กล่าวคือกฎหมายบัญญัติว่าคณะกรรมการอนุกรรมการสอบสวนมีอานาจกับหน้าที่เช่นเดียวกับ
พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในมาตรา ๒๔ สว่ นการแย้งคาส่ัง
ไมฟ่ ้องกาหนดในมาตรา ๒๕
ถ้าพิเคราะห์มาตรา ๒๕ อย่างเดียวคล้ายกับจะตีความไปได้ว่าถ้าคณะอนุกรรมการ
สอบสวนกับคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ามีความเห็นควรสั่งไมฟ่ ้องไม่ต้องส่งสานวนมาให้
พนกั งานอยั การ
ท้ังอาจตีความไปได้ว่าประธานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ามีอานาจเฉพาะ
แยง้ คาสง่ั ไมฟ่ ้อง ถา้ จะเหน็ ชอบไมม่ ีอานาจ
แต่เมื่อกลับไปดูต้นแบบกฎหมายใน มาตรา ๑๔๕, ๑๔๕/๑ แห่งประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญาได้บัญญัติเฉพาะการแย้งไว้เท่านั้นเช่นกัน แต่มีอานาจเห็นชอบกับคาสั่ง
ไม่ฟ้องของพนักงานอัยการได้ เพราะว่าผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ
มอี านาจทง้ั ชอบทงั้ แย้งอยู่ในตัวแม้กฎหมายจะบัญญตั ิว่าให้มีอานาจแย้งอย่างเดยี ว
ส่วนการสั่งไม่ฟ้องพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ต้องส่งสานวนไปยังพนักงานอัยการแล้ว
พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องตาม ประธานคณะกรรมการการแข่งการทางการค้าจะต้องพิจารณา
อีกคร้ังหน่ึง ถ้าพิจารณาตามมาตรา ๒๕ คล้ายกับว่าถ้าคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
สัง่ ไม่ฟ้องแล้วสง่ สานวนให้พนกั งานอัยการ พนักงานอัยการสงั่ ไม่ฟ้องก็ยุตไิ ปไม่ต้องสง่ ให้ประธาน
คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าพิจารณาอีก แต่ตามหลักการในประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญาพนักงานอัยการมีหน้าที่ต้องส่งสานวนให้ประธานคณะกรรมการ
การแข่งขันทางการค้าพิจารณาอีกครั้ง ว่าประธานจะแย้งจะชอบกับคาสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ
หรือไม่อยา่ งไร
พนักงานสอบสวนเม่อื สอบสวนเสรจ็ แล้วจะมีความเห็นสง่ั ฟอ้ งหรอื สงั่ ไม่ฟอ้ งหรือสั่งยุติหรือ
คดีเลิกกันน้ีล้วนมีหน้าที่ต้องส่งสานวนมายังพนักงานอัยการตามมาตรา ๑๔๐ ถึง มาตรา ๑๔๔
แหง่ ประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความอาญา
หากพนักงานอัยการเห็นว่าพนักงานสอบสวนนี้ยังไม่ได้ดาเนินคดีกับบุคคลภายนอก
หรือบุคคลท่ีเก่ียวข้องซ่ึงร่วมกันกระทาความผิดด้วย พนักงานอัยการจะมีหนังสือแจ้งให้
พนักงานสอบสวนดาเนินคดีกบั บคุ คลภายนอกหรือบคุ คลท่ีเกีย่ วข้องซึ่งพนักงานสอบสวนยังไมไ่ ด้
ด า เนิ น ค ดี ใน ลั ก ษ ณ ะ เป็ น ก า ร พิ จ า ร ณ า ข้ อ เท็ จ จ ริ ง ใน ส า น ว น ก า ร ส อ บ ส ว น แ ล้ ว ช้ี ร ะ บุ ต่ อ
พนักงานสอบสวนว่ามีผกู้ ระทาผดิ กฎหมายเกดิ ข้ึน
ในความผิดซึ่งเป็นความผิดทางอาญาแผ่นดินตามมาตรา ๕๐ กับ มาตรา ๕๔
ตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน เม่ือทาง
อัยการเห็นว่า อนุกรรมการสอบสวนยังมิได้ดาเนินคดีก็จะแจ้งคณะกรรมการการแข่งขัน
ทางการคา้ ในฐานะพนักงานสอบสวนให้ดาเนินคดีกับบคุ คลภายนอกที่เกี่ยวข้องซึ่งคณะกรรมการ
อัยการนเิ ทศ เลม่ ที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 189
การแข่งขันทางการค้าในฐานะพนักงานสอบสวนก็ต้องดาเนินการให้เป็นไปตามอา นาจหน้าท่ี
เหมือนกับตารวจในฐานะพนกั งานสอบสวน
อัยการกับพนักงานสอบสวนทั้ง ๔ ประเภท คือ พนักงานฝ่ายปกครอง ตารวจ คณะกรรมการ
การแข่งขันทางการค้า คณะอนุกรมการสอบสวนและเจ้าหน้าท่ีสอบสวนคดีพเิ ศษ มคี วามสัมพันธก์ ัน
ตามประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา
ท่ีสาคัญคือว่าคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าและอนุกรรมการสอบสวนมีอานาจหน้าที่
เช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ข้อยกเว้นมีเพียง
เรื่ อ งก าร แ ย้ งที่ ก ฎ ห ม า ย ว่ าด้ ว ย ก าร แ ข่ งขั น ท างก าร ค้ าก าห น ด ใ ห้ เป็ น อ า น าจ ข อ งป ร ะธ า น
คณะกรรมการการแข่งขนั ทางการคา้
ฉะนั้นบทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าและ
อนุกรรมการสอบสวนในฐานะพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการ ต่างมีอานาจและหน้าท่ี
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าและอนุกรรมการสอบสวน มีอานาจสอบสวน
คดีอาญา ตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า และตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติ
การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้บัญญัติว่า การฟ้องคดีอาญาและการฟ้องคดีเรียกค่าเสียหาย
ตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าให้อยู่ในเขตอานาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญา
และการค้าระหว่างประเทศกลาง ซ่ึงเป็นการแก้ไขจากเดิมท่ีอยู่ในเขตอานาจของศาลอาญา
ดังน้ันในส่วนพนักงานอัยการผู้มีอานาจพิจารณ าสั่งสานวนการสอบสวนคดีอาญ า
ตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ จงึ เปล่ียนจากพนักงานอยั การสานักงาน
คดีเศรษฐกิจและทรัพยากรมาเป็นพนักงานอัยการสานักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า
ระหว่างประเทศ เมื่อพ้นกาหนดเก้าสิบวันนับแต่ประกาศพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า
พ.ศ. ๒๕๖๐ ซงึ่ พระราชบัญญัตฯิ นี้ ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐
คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ผู้ใช้อานาจและหน้าท่ีตามพระราชบัญญัติ
การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ ถือเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามกฎหมายหน่วยงานแรก
ทม่ี ีอานาจ “สอบสวน” ในฐานะพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา
ที่มีอานาจสอบสวนดาเนินคดีกบั ผกู้ ระทาผดิ ทฝ่ี ่าฝืนกฎหมายการแขง่ ขนั ทางการค้าดว้ ยตัวเอง
190 บทความ
หนังสือเวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 193
194 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 195
196 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 197
198 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 199
200 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 201
202 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 203
204 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 205
206 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 207
208 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 209
210 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 211
212 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 213
214 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 215
216 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 217
218 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 219
220 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 221
222 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 223
224 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 225
226 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 227
228 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 229
230 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 231
232 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 233
234 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 235
236 หนงั สอื เวยี น
อัยการนเิ ทศ เล่มที่ ๘๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ 237
238 หนงั สอื เวยี น