๔๖
บรรณานกุ รม
กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. ๒๕๕๙. คูม่ อื การเลี้ยงไกไ่ ข่ระบบปล่อยอิสระและ
อินทรยี ์. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกดั .
กลมุ สอื่ สงเสรมิ การเกษตร สํานกั พฒั นาการถายทอดเทคโนโลยี กรมสงเสริมการเกษตร. ม.ป.ป.
หลักปฏิบัติเบอ้ื งต้นในการปลกู ผกั สวนครวั (Online). https://ka.mahidol.ac.th/ClinicTechnology, ๑๖
กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
งานศึกษาและพฒั นาแหล่งน้ำเพือ่ การประมง ศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นาภพู านอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ
จังหวัดสกลนคร. ๒๕๕๕. คู่มอื การเลยี้ งปลาดุกในบอ่ ซเี มนต์. กรงุ เทพฯ: บริษทั มฟู เมน้ ท์ เจนทรี จำกัด.
สำนักงานมูลนธิ ิชยั พฒั นา อาคารสำนกั งานโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ. ๒๕๕๗. เศรษฐกิจ
พอเพยี งและทฤษฎีใหม่. กรงุ เทพฯ: บรษิ ัทอมรินทรพ์ ร้นิ ตง้ิ แอนดพ์ ับลชิ ชง่ิ จำกัด (มหาชน).
๔๗
แผนการใชห้ ลกั สูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๓ รหัสวิชา ส๒๐๒๑๓
หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี ๔ ช่อื หนว่ ย ท้องถ่นิ ของเรา
เวลาท่ีใช้ในการจดั การเรียนรู้ ๔ คาบเรียน
ผลการเรยี นรูป้ ระจำหนว่ ย
๑. วเิ คราะห์ข้อมลู สำคัญในอำเภอของตนเอง และแบง่ ปนั ขอ้ มลู สสู่ าธารณะ
๒. สรปุ ขอ้ มลู การเสดจ็ พระราชดำเนินจังหวดั นครนายก ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครง้ั ท่ี ๕-๘
สาระการเรยี นรู้
พุทธพิ ิสยั
๑. ข้อมลู ภายในอำเภอของนักเรยี น ไดแ้ ก่ สถานที่, บคุ คลสำคัญ, วัฒนธรรม, ทรัพยากร
๒. ข้อมลู การเสดจ็ พระราชดำเนินจงั หวัดนครนายก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครงั้ ที่ ๕-๘
จติ พสิ ัย
คณุ ค่า และความภาคภูมใิ จในท้องถิ่นอำเภอของตนเอง
สาระสำคัญ
จังหวัดนครนายก เป็นจังหวัดขนาดเลก็ ท่เี ต็มไปดว้ ยธรรมชาตซิ ่งึ ประกอบไปดว้ ย ๔ อำเภอ ไดแ้ ก่
อำเภอเมืองนครนายก อำเภอปากพลี อำเภอบ้านนา อำเภอองครกั ษ์ ในแตล่ ะอำเภอมีประวัติความเป็นมา
สถานทีท่ ่องเทยี่ ว วฒั นธรรม และทรัพยากรในอำเภอน้นั ๆ ท่ีควรคา่ แก่การเรียนรู้ และอนรุ ักษ์
การเสด็จพระราชดำเนินจงั หวดั นครนายก ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ครัง้ ท่ี ๕-๘ มีดังน้ี
ครงั้ ที่ ๕ วันท่ี ๗ ธนั วาคม พ.ศ.๒๕๒๒ ทอดพระเนตรโครงการชลประทานคลองท่าด่าน
ครั้งที่ ๖ วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๔ ทรงประกอบพธิ ีวางศลิ าฤกษ์ โรงเรยี นนายรอ้ ย
พระจลุ จอมเกล้าแหง่ ใหม่
ครัง้ ท่ี ๗ วนั ที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๙ ทรงประกอบพธิ เี ปิดโรงเรียนนายร้อยพระจลุ จอมเกลา้
แหง่ ใหม่
ครั้งท่ี ๘ วันที่ ๒๙ พฤศจกิ ายน พ.ศ.๒๕๒๙ ทรงติดตามงานโครงการพฒั นาล่มุ นำ้ สาขาแม่น้ำ
นครนายก โครงการเกษตรรวมใจ
รูปแบบการจดั การเรยี นรู้
รปู แบบการเรยี นรเู้ ชิงประสบการณ์ (Experiential Learning)
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
๑. สอ่ื ประชาสัมพนั ธ์ทางออนไลน์ หัวขอ้ อำเภอของฉนั
๒. แผนผังสรปุ การเสด็จพระราชดำเนินจงั หวัดนครนายก ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครง้ั ที่ ๕-๘
วิธกี ารวัดผล ประเมนิ ผล
พทุ ธพิ สิ ัย
การตอบสั้น ๆ
๔๘
จิตพสิ ยั
การประเมินตนเอง
บรรณานุกรม
จงั หวดั นครนายก. ๒๕๖๐. ตามรอยเสดจ็ พระราชดำเนนิ จังหวัดนครนายก: เอกสารชุดข้อมูล
เกี่ยวกบั พระราชกรณยี กจิ และการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพติ ร ท่ีจงั หวัดนครนายก. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพม์ หาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนกั งานจังหวดั นครนายก กลมุ่ งานขอ้ มลู สารสนเทศและการส่ือสาร. ๒๕๕๘. บรรยายสรปุ จงั หวดั
นครนายก. ม.ป.ท. (อดั สำเนา)
๔๙
คำอธบิ ายรายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วที่ ๔ (ส๒๐๒๑๔)
นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร ด้านทำตามลำดบั ข้ัน ด้านภูมสิ ังคม มาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวัน วิเคราะห์ความแตกต่างระหวา่ งสทิ ธิ
เสรีภาพ หนา้ ท่ี ความสามารถ และเห็นคณุ คา่ ของตนเอง ประเมินค่าขอ้ มูลขา่ วสาร และความนา่ เช่ือถอื จากสอื่
ทางออนไลน์ วเิ คราะหบ์ ทบาทของสถาบันพระมหากษตั รยิ ท์ ี่มีตอ่ ชาตไิ ทย แยกแยะความแตกตา่ งระหวา่ ง
ความเปน็ ไทยกบั ชาติอื่นในเรือ่ งของการทกั ทาย มารยาท และการแสดงออกในพธิ กี ารต่าง ๆ และนำมา
ประยุกตใ์ ช้ไดอ้ ย่างเหมาะสม สรปุ กฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชน อธบิ ายความหมาย และรปู แบบของการ
ปกครองในระบอบประชาธิปไตย
วิเคราะหป์ ระเด็นปญั หาและการเปล่ียนแปลงในสงั คมไทยปจั จบุ นั แนวคดิ ความเชอ่ื ทางศาสนาทีต่ น
สนใจ และแบ่งปนั ใหผ้ อู้ น่ื รบั ทราบ หลักสทิ ธิมนุษยชนในบรบิ ทของประเทศไทย อภปิ รายเสนอแนะแนว
ทางการปอ้ งกนั และแกป้ ญั หาของสง่ิ แวดล้อม และระบบนเิ วศภายในประเทศไทย วเิ คราะหส์ ถานการณป์ ัญหา
ทีส่ ำคญั ของโลกกับสถานการณใ์ นประเทศไทย เช่น ปญั หาโรคระบาด ปญั หาความยากจน ปัญหาเรอ่ื งความไม่
เท่าเทยี มกันทางเพศ ฯลฯ
โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ในการพฒั นาสติปญั ญา ทกั ษะ และเจตคติ ของ
นกั เรียนโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ อย่างรอบด้าน เพอ่ื เสรมิ สร้างเอกลกั ษณ์ “โรงเรียนทรี่ ะลกึ แหง่ รชั กาลที่ ๙”
และอตั ลกั ษณ์ “พลเมืองดวี ถิ ี น.ว.ม.” ใหน้ กั เรยี นเตบิ โตเปน็ พลเมืองทดี่ ีของสังคมไทยและสงั คมโลกอย่างมี
ความสุข
ผลการเรยี นรู้
๑. นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
๒. วเิ คราะห์ความแตกต่างระหวา่ งสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่
๓. วเิ คราะหค์ วามสามารถ และเหน็ คณุ ค่าของตนเอง
๔. วเิ คราะห์ และประเมินค่าขอ้ มลู ขา่ วสารจากสื่อทางออนไลน์
๕. วิเคราะหบ์ ทบาทของสถาบันพระมหากษัตริยท์ ม่ี ตี อ่ ชาตไิ ทย
๖. วเิ คราะห์ แยกแยะความแตกตา่ งระหว่างความเป็นไทยกบั ชาติอน่ื และนำมาประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้อย่าง
เหมาะสม
๗. สรปุ กฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชน
๘. อธบิ ายความหมาย และรปู แบบของการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย
๙. วิเคราะหป์ ระเด็นปญั หา และการเปล่ยี นแปลงในสงั คมไทยปจั จุบัน
๑๐. วเิ คราะหแ์ นวคดิ ความเชือ่ ทางศาสนาท่ีตนสนใจ และแบง่ ปันให้ผอู้ น่ื รบั ทราบ
๑๑. วิเคราะหห์ ลกั สิทธมิ นษุ ยชนในบริบทของประเทศไทย
๑๒. อภิปรายแนวทางการปอ้ งกัน และแก้ปัญหาของสิ่งแวดล้อม และระบบนเิ วศภายในประเทศไทย
๑๓. วเิ คราะหส์ ถานการณ์ปญั หาทส่ี ำคญั ของโลกกบั สถานการณใ์ นประเทศไทย
๕๐
หนว่ ยการเรียนรู้
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๔ (ส๒๐๒๑๔)
จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
หนว่ ยการเรยี นรู้ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ เวลาในการจัดกิจกรรม
ที่
การเรียนการสอน (คาบ)
๑
๒ ทางเดินของชีวิต ๘
๓ รจู้ ักเรา รจู้ ักโลก ๑๒
๔
สากลบนความเป็นไทย ๘
กฎหมาย การปกครอง และความเปน็ มนุษย์ ๑๒
รวม ๔๐
๕๑
แผนการใชห้ ลกั สูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวท่ี ๔ รหสั วิชา ส๒๐๒๑๔
หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี ๑ ชอื่ หนว่ ย ทางเดนิ ของชวี ติ
เวลาทใี่ ช้ในการจัดการเรยี นการรู้ ๘ คาบเรียน
ผลการเรียนร้ปู ระจำหน่วย
๑. นำหลักการทรงงาน ของพระบทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร มาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำวัน
๒. วิเคราะหค์ วามสามารถ และเหน็ คณุ คา่ ของตนเอง
๒. วิเคราะหแ์ นวคดิ ความเช่อื ทางศาสนาท่ีตนสนใจ และแบง่ ปนั ใหผ้ อู้ ืน่ รับทราบ
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธิพิสยั
๑. การวิเคราะหค์ วามสามารถ และคณุ คา่ ในตนเอง
๒. แนวคดิ ความเชอื่ ทางศาสนา
จติ พิสัย
๑. การน้อมนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพติ ร ดา้ นทำตามลำดบั ขนั้ ด้านภมู สิ ังคม ไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั
๒. การแบง่ ปันขอ้ มลู ทเี่ ป็นประโยชน์ด้านศาสนา
สาระสำคัญ
หลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร
ด้านทำตามลำดับขั้น ในการทรงงานจะทรงเริ่มตน้ จากสิ่งทจี่ ำเปน็ ทสี่ ุดของประชาชนก่อน
ไดแ้ ก่ สาธารณสขุ เมอ่ื มรี า่ งกายสมบรู ณแ์ ขง็ แรงแลว้ กจ็ ะสามารถทำประโยชน์ดา้ นอืน่ ๆ ตอ่ ไปได้ จากน้ันก็
เร่อื งอปุ โภคขั้นพื้นฐาน และสิ่งจำเปน็ ในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนน แหลง่ นำ้ เพอื่ การเกษตร การอปุ โภค
บริโภค ท่ีเออ้ื ประโยชน์ต่อประชาชนโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ รวมถงึ การให้ความรู้ทางวชิ าการและ
เทคโนโลยที เี่ รียบง่าย เน้นการปรับใช้ภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ทรี่ าษฎรสามารถนำไปปฏิบตั ไิ ด้และเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ
ดา้ นภมู ิสังคม การพัฒนาใด ๆ ตอ้ งคำนงึ สภาพภมู ิประเทศของบริเวณน้ัน ๆ ว่าเป็นอย่างไร
และสงั คมวิทยาเกย่ี วกบั ลกั ษณะนิสัยใจคอของคนตลอดจนประเพณวี ัฒนธรรมในแต่ละทอ้ งถน่ิ ทม่ี ีความ
แตกตา่ งกนั และใชห้ ลกั ในการปรบั ตัวใหอ้ ยกู่ บั ธรรมชาติให้ได้
Bandura (1989) ไดใ้ ห้ความหมายการรบั รู้ความสามารถของตนเอง หมายถงึ การรบั รู้ของบุคคลทมี่ ี
ต่อความสามารถของตนเอง ว่าตนเองมคี วามสามารถทจ่ี ะจดั การกับสถานการณท์ เี่ ผชญิ อยไู่ ดม้ ปี ระสิทธิภาพ
และบรรลเุ ป้าหมายตามท่กี ำหนดไวไ้ ดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด ส่งผลต่อการตัดสินใจเลอื กกระทำพฤตกิ รรมต่าง ๆ
ของบุคคล
การรบั รคู้ วามสามารถของตนเองในแตล่ ะบุคคลน้นั พฒั นามาจากปจั จยั ๔ ประการ ได้แก่
๑. ความสำเรจ็ จากการกระทำ
๒. การได้เห็นประสบการณข์ องผอู้ น่ื
๓. การใชค้ ำพูดชกั จูง
๔. สภาวะร่างกาย
๕๒
บคุ คลมีการรบั รคู้ วามสามารถของตนเองมาจากการ บรู ณาการข้อมลู โดยใชเ้ ทคนิคหลายอยา่ ง เชน่
การคัดสรรข้อมลู กระบวนการความคดิ และการสะท้อนความสามารถของตนเอง
ทฤษฎกี ารรบั รูค้ วามสามารถของตนเปน็ ทฤษฎีหนง่ึ ทางจติ วทิ ยาท่ีครอู าจารย์ และผูป้ กครองสามารถ
นำมาประยกุ ตใ์ ช้เพือ่ พฒั นาการเหน็ คณุ คา่ ในตนเองให้กบั วยั ร่นุ ไดโ้ ดยมีแนวทาง คอื เพิ่มประสบการณ์ที่
ประสบความสำเร็จให้กับวยั รนุ่ การใชต้ ัวแบบ และการใช้คำพูดชกั จงู และการกระตุ้นทางอารมณ์ควบคู่กนั ไป
สิง่ ทสี่ ำคญั ของการพฒั นาการเห็นคณุ ค่าในตนเองของวัยรนุ่ นัน้ ผ้ปู กครอง และครูอาจารยจ์ ะตอ้ งทำอย่าง
สม่ำเสมอ และตอ้ งอาศยั ระยะเวลา และตระหนกั อย่เู สมอวา่ ทุกการกระทำ ทกุ คำพดู ของเรานนั้ มผี ลตอ่
ความรสู้ กึ และจติ ใจของเดก็ วยั รุ่น และจะสามารถนำไปสู่การรบั ร้คู ณุ คา่ ในตนเองของเขาซง่ึ จะส่งผลตอ่ การ
พัฒนาความมีวฒุ ิภาวะเปน็ ผใู้ หญ่ของเขาต่อไปในอนาคตได้
ความเชือ่ ในศาสนาแสดงออกในการดำเนนิ ชีวิตประจำวันของผนู้ บั ถือศาสนานนั้ ๆ ซง่ึ มกี ฎหรอื บญั ญัติ
ที่เรียกช่ือต่าง ๆ กนั เป็นแนวทาง เช่น พทุ ธศาสนามีศีล ๕ และหลกั ศลี ธรรม จรยิ ธรรม หลายประการตาม
พระไตรปิฎก ศาสนาครสิ ตม์ บี ญั ญัติ ๑๐ ประการ และบทบญั ญตั ิอื่น ๆ ท่ปี รากฏในพระคมั ภรี ์ไบเบลิ ศาสนา
อิสลามมหี ลักเกณฑอ์ ย่างละเอียดในการดำเนนิ ชีวติ ในทกุ ด้านเหล่านีเ้ ปน็ ต้น
การแบง่ ปนั ข้อมลู ทเี่ ป็นประโยชน์ทางด้านศาสนา เปน็ สง่ิ ที่ดี และมคี ณุ คา่ เพราะไม่ว่าจะศาสนาใดก็
ล้วนแลว้ แต่มีจดุ มงุ่ หมายให้คนเปน็ คนดี ไมเ่ บยี ดเบยี น ไมท่ ำร้ายกนั อยรู่ ่วมกนั อย่างสงบสขุ ดงั นนั้ การแบ่งปนั
ขอ้ มลู ทางด้านศาสนาทเี่ ปน็ ประโยชน์ และถูกตอ้ ง นับวา่ เปน็ ทางทช่ี ่วยกันทำใหส้ งั คมนา่ อยู่ และสงบสุข ได้ไม่
มากก็นอ้ ย
รูปแบบการจัดการเรียนรู้
การจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้กระบวนการ (Learning Process) สรา้ งความตระหนกั
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. การวเิ คราะหค์ วามสามารถของตนเอง และแนวคดิ หลกั คำสอนของศาสนาทีต่ นสนใจ
๒. การแบ่งปันหลกั คำสอนทางศาสนาทตี่ นสนใจทางสอื่ ออนไลน์
วิธีการวดั ผล ประเมนิ ผล
พทุ ธพิ สิ ยั
การประเมนิ ตนเองของนกั เรยี น
จิตพิสยั
๑. การประเมนิ ตนเองของนกั เรยี น
๒. การประเมินโดยเพอื่ น
บรรณานกุ รม
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. ๒๕๖๑. ศาสนาในประเทศไทย. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พช์ ุมนมุ
สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด.
ดวงกมล ทองอย.ู่ ๒๕๕๗. “แนวทางการพฒั นาการเหน็ คณุ ค่าในตนเองของวัยรุ่น ตามทฤษฎี
การรบั รู้ความสามารถของตน.” วารสารวไลยอลงกรณ์ปรทิ ัศน์. ๔ (๒): ๑๗๙-๑๙๐.
ลัญจกร นลิ กาญจน.์ ๒๕๖๑. “วฒั นธรรมความเช่อื กบั การจัดการศรัทธาของชมุ ชน.” วารสาร
นาคบุตรปรทิ รรศน์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรธี รรมราช. ๑๐ (๒): ๑๑-๒๐.
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพอื่ ประสานงานโครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.). ๒๕๖๒. หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร.
กรงุ เทพฯ: หจก.อรุณการพิมพ์.
๕๓
แผนการใชห้ ลกั สตู ร
รายวิชา ตามรอยพระบิดา กา้ วท่ี ๔ รหัสวิชา ส๒๐๒๑๔
หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๒ ชอื่ หน่วย ร้จู กั เรา รู้จกั โลก
เวลาท่ใี ชใ้ นการจดั การเรยี นการรู้ ๑๒ คาบเรยี น
ผลการเรียนรู้ประจำหน่วย
๑. วเิ คราะห์ และประเมินค่าข้อมลู ข่าวสารจากสือ่ ทางออนไลน์
๒. วิเคราะหป์ ระเดน็ ปญั หา และการเปลยี่ นแปลงในสงั คมไทยปจั จุบัน
๓. อภิปรายแนวทางการป้องกนั และแกป้ ัญหาของสิ่งแวดลอ้ ม และระบบนเิ วศภายในประเทศไทย
๔. วิเคราะหส์ ถานการณป์ ญั หาทสี่ ำคญั ของโลกกบั สถานการณใ์ นประเทศไทย
สาระการเรยี นรู้
พุทธพิ ิสัย
๑. การวิเคราะห์ และประเมินค่าข้อมลู ขา่ วสารจากสอ่ื ทางออนไลน์
๒. ปัญหา และการเปลยี่ นแปลงในสงั คมไทยปจั จุบัน
๓. สถานการณป์ ญั หาทส่ี ำคญั ของโลกกบั สถานการณ์ในประเทศไทย
จติ พสิ ัย
๑. การป้องกัน และแกป้ ัญหาของสง่ิ แวดลอ้ ม และระบบนิเวศภายในประเทศไทย
สาระสำคญั
ตัวชวี้ ดั การรูเ้ ทา่ ทนั ส่ือสงั คมออนไลน์ของเยาวชนในสงั คมประชาธปิ ไตย ได้แก่
๑. เลือกรับ “ข่าวสาร” จากแหลง่ ทห่ี ลากหลาย
๒. เลือกรบั “สอ่ื การเมอื ง” จากแหล่งทห่ี ลากหลาย
๓. สามารถแยกความจรงิ ออกจากความเหน็
๔. สามารถวิเคราะหเ์ นอ้ื หาทีไ่ ด้รับด้วยเหตผุ ล ไม่คลอ้ ยตามผู้ผลิต
๕. สามารถประเมนิ วตั ถุประสงค์ของผ้ผู ลิต
๖. สามารถวิเคราะห์ และตคี วามความหมายท่ีแฝงอยใู่ นขอ้ มลู
๗. สามารถวิเคราะหค์ วามนา่ เชอื่ ถือของขอ้ มลู
กระทรวงดิจทิ ลั เพอื่ เศรษฐกจิ แลสังคม มขี อ้ แนะนำ ๖ วิธีรเู้ ทา่ ทนั และสงั เกตข่าวปลอม ดังน้ี
๑. ขา่ วต้องมีความน่าเช่อื ถือ มีแหลง่ อ้างองิ ทมี่ าชดั เจน สามารถตรวจสอบได้
๒. สงั เกตการณเ์ รยี บเรียงเนอื้ ขา่ ว และการสะกดคำต่าง ๆ เพราะขา่ วปลอมมกั จะสะกดผดิ
และมีการเรียบเรยี งทีไ่ มด่ ี
๓. สงั เกตยูอารแ์ อล (URL) ให้ดี โดยขา่ วปลอมอาจจะมี URL คลา้ ยเว็บของสำนักข่าวจริง
๔. ดรู ายงานข่าวจากแหลง่ ขา่ วทเี่ ชื่อถือได้ ว่ามขี า่ วแบบเดยี วกันหรือไม่ โดยมแี หลง่ อา้ งองิ ที่
น่าเชื่อถอื
๕. ตรวจสอบข่าวจากการเคน้ หาข้อมลู อาจพบวา่ เปน็ ข่าวเกา่ หรือพบการแจ้งเตือนวา่ เปน็
ข่าวปลอม
๖. ข่าวปลอมอาจมกี ารนำรปู ภาพจากขา่ วเก่ามาใช้ เพือ่ เพม่ิ ความน่าเช่ือถอื
๕๔
การศึกษาประเดน็ ปญั หา และการเปลยี่ นแปลงของสงั คมไทยสามารถสบื คน้ ข้อมลู ทเี่ ป็นปจั จบุ นั ในแต่
ละปีไดจ้ าก กองพฒั นาข้อมลู และตวั ช้วี ดั สงั คม (กขส.) สำนกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ที่
จะมีการจัดทำรายงานสภาวะสงั คมไทยรายไตรมาส เปน็ ประจำทกุ ปี เช่น ในไตรมาสท่ี ๔ ภาพรวมปี ๒๕๖๒ มี
ประเดน็ ปญั หา และการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ดังนี้
๑. การจ้างงานลดลงอย่างตอ่ เนอื่ ง
๒. หน้ีครวั เรอื นเพมิ่ ขึ้นร้อยละ ๕.๕
๓. การเจบ็ ปว่ ยยงั ต้องเฝ้าระวงั โรคไข้หวดั และโรคไขเ้ ลอื ดออกอยา่ งตอ่ เน่อื ง
๔. การบริโภคเคร่อื งด่ืมแอลกอฮอล์และบหุ รเ่ี พม่ิ ขน้ึ
๕. คดีอาญารวมเพมิ่ ขน้ึ จากคดียาเสพตดิ และคดีประทุษรา้ ยตอ่ ทรัพยท์ ี่เพม่ิ ขนึ้
๖. ภาพรวมท้งั ปกี ารตายและบาดเจบ็ พกิ ารด้วยอบุ ตั ิเหตทุ างถนนมจี ำนวนมาก
๗. การป้องกันการแพรร่ ะบาดโรคติดต่ออบุ ตั ใิ หมจ่ ากต่างประเทศ
๘. คณุ ภาพการศึกษาไทยยังคงตอ้ งเรง่ พัฒนาอยา่ งต่อเนอ่ื ง
๙. ปัญหาฝุ่น PM2.5 ต้องการการจัดการอย่างจรงิ จงั และตอ่ เน่ือง
๑๐. การพฒั นา Generation Y เพ่อื รองรบั การขับเคลอ่ื นประเทศ
ทงั้ นีใ้ นส่วนของสาระสำคัญประเดน็ ปญั หาของสงั คมไทย ครผู ูส้ อน และนักเรยี นจะต้องสบื ค้นขอ้ มูล
ใหมแ่ ละเป็นปจั จบุ นั เสมอ เน่ืองจากในปัจจบุ ันสงั คมมีการเปลย่ี นแปลงค่อนขา้ งเร็วมาก
ประเด็นปญั หาของโลกในแตล่ ะปมี คี วามแตกตา่ งกันออกไป แต่ในภาพรวมประเดน็ ทท่ี วั่ โลกให้
ความสำคญั กจ็ ะเป็นประเด็นเดิม ๆ ท่ียังไมไ่ ดร้ บั การแก้ไขปญั หาเนอ่ื งจากโลกใบนม้ี มี ิตทิ างสังคมท่หี ลากหลาย
รอการเปลยี่ นแปลงทดี่ ใี นอนาคต ประเดน็ ของโลกทไี่ ดร้ ับการพูดถงึ ขององค์การสหประชาติ (United
Nations) เช่น
๑. สงั คมผสู้ งู อายุ
๒. การเปลยี่ นแปลงสภาพภมู ิอากาศ
๓. สิทธิมนษุ ยชน
๔. ความเทา่ เทียมทางเพศ
๕. การอพยพ
๖. การขาดแคลนอาหาร
๗. อ่ืน ๆ
ทั้งน้สี ถานการณป์ ญั หาในประเทศไทย ในประเด็นปญั หาทส่ี ำคญั ของโลกพอจะสรุป เปรยี บเทียบกัน
ได้ตามรายประเดน็ ตัวอยา่ ง เชน่
๑. สังคมผู้สงู อายุ ในปัจจบุ นั ประเทศไทยมผี สู้ ูงอายุ ทม่ี ีอายุ ๖๐ ปี ขน้ึ ไป เพมิ่ มากขนึ้ อัตรา
การเกิดนอ้ ยลง ความเปลย่ี นแปลงทเี่ กดิ ขนึ้ จะส่งผลกระทบตอ่ ประเทศ เพราะจะมีกลุ่มประชากรวยั แรงงาน
ลดลง
๒. การเปล่ียนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ ประเทศไทยมอี ณุ หภมู สิ งู ขึน้ ๑ องศาเซลเซียสในรอบ
๔๐ ปี ผลกระทบทเี่ กิดขน้ึ คอื มีฝนตกหนักในบางพน้ื ที่ มพี ายุพัดเขา้ ประเทศบอ่ ยขึ้น มฤี ดูหนาวส้ันลง
๓. ความเทา่ เทยี มทางเพศ ในสังคมไทยความไมเ่ ท่าเทียมทางเพศ เป็นปญั หาทางสิทธิ
มนษุ ยชนข้ันพนื้ ฐานที่มมี านานและยังเห็นอยใู่ นสงั คมไทย ทยี่ งั มีอยู่เนอ่ื ง ๆ คอื การด้อยโอกาสของสตรเี มอ่ื
เทียบกบั บรุ ษุ การเลอื กปฏบิ ตั ิไมเ่ ปน็ ธรรมตอ่ สตรี รวมถงึ ความรนุ แรงต่อสตรี ปัญหาในเรอ่ื งการไมย่ อมรบั ใน
การแสดงออกทางอัตลักษณ์ทางเพศทไี่ มต่ รงกบั เพศกำเนดิ เป็นต้น
๕๕
๔. อืน่ ๆ
ตามความหมายในเรื่องของหลกั การบรหิ ารสภาพแวดลอ้ มนนั้ ไดใ้ ห้ความหมายของหลกั การพัฒนาที่
ยงั่ ยืนไวแ้ ลว้ นัน้ ซ่ึงได้หมายถึงการพฒั นาทตี่ อบสนองความตอ้ งการของคนในรุ่นปจั จบุ นั โดยไม่ทำให้คนในรนุ่
อนาคตตอ้ งยอมลดทอนหรือต้องประนปี ระนอม ความสามารถในการใช้ทรพั ยากรนน้ั โดยตามหลกั การ และ
แนวคดิ ของการพัฒนาท่ยี ง่ั ยืนจะตอ้ งคำนงึ ถงึ สงิ่ ตอ่ ไปน้ี
๑. คำนงึ ถึงขดี จำกัดของทรพั ยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดล้อม และสนองตอบตอ่ ความ
ต้องการในปจั จุบันโดยไมส่ ง่ ผลเสยี ต่อความต้องการของคนในรุ่นอนาคต
๒. ตอ้ งคำนึงถึงความเปน็ องคร์ วม ซง่ึ อาจหมายถงึ จะตอ้ งมองวา่ การทม่ี นษุ ย์จะทำสง่ิ ใดนั้น
ต้องคำนึงถงึ ผลกระทบทจ่ี ะเกดิ กบั สภาพแวดล้อมอื่น ๆ ดว้ ย
๓. จะตอ้ งคำนึงถงึ การนำเอาเทคโนโลยมี าใช้ซ่ึงอาจจะเป็นการใช้เทคโนโลยที สี่ ะอาด และ
จะต้องเปน็ องค์ความร้ใู หม่ท่เี กิดข้ึน ควรจะเป็นไปในทางสรา้ งสรรค์ และสามารถเอ้อื ประโยชน์ต่อ
สภาพแวดล้อม และการใช้ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ่มี ีอยขู่ องมนษุ ย์โดยไมท่ ำลายหรอื สรา้ งมลพษิ กบั ส่งิ แวดลอ้ ม
ในกระบวนการของการพัฒนาส่งิ แวดลอ้ มใหเ้ กดิ ความยง่ั ยนื ไดน้ น้ั จะตอ้ งดำเนนิ การในเรอ่ื งของ
สิ่งแวดล้อมศึกษา เพ่ือนำไปสูก่ ารจดั สง่ิ แวดล้อมให้เกิดประสทิ ธภิ าพสงู สุดเพราะในกระบวนการนจี้ ะตอ้ งเรมิ่
จากการนำเอากระบวนการศึกษาดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม มาสูก่ ารเปล่ยี นแปลงพฤตกิ รรมในตวั ของมนษุ ย์ด้าน
สิง่ แวดล้อม
๑. สรา้ งความรบั ผิดชอบต่อการอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม โดยมงุ่ ให้ผเู้ รยี นมคี วามรบั ผิดชอบ
ต่อสถานภาพ สิ่งแวดลอ้ มของชมุ ชน ของประเทศและของโลก
๒. สร้างความรู้ และเจตคติเพือ่ การตดั สนิ ใจ เป็นการทำใหผ้ เู้ รยี นสามารถนำเอาความร้ใู ช้ใน
การตดั สนิ ใจในการอนรุ ักษส์ ิง่ แวดลอ้ มดว้ ยตนเอง
๓. สร้างแนวคิดในการใช้ทรัพยากร และปอ้ งกนั ปัญหามลพษิ ทางส่ิงแวดลอ้ ม โดยมงุ่ ใหผ้ เู้ รียน
สามารถตระหนกั ถงึ สถานการณ์ และแนวทางในการใชท้ รพั ยากรโดยมกิ อ่ ใหเ้ กิดปญั หาส่งิ แวดล้อมตามมา
๔. สรา้ งแนวคิดในการแกป้ ัญหาสงิ่ แวดล้อม ใหน้ กั เรียนเกดิ ความรู้ ความคิดเจตคติ
ประสบการณ์ ทักษะและความเขา้ ใจต่อการแกป้ ญั หาสงิ่ แวดล้อมทเี่ กดิ ข้นึ ใหอ้ ยู่ในสภาพทด่ี ีขน้ึ กว่าทเี่ คย
เป็นอยู่
รปู แบบการจดั การเรียนรู้
การจัดการเรียนรโู้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process)
ชิน้ งาน/ภาระงาน
สบื คน้ ประเดน็ ปญั หาของไทย หรือของโลก คนละ ๑ ประเดน็ และนำขอ้ มลู มาแลกเปลยี่ นวิเคราะห์
อภปิ รายในหอ้ งเรยี น
วธิ ีการวดั ผล ประเมนิ ผล
พทุ ธพิ สิ ัย
การทดสอบปรนยั หรือแบบตอบสน้ั ๆ
จติ พสิ ัย
การประเมินตนเองของนกั เรยี น
บรรณานกุ รม
กรมทรพั ยากรธรณี กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม. ม.ป.ป. ภาวะโลกร้อน.
กรงุ เทพฯ: บรษิ ัท แนกซอส อนิ ฟินิตี้ จำกัด.
๕๖
ณัฏฐกาญจน์ ศุกลรตั นเมธี และนุชประภา โมกข์ศาสตร.์ ๒๕๖๒. การรเู้ ทา่ ทันสื่อสังคมออนไลน์
ของเยาวชนเพ่ือการเป็นพลเมอื งในสงั คมประชาธปิ ไตย. สำนักวจิ ยั และพัฒนา สถาบนั พระปกเกล้า.
สรณ บญุ ใบชัยพฤกษ์. ม.ป.ป. สทิ ธมิ นษุ ยชนกับความเทา่ เทยี มทางเพศ (Online).
www.constitutionalcourt.or.th, ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
สำนกั งานคณะกรรมการสง่ เสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. ม.ป.ป. สังคมผสู้ งู อายุ
การเตรยี มความพรอ้ มและรบั มือกบั สงั คมผูส้ ูงอายุของไทย (Online). http://researchcafe.org, ๒๒
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
สำนักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาต.ิ ๒๕๖๓. ภาวะสงั คมไทย ไตรมาสสี่ และ
ภาพรวมปี ๒๕๖๒ (Online). https://social.nesdc.go.th, ๒๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
เสรี วรพงษ์. ม.ป.ป. สง่ิ แวดลอ้ มกับการพัฒนาทย่ี ่งั ยนื (Online). https://so02.tci-thaijo.org,
๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
United Nations. n.d. Global Issues (Online). www.un.org/en/global-issues, February
22, 2020.
๕๗
แผนการใช้หลกั สูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๔ รหัสวิชา ส๒๐๒๑๔
หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๓ ช่อื หน่วย สากลบนความเปน็ ไทย
เวลาทใี่ ชใ้ นการจัดการเรียนการรู้ ๘ คาบเรียน
ผลการเรยี นรูป้ ระจำหนว่ ย
๑. วเิ คราะหบ์ ทบาทของสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ทม่ี ตี อ่ ชาติไทย
๒. วเิ คราะห์แยกแยะความแตกตา่ งระหวา่ งความเป็นไทยกบั ชาติอน่ื และนำมาประยกุ ต์ใช้ได้อย่าง
เหมาะสม
สาระการเรยี นรู้
จติ พิสยั
๑. บทบาทของสถาบนั พระมหากษัตริยท์ มี่ ตี อ่ ชาติไทย
๒. ความแตกตา่ งระหว่างความเปน็ ไทย และชาตอิ ่นื
จิตพิสัย
คณุ ค่าของความเป็นไทย
สาระสำคัญ
สถาบันพระมหากษัตริย์กอ่ ใหเ้ กดิ คุณประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลต่อประเทศชาตมิ าตงั้ แต่โบราณ
จวบจนปัจจุบันนี้ ทง้ั ในฐานะท่กี อ่ ให้เกดิ การสรา้ งชาติ การกเู้ อกราชของชาติ การรักษาและพฒั นาชาติ
มีสาระสำคัญที่ควรคา่ แก่การศึกษา ดังนี้
๑. พระมหากษตั ริยเ์ ป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน
๒. พระมหากษัตริยท์ างเปน็ สญั ลกั ษณแ์ หง่ ความต่อเนอื่ งของชาติ
๓. พระมหากษตั ริยไ์ ทยทรงเปน็ พทุ ธมามกะ และอัครศาสนปู ถัมภก
๔. พระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ พลงั ในการสร้างขวัญ และกำลังใจของประชาชน
๕. พระมหากษตั ริยท์ รงมสี ว่ นสำคญั ในการรกั ษาผลประโยชน์ของประชาชนและทำให้
การบริหารงานประเทศเปน็ ไปด้วยดี
๖. พระมหากษตั รยิ ท์ รงแก้ไขวิกฤตการณ์
๗. พระมหากษตั รยิ ท์ รงส่งเสรมิ ความมั่นคงของประเทศ
๘. พระมหากษตั ริยท์ รงมสี ่วนเสรมิ สรา้ งสมั พนั ธไมตรีระหว่างประเทศ
๙. พระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ผ้นู ำในการพฒั นาและปฏริ ูปเพอ่ื ประโยชนข์ องประเทศชาติ
๑๐. พระมหากษตั รยิ ท์ รงมสี ่วนเกอ้ื หนุนระบอบประชาธิปไตย
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ.๒๕๖๐ หมวด ๒ พระมหากษตั ริย์
มาตรา ๖ พระมหากษัตริยท์ รงดำรงอยใู่ นฐานะอันเปน็ ทเ่ี คารพสกั การะ ผู้ใดจะละเมดิ มไิ ด้
ผู้ใดจะกลา่ วหาหรอื ฟอ้ งร้องพระมหากษัตรยิ ใ์ นทางใด ๆ มไิ ด้
มาตรา ๗ พระมหากษตั ริยท์ รงเป็นพทุ ธมามกะ และทรงเปน็ อัครศาสนูปถมั ภก
มาตรา ๘ พระมหากษัตริยท์ รงดำรงตำแหนง่ จอมทพั ไทย
มาตรา ๙ พระมหากษตั รยิ ท์ รงไวซ้ ่ึงพระราชอำนาจทจ่ี ะสถาปนา และถอดถอนฐานนั ดรศักดิ์
และพระราชทาน และเรยี กคืนเคร่ืองราชอสิ ริยาภรณ์
๕๘
มาตรา ๑๐ พระมหากษัตริยท์ รงเลือก และทรงแต่งตงั้ ผูท้ รงคุณวุฒเิ ปน็ ประธานองคมนตรี
คนหนงึ่ และองคมนตรอี ่ืนอกี ไม่เกินสบิ แปดคนประกอบเปน็ องคมนตรี
มาตรา ๑๑ การเลอื กและแตง่ ตง้ั องคมนตรีหรอื การให้องคมนตรพี น้ จากตำแหน่ง ใหเ้ ปน็ ไป
ตามพระราชอธั ยาศยั
การทกั ทายเป็นวัฒนธรรมอย่างหนง่ึ ของแต่ละชาติ ซึ่งมีวิธกี ารทักทายท่แี ตกต่างกนั ไป เช่น
๑. ชาวตะวันตก มักทักทายดว้ ยการจบั มือ หากแตก่ ารทกั ทายสุภาพสตรหี ากเธอไมย่ น่ื มอื ให้
จับกอ่ นสุภาพบรุ ุษเพียงโคง้ เลก็ น้อยเพอื่ ใหเ้ กียรตสิ ตรี
๒. การทักทายของชาวฝรงั เศส คอื การนำแก้มของทง้ั ๒ ฝ่ายมาสมั ผสั กันเบา ๆ
๓. ชาวจนี จะพยักหนา้ หรือกม้ ศรี ษะใหก้ ันโดยกม้ ศรี ษะในระดับไหล่
๔. ชาวญี่ปุ่นทักทายด้วยการโคง้ โดยการโคง้ ของชาวญ่ีปุ่นมี ๓ ระดับ แบบ ๑๕ องศา
แบบ ๓๐ องศา และแบบ ๔๕ องศา
๕. การทักทายแบบไทย คือการไหว้ การไหว้มี ๓ ระดบั คอื ไหว้บุคคลเสมอกนั ไหวผ้ ทู้ ี่อาวุโส
กวา่ ไหวพ้ ระสงฆ์
มารยาท และการแสดงออกในโอกาสต่าง ๆ ของไทยและสากลอาจมคี วามแตกต่างไปบ้าง แต่
มารยาทสากลโดยท่วั ไป เช่น
๑. มารยาทในการเรยี กช่ือบุคคล ใหใ้ ชค้ ำนำหนา้ เสมอ (Mr./Mrs./Miss/Dr./Prof.)
อย่าเรยี กช่อื ตน้ หากไมส่ นทิ สนม
๒. มารยาทในการแนะนำบุคคล แนะนำผ้ทู ม่ี ีอาวุโสนอ้ ยใหผ้ ุอ้ าวุโสมากรจู้ กั แนะนำบรุ ษุ ให้
สตรรี ้จู กั ใหเ้ อย่ ชอ่ื ผอู้ าวุโสกอ่ น
๓. มารยาทในการสนทนา มที ่าทเี ปน็ มิตร เป็นธรรมชาติ ผอ่ นคลาย เริม่ ตน้ ด้วยเร่ืองทัว่ ไป
แล้วคอ่ ยขยบั เข้าถึงความสนใจ
๔. มารยาทในการแต่งกาย หมายรวมถึงศรี ษะจรดเท้า การแต่งกายเปน็ เคร่ืองแสดงให้เหน็ ถึง
อุปนสิ ัย ใจคอ รสนยิ ม หนา้ ที่การงาน การศกึ ษา และสถานะทางสงั คม การแตง่ กายท่ีดมี อี งค์ประกอบ ๓
ประการ มคี วามสะอาด มีความสุภาพเรียบรอ้ ย เหมาะสมแกโ่ อกาสและสถานท่ี
รูปแบบการจัดการเรียนรู้
การเรียนรโู้ ดยใชก้ จิ กรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)
ชิ้นงาน/ภาระงาน
๑. ภาพวาด หัวข้อ สถาบนั พระมหากษัตริย์กบั ชาติไทย
๒. การแสดงบทบาทสมมตมิ ารยาทไทยกับสากล
วิธีการวัดผล ประเมนิ ผล
พุทธพิ ิสยั
การทดสอบปรนยั
จติ พสิ ยั
การประเมินตนเองของนักเรียน
๕๙
บรรณานุกรม
ราชกิจจานเุ บกษา. ๒๕๖๐. เลม่ ท่ี ๑๓๔ ตอนท่ี ๔๐ ก, หนา้ ๔-๗.
ศนู ยพ์ ฒั นาการคา้ และธุรกจิ ไทย ในประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น. ม.ป.ป. มารยาททางธรุ กจิ และ
วัฒนธรรม (Online). www.ditp.go.th, ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
อิทธพิ ล สวุ รรณรตั น.์ ม.ป.ป. พระมหากษตั ริยก์ ับความมนั่ คงของชาติ (Online).
www.dsdw2016.dsdw.go.th, ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
๖๐
แผนการใช้หลักสตู ร
รายวิชา ตามรอยพระบิดา กา้ วท่ี ๔ รหสั วิชา ส๒๐๒๑๔
หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๔ ช่ือหนว่ ย กฎหมาย การปกครอง และความเปน็ มนุษย์
เวลาทใ่ี ชใ้ นการจัดการเรียนการรู้ ๑๒ คาบเรยี น
ผลการเรียนร้ปู ระจำหนว่ ย
๑. วเิ คราะหห์ ลักสทิ ธิมนุษยชนในบรบิ ทของประเทศไทย
๒. วิเคราะห์ความแตกต่างระหวา่ งสทิ ธิ เสรีภาพ และหนา้ ท่ี
๓. สรปุ กฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชน
๔. อธิบายความหมาย และรปู แบบของการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธพิ สิ ยั
๑. หลกั สิทธมิ นุษยชนในบรบิ ทของประเทศไทย
๒. ความแตกต่างระหวา่ งสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่
๓. กฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชน
๔. รปู แบบของการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย
สาระสำคญั
สิทธิ และเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ นอกจากท่ี
บัญญัติคุม้ ครองไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนญู แลว้ การใดท่ีมิได้หา้ มหรอื จำกดั ไวใ้ นรฐั ธรรมนญู หรอื ใน
กฎหมายอ่ืน บุคคลยอ่ มมสี ทิ ธิ และเสรภี าพท่จี ะกระทำนั้นไดแ้ ละได้รับความค้มุ ครองตามรัฐธรรมนญู ตราบ
เทา่ ท่ีการใชส้ ทิ ธหิ รอื เสรภี าพเชน่ ว่าน้นั ไมก่ ระทบกระเทือนหรอื เปน็ อนั ตรายต่อความมัน่ คงของรัฐ ความสงบ
เรียบรอ้ ยหรอื ศีลธรรมอนั ดีของประชาชน และไมล่ ะเมดิ สิทธหิ รอื เสรภี าพของบคุ คลอน่ื ตวั อยา่ งสทิ ธิ และ
เสรีภาพท่รี ะบุในรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย เชน่ บุคคลยอ่ มเสมอกันในกฎหมาย ชายและหญงิ มสี ิทธิ
เทา่ เทียมกนั บุคคลยอ่ มมสี ทิ ธิและเสรภี าพในชีวิตและร่างกาย บุคคลยอ่ มมเี สรีภาพบริบรู ณ์ในการถือศาสนา
เปน็ ต้น
หนา้ ทข่ี องปวงชนชาวไทย ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ เชน่ ปฏิบตั ติ าม
กฎหมายอยา่ งเครง่ ครดั เขา้ รบั การศึกษาอบรมในการศกึ ษาภาคบังคับ ไม่รว่ มมอื หรอื สนบั สนนุ การทจุ รติ และ
ประพฤติมชิ อบทุกรปู แบบ
สิทธิ คอื อำนาจอนั ชอบธรรม ซง่ึ บุคคลทุกคนพึงมีพงึ ได้ โดยไมเ่ บียดเบียนคนอนื่
หนา้ ท่ี หมายถงึ ข้อปฏบิ ตั ขิ องบุคคลทกุ คนทจ่ี ะต้องกระทำใหเ้ กิดประโยชน์เป็นผลดีตอ่ ประเทศชาติ
บา้ นเมอื ง
สังคมไทยเปน้ สงั คมท่ตี ่างเช้อื ชาติ ศาสนา เผ่าพนั ธุ์ สามารถดำรงชีวิตอยรู่ ว่ มกันอยา่ งสันตจิ นกลมกลืน
เป็นหนงึ่ เดียวกนั ในความเป็นไทยโดยไมม่ กี ารแตกแยก ยอมรับความหลากหลาย มจี ิตใจเอ้อื เฟอ้ื เกื้อกลู กัน จึง
ไม่มกี ารละเมิดสทิ ธมิ นุษยชนในเรอื่ งการแบง่ ชนชัน้ หรือเผ่าพันธุ์ แตก่ ารละเมดิ สทิ ธมิ นุษยชนก็ยงั ปรากฏอย่าง
ตอ่ เน่ือง เช่น การละเมดิ สทิ ธิเด็ก การละเมดิ ทางเพศ แรงงาน ยาเสพติด อบายมขุ ความรุนแรงในการลงโทษ
การละเมดิ สทิ ธสิ ตรใี นสงั คมไทยยงั ปรากฏการใช้ความรุนแรงต่อผหู้ ญงิ และครอบครวั ความรนุ แรงทางเพศในท่ี
สาธารณะ ท่บี ้าน ทที่ ำงาน สถานกักกัน
๖๑
กฎหมายอาญา คือ กฎหมายทบี่ ญั ญัติวา่ การกระทำหรอื ไมก่ ระทำการอยา่ งใดเปน็ ความผิดและ
กำหนดโทษทจี่ ะลงแกผ่ ู้กระทำผิดไวด้ ว้ ย โทษทางอาญามี ๕ ประการ ๑) โทษประหารชวี ติ ๒) โทษจำคุก
๓) โทษกักขัง ๔) โทษปรบั ๕) โทษรบิ ทรพั ยส์ นิ
คดอี าญาทม่ี ขี อ้ หาว่าเดก็ หรอื เยาวชนกระทำความผดิ ให้ถอื อายุเดก็ หรือเยาวชนน้นั ในวนั ท่กี ระทำ
ความผิดได้เกิดข้นึ โดยมนี ยิ าม ดังนี้
“เด็ก” หมายความวา่ บคุ คลอายุยังไมเ่ กนิ ๑๕ ปบี ริบรู ณ์
“เยาวชน” หมายความว่า บคุ คลอายุเกนิ ๑๕ ปบี รบิ รู ณ์ แต่ยังไม่ถึง ๑๘ ปีบรบิ รู ณ์
ความรบั ผิดทางอาญาของเดก็ และเยาวชน ประมวงกฎหมายอาญาได้แบง่ กลมุ่ อายุของเดก็ และ
เยาวชนที่กระทำผิด ดังนี้
“เด็กอายุไมเ่ กิน ๑๐ ปี” กฎหมายยกเวน้ โทษแกเ่ ดก็
“เดก็ อายุ ๑๐ ปี ไม่เกิน ๑๕ ป”ี มีการยกเวน้ โทษแกเ่ ดก็ ทีก่ ระทำผดิ กฎหมายเปดิ ชอ่ งใหศ้ าล
ใช้ดลุ พินจิ ทจี่ ะใชว้ ธิ กี ารสำหรบั เดก็ เพ่ือปรบั ปรงุ เดก็ ใหเ้ ปน้ คนดี เช่น คุมประพฤติ เรียกผ้ปู กครองเด็กมาทำ
ทัณฑ์บน
“เด็กอายุ ๑๕ ปี ไมเ่ กนิ ๑๘ ป”ี กฎหมายเปิดโอกาสใหศ้ าลใชด้ ลุ พนิ จิ เลือกลงโทษทางอาญา
เชน่ เดยี วกบั กรณีคนท่ัวไป แต่ใหล้ ดโทษลงก่งึ หนึ่ง หรือศาลอาจจะเลอื กใช้วิธีการสำหรบั เดก็ ก็ได้
“เดก็ อายุ ๑๘ ปี ไม่เกิน ๒๐ ป”ี โดยปกตจิ ะไดร้ ับโทษเชน่ เดยี วกบั ผูใ้ หญ่ แต่ศาลอาจใชพ้ ินิจ
ลดโทษใหห้ น่ึงในสาม
ความผิดที่ผอู้ น่ื จะกระทำกับเด็ก และเยาวชน จึงได้รับความคุม้ ครองเป็นพเิ ศษ ได้แก่
๑. ความผิดเกีย่ วกบั เพศ ได้แก่ ขม่ ขืนกระทำชำเรา กระทำอนาจาร พาเดก็ ไปเพอ่ื สำเรจ็ ความ
ใครข่ องผ้อู ื่น
๒. ความผิดเกย่ี วกบั ชวี ติ รา่ งกาย ได้แก่ ช่วยหรอื ยยุ งใหเ้ ด็กฆ่าตวั ตาย ทอดท้ิงเดก็ ทารุณเดก็
๓. ความผดิ เกย่ี วกบั เสรีภาพ ได้แก่ เรยี กค่าไถ่ พรากเดก็ พรากผ้เู ยาว์ ฉ้อโกง
ประชาธปิ ไตย คอื การปกครองโดยประชาชน เมอื่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยนัน้ อำนาจสูงสดุ
เปน็ ของประชาชน ประชาชนทกุ คนจงึ มีสทิ ธิ และเสรีภาพซงึ่ เป็นสิ่งท่ีมีอยู่ตามธรรมชาติ และอย่เู หนืออำนาจ
รฐั รฐั จะก้าวลว่ งเขา้ มาจำกัดสิทธิ และเสรภี าพของประชาชนไมไ่ ด้ อยา่ งไรกต็ าม เมื่อทกุ คนมสี ิทธิ และ
เสรภี าพกอ็ าจใชส้ ิทธิ และเสรภี าพของตนจนกระทบกระทง่ั กบั สทิ ธิ และเสรีภาพของผู้อนื่ เพราะฉะนน้ั จงึ
จำเป็นตอ้ งมกี ารควบคุมการใช้สิทธิ และเสรภี าพของประชาชน ทัง้ นี้ หากรฐั จะจำกดั สิทธิ และเสรีภาพของ
ประชาชนจะตอ้ งดำเนินการโดยกฎหมาย ซง่ึ เป็นบทบญั ญตั ทิ ่ีตราขึ้นจากตัวแทนของประชาชนเป็นผู้กำหนด
กฎเกณฑใ์ นการจำกดั สิทธิ และเสรีภาพของประชาชนเอง ดงั นนั้ การปกครองระบอบประชาธิปไตยจงึ เปน็
การปกครองระบอบเดียวท่ีประชาชนมีสทิ ธิ และเสรภี าพของประชาชน
รปู แบบประชาธิปไตย ระบอบประชาธิปไตย หรือการปกครองตนเองของประชาชน อาจจะแบ่งเปน็
๑. ประชาธปิ ไตยโดยตรง ประชาชนมาประชุมกัน อภปิ ราย และลงคะแนนกันในเร่อื งสำคญั
เชน่ การประชมุ เรอ่ื งงบประมาณ กฎหมาย ในระดับท้องถนิ่ หรอื การลงประชามตใิ นระดบั ประเทศ เชน่
การจะรบั หรอื ไม่รบั ร่างรฐั ธรรมนญู ฉบบั ใหม่
๒. ประชาธิปไตยโดยระบบผูแ้ ทน เนอ่ื งจากประเทศส่วนใหญม่ ปี ระชาชนมาก มคี วามซับซ้อน
ต้องแบง่ งานกันทำจึงมกั ใช้วธิ ีเลือกผแู้ ทนขึน้ ไปเปน็ ฝา่ ยบรหิ าร และฝา่ ยออกกฎหมาย
๖๒
๓. ประชาธปิ ไตยแบบประชาชนมสี ่วนรว่ ม เป็นการผสมผสานท้งั ๒ แบบแรก รวมทง้ั การให้
ประชาชนมีการปกครองตนเองในระดบั ทอ้ งถิ่น มีองคก์ รอสิ ระทร่ี กั ษาผลประโยชนฝ์ า่ ยประชาชน มสี ่อื มวลชน
และองค์กรประชาชนทีเ่ ข้มแขง็ ภาคประชาชนหรือสังคมพลเมืองมบี ทบาทในการตดั สนิ ใจเร่อื งการบรหิ าร
ประเทศคอ่ นขา้ งมาก ไม่ไดป้ ล่อยใหผ้ ูแ้ ทนทำทุกอย่าง โดยประชาชนให้ใชส้ ทิ ธิแคเ่ ลอื กตงั้ ผูแ้ ทนนานๆ ครงั้
เทา่ น้ัน
รปู แบบการจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรียนการสอนทีเ่ น้นกระบวนการคิด
ชิ้นงาน/ภาระงาน
การนำเสนอ และวพิ ากษ์ ในประเด็น หลักสิทธิมนุษยชนในบริบทของประเทศไทย สทิ ธิ เสรภี าพ และ
หนา้ ท่ี กฎหมายสำหรับเด็ก และเยาวชน การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย
วิธกี ารวดั ผล ประเมนิ ผล
พุทธพิ สิ ัย
การทดสอบปรนยั
บรรณานุกรม
ราชกจิ จานุเบกษา. ๒๕๖๐. เลม่ ท่ี ๑๓๔ ตอนที่ ๔๐ ก, หนา้ ๗-๑๗.
ดวงพร เพชรคง. ม.ป.ป. กฎหมายกบั การกระทาํ ความผดิ ของเด็ก และเยาวชน (Online).
www.parliament.go.th, ๒๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
สรุ ชัย ศรสี ารคาม. ม.ป.ป. บทความเกยี่ วกับหลักสทิ ธมิ นษุ ยชน (Online).
www.constitutionalcourt.or.th, ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
แสงชัย อภิชาตธนพฒั น.์ ม.ป.ป. “ประชาธปิ ไตย” หลักพน้ื ฐานสำหรบั สามญั ชน (Online).
ผิดพลาด! การอา้ งอิงไฮเปอรล์ งิ ก์ไมถ่ ูกต้อง กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
๖๓
เอกสารประกอบหลักสตู ร
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๓
๖๔
ผลการเรียนรรู้ ายชนั้ ปี ม.๓
จุดเน้นที่ ๑ เสรมิ สร้างความเปน็ “เอกลกั ษณ์” ของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ (โรงเรียนท่ีระลึกแห่งรชั กาลท่ี ๙)
สาระที่ ๑ โรงเรียนของเรา
๑. แสดงออกถึงความเป็นนักเรียนโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
สาระที่ ๒ พระบิดาของเรา
๑. เรยี นรู้พระอจั ฉรยิ ภาพ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
และสามารถเลือกนำไปเป็นแนวทางในการพฒั นาตนเองตามศักยภาพ
สาระท่ี ๓ ศาสตร์ของพระบดิ า
๑. นำองค์ความรู้จากโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจงั หวดั นครนายก มาใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจำวนั
๒. เรยี นรู้ และประยุกตใ์ ชค้ วามรจู้ ากสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
๓. ใหค้ วามเห็นถึงแนวทางการประยกุ ต์ใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน และสังคม
สาระท่ี ๔ หลักการทรงงานของพระบิดา
๑. นำหลักการทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
มาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวัน
สาระที่ ๕ เกษตรวถิ ีพอเพียง
๑. ดำเนนิ การปลูกพืช เล้ยี งสัตว์ ตามบรบิ ทในครอบครัว และจัดทำบญั ชีครัวเรอื น โดยประยุกต์ใช้องคค์ วามร้เู กษตร
ทฤษฎีใหม่
จุดเนน้ ที่ ๒ เสรมิ สร้างความเป็น “อัตลกั ษณ์” ของนกั เรียนโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ (พลเมืองดวี ิถี น.ว.ม.)
สาระท่ี ๖ พื้นฐานการเปน็ พลเมืองดี
๑. แสดงออกถงึ การเคารพสิทธิเสรภี าพของตนเอง และผอู้ ่ืน
๒. เลือกวิธีการแกป้ ญั หาทเ่ี หมาะสมกับสถานการณ์ตา่ ง ๆ
๓. ปฏิบตั ิกิจกรรมจติ อาสาภายในโรงเรยี น
สาระท่ี ๗ ท้องถิ่นของเรา
๑. วิเคราะห์ขอ้ มูลสำคญั ในจังหวดั นครนายก และแบ่งปันข้อมลู ส่สู าธารณะ
๒. สรุปข้อมูลการเสด็จพระราชดำเนินจังหวดั นครนายกของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครัง้ ท่ี ๙-๑๒
สาระท่ี ๘ การเปน็ พลเมืองไทย
๑. อภิปรายถงึ คุณค่าของความเปน็ ชาติไทย
๒. อภปิ รายถงึ คณุ ค่าของวฒั นธรรม และประเพณไี ทย
๓. แสดงออกถึงการปฏิบัติตนตามกฎหมาย
๔. วิเคราะหร์ ูปแบบการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ ในประเทศไทย
๕. อภปิ รายถึงความสำคญั และผลกระทบของปญั หา และการเปลย่ี นแปลงในสงั คมไทย
สาระที่ ๙ การเปน็ พลเมอื งโลก
๑. ยอมรบั ความแตกต่างของความเชอื่ ทางศาสนาทีห่ ลากหลาย
๒. แสดงความคิดเหน็ ตอ่ สถานการณ์การละเมดิ สิทธิมนษุ ยชนในประเทศไทยอยา่ งสรา้ งสรรค์
๓. วิเคราะห์สภาพปญั หาของสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศของโลก จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
๔. อภิปรายเสนอแนะวธิ ีการรับมือกบั สถานการณ์ปัญหา และการเปล่ียนแปลงทสี่ ำคัญของโลก
๖๕
คำอธบิ ายรายวชิ า ตามรอยพระบิดา กา้ วที่ ๕ (ส๒๐๒๑๕)
แสดงออกถงึ ความเป็นนกั เรียนโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ ทม่ี คี วามรัก ความศรทั ธา และเปน็ สมาชิกทด่ี ี
ต่อสถานศกึ ษา เรยี นรพู้ ระอัจฉริยภาพ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร อาทิ พระอจั ฉรยิ ภาพด้านกฬี า พระอจั ฉริยภาพดา้ นดนตรี ฯลฯ และสามารถนำไปเป็น
แนวทางในการพฒั นาตนเองตามศักยภาพ นำองค์ความรูจ้ ากโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ ของ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในจงั หวัดนครนายก
มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวัน เรยี นรู้ และประยกุ ต์ใช้ความรู้จากสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เลม่ ท่ี
๑๗-๒๔ ให้ความเหน็ ถงึ แนวทางการประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในชุมชน และสังคม
นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ดา้ นองค์รวม ด้านประหยัด เรียบงา่ ย ได้ประโยชน์สงู สุด ด้านขาดทุนคอื กำไร มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
ดำเนนิ การปลูกพชื เลย้ี งสัตว์ ตามบรบิ ทในครอบครวั และจดั ทำบญั ชคี รวั เรอื น โดยประยุกตใ์ ช้
องคค์ วามรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ วเิ คราะหข์ อ้ มลู สำคัญดา้ นประวัตศิ าสตร์ ด้านสถานที่ ด้านบคุ คลสำคญั
ด้านวัฒนธรรม ด้านทรัพยากร ของจังหวัดนครนายก และแบง่ ปันขอ้ มูลสสู่ าธารณะ สรปุ ข้อมลู การเสดจ็
พระราชดำเนินจังหวดั นครนายก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร ครงั้ ที่ ๙-๑๒
โดยใชก้ ระบวนการเรยี นรแู้ บบ Active Learning ในการพฒั นาสติปญั ญา ทักษะ และเจตคติ ของ
นกั เรียนโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ อยา่ งรอบด้าน เพอ่ื เสริมสร้างเอกลกั ษณ์ “โรงเรียนท่รี ะลึกแห่งรชั กาลที่ ๙”
และอตั ลกั ษณ์ “พลเมืองดวี ิถี น.ว.ม.” ให้นกั เรยี นเตบิ โตเปน็ พลเมอื งที่ดีของสังคมไทยและสงั คมโลกอย่างมี
ความสขุ
ผลการเรยี นรู้
๑. แสดงออกถงึ ความเปน็ นกั เรยี นโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๒. เรยี นรพู้ ระอจั ฉริยภาพของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร และสามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองตามศักยภาพ
๓. นำองคค์ วามร้จู ากโครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในจงั หวดั นครนายก มาใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
๔. เรียนรู้ และประยกุ ต์ใชค้ วามรจู้ ากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
๕. ใหค้ วามเห็นถึงแนวทางการประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในชมุ ชน และสงั คม
๖. นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร มาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
๗. ดำเนนิ การปลกู พชื เล้ียงสัตว์ ตามบรบิ ทในครอบครวั และจดั ทำบญั ชคี รวั เรอื นโดยประยกุ ต์ใช้
องค์ความรูเ้ กษตรทฤษฎใี หม่
๘. วเิ คราะหข์ ้อมลู สำคญั ในจงั หวัดนครนายก และแบง่ ปนั ขอ้ มลู สู่สาธารณะ
๙. สรุปขอ้ มลู การเสดจ็ พระราชดำเนินจงั หวัดนครนายก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ครั้งท่ี ๙-๑๒
๖๖
หนว่ ยการเรยี นรู้
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวท่ี ๕ (ส๒๐๒๑๕)
จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
หน่วยการเรียนรู้ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ เวลาในการจัดกิจกรรม
ที่
การเรยี นการสอน (คาบ)
๑
๒ ตัวตนลูก น.ว.ม. ๖
๓ บูรณาการวิถพี อเพียง ๒๐
๔
นครนายกเมอื งในฝัน ๘
สารานุกรมกบั ชวี ติ ประจำวนั ๖
รวม ๔๐
๖๗
แผนการใช้หลักสูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา กา้ วท่ี ๕ รหสั วิชา ส๒๐๒๑๕
หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๑ ชอ่ื หน่วย ตัวตนลูก น.ว.ม.
เวลาทใ่ี ช้ในการจดั การเรยี นการรู้ ๖ คาบเรยี น
ผลการเรียนรปู้ ระจำหน่วย
๑. แสดงออกถงึ ความเป็นนกั เรียนโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๒. เรยี นรพู้ ระอัจฉรยิ ภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร และสามารถเลือกนำมาใช้เปน็ แนวทางในการพฒั นาตนเองตามศกั ยภาพ
สาระการเรยี นรู้
จิตพสิ ัย
๑. คุณลกั ษณะการเป็นนักเรียนโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ ตามเอกลกั ษณ์ และอัตลักษณ์ของโรงเรียน
๒. พระอจั ฉริยภาพ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร
สาระสำคญั
นักเรียนระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ โรงเรียนนวมราชานุสรณ์ ท่ไี ด้รับการศึกษา และไดร้ บั การจัด
การเรียนรมู้ า ๒ ปี แลว้ จะสามารถแสดงออกถงึ การมีคณุ ลักษณะเปน็ ไปตามเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ ของ
โรงเรียนได้ในระดบั หนง่ึ สามารถเปน็ สมาชิกที่ดีต่อสงั คมโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์ และแสดงออกถงึ การเปน็
ผ้มู ลี กั ษณะเดน่ ทส่ี ังคมสามารถรบั รไู้ ด้ ดังน้ี
คุณลกั ษณะตามเอกลักษณข์ องโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ ได้แก่ “โรงเรยี นทร่ี ะลึกแหง่ รชั กาลท่ี ๙”
นักเรยี นมคี วามรู้ในศาสตร์ของพระราชา และสามารถนำความรู้ทีไ่ ด้รบั มาใชใ้ นการพฒั นาตนเอง การใชช้ วี ิต
และการเรียน
คุณลกั ษณะตามอัตลกั ษณข์ องนักเรียนโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ ได้แก่ “พลเมอื งดวี ิถี น.ว.ม.”
นกั เรียนมีคณุ ลักษณะการเปน็ พลเมอื งดขี องสังคม มคี วามรกั ในทอ้ งถิ่น ประเทศชาติ และโลก
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมี
พระอจั ฉริยภาพหลายดา้ น ทรงพฒั นาทักษะในด้านต่าง ๆ ของพระองค์ และไดพ้ ระราชทานความรกั อนั
ยิ่งใหญ่แกอ่ าณาประชาราษฎร์ ปรากฏเป็นทปี่ ระจกั ษเ์ ทิดทนู พระเกียรตคิ ุณทง้ั ในหมชู่ าวไทยและชาวโลก จึง
ได้รบั การสดุดี และการทลู เกลา้ ฯ ถวายปรญิ ญากิตติมศกั ดเ์ิ ป็นจำนวนมากทกุ สาขาวิชา ดังนี้
๑. ดา้ นการประดิษฐ์
๒. ดา้ นดนตรี
๓. ด้านศลิ ปะ ทศั นศลิ ป์
๔. ดา้ นพระราชนิพนธ์
๕. ด้านการถา่ ยภาพ
๖. ด้านโยธาธิการ และผงั เมอื ง
๗. ด้านเกษตรและการจัดการน้ำ
๘. พระราชสมญั ญานาม
๙. รางวลั จากนานาประเทศ
๖๘
เพลงพระราชนพิ นธ์ เช่น
๑. แสงเทียน
๒. ยามเยน็
๓. ชะตาชวี ิต
๔. พรปใี หม่
๕. ยมิ้ สู้
ฯลฯ
นักเรยี นทุกคนสามารถทจ่ี ะพฒั นาศักยภาพของตนเองให้ดขี นึ้ มาได้ เพราะทกุ คนลว้ นแลว้ แตม่ ีความ
พิเศษ และความสามารถส่วนตวั ดว้ ยกันทัง้ สิ้น
รปู แบบการจัดการเรยี นรู้
รูปแบบการเรยี นรโู้ ดยใชก้ จิ กรรมเป็นฐาน (Activity – Based Learning)
ช้นิ งาน/ภาระงาน
๑. การวเิ คราะห์ และประเมินตนเอง ดา้ นคุณลักษณะตามเอกลกั ษณ์ และอตั ลกั ษณ์ของโรงเรียนนวม
ราชานสุ รณ์ การหาความสามารถ และแนวทางในการพฒั นาตนเอง
๒. การขับรอ้ งเพลงพระราชนพิ นธ์
วธิ กี ารวดั ผล ประเมินผล
จติ พิสยั
๑. การประเมนิ ตนเองของผู้เรียน
๒. การประเมนิ โดยเพอื่ น
บรรณานุกรม
กองบรรณาธกิ ารสำนกั พิมพป์ ัญญาชน. ๒๕๖๐. บันทกึ ประวัตศิ าสตร์ พระอัจฉรยิ ภาพ 9 ด้าน
แหง่ รชั กาลที่ 9. กรงุ เทพฯ: สำนกั พิมพป์ ญั ญาชน.
โรงเรียนนวมราชานุสรณ์. ๒๕๖๒. แผนกลยุทธโ์ รงเรยี นนวมราชานุสรณ์ ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๔.
โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์. (อัดสำเนา)
๖๙
แผนการใช้หลักสตู ร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วที่ ๕ รหัสวิชา ส๒๐๒๑๕
หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี ๒ ชอื่ หนว่ ย บรู ณาการวถิ พี อเพยี ง
เวลาที่ใชใ้ นการจัดการเรียนการรู้ ๒๐ คาบเรียน
ผลการเรยี นรปู้ ระจำหนว่ ย
๑. ใหค้ วามเหน็ ถงึ แนวทางการประยกุ ตใ์ ช้ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในชุมชน และสงั คม
๒. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร มาประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั
๓. ดำเนนิ การปลูกพชื เลยี้ งสัตว์ ตามบรบิ ทในครอบครวั และจัดทำบญั ชีครวั เรือนโดยประยุกตใ์ ช้องค์
ความรเู้ กษตรทฤษฎีใหม่
สาระการเรยี นรู้
พุทธิพสิ ยั
การประยุกตห์ ลกั แนวคิดตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในชมุ ชน และสงั คม
จิตพสิ ัย
การนอ้ มนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ด้านองคร์ วม ด้านประหยดั เรียบง่ายได้ประโยชนส์ ูงสุด ด้านขาดทนุ คือกำไร ไปใชใ้ น
ชวี ิตประจำวนั
ทกั ษะพสิ ยั
๑. การปฏบิ ัติโครงงานวถิ พี อเพียงหลอ่ เลยี้ งชวี ติ ยง่ั ยนื โดยการประยุกต์หลักการทรงงาน แนวคดิ ของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง ความรู้เกษตรทฤษฎใี หม่
๒. ปฏิบัตกิ ารทำบญั ชคี รวั เรือน
สาระสำคญั
การพฒั นาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพฒั นาทีต่ ั้งอยบู่ นพ้ืนฐานของทางสายกลาง
และความไม่ประมาท โดยคำนงึ ถงึ ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การสร้างภูมคิ ุ้มกนั ทด่ี ีในตวั ตลอดจนใช้
ความรคู้ วามรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตดั สินใจและการกระทำ
หลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร บริหารคน-บรหิ ารองค์กรอย่างยั่งยนื
๑. ด้านองค์รวม ในการทจ่ี ะพระราชทานพระราชดำรเิ กย่ี วกบั โครงการหน่งึ นั้น จะทรงมอง
เหตุการณ์ทีจ่ ะเกดิ ขนึ้ และแนวทางแกไ้ ขอยา่ งเชื่อมโยง อย่างครบวงจร ทรงเรียกวิธนี ้ีวา่ องคร์ วม (Holistic)
หมายถึง การมองเหตกุ ารณท์ จ่ี ะเกดิ ขน้ึ แบบบรู ณาการ และกำหนดแนวทางแกไ้ ขอย่างเชื่อมโยง โดยพจิ ารณา
ครบทุกด้านของปญั หา พรอ้ มแนวทางแกไ้ ขอยา่ งเชือ่ มโยงกนั เปน็ ระบบ
๒. ดา้ นประหยัด เรยี บงา่ ย ได้ประโยชน์สงู สุด ในเรื่องของความประหยดั น้ี ประชาชนชาวไทย
ทราบกันดีวา่ เร่ืองส่วนพระองคท์ รงประหยดั มากดังทเี่ ราเคยเหน็ วา่ หลอดยาสพี ระทนต์น้ันทรงใช้อย่างคุ้มค่า
อย่างไร หรอื ฉลองพระองคแ์ ตล่ ะองคท์ รงใชอ้ ยเู่ ป็นเวลานาน
๓. ดา้ นขาดทนุ คอื กำไร การพัฒนาเพอ่ื การอยดู่ ีกินดีของประชาชนนน้ั อย่าไปนึกหวงั กำไร
หรอื ผลตอบแทนแต่อย่างเดียว ทำอะไรต้องลงทุนลงแรง และปัจจยั บางอย่างเสยี กอ่ นเพอื่ สร้างผลกำไรใน
อนาคต คอื ความอยูด่ ีมสี ขุ ของประชาชน
๗๐
การปลูกพืช เลีย้ งสตั ว์ ตามบรบิ ทในครอบครวั โดยประยกุ ตใ์ ชอ้ งค์ความรู้เกษตรทฤษฎใี หม่ โดยมี
หลักการให้พง่ึ ตนเองด้วยวธิ ีงา่ ย ค่อยเป็นคอ่ ยไปตามกำลงั ใหพ้ อมพี อกิน ศกึ ษาพ้นื ที่ของครอบครวั และจดั แบ่ง
เพ่อื ดำเนินการปลูกพชื และเลย้ี งสตั ว์ตามเหมาะสม โดยนกั เรยี นสามารถศึกษาหาขอ้ มลู วิธกี ารปลูกพืช หรือ
เลี้ยงสตั ว์ใหเ้ หมาะสมกบั บรบิ ทของครอบครวั ได้จากแหล่งเรยี นรู้ หรอื สื่อที่สามารถเช่ือถอื ได้
การทำบญั ชี คอื การจดบนั ทกึ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั เงอ่ื นไขปัจจัยในการดำรงชวี ติ ของตัวเอง และภายใน
ครอบครัว ชมุ ชน รวมถงึ ประเทศ ข้อมูลทไ่ี ดจ้ ากการบันทกึ จะเป็นตัวบง่ ชี้อดตี ปจั จบุ นั และอนาคตของชีวิต
ของตวั เอง สามารถนำขอ้ มลู อดีตมาบอกปจั จุบันและอนาคตได้ ขอ้ มลู ท่ไี ด้ ทบี่ ันทกึ ไว้ จะเป็นประโยชนต์ อ่ การ
วางแผนชวี ติ และกจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวติ ในครอบครัว บัญชคี รัวเรอื น มไิ ดห้ มายถึง การทำบัญชหี รือบนั ทกึ
รายรบั รายจ่ายประจำวันเท่าน้นั แตอ่ าจหมายถึงการบันทกึ ขอ้ มูลดา้ นอ่ืน ๆ ในชีวติ ในครอบครัว เป็นตน้
ของเราได้ด้วย เชน่ บัญชที รพั ย์สนิ พันธพ์ุ ืช พนั ธไ์ุ ม้ ในบ้านเราในชุมชนเรา บญั ชีความรูค้ วามคดิ ของเรา บญั ชี
ผู้ทรงคณุ ผู้รใู้ นชมุ ชนเรา บัญชีเดก็ และเยาชนของเรา บญั ชภี มู ิปัญญาด้านต่าง ๆ ของเรา เปน็ ต้น หมายความ
ว่า ส่งิ หรือเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวติ ของเรา เราจดบนั ทกึ ไดท้ ุกเรื่อง
รปู แบบการจัดการเรียนรู้
๑. การจดั การเรียนรูแ้ บบใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project -Based Leaning)
๒. รปู แบบการเรียนรู้โดยใชก้ ิจกรรมเปน็ ฐาน (Activity-Based Learning)
ชิ้นงาน/ภาระงาน
๑. โครงงานวถิ ีพอเพียงหลอ่ เลีย้ งชวี ติ อยา่ งยงั่ ยนื (การปลกู พชื เลี้ยงสตั ว์ และทำบญั ชคี รัวเรอื นใน
ครอบครวั )
๒. กจิ กรรมการแลกเปล่ียนเรยี นร(ู้ Knowledge Sharing) การนำเสนอการประยกุ ตใ์ ช้หลกั การ
เศรษฐกจิ พอเพยี งในชวี ติ ประจำวนั ทส่ี ่งผลต่อชมุ ชน และสังคม
วิธกี ารวัดผล ประเมนิ ผล
พทุ ธพิ สิ ัย
การตอบสนั้ ๆ
จติ พิสยั
๑. การประเมนิ ตนเองของผเู้ รยี น
๒. การประเมนิ โดยเพอื่ น/ผปู้ กครอง
ทักษะพิสัย
๑. การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิ
๒. การประเมินตามสภาพจรงิ
๓. การประเมินโดยเพอ่ื น/ผปู้ กครอง
บรรณานกุ รม
กรมตรวจบญั ชีสหกรณ.์ ม.ป.ป. สมุดบญั ชีรบั -จ่ายในครวั เรือน สมดุ ตน้ ทุนประกอบอาชพี .
ม.ป.ท.
สำนกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.). ๒๕๖๒. หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร.
กรุงเทพฯ: หจก.อรุณการพมิ พ.์
สำนกั งานมลู นธิ ชิ ัยพัฒนา อาคารสำนักงานโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ. ๒๕๕๗. เศรษฐกจิ
พอเพยี งและทฤษฎใี หม่. กรุงเทพฯ: บริษัทอมรนิ ทรพ์ ร้นิ ตงิ้ แอนดพ์ บั ลิชชิ่ง จำกดั (มหาชน).
๗๑
แผนการใช้หลักสูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๕ รหัสวิชา ส๒๐๒๑๕
หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๓ ช่ือหนว่ ย นครนายกเมอื งในฝนั
เวลาทใี่ ชใ้ นการจัดการเรียนการรู้ ๘ คาบเรยี น
ผลการเรียนรปู้ ระจำหน่วย
๑. วิเคราะห์ข้อมลู สำคัญในจงั หวัดนครนายก และแบง่ ปันขอ้ มลู ส่สู าธารณะ
๒. สรุปขอ้ มลู การเสดจ็ พระราชดำเนนิ จังหวดั นครนายก ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครงั้ ท่ี ๙-๑๒
๓. นำองค์ความรจู้ ากโครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจงั หวดั นครนายก มาใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวัน
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธิพสิ ยั
๑. ประวตั ิความเป็นมา และความสำคัญทางประวตั ศิ าสตร์ของจงั หวัดนครนายกในดา้ นวฒั นธรรม
ท้องถิ่น ทรัพยากร บุคคลสำคญั
๒. ขอ้ มลู การเสดจ็ พระราชดำเนินจงั หวัดนครนายก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ครง้ั ท่ี ๙-๑๒
จิตพิสัย
๑. การถ่ายทอดขอ้ มลู ประวตั ศิ าสตรจ์ งั หวัดนครนายกสู่สาธารณะ
๒. การนำองค์ความรจู้ ากโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในจังหวดั นครนายก มาใชป้ ระโยชนใ์ น
ชวี ติ ประจำวนั
สาระสำคญั
ประวัติความเป็นมาของจังหวดั นครนายก
นครนายกมีพฒั นาการทางประวตั ิศาสตรท์ ่ียาวนาน เมอื่ ศกึ ษาประวตั ศิ าสตรเ์ มืองนครนายกอาจพบ
ประเดน็ ท่ีกล่าวถงึ กนั เสมอมาของช่อื เมอื ง ซึ่งมลี กั ษณะแตกต่างกัน ดงั นี้
๑. การยกค่านา ตามคำบอกเลา่ ว่าช่อื เมอื งนครนายกมาจากนโยบายของพระเจ้าแผ่นดนิ ใน
อดตี ทที่ รงสนบั สนนุ ให้เขา้ มาหักรา้ งถางพงบริเวณรกร้างว่างเปล่า แลว้ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหย้ กเวน้
การเกบ็ อากรค่านา และใหป้ ระชาชนหาเลยี้ งชีพตามใจชอบ จงึ เรยี กเมืองนี้ว่า “เมอื งนายก”
๒. มาจากคำวา่ “สมหุ นายก” เนอื่ งจากเปน็ เมอื งอยู่ใกล้กรุงศรอี ยธุ ยา ภายใตก้ ารควบคมุ
ของสมหุ นายกซึ่งเปน็ ตำแหนง่ ท่ีเกิดในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ.๑๙๙๑-๒๐๓๑) ประชาชนจึง
เรยี กเมอื งวา่ “สมหุ นายก” แล้วกลายเป็นนครนายกในทส่ี ุด
๓. มาจากคำขอมโบราณว่า “โกระยก” หมายถึงแผน่ ดนิ ทห่ี าเอามา เมอ่ื นานเขา้ คำดงั กล่าว
ไดเ้ พี้ยนเป็น “นครนายก”
ประวตั ศิ าสตร์ด้านเอกลกั ษณ์วัฒนธรรมของจงั หวัดนครนายก
๑. ขนบธรรมเนียมประเพณี เชน่ ประเพณสี ูข่ วัญข้าว ประเพณกี ารแต่งงาน
๒. วัฒนธรรมอาหารการกนิ เชน่ แกงบวน ขนมคาบหมู
๓. ภาษาถ่ิน เชน่ ภาษาลาวพวน ภาษาลาวเวียง ภาษาถ่นิ กลมุ่ ไทยมสุ ลิม
๗๒
ทรพั ยากรธรรมชาติ เชน่ อุทยานแหง่ ชาติเขาใหญ่ น้ำตกเหวนรก นำ้ ตกนางรอง นำ้ ตกสาริกา
บุคคลสำคญั ของจงั หวัดนครนายก มีหลายคน ตัวอยา่ งเชน่
๑. ขุนด่าน (หาญ) บคุ คลสำคัญทางประวตั ิศาสตร์ เป็นผู้ขบั ไล่ศตั รทู ่ีมารุกรานจงั หวดั เมอ่ื ครง้ั
กรงุ ศรีอยธุ ยาเป็นราชธานี
๒. ท่านผ้หู ญงิ ละเอยี ด พบิ ูลสงคราม บุคคลสำคญั ทางวฒั นธรรม ไดร้ ับเลอื กเปน็
ผแู้ ทนราษฎรจังหวัดนครนายก เมอื่ วันท่ี ๒๖ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๐ ในชว่ งทท่ี า่ นปฏบิ ตั ิหน้าที่ ไดส้ รา้ งอาคาร
เรยี นในโรงเรยี นรัฐบาล ๓ แห่ง คอื สรา้ งอาคารเรยี นตกึ ๒ ชั้นพร้อมอาคารหอประชมุ โรงเรยี นสตรนี ครนายก
สรา้ งอาคาเรียนไม้ ๒ ช้ัน โรงเรียนองครกั ษ์ สรา้ งอาคารเรียนตึก ๒ ชัน้ โรงเรยี นสาลิกา
๓. นายชติ ร โปษยานนท์ ได้พัฒนาและนำความเจรญิ มาสู่จังหวดั นครนายกหลายด้าน เช่น
สรา้ งสะพานข้ามแมน่ ้ำจงั หวัดนครนายกไปสู่ตลาดวงั กระโจม คอื สะพานโปษยานนท์ สร้างทา่ นำ้ ๒ แห่ง และ
ศาลาทา่ น้ำ ซ่ึงเปน็ สถานทส่ี ำคัญมากในสมัยนน้ั
ขอ้ มูลการเสด็จพระราชดำเนนิ จงั หวดั นครนายก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครงั้ ท่ี ๙-๑๒
ครง้ั ที่ ๙ เมือ่ วนั ที่ ๕ สงิ หาคม พ.ศ.๒๕๓๐ ทรงเปดิ พระบรมรปู (ครงึ่ พระองค)์ และทรงเท
ทองหลอ่ พระบรมรปู พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั (ประทับพระราชอาสน)์ เนอื่ งในวันคลา้ ย
วนั พระราชทานกำเนดิ โรงเรียนนายรอ้ ยพระจลุ จอมเกลา้ ครบ ๑๐๐ ปี
คร้ังท่ี ๑๐ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๗ ธนั วาคม พ.ศ.๒๔๓๑ ทรงเปดิ พระบรมราชานุสาวรยี พ์ ระบาทสมเดจ็
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยูห่ ัว ณ โรงเรียนนายรอ้ ยพระจลุ จอมเกลา้
ครง้ั ที่ ๑๑ เมอ่ื วันท่ี ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๗ เสดจ็ พระราชดำเนนิ มาทอดพระเนตร
บริเวณทจ่ี ะสร้างอา่ งเก็บนำ้ ช่วยเหลือพ้ืนท่รี าบเชงิ เขา อำเภอปากพลี จงั หวดั นครนายก
ครง้ั ท่ี ๑๒ เมอ่ื วนั ท่ี ๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๔ ทรงวางศิลาฤกษ์เขอ่ื นคลองทา่ ด่าน โครงการ
เขือ่ นคลองทา่ ด่าน อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ
โครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพติ ร ในจังหวดั นครนายก มหี ลากหลายโครงการ แตล่ ะโครงการล้วนแลว้ แตใ่ ชอ้ งค์ความรู้
และวธิ กี ารท่แี ตกตา่ งกันออกไป ตวั อยา่ งเชน่
๑. เกษตรทฤษฎใี หม่ โรงเรียนนายรอ้ ยพระจลุ จอมเกล้า ตำบลพรหมณี อำเภอเมอื ง เปน็ การ
ใช้องค์ความรู้ ดา้ นการปลูกพืชผกั และการเกษตรดำเนินตามหลกั พออยู่ พอกิน ใหน้ ักเรียนนายรอ้ ยมีความรู้
เก่ียวกับการเพาะปลูกและใช้เครอ่ื งมอื ทางการเกษตร
๒. ศกึ ษาทดลองการแกไ้ ขปญั หาดนิ เปรยี้ ว อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ในทีด่ ินมูลนธิ ิชัย
พฒั นา เป็นการใชอ้ งคค์ วามรจู้ ดั ทำแปลงสาธิต, ขยายพนั ธ์ุและปลกู หญ้าแฝก, ศกึ ษาทดลองการใชเ้ ถ้าลอย
ลิกไนท์ เพ่ือแกไ้ ขดินเปรีย้ ว
๓. โครงการเข่อื นขนุ ด่านปราการชล อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครนายก ใช้องค์
ความรู้ทางด้านการชลประทาน โดยเมือ่ วนั ท่ี 9 ตุลาคม 2536 พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ได้พระราชทานพระราชดำริ สรปุ ได้ว่า “ให้พิจารณาสร้างอา่ ง
เกบ็ น้ำคลองทา่ ด่าน ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตัง้ อำเภอเมือง จงั หวดั นครนายก โดยเร่งดว่ นเนื่องจากอา่ งเกบ็ นำ้
แห่งนีอ้ ยู่ในบรเิ วณ พืน้ ทร่ี าบเชิงเขา สามารถเปน็ แหลง่ กกั เกบ็ นำ้ ไว้ใชป้ ระโยชน์แก่ราษฎรทางตอนลา่ งได้เป็น
จำนวนมาก”
๗๓
นกั เรียนสามารถศึกษาองคค์ วามรูต้ า่ ง ๆ จากโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราขดำริ ของ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในจังหวัดนครนายก จาก
แหลง่ ข้อมูลทเ่ี ชอ่ื ถือได้ หรอื ศกึ ษา ณ สถานทจ่ี รงิ เพื่อนำองค์ความรมู้ าใชใ้ นการพฒั นาตนเอง และใชใ้ น
ชวี ติ ประจำวัน
รูปแบบการจดั การเรยี นรู้
รปู แบบการเรียนรโู้ ดยใช้กระบวนการกล่มุ (Learning Process)
ชิน้ งาน/ภาระงาน
๑. รายงานเรื่องประวตั ิศาสตรจ์ งั หวดั นครนายก และขอ้ มลู การเสดจ็ พระราชดำเนนิ จงั หวัดนครนายก
ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ครง้ั ท่ี ๙-๑๒ พรอ้ ม
นำเสนอ
๒. แบบบนั ทกึ การใช้ประโยชนจ์ ากองค์ความรโู้ ครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ ของ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในจงั หวดั นครนายก
วิธกี ารวดั ผล ประเมนิ ผล
พทุ ธิพสิ ยั
การทดสอบแบบอัตนัย
จติ พิสัย
การประเมนิ ตนเองของนกั เรยี น
บรรณานกุ รม
คณะกรรมการฝา่ ยประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอำนวยการจดั งานเฉลมิ
พระเกยี รติพระเจา้ อยหู่ วั เน่ืองในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม
๒๕๔๒. ๒๕๔๔. หนังสอื เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั เรอื่ งวฒั นธรรม พัฒนาการทาง
ประวัตศิ าสตร์ เอกลกั ษณ์และภูมิปญั ญาจงั หวัดนครนายก. ม.ป.ท.
จงั หวัดนครนายก. ๒๕๖๐. ตามรอยเสดจ็ พระราชดำเนนิ จังหวดั นครนายก: เอกสารชดุ ข้อมลู
เก่ียวกบั พระราชกรณยี กจิ และการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช
บรมนาถบพติ ร ทจี่ งั หวัดนครนายก. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพม์ หาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์.
สำนักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพอื่ ประสานงานโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำร.ิ ๒๕๖๓.
สรุปข้อมูลโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดนครนายก (Online). www.rdpb.go.th, ๑๖
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
๗๔
แผนการใชห้ ลักสตู ร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวท่ี ๕ รหสั วิชา ส๒๐๒๑๕
หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๔ ช่อื หนว่ ย สารานุกรมกบั ชวี ติ ประจำวัน
เวลาท่ใี ชใ้ นการจัดการเรียนการรู้ ๖ คาบเรียน
ผลการเรียนรปู้ ระจำหนว่ ย
เรียนรู้ และประยกุ ต์ใชค้ วามรจู้ ากสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯ
สาระการเรยี นรู้
จิตพิสัย
คณุ คา่ ของสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เลม่ ๑๗-๒๔
สาระสำคญั
สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนไทย
เล่มที่ ๑๗ ประกอบด้วยเรอ่ื ง ช้างเผือก, ฉันทลกั ษณ์ไทย, ระบบนเิ วศและความสัมพนั ธร์ ะหว่าง
ธรรมชาตกิ บั สิ่งมชี ีวติ , โรคตบั อักเสบจากไวรสั , ของเสยี ที่เปน็ อันตราย, การตง้ั ถนิ่ ฐานของมนษุ ย์, ปอแก้วปอ
กระเจา, พชื เสน้ ใย, การปรบั ปรุงพนั ธ์ุพืช, ขา้ วสาลี
เล่มท่ี ๑๘ ประกอบด้วยเรื่อง สภาพแวดลอ้ มกบั การตง้ั ถ่นิ ฐานของมนษุ ย์, ประเพณหี ลวง และ
ประเพณรี าษฎร์, การแตง่ กายของคนไทย, กฎหมายกบั สงั คมไทย, ประวัตกิ ารพมิ พ์ไทย, ภาษาและอกั ษรไทย,
ยาฆ่าแมลง, ดนิ และปุ๋ย, การเลย้ี งหมู, ระบบการค้าผลติ ผลการเกษตร
เล่มท่ี ๑๙ ประกอบด้วยเร่อื ง การจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม, พืชน้ำมัน, การถนอม
ผลติ ผลการเกษตร, มา้ , แมลง, เคร่ืองมือทางการแพทย์ท่ใี ชเ้ ทคโนโลยขี ้นั สงู , ศลิ ปะการนบั เบอ้ื งตน้ ,
ภมู ิปัญญาชาวบ้าน, สารก่งึ ตัวนำ
เล่มท่ี ๒๐ ประกอบด้วยเรื่อง ศาสนาและระบบความเชือ่ ในประเทศไทย, ความสมั พันธท์ างวัฒนธรรม
กับต่างประเทศ, จิตรกรรมไทยแบบประเพณี, เสยี งและมลภาวะทางเสียง, เลเซอร์, เซลลแ์ สงอาทติ ย,์ อญั มณี,
เวชศาสตรก์ ารบนิ , ภาวะภูมคิ มุ้ กันบกพรอ่ ง หรอื โรคเอดส,์ การปลกู ถ่ายอวยั วะ
เลม่ ที่ ๒๑ ประกอบดว้ ยเรอ่ื ง กระบวนพยหุ ยาตรา, วรี สตรีไทย, ศลิ ปะการทอผ้าไทย, เครอ่ื งถม,
เคร่อื งป้ัน, การตลาดและการสง่ ออกศลิ ปหัตถกรรม, พฤกษศาสตรพ์ น้ื บา้ น, การอนรุ ักษ์ และการพฒั นา
ทรพั ยากรธรรมชาติ, องค์การสหประชาชาติ และองคก์ ารในเครือ
เล่มท่ี ๒๒ ประกอบดว้ ยเรอ่ื ง ภาษาศาสตร์, เครอ่ื งถ้วยไทย, เครื่องจกั สาน, ไมด้ อกหอมของไทย,
เครื่องมือทุน่ แรงและเคร่ืองจกั รกลเกษตร, อาชวี อนามัย, ครอบครัวไทย, สัตว์ทะเลหนา้ ดิน, ท่าอากาศยาน
เลม่ ท่ี ๒๓ ประกอบด้วยเรอ่ื ง ภมู ปิ ัญญาไทย, วฒั นธรรมทางละครไทย (ละครรำ), การละเลน่ พน้ื เมอื ง,
ประวัติศาสตร์เศรษฐกจิ ไทย, ชาตพิ นั ธ์ุ, เฟริ น์ ไทย, ไม้ในวรรณคดไี ทย (ตอน ๑), การทำงานใตน้ ้ำ, ระบบวิทยุ,
การผลิตเบียร์
เล่มท่ี ๒๔ ประกอบด้วยเร่อื ง วรรณคดมี รดก, ไมใ้ นวรรณคดีไทย (ตอน ๒), เมอื งหลวงเก่าของไทย,
การผลิตรถยนต์, การผลิตรถจักรยานยนต์, การผลิตปูนซเี มนต์, ปโิ ตรเลียมและการผลิต, โรคติดเชื้ออุบัติใหม่
และโรคติดเช้อื อบุ ัตซิ ้ำ, แผนพัฒนาประเทศ
รปู แบบการจัดการเรียนรู้
รูปแบบการเรียนรู้โดยใช้กจิ กรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)
๗๕
ชิ้นงาน/ภาระงาน
การแข่งขนั สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เลม่ ท่ี ๑๗-๒๔
วิธีการวดั ผล ประเมินผล
จิตพสิ ยั
การประเมินตนเองของนักเรียน
บรรณานกุ รม
มลู นธิ ิโครงการสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร. ม.ป.ป. หนังสือสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯ
(Online). https://saranukromthai.or.th, ๑๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
๗๖
คำอธิบายรายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวท่ี ๖ (ส๒๐๒๑๖)
นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ดา้ นปลูกป่าในใจคน ด้านใช้ธรรมชาตชิ ว่ ยธรรมชาติ มาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั แสดงออก
ถึงการเคารพสิทธิเสรภี าพของตนเอง และผู้อื่น เลอื กวธิ ีการแก้ปญั หาท่เี หมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ปฏบิ ตั ิ
กิจกรรมจติ อาสาภายในโรงเรียน อภปิ รายถงึ คุณคา่ ของความเป็นชาตไิ ทย คณุ ค่าของวฒั นธรรม และประเพณี
ไทย สามารถปฏิบตั ิตนตามกฎหมายบ้านเมอื ง และการเป็นพลเมืองทด่ี ีตามบริบทสงั คมไทย วเิ คราะห์รปู แบบ
การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ ในประเทศไทย อภปิ รายถงึ
ความสำคญั และผลกระทบของปัญหา และการเปล่ียนแปลงในสงั คมไทย ยอมรบั ความแตกตา่ งของความเชอ่ื
ทางศาสนาทห่ี ลากหลาย แสดงความคิดเห็นตอ่ สถานการณก์ ารละเมิดสทิ ธมิ นุษยชนในประเทศไทยอย่าง
สร้างสรรค์ วิเคราะหส์ ภาพปัญหาของสง่ิ แวดลอ้ ม และระบบนิเวศของโลกจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ อภปิ ราย
เพ่ือเสนอแนะวธิ ีการรบั มอื กบั สถานการณป์ ัญหา และการเปลยี่ นแปลงท่ีสำคญั ของโลก
โดยใช้กระบวนการเรียนรแู้ บบ Active Learning ในการพฒั นาสตปิ ญั ญา ทักษะ และเจตคติ ของ
นักเรยี นโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ อยา่ งรอบด้าน เพื่อเสริมสร้างเอกลกั ษณ์ “โรงเรยี นทีร่ ะลกึ แห่งรชั กาลท่ี ๙”
และอัตลกั ษณ์ “พลเมอื งดีวิถี น.ว.ม.” ใหน้ กั เรียนเตบิ โตเปน็ พลเมอื งท่ดี ีของสังคมไทยและสงั คมโลกอย่างมี
ความสขุ
ผลการเรยี นรู้
๑. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร มาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั
๒. แสดงออกถงึ การเคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเอง และผูอ้ น่ื
๓. เลือกวิธกี ารแกป้ ญั หาทเ่ี หมาะสมกบั สถานการณ์ตา่ ง ๆ
๔. ปฏิบัติกิจกรรมจติ อาสาภายในโรงเรยี น
๕. อภิปรายถึงคณุ ค่าความเป็นชาตไิ ทย
๖. อภปิ รายถึงคุณคา่ ของวฒั นธรรม และประเพณีไทย
๗. แสดงออกถงึ การปฏบิ ัตติ นตามกฎหมาย
๘. วิเคราะหร์ ปู แบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข
ในประเทศไทย
๙. อภปิ รายถึงความสำคัญ และผลกระทบของปัญหา และการเปลย่ี นแปลงในสังคมไทย
๑๐. ยอมรบั ความแตกตา่ งของความเช่อื ทางศาสนาทห่ี ลากหลาย
๑๑. แสดงความคดิ เหน็ ตอ่ สถานการณ์การละเมิดสทิ ธมิ นษุ ยชนในประเทศไทยอยา่ งสรา้ งสรรค์
๑๒. วเิ คราะหส์ ภาพปัญหาของสิง่ แวดลอ้ ม และระบบนเิ วศของโลก จากหลักฐานเชงิ ประจักษ์
๑๓. อภปิ รายเสนอแนะวิธกี ารรบั มือกบั สถานการณป์ ัญหา และการเปล่ยี นแปลงทีส่ ำคญั ของโลก
๗๗
หนว่ ยการเรยี นรู้
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๖ (ส๒๐๒๑๖)
จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
หนว่ ยการเรียนรู้ ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ เวลาในการจัดกิจกรรม
ท่ี
การเรียนการสอน (คาบ)
๑
๒ รับมอื กบั ปญั หา และการเปลย่ี นแปลง ๒๐
๓ มนุษย์กบั สงั คม ๑๐
คณุ คา่ ท่ีค่คู วร ๑๐
รวม ๔๐
๗๘
แผนการใช้หลักสูตร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วที่ ๖ รหัสวิชา ส๒๐๒๑๖
หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๑ ชอ่ื หนว่ ย รับมอื กับปญั หา และการเปลย่ี นแปลง
เวลาทีใ่ ชใ้ นการจัดการเรยี นการรู้ ๒๐ คาบเรียน
ผลการเรียนรู้ประจำหน่วย
๑. นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน
๒. เลือกวธิ กี ารแกป้ ญั หาทเ่ี หมาะสมกบั สถานการณต์ า่ ง ๆ
๓. ปฏิบตั กิ ิจกรรมจิตอาสาภายในโรงเรียน
๔. อภปิ รายถงึ ความสำคญั และผลกระทบของปัญหา และการเปลีย่ นแปลงในสังคมไทย
๕. วิเคราะหส์ ภาพปัญหาของสงิ่ แวดลอ้ ม และระบบนิเวศของโลก จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
๖. อภปิ รายเสนอแนะวธิ กี ารรบั มอื กบั สถานการณ์ปญั หา และการเปลี่ยนแปลงทีส่ ำคญั ของโลก
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธพิ สิ ัย
๑. การแก้ปญั หา และการตัดสนิ ใจ
๒. สภาพปญั หาสงิ่ แวดล้อม และระบบนเิ วศของโลก
จติ พสิ ัย
๑. การนอ้ มนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพติ ร ด้านปลกู ปา่ ในใจคน ด้านใชธ้ รรมชาติช่วยธรรมชาติ ไปใช้ในชีวิตประจำวนั
๒. ผลกระทบของปญั หา และการเปลี่ยนแปลงในสงั คมไทย
๓. การรบั มอื สถานการณป์ ญั หา และการเปล่ียนแปลงทีส่ ำคญั ของโลก
ทกั ษะพิสยั
การปฏิบตั กิ ิจกรรมจติ อาสาภายในโรงเรยี น
สาระสำคญั
ปญั หา หมายถึง ๑) ความย่งุ ยากทจี่ ะตอ้ งแกไ้ ข ๒) สภาวการณท์ ไ่ี ม่พึงประสงค์ ๓) เหตกุ ารณท์ เี่ ป็นไป
ไม่ตรงตามคาดหวังโดยไม่ทราบสาเหตุ ๔) การทมี่ นษุ ยไ์ ม่รจู้ กั วธิ ีทำอยา่ งไร จึงจะบรรลเุ ปา้ หมายทีก่ ำหนด ๕)
เหตกุ ารณ์หนั เหเบ่ยี งเบนจากทีค่ วรจะเป็น หรือความแตกตา่ งระหว่างสภาวะทเ่ี กิดจรงิ กบั สภาวะทตี่ ั้งเป้าหมาย
ว่าควรจะเปน็
กระบวนการแกป้ ัญหา ในการแกป้ ญั หาจะตอ้ งพยายามคน้ หาสาเหตทุ ี่แทจ้ ริงของปญั หา แลว้ มงุ่ เนน้
แก้สาเหตุแหง่ ปญั หาใหห้ มดสิน้ เมื่อทำได้ดังนแี้ ลว้ ก็เท่ากบั ว่าปญั หาไดร้ บั การแก้ไขโดยปรยิ าย การแก้ไข
สาเหตุแห่งปญั หาจะตอ้ งแกไ้ ขให้ครบระบบ ถ้าแกเ้ พียงสว่ นใดสว่ นหน่งึ ปัญหากจ็ ะยงั คงมอี ย่ไู ม่จบสิน้ การระบุ
ปญั หานบั เปน็ ขนั้ ตอนแรก และขัน้ ตอนสำคัญทีส่ ุดของกระบวนการแกป้ ัญหา ดงั น้ันการทจ่ี ะสามารถระบุ
ปัญหาได้ชัดเจน เป็นปัญหาถกู ตอ้ งแทจ้ รงิ มีความสมบรู ณ์ครบถ้วน นอกจากกำหนดหวั ขอ้ แล้วควรจะตอ้ ง
พิจารณาและดำเนนิ การตามหัวข้ออื่นเพ่มิ ตอ่ ไปอีก ดังนี้
๑. กำหนดหัวขอ้ ปญั หา
๒. กำหนดสภาพแหง่ ปญั หา
๓. กำหนดวตั ถุประสงค์
๗๙
๔. กำหนดบทบาทของผแู้ กป้ ัญหา
การปฏิบตั ิตามแนวอริยสจั ๔ ของพระพุทธศาสนา คือ หลกั การแก้ปญั หาทป่ี ระเสรฐิ เปน็ เลศิ นับเป็น
กระบวนการแกป้ ญั หาอันดับแรกของโลกท่ีทรงคุณคา่ เปน็ อมตะ ดังน้ี
อริยสจั 4
๑. ทกุ ข์ แปลว่า ความยากลำบาก ความวบิ ตั ชิ ่ัวร้าย ความเดอื ดรอ้ นอนั เป็นสภาพทีท่ นได้ยาก
ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ กาย ซ่ึงก็คอื “ปัญหา”
๒. สมุทยั แปลว่า ต้นเหตหุ รือทเ่ี กิดทกุ ข์ ซงึ่ กค็ ือ “สาเหตขุ องปญั หา”
๓. นโิ รธ แปลว่า การดบั ทกุ ข์หรอื นิพาน ซึง่ ก็คือ “การแกป้ ญั หา”
๔. มรรค แปลว่า ทางปฏิบัตเิ พื่อพน้ ทกุ ข์ ซึ่งกค็ ือ “แนวทางการแกป้ ญั หา”
ขัน้ ตอนของการแกป้ ัญหาโดยทัว่ ไป มีหลกั การคล้ายคลึงกนั เป็นส่วนใหญห่ ากจะแตกต่างใน
รายละเอียดไปบ้างกเ็ ป็นเพยี งเพมิ่ เติม ผ้แู กป้ ัญหาจะตอ้ งมกี ารประยุกตเ์ ลือกใชข้ ้นั ตอนตามความเหมาะสม
โดยแนวทางขนั้ ตอนการแกป้ ัญหาโดยท่ัวไป เปน็ ดงั น้ี
๑. กำหนดตวั ปัญหาใหช้ ดั เจน
๒. รวบรวมขอ้ มลู ทเี่ กยี่ วขอ้ ง
๓. วเิ คราะห์ขอ้ มลู เพื่อหาสาเหตุ
๔. กำหนดทางเลอื กในการแก้ปัญหา
๕. เลอื กวิธแี กป้ ญั หาท่ีเหมาะสม
การตดั สินใจ หมายถึง การเลือกทางเลือกจากหลายทางเลอื กโดยผ่านกระบวนการตัดสนิ ใจ ด้วย
วิธีการใดวิธีการหน่ึง เพอื่ ให้บรรลตุ ามวัตถปุ ระสงคท์ ่ีกำหนดไว้
เคล็ดลบั ของการตัดสินใจ
๑. ใชก้ ระบวนการตัดสินใจอยา่ งมเี หตุผล
๒. เมือ่ คุณกำลงั เผชญิ หน้ากบั เหตกุ ารณ์สำคัญทอี่ าจเปล่ยี นแปลงชวี ิตของคุณ การทุม่ เท
เวลา และความเอาใจใส่ใหก้ ับการดำเนนิ การตามกระบวนการตดั สนิ ใจเชิงเหตุผลถือเป็นส่งิ สำคญั อยา่ งยงิ่
๓. สำหรบั การตัดสนิ ใจเร่ืองเลก็ น้อย คณุ ก็แค่ลงมอื ตัดสนิ ใจทนั ที
๔. มองหาขอ้ มลู ทข่ี ัดต่อความเชอ่ื ของคณุ อยา่ งจรงิ จงั
๕. การยอมรบั ความผิดพลาดนนั้ ไม่ใชเ่ รอื่ งเสียหาย
๖. อยา่ ตัดสินใจเลือกทางเลือกกอ่ นถงึ เวลาอันควร
๗. ตระหนักวา่ อารมณ์สามารถสง่ อิทธิพลต่อการตดั สนิ ใจ
๘. ชะลอการตัดสินใจครงั้ สำคัญออกไปกอ่ น หากคณุ กำลงั เครียดหรอื ต่ืนเต้น
๙. รจู้ กั เป้าหมายของคุณ
๑๐. ตรวจสอบทางเลือกของคุณวา่ สอดคลอ้ งกับเปา้ หมายของคุณหรอื ไม่
๑๑. มองหาบทเรยี นจากความผิดพลาด
๑๒. ต้องมัน่ ใจว่า คณุ ทำการตัดสินใจบนพื้นฐานของส่งิ ท่ถี กู ต้อง
๑๓. จดบันทกึ ข้อดีขอ้ เสยี ของแต่ละแนวทาง เพือ่ สรา้ งความชดั เจนในสง่ิ ท่ีคณุ คิด จะทำใหม้ ี
การตัดสนิ ใจทดี่ ยี ิง่ ขึ้น
๑๔. เชอ่ื มั่นในการตดั สนิ ใจของตนเอง สามารถรับผดิ ชอบตอ่ ผลลพั ธ์อันเนอ่ื งมาจากการ
ตัดสินใจของตนเองอย่างเหมาะสม
๘๐
สภาวะแวดล้อมตา่ ง ๆ มีการเปล่ยี นแปลงอย่างรวดเรว็ โดยเฉพาะความผันผวนของสภาวะอากาศ
และการเกิดมลภาวะในหลากหลายรปู แบบ ล้วนเป็นปรากฎการณ์ที่สง่ ผลกระทบต่อชีวิตความเปน็ อยขู่ อง
บคุ คลท่ัวโลก โดยมีปจั จยั อื่น ๆ มาเก่ียวขอ้ ง อาทิ การเปล่ยี นแปลงดา้ นประชากร การปรบั เปลย่ี นบรบิ ทด้าน
สงั คม และการขยายตัวของความเป็นเมอื ง รวมถึงการเปล่ียนแปลงดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ
การวิเคราะหส์ ถานการณแ์ นวโน้มการเปลย่ี นแปลงระดบั โลกเพื่อทำความเขา้ ใจภาพรวมทส่ี ง่ ผลต่อ
การเปล่ียนแปลงด้านสง่ิ แวดล้อม มดี งั นี้
๑. สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงดา้ นประชากร ปจั จบุ ันประชากรทัว่ โลกมแี นวโน้มเพิ่มมาก
ขน้ึ เร่อื ย ๆ ทำใหเ้ กดิ กจิ กรรมต่าง ๆ ของมนษุ ยท์ เี่ พ่ิมขนึ้ และยงั สง่ ผลกระทบต่อสงิ่ แวดล้อมโดยมผี ลต่อ
การเพมิ่ กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำใหโ้ ลกมอี ณุ หภมู ทิ สี่ งู ขนึ้
๒. สถานการณก์ ารเปลยี่ นแปลงด้านสังคม และการขยายออกของตัวเมอื ง ทำใหเ้ กดิ การ
บรโิ ภคจำนวนมหาศาลของประชากร ทัง้ อาหาร พลงั งาน การขนสง่ ซงึ่ ลว้ นแลว้ แตส่ ง่ ผลต่อส่ิงแวดลอ้ ม โดย
สภาวะโลกร้อนทำให้อณุ หภมู ใิ นชน้ั บรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปตามพ้นื ท่ี ซงึ่ อณุ หภมู ใิ นเมอื งสงู กวา่ ชนบทมาก
ถึง ๔ องศาเซลเซยี ส
๓. สถานการณก์ ารเปลย่ี นแปลงดา้ นทรัพยากร และภมู อิ ากาศ
๓.๑ สถานการณน์ ้ำมนั แหล่งน้ำมนั ใหมจ่ ะหายากข้นึ ถ้าอัตราการใชน้ ำ้ มนั ทั่วโลกยงั คงท่ี
เทา่ ปจั จบุ ันคอื ๓๑,๐๐๐ ลา้ นบารเ์ รล/ปี คาดวา่ ปี ๒๐๔๐ นำ้ มันจะหมดโลก
๓.๒ น้ำ ภาวะทีท่ รพั ยากรลดลง และเพม่ิ ไมท่ นั กับความต้องการของประชากรโลก เป็น
ผลให้น้ำขาดแคลน
๓.๓ อาหาร ประชากรโลกกำลงั บรโิ ภคอาหารสูงกว่าผลผลิตอาหารต่อปี และกระบวนการ
ผลิตอาหาร ขนสง่ อาหารกเ็ ป็นส่วนสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
๔. ขอ้ มลู ทเ่ี กยี่ วกับสิ่งแวดลอ้ มรอบโลก
๔.๑ เมอื งทีม่ ีค่ามลภาวะทางอากาศสูงทสี่ ุดในโลก ๑) ไคโร ประเทศอยี ปิ ต์ ๒) นิวเดลีและ
กัลกัตตา ประเทศอนิ เดยี ๓) ฉงชงิ่ ประเทศจีน ๔) จาการ์ตา ประเทศอนิ โดนีเซีย
๔.๒ ประเทศท่ไี ดร้ บั ผลกระทบจากภัยพบิ ัติทางสภาพอากาศมากท่สี ดุ ปี ๒๐๐๕-๒๐๑๕
ได้แก่ ๑) ประเทศสหรฐั อเมริกา ๒) ประเทศจนี ๓) ประเทศอนิ เดยี
การเปลย่ี นแปลงของสภาพภมู อิ ากาศสง่ ผลต่อระบบนเิ วศของโลก สภาพภูมอิ ากาศมีอทิ ธิพลตอ่ ระบบ
นเิ วศอย่างมาก ไมว่ า่ จะเปน็ ภาวะโลกรอ้ นท่ีมผี ลให้สตั วจ์ ำนวนมากตอ้ งปรับอุณหภมู ริ า่ งกายของตวั เองเพื่อให้
เออ้ื ต่อการอยรู่ อด ในทำนองเดยี วกัน ขณะทรี่ ะดบั นำ้ ทะเลเพ่ิมข้ึน นำ้ เค็มก็เร่ิมรุกล้ำเข้าสู่ระบบน้ำจืด ซงึ่ อาจ
ส่งผลให้สตั วบ์ างสายพนั ธตุ์ ้องย้ายท่อี ยหู่ รอื ตายไป เป็นเหตใุ หร้ ะบบห่วงโซอ่ าหารประสบกบั ปญั หาภาวะวิกฤต
ได้ สภาพอากาศท่เี ปล่ยี นแปลง ไมเ่ พียงแตส่ ง่ ผลกระทบต่อระบบนเิ วศ และสงิ่ มชี ีวิตโดยตรงเท่าน้ัน แต่ยงั มผี ล
ต่อมนุษย์ในด้านต่าง ๆ เช่น ดา้ นการพัฒนาทผ่ี ลกระทบจะคอ่ ย ๆ ทวีเพ่ิมขน้ึ เรือ่ ย ๆ จนระบบนเิ วศเปล่ยี นไป
แบบทเ่ี ราไมท่ ันรู้ตวั อาทิ ตามแนวชายฝงั่ ทะเลทีก่ ำลงั อยใู่ นชว่ งพฒั นาท่ดี นิ ซงึ่ มีความเปราะบางอยูแ่ ลว้ อาจพงั
ลงถ้าสภาพอากาศเปล่ียนแปลงรุนแรงจนเกดิ เป็นพายฝุ น ผลกระทบตอ่ ระบบนเิ วศ ตัวอย่างเช่น
๑. ฤดูกาลทเ่ี ปลย่ี นแปลงกับวงจรชีวิต สัตวห์ ลายพนั ธุ์อาศัย พักพิง หรือยอมใหส้ ภาพอากาศ
มอี ิทธติ อ่ ชวี ติ ไปในชว่ งเวลาหนงึ่ ในแตล่ ะปี โดยตอ้ งย้ายถิ่นฐาน หาสถานที่เพอื่ ผสมพันธแ์ุ ละชบุ เลยี้ งชวี ติ ใหม่
ในแผ่นดนิ สกั แหง่ ทอ่ี บอนุ่ มากพอ เช่น การวิจยั ทแี่ คลฟิ อรเ์ นยี พบว่ามผี เี สอ้ื จำนวน ๑๖ ชนดิ จากท้ังหมด ๒๓
ชนดิ เปล่ยี นเวลาในการยา้ ยถน่ิ ฐานเรว็ ข้ึนกว่าแตก่ อ่ นการเปล่ยี นแปลงนส้ี ง่ ผลใหว้ ัฏจกั รหลายอยา่ ง
คลาดเคลอ่ื นไป
๘๑
๒. การยา้ ยอาณาเขต เมือ่ อณุ หภูมสิ งู ขึ้นสัตวห์ ลายชนิดที่อยใู่ นอเมรกิ าเหนือกจ็ ะย้ายถิน่ ฐาน
ไปทางทศิ เหนือ โดยขนึ้ ไปยงั ท่ีสงู ซง่ึ ก็จะหมายถงึ การขยายอาณาเขตของสตั วบ์ างชนดิ หรือบางชนดิ ก็หมายถงึ
การนับถอยหลงั ไปสูก่ ารสญู พนั ธ์กุ ไ็ ด้ สตั ว์บางชนดิ ก็ต่อสเู้ พอื่ เอาชวี ติ รอด ขณะท่บี างชนิดก็ไมม่ ที ่ไี ปเพราะพืน้ ที่
ทจ่ี ำกัด ตวั อยา่ งเชน่ ป่าทางแถบเหนอื ถูกบกุ รกุ ทำใหพ้ ้ืนทอ่ี าศยั ของสตั วป์ ่าน้อยใหญล่ ดจำนวนลง ไมว่ า่ จะ
เปน็ กวางคาริบู สุนขั จ้ิงจอกอาร์กติก และนกเคา้ แมวหมิ ะ
๓. วัฏจกั รบริโภคหยุดชะงกั การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมิอากาศสง่ ผลกระทบตอ่ ความ
หลากหลายทางชีวภาพของสง่ิ มีชีวติ ธารน้ำแข็งในอารก์ ติกละลายอยา่ งรวดเรว็ ทำใหส้ าหร่ายน้ำแข็งซ่ึงเปน็ ที่
อุดมไปด้วยสารอาหารจากแพลงกต์ อนลดลง ขณะทป่ี ลากก็ นิ แพลงตอน จากน้ันปลาก็จะถูกแมวน้ำกิน ทำให้
สัตวท์ ่อี ยู่ดา้ นบนสุดของหว่ งโซ่อาหารซ่งึ ก็คือ หมีข้ัวโลกซ่งึ กนิ แมวนำ้ ลดจำนวนลง
หลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร
ดา้ นปลกู ปา่ ในใจคน ปา่ ไม้เปน็ ปจั จัยสำคัญของชวี ติ มนษุ ย์ หากไมม่ กี ารปลูกจิตสำนกึ ใน
การรกั ษาปา่ ไมใ้ ห้กบั ทกุ คนแลว้ จะทำให้การดำรงชวี ิตของมนษุ ยเ์ ป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหนา้ ท่ีของรฐั
ดูแลรักษาปา่ ไมด้ ว้ ยหนา้ ท่พี งึ กระทำ แต่ชาวบ้านจะสามารถดูแลและหวงแหนป่าไมด้ ว้ ยจติ สำนกึ เพือ่ รักษา
ปจั จัยแห่งชีวิตของตน
ดา้ นใช้ธรรมชาติชว่ ยธรรมชาติ ทรงเขา้ ใจถึงธรรมชาตแิ ละตอ้ งการให้ประชาชนใกลช้ ดิ กับ
ธรรมชาติ ทรงมองเห็นถงึ ปญั หาของธรรมชาตไิ ดอ้ ยา่ งละเอยี ด หากเราต้องการแก้ไขปัญหาธรรมชาติ จงึ
จำเปน็ ตอ้ งใช้ธรรมชาตเิ ข้าช่วยเหลอื ไม่วา่ จะเปน็ การบำบัดน้ำเสีย ด้วยการใช้ นำ้ ดีไลน่ ้ำเสยี โดยอาศัยหลกั
แรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติ หรอื การใช้ พืชกรองน้ำเสยี การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรมดว้ ยพระราชดำริ ปลกู ปา่
โดยไมต่ อ้ งปลกู ปล่อยใหธ้ รรมชาตชิ ว่ ยฟื้นฟูธรรมชาติ รวมถึงการกำจัดขยะ ด้วยการหมกั เพอ่ื ใหจ้ ลุ ินทรียท์ มี่ ี
อยูใ่ นธรรมชาตยิ อ่ ยสลาย
ผลกระทบของปญั หา และการเปลย่ี นแปลงในสงั คมไทย
๑. การเปลีย่ นแปลงของประชากร สามารถนำไปสู่ความขดั แยง้ ทางสังคมได้
๒. การขยายตัวของสังคมเมอื ง ผลลพั ธข์ องการขยายตวั ของสังคมเมืองทำใหเ้ กดิ ปญั หา
ตามมาอยา่ งมากมาย เช่น มลพิษส่งิ แวดล้อม ทีอ่ ยู่อาศยั แออดั การจราจร เป็นต้น
๓. การเปล่ียนแปลงในส่วนของความสมั พันธ์ อยู่แบบครอบครวั เดี่ยวมากขึ้น ความสมั พนั ธ์
แบบเครือญาตลิ ดนอ้ ยลงซงึ่ มผี ลตอ่ สภาวะของการหยา่ ร้างทีเ่ พ่ิมสูงข้ึน สง่ ผลต่อสุขภาพจติ ของประชากรได้
๔. การเปลีย่ นแปลงในทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม การเปลย่ี นแปลงดงั กล่าวได้
สง่ ผลกระทบตอ่ ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนเปน็ อยา่ งมาก เช่น การตัดไมท้ ำลายป่า ทำใหฝ้ นไม่ตกตาม
ฤดกู าลเกดิ เหตนุ ้ำปา่ ไหลหลากเนอื่ งจากไมม่ ีตน้ ไมค้ อยดูดซบั น้ำไวต้ ามธรรมชาติเ เกิดมลพิษทางอากาศ
ทางนำ้ เปน็ ต้น
การรบั มือกบั ปัญหา และการเปล่ียนแปลงของโลก ในปัจจบุ นั โลกมกี ารเปล่ยี นแปลงไปอย่างรวดเรว็
และมปี ญั หาท้งั ปัญหาเดมิ และปญั หาใหม่เกิดขนึ้ อยา่ งเสมอมา นกั เรียนควรทำการศกึ ษาขอ้ มลู ต่าง ๆ อยา่ ง
สมำ่ เสมอถงึ การเปลี่ยนแปลง และปญั หาต่าง ๆ ทเ่ี กิดข้นึ ในโลกเพ่ือใหท้ ราบข้อมลู และสามารถรับมอื กับ
ปญั หา หรอื การเปลยี่ นแปลงนั้นทอี่ าจส่งผลกระทบตอ่ วถิ ีชวี ติ ความเปน็ อยู่ และการใหค้ วามช่วยเหลอื ผู้อ่ืนตาม
กำลงั ความรู้ และความสามารถทีม่ ี
๘๒
การปฏิบตั กิ ิจกรรมจติ อาสาภายในโรงเรียน เม่ือนกั เรยี นมีความรู้ และประสบการณ์ในระดบั หนง่ึ แล้ว
การใช้ความรู้ และประสบการณข์ องตนในการทำประโยชนใ์ หก้ บั สถานศกึ ษาในมติ ิต่าง ๆ จงึ เป็นสง่ิ ทค่ี วรทำ
และนำประโยชนใ์ ห้กบั สงั คม นับวา่ เป็นจติ อาสาที่คนในยคุ ปจั จบุ ันพงึ มี
รูปแบบการจดั การเรยี นรู้
รปู แบบการเรยี นรโู้ ดยใช้กจิ กรรมเปน็ ฐาน (Activity-Based Learning)
ชิน้ งาน/ภาระงาน
กิจกรรมจติ อาสาเพอ่ื แกไ้ ขปญั หาทางสังคมภายในโรงเรียน (เทียบเคียงองคค์ วามรู้ ตามสาระ
การเรียนรขู้ องหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑)
วิธกี ารวัดผล ประเมนิ ผล
พทุ ธิพิสยั
การทดสอบอตั นยั
จติ พสิ ัย
การประเมินตนเองของนกั เรยี น
ทักษะพสิ ยั
๑. การประเมินผลการปฏิบัติ
๒. การประเมินตามสภาพจรงิ
บรรณานกุ รม
ดุษฎี นรศาศวตั . ม.ป.ป. การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ. สำนักงานป้องกนั ควบคมุ โรคที่ 3
จังหวดั นครสวรรค์. (อดั สำเนา)
สำนกั นโยบายและแผน สำนกั งานบรหิ ารและพฒั นาองคค์ วามรู้ (องคก์ ารมหาชน). ๒๕๕๙.
รกั ษ์โลก โอกาส ความยั่งยนื . กรงุ เทพฯ: บริษัท โคคูน แอนด์ โค จำกดั .
ธรี ศักดิ์ สุขสนั ตกิ มล. ๒๕๕๙. “การเปล่ียนแปลงทางสงั คมในโลกยคุ ทนั สมัย.” วารสารมนษุ ย
สงั คมปรทิ ศั น์. ๑๘ (๑): ๘๑-๙๐.
สถาบันเพมิ่ ผลผลิตแห่งชาต.ิ ม.ป.ป. สภาวะโลกร้อนส่งผลต่อระบบนเิ วศอยา่ งไร (Online).
www.tgo.or.th, ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
สำนกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอื่ ประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ (สำนกั งาน
กปร.). ๒๕๖๒. หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร.
กรุงเทพฯ: หจก.อรุณการพมิ พ.์
๘๓
แผนการใชห้ ลักสตู ร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวที่ ๖ รหัสวชิ า ส๒๐๒๑๖
หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๒ ชื่อหนว่ ย มนุษย์กบั สงั คม
เวลาทใ่ี ช้ในการจัดการเรยี นการรู้ ๑๐ คาบเรียน
ผลการเรียนร้ปู ระจำหนว่ ย
๑. แสดงออกถงึ การเคารพสิทธิเสรีภาพของตนเอง และผู้อน่ื
๒. แสดงออกถงึ การปฏิบตั ิตนตามกฎหมาย
๓. วเิ คราะหร์ ปู แบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข ใน
ประเทศไทย
๔. แสดงความคดิ เหน็ ต่อสถานการณก์ ารละเมิดสิทธิมนษุ ยชนในประเทศไทยอยา่ งสรา้ งสรรค์
สาระการเรยี นรู้
พุทธิพสิ ยั
๑. รปู แบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ ในประเทศไทย
๒. สถานการณก์ ารละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย
จติ พิสยั
๑. การแสดงออกถึงการเคารพสิทธเิ สรีภาพของตนเอง และผูอ้ ่ืน
๒. การแสดงออกถึงการปฏิบตั ิตนตามกฎหมาย
สาระสำคญั
ประเทศไทยไดป้ กครองแบบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข ตลอดมาตัง้ แต่
เปลีย่ นแปลงการปกครองใน พ.ศ.๒๔๗๕ คำวา่ “ประชาธิปไตย” แปลว่า อำนาจสงู สดุ ในการปกครองประเทศ
มาจากปวงชน เปน็ การปกครองทย่ี ึดเอาความเห็นหรือความตอ้ งการของประชาชนส่วนใหญ่อำนาจใน
การปกครองประเทศเปน็ ของปวงชน ประชาชนมสี ิทธิเสรภี าพในการวพิ ากษว์ ิจารณ์การปฏบิ ตั งิ านของรฐั บาล
ตลอดจนออกเสียง (ผ่านองคก์ ารของประชาชน) ไมไ่ วว้ างใจรฐั บาล การปกครองในระบอบประชาธิปไตย
กฎหมายเปน็ กตกิ าทจ่ี ะกำหนดบทบาทหรอื ขอบเขตแหง่ อำนาจหนา้ ทข่ี องแตล่ ะบคุ คล ในการดำเนนิ การ
ปกครอง กฎหมายทส่ี ำคญั ทส่ี ุดก็คือ กฎหมายรฐั ธรรมนญู รฐั ธรรมนญู เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
กฎหมายอ่นื ๆ จะขัดแย้งกับกฎหมายรฐั ธรรมนูญไม่ได้ กฎหมายรัฐธรรมนญู จะเปน็ แมบ่ ทในการกำหนด
รูปแบบ และกระบวนการในการปกครอง ตลอดถงึ กำหนดหลักประกันในเรื่องสทิ ธเิ สรภี าพของประชาชน นับ
แต่ประเทศไทยได้มกี ารปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยมกี ฎหมายรฐั ธรรมนญู มาแล้ว กฎหมายรฐั ธรรมนญู
ของไทยฉบบั ปัจจบุ นั ตราไว้ ณ วันท่ี ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท้ังน้อี ำนาจในการปกครองของไทยมี
รายละเอยี ดสรปุ ได้ ดงั น้ี
อำนาจอธปิ ไตย หมายถงึ อำนาจสงู สุดในการปกครองประเทศ โดยทวั่ ไปอำนาจอธิปไตยแยกใช้เป็น 3
ลกั ษณะ คือ อำนาจนิตบิ ัญญตั ิ อำนาจบรหิ าร และ อำนาจตุลาการ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณา จักรไทย
พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๓ กล่าวไว้วา่ “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริยผ์ ู้ทรงเป็น
ประมุขทรงใชอ้ ำนาจนน้ั ทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบญั ญัตแิ หง่ รัฐธรรมนญู ” ซงึ่ หมายความวา่
ในทางการเมอื งประชาชนมอี ำนาจสูงสดุ แตก่ ารใช้อำนาจทางกฎหมายต้องใชผ้ ่านสถาบนั นติ ิบญั ญตั ิ (รฐั สภา)
คณะรัฐมนตรี และศาลทีพ่ พิ ากษา อรรถคดีตามกฎหมายทบี่ ญั ญัตไิ วแ้ ลว้ ในพระปรมาภิไธยของ
พระมหากษตั ริย์ และตามขอบเขตที่รฐั ธรรมนูญกำหนดไวเ้ ทา่ น้ัน
๘๔
๑. อำนาจนติ ิบญั ญัติ หรือสถาบนั นติ ิบัญญตั ิ หมายถงึ สถาบันท่ที ำหน้าที่ออกกฎหมาย
หรือเรียกว่า “รัฐสภา” ซง่ึ ประเทศไทยมรี ปู แบบเปน็ สภาคู่ หรอื 2 สภา ประกอบดว้ ย สภาผ้แู ทนราษฎร และ
วุฒสิ ภา
๒. อำนาจบริหารหรอื สถาบันบรหิ าร หมายถึงบคุ คล คณะบคุ คล กล่มุ บุคคล หรอื องคก์ ร
ที่นำนโยบาย และกฎหมายทผ่ี า่ นความเปน็ ชอบของรฐั สภาแลว้ ไปดำเนินการหรอื ปฏบิ ัตทิ ั้งในดา้ นการปกครอง
หรอื บรหิ ารประเทศ โดยแบง่ เปน็ กระทรวง กรม ต่าง ๆ รวมทัง้ ดา้ นการทหาร และดา้ นความสมั พันธ์ระหวา่ ง
ประเทศเป็นต้น เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท่ีออกโดยฝ่ายนติ ิบญั ญตั ิ
๓. อำนาจตุลาการหรือสถาบันตุลาการ หมายถงึ ศาล และผพู้ ิพากษาที่ปฏิบตั หิ น้าทใี่ นนาม
ของรัฐหรือในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ การแบง่ แยกอำนาจตุลาการออกมาเป็นหนงึ่ ในอำนาจ
อธิปไตย เพอ่ื ใหฝ้ ่ายตุลาการมอี สิ ระในการปฏิบตั งิ าน ไมอ่ ยภู่ ายใตอ้ ิทธิพล หรอื การถูกบงั คับของอำนาจฝ่ายใด
โดยพระมหากษตั ริยท์ รงแต่งตง้ั และใหผ้ ้พู ิพากษาและตุลาการพน้ จากตำแหน่ง ซง่ึ ก่อนรบั หน้าท่ี ผ้พู ิพากษา
และตลุ าการ ตอ้ งถวายสัตยป์ ฏญิ าณตอ่ พระมหากษตั รยิ ์ ตามมาตรา ๑๙๐ และมาตรา ๑๙๑
สถานการณก์ ารละเมดิ สิทธมิ นษุ ยชนภายในประเทศไทย สามารถศึกษาได้จากรายงานของหน่วยงาน
ท่เี กย่ี วข้อง หรอื ตดิ ตามจากข่าวสารจากแหลง่ ที่นา่ เช่ือถอื โดยตัวอย่างข้อมูลสถานการณ์การละเมดิ สิทธิ
มนษุ ยชนในปี พ.ศ.๒๕๖๒ จากรายงานของสถานทตู สหรฐั ฯและสถานกงสลุ ในประเทศไทย ปัญหาสทิ ธิ
มนษุ ยชนทีส่ ำคัญมดี งั น้ี คอื การสงั หารทผ่ี ดิ กฎหมายหรอื ตามอำเภอใจโดยรฐั บาลหรอื เจ้าหน้าที่ของรฐั บาล
การบงั คบั บุคคลใหส้ ญู หายโดยหรือในนามของรฐั บาล การทรมานโดยเจา้ หน้าที่ของทางการ การจบั กมุ และ
คมุ ขังโดยพลการโดยเจ้าหนา้ ทีร่ ฐั นักโทษการเมอื ง การแทรกแซงทางการเมอื งโดยฝ่ายตลุ าการ การตรวจสอบ
สอ่ื ก่อนเผยแพร่ การปดิ กัน้ การเข้าถงึ เวบ็ ไซต์ และกฎหมายหมิ่นประมาททางอาญา การแทรกแซงสทิ ธิใน
การชุมนุมอย่างสงบ และเสรีภาพในการสมาคม รวมถงึ การคุกคาม และกระทำรุนแรงเป็นครงั้ คราวต่อ
นกั เคล่อื นไหวดา้ นสิทธมิ นษุ ยชน และผทู้ ว่ี ิจารณร์ ฐั บาล การสง่ กลบั ผลู้ ีภ้ ัยทเ่ี ผชิญภัยอันตรายตอ่ ชวี ติ หรือ
เสรภี าพ การจำกัดการมสี ว่ นรว่ มการทางการเมอื ง การกระทำทจุ ริตอย่างรา้ ยแรง และการบงั คบั ใช้แรงงานเดก็
และยงั มกี ารละเมดิ สทิ ธมิ นุษยชนในดา้ นอน่ื ๆ ตามรายงานอกี หลายประเด็น
แนวทางในการเคารพสทิ ธิเสรีภาพของตนเอง และผู้อ่ืน
๑. เคารพในสทิ ธิของกัน และกัน โดยไม่ละเมิดสิทธเิ สรีภาพของผอู้ ืน่ สามารถแสดงออกได้
หลายประการ เชน่ การแสดงความคดิ เหน็ การยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผู้อ่นื เปน็ ตน้
๒. รูจ้ กั ใชส้ ทิ ธขิ องตนเอง และแนะนำให้ผูอ้ น่ื ใชส้ ทิ ธิของตนเอง
๓. เรียนรู้ และทำความเขา้ ใจเกย่ี วกบั หลักสิทธิเสรีภาพตามบัญญตั ิไวใ้ นรฐั ธรรมนญู เชน่ สิทธิ
เสรีภาพของความเป็นมนษุ ย์ สิทธเิ สรีภาพในเคหสถาน เปน็ ต้น
๔. ปฏิบัติตามหนา้ ท่ขี องชาวไทยตามทีบ่ ญั ญัติไวใ้ นรัฐธรรมนญู เช่น การออกไปใชส้ ทิ ธิ
เลือกตงั้ การเสยี ภาษใี หร้ ฐั เพอ่ื นำเงินมาใชใ้ นการพฒั นาประเทศ เป็นตน้
การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดตี ามวิถีประชาธปิ ไตยในสงั คมไทย เพราะนอกจากทเ่ี ราจะตอ้ งปฏบิ ัตติ าม
กฎหมายของประเทศไทยแลว้ ส่งิ หนงึ่ ทจ่ี ะชว่ ยให้สงั คมไทยมคี วามสงบสขุ และอยรู่ ว่ มกนั โดยสนั ตสิ ุข คือ
คนไทยทกุ คนต้องปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธปิ ไตย ซ่ึงการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถี
ประชาธปิ ไตยในสงั คมไทยมี ดงั น้ี
๑. การปฏิบัติตัวเป็นพลเมอื งดใี นครอบครัว บุตรพงึ ปฏบิ ตั ิต่อบิดามารดาโดยมีความกตัญญู
กตเวที ประพฤติตนเป็นคนดี
๘๕
๒. การปฏิบัตติ วั เปน็ พลเมอื งดีในโรงเรยี น ขยนั ตง้ั ใจเรียน มคี วามกตัญญกู ตเวที ไมล่ บหลดู่ ู
หมน่ิ นอกจากน้ีนกั เรียนทกุ คนควรปฏบิ ัติต่อกนั ในฐานะเพ่ือนโดยมนี ำ้ ใจเผื่อแผช่ ว่ ยเหลือกนั มีความรกั ใคร่
สามคั คซี อ่ื สัตย์ตอ่ กัน ปฏิบัติตนตามระเบียบของทางโรงเรยี น
๓. การปฏบิ ตั ิตัวเป็นพลเมอื งดใี นทอ้ งถ่ิน การปฏิบัติตัวเปน็ พลเมืองดใี นทอ้ งถิน่ เช่น ใหค้ วาม
รว่ มมอื ในการรกั ษาความสะอาด และพฒั นาชุมชนให้นา่ อยู่ สอดสอ่ งดูและความสงบเรยี บรอ้ ยในท้องถนิ่
๔. การปฏิบัตติ วั เปน็ พลเมอื งดขี องประเทศการปฏบิ ตั ติ ัวเปน็ พลเมืองดีของประเทศ เชน่ ไม่
ปฏบิ ตั ติ นอันเป็นการละเมดิ หรือกระทบถงึ สทิ ธขิ องบคุ คลอน่ื ไม่รวมตัวกันในทางที่ขดั ต่อความสงบเรยี บร้อย
หรอื ศลี ธรรมอันดีงามของประชาชน ธำรงรักษาไว้ซง่ึ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตย
รูปแบบการจัดการเรยี นรู้
รปู แบบการเรยี นรโู้ ดยใช้กจิ กรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)
ช้ินงาน/ภาระงาน
บทบาทสมมติ การแสดงออกถึงการเคารพสิทธเิ สรีภาพของตนเอง และผ้อู ื่น การแสดงออกถึง
การปฏบิ ัติตนตามกฎหมาย
วิธีการวัดผล ประเมนิ ผล
พุทธิพิสัย
การตอบสัน้ ๆ
จติ พิสยั
การประเมนิ ตนเองของนักเรยี น
การประเมินโดยเพอ่ื น/ผปู้ กครอง
บรรณานุกรม
ราชกจิ จานุเบกษา. ๒๕๖๐. เลม่ ท่ี ๑๓๔ ตอนที่ ๔๐ ก, หน้า ๑-๖๒.
ประคอง มาโต และปยิ ะ ตามพระหัตถ์. ๒๕๖๒. “รูปแบบการปกครองกบั การเมอื ง
การปกครองของไทย.” วารสารวิจัยวชิ าการ. ๒ (๑): ๑๗๑-๑๘๑.
สถานทูตสหรฐั ฯและสถานกงสลุ ในประเทศไทย. ๒๕๖๓. รายงานดา้ นสทิ ธิมนุษยชนประจำปี พ.ศ.
2562 – ประเทศไทย (Online). https://th.usembassy.gov/th, ๑๒ มนี าคม ๒๕๖๓.
สำนกั งานประชาสมั พันธ์เขต ๒ กรมประชาสมั พนั ธ์. ม.ป.ป. แนวทางปฏบิ ตั ติ นในการเคารพสิทธิ
ของตนเองและผอู้ ื่น (Online). www.facebook.com/PRD2UBON, ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
๘๖
แผนการใช้หลกั สูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๖ รหัสวิชา ส๒๐๒๑๖
หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๓ ช่อื หนว่ ย คณุ คา่ ทีค่ คู่ วร
เวลาที่ใชใ้ นการจัดการเรยี นการรู้ ๑๐ คาบเรียน
ผลการเรียนรู้ประจำหนว่ ย
๑. อภปิ รายถึงคุณค่าความเป็นชาติไทย
๒. อภิปรายถึงคุณคา่ ของวัฒนธรรม และประเพณีไทย
๓. ยอมรบั ความแตกต่างของความเชื่อทางศาสนาทห่ี ลากหลาย
สาระการเรยี นรู้
จติ พสิ ยั
๑. คุณคา่ ความเปน็ ชาติไทย
๒. คณุ ค่าของวัฒนธรรม และประเพณไี ทย
๓. การยอมรับความแตกต่างของความเชอ่ื ทางศาสนาทห่ี ลากหลาย
สาระสำคญั
ประเทศไทยเปน็ ประเทศหนง่ึ ในภมู ภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประวตั ศิ าสตร์และความเป็นมาท่ี
ยาวนาน มีวฒั นธรรม ประเพณี ภมู ิประเทศ ทรพั ยากรต่าง ๆ ท่ีอดุ มสมบรู ณ์ โดยจากการวิจยั และสำรวจความ
คดิ เห็นของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มองเห็นคณุ คา่ ของประเทศไทยและตดั สินใจมาท่องเทย่ี วทปี่ ระเทศไทย
เนื่องจากเหตุผล ดังตอ่ ไปน้ี
๑. สถานทท่ี ่องเทย่ี วทหี่ ลากหลาย และสวยงาม
๒. อาหารไทยทมี่ ีความเป็นเอกลักษณ์ และอุดมสมบรู ณ์
๓. การซื้อสินคา้ และของท่ีระลึก ทร่ี าคาไม่แพง และมีความหลากหลาย
๔. การเป็นมติ รของผู้คนในประเทศไทย
คณุ คา่ ของวฒั นธรรม และประเพณไี ทย วัฒนธรรมมีความสำคญั ยง่ิ ตอ่ วิถชี ีวติ ความเชือ่ ความคดิ
และคอยควบคมุ พฤติกรรม อีกทงั้ ยงั เป็นตวั กำหนดทศิ ทางให้บคุ คล กลมุ่ คนในสงั คมน้ัน ๆ ยดึ ถือแล้วนำไป
ปฏิบตั ิให้เป็นไปในแนวเดียวกัน วฒั นธรรมมผี ลตอ่ ความสำเร็จขององคก์ าร เป็นพลงั ยึดเหน่ียวบคุ ลากร
เข้าด้วยกัน ภายใตว้ ัฒนธรรมท่แี ข็งแกร่งบคุ ลากรจะทำงานอย่างภาคภูมใิ จ ท่มุ เทให้กบั งาน วัฒนธรรมจงึ เปน็
เคร่ืองวัด และเป็นเครือ่ งกำหนดความเจรญิ หรือความเสอ่ื มของสังคม
หมอ่ มหลวงปิ่น มาลากลุ อดีตรฐั มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธกิ าร ได้เขียนไวใ้ นแบบเรียนภาษาไทย
ของกรมวชิ าการ ว่า
“ในโลกนม้ี อี ะไรเป็นไทยแท้ ของไทยแนน่ ั้นหรอื คือภาษา
ซงึ่ ผลดิ อกออกผลแต่ตนมา รวมเรียกว่าวรรณคดีไทย
ท้งั ศลิ ปะงามเด่นเป็นของชาติ เช่นปราสาทปรางคท์ องอันผอ่ งใส
อกี ดนตรรี ำร่ายอวยลายไทย อวดโลกได้ไทยแทอ้ ย่างแนน่ อน
ทลี่ กึ ล้ำ น้ำจติ ใจ แบบไทยแท้ เชอ่ื พ่อแม่ เชือ่ ธรรม คำพระสอน
คณุ ธรรม จริยธรรมเปน็ ภรณ์ ประชากรโลกเหน็ เราเปน็ ไทย
เรายังมปี ระเพณมี ีระเบียบ ซ่ึงไม่มที ่เี ปรยี บในชาตไิ หน
เป็นของร่วมรวมไทยใหค้ งไทย ประทับใจในคณุ ค่าประเพณี
๘๗
เอกลกั ษณ์ท่ีเห็นเดน่ ชดั สมบตั ชิ าติ เหลือประหลาดเนน้ ใหเ้ หน็ เป็นศกั ดิศ์ รี
ไทยล้วนแทไ้ ทยแน่แน่ไทยเรามี สิง่ เหลา่ นีเ้ รยี กวา่ “วฒั นธรรม”
การยอมรบั ความแตกตา่ งของศาสนาทห่ี ลากหลาย
รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๓๑ ระบุไวว้ ่า “บคุ คลยอ่ มมเี สรภี าพ
บรบิ รู ณใ์ นการถอื ศาสนา และย่อมมเี สรภี าพในการปฏบิ ตั ิหรือประกอบพิธกี รรมตามหลักศาสนาของตน แต่
ต้องไมเ่ ปน็ ปฏิปกั ษ์ต่อหน้าทขี่ องปวงชนชาวไทย ไม่เปน็ อันตรายต่อความปลอดภยั ของรัฐ และไม่ขัดต่อ
ความสงบเรียบรอ้ ยหรอื ศลี ธรรมอันดขี องประชาชน”
หลักการอยรู่ ่วมกันในสังคมท่ีมีความหลากหลายทางศาสนา
๑. การอยรู่ ่วมกนั ตอ้ งมคี วามเข้าใจในหลักศาสนาซึง่ กันและกัน ทุกศาสนกิ ตอ้ งดำเนนิ ชวี ติ
ภายใต้กรอบของศาสนาตนเอง
๒. มีการปฏสิ ัมพนั ธ์กันโดยไปมาหาส่รู ะหว่างกนั
๓. มีคณุ ธรรม และจริยธรรม รู้ความตอ้ งการของเขา ของเรา
๔. การอดทนอดกล้นั ในความแตกต่าง คือ การยอมรบั ในความแตกต่างซง่ึ โดยพนื้ ฐานของ
มนษุ ย์ย่อมมีความแตกตา่ งทง้ั ในเรือ่ งทางกายภาพ และพฤตกิ รรม
รปู แบบการจัดการเรยี นรู้
รูปแบบการเรยี นรโู้ ดยใชก้ จิ กรรมเปน็ ฐาน (Activity-Based Learning)
ชิน้ งาน/ภาระงาน
ภาพวาดสะทอ้ นคณุ คา่ ของวัฒนธรรม ประเพณีไทย ความเป็นชาติไทย และความแตกตา่ งของความ
เชอ่ื ทางศาสนาทห่ี ลากหลาย
วธิ ีการวดั ผล ประเมินผล
จติ พสิ ัย
การประเมนิ ตนเองของนักเรยี น
บรรณานกุ รม
ราชกจิ จานเุ บกษา. ๒๕๖๐. เลม่ ท่ี ๑๓๔ ตอนท่ี ๔๐ ก, หนา้ ๙.
คอลฟั ตว่ นบลู ะ และคณะ. ๒๕๕๙. การปฏิบัตงิ านของเจา้ หน้าท่ศี ูนยอ์ ำนวยการบรหิ ารจงั หวัด
ชายแดนภาคใต้กบั สิทธเิ สรภี าพในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนา. สำนักวิจยั และพฒั นา สถาบนั
พระปกเกลา้ .
ลุงสบื สาน หลานตาขุน (นามแฝง). ๒๕๖๓. “ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย.” สารนครศรธี รรมราช.
๕๐ (๕): ๔๙-๕๒.
สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา. ๒๕๕๘. โครงการสำรวจทศั นคตแิ ละความพึง
พอใจของนกั ทอ่ งเที่ยวชาวต่างชาติทีเ่ ดนิ ทางทอ่ งเทีย่ วในประเทศไทย ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘
(Online). https://secretary.mots.go.th. ๑๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
๘๘
เอกสารประกอบหลักสตู ร
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๔
๘๙
ผลการเรียนร้รู ายช้นั ปี ม.๔
จดุ เนน้ ท่ี ๑ เสรมิ สรา้ งความเปน็ “เอกลกั ษณ์” ของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ (โรงเรียนท่ีระลกึ แห่งรัชกาลที่ ๙)
สาระที่ ๑ โรงเรียนของเรา
๑. สรปุ ทิศทางการบรหิ ารงานของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ ในปจั จุบัน
สาระที่ ๒ พระบดิ าของเรา
๑. เรียนรู้พระราชกรณยี กิจของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
และเลือกนำแนวคดิ ทีไ่ ด้ไปปรบั ใชใ้ นชีวิตประจำวันไดอ้ ย่างเหมาะสม
สาระที่ ๓ ศาสตร์ของพระบิดา
๑. จดั กลุ่ม และอธบิ ายโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในภาคกลาง
๒. เรยี นรู้ และประยกุ ต์ใช้ความรู้จากสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
๓. นำหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ปฏบิ ัตใิ นชีวิตประจำวัน
สาระท่ี ๔ หลักการทรงงานของพระบิดา
๑. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวัน
สาระท่ี ๕ เกษตรวิถีพอเพียง
๑. สาธติ วิธีการเพ่ิมผลผลติ ทางการเกษตร
จุดเน้นท่ี ๒ เสรมิ สรา้ งความเป็น “อัตลกั ษณ”์ ของนักเรียนโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ (พลเมอื งดวี ถิ ี น.ว.ม.)
สาระท่ี ๖ พ้ืนฐานการเป็นพลเมืองดี
๑. แสดงออกถงึ การมีวินยั รหู้ นา้ ท่ี และเคารพสทิ ธเิ สรภี าพของตนเอง และผอู้ ่นื
๒. แสดงความคิดเหน็ ต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อยา่ งมีเหตุผล
๓. ปฏิบัติกจิ กรรมจิตอาสาภายในชมุ ชน และสังคม
สาระที่ ๗ ทอ้ งถิ่นของเรา
๑. ออกแบบการนำเสนอ และประชาสมั พนั ธ์จังหวัดนครนายก อย่างสร้างสรรค์
๒. วิเคราะหค์ วามสำคัญของการเสด็จพระราชดำเนินจังหวัดนครนายก ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สาระท่ี ๘ การเปน็ พลเมืองไทย
๑. แสดงออกถงึ ความเคารพตอ่ สถาบันชาติ และพระมหากษัตรยิ ์
๒. พฒั นาตนเองใหเ้ ปน็ ผมู้ มี ารยาทไทย การใชภ้ าษา และการส่ือสารท่ีเหมาะสมตามกาลเทศะ
๓. ใหค้ ำแนะนำกฎหมายสำหรับเด็ก และเยาวชนกับบุคคลอื่น
๔. นำความรู้รูปแบบการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ ไปประยกุ ต์ใชใ้ น
ชีวติ ประจำวัน
๕. ใหค้ วามเห็นเพอื่ เสนอแนวทางในการแก้ปัญหา และสรา้ งการเปล่ียนแปลงทด่ี ีในสังคมไทย
สาระท่ี ๙ การเป็นพลเมืองโลก
๑. วิเคราะหป์ ัญหาความขัดแยง้ ทางศาสนาทเ่ี กิดขน้ึ ในโลก และใหค้ วามเห็นอยา่ งสร้างสรรค์
๒. วิเคราะห์หลกั สทิ ธิมนุษยชนในบริบทสากล
๓. อภปิ รายแนวทางในการปอ้ งกัน และแก้ไขปญั หาของสงิ่ แวดล้อม และระบบนเิ วศของโลก
๔. สบื คน้ และนำเสนอข้อมูลปัญหา และการเปล่ยี นแปลงท่ีสำคญั ของโลกอย่างสร้างสรรค์
๙๐
คำอธบิ ายรายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วที่ ๗ (ส๓๐๒๑๑)
สรปุ ทิศทางการบรหิ ารงานของโรงเรยี น วสิ ัยทศั น์ ขอ้ มลู พืน้ ฐานของโรงเรยี นในปจั จบุ นั เรียนรู้พระ
ราชกรณียกจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในอดตี
และนำแนวคิดท่ไี ด้ไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้อยา่ งเหมาะสม จัดกลุ่ม และอธิบายโครงการอันเนอ่ื งมาจาก
พระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ในภาคกลาง เรียนรู้ และประยุกตใ์ ชค้ วามรจู้ ากสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เล่มที่ ๒๕-๒๙ เห็นคุณค่า
และแสดงพฤติกรรมในการนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ปฏิบตั ิในชีวติ ประจำวัน นำหลกั การทรง
งานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ดา้ นอธรรมปราบ
อธรรม ด้านประโยชน์ส่วนรวม ดา้ นการพง่ึ ตนเอง มาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
สาธิตวิธกี ารเพม่ิ ผลผลิตทางการเกษตร การขยายพันธุพ์ ืช และสตั ว์ ออกแบบการนำเสนอ และ
ประชาสมั พันธ์ประวัตศิ าสตร์ ขอ้ มลู สำคญั ของจังหวัดนครนายก อย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ความสำคญั ของ
การเสดจ็ พระราชดำเนนิ จงั หวัดนครนายกของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพติ ร
โดยใช้กระบวนการเรยี นรแู้ บบ Active Learning ในการพฒั นาสติปญั ญา ทักษะ และเจตคติ ของ
นกั เรียนโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์ อย่างรอบดา้ น เพ่อื เสรมิ สร้างเอกลกั ษณ์ “โรงเรียนทรี่ ะลึกแหง่ รัชกาลท่ี ๙”
และอัตลกั ษณ์ “พลเมืองดีวถิ ี น.ว.ม.” ใหน้ กั เรยี นเตบิ โตเปน็ พลเมืองทด่ี ีของสงั คมไทยและสงั คมโลกอยา่ งมี
ความสขุ
ผลการเรียนรู้
๑. สรุปทิศทางการบรหิ ารงานของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ ในปจั จบุ ัน
๒. เรียนรพู้ ระราชกรณยี กจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร และเลอื กนำแนวคดิ ทไ่ี ดไ้ ปปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจำวันไดอ้ ย่างเหมาะสม
๓. จดั กลมุ่ และอธบิ ายโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในภาคกลาง
๔. เรยี นรู้ และประยกุ ต์ใช้ความรจู้ ากสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
๕. นำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใชป้ ฏิบัตใิ นชวี ติ ประจำวัน
๖. นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวนั
๗. สาธิตวิธกี ารเพ่มิ ผลผลติ ทางการเกษตร
๘. ออกแบบการนำเสนอ และประชาสัมพันธจ์ ังหวดั นครนายก อยา่ งสร้างสรรค์
๙. วิเคราะหค์ วามสำคญั ของการเสดจ็ พระราชดำเนนิ จงั หวดั นครนายก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
๙๑
หนว่ ยการเรยี นรู้
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๗ (ส๓๐๒๑๑)
จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
หน่วยการเรยี นรู้ ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ เวลาในการจัดกิจกรรม
ท่ี
การเรียนการสอน (คาบ)
๑
๒ นวมราชานุสรณใ์ นอนาคต ๓
๓ มาเทยี่ วนครนายกกนั เถอะ ๕
๔
พระบิดากับภาคกลางของไทย ๔
๕
เพ่มิ ผลผลติ แบบพอเพียง ๕
สารานุกรมกบั ชีวิตประจำวัน ๓
รวม ๒๐
๙๒
แผนการใชห้ ลกั สตู ร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๗ รหสั วชิ า ส๓๐๒๑๑
หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๑ ชื่อหนว่ ย นวมราชานุสรณใ์ นอนาคต
เวลาทใ่ี ชใ้ นการจดั การเรยี นการรู้ ๓ คาบเรยี น
ผลการเรียนร้ปู ระจำหนว่ ย
สรปุ ทิศทางการบรหิ ารงานของโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ ในปัจจบุ ัน
สาระการเรยี นรู้
พุทธิพิสัย
๑. วิสัยทัศน์ พนั ธกจิ เปา้ ประสงค์ ปจั จบุ ันของโรงเรยี น
๒. ข้อมูลพนื้ ฐานปัจจุบนั ของโรงเรียน เชน่ ขอ้ มูลครู และบคุ ลากร ขอ้ มลู นักเรยี น ข้อมลู อาคาร
สถานท่ี
สาระสำคัญ
ทศิ ทางการบรหิ ารโรงเรียนสามารถศกึ ษาได้จากวสิ ัยทัศนข์ องโรงเรยี น ซ่ึงหมายถึง ความคาดหวังของ
โรงเรียนทีต่ อ้ งการใหบ้ รรลผุ ลตามเจตนารมณ์ทมี่ ุ่งคณุ ภาพตามมาตรฐานการศกึ ษา ตลอดจนการศึกษาพนั ธกจิ
และเปา้ ประสงค์ ซึง่ มีความสำคัญต่อการเป็นสมาชิกทด่ี ขี องโรงเรยี นในการปฏิบตั ิตนหรอื มีสว่ นรว่ มให้วสิ ัยทัศน์
ของโรงเรียนเกดิ ขนึ้ จรงิ
ขอ้ มูลพื้นฐานของโรงเรียนในปจั จบุ ัน ทน่ี กั เรยี นควรรู้ เชน่ ข้อมูลของครู และบคุ ลากรทางการศึกษา
ข้อมูลอาคารสถานทเ่ี บ้อื งต้น ขอ้ มลู จำนวนนกั เรียน เปน็ ต้น
รูปแบบการจดั การเรยี นรู้
รปู แบบการเรียนร้โู ดยใช้กจิ กรรมเปน็ ฐาน (Activity-Based Learning)
ชิ้นงาน/ภาระงาน
หนังสอื เลม่ เลก็ ทิศทางการบรหิ ารงานของโรงเรียนนวมราชานุสรณ์
วิธีการวัดผล ประเมนิ ผล
พุทธิพิสยั
การทดสอบปรนยั หรอื แบบตอบส้นั ๆ
บรรณานกุ รม
โรงเรียนนวมราชานสุ รณ.์ ๒๕๖๒. แผนกลยุทธ์โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์ ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๔.
โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ.์ (อัดสำเนา)
โรงเรยี นนวมราชานุสรณ.์ ๒๕๖๒. สารสนเทศโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ ปี ๒๕๖๒. โรงเรียนนวม
ราชานุสรณ.์ (อัดสำเนา)
๙๓
แผนการใช้หลักสตู ร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๗ รหัสวิชา ส๓๐๒๑๑
หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี ๒ ชือ่ หน่วย มาเท่ยี วนครนายก กันเถอะ
เวลาทใ่ี ชใ้ นการจัดการเรียนการรู้ ๕ คาบเรยี น
ผลการเรยี นรู้ประจำหนว่ ย
๑. ออกแบบการนำเสนอ และประชาสัมพันธจ์ งั หวัดนครนายก อยา่ งสรา้ งสรรค์
๒. วเิ คราะหค์ วามสำคญั ของการเสดจ็ พระราชดำเนนิ จังหวัดนครนายก ของพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธิพสิ ัย
๑. แหล่งทอ่ งเทีย่ ว วฒั นธรรม สง่ิ ที่ควรประชาสมั พนั ธข์ องจงั หวัดนครนายก
๒. ความสำคัญของการเสดจ็ พระราชดำเนนิ จงั หวดั นครนายก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ทกั ษะพิสัย
การออกแบบวธิ ีการประชาสมั พันธอ์ ย่างสร้างสรรค์
สาระสำคัญ
จงั หวดั นครนายก เมืองในฝนั ท่ใี กลก้ รุง ภูเขางาม นำ้ ตกสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากมลพษิ
จากคำขวัญดงั กล่าว เห็นได้ว่าจงั หวัดนครนายก มจี ดุ เดน่ คือ เป็นจงั หวดั ท่ีอย่ใู กลเ้ มืองหลวง มธี รรมชาตทิ ี่ยงั มี
ความอดุ มสมบรู ณ์ นอกจากน้ียงั มวี ฒั นธรรมประเพณี และแหลง่ ท่องเทีย่ วเพิม่ ขึน้ อกี มากมาย
การประชาสมั พนั ธ์จงั หวดั นครนายก ดว้ ยวธิ กี ารท่สี รา้ งสรรค์ เชน่ การทำสอ่ื ประชาสมั พันธ์ทางสื่อออนไลนใ์ น
รูปแบบตา่ ง ๆ จะทำใหจ้ ังหวัดนครนายกเป็นทร่ี ู้จัก และช่วยให้มนี ักทอ่ งเที่ยวมาเย่ยี มชมเพม่ิ รายไดใ้ ห้
ประชาชนในจังหวัด
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเสด็จ
พระราชดำเนนิ มายงั จงั หวัดนครนายก ทัง้ สน้ิ ๑๒ ครั้ง ซ่ึงในแต่ละครัง้ ไดก้ อ่ ให้เกดิ การพฒั นาในดา้ นตา่ ง ๆ
ของจงั หวัดนครนายก ดงั นี้
ครง้ั ที่ ๑ ทรงเย่ียมราษฎรชาวจงั หวัดนครนายก นำความปลาบปลมื้ มายงั ชาวจงั หวดั นครนายก
ครั้งที่ ๒ บำรงุ ศาสนาพทุ ธ
ครั้งที่ ๓ เกิดสถานศึกษาระดบั มัธยมใหช้ าวจังหวัดนครนายก
ครัง้ ที่ ๔ เกดิ แนวคิดในการพฒั นาการชลประทาน
ครง้ั ท่ี ๕ เกิดระบบการชลประทานท่ดี ีภายในจงั หวดั
ครั้งท่ี ๖ เกิดสถานศกึ ษา โรงเรียนนายรอ้ ยพระจลุ จอมเกลา้
ครั้งท่ี ๗ เกดิ สถานศกึ ษา โรงเรยี นนายรอ้ ยพระจลุ จอมเกลา้
ครัง้ ท่ี ๘ การพฒั นาลมุ่ น้ำสาขานครนายก
ครง้ั ท่ี ๙ บำรงุ การศกึ ษา โรงเรียนนายร้อยพระจลุ จอมเกล้า
ครัง้ ที่ ๑๐ บำรงุ การศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจลุ จอมเกลา้
ครั้งท่ี ๑๑ เกดิ แนวคดิ ในการพฒั นาการชลประทาน
ครั้งท่ี ๑๒ การกำเนดิ เขอ่ื นขนุ ดา่ นปราการชล
๙๔
รูปแบบการจดั การเรียนรู้
การจดั การเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process)
ช้ินงาน/ภาระงาน
ส่ือประชาสมั พนั ธจ์ งั หวดั นครนายก ทเี่ ชือ่ มโยงกับการเสด็จพระราชดำเนนิ จังหวัดนครนายกของ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
วิธกี ารวดั ผล ประเมินผล
พทุ ธพิ ิสัย
การตอบส้ัน ๆ
ทกั ษะพสิ ยั
๑. การประเมินผลการปฏบิ ัติ
๒. การประเมนิ โดยเพอื่ น/ผปู้ กครอง
บรรณานุกรม
จังหวัดนครนายก. ๒๕๖๐. ตามรอยเสดจ็ พระราชดำเนนิ จงั หวดั นครนายก: เอกสารชดุ ข้อมลู
เกีย่ วกบั พระราชกรณยี กจิ และการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร ท่จี ังหวัดนครนายก. โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.
สำนกั งานจงั หวดั นครนายก กลมุ่ งานข้อมลู สารสนเทศและการสือ่ สาร. ๒๕๕๘. บรรยายสรปุ จังหวัด
นครนายก. ม.ป.ท. (อดั สำเนา)
๙๕
แผนการใช้หลกั สูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๗ รหัสวชิ า ส๓๐๒๑๑
หน่วยการเรียนรู้ ท่ี ๓ ชือ่ หนว่ ย พระบิดากับภาคกลางของไทย
เวลาท่ใี ชใ้ นการจดั การเรยี นการรู้ ๔ คาบเรียน
ผลการเรยี นร้ปู ระจำหน่วย
๑. เรยี นรพู้ ระราชกรณยี กจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร และเลอื กนำแนวคิดทีไ่ ดไ้ ปปรบั ใช้ในชวี ิตชีวิตประจำวนั ไดอ้ ย่างเหมาะสม
๒. จดั กลมุ่ และอธบิ ายโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำรขิ องพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในภาคกลาง
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธพิ สิ ยั
ข้อมลู โครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในพ้ืนท่ภี าคกลาง
จติ พิสัย
พระราชกรณียกจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร
สาระสำคัญ
พระราชกรณียกจิ แปลตามศัพทว์ ่า กิจอันพงึ กระทำของพระเจ้าแผ่นดนิ พระราชกรณยี กิจ ของ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มมี ากมาย อาทิการเสดจ็ ฯ
ไปทรงเยย่ี มราษฎรในภาคตา่ ง ๆ ท่วั ประเทศไทย การเจรญิ สมั พนั ธไมตรกี บั นานาประเทศ พระราชประเพณี
ซง่ึ นักเรยี นสามารถสบื คน้ ไดจ้ ากแหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ ทีจ่ ะทำใหไ้ ดเ้ ห็นพระปรชี าสามารถ และพระราชกรณยี กจิ
ท่ีพระองคไ์ ด้ทำเพอ่ื ปวงชนชาวไทย การเรียนร้พู ระราชกรณยี กิจดงั กล่าวจะช่วยทำใหน้ กั เรยี นไดเ้ ห็นมมุ มองใน
การทรงงานเพ่ือประชาชนชาวไทย และเกิดแนวความคดิ หรอื ขอ้ คดิ ทีส่ ามารถนำไปปรับใช้ไดใ้ นชวี ติ ประจำวนั
ภาคกลาง และกรงุ เทพมหานคร มจี ำนวนจังหวัด 26 จงั หวดั ทุกจงั หวดั ลว้ นแลว้ แตม่ โี ครงการ
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ทง้ั สิ้น นักเรียนสามารถสืบค้นขอ้ มลู ได้จากเวบ็ ไซตข์ องสำนกั งาน กปร. (สำนกั งาน
คณะกรรมการพเิ ศษเพื่อประสานงานโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ) ซงึ่ ในทุกโครงการล้วนแลว้ แต่มี
คุณคา่ และมีประโยชน์ประโยชน์ตอ่ ประชาชนทง้ั สิน้ โดยกลมุ่ ของโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ อาทเิ ชน่
๑. ประเภทโครงการพฒั นาดา้ นแหล่งนำ้
โครงการขดุ ลอกระบายน้ำเพอื่ แก้ไขปญั หาน้ำทว่ ม ฯ จังหวดั กรงุ เทพมหานคร
โครงการอา่ งเก็บนำ้ หว้ ยเทยี น ฯ จงั หวดั กาญจนบรุ ี
โครงการขุดลอกคลองท่งุ สน ฯ จงั หวดั จันทบรุ ี
ฯลฯ
๒. ประเภทโครงการด้านการเกษตร
โครงการแปลงสาธิตเกษตรแบบผสมผสาน ฯ จงั หวัดฉะเชงิ เทรา
โครงการทหารผา่ นศกึ ทุพพลภาพ จังหวดั ชลบรุ ี
โครงการพฒั นาการปรบั ปรงุ ดนิ สำหรับทำนาบ้านเดน่ ใหญ่ ฯ จังหวดั ชยั นาท