The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศศิกาญจน์ กิ่งวงศา, 2023-06-06 13:05:40

แผนการสอน265

แผนการสอน265

ใบงานที่ 7.2 เรื่องความเป็นกรด–เบสของดิน จุดประสงค์ของกิจกรรม ทดสอบสมบัติความเป็นกรด–เบสของดินได้ ปัญหา ดินที่นำมาจากสถานที่แตกต่างกัน จะมีค่าความเป็นกรดเบสของดินแตกต่างกันหรือไม่ เพราะอะไร ขั้นตอน 1. นำดินจากที่ต่าง เช่น ดินบริเวณริมถนน ดินจากท้องนา มาตากให้แห้งและทุบละเอียดใส่ลงในบีกเกอร์ ประมาณ 4 1 ของบีกเกอร์ 2. เติมน้ำลงในบีกเกอร์ให้ท่วมดินขึ้นมาประมาณ 1 เซนติเมตร จากนั้นใช้แท่งแก้วคนดินให้ละลาย แล้วตั้งทิ้งไว้ ประมาณ 5 นาที ให้น้ำในบีกเกอร์ใส 3. วัดค่า pH โดยใช้แท่งแก้วจุ่มของเหลว แล้วนำมาแตะกับกระดาษลิตมัส หรือกระดาษยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์ แล้วบันทึกผล บันทึกผลการสังเกต ดินที่นำมาจาก ผลการทดสอบ ผลการทดสอบด้วยกระดาษลิตมัส ด้วยกระดาษยูนิ เวอร์ซัลอินดิเค เตอร์ เทียบสีได้ค่า pH ริมถนน ท้องนา สรุปผล ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


คำถาม 1. เราควรเตรียมดินอย่างไรก่อนนำมาปฏิบัติกิจกรรม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ค่า pH ของดิน หมายถึงอะไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ดินที่มีความเป็นกลาง เป็นกรด และเป็นเบสนั้น แสดงว่ามีตัวเลขค่า pH เป็นอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ค่า pH สูงสุดและต่ำสุดเท่ากับเท่าใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. จากกิจกรรม ดินบริเวณใดมีสมบัติเป็นกรด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. กระดาษยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์ให้ผลการทดลองได้ดีกว่ากระดาษลิตมัสอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


เฉลยใบงานที่ 7.2 เรื่อง ความเป็นกรด–เบสของดิน จุดประสงค์ของกิจกรรม ทดสอบสมบัติความเป็นกรด–เบสของดินได้ ปัญหา ดินที่นำมาจากสถานที่แตกต่างกัน จะมีค่าความเป็นกรดเบสของดินแตกต่างกันหรือไม่ เพราะอะไร บันทึกผลการสังเกต ดินที่นำมาจาก ผลการทดสอบ ผลการทดสอบด้วยกระดาษลิตมัส ด้วยกระดาษยูนิ เวอร์ซัลอินดิเค เตอร์ เทียบสีได้ค่า pH ริมถนน ท้องนา เขียวอ่อน น้ำตาล 7 5 ไม่เปลี่ยนสี เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นแดง สรุปผล ดินที่นำมาจากริมถนน เมื่อทดสอบด้วยกระดาษยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์ เกิดเป็นสีเขียวอ่อน ซึ่งมีค่า pH เท่ากับ 7 ส่วนดินที่นำมาจากท้องนา เมื่อทดสอบด้วยกระดาษยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์ เกิดเป็นสีน้ำตาล ซึ่งมีค่า pH เท่ากับ 5 เมื่อนำดินริมถนนทดสอบด้วยกระดาษลิตมัส ปรากฏว่าไม่เปลี่ยนสี แต่ดินท้องนาเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัส จากน้ำเงินเป็นแดง คำถาม 1. เราควรเตรียมดินอย่างไรก่อนนำมาปฏิบัติกิจกรรม นำมาตากให้แห้งและทุบให้ละเอียด 2. ค่า pH ของดิน หมายถึงอะไร สภาพความเป็นกรด–เบสของดิน 3. ดินที่มีความเป็นกลาง เป็นกรด และเป็นเบสนั้น แสดงว่ามีตัวเลขค่า pH เป็นอย่างไร ดินที่มีความเป็นกลาง มีค่า pH เท่ากับ 7 ดินที่มีความเป็นกรด มีค่า pH น้อยกว่า 7 และดินที่มีความเป็น เบส มีค่า pH มากกว่า 7 4. ค่า pH สูงสุดและต่ำสุดเท่ากับเท่าใด ค่า pH สูงสุดเท่ากับ 14 ค่า pH ต่ำสุดเท่ากับ 0 5. จากกิจกรรม ดินบริเวณใดมีสมบัติเป็นกรด ท้องนา 6. กระดาษยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์ให้ผลการทดลองได้ดีกว่ากระดาษลิตมัสอย่างไร กระดาษยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์สามารถบอกค่า pH ได้ว่ามีค่าเป็นเท่าใด


ใบงานที่ 7.3 เรื่องสำรวจ สภาพดินในท้องถิ่นและการใช้ประโยชน์ จุดประสงค์ของกิจกรรม สำรวจ สังเกต บอกลักษณะต่าง ๆ ของดิน และการใช้ประโยชน์ของดินในท้องถิ่นได้ ปัญหา ในท้องถิ่นของเราใช้ประโยชน์ที่ดินได้เหมาะสมหรือไม่ ในลักษณะใด ขั้นตอน 1. สำรวจลักษณะของดินในท้องถิ่นเกี่ยวกับเนื้อดิน สีของดิน และความเป็นกรด–เบส บันทึกผล 2. สำรวจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของที่ดินในท้องถิ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 3. สำรวจสภาพปัญหาและการแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพของดินในท้องถิ่น 4. ร่วมกันอภิปรายผลการสำรวจที่ได้ เช่น ความอุดมสมบูรณ์ของดิน การใช้ประโยชน์ ที่ดินได้อย่างเหมาะสม และการดูแลรักษาดิน บันทึกผลการสำรวจ ชื่อบริเวณที่สำรวจ …………………………………………………………………………………………. ลักษณะภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมของบริเวณที่สังเกต ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… การใช้ดินในอดีต ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… การใช้ดินในปัจจุบัน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ชั้นดิน ความลึก (เซนติเมตร) สี ของดิน ความหยุ่นตัว (แน่นมาก, แน่นน้อย, ร่วน มาก, ร่วนน้อย) เนื้อดิน หิน (ไม่มี, มี น้อย,มีมาก) ราก (ไม่มี,มี น้อย,มี มาก) สมบัติทาง เคมี (กรด–เบส) สรุปผล ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


คำถาม 1. บริเวณที่สำรวจในอดีตใช้ประโยชน์ที่ดินในลักษณะใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัจจุบันที่ดินที่นักเรียนสำรวจมีการใช้ประโยชน์ลักษณะใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. สภาพดินบริเวณที่สำรวจมีปัญหาอะไรหรือไม่ ลักษณะใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ปัญหาดินเปรี้ยวมีลักษณะใด และแก้ไขได้ด้วยวิธีใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. ดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์มีลักษณะใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. อินทรียวัตถุที่ใส่ลงไปในดินที่เนื้อแน่นละเอียด จะช่วยปรับปรุงดินในลักษณะใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 7. ปัญหาดินเสื่อมสภาพส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8. ปัญหาดินฝาดมีลักษณะใด และแก้ไขได้ด้วยวิธีใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. บริเวณที่สำรวจพื้นผิวดินชั้นบนสุดเป็นดินชั้นอะไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10. บริเวณที่สำรวจมีการใช้ประโยชน์ที่ดินได้เหมาะสมกับสภาพดินหรือไม่ ลักษณะใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


เฉลยใบงานที่ 7.3 กิจกรรมเรื่องสภาพดินในท้องถิ่นและการใช้ประโยชน์ จุดประสงค์ของกิจกรรม สำรวจ สังเกต บอกลักษณะต่าง ๆ ของดิน และการใช้ประโยชน์ของดินในท้องถิ่นได้ ปัญหา ในท้องถิ่นของเราใช้ประโยชน์ที่ดินได้เหมาะสมหรือไม่ ในลักษณะใด บันทึกผลการสำรวจ พิจารณาจากคำตอบนักเรียน แนวคำตอบ ชื่อบริเวณที่สำรวจ แปลงข้าวโพดบริเวณใกล้โรงเรียน จ.สระแก้ว ลักษณะภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมของบริเวณที่สังเกต เป็นทุ่งนา มีน้ำขังในฤดูฝน การใช้ดินในอดีต ปลูกข้าว การใช้ดินในปัจจุบัน ปลูกข้าวโพด ชั้นดิน ความลึก (เซนติเมตร) สีของดิน ความหยุ่นตัว (แน่นมาก, แน่นน้อย, ร่วนมาก, ร่วนน้อย) เนื้อดิน หิน (ไม่มี, มี น้อย,มีมาก) ราก (ไม่มี,มี น้อย,มี มาก) สมบัติทาง เคมี (กรด–เบส) A 20 สีดำ แน่นมาก ดิน เหนียว ไม่มี มีน้อย กรด สรุปผล จากการสำรวจจะเห็นว่ามีการใช้ประโยชน์ของดินไม่เหมาะสม เพราะพบว่าสภาพของดินมีปัญหาดินเสื่อม เป็นดินเหนียวเนื้อละเอียด แน่นมาก พรวนดินได้ยาก ทำให้ได้ผลผลิตต่ำกว่าที่ควร การแก้ปัญหาควรนำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยพืชสดมาปรับปรุงดิน


คำถาม 1. บริเวณที่สำรวจในอดีตใช้ประโยชน์ที่ดินในลักษณะใด พิจารณาจากคำตอบนักเรียน แนวคำตอบ ปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ ทำไร่มันสำปะหลัง 2. ปัจจุบันที่ดินที่นักเรียนสำรวจมีการใช้ประโยชน์ลักษณะใด พิจารณาจากคำตอบนักเรียน แนวคำตอบ ปลูกข้าวโพด ผัก ถั่วลิสง 3. สภาพดินบริเวณที่สำรวจมีปัญหาอะไรหรือไม่ ลักษณะใด พิจารณาจากคำตอบนักเรียน แนวคำตอบ ปัญหาดินเสื่อม แร่ธาตุในดินน้อย เนื่องจากไม่มีการใส่ปุ๋ยบำรุงดิน และปัญหาดินแน่น เพราะไม่ได้ไถพรวนดิน 4. ปัญหาดินเปรี้ยวมีลักษณะใด และแก้ไขได้ด้วยวิธีใด ดินเปรี้ยวคือดินที่มีสภาพเป็นกรด แก้ไขโดยการใส่ปูนขาวซึ่งเป็นด่าง เพื่อปรับสภาพดินให้เป็นกลาง 5. ดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์มีลักษณะใด มีลักษณะเนื้อหยาบ ดูดซับน้ำและแร่ธาตุได้น้อย 6. อินทรียวัตถุที่ใส่ลงไปในดินที่เนื้อแน่นละเอียด จะช่วยปรับปรุงดินในลักษณะใด ช่วยให้ดินมีความพรุนและร่วนซุย ทำให้มีการแลกเปลี่ยนแก๊สและระบายน้ำได้ดี 7. ปัญหาดินเสื่อมสภาพส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง 1) เกิดจากกระบวนการตามธรรมชาติ เช่น การพัดพาของน้ำและลม 2) เกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น ปลูกพืชชนิดเดียวติดต่อกันเป็นเวลานาน การใช้สารเคมีมากเกินไป 8. ปัญหาดินฝาดมีลักษณะใด และแก้ไขได้ด้วยวิธีใด ดินฝาดเป็นดินที่มีความเป็นเบสสูง สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ยาก มีความซับซ้อน 9. บริเวณที่สำรวจพื้นผิวดินชั้นบนสุดเป็นดินชั้นอะไร พิจารณาจากคำตอบนักเรียน แนวคำตอบ ชั้น O หรือ A 10. บริเวณที่สำรวจมีการใช้ประโยชน์ที่ดินได้เหมาะสมกับสภาพดินหรือไม่ ลักษณะใด พิจารณาจากคำตอบนักเรียน แนวคำตอบ ไม่เหมาะสมเพราะปลูกพืชในดินที่เสื่อมสภาพแล้ว ทำให้พืชได้รับแร่ธาตุจากดินไม่เพียงพอ


ใบงานที่ 7.4 เรื่องการสร้างแบบจำลองการเกิดแหล่งน้ำบนดิน จุดประสงค์ของกิจกรรม สร้างแบบจำลองและอธิบายการเกิดแหล่งน้ำบนดินได้ ปัญหา เมื่อเทน้ำลงบนภูเขาจำลองจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะใด ขั้นตอน ตอนที่ 1 1. ผสมกรวดหยาบ กรวดละเอียด ทรายหยาบ ทรายละเอียดและดินในปริมาณที่เท่า ๆ กันเข้าด้วยกัน แล้วสร้าง เป็นภูเขาจำลองให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ในถาดอะลูมิเนียม ดังรูป 2. เทน้ำในบีกเกอร์ลงบนภูเขาจำลองหลาย ๆ ครั้ง สังเกตการเปลี่ยนแปลงของภูเขาจำลองและการไหลของน้ำ บันทึกผล ตอนที่ 2 1. ปั้นดินน้ำมันให้เป็นภูมิประเทศจำลองในกล่องพลาสติกใส โดยให้มีพื้นที่สูงต่ำตาม จินตนาการของนักเรียน ดังรูป 2. นำกรวดหยาบ กรวดละเอียด ทรายหยาบ ทรายละเอียด และดิน ผสมเข้าด้วยกัน ประมาณครึ่งบีกเกอร์ เทน้ำลงในส่วนผสมดังกล่าวคนให้เข้ากัน 3. เทส่วนผสมในข้อ 2 ลงบนภูมิประเทศจำลองในข้อ 1 สังเกตการพัดพาของน้ำ และ การสะสมของตะกอน


บันทึกผลการสร้างแบบจำลอง กิจกรรม ผลที่เกิดขึ้น ตอนที่ 1 เมื่อเทน้ำจากบีกเกอร์ให้ไหลแรง และเร็วลงบนภูเขาจำลอง ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ตอนที่ 2 เมื่อเทน้ำที่ผสมกรวด ทราย ดิน ลง บนภูมิประเทศจำลอง ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… สรุปผล ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คำถาม 1. การไหลของน้ำมีผลต่อภูเขาจำลองที่สร้างขึ้นในลักษณะใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ตามธรรมชาติถ้าเกิดน้ำไหลอย่างต่อเนื่องบนกรวด ทราย และดิน จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ในลักษณะใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การกัดเซาะ การพัดพาของน้ำ และการทับถมของตะกอนทำให้ลักษณะของภูมิประเทศ เกิดการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. บอกแหล่งน้ำบนดินที่นักเรียนรู้จัก และการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำดังกล่าว ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. นักเรียนมีวิธีการหรือแนวทางในการอนุรักษ์แหล่งน้ำบนดินอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


เฉลยใบงานที่ 7.4 เรื่องการสร้างแบบจำลองการเกิดแหล่งน้ำบนดิน จุดประสงค์ของกิจกรรม สร้างแบบจำลองและอธิบายการเกิดแหล่งน้ำบนดินได้ ปัญหา เมื่อเทน้ำลงบนภูเขาจำลองจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะใด บันทึกผลการสร้างแบบจำลอง กิจกรรม ผลที่เกิดขึ้น ตอนที่ 1 เมื่อเทน้ำจากบีกเกอร์ให้ไหลแรง และเร็วลงบนภูเขาจำลอง ภูเขาจำลองทรุดตัวลง น้ำพัดพาให้เศษดิน ทราย กรวด หลุดออกจากภูเขาจำลอง ตอนที่ 2 เมื่อเทน้ำที่ผสมกรวด ทราย ดิน ลง บนภูมิประเทศจำลอง จากจุดที่เทน้ำลง น้ำจะพัดพาตะกอนให้เคลื่อนที่ใน ระยะต่าง ๆ กันโดยเรียงลำดับจากตะกอนที่ถูกพัดพาไป ใกล้ที่สุดและไกลที่สุด ดังนี้ กรวดละเอียด ทรายหยาบ ทรายละเอียด และดินตามลำดับ สรุปผล เมื่อเทน้ำลงบนภูเขาจำลอง น้ำจะพัดพาให้เศษดิน ทราย กรวด หลุดออกจากภูเขาจำลอง นั่น แสดงให้เห็นว่าน้ำที่ไหลจากต้นน้ำคือภูเขา จะกัดเซาะและพัดพาดิน ทราย กรวด ลงมาตามร่องน้ำ จากภูเขา เมื่อเทน้ำผสมกรวด ทราย ดิน ลงบนภูมิประเทศจำลอง น้ำจะพัดพาตะกอนให้เคลื่อนที่ไปใน ระยะต่าง ๆ กัน นั่นแสดงให้เห็นว่า น้ำจะพัดพาตะกอนจากต้นน้ำมาตามทางน้ำ และเกิดการทับถม ของตะกอนในแหล่งต่าง ๆ ที่เป็นแอ่ง ทำให้เกิดเป็นภูมิประเทศรูปร่างต่าง ๆ เช่น ดินดอนสามเหลี่ยม ปากแม่น้ำ เนินตะกอนน้ำพารูปพัด คำถาม 1. การไหลของน้ำมีผลต่อภูเขาจำลองที่สร้างขึ้นในลักษณะใด น้ำจะกัดเซาะและพัดพาเศษดิน ทราย กรวด ให้หลุดออกจากภูเขาจำลอง 2. ตามธรรมชาติถ้าเกิดน้ำไหลอย่างต่อเนื่องบนกรวด ทราย และดิน จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ในลักษณะใด เมื่อน้ำไหลผ่านอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ จะเกิดร่องน้ำที่กว้างขึ้น สองฟากฝั่งของร่องน้ำ จะเกิดการทับถมของตะกอน ร่องน้ำที่กว้างขึ้นจะมีลักษณะเป็นรูปตัวยู เช่น ลักษณะของแม่น้ำปิง แม่น้ำกก และ แม่น้ำอื่น ๆ 3. การกัดเซาะ การพัดพาของน้ำ และการทับถมของตะกอนทำให้ลักษณะของภูมิประเทศ


เกิดการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ อย่างไร มีผลทำให้ลักษณะภูมิประเทศเปลี่ยนแปลง ดังนี้ 1) การกัดเซาะของน้ำ ทางน้ำที่กัดเซาะชั้นหินลงในทางลึกของพื้นที่ที่เป็นหุบเขาและบริเวณภูเขาที่มีความ ลาดชัน จะเกิดเป็นหุบเขารูปตัววี นอกจากนี้การกัดเซาะของน้ำยังทำให้เกิดร่องน้ำ เกิดแอ่งใหญ่ น้ำตก และแก่ง 2) การพัดพาของน้ำและการทับถมของตะกอน เมื่อแม่น้ำลำธารไหลลงสู่ทะเลหรือทะเลสาบจะพัดพาวัตถุ มาตกตะกอนหรือทับถมบริเวณปากแม่น้ำ จนเกิดเป็นดินงอกขึ้นที่ปากแม่น้ำ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกว่า ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ และเมื่อน้ำไหลลงสู่ที่ราบ ความเร็วของน้ำจะลดลง ตะกอนจะเกิดการทับถมใน บริเวณที่ราบเชิงเขามีลักษณะคล้ายพัดที่กางออก เรียกว่า เนินตะกอนน้ำพารูปพัด ถ้าตะกอนเกิดการทับถมสูงขึ้น เป็นรูปกรวย เรียกว่า เนินตะกอนน้ำพารูปกรวย 4. บอกแหล่งน้ำบนดินที่นักเรียนรู้จัก และการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำดังกล่าว แหล่งน้ำบนดิน ได้แก่ แม่น้ำ ลำคลอง บึง หนอง สระน้ำ ทะเลสาบ ทะเล มหาสมุทร เราใช้ประโยชน์จาก แหล่งน้ำในการอุปโภคบริโภค เป็นเส้นทางคมนาคม ใช้ทำการเกษตร ตลอดจนเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ 5. นักเรียนมีวิธีการหรือแนวทางในการอนุรักษ์แหล่งน้ำบนดินอย่างไร พิจารณาจากคำตอบนักเรียน แนวคำตอบ 1) ให้ความรู้แก่ประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของแหล่งน้ำ 2) ไม่ทิ้งขยะมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูลลงในแหล่งน้ำ 3) ไม่ตัดไม้ทำลายป่า 4) พัฒนาแหล่งน้ำต่าง ๆ เพื่อให้สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำ เขื่อน เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ และการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำอย่างถูกวิธีในแหล่งน้ำต่าง ๆ


ใบงานที่ 7.5 เรื่อง การเกิดน้ำใต้ดิน จุดประสงค์ของกิจกรรม อธิบายการเกิดน้ำใต้ดินและการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำใต้ดินได้ ปัญหา ระดับน้ำใต้ดินเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ อย่างไร ขั้นตอน 1. นำท่อพลาสติกที่เตรียมไว้ใส่ลงในกล่องพลาสติก โดยจัดท่อพลาสติกให้ติดกับข้างกล่อง จากนั้นนำก้อนกรวด หรือก้อนหินขนาดเล็กที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในกล่องพลาสติก จนเกือบเต็ม ดังรูป (การจัดวางท่อพลาสติกเมื่อใส่ก้อน กรวดแล้วต้องสามารถมองเห็นท่อพลาสติกได้ชัดเจน) 2. นำนํ้าที่เตรียมไว้เทใส่ลงในกล่องพลาสติก จนกระทั่งปริมาณนํ้าอยู่ตํ่ากว่าระดับผิวบนของก้อนกรวดประมาณ 3 เซนติเมตร ทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง จึงสังเกตระดับน้ำในท่อพลาสติก พร้อมทั้งทำเครื่องหมายแสดงระดับนํ้าในกล่อง และ ในท่อพลาสติก แล้วบันทึกผล 3. เทนํ้าใส่กล่องพลาสติกต่อไปจนกระทั่งนํ้าในกล่องพลาสติกอยู่ตํ่ากว่าระดับผิวบนของ ก้อนกรวดประมาณ 1 เซนติเมตร ทิ้งไว้สักครู่หนึ่งจึงสังเกตระดับนํ้าในท่อพลาสติกว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แล้ว บันทึกผล บันทึกผลการสังเกต ครั้งที่ ระดับน้ำในกล่องพลาสติกต่ำกว่า ระดับผิวดิน (เซนติเมตร) ระดับน้ำในท่อพลาสติกต่ำกว่า ระดับผิวบน (เซนติเมตร) 1 2 สรุปผล ………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


คำถาม 1. เพราะเหตุใดเราจึงจัดให้ท่อพลาสติกอยู่ชิดข้างกล่องพลาสติก เมื่อบรรจุก้อนกรวดเต็ม กล่องพลาสติกแล้ว ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ก้อนกรวดที่ใช้ในกิจกรรมเปรียบเสมือนอะไร และใช้แทนสิ่งใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ท่อพลาสติกใสที่ใช้ในกิจกรรมเปรียบได้กับสิ่งใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. เมื่อเริ่มเทน้ำลงไปในกล่องพลาสติก ผลที่เกิดในกล่องพลาสติกและท่อพลาสติกเป็นอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. ระดับน้ำในกล่องพลาสติกกับระดับน้ำในท่อพลาสติกมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ลักษณะใด ………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. เพราะเหตุใดน้ำจึงไหลลงสู่ก้นกล่องพลาสติกได้ ………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 7. ความคลาดเคลื่อนของกิจกรรมนี้ อาจเกิดจากอะไรได้บ้าง ………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8. น้ำบาดาลมีกระบวนการเกิดอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… 9. นักเรียนคิดว่าน้ำบาดาลเป็นน้ำที่มีคุณภาพดีหรือไม่ เพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10. ถ้าปีใดเกิดฝนแล้ง จะส่งผลกระทบต่อปริมาณของระดับน้ำบาดาลหรือไม่ เพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… …………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………………


11. ในท้องถิ่นของนักเรียนมีการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้หรือไม่ และถ้าหากมีการสูบน้ำบาดาลขึ้น มาใช้มาก ๆ จะเกิดผลกระทบหรือไม่ เพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………… …………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………………


เฉลยใบงานที่ 7.5 เรื่องการเกิดน้ำใต้ดิน จุดประสงค์ของกิจกรรม อธิบายการเกิดน้ำใต้ดินและการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำใต้ดินได้ ปัญหา ระดับน้ำใต้ดินเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ อย่างไร บันทึกผลการสังเกต ครั้งที่ ระดับน้ำในกล่องพลาสติกต่ำกว่า ระดับผิวดิน (เซนติเมตร) ระดับน้ำในท่อพลาสติกต่ำกว่า ระดับผิวบน (เซนติเมตร) 1 3 3 2 1 1 สรุปผล เมื่อใส่น้ำลงไปในกล่องพลาสติก ถ้าระดับน้ำในกล่องพลาสติกเพิ่มแล้ว ระดับน้ำในท่อพลาสติกก็จะเพิ่มขึ้น ด้วย ก้อนกรวดเปรียบเสมือนดินที่จะดูดซึมน้ำไว้ เมื่ออิ่มตัวแล้วจะซึมลงไปในดินจนถึงชั้นของหิน (ก้นกล่องพลาสติก) ซึ่งจะกั้นน้ำส่วนใหญ่ไม่ให้ซึมผ่านไปได้ และระดับน้ำตอนบนสุดของกล่อง พลาสติกใสเปรียบได้กับระดับน้ำในดิน คำถาม 1. เพราะเหตุใดเราจึงจัดให้ท่อพลาสติกอยู่ชิดข้างกล่องพลาสติก เมื่อบรรจุก้อนกรวดเต็ม กล่องพลาสติกแล้ว เพื่อให้มองเห็นระดับน้ำในท่อพลาสติกได้ชัดเจนขณะเติมน้ำลงในกล่องพลาสติก 2. ก้อนกรวดที่ใช้ในกิจกรรมเปรียบเสมือนอะไร และใช้แทนสิ่งใด ใช้ก้อนกรวดแทนดิน เพราะก้อนกรวดที่อัดในกล่องพลาสติกเปรียบเสมือนชั้นดิน ทำให้เรา มองเห็นระดับน้ำได้ชัดเจน เพราะก้อนกรวดไม่ละลายน้ำ 3. ท่อพลาสติกใสที่ใช้ในกิจกรรมเปรียบได้กับสิ่งใด บ่อน้ำที่เราขุดเจาะลงไปในพื้นดิน 4. เมื่อเริ่มเทน้ำลงไปในกล่องพลาสติก ผลที่เกิดในกล่องพลาสติกและท่อพลาสติกเป็นอย่างไร ในกล่องพลาสติกน้ำจะค่อย ๆ ไหลผ่านก้อนกรวดลงไปยังก้นกล่องพลาสติก ส่วนในท่อพลาสติกน้ำจะค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นเมื่อน้ำไหลผ่านก้อนกรวดมาถึงก้นพลาสติก 5. ระดับน้ำในกล่องพลาสติกกับระดับน้ำในท่อพลาสติกมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ลักษณะใด มีความสัมพันธ์กัน โดยเมื่อระดับน้ำในกล่องพลาสติกเพิ่มสูงขึ้นระดับน้ำในท่อพลาสติกก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย


6. เพราะเหตุใดน้ำจึงไหลลงสู่ก้นกล่องพลาสติกได้ ระหว่างก้อนกรวดมีช่องว่าง ทำให้น้ำแทรกตัวซึมผ่านลงไปได้ 7. ความคลาดเคลื่อนของกิจกรรมนี้ อาจเกิดจากอะไรได้บ้าง 1) การมองระดับน้ำในกล่องพลาสติกใสและท่อพลาสติกใส 2) การจัดวางท่อพลาสติกไม่อยู่ที่ข้างกล่องพลาสติก 8. น้ำบาดาลมีกระบวนการเกิดอย่างไร เมื่อฝนตกลงมาบนพื้นดิน น้ำบางส่วนจะซึมผ่านพื้นดินลงไปถึงบริเวณชั้นหิน น้ำจะ ซึมลงไปตามรอยแตก รอยแยก และรูพรุนของหิน ทำให้ชั้นหินอิ่มตัวไปด้วยน้ำที่ซึมอยู่ตาม ช่องว่างหรือโพรงหิน เกิดเป็นชั้นน้ำบาดาล 9. นักเรียนคิดว่าน้ำบาดาลเป็นน้ำที่มีคุณภาพดีหรือไม่ เพราะเหตุใด น้ำบาดาลเป็นน้ำที่มีคุณภาพดี โดยเฉพาะน้ำบาดาลที่อยู่ในชั้นกรวดทรายหรือในชั้นตะกอน เพราะน้ำบาดาลจะผ่านการกรองจากชั้นกรวดทราย ทำให้น้ำใสสะอาดคุณภาพดี 10. ถ้าปีใดเกิดฝนแล้ง จะส่งผลกระทบต่อปริมาณของระดับน้ำบาดาลหรือไม่ เพราะเหตุใด เกิดผลกระทบ ระดับน้ำบาดาลมีการเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล แต่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ช้าเพราะอยู่ในชั้นหิน ดังนั้นถ้ามีฝนตกมากในฤดูฝน น้ำก็จะซึมลงไปใต้ดินมาก ทำให้ระดับ น้ำบาดาลมากขึ้นด้วยเช่นกัน 11. ในท้องถิ่นของนักเรียนมีการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้หรือไม่ และถ้าหากมีการสูบน้ำบาดาลขึ้น มาใช้มาก ๆ จะเกิดผลกระทบหรือไม่ เพราะเหตุใด พิจารณาจากคำตอบนักเรียน แนวคำตอบ ถ้าน้ำบาดาลถูกสูบขึ้นมาใช้ในปริมาณมาก ๆ อาจเกิดการทรุดตัวของแผ่นดินได้


ใบงานที่ 7.6 กิจกรรมเรื่องประโยชน์และการอนุรักษ์น้ำในท้องถิ่น การกำหนดปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สมมติฐาน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… บันทึกการดำเนินการจัดทำโครงงาน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


เฉลยใบงานที่ 7.6 กิจกรรมเรื่องประโยชน์และการอนุรักษ์น้ำในท้องถิ่น การกำหนดปัญหา ……………………แนวคำตอบอยู่ที่ความคิดของนักเรียนแต่ละกลุ่ม…………………………………. สมมติฐาน ……………………แนวคำตอบอยู่ที่กับการกำหนดปัญหา……………………………………………………… บันทึกการดำเนินการจัดทำโครงงาน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………แนวคำตอบอยู่ที่กับการดำเนินการจัดทำโครงงาน…………………………….……………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 ชื่อเรื่อง ภัยธรรมชาติบนผิวโลก หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องโลกและการเปลี่ยนแปลง รหัสวิชา ว 22102 วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 เวลา 6 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และบนผิวโลกธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้ง ผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 3. ตัวชี้วัด ว 3.2 ม. 2/16 สร้างแบบจำลอง ที่อธิบายกระบวน การเกิดและ ผลกระทบของน้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม หลุมยุบ 4. สาระการเรียนรู้/เนื้อหา 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง ภัยธรรมชาติบนผิวโลก 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สาระสำคัญ ท่วม การกัดเซาะชายฝัง แผ่นดินถล่ม หลุมยุบ แผ่นดินทรุด เป็นภัยธรรมชาติที่ทำให้มนุษย์ในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อน ขาดสิ่งอุปโภค บริโภค ที่อยู่อาศย ยารักษาโรค และบางครั้งอาจเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต ท่วม การกัดเซาะชายฝัง แผ่นดินถล่ม หลุมยุบ แผ่นดินทรุด เป็นภัยธรรมชาติที่ทำให้มนุษย์ในพื้นที่ได้รับความ เดือดร้อน ขาดสิ่งอุปโภค บริโภค ที่อยู่อาศย ยารักษาโรค และบางครั้งอาจเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต 6. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. สืบค้นและเสนอแนวทางในการป้องกัน และปฏิบัติตนมิให้เกิดอันตรายจากการเกิดและ ผลกระทบของ น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม หลุมยุบ 2. สร้างแบบจำลอง ที่อธิบายกระบวน การเกิดและ ผลกระทบของน้ำท่วม การกัดเซาะ ชายฝั่ง ดินถล่ม หลุมยุบ


. 7. จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ด้านความสามารถและทักษะ ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี รักการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ 7.2 ด้านคุณลักษณะเฉพาะช่วงวัย อยู่อย่างพอเพียง 8. สมรรถนะ 6 ด้าน (ใส่เครื่องหมาย ⁄ สมรรถนะที่สอดคล้องในการจัดการเรียนการสอน) □ 1. การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ □ 2. ความคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ □ 3. การสื่อสารด้วยภาษา □ 4. การจัดการและการทำงานเป็นทีม □ 5. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง □ 6. การอยู่รวมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน 9. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติศาสน์ กษัติริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ 10. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้ รอบรู้ รอบครอบ ระมัดระวัง คุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน 11. การบูรณาการ กับวิชาภาษาอังกฤษ 12. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1-3 มาตรฐาน ว 3.2 ตัวชี้วัดที่ ม.2/16


. 1) ขั้นการรวบรวมข้อมูล (Gathering) (1) นักเรียนทำแบบทดสอบความรู้ก่อนเรียน (2) ครูนำภาพและข่าว วีดีทัศน์ เกี่ยวกับธรรมชาติในโลกของเราให้นักเรียนศึกษา (3) ครูให้นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม ภัยธรรมชาติมีเกิดขึ้นในประเทศไทยหรือไม่ ที่ใดบ้าง และเกิดขึ้นได้ อย่างไร (4) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายจากแนวคำตอบของนักเรียน โดยครูยังไม่เน้นคำตอบที่ถูกต้อง 2) ขั้นวิเคราะห์และสรุปความรู้(Processing) (1) นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาสืบค้นข้อมูล เรื่องภัยธรรมชาติบนผิวโลกภัยธรรมชาติบนผิวโลก โดยศึกษากระบวนการเกิดและผลกระทบของภัยธรรมชาติบนผิวโลก โดยแบ่งเรื่องที่สืบค้นดังนี้ กลุ่มที่ 1และกลุ่มที่ 6 เรื่องน้ำท่วม กลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 7 เรื่องการกัดเซาะชายฝัง กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 8 เรื่องแผ่นดินถล่ม กลุ่มที่ 4 และกลุ่มที่ 9 เรื่องหลุมยุบ กลุ่มที่ 5 และกลุ่มที่ 10 เรื่องแผ่นดินทรุด (2) นักเรียนนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาออกแบบการสร้างแบบจำลองตามหัวข้อที่ได้รับ เพื่อนำเสนออธิบาย การเกิดภัยธรรมชาติ ชั่วโมงที่ 4-6 3) ขั้นปฏิบัติ/ประยุกต์ใช้ความรู้(Applying) (1) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสร้างแบบจำลองภัยธรรมชาติบนผิวโลกตามหัวข้อที่ได้รับ (2) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนำเสนอกระบวนการเกิดและผลกระทบของภัยธรรมชาติบนผิวโลก 4) ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า (Self-regulating) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่เข้าใจ หรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร (3) นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และการนำความรู้ ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ (4) นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ครูสอดแทรกค่านิยม 12 ประการ ข้อ มุ่งใฝ่ เล่าเรียน เพียรวิชา


. 13. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1 .Powerpoint เรื่อง ภัยธรรมชาติบนผิวโลก 2. ฐานข้อมูลอินเตอร์เน็ต 14. การวัดผลและประเมินผล 14.1 วิธีการวัดผล ประเมินผลด้านความรู้ตามตัวชี้วัดจากการปฏิบัติกิจกรรม การทดสอบ ประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยวิธีการ สังเกต/บันทึก การประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน จากการเขียนสื่อสารความรู้ ความคิด การนำเสนอ 14.2 เครื่องมือการวัดผล ด้านความรู้ตามตัวชี้วัดแบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรม แบบทดสอบ คุณลักษณะอันพึงประสงค์แบบสังเกต/บันทึก การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน แบบประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 14.3 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมินการปฏิบัติกิจกรรม เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน 5 เกณฑ์ดีมาก คะแนน 4 เกณฑ์ดี คะแนน 3 เกณฑ์พอใช้ คะแนน 0 - 2 เกณฑ์ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมินการทำแบบทดสอบ เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน 9-10 เกณฑ์ดีมาก คะแนน 7-8 เกณฑ์ดี คะแนน 5-6 เกณฑ์พอใช้ คะแนน 0 - 4 เกณฑ์ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์/การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 3 = ดีเยี่ยม 2 = ดี 1 = ผ่าน 0 = ไม่ผ่าน 15. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้


. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 ชื่อเรื่อง เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องทรัพยากรพลังงาน รหัสวิชา ว 22102 วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 เวลา 6 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และบนผิวโลกธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้ง ผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 3. ตัวชี้วัด ว 3.2 ม. 2/17 เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบัติ และการ ใช้ประโยชน์ รวมทั้งอธิบาย ผลกระทบจาก การใช้เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ม. 2/18 แสดงความ ตระหนักถึงผลจาก การใช้เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ โดยนำเสนอ แนวทางการใช้ เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ 4. สาระการเรียนรู้/เนื้อหา 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง ทรัพยากรพลลังงาน 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สาระสำคัญ เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ได้แก่ ถ่านหินและปิโตรเลียม ถ่านหินเกิดจากการสะสมของซากพืชใน บริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ในสภาวะที่ขาดแก๊สออกซิเจน ปิโตรเลียมเกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ในสภาวะที่ ขาดออกซิเจน ภายใต้ความกดดันและอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน ปิโตรเลียมแบ่งตามสถานะได้เป็น 2 ประเภท น้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติการใช้พลังงานมีประโยชน์ทั้งในด้านต่างๆและสามารถส่งผลกระทบในด้านต่างๆ เช่น สิ่งแวดล้อม 6. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบัติ และการ ใช้ประโยชน์ รวมทั้งอธิบาย ผลกระทบจาก การใช้เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ 2. แสดงความ ตระหนักถึงผลจาก การใช้เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ โดยนำเสนอ แนวทางการใช้ เชื้อเพลิงซาก


. ดึกดำบรรพ์ 7. จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ด้านความสามารถและทักษะ ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี รักการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ 7.2 ด้านคุณลักษณะเฉพาะช่วงวัย อยู่อย่างพอเพียง 8. สมรรถนะ 6 ด้าน (ใส่เครื่องหมาย ⁄ สมรรถนะที่สอดคล้องในการจัดการเรียนการสอน) □ 1. การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ □ 2. ความคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ □ 3. การสื่อสารด้วยภาษา □ 4. การจัดการและการทำงานเป็นทีม □ 5. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง □ 6. การอยู่รวมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน 9. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติศาสน์กษัติริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ 10. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้ รอบรู้ รอบครอบ ระมัดระวัง คุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน 11. การบูรณาการ กับวิชาภาษาอังกฤษ 12. กิจกรรมการเรียนรู้ ทดสอบก่อนเรียน ชั่วโมงที่ 1-3 มาตรฐาน ว 3.2 ตัวชี้วัดที่ ม.2/17 ม.2/18


. 1) ขั้นสร้างความสนใจ (1). นักเรียนศึกษากราฟปริมาณการใช้พลังงานในประเทศไทย ในแบบเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปี่ 2 เล่ม 2 (2) นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม พลังงานที่ใช้ในประเทศได้จากการผลิตในประเทศหรือต้องนำเข้าจาก ต่างประเทศหรือไม่ ที่ใดบ้าง (3) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายจากแนวคำตอบของนักเรียน โดยครูยังไม่เน้นคำตอบที่ถูกต้อง (4) นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม ประเภทของพลังงานที่ใช้ในประเทศไทย และโลกของเรา 2) ขั้นสำรวจและค้นหา (1) นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาสืบค้นข้อมูล เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ จากแบบเรียนวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 2 สำนักพิมพ์ สสวท อินเทอร์เน็ต หนังสือ วารสารในห้องสมุด และทำใบงาน ที่ 9 เรื่อง เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เกิดขึ้นได้อย่างไร เตรียมนำเสนอผลการสืบค้นในรูปแบบนิทรรศการ โดยแบ่ง เรื่องที่สืบค้นดังนี้ กลุ่มที่ 1 3 5 7 และกลุ่มที่ 9 เรื่องถ่านหิน กลุ่มที่ 2 4 6 และกลุ่มที่ 8 เรื่องปิโตรเลียม ชั่วโมงที่ 4-6 3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (1) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายผลของการปฏิบัติกิจกรรม แล้วนำเสนอการสืบค้น (2) นักเรียนร่วมกันสรุปวัตถุต้นกำเนิด กระบวนการเกิดและสมบัติ การใช้ประโยชน์ ของเชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ 4) ขั้นขยายความรู้ (1) ครูให้นักเรียนร่วมกันหาวิธีการใช้พลังงานเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์อย่างคุ่มค่าและหาแนวทางแก้ปัญหา ที่อาจเกิดจากขาดแคลนเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ 5) ขั้นประเมิน (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่เข้าใจ หรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร (3) นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และการนำความรู้ ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ (4) นักเรียนบันทึกสรุปความรู้เรื่องเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ส่งครู ครูสอดแทรกค่านิยม 12 ประการ ข้อ มุ่งใฝ่ เล่าเรียน เพียรวิชา 13. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1.แบบเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 2 สำนักพิมพ์ สสวท


. 2. หนังสือ วารสาร ณ ห้องสมุด 3. ฐานข้อมูลอินเตอร์เน็ต 4. ใบงานที่ 9 กิจกรรมเรื่อง เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เกิดขึ้นได้อย่างไร 14. การวัดผลและประเมินผล 14.1 วิธีการวัดผล ประเมินผลด้านความรู้ตามตัวชี้วัดจากการปฏิบัติกิจกรรม ใบงาน การทดสอบ ประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยวิธีการ สังเกต/บันทึก เครื่องมือที่ใช้วัด แบบสังเกต/บันทึก การประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน จากการเขียนสื่อสารความรู้ ความคิด การเขียนรายงาน/ การนำเสนอ 14.2 เครื่องมือการวัดผล ด้านความรู้ตามตัวชี้วัดแบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรม การทำใบงาน แบบทดสอบ เครื่องมือที่ใช้ วัด แบบสังเกต/บันทึก คุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบสังเกต/บันทึก การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน แบบประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 14.3 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมินการปฏิบัติกิจกรรม ทำใบงาน เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน 9 - 10 เกณฑ์ดีมาก คะแนน 7 - 8 เกณฑ์ดี คะแนน 5 - 6 เกณฑ์พอใช้ คะแนน 0 - 4 เกณฑ์ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์/การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 3 = ดีเยี่ยม 2 = ดี 1 = ผ่าน 0 = ไม่ผ่าน 15. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้


.


ความต้องการพลังานของมนุษย์มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่องๆ แหลังพลังานที่มนุษย์ใช้มีแหล่งพลังงาน 2 ประเภทคือ พลังงานจากซากดึกดำบรรพ์และพลังงานทดแทน เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ได้แก่ถ่านหินและปิโตรเลี่ยมถ่านหินเกิดจากการสะสมของซากพืชในบริเวณที่มี น้ำท่วมขังในสภาวะที่ขาดแก๊สออกซิเจน ถ่านหิน ถ่านหิน (coal) เป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติ เกิดจากการสะสมตัวตามธรรมชาติของซากพืชในแอ่งตะกอนน้ำ ตื้น ถ่านหินเป็นหินตะกอนชนิดหนึ่งซึ่งสามารถติดไฟได้มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ สารประกอบของ คาร์บอน ซึ่งจะมีอยู่ประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยปริมาณ ถ่านหินมีกำเนิดมาจากการเปลี่ยนแปลงตาม ธรรมชาติของพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่สลายตัวและสะสมอยู่ในลุ่มน้ำหรือแอ่งน้ำต่างๆ นับเป็นเวลาหลายร้อยล้าน ปีเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวโลกเช่น เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือมีการทับถมของตะกอนมาก ขึ้น ทำให้แหล่งสะสมตัวนั้นได้รับความกดดันและความร้อนที่มีอยู่ภายในโลกเพิ่มขึ้น ซากพืชเหล่านั้นก็จะเกิด การเปลี่ยนแปลงกลายเป็นถ่านหินชนิดต่างๆ ประเภทของถ่านหิน 1. พีต (Peat) มีคาร์บอน 60% ภาพที่ 1 พีต เป็นถ่านหินในขั้นเริ่มต้นของกระบวนการเกิดถ่านหิน ซากพืชบางส่วนยังสลายตัวไม่หมด และมีลักษณะ ให้เห็นเป็นลำต้น กิ่งหรือใบ มีสีน้ำตาลจนถึงสีดำ มีความชื้นสูง เมื่อนำพีตมาเป็นเชื้อเพลิงต้องผ่านกระบวนการ ไล่ความชื้นหรือทำให้แห้งก่อน ความร้อนที่ได้จากการเผาพีตสูงกว่าที่ได้จากไม้ใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อให้ความร้อน ในบ้านหรือผลิตไฟฟ้า ข้อดีของพีตคือมีร้อยละของกำมะถันต่ำกว่าน้ำมันและถ่านหินอื่น ๆ ส่วนมากจะพบในที่ ราบน้ำท่วมถึง พีตที่เป็นชั้นหนามักจะพบในป่าพรุ ใบความรู้เรื่องพลังงานจากซากดึกดำบรรพ์


2. ลิกไนต์(Lignite) มีคาร์บอน 55 - 60 % ภาพที่ 2 ลิกไนต์ เป็นถ่านหินที่มีซากพืชสลายตัวหมด ไม่เห็นโครงสร้างของพืช ลักษณะเนื้อเหนียวและผิวด้าน มีสีเข้ม มี ปริมาณออกซิเจนและความชื้นต่ำ มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่าพีต เมื่อติดไฟมีควันและเถ้าถ่านมาก ลิกไนต์ใช้เป็น เชื้อเพลิงสำหรับให้ความร้อน ใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และใช้บ่มใบยา แหล่งลิกไนต์ที่สำคัญ คืออำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง 3. ซับบิทูมินัส (Sub–bituminous) ภาพที่ 3 ซับบิทูมินัส เป็นถ่านหินที่เกิดนานกว่าลิกไนต์มีสีน้ำตาลจนถึงดำ ลักษณะมีทั้งผิวด้านและผิวมัน มีทั้งเนื้ออ่อนร่วน และแข็ง มีปริมาณออกซิเจนและความชื้นต่ำ แต่มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่าลิกไนต์ใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับ ผลิตกระแสไฟฟ้าและอุตสาหกรรม


4. บิทูมินัส (bituminous) ภาพที่ 4 บิทูมินัส เป็นถ่านหินที่เกิดนานกว่าซับบิทูมินัส มีเนื้อแน่นและแข็ง มีทั้งสีน้ำตาลจนถึงสีดำ มีปริมาณออกซิเจน และความชื้นต่ำ แต่มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่าซับบิทูมินัส เมื่อเผาไหม้แล้วจะให้ค่าความร้อนสูง ใช้เป็นเชื้อเพลิง ในการถลุงโลหะ และนำมาเป็นวัตถุดิบเพื่อเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงเคมีอื่น ๆ ได้ 5. แอนทราไซต์(Anthracite) ภาพที่5 แอนทราไซต์ เป็นถ่านหินที่มีการแปรสภาพสูงสุด เนื่องจากแรงกดดันและความร้อนใต้เปลือกโลกทำให้น้ำและสาร ระเหยต่างๆในพืชหมดไปเหลือแต่คาร์บอน มีอายุการเกิดนานที่สุด มีสีดำ ลักษณะเนื้อแน่น แข็ง และเป็นมัน มี ปริมาณออกซิเจนและความชื้นต่ำ แต่มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่าถ่านหินชนิดอื่น จุดไฟติดยาก เมื่อติดไฟจะให้ เปลวไฟสีน้ำเงินจาง ๆ มีควันน้อย ให้ความร้อนสูง และไม่มีสารอินทรีย์ระเหยออกมาจากการเผาไหม้


การใช้ประโยชน์จากถ่านหิน 1. ถ่านหิน ถูกนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานมากกว่า 3000 ปีประเทศจีนเป็นประเทศแรก ๆ ที่นำถ่านหินมาใช้ เป็นเชื้อเพลิงในการถลุงทองแดง ปัจจุบันการใช้ประโยชน์จากถ่านหินส่วนใหญ่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิต กระแสไฟฟ้าการถลุงโลหะ การผลิตปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรไอน้ำ การผลิตกระแสไฟฟ้าทั่ว โลกใช้พลังงานจากถ่านหินประมาณร้อยละ 39 2. แหล่งถ่านหินในประเทศไทยมีมากที่เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง คิดเป็น 97% ของปริมาณสำรองที่มีอยู่ใน ประเทศไทย รองลงมาคือเหมืองกระบี่จังหวัดกระบี่ส่วนใหญ่เป็นลิกไนต์และซับบิทูมินัส ซึ่งมีคุณภาพต่ำ ให้ ปริมาณความร้อนไม่สูงมากนัก 3. ถ่านหินยังนำมาทำเป็น ถ่านกัมมันต์(Activated carbon) เพื่อใช้เป็นสารดูดซับกลิ่นในเครื่องกรอง น้ำ เครื่องกรองอากาศ หรือในเครื่องใช้ต่าง ๆ ทำคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความแข็งแกร่ง แต่นำหนัก เบา สำหรับใช้ทำอุปกรณ์กีฬา เช่น ด้ามไม้กอล์ฟ ไม้แบดมินตัน ไม้เทนนิส 4. นักวิทยาศาสตร์พยายามเปลี่ยนถ่านหินให้เป็นแก๊ส และแปรสภาพถ่านหินให้เป็นของเหลว เพื่อเพิ่มคุณค่า ทางด้านพลังงานและความสะดวกในการขนส่งด้วยระบบท่อส่ง เชื้อเพลิงแก๊สหรือของเหลวนี้จะถูกเปลี่ยนเป็น ผลิตภัณฑ์เคมีอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ รวมทั้งเป็นการช่วยเสริมปริมาณความต้องการใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติจาก ปิโตรเลียมด้วย ปิโตรเลียมเกิดจากการทับถมของซากพืชซากสตว์ในสภาวะที่ขาดออกซิเจนภายใต้ความกดดันและอุณหภูมิ สูงป็นเวลานาน ปิโตรเลียมแบ่งตามสถานะได้เป็น 2 ประเภท น้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ การใช้พลังงานมีประโยชน์ทั้งในด้านต่างๆและสามารถส่งผลกระทบในด้านต่างๆ ด้วยเช่นกัน ปิโตรเลียมมีกําเนิดมาจากสิ่งที่มีชีวิตที่ดํารงชีวิตอยู่เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ซึ่ง อยู่กระจัดกระจายทั่วไป ทั้งบนบก และในทะเล เมื่อสิ่งที่มีชีวิตเหล่านี้ตายลงจะเน่าเปื่อยผุพัง และย่อยสลายโดยมีบางส่วนสะสมรวมตัวอยู่กับตะกอน ดินเลนในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เมื่อผิวโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมาส่วนของชั้นตะกอนนี้จะจมตัวลง เรื่อย ๆ พร้อม ๆ กับ การเปลี่ยนแปลงสารอินทรีย์ จากกรดฟุลวิค ไปเป็นฮิวมิน เป็นคีโรเจน และเป็นปิโตรเลียมใน ท้ายที่สุด หินที่มีปริมาณสารอินทรีย์ หรือคีโรเจน สะสมอยู่ในปริมาณมากพอที่สามารถจะให้ กําเนิดปิโตรเลียมได้ เรียกว่า หินต้นกําเนิด (Source Rock) เมื่อหินต้นกําเนิดได้รับ พลังงานความร้อน และความกดดันภายใต้ชั้นหินที่ จมตัวลงเรื่อย ๆ คีโรเจนจะแปรสภาพ กลายเป็นน้ำมันดิบ ซึ่งหากยังคงได้รับความร้อน และความกดดันต่อเนื่อง น้ำมันดิบจะ แตกตัวกลายเป็นก๊าซธรรมชาติ หรืออาจจะแปรสภาพกลายเป็นก๊าซเลยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ส่วนประกอบของคีโรเจนฃ


การสะสมตัวของปิโตรเลียม ปิโตรเลียมส่วนที่เป็นของเหลวและก๊าซจะไหลซึมออกมาจากชั้นหินตะกอนต้น กําเนิดไปตามช่องแตก รอยแยก และรูพรุนของชั้นหิน ไปสะสมตัวกันอยู่ใน ชั้นหินกักเก็บ (Reservoir) ซึ่งมีองค์ประกอบหลัก 2 ประการ คือ 1. ชั้นหินที่มีรูพรุน (Porous) เป็นที่กักเก็บของเหลวหรือก๊าซ 2. ชั้นหินที่มีความสามารถในการไหลซึมได้ (Permeable) ในบริเวณที่มี โครงสร้างปิดกั้น (Trap) และมีความกดดันต่ำกว่าโดยบริเวณที่มีคุณสมบัติ ทั้งหมดนี้จะรวมเรียกว่า แหล่งกักเก็บและสะสมตัวของปิโตรเลียม (Petroleum Field) บริเวณที่มี โครงสร้างปิดกั้น (Trap) ลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยาของชั้นหินใต้พื้นผิวโลกที่เหมาะสมจะเป็นแหล่งกักเก็บ และสะสมตัวของ ปิโตรเลียม โดยทั่วไปมักสำรวจพบในชั้นหินที่มีโครงสร้างรูปโค้งประทุนคว่ำ (Anticline Trap) โครงสร้างรูปรอย เลื่อนของชั้นหิน (Fault Trap) โครงสร้างรูปโดม (Domal Trap) โครงสร้างรูประดับชั้น (Stratigraphic Trap) เป็นต้น


สำหรับแหล่งปิโตรเลียมที่มีน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเกิดรวมกันส่วนที่เป็นก๊าซซึ่ง เบาจะลอยตัวอยู่ส่วนบน ส่วน น้ำซึ่งหนักกว่าก๊าซและน้ำมันดิบจะแยกตัวอยู่ส่วนล่างสุด องค์ประกอบสำคัญที่จะก่อให้เกิดแหล่งกักเก็บและสะสมตัวของปิโตรเลียมได้ มี 3 ประการ คือ 1. ชั้นหินที่เป็นต้นกําเนิดของปิโตรเลียม (Source Rock) 2. ชั้นหินกักเก็บปิโตรเลียม (Reservior) 3. ชั้นหินซึ่งเป็นโครงสร้างปิดกั้น (Trap) แหล่งกักเก็บและสะสมตัวของปิโตรเลียมจะเป็นแหล่งปิโตรเลียมได้ก็ต่อเมื่อมี ปริมาณปิโตรเลียมมากเพียงพอต่อ การลงทุน ในการนำขึ้นมาใช้และให้ผลตอบแทนคุ้มค่าทาง เศรษฐกิจ ดังนั้นแหล่งปิโตรเลียมหนึ่ง ๆ อาจเป็นแหล่ง กักเก็บขนาดใหญ่แหล่งเดียวหรืออาจ ประกอบด้วยแหล่งกักเก็บขนาดเล็กหลาย ๆ แหล่งซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันก็ได้


ใบงานที่9 กิจกรรมเรื่อง เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เกิดขึ้นได้อย่างไร วันที่............................................................................................................................... จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. สืบค้นและนำเสนอกระบวนการเกิด สมบัติ และการ ใช้ประโยชน์ จากถ่านหินและปิโตรเลี่ยม 2. เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบัติ และการ ใช้ประโยชน์ จากถ่านหินและปิโตรเลี่ยม ถ่านหินและปิโตรเลี่ยม ปัญหา ..................................................................................................................................................................... สมมุติฐาน ................................................................................................................................................................. วัสดุและอุปกรณ์ 1.รูปภาพถ่านหินและปิโตรเลี่ยม 2.กระดาษ ดินสอ วิธีการทดลอง 1. สังเกตถ่านหินและปิโตรเลี่ยมจากรูปภาพ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มศึกษาเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยสืบค้นข้อมูล และ นำเสนอผลการสืบค้นจากแบบเรียน อินเทอร์เน็ต โดยแบ่งเรื่องที่สืบค้นดังนี้ กลุ่มที่ 1 3 5 7 และกลุ่มที่ 9 เรื่องถ่านหิน กลุ่มที่ 2 4 6 และกลุ่มที่ 8 เรื่องปิโตเลี่ยม 3. ประเด็นที่นักเรียนแต่ละกลุ่มต้องศึกษาดังนี้ 1. วัตถุต้นกำเนิด 2. กระบวนการเกิดและสมบัติ 3. การใช้ประโยชน์ ของเชื้อเพลิง บันทึกผลการสืบค้น ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. ..............................................


สรุปผลการสืบค้น ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ..............................................


เฉลยใบงานที่ 9 กิจกรรมเรื่องเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เกิดขึ้นได้อย่างไร ปัญหา เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เกิดขึ้นได้อย่างไร สมมุติฐาน ถ่านหินเกิดจากการสะสมของซากพืชในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ในสภาวะที่ขาดแก๊สออกซิเจน ปิโตรเลียมเกิดจากการทับถมของซากพืชซากสตว์ในสภาวะที่ขาดออกซิเจน ภายใต้ความกดดันและ อุณหภูมิสูงป็นเวลานาน ผลการสืบค้นและสรุปความรู้ตามการสืบค้นความรู้ของนักเรียน


. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 ชื่อเรื่อง พลังงานทดแทน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องทรัพยากรพลังงาน รหัสวิชา ว 22102 วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 เวลา 6 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และบนผิวโลกธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้ง ผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 3. ตัวชี้วัด ว 3.2 ม. 2/19 เปรียบเทียบข้อดี และข้อจำกัดของ พลังงานทดแทน แต่ละประเภทจาก การรวบรวมข้อมูล และนำเสนอ แนวทางการใช้ พลังงานทดแทนที่ เหมาะสมใน ท้องถิ่น 4. สาระการเรียนรู้/เนื้อหา 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง ทรัพยากรพลลังงาน 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สาระสำคัญ การใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ได้แก่ ถ่านหินและปิโตรเลียม ถ่านหิน ก่อให้เกิด ประโยชน์ทั้งในด้านต่างๆ แต่ส่งผลกระทบในด้านต่างๆ และพลังงานเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์จากอาจหมดไป จึง ต้องหาพลังงานทดแทน พลังงานทดแทนเป็นพลังงานหลักที่กำลังจะหมดไป แหล่งพลังงานทดแทนเช่นพลังงาน แสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงงานคลื่น พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง พลังงานชีวมวล พลังงานความร้อนใต้ พิภพ พลังงานจากเซลล์เชื้อเพลิง พลังงานนิวเคลียร์ 6. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เปรียบเทียบข้อดี และข้อจำกัดของ พลังงานทดแทน แต่ละประเภทจาก การรวบรวมข้อมูล 2. นำเสนอ แนวทางการใช้ พลังงานทดแทนที่ เหมาะสมใน ท้องถิ่น


. 7. จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ด้านความสามารถและทักษะ ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี รักการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ 7.2 ด้านคุณลักษณะเฉพาะช่วงวัย อยู่อย่างพอเพียง 8. สมรรถนะ 6 ด้าน (ใส่เครื่องหมาย ⁄ สมรรถนะที่สอดคล้องในการจัดการเรียนการสอน) □ 1. การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ □ 2. ความคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ □ 3. การสื่อสารด้วยภาษา □ 4. การจัดการและการทำงานเป็นทีม □ 5. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง □ 6. การอยู่รวมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน 9. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติศาสน์ กษัติริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ 10. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้ รอบรู้ รอบครอบ ระมัดระวัง คุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน 11. การบูรณาการ กับวิชาภาษาอังกฤษ


. 12. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1-3 มาตรฐาน ว 3.2 ตัวชี้วัดที่ ม.2/18 1) ขั้นสร้างความสนใจ (1). นักเรียนทบทวนพลังงานจากเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์หมดไป จะเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์ (2) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายจากแนวคำตอบของนักเรียน โดยครูยังไม่เน้นคำตอบที่ถูกต้อง (3) นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม เราควรหาพลังงานทดแทนมาใช้แทนพลังงานจากซากดึกดำบรรพ์ 2) ขั้นสำรวจและค้นหา (1) นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาสืบค้นข้อมูล พลังงานทดแทน จากแบบเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 2 สำนักพิมพ์ สสวท อินเทอร์เน็ต หนังสือ วารสารในห้องสมุด และทำใบงานที่ 10 กิจกรรมเรื่อง ผลิตไฟฟ้า จากแหล่งพลังงานทดแทนได้อย่างไร เตรียมนำเสนอผลการสืบค้น โดยแบ่งเรื่องที่สืบค้นดังนี้ กลุ่มที่ 1 เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ กลุ่มที่ 2 เรื่องพลังงานลม กลุ่มที่ 3 เรื่องพลังงานน้ำ กลุ่มที่ 4 เรื่องพลังงานคลื่น กลุ่มที่ 5 เรื่องพลังงานน้ำขึ้นน้ำลง กลุ่มที่ 6 เรื่องพลังงานชีวภาพ กลุ่มที่ 7 เรื่องพลังงานความร้อนใต้พิภพ กลุ่มที่ 8 เรื่องพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง กลุ่มที่ 9 เรื่องพลังงานนิวเคลียร์ ชั่วโมงที่ 4-6 3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (1) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายผลของการปฏิบัติกิจกรรม แล้วนำเสนอผลการสืบค้น (2) นักเรียนร่วมกันสรุปผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทน 4) ขั้นขยายความรู้ (1) ครูให้นักเรียนร่วมกันหาวิธีการใช้พลังงานผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนอย่างคุ่มค่าและหา แนวทางแก้ปัญหาที่อาจเกิดจากขาดแคลนพลังงาน 5) ขั้นประเมิน (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่เข้าใจ หรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร


. (3) นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และการนำความรู้ ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ (4) นักเรียนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องทรัพยากรและพลังงาน ครูสอดแทรกค่านิยม 12 ประการ ข้อ มุ่งใฝ่ เล่าเรียน เพียรวิชา 13. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1.แบบเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 2 สำนักพิมพ์ สสวท 2. หนังสือ วารสาร ณ ห้องสมุด 3. ฐานข้อมูลอินเตอร์เน็ต 4. ใบงานที่ 10 กิจกรรมเรื่อง ผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนได้อย่างไร 14. การวัดผลและประเมินผล 14.1 วิธีการวัดผล ประเมินผลด้านความรู้ตามตัวชี้วัดจากการปฏิบัติกิจกรรม ใบงาน การทดสอบ ประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยวิธีการ สังเกต/บันทึก เครื่องมือที่ใช้วัด แบบสังเกต/บันทึก การประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน จากการเขียนสื่อสารความรู้ ความคิด การเขียนรายงาน/ การนำเสนอ 14.2 เครื่องมือการวัดผล ด้านความรู้ตามตัวชี้วัดแบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรม การทำใบงาน แบบทดสอบ เครื่องมือที่ใช้ วัด แบบสังเกต/บันทึก คุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบสังเกต/บันทึก การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน แบบประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 14.3 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมินการปฏิบัติกิจกรรม ทำใบงาน เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน 9 - 10 เกณฑ์ดีมาก คะแนน 7 - 8 เกณฑ์ดี คะแนน 5 - 6 เกณฑ์พอใช้ คะแนน 0 - 4 เกณฑ์ต้องปรับปรุง


. เกณฑ์การประเมินการทำแบบทดสอบ เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน 9-10 เกณฑ์ดีมาก คะแนน 7-8 เกณฑ์ดี คะแนน 5-6 เกณฑ์พอใช้ คะแนน 0 - 4 เกณฑ์ต้องปรับปรุง เกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์/การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน 3 = ดีเยี่ยม 2 = ดี 1 = ผ่าน 0 = ไม่ผ่าน 15. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้


ความต้องการพลังงานของมนุษย์มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่องๆ แหลังพลังงานที่มนุษย์ใช้ส่วนใหญ่เป็นพลังงาน จากซากดึกดำบรรพ์ซึ่งกำลังจะหมดไป จึงจำเป็นต้องหาพลังงานทดแทน การใช้พลังงานมีประโยชน์ทั้งในด้านต่างๆและสามารถส่งผลกระทบในด้านต่างๆ ด้วยเช่นกัน พลังงาน ทดแทนเป็นพลังงานหลักที่กำลังจะหมดไป แหล่งพลังงานทดแทนเช่นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานคลื่น พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง พลังงานชีวมวล พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานจากเซลล์เชื้อเพลิง พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานแสงอาทิตย์ รูปภาพจาก : http://www.fatonionline.com/index.php/news/detail/261 พลังงานจากน้ำ https://www.google.com.sg/search?biw8&q ใบความรู้เรื่องพลังงานทดแทน


ใบงานที่10 กิจกรรมเรื่อง ผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนได้อย่างไร วันที่............................................................................................................................... จุดประสงค์ของกิจกรรม 1. สืบค้นและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนในประเทศไทย 2. วิเคราะห์ข้อดีและข้อจำกัดของพลลังงานทดแทน ปัญหา ..................................................................................................................................................................... สมมุติฐาน ................................................................................................................................................................. วัสดุและอุปกรณ์ กระดาษ ดินสอ วิธีการทดลอง 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มศึกษาผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนได้อย่างไร โดยสืบค้นข้อมูล และ นำเสนอผลการสืบค้นจากแบบเรียน อินเทอร์เน็ต โดยแบ่งเรื่องที่สืบค้นดังนี้ กลุ่มที่ 1 เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ กลุ่มที่ 2 เรื่องพลังงานลม กลุ่มที่ 3 เรื่องพลังงานน้ำ กลุ่มที่ 4 เรื่องพลังงานคลื่น กลุ่มที่ 5 เรื่องพลังงานน้ำขึ้นน้ำลง กลุ่มที่ 6 เรื่องพลังงานชีวภาพ กลุ่มที่ 7 เรื่องพลังงานความร้อนใต้พิภพ กลุ่มที่ 8 เรื่องพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง กลุ่มที่ 9 เรื่องพลังงานนิวเคลียร์ บันทึกผลการสืบค้น ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. ..............................................


สรุปผลการสืบค้น ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................ ... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. ..............................................


เฉลยใบงานที่ 10 กิจกรรมเรื่องการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนได้อย่างไร ปัญหา การผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนได้อย่างไร สมมุติฐาน การผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนได้แก่พลังงานจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานคลื่น พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง พลังงานชีวภาพ พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง เรื่องพลังงานนิวเคลียร์ บันทึกผลการสืบค้น ผลการสืบค้นและสรุปความรู้ตามการสืบค้นความรู้ของนักเรียน


แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน เรื่องทรัพยากรและพลังงาน 1. เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ มีกี่ประเภท ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท 2. ข้อใดจัดเป็นประเภทของถ่านหินทั้งหมด ก. พีต บิทูมินีส หินอัคนี ข. ซับบิทูมินัส เอนทราไซต์ ลิกไนท์ ค. ลิกไนท์ พีต หินตะกอน ง. หินไรโอไลต์ หินแกรนิต หินบะซอลต์ 3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของถ่านหิน ก. เป็นหินตะกอนที่กำเนิดมาจากซากพืช ข. ลักษณะแข็งแต่เปราะ ค. มีสีแดงอิฐถึงส้ม ง. มีทั้งชนิดผิวมันและผิวด้าน 4. กระบวนการเกิดถ่านหินในข้อใดไม่ถูกต้อง ก. เกิดจากการทับถมของซากสัตว์ ข.เกิดภายใต้ความร้อนและความกดดันสูง ค. เกิดโดยใช้เวลานาน ง. เกิดบริเวณน้ำท่วมถึง 5. ข้อใดคือส่วนประกอบของหินน้ำมัน ก. สารประกอบอนินทรีย์ สารประกอบอินทรีย์ ข. ออกซิเจน ไฮโดรเจน ค. คาร์บอนได้ออกไซด์ สารอินทรีย์ ง. คาร์บอน ซัลเฟอร์


6. ในปัจจุบันนี้มนุษย์ได้นำพลังงานมาใช้ในชีวิตประจำวันกันมากซึ่งในอนาคตอันใกล้อาจหมดไปได้ จึงจำเป็นต้อง หาพลังงานทดแทน คำว่า "พลังงานทดแทน" ในที่นี้หมายถึงทดแทนสิ่งใด ก. ก๊าซธรรมชาติ ข. น้ำมันปิโตรเลียม ค. ถ่านหิน หินน้ำมัน ง. แสงอาทิตย์ ลม น้ำ 7. ข้อความเกี่ยวกับพลังงานทดแทนใดถูกต้อง ก. พลังงานสิ้นเปลืองบางอย่างใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ ข. พลังงานทดแทนเป็นพลังงานหมุนเวียน ค. พลังงานทดแทนทุกชนิดไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ ง. พลังงานทดแทนมีต้นทุนการผลิตต่ำ 8. การผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ควรคำนึงถึงปัจจัยใดเป็นอันดับแรก ก. ความแรงและความต่อเนื่องของลมในพื้นที่ ข. จำนวนคนที่ใช้พลังงานในพื้นที่ ค. ต้นทุนการผลิตกังหันลม ง. ทัศนียภาพของพื้นที่ 9. เซลล์สุริยะที่รับพลังงานแสงอาทิตย์จะมีการเปลี่ยนรูปพลังงานอย่างไร ก. เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า ข. เปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้า ค. เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานความร้อน ง. เปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานเคมีแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า 10. พลังงานชนิดใดที่มนุษย์รู้จักนำมาใช้ก่อนพลังงานชนิดอื่น ๆ ก. พลังงานจากน้ำ ข. พลังงานจากลม ค. พลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ ง. พลังงานความร้อนใต้พิภพ


Click to View FlipBook Version