The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้เทอมหนึ่ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by montakan3135, 2022-06-14 07:08:43

แผนการจัดการเรียนรู้เทอมหนึ่ง

แผนการจัดการเรียนรู้เทอมหนึ่ง

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑๖ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๕
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นที่ 1
รายวิชาภาษาไทย เวลา ๘ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๓ เรื่อง ปลอดภยั ไว้กอ่ น เวลา ๑ ชว่ั โมง
เรอ่ื ง ภาษาพูด ภาษาเขียน

๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ภาษาไทยมาตรฐานหรือภาษากลางเป็นภาษาทบ่ี ุคคลในสังคมไทยรว่ มกันกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีใช้ขึ้น

เพอื่ สือ่ สาร สงิ่ ทค่ี วรศกึ ษา คือ ภาษาพูดและภาษาเขียน

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั
สาระท่ี ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เป็น
สมบัติของชาติ
ตวั ช้ีวัด ท ๔.๑ ป.๕/๓ เปรียบเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถน่ิ

๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกลกั ษณะภาษาพูดและภาษาเขยี นได้
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๒. ใช้ภาษาพดู และเขยี นได้ถูกตอ้ งตามกาละเทศะ
ดา้ นเจตคติ/คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ (Attitude: A)
๑. รกั ชาติ
๒. ซอื่ สัตยส์ จุ ริต
๓. มีวินยั
๔. ใฝ่ความรู้
 ๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
 ๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนหลกั สตู รการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ทักษะของผ้เู รยี นในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
๒. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา

(Critical thinking and problem solving)
๕. ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
๖. ทักษะด้านความรว่ มมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ

(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะดา้ นความเข้าใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information

and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT

Literacy)
 ๑๐. ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มีระเบียบวนิ ัย (compassion)
6. การบรู ณาการ
 ๑. บรู ณาการรายวิชาอืน่ .....................................................................................................
 ๒. บูรณาการหลักสตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 ๓. อ่นื ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรยี นรู้
ภาษาพูด ภาษาเขียน

8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เรอื่ ง ภาษาพดู ภาษาเขียน
๒. บทบาทสมมติ

๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ ที่ ๑ การเรียนรตู้ ้ังคำถาม (learning to Question)
๑. ครูกล่าวทกั ทายนกั เรียน และให้นักเรยี นส่งบนั ทึกบริเวณท่ีอาจเกดิ อุบัตเิ หตุภายในโรงเรียน
๒. ครขู ออาสาสมัคร จำนวน ๒ คน หน้าชั้นเรียน แลว้ ใหจ้ ำลองการโทรศัพทค์ ุยกันเพ่ือชวนเพื่อนไปเที่ยว

บ้าน
๓. ครูตง้ั คำถามจากการทเี่ พือ่ นท้ังสองคนโทรคุยกันนั้น ถา้ นำมาเขียนเปน็ ภาษาเขยี นจะเปน็ อย่างไร
ข้ันที่ ๒ การเรยี นรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๔. นกั เรียนนงั่ ประจำกลุ่มเดมิ
๕. ครแู จกใบความรู้ เรอ่ื ง ภาษาพูด ภาษาเขยี น แล้วใชส้ ือ่ PowerPoint ประกอบการสอน

ขั้นท่ี ๓ การเรียนรเู้ พ่อื สร้างองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๖. นกั เรยี นรว่ มกันทำกิจกรรมกลมุ่ โดยให้เปลี่ยนภาษาพดู เปน็ ภาษาเขยี น จากบัตรประโยคที่ครกู ำหนด
๗. ครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลยกจิ กรรม
๘. นักเรยี นทำใบงาน เรือ่ ง ภาษาพูด ภาษาเขยี น
๗. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันเฉลยใบงาน
ขน้ั ที่ ๔ การเรยี นรเู้ พอื่ การสอื่ สาร (Learning to Communicate)
๘. ครูใหน้ ักเรียนจับคู่ เพอื่ แสดงบทบาทสมมติ โดยจับฉลากบทบาทสมมติ
๙. แตล่ ะคแู่ สดงบทบทสมมตหิ น้าชนั้ เรียน
ขนั้ ที่ ๕ การเรยี นรูเ้ พ่ือตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๑๐. ครูสรุประดับภาษา หมายถึง ความลดหลั่นของถ้อยคำ และการเรียบเรียงถ้อยคำที่ใช้ตามโอกาส
กาลเทศะ และ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างบคุ คลท่ีเปน็ ผู้ส่งสารและผู้รับสารเช่น ภาษาพดู และภาษาเขยี น

๙. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕
๒. ใบความรู้ เร่ือง ภาษาพูด ภาษาเขียน
๓. ใบงาน เรือ่ ง ภาษาพดู ภาษาเขียน
๔. ฉลากบทบาทสมมติ กลอ่ งดำ

แหลง่ การเรยี นรู้
-

๑๐. การวัดและการประเมินผล

วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์

ประเมนิ บทบาทสมมติ แบบประเมนิ บทบาทสมมติ ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ผ่านเกณฑ์
ภาษาพดู ภาษาเขียน ภาษาพดู ภาษาเขียน
ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
ตรวจใบงาน เรอื่ ง ภาษาพูด ภาษา ใบงาน เร่ือง ภาษาพูด ภาษาเขยี น ผ่านเกณฑ์

เขียน รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้
ในกจิ กรรมกลุม่ ขน้ึ ไป

สังเกตพฤติกรรมความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมินคณุ ลักษณะ

และมงุ่ มั่นการทำงาน อันพงึ ประสงค์

บันทกึ ผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน

๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................................

๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหนง่ ครอู ัตราจ้าง

ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………

(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑๗ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๒
รายวิชาภาษาไทย เวลา ๘ ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๓ เร่ือง ปลอดภยั ไว้ก่อน เวลา ๑ ชั่วโมง
เรือ่ ง ภาษาถิ่น

๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ภาษาถิ่นเป็น ภาษาไทยที่ใช้ในแต่ละท้องถิ่นมีการใช้ถ้อยคำ สำนวนที่แตกต่างกัน การรู้และเข้าใจ

ความหมายของคำ จะทำใหก้ ารส่ือสารดียง่ิ ขึ้น

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั
สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็น
สมบตั ิของชาติ
ตัวช้ีวัด ท ๔.๑ ป.๕/๓ เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถนิ่

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกลักษณะของภาษาถน่ิ ได้
๒. บอกประโยชนข์ องภาษาถนิ่ ได้
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๓. เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถ่นิ ได้
ดา้ นเจตคติ/คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซ่อื สัตย์สุจรติ
๓. มวี ินัย
๔. ใฝ่ความรู้
 ๕. อยู่อย่างพอเพียง
๖. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
 ๗. รักความเป็นไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ

4. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียนหลักสูตรการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ทกั ษะของผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
๒. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทกั ษะด้านการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา

(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
๖. ทักษะด้านความรว่ มมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ

(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทักษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information

and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT

Literacy)
 ๑๐. ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มคี ณุ ธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบยี บวินยั (compassion)
6. การบรู ณาการ
 ๑. บรู ณาการรายวชิ าอน่ื .....................................................................................................
 ๒. บูรณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 ๓. อ่นื ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรยี นรู้
ภาษาถิ่น

8. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่อื ง ภาษาถิน่

9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ การเรยี นรู้ตั้งคำถาม (learning to Question)
๑. ครกู ล่าวทกั ทายนกั เรียน และให้นกั เรยี นแบง่ กล่มุ จำนวน ๓ กลมุ่ กลมุ่ ละเทา่ ๆ กนั
๒. นกั เรยี นจัดโต๊ะเปน็ รปู ตวั ยู นัง่ ประจำกล่มุ โดยกลมุ่ ที่ ๑ ภาคเหนือ กลมุ่ ท่ี ๒ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

และกลมุ่ ที่ ๓ ภาคใต้ ทำป้ายสามเหลีย่ มวางบนโตะ๊
๓. ครูตง้ั คำถาม หากในอนาคตนักเรียนทำธุรกิจส่งออกไปขายต่างประเทศ ใหน้ ักเรียนเลือกผลไม้จำนวน

หนึ่งชนิด โดยแต่ละกลุ่มจะต้องบอกช่ือผลไม้ตามภาษาถิ่นของกลุม่ ตนเอง เช่น กลุ่มท่ี ๑ ภาคเหนือ เลือกทุเรียน
ภาคเหนือจะต้องตอบว่า ทุเรียน หรือภาคอีสาน เลือกน้อยหน่า จะต้องตอบว่า บักเขียบ และภาคใต้เลือกทุเรียน
จะต้องตอบวา่ เรียน เป็นตน้

๔. ครูตง้ั คำถามนกั เรียนทราบหรือไม่ทำไมต้องเรียนภาษาถิ่น
ขน้ั ที่ ๒ การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๔. ครเู ปิดวิดที ัศน์ เรือ่ ง ภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถิน่ - สอ่ื การเรยี นการสอน ภาษาไทย ป.๕
๕. หลงั จากจบวดิ ที ศั น์ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ทำกิจกรรม โดยเขียนภาษาไทยถิ่นลงบนบัตรคำ ตามภาพ
ที่ครูกำหนด ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาหาความรู้จาก ใบความรู้ เรื่อง ภาษาถิ่น และหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน
ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขน้ั ที่ ๓ การเรียนรู้เพอื่ สร้างองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๖. นักเรียนแต่ละกล่มุ อา่ นออกเสยี งตามใบกจิ กรรม เร่อื ง เรียนร้ภู าษาถ่ิน
๗. หลังจากนนั้ ครูใหน้ ักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกนั แลว้ สนทนาเร่ืองความแตกต่างด้านระบบเสียง และ
ความแตกตา่ งดา้ นการใชค้ ำ
๘. นกั เรยี นทำใบงาน เรือ่ ง ภาษาถิ่น
๙. ครูและนักเรียนรว่ มกนั เฉลยใบงาน
ขน้ั ที่ ๔ การเรียนรูเ้ พ่อื การสือ่ สาร (Learning to Communicate)
๑๐. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ เปรียบเทียบลกั ษณะเด่นของภาษาถนิ่ ทงั้ ๓ ภาค
๑๑. ตวั แทนกลุม่ นำเสนอผลงานหน้าช้นั เรยี น
ข้ันที่ ๕ การเรียนรู้เพือ่ ตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๑๒. ครเู ปิดวดิ ที ศั น์ เร่ือง กาลครงั้ หนึง่ เมอ่ื อารมณ์พาไป
๑๓. หลังจากจบวิดีทัศน์ ครแู ละนกั เรียนสนทนาร่วมกนั ผู้หญิงท่ีเดินทางท่องเทีย่ ว เดินทางไปจังหวัดไหน
บ้าง แล้วมคี ำภาษาถิ่นใดบา้ งทน่ี ักเรียนไดย้ นิ
๑๔. ครูให้นักเรยี นตอบคำถามจากเมือ่ ต้นชวั่ โมง “ทำไมต้องเรยี นภาษาถิ่น”
๑๕. ครูสรุปการเรียนรู้ภาษาถิ่น ทำให้เข้าใจความหมายคำแต่ละคำในท้องถิ่น สามารถสื่อสารกับคนใน
ท้องถิน่ นั้น ๆ ไดด้ ีย่งิ ขึ้น และการใชภ้ าษาถิ่นนบั ว่าเปน็ การอนรุ กั ษภ์ าษา

10. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๕
๒. ใบความรู้ เร่ือง ภาษาถ่นิ
๓. ใบงาน เรื่อง ภาษาถ่ิน
๔. ใบกิจกรรม เรื่อง การเรียนรภู้ าษาถ่ิน
๕. บตั รคำภาษาไทยถ่ิน
๖. บัตรภาพ
๗. วดิ ีทศั น์ เรอื่ ง ภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถิน่ - สื่อการเรยี นการสอน ภาษาไทย ป.๕
ท่มี า https://www.youtube.com/watch?v=kQ7SKehRFDA
๘. วดิ ที ศั น์ เรือ่ ง กาลครงั้ หนง่ึ เมื่ออารมณ์พาไป
ท่มี า https://www.youtube.com/watch?v=BRKdxi0PiJQ
แหล่งการเรียนรู้
-

๑1. การวัดและการประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑ์
วธิ ีการ ใบงาน เรอื่ ง ภาษาถิ่น
ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
ตรวจใบงาน เรอ่ื ง ภาษาถิ่น ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ผา่ นเกณฑ์
ในกจิ กรรมกลุ่ม
ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้
สังเกตพฤตกิ รรมความมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะ ขึน้ ไป

และมุ่งมน่ั การทำงาน อนั พงึ ประสงค์

บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรียนการสอน

๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................

๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครอู ตั ราจา้ ง

ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………

(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๘

กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕

รายวิชาภาษาไทย ภาคเรียนท่ี 1

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๓ เร่ือง ปลอดภยั ไว้ก่อน เวลา ๘ ช่วั โมง

เรอื่ ง การพดู รายงานการศกึ ษาคน้ คว้า จากการฟงั การดู และการสนทนา เวลา ๒ ชวั่ โมง

๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเขยี นรายงาน เปน็ การเสนอผลงานการศึกษาคน้ คว้า ผลการทดลอง ผลการปฏบิ ัตงิ าน หรือเรื่องราว

ตา่ ง ๆ ต่อครู เพือ่ นนักเรียนหรอื ใหผ้ ู้อนื่ ทราบ ส่วนการพูดรายงาน เป็นการนำเสนอให้ครแู ละเพ่ือนฟงั หลังจากได้
ความรู้ ความคิดจากการค้นคว้า การจดบันทึกหรือเขียนรายงานเรียบร้อยแล้ว ทำให้ผู้รายงานมีความรู้ ความ
เข้าใจเรื่องที่ศึกษาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เป็นการพัฒนาทักษะการเขียนรายงาน ทักษะการพูดรายงาน และเป็น
ประโยชนต์ อ่ ผ้อู า่ นผู้ฟงั

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ัด
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพดู แสดงความรคู้ วามคิด
และความรู้สกึ ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตัวช้ีวดั ท ๓.๑ ป.๕/๔ พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นท่ีศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการ
สนทนา

๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. อธบิ ายขั้นตอนการเขยี นรายงานและขน้ั ตอนการพดู รายงานได้
๒. บอกความสำคัญของการเขยี นและการพดู รายงานได้
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๓. เขยี นและพดู รายงานเร่ืองหรือประเดน็ จากการศกึ ษาคน้ คว้าได้
ดา้ นเจตคติ/คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซื่อสัตยส์ จุ รติ
๓. มีวินยั
๔. ใฝ่ความรู้
 ๕. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
๖. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
 ๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียนหลักสูตรการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. ทกั ษะของผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะดา้ นการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 ๑๐. ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มีระเบียบวนิ ัย (compassion)

6. การบูรณาการ
 ๑. บูรณาการรายวชิ าอื่น.....................................................................................................
 ๒. บูรณาการหลกั สตู ร STAR STEM …………………………………………………………………………….

 ๓. อน่ื ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรยี นรู้

- การจดบนั ทกึ
- การพูดรายงาน
8. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- พูดรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้
- ใบงาน เร่อื ง การพดู รายงานการศกึ ษาคน้ คว้า จากการฟัง การดู และการสนทนา

9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชว่ั โมงที่ ๑
ข้ันท่ี ๑ การเรยี นรตู้ ัง้ คำถาม (learning to Question)
๑. ครูกลา่ วทักทายนกั เรียน และใหน้ กั เรยี นเลน่ เกมต่อเพลง
๒. หลงั จากจบการเลน่ เกมต่อเพลง ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกนั บอกได้ประโยชนใ์ ดบา้ งจากการเล่นเกม

๓. ครตู ัง้ คำถามทกั ษะการฟังสำคัญหรอื ไม่
ขน้ั ท่ี ๒ การเรยี นรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๔. นักเรยี นนัง่ ประจำกล่มุ ครเู ปดิ วดิ ที ัศน์ เรือ่ ง สารคดีสนั้ ง้วิ
๕. หลังจากจบวิดีทัศน์ ครูตั้งคำถามสาระสำคัญจากเรื่องที่ได้รับชมคืออะไร แล้วนักเรียนสามารถพูด
รายงานเรื่องที่ดู ไดท้ นั ทเี ลยหรอื ไม่
๖. ครจู ะให้นักเรียนรบั ชมวดิ ีทัศน์ เร่ือง สารคดสี น้ั ง้ิว อกี ครง้ั แตจ่ ะให้นกั เรียนจดบนั ทึก มีดงั น้ี

๑) สรปุ สาระสำคัญเรอ่ื งใหค้ รอบคลุมและครบถว้ น หรืออาจบนั ทกึ รายละเอียดท่ีจำเป็น
๒) เรยี บเรียงลำดบั ความสำคญั ก่อน หลงั
๓) เสนอความคิดเหน็ เพ่ิมเตมิ ได้ขอ้ คิดเร่ืองใด นำความรูท้ ่ไี ดไ้ ปใช้ประโยชน์อย่างไร
๔) จดบนั ทกึ แหลง่ ทม่ี า
๗. ครเู ปิดวิดีทศั น์ เรือ่ ง สารคดีสั้น งว้ิ แล้วให้นกั เรียนจดบันทึกสาระสำคัญความรู้
๘. ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มแลกเปล่ียนข้อมลู ท่ไี ดจ้ ากการจดบนั ทึก แล้วเขียนรายงาน เร่ืองงวิ้
ขน้ั ที่ ๓ การเรยี นรูเ้ พ่ือสรา้ งองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๙. ครแู ละนกั เรยี นสนทนารว่ มกันขอ้ ควรปฏบิ ตั ิการพดู รายงานหน้าช้ันเรยี น
๑๐. นักเรยี นพดู รายงาน เรอ่ื ง งวิ้ ใหส้ มาชิกภายในกลุม่ ไดร้ ับฟงั
ข้ันท่ี ๔ การเรียนรเู้ พื่อการสอ่ื สาร (Learning to Communicate)
๑๑. ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น
๑๒. ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนไดซ้ กั ถามขอ้ สงสยั
ขนั้ ท่ี ๕ การเรยี นร้เู พ่ือตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๑๓. ครแู ละนกั เรยี นสนทนารว่ มกนั ประโยชนข์ องการจดบันทึก และการพดู รายงาน

ชัว่ โมงที่ ๒
ขัน้ ที่ ๑ การเรยี นรตู้ งั้ คำถาม (learning to Question)
๑. ครกู ล่าวทกั ทายนกั เรียน และใหน้ ักเรยี นน่งั ประจำกลุ่มเดิม
๒. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบกิจกรรมการเรียนการสอนในชั่วโมงนี้จะให้ทำจัดทำรายงานแล้ว พูดรายงาน

หนา้ ชนั้ เรียน
ข้ันที่ ๒ การเรยี นรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. ครใู หอ้ ิสระในการเลอื กหัวข้อเพอ่ื จดั ทำรายงาน
๔. เมอื่ ไดห้ ัวขอ้ รายงานแล้วนนั้ ใหน้ กั เรยี นค้นคว้าหาข้อมลู จากห้องปฏบิ ตั ิการคอมพิวเตอร์ หรอื ห้องสมดุ

กำหนดเวลา ๓๐ นาที เม่ือครบเวลาทก่ี ำหนดให้นักเรียนกลับมายังห้องเรยี น
ขั้นที่ ๓ การเรยี นรู้เพ่ือสรา้ งองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๕. นักเรียนเตรยี มตัวเพ่ือพูดรายงานหน้าช้นั เรียน
ข้นั ที่ ๔ การเรยี นรู้เพอ่ื การสอ่ื สาร (Learning to Communicate)
๖. ตวั แทนกลุม่ นำเสนอผลงานหน้าช้นั เรียน
๗. ครูเปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นได้ซักถามข้อสงสยั
ขั้นท่ี ๕ การเรยี นรู้เพื่อตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๘. นักเรียนทำใบงาน เรอ่ื ง การพดู รายงานการศกึ ษาค้นคว้า จากการฟงั การดู และการสนทนา
๙. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยใบงาน

10. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
๒. ใบความรู้ เร่ือง การพูดรายงานการศึกษาค้นคว้า จากการฟัง การดู และการสนทนา
๓. ใบงาน เร่ือง การพูดรายงานการศึกษาค้นควา้ จากการฟงั การดู และการสนทนา
๓. วดิ ที ศั น์ เรอื่ ง สารคดีง้วิ
ทม่ี า https://www.youtube.com/watch?v=qPpIHFeeMKU
แหลง่ การเรยี นรู้
-

๑1. การวดั และการประเมินผล เคร่ืองมอื เกณฑ์
วิธกี าร แบบประเมินการพูดรายงาน รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป

ประเมินการพดู รายงาน ผา่ นเกณฑ์
ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป
ตรวจใบงาน เรือ่ ง การพูดรายงาน ใบงาน เรอื่ ง การพูดรายงาน
ผ่านเกณฑ์
การศกึ ษาคน้ ควา้ จากการฟงั การดู การศึกษาคน้ คว้า จากการฟัง การดู
ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
และการสนทนา และการสนทนา ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นร่วม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑร์ ะดับพอใช้
ข้ึนไป
ในกจิ กรรมกลมุ่

สังเกตพฤติกรรมความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะ

และมงุ่ มนั่ การทำงาน อันพงึ ประสงค์

บันทกึ ผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน

๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................................

๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหนง่ ครอู ัตราจ้าง

ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………

(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๑๙ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๘ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๓ เร่ือง ปลอดภัยไว้ก่อน เวลา ๑ ช่ัวโมง
เรื่อง การพดู แสดงความรู้ ความคิด

๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การพดู แสดงความรู้ ความคดิ เปน็ การถา่ ยทอดความรู้ ความคิดของตนเองให้ผู้อื่นเข้าใจ เพื่อใหเ้ ห็นคล้อย

ตาม สนับสนนุ หรือโต้แย้ง

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ดั
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความร้คู วามคิด
และความร้สู ึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ตวั ชีว้ ัด ท ๓.๑ ป.๕/๑ พูดแสดงความรู้ ความคิดเหน็ และความรสู้ กึ จากเรอื่ งท่ีฟงั และดู

๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกขอ้ ควรปฏบิ ตั กิ ารพูดแสดงความรู้ ความคิดได้
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๒. พูดแสดงความรู้ ความคิดได้
ด้านเจตคติ/คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซื่อสัตยส์ จุ รติ
๓. มวี นิ ัย
๔. ใฝ่ความรู้
 ๕. อยู่อยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
 ๗. รักความเป็นไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ

4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียนหลกั สตู รการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C )

๑. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขียน (Writing)
๓. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา

(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ

(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information

and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT

Literacy)
 ๑๐. ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มคี ุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบียบวินัย (compassion)
6. การบรู ณาการ
 ๑. บูรณาการรายวชิ าอื่น.....................................................................................................
 ๒. บรู ณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 ๓. อ่นื ๆ (ระบ.ุ .....................................................)
7. สาระการเรยี นรู้
- การพดู แสดงความรู้ ความคดิ

8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- การพดู แสดงความรู้ ความคิด

9. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ที่ ๑ การเรียนร้ตู ง้ั คำถาม (learning to Question)
๑. ครกู ลา่ วทักทายนักเรียน และใหน้ กั เรยี นนง่ั ประจำกลุ่ม
๒. ครูให้นักเรียนรับชมวิดีทัศน์ เรื่อง “การศึกษาตีตราว่า...ผมโง่” หยุดที่นาทีท่ี ๑.๔๘ หลังจากจบ

วิดีทศั น์ ครูต้ังคำถาม “นักเรยี นคลอ้ ยตามกบั สิ่งท่ีได้รับชมหรอื ไม่”
ขัน้ ท่ี ๒ การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. ครูเชอื่ มโยงเขา้ ส่บู ทเรยี น จากวิดที ศั น์ เปน็ การพดู แสดงความคดิ ของตนเอง ซ่ึงผพู้ ูดสามารถทำให้ผู้ฟัง

คล้อยตาม
๔. นักเรียนอ่านออกเสียง การพูดแสดงความรู้ ความคิด หน้า ๑๗๒ หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน

ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕

๕. นักเรียนทำกจิ กรรมภายในกลมุ่ โดยพูดแสดงความรู้ ความคิด ให้สมาชกิ ในกลุ่มไดร้ ับฟงั
ขั้นท่ี ๓ การเรียนรเู้ พอื่ สรา้ งองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๖. นกั เรยี นพดู แสดงความรู้ ความคดิ ตามเรื่องท่สี นใจ หนา้ ชัน้ เรยี น
๗. ครปู ระเมินการพูดแสดงความคิดเห็นรายบคุ คล
ขั้นท่ี ๔ การเรียนร้เู พอื่ การสอ่ื สาร (Learning to Communicate)
๘. ครแู ละนกั เรยี นสนทนารว่ มกนั ขอ้ ควรปฏบิ ัติการพูดแสดงความรู้ ความคิด
ขั้นที่ ๕ การเรยี นรู้เพอื่ ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๙. ครใู ห้นักเรียนเป็นผ้พู ูดและผฟู้ ังทีด่ ี โดยตระหนกั และนำมารยาทการฟงั และพดู ไปใชท้ กุ ครง้ั

10. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้

๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕

๒. วิดีทศั น์ เรอ่ื ง “การศึกษาตีตราวา่ ...ผมโง่”

ทีม่ า https://www.youtube.com/watch?v=xYdRVuBY5JE&t=23s

แหล่งการเรียนรู้

-

๑1. การวัดและการประเมินผล

วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์

ประเมินการการพดู แสดงความรู้ แบบประเมนิ การพดู แสดงความรู้ ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป

ความคิด ความคิด ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป

ในกจิ กรรมกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมความมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดับพอใช้

และมงุ่ มั่นการทำงาน อนั พงึ ประสงค์ ขึน้ ไป

บันทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน

๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................

๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ …………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครอู ตั ราจา้ ง

ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………

(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยังไมเ่ น้นผ้เู รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนร้ทู ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๒๐ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นที่ 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๘ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ เรื่อง ปลอดภยั ไว้ก่อน เวลา ๑ ชัว่ โมง
เร่อื ง อ่านเสรมิ ไม้ดอกในเมืองไทย

๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านจับใจความ เป็นการอ่านเพื่อหาส่วนสำคัญของเรื่อง ซึ่งเรียกว่าใจความหรือใจความสำคัญ ซึ่ง

อาจจะปรากฎอยู่ตามย่อหน้าต่าง ๆ ของเรื่องที่อ่าน อาจอยู่ส่วนต้น ส่วนกลาง ส่วนท้ายของย่อหน้าก็ได้ ซึ่งอ่าน
แลว้ สามารถตงั้ คำถาม ใคร ทำอะไร ท่ีไหน อยา่ งไร ทำไม และสรุปใจความสำคญั ของเรือ่ งได้

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพื่อนำไปตัดสินใจแกป้ ญั หา
สาระท่ี ๑ การอ่าน ในการดำเนนิ ชีวติ และมนี สิ ยั รักการอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑
ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
สาระท่ี ๒ การเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ การศึกษาค้นควา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ใน
ตัวช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๕/๕ การดำเนินชีวติ
เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พฒั นางานเขียน
ท ๒.๑ ป.๕/๓

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. อ่านจบั ใจความสำคัญจากเรอ่ื งที่กำหนดได้
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. เขียนแผนภาพความคิดได้
ด้านเจตคติ/คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
๓. มวี ินัย
๔. ใฝ่ความรู้
 ๕. อยู่อยา่ งพอเพยี ง

๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
 ๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
4. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียนหลกั สตู รการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ทักษะของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขยี น (Writing)
๓. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา

(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือการทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ

(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information

and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT

Literacy)
 ๑๐. ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบยี บวินัย (compassion)
6. การบูรณาการ
 ๑. บรู ณาการรายวิชาอื่น.....................................................................................................
 ๒. บรู ณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 ๓. อน่ื ๆ (ระบ.ุ .....................................................)

7. สาระการเรยี นรู้
- อ่านเสริม ไม้ดอกในเมืองไทย

8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เรอื่ ง ไมด้ อกในเมืองไทย
๒. แบบทดสอบหลงั เรียน เร่ือง ปลอดภัยไว้ก่อน

9. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั ท่ี ๑ การเรียนร้ตู งั้ คำถาม (learning to Question)
๑. ครูกล่าวทักทายนักเรียน และให้นักเรียนเล่นเกม ดอกอะไร โดยแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน

แลว้ เลือกพยัญชนะบนโต๊ะ แลว้ พดู ชอื่ ดอกไม้ เชน่ พยญั ชนะ ม ต้องพดู ชอ่ื ว่า มะลิ เป็นตน้ โดยนกั เรียนที่พูดช่ือช้า
เกนิ ๕ วินาที จะถูกคัดออก กลมุ่ ที่เหลือจำนวนสมาชกิ น้อยทีส่ ดุ จะเป็นฝ่ายแพ้

๒. ครตู งั้ คำถามจากเกมทเี่ ล่นไปนนั้ เป็นดอกไม้ใดบา้ งท่ีมีถน่ิ กำเนดิ ในเมืองไทย
ข้ันที่ ๒ การเรยี นรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. ครใู หน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๕ คน แลว้ นง่ั ประจำกลุม่
๔. นักเรียนอ่านในใจ อ่านเสริม ไม้ดอกในเมืองไทย หน้า ๑๖๕ หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย
ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕ แลว้ แลกเปล่ยี นความรู้ภายในกลุม่
ขนั้ ท่ี ๓ การเรียนรู้เพอ่ื สร้างองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๕. ครูใหน้ ักเรยี นบอกชื่อดอกไม้ จากบตั รภาพ
๖. นกั เรียนทำใบงาน เร่อื ง ไม้ดอกในเมืองไทย
๗. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั เฉลย ใบงาน
ขน้ั ท่ี ๔ การเรยี นรเู้ พอ่ื การส่อื สาร (Learning to Communicate)
๘. นกั เรยี นทำกจิ กรรมชวนกันรอ้ งเลน่ หน้า ๑๗๔ หนังสอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื
ชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕
ขน้ั ที่ ๕ การเรยี นรูเ้ พอ่ื ตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๙. ครแู ละนักเรยี นสนทนาสรุปเนือ้ หา อา่ นเสรมิ ไม้ดอกในเมืองไทย
๑๐. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน เรือ่ ง ปลอดภัยไว้กอ่ น จำนวน ๑๐ ข้อ กำหนดเวลา ๑๐ นาที โดย
กากบาทเลือกคำตอบทถี่ กู ต้อง
๑๑. เม่อื ครบเวลาท่กี ำหนดส่งคนื ครเู พื่อประเมินผล

10. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕
๒. แบบทดสอบหลงั เรยี น เร่ือง ปลอดภยั ไว้ก่อน
๓. ใบงาน เรอื่ ง ไมด้ อกในเมืองไทย
๔. บัตรภาพ
๕. เกม ดอกอะไร

แหลง่ การเรยี นรู้
-

๑1. การวดั และการประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์
วิธีการ แบบทดสอบหลงั เรียน เร่ือง
แบบทดสอบหลังเรียนสงู
ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น เรือ่ ง ปลอดภัยไวก้ ่อน กว่าก่อนเรยี น
ปลอดภยั ไวก้ ่อน ใบงาน เร่อื ง ไม้ดอกในเมืองไทย
รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ตรวจใบงาน เรอ่ื ง ไมด้ อกในเมืองไทย แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ ม แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ในกิจกรรมกลุ่ม อันพงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ ผา่ นเกณฑ์ระดบั พอใช้
และมงุ่ ม่นั การทำงาน ขึ้นไป

บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรียนการสอน

๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................

๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครอู ตั ราจา้ ง

ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………

(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๒๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคเรียนที่ 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๗ ชัว่ โมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๔ เรื่อง หนา้ ตา่ งท่เี ปดิ กวา้ ง เวลา ๑ ช่วั โมง
เรื่อง ความหมายคำ บทเรียนหนา้ ตา่ งท่เี ปดิ กว้าง

๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การค้นคว้าและศึกษาความหมายของคำ กลุ่มคำ สำนวนที่ไม่เข้าใจในบทเรียน นับว่าเป็นส่วนสำคัญใน

การอา่ นจับใจความสำคัญหรอื ตคี วามไดด้ ี ซงึ่ จะเกิดประโยชนต์ อ่ ผู้เรียนและเกิดการพัฒนาดา้ นการอา่ น

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพอื่ นำไปตัดสินใจแกป้ ญั หา
สาระท่ี ๑ การอา่ น ในการดำเนนิ ชวี ิตและมีนสิ ัยรกั การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ อธิบายความหมายของคำประโยคและข้อความที่เป็นการบรรยาย
และการพรรณนา
ตัวช้วี ัด ท ๑.๑ ป.๕/๒

๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. บอกความหมายของคำในบทเรยี นได้ถกู ต้อง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. อ่านและเขียนคำในบทเรียนไดถ้ ูกต้อง
๓. แตง่ ประโยคโดยใช้คำในบทเรียนได้
ดา้ นเจตคติ/คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
๓. มวี ินยั
๔. ใฝค่ วามรู้
 ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
 ๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ

4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี นหลักสตู รการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอา่ น (Reading)
๒. ทักษะการ เขียน (Writing)
๓. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะดา้ นการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
๖. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทักษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 ๑๐. ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบียบวนิ ยั (compassion)

6. การบูรณาการ
 ๑. บูรณาการรายวชิ าอนื่ .....................................................................................................
 ๒. บรู ณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 ๓. อ่ืนๆ (ระบุ......................................................)

7. สาระการเรยี นรู้
บอกความหมายของคำในบทเรยี น

8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบกิจกรรมกลมุ่ เรื่อง คำ หน้าต่างทีเ่ ปิดกว้าง
๒. ใบงาน เรือ่ ง ความหมายคำ บทเรยี นหนา้ ต่างทเี่ ปิดกว้าง
๓. แบบทดสอบก่อนเรยี น เรื่อง หนา้ ตา่ งที่เปิดกว้าง

9. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ ที่ ๑ การเรยี นรู้ต้ังคำถาม (Learning to Question)
๑ ครูกล่าวทักทายนักเรียน และให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง หน้าต่างที่เปิดกว้าง จำนวน

๑๐ ขอ้ โดยกากบาทเลอื กคำตอบที่ถูกต้องท่ีสดุ กำหนดเวลา ๑๐ นาที เม่อื ครบเวลาท่ีกำหนดตรวจแบบทดสอบฯ
ตามท่คี รเู ฉลย บันทกึ คะแนนแลว้ นำส่งคนื ครู เพอ่ื ประเมินผลตอ่ ไป

๒. ครตู งั้ คำถาม “นักเรยี นร้คู วามหมายของคำว่า วิจัย หรอื ไม”่
ขน้ั ท่ี ๒ การเรยี นรแู้ สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ ๔ คน
๔. ครูให้นักเรียนเลือกวิธีการค้นหาความหมายด้วยพจนานุกรมหรือการค้นหาความหมายจากประโยค
บริบทหน้าหรอื หลังคำท่ไี มท่ ราบความหมาย
๕. นักเรยี นอา่ นในใจ เร่ือง หนา้ ต่างทีเ่ ปิดกว้าง หน้า ๑๗๗ - ๑๘๒ แล้วขดี เสน้ ใต้คำท่ีไม่ทราบความหมาย
พร้อมค้นหาความหมาย เขียนลงบนหนังสือ รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้น
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
ขนั้ ที่ ๓ การเรียนรู้เพือ่ สร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๖. นกั เรียนทำใบกิจกรรมกลมุ่ เรอ่ื ง ความหมายคำ บทเรียนหนา้ ต่างทีเ่ ปิดกว้าง
๗. ครเู ดินตรวจสอบการทำกิจกรรมของแต่ละกลุ่ม
๘. นกั เรยี นทำใบงาน เร่อื ง ความหมายคำ บทเรียนหน้าต่างทเ่ี ปิดกวา้ ง
๙. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยใบงาน
ขน้ั ท่ี ๔ การเรียนรู้เพือ่ การส่ือสาร (Learning to Communicate)
๑๐. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ เลน่ เกม ลกู เต๋าเส่ียงโชค เมื่อได้คำใดตอ้ งบอกความหมายคำน้นั
ข้นั ที่ ๕ การเรยี นรู้เพ่อื ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๑๑. ครแู ละนักเรยี นสนทนารว่ มกันประโยชน์การรคู้ วามหมายของคำ

10. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
๒. ใบกิจกรรมกลมุ่ เร่อื ง ความหมายคำ บทเรียนหนา้ ต่างทเี่ ปิดกว้าง
๓. ใบงาน เรอ่ื ง ความหมายคำ บทเรียนหนา้ ต่างทเี่ ปิดกวา้ ง
๔. เกม ลูกเต๋าเสย่ี งโชค
๕. แบบทดสอบก่อนเรียน เรอ่ื ง หน้าตา่ งท่เี ปดิ กวา้ ง

แหล่งการเรียนรู้
-

๑1. การวดั และการประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เร่ือง
วิธีการ แบบทดสอบหลงั เรียนสงู
หน้าต่างทเี่ ปดิ กวา้ ง กว่าก่อนเรยี น
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรื่อง ใบงาน เรือ่ ง ความหมายคำ บทเรียน
หน้าต่างท่ีเปดิ กวา้ ง ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
หน้าตา่ งที่เปดิ กว้าง ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงาน เรอ่ื ง ความหมายคำ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ
บทเรยี นหนา้ ตา่ งท่เี ปิดกว้าง รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ ม อันพงึ ประสงค์
ในกจิ กรรมกล่มุ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้
ขึ้นไป
สังเกตพฤติกรรมความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้
และมุ่งมน่ั การทำงาน

ประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดับคุณภาพ / คะแนน

ประเมนิ ดีเยย่ี ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรงุ (๑)

เกณฑ์การประเมนิ

1. เกณฑ์การให้คะแนนตัดสนิ ระดบั คุณภาพชิ้นงาน/ภาระงาน

ระดบั ๔ หมายถงึ ดเี ยยี่ ม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดบั ๓ หมายถงึ ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดับ ๒ หมายถงึ พอใช้ =

ระดบั ๑ หมายถงึ ปรับปรงุ =

การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑

ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน

สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ

๑. ความสามารถในการส่อื สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน

๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา

๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น

๒. ซื่อสัตย์สุจริต อธิบาย/การ จริง

๓. มีวินยั นำเสนอ

๔. ใฝ่ความรู้

๖. มุ่งมั่นในการทำงาน

๘. มจี ติ สาธารณะ

ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ตอ้ ง

๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเขา้ ใจ

๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม

๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ

๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ

solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ

๕. Creativity and innovation นำเสนอ

๖ . ( Collaboration, teamwork and

leadership)

๗. Cross-cultural understanding

๘ . Communication information

and media literacy

๙. Computing and ICT Literacy

๑๑. Compassion

บันทกึ ผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน

๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................................

๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นกั เรยี นมีความรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหนง่ ครอู ัตราจ้าง

ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………

(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๒๒ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคเรียนท่ี 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๗ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๔ เรื่อง หนา้ ตา่ งท่ีเปิดกวา้ ง เวลา ๑ ชว่ั โมง
เร่ือง อา่ นจบั ใจความ เรอ่ื ง หน้าตา่ งท่เี ปิดกวา้ ง

๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอ่านจับใจความ เป็นการอ่านเพื่อหาส่วนสำคัญของเรื่อง ซึ่งเรียกว่าใจความหรือใจความสำคัญ ซึ่ง

อาจจะปรากฎอยู่ตามย่อหน้าต่าง ๆ ของเรื่องที่อ่าน อาจอยู่ส่วนต้น ส่วนกลาง ส่วนท้ายของย่อหน้าก็ได้ ซึ่งอ่าน
แล้วสามารถตั้งคำถาม ใคร ทำอะไร ท่ีไหน อย่างไร ทำไม และสรปุ ใจความสำคญั ของเรอื่ งได้

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ดั ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพอ่ื นำไปตัดสินใจแก้ปญั หา
สาระที่ ๑ การอา่ น ในการดำเนินชีวติ และมีนสิ ัยรักการอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑
ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
สาระท่ี ๒ การเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ การศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ใน
ตัวชีว้ ัด ท ๑.๑ ป.๕/๕ การดำเนนิ ชีวิต
เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคดิ เพ่ือใช้พฒั นางานเขียน
ท ๒.๑ ป.๕/๓

๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑๐. อ่านจับใจความสำคญั จากเรื่องทก่ี ำหนดได้
๑๑. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านเรื่องที่กำหนด
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑๒. เขียนแผนภาพโครงเรื่องได้
ดา้ นเจตคติ/คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซ่อื สัตย์สุจริต
๓. มีวินยั
๔. ใฝ่ความรู้
 ๕. อยู่อยา่ งพอเพียง

๖. มุง่ ม่นั ในการทำงาน
 ๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นหลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. ทกั ษะของผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอ่าน (Reading)
๒. ทกั ษะการ เขียน (Writing)
๓. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทกั ษะดา้ นการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทักษะด้านความรว่ มมือการทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 ๑๐. ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มรี ะเบียบวนิ ยั (compassion)

6. การบูรณาการ
 ๑. บรู ณาการรายวิชาอนื่ .....................................................................................................
 ๒. บรู ณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 ๓. อื่นๆ (ระบุ......................................................)

7. สาระการเรยี นรู้
- อา่ นจบั ใจความ เร่ือง หน้าตา่ งทเี่ ปิดกวา้ ง

8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
๑. ใบงานกล่มุ เร่ือง การอา่ นจับใจความ หนา้ ตา่ งที่เปิดกวา้ ง
๒. ใบงาน เรือ่ ง หน้าตา่ งทเ่ี ปดิ กว้าง

9. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นท่ี ๑ การเรียนรู้ตั้งคำถาม (Learning to Question)
๑. ครูกล่าวทกั ทายนกั เรียน และให้นกั เรียนน่งั ประจำกล่มุ เดิม
๒. ครตู ัง้ คำถาม
- เมอื่ นักเรียนโตข้ึนอยากจะเป็นอะไร
- มใี ครอยากเป็นนักวทิ ยาศาสตร์บา้ ง
- นกั เรยี นทราบหรือไม่ นักวิทยาศาสตรเ์ ค้าทำอะไรบ้าง
ขน้ั ท่ี ๒ การเรยี นรแู้ สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. นักเรียนอ่านในใจ เรื่อง หน้าต่างที่เปิดกว้าง หน้า ๑๗๗ - ๑๘๒ หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน

ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕
๔. นักเรียนทำใบงานกลุ่ม เรื่อง หน้าต่างที่เปดิ กว้าง โดยเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง แล้วเขียนสรุปใจความ

สำคัญพรอ้ มขอ้ คดิ ที่ได้
๕. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ใจความสำคัญ

ขั้นท่ี ๓ การเรยี นรเู้ พื่อสรา้ งองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๖. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ตอบคำถามดงั นี้

- ผทู้ จี่ ะเป็นนักวทิ ยาศาสตรค์ วรมีคณุ สมบตั อิ ยา่ งไร
- นักวทิ ยาศาสตรท์ ีม่ ีชื่อเสียงของชาวไทย และชาวตา่ งประเทศมีใครบา้ ง
- ฝนเทียมมีประโยชนอ์ ย่างไร
- การใชพ้ ลังงานทดแทนหมายความว่าอย่างไร มีประโยชนอ์ ย่างไร
- นกั เรียนรู้จกั น้ำมันไบโอดีเซลหรอื ไม่
๗. นกั เรียนทำใบงาน เรอ่ื ง หนา้ ต่างทีเ่ ปิดกวา้ ง
๘. ครูและนักเรียนร่วมกนั เฉลยใบงาน
ข้ันท่ี ๔ การเรียนรู้เพือ่ การส่อื สาร (Learning to Communicate)
๙. ครูเปิดวิดที ัศน์ เรอ่ื ง รำลกึ พระมหากรณุ าธคิ ุณในหลวงรัชกาลท่ี ๙ นักวิทยาศาสตรด์ ินเพ่ือมนษุ ยธรรม
๑๐. ครูและนกั เรียนสนทนารว่ มกัน วนั ดินโลกตรงกับท่เี ท่าไร หลังจากน้ันครูให้นักเรียนพูดความรู้สึกท่ีมี
ตอ่ พระปรชี าสามารถของพอ่ หลวงรชั กาลที่ ๙
ขั้นที่ ๕ การเรียนรูเ้ พอื่ ตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๑๑. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมชวนกันสืบค้น โดยสืบค้นผลงานทางวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเดจ็ พระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากวิดีทัศน์หรือแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ นำมาถ่ายทอดด้วยการวาดภาพหรือเขียน
บรรยาย ลงในกระดาษ A๔ โดยใหอ้ ิสระทางความคดิ

๙. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
๒. ใบงานกลมุ่ เร่ือง การอา่ นจับใจความ “หน้าต่างทีเ่ ปิดกว้าง”
๓. ใบงาน เร่อื ง หนา้ ตา่ งท่ีเปิดกว้าง
๔. วดิ ีทศั น์ เรือ่ ง รำลกึ พระมหากรุณาธิคณุ ในหลวงรชั กาลท่ี ๙ นักวทิ ยาศาสตร์ดินเพื่อมนษุ ยธรรม
ทมี่ า https://www.youtube.com/watch?v=rGAsQ9KQELo

แหลง่ การเรียนรู้
-

๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครือ่ งมือ เกณฑ์
วิธีการ
แบบประเมินการอา่ นจับใจความ รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
ตรวจใบงานกลุ่ม เร่ือง การอา่ นจับ สำคัญ ผา่ นเกณฑ์
ใจความ “หน้าตา่ งท่เี ปดิ กวา้ ง”
ตรวจใบงาน เรอ่ื ง หนา้ ต่างท่เี ปดิ กวา้ ง ใบงาน เรอื่ ง หนา้ ตา่ งทเี่ ปิดกวา้ ง ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนรว่ ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ในกจิ กรรมกลุม่ ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดับพอใช้
ขึน้ ไป
และม่งุ ม่ันการทำงาน อนั พึงประสงค์

ประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดบั คุณภาพ / คะแนน

ประเมนิ ดีเยี่ยม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)

เกณฑก์ ารประเมิน

2. เกณฑก์ ารให้คะแนนตดั สินระดบั คณุ ภาพช้นิ งาน/ภาระงาน

ระดับ ๔ หมายถงึ ดีเยย่ี ม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดับ ๓ หมายถงึ ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดบั ๒ หมายถึง พอใช้ =

ระดบั ๑ หมายถงึ ปรับปรงุ =

การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑

ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน

สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ

๑. ความสามารถในการส่อื สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน

๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา

๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น

๒. ซื่อสัตย์สุจริต อธิบาย/การ จริง

๓. มีวินยั นำเสนอ

๔. ใฝ่ความรู้

๖. มุ่งมั่นในการทำงาน

๘. มจี ติ สาธารณะ

ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ตอ้ ง

๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเขา้ ใจ

๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม

๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ

๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ

solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ

๕. Creativity and innovation นำเสนอ

๖ . ( Collaboration, teamwork and

leadership)

๗. Cross-cultural understanding

๘ . Communication information

and media literacy

๙. Computing and ICT Literacy

๑๑. Compassion

บันทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน

๑. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คดิ เป็นร้อยละ.................................

๒. นักเรยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นักเรียนมคี วามรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. นักเรียนเจตคต/ิ คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหน่ง ครูอตั ราจา้ ง

ความเห็นของหัวหนา้ งานวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชอ่ื …………………………………………………………

(นางจรรยา ทองนอ้ ย)

ความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ไี ด้รบั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นร้ขู อง ...................................แลว้ มีความคดิ เห็นดังนี้

๑. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง

๒. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยังไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

๓. เป็นแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี
 นำไปใช้ไดจ้ ริง
 ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

๔. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................

(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชน่ื )

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดกลางคลองสาม

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๒๓ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๗ ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๔ เร่ือง หน้าตา่ งทีเ่ ปิดกว้าง เวลา ๑ ชัว่ โมง
เรือ่ ง อ่านเสริม ข้าวงอก ขา้ วกลอ้ งงอก น้ำขา้ วกล้องงอก

๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านจับใจความ เป็นการอ่านเพื่อหาส่วนสำคัญของเรื่อง ซึ่งเรียกว่าใจความหรือใจความสำคัญ ซึ่ง

อาจจะปรากฎอยู่ตามย่อหน้าต่าง ๆ ของเรื่องที่อ่าน อาจอยู่ส่วนต้น ส่วนกลาง ส่วนท้ายของย่อหน้าก็ได้ ซึ่งอ่าน
แลว้ สามารถตัง้ คำถาม ใคร ทำอะไร ทไี่ หน อย่างไร ทำไม และสรปุ ใจความสำคญั ของเร่อื งได้

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปตัดสินใจแกป้ ัญหา
สาระที่ ๑ การอ่าน ในการดำเนินชีวติ และมีนสิ ยั รักการอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑
ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
สาระที่ ๒ การเขยี น เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ การศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ใน
ตวั ชวี้ ดั ท ๑.๑ ป.๕/๕ การดำเนนิ ชวี ติ
เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน
ท ๒.๑ ป.๕/๓

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. อ่านจบั ใจความสำคญั จากเรื่องทก่ี ำหนดได้
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๒. เขยี นแผนภาพความคิดได้
ดา้ นเจตคติ/คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ
๓. มีวินัย
๔. ใฝ่ความรู้
 ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมนั่ ในการทำงาน

 ๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจติ สาธารณะ

4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียนหลักสูตรการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. ทักษะของผูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C )
๑. ทักษะการอ่าน (Reading)
๒. ทักษะการ เขียน (Writing)
๓. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
๔. ทักษะด้านการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
๕. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
๖. ทักษะด้านความร่วมมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
๗. ทกั ษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
๘. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
๙. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 ๑๐. ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
๑๑. มีคุณธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบยี บวนิ ยั (compassion)

6. การบูรณาการ
 ๑. บูรณาการรายวชิ าอืน่ .....................................................................................................
 ๒. บูรณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 ๓. อ่ืนๆ (ระบุ......................................................)

๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงานกลมุ่ เรื่อง การอา่ นจบั ใจความ ขา้ วงอก ขา้ วกล้องงอก นำ้ ข้าวกลอ้ งงอก
๒. ใบงาน เรื่อง ข้าวงอก ขา้ วกล้องงอก น้ำข้าวกล้องงอก

๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นท่ี ๑ การเรยี นรู้ตั้งคำถาม (Learning to Question)
๑. ครูกล่าวทกั ทายนักเรยี น และใหน้ ักเรียนแบง่ กล่มุ กลมุ่ ละ ๕ คน นงั่ ประจำกลุ่ม

๒. ครูตงั้ คำถามนกั เรียนรจู้ กั ขา้ วกลอ้ งหรอื ไม้ มีใครเคยรบั ประทานขา้ วกล้อง
ขนั้ ท่ี ๒ การเรียนร้แู สวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
๓. ครูเปิดวิดีทัศน์ เรื่อง พระราชดำรัส"ข้าวกล้อง"สู่ความนิยม หลังจากจบวิดีทัศน์ ครูตั้งคำถามข้าว (สี
ขาว) กับ ข้าวกลอ้ ง ข้าวใดมีประโยชน์มากกว่ากนั เพราะเหตุใด
๔. นักเรียนค้นหาความหมายคำ อ่านเสริม ข้าวงอก ข้าวกล้องงอก หน้า ๑๘๓ - ๑๘๔ หนังสือเรียน
รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ ที่ไม่ทราบความหมายด้วย
พจนานกุ รม
๕. นกั เรียนอ่านในใจ อา่ นเสรมิ ข้าวงอก ข้าวกลอ้ งงอก หน้า ๑๘๓ - ๑๘๔ หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน
ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕
ข้ันท่ี ๓ การเรยี นรู้เพอ่ื สรา้ งองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๖. นกั เรยี นเขยี นแผนภาพความคดิ และเขียนสรุปสาระสำคัญ
๗. ครูและนักเรียนสนทนารว่ มกนั ข้นั ตอนการทำข้าวกลอ้ งงอก และประโยชน์จากขา้ วงอก
๘. ครนู ำตัวอยา่ งขา้ วชนิดตา่ ง ๆ พรอ้ มติดช่ือ แล้วบอกถึงประโยชนข์ องขา้ วชนดิ ตา่ ง ๆ
ขน้ั ที่ ๔ การเรยี นรูเ้ พื่อการสื่อสาร (Learning to Communicate)
๙. นักเรียนแข่งขันกันบอกชื่อประเภทของข้าวชนิดต่าง ๆ ที่ยังไม่แปรรูป โดยกลุ่มที่บอกได้จำนวนมาก
ทสี่ ุดเปน็ ฝ่ายชนะ
ขน้ั ท่ี ๕ การเรียนรู้เพือ่ ตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๑๐. ครแู ละนกั เรยี นสนทนาร่วมกนั ประโยชน์ขา้ วงอก
๑๑. ครูเปิดวิดีทัศน์ เรื่อง พระแม่โพสพ หลังจากจบวิดีทัศน์ ครูตั้งคำถามมีใครเคยได้ยินหรือฟังตำนาน
พระแม่โพสพหรือไม่ หลังจากนั้นครูให้นักเรียนใช้เวลาว่าค้นคว้าความรู้จากอินเทอร์เน็ตเพื่ออ่านนิทานเกี่ยว
กับข้าวหรอื พระแมโ่ พสพ

๙. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
๒. ใบงานกลุ่ม เร่ือง การอา่ นจบั ใจความ ข้าวงอก ขา้ วกล้องงอก น้ำข้าวกลอ้ งงอก
๓. วิดที ัศน์ เร่ือง พระราชดำรัส"ขา้ วกลอ้ ง"ส่คู วามนยิ ม | ๒๕-๑๐-๕๙ | นอ้ มถวายบงั คม | ThairathTV
ทีม่ า https://www.youtube.com/watch?v=YR0z4owNAHE
๔. วิดีทศั น์ เรือ่ ง พระแมโ่ พสพ (Rice Goddess) - DTAC สำนกึ รกั บา้ นเกดิ
ทมี่ า https://www.youtube.com/watch?v=y4Z1rboCVSo

แหล่งการเรียนรู้
-

๑๐. การวัดและการประเมินผล

วธิ ีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ใบงานกลมุ่ เรื่อง การอ่านจบั ใจความ แบบประเมนิ การอ่านจับใจ
ผ่านเกณฑ์
ข้าวงอก ขา้ วกลอ้ งงอก ความสำคญั
รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
น้ำข้าวกลอ้ งงอก ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์ระดบั พอใช้
ข้ึนไป
ในกิจกรรมกลมุ่

สงั เกตพฤติกรรมความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ

และมงุ่ มั่นการทำงาน อันพึงประสงค์

ประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ระดับคณุ ภาพ / คะแนน

ประเมิน ดเี ย่ยี ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)

เกณฑก์ ารประเมิน

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตดั สินระดบั คุณภาพชน้ิ งาน/ภาระงาน

ระดับ ๔ หมายถงึ ดีเยี่ยม = ๙ - ๑๐ คะแนน
๗ - ๘ คะแนน
ระดบั ๓ หมายถึง ดี = ๕ – ๖ คะแนน
๑ - ๔ คะแนน
ระดบั ๒ หมายถงึ พอใช้ =

ระดบั ๑ หมายถงึ ปรับปรงุ =

การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑

ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ใ ห้
คะแนน

สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แ บ บ ต ร ว จ / - ความถูกต้องของ

๑. ความสามารถในการส่อื สาร อธิบายหรือการ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน

๒. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา

๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเป็น

๒. ซื่อสัตย์สุจริต อธิบาย/การ จริง

๓. มีวินยั นำเสนอ

๔. ใฝ่ความรู้

๖. มุ่งมั่นในการทำงาน

๘. มจี ติ สาธารณะ

ทกั ษะศตวรรษที่ ๒๑ ช ิ ้ น ง า น / ก า ร ก า ร ต ร ว จ แ บ บ ต ร ว จ - ความถกู ตอ้ ง

๑. Reading อธิบายหรือการ ป ร ะ เ มิ น ป ร ะ เ มิ น - ความเขา้ ใจ

๒. Writing นำเสนอ ช ิ ้ น ง า น / ชิ้นงาน/ การ - ความเหมาะสม

๓. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ

๔ . Critical thinking and problem การอธิบาย อธ ิบายหรือ

solving ห ร ื อ ก า ร การนำเสนอ

๕. Creativity and innovation นำเสนอ

๖ . ( Collaboration, teamwork and

leadership)

๗. Cross-cultural understanding

๘ . Communication information

and media literacy

๙. Computing and ICT Literacy

๑๑. Compassion

บันทกึ ผลหลังการสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน

๑. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................

๒. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นักเรยี นมคี วามรูเ้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. นกั เรียนเจตคต/ิ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………….………………………………
(นางสาวมณฐกานต์ ทองนวล)
ตำแหนง่ ครูอัตราจา้ ง

ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงชื่อ…………………………………………………………

(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง ...................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดงั นี้
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
๒. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๓. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
 นำไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๔. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................
(นางสาวสพุ ชาต ชุม่ ชื่น )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๒๔ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี 1
รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๗ ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๓ เรื่อง หน้าตา่ งท่เี ปิดกว้าง เวลา ๒ ช่ัวโมง
เรื่อง โครงงาน

๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
โครงงาน เป็นการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมีระบบ มีขั้นตอน มีการวางแผนในการศึกษา

แล้วปฏิบัติตามแผนท่ีวางไว้ เพื่อแกไ้ ขปญั หาหรือข้อสงสัย

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
สาระท่ี ๒ การเขยี น เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ การศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมีประสิทธภิ าพ

ตวั ชวี้ ดั ท ๒.๑ ป.๕/๒ เขยี นสอื่ สารโดยใชค้ ำได้ถูกต้องชดั เจน และเหมาะสม

๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. อธบิ ายขนั้ ตอนการทำโครงงานได้
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๒. จดั ทำโครงงานได้
ด้านเจตคติ/คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (Attitude: A)
๑. รักชาติ
๒. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
๓. มีวินยั
๔. ใฝ่ความรู้
 ๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
 ๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มีจติ สาธารณะ


Click to View FlipBook Version