๑๔๖
ผลการเรียนรู้รายชนั้ ปี ม.๖
จุดเน้นที่ ๑ เสรมิ สร้างความเป็น “เอกลกั ษณ”์ ของโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ (โรงเรียนท่ีระลกึ แห่งรชั กาลท่ี ๙)
สาระที่ ๑ โรงเรียนของเรา
๑. เป็นผู้นำในกจิ กรรมเพ่ือพัฒนาโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ อย่างสรา้ งสรรค์
สาระที่ ๒ พระบดิ าของเรา
๑. ดำเนนิ การจัดกจิ กรรมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
สาระที่ ๓ ศาสตร์ของพระบิดา
๑. นำองค์ความรู้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาในชีวิตประจำวัน
๒. เผยแพรค่ วามรจู้ ากสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ ให้เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คม
๓. นำหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ปฏบิ ัตใิ นชุมชน และสังคม
สาระท่ี ๔ หลกั การทรงงานของพระบิดา
๑. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
มาประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั
สาระที่ ๕ เกษตรวถิ ีพอเพียง
๑. สรา้ งการรวมกลุ่มเพื่อออกแบบ และพัฒนาการประกอบอาชีพ
จดุ เนน้ ท่ี ๒ เสรมิ สร้างความเปน็ “อัตลกั ษณ์” ของนักเรียนโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ (พลเมอื งดวี ถิ ี น.ว.ม.)
สาระที่ ๖ พ้ืนฐานการเปน็ พลเมอื งดี
๑. ออกแบบกิจกรรมเสรมิ สร้างวินยั หน้าที่ สิทธิเสรีภาพ ในโรงเรียน และดำเนนิ การ
๒. พฒั นาวธิ ีการเรยี นรตู้ ลอดชีวิตไดอ้ ย่างเหมาะสม
๓. พัฒนาชุมชน และสงั คมโดยเปน็ ผู้นำในกิจกรรมจิตอาสา
สาระที่ ๗ ท้องถิ่นของเรา
๑. ออกแบบกิจกรรม และดำเนินการพฒั นาทอ้ งถิ่น และจังหวัด ในฐานะเยาวชนในท้องถน่ิ
สาระที่ ๘ การเปน็ พลเมืองไทย
๑. ถ่ายทอดความคิดเห็น และทัศนคติตอ่ ประเทศไทย และสถาบันพระมหากษตั รยิ ์ อยา่ งสร้างสรรค์ เพ่ือใหเ้ กิด
ความสามคั คีภายในชาติ
๒. พัฒนาตนเอง และจดั กิจกรรมส่งเสริมผู้อ่ืน เร่ืองมารยาทไทย การใชภ้ าษาไทย และการสื่อสาร ประเพณี และ
วฒั นธรรมไทย
๓. เปรยี บเทียบกฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชน กบั กฎหมายสำหรับผใู้ หญ่
๔. ปฏบิ ัตติ นตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ
๕. ร่วมรณรงค์การแกป้ ัญหา และสร้างการเปลย่ี นแปลงทด่ี ใี นสงั คม
สาระที่ ๙ การเป็นพลเมืองโลก
๑. แสดงออกถึงความมีสันตสิ ขุ ภายในใจ และพรอ้ มรบั มือกับปัญหาอย่างสร้างสรรค์
๒. แสดงออกถงึ การเปน็ ผู้มีความเคารพตอ่ สิทธิมนุษยชน
๓. ร่วมรณรงคส์ ร้างความตระหนกั ในการดแู ลรกั ษาส่งิ แวดล้อม และระบบนเิ วศ
๔. แสดงออกถงึ พฤติกรรมการช่วยรณรงคห์ รือลดปัญหา และการเปล่ยี นแปลงทีส่ ำคญั ของโลก ในฐานะเยาวชน
๑๔๗
คำอธิบายรายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วที่ ๑๑ (ส๓๐๒๑๕)
เปน็ ผูน้ ำในกิจกรรมเพอื่ พฒั นาโรงเรียนอยา่ งสร้างสรรค์ ดำเนินการจัดกจิ กรรมนอ้ มสำนกึ ในพระมหา
กรณุ าธิคณุ ภายในโรงเรียนหรือจงั หวดั นำองค์ความรจู้ ากโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาในชีวติ ประจำวัน
เผยแพรค่ วามรจู้ ากสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เล่มท่ี ๓๕-๔๒ ให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ สงั คม นำหลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชป้ ฏิบตั ิในชุมชน และสงั คม นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ด้านไม่ตดิ ตำรา ทำให้ง่าย ดา้ นการมสี ว่ นรว่ ม
ด้านพออยพู่ อกนิ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
สรา้ งการรวมกลุม่ เพือ่ ออกแบบ และพัฒนาการประกอบอาชพี ออกแบบกจิ กรรม และดำเนินการ
พัฒนาท้องถ่นิ และจงั หวัดในฐานะเยาวชนในท้องถ่ิน
โดยใช้กระบวนการเรยี นร้แู บบ Active Learning ในการพฒั นาสติปญั ญา ทักษะ และเจตคติ ของ
นกั เรยี นโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ อย่างรอบดา้ น เพ่ือเสริมสร้างเอกลกั ษณ์ “โรงเรยี นทรี่ ะลกึ แห่งรัชกาลท่ี ๙”
และอัตลกั ษณ์ “พลเมืองดีวิถี น.ว.ม.” ให้นกั เรียนเตบิ โตเปน็ พลเมอื งที่ดขี องสังคมไทย และสังคมโลกอยา่ งมี
ความสุข
ผลการเรยี นรู้
๑. เป็นผู้นำในกจิ กรรมเพอื่ พฒั นาโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ อยา่ งสร้างสรรค์
๒. ดำเนนิ การจดั กจิ กรรมนอ้ มสำนึกในพระมหากรณุ าธิคณุ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
๓. นำองค์ความรู้จากโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร มาใช้ในชีวิตประจำวัน
๔. เผยแพรค่ วามรจู้ ากสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ ให้เกดิ ประโยชน์ต่อสงั คม
๕. นำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชป้ ฏบิ ตั ิในชมุ ชน และสงั คม
๖. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั
๗. สร้างการรวมกล่มุ เพ่อื ออกแบบ และพัฒนาการประกอบอาชพี
๘. ออกแบบกจิ กรรม และดำเนนิ การพฒั นาท้องถน่ิ และจังหวดั ในฐานะเยาวชนในท้องถ่ิน
๑๔๘
หนว่ ยการเรียนรู้
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๑๑ (ส๓๐๒๑๕)
จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
หน่วยการเรยี นรู้ ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ เวลาในการจดั กิจกรรม
ที่
๑ การเรียนการสอน (คาบ)
๒ ศาสตร์พระราชาสกู่ ารพฒั นาโรงเรยี น ๑๐
พฒั นาทอ้ งถิ่นดว้ ยอาชพี ๑๐
รวม ๒๐
๑๔๙
แผนการใช้หลกั สูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๑๑ รหัสวชิ า ส๓๐๒๑๕
หน่วยการเรยี นรู้ ท่ี ๑ ชื่อหน่วย ศาสตร์พระราชาสกู่ ารพัฒนาโรงเรยี น
เวลาที่ใช้ในการจัดการเรียนการรู้ ๑๐ คาบเรยี น
ผลการเรยี นรู้ประจำหนว่ ย
๑. นำองค์ความรู้จากโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร มาใช้ในชีวติ ประจำวัน
๒. เผยแพร่ความรู้จากสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ ให้เกิดประโยชน์ตอ่ สังคม
๓. นำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชป้ ฏิบตั ิในชุมชน และสงั คม
๔. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวัน
๕. เปน็ ผูน้ ำในกิจกรรมเพอ่ื พฒั นาโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์ อย่างสรา้ งสรรค์
๖. ดำเนนิ การจัดกิจกรรมนอ้ มสำนกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ุณ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สาระการเรยี นรู้
จิตพิสยั
๑. การน้อมนำองค์ความรจู้ ากโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร มาใช้ในชวี ิตประจำวัน
๒. คุณคา่ ของสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เลม่ ๓๕-๔๒
๓. การน้อมนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชป้ ฏบิ ตั ใิ นชมุ ชน และสงั คม
๔. การน้อมนำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพติ ร ดา้ นการมสี ว่ นรว่ ม มาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั
ทกั ษะพสิ ยั
๑. การเป็นผู้นำในการพฒั นาโรงเรยี น
๒. การดำเนินการจดั กจิ กรรมน้อมสำนกึ ในพระมหากรณุ าธิคุณ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
สาระสำคัญ
การน้อมนำองค์ความรู้จากโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร มาใช้ในชีวิตประจำวัน
โครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ หมายถงึ โครงการทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ทรงวางแผนพัฒนา และทรงเสนอแนะใหร้ ฐั บาลหรือหน่วยงาน
ราชการพจิ ารณาความเปน็ ไปได้ และร่วมดำเนินการ เพ่อื พฒั นาชีวติ และความเป็นอย่ขู องประชาชน โดย
นักเรียนสามารถสบื คน้ ได้จากเว็บไซต์ ของสำนักงาน กปร.
คุณค่าของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม ๓๕-๔๒
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ หมายถงึ หนังสือทรี่ วบรวมความรอู้ นั เปน็ พ้นื ฐานในทุกสาขาวิชาหรือ
รวบรวมความรใู้ นสาขาวิชาใดวิชาหน่งึ โดยเฉพาะแล้วนำมาเรียบเรียงไวต้ ามลำดบั อกั ษร เหมาะสมทจ่ี ะ
ทำการศกึ ษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง
๑๕๐
เล่มที่ ๓๕ พิมพข์ ึ้นใน พ.ศ. ๒๕๕๓ มที ั้งหมด ๙ เรื่อง วัดจีน, สงกรานต์, มวยไทย, โรคพชื และ
การจดั การดว้ ยวิธีชีวภาพ, มาตรวิทยา, การพยากรณอ์ ากาศ, โรคข้ออักเสบรูมาทอยด์, โรคเบาหวาน,
โรคสะเกด็ เงนิ
เล่มท่ี ๓๖ พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๕๔ มที ัง้ หมด ๙ เร่ือง มัสยิด, ละครชาตรี, เกวยี น, ทองคำ,
มะคาเดเมยี , หุน่ ยนต์, แอนเิ มชัน, โรคมาลาเรีย, โรคไต
เล่มที่ ๓๗ พิมพข์ ึ้นใน พ.ศ. ๒๕๕๕ มีทง้ั หมด ๙ เรอ่ื ง พระเจดยี ์, หอศลิ ป์, ศลิ ปินแหง่ ชาติ, วา่ ว,
หนงั สอื พมิ พ์, ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์, การประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม, โรคเอสแอลอี, โรคไขห้ วดั ใหญ่
เลม่ ท่ี ๓๘ พมิ พ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๕๖ มที ั้งหมด ๙ เร่ือง ลายไทย-ลายกระหนก, บายศรี, การอดุ มศึกษา,
แก้วมังกร, มะพร้าวน้ำหอม, การผลิตยารกั ษาโรค, รงั สี, โรคกระดกู และข้อในเดก็ , โรคพนั ธกุ รรมในเด็ก
เล่มที่ ๓๙ พิมพ์ข้ึนใน พ.ศ. ๒๕๕๗ มที งั้ หมด ๘ เรือ่ ง การศกึ ษาของสงฆ์, เพลงกลอ่ มเด็ก, เรือไทย,
ภมู สิ ถาปัตยกรรม, สบ่ดู ำ, การประปา, โรคเลอื ดออกงา่ ยฮโี มฟิเลีย, ศลั ยกรรมตกแตง่
เลม่ ที่ ๔๐ พมิ พข์ ้ึนใน พ.ศ. ๒๕๕๘ มีทั้งหมด ๙ เรื่อง พิพิธภัณฑสถาน, รางวลั ซีไรต์, นกเงอื กไทย,
เหด็ , การโคลนนง่ิ สตั ว์, แรเ่ หลก็ , การใชเ้ ลเซอร์ในทางการแพทย์, ไขอ้ อกผ่นื , โรคมะเรง็ ตอ่ มลกู หมาก
เลม่ ที่ ๔๑ พิมพ์ขึน้ ใน พ.ศ. ๒๕๕๙ มที ัง้ หมด ๙ เรอื่ ง ประเพณลี อยกระทง, ละครดกึ ดำบรรพ,์ โนรา,
ภมู ิลกั ษณ์เดน่ ในประเทศไทย, ทะเลไทย, ชา, วัสดทุ างวศิ วกรรมกบั การกฬี า, เทคโนโลยชี วี ภาพทางการแพทย์,
โรคหวั ใจพกิ ารแต่กำเนิด
เล่มท่ี ๔๒ พมิ พ์ขน้ึ ใน พ.ศ. ๒๕๖๔ มที งั้ หมด ๙ เรือ่ ง ประเพณขี องชาวไทยมสุ ลมิ , หนงั ตะลงุ , หญา้
แฝก, แมว, มลพิษของดินและการเกษตร, แสงซินโครตรอน, อาชญากรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์, จิตวทิ ยา
พัฒนาการเดก็ และวัยร่นุ , โรคมะเรง็ ในเด็ก
การน้อมนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้ปฏบิ ัตใิ นชุมชน และสงั คม
หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง หมายถงึ แนวปฏบิ ัติ ซงึ่ พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปรารถนาจะใหร้ ากแก้วในสงั คมไดย้ ดึ เป็นแนวดำรงชวี ติ เพือ่
ความอยู่ดีกนิ ดี ซ่งึ องคป์ ระกอบสำคญั ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง คือ พอประมาณ มเี หจผุ ล มภี ูมคิ ุ้มกนั มีความรมู้ ี
คุณธรรม คนทุกกลุ่มทกุ อาชพี สามารถนอ้ มนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดำเนนิ ชวี ติ ใหไ้ ดม้ ากที่สุดเท่าทจ่ี ะทำได้
แนวทางการนอ้ มนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชป้ ฏิบัติในชมุ ชน และสังคม เช่น มีการรว่ มคิด
รว่ มทำ และร่วมมือกัน เพอื่ ชว่ ยเหลอื ตอ่ ส่วนรวม รักษาผลประโยชน์ภายในชุมชน และสว่ นรวม มกี ารเรียนรู้
แลกเปลย่ี นความคิดเหน็ ซง่ึ กนั และกนั มกี ารจดั การ และแก้ไขปญั หารว่ มกนั ของคนในชมุ ชน โดยมุ่งเน้น
ความสามคั คี และสร้างความเขม้ แข็งในชุมชน
การนอ้ มนำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร ดา้ นการมีส่วนรว่ ม มาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั
หลกั การทรงงาน ด้านการมสี ว่ นร่วม เปิดโอกาสใหท้ ุกฝา่ ยไดม้ ารว่ มแสดงความคิด หรือทเี่ รยี กว่า
ประชาพจิ ารณเ์ พ่อื รบั ทราบปญั หาและความต้องการของประชาชน
การเป็นผนู้ ำในการพฒั นาโรงเรยี น
การพฒั นาโรงเรียนเปน็ ความพยายามทจ่ี ะปรับปรงุ เปลยี่ นแปลงระบบของโรงเรียนทุกระบบ โดยมี
การวางแผนการดำเนินงานอยา่ งดี เพอื่ ใหส้ ถานศึกษาท่ไี ดร้ บั การปรบั ปรุงแล้วสามารถดำเนินการได้อยา่ ง
มีประสิทธภิ าพ และประสิทธผิ ล
ผูน้ ำ (Leadership) คือ หวั หนา้ ทางดา้ น 'จติ ใจ' เป็นทักษะอยา่ งหนึง่ ทส่ี ามารถจัดการทงั้ งานและคน
ในองคก์ รไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๑๕๑
ในฐานะนักเรยี นถงึ แมว้ า่ จะเปน็ เดก็ และเยาวชน กส็ ามารถที่จะเป็นผู้นำในการดำเนนิ กิจกรรม หรือ
เปน็ ตวั อยา่ งท่ีดเี พือ่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาภายในโรงเรียนได้ เช่น เปน็ ผ้นู ำในการทำกจิ กรรมจติ อาสา เปน็ ผ้นู ำใน
การรณรงค์รกั ษาความสะอาด และสงิ่ แวดลอ้ มภายในโรงเรยี น เป็นตน้
การดำเนนิ การจัดกิจกรรมน้อมสำนึกในพระมหากรณุ าธิคุณ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็น
แบบอย่างของการดำรงชีวิตบนทางสายกลาง และความพอเพียงทรงยึดมนั่ ในประโยชนส์ ุขของพสกนิกร
ทุกด้าน เพอื่ นอ้ มรำลกึ ในพระมหากรณุ าธิคุณ ควรจดั กจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
วิธีการเขยี นโครงการ ประกอบดว้ ยหัวข้อได้แก่ ช่อื โครงการ ท่ีมาและความสำคญั วัตถปุ ระสงค์
เปา้ หมาย กำหนดการ ผรู้ บั ผดิ ชอบ งบประมาณ ประโยชนท์ ่คี าดว่าจะได้รับ
นักเรยี นสามารถทจี่ ะวางแผนเพอ่ื เสนอโครงการในการดำเนนิ การจดั กจิ กรรมนอ้ มสำนึกในพระมหา
กรุณาธคิ ณุ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ตามความ
แหมาะสมได้
รปู แบบการจดั การเรยี นรู้
๑. การจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process)
๒. รปู แบบการเรียนร้โู ดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project -Based Learning)
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
โครงการน้อมสำนึกในพระมหากรณุ าธิคุณ นำองคค์ วามรู้ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร สกู่ ารพฒั นาโรงเรียน
วธิ ีการวัดผล ประเมินผล
จติ พสิ ยั
๑. การประเมินตนเองของผเู้ รยี น
๒. การประเมนิ โดยเพอื่ น/ผปู้ กครอง
ทักษะพสิ ยั
๑. การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิ
๒. การประเมินโดยเพอ่ื น/ผปู้ กครอง
๓. การประเมนิ ตนเองของผเู้ รยี น
บรรณานกุ รม
กฤษณส์ ัมพันธ์ เมนะสตู . ๒๕๖๐. แนวทางการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เพอื่
การพัฒนาทย่ี ่ังยืน (Online). www.matichon.co.th, ๑๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
มลู นิธิโครงการสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร. ม.ป.ป. หนังสือสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
(Online). https://saranukromthai.or.th, ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
สำนกั งานคณะกรรมการพิเศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ. ๒๕๖๓.
สรปุ ข้อมูลโครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ (Online). www.rdpb.go.th, ๑๖กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
สำนักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ (สำนกั งาน
กปร.). ๒๕๖๒. หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร.
กรุงเทพฯ: หจก.อรุณการพมิ พ์.
๑๕๒
แผนการใชห้ ลักสูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา กา้ วที่ ๑๑ รหัสวิชา ส๓๐๒๑๕
หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๒ ช่ือหนว่ ย พฒั นาทอ้ งถ่ินด้วยอาชพี
เวลาที่ใช้ในการจัดการเรียนการรู้ ๑๐ คาบเรียน
ผลการเรียนร้ปู ระจำหนว่ ย
๑. ออกแบบกจิ กรรม และดำเนนิ การพฒั นาท้องถน่ิ และจังหวดั ในฐานะเยาวชนในท้องถิน่
๒. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
๓. สร้างการรวมกลมุ่ เพอื่ ออกแบบ และพฒั นาการประกอบอาชพี
สาระการเรยี นรู้
จติ พิสยั
๑. การพฒั นาทอ้ งถนิ่ จังหวดั นครนายก
๒. การนอ้ มนำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร ด้านไม่ติดตำรา ทำให้ง่าย ดา้ นพออยพู่ อกนิ มาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวัน
ทักษะพิสัย
๑. การรวมกล่มุ เพอ่ื ออกแบบ และพฒั นาการประกอบอาชพี
๒. การออกแบบกจิ กรรม และดำเนินการกจิ กรรมพฒั นาทอ้ งถนิ่ จังหวัดนครนายก
สาระสำคัญ
การพฒั นาทอ้ งถ่นิ จังหวัดนครนายก
การพัฒนาท้องถิน่ หมายถงึ ขบวนการอยา่ งหนง่ึ ทน่ี ำมาใชเ้ พ่อื เปน็ การกระต้นุ และสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ
ความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ขึ้น และเข้าร่วมมือในการดำเนนิ การปรบั ปรุงความเป็นอยู่ของตนเอง และเสริมสร้าง
ท้องถน่ิ ใหเ้ จริญกา้ วหน้าการพฒั นาท้องถนิ่ ในด้านวฒั นธรรม เชน่ อาหาร เครอ่ื งนุ่งหม่ เป็นตน้ ตัวอย่าง
การพัฒนาท้องถ่ินในด้านทรัพยากร เชน่ การนำทรพั ยากรในทอ้ งถิน่ มาทำให้เกิดคุณค่า
การมสี ว่ นร่วมในการพัฒนาท้องถ่ินของประชาชนมคี วามสำคัญอยา่ งยิง่ ในการพฒั นา โดยเฉพาะ
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ซง่ึ ถอื ไดว้ า่ เป็นองคก์ รปกครองทปี่ ระชาชนสามารถเข้ามามสี ่วนร่วมได้มากทสี่ ุด
เนอื่ งจากเปน็ องค์กรปกครองท่ีได้รบั การกระจายอำนาจจากรฐั บาลกลางใหป้ ระชาชนมอี ำนาจในการปกครอง
ตนเอง ทำใหอ้ งค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ เปรยี บเสมอื นรฐั บาลของทอ้ งถิ่น มอี ำนาจในการบรหิ ารพฒั นาท้องถนิ่
ทมี่ คี วามเป็นอิสระ และสามารถตอบสนองต่อความตอ้ งการของประชาชนในพนื้ ทไ่ี ดม้ ากท่ีสดุ ดงั นนั้ รูปแบบ
การมสี ่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของประชาชน เป็นการมสี ว่ นร่วมของประชาชนในการพัฒนาผ่านท้องถิ่น
ด้วยการแสดงความคิดเห็น การเสนอแนะหรอื การเสนอความตอ้ งการ การมสี ่วนรว่ มในการตดั สินใจในรปู ของ
การใชส้ ทิ ธิเ์ ลอื กทางเลอื กเพอื่ ใหเ้ ปน็ ฉันทามติ การมสี ว่ นรว่ มในการปฏบิ ตั ิ และการมสี ่วนรว่ มในการติดตาม
ประเมินผลใหก้ ารดำเนินขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น ผา่ นกระบวนการนโยบายสาธารณะที่สำคัญ ๓ สว่ น
หลกั คอื ๑) การมีส่วนร่วมในการผลกั ดนั นโยบาย ๒) การนำนโยบายไปปฏบิ ัติ การติดตาม และประเมนิ ผล
และ ๓) การสะท้อนกลบั ถึงค่านิยมตอ่ นโยบายของประชาชน เพ่อื นำไปสกู่ ารปรบั ปรงุ นโยบายให้ดยี ิ่งขึน้ ต่อไป
๑๕๓
การนอ้ มนำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ด้านไม่ตดิ ตำรา ทำใหง้ ่าย ดา้ นพออยู่พอกนิ มาประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั
หลกั การทรงงานดา้ นไม่ตดิ ตำรา ทำใหง้ ่าย คือ ไมผ่ กู มัดกบั วิชาการและเทคโนโลยที ่ีไม่เหมาะสมกบั
สภาพชวี ิตความเป็นอย่ทู ี่แทจ้ รงิ ของคนไทยเพราะสภาพปญั หามีไมเ่ หมือนกนั การทำสิง่ ยากใหก้ ลายเป็นง่าย
เปน็ การแก้ปญั หาดว้ ยการใช้กฎแห่งธรรมชาติเป็นแนวทาง
หลกั การทรงงานดา้ นด้านพออย่พู อกนิ ตอ้ งมที รพั ยากรใหเ้ พยี งพอตอ่ การดำรงชวี ติ ตอ้ งอาศัยความ
อุดมสมบูรณข์ องทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มเป็นสำคญั ดังนน้ั ต้องฟน้ื ฟูทรพั ยากรธรรมชาติใหม้ ีความ
ยัง่ ยนื
การรวมกลมุ่ เพือ่ ออกแบบ และพฒั นาการประกอบอาชีพ
การรวมกลมุ่ เพ่อื ประกอบอาชพี หรือทางเศรษฐกจิ ปกติในทอ้ งถิ่นสว่ นใหญ่เป็นการทำอาชพี
เกษตรกรรม ดังนั้นการรวมกลุ่มจะทำให้ผมู้ อี าชพี ไมจ่ ำเป็นต้องพงึ พาพ่อคา้ คนกลางในการจำหนา่ ยสินค้า
และทำใหส้ ามารถตอ่ รองราคาสนิ ค้าทีจ่ ะจำหนา่ ยได้ การรวมกลมุ่ เพ่อื ประกอบอาชีพเปน็ การสรา้ งรายไดเ้ สริม
ให้กบั ตนเอง และครอบครวั โดยนำความรทู้ ี่ตนเองมีมาใช้แปรรปู ทรัพยากรทม่ี อี ย่ใู หม้ คี ุณคา่ เพ่ิมราคา และ
สินคา้ ออกจำหน่าย จนเป็นเอกลกั ษณป์ ระจำหมบู่ ้านและทอ้ งถ่นิ เช่น การทอผ้า การทำขนม เป็นต้น
การรวมกลมุ่ เพื่อการประกอบอาชพี เป็นการรวมตัวของชาวบา้ นทีป่ ระกอบอาชพี เดยี วกนั ดำเนนิ
กิจกรรมดา้ นอาชีพ ผลผลิต และจำหน่ายอยา่ งต่อเนอื่ ง โดยมีคณะกรรมการดำเนนิ งานของกลุ่ม มีระเบียบ
ข้อบงั คบั เพอื่ สง่ เสรมิ ให้มกี ารช่วยเหลอื ซ่งึ กัน และกนั มคี วามม่ันคงในการประกอบอาชพี และเกดิ รายไดอ้ ยา่ ง
ตอ่ เนอ่ื ง โดยขั้นตอน และวิธกี ารจัดตงั้ กลมุ่ อาชีพ มีดงั น้ี
๑. ประชาสมั พันธเ์ ชิญชวน บุคคลทป่ี ระกอบอาชีพเดียวกัน หรือประเภทเดยี วกนั เขา้ รว่ มเปน็
สมาชกิ กลมุ่ อาชพี
๒. ประชุมสร้างความรู้ ความเขา้ ใจ โดยอธิบายวัตถปุ ระสงค์ หลักการ และวธิ ีการดำเนนิ งาน
ของกลมุ่ อาชีพ
๓. ดำเนินการจดั ตง้ั กลุ่มอาชพี โดยสมาชิกรว่ มกนั โดยมีชือ่ กลมุ่ วตั ถุประสงค์กล่มุ สถานที่ตง้ั
กลุ่ม คณะกรรมการกลมุ่ กติกาของกลุ่ม ทำแผนปฏบิ ตั ิการกลมุ่
๔. รวบรวมข้อมลู กลุ่ม
๕. ยนื่ จดทะเบยี นกลุ่มตอ่ หน่วยงานทเี่ ก่ยี วข้อง
๖. ดำเนินการตามแผนทไี่ ดว้ างไว้
รปู แบบการจดั การเรยี นรู้
รปู แบบการเรียนรโู้ ดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project –Based Learning)
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
โครงงานอาชีพในท้องถิ่น
วธิ ีการวดั ผล ประเมินผล
จิตพิสยั
๑. การประเมนิ ตนเองของผู้เรยี น
๒. การประเมนิ โดยเพอื่ น/ผปู้ กครอง
๓. การสอบถาม/การสมั ภาษณ์
ทกั ษะพสิ ยั
๑. การประเมินผลการปฏบิ ตั ิ
๑๕๔
๒. การประเมินโดยเพอ่ื น/ผปู้ กครอง
๓. การประเมนิ ตนเองของผูเ้ รียน
บรรณานุกรม
วัชรนิ ทร์ อินทพรหม. ๒๕๕๗. “รปู แบบการมสี ่วนร่วมในการพฒั นาทอ้ งถ่ินของประชาชน”
วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวทิ ยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์. ๘ (๓): ๒๗๘-๒๘๙.
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.). ๒๕๖๒. หลกั การทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร.
กรงุ เทพฯ: หจก.อรณุ การพมิ พ.์
สำนักงานเสริมสรา้ งความเข้มแขง็ ชมุ ชน กรมการพฒั นาชมุ ชน. ๒๕๖๐. แนวทางการจดั ตงั้ และ
พฒั นากล่มุ อาชีพ. ม.ป.ท.
๑๕๕
คำอธบิ ายรายวิชา ชัยชนะของการพฒั นา (ส๓๐๒๑๖)
นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถ
บพติ ร ด้านบรกิ ารรวมทจ่ี ดุ เดียว ด้านร่าเรงิ ร่นื เรงิ คึกคกั ครึกคร้นื กระฉบั กระเฉง มีพลงั เป็นปจั จยั ของการ
ทำงานทีม่ ปี ระสทิ ธิภาพ ดา้ นชัยชนะของการพฒั นา มาประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั ออกแบบกจิ กรรม
เสริมสร้างวินัย หนา้ ที่ สิทธเิ สรภี าพ ในโรงเรียน พฒั นาวิธีการเรียนรตู้ ลอดชีวิตได้อยา่ งเหมาะสม เป็นผู้นำจติ
อาสาระดบั ชุมชน และสงั คม ถ่ายทอดความคดิ เห็น และทศั นคติต่อประเทศไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์
อย่างสร้างสรรค์ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความสามัคคีภายในชาติ เปน็ ผูน้ ำ หรอื มสี ว่ นร่วมในการเสรมิ สร้าง เผยแพร่ เรื่อง
มารยาทไทย การใชใ้ ชภ้ าษาไทยและการสือ่ สาร ประเพณี และวัฒนธรรมไทย เปรียบเทียบกฎหมายสำหรบั
เด็ก และเยาวชนกบั กฎหมายผู้ใหญ่ท่ีมบี ทลงโทษทแี่ ตกต่างกัน ปฏิบตั ิตนตามแนวทางการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข ร่วมรณรงคก์ ารแก้ปญั หา และสรา้ งการเปล่ียนแปลงทดี่ ใี น
สังคม แสดงออกถึงความมสี นั ตสิ ุขภายในใจ และพรอ้ มรบั มอื กับปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ แสดงออกถึงการเปน็ ผู้
มคี วามเคารพต่อสทิ ธมิ นษุ ยชน ร่วมรณรงค์สรา้ งความตระหนักในการดแู ลรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม และระบบนเิ วศ
แสดงออกถงึ พฤตกิ รรมการชว่ ยรณรงค์หรือลดปญั หา และการเปลี่ยนแปลงทส่ี ำคัญของโลก ในฐานะเยาวชน
โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้แบบ Active Learning ในการพฒั นาสติปญั ญา ทกั ษะ และเจตคติ ของ
นกั เรยี นโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ อย่างรอบดา้ น เพื่อเสรมิ สร้างเอกลกั ษณ์ “โรงเรียนทรี่ ะลึกแห่งรชั กาลท่ี ๙”
และอตั ลกั ษณ์ “พลเมอื งดีวถิ ี น.ว.ม.” ใหน้ กั เรยี นเตบิ โตเปน็ พลเมอื งทีด่ ขี องสังคมไทย และสังคมโลกอย่างมี
ความสุข
ผลการเรียนรู้
๑. นำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
๒. ออกแบบกิจกรรมเสรมิ สรา้ งวินยั หนา้ ท่ี สิทธเิ สรภี าพ ในโรงเรียน และดำเนนิ การ
๓. พัฒนาวิธีการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ ได้อยา่ งเหมาะสม
๔. พฒั นาชุมชน และสงั คมโดยเป็นผ้นู ำในกจิ กรรมจติ อาสา
๕. ถา่ ยทอดความคดิ เหน็ และทศั นคตติ ่อประเทศไทย และสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ อยา่ งสรา้ งสรรค์
เพื่อใหเ้ กดิ ความสามัคคภี ายในชาติ
๖. พฒั นาตนเอง และจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ ผอู้ ่ืน เร่ืองมารยาทไทย การใช้ภาษาไทย และการสือ่ สาร
ประเพณี และวฒั นธรรมไทย
๗. เปรยี บเทยี บกฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชนกับกฎหมายสำหรับผู้ใหญ่
๘. ปฏิบตั ติ นตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ
๙. รว่ มรณรงคก์ ารแกป้ ญั หา และสรา้ งการเปล่ียนแปลงท่ดี ีในสงั คม
๑๐. แสดงออกถงึ ความมสี นั ตสิ ขุ ภายในใจ และพร้อมรบั มอื กบั ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์
๑๑. แสดงออกถงึ การเป็นผู้มีความเคารพต่อสิทธมิ นุษยชน
๑๒. รว่ มรณรงค์ สง่ เสริมเพอ่ื สรา้ งความตระหนกั ในการดแู ลรกั ษาสงิ่ แวดล้อม และระบบนเิ วศ
๑๓. แสดงออกถงึ พฤติกรรมการช่วยรณรงคห์ รอื ลดปัญหา และการเปล่ยี นแปลงท่ีสำคญั ของโลก ใน
ฐานะเยาวชน
๑๕๖
หนว่ ยการเรยี นรู้
รายวชิ า ชยั ชนะของการพฒั นา (ส๓๐๒๑๖)
หนว่ ยการเรยี นรู้ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ท่ี
๑ เวทีเยาวชนไทย เวลาในการจดั กิจกรรม
โลกน่าอยูด่ ว้ ยมอื เรา การเรียนการสอน (คาบ)
๒ สมาธกิ บั การดำเนนิ ชีวิต
๓ ๑๒
รวม ๕
๓
๒๐
๑๕๗
แผนการใช้หลักสตู ร
รายวิชา ชยั ชนะของการพฒั นา รหสั วิชา ส๓๐๒๑๖
หน่วยการเรยี นรู้ ท่ี ๑ ชอื่ หน่วย เวทเี ยาวชนไทย
เวลาท่ใี ช้ในการจัดการเรยี นการรู้ ๑๒ คาบเรียน
ผลการเรยี นรปู้ ระจำหนว่ ย
๑. เปรียบเทยี บกฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชนกบั กฎหมายสำหรับผ้ใู หญ่
๒. นำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวัน
๓. พฒั นาตนเอง และจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ ผอู้ ่ืน เรอ่ื งมารยาทไทย การใช้ภาษาไทย และการส่อื สาร
ประเพณี และวฒั นธรรมไทย
๔. ร่วมรณรงคก์ ารแกป้ ญั หา และสร้างการเปลีย่ นแปลงทีด่ ีในสงั คม
๕. แสดงออกถงึ การเป็นผมู้ คี วามเคารพตอ่ สทิ ธมิ นุษยชน
๖. ถา่ ยทอดความคดิ เหน็ และทัศนคตติ ่อประเทศไทย และสถาบนั พระมหากษตั ริย์ อย่างสรา้ งสรรค์
เพือ่ ใหเ้ กดิ ความสามัคคภี ายในชาติ
๗. ปฏิบตั ิตนตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ
๘. ออกแบบกิจกรรมเสรมิ สรา้ งวนิ ยั หน้าท่ี สิทธเิ สรภี าพ ในโรงเรียน และดำเนนิ การ
๙. พฒั นาวธิ กี ารเรยี นรตู้ ลอดชวี ิตได้อยา่ งเหมาะสม
สาระการเรยี นรู้
พุทธิพสิ ยั
๑. ความแตกต่างระหวา่ งกฎหมายสำหรับเด็ก และเยาวชนกบั กฎหมายสำหรบั ผใู้ หญ่
จติ พสิ ัย
๑. การนอ้ มนำหลักการทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราชบรมนาถบพติ ร ดา้ นบรกิ ารรวมทจี่ ดุ เดยี ว ดา้ นรา่ เรงิ ร่นื เรงิ คกึ คกั ครึกคร้นื กระฉับกระเฉง มีพลงั
เป็นปจั จยั ของการทำงานท่ีมปี ระสทิ ธิภาพ ด้านชยั ชนะของการพัฒนา
๒. มารยาทไทย การใช้ภาษาไทย และการสอื่ สาร ประเพณี และวัฒนธรรมไทย
๓. การสรา้ งการเปลี่ยนแปลงที่ดใี นสงั คม
๔. การเป็นผมู้ คี วามเคารพตอ่ สิทธิมนษุ ยชน
ทักษะพสิ ัย
๑. การถ่ายทอดความคิดเหน็ และทศั นคติตอ่ ประเทศไทย และสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์
๒. การจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ ผู้อืน่ เรอ่ื งมารยาทไทย การใชภ้ าษาไทย และการสอื่ สาร ประเพณี และ
วฒั นธรรมไทย
๓. การปฏิบัตติ นตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
๔. การรณรงคก์ ารแก้ปัญหา และสรา้ งการเปลยี่ นแปลงทด่ี ีในสงั คม
๕. การออกแบบ และดำเนนิ การกิจกรรมเสรมิ สร้างวินัย หนา้ ท่ี สิทธเิ สรภี าพ ในโรงเรยี น
๖. การพฒั นาวธิ กี ารเรยี นรู้ตลอดชวี ิต
๑๕๘
สาระสำคญั
ความแตกตา่ งระหว่างกฎหมายสำหรบั เด็ก และเยาวชนกบั กฎหมายสำหรบั ผ้ใู หญ่
การใช้ดลุ พนิ จิ ของศาลในการกำหนดโทษทจ่ี ะลงแกผ่ กู้ ระทำความผดิ ทง้ั ในคดีทผ่ี ใู้ หญ่ และเดก็ หรือ
เยาวชนกระทำความผดิ ในบางครงั้ จงึ อาจแตกตา่ งกันเพราะอาจถูกจำกัดโดยบทบัญญัตขิ องกฎหมาย และ
ขอ้ เทจ็ จรงิ อ่ืน ๆ ซึ่งสามารถวิเคราะห์โดยแยกพจิ ารณาตามโทษทางอาญา และตวั ผกู้ ระทำความผดิ ที่เป็น
ผู้ใหญก่ ับเดก็ หรือเยาวชนไดด้ งั นี้
๑. กรณีการลงโทษประหารชีวติ โทษจำคกุ ตลอดชวี ติ โทษจำคกุ (แบบมีกำหนดระยะเวลา)
โทษกักขัง โทษปรบั และโทษรบิ ทรพั ยส์ นิ กรณผี ู้ใหญท่ ่กี ่ออาชญากรรมหรอื กระทำความผิด ประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา ๑๘ วรรคหนงึ่ บญั ญตั ิใหศ้ าลสามารถใชด้ ลุ พนิ จิ กำหนดโทษหรือลงโทษผ้กู ระทำความผิดทเ่ี ปน็
ผู้ใหญไ่ ว้ได้โดยไม่จำกัด แตใ่ นกรณเี ด็ก และเยาวชน ประมวลกฎหมายอาญา มาตา ๑๘ วรรคหน่ึงตอนทา้ ย
และวรรคสอง บัญญัตขิ ้อจำกดั ไว้ชดั เจนวา่ โทษประหารชวี ติ และโทษจำคกุ ตลอดชวี ติ มิให้นำมาใชบ้ ังคับแกผ่ ซู้ ง่ึ
กระทำความผดิ ในขณะทม่ี อี ายุต่ำกว่า ๑๘ ปี และในกรณผี ซู้ ่งึ กระทำความผิดในขณะทม่ี อี ายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ได้
กระทำความผดิ ท่ีมรี ะวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวติ ใหถ้ อื วา่ ระวางโทษดงั กลา่ วไดเ้ ปลยี่ นเปน็
ระวางโทษจำคุก ๕๐ ปี
๒. กรณีการใช้วธิ ีการสำหรบั เดก็ และเยาวชนแทนการลงโทษอาญา กรณีผใู้ หญท่ กี่ ระทำ
ความผดิ หรอื ก่ออาชญากรรม ศาลมีอำนาจลงโทษทางอาญาไดเ้ ฉพาะกรณีตามท่ีบญั ญัตไิ ว้ในประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา ๑๘ เท่านนั้ ด้วยการลงโทษประหารชวี ิต จำคุก กักขัง ปรบั และรบิ ทรัพยส์ นิ กรณเี ดก็ และ
เยาวชนโดยเฉพาะกรณเี ด็ก และเยาวชนกอ่ อาชญากรรมรา้ ยแรงแม้ศาลเยาวชน และครอบครวั จะมอี ำนาจ
ลงโทษจำคกุ (แบบมกี ำหนดระยะเวลา) หรือลงโทษกกั กันหรอื กกั ขัง หรือลงโทษปรบั และรบิ ทรัพยส์ ินแก่
จำเลยซ่ึงเปน็ เด็กหรอื เยาวชนทีก่ อ่ อาชญากรรมร้ายแรงไดโ้ ดยไมม่ ีข้อจำกัดเช่นเดยี วกบั ผู้ใหญก่ ต็ าม แตส่ ืบเน่ือง
จากปรัชญาการลงโทษเดก็ และเยาวชนนั้นไดน้ ำแนวความคดิ ทฤษฎีการลงโทษเพ่ือแกไ้ ขฟน้ื ฟู
(Rehabilitative) มาประยุกตใ์ ช้ โดยม่งุ ไปทกี่ ารคมุ้ ครองสวสั ดภิ าพ และอนาคตของเดก็ หรือเยาวชนซึง่ ควร
ไดร้ ับการอบรมส่ังสอน และสงเคราะห์ใหก้ ลบั ตนเป็นพลเมอื งดีย่ิงกว่าการท่จี ะลงโทษเป็นสำคัญ ฉะน้ัน
ในการพิพากษาคดีของศาลจงึ ตอ้ งคำนงึ ถงึ บุคลิกลักษณะ สภาพร่างกาย และสภาพจิตของเดก็ และเยาวชนซง่ึ
แตกต่างเปน็ คน ๆ ไป โดยการลงโทษจำคุกหรอื เปล่ยี นโทษหรอื ใชว้ ธิ กี ารสำหรบั เดก็ และเยาวชนน้ันจะตอ้ ง
ใหเ้ หมาะสมกบั ตวั เด็กหรือเยาวชน และพฤติการณเ์ ฉพาะเรอื่ งเปน็ กรณี ๆ ไป แมว้ ่าเดก็ หรอื เยาวชนนนั้ จะได้
กระทำความผดิ รว่ มกนั ก็ตามดังความทบี่ ัญญตั ไิ ว้ในพระราชบญั ญตั ศิ าลเยาวชน และครอบครวั และวธิ ี
พจิ ารณาคดีเยาวชน และครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๑๙
การน้อมนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ดา้ นบริการรวมทจี่ ดุ เดยี ว ดา้ นรา่ เริง รื่นเรงิ คึกคกั ครึกครื้น กระฉบั กระเฉง มพี ลงั เป็นปัจจยั
ของการทำงานท่ีมปี ระสทิ ธิภาพ ดา้ นชยั ชนะของการพฒั นา
หลักการทรงงาน ด้านบรกิ ารรวมท่จี ดุ เดียว การบรกิ ารรวมทจี่ ดุ เดยี วสำหรับเกษตรกรเป็นรปู แบบ
การบรกิ ารแบบเบด็ เสร็จ หรือ One Stop Services ทเ่ี กดิ ขึน้ ครั้งแรกในระบบรหิ ารราชการแผน่ ดินของ
ประเทศไทย เพ่อื ประโยชน์แกป่ ระชาชนท่ีจะมาขอใชบ้ รกิ าร จะประหยัดเวลา และคา่ ใชจ้ ่าย โดยทรงให้ตง้ั
ศูนย์ศึกษาการพฒั นาอันเนื่องมาจากพระราชดำรเิ ปน็ ต้นแบบในการบริการรวมทีจ่ ุดเดียว ซ่งึ มหี น่วยงาน
ราชการตา่ ง ๆ มาร่วมดำเนนิ การ และใหบ้ รกิ ารประชาชน ณ ทแี่ ห่งเดียว
หลกั การทรงงาน ดา้ นรา่ เรงิ ร่นื เรงิ คกึ คัก ครกึ ครน้ื กระฉบั กระเฉง มีพลงั เปน็ ปจั จัยของการทำงานท่ี
มีประสิทธภิ าพ การทำงานใหส้ ำเร็จ และมปี ระสิทธภิ าพตอ้ งอาศัยจิตใจเปน็ เรื่องสำคญั ต้องสรา้ งบรรยากาศ
๑๕๙
รอบตวั ใหม้ ีความสขุ ไม่เครยี ด ทรงมพี ระราชดำรสั ว่า ทำงานต้องสนุกกับงานมฉิ ะนั้นเราจะเบอ่ื และหยดุ
ทำงานในระยะตอ่ มา ดงั น้นั ปจั จัยของการทำงานท่ีมปี ระสิทธิภาพ คือ รา่ เรงิ รืน่ เริง คกึ คกั ครึกครนื้
หลักการทรงงาน ดา้ นชยั ชนะของการพฒั นา การแกไ้ ขปญั หาชีวิตความเปน็ อยู่ของประชาชน ปญั หา
ทรัพยากร และสิ่งแวดลอ้ ม เป็นเหมือนการเขา้ สสู่ งครามที่ไม่ใชอ้ าวุธในการแก้ปญั หา แต่ใชก้ ารพัฒนาเปน็
เคร่อื งมอื แกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ และทกุ ครง้ั ทส่ี ามารถแก้ปัญหาไดส้ ำเรจ็ จงึ ถือวา่ เป็นการได้รบั ชัยชนะโดยการ
พฒั นา
การจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ ผอู้ น่ื เรอ่ื งมารยาทไทย การใชภ้ าษาไทย และการส่ือสาร ประเพณี และ
วัฒนธรรมไทย
ความเปน็ ไทยนับวา่ เปน็ เอกลกั ษณ์ของชาติทท่ี ำใหค้ นไทย ประเทศไทย มีความโดดเด่นในสงั คมโลก
ไม่วา่ จะเปน็ เรอื่ งของมารยาท ภาษา ประเพณี และวฒั นธรรม ล้วนแล้วแตม่ ีคณุ คา่ ท้ังสิน้ เด็ก และเยาวชนไทย
ควรใสใ่ จและชว่ ยกันสืบทอดสง่ิ ดี ๆ ของชาตไิ ทยผ่านรปู แบบการจดั กจิ กรรมหลากหลาย
การสรา้ งการเปลย่ี นแปลงทด่ี ีในสังคม
การทจี่ ะสร้างการเปลย่ี นแปลงทีด่ ใี หเ้ กิดข้ึนไดใ้ นสงั คม ทุกคนตอ้ งเร่ิมจากการเปลย่ี นแปลงทตี่ ัวเอง
หากทกุ คนตระหนกั ในปญั หาต่าง ๆ และเริม่ เรียนรู้ พฒั นา ปรับปรงุ จากตัวเอง กจ็ ะเกดิ แรงขบั เคลอ่ื นใหส้ ังคม
เปล่ยี นแปลงไปในทางที่ดีข้ึนได้ และเมื่อเรามคี วามเข้มแขง็ แล้วก็จะสามารถมีส่วนรว่ มในการสร้างการ
เปลยี่ นแปลงทด่ี ีใหเ้ กิดขึน้ ในสังคมเป็นลำดับต่อไป
การเปน็ ผมู้ คี วามเคารพต่อสทิ ธมิ นุษยชน
มนษุ ย์ทกุ คนมสี ทิ ธิ และเสรภี าพ มคี วามรสู้ กึ และความต้องการพนื้ ฐานไม่แตกต่างกนั การแสดงออก
ถงึ ความเป็นผู้มีความเคารพต่อสทิ ธิมนษุ ยชนกเ็ ปน็ อีกหนงึ่ สง่ิ ท่ีจะทำใหส้ ังคมโลกนา่ อยู่ สงบสขุ มีความเออ้ื
อาทรตอ่ กนั
การถา่ ยทอดความคิดเหน็ และทศั นคตติ ่อประเทศไทย และสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
สถาบนั ชาติ และสถาบันพระมหากษตั รยิ ไ์ ทย อย่คู ่กู บั คนไทยมาชา้ นาน ในปจั จบุ นั เรอ่ื งของความคดิ
และการแสดงความคดิ เห็นเปิดกว้าง และนบั วา่ เป็นสิทธิเสรภี าพในการแสดงความคดิ เห็นไดห้ ากการแสดง
ความคิดเห็นนั้นไมไ่ ปกระทบสทิ ธเิ สรีภาพของยุคคลอน่ื ในการท่ีจะแสดงความคดิ เหน็ ใด ๆ ออกมามีความ
จำเป็นทเ่ี ราจะตอ้ งศึกษาหาความรู้ ข้อมูลทเ่ี กีย่ วขอ้ งเพอ่ื ใหก้ ารแสดงความคิดเห็นของเรามเี หตุ มีผล และ
เกิดผลทเ่ี ป็นประโยชน์กบั ผู้ฟงั
การปฏบิ ัตติ นตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข
สังคมประชาธปิ ไตยเป็นสงั คมทท่ี ุกคนมสี ทิ ธิเท่าเทยี มกัน สามารถแสดงความคิดเหน็ หรือมสี ่วนร่วมใน
การปกครองประเทศร่วมกัน หากแตท่ ุกคนก็มหี น้าทท่ี ่ีตอ้ งปฏบิ ตั ิเพื่อใหส้ งั คมเดนิ หนา้ ไปได้ ดังนนั้ การปฏบิ ัติ
ตามสทิ ธิ และหน้าท่ีตามรัฐธรรมนญู ของประเทศนับว่าเป็นการปฏบิ ัตติ นตามแนวทางการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ ทดี่ ี
การออกแบบ และดำเนินการกจิ กรรมเสริมสร้างวนิ ยั หนา้ ท่ี สิทธเิ สรภี าพ ในโรงเรียน
เพื่อใหก้ ารอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมอย่างสงบสขุ การเสรมิ สรา้ งวนิ ยั หนา้ ท่ี สทิ ธเิ สรีภาพในโรงเรียนจงึ เป็น
สิ่งทสี่ ำคญั เพราะเปน็ การปลูกฝังให้เด็ก และเยาวชนซมึ ซบั การมวี ินยั การเคารพในหนา้ สิทธเิ สรภี าพทง้ั ของ
ตนเอง และผู้อ่นื ในฐานะของนกั เรยี นที่อยใู่ นระดบั ทส่ี ูงกวา่ การมสี ว่ นรว่ มในการดำเนนิ กจิ กรรมเพ่ือชว่ ย
เสรมิ สร้างวนิ ัย หนา้ ท่ี สิทธเิ สรภี าพ ให้กบั รุ่นนอ้ งจึงรับวา่ เปน็ สงิ่ ทดี่ ี และมปี ระโยชน์มาก
๑๖๐
การพัฒนาวธิ กี ารเรยี นร้ตู ลอดชวี ติ
การเรียนร้ตู ลอดชีวติ เปน็ การเรียนรู้ทมี่ กี ลมุ่ เปา้ หมายเปน็ ผเู้ รยี นทกุ กลมุ่ ชว่ งวัย (life-long) ตง้ั แตเ่ ดก็
เยาวชน นกั ศึกษา ผู้ใหญ่ และผสู้ งู อายุ โดยแตล่ ะกลุ่ม อาจมีบรบิ ทการเรยี นรทู้ ีแ่ ตกตา่ งกัน (life-wide) เชน่
การเรียนรู้ภายในสถาบันครอบครัว สถาบนั การศกึ ษา ชมุ ชน หรอื สถานประกอบการ ๔๗ รปู แบบของ
การจัดการเรียนรตู้ ลอดชีวติ แบ่งออกได้เป็น ๓ แบบ ได้แก่ ๑) การเรยี นรู้ในระบบ (formal learning) ทอี่ ยู่ใน
สถาบันการศึกษาหรอื การฝกึ อบรม และนำไปสู่คณุ วฒุ ิทางการศึกษาที่ได้รบั การยอมรบั ๒) การเรียนรู้นอก
ระบบ (non-formal learning) ซึ่งเป็นการเรียนรทู้ ่มี สี ิง่ แวดลอ้ มการเรยี นรเู้ หมือนการเรียนในระบบ แต่ไม่ได้
นำไปสู่การให้คณุ วฒุ ิ และ ๓) การเรียนรูต้ ามอธั ยาศัย (informal learning) ซงึ่ เปน็ การเรียนรู้ทเ่ี กิดข้นึ ใน
ชีวิตประจำวัน โดยท่ีผเู้ รยี นรู้อาจไม่ได้ตระหนักถึงการสรา้ งความร้แู ละทกั ษะจากการเรียนรู้ดังกล่าวก็ได้
จากสถานการณ์ในปจั จบุ นั จะเหน็ วา่ การเรียนจากระบบการศกึ ษาเพียงครง้ั เดยี วเพอ่ื ใช้งานตลอดชีวิต
จะไมเ่ พียงพอทีจ่ ะตอบโจทยว์ ิถชี วี ติ ใหม่ท่คี นตอ้ งทำงานหลายอาชพี และความรมู้ ีแนวโน้มทจี่ ะเปล่ยี นไปอยา่ ง
รวดเร็วจงึ ตอ้ งการระบบสง่ เสรมิ การศกึ ษา และการเรยี นรูต้ ลอดชีวติ ทีเ่ อื้อใหค้ นได้พฒั นาทักษะอยา่ งเท่าทนั ตอ่
การเปลีย่ นแปลง ท้ังนี้ การเรียนรู้เป็นองคป์ ระกอบสำคญั ของนโยบายเศรษฐกจิ การคลงั แรงงาน เพอื่ ตอบ
โจทยก์ ารเตบิ โตทางเศรษฐกจิ และการพฒั นาสงั คมอยา่ งย่งั ยืน ๔๙ นอกจากนี้ การเรียนรูต้ ลอดชีวติ ยงั
สมั พนั ธก์ บั การลดระดับความเหลอ่ื มล้ำ และความยากจนของสงั คมในภาพรวม โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ การฝึก
อบรมพัฒนาทักษะแบบอาชีวศกึ ษาให้แก่ผูใ้ หญ่ทเ่ี ป็นกำลงั แรงงาน มีความสัมพนั ธ์กบั โอกาสการจ้างงานที่
เพิ่มข้นึ การไดร้ บั ค่าจา้ งที่สงู ขนึ้ และยังสัมพันธก์ บั การเปลยี่ นแปลงตวั เองในด้านสุขภาวะ การมองโลกในแงด่ ี
และการรบั ร้คู วามสามารถในการควบคมุ พฤติกรรม (perceived control)
รปู แบบการจดั การเรียนรู้
๑. รปู แบบการเรียนรู้โดยใชก้ จิ กรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)
๒. การจดั การเรยี นรโู้ ดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) การปฏบิ ัติ
๓. การจัดการเรียนรโู้ ดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process)
๔. การจัดการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการคิด
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
การจดั เวทเี สวนาระดบั เยาวชนในประเด็นตา่ ง ๆ ของสงั คมไทย และสงั คมโลก
วิธกี ารวดั ผล ประเมินผล
พุทธพิ ิสัย
การทดสอบอัตนัย
จติ พิสัย
๑. การสงั เกตพฤติกรรม
๒. การประเมนิ ตนเองของนกั เรยี น
๓. การประเมินโดยเพอ่ื น
ทักษะพสิ ัย
๑. การทดสอบภาคปฏิบตั ิ
๒. การประเมนิ ผลการปฏิบัติ
๓. การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
๔. การประเมนิ โดยเพอ่ื น
๑๖๑
บรรณานกุ รม
กลมุ่ ยทุ ธศาสตร์กำลังคนในระบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตรว์ จิ ัยและนวัตกรรม. ๒๕๖๓.
การสง่ เสรมิ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ิต (Lifelong learning) เพือ่ รองรับการพลกิ โฉมฉับพลนั และวิกฤตการณ์
โลก. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศกึ ษา วิทยาศาสตร์วจิ ยั และนวตั กรรมแหง่ ชาติ.
วรวทิ ย์ ฤทธทิ ิศ. ๒๕๖๐. มาตรการดำเนนิ การกับเด็กและเยาวชนทีก่ ่ออาชญากรรมรา้ ยแรง.
หลักสูตรการปอ้ งกันราชอาณาจกั ร รุ่นที่ ๖๐, วทิ ยาลยั ป้องกันราชอาณาจกั ร สถาบันวชิ าการป้องกันประเทศ.
สำนกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอื่ ประสานงานโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.). ๒๕๖๒. หลกั การทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร.
กรุงเทพฯ: หจก.อรุณการพมิ พ์.
๑๖๒
แผนการใชห้ ลกั สตู ร
รายวชิ า ชัยชนะของการพฒั นา รหัสวิชา ส๓๐๒๑๖
หน่วยการเรยี นรู้ ท่ี ๒ ชือ่ หน่วย โลกน่าอยู่ด้วยมือเรา
เวลาที่ใชใ้ นการจัดการเรยี นการรู้ ๕ คาบเรยี น
ผลการเรยี นรู้ประจำหน่วย
๑. รว่ มรณรงค์ ส่งเสริมเพ่อื สร้างความตระหนกั ในการดแู ลรกั ษาสิ่งแวดลอ้ ม และระบบนเิ วศ
๒. แสดงออกถงึ พฤติกรรมการช่วยรณรงค์หรอื ลดปญั หา และการเปลีย่ นแปลงทส่ี ำคัญของโลก ใน
ฐานะเยาวชน
๓. พัฒนาชมุ ชน และสงั คมโดยเปน็ ผ้นู ำในกจิ กรรมจติ อาสา
สาระการเรยี นรู้
จติ พสิ ัย
๑. ความตระหนักในการดูแลรักษาสงิ่ แวดลอ้ ม และระบบนเิ วศ
๒. การรณรงคห์ รอื ลดปัญหา และการเปล่ยี นแปลงทส่ี ำคญั ของโลก ในฐานะเยาวชน
ทกั ษะพสิ ัย
๑. การรณรงค์ สง่ เสรมิ เพื่อสร้างความตระหนกั ในการดูแลรกั ษาสิง่ แวดลอ้ ม และระบบนิเวศ
๒. การปฏิบตั กิ จิ กรรมจิตอาสาเพ่ือพัฒนาชมุ ชน และสังคม
สาระสำคัญ
ความตระหนกั และการรณรงค์ ส่งเสริมเพอ่ื สร้างความตระหนักในการดูแลรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม และ
ระบบนิเวศ
ความตระหนกั ตามความหมายท่อี ้างอิงจากพจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑิตยสถานไดใ้ หค้ วามหมายของ
คำตระหนัก (กริ ิยา) วา่ รูป้ ระจกั ษ์ชดั ร้ชู ัดเจน ดงั น้นั ความ ตระหนกั ในสงิ่ แวดลอ้ ม จงึ หมายถงึ การรปู้ ระจักษ์
ชดั หรือรู้ชดั เจนในเร่ืองสง่ิ แวดลอ้ ม ความตระหนกั ในสงิ่ แวดล้อมมีความหมายโดยนัยเหมอื นกบั การมจี ิตใต้
สำนึกในการรกั ษาสิ่งแวดล้อมเพราะความตระหนักเป็นการรู้ทอ่ี ยู่ใต้จติ สำนกึ ตลอดเวลา ครงั้ ใดทเ่ี กดิ ปญั หา
หรือพบเห็นเรื่องราวทเ่ี รามคี วามรกู้ จ็ ะดึงจิตใต้สำนึกทำใหเ้ ห็นภาพได้อย่างชัดเจน ไมว่ ่าในภาวะใดกต็ ามความ
สำนึกทฝ่ี ังลกึ และถูกตอ้ งน้ันจะไม่เปลย่ี นแปลง การรู้ประจกั ษ์ชัดหรือการรชู้ ดั เจนในเรื่องสง่ิ แวดลอ้ มนัน้ ถา้ จะ
ใชค้ ำพดู ที่สามารถจดจำไดง้ ่ายสำหรบั บคุ คลทั่วไปน่าจะใชค้ ำวา่ “รแู้ จง้ เหน็ จริงในเร่อื งสง่ิ แวดลอ้ ม” ซ่ึงการรู้
แจ้งเหน็ จริงน้นั ต้องอาศยั พืน้ ฐานความร้ทู างสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งถูกตอ้ งตามหลกั การ คอื รกู้ วา้ ง และรูจ้ ักการ
ผสมผสานศาสตรแ์ ขนงตา่ ง ๆ เขา้ มาใช้แกป้ ญั หารว่ มกนั ในทุก ๆ ครั้งทเ่ี กิดปญั หาดา้ นสิ่งแวดลอ้ มข้ึน
การก่อใหเ้ กดิ ความตระหนกั ในสงิ่ แวดลอ้ มนั้นสามารถแบง่ เปน็ ลำดับได้ ๔ ขัน้ ตอน คือ
๑. มีความร้ทู ชี่ ดั เจน และซาบซึ้ง หมายถึง เขา้ ใจอยา่ งถ่องแท้ในเรอื่ งสง่ิ แวดลอ้ ม รวู้ ่าสงิ่ ใดถูก
สิ่งใดผิด ส่ิงใดดีสง่ิ ใดไม่ดี สิ่งใดก่อใหเ้ กิดประโยชน์สงิ่ ใดกอ่ ใหเ้ กิดโทษ และสงิ่ ใดกอ่ ให้เกิดผลดีและผลเสยี ต่อ
สิ่งแวดลอ้ ม
๒. มีความรัก และความหวงแหน หมายถึงรกั และความหวงแหนในสงิ่ ทเ่ี ข้าใจอย่างถ่องแท้
สำหรับเรอ่ื งราวต่าง ๆ ของส่ิงแวดลอ้ มซง่ึ เป็นสงิ่ ทถี่ กู สง่ิ ท่ีดี สิง่ ทีม่ ปี ระโยชน์ และกอ่ ใหเ้ กดิ ผลดตี อ่ มนษุ ยชาติ
และโลก เชน่ ความรกั และหวงแหนในความงามของธรรมชาติ ป่าเขา ชายทะเล เกาะแกง่ ต้นไม้ ลำธาร
ทรพั ยากรป่าไม้ และสัตวป์ ่า
๑๖๓
๓. มคี วามวิตก และหว่ งใย หมายถงึ รสู้ กึ เปน็ ห่วง และกงั วลถึงส่ิงทเี่ กิดข้นึ กบั สง่ิ แวดลอ้ ม เช่น
เป็นห่วง และกงั วลต่อลกั ษณะนิสยั ท่เี หน็ แก่ตวั ไมม่ ุ่งประโยชน์ส่วนรวม ตกั ตวงผลประโยชนจ์ ากธรรมชาติโดย
ปราศจากความพอเพยี ง ความวิตก และความห่วงใยในสภาพภัยแล้ง และวิกฤตการณก์ ารขาดแคลนน้ำซงึ่ เกดิ
จากการตัดไมท้ ำลายป่า เมื่อความวิตก และความหว่ งใยขยายวงกวา้ งข้ึน สื่อตา่ ง ๆ ก็จะช่วยกนั ผลดั ดนั
ขา่ วสารต่าง ๆ ออกสู่ผรู้ ับซึง่ ก็คือ ประชาชนทว่ั ไปทำใหเ้ กิดความรสู้ ึกเปน็ หว่ งถงึ สงิ่ ทจ่ี ะเกดิ ขึน้ กบั มนษุ ย์และ
ส่งิ แวดลอ้ มท้ังในปจั จุบัน และอนาคต ซ่งึ จะสง่ ผลใหเ้ กดิ การเปล่ียนแปลงต่อสง่ิ แวดลอ้ มในทางทด่ี ขี ึน้ ตอ่
สิง่ แวดล้อมไมม่ ากก็น้อย
๔. การปฏบิ ัติอย่างจริงจงั เป็นขน้ั ตอนทสี่ ำคัญทส่ี ุดเพอื่ ให้เกดิ ความตระหนักในสิ่งแวดลอ้ ม
เพราะขนั้ ตอนท้ัง ๓ ข้อ ท่ไี ดก้ ล่าวมาในเบื้องตน้ แล้วนน้ั เปน็ เพียงพื้นฐานทีก่ ่อให้เกิด ผลทางดา้ นลกั ษณะนสิ ัย
แต่ผลทางนามธรรมทจี่ ะเกดิ ขึ้นตอ่ สง่ิ แวดล้อมจำเป็นต้องอาศัยการปฏบิ ัติอย่างจรงิ จังทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม
ในวสิ ัยที่มนุษยแ์ ตล่ ะคนพงึ กระทำได้
การพฒั นาความตระหนกั ในสง่ิ แวดล้อมให้ประสบผลสำเรจ็ อย่างแท้จริง ตามแนวคิดของ G. Tyler
Miller นกั วิทยาศาสตรส์ งิ่ แวดลอ้ มชาวสหรฐั ได้แบง่ ลำดับของความตระหนักในสง่ิ แวดลอ้ มออกได้ ๔ ระดบั
คือ
๑. ความตระหนักในเรอ่ื ง “มลพษิ และความเส่อื มโทรมของสิ่งแวดลอ้ ม” ปัญหาส่วนใหญใ่ น
ระดับนเ้ี ราสามารถสนั นิษฐานไดว้ า่ เกดิ จากการไมจ่ ำกัดตวั ของความเจริญทางเทคโนโลยี และสภาพความ
รุดหน้าทางสงั คมซงึ่ มกี ารดำเนินไปอย่างตอ่ เนอ่ื งโดยไมม่ ที ส่ี นิ้ สดุ จงึ สรา้ งปญั หามรดกแหง่ มลพิษทง้ิ ไว้อย่าง
มากมาย
๒. ความตระหนกั ในเรื่อง “การเพม่ิ จำนวนประชากรมนุษยจ์ นเกิดสภาวะความอดอยาก”
เราตอ้ งยอมรับว่าปญั หาต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ไมว่ ่าจะเป็นการเกิดมลพิษ ความเสอื่ มโทรม และการทำลาย
ทรพั ยากรธรรมชาติ ทท่ี วีความรุนแรงอย่างมากในปัจจบุ นั ลว้ นเปน็ ผลสบื เนอ่ื งมาจากเหตผุ ล ๒ ประการคอื
๑) ปัญหาการเพิม่ ประชากรโดยเฉพาะในประเทศดอ้ ยพฒั นา และ ๒) ปญั หาการใชท้ รพั ยากรต่าง ๆ อยา่ ง
ฟมุ่ เฟือยของประเทศทเ่ี จริญแลว้ ถ้าเราไมแ่ ก้ปญั หาที่ต้นเหตุยอ่ มไมม่ วี ันทผ่ี ลพวงของปญั หาจะถกู คล่คี ลายลง
ไปได้
๓. ความตระหนกั ในเร่อื ง “โลก และจกั รวาล” เปา้ หมายของการตระหนกั ในระดบั นอ้ี ย่ทู ี่
สภาพการณ์ใช้เทคโนโลยี และแนวทางของการพฒั นาเศรษฐกจิ การเมอื งของแตล่ ะประเทศทน่ี ำมาใช้ควบคมุ
ปญั หาการเพ่มิ ประชากร ปญั หามลพิษ และการทำลายทรพั ยากรธรรมชาติ รวมถึงการปกป้องสง่ิ แวดลอ้ มให้
อยู่ในสภาพที่สมบรู ณ์ไม่ให้ถกู ทำลายโดยฝมี อื ของมนุษย์ ถา้ มนุษยข์ าดความตระหนักในระดับนี้ แนวทางที่
นำไปสกู่ ารพฒั นาที่ยัง่ ยืนทางเศรษฐกจิ และสงั คมของมนุษย์ก็จะไมป่ ระสบผลสำเรจ็
๔. ความตระหนกั ในเรือ่ ง “โลกท่ียัง่ ยืน” ความตระหนกั ทัง้ ๓ ระดบั เปน็ มมุ มองที่มนุษย์ใช้
ตัวเองเปน็ ศนู ย์กลางของการพจิ ารณา มนุษย์พยายามแสวงหาสิง่ ทจี่ ำเป็นตอ่ การยงั ชพี จากโลกตลอดเวลา
มนษุ ย์ไม่เคยยอมรบั สภาพวา่ น่ันคือ ตน้ ตอแหง่ ปัญหานานปั การทห่ี นั กลบั มาทำลายล้าง ความสขุ ของ
มนุษยชาติ การพฒั นาที่ถูกจะตอ้ งอาศัยโลกเป็นศนู ยก์ ลางหรอื ใช้สิง่ มีชวี ติ ตา่ งๆ เป็นศนู ย์ของการพจิ ารณา
เราจะไมม่ โี ลกท่ียง่ั ยนื หรือการพฒั นาทางเศรษฐกจิ และสงั คมทีย่ ง่ั ยนื ตราบจนกระทง่ั เราจะรว่ มมอื กนั และ
ทำงานโดยอาศยั กระบวนการผลิตทร่ี กั ษาสมดุลทางธรรมชาตมิ ากทส่ี ดุ การอย่รู อด และหลักประกนั ในชีวติ ก็
จะมั่นคงตามมาซงึ่ สง่ิ เหลา่ นีน้ บั เปน็ พน้ื ฐานทสี่ ำคญั ท่จี ะนำไปสโู่ ลกท่ียง่ั ยืนตอ่ ไป
๑๖๔
การรณรงค์หรือลดปญั หา และการเปล่ียนแปลงทสี่ ำคัญของโลก ในฐานะเยาวชน
ในปจั จบุ นั เยาวชนทัว่ โลกได้ลกุ ข้ึนมารณรงค์หรือลดปญั หา และการเปลย่ี นแปลงในประเดน็ ตา่ ง ๆ
ของโลกมากขนึ้ เน่ืองจากโลกในปัจจุบันเปดิ กวา้ งเยาวชนเปน็ ผทู้ จ่ี ะต้องเติบโต และใช้ชวี ิตอย่ใู นโลกใบนี้
ร่วมกัน การแสดงออกถึงการรณรงค์หรอื ลดปัญหา และการเปลยี่ นแปลงในวธิ กี ารท่ีถกู ตอ้ งตามกฎหมาย และ
ไมก่ ระทบสทิ ธิ เสรีภาพของบุคคลอนื่ จงึ เปน็ สงิ่ ทพี่ ึ่งกระทำเพือ่ เปน็ การขับเคล่ือนสังคมใหเ้ กิดการเปล่ยี นแปลง
ท่ดี ขี นึ้ ในสงั คมโลก
ตัวอยา่ งเยาวชนทวั่ โลกทร่ี ณรงค์ หรอื ลดปญั หา และการเปลยี่ นแปลงทส่ี ำคัญของโลก
๑. เกรต้า ทันเบิรก์ เด็กสาววัย ๑๕ ปี จากประเทศสวเี ดน เรื่องของเธอเรม่ิ จากการน่ังขา้ ง
นอกรัฐสภาในใจกลางเมอื งสตอกโฮลม์ จากหนง่ึ วันไดก้ ลายเปน็ สองสปั ดาห์ และในชว่ งเดือนสงิ หาคมทีร่ อ้ น
ระอุทา่ มกลางผคู้ นมากมายทเ่ี ดนิ ผ่านไปมา เกรตา้ นั่งเงยี บ ๆ พร้อมปา้ ยทเ่ี ขยี นวา่ Skolstrejk för klimatet
(หยดุ เรียนและประท้วงเพอ่ื ปกป้องสภาพภูมอิ ากาศ) สำหรบั เกรต้าแล้ว เหตผุ ลชองเธอนัน้ เรียบงา่ ยมาก
จะเสียเวลาไปโรงเรยี นเพือ่ ไปเรียนเกี่ยวกบั นกั การเมอื งทีไ่ มย่ อมลงมอื กวู้ กิ ฤตสภาพภูมอิ ากาศทำไม? ถงึ แม้
ผ้ใู หญบ่ างคนจะคดิ ว่าเดก็ ๑๕ ปี ควรอยู่ในโรงเรียน แตเ่ กรต้าได้ “โต้กลบั ” ดว้ ยความความสุจริต และเหตผุ ล
สว่ นตวั ในฐานะเยาวชน อนาคตของเธอจะเป็นภัยถา้ เราไมล่ งมอื แกป้ ญั หาการเปล่ียนแปลงของสภาพ
ภูมอิ ากาศตั้งแตต่ อนนี้ ความมุ่งม่นั ของเธอได้สรา้ งแรงกระเพ่ือมเพราะมปี ระชาชนไดเ้ ขา้ มามีสว่ นรว่ มกับ
การประท้วงกบั เธอ รวมถึงครบู างคนอกี ด้วย จากวันนนั้ การแสดงออกอยา่ งเรยี บงา่ ยทแ่ี สดงความกล้าหาญ
ของเกรตา้ ได้ทำใหเ้ ธอไดเ้ ปน็ แกนนำของคนนบั พัน และไดน้ ำเธอไปอยขู่ ้างหน้า และทา่ มกลางผนู้ ำโลก ณ งาน
COP24 เธอได้ทำใหค้ นทวั่ โลกตะลึงดว้ ยการพดู ทีต่ รง และไร้ซ่งึ ดรามา่ และสรา้ งความอบั อายใหก้ บั
นกั การเมือง และแสดงให้เห็นวา่ ผู้นำที่แท้จรงิ ควรเป็นยงั ไง “พวกคุณไม่มวี ุฒิภาวะพอที่จะยอมรบั ความจริง
และท้ิงปัญหาไวใ้ ห้กบั พวกเรา เดก็ ๆ ทง้ั หลาย หนูไมส่ นใจวา่ จะมีชอ่ื เสยี งหรอื ไม่ หนสู นแคเ่ รื่องความเป็นธรรม
ดา้ นสภาพภูมอิ ากาศ และโลกท่ียงั มีชวี ิตอยู่” ถึงแม้ COP24 จะจบลงพร้อมกบั ไมม่ ีข้อตกลงทชี่ ัดเจนทจี่ ะ
ยกระดับการลงมอื เพอื่ ตอ่ กรกบั วกิ ฤตสภาพภมู อิ ากาศทช่ี ัดเจน แต่ส่ิงทเี่ กรทตา้ พูดจะถูกบนั ทกึ ไว้ใน
ประวตั ิศาสตรแ์ ละสร้างความหวังที่ว่า ถ้าผใู้ หญ่ไมก่ ลา้ นำการเปลี่ยนแปลง เยาวชนเช่นเกรต้านน้ั เองทจี่ ะลงมอื
เอง
๒. มาลาลา ยซู าฟไซ ตอนอายุ ๑๑ ขวบ มาลาลา ยูซาฟไซ เขยี น และตพี ิมพ์ไดอารีอย่างไม่
เปิดเผยช่อื บอกเล่าเรอ่ื งราวชีวติ ของเธอในปากสี ถานภายได้การควบคมุ ของกลุ่มตาลบี นั ซงึ่ น่ันทำใหเ้ ธอได้รบั
ความสนใจอย่างกวา้ งขวาง ไม่นานหลงั จากน้นั เธอเรมิ่ เรยี กร้องเคลอ่ื นไหวอยา่ งเปดิ เผยมากขนึ้ ใหเ้ ด็กผ้หู ญงิ
สามารถเขา้ ถงึ การศกึ ษาท่ดี ี ๆ ได้ สามปีหลังจากนน้ั ชวี ิตเธอเปลีย่ นแปลงไปตลอดกาลหลงั เธอถูกกลุ่มตาลบี นั
ในปากีสถานที่ไมพ่ อใจการรณรงคเ์ คล่ือนไหวของเธอยิงทีศ่ ีรษะจนเกอื บเสียชีวติ ขณะโดยสารรถนกั เรียนกลับ
บา้ น แต่การพยายามลอบสังหารกไ็ มอ่ าจหยดุ ย้ังเธอได้ เธอกลายเป็นทร่ี จู้ ักมากขึน้ ไดข้ น้ึ ปกนติ ยสารไทมใ์ นปี
๒๐๑๔ และชนะรางวลั โนเบลสาขาสันติภาพในปเี ดยี วกนั “รางวลั นไ้ี ม่ใชเ่ พอ่ื ฉันคนเดยี ว แต่เพื่อเดก็ ๆ ทอ่ี ยาก
ได้รับการศกึ ษาซ่งึ ถูกลืม” มาลาลา กลา่ วในสุนทรพจนใ์ นพธิ รี ับรางวัล “เพอ่ื เดก็ ๆ ทหี่ วาดกลวั ซง่ึ อยากได้
สันตภิ าพ เพ่ือเดก็ ๆ ทีไ่ รเ้ สยี งซ่งึ อยากเห็นความเปลย่ี นแปลง ฉันอยตู่ รงนี้เพ่อื ตอ่ สเู้ พือ่ สิทธขิ องพวกเขา เพือ่
ทำให้คนไดย้ นิ เสยี งพวกเขา นไี่ ม่ใช่เวลาจะไปสงสารพวกเขา”
๓. เอมกิ า จอรจ์ หลงั จากอ่านพบขอ้ มลู วา่ องคก์ รการกศุ ลท่ีจดั หาผ้าอนามัยให้เด็กผหู้ ญิงใน
แอฟริกาต้องจดั หาผา้ อนามยั สง่ ไปใหเ้ ด็กผหู้ ญงิ ในองั กฤษด้วย เอมิกากต็ ดั สินใจว่าเธอตอ้ งทำอะไรสักอย่างเพ่ือ
เปล่ียนแปลงปญั หาที่ว่าแม้แต่เดก็ ในอังกฤษกย็ งั ไมส่ ามารถซอื้ ผา้ อนามยั ได้ เอมกิ า กอ่ ตั้งกลุม่ เคลอ่ื นไหว
#FreePeriods ตอนเธออายเุ พียง ๑๗ ปี จดั ชมุ นุมประทว้ งบริเวณถนนดาวนน์ ิง ซ่งึ เป็นบ้านพัก และท่ที ำงาน
๑๖๕
ของนายกรฐั มนตรีองั กฤษ โดยผูป้ ระท้วง ๒ พันคนแตง่ กายด้วยชดุ สีแดง เรียกรอ้ งใหร้ ฐั บาลลงมอื แกไ้ ข
สถานการณ์น้ี ด้วยแรงกดดนั รฐั บาลอังกฤษจงึ ประกาศวา่ จะแจกผ้าอนามยั ฟรใี นทุกโรงเรียน และวิทยาลัยใน
อังกฤษ “สำหรบั ฉนั แล้ว #FreePeriods แสดงใหเ้ หน็ วา่ เดก็ ผ้หู ญิงท่ีรสู้ กึ โกรธคนเดยี วกส็ ามารถสร้างความ
เปลย่ี นแปลงทางการเมืองไดผ้ ่านการเคลื่อนไหวเรยี กร้อง พรอ้ มกบั พลงั ของอนิ เทอรเ์ นต็ ในการเช่ือมโยงคนที่
คดิ และก็รสู้ กึ โกรธเหมือนกนั ”
การปฏิบตั กิ จิ กรรมจิตอาสาเพื่อพฒั นาชุมชน และสงั คม
จติ อาสา หมายถึง ความสำนกึ ของบุคคลทม่ี ีตอ่ ส่วนรวม เปน็ จิตทีเ่ ป็นผูใ้ ห้ คิดดี คิดทางบวก
มคี วามหวังดตี อ่ ผอู้ นื่ เป็นความสมัครใจ เตม็ ใจ ต้ังใจทำอยากชว่ ยเหลือ โดยไมห่ วังผลตอบแทน และส่งผลให้
เกิดความสุขทางจิตใจ ผู้ทีม่ จี ติ สาธารณะจะแสดงพฤติกรรมที่อาสาทำประโยชน์เพ่ือสว่ นรวม การงดเวน้
การกระทำทจ่ี ะสง่ ผลใหเ้ กดิ ความชำรุดเสียหาย การมสี ว่ นรว่ มดแู ลรักษา และเคารพสทิ ธขิ องบุคคลอ่ืนใน
การใช้ทรพั ยส์ นิ สว่ นรวม
รูปแบบการจัดการเรียนรู้
๑. รูปแบบการเรียนรูโ้ ดยใชก้ จิ กรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)
๒. การจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้กระบวนการ (Learning Process) การปฏบิ ัติ
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
กิจกรรมจิตอาสาเพอ่ื รณรงค์ลดปญั หาสงั คม และส่งิ แวดลอ้ ม
วธิ กี ารวดั ผล ประเมินผล
จิตพสิ ัย
๑. การสงั เกตพฤติกรรม
๒. การประเมนิ ตนเองของนกั เรยี น
ทักษะพสิ ัย
๑. การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิ
๒. การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
บรรณานุกรม
กรนี พีซ ประเทศไทย. ๒๕๖๒. ๕ เยาวชนนกั เคลื่อนไหวทสี่ รา้ งแรงบนั ดาลใจใหก้ บั เรา (Online).
www.greenpeace.org/thailand, ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
กิตติภมู ิ มีประดิษฐ์. ๒๕๕๙. สรา้ งความตระหนักในสิง่ แวดล้อม เพือ่ หยดุ มรดกแหง่ มลพิษ!
(Online). www.bangkokbiznews.com, ๒๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
บบี ซี ี ประเทศไทย. ๒๕๖๒. เกรยี ตา มาลาลา เอม็ มา และเอมิกา เดก็ รุน่ ใหม่ 4 คน ผเู้ ปลีย่ นแปลง
โลก (Online). www.bbc.com/thai, ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
วิชยั วงษ์ใหญ.่ ๒๕๕๔. “จติ อาสา” สารานกุ รมวิชาชีพครู เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเดจ็ พระ
เจา้ อยูห่ ัวเนื่องในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๔.
กรุงเทพฯ: สำนกั งานเลขาธิการครุ สุ ภา.
๑๖๖
แผนการใชห้ ลักสูตร
รายวชิ า ชยั ชนะของการพฒั นา รหัสวชิ า ส๓๐๒๑๖
หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๓ ช่อื หน่วย สมาธิกับการดำเนินชวี ิต
เวลาท่ใี ช้ในการจัดการเรียนการรู้ ๓ คาบเรียน
ผลการเรียนรู้ประจำหนว่ ย
แสดงออกถงึ ความมีสนั ตสิ ุขภายในใจ และพรอ้ มรับมือกบั ปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์
สาระการเรยี นรู้
จิตพิสยั
การมสี ันตสิ ุขภายในใจ และพรอ้ มรบั มือกบั ปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์
ทักษะพิสยั
การปฏบิ ตั สิ มาธิ และการนำสมาธมิ าใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
สาระสำคัญ
การมสี ันติสขุ ภายในใจ และพรอ้ มรบั มอื กบั ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์
ตามพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน คำว่า สนั ตสิ ขุ หมายถงึ ความสุขท่เี กดิ จากความสงบ และ
ความสงบ หมายถึง ระงบั เชน่ สงบจติ สงบใจ สงบสติอารมณ์ สงบศกึ , หยดุ นง่ิ เชน่ คลนื่ ลมสงบ พายสุ งบ,
กลบั เป็นปรกติ เช่น เหตกุ ารณ์สงบแล้ว, ปราศจากสง่ิ รบกวน เชน่ จติ ใจสงบ, ไม่กำเรบิ เช่น อาการไข้สงบลง
ภูเขาไฟสงบ, ไมว่ ุ่นวาย เช่น บา้ นเมอื งสงบปราศจากโจรผ้รู า้ ย
ดงั นนั้ การมสี ันตสิ ุขภายในใจกค็ อื การทเ่ี รามจี ิตใจที่หยดุ นงิ่ กลบั เปน็ ปรกติ ปราศจากสง่ิ รบกวน สง่ ผล
ให้เกดิ ความสขุ ภายในจิตใจ ปัญหา หรือสภาวะใดทก่ี ำลงั เผชิญเรากจ็ ะสามารถรับมือ มีสติในการแกไ้ ข ได้โดย
ไมเ่ ครียด หรือกงั วลใจมากจนเกนิ ไป
การทเี่ ราจะมสี นั ติสขุ ภายในใจ จำเปน็ ทจี่ ะตอ้ งฝึกสมาธิ เนอ่ื งจากสมาธิเป็นพืน้ ฐานของการฝกึ จติ ใจ
ให้สงบนง่ิ ซงึ่ หลกั ของการฝกึ ปฏิบัติสมาธมิ ดี งั น้ี
การปฏิบตั สิ มาธิ และการนำสมาธิมาใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจำวัน
การฝกึ สมาธิมมี ากมายหลายวธิ ี แตม่ ีสองวธิ ที ไ่ี ดร้ บั ความนยิ มมากทสี่ ดุ คือ วิธกี ำหนดจิตเป็นการ
รวบรวมจติ ใจใหจ้ ดจอ่ อย่กู บั สง่ิ ใดสง่ิ หน่ึง เชน่ ลมหายใจเขา้ ออก อกี วธิ หี นง่ึ คอื กำหนดสมาธิ (การเจริญสติ)
เปน็ การตระหนักรู้ทุกสิ่งทุกอยา่ งท่ีเกิดข้ึนกบั จิตใจในแตล่ ะขณะโดยไม่เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าโตต้ อบ
การฝกึ สมาธิดว้ ยวิธกี ำหนดจิตน่ังหลงั ตรงบนเบาะหรือเกา้ อ้ี มอื สองข้างวางบนหนา้ ตัก แล้วหลบั ตา
จากน้ัน จงึ เพง่ ความสนใจใหจ้ อจ่ออยกู่ ับส่ิงใดสงิ่ หนงึ่ เช่น ลมหายใจเขา้ -ออก หรอื ความรสู้ กึ ขณะลมหายใจ
ผ่านจมกู หรือปาก ควบคมุ จิตใจใหอ้ ยู่ตรงน้ตี ลอด บางครงั้ จติ อาจวอกแวกไปทางอ่ืนไดบ้ ้าง เชน่ รสู้ ึกคันขา หรอื
นกึ ถงึ เรอื่ งทจี่ ะทำหลงั จากนี้ ให้พยายามรวบรวมจิตกลบั มาท่ีลมหายใจ วธิ นี ี้เป็นการฝกึ ทกั ษะทางจิตสามดา้ น
คอื การเฝา้ ระวังสงิ่ รบกวนจิตใจ การปลอ่ ยวาง และการรวบรวมจติ ใจกลบั มาทส่ี ิง่ ทจ่ี ดจอ่ อกี คร้ัง เมอื่ ฝกึ นานไป
คุณจะรสู้ กึ ว่าทำได้งา่ ยขึน้
การฝกึ สมาธิด้วยการกำหนดสติ เป้าหมายหลกั คอื การกำหนดรใู้ นทกุ สงิ่ ทเี่ กิดขน้ึ กบั จติ ใจไมว่ า่ จะเป็น
ความคิด อามรณ์หรือความรสู้ ึกทางรา่ งกาย (เวทนา) เพยี งเฝา้ สงั เกต ไมเ่ พ่งอยทู่ ่ีใดทีเ่ ดยี ว หลกั การสำคญั ของ
วธิ นี ้คี อื การตระหนกั รเู้ ฉย ๆ แลว้ ปลอ่ ยวาง การฝกึ ทักษะนเี้ ปน็ ประจำจะช่วยใหค้ วบคุมอารมณ์ ในชีวติ
ประจำวันได้งา่ ยขึน้ ยิ่งฝึกสมาธิมากเทา่ ใดความเปล่ยี นแปลงทีเ่ กิดขน้ึ จะลึกซง้ึ มากเท่าน้นั
๑๖๗
รูปแบบการจดั การเรียนรู้
การจัดการเรยี นรู้โดยใช้กระบวนการ (Learning Process) การปฏิบตั ิ
ช้ินงาน/ภาระงาน
การฝกึ ปฏบิ ตั สิ มาธิ วนั ละ ๕-๑๐ นาที
วิธีการวัดผล ประเมนิ ผล
จติ พสิ ยั
การประเมนิ ตนเองของนักเรยี น
ทกั ษะพิสยั
การประเมนิ ตนเองของนักเรียน
บรรณานุกรม
กรมสขุ ภาพจติ . ๒๕๖๑. สมาธสิ ำหรบั ทุกคน (Online). www.dmh.go.th, ๒๒ กมุ ภาพันธ์
๒๕๖๓.
สำนักงานราชบณั ฑิตยสภา. ๒๕๕๕. พจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน (Online). https://
dictionary.orst.go.th, ๒๒ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
๑๖๘
คณะผจู้ ดั ทำ
ทป่ี รึกษา/ผทู้ รงคุณวฒุ ิ
๑. หม่อมหลวงจริ พนั ธ์ุ ทวีวงศ์ กรรมการ และรองเลขาธิการมลู นิธิชยั พัฒนา
๒. นายณฐั พงศ์ ศิรชิ นะ ผูว้ ่าราชการจังหวัดนครนายก พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๖๓
๓. พลตรี รศ.ดร.พรี พล สงน้ยุ ผู้อำนวยการกองวชิ าประวัตศิ าสตร์ ส่วนการศกึ ษา
โรงเรียนนายรอ้ ยพระจลุ จอมเกล้า
๔. ผศ.ดร.วลยั อิศรางกรู ณ อยุธยา นายกสมาคมครูสงั คมศกึ ษาแห่งประเทศไทย
๕. รศ.ดร.ศุภวรรณ เล็กวิลยั อาจารยม์ หาวิทยาลยั ราชภัฏพระนคร
๖. ดร.ธชั ทฤต เทียมธรรม อาจารยม์ หาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
๗. ดร.พิชาติ แกว้ พวง อาจารยม์ หาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร
๘. นางปริศนา สำราญกจิ ข้าราชการบำนาญ อดตี ครู วทิ ยฐานะเช่ียวชาญ
๙. ดร.กฤษ ละมลู มอญ ผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขตพนื้ ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษาเขต ๗
(พ.ศ.๒๕๖๒ - ๒๕๖๓)
๑๐. ดร.รัตติกร ทองเนตร ผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษาปราจนี บุรี
นครนายก (พ.ศ.๒๕๖๓ - ๒๕๖๔)
คณะกรรมการจดั ทำ/ปรบั ปรุง เอกสารประกอบหลักสตู ร
๑. นายสมโภช อินทปญั ญา ผอู้ ำนวยการโรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๒. นายสวุ ิภาส นุรัตน์ รองผู้อำนวยการโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๓. นางวรรณภา สมจิตต์ รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๔. นางอรรคพร ทบั ทมิ ทอง ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๕. นางพูลทรัพย์ ผันอากาศ ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๖. นางคลอพร ราซดิ ี ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๗. นายสุวรรณ เจริญยง่ิ ครู โรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๘. นางณัน อริยชาญเมธา ครู โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์
๙. นางนภณฐั ใบเนยี ม ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๑๐.นางสมบูรณ์ จันทรป์ ยิ ะวงษ์ ครู โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์
๑๑.นางสาวอุราภรณ์ เพช็ รกลม ครู โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๑๒.นางสุพญิ ดา มังสา ครู โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์
๑๓.นางรัชนี โลช่ ัยยะกลู ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๑๔.นางวราวรรณ พงษ์พรต ครู โรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๑๕.นางสาวสุทธาทพิ ย์ จนั ทมิ างกรู ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๑๖.นางกันยารัตน์ เจรญิ ยงิ่ ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๑๗.นางชุตมิ า ทะเดช ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๑๘.นายปราณตี เนยี มหอม ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๑๙.นางพรวิไล ถอยวิลัย ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๒๐.นางผาณิต สารมติ ร ครู โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๒๑.นายนวพงศ์ เก็มกาแมน ครู โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๑๖๙
๒๒.นางบษุ ยา ประสพทรพั ย์ ครู โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๒๓.นางสาวสุวิมล สุขสอาด ครู โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์
๒๔.นางณัฐพร พ้นภยั ครู โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๒๕.นายชนะ สกิ ลุ จอ้ ย ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๒๖.นายเฉลิมเกยี รติ วัฒนนศุ ิษย์ ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๒๗.นางชตุ มิ า รยู้ ่ิง ครู โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๒๘.นางสาวศิรเิ พญ็ ทองดี ครู โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์
๒๙.นางสาวเพชรัตน์ เชียงดา ครู โรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๓๐.นายศรัณยภ์ ทั ร จอโหล่ ครู โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๓๑.นางสาวศิรลิ กั ษณ์ ทองพราว ครู โรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๓๒.นางสาวบญุ ญรัตน์ กองอรรถ ครู โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์
๓๓.นางสาวอรณี เทยี มทะนงค์ ครู โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๓๔.นางสาวพัชรนิ ทร์ สุม่ มาตร ครู โรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๓๕.นางสาวเหมือนขวญั เสนอใจ ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๓๖.นางสาววรรณษิ า ศรีโสภา ครู โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๓๗.นางสาวธนภรณ์ ใจยงค์ ครู โรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๓๘.นางสาวอภริ ดี ตุม่ ศริ ิ ครู โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๓๙.นางสาวนติ ยา สนทิ ครู โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์
๔๐.นายพศิ ษิ ฏ์ รตั นาสนิ นอก ครู โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๔๑.นายชัยวฒั น์ พรมชาติ ครู โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์
๔๒.นายอนุสรณ์ กญุ ชรชยั ครู โรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๔๓.นายจำรสั วรชินา ครู โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์
๔๔.นางสาวสมสขุ แสนโสภาวรรณ ครู โรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๔๕.นางสาวโสภาพรรณ บำรงุ เขต ครู โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๔๖.นายจารุวทิ ย์ ตง้ั ศรีไพร ครู โรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๔๗.นายจริ วัฒน์ วันดี ครู โรงเรียนนวมราชานุสรณ์
๔๘.นางสาวนฤิ มน ภิญโญ ครู โรงเรียนนวมราชานสุ รณ์
๑๗๐