The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศศิกาญจน์ กิ่งวงศา, 2023-06-06 13:05:40

แผนการสอน265

แผนการสอน265

ตารางวิเคราะห์มาตรฐาน ตัวชี้วัด สาระการเรี รหัสวิชา ว 22102 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวล สัดส่วนคะแนนระหว่างเรียน : ลำดับที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น/เศรษฐกิจ พอเพียง/อาเซียน/ ต้านทุจริต สาระสำคัญ 1 งานและ พลังงาน ว 1.1 ม. 2/1 1. วิเคราะห์สถานการณ์และ คำนวณเกี่ยวกับ งานและกาลังที่ เกิดจากแรงที่ กระทำต่อวัตถุ โดยใช้สมการ W = Fs และ P= จากข้อมูล ที่รวบรวมได้ 2. วิเคราะห์ หลักการทำงาน ของเครื่องกล อย่างง่ายจาก ข้อมูลที่รวบรวม ได้ 3. ตระหนักถึง ประโยชน์ของ ความรู้ของ เครื่องกล อย่างง่าย โดยบอก ประโยชน์ และการ ประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวัน - ท้องถิ่น -เศรษฐกิจพอเพียง งาน กำลัง เครื่องกลอย่างง่าย การออกแรงกระทำต่อวัตถุแล้ววัตถุมีก เดียวกับทิศทางของแรงจะทำให้เกิดงาน(w ของแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ โดยมีการกระ W = Fs กำลังคือปริมาณงานที่ทำในหน่วยเวลา P= พื้นเอียง คาน รอก ล้อ และเพลา เป็นเ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ผ่อนแรงหรืออำนวยควา ทำงาน เมื่อออกแรงกระทำต่อเครื่องกลเพื ได้กับเครื่องกลมีขนาดเท่ากับผลคุณของแร การกระจัดตามแนวแรง โดยขนาดของการ แรงเท่ากับระยะที่ออกแรง ในขณะเดียวกัน แรงทำงาน ทำให้ได้งานจากเครื่องกล งานที งานที่ได้จากเครื่องกลจะมีค่าเท่ากัน


รียนรู้ โครงสร้างรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ วิชา(พื้นฐาน /เพิ่มเติม) จำนวน 1.5 หน่วยกิต ลา 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน ปลายภาค …70….. : …30…… กระบวนการคิด /สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ อ่านคิด วิเคราะห์ และเขียน ภาระงานที่ มอบ หมายให้ Tasks เวลา / hours น้ำ หนัก คะแนน Score ารเคลื่อนที่ในแนว work) งานเป็นผล จัดตามแนวแรง = เครื่องกลอย่างง่าย ามสะดวกในการ พื่อให้เกิดงาน งานที่ รงกับขนาดของ กระจัดตามแนว นเครื่องกลจะออก ที่ให้เครื่องกลและ กระบวนการคิด - กระบวนการ เรียนรู้แบบบูรณา การ -กระบวนการ สร้างความรู้ - กระบวนการคิด - กระบวนการ แก้ปัญหา - กระบวนการ เรียนรู้จาการ ปฏิบัติจริง สมรรถนะ 6 ด้าน □ 1. การจัดการ ตนเองอย่างมีสุข ภาวะ □ 2. ความคิดขั้น สูงและการเรียนรู้ □ 3. การสื่อสาร ด้วยภาษา □ 4. การจัดการ และการทำงาน เป็นทีม 1. รักชาติ ศาสน์ กษัติริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่าง พอเพียง 6. มุ่งมั่นใน การทำงาน 7. รักความ เป็นไทย 8. มีจิต สาธารณะ 1. สามารถคัด สรรสื่อที่ต้องการ อ่านเพื่อหาข้อมูล สารสนเทศได้ ตามวัตถุประสงค์ สามารถสร้าง ความเข้าใจและ ประยุกต์ใช้ ความรู้จากการ อ่าน 2. สามารถจับ ประเด็นสำคัญ และประเด็น สนับสนุน โต้แย้ง 3. สามารถ วิเคราะห์ วิจารณ์ ความ สมเหตุสมผล ความน่าเชื่อถือ ลำดับความและ ความเป็นไปได้ ของเรื่องที่อ่าน -รายงาน กิจกรรมและ นำเสนอการ ทดลอง -ใบงาน แบบฝึกเสริม ทักษะ -แผนผัง ความคิด -ทดสอบ 15 10


ลำดับที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ Unit มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น/เศรษฐกิจ พอเพียง/อาเซียน/ ต้านทุจริต สาระสำคัญ 4. ออกแบบและ ทดลองด้วยวิธีที่ เหมาะสมใน การ อธิบาย ปัจจัยที่มี ผลต่อ พลังงานจลน์ และพลังงาน ศักย์โน้มถ่วง 5. แปล ความหมาย ข้อมูลและ อธิบาย การเปลี่ยน พลังงาน ระหว่าง พลังงานศักย์ โน้มถ่วง และ พลังงานจลน์ ของ วัตถุ โดยพลังงาน กลของวัตถุ มีค่าคงตัวจาก ข้อมูลที่ รวบรวมได้ พลังงานกลกฎการอนุรักษ์พลังงาน พลังงานกล ในทางฟิสิกส์ จะหมายถึง เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่โดยตรงของวัตถุ โ ด้วยพลังงานศักย์และพลังงานจลน์ พลังงานศักย์โน้มถ่วง เป็นพลังงานที่อยู สนามถ่วงโลก เป็นปริมาณสเกลาร์ มีหน่วย ศักย์โน้มถ่วงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับมวลขอ ความสูงของวัถตุจากอ้างอิง พลังงานจลน์ เป็นพลังงานที่มีอยู่ในวัตถ และเป็นปริมาณสเกลาร์ หน่วยเป็นจูล พลัง หรือน้อยขึ้นอยู่กับอัตราเร็วและมวลในการ พลังงานศักย์โน้มถ่วงสามารถเปลี่ยนเป็ แล้ว พลังงานจลน์สามารถเปลี่ยนเป็นพลังง เช่นกัน เมื่อรวมพลังงานกล พลังงานความ เสียงเข้าด้วยกัน พลังรวมรวมจะยังคงมีค่าตั ตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน


กระบวนการคิด/ สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ อ่านคิด วิเคราะห์ และเขียน ภาระงานที่ มอบ หมายให้ Tasks เวลา / hours น้ำ หนัก คะแนน Score พลังงานที่ โดยประกอบไป ยู่ในวัตถุภายใต้ ยเป็นจูล พลังงาน งวัตถุ และระดับ ถุที่กำลังเคลื่อนที่ งงานจลน์จะมาก เคลื่อนที่ของวัตถุ ป็นพลังงานจลน์ได้ งานศักย์โน้มถ่วงได้ มร้อน และพลังงาน ตัวเสมอซึ่งเป็นไป □ 5. การเป็น พลเมืองที่เข้มแข็ง □ 6. การอยู่รวม กับธรรมชาติและ วิทยาการอย่าง ยั่งยืน 4. สามารถสรุป คุณค่า แนวคิด แง่คิดที่ได้จาก การอ่าน 5. สามารถสรุป อภิปราย ขยาย ความ แสดง ความคิดเห็น โต้แย้ง สนับสนุน โน้มน้าว โดยการ เขียนสื่อสารใน รูปแบบต่าง ๆ


ลำดับที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ Unit มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น/เศรษฐกิจ พอเพียง/อาเซียน/ ต้านทุจริต สาระสำคัญ 6. วิเคราะห์ สถานการณ์ และ อธิบาย การเปลี่ยน และการถ่ายโอน พลังงาน โดยใช้กฎ การอนุรักษ์ พลังงาน 2 การแยก สาร และการ นำไปใช้ 7. อธิบายการ แยกสารผสม โดยการระเหย แห้ง การตก ผลึก การกลั่น อย่างง่าย โครมาโท กราฟี แบบกระดาษ การสกัดด้วยตัว ทำละลาย โดย ใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ เศรษฐกิจพอเพียง วิธีการแยกสาร การกรอง การตกผลึก การสกัด การ โครมาโทกราฟี เป็นวิธีการแยกสารที่มีหลัก และสามารถนำความรู้เรื่องการแยกสารนำไ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน -การกรองคือการนำของผสมที่สารชนิด สารอีกชนิดไม่ละลายในน้ำ นำของผสมผส -การตกผลึกเป็นการแยกสารที่เป็นของ สารละลาย -การสกัดด้วยตัวทำละลาย ใช้แยกสาร ชิ้นส่วนของพืช โดยหั่นชิ้นส่วนพืชเป็นชิ้นเล็ ในเอทานอล นำไปกรอง แล้วนำไประเหยจ เพียงเล็กน้อย จะได้น้ำมันหอมระเหย -การแยกสารละลายที่มีจุดเดือดต่างกัน การกลั่น -สารที่มีจุดเดือดลำดับต่อกันจะระเหยแ เป็นของเหลว จนครบทุกสาร เรียกว่าการก -การแยกสารด้วยการโครมาโทกราฟี อ ความสามารถในการดูดซับของตัวดูดซับใน สารละลายแต่ละชนิดมีความเร็วไม่เท่ากันแ ปริมาณที่ไม่เท่ากัน


กระบวนการคิด/ สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ อ่านคิด วิเคราะห์ และเขียน ภาระงานที่ มอบ หมายให้ Tasks เวลา / hours น้ำ หนัก คะแนน Score รกลั่นและ กการแตกต่างกัน ไปประยุกต์ไปใช้ ดหนึ่งละลายในน้ำ สมในน้ำแล้วกรอง งแข็งออกจาก ที่มีกลิ่นหอมที่ ล็ก ๆ นำไปละลาย จนเหลือสารละลาย นมาก ๆ ใช้วิธี แล้วไปควบแน่น กลั่นตามลำดับส่วน อาศัยหลักการที่ การดูดซับ และดูดซับใน กระบวนการคิด - กระบวนการ เรียนรู้แบบบูรณา การ -กระบวนการ สร้างความรู้ - กระบวนการคิด - กระบวนการ แก้ปัญหา - กระบวนการ เรียนรู้จาการ ปฏิบัติจริง สมรรถนะ 6 ด้าน □ 1. การจัดการ ตนเองอย่างมีสุข ภาวะ □ 2. ความคิดขั้น สูงและการเรียนรู้ □ 3. การสื่อสาร ด้วยภาษา 1. ซื่อสัตย์ สุจริต 2. มีวินัย 3. ใฝ่เรียนรู้ 4. อยู่อย่าง พอเพียง 5. มุ่งมั่นใน การทำงาน 6. รักความ เป็นไทย 7. มีจิต สาธารณะ 1. สามารถคัด สรรสื่อที่ต้องการ อ่านเพื่อหาข้อมูล สารสนเทศได้ ตามวัตถุประสงค์ สามารถสร้าง ความเข้าใจและ ประยุกต์ใช้ ความรู้จากการ อ่าน 2. สามารถจับ ประเด็นสำคัญ และประเด็น สนับสนุน โต้แย้ง -รายงาน กิจกรรมและ นำเสนอการ ทดลอง -ใบงาน -แผนผัง ความคิด -ทดสอบ 12 10


ลำดับที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น /เศรษฐกิจ พอเพียง/อาเซียน / ต้านทุจริต สาระสำคัญ 8. แยกสารโดย การระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่น อย่างง่าย โครมาโทกราฟี แบบกระดาษ การสกัดด้วยตัว ทำละลาย 9. นำวิธีการ แยกสารไปใช้ แก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน โดยบูรณาการ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและ วิศวกรรม ศาสตร์


กระบวนการคิด/สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ อ่านคิด วิเคราะห์ และเขียน ภาระงานที่ มอบ หมายให้ Tasks เวลา/ hours น้ำ หนัก คะแนน Score □ 4. การจัดการ และการทำงาน เป็นทีม □ 5. การเป็น พลเมืองที่เข้มแข็ง □ 6. การอยู่รวม กับธรรมชาติและ วิทยาการอย่าง ยั่งยืน 3. สามารถ วิเคราะห์ วิจารณ์ ความ สมเหตุสมผล ความน่าเชื่อถือ ลำดับความและ ความเป็นไปได้ ของเรื่องที่อ่าน 4. สามารถสรุป คุณค่า แนวคิด แง่คิดที่ได้จาก การอ่าน 5. สามารถสรุป อภิปราย ขยาย ความ แสดง ความคิดเห็น โต้แย้ง สนับสนุน โน้มน้าว โดยการ เขียนสื่อสารใน รูปแบบต่าง ๆ


ลำดับที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น/เศรษฐกิจ พอเพียง/อาเซียน/ ต้านทุจริต สาระสำคัญ 3 โลกและ การ เปลี่ยน แปลง 10. สร้างแบบ จำลอง ที่อธิบาย โครงสร้าง ภายในโลก ตามองค์ประกอบทางเคมี จาก ข้อมูลที่รวบรวม ได้ 11. อธิบาย กระบวนการ ผุพังอยู่กับที่ การกร่อน และการสะสมตัว ของตะกอนจาก แบบจำลอง รวมทั้งยก ตัวอย่าง ผลของ กระบวนการ ดังกล่าวที่ทำให้ ผิวโลกเกิดการ เปลี่ยนแปลง 12. อธิบาย ลักษณะ ของ ชั้นหน้าตัด ดินและ กระบวนการเกิด ดินจากแบบ จำลอง รวมทั้ง ระบุปัจจัยที่ทำ ให้ดินมี ลักษณะ และ สมบัติ แตกต่างกัน - ท้องถิ่น -เศรษฐกิจพอเพียง -อาเซียน -กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิท ใต้พื้นผิวโลก ทำให้เกิดหินที่มีลักษณะองค์ป ทั้งทางด้านกายภาพ และทางเคมี -การผุพังอยู่กับที่การกร่อน การพัดพา ก ตกผลึก เป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้พื้นผิ เปลี่ยนแปลงเป็นภูมิลักษณ์ต่างๆโดยมีลม น้ำ และแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นตัวการสำคัญ -ดินมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกันตา วัตถุต้นกำเนิดดิน ลักษณะภูมิอากาศ ลักษ พืชพรรณ สิ่งมีชีวิต และระยะเวลาในการเ และตรวจสอบสมบัติบางประการของดิน -ชั้นหน้าตัดดินแต่ละชั้นและแต่ละพื้นที และองค์ประกอบแตกต่างกัน -ดินในแต่ละท้องถิ่นมีลักษณะและสมบัติ ต่างกันตามสภาพของดิน จึงนำไปใช้ประโย -การปรับปรุงคุณภาพดินขึ้นอยู่กับสภาพ ดินมีความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ - แหล่งน้ำบนดินมีหลายลักษณะขึ้นอยู่กับ ประเทศ ลักษณะทางน้ำ และความเร็วของ ในแต่ละฤดูกาล - น้ำบนดินบางส่วนจะไหลซึมสู่ใต้ผิวดินถูก ในชั้นดินและหิน เกิดเป็นน้ำใต้ดิน ซึ่งส่วนหนึ่ง ช่องว่างระหว่างเม็ดตะกอน เรียกว่าน้ำในดิ ส่วนหนึ่ง จะไหลซึมลึกลงไปจนถูกกักเก็บไว้ ระหว่างเม็ดตะกอน ตามรูพรุน หรือตามรอยแตก หรือชั้นหินเรียกว่าน้ำบาดาล - สมบัติของน้ำบาดาลขึ้นอยู่กับชนิดของดิน แหล่ง แหล่งกักเก็บน้ำบาดาล และชั้นหินอุ้มน้ำ


กระบวนการคิด /สมรรถนะ สำคัญ คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ อ่านคิด วิเคราะห์ และเขียน ภาระงานที่มอบ หมายให้ Tasks เวลา / hours น้ำ หนัก คะแนน Score ยาทั้งบนและ ประกอบแตกต่างกัน การทับถม และการ ผิวโลกเกิดการ ำ ธารน้ำแข็ง คลื่น าม ษณะภูมิประเทศ เกิดดิน ที่มีลักษณะ สมบัติ ติ ยชน์ต่างกัน พของดินเพื่อทำให้ ลักษณะภูมิ งกระแสน้ำ กักเก็บไว้ งจะซึมอยู่ตาม น อีก ว้ตามช่องว่าง กของหิน งแร่และหิน ที่เป็น กระบวนการคิด - กระบวนการ เรียนรู้แบบ บูรณาการ -กระบวนการ สร้างความรู้ - กระบวนการ คิด - กระบวนการ แก้ปัญหา - กระบวนการ เรียนรู้จาการ ปฏิบัติจริง สมรรถนะ 6 ด้าน □ 1. การ จัดการตนเอง อย่างมีสุขภาวะ □ 2. ความคิด ขั้นสูงและการ เรียนรู้ □ 3. การ สื่อสารด้วย ภาษา □ 4. การจัดการ และการทำงาน เป็นทีม 1. รักชาติ ศาสน์ กษัติริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่าง พอเพียง 6. มุ่งมั่นใน การทำงาน 7. รักความ เป็นไทย 8. มีจิต สาธารณะ 1. สามารถคัด สรรสื่อที่ ต้องการอ่าน เพื่อหาข้อมูล สารสนเทศได้ ตาม วัตถุประสงค์ สามารถสร้าง ความเข้าใจ และ ประยุกต์ใช้ ความรู้จากการ อ่าน 2. สามารถจับ ประเด็นสำคัญ และประเด็น สนับสนุน โต้แย้ง 3. สามารถ วิเคราะห์ วิจารณ์ ความ สมเหตุสมผล ความน่าเชื่อถือ ลำดับความ และความ เป็นไปได้ของ เรื่องที่อ่าน -รายงาน กิจกรรมและ นำเสนอการ ทดลอง -ใบงาน -แผนผังความคิด -ทดสอบ 19 20


ลำดับที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น /เศรษฐกิจ พอเพียง/อาเซียน / ต้านทุจริต สาระสำคัญ 13. ตรวจวัด สมบัติบาง ประการของดิน โดยใช้เครื่องมือ ที่เหมาะสมและ นำเสนอ แนวทาง การใช้ประโยชน์ ดินจากข้อมูล สมบัติของดิน 14. อธิบาย ปัจจัย และ กระบวนการ เกิดแหล่งน้ำ ผิว ดินและ แหล่งน้ำ ใต้ดิน จากแบบจำลอง 15. สร้างแบบ จำลอง ที่อธิบาย การใช้ น้ำและ นำเสนอ แนวทางการใช้ น้ำอย่างยั่งยืน ในท้องถิ่น ของตนเอง


กระบวนการคิด/สมรรถนะ สำคัญ คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ อ่านคิด วิเคราะห์ และเขียน ภาระงานที่มอบ หมายให้ Tasks เวลา/ hours น้ำ หนัก คะแนน Score □ 5. การเป็น พลเมืองที่ เข้มแข็ง □ 6. การอยู่ รวมกับธรรมชาติ และวิทยาการ อย่างยั่งยืน 4. สามารถ สรุปคุณค่า แนวคิด แง่คิด ที่ได้จากการ อ่าน 5. สามารถ สรุป อภิปราย ขยายความ แสดงความ คิดเห็น โต้แย้ง สนับสนุน โน้ม น้าว โดยการ เขียนสื่อสารใน รูปแบบต่าง ๆ


ลำดับที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น/เศรษฐกิจ พอเพียง/อาเซียน/ ต้านทุจริต สาระสำคัญ 16. สร้าง แบบจำลอง ที่อธิบาย กระบวนการเกิด และผลกระทบ ของน้ำท่วม การกัดเซาะ ชายฝั่ง ดินถล่ม หลุมยุบ แผ่นดินทรุด 4 ทรัพยากร พลังงาน 17. เปรียบเทียบ กระบวนการเกิด สมบัติ และ การใช้ประโยชน์ รวมทั้งอธิบาย ผลกระทบจาก การใช้เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ จากข้อมูลที่ รวบรวมได้ 18. แสดงความ ตระหนักถึงผล จากการใช้ เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ โดยนำเสนอ แนวทางการใช้ เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ - ท้องถิ่น -เศรษฐกิจพอเพียง -อาเซียน -ต้านทุจริต เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ได้แก่ ถ่านหินและ ถ่านหินเกิดจากการสะสมของซากพืชในบริ ในสภาวะที่ขาดแก๊สออกซิเจน ปิโตรเลียมเกิดจากการทับถมของซากพืชซา ขาดออกซิเจน ภายใต้ความกดดันและอุณห ปิโตรเลียมแบ่งตามสถานะได้เป็น 2 ประ แก๊สธรรมชาติ การใช้พลังงานมีประโยชน์ทั้งในด้านต่างๆแ กระทบในด้านต่างๆ ด้วยเช่นกัน พลังงานทดแทนเป็นพลังงานหลักที่กำลังจะ แหล่งพลังงานทดแทนเช่นพลังงานแสงอาทิ พลังงานน้ำ พลังงานคลื่น พลังงานน้ำขึ้นน้ำ พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลลังงานจากเซ พลังงานนิวเคลียร์


กระบวนการคิด /สมรรถนะ สำคัญ คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ อ่านคิด วิเคราะห์ และเขียน ภาระงานที่มอบ หมายให้ Tasks เวลา / hours น้ำ หนัก คะแนน Score ะปิโตรเลี่ยม ริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ากสตว์ในสภาวะที่ หภูมิสูงป็นเวลานาน ะเภท น้ำมันดิบและ และสามารถส่งผล ะหมดไป ทิตย์ พลังงานลม ำลง พลังงานชีวมวล ซลล์เชื้อเพลิง สมรรถนะ 6 ด้าน □ 1. การ จัดการตนเอง อย่างมีสุขภาวะ □ 2. ความคิด ขั้นสูงและการ เรียนรู้ □ 3. การ สื่อสารด้วย ภาษา □ 4. การจัดการ และการทำงาน เป็นทีม □ 5. การเป็น พลเมืองที่ เข้มแข็ง 1. รักชาติ ศาสน์ กษัติริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่าง พอเพียง 6. มุ่งมั่นใน การทำงาน 7. รักความ เป็นไทย 8. มีจิต สาธารณะ 1. สามารถคัด สรรสื่อที่ ต้องการอ่าน เพื่อหาข้อมูล สารสนเทศได้ ตาม วัตถุประสงค์ สามารถสร้าง ความเข้าใจ และ ประยุกต์ใช้ ความรู้จากการ อ่าน 2. สามารถจับ ประเด็นสำคัญ และประเด็น สนับสนุน โต้แย้ง -รายงาน กิจกรรมและ นำเสนอการ ทดลอง -ใบงาน -แผนผังความคิด -ทดสอบ 12 10


ลำดับที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น/เศรษฐกิจ พอเพียง/อาเซียน/ ต้านทุจริต สาระสำคัญ 19. เปรียบเทียบ ข้อดี และ ข้อจำกัดของ พลังงาน ทดแทน แต่ละประเภท จากการวบรวม ข้อมูล และ นำเสนอ แนวทางการใช้ พลังงาน ทดแทนที่ เหมาะสมใน ท้องถิ่น ระหว่างภาคเรียน สอบกลางภาค สอบปลายภาค รวม


กระบวนการคิด /สมรรถนะ สำคัญ คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ อ่านคิด วิเคราะห์ และเขียน ภาระงานที่มอบ หมายให้ Tasks เวลา / hours น้ำ หนัก คะแนน Score □ 6. การอยู่ รวมกับธรรมชาติ และวิทยาการ อย่างยั่งยืน 3. สามารถ วิเคราะห์ วิจารณ์ ความ สมเหตุสมผล ความน่าเชื่อถือ ลำดับความ และความ เป็นไปได้ของ เรื่องที่อ่าน 4. สามารถ สรุปคุณค่า แนวคิด แง่คิด ที่ได้จากการ อ่าน 5. สามารถ สรุป อภิปราย ขยายความ แสดงความ คิดเห็น โต้แย้ง สนับสนุน โน้ม น้าว โดยการ เขียนสื่อสารใน รูปแบบต่าง ๆ น 58 50 1 20 1 30 60 100


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ชื่อเรื่อง งานและกำลัง หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องงานและพลังงาน รหัสวิชา ว 22102 วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 เวลา 6 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสาร และพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 3. ตัวชี้วัด ม. 2/1 วิเคราะห์สถานการณ์และ คำนวณเกี่ยวกับ งานและกาลังที่ เกิดจากแรงที่ กระทำต่อวัตถุ โดยใช้สมการ W = Fs และ P= จากข้อมูล ที่รวบรวมได้ 4. สาระการเรียนรู้/เนื้อหา 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง งานและกำลัง 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สาระสำคัญ การออกแรงกระทำต่อวัตถุแล้ววัตถุมีการเคลื่อนที่ในแนวเดียวกับทิศทางของแรงจะทำให้เกิด งาน(work) งานเป็นผลของแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ โดยมีการกระจัดตามแนวแรง W = Fs กำลังคือปริมาณงานที่ทำในหน่วยเวลา P= 6. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายและคำนวณงานและพลังงานและเครื่องกลอย่างง่าย 2. อธิบายและสรุปความรู้เกี่ยวกับพลังงานกลและกฎการอนุรักษ์พลังงาน


7. จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ด้านความสามารถและทักษะ ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี รักการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ 7.2 ด้านคุณลักษณะเฉพาะช่วงวัย อยู่อย่างพอเพียง 8. สมรรถนะ 6 ด้าน (ใส่เครื่องหมาย ⁄ สมรรถนะที่สอดคล้องในการจัดการเรียนการสอน) □ 1. การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ □ 2. ความคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ □ 3. การสื่อสารด้วยภาษา □ 4. การจัดการและการทำงานเป็นทีม □ 5. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง □ 6. การอยู่รวมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน 9. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ 10. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พอประมาณ มีเหตุผล ความรู้ รอบรู้ รอบครอบ ระมัดระวัง คุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน 11. การบูรณาการ กับวิชาภาษาอังกฤษ


12. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 – 3 1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยให้นักเรียนดูภาพรถม้า และรถแข่งในแบบเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 2 แล้วให้นักเรียนตอบคำถามเกี่ยวกับการใช้งานโดยใช้แรงงานจากสัตว์แลเครื่องยนต์ ว่าใช้แรงงานแบบ ใดได้งานมากกว่า เมื่อนักเรียนตอบตามแนวคิดของนักเรียน) ครูทบทวนเกี่ยวกับแรง ทิศของแรง และถามนักเรียนเกี่ยวกับการวัดงานทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนทดสบก่อนเรียนทาง Google Classroom 2. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน คละเพศและความสามารถ เลือกหัวหน้า รองหัวหน้า และเลขานุการ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมตามใบงานที่ 1 กิจกรรมเรื่องทำอย่างไรจึงจะเกิดงาน 4. โดยครูนักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้จากความรู้เกี่ยวกับการเกิดงาน และจากใบความรู้เรื่อง งานและพลังงาน แบบเรียน อินเทอร์เน็ต 5. นักเรียนอภิปรายผลการทำงาน แล้วครูชมเชยนักเรียนที่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 6. ครูและนักเรียนช่วยกันอภิปราย สรุปความรู้กิจกรรมได้ว่า - การออกแรงกระทำต่อวัตถุแล้ววัตถุมีการเคลื่อนที่ในแนวเดียวกับทิศทางของแรงจะทำให้เกิด งาน(work) งานเป็นผลของแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ โดยมีการกระจัดตามแนวแรง W = Fs 7. นักเรียนศึกษาการคำนวณเรื่องการเกิดงาน และจากแบบเรียน ใบความรู้ 8. นักเรียน ฝึกคำนวณการเกิดงาน โดยใช้สมการ W = Fs W แทนงาน มีหน่วยเป็นนิวตัน เมตร (N m) หรือจูล (J) F แทนขนาดของแรงที่กระทำต่อวัตถุ มีหน่วยเป็นนิวตัน (N) s แทนขนาดของการกระจัดตามแนวแรง มีหน่วยเป็นเมตร (m) ครูสอดแทรกค่านิยม 12 ประการ ข้อมุ่งใฝ่ เล่าเรียน เพียรวิชา 9. นักเรียนฝึกคิดคำนวณจากชวนคิดเรื่องงานในแบบเรียนนของสสวท วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 10. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยชวนคิดเรื่องงานในแบบเรียนนของสสวท วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ครูสอดแทรกค่านิยม 12 ประการ ข้อ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทนได้ ชั่วโมงที่ 4 – 6 10. นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับความรู้เรื่องกำลังจากแบบเรียน ใบความรู้ ทางอินเทอร์เน็ต ห้องสมุด 11. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ได้ว่า กำลังคือปริมาณงานที่ทำในหน่วยเวลา P=


12. นักเรียนคำนวณเกี่ยวกับกำลังจากสมการ P= P แทน กำลัง มีหน่วยเป็นจูลต่อวินาที (J/s) หรือวัตต์(W) W แทนงาน มีหน่วยเป็นนิวตัน เมตร (N m) หรือจูล (J) T แทนเวลา มีหน่วยเป็นวินาที (s) 13. นักเรียนฝึกคิดคำนวณจากชวนคิดเรื่องกำลังในแบบเรียนนของสสวท วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 14. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยชวนคิดเรื่องกำลังในแบบเรียนนของสสวท วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ครูสอดแทรกค่านิยม 12 ประการ ข้อ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทนได้ 13. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการทดลอง 2. ใบความรู้ เรื่องงานและกำลัง 3. แบบเรียนของสสวท วิทยาศาสตร์ เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 4. ใบงานที่ 1 กิจกรรมเรื่องเรื่องทำอย่างไรจึงจะเกิดงาน 5.อินเตอร์เน็ต,Google Classroom 6. ห้องสมุด 13. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการทดลอง 2. ใบความรู้ เรื่องงานและกำลัง 3. แบบเรียนของสสวท วิทยาศาสตร์ เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 4. ใบงานที่ 1 กิจกรรมเรื่องเรื่องทำอย่างไรจึงจะเกิดงาน 5.อินเตอร์เน็ต 6. ห้องสมุด 14. การวัดผลและประเมินผล 14.1 วิธีการวัดผล ประเมินผลด้านความรู้ตามตัวชี้วัด ประเมินจากการปฏิบัติกิจกรรม การทำใบงาน การ ทดสอบ


ประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยวิธีการ สังเกต/บันทึก เครื่องมือที่ใช้วัด แบบสังเกต/บันทึก การประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน จากการเขียนสื่อสารความรู้ ความคิด การเขียน รายงาน/การนำเสนอ 14.2 เครื่องมือการวัดผล ด้านความรู้ตามตัวชี้วัดแบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรม แบบประเมินการทำ ใบงาน แบบทดสอบ เครื่องมือที่ใช้วัด แบบสังเกต/บันทึก คุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบสังเกต/บันทึก การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน แบบประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 14.3 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมินการปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง การทำใบกิจกรรม เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน 5 เกณฑ์ดีมาก คะแนน 4 เกณฑ์ดี คะแนน 3 เกณฑ์พอใช้ คะแนน 0 - 2 เกณฑ์ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์/การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 3 = ดีเยี่ยม 2 = ดี 1 = ผ่าน 0= ไม่ผ่าน 15. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้


ในชีวิตประจำวันเราจะต้องทำงานเพื่อให้ได้ปัจจัยสี่มาดำรงชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งงานที่ได้สมัยโบราณได้ จากแรงงานสัตว์ แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคดนโลยี มีเครื่องมื่อที่พัฒนามาใช้แทนแรงงานจากสัตว์ การออกแรงกระทำต่อวัตถุแล้ววัตถุมีการเคลื่อนที่ในแนวเดียวกับทิศทางของแรงจะทำให้เกิดงาน(work) งานเป็นผลของแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ โดยมีการกระจัดตามแนวแรง สามารถคำนวณหางานได้จากสมการ W = Fs W แทนงาน มีหน่วยเป็นนิวตัน เมตร (N m) หรือจูล (J) F แทนขนาดของแรงที่กระทำต่อวัตถุ มีหน่วยเป็นนิวตัน (N) s แทนขนาดของการกระจัดตามแนวแรง มีหน่วยเป็นเมตร (m) หากแรงและการกระจัดมีทิศทางเดียวกัน งานที่ได้จะเป็นบวก หากแรงและการกระจัดมีทิศทางตรง ข้ามกัน งานที่ได้จะเป็นลบ ที่มา https://www.google.com.sg/search?q ใบความรู้เรื่องงานและกำลัง การเกิดงาน


ที่มา https://www.google.com.sg/search?q ที่มา https://www.google.com.sg/search?q งานเป็นศูนย์ ที่มาของภาพ https://www.google.com.sg/search?q


ตัวอย่างการคำนวณการเกิดงาน ตัวอย่างที่ 1 สมชายยกกล่องขนมที่มีน้ำหนัก 20 นิวตัน ขึ้นจากพื้นไปวางบนหลังตู้เย็นที่สูงจากพื้น 1.3 เมตร จงหางานที่สมชายทำได้ วิธีทำ ( จากโจทย์ F = 20 นิวตัน s = 1.3 เมตร w = ? ) จากสูตร W = F x s W = 20 N x 1.3 m = 26 J ตอบ งานที่สมชายทำได้มีค่าเท่ากับ 26 จูล ตัวอย่างที่ 2 สมศักดิ์ออกแรงยกหม้อหุงข้าวด้วยแรง 30 นิวตัน แล้วเดินขึ้นบันได 5 ขั้น แต่ละขั้นสูง 20 เซนติเมตร งานที่สมศักดิ์ทำจากการยกหม้อหุงข้าวขึ้นบันไดมีค่าเท่าใด วิธีทำ จากโจทย์ความสูงของขั้นบันใด (s) = 5 x 20 ( F = 30 ) = 100 cm = 1 m จากสูตร W = F x s = 30 x 1 = 30 J ตอบ สมศักดิ์งานจากการยกหม้อหุงข้าวได้ 30 จูล


กำลังคือปริมาณงานที่ทำในหน่วยเวลา P= P แทน กำลัง มีหน่วยเป็นจูลต่อวินาที (J/s) หรือวัตต์(W) W แทนงาน มีหน่วยเป็นนิวตัน เมตร (N m) หรือจูล (J) t แทนเวลา มีหน่วยเป็นวินาที (s) จากภาพหากำลังที่ได้จาก ปริมาณงานที่เข็นรถเด็กที่ทำในหน่วยเวลา ที่มาของภาพ https://www.google.com.sg/search?q ก ำลัง


ตัวอย่างการคำนวณ สุชาติลากกล่องนมด้วยแรง 450 นิวตัน ทำให้กล่องเคลื่อนที่ 15 เมตร ในเวลา 20 วินาที กำลังของสุชาติเป็นเท่าใด วีทำ จากกำลังคือปริมาณงานที่ทำในหน่วยเวลา P= P แทน กำลัง มีหน่วยเป็นจูลต่อวินาที (J/s) หรือวัตต์(W) W แทนงาน มีหน่วยเป็นนิวตัน เมตร (N m) หรือจูล (J) t แทนเวลา มีค่าเท่ากับ 20 วินาที (s) จากสูตร P= เรายังไม่ทราบค่า W จึงต้องหาค่า W จึ่งต้องหาค่า W โดยใช้สูตร จากสูตร W = F x s = 450 x 15 = 6750 J หากำลังที่สุชาติทำ P= W มีค่า 6750 จูล(J) t มีค่า 20 วินาที(s) P= 6750 20 P = 337.5 จูลต่อวินาที (J/s) หรือวัตต์(W) ตอบ กำลังของสุชาติเท่ากับ 337.5 วัตต์ (W) หรือ .0.3375 กิโลวัตต์ (kW)


ใบงานที่1 กิจกรรมเรื่อง ทำอย่างไรจึงเกิดงาน วันที่............................................................................................................................... จุดประสงค์ของกิจกรรม วิเคราะห์และระบุงานทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากแรงที่กระทำต่อวัตถุในสถานการณ์ต่างๆ ปัญหา ..................................................................................................................................................................... วัสดุและอุปกรณ์ 1.รูปภาพ 2.ดินสอ วิธีการทดลอง 1. วิเคราะห์สถานการณ์ที่กำหนดให้ จากนั้นเขียนเวกเตอร์แสดงทิศทางของแรงที่คนกระทำต่อวัตถุ และทิศ ทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ


2. ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ใดบ้างที่เกิดงาน 3. สืบค้นเกี่ยวกับงานในทางวิทยาศาสตร์เพื่อเปรียบเทียบกับผลการวิเคราะห์ในข้อ2 คำถามหลังการทดลอง 1. สถานการณ์ใดบ้างที่เกิดงานและไม่เกิดงานตามความหมายทางวิทยาศาสตร์เพราะเหตุใด ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. 2. จากกิจกรรม สรุปได้ว่าอะไร ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................


เฉลยใบงานที่1 กิจกรรมเรื่อง ทำอย่างไรจึงเกิดงาน วันที่............................................................................................................................... จุดประสงค์ของกิจกรรม วิเคราะห์และระบุงานทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากแรงที่กระทำต่อวัตถุในสถานการณ์ต่างๆ ปัญหา งานทางวิทยศาสตร์เกิดขึ้นได้อย่างไร วิธีการทดลอง 1. วิเคราะห์สถานการณ์ที่กำหนดให้ จากนั้นเขียนเวกเตอร์แสดงทิศทางของแรงที่คนกระทำต่อวัตถุ และทิศ ทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ


ตอบคำถามหลังการทดลอง 1. สถานการณ์ใดบ้างที่เกิดงานและไม่เกิดงานตามความหมายทางวิทยาศาสตร์เพราะเหตุใด แนวคำตอบ สถานการณ์ที่2 3 5 และ 6 ทำให้เกิดงานทางวิทยาศาสตร์โดยสถานการณ์ที่ 2 3 และ 6 แรง และทิศทางการเคลื่อนที่อยู่ในแนวเดียวกัน ขณะที่สถานการณ์ที่ 5 กล่องไม้มีทิศทางการเคลื่อนที่ทั้งใน แนวราบหรือแนวระดับและแนวดิ่ง ถ้าพิจารณางานที่เกิดขึ้น แรงและระยะทางในแนวดิ่งอยู่ในทิศทางเดียวกัน ทำให้เกิดงาน ส่วนสถานการณ์ที่ 1 ไม่เกิดงานเนื่องจากวัตถุไม่มีการเคลื่อนที่และสถานการณ์ที่ 4 ไม่เกิดงาน เนื่องจากแรงและทิศทางการเคลื่อนที่ตั้งฉากกัน 2. จากกิจกรรม สรุปได้ว่าอะไร แนวคำตอบ การออกแรงกระทำต่อวัตถุบางครั้งทำให้เกิดงาน บางครั้งไม่ทำให้เกิดงาน ถ้าแรงที่กระทำต่อวัตถุ และทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุอยู่ในแนวเดียวกัน ก็จะเกิดงานเนื่องจากแรงนั้น แต่ถ้าวัตถุไม่เคลื่อนที่หรือ แรงและทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุตั้งฉากกัน ก็จะไม่เกิดงานทางวิทยาศาสตร์การออกแรงกระทำต่อวัตถุแล้ววัตถุ มีการเคลื่อนที่ในแนวเดียวกับทิศทางของแรงจะทำให้เกิดงาน(work) งานเป็นผลของแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ โดยมี การกระจัดตามแนวแรง สามารถคำนวณหางานได้จากสมการ W = Fs W แทนงาน มีหน่วยเป็นนิวตัน เมตร (N m) หรือจูล (J) F แทนขนาดของแรงที่กระทำต่อวัตถุ มีหน่วยเป็นนิวตัน (N) s แทนขนาดของการกระจัดตามแนวแรง มีหน่วยเป็นเมตร (m)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อเรื่อง เครื่องกลอย่างง่าย หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องงานและพลังงาน รหัสวิชา ว 22102 วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 เวลา 5 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสาร และพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 3. ตัวชี้วัด ม. 2/2 วิเคราะห์หลักการทำงาน ของเครื่องกล อย่างง่ายจาก ข้อมูลที่รวบรวม ได้ ม. 2/3 ตระหนักถึง ประโยชน์ของ ความรู้ของ เครื่องกลอย่างง่าย โดยบอกประโยชน์ และการ ประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวัน 4. สาระการเรียนรู้/เนื้อหา 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง เครื่องกลอย่างง่าย 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สาระสำคัญ พื้นเอียง คาน รอก ล้อ และเพลา เป็นเครื่องกลอย่างง่ายซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ผ่อนแรงหรืออำนวย ความสะดวกในการทำงาน เมื่อออกแรงกระทำต่อเครื่องกลเพื่อให้เกิดงาน งานที่ได้กับเครื่องกลมีขนาดเท่ากับ ผลคุณของแรงกับขนาดของการกระจัดตามแนวแรง โดยขนาดของการกระจัดตามแนวแรงเท่ากับระยะที่ออก แรง ในขณะเดียวกันเครื่องกลจะออกแรงทำงาน ทำให้ได้งานจากเครื่องกล งานที่ให้เครื่องกลและงานที่ได้จาก เครื่องกลจะมีค่าเท่ากัน 6. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องกลอย่างง่ายได้ 2. คำนวณหางานทีเกิดจากการทำงานของเครื่องกลอย่างง่ายได้


7. จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ด้านความสามารถและทักษะ ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี รักการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ 7.2 ด้านคุณลักษณะเฉพาะช่วงวัย อยู่อย่างพอเพียง 8. สมรรถนะ 6 ด้าน (ใส่เครื่องหมาย ⁄ สมรรถนะที่สอดคล้องในการจัดการเรียนการสอน) □ 1. การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ □ 2. ความคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ □ 3. การสื่อสารด้วยภาษา □ 4. การจัดการและการทำงานเป็นทีม □ 5. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง □ 6. การอยู่รวมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน 9. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ 10. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พอประมาณ มีเหตุผล ความรู้ รอบรู้ รอบครอบ ระมัดระวัง คุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน 11. การบูรณาการ กับวิชาภาษาอังกฤษ 12. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1– 3 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ให้นักเรียนศึกษาภาพเครื่องมือเครื่องใช้ที่ช่วยผ่อนแรงในชีวิตประจำวัน


1.2 นักเรียนนักเรียนทบทวนก่อนเรียนตอบคำถามในแบบเรียนเกี่ยวกับการเกิดงานในทาง วิทยาศาสตร์ 1.3 ครูให้นักเรียนยกตัวตัวอย่างเครื่องมือผ่อนแรงที่เคยรู้จัก 2. ขั้นสำรวจและค้นหา 2.1 แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มละ 4-5 คน แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาใบงาน1.2 กิจกรรมเรื่อง เครื่องกลอย่างง่ายทำงานอย่างไร 2.2 นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามใบงาน1.2 กิจกรรมเรื่องเครื่องกลอย่างง่ายทำงานอย่างไร ตอนที่ 1 เรื่องพื้นเอียง ตอนที่ 2 คาน ตอนที่ 3 รอก ตอนที่ 4 ล้อและเพลา 2.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการศึกษาเครื่องกลอย่างงายนักเรียนแต่ละกลุ่มได้ผล การศึกษาเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร เพราะเหตุใด 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนว คำถามต่อไปนี้ - แรงที่อ่านได้จากการดึงวัตถุด้วยเครื่องชั่งสปริงโดยดึงในแนวดิ่งกับดึงโดยใช้ เครื่องกลอย่างง่ายเช่นพื้นเอียง คาน รอก ล้อและเพลา เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร - งานที่ได้จากการดึ่งวัตถุด้วยเครื่องชั่งสปริงโดยดึงในแนวดิ่งกับดึงโดยใช้เครื่องกล อย่างง่ายเช่นพื้นเอียง คาน รอก ล้อและเพลา เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร 3.2 นักเรียนทั้งหมดร่วมกันสรุปผลกิจกรรม 1.2 เรื่องเครื่องกลอย่างง่ายทำงานอย่างไร ครูสอดแทรกค่านิยม 12 ประการ ข้อ ซื่อสัตย์ เสียสละอดทนได้ 4. ขั้นขยายความรู้ 4.1 ให้นักเรียนสืบค้นความรู้ ศึกษาหลักการทำงานโดยการผ่อนแรงด้วยเครื่องกลอย่างง่าย จากแบบเรียนของสสวท วิทยาศาสตร์ เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 4.2 นักเรียนทบทวนความรู้โดยศึกษาภาพ หน้า 78 ของแบบเรียนของสสวท วิทยาศาสตร์ เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และทางอินเทอร์เน็ต ร่วมกันอภิปรายถึงวิธีการดังกล่าว รวมทั้งการนำไปใช้ ประโยชน์ 4.3 นักเรียนร่วมกันศึกษาเครื่องกังหันชัยพัฒนา เป็นเครื่องกลประเภทใด และสืบค้นชนิด และประประโยชน์ของ เครื่องกล ทางอินเทอร์เน็ต ร่วมกันอภิปรายถึงวิธีการดังกล่าว รวมทั้งการนำไปใช้ ประโยชน์


4.4 นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้การศึกษาเครื่องกลอย่างง่ายได้แก่ พื้นเอียง คาน รอก ล้อ และเพลา สกรู ลิ่ม ชั่วโมงที่ 4-5 5. ขั้นประเมินผล 5.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มเสนอแนวคิดในการนำความรู้เกี่ยวกับเครื่องกลย่างง่ายมาใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 5.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเชื่อมโยงความคิดเกี่ยวกับเครื่องกลย่างง่ายมาใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 5.3 นักเรียนทำแบบฝึกหัดท้ายบทในแบบเรียนของสสวท วิทยาศาสตร์ เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ส่งครูผู้สอน 5.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดท้ายบทในแบบเรียนของสสวท วิทยาศาสตร์ เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 13. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการทดลอง 2. ใบความรู้ เรื่องงานและพลังงาน 3. แบบเรียนของสสวท วิทยาศาสตร์ เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 4. ใบงานที่ 2 กิจกรรมเรื่องเครื่องกลอย่างง่ายทำงานได้อย่างไร 5.อินเตอร์เน็ต 6. ห้องสมุด 14. การวัดผลและประเมินผล 14.1 วิธีการวัดผล ประเมินผลด้านความรู้ตามตัวชี้วัด ประเมินจากการปฏิบัติกิจกรรม การทำใบงาน การ ทดสอบ ประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยวิธีการ สังเกต/บันทึก เครื่องมือที่ใช้วัด แบบสังเกต/บันทึก การประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน จากการเขียนสื่อสารความรู้ ความคิด การเขียน รายงาน/การนำเสนอ 14.2 เครื่องมือการวัดผล ด้านความรู้ตามตัวชี้วัดแบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรม แบบประเมินการทำ ใบงาน แบบทดสอบ เครื่องมือที่ใช้วัด แบบสังเกต/บันทึก


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบสังเกต/บันทึก การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน แบบประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 14.3 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมินการปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง การทำใบกิจกรรม เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน 5 เกณฑ์ดีมาก คะแนน 4 เกณฑ์ดี คะแนน 3 เกณฑ์พอใช้ คะแนน 0 - 2 เกณฑ์ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์/การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 3 = ดีเยี่ยม 2 = ดี 1 = ผ่าน 0= ไม่ผ่าน 15. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้


ในชีวิตประจำวันเราจะต้องทำงานเพื่อให้ได้ปัจจัยสี่มาดำรงชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งงานที่ได้สมัยโบราณได้ จากแรงงานสัตว์ แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยี มีเครื่องเมื่อที่พัฒนามาใช้แทนแรงงานจากสัตว์ เครื่องกลอย่างง่าย หรือเครื่องผ่อนแรง ในทางฟิสิกส์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แรงเพียงอย่างเดียวในการทำงาน เมื่อแรงหนึ่งมากระทำกับวัตถุทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายที่ของวัตถุ โดยแรงที่กระทำผ่านทางระบบจะใช้แรงน้อย กว่าแรงที่กระทำโดยตรง โดยอัตราส่วนระหว่างแรงทั้งสองนี้ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบเชิงกล เครื่องกลอย่างง่าย หรือเครื่องผ่อนแรง ในทางฟิสิกส์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แรงเพียงอย่างเดียวในการ ทำงาน เมื่อแรงหนึ่งมากระทำกับวัตถุทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายที่ของวัตถุ โดยแรงที่กระทำผ่านทางระบบจะใช้ แรงน้อยกว่าแรงที่กระทำโดยตรง โดยอัตราส่วนระหว่างแรงทั้งสองนี้ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบเชิงกล เครื่องกลอย่างง่ายทั้งหกชนิด โดยมีสัญลักษณ์แสดงถึงรูปร่างของเครื่องกลนั้น ได้แก่ • พื้นเอียง (N) • ล้อและเพลา (O) • คาน (T) • รอก (U) • ลิ่ม (V) • สกรู(Y) ที่มา https://th.wikipedia.org/wiki ใบความรู้เรื่องเครื่องกลอย่างง่าย เครื่องกลอย่างง่าย


คาน(Lever) คานแบ่งเป็น 3 อันดับ โดยถือว่าจุดหมุนและแรงความพยายามเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง ดังนี้ คานอันดับที่1 คือ คานที่มีจุดหมุน (F) อยู่ระหว่างแรงความพยายาม (E) และแรงต้านทาน (W) ดัง ตัวอย่างเช่น คานอันดับที่2 คือ คานที่มีแรงความต้านทาน (W) อยู่ระหว่างแรงความพยายาม (E) และจุดหมุน (F) ดัง ตัวอย่างเช่น ตัวอย่างเครื่องกลอย่างง่าย


คานอันดับที่3 คือ คานที่มีแรงความพยายาม (E) อยู่ระหว่างความต้านทาน (W) และจุดหมุน (F) ดัง ตัวอย่างเช่น


ตัวอย่างที่1 คาน AB โตสม่ำเสมอยาว 2 เมตร ที่ A มีวัตถุชิ้นหนึ่งแขวนไว้ที่ปลาย B มีแรงกดลง 200 นิวตัน ถ้าจุดหมุนห่าง A 80 cm จงหาว่าวัตถุชิ้นนั้นหนักเท่าใด จึงจะทำให้คานอยู่ในภาวะสมดุล วิธีทา โมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา = โมเมนต์ทวนเข็มนาฬิกา น้าหนัก x 0.8 = 200 x 1.2 น้าหนัก = 200×1.2 0.8 = 300 นิวตัน ต้องใช้น้ำหนัก = 300 นิวตัน มาแขวนจึงสมดุล พื้นเอียง เป็นเครื่องมือกลพื้นฐานชนิด หนึ่งที่ใช้ผ่อนแรง อาจอยู่ในรูปแบบเป็นไม้กระดานยาวเรียบ ใช้พาดบน ที่สูง หรือพื้นผิวระหว่างพื้นต่างระดับ เคลื่อนที่วัตถุด้วยการลากหรือผลัก ช่วยอานวยความสะดวกสบายและ ช่วยผ่อนแรงในการย้ายสิ่งของขึ้นหรือลงจากยาน พาหนะ พื้นเอียง ( Inclined Plane ) เป็นเครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรง ลักษณะเป็นไม้กระดานยาวเรียบ ใช้สำหรับ พาดบนที่สูงเพื่อขนย้ายวัตถุขึ้นที่สู่ที่สูง โดยการลากหรือการผลัก ประโยชน์ช่วยอำนวยความสะดวกและช่วยผ่อนแรงในการย้ายสิ่งของขึ้นหรือลงจากยานพาหนะดังรูป การคำนวณ ใช้หลักการของงาน งาน ( Work ) หมายถึงผลของแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ตามแนวแรง กฎของงาน งานที่ให้กับเครื่องกล = งานที่ได้จากเครื่องกล จะได้แรงที่ใช้ความยาวพื้นเอียง = น้ำหนักของวัตถุความสูง หรือสูตร E d1 = W d2 ให้E = แรงที่ใช้หรือ ความพยายาม ( นิวตัน ) d1 = ความยาวของพื้นเอียง ( เมตร ) W = น้ำหนักของวัตถุ หรือ ความต้านทาน ( นิวตัน ) d2 = ความสูงของพื้นเอียง ( เมตร )


ตัวอย่างการคำนวณ นักเรียนคนหนึ่งพยานยามดันกล่องที่มีมวล 10 กิโลกรัมขึ้นไปตามพื้นเอียงยาน 5 เมตร สูง 2 เมตร นักเรียน คนนี้จะต้องอออกแรงในการดันกล่องใบนี้เท่าใด โจทย์กำหนดให้1. มวลวัตถุ (m) = 10 kg 2. ความยาวพื้นเอียง(d1) = 5 m 3. ความสูงพื้นเอียง(d2) = 2 m โจทย์ถามหา แรงดันกล่อง(E) = ? N วิธีทำ จากสูตร E× d1 = W× d2 จะได้E× d1 = mg× d2 เมื่อ W = mg แทนค่า E× 5 = 10×10× 2 E = 200 5 E = 40 N ตอบ จะต้องออกแรงดันกล่องเท่ากับ 40 นิวตัน ล้อและเพลา (Wheel and axle) ล้อและเพลา เป็นเครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรงประกอบด้วยวัตถุทรงกระบอก 2 อันติดกัน อันใหญ่เรียกว่าล้อ อัน เล็กเรียกว่าเพลา ใช้เชือก 2 เส้น พันรอบล้อเส้นหนึ่ง อีกเส้นหนึ่งพันรอบเพลาโดยพันไปคนละทาง ปลายข้าง หนึ่งของเชือกที่พันรอบเพลาผูกติดกับวัตถุ ปลายข้างหนึ่งของเชือกที่พันรอบล้อใช้สำหรับออกแรงดึง เป็น เครื่องมือที่เราเห็นและใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ได้แก่ พวงมาลัยรถยนต์สว่านไฟฟ้า พัดลม ซึ่งจะ ประกอบด้วยเพลาเป็นแกนกลาง ส่วนล้อจะอยู่ข้างนอก สูตรที่ใช้คำนวณมีดังนี้ คิดโมเมนต์ที่แกนหมุน ขณะที่ดึงขึ้นด้วยความเร็วสม่ำเสมอ จะใช้แรงเท่ากับสมดุล คือ โมเมนต์ทวน = โมเมนต์ตาม E x R = W x r เมื่อ E คือ แรงพยายาม หน่วย นิวตัน (N) W คือ แรงต้านหรือน้ำหนักวัตถุ หน่วย นิวตัน (N) R คือ รัศมีของวงล้อใหญ่ หน่วย เมตร (m) r คือ รัศมีของวงล้อเล็ก หน่วย เมตร (m)


ลิ่ม เป็นวัตถุแข็งตัน ซึ่งปลายด้านหนึ่งมีลักษณะแบนหรือแหลม ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นหน้าเรียบ เมื่อใช้ลิ่มตอก ลงไปในวัตถุลิ่มจะแทรกลงไปในวัตถุได้ด้วยแรงตอก เป็นเครื่องมือกลพื้นฐาน ซึ่งโดยหลักการคือการใช้พื้น เอียงใน การแยกของสองสิ่งออกจากกัน การให้แรงในแนวตั้งฉากกับส่วนหัว จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแรงตั้ง ฉากไปแนวแรงในแนวตั้งฉากกับพื้นเอียงจะทำให้เกิดการได้เปรียบเชิงกล ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของความยาวและ ความกว้างของตัวลิ่ม โดย ถ้าลิ่มมีความกว้างมาก จะต้องใช้แรงมากกว่า ลิ่มที่มีความกว้างน้อยกว่า ตัวอย่าง ของการใช้ลิ่ม เช่น ขวาน ตะปูมีด สิ่ว เป็นต้น การคำนวณหาปริมาณต่างๆ ของลิ่ม ภาพ รอกเดี่ยวตายตัวเป็นรอกที่ตรึงติดอยู่กับที่ ใช้เชือกหนึ่งเส้นพาดรอบล้อโดยปลายข้างหนึ่งผูกติดกับวัตถุ ปลาย อีกข้างหนึ่งใช้สำหรับดึง เมื่อดึงวัตถุขึ้นในแนวดิ่ง แรงที่ใช้ดึงจะมีค่าเท่ากับน้ำหนักของวัตถุรอกเดี่ยวตายตัวไม่ ช่วยผ่อนแรงแต่สามารถอานวยความสะดวกในการทำงาน ตัวอย่างเช่น การชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา การลำเลียง วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างขึ้นที่สูง สูตรที่ใช้คำนวณ E = W E = แรงความพยายาม หรือแรงที่ใช้ดึงวัตถุ (นิวตัน) W = แรงต้านทานหรือน้ำหนักของวัตถุ (นิวตัน)


Click to View FlipBook Version