4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นหลักสตู รการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ทกั ษะของผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขียน (Writing)
๓. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทักษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มคี ณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบียบวนิ ยั (compassion)
6. การบรู ณาการ
๑. บูรณาการรายวิชาอื่น.....................................................................................................
๒. บรู ณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อ่ืนๆ (ระบุ......................................................)
7. สาระการเรียนรู้
โครงงาน
8. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานกลมุ่ เร่ือง โครงงาน
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ ๑
ขน้ั ที่ ๑ การเรยี นรู้ต้งั คำถาม (Learning to Question)
๑. ครกู ลา่ วทกั ทายนักเรยี น และใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ ๕ คน
๒. ครูตั้งคำถามนักเรียนได้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์หรือไม่ มีขั้นตอนการทำอย่างไร สิ่งสำคัญของการทำ
โครงงานคอื อะไร
ขน้ั ที่ ๒ การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. ครูอธิบายประโยชน์ของการทำโครงงาน คือ ผลลัพธ์สุดท้ายนักเรียนจะได้คำตอบสิ่งที่สงสัยหรือสิ่งท่ี
ตอ้ งการแกป้ ัญหา
๔. ครแู จกใบความรู้ เรอ่ื ง โครงงาน แล้วอธบิ ายโดยใชส้ ่อื PowerPoint
๕. ครูนำตัวอย่างโครงงานใหน้ ักเรยี นได้ศกึ ษาความรดู้ ว้ ยตนเอง
ข้ันที่ ๓ การเรยี นรู้เพือ่ สร้างองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๖. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ทำกิจกรรม ฝกึ เขยี นโครงงาน ตามความสนใจ ลงบนใบกิจกรรม โครงงาน
๗. ระหว่างทำกิจกรรม ครูเดนิ สำรวจและใหค้ ำแนะนำนกั เรียนแตล่ ะกล่มุ
ข้ันที่ ๔ การเรียนรู้เพื่อการส่ือสาร (Learning to Communicate)
๘. ตัวแทนกลมุ่ นำเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น
ขั้นที่ ๕ การเรียนรูเ้ พ่ือตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๙. ครแู ละนักเรยี นสรุปขั้นตอนการทำโครงงาน
ช่ัวโมงท่ี ๒
ขน้ั ที่ ๑ การเรียนรู้ตั้งคำถาม (Learning to Question)
๑. ครกู ล่าวทักทายนักเรยี น และให้นักเรียนน่งั ประจำกลุ่มเดิม
๒. ครใู ห้นักเรียนเลน่ เกม เรยี งลำดับ โดยกลมุ่ ใดเรียงลำดบั ไดถ้ ูกต้องและรวดเร็วท่สี ดุ เป็นกล่มุ ชนะ
ขัน้ ท่ี ๒ การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. นกั เรียนแต่ละกลุม่ ทบทวนความรดู้ ว้ ยตนเองอีกครั้ง
๔. ครูแจกใบงานกลุ่ม เรื่อง โครงงาน โดยทำโครงงานศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับวิชาภาษาไทย ตามความ
สนใจ
ข้นั ที่ ๓ การเรียนรเู้ พือ่ สร้างองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๕. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ทำโครงงาน โดยศกึ ษาคน้ ควา้ ท่หี อ้ งสมุด กำหนดเวลา ๒๐ นาที
๖. เมื่อครบเวลาที่กำหนด ให้กลับมายงั หอ้ งเรียนน่ังประจำกลุ่มเดิม
ขน้ั ที่ ๔ การเรยี นรู้เพอ่ื การสอ่ื สาร (Learning to Communicate)
๗. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น
ขั้นที่ ๕ การเรียนรเู้ พ่อื ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๘. นักเรียนเลน่ เกม ถกู หรอื ผดิ โดยครแู จกบตั รถกู และบตั รผดิ ครอู า่ นขอ้ ความ กรณีทขี่ ้อความน้ันถูกต้อง
ให้นกั เรยี นยกบัตรถกู ขอ้ ความนั้นผิดใหย้ กบตั รผิด กลุ่มทไ่ี ด้คะแนนสูงสุดเป็นกลมุ่ ที่ชนะ
๙. ครูและนกั เรยี นสรุปสง่ิ ทีไ่ ด้จากการเลน่ เกม ถกู หรอื ผดิ
10. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๕
๒. ใบความรู้ เร่อื ง โครงงาน
๓. ใบงานกลุ่ม เรื่อง โครงงาน
๔. ตัวอยา่ งโครงงาน
๕. เกม เรยี งลำดับ
๖. เกม ถูกหรือผดิ
แหล่งการเรียนรู้
-
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
วธิ ีการ แบบประเมนิ โครงงาน
รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ตรวจโครงงาน ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ผ่านเกณฑ์
ในกิจกรรมกลุม่
ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้
สังเกตพฤติกรรมความมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ แบบประเมินคณุ ลักษณะ ขึ้นไป
และมงุ่ มนั่ การทำงาน อันพึงประสงค์
ประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดบั คุณภาพ / คะแนน
ประเมิน ดีเยย่ี ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรงุ (๑)
เกณฑ์การประเมนิ
4. เกณฑ์การให้คะแนนตัดสนิ ระดบั คุณภาพชน้ิ งาน/ภาระงาน
ระดับ ๔ หมายถงึ ดเี ยยี่ ม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดบั ๓ หมายถงึ ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดับ ๒ หมายถึง พอใช้ =
ระดับ ๑ หมายถึง ปรบั ปรงุ =
การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑
ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ
๑. ความสามารถในการส่อื สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน
๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น
๒. ซื่อสัตย์สุจริต อธิบาย/การ จริง
๓. มีวินยั นำเสนอ
๔. ใฝ่ความรู้
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๘. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ตอ้ ง
๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเขา้ ใจ
๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม
๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ
๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ
solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ
๕. Creativity and innovation นำเสนอ
๖ . ( Collaboration, teamwork and
leadership)
๗. Cross-cultural understanding
๘ . Communication information
and media literacy
๙. Computing and ICT Literacy
๑๑. Compassion
บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................
๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครูอตั ราจา้ ง
ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………
(นางจรรยา ทองน้อย)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๒๕ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ 1
รายวิชาภาษาไทย เวลา ๗ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง หน้าต่างท่เี ปิดกว้าง เวลา ๒ ชัว่ โมง
เรอื่ ง การเลอื กอ่านหนังสือ
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอา่ น เป็นการแสวงหาความรแู้ ละสามารถนำไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ดั
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนินชวี ิต และมีนสิ ัยรกั การอ่าน
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด
และความรสู้ ึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์
ตัวช้ีวัด ท ๑.๑ ป.๕/๗ อ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและแสดงความ
คิดเห็นเก่ียวกับเรอ่ื งท่อี า่ น
ท ๑.๑ ป.๕/๘ มีมารยาทการอ่าน
ท ๓.๑ ป.๕/๔ พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นที่ศกึ ษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการ
สนทนา
ท ๓.๑ ป.๕/๕ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกสง่ิ ที่ควรคำนงึ ในการเลือกอ่านหนังสือได้
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. บันทึกความรหู้ ลงั การอ่านหนังสือตามความสนใจได้
๓. พดู แสดงความรู้ ความคิด จากหนงั สอื ที่เลือกกอ่านได้
ดา้ นเจตคติ/คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รกั ชาติ
๒. ซ่ือสัตยส์ จุ ริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ความรู้
๕. อยู่อย่างพอเพยี ง
๖. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นหลักสตู รการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะดา้ นความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มีระเบียบวินยั (compassion)
6. การบรู ณาการ
๑. บูรณาการรายวชิ าอ่นื .....................................................................................................
๒. บูรณาการหลกั สตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อืน่ ๆ (ระบุ......................................................)
7. สาระการเรยี นรู้
การเลือกอา่ นหนงั สือ
8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
๑. บนั ทกึ ความรหู้ ลังการอ่าน
๒. พูดแสดงความรู้ ความคิด
๓. แบบทดสอบหลังเรยี น เรื่อง หน้าตา่ งทเ่ี ปดิ กวา้ ง
9. กิจกรรมการเรียนรู้
ช่วั โมงที่ ๑
ข้นั ท่ี ๑ การเรียนรู้ต้งั คำถาม (Learning to Question)
๑. ครกู ลา่ วทกั ทายนกั เรยี น และสนทนาร่วมกนั ใครชอบอ่านหนังสือบา้ ง อา่ นหนังสอื ประเภทไหน
การต์ ูน นิยาย เรอื่ งส้นั หรือหนงั สอื ประเภทใด
๒. ครูต้ังคำถามประเภทหนังสือแบง่ ตามโครงสรา้ งอะไร เพอ่ื ทบทวนความรูท้ ี่เดมิ
ขัน้ ท่ี ๒ การเรยี นรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. ครูอธิบายประเภทหนังสือจะแบ่งตามโครงสร้างเป็น ๒ ประเภทใหญ่ ๆ คือ หนังสือที่ให้ความรู้และ
ข่าวสาร และหนงั สอื ท่ใี ห้ความบันเทงิ
๔. ครูแจกแบบบันทึกการอา่ น แล้วให้นกั เรยี นเลอื กอ่านหนังสอื ตามความสนใจท่หี อ้ งสมุด
๕. ครูและนกั เรียนสนทนาร่วมกนั มารยาทหรือสง่ิ ท่คี วรปฏิบัติเมื่อใชห้ ้องสมุด
๖. ครใู หน้ ักเรียนแยกย้ายไปห้องสมุด กำหนดเวลา ๔๐ นาที เม่อื ครบเวลาที่กำหนดให้นักเรียนกลับมายัง
หอ้ งเรยี น
ขั้นที่ ๓ การเรียนรู้เพื่อสรา้ งองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๗. นกั เรยี นเลอื กอา่ นหนังสอื ตามความสนใจ แล้วบนั ทกึ ความรู้ท่ีได้ลงในแบบบนั ทึกการอา่ น
๘. เมื่อครบเวลาที่กำหนด นักเรยี นกลบั มายังห้องเรยี น
ขนั้ ที่ ๔ การเรียนรเู้ พ่ือการส่อื สาร (Learning to Communicate)
๙. ครูให้นกั เรียนยกมือ ใครเลือกอ่านหนงั สอื ท่ีให้ความรู้ และใครเลือกอ่านหนังสอื เพื่อความบันเทิง
๑๐. นกั เรียนจบั คแู่ ลกเปลยี่ นความรทู้ ไี่ ด้จากการอา่ น
ขน้ั ที่ ๕ การเรยี นรเู้ พ่อื ตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๑๑. ครูใหน้ กั เรียนบอกประโยชน์ที่ได้จากการอา่ น
ชั่วโมงท่ี ๒
ข้นั ท่ี ๑ การเรยี นร้ตู ้ังคำถาม (Learning to Question)
๑. ครูกลา่ วทกั ทายนักเรียน และต้งั คำถามการพูดแสดงความรู้ ความคดิ มีข้อควรปฏิบัติใดบ้าง
๒. ครเู ช่อื มโยงเขา้ สบู่ ทเรียน การพดู แสดงความรู้ ความคิด จากหนงั สอื ทเี่ ลือกอา่ น
ขั้นที่ ๒ การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. ครูใหน้ ักเรยี นเตรยี มตวั เพ่ือพูดแสดงความรู้ ความคิด จากหนงั สอื ท่ีเลือกอา่ นเมื่อชวั่ โมงที่ผา่ นมา
๔. ครูกำหนดเวลาให้พดู นำเสนอคนละไมเ่ กิน ๑๐ นาที
ขน้ั ท่ี ๓ การเรยี นรู้เพอื่ สรา้ งองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๕. ครูแจกแบบประเมินการพดู สำหรบั นักเรียน เพ่ือประเมินผลการพูด
๖. ครูและนักเรียนสนทนาร่วมกันถึงมารยาทของผู้พูด ผู้ฟังที่ดี และมีสิ่งใดบ้างที่ไม่ควรปฏิบัติเมื่อเพื่อน
กำลงั พดู หนา้ ช้ันเรียน
ขั้นที่ ๔ การเรยี นร้เู พ่ือการส่อื สาร (Learning to Communicate)
๗. นักเรียนพูดแสดงความรู้ ความคิด หน้าชั้นเรียน ตามหนังสือที่เลือกอ่าน โดยครูและนักเรียน
ประเมินผล
ข้ันที่ ๕ การเรียนรเู้ พ่อื ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๘. นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน เรอื่ ง หน้าต่างท่เี ปิดกว้าง จำนวน ๑๐ ขอ้ โดยกากบาทเลอื กคำตอบ
ท่ีถูกตอ้ งทสี่ ดุ กำหนดเวลา ๑๐ นาที
๙. เมือ่ ครบเวลาทก่ี ำหนดส่งคืนครเู พ่ือประเมินผล
10. สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
๒. แบบบนั ทกึ หลังการอ่าน
๓. แบบทดสอบหลงั เรยี น เรื่อง หนา้ ต่างท่เี ปดิ กว้าง
๔. แบบประเมินการพูด (สำหรับนกั เรียน)
แหลง่ การเรียนรู้
-
11. การวดั และการประเมนิ ผล
วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง แบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง แบบทดสอบหลังเรียนสูง
หนา้ ตา่ งที่เปดิ กว้าง หน้าตา่ งที่เปดิ กวา้ ง กวา่ ก่อนเรียน
ตรวจบันทกึ หลังการอา่ น แบบประเมินบันทึกหลังการอ่าน ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้
ขึ้นไป
ประเมินการพดู หน้าชั้นเรยี น แบบประเมนิ การพูด ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้
ข้นึ ไป
สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนรว่ ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ในกจิ กรรมกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ระดบั พอใช้
และมุ่งม่นั การทำงาน อนั พงึ ประสงค์ ขึ้นไป
ประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดับคณุ ภาพ / คะแนน
ประเมิน ดเี ยี่ยม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)
เกณฑ์การประเมนิ
5. เกณฑ์การใหค้ ะแนนตัดสนิ ระดับคุณภาพชน้ิ งาน/ภาระงาน
ระดบั ๔ หมายถึง ดีเย่ียม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดบั ๓ หมายถึง ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดับ ๒ หมายถึง พอใช้ =
ระดับ ๑ หมายถงึ ปรบั ปรงุ =
การประเมินสมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษท่ี ๒๑
ประเดน็ ประเมนิ แหลง่ วธิ วี ดั เคร่ืองมือวัด เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ
๑. ความสามารถในการส่ือสาร อธิบายหรือการ การสังเกต แบบสงั เกต ชน้ิ งาน
๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น
๒. ซ่อื สัตย์สุจรติ อธิบาย/การ จริง
๓. มวี ินยั นำเสนอ
๔. ใฝค่ วามรู้
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๘. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ต้อง
๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเข้าใจ
๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม
๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ
๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ
solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ
๕. Creativity and innovation นำเสนอ
๖ . ( Collaboration, teamwork and
leadership)
๗. Cross-cultural understanding
๘ . Communication information
and media literacy
๙. Computing and ICT Literacy
๑๑. Compassion
บนั ทกึ หลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
๑. นกั เรยี นจำนวน........................คน
ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผ่านจุดประสงค์............................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
๒. นกั เรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นักเรยี นมีความรู้เกดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครอู ัตราจ้าง
ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………
(นางจรรยา ทองน้อย)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๒๖ ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคเรยี นที่ 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๖ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๕ เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผดิ (วรรณคดีลำนำ) เวลา ๑ ชวั่ โมง
เร่ือง คำศัพท์ คบพาล พาลพาไปหาผิด
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การค้นคว้าและศึกษาความหมายของคำ กลุ่มคำ สำนวนที่ไม่เข้าใจในบทเรียน นับว่าเป็นส่วนสำคัญใน
การอา่ นจบั ใจความสำคัญหรือตีความไดด้ ี ซง่ึ จะเกิดประโยชน์ต่อผเู้ รียนและเกิดการพฒั นาด้านการอา่ น
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพ่ือนำไปตัดสินใจแก้ปญั หา
สาระท่ี ๑ การอ่าน ในการดำเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ยั รักการอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ อธิบายความหมายของคำประโยคและข้อความที่เป็นการบรรยาย
และการพรรณนา
ตัวช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๕/๒
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกความหมายของคำศัพท์ในบทเรียนได้ถูกต้อง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. อ่านและเขียนคำศัพทใ์ นบทเรยี นได้ถูกตอ้ ง
๓. แต่งประโยคโดยใช้คำศัพทใ์ นบทเรียนได้
ด้านเจตคติ/คุณลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซ่ือสัตยส์ จุ รติ
๓. มีวินยั
๔. ใฝ่ความรู้
๕. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
๖. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
4. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียนหลกั สตู รการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ทักษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอ่าน (Reading)
๒. ทกั ษะการ เขียน (Writing)
๓. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะดา้ นการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทักษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มคี ุณธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบยี บวินยั (compassion)
6. การบูรณาการ
๑. บูรณาการรายวิชาอนื่ .....................................................................................................
๒. บรู ณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อน่ื ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรียนรู้
บอกความหมายของคำศัพทใ์ นบทเรียน
8. ช้ินงาน/ภาระงาน
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน เร่อื ง คบพาล พาลพาไปหาผดิ
๒. ใบงานกล่มุ เรื่อง คำศพั ท์ “คบพาล พาลพาไปหาผดิ ”
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ การเรยี นรู้ตัง้ คำถาม (learning to Question)
๑ ครูกล่าวทักทายนักเรียน และให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผิด
จำนวน ๑๐ ข้อ โดยกากบาทเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด กำหนดเวลา ๑๐ นาที เมื่อครบเวลาที่กำหนดส่งคืนครู
เพ่อื ประเมินผล
๒. นักเรียนเล่นเกม แถวตรง โดยให้นักเรียนแบ่งกลุม่ จำนวน ๔ กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ครูแจกบัตรคำ
ใหแ้ ตล่ ะกลุ่ม แล้วให้สญั ญาณเร่ิม นักเรยี นแต่ละกลุ่มแจกจ่ายบตั รคำใหผ้ ู้เล่นของกลุ่มตนเอง แล้วเรียงลำดับให้ได้
คำศพั ทต์ ามท่คี รกู ำหนด
๓. ครูสอบถามบัตรคำจากการเล่นเกม นักเรียนทราบความหมายหรือไม่ แล้วเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน
นกั เรียนจะไดค้ ้นหาความหมายตามบตั รคำทไี่ ด้รับ
ข้นั ท่ี ๒ การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๔. นกั เรียนนัง่ ประจำกลุม่ ตามกลุ่มเกม แข่งขนั เข้าแถวตามลำดบั อักษร
๕. นักเรยี นทำกิจกรรมกลุ่ม โดยสมาชิกค้นหาความหมายตามบัตรคำทต่ี นเองได้รบั ด้วยพจนานุกรม แล้ว
เขยี นลงในบัตรความหมาย
๖. นักเรียนแลกเปลีย่ นความรคู้ วามหมายที่ไดจ้ ากการคน้ หา เพ่ือให้สมาชกิ ในกลมุ่ ไดร้ ับทราบความหมาย
ขั้นที่ ๓ การเรยี นรเู้ พื่อสรา้ งองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๗. ครูให้นักเรียนค้นหาคำศัพท์ที่ไม่ทราบความหมาย (นอกเหนือจากบัตรคำตามที่ได้เล่นเกม) จากเรื่อง
คบพาล พาลพาไปหาผิด หน้า ๗๗ - ๘๓ หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต วรรณคดีลำ
นำ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๕ แล้วขีดเส้นใต้
๘. นักเรียนนำคำศัพท์ที่ขดี เส้นใต้นำมาเขียนลงบนบัตรคำ แล้วค้นหาความหมายหลงั จากนั้นเขียนลงบน
บัตรความหมาย
๙. นักเรียนนำบตั รคำและบัตรความหมาย ตดิ ลงในใบงานกลมุ่ เรอ่ื ง คำศัพท์ “คบพาล พาลพาไปหาผิด”
ขัน้ ท่ี ๔ การเรียนรเู้ พ่อื การส่ือสาร (Learning to Communicate)
๑๐. ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ข้นั ที่ ๕ การเรียนรเู้ พื่อตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๑๑. ครูและนักเรียนสนทนาร่วมกันคำศัพท์ในบทเรียน คบพาล พาลไปหาผิด เป็นคำศัพท์ที่ใช้ใน
ชีวติ ประจำวนั หรือไม่ หรอื ใช้ในงานประพันธโ์ คลง กลอน
๑๒. ครูให้นักเรียนส่งใบงานกลุ่ม เรื่อง คำศัพท์ “คบพาล พาลพาไปหาผิด” เพื่อนำไปประเมินผล จะ
สง่ คืนให้แต่ละกลมุ่ ในช่วั โมงต่อไป เพอ่ื ใช้ในการอา่ นจับใจความ
๙. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ิต วรรณคดลี ำนำ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
๒. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เร่ือง คบพาล พาลพาไปหาผดิ
๓. ใบงานกล่มุ เร่ือง คำศพั ท์ “คบพาล พาลพาไปหาผิด”
๔. เกม แถวตรง
๕. พจนานุกรม
แหล่งการเรียนรู้
- หนังสอื พัฒนาทักษะภาษา พัฒนาความคิดดว้ ยกจิ กรรมกรเล่น ประกอบการสอนภาษาไทย
พมิ พค์ ร้ังที่ ๑๐ โดยอัจฉรา ชีวพนั ธ์
๑๐. การวัดและการประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
วธิ กี าร แบบทดสอบกอ่ นเรียน
เรอื่ ง คบพาล พาลพาไปหาผิด แบบทดสอบหลังเรียนสงู
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ใบงานกลุ่ม เร่ือง คำศัพท์ กว่าก่อนเรียน
เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผิด คบพาล พาลพาไปหาผดิ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ตรวจใบงานกลุม่ เร่อื ง คำศัพท์ ผ่านเกณฑ์
คบพาล พาลพาไปหาผิด แบบประเมินคณุ ลักษณะ
อนั พึงประสงค์ ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นรว่ ม ผา่ นเกณฑ์
ในกจิ กรรมกลมุ่
ผา่ นเกณฑ์ระดับพอใช้
สงั เกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ ข้นึ ไป
และม่งุ มั่นการทำงาน
ประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดับคณุ ภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดเี ย่ยี ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)
เกณฑ์การประเมนิ
1. เกณฑก์ ารให้คะแนนตัดสินระดบั คณุ ภาพชน้ิ งาน/ภาระงาน
ระดับ ๔ หมายถงึ ดเี ย่ียม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดับ ๓ หมายถงึ ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดบั ๒ หมายถึง พอใช้ =
ระดับ ๑ หมายถึง ปรับปรงุ =
การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑
ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ
๑. ความสามารถในการส่อื สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน
๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น
๒. ซื่อสัตย์สุจริต อธิบาย/การ จริง
๓. มีวินยั นำเสนอ
๔. ใฝ่ความรู้
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๘. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ตอ้ ง
๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเขา้ ใจ
๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม
๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ
๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ
solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ
๕. Creativity and innovation นำเสนอ
๖ . ( Collaboration, teamwork and
leadership)
๗. Cross-cultural understanding
๘ . Communication information
and media literacy
๙. Computing and ICT Literacy
๑๑. Compassion
บันทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
๑. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คดิ เป็นร้อยละ.................................
๒. นักเรยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นักเรียนมคี วามรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นักเรียนเจตคต/ิ คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครูอตั ราจา้ ง
ความเห็นของหัวหนา้ งานวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชอ่ื …………………………………………………………
(นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ไี ด้รบั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นร้ขู อง ...................................แลว้ มีความคดิ เห็นดังนี้
๑. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี
นำไปใช้ไดจ้ ริง
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้
๔. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชน่ื )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดกลางคลองสาม
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๒๗ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๕
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ 1
รายวิชาภาษาไทย เวลา ๖ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๕ เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผดิ (วรรณคดีลำนำ) เวลา ๑ ชั่วโมง
เร่อื ง อา่ นจับใจความ คบพาล พาลพาไปหาผดิ
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านจับใจความ เป็นการอ่านเพื่อหาส่วนสำคัญของเรื่อง ซึ่งเรียกว่าใจความหรือใจความสำคัญ ซ่ึง
อาจจะปรากฎอยู่ตามย่อหน้าต่าง ๆ ของเรื่องที่อ่าน อาจอยู่ส่วนต้น ส่วนกลาง ส่วนท้ายของย่อหน้าก็ได้ ซึ่งอ่าน
แลว้ สามารถตัง้ คำถาม ใคร ทำอะไร ที่ไหน อยา่ งไร ทำไม และสรุปใจความสำคญั ของเร่อื งได้
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพอื่ นำไปตัดสินใจแกป้ ญั หา
สาระที่ ๑ การอา่ น ในการดำเนนิ ชีวิตและมีนสิ ัยรักการอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑
ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
สาระที่ ๒ การเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ การศกึ ษาค้นควา้ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ใน
ตัวช้วี ดั ท ๑.๑ ป.๕/๕ การดำเนนิ ชวี ิต
เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พฒั นางานเขยี น
ท ๒.๑ ป.๕/๓
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑๓. อา่ นจับใจความสำคญั จากเรื่องทีก่ ำหนดได้
๑๔. บอกข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการอ่านเรื่องท่ีกำหนด
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑๕. เขยี นแผนภาพโครงเรื่องได้
ดา้ นเจตคติ/คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รกั ชาติ
๒. ซอื่ สัตย์สุจรติ
๓. มวี ินัย
๔. ใฝค่ วามรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งม่นั ในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนหลกั สตู รการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ทักษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอ่าน (Reading)
๒. ทักษะการ เขียน (Writing)
๓. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะดา้ นการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะดา้ นความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มคี ุณธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบียบวินัย (compassion)
6. การบรู ณาการ
๑. บูรณาการรายวิชาอ่ืน.....................................................................................................
๒. บรู ณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อน่ื ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรยี นรู้
- อา่ นจบั ใจความ เร่ือง คบพาล พาลพาไปหาผดิ
8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงานกล่มุ เร่ือง การอา่ นจบั ใจความ คบพาล พาลพาไปหาผิด
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นที่ ๑ การเรยี นรูต้ งั้ คำถาม (learning to Question)
๑. ครูกล่าวทกั ทายนักเรยี น และให้นกั เรยี นนงั่ ประจำกลมุ่ เดิม
๒. ครูให้นกั เรยี นคาดเดาเนอ้ื หาของเร่อื งคบพาล พาลไปหาผดิ เก่ยี วกบั เร่อื งใด
ขั้นที่ ๒ การเรยี นรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. นกั เรียนอา่ นจบั ใจความ เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผดิ หนา้ ท่ี ๗๗ - ๘๓ หนงั สือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน
ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ วรรณคดีลำนำ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕
๔. นักเรียนทำกจิ กรรมกล่มุ โดยเขยี นแผนภายโครงเร่ือง ลงในใบงานกล่มุ เรื่อง การอ่านจับใจความ คบ
พาล พาลพาไปหาผดิ
ขั้นท่ี ๓ การเรียนรู้เพ่ือสร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๕. ครูและนกั เรียนสนทนาร่วมกันสรุปเน้ือหา โดยใหน้ ักเรียนตอบคำถามดงั นี้
- ตน๋ี ้อยคือใคร ทำไมถึงตอ้ งลาออกจากโรงเรยี น
- เพราะเหตุใดตนี๋ ้อยถงึ ถกู รุมทำรา้ ย จนถงึ แกช่ ีวติ
- โคลงโลกนิติ ในบทเรียนให้ขอ้ คดิ และส่งั สอนเร่อื งใด
๖. ครูและนักเรียนสนทนาขอ้ คิดท่ไี ด้จากเรื่องคบพาล พาลพาไปหาผิด
ขน้ั ท่ี ๔ การเรียนร้เู พ่ือการสื่อสาร (Learning to Communicate)
๗. ครูให้นักเรียนนำข้อคิดที่ได้จากเรื่องคบพาล พาลพาไปหาผิด นำมาแสดงบทบาทสมมติ เป็นบทบาท
สน้ั ๆ ไม่เกินกลุ่มละ ๑๐ นาที
๘. แต่ละกลุ่มแสดงบทบาทสมมติหน้าชน้ั เรียน
ขัน้ ท่ี ๕ การเรียนรู้เพอ่ื ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๙. ครแู ละนกั เรยี นสนทนาร่วมกนั สง่ิ ทไี่ ดจ้ ากบทเรยี น คบพาล พาลพาไปหาผดิ
10. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ติ วรรณคดลี ำนำ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๕
๒. ใบงานกลุ่ม เร่ือง การอา่ นจบั ใจความ “คบพาล พาลพาไปหาผดิ ”
แหล่งการเรยี นรู้
-
11. การวดั และการประเมินผล
วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานกลมุ่ เรือ่ ง การอ่านจับ แบบประเมนิ การอา่ นจบั ใจความ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป
ผ่านเกณฑ์
ใจความ “คบพาล พาลพาไปหาผิด” สำคัญ
ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ผา่ นเกณฑ์
ในกิจกรรมกลมุ่ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้
ข้นึ ไป
สงั เกตพฤติกรรมความมวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ
และมุ่งมนั่ การทำงาน อนั พึงประสงค์
ประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดับคุณภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดีเยยี่ ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
เกณฑก์ ารประเมิน
2. เกณฑก์ ารให้คะแนนตดั สนิ ระดับคุณภาพชน้ิ งาน/ภาระงาน
ระดบั ๔ หมายถงึ ดเี ย่ียม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดบั ๓ หมายถึง ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดับ ๒ หมายถงึ พอใช้ =
ระดบั ๑ หมายถึง ปรบั ปรุง =
การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑
ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ
๑. ความสามารถในการส่อื สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน
๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น
๒. ซื่อสัตย์สุจริต อธิบาย/การ จริง
๓. มีวินยั นำเสนอ
๔. ใฝ่ความรู้
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๘. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ตอ้ ง
๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเขา้ ใจ
๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม
๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ
๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ
solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ
๕. Creativity and innovation นำเสนอ
๖ . ( Collaboration, teamwork and
leadership)
๗. Cross-cultural understanding
๘ . Communication information
and media literacy
๙. Computing and ICT Literacy
๑๑. Compassion
บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................
๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครูอตั ราจา้ ง
ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………
(นางจรรยา ทองน้อย)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๒๘ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๖ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๕ เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผดิ (วรรณคดีลำนำ) เวลา ๑ ช่ัวโมง
เรื่อง โคลงโลกนติ ิ
๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
โคลงโลกนิติเป็นคำประพันธ์ที่แต่งด้วยโคลงสี่สุภาพ ทุกบทล้วนให้ข้อคิดที่ดี การเข้าใจความหมายของ
โคลงโลกนติ ิทำใหน้ ำคำสอนไปเปน็ หลกั ปฏิบตั ใิ นการดำเนนิ ชวี ติ ได้
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เหน็ คุณคา่ และนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ติ จรงิ
ตัวช้ีวดั ท ๕.๑ ป.๕/๒ ระบุความรู้และข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมที่สามารถ
นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ
ท ๕.๑ ป.๕/๓ อธบิ ายคณุ คา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรม
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ความรู้ (K)
๓. บอกลักษณะโคลงโลกนิติได้
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๔. เขยี นอธบิ ายข้อคิดและคุณค่าที่ได้จากการอา่ นโคลงนิติ
ดา้ นเจตคติ/คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซื่อสตั ย์สจุ ริต
๓. มวี ินยั
๔. ใฝค่ วามรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งม่นั ในการทำงาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นหลักสตู รการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ทักษะของผเู้ รยี นในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
๒. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะดา้ นการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทักษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทักษะด้านความร่วมมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มคี ณุ ธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบียบวนิ ยั (compassion)
6. การบูรณาการ
๑. บรู ณาการรายวิชาอ่นื .....................................................................................................
๒. บูรณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๕. ๓. อ่ืนๆ (ระบุ......................................................)
7. สาระการเรียนรู้
- โคลงโลกนิติ
8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอื่ ง โคลงโลกนิติ
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นท่ี ๑ การเรียนร้ตู ้ังคำถาม (learning to Question)
๑. ครกู ลา่ วทกั ทายนกั เรียน และให้นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งคำว่า “โคลงโลกนิติ”
๒. นกั เรียนอา่ นออกเสียงได้ถูกต้อง แล้วทราบหรอื ไม่ โคลงโลกนิตแิ ต่งด้วยคำประพนั ธ์ฉนั ทลกั ษณ์ใด
ขั้นท่ี ๒ การเรยี นรูแ้ สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ ๔ คน นง่ั ประจำกลมุ่
๔. ครูให้นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ศกึ ษาความรู้ โดยอ่านอธบิ ายเพมิ่ เตมิ เตมิ ความรู้ หนา้ ๘๔ -๘๕ หนังสอื เรยี น
รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ วรรณคดีลำนำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ กำหนดเวลา ๕ นาที
๕. เม่อื ครบเวลาท่ีกำหนด ครูและนกั เรียนสนนารว่ มกนั
- โคลงโลกนิติ แต่งด้วยคำประพนั ธป์ ระเภทใด
- โคลงโลกนติ ิ จากบทเรยี นคบพาล พาลพาไปหาผดิ ใครเป็นผู้ประพันธ์
- ลักษณะเดน่ ของโคลงโลกนิติมอี ะไรบ้าง
ขน้ั ท่ี ๓ การเรยี นรเู้ พอื่ สร้างองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๖. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ทำกิจกรรม โดยใหแ้ ยกแยะ โคลงโลกนติ ิ ทง้ั หมดในบทเรยี น คบพาล พาลพาไปหา
ผิด เนื้อหาวา่ ดว้ ยเรื่องใดบา้ ง แล้วจัดเปน็ หมวดหมู่
๗. ครูเดนิ สำรวจในขณะทน่ี กั เรียนทำกิจกรรมกลุ่ม
๘. ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลงานหน้าช้นั เรยี น
๙. นักเรยี นทำใบงาน เรื่อง โคลงโลกนิติ โดยแปลความหมาย
๑๐. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยใบงาน
ขน้ั ที่ ๔ การเรียนรู้เพือ่ การสอื่ สาร (Learning to Communicate)
๑๑. ครเู ปิดวดิ ีทัศน์ เรอ่ื ง การเขยี นบรรยายความหมายโคลงโลกนิติ - ส่ือการเรยี นการสอน ภาษาไทย ป.
๕ แลว้ ใหน้ ักเรียนอา่ นออกเสยี งตาม
๑๒. นักเรยี นอ่านออกเสยี งโคลงโลกนิติ ตามใบงาน
ขน้ั ท่ี ๕ การเรยี นรูเ้ พือ่ ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๑๓. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุม่ แสดงความคิดเห็น ขอ้ คดิ หรอื คำสอนในโคลงแตล่ ะบทน้ัน เหมาะสมหรือไม่
ท่ีจะนำมาใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
๑๔. ครูและนักเรยี นสนทนาสรปุ เร่อื งลักษณะเด่นของโคลงโลกนติ ิ
10. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ิต วรรณคดีลำนำ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
๒. ใบงาน เรื่อง โคลงโลกนิติ
๓. วดิ ที ัศน์ เรอื่ ง การเขียนบรรยายความหมายโคลงโลกนติ ิ - สอ่ื การเรียนการสอน ภาษาไทย ป.๕
ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=-cqK0vQK7oI
แหลง่ การเรียนรู้
-
๑1. การวดั และการประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
วธิ ีการ ใใบงาน เรอ่ื ง โคลงโลกนิติ
รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ตรวจใบงาน เรื่อง โคลงโลกนิติ ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
ผา่ นเกณฑ์
ในกจิ กรรมกลมุ่
ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้
สังเกตพฤติกรรมความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ ขึ้นไป
และมงุ่ มนั่ การทำงาน อันพึงประสงค์
ประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดับคณุ ภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดเี ย่ยี ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรงุ (๑)
เกณฑก์ ารประเมิน
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตัดสินระดบั คณุ ภาพชนิ้ งาน/ภาระงาน
ระดบั ๔ หมายถึง ดีเย่ียม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดบั ๓ หมายถึง ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดับ ๒ หมายถงึ พอใช้ =
ระดับ ๑ หมายถึง ปรับปรงุ =
การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑
ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ
๑. ความสามารถในการส่อื สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน
๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น
๒. ซื่อสัตย์สุจริต อธิบาย/การ จริง
๓. มีวินยั นำเสนอ
๔. ใฝ่ความรู้
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๘. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ตอ้ ง
๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเขา้ ใจ
๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม
๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ
๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ
solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ
๕. Creativity and innovation นำเสนอ
๖ . ( Collaboration, teamwork and
leadership)
๗. Cross-cultural understanding
๘ . Communication information
and media literacy
๙. Computing and ICT Literacy
๑๑. Compassion
บันทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
๑. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คดิ เป็นร้อยละ.................................
๒. นักเรยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นักเรียนมคี วามรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นักเรียนเจตคต/ิ คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครูอตั ราจา้ ง
ความเห็นของหัวหนา้ งานวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชอ่ื …………………………………………………………
(นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ไี ด้รบั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นร้ขู อง ...................................แลว้ มีความคดิ เห็นดังนี้
๑. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี
นำไปใช้ไดจ้ ริง
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้
๔. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชน่ื )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดกลางคลองสาม
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒๙ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคเรียนท่ี 1
รายวิชาภาษาไทย เวลา ๖ ช่วั โมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๕ เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผิด(วรรณคดีลำนำ) เวลา ๑ ชั่วโมง
เร่อื ง ท่องบทอาขยานบทหลกั
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การทอ่ งบทจำบทประพนั ธ์ ทำใหเ้ ห็นความงดงาม ความไพเราะของการใชภ้ าษา ไดแ้ นวทางในการแต่งคำ
ประพันธท์ ช่ี อบ และเกิดความภาคภมู ิใจในภาษาไทย
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เหน็ คณุ คา่ และนำมาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
ตัวช้วี ดั ท ๕.๑ ป.๕/๔ ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความ
สนใจ
๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ความรู้ (K)
-
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. ทอ่ งบทอาขยานบทหลัก
ดา้ นเจตคติ/คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รกั ชาติ
๒. ซือ่ สัตย์สุจริต
๓. มีวินัย
๔. ใฝค่ วามรู้
๕. อยูอ่ ย่างพอเพียง
๖. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
4. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี นหลกั สตู รการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ทกั ษะของผ้เู รยี นในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทกั ษะดา้ นการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะดา้ นความร่วมมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มคี ุณธรรม มเี มตตา กรุณา มีระเบยี บวินยั (compassion)
6. การบูรณาการ
๑. บรู ณาการรายวชิ าอน่ื .....................................................................................................
๒. บรู ณาการหลักสตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อื่นๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรยี นรู้
- บทอาขยานบทหลัก
8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ทอ่ งบทอาขยานบทหลัก
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นท่ี ๑ การเรยี นรตู้ ัง้ คำถาม (learning to Question)
๑. ครูกล่าวทักทายนักเรียน แล้วให้นักเรียนค้นหาบทอาขยานบทหลัก จากบทเรียน คบพาล พาลพาไป
หาผดิ อยู่หนา้ ใด
๒. หลงั จากนั้นสนทนาร่วมกนั นักเรยี นทราบหรือไม่เพราะเหตุใดถึงกำหนดเป็นบทอาขยานบทหลกั
ขน้ั ที่ ๒ การเรียนรูแ้ สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. ครูอธิบายบทอาขยานบทหลัก กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้กำหนดให้นักเรียนท้องจำเหมือนกันทั่ว
ประเทศ ซึ่งนกั เรยี นจะต้องท่องบทอาขยานบทหลกั นีใ้ ห้ได้
๔. ครอู ่านออกเสียงให้นักเรียนได้รับฟัง หลังจากน้นั เปดิ ไฟลเ์ สียงอา่ นทำนองเสนาะบทอาขยานโคลงโลก
นิติ
๕. นักเรยี นอ่านออกเสียงตามไฟล์เสียงท่ไี ด้รับฟัง
ขน้ั ท่ี ๓ การเรียนรูเ้ พ่อื สร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๖. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มฝกึ การอา่ นทำนองเสนาะ และฝึกท่องอาขยานบทหลกั
๘. นักเรยี นทอ่ งบทอาขยานบทหลักพร้อมกนั โดยไม่เปิดหนงั สือแบบเรียน
ข้ันที่ ๔ การเรยี นรเู้ พ่อื การส่ือสาร (Learning to Communicate)
๙. นกั เรียนท่องบทอาขยานบทหลกั โดยครูประเมนิ ผล
ขนั้ ที่ ๕ การเรยี นรเู้ พ่อื ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๑๐. ครใู หน้ กั เรียนบอกประโยชน์การท่องบทอาขยาน
10. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวติ วรรณคดีลำนำ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕
๒. ไฟล์เสยี งการอา่ นทำนองเสนาะบทอาขยานโคลงโลกนติ ิ
แหลง่ การเรยี นรู้
-
11. การวัดและการประเมินผล
วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ประเมินการท่องบทอาขยานบทหลัก แบบประเมนิ การท่องบทอาขยาน ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ นร่วม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ในกจิ กรรมกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมความมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ แบบประเมินคณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้
และม่งุ มัน่ การทำงาน อนั พงึ ประสงค์ ข้ึนไป
ประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดเี ยยี่ ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)
เกณฑก์ ารประเมนิ
4. เกณฑก์ ารให้คะแนนตดั สนิ ระดับคณุ ภาพชิน้ งาน/ภาระงาน
ระดบั ๔ หมายถงึ ดเี ยี่ยม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดบั ๓ หมายถงึ ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดบั ๒ หมายถงึ พอใช้ =
ระดบั ๑ หมายถงึ ปรบั ปรงุ =
การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพึงประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษท่ี ๒๑
ประเดน็ ประเมนิ แหลง่ วธิ ีวดั เครื่องมอื วัด เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ
๑. ความสามารถในการส่ือสาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน
๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมิน แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น
๒. ซือ่ สัตยส์ จุ ริต อธิบาย/การ จริง
๓. มีวินัย นำเสนอ
๔. ใฝค่ วามรู้
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๘. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษท่ี ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถูกตอ้ ง
๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเข้าใจ
๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม
๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ
๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ
solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ
๕. Creativity and innovation นำเสนอ
๖ . ( Collaboration, teamwork and
leadership)
๗. Cross-cultural understanding
๘ . Communication information
and media literacy
๙. Computing and ICT Literacy
๑๑. Compassion
บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................
๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครูอตั ราจา้ ง
ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………
(นางจรรยา ทองน้อย)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๓๐ ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี 1
รายวิชาภาษาไทย เวลา ๖ ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๕ เรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผิด(วรรณคดีลำนำ) เวลา ๑ ช่ัวโมง
เรือ่ ง การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองต้องอ่านออกเสียงให้ชัดเจนและถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านให้ถูกต้องตาม
ฉันทลักษณ์ของบทร้อยกรองแต่ละประเภท การอ่านทำนองเสนาะต้องรู้จักทอดจังหวะ เอื้อนเสียงหรือหลบเสียง
เสียงไมเ่ บาหรือดงั เกนิ ไป รจู้ กั เน้นเสียงแสดงอารมณใ์ ห้เปน็ ไปตามเน้ือเร่ือง
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพื่อนำไปตดั สนิ ใจแกป้ ัญหา
สาระที่ ๑ การอา่ น ในการดำเนินชวี ิตและมีนิสยั รกั การอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองได้ถกู ต้อง
ตวั ชี้วัด ท ๑.๑ ป.๕/๑
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกความแตกต่างบทร้อยแก้วและร้อยกรองได้
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. อา่ นออกเสียงบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะได้
ดา้ นเจตคติ/คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รกั ชาติ
๒. ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
๓. มีวินยั
๔. ใฝค่ วามรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ
4. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี นหลกั สูตรการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขียน (Writing)
๓. ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะด้านการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะดา้ นความร่วมมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผ้นู ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะดา้ นความเข้าใจต่างวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มรี ะเบยี บวนิ ยั (compassion)
6. การบรู ณาการ
๑. บรู ณาการรายวิชาอนื่ .....................................................................................................
๒. บรู ณาการหลกั สตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อนื่ ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรียนรู้
- การอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรอง
8. ช้ินงาน/ภาระงาน
๑. การอา่ นทำนองเสนาะ
๒. แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง คบพาลพาไปหาผดิ
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ช่ัวโมงท่ี ๑
ข้นั ที่ ๑ การเรียนรตู้ ้งั คำถาม (learning to Question)
๑. ครูกลา่ วทักทายนักเรียน และให้นกั เรียนเล่นเกม ใช่หรือไม่ แบ่งกลุ่มจำนวน ๔ กลมุ่ กลมุ่ ละเท่าๆ กัน
ครูอ่านคำถาม แล้วใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ยกมือ กล่มุ ทย่ี กมอื ก่อนมีสิทธติ อบคำถามก่อน กลุ่มทไ่ี ดค้ ะแนนมากท่ีสุดเป็นฝ่าย
ชนะ
๒. ครแู ละนกั เรยี นสนทนารว่ มกันได้สิ่งใดบ้างจากการเล่นเกม
ขนั้ ที่ ๒ การเรียนรแู้ สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. นกั เรยี นนั่งประจำกลุ่ม ครูแจกใบกจิ กรรม การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรอง แลว้ ให้นกั เรียนขีดเสน้ การ
แบ่งคำให้ถกู จังหวะ
๔. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันเฉลยใบกจิ กรรม โดยการอ่านกลอนสุภาพ จะแบง่ เปน็ ๓/๒/๓ หรือ ๓/๓/๓
และการอา่ นกาพย์ยานี ๑๑ จะแบง่ เป็น ๒/๓ หรอื ๓/๓
ขั้นที่ ๓ การเรียนรู้เพอ่ื สรา้ งองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๕. ครูอ่านออกเสียงตามใบกิจกรรมเป็นทำนองเสนาะให้นักเรียนได้ฟัง หลังจากนั้นให้นักเรียนอ่านออก
เสยี งตาม
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกซ้อมการอ่านออกเสียงทำนองเสนาะ
ขั้นที่ ๔ การเรียนร้เู พอื่ การสื่อสาร (Learning to Communicate)
๙. นักเรียนเล่นเกม The Voice โดยเลือกเพื่อนที่อ่านทำนองเสนาะได้ดีที่สุด จำนวน ๓ คน เพื่อเป็น
กรรมการ จดั โต๊ะและสถานทเี่ หมอื นรายการ The Voice
๑๐. ตวั แทนแต่ละกลมุ่ ส่งสมาชิกเพอื่ อ่านออกเสียงทำนองเสนาะ โดยกรรมการจะไมเ่ ห็นหน้าผู้อ่าน เม่ือ
ไดจ้ ำนวนคนทีเ่ ข้ารอบจะแข่งขนั ตอ่ เพ่ือคดั เลอื กจนเหลือผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่าน้ัน
ขน้ั ที่ ๕ การเรยี นรเู้ พอื่ ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๑๑. ครแู ละนักเรียนสนทาร่วมกันถงึ ความแตกต่างระหวา่ งการอา่ นออกเสยี งแบบปกติกับการอ่านทำนอง
เสนาะ
ชวั่ โมงที่ ๒
ข้ันท่ี ๑ การเรียนรู้ต้งั คำถาม (learning to Question)
๑. ครูกล่าวทักทายนักเรียน และทบทวนความรู้เดิม โดยให้นักเรียนบอกความแตกต่างระหว่างบทร้อย
แกว้ กับบทร้อยกรอง
ขั้นท่ี ๒ การเรยี นรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๒. ครใู หน้ ักเรียนฝกึ ฝนการอา่ นทำนองเสนาะตามใบกจิ กรรมอีกครั้ง
๓. นกั เรยี นอ่านออกเสยี งทำนองเสนาะพร้อมกัน
ขน้ั ที่ ๓ การเรียนรู้เพื่อสรา้ งองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๕. นักเรยี นอา่ นออกเสียงทำนองเสนาะรายบุคคล โดยครูประเมินผล
๖. ครูกล่าวชมเชยในการร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน และขอให้นักเรียนฝึกอ่านทำนองเสนาะเพราะ
เปน็ การสบื สานภาษาไทยต่อไป
ขั้นท่ี ๔ การเรียนรู้เพ่ือการส่ือสาร (Learning to Communicate)
๗. ครูเปิดวิดีทัศน์ เรื่อง ครูเพ็ญศรีสอนอ่านทำนองเสนาะ และทำนองฮิปฮอป หลังจากจบวิดีทัศน์ ครู
และนักเรยี นสนทนาร่วมกัน เปน็ ตัวอยา่ งการอ่านที่ถูกหรือผดิ ซ่ึงเปน็ รายการเพ่ือความบนั เทิงเทา่ น้นั
ขน้ั ท่ี ๕ การเรยี นร้เู พอื่ ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๘. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง คบพาย พาลพาไปหาผิด จำนวน ๑๐ ข้อ โดยกากบาทเลือก
คำตอบท่ีถกู ตอ้ ง กำหนดเวลา ๑๐ นาที เม่อื ครบเวลาทกี่ ำหนด สง่ คืนครเู พ่อื ประเมนิ ผล
๙. ครูเปิดวดิ ที ัศน์ เรื่อง ป.๕ ท่องบทอาขยานได้ไพเราะท่ีสุด หลังจากจบวิดีทศั น์ ครูฝากให้นักเรียนหมั่น
ฝกึ อา่ นออกเสียงทำนองเสนาะ
10. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ วรรณคดลี ำนำ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
๒. แบบทดสอบหลงั เรยี น เร่ือง คบพาล พาลพาไปหาผิด
๓. ใบกจิ กรรม การอ่านทำนองเสนาะ
๔. วดิ ที ศั น์ เรอื่ ง ครูเพญ็ ศรสี อนอา่ นทำนองเสนาะ และทำนองฮิปฮอป Teacher Phensri Thai style &
Hip-hop style
ท่มี า https://www.youtube.com/watch?v=cSO3rKWKFyU
๕. วดิ ีทศั น์ เร่ือง ป.๕ ทอ่ งบทอาขยานได้ไพเราะที่สุด
ทม่ี า https://www.youtube.com/watch?v=FxIJH9cjLWU
แหลง่ การเรยี นรู้
-
11. การวัดและการประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
แบบทดสอบหลงั เรียน
วิธีการ เร่ือง คบพาล พาลพาไปหาผิด แบบทดสอบหลังเรียนสูง
ประเมินการอา่ นออกเสยี ง กวา่ กอ่ นเรียน
ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น
เร่อื ง คบพาล พาลพาไปหาผิด ทำนองเสนาะ รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การอ่านออกเสียง
ทำนองเสนาะรายบุคคล แบบประเมนิ คุณลักษณะ ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
อนั พงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม
ในกิจกรรมกลมุ่ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้
ขน้ึ ไป
สงั เกตพฤติกรรมความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้
และมงุ่ ม่ันการทำงาน
ประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดบั คุณภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดีเยยี่ ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
เกณฑก์ ารประเมนิ
5. เกณฑก์ ารให้คะแนนตดั สนิ ระดบั คุณภาพช้ินงาน/ภาระงาน
ระดับ ๔ หมายถงึ ดเี ย่ียม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดบั ๓ หมายถึง ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดบั ๒ หมายถึง พอใช้ =
ระดบั ๑ หมายถึง ปรับปรงุ =
การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑
ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ
๑. ความสามารถในการส่อื สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน
๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น
๒. ซื่อสัตย์สุจริต อธิบาย/การ จริง
๓. มีวินยั นำเสนอ
๔. ใฝ่ความรู้
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๘. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ตอ้ ง
๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเขา้ ใจ
๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม
๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ
๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ
solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ
๕. Creativity and innovation นำเสนอ
๖ . ( Collaboration, teamwork and
leadership)
๗. Cross-cultural understanding
๘ . Communication information
and media literacy
๙. Computing and ICT Literacy
๑๑. Compassion
บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................
๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครูอตั ราจา้ ง
ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………
(นางจรรยา ทองน้อย)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๓๑ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๖ ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๖ เรื่อง ภาษาจรรโลงใจ เวลา ๑ ช่ัวโมง
เร่อื ง ความหมายคำ บทเรียนภาษาจรรโลงใจ
๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การค้นคว้าและศึกษาความหมายของคำ กลุ่มคำ สำนวนที่ไม่เข้าใจในบทเรียน นับว่าเป็นส่วนสำคัญใน
การอ่านจับใจความสำคญั หรอื ตคี วามไดด้ ี ซึ่งจะเกิดประโยชนต์ ่อผเู้ รียนและเกิดการพัฒนาด้านการอ่าน
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคิดเพ่ือนำไปตดั สินใจแก้ปญั หา
สาระท่ี ๑ การอา่ น ในการดำเนนิ ชวี ติ และมีนิสยั รักการอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ อธิบายความหมายของคำประโยคและข้อความที่เป็นการบรรยาย
และการพรรณนา
ตวั ชว้ี ัด ท ๑.๑ ป.๕/๒
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกความหมายของคำในบทเรยี นได้ถกู ตอ้ ง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. อ่านและเขียนคำในบทเรียนไดถ้ ูกต้อง
๓. แตง่ ประโยคโดยใช้คำในบทเรียนได้
ด้านเจตคติ/คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รกั ชาติ
๒. ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต
๓. มวี นิ ัย
๔. ใฝ่ความรู้
๕. อยอู่ ย่างพอเพียง
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียนหลักสูตรการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอ่าน (Reading)
๒. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทกั ษะด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทักษะดา้ นความร่วมมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผูน้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
๑๐. ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มคี ุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บวินัย (compassion)
6. การบรู ณาการ
๑. บรู ณาการรายวชิ าอ่นื .....................................................................................................
๒. บรู ณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
๓. อ่ืนๆ (ระบุ......................................................)
7. สาระการเรยี นรู้
บอกความหมายของคำในบทเรยี น
8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบกิจกรรมกลมุ่ เรือ่ ง คำ ภาษาจรรโลงใจ
๒. ใบงาน เรือ่ ง ความหมายคำ บทเรียนภาษาจรรโลงใจ
๓. แบบทสอบก่อนเรยี น เร่ือง ภาษาจรรโลงใจ
9. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ ที่ ๑ การเรียนรู้ตง้ั คำถาม (Learning to Question)
๑ ครูกล่าวทักทายนักเรยี น และให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เรื่อง ภาษาจรรโลงใจ จำนวน ๑๐
ข้อ โดยกากบาทเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด กำหนดเวลา ๑๐ นาที เมื่อครบเวลาที่กำหนดตรวจแบบทดสอบฯ
ตามท่คี รูเฉลย บนั ทกึ คะแนนแลว้ นำส่งคนื ครู เพื่อประเมินผลตอ่ ไป
๒. ครูใหน้ กั เรียนเลอื กวธิ ีการค้นหาความหมายจะใชพ้ จนานกุ รมหรือบรบิ ทประโยคก่อนหรือหน้าคำ
ขน้ั ท่ี ๒ การเรยี นรแู้ สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ ๔ คน
๔. นักเรียนอ่านในใจ เรื่อง ภาษาจรรโลงใจ หน้า ๑๙๓ - ๑๙๘ แล้วขีดเส้นใต้คำที่ไม่ทราบความหมาย
พร้อมค้นหาความหมาย เขียนลงบนหนังสือ รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี ๕
๕. นักเรียนทำใบกจิ กรรมกล่มุ เรื่อง ความหมายคำ บทเรียนภาษาจรรโลงใจ
๖. ครเู ดนิ ตรวจสอบการทำกิจกรรมของแตล่ ะกลมุ่
ขั้นที่ ๓ การเรียนรู้เพ่อื สรา้ งองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๗. นักเรียนทำใบงาน เร่ือง ความหมายคำ บทเรยี นภาษาจรรโลงใจ
๘. ครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลยใบงาน
ข้ันท่ี ๔ การเรยี นรูเ้ พือ่ การสอื่ สาร (Learning to Communicate)
๙. นักเรยี นเล่นเกม กล่องดำ โดยจบั ฉลากใบคำสงั่ แลว้ ปฏบิ ตั ติ าม
๑๐. ครแู ละนกั เรียนสนทนามีคำใดบ้างทไี่ ดจ้ ากการเลน่ เกม กลอ่ งดำ
ข้ันที่ ๕ การเรยี นรูเ้ พอื่ ตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๑๑. ครใู ห้นักเรียนเลอื กคำ จำนวน ๑ คำ แล้วแต่งประโยค หลังจากนน้ั นำเสนอหน้าชัน้ เรยี น
10. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
๒. ใบกิจกรรมกลมุ่ เรือ่ ง คำ ภาษาจรรโลงใจ
๓. ใบงาน เร่อื ง ความหมายคำ บทเรียนภาษาจรรโลงใจ
๔. เกม กล่องดำ
๕. บัตรคำ – ประโยค
๖. แบบทสอบก่อนเรยี น เร่ือง ภาษาจรรโลงใจ
. แหล่งการเรียนรู้
-
11 .การวัดและการประเมินผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์
วิธีการ แบบทสอบก่อนเรยี น
เร่ือง ภาษาจรรโลงใจ แบบทดสอบหลังเรยี นสงู
ตรวจแบบทสอบก่อนเรียน ใบงาน เรอื่ ง ความหมายคำ บทเรยี น กวา่ กอ่ นเรยี น
เรื่อง ภาษาจรรโลงใจ
ภาษาจรรโลงใจ ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ตรวจใบงาน เรอ่ื ง ความหมายคำ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
บทเรียนภาษาจรรโลงใจ
แบบประเมนิ คุณลักษณะ รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป
สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม อันพึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์
ในกิจกรรมกลุ่ม
ผา่ นเกณฑ์ระดับพอใช้
สงั เกตพฤติกรรมความมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ ข้ึนไป
และมุง่ มัน่ การทำงาน