The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา รร.บ้านบางลาด ปรับปรุง ปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by somchaithumariya, 2021-10-19 12:47:37

หลักสูตรสถานศึกษา รร.บ้านบางลาด

หลักสูตรสถานศึกษา รร.บ้านบางลาด ปรับปรุง ปีการศึกษา 2564

Keywords: หลักสูตรสถานศึกษา รร.บ้านบางลาด ปรับปรุง ปีการศึกษา 2564

196

คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 1-3
รหสั วิชา ง 20206 การปลูกพชื ผักสวนครัว จำนวน 1.0 หนว ยกิต
เวลาเรยี น 40 ชัว่ โมง (2 ชว่ั โมง/สัปดาห)

ศึกษา วิเคราะห อธิบายวิธีการปลูกผักเพื่อการดำรงชีวิตและการอาชีพ การวิเคราะหพันธุผักที่เหมาะสม
กบั ฤดูกาล การเตรยี มดิน กระบวนการ ปลูก ดแู ล บำรุงรักษา การปองกนั โรค และแมลง การเก็บเก่ียวตัดแตงผัก
เพ่อื การคา การออกแบบบรรจุภัณฑ การสรางตลาดรองรบั ผลผลิต

โดยใชทักษะกระบวนการ การทำงานเปนกลุม ทักษะการคิด ทักษะการแกปญหา ตลอดจนทักษะในการ
ทำงานอยางเปน ขนั้ ตอน มุงม่นั แสวงหาความรู มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมในการดำรงชีวิตและการทำงาน มีความเปน
ประชาธปิ ไตย มเี จตคตทิ ีด่ ีตอการพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรยี นรู
1. นกั เรียนอธบิ ายความหมาย ความสำคัญ ประโยชนของการปลกู ผัก เพือ่ การดำรงชวี ติ และการอาชีพ

ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. นักเรยี นวเิ คราะหพันธุผักทเี่ หมาะสมกับฤดกู าล สรา งสรรค และมีทกั ษะ
3. นกั เรยี นมที กั ษะในการจัดการเกย่ี วกบั การเตรยี มดนิ กระบวนการ ปลกู ดแู ลบำรงุ รกั ษา การปอ งกนั โรค

และแมลง อยางมกี ระบวนการตามขนั้ ตอน
4. นักเรยี นมที กั ษะในการเก็บเกยี่ วตัดแตง ผักเพอื่ การคา การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ เพ่อื ใหการทำงานสำเรจ็

ตามเปา หมายทีว่ างไว
5. นักเรยี นมีทกั ษะในการแสวงหาการสรา งตลาดรองรับผลผลิต
6. นักเรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรมและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคในการทำงานดำรงชวี ิตตามแนวหลักปรชั ญา

เศรษฐกจิ พอเพียง
7. นักเรียนรูจกั การเลือกใชท รัพยากรธรรมชาติทเ่ี หมาะสม อยางคมุ คา และยั่งยืน เพอื่ อนรุ กั ษ

ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม
รวม 7 ผลการเรยี นรู

197

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1-3
รหัสวชิ า ง 20207 การจัดสวนถาด จำนวน 1.0 หนว ยกติ
เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง (2 ชั่วโมง/สปั ดาห)

ศกึ ษาการจดั สวนถาดเปนการจัดปลกู ตน ไมลงในภาชนะขนาดเลก็ ใหเกิดความสวยงาม ใชศ ลิ ปะชวยตกแตง
โดยการใชตนไมหลายชนิดจดั ลงในภาชนะในรูปแบบตา ง ๆ

ปฏบิ ตั ทิ กั ษะการจัดสวนถาด โดยออกแบบดวยลายเสน จัดรปู แบบ จัดหาพันธไุ ม เครื่องปลกู ภาชนะในการ
จัดทำตลอดจนการดูแลรักษาสวนถาด โดยใชภูมิปญญาทองถิ่นและความรูทางวิชาการที่จะประสานและบูรณา
การในการทำงานอยางมคี วามสุขตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรยี นรู
1. นกั เรียนอธิบายความสำคญั และประโยชนของการจัดสวนถาดไดถูกตอง
2. นักเรียนอธิบายประเภทของสวนถาดไดถกู ตอ ง
3. นักเรียนวเิ คราะหพ นั ธไุ มสำหรับจัดสวนถาดได
4. นกั เรยี นมที ักษะในการจดั การเตรยี มดนิ สำหรบั จัดสวนถาดได
5. นักเรียนรจู กั เลือกใชเ ครือ่ งมือและวัสดุอปุ กรณจัดสวนถาดไดถกู ตอง
6. นักเรยี นกำหนดออกแบบและขนั้ ตอนการจดั สวนถาดได
รวม 7 ผลการเรียนรู

198

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เติม ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 1-3
รหสั วชิ า ง 20208 ชางรอยมาลัย 1 จำนวน 1.0 หนวยกิต
เวลาเรยี น 40 ช่วั โมง (2 ชั่วโมง/สปั ดาห)

ศึกษาถึงประวัติความเปนมาของงานมาลัย ความหมาย ประโยชน ลักษณะ และโอกาสในการใชมาลัย
ขั้นตอนและวิธีการรอยมาลัยแบบตาง ๆ การใชและการบำรุงรักษาเครื่องมือ อุปกรณ ปฏิบัติการออกแบบ
เลือกวัสดุ รอยมาลัยแบบตาง ๆ ไมนอยกวา 4 ชนิด คำนวณคาใชจาย กำหนดราคาหรือคาบริการ จัดจำหนาย
จดบนั ทึกการปฏบิ ัตงิ าน ทำบญั ชรี ายรบั -รายจา ย และประเมินผล

เพื่อใหม คี วามรูความเขา ใจ และมที ักษะเกีย่ วกับการรอยมาลัย การรอยมาลัยตามลกั ษณะรปู แบบที่กำหนด
และจำหนา ยได
ผลการเรียนรู
1. บอกความหมายและโอกาสในการใชมาลัยได
2. บอกขั้นตอนและวธิ กี ารรอ ยมาลัยรปู แบบตาง ๆ ได
3. ใชแ ละบำรุงรักษาเคร่อื งมือ อุปกรณใ นการรอยมาลัยได
4. ออกแบบและเลือกวสั ดใุ นการรอ ยมาลัยไดเ หมาะสม
5. รอยมาลัยรูปแบบตา ง ๆ ไดอยางนอ ย 4 แบบ
6. คำนวณคา ใชจาย กำหนดราคาขายและจัดจำหนายได
รวม 6 ผลการเรียนรู

199

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 1-3
รหัสวิชา ง 20209 ชา งรอ ยมาลยั 2 จำนวน 1.0 หนวยกติ
เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง (2 ชัว่ โมง/สปั ดาห)

ศึกษาและฝกปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องทักษะกระบวนการเปนขั้นตอนในการรอยมาลัย การออกแบบตกแตง
วิธีการสราง การแสดงชิ้นงาน การนำเสนอผลงานและการรักษางานมาลัย การจัดการผลผลิต เพื่อใหเกิดความ
เขาใจในการทำงาน มีความคิดสรางสรรค มีทักษะกระบวนการทำงานทักษะการแกปญหา ทักษะงานรวมกัน
ทักษะการแสวงหาความรู มีคุณธรรมและลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการทรัพยากรและส่ิงแวดลอ ม
เพอ่ื การดำรงชวี ิตและครอบครัวตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรียนรู
1. นักเรียนสามารถอธบิ ายกระบวนการรอ ยมาลยั ได
2. นกั เรียนสามารถรอยมาลัยตามกระบวนการได
3. นกั เรยี นสามารถนำเสนอวธิ ีการรอ ยมาลัยได
4. นกั เรยี นสามารถใชท ักษะกระบวนการแกปญ หาในการทำงานได
5. นักเรียนสามารถเลือกใชเ ทคนิคการสรางงานรอยมาลัยอยา งสรา งสรรค
6. นักเรียนสามารถมีจติ สำนึกในการปฏบิ ัติงานอยางประหยดั และคุมคา
รวม 6 ผลการเรยี นรู

200

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 1-3
รหัสวิชา ง 20210 ประดิษฐของชำรวย จำนวน 1.0 หนว ยกติ
เวลาเรยี น 40 ช่วั โมง (2 ช่วั โมง/สปั ดาห)

ศึกษาถึงความหมายและโอกาสในการใชของชำรวย หลักการออกแบบ ขั้นตอนและวิธีการประดิษฐ
ของชำรว ยแบบตาง ๆ การใชและการบำรุงรักษาเคร่ืองมือ อุปกรณ ปฏิบตั ิการออกแบบ เลอื กวสั ดุ ประดิษฐของ
ชำรวยแบบตาง ๆ ไมนอยกวา 4 ชนิด คำนวณคาใชจาย กำหนดราคาหรือคา บริการ จัดจำหนาย จดบันทึกการ
ปฏบิ ตั ิงาน ทำบญั ชีรายรับ-รายจา ย และประเมนิ ผลเพ่ือใหมีความรคู วามเขาใจ และมที ักษะเกี่ยวกบั การออกแบบ
การประดิษฐข องชำรวยตามแบบที่กำหนด และจำหนา ยได
ผลการเรียนรู
1. บอกความหมายและโอกาสในการใชของชำรวยได
2. บอกขั้นตอนและวิธกี ารประดษิ ฐข องชำรวยแบบตาง ๆ ได
3. ใชและบำรงุ รักษาเครือ่ งมือ อุปกรณใ นการประดษิ ฐข องชำรวยได
4. ออกแบบและเลือกวสั ดใุ นการประดษิ ฐข องชำรว ยไดเหมาะสม
5. ประดิษฐข องชำรวยแบบตาง ๆ ไดอยางนอย 4 ชนิด
6. คำนวณคา ใชจา ย กำหนดราคาขายและจัดจำหนา ยได
รวม 6 ผลการเรียนรู

201

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1-3
รหสั วิชา ง 20211 ดอกไมประดษิ ฐ จำนวน 1.0 หนว ยกติ
เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง (2 ชว่ั โมง/สปั ดาห)

ศึกษาและฝกปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องทักษะกระบวนการเปนขั้นตอนในการประดิษฐดอกไม การออกแบบ
ตกแตง วิธีการสราง การแสดงชิ้นงาน การนำเสนอผลงานและการรักษางานประดิษฐ การจัดการผลผลิต
เพื่อใหเ กดิ ความเขาใจในการทำงาน มีความคิดสรางสรรค มที กั ษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการแกป ญหา ทักษะ
งานรวมกนั ทกั ษะการแสวงหาความรู มคี ณุ ธรรมและลักษณะนิสัยในการทำงาน มจี ิตสำนกึ ในการทรพั ยากรและ
สงิ่ แวดลอ มเพือ่ การดำรงชวี ติ และครอบครัวตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู
1. นักเรียนสามารถอธิบายกระบวนการสรางดอกไมประดิษฐได
2. นักเรียนสามารถประดษิ ฐดอกไมประดษิ ฐต ามกระบวนการได
3. นกั เรยี นสามารถนำเสนอวิธีการประดิษฐด อกไมประดษิ ฐไ ด
4. นกั เรียนสามารถใชทกั ษะกระบวนการแกป ญ หาในการทำงานได
5. นักเรียนสามารถเลอื กใชเทคนิคการสรา งงานประดิษฐอ ยางสรา งสรรค
6. นักเรียนสามารถมจี ิตสำนกึ ในการปฏิบตั ิงานอยางประหยดั และคมุ คา
รวม 6 ผลการเรยี นรู

202

สาระและมาตรฐานการเรียนรู กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ (ภาษาองั กฤษ)

สาระท่ี 1 ภาษาเพ่อื การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจ และตีความเรอื่ งที่ฟง และอา นจากส่อื ประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเหน็
อยา งมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึก
และความคดิ เห็นอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ มลู ขา วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรือ่ งตา ง ๆ โดยการพดู
และการเขียน

สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา ใจความสัมพนั ธระหวา งภาษากบั วัฒนธรรมของเจา ของภาษา และนำไปใชไ ด
อยา งเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เขาใจความเหมือน และความแตกตา งระหวา งภาษาและวฒั นธรรมของเจาของภาษา
กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย นำมาใชอยา งถูกตองและเหมาะสม

สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก ับกลุม สาระการเรยี นรอู ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภาษาตางประเทศในการเชื่อมโยงความรกู บั กลุมสาระการเรียนรอู นื่ และเปนพ้ืนฐาน
ในการพัฒนา แสวงหาความรู และเปด โลกทศั นข องตน

สาระท่ี 4 ภาษากบั ความสัมพนั ธกับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ าษาตางประเทศในสถานการณตาง ๆ ทง้ั ในสถานศึกษา ชมุ ชน และสังคม
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภาษาตางประเทศเปน เคร่ืองมอื พืน้ ฐานในการศกึ ษาตอ การประกอบอาชพี
และการแลกเปล่ียนเรยี นรกู ับสังคมโลก

203

รายวิชากลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ (ภาษาองั กฤษ)

รายวิชาพื้นฐาน ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษา ป.1-3 จำนวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ จำนวน ๑๒๐ ช่วั โมง
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒ จำนวน ๑๒๐ ชัว่ โมง
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ จำนวน ๘๐ ช่ัวโมง
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๖ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพ้นื ฐาน ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษา ม.1-3 จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
อ ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
อ ๒๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๒ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
อ ๒๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
อ ๒๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๔ จำนวน ๘๐ ช่วั โมง
อ ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ จำนวน ๘๐ ช่ัวโมง
อ ๒๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
รายวิชาเพ่ิมเตมิ ระดบั ชั้นประถมศึกษา ป.1-3 จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
อ ๑๑๒๐๑ เสรมิ ทักษะภาษาองั กฤษ ๑ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
อ ๑๒๒๐๑ เสริมทักษะภาษาองั กฤษ ๒
อ ๑๓๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะภาษาอังกฤษ ๓
อ ๑๔๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะภาษาองั กฤษ ๔
อ ๑๕๒๐๑ เสริมทักษะภาษาองั กฤษ ๕
อ ๑๖๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะภาษาองั กฤษ ๖

204

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน รายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 1
รหัสวชิ า อ 11101 ภาษาอังกฤษ 1 จำนวน 3.0 หนว ยกิต
เวลาเรียน 120 ช่วั โมง/ป (3 ช่ัวโมง/สปั ดาห)

ปฏิบตั ิตาม คำส่งั งาย ๆ ทฟ่ี ง ตัวอักษรและเสียง และสะกดคำงา ย ๆ ถกู ตองตามหลกั การอาน ภาพตรงตาม
ความหมายของคำและกลุมคำทฟ่ี ง เรือ่ งใกลตวั คำสัน้ ๆ งาย ๆ ในการส่ือสารระหวางบคุ คลตามแบบที่ฟง คำสั่ง
งาย ๆ ตามแบบที่ฟง ความตองการงาย ๆ ของตนเองตามแบบที่ฟง การขอและใหขอมูลงาย ๆ เกี่ยวกับตนเอง
ตามแบบที่ฟง ขอมูลงาย ๆ เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลตัว ตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา ชื่อและคำศัพท
เก่ยี วกบั เทศกาลสำคญั ของเจาของภาษา การเขา รวมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่ีเหมาะสมกับวยั การระบุ
ตัวอักษรและเสียงอักษรของภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย คำศัพทที่เกี่ยวของกับกลุมสาระ
การเรียนรูอื่น การฟง/พูดในสถานการณงาย ๆ ที่เกิดขึ้นในหองเรียน การใชภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)
เพอ่ื รวบรวมคำศัพทท ่ีเกีย่ วขอ งใกลต ัว

โดยการปฏิบัติตาม ระบุ อานออกเสียง เลือกภาพ ตอบคำถาม พูดโตต อบ ใช บอก พดู ขอ ใหข อมูล ทำทา
ประกอบ เขา รวม ฟง /พูด เพ่ือใหผ ูเรยี นมคี วามรูความเขาใจและนำไปประยกุ ตใชในชีวิตประจำวัน เกดิ สมรรถนะ
ตามความตองการของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงคขึ้นในตัวของผูเรียน และสามารถอยูรวมกับผูอ่ืน
ในสังคมไดอยางมีความสุข สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนำไปประยุกตใ ชก บั ชวี ติ ประจำวนั ไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ต 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4
ต 1.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4
ต 1.3 ป.1/1
ต 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ต 2.2 ป.1/1
ต 3.1 ป.1/1
ต 4.1 ป.1/1
รวม 16 ตวั ช้ีวัด

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน 205
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ รายวิชาพืน้ ฐาน
รหสั วิชา อ 12101 ภาษาองั กฤษ 2 ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี 2
เวลาเรียน 120 ช่ัวโมง/ป (3 ชั่วโมง/สัปดาห) จำนวน 3.0 หนวยกติ

ปฏิบัติตามคำสั่งงาย ๆ และคำขอรองงาย ๆ ที่ฟง ระบุตัวอักษรและเสียง อานออกเสียงคำ สะกดคำ และ
อานประโยคงาย ๆ ถูกตองตามหลักการอาน เลือกภาพตรงตามความหมายของคำและกลุม คำที่ฟง ตอบคำถาม
จากการฟงประโยค บทสนทนาหรือนิทานงาย ๆ ที่มีภาพประกอบ พูดโตตอบดวยคำสั้น ๆ งาย ๆ ในการสือ่ สาร
ระหวางบุคคลตามแบบที่ฟง ใชคำสั่งและคำขอรองงาย ๆ ตามแบบที่ฟง บอกความตองการงาย ๆ ของตนเอง
ตามแบบที่ฟง พูดขอและใหขอมูลงาย ๆ เกี่ยวกับตนเองตามแบบที่ฟง พูดใหขอมูล เกี่ยวกับตนเองและเรื่อง
ใกลตัว พูดและทำทาทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา บอกชื่อและคำศัพทเกี่ยวกับเทศกาลสำคัญ
ของเจาของภาษา การเขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย ระบุตัวอักษรและเสียงอักษร
ของภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย บอกคำศัพทที่เกี่ยวของกับกลุม สาระการเรียนรูอื่น ฟง/พูด
ในสถานการณงาย ๆ ที่เกิดขึ้นในหองเรียน ใชภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ) เพื่อรวบรวมคำศัพทที่เกีย่ วขอ ง
ใกลตวั

โดยการระบุ อานออกเสียง เลือก ตอบคำถาม พูดโตตอบ ใช บอก ทำทาทาง เขารวม ฟง เพื่อใหผูเรียน
มีความรูความเขาใจและนำไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน เกิดสมรรถนะตามความตองการของหลักสูตร
มีคุณลักษณะอันพึงประสงคขึน้ ในตัวของผูเ รียน และสามารถอยูร วมกับผูอืน่ ในสังคมไดอยา งมีความสขุ สามารถ
นำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกตใช
กับชีวติ ประจำวนั ไดอ ยา งถูกตอ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ต 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
ต 1.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
ต 1.3 ป.2/1
ต 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3
ต 2.2 ป.2/1
ต 3.1 ป.2/1
ต 4.1 ป.2/1
ต 4.2 ป.2/1
รวม 16 ตวั ชว้ี ัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน 206
กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ รายวชิ าพื้นฐาน
รหสั วิชา อ 13101 ภาษาองั กฤษ 3 ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 3
เวลาเรยี น 120 ชั่วโมง/ป (3 ชั่วโมง/สปั ดาห) จำนวน 3.0 หนวยกติ

ปฏิบัติตามคำสั่งและคำขอรองที่ฟงหรืออาน อานออกเสียงคำ สะกดคำ อานกลุมคำ ประโยคและบทพูด
เขาจังหวะงาย ๆ ถูกตองตามหลักการอาน เลือกระบุภาพหรือสัญลักษณตรงตามความหมายของกลุมคำ
และประโยคที่ฟง ตอบคำถามจากการฟงหรืออานประโยค บทสนทนาหรือนิทานงาย พูดโตตอบคำสั้น ๆ งาย ๆ
ในการสื่อสารระหวางบุคคลตามแบบที่ฟง ใชคำสั่งและคำขอรองงาย ๆ ตามแบบที่ฟง บอกความตองการงาย
ของตนเองตามแบบที่ฟง พูดขอ และใหขอมูลใหงาย ๆ เกี่ยวกับตนเองและเพื่อนตามแบบที่ฟง บอกความรูสึก
ของตนเองเก่ยี วกบั สง่ิ ตาง ๆ ใกลตัวหรือกิจกรรมตาง ๆ ตามแบบทีฟ่ ง พูดใหขอมลู เกยี่ วกับตนเองและเรื่องใกลตัว
จัดหมวดหมูคำตามประเภทของบุคคล สัตว และสิ่งของ ตามแบบที่ฟงหรืออาน พูดและทำทาทางประกอบ
ตามมารยาทสังคมวัฒนธรรมของเจาของภาษา บอกชื่อและคำศัพทงาย ๆ เกี่ยวของกับเทศกาล วันสำคัญ
งานฉลอง และชีวิตความเปนอยูของเจาของภาษา เขารวมกิจกรรมและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย บอกความ
แตกตางของเสยี ง อกั ษร คำ กลมุ คำ และประโยคงาย ๆ ของภาษาตา งประเทศ บอกคำศัพทท เ่ี กี่ยวกับกลุมสาระ
การเรียนรูอื่น ฟงพูดในสถานการณงาย ๆ ที่เกิดขึ้นในหองเรียนใชภาษาตางประเทศเพื่อรวบรวมคำศัพท
ทเ่ี ก่ยี วขอ งใกลตวั

ใชกระบวนการทักษะทางภาษา การฟง พูด อาน เขียน ไดอยางถูกตอง และการใชภาษาทาทางรูปแบบ
พฤติกรรมการสื่อสารของเจาภาษา เห็นประโยชนในการเรียนภาษาตางประเทศและสนใจกิจกรรมทางภาษา
และวัฒนธรรม รักชาติ ศาสน กษัตริย ใฝรู ใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย อยูอยางพอเพียง
รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ รวมทั้งมีความสุข สนุกสนานในการเรียน และเปนพื้นฐานในการเรียน
ภาษาองั กฤษระดับสงู ตอ ไป
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4
ต 1.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5
ต 1.3 ป.3/1, ป.3/2
ต 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
ต 2.2 ป.3/1
ต 3.1 ป.3/1
ต 4.1 ป.3/1
ต 4.2 ป. 3/1
รวม 18 ตวั ช้ีวัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน 207
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ รายวิชาพืน้ ฐาน
รหสั วชิ า อ 14101 ภาษาองั กฤษ 4 ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 4
เวลาเรยี น 120 ชัว่ โมง/ป (3 ช่ัวโมง/สปั ดาห) จำนวน 3.0 หนวยกติ

ฟง อานออกเสียง คำ กลุมคำ ประโยค ขอความงาย ๆ สะกดคำ คำสั่ง คำขอรอง คำแนะนำงาย ๆ
สัญลักษณหรือ เครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยคและขอความสั้น ๆ ไดถูกตองตามหลักการอาน
มีทักษะการพูดสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมลู ขาวสาร แสดงความรูสึก ความคิดเห็นเกี่ยวกับใจความ
เหมือนและความแตกตางของภาษา วัฒนธรรม สังคมเก่ยี วกับเทศกาล วนั สำคัญ งานฉลอง และชีวติ ความเปน อยู
งาย ๆ ของเจาของภาษา ระหวางภาษาและวัฒนธรรมของเจาของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย อยางมี
ประสทิ ธภิ าพ

ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรอง และคำขออนุญาตงาย ๆ โดยใชการ ฟง พูด อาน และเขียน เลือก ระบุภาพ
ประโยคหรือขอความสั้น ๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณหรือเครื่องหมายที่อาน ตอบคำถามจากการฟง และอาน
ประโยค บทสนทนา และนิทานงาย ๆ พูด เขียนโตตอบในการสื่อสารระหวางบุคคล แสดงความตองการ
ของตนเอง และขอแสดงความชวยเหลือในสถานการณง าย ๆ พดู เขียนเพ่ือขอและใหขอมูลเกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน
และครอบครัว พูดแสดงความรูสึกของตนเองเกีย่ วกับเรือ่ งตาง ๆ ใกลตัวและกิจกรรมตาง ๆ พูดแสดงความรูส ึก
ของตนเองเก่ยี วกับเรอื่ งตาง ๆ ใกลต วั และกิจกรรมตา ง ๆ ตามแบบท่ีฟง นำเสนอขอ มูลขาวสาร ความคิดรวบยอด
และความคิดเห็นในเรือ่ งตาง ๆ โดยการพูด และเขียน พดู วาดภาพแสดงความสัมพนั ธของสิ่งตาง ๆ ใกลต ัวตามท่ี
ฟงหรืออาน พูดแสดงความคิดเห็นงาย ๆ เกี่ยวกับเรื่องตาง ๆ ใกลตัว อธิบายความสัมพันธระหวางภาษา
กับวัฒนธรรมของเจาของภาษาและนำไปใชไดอยางเหมาะสมกับกาละเทศตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรม
ของเจาของภาษา ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล วันสำคัญ งานฉลอง และชีวิตความเปนอยูงาย ๆ ของเจาของ
ภาษา เขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย อธิบายความแตกตางของเสียง ตัวอักษร คำ
กลุมคำ ประโยค และขอความของภาษาตางประเทศและภาษาไทย ใชภาษาตางประเทศในการเชือ่ มโยงความรู
กับกลมุ สาระการเรยี นรูอน่ื และเปนพื้นฐาน ในการพฒั นา แสวงหาความรู ในการสืบคน และรวบรวมขอ มลู ตาง ๆ
โลกทัศนของตน มีความมุงมั่นในการทำงาน ใฝเรียนรู มีวินัย มีความซื่อสัตย รักความเปนไทย รักชาติ ศาสน
กษัตรยิ  มีจติ สาธารณะ และดำรงตนอยูอ ยา งพอเพยี ง
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ต 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
ต 1.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
ต 1.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ต 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ต 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ต 3.1 ป.4/1
ต 4.1 ป.4/1
ต 4.2 ป.4/1
รวม 20 ตัวชวี้ ัด

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน 208
กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ รายวชิ าพ้ืนฐาน
รหัสวิชา อ 15101 ภาษาอังกฤษ 5 ช้ันประถมศึกษาปที่ 5
เวลาเรียน 120 ชวั่ โมง/ป (3 ช่ัวโมง/สปั ดาห) จำนวน 3.0 หนวยกติ

ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรอง และคำแนะนำ ที่ฟงหรืออาน อานออกเสียง ประโยค ขอความ และบทกลอน
สั้น ๆ ถูกตองตามหลักการอาน ระบุ/วาดภาพสัญลักษณ หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค
และขอความสั้นๆที่ฟงหรืออาน บอกใจความสำคัญและตอบคำถามจากการฟงหรืออานบทสนทนา และนิทาน
งาย ๆ หรือเรื่องสั้น ๆ พูด/เขียนโตตอบในการสื่อสารระหวางบุคคล ใชคำสั่ง คำขอรอง คำขออนุญาตและ
ใหคำแนะนำงาย ๆ พูด/เขียนแสดงความตองการของตนเองตาม ขอความชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให
ความชวยเหลือในสถานการณงาย ๆ พูด/เขียนเพื่อขอและใหขอมูล เกี่ยวกับตนเองเพื่อน ครอบครัว และเรื่อง
ใกลตัว พูดแสดงความรูสึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องตาง ๆ ใกลตัว หรือกิจกรรมตาง ๆ พรอมทั้งใหเหตุผลสั้น ๆ
ประกอบ พูด/เขียนใหขอมูลงาย ๆ เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลตัว เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิแสดงขอมูล
ตาง ๆ ตามทฟ่ี งหรอื อา น พดู แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับเร่ืองตาง ๆ ใกลตวั ใชถอ ยคำ นำ้ เสยี ง และกิริยาทาทาง
อยางสภุ าพตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจา ของภาษา ตอบคำถาม/บอกความสำคัญของเทศกาล/วนั สำคัญ/
งานฉลอง และชวี ติ ความเปนอยงู าย ๆ ของเจาของภาษา การเขา รว มกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความ
สนใจ บอกความเหมือน/ความแตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิดตาง ๆ การใชเครื่องหมายวรรคตอน
และการลำดับคำ(order) ตามโครงสรางของประโยคของภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย
บอกความเหมือน/ความแตกตางระหวางเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรมของเจาของภาษากับของไทย
คนควารวบรวม คำศัพทที่เกี่ยวของกับกลุมสาระการเรียนรูอื่น และนำเสนอดวยการพูด/การเขียน ฟง พูด
และอาน/เขยี นในสถานการณต าง ๆ ที่เกิดขึ้นในหองเรียนและสถานศึกษา ใชภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ในการสืบคนและรวบรวมขอ มลู ตา ง ๆ

โดยการฟง พูด อาน เขียน ระบุ อานออกเสียง เลือก ตอบคำถาม พูดโตตอบ ใช บอก ทำทาทาง เขารวม
เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจและนำไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน เกิดสมรรถนะตามความตองการ
ของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงคขึ้นในตัวของผูเรียน และสามารถอยูรวมกับผูอื่นในสังคมไดอยาง
มีความสุข สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
นำไปประยกุ ตใ ชกบั ชีวิตประจำวันไดอยา งถกู ตอ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ต.1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ต.1.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
ต.1.3 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
ต.2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
ต.2.2 ป.5/1, ป.5/2
ต.3.1 ป.5/1
ต.4.1 ป.5/1
ต.4.2 ป.5/1
รวม 20 ตัวชว้ี ัด

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน 209
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ รายวชิ าพนื้ ฐาน
รหสั วิชา อ 16101 ภาษาอังกฤษ 6 ช้นั ประถมศึกษาปที่ 6
เวลาเรียน 120 ช่ัวโมง/ป (3 ช่ัวโมง/สัปดาห) จำนวน 3.0 หนวยกติ

ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรอง และคำแนะนำ ที่ฟงและอาน อานออกเสียง ขอความ นิทาน และบทกลอน
สัน้ ๆ ถูกตองตามหลักการอาน เลือก/ระบุประโยค หรือ ขอ ความสนั้ ๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ หรือเครือ่ งหมาย
ที่อาน บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟงหรืออาน บทสนทนา หรือนิทานงายๆและเรื่องเลา
พูด/เขียนโตตอบในการสื่อสารระหวางบุคคล ใชคำสั่ง คำขอรอง และคำขออนุญาตและใหคำแนะนำ พูด/เขียน
แสดงความตองการ ขอความชว ยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธการใหความชวยเหลือในสถานการณงาย ๆ พูด/เขียน
เพื่อขอและใหขอมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกลตัว พูด/เขียนแสดงความรูสึกของตนเอง
เกี่ยวกับเรือ่ งตาง ๆ ใกลตัว หรือกิจกรรมตา ง ๆ พรอมทั้งใหเหตุผลสั้น ๆ ประกอบ พูด/เขียนใหขอมลู เกี่ยวกับ
ตนเอง เพื่อน และสิ่งแวดลอมใกลตัว เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิแสดงขอมูลตาง ๆ ตามที่ฟงหรืออาน
พูดเขยี นแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับเรื่องตา ง ๆ ใกลตัว ใชถอยคำ นำ้ เสียง และกริ ยิ าทาทางอยางสุภาพ เหมาะสม
ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจาของภาษา ใหขอมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง/ชีวิต
ความเปนอยูของเจาของภาษา การเขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/
ความแตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิดตาง ๆ การใชเครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำ
ตามโครงสราง ประโยค ของภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน/
ความแตกตางระหวางเทศกาลงานฉลอง และประเพณีของเจาของภาษากับของไทย คนควารวบรวม คำศัพท
ที่เกี่ยวของกับกลุมสาระการเรียนรูอื่นจากแหลงการเรียนรู และนำเสนอดวยการพูด/การเขียน ใชภาษาสื่อสาร
ในสถานการณตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในหองเรียนและสถานศึกษา ใชภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ในการสืบคน
และรวบรวมขอ มลู ตา ง ๆ

โดยการฟง พดู อาน เขียน ระบุ อานออกเสียง เลอื ก ตอบคำถาม พดู โตต อบ เขารว ม เปรยี บเทยี บ คนควา
ใช บอก เพอื่ ใหผเู รยี นมีความรคู วามเขา ใจและนำไปประยกุ ตใชใ นชีวิตประจำวนั เกิดสมรรถนะตามความตองการ
ของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงคขึ้นในตัวของผูเรียน และสามารถอยูรวมกับผูอื่นในสังคมไดอยาง
มีความสุข สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไป
ประยกุ ตใชก ับชีวติ ประจำวนั ไดอ ยา งถกู ตอ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
ต 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
ต 1.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ต 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ต 2.2 ป.6/1, ป.6/2
ต 3.1 ป.6/1
ต 4.1 ป.6/1
ต 4.2 ป.6/1
รวม 20 ตวั ชว้ี ัด

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน 210
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ รายวชิ าพ้ืนฐาน
รหัสวชิ า อ 21101 ภาษาอังกฤษ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 1
เวลาเรียน 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น (3 ชั่วโมง/สัปดาห) จำนวน 1.5 หนว ยกติ

ศึกษา ฝกปฏิบัติ ขอปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรอง คำแนะนำ และคำชี้แจงงาย ๆ ที่ฟงและอานออกเสียง
ขอความ นิทาน และบทรอยกรอง (poem) สั้น ๆ ถูกตองตามหลักการอาน เลือก/ระบุประโยคและขอความ
ใหสัมพันธกับสื่อที่ไมใชความเรียง (non-text information) ที่อาน ระบุหัวขอเรื่อง (topic) ใจความสำคัญ
(main idea) และตอบคำถามจากการฟงและอานบทสนทนา นิทาน และเรื่องสั้น สนทนา แลกเปลี่ยนขอมูล
เก่ยี วกบั ตนเอง กิจกรรม กจิ วัตรประจำวัน สิ่งแวดลอ มใกลตวั และสถานการณตาง ๆ ในชีวติ ประจำวันและอยูใน
ความสนใจของสังคม

โดยใชคำขอรอง ใหคำแนะนำ ใหขอมูล และคำชี้แจง ตามสถานการณ พูดและเขียนแสดงความตองการ
ขอความชวยเหลือแสดงความรูสึกตอบรับและปฏิเสธการใหค วามชวยเหลือในสถานการณตาง ๆ

มีทกั ษะในการฟง พดู อา น เขยี น ภาษาอังกฤษถูกตองตามหลักการฟง พดู อา น เขียน สามารถนาไปปรบั ใช
ในสถานการณตางได และสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คือ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป ญหา ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

เพื่อใหนักเรียน เปนผูมีคุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝุเรียนรู
อยูอยา งพอเพยี ง มงุ มน่ั ในการทำงาน รกั ความเปนไทย และมีจิตสาธารณะ
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ต 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
ต 1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4,ม.1/5
ต 1.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
รวม 12 ตวั ชี้วัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน 211
กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ รายวชิ าพ้นื ฐาน
รหสั วชิ า อ 21102 ภาษาอังกฤษ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1
เวลาเรียน 60 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น (3 ช่วั โมง/สปั ดาห) จำนวน 1.5 หนว ยกิต

ศึกษา คนควา รวบรวม และสรุปขอมูล ขอ เท็จจริง ทีเ่ กย่ี วของกบั กลมุ สาระการเรียนรูอ น่ื จากแหลงเรียนรู
และนำเสนอดวยการพูดสื่อสารในสถานการณจริงสถานการณจาลองที่เกิดขึ้นในหองเรียนและสถานศึกษา
การเขียนบอกความเหมือนและความแตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิดตาง ๆ การใชเครื่องหมาย
วรรคตอน และการลำดับคำตามโครงสรางประโยคของภาษาตางประเทศและภาษาไทย เขาใจความสัมพันธ
ระหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจาของภาษา และนำไปใชไดอยางเหมาะสมกับกาลเทศะ โดยใชภาษา น้ำเสียง
และกิริยาทาทางสุภาพเหมาะสมตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจาของภาษา บรรยายเกี่ยวกับเทศกาล
วันสำคัญชีวิตความเปนอยูและประเพณีของเจาของภาษาและเขารวม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
ตามความสนใจเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตางระหวางเทศกาล งานฉลอง วันสำคัญ และชีวิต
ความเปนอยูของเจาของภาษากับของไทยและนำมาประยุกตใชไดกับวัฒนธรรมของไทย ใชภาษาตางประเทศ
ในการเชื่อมโยงความรกู บั กลมุ สาระการเรียนรอู ่ืน และเปนพนื้ ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู และเปดโลกทัศน
ของตนเพอ่ื เปน เครือ่ งมือพื้นฐานในการศกึ ษาตอ การประกอบอาชพี และการแลกเปลี่ยนเรียนรูกับสังคมโลก

เพื่อเรียนรูและเขาใจความสัมพันธระหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจาของภาษาและนำไปใชได
อยางเหมาะสมกับกาลเทศะ นำมาประยุกตใชไดกับวัฒนธรรมของไทยและสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คือ
ความสามารถในการสือ่ สาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญ หา ความสามารถในการใชทักษะ
ชีวิต ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

เพื่อใหนักเรียน เปนผูมีคุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู
อยูอยางพอเพียง มุงมน่ั ในการทำงาน รกั ความเปน ไทย และมจี ิตสาธารณะ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ต 2.2 ม.1/1, ม.1/2
ต 2.3 ม.1/1
ต 4.1 ม.1/1
ต 4.2 ม.1/1
รวม 8 ตัวช้ีวัด

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน 212
กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ รายวิชาพน้ื ฐาน
รหสั วิชา อ 22101 ภาษาอังกฤษ 3 ภาคเรียนที่ 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 2
เวลาเรยี น 60 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น (3 ช่ัวโมง/สปั ดาห) จำนวน 1.5 หนว ยกิต

ศึกษา ทักษะการอานตีความเพื่อความเขาใจ การจับใจความสำคัญ (main idea) หรือความคิดรวบยอด
ทั้งสื่อที่เปนความเรียงและไมใชความเรียง และตอบคำถามจากเรื่องที่ฟงและอานได พูดและเขียนแสดงความ
ตองการ การใหขอมูล คำชี้แจง การใชคำขอรองตามสถานการณการแสดงความคิดเห็น หรือความรูสึกและ
การแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับเรอ่ื งทฟ่ี ง หรืออานพรอ มทัง้ ใหเหตุผลสนั้ ๆ ประกอบความคิดเหน็ การแลกเปลี่ยน
หรือนำเสนอขอมูลขาวสาร การขอความชวยเหลือ การตอบรับ และการปฏิเสธการใหความชวยเหลือ
ในสถานการณตาง ๆ โดยใชภาษา น้ำเสียง และกิริยาทาทางสุภาพเหมาะสมกับบุคคล โอกาส และกาลเทศะ
ทง้ั ในชีวติ ประจำวันหรือตามสถานการณจริงท้ังในและนอกสถานศึกษา

เพื่อเรียนรูและเขาใจความสัมพันธระหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจาของภาษาและนำไปใชได
อยางเหมาะสมกับกาลเทศะนำมาประยุกตใชไดกับวัฒนธรรมของไทยและสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คือ
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใช
ทักษะชวี ติ ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

เพื่อใหนักเรียน เปนผูมีคุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู
อยอู ยา งพอเพียง มุงม่ันในการทำงาน รักความเปนไทย และมจี ิตสาธารณะ
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ต 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ต 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ต 1.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
รวม 12 ตวั ชว้ี ัด

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน 213
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ รายวิชาพ้ืนฐาน
รหัสวชิ า อ 22102 ภาษาองั กฤษ 4 ภาคเรียนที่ 2 ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 2
เวลาเรียน 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น (3 ชั่วโมง/สปั ดาห) จำนวน 1.5 หนวยกติ

ศึกษา ขอมูลเผยแพรหรือประชาสัมพันธขอมูลขาวสารของโรงเรียนเปนภาษาตางประเทศได เขารวม
กิจกรรมทางภาษา และเขาใจความสัมพันธ ความเหมือนและความแตกตางระหวางภาษากับวัฒนธรรม
ของเจา ของภาษากบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอยา งถูกตอ งและเหมาะสมกับ ตลอดจนการเห็นคุณคา
ของการใชภ าษาตา งประเทศในการเชอ่ื มโยงความรูก บั กลุมสาระการเรยี นรอู ่ืน

เพื่อเปนพื้นฐานในการพัฒนาแสวงหาความรูและเปดโลกทัศนของตนตอการศึกษาตอการประกอบอาชีพ
และการแลกเปลย่ี นเรียนรกู ับสังคมโลกและสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คอื ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถ
ในการคิด ความสามารถในการแกป ญ หา ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

เพื่อใหผูเรียนเปนผูมีคุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู
อยอู ยางพอเพยี ง มงุ ม่นั ในการทำงาน รักความเปนไทย และมจี ติ สาธารณะ
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ต 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ต 2.2 ม.2/1, ม.2/2
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
ต 4.2 ม.2/1, ม.2/2
รวม 9 ตัวช้วี ดั

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน 214
กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ รายวิชาพื้นฐาน
รหสั วชิ า อ 23101 ภาษาองั กฤษ 5 ภาคเรียนที่ 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3
เวลาเรียน 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น (3 ชัว่ โมง/สัปดาห) จำนวน 1.5 หนวยกติ

ศึกษาความเขาใจและตีความจากเรื่องที่ฟงและอาน รวมถึงการอานออกเสียงไดถูกตองตามหลักการอาน
จากสื่อประเภทตาง ๆ ทั้งที่เปนความเรียงและไมใชความเรียง นำเสนอขอมูลของตนเอง เรื่องตาง ๆ ใกลตัว
ตามสถานการณปจจบุ ัน ขา ว หรือเรอ่ื งทอ่ี ยูในความสนใจของสังคม ตลอดจน การใหความชวยเหลือ การตอบรับ
และการปฏิเสธการใหความชวยเหลือ การแสดงความรูสึก แสดงความคิดเห็น การสรุปใจความสำคัญ ความคิด
รวบยอดเก่ยี วกับเรือ่ งตาง ๆ พรอ มทัง้ ใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบได

เพื่อพัฒนาทักษะการใชภาษาการพูด ฟง อาน เขียนภาษาอังกฤษและสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คือ
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะ
ชวี ิต ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

เพื่อใหนักเรียน เปนผูมีคุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู
อยอู ยา งพอเพียง มุงมน่ั ในการทำงาน รักความเปนไทย และมีจิตสาธารณะ
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ต 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ต 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
ต 1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
รวม 12 ตัวชี้วัด

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน 215
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ รายวิชาพ้ืนฐาน
รหสั วชิ า อ 23102 ภาษาองั กฤษ 6 ภาคเรียนที่ 2 ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 3
เวลาเรียน 60 ช่ัวโมง/ภาคเรียน (3 ชัว่ โมง/สปั ดาห) จำนวน 1.5 หนว ยกติ

ศึกษาการนำเสนอขอมูลขาวสารเพอ่ื เผยแพรประชาสัมพันธขอ มลู ขา วสารของโรงเรียน ชมุ ชน และทองถ่ิน
เปนภาษาตางประเทศ มีการเขารวมกิจกรรมทางภาษา และเขาใจความสมั พันธ ความเหมือนและความแตกตา ง
ระหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจาของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย ตลอดจนการลำดับคำตามโครงสราง
ประโยคของภาษาตางประเทศและภาษาไทยและนำมาใชอยางถูกตองและเหมาะสมกับบุคคล โอกาส
และกาลเทศะ ตลอดจนการเห็นคุณคาของการใชภาษาตางประเทศในการเชื่อมโยงความรูเพื่อรวบรวมขอมูล
กบั กลุม สาระการเรยี นรูอ่ืน

เพื่อเปนพื้นฐานในการพัฒนาแสวงหาความรูและเปดโลกทัศนของตนในการศึกษาตอการประกอบอาชีพ
และการแลกเปลี่ยนเรียนรกู บั สังคมโลกและสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คอื ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถ
ในการคดิ ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

เพื่อใหนักเรียน เปนผูมีคุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู
อยูอยางพอเพยี ง มุง ม่นั ในการทำงาน รักความเปนไทย และมีจิตสาธารณะ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ต 2.2 ม.3/1, ม.3/2
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1, ม.3/2
รวม 9 ตัวช้ีวดั

216

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาตางประเทศ (ภาษาองั กฤษ)

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ รายวชิ าเพม่ิ เตมิ
กลุม สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 1
รหัสวิชา อ 11201 เสริมทกั ษะภาษาองั กฤษ 1 จำนวน 2.0 หนว ยกติ
เวลาเรยี น 80 ชั่วโมง/ป (2 ชัว่ โมง/สปั ดาห)

เขาใจคำสั่งและใชคำสั่งในหองเรียน คำขอรอง ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคำ การอานออก
เสียง คำ กลุมคำ ประโยค ที่มีความหมายสัมพันธกับสิ่งตาง ๆ ใกลตัว อาหาร เครื่องดื่ม บทอาน บทสนทนา
ดวยภาษางาย ๆ ประโยค นิทานงาย ๆ ที่มีภาพประกอบ การเลานิทานประกอบทาทาง ใหขอมูลและ
ความตองการเกี่ยวกับตนเองสั้น ๆ เชน การพูดแนะนำตนเอง ขอบคุณ ขอโทษ เรียนรูคำศัพทเกี่ยวกับเทศกาล
ขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกาล งานฉลอง เหน็ ประโยชนในการเรียนรูภาษาองั กฤษ โดยสนใจเขารวมกิจกรรม
ทางภาษาและวัฒนธรรม และแสวงหาความรู ความเพลิดเพลินจากภาษาอังกฤษ การรองเพลงเพื่อใหเ กิดความรู
ความเขาใจ สามารถสือ่ สารสิ่งท่เี รยี นรู และนำความรูไ ปใชป ระโยชนใ นชวี ิตประจำวนั

โดยใชกระบวนการทางภาษานำมาปฏิบัติ ไดแก การฟง การพูดโตตอบและทำทาประกอบ การอาน
ออกเสยี ง การระบุตวั อกั ษร เพอื่ ใหนักเรียนมีความสามารถในการส่ือสาร การคิดการใชเทคโนโลยี มวี นิ ัย ใฝเ รียนรู
มุงม่นั ในการทำงาน มเี จคตทิ ่ดี ีตอ วชิ าภาษาองั กฤษ
ผลการเรียนรู
1. สามารถปฏิบัติตามคำสงั่ คำขอรอ งท่ีฟง
2. สามารถอา นออกเสยี งตัวอกั ษร คำ กลมุ คำ ประโยคงา ย ๆ และบทพดู เขาจงั หวะงา ย ๆ ตามหลักการอา น
3. สามารถบอกความหมายของคำและกลมุ คำที่ฟงตรงตามความหมาย ตอบคำถามการฟง ท่ีมภี าพประกอบ

หรืออานประโยคบทสนทนาหรอื นทิ านงาย ๆ
4. สามารถพูดโตตอบดว ยคำส้นั ๆ งา ย ๆ ในการส่ือสารระหวางบุคคลตามแบบทฟ่ี ง ใชคำสงั่ และคำขอรองงาย ๆ

บอกความตองการและความรูสึกของตนเอง พูดขอและใหข อ มูลเกย่ี วกบั ตนเองและเพอ่ื น
5. สามารถพูดและทาทาประกอบตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจา ของภาษา เขา รวมกจิ กรรมทางภาษา

และวัฒนธรรมท่เี หมาะสมกบั วยั
6. สามารถใหขอมลู เกย่ี วกับตนเอง และขอ มลู ของผูอ ืน่ ได
7. สามารถถาม-ตอบประโยคงา ยๆ
รวม 7 ผลการเรียนรู

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ 217
กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ รายวิชาเพิ่มเติม
รหัสวชิ า อ 12201 เสรมิ ทกั ษะภาษาองั กฤษ 2 ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 2
เวลาเรยี น 80 ชว่ั โมง/ป (2 ชวั่ โมง/สัปดาห) จำนวน 2.0 หนวยกติ

ใชค ำสัง่ ท่ีใชใ นหอ งเรียน ตัวอักษร เสียงตวั อักษร สระ การสะกดคำ การอานออกเสียง คำ กลมุ คำ ประโยค
ใหขอ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง คำ ประโยค บทอาน บทสนทนา ประโยคใหขอ มูลเกีย่ วกับตนเอง ขอ ความทใ่ี ชในการพูด
ใหขอมูลเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกลตัว คำที่มีความหมายสัมพันธกับสิ่งตาง ๆ ใกลตัว อาหาร เครื่องด่ืม
วฒั นธรรมเจา ของภาษา แสดงกริ ยิ าการขอบคุณ ขอโทษ การพดู แนะนำตนเอง กิจกรรมทางภาษา การรองเพลง
การใชภาษาในการฟง พูด อานในสถานการณที่เกิดขึ้นในหองเรียน โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู
การสืบคนขอมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบประชาธิปไตย ซื่อสัตย ใฝรียนรู แสดงออกถึง
ความเปนไทย เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ และสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำความรูไปใชประโยชน
ในชวี ติ ประจำวัน

โดยใชกระบวนการทางภาษานำมาปฏิบัติ ไดแก การฟง การพูดโตต อบและทำทาประกอบ การอา นอ
อกเสยี ง การระบตุ ัวอักษร เพ่อื ใหนกั เรียนมีความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การใชเทคโนโลยี มีวนิ ัย ใฝเรียนรู
มงุ มัน่ ในการทำงาน มเี จคติท่ดี ตี อวิชาภาษาอังกฤษ
ผลการเรียนรู
1. สามารถปฏิบัติตามคำสงั่ คำขอรองท่ฟี ง
2. สามารถอานออกเสยี งตัวอักษร คำ กลุมคำ ประโยคงาย ๆ และบทพดู เขา จังหวะงาย ๆ ตามหลกั การอาน
3. สามารถบอกความหมายของคำและกลุม คำทฟ่ี งตรงตามความหมาย ตอบคำถามการฟง ที่มีภาพประกอบ

หรืออา นประโยคบทสนทนาหรอื นิทานงาย ๆ
4. สามารถพดู โตตอบดวยคำส้นั ๆ งาย ๆ ในการส่อื สารระหวางบุคคลตามแบบทฟี่ ง ใชคำส่ังและคำขอรองงา ย ๆ

บอกความตองการและความรสู ึกของตนเอง พูดขอและใหขอ มูลเก่ยี วกบั ตนเองและเพื่อน
5. พดู และทำทาประกอบตามมารยาทสงั คม วฒั นธรรมของเจาของภาษา เขารวมกิจกรรมทางภาษาและ

วัฒนธรรมทเ่ี หมาะสมกบั วยั
6. สามารถใหขอ มลู เกยี่ วกับตนเอง และขอ มูลของผูอืน่ ได
7. สามารถถาม-ตอบประโยคงายๆ
รวม 7 ผลการเรียนรู

คำอธิบายรายวชิ าเพิม่ เตมิ 218
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ รายวชิ าเพิ่มเติม
รหัสวชิ า อ 13201 เสรมิ ทักษะภาษาองั กฤษ 3 ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 3
เวลาเรียน 80 ชว่ั โมง/ป (2 ชว่ั โมง/สัปดาห) จำนวน 2.0 หนว ยกิต

ศึกษาวิเคราะห คำ กลุมคำ ประโยคคำสั่ง คำขอรอง บทพูดเขาจังหวะตามหลักการอาน ภาพ
และสัญลกั ษณตรงตามความหมายของกลมุ คำและประโยค ความตองการของตนเองตามแบบที่ฟง นทิ าน คำถาม
ประโยค บทสนทนา ขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน ขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลตัว หมวดหมูคู
ตามประเภทของบุคคล สัตว และสิ่งของ มารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจาของภาษา ช่ือและคำศัพทเกี่ยวกับ
เทศกาลวันสำคัญ งานฉลอง ชีวิตความเปนอยู ของเจาของภาษา คำ กลุมคำ ประโยคของภาษาตางประเทศ
และของไทย กิจกรรมทางภาษาวฒั นธรรมท่ีเหมาะกับวยั ความแตกตา ง ของเสียงตัวอกั ษร คำศัพทท ่ีเกย่ี วของกับ
กลุมสาระการเรียนรอู ่ืน รวมทง้ั สถานการณที่เกิดขึน้ ในหองเรียนและคำศัพทท ี่เกย่ี วขอ งใกลตัว

โดยใชกระบวนการทางภาษานำมาปฏิบัติ ไดแก การฟง การพูดโตตอบและทำทาประกอบ การอาน
ออกเสียง การระบุตัวอักษร การเขา รวมกิจกรรมทางภาษาเพื่อใหนกั เรยี นมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด
การแกปญหา การใชทักษะชีวิต เทคโนโลยี และมีวินัย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงานและมีเจคติที่ดี
ตอวิชาภาษาอังกฤษ
ผลการเรยี นรู
1. สามารถใชค ำทกั ทาย คำอาลา และใชท าทางประกอบไดอยางถูกตอ ง
2. สามารถเขยี นและอานออกเสียงคำศัพททก่ี ำหนดให
3. เขาใจและปฏิบัติตามคำส่งั งาย
4. สามารถใหข อ มูลเกีย่ วกับตนเอง และขอ มลู ของผอู น่ื
5. สามารถสะกดคำศัพทไ ดถ ูกตอ ง
6. สามารถถาม-ตอบประโยคงายๆ
7. เขา ใจบทสนทนาและบทความสนั้ ๆ
8. สามารถใชและเขา ใจไวยากรณภ าษาองั กฤษ
รวม 8 ผลการเรยี นรู

คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ 219
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ รายวิชาเพ่มิ เตมิ
รหัสวชิ า อ 14201 เสริมทักษะภาษาองั กฤษ 4 ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 4
เวลาเรยี น 80 ชว่ั โมง/ป (2 ชวั่ โมง/สัปดาห) จำนวน 2.0 หนว ยกิต

ศึกษาวิเคราะห ตัวอักษรและเสยี ง คำ กลุมคำ ประโยค คำถาม บทสนทนา หลักการอานคำสั่ง คำขอรอง
และคำแนะนำ นิทาน ภาพตรงตามความหมาย ความตองการของตนเอง และความชวยเหลือ ในสถานการณ
ตาง ๆ ขอมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อนและครอบครัว ขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลตัว ความสัมพันธของสิ่ง
ตาง ๆ ใกลตัว ทาทางประกอบอยางสุภาพ ตามมารยาทสังคม กิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมของเจาของ
ภาษา ความแตกตางของเสียงตวั อักษร คำ กลุมคำ ประโยค และขอความ ของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
ความเหมือนและความแตกตางระหวางเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรมของเจาของภาษากับของไทย
และคำศัพทที่เกี่ยวของกับกลุมสาระการเรียนรูอื่น และการสืบคนขอมูล รวบรวมขอมูล ตลอดจนสถานการณ
ท่ีเกิดขึ้นในหอ งเรยี น

โดยใชกระบวนการทางภาษานำมาปฏิบัติ ไดแก การฟง การพูดโตตอบและทาทาประกอบ การอาน
ออกเสียง การเขียน การเขารวมกิจกรรมทางภาษา เพื่อใหนักเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด
การแกปญหา การใชทักษะชีวิต เทคโนโลยี มีวินัย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน และมีเจคติที่ดี
ตอวชิ าภาษาอังกฤษ
ผลการเรียนรู
1. สามารถเขียนและอา นออกเสยี งคำศพั ททกี่ ำหนดให
2. สามารถใหขอ มลู เกี่ยวกับตนเอง และขอ มูลของผูอ่นื
3. เขา ใจและปฏบิ ัตติ ามคำสงั่ งา ย ๆ
4. สามารถสะกดคำศัพทไ ดถ กู ตอ ง
5. สามารถถาม-ตอบประโยคงาย ๆ
6. เขาใจ คำสงั่ คำขอรอ ง ภาษาทาทาง และคำแนะนำในสถานศกึ ษา
7. เขา ใจบทสนทนาและบทความสัน้ ๆ
8. สามารถใชแ ละเขา ใจไวยากรณภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน
รวม 8 ผลการเรยี นรู

คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เตมิ 220
กลุม สาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ รายวชิ าเพิม่ เตมิ
รหัสวชิ า อ 15201 เสรมิ ทกั ษะภาษาอังกฤษ 5 ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 5
เวลาเรยี น 80 ช่วั โมง/ป (2 ช่วั โมง/สปั ดาห) จำนวน 2.0 หนว ยกิต

เขาใจคำสั่ง คำขอรอง รูปประโยคและโครงสรางประโยค คำ กลุมคำและประโยค การถายโอนเปนภาพ
สัญลักษณ เรื่องราว บทอาน บทสนทนา เรื่องสั้น เรื่องเลา นิทาน บทกลอนสั้น ๆ การใชประโยคเดี่ยว
และประโยคผสม

อานออกเสียงคำ กลุมคำ ประโยค ขอความ บทอานไดถูกตองตามหลักการออกเสียง และการใชถอยคำ
นำ้ เสียง การพูด เขียนโตตอบในการส่อื สารระหวา งบุคคล ใชคำสงั่ คำขอรอง และใหค ำแนะนำแสดงความตอ งการ
แสดงความรูสึก ขอความชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ ในสถานการณงาย ๆ พูด เขียน เพื่อขอและใหขอมูล
เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกลตัว ซึ่งอยูในทองถิ่นของตน มีทักษะการใชภาษาตางประเทศ
(เนนการฟง พูด อาน เขียน) สนุกสนานและเพลิดเพลินจากกิจกรรมภาษาตางประเทศ เห็นประโยชนการเรียน
ภาษาตางประเทศ ในการแสวงหาความรู ความบันเทงิ และสนใจเขารว มกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม มคี วาม
ขยัน ซ่ือสัตย อดทน เสียสละและมสี มั มาคารวะ

โดยใชกระบวนการทางภาษานามาปฏิบัติ ไดแก การฟง การพูดโตตอบและทำทาประกอบ การอาน
ออกเสียง การเขียน การเขารว มกจิ กรรมทางภาษา

เพื่อใหผูเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกปญหา การใชทักษะชีวิต เทคโนโลยี มีวินัย
ใฝเ รียนรู มุงมนั่ ในการทำงาน และมีเจคตทิ ด่ี ีตอวชิ าภาษาอังกฤษ
ผลการเรยี นรู
1. นกั เรยี นเขา ใจและปฏิบัตติ ามคำส่ัง คำขอรอ ง และคำแนะนำงาย ๆ ตามทฟี่ ง และอานไดถ กู ตอง
2. นักเรียนรูจ กั ชนดิ ของคำศพั ท รปู ประโยค และการลำดบั คำ (order) ตามโครงสรางประโยคและสามารถนำไป

ใชพดู หรอื เขยี นในสถานการณตา ง ๆ ไดถูกตองตามหลกั ไวยากรณท างภาษา
3. นักเรยี นสามารถใหข อ มูลเก่ยี วกบั ตนเอง และขอ มูลของผอู ่ืนได
4. นักเรียนสามารถพูด/อา นออกเสียงคำ วลี ประโยค ขอความสัน้ ๆ บทสนทนาไดถ ูกตอ งตามหลักการออกเสยี ง
5. นกั เรียนสามารถพดู /เขียนคำ วลี ประโยคถาม – ตอบ แลกเปลี่ยนขอ มูล ส่อื สารสรา งสัมพันธระหวา งบคุ คล

ในสถานการณตาง ๆ ไดถ ูกตองตามหลกั โครงสรา งไวยากรณแ ละโครงสรา งของกาล (Tense)
6. นกั เรยี นฟง /อา นคำ วลี ขอ ความส้นั ๆ บทสนทนา แลวสามารถบอกความหมาย สรปุ ความหมาย

และตอบคำถามจากการฟงหรอื อา นไดถ กู ตอง
รวม 6 ผลการเรียนรู

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ 221
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ รายวิชาเพม่ิ เตมิ
รหสั วิชา อ 16201 เสริมทกั ษะภาษาองั กฤษ 6 ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 6
เวลาเรยี น 80 ชว่ั โมง/ป (2 ชั่วโมง/สัปดาห) จำนวน 2.0 หนว ยกิต

ศึกษาวิเคราะห หลกั การอา นออกเสียง ขอความ นิทานและบทกลอนสนั้ ๆ คำส่ัง คำขอรอง และคำแนะนำ
ที่ฟงและอาน ถูกตองความหลักการอาน เลือกและระบุประโยค หรือขอความสั้น ๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ
หรอื เครอ่ื งหมายที่อาน การฟง และอานบทสนทนา นทิ านงาย ๆ และเรือ่ งเลา พูด และเขยี นโตต อบในการส่ือสาร
ระหวางบุคคล แสดงความตองการขอความชวยเหลือ ตอบรับและ ปฏิเสธการใหความชวยเหลือในสถานการณ
งาย ๆ ใหขอมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และสิ่งแวดลอมใกลตัว แสดงความรูสึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องตาง ๆ
ใกลตัว เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ และตารางแสดง ขอมูลตาง ๆ ที่ฟงหรืออาน เปรียบเทียบความเหมือน
และความแตกตา งระหวางเทศกาล งานฉลองและ ประเพณขี องเจาของภาษากบั ของไทย คนควา รวบรวมคำศพั ท
ที่เกี่ยวของกับกลุมสาระการเรียนรูอ ื่น จากแหลงเรียนรู และนำเสนอดวยการพูดและการเขียน ใชภาษาสื่อสาร
ในสถานการณตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในหองเรียนและสถานศึกษา รวมถึงในการใชภาษาตางประเทศในการสืบคน
และรวบรวมขอ มูลตาง ๆ

โดยใชกระบวนการทางภาษานำมาปฏบิ ัติ ไดแ ก อานออกเสียง เลอื ก ระบุ บอกใจความสำคญั ตอบคำถาม
พูด เขยี นโตต อบ บรรยาย สบื คน คน ควา รวบรวม

เพ่อื ใหนกั เรียนมีความสามารถในการสือ่ สาร การคิด การแกปญหา การใชท กั ษะชวี ิต เทคโนโลยี และมีวนิ ัย
ใฝเ รียนรู มงุ ม่นั ในการทำงาน และมีเจคตทิ ด่ี ีตอวชิ าภาษาองั กฤษ
ผลการเรียนรู
1. นักเรยี นสามารถฟง พดู อา น เขียน และบอกความหมายของคำ ประโยค ขอ ความ บทสนทนา
2. นักเรยี นสามารถใหขอมลู เก่ยี วกบั ตนเอง และขอ มลู ของผอู ื่นได
3. นักเรียนเขาใจและปฏิบัติตามคำส่งั งาย ๆ
4. นกั เรียนอธบิ ายประเภทของคำ และนำไปใชใ นประโยคตา ง ๆ
5. นกั เรียนสามารถถาม-ตอบประโยคงาย ๆ และเขาใจโครงสรางประโยคตามหลักไวยากรณ (Tense)
6. นกั เรียนสามารถเขยี นประโยคคำสัง่ คำขอรอ ง การขออนุญาต ประโยคบอกเลา ประโยคคำถาม

ประโยคปฏิเสธ
7. นกั เรยี นเขาใจบทสนทนาและบทความสนั้ ๆ ได
8. นกั เรียนสามารถใชและเขาใจไวยากรณภ าษาอังกฤษพ้นื ฐานได
รวม 8 ผลการเรยี นรู

222

กิจกรรมพัฒนาผูเ รยี น

ระดบั ชนั้ ประถมศึกษา ป.1 - ป.6 จำนวน 30 ชว่ั โมง
ก 11901 ลกู เสอื – ยุวกาชาด จำนวน 40 ช่วั โมง
ก 11902 กจิ กรรมแนะแนว จำนวน 40 ช่วั โมง
ก 11903 ชมุ นมุ จำนวน 10 ช่ัวโมง
ก 11904 กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน จำนวน 30 ชัว่ โมง
ก 12901 ลูกเสือ – ยวุ กาชาด จำนวน 40 ช่ัวโมง
ก 12902 กิจกรรมแนะแนว จำนวน 40 ชัว่ โมง
ก 12903 ชุมนมุ จำนวน 10 ชวั่ โมง
ก 12904 กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน จำนวน 30 ชั่วโมง
ก 13901 ลูกเสือ – ยวุ กาชาด จำนวน 40 ช่ัวโมง
ก 13902 กจิ กรรมแนะแนว จำนวน 40 ชั่วโมง
ก 13903 ชุมนุม จำนวน 10 ชว่ั โมง
ก 13904 กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน จำนวน 30 ช่ัวโมง
ก 14901 ลูกเสอื – ยุวกาชาด จำนวน 40 ช่ัวโมง
ก 14902 กิจกรรมแนะแนว จำนวน 40 ช่ัวโมง
ก 14903 ชุมนุม จำนวน 10 ชวั่ โมง
ก 14904 กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน จำนวน 30 ชว่ั โมง
ก 15901 ลกู เสอื – ยุวกาชาด จำนวน 40 ชั่วโมง
ก 15902 กจิ กรรมแนะแนว จำนวน 40 ช่ัวโมง
ก 15903 ชุมนมุ จำนวน 10 ชัว่ โมง
ก 15904 กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน จำนวน 30 ชัว่ โมง
ก 16901 ลูกเสอื – ยวุ กาชาด จำนวน 40 ชัว่ โมง
ก 16902 กจิ กรรมแนะแนว จำนวน 40 ชวั่ โมง
ก 16903 ชมุ นมุ จำนวน 10 ชัว่ โมง
ก 16904 กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน

223

ระดับช้นั มัธยมศึกษา ม.1 - ม.3 จำนวน 15 ชวั่ โมง
ก 21901 ลกู เสือ เนตรนารี และยวุ กาชาด (ภาคเรียนท่ี 1)
ก 21902 กิจกรรมแนะแนว (ภาคเรียนที่ 1) จำนวน 20 ชัว่ โมง
ก 21903 ชุมนุมวชิ าการ (ภาคเรียนที่ 1) จำนวน 15 ช่ัวโมง
ก 21904 กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (ภาคเรยี นที่ 1) จำนวน 10 ช่ัวโมง
ก 21905 ลกู เสือ เนตรนารี และยุวกาชาด (ภาคเรียนท่ี 2) จำนวน 15 ชวั่ โมง
ก 21906 กิจกรรมแนะแนว (ภาคเรยี นท่ี 2) จำนวน 20 ชัว่ โมง
ก 21907 ชุมนมุ วิชาการ (ภาคเรียนท่ี 2) จำนวน 20 ชว่ั โมง
ก 21908 กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน (ภาคเรียนที่ 2) จำนวน 25 ชัว่ โมง
ก 22901 ลกู เสือ เนตรนารี และยุวกาชาด (ภาคเรียนที่ 1) จำนวน 15 ช่วั โมง
ก 22902 กจิ กรรมแนะแนว (ภาคเรยี นท่ี 1) จำนวน 20 ชั่วโมง
ก 22903 ชุมนุมวชิ าการ (ภาคเรียนท่ี 1) จำนวน 15 ช่วั โมง
ก 22904 กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน (ภาคเรียนท่ี 1) จำนวน 10 ช่ัวโมง
ก 22905 ลกู เสือ เนตรนารี และยุวกาชาด (ภาคเรยี นท่ี 2) จำนวน 15 ช่ัวโมง
ก 22906 กิจกรรมแนะแนว (ภาคเรียนที่ 2) จำนวน 20 ชว่ั โมง
ก 22907 ชมุ นุมวิชาการ (ภาคเรยี นท่ี 2) จำนวน 20 ชั่วโมง
ก 22908 กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน (ภาคเรยี นที่ 2) จำนวน 25 ช่ัวโมง
ก 23901 ลูกเสอื เนตรนารี และยวุ กาชาด (ภาคเรียนท่ี 1) จำนวน 15 ช่ัวโมง
ก 23902 กจิ กรรมแนะแนว (ภาคเรียนที่ 1) จำนวน 20 ช่วั โมง
ก 23903 ชมุ นมุ วิชาการ (ภาคเรยี นท่ี 1) จำนวน 15 ชว่ั โมง
ก 23904 กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (ภาคเรียนท่ี 1) จำนวน 10 ช่วั โมง
ก 23905 ลกู เสอื เนตรนารี และยุวกาชาด (ภาคเรียนท่ี 2) จำนวน 15 ช่วั โมง
ก 23906 กจิ กรรมแนะแนว (ภาคเรยี นท่ี 2) จำนวน 20 ชั่วโมง
ก 23907 ชุมนุมวิชาการ (ภาคเรยี นที่ 2) จำนวน 20 ช่วั โมง
ก 23908 กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน (ภาคเรยี นที่ 2) จำนวน 25 ชั่วโมง

224

คำอธบิ ายกิจกรรมพัฒนาผเู รยี น

คำอธบิ ายกจิ กรรมพฒั นาผเู รียน

กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน กจิ กรรมแนะแนว
ชั้นประถมศกึ ษาปที ๑-๖ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ป

รูจ กั และเขา ใจตนเอง รกั และเห็นคุณคา ในตนเองและผูอืน่ มวี ฒุ ิภาวะทางอารมณ มเี จตคตทิ ่ีดีตอการมีชีวิต
ที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะในการดำเนินชวี ิต สามารถปรับตัวใหดำรงชีวิตอยูในสังคมไดอยางมีความสุข รูจักตนเอง
ในทุกดาน รูความถนัด ความสนใจ และบุคลิกภาพของตนเอง รูและเขาใจโลกของงานอาชีพอยางหลากหลาย
มีเจตคติที่ดีตออาชีพสุจรติ รูขอมูลอาชีพ สามารถเลือกตนแนวทางในการประกอบอาชีพไดอยางเหมาะสม
มีการเตรียมตัวสูอาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามที่ตนเองมีความถนัดและสนใจ มีคุณลักษณะ
พื้นฐานที่จำเปนในการประกอบอาชีพและพัฒนางานใหประสบความสำเร็จเพื่อสรางฐานะทางเศรษฐกิจใหกับ
ตนเอง ครอบครวั ชุมชนและประเทศชาติ

พัฒนาตนเองในดานการเรียนอยางเต็มศักยภาพ รูจักแสวงหาความรูใฝรูใฝเรียนใหเปนคนดีมีความรู
และทักษะทางวิชาการ รูจักแสวงหาและใชขอมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาตอไดอยางมี
ประสิทธิภาพ มีวิธีการเรียนรู มีทักษะการคิด แกปญหาอยางสรางสรรค คิดเปน ทำเปน มีคุณธรรม จริยธรรม
เออ้ื อาทรและสมานฉนั ท เพื่อดำรงชีวิตอยรู วมกนั อยางสงบสุขตามวถิ ชี วี ติ เศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพื่อใหผูเรียนเกิดการเรียนรู รูจัก เขาใจ รักและเห็นคุณคาในตนเองและผูอื่น เกิดการเรียนรูสามารถวาง
แผนการเรียนรู อาชีพ รวมทั้งการดำเนินชีวิตและมีทักษะทางสังคม เกิดการเรียนรูสามารถปรับตัวไดอยาง
เหมาะสม อยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุข พึ่งตนเองไดมีทักษะในการเลือกแนวทางการศึกษา การงานและ
อาชีพ ชีวิตและสังคม มีสุขภาพจิตที่ดีและจิตสำนึกในการทำประโยชนตอครอบครัว สังคมและประเทศชาติ
ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
วตั ถุประสงค
๑. เพ่ือใหผ ูเรียนเกดิ การเรียนรู รจู กั เขาใจ รัก และเห็นคณุ คา ในตนเองและผูอืน่
๒. เพื่อใหผเู รยี นเกดิ การเรียนรู สามารถวางแผนการเรียน การศกึ ษาตอ อาชพี รวมทั้งการดำเนินชีวติ

และมีทักษะทางสงั คม
๓. เพ่อื ใหผ เู รียนเกิดการเรียนรู สามารถปรบั ตัวไดอยางเหมาะสม และอยรู วมกบั ผอู ่ืนไดอยางเหมาะสม
๔. สามารถประยกุ ตใชห ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได
รวม ๔ วัตถุประสงค

225

คำอธบิ ายกิจกรรมพฒั นาผเู รยี น

กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น กิจกรรมแนะแนว
ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑–๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง

กิจกรรมแนะแนวชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ มีเนื้อหาวิชาใหนักเรียนไดเรียนรูเกี่ยวกับสาเหตุของปญหา
การตัดสินใจ และแกป ญ หาของตนเอง การสำรวจจดุ เดน และความสามารถพิเศษของตนเอง การสำรวจความถนัด
ความสามารถ ความสนใจ บคุ ลิกภาพ การใชห องสมุด การจำแนกขอมลู ขาวสาร การรจู ักตนเองและผอู ื่น การใช
ภาษาไทยอยางถูกตองชัดเจน การจำแนกอารมณ การแสดงพฤตกิ รรมท่ีเหมาะสม การใชสาธารณสมบัติ การอยู
รวมกันและทำงานเปนกลุม โดยมีวัตถุประสงคใหนักเรียนเกิดความรักและเห็นคุณคาของตนเองและผูอื่น
การสำรวจตนเองในดานตางๆ สามารถตัดสินใจและแกไขปญหาของตนเองได รูจักวิธีการแสวงหาและนำเสนอ
ขอมลู สารสนเทศและสามารถดำรงชวี ิตอยใู นสังคมไดอ ยา งมคี วามสขุ
วตั ถุประสงค
๑. เพอ่ื ใหผเู รียนคนพบความถนดั ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักและเห็นคณุ คาในตนเองและผูอ ื่น
๒. เพอ่ื ใหผ เู รยี นรูจกั การแสวงหาความรจู ากขอ มูล ขา วสาร แหลง เรยี นรู ทั้งดา นการศกึ ษา อาชีพ สว นตวั สงั คม

เพอื่ นำไปใชใ นการวางแผนเลือกแนวทางการศกึ ษาอาชพี ไดอ ยางเหมาะสมสอดคลอ งกบั ศกั ยภาพของตนเอง
๓. เพอ่ื ใหผ เู รียนไดพฒั นาบคุ ลิกภาพและปรับปรุงตวั อยูในสังคมไดอยางมคี วามสุข
๔. เพือ่ ใหผเู รียน มคี วามรู มีทักษะ มคี วามคิดสรางสรรค ในงานอาชพี และมเี จตคติที่ดีตออาชีพสุจริต
๕. เพอ่ื ใหผ เู รียนมคี านิยมท่ีดีงามในการดำเนนิ ชวี ิต เสริมสรา งวินยั คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมแกผ ูเ รยี น
๖. เพื่อใหผเู รียนมจี ติ สำนึกในการรับผิดชอบตอ ตนเอง ครอบครวั สังคมและประเทศชาติ
รวม ๖ วตั ถุประสงค

226

คำอธบิ ายกจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น

กิจกรรมพฒั นาผเู รยี น กจิ กรรมแนะแนว
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑–๒ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง

กิจกรรมแนะแนวชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๒ มีเนื้อหาวิชาใหนักเรียนไดเรียนรูและศึกษาเกี่ยวกับทักษะการ
ตดั สินใจและการแกไ ขปญ หา การพฒั นาจุดเดน และความสามารถพิเศษ การปรับปรงุ พฒั นาทางดา นการเรียนและ
บคุ ลิกภาพ การพัฒนาสวนดแี ละแกไ ขขอ บกพรองของตนเองและช่ืนชมในความดงี ามของผูอ่ืน การแสวงหาขอมูล
จากแหลงตางๆ การเลือกสรรขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอตนเอง การรวมตัดสินใจและแกไขปญหาของ
ครอบครวั ความแตกแยกระหวางบุคคล การใชภ าษาไทยอยางถูกตอ งชัดเจน การใชปญ ญาแกไ ขปญ หาใหตนเอง
การสรางสัมพนั ธภาพ หนาที่สำคัญ และการทำงานเปน ทีม โดยมีวัตถุประสงคใหนักเรียนเกิดความรักเห็นคณุ คา
ของตนเองและผูอื่น สามารถคิดหาแนวทางในการพัฒนาตนเองในดานตางๆ สามารถรวมตัดสินใจและแกไข
ปญหาครอบครัว รูจักวธิ ีการแสวงหาขอ มูลและเลือกสรรขอมลู ที่เปนประโยชน มีความเสียสละเพ่ือสวนรวมและ
มีความสามารถในการทำงานเปน ทมี
วัตถปุ ระสงค
๑. เพ่ือใหผเู รียนคน พบความถนดั ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักและเหน็ คณุ คา ในตนเองและผอู ่นื
๒. เพือ่ ใหผเู รียนรจู ักการแสวงหาความรูจากขอ มูล ขา วสาร แหลง เรียนรู ทงั้ ดา นการศกึ ษา อาชพี สว นตวั สังคม

เพ่อื นำไปใชในการวางแผนเลือกแนวทางการศกึ ษาอาชพี ไดอยา งเหมาะสมสอดคลอ งกบั ศักยภาพของตนเอง
๓. เพอื่ ใหผ ูเรยี นไดพัฒนาบุคลิกภาพและปรับปรุงตัวอยูใ นสังคมไดอ ยา งมีความสุข
๔. เพื่อใหผ เู รียน มคี วามรู มที กั ษะ มีความคดิ สรางสรรค ในงานอาชพี และมเี จตคติทด่ี ีตออาชพี สจุ ริต
๕. เพอ่ื ใหผเู รียนมคี า นิยมที่ดีงามในการดำเนนิ ชวี ิต เสรมิ สรางวินัย คณุ ธรรมและจริยธรรมแกผ เู รียน
๖. เพือ่ ใหผูเรียนมจี ิตสำนกึ ในการรบั ผิดชอบตอตนเอง ครอบครวั สงั คมและประเทศชาติ
รวม ๖ วัตถุประสงค

227

คำอธบิ ายกจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น

กจิ กรรมพัฒนาผูเ รียน กิจกรรมแนะแนว
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑–๒ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง

กิจกรรมแนะแนวชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ มีเนื้อหาวิชาใหนักเรียนไดเรียนรูและศึกษาเกี่ยวกับการคิดเปน
ทำเปน แกป ญ หาเปน ความพึงพอใจในเอกลกั ษณของตนเอง การวางแผนเลือกทางศึกษาตอ การรกั นบั ถือตนเอง
และผูอื่น การวิเคราะหขอมูลและนำเสนอขอมูล การเลือกขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอตนเองและสังคม
การรวมตัดสินใจและแกไ ขปญ หาของโรงเรียนและชมุ ชน ความแตกตางระหวางบุคคล การใชภาษาไทยไดอยาง
ถูกตองชัดเจน การใชปญญาควบคุมอารมณ การจัดการกับความขัดแยงของตนเองและผูอื่น การทำประโยชน
เพื่อสวนรวม การทำงานรวมกันและการเปนผูนำ โดยมีวัตถุประสงคใหนักเรียนรักนับถือตนเองและผูอื่น
มีความสามารถในการคิด ทำ และแกไขปญหาดวยตนเอง รูจักวิเคราะหและเลือกสรรขาวสารที่เปนประโยชน
ตอตนเองและสังคม สามารถตดั สนิ ใจและเลอื กแนวทางศึกษาตอได ยอมเสยี สละเพื่อสวนรวมและมีความพึงพอใจ
ในชีวติ
วตั ถุประสงค
๑. เพอื่ ใหผ เู รยี นคน พบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รกั และเหน็ คุณคาในตนเองและผอู น่ื
๒. เพ่อื ใหผ ูเรยี นรจู กั การแสวงหาความรจู ากขอมลู ขาวสาร แหลงเรยี นรู ท้ังดานการศกึ ษา อาชพี สวนตัว สงั คม

เพอ่ื นำไปใชในการวางแผนเลือกแนวทางการศึกษาอาชีพไดอยางเหมาะสมสอดคลองกบั ศักยภาพของตนเอง
๓. เพอ่ื ใหผเู รยี นไดพฒั นาบคุ ลิกภาพและปรับปรงุ ตัวอยูใ นสังคมไดอ ยางมคี วามสขุ
๔. เพือ่ ใหผูเรียน มีความรู มที กั ษะ มคี วามคิดสรางสรรค ในงานอาชีพและมเี จตคติทีด่ ีตออาชีพสุจริต
๕. เพ่ือใหผูเรียนมคี านยิ มท่ีดีงามในการดำเนนิ ชวี ิต เสรมิ สรางวนิ ัย คณุ ธรรมและจริยธรรมแกผเู รียน
๖. เพอ่ื ใหผเู รียนมีจติ สำนึกในการรบั ผดิ ชอบตอตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ
รวม ๖ วตั ถุประสงค

228

คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน

กิจกรรมนักเรยี น เตรยี มลกู เสอื สำรองและลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๑
ชั้นประถมศกึ ษาปที ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ป

เปดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยใหศึกษา วิเคราะห วางแผน
ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามฐานการเรียนรู โดยเนนระบบหมูแ ละปฏิบัตกิ ิจกรรมตามคำปฏญิ าณและกฎของลกู เสือสำรอง
เรียนรูจากการคดิ และปฏิบตั ิจรงิ ใชสัญลักษณสมาชิกลูกเสอื สำรองทม่ี คี วามเปนเอกลกั ษณรว มกนั ศึกษาธรรมชาติ
ในชุมชนดวยความสนใจ ใฝรูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปดประชุมกอง
ในเรือ่ งตอ ไปนี้

๑. เตรียมลูกเสือสำรอง นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทำความเคำรพหมู (แกรนดฮาวล)
การทำความเคำรพเปนรายบุคคล การจับมือซาย ระเบียบแถวเบื้องตน คำปฏิญาณ กฎและคติพจนของลูกเสือ
สำรอง

๒. ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๑ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การคนหาธรรมชาติ
ความปลอดภัย บริการ ธงและประเทศตาง ๆ การฝมือ กิจกรรมกลางแจง การบันเทิง การผูกเงื่อน คำปฏิญาณ
และกฎของลูกเสอื สำรอง

เพ่อื ใหม คี วามรู ความเขา ใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๑ สามารถปฏิบัติตามคำปฏญิ าณ กฎ และ
คติพจนของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟงและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย สุจริต มีระเบียบวนิ ยั
และเห็นอกเห็นใจผูอื่น รูจักบำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน รูจักทำการฝมือและฝกฝนทำกิจกรรม
ตาง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและสงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ และสามารถ
ประยุกตใชห ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
วัตถปุ ระสงค
๑. มีนสิ ัยในการสงั เกต จดจำ เช่อื ฟง และพง่ึ พาตนเองได
๒. มีความซ่ือสตั ย สุจริต มีระเบยี บวินัยและเห็นอกเห็นใจผอู ่นื
๓. บำเพ็ญตนเพือ่ สงั คมและสาธารณะประโยชน
๔. ทำการฝม อื และฝก ฝนการทำกิจกรรมตา ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและสง เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรมประเพณี ภูมปิ ญ ญาทองถ่นิ และความมน่ั คง
๖. อนรุ กั ษทรพั ยากรธรรมชาติ สิง่ แวดลอมและลดภาวะโลกรอ น
๗. สามารถประยกุ ตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได
รวม ๗ วตั ถุประสงค

229

คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผเู รียน

กิจกรรมนักเรยี น ลกู เสอื สำรองดาวดวงที่ ๒
ชนั้ ประถมศึกษาปที ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ป

เปดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมใหศึกษา วิเคราะห วางแผน
ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามฐานการเรยี นรู โดยเนนระบบหมู และปฏิบัตติ ามคำปฏิญาณ คตพิ จนแ ละกฎของลกู เสอื สำรอง
ศึกษาเรียนรูจากการคิดและปฏิบัติจริงใชสัญลักษณสมาชิกลูกเสือสำรองที่มคี วามเปนเอกลักษณรวมกัน ศึกษา
ธรรมชาตใิ นชุมชนดวยความสนใจใฝร ูตามวิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง สรุปผลและปฏบิ ัติกิจกรรม ปด ประชมุ กองในเร่ือง
ตอ ไปนี้

ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทำความเคำรพหมู
(แกรนฮาวล) การทำความเคำรพเปนรายบุคคล การจับมือซาย ระเบียบแถว คำปฏิญาณ กฎ และคติพจนของ
ลูกเสือสำรอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การคนหาธรรมชาติการอนุรักษทรัพยากรในชุมชน
ทอ งถ่ิน ความปลอดภัย บริการ การผกู เงอ่ื น ธง และประเทศตาง ๆ การฝมือทใ่ี ชวัสดุเหลอื ใชในทองถ่นิ กิจกรรม
กลางแจง การบันเทิงที่สงเสริมสขุ ภาพกายสุขภาพจิตและอนรุ กั ษภมู ิปญญาทอ งถ่ิน อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ
สงิ่ แวดลอมลดภาวะโลกรอ น

เพื่อใหมีความรู ความเขาใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๒ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎและ
คติพจนของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟงและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตยสุจริต มีระเบียบวินยั
และเห็นอกเห็นใจ รูจักบำเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน รูจักทำการฝมือและฝกฝนทำกิจกรรมตาง ๆ
ตามความเหมาะสม รักษาและสงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ
สง่ิ แวดลอ ม ความมน่ั คงของชาติ และสามารถประยกุ ตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
วัตถุประสงค
๑. มีนสิ ยั ในการสังเกต จดจำ เชือ่ ฟง และพ่ึงตนเองได
๒. มีความซอ่ื สตั ย สุจริต มีระเบยี บวินยั และเห็นอกเหน็ ใจผูอ่ืน
๓. บำเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน
๔. ทำการฝมอื และฝกฝนทำกิจกรรมตา ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและสงเสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภมู ปิ ญ ญาทอ งถน่ิ และความมนั่ คงของชาติ
๖. อนรุ กั ษทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอม ลดภาวะโลกรอ น สามารถประยุกตใ ชหลักปรชั ญา

ของเศรษฐกิจพอเพยี งได
รวม ๖ วัตถปุ ระสงค

230

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน

กิจกรรมนักเรยี น ลกู เสือสำรองดาวดวงท่ี ๓
ชั้นประถมศึกษาปท ี ๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ป

เปดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมใหศึกษา วิเคราะห วางแผน
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามฐานการเรยี นรู โดยเนนระบบหมู และปฏบิ ตั ิตามคำปฏิญาณ คติพจนแ ละกฎของลกู เสอื สำรอง
ศึกษาเรียนรูจากการคิดและปฏิบัติจริงใชสัญลักษณสมาชิกลูกเสือสำรองที่มีความเปนเอกลักษณรวมกันศึกษา
ธรรมชาตใิ นชมุ ชนดว ยความสนใจใฝรตู ามวถิ ีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบตั กิ จิ กรรม ปด ประชุมกองในเร่ือง
ตอไปน้ี

ลกู เสือสำรองดาวดวงที่ ๓ นิยายเมาคลี ประวตั ิการเร่มิ กจิ การลกู เสอื การทำความเคำรพหมู (แกรนฮาวล)
การทำความเคำรพเปนรายบุคคล การจับมือซาย ระเบียบแถว คำปฏิญาณ กฎ และคติพจนของลูกเสือสำรอง
อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การคนหาธรรมชาติการอนุรักษทรัพยากรในชุมชนทองถิ่น
ความปลอดภยั บรกิ าร การผูกเงื่อน ธง และประเทศตาง ๆ การฝม อื ท่ใี ชวัสดุเหลอื ใชในทอ งถน่ิ กจิ กรรมกลางแจง
การบนั เทิงที่สง เสริมสุขภาพกายสขุ ภาพจิตและอนุรกั ษภ มู ิปญ ญาทองถน่ิ อนุรักษท รัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดลอม
ลดภาวะโลกรอน

เพื่อใหมีความรู ความเขาใจในกิจกรรมลูกเสอื สำรองดาวดวงที่ ๓ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎและ
คติพจนของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟงและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตยสุจริต มีระเบียบวินยั
และเห็นอกเห็นใจ รูจักบำเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน รูจักทำการฝมือและฝกฝนทำกิจกรรมตาง ๆ
ตามความเหมาะสม รักษาและสงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ
สง่ิ แวดลอ ม ความมัน่ คงของชาติ และสามารถประยกุ ตใ ชห ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
วัตถุประสงค
๑. มนี สิ ยั ในการสงั เกต จดจำ เชอื่ ฟงและพึง่ ตนเองได
๒. มีความซอื่ สัตย สจุ ริต มีระเบียบวนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผอู ืน่
๓. บำเพญ็ ตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน
๔. ทำการฝม ือและฝก ฝนทำกจิ กรรมตาง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและสง เสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปญ ญาทองถิ่นและความม่นั คงของชาติ
๖. อนุรักษท รพั ยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ ม ลดภาวะโลกรอ น สามารถประยกุ ตใชหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ

พอเพยี งได
รวม ๖ วตั ถปุ ระสงค

231

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผเู รียน

กจิ กรรมนกั เรยี น ลกู เสือสามญั (ลกู เสอื ตร)ี
ชนั้ ประถมศึกษาปท ี ๔ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ป

เปดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยใหศึกษา วิเคราะห วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู โดยเนนระบบหมู และปฏิบัติกิจกรรมตามคำปฏิญาณ คติพจน และกฎของ
ลูกเสือสามัญ เรยี นรจู ากการคิดและปฏิบัติจริง ใชส ัญลักษณสมาชิกลูกเสอื สามญั ที่มีความเปนเอกลักษณรวมกัน
ศึกษาธรรมชาติในชมุ ชนดว ยความสนใจ ใฝรูแ ละมจี ติ สำนกึ ในการอนุรกั ษทรพั ยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี
ภูมิปญญาทองถิ่น ลดภาวะโลกรอนและประยุกตใชปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความรูเกี่ยวกับกระบวนการ
ลูกเสือ ประวัติของ Load Baden Powell พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหวั
วิวัฒนาการของกระบวนการ ลูกเสือไทยและลูกเสือโลก การทำความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซาย
กิจกรรมกลางแจง ระเบียบแถวทามือเปลา ทามือไมพลอง การใชสัญญามือและนกหวีด การตั้งแถว
และการเลกิ แถว

เพื่อใหมีความรู ความเขาใจในกิจกรรมลูกเสอื สามญั สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจนของ
ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสงั เกต จดจ เชื่อฟง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย สุจริต มีระเบียบวนิ ัย และเห็นอก
เห็นใจผูอื่น บำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ทำการฝมือและฝกฝนการทำกิจกรรมตาง ๆ ตามความ
เหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและสงเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมและความมั่นคง ประโยชนและ
สามารถประยุกตใชห ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
วัตถุประสงค
๑. มนี ิสยั ในการสังเกต จดจำ เชอ่ื ฟง และพง่ึ ตนเองได
๒. มีความซื่อสัตยสุจริต มีระเบยี บ วินยั และเหน็ อกเห็นใจผูอ่ืน
๓. บำเพญ็ ตนเพือ่ สง เสรมิ และสาธารณะประโยชน
๔. ทำการฝม อื และฝกฝนทำกิจกรรมตาง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
๕. รกั ษาและสงเสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภมู ิปญ ญาทองถ่ิน และความมน่ั คงของชาติ
๖. อนุรักษทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม ลดภาวะโลกรอ น
๗. สามารถประยุกตใชหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รวม ๗ วัตถปุ ระสงค

232

คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผเู รียน

กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมลกู เสอื สามัญ (ลูกเสือโท)
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี ๕ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ป

เปดประชุมกองดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยใหศึกษา วิเคราะห วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู โดยเนนระบบหมู และปฏิบัติกิจกรรมตามคำปฏิญาณ คติพจนและกฎของ
ลูกเสือสามัญ เรียนรูจากคิดและปฏิบัติจริง ใชสัญลักษณสมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเปนเอกลักษณรวมกัน
ศึกษาธรรมชาติในชมุ ชนดวยความสนใจ ใฝรู มีจติ สำนกึ ในการอนุรักษ ทรพั ยากรธรรมชาติ วฒั นธรรม ภมู ิปญญา
ทองถิ่น ลดภาวะโลกรอนและการประยุกตใชปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใชทักษะในทางวิชาลูกเสือ
การรจู กั ดแู ลตนเอง การชว ยเหลอื ผูอืน่ การเดนิ ทางไปยงั สถานทีต่ า ง ๆ ทำงานอดิเรก และเรือ่ งท่ีสนใจ

เพื่อใหมีความรู ความเขาใจในกิจกรรมลกู เสอื สามญั สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจนของ
ลูกเสอื สามญั มนี สิ ัยในการสงั เกต จดจำ เชอื่ ฟง และพ่ึงตนเอง มคี วามซอ่ื สตั ย สจุ รติ มีระเบียบวินัย และเห็นอก
เห็นใจผูอื่น บำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ทำการฝมือและฝกฝนการทำกิจกรรมตาง ๆ ตามความ
เหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและสง เสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมน่ั คง ประโยชนและ
สามารถประยุกตใชหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
วตั ถุประสงค
๑. มีนสิ ยั ในการสังเกต จดจำ เช่ือฟง และพง่ึ ตนเองได
๒. มคี วามซอื่ สตั ยสุจรติ มีระเบียบ วินยั และเห็นอกเหน็ ใจผอู นื่
๓. บำเพ็ญตนเพ่อื สงเสริมและสาธารณะประโยชน
๔. ทำการฝมือและฝก ฝนทำกจิ กรรมตา ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
๕. รักษาและสง เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ญญาทอ งถ่นิ และความมน่ั คงของชาติ
๖. อนรุ กั ษทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม ลดภาวะโลกรอ น
๗. สามารถประยุกตใ ชห ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รวม ๗ วตั ถุประสงค

233

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น

กจิ กรรมนกั เรียน กิจกรรมลูกเสอื สามญั (ลูกเสอื เอก)
ช้นั ประถมศึกษาปท ี ๖ เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ป

เปดประชุมกองดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยใหศึกษา วิเคราะห วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู โดยเนนระบบหมู และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ คติพจน และกฎของลูกเสือ
สามัญ วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว การพึ่งตนเอง การผจญภัย การใชสัญลักษณ สมาชิกลูกเสือสามัญ
ทมี่ คี วามเปนเอกลักษณรวมกนั เรียนรูจ ากการคิดและปฏิบัติจริง ศกึ ษาธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปญญา
ทองถิ่นดวยความสนใจ ใฝรู และประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อการ
อนุรกั ษทรพั ยากรธรรมชาติและลดภาวะโลกรอ น

เพื่อใหมีความรู ความเขาใจในกิจกรรมลกู เสอื สามัญ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจนของ
ลูกเสอื สามญั มีนสิ ยั ในการสงั เกต จดจำ เช่ือฟง และพ่ึงตนเอง มคี วามซอื่ สัตย สจุ ริต มรี ะเบียบวินัย และเห็นอก
เห็นใจผูอื่น บำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ทำการฝมือและฝกฝนการทำกิจกรรมตาง ๆ ตามความ
เหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รกั ษาและสง เสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรมและความมน่ั คง ประโยชนและ
สามารถประยุกตใ ชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
วัตถุประสงค
๑. มีนิสยั ในการสังเกต จดจำ เชอื่ ฟง และพ่ึงตนเองได
๒. มคี วามซื่อสตั ยสจุ รติ มีระเบยี บ วนิ ยั และเห็นอกเหน็ ใจผอู ่นื
๓. บำเพญ็ ตนเพือ่ สง เสรมิ และสาธารณะประโยชน
๔. ทำการฝม ือและฝกฝนทำกิจกรรมตา ง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ
๕. รักษาและสง เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปญญาทองถ่ินและความมน่ั คงของชาติ
๖. อนรุ ักษท รัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม ลดภาวะโลกรอน
๗. สามารถประยกุ ตใชปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รวม ๗ วตั ถปุ ระสงค

234

คำอธิบายกิจกรรมพฒั นาผเู รียน

กิจกรรมนักเรียน กจิ กรรมลกู เสอื สามัญรนุ ใหญ เนตรนารีสามัญรุนใหญ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑–๒ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง

ศึกษา วิเคราะห ฝกปฏิบัติ ตระหนักถึงความสำคัญของ กิจการลูกเสือ ระเบียบแถว การสวนสนาม
กฎและคำปฏิญาณ การบรรจุเคร่ืองหลัง การกางเต็นท การกอ ไฟ และการประกบอาหาร เงือ่ นและการผูกแนน
อนั ประกอบไปดว ย เงือ่ นพิรอด เงื่อนขัดสมาธิ เง่อื นผูกกระหวดั ไม เงือ่ นบวงสายธนู เงื่อนตะกรดุ เบ็ด เงือ่ นประมง
เงื่อนผูกซุง เงื่อนผูกรั้ง เงื่อนปมตาไก และการผูกแนนอันประกอบดวย ผูกทแยง ผูกกากบาท ผูกประกบ
หลักความปลอดภัยทั่วไปรวมถึงวิชาพิเศษอันประกอบดวย การหามิตร นักสะสม นักสะกดรอย นักวายน้ำ
และผูพิทักษปา
วัตถปุ ระสงค
๑. มีความรคู วามเขาใจ และสามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจนของลกู เสือสามญั รุนใหญ
๒. มีทักษะการสังเกต จดจำ การใชมอื เคร่อื งมือ การแกปญหา และทักษะในการทำงานรว มกบั ผูอ่ืน
๓. มีความซ่อื สตั ยสจุ ริต มีความกลา หาญ อดทน เชอ่ื มัน่ ในตนเอง มีระเบยี บวนิ ยั มคี วามสามคั คี เห็นอกเห็นใจ

ผูอนื่ มคี วามเสยี สละ บำเพญ็ ประโยชนเ พอื่ สาธารณประโยชน
๔. มกี ารพฒั นาตนเองอยเู สมอ สรา งสรรคงานฝม ือ สนใจและพฒั นาเรื่องของธรรมชาติ
รวม ๔ วตั ถปุ ระสงค

235

คำอธิบายกิจกรรมพัฒนาผเู รียน

กิจกรรมนกั เรยี น กจิ กรรมลกู เสอื สามญั รนุ ใหญ เนตรนารีสามญั รุนใหญ
ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๑–๒ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง

ศึกษา วิเคราะห ฝกปฏิบัติ ตระหนักถึงความสำคัญของ อุดมคติ การสวนสนาม สิ่งแวดลอม การบริการ
หนาที่พลเมือง การเดินทางสำรวจและการบุกเบิก การเดินทางไกล การใชแผนที่-เข็มทิศ การปฐมพยาบาล
อันประกอบดวย บาดแผลธรรมดา ถูกไฟไหม น้ำรอนลวก เปนลม งูกัด แมงมุมกัดแมลงกัดตอย ผิวหนังถลอก
และเทา แพลง และวชิ าพเิ ศษอนั ประกอบดว ย การจดั การคาย ชวยผปู ระสบภยั นักผจญภยั สายยงยศ
วัตถปุ ระสงค
๑. มีความรคู วามเขาใจ และสามารถปฏิบัติตามคำปฏญิ าณ กฎ และคติพจนข องลกู เสอื สามัญรุน ใหญ
๒. มีทักษะการสังเกต จดจำ การใชมอื เครอื่ งมือ การแกปญหา และทักษะในการทำงานรว มกับผูอ่ืน
๓. มคี วามซือ่ สัตยสุจริต มีความกลา หาญ อดทน เชือ่ มั่นในตนเอง มีระเบยี บวนิ ัย มคี วามสามัคคี เห็นอกเหน็ ใจ

ผอู ่นื มีความเสยี สละ บำเพ็ญประโยชนเ พ่ือสาธารณประโยชน
๔. มกี ารพฒั นาตนเองอยเู สมอ สรา งสรรคง านฝม อื สนใจและพัฒนาเรื่องของธรรมชาติ
รวม ๔ วตั ถปุ ระสงค

236

คำอธิบายกิจกรรมพัฒนาผูเรยี น

กิจกรรมนักเรยี น กจิ กรรมลูกเสือสามัญรุน ใหญ เนตรนารีสามัญรุนใหญ
ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑–๒ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง

ศึกษา วเิ คราะห ฝก ปฏบิ ตั ิ ตระหนักถงึ ความสำคัญของ การฝก เปน ผนู ำ การสวนสนาม การแสดงออกทาง
ศิลปะกิจกรรมที่สนใจ สมรรถภาพ การบริการ และสิ่งแวดลอม อุดมคติ หนาที่พลเมือง และวิชาพิเศษ
อันประกอบดว ย นกั กฬี า การอนรุ ักษธ รรมชาติ การพยาบาล การพูดในทส่ี าธารณะ และการพัฒนาชุมชน
วตั ถปุ ระสงค
๑. มคี วามรูความเขาใจ และสามารถปฏบิ ัตติ ามคำปฏญิ าณ กฎ และคติพจนข องลูกเสอื สามัญ รุนใหญ
๒. มีทักษะการสังเกต จดจำ การใชม อื เครอื่ งมอื การแกป ญหา และทักษะในการทำงานรว มกบั ผูอ่ืน
๓. มีความซอ่ื สตั ยสจุ รติ มีความกลา หาญ อดทน เชอ่ื ม่นั ในตนเอง มีระเบียบวนิ ัย มคี วามสามคั คี เห็นอกเห็นใจ

ผอู ื่น มีความเสียสละ บำเพ็ญประโยชนเ พอื่ สาธารณประโยชน
๔. มกี ารพฒั นาตนเองอยเู สมอ สรางสรรคงานฝมือ สนใจและพฒั นาเรือ่ งของธรรมชาติ
รวม ๔ วัตถุประสงค

237

คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู รยี น

กิจกรรมพัฒนาผเู รียน กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน
ช้ันประถมศึกษาปที ๑ - ๖ เวลา ๑๐ ชั่วโมง/ป

ฝกปฏิบัติกิจกรรมดวยความสมัครใจผานกิจกรรมที่หลากหลาย ฝกการทำงานที่สอดคลองกับชีวิตจริง
ตลอดจนสะทอนความรู ทักษะ และประสบการณ สำรวจและใชขอมูลประกอบการวางแผนอยางเปนระบบ
เนนทักษะการคิดวิเคราะห และใชความคิดสรางสรรค การบริการดานตาง ๆ ที่เปนประโยชนตอตนเอง
และสวนรวม เสริมสรางความมีน้ำใจ เอื้ออาทร ความเปนพลเมืองดีและความรับผิดชอบตอตนเอง ครอบครัว
และสังคม คิดออกแบบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชนในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
ตอสังคมตามแนวทางวิถีชีวติ เศรษฐกจิ พอเพียง

เพื่อใหผูเรียนบำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ สามารถ
ออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนอยางสรางสรรคตามความถนัดและความสนใจใน
ลักษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไดอยางมี
ประสิทธิภาพเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนจนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค
มีจติ สาธารณะและใชเ วลาวางใหเ กิดประโยชน และสามารถประยกุ ตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได
ผลการเรยี นรู
๑. บำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอ ครอบครวั โรงเรียน ชมุ ชน สงั คมและประเทศชาติ
๒. ออกแบบการจดั กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนอ ยา งสรางสรรค ตามความถนดั และความสนใจ

ในลกั ษณะอาสาสมคั ร
๓. สามารถพัฒนาศกั ยภาพในการจัดกิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชนไ ดอยา งมปี ระสิทธิภาพ
๔. ปฏิบัตกิ จิ การเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชนจนเกิดคุณธรรม จรยิ ธรรมตามคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๕. สามารถประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได
รวม ๕ ผลการเรยี นรู

238

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผูเรยี น

กิจกรรมพฒั นาผเู รยี น กิจกรรมนักเรยี น (กิจกรรมชมุ นุม)
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี ๑-๖ เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ป

ปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความตองการ เพื่อพัฒนำความรู ความสามารถดานการคิด
วิเคราะห สังเคราะหใหเกิดประสบการณทั้งดานวิชาการ และพื้นฐานอาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตามศักยภาพ
อยางรอบดาน เพื่อความเปนมนุษยที่สมบูรณ มีความสามารถในการสื่อสาร มีทักษะการคิด แกปญหา
ความสามารถในการใชเทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการทำงานและการอยูรว มกับผูอ ื่นในสังคมไดอยางมีความสุข
รกั ชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสตั ยส ุจริต มวี นิ ยั ใฝเรยี นรู อยอู ยางพอเพียง มงุ มัน่ ในการทำงาน รักความเปนไทย
มีจิตสาธารณะ

เพื่อใหผูเรียนไดปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความตองการของตน ไดพัฒนำความรู
ความสามารถดานการคิดวเิ คราะห สงั เคราะห ใหเกิดประสบการณทั้งทกั ษะทางวชิ าการ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต
และสังคมตามศักยภาพ ใชเวลาวางใหเกดิ ประโยชนตอตนเองและสวนรวม คิดเปน ทำได ทำงานรวมกบั ผูอ ืน่ ได
ตามวถิ ีประชาธปิ ไตย และประยกุ ตหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไดอ ยางเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
๑. ปฏิบัติกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ งการของตน
๒. มคี วามรู ความสามารถดา นการคิดวิเคราะห สังเคราะหใ หเกิดประสบการณ ทงั้ ทางวชิ าการและวชิ าชีพ

ตามศักยภาพ
๓. ใชเ วลาวางใหเกดประโยชนตอ ตนเองและสวนรวม
๔. มุง มัน่ ในการทำงานและทำงานรว มกับผูอ่นื ไดตามวิถปี ระชาธิปไตย
๕. ประยกุ ตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไดอยางเหมาะสม
รวม ๕ ผลการเรียนรู

239

คำอธบิ ายกจิ กรรมชมุ นุม

กิจกรรมชมุ นมุ ภาษาไทย คำอธบิ ายกิจกรรมชมุ นุม
ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๑-๖ และมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๑-๓

หลกั การและเหตุผล
ประเทศไทยมีภาษาไทยเปน ภาษาประจำชาติ อนั เปน เอกลักษณท สี่ ำคัญอยา งหนงึ่ ของชาติ สมควรจะไดรับ

การทำนุบำรุงสงเสรมิ และอนุรกั ษไวใหย ่งั ยนื ตลอดไป
ทั้งนี้ในยุคปจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีตาง ๆ ไดกาวหนาไปอยางรวดเร็วเกิดเทคนิคใหม ๆ ในการ

ติดตอ สื่อสาร ท่ีมงุ เนน ความสะดวกรวดเรว็ สงผลใหภาษาไทยซึง่ เปน สือ่ กลางสำคัญในการติดตอและผกู พันตอการ
ดำรงชวี ติ ประจำวันของคนไทยไดร ับผลกระทบ ทง้ั ภาษาพดู และภาษาเขียน ทำใหภ าษาไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง
ไปจากเดิมอยา งนาวิตกเปนอยางยิ่ง สภาพการณเชนน้ีหากไมเ รงรีบหาทางแกไขและปองกนั เสียแตเนิ่นๆ การใช
ภาษาไทยของเราก็จะยิ่งเสื่อมลง จะสงผลเสียหายตอเอกลักษณและคุณคาของภาษาไทยเปนทวีคูณ อานและ
เขา ใจความหมายของคำ ประโยค ขอ ความและจดั ทำแบบฝก เปนรูปเลม จัดทำพจนานกุ รมฉบับจ๋ิว ศึกษา คนควา
เกีย่ วกบั ขาว บทความจากสิ่งตีพิมพประเภทตา งๆ และประดิษฐท ่คี นั่ หนงั สือประเภทตา งๆ

เพ่ือใหสมาชิกมีความคิดริเร่มิ สรา งสรรค รจู ักคนควา และแกปญหาในการทำงานอยา งมรี ะบบ เพ่ือใหสมาชิก
เปนผูมีระเบียบวินัยเพื่อใหสมาชิกมีความเขาใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยเปนประมุขเพื่อใหสมาชิกมีความรับผิดชอบตอการปฏิบัติหนาที่และสิทธิภายในขอบเขตของ
กฎหมายเพื่อใหสมาชกิ มีความสงบซาบซึ้งในคุณคา ดำรงไวและสง เสรมิ เอกลกั ษณว ัฒนธรรมอนั ดีงามของชาติไทย
เพื่อใหสมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมูคณะเพื่อใหสมาชิกไดรับการสงเสริมการพัฒนาทางรางกาย จิตใจ
และรจู ักใชเวลาวางใหเปนประโยชนเพือ่ ใหสมาชกิ รูจักบำเพญ็ ประโยชนตอสังคม และสรางเสริมความม่ันคงของ
ชาติเพื่อใหสมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อใหสมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงคของการจัดการศึกษา
สามารถนำความรไู ปใชใหเกดิ ประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับ
ชีวติ ประจำวันไดอ ยา งถูกตองเหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ งการของตน
๒. อานออกเสียงบทรอ ยแกว รอยกรองไดอยา งถกู ตองตามอักขระวิธี
๓. เขยี น ไดถกู ตอ งตามหลักภาษาไทย
๔. ใชเวลาวา งใหเกิดประโยชนต อ ตนเองและสว นรวม
๕. นกั เรยี นมคี วามตระหนักและเหน็ คณุ คา ของภาษาไทย ในฐานะภาษาประจำชาติ
๖. นักเรยี นสามารถเปนตัวแทนเขา รว มแขงขันกิจกรรมทางคณิตศาสตร
รวม ๖ ผลการเรียนรู

240

กจิ กรรมชุมนมุ คณิตศาสตร คำอธบิ ายกจิ กรรมชุมนมุ
ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑-๖ และมธั ยมศึกษาปท ่ี ๑-๓

หลักการและเหตผุ ล
คณิตศาสตรเปนวิชาที่มีความเกี่ยวของกับสิ่งที่อยูรอบตัวและชีวิตของเรา คณิตศาสตรสามารถอธิบาย

สิ่งตางๆ นานาที่อยูรอบตัวเราได ถึงแมวาคนสวนใหญจะมองคณิตศาสตรนั้น ยากซับซอน นาเวียนหัว
ทำใหเ กดิ ความเครียด และความวิตกกงั วลในการเรียน

ชุมนุมนจ้ี งึ จดั ข้นึ มาเพื่อใหนกั เรยี นในชุมนุมไดมองเหน็ มุมมองอีกดานหนงึ่ ของคณติ ศาสตร โดยการ
รวบรวมดานสนกุ สนานของคณิตศาสตร ตลอดจนเกร็ดนารตู างๆ มากมาย รวมถงึ เกร็ดแปลกๆ เกี่ยวกับตัวเลขท่ี
อาจจะทำใหนักเรียนเกิดหลงรักตัวเลขขึ้นมาก็ได และนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยในหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งไปประยุกตใ นกับชวี ติ ประจำวันไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม
ผลการเรียนรทู ่คี ำดหวัง
๑. เพือ่ ใหน ักเรียนมองเห็นความสำคญั ของคณติ ศาสตรใ นชวี ติ ประจำวนั
๒. เพอื่ ใหน ักเรยี นมคี วามรคู วามเขา ใจ มีความสขุ และความสนุกสนานในการเขารวมกิจกรรมในวิชาคณติ ศาสตร
๓. เพื่อใหน ักเรยี นไดปฏิบตั กิ จิ กรรมตามทต่ี นเองถนัดและสนใจ
๔. เพื่อสงเสริมนกั เรยี นใหมีทัศนคติทด่ี ีตอ วิชาคณิตศาสตร
๕. เพอ่ื ใหนักเรยี นสามารถนำความรไู ปปรบั ใชใ นชีวิตประจำวันไดเ ปน และไดใชเวลาวางใหเ ปนประโยชน
๖. นกั เรยี นสามารถเปนตวั แทนเขา รว มแขง ขนั กิจกรรมทางคณิตศาสตร
รวมทัง้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู

241

คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมชมุ นมุ

กิจกรรมชมุ นุมสรางสรรคด ว ยลลี ามือ ระดับชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๑-๖ และมัธยมศกึ ษาปท่ี ๑-๓

หลักการและเหตุผล
รูจักชื่อ และบอกลักษณะของเสนตาง ๆ ซึ่งมาประกอบเปนพยัญชนะ ตัวเลขและเปนภาพตางๆ ที่ใช

ในชวี ติ ประจำวันได เพ่ือสง เสรมิ ใหเ ด็กมีพัฒนาการทางดา น รา งกาย อารมณ จติ ใจ สังคม และสติปญ ญา สามารถ
นำไปใชใ นชีวติ ประจำวนั ได

เพื่อใหสมาชิกมีความคิดริเริ่มสรางสรรค รูจักคนควา และแกปญหาในการทำงานอยางมีระบบ เพื่อให
สมาชิกเปนผูมีระเบียบวินัยเพื่อใหสมาชิกมีความเขาใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยเปนประมุขเพื่อใหสมาชิกมีความรับผิดชอบตอการปฏิบัติหนาที่และสิทธิภายในขอบเขตของ
กฎหมายเพื่อใหสมาชิกมีความสงบซาบซง้ึ ในคุณคา ดำรงไวแ ละสง เสริมเอกลักษณว ัฒนธรรมอนั ดงี ามของชาติไทย
เพื่อใหสมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมูคณะเพื่อใหสมาชิกไดรับการสงเสริมการพัฒนาทางรางกาย จิตใจ
และรูจกั ใชเ วลาวางใหเ ปนประโยชนเพ่ือใหสมาชกิ รูจักบำเพ็ญประโยชนต อสังคม และสรา งเสริมความม่ันคงของ
ชาติเพื่อใหสมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อใหสมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงคของการจัดการศึกษา
สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับ
ชวี ิตประจำวันไดอยางถกู ตองเหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความตอ งการของตน
๒. มคี วามรู ความสามารถดานการคดิ วเิ คราะห สังเคราะหใหเกดิ ประสบการณ ทง้ั ทางวิชาการและวิชาชพี

ตามศกั ยภาพ
๓. ใชเวลาวา งใหเกดิ ประโยชนตอ ตนเองและสวนรวม
๔. มงุ มน่ั ในการทำงานและทำงานรว มกบั ผูอ น่ื ไดต ามวถิ ีประชาธปิ ไตย
๕. ประยุกตใชห ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไดอ ยางเหมาะสม
รวม ๕ ผลการเรียนรู

242

คำอธิบายรายวิชากิจกรรมชมุ นมุ

กิจกรรมชุมนมุ เทคโนโลยคี อมพิวเตอร ระดับชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๑-๖ และมธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๑-๓

หลักการและเหตุผล
ในปจจุบัน เทคโนโลยีคอมพิวเตอรไดพัฒนาไปอยางรวดเร็วในหลากหลายสาขาวิชาโดยเฉพาะอยางยิ่ง

การพฒั นาดา นการส่ือสารและดา นขอมูล ดงั น้ันจึงจำเปน อยางย่ิงทีส่ ถานศึกษาใหความสำคัญตอ การเปล่ียนแปลง
ของเทคโนโลยีเพ่ือใหผูเรยี นมีความรู เกิดความตระหนักและเทาทันเทคโนโลยีในปจ จุบันเพื่อสนับสนุนใหผ ูเรยี น
มีคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียนในยุคศตวรรษที่ ๒๑ ไดแก เปนนักคิดวิเคราะห เปนนักแกปญหา
เปนนักสรางสรรค เปน นกั ประสานความรว มมือ รูจ กั ใชข อมลู และขาวสาร เปน ผเู รยี นรูดว ยตนเอง เปนนักส่ือสาร
และตระหนักรบั รูสภาวการณของโลกปจจุบันและอนาคตกิจกรรมชุมนุมคอมพิวเตอร จึงเปนกิจกรรมกลุมเสรมิ
ทกั ษะดานวชิ าการ ในกลมุ สาระการงานอาชพี และเทคโนโลยีเพื่อพฒั นานกั เรียนใหเต็มศักยภาพ เพ่ือตอบสนอง
ศักยภาพของนักเรียนไดหลากหลายวิชาสามารถตอบสนองความตอ งการของสังคมสรางองคความรูและเพิ่มพนู
ทักษะคอมพิวเตอรใหแกนักเรียนเปนผูมีความรูความสามารถ มีประสบการณตรงกับสภาพแวดลอม
และเทคโนโลยีใหมๆ และนำมาปรบั ใชใ นชวี ติ ประจำวันไดอยางเหมาะสม
ผลการเรยี นรูท ี่คำดหวัง
๑. นักเรียนเกดิ ทกั ษะในการใชเ ทคโนโลยีในชวี ิตประจำวนั
๒. นกั เรียนมคี วามรทู างดานคอมพิวเตอร นำมาใชในงานตา งๆ
๓. นกั เรียนพฒั นำความรคู วามสามารถดานการคิด วิเคราะห สังเคราะห
๔. นักเรยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา นยิ มทพ่ี ึงประสงค
๕. นักเรียนมีมนุษยสัมพนั ธใ นการทำกจิ กรรมรว มกันกบั ผอู ่ืน
รวม ๕ ผลการเรียนรู

243

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมชมุ นมุ

กจิ กรรมชมุ นมุ นาฏศิลป(ฟอ นรำ) ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๑-๖ และมัธยมศึกษาปท่ี ๑-๓

หลักการและเหตผุ ล
ฝก ทารำเบอ้ื งตน นาฏศลิ ปไ ทย ฝก การแสดงนาฏศิลปไ ทยและนาฏศิลปพน้ื เมือง ๔ ภาค เหนอื กลาง

อสี าน ใต
ผลการเรียนรูที่คำดหวัง
๑. เพอื่ ฝก ทกั ษะการรำเบอื้ งตน นาฏศิลปไ ทย
๒. เพอ่ื ฝกความมั่นใจ และกลาแสดงออกหนาสาธารณชน
๓. เพื่อปลูกฝงและอนรุ กั ษศลิ ปวฒั นธรรมไทยพ้ืนบา น
รวม ๓ ผลการเรยี นรู

244

คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมชมุ นุม

กิจกรรมชมุ นมุ รักการอาน ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๑-๖ และมธั ยมศกึ ษาปที่ ๑-๓

หลักการและเหตผุ ล
อานและเขาใจความหมายของคำ ประโยค ขอ ความและจัดทำแบบฝก เปน รูปเลม จัดทำพจนานกุ รมฉบับจิ๋ว

ศึกษา คน ควา เกีย่ วกับ ขา ว บทความจากส่ิงตีพิมพป ระเภทตางๆ และประดษิ ฐท่ีค่ันหนงั สือประเภทตางๆ
เพื่อใหมีความรูความเขาใจและเห็นคุณคาเกีย่ วกับการจัดทำแบบฝกเปนรูปเลม จัดทำพจนานุกรมฉบับจว๋ิ

และประดษิ ฐท ่ีคนั่ หนังสือประเภทตางๆ สามารถนำไปใชในชวี ติ ประจำวนั ได
เพื่อใหสมาชิกมีความคิดริเริ่มสรางสรรค รูจักคนควา และแกปญหาในการทำงานอยางมีระบบ เพื่อให

สมาชิกเปนผูมีระเบียบวินัยเพื่อใหสมาชิกมีความเขาใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยเปนประมุขเพื่อใหสมาชิกมีความรับผิดชอบตอการปฏิบัติหนาที่และสิทธิภายในขอบเขตของ
กฎหมายเพ่ือใหสมาชิกมคี วามสงบซาบซ้ึงในคุณคา ดำรงไวแ ละสง เสรมิ เอกลักษณวฒั นธรรมอนั ดงี ามของชาติไทย
เพื่อใหสมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมูคณะเพื่อใหสมาชิกไดรับการสงเสริมการพัฒนาทางรางกาย จิตใจ
และรจู ักใชเ วลาวางใหเปนประโยชนเพื่อใหสมาชิกรจู ักบำเพญ็ ประโยชนต อสังคม และสรา งเสริมความม่ันคงของ
ชาติเพื่อใหสมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อใหสมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงคของการจัดการศึกษา
สามารถนำความรไู ปใชใหเกิดประโยชนโ ดยใชห ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับ
ชวี ิตประจำวนั ไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
๑. ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนัดและความตอ งการของตน
๒. มคี วามรู ความสามารถดา นการคดิ วเิ คราะห สังเคราะหใหเกิดประสบการณ ทง้ั ทางวิชาการและวชิ าชีพ

ตามศกั ยภาพ
๓. ใชเ วลาวา งใหเ กดิ ประโยชนตอ ตนเองและสวนรวม
๔. มุงมน่ั ในการทำงานและทำงานรว มกบั ผูอืน่ ไดต ามวถิ ีประชาธปิ ไตย
๕. ประยุกตใชห ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไดอยา งเหมาะสม
รวม ๕ ผลการเรียนรู

245

เกณฑการวัดและประเมินผลการเรียน
๑. การตัดสนิ การใหร ะดบั ผลการเรียน ๑
๑.๑ การตัดสินผลการเรียน
(๑) ตดั สนิ ผลการเรียนเปนรายวชิ า ผูเรยี นตองมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไมน อยกวา รอ ยละ ๘๐

ของเวลาเรียนทงั้ หมดในรายวชิ านนั้ ๆ
(๒) ผูเรียนตอ งไดร บั การประเมนิ ทุกตัวช้วี ัด และผานตามเกณฑท่ีสถานศกึ ษากำหนด
(๓) ผูเรียนตองไดร ับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวชิ า
(๔) ผูเรยี นตองไดรบั การประเมิน และมีผลการประเมินผานตามเกณฑที่สถานศึกษากำหนด ในการ

อาน คิดวิเคราะหแ ละเขียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค และกจิ กรรมพฒั นาผเู รียน
๑.๒ การใหระดบั ผลการเรียน
(๑) ในการตดั สินเพอื่ ใหระดบั ผลการเรยี นรายวิชา ใชตวั เลขแสดงระดับผลการเรยี นเปน ๘ ระดับ
(๒) การประเมินการอา น คิดวิเคราะหและเขยี น และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคนนั้ ใหร ะดับผล

การประเมินเปน ดเี ยี่ยม ดี และผาน
(๓) การประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู รียน จะตองพิจารณาทงั้ เวลาการเขา รวมกจิ กรรม การปฏบิ ตั ิ

กิจกรรมและผลงานของผเู รยี น ตามเกณฑทสี่ ถานศึกษากำหนด และใหผ ลการเขา รวมกิจกรรมเปน ผาน และไม
ผาน

๒. เกณฑการจบการศกึ ษา ๒
หลักสูตรโรงเรียนบานบางลาด พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดเกณฑสำหรับการจบการศึกษาเปน ๒ ระดับ คือ ระดับประถมศึกษาและ ระดับ
มัธยมศกึ ษาตอนตน ดังน้ี

เกณฑการจบระดบั ประถมศึกษา
๑. ผเู รยี นเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน ๘๔๐ ชว่ั โมง และรายวชิ าเพิม่ เตมิ จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง และมีผลการ
ประเมินรายวิชาพ้ืนฐานผานทุกรายวิชา
๒. ผเู รียนตองมผี ลการประเมินการอาน คดิ วิเคราะห และเขยี น ระดบั “ผา น” ข้นึ ไป
๓. ผูเรยี นมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค ระดบั “ผาน” ขึน้ ไป
๔. ผูเรยี นตองเขารวมกจิ กรรมพฒั นาผูเรียนและไดร บั การตัดสินผลการเรียน “ผาน” ทกุ กิจกรรม
เกณฑการจบระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
๑. ผูเรียนเรียนรายวชิ าพ้ืนฐานและเพิ่มเตมิ ไมเ กนิ ๘๑ หนว ยกิต โดยเปน รายวชิ าพืน้ ฐาน ๖๓ หนวยกติ
และรายวิชาเพิม่ เติม ๑๘ หนวยกติ
๒. ผเู รยี นตองไดหนวยกติ ตลอดหลกั สูตรไมนอ ยกวา ๗๗ หนว ยกติ โดยเปน รายวิชาพ้นื ฐาน ๖๓ หนว ย
กิต และรายวชิ าเพมิ่ เตมิ ไมนอยกวา ๑๔ หนว ยกติ
๓. ผูเ รยี นมผี ลการประเมิน การอา น คิดวิเคราะหแ ละเขยี น จะตองไดร บั ผลการประเมินเปน “ดเี ย่ียม”
“ด”ี และ “ผาน” ถา นกั เรยี นไดรบั ผลการประเมนิ เปน “ไมผ า น” ในการประเมินระดับชัน้ ใด ถือวาไมจบ
หลกั สตู ร
๔. ผเู รยี นมีผลการประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคของสถานศึกษา จะตอ งไดร บั ผลการประเมินเปน
“ดเี ยยี่ ม” “ด”ี และ “ผาน” ถา นกั เรยี นไดรบั ผลการประเมนิ เปน “ไมผ าน” ในการประเมนิ ระดบั ชัน้ ใด ถอื วา
ไมจ บหลกั สตู ร


Click to View FlipBook Version