ บาทให้
และได้บันทึกต่อหน้าผู้เสียหายอีกว่าได้นาโทรศัพท์มือถือที่เช่าซื้อไปขายให้กับ บุคคลอื่นนานแล้ว
เม่ือถึงกาหนดในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ ผู้ต้องหาไม่ชาระ วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๒
ผเู้ สียหายจงึ รอ้ งทุกข์ตอ่ พนักงานสอบสวน
คดีมปี ญั หาใหอ้ ัยการสูงสุดพิจารณาว่า คดีนี้มีการร้องทุกข์ภายในกาหนดอายุความ
หรอื ไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ความผิดฐานยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้
ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เร่ืองความผิดและรู้ตัวผู้กระทาผิด
เป็นอันขาดอายุความ สาหรับคดีนี้มีพยานหลักฐานฟังได้ว่าเม่ือวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๐
ผตู้ ้องหาได้เช่าซือ้ โทรศัพท์มอื ถือไปจากผู้เสียหาย โดยชาระราคาคร้ังแรกเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท
หลังจากน้ันผู้ต้องหาไม่ชาระค่าเช่าซื้อที่เหลือให้ผู้เสียหายอีกเลย จนกระท่ังเดือนมีนาคม
๒๕๕๒ ผู้เสียหายได้ทราบจากพนักงานขายสินค้าของผู้เสียหายว่าผู้ต้องหาได้นาโทรศัพท์ที่
เช่าซื้อจากผู้เสียหายไปขายให้แก่บุคคลอื่นแล้ว กรณีจึงถือได้ว่าผู้เสียหายทราบว่าผู้ต้องหา
มีเจตนาเบียดบังเอาโทรศัพท์มอื ถือของผู้เสียหายไปต้ังแตเ่ ดือนมนี าคม ๒๕๕๒ การที่ผู้เสียหาย
ไปร้องทุกข์ให้ดาเนินคดีแก่ผู้ต้องหา เม่ือวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๒ จึงเกินกาหนดสามเดือน
นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เร่ืองความผิดและรู้ตัวผู้กระทาความผิด คดีจึงขาดอายุความไปแล้ว
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ สิทธิในการนาคดีอาญามาฟ้องผู้ต้องหาย่อมระงับไป
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๖) และกรณีเข้าเง่ือนไขระงับคดี
ตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ
พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๕๔(๖) ที่กาหนดให้พนักงานอัยการต้องส่ังยุติการดาเนินคดีกับผู้ต้องหา
ยุติการดาเนินคดีกับผู้ต้องหาฐานยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒
เพราะคดีขาดอายุความ
744 ค�ำ ชขี้ าดความเห็นแย้งของอยั การสูงสุด
เก็บทรพั ยท์ ่ผี ูเ้ สียหำยทำตกไปเป็นลักทรัพย์
คำชี้ขำดควำมเห็นแย้งท่ี ๔๑๔/๒๕๕๓
ป.อาญา ร่วมกันลักทรพั ย์ฯ (ม. ๓๓๕(๗), ๘๓)
โทร ศัพท์ มือ ถื อ ขอ งผู้เ สีย ห ำย ท่ีผู้ต้อ งหำ ทั้งส อ งเ ก็บเ อ ำไ ปยัง อ ยู่ใ น
ควำมครอบครองของผ้เู สียหำย ไม่ใช่ทรัพย์ตกหำย กำรท่ีมีผู้เก็บได้ไม่ทำให้ควำมยึดถือ
ครอบครองของผู้เสียหำยขำดตอนไป ผู้ต้องหำทั้งสองเอำทรัพย์ของผู้เสียหำยไปโดย
รู้ว่ำมิใช่ของตนและรู้หรือควรรู้ว่ำเจ้ำของกำลังติดตำมเพื่อเอำทรัพย์ดังกล่ำวคืน
จึงเป็นกำรเอำทรัพย์ของผู้เสียหำยไปโดยทุจริต เป็นควำมผิดฐำนร่วมกันลักทรัพย์
มิใชย่ กั ยอกทรัพย์สินหำย
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุขณะที่ผู้เสียหายน่ังซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ควคาม�ำขชเอห้ีขงน็ าแดย้ง
มากับบุตรสาว เพื่อเข้าไปทางานที่ชุมชนวัดคลองเตย ๒ เม่ือถึงบริเวณปากซอยได้ลงจาก อัยการสูงสดุ
รถจักรยานยนต์เพื่อเข้าไปในบ้านพัก ในเวลานั้นผู้ต้องหาที่ ๑ ได้น่ังซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์
ของผู้ต้องหาที่ ๒ ขับผ่านไปทางปากซอย ขณะที่ลงจากรถผู้เสียหายได้ยินเสียงคล้ายของตก พ.ศ.๒๕๕๓
แตห่ าไม่เจอจงึ เดินเข้าบ้านพัก พบว่าโทรศัพท์มอื ถือยี่หอ้ โนเกีย ราคา ๑๑,๐๐๐ บาท ได้หายไป
สอบถามนางสาว อ. พยานในที่เกิดเหตุ ทราบว่าเห็นผู้ต้องหาที่ ๑ ลงจากรถจักรยานยนต์
และหยิบเอาโทรศัพท์มือถือดังกล่าวไป ผู้เสียหายได้ไปติดตามสอบถาม แต่ไม่ได้ความจึงแจ้ง
ความดาเนินคดี
คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดฐานร่วมกัน
ลกั ทรัพย์ หรือไม่
อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานฟังได้ว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ
ผเู้ สียหายได้ทาโทรศัพท์มือถือตกบริเวณหน้าบ้านพักแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ขณะน้ันผู้ต้องหาที่ ๒
1
/ขบั ขี.่ ..
745คำ�ชข้ี าดความเห็นแยง้ ของอัยการสูงสุด
ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาบริเวณที่เกิดเหตุโดยมีผู้ต้องหาที่ ๑ ซึ่งเป็นภรรยานั่งซ้อนท้าย
ผู้ต้องหาที่ ๒ ได้หยุดรถ ส่วนผู้ต้องหาที่ ๑ ลงจากรถไปเก็บโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย
ที่ตกอยู่ที่พื้นถนนแล้วกลับมาขึ้นรถ จากนั้นผู้ต้องหาที่ ๒ ได้ขับรถออกไป หลังจากผู้เสียหาย
ทราบว่าทาโทรศัพท์มือถือตกบริเวณหน้าบ้านก็รีบติดตามค้นหาทันที และทราบว่า
ผู้ต้องหาท้ังสองซึ่งมีบ้านพักอยู่ใกล้กันเป็นผู้เก็บเอาไป เม่ือผู้เสียหายไปสอบถามปรากฏว่า
ผู้ต้องหาทั้งสองปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป ต่อมาในช้ันสอบสวนผู้ต้องหาที่ ๒ ให้การรับสารภาพ
และนาโทรศัพท์มือถือเคร่ืองใหม่มาชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจแล้ว ดังนี้ ถือว่า
โ ท ร ศั พ ท์ มื อ ถื อ ข อ ง ผู้ เ สี ย ห า ย ที่ ผู้ ต้ อ ง ห า ท้ั ง ส อ ง เ ก็ บ เ อ า ไ ป ยั ง อ ยู่ ใ น ค ว า ม ค ร อ บ ค ร อ ง
ของผู้เสียหาย ไม่ใช่ทรัพย์ตกหาย การที่มีผู้เก็บได้ไม่ทาให้ความยึดถือครอบครองของ
ผู้เสียหายขาดตอนไป ผู้ต้องหาทั้งสองเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยรู้ว่ามิใช่ของตน
และรู้หรือควรรู้ว่าเจ้าของกาลังติดตามเพื่อเอาทรัพย์ดังกล่าวคืน จึงเป็นการเอาทรัพย์
ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต เป็นความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ มิใช่ยักยอกทรัพย์สินหาย
ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาที่ ๑ และที่ ๒ ฐานร่วมกันลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๓๓๕ (๗), ๘๓ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕2๕ มาตรา ๑๑
746 คำ�ชีข้ าดความเห็นแย้งของอยั การสูงสดุ