The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แผนที่ 1-19

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กุลฤดี คงชัย, 2024-02-04 21:44:21

แผนการจัดการเรียนรู้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แผนที่ 1-19

แผนการจัดการเรียนรู้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แผนที่ 1-19

เกณฑ์การให้คะแนนการตอบคำถาม (Rubric Scores) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. ความถูกต้อง ตอบคำถาม ถูกต้อง ครบถ้วน ตอบคำถามถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ตอบคำถามผิด ไม่ตอบคำถาม ๒. ความตรงประเด็น ตอบคำถาม ได้ตรงประเด็น ตอบคำถามได้ ขาดตกเล็กน้อย ไม่ตรงประเด็น ไม่ตอบคำถาม ๓. ความชัดถ้อยชัดคำ ตอบคำถาม ชัดเจน ตอบคำถามตะกุกตะกัก เล็กน้อย ตอบคำถามเสียงเบา ตะกุกตะกักเล็กน้อย ตอบคำถามเสียงเบา ตะกุกตะกักมาก เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี= ๓ พอใช้= ๒ ปรับปรุง = ๑ เกณฑ์การตัดสิน ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๐ – ๑๒ ดีมาก ๗ – ๙ ดี ๔ – ๖ พอใช้ ๑ – ๓ ปรับปรุง เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับ ดี ขึ้นไป สรุป ผ่าน ไม่ผ่าน หมายเหตุ : ผู้สอนอาจประเมินเป็นภาพรวมได้ในกรณีที่นักเรียนมีจำนวนมาก ไม่สามารถถามได้ ครบทุกคน


แบบประเมินการบันทึกการอ่านจับใจความสำคัญเทคนิค KWL Plus คำชี้แจง ให้ครูผู้สอนทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการที่นักเรียนปฏิบัติ ลำดับ ที่ ชื่อ - สกุล การอ่านจับใจ ความสำคัญ ( ๔) ความครอบคลุมของ เนื้อหา ( ๔) การสรุปความรู้ ( ๔) ความถูกต้อง ( ๔) การเขียนสื่อความ ( ๔) รวม ๒๐คะแนน ผลการประเมิน (ผ่าน/ไม่ผ่าน) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ 9 ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ลงชื่อ........................................................... (นางสาวกุลฤดี คงชัย) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ. …………..


เกณฑ์การให้คะแนนการทำแบบบันทึกการอ่าน KWL plus ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. การอ่านจับใจ ความสำคัญ อ่านจับใจความสำคัญ เนื้อหาได้ทั้งหมด อ่านจับใจความสำคัญ เนื้อหาได้เกือบ ทั้งหมด อ่านจับใจความสำคัญ เนื้อหาได้เล็กน้อย อ่านจับใจความ สำคัญเนื้อหาได้ น้อยมาก ๒. ความครอบคลุม ของเนื้อหา มีรายละเอียดเนื้อหา ตรงกับลักษณะ ที่กำหนดมากที่สุด รายละเอียดของ เนื้อหามากแต่ยัง ไม่ครอบคลุมทั้งหมด มีรายละเอียดของ เนื้อหาน้อย มีรายละเอียดของ เนื้อหาน้อยมาก ๓. การสรุปความรู้ สรุปความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ที่ศึกษาได้ชัดเจน ครบถ้วน สมบูรณ์ สรุปความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ที่ศึกษาได้ชัดเจนดี สรุปความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ที่ศึกษาได้ สรุปความรู้ ไม่ชัดเจน ๔. ความถูกต้อง วิเคราะห์ได้ถูกต้อง ครบถ้วน วิเคราะห์ได้ถูกต้อง เกือบทั้งหมด วิเคราะห์ได้ถูกต้อง เล็กน้อย วิเคราะห์ได้ถูกต้อง น้อยมาก ๕. การเขียนสื่อความ เขียนสื่อความได้ ถูกต้องตามอักขรวิธี ตรงประเด็นและ เข้าใจง่าย เขียนสื่อความไม่ ถูกต้องตามอักขรวิธี ๒-๓ แห่ง ตรง ประเด็น เขียนสื่อความไม่ ถูกต้องตามอักขรวิธี ๔-๕ แห่ง ตรง ประเด็น เขียนสื่อความได้ น้อย ไม่ตรงประเด็น


แบบสังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน คำชี้แจง ให้ครูผู้สอนทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน (นางสาวกุลฤดี คงชัย) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ. ………….. ลำดับ ที่ พฤติกรรม ชื่อ – สกุล นักเรียนเข้าเรียน ตรงเวลา ( ๔) นักเรียนไม่คุยกัน ไม่เล่นโทรศัพท์ขณะครูสอน ( ๔) นักเรียนให้ความร่วมมือในการ ทำกิจกรรม ( ๔) นักเรียนแสดงความคิดเห็น และตอบคำถาม ( ๔) นักเรียนตั้งใจทำงาน ที่ได้รับมอบหมาย ( ๔) รวม (๒๐) ผลการประเมิน (ผ่าน/ไม่ผ่าน) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ 9 ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕


การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอให้ ๔ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้งให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบางครั้งให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้งให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การประเมินคุณภาพ ๑๘ – ๒๐ คะแนน ดีมาก ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 9๐ – ๑๐๐ % ๑๔ – ๑๗ คะแนน ดี ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐ – ๘9 % ๑๓ – ๑๐ คะแนน พอใช้ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐ – ๖9 % ต่ำกว่า ๑๐ คะแนน ปรับปรุง ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐ % ผ่านเกณฑ์ในระดับ ดี ขึ้นไปถือว่าผ่าน


รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมในชั้นเรียน (Scoring rubric) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. นักเรียนเข้าเรียน ตรงเวลา นักเรียนเข้าเรียน ได้ตรงต่อเวลา นักเรียนเข้าเรียน สาย ๑๐ – ๑๕ นาที นักเรียนเข้าเรียน สาย ๑๕ – ๒๐ นาที นักเรียนเข้าเรียน สาย ๓๐ นาที ขึ้นไป ๒. นักเรียนไม่คุยกัน ไม่เล่นโทรศัพท์ขณะ ครูสอน นักเรียนตั้งใจเรียน ไม่คุยกัน และไม่เล่น โทรศัพท์ในขณะ ที่ครูสอน นักเรียนตั้งใจเรียน แต่มีคุยกันบ้าง บางครั้ง นักเรียนตั้งใจ เรียนส่วนน้อย และส่วนมากใช้ เวลาเล่นโทรศัพท์ นักเรียนไม่ตั้งใจ เรียน พูดคุยกับ เพื่อน และเล่น โทรศัพท์ ๓.นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการ ทำกิจกรรม ให้ความร่วมมือ ในทุกขั้นตอน แสดงสีหน้าที่พอใจ ให้ความร่วมมือ ในทุกขั้นตอน แสดงสีหน้าเบื่อ หน่ายบางครั้ง ให้ความร่วมมือ ในบางขั้นตอน และแสดงสีหน้า เบื่อหน่าย ไม่ให้ความร่วมมือ เฉยชาและแสดง สีหน้าไม่พอใจ ๔. นักเรียนแสดง ความคิดเห็น และตอบคำถาม ให้ความร่วมมือ ในการตอบคำถาม เสียงดังฟังชัด มีความมั่นใจ และถูกต้อง ให้ความร่วมมือ ในการตอบคำถาม เสียงดังฟังชัด ไม่ค่อยมีความ มั่นใจ ตอบบางคำถาม ตอบเสียงเบา และปฏิบัติตามได้ เพียงบางข้อ ไม่ตอบคำถาม ท่องตามเพื่อน ปฏิบัติตามคำสั่ง ไม่ได้ ๕. นักเรียน กระตือรือร้นในการทำ กิจกรรม มีความกระตือรือร้น อยากทำทุกกิจกรรม มีความ กระตือรือร้น อยากทำบาง กิจกรรม ไม่แสดงความรู้สึก ร่วม แต่ปฏิบัติ ตามทุกอย่าง แสดงสีหน้าหรือ อาการทางลบ ไม่พอใจ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ การอ่านจับใจความสำคัญ เวลา ๕ ชั่วโมง เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้น เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวกุลฤดี คงชัย โรงเรียนกุดจับประชาสรรค์ ครูผู้สอน นางสาวกุลฤดี คงชัย โรงเรียนกุดจับประชาสรรค์ วันที่สอน วันอังคาร ๐๕ ธันวาคม ๒๕๖๖ ม.๓/๖ เวลา ๑๒.๐๐ - ๑๒.๕๐ น. วันพุธ ๐๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ ม.๓/๔ เวลา ๐๘.๔๐ - ๐๙.๓๐ น. วันพฤหัสบดี๐๗ ธันวาคม ๒๕๖๖ ม.๓/๕ เวลา ๑๓.๔๐ - ๑๔.๓๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ ดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ม.๓/๓ ระบุใจความสำคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน ม.๓/๔ อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความและรายงาน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนบอกหลักการอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้นได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้นได้ถูกต้อง (P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม (A) ๓. สมรรถนะสำคัญของนักเรียน ๓.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๓.๒ ความสามารถในการคิด ๔. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๔.๑ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๔.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๔.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๔.๔ รักความเป็นไทย


๕. สาระสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญ เป็นทักษะการอ่านที่ผู้อ่านต้องเข้าใจเนื้อเรื่อง จุดมุ่งหมายของเรื่องว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร แล้วนำเรื่องที่อ่านมาสรุปรวบรวมหรือเรียบเรียงข้อความให้เป็นสำนวน ภาษา ของตนเอง การศึกษาเรื่องการอ่านจับใจคจับใจความสำคัญจะทำให้นักเรียนเข้าใจหลักการอ่าน จับใจความ สำคัญ ตลอดจนสามารถตั้งคำถาม ตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน เรื่องสั้น เป็นงานเขียนร้อยแก้วประเภทบันเทิง คดีที่มีลักษณะคล้ายกับนวนิยายแต่มีขนาดสั้น ประกอบด้วยโครงเรื่อง แนวคิด ตัวละคร และฉาก มีการดำเนิน เรื่องที่รวดเร็วและแฝงคุณค่าให้กับผู้อ่าน จึงจำเป็นที่ต้องอาศัยทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ เพราะจะทำให้ เข้าใจเรื่องและสามารถอ่านสรุปความได้ดียิ่งขึ้น ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ ความหมายของเรื่องสั้น ๖.๒ องค์ประกอบของเรื่องสั้น ๖.๓ หลักการอ่านจับใจความสำคัญเรื่องสั้น ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ๗.๑ แบบบันทึกการอ่านจับใจความสำคัญ KWL Plus ๗.๒ แผนผังความคิดการอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้น ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (กระบวนการจัดการเรียนรู้เทคนิค KWL Plus) ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูทักทายกันด้วยท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใส ครูซักถามนักเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง สั้น โดยใช้คำถามว่า นักเรียนรู้จักเรื่องสั้นหรือไม่ เรื่องสั้นหมายถึงอะไร มีลักษณะอย่างไร โดยให้นักเรียน ร่วมกันระดมสมองจากนั้นครูเขียนคำตอบในลักษณะแผนผังความคิดบนกระดา ๘.๑.๒ ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ ๑ ขั้นกิจกรรมก่อนการอ่าน K (What you know) ๘.๒.๑ นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ จากใบความรู้ที่ครู แจกให้ จากนั้นนักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติม ๘.๒.๒ ครูทบทวนการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ KWL Plus ให้นักเรียน เข้าใจอีกครั้ง ๘.๒.๓ ครูเขียนชื่อหัวข้อเรื่อง “ยกตัวเองขึ้นโดยไม่กดคนอื่น” บนกระดาน จากนั้นครูสนทนา กับนักเรียนเกี่ยวกับชื่อเรื่องบทความว่ามีความโดดเด่นอย่างไรบ้าง ให้นักเรียนแต่ละร่วมกันแสดงความคิดเห็น และบันทึกข้อความความรู้เกี่ยวกับชื่อเรื่องที่ครูเขียนให้ดูลงในแบบบันทึก KWL Plus ช่อง K ขั้นที่ ๒ ขั้นกิจกรรมระหว่างการอ่าน W (What we want to know) ๘.๒.๔ นักเรียนรับบทอ่านเรื่องสั้น “ยกตัวเองขึ้นโดยไม่กดคนอื่น” ที่ครูแจกให้ จากนั้นอ่าน สำรวจชื่อเรื่อง คำสำคัญ เนื้อเรื่องอย่างคร่าว ๆ และตอนสรุปท้ายเรื่อง เพื่อกำหนดประเด็นในการศึกษา เนื้อเรื่อง


๘.๒.๔ นักเรียนตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสั้น เรื่อง ยกตัวเองขึ้นโดยไม่กดคนอื่น เมื่อนักเรียนตั้งคำถามเสร็จแล้ว ครูสุ่มนักเรียนออกมาเขียนคำถามบนกระดาน ๔ - ๕ คน ๘.๒.๔ นักเรียนและครูร่วมกันคัดเลือกคำถามที่ตรงประเด็นและมีใจความสำคัญที่สุด จากนั้น ให้นักเรียนทุกคนเขียนคำถามบันทึกลงในช่อง KWL Plus ช่อง W ขั้นที่ ๓ ขั้นกิจกรรมหลังการอ่าน L (What you have learned) ๘.๒.๕ นักเรียนอ่านเรื่องสั้น เรื่อง ยกตัวเองขึ้นโดยไม่กดคนอื่น อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อ ค้นหาคำตอบที่นักเรียนจดไว้ จากนั้นเขียนคำตอบลงในแบบบันทึก KWL Plus ในช่อง L ๘.๒.๖ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายสิ่งที่ได้เรียนรู้ทั้งหมดจากการอ่าน เรื่อง ยกตัวเองขึ้น โดยไม่กดคนอื่น เพื่อตรวจสอบคำตอบอีกครั้ง ๘.๒.๗ นักเรียนทำกิจกรรมหมุนวงล้อมหัศจรรย์เพื่อค้นหานักเรียนผู้โชคดีจำนวน ๓ คน มาตอบคำถามรายบุคคล เพื่อตรวจสอบความเข้าใจและทบทวนเรื่องที่ได้อ่าน โดยมีครูคอยติชมและแก้ไข ๘.๓ ขั้นสรุป ขั้นที่ ๔ ขั้นการสร้างแผนภาพความคิด (Mapping) ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเรื่องการอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้น เรื่อง ยกตัวเอง ขึ้นโดยไม่กดคนอื่น โดยจัดทำเป็นรูปแบบแผนผังความคิดลงบนกระดาน ๘.๓.๒ นักเรียนจัดทำแผนผังความคิดในรูปแบบที่ตนเองถนัด จากนั้นนำส่งครูในคาบเรียน ถัดไป 9. การจัดบรรยากาศเชิงบวก 9.๑ สร้างบรรยากาศในขณะที่จัดการเรียนรู้ให้มีความเป็นกันเอง 9.๒ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน 9.๓ กล่าวชมเชยเมื่อนักเรียนทำกิจกรรม ๑๐. สื่อและแหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑. หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน หลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ๑๐.๒ Power point การอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้น ๑๐.๓ ใบความรู้ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้น ๑๐.๔ วงล้อมหัศจรรย์


๑๑. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑๑.๑ นักเรียนสามารถบอก หลักการอ่านจับใจความสำคัญ จากเรื่องสั้นได้ถูกต้อง (K) - การตอบคำถาม - การตอบคำถามในชั้น เรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินเมื่ออยู่ ในระดับ ดีขึ้นไป ๑๑.๒ นักเรียนสามารถ จับใจความสำคัญจากเรื่องสั้นได้ ถูกต้อง (P) - การตรวจแบบ บันทึก - แบบบันทึกการอ่าน KWL Plus นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินเมื่ออยู่ ในระดับ ดีขึ้นไป ๑๑.๓ นักเรียนมีความ กระตือรือร้นในการทำกิจกรรม (A) - การสังเกต พฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินเมื่ออยู่ ในระดับ ดีขึ้นไป


๑๒. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑๒.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................ ๑๒.๒ ปัญหาและอุปสรรค ............................................................................................................................. ................................................. ...................................................................................................................................................... ........................ ........................................................................................................... ................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................ ๑๒.๓ ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ......................................................................................................................................................................... ..... .............................................................................................................................................................................. ........................................................................................................ ลงชื่อ........................................................... (นางสาวกุลฤดี คงชัย) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ. …………..


ใบความรู้เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้น ความหมาย เรื่องสั้น (Short Story) เป็นความเรียงร้อยแก้วประเภทบันเทิงคดีอย่างหนึ่งที่เริ่มได้รับความนิยม ในประเทศไทยพร้อม ๆ กับงานเขียนประเภทนวนิยาย องค์ประกอบของเรื่องสั้น ๑. แนวคิดหรือแก่นเรื่อง (Theme) คือ สาระสำคัญที่ผู้เขียนตั้งใจจะบอกแก่ผู้อ่าน เป็นแนวคิด เพียงแนวเดียวของเรื่อง ผู้เขียนอาจจะบอกแนวคิดตรง ๆ หรือไม่ก็ได้ โดยผู้อ่านต้องตีความเอง ๒. โครงเรื่อง (Plot) คือ เค้าโครงเรื่องของการดำเนินเรื่องที่ผู้แต่งกำหนดขึ้น รวมทั้งพฤติกรรม ของตัวละครและเหตุการณ์ เพื่อให้เรื่องมีความสัมพันธ์กัน โครงเรื่องจะสั้นชัดเจนไม่ซับซ้อนเหมือนนิยาย ๓. ตัวละคร (Charecters) และบทสนทนา (Dialogue) คือ ผู้ที่แสดงบทบาทต่าง ๆ ให้สอดคล้อง กับโครงเรื่องและแนวคิดของเรื่อง ตัวละครอาจเป็นมนุษย์หรือสิ่งไม่มีชีวิต ส่วนบทสนทนาเป็นองค์ประกอบที่ สำคัญอีกอย่างหนึ่งซึ่งจะทำให้ผู้อ่านมองเห็นลักษณะของตัวละครและการดำเนินเรื่องจะทำให้ตัวละครมีความ สมจริงมากยิ่งขึ้น ๔. ฉาก (Setting) คือ สถานที่ เวลา และสิ่งแวดล้อมทางสังคม ที่เหตุการณ์ในเรื่องนั้น ๆ เกิดขึ้น ฉากจะช่วยให้ผู้เขียนกำหนดเวลา สถานที่ บรรยากาศได้ตรงตามเนื้อเรื่อง ทำให้เรื่องสมจริงมากยิ่งขึ้น กลวิธีในการแต่งเรื่องสั้น ๑. การเปิดเรื่อง คือ การเริ่มต้นในฉากแรกของเรื่องที่เขียนเพื่อเร้าความสนใจของผู้อ่านให้ติดตาม งานเขียนนั้น ๆ การเปิดเรื่องทำให้หลายวิธี ดังนี้ ๑.๑ สร้างเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจโดยเร็ว ๑.๒ ใช้บทสนทนาเข้าช่วยในการดำเนินเรื่องจะทำให้น่าสนใจ การเปิดเรื่องมีความเป็น ธรรมชาติมากขึ้น ๑.๓ ใช้การพรรณนา อาจะเป็นการพรรณนาบุคลิกลักษณะของตัวละครสำคัญ หรือเป็นการ พรรณนาฉากและบรรยากาศของเรื่อง ๑.๔ ใช้การบรรยาย ๑.๕ ใช้สุภาษิต บทกวี ข้อความคมคายชวนให้คิด


๒. การดำเนินเรื่อง คือ การกำหนดให้ตัวละครแสดงบทบาทเรื่องราวไปตามที่ผู้เขียนกำหนดไว้ ในโครงเรื่อง ทีละบททีละตอน เพื่อบ่งบอกเรื่องราวแก่ผู้อ่าน การดำเนินเรื่องใช้วิธีดึงความสนใจของผู้อ่านไว้ให้ ได้เสมอ โดยสร้างให้มีความขัดแย้ง ปมปัญหาที่น่าสนใจ แล้วคลี่คลายความขัดแย้งปมปัญหาไป จน ปิดเรื่อง การดำเนินเรื่องมีวิธีที่น่าสนใจหลายวิธีดังนี้ ๒.๑ ดำเนินเรื่องตามลำดับปฏิทิน คือ การเล่าเรื่องไปตามลำดับก่อนหลัง ใคร ทำอะไร ที่ไหน เกิดผลอย่างไร ๒.๒ ดำเนินเรื่องแบบย้อนหลัง คือ อาจจะเปิดเรื่องในตอนใดตอนหนึ่งของเรื่องก็ได้และมี วิธีการเล่าเหตุการณ์ย้อนกลับมา โดยให้ตัวละครนึกย้อนไปถึงเรื่องหรือเหตุการณ์ในอดีตของตน ๒.๓ ดำเนินเรื่องโดยเล่าเหตุการณ์ต่างสถานที่สลับไปสลับมา ๓. การปิดเรื่อง คือ การจบเรื่องซึ่งจะคลี่คลายปมสงสัย ปมปัญหาลง (หรืออาจจะทิ้งค้างไว้ให้ผู้อ่าน คิดต่อก็ใด้) ถือเป็นจุดสุดยอดของเรื่อง (Climax) เป็นการจบเหตุการณ์สำคัญของเรื่อง อาจทำได้หลายวิธี ดังนี้ ๓.๑ จบลงแบบขมวดปมปัญหาหรือหักมุม ที่ผู้อำนไม่คาดคิดมาก่อน ๓.๒ จบลงด้วยเหตุการณ์อันแสนเศร้าหรือสถานการณ์ที่เลวร้าย ๓.๓ จบดีมีความสุขหวานชื่น ๓.๔ จบแบบทิ้งปัญหาหรือข้อขัดแย้งให้ผู้อ่านติดหาคำตอบเอง หลักการจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้น ๑. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน ๒. อ่านเรื่องราวอย่างคร่าวๆ พอเข้าใจ และเก็บใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า ๓. เมื่ออ่านจบให้ตั้งคำถามตนเองว่า เรื่องที่อ่าน มีใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ๔. นำสิ่งที่สรุปได้มาเรียบเรียงใจความสำคัญใหม่ด้วยสำนวนของตนเองเพื่อให้เกิดความสละสลวย


ยกตัวเองขึ้นโดยไม่กดคนอื่น อาจารย์คนหนึ่งชวนลูกศิษย์เดินเล่นที่ชายหาด เดินไปได้ซักพักอาจารย์ได้เริ่มสอนลูกศิษย์ ด้วยการใช้ ไม้เท้าขีดเส้นสองเส้นลงไปบนผืนทราย เป็นเส้นคู่ขนาน ยาว ๕ ฟุต และ ๓ ฟุต ตามลำดับ จากนั้นอาจารย์ ได้ถามขึ้นว่า “เธอสามารถทำให้เส้น ๓ ฟุต ยาวกว่าเส้น ๕ ฟุต ให้หรือเปล่า ไหนลองทำให้ดูหน่อยสิ” ลูกศิษย์หยุด คิดครู่หนึ่ง แล้วก็ลบรอยเส้นที่ยาว ๕ ฟุตนั้นให้สั้นลงเหลือเพียง ๑ ฟุต ทำให้เส้น ๓ ฟุตโดดเด่นขึ้นมา แล้วศิษย์ ก็ถามอาจารย์ และขอความเห็นว่า “แบบนี้ถูกหรือเปล่าครับ” อาจารย์ เขกกบาลลูกศิษย์เบา ๆ แล้วบอกว่า “เหยียบหัวคนอื่นเพื่อให้ตัวเองอยู่สูงขึ้น คนที่จะยกตนเองให้สูงขึ้น โดยการทำร้ายคู่แข่งนั้น ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ถ้าเลือกใช้วิธีนี้ ชีวิตเธอก็มีแต่จะล้มเหลวไม่พัฒนา ทางที่ดีควรเลือกวิธีที่จะยกตัวเองขึ้นโดยไม่ไปลดคนอื่นลง แล้วอาจารย์ก็ขีดเส้น ๒ เส้นให้เท่าเดิม คือ ๓ ฟุต และ ๕ ฟุต จากนั้นอาจารย์ก็สาธิตให้ดู ด้วยการ ขีดเส้น ๓ ฟุตให้ยาวขึ้นเป็น ๑๐ ฟุต แล้วพูดว่า “จงอย่าคิดว่าคู่แข่งของเธอคือศัตรู แต่ให้คิดว่าเป็นครู ของเธอ ที่เธอจะต้องพัฒนาตนเองให้เทียบเท่าหรือดีกว่าที่จะทำให้เธอได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม คนที่ พยายามจะเลื่อนตัวเองขึ้นไป โดยการฆ่าน้อง ฟ้องนาย และขายเพื่อน ถึงแม้จะทำให้สำเร็จ แต่นั่นก็เป็น ความสำเร็จที่ปราศจากเกียรติคุณ ไม่อาจเอ่ยอ้างได้อย่างเต็มภาคภูมิ การเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยวิธีที่ไม่ชอบธรรม กับการเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยปล่อยให้คนอื่นได้ ก้าวไปตาม วิถีทางของเขาอย่างเสรีนั้น ย่อมมีผลลัพธ์ที่ต่างกัน หากไร้คู่แข่งแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีศักยภาพ ในการทำงานขนาดไหน ไม่มีอัปลักษณ์ก็ไม่รู้จักสวยงาม นักสู้ที่ดีมักชื่นชมคู่ต่อสู้ที่เข้มแข้ง เพราะคู่ต่อสู้ ที่อ่อนแอจะทำให้ชัยชนะของเขาไม่ยั่งยืนยง ดังนั้นเมื่อได้พบกับคู่แข่งที่แกร่ง และฉลาดล้ำก็ยิ่งทำให้เรารู้จัก ขยับตัวเองขึ้นไปให้สูงส่งยิ่งขึ้น การเลื่อนตัวเองขึ้นพร้อมกับลดคนอื่นลง เธออาจจะชนะ แต่ก็มีศัตรูตามมาด้วย แต่การเลื่อนตัวเองขึ้นโดยไม่ไปลดคนอื่นลง เธออาจเป็นผู้ชนะพร้อมกับยังมีเพื่อนแท้เพิ่มขึ้น และหนึ่งในนั้น อาจเป็นคู่แข่งของเธอเองด้วย” ที่มา: http://www.kwamru.com


สรุปใจความสำคัญเรื่อง ยกตัวเองขึ้นโดยไม่กดคนอื่น ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................... . แผนผังความคิดเรื่อง ยกตัวเองขึ้นโดยไม่กดคนอื่น ชื่อ...............................................................ชั้น..............เลขที่...............


แบบประเมินการตอบคำถาม คำชี้แจง ให้ครูผู้สอนทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการการตอบคำถามที่นักเรียนปฏิบัติ ลำดับ ที่ ชื่อ - สกุล ความถูกต้อง ( ๔) ความตรงประเด็น ( ๔) ความชัดถ้อยชัดคำ ( ๔) รวม ๑๒คะแนน ผลการประเมิน (ผ่าน/ไม่ผ่าน) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ 9 ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ลงชื่อ........................................................... (นางสาวกุลฤดี คงชัย) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ. …………..


เกณฑ์การให้คะแนนการตอบคำถาม (Rubric Scores) เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี= ๓ พอใช้= ๒ ปรับปรุง = ๑ เกณฑ์การตัดสิน ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๐ – ๑๒ ดีมาก ๗ – ๙ ดี ๔ – ๖ พอใช้ ๑ – ๓ ปรับปรุง เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับ ดี ขึ้นไป สรุป ผ่าน ไม่ผ่าน หมายเหตุ : ผู้สอนอาจประเมินเป็นภาพรวมได้ในกรณีที่นักเรียนมีจำนวนมาก ไม่สามารถถามได้ ครบทุกคน ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. ความถูกต้อง ตอบคำถาม ถูกต้อง ครบถ้วน ตอบคำถามถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ตอบคำถามผิด ไม่ตอบคำถาม ๒. ความตรงประเด็น ตอบคำถาม ได้ตรงประเด็น ตอบคำถามได้ ขาดตกเล็กน้อย ไม่ตรงประเด็น ไม่ตอบคำถาม ๓. ความชัดถ้อยชัดคำ ตอบคำถาม ชัดเจน ตอบคำถามตะกุกตะกัก เล็กน้อย ตอบคำถามเสียงเบา ตะกุกตะกักเล็กน้อย ตอบคำถามเสียงเบา ตะกุกตะกักมาก


แบบประเมินการบันทึกการอ่านจับใจความสำคัญเทคนิค KWL Plus คำชี้แจง ให้ครูผู้สอนทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการที่นักเรียนปฏิบัติ ลำดับ ที่ ชื่อ - สกุล การอ่านจับใจ ความสำคัญ ( ๔) ความครอบคลุมของ เนื้อหา ( ๔) การสรุปความรู้ ( ๔) ความถูกต้อง ( ๔) การเขียนสื่อความ ( ๔) รวม ๒๐คะแนน ผลการประเมิน (ผ่าน/ไม่ผ่าน) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ 9 ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ลงชื่อ........................................................... (นางสาวกุลฤดี คงชัย) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ. …………..


เกณฑ์การให้คะแนนการทำแบบบันทึกการอ่าน KWL Plus ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. การอ่านจับใจ ความสำคัญ อ่านจับใจความสำคัญ เนื้อหาได้ทั้งหมด อ่านจับใจความสำคัญ เนื้อหาได้เกือบ ทั้งหมด อ่านจับใจความสำคัญ เนื้อหาได้เล็กน้อย อ่านจับใจความ สำคัญเนื้อหาได้ น้อยมาก ๒. ความครอบคลุม ของเนื้อหา มีรายละเอียดเนื้อหา ตรงกับลักษณะ ที่กำหนดมากที่สุด รายละเอียดของ เนื้อหามากแต่ยัง ไม่ครอบคลุมทั้งหมด มีรายละเอียดของ เนื้อหาน้อย มีรายละเอียดของ เนื้อหาน้อยมาก ๓. การสรุปความรู้ สรุปความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ที่ศึกษาได้ชัดเจน ครบถ้วน สมบูรณ์ สรุปความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ที่ศึกษาได้ชัดเจนดี สรุปความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ที่ศึกษาได้ สรุปความรู้ ไม่ชัดเจน ๔. ความถูกต้อง วิเคราะห์ได้ถูกต้อง ครบถ้วน วิเคราะห์ได้ถูกต้อง เกือบทั้งหมด วิเคราะห์ได้ถูกต้อง เล็กน้อย วิเคราะห์ได้ถูกต้อง น้อยมาก ๕. การเขียนสื่อความ เขียนสื่อความได้ ถูกต้องตามอักขรวิธี ตรงประเด็นและ เข้าใจง่าย เขียนสื่อความไม่ ถูกต้องตามอักขรวิธี ๒-๓ แห่ง ตรง ประเด็น เขียนสื่อความไม่ ถูกต้องตามอักขรวิธี ๔-๕ แห่ง ตรง ประเด็น เขียนสื่อความ ได้น้อย ไม่ตรง ประเด็น


แบบสังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน คำชี้แจง ให้ครูผู้สอนทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน (นางสาวกุลฤดี คงชัย) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ. ………….. ลำดับ ที่ พฤติกรรม ชื่อ – สกุล นักเรียนเข้าเรียน ตรงเวลา ( ๔) นักเรียนไม่คุยกัน ไม่เล่นโทรศัพท์ขณะครูสอน ( ๔) นักเรียนให้ความร่วมมือในการ ทำกิจกรรม ( ๔) นักเรียนแสดงความคิดเห็น และตอบคำถาม ( ๔) นักเรียนตั้งใจทำงาน ที่ได้รับมอบหมาย ( ๔) รวม (๒๐) ผลการประเมิน (ผ่าน/ไม่ผ่าน) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ 9 ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕


การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอให้ ๔ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้งให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบางครั้งให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้งให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การประเมินคุณภาพ ๑๘ – ๒๐ คะแนน ดีมาก ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 9๐ – ๑๐๐ % ๑๔ – ๑๗ คะแนน ดี ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐ – ๘9 % ๑๓ – ๑๐ คะแนน พอใช้ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐ – ๖9 % ต่ำกว่า ๑๐ คะแนน ปรับปรุง ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐ % ผ่านเกณฑ์ในระดับ ดี ขึ้นไปถือว่าผ่าน


รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมในชั้นเรียน (Scoring rubric) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. นักเรียนเข้าเรียน ตรงเวลา นักเรียนเข้าเรียน ได้ตรงต่อเวลา นักเรียนเข้าเรียน สาย ๑๐ – ๑๕ นาที นักเรียนเข้าเรียน สาย ๑๕ – ๒๐ นาที นักเรียนเข้าเรียน สาย ๓๐ นาที ขึ้นไป ๒. นักเรียนไม่คุยกัน ไม่เล่นโทรศัพท์ขณะ ครูสอน นักเรียนตั้งใจเรียน ไม่คุยกัน และไม่เล่น โทรศัพท์ในขณะ ที่ครูสอน นักเรียนตั้งใจเรียน แต่มีคุยกันบ้าง บางครั้ง นักเรียนตั้งใจ เรียนส่วนน้อย และส่วนมากใช้ เวลาเล่นโทรศัพท์ นักเรียนไม่ตั้งใจ เรียน พูดคุยกับ เพื่อน และเล่น โทรศัพท์ ๓.นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการ ทำกิจกรรม ให้ความร่วมมือ ในทุกขั้นตอน แสดงสีหน้าที่พอใจ ให้ความร่วมมือ ในทุกขั้นตอน แสดงสีหน้าเบื่อ หน่ายบางครั้ง ให้ความร่วมมือ ในบางขั้นตอน และแสดงสีหน้า เบื่อหน่าย ไม่ให้ความร่วมมือ เฉยชาและแสดง สีหน้าไม่พอใจ ๔. นักเรียนแสดง ความคิดเห็น และตอบคำถาม ให้ความร่วมมือ ในการตอบคำถาม เสียงดังฟังชัด มีความมั่นใจ และถูกต้อง ให้ความร่วมมือ ในการตอบคำถาม เสียงดังฟังชัด ไม่ค่อยมีความ มั่นใจ ตอบบางคำถาม ตอบเสียงเบา และปฏิบัติตามได้ เพียงบางข้อ ไม่ตอบคำถาม ท่องตามเพื่อน ปฏิบัติตามคำสั่ง ไม่ได้


Click to View FlipBook Version