The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา รร.บ้านบางลาด ปรับปรุง ปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by somchaithumariya, 2021-10-19 12:47:37

หลักสูตรสถานศึกษา รร.บ้านบางลาด

หลักสูตรสถานศึกษา รร.บ้านบางลาด ปรับปรุง ปีการศึกษา 2564

Keywords: หลักสูตรสถานศึกษา รร.บ้านบางลาด ปรับปรุง ปีการศึกษา 2564

หลกั สูตรโรงเรียนบา นบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต ๑
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

ประกาศโรงเรยี นบานบางลาด
เรอ่ื ง ใหใ ชห ลักสูตรสถานศึกษาขนั้ พืน้ ฐานโรงเรียนบา นบางลาด พทุ ธศกั ราช 2564

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
------------------------

ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ. 1239/2560 เรื่อง ใหใชมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตรในกลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
สง่ั ณ วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ประกอบคำสง่ั สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน ที่ 30/2561
เรื่อง ใหเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตรและ วิทยาศาสตร
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สั่ง ณ วันท่ี 5
มกราคม พ.ศ. 2561 ประกอบคำส่งั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ที่ 921/2561 เรือ่ ง ยกเลิก
มาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี และ สาระท่ี 3 เทคโนโลยี สารสนเทศ
และการส่อื สาร ในกลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 และเปลี่ยนชื่อกลุมสาระการเรียนรู สั่ง ณ วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 และ คำส่ัง
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 922/2561 เรื่อง การปรับปรุงโครงสรางเวลาเรียน
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 สง่ั ณ วนั ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 นัน้

โรงเรียนบานบางลาด อาศัยอำนาจตามความในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 กำหนดใหสถานศึกษามีหนาที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช
หลักสูตร การเพิ่มพูนคณุ ภาพหลกั สูตรดวยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร จัดทำระเบียบ
การวัด และประเมินผล โดยพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาใหสอดคลองกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน
สภาพปญหาในชุมชนและสังคม และความตองการของผูเรียน โดยทุกภาคสวนเขามามีสวนรวมในการพัฒนา
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนจึงไดพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนบานบางลาด พุทธศักราช 2564 ตามคำส่ัง
กระทรวงศึกษาธกิ ารและคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐานเปนท่ีเรยี บรอยแลว

ทั้งน้ี หลักสูตรโรงเรียนไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันท่ี 25
มีนาคม พ.ศ. 2564 จึงประกาศใหใ ชห ลกั สูตรโรงเรยี น ต้ังแตบัดนีเ้ ปน ตน ไป

ประกาศ ณ วนั ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2564

(นายวรี ะ หอมรื่น) (นายทัยวนั ใจกองคำ)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน ผอู ำนวยการโรงเรยี นบานบางลาด

โรงเรียนบา นบางลาด

คำนำ

กระทรวงศึกษาธิการไดประกาศใชมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
วิทยาศาสตร และสาระภมู ิศาสตรใ นกลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ตามคำสัง่ กระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวนั ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคำสง่ั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑
ลงวันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ใหเปลีย่ นแปลงมาตรฐานการเรยี นรูแ ละตวั ชี้วัด กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตรและ
วทิ ยาศาสตร (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคำส่งั ใหโรงเรยี นดำเนนิ การใชหลักสตู รในปก ารศึกษา ๒๕๖๑ โดย
ใหใชในช้นั ประถมศึกษาปที่ ๑ และ ๔ ตง้ั แตปก ารศกึ ษา ๒๕๖๑ เปนตนมา ใหเ ปน หลกั สูตรแกนกลางของประเทศ
โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรูเปนเปาหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผูเรียนมี
พัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มคี ณุ ภาพและมที กั ษะการเรียนรูในศตวรรษที่ ๒๑ เพอ่ื ใหสอดคลองกับนโยบายและ
เปาหมายของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน

โรงเรียนบานบางลาด จึงไดปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนบานบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาช้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ในกลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิทยาศาสตร และสาระ
ภูมิศาสตรใ นกลุม สาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อนำไปใชป ระโยชนแ ละเปนกรอบในการ
วางแผนและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเปาหมายในการพัฒนาคุณภาพ
ผูเรียน ใหมีกระบวนการนำหลักสูตรไปสูการปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของ
ผเู รียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค มาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ช้วี ัด โครงสรา งเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑการวัด
ประเมนิ ผลใหมีความสอดคลอ งกบั มาตรฐานการเรียนรู เปด โอกาสใหโรงเรยี นสามารถกำหนดทิศทางในการจัดทำ
หลักสูตรการเรยี นการสอนในแตละระดับตามความพรอ มและจุดเนน โดยมีกรอบแกนกลางเปน แนวทางท่ีชัดเจน
เพื่อตอบสนองนโยบายไทยแลนด ๔.๐ มคี วามพรอมในการกา วสสู ังคมคุณภาพ มคี วามรอู ยางแทจรงิ และมที ักษะ
ในศตวรรษที่ ๒๑

มาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดที่กำหนดไวในเอกสารนี้ ชวยทำใหหนวยงานที่เกี่ยวของ ในทุกระดบั
เหน็ ผลคาดหวงั ท่ตี องการในการพฒั นาการเรยี นรูของผูเรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซ่งึ จะสามารถชวยใหหนวยงานที่
เกี่ยวของในระดับทองถิ่นและสถานศึกษารว มกันพัฒนาหลักสูตรไดอ ยางมั่นใจ ทำใหการจดั ทำหลกั สตู รในระดับ
สถานศึกษามีคุณภาพและมีความเปนเอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังชว ยใหเกิดความชดั เจนเร่ืองการวัดและประเมินผล
การเรียนรู และชวยแกปญหาการเทียบโอนระหวางสถานศึกษา ดังนั้นในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตั้งแต
ระดับชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะตองสะทอนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดที่กำหนดไวใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน รวมทั้งเปน กรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรปู แบบ และครอบคลมุ
ผูเรยี นทุกกลุมเปา หมายในระดบั การศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน

การจัดหลกั สตู รการศกึ ษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสำเร็จตามเปาหมายที่คาดหวงั ได ทกุ ฝา ยทเ่ี กี่ยวของ
ทัง้ ระดับชาติ ชมุ ชน ครอบครัว และบุคคลตอ งรว มรับผิดชอบ โดยรวมกนั ทำงานอยางเปน ระบบ และตอ เน่ือง ใน
การวางแผน ดำเนินการ สงเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแกไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู
คุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรทู ี่กำหนดไว

(นายทับวนั ใจกองคำ)
ผูอำนวยการโรงเรยี นบา นบางลาด

สารบัญ หนา

เร่ือง 1
ความนำ 1
วิสัยทศั นโรงเรียน 1
หลกั การ 2
จุดมงุ หมาย ๓
สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น 4
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค 5
มาตรฐานการเรียนรู 6
สาระการเรียนรู 7
ความสัมพนั ธข องการพัฒนาคณุ ภาพผเู รยี นตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน 8
โครงสรา งเวลาเรียน 14
โครงสรางหลักสตู รชั้นประถมศึกษาปที่ ๑-๖ 17
โครงสรางหลักสูตรชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ ๑-๓ 18
สาระและมาตรฐานการเรียนรแู ละคำอธบิ ายรายวิชา 39
62
กลุม สาระการเรียนรูภ าษาไทย ๘9
กลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร ๑31
กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑57
กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๑77
ลุม สาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา ๒๐2
กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ ๒๒2
กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี ๒45
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ 253
กิจกรรมพฒั นาผูเ รยี น
เกณฑการวดั และประเมินผลการเรียน
ภาคผนวก



ความนำ

จากการทบทวนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นำไปสูการพัฒนา
มาตรฐานการเรียนรูแ ละตวั ชี้วดั กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภมู ิศาสตร ในกลมุ สาระ
การเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ( ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560 ) ท่ีมคี วามเหมาะสม สอดคลอ งกับการ
เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดลอม และความรูทางวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี
ที่เจริญกาวหนา อยางรวดเร็ว เปนการพฒั นาสงเสริมศักยภาพคนของชาตใิ หส ามารถเพ่ิมขีดความสามารถในการ
แขงขันของประเทศ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูใหมีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล
สอดคลองกับประเทศไทย 4.0 ในศตวรรษท่ี 21 และทัดเทียมกับนานาชาติผูเรียนมีศักยภาพในการแขงขัน
และดำรงชีวิตอยา งสรา งสรรคในประชาคมโลก ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนจึงพฒั นาหลกั สูตร
สถานศกึ ษา ดว ยการวางแผนและการดำเนินการใชหลักสตู ร การเพมิ่ พนู คุณภาพหลักสตู รดว ยการวิจยั และพฒั นา
การปรบั ปรงุ และพฒั นาหลักสูตรจัดทำระเบียบการวดั และ ประเมนิ ผล สอดคลองกบั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ขนั้ พืน้ ฐาน สภาพปญหาในชุมชนและสังคม และความตองการของผูเ รยี น โดยทกุ ภาคสวน

โรงเรียนบา นบางลาด ไดด ำเนินการประเมนิ ผลใชห ลักสูตรสถานศึกษา เปน ระยะอยา งตอ เน่ือง และนำ
มาตรฐานการเรียนรูและตัวชว้ี ดั กลุม สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร และสาระภมู ศิ าสตร ในกลมุ สาระ
การเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ( ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560 ) มาตรฐานการเรียนรแู ละตัวชี้วัดของ
รายวิชาอน่ื จากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 มาใชเปนกรอบในการจดั ทำหลักสูตร
โรงเรียนบานบางลาด พุทธศักราช 2564 ทั้งการกำหนดวิสัยทัศน สมรรถนะสำคัญของผูเรียนและคุณลักษณะ
อันพึงประสงค เนนใหนักเรียนโรงเรียนบานบางลาด เปนผูประพฤติดี เปนผูเจริญ สมดังปรัชญาของโรงเรียน
รวมทั้งมีทักษะที่จำเปนในการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรูเพื่อพัฒนาตนเอง
อยางตอเนื่องและตลอดชีวิต ซึ่งเปนทิศทางหลักในการจัดโครงสรางเวลาเรียน และคำอธิบายรายวิชา โดยมี
ผูที่เกี่ยวของทุกฝุายรวมกันพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนบานบางลาด ทำใหหลักสูตรสถานศึกษามีคุณภาพ รวมท้ัง
มีกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาเพิ่มเติมตามความตองการของทองถิ่น ครอบคลุมสมรรถนะและคุณลักษณะ
อนั พึงประสงค ของผเู รยี นทุกกลุมเปาู หมาย

ทั้งนี้ การจัดหลักสูตรโรงเรียนบานบางลาด จะประสบความสำเร็จตามเปาหมายท่ีคำดหวังไดทุกฝา ย
ที่เกี่ยวของตองรับผิดชอบ โดยรวมกันทำงานอยางเปนระบบและตอเนื่อง ในการวางแผน ดำเนินการสนับสนุน
ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแกไข เพอ่ื พฒั นานักเรียนโรงเรียนบา นบางลาด ใหมคี ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรู
และผลการเรยี นรทู ี่กำหนดไว

1

วสิ ยั ทัศน
จัดการศึกษาทุกชว งวัย ใสใ จคุณธรรม นอมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง คูเคียงอาเซียน เรยี นรูสสู ากล

หลกั การ
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน มีหลกั การท่ีสำคญั ดงั น้ี
1. เปน หลกั สูตรการศกึ ษาเพ่ือความเปน เอกภาพของชาติ มจี ดุ หมายและมาตรฐานการเรยี นรเู ปนเปาหมาย

สำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน ใหมีความรู ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเปนไทยควบคู
กับความเปนสากล

2. เปนหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสไดรับการศึกษาอยางเสมอภาค
และมีคุณภาพ

3. เปนหลักสูตรการศึกษาทีส่ นองการกระจายอำนาจ ใหสังคมมสี วนรวมในการจดั การศึกษาใหส อดคลอง
กบั สภาพและความตอ งการของทองถ่ิน

4. เปนหลักสตู รการศกึ ษาทม่ี ีโครงสรา งยืดหยุนทงั้ ดา นสาระการเรียนรู เวลาและการจัดการเรยี นรู
5. เปนหลกั สูตรการศกึ ษาท่ีเนนผเู รยี นเปน สำคัญ
6. เปนหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุกกลุม
เปาหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรูและประสบการณ

จุดมงุ หมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีปญญา มีความสุข มีศักยภาพ

ในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเปนจุดหมายเพื่อใหเกิดกับผูเรียน เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ดังนี้

1. มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคานิยมทพ่ี งึ ประสงค เหน็ คณุ คา ของตนเอง มวี นิ ัยและปฏิบตั ิตนตามหลักธรรม
ของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาทตี่ นนับถือ ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

2. มคี วามรู ความสามารถในการส่อื สาร การคิด การแกป ญหา การใชเทคโนโลยี และมีทักษะชวี ิต
3. มีสุขภาพกายและสขุ ภาพจิตทีด่ ี มีสขุ นิสยั และรกั การออกกำลังกาย
4. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเปนพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ การปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยทรงเปน ประมขุ
5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การอนุรักษและพัฒนาสิ่งแวดลอม
มีจิตสาธารณะทีม่ ุงทำประโยชนแ ละสรา งส่งิ ท่ดี งี ามในสงั คม และอยูรว มกันในสงั คมอยา งมคี วามสขุ

2

สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น

โรงเรียนบานบางลาด มุงพัฒนาผูเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานมุงเนนพัฒนาผูเรียน
ใหม ีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซ่งึ จะชวยใหผูเรยี นเกดิ สมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดงั น้ี

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เปนความสามารถในการรับและสงสาร มีวัฒนธรรมในการใชภาษา
ถายทอดความคิด ความรูความเขาใจ ความรูสึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารและ
ประสบการณอันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไมรับขอมูลขาวสารดวยหลัก
เหตผุ ลและความถูกตอ ง ตลอดจนการเลือกใชวธิ ีการส่อื สาร ท่ีมีประสิทธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบที่มีตอตนเอง
และสังคม

๒. ความสามารถในการคิด เปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิด
อยางสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดเปนระบบ เพื่อนำไปสูการสรางองคความรู
หรือสารสนเทศเพ่อื การตดั สินใจเก่ยี วกับตนเองและสงั คมไดอยา งเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการแกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ที่เผชิญได
อยางถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสัมพันธ
และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณต าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ประยกุ ตความรมู าใชใ นการปอ งกนั และแกไข
ปญ หา และมกี าตดั สินใจทมี่ ีประสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบท่ีเกดิ ข้ึนตอตนเอง สงั คมและสิง่ แวดลอม

๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถในการนำกระบวนการตาง ๆ ไปใชในการดำเนิน
ชวี ิตประจำวนั การเรียนรูด ว ยตนเอง การเรยี นรูอยา งตอ เนือ่ ง การทำงานและการอยรู วมกนั ในสังคมดว ยการสราง
เสริมความสัมพันธอันดีระหวางบุคคล การจัดการปญหาและความขดั แยง ตาง ๆ อยางเหมาะสม การปรับตัวใหทัน
กับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอม และการรูจักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมพ ึงประสงคที่สงผลกระทบ
ตอ ตนเองและผอู น่ื

๕. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปนความสามารถในการเลือก และใช เทคโนโลยีดานตาง ๆ และ
มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในดานการเรียนรู การสื่อสาร การทำงาน
การแกปญ หาอยา งสรางสรรค ถกู ตอ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

3

คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค

โรงเรียนบานบางลาด มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณลักษณะอันพึงประสงค เพื่อใหสามารถอยูรวมกับผูอื่น
ในสังคมไดอยางมีความสุข ในฐานะเปนพลเมืองไทย และพลโลก ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ดงั นี้

1. รักชาติ ศาสน กษัตริย หมายถงึ มีความภาคภมู ิใจในความเปน ไทย นยิ มไทย ปฏิบัตติ ามคำสั่งสอนของ
ศาสนา เคำรพเทิดทนู ศาสนา แสดงความจงรักภกั ดี เทิดทนู พระเกียรติและพระราชกรณียกจิ ของพระมหากษัตรยิ 

2. ซื่อสัตยสุจริต หมายถึง การประพฤติปฏิบัติอยางเหมาะสม และตรงตอความเปนจริงประพฤติปฏบิ ัติ
อยางตรงไปตรงมา ทั้งกาย วาจา ใจ ตอตนเองและผูอื่นรวมตลอดทั้งตอหนาที่การงานและคำมั่นสัญญา
ความประพฤติที่ตรงไปตรงมาและจริงใจในสิ่งที่ถูกที่ควร ถูกตองตามทำนองคลองธรรมรวมไปถึงการไมคิดคด
ทรยศ ไมค ดโกงและไมห ลอกลวง นอกจากน้ีแลว ความซอื่ สตั ยส ุจริตยังรวมไปถงึ การรกั ษาคำพูดหรือคำมั่นสัญญา
และการปฏบิ ัติหนาทกี่ ารงานของตนเองดวยความรับผิดชอบและดวยความซอ่ื สัตยไ มแสวงหาผลประโยชนใหแก
ตนเองและพวกพองดวยการใชอำนาจหนาที่โดยมิชอบซึ่งความซื่อสัตยสุจริตนี้จะดำเนินไปดวยความตั้งใจจริง
เพอื่ ทำหนาท่ขี องตนเองใหสำเร็จลลุ ว ง ดว ยความระมัดระวงั และเกดิ ผลดีตอตนเองและสงั คม

3. มีวินัย หมายถึง การควบคุมความประพฤติใหถูกตองและเหมาะสมกับจรรยามารยาท ขอบังคับ
ขอ ตกลง กฎหมายและศีลธรรมการรูจักควบคุมตนเองใหประพฤติปฏิบัติตามขอตกลง ขอบงั คบั ระเบยี บแบบแผน
และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามยอมนำมาซึ่งความสงบสุขในชีวิตของตนความเปนระเบียบเรียบรอยของ
สังคมและประเทศชาติ

4. ใฝเ รยี นรู หมายถึง การคนควา หาความรหู รือสิง่ ท่ีเปน ประโยชน เพ่อื พฒั นาตนเองอยเู สมอ
5. อยูอยางพอเพียง หมายถึง การมีความพอดีในการบริโภค ใชทรัพยากรและเวลาวางใหเปนประโยชน
คำนึงถึงฐานะและเศรษฐกิจ คิดกอนใชจายตามความเหมาะสมรูจักการเพิ่มพูนทรัพย ดวยการเก็บและนำไปใช
ใหเกดิ ประโยชนด ูแลรกั ษาบรู ณทรัพยของตนเอง มีการเกบ็ ออมเงนิ ไวต ามสมควร
6. มุงมั่นในการทำงาน หมายถึง การศึกษาเรียนรูเพื่อหาขอเท็จจริง ซึ่งอาจพัฒนาไปสูความจริงในส่ิง
ที่ตองการเรียนรู หรือตองการหาคำตอบเพื่อนำคำตอบที่ไดนั้นมาใชประโยชนในดานตาง ๆ เชน การยกระดับ
ความรูการนำไปประยกุ ตใชใ นชวี ติ ประจำวนั หรือนำมาสรปุ เปน ความจรงิ ได
7. รักความเปนไทย หมายถึง เขาใจ หวงแหนความเปนไทยซึ่งถือเปนตนทุนทางสังคมทำใหทุกศาสนา
สามารถอยูรวมกันไดอยา งสันติโดยตองมีการดำเนินชีวิตโดยกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริตเปนคุณลักษณะ
ท่เี กย่ี วของกับการเขาสงั คมและการมปี ฏสิ มั พนั ธกบั ผูอืน่ เชน ความมีกิริยามารยาท การปรบั ตัว ความตรงตอเวลา
ความสภุ าพ การมีสัมมาคำรวะ การพดู จาไพเราะ และออ นนอ มถอมตน
8. มีจิตสาธารณะ หมายถึง คุณลักษณะทางจิตใจของบคุ คลเก่ยี วกับการมองเห็นคุณคา หรอื การใหคุณคา
แกการมีปฏิสัมพันธทางสังคมและสิ่งตาง ๆ ที่เปนสิ่งสาธารณะทีไ่ มมีผูใดผูผูหน่ึงเปนเจาของ หรือเปนสิง่ ที่คนใน
สังคมเปนเจาของรวมกันเปนสิ่งที่สามารถสังเกตไดจากความรูสึกนึกคิด หรือการกระทำที่แสดงออกมา ไดแก
การหลีกเลี่ยงการใชหรือการกระทำที่จะทำใหเกิดความชำรุดเสียหายตอสวนรวมที่ใชประโยชนร วมกนั ของกลุม
การถือเปน หนาทท่ี จ่ี ะมีสวนรว มในการดแู ลรกั ษาของสวนรวมในวสิ ยั ทตี่ นสามารถทำได และการเคำรพสิทธใิ นการ
ใชข องสว นรวมท่ีเปนประโยชนรวมกันของกลุม

4

มาตรฐานการเรียนรู

การพัฒนาผูเรียนใหเกิดความสมดุล ตองคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปญญา หลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน จึงกำหนดใหผเู รยี นเรียนรู 8 กลมุ สาระการเรยี นรู ดังนี้

1. ภาษาไทย
2. คณติ ศาสตร
3. วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
4. สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
5. สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
6. ศลิ ปะ
7. การงานอาชีพ
8. ภาษาตา งประเทศ
ในแตละกลุมสาระการเรียนรูไดกำหนดมาตรฐานการเรียนรูเปนเปาหมายสำคัญของการพัฒนาคุณภาพ
ผูเรียน มาตรฐานการเรียนรูระบุสิ่งที่ผูเรียนพึงรู ปฏิบัติได มีคุณธรรมจริยธรรม และคานิยม ที่พึงประสงค
เมื่อจบการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน นอกจากน้นั มาตรฐานการเรียนรูยงั เปน กลไกสำคัญ ในการขบั เคลื่อนพฒั นาการศึกษา
ทั้งระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรูจะสะทอนใหทราบวาตองการอะไร จะสอนอยางไร และประเมินอยางไร
รวมทั้งเปนเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใชระบบการประเมินคุณภาพภายใน
และการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึงการทดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการทดสอบระดับชาติ
ระบบการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกลาวเปนสิ่งสำคัญที่ชวยสะทอนภาพการจัดการศึกษาวาสามารถ
พฒั นาผูเรยี นใหมคี ณุ ภาพ ตามท่ีมาตรฐานการเรยี นรกู ำหนดเพยี งใด

ตัวชี้วัด
ตัวชี้วัดระบุสิ่งที่ผูเรียนพึงรูและปฏิบัติได รวมทั้งคุณลักษณะของผูเรียนในแตละระดับชั้น ซึ่งสะทอนถึง

มาตรฐานการเรียนรู มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเปนรูปธรรม นำไปใช ในการกำหนดเนื้อหา จัดทำหนวย
การเรียนรู จัดการเรียนการสอน และเปนเกณฑสำคัญสำหรับการวัดประเมินผล เพื่อตรวจสอบคุณภาพผูเรียน
ตัวชี้วัดชนั้ ป จงึ เปนเปาหมายในการพัฒนาผูเ รียนแตล ะชั้นปใ นระดบั การศกึ ษาภาคบงั คบั

5

สาระการเรยี นรู

สาระการเรียนรู ประกอบดว ยองคค วามรู ทักษะหรอื กระบวนการเรยี นรู และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
ซึ่งกำหนดใหผูเรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพืน้ ฐานจำเปนตองเรียนรู โดยแบงเปน 8 กลุมสาระการเรียนรู
ดงั น้ี

ภาษาไทย : วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี : คณิตศาสตร :
ความรู ทักษะ และวฒั นธรรมการใช การนำความรูและกระบวนการ การนำความรูท ักษะและ
ภาษาเพ่อื การสือ่ สาร ความชนื่ ชม ทางวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี กระบวนการทางคณิตศาสตรไ ปใช
ไปใชในการศกึ ษา คนควา หาความรู ในการแกป ญหา การดำเนนิ ชวี ติ
การเหน็ คุณคา ภูมิปญญาไทย และแกป ญ หาอยางเปนระบบ และศกึ ษาตอ การมเี หตุมีผล มีเจต
และภมู ใิ จในภาษาประจำชาติ การคิดอยางเปนเหตุเปน ผล คตทิ ด่ี ีตอคณติ ศาสตร พัฒนาการคิด
อยา งเปนระบบและสรา งสรรค
คดิ วเิ คราะห คดิ สรางสรรค
และจติ วทิ ยาศาสตร

ศลิ ปะ : องคความรู ทักษะสำคญั การงานอาชีพ :
ความรูและทักษะในการคิดรเิ ร่มิ และคุณลกั ษณะในหลกั สูตร ความรู ทกั ษะ และเจตคตใิ นการ
จินตนาการ สรางสรรคงานศลิ ปะ แกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ทำงาน การจัดการ การดำรงชีวิต
สนุ ทรยี ภาพและการเหน็ คณุ คา
การประกอบอาชีพ
ทางศลิ ปะ

ภาษาตา งประเทศ : สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม : สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ความรู ทกั ษะ เจตคติ และ การอยรู วมกนั ในสงั คมไทย : ความรู ทกั ษะและเจตคติในการ
วฒั นธรรมการใชภ าษา ตา งประเทศ และสังคมโลกอยา งสนั ติสขุ สรา งเสรมิ สุขภาพ พลานามยั ของ
ในการสื่อสารการแสวงหาความรู
และการประกอบอาชีพ การเปน พลเมอื งดี ศรทั ธาในหลักธรรม ตนเองและผูอน่ื การปองกัน
ของศาสนา การเหน็ คุณคาของ และปฏบิ ตั ิตอ ส่ิงตา ง ๆ ทีม่ ีผล
ทรพั ยากรและส่งิ แวดลอม ตอ สขุ ภาพอยา งถูกวิธี และทกั ษะ
ความรกั ชาติ และภูมิใจ
ในความเปนไทย ในการดำเนินชีวิต

6

ความสัมพนั ธของการพฒั นาคุณภาพผเู รยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน

วสิ ยั ทัศน
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน มุงพัฒนาผเู รียนทุกคน ซงึ่ เปน กำลังของชาติใหเ ปนมนษุ ย
ที่มีความสมดุลทงั้ ดานรา งกาย ความรู คณุ ธรรม มจี ิตสำนึกในความเปน พลเมืองไทยและเปนพลโลก
ยึดมัน่ ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยท รงเปนประมขุ มีความรแู ละทกั ษะ
พนื้ ฐาน รวมทัง้ เจตคติ ที่จำเปนตอการศึกษาตอ การประกอบอาชพี และการศกึ ษาตลอดชวี ิต โดยมุงเนน
ผเู รยี นเปนสำคัญบนพ้นื ฐานความเชื่อวา ทกุ คนสามารถเรียนรแู ละพัฒนาตนเองไดเตม็ ตามศกั ยภาพ

จุดหมาย
1. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมท่พี งึ ประสงค เหน็ คณุ คา ของตนเอง มีวนิ ยั และปฏบิ ตั ติ นตาม

หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาทีต่ นนบั ถือ ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2. มีความรูอ นั เปน สากลและมีความสามารถในการสอื่ สาร การคิด การแกปญหา การใชเทคโนโลยี

และมที กั ษะชวี ติ
3. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ทีด่ ี มีสขุ นสิ ัย และรกั การออกกำลังกาย
4. มคี วามรกั ชาติ มจี ิตสำนึกในความเปน พลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มัน่ ในวิถีชวี ิตและการปกครอง

ในระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตริยทรงเปนประมขุ
5. มจี ติ สำนึกในการอนรุ กั ษว ัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การอนรุ กั ษแ ละพัฒนาสิ่งแวดลอม

มีจิตสาธารณะทมี่ ุง ทำประโยชนแ ละสรางสงิ่ ท่ดี ีงามในสงั คม และอยูรวมกนั ในสังคมอยางมคี วามสขุ

สมรรถนะสำคัญของผเู รียน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ซอ่ื สัตยสุจรติ
3. ความสามารถในการแกป ญหา 3. มวี ินัย
4. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต 4. ใฝเ รียนรู
5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 5. อยอู ยา งพอเพยี ง
6. มุงมั่นในการทำงาน
7. รักความเปนไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

มาตรฐานการเรียนรแู ละตวั ชวี้ ัด 8 กลุม สาระการเรียนรู กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น
1. ภาษาไทย 2. คณติ ศาสตร 3. วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 1. กจิ กรรมแนะแนว
4. สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5. สุขศกึ ษาและพลศึกษา 2. กิจกรรมนักเรยี น
6. ศลิ ปะ 7. การงานอาชีพ 8. ภาษาตา งประเทศ 3. กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน

คุณภาพของผเู รยี นระดับการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน

7

โครงสรา งเวลาเรียน

โครงสรางหลักสตู รโรงเรียนบา นบางลาด พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

เวลาเรยี น(ชั่วโมง/ป) ระดับมัธยมศึกษา
ตอนตน
กลุม สาระการเรียนร/ู กจิ กรรม ระดับประถมศกึ ษา
 กลมุ สาระการเรียนรู (พนื้ ฐาน)
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓
ภาษาไทย ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๘๐ ๘๘๐ ๘๘๐
คณติ ศาสตร ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
- ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม วัฒนธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
(๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐)
และการดำเนนิ ชวี ิตในสงั คม
- ประวัตศิ าสตร (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐)
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาตา งประเทศ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
 รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ) ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
หนา ที่พลเมือง ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
เสรมิ ทกั ษะภาษาองั กฤษ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
งานอาชพี ๘๐ ๘๐ ๘๐
 กิจกรรมพฒั นาผเู รียน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐ ๗๐
- กิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐) (๔๐)
- ชมุ นมุ (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐) (๓๐)
กิจกรรมสาธารณประโยชน ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
 กจิ กรรมตามจุดเนน/เสรมิ หลักสตู ร ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
- เสรมิ ทกั ษะวิชาการ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๑,๒๐๐ ชั่วโมง/ป ๑,๒๐๐ ชั่วโมง/ป
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด

8

โครงสรางหลักสูตรโรงเรยี นบานบางลาด พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑

รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรียน
(ชั่วโมง/ป)
รายวชิ าพนื้ ฐาน
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๘๔๐
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร ๑ ๒๐๐
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑ ๒๐๐
ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑ ๑๒๐
ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร ๑ ๔๐
พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๑ ๔๐
ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ ๔๐
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๔๐
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ ๔๐
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ๑๒๐
ส ๑๑๒๓๑ หนา ท่พี ลเมือง ๑ ๑๖๐
อ ๑๑๒๐๑ เสริมทักษะภาษาอังกฤษ ๑ ๔๐
ว ๑๑๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร ๑ ๘๐
กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น ๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐
กิจกรรมนักเรียน ๔๐
๗๐
- ลูกเสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๔๐)
- ชมรม/ชุมนุม (๓๐)
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน ๑๐
กจิ กรรมตามจุดเนน/เสริมหลักสูตร ๘๐
- เสริมทักษะวิชาการ ๘๐
๑,๒๐๐
รวมเวลาเรียนท้งั หมด

9

โครงสรา งหลกั สตู รโรงเรียนบา นบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๒

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชวั่ โมง/ป)
รายวชิ าพ้ืนฐาน
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๘๔๐
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร ๒ ๒๐๐
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๒ ๒๐๐
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒ ๑๒๐
ส ๑๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๒ ๔๐
พ ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๒ ๔๐
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ ๔๐
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ ๔๐
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒ ๔๐
รายวิชาเพม่ิ เติม ๑๒๐
ส ๑๒๒๓๒ หนา ทีพ่ ลเมือง ๒ ๑๖๐
อ ๑๒๒๐๑ เสริมทกั ษะภาษาอังกฤษ ๒ ๔๐
ว ๑2๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร 2 ๘๐
กิจกรรมพฒั นาผเู รียน ๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐
กิจกรรมนกั เรียน ๔๐
๗๐
- ลูกเสือ-เนตรนารี/ยวุ กาชาด (๔๐)
- ชมรม/ชมุ นุม (๓๐)
กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน ๑๐
กิจกรรมตามจดุ เนน/เสริมหลกั สตู ร ๘๐
- เสรมิ ทักษะวชิ าการ ๘๐
๑,๒๐๐
รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด

10

โครงสรางหลกั สตู รโรงเรยี นบานบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชั่วโมง/ป)
รายวิชาพน้ื ฐาน
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๘๔๐
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร ๓ ๒๐๐
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๓ ๒๐๐
ส ๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๓ ๑๒๐
ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร ๓ ๔๐
พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๓ ๔๐
ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ ๔๐
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๓ ๔๐
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ ๔๐
รายวิชาเพิม่ เติม ๑๒๐
ส ๑๓๒๓๓ หนา ท่พี ลเมอื ง ๓ ๑๖๐
อ ๑๓๒๐๑ เสริมทักษะภาษาองั กฤษ ๓ ๔๐
ว ๑3๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร 3 ๘๐
กิจกรรมพัฒนาผเู รียน ๔๐
กจิ กรรมแนะแนว ๑๒๐
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐
๗๐
- ลูกเสือ-เนตรนาร/ี ยุวกาชาด (๔๐)
- ชมรม/ชุมนมุ (๓๐)
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน ๑๐
กิจกรรมตามจุดเนน/เสรมิ หลักสตู ร ๘๐
- เสรมิ ทักษะวชิ าการ ๘๐
๑,๒๐๐
รวมเวลาเรียนทัง้ หมด

11

โครงสรา งหลักสตู รโรงเรยี นบา นบางลาด พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๔

รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
(ชัว่ โมง/ป)
รายวิชาพนื้ ฐาน
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๘๔๐
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร ๔ ๑๖๐
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๔ ๑๖๐
ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔ ๑๒๐
ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร ๔ ๘๐
พ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔ ๔๐
ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ ๘๐
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ๔ ๘๐
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ๔๐
๘๐
รายวชิ าเพิม่ เตมิ ๑๖๐
ส ๑๔๒๓๔ หนาทพี่ ลเมอื ง ๔ ๔๐
อ ๑๔๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะภาษาอังกฤษ ๔ ๘๐
ว ๑4๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร 4 ๔๐
๑๒๐
กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น ๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๗๐
กิจกรรมนกั เรยี น (๔๐)
- ลูกเสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๓๐)
- ชมรม/ชุมนมุ ๑๐
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน ๘๐
๘๐
กจิ กรรมตามจดุ เนน /เสริมหลกั สตู ร ๑,๒๐๐
- เสรมิ ทกั ษะวชิ าการ
รวมเวลาเรียนทง้ั หมด

12

โครงสรา งหลักสตู รโรงเรียนบา นบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๕

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชัว่ โมง/ป)
รายวิชาพ้นื ฐาน
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๘๔๐
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร ๕ ๑๖๐
ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๕ ๑๖๐
ส ๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๕ ๑๒๐
ส ๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร ๕ ๘๐
พ ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๕ ๔๐
ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ ๘๐
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๕ ๘๐
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๔๐
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ๘๐
ส ๑๕๒๓๕ หนาท่พี ลเมือง ๕ ๑๒๐
อ ๑๕๒๐๑ เสริมทักษะภาษาองั กฤษ ๕ ๔๐
ว ๑5๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร 5 ๘๐
กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน ๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐
กิจกรรมนกั เรียน ๔๐
๗๐
- ลกู เสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๔๐)
- ชมรม/ชุมนมุ (๓๐)
กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณะประโยชน ๑๐
กิจกรรมตามจดุ เนน/เสริมหลักสตู ร ๘๐
- เสริมทักษะวชิ าการ ๘๐
๑,๒๐๐
รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด

13

โครงสรา งหลกั สูตรโรงเรยี นบา นบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๖

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชัว่ โมง/ป)
รายวิชาพ้นื ฐาน
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๘๔๐
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร ๖ ๑๖๐
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร และเทคโนโลยี ๖ ๑๖๐
ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๖ ๑๒๐
ส ๑๖๑๐๒ ประวัติศาสตร ๖ ๘๐
พ ๑๖๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๖ ๔๐
ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ ๘๐
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ ๘๐
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ ๔๐
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ๘๐
ส ๑๖๒๓๖ หนาท่พี ลเมือง ๖ ๑๖๐
อ ๑๖๒๐๑ เสริมทักษะภาษาอังกฤษ ๖ ๔๐
ว ๑6๒๐๑ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร 6 ๘๐
กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน ๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐
กิจกรรมนกั เรียน ๔๐
๗๐
- ลกู เสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๔๐)
- ชมรม/ชุมนมุ (๓๐)
กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณะประโยชน ๑๐
กิจกรรมตามจดุ เนน/เสริมหลกั สูตร ๘๐
- เสริมทักษะวชิ าการ ๘๐
๑,๒๐๐
รวมเวลาเรียนทง้ั หมด

14

โครงสรา งหลกั สูตรโรงเรียนบา นบางลาด พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๑

ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรยี น ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรียน

รายวิชา/กิจกรรม (ชั่วโมง/ภาค) รายวิชา/กิจกรรม (ชั่วโมง/ภาค)

รายวชิ าพื้นฐาน ๔๔๐ รายวชิ าพื้นฐาน ๔๔๐
ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๖๐ ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ ๖๐
ค ๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร ๑ ๖๐ ค ๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร ๒ ๖๐
ว ๒๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑ ๘๐ ว ๒๑๑๐๒ วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๒ ๘๐
ส ๒๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา ๖๐ ส ๒๑๑๐๓ สงั คมศึกษา ศาสนา ๖๐
และวัฒนธรรม ๑ และวฒั นธรรม ๒
ส ๒๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร ๑ ๒๐ ส ๒๑๑๐๔ ประวัติศาสตร ๒ ๒๐
พ ๒๑๑๐๑ สขุ ศึกษา ๑ ๒๐ พ ๒๑๑๐๓ สุขศึกษา ๒ ๒๐
พ ๒๑๑๐๒ พลศกึ ษา ๑ ๒๐ พ ๒๑๑๐๔ พลศึกษา ๒ ๒๐
ศ ๒๑๑๐๑ ทศั นศลิ ป ๑ ๒๐ ศ ๒๑๑๐๓ ทัศนศิลป ๒ ๒๐
ศ ๒๑๑๐๒ ดนตรี และนาฏศิลป ๑ ๒๐ ศ ๒๑๑๐๔ ดนตรี และนาฏศลิ ป ๒ ๒๐
ง ๒๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๒๐ ง ๒๑๑๐๒ การงานอาชพี ๒ ๒๐
อ ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ ๖๐ อ ๒๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๒ ๖๐
รายวิชาเพม่ิ เติม ๑๐๐ รายวิชาเพมิ่ เตมิ ๑๐๐
ส ๒๑๒๓๑ หนา ทีพ่ ลเมือง ๑ ๒๐ ส ๒๑๒๓๒ หนาทีพ่ ลเมอื ง ๒ ๒๐
ง ๒๑๒๐๑ งานอาชพี ๑ ๔๐ ง ๒๑๒๐๒ งานอาชีพ ๒ ๔๐
ว ๒๑๒0๑ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร ๑ ๔๐ ว ๒๑๒0๒ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร ๒ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน ๖๐ กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น ๖๐
กจิ กรรมแนะแนว ๒๐ กิจกรรมแนะแนว ๒๐
กจิ กรรมนกั เรยี น ๓๕ กิจกรรมนักเรยี น ๓๕
- ลูกเสอื -เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๒๐) - ลกู เสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๒๐)
- ชมรม/ชมุ นมุ (๑๕) - ชมรม/ชมุ นมุ (๑๕)

กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณะประโยชน ๕ กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน ๕
รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด ๖๐๐ รวมเวลาเรียนท้ังหมด ๖๐๐

15

โครงสรางหลักสูตรโรงเรียนบา นบางลาด พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๒

ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรยี น ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น
รายวชิ า/กิจกรรม
รายวิชาพ้ืนฐาน (ชั่วโมง/ภาค) รายวิชา/กิจกรรม (ชัว่ โมง/ภาค)

๔๔๐ รายวชิ าพน้ื ฐาน ๔๔๐
ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๖๐ ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ ๖๐
ค ๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๓ ๖๐ ค ๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร ๔ ๖๐
ว ๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๓ ๘๐ ว ๒๒๑๐๒ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๔ ๘๐
ส ๒๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา ๖๐ ส ๒๒๑๐๓ สังคมศึกษา ศาสนา ๖๐
และวัฒนธรรม ๓ และวัฒนธรรม ๔
ส ๒๒๑๐๒ ประวัติศาสตร ๓ ๒๐ ส ๒๒๑๐๔ ประวตั ิศาสตร ๔ ๒๐
พ ๒๒๑๐๑ สุขศกึ ษา ๓ ๒๐ พ ๒๒๑๐๓ สุขศึกษา ๔ ๒๐
พ ๒๒๑๐๒ พลศกึ ษา ๓ ๒๐ พ ๒๒๑๐๔ พลศกึ ษา ๔ ๒๐
ศ ๒๒๑๐๑ ทัศนศลิ ป ๓ ๒๐ ศ ๒๒๑๐๓ ทัศนศลิ ป ๔ ๒๐
ศ ๒๒๑๐๒ ดนตรี และนาฏศลิ ป ๓ ๒๐ ศ ๒๒๑๐๔ ดนตรี และนาฏศิลป ๔ ๒๐
ง ๒๒๑๐๑ การงานอาชพี ๓ ๒๐ ง ๒๒๑๐๒ การงานอาชีพ ๔ ๒๐
อ ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ ๖๐ อ ๒๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๔ ๖๐
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ๑๐๐ รายวชิ าเพ่ิมเติม ๑๐๐
ส ๒๒๒๓๓ หนาท่พี ลเมือง ๓ ๒๐ ส ๒๒๒๓๔ หนาท่ีพลเมอื ง ๔ ๒๐
ง ๒๒๒๐๑ งานอาชีพ ๓ ๔๐ ง ๒๒๒๐๒ งานอาชพี ๔ ๔๐
ว ๒๒๒0๑ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร ๓ ๔๐ ว ๒๒๒0๒ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร ๔ ๔๐
กิจกรรมพัฒนาผูเ รียน ๖๐ กจิ กรรมพฒั นาผูเ รียน ๖๐
กิจกรรมแนะแนว ๒๐ กจิ กรรมแนะแนว ๒๐
กิจกรรมนกั เรียน ๓๕ กิจกรรมนกั เรียน ๓๕
- ลกู เสอื -เนตรนารี/ยุวกาชาด (๒๐) - ลกู เสือ-เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๒๐)
- ชมรม/ชุมนมุ (๑๕) - ชมรม/ชมุ นุม (๑๕)

กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน ๕ กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน ๕
รวมเวลาเรยี นท้งั หมด ๖๐๐ รวมเวลาเรยี นท้ังหมด ๖๐๐

16

โครงสรางหลกั สูตรโรงเรียนบานบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ ๓

ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรยี น ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรยี น
รายวชิ า/กิจกรรม
รายวิชาพืน้ ฐาน (ชัว่ โมง/ภาค) รายวชิ า/กิจกรรม (ชั่วโมง/ภาค)

๔๔๐ รายวชิ าพ้นื ฐาน ๔๔๐
ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๖๐ ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ ๖๐
ค ๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร ๕ ๖๐ ค ๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร ๖ ๖๐
ว ๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๕ ๘๐ ว ๒๓๑๐๒ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๖ ๘๐
ส ๒๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา ๖๐ ส ๒๓๑๐๓ สังคมศกึ ษา ศาสนา ๖๐
และวฒั นธรรม ๕ และวฒั นธรรม ๖
ส ๒๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร ๕ ๒๐ ส ๒๓๑๐๔ ประวตั ิศาสตร ๖ ๒๐
พ ๒๓๑๐๑ สขุ ศึกษา ๕ ๒๐ พ ๒๓๑๐๓ สขุ ศกึ ษา ๖ ๒๐
พ ๒๓๑๐๒ พลศกึ ษา ๕ ๒๐ พ ๒๓๑๐๔ พลศกึ ษา ๖ ๒๐
ศ ๒๓๑๐๑ ทัศนศลิ ป ๕ ๒๐ ศ ๒๓๑๐๓ ทัศนศลิ ป ๖ ๒๐
ศ ๒๓๑๐๒ ดนตรี และนาฏศลิ ป ๕ ๒๐ ศ ๒๓๑๐๔ ดนตรี และนาฏศลิ ป ๖ ๒๐
ง ๒๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๒๐ ง ๒๓๑๐๒ การงานอาชีพ ๖ ๒๐
อ ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๖๐ อ ๒๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖ ๖๐
รายวิชาเพม่ิ เตมิ ๑๐๐ รายวชิ าเพ่มิ เติม ๑๐๐
ส ๒๓๒๓๕ หนาท่ีพลเมือง ๕ ๒๐ ส ๒๓๒๓๖ หนา ท่ีพลเมือง ๖ ๒๐
ง ๒๓๒๐๑ งานอาชพี ๕ ๔๐ ง ๒๓๒๐๒ งานอาชพี ๖ ๔๐
ว ๒๓๒0๑ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร ๕ ๔๐ ว ๒๓๒0๒ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร ๖ ๔๐
กิจกรรมพัฒนาผูเรยี น ๖๐ กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน ๖๐
กจิ กรรมแนะแนว ๒๐ กิจกรรมแนะแนว ๒๐
กิจกรรมนกั เรยี น ๓๕ กจิ กรรมนกั เรียน ๓๕
- ลกู เสอื -เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด (๒๐) - ลกู เสือ-เนตรนารี/ยวุ กาชาด (๒๐)
- ชมรม/ชุมนมุ (๑๕) - ชมรม/ชมุ นุม (๑๕)

กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน ๕ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน ๕
รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด ๖๐๐ รวมเวลาเรียนท้งั หมด ๖๐๐

สาระและมาตรฐานการเรียนรู
และคำอธิบายรายวชิ า

18

สาระและมาตรฐานการเรียนรกู ลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย

สาระที่ 1 การอา น
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพอ่ื นำไปใชใ นการตดั สนิ ใจ แกปญ หา
ในการดำเนนิ ชวี ิตและมนี ิสัยรักการอา น

สาระที่ 2 การเขยี น
มาตรฐาน ท 2.1 ใชกระบวนการเขียน เขยี นสือ่ สาร เขียนเรียงความ ยอ ความ และเขียนเรื่องราว
ในรูปแบบตาง ๆ เขยี นรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน ควา
อยางมีประสทิ ธิภาพ

สาระท่ี 3 การฟง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟง และดูอยา งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคิด ความรูสึก
ในโอกาสตา ง ๆ อยา งมีวจิ ารณญาณ และสรา งสรรค

สาระที่ 4 หลกั การใชภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา
และพลังของภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ขิ องชาติ

สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เขาใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณวรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา งเห็นคุณคา
และนำมาประยุกตใชใ นชวี ติ จริง

19

รายวิชากลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย

รายวชิ าพ้นื ฐาน ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษา ป.1 - ป.6 จำนวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จำนวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ จำนวน ๑๖๐ ช่วั โมง
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
รายวชิ าพ้ืนฐาน ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษา ม.1-3 จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ จำนวน ๘๐ ช่วั โมง
ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
รายวิชาเพม่ิ เติม ระดับช้ันประถมศึกษา ป.1 - ป.6 จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
ท ๑๑๒๐๑ เสริมทกั ษะภาษาไทย ๑ จำนวน ๘๐ ช่ัวโมง
ท ๑๒๒๐๑ เสรมิ ทักษะภาษาไทย ๒ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
ท ๑๓๒๐๑ เสริมทักษะภาษาไทย ๓ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
ท ๑๔๒๐๑ เสรมิ ทักษะภาษาไทย ๔ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
ท ๑๕๒๐๑ เสริมทกั ษะภาษาไทย ๕ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ท ๑๖๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะภาษาไทย ๖ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
รายวิชาเพมิ่ เติม ระดบั ช้นั มัธยมศึกษา ม.1-3
ท ๒๑๒๐๑ วรรณกรรมทอ งถิ่น ๑
ท ๒๑๒๐๒ วรรณกรรมทอ งถิน่ ๒
ท ๒๒๒๐๑ การแตง คำประพันธ ๑
ท ๒๒๒๐๒ การแตงคำประพันธ ๒
ท ๒๓๒๐๑ สรางสรรคห นงั สือเลม เลก็ ๑
ท ๒๓๒๐๒ สรางสรรคหนังสอื เลม เล็ก ๒

20

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย

คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน รายวิชาพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 1
รหัสวชิ า ท 11101 ภาษาไทย 1 จำนวน 5.0 หนว ยกิต
เวลาเรียน 200 ช่ัวโมง (5 ชว่ั โมง/สัปดาห)

ศึกษาความหมายของคำ คำคลองจอง และขอความที่ประกอบดวยคำพื้นฐาน คำที่ใชในชีวิตประจำวัน
ไมนอยกวา 600 คำ คำที่ใชเรียนรูในกลุมสาระการเรียนรูอื่น คำที่มีรูปวรรณยุกต และไมมีรูปวรรณยุกตคำที่มี
ตัวสะกด ตรงตามมาตรา และไมต รงตามมาตรา คำทม่ี พี ยัญชนะควบกล้ำ คำทม่ี ีอกั ษรนำ อานออกเสยี ง อานจับ
ใจความจากสื่อตางๆ อานนิทาน อานเรื่องส้ันๆ อานบทรองเลนและบทเพลง อานเรื่องราวจากบทเรยี น ในกลุม
สาระการเรียนรูภาษาไทย และกลมุ สาระการเรยี นรูอื่นอา นหนงั สอื ตามความสนใจ อานหนงั สอื ที่ครูและนักเรียน
กำหนดรวมกัน อานเครื่องหมายหรือสัญลักษณตาง ๆ ที่พบเห็น ในชีวิตประจำวัน อานเครื่องหมายแสดงความ
ปลอดภัยและแสดงอันตราย มีมารยาทและมีนสิ ยั รกั การอาน

ฝกคดั ลายมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทดั ตามรปู การเขยี นตวั อกั ษรไทย การเขยี นสื่อสาร คำที่ใช ในชีวติ ประจำวนั
คำพ้ืนฐานในบทเรียน คำคลอ งจอง ประโยคงายๆ มมี ารยาทในการเขียน ใชภ าษาเขยี นเหมาะสมกับเวลา สถานที่
และบุคคล

ฝกการฟงและปฏิบัติตามคำแนะนำ คำสั่งงายๆ การจับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น ความรูสึกจาก
เรื่องที่ฟงและดู ทั้งที่เปนความรูและความบันเทิง เรื่องเลาและสารคดีสำหรับเด็ก นิทาน การตูนเรื่องขบขัน
การพูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน การแนะนำตนเอง การขอความชวยเหลือ การกลาวคำขอบคุณ การกลาวคำขอ
โทษ มารยาทในการฟง ตั้งใจฟง ตามองผพู ดู ไมร บกวนผอู ่นื ขณะที่ฟง มารยาทในการดู ตัง้ ใจดู ไมส ง เสียงดังหรือ
แสดงอาการรบกวนสมาธิของผูอื่น มารยาทในการพูดใชถอยคำและกิริยาที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ
ใชน ้ำเสียงนมุ นวล ไมพูดสอดแทรกในขณะที่ผอู ืน่ กำลงั พดู

ฝกเขียน พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต เลขไทยการสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ มาตรา
ตัวสะกดที่ตรงตามมาตรา และไมตรงตามมาตรา การผันคำ ความหมายของคำ การแตงประโยค คำคลองจอง
ฝกอานวรรณกรรมรอยแกว และรอยกรองสำหรับเด็ก อานนิทาน เรื่องสั้นงายๆ ปริศนาคำทาย บทรองเลน
บทอาขยาน บทรอยกรอง วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียนบทอาขยาน และบทรอยกรอง บทอาขยานตาม
ที่กำหนด บทรอ ยกรองตามความสนใจ

โดยใชทักษะกระบวนการทางภาษาไทย พัฒนาทักษะการอาน การเขียน การคิดวิเคราะห อภิปราย
เปรยี บเทียบ เพ่อื ใหความรูแ ละทกั ษะในการใชภาษา เพอ่ื การสอ่ื สาร มีวินยั ใฝุเรียนรู มีมารยาท มนี ิสัยรักการอาน
ช่ืนชมและเห็นคุณคา ของภาษาซงึ่ เปนภูมปิ ญญาไทยทีเ่ ปนเอกลักษณและวฒั นธรรมประจำชาติ
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ท 1.1 ป. 1/1, ป. 1/2, ป. 1/3, ป. 1/4, ป. 1/5, ป. 1/6, ป. 1/7, ป. 1/8
ท 2.1 ป. 1/1, ป. 1/2, ป. 1/3
ท 3.1 ป. 1/1, ป. 1/2, ป. 1/3, ป. 1/4, ป. 1/5
ท 4.1 ป. 1/1, ป. 1/2, ป. 1/3, ป. 1/4
ท 5.1 ป. 1/1, ป. 1
รวม 22 ตัวชว้ี ัด

21

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 2
รหัสวิชา ท 12101 ภาษาไทย 2 จำนวน 5.0 หนวยกติ
เวลาเรียน 200 ชวั่ โมง (5 ชัว่ โมง/สปั ดาห)

ศึกษาและฝกอานออกเสียงและบอกความหมายของคำพื้นฐาน คำที่ใชเรียนรูในกลุมสาระการเรียนรูอื่น
คำคลอ งจอง ขอความ และบทรอ ยกรองงา ย ๆ อา นจับใจความจากสื่อตาง ๆ แลว สามารถ ตง้ั คำถามตอบคำถาม
ระบุใจความสำคญั และรายละเอียดแสดงความคิดเห็น และคาดคะเนเหตุการณจ ากเรื่องที่อาน อานหนังสือตาม
ความสนใจอยางสมาเสมอ และนำเสนอเรื่องที่อาน อานขอเขียนเชงิ อธิบายและปฏิบัติ ตามคำสั่งหรอื ขอแนะนำ
และมีมารยาทในการอาน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขียน ตัวอักษรไทย เขียนเรื่องสั้น ๆ
เกี่ยวกับประสบการณและเรื่องสั้น ๆ ตามจินตนาการ และมีมารยาทในการเขียน ฟงคำแนะนำ คำสั่งที่ซับซอน
และปฏิบัติตาม จับใจความจากเรื่องที่ฟงและดูทั้งที่เปน ความรูและ ความบันเทิง โดยเลาเรื่อง บอกสาระสำคัญ
เพื่อใหเกิดความเขาใจหลักภาษา เกิดทักษะในการใชภาษา เพื่อการสื่อสารสามารถนำไปใชในชีวิตประจำวันได
มีความชน่ื ชม เหน็ คุณคาภมู ิปญญาไทยและภมู ใิ จในภาษาประจำชาติ

การบอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกตและเลขไทย การเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ
การสะกดคำ การแจกลูกและการอานเปนคำที่มีมาตราตัวสะกดตรงตามมาตราและไมตรงตามมาตรา การผัน
อักษรกลาง อักษรสูงและอักษรต่ำ คำที่มีตัวการันต คำที่มีพยัญชนะควบกลำ้ คำที่มีอักษรนำ คำที่มีความหมาย
ตรงขามกัน คำที่มี รร การเรียบเรียงคำเปนประโยคไดตรงตามเจตนาของการสื่อสาร การบอกลักษณะคำคลอง
จอง การเลอื กใชภ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถนิ่ ไดเหมาะสมกบั กาลเทศะ

การระบุขอคิดที่ไดจากการอานของเด็กไทย การทองจำบทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทรอยกรอง ที่มี
คุณคาตามความสนใจหรอื ฟงวรรณกรรม สำหรับเดก็ เพอื่ นำไปใชในชีวิตประจำวัน เชน นิทาน เร่ืองสั้นๆ ปริศนา
คำทาย บทอาขยาน บทรอยกรอง วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรยี น การรองบทรองเลนสำหรับเด็กที่มีคณุ คา
เชน บทรอ งเลน ในทองถ่ิน บทรองเลน ในการละเลน

ฝกทักษะการอาน การเขียน การฟง การดู และการพูด ใหถูกตองตามหลักเกณฑของภาษา ใชภาษาเพ่ือ
การสื่อสาร หาความรู ความบันเทิง นำขอคิดที่ไดจากการอานวรรณคดีและวรรณกรรมไปใชเปนแนวทางในการ
พัฒนาตน พัฒนางานคิดวิเคราะหตัดสินใจ มีนิสัยรักการอาน การเขียน มีมารยาทในการฟง การดู และการพูด
มีความคิดสรางสรรครวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค ที่สามารถนำไปใชใน
ชีวติ ประจำวันไดอยางมีความสขุ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ท 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
ท 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7
ท 4.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
ท 5.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3
รวม 27 ตัวชี้วัด

22

คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน รายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 3
รหัสวชิ า ท 13101 ภาษาไทย 3 จำนวน 5.0 หนวยกิต
เวลาเรยี น 200 ชวั่ โมง (5 ชั่วโมง/สัปดาห)

ศึกษาความหมายของคำ คำคลองจอง ขอความ และบทรอยกรองงา ยๆ คำพ้นื ฐาน ไมน อยกวา 1,200 คำ
รวมทั้งคำที่เรียนรูในกลุมสาระการเรียนรูอื่น คำที่มีตัวการันต คำที่มี รร คำที่มีพยัญชนะหรือสระไมออกเสียง
คำพอง คำพิเศษอื่นๆ เชน คำที่ใช ฑ ฤ  การอานจับใจความ จากสื่อตางๆ นิทาน หรือเรื่องที่เกี่ยวกับทองถ่ิน
เรื่องเลาส้ันๆ บทเพลงและบทรอยกรอง บทเรยี นในกลมุ สาระการเรยี นรอู น่ื ขา ว และเหตกุ ารณใ นชีวิตประจำวัน
ในทองถิ่นและชุมชน การอานหนังสือตามความสนใจ หนังสือที่นักเรียนสนใจ และเหมาะสมกับวัย หนังสือท่ี
นักเรียนและครูกำหนดรวมกัน การอานขอเขยี นเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคำส่ังหรือขอแนะนำ คำแนะนำตางๆ
ในชีวิตประจำวนั ประกาศ โฆษณา และคำขวัญ การอานขอมูลจากแผนภาพแผนที่ และแผนภูมิ มารยาทในการ
อาน ไมอานเสียงดังรบกวนผูอ่ืน ไมเลนกันขณะท่ีอาน ไมทำลายหนังสือ ไมควรแยงอา น หรือชะโงกหนาไปอาน
ขณะทีผ่ อู นื่ กำลังอา น

ฝกคัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัด ตามรูปแบบการเขยี นตัวอกั ษรไทย การคดั ลายมือตัวบรรจง เต็มบรรทัด
ตามรูปแบบ การเขียนตัวอักษรไทย การเขียนบันทึกประจำวัน การเขียนบรรยาย เกี่ยวกับลักษณะของคนสัตว
สงิ่ ของ สถานท่ี การเขียนจดหมายลาครู การเขยี นเร่อื งตามจินตนาการจากคำ ภาพและหวั ขอที่กำหนด มารยาท
ในการเขยี น เขยี นใหอานงาย สะอาด ไมขดี ฆา ไมขีดเขยี นในท่ีสาธารณะ ใชภ าพเขียนเหมาะสมกับเวลา สถานท่ี
และบคุ คล ไมเ ขยี นลอเลยี นผอู ืน่ ใหเ สยี หาย

ฝกการฟง การจบั ใจความและพดู แสดงความคิดเห็น และความรสู กึ จากเร่ืองทีฟ่ งและดทู ง้ั ที่เปนความรูและ
ความบันเทิง เร่อื งเลาและสารคดสี ำหรับเด็ก นิทาน การต นู เรอ่ื งขบขนั รายการสำหรบั เด็ก ขา ว และเหตุการณใ น
ชวี ิตประจำวัน เพลง การพูดสอ่ื สารในชีวิตประจำวัน การแนะนำตวั เอง การแนะนำสถานทโ่ี รงเรยี นและในชุมชน
การแนะนำ เชญิ ชวนเกี่ยวกับการปฏิบตั ิตนในดานตางๆ การรกั ษาความสะอาดของรางกาย การเลาประสบการณ
ในชีวิตประจำวัน การพูดในโอกาสตางๆ การพูดขอรอง การพูดทักทาย การกลาวขอบคุณและขอโทษ การพูด
ปฏิเสธ และการพดู ซกั ถาม มารยาทในการฟง ตง้ั ใจฟง มองตาผพู ูด ไมร บกวนผูอนื่ ขณะที่ฟง ไมควรนำอาหารหรือ
เครื่องดื่ม ไปรับประทานในขณะที่ฟง ไมแสดงกิริยาที่ไมเหมาะสม ไมโหฮา หรือหาว ใหเกียรติผูพูดดวยการ
ปรบมอื ไมพ ดู สอดแทรกขณะที่ฟง มารยาทในการดู ตั้งใจดู ไมสง เสยี งดัง หรือแสดงอาการ รบกวนสมาธิของผูอื่น
มารยาทในการพูด ใชถอยคำและกิริยาที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ ใชน้ำเสียงนุมนวล ไมพูดสอดแทรก
ในขณะทผี่ อู ืน่ กำลงั พูดลอเลยี นใหผูอ่ืนไดร บั ความอับอายหรือเสียหาย

ฝกทักษะการสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ มาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตรา และไมตรงตาม
มาตรา การผันอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรต่ำ คำที่มีพยัญชนะควบกลำ้ คำที่ประวสิ รรชนีย และคำที่ไมประ
วิสรรชนีย และคำท่ีมี ฤ  คำท่ใี ช บนั บรร คำทีใ่ ช ร หัน คำทม่ี ีตวั การันต ความหมายของคำ ชนิดของคำ คำนาม
คำสรรพนาม คำกริยา การใชพจนานุกรม การแตงประโยคเพื่อการสื่อสาร ประโยคบอกเลา ประโยคปฏิเสธ
ประโยคคำถาม ประโยคขอรอง ประโยคคำสงั่ คำคลอ งจอง คำขวญั ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถน่ิ

ฝก อา นวรรณคดี วรรณกรรม และเพลงพื้นบาน เพลงกลอ มเดก็ วรรณกรรม และวรรณคดีในบทเรียน และ
ตามความสนใจ บทอาขยานและบทรอยกรอง ท่มี ีคณุ คา บทอาขยานตามทกี่ ำหนด บทรอยกรองตามความสนใจ

โดยใชทักษะกระบวนการทางภาษาไทย พัฒนาทักษะการอาน การเขียน การคิดวิเคราะห อภิปราย
เปรยี บเทยี บ เพือ่ ใหความรู และทกั ษะในการใชภ าษาเพ่ือการส่อื สาร มีวนิ ยั ใฝเ รยี นรู มีมารยาท มีนิสยั รักการอา น
ชน่ื ชม และเหน็ คณุ คาของภาษา ซ่งึ เปนภูมิปญญาไทยทเี่ ปน เอกลกั ษณ และวฒั นธรรมประจำชาติ

23

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ท 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9
ท 2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท 4.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท 5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4
รวม 31 ตวั ชี้วัด

24

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 4
รหสั วชิ า ท 14101 ภาษาไทย 4 จำนวน 4.0 หนวยกิต
เวลาเรียน 160 ช่วั โมง (4 ชัว่ โมง/สปั ดาห)

มีความสามารถในการอานออกเสียงรอยแกว รอยกรอง คำที่มี ร ล ว เปนพยัญชนะตน ตัวควบกล้ำ
อักษรนำ คำประสม อักษรยอ เครื่องหมายวรรคตอน ตำนาน สุภาษิต อานจับใจความเรื่องสั้น เรื่องเลาจาก
ประสบการณ แยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากการอาน คาดคะเนจากเรื่องที่อาน โดยมีเหตุผลประกอบ สรุป
ความรูและขอคิดจากการอาน ไปใชในชีวิตประจำวัน คัดลายมือตัวเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการ
เขยี นอกั ษรไทย เขยี นคำขวญั คำแนะนำ แผนภาพโครงเรอื่ ง และแผนภาพความคิดไปพฒั นาตนเอง เขียนยอความ
จากนทิ าน ความเรยี ง ประกาศ คำสอน เขยี นจดหมายถงึ เพ่อื น บดิ า มารดา เขยี นบนั ทึกความรหู รือเรื่องราวจาก
จินตนาการ จำแนกขอเท็จจริง ขอคิดเห็นจากการฟง การดู การตั้งคำถามตอบคำถามจากการฟง การดูจากส่ิง
ตาง ๆ เชน เรอ่ื งเลา บทความสน้ั ๆ ขาว เหตกุ ารณป ระจำวนั โฆษณา หรอื เร่อื งราวจากบทเรยี นในกลุมสาระการ
เรียนรูภาษาไทยและกลุมสาระอื่น ๆ สามารถสะกดคำ และบอกความหมายจากคำแม ก กา มาตราตัวสะกด
การผันอักษร คำ ชนิดของคำ การใชพจนานุกรม ประโยค บทรอยกรอง สานวน สุภาษิต คำพังเพย ภาษาไทย
มาตรฐาน ภาษาถิ่น การอธิบายระบุขอคิดจากการอานนิทานพื้นบาน นิทานคติธรรม เพลงพื้นบาน ทองจำบท
อาขยาน บทรอยกรองตามทกี่ ำหนดและความสนใจ

ใชทักษะกระบวนการอา น คิด เขยี น ฟง ดู และพดู เพ่ือใหเ กิดความรู ความเขา ใจ สามารถส่อื สารนำความรู
จากทกั ษะ ดา นภาษาไทยไปใชใ นชีวิตประจำวัน เห็นคณุ คา ดานภาษาไทย รกั และหวงแหนภาษาไทย มีคุณธรรม
จริยธรรมและคา นยิ มทีเ่ หมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8
ท 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8
ท 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6
ท 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7
ท 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
รวม 33 ตวั ชี้วัด

25

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 5
รหสั วิชา ท 15101 ภาษาไทย 5 จำนวน 4.0 หนว ยกติ
เวลาเรยี น 160 ชว่ั โมง (4 ช่วั โมง/สปั ดาห)

ศึกษาความหมายของบทรอยแกว และบทรอยกรอง คำที่มีพยัญชนะควบกล้ำ คำที่มีอักษรนำ คำที่มีตัว
การันต อักษรยอ และเครื่องหมายวรรคตอน ขอความที่เปนการบรรยายและพรรณนา ขอความที่มีความหมาย
โดยนัย การอานบทรอ ยกรองเปน ทำนองเสนาะ การอานจบั ใจความจากสื่อตาง ๆ วรรณคดี ในบทเรยี น บทความ
บทโฆษณา งานเขียนประเภทโนมนาวใจ ขาวและเหตุการณประจำวัน การอานงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง
ขอ แนะนำ และปฏิบัตติ าม การใชพ จนานกุ รม การใชวัสดอุ ปุ กรณ การอานฉลากยา คมู ือและเอกสารของโรงเรียน
ทเ่ี กี่ยวของกับนกั เรยี น ขาวสารทางราชการ การอานหนงั สอื ตามความสนใจ หนังสอื ทีน่ ักเรยี นสนใจและเหมาะสม
กับวยั หนงั สอื ท่ีครแู ละนักเรียนกำหนดรวมกนั มารยาทในการอา น

ฝกคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด และการคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัว
อักษรไทย การเขียนสื่อสาร การเขยี นคำขวญั คำอวยพร คำแนะนำ และคำอธิบายแสดงขั้นตอน การนำแผนภาพ
โครงเรือ่ งและแผนภาพความคดิ ไปพฒั นางานเขยี น การเขียนยอความจากส่ือตางๆ ยอความจากนิทาน ความเรียง
ประเภทตางๆ ประกาศ แจงความ แถลงการณ จดหมาย คำสอน โอวาท คำปราศรัย การเขียนจดหมายถึง
ผูปกครองและญาติ การเขียนแสดงความรูสึกและความคิดเห็น การกรอกแบบรายการ ใบฝากเงิน ธนาณัติ
แบบฝากสง พัสดุไปรษณยี ภัณฑ การเขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการ มารยาทในการเขยี น

ฝกจบั ใจความจากการฟง การพูดแสดงความรู ความคิดในเร่ืองท่ีฟงและดู จากสือ่ ตางๆ เร่อื งเลา บทความ
ขาวและเหตุการณประจำวัน โฆษณา สื่ออิเล็กทรอนิกส การวิเคราะหความนาเชื่อถือจากเรื่องที่ฟงและดู
ในชีวิตประจำวัน การรายงาน การพูดลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน การพูดลำดับเหตุการณ มารยาทในการฟง
การดู และการพูด

ฝกการใชค ำบพุ บท คำสันธาน คำอุทาน ประโยคและสว นประกอบของประโยค ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษา
ถ่นิ คำราชาศพั ท คำทีม่ าจากภาษาตา งประเทศ กาพยย านี 11 สานวนท่เี ปน คำพงั เพยและสภุ าษิต

ฝกอานวรรณคดีและวรรณกรรม นิทานพื้นบาน นิทานคติธรรม เพลงพื้นบาน วรรณคดีและวรรณกรรม
ในบทเรียนและตามความสนใจ บทอาขยานและบทรอยกรองทีม่ ีคณุ คา บทอาขยานตามท่ีกำหนด บทรอยกรอง
ตามความสนใจ

โดยใชกระบวนการพัฒนาทักษะการใชภ าษาเพอื่ การสือ่ สาร เพอ่ื ใหเกดิ ความรคู วามเขา ใจ สามารถแกปญหา
พฒั นากระบวนการอา น คดิ วิเคราะห จบั ใจความและเขียนสอ่ื ความสำคัญและเขียนสอ่ื ความ วิจารณ ศกึ ษาคนควา
ทำโครงงาน เลือกใชสื่ออิเล็กทรอนิกสที่เหมาะสม มีวินัย ใฝเรียนรู มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะชีวิต ยึดหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชื่นชมและเห็นคุณคาของภาษา ซึ่งเปนภูมิปญญาไทยที่เปนเอกลักษณและวัฒนธรรม
ประจำชาติ มมี ารยาทท่ีดี และมนี ิสยั รักการอาน สามารถใชภาษาสือ่ สารอยา งถกู ตองและมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8
ท 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8, ป.5/9
ท 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
ท 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7
ท 5.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
รวม 33 ตวั ชว้ี ัด

26

คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน รายวชิ าพนื้ ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6
รหสั วิชา ท 16101 ภาษาไทย 6 จำนวน 4.0 หนวยกิต
เวลาเรยี น 160 ชว่ั โมง (4 ช่ัวโมง/สปั ดาห)

อานออกเสียงบทรอยแกว บทรอยกรอง และอานบทรอยกรองเปนทำนองเสนาะไดถูกตอง เขาใจ
ความหมายของคำ ประโยคและขอความทีเ่ ปนโวหาร เขาใจเกี่ยวกับชนิด หนาที่ของคำในประโยค ลักษณะของ
ประโยคใชคำไดเหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล รวบรวมและเขา ใจความหมายของคำภาษาตา งประเทศ แตงบท
รอ ยกรอง เปรยี บเทยี บสานวน คำพงั เพยและสุภาษิต อานเร่ืองสน้ั อยางหลากหลาย อา นจบั ใจความจากส่ือตางๆ
แยกขอ เทจ็ จริงและขอคิดเหน็ จากเรื่องท่อี าน นำความรู ความคิดจากเรอ่ื งที่อานไปตัดสนิ ใจแกปญ หา ปฏิบัติตาม
คำสั่ง คำอธิบายจากเรื่องที่อานได เขาใจความหมายของขอมูลจากแผนผัง แผนที่ แผนภูมิและกราฟ พูดแสดง
ความรูความเขา วิเคราะหความนาเชื่อถือจากการฟง และดูสื่อโฆษณาอยางมีเหตุผล พูดลำดับขั้นตอนการ
ปฏบิ ตั ิงาน ลำดับเหตุการณจ ากเรื่องท่ศี ึกษาคนควา พดู โนมนาวในสถานการณต า งๆ ใหผ อู น่ื นาเชอ่ื ถอื คัดลายมือ
ตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนคำขวัญ คำอวยพร ประกาศ เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพ
ความคิด เขียนเรียงความ เขียนยอความ เขียนจดหมายสวนตัว กรอกแบบรายการ เขียนเรื่องรามจินตนาการ
มีมารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพูด มีความเขาใจ เห็นคุณคาวรรณคดีและวรรณกรรม
ทีอ่ าน เลานิทานพนื้ บา น รองเพลงพน้ื บานในทองถ่นิ

โดยใชหลักการอานออกเสียงบทรอยแกว บทรอยกรองและคำประพันธตามลักษณะของคำประพันธเปน
ทำนองเสนาะ อานจับใจความ ตีความ แปลความ วิเคราะหความ อธิบายและสรุปความ ทักษะการคัดลายมือ
การเขียนโดยใชหลักการเขยี นสือ่ สาร การเขียนเรื่องตามจิตนาการ เขียนจดหมายและกรอกแบบรายการ ทักษะ
การฟง การพูดแสดงความรู ความเขาใจ ความคิดเห็น การพูดวิเคราะหเรื่องจาการฟง การดูสื่อโฆษณา
พูดรายงานและพูดโนมนาว

สามารถเลือกใชคำไดเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคลสามารถนำความรูและขอคิดไปใชในตัดสินใจ
แกปญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน มีจติ สาธารณะ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและคานยิ มที่เหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ท 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ท 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
รวม 34 ตัวช้วี ัด

27

คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน รายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1
รหสั วชิ า ท 21101 ภาษาไทย 1 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หนว ยกิต
เวลาเรียน 60 ชวั่ โมง (3 ช่ัวโมง/สปั ดาห)

ศึกษา ฝกทักษะ การอานบทรอยแกว รอยกรอง การจับใจความสำคัญ การแยกขอเท็จจริงและขอ คดิ เหน็
การวเิ คราะหคุณคางานเขียน มารยาทในการอาน การคัดลายมอื ตัวบรรจงครึ่งบรรทัด การเขียนจดหมายสวนตัว
จดหมายกิจธรุ ะ การเขยี นเพอื่ การสื่อสาร การเขยี นบรรยายประสบการณ การเขยี นเรยี งความ การเขียนยอความ
การพูดสรุปใจความสำคญั จากเร่ืองทฟ่ี งและการดู การเลา เรื่องยอจากเร่อื ง ทฟ่ี ง และดู การประเมินคุณคาของสื่อ
โนม นา วใจ ลกั ษณะของเสยี งในภาษาไทย การสรางคำในภาษาไทย การวเิ คราะหช นดิ และหนา ทขี่ องคำในประโยค
การอา นสรุปเนื้อหาวรรณคดแี ละวรรณกรรม การอธิบายคณุ คาของวรรณคดแี ละวรรณกรรม

โดยใชทักษะกระบวนการอานบทรอยแกวรอยกรอง ทักษะการจับใจความสำคัญ ทักษะการแสดงความ
คิดเหน็ ทกั ษะการคิดวิเคราะหแยกขอ เท็จจริงและขอ คิดเห็น ทักษะการวิเคราะหค ณุ คางานเขียน ทกั ษะการเขียน
เพือ่ สอ่ื สาร ทักษะการเขียนบรรยายประสบการณ ทกั ษะการเขยี นเรยี งความ ทักษะการเขยี นยอ ความ ทกั ษะการ
พดู การฟง การดู ทกั ษะการพดู เลา เร่อื งยอ ทักษะการประเมนิ คาทักษะการอธิบาย ทกั ษะการสรางคำ ทักษะการ
วิเคราะหชนิดและหนาที่ของคำในประโยค ทักษะการอธิบายวรรณคดีและวรรณกรรม ทักษะการเขียนสื่อสาร
ทกั ษะการเขียนบรรยายประสบการณ ทกั ษะการเขยี นเรียงความ ทักษะการเขียน ยอ ความทักษะการพูด การฟง
การดู ทักษะการพูดเลา เรอื่ งยอ

เพื่อใหเกดิ ความรู ความเขาใจ สามารถนาไปปฏิบัตใิ นการดำเนินชวี ติ มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค มีนิสัยรักการอาน มีมารยาทในการอาน มีมารยาทในการฟง และการดู มุงมั่นในการทำงาน
เห็นคุณคาของวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย รักความเปนไทยและรกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ สามารถ
ดำเนนิ ชีวติ อยางสันติสุขในสังคมไทยและสังคมโลก
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/8, ม.1/9
ท 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/7
ท 3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/4
ท 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ท 5.1 ม.1/1, ม.1/3
รวม 19 ตวั ช้ีวัด

28

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน รายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 1
รหัสวชิ า ท 21103 ภาษาไทย 2 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 1.5 หนว ยกิต
เวลาเรียน 60 ช่วั โมง (3 ชั่วโมง/สปั ดาห)

ศกึ ษา ฝกทกั ษะ การวเิ คราะหค ำเปรียบเทยี บและคำความหมายของคำตามบริบทตาง ๆ การตีความคำยาก
ในเอกสารวิชาการตามบริบท การวิเคราะหง านเขยี นประเภทชักจงู โนมนา วใจ การอา นคมู อื แนะนำวิธีการใชงาน
ของเครื่องใชตาง ๆ การคัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัด การเขียนเพื่อการสื่อสาร การเขียน ยอความ การเขียน
แสดงความคิดเห็น การเขียนรายงานการศึกษาคนควาและโครงงาน มารยาทในการเขียน การพูดแสดงความ
คิดเห็นจากเรอื่ งท่ฟี ง และดู การพูดเลา เรื่องยอจากเร่ืองท่ีฟง และดู การพูดรายงานเรอ่ื งหรอื ประเด็นจากการฟง ดู
และสนทนา มารยาทในการฟง การดู และการพูด การวิเคราะหความแตกตางของภาษาพูดและภาษาเขียน
การแตงรอยกรองประเภทกาพยยานี 11 การใชสานวนที่เปนคำพังเพยและสุภาษิต การวิเคราะหวรรณคดี
และวรรณกรรม การสรปุ ความรูและขอคิดจากการอา น การทองจำบทอาขยานและ บทรอยกรอง

โดยใชทักษะกระบวนการวิเคราะหคำเปรียบเทียบและคำความหมายของคำตามบริบทตาง ๆ ทักษะการ
แสดงความคิดเห็น ทักษะการวิเคราะหงานเขียน ทักษะการอาน ทักษะการเขียนสื่อสาร ทักษะการเขียนแสดง
ความคิดเห็น ทักษะการเขียนจดหมายสวนตัว จดหมายกิจธุระ ทักษะการเขียนรายงานการศึกษาคนควา
และโครงงาน ทักษะการพูดแสดงความคิดเห็น ทักษะการเลาเรื่องยอจากเรื่องที่ฟงและดู ทักษะการพูดรายงาน
หรอื ประเด็นจากการฟง ดู และสนทนา ทักษะการวิเคราะหความแตกตางขอภาษาพูดและภาษาเขียน ทักษะการ
แตงบทรอยกรอง ประเภท กาพยยานี 11 ทักษะการใชสานวนที่เปนคำพังเพย และสุภาษติ ทักษะการวิเคราะห
วรรณคดี และวรรณกรรม ทักษะการสรปุ ความรแู ละขอ คิดจากการอาน ทกั ษะการทองจำบทอาขยานและบทรอย
กรอง ทกั ษะการวเิ คราะห ทกั ษะการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การส่อื สาร

เพื่อใหเห็นคุณคาการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน โดยใชภาษาเพื่อการสื่อสารไดอยางมี
ประสิทธิภาพ มีนิสัยรักการอาน มีมารยาทในการเขียน มีมารยาทในการฟง การดู และ การพูด เห็นคุณคา
ของวรรณคดีและวรรณกรรมไทย มีความภมู ใิ จและธารงรกั ษาภาษาไทย
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท 1.1 ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7
ท 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/6, ม.1/5, ม.1/8, ม.1/9
ท 3.1 ม.1/3, ม.1/5, ม.1/6
ท 4.1 ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6
รวม 16 ตัวชว้ี ัด

29

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 2
รหัสวิชา ท 22101 ภาษาไทย 3 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 1.5 หนว ยกิต
เวลาเรียน 60 ชว่ั โมง (3 ชั่วโมง/สัปดาห)

ศึกษา และฝกทักษะการอานออกเสียงรอยแกวและรอยกรองการอานจับใจความสำคัญสรุปความ และ
อธบิ ายจากเรือ่ งที่อา น การแสดงความคิดเห็นและขอ โตแยงการวเิ คราะหแ ละจำแนกขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เห็นจาก
บทความที่อาน การอานประเมินคา และแนวคิด มารยาทในการอาน การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด
การเขียนบรรยายและพรรณนาการเขียนยอความ มารยาทในการเขียนการพูดสรุปใจความสำคัญของเร่ืองที่ฟง
และดู การวิเคราะห วิจารณเรื่องที่ฟงและดู มารยาทในการฟง การดู และการพูด การสรางคำในภาษาไทย
การแตงบทรอยกรอง การใชคำราชาศัพทการสรุปความรูและขอคิดจากการอาน การทองจำบทอาขยานและ
บทรอยกรอง การวเิ คราะห วจิ ารณวรรณคดี วรรณกรรม

โดยมีทักษะการอา นออกเสยี งรอ ยแกวรอ ยกรอง ทกั ษะจับใจความสำคัญ สรปุ ความ และอธบิ าย ทกั ษะการ
แสดงความคิดเห็นและขอโตแ ยง ทักษะการคดิ วิเคราะหจำแนกขอเท็จจรงิ และขอ คิดเหน็ ทักษะการอานประเมนิ
คา ทักษะการคัดลายมือ ทักษะการเขียน ทักษะการพูดสรุปใจความสำคัญจากเรื่องที่ฟงและ ดูทักษะการ
คิดวิเคราะหว จิ ารณเรื่องท่ีฟงและดู ทักษะการสรา งคำในภาษาไทย ทักษะการแตง บทรอยกรอง ทักษะการเขยี น
คำราชาศัพท ทักษะการสรุปความรูและขอ คดิ จากการอาน ทักษะการทอ งจำ บทอาขยาน และบทรอ ยกรอง และ
ทกั ษะการวเิ คราะหว ิจารณ วรรณคดี วรรณกรรม

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงคในดา น มนี สิ ัยรกั การอา น มีมารยาทในการอาน มีมารยาทในการฟง และการดู มุงมนั่ ในการทำงาน
เห็นคณุ คา ของวรรณคดี และวรรณกรรมไทย รักความเปนไทย และรกั ษาภาษาไทย ไวเ ปนสมบตั ิของชาติ สามารถ
ดำเนินชีวิตอยา งสันติสขุ ในสังคมไทยและสงั คมโลก
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/7
ท 1.1 ม.2/8, ม.2/1, ม.2/2, ม.2/4, ม.2/8
ท 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/6
ท 4.1 ม.2/1, ม.2/3, ม.2/4
ท 5.1 ม.2/4, ม.2/5
รวม 18 ตัวชี้วัด

30

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาพ้นื ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี 2
รหัสวิชา ท 22102 ภาษาไทย 4 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1.5 หนวยกิต
เวลาเรยี น 60 ช่ัวโมง (3 ชั่วโมง/สปั ดาห)

ศกึ ษา และฝกทักษะการอานออกเสยี งรอยแกว รอยกรอง การอานจับใจความสำคญั สรปุ ความและอธิบาย
การเขียนผังความคิดจากเรื่องทีอ่ าน การวิเคราะหขอสังเกต การชวนเชื่อ การโนมนาว ของงานเขียน การเขียน
เรียงความ การเขียนรายงานการศึกษาคนควา การเขียนจดหมายกิจธุระ หลักการเขียนวิเคราะหวิจารณ และ
แสดงความรู ความคิดเห็นหรือโตแยงพูดในโอกาสตางๆไดตรงตามวัตถุประสงคการพูดรายงานหรือประเด็น
ที่ศึกษาคนควา การวิเคราะหโครงสรางประโยคสามัญ ประโยครวม และประโยคซอน การรวมรวมและอธิบาย
ความหมายของคำภาษาตางประเทศที่ใชในภาษาไทย การอานสรุปความวรรณคดีวรรณกรรม การวิเคราะห
ลักษณะเดนของวรรณคดีเช่ือมโยงกับการเรียนรูทางประวัติศาสตร และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต การวิเคราะห
และประเมินคุณคา ดานวรรณศิลปของวรรณคดีวรรณกรรมที่เปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ การวิเคราะห
วจิ ารณว รรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณเ บ้ืองตน การอา นบทรอ ยกรองและการทอ งจำบทอาขยาน

โดยใชทักษะการอา นออกเสียงรอยแกวรอยกรอง ทักษะการจับใจความสรุปความและอธิบายรายละเอียด
จากเร่ืองท่ีอา น ทักษะการเขยี น ทกั ษะการวิเคราะห วิจารณ เร่ืองที่ฟง และดู ทักษะการพูดในโอกาสตาง ๆ ทกั ษะ
การวิเคราะหโครงสรางประโยค ทักษะการรวบรวมและอธิบายความหมายของ คำภาษาตางประเทศที่ใชใน
ภาษาไทย ทักษะการวเิ คราะห ประเมินคณุ คาดานวรรณศิลปของวรรณคดี วรรณกรรม และทักษะการวเิ คราะห
และวิจารณว รรณคดีวรรณกรรม

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนาไปปฏิบัตใิ นการดำเนนิ ชวี ติ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค มีนิสยั
รักการอาน มีมารยาทในการอาน มีมารยาทในการฟง และการดูเห็นคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรม รักษา
ภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิของชาติ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/6
ท 2.1 ม.2/3, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7
ท 3.1 ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ท 4.1 ม.2/2, ม.2/5
ท 5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/5
รวม 17 ตัวชว้ี ัด

31

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน รายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3
รหัสวชิ า ท 23101 ภาษาไทย 5 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 1.5 หนวยกติ
เวลาเรยี น 60 ชว่ั โมง (3 ช่ัวโมง/สัปดาห)

ศึกษา และ ฝกทักษะ การอานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดอยางถูกตอง การอานเรื่องตางๆ
แลวเขยี นกรอบแนวคดิ ผงั ความคิด บนั ทกึ ยอ ความ และรายงานการวิเคราะหว ิจารณ และประเมินเรื่องอานโดย
ใชกลวิธีการเปรียบเทียบเพื่อใหผูอานเขาใจไดดีข้ึน การวิเคราะหเพื่อแสดงความคิดเห็นโตแยง กับเรื่องที่อาน
การคัดลายมอื ตวั บรรจงครึง่ บรรทดั การเขียนขอความโดยใชถอ ยคำไดถกู ตองตามระดับภาษา การเขียนยอความ
การเขียนจดหมายกิจธุระ การเขียนรายงานการศึกษาจากคนควาและโครงงาน การพูดแสดงความคิดเห็นและ
ประเมนิ จากการฟงและดู การพดู วเิ คราะหวจิ ารณจากเร่ืองทฟ่ี งและดู การพูดจำแนกและใชคำภาษาตางประเทศ
คำทับศัพทและคำศัพทบัญญัติการแตงบทรอยกรอง ประเภทโคลงสี่สุภาพ การอานสรุปเนื้อหาวรรณคดีและ
วรรณกรรมทองถิ่น การทองจำและบอกคุณคาบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรอง มารยาทในการอาน
การพดู การฟง การดู และการเขียน

โดยใชทักษะการอานออกเสียงรอยแกวรอยกรอง ทักษะการอาน การเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด
บันทึก ยอความ และรายงาน ทักษะการวิเคราะหวิจารณ ประเมินเรื่องที่อาน ทักษะการเขียนลายมือตัวบรรจง
ครึ่งบรรทัด ทักษะการเขียนขอความตามระดับภาษาทักษะการเขียนยอความ ทักษะการเขียนจดหมายกิจธุระ
ทักษะการพูดแสดงความคิดเห็นและประเมินจากการฟงและดู ทักษะการวิเคราะหและวิจารณเรื่องที่ฟงและดู
ทักษะการจำแนกและใชคำภาษาตา งประเทศท่ใี ชในภาษาไทย ทกั ษะการพดู และ เขียนคำทับศัพท และ คำศัพท
บัญญตั ิ ทกั ษะการแตงบทรอ ยกรอง ประเภท โคลงส่สี ภุ าพ ทักษะการสรุปเนอื้ หาวรรณคดีและวรรณกรรม ทกั ษะ
การวิเคราะหและแสดงความคิดเห็น ทักษะการเขียนรายงานการศึกษาคนควา และโครงงาน ทักษะการอาน
ทองจำและบอกคณุ คา บทอาขยาน และบทรอยกรอง

เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม คุณลักษณะ
อันพึงประสงคในดานมีนิสัยรักการอาน การเขียน มีมารยาทในการอาน การฟง การดู การพูด และการเขียน
เห็นคุณคาและนำมาประยุกตใชในชีวิตจริงและรักษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ขิ องชาติ
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ท 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/10
ท 2.1 ม.3/1, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/9, ม.3/10
ท 3.1 ม.3/1, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ท 4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ท 5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวม 25 ตัวชวี้ ัด

32

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 3
รหัสวิชา ท 23102 ภาษาไทย 6 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1.5 หนวยกติ
เวลาเรียน 60 ชวั่ โมง (3 ช่ัวโมง/สัปดาห)

ศึกษา และ ฝกทักษะ ขอแตกตางของคำที่มีความหมายโดยตรง และคำที่มีความหมายโดยนัย การอาน
จับใจความสำคัญและรายละเอียดของขอ มูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อานการประเมินความถูกตอง ของขอมูลที่ใช
สนับสนุนในเรื่องที่อาน การวิจารณความสมเหตุสมผล การลำดับความสำคัญ และความเปนไปไดของเรื่องการ
อานตีความและประเมินคุณคาแนวคิดที่ไดจากงานเขียน การเขียนยอความ การเขียนอธิบายชี้แจงแสดงความ
คดิ เห็นและโตแยง การเขียนวิเคราะหวิจารณ และแสดงความรู ความคดิ เห็นหรือโตแ ยงในเร่ืองตาง ๆ การกรอก
แบบฟอรม สมัครงาน การเขียนบรรยายเกยี่ วกับความรูและการพูดรายงาน เร่ืองหรือประเด็นที่ศึกษาคนควาจาก
การฟง การดู และการสนทนาการพูดในโอกาสตาง ๆ ไดตรงตามวัตถุประสงค การพูดโนมนาวอยางมีเหตุผล
การวิเคราะหโครงสรางประโยคทีซ่ บั ซอ น การวิเคราะห ระดับภาษา การอธิบายความหมายคำศพั ททางวชิ าการ
และวิชาชีพ การวิเคราะหวถิ ีไทยและคณุ คาจากวรรณคดี และวรรณกรรม ที่อาน การสรุปความรูและขอคิดจาก
การอานเพื่อนำไปใชใ นชวี ิตจริงการทองจำ และบอกคุณคา บทอาขยาน บทรอยกรองทีม่ ีคณุ คา และนำไปใชอ า งองิ

โดยมีทักษะการวิเคราะหขอแตกตางของคำที่มีความหมายโดยตรงและคำที่มีความหมายโดยนัยทักษะ
การอานจบั ใจความสำคญั ทักษะการประเมินความถกู ตอ งของขอ มูล ทักษะการวิจารณจ ากเรอื่ งที่อาน ทกั ษะการ
อานตีความและประเมินคุณคาจากงานเขียน ทักษะการเขียนยอความ ทักษะการเขียนอธิบายชี้แจงแสดงความ
คิดเห็นและโตแยง ทักษะการเขียนวิเคราะหว ิจารณ ทักษะการกรอกแบบฟอรมสมัครงานทักษะการพูดรายงาน
จากเรื่องที่ฟงและดู ทักษะการพูดในโอกาสตาง ๆ ทักษะการพูดโนมนาวอยางมีเหตุผล ทักษะการคิดวิเคราะห
โครงสรา งประโยคทซ่ี บั ซอน ทกั ษะการวิเคราะหระดับภาษาทักษะการอธิบายความหมายคำศัพทท างวิชาการและ
วิชาชีพ ทักษะการวิเคราะหและประเมินคา ทักษะการสรุปความรูและขอคิด จากการอาน ทักษะการทองจำ
บทอาขยาน และบทรอ ยกรอง

เพอ่ื ใหเกดิ ความรคู วามเขาใจ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค มีนิสัยรักการอาน การเขียน
มีมารยาทในการอา นการฟง การดู การพูด และการเขียน เห็นคุณคาและนำมาประยุกตใ ชในชีวิตจริงและรักษา
ภาษาไทยไวเปน สมบตั ิของชาติ
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ท 1.1 ม.3/1, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10
ท 2.1 ม.3/2, ม.3/5, ม.3/7, ม.3/8
ท 3.1 ม.3/2, ม.3/3, ม.3/6
ท 4.1 ม.3/5, ม.3/6
ท 5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวม 19 ตัวช้ีวัด

33

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย

กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ รายวชิ าเพิ่มเติม
รหสั วิชา ท ๒02๐1 ฝกฝนการเขียน ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1-3
เวลา 20 ช่ัวโมง (1 ชวั่ โมง/สปั ดาห) จำนวน 0.5 หนว ยกิต

ศึกษาการเขียนตัวอักษรรัตนโกสินทร ตัวเลขไทย ฝก เขยี นคำท่มี กั สะกดผิด ภาษาสำนวนโวหาร เขยี นนยิ าย
ประกอบสำนวนโวหาร เขยี นบรรยายภาพโดยใชพ รรณนาโวหาร และฝกการเขยี นบนั ทึก

โดยใชกระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการเรียนรูความเขาใจ กระบวนการเรียนภาษา และ
กระบวนการปฏิบตั ิ

เพอ่ื ใหผูเรยี นมคี วามสามารถในการคดิ การแกปญ หา และการสือ่ สาร ใฝรูใฝเ รียน สามารถใชภ าษาไทยเพ่ือ
การปฏิบัติหนาที่ของตนเองไดอยางดีและทำงานรวมกับผูอื่นไดอยางเปนกัลยาณมิตร ตระหนักในคุณคาของ
ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง โดยการสังเกตพฤติกรรม การใหความ
รวมมือการมีสวนรวมในกจิ กรรมการเรยี นการสอน การทำแบบฝกหัดและแบบทดสอบ
ผลการเรยี นรู
1. เพ่ือใหสามารถวางทานัง่ การจบั ดนิ สอ และวธิ เี ขยี นใหถ ูกตองตามลักษณะการเขยี น
2. เพือ่ ใหเขยี นตัวอกั ษรไทยอยา งประณีต สะอาด เปน ระเบียบ ชดั เจน ใหผูอานเขาใจงา ย
3. เพื่อใหสามารถเขยี นหนังสอื ไทยถกู ตองตามหลักเกณฑ ตวั อกั ษรไทย วรรคตอนและตวั สะกด
4. เพ่ือใหสามารถเขียนอกั ษรแบบรตั นโกสนิ ทร แบบอาลักษณ แบบกระทรวงศึกษาธกิ าร และตวั เลขไทย

ไดอยางถูกตอ ง
5. เพื่อใหส ามารถรูปญหาและขอบกพรองเก่ยี วกับการคดั ลายมอื การตัดลอกขอความ
6. เพื่อใหส ามารถมีความรูเรอื่ งการสะกดคำ
7. เพอื่ ใหสามารถใชคำพอ งไดอยา งถกู ตอ ง
8. เพือ่ ใหนักเรียนสามารถเลอื กใชโ วหารการเขียนไดอ ยางเหมาะสม
9. เพอื่ ใหสามารถมีความรูเร่ืองการใชภ าษาและเขยี นสื่อสารไดอ ยางเหมาะสม
10. เพือ่ ใหส ามารถทราบวิธีการเขียนบรรยายภาพดวยรอ ยแกวและรอ ยกรอง
11. เพื่อใหส ามารถทราบวิธีการเขยี นบนั ทึกประจำวัน และเขียนบันทึกประจำวันได
12. เพ่อื ใหส ามารถเขยี นบนั ทึกชวยจำไดถ กู ตอ ง
รวมทง้ั หมด 12 ผลการเรียนรู

คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ 34
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย รายวชิ าเพ่ิมเตมิ
รหัสวชิ า ท ๒02๐2 การอา นงานประพนั ธป ระเภทรอยแกว ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1-3
เวลา 20 ช่วั โมง (1 ชว่ั โมง/สัปดาห) จำนวน 0.5 หนว ยกิต

ศกึ ษาหลักการจับใจความสำคญั จากบทความ สารคดแี ละเร่ืองสัน้ การเขียนผังความคิดแสดงความเขาใจ
จากเรื่องทอ่ี า น การอภิปรายแสดงความคดิ เห็นและประเมนิ คณุ คาจากเร่ืองท่ีอา น การแสดงความคดิ เหน็ เชิง
วิเคราะหแ ละวจิ ารณเกีย่ วกบั งานประพนั ธและรูปแบบการเขยี น การใชถอ ยคำสำนวน และวธิ ีการนำเสนอเร่อื ง
อยา งมเี หตุผล

โดยการใชก ระบวนการกลุม การบรรยาย การนำเสนอหนา หอ ง ทำแบบฝกหัด
เพอื่ ใหน ักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสงั เคราะห และการคิดอยางสรางสรรค รวมทั้ง
มีการใฝรใู ฝเรียน และมุงมัน่ ในการทำงาน
ผลการเรยี นรู
1. เพ่อื ใหน ักเรียนเหน็ ความสำคัญและคณุ คาของการอา นรอ ยแกว
2. เพือ่ ใหน กั เรยี นบอกลักษณะของงานประเภทตาง ๆ รวมถึงเกณฑท ี่ใชพ จิ ารณางานรอยแกว แตล ะประเภทได
3. เพือ่ สงเสริมและสรางนสิ ัยรักการอา น
4. เพื่อใหนกั เรยี นสามารถนำหลักการอา นและการเลือกหนงั สอื ไปใชใ นชวี ติ ประจำวันได
5. เพอื่ ใหน ักเรียนมีอุปนสิ ัยรกั การอา น ชา งคดิ ชางสังเกต
6. เพ่อื ใหนักเรยี นสามารถใชภาษาไทยไดอยา งถกู ตอ งเหมาะสม
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู

กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เตมิ 35
รหัสวิชา ท ๒02๐3 นิทานพน้ื บา น รายวิชาเพม่ิ เติม
เวลา 20 ช่วั โมง (1 ช่ัวโมง/สปั ดาห) ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 1-3
จำนวน 0.5 หนว ยกิต

ศึกษาความหมาย ประเภทของนทิ าน ความเชื่อจากนิทาน อานและวิเคราะหนิทานปรัมปรา นทิ านอธิบาย
เหตุ นทิ านเก่ียวกับความเช่อื

โดยศกึ ษาจากแบบเรยี น หนงั สือ เอกสาร และส่อื อิเล็กทรอนิกส แสดงบทบาทสมมุติจากวรรณกรรมที่อาน
คน ควาดว ยตัวเองและนำความรูทไี่ ดมาอภิปรายและรายงานหนาชั้นเรียน

เพื่อใหผูเรียนมีความใฝเรียน มีความรูเรื่องความหมาย ประเภทของนิทาน ความเชื่อของนิทาน อานและ
วิเคราะหนิทานปรัมปรา นิทานอธิบายเหตุ นิทานเกี่ยวกับความเชื่อ มุงมั่นในการทำงาน ทำงานรวมกับผูอื่นได
อยางดี กลา แสดงออกและตระหนกั ในคุณคาของวฒั นธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย
ผลการเรียนรู
๑. นักเรียนสามารถอธบิ ายความหมายของนทิ านพืน้ บา นและนทิ านประเภทตา ง ๆ ได
๒. นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหเนอ้ื หาของนิทานพ้นื บานและนทิ านประเภทตา ง ๆ ได
๓. นกั เรียนสามารถพิจารณาคตชิ น ความเช่อื ของเนอื้ หานิทานพน้ื บา นและนทิ านประเภทตา ง ๆ ได
๔. นกั เรยี นสามารถเลา เรื่องและตอบคำถามตามเน้อื เร่ืองนิทานพนื้ บา นและนทิ านประเภทตา ง ๆ ได
๕. นักเรียนสามารถอธบิ ายประวตั คิ วามเปนมาของนิทานพนื้ บา นและนิทานประเภทตา ง ๆ ได
๖. นกั เรยี นตระหนกั และบงช้ถี งึ ความสำคญั ของวัฒนธรรมไทยซง่ึ มนี ิทานพืน้ บา นเปนมรดกทางวัฒนธรรม

และทางภาษาได
๗. นกั เรยี นสามารถเปรยี บเทียบความเชอื่ คติชนวิทยาทีแ่ ฝงอยใู นนิทานพื้นบา นและนิทานประเภทตาง ๆ

กับคติชนวิทยาในสังคมปจ จบุ นั ไดด
๘. นักเรยี นมคี วามกลา แสดงออกโดยผานการเลา เรอ่ื งหรือการแสดงหนช น้ั เรียนเก่ยี วกบั นิทานพ้นื บา น
๙. นกั เรียนมีความสามัคครี ูจกั กระบวนการทำงานกลุม
๑๐. นกั เรียนมีความคิดสรางสรรค
๑๑. นักเรียนสามารถบอกขอคดิ คติ และความรูที่ดจ ากนทิ านพ้ืนบา น และนทิ านประเภทตาง ๆ ได
12. นักเรียนสามารถนำความรแู ละขอ คดิ ไปปรบั ใชใ นชีวติ ประจำวนั ได
รวมท้งั หมด 12 ผลการเรยี นรู

กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ 36
รหสั วชิ า ท ๒02๐4 การเขียน รายวชิ าเพิม่ เตมิ
เวลา 20 ชัว่ โมง (1 ช่วั โมง/สัปดาห) ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 1-3
จำนวน 0.5 หนว ยกิต

ศึกษาความหมายและความสำคญั ของการเขียน การเขยี นรูปแบบตาง ๆ การเขยี นบนั ทกึ การเขียนยอ ความ
การเลือกใชคำ ประโยค สำนวนโวหารใหเหมาะสมกับเนื้อเรื่องและโอกาส การเขียนลำดับความ ใหผูอานไดรับ
สารอยางถกู ตอ งชดั เจน การเขยี นเรียงความ ตลอดจนการแตงบทรอยกรองอยา งงาย ๆ

โดยการสอนแบบบรรยาย การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศ การศกึ ษาคนควาดว ยตนเอง การเขียนสรุปเน้ือหา
จากการอานงานประพันธแบบตาง ๆ หรือการฟงขาวสาร เรื่องราวตาง ๆ อีกทั้งใหผูเรียนฝกเขียน วิเคราะห
แสดงความคิดเหน็ และความรสู ึกในเชงิ สรา งสรรค

เพือ่ ใหมคี วามใฝเ รยี นรูเพ่มิ พูนทักษะการเขียนในรปู แบบตาง ๆ สามารถเขยี นแสดงความตอ งการ ความคิด
และความรูสกึ ไดถ ูกตองตามมารยาทและธรรมเนียม และมคี วามรับผดิ ชอบตอเร่อื งทีเ่ ขยี น
ผลการเรียนรู
๑. เขยี นหนงั สอื ไดถกู ตอ งตามหลักการเขียนอักขระของไทย
2. บอกหลกั เกณฑแ ละทักษะการเขียนได
3. เรียบเรยี งประโยคไดสละสลวยและถกู ตอ งตามหลกั ภาษา
4. สามารถถายทอดความรู ความคดิ อารมณ ความรูสึกผา นงานเขยี นได
รวมทัง้ หมด 4 ผลการเรียนรู

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ 37
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย รายวชิ าเพิ่มเติม
รหสั วิชา ท ๒02๐5 ประวัติวรรณคดี 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1-3
เวลา 20 ชั่วโมง (1 ช่วั โมง/สัปดาห) จำนวน 0.5 หนว ยกิต

ศึกษา คนควา สรปุ เนอ้ื หา ความหมาย ความสำคัญ ประเภท ลักษณะ และภูมหิ ลงั ของวรรณคดี สมัย
สุโขทัย วรรณคดีสมัยอยธุ ยาตอนตน วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนกลาง และวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนปลาย คุณคา
ของวรรณคดี กวีและผลงานในสมัยสโุ ขทัยจนถงึ อยธุ ยาตอนปลาย

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล ใหเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยงกับลักษณะวรรณคดี
สมัยสโุ ขทัยและสมยั อยธุ ยา และเกิดความซาบซึ้ง ตระหนกั รักความเปน ไทย

เพื่อใหรูคุณคา มีความภาคภูมิใจในภูมิปญญาในภาษาอันเปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสืบทอดมา
แตบรรพบรุ ุษ ตลอดจนเปนพ้ืนฐานในการศกึ ษาตอในระดับชัน้ ท่สี งู ขน้ึ ตอไป
ผลการเรียนรู
1. อธิบายลกั ษณะ ภมู หิ ลัง รปู แบบของวรรณคดีสมัยสโุ ขทยั และสมยั อยุธยา
2. วเิ คราะหจำแนก และแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับลกั ษณะของวรรณคดีสมัยสโุ ขทยั และอยุธยา
3. วิเคราะหเ ชอ่ื มโยงวรรณคดกี ับการเรียนรทู างประวัตศิ าสตรและวิถชี ีวติ ของคนในอดีต
4. มสี วนรวมในการอนุรักษและเผยแพรวรรณคดไี ทยในสมัยสุโขทัยและสมัยอยธุ ยา
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ 38
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
รหัสวชิ า ท ๒02๐6 ประวตั ิวรรณคดี 2 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1-3
เวลา 20 ช่วั โมง (1 ช่วั โมง/สัปดาห) จำนวน 0.5 หนวยกิต

ศึกษา คนควา สรุปเนื้อหา ความหมาย ความสำคัญ ประเภท ลักษณะ และภูมิหลังของวรรณคดีไทย
สมัยธนบุรแี ละสมัยรัตนโกสนิ ทร โดยแบง การศึกษาออกเปนยุคตา ง ๆ ตามพฒั นาการของวรรณคดไี ทย ใน
สมัยสมัยธนบุรีและสมยั รัตนโกสินทรป ระกอบดวย วรรณคดีในยคุ ฟน ฟู (สมัยธนบรุ –ี สมยั รัตนโกสนิ ทร รัชกาล
ที่ 1) วรรณคดีในยุคทองของวรรณคดี (รัชกาลที่ 2-3) วรรณคดีในยุคแรกรับตะวันตก (รัชกาลที่ 4–5) และ
วรรณคดีในยคุ ปรับเปล่ียนสูสยามสมัยใหม (รชั กาลที่ 6-7) คุณคาของวรรณคดีกวีและผลงานสำคัญในสมัยธนบุรี
และสมัยรตั นโกสนิ ทร

โดยการเขียนหรือพูดอธิบาย วิเคราะหวิจารณเรื่องที่อานอยางมีเหตุผล และประเมินคาขอคิดจาก
วรรณคดีและวรรณกรรม แสดงความคิดเห็นอยา งสรางสรรควิเคราะหลกั ษณะเดนของวรรณคดีและ วรรณกรรม
เกีย่ วกบั เหตุการณป ระวตั ิศาสตรแ ละวถิ ีชีวติ ของสงั คมในอดีต และประเมินคา วรรณคดแี ละ วรรณกรรมไทยอยาง
เหน็ คุณคา และนำมาประยุกตใ ชในชีวิตจริง รักษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ขิ องชาติ

เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกี่ยวกับลักษณะวรรณคดีสมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร เปนพื้นฐาน
ในการศึกษาตอในระดับชั้นที่สูงขึ้น เกิดความซาบซึ้ง ตระหนักรักความเปนไทย รูคุณคา มีความภาคภูมิใจ
ในภูมปิ ญญาของภาษาไทย อนั เปน มรดกทางวัฒนธรรมของชาตทิ ่ีสบื ทอดมาแตบ รรพบุรุษ
ผลการเรียนรู
1. อธิบายลักษณะ ภมู ิหลงั รปู แบบของวรรณคดสี มยั ธนบุรีและสมยั รตั นโกสินทร
2. วิเคราะหจำแนก และแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับลกั ษณะวรรณคดีสมัยธนบรุ แี ละสมยั รตั นโกสินทร
3. วเิ คราะหเชอื่ มโยงวรรณคดีกบั การเรยี นรูท างประวตั ศิ าสตรแ ละวิถีชีวติ ของคนไทยในอดตี
4. มีสวนรว มในการอนุรกั ษแ ละเผยแพรว รรณคดีไทยในสมยั ธนบรุ แี ละสมัยรัตนโกสินทร
รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู

39

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู กลุม สาระการเรียนรูคณิตศาสตร

สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน
ผลท่ีเกดิ ขน้ึ จากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนินการ และนำไปใช
มาตรฐาน ค 1.2 เขาใจและวิเคราะหแ บบรปู ความสมั พนั ธ ฟงกชัน ลำดับและอนุกรม และนำไปใช
มาตรฐาน ค 1.3 ใชน ิพจน สมการ และอสมการ อธบิ ายความสัมพันธห รอื ชว ยแกปญหาท่กี ำหนดให

สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เขาใจพนื้ ฐานเก่ยี วกบั การวดั วัดและคำดคะเนขนาดของสง่ิ ท่ตี องการวดั และนำไปใช
มาตรฐาน ค 2.2 เขา ใจและวิเคราะหรปู เรขาคณิต สมบัตขิ องรูปเรขาคณิต ความสมั พนั ธระหวาง
รปู เรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช

สาระที่ 3 สถิตแิ ละความนาจะเปน
มาตรฐาน ค 3.1 เขาใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค วามรทู างสถิตใิ นการแกป ญ หา
มาตรฐาน ค 3.2 เขาใจหลักการนับเบื้องตน ความนา จะเปน และนำไปใช

40

รายวิชากลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร

รายวชิ าพ้นื ฐาน ระดบั ชนั้ ประถมศึกษา ป.1-6 จำนวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร ๑ จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๒ จำนวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร ๓ จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร ๔ จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร ๕ จำนวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร ๖ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
รายวิชาพ้นื ฐาน ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษา ม.1-3 จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ค ๒๑๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ค ๒๑๑๐๒ คณติ ศาสตร ๒ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
ค ๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๓ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ค ๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร ๔ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ค ๒๓๑๐๑ คณติ ศาสตร ๕ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ค ๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร ๖ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ระดบั ชั้นมัธยมศึกษา ม.1-3 จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ค ๒๑๒๐๑ เสรมิ ทักษะคณิตศาสตรเพมิ่ ๑ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ค ๒๑๒๐๒ เสริมทักษะคณติ ศาสตรเพ่มิ ๒
ค ๒๒๒๐๑ เสริมทักษะคณติ ศาสตรเพม่ิ ๓
ค ๒๒๒๐๒ เสรมิ ทักษะคณติ ศาสตรเพ่ิม ๔
ค ๒๓๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะคณิตศาสตรเพ่มิ ๕
ค ๒๓๒๐๒ เสรมิ ทักษะคณิตศาสตรเพิ่ม ๖

41

คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร รายวิชาพน้ื ฐาน
รหัสวชิ า ค 11101 คณิตศาสตร 1 ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 1
เวลาเรียน 200 ชัว่ โมง (5 ชว่ั โมง/สัปดาห) จำนวน 5.0 หนวยกิต

ศึกษา คนควา ฝก ทักษะ/กระบวนการเก่ียวกบั เรื่องตอ ไปนี้
จำนวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 การนับทีละ 1 และทีละ 10 การอานและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตัวเลขไทยแสดงจำนวน การแสดงจำนวนนับไมเกิน 20 ในรูปความสัมพันธของจำนวนแบบสวนยอยสวนรวม
(part - whole relationship) การบอกอันดับที่ หลัก คาของเลขโดดในแตละหลักและการเขียนตัวเลขแสดง
จำนวนในรูปกระจาย การเปรยี บเทียบจำนวนและการใช เคร่อื งหมาย = ≠ > < การเรียงลำดบั จำนวน
การบวก การลบ จำนวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ
การหาผลบวก การหาผลลบและความสัมพันธข องการบวกและการลบ การแกโจทยป ญหาการบวก โจทยปญหา
การลบ และการสรา งโจทยปญหาพรอมทงั้ หาคำตอบ
แบบรูป แบบรูปของจำนวนทีเ่ พิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ 1 และทีละ 10 แบบรูปซ้ำของจำนวน รูปเรขาคณิต
และรูปอื่น ๆ
ความยาว การวัดความยาวโดยใชหนวยท่ไี มใช หนวยมาตรฐาน การวัดความยาวเปนเซนตเิ มตร เปนเมตร
การเปรียบเทียบความยาวเปนเซนติเมตร เปนเมตร การแกโจทยปญหาการบวก การลบเกี่ยวกับ ความยาวที่มี
หนวยเปน เซนตเิ มตร เปนเมตร
น้ำหนัก การวัดน้ำหนักโดยใชหนวยที่ไมใชหนวย มาตรฐาน การวัดน้ำหนักเปนกิโลกรัม เปนขีด
การเปรียบเทียบน้ำหนักเปนกิโลกรัม เปนขีด การแกโจทยปญหาการบวก การลบเกี่ยวกับ น้ำหนักที่มีหนวย
เปนกโิ ลกรมั เปนขดี
รูปเรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสามมิติ ลักษณะของทรงลี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก
กรวย ลกั ษณะของรปู สามเหลี่ยม รปู สเ่ี หลยี่ ม วงกลม และวงรี
การนำเสนอขอมูล การอานแผนภมู ิรปู ภาพ
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและสมรรถนะสำคัญในการแกปญหาตาง ๆ ไดอยาง
เหมาะสม โดยใชความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถในการ
แกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเทคโนโลยี มีวินัย มีความใฝเรียนรู
มคี วามมุงม่นั ในการทำงาน และมจี ิตสาธารณะตามคุณลักษณะอันพงึ ประสงคท่ีดี รวมท้ังเห็นคุณคาและมีเจตคติ
ทด่ี ตี อคณิตศาสตร
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ค 1.2 ป.1/1
ค 2.1 ป.1/1, ป.1/2
ค 2.2 ป.1/1
ค 3.1 ป.1/1
รวม 10 ตัวช้วี ัด

42

คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร รายวชิ าพน้ื ฐาน
รหัสวิชา ค 1๒101 คณติ ศาสตร 2 ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๒
เวลาเรยี น 200 ช่ัวโมง (5 ชวั่ โมง/สปั ดาห) จำนวน 5.0 หนวยกิต

ศกึ ษา คน ควา ฝกทักษะ/กระบวนการเก่ียวกับเรือ่ งตอ ไปนี้
จำนวนนบั ไมเ กนิ 1,000 และ 0 การนบั ทีละ 2 ทลี ะ 4 ทีละ 10 และทลี ะ 100 การอานและการเขียน
ตวั เลขฮินดอู ารบิก ตัวเลขไทย และตวั หนังสอื แสดงจำนวน จำนวนคู จำนวนคี่ หลัก คา ของเลขโดดในแตละหลัก
และ การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย การเปรียบเทยี บและเรียงลำดับจำนวน
การบวก การลบ การคูณ การหาร จำนวนนับไมเกิน 1,000 และ 0 การบวกและการลบ ความหมาย
ของการคูณ ความหมายของ การหาร การหาผลคูณ การหาผลหาร และเศษ และความสัมพันธของการคณู และ
การหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การแกแ ละการสรางโจทยป ญหา พรอ มทง้ั หาคำตอบ
แบบรูป แบบรูปของจำนวนทเี่ พิ่มขึน้ หรอื ลดลง ทีละ 2 ทลี ะ 5 และทีละ 100 แบบรูปซ้ำ
เวลา การบอกเวลาเปนนาิกาและนาที (ชวง 5 นาที) การบอกระยะเวลาเปนชั่วโมง เปนนาที
การเปรยี บเทียบระยะเวลาเปนชัว่ โมง เปน นาที การอา นปฏิทนิ การแกโจทยป ญ หาเกี่ยวกับเวลา
ความยาว การวัดความยาวเปนเมตรและเซนติเมตร การคำดคะเนความยาวเปนเมตร การเปรียบเทียบ
ความยาวโดยใช ความสัมพันธระหวางเมตรกับเซนติเมตร การแกโจทยปญหาเกี่ยวกับความยาว ที่มีหนวยเปน
เมตรและเซนติเมตร
น้ำหนัก การวัดน้ำหนักเปนกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด การคำดคะเนน้ำหนักเปนกิโลกรัม
การเปรียบเทียบน้ำหนกั โดยใชค วามสัมพันธ ระหวา งกิโลกรมั กบั กรัม กโิ ลกรมั กบั ขดี การแกโจทยปญหาเก่ียวกับ
น้ำหนักท่ีมี หนว ยเปนกโิ ลกรมั และกรมั กิโลกรมั และขีด
ปริมาตรและความจุ การวัดปริมาตรและความจุโดยใชห นวย ที่ไมใชหนว ยมาตรฐาน การวัดปริมาตรและ
ความจุเปนชอนซา ชอนโตะ ถวยตวง ลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเปน ชอนซา ชอนโตะ ถวยตวง
ลติ ร การแกโ จทยปญหาเกี่ยวกับปริมาตรและ ความจุ ทมี่ หี นว ยเปน ชอนซา ชอนโตะ ถวยตวง ลิตร
รปู เรขาคณิตสองมติ ิ ลกั ษณะของรูปหลายเหลยี่ ม วงกลม และวงรี และการเขียนรปู เรขาคณติ สองมิติ
โดยใชแบบของรปู
การนำเสนอขอมลู การอา นแผนภมู ริ ปู ภาพ
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและสมรรถนะสำคัญในการแกปญหาตาง ๆ ไดอยาง
เหมาะสม โดยใชความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถในการ
แกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเทคโนโลยี มีวินัย มีความใฝเรียนรู
มคี วามมงุ ม่นั ในการทำงาน และมีจติ สาธารณะตามคุณลกั ษณะอันพึงประสงคที่ดี รวมทัง้ เห็นคุณคาและมีเจตคติ
ทีด่ ีตอ คณิตศาสตร
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ค 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ค 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6
ค 2.2 ป.2/1
ค 3.1 ป.2/1
รวม 16 ตวั ชีว้ ัด

43

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร รายวิชาพืน้ ฐาน
รหสั วิชา ค 1๓101 คณติ ศาสตร 3 ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
เวลาเรียน 200 ชวั่ โมง (5 ชั่วโมง/สัปดาห) จำนวน 5.0 หนว ยกิต

ศึกษา คน ควา ฝก ทกั ษะ/กระบวนการเกีย่ วกบั เร่ืองตอไปนี้
จำนวนนับไมเกิน 100,000 และ 0 การอาน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือ
แสดงจำนวน หลัก คาของเลขโดดในแตละหลักและการเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบ
และเรียงลำตับจำนวน
เศษสว น เศษสวนทต่ี ัวเศษนอ ยกวา หรอื เทากบั ตวั สว น การเปรยี บเทียบและเรียงลำดบั เศษสวน
การบวก การลบ การคูณ การหารจำนวนนับ ไมเกน 100,000 และ 0 การบวกและการลบ การคูณ
การหารยาวและการหารสนั้ การบวก ลบ คณู หารระคน การแกโจทยปญ หาและการสราง โจทยปญหา พรอมทั้ง
หาคำตอบ
การบวก การลบเศษสวน การบวกและการลบเศษสวน การแกโจทยปญหาการบวกและ โจทยปญหา
การลบเศษสวน
แบบรูป แบบรปู ของจำนวนที่เพ่ิมขนึ้ หรอื ลดลงทลี ะเทา ๆ กนั
เงิน การบอกจำนวนเงินและเขียนแสดง จำนวนเงิน แบบใชจ ดุ การเปรียบเทียบจำนวนเงนิ และการแลกเงิน
การอา นและเขยี นบนั ทึกรายรับ รายจาย การแกโจทยป ญ หาเกยี่ วกับเงิน
เวลา การบอกเวลาเปนนาิกาและนาที การเขียนบอกเวลาโดยใชมหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) และการ
อาน การบอกระยะเวลาเปนชั่วโมงและนาที การเปรียบเทยี บระยะเวลาโดยใชค วามสมั พันธร ะหวา งช่วั โมงกับนาที
การอา นและการเขียนบันทกึ กิจกรรม ทีร่ ะบเุ วลา การแกโ จทยปญหาเก่ียวกบั เวลาและ ระยะเวลา
ความยาว การวัดความยาวเปน เซนติเมตรและ มิลลเิ มตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตรการเลือก
เครื่องวัดความยาวที่เหมาะสม การคำดคะเนความยาวเปนเมตรและเปน เซนติเมตร การเปรียบเทียบความยาว
โดยใช ความสมั พันธร ะหวา งหนวยความยาว การแกโ จทยป ญ หาเกี่ยวกับความยาว
น้ำหนัก การเลือกเครื่องชั่งที่เหมาะสม การคำดคะเนน้ำหนักเปนกิโลกรัมและเปนขีด การเปรียบเทียบ
นำ้ หนักโดยใชค วามสมั พันธ ระหวางกโิ ลกรัมกับกรมั เมตริกตนั กบั กโิ ลกรัม การแกโจทยป ญหาเก่ียวกบั นำ้ หนัก
ปริมาตรและความจุ การวัดปริมาตรและความจุเปนลิตร และมิลลิลิตร การเลือกเครื่องตวงที่เหมาะสม
การคำดคะเนปรมิ าตรและความจุเปนลิตร การเปรยี บเทยี บปริมาตรและความจุ โดยใชค วามสมั พนั ธร ะหวางลิตร
กบั มิลลลิ ิตร ชอนซา ชอ นโตะ ถวยตวงกบั มิลลลิ ติ ร การแกโ จทยป ญ หาเกี่ยวกับปรมิ าตรและ ความจทุ ีม่ หิ นวยเปน
ลติ รและมิลลิลติ ร
รูปเรขาคณิตสองมิติ รปู ทมี่ ีแกนสมมาตร
การเก็บรวบรวมขอ มูลและการนำเสนอขอ มูล การเก็บรวบรวมขอมูลและจำแนกขอมูล การอา นและการ
เขียนแผนภูมริ ูปภาพ การอา นและการเขยี นตารางทางเดียว (one - way table)
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและสมรรถนะสำคัญในการแกปญหาตาง ๆ ไดอยาง
เหมาะสม โดยใชความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถในการ
แกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเทคโนโลยี มีวินัย มีความใฝเรียนรู
มคี วามมุง มน่ั ในการทำงาน และมีจติ สาธารณะตามคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคที่ดี รวมท้ังเห็นคุณคาและมีเจตคติ
ทดี่ ีตอคณิตศาสตร

44
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10 , ป.3/11
ค 1.2 ป.3/1 ค 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10,

ป.3/11, ป.3/12, ป.3/13
ค 2.2 ป.3/1 ค 3.1 ป.3/1, ป.3/2
รวม 28 ตวั ชีว้ ัด

45

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

กลมุ สาระการเรียนรูค ณิตศาสตร รายวชิ าพืน้ ฐาน
รหัสวิชา ค 14101 คณิตศาสตร 4 ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 4
เวลาเรียน 160 ชัว่ โมง (4 ชั่วโมง/สัปดาห) จำนวน 4.0 หนว ยกิต

ศึกษา คนควา ฝก ทักษะ/กระบวนการเกี่ยวกบั เรอ่ื งตอ ไปน้ี
จำนวนนับทมี่ ากกวา 100,000 และ 0 การอา น การเขยี นตวั เลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย และตวั หนังสือ
แสดงจำนวน หลัก คาประจำหลักและคาของเลขโดด ในแตละหลัก และการเขียนตัวเลข แสดงจำนวนในรูป
กระจาย การเปรียบเทยี บและเรยี งลำตับจำนวน คา ประมาณของจำนวนนับและการใช เครื่องหมาย ≈
เศษสวน เศษสวนแท เศษเกิน จำนวนคละ ความสัมพันธระหวางจำนวนคละและเศษเกิน เศษสวนท่ี
เทา กนั เศษสว นอยา งต่ำ และเศษสว นทีเ่ ทา กับจำนวนนับ การเปรียบเทยี บ เรยี งลำดับเศษสว น และจำนวนคละ
ทศนิยม การอา นและการเขียนทศนยิ มไมเ กิน 3 ตำแหนง ตามปรมิ าณทกี่ ำหนด หลกั คา ประจำหลัก
คาของเลขโดดในแตล ะหลักของทศนิยม และการเขยี น ตวั เลข แสดงทศนยิ มในรปู กระจาย ทศนิยมท่ีเทากนั
การเปรยี บเทยี บและเรียงลำตับทศนยิ ม
การบวก การลบ การคณู การหารจำนวนนบั ที่มากกวา 100,000 และ 0 การประมาณผลลพั ธของการ
บวก การลบ การคูณ การหาร การบวกและการลบ การคณู และการหาร การบวก ลบ คณู หารระคน การแกโจทย
ปญหาและการสรา งโจทยปญหา พรอมท้งั หาคำตอบ
การบวก การลบเศษสว น การบวก การลบเศษสวนและจำนวนคละ การแกโจทยป ญ หาการบวกและโจทย
ปญหาการลบเศษสวนและจำนวนคละ
การบวก การลบทศนิยม การบวก การลบทศนิยม การแกโจทยป ญหาการบวก การลบ ทศนิยมไมเกิน 2
ข้นั ตอน
แบบรูป แบบรปู ของจำนวนที่เกิดจากการคูณ การหารดวยจำนวนเดียวกัน
เวลา การบอกระยะเวลาเปนวินาที นาที ชั่วโมง วัน สัปดาห เดือน ป การเปรียบเทียบระยะเวลา โดยใช
ความสัมพันธร ะหวางหนวยเวลา การอานตารางเวลา การแกโ จทยป ญ หาเกย่ี วกบั เวลา
การวัดและสรางมมุ การวดั ขนาดของมมุ โดยใชโพรแทรกเตอร การสรา งมมุ เมอ่ื กำหนดขนาดของมุม
รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูปลี่เหลี่ยมมุมฉาก พื้นที่ของรูปลี่เหลี่ยมมุมฉาก การแกโจทย
ปญหาเกี่ยวกับความยาว รอบรปู และพ้ืนทีข่ องรปู ลี่เหลีย่ มมุมฉาก
รปู เรขาคณิต ระนาบ จดุ เสนตรง รงั สี สวนของเสน ตรง และสญั ลักษณแสดงเสนตรง รงั สี สว นของเสนตรง
มุม สว นประกอบของมุม การเรยี กซื่อมมุ สญั ลักษณแ สดงมุม ชนิดของมุม ชนิดและสมบัตขิ องรูปล่เี หลี่ยมมุมฉาก
การสรา งรูปล่เี หลีย่ มมุมฉาก
การนำเสนอขอมลู การอา นและการเขยี นแผนภูมแิ ทง (ไมรวมการยนระยะ) การอานตารางสองทาง
(two - way table)
โดยใชความรู ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรและสมรรถนะสำคัญในการแกปญหาตาง ๆ ไดอยาง
เหมาะสม โดยใชความสามารถในการสื่อสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถในการ
แกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเทคโนโลยี มีวินัย มีความใฝเรียนรู
มคี วามมุงมัน่ ในการทำงาน และมจี ิตสาธารณะตามคุณลักษณะอันพึงประสงคที่ดี รวมทัง้ เห็นคุณคาและมีเจตคติ
ทด่ี ตี อคณติ ศาสตร


Click to View FlipBook Version