เกณฑก์ ำรประเมิน
เกณฑ์กำรประเมนิ ด้ำนควำมรู้ (P)
ประเด็นกำรประเมนิ เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
ควำมคิดสร้ำงสรรค์ ๓๒ ๑
จากความคิดกลมุ่ อน่ื
สรำ้ งสรรคแ์ สงเงำด้วย รูปแบบแปลกใหม ไมซ่ า้ ใคร ผลงานลอกเลยี นแบบ จาก นา้ หนกั แสงเงาไมถ่ กู ตอ้ ง
วธิ กี ำรตำ่ ง ๆ ในงำน ความคิดกลุ่มอนื่
สร้างสรรคแ์ สงเงาดว้ ย ผลงาน ไม่เสรจ็ สมบูรณ์
ทัศนศิลปไ์ ด้ วิธกี ารตา่ ง ๆ ในงาน สรา้ งสรรคแ์ สงเงาดว้ ย
ทัศนศลิ ปไ์ ดค้ รบถว้ น วธิ กี ารตา่ ง ๆ ในงาน
คณุ ภำพผลงำน ทศั นศลิ ปไ์ ด้ค่อยข้าง
ครบถ้วน
ผลงานเสรจ็ สมบรู ณ์ ผลงานค่อนขา้ งจะเสรจ็
สะอาดเรียบร้อย สมบูรณ์
เกณฑก์ ำรตดั สินคุณภำพ
ระดบั คณุ ภำพ ช่วงคะแนน
ดีมาก ๓
ดี ๒
ปรบั ปรุง ๑
๔๗
แบบประเมินกำรเรียนรู้
ชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี ๑/…..
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนขดี เครื่องหมาย √ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
สร้างสรรค์แสง
ท่ี ชือ่ – สกลุ ความคิด เงาด้วยวธิ กี าร คุณภาพผลงาน รวม
นกั เรยี นท่ไี ด้รบั การประเมนิ สร้างสรรค์ ต่าง ๆ ในงาน
ทศั นศิลป์ได้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชอื่ …………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมินผลความรู้เร่ืองการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดงั น้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดบั ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนที่ได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นกั เรยี นต้องได้ ๖ คะแนนขึน้ ไปจึงจะถือว่าผ่าน
๔๘
เกณฑก์ ำรประเมนิ
เกณฑ์กำรประเมินดำ้ นเจตคติ (A)
ประเด็นกำร เกณฑก์ ำรให้คะแนน
ประเมิน
๕๔ ๓ ๒ ๑
ตระหนักถึง ปรบั ปรงุ
ควำมสำคญั ของ ดมี ำก ดี ปลำนกลำง พอใช้ บอกไมไ่ ด้
แสงและเงำในงำน
บอก บอกความสาคญั บอกความสาคญั บอกความสาคญั
ทศั นศิลป์
ความสาคญั ของแสงและเงา ของแสงและเงา ของแสงและเงาใน
ของแสงและ ในงานทัศนศลิ ป์ ในงานทัศนศิลป์ งานทศั นศิลปข์ าด
เงาในงาน ขาด ๑ อยา่ ง ขาด ๒ อยา่ ง ๓ อย่าง
ทศั นศลิ ป์ได้
ครบถ้วน
อภปิ รำย บอก บอกความหมาย บอกความหมาย บอกความหมาย บอกไมไ่ ด้
ควำมหมำยของ ความหมาย ของแสงและเงา ของแสงและเงา ของแสงและเงาใน
แสงและเงำใน ของแสงและ ในลักษณะตา่ ง ในลักษณะต่าง ลักษณะต่าง ๆ ได้
ลักษณะต่ำง ๆ ได้ เงาในลกั ษณะ
ต่าง ๆ ไดไ้ ด้ ๆ ไดข้ าด ๑ ๆ ได้ขาด ๒ ขาด ๓ อย่าง
ครบถ้วน อย่าง อยา่ ง
เกณฑก์ ำรตดั สินคุณภำพ
ระดบั คุณภำพ ช่วงคะแนน
ดมี าก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรับปรุง
๔๙
แบบประเมินกำรเรียนรู้
ชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี ๑/…..
คำชี้แจง ให้ผ้สู อนขีดเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องท่ตี รงกบั ระดับคะแนน
ที่ ชอื่ – สกุล ตระหนกั ถึงความสาคญั ของ อภปิ ราย รวม
นักเรียนทไี่ ด้รบั การประเมิน แสงและเงาในงานทศั นศลิ ป์ ความหมายของแสงและ
เงาในลักษณะต่าง ๆ ได้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงชื่อ…………………………………..ผู้สอน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
การวัดและประเมินผลความรู้เร่ืองการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมินดงั นี้
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดบั ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : นักเรยี นต้องได้ ๖ คะแนนขึ้นไปจึงจะถือว่าผา่ น
๕๐
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ระดับคะแนนเกณฑ์ ๓ ๒ ๑
๑. มวี ินยั ดี ปำนกลำง ปรับปรุง
๒. ใฝ่เรียนรู้ ส่งงานตรงตามเวลาที่ สง่ งานหลังจากเวลาท่ี ส่งงานหลังจากเวลาท่ี
กาหนด กาหนด ๑ วนั กาหนดเกิน ๑ วัน
๓. มงุ่ ม่ันในกำร ร่วมทากจิ กรรมในหอ้ ง
ทำงำน ร่วมทากจิ กรรมในห้อง บางครง้ั (๓๐ นาที / ไม่รว่ มทากิจกรรมในห้อง
ตลอดเวลา
คาบ) ไมร่ ่วมทางาน และ
ร่วมทางานกับเพ่อื น รว่ มทางานกับเพ่ือนใน ปรึกษากับเพ่ือนในกลุ่ม
ในกลุ่มตลอดเวลา กลมุ่ เป็นบางคร้งั (๓๐
นาที / คาบ)
เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ
ระดับคณุ ภำพ ชว่ งคะแนน
ดมี าก ๓
พอใช้ ๒
ปรับปรงุ ๑
๕๑
เกณฑ์กำรประเมนิ
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ชนั้ มธั ยมศึกษำปที ่ี ๑/…..
คำชแ้ี จง ให้ผสู้ อนขีดเครื่องหมาย √ ลงในช่องท่ตี รงกับระดับคะแนน
ท่ี ชื่อ – สกุล มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ ม่ันในการทางาน รวม
นักเรียนท่ีไดร้ บั การประเมิน
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชอ่ื …………………………………..ผูส้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
การวัดและประเมินผลความรู้เรอ่ื งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดังน้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนท่ีได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นกั เรยี นต้องได้ ๖ คะแนนข้ึนไปจงึ จะถือว่าผา่ น
๕๒
บันทกึ หลงั กำรสอน
๑. ด้ำนควำมรูค้ วำมเข้ำใจ (k)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ดำ้ นทกั ษะกระบวนกำร (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. ด้ำนเจตคติ คุณธรรมจรยิ ธรรม ควำมสุขสนกุ สนำนเพลดิ เพลิน (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ …………………………………..ผู้สอน
(…………………………………………………)
๕๓
แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรศู้ ิลปะ ชนั้ มัธยมศึกษำปที ี่ ๑
หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ่ี ๑ ควำมรเู้ บือ้ งต้นทำงทัศนศลิ ป์ เวลำ ๑๔ ช่วั โมง
แผนกำรจัดกำรเรียนรูท้ ี่ ๕ สี เวลำ ๒ ชั่งโมง
ใชส้ อนวนั ท…ี่ ……..……..เดือน…………………….…………….……………พ.ศ………………….เวลำ………………..
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจิตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์
วิเคราะห์ วพิ ากษ์ วิจารงาน คณุ ค่างานทศั นศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคิดต่องานทัศนศิลป์อย่าง
อสิ ระ ชนื่ ชมและประยุกตใ์ ชใ้ น ชีวิตประจาวนั
ตวั ชวี้ ัด
ม.๑/๑ บรรยายความแตกตา่ งและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์ และส่ิงแวดลอ้ มโดย
ใชค้ วามรเู้ รื่องทศั นธาตุ
สำระสำคญั
การนาสมี าใชใ้ นงานทัศนศิลป์
จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้
ควำมรู้ควำมเข้ำใจ (Knowledge)
อธิบายความหมายของสใี นลกั ษณะตา่ ง ๆ ได้
ทกั ษะกำรปฏิบตั ิ (Skill/Performance)
สร้างสรรค์สดี ้วยวิธกี ารตา่ ง ๆ ในงานทศั นศลิ ปไ์ ด้
ทัศนคต/ิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
ตระหนักถงึ ความสาคญั ของสีในงานทัศนศิลป์
สำระกำรเรยี นรู้
สีกับงานทศั นศลิ ป์
๕๔
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มีวินยั
๒. ใฝ่รใู้ ฝ่เรียน
๓. มุ่งมั่นในการทางาน
กิจกรรมกำรเรียนรู้ กิจกรรม เวลำ หมำยเหตุ
๑๐ นาที
กระบวนกำร ครูสนทนากับนักเรียนเพ่ือเชื่อมโยงความรู้เก่ียวกับสีท่ี
- ปรากฏให้นักเรียนเห็นถึงความเข้มความอ่อนของสี และ ๘๐ นาที
การนาไปใชใ้ นงานทัศนศิลป์
ข้นั นำ ๑๐ นาที
ผสู้ อนบรรยายเรอื่ ง สีกบั งานทัศนศลิ ป์
-
- กจิ กรรม แบ่งนักเรียนเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ ๕–๖ คน ร่วมกัน
ศึกษาค้นคว้าความหมายและลักษณะของสีท่ีใช้ในงาน
ข้ันสอน ทัศนศิลป์ วิเคราะห์ จดบันทึก และวาดภาพประกอบแต่
ละกลุ่มออกมาบรรยายผลการศึกษาความหมายของแสง
- เงา โดยครูคอยอธิบายเสริมถึงการใช้แสงเงาในการ
สรา้ งสรรค์ผลงานทศั นศิลป์
-
- แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาความหมาย
ลักษณะความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของสี โดย
ขั้นสรปุ ครูคอยอธิบายเสริมถึงการใช้สีกับการสร้างสรรค์ผลงาน
ทศั นศลิ ปด์ ว้ ยแมส่ วี ัตถธุ าตุ
สร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์โดยการไล่ค่าน้าหนังและไล่
โทนสดี ้วยดินสอสีไม้
ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุปเรื่อง สี ซึ่งมี
ความสาคัญต่อการถ่ายทอดความคิดจินตนาการ สามารถ
นามาสร้างสรรค์เป็นผลงานทัศนศิลป์ โดยครูคอยให้
ความรู้เสริมในส่วนที่นักเรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๕๕
สอ่ื /แหลง่ กำรเรียนรู้
๑. PowerPoint เรอ่ื ง สกี ับงานทศั นศลิ ป์
ช้ินงำน/ภำระงำน
๑. สร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์โดยการไล่ค่านา้ หนังและไลโ่ ทนสีดว้ ยดนิ สอสไี ม้
วิธวี ัดผลและประเมินผล วิธกี ำรวดั เครือ่ งมอื เกณฑก์ ำรประเมิน
แบบประเมนิ
ตวั ชี้วดั จำกจุดประสงค์ กำรเรียนรู้ ตรวจผลงานจากการทา แบบประเมิน นักเรยี นตอ้ งได้ ๖
K อธิบายความหมายของสใี น กจิ กรรม แบบประเมิน คะแนนข้ึนไปจงึ จะถือว่า
ลกั ษณะต่าง ๆ ได้ ผา่ น
นักเรียนต้องได้ ๖
P สรา้ งสรรคส์ ดี ้วยวิธกี ารต่าง ๆ ตรวจผลงาน คะแนนขน้ึ ไปจงึ จะถอื ว่า
ในงานทศั นศลิ ปไ์ ด้
ผ่าน
A ตระหนักถึงความสาคญั ของสี สังเกต นักเรยี นต้องได้ ๖
ในงานทัศนศลิ ป์ คะแนนขึ้นไปจึงจะถอื ว่า
ผ่าน
๕๖
เกณฑ์กำรประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมนิ ดำ้ นควำมรู้ (K)
ประเดน็ กำร เกณฑก์ ำรให้คะแนน
ประเมนิ
๕ ๔ ๓๒ ๑
อธิบำยควำมหมำย ดมี ำก ดี ปรับปรุง
ของสี บอก บอกความหมาย ปลำนกลำง พอใช้ ความหมายของสี
ความหมาย ของสีได้ขาด ๑
ของสีได้ อยา่ ง บอกความหมาย บอกความหมาย ไมไ่ ด้
ครบถว้ น
ของสไี ด้ขาด ๒ ของสไี ด้ขาด ๓
อยา่ ง อยา่ ง
อธิบำยลักษณะ บอกลกั ษณะ บอกลักษณะ บอกลกั ษณะ บอกลกั ษณะความ บอกไมไ่ ด้
ควำมแตกต่ำงของ ความแตกต่าง ความแตกต่าง ความแตกตา่ ง แตกตา่ งของสขี าด
ของสขี าด ๑ ของสีขาด ๒
สี ของสไี ด้ ๓ อย่าง
ครบถว้ น อยา่ ง อย่าง
เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ
ระดับคุณภำพ ช่วงคะแนน
ดมี าก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรบั ปรุง
๕๗
แบบประเมนิ กำรเรียนรู้
ชนั้ มัธยมศึกษำปีท่ี ๑/…..
คำชแ้ี จง ใหผ้ สู้ อนขดี เคร่ืองหมาย √ ลงในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
ที่ ชอ่ื – สกุล อธิบายความหมายของสี อธิบายลกั ษณะความ รวม
นักเรียนท่ไี ดร้ ับการประเมิน แตกตา่ งของสี
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงชอื่ …………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
การวัดและประเมนิ ผลความรู้เร่อื งการเขยี นนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดงั น้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : นักเรยี นต้องได้ ๖ คะแนนข้นึ ไปจึงจะถือว่าผา่ น
๕๘
เกณฑ์กำรประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินดำ้ นควำมรู้ (P)
ประเด็นกำรประเมนิ เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
ควำมคิดสรำ้ งสรรค์
๓๒ ๑
จากความคดิ กลมุ่ อ่ืน
รูปแบบแปลกใหม ไม่ซา้ ใคร ผลงานลอกเลยี นแบบ จาก
ความคดิ กล่มุ อ่นื
สร้ำงสรรคส์ ีดว้ ยวธิ ีกำรตำ่ ง สรา้ งสรรคส์ ีดว้ ยวธิ ีการต่าง สรา้ งสรรคส์ ีดว้ ยวธิ กี ารตา่ ง สร้างสรรคส์ ดี ว้ ยวธิ ีการตา่ ง
ๆ ในงำนทศั นศลิ ปไ์ ด้ ๆ ในงานทัศนศิลปไ์ ด้ ๆ ในงานทศั นศลิ ป์ไดค้ ่อย ๆ ในงานทศั นศลิ ปไ์ มไ่ ด้
ครบถว้ น
ขา้ งครบถ้วน
คณุ ภำพผลงำน ผลงานเสร็จสมบรู ณ์ ผลงานค่อนขา้ งจะเสรจ็
สะอาดเรยี บร้อย สมบรู ณ์
ผลงาน ไม่เสร็จสมบรู ณ์
เกณฑก์ ำรตัดสนิ คุณภำพ
ระดบั คุณภำพ ชว่ งคะแนน
ดีมาก ๓
ดี ๒
ปรบั ปรงุ ๑
๕๙
แบบประเมินกำรเรยี นรู้
ช้นั มัธยมศกึ ษำปที ี่ ๑/…..
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนขดี เครื่องหมาย √ ลงในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
ท่ี ชือ่ – สกลุ ความคิด สรา้ งสรรคส์ ีดว้ ย คณุ ภาพผลงาน รวม
นกั เรยี นท่ไี ด้รบั การประเมนิ สร้างสรรค์ วิธีการตา่ ง ๆ ใน
งานทัศนศิลปไ์ ด้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชื่อ…………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมินผลความรู้เรอ่ื งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมินดงั น้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดบั ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนที่ได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นกั เรยี นต้องได้ ๖ คะแนนขึ้นไปจงึ จะถือวา่ ผ่าน
๖๐
เกณฑ์กำรประเมนิ
เกณฑ์กำรประเมนิ ด้ำนเจตคติ (A)
ประเดน็ กำร เกณฑก์ ำรให้คะแนน
ประเมิน
๕๔ ๓ ๒ ๑
ตระหนกั ถงึ ปรับปรุง
ควำมสำคญั ของสี ดีมำก ดี ปลำนกลำง พอใช้ บอกไมไ่ ด้
ในงำนทัศนศลิ ป์
บอก บอกความสาคญั บอกความสาคญั บอกความสาคญั
ความสาคญั ของสีในงาน ของสใี นงาน ของสีในงาน
ของสใี นงาน ทศั นศิลปข์ าด ๑ ทัศนศิลปข์ าด ๒ ทศั นศิลปข์ าด ๓
ทศั นศลิ ป์ได้ อยา่ ง อย่าง อย่าง
ครบถ้วน
อภปิ รำย บอก บอกความหมาย บอกความหมาย บอกความหมาย บอกไม่ได้
ควำมหมำยของสี ความหมาย ของสใี นลักษณะ ของสีในลักษณะ ของสีในลักษณะ
ในลกั ษณะต่ำง ๆ ของสใี น ต่าง ๆ ได้ขาด ๑ ต่าง ๆ ไดข้ าด ๒ ต่าง ๆ ได้ ขาด ๓
ลกั ษณะตา่ ง ๆ
ได้ ไดไ้ ดค้ รบถว้ น อยา่ ง อยา่ ง อย่าง
เกณฑ์กำรตดั สนิ คณุ ภำพ
ระดับคุณภำพ ช่วงคะแนน
ดมี าก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรบั ปรุง
๖๑
แบบประเมนิ กำรเรียนรู้
ชน้ั มัธยมศึกษำปีท่ี ๑/…..
คำชแ้ี จง ให้ผสู้ อนขีดเคร่ืองหมาย √ ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดับคะแนน
ท่ี ชือ่ – สกุล ตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของสี อภิปราย รวม
นักเรียนทไ่ี ด้รบั การประเมนิ ในงานทัศนศลิ ป์ ความหมายของสใี น
ลกั ษณะตา่ ง ๆ ได้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงชื่อ…………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมินผลความรู้เร่อื งการเขยี นนิทาน มีเกณฑ์การประเมินดังน้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : นักเรยี นต้องได้ ๖ คะแนนข้นึ ไปจงึ จะถือวา่ ผา่ น
๖๒
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ระดับคะแนนเกณฑ์ ๓ ๒ ๑
๑. มวี ินยั ดี ปำนกลำง ปรับปรุง
๒. ใฝ่เรียนรู้ ส่งงานตรงตามเวลาที่ สง่ งานหลังจากเวลาท่ี ส่งงานหลังจากเวลาท่ี
กาหนด กาหนด ๑ วนั กาหนดเกิน ๑ วัน
๓. มงุ่ ม่ันในกำร ร่วมทากจิ กรรมในหอ้ ง
ทำงำน ร่วมทากจิ กรรมในห้อง บางครง้ั (๓๐ นาที / ไม่รว่ มทากิจกรรมในห้อง
ตลอดเวลา
คาบ) ไมร่ ่วมทางาน และ
ร่วมทางานกับเพ่อื น รว่ มทางานกับเพ่ือนใน ปรึกษากับเพ่ือนในกลุ่ม
ในกลุ่มตลอดเวลา กลมุ่ เป็นบางคร้งั (๓๐
นาที / คาบ)
เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ
ระดับคณุ ภำพ ชว่ งคะแนน
ดมี าก ๓
พอใช้ ๒
ปรับปรงุ ๑
๖๓
เกณฑ์กำรประเมนิ
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ชนั้ มธั ยมศึกษำปที ่ี ๑/…..
คำชแ้ี จง ให้ผสู้ อนขีดเครื่องหมาย √ ลงในช่องท่ตี รงกับระดับคะแนน
ท่ี ชื่อ – สกุล มีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ ม่ันในการทางาน รวม
นักเรียนท่ีไดร้ บั การประเมิน
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชอ่ื …………………………………..ผูส้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
การวัดและประเมินผลความรู้เรอ่ื งการเขยี นนิทาน มีเกณฑ์การประเมนิ ดังน้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนท่ีได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นกั เรยี นต้องได้ ๖ คะแนนข้ึนไปจึงจะถือว่าผา่ น
๖๔
บนั ทกึ หลงั กำรสอน
๑. ด้ำนควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ (k)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ดำ้ นทกั ษะกระบวนกำร (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. ดำ้ นเจตคติ คณุ ธรรมจริยธรรม ควำมสุขสนุกสนำนเพลิดเพลิน (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………………..ผู้สอน
(…………………………………………………)
๖๕
แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
กลุ่มสำระกำรเรียนรูศ้ ิลปะ ชั้นมธั ยมศึกษำปีท่ี ๑
หน่วยกำรเรยี นรู้ท่ี ๑ ควำมรเู้ บอ้ื งต้นทำงทศั นศลิ ป์ เวลำ ๑๔ ชวั่ โมง
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ ๖ พื้นท่ีวำ่ ง เวลำ ๒ ชง่ั โมง
ใช้สอนวันท…่ี ……..……..เดอื น…………………….…………….……………พ.ศ………………….เวลำ………………..
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจิตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์
วเิ คราะห์ วิพากษ์ วิจารงาน คณุ ค่างานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานทัศนศิลป์อย่าง
อิสระ ชน่ื ชมและประยุกตใ์ ช้ใน ชวี ิตประจาวัน
ตัวชวี้ ดั
ม.๑/๑ บรรยายความแตกตา่ งและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์ และส่ิงแวดลอ้ มโดย
ใชค้ วามรเู้ ร่ืองทัศนธาตุ
สำระสำคัญ
การนาบรเิ วณวา่ งมาใช้ในงานทัศนศลิ ป์
จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้
ควำมร้คู วำมเข้ำใจ (Knowledge)
อธบิ ายความหมายของของบรเิ วณวา่ งในลักษณะต่าง ๆ ได้
ทกั ษะกำรปฏิบัติ (Skill/Performance)
สร้างสรรคข์ องบรเิ วณว่างดว้ ยวิธกี ารตา่ ง ๆ ในงานทศั นศลิ ปไ์ ด้
ทศั นคติ/คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
ตระหนักถึงความสาคัญของของบริเวณวา่ งในงานทัศนศิลป์
สำระกำรเรยี นรู้
พื้นทว่ี า่ วงกบั งานทัศนศลิ ป์
๖๖
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีวินยั
๒. ใฝร่ ใู้ ฝเ่ รียน
๓. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
กจิ กรรมกำรเรียนรู้ กิจกรรม เวลำ หมำยเหตุ
๑๐ นาที
กระบวนกำร ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น สั ง เ ก ต บ ริ เ ว ณ ว่ า ง ใ น ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ
- ส่ิงแวดล้อมรอบตัว แล้วตอบว่าสังเกตเห็นบริเวณว่าง ๘๐ นาที
อะไรบ้าง
ขนั้ นำ ๑๐ นาที
ผสู้ อนบรรยายเรือ่ ง ของบรเิ วณวา่ งกบั งานทศั นศลิ ป์
-
- ครูนาตัวอย่างภาพผลงานทัศนศิลป์ท่ีแสดงบริเวณว่างใน
ลกั ษณะต่าง ๆ ใหน้ กั เรยี นสงั เกต พรอ้ มกับอธบิ ายเก่ยี วกับ
ขัน้ สอน - บรเิ วณวา่ งทใ่ี ช้ในการสรา้ งสรรค์ผลงานทัศนศลิ ป์
- กิจกรรม ให้นักเรียนสร้างสรรค์ผลงานโดยการถ่ายภาพ
- จากมมุ ไหนของโรงเรยี นก็ได้ ในหวั ข้อ “บรเิ วณวา่ งกับงาน
ทัศนศลิ ป์” โดยให้เวลา คนละ ๓๐ นาที
ขนั้ สรปุ
จากน้ันสุ่มนักเรียนออกมาอธิบายผลงานของตนเองใน
หัวข้อ “บรเิ วณว่างกบั งานทศั นศิลป์”
ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุปเร่ือง บริเวณว่าง ซึ่งมี
ความสาคัญต่อการถ่ายทอดความคิดจินตนาการในการ
สร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ประเภทต่าง ๆ โดยครูคอยให้
ความรู้เสริมในส่วนท่ีนักเรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๖๗
สอื่ /แหล่งกำรเรียนรู้
๑. PowerPoint เรือ่ ง ของบริเวณวา่ งกบั งานทศั นศลิ ป์
ชิน้ งำน/ภำระงำน
๑. สรา้ งสรรค์ผลงานโดยการถา่ ยภาพจากมุมไหนของโรงเรียนก็ได้ ในหัวข้อ “บริเวณวา่ งกับ
งานทศั นศิลป์”
วธิ ีวัดผลและประเมินผล วิธีกำรวัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ำรประเมนิ
แบบประเมนิ
ตวั ช้ีวดั จำกจดุ ประสงค์ กำรเรยี นรู้ ตรวจผลงานจากการทา แบบประเมิน นักเรยี นตอ้ งได้ ๖
K อธิบายความหมายของของบรเิ วณ กจิ กรรม แบบประเมนิ คะแนนข้ึนไปจงึ จะถือว่า
วา่ งในลกั ษณะต่าง ๆ ได้ ผ่าน
นักเรียนต้องได้ ๖
P สร้างสรรคข์ องบริเวณว่างด้วย ตรวจผลงาน คะแนนขึ้นไปจึงจะถอื ว่า
วิธีการต่าง ๆ ในงานทัศนศิลปไ์ ด้
ผา่ น
A ตระหนักถงึ ความสาคญั ของของ สงั เกต นกั เรยี นตอ้ งได้ ๖
บริเวณวา่ งในงานทศั นศลิ ป์ คะแนนขึน้ ไปจึงจะถอื วา่
ผา่ น
๖๘
เกณฑ์กำรประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมนิ ดำ้ นควำมรู้ (K)
ประเดน็ กำร เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
ประเมนิ
๕ ๔ ๓๒ ๑
อธิบำยควำมหมำย ดมี ำก ดี ปรับปรุง
ของของบริเวณ บอก บอกความหมาย ปลำนกลำง พอใช้ ความหมายของสี
ความหมาย ของบริเวณว่าง
วำ่ ง ของบรเิ วณว่าง ขาด ๑ อย่าง บอกความหมาย บอกความหมาย ไมไ่ ด้
ไดค้ รบถว้ น
ของบริเวณว่าง ของบริเวณว่าง
ขาด ๒ อย่าง ขาด ๓ อยา่ ง
อธิบำยลักษณะ บอกลักษณะ บอกลกั ษณะ บอกลักษณะ บอกลกั ษณะความ บอกไม่ได้
ควำมแตกต่ำงของ ความแตกต่าง ความแตกตา่ ง ความแตกต่าง แตกตา่ งของ
ของบริเวณว่ำง ของบรเิ วณว่าง ของบรเิ วณวา่ ง ของบรเิ วณวา่ ง
ไดค้ รบถ้วน ขาด ๑ อยา่ ง ขาด ๒ อย่าง บรเิ วณว่างสขี าด
๓ อยา่ ง
เกณฑก์ ำรตัดสินคณุ ภำพ
ระดบั คุณภำพ ช่วงคะแนน
ดีมาก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรับปรุง
๖๙
แบบประเมนิ กำรเรยี นรู้
ชนั้ มัธยมศกึ ษำปีที่ ๑/…..
คำชแ้ี จง ให้ผสู้ อนขดี เคร่ืองหมาย √ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
ท่ี ชอ่ื – สกลุ อธิบายความหมายของของ อธิบายลักษณะความ รวม
นักเรียนทไี่ ด้รับการประเมิน บริเวณวา่ ง แตกต่างของของบรเิ วณ
ว่าง
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงช่ือ…………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมนิ ผลความรู้เรือ่ งการเขียนนิทาน มีเกณฑ์การประเมินดังน้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดบั ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดับ พอใช้
หมำยเหตุ : นกั เรยี นต้องได้ ๖ คะแนนข้ึนไปจงึ จะถือว่าผา่ น
๗๐
เกณฑก์ ำรประเมนิ
เกณฑ์กำรประเมินดำ้ นควำมรู้ (P)
ประเด็นกำรประเมนิ ๓ เกณฑ์กำรให้คะแนน ๑
ควำมคิดสร้ำงสรรค์ รปู แบบแปลกใหม ไม่ซ้าใคร จากความคิดกลุม่ อ่ืน
๒
สร้ำงสรรคบ์ รเิ วณว่ำงด้วย สร้างสรรคบ์ ริเวณวา่ งดว้ ย สร้างสรรคบ์ รเิ วณว่างด้วย
วธิ กี ำรต่ำง ๆ ในงำน วิธกี ารตา่ ง ๆ ในงาน ผลงานลอกเลียนแบบ จาก วธิ ีการตา่ ง ๆ ในงาน
ทศั นศิลปไ์ ด้ ทัศนศิลปไ์ ด้ครบถว้ น ความคิดกลุม่ อืน่ ทศั นศิลปไ์ มไ่ ด้
คณุ ภำพผลงำน ผลงานเสร็จสมบรู ณ์ สร้างสรรค์บริเวณว่างดว้ ย ผลงาน ไม่เสร็จสมบรู ณ์
สะอาดเรยี บร้อย วธิ กี ารต่าง ๆ ในงาน
ทศั นศลิ ป์ได้คอ่ ยขา้ ง
ครบถว้ น
ผลงานค่อนขา้ งจะเสรจ็
สมบูรณ์
เกณฑ์กำรตัดสินคุณภำพ
ระดับคุณภำพ ช่วงคะแนน
ดีมาก ๓
ดี ๒
ปรบั ปรงุ ๑
๗๑
แบบประเมินกำรเรยี นรู้
ช้นั มัธยมศกึ ษำปที ่ี ๑/…..
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนขดี เครื่องหมาย √ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
สร้างสรรค์
ท่ี ชือ่ – สกลุ ความคดิ บริเวณวา่ งด้วย คณุ ภาพผลงาน รวม
นกั เรยี นท่ไี ด้รบั การประเมนิ สร้างสรรค์ วธิ กี ารต่าง ๆ ใน
งานทศั นศิลปไ์ ด้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงช่อื …………………………………..ผ้สู อน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมินผลความรู้เร่อื งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมินดงั นี้
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดบั ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนที่ได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นกั เรยี นต้องได้ ๖ คะแนนข้ึนไปจงึ จะถือว่าผา่ น
๗๒
เกณฑ์กำรประเมิน
เกณฑก์ ำรประเมนิ ด้ำนเจตคติ (A)
ประเดน็ กำร เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
ประเมิน
๕๔ ๓ ๒ ๑
ตระหนักถงึ ปรับปรงุ
ควำมสำคญั ของ ดมี ำก ดี ปลำนกลำง พอใช้ บอกไม่ได้
บรเิ วณวำ่ งในงำน
บอก บอกความสาคญั บอกความสาคญั บอกความสาคญั
ทัศนศิลป์
ความสาคญั ของบรเิ วณว่าง ของบรเิ วณวา่ ง ของบริเวณวา่ งใน
ของบริเวณว่าง ในงานทัศนศลิ ป์ ในงานทศั นศิลป์ งานทศั นศิลป์ขาด
ในงาน ขาด ๑ อยา่ ง ขาด ๒ อยา่ ง ๓ อย่าง
ทัศนศลิ ปไ์ ด้
ครบถ้วน
อภปิ รำย บอก บอกความหมาย บอกความหมาย บอกความหมาย บอกไมไ่ ด้
ควำมหมำยของ ความหมาย ของบริเวณว่าง ของบรเิ วณว่าง ของบรเิ วณวา่ งใน
บริเวณวำ่ งใน ของบริเวณว่าง ในลกั ษณะตา่ ง ในลักษณะตา่ ง ลักษณะตา่ ง ๆ
ลักษณะต่ำง ๆ ได้ ในลักษณะต่าง ๆ ขาด ๑ อย่าง ๆ ขาด ๒ อย่าง
ๆ ไดค้ รบถว้ น ขาด ๓ อยา่ ง
เกณฑก์ ำรตัดสินคณุ ภำพ
ระดบั คุณภำพ ช่วงคะแนน
ดมี าก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรบั ปรุง
๗๓
แบบประเมินกำรเรียนรู้
ชน้ั มธั ยมศึกษำปที ่ี ๑/…..
คำชี้แจง ให้ผ้สู อนขีดเครื่องหมาย √ ลงในช่องที่ตรงกบั ระดับคะแนน
ที่ ชอื่ – สกลุ ตระหนักถงึ ความสาคญั ของ อภิปราย รวม
นักเรยี นท่ีได้รับการประเมนิ บรเิ วณว่างในงานทัศนศิลป์ ความหมายของบรเิ วณวา่ ง
ในลกั ษณะต่าง ๆ ได้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงชอ่ื …………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
การวัดและประเมนิ ผลความรู้เรื่องการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดังน้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดับ พอใช้
หมำยเหตุ : นกั เรียนต้องได้ ๖ คะแนนขึ้นไปจงึ จะถือวา่ ผา่ น
๗๔
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ระดับคะแนนเกณฑ์ ๓ ๒ ๑
๑. มวี ินยั ดี ปำนกลำง ปรับปรุง
๒. ใฝ่เรียนรู้ ส่งงานตรงตามเวลาที่ สง่ งานหลังจากเวลาท่ี ส่งงานหลังจากเวลาท่ี
กาหนด กาหนด ๑ วนั กาหนดเกิน ๑ วัน
๓. มงุ่ ม่ันในกำร ร่วมทากจิ กรรมในหอ้ ง
ทำงำน ร่วมทากจิ กรรมในห้อง บางครง้ั (๓๐ นาที / ไม่รว่ มทากิจกรรมในห้อง
ตลอดเวลา
คาบ) ไมร่ ่วมทางาน และ
ร่วมทางานกับเพ่อื น รว่ มทางานกับเพ่ือนใน ปรึกษากับเพ่ือนในกลุ่ม
ในกลุ่มตลอดเวลา กลมุ่ เป็นบางคร้งั (๓๐
นาที / คาบ)
เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ
ระดับคณุ ภำพ ชว่ งคะแนน
ดมี าก ๓
พอใช้ ๒
ปรับปรงุ ๑
๗๕
เกณฑ์กำรประเมนิ
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ชนั้ มธั ยมศึกษำปที ่ี ๑/…..
คำชแ้ี จง ให้ผสู้ อนขีดเครื่องหมาย √ ลงในช่องท่ตี รงกับระดับคะแนน
ท่ี ชื่อ – สกุล มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ ม่ันในการทางาน รวม
นักเรียนท่ีไดร้ บั การประเมิน
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชอ่ื …………………………………..ผูส้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
การวัดและประเมินผลความรู้เรอ่ื งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดังน้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนท่ีได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นกั เรยี นต้องได้ ๖ คะแนนข้ึนไปจงึ จะถือว่าผา่ น
๗๖
บันทกึ หลงั กำรสอน
๑. ด้ำนควำมร้คู วำมเขำ้ ใจ (k)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ดำ้ นทักษะกระบวนกำร (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. ด้ำนเจตคติ คุณธรรมจริยธรรม ควำมสุขสนกุ สนำนเพลดิ เพลิน (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ …………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
๗๗
แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ศิลปะ ชน้ั มัธยมศึกษำปีที่ ๑
หน่วยกำรเรียนร้ทู ่ี ๑ ควำมรเู้ บ้ืองต้นทำงทศั นศลิ ป์ เวลำ ๑๔ ชวั่ โมง
แผนกำรจัดกำรเรยี นรูท้ ่ี ๗ พื้นผวิ เวลำ ๒ ช่งั โมง
ใช้สอนวนั ท…่ี ……..……..เดือน…………………….…………….……………พ.ศ………………….เวลำ………………..
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจิตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์
วเิ คราะห์ วิพากษ์ วิจารงาน คุณค่างานทศั นศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานทัศนศิลป์อย่าง
อิสระ ช่ืนชมและประยกุ ต์ใชใ้ น ชีวิตประจาวนั
ตวั ช้วี ดั
ม.๑/๑ บรรยายความแตกตา่ งและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์ และสิ่งแวดล้อมโดย
ใช้ความร้เู รือ่ งทัศนธาตุ
สำระสำคัญ
การนพืน้ ผิวมาใช้ในงานทัศนศลิ ป์
จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้
ควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจ (Knowledge)
อธิบายความหมายของของพืน้ ผิวในลกั ษณะต่าง ๆ ได้
ทักษะกำรปฏบิ ัติ (Skill/Performance)
สร้างสรรคข์ องพ้นื ผวิ ดว้ ยวิธีการตา่ ง ๆ ในงานทศั นศิลป์ได้
ทศั นคติ/คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
ตระหนักถึงความสาคัญของของพน้ื ผิวในงานทัศนศิลป์
สำระกำรเรยี นรู้
พนื้ ผิวกับงานทัศนศลิ ป์
๗๘
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มวี ินัย
๒. ใฝ่รู้ใฝ่เรยี น
๓. มุ่งมั่นในการทางาน
กจิ กรรมกำรเรียนรู้ กิจกรรม เวลำ หมำยเหตุ
๑๐ นาที ผลงานทัศนศลิ ป์
กระบวนกำร ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น สั ง เ ก ต ลั ก ษ ณ ะ ผิ ว จ า ก ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ
- สิ่งแวดล้อมรอบตัว แล้วตอบว่าสังเกตเห็นลักษณะผิว ๘๐ นาที
อะไรบ้าง
ขัน้ นำ ๑๐ นาที
- ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงความรู้เก่ียวกับ
ลักษณะผิวที่ปรากฏให้นักเรียนเห็น และการนาไปใช้ใน
- งานทศั นศลิ ป์
-
ผสู้ อนบรรยายเรอ่ื ง พนื้ ผิวกบั งานทศั นศลิ ป์
-
ครูนาตัวอย่างภาพผลงานทัศนศิลป์ท่ีแสดงลักษณะผิวใน
ขนั้ สอน ลักษณะต่าง ๆ ให้นักเรียนดู พร้อมกับอธิบายเก่ียวกับ
ลักษณะผวิ ทใี่ ชใ้ นการสรา้ งสรรค์ผลงานทัศนศลิ ป์
-
- กิจกรรม ครูแจกกระดาษกับกินสอให้นักเรียน โดยให้
นักเรียนสร้างสรรค์ผลงานพ้ืนผิวกับงานทัศนศิลป์จาก
ข้ันสรปุ ลักษณะผิวท่ีเกิดจากธรรมชาติและลักษณะผิวท่ีเกิดจาก
มนุษย์สร้างสรรค์ข้ึน วิธีการคือ ให้นากระดาษไปทาบกับ
ส่ิงทีน่ ักเรียนคิดว่าเป็นพน้ื ผิวแล้วใช้ดินสอฝนให้เกิดพืน้ ผิว
โดยใหเ้ วลาคนละ ๓๐ นาที
จากน้ันสุ่มนักเรียนออกมาอธิบายผลงานของตนเองใน
หวั ขอ้ “พ้นื ผิวกับงานทศั นศลิ ป์”
ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุปเร่ือง ลักษณะผิว ใน
ลักษณะต่าง ๆ ซึ่งมีความสาคัญต่อการถ่ายทอดความคิด
จนิ ตนาการในการสร้างสรรค์เป็นผลงานทัศนศิลป์ โดยครู
คอยให้ความรู้เสริมในส่วนท่ีนักเรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่
ตรงกับจดุ ประสงค์การเรียนรู้
๗๙
สอ่ื /แหล่งกำรเรียนรู้
๑. PowerPoint เรอ่ื ง พ้นื ผวิ กับงานทศั นศลิ ป์
๒. ผลงานทัศนศิลป์
ชิ้นงำน/ภำระงำน
๑. สรา้ งสรรคผ์ ลงานพื้นผิวกบั งานทัศนศิลปจ์ ากลกั ษณะผิวทีเ่ กดิ จากธรรมชาติและลักษณะผิวท่ี
เกดิ จากมนษุ ย์สรา้ งสรรค์ข้นึ
วธิ ีวัดผลและประเมนิ ผล วิธกี ำรวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์กำรประเมิน
แบบประเมนิ
ตวั ชี้วดั จำกจุดประสงค์ กำรเรยี นรู้ ตรวจผลงานจากการทา แบบประเมิน นักเรียนตอ้ งได้ ๖
K อธิบายความหมายของของพ้นื ผิวใน กจิ กรรม แบบประเมนิ คะแนนขึ้นไปจึงจะถอื ว่า
ลกั ษณะตา่ ง ๆ ได้ ผ่าน
นกั เรยี นต้องได้ ๖
P สร้างสรรค์ของพืน้ ผิวด้วยวธิ กี ารตา่ ง ตรวจผลงาน คะแนนขึน้ ไปจงึ จะถือว่า
ๆ ในงานทศั นศลิ ป์ได้
ผา่ น
A ตระหนักถงึ ความสาคญั ของของ สังเกต นักเรยี นตอ้ งได้ ๖
พืน้ ผิวในงานทัศนศลิ ป์ คะแนนขึ้นไปจึงจะถือวา่
ผา่ น
๘๐
เกณฑ์กำรประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมนิ ดำ้ นควำมรู้ (K)
ประเดน็ กำร เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
ประเมนิ
๕ ๔ ๓๒ ๑
อธิบำยควำมหมำย ดีมำก ดี ปรับปรงุ
ของของพน้ื ผวิ บอก บอกความหมาย ปลำนกลำง พอใช้ ความหมายของสี
ความหมาย ของพน้ื ผวิ ได้
ของของพ้ืนผวิ ขาด ๑ อย่าง บอกความหมาย บอกความหมาย ไมไ่ ด้
ได้ครบถว้ น
ของพน้ื ผิวได้ ของพนื้ ผวิ ไดข้ าด
ขาด ๒ อย่าง ๓ อย่าง
อธิบำยลกั ษณะ บอกลักษณะ บอกลกั ษณะ บอกลักษณะ บอกลักษณะความ บอกไมไ่ ด้
ควำมแตกตำ่ งของ ความแตกต่าง ความแตกตา่ ง ความแตกต่าง แตกต่างของ
ของพ้ืนผิวได้ ของพ้ืนผิวขาด ของพ้นื ผิวขาด พืน้ ผิวขาด ๓
ของพน้ื ผิว อย่าง
ครบถว้ น ๑ อยา่ ง ๒ อยา่ ง
เกณฑก์ ำรตดั สนิ คุณภำพ
ระดับคณุ ภำพ ชว่ งคะแนน
ดีมาก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรบั ปรุง
๘๑
แบบประเมินกำรเรียนรู้
ช้ันมัธยมศกึ ษำปีที่ ๑/…..
คำชแี้ จง ใหผ้ ู้สอนขีดเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องท่ีตรงกับระดับคะแนน
ที่ ชื่อ – สกลุ อธบิ ายความหมายของของ อธิบายลักษณะความ รวม
นักเรยี นท่ีได้รับการประเมนิ พนื้ ผวิ แตกต่างของของพนื้ ผวิ
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงช่อื …………………………………..ผูส้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมินผลความรู้เรอื่ งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดงั น้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดับ พอใช้
หมำยเหตุ : นักเรยี นต้องได้ ๖ คะแนนขึ้นไปจึงจะถือวา่ ผา่ น
๘๒
เกณฑ์กำรประเมิน
เกณฑก์ ำรประเมินด้ำนควำมรู้ (P)
ประเด็นกำรประเมนิ เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
ควำมคดิ สรำ้ งสรรค์ ๓๒ ๑
จากความคิดกลุ่มอื่น
สรำ้ งสรรค์พ้นื ผวิ ดว้ ย รูปแบบแปลกใหม ไม่ซา้ ใคร ผลงานลอกเลียนแบบ จาก
วิธกี ำรต่ำง ๆ ในงำน ความคิดกลุ่มอืน่
ทศั นศิลป์ได้ สรา้ งสรรค์พน้ื ผวิ ด้วยวธิ ีการ สรา้ งสรรคพ์ น้ื ผวิ ดว้ ยวธิ กี าร สร้างสรรคพ์ นื้ ผิวด้วยวธิ กี าร
คุณภำพผลงำน
ตา่ ง ๆ ในงานทศั นศลิ ป์ได้ ต่าง ๆ ในงานทศั นศิลป์ได้ ต่าง ๆ ในงานทัศนศิลป์
ครบถว้ น คอ่ ยขา้ งครบถว้ น ไมไ่ ด้
ผลงานเสร็จสมบรู ณ์ ผลงานค่อนข้างจะเสรจ็ ผลงาน ไม่เสรจ็ สมบรู ณ์
สะอาดเรียบรอ้ ย สมบรู ณ์
เกณฑ์กำรตดั สินคณุ ภำพ
ระดับคุณภำพ ช่วงคะแนน
ดมี าก ๓
ดี ๒
ปรบั ปรุง ๑
๘๓
แบบประเมนิ กำรเรียนรู้
ชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี ๑/…..
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนขดี เครื่องหมาย √ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
สร้างสรรค์
ท่ี ชือ่ – สกลุ ความคิด พื้นผิวด้วย คุณภาพผลงาน รวม
นกั เรยี นท่ไี ด้รบั การประเมนิ สร้างสรรค์ วิธีการตา่ ง ๆ ใน
งานทัศนศลิ ปไ์ ด้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชื่อ…………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมินผลความรู้เรือ่ งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมินดังนี้
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดบั ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนที่ได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นกั เรยี นต้องได้ ๖ คะแนนขึน้ ไปจึงจะถือว่าผ่าน
๘๔
เกณฑ์กำรประเมิน
เกณฑก์ ำรประเมินด้ำนเจตคติ (A)
ประเด็นกำร เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
ประเมิน
๕๔ ๓ ๒ ๑
ตระหนักถงึ ปรบั ปรุง
ควำมสำคญั ของ ดมี ำก ดี ปลำนกลำง พอใช้ บอกไมไ่ ด้
พน้ื ผิวในงำน
บอก บอกความสาคญั บอกความสาคญั บอกความสาคญั
ทศั นศิลป์
ความสาคญั ของพน้ื ผวิ ใน ของพื้นผิวใน ของพ้ืนผวิ ในงาน
ของพนื้ ผิวใน งานทศั นศลิ ป์ งานทศั นศิลป์ ทศั นศิลปข์ าด ๓
งานทัศนศิลป์ ขาด ๑ อยา่ ง ขาด ๒ อยา่ ง อยา่ ง
ไดค้ รบถว้ น
อภิปรำย บอก บอกความหมาย บอกความหมาย บอกความหมาย บอกไม่ได้
ควำมหมำยของ ความหมาย ของพื้นผวิ ใน ของพื้นผิวใน ของพืน้ ผิวใน
พนื้ ผวิ ในลักษณะ ของพ้ืนผวิ ใน ลักษณะต่าง ๆ ลกั ษณะตา่ ง ๆ ลกั ษณะต่าง ๆ
ลกั ษณะตา่ ง ๆ ขาด ๑ อยา่ ง ขาด ๒ อย่าง ขาด ๓ อย่าง
ต่ำง ๆ ได้ ได้ครบถ้วน
เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ
ระดบั คุณภำพ ช่วงคะแนน
ดีมาก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรับปรงุ
๘๕
แบบประเมนิ กำรเรียนรู้
ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปีที่ ๑/…..
คำชแี้ จง ใหผ้ ้สู อนขีดเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องทีต่ รงกบั ระดับคะแนน
ท่ี ช่อื – สกุล ตระหนักถงึ ความสาคญั ของ อภปิ ราย รวม
นกั เรียนทไ่ี ดร้ ับการประเมนิ พนื้ ผิวในงานทัศนศลิ ป์ ความหมายของพืน้ ผวิ ใน
ลกั ษณะต่าง ๆ ได้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงช่ือ…………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมนิ ผลความรู้เรอื่ งการเขียนนิทาน มีเกณฑ์การประเมนิ ดงั นี้
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : นกั เรยี นต้องได้ ๖ คะแนนข้ึนไปจงึ จะถือวา่ ผ่าน
๘๖
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ระดับคะแนนเกณฑ์ ๓ ๒ ๑
๑. มวี ินยั ดี ปำนกลำง ปรับปรุง
๒. ใฝ่เรียนรู้ ส่งงานตรงตามเวลาที่ สง่ งานหลังจากเวลาท่ี ส่งงานหลังจากเวลาท่ี
กาหนด กาหนด ๑ วนั กาหนดเกิน ๑ วัน
๓. มงุ่ ม่ันในกำร ร่วมทากจิ กรรมในหอ้ ง
ทำงำน ร่วมทากจิ กรรมในห้อง บางครง้ั (๓๐ นาที / ไม่รว่ มทากิจกรรมในห้อง
ตลอดเวลา
คาบ) ไมร่ ่วมทางาน และ
ร่วมทางานกับเพ่อื น รว่ มทางานกับเพ่ือนใน ปรึกษากับเพ่ือนในกลุ่ม
ในกลุ่มตลอดเวลา กลมุ่ เป็นบางคร้งั (๓๐
นาที / คาบ)
เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ
ระดับคณุ ภำพ ชว่ งคะแนน
ดมี าก ๓
พอใช้ ๒
ปรับปรงุ ๑
๘๗
เกณฑ์กำรประเมนิ
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ชนั้ มธั ยมศึกษำปที ่ี ๑/…..
คำชแ้ี จง ให้ผสู้ อนขีดเครื่องหมาย √ ลงในช่องท่ตี รงกับระดับคะแนน
ท่ี ชื่อ – สกุล มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ ม่ันในการทางาน รวม
นักเรียนท่ีไดร้ บั การประเมิน
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชอ่ื …………………………………..ผูส้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
การวัดและประเมินผลความรู้เรอ่ื งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดังน้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนท่ีได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นกั เรยี นต้องได้ ๖ คะแนนข้ึนไปจงึ จะถือว่าผา่ น
๘๘
บันทกึ หลงั กำรสอน
๑. ด้ำนควำมรูค้ วำมเข้ำใจ (k)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ดำ้ นทกั ษะกระบวนกำร (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. ด้ำนเจตคติ คุณธรรมจรยิ ธรรม ควำมสุขสนกุ สนำนเพลดิ เพลิน (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ …………………………………..ผู้สอน
(…………………………………………………)
๘๙
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้
กลุ่มสำระกำรเรียนรศู้ ิลปะ ชัน้ มัธยมศึกษำปีที่ ๑
หนว่ ยกำรเรียนรู้ที่ ๒ หลักกำรสรำ้ งสรรค์งำนทศั นศิลป์ เวลำ ๖ ชว่ั โมง
แผนกำรจัดกำรเรยี นรทู้ ่ี ๘ ควำมเปน็ เอกภำพ เวลำ ๒ ชง่ั โมง
ใช้สอนวันท…่ี ……..……..เดอื น…………………….…………….……………พ.ศ………………….เวลำ………………..
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจิตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์
วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วิจารงาน คณุ ค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคิดต่องานทัศนศิลป์อย่าง
อิสระ ชน่ื ชมและประยุกต์ใช้ใน ชีวติ ประจาวัน
ตัวช้ีวัด
ม.๑/๒ ระบุและบรรยายหลักการออกแบบงานทัศนศิลป์ โดยเน้นความเป็นเอกภาพ ความ
กลมกลนื และความสมดลุ
สำระสำคญั
การใชเ้ อกภาพด้วยวิธสี ัมผสั วธิ ีทับซอ้ น วิธจี ัดกล่มุ ในงานทัศนศิลป์
จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้
ควำมร้คู วำมเข้ำใจ (Knowledge)
ระบุและบรรยายความหมายของเอกภาพในลักษณะตา่ ง ๆ ได้
ทกั ษะกำรปฏิบัติ (Skill/Performance)
สรา้ งสรรคเ์ อกภาพในลักษณะตา่ ง ๆ กับผลงานทศั นศลิ ป์ได้
ทัศนคติ/คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
เห็นคุณคา่ และประโยชนข์ องเอกภาพในงานทศั นศลิ ป์
สำระกำรเรียนรู้
การใชเ้ อกภาพในงานทัศนศิลป์ ไดแ้ ก่ สมั ผัส วิธที บั ซ้อน และ วธิ ีจัดกลุ่มในงานทัศนศิลป์
๙๐
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝร่ ใู้ ฝเ่ รียน
๓. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ กจิ กรรม เวลำ หมำยเหตุ
๑๐ นาที
กระบวนกำร ครูใหน้ กั เรยี นสังเกตธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั แล้ว รปู ภาพผลงาน
- ยกตัวอย่างส่วนทเ่ี ปน็ เอกภาพซึ่งมคี วามสาคัญในการใช้ใน ๘๐ นาที ทศั นศิลป์
งานทัศนศลิ ปใ์ หน้ กั เรยี นเหน็
ข้นั นำ ๑๐ นาที
ผู้สอนบรรยายเรอ่ื ง การใชเ้ อกภาพในงานทศั นศลิ ป์
-
- ครูนาตวั อยา่ งภาพผลงานทศั นศิลปป์ ระเภทต่าง ๆ ท่แี สดง
ถงึ การจัดเอกภาพในผลงานทัศนศิลป์ด้วยวิธีสัมผัส วิธีทับ
- ซ้อน และวิธีจัดกลุ่มให้นักเรียนสังเกต ครูอธิบายเสริมให้
ขั้นสอน เห็นว่าเอกภาพมีประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ผลงาน
ทัศนศลิ ปอ์ ยา่ งไร
-
กิจกรรม ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕–๖ คน
- ร่วมกันศึกษาค้นคว้าความหมายและการใช้เอกภาพด้วย
- วิธีการต่าง ๆ จดบันทึกและวาดภาพประกอบจัดทาเป็น
รายงาน ตามหวั ขอ้ ดังนี้
ขัน้ สรุป ๑) วธิ สี มั ผสั
๒) วิธีทบั ซ้อน
๓) วธิ จี ัดกล่มุ
แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษา บรรยาย
ความหมาย ระบุและเปรียบเทียบหลักการและวิธีการใช้
เอกภาพกับงานทัศนศิลป์ โดยครูคอยอธิบายเสริมถึงการ
ใชเ้ อกภาพกับการสรา้ งสรรค์ผลงานทศั นศิลป์
ให้นกั เรยี นทาใบงาน Liveworksheets เรอื่ งเอกภาพกับ
งานทศั นศิลป์
ครูและนกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายสรปุ เร่ือง เอกภาพ ทม่ี เี ป็น
อันหนึ่งอันเดียวกัน สอดคล้องกลมกลืนกัน เป็นหน่วย
เดียวกัน ไม่สามารถแบ่งแยกได้ ซ่ึงมีประโยชน์ในการจัด
องค์ประกอบศิลป์ โดยครูคอยให้ความรู้เสริมในส่วนท่ี
นักเรยี นไม่เขา้ ใจหรือสรุปไมต่ รงกบั จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๙๑
สอ่ื /แหล่งกำรเรียนรู้
๑. PowerPoint เร่อื ง การใชเ้ อกภาพในงานทัศนศลิ ป์
๒. รปู ภาพผลงานทศั นศิลป์
๓. ใบงาน Liveworksheets เร่ืองเอกภาพกบั งานทศั นศลิ ป์
ชิ้นงำน/ภำระงำน
๑. ใบงาน Liveworksheets เร่อื งเอกภาพกบั งานทัศนศลิ ป์
วธิ วี ัดผลและประเมนิ ผล วธิ กี ำรวดั เคร่อื งมือ เกณฑก์ ำรประเมนิ
แบบประเมิน
ตัวชว้ี ดั จำกจุดประสงค์ กำรเรยี นรู้ ตรวจผลงานจากการทา นกั เรยี นตอ้ งได้ ๖
K ระบแุ ละบรรยายความหมายของ กิจกรรม แบบประเมนิ คะแนนข้นึ ไปจงึ จะถือว่า
เอกภาพในลักษณะตา่ ง ๆ ได้ ผา่ น
นักเรียนต้องได้ ๖
P สรา้ งสรรคเ์ อกภาพในลักษณะตา่ ง ตรวจผลงาน คะแนนขน้ึ ไปจงึ จะถือว่า
ๆ กับผลงานทศั นศลิ ปไ์ ด้
ผา่ น
A เหน็ คณุ ค่าและประโยชนข์ อง นกั เรียนตอ้ งได้ ๖
คะแนนขน้ึ ไปจึงจะถอื วา่
เอกภาพในงานทัศนศิลป์ สงั เกต แบบประเมิน
ผ่าน
๙๒
เกณฑก์ ำรประเมิน
เกณฑ์กำรประเมนิ ดำ้ นควำมรู้ (K)
ประเด็นกำร เกณฑก์ ำรให้คะแนน
ประเมนิ
๕ ๔ ๓๒ ๑
อธบิ ำยควำมหมำย ดมี ำก ดี ปรบั ปรงุ
ของเอกภำพใน บอก บอกความหมาย ปลำนกลำง พอใช้ บอกความหมาย
ลกั ษณะต่ำง ๆ ได้ ความหมาย ของเอกภาพใน ของเอกภาพใน
ของเอกภาพ ลกั ษณะตา่ ง ๆ บอกความหมาย บอกความหมาย ลักษณะต่าง ๆ
ในลกั ษณะต่าง ขาด ๑ อยา่ ง
ๆ ได้ครบถ้วน ของเอกภาพใน ของเอกภาพใน ไมไ่ ด้
ลักษณะตา่ ง ๆ ลักษณะตา่ ง ๆ
ขาด ๒ อยา่ ง ขาด ๓ อยา่ ง
อธิบำยลกั ษณะ บอกลกั ษณะ บอกลักษณะ บอกลักษณะ บอกลกั ษณะความ บอกไมไ่ ด้
ควำมแตกต่ำงของ ความแตกตา่ ง ความแตกตา่ ง ความแตกต่าง แตกต่างของ
ของเอกภาพได้ ของเอกภาพ ของเอกภาพ เอกภาพขาด ๓
เอกภำพ ขาด ๑ อยา่ ง ขาด ๒ อย่าง อย่าง
ครบถ้วน
เกณฑ์กำรตดั สินคณุ ภำพ
ระดับคณุ ภำพ ชว่ งคะแนน
ดีมาก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรับปรงุ
๙๓
แบบประเมินกำรเรียนรู้
ชั้นมัธยมศกึ ษำปีท่ี ๑/…..
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนขีดเครื่องหมาย √ ลงในช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน
ท่ี ชอื่ – สกลุ อธบิ ายความหมายของ อธบิ ายลกั ษณะความ รวม
นักเรยี นที่ไดร้ ับการประเมนิ เอกภาพในลักษณะต่าง ๆ ได้ แตกตา่ งของเอกภาพ
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงชือ่ …………………………………..ผ้สู อน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรให้คะแนน
การวัดและประเมนิ ผลความรู้เร่อื งการเขียนนิทาน มีเกณฑ์การประเมนิ ดงั น้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดับ พอใช้
หมำยเหตุ : นักเรียนต้องได้ ๖ คะแนนขนึ้ ไปจึงจะถือวา่ ผา่ น
๙๔
เกณฑก์ ำรประเมิน
เกณฑก์ ำรประเมนิ ดำ้ นควำมรู้ (P)
ประเด็นกำรประเมนิ ๓ เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ๑
จาก ความคดิ กลุม่ อืน่
ควำมคิดสร้ำงสรรค์ รปู แบบแปลกใหม ไมซ่ า้ ใคร ๒
สร้างสรรคเ์ อกภาพใน
สรำ้ งสรรคเ์ อกภำพใน สรา้ งสรรคเ์ อกภาพใน ผลงานลอกเลยี นแบบ จาก ลักษณะต่าง ๆ กับผลงาน
ลักษณะตำ่ ง ๆ กับผลงำน ลกั ษณะต่าง ๆ กบั ผลงาน ความคิดกลมุ่ อนื่
ทัศนศลิ ปไ์ มไ่ ด้
ทศั นศลิ ป์ได้ ทัศนศิลป์ได้ครบถ้วน สร้างสรรคเ์ อกภาพใน
ลกั ษณะต่าง ๆ กับผลงาน ผลงาน ไม่เสรจ็ สมบรู ณ์
คณุ ภำพผลงำน ผลงานเสร็จสมบรู ณ์
สะอาดเรยี บรอ้ ย ทัศนศิลปไ์ ดค้ ้อนข้าง
ครบถว้ น
ผลงานคอ่ นข้างจะเสรจ็
สมบรู ณ์
เกณฑ์กำรตัดสินคุณภำพ
ระดบั คุณภำพ ชว่ งคะแนน
ดีมาก ๓
ดี ๒
ปรับปรงุ ๑
๙๕
แบบประเมินกำรเรียนรู้
ชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี ๑/…..
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนขดี เครื่องหมาย √ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
สรา้ งสรรค์
ท่ี ชือ่ – สกลุ ความคิด เอกภาพใน คุณภาพผลงาน รวม
นกั เรยี นท่ไี ด้รบั การประเมนิ สร้างสรรค์ ลกั ษณะตา่ ง
ๆ กับผลงาน
ทศั นศลิ ปไ์ ด้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงช่ือ…………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมินผลความรู้เร่ืองการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดงั น้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดบั ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนที่ได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นกั เรยี นต้องได้ ๖ คะแนนขึน้ ไปจึงจะถือว่าผ่าน
๙๖