87
ตารางท่ี 4.1 (ตอ่ )
ประเด็นการสมั ภาษณ์ ผลการสมั ภาษณ์
กระบวนการส่งเสรมิ ดา้ นคณุ ธรรมและจริยธรรม สรุปผลการสัมภาษณ์ ได้แก่ กระบวนการส่งเสริม
ตา้ นทุจริตในสถานศกึ ษาระดับอาชวี ศกึ ษา ด้านคุณธรรมและจริยธรรมต้านทุจริตใน
สถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา ประกอบด้วย
1) สร้างความตระหนักถึงความจำเป็นใน
การสง่ เสริมด้านคุณธรรมและจริยธรรมต้านทุจริต
ในสถานศึกษา มีแนวปฏิบัติ คือ ผู้บริหารสร้าง
ความตระหนักแก่บุคลากรในสถานศึกษาก่อน
เตรยี มการพฒั นาสถานศึกษา 2) การประสานงาน
ในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน มีแนวปฏิบัติ คือ
มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็น
ปัญหาประเด็นที่จะพัฒนาร่วมกัน 3) การกำหนด
เป้าหมายในการพัฒนาร่วมกัน มีแนวปฏิบัติ คือ
ร่วมกันกำหนดนโยบายวางแผนแนวทาง
การพัฒนาไปสู่ความสำเร็จแบบร่วมมือร่วมใจ
4) การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นด้าน
การบรหิ ารในสถานศกึ ษาอย่างท่วั ถึง มแี นวปฏิบัติ
คือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในสถานศึกษา มีส่วนใน
การสะท้อนคิดและแลกเปลี่ยนแนวทางใน
การพัฒนาสถานศึกษาทุกคน 5) การพัฒนา
ความสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานแบบพลังเกื้อกูล
สามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีแนวปฏิบัติ
คือ กำหนดและสร้างข้อตกลงเป้าหมายและ
ออกแบบการพัฒนาร่วมกันและยอมรับฟังความ
คดิ เห็นแบบประชาธิปไตย
88
ตารางที่ 4.1 (ตอ่ )
ประเด็นการสัมภาษณ์ ผลการสมั ภาษณ์
ปัจจยั ในการพัฒนาสถานศกึ ษาให้มคี ณุ ภาพด้าน สรุปผลการสัมภาษณ์ ได้แก่ ปัจจัยที่สนับสนุน
คณุ ธรรมและจริยธรรมต้านทจุ ริต ด ้ านค ุ ณธ ร ร ม และ จร ิ ย ธร ร ม ต ้ าน ท ุ จร ิ ต ใ ห ้ มี
คุณภาพ ประกอบด้วย 1) ทัศนคติที่ดีในการ
ร่วมกันปฏิบัติงาน 2) การสร้างแรงจูงใจในการ
พัฒนาสถานศึกษา 3) การสร้างเครือข่ายแบบ
ร่วมมือ เช่น ผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และ
สถานประกอบการ 4) การยอมรับร่วมกันต่อ
การเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาคุณภาพของ
สถานศึกษาในทุกมิติ 5) จดั กระบวนการเรียนการ
สอนที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะวิชาชีพคุณธรรม
จริยธรรม และพัฒนาพฤติกรรมการเรียนให้
สอดคล้องกับผู้เรียนและดึงผู้ปกครองมาร่วม
ในการจัดการเรียนการสอน 6) การมีส่วนร่วม
ในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่นำความรู้
ด้านวิชาชีพมาสร้างสรรค์สู่ชุมชน 7) การสร้าง
ความเชื่อมั่นและความเป็นกัลยาณมิตรใน
การปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับทุกฝ่าย
8) ออกแบบและพัฒนาสื่อการสอนที่ทันสมัยทัน
ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามบริบทของผู้เรียน
ตามช่วงวัย
89
ตารางที่ 4.1 (ตอ่ )
ประเดน็ การสมั ภาษณ์ ผลการสัมภาษณ์
การพัฒนาสถานศึกษาแบบร่วมมือให้เกิด สร ุปผลการสัมภาษณ์ ได้แก่ การพ ัฒนา
ประสิทธิผลและความสำเร็จในการบริหาร สถานศึกษาแบบร่วมมือให้เกิดประสิทธิผลและ
สถานศึกษาด้านคุณธรรมและจริยธรรมต้าน ความสำเร็จในการบริหารสถานศึกษาด้าน
ทุจรติ คุณธรรมและจริยธรรมต้านทุจริต ประกอบด้วย
1) การวางแผนร่วมกันระดมความคิดของผู้มีส่วน
เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาทุกฝ่าย 2) ออกแบบ
วิธีการนำนโยบาย วิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติแบบ
ร่วมมือร่วมใจ 3) ร่วมกันออกแบบนวัตกรรมใน
การแก้ปัญหาภายในสถานศึกษาให้บรรลุวัตถุ
ประสงค์ และขับเคลอื่ นหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา
อย่างเป็นระบบ 4) ออกแบบหลักสูตรการจัด
การศึกษาแบบมีส่วนร่วมของ ผู้ปกครอง และ
ชุมชน 5) ปฏิบัติงานและติดตามประเมินผลการ
ปฏิบตั ิงานดว้ ยวงจรปฏบิ ัตกิ าร PDCA 6) เปน็ ผู้นำ
เป็นต้นแบบ เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นเลิศ
ด้านการจัดการอาชีวศึกษาที่ทันสมัยสู่ประชาชน
สู่สังคม และประเทศชาติ 7) เผยแพร่ผลงานที่
ประสบความสำเร็จหรือแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของ
ท ุ กฝ ่ ายในสถาน ศ ึ ก ษาให ้ เป ็ น ท ี ่ ประ จ ั ก ษ ์ ต่ อ
สาธารณชน 8) ยกย่องและเชิดชูเกียรติบุคลากรใน
สถานศึกษาในทุกรูปแบบ เพื่อสร้างแรงจูงใจและ
ขวัญกำลงั ใจในการปฏบิ ัติงาน
90
จากตารางที่ 4.1 พบว่า ผลการสัมภาษณ์แนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียน
การสอนด้านคุณธรรมและจริยธรรมในสถานศึกษาระดบั อาชีวศึกษา มีรายละเอียด ดังน้ี
ด้านหลักการส่งเสริมด้านคุณธรรมและจริยธรรมต้านทุจริตในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา
ประกอบด้วย 1) หลักการทำงานเป็นทีม 2) หลักการมีส่วนร่วมของสมาชิกในสถานศึกษา
3) หลักการตัดสนิ ใจร่วมกัน
ด้านกระบวนการส่งเสริมด้านคุณธรรมและจริยธรรมต้านทุจริตในสถานศึกษาระดับ
อาชีวศกึ ษา มี 5 ขนั้ ตอน 1) สร้างความตระหนักถึงความจำเป็นในการส่งเสริมคณุ ธรรมและจริยธรรม
ในสถานศกึ ษา 2) การประสานงานในการปฏิบัตงิ านอย่างชัดเจน 3) การกำหนดเป้าหมายในการพัฒนา
ร่วมกัน 4) การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นด้านการจัดการเรียนรู้คุณธรรมและจริยธรรม
5) การพัฒนาความสัมพันธใ์ นการปฏิบัตงิ านแบบพลังเก้ือกูล สามคั คแี ละช่วยเหลือซง่ึ กนั
ด้านปัจจัยในการพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพด้านคุณธรรมและจริยธรรมต้านทุจริต
ประกอบดว้ ย 1) ทัศนคตทิ ีด่ ีในการร่วมกนั ปฏิบัติงาน 2) การสร้างแรงจงู ใจในการพัฒนาสถานศึกษา
3) การสร้างเครือข่ายแบบร่วมมือ 4) การยอมรับร่วมกันต่อการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาคุณภาพ
ของสถานศกึ ษาในทุกมิติ 5) จัดกระบวนการเรียนการสอนที่ม่งุ เน้นการพัฒนาทกั ษะวิชาชีพคุณธรรม
จริยธรรม 6) การมีส่วนร่วมในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม
7) การสร้างความเชอ่ื มนั่ และความเปน็ กัลยาณมติ รในการปฏิบัติงาน
ด้านการพัฒนาสถานศึกษาแบบร่วมมือให้เกิดประสิทธิผลและความสำเร็จในการบริหาร
สถานศึกษาด้านคุณธรรมและจริยธรรมต้านทุจริต ประกอบด้วย 1) การวางแผนร่วมกันระดม
ความคิด 2) ออกแบบวิธีการสู่การปฏิบัติแบบร่วมมือร่วมใจ 3) ร่วมกันออกแบบนวัตกรรม
ในการแก้ปัญหา 4) ออกแบบหลักสูตรการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม 5) ปฏิบัติงานและติดตาม
ประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยวงจรปฏิบัติการ PDCA 6) เป็นผู้นำ เป็นต้นแบบ เป็นผู้ถ่ายทอด
องค์ความรู้ที่เป็นเลิศด้านการจัดการอาชีวศึกษาที่ทันสมัยสู่ประชาชน สู่สังคม และประเทศชาติ
7) เผยแพร่ผลงานที่ประสบความสำเร็จ 8) ยกย่องและเชิดชูเกียรติบุคลากรและนักเรียน นักศึกษา
ในสถานศึกษา
91
ตอนที่ 2 ผลการสรา้ งและออกแบบคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทจุ ริตศึกษาไปใช้
สำหรับสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
1. ผลการยกร่างคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรตา้ นทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษา
อาชวี ศกึ ษา ดังตารางที่ 4.2
ตารางท่ี 4.2 ผลการยกร่างคู่มือแนวทางการนำหลกั สตู รต้านทจุ รติ ศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษา
อาชวี ศกึ ษา
หวั ข้อหลกั รายละเอียดย่อย
คำนำ ประเดน็ ของการขบั เคลอื่ น ความสำคัญในการพฒั นาคมู่ ือ
สารบัญ แสดงหวั ขอ้ สำคัญของสาระของคมู่ ือ
สว่ นที่ 1 บทนำ ความเปน็ มาของหลกั สูตร สภาพปญั หาทพ่ี บ
ส่วนที่ 2 หลักสตู รตา้ นทุจรติ ศกึ ษา กระบวนการขบั เคลือ่ น เนื้อหา และสาระความรู้
ส่วนที่ 3 แนวทางการนำหลักสูตรต้าน รปู แบบการขับเคลื่อนในสถานศกึ ษา
ทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษา
อาชีวศกึ ษา
ส่วนที่ 4 เครื่องมือกำกับ ติดตามการ แบบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนดา้ นการเปลี่ยนแปลง
นำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ พฤติกรรมและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
สำหรบั สถานศกึ ษาอาชวี ศึกษา
สว่ นท่ี 5 สือ่ การเรยี นรูเ้ สนอแนะ สื่อวดี ิทศั นใ์ นการสร้างเสริมคุณธรรมและจริยธรรม
จากตารางที่ 4.2 พบว่า ผลการยกร่างคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้
สำหรับสถานศกึ ษาอาชีวศึกษา โดยมีองคป์ ระกอบ 5 ส่วน ดงั น้ี
1. คำนำ
2. สารบัญ
3. สว่ นท่ี 1 บทนำ ประกอบด้วย 1) ความเปน็ มาของหลกั สตู รต้านทจุ ริต
ศึกษา 2) วัตถปุ ระสงค์ และ3) เป้าหมาย
4. ส่วนที่ 2 หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ประกอบด้วย 1) กระบวนการ
ขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา 2) หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา 3) เนื้อหาการเรียนรู้หลักสูตร
ต้านทุจริตศึกษา 4) แนวทางนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ และ5) แผนการจัดการเรียนรู้และ
ส่ือการเรียนรู้ปอ้ งกนั การทจุ ริต
5. ส่วนท่ี 3 แนวทางการนำหลกั สตู รต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรบั สถานศึกษา
อาชีวศึกษา ประกอบด้วย 1) เลือกรายวิชากิจกรรมส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม 2) บูรณาการรายวชิ า
หนา้ ที่พลเมอื งและศีลธรรม รหสั วิชา 20000-1501 และรายวิชาชีวิตกบั สังคมไทย รหสั วชิ า 30000-1501
3) บูรณาการในกลุ่มประเภทวิชาอื่น ๆ 4) บูรณาการกิจกรรมเสริมหลักสูตร 5) บูรณาการในวิถชี ีวติ
ของสถานศกึ ษา และ6) บรู ณาการในขอ้ ตกลงรายวชิ า
92
6. สว่ นที่ 4 เครือ่ งมอื กำกบั ติดตามการนำหลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศึกษาไปใช้
สำหรับสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
7. ส่วนที่ 5 สอื่ การเรียนรู้เสนอแนะ
8. บรรณานกุ รม
9. ภาคผนวก
2. ผลการตรวจสอบร่างคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับ
สถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา
ผลการจัดการสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้าน
ทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา โดยการสนทนากลุ่ม ในวันท่ี 11 กรกฎาคม 2563
ณ ห้องประชุมชั้น 1 วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วม
สนทนากลุ่ม จำนวน 8 คน ร่วมกันวิพากษ์และให้ข้อเสนอแนะ หลังจากนั้น ผู้วิจัยได้ดำเนินการ
ปรบั ปรงุ แก้ไขใหเ้ หมาะสม ดังตารางท่ี 4.3
ตารางที่ 4.3 ผลการตรวจสอบคู่มอื แนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศกึ ษา
อาชีวศึกษา โดยการสนทนากลมุ่ (n=8)
หัวข้อ กอ่ นการตรวสอบ หลังการตรวจสอบ
คำนำ
ประเดน็ ของการขบั เคล่อื น ความสำคัญ ควรปรับคำนำให้แสดงจากภาพใหญ่
ในการพฒั นาค่มู อื ของประเทศ เข้าสู่แผนการพัฒนา
ประเทศนำมาสู่แนวทางการแก้ไข
สารบญั แสดงหัวข้อสำคัญของสาระของคู่มอื กระบวนการขับเคลื่อนอย่างไรให้
ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้ง
ส่วนที่ 1 บทนำ ความเป็นมาของหลักสูตร สภาพปญั หา มีประโยชน์ต่อกลมุ่ ใดบ้าง
ท่พี บ
ควรปรับเพิ่มคำนำเข้าไปในสารบัญ
ด้วยแสดงถึงผ้เู ขียนแสดงความสำคัญ
ของที่มา
- ควรปรบั เพิ่มแนวทางในการพัฒนา
คุณธรรมและจริยธรรม และ
การต่อต้านการทุจริตในสถานศึกษา
- ปรับวัตถุประสงค์ให้สอดรับ
การสถานการณป์ ัจจุบัน
- เป้าหมายในการพัฒนาควรตรง
ประเดน็ เหมาะสมกับผู้ใช้
93
ตารางที่ 4.3 (ตอ่ )
หัวขอ้ ก่อนการตรวสอบ หลงั การตรวจสอบ
ส่วนที่ 2 หลักสูตรต้าน กระบวนการขับเคลอื่ น เนื้อหา และ - ควรศกึ ษาแนวปฏิบตั ิให้สอดคล้อง
ทุจริตศึกษา สาระความรู้ กับบริบทนักเรียน นักศึกษา
อาชีวศกึ ษาตามชว่ งวยั
- กระบวนการขับเคลื่อนต้องเป็นไป
อย่างมีระบบทุกฝ่ายร่วมรับรู้และ
ตระหนักใหค้ วามสำคัญ
- สามารถบูรณาการนำไปใช้ใน
สถานศึกษาได้จริงไม่ซบั ซ้อน
ส ่ วนท่ี 3 แนวทาง รูปแบบการขับเคลื่อนในสถานศึกษา - สามารถปรับเปล่ียนมาประยุกต์ใน
ทางการนำหลักสูตร รายวิชากจิ กรรมพัฒนาทักษะชวี ติ
ต้านทุจริตศึกษาไปใช้ - บูรณาการร่วมในรายวิชาการสอน
สำหรับสถานศึกษา ทุกรายวิชา
อาชีวศกึ ษา - สอดแทรกสาระวิชาที่ส่งเสริม
คุณธรรมและจริยธรรมให้สอดคล้อง
กับสถานการณ์และหลักสูตร
ตา้ นทจุ ริตศกึ ษา
- อธิบายกรอบแนวทางใน
การนำไปใช้ในสถานศึกษาโดย
มุ่งหวังให้ผู้เรียนเปลี่ยนแปลง
ด้านพฤติกรรมและคุณลักษณะ
อันพงึ ประสงค์
ส่วนที่ 4 เครื่องมือ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน - ควรเพม่ิ เตมิ แบบประเมินพฤติกรรม
กำกับ ติดตามการนำ ด้านการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและ การแสดงออกและความคิดเห็น
หลักสูตรต้านทุจริต คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ - ควรเพิ่มแบบประเมินที่สอดคล้อง
ศึกษาไปใช้ สำหรับ กับการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์
สถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา
ท่ีสมบูรณ์
- เกณฑ์การประเมินควรปรับเปลี่ยน
ตามความเหมาะสมของครผู ู้สอน
- บูรณาการหัวข้อคุณธรรมใน
การป้องกันการทุจรติ ให้เพิม่ มากข้ึน
94
ตารางที่ 4.3 (ตอ่ )
หัวข้อ ก่อนการตรวสอบ หลังการตรวจสอบ
ส่วนที่ 5 ส่อื การเรียนรู้ สอ่ื วดี ทิ ัศนใ์ นการสร้างเสรมิ คณุ ธรรม - สอ่ื ควรเข้าถงึ ไดท้ กุ ที่ทุกโอกาส
เสนอแนะ และจรยิ ธรรม - สื่อควรเร้าใจกระตนุ้ ความอยาก
รับร้แู ละแสดงออกในการป้องกนั
การทุจรติ
จากตารางที่ 4.3 พบว่า ผลการตรวจสอบการสนทนากลุ่มของคูม่ อื แนวทางการนำหลักสูตร
ต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา พบว่า ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อเสนอแนะและผู้วิจัย
นำมาปรับปรุง จัดพิมพ์เป็นคู่มือนำไปประเมินคุณภาพตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้
ของคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา
ดว้ ยการทดลองใช้ (Try-out) เปน็ ลำดบั ต่อไป
ตอนที่ 3 ผลการประเมินคุณภาพตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของคู่มือ
แนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา
ดว้ ยการทดลองใช้ (Try-out)
ผลการประเมินคุณภาพด้านความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของ คู่มือแนวทาง
การนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา เป็นการประเมินด้านความ
เหมาะสม (Propriety) และด้านความเป็นไปได้ (Feasibility) ดังตารางท่ี 4.4 - 4.6
ตารางที่ 4.4 ค่าเฉลย่ี ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ความเหมาะสมและความเป็นไปไดข้ องคมู่ อื แนวทางการ
นำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศกึ ษาอาชีวศึกษา ด้านรูปเล่ม (n=7)
รายการ ความเหมาะสม ความเปน็ ไปได้
1. ขนาดของคู่มอื คา่ เฉลย่ี S.D. ระดบั ค่าเฉลีย่ S.D. ระดบั
2. รปู ภาพของปกหน้า
3. ขนาดตัวอกั ษรของปกหน้า 4.53 0.23 มากทส่ี ุด 4.43 0.24 มาก
4. ออกแบบปกสอดคล้องกบั เนอ้ื หา
5. สีสันของปกหนา้ 4.62 0.17 มากทส่ี ุด 4.32 0.19 มาก
เฉลีย่ 4.57 0.33 มากที่สุด 4.46 0.22 มาก
4.66 0.16 มากท่ีสุด 4.48 0.12 มาก
4.59 0.15 มากทส่ี ดุ 4.49 0.16 มาก
4.59 0.20 มากทส่ี ดุ 4.43 0.18 มาก
จากตารางท่ี 4.4 พบว่า ความเหมาะสมและความเปน็ ไปได้ของคมู่ ือแนวทางการนำหลักสูตร
ตา้ นทจุ ริตศึกษาไปใช้ สำหรบั สถานศกึ ษาอาชีวศึกษา ด้านรูปเลม่ โดยภาพรวมมคี วามเหมาะสมอยู่ใน
ระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.59 (S.D.=0.20) และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.43
(S.D.=0.18) ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ที่กำหนดไว้
95
ตารางที่ 4.5 คา่ เฉลย่ี ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของคมู่ อื แนวทางการ
นำหลักสตู รต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา ดา้ นเนอ้ื หา (n=7)
รายการ ความเหมาะสม ความเปน็ ไปได้
ค่าเฉลย่ี S.D. ระดบั ค่าเฉลยี่ S.D. ระดับ
1. คำชแี้ จงใช้ค่มู ือ 4.66 0.34 มากท่สี ุด 4.55 0.31 มากท่ีสุด
2. วัตถุประสงค์ของคู่มือมีควาสอดคล้อง 4.75 0.23 มากที่สุด 4.64 0.23 มากท่ีสุด
กับความต้องการและหลักสูตรต้านทุจริต
ศึกษา
3. เนอ้ื หาสาระคมู่ ือครอบคลมุ 4.56 0.42 มากทีส่ ดุ 4.60 0.27 มากที่สดุ
4. เนื้อหาคู่มือมีความกระชับ ทำความ 4.49 0.31 มาก 4.77 0.24 มากที่สุด
เข้าใจงา่ ย
5. การลำดับของขั้นตอนก่อนหลังของ 4.76 0.29 มากทสี่ ุด 4.65 0.31 มากที่สดุ
เนอื้ หาในคู่มือ
6. เนอ้ื หาของคูม่ ือตรงกับความต้องการ 4.69 0.27 มากทส่ี ดุ 4.44 0.31 มาก
7. เนื้อหาในคู่มือสามารถนำไปใช้ปฏิบัติ 4.59 0.42 มากทสี่ ุด 4.58 0.26 มากท่ีสดุ
ได้จรงิ
8. คูม่ อื มีแนวทางการวัดและประเมินผล 4.78 0.23 มากทส่ี ดุ 4.71 0.22 มากที่สดุ
9. สำนวนภาษาที่ใช้ในคู่มือมีความชัดเจน 4.63 0.26 มากที่สุด 4.48 0.37 มาก
เขา้ ใจง่าย
10. การใช้ภาษาถูกต้องตามหลักเกณฑ์ 4.58 0.29 มากทีส่ ุด 4.69 0.25 มากที่สดุ
11. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้เพม่ิ เติม 4.69 0.33 มากที่สุด 4.63 0.25 มากที่สดุ
12. เอกสารอา้ งอิงเพอ่ื ค้นคว้าเพิ่มเตมิ 4.47 0.34 มาก 4.59 0.30 มากท่ีสดุ
เฉล่ีย 4.63 0.31 มากทส่ี ุด 4.61 0.27 มากที่สุด
จากตารางที่ 4.5 พบวา่ ความเหมาะสมและความเปน็ ไปได้ของคู่มือแนวทางการนำหลักสูตร
ตา้ นทุจริตศกึ ษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ดา้ นเนื้อหา โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ใน
ระดบั มากทสี่ ดุ มคี า่ เฉลย่ี 4.63 (S.D.=0.31) และความเปน็ ไปไดอ้ ยู่ในระดับมากท่ีสุด มคี า่ เฉล่ีย 4.61
(S.D.=0.127) ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ท่ีกำหนดไว้
96
ตารางที่ 4.6 คา่ เฉล่ยี สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความเหมาะสมและความเปน็ ไปไดข้ องคมู่ อื แนวทางการนำ
หลกั สตู รตา้ นทุจรติ ศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชวี ศึกษา ดา้ นประโยชน์ (n=7)
รายการ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้
ค่าเฉลีย่ S.D. ระดบั ค่าเฉล่ยี S.D. ระดบั
1. ความร้จู ากค่มู ือ สามารถนำไปใช้ 4.67 0.32 มากทส่ี ุด 4.57 0.23 มากทสี่ ดุ
แก้ปญั หาได้ด้วยตนเองและแนะนำผู้อื่นได้
2. ความรู้ที่ได้จากคู่มือสามารถนำไปใช้ 4.47 0.23 มาก 4.45 0.21 มาก
ประโยชน์ในดา้ นการจดั การเรียนรไู้ ด้
3. ความรู้ที่ไดจ้ ากคมู่ ือน้ีเปน็ ประโยชน์ต่อ 4.73 0.36 มากท่ีสุด 4.79 0.26 มากท่ีสดุ
ตนเอง ผู้เรียน และสถานศึกษา
4. สามารถนำค่มู ือพกพาไปใช้ไดส้ ะดวก 4.59 0.28 มากท่สี ุด 4.46 0.30 มาก
เฉล่ยี 4.61 0.29 มากท่ีสดุ 4.56 0.25 มากท่สี ุด
เฉลย่ี รวมทัง้ 3 ด้าน 4.61 0.26 มากทีส่ ุด 4.53 0.23 มากทสี่ ุด
จากตารางที่ 4.6 พบว่า ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของคู่มือแนวทางการนำหลักสูตร
ต้านทจุ ริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศกึ ษาอาชีวศึกษา ดา้ นประโยชน์ โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ใน
ระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.61 (S.D.=0.29) และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.56
(S.D.= 0.25) ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ และเมื่อพิจารณาภาพรวมทั้ง 3 ด้าน พบว่า
ความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.61 (S.D.=0.26) และความเป็นไปได้อยู่ในระดับ
มากทีส่ ดุ มีค่าเฉลีย่ 4.53 (S.D.= 0.23)
ตอนที่ 4 ผลการเก็บรวบรวมข้อมูลทดลองภาคสนามและประเมินผลนิเทศติดตาม
การใช้คมู่ ือแนวทางการนำหลกั สูตรต้านทจุ รติ ศกึ ษาไปใช้ สำหรบั สถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา
1. ผลการสอบถามความคดิ เหน็ ของครตู ่อการใช้คู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจรติ
ศกึ ษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชวี ศึกษา ดังตารางท่ี 4.7 – 4.9
ตารางท่ี 4.7 ค่าเฉลย่ี สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน ครูมีความคิดเหน็ ตอ่ การใชค้ ูม่ อื แนวทางการนำหลกั สตู ร
ต้านทุจริตศกึ ษาไปใช้ สำหรบั สถานศึกษาอาชีวศกึ ษา ด้านรปู เลม่ (n=40)
รายการ ค่าเฉล่ยี S.D. แปลผล
1. ขนาดของคูม่ ือ 4.53 0.45 มากที่สุด
2. รปู ภาพของปกหน้า 4.61 0.32 มากทสี่ ุด
3. ขนาดตวั อักษรของปกหนา้ 4.55 0.44 มากท่สี ุด
97
ตารางท่ี 4.7 (ตอ่ )
รายการ คา่ เฉลี่ย S.D. แปลผล
4. ออกแบบปกสอดคล้องกับเนอื้ หา 4.70 0.38 มากทีส่ ดุ
5. สีสนั ของปกหน้า 4.63 0.51 มากท่ีสุด
4.60 0.42 มากทส่ี ดุ
เฉลีย่
จากตารางที่ 4.7 พบว่า ครูมีความคิดเห็นต่อการใช้คู่มอื แนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจรติ
ศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ด้านรูปเล่ม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสดุ มีค่าเฉล่ีย
4.60 (S.D.=0.42) เมื่อพิจารณารายข้อเรียงลำดับ 1-2 ดังนี้ 1) ออกแบบปกสอดคล้องกับเนื้อหา
มคี ่าเฉลย่ี 4.70 (S.D.=0.38) 2) สสี ันของปกหน้า มคี า่ เฉลย่ี 4.63 (S.D.=0.51)
ตารางท่ี 4.8 ค่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ครูมีความคิดเห็นตอ่ การใช้คมู่ อื แนวทางการนำหลกั สตู ร
ต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศกึ ษา ด้านเน้ือหา (n=40)
รายการ คา่ เฉลย่ี S.D. แปลผล
1. คำชแ้ี จงใช้คมู่ ือ 4.44 0.21 มาก
2. วัตถุประสงค์ของคู่มือมีความสอดคล้องกับ 4.47 0.32 มาก
ความต้องการและหลกั สตู รตา้ นทจุ ริตศึกษา
3. เนื้อหาสาระคมู่ ือครอบคลุม 4.35 0.43 มาก
4. เนือ้ หาคู่มือมีความกระชับ ทำความเขา้ ใจงา่ ย 4.60 0.31 มากที่สดุ
5. การลำดับของขั้นตอนก่อนหลังของเนอ้ื หาในคมู่ อื 4.33 0.35
6. เนือ้ หาของคมู่ ือตรงกับความต้องการ 4.51 0.19 มาก
7. เนอ้ื หาในค่มู อื สามารถนำไปใช้ปฏิบตั ิได้จรงิ 4.32 0.38 มากที่สุด
8. ค่มู อื มแี นวทางการวัดและประเมินผล 4.41 0.27
9. สำนวนภาษาที่ใช้ในคู่มือมีความชัดเจน เขา้ ใจงา่ ย 4.52 0.39 มาก
10. การใช้ภาษาถูกตอ้ งตามหลักเกณฑ์ 4.40 0.44 มาก
11. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรเู้ พิ่มเตมิ 4.19 0.39 มากทส่ี ดุ
12. เอกสารอา้ งอิงเพอ่ื คน้ ควา้ เพิ่มเตมิ 4.54 0.27 มาก
4.42 0.32 มาก
เฉลยี่ มากท่สี ดุ
มาก
จากตารางที่ 4.8 พบว่า ครูมีความคิดเห็นต่อการใช้คู่มือแนวทางการนำหลักสตู รต้านทุจริต
ศกึ ษาไปใช้ สำหรับสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา ดา้ นเน้อื หา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลย่ี 4.42
(S.D.=0.32) เมื่อพิจารณารายข้อเรียงลำดับ 1-2 ดังนี้ 1) เนื้อหาคู่มือมีความกระชับ ทำความเข้าใจง่าย
มีคา่ เฉลี่ย 4.60 (S.D.=0.31) 2) เอกสารอา้ งอิงเพือ่ ค้นคว้าเพ่ิมเติม มีคา่ เฉลย่ี 4.54 (S.D.=0.27)
98
ตารางท่ี 4.9 ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ความคดิ เห็นของครตู อ่ การใช้คมู่ ือแนวทางการนำหลักสูตร
ต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ด้านประโยชน์ (n=40)
รายการ ค่าเฉลย่ี S.D. แปลผล
4.68 0.45 มากท่สี ดุ
1. ความรูจ้ ากคมู่ ือ สามารถนำไปใชแ้ ก้ปัญหาได้
ด้วยตนเองและแนะนำผอู้ ่นื ได้ 4.77 0.39 มากท่สี ดุ
2. ความรู้ท่ีได้จากคู่มือสามารถนำไปใช้ประโยชน์
ในด้านการจัดการเรยี นรู้ได้ 4.56 0.47 มากที่สุด
3. ความรู้ทไ่ี ดจ้ ากค่มู อื นี้เป็นประโยชน์ตอ่ ตนเอง
ผูเ้ รียน และสถานศกึ ษา 4.51 0.36 มากทส่ี ดุ
4. สามารถนำคู่มือพกพาไปใชไ้ ด้สะดวก 4.63 0.41 มากทส่ี ุด
4.55 0.38 มากท่ีสุด
เฉลีย่
เฉลีย่ รวมทงั้ 3 ดา้ น
จากตารางที่ 9 พบว่า ครูมีความคิดเห็นต่อการใช้คู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริต
ศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ด้านประโยชน์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
มีค่าเฉลี่ย 4.63 (S.D.=0.41) เมอ่ื พจิ ารณารายข้อเรยี งลำดับ 1-2 ดงั น้ี 1) ความรู้ทไ่ี ด้จากคูม่ อื สามารถ
นำไปใช้ประโยชนใ์ นดา้ นการจัดการเรียนรู้ได้ มคี ่าเฉล่ีย 4.77 (S.D.=0.39) 2) ความรูจ้ ากคมู่ ือสามารถ
นำไปใช้แก้ปัญหาได้ด้วยตนเองและแนะนำผู้อื่นได้ มีค่าเฉลี่ย 4.68 (S.D.=0.45) และเมื่อพิจารณา
ภาพรวมทั้ง 3 ดา้ น พบวา่ อยู่ในระดบั มากท่ีสดุ มีค่าเฉลยี่ 4.55 (S.D.=0.38)
2. ผลการประเมินความพึงพอใจของผ้บู ริหารสถานศึกษาและครูต่อกระบวนการนเิ ทศติดตาม
การใชค้ ู่มอื แนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรบั สถานศึกษาอาชีวศึกษา ดังตารางที่
4.10 - 4.11
ตารางที่ 4.10 ค่าเฉลย่ี สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผู้บรหิ ารสถานศึกษามีความพงึ พอใจตอ่ กระบวนการ
นเิ ทศติดตามการใชค้ ู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศกึ ษา
อาชีวศึกษา (n=10)
รายการ คา่ เฉลย่ี S.D. แปลผล
1. นิเทศได้ตรงกับความต้องการของผูร้ ับการนเิ ทศ 4.25 0.34 มาก
2. การกำหนดกิจกรรมในการนิเทศ 4.37 0.43 มาก
3. ความรู้ความสามารถในการนเิ ทศ 4.51 0.51 มากทีส่ ดุ
4. การใชส้ ่อื และเครือ่ งมอื ในการนเิ ทศ 4.39 0.43 มาก
5. การให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ สนับสนุน และ 4.46 0.44 มาก
คำปรกึ ษาแกผ่ ู้รบั การนิเทศ
6. การยอมรบั ฟังความคิดเหน็ ของผรู้ บั การนเิ ทศ 4.38 0.38 มาก
99
ตารางที่ 4.10 (ต่อ)
รายการ คา่ เฉลีย่ S.D. แปลผล
7. การมสี ว่ นร่วมของผใู้ ห้การนเิ ทศและผรู้ บั การนเิ ทศ 4.53 0.37 มากทสี่ ุด
8. บรรยากาศในการนเิ ทศการศกึ ษา 4.44 0.37 มาก
9. การให้ขวญั และกำลงั ใจแกผ่ ู้รับการนเิ ทศ 4.49 0.43 มาก
10. การนิเทศเป็นแบบกัลยาณมิตร 4.60 0.38
11. บคุ ลกิ ภาพมีความเหมาะสม 4.36 0.47 มากทส่ี ดุ
12. ผู้ให้การนิเทศมีการปรับวิธีการนิเทศได้ 4.45 0.56 มาก
เหมาะสมกบั สถานการณ์ มาก
13. ระยะเวลาในการนเิ ทศ 4.30 0.49
4.42 0.42 มาก
เฉลี่ย มาก
จากตารางที่ 4.10 พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษามีความพึงพอใจตอ่ กระบวนการนิเทศติดตาม
การใช้คู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา
โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.42 (S.D.=0.42) เมื่อพิจารณารายข้อเรียงลำดับ 1-2 ดังน้ี
1) การนิเทศเป็นแบบกลั ยาณมิตร มคี า่ เฉล่ีย 4.60 (S.D.=0.38) 2) การมสี ่วนร่วมของผู้ให้การนิเทศและ
ผู้รับการนิเทศ มีค่าเฉลย่ี 4.53 (S.D.=0.37)
ตารางท่ี 4.11 ค่าเฉลย่ี สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน ครูมีความพงึ พอใจตอ่ กระบวนการนเิ ทศติดตามการใช้
คู่มือแนวทางการนำหลักสตู รต้านทุจรติ ศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา (n=40)
รายการ คา่ เฉลี่ย S.D. แปลผล
1. นเิ ทศได้ตรงกับความต้องการของผ้รู ับการนิเทศ 4.44 0.47 มาก
2. การกำหนดกิจกรรมในการนิเทศ 4.40 0.37 มาก
3. ความรคู้ วามสามารถในการนเิ ทศ 4.46 0.36 มาก
4. การใช้ส่อื และเคร่อื งมอื ในการนเิ ทศ 4.51 0.27 มากทส่ี ุด
5. การให้คำแนะนำ ชว่ ยเหลอื สนบั สนนุ และ 4.53 0.51 มากทส่ี ดุ
คำปรกึ ษาแก่ผรู้ ับการนเิ ทศ
6. การยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผ้รู ับการนเิ ทศ 4.48 0.47 มาก
7. การมสี ว่ นร่วมของผู้ให้การนิเทศและผู้รับการนิเทศ 4.62 0.32 มากท่ีสดุ
8. บรรยากาศในการนเิ ทศการศึกษา 4.49 0.27
9. การใหข้ วัญและกำลงั ใจแก่ผ้รู บั การนเิ ทศ 4.57 0.48 มาก
10. การนเิ ทศเป็นแบบกัลยาณมติ ร 4.68 0.33 มากท่ีสุด
มากทส่ี ดุ
100
ตารางท่ี 4.11 (ตอ่ )
รายการ ค่าเฉล่ีย S.D. แปลผล
4.61 0.34 มากท่สี ดุ
11. บุคลกิ ภาพมีความเหมาะสม 4.54 0.29 มากท่ีสุด
12. ผู้ให้การนิเทศมีการปรับวิธีการนิเทศได้
เหมาะสมกับสถานการณ์ 4.43 0.47 มาก
13. ระยะเวลาในการนเิ ทศ 4.52 0.38 มากท่สี ดุ
4.47 0.40
เฉลย่ี มาก
เฉล่ยี ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษาและครู
จากตารางที่ 4.11 พบว่า ครูมีความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศติดตามการใช้คู่ มือ
แนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศกึ ษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา โดยภาพรวมอยูใ่ นระดับ
มากที่สุด มีค่าเฉล่ีย 4.52 (S.D.=0.38) เมื่อพิจารณารายข้อเรียงลำดับ 1-2 ดังนี้ 1) การนิเทศเป็น
แบบกัลยาณมิตร มีค่าเฉลี่ย 4.68 (S.D.=0.33) 2) การมีส่วนร่วมของผู้ให้การนิเทศและผู้รับการนิเทศ
มีค่าเฉลี่ย 4.62 (S.D.=0.32) และภาพรวมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย
4.47 (S.D.=0.40)
3. ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อกระบวนการนิเทศติดตามการใช้คู่มือ
แนวทางการนำหลกั สตู รตา้ นทจุ ริตศกึ ษาไปใช้ สำหรบั สถานศึกษาอาชีวศึกษา ดงั ตารางท่ี 4.12
ตารางที่ 4.12 ค่าเฉลี่ย สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน ผู้ปกครองมคี วามพึงพอใจต่อกระบวนการนเิ ทศตดิ ตาม
การใชค้ ูม่ อื แนวทางการนำหลักสตู รต้านทจุ ริตศึกษาไปใช้ สำหรบั สถานศึกษาอาชีวศึกษา
(n=20)
รายการ คา่ เฉล่ยี S.D. แปลผล
1. นิเทศได้ตรงกับความต้องการของผู้รบั การนเิ ทศ 4.36 0.34 มาก
2. การกำหนดกจิ กรรมในการนเิ ทศ 4.48 0.43 มาก
3. ความรูค้ วามสามารถในการนิเทศ 4.52 0.31 มากทส่ี ดุ
4. การใช้สอ่ื และเคร่ืองมือในการนิเทศ 4.39 0.37 มาก
5. การให้คำแนะนำ ชว่ ยเหลอื สนับสนุน และ 4.57 0.47 มากทส่ี ดุ
คำปรึกษาแก่ผูร้ บั การนิเทศ
6. การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผู้รับการนิเทศ 4.60 0.29 มากทส่ี ุด
7. การมสี ่วนร่วมของผู้ใหก้ ารนิเทศและผ้ปู กครอง 4.58 0.30 มากที่สุด
8. เปิดโอกาสและรับฟงั ผู้ปกครองในการคิดหาวิธี 4.65 0.31 มากท่ีสดุ
พฒั นาการเรยี นใหแ้ กบ่ ุตรหลานของทา่ น
9. บรรยากาศในการนิเทศการศึกษา 4.48 0.35 มาก
101
ตารางท่ี 4.12 (ตอ่ )
รายการ คา่ เฉล่ยี S.D. แปลผล
10. การใหข้ วญั และกำลังใจแกผ่ ้รู บั การนิเทศ 4.34 0.29 มาก
11. การนเิ ทศเปน็ แบบกัลยาณมติ ร 4.44 0.49 มาก
12. บคุ ลกิ ภาพมคี วามเหมาะสม 4.51 0.28 มากท่สี ดุ
13. ผู้ให้การนิเทศมีการปรับวิธีการนิเทศได้ 4.58 0.41 มากทสี่ ดุ
เหมาะสมกบั สถานการณ์
14. ระยะเวลาในการนเิ ทศ 4.30 0.37 มาก
4.48 0.35 มาก
เฉลี่ย
จากตารางที่ 4.12 พบว่า ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศติดตามการใช้คู่มือ
แนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับ
มาก มีค่าเฉลี่ย 4.48 (S.D.=0.35) เมื่อพิจารณารายข้อเรียงลำดับ 1-2 ดังนี้ 1) เปิดโอกาสและรับฟัง
ผู้ปกครองในการคิดหาวิธีพัฒนาการเรียนให้แก่บุตรหลานของท่าน มีค่าเฉลี่ย 4.65 (S.D.=0.31)
2) การยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผรู้ ับการนิเทศการยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผู้รับการนิเทศ มีค่าเฉล่ีย
4.60 (S.D.=0.29)
102
บทที่ 5
สรุป อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
การวิจัย เรื่อง การพัฒนาคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับ
สถานศึกษาอาชีวศึกษา มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพและแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุน
การเรียนการสอนด้านคุณธรรมและจริยธรรมในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา 2) เพื่อออกแบบและสร้าง
คมู่ ือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรบั สถานศึกษาอาชีวศกึ ษา 3) เพอ่ื ประเมินคุณภาพ
คมู่ ือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรบั สถานศึกษาอาชีวศึกษา 4) เพือ่ นเิ ทศติดตามผล
การใช้คู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ดำเนินการวิจัย
เป็น 4 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 การศกึ ษาแนวทางในการสง่ เสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนด้านคุณธรรม
และจริยธรรมในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา โดยการวิเคราะห์เอกสาร และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ
ประกอบดว้ ย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2 คน และครู จำนวน 3 คน รวมทง้ั สนิ้ จำนวน 5 คน เป็นผู้ท่ีมี
ความรแู้ ละประสบการณ์เก่ียวข้องกับการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมต้านทุจริตในสถานศึกษา ซึ่งได้มา
โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ตอนที่ 2 การสร้างและออกแบบคู่มือ
แนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา โดยการสนทนากลุ่ม
ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2 คน ครู จำนวน 5 คน และนักวิชาการ จำนวน 1 คน
รวมทั้งสิ้น จำนวน 8 คน เป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม
และมรี ายช่ือตามคำสัง่ คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ท่ี 790/2563 เรอื่ ง แต่งตัง้ คณะกรรมการดำเนินงาน
โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
ซึ่งได้มาโดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ตอนที่ 3 การประเมินคุณภาพ
ตรวจสอบด้านความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้
สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา โดยการสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกกลุ่ม
ตัวอยา่ งแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และทดลองใช้คมู่ ือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา
ไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ปีการศึกษา 2563 ตอนท่ี 4 การเกบ็ ข้อมูลภาคสนามและประเมินผล
นิเทศติดตามการใช้คู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา
กล่มุ เป้าหมาย ได้แก่ สถานศึกษาอาชีวศึกษา จำนวน 10 แหง่ ประกอบด้วย ผู้บรหิ ารสถานศึกษา จำนวน
แห่งละ 1 คน ครู จำนวนแห่งละ 4 คน และผู้ปกครอง จำนวนแห่งละ 2 คน รวมแห่งละ จำนวน 7 คน
รวมทั้งสิ้น จำนวน 70 คน โดยใช้แบบสอบถามและแบบประเมิน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่
การหาคา่ ความถ่ี รอ้ ยละ คา่ เฉลี่ยสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และการวิเคราะหเ์ นอ้ื หา
103
สรุปผลการวจิ ัย
การวจิ ยั เรอื่ ง การพัฒนาคู่มือแนวทางการนำหลกั สูตรต้านทจุ รติ ศึกษาไปใช้ สำหรบั สถานศกึ ษา
อาชวี ศกึ ษา สรปุ ผลการวิจยั ดงั น้ี
1. ผลการศกึ ษาสภาพและแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนด้านคุณธรรมและ
จรยิ ธรรมในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา สรปุ ได้ว่า ควรกำหนดหลักการสง่ เสรมิ ดา้ นคุณธรรมและจริยธรรม
ต้านทุจริตในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา ควรมีกระบวนการขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา
ควรมีแนวปฏิบัติในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษา ควรมีแผนการจัดการเรียนรู้และสื่อ
การสอนที่สอดคลอ้ งกบั บริบทของผ้เู รียนในสถานศกึ ษา
2. ผลการศึกษาออกแบบและพัฒนาคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้
สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา สรุปได้ว่า คู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับ
สถานศกึ ษาอาชีวศึกษา โดยมอี งค์ประกอบ 5 สว่ น ดงั น้ี.1) คำนำ 2) สารบัญ 3) ส่วนท่ี 1 บทนำ ประกอบด้วย
(1) ความเป็นมาของหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (2) วัตถุประสงค์ และ(3) เป้าหมาย 4) ส่วนที่ 2 หลักสูตร
ต้านทุจริตศึกษา ประกอบด้วย (1) กระบวนการขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (2) หลักสูตรต้านทุจริต
ศึกษา (3) เนื้อหาการเรียนรู้หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (4) แนวทางนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ และ
(5) แผนการจัดการเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ป้องกันการทุจริต 5) ส่วนที่ 3 แนวทางทางการนำหลักสูตร
ต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรบั สถานศกึ ษาอาชวี ศึกษา ประกอบด้วย (1) เลอื กรายวชิ ากิจกรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม
จริยธรรม (2) บูรณาการรายวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม รหัสวิชา 20000-1501 และรายวิชาชีวิต
กับสังคมไทย รหัสวิชา 30000-1501 (3) บูรณาการในกลุ่มประเภทวิชาอื่น ๆ (4) บูรณาการกิจกรรม
เสริมหลักสูตร (5) บูรณาการในวิถีชีวิตของสถานศึกษา และ(6) บูรณาการในข้อตกลงรายวิชา 6) ส่วนที่ 4
เครื่องมือกำกับติดตามการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา 7) ส่วนที่ 5
สือ่ การเรียนรเู้ สนอแนะ 8) บรรณานกุ รม และ9) ภาคผนวก (ดงั เอกสารแนบ)
3. ผลการประเมินคุณภาพด้านความเหมาะสม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉล่ีย
4.61 (S.D.=0.26) และดา้ นความเปน็ ไปได้ โดยภาพรวมอยู่ในระดบั มากท่ีสดุ มีค่าเฉลีย่ 4.53 (S.D.= 0.23)
4. นิเทศติดตามผลการใช้คู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษา
อาชีวศึกษา ประกอบด้วย ดังนี้
4.1 ครูมีความคิดเห็นต่อการใช้คู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้
สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา โดยภาพรวมอยูใ่ นระดับมากท่ีสดุ มคี ่าเฉลย่ี 4.55 (S.D.=0.38)
4.2 ผบู้ รหิ ารและครูมีความพงึ พอใจตอ่ กระบวนการนิเทศติดตามการใช้คมู่ ือแนวทางการนำ
หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.47
(S.D.=0.40)
4.3 ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศติดตามการใช้คู่มือแนวทางการนำ
หลักสตู รต้านทุจริตศกึ ษาไปใช้ สำหรบั สถานศึกษาอาชีวศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มคี ่าเฉลย่ี 4.48
(S.D.=0.35)
104
อภิปรายผลการวิจัย
จากผลการวิจัย เรื่อง การพัฒนาคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับ
สถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษาทีน่ ำเสนอขา้ งต้น ผ้วู จิ ยั ดำเนินการอภิปรายผลในประเด็นหลักท่ีสำคัญ ดังนี้
1. ผลการศึกษาสภาพและแนวทางในการสง่ เสริมและสนบั สนุนการเรียนการสอนดา้ นคุณธรรม
และจริยธรรมในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา ควรกำหนดหลักการส่งเสริมด้านคุณธรรมและจริยธรรม
ต้านทุจริตในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา ประกอบด้วย 1) หลักการทำงานเป็นทีม 2) หลักการ
มีส่วนร่วมของสมาชิกในสถานศึกษา และ3) หลักการตัดสินใจร่วมกัน สืบเนื่องจากผู้วิจัยดำรงตำแหน่ง
ศึกษานเิ ทศก์ไดป้ ฏิบตั ิหน้าท่ีนเิ ทศติดตามในการจัดการเรียนการสอนด้านการบูรณาการส่งเสริมคุณธรรม
และจริยธรรมในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผูส้ อนมีความต้องการ
คู่มือหรือแนวทางปฏิบัติการนำหลักสูตรต้านทุจริตไปใช้ ตามบันทึกข้อความ หน่วยศึกษานิเทศก์
ลงเลขรับที่ 63 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เรื่อง รายงานผลปัญหาและความต้องการจากการนิเทศ
ติดตามการจัดการเรียนการสอน จึงได้มีแนวคิดในการดำเนินการจัดทำคู่มือแนวทางการนำหลักสูตร
ต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ด้วยกระบวนการขั้นตอนวจิ ัยและพัฒนา เพื่อเป็น
แนวทางในการขับเคลื่อนการสร้างความรู้ความเข้าใจและการนำไปใช้การจัดการเรียนรู้ให้แก่บุคลากร
สถานศึกษาอาชีวศึกษา จึงได้พัฒนาคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับ
สถานศึกษาอาชีวศึกษา ทั้งนี้เนื่องจากการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในสถานศึกษาให้สำเร็จนั้น
ควรเป็นไปอย่างเหมาะสมมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายสนับสนุนให้เกิดเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้เป็นไป
ตามความมุ่งหมายที่คาดหวังให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสามารถนำไปปรับใช้ในการ
ดำรงชีวิตฝึกทักษะการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์พร้อมทั้งพัฒนาตนเองให้สอดรับกับพลเมืองไทยที่มีคุณภาพ
ซ่งึ เป็นไปตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา วา่ การเปน็ พลเมอื งดี เป็นหน้าที่ของทุกคน คอื “เห็นอะไร
ที่จะทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ” อีกทั้งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาการศึกษา
ของกระทรวงศกึ ษาธิการ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) ยทุ ธศาสตร์ชาตทิ ่ี 6 ยทุ ธศาสตรพ์ ัฒนาระบบบรหิ าร
จัดการและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและสอดรับกับสำนักงานเลขานุการ
ของคณะกรรมการยุทธศาสตรช์ าติ (2561: 84-87) ทีไ่ ด้กำหนดยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)
โดยประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์ ดา้ นการปรับเปล่ียน
ค่านิยมและวัฒนธรรม มุ่งเน้นให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่พึงประสงค์
โดยการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมผ่านการเลี้ยงดูในครอบครัว การปลูกฝังค่านิยม และวัฒนธรรม
โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ส่วนด้านกระบวนการส่งเสริมด้านคุณธรรมและจริยธรรมต้านทุจรติ ในสถานศึกษา
ระดับอาชีวศึกษา มี 5 ขั้นตอน 1) สร้างความตระหนักถึงความจำเป็นในการส่งเสริมคุณธรรมและ
จริยธรรมในสถานศึกษา 2) การประสานงานในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน 3) การกำหนดเป้าหมายใน
การพัฒนาร่วมกัน 4) การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นด้านการจัดการเรียนรู้คุณธรรมและ
จริยธรรม 5) การพัฒนาความสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานแบบพลังเกื้อกูล สามัคคี และช่วยเหลือซึ่งกัน
โดยการปฏิบตั ิถ้าทุกฝ่ายรว่ มกนั พฒั นาเป็นไปตามขั้นตอนและมุ่งประโยชนถ์ ึงผู้เรียนก็จะสามารถพฒั นา
105
กระบวนการด้านคุณธรรม จริยธรรม ส่งผลต่อการเปลีย่ นแปลงพฤติกรรมของผูเ้ รยี นไปในทิศทางท่ดี ีขึ้น
สอดรับกับแนวคิดของรอบบินส์ และคูลเตอร์ (Robbins & Coulter, 2010, pp. 228-229) ได้กล่าวว่า
การวางแผนเป็นหนา้ ท่ีที่สำคัญซงึ่ ถือไดว้ ่าเปน็ หนา้ ที่หลักเป็นก้าวแรกของการจัดการทง้ั ปวง การวางแผน
ครอบคลุมถึงหน้าที่การจัดการด้านอื่น ๆ ไว้ด้วย การวางแผนเป็นกระบวนการ เป็นวิธีการที่มีขั้นตอน
อันต่อเนื่องและสัมพันธ์กัน และวิธีการนั้นต้องกำหนดขึ้นโดยอาศัยหลักเหตุผล ดังนั้น กระบวนการ
วางแผนจึงเป็นวิธีการท่ีอาศัยหลักเหตุผลในการกำหนดว่า จะทำอะไรในอนาคต จะทำอย่างไรใน
การดำเนินงานในกจิ กรรมนน้ั ๆ ให้เปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงค์ และจะวัดไดอ้ ยา่ งไร ซงึ่ วิธีการต่าง ๆ ดังกล่าว
ต้องเป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องสัมพันธ์กัน ส่วนในด้านของปัจจัยในการพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพ
ด้านคณุ ธรรมและจริยธรรมต้านทจุ ริต ประกอบดว้ ย 1) ทศั นคติทด่ี ใี นการรว่ มกันปฏิบตั งิ าน 2) การสร้าง
แรงจูงใจในการพัฒนาสถานศึกษา 3) การสร้างเครือข่ายแบบร่วมมือ 4) การยอมรับร่วมกันต่อ
การเปล่ยี นแปลงในการพฒั นาคุณภาพของสถานศกึ ษาในทกุ มติ ิ 5) จดั กระบวนการเรยี นการสอนทีม่ งุ่ เน้น
การพัฒนาทักษะวิชาชีพคุณธรรมจริยธรรม 6) การมีส่วนร่วมในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม
ที่ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม 7) การสร้างความเชื่อมั่นและความเป็นกัลยาณมิตรในการปฏิบัติงาน
จากข้อค้นพบปัจจัยใน การพัฒนาควรเสริมสร้างให้ทุกฝ่ายเปิดรับและร่วมกันพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป
พร้อมกันและพัฒนาจริยธรรมที่ส่งผลต่อผู้เรียนที่สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพในอนาคต
สอดคล้องกับเพลินตา พรหมบัวศร (2560) ได้ศึกษาปัจจัยสำคัญในกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ คือ
การพัฒนาผู้สอนให้เกิดการเรียนรู้และเปล่ียนแปลงจากด้านใน (Transformative learning) โดยมีขั้นตอน
การพัฒนาการเรียนรู้ 5 ขั้น ได้แก่ ขั้นท่ี 1 สร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration) ขั้นที่ 2 เรียนรู้สิ่งใหม่
(New learning) ขั้นท่ี 3 ขยายสู่การปฏิบัติ (Practice) ขั้นท่ี 4 ถอดบทเรียน (Lesson learned) และ
ขั้นท่ี 5 กำหนดเป้าหมายของการโค้ชที่สูงขึ้น (Higher goal setting) และข้อค้นพบด้านการพัฒนา
สถานศึกษาแบบร่วมมือให้เกิดประสิทธิผลและความสำเร็จในการบริหารสถานศึกษาด้านคุณธรรมและ
จริยธรรมต้านทุจริต ประกอบด้วย 1) การวางแผนร่วมกันระดมความคิด 2) ออกแบบวิธีการสู่การปฏิบัติ
แบบร่วมมือร่วมใจ 3) ร่วมกันออกแบบนวัตกรรมในการแก้ปัญหา 4) ออกแบบหลักสูตรการจัดการศึกษา
แบบมีส่วนรว่ ม 5) ปฏบิ ตั งิ านและติดตามประเมินผลการปฏิบตั ิงานดว้ ยวงจรปฏบิ ัติการ PDCA 6) เป็นผู้นำ
เป็นต้นแบบ เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นเลิศด้านการจดั การอาชีวศึกษาทีท่ ันสมัยสู่ประชาชน สู่สังคม
และประเทศชาติ 7) เผยแพร่ผลงานที่ประสบความสำเร็จ 8) ยกย่องและเชิดชูเกียรติบุคลากรและนักเรียน
นักศึกษาในสถานศึกษา จะเห็นได้ว่า การปฏิบัติให้เกิดผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จควรพัฒนาร่วมกัน
แบบรวมพลังเป็นกัลยาณมิตร ดังที่ครอว์เธอร์ (Crowther, 1996: 273) กล่าวว่า ความร่วมมือ
(Collaboration) เปน็ คณุ ลักษณะท่ีสำคัญที่ทำใหก้ ารทำงานร่วมกนั หรือการทำงานเปน็ ทีมประสบความสำเร็จ
ความร่วมมือจึงเป็นคุณลักษณะท่ีเป็นกลุ่มทีมหรือองค์กรพึงปรารถนา ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับผู้อื่น
การรว่ มมอื กัน การร่วมรรู้ ่วมคิด การทำงานรว่ มกับผู้อ่นื เพอื่ สร้างบางสิ่งบางอย่างรว่ มกัน ซ่ึงองค์ประกอบ
ของคมู่ อื ควรมกี ารกำหนดหลกั การและวธิ ีการนำไปปฏิบตั ิให้เหน็ ไดอ้ ย่างเป็นรูปธรรม
106
2. ผลการศึกษาออกแบบและพัฒนาคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับ
สถานศึกษาอาชีวศกึ ษา โดยมอี งค์ประกอบ 5 ส่วน ดังน้ี 1) คำนำ 2) สารบัญ 3) ส่วนที่ 1 บทนำ ประกอบด้วย
(1) ความเป็นมาของหลกั สตู รตา้ นทุจริตศึกษา (2) วตั ถปุ ระสงค์ และ(3) เปา้ หมาย 4) สว่ นที่ 2 หลกั สูตรต้าน
ทุจริตศึกษา ประกอบด้วย (1) กระบวนการขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (2) หลักสูตรต้านทุจริต
ศึกษา (3) เนื้อหาการเรียนรู้หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (4) แนวทางนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ และ
(5) แผนการจัดการเรียนรู้และสอื่ การเรียนร้ปู ้องกันการทจุ ริต 5) ส่วนที่ 3 แนวทางการนำหลักสตู รตา้ นทุจริต
ศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ประกอบด้วย (1) เลือกรายวิชากิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม
จริยธรรม (2) บูรณาการรายวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม รหัสวิชา 20000-1501 และรายวิชาชีวิตกับ
สังคมไทย รหัสวิชา 30000-1501 (3) บูรณาการในกลุ่มประเภทวิชาอื่น ๆ (4) บูรณาการกิจกรรมเสริม
หลักสูตร (5) บูรณาการในวิถีชีวิตของสถานศึกษา และ(6) บูรณาการในข้อตกลงรายวิชา 6) ส่วนที่ 4
เครื่องมือกำกับ ติดตามการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา 7) ส่วนที่ 5
สื่อการเรียนรู้เสนอแนะ 8) บรรณานุกรม และ9) ภาคผนวก โดยการพัฒนาอาศัยหลักการท่ีสอดคล้องกับ
กาญจนา จำนงศักดิ์ (2551, หน้า 39) ได้กล่าวไวว้ ่า คู่มือที่ดีต้องมีลกั ษณะ 6 ประการ ดังนี้ คือ 1) สามารถ
เข้าใจลักษณะในเนื้อหาและขอบข่าย 2) ช่วยให้สามารถดำเนินการตามแนวทางและขั้นตอนต่าง ๆ ได้ดี
3) กจิ กรรมทเี่ สนอหรือกำหนดไวค้ วรมีการทดลองใช้ 4) แนวการเรยี นท่ีเนน้ ย้ำแนวปฏบิ ัติที่มุ่งไปสู่จุดหมาย
อย่างต่อเนื่อง 5) ความแปลกใหม่ของกิจกรรมควรส่งเสริมแก่ผู้ปฏิบัติโดยค่อยเป็นค่อยไป 6) รูปแบบ
และวิธีการ (ขั้นตอน) ควรที่จะคงรูปแบบขั้นตอนโดยสม่ำเสมอ สอดคล้องกับ วัชรา เล่าเรียนดี (2553)
ระบุว่า สื่อเทคโนโลยีมีบทบาทที่สำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาและมีบทบาทสำคัญในการช่วยในเรื่อง
การค้นหาข้อมูล เพื่อการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ทันสมัย ช่วยให้การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล ระหว่าง
ผู้สอนกับผู้เรียน ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเรียนการสอน
ให้มีคุณภาพมากขึ้น อีกทั้งช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ที่มีอยู่มากมายหรือในโลกแห่งความรู้
( World Knowledge) ซึง่ ผู้เรียนมคี วามสามารถทีจ่ ะเรียนเวลาใด สถานท่ใี ด หรือแมก้ ระทง่ั จะเรยี นรู้กับใคร
ก็ได้ ตามความสนใจของแต่ละคน จึงเกิดความยืดหยุ่นในการเรียนรู้มาก ดังนั้น ครูผู้สอนควรมีความรู้และ
ทักษะไอซีทีในระดบั สงู รวมถงึ ความเขา้ ใจในการพัฒนาการของการใชส้ ่อื เทคโนโลยีในการเรียนการสอน
3. นเิ ทศติดตามผลการใช้คู่มือแนวทางการนำหลกั สตู รตา้ นทุจรติ ศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษา
อาชีวศึกษา พบว่า ครูมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้คู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้
สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ผลเป็นเช่นนี้เนื่องมาจาก
การพัฒนาคู่มือมีความเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการจัดการเรียนรู้
ทีส่ ง่ เสริมคุณธรรม จรยิ ธรรมใหเ้ กดิ เป็นรูปธรรมโดยใช้กระบวนการสอนและตวั อย่างท่ีเป็นกิจกรรมท่ีช่วย
กระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเกิดการเรียนรู้ไปสู่เป้าหมายท่ีกำหนด โดยมีการกำหนดหลักการของรูปแบบคู่มอื
ทีช่ ัดเจน กระบวนการของคมู่ อื ได้พฒั นาอย่างมขี น้ั ตอน และสอดคล้องกับการกำหนดขอบข่ายเพื่อพัฒนา
คณุ ภาพผูเ้ รยี นด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและมขี น้ั ตอนที่สามารถนำไปใช้ปฏิบตั ิได้จริง มกี ระบวนการปฏิบัติ
หรือแนวปฏิบัติที่สะดวกเป็นคู่มือที่มีประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะมีการสร้างหรือ
107
พัฒนาคมู่ ือด้วยกระบวนการที่มีความเปน็ ระบบตามหลักการพัฒนาคู่มอื ในการจัดการเรียนรู้ โดยเริ่มจาก
การศึกษาสภาพและแนวทางในการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรคุณธรรมและจริยธรรม การตรวจสอบรูปแบบ
การทดลองใช้ และการประเมินผลการใช้คู่มือโดยผู้ใช้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของรัตนะ บัวสนธ์
(2552: 13-15) ท่ีกล่าวถึง กระบวนการหรือขั้นตอนของการพัฒนานวัตกรรมหรือรูปแบบว่า
เป็นกระบวนการของการวิจัยและพัฒนาซึ่งกระบวนการดำเนินงานที่มีขั้นตอนต่อเนื่องกันตามลำดับ
กล่าวคือ ผลท่ไี ดร้ ับจากการดำเนินงานในขั้นตอนหน่งึ ๆ จะได้รับการนำไปใชส้ ำหรับดำเนนิ งานในขั้นตอน
ต่อ ๆ ไป ทั้งนี้ในแต่ละขัน้ ตอนมิได้แยกจากกนั โดยเด็ดขาดแต่มคี วามเกี่ยวขอ้ งสัมพันธ์กัน ประกอบด้วย
ขั้นตอนสำคัญ ๆ 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนท่ี 1 การวิเคราะห์ สังเคราะห์ สำรวจสภาพปัจจุบัน ปัญหา
หรือความต้องการ ขั้นตอนท่ี 2 การออกแบบ สร้าง และประเมินวัตกรรม ขั้นตอนท่ี 3 การนำนวัตกรรม
ไปทดลองใช้ ขั้นตอนท่ี 4 การประเมินและปรับปรุงนวัตกรรม และขั้นตอนที่ 5 การเผยแพร่นวัตกรรม
และยังสอดคล้องกับแนวคดิ ของสตรกี แลนด์ (Strickland, 2006) ทไ่ี ดก้ ล่าวถงึ ขัน้ ตอนการพัฒนารูปแบบ
ไว้ว่า ประกอบด้วยขั้นตอนการดำเนินการอย่างเป็นระบบ 5 ขั้นตอนประกอบด้วย การวิเคราะห์
(Analysis) การออกแบบ (Design) การพัฒนา (Development) การนำไปทดลองใช้ (Implement) และ
การประเมินผล (Evaluation) ซึ่งเรียกว่า “ADDIE Model” สำหรับความพึงพอใจของผู้บริหาร ครู และ
ผู้ปกครองต่อกระบวนการนิเทศติดตามการใช้คู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับ
สถานศกึ ษาอาชวี ศึกษา โดยภาพรวมมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมาก ทั้งนอ้ี าจเนือ่ งมาจากกระบวนการนิเทศและ
ติดตามมีความเป็นกัลยาณมิตรซ่ึงกันและกัน ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ และให้คำปรึกษาในส่วนที่พฒั นา
ผเู้ รียนไปสู่เปา้ หมาย พร้อมทั้งค่มู ือทอี่ อกแบบและพฒั นาข้นึ สามารถนำไปใช้ในการจดั การเรียนรู้ได้จริงและ
มีคุณภาพเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้เรียนได้อย่างชัดเจน สอดคล้องกับกระบวนการนิเทศ
ของแฮร์ริส (Harris, 1985, pp. 12-15) พบว่า ได้พัฒนาให้มีความสมบูรณ์เหมาะสมกับการนิเทศมากข้ึน
โดยเน้นการวางแผนปฏิบัติงานมากกว่า การควบคุมทำให้มีขั้นตอนเพิ่มขึ้นเป็น 6 ขั้นตอน 1) การประเมนิ
สภาพปัจจุบัน (assessing) 2) การจัดลำดับความสำคัญของงาน (prioritizing) 3) การออกแบบวิธีการนิเทศ
(designing) 4) การจัดสรรทรัพยากร (allocating resources) 5) การประสานงาน (coordinating)
6) การอำนวยการ (directing) และผลการประเมินสอดคล้องกับศกั ด์ิสายันต์ ใยสามเสน (2562) การพัฒนา
คู่มือและสร้างเครือข่ายการสอนรายวิชาการตอ่ ตา้ นการทุจรติ ในมหาวิทยาลัยในเขตภาคเหนอื ตอนบน พบวา่
1) คูม่ ือฯ มี 13 บท ใช้สอน 15 สัปดาห์ ๆ ละ 3 ชั่วโมง ได้แก่ 1) ความหมายของการทุจริต 2) ประเภทและ
รูปแบบของการทุจริต 3) ผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม 4) สาเหตุและปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง
ของผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 5) ผลกระทบของการทุจริตที่มีต่อสภาวะทางการเมือง
เศรษฐกิจ และสังคม 6) ผลกระทบของการทุจริตที่มีต่อพัฒนาการและความเจริญเติบโตของประเทศไทย
7) สาเหตุและปัจจัยที่ก่อให้เกิดการทุจริต 8) หลักธรรมาภิบาลสากลในการปฏิบัติงาน 9) นโยบายและ
แนวทางในการบริหารงานด้วยธรรมาภิบาล 10) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปราม
การทุจรติ ในระดับสากล ระดบั ประเทศ 11) ทศั นคตแิ ละความตระหนักถงึ ผลกระทบทร่ี ้ายแรงของการทุจริต
12) จิตสำนึกความเปน็ พลเมืองดีในการป้องกนั และต่อต้านการทุจรติ และ13) แนวทางในการพฒั นาตนเอง
108
เพื่อหลีกเลี่ยงการทุจริต และมีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมของการประเมินคุณภาพคู่มือแนวทางการนำ
หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน อยู่ใน
ระดับมาก และมีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นทั่วไปเกี่ยวกับคู่มือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้
สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด สามารถนำไปใช้ในการสอนให้เกิดประโยชน์
ตามวัตถุประสงค์ได้ และยังสอดคล้องกับRobert J. Sternberg (2012) ศึกษาเรื่องการสอนเรื่องการให้
เหตผุ ลเชิงจริยธรรม (Teaching for Ethical Reasoning) เปน็ การศึกษาถงึ ความสำคัญของการเรียนการสอน
เหตุผลเชิงจริยธรรม เนื่องจากการเรียนการสอน เรื่อง เหตุผลเชิงจริยธรรมนั้น ยังไม่สามารถนำไปใช้
ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริงได้ การศึกษานี้จึงมีการพัฒนาวิธีการสอนเรื่องการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม
ซึ่งมีทั้งหมด 8 ขั้นตอน ขึ้นมาการบอกว่าสิ่งใดถูกหรือสิ่งใดผิดในเชิงจริยธรรมนั้นได้มีการสั่งสอนและ
ซึมซับกันมาจากครอบครัวหรือความเชื่อทางศาสนาอยู่แล้ว หากแต่ว่าในแต่ละสังคมหรือศาสนาก็จะ
มีการมองเรือ่ งความถกู หรอื ผิดต่อเร่ืองต่าง ๆ แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามสำหรับเรือ่ งพื้นฐานหลกั อย่างเช่น
เรื่องการพึง่ พาอาศยั ซึง่ กนั และกัน ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นนัน้ ทางโรงเรียน
จะทำหน้าที่สอนเรื่องเหล่าน้ี การสอนเรื่องการให้เหตุผลเชิงจริยธรรมเป็นเรื่องของมุมมองที่มีต่อความถกู
หรือความผิดในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งกระบวนการในการให้เหตุผลนั้น สามารถสั่งสอนกันได้ โดยสถานที่
ซึ่งเหมาะสมที่สุดในการสอนเรื่องน้ี คือ โรงเรียน ทั้งหมด มี 8 ขั้นตอน คือ 1) รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขน้ึ
2) พิจารณาสถานการณ์นั้นในเชิงจริยธรรม 3) ตัดสินว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาเชิงจริยธรรมหรือไม่
4) พิจารณาว่าจะแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นปัญหานั้นอย่างไร 5) ระบุว่าเหตุการณ์ที่เป็นปัญหานั้นขัดต่อ
จริยธรรมด้านใด 6) หาแนวทางแก้ไข 7) เตรียมรับมือเพื่อลดผลกระทบ และ8) ลงมือปฏิบัติ ซึ่งวิธีการ
ใหเ้ หตผุ ลเชงิ จรยิ ธรรมดงั กลา่ ว ไมเ่ พยี งแตด่ ูว่านกั เรยี นคดิ อยา่ งไรเท่านั้น แต่จะดูตอ่ ไปว่านักเรียนทำอย่างไร
ด้วยวิธีการนี้ไม่เพียงแต่ให้นักเรียนตัดสินผู้อื่น แต่ทำให้นักเรียนได้มีการประเมินความคิดเชิงจริยธรรม
ของตนเองด้วย วิธีการดังกลา่ วสมั ฤทธ์ิผลดว้ ยการนำเสนอกรณีศึกษา โดยควรใหน้ กั เรยี นได้นำเสนอสิ่งที่ตน
ได้พบเจอจากประสบการณ์ของตนเองมาพิจารณาผ่านขั้นตอนทั้ง 8 ขั้นตอน ว่าจะสามารถนำมาใช้
กบั กรณศี ึกษาของตนไดอ้ ย่างไร จะเห็นไดว้ ่า การใช้กระบวนการเปดิ โอกาส และรับฟังผปู้ กครองในการคดิ หา
วิธีพัฒนาการเรียนให้แก่บุตรหลานของผู้ปกครอง และใช้กระบวนการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้รับ
การนิเทศการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้รับการนิเทศก็จะส่งผลให้ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
หรอื ถ้าปฏิบตั ิอยา่ งตอ่ เน่ืองกอ็ าจจะส่งผลเปล่ียนไปเปน็ อยูใ่ นระดับมากทีส่ ุดในอนาคต
109
ขอ้ เสนอแนะ
1. ขอ้ เสนอแนะสำหรบั การนำผลการวิจยั ไปใช้
จากผลการวิจัย เรื่อง การพัฒนาคูม่ ือแนวทางการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ สำหรับ
สถานศึกษาอาชีวศึกษา ผู้วจิ ยั มีข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้ ดงั นี้
1.1 ควรสนับสนุนให้ครูผู้สอนร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือวางแผนและเตรียมจัดทำ
กิจกรรมเพื่อนำคู่มอื ทีพ่ ัฒนาขึน้ ไปใช้ให้มปี ระสิทธิภาพ
1.2 ควรจัดประชุมบคุ ลากรทีเ่ กี่ยวข้องกับการสร้างความความร่วมมือในการขับเคล่อื น
ด้านนำหลักสูตรต้านทุจริตไปใช้ในสถานศึกษา เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจในการดำเนินงานตามคู่มือ
ทพี่ ฒั นาขึ้น
1.3 ควรดำเนินการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการและประยกุ ต์ตามชว่ งวัยของผู้เรียนและ
ปฏบิ ตั ิตามข้นั ตอนในคูม่ อื การใช้
1.4 การนำคู่มือที่พัฒนาขึ้นนี้ไปใช้ ควรจัดให้มีการนิเทศ ติดตามและประเมินผล
การดำเนินงานอย่างตอ่ เน่ืองภายในสถานศกึ ษา และแลกเปล่ยี นสะทอ้ นคดิ รว่ มกัน
2. ข้อเสนอแนะในการวจิ ัยครั้งตอ่ ไป
จากผลการวิจยั มปี ระเดน็ ท่ีน่าสนใจสำหรับการวิจัยในคร้งั ตอ่ ไป ดังน้ี
2.1 ควรมีการศึกษาวิจยั เพ่ิมเติมเกี่ยวกับการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมการต้านทุจริต
ในสถานศึกษา ด้วยวิธีการอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กลยุทธ์ที่เหมาะสม กระบวนการหรือวิธีการ
ที่สามารถพัฒนาผู้เรียนไปสู่คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาระดับอาชีวศึกษา และผู้เรียน
สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานในสถานประกอบการ เป็นตน้
2.2 ควรมีการศึกษาวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม
การต้านทุจรติ ศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
2.3 ควรมีการศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบความเข้มแข็งเครือข่ายความร่วมมือ
ด้านคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมการตา้ นทจุ รติ ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา โดยใช้ความรว่ มมือเป็นฐาน
110
บรรณานุกรม
กาญจนา จาํ นงศกั ด์ิ. (2551). คู่มือการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทีพ่ ัฒนาไตรสกิ ขา โรงเรยี นวัด
ส่ีแยกราษฎรบํารุง. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชา
การบรหิ ารการศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ.
คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ. (2561). แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1
(พ.ศ.2559-2564). สืบค้นเมื่อวันท่ี 22 มกราคม 2562 จากhttp://www.mfa.go.th/acc/
contents/ files/other-20180719-160433-889866.pdf
จิราพร บญุ ศรี. (2554). การสรา้ งคู่มอื การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ท่ีเชื่อมโยงกับ
เครอื่ งใชช้ นเผ่าโรงเรียนศกึ ษาสงเคราะหเ์ ชยี งดาว จงั หวดั เชียงใหม่. วทิ ยานิพนธ์ศกึ ษา
ศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าคณิตศาสตร์ศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่.
ชุติมา แย้มจ่าเมือง. (2554). กระบวนการนิเทศที่สัมพันธ์กับการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนใน
กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา .
มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.
ชศู รวี งศ์รตั นะ. (2553). เทคนคิ การใชส้ ถติ เิ พ่ือการวิจัย. กรุงเทพฯ : เทพเนรมิตการพมิ พ์.
ตวงเพชร สมศรี. (2556). วิธีการพฒั นาจริยธรรมของข้าราชการตำรวจเชิงพุทธบูรณาการ.วิทยานิพนธ์
ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัญฑิต (พระพุทธศาสนา), บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณ.ี (2552) .รปู แบบการเรยี นการสอนทางเลอื กทีห่ ลากหลาย. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั .
ทิศนา แขมมณ.ี (2557). ศาสตร์การสอน :องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภาพ
(พิมพ์ครั้งที่ 18). กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
นนั ท์มนสั รอดทศั นา. (2554). การจัดทำคู่มือจัดกิจกรรมพัฒนาความมีวินัยของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน. สารนิพนธ์ กศ.ม. กรุงเทพฯ:
มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ.
บณั ฑิต จนั ทรโ์ รจนกิจ. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย:ความเป็นมาและสาระสำคัญ.
กรงุ เทพฯ: สถาบนั พระปกเกล้า.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบ้อื งต้น . (พิมพ์คร้ังท่ี 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พิสณุ ฟองศรี. (2550). วิจัยทางการศึกษา. (พิมพคร้ังที่ 4). กรุงเทพฯ:บริษัทพอเพอรต้ี จํากัด.
เพลินตา พรหมบวั ศร. (2560). รูปแบบการศกึ ษาบูรณาการชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้เชิงวิชาชพี การโค้ช
การสะท้อนคิดและการใชพ้ ลังคําถามวิทยาลัยพยาบาลสถาบันพระบรมราชชนก.
วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข.วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี.
มนภัทร ด่านวชิรา. (2554). การจำทำคู่มือการบริหารงานบุคคลโรงเรียนอนุบาลบ้านสนุกคิด.
วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ.
111
มลู นธิ ิสถาบันศกึ ษานโยบายสาธารณะ. (2562). แผนงานบูรณาการยุทธศาสตรเ์ ป้าหมาย (Spearhead)
ด้านสงั คม คนไทย 4.0. สบื ค้นเม่อื วันที่ 25 มกราคม 2562 จาก https://www.khonthai4.0
.net/?page_id=2598.
รัตนะ บัวสนธ์. (2552). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา. กรุงเทพฯ: คำสมัย.
ลิขิต กาญจนาภรณ์. (2547). จิตวิทยาเบื้องต้น. นครปฐม: โรงพิมพ์พระราชวังสนามจันทร์.
วรรณพร สุขอนันต์. (2550). รูปแบบการนิเทศภายในสำหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก. ดุษฎีนิพนธ์
สาขาวชิ าการบรหิ ารการศกึ ษา บัณฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลยั ศิลปกร.
วชริ า เครอื คำอ้าย. (2552). การพัฒนารปู แบบการนิเทศนกั ศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชพี เพือ่ พฒั นา
สมรรถภาพการจัดการเรียนรู้ท่สี ่งเสริมการคดิ ของนักเรยี นประถมศึกษา. วทิ ยานพิ นธ์
หลกั สตู รปรญิ ญาปรัชญาดษุ ฎีบัณฑิต สาขาหลกั สูตรและการสอน บัณฑิตวทิ ยาลัย
มหาวิทยาลยั ศิลปากร.
วชั รา เลา่ เรียนดี. (2553). การนิเทศการสอน. (พมิ พ์ครงั้ ที่ 7). นครปฐม : มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.
วฒุ ิชัย ผาสกุ กานนท.์ (2559). วิธีการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์โดยการประยุกตใ์ ช้กระบวนการ
ปฏิกิริยาเชิงสะท้อน. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ
คณะวทิ ยาการจัดการ,บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยั ศิลปากร.
ศกั ดิ์สายันต์ ใยสามเสน. (2562). การพฒั นาคู่มือและสร้างเครือข่ายการสอนรายวิชาการตอ่ ต้านการ
ทจุ ริต ในมหาวทิ ยาลยั ในเขตภาคเหนอื ตอนบน. วารสารปญั ญา ปที ่ี 26 ฉบบั ท่ี 2
(กรกฎาคม – ธันวาคม ). 31-41.
ศิริชัย พงษว์ ิชัย. (2554). การวเิ คราะหข์ อ้ มูลทางสถติ ิด้วยคอมพิวเตอร์. (พิมพ์ครัง้ ท่ี 22). กรงุ เทพฯ:
บริษัท วีพรนิ้ ท์ (1991) จำกดั .
ศรีเรือน แก้วกังวาล. (2553). จิตวิทยาพัฒนาการชีวิตทุกช่วงวัย. (พิมพ์ครั้งท่ี 9). กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์.
สชุ าติ ศิริสุขไพบลู ย์. (2550). "เอกสารประกอบการฝกึ อบรม การเล่อื นวทิ ยฐานะ”. กรงุ เทพฯ :
สาขาวชิ าเคร่อื งกล ภาควิชาครศุ าสตร์เครื่องกล สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนอื .
สุรางค์ โค้วตระกูล. (2553). จิตวิทยาการศึกษา.กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สวุ ทิ ย์ มูลคำ. (2550). ผลงานทางวิชาการสู่การเลื่อนวิทยฐานะ. (พมิ พคร์ ง้ั ที่ 1). กรงุ เทพฯ. ห้างหนุ้ ส่วน
จำกดั ภาพพิมพ์.
สำนักงานคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาต.ิ (2564). เอกสารประกอบการเรยี นรู้
เรอ่ื ง “หลักสูตรต้านทุจริตศกึ ษา” สำหรบั วิทยากรตัวคูณ. สำนักต้านทุจริตศกึ ษา.
สำนักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ. (2560). แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ.2560 - 2564). กรงุ เทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-
2580. สำนกั งานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. สำนักงานคณะกรรมการ
พฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาต.ิ
อดุลย์ วงศ์ก้อม. (2552). รูปแบบการนิเทศการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา. วิทยานิพนธ์
ปรชั ญาดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิชาการบรหิ ารการศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.
112
อนุชิต เชิงจําเนียร. (2545). คูมือการจัดกิจกรรมเสริมสรางคุณลักษณะคนดีของนักเรียนนักศึกษา :
ศกึ ษากรณนี ักเรยี นนักศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา . ปรญิ ญานพิ นธการศึกษามหาบัณฑิต สาขา
การบรหิ ารหารการศกึ ษา, มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ.
อรา่ ม เสอื เดช. (2549). คูม่ อื การดำเนนิ งานตามกระบวนการในระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรียน
โรงเรียนวัดชา้ งเผือก. สารนพิ นธ์ กศม. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒประสานมิตร.
อนั เดร ไชยเผอื ก. (2551). คู่มือการจัดกจิ กรรมสร้างเสริมคณุ ธรรมจริยธรรมสำหรบั นักเรยี น โรงเรยี น
มารีวิทย์ จังหวัดชลบุรี. สารนพิ นธป์ รญิ ญาการศึกษามหาบณั ฑติ บัณฑติ วิทยาลยั
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครรนิ ทรวิโรฒ.
อญั ชลี ธรรมะวธิ กี ลุ . (2552). ความรูเบื้องตน้ เกยี่ วกับการนิเทศการศึกษา. [ออนไลน์]. แหล่งทีม่ า :
http://panchalee.wordpress.com/2009/03/30/supervision. (สืบค้นวันที่ 13
มนี าคม, 2562).
Abosi, C.O., & Brookman-Amissah, J. (1992). Introduction to education in Ghana.
Accra: Sedco.
Acheson, K. A. & Gall, M. D. (2003). Clinical Supervision and Teacher Development:
Pre-service and In-service Applications (5th ed.). New York: John Wiley & Sons.
Adam, H., & Dickey, F. G. (1978). Basic principle of supervision. New Delhi: Eurasia
Publishing House.
Amani Jarrar. (2013). Moral Values Education in Terms of Graduate University
Students' Perspectives: A Jordanian Sample.International Education
Studies.,6(2), 136-144.
Anvar N. Khuziakhmetov, Gulnaz R. Shafikova and Vera A. Kapranova. (2015).
Conditions of Educational Environment for the Development of
Teenagers’ Moral Relations. International Journal of Environmental &
Science Education, 10(4), 515-521.
Britton, L. R., & Anderson K. A, (2013). Peer coaching and pre–service teachers:
Examining an underutilized concept. Retrievedfrom
http://www.Sciencedirect .com/science http://www.Sciencedirect .com/ science/
sdarticje.pdf.
Chander Vengadasalam, Wan Hasmah Wan Mamat, Fauziah Mail and Munimah
Sudramanian. (2013). Domain Approach: An Alternative Approach in
Moral Education. Malaysian Online Journal of Educational Scienc. 2(1),
35 - 50.[On-line]. Available: http://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1086270.pdf
Crowther, J. (1996). Oxford Advanced Learner’ Dictionary. 5th ed. NY: Oxford
University.
Daresh, J. C. (2001). Supervision as a proactive process. White Plains, NY: Longman.
113
Dew, R. D. (1994). Teacher’s perceptions of the role of content knowledge in the
supervisory process. Doctoral dissertation, University of Missouri Kansas City.
Donna M. Qualters, Melissa McDaniels and Perrin Cohen (2013).Reflective Ethical
Inquiry: Preparing Students for Life. IDEA PAPER#5,[On-line]. Available:
https://teachingandlearningatmsu.wordpress.com/.
Eggen, P. D. & Kauchak, D. P. (2006). Strategies and Models for Teachers: Teaching
content and thinking Skills. Boston: Pearson.
Franseth, J. (1961). Supervision as leadership. New York: Row Petterson.
Glickman, C. D. (1981). Developmental supervision: Alternative practices for
helping teachers improve instruction. Washington D.C.: Association for
Supervision and Curriculum Development.
Glickman. (2010). Supervision and instructional leadership (2nd ed.). Boston:
Pearson.
Glickman, C. D., & Gordon, R. J. (1995). Supervision of instruction–A developmental
approach. Boston: Allyn and Bacon.
Glickman, C. D., Gordon, S. P., & Ross-Gordon, J. M. (2004). Supervision and
instructional leadership: a development approach (6th ed.). Boston:
Allyn and Bacon.
Goldhammer, R., Anderson, R.H., & Krajewski, R. J. (1980). Clinical supervisions: Special
methods for the supervision of teacher (2 nded.). New York: Holt, Rinehart
and Winston.
Graham, B. (2013). Conditions for successful field experience: Perceptions of
cooperatingteacher. Retrieved fromhttp://gotoknow.org/blog/scienceteacher/
148029.
Harris, B. M. (1985). Supervisory behavior in education. Englewood Cliffs, New Jersey:
Prentice-Hall.
Hoy, W. K., & Forsyth, P. D. (1986). Effective supervision: Theory into practice. New York:
Random House.
Kohlberg, L., & Ryncarz, R. A. (1990). Beyond justice reasoning: Moral development
and consideration of a seventh stage. In C. N. Alexander & E. J. Langer
(Eds.), Higher stages of human development: Perspectives on adult growth.
Oxford University Press.p. 191–207.
Kramer, C., Blake, P., & Rexach, A. (2005). A comparison of teacher attitudes toward
supervision of instruction in select high and low performance secondary
schools of Puerto Rico. New York: Dowling College.
114
Malone, C. M., & Fong, M. L. (1994). Defeating ourselves: Common errors in
Couns elingresearch. Couselor Education and Supervision, 33(4), 356-362.
Mark, J. R., & Stoop, K. (1985). Handbook of educational supervision: A guide of the
practice (3rd ed.). Boston: Allyn and Bacon.
Mintzberg, H. (1994). The rise and fall of strategic planning. New York: The Free Press.
Moore, G. W. (2000). The supervision and evaluation of high school 196 principals as
described by central office administrators. Oklahoma: University of Oklahoma.
Nolan, J. F., & Hoover, L. A. (2008). Teacher supervision &evaluation: Theory into
Practice (2nd ed.). Hoboken, N. J.: Wiley.
Olivia, P.F. (1993). Supervision for today’sschools (4th ed.). London: Longman Group.
Robbins, P.,& Alvy, H.B. (1995). The principal’s companion. California: Corwin.
Robbins, S P., & Coulter, M. (2010). Management (11thed.). New Jersey: Prentice-Hall.
Robert J. Sternberg. (2012). Teaching for Ethical Reasoning. International Journal of
Educational Psychology (IJEP), 1(1), 35-50.
Sergiovanni, T. J., &Starratt, R. J. (1988). Supervision: Human perspective (4 th ed.).
New York: McGraw–Hill.
Strickland, A. W. (2006). ADDIE. Idaho State University College of Education Science,
Math & Technology Education. Retrieved March 2, 2017. From http/www.
ed.isu. edu/addie/index.htm.
Stufflebeam, D. L., & Shinkfield, A. J. (2007). Evaluation theory models and
applications. New Jersey: John Wiley and Son.
Swearingen, M. E. (1962). Supervision of instruction: Foundations and dimensions.
Boston: Allyn Bacon.
Weihrich, H., &Koontz, H. (1994). Management: A global perspective (10th ed.).
New York: McGraw–Hill.
Yilmaz, K., Tasdan. M., & Oguz, E. (2009). Supervision beliefs of primary school
supervisors in Turkey.Education Study, 35(1), 9-20.
Zepeda, S. J. (2007). Instructional supervision:Applying tools and concepts (2nd ed.).
NY: Eye on Education.
ภาคผนวก
116
ภาคผนวก ก
บันทึกขอ้ ความ หนว่ ยศกึ ษานเิ ทศก์ เลขรับท่ี 63 ลงวันที่ 21 กมุ ภาพนั ธ์ 2563
เรื่อง รายงานผลปญั หาและความต้องการจากการนิเทศติดตามการจดั การเรยี นการสอน
117
118
ภาคผนวก ข
แบบวิเคราะหเ์ นอ้ื หา (Content Analysis)ในการศึกษาสภาพและแนวทางในการส่งเสรมิ และ
สนบั สนนุ การเรียนการสอนดา้ นคุณธรรมและจรยิ ธรรมในสถานศกึ ษาระดบั อาชวี ศึกษา
119
ฉบบั ท่ี 1
แบบวเิ คราะห์เนอื้ หา (Content Analysis)
ในการศึกษาสภาพและแนวทางในการสง่ เสริมและสนบั สนนุ การเรยี นการสอนด้านคณุ ธรรม
และจรยิ ธรรมในสถานศึกษาระดับอาชวี ศกึ ษา
……………………………………………………………………………..
1. แหล่งข้อมูล/ผู้ใหข้ ้อมูล
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ข้อมูลประกอบแนวทางในการส่งเสรมิ และสนับสนนุ การเรียนการสอนดา้ นคณุ ธรรมและ
จริยธรรมในสถานศึกษาระดับอาชวี ศึกษา
……………..1) กระบวนการแนวทางในการส่งเสรมิ คุณธรรมและจริยธรรม
……………..2) การพัฒนาคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
……………..3) แนวคิดการบริหารจดั การอาชีวศกึ ษาสมยั ใหม่ด้านคุณธรรมและจรยิ ธรรม
…………….4) ปัจจัยความสำเร็จในการส่งเสริมด้านคุณธรรมและจริยธรรมต้านทุจริตในสถานศึกษา
และความร่วมมอื ในการบริหารสถานศกึ ษาดา้ นคุณธรรมและจรยิ ธรรมต้านทจุ รติ ศกึ ษา
3. รายละเอยี ดของขอ้ มูล
3.1 ชือ่ /ประเภทของข้อมูล
............................................................................................................................
3.2 แหลง่ ขอ้ มูล (ทม่ี า/หน่วยงาน/ชือ่ เอกสารอ้างอิง วัน/เดือน/ป)ี
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3.3 ผ้ใู ห้ข้อมลู เพ่ิมเติม (ถ้ามี)
.............................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………..................................……
3.4 บนั ทกึ รายละเอยี ดของขอ้ มูลทีพ่ บ
ท่ี ประเดน็ /รายละเอียด บนั ทึกของผูว้ เิ คราะห์
1 กระบวนการแนวทางในการส่ง เสริม วธิ กี ารที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์
คุณธรรมและจริยธรรม ………….อา่ น/สรุปประเดน็
2 การพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมของ ………….สมั ภาษณ์เพ่ิมเตมิ
…………อื่นๆ
ผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21
3 แนวคิดการบริหารจัดการอาชีวศึกษา
สมัยใหม่ด้านคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
120
ท่ี ประเดน็ /รายละเอยี ด บันทกึ ของผู้วเิ คราะห์
4 ปัจจัยความสำเร็จในการส่งเสริมด้าน
คุณธรรมและจริยธรรมต้านทุจริตใน
สถานศึกษาและความร่วมมือในการบรหิ าร
สถานศกึ ษาดา้ นคุณธรรมและจริยธรรมต้าน
ทุจริตศกึ ษา
6. ข้อสงั เกตอน่ื ท่ีพบ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
7. สรุปเป็นผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) ตามองค์ประกอบแนวทางในการส่งเสริมและ
สนบั สนุน การเรียนการสอนด้านคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในสถานศึกษาระดบั อาชวี ศึกษา
ลงช่อื ผู้วิเคราะหเ์ น้อื หา
.......................................................
(...................................................)
วันที่.........เดอื น............พ.ศ..........
121
ภาคผนวก ค
แบบสัมภาษณ์แนวทางในการส่งเสริมและสนบั สนุนการเรยี นการสอนด้านคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
ในสถานศกึ ษาระดบั อาชวี ศกึ ษา
122
ฉบับที่ 2
แบบสมั ภาษณ์
แนวทางในการส่งเสริมและสนบั สนนุ การเรียนการสอนด้านคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
ในสถานศกึ ษาระดบั อาชีวศกึ ษา
...............................................................................................................................
1. ข้อมูลเก่ียวกบั ผใู้ หส้ ัมภาษณ์
1.1 ช่ือ-นามสกุล ผู้ใหส้ ัมภาษณ์.....................................................................................
1.2 ตำแหนง่ ..................................................................................................................
1.3 หน่วยงานผู้ใหส้ ัมภาษณ์..........................................................................................
1.3 หมายเลขโทรศัพท์...................................................................................................
1.4 สมั ภาษณ์วันท่ี..........เดือน........................พ.ศ. .......................................
เร่ิมสมั ภาษณ์เวลา...................น. ส้นิ สดุ การสมั ภาษณเ์ วลา......................น.
2. ประเด็นการสมั ภาษณ์
แนวทางในการส่งเสรมิ และสนบั สนุนการเรียนการสอนด้านคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
ในสถานศึกษาระดบั อาชีวศกึ ษา ใน 4 ประเดน็ ต่อไปนี้ ควรมลี ักษณะเปน็ อย่างไร
ประเดน็ ท่ี 1 ดา้ นหลักการสง่ เสริมดา้ นคุณธรรมและจรยิ ธรรมต้านทุจริตในสถานศกึ ษาระดับ
อาชวี ศึกษา ควรกำหนดหลักเกณฑอ์ ย่างไรบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................................................................................................................
ประเดน็ ท่ี 2 ดา้ นกระบวนการส่งเสริมด้านคุณธรรมและจรยิ ธรรมต้านทจุ ริตในสถานศึกษา
ระดับอาชวี ศึกษา ควรประกอบดว้ ยขั้นตอนอะไรบ้าง และแตล่ ะขนั้ ตอนมีวธิ ีการดำเนินการอยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
123
ประเด็นท่ี 3 ดา้ นปัจจัยในการพฒั นาสถานศกึ ษาให้มคี ุณภาพด้านคณุ ธรรมและจริยธรรม
ต้านทุจริต ประกอบดว้ ยองค์ประกอบใดบ้างและดำเนินการอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ประเด็นที่ 4 ด้านการพัฒนาสถานศึกษาแบบร่วมมือให้เกิดประสิทธิผลและความสำเร็จใน
การบรหิ ารสถานศึกษาดา้ นคุณธรรมและจรยิ ธรรมตา้ นทุจรติ มีวธิ ีการดำเนินการอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะเพมิ่ เติมอน่ื ๆ (ถา้ มีโปรดระบุ)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอขอบคุณที่ให้ความรว่ มมอื ในการให้สมั ภาษณ์
นายสันติ ทองแกว้ เกดิ
ผู้วิจัย
124
ภาคผนวก ฆ
ผูเ้ ชย่ี วชาญใหข้ อ้ มูลการศึกษาสภาพและแนวทางการพฒั นาผเู้ รียนและสง่ เสรมิ ดา้ นคุณธรรมและ
จริยธรรมต้านทจุ ริตในสถานศึกษา ระดบั อาชวี ศกึ ษา
1. รายช่ือผูเ้ ชี่ยวชาญ
2. หนังสอื ราชการ หน่วยศกึ ษานเิ ทศก์ ที่ ศธ 0613/58 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2563
เรือ่ ง ขอความอนเุ คราะห์เป็นผ้เู ชยี่ วชาญ
3. แบบตอบรับเป็นผเู้ ชี่ยวชาญ
125
1. รายชื่อผเู้ ชี่ยวชาญใหข้ ้อมลู การศกึ ษาสภาพและแนวทางการพฒั นาผเู้ รียนและส่งเสรมิ
ด้านคุณธรรมและจริยธรรมต้านทจุ รติ ในสถานศึกษา ระดบั อาชวี ศึกษา
ท่ี ชอ่ื -นามสกลุ ตำแหน่ง
1. นายธวชั ชยั หนอู ินทร์ ผ้อู ำนวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ ปา่ พะยอม
2. นายดาวไทย เบาราญ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคเขาวง
3. นายกรกฎ รอดพูล ครูวทิ ยาลยั เทคนิคปราจีนบุรี
4. นายฉตั รชยั เนียรมงคล ครวู ทิ ยาลยั การอาชีพกบนิ ทรบ์ ุรี
5. นางสาวอมั พร บญุ เทพ ครูวิทยาลยั การอาชวี ศึกษาปทุมธานี
126
2. หนงั สือราชการ หนว่ ยศกึ ษานิเทศก์ ที่ ศธ 0613/58 ลงวันท่ี 25 พฤษภาคม 2563
เร่อื ง ขอความอนเุ คราะหเ์ ป็นผเู้ ชี่ยวชาญ
127
128
129
130
131
3. แบบตอบรบั เปน็ ผูเ้ ชยี่ วชาญ
132
133
134
135
136
ภาคผนวก ง
คำสง่ั สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ที่ 790/2563 เรือ่ ง แตง่ ตั้งคณะกรรมการ
ดำเนนิ งานโครงการเสรมิ สรา้ งคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภบิ าลในสถานศึกษา
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2563