หลกั สูตรโรงเรียนบา นบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต ๑
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
ประกาศโรงเรยี นบานบางลาด
เรอ่ื ง ใหใ ชห ลักสูตรสถานศึกษาขนั้ พืน้ ฐานโรงเรียนบา นบางลาด พทุ ธศกั ราช 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
------------------------
ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ. 1239/2560 เรื่อง ใหใชมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตรในกลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
สง่ั ณ วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ประกอบคำสง่ั สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน ที่ 30/2561
เรื่อง ใหเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตรและ วิทยาศาสตร
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สั่ง ณ วันท่ี 5
มกราคม พ.ศ. 2561 ประกอบคำส่งั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ที่ 921/2561 เรือ่ ง ยกเลิก
มาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี และ สาระท่ี 3 เทคโนโลยี สารสนเทศ
และการส่อื สาร ในกลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 และเปลี่ยนชื่อกลุมสาระการเรียนรู สั่ง ณ วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 และ คำส่ัง
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 922/2561 เรื่อง การปรับปรุงโครงสรางเวลาเรียน
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 สง่ั ณ วนั ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 นัน้
โรงเรียนบานบางลาด อาศัยอำนาจตามความในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 กำหนดใหสถานศึกษามีหนาที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช
หลักสูตร การเพิ่มพูนคณุ ภาพหลกั สูตรดวยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร จัดทำระเบียบ
การวัด และประเมินผล โดยพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาใหสอดคลองกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน
สภาพปญหาในชุมชนและสังคม และความตองการของผูเรียน โดยทุกภาคสวนเขามามีสวนรวมในการพัฒนา
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนจึงไดพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนบานบางลาด พุทธศักราช 2564 ตามคำส่ัง
กระทรวงศึกษาธกิ ารและคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐานเปนท่ีเรยี บรอยแลว
ทั้งน้ี หลักสูตรโรงเรียนไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันท่ี 25
มีนาคม พ.ศ. 2564 จึงประกาศใหใ ชห ลกั สูตรโรงเรยี น ต้ังแตบัดนีเ้ ปน ตน ไป
ประกาศ ณ วนั ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2564
(นายวรี ะ หอมรื่น) (นายทัยวนั ใจกองคำ)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ผอู ำนวยการโรงเรยี นบานบางลาด
โรงเรียนบา นบางลาด
คำนำ
กระทรวงศึกษาธิการไดประกาศใชมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
วิทยาศาสตร และสาระภมู ิศาสตรใ นกลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ตามคำสัง่ กระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวนั ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคำสง่ั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑
ลงวันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ใหเปลีย่ นแปลงมาตรฐานการเรยี นรูแ ละตวั ชี้วัด กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตรและ
วทิ ยาศาสตร (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคำส่งั ใหโรงเรยี นดำเนนิ การใชหลักสตู รในปก ารศึกษา ๒๕๖๑ โดย
ใหใชในช้นั ประถมศึกษาปที่ ๑ และ ๔ ตง้ั แตปก ารศกึ ษา ๒๕๖๑ เปนตนมา ใหเ ปน หลกั สูตรแกนกลางของประเทศ
โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรูเปนเปาหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผูเรียนมี
พัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มคี ณุ ภาพและมที กั ษะการเรียนรูในศตวรรษที่ ๒๑ เพอ่ื ใหสอดคลองกับนโยบายและ
เปาหมายของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน
โรงเรียนบานบางลาด จึงไดปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนบานบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาช้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ในกลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิทยาศาสตร และสาระ
ภูมิศาสตรใ นกลุม สาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อนำไปใชป ระโยชนแ ละเปนกรอบในการ
วางแผนและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเปาหมายในการพัฒนาคุณภาพ
ผูเรียน ใหมีกระบวนการนำหลักสูตรไปสูการปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของ
ผเู รียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค มาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ช้วี ัด โครงสรา งเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑการวัด
ประเมนิ ผลใหมีความสอดคลอ งกบั มาตรฐานการเรียนรู เปด โอกาสใหโรงเรยี นสามารถกำหนดทิศทางในการจัดทำ
หลักสูตรการเรยี นการสอนในแตละระดับตามความพรอ มและจุดเนน โดยมีกรอบแกนกลางเปน แนวทางท่ีชัดเจน
เพื่อตอบสนองนโยบายไทยแลนด ๔.๐ มคี วามพรอมในการกา วสสู ังคมคุณภาพ มคี วามรอู ยางแทจรงิ และมที ักษะ
ในศตวรรษที่ ๒๑
มาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดที่กำหนดไวในเอกสารนี้ ชวยทำใหหนวยงานที่เกี่ยวของ ในทุกระดบั
เหน็ ผลคาดหวงั ท่ตี องการในการพฒั นาการเรยี นรูของผูเรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซ่งึ จะสามารถชวยใหหนวยงานที่
เกี่ยวของในระดับทองถิ่นและสถานศึกษารว มกันพัฒนาหลักสูตรไดอ ยางมั่นใจ ทำใหการจดั ทำหลกั สตู รในระดับ
สถานศึกษามีคุณภาพและมีความเปนเอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังชว ยใหเกิดความชดั เจนเร่ืองการวัดและประเมินผล
การเรียนรู และชวยแกปญหาการเทียบโอนระหวางสถานศึกษา ดังนั้นในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตั้งแต
ระดับชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะตองสะทอนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดที่กำหนดไวใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน รวมทั้งเปน กรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรปู แบบ และครอบคลมุ
ผูเรยี นทุกกลุมเปา หมายในระดบั การศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน
การจัดหลกั สตู รการศกึ ษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสำเร็จตามเปาหมายที่คาดหวงั ได ทกุ ฝา ยทเ่ี กี่ยวของ
ทัง้ ระดับชาติ ชมุ ชน ครอบครัว และบุคคลตอ งรว มรับผิดชอบ โดยรวมกนั ทำงานอยางเปน ระบบ และตอ เน่ือง ใน
การวางแผน ดำเนินการ สงเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแกไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู
คุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรทู ี่กำหนดไว
(นายทับวนั ใจกองคำ)
ผูอำนวยการโรงเรยี นบา นบางลาด
สารบัญ หนา
ก
เร่ือง 1
ความนำ 1
วิสัยทศั นโรงเรียน 1
หลกั การ 2
จุดมงุ หมาย ๓
สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น 4
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค 5
มาตรฐานการเรียนรู 6
สาระการเรียนรู 7
ความสัมพนั ธข องการพัฒนาคณุ ภาพผเู รยี นตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน 8
โครงสรา งเวลาเรียน 14
โครงสรางหลักสตู รชั้นประถมศึกษาปที่ ๑-๖ 17
โครงสรางหลักสูตรชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ ๑-๓ 18
สาระและมาตรฐานการเรียนรแู ละคำอธบิ ายรายวิชา 39
62
กลุม สาระการเรียนรูภ าษาไทย ๘9
กลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร ๑31
กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑57
กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๑77
ลุม สาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา ๒๐2
กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ ๒๒2
กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี ๒45
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ 253
กิจกรรมพฒั นาผูเ รยี น
เกณฑการวดั และประเมินผลการเรียน
ภาคผนวก
ก
ความนำ
จากการทบทวนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นำไปสูการพัฒนา
มาตรฐานการเรียนรูแ ละตวั ชี้วดั กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภมู ิศาสตร ในกลมุ สาระ
การเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ( ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ) ท่ีมคี วามเหมาะสม สอดคลอ งกับการ
เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดลอม และความรูทางวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี
ที่เจริญกาวหนา อยางรวดเร็ว เปนการพฒั นาสงเสริมศักยภาพคนของชาตใิ หส ามารถเพ่ิมขีดความสามารถในการ
แขงขันของประเทศ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูใหมีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล
สอดคลองกับประเทศไทย 4.0 ในศตวรรษท่ี 21 และทัดเทียมกับนานาชาติผูเรียนมีศักยภาพในการแขงขัน
และดำรงชีวิตอยา งสรา งสรรคในประชาคมโลก ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนจึงพฒั นาหลกั สูตร
สถานศกึ ษา ดว ยการวางแผนและการดำเนินการใชหลักสตู ร การเพมิ่ พนู คุณภาพหลักสตู รดว ยการวิจยั และพฒั นา
การปรบั ปรงุ และพฒั นาหลักสูตรจัดทำระเบียบการวดั และ ประเมนิ ผล สอดคลองกบั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ขนั้ พืน้ ฐาน สภาพปญหาในชุมชนและสังคม และความตองการของผูเ รยี น โดยทกุ ภาคสวน
โรงเรียนบา นบางลาด ไดด ำเนินการประเมนิ ผลใชห ลักสูตรสถานศึกษา เปน ระยะอยา งตอ เน่ือง และนำ
มาตรฐานการเรียนรูและตัวชว้ี ดั กลุม สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร และสาระภมู ศิ าสตร ในกลมุ สาระ
การเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ( ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560 ) มาตรฐานการเรียนรแู ละตัวชี้วัดของ
รายวิชาอน่ื จากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 มาใชเปนกรอบในการจดั ทำหลักสูตร
โรงเรียนบานบางลาด พุทธศักราช 2564 ทั้งการกำหนดวิสัยทัศน สมรรถนะสำคัญของผูเรียนและคุณลักษณะ
อันพึงประสงค เนนใหนักเรียนโรงเรียนบานบางลาด เปนผูประพฤติดี เปนผูเจริญ สมดังปรัชญาของโรงเรียน
รวมทั้งมีทักษะที่จำเปนในการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรูเพื่อพัฒนาตนเอง
อยางตอเนื่องและตลอดชีวิต ซึ่งเปนทิศทางหลักในการจัดโครงสรางเวลาเรียน และคำอธิบายรายวิชา โดยมี
ผูที่เกี่ยวของทุกฝุายรวมกันพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนบานบางลาด ทำใหหลักสูตรสถานศึกษามีคุณภาพ รวมท้ัง
มีกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาเพิ่มเติมตามความตองการของทองถิ่น ครอบคลุมสมรรถนะและคุณลักษณะ
อนั พึงประสงค ของผเู รยี นทุกกลุมเปาู หมาย
ทั้งนี้ การจัดหลักสูตรโรงเรียนบานบางลาด จะประสบความสำเร็จตามเปาหมายท่ีคำดหวังไดทุกฝา ย
ที่เกี่ยวของตองรับผิดชอบ โดยรวมกันทำงานอยางเปนระบบและตอเนื่อง ในการวางแผน ดำเนินการสนับสนุน
ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแกไข เพอ่ื พฒั นานักเรียนโรงเรียนบา นบางลาด ใหมคี ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรู
และผลการเรยี นรทู ี่กำหนดไว
1
วสิ ยั ทัศน
จัดการศึกษาทุกชว งวัย ใสใ จคุณธรรม นอมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง คูเคียงอาเซียน เรยี นรูสสู ากล
หลกั การ
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน มีหลกั การท่ีสำคญั ดงั น้ี
1. เปน หลกั สูตรการศกึ ษาเพ่ือความเปน เอกภาพของชาติ มจี ดุ หมายและมาตรฐานการเรยี นรเู ปนเปาหมาย
สำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน ใหมีความรู ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเปนไทยควบคู
กับความเปนสากล
2. เปนหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาอยางเสมอภาค
และมีคุณภาพ
3. เปนหลักสูตรการศึกษาทีส่ นองการกระจายอำนาจ ใหสังคมมสี วนรวมในการจดั การศึกษาใหส อดคลอง
กบั สภาพและความตอ งการของทองถ่ิน
4. เปนหลักสตู รการศกึ ษาทม่ี ีโครงสรา งยืดหยุนทงั้ ดา นสาระการเรียนรู เวลาและการจัดการเรยี นรู
5. เปนหลกั สูตรการศกึ ษาท่ีเนนผเู รยี นเปน สำคัญ
6. เปนหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุกกลุม
เปาหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรูและประสบการณ
จุดมงุ หมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีปญญา มีความสุข มีศักยภาพ
ในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเปนจุดหมายเพื่อใหเกิดกับผูเรียน เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ดังนี้
1. มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคานิยมทพ่ี งึ ประสงค เหน็ คณุ คา ของตนเอง มวี นิ ัยและปฏิบตั ิตนตามหลักธรรม
ของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาทตี่ นนับถือ ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. มคี วามรู ความสามารถในการส่อื สาร การคิด การแกป ญหา การใชเทคโนโลยี และมีทักษะชวี ิต
3. มีสุขภาพกายและสขุ ภาพจิตทีด่ ี มีสขุ นิสยั และรกั การออกกำลังกาย
4. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเปนพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ การปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยทรงเปน ประมขุ
5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การอนุรักษและพัฒนาสิ่งแวดลอม
มีจิตสาธารณะทีม่ ุงทำประโยชนแ ละสรา งส่งิ ท่ดี งี ามในสงั คม และอยูรว มกันในสงั คมอยา งมคี วามสขุ
2
สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น
โรงเรียนบานบางลาด มุงพัฒนาผูเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานมุงเนนพัฒนาผูเรียน
ใหม ีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซ่งึ จะชวยใหผูเรยี นเกดิ สมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดงั น้ี
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เปนความสามารถในการรับและสงสาร มีวัฒนธรรมในการใชภาษา
ถายทอดความคิด ความรูความเขาใจ ความรูสึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารและ
ประสบการณอันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไมรับขอมูลขาวสารดวยหลัก
เหตผุ ลและความถูกตอ ง ตลอดจนการเลือกใชวธิ ีการส่อื สาร ท่ีมีประสิทธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบที่มีตอตนเอง
และสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิด
อยางสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดเปนระบบ เพื่อนำไปสูการสรางองคความรู
หรือสารสนเทศเพ่อื การตดั สินใจเก่ยี วกับตนเองและสงั คมไดอยา งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการแกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ที่เผชิญได
อยางถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสัมพันธ
และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณต าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ประยกุ ตความรมู าใชใ นการปอ งกนั และแกไข
ปญ หา และมกี าตดั สินใจทมี่ ีประสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบท่ีเกดิ ข้ึนตอตนเอง สงั คมและสิง่ แวดลอม
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถในการนำกระบวนการตาง ๆ ไปใชในการดำเนิน
ชวี ิตประจำวนั การเรียนรูด ว ยตนเอง การเรยี นรูอยา งตอ เนือ่ ง การทำงานและการอยรู วมกนั ในสังคมดว ยการสราง
เสริมความสัมพันธอันดีระหวางบุคคล การจัดการปญหาและความขดั แยง ตาง ๆ อยางเหมาะสม การปรับตัวใหทัน
กับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอม และการรูจักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมพ ึงประสงคที่สงผลกระทบ
ตอ ตนเองและผอู น่ื
๕. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปนความสามารถในการเลือก และใช เทคโนโลยีดานตาง ๆ และ
มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในดานการเรียนรู การสื่อสาร การทำงาน
การแกปญ หาอยา งสรางสรรค ถกู ตอ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม
3
คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค
โรงเรียนบานบางลาด มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณลักษณะอันพึงประสงค เพื่อใหสามารถอยูรวมกับผูอื่น
ในสังคมไดอยางมีความสุข ในฐานะเปนพลเมืองไทย และพลโลก ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ดงั นี้
1. รักชาติ ศาสน กษัตริย หมายถงึ มีความภาคภมู ิใจในความเปน ไทย นยิ มไทย ปฏิบัตติ ามคำสั่งสอนของ
ศาสนา เคำรพเทิดทนู ศาสนา แสดงความจงรักภกั ดี เทิดทนู พระเกียรติและพระราชกรณียกจิ ของพระมหากษัตรยิ
2. ซื่อสัตยสุจริต หมายถึง การประพฤติปฏิบัติอยางเหมาะสม และตรงตอความเปนจริงประพฤติปฏบิ ัติ
อยางตรงไปตรงมา ทั้งกาย วาจา ใจ ตอตนเองและผูอื่นรวมตลอดทั้งตอหนาที่การงานและคำมั่นสัญญา
ความประพฤติที่ตรงไปตรงมาและจริงใจในสิ่งที่ถูกที่ควร ถูกตองตามทำนองคลองธรรมรวมไปถึงการไมคิดคด
ทรยศ ไมค ดโกงและไมห ลอกลวง นอกจากน้ีแลว ความซอื่ สตั ยส ุจริตยังรวมไปถงึ การรกั ษาคำพูดหรือคำมั่นสัญญา
และการปฏบิ ัติหนาทกี่ ารงานของตนเองดวยความรับผิดชอบและดวยความซอ่ื สัตยไ มแสวงหาผลประโยชนใหแก
ตนเองและพวกพองดวยการใชอำนาจหนาที่โดยมิชอบซึ่งความซื่อสัตยสุจริตนี้จะดำเนินไปดวยความตั้งใจจริง
เพอื่ ทำหนาท่ขี องตนเองใหสำเร็จลลุ ว ง ดว ยความระมัดระวงั และเกดิ ผลดีตอตนเองและสงั คม
3. มีวินัย หมายถึง การควบคุมความประพฤติใหถูกตองและเหมาะสมกับจรรยามารยาท ขอบังคับ
ขอ ตกลง กฎหมายและศีลธรรมการรูจักควบคุมตนเองใหประพฤติปฏิบัติตามขอตกลง ขอบงั คบั ระเบยี บแบบแผน
และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามยอมนำมาซึ่งความสงบสุขในชีวิตของตนความเปนระเบียบเรียบรอยของ
สังคมและประเทศชาติ
4. ใฝเ รยี นรู หมายถึง การคนควา หาความรหู รือสิง่ ท่ีเปน ประโยชน เพ่อื พฒั นาตนเองอยเู สมอ
5. อยูอยางพอเพียง หมายถึง การมีความพอดีในการบริโภค ใชทรัพยากรและเวลาวางใหเปนประโยชน
คำนึงถึงฐานะและเศรษฐกิจ คิดกอนใชจายตามความเหมาะสมรูจักการเพิ่มพูนทรัพย ดวยการเก็บและนำไปใช
ใหเกดิ ประโยชนด ูแลรกั ษาบรู ณทรัพยของตนเอง มีการเกบ็ ออมเงนิ ไวต ามสมควร
6. มุงมั่นในการทำงาน หมายถึง การศึกษาเรียนรูเพื่อหาขอเท็จจริง ซึ่งอาจพัฒนาไปสูความจริงในส่ิง
ที่ตองการเรียนรู หรือตองการหาคำตอบเพื่อนำคำตอบที่ไดนั้นมาใชประโยชนในดานตาง ๆ เชน การยกระดับ
ความรูการนำไปประยกุ ตใชใ นชวี ติ ประจำวนั หรือนำมาสรปุ เปน ความจรงิ ได
7. รักความเปนไทย หมายถึง เขาใจ หวงแหนความเปนไทยซึ่งถือเปนตนทุนทางสังคมทำใหทุกศาสนา
สามารถอยูรวมกันไดอยา งสันติโดยตองมีการดำเนินชีวิตโดยกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริตเปนคุณลักษณะ
ท่เี กย่ี วของกับการเขาสงั คมและการมปี ฏสิ มั พนั ธกบั ผูอืน่ เชน ความมีกิริยามารยาท การปรบั ตัว ความตรงตอเวลา
ความสภุ าพ การมีสัมมาคำรวะ การพดู จาไพเราะ และออ นนอ มถอมตน
8. มีจิตสาธารณะ หมายถึง คุณลักษณะทางจิตใจของบคุ คลเก่ยี วกับการมองเห็นคุณคา หรอื การใหคุณคา
แกการมีปฏิสัมพันธทางสังคมและสิ่งตาง ๆ ที่เปนสิ่งสาธารณะทีไ่ มมีผูใดผูผูหน่ึงเปนเจาของ หรือเปนสิง่ ที่คนใน
สังคมเปนเจาของรวมกันเปนสิ่งที่สามารถสังเกตไดจากความรูสึกนึกคิด หรือการกระทำที่แสดงออกมา ไดแก
การหลีกเลี่ยงการใชหรือการกระทำที่จะทำใหเกิดความชำรุดเสียหายตอสวนรวมที่ใชประโยชนร วมกนั ของกลุม
การถือเปน หนาทท่ี จ่ี ะมีสวนรว มในการดแู ลรกั ษาของสวนรวมในวสิ ยั ทตี่ นสามารถทำได และการเคำรพสิทธใิ นการ
ใชข องสว นรวมท่ีเปนประโยชนรวมกันของกลุม
4
มาตรฐานการเรียนรู
การพัฒนาผูเรียนใหเกิดความสมดุล ตองคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปญญา หลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน จึงกำหนดใหผเู รยี นเรียนรู 8 กลมุ สาระการเรยี นรู ดังนี้
1. ภาษาไทย
2. คณติ ศาสตร
3. วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
4. สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
5. สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
6. ศลิ ปะ
7. การงานอาชีพ
8. ภาษาตา งประเทศ
ในแตละกลุมสาระการเรียนรูไดกำหนดมาตรฐานการเรียนรูเปนเปาหมายสำคัญของการพัฒนาคุณภาพ
ผูเรียน มาตรฐานการเรียนรูระบุสิ่งที่ผูเรียนพึงรู ปฏิบัติได มีคุณธรรมจริยธรรม และคานิยม ที่พึงประสงค
เมื่อจบการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน นอกจากน้นั มาตรฐานการเรียนรูยงั เปน กลไกสำคัญ ในการขบั เคลื่อนพฒั นาการศึกษา
ทั้งระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรูจะสะทอนใหทราบวาตองการอะไร จะสอนอยางไร และประเมินอยางไร
รวมทั้งเปนเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใชระบบการประเมินคุณภาพภายใน
และการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึงการทดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการทดสอบระดับชาติ
ระบบการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกลาวเปนสิ่งสำคัญที่ชวยสะทอนภาพการจัดการศึกษาวาสามารถ
พฒั นาผูเรยี นใหมคี ณุ ภาพ ตามท่ีมาตรฐานการเรยี นรกู ำหนดเพยี งใด
ตัวชี้วัด
ตัวชี้วัดระบุสิ่งที่ผูเรียนพึงรูและปฏิบัติได รวมทั้งคุณลักษณะของผูเรียนในแตละระดับชั้น ซึ่งสะทอนถึง
มาตรฐานการเรียนรู มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเปนรูปธรรม นำไปใช ในการกำหนดเนื้อหา จัดทำหนวย
การเรียนรู จัดการเรียนการสอน และเปนเกณฑสำคัญสำหรับการวัดประเมินผล เพื่อตรวจสอบคุณภาพผูเรียน
ตัวชี้วัดชนั้ ป จงึ เปนเปาหมายในการพัฒนาผูเ รียนแตล ะชั้นปใ นระดบั การศกึ ษาภาคบงั คบั
5
สาระการเรยี นรู
สาระการเรียนรู ประกอบดว ยองคค วามรู ทักษะหรอื กระบวนการเรยี นรู และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
ซึ่งกำหนดใหผูเรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพืน้ ฐานจำเปนตองเรียนรู โดยแบงเปน 8 กลุมสาระการเรียนรู
ดงั น้ี
ภาษาไทย : วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี : คณิตศาสตร :
ความรู ทักษะ และวฒั นธรรมการใช การนำความรูและกระบวนการ การนำความรูท ักษะและ
ภาษาเพ่อื การสือ่ สาร ความชนื่ ชม ทางวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี กระบวนการทางคณิตศาสตรไ ปใช
ไปใชในการศกึ ษา คนควา หาความรู ในการแกป ญหา การดำเนนิ ชวี ติ
การเหน็ คุณคา ภูมิปญญาไทย และแกป ญ หาอยางเปนระบบ และศกึ ษาตอ การมเี หตุมีผล มีเจต
และภมู ใิ จในภาษาประจำชาติ การคิดอยางเปนเหตุเปน ผล คตทิ ด่ี ีตอคณติ ศาสตร พัฒนาการคิด
อยา งเปนระบบและสรา งสรรค
คดิ วเิ คราะห คดิ สรางสรรค
และจติ วทิ ยาศาสตร
ศลิ ปะ : องคความรู ทักษะสำคญั การงานอาชีพ :
ความรูและทักษะในการคิดรเิ ร่มิ และคุณลกั ษณะในหลกั สูตร ความรู ทกั ษะ และเจตคตใิ นการ
จินตนาการ สรางสรรคงานศลิ ปะ แกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ทำงาน การจัดการ การดำรงชีวิต
สนุ ทรยี ภาพและการเหน็ คณุ คา
การประกอบอาชีพ
ทางศลิ ปะ
ภาษาตา งประเทศ : สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม : สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ความรู ทกั ษะ เจตคติ และ การอยรู วมกนั ในสงั คมไทย : ความรู ทกั ษะและเจตคติในการ
วฒั นธรรมการใชภ าษา ตา งประเทศ และสังคมโลกอยา งสนั ติสขุ สรา งเสรมิ สุขภาพ พลานามยั ของ
ในการสื่อสารการแสวงหาความรู
และการประกอบอาชีพ การเปน พลเมอื งดี ศรทั ธาในหลักธรรม ตนเองและผูอน่ื การปองกัน
ของศาสนา การเหน็ คุณคาของ และปฏบิ ตั ิตอ ส่ิงตา ง ๆ ทีม่ ีผล
ทรพั ยากรและส่งิ แวดลอม ตอ สขุ ภาพอยา งถูกวิธี และทกั ษะ
ความรกั ชาติ และภูมิใจ
ในความเปนไทย ในการดำเนินชีวิต
6
ความสัมพนั ธของการพฒั นาคุณภาพผเู รยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
วสิ ยั ทัศน
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน มุงพัฒนาผเู รียนทุกคน ซงึ่ เปน กำลังของชาติใหเ ปนมนษุ ย
ที่มีความสมดุลทงั้ ดานรา งกาย ความรู คณุ ธรรม มจี ิตสำนึกในความเปน พลเมืองไทยและเปนพลโลก
ยึดมัน่ ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยท รงเปนประมขุ มีความรแู ละทกั ษะ
พนื้ ฐาน รวมทัง้ เจตคติ ที่จำเปนตอการศึกษาตอ การประกอบอาชพี และการศกึ ษาตลอดชวี ิต โดยมุงเนน
ผเู รยี นเปนสำคัญบนพ้นื ฐานความเชื่อวา ทกุ คนสามารถเรียนรแู ละพัฒนาตนเองไดเตม็ ตามศกั ยภาพ
จุดหมาย
1. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมท่พี งึ ประสงค เหน็ คณุ คา ของตนเอง มีวนิ ยั และปฏบิ ตั ติ นตาม
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาทีต่ นนบั ถือ ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2. มีความรูอ นั เปน สากลและมีความสามารถในการสอื่ สาร การคิด การแกปญหา การใชเทคโนโลยี
และมที กั ษะชวี ติ
3. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ทีด่ ี มีสขุ นสิ ัย และรกั การออกกำลังกาย
4. มคี วามรกั ชาติ มจี ิตสำนึกในความเปน พลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มัน่ ในวิถีชวี ิตและการปกครอง
ในระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตริยทรงเปนประมขุ
5. มจี ติ สำนึกในการอนรุ กั ษว ัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การอนรุ กั ษแ ละพัฒนาสิ่งแวดลอม
มีจิตสาธารณะทมี่ ุง ทำประโยชนแ ละสรางสงิ่ ท่ดี ีงามในสงั คม และอยูรวมกนั ในสังคมอยางมคี วามสขุ
สมรรถนะสำคัญของผเู รียน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ซอ่ื สัตยสุจรติ
3. ความสามารถในการแกป ญหา 3. มวี ินัย
4. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต 4. ใฝเ รียนรู
5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 5. อยอู ยา งพอเพยี ง
6. มุงมั่นในการทำงาน
7. รักความเปนไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
มาตรฐานการเรียนรแู ละตวั ชวี้ ัด 8 กลุม สาระการเรียนรู กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น
1. ภาษาไทย 2. คณติ ศาสตร 3. วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 1. กจิ กรรมแนะแนว
4. สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5. สุขศกึ ษาและพลศึกษา 2. กิจกรรมนักเรยี น
6. ศลิ ปะ 7. การงานอาชีพ 8. ภาษาตา งประเทศ 3. กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน
คุณภาพของผเู รยี นระดับการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
7
โครงสรา งเวลาเรียน
โครงสรางหลักสตู รโรงเรียนบา นบางลาด พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
เวลาเรยี น(ชั่วโมง/ป) ระดับมัธยมศึกษา
ตอนตน
กลุม สาระการเรียนร/ู กจิ กรรม ระดับประถมศกึ ษา
กลมุ สาระการเรียนรู (พนื้ ฐาน)
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓
ภาษาไทย ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๘๐ ๘๘๐ ๘๘๐
คณติ ศาสตร ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
- ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม วัฒนธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
(๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐)
และการดำเนนิ ชวี ิตในสงั คม
- ประวัตศิ าสตร (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐)
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาตา งประเทศ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ) ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
หนา ที่พลเมือง ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
เสรมิ ทกั ษะภาษาองั กฤษ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
งานอาชพี ๘๐ ๘๐ ๘๐
กิจกรรมพฒั นาผเู รียน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐
- กิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐)
- ชมุ นมุ (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐)
กิจกรรมสาธารณประโยชน ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
กจิ กรรมตามจุดเนน/เสรมิ หลักสตู ร ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
- เสรมิ ทกั ษะวิชาการ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๑,๒๐๐ ชั่วโมง/ป ๑,๒๐๐ ชั่วโมง/ป
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด
8
โครงสรางหลักสูตรโรงเรยี นบานบางลาด พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรียน
(ชั่วโมง/ป)
รายวชิ าพนื้ ฐาน
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๘๔๐
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร ๑ ๒๐๐
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑ ๒๐๐
ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑ ๑๒๐
ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร ๑ ๔๐
พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๑ ๔๐
ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ ๔๐
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๔๐
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ ๔๐
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ๑๒๐
ส ๑๑๒๓๑ หนา ท่พี ลเมือง ๑ ๑๖๐
อ ๑๑๒๐๑ เสริมทักษะภาษาอังกฤษ ๑ ๔๐
ว ๑๑๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร ๑ ๘๐
กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น ๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐
กิจกรรมนักเรียน ๔๐
๗๐
- ลูกเสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๔๐)
- ชมรม/ชุมนุม (๓๐)
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน ๑๐
กจิ กรรมตามจุดเนน/เสริมหลักสูตร ๘๐
- เสริมทักษะวิชาการ ๘๐
๑,๒๐๐
รวมเวลาเรียนท้งั หมด
9
โครงสรา งหลกั สตู รโรงเรียนบา นบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๒
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชวั่ โมง/ป)
รายวชิ าพ้ืนฐาน
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๘๔๐
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร ๒ ๒๐๐
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๒ ๒๐๐
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒ ๑๒๐
ส ๑๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๒ ๔๐
พ ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๒ ๔๐
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ ๔๐
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ ๔๐
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒ ๔๐
รายวิชาเพม่ิ เติม ๑๒๐
ส ๑๒๒๓๒ หนา ทีพ่ ลเมือง ๒ ๑๖๐
อ ๑๒๒๐๑ เสริมทกั ษะภาษาอังกฤษ ๒ ๔๐
ว ๑2๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร 2 ๘๐
กิจกรรมพฒั นาผเู รียน ๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐
กิจกรรมนกั เรียน ๔๐
๗๐
- ลูกเสือ-เนตรนารี/ยวุ กาชาด (๔๐)
- ชมรม/ชมุ นุม (๓๐)
กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน ๑๐
กิจกรรมตามจดุ เนน/เสริมหลกั สตู ร ๘๐
- เสรมิ ทักษะวชิ าการ ๘๐
๑,๒๐๐
รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด
10
โครงสรางหลกั สตู รโรงเรยี นบานบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชั่วโมง/ป)
รายวิชาพน้ื ฐาน
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๘๔๐
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร ๓ ๒๐๐
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๓ ๒๐๐
ส ๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๓ ๑๒๐
ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร ๓ ๔๐
พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๓ ๔๐
ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ ๔๐
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๓ ๔๐
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ ๔๐
รายวิชาเพิม่ เติม ๑๒๐
ส ๑๓๒๓๓ หนา ท่พี ลเมอื ง ๓ ๑๖๐
อ ๑๓๒๐๑ เสริมทักษะภาษาองั กฤษ ๓ ๔๐
ว ๑3๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร 3 ๘๐
กิจกรรมพัฒนาผเู รียน ๔๐
กจิ กรรมแนะแนว ๑๒๐
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐
๗๐
- ลูกเสือ-เนตรนาร/ี ยุวกาชาด (๔๐)
- ชมรม/ชุมนมุ (๓๐)
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน ๑๐
กิจกรรมตามจุดเนน/เสรมิ หลักสตู ร ๘๐
- เสรมิ ทักษะวชิ าการ ๘๐
๑,๒๐๐
รวมเวลาเรียนทัง้ หมด
11
โครงสรา งหลักสตู รโรงเรยี นบา นบางลาด พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๔
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
(ชัว่ โมง/ป)
รายวิชาพนื้ ฐาน
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๘๔๐
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร ๔ ๑๖๐
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๔ ๑๖๐
ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔ ๑๒๐
ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร ๔ ๘๐
พ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔ ๔๐
ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ ๘๐
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ๔ ๘๐
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ๔๐
๘๐
รายวชิ าเพิม่ เตมิ ๑๖๐
ส ๑๔๒๓๔ หนาทพี่ ลเมอื ง ๔ ๔๐
อ ๑๔๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะภาษาอังกฤษ ๔ ๘๐
ว ๑4๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร 4 ๔๐
๑๒๐
กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น ๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๗๐
กิจกรรมนกั เรยี น (๔๐)
- ลูกเสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๓๐)
- ชมรม/ชุมนมุ ๑๐
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน ๘๐
๘๐
กจิ กรรมตามจดุ เนน /เสริมหลกั สตู ร ๑,๒๐๐
- เสรมิ ทกั ษะวชิ าการ
รวมเวลาเรียนทง้ั หมด
12
โครงสรา งหลักสตู รโรงเรียนบา นบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๕
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชัว่ โมง/ป)
รายวิชาพ้นื ฐาน
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๘๔๐
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร ๕ ๑๖๐
ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๕ ๑๖๐
ส ๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๕ ๑๒๐
ส ๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร ๕ ๘๐
พ ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๕ ๔๐
ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ ๘๐
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๕ ๘๐
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๔๐
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ๘๐
ส ๑๕๒๓๕ หนาท่พี ลเมือง ๕ ๑๒๐
อ ๑๕๒๐๑ เสริมทักษะภาษาองั กฤษ ๕ ๔๐
ว ๑5๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร 5 ๘๐
กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน ๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐
กิจกรรมนกั เรียน ๔๐
๗๐
- ลกู เสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๔๐)
- ชมรม/ชุมนมุ (๓๐)
กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณะประโยชน ๑๐
กิจกรรมตามจดุ เนน/เสริมหลักสตู ร ๘๐
- เสริมทักษะวชิ าการ ๘๐
๑,๒๐๐
รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด
13
โครงสรา งหลกั สูตรโรงเรยี นบา นบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๖
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชัว่ โมง/ป)
รายวิชาพ้นื ฐาน
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๘๔๐
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร ๖ ๑๖๐
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร และเทคโนโลยี ๖ ๑๖๐
ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๖ ๑๒๐
ส ๑๖๑๐๒ ประวัติศาสตร ๖ ๘๐
พ ๑๖๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๖ ๔๐
ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ ๘๐
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ ๘๐
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ ๔๐
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ๘๐
ส ๑๖๒๓๖ หนาท่พี ลเมือง ๖ ๑๖๐
อ ๑๖๒๐๑ เสริมทักษะภาษาอังกฤษ ๖ ๔๐
ว ๑6๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร 6 ๘๐
กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน ๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐
กิจกรรมนกั เรียน ๔๐
๗๐
- ลกู เสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๔๐)
- ชมรม/ชุมนมุ (๓๐)
กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณะประโยชน ๑๐
กิจกรรมตามจดุ เนน/เสริมหลกั สูตร ๘๐
- เสริมทักษะวชิ าการ ๘๐
๑,๒๐๐
รวมเวลาเรียนทง้ั หมด
14
โครงสรา งหลกั สูตรโรงเรียนบา นบางลาด พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๑
ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรยี น ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรียน
รายวิชา/กิจกรรม (ชั่วโมง/ภาค) รายวิชา/กิจกรรม (ชั่วโมง/ภาค)
รายวชิ าพื้นฐาน ๔๔๐ รายวชิ าพื้นฐาน ๔๔๐
ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๖๐ ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ ๖๐
ค ๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร ๑ ๖๐ ค ๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร ๒ ๖๐
ว ๒๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑ ๘๐ ว ๒๑๑๐๒ วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๒ ๘๐
ส ๒๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา ๖๐ ส ๒๑๑๐๓ สงั คมศึกษา ศาสนา ๖๐
และวัฒนธรรม ๑ และวฒั นธรรม ๒
ส ๒๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร ๑ ๒๐ ส ๒๑๑๐๔ ประวัติศาสตร ๒ ๒๐
พ ๒๑๑๐๑ สขุ ศึกษา ๑ ๒๐ พ ๒๑๑๐๓ สุขศึกษา ๒ ๒๐
พ ๒๑๑๐๒ พลศกึ ษา ๑ ๒๐ พ ๒๑๑๐๔ พลศึกษา ๒ ๒๐
ศ ๒๑๑๐๑ ทศั นศลิ ป ๑ ๒๐ ศ ๒๑๑๐๓ ทัศนศิลป ๒ ๒๐
ศ ๒๑๑๐๒ ดนตรี และนาฏศิลป ๑ ๒๐ ศ ๒๑๑๐๔ ดนตรี และนาฏศลิ ป ๒ ๒๐
ง ๒๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๒๐ ง ๒๑๑๐๒ การงานอาชพี ๒ ๒๐
อ ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ ๖๐ อ ๒๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๒ ๖๐
รายวิชาเพม่ิ เติม ๑๐๐ รายวิชาเพมิ่ เตมิ ๑๐๐
ส ๒๑๒๓๑ หนา ทีพ่ ลเมือง ๑ ๒๐ ส ๒๑๒๓๒ หนาทีพ่ ลเมอื ง ๒ ๒๐
ง ๒๑๒๐๑ งานอาชพี ๑ ๔๐ ง ๒๑๒๐๒ งานอาชีพ ๒ ๔๐
ว ๒๑๒0๑ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร ๑ ๔๐ ว ๒๑๒0๒ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร ๒ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน ๖๐ กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น ๖๐
กจิ กรรมแนะแนว ๒๐ กิจกรรมแนะแนว ๒๐
กจิ กรรมนกั เรยี น ๓๕ กิจกรรมนักเรยี น ๓๕
- ลูกเสอื -เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๒๐) - ลกู เสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๒๐)
- ชมรม/ชมุ นมุ (๑๕) - ชมรม/ชมุ นมุ (๑๕)
กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณะประโยชน ๕ กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน ๕
รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด ๖๐๐ รวมเวลาเรียนท้ังหมด ๖๐๐
15
โครงสรางหลักสูตรโรงเรียนบา นบางลาด พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๒
ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรยี น ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น
รายวชิ า/กิจกรรม
รายวิชาพ้ืนฐาน (ชั่วโมง/ภาค) รายวิชา/กิจกรรม (ชัว่ โมง/ภาค)
๔๔๐ รายวชิ าพน้ื ฐาน ๔๔๐
ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๖๐ ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ ๖๐
ค ๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๓ ๖๐ ค ๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร ๔ ๖๐
ว ๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๓ ๘๐ ว ๒๒๑๐๒ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๔ ๘๐
ส ๒๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา ๖๐ ส ๒๒๑๐๓ สังคมศึกษา ศาสนา ๖๐
และวัฒนธรรม ๓ และวัฒนธรรม ๔
ส ๒๒๑๐๒ ประวัติศาสตร ๓ ๒๐ ส ๒๒๑๐๔ ประวตั ิศาสตร ๔ ๒๐
พ ๒๒๑๐๑ สุขศกึ ษา ๓ ๒๐ พ ๒๒๑๐๓ สุขศึกษา ๔ ๒๐
พ ๒๒๑๐๒ พลศกึ ษา ๓ ๒๐ พ ๒๒๑๐๔ พลศกึ ษา ๔ ๒๐
ศ ๒๒๑๐๑ ทัศนศลิ ป ๓ ๒๐ ศ ๒๒๑๐๓ ทัศนศลิ ป ๔ ๒๐
ศ ๒๒๑๐๒ ดนตรี และนาฏศลิ ป ๓ ๒๐ ศ ๒๒๑๐๔ ดนตรี และนาฏศิลป ๔ ๒๐
ง ๒๒๑๐๑ การงานอาชพี ๓ ๒๐ ง ๒๒๑๐๒ การงานอาชีพ ๔ ๒๐
อ ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ ๖๐ อ ๒๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๔ ๖๐
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ๑๐๐ รายวชิ าเพ่ิมเติม ๑๐๐
ส ๒๒๒๓๓ หนาท่พี ลเมือง ๓ ๒๐ ส ๒๒๒๓๔ หนาท่ีพลเมอื ง ๔ ๒๐
ง ๒๒๒๐๑ งานอาชีพ ๓ ๔๐ ง ๒๒๒๐๒ งานอาชพี ๔ ๔๐
ว ๒๒๒0๑ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร ๓ ๔๐ ว ๒๒๒0๒ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร ๔ ๔๐
กิจกรรมพัฒนาผูเ รียน ๖๐ กจิ กรรมพฒั นาผูเ รียน ๖๐
กิจกรรมแนะแนว ๒๐ กจิ กรรมแนะแนว ๒๐
กิจกรรมนกั เรียน ๓๕ กิจกรรมนกั เรียน ๓๕
- ลกู เสอื -เนตรนารี/ยุวกาชาด (๒๐) - ลกู เสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๒๐)
- ชมรม/ชุมนมุ (๑๕) - ชมรม/ชมุ นุม (๑๕)
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน ๕ กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน ๕
รวมเวลาเรยี นท้งั หมด ๖๐๐ รวมเวลาเรยี นท้ังหมด ๖๐๐
16
โครงสรางหลกั สูตรโรงเรียนบานบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ ๓
ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรยี น ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรยี น
รายวชิ า/กิจกรรม
รายวิชาพืน้ ฐาน (ชัว่ โมง/ภาค) รายวชิ า/กิจกรรม (ชั่วโมง/ภาค)
๔๔๐ รายวชิ าพ้นื ฐาน ๔๔๐
ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๖๐ ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ ๖๐
ค ๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร ๕ ๖๐ ค ๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร ๖ ๖๐
ว ๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๕ ๘๐ ว ๒๓๑๐๒ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๖ ๘๐
ส ๒๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา ๖๐ ส ๒๓๑๐๓ สังคมศกึ ษา ศาสนา ๖๐
และวฒั นธรรม ๕ และวฒั นธรรม ๖
ส ๒๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร ๕ ๒๐ ส ๒๓๑๐๔ ประวตั ิศาสตร ๖ ๒๐
พ ๒๓๑๐๑ สขุ ศึกษา ๕ ๒๐ พ ๒๓๑๐๓ สขุ ศกึ ษา ๖ ๒๐
พ ๒๓๑๐๒ พลศกึ ษา ๕ ๒๐ พ ๒๓๑๐๔ พลศกึ ษา ๖ ๒๐
ศ ๒๓๑๐๑ ทัศนศลิ ป ๕ ๒๐ ศ ๒๓๑๐๓ ทัศนศลิ ป ๖ ๒๐
ศ ๒๓๑๐๒ ดนตรี และนาฏศลิ ป ๕ ๒๐ ศ ๒๓๑๐๔ ดนตรี และนาฏศลิ ป ๖ ๒๐
ง ๒๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๒๐ ง ๒๓๑๐๒ การงานอาชีพ ๖ ๒๐
อ ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๖๐ อ ๒๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖ ๖๐
รายวิชาเพม่ิ เตมิ ๑๐๐ รายวชิ าเพ่มิ เติม ๑๐๐
ส ๒๓๒๓๕ หนาท่ีพลเมือง ๕ ๒๐ ส ๒๓๒๓๖ หนา ท่ีพลเมือง ๖ ๒๐
ง ๒๓๒๐๑ งานอาชพี ๕ ๔๐ ง ๒๓๒๐๒ งานอาชพี ๖ ๔๐
ว ๒๓๒0๑ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร ๕ ๔๐ ว ๒๓๒0๒ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร ๖ ๔๐
กิจกรรมพัฒนาผูเรยี น ๖๐ กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน ๖๐
กจิ กรรมแนะแนว ๒๐ กิจกรรมแนะแนว ๒๐
กิจกรรมนกั เรยี น ๓๕ กจิ กรรมนกั เรียน ๓๕
- ลกู เสอื -เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๒๐) - ลกู เสือ-เนตรนารี/ยวุ กาชาด (๒๐)
- ชมรม/ชุมนมุ (๑๕) - ชมรม/ชมุ นุม (๑๕)
กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน ๕ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน ๕
รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด ๖๐๐ รวมเวลาเรียนท้งั หมด ๖๐๐
สาระและมาตรฐานการเรียนรู
และคำอธิบายรายวชิ า
18
สาระและมาตรฐานการเรียนรกู ลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย
สาระที่ 1 การอา น
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพอ่ื นำไปใชใ นการตดั สนิ ใจ แกปญ หา
ในการดำเนนิ ชวี ิตและมนี ิสัยรักการอา น
สาระที่ 2 การเขยี น
มาตรฐาน ท 2.1 ใชกระบวนการเขียน เขยี นสือ่ สาร เขียนเรียงความ ยอ ความ และเขียนเรื่องราว
ในรูปแบบตาง ๆ เขยี นรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน ควา
อยางมีประสทิ ธิภาพ
สาระท่ี 3 การฟง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟง และดูอยา งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคิด ความรูสึก
ในโอกาสตา ง ๆ อยา งมีวจิ ารณญาณ และสรา งสรรค
สาระที่ 4 หลกั การใชภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา
และพลังของภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ขิ องชาติ
สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เขาใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณวรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา งเห็นคุณคา
และนำมาประยุกตใชใ นชวี ติ จริง
19
รายวิชากลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย
รายวชิ าพ้นื ฐาน ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษา ป.1 - ป.6 จำนวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จำนวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ จำนวน ๑๖๐ ช่วั โมง
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
รายวชิ าพ้ืนฐาน ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษา ม.1-3 จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ จำนวน ๘๐ ช่วั โมง
ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
รายวิชาเพม่ิ เติม ระดับช้ันประถมศึกษา ป.1 - ป.6 จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
ท ๑๑๒๐๑ เสริมทกั ษะภาษาไทย ๑ จำนวน ๘๐ ช่ัวโมง
ท ๑๒๒๐๑ เสรมิ ทักษะภาษาไทย ๒ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
ท ๑๓๒๐๑ เสริมทักษะภาษาไทย ๓ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
ท ๑๔๒๐๑ เสรมิ ทักษะภาษาไทย ๔ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
ท ๑๕๒๐๑ เสริมทกั ษะภาษาไทย ๕ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ท ๑๖๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะภาษาไทย ๖ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
รายวิชาเพมิ่ เติม ระดบั ช้นั มัธยมศึกษา ม.1-3
ท ๒๑๒๐๑ วรรณกรรมทอ งถิ่น ๑
ท ๒๑๒๐๒ วรรณกรรมทอ งถิน่ ๒
ท ๒๒๒๐๑ การแตง คำประพันธ ๑
ท ๒๒๒๐๒ การแตงคำประพันธ ๒
ท ๒๓๒๐๑ สรางสรรคห นงั สือเลม เลก็ ๑
ท ๒๓๒๐๒ สรางสรรคหนังสอื เลม เล็ก ๒
20
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน รายวิชาพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 1
รหัสวชิ า ท 11101 ภาษาไทย 1 จำนวน 5.0 หนว ยกิต
เวลาเรียน 200 ช่ัวโมง (5 ชว่ั โมง/สัปดาห)
ศึกษาความหมายของคำ คำคลองจอง และขอความที่ประกอบดวยคำพื้นฐาน คำที่ใชในชีวิตประจำวัน
ไมนอยกวา 600 คำ คำที่ใชเรียนรูในกลุมสาระการเรียนรูอื่น คำที่มีรูปวรรณยุกต และไมมีรูปวรรณยุกตคำที่มี
ตัวสะกด ตรงตามมาตรา และไมต รงตามมาตรา คำทม่ี พี ยัญชนะควบกล้ำ คำทม่ี ีอกั ษรนำ อานออกเสยี ง อานจับ
ใจความจากสื่อตางๆ อานนิทาน อานเรื่องส้ันๆ อานบทรองเลนและบทเพลง อานเรื่องราวจากบทเรยี น ในกลุม
สาระการเรียนรูภาษาไทย และกลมุ สาระการเรยี นรูอื่นอา นหนงั สอื ตามความสนใจ อานหนงั สอื ที่ครูและนักเรียน
กำหนดรวมกัน อานเครื่องหมายหรือสัญลักษณตาง ๆ ที่พบเห็น ในชีวิตประจำวัน อานเครื่องหมายแสดงความ
ปลอดภัยและแสดงอันตราย มีมารยาทและมีนสิ ยั รกั การอาน
ฝกคดั ลายมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทดั ตามรปู การเขยี นตวั อกั ษรไทย การเขยี นสื่อสาร คำที่ใช ในชีวติ ประจำวนั
คำพ้ืนฐานในบทเรียน คำคลอ งจอง ประโยคงายๆ มมี ารยาทในการเขียน ใชภ าษาเขยี นเหมาะสมกับเวลา สถานที่
และบุคคล
ฝกการฟงและปฏิบัติตามคำแนะนำ คำสั่งงายๆ การจับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น ความรูสึกจาก
เรื่องที่ฟงและดู ทั้งที่เปนความรูและความบันเทิง เรื่องเลาและสารคดีสำหรับเด็ก นิทาน การตูนเรื่องขบขัน
การพูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน การแนะนำตนเอง การขอความชวยเหลือ การกลาวคำขอบคุณ การกลาวคำขอ
โทษ มารยาทในการฟง ตั้งใจฟง ตามองผพู ดู ไมร บกวนผอู ่นื ขณะที่ฟง มารยาทในการดู ตัง้ ใจดู ไมส ง เสียงดังหรือ
แสดงอาการรบกวนสมาธิของผูอื่น มารยาทในการพูดใชถอยคำและกิริยาที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ
ใชน ้ำเสียงนมุ นวล ไมพูดสอดแทรกในขณะที่ผอู ืน่ กำลงั พดู
ฝกเขียน พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต เลขไทยการสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ มาตรา
ตัวสะกดที่ตรงตามมาตรา และไมตรงตามมาตรา การผันคำ ความหมายของคำ การแตงประโยค คำคลองจอง
ฝกอานวรรณกรรมรอยแกว และรอยกรองสำหรับเด็ก อานนิทาน เรื่องสั้นงายๆ ปริศนาคำทาย บทรองเลน
บทอาขยาน บทรอยกรอง วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียนบทอาขยาน และบทรอยกรอง บทอาขยานตาม
ที่กำหนด บทรอ ยกรองตามความสนใจ
โดยใชทักษะกระบวนการทางภาษาไทย พัฒนาทักษะการอาน การเขียน การคิดวิเคราะห อภิปราย
เปรยี บเทียบ เพ่อื ใหความรูแ ละทกั ษะในการใชภาษา เพอ่ื การสอ่ื สาร มีวินยั ใฝุเรียนรู มีมารยาท มนี ิสัยรักการอาน
ช่ืนชมและเห็นคุณคา ของภาษาซงึ่ เปนภูมปิ ญญาไทยทีเ่ ปนเอกลักษณและวฒั นธรรมประจำชาติ
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ท 1.1 ป. 1/1, ป. 1/2, ป. 1/3, ป. 1/4, ป. 1/5, ป. 1/6, ป. 1/7, ป. 1/8
ท 2.1 ป. 1/1, ป. 1/2, ป. 1/3
ท 3.1 ป. 1/1, ป. 1/2, ป. 1/3, ป. 1/4, ป. 1/5
ท 4.1 ป. 1/1, ป. 1/2, ป. 1/3, ป. 1/4
ท 5.1 ป. 1/1, ป. 1
รวม 22 ตัวชว้ี ัด
21
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 2
รหัสวิชา ท 12101 ภาษาไทย 2 จำนวน 5.0 หนวยกติ
เวลาเรียน 200 ชวั่ โมง (5 ชัว่ โมง/สปั ดาห)
ศึกษาและฝกอานออกเสียงและบอกความหมายของคำพื้นฐาน คำที่ใชเรียนรูในกลุมสาระการเรียนรูอื่น
คำคลอ งจอง ขอความ และบทรอ ยกรองงา ย ๆ อา นจับใจความจากสื่อตาง ๆ แลว สามารถ ตง้ั คำถามตอบคำถาม
ระบุใจความสำคญั และรายละเอียดแสดงความคิดเห็น และคาดคะเนเหตุการณจ ากเรื่องที่อาน อานหนังสือตาม
ความสนใจอยางสมาเสมอ และนำเสนอเรื่องที่อาน อานขอเขียนเชงิ อธิบายและปฏิบัติ ตามคำสั่งหรอื ขอแนะนำ
และมีมารยาทในการอาน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขียน ตัวอักษรไทย เขียนเรื่องสั้น ๆ
เกี่ยวกับประสบการณและเรื่องสั้น ๆ ตามจินตนาการ และมีมารยาทในการเขียน ฟงคำแนะนำ คำสั่งที่ซับซอน
และปฏิบัติตาม จับใจความจากเรื่องที่ฟงและดูทั้งที่เปน ความรูและ ความบันเทิง โดยเลาเรื่อง บอกสาระสำคัญ
เพื่อใหเกิดความเขาใจหลักภาษา เกิดทักษะในการใชภาษา เพื่อการสื่อสารสามารถนำไปใชในชีวิตประจำวันได
มีความชน่ื ชม เหน็ คุณคาภมู ิปญญาไทยและภมู ใิ จในภาษาประจำชาติ
การบอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกตและเลขไทย การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ
การสะกดคำ การแจกลูกและการอานเปนคำที่มีมาตราตัวสะกดตรงตามมาตราและไมตรงตามมาตรา การผัน
อักษรกลาง อักษรสูงและอักษรต่ำ คำที่มีตัวการันต คำที่มีพยัญชนะควบกลำ้ คำที่มีอักษรนำ คำที่มีความหมาย
ตรงขามกัน คำที่มี รร การเรียบเรียงคำเปนประโยคไดตรงตามเจตนาของการสื่อสาร การบอกลักษณะคำคลอง
จอง การเลอื กใชภ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถนิ่ ไดเหมาะสมกบั กาลเทศะ
การระบุขอคิดที่ไดจากการอานของเด็กไทย การทองจำบทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทรอยกรอง ที่มี
คุณคาตามความสนใจหรอื ฟงวรรณกรรม สำหรับเดก็ เพอื่ นำไปใชในชีวิตประจำวัน เชน นิทาน เร่ืองสั้นๆ ปริศนา
คำทาย บทอาขยาน บทรอยกรอง วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรยี น การรองบทรองเลนสำหรับเด็กที่มีคณุ คา
เชน บทรอ งเลน ในทองถ่ิน บทรองเลน ในการละเลน
ฝกทักษะการอาน การเขียน การฟง การดู และการพูด ใหถูกตองตามหลักเกณฑของภาษา ใชภาษาเพ่ือ
การสื่อสาร หาความรู ความบันเทิง นำขอคิดที่ไดจากการอานวรรณคดีและวรรณกรรมไปใชเปนแนวทางในการ
พัฒนาตน พัฒนางานคิดวิเคราะหตัดสินใจ มีนิสัยรักการอาน การเขียน มีมารยาทในการฟง การดู และการพูด
มีความคิดสรางสรรครวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค ที่สามารถนำไปใชใน
ชีวติ ประจำวันไดอยางมีความสขุ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ท 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
ท 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7
ท 4.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
ท 5.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3
รวม 27 ตัวชี้วัด
22
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน รายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 3
รหัสวชิ า ท 13101 ภาษาไทย 3 จำนวน 5.0 หนวยกิต
เวลาเรยี น 200 ชวั่ โมง (5 ชั่วโมง/สัปดาห)
ศึกษาความหมายของคำ คำคลองจอง ขอความ และบทรอยกรองงา ยๆ คำพ้นื ฐาน ไมน อยกวา 1,200 คำ
รวมทั้งคำที่เรียนรูในกลุมสาระการเรียนรูอื่น คำที่มีตัวการันต คำที่มี รร คำที่มีพยัญชนะหรือสระไมออกเสียง
คำพอง คำพิเศษอื่นๆ เชน คำที่ใช ฑ ฤ การอานจับใจความ จากสื่อตางๆ นิทาน หรือเรื่องที่เกี่ยวกับทองถ่ิน
เรื่องเลาส้ันๆ บทเพลงและบทรอยกรอง บทเรยี นในกลมุ สาระการเรยี นรอู น่ื ขา ว และเหตกุ ารณใ นชีวิตประจำวัน
ในทองถิ่นและชุมชน การอานหนังสือตามความสนใจ หนังสือที่นักเรียนสนใจ และเหมาะสมกับวัย หนังสือท่ี
นักเรียนและครูกำหนดรวมกัน การอานขอเขยี นเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคำส่ังหรือขอแนะนำ คำแนะนำตางๆ
ในชีวิตประจำวนั ประกาศ โฆษณา และคำขวัญ การอานขอมูลจากแผนภาพแผนที่ และแผนภูมิ มารยาทในการ
อาน ไมอานเสียงดังรบกวนผูอ่ืน ไมเลนกันขณะท่ีอาน ไมทำลายหนังสือ ไมควรแยงอา น หรือชะโงกหนาไปอาน
ขณะทีผ่ อู นื่ กำลังอา น
ฝกคัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัด ตามรูปแบบการเขยี นตัวอกั ษรไทย การคดั ลายมือตัวบรรจง เต็มบรรทัด
ตามรูปแบบ การเขียนตัวอักษรไทย การเขียนบันทึกประจำวัน การเขียนบรรยาย เกี่ยวกับลักษณะของคนสัตว
สงิ่ ของ สถานท่ี การเขียนจดหมายลาครู การเขยี นเร่อื งตามจินตนาการจากคำ ภาพและหวั ขอที่กำหนด มารยาท
ในการเขยี น เขยี นใหอานงาย สะอาด ไมขดี ฆา ไมขีดเขยี นในท่ีสาธารณะ ใชภ าพเขียนเหมาะสมกับเวลา สถานท่ี
และบคุ คล ไมเ ขยี นลอเลยี นผอู ืน่ ใหเ สยี หาย
ฝกการฟง การจบั ใจความและพดู แสดงความคิดเห็น และความรสู กึ จากเร่ืองทีฟ่ งและดทู ง้ั ที่เปนความรูและ
ความบันเทิง เร่อื งเลาและสารคดสี ำหรับเด็ก นิทาน การต นู เรอ่ื งขบขนั รายการสำหรบั เด็ก ขา ว และเหตุการณใ น
ชวี ิตประจำวัน เพลง การพูดสอ่ื สารในชีวิตประจำวัน การแนะนำตวั เอง การแนะนำสถานทโ่ี รงเรยี นและในชุมชน
การแนะนำ เชญิ ชวนเกี่ยวกับการปฏิบตั ิตนในดานตางๆ การรกั ษาความสะอาดของรางกาย การเลาประสบการณ
ในชีวิตประจำวัน การพูดในโอกาสตางๆ การพูดขอรอง การพูดทักทาย การกลาวขอบคุณและขอโทษ การพูด
ปฏิเสธ และการพดู ซกั ถาม มารยาทในการฟง ตง้ั ใจฟง มองตาผพู ูด ไมร บกวนผูอนื่ ขณะที่ฟง ไมควรนำอาหารหรือ
เครื่องดื่ม ไปรับประทานในขณะที่ฟง ไมแสดงกิริยาที่ไมเหมาะสม ไมโหฮา หรือหาว ใหเกียรติผูพูดดวยการ
ปรบมอื ไมพ ดู สอดแทรกขณะที่ฟง มารยาทในการดู ตั้งใจดู ไมสง เสยี งดัง หรือแสดงอาการ รบกวนสมาธิของผูอื่น
มารยาทในการพูด ใชถอยคำและกิริยาที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ ใชน้ำเสียงนุมนวล ไมพูดสอดแทรก
ในขณะทผี่ อู ืน่ กำลงั พูดลอเลยี นใหผูอ่ืนไดร บั ความอับอายหรือเสียหาย
ฝกทักษะการสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ มาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตรา และไมตรงตาม
มาตรา การผันอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรต่ำ คำที่มีพยัญชนะควบกลำ้ คำที่ประวสิ รรชนีย และคำที่ไมประ
วิสรรชนีย และคำท่ีมี ฤ คำท่ใี ช บนั บรร คำทีใ่ ช ร หัน คำทม่ี ีตวั การันต ความหมายของคำ ชนิดของคำ คำนาม
คำสรรพนาม คำกริยา การใชพจนานุกรม การแตงประโยคเพื่อการสื่อสาร ประโยคบอกเลา ประโยคปฏิเสธ
ประโยคคำถาม ประโยคขอรอง ประโยคคำสงั่ คำคลอ งจอง คำขวญั ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถน่ิ
ฝก อา นวรรณคดี วรรณกรรม และเพลงพื้นบาน เพลงกลอ มเดก็ วรรณกรรม และวรรณคดีในบทเรียน และ
ตามความสนใจ บทอาขยานและบทรอยกรอง ท่มี ีคณุ คา บทอาขยานตามทกี่ ำหนด บทรอยกรองตามความสนใจ
โดยใชทักษะกระบวนการทางภาษาไทย พัฒนาทักษะการอาน การเขียน การคิดวิเคราะห อภิปราย
เปรยี บเทยี บ เพือ่ ใหความรู และทกั ษะในการใชภ าษาเพ่ือการส่อื สาร มีวนิ ยั ใฝเ รยี นรู มีมารยาท มีนิสยั รักการอา น
ชน่ื ชม และเหน็ คณุ คาของภาษา ซ่งึ เปนภูมิปญญาไทยทเี่ ปน เอกลกั ษณ และวฒั นธรรมประจำชาติ
23
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ท 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9
ท 2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท 4.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท 5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4
รวม 31 ตวั ชี้วัด
24
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 4
รหสั วชิ า ท 14101 ภาษาไทย 4 จำนวน 4.0 หนวยกิต
เวลาเรียน 160 ช่วั โมง (4 ชัว่ โมง/สปั ดาห)
มีความสามารถในการอานออกเสียงรอยแกว รอยกรอง คำที่มี ร ล ว เปนพยัญชนะตน ตัวควบกล้ำ
อักษรนำ คำประสม อักษรยอ เครื่องหมายวรรคตอน ตำนาน สุภาษิต อานจับใจความเรื่องสั้น เรื่องเลาจาก
ประสบการณ แยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากการอาน คาดคะเนจากเรื่องที่อาน โดยมีเหตุผลประกอบ สรุป
ความรูและขอคิดจากการอาน ไปใชในชีวิตประจำวัน คัดลายมือตัวเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการ
เขยี นอกั ษรไทย เขยี นคำขวญั คำแนะนำ แผนภาพโครงเรอื่ ง และแผนภาพความคิดไปพฒั นาตนเอง เขียนยอความ
จากนทิ าน ความเรยี ง ประกาศ คำสอน เขยี นจดหมายถงึ เพ่อื น บดิ า มารดา เขยี นบนั ทึกความรหู รือเรื่องราวจาก
จินตนาการ จำแนกขอเท็จจริง ขอคิดเห็นจากการฟง การดู การตั้งคำถามตอบคำถามจากการฟง การดูจากส่ิง
ตาง ๆ เชน เรอ่ื งเลา บทความสน้ั ๆ ขาว เหตกุ ารณป ระจำวนั โฆษณา หรอื เร่อื งราวจากบทเรยี นในกลุมสาระการ
เรียนรูภาษาไทยและกลุมสาระอื่น ๆ สามารถสะกดคำ และบอกความหมายจากคำแม ก กา มาตราตัวสะกด
การผันอักษร คำ ชนิดของคำ การใชพจนานุกรม ประโยค บทรอยกรอง สานวน สุภาษิต คำพังเพย ภาษาไทย
มาตรฐาน ภาษาถิ่น การอธิบายระบุขอคิดจากการอานนิทานพื้นบาน นิทานคติธรรม เพลงพื้นบาน ทองจำบท
อาขยาน บทรอยกรองตามทกี่ ำหนดและความสนใจ
ใชทักษะกระบวนการอา น คิด เขยี น ฟง ดู และพดู เพ่ือใหเ กิดความรู ความเขา ใจ สามารถส่อื สารนำความรู
จากทกั ษะ ดา นภาษาไทยไปใชใ นชีวิตประจำวัน เห็นคณุ คา ดานภาษาไทย รกั และหวงแหนภาษาไทย มีคุณธรรม
จริยธรรมและคา นยิ มทีเ่ หมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8
ท 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8
ท 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6
ท 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7
ท 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
รวม 33 ตวั ชี้วัด
25
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 5
รหสั วิชา ท 15101 ภาษาไทย 5 จำนวน 4.0 หนว ยกติ
เวลาเรยี น 160 ชว่ั โมง (4 ช่วั โมง/สปั ดาห)
ศึกษาความหมายของบทรอยแกว และบทรอยกรอง คำที่มีพยัญชนะควบกล้ำ คำที่มีอักษรนำ คำที่มีตัว
การันต อักษรยอ และเครื่องหมายวรรคตอน ขอความที่เปนการบรรยายและพรรณนา ขอความที่มีความหมาย
โดยนัย การอานบทรอ ยกรองเปน ทำนองเสนาะ การอานจบั ใจความจากสื่อตาง ๆ วรรณคดี ในบทเรยี น บทความ
บทโฆษณา งานเขียนประเภทโนมนาวใจ ขาวและเหตุการณประจำวัน การอานงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง
ขอ แนะนำ และปฏิบัตติ าม การใชพ จนานกุ รม การใชวัสดอุ ปุ กรณ การอานฉลากยา คมู ือและเอกสารของโรงเรียน
ทเ่ี กี่ยวของกับนกั เรยี น ขาวสารทางราชการ การอานหนงั สอื ตามความสนใจ หนังสอื ทีน่ ักเรยี นสนใจและเหมาะสม
กับวยั หนงั สอื ท่ีครแู ละนักเรียนกำหนดรวมกนั มารยาทในการอา น
ฝกคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด และการคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัว
อักษรไทย การเขียนสื่อสาร การเขยี นคำขวญั คำอวยพร คำแนะนำ และคำอธิบายแสดงขั้นตอน การนำแผนภาพ
โครงเรือ่ งและแผนภาพความคดิ ไปพฒั นางานเขยี น การเขียนยอความจากส่ือตางๆ ยอความจากนิทาน ความเรียง
ประเภทตางๆ ประกาศ แจงความ แถลงการณ จดหมาย คำสอน โอวาท คำปราศรัย การเขียนจดหมายถึง
ผูปกครองและญาติ การเขียนแสดงความรูสึกและความคิดเห็น การกรอกแบบรายการ ใบฝากเงิน ธนาณัติ
แบบฝากสง พัสดุไปรษณยี ภัณฑ การเขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการ มารยาทในการเขยี น
ฝกจบั ใจความจากการฟง การพูดแสดงความรู ความคิดในเร่ืองท่ีฟงและดู จากสือ่ ตางๆ เร่อื งเลา บทความ
ขาวและเหตุการณประจำวัน โฆษณา สื่ออิเล็กทรอนิกส การวิเคราะหความนาเชื่อถือจากเรื่องที่ฟงและดู
ในชีวิตประจำวัน การรายงาน การพูดลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน การพูดลำดับเหตุการณ มารยาทในการฟง
การดู และการพูด
ฝกการใชค ำบพุ บท คำสันธาน คำอุทาน ประโยคและสว นประกอบของประโยค ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษา
ถ่นิ คำราชาศพั ท คำทีม่ าจากภาษาตา งประเทศ กาพยย านี 11 สานวนท่เี ปน คำพงั เพยและสภุ าษิต
ฝกอานวรรณคดีและวรรณกรรม นิทานพื้นบาน นิทานคติธรรม เพลงพื้นบาน วรรณคดีและวรรณกรรม
ในบทเรียนและตามความสนใจ บทอาขยานและบทรอยกรองทีม่ ีคณุ คา บทอาขยานตามท่ีกำหนด บทรอยกรอง
ตามความสนใจ
โดยใชกระบวนการพัฒนาทักษะการใชภ าษาเพอื่ การสือ่ สาร เพอ่ื ใหเกดิ ความรคู วามเขา ใจ สามารถแกปญหา
พฒั นากระบวนการอา น คดิ วิเคราะห จบั ใจความและเขียนสอ่ื ความสำคัญและเขียนสอ่ื ความ วิจารณ ศกึ ษาคนควา
ทำโครงงาน เลือกใชสื่ออิเล็กทรอนิกสที่เหมาะสม มีวินัย ใฝเรียนรู มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะชีวิต ยึดหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชื่นชมและเห็นคุณคาของภาษา ซึ่งเปนภูมิปญญาไทยที่เปนเอกลักษณและวัฒนธรรม
ประจำชาติ มมี ารยาทท่ีดี และมนี ิสยั รักการอาน สามารถใชภาษาสือ่ สารอยา งถกู ตองและมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8
ท 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8, ป.5/9
ท 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
ท 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7
ท 5.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
รวม 33 ตวั ชว้ี ัด
26
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน รายวชิ าพนื้ ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6
รหสั วิชา ท 16101 ภาษาไทย 6 จำนวน 4.0 หนวยกิต
เวลาเรยี น 160 ชว่ั โมง (4 ช่ัวโมง/สปั ดาห)
อานออกเสียงบทรอยแกว บทรอยกรอง และอานบทรอยกรองเปนทำนองเสนาะไดถูกตอง เขาใจ
ความหมายของคำ ประโยคและขอความทีเ่ ปนโวหาร เขาใจเกี่ยวกับชนิด หนาที่ของคำในประโยค ลักษณะของ
ประโยคใชคำไดเหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล รวบรวมและเขา ใจความหมายของคำภาษาตา งประเทศ แตงบท
รอ ยกรอง เปรยี บเทยี บสานวน คำพงั เพยและสุภาษิต อานเร่ืองสน้ั อยางหลากหลาย อา นจบั ใจความจากส่ือตางๆ
แยกขอ เทจ็ จริงและขอคิดเหน็ จากเรื่องท่อี าน นำความรู ความคิดจากเรอ่ื งที่อานไปตัดสนิ ใจแกปญ หา ปฏิบัติตาม
คำสั่ง คำอธิบายจากเรื่องที่อานได เขาใจความหมายของขอมูลจากแผนผัง แผนที่ แผนภูมิและกราฟ พูดแสดง
ความรูความเขา วิเคราะหความนาเชื่อถือจากการฟง และดูสื่อโฆษณาอยางมีเหตุผล พูดลำดับขั้นตอนการ
ปฏบิ ตั ิงาน ลำดับเหตุการณจ ากเรื่องท่ศี ึกษาคนควา พดู โนมนาวในสถานการณต า งๆ ใหผ อู น่ื นาเชอ่ื ถอื คัดลายมือ
ตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนคำขวัญ คำอวยพร ประกาศ เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพ
ความคิด เขียนเรียงความ เขียนยอความ เขียนจดหมายสวนตัว กรอกแบบรายการ เขียนเรื่องรามจินตนาการ
มีมารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพูด มีความเขาใจ เห็นคุณคาวรรณคดีและวรรณกรรม
ทีอ่ าน เลานิทานพนื้ บา น รองเพลงพน้ื บานในทองถ่นิ
โดยใชหลักการอานออกเสียงบทรอยแกว บทรอยกรองและคำประพันธตามลักษณะของคำประพันธเปน
ทำนองเสนาะ อานจับใจความ ตีความ แปลความ วิเคราะหความ อธิบายและสรุปความ ทักษะการคัดลายมือ
การเขียนโดยใชหลักการเขยี นสือ่ สาร การเขียนเรื่องตามจิตนาการ เขียนจดหมายและกรอกแบบรายการ ทักษะ
การฟง การพูดแสดงความรู ความเขาใจ ความคิดเห็น การพูดวิเคราะหเรื่องจาการฟง การดูสื่อโฆษณา
พูดรายงานและพูดโนมนาว
สามารถเลือกใชคำไดเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคลสามารถนำความรูและขอคิดไปใชในตัดสินใจ
แกปญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน มีจติ สาธารณะ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและคานยิ มที่เหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ท 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ท 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
รวม 34 ตัวช้วี ัด
27
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน รายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1
รหสั วชิ า ท 21101 ภาษาไทย 1 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หนว ยกิต
เวลาเรียน 60 ชวั่ โมง (3 ช่ัวโมง/สปั ดาห)
ศึกษา ฝกทักษะ การอานบทรอยแกว รอยกรอง การจับใจความสำคัญ การแยกขอเท็จจริงและขอ คดิ เหน็
การวเิ คราะหคุณคางานเขียน มารยาทในการอาน การคัดลายมอื ตัวบรรจงครึ่งบรรทัด การเขียนจดหมายสวนตัว
จดหมายกิจธรุ ะ การเขยี นเพอื่ การสื่อสาร การเขยี นบรรยายประสบการณ การเขยี นเรยี งความ การเขียนยอความ
การพูดสรุปใจความสำคญั จากเร่ืองทฟ่ี งและการดู การเลา เรื่องยอจากเร่อื ง ทฟ่ี ง และดู การประเมินคุณคาของสื่อ
โนม นา วใจ ลกั ษณะของเสยี งในภาษาไทย การสรางคำในภาษาไทย การวเิ คราะหช นดิ และหนา ทขี่ องคำในประโยค
การอา นสรุปเนื้อหาวรรณคดแี ละวรรณกรรม การอธิบายคณุ คาของวรรณคดแี ละวรรณกรรม
โดยใชทักษะกระบวนการอานบทรอยแกวรอยกรอง ทักษะการจับใจความสำคัญ ทักษะการแสดงความ
คิดเหน็ ทกั ษะการคิดวิเคราะหแยกขอ เท็จจริงและขอ คิดเห็น ทักษะการวิเคราะหค ณุ คางานเขียน ทกั ษะการเขียน
เพือ่ สอ่ื สาร ทักษะการเขียนบรรยายประสบการณ ทกั ษะการเขยี นเรยี งความ ทักษะการเขยี นยอ ความ ทกั ษะการ
พดู การฟง การดู ทกั ษะการพดู เลา เร่อื งยอ ทักษะการประเมนิ คาทักษะการอธิบาย ทกั ษะการสรางคำ ทักษะการ
วิเคราะหชนิดและหนาที่ของคำในประโยค ทักษะการอธิบายวรรณคดีและวรรณกรรม ทักษะการเขียนสื่อสาร
ทกั ษะการเขียนบรรยายประสบการณ ทกั ษะการเขยี นเรียงความ ทักษะการเขียน ยอ ความทักษะการพูด การฟง
การดู ทักษะการพูดเลา เรอื่ งยอ
เพื่อใหเกดิ ความรู ความเขาใจ สามารถนาไปปฏิบัตใิ นการดำเนินชวี ติ มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค มีนิสัยรักการอาน มีมารยาทในการอาน มีมารยาทในการฟง และการดู มุงมั่นในการทำงาน
เห็นคุณคาของวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย รักความเปนไทยและรกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ สามารถ
ดำเนนิ ชีวติ อยางสันติสุขในสังคมไทยและสังคมโลก
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/8, ม.1/9
ท 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/7
ท 3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/4
ท 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ท 5.1 ม.1/1, ม.1/3
รวม 19 ตวั ช้ีวัด
28
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน รายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 1
รหัสวชิ า ท 21103 ภาษาไทย 2 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 1.5 หนว ยกิต
เวลาเรียน 60 ช่วั โมง (3 ชั่วโมง/สปั ดาห)
ศกึ ษา ฝกทกั ษะ การวเิ คราะหค ำเปรียบเทยี บและคำความหมายของคำตามบริบทตาง ๆ การตีความคำยาก
ในเอกสารวิชาการตามบริบท การวิเคราะหง านเขยี นประเภทชักจงู โนมนา วใจ การอา นคมู อื แนะนำวิธีการใชงาน
ของเครื่องใชตาง ๆ การคัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัด การเขียนเพื่อการสื่อสาร การเขียน ยอความ การเขียน
แสดงความคิดเห็น การเขียนรายงานการศึกษาคนควาและโครงงาน มารยาทในการเขียน การพูดแสดงความ
คิดเห็นจากเรอื่ งท่ฟี ง และดู การพูดเลา เรื่องยอจากเร่ืองท่ีฟง และดู การพูดรายงานเรอ่ื งหรอื ประเด็นจากการฟง ดู
และสนทนา มารยาทในการฟง การดู และการพูด การวิเคราะหความแตกตางของภาษาพูดและภาษาเขียน
การแตงรอยกรองประเภทกาพยยานี 11 การใชสานวนที่เปนคำพังเพยและสุภาษิต การวิเคราะหวรรณคดี
และวรรณกรรม การสรปุ ความรูและขอคิดจากการอา น การทองจำบทอาขยานและ บทรอยกรอง
โดยใชทักษะกระบวนการวิเคราะหคำเปรียบเทียบและคำความหมายของคำตามบริบทตาง ๆ ทักษะการ
แสดงความคิดเห็น ทักษะการวิเคราะหงานเขียน ทักษะการอาน ทักษะการเขียนสื่อสาร ทักษะการเขียนแสดง
ความคิดเห็น ทักษะการเขียนจดหมายสวนตัว จดหมายกิจธุระ ทักษะการเขียนรายงานการศึกษาคนควา
และโครงงาน ทักษะการพูดแสดงความคิดเห็น ทักษะการเลาเรื่องยอจากเรื่องที่ฟงและดู ทักษะการพูดรายงาน
หรอื ประเด็นจากการฟง ดู และสนทนา ทักษะการวิเคราะหความแตกตางขอภาษาพูดและภาษาเขียน ทักษะการ
แตงบทรอยกรอง ประเภท กาพยยานี 11 ทักษะการใชสานวนที่เปนคำพังเพย และสุภาษติ ทักษะการวิเคราะห
วรรณคดี และวรรณกรรม ทักษะการสรปุ ความรแู ละขอ คิดจากการอาน ทกั ษะการทองจำบทอาขยานและบทรอย
กรอง ทกั ษะการวเิ คราะห ทกั ษะการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การส่อื สาร
เพื่อใหเห็นคุณคาการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน โดยใชภาษาเพื่อการสื่อสารไดอยางมี
ประสิทธิภาพ มีนิสัยรักการอาน มีมารยาทในการเขียน มีมารยาทในการฟง การดู และ การพูด เห็นคุณคา
ของวรรณคดีและวรรณกรรมไทย มีความภมู ใิ จและธารงรกั ษาภาษาไทย
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท 1.1 ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7
ท 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/6, ม.1/5, ม.1/8, ม.1/9
ท 3.1 ม.1/3, ม.1/5, ม.1/6
ท 4.1 ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6
รวม 16 ตัวชว้ี ัด
29
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 2
รหัสวิชา ท 22101 ภาษาไทย 3 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 1.5 หนว ยกิต
เวลาเรียน 60 ชว่ั โมง (3 ชั่วโมง/สัปดาห)
ศึกษา และฝกทักษะการอานออกเสียงรอยแกวและรอยกรองการอานจับใจความสำคัญสรุปความ และ
อธบิ ายจากเรือ่ งที่อา น การแสดงความคิดเห็นและขอ โตแยงการวเิ คราะหแ ละจำแนกขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เห็นจาก
บทความที่อาน การอานประเมินคา และแนวคิด มารยาทในการอาน การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด
การเขียนบรรยายและพรรณนาการเขียนยอความ มารยาทในการเขียนการพูดสรุปใจความสำคัญของเร่ืองที่ฟง
และดู การวิเคราะห วิจารณเรื่องที่ฟงและดู มารยาทในการฟง การดู และการพูด การสรางคำในภาษาไทย
การแตงบทรอยกรอง การใชคำราชาศัพทการสรุปความรูและขอคิดจากการอาน การทองจำบทอาขยานและ
บทรอยกรอง การวเิ คราะห วจิ ารณวรรณคดี วรรณกรรม
โดยมีทักษะการอา นออกเสยี งรอ ยแกวรอ ยกรอง ทกั ษะจับใจความสำคัญ สรปุ ความ และอธบิ าย ทกั ษะการ
แสดงความคิดเห็นและขอโตแ ยง ทักษะการคดิ วิเคราะหจำแนกขอเท็จจรงิ และขอ คิดเหน็ ทักษะการอานประเมนิ
คา ทักษะการคัดลายมือ ทักษะการเขียน ทักษะการพูดสรุปใจความสำคัญจากเรื่องที่ฟงและ ดูทักษะการ
คิดวิเคราะหว จิ ารณเรื่องท่ีฟงและดู ทักษะการสรา งคำในภาษาไทย ทักษะการแตง บทรอยกรอง ทักษะการเขยี น
คำราชาศัพท ทักษะการสรุปความรูและขอ คดิ จากการอาน ทักษะการทอ งจำ บทอาขยาน และบทรอ ยกรอง และ
ทกั ษะการวเิ คราะหว ิจารณ วรรณคดี วรรณกรรม
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงคในดา น มนี สิ ัยรกั การอา น มีมารยาทในการอาน มีมารยาทในการฟง และการดู มุงมนั่ ในการทำงาน
เห็นคณุ คา ของวรรณคดี และวรรณกรรมไทย รักความเปนไทย และรกั ษาภาษาไทย ไวเ ปนสมบตั ิของชาติ สามารถ
ดำเนินชีวิตอยา งสันติสขุ ในสังคมไทยและสงั คมโลก
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/7
ท 1.1 ม.2/8, ม.2/1, ม.2/2, ม.2/4, ม.2/8
ท 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/6
ท 4.1 ม.2/1, ม.2/3, ม.2/4
ท 5.1 ม.2/4, ม.2/5
รวม 18 ตัวชี้วัด
30
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาพ้นื ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี 2
รหัสวิชา ท 22102 ภาษาไทย 4 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1.5 หนวยกิต
เวลาเรยี น 60 ช่ัวโมง (3 ชั่วโมง/สปั ดาห)
ศกึ ษา และฝกทักษะการอานออกเสยี งรอยแกว รอยกรอง การอานจับใจความสำคญั สรปุ ความและอธิบาย
การเขียนผังความคิดจากเรื่องทีอ่ าน การวิเคราะหขอสังเกต การชวนเชื่อ การโนมนาว ของงานเขียน การเขียน
เรียงความ การเขียนรายงานการศึกษาคนควา การเขียนจดหมายกิจธุระ หลักการเขียนวิเคราะหวิจารณ และ
แสดงความรู ความคิดเห็นหรือโตแยงพูดในโอกาสตางๆไดตรงตามวัตถุประสงคการพูดรายงานหรือประเด็น
ที่ศึกษาคนควา การวิเคราะหโครงสรางประโยคสามัญ ประโยครวม และประโยคซอน การรวมรวมและอธิบาย
ความหมายของคำภาษาตางประเทศที่ใชในภาษาไทย การอานสรุปความวรรณคดีวรรณกรรม การวิเคราะห
ลักษณะเดนของวรรณคดีเช่ือมโยงกับการเรียนรูทางประวัติศาสตร และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต การวิเคราะห
และประเมินคุณคา ดานวรรณศิลปของวรรณคดีวรรณกรรมที่เปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ การวิเคราะห
วจิ ารณว รรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณเ บ้ืองตน การอา นบทรอ ยกรองและการทอ งจำบทอาขยาน
โดยใชทักษะการอา นออกเสียงรอยแกวรอยกรอง ทักษะการจับใจความสรุปความและอธิบายรายละเอียด
จากเร่ืองท่ีอา น ทักษะการเขยี น ทกั ษะการวิเคราะห วิจารณ เร่ืองที่ฟง และดู ทักษะการพูดในโอกาสตาง ๆ ทกั ษะ
การวิเคราะหโครงสรางประโยค ทักษะการรวบรวมและอธิบายความหมายของ คำภาษาตางประเทศที่ใชใน
ภาษาไทย ทักษะการวเิ คราะห ประเมินคณุ คาดานวรรณศิลปของวรรณคดี วรรณกรรม และทักษะการวเิ คราะห
และวิจารณว รรณคดีวรรณกรรม
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนาไปปฏิบัตใิ นการดำเนนิ ชวี ติ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค มีนิสยั
รักการอาน มีมารยาทในการอาน มีมารยาทในการฟง และการดูเห็นคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรม รักษา
ภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิของชาติ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/6
ท 2.1 ม.2/3, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7
ท 3.1 ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ท 4.1 ม.2/2, ม.2/5
ท 5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/5
รวม 17 ตัวชว้ี ัด
31
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน รายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3
รหัสวชิ า ท 23101 ภาษาไทย 5 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 1.5 หนวยกติ
เวลาเรยี น 60 ชว่ั โมง (3 ช่ัวโมง/สัปดาห)
ศึกษา และ ฝกทักษะ การอานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดอยางถูกตอง การอานเรื่องตางๆ
แลวเขยี นกรอบแนวคดิ ผงั ความคิด บนั ทกึ ยอ ความ และรายงานการวิเคราะหว ิจารณ และประเมินเรื่องอานโดย
ใชกลวิธีการเปรียบเทียบเพื่อใหผูอานเขาใจไดดีข้ึน การวิเคราะหเพื่อแสดงความคิดเห็นโตแยง กับเรื่องที่อาน
การคัดลายมอื ตวั บรรจงครึง่ บรรทดั การเขียนขอความโดยใชถอ ยคำไดถกู ตองตามระดับภาษา การเขียนยอความ
การเขียนจดหมายกิจธุระ การเขียนรายงานการศึกษาจากคนควาและโครงงาน การพูดแสดงความคิดเห็นและ
ประเมนิ จากการฟงและดู การพดู วเิ คราะหวจิ ารณจากเร่ืองทฟ่ี งและดู การพูดจำแนกและใชคำภาษาตางประเทศ
คำทับศัพทและคำศัพทบัญญัติการแตงบทรอยกรอง ประเภทโคลงสี่สุภาพ การอานสรุปเนื้อหาวรรณคดีและ
วรรณกรรมทองถิ่น การทองจำและบอกคุณคาบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรอง มารยาทในการอาน
การพดู การฟง การดู และการเขียน
โดยใชทักษะการอานออกเสียงรอยแกวรอยกรอง ทักษะการอาน การเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด
บันทึก ยอความ และรายงาน ทักษะการวิเคราะหวิจารณ ประเมินเรื่องที่อาน ทักษะการเขียนลายมือตัวบรรจง
ครึ่งบรรทัด ทักษะการเขียนขอความตามระดับภาษาทักษะการเขียนยอความ ทักษะการเขียนจดหมายกิจธุระ
ทักษะการพูดแสดงความคิดเห็นและประเมินจากการฟงและดู ทักษะการวิเคราะหและวิจารณเรื่องที่ฟงและดู
ทักษะการจำแนกและใชคำภาษาตา งประเทศท่ใี ชในภาษาไทย ทกั ษะการพดู และ เขียนคำทับศัพท และ คำศัพท
บัญญตั ิ ทกั ษะการแตงบทรอ ยกรอง ประเภท โคลงส่สี ภุ าพ ทักษะการสรุปเนอื้ หาวรรณคดีและวรรณกรรม ทกั ษะ
การวิเคราะหและแสดงความคิดเห็น ทักษะการเขียนรายงานการศึกษาคนควา และโครงงาน ทักษะการอาน
ทองจำและบอกคณุ คา บทอาขยาน และบทรอยกรอง
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม คุณลักษณะ
อันพึงประสงคในดานมีนิสัยรักการอาน การเขียน มีมารยาทในการอาน การฟง การดู การพูด และการเขียน
เห็นคุณคาและนำมาประยุกตใชในชีวิตจริงและรักษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ขิ องชาติ
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ท 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/10
ท 2.1 ม.3/1, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/9, ม.3/10
ท 3.1 ม.3/1, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ท 4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ท 5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวม 25 ตัวชวี้ ัด
32
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 3
รหัสวิชา ท 23102 ภาษาไทย 6 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1.5 หนวยกติ
เวลาเรียน 60 ชวั่ โมง (3 ช่ัวโมง/สัปดาห)
ศึกษา และ ฝกทักษะ ขอแตกตางของคำที่มีความหมายโดยตรง และคำที่มีความหมายโดยนัย การอาน
จับใจความสำคัญและรายละเอียดของขอ มูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อานการประเมินความถูกตอง ของขอมูลที่ใช
สนับสนุนในเรื่องที่อาน การวิจารณความสมเหตุสมผล การลำดับความสำคัญ และความเปนไปไดของเรื่องการ
อานตีความและประเมินคุณคาแนวคิดที่ไดจากงานเขียน การเขียนยอความ การเขียนอธิบายชี้แจงแสดงความ
คดิ เห็นและโตแยง การเขียนวิเคราะหวิจารณ และแสดงความรู ความคดิ เห็นหรือโตแ ยงในเร่ืองตาง ๆ การกรอก
แบบฟอรม สมัครงาน การเขียนบรรยายเกยี่ วกับความรูและการพูดรายงาน เร่ืองหรือประเด็นที่ศึกษาคนควาจาก
การฟง การดู และการสนทนาการพูดในโอกาสตาง ๆ ไดตรงตามวัตถุประสงค การพูดโนมนาวอยางมีเหตุผล
การวิเคราะหโครงสรางประโยคทีซ่ บั ซอ น การวิเคราะห ระดับภาษา การอธิบายความหมายคำศพั ททางวชิ าการ
และวิชาชีพ การวิเคราะหวถิ ีไทยและคณุ คาจากวรรณคดี และวรรณกรรม ที่อาน การสรุปความรูและขอคิดจาก
การอานเพื่อนำไปใชใ นชวี ิตจริงการทองจำ และบอกคุณคา บทอาขยาน บทรอยกรองทีม่ ีคณุ คา และนำไปใชอ า งองิ
โดยมีทักษะการวิเคราะหขอแตกตางของคำที่มีความหมายโดยตรงและคำที่มีความหมายโดยนัยทักษะ
การอานจบั ใจความสำคญั ทักษะการประเมินความถกู ตอ งของขอ มูล ทักษะการวิจารณจ ากเรอื่ งที่อาน ทกั ษะการ
อานตีความและประเมินคุณคาจากงานเขียน ทักษะการเขียนยอความ ทักษะการเขียนอธิบายชี้แจงแสดงความ
คิดเห็นและโตแยง ทักษะการเขียนวิเคราะหว ิจารณ ทักษะการกรอกแบบฟอรมสมัครงานทักษะการพูดรายงาน
จากเรื่องที่ฟงและดู ทักษะการพูดในโอกาสตาง ๆ ทักษะการพูดโนมนาวอยางมีเหตุผล ทักษะการคิดวิเคราะห
โครงสรา งประโยคทซ่ี บั ซอน ทกั ษะการวิเคราะหระดับภาษาทักษะการอธิบายความหมายคำศัพทท างวิชาการและ
วิชาชีพ ทักษะการวิเคราะหและประเมินคา ทักษะการสรุปความรูและขอคิด จากการอาน ทักษะการทองจำ
บทอาขยาน และบทรอ ยกรอง
เพอ่ื ใหเกดิ ความรคู วามเขาใจ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค มีนิสัยรักการอาน การเขียน
มีมารยาทในการอา นการฟง การดู การพูด และการเขียน เห็นคุณคาและนำมาประยุกตใ ชในชีวิตจริงและรักษา
ภาษาไทยไวเปน สมบตั ิของชาติ
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ท 1.1 ม.3/1, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10
ท 2.1 ม.3/2, ม.3/5, ม.3/7, ม.3/8
ท 3.1 ม.3/2, ม.3/3, ม.3/6
ท 4.1 ม.3/5, ม.3/6
ท 5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวม 19 ตัวช้ีวัด
33
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ รายวชิ าเพิ่มเติม
รหสั วิชา ท ๒02๐1 ฝกฝนการเขียน ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1-3
เวลา 20 ช่ัวโมง (1 ชวั่ โมง/สปั ดาห) จำนวน 0.5 หนว ยกิต
ศึกษาการเขียนตัวอักษรรัตนโกสินทร ตัวเลขไทย ฝก เขยี นคำท่มี กั สะกดผิด ภาษาสำนวนโวหาร เขยี นนยิ าย
ประกอบสำนวนโวหาร เขยี นบรรยายภาพโดยใชพ รรณนาโวหาร และฝกการเขยี นบนั ทึก
โดยใชกระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการเรียนรูความเขาใจ กระบวนการเรียนภาษา และ
กระบวนการปฏิบตั ิ
เพอ่ื ใหผูเรยี นมคี วามสามารถในการคดิ การแกปญ หา และการสือ่ สาร ใฝรูใฝเ รียน สามารถใชภ าษาไทยเพ่ือ
การปฏิบัติหนาที่ของตนเองไดอยางดีและทำงานรวมกับผูอื่นไดอยางเปนกัลยาณมิตร ตระหนักในคุณคาของ
ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง โดยการสังเกตพฤติกรรม การใหความ
รวมมือการมีสวนรวมในกจิ กรรมการเรยี นการสอน การทำแบบฝกหัดและแบบทดสอบ
ผลการเรยี นรู
1. เพ่ือใหสามารถวางทานัง่ การจบั ดนิ สอ และวธิ เี ขยี นใหถ ูกตองตามลักษณะการเขยี น
2. เพือ่ ใหเขยี นตัวอกั ษรไทยอยา งประณีต สะอาด เปน ระเบียบ ชดั เจน ใหผูอานเขาใจงา ย
3. เพื่อใหสามารถเขยี นหนังสอื ไทยถกู ตองตามหลักเกณฑ ตวั อกั ษรไทย วรรคตอนและตวั สะกด
4. เพ่ือใหสามารถเขียนอกั ษรแบบรตั นโกสนิ ทร แบบอาลักษณ แบบกระทรวงศึกษาธกิ าร และตวั เลขไทย
ไดอยางถูกตอ ง
5. เพื่อใหส ามารถรูปญหาและขอบกพรองเก่ยี วกับการคดั ลายมอื การตัดลอกขอความ
6. เพื่อใหส ามารถมีความรูเรอื่ งการสะกดคำ
7. เพอื่ ใหสามารถใชคำพอ งไดอยา งถกู ตอ ง
8. เพือ่ ใหนักเรียนสามารถเลอื กใชโ วหารการเขียนไดอ ยางเหมาะสม
9. เพอื่ ใหสามารถมีความรูเร่ืองการใชภ าษาและเขยี นสื่อสารไดอ ยางเหมาะสม
10. เพือ่ ใหส ามารถทราบวิธีการเขียนบรรยายภาพดวยรอ ยแกวและรอ ยกรอง
11. เพื่อใหส ามารถทราบวิธีการเขยี นบนั ทึกประจำวัน และเขียนบันทึกประจำวันได
12. เพ่อื ใหส ามารถเขยี นบนั ทึกชวยจำไดถ กู ตอ ง
รวมทง้ั หมด 12 ผลการเรียนรู
คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ 34
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย รายวชิ าเพ่ิมเตมิ
รหัสวชิ า ท ๒02๐2 การอา นงานประพนั ธป ระเภทรอยแกว ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1-3
เวลา 20 ช่วั โมง (1 ชว่ั โมง/สัปดาห) จำนวน 0.5 หนว ยกิต
ศกึ ษาหลักการจับใจความสำคญั จากบทความ สารคดแี ละเร่ืองสัน้ การเขียนผังความคิดแสดงความเขาใจ
จากเรื่องทอ่ี า น การอภิปรายแสดงความคดิ เห็นและประเมนิ คณุ คาจากเร่ืองท่ีอา น การแสดงความคดิ เหน็ เชิง
วิเคราะหแ ละวจิ ารณเกีย่ วกบั งานประพนั ธและรูปแบบการเขยี น การใชถอ ยคำสำนวน และวธิ ีการนำเสนอเร่อื ง
อยา งมเี หตุผล
โดยการใชก ระบวนการกลุม การบรรยาย การนำเสนอหนา หอ ง ทำแบบฝกหัด
เพอื่ ใหน ักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสงั เคราะห และการคิดอยางสรางสรรค รวมทั้ง
มีการใฝรใู ฝเรียน และมุงมัน่ ในการทำงาน
ผลการเรยี นรู
1. เพ่อื ใหน ักเรียนเหน็ ความสำคัญและคณุ คาของการอา นรอ ยแกว
2. เพือ่ ใหน กั เรยี นบอกลักษณะของงานประเภทตาง ๆ รวมถึงเกณฑท ี่ใชพ จิ ารณางานรอยแกว แตล ะประเภทได
3. เพือ่ สงเสริมและสรางนสิ ัยรักการอา น
4. เพื่อใหนกั เรยี นสามารถนำหลักการอา นและการเลือกหนงั สอื ไปใชใ นชวี ติ ประจำวันได
5. เพอื่ ใหน ักเรียนมีอุปนสิ ัยรกั การอา น ชา งคดิ ชางสังเกต
6. เพ่อื ใหนักเรยี นสามารถใชภาษาไทยไดอยา งถกู ตอ งเหมาะสม
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู
กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เตมิ 35
รหัสวิชา ท ๒02๐3 นิทานพน้ื บา น รายวิชาเพม่ิ เติม
เวลา 20 ช่วั โมง (1 ช่ัวโมง/สปั ดาห) ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 1-3
จำนวน 0.5 หนว ยกิต
ศึกษาความหมาย ประเภทของนทิ าน ความเชื่อจากนิทาน อานและวิเคราะหนิทานปรัมปรา นทิ านอธิบาย
เหตุ นทิ านเก่ียวกับความเช่อื
โดยศกึ ษาจากแบบเรยี น หนงั สือ เอกสาร และส่อื อิเล็กทรอนิกส แสดงบทบาทสมมุติจากวรรณกรรมที่อาน
คน ควาดว ยตัวเองและนำความรูทไี่ ดมาอภิปรายและรายงานหนาชั้นเรียน
เพื่อใหผูเรียนมีความใฝเรียน มีความรูเรื่องความหมาย ประเภทของนิทาน ความเชื่อของนิทาน อานและ
วิเคราะหนิทานปรัมปรา นิทานอธิบายเหตุ นิทานเกี่ยวกับความเชื่อ มุงมั่นในการทำงาน ทำงานรวมกับผูอื่นได
อยางดี กลา แสดงออกและตระหนกั ในคุณคาของวฒั นธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย
ผลการเรียนรู
๑. นักเรียนสามารถอธบิ ายความหมายของนทิ านพืน้ บา นและนทิ านประเภทตา ง ๆ ได
๒. นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหเนอ้ื หาของนิทานพ้นื บานและนทิ านประเภทตา ง ๆ ได
๓. นกั เรียนสามารถพิจารณาคตชิ น ความเช่อื ของเนอื้ หานิทานพน้ื บา นและนทิ านประเภทตา ง ๆ ได
๔. นกั เรยี นสามารถเลา เรื่องและตอบคำถามตามเน้อื เร่ืองนิทานพนื้ บา นและนทิ านประเภทตา ง ๆ ได
๕. นักเรียนสามารถอธบิ ายประวตั คิ วามเปนมาของนิทานพนื้ บา นและนิทานประเภทตา ง ๆ ได
๖. นกั เรยี นตระหนกั และบงช้ถี งึ ความสำคญั ของวัฒนธรรมไทยซง่ึ มนี ิทานพืน้ บา นเปนมรดกทางวัฒนธรรม
และทางภาษาได
๗. นกั เรยี นสามารถเปรยี บเทียบความเชอื่ คติชนวิทยาทีแ่ ฝงอยใู นนิทานพื้นบา นและนิทานประเภทตาง ๆ
กับคติชนวิทยาในสังคมปจ จบุ นั ไดด
๘. นักเรยี นมคี วามกลา แสดงออกโดยผานการเลา เรอ่ื งหรือการแสดงหนช น้ั เรียนเก่ยี วกบั นิทานพ้นื บา น
๙. นกั เรียนมีความสามัคครี ูจกั กระบวนการทำงานกลุม
๑๐. นกั เรียนมีความคิดสรางสรรค
๑๑. นักเรียนสามารถบอกขอคดิ คติ และความรูที่ดจ ากนทิ านพ้ืนบา น และนทิ านประเภทตาง ๆ ได
12. นักเรียนสามารถนำความรแู ละขอ คดิ ไปปรบั ใชใ นชีวติ ประจำวนั ได
รวมท้งั หมด 12 ผลการเรยี นรู
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ 36
รหสั วชิ า ท ๒02๐4 การเขียน รายวชิ าเพิม่ เตมิ
เวลา 20 ชัว่ โมง (1 ช่วั โมง/สัปดาห) ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 1-3
จำนวน 0.5 หนว ยกิต
ศึกษาความหมายและความสำคญั ของการเขียน การเขยี นรูปแบบตาง ๆ การเขยี นบนั ทกึ การเขียนยอ ความ
การเลือกใชคำ ประโยค สำนวนโวหารใหเหมาะสมกับเนื้อเรื่องและโอกาส การเขียนลำดับความ ใหผูอานไดรับ
สารอยางถกู ตอ งชดั เจน การเขยี นเรียงความ ตลอดจนการแตงบทรอยกรองอยา งงาย ๆ
โดยการสอนแบบบรรยาย การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศ การศกึ ษาคนควาดว ยตนเอง การเขียนสรุปเน้ือหา
จากการอานงานประพันธแบบตาง ๆ หรือการฟงขาวสาร เรื่องราวตาง ๆ อีกทั้งใหผูเรียนฝกเขียน วิเคราะห
แสดงความคิดเหน็ และความรสู ึกในเชงิ สรา งสรรค
เพือ่ ใหมคี วามใฝเ รยี นรูเพ่มิ พูนทักษะการเขียนในรปู แบบตาง ๆ สามารถเขยี นแสดงความตอ งการ ความคิด
และความรูสกึ ไดถ ูกตองตามมารยาทและธรรมเนียม และมคี วามรับผดิ ชอบตอเร่อื งทีเ่ ขยี น
ผลการเรียนรู
๑. เขยี นหนงั สอื ไดถกู ตอ งตามหลักการเขียนอักขระของไทย
2. บอกหลกั เกณฑแ ละทักษะการเขียนได
3. เรียบเรยี งประโยคไดสละสลวยและถกู ตอ งตามหลกั ภาษา
4. สามารถถายทอดความรู ความคดิ อารมณ ความรูสึกผา นงานเขยี นได
รวมทัง้ หมด 4 ผลการเรียนรู
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ 37
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย รายวชิ าเพิ่มเติม
รหสั วิชา ท ๒02๐5 ประวัติวรรณคดี 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1-3
เวลา 20 ชั่วโมง (1 ช่วั โมง/สัปดาห) จำนวน 0.5 หนว ยกิต
ศึกษา คนควา สรปุ เนอ้ื หา ความหมาย ความสำคัญ ประเภท ลักษณะ และภูมหิ ลงั ของวรรณคดี สมัย
สุโขทัย วรรณคดีสมัยอยธุ ยาตอนตน วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนกลาง และวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนปลาย คุณคา
ของวรรณคดี กวีและผลงานในสมัยสโุ ขทัยจนถงึ อยธุ ยาตอนปลาย
โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล ใหเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยงกับลักษณะวรรณคดี
สมัยสโุ ขทัยและสมยั อยธุ ยา และเกิดความซาบซึ้ง ตระหนกั รักความเปน ไทย
เพื่อใหรูคุณคา มีความภาคภูมิใจในภูมิปญญาในภาษาอันเปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสืบทอดมา
แตบรรพบรุ ุษ ตลอดจนเปนพ้ืนฐานในการศกึ ษาตอในระดับชัน้ ท่สี งู ขน้ึ ตอไป
ผลการเรียนรู
1. อธิบายลกั ษณะ ภมู หิ ลัง รปู แบบของวรรณคดีสมัยสโุ ขทยั และสมยั อยุธยา
2. วเิ คราะหจำแนก และแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับลกั ษณะของวรรณคดีสมัยสโุ ขทยั และอยุธยา
3. วิเคราะหเ ชอ่ื มโยงวรรณคดกี ับการเรียนรทู างประวัตศิ าสตรและวิถชี ีวติ ของคนในอดีต
4. มสี วนรวมในการอนุรักษและเผยแพรวรรณคดไี ทยในสมัยสุโขทัยและสมัยอยธุ ยา
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ 38
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
รหัสวชิ า ท ๒02๐6 ประวตั ิวรรณคดี 2 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1-3
เวลา 20 ช่วั โมง (1 ช่วั โมง/สัปดาห) จำนวน 0.5 หนวยกิต
ศึกษา คนควา สรุปเนื้อหา ความหมาย ความสำคัญ ประเภท ลักษณะ และภูมิหลังของวรรณคดีไทย
สมัยธนบุรแี ละสมัยรัตนโกสนิ ทร โดยแบง การศึกษาออกเปนยุคตา ง ๆ ตามพฒั นาการของวรรณคดไี ทย ใน
สมัยสมัยธนบุรีและสมยั รัตนโกสินทรป ระกอบดวย วรรณคดีในยคุ ฟน ฟู (สมัยธนบรุ –ี สมยั รัตนโกสนิ ทร รัชกาล
ที่ 1) วรรณคดีในยุคทองของวรรณคดี (รัชกาลที่ 2-3) วรรณคดีในยุคแรกรับตะวันตก (รัชกาลที่ 4–5) และ
วรรณคดีในยคุ ปรับเปล่ียนสูสยามสมัยใหม (รชั กาลที่ 6-7) คุณคาของวรรณคดีกวีและผลงานสำคัญในสมัยธนบุรี
และสมัยรตั นโกสนิ ทร
โดยการเขียนหรือพูดอธิบาย วิเคราะหวิจารณเรื่องที่อานอยางมีเหตุผล และประเมินคาขอคิดจาก
วรรณคดีและวรรณกรรม แสดงความคิดเห็นอยา งสรางสรรควิเคราะหลกั ษณะเดนของวรรณคดีและ วรรณกรรม
เกีย่ วกบั เหตุการณป ระวตั ิศาสตรแ ละวถิ ีชีวติ ของสงั คมในอดีต และประเมินคา วรรณคดแี ละ วรรณกรรมไทยอยาง
เหน็ คุณคา และนำมาประยุกตใ ชในชีวิตจริง รักษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ขิ องชาติ
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกี่ยวกับลักษณะวรรณคดีสมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร เปนพื้นฐาน
ในการศึกษาตอในระดับชั้นที่สูงขึ้น เกิดความซาบซึ้ง ตระหนักรักความเปนไทย รูคุณคา มีความภาคภูมิใจ
ในภูมปิ ญญาของภาษาไทย อนั เปน มรดกทางวัฒนธรรมของชาตทิ ่ีสบื ทอดมาแตบ รรพบุรุษ
ผลการเรียนรู
1. อธิบายลักษณะ ภมู ิหลงั รปู แบบของวรรณคดสี มยั ธนบุรีและสมยั รตั นโกสินทร
2. วิเคราะหจำแนก และแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับลกั ษณะวรรณคดีสมัยธนบรุ แี ละสมยั รตั นโกสินทร
3. วเิ คราะหเชอื่ มโยงวรรณคดีกบั การเรยี นรูท างประวตั ศิ าสตรแ ละวิถีชีวติ ของคนไทยในอดตี
4. มีสวนรว มในการอนุรกั ษแ ละเผยแพรว รรณคดีไทยในสมยั ธนบรุ แี ละสมัยรัตนโกสินทร
รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู
39
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู กลุม สาระการเรียนรูคณิตศาสตร
สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน
ผลท่ีเกดิ ขน้ึ จากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนินการ และนำไปใช
มาตรฐาน ค 1.2 เขาใจและวิเคราะหแ บบรปู ความสมั พนั ธ ฟงกชัน ลำดับและอนุกรม และนำไปใช
มาตรฐาน ค 1.3 ใชน ิพจน สมการ และอสมการ อธบิ ายความสัมพันธห รอื ชว ยแกปญหาท่กี ำหนดให
สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เขาใจพนื้ ฐานเก่ยี วกบั การวดั วัดและคำดคะเนขนาดของสง่ิ ท่ตี องการวดั และนำไปใช
มาตรฐาน ค 2.2 เขา ใจและวิเคราะหรปู เรขาคณิต สมบัตขิ องรูปเรขาคณิต ความสมั พนั ธระหวาง
รปู เรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช
สาระที่ 3 สถิตแิ ละความนาจะเปน
มาตรฐาน ค 3.1 เขาใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค วามรทู างสถิตใิ นการแกป ญ หา
มาตรฐาน ค 3.2 เขาใจหลักการนับเบื้องตน ความนา จะเปน และนำไปใช
40
รายวิชากลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
รายวชิ าพ้นื ฐาน ระดบั ชนั้ ประถมศึกษา ป.1-6 จำนวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร ๑ จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๒ จำนวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร ๓ จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร ๔ จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร ๕ จำนวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร ๖ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
รายวิชาพ้นื ฐาน ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษา ม.1-3 จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ค ๒๑๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ค ๒๑๑๐๒ คณติ ศาสตร ๒ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
ค ๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๓ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ค ๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร ๔ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ค ๒๓๑๐๑ คณติ ศาสตร ๕ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ค ๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร ๖ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ระดบั ชั้นมัธยมศึกษา ม.1-3 จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ค ๒๑๒๐๑ เสรมิ ทักษะคณิตศาสตรเพมิ่ ๑ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ค ๒๑๒๐๒ เสริมทักษะคณติ ศาสตรเพ่มิ ๒
ค ๒๒๒๐๑ เสริมทักษะคณติ ศาสตรเพม่ิ ๓
ค ๒๒๒๐๒ เสรมิ ทักษะคณติ ศาสตรเพ่ิม ๔
ค ๒๓๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะคณิตศาสตรเพ่มิ ๕
ค ๒๓๒๐๒ เสรมิ ทักษะคณิตศาสตรเพิ่ม ๖
41
คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร รายวิชาพน้ื ฐาน
รหัสวชิ า ค 11101 คณิตศาสตร 1 ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 1
เวลาเรียน 200 ชัว่ โมง (5 ชว่ั โมง/สัปดาห) จำนวน 5.0 หนวยกิต
ศึกษา คนควา ฝก ทักษะ/กระบวนการเก่ียวกบั เรื่องตอ ไปนี้
จำนวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 การนับทีละ 1 และทีละ 10 การอานและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตัวเลขไทยแสดงจำนวน การแสดงจำนวนนับไมเกิน 20 ในรูปความสัมพันธของจำนวนแบบสวนยอยสวนรวม
(part - whole relationship) การบอกอันดับที่ หลัก คาของเลขโดดในแตละหลักและการเขียนตัวเลขแสดง
จำนวนในรูปกระจาย การเปรยี บเทียบจำนวนและการใช เคร่อื งหมาย = ≠ > < การเรียงลำดบั จำนวน
การบวก การลบ จำนวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ
การหาผลบวก การหาผลลบและความสัมพันธข องการบวกและการลบ การแกโจทยป ญหาการบวก โจทยปญหา
การลบ และการสรา งโจทยปญหาพรอมทงั้ หาคำตอบ
แบบรูป แบบรูปของจำนวนทีเ่ พิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ 1 และทีละ 10 แบบรูปซ้ำของจำนวน รูปเรขาคณิต
และรูปอื่น ๆ
ความยาว การวัดความยาวโดยใชหนวยท่ไี มใช หนวยมาตรฐาน การวัดความยาวเปนเซนตเิ มตร เปนเมตร
การเปรียบเทียบความยาวเปนเซนติเมตร เปนเมตร การแกโจทยปญหาการบวก การลบเกี่ยวกับ ความยาวที่มี
หนวยเปน เซนตเิ มตร เปนเมตร
น้ำหนัก การวัดน้ำหนักโดยใชหนวยที่ไมใชหนวย มาตรฐาน การวัดน้ำหนักเปนกิโลกรัม เปนขีด
การเปรียบเทียบน้ำหนักเปนกิโลกรัม เปนขีด การแกโจทยปญหาการบวก การลบเกี่ยวกับ น้ำหนักที่มีหนวย
เปนกโิ ลกรมั เปนขดี
รูปเรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสามมิติ ลักษณะของทรงลี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก
กรวย ลกั ษณะของรปู สามเหลี่ยม รปู สเ่ี หลยี่ ม วงกลม และวงรี
การนำเสนอขอมูล การอานแผนภมู ิรปู ภาพ
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและสมรรถนะสำคัญในการแกปญหาตาง ๆ ไดอยาง
เหมาะสม โดยใชความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถในการ
แกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเทคโนโลยี มีวินัย มีความใฝเรียนรู
มคี วามมุงม่นั ในการทำงาน และมจี ิตสาธารณะตามคุณลักษณะอันพงึ ประสงคท่ีดี รวมท้ังเห็นคุณคาและมีเจตคติ
ทด่ี ตี อคณิตศาสตร
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ค 1.2 ป.1/1
ค 2.1 ป.1/1, ป.1/2
ค 2.2 ป.1/1
ค 3.1 ป.1/1
รวม 10 ตัวช้วี ัด
42
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร รายวชิ าพน้ื ฐาน
รหัสวิชา ค 1๒101 คณติ ศาสตร 2 ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๒
เวลาเรยี น 200 ช่ัวโมง (5 ชวั่ โมง/สปั ดาห) จำนวน 5.0 หนวยกิต
ศกึ ษา คน ควา ฝกทักษะ/กระบวนการเก่ียวกับเรือ่ งตอ ไปนี้
จำนวนนบั ไมเ กนิ 1,000 และ 0 การนบั ทีละ 2 ทลี ะ 4 ทีละ 10 และทลี ะ 100 การอานและการเขียน
ตวั เลขฮินดอู ารบิก ตัวเลขไทย และตวั หนังสอื แสดงจำนวน จำนวนคู จำนวนคี่ หลัก คา ของเลขโดดในแตละหลัก
และ การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย การเปรียบเทยี บและเรียงลำดับจำนวน
การบวก การลบ การคูณ การหาร จำนวนนับไมเกิน 1,000 และ 0 การบวกและการลบ ความหมาย
ของการคูณ ความหมายของ การหาร การหาผลคูณ การหาผลหาร และเศษ และความสัมพันธของการคณู และ
การหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การแกแ ละการสรางโจทยป ญหา พรอ มทง้ั หาคำตอบ
แบบรูป แบบรูปของจำนวนทเี่ พิ่มขึน้ หรอื ลดลง ทีละ 2 ทลี ะ 5 และทีละ 100 แบบรูปซ้ำ
เวลา การบอกเวลาเปนนาิกาและนาที (ชวง 5 นาที) การบอกระยะเวลาเปนชั่วโมง เปนนาที
การเปรยี บเทียบระยะเวลาเปนชัว่ โมง เปน นาที การอา นปฏิทนิ การแกโจทยป ญ หาเกี่ยวกับเวลา
ความยาว การวัดความยาวเปนเมตรและเซนติเมตร การคำดคะเนความยาวเปนเมตร การเปรียบเทียบ
ความยาวโดยใช ความสัมพันธระหวางเมตรกับเซนติเมตร การแกโจทยปญหาเกี่ยวกับความยาว ที่มีหนวยเปน
เมตรและเซนติเมตร
น้ำหนัก การวัดน้ำหนักเปนกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด การคำดคะเนน้ำหนักเปนกิโลกรัม
การเปรียบเทียบน้ำหนกั โดยใชค วามสัมพันธ ระหวา งกิโลกรมั กบั กรัม กโิ ลกรมั กบั ขดี การแกโจทยปญหาเก่ียวกับ
น้ำหนักท่ีมี หนว ยเปนกโิ ลกรมั และกรมั กิโลกรมั และขีด
ปริมาตรและความจุ การวัดปริมาตรและความจุโดยใชห นวย ที่ไมใชหนว ยมาตรฐาน การวัดปริมาตรและ
ความจุเปนชอนซา ชอนโตะ ถวยตวง ลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเปน ชอนซา ชอนโตะ ถวยตวง
ลติ ร การแกโ จทยปญหาเกี่ยวกับปริมาตรและ ความจุ ทมี่ หี นว ยเปน ชอนซา ชอนโตะ ถวยตวง ลิตร
รปู เรขาคณิตสองมติ ิ ลกั ษณะของรูปหลายเหลยี่ ม วงกลม และวงรี และการเขียนรปู เรขาคณติ สองมิติ
โดยใชแบบของรปู
การนำเสนอขอมลู การอา นแผนภมู ริ ปู ภาพ
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและสมรรถนะสำคัญในการแกปญหาตาง ๆ ไดอยาง
เหมาะสม โดยใชความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถในการ
แกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเทคโนโลยี มีวินัย มีความใฝเรียนรู
มคี วามมงุ ม่นั ในการทำงาน และมีจติ สาธารณะตามคุณลกั ษณะอันพึงประสงคที่ดี รวมทัง้ เห็นคุณคาและมีเจตคติ
ทีด่ ีตอ คณิตศาสตร
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ค 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ค 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6
ค 2.2 ป.2/1
ค 3.1 ป.2/1
รวม 16 ตวั ชีว้ ัด
43
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร รายวิชาพืน้ ฐาน
รหสั วิชา ค 1๓101 คณติ ศาสตร 3 ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
เวลาเรียน 200 ชวั่ โมง (5 ชั่วโมง/สัปดาห) จำนวน 5.0 หนว ยกิต
ศึกษา คน ควา ฝก ทกั ษะ/กระบวนการเกีย่ วกบั เร่ืองตอไปนี้
จำนวนนับไมเกิน 100,000 และ 0 การอาน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือ
แสดงจำนวน หลัก คาของเลขโดดในแตละหลักและการเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบ
และเรียงลำตับจำนวน
เศษสว น เศษสวนทต่ี ัวเศษนอ ยกวา หรอื เทากบั ตวั สว น การเปรยี บเทียบและเรียงลำดบั เศษสวน
การบวก การลบ การคูณ การหารจำนวนนับ ไมเกน 100,000 และ 0 การบวกและการลบ การคูณ
การหารยาวและการหารสนั้ การบวก ลบ คณู หารระคน การแกโจทยปญ หาและการสราง โจทยปญหา พรอมทั้ง
หาคำตอบ
การบวก การลบเศษสวน การบวกและการลบเศษสวน การแกโจทยปญหาการบวกและ โจทยปญหา
การลบเศษสวน
แบบรูป แบบรปู ของจำนวนที่เพ่ิมขนึ้ หรอื ลดลงทลี ะเทา ๆ กนั
เงิน การบอกจำนวนเงินและเขียนแสดง จำนวนเงิน แบบใชจ ดุ การเปรียบเทียบจำนวนเงนิ และการแลกเงิน
การอา นและเขยี นบนั ทึกรายรับ รายจาย การแกโจทยป ญ หาเกยี่ วกับเงิน
เวลา การบอกเวลาเปนนาิกาและนาที การเขียนบอกเวลาโดยใชมหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) และการ
อาน การบอกระยะเวลาเปนชั่วโมงและนาที การเปรียบเทยี บระยะเวลาโดยใชค วามสมั พันธร ะหวา งช่วั โมงกับนาที
การอา นและการเขียนบันทกึ กิจกรรม ทีร่ ะบเุ วลา การแกโ จทยปญหาเก่ียวกบั เวลาและ ระยะเวลา
ความยาว การวัดความยาวเปน เซนติเมตรและ มิลลเิ มตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตรการเลือก
เครื่องวัดความยาวที่เหมาะสม การคำดคะเนความยาวเปนเมตรและเปน เซนติเมตร การเปรียบเทียบความยาว
โดยใช ความสมั พันธร ะหวา งหนวยความยาว การแกโ จทยป ญ หาเกี่ยวกับความยาว
น้ำหนัก การเลือกเครื่องชั่งที่เหมาะสม การคำดคะเนน้ำหนักเปนกิโลกรัมและเปนขีด การเปรียบเทียบ
นำ้ หนักโดยใชค วามสมั พันธ ระหวางกโิ ลกรัมกับกรมั เมตริกตนั กบั กโิ ลกรัม การแกโจทยป ญหาเก่ียวกบั นำ้ หนัก
ปริมาตรและความจุ การวัดปริมาตรและความจุเปนลิตร และมิลลิลิตร การเลือกเครื่องตวงที่เหมาะสม
การคำดคะเนปรมิ าตรและความจุเปนลิตร การเปรยี บเทยี บปริมาตรและความจุ โดยใชค วามสมั พนั ธร ะหวางลิตร
กบั มิลลลิ ิตร ชอนซา ชอ นโตะ ถวยตวงกบั มิลลลิ ติ ร การแกโ จทยป ญ หาเกี่ยวกับปรมิ าตรและ ความจทุ ีม่ หิ นวยเปน
ลติ รและมิลลิลติ ร
รูปเรขาคณิตสองมิติ รปู ทมี่ ีแกนสมมาตร
การเก็บรวบรวมขอ มูลและการนำเสนอขอ มูล การเก็บรวบรวมขอมูลและจำแนกขอมูล การอา นและการ
เขียนแผนภูมริ ูปภาพ การอา นและการเขยี นตารางทางเดียว (one - way table)
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและสมรรถนะสำคัญในการแกปญหาตาง ๆ ไดอยาง
เหมาะสม โดยใชความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถในการ
แกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเทคโนโลยี มีวินัย มีความใฝเรียนรู
มคี วามมุง มน่ั ในการทำงาน และมีจติ สาธารณะตามคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคที่ดี รวมท้ังเห็นคุณคาและมีเจตคติ
ทดี่ ีตอคณิตศาสตร
44
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10 , ป.3/11
ค 1.2 ป.3/1 ค 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10,
ป.3/11, ป.3/12, ป.3/13
ค 2.2 ป.3/1 ค 3.1 ป.3/1, ป.3/2
รวม 28 ตวั ชีว้ ัด
45
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูค ณิตศาสตร รายวชิ าพืน้ ฐาน
รหัสวิชา ค 14101 คณิตศาสตร 4 ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 4
เวลาเรียน 160 ชัว่ โมง (4 ชั่วโมง/สัปดาห) จำนวน 4.0 หนว ยกิต
ศึกษา คนควา ฝก ทักษะ/กระบวนการเกี่ยวกบั เรอ่ื งตอ ไปน้ี
จำนวนนับทมี่ ากกวา 100,000 และ 0 การอา น การเขยี นตวั เลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย และตวั หนังสือ
แสดงจำนวน หลัก คาประจำหลักและคาของเลขโดด ในแตละหลัก และการเขียนตัวเลข แสดงจำนวนในรูป
กระจาย การเปรียบเทยี บและเรยี งลำตับจำนวน คา ประมาณของจำนวนนับและการใช เครื่องหมาย ≈
เศษสวน เศษสวนแท เศษเกิน จำนวนคละ ความสัมพันธระหวางจำนวนคละและเศษเกิน เศษสวนท่ี
เทา กนั เศษสว นอยา งต่ำ และเศษสว นทีเ่ ทา กับจำนวนนับ การเปรียบเทยี บ เรยี งลำดับเศษสว น และจำนวนคละ
ทศนิยม การอา นและการเขียนทศนยิ มไมเ กิน 3 ตำแหนง ตามปรมิ าณทกี่ ำหนด หลกั คา ประจำหลัก
คาของเลขโดดในแตล ะหลักของทศนิยม และการเขยี น ตวั เลข แสดงทศนยิ มในรปู กระจาย ทศนิยมท่ีเทากนั
การเปรยี บเทยี บและเรียงลำตับทศนยิ ม
การบวก การลบ การคณู การหารจำนวนนบั ที่มากกวา 100,000 และ 0 การประมาณผลลพั ธของการ
บวก การลบ การคูณ การหาร การบวกและการลบ การคณู และการหาร การบวก ลบ คณู หารระคน การแกโจทย
ปญหาและการสรา งโจทยปญหา พรอมท้งั หาคำตอบ
การบวก การลบเศษสว น การบวก การลบเศษสวนและจำนวนคละ การแกโจทยป ญ หาการบวกและโจทย
ปญหาการลบเศษสวนและจำนวนคละ
การบวก การลบทศนิยม การบวก การลบทศนิยม การแกโจทยป ญหาการบวก การลบ ทศนิยมไมเกิน 2
ข้นั ตอน
แบบรูป แบบรปู ของจำนวนที่เกิดจากการคูณ การหารดวยจำนวนเดียวกัน
เวลา การบอกระยะเวลาเปนวินาที นาที ชั่วโมง วัน สัปดาห เดือน ป การเปรียบเทียบระยะเวลา โดยใช
ความสัมพันธร ะหวางหนวยเวลา การอานตารางเวลา การแกโ จทยป ญ หาเกย่ี วกบั เวลา
การวัดและสรางมมุ การวดั ขนาดของมมุ โดยใชโพรแทรกเตอร การสรา งมมุ เมอ่ื กำหนดขนาดของมุม
รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูปลี่เหลี่ยมมุมฉาก พื้นที่ของรูปลี่เหลี่ยมมุมฉาก การแกโจทย
ปญหาเกี่ยวกับความยาว รอบรปู และพ้ืนทีข่ องรปู ลี่เหลีย่ มมุมฉาก
รปู เรขาคณิต ระนาบ จดุ เสนตรง รงั สี สวนของเสน ตรง และสญั ลักษณแสดงเสนตรง รงั สี สว นของเสนตรง
มุม สว นประกอบของมุม การเรยี กซื่อมมุ สญั ลักษณแ สดงมุม ชนิดของมุม ชนิดและสมบัตขิ องรูปล่เี หลี่ยมมุมฉาก
การสรา งรูปล่เี หลีย่ มมุมฉาก
การนำเสนอขอมลู การอา นและการเขยี นแผนภูมแิ ทง (ไมรวมการยนระยะ) การอานตารางสองทาง
(two - way table)
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและสมรรถนะสำคัญในการแกปญหาตาง ๆ ไดอยาง
เหมาะสม โดยใชความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถในการ
แกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเทคโนโลยี มีวินัย มีความใฝเรียนรู
มคี วามมุงมัน่ ในการทำงาน และมจี ิตสาธารณะตามคุณลักษณะอันพึงประสงคที่ดี รวมทัง้ เห็นคุณคาและมีเจตคติ
ทด่ี ตี อคณติ ศาสตร