The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบหลักสูตร สมบูรณ์65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaiseela_26, 2022-08-07 20:30:24

เอกสารประกอบหลักสูตร สมบูรณ์65

เอกสารประกอบหลักสูตร สมบูรณ์65

คำนำ

หลักสตู รเสริมสรา้ งเอกลกั ษณ์ และอตั ลกั ษณ์ ของโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์ เป็นหลกั สูตรสถานศึกษา
ทีพ่ ัฒนาเพ่ิมเตมิ เพือ่ ให้สอดคล้องเหมาะสมกบั จุดเน้นของสถานศึกษา ท่ีต้องการพฒั นาคณุ ลกั ษณะของ
นักเรยี นโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ ให้มีเอกลกั ษณ์ และอัตลกั ษณ์ เปน็ ไปตามท่โี รงงเรียนนวมราชานุสรณ์
ต้องการ โดยการจดั การเรยี นรูใ้ หน้ ักเรยี นโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ มีคุณลกั ษณะที่ดีเพ่ือการเจรญิ เติบโตเป็น
พลเมืองที่เข้มแขง็ ของสงั คม ประเทศชาติ และของโลกใบนอ้ี ยา่ งยงั่ ยืน

เอกสารประกอบหลกั สตู รเสรมิ สรา้ งเอกลักษณ์ และอตั ลกั ษณ์ ของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ ฉบับน้ี
จัดทำขึ้นเพื่อเปน็ แนวทางในการออกแบบการจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ใู หก้ ับครูผสู้ อน ใหส้ ามารถออกออกแบบ
การจดั การเรยี นรู้ และนำหลกั สตู รไปใช้ในพฒั นานักเรียนโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์ ใหม้ ีคณุ ลักษณะเป็นไปตาม
จดุ มุ่งหมายของหลกั สูตรอย่างมีประสทิ ธภิ าพ

ขอขอบคุณผ้ทู ่ีมสี ่วนรว่ มจากทกุ หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้อง ทงั้ ภายใน และภายนอกโรงเรียนนวมราชา
นุสรณ์ ตลอดจนภาคเอกชน ผูป้ กครอง และประชาชนในชุมชน ผ้ทู รงคุณวุฒิ ตลอดจนนกั เรียนโรงเรียนนวม
ราชานุสรณ์ ทีม่ สี ว่ นช่วยใหก้ ารพฒั นา จดั ทำ และปรบั ปรุงเอกสารประกอบหลกั สตู รฉบบั นี้ มีความสมบรู ณ์
และเหมาะสมตอ่ การจดั การศึกษาใหก้ บั นักเรียนโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์

นายสมโภช อนิ ทปัญญา
ผู้อำนวยการโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์

สารบญั หนา้

คำช้แี จงวิธีการใช้หลกั สตู ร ๑
การออกแบบจดั การเรียนรู้
เอกสารประกอบหลกั สูตร ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ๓

ผลการเรียนรูร้ ายชน้ั ปี ม.๑ ๕
คำอธบิ ายรายวิชา ตามรอยพระบิดา กา้ วท่ี ๑ (ส๒๐๒๑๑) ๗
หนว่ ยการเรียนรูร้ ายวชิ า ตามรอยพระบิดา กา้ วท่ี ๑ (ส๒๐๒๑๑) ๘
แผนการใชห้ ลกั สูตร หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๑ ๑๐
แผนการใชห้ ลักสตู ร หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๒ ๑๒
แผนการใช้หลกั สตู ร หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ี ๓ ๑๔
แผนการใชห้ ลักสตู ร หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๔ ๑๕
แผนการใช้หลกั สูตร หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๕ ๑๗
แผนการใช้หลักสตู ร หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๖ ๑๙
คำอธบิ ายรายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวท่ี ๒ (ส๒๐๒๑๒) ๒๐
หน่วยการเรยี นรรู้ ายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวที่ ๒ (ส๒๐๒๑๒) ๒๑
แผนการใชห้ ลักสตู ร หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๑ ๒๓
แผนการใชห้ ลักสตู ร หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๒ ๒๖
แผนการใช้หลักสูตร หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี ๓ ๒๘
แผนการใช้หลักสตู ร หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ี ๔ ๓๑
แผนการใช้หลกั สูตร หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๕ ๓๔
เอกสารประกอบหลกั สตู ร ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ๓๖
คำอธิบายรายวิชา ตามรอยพระบิดา กา้ วท่ี ๓ (ส๒๐๒๑๓) ๓๗
หนว่ ยการเรยี นรู้รายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวที่ ๓ (ส๒๐๒๑๓) ๓๘
แผนการใชห้ ลกั สูตร หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๑ ๔๐
แผนการใช้หลักสูตร หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๒ ๔๔
แผนการใช้หลักสตู ร หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี ๓ ๔๘
แผนการใช้หลักสตู ร หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ี ๔ ๔๙
คำอธบิ ายรายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๔ (ส๒๐๒๑๔) ๕๐
หน่วยการเรียนรู้รายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวท่ี ๔ (ส๒๐๒๑๔) ๕๑
แผนการใช้หลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๑ ๕๓
แผนการใช้หลกั สตู ร หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๒ ๕๗
แผนการใช้หลักสตู ร หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๓ ๖๐
แผนการใช้หลกั สูตร หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ี ๔

สารบญั (ต่อ) หนา้

เอกสารประกอบหลกั สตู ร ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ๖๓
คำอธบิ ายรายวิชา ตามรอยพระบิดา กา้ วท่ี ๕ (ส๒๐๒๑๕) ๖๕
หนว่ ยการเรยี นรูร้ ายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวที่ ๕ (ส๒๐๒๑๕) ๖๖
แผนการใช้หลกั สูตร หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๑ ๖๗
แผนการใช้หลักสูตร หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๒ ๖๙
แผนการใช้หลักสตู ร หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๓ ๗๑
แผนการใช้หลกั สตู ร หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๔ ๗๔
คำอธบิ ายรายวิชา ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๖ (ส๒๐๒๑๖) ๗๖
หน่วยการเรยี นรรู้ ายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๖ (ส๒๐๒๑๖) ๗๗
แผนการใช้หลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๑ ๗๘
แผนการใช้หลักสูตร หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๒ ๘๓
แผนการใชห้ ลักสูตร หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๓ ๘๖
๘๘
เอกสารประกอบหลกั สูตร ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๙๐
คำอธบิ ายรายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๗ (ส๓๐๒๑๑) ๙๑
หน่วยการเรยี นรู้รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๗ (ส๓๐๒๑๑) ๙๒
แผนการใช้หลกั สตู ร หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๑ ๙๓
แผนการใชห้ ลกั สูตร หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ี ๒ ๙๕
แผนการใชห้ ลกั สตู ร หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๓ ๙๗
แผนการใชห้ ลกั สูตร หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ี ๔ ๑๐๐
แผนการใชห้ ลักสูตร หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ี ๕ ๑๐๑
๑๐๒
คำอธิบายรายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๘ (ส๓๐๒๑๒) ๑๐๓
หน่วยการเรียนรู้รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวท่ี ๘ (ส๓๐๒๑๒) ๑๐๖
แผนการใช้หลกั สูตร หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ี ๑ ๑๑๐
แผนการใช้หลกั สูตร หน่วยการเรยี นรู้ ท่ี ๒ ๑๑๒
แผนการใชห้ ลกั สตู ร หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๓ ๑๑๖
แผนการใช้หลกั สตู ร หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๔ ๑๑๘
๑๑๙
เอกสารประกอบหลกั สตู ร ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๕ ๑๒๐
คำอธบิ ายรายวชิ า ตามรอยพระบิดา กา้ วท่ี ๙ (ส๓๐๒๑๓) ๑๒๔
หน่วยการเรียนรรู้ ายวชิ า ตามรอยพระบิดา กา้ วที่ ๙ (ส๓๐๒๑๓) ๑๒๖
แผนการใชห้ ลกั สูตร หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๑ ๑๒๙
แผนการใช้หลักสูตร หน่วยการเรยี นรู้ ท่ี ๒
แผนการใชห้ ลกั สูตร หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๓
แผนการใช้หลกั สูตร หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๔

สารบญั (ต่อ) หน้า

คำอธบิ ายรายวิชา ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๑๐ (ส๓๐๒๑๔) ๑๓๑
หนว่ ยการเรียนร้รู ายวิชา ตามรอยพระบิดา กา้ วที่ ๑๐ (ส๓๐๒๑๔) ๑๓๒
แผนการใช้หลกั สตู ร หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๑ ๑๓๓
แผนการใชห้ ลักสตู ร หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๒ ๑๓๔
แผนการใชห้ ลกั สูตร หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๓ ๑๓๖
แผนการใช้หลกั สูตร หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี ๔ ๑๓๗
แผนการใชห้ ลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๕ ๑๓๙
แผนการใช้หลักสตู ร หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๖ ๑๔๑
แผนการใชห้ ลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๗ ๑๔๓
เอกสารประกอบหลกั สูตร ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ๑๔๕
คำอธิบายรายวิชา ตามรอยพระบดิ า ก้าวท่ี ๑๑ (ส๓๐๒๑๕) ๑๔๗
หนว่ ยการเรียนรรู้ ายวชิ า ตามรอยพระบิดา กา้ วที่ ๑๑ (ส๓๐๒๑๕) ๑๔๘
แผนการใช้หลกั สูตร หน่วยการเรยี นรู้ ท่ี ๑ ๑๔๙
แผนการใชห้ ลกั สูตร หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๒ ๑๕๒
คำอธบิ ายรายวิชา ชัยชนะของการพัฒนา (ส๓๐๒๑๖) ๑๕๕
หนว่ ยการเรยี นรู้รายวชิ า ชัยชนะของการพัฒนา (ส๓๐๒๑๖) ๑๕๖
แผนการใชห้ ลกั สตู ร หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๑ ๑๕๗
แผนการใช้หลกั สูตร หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๒ ๑๖๖
คณะผจู้ ัดทำ ๑๖๙



คำช้ีแจงวธิ กี ารใชห้ ลกั สตู ร
หลกั สูตรเสรมิ สรา้ งเอกลกั ษณ์ และอัตลกั ษณ์ ของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ มเี อกสารไดแ้ ก่

๑) เอกสารหลกั สตู ร ๒) เอกสารประกอบหลกั สตู ร การใชห้ ลักสตู รใหเ้ กดิ ประสทิ ธผิ ลครผู สู้ อนต้องศึกษา
เอกสารหลกั สูตรทัง้ ๒ ใหล้ ะเอยี ด เพ่ือใหเ้ กดิ ความเข้าใจ และสามารถนำไปจัดการเรียนร้ไู ด้
วิธีการนำหลกั สูตรไปใช้ครผู สู้ อนควรดำเนนิ การ ดงั นี้

๑. ทำความเขา้ ใจหลักการ จดุ มงุ่ หมาย จุดเน้น และขอบข่ายเนือ้ หาสาระตามจดุ เน้นของหลกั สตู ร
จากเอกสารหลกั สตู รเสริมสร้างเอกลกั ษณ์ และอตั ลักษณ์ ของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์

๒. ทำความเขา้ ใจผลการเรยี นรู้ชั้นปีในระดบั ชนั้ ทีไ่ ด้รบั มอบหมายให้ดำเนินการจดั การเรียนรู้ ใน
เอกสารหลกั สูตรหรอื เอกสารประกอบหลักสตู รเสรมิ สรา้ งเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ ของโรงเรียนนวมราชา
นุสรณ์ เพอ่ื ใหเ้ ห็นภาพรวมของหลกั สูตรท้งั ชัน้ ปี

๓. ทำความเขา้ ใจคำอธบิ ายรายวิชา และผลการเรียนรรู้ ายวิชาในรายวชิ าที่สอนของชั้นปีทท่ี ำการสอน
ในเอกสารหลักสตู รหรอื เอกสารประกอบหลักสูตรเสริมสร้างเอกลกั ษณ์ และอตั ลกั ษณ์ ของโรงเรียนนวมราชา
นสุ รณ์

๔. ศกึ ษาภาพรวมของหน่วยการเรยี นรู้ และเวลาในการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนในแตล่ ะหน่วย
การเรยี นรู้ จากเอกสารประกอบหลักสูตรเสริมสร้างเอกลกั ษณ์ และอตั ลกั ษณ์ ของโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์

๕. ทำความเข้าใจแผนการใชห้ ลกั สตู รแตล่ ะหน่วยการเรยี นรู้ จากเอกสารประกอบหลกั สตู รเสรมิ สรา้ ง
เอกลกั ษณ์ และอตั ลกั ษณ์ ของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์

๖. ศกึ ษา และทำความเขา้ ใจสาระการเรียนรู้ และสาระสำคญั ของหนว่ ยการเรียนร้ใู นแผนการใช้
หลักสูตร และสบื คน้ ข้อมลู เนือ้ หาสาระเพม่ิ เตมิ เพ่ือความทนั สมยั ของข้อมลู จากแหล่งอ้างองิ อืน่

๗. ออกแบบการจัดการเรียนรู้รายคาบเรยี น จดั ทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยการศกึ ษา และวิเคราะห์
รูปแบบการจัดการเรยี นรทู้ ่กี ำหนดไวใ้ นแผนการใช้หลกั สตู ร ท้งั น้ีครผู สู้ อนสามารถปรบั ประยกุ ตร์ ปู แบบการ
จดั การเรียนร้จู ากเอกสารหลักสตู รเสรมิ สร้างเอกลกั ษณ์ และอัตลักษณ์ ของโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์ ไดต้ าม
ความเหมาะสม

๘. ชิน้ งาน/ภาระงาน ตลอดจนวิธีการวัดผล ประเมินผล ครผู ูส้ อนสามารถปรบั ใหเ้ หมาะสมยืดหย่นุ ได้
ตามสถานการณ์ และความหลากหลายของนักเรยี น ภายใต้การสะทอ้ นของผลการเรยี นรปู้ ระจำหนว่ ย
การเรยี นร้นู ้นั

๘. นำแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีได้ออกแบบไวไ้ ปจัดการเรียนรู้ บันทกึ ผลการจดั การเรียนรู้ วเิ คราะหผ์ ล
การเรยี นรู้ และรายงานผู้บรหิ ารเปน็ ลำดบั ตอ่ ไป
การออกแบบจัดการเรียนรู้

เนือ่ งจากเอกสารประกอบหลักสตู ร ตามหลกั สูตรเสรมิ สรา้ งเอกลกั ษณ์ และอตั ลกั ษณ์ ของโรงเรยี น
นวมราชานุสรณ์ ไดจ้ ดั ทำไว้เปน็ แนวทางใหค้ รผู สู้ อนสำหรบั นำไปออกแบบจัดการเรียนรู้รายคาบเรียนใหก้ ับ
นักเรียน ดังน้ัน ภายหลงั จากทค่ี รผู สู้ อนไดร้ บั มอบหมายจากโรงเรียนให้จัดการเรยี นรู้ในรายวิชาใดตามหลกั สตู ร
เสรมิ สร้างเอกลกั ษณ์ และอตั ลกั ษณ์ ของโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ ให้ครผู สู้ อนทำการศึกษาหลกั สูตร
คำอธบิ ายรายวชิ า ผลการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ และแผนการใชห้ ลกั สตู รรายหน่วยการเรยี นรู้ และออกแบบ
จดั การเรียนร้รู ายคาบเรียน โดยจัดทำแผนการจดั การเรยี นรใู้ ห้สอดคลอ้ งกบั แผนการใช้หลักสตู ร โดย
องค์ประกอบของแผนการจัดการเรยี นรมู้ หี ัวข้อดังต่อไปน้ี



แผนการจดั การเรียนรู้ ท.่ี ........
รายวชิ า......................................... รหสั วิชา...............................
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่............. เร่อื ง................................................... เวลา.................คาบ
ผลการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
สาระการเรียนรู้
.............................................................................................................................................. ................................
..............................................................................................................................................................................
สาระสำคัญ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
รูปแบบการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. ................................................
กิจกรรมการเรยี นรู้ (ตามรปู แบบการเรียนรู้)
.................................................................................................................................. ............................................
..............................................................................................................................................................................
สื่อ และแหลง่ การเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ภาระงาน
....................................................................................................................................................................... .......
............................................................................................................................ ..................................................
การวัด และประเมนิ ผล
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................ ......................................
บนั ทกึ ผลการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................



เอกสารประกอบหลกั สตู ร
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑



ผลการเรียนร้รู ายชั้นปี ม.๑
จดุ เน้นท่ี ๑ เสรมิ สร้างความเปน็ “เอกลักษณ”์ ของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ (โรงเรียนที่ระลึกแห่งรชั กาลที่ ๙)
สาระท่ี ๑ โรงเรียนของเรา

๑. อธิบายประวัติ และยอมรบั ในคุณค่าของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๒. ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
สาระท่ี ๒ พระบิดาของเรา
๑. อธิบาย และสรุปพระราชประวัตขิ องพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร
สาระที่ ๓ ศาสตรข์ องพระบดิ า
๑. สรุป และอธิบายคุณค่าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจังหวัดนครนายก
๒. เรยี นรูค้ ณุ คา่ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
๓. อธบิ ายหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ของตนเอง
สาระที่ ๔ หลกั การทรงงานของพระบิดา
๑. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวัน
สาระที่ ๕ เกษตรวถิ ีพอเพียง
๑. อธิบายความหมาย และสรา้ งแบบจำลองการแบง่ พื้นทก่ี ารเกษตรของเกษตรทฤษฎใี หม่
๒. ดำเนนิ การทำบญั ชรี ายรบั -รายจา่ ย ของตนเอง

จดุ เนน้ ท่ี ๒ เสริมสร้างความเป็น “อัตลกั ษณ”์ ของนักเรียนโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ (พลเมอื งดวี ถิ ี น.ว.ม.)
สาระที่ ๖ พ้ืนฐานการเปน็ พลเมอื งดี

๑. วเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมทีแ่ สดงถึงการมีวนิ ัยต่อตนเอง และการมีวนิ ัยต่อสว่ นรวม
๒. ปฏิบัติตนตามคำแนะนำในการมวี ินัย
๓. วิเคราะห์ และประเมินค่าขอ้ มลู ขา่ วสารจากสื่อทางออนไลน์
๔. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมจติ อาสาภายในครอบครวั
สาระที่ ๗ ท้องถิ่นของเรา
๑. วเิ คราะหข์ อ้ มูลสำคัญในตำบลของตนเอง และแบง่ ปนั ข้อมูลสู่สาธารณะ
๒. สรปุ ข้อมลู การเสด็จพระราชดำเนินจงั หวดั นครนายก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครง้ั ที่ ๑-๔
สาระที่ ๘ การเป็นพลเมอื งไทย
๑. อธิบายความเปน็ มาของชาตไิ ทย และความสัมพนั ธ์ระหวา่ งพระมหากษัตรยิ ์กับชาติไทย
๒. ปฏิบัตติ ามมารยาทไทยได้อยา่ งถูกต้อง
๓. เลือกใชภ้ าษา และการส่ือสารของไทย ได้อย่างเหมาะสม และสุภาพ
๔. สรุปข้อมูลเกย่ี วกับกฎหมายสำหรบั เด็ก และเยาวชน
๕. แยกประเภทรปู แบบของการปกครองในระบอบตา่ ง ๆ ของโลก
๖. แยกประเภทประเดน็ ปัญหา และการเปล่ียนแปลงในสงั คมไทยปัจจุบนั
สาระที่ ๙ การเปน็ พลเมืองโลก
๑. อธิบายความเช่ือทางด้านศาสนา และสรปุ หลักคำสอนของความเชื่อทางศาสนาที่หลากหลาย

๒. สรปุ ความหมาย และหลกั การของสทิ ธมิ นุษยชน

๓. วเิ คราะห์สภาพปัญหาของสง่ิ แวดล้อม และระบบนเิ วศภายในประเทศไทย จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
๔. สรปุ สถานการณป์ ญั หาท่ีสำคญั ของโลก



คำอธิบายรายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวที่ ๑ (ส๒๐๒๑๑)

อธบิ ายประวตั ิความเปน็ มาของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ สีประจำโรงเรียน เพลงประจำโรงเรยี น และ
ยอมรบั ในคณุ ค่าของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ ปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของโรงเรยี นไดอ้ ย่างถกู ต้อง อธบิ าย และ
สรปุ พระราชประวตั ิก่อนครองราชย์ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ข้อมลู การเสดจ็ พระราชดำเนินจงั หวัดนครนายก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครงั้ ที่ ๑-๔ คณุ ค่าโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ของ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจงั หวดั นครนายก
นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ด้านซอ่ื สัตย์ สจุ รติ จรงิ ใจต่อกัน ดา้ นออ่ นน้อมถอ่ มตน ดา้ นความเพียร มาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั

เรยี นรคู้ ุณคา่ ของสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ ค้นคว้าหาความรู้จากสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน
ฯ เล่มท่ี ๑-๘ อธบิ ายหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวันของตนเอง อธบิ าย
ความหมาย และสร้างแบบจำลองการแบ่งพน้ื ทก่ี ารเกษตรของเกษตรทฤษฎใี หม่ ทำบญั ชีรายรบั -รายจา่ ย ของ
ตนเอง

วิเคราะห์พฤตกิ รรมที่แสดงถึงการมวี นิ ัยต่อตนเอง และการมวี ินัยตอ่ ส่วนรวม ปฏบิ ตั ิตนตามคำแนะนำ
ในการมีวนิ ัย ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมจติ อาสาภายในครอบครัว วเิ คราะหข์ อ้ มลู สำคัญ และเหน็ คณุ คา่ ในตำบลของ
ตนเอง และแบ่งปนั ขอ้ มลู สสู่ าธารณะ

โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้แบบ Active Learning ในการพฒั นาสติปญั ญา ทกั ษะ และเจตคติ ของ
นกั เรียนโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ อยา่ งรอบด้าน เพือ่ เสรมิ สร้างเอกลักษณ์ “โรงเรียนทีร่ ะลึกแห่งรชั กาลท่ี ๙”
และอัตลกั ษณ์ “พลเมืองดีวถิ ี น.ว.ม.” ให้นกั เรยี นเตบิ โตเปน็ พลเมืองท่ดี ีของสังคมไทย และสงั คมโลกอยา่ งมี
ความสขุ

ผลการเรยี นรู้
๑. อธิบายประวตั ิ และยอมรบั ในคณุ ค่าของโรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๒. ปฏิบตั ติ ามกฎระเบียบของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ ได้อย่างถูกตอ้ ง
๓. อธิบาย และสรุปพระราชประวัติของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช

มหาราช บรมนาถบพิตร
๔. สรปุ ขอ้ มลู การเสดจ็ พระราชดำเนินจงั หวดั นครนายก ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร

มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ครง้ั ที่ ๑-๔
๕. สรุป และอธบิ ายคุณค่าโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเดจ็ พระบรม

ชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจังหวดั นครนายก
๖. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช

บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั
๗. เรยี นรคู้ ณุ คา่ ของสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
๘. อธบิ ายหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง
๙. อธิบายความหมาย และสรา้ งแบบจำลองการแบ่งพน้ื ทก่ี ารเกษตรของเกษตรทฤษฎีใหม่
๑๐. ดำเนินการทำบัญชรี ายรบั -รายจ่าย ของตนเอง
๑๑. วิเคราะห์พฤติกรรมท่ีแสดงถงึ การมีวินัยต่อตนเอง และการมวี ินัยต่อส่วนรวม



๑๒. ปฏบิ ัตติ นตามคำแนะนำในการมีวนิ ยั
๑๓. ปฏบิ ัติกจิ กรรมจติ อาสาภายในครอบครัว

๑๔. วิเคราะหข์ อ้ มลู สำคัญในตำบลของตนเอง และแบง่ ปันข้อมลู สู่สาธารณะ



หนว่ ยการเรยี นรู้

รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวท่ี ๑ (ส๒๐๒๑๑)

จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ

หน่วยการเรยี นรู้ ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ เวลาในการจัดกิจกรรม
ที่
การเรียนการสอน (คาบ)

๒ ก้าวแรกของลูก น.ว.ม. ๘

๓ วนิ ัย และวินยั ทางการเงนิ ๖

ครอบครัวพอเพยี ง ๘

๖ ตำบลของเรา ๖

พระบดิ ากบั จังหวัดนครนายก ๖

สารานกุ รมไทยนา่ รู้ ๖

รวม ๔๐



แผนการใช้หลักสูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๑ รหสั วิชา ส๒๐๒๑๑

หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๑ ช่ือหน่วย กา้ วแรกของลูก น.ว.ม.
เวลาท่ใี ชใ้ นการจัดการเรยี นการรู้ ๘ คาบเรียน
ผลการเรยี นรปู้ ระจำหน่วย

๑. อธบิ ายประวตั ิ และยอมรบั ในคณุ คา่ ของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๒. ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ได้อย่างถูกต้อง
๓. นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร มาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธพิ สิ ยั
ประวตั คิ วามเปน็ มา และขอ้ มลู พ้นื ฐานของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
จิตพสิ ยั
๑. คณุ คา่ ของโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๒. การนอ้ มนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร ด้านซือ่ สัตย์ สจุ ริต จรงิ ใจต่อกนั ด้านออ่ นนอ้ มถ่อมตน ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ทักษะพิสัย
การปฏบิ ตั ติ ามกฎ ระเบยี บ ของโรงเรียนนวมราชานุสรณ์
สาระสำคญั
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร มพี ระราชดำรใิ ห้
พระอดุ มสารโสภณ ผู้ชว่ ยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรนิ ทราวาสขยายโรงเรยี นประถมศึกษาเปน็ โรงเรยี นระดบั
มัธยมศึกษา และไดพ้ ระราชทานทรพั ย์ที่มผี ู้ทลู เกลา้ ทลู กระหมอ่ มถวาย จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท เพอื่ เปน็ ทุน
ต้งั ตน้ ในการก่อสรา้ งอาคารเรยี นหลงั แรก ดว้ ยพระราชดำรแิ ละพระมหากรณุ าธิคุณของพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ จงึ ได้ถือกำเนดิ
ขึน้ และเปิดทำการเรยี นการสอนเมอื่ ปี ๒๕๑๔ โดยใชอ้ าคารเรยี นชว่ั คราว จนกระทง้ั วันท่ี ๒๒ กรกฎาคม
พ.ศ.๒๕๑๕ พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร พร้อมด้วย
สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ได้เสดจ็ พระราชดำเนนิ มา
ประกอบพธิ เี ปดิ อาคารเรยี นหลงั แรก และไดพ้ ระราชทานนามอาคารเรยี นวา่ “นวมราชานุสรณ”์
สปี ระจำโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์คอื สีนำ้ เงนิ – เหลอื ง สีน้ำเงิน หมายถงึ พระมหากษตั รยิ ์
สีเหลือง หมายถึง สวี ันพระราชสมภพของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ซง่ึ ตรงกบั วนั จันทร์
เพลงประจำโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ คอื เพลงที่ขับร้องและบรรเลงโดย วงดนตรสี นุ ทราภรณ์ โดยมี
เนือ้ ร้องดังนี้
“นวมราชานุสรณ์องคภ์ ูมิธรพระองค์ทรงโปรดเกลา้ พระราชทานเปน็ นาม สถานศกึ ษาปวงเรา
เป็นมงคลลน้ เกล้าล้นฟา้ นวมราชานสุ รณ์สถาบนั องค์กรใหก้ ารศกึ ษา อบรมสง่ั สอนการณุ ยป์ วงกุลบตุ รธิดา
ให้รุง่ เรอื งก้าวหน้าวชิ าการ ครอู าจารย์และปวงศษิ ยใ์ จตรง ดำรงรักสัตยป์ ฏิญาณ บำเพญ็ ตนเปน็ ประโยชน์



การงาน ดว้ ยเรารักบา้ นเมอื งไทย นวมราชานุสรณ์จงถาวรรงุ่ เรอื งเกรกิ ไกร ชว่ ยสรรค์สรา้ งปวงเยาวชนไทย
เปน็ ผลไดส้ รา้ งไทยให้วฒั นา”

กฎระเบยี บของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ หมายถงึ สง่ิ ทกี่ ำหนดขน้ึ เพอ่ื ใหน้ ักเรียนประพฤติปฏิบตั ิ
รว่ มกนั ภายในโรงเรียน เช่น กฎระเบยี บการแต่งกาย กฎระเบยี บการตัด-เพ่มิ คะแนนความประพฤติ ซง่ึ
นักเรียนสามารถท่ีจะศึกษาไดจ้ ากค่มู อื นกั เรยี น หรอื เอกสารระเบียบนกั เรยี นโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์ ของ
กลมุ่ บรหิ ารกจิ การนกั เรียน

หลกั การทรงงานดา้ นซื่อสตั ย์ สจุ รติ จรงิ ใจตอ่ กัน ทรงมพี ระราชดำรัสเรอื่ ง ความซอ่ื สัตย์ สจุ ริต จรงิ ใจ
ต่อกันอยา่ งตอ่ เนอื่ งตลอดมา เพราะเห็นวา่ หากคนไทยทุกคนไดร้ ่วมมอื กันช่วยชาติ พัฒนาชาติดว้ ยความ
ซอื่ สัตย์ สจุ ริต จริงใจต่อกนั แลว้ ประเทศไทยจะเจรญิ กา้ วหน้าอยา่ งมาก

หลักการทรงงานด้านออ่ นน้อมถอ่ มตน เปน็ คณุ สมบัตทิ ี่ทุกคนพึงมี พึงปฏบิ ตั ิใหเ้ ป็นปกติวสิ ยั ซงึ่ ทำให้
สังคมมีความสมานฉนั ท์ ทรงปฏิบัตใิ หเ้ ห็นมาโดยตลอด ทรงออ่ นน้อมมาก เวลาทเี่ สดจ็ ฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร
ทรงนอ้ มพระวรกายไปหาประชาชน คกุ เขา่ หนา้ ประชาชน ถามทกุ ขส์ ขุ ปรึกษาหารอื เป็นชวั่ โมง ๆ ประชาชนนง่ั
พบั เพียบ พระองคท์ า่ นกท็ รงทรดุ พระวรกายนัง่ พบั เพยี บบนพืน้ เดียวกัน
รปู แบบการจดั การเรียนรู้

รปู แบบการจัดการเรียนรโู้ ดยใช้กจิ กรรมเป็นฐาน (Activity- Based Learning)
ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑. สมั ภาษณค์ รู และบุคลากร เพือ่ หาข้อมลู ต่าง ๆ ของโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์ ดว้ ยความออ่ นนอ้ ม
ถ่อมตน

๒. นำข้อมูลจากการศกึ ษา จัดทำคลปิ วดี โี อแนะนำประวตั ิศาสตรโ์ รงเรยี นนวมราชานุสรณ์ และ
กฎระเบยี บของโรงเรียน ดว้ ยความซอ่ื สตั ย์ จรงิ ใจตอ่ กัน
วธิ กี ารวดั ผล ประเมนิ ผล

พทุ ธพิ ิสยั
แบบทดสอบปรนัย
จิตพิสยั
๑. การสงั เกตพฤตกิ รรม
๒. การประเมินตนเองของผูเ้ รยี น
๓. การประเมินโดยเพอ่ื น/ผปู้ กครอง
ทกั ษะพสิ ัย
๑. การประเมินผลการปฏิบัติ
๒. การประเมนิ ตนเองของผูเ้ รยี น
บรรณานกุ รม
กลุ่มบรหิ ารงานกิจการนกั เรยี น โรงเรียนนวมราชานสรณ.์ ๒๕๖๒. ระเบยี บนักเรยี นโรงเรยี นนวม
ราชานสุ รณ์ ๒๕๖๒. โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์. (อดั สำเนา)
โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์. ๒๕๓๙. ๒๕ ปี นวมราชานุสรณ์. ม.ป.ท.
สำนกั งานคณะกรรมการพิเศษเพอื่ ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนกั งาน
กปร.). ๒๕๖๒. หลกั การทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร.
กรุงเทพฯ: หจก.อรณุ การพิมพ์.

๑๐

แผนการใชห้ ลักสตู ร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๑ รหัสวิชา ส๒๐๒๑๑

หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๒ ชื่อหนว่ ย วนิ ัย และวนิ ัยทางการเงนิ
เวลาทใ่ี ชใ้ นการจดั การเรยี นการรู้ ๖ คาบเรยี น
ผลการเรียนรู้ประจำหน่วย

๑. วเิ คราะหพ์ ฤติกรรมท่แี สดงถึงการมวี นิ ยั ตอ่ ตนเอง และการมีวินัยต่อส่วนรวม
๒. ปฏิบตั ิตนตามคำแนะนำในการมีวนิ ยั
๓. ดำเนนิ การทำบญั ชีรายรบั -รายจา่ ย ของตนเอง
๔. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธพิ สิ ัย
๑. ความหมายของวนิ ัย
๒. พฤตกิ รรมที่แสดงถึงความมีวนิ ยั ตอ่ ตนเอง และการมีวนิ ยั ต่อสว่ นรวม
๓. ประโยชน์ และคณุ คา่ ของการมวี นิ ยั
จติ พสิ ัย
การนอ้ มนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ด้านความเพียร ไปใช้ในชีวิตประจำวนั
ทกั ษะพิสยั
๑. การปฏบิ ัตติ นเพือ่ สร้างวินัย
๒. การทำบญั ชรี ายรบั -รายจ่าย ส่วนตัว
สาระสำคัญ
วินยั ตรงกบั ภาษาองั กฤษวา่ Discipline หมายถึง มาตรฐานทางพฤติกรรมของคนในการประกอบ
กจิ กรรมแตล่ ะอย่างทอี่ าจกำหนดไวเ้ ปน็ รปู ธรรม หรอื มงุ่ หวงั ว่าต้องอย่ใู นกรอบเช่นไร วินัยมี ๒ ลักษณะ ได้แก่
วนิ ยั ในตนเอง คอื พฤติกรรมทเี่ ราสรา้ งจนเปน็ นสิ ยั ได้ดว้ ยตวั เอง ไม่มกี ฎระเบียบบงั คับ และส่ิงนนั้ ก่อประโยชน์
กบั ตัวเอง เชน่ วนิ ัยในการตื่นเชา้ วนิ ยั ทางการเงนิ เปน็ ตน้ วินยั ตอ่ สว่ นรวม คือ พฤตกิ รรมทเ่ี ราปฏบิ ตั เิ ปน็ ไป
ตามกฎ ระเบยี บ ทสี่ งั คมกำหนดเพอ่ื ให้เกดิ ความเรียบรอ้ ย และผลดใี นสงั คม เชน่ วนิ ยั ในการใช้รถใชถ้ นน วินยั
ในการเข้าแถวรอควิ ในกจิ กรรมต่าง ๆ เปน็ ตน้ วินยั มคี วามสำคัญช่วยเสรมิ สรา้ งใหบ้ ุคคลมบี ุคลกิ ภาพทด่ี ี สรา้ ง
ความเชือ่ ม่ันในตนเอง ทำให้มคี วามประพฤตเิ รียบร้อย และอยรู่ ว่ มกับสงั คมได้ปกตสิ ุข
การทำบญั ชีรายรบั -รายจา่ ยในแตล่ ะวนั นับว่าเป็นประโยชนต์ อ่ การใชช้ ีวิตของเราอย่างมากในการทำ
บญั ชรี ายรบั -รายจา่ ยในปจั จบุ นั ทำไดง้ า่ ย โดยการจดั ทำตารางบันทกึ รายรบั -รายจ่าย ในสมุด หรือ การใช้
แอพลิเคชัน ในอุปกรณเ์ ครอ่ื งมอื สื่อสารในการบันทึกรายรบั -รายจา่ ย
บัญชี กับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ท้ังนี้การทจ่ี ะฝึกตนจนมีวินยั ต้องอาศัยความเพียร ดงั เชน่ หลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านความเพียร เป็นคณุ สมบตั ทิ จี่ ะทำให้
งานสำเร็จตอ้ งมคี วามมงุ่ มัน่ โดยเฉพาะการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

๑๑

รูปแบบการจดั การเรยี นรู้
รูปแบบการเรยี นร้โู ดยใช้กจิ กรรมเป็นฐาน(Activity-Based Learning)

ชิ้นงาน/ภาระงาน
๑. ใบงานการวเิ คราะหเ์ รอื่ งวนิ ัย
๒. การทำบญั ชรี ายรบั -รายจา่ ย ส่วนตัว ๓ สัปดาห์ โดยใช้วนิ ัยในตนเอง และความเพยี ร

วธิ กี ารวัดผล ประเมินผล
พุทธิพสิ ยั
การทดสอบปรนัย หรอื แบบตอบสั้น ๆ
จติ พิสัย
การประเมนิ ตนเองของผเู้ รยี น
ทักษะพสิ ยั
๑. การประเมินผลการปฏิบตั ิ
๒. การประเมินตนเองของผเู้ รยี น
๓. การประเมินโดยเพอ่ื น/ผปู้ กครอง

บรรณานุกรม
กรมตรวจบญั ชีสหกรณ์. ม.ป.ป. สมดุ บญั ชีรบั -จ่ายในครวั เรือน สมดุ ต้นทนุ ประกอบอาชพี .

ม.ป.ท.
บญุ ชม ศรีสะอาด. ๒๕๕๕. “วินยั ในตนเองและงานวจิ ยั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง.” วารสารการวัดผลการศึกษา

มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. ๑๗ (๑): ๓-๑๕.
สำนักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน

กปร.). ๒๕๖๒. หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร.
กรุงเทพฯ: หจก.อรุณการพมิ พ.์

๑๒

แผนการใชห้ ลักสูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวท่ี ๑ รหัสวชิ า ส๒๐๒๑๑

หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๓ ช่ือหนว่ ย ครอบครัวพอเพียง
เวลาทใี่ ช้ในการจัดการเรยี นการรู้ ๘ คาบเรยี น
ผลการเรยี นรปู้ ระจำหนว่ ย

๑. อธิบายหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง
๒. อธิบายความหมาย และสรา้ งแบบจำลองการแบง่ พน้ื ทก่ี ารเกษตรของเกษตรทฤษฎีใหม่
๓. ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมจิตอาสาภายในครอบครัว
สาระการเรยี นรู้
พุทธพิ ิสัย
๑. หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. แนวทางการนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวัน
๓. ความหมายเกษตรทฤษฎใี หม่
๔. หลักการและแนวทางสำคญั ในการดำเนนิ งานเกษตรตามแนว ทฤษฎีใหม่
จติ พสิ ัย
การนอ้ มนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
ทกั ษะพสิ ยั
๑. การทำแบบจำลองพืน้ ทเ่ี กษตรทฤษฎใี หม่
๒. การปฏิบัตกิ จิ กรรมจติ อาสาในครอบครัว
สาระสำคญั
“เศรษฐกจิ พอเพยี ง” เป็นปรัชญาทีพ่ ระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดช
มหาราช พระบรมนาถบพติ ร พระราชทานพระราชดำรชิ ้ีแนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย
มาโดยตลอดนานกวา่ ๒๕ ปี ต้ังแต่กอ่ นเกดิ วกิ ฤตการณท์ างเศรษฐกจิ และเมอื่ ภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนว
ทางการแกไ้ ขเพื่อใหร้ อดพ้น และสามารถดำรงอยไู่ ดอ้ ยา่ งมน่ั คงและย่งั ยนื ภายใตก้ ระแสโลกาภวิ ตั นแ์ ละ
ความเปลยี่ นแปลงตา่ ง ๆ ความหมายของเศรษฐกจิ พอเพียง จงึ ประกอบดว้ ยคุณสมบตั ิ ดังนี้
๑. ความพอประมาณ หมายถงึ ความพอดที ่ไี ม่น้อยเกนิ ไปและไม่มากเกนิ ไป โดยไมเ่ บียดเบียนตนเอง
และผ้อู ่ืน
๒. ความมเี หตผุ ล หมายถงึ การตดั สินใจเกีย่ วกับระดับความพอเพยี งนนั้ จะต้องเป็นไปอยา่ งมเี หตผุ ล
๓. ภมู คิ ุ้มกนั หมายถงึ การเตรยี มตวั ใหพ้ รอ้ มรบั ผลกระทบและการเปล่ียนแปลงดา้ นต่างๆ ทจ่ี ะ
เกิดขนึ้ โดยมี เงือ่ นไข ของการตัดสนิ ใจและดำเนนิ กจิ กรรมตา่ งๆ ใหอ้ ยู่ในระดับพอเพยี ง ๒ ประการ ดังน้ี

๓.๑ เงอ่ื นไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรเู้ กีย่ วกบั วิชาการต่างๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งรอบดา้ น
๓.๒ เงอื่ นไขคุณธรรม ทจ่ี ะต้องเสรมิ สร้าง ประกอบดว้ ย มคี วามตระหนกั ในคณุ ธรรม มคี วาม
ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต และมคี วามอดทน มคี วามเพียร ใชส้ ตปิ ญั ญาในการดำเนนิ ชีวิต

๑๓

“ทฤษฎใี หม่" เปน็ แนวทางหรอื หลกั ในการบริหารจดั การท่ีดนิ และน้ำ เพอื่ การเกษตรในท่ีดนิ ขนาด
เลก็ ให้เกดิ ประโยชน์สงู สดุ ด้วยหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง การดำเนินงานตามทฤษฎีใหมม่ ี ๓ ขัน้ ตอน คือ

๑. การผลติ ให้พงึ่ ตนเองด้วยวธิ งี า่ ย ค่อยเป็นค่อยไปตามกำลัง ให้พอมีพอกิน
๒. การรวมพลงั กนั ในรปู แบบ หรือ สหกรณ์ รว่ มแรงร่วมใจกนั ในดา้ นการผลติ การตลาด
ความเป็นอยู่ สวสั ดกิ าร การศกึ ษา สงั คม และศาสนา
๓. การดำเนนิ ธรุ กจิ โดยตดิ ตอ่ ประสานงาน จดั หาทนุ หรือแหลง่ เงนิ หลกั การ และแนวทางสำคัญใน
การดำเนินงานเกษตรตามแนว "ทฤษฎใี หม"่ ในข้นั แรกท่เี ปน็ การผลิต ถือเปน็ ขั้นสำคญั ทสี่ ดุ ให้แบง่ ออกเป็น
๔ ส่วน ตามอัตราส่วน ๓๐ : ๓๐ : ๓๐ : ๑๐
จิตอาสา หมายถงึ จิตแหง่ การใหโ้ ดยเตม็ ใจจะช่วยผ้อู ืน่ โดยไม่คิดค่าตอบแทน ยอมสละ เวลาทรพั ยส์ ิน
เงินทอง และกำลงั กายเพอื่ กจิ กรรมอนั เป็นประโยชน์ ต่อสังคม รวมถงึ ยังเป็นการฝึกฝนตนเองเพอื่ ลดอัตตา
ดงั นั้นครอบครวั คอื รากฐานทีด่ ีในการบม่ เพาะเรอ่ื งจิตอาสาใหเ้ กิดขึ้นในตวั ตนของคนทุกคน สอนให้คน
รับผดิ ชอบตัวเองอย่างมสี ติ รรู้ ักการแบ่งปันกนั ในครัวเรือน ไมเ่ บียดบังแกง่ แยง่ กันในญาตพิ ่ีน้อง การได้ปฏบิ ัติ
กิจกรรมจิตอาสาภายในครอบครัวก็ถือไดว้ ่าเปน็ ประโยชนอ์ ยา่ งมาก รวมถึงเปน็ การสร้างจติ สำนกึ ท่ดี ีทงั้ ตอ่
ตนเอง ครอบครวั และการดูแลสงั คมไปในตวั ด้วย
รูปแบบการจัดการเรียนรู้
รูปแบบการเรยี นรูโ้ ดยใช้กจิ กรรมเป็นฐาน(Activity-Based Learning)
ชิ้นงาน/ภาระงาน
๑. โมเดลดินน้ำมัน เกษตรทฤษฎีใหม่ โดยประยุกต์ใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. บนั ทึกการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมจติ อาสาในครอบครวั
วิธกี ารวัดผล ประเมินผล
พุทธพิ ิสยั
แบบทดสอบปรนยั หรอื แบบตอบสน้ั ๆ
จิตพสิ ยั
๑. การสงั เกตพฤติกรรม
๒. การประเมนิ ตนเองของผูเ้ รียน
๓. การประเมนิ โดยเพอื่ น/ผปู้ กครอง
ทกั ษะพสิ ยั
๑. การประเมินผลการปฏบิ ตั ิ
๒. การประเมนิ ตนเองของผเู้ รยี น
บรรณานุกรม
แพรภทั ร ยอดแกว้ . ม.ป.ป. ความรู้เบ้อื งตน้ เกี่ยวกับจิตอาสา (Online). pws.npru.ac.th, ๑๖
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
สำนกั งานมูลนิธชิ ัยพัฒนา อาคารสำนกั งานโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ. ๒๕๕๗. เศรษฐกิจ
พอเพยี งและทฤษฎีใหม่. กรงุ เทพฯ: บรษิ ทั อมรินทรพ์ ริน้ ตงิ้ แอนด์พับลชิ ช่งิ จำกัด (มหาชน).

๑๔

แผนการใชห้ ลักสตู ร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวท่ี ๑ รหัสวชิ า ส๒๐๒๑๑

หน่วยการเรยี นรู้ ท่ี ๔ ช่อื หนว่ ย ตำบลของเรา
เวลาทใ่ี ช้ในการจดั การเรยี นการรู้ ๖ คาบเรยี น
ผลการเรยี นรู้ประจำหนว่ ย

วเิ คราะห์ข้อมลู สำคัญในตำบลของตนเอง และแบง่ ปันขอ้ มลู สสู่ าธารณะ
สาระการเรยี นรู้

พุทธพสิ ยั
ข้อมลู สำคัญในตำบลของตนเอง ไดแ้ ก่ สถานที่ บุคคลสำคญั วฒั นธรรม ทรพั ยากร
จติ พสิ ยั
การแบง่ ปันขอ้ มลู ทเ่ี ป็นประโยชน์ และมีคณุ ค่าในตำบลของตนเองสู่สาธารณะ
สาระสำคญั
ตำบล และหมบู่ า้ น เปน็ หนว่ ยการปกครองส่วนยอ่ ยของอำเภอ หรอื กง่ิ อำเภอ ตัง้ ตามกฎหมาย
ลกั ษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗ ตำบลจดั ตง้ั ข้นึ โดยประกาศของกระทรวงมหาดไทย มีกำนันเปน็
ผรู้ บั ผิดชอบตำบล
ขอ้ มูลทส่ี ำคญั ในตำบล ได้แก่ สถานที่ บุคคลสำคญั วัฒนธรรม ทรพั ยากร ซงึ่ มีความสำคญั ใน
การดำเนนิ ชีวติ ประจำวัน และมีคณุ คา่ ทค่ี วรรว่ มกันอนรุ ักษ์ และรว่ มพฒั นา
ในแต่ละชุมชน ตำบล ล้วนแล้วแตม่ สี ง่ิ ทมี่ ีคณุ คา่ ควรค่าแก่การนำออกมาเผยแพร่ แบง่ ปนั ขอ้ มลู สู่
สาธารณะ ในรูปแบบวธิ กี ารต่าง ๆ เช่น การทำสอื่ ประชาสมั พันธ์ การประชาสมั พันธผ์ ่านสื่อทางออนไลน์
เปน็ ต้น เพ่ือให้เกดิ ประโยชนใ์ นมิตติ า่ ง ๆ
รูปแบบการจดั การเรียนรู้
การจดั การเรียนรูโ้ ดยใชก้ ระบวนการกลุ่มสืบเสาะหาความรู้
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
สำรวจข้อมูลท่ีสำคญั ในตำบลของตนเอง และนำข้อมลู ทไ่ี ดเ้ ผยแพรส่ ู่สาธารณะในรปู แบบตา่ ง ๆ
วิธกี ารวดั ผล ประเมนิ ผล
พทุ ธพิ สิ ยั
แบบตอบส้นั ๆ
จิตพสิ ยั
การประเมินตนเองของผเู้ รยี น
บรรณานุกรม
ราชกจิ จานเุ บกษา. ๒๔๕๗. เลม่ ท่ี ๓๑. -, หน้า ๒๒๙.

๑๕

แผนการใช้หลักสตู ร
รายวิชา ตามรอยพระบิดา กา้ วที่ ๑ รหสั วชิ า ส๒๐๒๑๑

หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ี ๕ ช่อื หนว่ ย พระบดิ ากับจังหวัดนครนายก
เวลาทใ่ี ช้ในการจัดการเรียนการรู้ ๖ คาบเรียน
ผลการเรียนรู้ประจำหน่วย

๑. อธิบาย และสรปุ พระราชประวตั ิของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร

๒. สรปุ ข้อมลู การเสดจ็ พระราชดำเนินจงั หวัดนครนายก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครง้ั ท่ี ๑-๔

๓. สรปุ และอธิบายคุณคา่ โครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจงั หวดั นครนายก
สาระการเรยี นรู้

พทุ ธิพสิ ัย
๑. พระราชประวตั ิ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธบิ ศร มหาภูมพิ ล อดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร ก่อนครองราชย์
๒. การเสดจ็ พระราชดำเนนิ จงั หวัดนครนายก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ครั้งท่ี ๑-๔
๓. โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจังหวดั นครนายก เช่น โครงการเขือ่ นขุนดา่ นปราการชล โครงการอา่ ง
เก็บน้ำหว้ ยปรอื
จิตพิสัย
คุณค่าของโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจงั หวัดนครนายก
สาระสำคัญ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ทรงพระนามเดมิ
ว่า “พระวรวงศเ์ ธอพระองคเ์ จา้ ภูมิพลอดลุ ยเดช” ทรงเปน็ พระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช
กรมหลวงสงขลานครนิ ทร์ (ตอ่ มาไดร้ บั การเฉลิมพระนามาภไิ ธยเป็น สมเดจ็ พระมหิตลาธิเบศรอดลุ ยเดชวกิ รม
พระบรมราชชนก) และหม่อมสังวาล (ตอ่ มาได้รบั การเฉลมิ พระนามาภิไธย เปน็ สมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทรา
บรมราชชนนี) ทรงเสดจ็ พระราชสมภพ เมอ่ื วนั ท่ี ๕ ธนั วาคม ๒๔๗๐ ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น
รฐั เมสสาชูเซตต์ ประเทศสหรัฐอเมรกิ า ทรงศึกษาในระดบั อดุ มศึกษาในแผนกวทิ ยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เมอื งโลซานน์ ก่อนเสดจ็ ขึน้ ครองราชย์
การเสด็จพระราชดำเนินจงั หวัดนครนายก ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศ มหาภมู ิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ครัง้ ที่ ๑-๔
1. คร้งั ที่ ๑ วนั ท่ี ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๘ ทรงเยยี่ มราษฎร ณ ศาลากลางจงั หวดั นครนายก (หลงั เก่า)
รมิ แมน่ ้ำนครนายก โดยเสดจ็ พระราชดำเนนิ ผา่ นอำเภอบ้านนา
2. ครงั้ ที่ ๒ วนั ท่ี ๑๘ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ.๒๕๑๒ ทรงประกอบพิธียกช่อฟา้ ฝงั ลกู นิมติ อุโบสถ
วดั วงั กระโจม

๑๖

3. ครงั้ ท่ี ๓ วนั ท่ี ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๕ ทรงประกอบพิธีเปิดอาคารเรยี น โรงเรียนนวมราชา
นสุ รณ์

4. ครงั้ ที่ ๔ วนั ท่ี ๒๖ ธนั วาคม พ.ศ.๒๕๑๙ ทอดพระเนตรภมู ปิ ระเทศบรเิ วณบา้ นคลองสสี ุก และ
นมัสการเจ้าอาวาสวัดทา่ ดา่ น

โครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพติ ร ในจงั หวดั นครนายก มมี ากมายหลายโครงการ อาทิ โครงการเข่อื นขนุ ดา่ นปราการชล
โครงการอา่ งเกบ็ น้ำหว้ ยปรือ โครงการพฒั นาพื้นทีต่ ามแนวทฤษฎีใหม่ บา้ นบงุ่ เข้ ตำบลหนองแสง
อำเภอปากพลี เปน็ ตน้

โครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพติ ร ในจังหวดั นครนายก ล้วนแลว้ แตน่ ำมาซึ่งประโยชน์ และความสุขของประชาชน ส่งผล
ให้ประชาชนมีรายได้ และคณุ ภาพชีวิตท่ดี ีข้นึ ช่วยบรรเทาอทุ กภยั สง่ เสริมการท่องเทย่ี ว และรกั ษาระบบนิเวศ
ด้วยพระเมตตา และพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ล อดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร ท่มี ีต่อพสกนกิ รทงั้ แผ่นดนิ ไทย และชาวจงั หวัดนครนายก ในฐานะนักเรียนซึง่ เปน็
เยาวชนในจงั หวัดนครนายก ควรภาคภมู ิใจ เหน็ คุณค่า และสบื สานสง่ิ ทด่ี งี ามตามพระราชดำริ สบื ไป
รูปแบบการจัดการเรยี นรู้

๑. การเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม (Learning process)
๒. รปู แบบการเรยี นรู้โดยใชก้ จิ กรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)
ชิน้ งาน/ภาระงาน
สมุดเล่มเลก็ พระราชประวัตขิ องพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร และความสัมพนั ธข์ องพระองคก์ บั จงั หวัดนครนายก
วธิ ีการวดั ผล ประเมนิ ผล
พทุ ธพิ ิสยั
การทดสอบปรนัย หรอื แบบตอบส้นั ๆ
จิตพิสัย
การประเมนิ ตนเองของผ้เู รยี น
บรรณานกุ รม
กรมธนารกั ษ์ กระทรวงการคลัง. ม.ป.ป. พระราชประวตั พิ ระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั และเหรยี ญ
อันเกี่ยวเนื่องกับพระองค.์ กรุงเทพฯ: บรษิ ัทอมรนิ ทรพ์ ร้ินตงิ้ แอนดพ์ บั ลิชช่ิง จำกัด (มหาชน).
จังหวัดนครนายก. ๒๕๖๐. ตามรอยเสด็จพระราชดำเนนิ จังหวัดนครนายก: เอกสารชุดข้อมลู
เก่ยี วกบั พระราชกรณยี กจิ และการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร ที่จังหวดั นครนายก. ปทมุ ธานี: โรงพิมพม์ หาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. ๒๕๖๓.
สรุปข้อมูลโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครนายก (Online). www.rdpb.go.th, ๑๖
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๑๗

แผนการใชห้ ลักสูตร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๑ รหสั วิชา ส๒๐๒๑๑

หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๖ ชื่อหน่วย สารานกุ รมไทยน่ารู้
เวลาที่ใช้ในการจัดการเรียนการรู้ ๖ คาบเรยี น
ผลการเรียนรูป้ ระจำหนว่ ย

เรยี นรู้คุณคา่ ของสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
สาระการเรยี นรู้

จติ พสิ ัย
คุณค่าของสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯ เลม่ ๑-๘
สาระสำคัญ
"สารานุกรม" เป็นหนังสือรวมเรอ่ื งราวต่างๆ คำนป้ี ระกอบดว้ ยคำ ๒ คำ คอื "สาร" และ "อนุกรม"
พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ใหน้ ิยามของคำ "สาร" ว่า แกน่ เนือ้ แท้ สว่ นสำคญั ข้อใหญ่
ใจความ ถ้อยคำ คำว่า "อนุกรม”หมายถงึ ลำดับ ระเบียบ ชนั้ สองคำนร้ี วมกันเข้า โดยวิธสี มาสเปน็ คำเดียว คอื
"สารานกุ รม" หมายถงึ เร่อื งราวทเ่ี ป็นเนอื้ แท้ เปน็ แก่นสารนำมาเรียบเรียง โดยใชถ้ อ้ ยคำ จัดระเบียบเรอ่ื งแต่
ละเรือ่ งตามลำดบั ให้อยดู่ ว้ ยกนั ในหนงั สือเลม่ เดียวกัน หรอื หลายเล่มแตเ่ ป็นชดุ เดียวกนั คำนใี้ ชเ้ รียกช่อื หนงั สือ
อา้ งองิ หรือหนงั สืออเุ ทศประเภทหน่งึ ลกั ษณะท่ัวไปของหนงั สอื น้ีคอื อธบิ ายเรื่องราวตา่ ง ๆ ทม่ี นษุ ย์ได้เรยี นรู้
และไดค้ ดิ ขึ้นตั้งแต่โบราณสมัย จนถึงปัจจบุ นั มที ้งั ความรทู้ จ่ี ดั เปน็ วิชา หรอื เป็นศาสตร์ และความรู้ท่ัวไป ที่
ควรรู้ หรอื นา่ รู้ ผจู้ ดั ทำสารานุกรม จะจดั หมวดหมู่ และลำดบั ความสำคญั ของคำอธิบายเรอ่ื งราวเหลา่ นี้
เรยี งลำดับอย่ใู นเล่มเดียวกนั หรอื ชดุ เดียวกนั ตามลำดบั ความสำคัญ ของแตล่ ะวชิ าบ้าง ตามลำดบั
ความสัมพันธ์ของแต่ละวิชา และสาขาวชิ าในกล่มุ วชิ านนั้ ๆ บา้ ง ตามลำดบั ตวั อกั ษรตวั แรกของคำ ซึ่งใช้
เรียกช่อื วิชา หรือเรอ่ื งราวนนั้ ๆ บ้าง
สารานุกรมเลม่ ท่ี ๑ พมิ พ์ข้นึ ใน พ.ศ. ๒๕๑๖ มีทง้ั หมด ๙ เรอ่ื ง คือ ดวงอาทิตย์, อปุ ราคา, ทอ้ งฟา้ ,
กลางคนื , นก, ปลา, เครือ่ งจักรกลพลงั งาน, อากาศยาน, และ ดนตรไี ทย
สารานุกรมเลม่ ที่ ๒ พมิ พ์ขน้ึ ใน พ.ศ. ๒๕๑๘ มที ั้งหมด ๑๐ เรือ่ ง คือ การจำแนกและจดั ลำดับ,
หมวดหมูข่ องสัตว์, เวลา, บรรยากาศ, การตรวจอากาศ, อตุ สาหกรรม, อปุ กรณข์ ยายขอบเขตของสมั ผสั ,
มหาราชในประวตั ศิ าสตร์ไทย, การศกึ ษา, กรุงเทพมหานคร, และ ตราไปรษณียากรไทย
สารานุกรมเลม่ ที่ ๓ พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๗ มีทง้ั หมด ๑๐ เร่ือง คือ ข้าว, ขา้ วโพด, ฝา้ ย, ยางพารา,
ทรพั ยากรปา่ ไม,้ ผลิตผลป่าไม้, การทำไม้, วัชพืช, ววั , ควาย, และ ช้าง
สารานุกรมเลม่ ท่ี ๔ พมิ พ์ขน้ึ ใน พ.ศ. ๒๕๒๑ มที ั้งหมด ๑๐ เรือ่ ง คือ การเรืองแสงของสิง่ มชี ีวติ ,
การหายใจ, ความสมดลุ ของของเหลวในร่างกาย, ไวรัส, ปรากฏการณ์ของอากาศ, ภูมอิ ากาศ, รถไฟ,
การศาสนา, การตา่ งประเทศสมัยรตั นโกสินทร์, และลำดบั พระมหากษัตรยิ ไ์ ทย
สารานุกรมเลม่ ท่ี ๕ พมิ พ์ขน้ึ ใน พ.ศ. ๒๕๒๓ มที งั้ หมด ๙ เรอ่ื ง คือ ผัก, ไมผ้ ล, อ้อย, มนั สำปะหลงั ,
พืชหวั , การขยายพนั ธุพ์ ืช, เป็ด, ไก่, และพนั ธุ์ไมป้ ่า
สารานุกรมเลม่ ที่ ๖ พมิ พ์ข้ึนใน พ.ศ. ๒๕๒๕ มที ง้ั หมด ๑๕ เร่ือง คอื คณติ ศาสตรเ์ บ้ืองต้น,
ประวัตแิ ละพัฒนาการเกี่ยวกับจำนวน, เซต, ตรรกวทิ ยา, ฟงั กช์ ัน, สมการและอสมการ, จุด, เส้นและผวิ โค้ง,
ระยะทาง, พนื้ ที่, ปริมาตร, สถติ ,ิ ความนา่ จะเปน็ , เมตริก, กราฟและคณิตศาสตร์, ธรรมชาติ และ ศิลปะ

๑๘

สารานุกรมเลม่ ที่ ๗ พมิ พ์ขน้ึ ใน พ.ศ. ๒๕๒๕ มีท้งั หมด ๙ เรอื่ ง คือ กลว้ ยไม้, ผีเสอ้ื ในประเทศไทย,
การปลกู หม่อนเลย้ี งไหม, โรคพืช, ครั่ง, การเลีย้ งปลา, การชลประทาน, บ้านเรอื นของเรา, และโทรคมนาคม

สารานุกรมเลม่ ท่ี ๘ พมิ พ์ขน้ึ ใน พ.ศ. ๒๕๒๖ มีทัง้ หมด ๗ เรอ่ื ง คือ ประวัตกิ ารแพทยแ์ ละเภสัชกรรม
ไทย, กายวิภาคศาสตร์และสรรี วทิ ยา, การกำเนิดของโรค, การบรบิ าลทารกและโรคทางกุมารเวชศาสตร์,
ศลั ยศาสตร์และวิสญั ญีวิทยา, เลือดและธนาคารเลือดในประเทศไทย, และอุบตั เิ หตุและการปฐมพยาบาล
รูปแบบการจัดการเรยี นรู้

การจดั การเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) สรา้ งความคดิ รวบยอด
ช้นิ งาน/ภาระงาน

ผังมโนทศั น์แสดงคณุ ค่าของสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
วธิ กี ารวดั ผล ประเมนิ ผล

จิตพิสยั
การประเมนิ ตนเองของผู้เรียน
บรรณานกุ รม
มลู นิธโิ ครงการสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร. ม.ป.ป. หนังสือสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
(Online). https://saranukromthai.or.th, ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๑๙

คำอธิบายรายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๒ (ส๒๐๒๑๒)

นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร ด้านรู้ รกั สามัคคี ด้านทำเรอื่ ย ๆ ทำแบบสังฆทาน มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั วเิ คราะห์ และ
ประเมินค่าขอ้ มลู ข่าวสารจากสื่อทางออนไลน์ อธบิ ายความเป็นมาของชาติไทย และความสมั พันธ์ระหวา่ ง
พระมหากษตั รยิ ก์ บั ชาตไิ ทย ปฏิบตั ิตามมารยาทไทย ดา้ นการไหว้ และการแสดงความเคารพตอ่ ผใู้ หญ่
มารยาทไทยในพธิ กี ารทางศาสนา และทางสงั คม ไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม เลอื กใชภ้ าษา และการสอ่ื สารของ
ไทย ได้อย่างเหมาะสม และสภุ าพ

สรปุ ข้อมลู เกย่ี วกบั กฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชน แยกประเภทรปู แบบของการปกครองในระบอบ
ตา่ ง ๆ ของโลก และประเด็นปญั หา และการเปล่ยี นแปลงในสงั คมไทยปัจจุบนั อธิบายความเช่อื ด้านศาสนา
และสรุปหลกั คำสอนของความเช่ือทางศาสนาทห่ี ลากหลาย สรปุ ความหมาย และหลกั การของสิทธมิ นษุ ยชน
วเิ คราะหส์ ภาพปัญหาของสง่ิ แวดลอ้ ม และระบบนิเวศภายในประเทศไทย จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ สรปุ
สถานการณ์ปญั หาท่ีสำคญั ของโลก เช่น ปัญหาโรคระบาด ปัญหาความยากจน ปัญหาเร่ืองความไมเ่ ท่าเทียม
กนั ดา้ นเพศ ฯลฯ

โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้แบบ Active Learning ในการพฒั นาสตปิ ญั ญา ทักษะ และเจตคติ ของ
นักเรียนโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ อย่างรอบด้าน เพ่ือเสรมิ สร้างเอกลกั ษณ์ “โรงเรยี นทรี่ ะลึกแหง่ รัชกาลที่ ๙”
และอัตลกั ษณ์ “พลเมืองดีวถิ ี น.ว.ม.” ให้นกั เรียนเตบิ โตเปน็ พลเมอื งทีด่ ขี องสังคมไทย และสังคมโลกอย่างมี
ความสุข

ผลการเรียนรู้
๑. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช

บรมนาถบพิตร มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั
๒. วเิ คราะห์ และประเมนิ คา่ ขอ้ มลู ข่าวสารจากส่ือทางออนไลน์
๓. อธิบายความเปน็ มาของชาติไทย และความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งพระมหากษตั ริย์กับชาติไทย
๔. ปฏบิ ตั ติ ามมารยาทไทยไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
๕. เลือกใช้ภาษา และการส่อื สารของไทย ไดอ้ ย่างเหมาะสม และสภุ าพ
๖. สรปุ ข้อมูลเกยี่ วกบั กฎหมายสำหรบั เด็ก และเยาวชน
๗. แยกประเภทรปู แบบของการปกครองในระบอบต่าง ๆ ของโลก
๘. แยกประเภทประเดน็ ปญั หา และการเปลีย่ นแปลงในสงั คมไทยปจั จบุ ัน
๙. อธิบายความเชอื่ ทางดา้ นศาสนา และสรปุ หลกั คำสอนของความเช่อื ทางศาสนาทหี่ ลากหลาย
๑๐. สรปุ ความหมาย และหลักการของสิทธมิ นุษยชน
๑๑. วเิ คราะหส์ ภาพปญั หาของสง่ิ แวดลอ้ ม และระบบนิเวศภายในประเทศไทย จากหลักฐานเชงิ

ประจักษ์
๑๒. สรปุ สถานการณป์ ัญหาทสี่ ำคัญของโลก

๒๐

หนว่ ยการเรียนรู้

รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๒ (ส๒๐๒๑๒)

จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ

หนว่ ยการเรยี นรู้ ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ เวลาในการจัดกิจกรรม
ที่
การเรียนการสอน (คาบ)

๒ ชาติ และพระมหากษัตรยิ ์ไทย ๘

๓ งดงามอยา่ งไทย ๘

กฎหมายใกล้ตัว การปกครองรอบโลก ๘

ปัญหาไทย ปัญหาโลก ๘

สนั ติภาพสรา้ งสุข ๘

รวม ๔๐

๒๑

แผนการใชห้ ลักสตู ร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๒ รหสั วชิ า ส๒๐๒๑๒

หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ี ๑ ชอื่ หนว่ ย ชาติ และพระมหากษัตริยไ์ ทย
เวลาที่ใชใ้ นการจัดการเรยี นการรู้ ๘ คาบเรียน
ผลการเรยี นรูป้ ระจำหนว่ ย

๑. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั

๒. วเิ คราะห์ และประเมนิ ค่าขอ้ มลู ข่าวสารจากส่ือทางออนไลน์
๓. อธิบายความเป็นมาของชาติไทย และความสัมพันธร์ ะหวา่ งพระมหากษตั ริยก์ บั ชาตไิ ทย
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธิพสิ ยั
๑. ความเปน็ มาของชาติไทย และความสมั พันธ์ระหว่างพระมหากษตั ริยก์ ับชาติไทย
๒. การวเิ คราะห์ และประเมนิ ค่าข้อมลู ขา่ วสารจากส่ือทางออนไลน์
จิตพสิ ยั
การนอ้ มนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ด้านรู้ รกั สามคั คี ไปใช้ในชวี ิตประจำวนั
สาระสำคญั
ความเปน็ มาของชาตไิ ทย แบ่งการศึกษาออกเป็น 5 ช่วง ดังน้ี

๑. ชว่ งกอ่ นสมยั สุโขทยั นกั เรยี นสามารถสบื คน้ ขอ้ มลู จากแหลง่ ตา่ ง ๆ ไดต้ ามความสนใจ
เน่อื งจากมีแนวคดิ และรายละเอยี ดทหี่ ลากหลาย

๒. สมัยสโุ ขทัย เปน็ ราชธานี มีพอ่ ขนุ ศรีอนิ ทราทิตย์ เปน็ กษตั รยิ ์พระองคแ์ รก ความสมั พนั ธ์
ระหวา่ งพระมหากษตั ริย์ และประชาชน เปน็ แบบพ่อปกครองลูก มีความเป็นกนั เองและมคี วามใกล้ชิดกับ
ประชาชน มพี ระมหากษัตรยิ ร์ วม ๙ พระองค์ นกั เรยี นสามารถสบื ค้นขอ้ มูลจากแหล่งต่าง ๆ ได้ตามความสนใจ
เน่ืองจากมแี นวคดิ และรายละเอียดทห่ี ลากหลาย

๓. สมยั อยุธยา เป็นราชธานี มพี ระรามาธิบดีท่ี 1 (พระเจ้าอทู่ อง) เป็นกษตั ริยพ์ ระองคแ์ รก
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งพระมหากษัตรยิ ์ และประชาชน เปน็ ระบบราชาธิราช คอื พระมหากษัตริย์มอี ำนาจสงู สุด
มีพระมหากษตั รยิ ร์ วม 33 พระองค์ นักเรียนสามารถสบื คน้ ข้อมูลจากแหลง่ ตา่ ง ๆ ได้ตามความสนใจ เนือ่ งจาก
มแี นวคิดและรายละเอยี ดทหี่ ลากหลาย

๔. สมัยธนบรุ ี เปน็ ราชธานี มพี ระมหากษตั ริย์พระองคเ์ ดียวได้แก่ สมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราช ความสัมพันธร์ ะหวา่ งพระมหากษัตริย์ และประชาชนเหมอื นสมัยอยุธยา พระมหากษตั รยิ เ์ ป็นประมุข
สูงสดุ เปรียบเสมือนสมมุตเิ ทพ นกั เรียนสามารถสบื ค้นข้อมูลจากแหลง่ ต่าง ๆ ได้ตามความสนใจ เน่อื งจากมี
แนวคิดและรายละเอียดทห่ี ลากหลาย

๕. สมัยรตั นโกสนิ ทร์ มีกรงุ เทพมหานครเปน็ ราชธานี มีพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้
จฬุ าโลกมหาราช เปน็ กษัตรยิ พ์ ระองคแ์ รก ความสมั พันธร์ ะหว่างพระมหากษัตรยิ ์ และประชาชน รูปแบบ
การปกครอง

สมยั รชั กาลที่ ๑ - ๓ แบบราชาธปิ ไตย
สมยั รัชกาลที่ ๔ - ๖ แบบสมบรู ณาญาสิทธริ าชย์

๒๒

สมัยรัชกาลท่ี ๗ ถึงปจั จบุ นั แบบประชาธิปไตย
ตัง้ แต่อดตี จนถงึ ปจั จบุ ันชาติไทย และสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ มีความสมั พนั ธ์กนั มาอย่างยาวนาน โดย
มีบทบาท มีคุณปู การนำพาคนไทยสรา้ งชาติ รักษาเอกราช วฒั นธรรม ความเปน็ ไทย
ตวั ชวี้ ดั การร้เู ท่าทนั สือ่ สงั คมออนไลน์ของเยาวชนในสงั คมประชาธปิ ไตย ไดแ้ ก่

๑. เลอื กรบั “ขา่ วสาร” จากแหล่งทหี่ ลากหลาย
๒. เลือกรับ “สื่อการเมอื ง” จากแหล่งทห่ี ลากหลาย
๓. สามารถแยกความจรงิ ออกจากความเหน็
๔. สามารถวเิ คราะหเ์ นอื้ หาท่ไี ด้รบั ด้วยเหตผุ ล ไมค่ ล้อยตามผ้ผู ลติ
๕. สามารถประเมนิ วตั ถุประสงค์ของผผู้ ลติ
๖. สามารถวิเคราะห์ และตคี วามความหมายทีแ่ ฝงอยใู่ นข้อมูล
๗. สามารถวิเคราะห์ความน่าเชือ่ ถือของขอ้ มลู
หลักการทรงงาน ด้าน รู้ รกั สามัคคี
รู้ : การทเี่ ราจะลงมือทำสงิ่ ใดนน้ั จะตอ้ งรูเ้ สยี ก่อน รถู้ งึ ปจั จยั ทง้ั หมด ร้ถู งึ ปญั หา และรวู้ ธิ ีการ
แกป้ ัญหา
รกั : คอื ความรัก เมือ่ เรารู้ครบถ้วนกระบวนความแลว้ จะตอ้ งมคี วามรกั เป็นพลงั ผลักดนั ทจ่ี ะ
เข้าไปลงมอื ปฏบิ ัติแก้ไขปัญหาน้ัน ๆ ถา้ เรามคี วามรกั แล้วจะมีแรกกระตุน้ ใหท้ ำงานด้วยความเต็มใจ
สามัคคี : การทจ่ี ะลงมอื ปฏบิ ัตนิ ัน้ ควรคำนงึ เสมอวา่ เราจะทำงานคนเดยี วไมไ่ ด้ ตอ้ งทำงาน
รว่ มมอื ร่วมใจเปน็ องคก์ ร เป็นหมคู่ ณะ จงึ จะมีพลงั เข้าไปแกป้ ญั หาใหล้ ลุ ่วงไปไดด้ ้วยดี
รปู แบบการจดั การเรียนรู้
การจัดการเรยี นร้โู ดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) กระบวนการกลุ่ม
ช้นิ งาน/ภาระงาน
รายงานกลุม่ การวิเคราะหข์ อ้ มลู ขา่ วสารทางออนไลน์ ทเี่ ก่ียวกบั ชาตไิ ทย และพระมหากษัตรยิ ์ไทย
โดยประยกุ ต์ใช้หลกั การ รู้ รกั สามคั คี
วธิ ีการวดั ผล ประเมนิ ผล
พทุ ธิพิสัย
การทดสอบอัตนัย
จติ พิสยั
การสงั เกตพฤติกรรม
การประเมินตนเองของนักเรียน

บรรณานกุ รม
ณฏั ฐกาญจน์ ศุกลรตั นเมธี และนุชประภา โมกขศ์ าสตร.์ 2562. การรู้เทา่ ทันส่อื สงั คมออนไลน์

ของเยาวชนเพือ่ การเป็นพลเมอื งในสงั คมประชาธปิ ไตย. สำนกั วจิ ยั และพัฒนา สถาบนั พระปกเกลา้ .
ลขิ ิต ธรี เวคิน. ๒๕๕๓. การเมอื งการปกครองของไทย. พมิ พค์ รง้ั ที่ ๘. กรุงเทพฯ: สำนกั พิมพ์

มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน

กปร.). ๒๕๖๒. หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร.
กรงุ เทพฯ: หจก.อรุณการพิมพ.์

๒๓

แผนการใช้หลกั สตู ร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวที่ ๒ รหสั วชิ า ส๒๐๒๑๒

หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๒ ช่ือหนว่ ย งดงามอย่างไทย
เวลาท่ีใชใ้ นการจดั การเรยี นการรู้ ๘ คาบเรยี น
ผลการเรียนรู้ประจำหน่วย

๑. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวัน

๒. ปฏิบตั ติ ามมารยาทไทยได้อย่างถกู ตอ้ ง
๓. เลอื กใชภ้ าษา และการสอื่ สารของไทย ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และสภุ าพ
สาระการเรยี นรู้
จิตพิสัย
๑. การน้อมนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร ดา้ นทำเร่ือย ๆ ทำแบบสังฆทาน ไปใช้ในชีวิตประจำวนั
๒. คณุ ค่าของมารยาทไทย
๓. คุณค่าของการใชภ้ าษาไทย และการสอื่ สารทีถ่ กู ตอ้ ง
ทกั ษะพสิ ยั
การปฏบิ ัตติ ามมารยาทไทย
สาระสำคญั
หลักการทรงงาน ดา้ นทำเร่อื ย ๆ ทำแบบสงั ฆทาน ปัญหาตา่ ง ๆ ของประเทศชาตเิ กิดขนึ้ อยา่ งไมร่ จู้ บ
จำเป็นตอ้ งทมุ เทกำลงั ความสามารถเขา้ ไปแกไ้ ข จงึ ต้องทำเรอ่ื ย ๆ “หลักสงั ฆทาน” มีความหมายคือ “ให้
เพอ่ื ให”้ เป็นการใหโ้ ดยไมเ่ ลือก ไม่หวงั ผลตอบแทน และไมเ่ ลอื กปฏิบตั ิ
การแสดงความเคารพ ถือเปน็ กริ ยิ าทา่ ทางของมารยาทไทยท่ีสภุ าพเรียบร้อยในการรว่ มประกอบ
พิธีกรรมตา่ ง ๆ ทางศาสนา ทีถ่ ูกตอ้ งตามระเบียบแบบแผนและเหมาะสมตามกาลเทศะ ซึ่งครอบคลมุ ถึง
การแสดงความเคารพ โดยการไหว้ การกราบ การคำนับ การรบั ของ และส่งส่ิงของเปน็ ตน้ การแสดง
ความเคารพ ถอื เป็นมารยาทไทยอย่างหนง่ึ ทแ่ี สดงความออ่ นนอ้ มถอ่ มตนของเดก็ ทม่ี ตี อ่ ผ้ใู หญห่ รอื ผ้ทู ม่ี ี
ความอาวโุ สกว่า ซ่ึงมอี ยหู่ ลายลกั ษณะ เช่น การประนมมอื การไหว้ การกราบ การคำนบั ซึ่งเม่อื นำมาใช้
ในการเขา้ ร่วมศาสนพิธีตา่ ง ๆ สามารถปฏบิ ัตไิ ดด้ ังน้ี

๑. การไหว้ คอื การประนมมอื และการไหว้ประกอบดว้ ยกริ ยิ า ๒ สว่ นด้วยกนั คือ
ส่วนที่ ๑ การประนมมือ หรอื ที่เรียกวา่ “อัญชลี” เป็นการแสดงความเคารพ โดย

การประนมมือเล็กน้อยใหป้ ลายน้วิ มอื ทงั้ สองขา้ งชิดกนั ฝ่ามอื ทั้งสองประกอบเสมอกันแนบระหวา่ งอก
ปลายนว้ิ เฉียงข้นึ พอประมาณ แขนแนบลำตวั ไมก่ างศอก ท้ังชายและหญงิ ปฏบิ ัตเิ หมอื นกนั

สว่ นท่ี ๒ การไหว้ (วนั ทา) เปน็ การแสดงความเคารพโดยการประนมมอื แลว้ ยกมอื ทงั้
สองขนึ้ จรดใบหนา้ แสดงถงึ ความเคารพ ซง่ึ แบง่ ได้เป็น ๓ ระดบั ตามระดบั บคุ คล คอื ระดบั ที่ ๑ การไหวพ้ ระ
ไดแ้ ก่ การไหวพ้ ระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ รวมท้ังปูชนยี สถาน ปชู นียวตั ถุ ท่เี กย่ี วกบั พระพทุ ธศาสนา ใชใ้ น
กรณที ไี่ มส่ ามารถกราบแบบเบญจางคประดษิ ฐไ์ ด้ ให้ประนมมือและยกขึน้ พรอ้ มกบั คอ้ มศีรษะลงให้หัวแมม่ ือ
จรดหวา่ งคิ้ว ปลายนวิ้ ช้แี นบส่วนบนของหน้าผาก ระดบั ที่ ๒ การไหว้ผมู้ ีพระคุณและผูท้ มี่ ีอายมุ ากไดแ้ ก่ ปู่ ย่า
ตา ยาย พอ่ แม่ ครอู าจารย์ และผทู้ ่เี ราเคารพนบั ถอื ใหป้ ระนมมอื แลว้ ยกขน้ึ พรอ้ มกบั คอ้ มศีรษะลงใหห้ ัวแม่

๒๔

มือจรดปลายจมกู ปลายนิ้วชี้แนบหวา่ งคว้ิ ระดับที่ ๓ การไหว้บคุ คลทว่ั ๆ ไป ทเ่ี คารพนบั ถอื หรือผทู้ ่มี ีอายุ
มากกวา่ เลก็ น้อยใหป้ ระนมมือแล้วยกขึ้นพรอ้ มกบั ค้อมศีรษะลง ใหห้ วั แมม่ อื จรดปลายคาง ปลายน้วิ ช้ีแนบ
ปลายจมกู หากจะใช้แสดงความเคารพ ผ้ทู มี่ อี ายุเท่ากันหรือเพอ่ื นกัน ใหย้ ืนตรงไหว้ และไม่ตอ้ งค้อมศีรษะ

๒. การกราบ (อภิวาท) เปน็ การแสดงความเคารพอยา่ งสงู มี ๒ แบบ คอื
แบบที่ ๑ การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ เปน็ การใชอ้ วยั วะทั้ง ๕ คือ หนา้ ผาก มือ และ

ข้อศอกท้งั ๒ เขา่ ท้ัง ๒ สัมผสั กบั พ้ืน การกราบมี ๓ จังหวะ คือ ทา่ เตรียม ชาย นัง่ คุกเขา่ ตัวตรงปลายเท้าต้ัง
ปลายเทา้ และสน้ เท้าชดิ กัน น่งั บนสน้ เท้า เข่าทงั้ สองห่างพอประมาณ มอื ท้ังสองวางควำ่ เหนอื เข่าทัง้ สองขา้ ง
นิว้ ชดิ กนั (ท่าเทพบตุ ร) หญงิ นง่ั คุกเข่าตัวตรงปลายเท้าราบ เขา่ ถงึ ปลายเท้าชิดกนั นง่ั บนสน้ เทา้ มอื ท้ังสองวาง
ควำ่ เหนือเขา่ ทง้ั สองขา้ ง นว้ิ ชดิ กัน (ท่าเทพธิดา) ท่ากราบ จงั หวะท่ี ๑ อัญชลี ยกมอื ข้ึนในท่าประนมมือ จังหวะ
ที่ ๒ วนั ทา ยกมอื ขน้ึ ไหว้ตามระดบั ท่ี ๑ การไหว้พระจังหวะท่ี ๓ อภวิ าท ทอดมอื ทัง้ สองลงพร้อมๆ กัน ให้มอื
และแขนท้งั สองข้างราบกับพน้ื ควำ่ มือหา่ งกนั เล็กนอ้ ย พอใหห้ น้าผากจรดพ้นื ระหวา่ งมอื ทง้ั สอง
(ชาย ศอกทั้งสองข้างตอ่ จากเข่าราบไปกบั พื้น หลังไมโ่ กง่ หญิงศอกทงั้ สองขา้ งคร่อมเขา่ เลก็ นอ้ ย ราบไปกับพืน้
หลงั ไม่โกง่ )

แบบท่ี ๒ การกราบผู้ใหญ่ เป็นการกราบผมู้ ีพระคุณและผูม้ อี ายุมากกวา่ ได้แก่ ปู่ ย่า ตา
ยาย พอ่ แม่ ครู อาจารย์ และผทู้ ี่เราเคารพ ลกั ษณะ การปฏบิ ตั ขิ องชายและหญงิ เหมอื นกันคอื นัง่ พบั เพียบ
ทอดมือทงั้ สองข้างลงพร้อมกนั ให้แขนท้ังสองครอ่ มเข่าทอี่ ยดู่ า้ นล่างเพยี งเข่าเดียว มือประนมตัง้ กับพนื้ ไม่
แบมอื ค้อมตัวลงให้หนา้ ผากแตะส่วนบนของมือทป่ี ระนมในขณะกราบไม่ต้องกระดกนว้ิ มอื ขนึ้ มารับหนา้ ผาก
และกราบเพยี งครงั้ เดียว

มารยาทในสงั คมไทยในการพบปะสมาคมกบั คนในสงั คม
๑. การรจู้ กั วางตน เป็นคนอดทน สงบเสงีย่ ม ไมแ่ สดงกริ ยิ ากา้ วรา้ ว
๒. การรจู้ กั ประมาณตน มธี รรมคนดี ๗ ช่ือวา่ สัปปุรสิ ธรรม ๗ ประการ ไดแ้ ก่ รู้จัก เหตุผล

ตน ประมาณ กาล ชมุ ชน และบุคคล โดยไม่ทำตัวเองใหเ้ ดน่ เรยี กรอ้ งให้คนอ่ืนสนใจ หรอื สนใจในตัวเรามาก
เกนิ ไป

๓. การรจู้ กั ควบคุมอารมณ์ ขม่ จิตของตน ไมใ่ ช่อารมณร์ นุ แรงเพอ่ื ไม่ใหล้ ว่ งสิ่งท่ไี ม่ควรลว่ ง
๔. การรจู้ กั การพูดจา ต้องไม่ทกั ทายกับคนด้วยคำพูดท่ีจะทำให้คนเขาเกดิ ความอับอายใน
สังคม ไม่คุยเสียงดัง
๕. การสำรวมกริ ิยาเมือ่ เดินผา่ นผูใ้ หญ่ ขณะเดนิ ผา่ นผูใ้ หญใ่ ห้ก้มตัวพองาม หากผใู้ หญก่ ำลงั
เดนิ ไม่ควรว่ิงตัดหนา้
๖. การรจู้ ักควบคมุ อริ ิยาบถ เชน่ เมื่อเราได้ยินเสียงเพลงกไ็ มค่ วรเขยา่ ตวั กระดิกเท้า
เคาะจังหวะ โดยไมเ่ ลือกสถานที่
๗. ความมนี ้ำใจไมตรีตอ่ กัน รกั และเขา้ ใจกัน เออ้ื อาทร
๘. การชว่ ยเหลอื ผอู้ ื่น เป็นคุณธรรมขน้ั สงู ของการอยรู่ ่วมกัน
มารยาทในการใช้ภาษา และการสอ่ื สาร
๑. ใชคาํ พดู สภุ าพ และภาษาทีเ่ หมาะสมกบั กาลเทศะ และบคุ คลใหเกยี รตกิ บั ผทู้ ีเ่ ราส่อื สาร
ดว้ ย รูจกั ใชคําทแี่ สดงถงึ ความมมี ารยาท เชน คาํ ขอบคณุ ขอบใจ เมอื่ ผอู้ ่นื ทำสง่ิ ทเ่ี ปน็ คณุ ให้กบั เรา และกลา่ ว
คำวา่ ขอโทษ เม่ือเราไดท้ ำผิดกับผู้อืน่
๒. ไมพ่ ดู จาเยาะเยย ถากถาง ดหู มิ่นเหยยี ดหยาม เสยี ดสผี อู น่ื ไมพูดจายกตนขมทาน พูดช้ี
จดุ บกพรอง หรือปมดอยของผอู นื่ ใหเกิดความอับอาย

๒๕

๓. ไมผูกขาดการพูด และความคดิ แตเพยี งผเู ดียว ใหโอกาสผอู ื่นไดพูดบางไมพดู ตดั บทใน
ระหวางผอู ืน่ กําลังพดู ควรคอยใหผอู ่นื พูดจนหมดกระบวนความแลวจึงพูดตอ

๔. เมือ่ จะพูดคัดคานหรอื โตแยง ควรจะเหมาะสมกบั โอกาส และมเี หตผุ ลเพียงพอไมใช
อารมณ ควรใชคําพดู ที่นุมนวล ไมใหเสียบรรยากาศของการพูดคุยกัน

๕. การพดู เพอ่ื สรางบรรยากาศ ใหเกดิ อารมณขนั ควรจะเปนเรอ่ื งตลกขบขนั ท่ีสภุ าพไมหยาบ
โลนหรอื พูดลักษณะสองแงสองงาม

๖. ไมพูดตเิ ตียน กลาวหาหรือนนิ ทาผอู ่ืนตอหนาชุมชน หรือในขณะท่ีผทู ีเ่ ราพูดถงึ ไมไดอยู่
ด้วย

๗. ควรพดู ดวยน้ำเสียงนมุ นวลชวนฟง ไมใชน้ำเสียงหวน ๆ หรอื ดดุ ันวางอํานาจเหนือผฟู ง
รจู ักใชคําคะ ครับ นะคะ นะครบั หนอยเถิด จะ เสริมการพดู ใหสภุ าพไพเราะนาฟง
รูปแบบการจัดการเรียนรู้

รูปแบบการเรยี นรโู้ ดยใชก้ จิ กรรมเปน็ ฐาน (Activity-Based Learning)
รปู แบบการเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) การปฏบิ ตั ิ
ชิน้ งาน/ภาระงาน
การแสดงละครส้ันเกี่ยวกับมารยาทไทย และการใช้ภาษาไทยทถี่ ูกต้องเหมาะสม โดยน้อมนำหลกั
การทรงงานดา้ นทำแบบเรอ่ื ย ๆ ทำแบบสังฆทาน มาประยกุ ต์ใช้
วธิ กี ารวดั ผล ประเมนิ ผล
จติ พิสัย
การสงั เกตพฤติกรรม
การประเมนิ ตนเองของนักเรยี น
ทักษะพิสัย
การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิ
การประเมินตามสภาพจรงิ
บรรณานุกรม
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. ๒๕๖๑. ศาสนพิธีและมารยาทไทย. พิมครง้ั ที่ ๓.
กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด.
ฉัชศภุ างค์ สารมาศ. ๒๕๕๙. “มารยาท.” สิรินธรปรทิ รรศน์. ๑๗ (๑): ๕๔-๕๘.
สำนกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอื่ ประสานงานโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.). ๒๕๖๒. หลกั การทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร.
กรุงเทพฯ: หจก.อรุณการพิมพ.์

๒๖

แผนการใชห้ ลกั สูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวที่ ๒ รหสั วชิ า ส๒๐๒๑๒

หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๓ ช่อื หนว่ ย กฎหมายใกลต้ วั การปกครองรอบโลก
เวลาทใ่ี ช้ในการจัดการเรยี นการรู้ ๘ คาบเรียน
ผลการเรียนรปู้ ระจำหน่วย

๑. สรปุ ข้อมลู เก่ียวกบั กฎหมายสำหรับเดก็ และเยาวชน
๒. แยกประเภทรปู แบบของการปกครองในระบอบต่าง ๆ ของโลก
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธพิ สิ ยั
๑. ข้อมูลกฎหมายสำหรบั เด็ก และเยาวชน
๒. รปู แบบการปกครองในระบอบตา่ ง ๆ ของโลก
สาระสำคญั
พระราชบัญญัติศาลเยาวชน และครอบครวั และวธิ พี ิจารณาคดเี ยาวชน และครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓
(แก้ไขปรบั ปรงุ ตาม ฉบบั ท่ี ๒ ฉบับท่ี ๓ พ.ศ. ๒๕๕๘ ฉบับที่ ๔ และฉบบั ท่ี ๕ พ.ศ. ๒๕๕๙)
มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั ินี้
“เด็ก” หมายความวา่ บคุ คลซง่ึ มอี ายเุ กนิ กว่าอายทุ ่กี ำหนดไว้ตามมาตรา ๗๓ แห่งประมวล
กฎหมายอาญา แต่ยงั ไมเ่ กนิ สบิ ห้าปบี รบิ รู ณ์
“เยาวชน” หมายความว่า บุคคลอายเุ กินสิบห้าปบี รบิ ูรณ์ แตย่ ังไม่ถงึ สบิ แปดปบี รบิ รู ณ์
การออกหมายจับเด็ก และเยาวชนให้ศาลคาํ นงึ ถงึ การค้มุ ครองสทิ ธิเด็กหรือเยาวชนเปน็ สําคัญ
โดยเฉพาะในเร่ืองอายุ เพศ และอนาคตของเด็กหรอื เยาวชนทพี่ ึงได้รบั การพัฒนาและปกป้องค้มุ ครอง หาก
การออกหมายจับจะมผี ลกระทบกระเทอื นตอ่ จติ ใจของเดก็ หรือเยาวชนอยา่ งรนุ แรงโดยไมจ่ าํ เปน็ ใหพ้ ยายาม
เลีย่ งการออกหมายจบั โดยใช้วิธีติดตามตัวเด็กหรอื เยาวชนนน้ั ด้วยวิธอี ืน่ ก่อน การจบั กมุ และควบคุมเดก็ และ
เยาวชนตอ้ งกระทําโดยละมุนละมอ่ ม โดยคาํ นึงถงึ ศกั ดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไมเ่ ปน็ การประจานเดก็ หรือ
เยาวชน นอกจากนัน้ หา้ มมิให้เจา้ พนักงานผจู้ ับกมุ เด็กหรอื เยาวชน หรอื พนักงานสอบสวนจัดใหม้ หี รืออนญุ าต
ให้มีหรอื ยินยอมให้มกี ารถ่ายภาพหรือบันทึกภาพเดก็ หรือเยาวชนซ่งึ ต้องหาว่ากระทําความผิด เว้นแตเ่ พอื่
ประโยชนใ์ นการสอบสวน การสอบสวนตอ้ งกระทาํ ในสถานที่ทเ่ี หมาะสม โดยไมเ่ ลอื กปฏบิ ตั ิ และไมป่ ะปนกับ
ผูต้ อ้ งหาอื่นหรือมบี ุคคลอน่ื ทีไ่ ม่เกยี่ วข้องอยูใ่ นสถานท่นี ัน้ อนั มลี ักษณะเป็นการประจานเด็กหรอื เยาวชน
ความรับผิดของเดก็ และเยาวชนในการทาํ ผดิ ทางอาญา
๑. เดก็ อายไุ ม่เกิน ๑๐ ปี สามารถกระทาํ ความผิดทางอาญาได้เชน่ เดยี วกับผ้ใู หญ่ ซึง่ ถอื วา่ เดก็
นนั้ เปน็ ผู้กระทาํ ความผิดไดแ้ ตก่ ฎหมายยกเว้นโทษแกเ่ ดก็ นนั้ โดยหา้ มมใิ หล้ งโทษแกเ่ ดก็ นนั้ เลยแต่ท้งั น้ี
หมายความว่าการกระทําของเดก็ อายุไมเ่ กิน ๑๐ ปีนัน้ ยงั เปน็ ความผิดกฎหมายอาญาอยู่ เพียงแตก่ ฎหมายไม่
เอาโทษเท่านนั้ ให้พนกั งานสอบสวนสง่ ตัวเดก็ น้ันใหพ้ นักงานเจ้าหนา้ ท่ตี ามกฎหมายว่าดว้ ยการคมุ้ ครองเดก็
เพื่อดาํ เนินการคมุ้ ครองสวสั ดิภาพตามกฎหมายว่าดว้ ยการนน้ั
๒. เด็กอายุ ๑๐ ปี ไม่เกนิ ๑๕ ปี กระทําความผิดอาญาไดเ้ ช่นเดยี วกับผ้ใู หญ่ โดยถอื วา่ เด็กน้ัน
อาจเปน็ ผกู้ ระทาํ ความผิดได้แตอ่ ยา่ งไรก็ตาม เดก็ ในวัยน้กี ฎหมายก็ยงั ถอื วา่ มีความรสู้ กึ ผิดชอบชวั่ ดอี ยา่ งจาํ กัด
เชน่ เดียวกัน จึงใหม้ ีการยกเวน้ โทษแกเ่ ดก็ ทก่ี ระทาํ ความผิด โดยห้ามมิให้ลงโทษทางอาญาแกเ่ ด็กน้ันเลย แต่

๒๗

ท้งั นี้หมายความวา่ การกระทาํ ของเดก็ นน้ั ยังเป็นความผดิ กฎหมายอาญาอยู่ เพียงแตก่ ฎหมายไม่เอาโทษ
เท่านัน้ อย่างไรก็ตามสาํ หรบั เดก็ อายุ ๑๐ ปีไม่เกนิ ๑๕ ปที ก่ี ระทาํ ความผดิ นก้ี ฎหมายกเ็ ปดิ ชอ่ งให้ศาลใช้
ดลุ พนิ จิ ที่จะใช้ “วิธีการสาํ หรับเดก็ ” ได้ซ่งึ จะเปน็ เครอื่ งมือสาํ หรับปรบั ปรงุ เดก็ ใหเ้ ปน็ คนดแี ละไมก่ ระทาํ
ความผิดขึ้นอีกในอนาคต

วิธกี ารสําหรับเดก็ ตามทก่ี ฎหมายกําหนดไวไ้ ด้แก่
๑) การวา่ กลา่ วตกั เตอื นแกเ่ ด็กท่ีกระทําความผดิ หรอื แกบ่ ิดา มารดา ผู้ปกครอง หรอื บคุ คล
ท่ีเด็กอาศยั อยู่
๒) การเรียกบิดามารดา ผปู้ กครอง หรือบคุ คลทเี่ ดก็ อาศัยอยมู่ าทําทณั ฑ์บนวา่ จะระวังไม่ให้
เด็กก่อเหตรุ ้ายขึ้นอกี
๓) การใชว้ ธิ กี ารคมุ ประพฤติสําหรบั เด็ก โดยมพี นกั งานคมุ ประพฤตคิ อยควบคุมสอดสอ่ ง
๔) ส่งตวั ไปอยู่กบั บุคคลหรือองค์กรทีย่ อมรบั เดก็ เพื่อส่ังสอนอบรม
๕) ส่งตวั ไปโรงเรียนหรือสถานฝกึ และอบรม หรอื สถานทต่ี ง้ั ข้ึนเพอ่ื ฝกึ และอบรมเดก็
(แตไ่ มใ่ หอ้ ยู่จนอายุเกนิ ๑๘ ป)ี
๓. เดก็ อายุ ๑๕ ปี ไม่เกนิ ๑๘ ปี กระทาํ ความผดิ กฎหมายถอื วา่ มคี วามรสู้ กึ ผิดชอบตามสมควร
แลว้ แตก่ ็ไม่อาจถือวา่ มีความรสู้ กึ ผดิ ชอบอยา่ งเต็มท่ี เชน่ กรณีผใู้ หญก่ ระทําความผดิ กฎหมายจงึ เปดิ โอกาส
ให้ศาลใชด้ ุลพินจิ ไดโ้ ดยศาลทพี่ จิ ารณาคดีอาจเลอื กลงโทษทางอาญาแกเ่ ดก็ นั้นเชน่ เดยี วกบั กรณคี นทัว่ ไป
(แต่ให้ลดโทษลงกง่ึ หนึง่ ของโทษทกี่ ฎหมายกาํ หนดไว้กอ่ น) หรือศาลอาจจะเลอื กใช้ “วิธีการสาํ หรับเดก็ ” อยา่ ง
ที่ใชก้ บั เด็กอายุ ๑๐ ปี ไม่เกิน ๑๕ ปี ก็ได้ ทงั้ นก้ี ารทีศ่ าลจะใชด้ ุจพนิ ิจลงโทษเด็กน้นั หรอื เลอื กใช้ “วธิ กี าร
สาํ หรับเดก็ ” ศาลต้องพิจารณาถึง “ความรผู้ ดิ ชอบและสงิ่ อนื่ ท้ังปวง เกย่ี วกบั ผู้นัน้ ” เพอ่ื พิจารณาวา่ สมควรจะ
เลอื กใช้วธิ ีใดระหว่างการลงโทษทางอาญา กับการใช้วธิ ีการสาํ หรับเดก็ และถ้าศาลเหน็ สมควรลงโทษทาง
อาญา ศาลกต็ อ้ งลดโทษลงกงึ่ หนง่ึ ของโทษทก่ี ฎหมายกาํ หนดไว้กอ่ นดว้ ย
กรณที ่มี ผี กู้ ระทําความผิดตอ่ เดก็ และเยาวชน เป็นกรณีท่ีเดก็ และเยาวชนเป็นผเู้ สียหายในคดอี าญา
ซ่ึงโดยทั่วไปแล้วก็ยอ่ มได้รบั ความค้มุ ครอง ทางกฎหมายเทาเทียมกบั ผ้ใู หญ่แตเ่ นอ่ื งจากในบางกรณคี วามออ่ น
วยั ของเดก็ และเยาวชน อาจทาํ ให้ผูน้ น้ั ถูกกระทาํ ผิดไดง้ า่ ยขนึ้ กล่าวคือ ผกู้ ระทาํ ความผดิ อาศยั ความออ่ นวัย
ของเดก็ และเยาวชน เพอ่ื จะทําให้การกระทาํ ความผิดทาํ ได้งา่ ยขึ้น กฎหมายอาญาจงึ บญั ญัตใิ ห้ความคมุ้ ครอง
เดก็ และเยาวชนไว้เปน็ กรณีพเิ ศษ ไดแ้ ก่
๑. ความผดิ เก่ียวกบั เพศ

๑.๑ ความผดิ ฐานข่มขืนกระทาํ ชาํ เราเดก็ หญงิ อายุไมเ่ กิน ๑๕ ปี
๑.๒ ความผิดฐานกระทาํ อนาจาร
๑.๓ ความผิดฐานพาเด็กหญิงไปเพอ่ื ใหส้ าํ เร็จความใครข่ องผอู้ ืน่
๒. ความผดิ เกย่ี วกบั ชวี ิต รา่ งกาย
๒.๑ ความผิดฐานช่วยหรอื ยยุ งใหเ้ ดก็ อายุไม่เกิน ๑๖ ปฆี า่ ตวั ตาย
๒.๒ ความผิดฐานทอดทง้ิ เดก็ อายุไมเ่ กิน ๙ ปี
๒.๓ ความผดิ ฐานทอดทง้ั ผซู้ งึ่ พง่ึ ตนเองมไิ ด้
๒.๔ ความผิดฐานทารณุ เดก็
๓. ความผดิ เกยี่ วกบั เสรภี าพ
๓.๑ ความผิดฐานเรียกค่าไถ่
๓.๒ ความผิดฐานพรากเดก็

๒๘

๓.๓ ความผิดฐานพรากผู้เยาว
๓.๔ ความผิดเก่ียวกับการฉอ้ โกง
๔. ความผิดเกี่ยวกบั เพศและฐานทาํ ให้แทง้ ลกู
รปู แบบการปกครองในระบอบต่าง ๆ ของโลก
๑. ระบอบเผด็จการ
๑.๑ เผดจ็ การแบบอำนาจนยิ ม เชน่ การปกครองแบบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าช
คณะปฏิวัติ พวกขุนนาง ตวั อยา่ งประเทศ บรูไน ซาอดุ อิ ารเบีย
๑.๒ เผด็จการเบ็ดเสรจ็ เชน่ ฟาสซสิ คอมมิวนสิ ต์ ตัวอย่างประเทศ เกาหลีเหนอื
๒. ระบอบประชาธปิ ไตย
๒.๑ แบบรัฐสภา ตวั อย่างประเทศ อังกฤษ ไทย สวเี ดน ญปี่ นุ่ มาเลเซยี
๒.๒ แบบประธานาธบิ ดี ตวั อยา่ งประเทศ สหรฐั อเมรกิ า บราซลิ ฟิลปิ ปินส์
๒.๓ กงึ่ รฐั สภากึ่งประธานาธบิ ดี ตวั อยา่ งประเทศ ฝรงั่ เศส กรีก ฟนิ แลนด์
รูปแบบการจัดการเรียนรู้
การจัดการเรยี นรโู้ ดยใชท้ กั ษะกระบวนการ (Learning Process) สร้างความคดิ รวบยอด
ช้ินงาน/ภาระงาน
ผงั ความคดิ สรปุ กฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชน
ผงั ความคิดการเมอื งการปกครองรอบโลก
วิธกี ารวัดผล ประเมนิ ผล
พทุ ธิพสิ ัย
การตอบสนั้ ๆ
บรรณานุกรม
ดวงพร เพชรคง. ม.ป.ป. กฎหมายกบั การกระทาํ ความผดิ ของเด็ก และเยาวชน (Online).
www.parliament.go.th, ๒๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
รจุ น์ หาเรอื งทรง. ม.ป.ป. การเมืองการปกครอง (Online). www.sw2.ac.th, ๒๖ กมุ ภาพนั ธ์
๒๕๖๓.

๒๙

แผนการใชห้ ลักสูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา กา้ วที่ ๒ รหสั วชิ า ส๒๐๒๑๒

หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๔ ชื่อหนว่ ย ปัญหาไทย ปัญหาโลก
เวลาทีใ่ ชใ้ นการจัดการเรยี นการรู้ ๘ คาบเรยี น
ผลการเรยี นรปู้ ระจำหน่วย

๑. แยกประเภทประเดน็ ปัญหา และการเปล่ยี นแปลงในสงั คมไทยปจั จบุ นั
๒. วเิ คราะหส์ ภาพปญั หาของส่งิ แวดลอ้ ม และระบบนเิ วศภายในประเทศไทย จากหลกั ฐานเชงิ
ประจักษ์
๓. สรุปสถานการณ์ปญั หาทส่ี ำคญั ของโลก
สาระการเรยี นรู้

พุทธิพิสยั

๑. ประเด็นปัญหา และการเปลยี่ นแปลงของสงั คมไทย
๒. สภาพปญั หาสง่ิ แวดลอ้ ม และระบบนเิ วศในประเทศไทย
๓. สถานการณ์ปญั หาทสี่ ำคัญของโลก
สาระสำคญั
การศกึ ษาประเด็นปัญหา และการเปลย่ี นแปลงของสงั คมไทยสามารถสบื ค้นขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ ปัจจบุ ันในแต่
ละปไี ด้จาก กองพฒั นาขอ้ มลู และตวั ชี้วัดสงั คม (กขส.) สำนกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ท่ี
จะมกี ารจดั ทำรายงานสภาวะสังคมไทยรายไตรมาส เป็นประจำทุกปี เช่น ในไตรมาสที่ ๔ ภาพรวมปี ๒๕๖๒ มี
ประเด็นปญั หา และการเปล่ยี นแปลงของสังคมไทย ดังน้ี

๑. การจ้างงานลดลงอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
๒. หนคี้ รัวเรอื นเพม่ิ ขึ้นรอ้ ยละ ๕.๕
๓. การเจ็บปว่ ยยงั ตอ้ งเฝา้ ระวังโรคไขห้ วัดและโรคไข้เลือดออกอย่างตอ่ เน่ือง
๔. การบรโิ ภคเครอ่ื งดืม่ แอลกอฮอลแ์ ละบหุ รี่เพ่มิ ขน้ึ
๕. คดอี าญารวมเพม่ิ ขน้ึ จากคดียาเสพตดิ และคดีประทษุ รา้ ยต่อทรัพยท์ ีเ่ พม่ิ ขนึ้
๖. ภาพรวมท้ังปกี ารตายและบาดเจบ็ พกิ ารดว้ ยอุบตั ิเหตุทางถนนมจี ำนวนมาก
๗. การป้องกันการแพรร่ ะบาดโรคติดต่ออบุ ัตใิ หมจ่ ากตา่ งประเทศ
๘. คณุ ภาพการศกึ ษาไทยยงั คงตอ้ งเรง่ พัฒนาอย่างตอ่ เนอื่ ง
๙. ปัญหาฝนุ่ PM2.5 ตอ้ งการการจัดการอยา่ งจรงิ จังและตอ่ เน่อื ง
๑๐. การพฒั นา Generation Y เพือ่ รองรบั การขบั เคล่อื นประเทศ
ทงั้ นี้ในสว่ นของสาระสำคญั ประเดน็ ปญั หาของสงั คมไทย ครผู สู้ อน และนกั เรียนจะต้องสบื คน้ ข้อมลู
ใหมแ่ ละเป็นปจั จบุ ันเสมอ เน่อื งจากในปจั จุบนั สังคมมีการเปลีย่ นแปลงคอ่ นขา้ งเร็วมาก
ปญั หาของสง่ิ แวดลอ้ ม และระบบนเิ วศในประเทศไทย
๑. สถานการณ์คณุ ภาพนำ้ แหลง่ นำ้ ทคี่ ุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑเ์ สอื่ มโทรม ๕ ลำดบั แรก ในปี
๒๕๖๒ คือ ลำตะคองตอนล่าง เจา้ พระยาตอนลา่ ง สะแกกรัง ระยองตอนลา่ ง กวง
๒. คุณภาพน้ำทะเล บรเิ วณทมี่ ีคณุ ภาพนำ้ ทะเลเสอื่ มโทรม ๕ ลำดบั แรก คือ ปากแม่น้ำ
เจา้ พระยา หน้าโรงงานฟอกยอ้ ม กม.๓๕ ปากคลอง ๑๒ ธนั วา ศรรี าชา (เกาะลอย) และ หาดสุชาดา

๓๐

สาเหตุหลกั ทคี่ ณุ ภาพน้ำผวิ ดนิ และนำ้ ทะเลเสอื่ มโทรม เนือ่ งมาจากการระบายนำ้ เสยี จาก
ภาคชุมชน บา้ นเรือนแหลง่ ท่องเทย่ี ว ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม ระบบบำบัดนำ้ เสยี ชมุ ชนยงั มีไม่
เพียงพอและบางแหง่ ยังไมม่ ีประสทิ ธิภาพ การจดั การน้ำเสยี จากภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรมไม่มี
ประสทิ ธภิ าพ

๓. สถานการณค์ ุณภาพอากาศ พนื้ ทว่ี กิ ฤต
๑) กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล สถานการณป์ ัญหาฝนุ่ ละออง PM2.5
๒) หมอกควันภาคเหนอื สาเหตหุ ลกั มาจากมกี ารเผาในพ้ืนทกี่ ารเกษตรจำนวนมาก

ประกอบกบั สภาพอากาศทีแ่ หง้ แลง้ ส่งผลให้มีการลกุ ลามของไฟป่าอยา่ งรวดเรว็
๓) ตำบลหน้าพระลาน จงั หวัดสระบรุ ี ฝ่นุ ละออง PM10 มจี ำนวนวนั ท่เี กินคา่ มาตรฐาน
๔) พ้ืนทต่ี ำบลมาบตาพดุ จงั หวดั ระยอง สารอินทรียร์ ะเหยงา่ ย ประเภทสารเบนซีน และ

สาร 1,3บวิ ทาไดอนี มปี ริมาณเพม่ิ ข้นึ
๔. ขยะมลู ฝอย เกิดขึน้ ประมาณ ๒๗.๓๕ ล้านตนั มีแนวโนม้ ลดลงเน่ืองจากสถานการณ์

การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชอื้ โควดิ 19
๕. ของเสยี อันตรายจากชมุ ชน ส่วนใหญเ่ ปน็ ซากผลติ ภณั ฑเ์ ครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์

ของเสยี อนั ตรายประเภทอื่นๆ เช่น แบตเตอรี่ ถา่ นไฟฉาย ภาชนะบรรจสุ ารเคมี กระป๋องสเปรย์
๖. มลู ฝอยตดิ เชื้อ สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคโควิด 19 ทำใหม้ มี ลู ฝอยตดิ เช้ือเพ่มิ

มากข้ึนแตแ่ นวโน้มมมี ลู ฝอยประเภทติดเช้อื ลดลงเนอ่ื งจากมมี าตรการ และการใหข้ อ้ มลู การกำจดั ทถี่ ูกต้อง
ทัง้ น้ีครผู สู้ อนและนกั เรียนจะตอ้ งทำการสบื คน้ ข้อมลู อยา่ งเป็นปัจจบุ ัน เนื่องจากขอ้ มลู สภาพปญั หา

สิ่งแวดลอ้ มในแตล่ ะปี และแต่ละพ้นื ท่ีมกี ารเปลีย่ นแปลง
ภยั คกุ คามตอ่ ความหลากหลายทางชีวภาพ ทส่ี ง่ ผลต่อระบบนเิ วศ
ภัยคุกคามต่อระบบนเิ วศ และชนิดพันธุต์ ่าง ๆ ส่วนใหญเ่ กิดข้นึ จากกจิ กรรมของมนุษยส์ ง่ ผลต่อระบบ

นิเวศซึ่งเปน็ ถนิ่ ท่อี ยอู่ าศัยของสงิ่ มชี ีวติ ต้องสญู เสียพ้นื ท่ีไปจากการรกุ ล้ำเพือ่ การใชป้ ระโยชน์ในรูปแบบตา่ ง ๆ
นอกจากนย้ี งั มภี ัยคกุ คามในลกั ษณะท่ีทำใหร้ ะบบนเิ วศหรอื ถน่ิ ที่อยอู่ าศัยมคี วามเสอ่ื มโทรมไมเ่ หมาะกบั การ
ดำรงชีวิตของสงิ่ มีชวี ติ ซงึ่ สามารถจำแนกภัยคกุ คามออกไดเ้ ปน็ ๕ กลุม่ ดงั น้ี

๑. ภัยคกุ คามจากการเปลยี่ นแปลงสภาพพ้ืนท่ีทำให้เกดิ การสญู เสียถิน่ ทอ่ี ยอู่ าศัย ซ่งึ เกิดจาก
การบุกรุกพน้ื ทีห่ รอื เปล่ียนแปลงสภาพพ้ืนที่ซงึ่ เป็นถ่นิ ท่ีอยอู่ าศยั ตามธรรมชาตขิ องพืช และสตั ว์การพฒั นา
โครงสร้างพืน้ ฐานตา่ ง ๆ อาทเิ ขื่อนกั้นนำ้ พนงั ปอ้ งกนั ตล่ิงถนน ปลกู สรา้ งอ่นื ๆ การทำเหมอื งแร่ ซง่ึ มี
การเปลี่ยนแปลงสภาพพ้นื ท่แี มจ้ ะมกี ารฟ้ืนฟูในภายหลงั ส้ินสดุ กิจการ แต่ยากทจี่ ะทำใหร้ ะบบนเิ วศฟืน้
คนื กลบั มา และรวมถงึ การเกิดไฟป่าท่ีสรา้ งความเสยี หายตอ่ ระบบนเิ วศ และสง่ิ มชี วี ิตในพ้นื ที่ทง้ั ในระยะสัน้
และระยะยาว

๒. ภยั คกุ คามจากมลพษิ ที่สง่ ผลใหส้ ภาพแวดล้อมในระบบนเิ วศทั้งทางบก และทางทะเลมี
ความเสอ่ื มโทรม และไมเ่ หมาะต่อการดำรงชีวติ หรอื มผี ลกระทบต่อสิ่งมีชวี ิตโดยตรง จากการทง้ิ ขยะ และ
ปลอ่ ยนำ้ เสียจากชุมชน โรงงานอตุ สาหกรรม และแหล่งท่องเท่ียว รวมถึงการใช้สารเคมีจากพนื้ ทเ่ี กษตร และ
กิจการเดินเรือท่ีทำใหเ้ กิดการร่ัวไหลของนำ้ มนั

๓. ภัยคกุ คามจากการใช้ทรพั ยากรทไ่ี ม่เหมาะสมสว่ นใหญ่จะมีผลตอ่ การทำลายหรือลด
จำนวนของชนดิ พนั ธ์ใุ นระบบนเิ วศจากกจิ กรรมการทอ่ งเทีย่ วทไี่ มเ่ หมาะสม การนำไปใชป้ ระโยชน์เพอ่ื การค้า
หรอื การใช้ประโยชน์มากเกินไป โดยเฉพาะการประมงซง่ึ มกี ารใช้เครอื่ งมอื ไมเ่ หมาะสม

๓๑

๔. ภัยคุกคามจากชนิดพันธ์ตุ า่ งถิ่นรกุ รานจากการนำเขา้ มาจากต่างประเทศ เพ่ือการคา้ หรอื
การสะสมชนดิ พนั ธสุ์ วยงามแปลกใหมก่ ารปลกู พืชตา่ งถ่นิ หรอื ปล่อยสัตว์ต่างถิน่ ด้วยความไม่เข้าใจถงึ
ผลกระทบทจี่ ะตามมา ซึ่งอาจเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นทีร่ กุ รานและสง่ ผลกระทบตอ่ ชนิดพันธุ์ดงั้ เดมิ

๕. ภยั คุกคามจากสภาพอากาศแปรปรวน และภัยธรรมชาตโิ ดยเฉพาะการเปล่ียนแปลง
อณุ หภูมิการกระจายตัวของฝน ปรมิ าณนำ้ ฝน และภัยธรรมชาติไมว่ ่าอทุ กภยั ภัยแลง้ และการกัดเซาะชายฝง่ั
ท่ีส่งผลกระทบตอ่ แหลง่ ทอ่ี ยอู่ าศยั และการสูญเสียชนดิ พนั ธุ์

ประเดน็ ปญั หาของโลกในแตล่ ะปมี ีความแตกตา่ งกนั ออกไป แต่ในภาพรวมประเด็นท่ที ว่ั โลกให้
ความสำคญั กจ็ ะเป็นประเดน็ เดิม ๆ ทยี่ ังไม่ได้รบั การแกไ้ ขปญั หาเนอื่ งจากโลกใบนี้มมี ติ ทิ างสังคมทห่ี ลากหลาย
รอการเปลีย่ นแปลงท่ดี ีในอนาคต ประเดน็ ของโลกที่ไดร้ ับการพูดถึงขององค์การสหประชาติ (United
Nations) เชน่

๑. สังคมผู้สงู อายุ
๒. การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
๓. สทิ ธิมนษุ ยชน
๔. ความเท่าเทียมทางเพศ
๕. การอพยพ
๖. การขาดแคลนอาหาร
๗. อื่น ๆ
นกั เรียนควรเรยี นรู้ หาข้อมลู สภาพปญั หาของโลกเพอื่ ความเขา้ ใจ และการอยรู่ ว่ มกนั บนโลกใบนอี้ ยา่ ง
สนั ติสขุ
รูปแบบการจัดการเรยี นรู้
การจดั การเรียนร้โู ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process)
ชิ้นงาน/ภาระงาน
รายงานสรุปประเด็นปัญหาของประเทศไทย และของโลก
วธิ กี ารวัดผล ประเมนิ ผล
พุทธพิ ิสยั
การตอบสัน้ ๆ
บรรณานกุ รม
กรมควบคมุ มลพษิ . ๒๕๖๓. สถานการณค์ ณุ ภาพส่งิ แวดลอ้ มของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
(Online). www.pcd.go.th, ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
กองจดั การความหลากหลายทางชวี ภาพ สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
สิ่งแวดลอ้ ม. ๒๕๖๓. สถานภาพความหลากหลายทางชวี ภาพของประเทศไทย พ.ศ.๒๕๖๓. กรุงเทพฯ:
บรษิ ทั ต้นคิดครีเอท จำกัด.
สำนักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. ๒๕๖๓. ภาวะสังคมไทย ไตรมาสสี่ และ
ภาพรวมปี 2562 (Online). https://social.nesdc.go.th, ๒๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
United Nations. n.d. Global Issues (Online). www.un.org/en/global-issues, February
22, 2020.

๓๒

แผนการใชห้ ลักสูตร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๒ รหสั วชิ า ส๒๐๒๑๒

หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๕ ช่ือหน่วย สนั ตภิ าพสรา้ งสุข
เวลาท่ีใช้ในการจัดการเรียนการรู้ ๘ คาบเรียน
ผลการเรยี นรู้ประจำหนว่ ย

๑. อธบิ ายความเชอื่ ทางดา้ นศาสนา และสรุปหลกั คำสอนของความเชื่อทางศาสนาทหี่ ลากหลาย
๒. สรุปความหมาย และหลกั การของสิทธมิ นุษยชน
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธิพสิ ยั
๑. ความเชอื่ ทางศาสนา และหลกั คำสอนของความเชือ่ ทางศาสนาท่ีหลากหลาย
๒. หลกั การของสทิ ธมิ นษุ ยชน
สาระสำคญั
ศาสนาเปน็ กลมุ่ ความเช่ือท่มี ีการจดั ระบบอยา่ งเป็นสากลมคี วามชัดเจนอยูใ่ นตัวค่อนข้างมากกวา่ กลุ่ม
ความเชอ่ื ทัว่ ไป ศาสนาเป็นแนวทางแหง่ ชวี ติ ของกลุม่ ท่ีนบั ถอื ศาสนาจะเป็นแนวทางชนี้ ำความคิดทางจิตใจ
ต้องการให้ศาสนกิ เช่ือมัน่ ศรทั ธาตามคำสอน และพร้อมปฏบิ ัตศิ าสนกจิ ต่าง ๆ ในรปู ของพิธีกรรม เนน้ ขั้นตอน
การปฏบิ ตั ิตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด การประพฤติปฏบิ ตั ิตนตามแนวทางแหง่ ศาสนา จะทำให้เกิด
ความสขุ ใจ สบายใจ เมื่อเกดิ ภาวะวิกฤติการณท์ างจติ ใจท่รี นุ แรง ศาสนาจะเปน็ ทพ่ี ึ่งท่ดี ที ส่ี ุด ศรัทธา และ
ความเชือ่ ทางศาสนาจะช่วยใหเ้ กิดความสขุ ทางใจลดความรนุ แรงจากจิตใจทีถ่ กู กระทบกระเทือนหนกั ๆ เช่น
เมอ่ื บคุ คลทเี่ ป็นทรี่ กั หรอื คนสนทิ เสยี ชีวติ แนวทางการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาจะช่วยลดความโศกเศรา้ ลง
ได้มาก การนับถือเทพและศาสนาเปน็ ความเชื่อทสี่ บื ทอด เมอ่ื ผ้นู บั ถอื ศรัทธาในศาสนาได้ประกอบพธิ ีกรรมจะ
ทำใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ ภาคภมู ิใจรู้สกึ วา่ ตนเองไดร้ ับส่วนบุญกุศลท่ไี ดป้ ฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมคำสอนของศาสนาทีต่ น
นับถือ นำมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติตามพธิ กี รรม คำสอน เพราะศาสนาจะมีหลกั ธรรมคำสอนท่ีเป็นระบบ
อยา่ งมรี ปู แบบทแี่ นน่ อนเปน็ ทีย่ อมรับในกลมุ่ คนจำนวนมาก และสามารถประสานเปน็ หนง่ึ เดยี วในระบบ
นานาชาติหรือสากล ทกุ ศาสนาล้วนแลว้ แตม่ ีคุณค่า และต้องการใหค้ นทุกคนเปน็ คนดี อยูท่ แ่ี ต่ละบุคคลจะ
เรียนรู้ และเขา้ ใจในหลกั คำสอนและนำมาใช้ในชีวิตประจำวันไดอ้ ยา่ งไร ซง่ึ นกั เรียนสามารถศกึ ษาคำสอนที่
ถูกต้องของศาสนาทีน่ ักเรียนสนใจได้จากส่ือที่นา่ เช่ือถือและใช้วิจารณญาณของตนเองประกอบ
ตัวอย่างหลกั คำสอนของความเชือ่ ทางศาสนา เชน่

๑. ศาสนาพุทธ ห้ามไม่ใหก้ ระทำความชวั่ ทุกชนิดทง้ั กาย วาจา และใจ ใหก้ ระทำความดีทกุ
อยา่ งทั้งทางกาย วาจา และใจ ชำระจติ ใหบ้ รสิ ทุ ธ์ิ เพราะจติ บรสิ ุทธ์จิ ะทำให้กายและวาจาบรสิ ุทธด์ิ ้วย

๒. ศาสนาคริสต์ ปฐมเทศนาของพระเยซเู จา้ เร่ืองความสุขแท้จรงิ หรอื บญุ ลาภ ๘ ประการ
คอื ๑) ความสุขแกผ่ ้มู ีใจยากจน ๒) ความสุขแกผ่ ูเ้ ป็นทกุ ขโ์ ศกเศรา้ ๓) ความสุขแกผ่ มู้ ใี จออ่ นโยน ๔) ความสขุ
แกผ่ ู้มีใจกระหายความชอบธรรม ๕) ความสุขแกผ่ มู้ ีใจเมตตากรุณา ๖) ความสขุ แก่ผ้มู ีใจบรสิ ทุ ธ์ิ ๗) ความสุข
แกผ่ ูส้ รา้ งสนั ติ ๘) ความสขุ แก่ผทู้ ี่ถกู ขม่ เหงเพราะความชอบธรรม นอกจากนี้ยงั มี บัญญตั ริ ัก เปน็ หลกั ปฏิบัติ
ของคริสต์ศาสนา มี ๒ ข้อ คอื ๑) ท่านตอ้ งรักองค์พระผเู้ ป็นเจ้าของทา่ นสดุ จิตใจ สุดวิญญาณ สดุ สตปิ ัญญา

๓๓

และสุดกำลงั ของท่าน คำวา่ “รักพระเจ้า” หมายถงึ จงเชอ่ื ฟังพระเจา้ ด้วยความเคารพนบนอบต่อพระองค์
ถ้าเราทำไดผ้ ลลพั ธ์คือ เราจะมีทศั นคติที่ดี และทา่ ทีทดี่ ตี ่อผอู้ ืน่ ๒) ทา่ นจะตอ้ งรักเพอ่ื นมนษุ ยเ์ หมอื นรกั ตัวเอง

๓. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ธรรมะ ๑๐ ประการ ๑) ความพอใจ ๒) ความอดกล้นั
๓) การระงบั จติ ใจ ๔) ไมล่ ัก ไมข่ โมย ๕) ความบรสิ ุทธิ์ ๖) การปราบปราม ๗) ปญั ญา สมาธิ ๘) ความรทู้ าง
ปรัชญา ๙) ความจรงิ ๑๐) ไมโ่ กรธ

๔. ศาสนาอืน่ ๆ
สทิ ธิมนษุ ยชน หมายถงึ สทิ ธิขั้นพื้นฐาน เป็นมาตรฐานขนั้ พน้ื ฐานท่พี งึ มี เปน็ สง่ิ จำเป็นใน
การดำรงชีวติ อย่างมีศักด์ิศรี และมีคุณค่า หากมีการล่วงละเมดิ ต่อสทิ ธดิ งั กล่าวยอ่ มไดร้ ับการรบั รอง และ
ค้มุ ครองโดยกฎหมาย
ตามปฏญิ ญาสากลวา่ ดว้ ยมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) ไม่มนี ยิ ามคําว่า
“สิทธมิ นษุ ยชน” ไว้โดยเฉพาะเจาะจง แตเ่ มอื่ พจิ ารณาเนื้อหาของปฏญิ ญาฯ ทําให้เห็นถงึ แนวความคิดพื้นฐาน
ของสทิ ธมิ นษุ ยชน ได้แก่

๑. ความอสิ ระเสรี และมีศักด์ศิ รแี ละสิทธเิ ทา่ เทยี มกัน
๒. การปฏิบตั ิตอ่ กนั อยา่ งฉนั พี่น้อง
๓. การมสี ิทธิ และเสรภี าพตามทีร่ ะบุไวใ้ นปฏิญญาฯ โดยไมม่ ีการจาํ แนกความแตกต่างใน
เรือ่ งใด ๆ เช่น เชื้อชาติ สีผวิ เพศ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมือง หรอื ทางอื่นใด ชาตหิ รอื สงั คมอนั เปน็
ท่ีมาเดมิ ทรพั ยส์ ิน กําเนดิ หรอื สถานะอื่นใด
๔. การจาํ แนกข้อแตกต่างของแตล่ ะบคุ คลโดยอาศัยมลู ฐานแหง่ สถานะทางการเมอื ง
ทางการศาล หรอื ทางการระหว่างประเทศของประเทศหรือดนิ แดนซ่งึ บคุ คลสงั กัดจะกระทาํ มไิ ด้
รปู แบบการจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process)
ชิ้นงาน/ภาระงาน
หนังสือเลม่ เลก็ หลักคำสอนของศาสนาตา่ ง ๆ และสทิ ธิมนษุ ยชน
วธิ ีการวดั ผล ประเมนิ ผล
พทุ ธิพิสัย
การตอบสัน้ ๆ
บรรณานุกรม
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม. ๒๕๖๑. ศาสนาในประเทศไทย. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ชมุ นมุ
สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด.
ฉตั รไชย จันทร์พรายศร. ม.ป.ป. หลกั สิทธมิ นษุ ยชน (Online). http://elibrary.
constitutionalcourt.or.th, ๒๒ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
ลญั จกร นลิ กาญจน.์ ๒๕๖๑. “วฒั นธรรมความเชื่อ กบั การจดั การศรัทธาของชมุ ชน.” วารสาร
นาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช. ๑๐ (๒): ๑๑-๒๐.
Barry B. Powell. 2003. Classical Myth. University of wissconsin-madison New Jersey:
Pearson.

๓๔

เอกสารประกอบหลักสตู ร
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๒

๓๕

ผลการเรียนรู้รายชน้ั ปี ม.๒
จดุ เน้นที่ ๑ เสริมสร้างความเป็น “เอกลกั ษณ”์ ของโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ (โรงเรียนที่ระลึกแห่งรชั กาลท่ี ๙)
สาระที่ ๑ โรงเรียนของเรา

๑. อธบิ ายประวตั ิ และยอมรบั ในคุณคา่ ของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๒. ปฏบิ ัติตามกฎระเบยี บของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ ไดอ้ ย่างถูกต้อง
สาระท่ี ๒ พระบิดาของเรา
๑. อธบิ าย และสรปุ พระราชประวตั ิ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร
สาระที่ ๓ ศาสตรข์ องพระบดิ า
๑. จัดกลุ่ม และอธิบายโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำรขิ องพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในจงั หวัดนครนายก
๒. เรยี นรู้ และประยกุ ต์ใช้ความรจู้ ากสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
๓. นำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้ในครอบครัว

สาระที่ ๔ หลักการทรงงานของพระบิดา
๑. นำหลักการทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร มา

ประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
สาระท่ี ๕ เกษตรวิถพี อเพียง

๑. ดำเนินการโครงงานปลกู พชื เลี้ยงสัตว์ และการทำบัญชีครัวเรือน โดยประยุกตใ์ ช้องค์ความรู้เกษตรทฤษฎีใหม่

จุดเนน้ ท่ี ๒ เสริมสรา้ งความเป็น “อัตลักษณ”์ ของนักเรียนโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ (พลเมอื งดวี ถิ ี น.ว.ม.)
สาระท่ี ๖ พ้ืนฐานการเป็นพลเมืองดี

๑. วเิ คราะหค์ วามแตกต่างระหว่างสิทธิ เสรภี าพ และหนา้ ที่

๒. วเิ คราะห์ความสามารถ และเห็นคณุ ค่าของตนเอง
๓. วเิ คราะห์ และประเมินค่าข้อมูลข่าวสารจากสื่อทางออนไลน์
๔. ปฏิบัตกิ ิจกรรมจติ อาสาภายในหอ้ งเรยี น
สาระที่ ๗ ทอ้ งถ่ินของเรา
๑. วิเคราะหข์ ้อมูลสำคัญในอำเภอของตนเอง และแบง่ ปันขอ้ มลู ส่สู าธารณะ
๒. สรปุ ขอ้ มลู การเสดจ็ พระราชดำเนนิ จงั หวดั นครนายก ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพล อดุลย
เดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ครัง้ ที่ ๕-๘
สาระท่ี ๘ การเปน็ พลเมืองไทย
๑. วเิ คราะห์บทบาทของสถาบันพระมหากษตั ริย์ทม่ี ีต่อชาติไทย
๒. วเิ คราะห์แยกแยะความแตกต่างระหว่างความเป็นไทยกับชาตอิ ่ืน และนำมาประยุกตใ์ ช้ไดอ้ ย่างเหมาะสม
๓. สรุปกฎหมายสำหรบั เด็ก และเยาวชน
๔. อธบิ ายความหมาย และรปู แบบของการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย
๕. วิเคราะห์ประเด็นปญั หา และการเปล่ียนแปลงในสงั คมไทยปัจจบุ ัน
สาระที่ ๙ การเปน็ พลเมอื งโลก
๑. วิเคราะห์แนวคิดความเชื่อทางศาสนาท่ตี นสนใจ และแบ่งปนั ใหผ้ ู้อื่นรบั ทราบ
๒. วิเคราะห์หลกั สิทธมิ นุษยชนในบรบิ ทของประเทศไทย
๓. อภปิ รายแนวทางการป้องกัน และแกป้ ญั หาของสิ่งแวดล้อม และระบบนเิ วศภายในประเทศไทย
๔. วเิ คราะหส์ ถานการณป์ ัญหาที่สำคัญของโลกกับสถานการณ์ในประเทศไทย

๓๖

คำอธิบายรายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๓ (ส๒๐๒๑๓)

อธิบายประวัติบคุ คลสำคญั ตน้ ไมท้ รงปลูก ของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ และยอมรบั ในคุณคา่ ของ
โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ ปฏิบตั ติ ามกฎระเบียบของโรงเรยี นได้อยา่ งถกู ตอ้ ง อธิบาย และสรปุ พระราชประวตั ิ
ตลอดการครองราชย์ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
จัดกลมุ่ และอธิบายโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำรขิ องพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในจังหวดั นครนายก เรยี นรู้ และประยุกตใ์ ช้ความรจู้ ากสารานุกรมไทย
สำหรบั เยาวชนฯ เลม่ ที่ ๙-๑๖ นำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้ในครอบครัว

นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถ
บพติ ร ดา้ นมีความสุขในการทำประโยชน์ใหแ้ กผ่ ูอ้ ่นื ดา้ นศึกษาข้อมลู อยา่ งเป็นระบบ ทำงานอยา่ งผรู้ จู้ ริง
ด้านระเบดิ จากข้างใน มาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน ดำเนนิ การทำโครงงานปลกู พืช เลี้ยงสตั ว์ และการทำ
บญั ชีครวั เรือน โดยประยกุ ต์ใชอ้ งคค์ วามรเู้ กษตรทฤษฎีใหม่ ภายในโรงเรยี น ปฏบิ ัติกจิ กรรมจิตอาสาภายใน
หอ้ งเรยี น

วิเคราะห์ข้อมลู สำคัญในอำเภอของตนเอง และแบ่งปันขอ้ มลู สสู่ าธารณะ สรปุ ขอ้ มูลการเสดจ็ พระราช
ดำเนินจังหวดั นครนายกของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร ครงั้ ที่ ๕-๘

โดยใช้กระบวนการเรยี นร้แู บบ Active Learning ในการพฒั นาสติปญั ญา ทักษะ และเจตคติ ของ
นกั เรยี นโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ อยา่ งรอบด้าน เพื่อเสรมิ สรา้ งเอกลกั ษณ์ “โรงเรยี นทร่ี ะลึกแหง่ รชั กาลที่ ๙”
และอตั ลกั ษณ์ “พลเมอื งดวี ถิ ี น.ว.ม.” ให้นกั เรยี นเตบิ โตเปน็ พลเมืองท่ีดขี องสังคมไทยและสงั คมโลกอย่างมี
ความสุข

ผลการเรยี นรู้
๑. อธบิ ายประวตั ิ และยอมรบั ในคุณค่าของโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๒. ปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
๓. อธบิ าย และสรปุ พระราชประวัตขิ องพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดช

มหาราช บรมนาถบพติ ร
๔. จดั กลมุ่ และอธบิ ายโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรม

ชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจังหวดั นครนายก
๕. เรียนรู้ และประยกุ ตใ์ ช้ความรจู้ ากสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
๖. นำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ในครอบครัว
๗. นำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช

บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำวนั
๘. ดำเนนิ การโครงงานปลกู พืช เลี้ยงสัตว์ และการทำบัญชีครัวเรอื น โดยประยกุ ต์ใชอ้ งคค์ วามรเู้ กษตร

ทฤษฎีใหม่
๙. ปฏิบัตกิ จิ กรรมจิตอาสาภายในหอ้ งเรยี น
๑๐. วเิ คราะหข์ อ้ มลู สำคัญในอำเภอของตนเอง และแบ่งปันข้อมลู สสู่ าธารณะ
๑๑. สรปุ ข้อมลู การเสดจ็ พระราชดำเนินจังหวัดนครนายก ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร

มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครง้ั ที่ ๕-๘

๓๗

หน่วยการเรียนรู้

รายวิชา ตามรอยพระบดิ า ก้าวท่ี ๓ (ส๒๐๒๑๓)

จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ

หนว่ ยการเรียนรู้ ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ เวลาในการจดั กจิ กรรม
ท่ี
การเรียนการสอน (คาบ)

๒ โรงเรยี นแห่งความทรงจำ ๘

๓ พระบดิ าแห่งการพฒั นา ๘

เรียนรู้เกษตรตามวถิ พี อเพียง ๒๐

ท้องถ่ินของเรา ๔

รวม ๔๐

๓๘

แผนการใช้หลักสูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๓ รหัสวชิ า ส๒๐๒๑๓

หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๑ ชอื่ หน่วย โรงเรยี นแหง่ ความทรงจำ
เวลาทใี่ ช้ในการจัดการเรียนรู้ ๘ คาบเรียน
ผลการเรียนรปู้ ระจำหน่วย

๑. อธิบายประวัติ และยอมรบั ในคณุ ค่าของโรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๒. ปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ ได้อย่างถูกต้อง
๓. ปฏิบตั กิ ิจกรรมจติ อาสาภายในหอ้ งเรยี น
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธพิ สิ ยั
๑. บุคคลสำคญั ของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์
๒. ต้นไม้ทรงปลูกในโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
จิตพิสยั
คณุ คา่ ของโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
ทกั ษะพิสยั
๑. การปฏบิ ัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน
๒. การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมจติ อาสาในหอ้ งเรียน
สาระสำคัญ
ภายหลงั จากทีพ่ ระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ พระราชทานเงนิ ที่มผี ูท้ ลู เกลา้ จำนวนประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นทุนใน
การกอ่ สร้างอาคารเรยี นหลงั แรกน้นั การท่อี าคารเรยี นของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ จะดำเนนิ การสร้างจนแลว้
เสรจ็ นน้ั มบี คุ คลสำคญั ทม่ี ีสว่ นในการดำเนนิ การหาทนุ มาชว่ ยในการดำเนนิ การสรา้ งอาคารจนแล้วเสร็จ ดงั นี้

๑. อดตี เจ้าคณุ อุดมฯ หรือพระอุดมสารโสภณ หรอื พระราชปญั ญาโกศล ผชู้ ว่ ยเจา้ อาวาส
วดั เทพศริ นิ ทราวาสในสมัยนน้ั

๒. พระภกิ ษพุ ระยานรรตั นราชมานิต ธมมวติ กโก แหง่ วัดเทพศิรินทราวาส
ต้ังแตอ่ าคารเรียนนวมราชานสุ รณ์ ได้สรา้ งเสรจ็ เป็นทเี่ รยี บรอ้ ยจนถงึ ปจั จบุ ัน ได้มีพระบรมวงศานวุ งศ์
หลายพระองคไ์ ดเ้ สดจ็ พระราชดำเนนิ มายงั โรงเรียนนวมราชานุสรณ์ และบางพระองคไ์ ด้ทรงปลกู ต้นไม้ ไว้ที่
โรงเรียนนวมราชานุสรณ์ ดังน้ี

๑. ตน้ ประดู่แดง เป็นต้นไมป้ ระจำโรงเรยี น ทรงปลกู โดยพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เม่ือวันท่ี ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๕

๒. ต้นธรรมบูชา ทรงปลกู โดย สมเดจ็ พระกนิษฐาธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกมุ ารี เมื่อวนั ที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๕

๓. ตน้ กลั ปพฤกษ์ ทรงปลกู โดย สมเด็จพระศรีนครนิ ทราบรมราชชนนี เมอ่ื วันที่ ๒๖ มกราคม
พ.ศ.๒๕๑๗

๔. ตน้ ราชพฤกษ์ ทรงปลูกโดย สมเดจ็ พระเจา้ พีน่ างเธอ เจ้าฟ้ากลั ยาณิวัฒนา กรมหลวง
นราธิวาสราชนครินทร์ ทรงปลูกเม่อื วนั ที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๗

๓๙

๕. ตน้ แกว้ เจา้ จอม ทรงปลูกโดย สมเดจ็ พระกนิษฐาธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า
ฯ สยามบรมราชกมุ ารี เมอ่ื วันท่ี ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๔

กฎระเบยี บของโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ หมายถึง สง่ิ ทก่ี ำหนดข้นึ เพือ่ ใหน้ กั เรียนประพฤติปฏิบตั ิ
รว่ มกนั ภายในโรงเรยี น เช่น กฎระเบยี บการแตง่ กาย กฎระเบยี บการตดั -เพม่ิ คะแนนความประพฤติ นกั เรยี น
ตอ้ งเคารพ และปฏบิ ตั ติ ามกฎ ระเบยี บ ของโรงเรียน

หอ้ งเรียนเป็นกลุ่มของนกั เรยี นทม่ี าอาศยั อยรู่ ว่ มกนั เพ่อื เรยี นรู้ตามหลักสูตร ในหนงึ่ หอ้ งเรียนมจี ำนวน
นักเรียนท่หี ลากหลาย และมาจากพนื้ ฐานครอบครัวทแี่ ตกตา่ งกนั การทจ่ี ะมาอยู่รว่ มกนั อยา่ งสงบสขุ ได้น้ันมี
ความจำเป็นท่ีทุกคนต้องปรบั ตัว และฝกึ ทกั ษะในการอยรู่ ่วมกับผู้อ่นื ซง่ึ การฝึกกจิ กรรมจิตอาสาน้นั กถ็ ือว่าเปน็
อกี หนึ่งกจิ กรรมทจี่ ะทำให้นักเรยี นในหอ้ งเรียนไดม้ ปี ฏสิ ัมพนั ธก์ นั เอื้ออาทรซงึ่ กนั และกนั
รูปแบบการจดั การเรยี นรู้

การจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้กระบวนการ(Learning Process) กระบวนการกลมุ่
ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑. เรียงความ เรอื่ ง โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์ของเรา
๒. บนั ทกึ ประจำวัน การปฏิบตั ิตามกฎ ระเบยี บ ของโรงเรียน และการทำกิจกรรมจิตอาสาใน
ห้องเรียน
วิธกี ารวัดผล ประเมินผล
พุทธพิ ิสยั
การทดสอบปรนัย หรอื อตั นัย
จติ พสิ ัย
๑. การสงั เกตพฤติกรรม
๒. การประเมนิ โดยเพอื่ น
๓. การประเมินตนเองของนักเรยี น
ทักษะพิสัย
การประเมินผลการปฏบิ ัติ
บรรณานกุ รม
กลมุ่ บรหิ ารงานกจิ การนกั เรยี น โรงเรยี นนวมราชานสรณ.์ ๒๕๖๒. ระเบียบนักเรยี นโรงเรยี นนวม
ราชานสุ รณ์ ๒๕๖๒. โรงเรียนนวมราชานุสรณ์. (อดั สำเนา)
โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ.์ ๒๕๓๙. ๒๕ ปี นวมราชานุสรณ์. ม.ป.ท.
แพรภทั ร ยอดแกว้ . ม.ป.ป. ความรู้เบื้องตน้ เกยี่ วกับจติ อาสา (Online). pws.npru.ac.th, ๑๖
กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.

๔๐

แผนการใชห้ ลักสูตร
รายวิชา ตามรอยพระบิดา ก้าวท่ี ๓ รหัสวิชา ส๒๐๒๑๓

หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๒ ชื่อหนว่ ย พระบดิ าแหง่ การพฒั นา
เวลาท่ีใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ ๘ คาบเรยี น
ผลการเรยี นรปู้ ระจำหนว่ ย

๑. อธบิ าย และสรุปพระราชประวัตขิ องพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร

๒. จดั กลมุ่ และอธิบายโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจังหวดั นครนายก

๓. เรียนรู้ และประยกุ ตใ์ ชค้ วามรจู้ ากสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
๔. นำหลักการทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร มาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั
สาระการเรยี นรู้
พุทธิพิสัย
๑. พระราชประวตั พิ ระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถ
บพติ ร ตลอดการครองราชย์
๒. โครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจังหวัดนครนายก
จิตพิสัย
๑. คณุ คา่ ของสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เลม่ ๙-๑๖
๒. การนอ้ มนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร ด้านมคี วามสุขในการทำประโยชนใ์ หก้ บั ผอู้ น่ื ด้านศกึ ษาขอ้ มูลอย่างเป็นระบบทำงาน
อย่างผรู้ ้จู ริง ดา้ นระเบิดจากข้างใน ไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน
สาระสำคัญ
ขณะทีพ่ ระเจา้ น้องยาเธอ เจา้ ฟ้าภูมพิ ลอดุลยเดช พระชนมพรรษา ๑๘ พรรษา รัฐบาลไดก้ ราบบงั คม
ทลู อญั เชิญขน้ึ ครองราชย์เปน็ พระมหากษัตริย์ รัชกาลท่ี ๙ แห่งพระบรมราชจักรวี งศ์ เมอื่ วันท่ี ๙ มิถนุ ายน
๒๔๘๙ นน้ั ทรงเฉลิมพระปรมาภไิ ธยวา่ สมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ภูมพิ ลอดลุ ยเดช และรฐั บาลไดแ้ ต่งตง้ั ผสู้ ำเรจ็
ราชการ บริหารราชการแผน่ ดินแทนพระองค์ เนื่องจากยงั ทรงพระเยาว์ และต้องทรงศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ
เม่ือวันที่ ๑๙ สงิ หาคม ๒๔๘๙ ได้เสดจ็ พระราชดำเนินกลบั ไปทรงศกึ ษาต่อ ณ กรุงโลซานน์ แมพ้ ระองคจ์ ะทรง
โปรดวิชาวศิ วกรรมศาสตร์ แต่เพือ่ ประโยชน์ในการปกครองประเทศไดท้ รงเปลย่ี นมาศึกษาวิชาการปกครอง
แทน เชน่ วิชากฎหมาย อกั ษรศาสตร์ รัฐศาสตร์ รฐั ประศาสนศาสตร์ ภมู ิศาสตร์ นอกจากน้ี ทรงศึกษา และ
ฝกึ ฝนการดนตรดี ว้ ยพระองค์เองดว้ ย ใน พ.ศ.๒๔๙๑ ระหวา่ งทรงศกึ ษาอยู่ ณ ประเทศสวติ เซอร์แลนด์ นนั้
สมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ภูมิพลอดลุ ยเดช ไดท้ รงขบั รถยนต์ไปทรงร่วมงานทส่ี ถานเอกอคั รราชทูตไทย ณ กรุงปารีส
ได้ทรงพบ และมีพระราชหฤทัยสนิทเสนห่ าในหม่อมราชวงศส์ ิริกิต์ิ กติ ิยากร ธิดาของหมอ่ มเจ้านกั ขัตรมงคลกติ ิ
ยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารสี ในปเี ดยี วกันน้ีสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ทรงประสบอบุ ตั เิ หตทุ างรถยนต์
อย่างรุนแรง ทรงบาดเจบ็ ทพี่ ระพักตร์ พระเนตรขวา และพระเศยี ร ทรงเขา้ รบั การรักษาทโี่ รงพยาบาลมอร์เซส์
โปรดฯ ใหห้ มอ่ มราชวงศส์ ริ กิ ิต์ิมาเฝ้าฯ ถวายการดูแลอยา่ งใกลช้ ิด พระสมั พันธภาพจงึ แน่นแฟน้ ขน้ึ และตอ่ มา

๔๑

ไดท้ รงหม้ันหม่อมราชวงศ์สิรกิ ติ ์ิ เมอ่ื วันท่ี ๑๒ สงิ หาคม ๒๔๙๒ โดยได้พระราชทานพระธำมรงค์วงทสี่ มเดจ็
พระบรมราชชนกหมั้นสมเด็จพระราชชนนี สมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวภูมพิ ลอดุลยเดชทรงได้รบั การอภบิ าลอยา่ งดี
ยง่ิ จากสมเด็จพระราชชนนี จงึ มพี ระปรชี าสามารถปราดเปรอ่ื ง และมพี ระจรยิ วัตรเปยี่ มดว้ ยคณุ ธรรมทกุ
ประการ ซึง่ นอ้ มนำให้พระองค์เปน็ พระมหากษตั ริย์ ผ้ทู รงดำรงสริ ริ าชสมบตั เิ พยี บพรอ้ มด้วยทศพธิ ราชธรรม
จักรวรรดวิ ัตรธรรม และราชสงั คหวตั ถุ ทรงเจริญด้วยพระเกยี รตคิ ุณบญุ ญาธกิ ารเจดิ จำรัส ทรงปฏิบัติพระราช
กรณยี กิจทัง้ ปวงเพอื่ ประโยชน์สขุ ของปวงชน เป็นท่แี ซซ่ อ้ งสรรเสริญทกุ ทิศานทุ ศิ ในเวลาต่อมาตราบจนปัจจุบนั

โครงการพระราชดำรโิ ครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในจงั หวดั นครนายก จัดออกเปน็ ประเภท ดังนี้

๑. โครงการพัฒนาดา้ นแหลง่ น้ำ มี ๑๘ โครงการ เช่น เขื่อนขุนด่านปราการชล, อ่างเก็บน้ำ
หว้ ยปรือ, อา่ งเก็บน้ำคลองโบด (ระบบสง่ นำ้ ) เป็นตน้

๒. โครงการพัฒนาด้านการเกษตร มี ๒ โครงการ ได้แก่ พฒั นาท่ีดนิ มูลนธิ ิชยั พฒั นา ตำบลศรี
จุฬา อำเภอเมืองนครนายก, พฒั นาพื้นท่ีตามแนวทฤษฎใี หม่ บ้านบุง่ เขต้ ำบลหนองแสง อำเภอปากพลี

๓. โครงการพฒั นาดา้ นการสง่ เสริมอาชีพ มี ๑ โครงการ ได้แก่ ส่งเสรมิ และพฒั นาอาชพี ใน
พื้นทร่ี บั น้ำเข่อื นขนุ ดา่ นปราการชลอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ

๔. โครงการพฒั นาด้านคมนาคม/สื่อสาร มี ๑ โครงการ ไดแ้ ก่ กอ่ สรา้ งถนน ลาดยางสายทาง
เขา้ โครงการศกึ ษาแก้ไขปญั หาดินเปรี้ยว ตำบลบา้ นพริก อำเภอบา้ นนา

๕. โครงการพัฒนาแบบบูรณาการ และโครงการพฒั นาดา้ นอ่นื ๆ มี ๓ โครงการไดแ้ ก่ ศึกษา
ทดลองการแกไ้ ขปญั หาดินเปร้ยี วอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ ในท่ีดินมูลนธิ ชิ ัยพัฒนา, พฒั นาพืน้ ท่ีของมลู นธิ ิ
ชัยพฒั นา (ศนู ย์เพาะเลยี้ งปลานลิ จิตรลดา) บ้านเกาะกา ตำบลท่าเรอื อำเภอปากพลี, การพัฒนาพื้นทโี่ รงเรียน
นายรอ้ ยพระจลุ จอมเกล้า

ทงั้ นน้ี กั เรียนสามารถสืบค้นข้อมลู ได้จากเวบ็ ไซต์ ของ กปร. (สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อ
ประสานงานโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ)

สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
เลม่ ท่ี ๙ พิมพข์ ้นึ ใน พ.ศ. ๒๕๒๘ มีทั้งหมด ๑๓ เรอ่ื ง คือ เรอ่ื งของยา, สูติศาสตร์และนรเี วช

วทิ ยา, วธิ ีการทางการแพทย์ในการควบคมุ การเจรญิ พันธ์ุ, การทำแท้ง, การสาธารณสุข, โรคมะเร็ง, รงั สวี ทิ ยา,
ฟนั และเหงอื กของเรา เวชศาสตรช์ นั สูตร, เวชศาสตร์ฟ้ืนฟู, นติ เิ วชศาสตร์, โภชนาการ ยาเสพติดใหโ้ ทษ และ
วัตถอุ อกฤทธติ์ อ่ จิตประสาท

เลม่ ที่ ๑๐ พมิ พ์ข้ึนใน พ.ศ. ๒๕๓๐ มีทัง้ หมด ๑๐ เรอื่ ง คือ โรคทางอายรุ ศาสตร์, โรคติดตอ่
และโรคเขตร้อน โรคภูมิแพ้, โรคผิวหนังทพี่ บบอ่ ยในประเทศไทย, โรคตา, โรคหู คอ จมูก, จิตเวชศาสตร์ และ
สุขภาพจติ , สงิ่ แวดลอ้ ม และสขุ ภาพ การออกกำลงั กายเพ่อื สขุ ภาพ, การปลกู กระดกู ข้ามคน

เล่มที่ ๑๑ พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๑ มีทง้ั หมด ๙ เรือ่ ง คือ ววิ ัฒนาการของคอมพวิ เตอร์,
สว่ นประกอบของคอมพิวเตอร์, ระบบการส่ังงานคอมพวิ เตอร์, การประยกุ ตค์ อมพิวเตอร์, การใช้คอมพิวเตอร์
ชว่ ยในการออกแบบ, สิง่ ประดิษฐจ์ ากพฒั นาการด้านคอมพวิ เตอร์, หุน่ ยนต์อุตสาหกรรม, ผลของการใช้
คอมพิวเตอร์ การพฒั นาอักษรไทยในเครอื่ งคอมพิวเตอร์

เลม่ ที่ ๑๒ พมิ พข์ น้ึ ใน พ.ศ. ๒๕๓๑ มที ง้ั หมด ๑๐ เรอื่ ง คือ การแพทย์, การศกึ ษา, การสงั คม
สงเคราะห,์ การพฒั นาชาวเขา และการเกษตรทส่ี งู , การพฒั นาการเกษตรในชนบท, การศึกษาการพฒั นา, การ
สหกรณ์, การพัฒนาแหลง่ น้ำ, การพฒั นาปจั จัยการผลติ , แผนท่ี

๔๒

เล่มที่ ๑๓ พมิ พข์ ้ึนใน พ.ศ. ๒๕๓๒ มที ัง้ หมด ๑๑ เรอื่ ง คอื เรอื นไทย, ชวี ติ ชนบทไทย,
หตั ถกรรมพืน้ บ้าน, จติ รกรรมไทย, นาฏศิลป์ไทย, ตกุ๊ ตาไทย, การละเลน่ ของไทย, อาหารไทย, การประดิษฐผ์ กั
และผลไม้, การเพาะเล้ียงกุ้งกา้ มกราม, ธนาคาร

เล่มท่ี ๑๔ พมิ พ์ขึน้ ใน พ.ศ. ๒๕๓๓ มที งั้ หมด ๑๐ เรอ่ื ง คือ พระราชวังในกรุงเทพมหานคร,
พระราชวังในสว่ นภูมิภาค, ประติมากรรมไทย, อาหารสตั ว์, พชื อาหารสตั ว์, การปลกู หญ้า, เลย้ี งสตั ว์,
ขา้ วฟา่ ง, เทคโนโลยชี ีวภาพ, สารพษิ และสง่ิ ปนเป้ือน, อาหาร, สมนุ ไพร

เล่มที่ ๑๕ พมิ พข์ ้ึนใน พ.ศ. ๒๕๓๔ มที งั้ หมด ๑๐ เรอ่ื ง คือ ผึ้ง, การเลยี้ งผ้งึ โพรงไทย, ยาสบู ,
ไมส้ ัก, ผ้าไทย, ชุมชน,โบราณในเมอื งไทยจากหลกั ฐานภาพถา่ ยทางอากาศ, นำ้ เสยี , ขยะมูลฝอย, มลพษิ ทาง
อากาศ, ส่ิงแวดล้อมระดบั สากล

เล่มที่ ๑๖ พิมพข์ น้ึ ใน พ.ศ. ๒๕๓๕ มที ้ังหมด ๑๐ เรอื่ ง คือ การบรู ณะวัดพระศรีรัตนศาสดา
ราม, พระไตรปิฎก และการชำระพระไตรปิฎก, การอนรุ กั ษโ์ บราณสถาน และโบราณวตั ถุ, ศิลาจารึก และ
การอ่านจารกึ , สังคม และวฒั นธรรมไทย, การผลติ หนงั สอื , การดนตรสี ำหรบั เยาวชน, การช่างและหมบู่ ้าน,
ชา่ ง, ดาวเทียมเพอ่ื การเกษตร, การฟน้ื ฟสู มรรถภาพเยาวชนผพู้ กิ ารทางดา้ นการศึกษา

หลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร

๑. มีความสุขในการทำประโยชน์ให้กบั ผูอ้ ื่น ความสุขเป็นเรอื่ งของการทำประโยชน์ใหเ้ กดิ ขึน้
ซ่ึงความสขุ ที่แทจ้ ริงคอื การทำประโยชน์ให้ผูอ้ ่ืน มิใช่ทำใหต้ นเองเพียงเทา่ น้ัน ตอ้ งสร้างประโยชนก์ ับคนอ่นื เมอ่ื
คนอืน่ มคี วามสุขแล้วเรากม็ คี วามสุขด้วย โดยความสขุ ของผอู้ ่ืน คอื ความสขุ สว่ นรวมน่นั เอง เราตอ้ งยดึ
ประโยชนส์ ว่ นรวมมากอ่ นประโยชน์ส่วนตน

๒. ศึกษาข้อมูลอย่างเปน็ ระบบ ทำงานอย่างผรู้ ู้จรงิ การทีจ่ ะพระราชทานโครงการใด
โครงการหนงึ่ จะทรงศกึ ษาขอ้ มลู รายละเอียดอย่างเป็นระบบ ทัง้ ข้อมูลเบื้องตน้ จากเอกสาร และแผนที่
ตลอดจนสอบถามจากเจา้ หน้าท่ี นักวชิ าการ และราษฎรในพ้นื ทใ่ี ห้ไดร้ ายละเอียดทีถ่ กู ตอ้ ง รวมท้งั ศกึ ษา
ตรวจสอบและทอดพระเนตรในพนื้ ทจ่ี รงิ เพื่อทจ่ี ะพระราชทานความช่วยเหลือไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งรวดเร็วตรงตาม
ความต้องการของประชาชน และสอดคลอ้ งกบั สภาพแวดลอ้ ม

๓. ระเบิดจากขา้ งใน ทรงมงุ่ เน้นเรอ่ื งการพฒั นาคน ดังพระราชดำรสั วา่ “ระเบดิ จากข้างใน”
หมายความวา่ ต้องสรา้ งความเขม้ แขง็ ให้คนในชมุ ชนทีเ่ ราเขา้ ไปพฒั นาใหม้ ีสภาพพร้อมทจ่ี ะรับการพฒั นา
เสยี กอ่ น แล้วจงึ ค่อยออกมาสู่สงั คมภายนอก มิใชก่ ารนำเอาความเจรญิ หรอื บคุ คลจากสงั คมภายนอกเขา้ ไปหา
ชุมชนทยี่ ังไม่ทันได้มีโอกาสเตรียมตัว หรอื ต้งั ตวั อย่าให้โดยท่ผี ู้รบั ยังไมพ่ ร้อมทจี่ ะใชป้ ระโยชน์อยา่ งเตม็ ที่
รูปแบบการจัดการเรียนรู้

๑. การจัดการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process)
๒. รปู แบบการเรียนรโู้ ดยใชก้ ิจกรรมเปน็ ฐาน (Activity-Based Learning)
ช้ินงาน/ภาระงาน
ผงั มโนทัศน์ ๗๐ ปี แห่งการครองราชย์ ท่ีแสดงพระราชประวัติตลอดการครองราชย์ กลุ่มโครงการอนั
เน่ืองมาจากพระราชดำริในจงั หวดั นครนายก คณุ คา่ สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เล่มที่ ๑-๘ และ
ความสำเรจ็ ทเี่ กดิ จากหลกั การทรงงาน ๓ ดา้ น (ตามสาระการเรียนร้)ู

๔๓

วิธกี ารวดั ผล ประเมนิ ผล
พุทธิพิสัย
การทดสอบปรนยั
จติ พิสยั
การประเมินตนเองของนกั เรียน

บรรณานกุ รม
กรมธนารกั ษ์ กระทรวงการคลงั . ม.ป.ป. พระราชประวตั ิพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั และเหรียญ

อนั เกีย่ วเน่ืองกบั พระองค์. กรงุ เทพฯ: บริษัทอมรินทรพ์ ร้ินตงิ้ แอนด์พับลชิ ชิ่ง จำกดั (มหาชน).
จงั หวดั นครนายก. ๒๕๖๐. ตามรอยเสด็จพระราชดำเนนิ จังหวดั นครนายก: เอกสารชดุ ข้อมลู

เก่ยี วกับพระราชกรณยี กิจและการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช
บรมนาถบพิตร ที่จังหวัดนครนายก. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพม์ หาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.์

มูลนธิ โิ ครงการสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร. ม.ป.ป. หนงั สอื สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
(Online). https://saranukromthai.or.th, ๑๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๕.

สำนกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ. ๒๕๖๓. สรุป
ข้อมูลโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครนายก (Online). http://www.rdpb.go.th, ๑๖
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.). ๒๕๖๒. หลกั การทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร.
กรงุ เทพฯ: หจก.อรุณการพิมพ.์

๔๔

แผนการใช้หลกั สูตร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๓ รหสั วิชา ส๒๐๒๑๓

หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี ๓ ช่อื หน่วย เรียนรู้เกษตรตามวถิ พี อเพยี ง
เวลาทใี่ ชใ้ นการจดั การเรยี นรู้ ๒๐ คาบเรียน
ผลการเรยี นรปู้ ระจำหนว่ ย

๑. นำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้ในครอบครวั
๒. ดำเนินการโครงงานปลกู พืช เลี้ยงสัตว์ และการทำบญั ชีครัวเรือน โดยประยกุ ตใ์ ช้องค์ความรู้เกษตร
ทฤษฎีใหม่
สาระการเรยี นรู้
จติ พิสยั
การน้อมนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอ
ดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ไปใช้ในครอบครัว
ทกั ษะพิสยั
ปฏบิ ัตกิ ารโครงงานอาชพี ปลกู พชื เล้ยี งสตั ว์ และการทำบัญชีครัวเรอื น
สาระสำคญั
เกษตรทฤษฎใี หมเ่ ป็นแนวทางหรอื หลักในการบรหิ ารจัดการท่ดี ิน และนำ้ เพอ่ื การเกษตรในทด่ี ิน
ขนาดเลก็ ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสดุ ดว้ ยหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำรนิ ี้เพ่ือเปน็ การช่วยเหลือเกษตรกร
ทปี่ ระสบความยากลำบาก ให้สามารถผ่านชว่ งวกิ ฤต โดยเฉพาะการขาดแคลนนำ้ ได้โดยไม่เดอื ดรอ้ นและ
ยากลำบากนกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ แนวทางการดำเนินชีวติ และวถิ ีปฏบิ ัตทิ พี่ ระบาทสมเดจ็ พระบรมชน
กาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มพี ระราชดำรสั ชแ้ี นะแก่พสกนกิ รชาวไทย และได้ทรง
เน้นยำ้ แนวทางพัฒนาทีต่ ้งั อยบู่ นพื้นฐานของทางสายกลาง และความไมป่ ระมาท โดยคำนึงถึง
ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล การสรา้ งภมู คิ ุม้ กันในตัวที่ดี ตลอดจนใชค้ วามรู้ และคณุ ธรรมเป็นพนื้ ฐานใน
การดำรงชวี ิต การปอ้ งกนั ใหร้ อดพ้นจากวิกฤต และใหส้ ามารถดำรงอยไู่ ดอ้ ยา่ งม่ันคง และยงั่ ยืนภายใต้กระแส
โลกาภวิ ฒั น์ และความเปลย่ี นแปลงตา่ ง ๆ
การดำเนนิ ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคการเกษตร (การปลกู พชื เลยี้ งสตั ว)์ วิถชี ีวิตของ
เกษตรกรไทยในปจั จบุ ัน ได้รับผลกระทบจากการเปลยี่ นแปลงดา้ นเศรษฐกจิ สังคม และสภาพแวดลอ้ มทาง
ธรรมชาติ ทำให้มีต้นทนุ การผลิตสงู มรี ายไดไ้ ม่เพียงพอและเปน็ หนสี้ นิ จงึ จำเปน็ ตอ้ งปรบั ระบบการผลติ ของ
ครัวเรอื นให้สอดคล้องกบั สภาวะการผลติ และการตลาดในปัจจบุ นั ตามความเหมาะสมของระบบนเิ วศเกษตร
โดยใช้แนวทางเศรษฐกจิ พอเพียงซงึ่ จะทำให้ครวั เรอื นเกษตรกรมคี วามนั่ คงในอาชีพ และมคี ุณภาพชวี ติ ท่ีดี
อยา่ งย่งั ยืนต่อไป
ผักสวนครวั คือ ผักท่ีปลูกไวในบรเิ วณบานหรือท่วี างตาง ๆ ในชมุ ชนตาง ๆ โดยมีวตั ถปุ ระสงคเพื่อ
ปลกู ไวสาํ หรบั รบั ประทานเองภายในครอบครัวหรอื ชุมชน การปลูกผกั สวนครัวไวรบั ประทานจะทาํ ใหผปู ลูกได
รบั ประทานผกั สดที่อดุ มดวยวิตามินและเกลอื แรต่ ่าง ๆ มีความปลอดภัยจากสารเคมี ลดรายจายในครัวเรอื น
และทสี่ าํ คัญทำใหสมาชกิ ในครอบครวั มีกิจกรรมรวมกนั ในการปลกู ผกั เพอื่ เกดิ สัมพนั ธภาพทด่ี ภี ายในครอบครัว
โดยทั่วไปคนตองมีการบรโิ ภคผกั อยางนอย วันละ 200 กรมั เพื่อใหไดสารอาหารครบถวน

๔๕

ชนิดของผักทจ่ี ะปลกู
๑. ผักอายสุ นั้ (นอยกวา 2 เดอื น) ไดแก ผกั ชผี ักกาดหอม ผกั กาดเขียว กวางตุง คะนา

ผักบงุ จนี ผกั กาดหวั ผกั กาดขาว แตงกวา ขาวโพดฝกออ่ น ปวยเหลง็ ผกั โขม
๒. ผกั อายุปานกลาง (2 – 5 เดอื น) ได้แก่ กะหลำ่ ปลี ผกั กาดขาวปลี บรอ็ คโคล่ี กะหลำ่ ดอก

ถว่ั ฝักยาว ถวั่ แขก หอมหัวใหญ่ มะเขอื เทศ พรกิ แตงโม มะระ บวบ
๓. ผกั ยืนตน (มากกวา 1 ป) ไดแก กยุ ชาย ผักหวาน มะเขือ ชะอม สะตอ ชะพลูโหระพา

กะเพรา ถั่วพู ตะไคร แมงลกั กระชาย ขิง หนอไม้ฝรงั่ ขา ขม้นิ ฟกทอง ขาวโพดหวาน มนั ฝรัง่ มนั เทศ
ปจั จุบันแนวโนม้ ของผบู้ ริโภคยุคใหม่ใหค้ วามสำคัญกับการเลอื กซอ้ื ผลติ ภัณฑ์ทมี่ าจากปศสุ ัตวเ์ ลยี้ ง

แบบปล่อยอสิ ระตามธรรมชาติ โดยคำนงึ ถึงสวสั ดภิ าพของสตั ว์ เพราะมผี ลการศกึ ษาวจิ ัยทพ่ี บวา่ การเลย้ี งไก่
ไขร่ ะบบปลอ่ ยอิสระมคี ณุ ภาพ และไข่ท่มี ีคณุ คา่ ทางโภชนาการทีด่ กี ว่าการเลี้ยงในระบบขงั คอกหรือกรงตบั
ระบบการเลี้ยงไก่ไข่

๑. ระบบกรงตบั หมายถงึ ระบบการเล้ียงไกไ่ ข่ยนื โรงบนกรงตลอดเวลาในพ้ืนทจ่ี ำกัด แคบ
และไก่ไม่สามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาตไิ ด้

๒. ระบบขังคอก หมายถงึ ระบบการเลีย้ งไกไ่ ข่ปลอ่ ยพนื้ ภายในโรงเรอื นตลอดเวลา
๓. ระบบปล่อยอสิ ระ หมายถึง ระบบการเล้ียงไก่ทป่ี ล่อยใหไ้ ก่ออกนอกโรงเรอื นได้อยา่ งอสิ ระ
เพอื่ ให้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ ทำให้ไกม่ คี วามสขุ และอารมณด์ ี
๔. ระบบอนิ ทรยี ์ หมายถงึ การเลีย้ งไก่ไขร่ ะบบปลอ่ ยอิสระ และเลี้ยงดว้ ยอาหารอนิ ทรีย์
การเลย้ี งปลาดกุ ในบ่อซเี มนต์ ปลาดุกสามารถเจริญเตบิ โตไดด้ ที ั้งในบ่อดิน บอ่ พลาสติก และบอ่
ซเี มนต์ สำหรบั ชนิดปลาดกุ ทีเ่ หมาะสมในการเลี้ยงในบอ่ ซเี มนต์นัน้ ได้แก่ ปลาดกุ เทศ และปลาดุกอยุ เทศ
(ลูกผสมระหวา่ งแมป่ ลาดุกอุยกบั พ่อปลาดกุ เทศ) เหมาะสมมากท่ีสุด โดยใช้ระยะเวลา ๒-๓ เดอื น (แล้วแต่
ขนาดลกู ปลาท่ีปล่อย) ก็สามารถจำหน่ายไดแ้ ล้ว
การบันทกึ รายรบั รายจา่ ย จะชว่ ยใหผ้ ู้ทำบญั ชที ราบถึงรายได้ และค่าใช้จา่ ยของตนเองและครอบครัว
และทราบถงึ จำนวนเงินคงเหลือในแตล่ ะวัน สามารถลดคา่ ใช้จา่ ยทไ่ี มจ่ ำเปน็ รจู้ กั การวางแผนการใช้จ่ายเงินทำ
ใหเ้ กดิ การประหยดั และการออม เมอื่ มกี ารใช้จา่ ยเงินอยา่ งประหยัด ไมใ่ ชจ้ ่ายฟมุ่ เฟือยกส็ ามารถแก้ปัญหา
หน้ีสนิ ไดอ้ ย่างยงั่ ยืน บัญชีครวั เรอื นจงึ เปน็ แนวทางหนึ่งทีจ่ ะมีส่วนช่วยในการสง่ เสรมิ และคุณภาพชวี ติ สู่
ความพอเพียง สง่ ผลใหค้ รอบครัวมคี วามเข้มแขง็ พ่งึ พาตนเอง ยนื อยไู่ ดด้ ้วยความมน่ั คง ยงั่ ยืน และมี
ความเป็นอยทู่ ดี่ ขี นึ้
รปู แบบการจัดการเรยี นรู้
รูปแบบการเรยี นรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project – Based Learning)
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
จดั ทำโครงงานและดำเนนิ กจิ กรรม ปลกู พชื หรือ เล้ียงสัตว์
วธิ กี ารวดั ผล ประเมินผล
จิตพสิ ยั
การประเมนิ ตนเองของนกั เรียน
ทกั ษะพิสยั
๑. การประเมนิ ผลการปฏิบัติ
๒. การประเมนิ ตามสภาพจรงิ


Click to View FlipBook Version