The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบหลักสูตร สมบูรณ์65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaiseela_26, 2022-08-07 20:30:24

เอกสารประกอบหลักสูตร สมบูรณ์65

เอกสารประกอบหลักสูตร สมบูรณ์65

๙๖

ฯลฯ
๓. ประเภทโครงการพฒั นาสงิ่ แวดล้อม

โครงการจดั สรา้ งโรงงานสกัดนำ้ มนั พชื และผลิตไบโอดเี ซล ฯ จังหวัดประจวบครี ีขันธ์
โครงการพัฒนาพ้นื ทรี่ าบเชงิ เขาปา่ ทบั ลาน (๑) ฯ จงั หวัดปราจนี บุรี
โครงการรกั ษ์ไมย้ างเมืองเพชร ฯ จงั หวัดเพชรบุรี
ฯลฯ
ประเภทโครงการอ่ืน ๆ อกี มากมาย
รูปแบบการจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรูโ้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process)
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
การจัดทำรายงาน เรอื่ ง พระราชกรณียกจิ และโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ ในภาคกลางของ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
วธิ ีการวัดผล ประเมนิ ผล
พทุ ธพิ ิสยั
การตอบสน้ั ๆ
จิตพสิ ัย
การสอบถาม/การสมั ภาษณ์
บรรณานุกรม
ธนาคารกสกิ รไทย. ๒๕๖๑. นวมนิ ทรบรมนาถราชไมตร.ี กรงุ เทพฯ: บริษทั อมรนิ ทร์พริน้ ตง้ิ แอนดพ์ บั
ลชิ ชงิ่ จำกัด (มหาชน).
สำนักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพอื่ ประสานงานโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.). ๒๕๖๓. สรปุ ขอ้ มลู โครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ ในเขตพืน้ ทภ่ี าคกลางและ
กรงุ เทพมหานคร (Online). www.rdpb.go.th, ๑๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
สำนกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.). ๒๕๖๐. ถนนทุกสายมุง่ สปู่ ระชาชน. กรงุ เทพฯ: บริษทั อมรินทรพ์ ริ้นตง้ิ แอนด์พับลิชชงิ่ จำกดั
(มหาชน).
สำนักราชเลขาธิการ. ๒๕๔๙. พระราชกรณยี กิจ ระหว่างเดอื น มกราคม – ธันวาคม ๒๕๔๙.
สมทุ รปราการ: บรษิ ทั โรงพมิ พ์ไทยวฒั นาพานิช จำกัด.

๙๗

แผนการใชห้ ลกั สตู ร
รายวิชา ตามรอยพระบิดา ก้าวที่ ๗ รหสั วิชา ส๓๐๒๑๑

หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๔ ชอ่ื หน่วย เพิ่มผลผลติ แบบพอเพียง
เวลาที่ใชใ้ นการจัดการเรยี นการรู้ ๕ คาบเรียน
ผลการเรียนรปู้ ระจำหน่วย

๑. สาธิตวธิ ีการเพ่มิ ผลผลติ ทางการเกษตร
๒. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
๓. นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ปฏิบตั ใิ นชีวิตประจำวนั
สาระการเรยี นรู้
ทกั ษะพิสัย
ปฏบิ ตั กิ ารเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
จิตพิสัย
๑. การนอ้ มนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร ด้านอธรรมปราบอธรรม ดา้ นประโยชน์สว่ นรวม ดา้ นการพึ่งตนเอง ไปใชใ้ น
ชวี ิตประจำวัน
๒. การนอ้ มนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชป้ ฏิบตั ิในชีวิตประจำวัน
สาระสำคญั
การเพมิ่ ผลผลิต (Productivity) หมายถงึ กระบวนการในการปฏบิ ตั ิงานเพือ่ ให้ไดส้ ินคา้ บรกิ าร หรือ
งานที่มคี ณุ ภาพสอดคลอ้ งกบั ความต้องการของลูกคา้ ดว้ ยวิธกี ารในการลดตน้ ทุน ลดการสญู เสียทกุ รปู แบบ
การใชท้ รัพยากรอย่างคุม้ ค่า การใช้เทคโนโลยที เี่ หมาะสม การพฒั นาศกั ยภาพของผปู้ ฏิบตั ิงาน และการใช้
เทคนคิ การทำงานตา่ ง ๆ เข้ามาเพือ่ เพ่ิมประสิทธภิ าพในการทำงาน
ตัวอยา่ งวธิ กี ารเพิม่ ผลผลติ ทางการเกษตร การลดต้นทนุ การผลิต

๑. การใชป้ ยุ๋ โดย
๑) ทำการวเิ คราะห์ดิน ซง่ึ จะทำให้เกษตรกรทราบแนวทางในการปรับปรงุ ดนิ ลดและ

จดั การปุ๋ยไดเ้ หมาะสมดบั ดินและพืชทปี่ ลกู
๒) ใชป้ ุย๋ อินทรยี ร์ ว่ มกบั ปุย๋ เคมีและปุ๋ยชีวภาพ เพ่อื ใหด้ ินมีคณุ สมบตั ทิ างกายภาพดี มี

ความอุดมสมบูรณส์ งู ขึน้
๓) ผสมปยุ๋ เคมจี ากแม่ปุย๋ ใช้เอง

๒. การใชส้ ารเคมี โดย
๑) สำรวจและประเมินความเสียหายจากการทำลายของศัตรพู ชื กอ่ นตดั สนิ ใจใช้

สารเคมเี พอ่ื ลดการใช้สารเคมี
๒) ใช้สารเคมใี ห้ถูกตอ้ งตรงกบั ชนิดของศัตรพู ชื ตามอตั ราที่แนะนำของผลิตภัณฑ์ เป็น

การควบคุมศตั รูพืชอย่างมีประสทธภิ าพและเกิดการใช้ปรมิ าณสารเคมอี ย่างเหมาะสม
๓) ปรับค่าความเป็น กรด-ด่าง ของน้ำทใ่ี ชผ้ สมสารเคมีใหอ้ ยูร่ ะหว่าง ๕.๕-๖.๕ รวมท้งั

เลือกหัวพ้นและเวลาใหเ้ หมาะสมเพือ่ ช่วยเพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการป้องกันกำจดั ศตั รูพชื และประหยัดสารเคมี

๙๘

๓. การสง่ เสรมิ และรวมกลุ่มการใชเ้ ครื่องจกั รกลการเกษตรทเ่ี หมาะสมร่วมกัน เพอื่ ลดการ
จ้างแรงงานและเกดิ การใชเ้ ครอ่ื งจกั รกลทางการเกษตรอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

๔. การสง่ เสรมิ การให้นำ้ อยา่ งเป็นระบบ การให้ปุ๋ยผ่านทางระบบนำ้ เพอ่ื เพม่ิ
ประสิทธิภาพของการใหน้ ำ้ ลดปรมิ าณการใชป้ ุ๋ย และลดการใช้แรงงาน

๕. เลอื กชนดิ พืชทเี่ หมาะสมกับพื้นท่ี จะทำใหไ้ ดผ้ ลผลติ ทส่ี ูงกว่า กอ่ ให้เกดิ รายได้หรือกำไร
ท่สี ูงกวา่ การปลูกพืชชนดิ ท่ีไมเ่ หมาะสมกบั พื้นท่ี

การเพม่ิ ผลผลติ ทางการเกษตรไม่ได้หมายถงึ การลดตน้ ทนุ การผลิตอย่างเดยี ว แตห่ มายถงึ การพฒั นา
คุณภาพเพื่อเพิ่มมูลคา่ เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขนั ให้กบั เกษตรกรด้วย

แนวทางในการพฒั นาของกรมส่งเสรมิ การเกษตรมแี นวทางในการเพมิ่ ผลผลิตทางการเกษตร ดงั น้ี
๑. วเิ คราะหค์ วามเหมาะสมของดินโดยการใชแ้ ผนทเ่ี กษตร โดยไดว้ ิเคราะหค์ วามเหมาะสม

ของพืชเศรษฐกจิ ๑๓ ชนิด ไดแ้ ก่ ขา้ ว มนั สำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลย้ี งสตั ว์ อ้อยโรงงาน
ลำไย สับปะรดโรงงาน เงาะ ทเุ รียน มงั คุด กาแฟ มะพร้าว

๒. เพม่ิ ความรู้ในการผลิตพืชด้วยการอบรม ศกึ ษาดูงาน เช่น แนวทางการผลติ การตลาดท่ี
สำคญั หรอื ตวั อยา่ งเกษตรกรท่ีประสบความสำเรจ็ จากการปรับเปลีย่ นการปลูกพชื ให้เหมาะสมกับพ้ืนทที่ ี่
เกษตรกรสนใจ

๓. เรม่ิ การปรบั เปลยี่ นการผลิตพืชใหม่ โดยสนับสนนุ ปจั จยั การผลติ พืชเบ้อื งต้น เพ่ือให้
เกษตรกรปรับเปล่ียนพชื ใหเ้ หมาะสมกบั พน้ื ที่ได้ในทันที

๔. ตดิ ตามการปรับเปล่ยี นการปลกู พชื ของเกษตรกร เพอื่ ใหค้ ำแนะนำการผลติ ท่เี หมาะสม
รวมถึงการลดตน้ ทนุ การผลติ การเพม่ิ ผลผลติ ใหม้ ากขน้ึ

หลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร

๑. ดา้ นอธรรมปราบอธรรม ทรงนำความจรงิ ในเรอ่ื งความเปน็ ไปแห่งธรรมชาตแิ ละกฎเกณฑ์
ของธรรมชาตมิ าเปน็ หลกั การแนวปฏบิ ัตทิ ่สี ำคญั ในการแกป้ ญั หา และการเปล่ียนแปลงสภาวะทไี่ มป่ กติใหเ้ ขา้ สู่
ปกติ ทรงคิดค้นวธิ ีบำบดั นำ้ เสียโดยใชผ้ กั ตบชวาดดู ซมึ ส่งิ สกปรกปนเปื้อนในนำ้

๒. ด้านประโยชนส์ ว่ นรวม ทรงเห็นว่าการทำงานทุกอย่างของเรานั้นมผี ลเกย่ี วเนอ่ื งถงึ
ประโยชนส์ ่วนรวมของบา้ นเมอื งและประชาชนทุกคน เพราะฉะนัน้ จึงจำเป็นทจ่ี ะตอ้ งปฏบิ ัติหนา้ ท่ที กุ ๆ
ประการใหบ้ รสิ ทุ ธ์ิ บริบรู ณ์ โดยเต็มกำลังสตปิ ญั ญา ความรู้ ความสามารถ การปฏบิ ัติพระราชกรณยี กจิ และ
การพระราชทานพระราชดำรใิ นการพฒั นาและชว่ ยเหลอื พสกนกิ รทรงระลึกถึงประโยชน์สว่ นรวมเป็นสำคัญ

๓. ด้านการพงึ่ ตนเอง การพฒั นาตามแนวพระราชดำริในเบอื้ งต้นเป็นการแก้ไขปญั หาเฉพาะ
หนา้ เพอื่ ใหป้ ระชาชนมีความแขง็ แรงพอทีจ่ ะดำรงชีวิตได้ และข้ันตอ่ ไปคอื การพฒั นาใหป้ ระชาชนสามารถอยู่
ในสงั คมไดต้ ามสภาพแวดลอ้ ม สามารถพึงพาตนเองไดอ้ ย่างยงั่ ยนื โดยใชห้ ลักคิดปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

หลักคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คอื การวางเสน้ ทางชวี ติ ของตนเองใหเ้ รียบงา่ ย ธรรมดา และ
เดนิ สายกลางดว้ ยปญั ญาพรอ้ มคณุ ธรรมในจิตใจ เพื่อนำชีวติ ไปส่คู วามสมดลุ ของทรพั ยากรให้มคี วามมนั่ คง
และเกิดความยง่ั ยืนในทสี่ ุด
รปู แบบการจดั การเรียนรู้

รูปแบบการเรยี นรโู้ ดยใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project -Based Learning)
ชน้ิ งาน/ภาระงาน

ปฏบิ ตั กิ ารเพิม่ ผลผลติ ทางการเกษตร โดยใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และหลกั การทรงงาน

๙๙

วธิ ีการวดั ผล ประเมนิ ผล
ทกั ษะพสิ ยั
๑. การประเมนิ ผลการปฏิบตั ิ
๒. การประเมินโดยเพอ่ื น/ผปู้ กครอง
จิตพิสัย
การประเมินตนเองของผ้เู รยี น

บรรณานกุ รม
กลมุ่ พฒั นาสื่อสง่ เสรมิ การเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร. ม.ป.ป. ลดตน้ ทุน เพ่มิ ผลผลิต แค่ปลกู

พชื ในพ้ืนท่ีเหมาะสม (Online). www.doae.go.th, ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
สำนักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน

กปร.). ๒๕๖๒. หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร.
กรงุ เทพฯ: หจก.อรุณการพิมพ.์

๑๐๐

แผนการใชห้ ลักสูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วที่ ๗ รหัสวิชา ส๓๐๒๑๑

หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๕ ชื่อหนว่ ย สารานุกรมกบั ชีวติ ประจำวนั
เวลาทีใ่ ชใ้ นการจดั การเรยี นการรู้ ๓ คาบเรยี น
ผลการเรยี นรู้ประจำหน่วย

เรียนรู้ และประยุกตใ์ ช้ความรจู้ ากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
สาระการเรยี นรู้

จติ พสิ ยั
คุณคา่ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่มท่ี ๒๕-๒๙
สาระสำคญั
สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
เล่มท่ี 25 ประกอบดว้ ยเรอ่ื ง ซอฟตแ์ วรพ์ น้ื ฐานสำหรบั สำนกั งาน, ระบบฐานข้อมูล, ววิ ฒั นาการของ
ไมโครคอมพิวเตอร์, การพฒั นาซอฟตแ์ วร์, โครงขา่ ยประสาทเทยี ม, อนิ เทอรเ์ นต็ , การประยกุ ตใ์ ช้ภาษาไทยบน
คอมพวิ เตอร,์ และ แนวโนม้ ของเทคโนโลยีสารสนเทศในต้นศตวรรษท่ี 21
เล่มท่ี 26 นทิ านพ้นื บ้านไทย, ห้องสมดุ เสยี งแหง่ แรกของไทย, ชมุ ชน, การใช้สื่อประสมสง่ เสรมิ
การศึกษา, สม้ , เช้อื เพลงิ , ยานยนต์, และสง่ิ แวดลอ้ ม
เลม่ ท่ี 27 ลเิ ก, การบริหารราชการแผ่นดิน, การท่องเท่ยี วเชงิ นเิ วศ, เทคนคิ การผลิตไม้ผลนอกฤดู
ไฮโดรพอนกิ ส์, พิษภยั ของแอลกอฮอล์, ผสู้ งู อายุ, พลงั งานนวิ เคลียร์, และ การปฏิวัตทิ างพนั ธุกรรม
เล่มที่ 28 วดั ไทย, ประชมุ จารกึ วดั พระเชตพุ น, ตลาด, ทเุ รียน, เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร,
พิษภัยของบหุ ร่ี, โรงไฟฟา้ นิวเคลยี ร์, พลาสตกิ กบั ชวี ิตในปจั จบุ ัน และ แผ่นดนิ ไหว
เล่มที่ 29 ศลิ ปาชพี , พระพทุ ธรปู , การผลิตทองรปู พรรณ, อทุ ยานประวัตศิ าสตร์ในประเทศไทย,
สวนพฤกษาศาสตร์, เงนิ ตรา, ปลาสวยงาม, ธาลสั ซีเมยี และ การดแู ลสขุ ภาพทบี่ ้าน
รูปแบบการจัดการเรยี นรู้
การจดั การเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) การปฏบิ ตั ิ
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
บันทึกการใชป้ ระโยชนจ์ ากสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน เลม่ ท่ี ๒๕-๒๙
วธิ กี ารวัดผล ประเมินผล
จติ พสิ ยั
การประเมนิ ตนเองของผเู้ รียน
บรรณานุกรม
มูลนิธโิ ครงการสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร. ม.ป.ป. หนังสอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯ
(Online). https://saranukromthai.or.th, ๑๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.

๑๐๑

คำอธบิ ายรายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๘ (ส๓๐๒๑๒)

แสดงออกถงึ การมีวินัย รู้หน้าท่ี และเคารพสทิ ธิ เสรีภาพของตนเอง และผอู้ ่นื แสดงความคดิ เหน็ ต่อ
สถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อย่างมเี หตผุ ล ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมจิตอาสาภายในชมุ ชน และสงั คม แสดงออกถงึ
ความเคารพต่อสถาบันชาติ และพระมหากษตั รยิ ์ พฒั นาตนเองใหเ้ ปน็ ผมู้ มี ารยาทไทย การไหว้ และการแสดง
ความเคารพต่อผใู้ หญ่ มารยาทไทยในพิธีการทางศาสนา และทางสงั คม การใช้ภาษา และการสอ่ื สารที่
เหมาะสมตามกาลเทศะ สามารถให้คำแนะนำเร่ืองกฎหมายเดก็ และเยาวชนกบั ผอู้ ่ืน นำความรรู้ ปู แบบ
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข ไปประยกุ ต์ ใช้ในชีวิตประจำวนั เสนอ
แนวทางใน การแกป้ ญั หา และสรา้ งการเปลีย่ นแปลงท่ดี ใี นสงั คมไทย วิเคราะหป์ ัญหาความขดั แยง้ ทางศาสนา
ท่เี กิดขน้ึ ในโลก และแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งสรา้ งสรรค์ วเิ คราะหห์ ลกั สทิ ธมิ นุษยชน ในบรบิ ทสากล อภปิ ราย
แนวทางในการปอ้ งกัน และแกไ้ ขปญั หาของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของโลก สบื คน้ และนำเสนอข้อมลู
ปญั หา และการเปลี่ยนแปลงท่ีสำคัญของโลกอยา่ งสรา้ งสรรค์

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ในการพฒั นาสติปญั ญา ทักษะ และเจตคติ ของ
นักเรยี นโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ อย่างรอบดา้ น เพอ่ื เสรมิ สรา้ งเอกลกั ษณ์ “โรงเรยี นที่ระลึกแหง่ รัชกาลที่ ๙”
และอัตลกั ษณ์ “พลเมอื งดีวถิ ี น.ว.ม.” ใหน้ กั เรยี นเตบิ โตเปน็ พลเมืองทีด่ ขี องสังคมไทย และสงั คมโลกอย่างมี
ความสุข

ผลการเรียนรู้
๑. แสดงออกถงึ การมีวนิ ยั ร้หู น้าท่ี และเคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเอง และผอู้ ่นื
๒. แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณต์ ่าง ๆ ไดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
๓. ปฏิบตั กิ ิจกรรมจิตอาสาภายในชมุ ชนและสังคม
๔. แสดงออกถงึ ความเคารพต่อสถาบนั ชาติ และพระมหากษตั ริย์
๕. พัฒนาตนเองใหเ้ ปน็ ผูม้ มี ารยาทไทย การใชภ้ าษา และการส่อื สารทเี่ หมาะสมตามกาลเทศะ
๖. ให้คำแนะนำกฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชนกับบคุ คลอนื่
๗. นำความรรู้ ูปแบบการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ

ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวัน
๘. ให้ความเหน็ เพ่อื เสนอแนวทางในการแกป้ ญั หา และสรา้ งการเปลย่ี นแปลงทดี่ ใี นสงั คมไทย
๙. วเิ คราะหป์ ญั หาความขดั แยง้ ทางศาสนาทเี่ กิดขน้ึ ในโลก และแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
๑๐. วเิ คราะหห์ ลกั สทิ ธิมนษุ ยชนในบรบิ ทสากล
๑๑. อภิปรายแนวทางในการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาของสง่ิ แวดลอ้ มและระบบนเิ วศของโลก
๑๒. สบื ค้น และนำเสนอข้อมูลปัญหา และการเปล่ยี นแปลงท่สี ำคัญของโลกอยา่ งสรา้ งสรรค์

๑๐๒

หน่วยการเรียนรู้

รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๘ (ส๓๐๒๑๒)

จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ

หน่วยการเรยี นรู้ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ เวลาในการจดั กจิ กรรม
ท่ี
๑ การเรยี นการสอน (คาบ)

๒ ร่วมสร้างสังคมไทยนา่ อยู่ ๖

จติ อาสาพฒั นาสงั คม ๕

เอกลักษณ์ไทยไกลสูส่ ากล ๔

มองโลกดว้ ยความเขา้ ใจ ๕

รวม ๒๐

๑๐๓

แผนการใช้หลกั สูตร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๘ รหัสวิชา ส๓๐๒๑๒

หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ี ๑ ชื่อหน่วย รว่ มสรา้ งสังคมไทยน่าอยู่
เวลาท่ใี ช้ในการจดั การเรียนการรู้ ๖ คาบเรียน
ผลการเรยี นรู้ประจำหน่วย

๑. แสดงออกถงึ การมวี นิ ัย ร้หู นา้ ท่ี และเคารพสทิ ธเิ สรีภาพของตนเอง และผอู้ ่ืน
๒. นำความรู้รปู แบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข ไป
ประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั
๓. ให้คำแนะนำกฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชนกบั บคุ คลอนื่
๔. แสดงความคดิ เห็นตอ่ สถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อย่างมเี หตุผล
สาระการเรยี นรู้
จติ พิสัย
๑. พฤติกรรมการมีวนิ ยั รหู้ น้าที่ และเคารพสิทธเิ สรภี าพของตนเอง และผอู้ ่ืน
๒. การประยุกตใ์ ช้ความรู้รปู แบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็น
ประมขุ ในชวี ิตประจำวัน
๓. การแนะนำกฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชนกบั บคุ คลอ่นื
๔. การแสดงความคดิ เห็นอยา่ งมีเหตุผล
สาระสำคัญ
พฤติกรรมการมวี ินัย

๑. วนิ ยั ในความประพฤติท่วั ไป เชน่ เกบ็ สง่ิ ของใหเ้ ปน็ ทแ่ี ละเปน็ ระเบียบ ตรงต่อเวลา ปฏบิ ัติ
ตามกฎระเบยี บ รจู้ ักกาลเทศะ ประพฤตติ นเหมาะสมกบั วัย

๒. วนิ ยั ในกจิ วตั รประจำวัน เช่น มีระเบียบในตนเองในเรอ่ื งของการต่นื นอน การรกั ษาความ
สะอาดของร่างกาย

๓. วินยั ในการเรียน เชน่ การมคี วามรับผดิ ชอบในการเรยี น ทำการบ้าน การทบทวนบทเรียน
โดยไม่ตอ้ งสงั่

๔. วินัยในการทำงาน เช่น การมีความรบั ผิดชอบต่องานเม่อื ได้รับมอบหมายให้ปฏบิ ัติ เมอ่ื ทำ
สง่ิ ใดก็ตง้ั ใจทำ อย่างสุดความสามารถจนประสบความสำเรจ็ รักษาคำพดู ทสี่ ัญญาไวก้ ับบุคคลอื่น

๕. วินยั ในการควบคุมตนเอง เชน่ ควบคุมอารมณไ์ ด้ดตี ามสมควร ไม่โมโหฉุนเฉยี วเม่ือถูกขัด
ใจ ไมโ่ กรธจนควบคุมตวั เองไม่ได้ อดทนต่อความยากลำบากไดต้ ามวัย

พฤติกรรมการรู้หนา้ ที่
๑. หน้าทตี่ ่อการเป็นสมาชิกในครอบครวั เช่น บอกครอบครวั เม่อื มเี หตจุ ำเปน็ ทตี่ อ้ งกลบั บ้าน

ผดิ เวลา ขออนุญาตผปู้ กครองเมอ่ื ตอ้ งทำกิจกรรมทอ่ี าจเปน็ อนั ตรายหรอื ออกนอกบา้ น มคี วามกตญั ญู
ใหค้ วามเคารพ มสี ัมมาคารวะ รับฟงั ความคิดเหน็ ของบุคคลในครอบครัว สร้างสัมพันธภาพทีด่ ีภายใน
ครอบครัว รบั ผดิ ชอบงานที่ไดร้ บั มอบหมาย ประหยัดรายจ่าย รกั ษาชื่อเสียงเกยี รติภมู ิของครอบครัว

๒. หนา้ ทต่ี อ่ การเป็นสมาชกิ ในโรงเรียน เช่น ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของโรงเรียน ศกึ ษา
ประวัติ และวฒั นธรรมของโรงเรียน รกั ษาสาธารณสมบัติ ประหยัดพลงั งาน ใหค้ วามร่วมมอื ในการทำกิจกรรม
ให้ความเคารพครู ตง้ั ใจศกึ ษาเล่าเรียน ให้เกยี รติบคุ ลากรภายในโรงเรียน

๑๐๔

๓. หนา้ ที่ต่อการเปน็ สมาชิกในสงั คม เชน่ ปฏิบัติตามกฎ ระเบยี บของสงั คม ให้ความร่วมมอื
ในกิจกรรมต่าง ๆ อนรุ ักษข์ นบธรรมเนยี ม ประเพณี วฒั นธรรมตา่ ง ๆ ดแู ลส่ิงแวดลอ้ ม และสาธารณะสมบัติ

พฤตกิ รรมการเคารพสทิ ธิ เสรีภาพของตนเอง และผอู้ นื่
๑. เคารพในสทิ ธิของกัน และกัน โดยไม่ละเมดิ สิทธเิ สรภี าพของผ้อู น่ื สามารถแสดงออกได้

หลายประการ เชน่ การแสดงความคดิ เห็น การยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผูอ้ ่ืน เปน็ ต้น
๒. รู้จักใช้สทิ ธขิ องตนเอง และแนะนำใหผ้ อู้ น่ื ใชส้ ทิ ธขิ องตนเอง
๓. เรยี นรู้ และทำความเขา้ ใจเก่ียวกบั หลกั สทิ ธเิ สรภี าพตามบัญญตั ิไว้ในรัฐธรรมนญู เช่น สทิ ธิ

เสรภี าพของความเป็นมนษุ ย์ สิทธิเสรภี าพในเคหสถาน เปน็ ตน้
๔. ปฏบิ ตั ิตามหนา้ ท่ขี องชาวไทยตามท่บี ญั ญัติไว้ในรฐั ธรรมนญู เช่น การออกไปใชส้ ิทธิ

เลือกตั้ง การเสียภาษใี หร้ ัฐเพอื่ นำเงนิ มาใช้ในการพฒั นาประเทศ เปน็ ต้น
ประเทศไทยมกี ารปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ ซึ่งอำนาจสงู สุด

ในการปกครองประเทศมาจากปวงชน เปน็ การปกครองท่ยี ดึ เอาความเห็นหรอื ความต้องการของประชาชนส่วน
ใหญ่ โดยเราสามารถทจ่ี ะนำองคค์ วามรู้ไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ไดใ้ นหลายมิติ ท้งั ในครอบครัว ในโรงเรียน อาทิ
เช่น การแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตุผลกบั ผปู้ กครอง กับเพ่ือน หรือกับครู ในฐานะของการเปน็ สมาชิกใน
ครอบครวั และในโรงเรยี น หรือหากเราไดร้ บั เลอื กเป็นหวั หนา้ กลุ่ม หัวหน้าห้อง คณะกรรมการนกั เรียน ก็
สามารถนำแนวคดิ ไปใช้ได้โดยการรบั ฟังความคดิ เหน็ ของสมาชกิ และหาข้อยตุ ทิ เี่ ปน็ ความต้องการของสมาชิก
สว่ นใหญอ่ ย่างสมเหตสุ มผล เปน็ ต้น

กฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชน เป็นกฎหมายทม่ี ีขึ้นเพื่อให้ความค้มุ ครองแกเ่ ดก็ และเยาวชนทย่ี ังไม่
บรรลุนติ ิภาวะ ดงั นัน้ ในฐานะของเยาวชนท่ีมีความรู้ จงึ ควรศกึ ษาความรู้ทางกฎหมายสำหรบั เด็ก และเยาวชน
และใช้ความรทู้ างกฎหมายทมี่ กี ่อใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ กบ่ คุ คลอ่นื โดยการบอกเล่า การแนะนำ ถ้าหากไมแ่ น่ใจใน
ข้อกฎหมายหรอื ไม่แม่นยำกส็ ามารถทจ่ี ะศกึ ษาเพมิ่ เตมิ เพอื่ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื เด็ก และเยาวชน ตลอดจนถึง
ผปู้ กครองได้ ตัวอย่างประเด็นกฎหมาย สำหรบั เด็ก และเยาวชนทคี่ วรแนะนำผู้อน่ื เชน่ พระราชบญั ญัติ
คุ้มครองเดก็ พ.ศ.๒๕๔๖ ซึ่งเป็นกฎหมายทใี่ ช้ค้มุ ครองบุคคลซ่ึงมอี ายุต่ำกว่า ๑๘ ปบี รบิ ูรณ์ แตไ่ มร่ วมบุคคลท่ี
บรรลนุ ิติภาวะด้วยการสมรส ประเดน็ ท่คี วรแนะนำ เชน่ ไม่ว่าเดก็ จะยินยอมหรอื ไม่หา้ มมิใหผ้ ้ใู ดกระทำการ
ดังตอ่ ไปนี้

๑. กระทำหรือละเวน้ การกระทำอนั เปน็ การทารณุ กรรมต่อรา่ งกายหรือจิตใจของเด็ก
๒. จงใจหรอื ละเลยไมใ่ ห้สงิ่ จำเป็นแกก่ ารดำรงชีวติ หรอื รักษาพยาบาลแกเ่ ดก็ ทอี่ ย่ใู นความ
ดูแลของตน จนน่าจะเกิดอนั ตรายแกร่ ่างกายหรอื จิตใจของเด็ก
๓. บงั คับ ขูเ่ ข็ญ ชักจงู ส่งเสริม หรือยินยอมให้เดก็ ประพฤตติ นไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เดก็
มีความประพฤตเิ สีย่ งตอ่ การกระทำผิด
๔. โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรบั เดก็ หรอื ยกเด็กใหแ้ กบ่ คุ คลอื่นที่
มใิ ชญ่ าติของเดก็ เว้นแต่เป็นการกระทำของทางราชการหรอื ได้รบั อนญุ าตจากทางราชการแลว้
๕. บังคบั ขเู่ ข็ญ ชกั จงู ส่งเสรมิ ยินยอม หรือกระทำดว้ ยประการใดใหเ้ ด็กไปเปน็ ขอทาน เดก็
เรร่ อ่ น หรอื ใช้เดก็ เป็นเคร่อื งมือในการขอทานหรือการกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดอนั เปน็
การแสวงหาประโยชนโ์ ดยมิชอบจากเด็ก
๖. ใชจ้ ้าง หรอื วานเดก็ ใหท้ ำงานหรือกระทำการอันอาจเปน็ อันตรายแกร่ า่ งกายหรือจิตใจมี
ผลกระทบตอ่ การเจรญิ เตบิ โต หรือขดั ขวางตอ่ พฒั นาการของเด็ก

๑๐๕

๗. บงั คับ ขเู่ ขญ็ ใช้ ชักจงู ยุยง สง่ เสริม หรือยนิ ยอมใหเ้ ด็กเลน่ กฬี าหรือใหก้ ระทำการใดเพ่ือ

แสวงหาประโยชน์ทางการคา้ อันมลี กั ษณะเปน็ การขดั ขวางตอ่ การเจรญิ เตบิ โตหรือพฒั นาการของเดก็ หรอื มี

ลกั ษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเดก็

๘. ใช้หรอื ยนิ ยอมใหเ้ ดก็ เลน่ การพนนั ไมว่ า่ ชนดิ ใดหรอื เข้าไปในสถานท่เี ลน่ การพนนั สถาน

คา้ ประเวณี หรือสถานทท่ี ี่หา้ มมิใหเ้ ด็กเขา้

๙. บงั คับ ขูเ่ ข็ญ ใช้ ชักจงู ยยุ ง ส่งเสรมิ หรอื ยินยอมใหเ้ ด็กแสดงหรอื กระทำการอนั มลี กั ษณะ

ลามกอนาจาร ไมว่ า่ จะเป็นไปเพ่อื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ คา่ ตอบแทนหรอื เพอ่ื การใด

๑๐. จำหน่าย แลกเปลยี่ น หรอื ใหส้ ุราหรือบหุ ร่แี กเ่ ด็ก เว้นแตก่ ารปฏิบัตทิ างการแพทย์

“การใช้เหตผุ ล” คืออะไร “เหต”ุ คือ สิ่งทที่ าํ ให้เกดิ “ผล” หรือ “ผลลัพธ์” หรือกล่าวในทางกลบั กัน

ผล คือ ส่ิงที่เกิดจากเหตุ ดังนน้ั ความสมั พนั ธ์ของเหตุ และผล คือ เหตกุ ารณท์ ี่เปน็ เหตเุ ป็นที่มาของเหตกุ ารณ์ท่ี

เป็นผล ในขณะเดยี วกันเหตุการณท์ ี่เปน็ ผลกค็ ือปฏิกิริยาท่ีตอบสนองเหตุการณท์ ี่เปน็ เหตุ

เหตผุ ลเปน็ “ปญั ญา” อย่างหนง่ึ เพอ่ื ใช้เข้าใจบางสง่ิ หรอื ทําใหย้ อมรบั ข้อเทจ็ จรงิ แนวปฏิบตั ิหรือ

ความเช่ือบางอย่างได้ มนษุ ย์มคี วามสามารถทเี่ รียกว่า “เหตผุ ล” และใช้เหตผุ ลเขา้ ถึงสิ่งต่าง ๆ แต่มนุษยไ์ ม่

อาจพ่ึงพาเฉพาะเหตผุ ลตามสัญชาตญาณได้ มนษุ ย์จงึ พัฒนาหลักเหตผุ ลข้ึนเพ่ือชว่ ยให้ตนเองมหี ลกั เกณฑ์ใน

การตัดสินเร่ืองตา่ ง ๆ กล่าวคอื หลักเหตผุ ลช่วยใหม้ นุษยส์ รา้ งหรอื เลือกสรร “เหตุผล” ให้แก่ “ขอ้ สรุป”

เหตผุ ลมิใชส่ ่ิงเดียวท่ีสามารถนํามาสนบั สนนุ ข้อสรุป ยังมีสงิ่ อื่นทาํ หน้าที่ดงั กล่าวได้ คือ หลักฐาน (อาทิ

ทรรศนะ นทิ าน เร่ืองเลา่ ประสบการณ์ หรอื ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ) มนษุ ย์ใช้ขอ้ สนบั สนนุ ในการอนุมาน (inference)

เพื่อนําไปสู่การตงั้ ข้อสรุป โครงสรา้ งการแสดงเหตุผลจึงตอ้ งประกอบดว้ ยท้ังสว่ นทเ่ี ป็นข้อสนับสนุน และ

ขอ้ สรปุ โดยข้อสนับสนุนเปน็ ส่ิงทท่ี าํ ให้ขอ้ สรปุ ถกู ต้องหรอื นา่ เช่ือถือ และความสัมพนั ธเ์ ชิงคณุ ภาพของทั้งสอง

สว่ นจะแปรตามกนั กลา่ วคือ ย่ิงข้อสนบั สนุนหนกั แน่นหรอื นา่ เชื่อถือมากเพียงใด ข้อสรปุ ก็

หนักแน่นและนา่ เช่ือมากยงิ่ ข้ึนเพยี งน้ัน

การตง้ั ข้อสรปุ จากทฤษฎีหรอื ข้อสนับสนนุ ดว้ ยการอนุมานแบบนิรนยั เป็นการสรา้ งขอ้ สรุปจาก

ขอ้ สนับสนุนที่แน่นอนหรือไมม่ ีข้อยกเว้น ดงั น้ันถ้าขอ้ สนับสนนุ เปน็ จริงเชน่ นั้น ก็จะสร้างขอ้ สรปุ ท่ีเป็นจรงิ

สอดคลอ้ งตามไปด้วย เราจะสรปุ เปน็ อยา่ งอื่นมไิ ด้ ตวั อยา่ งท่ีคุ้นเคยกนั ได้แก่

ข้อสนับสนุน ขอ้ สรปุ

๑. มนุษย์ทุกคนต้องตาย ฉันต้องตาย

๒. ฉันเปน็ มนษุ ย์

การตง้ั ขอ้ สรปุ จากขอ้ สนบั สนุนดว้ ยการอนุมานแบบอุปนยั เป็นการสร้างขอ้ สรปุ จากข้อสนับสนนุ ที่เปน็

เพยี งข้อเทจ็ จรงิ หรอื ประสบการณท์ ่ีมจี าํ กัด เชน่ ประสบการณ์จากการสังเกตหรอื การทดลอง ขอ้ สรปุ จงึ เปน็

เพียงสิ่งท่ีนา่ จะเปน็ หรือควรจะเป็นเช่นนั้น ตัวอยา่ งเช่น

ขอ้ สนับสนนุ ข้อสรุป

๑. พยางค์แรกของคาํ ว่า มะม่วง กร่อนเสียงมาจาก พยางค์แรกของคาํ ว่า มะยม น่าจะกรอ่ นเสียงมา

คาํ ว่า หมาก จากคําวา่ หมาก เช่นกัน

๒. พยางคแ์ รกของคาํ ว่า มะพร้าว กรอ่ นเสยี งมา

จากคําวา่ หมาก

๓. พยางคแ์ รกของคาํ ว่า มะขาม กรอ่ นเสยี งมาจาก

คาํ วา่ หมาก

๑๐๖

รูปแบบการจดั การเรียนรู้
รปู แบบการจัดการเรยี นรเู้ ชงิ ประสบการณ์ (Experiential Learning)

ช้ินงาน/ภาระงาน
กิจกรรมกลมุ่ การแนะนำกฎหมายเด็ก และเยาวชน ให้ผอู้ ื่นรบั ทราบ โดยใชก้ ารทำงานแบบ

ประชาธิปไตย แสดงความคดิ เห็นอยา่ งมเี หตผุ ล การมีวนิ ัย การเคารพสทิ ธิ และเสรภี าพของผอู้ ื่น
วธิ กี ารวัดผล ประเมินผล

จติ พิสยั
๑. การสงั เกตพฤติกรรม
๒. การประเมินตนเองของนักเรยี น
๓. การประเมินโดยเพอ่ื น/ผปู้ กครอง
บรรณานกุ รม
โชษิตา มณีใส และนิตพิ งศ์ พิเชฐพนั ธุ์. ม.ป.ป. การแสดงความคิดเห็นอย่างมเี หตผุ ลและ
น่าเช่ือถอื (Online). https://arts.tu.ac.th, ๒๒ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
ประคอง มาโต และปยิ ะ ตามพระหัตถ์. ๒๕๖๒. “รูปแบบการปกครองกบั การเมือง การปกครอง
ของไทย.” วารสารวจิ ัยวชิ าการ. ๒ (๑): ๑๗๑-๑๘๑.
วัลลภา วงศ์ศักดริ ินทร.์ ๒๕๕๙. พฤติกรรมของผูป้ กครองในการสง่ เสรมิ การมีวินยั ในตนเองแก่
นกั เรียนโรงเรียนสาธิตในจงั หวดั นครปฐม. วิทยานพิ นธ์ศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาจิตวิทยาชุมชน,
มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร.
วาสนา เก้านพรตั น์. ม.ป.ป. พระราชบญั ญัตคิ ุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 (Online). https://
thaichildprotection.org, ๒๒ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
วริ วิ รรณ สรรพอาษา และคณะ. ๒๕๕๓. หนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐาน การดำรงชีวิตและ
ครอบครวั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔-๖. กรุงเทพฯ: บรษิ ัท สำนกั พมิ พป์ ระสานมิตร (ปสม.) จำกัด.
สำนกั งานประชาสมั พันธเ์ ขต ๒ กรมประชาสมั พันธ.์ ม.ป.ป. แนวทางปฏบิ ัติตนในการเคารพสทิ ธิ
ของตนเองและผู้อื่น (Online). www.facebook.com/PRD2UBON, ๒๒ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.

๑๐๗

แผนการใช้หลกั สูตร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วที่ ๘ รหัสวชิ า ส๓๐๒๑๒

หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๒ ช่ือหนว่ ย จิตอาสาพฒั นาสังคม
เวลาที่ใช้ในการจดั การเรียนการรู้ ๕ คาบเรียน
ผลการเรยี นรปู้ ระจำหนว่ ย

๑. อภปิ รายแนวทางในการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาของสง่ิ แวดลอ้ ม และระบบนเิ วศของโลก
๒. ให้ความเหน็ เพอ่ื เสนอแนวทางในการแกป้ ญั หา และสรา้ งการเปลยี่ นแปลงที่ดีในสงั คมไทย
๓. ปฏิบัติกจิ กรรมจติ อาสาภายในชุมชน และสงั คม
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธพิ ิสัย
จิตพิสยั
๑. แนวทางในการป้องกัน และแกไ้ ขปัญหาของสงิ่ แวดล้อม และระบบนเิ วศของโลก
๒. แนวทางในการแกป้ ญั หา และสร้างการเปลี่ยนแปลงท่ดี ใี นสังคมไทย
ทักษะพิสัย
การปฏิบตั กิ จิ กรรมจิตอาสาในชมุ ชน และสงั คม
สาระสำคญั
แนวทางในการปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หาของสงิ่ แวดลอ้ ม และระบบนิเวศของโลก การดูแลรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ มเป็นหน้าทขี่ องประชากรในโลกนที้ กุ คน รวมทง้ั หน่วยงานต่าง ๆ ท่ี
เก่ยี วข้องทง้ั ภาครฐั และภาคเอกชน เน่อื งจากเราทกุ คนลว้ นใช้ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาติ และ
ส่ิงแวดล้อม ดังนัน้ ปัญหาทเี่ กิดกบั ทรัพยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ มจงึ สง่ ผลกระทบมายังมนุษย์ และ
สิ่งมีชีวติ อน่ื ๆ ท่ีอาศัยอยู่บนโลก การแกไ้ ขปัญหาจงึ ต้องใชค้ วามร่วมมอื กนั ในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ
การสร้างความสำนกึ รบั ผดิ ชอบร่วมกันในการดแู ลรักษาคณุ ค่าของสิง่ แวดล้อมเพอ่ื ชว่ ยให้สง่ิ แวดล้อมนัน้
กลับคนื สูส่ ภาพท่ดี ี ความร่วมมอื ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ มสากล อาทิ

๑. องคก์ รส่ิงแวดล้อมทีม่ เี ครือข่ายในการอนรุ ักษ์สง่ิ แวดลอ้ มทัว่ โลกทส่ี ำคัญ เชน่
๑) กรนี พืช (Greenpeace) เป็นองคก์ รสงิ่ แวดลอ้ มระดบั โลกโดยกลมุ่ นกั กจิ กรรม

จากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา มสี ำนักงานใหญ่อยทู่ ี่ กรงุ อมั สเตอรด์ มั ประเทศเนเธอรแ์ ลนด์ มี
สำนกั งานประจำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า ๔๑ ประเทศ รวมทงั้ ประเทศไทย กจิ กรรมหลักของกรนี พชื คอื
หยุดภาวะโลกร้อน ปฏเิ สธการตดั ต่อพันธุกรรม และยตุ ินิวเคลียร์

๒) มลู นิธคิ ุ้มครองสัตว์ป่า (World Wildlife Fin –WWF) เปน็ องคก์ รนานาชาตทิ ี่
ดำเนินการดา้ นอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดล้อม ดา้ นทรพั ยากรป่าไม้ ทรพั ยากรน้ำจดื และ
ทรพั ยากรทางทะเล และชายฝัง่ รวมท้ังการปกปอ้ งดแู ลสายพนั ธุ์พชื และสัตว์

๒. การประสานความร่วมมอื ทางด้านสง่ิ แวดล้อมระหว่างประเทศ เช่น
๑) อนสุ ญั ญาวา่ ด้วยการค้าระหวา่ งประเทศซ่งึ ชนิดของสตั วป์ ่า และพชื ป่า ทีใ่ กล้

สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of. Wild Fauna and Flora,
1973-CITES) เปา้ หมายสำคัญของอนสุ ญั ญาฉบับนี้คอื การอนุรกั ษ์ทรัพยากรสตั ว์ป่าและพชื ปา่ ในโลก เพอื่
ประโยชน์ แหง่ มวลมนษุ ยชาติ โดยเน้นทรัพยากรสัตวป์ ่าและพชื ป่าท่ีใกล้สญู พนั ธุ์ หรือทีม่ ีการคุกคาม ทำให้
ประมาณลดลงจนอาจจะสญู พันธ์ไุ ป

๑๐๘

๒) อนุสัญญาสหประชาชาตวิ า่ ด้วยการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ (United
Nations Framework Convention on Climate Change หรอื UNFCCC) ค.ศ. 1992 วตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื
ปกป้องชนั้ บรรยากาศของโลก โดยรัฐบาลของรัฐสมาชิดจะต้องดแู ลควบคุมใหก้ ารเกดิ แกส๊ เรือนกระจกใน
ประเทศของตนอย่ใู นระดบั ท่ไี มก่ อ่ ให้เกดิ อนั ตรายต่อชั้นบรรยากาศของโลก

๓) อนุสญั ญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) ณ เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน
อนสุ ัญญาดงั กล่าวเป็นขอ้ ตกลงระหวา่ งรฐั บาล ซง่ึ กำหนดกรอบการทำงานสำหรบั ความร่วมมือระหวา่ งประเทศ
เพอื่ การอนรุ กั ษ์แหลง่ ทอ่ี ยอู่ าศัยที่เป็นพน้ื ที่ช่มุ นำ้ โดยมีวัตถปุ ระสงคเ์ พอื่ การอนุรกั ษ์ และการใชป้ ระโยชนพ์ ้ืนที่
ชมุ่ นำ้ อันเปน็ การอนรุ กั ษ์ถนิ่ ท่อี ยู่อาศัยของนกนำ้

๔) อนสุ ัญญาเวยี นนา ประกอบดว้ ยคาํ ปฏิญาณในอนั ทจ่ี ะร่วมมือกนั ในการศกึ ษา
ค้นคว้า เฝ้าระวงั และการแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ปรมิ าณการผลิต และการปลอ่ ยสารทาํ ลายช้ันบรรยากาศโอโซน
รวมถึงการดําเนินการควบคุมตามอนสุ ัญญาทจ่ี ะกําหนดข้นึ ในอนาคต ดว้ ย

๕) พิธสี ารเกียวโต (Kyoto Protocol) เปน็ ขอ้ ตกลงระหว่างประเทศทเ่ี ช่อื มโยงกบั
อนสุ ญั ญาสหประชาชาติวา่ ด้วยการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งกำหนดใหป้ ระเทศภาคลี ดการปลอ่ ยกา๊ ซ
เรือนกระจกตามเป้าหมายโดยมผี ลผกู พนั ตามกฎหมายเนื่องจากประเทศพฒั นาแล้วเปน็ สาเหตสุ ำคญั ของ
การปลอ่ ยก๊าซเรือนกระจกปรมิ าณสงู สชู่ ้ันบรรยากาศ ซ่งึ เปน็ ผลมาจากการทำอตุ สาหกรรมกว่า 150 ปี พิธีสาร
เกยี วโตจึงไดเ้ พ่ิมเปา้ หมายลดการปล่อยก๊าซเรอื นกระจกใหก้ บั กลมุ่ ประเทศพฒั นาแล้ว ภายใต้หลกั การ “ความ
รับผิดชอบรว่ มกันในระดบั ท่แี ตกตา่ งกนั ” พิธีสารเกยี วโตไดร้ ับการลงนามรบั รองทเ่ี มอื งเกยี วโต ประเทศญปี่ ุน่

๕) อนุสญั ญาวา่ ด้วยการควบคมุ การเคลือ่ นย้ายข้ามแดนของของเสยี อนั ตราย และ
การกำจัด (Basel Convention on the Control of Transboundary Movements of Hazardous
Wastes and their Disposal) เปน็ ขอ้ ตกลงระหวา่ งประเทศเกย่ี วกบั การควบคุมการเคลอื่ นยา้ ยข้ามแดนของ
เสยี อนั ตรายและการกำจดั ปญั หาการลักลอบนำของเสียอนั ตรายไปทงิ้ หรือกำจดั ทำลายในประเทศดอ้ ยพฒั นา
ซ่ึงก่อใหเ้ กิดผลกระทบตอ่ สุขภาพอนามยั ของมนษุ ย์ และสิง่ แวดลอ้ ม

แนวทางในการแกป้ ญั หา และสรา้ งการเปลยี่ นแปลงทีด่ ีในสงั คมไทย อาจดำเนินการไดด้ ังน้ี
๑. การสร้างภูมิคุม้ กันให้แกส่ งั คม ดว้ ยการให้ความรู้ความเขา้ ใจในปญั หาสงั คมท่มี งุ่ จะทําการป้องกัน
เพือ่ ใหส้ าธารณชนได้เกิดความรสู้ กึ อย่างแทจ้ ริงว่า ปญั หาสงั คมดงั กลา่ วเป็นเรื่องทีน่ ่ารงั เกียจเปน็ อันตรายต่อ
สุขภาพ ตอ่ ชีวิต และอนาคตของผทู้ ห่ี ลงผดิ เขา้ ไปเกย่ี วข้องกับปัญหาสงั คม
๒. การสรา้ งองคค์ วามรูท้ เ่ี กยี่ วข้องกบั ปญั หาสังคมให้ทันสมยั อยู่เสมอ เพราะโลกมีกระแสแหง่ การ
เปล่ยี นแปลงอยางรวดเร็วอยู่เสมอ พฒั นาการทางเทคโนโลยีหลายประการไดท้ ําใหป้ ญั หาทางสังคมมคี วาม
หลากหลายเพม่ิ มากขึ้น เช่น อาชญากรรมทางอินเตอรเ์ นต็ ยาเสพติด หรือแมก้ ระทั่งการคอร์รปั ชัน ก็มี
การเปล่ียนแปลงรปู แบบหลายประการหากไม่ติดตามอย่างใกล้ชิดอาจตามเน้อื หาของปญั หาสังคมแตล่ ะเรอ่ื งไม่
ทนั
๓. ควรกำหนดมาตรการในการปอ้ งกันปญั หาสังคมอย่างเปน็ ไปไดต้ ามความเป็นจริง และมี
การควบคมุ การปฏบิ ตั ิอย่างได้ผล

๓.๑ ดาํ เนนิ การพฒั นาบคุ ลิกภาพของประชากรใหเ้ ป็นบคุ คลท่ีเขม้ แขง็ ทง้ั ทางดา้ นรา่ งกาย
และจติ ใจ

๓.๒ ดําเนินการพฒั นาสถาบันหรือองคก์ ารทางสงั คมใหท้ าํ หน้าท่ีให้ดี และครบถว้ นตามท่ี
โครงสร้างของแต่ละสถาบันหรอื องคก์ รกาหนดขึ้น โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ องคก์ ารหรอื สถาบันครอบครัว
การศึกษา และศาสนา

๑๐๙

๓.๓ รัฐบาลควรกำหนดใหเ้ ป็นนโยบายของชาติ (งานของชาติ) ท่ีสามารถปฏบิ ัติไดจ้ รงิ และ
ควรดำเนินการอย่างตอ่ เน่อื งตลอดไป เพอ่ื ลดปญั หาสังคมในระยะยาว

ท้งั นีน้ ักเรยี นสามารถทจ่ี ะให้ความคิดเห็นถึงแนวทางในการแก้ปญั หา และสร้างการเปล่ยี นแปลงทด่ี ใี น
สังคมไทยได้

กจิ กรรมจติ อาสาร่วมใจในการพฒั นาชุมชนรปู แบบต่าง ๆ น้ันพฒั นาสงั คมในด้านไดบ้ า้ ง
๑. การพฒั นาด้านสถานที่ เช่น การทาสีร้ัววดั รัว้ โรงเรียน หรอื การทาสปี ้ายหน้าหมู่บ้าน

การทำความสะอาดบรเิ วณพืน้ ทส่ี ว่ นรวมของชุมชนเพื่อความสะอาด สะดวกในการใช้พนื้ ทค่ี รั้งตอ่ ไป
๒. การทำกจิ กรรมกับคนในชุมชนหรอื สงั คม เชน่ การออกคา่ ยใหค้ วามรเู้ ด็กดอ้ ยโอกาส การ

อ่านหนงั สอื ให้คนตาบอดฟัง การจัดกจิ กรรม ณ บา้ นพักคนชรา เป็นต้น
๓. การชว่ ยเหลืองานของชุมชน เช่น การชว่ ยงานบญุ ท่วี ดั การช่วยงานศพ การช่วยงาน

บำเพ็ญประโยชน์ของหมูบ่ า้ น เปน็ ตน้
รปู แบบการจดั การเรยี นรู้

รูปแบบการจดั การเรียนรเู้ ชิงประสบการณ์ (Experiential Learning)
ชิ้นงาน/ภาระงาน

โครงงานจติ อาสาเพ่ือพัฒนาชมุ ชน ในประเด็น แกป้ ญั หาหรอื พัฒนาสง่ิ แวดลอ้ ม ระบบนิเวศ ปัญหาใน
ชมุ ชนหรอื สังคม การสร้างการเปลีย่ นแปลงท่ดี นี ชมุ ชนหรอื สังคม
วธิ กี ารวดั ผล ประเมินผล

จิตพสิ ัย
๑. การสงั เกตพฤติกรรม
๒. การประเมนิ ตนเองของนักเรียน
๓. การประเมินโดยเพอ่ื น/ผปู้ กครอง
บรรณานุกรม
นภิ าภรณ์ พิมพท์ อง. ม.ป.ป. ความร่วมมือดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (Online).
https://www.nipaphorn.com, ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.
สนทิ สมคั รการ และสพุ รรณี ไชยอําพร. ๒๕๔๙. แนวความคิดและแนวทางการศึกษาปญั หา
สงั คมกบั ปญั หาสังคมไทย. กรุงเทพฯ: สํานกั งานกจิ การโรงพิมพ์ องคก์ ารสงเคราะหท์ หารผ่านศกึ .

๑๑๐

แผนการใช้หลกั สตู ร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา กา้ วที่ ๘ รหัสวชิ า ส๓๐๒๑๒

หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๓ ชื่อหนว่ ย เอกลกั ษณ์ไทยไกลสูส่ ากล
เวลาท่ใี ช้ในการจดั การเรียนการรู้ ๔ คาบเรยี น
ผลการเรียนรูป้ ระจำหน่วย

๑. แสดงออกถงึ ความเคารพต่อสถาบนั ชาติ และพระมหากษัตริย์
๒. พฒั นาตนเองให้เปน็ ผูม้ มี ารยาทไทย การใช้ภาษา และการสือ่ สารที่เหมาะสมตามกาลเทศะ
สาระการเรยี นรู้
จิตพสิ ัย
การแสดงออกถงึ ความเคารพต่อสถาบนั ชาติ และพระมหากษตั ริย์
ทักษะพิสัย
การแสดงออกถึงการมีมารยาทไทย การใช้ภาษา และการสอ่ื สารท่ีเหมาะสมตามกาลเทศะ
สาระสำคญั
ชาติไทย เปน็ คำท่ีมีความหมายลกึ ซงึ้ ทีค่ รอบคลมุ ไปถึงความเป็นประเทศท่ีมเี อกราช มคี วามเปน็
ปกึ แผน่ ผูใ้ ดจะมาแบง่ แยกมิได้ ชาตไิ ทยมีประวัตศิ าสตร์ทีย่ าวนาน มีวัฒนธรรม ประเพณี ทมี่ คี วามเปน็
เอกลกั ษณ์ และโดดเด่น ในฐานะเยาวชนของชาติไทยควรมกี ารแสดงออกถงึ การให้ความเคารพตอ่ สถาบันชาติ
โดยมีพฤตกิ รรมการแสดงออก เช่น

๑. การแสดงออก หรอื การปฏบิ ัตติ นท่ีแสดงออกถงึ ความเคารพสถาบนั ชาติ เชน่ การยืนตรง
เม่อื ได้ยินเพลงชาติ การร้องเพลงชาตไิ ทยได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ประดบั ธงชาติในตำแหนง่ ทเี่ หมาะสม ไมน่ ำธงชาตไิ ป
ดัดแปลงหรอื กระทำในทางท่ไี ม่เหมาะสมใด ๆ ปฏบิ ัตติ ามกฎหมายของประเทศชาตอิ ยา่ งเคร่งครดั บำรงุ รกั ษา
สาธารณสมบัตขิ องชาติ เป็นต้น

๒. การแสดงออก หรอื การปฏบิ ตั ติ นท่เี ปน็ แบบอย่างทีด่ กี บั ผูอ้ ่นื เชน่ แสดงออกถึงความรกั
ชาติอยา่ งภาคภูมใิ จ และเปดิ เผย บอกเล่าถงึ ความสำคัญของสถาบันชาติ ผลดที ่ีเกดิ จากความเคารพสถาบนั
ชาติ เป็นต้น

สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ เป็นสถาบันหลักท่ีอยู่คกู่ ับแผ่นดินไทยมายาวนาน พระมหากษัตรยิ ไ์ ทยตงั้ แต่
อดตี ทรงก่อร่างสรา้ งประเทศและปกป้องผืนแผ่นดนิ ไทยให้อยรู่ อดและเป็นเอกราชมาได้ทกุ ยุคสมัย จนถึง
ปัจจุบนั การให้ความเคารพสถาบันพระมหากษัตริยจ์ งึ เป็นสง่ิ ทีค่ วรคา่ แก่การปฏิบตั ิ โดยมีพฤตกิ รรมตัวอยา่ ง
เช่น

๑. เมื่ออยใู่ นพระราชพธิ ีทเ่ี ก่ยี วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ์ มคี วามตั้งใจ และอยู่ในกริ ิยาที่
สงบ และแสดงออกถงึ ความเคารพด้วยการยืนตรง และการถวายคำนบั หรือถอนสายบวั

๒. นำพระบรมฉายาลกั ษณ์ของพระมหากษตั รยิ ์ และพระบรมวงษานุวงศ์ ตดิ ตั้งในท่ี
เหมาะสม

๓. น้อมนำหลักคำสอน พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน มาประบใชใ้ นชีวิต

๑๑๑

การแสดงออกถงึ การมีมารยาทไทย การใชภ้ าษา และการสอ่ื สารทเ่ี หมาะสมตามกาลเทศะ โดย
สามารถพจิ ารณาลกั ษณะ และพฤติกรรมในการแสดงออกของนักเรยี น ดังนี้

๑. การแสดงความเคารพ คอื สิ่งแรกทีค่ นพงึ ปฏบิ ัติตอ่ กันเมอื่ พบหนา้ มารยาทไทยมกี าร
แสดงความเคารพทีแ่ ตกต่างกนั ไปตามอายุ ตำแหน่งสถานะของบุคคลโอกาส และสถานทรี่ ูปแบบการแสดง
ความเคารพท่คี วรปฏบิ ตั ิให้ถกู ตอ้ ง ไดแ้ ก่ การไหว้ การกราบ การคำนบั การถวายความเคารพพระมหากษัตริย์

๒. การสนทนาหรอื การพูดคยุ สอื่ สารกนั ระหวา่ ง ๒ คนขนึ้ ไปผสู้ นทนาจะต้องมที กั ษะไหวพริบ
และทราบถึงมารยาทในการสนทนาต้องคำนึงถงึ ระดบั ภาษาที่ใช้ และทราบถงึ จดุ ประสงคข์ องการสนทนา โดย
ในการสนทนาควรสนทนาด้วยวาจาไพเราะน้ำเสียงนมุ่ นวลไมใ่ หเ้ สยี งเบาหรือดงั เกนิ ไป พดู ด้วยคำสภุ าพ
การพดู ดว้ ยภาษาทา่ ทางทเี่ ปน็ มิตร ยิม้ แย้มแจม่ ใส และใชถ้ ้อยคำสนทนาดว้ ยคำ พดู ท่ีสภุ าพ ไพเราะ นา่ ฟงั
ใชร้ ะดบั ภาษาที่ถกู ต้อง และเหมาะสมตอ่ คู่สนทนา ไมพ่ ดู แทรกจงั หวะผอู้ ่นื เปดิ โอกาสใหผ้ ฟู้ งั ซักถามหรอื แสดง
ความคดิ เหน็

๓. การแต่งกายท่ีดชี ่วยเสรมิ สร้างบุคลิกทด่ี ีแก่ผสู้ วมใส่ แสดงถึงรสนยิ ม ความรสู้ กึ นึกคดิ และ
ศลิ ปะของแตล่ ะบุคคล การแตง่ กายยังเปน็ การบอกสถานภาพของบคุ คลด้วย เชน่ นกั เรียนจะแตง่ กายด้วยชดุ
นกั เรียน ขา้ ราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงานบริษทั หรอื หนว่ ยงานบางหนว่ ยงานจะมีเคร่ืองแบบ เราควรแต่ง
กายใหเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ โอกาส สถานท่ี เชน่ แต่งกายดว้ ยชุดสภุ าพ เมอื่ เขา้ ไปในสถานทรี่ าชการแต่งกาย
มิดชิดเมอ่ื ไปวดั หรือศาสนสถานแต่งกายดว้ ยเส้ือผ้าสีดำ เมอ่ื ไปงานศพ

๔. สมั มาคารวะ หมายถึง ลักษณะของบุคคลทีแ่ สดงกิริยาตอ่ ผอู้ ่ืนดว้ ยความเคารพ สุภาพ
อ่อนน้อม ทางกาย วาจา ใจ เปน็ แนวทางทที่ ำ ให้คนวางตัวไดเ้ หมาะสมกับการใชช้ วี ติ อยู่ในสงั คม ผู้ที่
แสดงออกถงึ การมีสมั มาคารวะ แสดงถงึ การได้รบั การศึกษา อบรมมาเปน็ อยา่ งดี
รูปแบบการจัดการเรยี นรู้

การเรียนรโู้ ดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) การปฏบิ ตั ิ
ชิน้ งาน/ภาระงาน

การนำเสนอขา่ วเกย่ี วกบั ประเทศไทยหรือสถาบันพระมหากษัตริย์หนา้ ช้ันเรียน
วธิ ีการวดั ผล ประเมนิ ผล

จิตพสิ ัย
๑. การสงั เกตพฤติกรรม
๒. การประเมนิ ตนเองของนกั เรยี น
ทักษะพิสยั
๑. การประเมินโดยเพอื่ น
๒. การประเมินผลการปฏบิ ตั ิ
บรรณานกุ รม
กนก จนั ทรา และคณะ. ม.ป.ป. หน้าท่พี ลเมอื ง ๑-๒. กรุงเทพฯ: บริษัทพฒั นาคุณภาพวชิ าการ
จำกดั .
ไพฑูรย์ ใจเทีย่ งธรรม และคณะ. ม.ป.ป. หนา้ ที่พลเมือง ๓-๔. กรงุ เทพฯ: อกั ษรเจริญทศั น.์

๑๑๒

แผนการใชห้ ลักสูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวท่ี ๘ รหสั วชิ า ส๓๐๒๑๒

หน่วยการเรยี นรู้ ท่ี ๔ ชอ่ื หน่วย มองโลกด้วยความเข้าใจ
เวลาทใ่ี ชใ้ นการจดั การเรยี นการรู้ ๕ คาบเรียน
ผลการเรยี นรปู้ ระจำหน่วย

๑. วิเคราะหห์ ลักสทิ ธมิ นษุ ยชนในบรบิ ทสากล
๒. วิเคราะหป์ ญั หาความขดั แย้งทางศาสนาทเ่ี กดิ ข้นึ ในโลก และแสดงความคิดเหน็ อย่างสรา้ งสรรค์
๓. สืบคน้ และนำเสนอข้อมลู ปัญหา และการเปลีย่ นแปลงทสี่ ำคญั ของโลก อยา่ งสร้างสรรค์
สาระการเรยี นรู้
พุทธิพสิ ัย
๑. หลักสทิ ธมิ นุษยชนในบริบทสากล
๒. ปัญหาความขดั แยง้ ทางศาสนาทเ่ี กิดข้นึ ในโลก
๓. การเปลี่ยนแปลงทส่ี ำคญั ของโลก
ทักษะพิสยั
นำเสนอข้อมูลปญั หา และการเปลย่ี นแปลงท่ีสำคญั ของโลก อย่างสรา้ งสรรค์
สาระสำคัญ
หลกั สิทธมิ นุษยชนในบริบทสากล
สมัชชาใหญ่แหง่ สหประชาชาติ ประกอบดว้ ยสมาชกิ ประเทศต่าง ๆ ได้ลงมตริ บั รอง และประกาศใช้
ปฏิญญาสากลวา่ ด้วยสทิ ธมิ นษุ ยชน เพ่อื เป็นหลักการสำคัญในการคุ้มครองสทิ ธมิ นษุ ยชนของประชาคมโลกเมอ่ื
วันที่ ๑๐ ธนั วาคม พ.ศ.๒๔๙๑ ณ กรุงปารสี ประเทศฝรงั่ เศส และถงึ แมว้ า่ ปฏญิ ญาฉบบั นีจ้ ะไมใ่ ชส่ นธสิ ญั ญา
ระหวา่ งประเทศแต่กจ็ ดั เปน็ กฎหมายจารีตระหว่างประเทศด้านสิทธมิ นษุ ยชนท่ีสำคญั ทส่ี ดุ ซง่ึ ประเทศต่าง ๆ
จำต้องเคารพตอ่ หลกั การสิทธมิ นุษยชนทีไ่ ดต้ ราไว้ในปฏิญญาฉบับนี้ โดยที่ปฏิญญาฉบบั นยี้ ังเป็นพนื้ ฐานสำคัญ
ของสนธิสญั ญาหรือกฎหมายระหวา่ งประเทศดา้ นสทิ ธิมนษุ ยชนอ่นื ๆ อกี หลายฉบบั รวมทง้ั กตกิ าระหว่าง
ประเทศวา่ ด้วยสทิ ธิพลเมอื ง และสทิ ธทิ างการเมือง และกตกิ าระหวา่ งประเทศวา่ ด้วยสิทธทิ างเศรษฐกิจสังคม
และวัฒนธรรม
ปฏญิ ญาสากลว่าด้วยสทิ ธมิ นษุ ยชน คำปรารภ ดว้ ยเหตุท่กี ารยอมรับศกั ด์ศิ รีแตก่ ำเนิด และสทิ ธซิ งึ่
เสมอกัน และไม่อาจโอนแกก่ ันได้ ของสมาชกิ ทงั้ ปวงแหง่ ครอบครัวมนษุ ยชาตอิ นั เป็นรากฐานของเสรีภาพ
ความยตุ ธิ รรม และสนั ติภาพในโลก ดว้ ยเหตทุ ี่การเมินเฉย และดูหมิน่ เหยียดหยามสิทธิมนุษยชนได้กอ่ ใหเ้ กิด
การอนั ป่าเถอ่ื นโหดรา้ ยทารณุ ซ่งึ เปน็ การละเมดิ มโนธรรมของมนษุ ยชาติอย่างรา้ ยแรง และโดยเหตทุ ไี่ ดม้ ี
การประกาศปณธิ านอันสงู สุดโดยสามญั ชน ว่าถึงวาระแห่งโลกแลว้ ทม่ี นษุ ย์จะมีเสรภี าพในการพูด และในความ
เช่ือถอื รวมท้ังมเี สรีภาพจากความกลวั และความต้องการ ดว้ ยเหตุทเ่ี ปน็ สงิ่ จำเป็น สทิ ธิมนษุ ยชนควรได้รับ
ความคุ้มครองโดยหลักนิติธรรม ถ้าไม่พึงประสงคใ์ ห้มนุษย์ตอ้ งถกู บบี บงั คบั ใหห้ าทางออก โดยการกบฏต่อ
ทรราช และการกดขี่อันเป็นทีพ่ ง่ึ แห่งสุดท้าย ดว้ ยเหตุทปี่ ระดาประชาชนแห่งสหประชาชาตไิ ดย้ ืนยันไวใ้ นกฎ
บตั รถึงความเชอ่ื มน่ั ในสิทธมิ นษุ ย์ชนขนั้ พืน้ ฐาน ในศักดิ์ศรี และคุณค่าของตัวบคุ คล และในความเสมอกันแห่ง
สิทธขิ องทงั้ ชาย และหญงิ และได้ตัดสนิ ใจทจี่ ะสง่ เสริมความก้าวหน้าทางสงั คมตลอดจนมาตรฐานแห่งชาตใิ ห้ดี
ขึน้ ได้มเี สรีภาพมากข้นึ ด้วยเหตทุ รี่ ัฐสมาชกิ ไดป้ ฏญิ าณทีจ่ ะให้ได้มา โดยรว่ มมือกบั สหประชาชาติ ซ่ึง

๑๑๓

การสง่ เสรมิ การเคารพ และการถอื ปฏิบัตโิ ดยสากลต่อสทิ ธิมนุษยชน และเสรภี าพข้ันพ้นื ฐาน ดว้ ยเหตทุ ค่ี วาม
เข้าใจตรงกนั ในเรอ่ื งสิทธิ และเสรภี าพมีความสำคญั ยงิ่ เพ่ือใหป้ ฏญิ าณน้ีเกิดสัมฤทธ์ิผลอย่างเตม็ เป่ียม
ดงั นั้น บดั น้ี สมัชชาจงึ ประกาศให้ปฏญิ ญาสากลว่าดว้ ยสิทธมิ นษุ ยชนน้เี ปน็ มาตรฐานรว่ มกนั แหง่ ความสำเรจ็
สำหรบั ประชาชนท้ังมวล และประชาชาติทง้ั หลาย เพ่ือจุดมงุ่ หมายทวี่ า่ ปจั เจกบคุ คลทกุ คน และทุกส่วนของ
สงั คม โดยการคำนึงถึงปฏญิ ญานี้เปน็ เนอื งนติ ย์ จะมงุ่ มั่นส่งเสริมการเคารพสทิ ธิ และอสิ รภาพเหลา่ นี้ ดว้ ย
การสอน และการศึกษา และใหม้ กี ารยอมรบั และยึดถือโดยสากลอย่างมปี ระสิทธผิ ล ดว้ ยมาตรการอัน
กา้ วหน้าในประเทศ และระหว่างประเทศ ทง้ั ในบรรดาประชาชนของรฐั สมาชกิ ดว้ ยกันเอง และในบรรดา
ประชาชนของดินแดนที่อยใู่ ต้เขตอำนาจแหง่ รัฐนั้น

๑. ทกุ คนเกิดมาเทา่ เทียม
๒. ไม่แบง่ แยก
๓. สทิ ธิในการมีชีวิต
๔. ไม่ตกเป็นทาส
๕. ไม่ถกู ทรมาน
๖. ไดร้ บั การคมุ้ ครองทางกฎมาย
๗. เท่าเทียมกนั ตามกฎหมาย
๘. สทิ ธิท่จี ะไดร้ บั การคมุ้ ครองตามกฎหมาย
๙. ไม่ถูกคมุ ขงั โดยพลการ
๑๐. ได้รบั การพจิ ารณาอยา่ งเปน็ ธรรม
๑๑. เปน็ ผบู้ รสิ ุทธจ์ิ นกวา่ ศาลจะตดั สิน
๑๒. สทิ ธคิ วามเป็นส่วนตวั
๑๓. เสรภี าพในการเดินทาง
๑๔. สทิ ธทิ ีจ่ ะล้ีภัย
๑๕. สทิ ธิท่ีจะมสี ัญชาติ
๑๖. เสรภี าพในการแตง่ งาน
๑๗. สิทธใิ นการครอบครองทรพั ยส์ นิ
๑๘. เสรภี าพในการนับถอื ศาสนา
๑๙. เสรีภาพในการแสดงออก
๒๐. เสรภี าพในการชมุ นมุ อย่างสนั ติ
๒๑. การมสี ่วนรว่ มในการปกครองประเทศ
๒๒. การไดร้ บั การดแู ลและค้มุ ครองจากรัฐ
๒๓. สิทธใิ นการทำงาน
๒๔. สทิ ธิในการพกั ผอ่ น
๒๕. คณุ ภาพชวี ิตทดี่ ี
๒๖. สิทธใิ นการศกึ ษา
๒๗. การมสี ว่ นรว่ มทางวฒั นธรรม
๒๘. สันติภาพระหวา่ งประเทศ
๒๙. เคารพสิทธิผูอ้ ืน่
๓๐. สังคมประชาธปิ ไตย

๑๑๔

ในอดีต และในปัจจบุ ัน ปญั หาความขัดแยง้ ทางศาสนายงั เกดิ ข้ึนอยา่ งต่อเนอ่ื งในโลกใบนี้ ท้ังนอ้ี าจเปน็
เพราะแนวปฏบิ ตั ิ ความเช่ือ พิธกี ารท่แี ตล่ ะศาสนาแตกตา่ งกนั ทำใหศ้ าสนกิ ชนของศาสนาตา่ ง ๆ เกดิ จาก
ความขัดแย้งกนั ไปด้วย ดังเชน่ หลาย ๆ เหตกุ ารณ์ความขดั แย้งทางศาสนาในโลก อาทิ

๑. สงครามครเู สด เป็นสงครามที่ยงิ่ ใหญแ่ หง่ มวลมนษุ ยชาตใิ นครั้งอดีต เปน็ สงครามระหวา่ ง
ศาสนา โดยสว่ นใหญห่ มายความถึงสงครามครั้งใหญร่ ะหวา่ งชาวมสุ ลมิ และชาวครสิ ต์ ในชว่ งศตวรรษที่ ๑๑
ถงึ ๑๓ ดินแดนท่ีทำการสรู้ บและแย่งชิงพืน้ ทกี่ นั เป็นสถานท่ีสำคัญของสามศาสนาได้แก่ อสิ ลาม ยไู ด และ
ครสิ ต์ ซง่ึ ในปัจจุบัน ก็คอื บรเิ วณประเทศอสิ ราเอล ปาเลสไตน์ และเลบานอน

๒. สงครามในอัฟกานสิ ถาน ระหวา่ งตาลบี ัน กบั อฟั กานสิ ถาน โดยขัดแยง้ ในการปฏบิ ตั ขิ อง
ศาสนาอิสลามโดยกลมุ่ ตาลบี นั ต้องการใหอ้ ัฟกานิสถานเป็นรัฐอสิ ลาม โดยมกี ฎบังคบั อยา่ งเข้มงวด เช่น หา้ มดู
หนัง เดก็ หญงิ หา้ มเรยี นหนงั สือ ผหู้ ญงิ ทโ่ี ตแลว้ ห้ามทำงานนอกบ้าน และต้องใสผ่ า้ คลมุ อย่างมิดชดิ จนเหน็ แค่
ดวงตาเทา่ นนั้ ในขณะทีป่ ระชาชนในอัฟกานสิ ถานต้องการสทิ ธิเสรีภาพ และความเท่าเทยี ม

การเปลี่ยนแปลงทส่ี ำคญั ของโลก เชน่
๑. การเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยดี จิ ทิ ัล ที่ทำใหเ้ กิดกระแส

การเปล่ียนแปลงผกผันเชงิ ดิจทิ ลั (Digital Disruption) จนทำใหอ้ ุตสาหกรรมหลายอยา่ งตอ้ งเกดิ
การเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

๒. การเปลีย่ นแปลงทางประชากรศาสตร์ ทีจ่ ำนวนประชากรของโลกจะเพมิ่ ขึน้ อกี มาก แต่
ขณะเดยี วกนั ผคู้ นจะมีชวี ิตทยี่ ืนยาวข้ึน ทำให้หลายชาตจิ ะเข้าสู่สังคมของผู้สงู อายุ

๓. การเปลีย่ นแปลงมหาอำนาจทางเศรษฐกจิ ทอี่ าจจะเหน็ บทบาทผนู้ ำเศรษฐกจิ อย่าง
สหรฐั อเมรกิ าหรือแม้แตก่ ล่มุ G7 มีอำนาจตอ่ รองและมีความสำคญั น้อยลง ในขณะท่ีประเทศในกลมุ่ ตะวนั ออก
อย่างจนี หรือกลมุ่ BRIC อาจกลายเป็นผ้ทู ่ีมอี ทิ ธพิ ลในการกำหนดทิศทางเศรษฐกจิ ของโลกมากขนึ้

๔. การเปลีย่ นแปลงของสังคมเมอื ง ซึง่ มกี ารคาดการณ์วา่ ผคู้ นท่วั โลกจะยา้ ยเขา้ มาอาศยั อยู่
ในเมืองถงึ ๖๐% ในปี ๒๐๓๐ ซง่ึ หากเทยี บกบั ในปี ๒๐๐๗ มเี พยี งรอ้ ยละ ๓๐ ทำให้คนจะมาแออัดอยกู่ นั ใน
เมอื งมากขน้ึ

๕. การเปลี่ยนแปลงดา้ นภูมอิ ากาศ การปล่อยคารบ์ อนไดออกไซด์มากเกนิ ไป ทำใหเ้ กดิ ภาวะ
โลกร้อน จนทว่ั โลกตอ้ งมกี ารกำหนดนโยบายเพอ่ื ทำใหก้ ารปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกจากกิจกรรมหรอื ผลิตภัณฑ์
เป็นศูนย์ (Net Zero)
รปู แบบการจดั การเรียนรู้

๑. การจัดการเรียนรโู้ ดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process)
๒. การจัดการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) การปฏบิ ตั ิ
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
นำเสนอขอ้ มลู การเปลย่ี นแปลงของโลกที่เช่อื มโยงขอ้ มลู ด้านสิทธิมนษุ ยชน และความขดั แยง้ ทาง
ศาสนา ด้วยวธิ ีการท่ีสรา้ งสรรค์
วิธกี ารวดั ผล ประเมินผล
พทุ ธิพิสยั
การทดสอบอตั นัย
ทักษะพิสัย
๑. การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิ
๒. การปฏบิ ตั ติ ามสภาพจริง

๑๑๕

บรรณานุกรม
แอมเนสตี้ อินเตอรเ์ นชน่ั แนล. ม.ป.ป. ปฏญิ ญาสากลว่าดว้ ยสิทธมิ นษุ ยชน (Online).

www.amnesty.or.th, ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
ภาสพนั ธ์ ปานศรดี า. ๒๕๖๓. ครเู สด มหาสงครามแผ่นดนิ ศกั ดิส์ ิทธ์ิ. กรงุ เทพฯ: บรษิ ทั วิชน่ั พรี

เพรส จำกัด.
ธนชาติ นุ่มนนท์. ม.ป.ป. การเปล่ียนแปลงท่ีสำคัญของโลก ทม่ี มี ากกวา่ “เทคโนโลยดี ิจทิ ลั ”

(Online). www.bangkokbiznews.com, ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๑๑๖

เอกสารประกอบหลักสตู ร
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๕

๑๑๗

ผลการเรียนรรู้ ายชั้นปี ม.๕
จุดเนน้ ที่ ๑ เสริมสร้างความเป็น “เอกลกั ษณ”์ ของโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ (โรงเรียนท่ีระลกึ แห่งรชั กาลท่ี ๙)
สาระที่ ๑ โรงเรียนของเรา

๑. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการพฒั นาโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
สาระท่ี ๒ พระบิดาของเรา

๑. มสี ่วนร่วมในกจิ กรรมนอ้ มสำนกึ ในพระมหากรุณาธคิ ุณ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สาระที่ ๓ ศาสตร์ของพระบิดา

๑. จัดกลุ่ม และอธบิ ายโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรในประเทศไทย

๒. เผยแพรค่ วามรู้จากสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ ใหเ้ กดิ ประโยชนต์ อ่ สังคม
๓. นำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชป้ ฏิบตั ิในครอบครวั
สาระที่ ๔ หลกั การทรงงานของพระบิดา
๑. นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
มาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน
สาระท่ี ๕ เกษตรวิถีพอเพียง
๑. พัฒนากระบวนการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อจดั จำหน่าย และจดั ทำบัญชคี รวั เรอื น
๒. ดำเนนิ การรวมกลุ่มเพอื่ การประกอบอาชีพ

จุดเนน้ ที่ ๒ เสริมสรา้ งความเป็น “อัตลักษณ”์ ของนกั เรียนโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ (พลเมอื งดีวถิ ี น.ว.ม.)
สาระที่ ๖ พื้นฐานการเป็นพลเมืองดี

๑. เสนอแนวทางการเสริมสรา้ งวินยั หนา้ ที่ สทิ ธิเสรีภาพ ในโรงเรียน
๒. สรา้ งแนวความคดิ สร้างสรรค์ทเี่ ปน็ ประโยชน์ และมคี ณุ คา่
๓. พฒั นาโรงเรยี นโดยเปน็ ผู้นำในกิจกรรมจติ อาสา
สาระที่ ๗ ทอ้ งถิ่นของเรา
๑. เข้ารว่ มในการพัฒนาท้องถิ่น และจังหวัดในฐานะเยาวชนในทอ้ งถิ่น
๒. ประชาสัมพันธ์เพ่ือแบ่งปนั ข้อมลู นามมงคล และต้นไมท้ รงปลูก ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในจงั หวดั นครนายก
สาระที่ ๘ การเป็นพลเมืองไทย
๑. แสดงความคดิ เหน็ ตอ่ ประเทศไทย และสถาบนั พระมหากษัตริย์ ได้อย่างเหมาะสม
๒. เขา้ รว่ มกจิ กรรมสบื สานวัฒนธรรม และประเพณีไทยไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓. วางแผน และดำเนินการจดั กิจกรรมรณรงค์ให้ความรเู้ กี่ยวกบั กฎหมายสำหรับเด็ก และเยาวชน
๔. ปฏบิ ัติตนตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข
๕. ปฏบิ ตั ติ นเพ่อื เปน็ ส่วนหน่ึงในการแก้ปัญหา และสรา้ งการเปลย่ี นแปลงที่ดีในสงั คม
สาระท่ี ๙ การเปน็ พลเมืองโลก
๑. นำหลักคำสอนทางศาสนาทต่ี นนบั ถือมาใชป้ ฏิบตั ิตนได้อยา่ งมคี วามสขุ
๒. แสดงความคดิ เหน็ ต่อสถานการณก์ ารละเมดิ สิทธมิ นุษยชนในทเี่ กิดขึ้นในโลกอย่างสรา้ งสรรค์
๓. แสดงออกถึงพฤติกรรมทมี่ ติ รกับส่ิงแวดล้อม และระบบนเิ วศ
๔. ริเริม่ แนวคดิ ในการช่วยรณรงค์หรอื ลดปัญหา และการเปล่ียนแปลงท่ีสำคัญของโลก ในฐานะเยาวชน

๑๑๘

คำอธบิ ายรายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๙ (ส๓๐๒๑๓)

มสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เห็นต่อการพฒั นาโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ จดั กลมุ่ และอธิบาย
โครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร ในภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื นำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านเศรษฐกจิ พอเพียง ด้านเขา้ ใจ เข้าถงึ
พัฒนา มาประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั ร่วมประชาสมั พนั ธน์ ามมงคล และตน้ ไม้ทรงปลกู ของพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในจังหวดั นครนายก

พฒั นากระบวนการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพอื่ จัดจำหน่าย และจดั ทำบญั ชคี รัวเรือน
ดำเนินการรวมกลมุ่ เพ่อื การประกอบอาชีพ แสดงความคิดเห็นต่อประเทศไทย และสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เขา้ ร่วมกจิ กรรมสบื สานวฒั นธรรม และประเพณไี ทย ได้อยา่ งเหมาะสม ปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื เปน็
สว่ นหนงึ่ ในการแก้ปญั หา และสร้างการเปลย่ี นแปลงทด่ี ีในสงั คม นำหลกั คำสอนทางศาสนาที่ตนนบั ถือมาใช้
ปฏิบัตติ นไดอ้ ยา่ งมีความสขุ แสดงความคิดเหน็ ตอ่ สถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในที่เกดิ ขนึ้ ในโลกอย่าง
สรา้ งสรรค์

โดยใช้กระบวนการเรยี นรูแ้ บบ Active Learning ในการพฒั นาสตปิ ญั ญา ทักษะ และเจตคติ ของ
นกั เรยี นโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์ อย่างรอบดา้ น เพอ่ื เสริมสรา้ งเอกลกั ษณ์ “โรงเรยี นทีร่ ะลกึ แหง่ รัชกาลท่ี ๙”
และอัตลกั ษณ์ “พลเมืองดีวถิ ี น.ว.ม.” ใหน้ กั เรยี นเตบิ โตเปน็ พลเมืองที่ดขี องสงั คมไทย และสงั คมโลกอยา่ งมี
ความสขุ

ผลการเรียนรู้
๑. มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเหน็ ตอ่ การพฒั นาโรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๒. จัดกลมุ่ และอธิบายโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรม

ชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรในประเทศไทย
๓. นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช

บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวัน
๔. ร่วมประชาสัมพนั ธ์นามมงคล และตน้ ไม้ทรงปลูกของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร

มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจงั หวัดนครนายก
๕. พฒั นากระบวนการแปรรปู ผลผลิตทางการเกษตรเพอ่ื จดั จำหนา่ ย และจัดทำบญั ชีครัวเรือน
๖. ดำเนนิ การรวมกลมุ่ เพอ่ื การประกอบอาชพี
๗. แสดงความคิดเหน็ ตอ่ ประเทศไทย และสถาบันพระมหากษตั ริย์ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
๘. เขา้ ร่วมกจิ กรรมสืบสานวฒั นธรรม และประเพณีไทยได้อย่างเหมาะสม
๙. ปฏบิ ัติตนเพอื่ เป็นส่วนหน่ึงในการแกป้ ัญหา และสรา้ งการเปลีย่ นแปลงท่ีดใี นสงั คม
๑๐. นำหลกั คำสอนทางศาสนาท่ีตนนบั ถือมาใช้ปฏิบตั ติ นไดอ้ ย่างมคี วามสขุ
๑๑. แสดงความคดิ เหน็ ต่อสถานการณ์การละเมิดสทิ ธมิ นุษยชนทเี่ กดิ ขึ้นในโลกอยา่ งสรา้ งสรรค์

๑๑๙

หนว่ ยการเรยี นรู้

รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วที่ ๙ (ส๓๐๒๑๓)

จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ

หนว่ ยการเรียนรู้ ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ เวลาในการจดั กิจกรรม
ที่
๑ การเรยี นการสอน (คาบ)

๒ ร่วมสร้างสงั คมให้น่าอยู่ ๘

โครงการของพระบดิ าทั่วไทย ๒

รวมกลมุ่ เพอ่ื สร้างงานอาชีพ ๘

ณ นครนายก ๒

รวม ๒๐

๑๒๐

แผนการใช้หลักสตู ร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวที่ ๙ รหัสวิชา ส๓๐๒๑๓

หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๑ ช่ือหน่วย ร่วมสรา้ งสังคมใหน้ ่าอยู่
เวลาทใ่ี ช้ในการจดั การเรียนการรู้ ๘ คาบเรียน
ผลการเรยี นรู้ประจำหนว่ ย

๑. แสดงความคดิ เหน็ ต่อสถานการณก์ ารละเมดิ สิทธมิ นุษยชนทเี่ กดิ ขึ้นในโลกอยา่ งสรา้ งสรรค์
๒. มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็นตอ่ การพฒั นาโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
๓. เข้าร่วมกจิ กรรมสืบสานวัฒนธรรม และประเพณไี ทยไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๔. นำหลกั คำสอนทางศาสนาทตี่ นนบั ถือมาใชป้ ฏิบัตติ นได้อยา่ งมีความสขุ
๕. แสดงความคิดเหน็ ต่อประเทศไทย และสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
๖. ปฏบิ ตั ติ นเพอื่ เปน็ ส่วนหน่งึ ในการแกป้ ัญหา และสรา้ งการเปลยี่ นแปลงที่ดใี นสงั คม
สาระการเรยี นรู้
พุทธพิ สิ ยั
สถานการณก์ ารละเมิดสทิ ธิมนุษยชนในโลก
จติ พสิ ยั
๑. การมสี ว่ นรว่ มต่อการพัฒนาโรงเรียน
๒. การสบื สานวฒั นธรรม และประเพณีไทย
๓. การปฏิบตั ติ นตามหลกั คำสอนของศาสนาท่นี บั ถือ
ทกั ษะพิสัย
๑. การแสดงความคิดเหน็ ตอ่ ประเทศไทย และสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ได้อย่างเหมาะสม
๒. การปฏบิ ัตเิ พอ่ื เป็นส่วนหนึง่ ในการแกป้ ญั หา และสรา้ งการเปลีย่ นแปลงทด่ี ใี นสงั คม
สาระสำคญั
สถานการณก์ ารละเมิดสทิ ธมิ นษุ ยชนในโลก
เรอื่ งของสทิ ธมิ นษุ ยชน (Human Right) อนั หมาย ถึงสิทธทิ ม่ี นุษยท์ ุกคนมีความเทา่ เทยี มกันมศี ักด์ิศรี
ของความเป็นมนษุ ย์ มสี ทิ ธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลท่ีไดร้ บั การรบั รองทงั้ ความคิด และการ
กระทำทไี่ ม่มีการลว่ งละเมดิ ได้ โดยได้รับการค้มุ ครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย และสนธสิ ัญญา
ระหว่างประเทศไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์ โดยในปจั จบุ ันสถานการณด์ ้านสิทธมิ นุษยชนในทั่วโลกยงั ถอื ว่ามีปัญหา
เชน่ การใช้ความรนุ แรง การใชอ้ าวธุ สิทธิดา้ นสขุ ภาพ ปญั หาเร่อื งโรคระบาด ทง้ั นนี้ กั เรยี นสามารถเรยี นรู้ และ
สบื ค้นขอ้ มลู ไดจ้ ากแหลง่ ทนี่ ่าเชอ่ื ถือ ตัวอยา่ งสถานการณ์ทเี่ ก่ียวข้องกับการละเมิดสทิ ธมิ นุษยชนรอบโลก

๑. ความหลากหลายทางเพศ ในหลาย ๆ ประเทศ การแสดงออกทางเพศ ลกั ษณะทางเพศ ท่ี
แตกตา่ งหลากหลาย จะทำให้ถกู ล้อเลียนหรอื โดนรังแก ไปจนถึงการโดนปฏเิ สธไมร่ บั เขา้ ทำงานหรอื ไม่ไดร้ บั
สทิ ธกิ ารรักษาสขุ ภาพท่เี หมาะสม จากกรณตี วั อยา่ งการถกู คกุ คามบนทอ้ งถนน ถกู ซอ้ มถกู ทำร้ายรา่ งกาย หรอื
แมก้ ระทั้งถกู ฆา่ เพยี งเพราะตวั ตนของพวกเขา

๒. สทิ ธเิ ด็ก ในระดบั โลกมีการละเมดิ สิทธมิ นุษยชนเดก็ ทกุ วนั เด็ก และเยาวชนมกั เสย่ี งทีจ่ ะ
ถูกละเมิดสทิ ธิ เพราะยงั ตอ้ งพง่ึ พาผู้ใหญซ่ ่ึงในหลายกรณอี าจทำใหเ้ ส่ยี งเพมิ่ ขึน้ เด็กมแี นวโนม้ จะเป็นกลุ่มทมี่ ี
ความเสย่ี งมากทสี่ ุดทจี่ ะต้องเผชญิ กบั ความยากจน การขาดสารอาหาร และการปฏิบตั ทิ ี่มิชอบ ตวั อย่างเชน่

๑๒๑

เดก็ กว่า ๖๑ ลา้ นคนทวั่ โลกไมไ่ ดเ้ ข้าเรียนชั้นประถม และคาดการณว์ ่าเด็กผหู้ ญงิ ๑๕๐ ล้านคน และเด็กผู้ชาย
๗๓ ลา้ นคน ถกู ละเมดิ ทางเพศทกุ ปี เดก็ ผหู้ ญงิ อายเุ พยี งเกา้ ขวบถูกบังคับให้แต่งงาน เปน็ ต้น

๓. ชนเผ่าพืน้ เมอื ง ทัว่ โลกมีชนเผ่าพ้นื เมอื งกวา่ ๓๗๐ลา้ นคน และกระจายอยู่มากกว่า ๙๐
ประเทศ ซง่ึ ชนเผา่ พ้นื เมืองมีกว่า ๕,๐๐๐ เผ่า และมีภาษาพน้ื เมืองมากกว่า ๔,๐๐๐ ภาษา ชนเผา่ พ้นื เมืองมัก
ถกู ผลกั ใหเ้ ป็นกลมุ่ คนชายขอบและตอ้ งเผชิญกบั การเลอื กปฏิบัตใิ นกระบวนการยุตธิ รรมของประเทศนนั้ ซง่ึ
ตอ้ งทำใหพ้ วกเขาตอ้ งเสีย่ งตอ่ การใช้ความรุนแรง และการถกู ละเมิดมากขนึ้

๔. อ่ืน ๆ เช่น สถานการณ์สทิ ธสิ ตรี สถานการณ์เสรภี าพในการแสดงออก
การมสี ่วนรว่ มตอ่ การพฒั นาโรงเรยี น
แนวคิดเกยี่ วกับการพฒั นาเริม่ มีมาในอดตี การณด์ ้วยการท่ีมนุษยเ์ ป็นสัตวส์ ังคมดำรงชีวติ ด้วยการอยู่
ร่วมกันเป็นกลมุ่ เป็นสงั คม และมกี ารคดั เลือกผนู้ ำเพือ่ ดำเนนิ การพฒั นากลมุ่ ของตนเอง เพอื่ การอยูร่ อดของ
เผา่ พันธอ์ุ นั เปน็ การปฏบิ ตั สิ บื ตอ่ กันมากระทง่ั ถึงปัจจุบนั กย็ งั มีการพฒั นากนั อยู่ตลอด
พัฒนา หมายถงึ ทำใหเ้ จริญ ทำใหก้ า้ วหนา้ ในดา้ นการพฒั นาโรงเรียน หมายถงึ ทำใหโ้ รงเรยี นมี
ความเจรญิ มีความก้าวหนา้ บคุ ลากรในสถาบันสามารถมสี ว่ นรว่ มในการแสดงการคดิ เหน็ ทจี่ ะทำให้โรงเรยี นมี
ความเจรญิ มีความก้าวหนา้ ต่อไป
การสบื สานวฒั นธรรม และประเพณไี ทย
คำว่า “วัฒน” หมายถึง ความเจรญิ งอกงาม ส่วนคำวา่ “ธรรม” หมาย ถงึ ความดี ความงาม ดังนนั้
วัฒนธรรม หมายถงึ ความดีท่ีเจรญิ งอกงาม เชน่ วัฒนธรรมดา้ นการแต่งกายแบบไทย วัฒนธรรมด้านมารยาท
ไทย เปน็ ต้น คำวา่ ประเพณี คือกจิ กรรมที่มีการปฏิบตั สิ บื เนอ่ื งกันมาเป็นเอกลกั ษณ์ และมีความสำคัญต่อสงั คม
ประเพณีไทย เช่น ประเพณีสารทเดอื นสบิ ประเพณลี อยกระทง เปน็ ต้น
การสบื สานวฒั นธรรม และประเพณไี ทย สง่ิ ทค่ี วรทำอยา่ งยง่ิ ก็คือ การเผยแพร่ใหค้ วามรูแ้ กเ่ ยาวชน
ตลอดจนนกั ท่องเทยี่ วต่างชาติใหเ้ ขา้ ใจในสาระความหมายของวัฒนธรรม และประเพณีตา่ ง ๆ อยา่ งชดั เจน
พร้อมทั้งแนะแนวทางทค่ี วรประพฤตปิ ฏิบัติ การเผยแพร่ใหค้ วามรู้เชน่ น้ี ควรทำอย่างตอ่ เนอ่ื ง และสม่ำเสมอ
การรกั ษา และสบื ทอดความงดงามของสาระสำคัญของวัฒนธรรม และประเพณีน้นั น่าจะเปน็ หน้าท่ีของคน
ไทยทุกระดบั ในสงั คม เรมิ่ ตง้ั แตค่ รอบครวั โรงเรยี น ชุมชน องค์กรตา่ งๆของรฐั และเอกชน ตลอดจนส่อื มวลชน
ทกุ แขนง เยาวชน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมตา่ งๆ เพ่อื เปน็ การสบื สานวัฒนธรรม และประเพณีไทยไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม และสามารถปฏิบัตติ นเพือ่ เปน็ สว่ นหนึ่งในการแกป้ ัญหา และสรา้ งการเปลยี่ นแปลงทดี่ ีในสงั คมได้
การปฏบิ ตั ติ นตามหลักคำสอนของศาสนาที่นบั ถือ ศาสนา เปน็ ศพั ท์ในภาษาสันสกฤต บาลใี ช้คำวา่
สาสนา แปลว่า คำส่งั สอน เป็นลทั ธิความชอบของมนษุ ย์ ศาสนาทกุ ศาสนามีอิทธิพลต่อบุคคลตลอดจนแนวคดิ
และหลกั ความเชือ่ ของบุคคลทนี่ ำมาใช้ปฏิบัตติ นได้อย่างมีความสุข ตวั อย่างคำสอนทางศาสนาต่าง ๆ ท่ี
สามารถนำมาปรบั ใชใ้ นชวี ิต นักเรยี นสามารถสบื ค้นและเรยี นรไู้ ดจ้ ากสอื่ ต่าง ๆ ทีน่ ่าเช่อื ถือ ทงั้ นี้คำสอนในทกุ
ศาสนา มีความสอดคลอ้ งกนั คอื ใหก้ ระทำความดแี ละไมท่ ำความช่ัวทั้งปวง ตัวอยา่ งหลกั คำสอนของบาง
ศาสนา เชน่

๑. ศาสนาพทุ ธ หา้ มไมใ่ หก้ ระทำความช่ัวทุกชนิดทง้ั กาย วาจา และใจ ให้กระทำความดีทุก
อยา่ งทงั้ ทางกาย วาจา และใจ ชำระจิตใหบ้ รสิ ุทธ์ิ เพราะจติ บรสิ ทุ ธ์ิจะทำใหก้ ายและวาจาบรสิ ทุ ธดิ์ ้วย

๒. ศาสนาคริสต์ ปฐมเทศนาของพระเยซเู จา้ เรื่องความสขุ แทจ้ รงิ หรอื บญุ ลาภ ๘ ประการ
คอื ๑) ความสุขแกผ่ ้มู ีใจยากจน ๒) ความสขุ แกผ่ ้เู ป็นทุกข์โศกเศร้า ๓) ความสขุ แก่ผมู้ ีใจอ่อนโยน ๔) ความสุข
แก่ผู้มใี จกระหายความชอบธรรม ๕) ความสุขแกผ่ ูม้ ีใจเมตตากรุณา ๖) ความสุขแก่ผู้มใี จบรสิ ทุ ธ์ิ ๗) ความสุข
แกผ่ สู้ รา้ งสนั ติ ๘) ความสุขแก่ผทู้ ีถ่ กู ข่มเหงเพราะความชอบธรรม นอกจากน้ียงั มี บญั ญตั ริ กั เปน็ หลักปฏบิ ตั ิ

๑๒๒

ของครสิ ตศ์ าสนา มี ๒ ขอ้ คอื ๑) ทา่ นตอ้ งรกั องค์พระผ้เู ปน็ เจา้ ของทา่ นสดุ จติ ใจ สดุ วิญญาณ สุดสตปิ ญั ญา
และสดุ กำลงั ของทา่ น คำว่า “รักพระเจา้ ” หมายถงึ จงเช่อื ฟงั พระเจา้ ดว้ ยความเคารพนบนอบต่อพระองค์
ถ้าเราทำไดผ้ ลลพั ธ์คอื เราจะมที ศั นคติทีด่ ี และทา่ ทที ีด่ ีตอ่ ผอู้ ่นื ๒) ท่านจะตอ้ งรักเพอ่ื นมนุษยเ์ หมือนรกั ตัวเอง

๓. ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู ธรรมะ ๑๐ ประการ ๑) ความพอใจ ๒) ความอดกล้นั
๓) การระงบั จิตใจ ๔) ไมล่ กั ไมข่ โมย ๕) ความบรสิ ทุ ธ์ิ ๖) การปราบปราม ๗) ปญั ญา สมาธิ ๘) ความรูท้ าง
ปรชั ญา ๙) ความจรงิ ๑๐) ไม่โกรธ

๔. ศาสนาอนื่ ๆ สามารถสบื คน้ และศกึ ษาได้จากแหลง่ ที่น่าเชือ่ ถอื
การแสดงความคิดเห็นต่อประเทศไทย และสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ ได้อย่างเหมาะสม
การมที ัศนคติที่ถูกตอ้ งต่อประเทศไทย และสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ซึ่งทัศนคติ หมายถึง ความรสู้ กึ
ความคิด หรือความเชอ่ื และแนวโนม้ ทจ่ี ะแสดงออกซง่ึ พฤตกิ รรมของบคุ คล เป็นปฏกิ ิริยาโต้ตอบใน
การประมวลค่าวา่ ชอบหรอื ไม่ชอบ ทีจ่ ะสง่ ผลกระทบต่อการตอบปญั หาของบคุ คลในเชิงบวกหรือเชงิ ลบซงึ่ มี
องคป์ ระกอบ ๒ ด้าน คือ ๑. ด้านปญั ญา และ ๒. ด้านอารมณ์ความรสู้ กึ ซึ่งประเทศไทย และสถาบัน
พระมหากษตั รยิ เ์ ป็นส่งิ ทคี่ วบคกู่ นั ทั้งในอดตี จนถึงปจั จบุ ันดงั น้นั ทศั นคตทิ ่ีถกู ต้องตอ่ ประเทศไทย และสถาบัน
พระมหากษัตริยจ์ ะเป็นสิง่ สำคัญในการพฒั นาเยาวชนคนในชาติตอ่ ไป
การปฏบิ ัตเิ พือ่ เป็นส่วนหน่ึงในการแกป้ ัญหา และสร้างการเปลย่ี นแปลงท่ีดใี นสงั คม
การเปลี่ยนสังคมให้ดีขน้ึ เป็นสงิ่ ทีท่ ำได้ และสงั คมไทยเองกไ็ ด้เปลีย่ นไปมากจากในอดีต หลาย ๆ อย่าง
เป็นการเปลย่ี นแปลงทีด่ ขี ึ้น และเปน็ ประโยชน์ตอ่ ความเป็นอยขู่ องคนส่วนใหญ่ ในอดตี เคยมีกาเปล่ยี นแปลง
ท่ีใหญ่ในสังคมไทย ถึงขนาดต้องรือ้ โครงสรา้ งอำนาจและความสัมพนั ธ์ของคนในสงั คมอยา่ งท่ีไมเ่ คยเกดิ ขึน้ มา
กอ่ น เพอื่ ประโยชนข์ องประเทศในระยะยาว ตัวอยา่ งทด่ี ี คือ การเลกิ ทาสในสมัยรชั กาลทีห่ า้ ทเี่ ปลีย่ นสังคม
จากระบบศกั ดนิ าเดิมทใ่ี ห้สทิ ธิคนหน่งึ ที่เปน็ เจา้ ของทาสสามารถมีอำนาจเหนอื ชวี ิตอีกคนหน่งึ ทเี่ ปน็ ทาส
เปลี่ยนเปน็ สงั คมท่คี นไทยมสี ิทธเิ ทา่ เทียมกนั มากขึน้ เปน็ การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ และเกิดขนึ้ โดยไมส่ รา้ งปัญหา
หรอื ความขดั แย้งในสังคม ช้ีใหเ้ ห็นวา่ สังคมสามารถเปล่ียนแปลงไดเ้ พียงแตเ่ ราตอ้ งมวี ธิ ีการทจ่ี ะนำไปสู่
การเปลีย่ นแปลงดงั กล่าว
รูปแบบการจัดแนวคิดหรอื ทฤษฎีตะวันตกวา่ ดว้ ยการเปลยี่ นแปลงสังคมมีมาก สว่ นใหญจ่ ะเร่มิ จาก
ขอ้ เทจ็ จรงิ วา่ ในทกุ การเปลยี่ นแปลงจะมแี รงต่อต้าน แรงตอ่ ต้านนม้ี าจากส่วนของสงั คมทไ่ี ด้ประโยชนจ์ าก
สถานะปจั จบุ นั ทส่ี ังคมมี และจะเสยี ประโยชนถ์ ้ามกี ารเปลีย่ นแปลง จงึ พยายามใช้อำนาจทุกอย่างท่ีมี ไมว่ ่าจะ
เป็นอำนาจการเมอื ง เศรษฐกจิ หรอื สงั คม หยุดหรอื ต่อต้านไม่ใหเ้ กิดการเปลยี่ นแปลง ในเร่ืองนี้ ต้องเข้าใจวา่
ลกึ ๆ แลว้ กลมุ่ คนเหล่านีไ้ มไ่ ด้ต่อตา้ นการเปลี่ยนแปลง เพยี งแต่ตอ่ ต้านการเปล่ียนแปลงทจี่ ะทำใหพ้ วกเขาเสยี
ประโยชน์ แตถ่ ้าเป็นการเปลย่ี นแปลงทไี่ ด้ประโยชน์ กเ็ ป็นอกี เรือ่ งหนงึ่ แนวคิดหนงึ่ ในการสรา้ งพลงั
การเปลยี่ นแปลงใหเ้ ติบใหญ่กวา่ แรงตอ่ ต้านนน้ั จะสำเร็จได้กต็ ่อเมอ่ื มเี งอ่ื นไขสนบั สนุนสามเงื่อนไขท่ตี อ้ งเกิดขึ้น
พร้อมกัน ไดแ้ ก่

๑. ตอ้ งมคี วามไมพ่ อใจในสังคมตอ่ ระบบหรอื ต่อสง่ิ ทกี่ ำลงั เกดิ ข้ึนในสังคม เปน็ ความรูส้ ึกไม่
ชอบหรอื ไมพ่ อใจของคนในสงั คมต่อสภาพปัจจุบันทเี่ กดิ ขึ้นจนทกุ คนอยากเปลย่ี น อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง
เกดิ ขึน้ เพราะไม่ชอบสงิ่ ทม่ี ีอยู่ นค้ี อื เง่อื นไขความไม่พอใจทตี่ อ้ งมที จ่ี ะนำไปสกู่ ารเปล่ยี นแปลง

๒. ต้องมีความชดั เจนในอนาคตหรือวิสัยทศั นข์ องสงั คมท่จี ะเกดิ ขึน้ หลงั การเปลี่ยนแปลง เปน็
ความเขา้ ใจร่วมกนั ของคนในสงั คมวา่ สงิ่ ทอี่ ยากใหเ้ กิดข้นึ คืออะไร เป็นเปา้ ประสงคห์ รือเป้าหมายรว่ มกนั ท่คี น
ในสงั คมอยากให้เกดิ ข้นึ เป็นความหวงั ของสงั คมที่นำไปสู่การเปล่ยี นแปลง

๑๒๓

๓. ตอ้ งมเี คร่อื งมอื หรือแนวทางหรอื วธิ ีการทเ่ี ป็นท่ยี อมรบั ว่าสามารถนำไปสู่
การเปล่ียนแปลงท่ีประสบความสำเรจ็ ได้ เปน็ ตวั อย่างความสำเรจ็ ทเี่ ป็นแรงดลใจให้คนส่วนใหญอ่ ยากขยายผล
ไปสูค่ วามสำเรจ็ ทใ่ี หญก่ วา่ เพือ่ การเปลย่ี นแปลงท่ใี หญ่กว่า เปน็ เหมอื นความสำเร็จเลก็ ๆ น้อย ๆ ท่ีเป็นแรง
บันดาลใจใหค้ นในสังคมเข้ารว่ มเพอ่ื สร้างการเปล่ียนแปลงทอี่ ยากเหน็ เป็นตวั จดุ และสรา้ งโมเมนตมั ใหก้ บั
การเปลี่ยนแปลง
การเรยี นรู้

รปู แบบการเรยี นรโู้ ดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project – Based Learning)
ช้ินงาน/ภาระงาน

โครงการพฒั นาโรงเรียน ๑ กิจกรรม และนำผลการดำเนินโครงการมาแลกเปลยี่ นเรียนรู้ กิจกรรม
เกีย่ วกับสถาบันชาติ/สถาบันพระมหากษัตริย์/วัฒนธรรมประเพณีไทย/การแกป้ ญั หา และการสรา้ งการ
เปลี่ยนแปลงในสงั คม/กจิ กรรมเกี่ยวกบั ศาสนา/กจิ กรรมเกี่ยวกบั สทิ ธมิ นุษยชน
วธิ ีการวดั ผล ประเมินผล

พุทธพิ สิ ยั
การทดสอบอตั นัย
จติ พิสัย
๑. การสงั เกตพฤติกรรม
๒. การประเมนิ โดยเพอื่ น/ผปู้ กครอง
๓. การประเมินตนเองของผู้เรยี น
ทักษะพสิ ัย
๑. การประเมนิ ผลการปฏิบตั ิ
๒. การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
บรรณานุกรม
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม. ๒๕๖๑. ศาสนาในประเทศไทย. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ชุมนมุ
สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .
กระทรวงวฒั นธรรม. ๒๕๕๔. ประเพณีสงกรานต์. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตร
แหง่ ประเทศไทย.
กลุ่มพฒั นาการศกึ ษา สำนักงานศึกษาธกิ ารภาค ๑๒. ๒๕๖๒. รายงานผลการดำเนินงาน โครงการ
ส่งเสรมิ สนับสนนุ การดำเนนิ งานตามพระบรมราโชบาย ดา้ นการศกึ ษา ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา้
เจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ ๑๐ สู่การปฏบิ ตั ิ (Online). www.reo12.moe.go.th, ๑๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
บณั ฑติ นจิ ถาวร. ๒๕๖๐. เราจะสรา้ งสงั คมให้ดขี ึ้นไดไ้ หม (Online).
www.anticorruption.in.th, ๑๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
มาตกิ า ประชารักษส์ กลุ และธัญญธร ศรีวเิ ชยี ร. ๒๕๖๑. “การพัฒนาแนวทางการมีสว่ นรว่ มของ
ชุมชนในการบรหิ ารจัดการสถานศกึ ษา สงั กัดสำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาขอนแกน่ เขต ๔.”
วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. ปที ี่ ๑๒. (ฉบับที่ ๑): หน้า ๑๖๓-๑๗๔.
แอมเนสต้ี อินเตอรเ์ นชนั่ แนล. ม.ป.ป. สิทธมิ นษุ ยชน (Online). www.amnesty.or.th, ๑๖
กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๑๒๔

แผนการใชห้ ลกั สตู ร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา กา้ วที่ ๙ รหสั วชิ า ส๓๐๒๑๓

หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๒ ช่ือหนว่ ย โครงการของพระบดิ าทัว่ ไทย
เวลาทใี่ ชใ้ นการจดั การเรยี นการรู้ ๒ คาบเรียน
ผลการเรยี นรู้ประจำหน่วย

จัดกลมุ่ และอธบิ ายโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในประเทศไทย
สาระการเรยี นรู้

พทุ ธิพสิ ยั
โครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ ภาคเหนอื ภาคใต้ และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
สาระสำคัญ
โครงการตามพระราชดำริ หมายถึง โครงการท่ีพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงวางแผนพฒั นา และทรงเสนอแนะใหร้ ัฐบาลหรอื หน่วงงานราชการ
พจิ ารณาความเปน็ ไปได้ และร่วมดำเนินการ เพอื่ พฒั นาชีวติ และความเป็นอยูข่ องประชาชน ต่อมาไดใ้ ช้คำวา่
“โครงการอันเน่อื งมาจากพระราชดำริ” เป็นส่วนใหญ่
โครงการตามพระราชดำริ พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ทรงมพี ระราชหฤทัยมุง่ ม่นั ที่จะทรงแกไ้ ขปัญหาความเดอื ดรอ้ นของราษฎรเสมือนหนึ่งเป็น
ความทกุ ขข์ องพระองค์เอง พระองคจ์ ึงทรงมพี ระราชดำริ ทจี่ ะพฒั นาความเป็นอยขู่ องราษฎรให้เกิดความ “พอ
อยู่ พอกนิ ”
โครงการตามพระราชดำริ สามารถแบ่งประเภทออกได้ ๘ ประเภทได้แก่

๑. โครงการพฒั นาดา้ นแหลง่ น้ำ ๓,๓๓๖ โครงการ
๒. โครงการพฒั นาด้านการเกษตร ๑๓๙ โครงการ
๓. โครงการพัฒนาดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ๑๘๘ โครงการ
๔. โครงการพัฒนาด้านสง่ เสรมิ อาชีพ ๓๔๖ โครงการ
๕. โครงการพัฒนาด้านสาธารณสขุ ๕๘ โครงการ
๖. โครงการพัฒนาด้านคมนาคมส่อื สาร ๘๔ โครงการ
๗. สวัสดกิ ารสังคม/การศกึ ษา ๔๐๒ โครงการ
๘. โครงการพัฒนาแบบบรู ณาการ ๒๕๗ โครงการ
โครงการตามพระราชดำริภาคเหนอื เชน่
- โครงการพฒั นาท่ีดนิ มลู นิธิชยั พฒั นาบ้านหนองไผ่ ต.ตลกุ เทยี ม อ.พรหมพิราม จ.พิษณโุ ลก
- โครงการพฒั นาท่ีดินมลู นิธชิ ัยพฒั นา ต.ป่าคาย อ.ทองแสน จ.อุตรดติ ย์
- โครงการแปลงรวบรวมไม้ผลพันธ์ุดี และพันธพ์ุ ้ืนเมอื ง บา้ นป่าบง มลู นิธิชัยพฒั นา
ต.ศรบี วั บาน อ.เมือง จ.ลำพนู
- โครงการศูนย์พฒั นาพนั ธส์ุ ตั ว์พระราชทาน บา้ นหนองชะลาบ จ.ตาก
โครงการตามพระราชดำริภาคใต้ เชน่
- โครงการปลกู พชื ผสมผสานของมูลนธิ ิชัยพัฒนา ต.ครุ ะบรุ ี อ.ครุ ะบรุ ี จ.พังงา

๑๒๕

- โครงการอ่างเกบ็ นำ้ บางกำปรดั อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ บา้ นเขาใหญ่ ต.สนิ ปนุ
อ.เขาพนม จ.กระบ่ี

- โครงการก่อสรา้ งถนนเสน้ ทางสายบา้ นกมลา-บ้านป่าแดง , บา้ นกมลา-บา้ นกะหลิม หมู่ 5
ต.ปา่ ตอง อ.กระทู้ จ.ภเู กต็

โครงการตามพระราชดำรภิ าคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เชน่
- โครงการเขื่อนน้ำเชญิ ต.ชมุ แพ อ.ชมุ แพ จ.ขอนแก่น
- โครงการพฒั นาท่ดี นิ ทำกิน บ้านทุ่งทรายจก บ้านทงุ่ ทรายจก ต.บา้ นตอ้ ง อ.เซกา จ.บงึ กาฬ
- โครงการปลูกป่าพฒั นา-แม่ฟ้าหลวง บ้านดอนขนุน ต.ด่านศรีสุข อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย

ทัง้ นน้ี ักเรียนสามารถสืบค้นโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธิเบศรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ได้จากเว็บไซต์ของสำนกั งาน กปร. (สำนกั งาน
คณะกรรมการพเิ ศษเพ่อื ประสานงานโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ)
รปู แบบการจัดการเรียนรู้

การจดั การเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process)
ชิ้นงาน/ภาระงาน

การสบื คน้ และจดั ทำรายงานโครงการในพระราชดำรขิ องพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในภาคเหนอื ภาคใต้ และภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
วธิ กี ารวัดผล ประเมนิ ผล

พทุ ธพิ สิ ัย
การทดสอบอัตนัย
บรรณานกุ รม
สำนกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอื่ ประสานงานโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนกั งาน
กปร.). ๒๕๖๓. สรปุ ภาพรวมขอ้ มลู โครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดำร.ิ www.rdpb.go.th, ๑๖
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๑๒๖

แผนการใช้หลักสูตร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๙ รหัสวชิ า ส๓๐๒๑๓

หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี ๓ ช่อื หนว่ ย รวมกลุ่มเพอื่ สร้างงานอาชีพ
เวลาที่ใชใ้ นการจัดการเรียนการรู้ ๘ คาบเรียน
ผลการเรยี นรูป้ ระจำหน่วย

๑. นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน

๒. พฒั นากระบวนการแปรรปู ผลผลิตทางการเกษตรเพือ่ จดั จำหน่าย และจดั ทำบญั ชคี รัวเรอื น
๓. ดำเนนิ การรวมกลมุ่ เพอ่ื การประกอบอาชพี
สาระการเรยี นรู้
จิตพิสัย
การน้อมนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ดา้ นเศรษฐกิจพอเพยี ง ด้านเข้าใจ เขา้ ถึง พฒั นา ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
ทักษะพสิ ัย
๑. การแปรรปู ผลผลิตทางการเกษตรเพือ่ จดั จำหนา่ ย
๒. การจดั ทำบัญชคี รัวเรือน
๓. การปฏบิ ัตกิ ารรวมกลมุ่ เพอื่ การประกอบอาชพี
สาระสำคญั
หลกั การทรงงานด้านเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ ปรัชญาชถ้ี ึงแนวทางดำรงอยู่ และปฏบิ ัติตนของ
ประชาชนในทุกระดบั ครอบครัว ระดับชมุ ชนจนถึงระดบั รฐั ความพอเพียง หมายถงึ ความพอประมาณ
ความมีเหตผุ ล รวมถงึ ความจำเปน็ ทจี่ ะตอ้ งมรี ะบบภมู ิคมุ้ กนั ในตวั ท่ดี พี อสมควร ตอ่ การมผี ลกระทบใด ๆ
อนั เกดิ จากการเปล่ยี นแปลงทงั้ ภายนอก และภายใน ทั้งนจี้ ะตอ้ งอาศยั ความรอบรู้ ความรอบคอบ และ
ความระมัดระวงั อย่างยง่ิ ในการนำวชิ าการต่าง ๆ มาใชใ้ นการวางแผน และการดำเนินการทกุ ขน้ั ตอน และ
ขณะเดยี วกันจะตอ้ งเสริมสรา้ งพื้นฐานจิตใจของคนให้มสี ำนกึ ในคุณธรรม ความซ่ือสัตย์ สุจรติ และใหม้ ี
ความรอบรทู้ ี่เหมาะสม ดำเนนิ ชวี ิตดว้ ยความอดทน ความเพยี ร มีสตปิ ัญญา และความรอบคอบ เพอ่ื ใหส้ มดลุ
และพรอ้ มตอ่ การรองรบั การเปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเร็ว และกว้างขวางท้งั ดา้ นวตั ถุ สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม และ
วฒั นธรรมจากโลกภายนอกไดเ้ ป็นอยา่ งดี
หลักการทรงงานด้าน เขา้ ใจ เขา้ ถงึ พัฒนา เข้าใจ คอื การทำอะไรต้องเขา้ ใจปญั หา เขา้ ใจหนทาง
แกไ้ ข เข้าใจกระบวนการจัดการ และปรบั ความเข้าใจระหวา่ งผ้ใู ห้ ผรู้ บั เสยี ก่อน ใหเ้ ข้าใจซง่ึ กัน และกัน
เข้าถึง คอื เม่อื เขา้ ใจระหวา่ งกนั ทกุ ประการครบถว้ นแล้ว ตอ้ งเขา้ ถงึ การกระทำ สรา้ งความร่วมมือจาก
ผ้เู กย่ี วขอ้ ง เข้าถงึ เครอื่ งไมเ้ ครอื่ งมอื และวัสดอุ ุปกรณ์ และความสามัคคีรว่ มจติ ร่วมใจของผปู้ ฏิบัติ ร่วมมือรว่ ม
ไมก้ นั ทำงาน
พัฒนา คือ เม่อื ตา่ งฝ่ายตา่ งเข้าใจกนั แล้ว เข้าถึงกันแลว้ การพัฒนาก็จะดำเนินการไปอยา่ งยง่ั ยืน
ไมส่ ง่ ผลกระทบทต่ี ิดลบตอ่ ระบบเศรษฐกจิ สังคม สง่ิ แวดล้อมและการเมอื ง หากแต่นำไปส่คู วามสมดุล ม่นั คง
และยั่งยนื

๑๒๗

การแปรรปู ผลผลิตทางการเกษตรเพ่อื จดั จำหนา่ ย
การแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตร หมายถงึ การนำผลผลิตจากการปลูกพืช และเลย้ี งสตั ว์มาเปลี่ยน
สภาพดว้ ยวิธีการตา่ ง ๆ ให้เป็นผลติ ภัณฑท์ ่ีมีรปู รา่ งลกั ษณะแตกต่างไปจากเดิม อกี ทง้ั เป็นการชว่ ยปอ้ งกนั
ปญั หาผลผลติ ลน้ ตลาด หรอื ผลผลติ ตกเกรดไมไ่ ด้ขนาดตามทลี่ ูกคา้ ตอ้ งการ ทำให้สามารถยกระดับราคา
ผลติ ผลไม่ใหต้ กต่ำ และการสร้างเพิม่ มลู คา่ ให้แก่ผลิตผลทางการเกษตร การแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตรให้
เป็นผลติ ภณั ฑ์อาหาร หรอื วัตถดุ ิบอาหาร จะทำใหส้ ามารถขยายตลาดการคา้ ออกไปสูต่ ่างประเทศ จะชว่ ย
เพ่มิ พนู รายไดใ้ ห้แกป่ ระเทศไดเ้ ปน็ อย่างดี เทคนคิ ในการแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตรมหี ลายข้ันตอน และ
หลายรูปแบบ แตท่ ส่ี าํ คัญผลติ ภณั ฑ์อาหารแปรรปู นน้ั ๆ จะตอ้ งมคี วามอรอ่ ย ผบู้ ริโภครับประทานแลว้ ต้องติด
ใจในรสชาตซิ ง่ึ ผลติ ภณั ฑอ์ าหารแปรรปู สามารถทาํ รายไดใ้ หแ้ ก่เกษตรกร และผู้ประกอบการ ไมว่ ่าจะจาํ หน่าย
ในประเทศ หรอื การสง่ ออกทส่ี ามารถเป็นรายไดน้ ําเขา้ สปู่ ระเทศ ซ่ึงแนวทางการแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตร
สามารถทําไดห้ ลายวิธดี ังนี้

๑. การทําให้แหง้ คือ การลดความช้นื ของอาหารจนถึงระดบั ที่สามารถยับยงั้ การเจรญิ เตบิ โต
ของเชื้อจลุ นิ ทรีย์ได้ทาํ ใหเ้ กบ็ อาหารไดน้ าน การทําแหง้ อาหารโดยทัว่ ไปจะอาศยั ความร้อน เพอื่ ระเหยน้ำ
ออกจากอาหาร การทําให้แหง้ โดยใชค้ วามร้อนมีหลายวิธี

๒. การดอง เปน็ การทาํ ใหผ้ ลผลติ มีรส กล่นิ เปลี่ยนไปจากเดิมเช่น การดองเค็ม โดยใช้เกลือ
เชน่ การดองไข่ มะนาว ผกั กาดดอง เป็นตน้ สามารถฆา่ หรือยับยัง้ การเจรญิ เติบโตของจลุ ินทรยี ์ทท่ี ําใหเ้ กดิ
การเนา่ เสีย หรือการดองหวาน (การแช่อมิ่ ) โดยใชน้ำตาล เชน่ มะม่วงแช่อ่ิม มะดนั แชอ่ ิ่ม เปน็ ต้น

๓. การใชค้ วามเย็นเป็นวิธที ส่ี ะดวกช่วยในการเกบ็ รกั ษาผกั ผลไมเ้ น้อื สัตวต์ ่าง ๆ ใหส้ ด และ
ยงั มคี ุณค่าทางโภชนาการทีด่ ีอยู่แตไ่ มส่ ามารถทําลายจุลนิ ทรียไ์ ด้ทุกชนิดเชน่ การแชเ่ ยน็ ธรรมดา ใช้อุณหภมู ิ
๕-๑๐ องศาเซลเซยี ส การแช่แข็งใช้อณุ หภมู ิ -๔๐ องศาเซลเซียส สามารถเกบ็ รกั ษาผลผลิตบางชนดิ ได้
นานเป็นปี

๔. การใช้รงั สโี ดยใช้รังสีแกมมา ซ่ึงไดจ้ ากสารกมั มันตรังสเี พอื่ ชะลอการสกุ ของมะมว่ ง และ
ควบคมุ การแพรพ่ ันธ์ุของแมลงในระหว่างการเก็บรกั ษาการใช้ความร้อน จะชว่ ยทําลายจลุ ินทรีย์ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ โรค
ซ่งึ ทาํ ใหอ้ าหารเนา่ เสีย ทําลายเอ็นไซม์สารพษิ และพยาธิ

๕. การแปรรปู โดยใชค้ วามร้อน กระทาํ ได้ 2 วธิ ีคอื การพาสเจอร์ไรซ์ และการสเตอริไลซ์
การจดั ทำบัญชคี รวั เรือน
การทำบญั ชีครวั เรือน คือการจดบันทกึ ข้อมลู เกย่ี วกบั เงอ่ื นไขในการดำรงชวี ติ ในครอบครวั ไมว่ า่ จะ
เป็นรายรับ รายจ่าย หนสี้ ิน เพ่อื จะได้เห็นภาพรวมว่าครอบครวั มีรายรบั รายจ่ายเท่าใด คงเหลอื เทา่ ใด และ
สำรวจรายจ่ายท่ีจำเปน็ รายจา่ ยส่วนทไ่ี มจ่ ำเปน็ ใหล้ ด ละ เลิก
การปฏิบัตกิ ารรวมกลมุ่ เพอื่ การประกอบอาชพี
การรวมกลมุ่ เพ่อื การประกอบอาชีพ เป็นการรวมตวั ของชาวบา้ นท่ปี ระกอบอาชพี เดยี วกัน ดำเนนิ
กจิ กรรมดา้ นอาชีพ ผลผลติ และจำหน่ายอย่างตอ่ เนอ่ื ง โดยมีคณะกรรมการดำเนินงานของกลุ่ม มีระเบยี บ
ขอ้ บังคับ เพอื่ สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารชว่ ยเหลอื ซึ่งกัน และกนั มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และเกิดรายไดอ้ ยา่ ง
ตอ่ เนอื่ ง โดยข้ันตอน และวิธีการจดั ต้ังกลมุ่ อาชีพ มีดงั นี้

๑. ประชาสมั พนั ธ์เชญิ ชวน บุคคลทปี่ ระกอบอาชพี เดยี วกัน หรือประเภทเดยี วกนั เขา้ ร่วมเป็น
สมาชกิ กล่มุ อาชีพ

๒. ประชมุ สร้างความรู้ ความเขา้ ใจ โดยอธิบายวตั ถุประสงค์ หลักการ และวิธกี ารดำเนนิ งาน
ของกลมุ่ อาชพี

๑๒๘

๓. ดำเนินการจดั ตัง้ กล่มุ อาชีพโดยสมาชิกรว่ มกัน โดยมีชอ่ื กล่มุ วตั ถุประสงค์กลมุ่ สถานทีต่ ง้ั
กลุม่ คณะกรรมการกลมุ่ กตกิ าของกล่มุ ทำแผนปฏบิ ัตกิ ารกลุม่

๔. รวบรวมขอ้ มลู กล่มุ
๕. ยนื่ จดทะเบียนกลุ่มต่อหน่วยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
๖. ดำเนนิ การตามแผนท่ไี ด้วางไว้
รปู แบบการจัดการเรียนรู้
การจดั การเรยี นร้โู ดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) การปฏิบตั ิ
ชิน้ งาน/ภาระงาน
การรวมกลมุ่ เพื่อการประกอบอาชีพแปรรปู ผลิตภณั ฑ์ และจดั ทำบญั ชีครัวเรอื น โดยน้อมนำหลกั
การทรงงานมาประยุกต์ใช้
วิธีการวัดผล ประเมนิ ผล
จิตพิสัย
การประเมนิ ตนเองของผเู้ รียน
ทกั ษะพสิ ัย
๑. การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติ
๒. การประเมินตามสภาพจรงิ
บรรณานุกรม
กรมตรวจบญั ชีสหกรณ์. ม.ป.ป. สมดุ บัญชีรบั -จา่ ยในครัวเรือน สมุดตน้ ทนุ ประกอบอาชพี .
ม.ป.ท.
สำนกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอันเน่อื งมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.). ๒๕๖๒. หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร.
กรุงเทพฯ: หจก.อรณุ การพิมพ์.
สำนกั งานส่งเสริมวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม. ๒๕๖๑. แปรรูปผลตผลเกษตรอยา่ งไรใหเ้ พิ่ม
คา่ ในยคุ ๔.๐ (Online). www.sme.go.th, ๑๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.
สำนกั งานเสริมสรา้ งความเขม้ แข็งชมุ ชน กรมการพฒั นาชุมชน. ๒๕๖๐. แนวทางการจัดตงั้ และ
พฒั นากลมุ่ อาชีพ. ม.ป.ท.

๑๒๙

แผนการใชห้ ลักสตู ร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า ก้าวท่ี ๙ รหสั วิชา ส๓๐๒๑๓

หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๔ ชอ่ื หน่วย ณ นครนายก
เวลาท่ใี ช้ในการจดั การเรียนการรู้ ๒ คาบเรียน
ผลการเรียนรปู้ ระจำหน่วย

ประชาสมั พนั ธ์เพอ่ื แบง่ ปันข้อมลู นามมงคล และต้นไมท้ รงปลูกของพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในจงั หวดั นครนายก
สาระการเรยี นรู้

จิตพิสัย
นามมงคล และตน้ ไม้ทรงปลูกของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร ในจงั หวดั นครนายก
สาระสำคญั
นามมงคลพระราชทาน
ในจังหวัดนครนายกพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร ทรงโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานนามมงคลของพระพทุ ธรปู อาคารเรยี น และเข่ือนในจังหวดั
นครนายก จำนวน ๓ นาม ดังนี้

๑. ทรงเททองหล่อพระพทุ ธรูปปางสุโขทยั พระประธานประจำอโุ บสถวดั วงั กระโจม อำเภอ
เมืองนครนายก จงั หวดั นครนายก เม่ือวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๘ ณ วดั เทพศริ นิ ทราวาส แล้ว
พระราชทานนามวา่ “พระพทุ ธมงคลนายก”

๒. พระราชทานนาม “โรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์” เมอ่ื สรา้ งอาคารเรยี นทรงไทยหลังแรกเสรจ็
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ และทำการสอนเม่ือวันท่ี ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นวนั แรก และเสดจ็ มาเปดิ
อาคารเรียนวันท่ี ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๕

๓. พระราชทานนามเขอ่ื นคลองท่าด่านอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ตำบลหินต้งั อำเภอเมอื ง
นครนายก จังหวดั นครนายก ว่า “เขือ่ นขุนด่านปราการชล” เม่อื วันที่ ๕ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๔๙

ต้นไม้ทรงปลกู ในจังหวัดนครนายก มจี ำนวน ๓ ต้น ดงั น้ี
๑. “ตน้ ประดแู่ ดง” ทรงปลูกเมื่อวันท่ี ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๕ ทีบ่ รเิ วณหน้าอาคาร ๑

โรงเรยี นนวมราชานุสรณ์
๒. “ต้นประดแู่ ดงอังสนา” ทรงปลูกเม่ือวันที่ ๕ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ บริเวณสวนเสาธง

สนามหน้าหอประชุมโรงเรียนนายร้อยพระจลุ จอมเกลา้
๓. “ต้นกฤษณา” ทรงปลกู เม่ือวนั ท่ี ๒๓ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ.๒๕๓๗ บรเิ วณหน้าศาลากระต่าย

ชมจันทรส์ ามคั คธี รรม ธดุ งคสถานถาวรนิมติ
รูปแบบการจัดการเรียนรู้

การจัดการเรยี นร้โู ดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) การปฏิบัติ
ชน้ิ งาน/ภาระงาน

จัดทำสอื่ และประชาสมั พนั ธ์นามมงคล และต้นไมท้ รงปลูกของพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในจงั หวัดนครนายก

๑๓๐

วธิ กี ารวดั ผล ประเมินผล
จิตพิสยั
การประเมนิ ตนเองของผเู้ รียน

บรรณานุกรม
จงั หวดั นครนายก. ๒๕๖๐. ตามรอยเสดจ็ พระราชดำเนนิ จังหวัดนครนายก: เอกสารชุดขอ้ มลู

เกี่ยวกบั พระราชกรณยี กจิ และการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพติ ร ทจ่ี ังหวดั นครนายก. ปทุมธานี: โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์

๑๓๑

คำอธบิ ายรายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวท่ี ๑๐ (ส๓๐๒๑๔)

นำหลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถ
บพติ ร ด้านแก้ปญั หาทจี่ ดุ เล็ก คดิ Macro เรมิ่ Micro มาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั มีส่วนร่วมในกจิ กรรม
นอ้ มสำนกึ ในพระมหากรุณาธคิ ุณภายในโรงเรยี นหรอื จงั หวดั อาทิ กิจกรรมวันพอ่ แห่งชาติ กิจกรรมวนั คล้าย
วนั สวรรคตของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เผยแพร่
ความร้จู ากสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มท่ี ๓๐-๓๔ ให้เกิดประโยชน์ตอ่ สงั คม นำหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงไปใชป้ ฏบิ ัตใิ นครอบครัว เสนอแนวทางการเสริมสร้างวินัย หน้าท่ี สทิ ธิเสรีภาพ ในโรงเรียน
สร้างแนว ความคิดสรา้ งสรรคท์ เ่ี ปน็ ประโยชน์ และมคี ณุ คา่ พฒั นาโรงเรยี นโดยเปน็ ผนู้ ำจติ อาสา เขา้ ร่วมใน
การพฒั นาท้องถน่ิ และจงั หวัด ดา้ นวัฒนธรรม และทรพั ยากรในฐานะเยาวชนในท้องถนิ่

วางแผน และดำเนินการจดั กิจกรรมเพ่ือรณรงคใ์ หค้ วามรูเ้ กยี่ วกับกฎหมายสำหรับเด็ก และเยาวชน
ปฏิบัติตนตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ แสดงออกถงึ
พฤตกิ รรมท่ีมิตรกบั สง่ิ แวดล้อม รเิ รมิ่ แนวคิดในการช่วยรณรงค์หรอื ลดปญั หา และการเปลยี่ นแปลงท่ีสำคัญ
ของโลกในฐานะเยาวชน

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรแู้ บบ Active Learning ในการพฒั นาสติปญั ญา ทกั ษะ และเจตคติ ของ
นักเรียนโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ อย่างรอบดา้ น เพื่อเสริมสรา้ งเอกลกั ษณ์ “โรงเรียนท่รี ะลึกแหง่ รชั กาลที่ ๙”
และอัตลกั ษณ์ “พลเมืองดีวถิ ี น.ว.ม.” ใหน้ กั เรียนเตบิ โตเปน็ พลเมืองที่ดีของสงั คมไทย และสงั คมโลกอยา่ งมี
ความสขุ

ผลการเรียนรู้
๑. นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช

บรมนาถบพติ ร และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
๒. มีส่วนร่วมในกจิ กรรมนอ้ มสำนึกในพระมหากรณุ าธิคณุ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร

มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
๓. เผยแพร่ความร้จู ากสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ ให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ สังคม
๔. นำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชป้ ฏบิ ตั ใิ นครอบครัว
๕. เสนอแนวทางการเสรมิ สรา้ งวนิ ัย หน้าที่ สทิ ธิเสรภี าพ ในโรงเรยี น
๖. สรา้ งแนวความคดิ สร้างสรรคท์ ี่เป็นประโยชน์ และมคี ุณคา่
๗. พฒั นาโรงเรียนโดยเปน็ ผู้นำในกจิ กรรมจิตอาสา
๘. เขา้ รว่ มในการพฒั นาท้องถิ่น และจังหวดั ในฐานะเยาวชนในทอ้ งถิน่
๙. วางแผน และดำเนนิ การจัดกจิ กรรมรณรงคใ์ หค้ วามรเู้ กี่ยวกบั กฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชน
๑๐. ปฏบิ ัติตนตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ
๑๑. แสดงออกถงึ พฤติกรรมที่มิตรกบั สง่ิ แวดลอ้ ม และระบบนิเวศ
๑๒. รเิ รม่ิ แนวคดิ ในการชว่ ยรณรงคห์ รอื ลดปญั หา และการเปล่ียนแปลงที่สำคญั ของโลก ในฐานะ

เยาวชน

๑๓๒

หน่วยการเรียนรู้

รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวท่ี ๑๐ (ส๓๐๒๑๔)

จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ

หนว่ ยการเรียนรู้ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ เวลาในการจดั กิจกรรม
ที่
๑ การเรียนการสอน (คาบ)

๒ พอ่ หลวงในดวงใจ ๒

คลงั ปญั ญา สารานุกรม ๓

๕ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ๒

สร้างวินยั ใหน้ ้อง ๔

ท้องถ่นิ และสงิ่ แวดล้อมทีฉ่ นั รกั ๒

พลเมอื งดีวิถีประชาธปิ ไตยไทย ๔

โลกแหง่ สนั ติภาพ ๓

รวม ๒๐

๑๓๓

แผนการใช้หลกั สูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วที่ ๑๐ รหัสวิชา ส๓๐๒๑๔

หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๑ ชือ่ หนว่ ย พอ่ หลวงในดวงใจ
เวลาท่ีใช้ในการจัดการเรียนการรู้ ๒ คาบเรียน
ผลการเรยี นรู้ประจำหนว่ ย

มีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมน้อมสำนกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สาระการเรยี นรู้

จติ พสิ ัย
การมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมน้อมสำนกึ ในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สาระสำคัญ
กจิ กรรมนอ้ มสำนกึ ในพระมหากรุณาธคิ ณุ มีหลายกจิ กรรมทเ่ี ป็นวันสำคญั ของประเทศไทย และวัน
สำคัญของโรงเรียนนวมราชานสุ รณ์ ไดแ้ ก่

๑. วันคลา้ ยวันกำเนดิ โรงเรยี น ๒๒ กรกฎาคม ของทุกปี กิจกรรมจะประกอบไปดว้ ย
การถวายบังคมเบื้องหนา้ พระบรมฉายาลักษณ์ การทำบุญโดยพธิ ีกรรมทางศาสนาพทุ ธ

๒. วนั คล้ายวนั สวรรคต ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร วันท่ี ๑๓ ตุลาคม ของทุกปี กจิ กรรมประกอบดว้ ย การทำบญุ ตักบาตร พธิ วี างพวง
มาลา และพิธีถวายบงั คมหน้าพระบรมฉายาลกั ษณ์ กจิ กรรมจติ อาสา

๓. วนั คล้ายวันพระราชสมภพ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วนั ชาติ และวนั พ่อแหง่ ชาต”ิ ตรงกับวนั ท่ี ๕ ธนั วาคม ของทุกปี กจิ กรรม
ประกอบดว้ ย การทำบญุ ตกั บาตร พธิ ีถวายพานพุ่มดอกไม้และพธิ ีถวายบงั คมหนา้ พระบรมฉายาลกั ษณ์
กจิ กรรมจติ อาสาบำเพ็ญสาธารณะ
รปู แบบการจัดการเรยี นรู้

๑. การจัดการเรียนรโู้ ดยใช้กระบวนการ (Learning Process) การสร้างค่านยิ ม
๒. การจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้กระบวนการ (Learning Process) สร้างเจตคติ
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
การเขา้ ร่วม หรอื มีบทบาทหนา้ ทใ่ี นกจิ กรรมนอ้ มสำนกึ ในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
วธิ กี ารวัดผล ประเมนิ ผล
จิตพิสัย
การสงั เกตพฤติกรรม
บรรณานกุ รม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. ๒๕๖๒. พิธบี ำเพญ็ กศุ ลและกจิ กรรมเนอ่ื งในวันคลา้ ยวนั วรรคต รชั กาลท๙่ี
(Online). https://moe360.blog, ๒๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
กระทรวงมหาดไทย. ๒๕๖๒. การจัดกจิ กรรมเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๒. ๑๕
ธนั วาคม ๒๕๖๒.

๑๓๔

แผนการใช้หลกั สูตร
รายวิชา ตามรอยพระบิดา กา้ วที่ ๑๐ รหสั วิชา ส๓๐๒๑๔

หน่วยการเรียนรู้ ที่ ๒ ช่อื หน่วย คลงั ปญั ญา สารานุกรมไทย
เวลาทใี่ ช้ในการจัดการเรียนการรู้ ๓ คาบเรียน
ผลการเรียนรปู้ ระจำหนว่ ย

๑. สรา้ งแนวความคิดสร้างสรรคท์ ี่เป็นประโยชน์ และมีคณุ คา่
๒. เผยแพร่ความรู้จากสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ สังคม
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธพิ สิ ัย
การสรา้ งแนวความคิดสร้างสรรคท์ ี่เปน็ ประโยชน์ และมีคุณค่า
จติ พิสัย
การเผยแพร่ความรจู้ ากสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน เลม่ ที่ ๓๐-๓๔ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อสงั คม
สาระสำคัญ
การสรา้ งแนวความคดิ สรา้ งสรรคท์ ีเ่ ปน็ ประโยชน์ และมีคุณค่า
ความคดิ สร้างสรรค์ หมายถงึ ความสามารถทางสมองทค่ี ิดในลักษณะอเนกนัยนำไปสกู่ ารค้นพบสง่ิ
แปลกใหมด่ ้วยการคิดดดั แปลง ปรงุ แตง่ ผสมผสานกันให้เกดิ สิง่ ใหม่ รวมทง้ั การประดษิ ฐ์คิดค้นทฤษฎีหลักการ
ไดส้ ำเรจ็
กระบวนการคิดสร้างสรรค์ หมายถึง กระบวนการทำงานของสมองทคี่ ิดแกป้ ัญหาไดส้ ำเร็จ
ความคดิ สร้างสรรค์เรยี นรไู้ ดด้ ว้ ยการคดิ ลงมือทำด้วยความตงั้ ใจ มีสตมิ ่งุ มัน่ มคี วามตอ้ งการเรง่ ดว่ น
พยายามทำงาน พยายามทำงานใหส้ ำเร็จเกดิ เป็นผลรปู ธรรมจงึ สามารถส่งเสรมิ ความคิดสร้างสรรค์ได้ โดย
เทคนิคการพฒั นาความคดิ สร้างสรรค์ มดี ังน้ี

๑. เทคนคิ ความกล้าทจี่ ะเรม่ิ โดยใหล้ องฝกึ เขยี นเรื่องอะไรกไ็ ด้ลงในกระดาษ นกึ สิง่ ใดไดก้ ็
เขยี นลงไป ฝกึ เช่นน้อี ยปู่ ระจำจนกวา่ จะมอี ะไรแปลกใหมเ่ กดิ ขึ้น

๒. เทคนิคสรา้ งสรรคค์ วามคิดใหม่ แจกแจงแนวทางทส่ี ามารถใชใ้ นการแกป้ ญั หาหนง่ึ มา ๑๐
แนวทาง จากนนั้ แบง่ แนวทางออกเป็นแนวทางยอ่ ย ๆ

๓.เทคนคิ การระดมสมอง โดยการใหบ้ คุ คลคิดเป็นกล่มุ หรอื รายบุคคลก็ได้ จดรายการ
ความคิดต่าง ๆ ที่คิดไดโ้ ดยไม่คำนงึ ถึงกสารประเมินความคดิ แต่เน้นปรมิ าณความคดิ คิดใหไ้ ด้มาก คิดใหแ้ ปลก
หลงั จากรวบรวมความคดิ ต่าง ๆ ได้แลว้ จึงคอ่ ยประเมินเลอื กความคดิ ท่ีดีทส่ี ุดมาแกป้ ญั หา

สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน เลม่ ท่ี ๓๐-๓๔
สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน คือ หนงั สือทมี่ ใี นหลวงรัชกาลท่ี ๙ พระราชประสงคใ์ หท้ กุ คนไดอ้ า่ น
เนื่องจากเป็นสารานุกรมแบบไทยทคี่ นไทยทำ โดยทรงกำหนดหลักการของการบรรจสุ รรพวชิ า และเน้อื หา
เพอื่ ตอบสนองความสามารถในการอ่านของเยาวชนในแต่ละระดบั ดว้ ยพระองคเ์ อง ทำใหผ้ อู้ ่านเกดิ ความรู้
ความคดิ ความฉลาด และความดี ซ่งึ เปน็ ปจั จยั สำคญั ในการดำรงชวี ติ อันจะช่วยบคุ คลสามารถใหป้ ระโยชนแ์ ก่
สว่ นรวม และสามารถพงึ่ พาส่วนรวมไดใ้ นอนาคต
สาระสำคัญของสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน เลม่ ท่ี ๓๐-๓๔
เลม่ ท่ี ๓๐ ศิลปะการเหเ่ รอื , หอพระไตรปิฎก, ปราสาทขอมในประเทศไทย, กฎหมายตราสามดวง,
ไม้ดอกไม้ประดบั , กลว้ ย, ปลากัด, คลน่ื สนึ ามิ, วัสดุการแพทย์

๑๓๕

เลม่ ที่ ๓๑ ตพู้ ระธรรม, วดั ญวนในประเทศไทย, วรรณคดีทอ้ งถิ่น, พรรคการเมอื งไทย, การเพาะเล้ยี ง
เนอื้ เยอ่ื พืช, ซากดกึ ดำบรรพ์ในประเทศไทย, ดาวหาง, ระบบสรุ ิยะ, อลั ไซเมอร์

เลม่ ที่ ๓๒ ตาลปัตร, พัดยศ และสมณศกั ด์ิ, หุน่ กระบอกไทย, หนงั สอื โบราณของไทย, สทิ ธมิ นษุ ยชน,
เส้นแบง่ เขตแดนระหวา่ งประเทศ, ชีวสนเทศศาสตร์, การยศาสตร์, นาโนเทคโนโลยี, โรคออทซิ มึ

เล่มที่ ๓๓ สุนทรภู่, เพลงลกู ทุ่ง, คลอง, วิวฒั นาการของมนษุ ย์, เซลลเ์ ช้อื เพลงิ , เปลือกโลกและหิน,
อาหารกบั โรค, การแพทยแ์ ผนไทย

เลม่ ท่ี ๓๔ เทวสถานโบสถห์ ราหมณ์, เพลงพ้ืนบ้าน, ปรศิ นาคำทายของไทย, เครือ่ งประดับ, หอยใน
ทะเลไทย, บรกิ ารธนาคารผา่ นสอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์, พายแุ ละฝนในประเทศไทย, โรคพาร์กินสัน, โรคฉ่หี นู
รูปแบบการจดั การเรยี นรู้

การจดั การเรียนรโู้ ดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process)
รูปแบบการเรียนรโู้ ดยใชก้ จิ กรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)
ช้ินงาน/ภาระงาน
จัดทำสอื่ เผยแพร่ความรู้สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ โดยใชค้ วามคดิ สรา้ งสรรค์
วิธกี ารวัดผล ประเมนิ ผล
พทุ ธพิ ิสัย
การประเมนิ ตนเองของนกั เรยี น
จิตพสิ ยั
การประเมินตนเองของนักเรยี น
การประเมินโดยเพอ่ื น
บรรณานุกรม
มูลนิธิโครงการสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร. ม.ป.ป. หนงั สือสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ
(Online). https://saranukromthai.or.th, ๒๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
สำนกั งาน ก.พ. ม.ป.ป. การคิดเชิงสรา้ งสรรค์ (Online). www.ocsc.go.th, ๒๒ กุมภาพันธ์
๒๕๖๓.

๑๓๖

แผนการใชห้ ลักสูตร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๑๐ รหัสวิชา ส๓๐๒๑๔

หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี ๓ ช่ือหนว่ ย สขุ อยา่ งพอเพยี ง
เวลาทใ่ี ช้ในการจดั การเรยี นการรู้ ๒ คาบเรียน
ผลการเรียนรปู้ ระจำหนว่ ย

นำหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชป้ ฏบิ ัติในครอบครวั
สาระการเรยี นรู้

จิตพสิ ยั
การนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ปฏบิ ัติในครอบครัว
สาระสำคัญ
เศรษฐกจิ พอเพยี งในระดบั บุคคล และครอบครวั น้ัน เปน็ เศรษฐกิจพอเพียงระดบั ที่หนงึ่ ซง่ึ เป็น
เศรษฐกจิ พอเพยี งแบบพื้นฐานทเ่ี น้นความพอเพียงในระดับบุคคล และครอบครัว เริ่มต้นจากการเสรมิ สร้างคน
ในครอบครัวใหม้ ีการเรียนรู้วิชาการ และทกั ษะต่าง ๆ ทจี่ ำเปน็ เพอ่ื ใหส้ ามารถรเู้ ท่าทนั การเปลี่ยนแปลงในด้าน
ตา่ ง ๆ สามารถคดิ และปฏบิ ัตบิ นพ้นื ฐานของความมีเหตุผล พอเหมาะ พอประมาณกบั สถานภาพ บทบาท
และหนา้ ทีข่ องตนในแต่ละสถานการณ์ มสี ติยั้งคดิ พจิ ารณาอย่างรอบคอบกอ่ นทจี่ ะตัดสินใจหรอื กระทำการใด
จนกระทง่ั เกดิ เป็นภูมิคุ้มกนั ท่ีดใี นการดำรงชวี ิต พรอ้ มทงั้ เสริมสรา้ งคณุ ธรรมจนมคี วามเขา้ ใจ และตระหนกั ถงึ
คุณคา่ ของการอยรู่ ่วมกนั ของคนในสงั คม และอยรู่ ่วมกบั ระบบนเิ วศอยา่ งสมดลุ สมาชกิ ในครอบครัวจะมคี วาม
เปน็ อยูใ่ นลกั ษณะทส่ี ามารถพง่ึ พาตนเองได้ สามารถตอบสนองความต้องการขนั้ พน้ื ฐานได้ เชน่ ความต้องการ
ในปัจจัยสข่ี องตนเอง และครอบครัว มกี ารช่วยเหลอื เกอ้ื กูลซึง่ กัน และกัน มคี วามสามคั คกี ลมเกลยี ว และมี
ความพอเพยี งในการดาํ เนินชวี ติ ด้วยการประหยดั และลดคา่ ใช้จา่ ยทีไ่ มจ่ าํ เป็น จนสามารถดาํ รงชวี ติ อยู่ไดอ้ ย่าง
มคี วามสุขทงั้ กาย และใจ
รูปแบบการจัดการเรียนรู้
การจดั การเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) สร้างความตระหนกั
ชิ้นงาน/ภาระงาน
การบันทึกกจิ กรรมการนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ปฏิบตั ิในครอบครวั
วธิ ีการวัดผล ประเมินผล
จติ พสิ ัย
การประเมนิ ตนเองของนกั เรียน
การประเมินโดยผ้ปู กครอง
บรรณานกุ รม
พอแล้วพอดี The Creator. ม.ป.ป. การประยุกตใ์ ชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งระดบั บคุ คลและ
ครอบครัว (Online). https://porlaewdeethecreator.com, ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.

๑๓๗

แผนการใชห้ ลกั สูตร
รายวิชา ตามรอยพระบดิ า กา้ วท่ี ๑๐ รหัสวิชา ส๓๐๒๑๔

หน่วยการเรยี นรู้ ที่ ๔ ชือ่ หนว่ ย สรา้ งวินัยให้น้อง
เวลาท่ใี ช้ในการจดั การเรียนการรู้ ๔ คาบเรียน
ผลการเรียนรู้ประจำหนว่ ย

๑. เสนอแนวทางการเสรมิ สรา้ งวนิ ัย หน้าที่ สิทธิเสรีภาพ ในโรงเรยี น
๒. นำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั
๓. พัฒนาโรงเรยี นโดยเป็นผู้นำในกจิ กรรมจติ อาสา
สาระการเรยี นรู้
พุทธพิ สิ ัย
การเสนอแนวทางการเสรมิ สรา้ งวนิ ยั หนา้ ท่ี สิทธิเสรีภาพ ในโรงเรียน
จติ พสิ ยั
การน้อมนำหลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ดา้ นแกป้ ญั หาท่จี ดุ เลก็ คิด Macro เรมิ่ Micro มาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
ทกั ษะพิสัย
การพัฒนาโรงเรยี นโดยเป็นผนู้ ำในกจิ กรรมจิตอาสา
สาระสำคญั
การเสนอแนวทางการเสรมิ สรา้ งวินัย หนา้ ที่ สทิ ธเิ สรภี าพ ในโรงเรยี น
นกั เรยี นโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ทกุ คนสามารถทจี่ ะมสี ่วนรว่ มในการเสนอแนะแนวทางใน
การเสรมิ สร้างวนิ ยั หน้าท่ี และสทิ ธเิ สรภี าพใหก้ บั นักเรียนในโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ เพอ่ื ให้ทางโรงเรียนไดน้ ำ
แนวคิดของเยาวชนร่นุ ใหม่ และเปน็ การวางแนวทางร่วมกนั ของทุกฝ่ายจะชว่ ยสง่ ผลใหโ้ รงเรยี นนวมราชา
นสุ รณ์ น่าอยู่ และเปน็ สังคมทสี่ ขุ สงบย่งิ ขน้ึ ไป ทงั้ นี้นกั เรยี นตอ้ งประมวลความร้ทู ไี่ ด้เรยี นมาในเร่อื งวนิ ัย
หนา้ ท่ี และสทิ ธิเสรภี าพ กอ่ นจึงจะสามารถนำเสนอแนวทางในการเสรมิ สร้างไดด้ ี
หลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ดา้ นแกป้ ญั หาท่ีจดุ เล็ก คิด Macro เรมิ่ Micro
ทรงมองปัญหาในภาพรวม (Macro) กอ่ นเสมอ แต่การแก้ไขปญั หาของพระองคจ์ ะเริ่มจากจุดเล็ก ๆ
(Micro) คอื การแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหน้าทีค่ นมกั จะมองข้าม
การพฒั นาโรงเรียนโดยเปน็ ผนู้ ำในกจิ กรรมจิตอาสา
การเปน็ ผูน้ ำในกจิ กรรมจติ อาสาเพอ่ื พัฒนาโรงเรียน มขี ัน้ ตอนในการดำเนินงาน ดังน้ี

๑. การค้นหาปญั หา และกำหนดเปา้ หมายการดำเนนิ การ ค้นหาปัญหาความตอ้ งการของ
โรงเรียนรว่ มกับเพ่ือนนกั เรียนแกนนำ และครทู ปี่ รึกษา โดยยดึ หลกั การทรงงานของรัชกาลที่ ๙ ด้านแกป้ ญั หา
ทจ่ี ุดเล็ก คดิ Macro เรม่ิ Micro โดยมขี ้ันตอนการปฏิบัติ ประกอบด้วย ๑) วิเคราะหป์ ญั หา ประเมินงานท่จี ะ
หาข้อมูล ๒) ประชมุ ลงพน้ื ทหี่ าข้อมลู ขอ้ เทจ็ จรงิ ๓) วิเคราะห์แนวทางแกป้ ัญหา กำหนดการแกป้ ญั หา ๔)
การปฏิบัตงิ าน ๕) การประเมนิ ผล

๒. การจัดทำแผนปฏบิ ัตกิ ารโครงการจิตอาสา เขียนโครงการเพอื่ เสนอขอดำเนนิ กจิ กรรมจิต
อาสากับทางโรงเรยี น

๑๓๘

๓. ดำเนินการตามโครงการ และสรปุ รายงานผลใหท้ างโรงเรยี นทราบต่อไป
รูปแบบการจดั การเรยี นรู้

๑. การจัดการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) การปฏบิ ตั ิ
๒. การจัดการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) กระบวนการกลมุ่
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
โครงการจิตอาสาเพอื่ เสรมิ สร้างวนิ ยั หนา้ ที่ สทิ ธิเสรภี าพ ในการพัฒนาโรงเรยี นนวมราชานสุ รณ์
วธิ กี ารวดั ผล ประเมนิ ผล
พุทธพิ ิสยั
การทดสอบปรนัย หรือแบบตอบสนั้ ๆ
จติ พิสยั
การประเมนิ ตนเองของนกั เรียน
ทักษะพิสยั
การประเมินผลการปฏบิ ัติ
บรรณานุกรม
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพอื่ ประสานงานโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ (สำนกั งาน
กปร.). ๒๕๖๒. หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร.
กรงุ เทพฯ: หจก.อรุณการพิมพ์.
หนว่ ยราชการในพระองค์. ม.ป.ป. การดำเนินงานโครงการจติ อาสาพระราชทานตามแนว
พระราชดำริ (Online). www.royaloffice.th, ๒๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.

๑๓๙

แผนการใช้หลกั สูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า กา้ วที่ ๑๐ รหสั วชิ า ส๓๐๒๑๔

หนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ ๕ ช่อื หนว่ ย ท้องถน่ิ และสงิ่ แวดล้อมทฉี่ นั รัก
เวลาทใ่ี ช้ในการจดั การเรียนการรู้ ๒ คาบเรยี น
ผลการเรียนรูป้ ระจำหน่วย

๑. เข้าร่วมในการพฒั นาทอ้ งถิ่น และจงั หวัดในฐานะเยาวชนในท้องถนิ่
๒. แสดงออกถงึ พฤติกรรมท่ีมติ รกบั สิ่งแวดล้อม และระบบนเิ วศ
สาระการเรยี นรู้
จติ พิสยั
๑. การพฒั นาท้องถ่นิ และจงั หวัดในฐานะเยาวชนในทอ้ งถิน่
๒. พฤติกรรมท่มี ติ รกับสงิ่ แวดลอ้ ม และระบบนิเวศ
สาระสำคญั
การพฒั นาท้องถ่ิน และจงั หวดั ในฐานะเยาวชนในท้องถ่ิน
ปญั หาในการมสี ว่ นร่วมของเยาวชนในการจัดกิจกรรม ปัญหาหนง่ึ ก็คือ หนว่ ยงานยงั ไมเ่ ปดิ โอกาสให้
เยาวชนไดแ้ สดงความคิดเหน็ มากนกั เนอ่ื งจากแนวทางปฏบิ ตั ใิ นสงั คมทไี่ ม่ใหค้ วามสำคัญกบั การมสี ว่ นรว่ มหรือ
ความคิดเห็นของเยาวชน โดยมองวา่ เป็นผขู้ าดประสบการณ์ จะตดั กระบวนการมสี ่วนร่วมในการใหเ้ ยาวชนใช้
ความคดิ อย่างมเี หตผุ ล และการแสดงออก แตด่ ้วยโลกท่ีเปลย่ี นไปสังคมเปิดโอกาส และรบั ฟังความคิดเห็น
และใหเ้ ยาวชนไดเ้ ข้าไปมสี ว่ นร่วมในการพัฒนาทอ้ งถ่นิ มากขึ้น ท้ังนีพ้ ฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ มกับท้องถน่ิ จำแนก
ได้เปน็ ดังนี้

๑. การมสี ่วนรว่ มคิด เชน่ การเปน็ ผใู้ หข้ อ้ มลู เพื่อประกอบการจดั กจิ กรรมหรือโครงการของ
ท้องถิน่ การเขา้ มามสี ว่ นร่วมในการพจิ ารณาโครงการวา่ มคี วามเหมาะสมหรอื ไม่ การเข้ารว่ มประชมุ หรอื
ประชาคม ในการกำหนดกจิ กรรมหรอื โครงการของทอ้ งถนิ่

๒. การมสี ว่ นรว่ มปฏิบัติ เชน่ การประสานงานในสว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ งเพ่อื การดำเนินการกจิ กรรม
หรอื โครงการของท้องถิ่นใหบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์ มสี ่วนร่วมในการสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ใหก้ ารดำเนินกจิ กรรม
หรอื โครงการของทอ้ งถิน่ บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ มสี ่วนรว่ มในการลงมือปฏิบตั กิ ิจกรรมหรอื โครงการของท้องถิน่

๓. การมสี ว่ นรว่ มรบั ผลประโยชน์ เช่น เป็นท่รี จู้ ักยอมรบั ในหมูบ่ ้าน เป็นตวั แทนหม่บู ้านใน
โอกาสต่าง ๆ มสี ่วนร่วมในการรบั ผลตอบแทนในทางวตั ถุจากการจดั กจิ กรรมของท้องถิน่ การรบั ผลตอบแทน
ด้านจิตใจ

พฤตกิ รรมทม่ี ิตรกบั สงิ่ แวดลอ้ ม และระบบนเิ วศ
ส่ิงแวดล้อมเปน็ เรื่องทีเ่ ราจำเปน็ ต้องใส่ใจ และเพราะเหตุทเ่ี ราไม่ใส่ใจสง่ิ แวดล้อมเม่ืออดตี ได้เร่มิ
แสดงผลใหเ้ หน็ ผลกระทบตอ่ มนุษย์ทรี่ ุนแรงข้นึ เรื่อย ๆ เช่น ความแปรปรวนของสภาพภูมอิ ากาศเน่ืองมาจาก
ภาวะโลกรอ้ น จงึ มีการต่ืนตัวดา้ นสิง่ แวดลอ้ ม และมีประโยคทีว่ า่ “วถิ ชี ีวิตท่ีเป็นมิตรต่อสงิ่ แวดล้อม” ตัวอยา่ ง
พฤตกิ รรมหรือการใชว้ ิถชี ีวิตท่ีเป็นมิตรตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม เช่น

๑. ปลูกผักกินเอง ปจั จบุ นั ผกั ท่ีวางขายตามทอ้ งตลาดมกี ารปนเปอ้ื นสารเคมที ีอ่ นั ตรายตอ่
สขุ ภาพมากมาย หนั มาปลกู ผกั กนิ เองกนั ดกี วา่ แมว้ า่ มพี ื้นทน่ี ้อยกไ็ มเ่ ปน็ ปัญหา สามารถปลูกผกั แนวต้ังหรือใน
กระถางกินเองได้

๑๔๐

๒. รู้เลอื กบรโิ ภคของกินของใช้ทป่ี ลอดภัยต่อสง่ิ แวดลอ้ ม จากแหลง่ วัตถุดิบสจู่ านอาหารของ
เรา ผา่ นกระบวนการใช้พลงั งานและสรา้ งผลกระทบต่อสิง่ แวดลอ้ มแทบจะทกุ ข้ันตอน เราสามารถจะเรียนรู้สง่ิ
เหล่านผ้ี า่ นกระบวนการทเ่ี รยี กว่า การประเมนิ วงจรชวี ิตผลติ ภณั ฑ์ (Life Cycle assessment) หรอื LCA ซึ่ง
เราสามารถสังเกตไดจ้ ากการติดฉลากเขียว หรอื ฉลากคารบ์ อนฟุตพรนิ ต์ (Carbon Footprint) ท่ตี ดิ อยใู่ น
ผลิตภณั ฑ์ต่าง ๆ

๓. เรม่ิ ลงมือทำจากเร่ืองเลก็ ๆ ที่ทำไดไ้ ปสเู่ รอื่ งทีย่ าก และใหญ่ขนึ้ เชน่ การปฏเิ สธ
ถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อเม่ือซอ้ื ของไมเ่ ยอะ 1-3 ชิน้ หรือ การเอาชนะความขเี้ กียจของตัวเองเพอื่ ไปปดิ
ไฟเมือ่ ไม่ได้ใช้ เปน็ ตน้

๔. เตรยี มรับมือกับการเปล่ียนแปลงของสภาพภมู ิอากาศ การเตรยี มสุขภาพใหแ้ ขง็ แรง
การเลือกท่อี ย่อู าศัยทไ่ี มเ่ สี่ยงตอ่ ภัยพบิ ตั ิ และอทุ กภัย การเตรยี มเรือ่ งการอยกู่ ารกนิ ทเี่ น้นการพงึ่ พาตัวเอง
ทางด้านอาหาร

๖. ติดตามข่าวสารความเคลอื่ นไหวด้านสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งตอ่ เน่อื ง การรบั รขู้ ่าวสารด้าน
สิง่ แวดล้อมอยา่ งตอ่ เนอื่ งจากแหลง่ ตา่ ง ๆ จะทำให้เรานำมาประมวลผลและเตรียมรับมอื กบั สง่ิ ที่เกดิ ขน้ึ ได้เป็น
อยา่ งดี

๗. หาความร้โู ดยสมั ผสั ประสบการณต์ รงด้านสง่ิ แวดลอ้ ม ในรปู แบบอาสาสมคั รสง่ิ แวดล้อม
หรือการเข้าค่ายพลังงาน และสงิ่ แวดลอ้ ม

๘. แสดงความคดิ เห็น และใหก้ ารสนบั สนนุ การเคล่อื นไหวดา้ นสิง่ แวดลอ้ มกบั องคก์ รเอกชนที่
ทำงานดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม เช่น Greenpeace มลู นธิ สิ บื นาคะเสถียร เป็นต้น

๙. ชักชวนใครหลายคนมาทำอะไรดี ๆ เพื่อสงิ่ แวดลอ้ ม การชักชวนท่ีดที สี่ ุด คือ การทำเป็น
ตัวอย่างให้เห็น เรมิ่ จากเราเพือ่ สร้างแรงบันดาลใจใหก้ บั คนอ่ืน ชวนกนั มาทำความดีเพือ่ สงิ่ แวดล้อมอยา่ ง
ตอ่ เน่อื ง
รูปแบบการจัดการเรยี นรู้

๑. การจัดการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ระบวนการ (Learning Process) สร้างความตระหนกั
๒. การจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้กระบวนการ (Learning Process) สรา้ งเจตคติ
ช้นิ งาน/ภาระงาน
เข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาทอ้ งถน่ิ ดา้ นสงิ่ แวดล้อม
วิธกี ารวดั ผล ประเมนิ ผล
จติ พิสยั
การประเมนิ ตนเองของนกั เรียน
บรรณานุกรม
เต็มเดือน ไกรเทพ. ๒๕๖๐. พฤติกรรมการมสี ่วนร่วมของเยาวชนในการพัฒนาทอ้ งถนิ่ : ศกึ ษา
กรณี เทศบาลตำบลหนองบวั อำเภอเมอื งกาญจนบุรี จังหวดั กาญจนบรุ ี. มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ.์
สมาคมพฒั นาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ ม. ม.ป.ป. ๙ วธิ ีการใช้ชวี ติ ที่เป็นมติ รต่อส่ิงแวดล้อม (Online).

https://adeq.or.th/life-for-environmental, ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.

๑๔๑

แผนการใชห้ ลกั สูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบดิ า ก้าวที่ ๑๐ รหสั วิชา ส๓๐๒๑๔

หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ ๖ ชอื่ หน่วย พลเมืองดีวิถีประชาธปิ ไตยไทย
เวลาที่ใช้ในการจัดการเรยี นการรู้ ๔ คาบเรียน
ผลการเรียนรู้ประจำหน่วย

๑. วางแผน และดำเนินการจดั กจิ กรรมรณรงค์ให้ความรู้เกย่ี วกบั กฎหมายสำหรับเดก็ และเยาวชน
๒. ปฏิบตั ติ นตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
สาระการเรยี นรู้
พทุ ธพิ สิ ยั
การวางแผน และดำเนนิ การจัดกจิ กรรมรณรงค์ใหค้ วามรเู้ กยี่ วกับกฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชน
ทกั ษะพสิ ัย
การปฏบิ ัติตนตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
สาระสำคัญ
การวางแผน และดำเนนิ การจดั กจิ กรรมรณรงคใ์ หค้ วามรเู้ กย่ี วกับกฎหมายสำหรับเด็ก และเยาวชน
ปจั จุบันพบวา่ เด็ก และเยาวชนได้รบั ผลกระทบจากการกระทำผิดของกลุ่มอาชญากรรมต่าง ๆ จำนวน
มาก และในขณะเดียวกัน ประเทศชาตติ อ้ งพัฒนาเดก็ และเยาวชนให้เตบิ โตเปน็ พลเมืองทีด่ ขี องสงั คมใน
อนาคต รฐั จึงได้ตรากฎหมายตา่ ง ๆ ออกมาเพอ่ื บงั คับใช้สำหรบั เดก็ และเยาวชนโดยเฉพาะ และในขณะเดยี ว
กันกย็ งั มกี ฎหมายอ่ืนที่เกยี่ วขอ้ งกบั เดก็ และเยาวชนดว้ ย ซง่ึ วยั ของเด็กและเยาวชนนน้ั เปน็ วยั แหง่ การอยากรู้
อยากลอง มไี ฟแห่งการใฝ่รอู้ ยมู่ าก และโดยสว่ นใหญไ่ มส่ ามารถระงบั ความต้องการของตนเองได้พฤตกิ รรมใน
ลักษณะน้ี มักทำใหไ้ ดเ้ ขา้ ไปประกอบเหตุทเี่ ก่ยี วข้องกบั กฎหมายเป็นจำนวนมาก เช่น การทะเลาะวิวาท หรือ
การทำร้ายรา่ งกาย การลกั ขโมยของเพอ่ื ให้ไดม้ าซง่ึ ทรพั ยส์ นิ หรอื เงินท่ีจะนำไปใช้ตอบสนองความต้องการของ
ตนเอง การทดลองเสพยาเสพตดิ การมเี พศสัมพนั ธ์ทัง้ ทสี่ มัครใจ และไปขม่ ขืนผู้อื่น หรอื แมก้ ระท่ังการทำแทง้ ท่ี
เกิดจากการมเี พศสัมพนั ธ์สงิ่ เหล่านเ้ี ปน็ เรอ่ื งทเี่ ดก็ และเยาวชนต้องทำความเขา้ ใจถึงเหตทุ ก่ี ฎหมายกำหนดไว้วา่
เปน็ การกระทำทผ่ี ดิ กฎหมายหรือไม่ และจะมที างออกในทางกฎหมาย หรอื ทางสงั คมอยา่ งไร
การจดั กจิ กรรมรณรงค์ใหค้ วามรูเ้ กี่ยวกบั กฎหมายสำหรบั เดก็ และเยาวชนจึงเป็นเรอื่ งทจี่ ำเปน็ ต้อง
ดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถา้ เยาวชนร้จู กั หาความรู้ และรว่ มจดั กจิ กรรมจะชว่ ยใหก้ ารขับเคลอ่ื นเรอ่ื งน้ี
เกดิ ผลทด่ี ีตอ่ ไป
แนวทางในการวางแผน เพ่ือดำเนนิ การจัดกจิ กรรมรณรงค์ใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั กฎหมายสำหรบั เดก็ และ
เยาวชน มดี ังน้ี

๑. สำรวจความต้องการของเด็ก และเยาวชนกลมุ่ เปา้ หมาย หรือศึกษาขอ้ มลู ประเด็นเร่งดว่ น
หรอื จำเป็นเพอื่ ระบคุ วามต้องการหรือหวั ขอ้ ที่จะจดั กจิ กรรมรณรงคใ์ หค้ วามรูเ้ กีย่ วกับกฎหมายสำหรบั เดก็ และ
เยาวชน

๒. ประชุมคณะดำเนนิ การเพอื่ ศกึ ษาความเป็นไปได้ และรปู แบบวิธีการจดั กจิ กรรม
๓. จดั ทำโครงการเสนอให้ทางโรงเรยี นทราบ และอนญุ าต
๔. ดำเนินกิจกรรมรณรงคใ์ ห้ความรู้เก่ียวกบั กฎหมายสำหรบั เด็ก และเยาวชน ตามแผน และ
โครงการท่ไี ด้กำหนดไว้
๕. สรุป รายงานผลการดำเนนิ กจิ กรรม

๑๔๒

การปฏิบัตติ นตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๖๐ ไดร้ ะบหุ นา้ ท่ีของปวงชนชาวไทยไว้ดังน้ี

๑. พทิ กั ษ์รกั ษาไว้ซงึ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ และการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
อนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข

๒. ป้องกันประเทศ พิทกั ษร์ ักษาเกยี รติภมู ิ ผลประโยชนข์ องชาติ และสาธารณสมบัตขิ อง
แผน่ ดนิ รวมทง้ั ให้ความรว่ มมือในการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย

๓. ปฏิบตั ิตามกฎหมายอย่างเครง่ ครดั
๔. เขา้ รบั การศกึ ษาอบรมในการศกึ ษาภาคบังคบั
๕. รบั ราชการทหารตามทก่ี ฎหมายบญั ญัติ
๖. เคารพ และไมล่ ะเมิดสทิ ธิและเสรภี าพของบุคคลอน่ื และไมก่ ระทําการใดทอ่ี าจกอ่ ให้เกดิ
ความแตกแยกหรือเกลียดชงั ในสงั คม
๗. ไปใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตง้ั หรอื ลงประชามติอย่างอสิ ระโดยคาํ นึงถงึ ประโยชน์สว่ นรวมของประเทศ
เปน็ สําคญั
๘. ร่วมมอื และสนบั สนนุ การอนุรกั ษ์ และค้มุ ครองสงิ่ แวดลอ้ ม ทรัพยากรธรรมชาติ
ความหลากหลายทางชวี ภาพ รวมทง้ั มรดกทางวฒั นธรรม
๙. เสียภาษอี ากรตามท่กี ฎหมายบญั ญตั ิ
๑๐. ไม่รว่ มมอื หรอื สนับสนนุ การทจุ ริตและประพฤติมิชอบทกุ รูปแบบ
รูปแบบการจัดการเรยี นรู้
การจัดการเรยี นรูโ้ ดยใช้กระบวนการ (Learning Process) การปฏบิ ัติ
ช้นิ งาน/ภาระงาน
โครงการกจิ กรรมรณรงคใ์ หค้ วามร้เู กี่ยวกบั กฎหมายสำหรบั เด็ก และเยาวชน ตามแนวทาง
การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
วิธกี ารวดั ผล ประเมนิ ผล
พุทธพิ สิ ยั
การทดสอบอตั นยั
ทกั ษะพสิ ยั
๑. การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติ
๒. การประเมินตามสภาพจรงิ
บรรณานกุ รม
ราชกิจจานุเบกษา. ๒๕๖๐. เลม่ ท่ี ๑๓๔ ตอนที่ ๔๐ ก, หนา้ ๑๓.
กรมกจิ การเดก็ และเยาวชน. ๒๕๕๘. หลักสตู รการพฒั นาคณุ ภาพชีวติ เดก็ ในบรบิ ทสิทธแิ ละ
หน้าท่ี. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์สำนกั งานพระพุทธศาสนาแห่งชาต.ิ

๑๔๓

แผนการใช้หลักสูตร
รายวชิ า ตามรอยพระบิดา ก้าวที่ ๑๐ รหัสวิชา ส๓๐๒๑๔

หน่วยการเรยี นรู้ ท่ี ๗ ชอื่ หน่วย โลกแห่งสนั ติภาพ
เวลาทใ่ี ช้ในการจดั การเรียนการรู้ ๓ คาบเรยี น
ผลการเรยี นรูป้ ระจำหนว่ ย

รเิ รมิ่ แนวคดิ ในการชว่ ยรณรงคห์ รอื ลดปัญหา และการเปลีย่ นแปลงทีส่ ำคัญของโลก ในฐานะเยาวชน
สาระการเรยี นรู้

จิตพิสัย
การรณรงค์หรอื ลดปญั หา และการเปล่ียนแปลงทส่ี ำคญั ของโลก ในฐานะเยาวชน
สาระสำคญั
การรณรงคห์ รอื ลดปญั หา และการเปลี่ยนแปลงทส่ี ำคญั ของโลก ในฐานะเยาวชน
ในปจั จบุ ันเยาวชนท่วั โลกไดล้ ุกข้ึนมารณรงค์หรอื ลดปัญหา และการเปลี่ยนแปลงในประเด็นตา่ ง ๆ
ของโลกมากขึ้น เน่ืองจากโลกในปัจจุบนั เปดิ กว้างเยาวชนเปน็ ผู้ทจ่ี ะต้องเติบโต และใชช้ วี ติ อยใู่ นโลกใบนี้
ร่วมกนั การแสดงออกถึงการรณรงค์หรือลดปัญหา และการเปลี่ยนแปลงในวธิ ีการทถี่ กู ตอ้ งตามกฎหมาย และ
ไม่กระทบสิทธิ เสรีภาพของบคุ คลอ่ืน จึงเปน็ สิ่งที่พึ่งกระทำเพ่อื เปน็ การขับเคล่ือนสังคมให้เกดิ การเปลย่ี นแปลง
ท่ีดีขนึ้ ในสังคมโลก
ตัวอย่างเยาวชนทวั่ โลกทร่ี ณรงค์ หรอื ลดปญั หา และการเปลยี่ นแปลงทสี่ ำคัญของโลก

๑. เกรต้า ทนั เบริ ก์ เด็กสาววัย ๑๕ ปี จากประเทศสวเี ดน เร่ืองของเธอเร่ิมจากการนงั่ ข้าง
นอกรฐั สภาในใจกลางเมอื งสตอกโฮลม์ จากหน่ึงวนั ได้กลายเป็นสองสปั ดาห์ และในชว่ งเดือนสงิ หาคมทรี่ อ้ น
ระอุทา่ มกลางผู้คนมากมายทเี่ ดนิ ผ่านไปมา เกรต้านัง่ เงียบ ๆ พรอ้ มปา้ ยทเ่ี ขียนว่า Skolstrejk för klimatet
(หยดุ เรยี นและประทว้ งเพ่ือปกป้องสภาพภมู อิ ากาศ) สำหรบั เกรต้าแล้ว เหตผุ ลชองเธอนัน้ เรียบงา่ ยมาก
จะเสียเวลาไปโรงเรยี นเพื่อไปเรยี นเกีย่ วกบั นกั การเมืองที่ไมย่ อมลงมือกวู้ กิ ฤตสภาพภูมอิ ากาศทำไม? ถึงแม้
ผใู้ หญบ่ างคนจะคดิ ว่าเดก็ ๑๕ ปี ควรอยใู่ นโรงเรียน แตเ่ กรต้าได้ “โตก้ ลบั ” ดว้ ยความความสจุ รติ และเหตผุ ล
สว่ นตัว ในฐานะเยาวชน อนาคตของเธอจะเป็นภยั ถา้ เราไมล่ งมอื แกป้ ญั หาการเปล่ียนแปลงของสภาพ
ภูมิอากาศตง้ั แตต่ อนน้ี ความมงุ่ มน่ั ของเธอไดส้ ร้างแรงกระเพ่ือมเพราะมปี ระชาชนได้เขา้ มามสี ่วนร่วมกับ
การประทว้ งกับเธอ รวมถึงครบู างคนอกี ดว้ ย จากวนั นั้น การแสดงออกอยา่ งเรียบงา่ ยท่ีแสดงความกลา้ หาญ
ของเกรตา้ ไดท้ ำใหเ้ ธอไดเ้ ป็นแกนนำของคนนบั พัน และได้นำเธอไปอยู่ข้างหนา้ และท่ามกลางผนู้ ำโลก ณ งาน
COP24 เธอไดท้ ำใหค้ นท่ัวโลกตะลงึ ด้วยการพูดท่ตี รง และไร้ซงึ่ ดรามา่ และสร้างความอบั อายให้กบั
นักการเมอื ง และแสดงใหเ้ หน็ วา่ ผู้นำท่ีแทจ้ ริงควรเปน็ ยงั ไง “พวกคุณไมม่ วี ุฒิภาวะพอทจ่ี ะยอมรับความจริง
และท้ิงปญั หาไวใ้ ห้กับพวกเรา เดก็ ๆ ทั้งหลาย หนูไมส่ นใจวา่ จะมชี อื่ เสยี งหรอื ไม่ หนูสนแคเ่ รื่องความเป็นธรรม
ดา้ นสภาพภูมิอากาศ และโลกที่ยงั มชี วี ิตอยู่” ถงึ แม้ COP24 จะจบลงพรอ้ มกับไมม่ ขี ้อตกลงทีช่ ัดเจนทจ่ี ะ
ยกระดับการลงมือเพอ่ื ต่อกรกับวกิ ฤตสภาพภูมอิ ากาศทชี่ ัดเจน แตส่ ่ิงทเ่ี กรทตา้ พดู จะถกู บนั ทกึ ไว้ใน
ประวตั ิศาสตรแ์ ละสร้างความหวงั ท่วี า่ ถา้ ผใู้ หญไ่ มก่ ลา้ นำการเปล่ียนแปลง เยาวชนเชน่ เกรตา้ น้ันเองทจ่ี ะลงมือ
เอง

๒. มาลาลา ยซู าฟไซ ตอนอายุ ๑๑ ขวบ มาลาลา ยซู าฟไซ เขยี น และตพี ิมพไ์ ดอารอี ยา่ งไม่
เปดิ เผยช่ือ บอกเลา่ เรอื่ งราวชีวติ ของเธอในปากสี ถานภายได้การควบคุมของกลมุ่ ตาลบี นั ซง่ึ นัน่ ทำใหเ้ ธอได้รับ
ความสนใจอยา่ งกว้างขวาง ไม่นานหลงั จากนั้น เธอเรมิ่ เรยี กรอ้ งเคลือ่ นไหวอยา่ งเปดิ เผยมากขึ้นใหเ้ ด็กผ้หู ญงิ

๑๔๔

สามารถเขา้ ถงึ การศกึ ษาท่ีดี ๆ ได้ สามปีหลงั จากน้ัน ชวี ติ เธอเปล่ยี นแปลงไปตลอดกาลหลงั เธอถูกกลมุ่ ตาลบี นั
ในปากีสถานทไ่ี มพ่ อใจการรณรงคเ์ คลือ่ นไหวของเธอยงิ ทศี่ รี ษะจนเกอื บเสยี ชีวติ ขณะโดยสารรถนักเรียนกลบั
บา้ น แตก่ ารพยายามลอบสังหารกไ็ ม่อาจหยุดยงั้ เธอได้ เธอกลายเปน็ ทร่ี ู้จกั มากขน้ึ ได้ขนึ้ ปกนิตยสารไทม์ในปี
๒๐๑๔ และชนะรางวลั โนเบลสาขาสันติภาพในปเี ดียวกัน “รางวลั นี้ไมใ่ ช่เพอ่ื ฉนั คนเดียว แตเ่ พ่อื เด็ก ๆ ทอี่ ยาก
ไดร้ ับการศกึ ษาซึ่งถูกลืม” มาลาลา กล่าวในสุนทรพจน์ในพธิ ีรับรางวลั “เพอื่ เด็ก ๆ ทหี่ วาดกลวั ซง่ึ อยากได้
สนั ติภาพ เพ่ือเดก็ ๆ ทไ่ี ร้เสยี งซงึ่ อยากเหน็ ความเปลยี่ นแปลง ฉนั อย่ตู รงนเี้ พ่ือตอ่ สเู้ พ่ือสิทธขิ องพวกเขา เพ่ือ
ทำใหค้ นไดย้ นิ เสยี งพวกเขา นีไ่ มใ่ ช่เวลาจะไปสงสารพวกเขา”

๓. เอมกิ า จอรจ์ หลงั จากอ่านพบขอ้ มลู วา่ องค์กรการกุศลที่จดั หาผา้ อนามยั ใหเ้ ดก็ ผหู้ ญงิ ใน
แอฟรกิ าตอ้ งจัดหาผ้าอนามัยสง่ ไปใหเ้ ดก็ ผหู้ ญงิ ในอังกฤษดว้ ย เอมกิ ากต็ ัดสินใจวา่ เธอตอ้ งทำอะไรสักอย่างเพอ่ื
เปลี่ยนแปลงปญั หาทวี่ ่าแม้แต่เด็กในอังกฤษก็ยังไมส่ ามารถซอ้ื ผ้าอนามยั ได้ เอมิกา ก่อต้งั กลุม่ เคลือ่ นไหว
#FreePeriods ตอนเธออายุเพยี ง ๑๗ ปี จดั ชมุ นมุ ประท้วงบรเิ วณถนนดาวนน์ งิ ซงึ่ เป็นบา้ นพัก และที่ทำงาน
ของนายกรฐั มนตรีองั กฤษ โดยผูป้ ระทว้ ง ๒ พนั คนแตง่ กายดว้ ยชดุ สีแดง เรียกรอ้ งใหร้ ัฐบาลลงมือแก้ไข
สถานการณน์ ี้ ด้วยแรงกดดนั รฐั บาลองั กฤษจงึ ประกาศวา่ จะแจกผา้ อนามยั ฟรใี นทกุ โรงเรยี น และวิทยาลยั ใน
อังกฤษ “สำหรบั ฉนั แลว้ #FreePeriods แสดงใหเ้ หน็ ว่า เดก็ ผู้หญิงทีร่ สู้ ึกโกรธคนเดียวกส็ ามารถสร้างความ
เปลย่ี นแปลงทางการเมืองไดผ้ า่ นการเคลอ่ื นไหวเรยี กรอ้ ง พรอ้ มกบั พลงั ของอินเทอรเ์ น็ตในการเชือ่ มโยงคนที่
คดิ และกร็ ้สู กึ โกรธเหมือนกัน”
รปู แบบการจดั การเรยี นรู้

๑. รปู แบบการเรียนรูโ้ ดยใช้กจิ กรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)
๒. รปู แบบการเรยี นรู้โดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน (Problem-Based Learning)
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
การอภิปราย เสวนา แนวคดิ ในการชว่ ยรณรงคห์ รอื ลดปญั หา และการเปลี่ยนแปลงทสี่ ำคญั ของโลก
ประเดน็ ต่าง ๆ
วธิ ีการวัดผล ประเมนิ ผล
จติ พสิ ยั
การประเมินตนเองของนักเรียน
บรรณานุกรม
กรนี พีซ ประเทศไทย. ๒๕๖๒. ๕ เยาวชนนกั เคลื่อนไหวท่สี รา้ งแรงบันดาลใจให้กับเรา (Online).
www.greenpeace.org/thailand, ๒๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓.
บบี ีซี ประเทศไทย. ๒๕๖๒. เกรียตา มาลาลา เอ็มมา และเอมกิ า เดก็ รุน่ ใหม่ 4 คน ผู้
เปลย่ี นแปลงโลก (Online). www.bbc.com/thai, ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓.

๑๔๕

เอกสารประกอบหลักสตู ร
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๖


Click to View FlipBook Version