แผนการจัดการเรยี นรู้
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ๑๕๑๐๑
ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
ช่อื ผู้สอน นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
โรงเรียนวัดกลางคลองสาม
อำเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทมุ ธานี
สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา ปทุมธานี เขต ๑
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ 1
รายวิชาภาษาไทย เวลา ๖ ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ เร่ือง ชีวิตมีค่า เวลา ๑ ช่วั โมง
เรอื่ ง อา่ นจบั ใจความ เร่ือง ชีวิตมคี ่า
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านจับใจความ เป็นการอ่านเพื่อหาส่วนสำคัญของเรื่อง ซึ่งเรียกว่าใจความหรือใจความสำคัญ ซ่ึง
อาจจะปรากฎอยู่ตามย่อหน้าต่าง ๆ ของเรื่องที่อ่าน อาจอยู่ส่วนต้น ส่วนกลาง ส่วนท้ายของย่อหน้าก็ได้ ซึ่งอ่าน
แลว้ สามารถต้งั คำถาม ใคร ทำอะไร ทีไ่ หน อยา่ งไร ทำไม และสรปุ ใจความสำคัญของเรือ่ งได้
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพื่อนำไปตัดสินใจแกป้ ัญหา
สาระท่ี ๑ การอา่ น ในการดำเนนิ ชีวิตและมนี สิ ยั รกั การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑
ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
สาระที่ ๒ การเขยี น เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ การศกึ ษาคน้ คว้าอย่างมปี ระสิทธิภาพ
วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ใน
ตัวชว้ี ดั ท ๑.๑ ป.๕/๕ การดำเนินชีวติ
เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พฒั นางานเขียน
ท ๒.๑ ป.๕/๓
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. อ่านจบั ใจความสำคญั จากเรือ่ งท่กี ำหนดได้
๒. บอกข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการอ่านเรื่องที่กำหนด
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๓. เขียนแผนภาพโครงเร่ืองได้
ด้านเจตคติ/คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
๓. มวี ินัย
๔. ใฝ่ความรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งม่ันในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนหลักสตู รการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
๒. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะดา้ นการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
๖. ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบียบวินัย (compassion)
6. การบูรณาการ
๑. บูรณาการรายวชิ าอ่ืน.....................................................................................................
๒. บรู ณาการหลกั สตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อนื่ ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรียนรู้
- อา่ นจับใจความ เร่ือง ชวี ติ มีค่า
8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. แบบทดสอบก่อนเรยี น เรอื่ ง ชวี ิตมีค่า
๒. ใบงานกลมุ่ เรื่อง การอ่านจบั ใจความ ชวี ติ มีค่า
๓. ใบงาน เรือ่ ง ชวี ติ มีค่า
9. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั ที่ ๑ การเรยี นรตู้ ั้งคำถาม (learning to Question)
๑. ครูกล่าวทักทายนักเรียน และแจ้งให้นักเรียนทราบกิจกรรมการเรียนการสอนจะเน้นนักเรียนเป็น
ศนู ย์กลาง มุง่ เน้นการทำกจิ กรรมกลมุ่ ใหน้ ักเรียนทกุ คนมสี ว่ นรว่ มในการเรียน โดยมีกจิ กรรมดงั นี้
- การทำแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน ซึ่งนักเรียนจะต้องได้คะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่า
กอ่ นเรยี น
- บตั รพลงั วเิ ศษ จะได้รบั เมือ่ ชนะการเลน่ เกมส์ มสี ่วนรว่ มในการเรยี น รวมท้ังกิจกรรมกลมุ่ พจิ ารณา
แล้วเห็นว่า มีผลงานถูกต้อง หรือ ความคิดสร้างสรรค์ หรือทำกิจกรรมเสร็จก่อนเวลาและถูกต้อง
นกั เรียนจะได้รับบัตรพลังวิเศษ ทง้ั นเ้ี ป็นไปตามกจิ กรรมทค่ี รูจัดข้ึน
๒. นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรือ่ ง ชีวติ มีคา่ จำนวน ๑๐ ข้อ โดยกากบาทเลือกคำตอบท่ีถกู ต้อง
กำหนดเวลา ๑๐ นาที
๓. เมื่อครบเวลาที่กำหนด นกั เรยี นสลบั แบบทดสอบกอ่ นเรียน แลว้ ตรวจตามท่คี รูเฉลย หลงั จากน้ัน
บันทึกผลคะแนนแล้วสง่ คนื ครู
๔. นกั เรียนเล่นเกม โคนัน แบง่ ผู้เล่นออกเป็นสองฝา่ ย ครูตดิ บัตรประโยคบนกระดาน แลว้ หยบิ บตั รคำท่ี
เป็นคำถามทลี ะใบ “ใคร” “ทำอะไร” “ทไ่ี หน” “อย่างไร” แล้วใหน้ ักเรียนทง้ั สองฝ่ายสลบั กนั ตอบ ฝ่ายที่ตอบไม่
ถกู ต้องจะถกู คดั ผูเ้ ลน่ ออก เมื่อครบจำนวนบัตรประโยคท่ีครูเตรยี มมา ครตู ัดสินฝา่ ยทเ่ี หลอื จำนวนผเู้ ลน่ มากกวา่
เป็นฝ่ายชนะ
๕. ครตู ง้ั คำถามนักเรยี นได้อะไรจากการเล่นเกม โคนัน แลว้ การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง สามารถนำเกม
โคนนั มาใชไ้ ด้หรือไม่
ขนั้ ท่ี ๒ การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๖. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน
๗. ครูอธิบายเชื่อมโยงจากเกมโคนัน ที่นักเรียนได้เล่นไปเมื่อต้นชั่วโมง “ใคร” “ทำอะไร” “ที่ไหน”
“อยา่ งไร” ให้นักเรยี นนำมาใช้กบั การอ่าน เมื่อนักเรียนอ่านจบหน่ึงย่อหน้า นักเรียนลองตั้งคำถามว่า “ใคร” “ทำ
อะไร” “ทไ่ี หน” “อยา่ งไร”
ตวั อย่างเช่น บ้านของข้าวปุ้นหลังไม่ใหญ่มาก แต่ก็พอที่จะให้คนเกือบ ๒๐ คน อยู่ได้อย่างสบาย
ข้าวปุ้นมีพี่น้องชายหญิงรวมกัน ๑๒ คน มีแม่ ๓ คน คือ แม่ประคอง แม่ปราณี และแม่สายพร แต่ลูก ๆ เรียกว่า
แมค่ อง แมน่ แี ละแม่พร แม่ทัง้ สามไม่ใช่แมแ่ ท้ ๆ ของลกู ทัง้ หมด และลกู เหลา่ นีไ้ ม่มีพ่ออีกด้วย มแี ต่ลงุ ธงและอาจิต
เทา่ นะเน
- ใคร : ข้าวปุ้น พ่ีน้องชายหญงิ ข้าวปุ้น ๑๒ คน แมค่ อง แม่นี แม่พร ลงุ ธง อาจติ
- ทำอะไร : อาศัยอย่บู ้านหลังเดยี วกนั
- ทีไ่ หน : บา้ นของข้าวปุน้
- อยา่ งไร : แม่ทั้งสาม ไม่ใช่แม่แทๆ้
๖. ครใู หแ้ ต่ละกลุ่มอา่ นโดยใชก้ ารตัง้ คำถาม ตอบคำถาม ใคร ทำอะไร ที่ไหน กำหนดเวลา ๑๐ นาที
ขน้ั ที่ ๓ การเรยี นรู้เพอื่ สรา้ งองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๗. นักเรียนทำใบงานกลุ่ม การอ่านจับใจความ ชีวิตมีค่า โดยเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ให้นำหลักการเกม
โคนันมาประยุกต์ใช้ แล้วเขียนสรุปใจความสำคัญของเรอ่ื ง
๘. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปใจความสำคญั
๙. ครูตรวจสอบความรนู้ ักเรียนโดยใหแ้ ขง่ ขนั กันตอบคำถามดังนี้
- บ้านทขี่ า้ วปุ้นอาศัยอย่มู เี ด็ก ๆ อยู่จำนวนกคี่ น
- พี่ๆ น้อง ๆ ที่อาศัยอยกู่ ับขา้ วปุน้ เปน็ พนี่ อ้ งกับข้าวปุ้น ใชห่ รอื ไม่
- ลงุ ธง และ อาจิต ทำหนา้ ที่อะไรในบ้าน
- ในบ้านทีข่ า้ วปุน้ อาศัยอยู่ ใครดูแลกจิ การทุกอย่างในบา้ น
- ข้าวปุ้น เข้ามาอยใู นบา้ นเด็กกำพร้าไดอ้ ย่างไร
- คำวา่ ข้าวปุน้ ภาษาพืน้ เมืองภาคอสี าน หมายถึงอะไร
- ข้าวป้นุ พๆ่ี นอ้ ง ๆ ในบ้าน ใชช้ ีวิตอยไู่ ด้อย่างไร
- ใยบัว คอื ใคร
- มีเรอื่ งใดหรอื เหตุการณใ์ ดท่ที ำใหใ้ ยบวั รอ้ งไห้มาข้าวป้นุ
- บา้ นข้าวป้นุ ปลูกผักอะไรบา้ ง
- จากการทใ่ี ยบัวไปบา้ นขา้ วป้นุ ทำใหร้ ู้ว่าคุณคา่ ของชวี ติ คืออะไร
๑๐. นักเรยี นทำใบงาน เร่ือง ชวี ิตมีคา่
๑๑. ครูและนักเรยี นรว่ มกันเฉลยใบงาน
ข้ันที่ ๔ การเรียนรู้เพ่อื การสอ่ื สาร (Learning to Communicate)
๑๒. ครแู ละนกั เรยี นสนทนาร่วมกันหลังจากอ่านจบ ชีวติ มคี า่ นกั เรยี นคิดว่าชวี ิตของใยบวั กับข้าวปุ้นแตก
ต่างกันอยา่ งไร
๑๓. ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ทำกิจกรรม ช่วยกันคดิ ชว่ ยกนั ตอบ แล้วสง่ ตวั แทนนำเสนอหนา้ ชน้ั เรียน
ขั้นที่ ๕ การเรยี นรู้เพ่อื ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๑๔. ครูให้นักเรียนบอกสิ่งที่ได้จากการอ่านบทเรยี น ชีวิตมีค่า และสามารถนำเรื่องใดในบทเรยี นมาใช้ใน
ชีวิตประจำวันไดอ้ ย่างไร
๑๕. ครูเปิดวิดีทัศน์ “โฆษณาพอเพียง กระทรวงวัฒนธรรม” และให้นักเรียนใช้ชีวิตกินอยู่อย่างพอเพียง
ตามหลกั คำสอนของพ่อหลวง ร.๙
10. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
๒. แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ชีวิตมคี า่
๓. ใบงานกลุ่ม เรื่อง การอ่านจับใจความ ชวี ติ มคี า่
๔. ใบงาน เรอื่ ง ชวี ิตมีค่า
๕. เกม โคนนั
๖. บตั รพลังวิเศษ
๗. วิดีทัศน์ “โฆษณาพอเพยี ง กระทรวงวฒั นธรรม”
ทมี่ า https://www.youtube.com/watch?v=wJA9L2lQODI
แหลง่ การเรียนรู้
-
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์
วิธกี าร แบบทดสอบก่อนเรยี น
แบบทดสอบหลงั เรยี นสงู
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรือ่ ง ชวี ิตมคี ่า กว่ากอ่ นเรยี น
เรอื่ ง ชีวิตมคี า่ แบบประเมนิ การอ่านจบั ใจความ
ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
ตรวจใบงานกลมุ่ เรื่อง การอา่ นจับ สำคัญ ผ่านเกณฑ์
ใจความ “ชวี ิตมีคา่ ” ใบงานชวี ติ มีค่า
ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ตรวจใบงาน เร่ือง ชีวติ มคี ่า แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วม แบบประเมนิ คุณลักษณะ รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ในกิจกรรมกลุ่ม อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมความมีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้
และมุ่งม่ันการทำงาน ขึ้นไป
เกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดับคุณภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดเี ย่ียม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
เกณฑ์การประเมนิ
1. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตัดสินระดบั คุณภาพชน้ิ งาน/ภาระงาน
ระดับ ๔ หมายถงึ ดเี ยย่ี ม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดับ ๓ หมายถงึ ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดบั ๒ หมายถึง พอใช้ =
ระดบั ๑ หมายถึง ปรบั ปรุง =
การประเมินสมรรถนะสำคญั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑
ประเดน็ ประเมนิ แหล่ง วธิ ีวัด เครอื่ งมอื วดั เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ช ิ ้ น ง า น /ก า ร การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ
๑. ความสามารถในการสื่อสาร อธิบายหรือการ การสังเกต แบบสงั เกต ชนิ้ งาน
๒. ความสามารถในการคิด นำเสนอ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น /ก า ร การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเป็น
๒. ซื่อสตั ยส์ ุจริต อ ธ ิ บ า ย /ก า ร จริง
๓. มีวินยั นำเสนอ
๔. ใฝ่ความรู้
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๘. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น /ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ตอ้ ง
๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเขา้ ใจ
๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม
๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ
๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ
solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ
๕. Creativity and innovation นำเสนอ
๖ . ( Collaboration, teamwork and
leadership)
๗. Cross-cultural understanding
๘ . Communication information
and media literacy
๙. Computing and ICT Literacy
๑๑. Compassion
บันทกึ ผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................
๒. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นักเรยี นมคี วามรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครอู ัตราจ้าง
ความเห็นของหวั หน้างานวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชอื่ …………………………………………………………
(นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผ้ทู ่ไี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู้ องนางสาวประภากร งามบญุ ปลอด แล้วมคี วามคิดเห็นดงั น้ี
๑. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
๔. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชน่ื )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวดั กลางคลองสาม
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี 1
รายวิชาภาษาไทย เวลา ๖ ช่วั โมง
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ เรื่อง ชีวติ มีค่า เวลา ๑ ช่วั โมง
เร่อื ง ความหมายคำ บทเรียนชีวติ มคี ่า
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การค้นคว้าและศึกษาความหมายของคำ กลุ่มคำ สำนวนที่ไม่เข้าใจในบทเรียน นับว่าเป็นส่วนสำคัญใน
การอา่ นจบั ใจความสำคัญหรือตคี วามไดด้ ี ซงึ่ จะเกิดประโยชนต์ อ่ ผ้เู รียนและเกดิ การพัฒนาด้านการอ่าน
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคิดเพ่ือนำไปตัดสินใจแกป้ ัญหา
สาระท่ี ๑ การอ่าน ในการดำเนินชวี ิตและมนี สิ ัยรักการอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ อธิบายความหมายของคำประโยคและข้อความที่เป็นการบรรยาย
และการพรรณนา
ตัวชีว้ ัด ท ๑.๑ ป.๕/๒
๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกความหมายของคำในบทเรยี นได้ถกู ต้อง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. อ่านและเขียนคำในบทเรียนไดถ้ ูกต้อง
๓. แต่งประโยคโดยใช้คำในบทเรียนได้
ดา้ นเจตคติ/คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รกั ชาติ
๒. ซือ่ สตั ยส์ ุจรติ
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝค่ วามรู้
๕. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
๖. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนหลักสตู รการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทกั ษะด้านการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มคี ุณธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบียบวินัย (compassion)
6. การบรู ณาการ
๑. บรู ณาการรายวชิ าอน่ื .....................................................................................................
๒. บรู ณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อืน่ ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรียนรู้
บอกความหมายของคำในบทเรยี น
8. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่ือง ความหมายคำ บทเรียนชวี ติ มคี ่า
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั ที่ ๑ การเรียนรู้ตง้ั คำถาม (learning to Question)
๑ ครูกล่าวทักทายนักเรียน และสอบถามที่ผ่านมาจากการเรียนอ่านจับใจความ มีคำยากที่ไม่รู้
ความหมายหรอื ไม่ แล้วนักเรยี นอ่านจบั ใจความเข้าใจเร่ืองราวได้อยา่ งไร ท้งั ๆ ท่ียงั ไม่ได้เรยี นคำบทเรียน
๒. ครูติดบัตรคำ คำว่า “พรรณนา”แล้วให้นักเรียนบอกความหมาย (นักเรียนอาจตอบได้หรือตอบไม่ได้)
แล้วติดบัตรข้อความด้านขวา “ใยบัวพรรณนาความน้อยเนื้อต่ำใจอีกยืดยาว ข้าวปุ้นได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ฟัง
เพ่อื น” แล้วให้นกั เรยี นบอกความหมายคำวา่ พรรณนาอีกคร้งั
๓. ครูตั้งคำถามบัตรคำด้านซ้ายกับบัตรข้อความด้านขวา แตกต่างกันอย่างไร แล้วถ้าครูไม่ติดบัตร
ขอ้ ความ นักเรียนคิดว่าการเดาความหมายยากหรือไม่ ถา้ มแี ต่บตั รคำอย่างเดียว ไมม่ ีบรบิ ทประโยคก่อนหน้าหรือ
ตามหลัง นักเรยี นจะทำอยา่ งไร ตอ้ งใช้พจนานกุ รมหรอื ไม่
ขน้ั ที่ ๒ การเรียนรูแ้ สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๔. นกั เรียน นง่ั ประจำกลมุ่ เดิม ครสู อบถามนักเรียนต้องการค้นหาความหมายด้วยพจนานุกรมหรือค้นหา
ความหมายจากบริบทประโยคก่อนหรือหลังจากบทเรียน โดยให้นักเรียนโหวตด้วยการยกมือ คะแนนวิธีไหนมาก
ทีส่ ดุ ให้เลือกใช้วธิ ีนัน้
๕. ครูแจกซองบัตรคำเพอื่ ใหน้ กั เรียนคน้ หาความหมาย ตามผลโหวต กำหนดเวลา ๑๐ นาที
ข้นั ท่ี ๓ การเรยี นรเู้ พื่อสร้างองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๖. เม่ือครบเวลาที่กำหนด นกั เรียนแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน โดยครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง
๗. นกั เรยี นทำใบงาน เร่ือง ความหมายคำ บทเรยี นชวี ติ มีคา่
๘. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยใบงาน
ขนั้ ที่ ๔ การเรียนรู้เพอ่ื การสื่อสาร (Learning to Communicate)
๙. ครูให้นักเรียนเล่นเกมไชโย โดยแจกบัตรตารางขนาด ๔x๔ ครูจับฉลากบัตรคำความหมายแล้วอ่าน
ออกเสียง หลังจากนัน้ ให้นักเรียนเขียนคำลงบนบตั รตาราง
ขน้ั ท่ี ๕ การเรียนรู้เพอ่ื ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๑๐. นักเรียนวาดภาพบ้านแสนสุขตามจนิ ตนาการ แลว้ ต้งั ชื่อผลงาน โดยครูเดินตรวจสอบการทำกจิ กรรม
๑๑. นกั เรียนนำผลงานตดิ บนบอรด์ หน้าช้ันเรยี น เพ่อื ให้เพ่อื น ๆ ชมผลงาน
๑๒. ครกู ลา่ วชมเชยนักเรยี นในการร่วมกิจกรรมการเรียน
10. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสอื เรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
๒. ใบงาน เรื่อง ความหมายคำ บทเรียนชวี ติ มีค่า
๓. เกมไชโย
๔. บัตรคำ
๕. พจนานกุ รม
แหล่งการเรียนรู้
-
11. การวดั และการประเมนิ ผล
วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์
ตรวจใบงาน เรอ่ื ง ความหมายคำ ใบงาน เร่ือง ความหมายคำ บทเรยี น รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ผา่ นเกณฑ์
บทเรยี นชีวิตมคี า่ ชวี ติ มคี า่
รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป
สังเกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
ในกิจกรรมกลมุ่ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้
ข้ึนไป
สงั เกตพฤติกรรมความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะ
และมุ่งมั่นการทำงาน อันพึงประสงค์
บนั ทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................
๒. นกั เรยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นมีความร้เู กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหนง่ ครอู ตั ราจ้าง
ความเห็นของหวั หน้างานวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชอื่ …………………………………………………………
(นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผ้ทู ่ไี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู้ องนางสาวประภากร งามบญุ ปลอด แล้วมคี วามคิดเห็นดงั น้ี
๑. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
๔. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชน่ื )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวดั กลางคลองสาม
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๓ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคเรียนที่ 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๖ ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ เรื่อง ชวี ติ มีคา่ เวลา ๑ ชวั่ โมง
เรื่อง อา่ นเสริม กสี าโคตมีเถรี
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านจับใจความ เป็นการอ่านเพื่อหาส่วนสำคัญของเรื่อง ซึ่งเรียกว่าใจความหรือใจความสำคัญ ซ่ึง
อาจจะปรากฎอยู่ตามย่อหน้าต่าง ๆ ของเรื่องที่อ่าน อาจอยู่ส่วนต้น ส่วนกลาง ส่วนท้ายของย่อหน้าก็ได้ ซึ่งอ่าน
แล้วสามารถต้งั คำถาม ใคร ทำอะไร ท่ีไหน อยา่ งไร ทำไม และสรุปใจความสำคญั ของเรื่องได้
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด ใช้กระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคดิ เพอื่ นำไปตัดสินใจแก้ปัญหา
สาระท่ี ๑ การอา่ น ในการดำเนนิ ชวี ติ และมีนิสยั รกั การอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑
ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
สาระท่ี ๒ การเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๒.๑ การศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ใน
ตวั ชี้วัด ท ๑.๑ ป.๕/๕ การดำเนนิ ชีวิต
เขยี นแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคดิ เพื่อใช้พฒั นางานเขยี น
ท ๒.๑ ป.๕/๓
๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. อา่ นจบั ใจความสำคัญจากเร่อื งทีก่ ำหนดได้
๒. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านเรื่องที่กำหนด
ทักษะ/กระบวนการ (P)
1. เขียนแผนภาพโครงเร่ืองได้
ด้านเจตคติ/คณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รกั ชาติ
๒. ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
๓. มวี ินยั
๔. ใฝ่ความรู้
๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี นหลักสตู รการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขียน (Writing)
๓. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะดา้ นการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะด้านความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทักษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคุณธรรม มเี มตตา กรุณา มีระเบียบวินยั (compassion)
6. การบูรณาการ
๑. บูรณาการรายวชิ าอ่ืน.....................................................................................................
๒. บูรณาการหลกั สตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อ่ืน ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรยี นรู้
อา่ นเสรมิ กีสาโคตมเี ถรี
8. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงานกลมุ่ เรื่อง การอา่ นจับใจความ กสี าโคตมีเถรี
9. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั ที่ ๑ การเรียนรตู้ ัง้ คำถาม (learning to Question)
๑. ครูกล่าวทักทายนกั เรยี น และตั้งคำถามมีใครเคยได้ยนิ คำว่า “ภิกษุ” แลว้ ทราบความหมายหรอื ไม่
๒. ครูบอกความหมายภิกษุ คือ ชายที่บวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา แล้วนักเรียนทราบหรือไม่คำที่ใช้
เรยี กผู้หญิงท่บี วชเปน็ พระในพระพทุ ธศาสนาเรยี กวา่ อะไร
ขั้นที่ ๒ การเรยี นรูแ้ สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๔. นักเรยี นนั่งประจำกล่มุ เดิม
๕. นักเรียนทำใบงานกลุ่ม การอ่านจับใจความ กีสาโคตรมีเถรี โดยให้อ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง
กำหนดเวลา ๑๕ นาที ตามคำช้แี จงตามใบงาน
๑) อา่ นในใจ
๒) คน้ หาคำยากและความหมาย
๓) ตง้ั คำถามใคร ทำอะไร ท่ีไหน อยา่ งไร ทำไม
๔) เขยี นแผนภาพความคดิ
๕) เขียนเรยี บเรียงใจความสำคัญ
ขั้นท่ี ๓ การเรียนรูเ้ พ่ือสร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๖. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ จับคู่ เพือ่ ถ่ายทอดใจความสำคญั ของเร่ือง
๗. ครูตรวจสอบความรู้ของนักเรียนด้วยการแข่งขันการตอบคำถาม โดยให้แต่ละกลุ่มจับฉลากหมายเลข
แล้วครูอา่ นข้อคำถามตามหมายเลขที่จบั ได้
๑) กสี า คอื ใคร
๒) นางกสี าเสียใจเร่ืองใด
๓) เพราะเหตุใดนางจึงเดนิ ทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้า
๔) พระพทุ ธเจา้ ประทบั อยูท่ ีใ่ ด
๕) นางขอใหพ้ ระพุทธเจา้ ทำสง่ิ ใด
๖) พระพทุ ธเจา้ ตรัสใหน้ างทำสิ่งใด
๘) นางกีสาทำตามทพี่ ระพุทธเจา้ แนะนำหรอื ไม่
๙) นางกีสาไดป้ ญั ญาหรอื ข้อคดิ เรอื่ งใด
๑๐) นางกีสา ทา้ ยสุดแล้วได้เผาศพบุตรชายหรอื ไม่
๑๑) เพราะเหตุใดนางกสี าจึงขออุปสมบทเป็นภกิ ษณุ ี
๑๒) พระพทุ ธเจา้ ทรงยกยอ่ งนางกสี าในเร่ืองใด
ขั้นที่ ๔ การเรียนรเู้ พ่ือการสอื่ สาร (Learning to Communicate)
๘. หลังจากแข่งขันตอบคำถามแล้ว ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจับฉลากหมายเลข โดยเริ่มจากกลุ่มที่จับ
ฉลากไดห้ มายเลขที่ ๑ จะตอ้ งพดู คำตอบข้อท่ี ๑ ตอ่ ด้วยกลุ่มท่จี ับฉลากได้หมายเลขท่ี ๒ จะตอ้ งพูดคำตอบขอ้ ที่ ๒
เรียงตอ่ กันไปจนครบ ๑๒ ข้อ เพอ่ื เปน็ ฝกึ การเลา่ เร่อื งราวทเ่ี ช่ือมตอ่ กัน
ขั้นที่ ๕ การเรียนรเู้ พื่อตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๙. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ สาระสำคญั และขอ้ คดิ ที่ได้จากเรื่อง กีสาโคตมีเถรี
10. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕
๒. ใบงานกลมุ่ เรื่อง กีสาโคตมเี ถรี
๓. ฉลากหมายเลข
แหล่งการเรียนรู้
-
๑1. การวดั และการประเมนิ ผล
วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานกลุ่ม เรื่อง แบบประเมินการอ่านจับใจความ รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป
กีสาโคตมเี ถรี สำคัญ ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ แบบประเมินคณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์ระดบั พอใช้
และมุ่งมนั่ การทำงาน อนั พงึ ประสงค์ ขึ้นไป
บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คิดเป็นร้อยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครอู ัตราจา้ ง
ความเห็นของหวั หน้างานวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชอื่ …………………………………………………………
(นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผ้ทู ่ไี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู้ องนางสาวประภากร งามบญุ ปลอด แล้วมคี วามคิดเห็นดงั น้ี
๑. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
๔. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชน่ื )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวดั กลางคลองสาม
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๔ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคเรียนที่ 1
รายวิชาภาษาไทย เวลา ๖ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ เร่ือง ชีวิตมคี า่ เวลา ๑ ช่วั โมง
เรื่อง จดหมายถึงพ่อแม่ ญาตผิ ใู้ หญ่ หรือผู้ปกครอง
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การเขียนจดหมายถงึ พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ปกครอง ควรใช้ถ้อยคำแสดงความเคารพและสุภาพ เขียน
ถูกต้องตามรูปแบบของจดหมาย และเขียนจา่ หน้าซองไดถ้ กู ตอ้ ง
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
สาระที่ ๒ การเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ การศึกษาค้นคว้าอยา่ งมีประสิทธิภาพ
เขยี นจดหมายถงึ ผู้ปกครองและญาติ
ตัวชว้ี ดั ท ๒.๑ ป.๕/๕ มมี ารยาทในการเขียน
ท ๒.๑ ป.๕/๙
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกคณุ คา่ การเขียนจดหมายได้
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. เขียนจดหมายถึงพ่อแม่ ญาติผใู้ หญ่ หรือผ้ปู กครองได้
ดา้ นเจตคติ/คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รกั ชาติ
๒. ซอื่ สตั ย์สุจรติ
๓. มีวินัย
๔. ใฝค่ วามรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนหลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอ่าน (Reading)
๒. ทักษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทกั ษะด้านการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทักษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบียบวินยั (compassion)
6. การบรู ณาการ
๑. บูรณาการรายวชิ าอน่ื .....................................................................................................
๒. บรู ณาการหลักสตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อื่นๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรียนรู้
- คุณคา่ ของการเขียนจดหมาย
- การใช้คำข้ึนตน้ และคำลงท้ายของจดหมาย
- การใชค้ ำสรรพนามแทนในการเขียนจดหมาย
- รปู แบบการเขยี นจ่าหน้าซองจดหมาย
8. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่อื ง การเขียนจดหมาย
9. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นที่ ๑ การเรยี นรตู้ ้งั คำถาม (learning to Question)
๑. ครูกล่าวทักทายนกั เรยี น และให้นกั เรยี นนั่งประจำกลุ่มเดิม
๒. ครูยกตัวอย่างสมมติ ถ้านักเรียนต้องไปอยู่ต่างจังหวัดห่างจากคุณพ่อกับคุณแม่ นักเรียนจะ
ติดต่อส่ือสารกับท่านอย่างไร
๓. ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ปัจจุบันเราเลือกโทรศัพท์ ส่ง Line หรือ Video Call เพื่อพูดคุย เล่า
เรื่องราวที่พบเจอในแต่ละวัน แต่ยังมีอีกวิธี คือ การเขียนจดหมายซึ่งมีคุณค่าหลายประการ ซึ่งหลังจบชั่วโมงนี้
นกั เรยี นจะสามารถเขียนจดหมายถงึ คุณพอ่ กบั คุณแม่ ญาตผิ ูใ้ หญไ่ ดอ้ ย่างถูกต้อง
ขน้ั ท่ี ๒ การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๔ ครูแจกใบความรู้ จดหมายถึงพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ปกครอง แล้วให้นักเรียนอ่านในใจศึกษาด้วย
ตนเอง กำหนดเวลา ๕ นาที
๕. เมื่อครบเวลาที่กำหนด ครูให้นักเรียนซักถามสิ่งที่ไม่เข้าใจหรือต้องการให้อธิบาย หลังจากนั้นครูและ
นักเรียนสนทนาร่วมกนั จากใบความรู้ ตัวอย่างการเขยี นจดหมาย นกั เรียนคิดว่าถูกต้องตามหลักการเขียนจดหมาย
หรือไม่ หากมีจดุ ใดผดิ ใหน้ ักเรียนขดี เส้นใต้และแก้ไขคำทีถ่ ูกต้องเหนือคำนัน้ หลังจากนั้นครูเฉลย
ขั้นที่ ๓ การเรยี นรูเ้ พอ่ื สรา้ งองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๖. ครสู าธติ การเขียนจดหมาย
๗. นกั เรียนทำใบงาน เรอื่ ง จดหมาย
๘. นักเรยี นนำส่งครเู พอื่ ประเมนิ ผล
ขั้นท่ี ๕ การเรียนรเู้ พื่อตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๙. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นถงึ คุณค่าของการเขียนจดหมายแตกต่างจากการ Video Call
อย่างไร
10. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
๒. ใบความรู้ เรื่อง การเขยี นจดหมายถงึ พ่อแม่ ญาตผิ ู้ใหญ่ หรือผู้ปกครอง
๓. ใบงาน เรื่อง การเขยี นจดหมาย
แหล่งการเรียนรู้
-
11. การวัดและการประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ์
วธิ กี าร แบบประเมินการเขยี นจดหมาย
ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป
ใบงาน เรอื่ ง การเขียนจดหมาย ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมความมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ระดับพอใช้
และมุง่ ม่ันการทำงาน อันพงึ ประสงค์ ข้นึ ไป
บนั ทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นร้อยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................
๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหนง่ ครอู ัตราจ้าง
ความเห็นของหวั หน้างานวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชอื่ …………………………………………………………
(นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผ้ทู ่ไี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู้ องนางสาวประภากร งามบญุ ปลอด แล้วมคี วามคิดเห็นดงั น้ี
๑. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
๔. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชน่ื )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวดั กลางคลองสาม
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๕ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี 1
รายวิชาภาษาไทย เวลา ๖ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๑ เร่ือง ชวี ติ มคี ่า เวลา ๑ ชว่ั โมง
เรื่อง อกั ษรย่อ
๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
อักษรย่อ เป็นตัวอักษรที่ใช้เขียนย่อคำให้สั้นลง ทำให้เขียนคำสะดวกโดยเขียนเครื่องหมายมหัพภาค (.)
กำกับไว้
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพ่อื นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนินชวี ิต และมีนิสยั รักการอ่าน
ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๕/๑ อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกประโยชน์การใช้อักษรย่อ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. อ่านและสงั เกตการใช้อักษรย่อ
ด้านเจตคติ/คณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซื่อสัตยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ัย
๔. ใฝ่ความรู้
๕. อยู่อย่างพอเพยี ง
๖. มุ่งม่ันในการทำงาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนหลกั สูตรการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขียน (Writing)
๓. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบียบวนิ ยั (compassion)
6. การบูรณาการ
๑. บรู ณาการรายวชิ าอน่ื .....................................................................................................
๒. บูรณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อน่ื ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรียนรู้
๑. การพดู และเขียนแสดงความรู้สกึ
๒. มารยาทการเขยี น
๓. มารยาทการฟัง การดู และการพูด
8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- อกั ษรย่อ
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ที่ ๑ การเรยี นรูต้ ง้ั คำถาม (learning to Question)
๑. ครูกล่าวทักทายนักเรียน และให้นักเรียนเล่นเกม ค้นหาอักษรย่อ โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม จำนวน ๓
กลมุ่ กลมุ่ ละเทา่ ๆ กนั รวบรวมคำท่เี ป็นอักษรยอ่ ใหไ้ ด้มากที่สดุ กำหนดเวลา ๕ นาที
๒. ตัวแทนกลุม่ นำผลงานติดหน้าชนั้ เรยี น แล้วนับจำนวนคำทเ่ี ปน็ อกั ษรยอ่ กลมุ่ ใดจำนวนมากทีส่ ุด เปน็ ผู้
ชนะ
ขั้นท่ี ๒ การเรยี นร้แู สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. นกั เรียนค้นหาคำเตม็ จากอักษรย่อ ตามผลงานทตี่ ิดบนกระดาน
๔. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันเฉลยคำเต็มตามผลงานทีต่ ิดบนกระดาน
๕. ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ นำอกั ษรยอ่ จำนวน ๕ คำ นำมาแตง่ ประโยค
๖. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ที่ ๓ การเรยี นรู้เพ่อื สรา้ งองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๗. ครแู จกใบความรู้ เรื่อง อักษรยอ่
๘. ประโยชน์ของอักษรย่อมีอะไรบ้าง มีการนำไปใช้แตกต่างกันอย่างไร ระหว่างการเขียนและการอ่าน
ออกเสียง
๙. นกั เรยี นทำใบงาน เรือ่ ง อกั ษรย่อ
๑๐. ครูและนกั เรียนร่วมกนั เฉลยใบงาน
ขั้นท่ี ๔ การเรียนรเู้ พือ่ การสอ่ื สาร (Learning to Communicate)
๑๑. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มจับฉลากอักษรยอ่ ทค่ี รูจัดเตรียมไว้ แล้วอ่านคำเต็ม
๑๒. ตัวแทนกล่มุ นำเสนอผลงานหน้าชน้ั เรยี น
ขั้นที่ ๕ การเรียนรู้เพอ่ื ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๑๓. ครใู ห้นักเรยี นแสดงความคิดเหน็ จะใชอ้ ักษรย่อเมื่อไร เพราะเหตใุ ดถงึ ใช้
๑๔. ครแู ละนกั เรียนสนทนาร่วมกันหลักการอา่ นและประโยชน์การใช้อักษรย่อ
10. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕
๒. ใบงาน เรอื่ ง อักษรย่อ
๓. ใบกิจกรรม เร่ือง การอา่ นอกั ษรย่อ
๔. เกม ค้นหาอักษรยอ่
๕. ฉลากอักษรย่อ
แหลง่ การเรียนรู้
-
๑3. การวัดและการประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
วธิ กี าร ใบงาน เรื่อง อกั ษรย่อ
ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ใบงาน เรื่อง อักษรย่อ ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนรว่ ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ผา่ นเกณฑ์
ในกิจกรรมกล่มุ
ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้
สงั เกตพฤติกรรมความมวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ แบบประเมินคณุ ลักษณะ ขน้ึ ไป
และมงุ่ มนั่ การทำงาน อันพึงประสงค์
บนั ทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................
๒. นกั เรยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นมีความร้เู กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหนง่ ครอู ตั ราจ้าง
ความเห็นของหวั หน้างานวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชอื่ …………………………………………………………
(นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผ้ทู ่ไี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู้ องนางสาวประภากร งามบญุ ปลอด แล้วมคี วามคิดเห็นดงั น้ี
๑. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
๔. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชน่ื )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวดั กลางคลองสาม
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๖ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นที่ 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๖ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ เร่ือง ชีวิตมีคา่ เวลา ๑ ชั่วโมง
เร่อื ง การอา่ นงานเขยี นเชิงอธิบาย คำส่งั ขอ้ แนะนำ และปฏิบตั ติ าม
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอา่ นงานเขียนเชิงอธิบาย คำสง่ั ขอ้ แนะนำ และปฏบิ ตั ิตาม เป็นการอา่ นเพอ่ื คน้ คว้าข้อมูล หรือวิธีการ
นำไปใช้ ซึ่งต้องอา่ นให้ละเอียดให้ไดใ้ จความครบถ้วนจึงไดร้ บั สิ่งท่ีต้องการและนำไปใชป้ ระโยชน์ได้อยา่ งถกู ต้อง
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพือ่ นำไปใชต้ ัดสินใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชวี ิต และมนี สิ ยั รักการอ่าน
ตัวชวี้ ัด ท ๑.๑ ป.๕/๖ อา่ นงานเขยี นเชงิ อธบิ าย คำสั่ง ขอ้ แนะนำ และปฏบิ ตั ิตาม
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกประโยชนก์ ารอ่านงานเขียนเชิงอธบิ าย
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. อา่ นงานเขยี นเชงิ อธิบายตามทก่ี ำหนดให้ได้ถูกต้อง
ดา้ นเจตคติ/คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ (Attitude: A)
๑. รกั ชาติ
๒. ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
๓. มวี นิ ัย
๔. ใฝค่ วามรู้
๕. อยู่อย่างพอเพยี ง
๖. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนหลักสตู รการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอา่ น (Reading)
๒. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทักษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะด้านความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคุณธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบียบวินยั (compassion)
6. การบูรณาการ
๑. บรู ณาการรายวชิ าอนื่ .....................................................................................................
๒. บูรณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อ่ืนๆ (ระบุ......................................................)
7. สาระการเรยี นรู้
- การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำสงั่ ขอ้ แนะนำ และปฏิบัติตาม
8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เรื่อง การอ่านงานเขียนเชงิ อธิบาย คำส่งั ข้อแนะนำ
๒. แบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง ชีวิตมีค่า
9. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั ที่ ๑ การเรียนรตู้ ้งั คำถาม (Learning to Question)
๑. ครกู ล่าวทักทายนกั เรียน และให้นกั เรยี นนงั่ ประจำกลมุ่ เดิม
๒. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ แข่งขันเพ่ือบอกว่ามีอะไรบ้างทีเ่ ป็นงานเขียนเชิงอธบิ าย คำสั่ง ข้อแนะนำ
ขั้นที่ ๒ การเรยี นรูแ้ สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. ครูแจกใบความรู้ เรื่อง การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อแนะนำ แล้วให้แต่ละกลุ่มศึกษาด้วย
ตนเอง
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านงานเขียนเชิงอธิบายที่ครูจัดเตรียมไว้ ได้แก่ คู่มือการใช้ฟ้า การอ่านฉลากยา
คู่มอื และเอกสารของโรงเรียนทีเ่ ก่ียวข้องกบั นักเรยี น
๕. ครูให้ตัวแทนกลุ่มนำเสนอสิ่งที่ได้จาการอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย เช่น กลุ่มที่ ๑ อ่านฉลากยา ต้อง
นำเสนอ เปน็ ยาชนิดอะไร รับประทานเม่อื ไร เปน็ ต้น
ขนั้ ท่ี ๓ การเรยี นรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๖. ครูให้แต่ละกลุ่มเดินสำรวจเพื่อค้นหางานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อแนะนำ ภายในโรงเรียน
กำหนดเวลา ๑๕ นาที หลังจากนนั้ กลบั มายงั หอ้ งเรียน
๗. เมอื่ ครบเวลาทก่ี ำหนด เม่ือกลบั มาถึงหอ้ งเรียน ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน
๘. นกั เรียนทำใบงาน เรอื่ ง การอ่านงานเขียนเชงิ อธิบาย คำสงั่ ขอ้ แนะนำ
๙. ครูและนักเรยี นร่วมกันเฉลยใบงาน
ข้นั ที่ ๔ การเรียนรู้เพื่อการสือ่ สาร (Learning to Communicate)
๑๐. ครจู ัดเตรยี มโต๊ะจำนวน ๔ ตวั โดยนำตัวอย่างจรงิ ไดแ้ ก่ ไดร์เปา่ ผมพร้อมคู่มือ ยาลดกรด คำสั่งของ
ทางโรงเรยี น ข่าวสารราชการการลงนามรบั รองถกู ตอ้ งบัตรประชาชน วางไวบ้ นโตะ๊
๑๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มไปที่โต๊ะที่ครูจัดเตรียม แล้วจำลองสถานการณ์จริง เช่น อ่านคู่มือการใช้ไดร์เป่า
ผม หลงั จากปฏิบตั ติ ามค่มู อื เปน็ ตน้
ข้ันที่ ๕ การเรยี นร้เู พอ่ื ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๑๒. ครูและนกั เรียนสนทนาประโยชนท์ ไี่ ด้จากการอา่ นงานเขียนเชิงอธบิ าย คำสัง่ ขอ้ แนะนำ
๑๓. นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน เร่ือง ชวี ติ มีคา่ จำนวน ๑๐ ข้อ โดยกากบาทเลือกคำตอบท่ีถูกต้อง
ที่สุด กำหนดเวลา ๑๐ นาที เม่ือครบกำหนดส่งคนื ครูเพื่อประเมินผล
10. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
๒. แบบทดสอบหลงั เรียน เร่ือง ชวี ติ มคี า่
๓. ใบความรู้ เร่อื ง การอ่านงานเขียนเชงิ อธิบาย คำส่งั ข้อแนะนำ
๔. ใบงาน เร่อื ง การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำสงั่ ข้อแนะนำ
แหล่งการเรยี นรู้
-
๑๐. การวัดและการประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
วิธกี าร
แบบทดสอบหลังเรียน แบบทดสอบหลังเรียนสงู
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน เร่ือง ชวี ิตมคี า่ กวา่ ก่อนเรยี น
เรื่อง ชีวติ มีคา่
ใบงาน เรอ่ื ง การอา่ นงานเขยี นเชิง รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป
ตรวจใบงาน เรอื่ ง การอ่านงานเขยี นเชิง อธบิ าย คำส่ัง ข้อแนะนำ ผ่านเกณฑ์
อธบิ าย คำสงั่ ข้อแนะนำ
แบบประเมินคุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ระดบั พอใช้
สังเกตพฤติกรรมความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ อันพงึ ประสงค์ ข้ึนไป
และมุ่งมน่ั การทำงาน
บนั ทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นร้อยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................
๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหนง่ ครอู ัตราจา้ ง
ความเห็นของหัวหนา้ งานวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชอื่ …………………………………………………………
(นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผ้ทู ่ไี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู้ องนางสาวประภากร งามบญุ ปลอด แลว้ มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี
๑. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
๒. การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
๓. เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
๔. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชน่ื )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวดั กลางคลองสาม
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๗ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคเรียนท่ี 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๗ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๒ เร่ือง ตนเปน็ ทีพ่ ึง่ แหง่ ตน (วรรณคดลี ำนำ) เวลา ๑ ช่ัวโมง
เร่ือง ความหมายคำ บทเรียนตนเป็นท่ีพ่ึงแห่งตน
๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การค้นคว้าและศึกษาความหมายของคำ กลุ่มคำ สำนวนที่ไม่เข้าใจในบทเรียน นับว่าเป็นส่วนสำคัญใน
การอ่านจบั ใจความสำคญั หรอื ตคี วามได้ดี ซึ่งจะเกดิ ประโยชนต์ อ่ ผู้เรยี นและเกดิ การพฒั นาดา้ นการอา่ น
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพอ่ื นำไปตัดสินใจแก้ปญั หา
ในการดำเนินชวี ติ และมนี ิสัยรกั การอ่าน
ตัวชว้ี ัด ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธิบายความหมายของคำประโยคและข้อความที่เป็นการบรรยาย
และการพรรณนา
๓. จดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกความหมายของคำในบทเรยี นได้ถูกตอ้ ง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. อา่ นและเขียนคำในบทเรียนไดถ้ ูกต้อง
๓. แตง่ ประโยคโดยใช้คำในบทเรียนได้
ด้านเจตคติ/คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ (Attitude: A)
๑. รกั ชาติ
๒. ซื่อสตั ย์สจุ รติ
๓. มวี ินยั
๔. ใฝ่ความรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนหลกั สูตรการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ทกั ษะของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทักษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มคี ณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บวนิ ยั (compassion)
6. การบูรณาการ
๑. บรู ณาการรายวชิ าอน่ื .....................................................................................................
๒. บูรณาการหลักสตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อนื่ ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรยี นรู้
บอกความหมายของคำในบทเรียน
8. ชิน้ งาน/ภาระงาน
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ตนเป็นทีพ่ ึ่งแหง่ ตน
๒. ใบงาน เรอื่ ง ความหมายคำ บทเรยี นตนเป็นที่พ่งึ แหง่ ตน
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ ท่ี ๑ การเรียนรู้ต้ังคำถาม (learning to Question)
๑ ครูกล่าวทักทายนักเรียน และให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จำนวน
๑๐ ข้อ โดยกากบาทเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด กำหนดเวลา ๑๐ นาที เมื่อครบเวลาที่กำหนดส่งคืนครูเพื่อ
ประเมนิ ผล
๒. นักเรียนเล่นเกม อักษรปริศนา โดยแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน ครูติดคำที่เรียงสลับตำแหน่งบนกระดาน
จากนั้นแจกกระดาษและดินสอให้ผู้เล่นกลุ่มละ ๑ ชุด เมื่อได้รับสัญญาณเริ่ม แต่ละกลุ่มเขียนคำที่ถูกต้อง
กำหนดเวลา ๕ นาที เมอ่ื ครบเวลาทกี่ ำหนดกลมุ่ ใดสามารถเขียนคำถูกต้องมากที่สุดเปน็ ผู้ชนะ
๓. ครสู อบถามเกม อกั ษรปริศนาทเี่ ล่นไปนัน้ นกั เรียนทราบความหมายของคำหรอื ไม่
ข้ันที่ ๒ การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๔. ครูให้นักเรยี นขีดเส้นใต้คำที่ไมท่ ราบความหมาย บทเรียน ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน หน้า ๖๗ -๗๑ หนังสอื
เรียน รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ วรรณคดลี ำนำ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
๕. นกั เรยี นทำกิจกรรมกลุ่ม โดยจบั คแู่ บ่งคำเพอ่ื ค้นหาความหมายดว้ ยพจนานกุ รม
๖. นกั เรยี นแลกเปลี่ยนความรู้ทีไ่ ด้จากการค้นหาความหมาย
ขั้นท่ี ๓ การเรยี นรเู้ พอ่ื สร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๗. ครูตรวจสอบความรู้ของนักเรียน ด้วยการบอกความหมายของคำที่ติดบนกระดาน จากเกม อักษร
ปรศิ นาเมอื่ ตอนตน้ ชั่วโมง
๘. นกั เรยี นทำใบงาน เรือ่ ง ความหมายคำ บทเรียนตนเปน็ ทพ่ี ึ่งแห่งตน
๙. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยใบงาน
ข้ันที่ ๔ การเรยี นรเู้ พ่อื การสื่อสาร (Learning to Communicate)
๑๐. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม หาคำที่มีความหมายเดียวกับคำที่กำหนดใหต้ ่อไปนี้ ดวงใจ น้ำ
ดนิ และเกดิ จากบทเรยี นเรอื่ งตนเปน็ ที่พง่ึ แห่งตน
๑๑. ตัวแทนกลุม่ นำเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน
ขน้ั ที่ ๕ การเรียนรเู้ พื่อตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๑๒. นักเรียนแต่งประโยคลงบนบตั รประโยค โดยเลอื กคำจากบทเรยี น แล้วนำเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน
10. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสอื เรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ิต วรรณคดลี ำนำ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕
๒. แบบทดสอบกอ่ นเรียน เรอื่ ง ตนเป็นท่ีพ่ึงแหง่ ตน
๓. ใบงาน เร่ือง ความหมายคำ บทเรยี นตนเป็นท่ีพึ่งแหง่ ตน
๔. เกม อักษรปรศิ นา
๕. พจนานุกรม
๖. บตั รประโยค
แหลง่ การเรยี นรู้
-
๑1. การวัดและการประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์
แบบทดสอบก่อนเรียน
วธิ กี าร เรอื่ ง ตนเป็นที่พึ่งแหง่ ตน แบบทดสอบหลงั เรียนสูง
ใบงาน เรอ่ื ง ความหมายคำ กว่าก่อนเรียน
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น บทเรยี นตนเป็นท่ีพ่ึงแห่งตน
เรื่อง ตนเป็นที่พึ่งแหง่ ตน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงาน เรือ่ ง ความหมายคำ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ
บทเรียนตนเปน็ ท่ีพงึ่ แหง่ ตน อันพงึ ประสงค์ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม
ในกจิ กรรมกลุม่ ผ่านเกณฑร์ ะดับพอใช้
ขึ้นไป
สังเกตพฤตกิ รรมความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้
และมุ่งมนั่ การทำงาน
ประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดับคุณภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดีเยยี่ ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
เกณฑก์ ารประเมิน
1. เกณฑก์ ารให้คะแนนตดั สนิ ระดับคุณภาพชน้ิ งาน/ภาระงาน
ระดบั ๔ หมายถงึ ดเี ย่ียม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดบั ๓ หมายถึง ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดับ ๒ หมายถงึ พอใช้ =
ระดบั ๑ หมายถึง ปรบั ปรุง =
การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑
ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ
๑. ความสามารถในการส่อื สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน
๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น
๒. ซื่อสัตย์สุจริต อธิบาย/การ จริง
๓. มีวินยั นำเสนอ
๔. ใฝ่ความรู้
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๘. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ตอ้ ง
๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเขา้ ใจ
๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม
๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ
๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ
solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ
๕. Creativity and innovation นำเสนอ
๖ . ( Collaboration, teamwork and
leadership)
๗. Cross-cultural understanding
๘ . Communication information
and media literacy
๙. Computing and ICT Literacy
๑๑. Compassion
บนั ทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คิดเป็นร้อยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................................
๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครอู ัตราจา้ ง
ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………
(นางจรรยา ทองน้อย)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๘ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ภาคเรียนที่ 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๗ ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒ เร่ือง ตนเป็นทีพ่ ่งึ แหง่ ตน (วรรณคดลี ำนำ) เวลา ๑ ช่วั โมง
เรอื่ ง อ่านจับใจความ ตนเป็นท่พี ึ่งแห่งตน
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านจับใจความ เป็นการอ่านเพื่อหาส่วนสำคัญของเรื่อง ซึ่งเรียกว่าใจความหรือใจความสำคัญ ซึ่ง
อาจจะปรากฎอยู่ตามย่อหน้าต่าง ๆ ของเรื่องที่อ่าน อาจอยู่ส่วนต้น ส่วนกลาง ส่วนท้ายของย่อหน้าก็ได้ ซึ่งอ่าน
แล้วสามารถตงั้ คำถาม ใคร ทำอะไร ทไี่ หน อยา่ งไร ทำไม และสรุปใจความสำคัญของเรือ่ งได้
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ดั
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคดิ เพือ่ นำไปตัดสินใจแก้ปญั หา
ในการดำเนนิ ชีวติ และมนี ิสยั รักการอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
การศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชวี้ ัด ท ๑.๑ ป.๕/๕ วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ใน
การดำเนนิ ชวี ติ
ท ๒.๑ ป.๕/๓ เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนางานเขยี น
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๔. อา่ นจับใจความสำคัญจากเร่ืองทีก่ ำหนดได้
๕. บอกขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอ่านเรื่องที่กำหนด
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๖. เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองได้
ด้านเจตคติ/คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซอื่ สัตยส์ ุจรติ
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝค่ วามรู้
๕. อยอู่ ย่างพอเพียง
๖. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ
4. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี นหลกั สตู รการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
๒. ทกั ษะการ เขียน (Writing)
๓. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทักษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคุณธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบยี บวนิ ัย (compassion)
6. การบูรณาการ
๑. บูรณาการรายวิชาอืน่ .....................................................................................................
๒. บูรณาการหลกั สตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อนื่ ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรยี นรู้
- อ่านจับใจความ เร่ือง ตนเปน็ ทพ่ี งึ่ แห่งตน
8. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงานกลุม่ เร่ือง การอ่านจับใจความ ตนเป็นที่พงึ่ แหง่ ตน
๒. ใบงาน เรื่อง ตนเปน็ ท่พี ่ึงแห่งตน
9. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี ๑ การเรียนรู้ตง้ั คำถาม (learning to Question)
๑. ครกู ล่าวทักทายนกั เรยี น และสนทนาร่วมกัน “ตนเป็นที่พงึ่ แหง่ ตน” นักเรยี นคดิ ถึงส่ิงใด
๒. ครูเปิดตัวอย่างภาพยนตร์ ฉลาดเกมส์โกง หลังจากจบการรับชม ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น ถ้า
นักเรยี นทำข้อสอบไม่ได้ จะใช้เงนิ เพื่อซ้อื คำตอบเพอื่ ให้สอบผา่ นหรอื ไม่
๓. ครเู ชอื่ มโยงเข้าสู่บทเรียนจากหนังส้ัน เรอื่ ง ตนเปน็ ท่ีพ่งึ แห่งตน การสอบต้องสุจรติ ไม่หวงั ลอกเพอื่ น
ขัน้ ท่ี ๒ การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๔. นกั เรยี นนงั่ ประจำกลุ่มเดิม
๕. นกั เรยี นอา่ นจบั ใจความ เรื่อง ตนเป็นท่ีพ่ึงแห่งตน หนา้ ท่ี ๖๗ - ๗๑ หนังสอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน
ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ิต วรรณคดีลำนำ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ โดยใช้การตัง้ คำถาม ตอบคำถาม ใคร ทำอะไร
ทไ่ี หน
ข้นั ท่ี ๓ การเรยี นร้เู พอื่ สร้างองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๖. นักเรียนทำใบงานกลุ่ม การอ่านจับใจความ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน โดยเขียนแผนภาพโครงเรื่อง แล้ว
เขยี นสรุปใจความสำคญั ของเรือ่ ง
๗. ครูตรวจสอบความร้นู ักเรียนโดยใหแ้ ข่งขันกนั ตอบคำถามดังน้ี
- ตัวละครมใี ครบา้ ง
- มะปรางขอความชว่ ยเหลอื ใคร
- ชาลขี อคำปรึกษาใคร และให้ชว่ ยเร่ืองใด
- ผมแกละช่วยหรือไม่ แลว้ ให้ดูบทกลอนสุภาษติ ใด
- มะปรางและชาลีไดข้ ้อคิดใดจากการอ่านกลอนสภุ าษิต
- จงบอกข้อคดิ ที่ได้
๘. นักเรียนทำใบงาน เรอ่ื ง ตนเป็นทพ่ี ่ึงแห่งตน
๙. ครูและนักเรียนรว่ มกนั เฉลยใบงาน
ขน้ั ที่ ๔ การเรียนรเู้ พือ่ การสอ่ื สาร (Learning to Communicate)
๑๐. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมชวนคิด ชวนคุย หน้าท่ี ๗๓ โดยให้สมาชิกภายในกลุ่มแลกเปลี่ยนความ
คดิ เหน็
ขน้ั ที่ ๕ การเรยี นรู้เพอื่ ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๑๑. ครใู หน้ กั เรียนบอกการนำขอ้ คิดทไี่ ด้จากเรื่องตนเป็นท่ีพึ่งแห่งตนไปใช้ในชวี ิตประจำวัน
10. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ วรรณคดลี ำนำ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕
๒. ใบงานกลุม่ เรื่อง การอา่ นจบั ใจความ “ตนเปน็ ทพี่ ึง่ แห่งตน”
๓. ใบงาน เรอ่ื ง ตนเป็นที่พ่ึงแห่งตน
๔. วิดที ัศน์ ตัวอย่างหนัง ฉลาดเกมส์โกง
ทม่ี า https://www.youtube.com/watch?v=PcIk5X2VoAs
แหล่งการเรยี นรู้
-
๑1. การวดั และการประเมินผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์
วิธกี าร
แบบประเมนิ การอา่ นจบั ใจความ รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ตรวจใบงานกล่มุ เรอ่ื ง การอ่านจับ สำคญั ผา่ นเกณฑ์
ใจความ “ตนเปน็ ท่ีพึง่ แห่งตน”
ตรวจใบงาน เร่ือง ตนเปน็ ที่พึ่งแห่งตน ใบงาน เรอื่ ง ตนเปน็ ทพี่ ึ่งแห่งตน ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
ในกิจกรรมกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดับพอใช้
ข้นึ ไป
และม่งุ ม่ันการทำงาน อันพงึ ประสงค์
ประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน
ประเมิน ดเี ยีย่ ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรงุ (๑)
เกณฑ์การประเมนิ
2. เกณฑ์การใหค้ ะแนนตัดสินระดับคุณภาพช้ินงาน/ภาระงาน
ระดบั ๔ หมายถงึ ดีเย่ยี ม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดับ ๓ หมายถึง ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดบั ๒ หมายถึง พอใช้ =
ระดบั ๑ หมายถงึ ปรับปรุง =
การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑
ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ
๑. ความสามารถในการส่อื สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน
๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น
๒. ซื่อสัตย์สุจริต อธิบาย/การ จริง
๓. มีวินยั นำเสนอ
๔. ใฝ่ความรู้
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๘. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ตอ้ ง
๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเขา้ ใจ
๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม
๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ
๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ
solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ
๕. Creativity and innovation นำเสนอ
๖ . ( Collaboration, teamwork and
leadership)
๗. Cross-cultural understanding
๘ . Communication information
and media literacy
๙. Computing and ICT Literacy
๑๑. Compassion
บันทกึ ผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................
๒. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นักเรยี นมคี วามรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครอู ัตราจ้าง