แนวทางการจดั กิจกรรม
สง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ รติ ดา้ นอาชวี ศกึ ษา
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทุจรติ ดา้ นอาชีวศกึ ษา
พมิ พ์ครั้งท่ี ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔
ISBN : ๙๗๘-๖๑๖-๕๖๔-๑๑๙-๗
จำนวนพมิ พ์ ๓,๐๐๐ เล่ม
ลิขสทิ ธ์ิ วิทยาลัยการอาชพี ปากทอ่ รว่ มกบั หน่วยศกึ ษานิเทศก์ สำนกั งานคณะกรรมการ
การอาชีวศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร
พมิ พ์ท่ี บริษัท เอส.บ.ี เค.การพิมพ์ จำกดั
๙๒/๖ หมู่ ๓ ตำบลบางพลใี หญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๕๔๐
โทรศพั ท์ ๐๒-๑๗๘-๘๗๙๔-๕
โทรสาร ๐๒-๑๗๘-๘๗๙๖
คำนำ
แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การป้องกันการทจุ ริตด้านอาชวี ศกึ ษา
ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ –
๒๕๖๔) ได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่ ๑ สรา้ งสังคมทีไ่ มท่ นต่อการทุจริต อนั มีกลยทุ ธ์วา่ ด้วยเรื่องของการปรับฐาน
ความคิดทุกช่วงวัยตั้งแต่ปฐมวัย ให้สามารถแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม
สง่ เสรมิ ให้มรี ะบบและกระบวนการกล่อมเกลาทางสงั คมเพ่ือตา้ นทุจริต ประยกุ ต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งเป็นเครอ่ื งมอื ตา้ นทจุ ริต เสรมิ สรา้ งพลงั การมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชน (Community) และบรู ณาการทุก
ภาคส่วนเพ่ือต่อตา้ นการทจุ ริต สอดรับกบั เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยนื (SDGs) เป้าหมายที่ ๑๖ ส่งเสรมิ
สังคมทีส่ งบสขุ และครอบคลุมเพ่ือการพัฒนาท่ียงั่ ยืนให้ทุกคนเข้าถงึ ความยุติธรรม ลดการทจุ ริต มีความ
โปร่งใสในทุกรูปแบบ สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรมการบูรณาการเรื่องความ
ซ่ือสัตย์ วินยั คุณธรรมจริยธรรม ในการจดั การเรยี นการสอนในสถานศกึ ษา ประชาชนและภาคีตา่ ง ๆ ใน
สังคมร่วมมือกันในการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
โดยหน่วยศึกษานิเทศก์ ร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงได้ดำเนิน
การจดั ทำเอกสาร “แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษา” พมิ พ์ครั้ง
ที่ ๒ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับสถานศึกษานำไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษาได้ทุกระดับ
โดยสามารถเลือกใช้และหรือประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาต่าง ๆ รวมทั้งการจัด
กิจกรรมเสริมหลักสูตร พร้อมทง้ั ไดพ้ ิจารณาคัดเลอื กและเสนอแนะส่ือประกอบการจัดกิจกรรมด้านการ
ปอ้ งกันการทุจริตเพ่ือใช้ประกอบการทำกจิ กรรมดว้ ย
กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษาในเอกสารฉบับนี้ แบ่งออกเป็น
๔ หน่วย คอื
หนว่ ยท่ี ๑ ปรับพน้ื ฐานความคดิ ตา้ นทุจรติ ส่วนตนและสว่ นรวม
หน่วยท่ี ๒ สร้างสงั คมที่ไม่ทนตอ่ การทจุ รติ
หน่วยท่ี ๓ ยกระดับดัชนี สร้างคนดีในสังคม
หน่วยท่ี ๔ ปราบทจุ รติ ด้วยจติ พอเพยี ง
ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวฒุ ิ ศึกษานิเทศก์ ผบู้ รหิ าร ครแู ละผมู้ สี ่วนเกีย่ วข้องในการจดั ทำเอกสาร
ฉบับน้ี มา ณ โอกาสน้ี และหวังเป็นอยา่ งย่ิงวา่ เอกสารฉบบั นีจ้ ะเปน็ ประโยชนต์ ่อสถานศกึ ษาอาชีวศึกษา
ในการนำไปใช้เป็นแนวทางในการสง่ เสริมการป้องกันหรือต่อต้านการทุจริตเพือ่ สร้างสังคมไทยที่ไม่ทน
ต่อการทุจริตตอ่ ไป
หนว่ ยศกึ ษานิเทศก์
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กันยายน ๒๕๖๔
สารบญั
แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การป้องกนั การทจุ ริตดา้ นอาชีวศึกษา
บทนำ หน้า
• ความเปน็ มา ๑
• นโยบายและมาตรการในการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหาการทุจรติ ๒
• การส่งเสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม เพือ่ ปอ้ งกนั การทุจรติ ๑๐
• นยิ ามศพั ท์ทเ่ี ก่ยี วข้อง ๑9
• แนวทางการสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ด้านการปอ้ งกันการทุจริต ๒๑
แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษา ๒3
6๗
• หน่วยท่ี ๑ ปรับพ้นื ฐานความคิดต้านทุจริตส่วนตนและส่วนรวม ๑๑๑
• หนว่ ยที่ ๒ สร้างสังคมที่ไมท่ นต่อการทุจรติ ๑55
• หน่วยที่ ๓ ยกระดบั ดัชนี สร้างคนดีในสังคม
• หน่วยที่ ๔ ปราบทุจริตด้วยจติ พอเพียง 1๖๙
๑8๔
ภาคผนวก ๑8๗
บรรณานกุ รม
คณะทำงาน
แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกันการทจุ ริตดา้ นอาชวี ศึกษา 1
แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การป้องกนั การทจุ ริตด้านอาชวี ศกึ ษา
• ความเป็นมา
การทุจริตถือเป็นปัญหาสากลที่ทุกประเทศให้ความสำคัญ ประเทศไทยจึงได้ให้สัตยาบัน
เข้าเป็นรัฐภาคีเป็นลำดับที่ ๑๔๙ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ
ต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ (United Nations Convention against Corruption : UNCAC) ที่ว่า
ดว้ ยความร่วมมือระหว่างประเทศในการติดตามทรัพย์สนิ ท่ีได้จากการทจุ ริตกลับคนื รวมท้ังการให้ความ
รว่ มมือซ่ึงกนั และกันทางกฎหมายเพอ่ื ดำเนนิ คดกี บั ผกู้ ระทำความผิดอย่างสมบรู ณ์
การทจุ ริตในสงั คมไทยระหวา่ งช่วงเวลากว่าทศวรรษสง่ ผลเสยี ต่อประเทศอย่างมหาศาลและ
เป็นอปุ สรรคสำคัญต่อการพฒั นาเศรษฐกจิ สงั คมและการเมืองในทกุ มิติ รูปแบบการทจุ ริตในปัจจุบันได้
ปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นการทุจริตทางตรง ไม่ซับซ้อน เช่น การรับสินบน การจัดซื้อจัดจ้าง เป็นการ
ทจุ ริตที่ซบั ซ้อนมากขน้ึ ตัวอยา่ งเช่น การทจุ ริตเชิงนโยบาย การทจุ รติ ขา้ มแดนขา้ มชาติ ซง่ึ เช่ือมโยงไปสู่
อาชญากรรมอืน่ ๆ มากมาย และส่งผลกระทบทางลบในวงกว้าง ซงึ่ ประเทศไทยได้พยายามแก้ปญั หาการ
ทุจริตในระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ด้วยการ
ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาตวิ ่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๑ -
๒๕๕๕) และยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๖ -
๒๕๖๐) ซงึ่ พบว่าสามารถปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตไดร้ ะดบั หนงึ่ และจำเปน็ ตอ้ งดำเนินการอย่าง
ต่อเนอื่ งด้วยยุทธศาสตร์และกลยทุ ธท์ เี่ ป็นรปู ธรรม ทส่ี ามารถปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ ทีท่ วคี วาม
ซบั ซอ้ นไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐-
๒๕๖๔) ได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่ ๑ สร้างสงั คมที่ไม่ทนตอ่ การทจุ รติ อนั มีกลยุทธว์ ่าดว้ ยเรอื่ งของการปรับ
ฐานความคิดทุกชว่ งวัยตัง้ แต่ปฐมวัย ให้สามารถแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์
ส่วนรวม ส่งเสริมให้มีระบบและกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมเพื่อต่อต้านทุจริต ประยุกต์หลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเปน็ เครือ่ งมอื ต้านทจุ ริต เสรมิ พลังการมสี ว่ นร่วมของชุมชน และบรู ณาการ
ทุกภาคสว่ นเพื่อต่อต้านการทุจริต โดยได้กำหนดแนวทางในการพฒั นาหลักสูตรในทกุ ระดับ และใหม้ ีการ
ขยายผลไปในทกุ ภาคสว่ น
คณะอนุกรรมการจัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการ
ป้องกนั การทจุ รติ สำนกั งานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติ (ป.ป.ช.) จึงได้ร่วม
ประชุมพิจารณาจัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรยี นรูด้ ้านการป้องกันการทุจริต ๕ หลักสูตร ประกอบด้วย
หลักสูตรระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน หลักสูตรระดับอุดมศึกษา หลักสูตรตามแนวทางรับราชการ กลุ่ม
ทหารและตำรวจ หลักสูตรวทิ ยากร ป.ป.ช. บคุ ลากรภาครัฐและรฐั วสิ าหกจิ และหลักสูตรโค้ช
2 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการป้องกนั การทุจรติ ด้านอาชีวศึกษา
สำหรับสำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ซ่ึงมหี นา้ ท่หี ลกั ในการจัดการอาชีวศึกษาและ
ฝึกอบรมวิชาชีพ ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลกั สตู รหรือชุดการเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริต ทั้งใน
ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และในระดับอุดมศึกษา คือ ระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ จึง นำหลักสูตร
ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในรูปกิจกรรม ซึ่งสถานศึกษาอาชีวศึกษาและสถาบันสามารถเลือกนำไป
ประยุกต์ใชใ้ นการจดั การเรียนรู้รายวิชาตา่ ง ๆ หรือจัดในรปู ของกิจกรรมเสริมหลักสูตร ตามบริบทและ
ความพร้อมของสถานศกึ ษาและสถาบัน เพื่อพัฒนานักเรียน นักศึกษาให้มคี ุณธรรม จริยธรรม สามารถ
คดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชนส์ ่วนรวม มคี วามละอายและไม่ทนตอ่ การทุจริต
ประยุกต์หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือต้านทุจริต เพื่อความเป็นพลเมืองดีของสงั คม
ชุมชนและประเทศชาติต่อไป
• นโยบายและมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทจุ ริต
ประเทศไทยได้มีความพยายามในการแก้ไขปัญหาการทุจริตมาอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความ
รว่ มมือทงั้ หน่วยงานของรฐั หน่วยงานของเอกชนและภาคประชาชน ในการร่วมมือป้องกันและปราบปราม
การทุจรติ รวมถึงการออกกฎหมายลงโทษผู้ท่กี ระทำความผิด มีการจัดตงั้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติ
มชิ อบเพอ่ื ทำหน้าทใ่ี นการดำเนินคดีกับบุคคลท่ีทำการทุจริต นอกจากน้ียังได้มกี ารกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ
วา่ ดว้ ยการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริต โดยมีเป้าหมายใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงในสังคม สสู่ งั คมทม่ี วี นิ ยั
คุณธรรม จริยธรรม และร่วมกันต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๕) ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๖๐) และยุทธศาสตร์ชาตวิ ่าด้วยการ
ปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริต ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๔)
➢ ยทุ ธศาสตรช์ าตวิ ่าดว้ ยการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ ระยะท่ี ๑
(พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๕)
ยุทธศาสตรท์ ี่ ๑ ปลูกจิตสำนึก ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมและสร้างวินัยแก่ทุก
ภาคส่วน
วตั ถุประสงค์
สังคมไทยมีวินยั คณุ ธรรมและจริยธรรมจากการส่งเสริม สนับสนนุ ปลูกฝงั ให้ประชาชนและ
สังคมทุกภาคส่วนมีจิตสำนึกรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ถูกต้องต่อ
มมุ มอง ทศั นคติ และตอ่ ปัญหาการทุจริตประพฤติมชิ อบ รวมทั้งการรณรงค์ใหม้ ีวนิ ยั เคารพกฎระเบียบ
กติกาและกฎหมายของสังคม เปน็ กลไกและแรงผลักดันสำคัญที่จะนำมาซึง่ การแกไ้ ขปัญหาในส่วนอื่น ๆ
ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และสามารถที่จะกำจัดรากเหงา้ ของปญั หาได้อยา่ งแท้จรงิ
แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การป้องกนั การทุจริตดา้ นอาชีวศึกษา 3
มาตรการ/แนวทางการดำเนินงาน
1. ส่งเสรมิ การดำเนนิ ชวี ติ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2. ส่งเสริมการเรยี นรูแ้ ละปฏิบัตติ ามหลกั คุณธรรม จริยธรรมและวนิ ัยแก่ทกุ ภาคส่วน
3. กำหนดใหก้ ารศกึ ษาเป็นเคร่ืองมอื ในการป้องกนั และปราบปรามการทุจริต
4. ผลกั ดนั ใหค้ า่ นิยมเชดิ ชูความดี ความซ่อื สตั ย์สุจริต และรังเกียจการทจุ รติ เปน็ ค่านิยมร่วม
ของชาติ
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๒ รวมพลงั แผ่นดนิ ป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ
วัตถปุ ระสงค์
เพือ่ ให้เครอื ขา่ ยจากทุกภาคส่วนมสี ่วนร่วมในการป้องกนั และปราบปรามการทุจริต โดยการ
ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและตรวจสอบการทุจริต การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่
ข้อมลู ขา่ วสารด้านการทุจรติ อย่างท่วั ถงึ และการสร้างความเข้มแขง็ แก่เครือขา่ ยอยา่ งย่งั ยืน
มาตรการ/แนวทางการดำเนนิ งาน
1. ประชาสัมพันธต์ อ่ ต้านการทุจรติ
2. เสริมสร้างกระบวนการมสี ่วนรว่ มของทุกภาคส่วน
3. เสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ของเครอื ขา่ ย
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๓ เสรมิ สร้างความแข็งแกร่งแกห่ นว่ ยงานตอ่ ต้านการทุจรติ
วตั ถุประสงค์
เพื่อให้ระบบและกลไกในการตรวจสอบ ควบคุม กระจายและถ่วงดุลอำนาจมีประสทิ ธิภาพ
โดยสรา้ งความเป็นอสิ ระแกห่ นว่ ยงานต่อตา้ นการทุจริต สร้างระบบการตรวจสอบที่เข้มแขง็ สง่ เสริมการ
กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านการรับสินบนของภาคธุรกิจเอกชน
ตลอดจนเสริมสร้างประสิทธิภาพของกฎหมายต่อต้านการทุจริต มีการบูรณาการจากทุกภาคส่วนเพอ่ื
จัดทำดัชนชี ้ีวัดความโปร่งใสของสังคมไทยและสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื กับองค์กรระหวา่ งประเทศ
มาตรการ/แนวทางการดำเนนิ งาน
1. ส่งเสรมิ การสรา้ งความเป็นอิสระในการดำเนินงานอย่างแท้จรงิ แกส่ ำนักงาน ป.ป.ช. และ
องค์กรอสิ ระอืน่ ๆ ท่ีทำหน้าท่เี กี่ยวขอ้ งกบั การต่อต้านการทุจริต
2. สร้างกลไกการต่อต้านการทุจริต โดยการกระจายอำนาจการต่อต้านการทุจรติ ไปสู่ส่วน
ทอ้ งถนิ่
3. เสรมิ สร้างการตรวจสอบถว่ งดุลอำนาจ
4. เสรมิ สร้างประสิทธิภาพของกฎหมายต่อต้านการทจุ ริต
5. เสริมสรา้ งความเข้มแข็งในการตรวจสอบทรัพยส์ นิ นกั การเมอื ง ข้าราชการและการทุจริต
เชงิ นโยบาย
4 แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกนั การทุจรติ ดา้ นอาชวี ศกึ ษา
6. เสริมสร้างความเข้มแขง็ ในการต่อตา้ นการรับสินบนและสง่ เสริมความซอ่ื สัตยใ์ นภาคธรุ กิจ
เอกชน
7. ส่งเสรมิ ความร่วมมอื กบั องค์กรต่างประเทศ
ยทุ ธศาสตร์ที่ ๔ สร้างบคุ ลากรมืออาชพี ป้องกันและปราบปรามการทุจรติ
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อให้สังคมรู้เท่าทัน ร่วมคิดป้องกันการทุจริต โดยมีการพัฒนาศักยภาพและคุณธรรม
จริยธรรมของบุคลากรด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เสริมสร้างองค์ความรู้ในการป้องกนั
และปราบปรามการทจุ รติ ประพฤติมิชอบ โดยพฒั นาความรว่ มมือกบั ทกุ ภาคส่วน รวมทั้งองคก์ รระหว่าง
ประเทศ ตลอดจนถา่ ยทอดองคค์ วามรูเ้ ก่ยี วกบั การปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ อย่างทั่วถึง
มาตรการ/แนวทางการดำเนินงาน
1. ส่งเสริมการประพฤติตนตามมาตรฐานจรรยาบรรณต่อต้านการทุจริตอย่างเคร่งครดั
2. สง่ เสรมิ การสร้างมาตรฐานเสน้ ทางวชิ าชีพของบุคลากรและมาตรฐานคา่ ตอบแทนพิเศษ
3. ส่งเสริมความร่วมมือด้านวชิ าการกบั องค์กรต่างประเทศ
4. ส่งเสริมการสร้างองคก์ รการจดั การความรู้
5. ส่งเสริมการสรา้ งศูนย์ข้อมลู สารสนเทศเกย่ี วกับการทุจริต
6. สรา้ งมาตรฐานหลักสูตรฝกึ อบรมของหน่วยงานต่อตา้ นการทจุ รติ
➢ ยุทธศาสตร์ชาตวิ ่าด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ระยะที่ ๒
(พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๖๐)
ยุทธศาสตร์ท่ี ๑ ปลูกและปลุกจิตสำนึกการต่อต้านการทุจริต เน้นการปรับเปลี่ยน
ฐานความคดิ ของคนในทุกภาคสว่ นในการรกั ษาประโยชนส์ าธารณะ
วตั ถปุ ระสงค์
๑. ปรบั ฐานความคิดของคนไทย โดยเฉพาะนกั การเมอื งและเจา้ หน้าที่รัฐให้เหน็ แกป่ ระโยชน์
สาธารณะมากกว่าประโยชน์สว่ นตน โดยส่งเสริมการเรยี นรู้ตามหลกั คุณธรรม จริยธรรมและวินยั แก่ทุก
ภาคสว่ น ทกุ เพศทุกวัย และทุกกล่มุ อาชพี
๒. ใชก้ ารศึกษาและศาสนาเป็นเครอื่ งมอื ในการปลูกฝงั จิตสำนึกและค่านิยมที่ดใี นการต่อตา้ น
การทุจริต ให้แก่เด็ก เยาวชน เจ้าหน้าทีข่ องรัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การปฏริ ูป
การเมืองและสังคมให้เอ้ือตอ่ การปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริต
มาตรการ/แนวทางการดำเนนิ งาน
1. สง่ เสริมการดำเนินชวี ติ ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง
2. ส่งเสรมิ การใชแ้ ละกำหนดบทลงโทษในประมวลจริยธรรมแก่ทกุ ภาคส่วน และกำกับดูแล
การประพฤติให้เป็นตามหลักประมวลจริยธรรม
แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การป้องกันการทจุ ริตด้านอาชีวศกึ ษา 5
3. การใชก้ ารศึกษาและศาสนาเปน็ เคร่ืองมอื ในการปลกู ปลกุ และปรับเปลีย่ นฐานความคิด
4. ดูแลคณุ ภาพชีวิตและรายได้ของเจ้าหน้าที่ของรัฐและข้าราชการ
ยุทธศาสตรท์ ี่ ๒ บูรณาการการทำงานของหน่วยงานในการต่อต้านการทุจริตและ
พัฒนาเครอื ข่ายในประเทศ
วัตถปุ ระสงค์
๑. การประสานการทำงานและการบริหารการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ระหว่างองค์กร
หลักที่มคี วามร่วมมือกับเครอื ขา่ ยทกุ ภาคส่วน
๒. เสริมสรา้ งกระบวนการทำงานในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตใหเ้ ปน็ สากล โดย
รว่ มมือกบั ภาคีต่าง ๆ ทงั้ ภายในและระหว่างประเทศ เพอื่ ให้มหี น้าทที่ ำงานร่วมกนั ในการควบคุม ถ่วงดุล
อำนาจตรวจสอบการทำงาน ตดิ ตามและประเมนิ ผลการดำเนินงานอยา่ งโปรง่ ใส
๓. เสริมสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านการรับสินบนของภาคธุรกิจเอกชน เพื่อขจัดการ
ผูกขาดและการแทรกแซงจากธุรกิจการเมอื ง
๔. เสริมสร้างให้เครอื ข่ายภาคประชาสังคมและประชาชนมคี วามเข้มแข็ง โดยการสนับสนุน
ด้านทรัพยากรและการสร้างขวัญกำลังใจเพ่ือเพิม่ จำนวนและคุณภาพของเครอื ข่ายสำหรับเป็นแนวร่วม
ในการแจ้งเบาะแสและตรวจสอบการดำเนินงานของภาครฐั
๕. จัดใหม้ ีศูนย์กลางในการเกบ็ รวบรวม สงั เคราะหแ์ ละเผยแพร่ข้อมลู แบบบูรณาการ
๖. เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้เกิดผลบังคับใช้ในทางปฏิบตั ิ ทั้งกฎหมายทีเ่ ก่ียวข้องกบั อำนาจ
หน้าท่ีของบุคลากรและบทบาทขององค์กร และปรับปรุงกฎหมายที่เอื้อต่อการทุจริตเพื่อปิดช่องโหว่
รวมทงั้ มีการกำหนดมาตรการลงโทษผกู้ ระทำผดิ อยา่ งรวดเร็วและเป็นธรรม
มาตรการ/แนวทางการดำเนินงาน
1. ประสานการทำงานและการบรหิ าร และบรู ณาการระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
2. สร้างความเข้มแข็งการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครฐั
ภาคเอกชน ภาคประชาสงั คมและประชาชนในการตอ่ ต้านการทจุ รติ
3. พฒั นาระบบฐานขอ้ มูลกลาง
4. ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงการพัฒนาระเบียบ
หลักเกณฑ์ ข้อบงั คับในแต่ละหนว่ ยงานหลักในการตอ่ ตา้ นการทุจรติ ใหส้ อดคลอ้ งกนั
ยุทธศาสตรท์ ่ี ๓ พัฒนาความร่วมมือกังองค์กรต่อต้านการทุจริตและเครือข่าย
ระหว่างประเทศ
วัตถุประสงค์
๑. เพอ่ื เสริมสร้างกระบวนการทำงานในการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริตให้เป็นสากล
๒. เพื่อปรับปรงุ กฎหมายให้สอดคล้องกับอนสุ ญั ญาต่าง ๆ
6 แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ รติ ด้านอาชวี ศึกษา
มาตรการ/แนวทางการดำเนนิ งาน
1. ประสานความรว่ มมอื กับหน่วยงาน/องคก์ รต่อต้านการทุจรติ และองคก์ รเอกชนในระดับ
นานาชาติ
2. ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกบั อนุสัญญาระหวา่ งประเทศ
3. สรา้ งความรว่ มมือโดยการเข้าร่วมปฏิญญาและการทำบันทกึ ความเข้าใจระหว่างประเทศ
ยุทธศาสตรท์ ่ี ๔ พัฒนาระบบบริหารและเครื่องมือในการป้องกันและปราบปราม
การทุจรติ
วตั ถุประสงค์
๑. การพัฒนาระบบบริหารและเครือ่ งมือในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต พัฒนาระบบ
คุ้มครองพยานใหเ้ ขม้ แขง็
๒. สรา้ งกลไกการตรวจสอบการใช้อำนาจ
๓. ส่งเสริมการศกึ ษาวิจยั เพื่อใหม้ กี ารนำองคค์ วามร้ทู ่ไี ด้ไปใชป้ ระโยชนใ์ นการสร้างนวตั กรรม
สำหรบั การปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริต
มาตรการ/แนวทางการดำเนินงาน
1. บรรจุยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นนโยบายเร่งด่วน
ของรฐั บาล
2. จัดต้ังกองทนุ สนบั สนุนการปอ้ งกันการทจุ รติ
3. ส่งเสรมิ และสนับสนุนการศึกษาวจิ ยั เพือ่ พฒั นามาตรการและเคร่ืองมือในการปอ้ งกันและ
ปราบปรามการทุจรติ
4. สร้างเสริมระบบแจ้งเบาะแสและการคุ้มครองพยาน การเสริมสร้างศักยภาพและการมี
ส่วนร่วมในการแกไ้ ขปัญหาทจุ ริตให้กับภาคเี ครือข่าย ภาคประชาสังคมและประชาชนเพื่อให้เกิดความ
เชือ่ มั่น
5. สร้างเสริมระบบรบั เร่ืองรอ้ งเรยี นให้กับองค์กรตามรัฐธรรมนูญทีต่ อ่ ต้านการทุจริต
ยุทธศาสตร์ท่ี ๕ เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการต่อต้านการทุจริตให้กับบุคลากรทุก
ภาคสว่ น
วตั ถุประสงค์
๑. จดั ให้มกี ารเก็บรวบรวม สังเคราะหแ์ ละเผยแพร่ข้อมูลด้วยการจัดต้งั ศูนย์กลางของแต่ละ
หนว่ ยงาน
๒. สรา้ งเสรมิ การจดั การองค์ความรแู้ ละการถา่ ยทอดให้กบั บุคลากรในองคก์ ร
๓. เสริมสร้างบุคลากรให้มีสมรรถนะ (ความรู้ ทักษะและทัศนคติ) ในการป้องกันและ
ปราบปรามการทจุ ริต
แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การป้องกันการทุจริตด้านอาชวี ศึกษา 7
มาตรการ/แนวทางการดำเนนิ งาน
๑. สร้างองค์ความรใู้ นการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริตโดยการศกึ ษาวิจัยและการพฒั นา
๒. พฒั นาระบบการจัดการองค์ความรู้
๓. สรา้ งบุคลากรเช่ียวชาญเฉพาะสาขาสำหรบั ตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตรายสาขา
๔. จดั ตงั้ ศนู ยก์ ารเรยี นรู้การป้องกันและปราบปรามการทจุ ริต
➢ ยทุ ธศาสตรช์ าตวิ ่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทจุ ริต ระยะท่ี ๓
(พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๔)
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ สรา้ งสงั คมทีไ่ ม่ทนตอ่ การทจุ ริต
วัตถปุ ระสงค์
๑. ปรบั ฐานความคิดทุกชว่ งวยั ให้มีคา่ นยิ มร่วมตา้ นทจุ ริต มีจิตสำนกึ สาธารณะ และสามารถ
แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม และสร้างกระบวนการกล่อมเกลาทาง
สงั คมในการป้องกันและปราบปรามการทจุ ริตอย่างเปน็ ระบบ
๒. บูรณาการและเสริมพลงั การมีสว่ นรว่ มของทุกภาคส่วนในการผลกั ดันให้เกดิ สงั คมที่ไม่ทน
ตอ่ การทุจรติ
กลยทุ ธ์
๑. ปรับฐานความคิดทุกช่วงวัยต้งั แต่ปฐมวยั ใหส้ ามารถแยกระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตัวและ
ผลประโยชน์สว่ นรวม
๒. สง่ เสริมใหม้ ีระบบและกระบวนการกล่อมเกลาทางสงั คมเพอ่ื ตา้ นทุจรติ
๓. ประยุกต์หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งเป็นเครือ่ งมอื ต้านทจุ ริต
๔. เสรมิ พลังการมีสว่ นรว่ มของชมุ ชน และบูรณาการทกุ ภาคส่วนเพือ่ ตอ่ ตา้ นการทจุ รติ
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการตอ่ ต้านการทจุ ริต
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพื่อให้เจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตของประชาชนได้รับการปฏิบัติให้
เกดิ ผลอยา่ งเป็นรปู ธรรม
๒. เพอื่ รักษาเจตจำนงทางการเมืองในการแกไ้ ขปญั หาการทุจริตให้เป็นส่วนหน่งึ ของนโยบาย
รัฐบาลในแต่ละช่วง
กลยุทธ์
๑. พัฒนากลไกการกำหนดให้นักการเมืองแสดงเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการ
ทุจริตต่อสาธารณชน
๒. เร่งรัดการกำกับติดตามมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าท่ีรัฐในทุก
ระดบั
8 แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกันการทุจริตดา้ นอาชีวศกึ ษา
๓. สนับสนนุ ให้ทุกภาคสว่ นกำหนดกลยุทธ์และมาตรการสำหรับเจตจำนงในการต่อต้านการ
ทุจรติ
๔. พัฒนาระบบการบริหารงบประมาณด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพื่อให้
ได้รับการจดั สรรงบประมาณรายจ่ายประจำปที ่มี ีสดั สว่ นเหมาะสมกบั การแก้ปัญหา
๕. ส่งเสรมิ การจัดตั้งกองทนุ ต่อต้านการทุจริตสำหรับภาคเอกชนและภาคประชาชน โดยรัฐ
ให้การสนบั สนนุ ทนุ ตงั้ ต้น
๖. ประยุกต์นวัตกรรมในการกำกับดูแลและควบคุมการดำเนินงานตามเจตจำนงทาง
การเมืองของพรรคการเมืองท่ีไดแ้ สดงไว้ต่อสาธารณะ
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๓ สกัดก้ันการทุจรติ เชงิ นโยบาย
วตั ถุประสงค์
๑. เพอ่ื ให้กระบวนการนโยบายเป็นไปตามหลกั ธรรมาภิบาล สามารถกระจายผลประโยชน์สู่
ประชาชนอยา่ งเป็นธรรม และไมม่ ีลักษณะของการขัดกันแห่งผลประโยชน์
๒. เพื่อแก้ไขปัญหาการทจุ รติ เชงิ นโยบายทกุ ระดบั
กลยทุ ธ์
๑. วางมาตรการเสริมในการสกดั กน้ั การทจุ รติ เชิงนโยบายบนฐานธรรมาภบิ าล
๒. การรายงานผลสะท้อนการสกดั กั้นการทจุ ริตเชงิ นโยบาย
๓. การพัฒนานวัตกรรมสำหรับการรายงานและตรวจสอบธรรมาภิบาลในการนำนโยบาย
ไปปฏบิ ัติ
๔. สง่ เสรมิ ใหม้ ีการศึกษา วเิ คราะห์ ตดิ ตามและตรวจสอบ การทจุ ริตเชงิ นโยบาย ในองค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
ยุทธศาสตรท์ ่ี ๔ พฒั นาระบบป้องกันการทจุ รติ เชงิ รุก
วตั ถุประสงค์
๑. เพือ่ พัฒนากลไกการปอ้ งกันการทจุ รติ ใหเ้ ทา่ ทันตอ่ สถานการณ์การทุจรติ
๒. เพ่ือพัฒนากระบวนการทำงานดา้ นการป้องกันการทจุ ริต ให้สามารถป้องกันการทุจริตให้
มีประสทิ ธิภาพ
๓. เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการบูรณาการการทำงานระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการ
ปอ้ งกนั การทจุ ริต
๔. เพ่อื ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้มีการทุจริตเกดิ ข้นึ ในอนาคต
กลยุทธ์
๑. เพ่ิมประสทิ ธภิ าพระบบงานปอ้ งกันการทจุ ริต
๒. สร้างกลไกการป้องกันเพื่อยับย้งั การทจุ ริต
๓. พัฒนานวตั กรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือลดปญั หาการทจุ รติ
แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกันการทุจริตดา้ นอาชีวศกึ ษา 9
๔. พัฒนารูปแบบการสื่อสารสาธารณะเชงิ สร้างสรรคเ์ พ่ือปรบั เปลย่ี นพฤติกรรม
๕. การพัฒนา วิเคราะหแ์ ละบูรณาการระบบการประเมนิ ด้านคุณธรรมและความโปร่งใสใน
การดำเนินงานของหน่วยงาน เพื่อเช่ือมโยงกับแนวทางการยกระดบั คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของ
ประเทศไทย
๖. สนับสนุนใหภ้ าคเอกชนดำเนนิ การตามบรรษัทภิบาล
๗. พฒั นาสมรรถนะและองคค์ วามรู้เชงิ สรา้ งสรรค์ของบคุ ลากรด้านการปอ้ งกันการทุจรติ
๘. การพัฒนาระบบและส่งเสริมการดำเนินการตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ
ต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003
ยุทธศาสตร์ที่ 5 ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต
วัตถุประสงค์
๑. เพ่ือปรับปรงุ และพัฒนากลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริตให้มีความรวดเร็ว
มปี ระสิทธิภาพ และเทา่ ทนั ต่อพลวตั ของการทจุ ริต
๒. เพือ่ ตรากฎหมายและปรับปรงุ กฎหมายใหก้ ระบวนการปราบปรามการทุจรติ มีประสทิ ธภิ าพ
๓. เพื่อบรู ณาการกระบวนการปราบปรามการทุจริตของหน่วยงานท่เี กีย่ วขอ้ งทง้ั ระบบ
๔. เพื่อให้ผู้กระทำความผิดถูกดำเนินคดีและลงโทษอย่างเป็นรูปธรรมและเท่าทันต่อ
สถานการณ์
กลยทุ ธ์
๑. ปรบั ปรุงระบบรับเรื่องร้องเรียนการทจุ ริตใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
๒. ปรบั ปรงุ การตรวจสอบความเคลื่อนไหวและความถกู ตอ้ งของทรพั ยส์ นิ และหน้สี นิ
๓. ปรับปรงุ กระบวนการและพัฒนากลไกพเิ ศษในการปราบปรามการทจุ รติ ทม่ี ีความรวดเร็ว
และมีประสทิ ธภิ าพ
๔. ตรากฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามการทุจริตให้เท่าทันต่อพลวัต
ของการทุจริตและสอดคลอ้ งกบั สนธิสัญญาและมาตรฐานสากล
๕. บูรณาการข้อมูลและขา่ วกรองในการปราบปรามการทจุ รติ
๖. การเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองพยานและผู้แจ้งเบาะแส และเจ้าหน้าที่ใน
กระบวนการปราบปรามการทจุ ริต
๗. พัฒนาสมรรถนะและองค์ความรู้เชิงสหวิทยาการของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการ
ปราบปรามการทุจริต
๘. การเปดิ โปงผูก้ ระทำความผิดให้สาธารณชนรับทราบและตระหนกั ถึงโทษของการกระทำ
การทุจริตเมือ่ คดีถงึ ท่สี ดุ
๙. การเพ่มิ ประสิทธิภาพในการดำเนินคดีทจุ ริตระหวา่ งประเทศ
10 แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การป้องกันการทุจรติ ดา้ นอาชวี ศกึ ษา
ยุทธศาสตร์ท่ี 6 ยกระดับคะแนนดชั นีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย
วัตถปุ ระสงค์
เพ่อื ยกระดับคะแนนดัชนกี ารรับรู้การทจุ รติ ของประเทศไทยใหม้ ีระดบั ร้อยละ 50 ข้ึนไป
กลยุทธ์
๑. ศึกษา และกำกบั ตดิ ตามการยกระดบั ดัชนกี ารรับรู้การทจุ ริตของประเทศไทย
๒. บูรณาการเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพ่ือ
ยกระดบั ดัชนกี ารรับรู้การทจุ รติ ของประเทศไทย
• การสง่ เสริมคุณธรรม จริยธรรม เพอื่ ป้องกนั การทจุ ริต
➢ คุณธรรมพ้ืนฐาน ๘ ประการของกระทรวงศกึ ษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายที่จะเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรม
นำความรู้ สรา้ งความตระหนกั และปลูกจติ สำนกึ ในคุณค่าของปรชั ญาพอเพยี ง ความสมานฉนั ท์ สันติวิธี
วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรูท้ ี่เช่ือมโยงความร่วมมอื
ของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนาและสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มี
ความรู้และอยู่ดีมีสุข โดยกำหนดคุณธรรมพืน้ ฐาน ๘ ประการ เพื่อแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิด
จติ สำนึกทด่ี ใี นการประพฤติปฏิบตั ติ น ประกอบด้วย
คุณธรรมพื้นฐาน ๘ ประการ พฤตกิ รรมบง่ ชี้
(การแสดงออกด้านคุณธรรม จริยธรรมของผเู้ รยี น)
๑. ขยนั
หมายถึง ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าท่ี ๑.๑ ต้ังใจทำอย่างจริงจัง ต่อเนอ่ื งในเรอื่ งท่ถี กู ที่ควร
การงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ อดทน ไม่ ๑.๒ สู้งาน มคี วามพยายาม ไม่ท้อถอย กล้าเผชญิ
ท้อถอยเมื่อพบอุปสรรค ความขยันต้องควบคู่ อปุ สรรค
กับการใช้ปัญญา แก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จ
ตามความม่งุ หมาย
๒. ประหยัด
หมายถึง การรู้จักเก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สนิ ๒.๑ ดำเนนิ ชีวิตเรียบง่าย รจู้ ักฐานะการเงินของตน
สิ่งของให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย คิดกอ่ นใช้ คดิ กอ่ นซื้อ
ฟุ้งเฟ้อ ๒.๒ เก็บออม ถนอมใช้ทรพั ย์สนิ สิ่งของอย่างคมุ้ ค่า
๒.๓ ทำบัญชีรายรับ-รายจา่ ยของตนเองอยู่เสมอ
แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา 11
คณุ ธรรมพ้นื ฐาน ๘ ประการ พฤตกิ รรมบง่ ช้ี
(การแสดงออกดา้ นคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรยี น)
๓. ซอื่ สัตย์
หมายถึง การประพฤติตรง ไม่เอนเอียง ไม่มี ๓.๑ ประพฤติตรง ทงั้ ตอ่ หน้าท่ี ต่อวชิ าชพี
เล่ห์เหลี่ยม มีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึก ๓.๒ ตรงตอ่ เวลา
ลำเอียงหรืออคติ ๓.๓ ไม่ใชเ้ ล่ห์กล คดโกง ทงั้ ทางตรงและทางอ้อม
๓.๔ รับรู้หนา้ ทข่ี องตนเองและปฏบิ ัตอิ ย่างเต็มท่ี
ถูกต้อง
๔. มวี ินัย
หมายถึง การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ๔.๑ ปฏบิ ัตติ นในขอบเขต กฎระเบียบของสถานศึกษา
ข้อบังคับและข้อปฏิบัติ ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเอง สถาบนั /องค์กร/สงั คมและประเทศ
และวนิ ยั ตอ่ สงั คม ๔.๒ ยินดีปฏิบตั ติ ามระเบียบแบบแผน ขอ้ บงั คบั และ
ข้อปฏบิ ตั อิ ย่างเตม็ ใจและตั้งใจ
๕. สุภาพ
หมายถึง ความเรยี บร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม ๕.๑ อ่อนน้อมถอ่ มตนตามสถานภาพและกาลเทศะ
มีกิริยามารยาททีด่ ีงาม มีสัมมาคารวะ ๕.๒ ไม่ก้าวรา้ ว รุนแรง วางอำนาจขม่ ผู้อ่ืน ท้งั โดย
วาจาและทา่ ทาง
๕.๓ มั่นใจในตนเอง มมี ารยาท วางตนเหมาะสมตาม
วัฒนธรรมไทย
๖. สะอาด
หมายถึง ปราศจากความมัวหมอง ทั้งกาย ๖.๑ รกั ษารา่ งกาย ที่อยู่อาศยั ส่งิ แวดลอ้ มถกู ตอ้ งตาม
ใจและสภาพแวดล้อม ความผ่องใส เป็นที่ สขุ ลักษณะ
เจรญิ ตา ทำให้เกดิ ความสบายใจแกผ่ พู้ บเหน็ ๖.๒ ฝกึ ฝนจิตใจมิให้ขุ่นมัว มีความแจ่มใสอยู่เสมอ
๗. สามคั คี
หมายถึง ความพร้อมเพรยี งกนั ความกลมเกลียว ๗.๑ เปดิ ใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของผอู้ นื่
กัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้ ๗.๒ รูบ้ ทบาทของตน ท้งั ในฐานะผู้นำและผตู้ ามท่ีดี
บรรลุผลตามที่ต้องการ เกิดงานการอย่าง ๗.๓ มงุ่ มน่ั ต่อการรวมพลัง ช่วยเหลอื เกอ้ื กูลกนั เพ่อื ให้
สรา้ งสรรค์ ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่เอารัด การงานสำเรจ็ ลลุ ่วง
เอาเปรียบกัน เป็นการยอมรับความมีเหตุผล ๗.๔ แกป้ ญั หาและขจดั ความขัดแย้งได้ มเี หตผุ ล
ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ยอมรบั ความแตกต่างหลากหลายทางวฒั นธรรม
ความหลากหลายในเรื่องเชือ้ ชาติ ความคิด ความเชื่อ พรอ้ มทจี่ ะปรับตวั เพอ่ื อยู่
รว่ มกันอย่างสนั ติ
12 แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกนั การทจุ ริตด้านอาชีวศึกษา
คุณธรรมพน้ื ฐาน ๘ ประการ พฤตกิ รรมบง่ ช้ี
(การแสดงออกดา้ นคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรยี น)
๘. มนี ้ำใจ
หมายถึง ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเอง ๘.๑ เปน็ ผใู้ หแ้ ละผูอ้ าสาชว่ ยเหลอื สังคม รู้จกั แบ่งปนั
หรือเรื่องของตัวเอง แต่เห็นอกเห็นใจ เห็น เสียสละความสุขส่วนตน เพอ่ื ทำประโยชน์แกผ่ อู้ ่ืน
คุณค่าในเพื่อนมนุษย์ มีความเอ้ืออาทร เอาใจใส่ ๘.๒ เข้าใจ เหน็ ใจผ้ทู ่ีมคี วามเดอื ดรอ้ น อาสาชว่ ยเหลือ
ให้ความสนใจในความต้องการ ความจำเป็น สงั คมด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมอื ปฏิบัตกิ าร
ความทุกข์สขุ ของผู้อน่ื และพร้อมที่จะใหค้ วาม เพื่อบรรเทาปญั หาหรือรว่ มสร้างสรรคส์ งิ่ ดีงามให้
ชว่ ยเหลอื เกื้อกลู กันและกนั เกิดขน้ึ ในชุมชน
➢ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมและคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ของผู้สำเรจ็ การศึกษา
ตามระดับคณุ วุฒอิ าชวี ศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต
แหง่ ชาตไิ ด้จดั ทำรายการคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มและคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงคข์ องผู้สำเร็จการศึกษา
ตามระดับคณุ วุฒอิ าชวี ศกึ ษา พร้อมทั้งพฤตกิ รรมบง่ ชก้ี ารแสดงออกดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมของนักเรียน
นักศึกษา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยพัฒนามาจากรายการคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะที่พึง
ประสงคข์ องผสู้ ำเร็จการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบดว้ ย
คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม พฤติกรรมบ่งชี้
และคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (การแสดงออกดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมของผเู้ รยี น)
๑. รับผิดชอบ
หมายถึง การยอมรบั ผลการกระทำของตนเอง ๑.๑ ปฏิบัตงิ านตามทม่ี อบหมายสำเร็จตามทก่ี ำหนด
ทั้งในสิ่งที่ดีและไม่ดี และสามารถควบคุม ๑.๒ ปฏบิ ตั ิงานโดยคำนงึ ถงึ ความปลอดภยั ต่อตนเอง
ตนเองได้ มีความมุ่งมั่นและเพียรพยายามใน และผู้อ่ืน
การเร ียนและการปฏ ิบ ัติงานให ้บรรลุ ๑.๓ ยอมรับผลการกระทำของตนเอง
วัตถุประสงค์ ทันกำหนดเวลา มีการวาง
แผนการปฏิบัติงาน การใช้เวลาอย่างมีระบบ
และเหมาะสม ตลอดทั้งการปฏิบัติอย่าง
ครบถ้วน โดยคำนึงความปลอดภัยต่อตนเอง
ผูอ้ ่ืนและสงั คม
แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกันการทจุ ริตด้านอาชวี ศกึ ษา 13
คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม พฤติกรรมบง่ ชี้
และคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (การแสดงออกด้านคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรยี น)
๒. ขยนั
หมายถึง ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าท่ี ๒.๑ ศึกษาคน้ คว้า แสวงหาความรูใ้ หม่ ๆ ด้วยตนเอง
การงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ อดทน ไม่ ๒.๒ แสวงหาประสบการณ์เพอื่ พัฒนาการปฏบิ ตั งิ าน
ทอ้ ถอยเมื่อพบอุปสรรค ความขยันต้องปฏิบัติ อาชพี
ควบคู่กับการใชส้ ติปญั ญาแก้ปัญหา และหรือ ๒.๓ ตัง้ ใจทำหนา้ ที่การงานอย่างตอ่ เนอื่ งจนเกิด
พัฒนาสง่ิ ใหม่ ๆ จนเกิดผลสำเรจ็ ตามความ ม่งุ ผลสำเร็จ
หมาย ๒.๔ คิดรเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์สงิ่ ใหม่ ๆ ทีเ่ ปน็ ประโยชนต์ ่อ
ตนเองและสังคม
๒.๕ มคี วามคดิ หลากหลายในการแกป้ ญั หา
๓. ประหยดั
หมายถึง การรู้จักเก็บออมถนอมใช้ทรัพย์สิน ๓.๑ ใชว้ ัสดถุ ูกต้อง พอเพียงและเหมาะสมกับงาน
สิ่งของแต่พอควร พอประมาณ ให้เกิดประโยชน์ ๓.๒ ปิดน้ำ ปิดไฟทุกครง้ั เมือ่ เลกิ ใช้
ค้มุ คา่ ไมฟ่ ุม่ เฟอื ย ฟุ้งเฟอ้ ๓.๓ เกบ็ ออม ถนอมใช้ทรพั ยส์ ิน สง่ิ ของให้เกดิ
ประโยชน์คมุ้ คา่
๓.๔ ดำเนินชีวิตเรยี บง่ายตามสถานภาพของตน
๔. ซอื่ สตั ยส์ ุจริต
หมายถึง ความประพฤติที่ตรงและจริงใจ ท้ัง ๔.๑ ประพฤติตรง ท้งั ต่อหนา้ ท่ีและตอ่ วิชาชีพ
ตอ่ หนา้ ท่ีและวิชาชีพ ไมค่ ิดคดทรยศ ไมค่ ดโกง ๔.๒ ไม่โกหก
ไม่หลอกลวง ไม่เอนเอียง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ๔.๓ ไมล่ กั ขโมย
ปลอดจากความรสู้ ึกลำเอียงหรอื อคติ ๔.๔ ไม่ทุจริตในการสอบ
๔.๕ ไมน่ ำผลงานของผู้อื่นมาแอบอ้างเปน็ ของตนเอง
ท้งั ด้านวิชาการและวิชาชีพ
๔.๖ ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่และรักษาประโยชนข์ ององค์กร
๔.๗ ไมเ่ พิกเฉยตอ่ สง่ิ ทีไ่ ดร้ ับรแู้ ละการกระทำ
ท่ไี มถ่ ูกตอ้ ง
๕. จติ อาสา
หมายถึง การมีจิตใจเป็นผู้ให้ มีน้ำใจ เห็นอก ๕.๑ ช่วยเหลอื ผ้อู น่ื ด้วยกำลงั แรงกายและสตปิ ญั ญา
เห็นใจเพื่อนมนุษย์ เอื้ออาทร ช่วยเหลือด้วย ๕.๒ อุทิศตนเพอ่ื ประโยชน์ตอ่ สงั คมและสว่ นรวม
กำลังแรงกาย สติปัญญา และเสียสละเพ่ือ ๕.๓ แบ่งปนั เสียสละความสขุ ส่วนตน เพื่อทำ
ส่วนรวม ประโยชน์แกผ่ อู้ ื่น
๕.๔ อาสาช่วยเหลอื งานครอู าจารย์
14 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกนั การทุจรติ ดา้ นอาชีวศึกษา
คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม พฤตกิ รรมบ่งช้ี
และคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ (การแสดงออกด้านคณุ ธรรม จริยธรรมของผู้เรยี น)
๖. สามัคคี
หมายถึง ความพร้อมเพรียงกัน ความกลม ๖.๑ รว่ มมอื ในการทำงานด้วยความกลมเกลยี วและ
เกลยี ว ความปรองดองกัน รว่ มใจกนั ปฏิบตั ิงานให้ ปรองดอง
บรรลุผลตามที่ต้องการ เกิดการงานอย่าง ๖.๒ รบั ฟังความคดิ เห็นของผ้อู นื่
สร้างสรรค์ ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่เอารัด ๖.๓ ปฏิบัติตนตามบทบาทผนู้ ำและผู้ตามที่ดี
เอาเปรียบกัน เป็นการยอมรับความมีเหตุผล ๖.๔ ยอมรบั ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม ความคดิ
ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความเช่อื ที่หลากหลาย พร้อมท่ีจะปรบั ตวั เพอ่ื อยู่
ความหลากหลายในเรื่องเชือ้ ชาติ ร่วมกนั อยา่ งสนั ติ
๖.๕ ไม่ทะเลาะววิ าท
๗. มวี นิ ยั
หมายถึง การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ๗.๑ ปฏิบัติตามกฎ ระเบยี บ ข้อบงั คับของสถานศึกษา
ข้อบังคับและข้อปฏิบัติ ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเอง และสงั คม
และวินัยตอ่ สถานศกึ ษา สถาบนั องคก์ ร สังคม ๗.๒ ปฏบิ ัติตามกตกิ าและมารยาทของสังคม
และประเทศ ๗.๓ ประพฤตติ นตามหลกั ศีลธรรมอนั ดงี าม
๗.๔ ประพฤติตนตรงต่อเวลา
๘. สะอาด
หมายถึง การปราศจากความมัวหมองทั้ง ๘.๑ คิดดี พดู ดี ทำดี
กาย ใจและสภาพแวดล้อม ความผ่องใส ๘.๒ รกั ษาสุขภาพร่างกายตามหลักสุขอนามัย
เปน็ ทเ่ี จริญตา ทำให้เกดิ ความสบายใจแก่ผู้ ๘.๓ รักษาทีอ่ ยูอ่ าศยั สิ่งแวดลอ้ มตามสุขลักษณะที่
พบเหน็ ดี
๙. สุภาพ
หมายถึง ความเรียบร้อย อ่อนโยนละมุน ๙.๑ ประพฤตติ นสุภาพ เรียบร้อย ออ่ นนอ้ ม ถอ่ มตน
ละมอ่ ม มกี รยิ ามารยาททด่ี งี าม มสี ัมมาคารวะ ตามสถานภาพและกาลเทศะ
และสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่าง ๙.๒ ประพฤตติ นเหมาะสมตามมารยาทของวัฒนธรรม
บุคคล ไทย
๙.๓ ไม่ประพฤตกิ า้ วรา้ วรุนแรง วางอำนาจข่มผ้อู ืน่ ทัง้
โดยวาจาและท่าทาง
๙.๔ ควบคุมกรยิ ามารยาทในสถานการณท์ ไี่ ม่พงึ
ประสงค์
๙.๕ แสดงสมั มาคารวะตอ่ ครู อาจารยอ์ ย่างสมำ่ เสมอ
ทัง้ ต่อหน้าและลบั หลัง
๙.๖ แสดงความมมี นุษยสมั พันธ์
แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกนั การทุจริตดา้ นอาชีวศกึ ษา 15
คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม พฤตกิ รรมบ่งชี้
และคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ (การแสดงออกด้านคุณธรรม จริยธรรมของผเู้ รียน)
๑๐. ละเวน้ อบายมุข
หมายถึง การประพฤติตนเพื่อหลีกเลี่ยง ๑๐.๑ ไมเ่ สพส่ิงเสพติดและของมนึ เมา
หนทางแหง่ ความเสอื่ ม ๑๐.๒ ไมเ่ ล่นการพนัน
๑๐.๓ หลกี เล่ียงการเขา้ ไปอยูใ่ นแหล่งมั่วสุม
➢ คา่ นิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยหน่วยศึกษานิเทศก์ ได้จัดทำแนวทางการประเมิน
พฤติกรรมผู้เรียนอาชีวศึกษา ตามค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ พร้อมพฤติกรรมบ่งชี้และเกณฑ์
การประเมิน เพือ่ ให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาและสถาบันใช้เปน็ แนวทางในการพฒั นาผู้เรียนและประเมินผู้สำเร็จ
การอาชีวศึกษาด้านคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ ขณะทำการสอน ขณะผ้เู รียนปฏิบตั ิงานมอบหมาย หรือพิจารณา
จากผลงานของผู้เรียน รวมทั้งสามารถใช้เป็นเกณฑ์การประเมินพฤติกรรมผู้เรียนในการเข้าร่วมและปฏิบัติ
กิจกรรมตา่ งๆ ของสถานศึกษา ประกอบด้วย
คา่ นิยมหลกั ๑๒ ประการ พฤติกรรมบง่ ชี้
(การแสดงออกด้านคณุ ธรรม จริยธรรมของผู้เรยี น)
๑. มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
หมายถึง การประพฤติตนที่แสดงถึงการเป็น ๑.๑ รว่ มกจิ กรรมเข้าแถวยืนตรงเคารพธงชาติ
พลเมืองที่ดีด้วยความสำนึก ความภาคภูมิใจ ร้องเพลงชาติ
ในเอกราชและความเสียสละของบรรพบุรุษไทย ๑.๒ ร่วมกจิ กรรมวันสำคญั ทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื
ปฏบิ ตั ิตามหลักศาสนาท่ีตนนบั ถอื และจงรักภักดี ๑.๓ ร่วมกิจกรรมวันสำคัญที่เก่ยี วกบั การเทิดทนู
ต่อสถาบนั พระมหากษตั ริย์ สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์
๒. ซือ่ สตั ย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณใ์ นสิง่ ท่ี
ดีงามเพื่อสว่ นรวม
หมายถึง การประพฤติตนตามความเป็นจริงที่ ๒.๑ ประพฤติปฏิบตั ิตนตามความเป็นจริงท่ีแสดงถงึ
แสดงถึงการยึดมั่นในความถูกต้อง ยอมรับผล การยึดมนั่ ในความถูกต้อง ยอมรับผลการ
การกระทำของตนเองและผู้อื่น รู้จักควบคุม กระทำของตนเองและผูอ้ ื่น
ตนเองเมื่อประสบความยากลำบากและไม่ก่อ ๒.๒ เสียสละกำลังกาย ทรัพย์ สติปญั ญาในการ
ใหเ้ กดิ ความเสยี หาย ช่วยเหลือผู้อืน่ และสังคม
๒.๓ ควบคมุ ตนเองเมอ่ื ประสบความยาก ลำบาก
และไมก่ อ่ ให้เกิดความเสียหาย
16 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตดา้ นอาชวี ศึกษา
คา่ นิยมหลัก ๑๒ ประการ พฤติกรรมบ่งช้ี
(การแสดงออกดา้ นคุณธรรม จริยธรรมของผเู้ รียน)
๓. กตัญญูต่อพอ่ แม่ ผู้ปกครอง ครบู าอาจารย์
หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตนที่แสดงถึงการ ๓.๑ รู้จักบญุ คณุ พอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครูบา-อาจารย์
รู้จักบุญคุณและการตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ และผู้มพี ระคณุ
ผู้ปกครอง ครบู าอาจารย์และผ้มู ีพระคุณ ๓.๒ เอาใจใส่ ดูแล ช่วยเหลือภารกิจการงาน ปฏบิ ตั ิ
ตนตามคำสงั่ สอนทถ่ี ูกต้องและเหมาะสม
๓.๓ ตอบแทนบุญคณุ ของพอ่ แม่ ผูป้ กครอง
ครูบาอาจารยแ์ ละผู้มีพระคณุ
๔. ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศึกษาเล่าเรยี นทงั้ ทางตรง ๔.๑ แสวงหาความรู้ทัง้ ทางตรงและทางอ้อม
และทางออ้ ม หมายถงึ การประพฤติปฏบิ ตั ติ น ๔.๒ มุ่งม่นั ตัง้ ใจเพียรพยายามในการศึกษาและ
ทีแ่ สดงถึงการแสวงหาความรูท้ ้งั ทางตรงและ ปฏิบัตงิ าน
ทางอ้อมอยา่ งสมำ่ เสมอ ดว้ ยความมุ่งมน่ั ตัง้ ใจ ๔.๓ แกป้ ัญหาและพัฒนาส่ิงใหม่ ๆ จนบรรลุ
เพยี รพยายาม ในการศกึ ษาและปฏิบัตงิ าน ใช้ ผลสำเรจ็
สตปิ ญั ญาในการแกป้ ัญหาและพัฒนาส่ิงใหม่ ๆ
จนบรรลผุ ลสำเร็จ
๕. รักษาวฒั นธรรม ประเพณีไทยอันงดงาม
หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตนที่แสดงให้เห็น ๕.๑ เขา้ ร่วมโครงการหรอื กิจกรรมท่ีเป็นไทย
คุณค่า ความสำคัญ ภาคภูมิใจ อนุรักษ์ สืบทอด ๕.๒ ภาคภมู ใิ จในความเปน็ ไทย
วฒั นธรรมและประเพณไี ทยอันดีงาม ๕.๓ อนรุ ักษ์ สบื ทอดวฒั นธรรมและประเพณไี ทย
อันดงี าม
๖. มศี ีลธรรม รกั ษาความสัตย์ หวังดีตอ่ ผูอ้ ื่น
เผ่อื แผแ่ ละแบง่ ปัน
หมายถงึ การประพฤติตนโดยยึดม่ันในคำสัญญา ๖.๑ ประพฤติตนตามหลักศีลธรรมอันดงี าม
มีจิตใจโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่ทำได้ ๖.๒ ปฏิบตั โิ ดยยึดตามกตกิ า ข้อตกลง/กฎ/ระเบียบ
ทั้งกำลังทรัพย์ กำลังกายและกำลงั สติปัญญา ของสถานศกึ ษา
๖.๓ หวงั ดโี อบออ้ มอารี ช่วยเหลือผู้อืน่ ตามโอกาส
๖.๔ ให้ แบ่งปัน เออื้ เฟือ้ และชว่ ยเหลอื ผ้อู น่ื
๗. เขา้ ใจ เรยี นรูก้ ารเปน็ ประชาธิปไตย อันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ ที่ถกู ตอ้ ง
หมายถึง การแสดงออกถึงการมีความรู้ ความ ๗.๑ เข้ารว่ มกิจกรรมเก่ยี วกับประชาธปิ ไตยอนั มี
เขา้ ใจ ประพฤติ ปฏิบตั ติ นตามหน้าที่และสิทธิของ พระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข
ตนเอง เคารพในสิทธิของผู้อื่น ภายใต้การปกครอง ๗.๒ เคารพสิทธิของผ้อู นื่
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ๗.๓ ปฏบิ ตั ติ นตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมี
ทรงเปน็ ประมขุ พระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ
,
แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกันการทุจริตด้านอาชีวศกึ ษา 17
ค่านยิ มหลัก ๑๒ ประการ พฤติกรรมบ่งชี้
(การแสดงออกด้านคุณธรรม จริยธรรมของผเู้ รยี น)
๘. มีระเบียบ วนิ ยั เคารพกฎหมาย ผู้นอ้ ยรจู้ กั
เคารพผใู้ หญ่
หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตนตามข้อตกลง ๘.๑ ตรงตอ่ เวลา
กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับ และกฎหมายไทย ๘.๒ ประพฤตติ รงตามคำส่งั หรือข้อบงั คับของ
มีความเคารพและนอบน้อมตอ่ ผู้ใหญ่ สถานศึกษา
๘.๓ เคารพและนอบนอ้ มตอ่ ผู้ใหญ่
๙. มสี ติ รตู้ ัว ร้คู ิด ร้ทู ำ รู้ปฏิบัติตามพระราช
ดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตนอย่างมีสติ รู้ตัว ๙.๑ คดิ ดี พดู ดี ทำดี
รู้คิด รู้ทำอย่างรอบคอบ ถูกต้อง เหมาะสม และ ๙.๒ สภุ าพ เรยี บร้อย ออ่ นนอ้ มถ่อมตนตาม
น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ สถานภาพและกาลเทศะ
พระเจ้าอยูห่ ัว รัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักปฏิบัติใน ๙.๓ รอบคอบเหมาะสมกบั วัย สถานการณแ์ ละ
การดำเนนิ ชวี ติ บทบาทของตนเองตามแนวพระราชดำรัสฯ
๑๐. ร้จู ักดำรงตนอยู่โดยใช้หลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงตามพระราชดำรสั ของ
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ล
อดลุ ยเดช ร้จู กั อดออมไวใ้ ช้เมอื่ ยามจำเปน็
มไี ว้พอกนิ พอใช้ ถา้ เหลือก็แจกจา่ ย
จำหน่ายและพร้อมทจี่ ะขยายกิจการเมื่อมี
ความพร้อม เมือ่ มภี ูมคิ ุ้มกนั ทด่ี ี ๑๐.๑ ใช้วัสดุถกู ต้อง พอเพยี งและเหมาะสมกบั
งาน
หมายถึง การดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มี ๑๐.๒ เก็บออมถนอมใชท้ รัพยส์ นิ ส่ิงของให้เกดิ
เหตผุ ล มีภมู ิคุ้มกนั ในตัวทด่ี ี มีความรู้ มีคุณธรรม
และปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ประโยชน์ค้มุ คา่
ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทร ๑๐.๓ ปฏิบัตงิ านตามทไ่ี ด้รับมอบหมายสำเรจ็ ตาม
มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร
กำหนด โดยคำนึงถงึ ความปลอดภัยของ
ตนเองและผ้อู ่นื
18 แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การป้องกันการทุจรติ ด้านอาชวี ศกึ ษา
คา่ นยิ มหลกั ๑๒ ประการ พฤติกรรมบ่งช้ี
(การแสดงออกดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมของผูเ้ รียน)
๑๑. มีความเข้มแข็งทั้งรา่ งกายและจติ ใจ ไม่ยอม
แพต้ ่ออำนาจฝา่ ยตำ่ หรอื กิเลส มคี วาม
ละอาย เกรงกลวั ต่อบาปตามหลักของ
ศาสนา
หมายถึง การปฏิบัติให้มีร่างกายสมบูรณ์ ๑๑.๑ ดูแล รกั ษาสขุ ภาพรา่ งกายตามสขุ อนามัย
แขง็ แรง ปราศจากโรคภัย และมีจิตใจทเ่ี ขม้ แข็ง ๑๑.๒ ไม่เกย่ี วข้องกบั อบายมขุ
มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ไม่กระทำ ๑๑.๓ ไม่นำทรพั ยส์ นิ ของผ้อู ื่นมาเป็นของตนเอง
ความชั่วใด ๆ ยึดมั่นในการทำความดีตามหลัก ๑๑.๔ หลีกเลีย่ งแหลง่ มั่วสมุ
ศาสนา
๑๒. คำนงึ ถึงผลประโยชนข์ องสว่ นรวมและของ ๑๒.๑ มีจติ อาสา อุทิศตนเพ่อื ประโยชนต์ ่อสงั คม
และส่วนรวม
ชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตนและให้ความ ๑๒.๒ เสยี สละความสุขสว่ นตนเพื่อทำประโยชน์แก่
ผอู้ ่นื
ร่วมมือในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
และประเทศชาติ ยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตน
เพือ่ รกั ษาประโยชนข์ องสว่ นรวม
➢ พระบรมราโชบายด้านการศกึ ษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยหนว่ ยศกึ ษานเิ ทศก์ ได้นอ้ มนําแนวพระราชดาํ ริ สืบสานพระ
ราชปณธิ านและพระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดีศรีสินทรม
หาวชิราลงกรณ พระวชิรเกลา้ เจ้าอยู่หัว มาขบั เคลอ่ื นงานดา้ นการศึกษาให้เกดิ เปน็ รูปธรรม
ประกอบด้วย
การศกึ ษาต้องมงุ่ สรา้ งพื้นฐานใหแ้ ก่ผู้เรยี น ๔ ด้าน
๑. มที ศั นคตทิ ่ีถูกตอ้ งตอ่ บ้านเมอื ง
๒. มีพืน้ ฐานชีวติ ทมี่ ั่นคง – มีคุณธรรม
๓. มงี านทำ – มีอาชพี
๔. เปน็ พลเมืองท่ดี ี
๑. มีทัศนคติท่ีถกู ต้องตอ่ บ้านเมอื ง ประกอบดว้ ย
๑. ความรู้ความเข้าใจต่อชาติบ้านเมือง
๒. ยดึ ม่นั ในศาสนา
๓. มน่ั คงในสถาบันกษัตริย์
แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ ริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา 19
๔. มีความเอ้ืออาทรตอ่ ครอบครัวและ ชุมชนของตน
๒. มพี ื้นฐานชวี ติ ที่ม่นั คง – มคี ณุ ธรรม
๑. รู้จักแยกแยะสิง่ ท่ผี ิด – ชอบ / ชั่ว – ดี
๒. ปฏิบัตแิ ตส่ ิง่ ที่ชอบ สง่ิ ที่ดงี าม
๓. ปฏิเสธส่ิงทผี่ ดิ สิง่ ท่ชี ่วั
๔. ชว่ ยกันสรา้ งคนดีให้แก่บา้ นเมอื ง
๓. มีงานทำ – มีอาชพี
๑. การเลีย้ งดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝกึ ฝนอบรมในสถานศึกษาตอ้ งมุ่งให้เด็ก
และเยาวชน รักงาน สูง้ าน ทำจนงานสำเร็จ
๒. การฝึกฝนอมรมทั้งในหลักสูตร และนอกหลักสูตรต้องมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียน
ทำงานเป็นและมีงานทำในทส่ี ุด
๓. ต้องสนับสนุนผู้สำเร็จหลักสูตร มีอาชีพ มีงานทำ จนสามารถเล้ียงตนเอง และ
ครอบครวั
๔. เป็นพลเมอื งท่ดี ี
๑. การเป็นพลเมืองดี เปน็ หนา้ ทขี่ องทกุ คน
๒. ครอบครัว – สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องส่งเสริมให้ทุกคนมี
โอกาสทำหนา้ ที่ เป็นพลเมอื งดี
๓. การเป็นพลเมืองดี คือ “เห็นอะไรที่จะ ทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ” เช่นงาน
อาสาสมคั ร งานบำเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกุศลใหท้ ำดว้ ย ความมีน้ำใจ และความเออื้ อาทร
• นยิ ามศพั ท์ทีเ่ ก่ียวข้อง
คุณธรรม (Virtue) หมายถงึ สภาพคุณงามความดี ความดีงามที่ถกู ปลกู ฝงั ข้นึ ในจิตใจจนเกดิ
จิตสำนึกทีด่ ี
จริยธรรม (Moral or Morality or Ethics) หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ความ
ประพฤติหรือสง่ิ ดีงามท่พี ึงปฏบิ ตั เิ พ่ือใหเ้ ป็นท่ียอมรบั ของสังคม
คุณธรรม จริยธรรม (Moral virtue) หมายถึง สภาพคุณงามความดีทีป่ ระพฤตปิ ฏบิ ัติหรือ
หน้าทท่ี ีค่ วรปฏิบัตใิ นการครองชีวิต หรือคุณธรรมตามกรอบจริยธรรม
ธรรมาภิบาล (Good Governance) หมายถึง การปกครองและบริหารบนพื้นฐานของ
หลกั ธรรม ความดี ความถูกตอ้ ง
ศีลธรรม (Scruple) คือ การไม่ละเมิดต่อสิ่งที่จะเป็นเหตุทำลายความดีงามแห่งคุณธรรม
จรยิ ธรรมให้เสือ่ มลง
20 แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการป้องกันการทุจรติ ดา้ นอาชีวศกึ ษา
ค่านิยม (Values) หมายถึง ความชอบในสิ่งต่าง ๆ ของบุคคล ที่เห็นว่ามีคุณค่าในการ
ดำเนินชีวิต และเป็นจุดหมายปลายทางของการดำเนินชีวิต หรือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็นว่ามีคุณค่า
น่ายกย่องและยดึ ถือปฏิบตั ใิ นการดำเนินชีวิต
คุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (Desirable Characteristics) หมายถึง คณุ สมบัตหิ รือพฤติกรรม
ท่ีนักเรียน นักศึกษาในสถานศกึ ษาพึงมีและปฏิบัตใิ นการดำเนินชีวติ
พอเพียง (Sufficient) หมายถึง ความพอดีในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้
คนเราสามารถพึง่ ตนเองและดำเนินชวี ติ ไปได้อยา่ งมีศกั ดิ์ศรีและมคี วามเป็นอสิ ระ ประกอบดว้ ย ๓ คณุ ลกั ษณะ
คือ ๑) ความพอประมาณ ซึ่งหมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียน
ตนเองและผู้อื่น ๒) ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้อง
เปน็ ไปอย่างมเี หตผุ ล โดยพจิ ารณาจากเหตุปจั จัยท่เี กี่ยวข้อง ตลอดจนคำนงึ ถึงผลทค่ี าดว่าจะเกิดข้ึนจาก
การกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ และ ๓) การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรบั
ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์
ตา่ ง ๆ ทคี่ าดว่าจะเกิดข้นึ ในอนาคตทั้งใกลแ้ ละไกล
วินัย (Discipline) หมายถึง ระเบยี บ กฎเกณฑ์ ขอ้ บงั คบั สำหรบั ควบคมุ ความประพฤติทาง
กาย วาจา ของคนในสังคมให้เรียบร้อยดีงาม เป็นแบบแผน อันหนึ่งอันเดียวกัน จะได้อยู่ร่วมกันด้วย
ความสุขสบาย ไมก่ ระทบกระทง่ั ซงึ่ กันและกัน
สจุ ริต (Honest) หมายถงึ ประพฤติชอบ ประพฤตใิ นทางที่ถกู ต้อง
จติ อาสา (Volunteer Spirit) หมายถึง จติ แหง่ การให้ความดีงามท้ังปวงแก่เพือ่ นมนุษย์ โดย
เต็มใจ สมัครใจ อิ่มใจ ซาบซึ้งใจ ปีติสุข ที่พร้อมจะเสียสละเวลา แรงกายและสติปัญญาเพ่ือ
สาธารณประโยชน์ ในการทำกิจกรรมหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน และมี
ความสขุ ท่ไี ด้ชว่ ยเหลือผ้อู ่นื
จิตสาธารณะ (Public Consciousness) หมายถึง การตระหนักรู้และคำนึงถึงส่วนรวม
รว่ มกนั หรือคำนึงถงึ ผู้อ่ืนทร่ี ว่ มสมั พนั ธเ์ ปน็ กลมุ่ เดยี วกัน
ทุจรติ (Corruption) มผี ใู้ ห้นิยามดงั นี้
“ทุจริต” หมายถึง ความประพฤติชั่ว คดโกง ฉ้อโกง (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. ๒๕๔๒)
“ทจุ ริต” หมายถงึ การแสวงหาประโยชนท์ ม่ี ิควรได้โดยชอบดว้ ยกฎหมายสำหรับตนเองหรือ
ผอู้ ื่น (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๑))
“ทุจรติ ตอ่ หนา้ ท่”ี หมายถงึ การปฏบิ ตั ิหรอื ละเว้นการปฏิบัติอยา่ งใดในตำแหน่งหรือหน้าท่ี
หรอื ปฏิบตั ิ หรอื ละเว้นการปฏิบัติอยา่ งใดในพฤติการณ์ทอี่ าจทำให้ผอู้ ืน่ เชอ่ื วา่ มีตำแหนง่ หรือหน้าที่ ทั้งที่
ตนมไิ ด้มตี ำแหน่งหรือหน้าที่นน้ั หรอื ใชอ้ ำนาจในตำแหนง่ หรือหน้าที่ ท้ังนี้ เพ่อื แสวงหาประโยชน์ที่มิควร
ได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น (พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและ
ปราบปรามการทุจรติ พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๔)
แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ ริตด้านอาชีวศึกษา 21
“ทุจรติ ” โดยสรุปหมายถึง การคดโกง ไมซ่ ื่อสตั ยส์ ุจรติ การกระทำท่ีผิดกฎหมาย เพอื่ ให้เกิด
ความได้เปรียบในการแข่งขัน การใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดเพื่อแสวงหาประโยชน์หรือให้ได้รับสิ่ง
ตอบแทน การให้หรือการรับสินบน การกำหนดนโยบายที่เอ้ือประโยชน์แกต่ นหรอื พวกพ้อง รวมถึงการ
ทุจรติ เชงิ นโยบาย
• แนวทางการสง่ เสรมิ การเรยี นร้ดู ้านการป้องกันการทจุ ริต
สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกบั อนุกรรมการจดั ทำหลกั สูตรหรอื ชุดการเรยี นรู้และสื่อประกอบการ
เรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริต ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนของหนว่ ยงานการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท
และหนว่ ยงานที่เก่ยี วข้อง ไดร้ ่วมกันจัดทำหลักสูตรหรอื ชุดการเรียนและสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการ
ป้องกันการทุจริต ประกอบด้วย กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษาตอนตน้
ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) กลุ่มการศึกษา
อุดมศกึ ษา กลมุ่ การศกึ ษาในส่วนทหารและตำรวจ กล่มุ วิทยากร ป.ป.ช. บคุ ลากรภาครัฐและรัฐวสิ าหกิจ
และกลุ่มโคช้ โดยกำหนดหัวข้อหลักสูตรเปน็ ๔ หัวข้อหลกั คือ ๑) ความไม่ทนและความละอายต่อการ
ทุจริต ๒) สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ๓) ยกระดับดัชนี สร้างพลเมืองดีในสังคม และ ๔) ปราบ
ทุจรติ ดว้ ยจิตพอเพยี ง
สำหรับสำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา มหี น้าท่ีรบั ผดิ ชอบการจัดการศึกษาเพือ่ ผลิต
ผู้สำเร็จการศึกษา ๓ ระดับ คือ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ซึ่งเทียบเท่าการจัดการศึกษาระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชัน้ สูง และระดับปริญญาตรสี ายเทคโนโลยีหรือสาย
ปฏิบตั ิการ ซ่ึงเป็นการจัดการระดบั อดุ มศึกษา จงึ ได้นำหัวข้อหลักสตู รดา้ นการป้องกนั การทุจริตของกลุ่ม
การศึกษาข้นั พ้ืนฐานและกลมุ่ การศึกษาอุดมศกึ ษามาจดั ในรปู ของกจิ กรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริต
ซึ่งสถานศึกษาสามารถนำไปใช้หรือประยุกตใ์ ชโ้ ดยบูรณาการในการจัดการเรียนการสอนรายวชิ าต่าง ๆ
และหรือจดั เปน็ กจิ กรรมเสรมิ หลักสูตรตามบริบทและความพรอ้ มของสถานศกึ ษา ทั้งนี้ โดยได้นำเสนอ
กจิ กรรมพรอ้ มส่อื เสนอแนะ รวม ๔ หนว่ ย คอื
หน่วยท่ี ๑ ปรับพนื้ ฐานความคดิ ตา้ นทุจรติ ส่วนตนและส่วนรวม
1.1 ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ ริต
1.2 การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชน์สว่ นรวม
1.3 Strong: จติ พอเพียงตา้ นทุจรติ
1.4 พลเมอื งกบั ความรบั ผิดชอบต่อการทุจรติ
หน่วยที่ ๒ สรา้ งสังคมทไ่ี ม่ทนตอ่ การทุจรติ
2.1 การขัดเกลาทางสงั คม
2.2 ทักษะการปรบั กระบวนการคดิ
2.3 การมสี ่วนรว่ มของชุมชน
22 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการป้องกันการทจุ รติ ดา้ นอาชวี ศกึ ษา
หน่วยที่ ๓ ยกระดับดัชนี สรา้ งคนดใี นสังคม
3.1 การยกระดับดชั นีการรบั ร้กู ารทุจริต
3.2 การสรา้ งคนดีในสงั คม
หนว่ ยท่ี ๔ ปราบทุจริตดว้ ยจิตพอเพยี ง
๔.1 ปญั หาการทุจรติ ในสังคมไทย
แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกันการทุจริตด้านอาชวี ศึกษา 23
หนว่ ยท่ี
ปรบั พื้นฐานความคิดต้านทุจรติ
ส่วนตนและส่วนรวม
24 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การป้องกนั การทจุ รติ ดา้ นอาชีวศึกษา
กจิ กรรมปอ้ งกันการทจุ รติ
หนว่ ยที่ ๑ ปรับพ้นื ฐานความคิดตา้ นทุจรติ สว่ นตนและส่วนรวม
หลกั การและเหตผุ ล
ปัญหาการทุจริต เป็นปัญหาที่สำคัญทั้งของประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ทำให้เกิด
ความเสื่อมในด้านตา่ ง ๆ เกิดขนึ้ ทัง้ ทางสงั คม เศรษฐกจิ และการเมอื ง นับวันปัญหาดงั กล่าวก็จะรุนแรง
มากขึ้นและมีรปู แบบการทจุ รติ ทซี่ บั ซอ้ นยากแกก่ ารตรวจสอบมากขนึ้
การสรา้ งสังคมที่ไม่ทนต่อการทจุ รติ จงึ จำเป็นต้องมีการปรบั ฐานความคิดทุกช่วงวัยตงั้ แตป่ ฐมวัย
ให้สามารถแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม ส่งเสริมให้มีกระบวนการกลอ่ ม
เกลาทางสังคมเพื่อต้านทุจริต รวมทั้งประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือต้านทุจริต
และท่ีสำคัญคือการเสริมพลังการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อต่อต้านการ
ทุจริต
จดุ ประสงค์
๑. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทุจริต ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต
ตลอดจนความรับผดิ ชอบในการตอ่ ตา้ นการทุจรติ
๒. เพื่อให้สามารถคิด วิเคราะห์ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์
สว่ นรวม พฒั นาตนใหม้ จี ิตพอเพยี ง ยบั ย้งั พฤติกรรมท่ีกอ่ ใหเ้ กิดการทุจริตอยา่ งมสี ติท้ังส่วน
ตนและส่วนรวม
๓. เพ่ือใหต้ ระหนกั และเห็นความสำคัญของการประพฤติปฏิบัติตนมีความซื่อสัตย์สุจริต และ
ไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
เนื้อหาสาระ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต
การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนกับผลประโยชนส์ ่วนรวม
หน่วยย่อยท่ี ๑.๑ Strong : จิตพอเพียงตอ่ ตา้ นการทุจรติ
หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑.๒ พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ การทจุ ริต
หนว่ ยย่อยที่ ๑.๓
หน่วยย่อยที่ ๑.๔
แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การป้องกันการทจุ ริตดา้ นอาชีวศึกษา 25
กจิ กรรมปอ้ งกนั การทจุ ริต
หนว่ ยท่ี ๑ ปรบั พื้นฐานความคดิ ต้านทจุ รติ ส่วนตนและส่วนรวม
หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑.๑ ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ
สาระสำคญั
“ทุจริต” หมายถึง ความประพฤติชั่ว ซึ่งมีทั้งความประพฤติชั่วทางกายหรือกายทุจริต ความ
ประพฤติช่วั ทางวาจาหรอื วจีทจุ ริต และความประพฤติชั่วทางใจหรอื มโนทจุ ริต หากคนเรามคี วามละอาย
ใจตัวเองต่อการทำความชั่วความผิด ต่อการประพฤติทุจริตทั้งหลาย และมีความละอายใจตัวเองที่จะ
ละเวน้ ไม่ทำความดี ปัญหาการทุจริตกจ็ ะลดนอ้ ยลง
จุดประสงค์
1. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั การทุจริต ความละอาย และความไมท่ นต่อการทจุ รติ
2. เพอ่ื ใหส้ ามารถมีสติ และคดิ ยับยั้งพฤตกิ รรมท่กี ่อใหเ้ กดิ การทุจริต
3. เพ่ือใหต้ ระหนักและเห็นความสำคญั ของความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
เนอื้ หาสาระ
• ปญั หาการทจุ รติ ในสงั คม
ปัญหาการทุจริต ถือเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ทำให้เกิด
ความเสอ่ื มในดา้ นตา่ ง ๆ เกดิ ขึน้ ทั้งทางสงั คม เศรษฐกิจและการเมือง ซง่ึ นับวนั ปญั หาดังกลา่ วก็จะรนุ แรง
มากขึ้นและมีรูปแบบการทุจริตที่ซับซ้อนยากแก่การตรวจสอบมากขึ้น จากเดิมที่กระทำเพียงสองฝ่าย
ปจั จบุ นั การทุจรติ จะกระทำกนั หลายฝ่าย ท้งั ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมอื ง เจ้าหน้าท่ีของรัฐ และเอกชน
โดยประกอบด้วยสองส่วนใหญ่ๆ คือ ผู้ให้ผลประโยชน์กับผู้รับผลประโยชน์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายนี้จะมี
ผลประโยชน์ร่วมกัน ตราบใดที่ผลประโยชน์สมเหตุสมผลต่อกนั กจ็ ะนำไปสู่ปัญหาการทุจริตได้ บางครั้ง
ผู้ทีร่ ับผลประโยชน์ก็เปน็ ผูใ้ ห้ประโยชนไ์ ด้เช่นกนั ผู้รับผลประโยชน์อาจเปน็ เจ้าหน้าทขี่ องรัฐ ซ่ึงมีอำนาจ
หน้าทีใ่ นการกระทำและการดำเนินการตา่ ง ๆ และรับประโยชน์ในรปู แบบตา่ ง ๆ ได้แก่ การจัดซ้อื จดั จา้ ง
การเรียกรบั ประโยชนโ์ ดยตรง การกำหนดระเบียบหรือคณุ สมบตั ิที่เออื้ ต่อตนเองและพวกพ้อง ส่วนผู้ให้
ผลประโยชน์ เช่น ภาคเอกชน โดยการเสนอผลตอบแทนในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ เงิน สิทธิพิเศษอื่น ๆ
เพื่อจูงใจให้นักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่ง
หน้าท่ี ซงึ่ การกระทำดังกลา่ วเปน็ การกระทำท่ีฝา่ ฝนื ตอ่ ระเบยี บหรอื ผิดกฎหมาย เป็นต้น
26 แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการป้องกนั การทุจรติ ดา้ นอาชวี ศึกษา
• ความหมายของคำวา่ ทุจรติ และคอร์รปั ชัน
“ทุจริต” หมายถึง ความประพฤตชิ ั่ว ถ้าเป็นความประพฤตชิ ั่วทางกายเรียกว่า กายทุจริต ถ้า
เป็นความประพฤติชั่วทางวาจา เรียกว่า วจีทุจริต ถ้าเป็นความประพฤติชั่วทางใจ เรียกว่า มโนทุจรติ
ส่วนทางกฎหมาย “ทจุ รติ ” หมายถึง การกระทำเพอ่ื แสวงหาประโยชนท์ ่ีมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
สำหรบั ตนเองหรือผ้อู ื่น (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (1))
พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542
มาตรา 4 ให้ความหมายของคำว่า “ทจุ รติ ตอ่ หน้าที่” หมายถงึ การปฏิบัตหิ รือละเวน้ การปฏิบัติอย่างใด
ในตำแหน่งหรอื หนา้ ที่ หรือปฏิบัติหรือละเวน้ การปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชือ่ วา่ มี
ตำแหน่งหรือหน้าที่ ทัง้ ท่ตี นมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าทนี่ นั้ หรอื ใช้อำนาจในตำแหนง่ หรอื หน้าที่ ท้ังนี้ เพื่อ
แสวงหาประโยชน์ทม่ี ิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผอู้ ่นื
นอกจากนี้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ระบุว่า “ทุจริต” หมายถึง
ความประพฤตชิ วั่ คดโกง ฉ้อโกง
“คอร์รัปชัน” หมายถึง การทจุ รติ โดยใชห้ รืออาศัยตำแหน่งหนา้ ท่ีอำนาจและอทิ ธิพลท่ตี นมีอยู่
เพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น การเห็นแก่ญาติพี่น้อง กินสินบน ฉ้อราษฎร์บังหลวง การใช้ระบบ
อปุ ถมั ภ์และความไม่เปน็ ธรรมอื่น ๆ ท่ีบุคคลใดใชเ้ ปน็ เคร่อื งมอื ในการลิดรอนความเป็นธรรม
“ทุจรติ ” และ “คอร์รปั ชนั ” จงึ เหมอื นเป็นคำเดียวกนั โดยคำวา่ “ทุจรติ คอร์รปั ชนั ” หมายถึง
ความประพฤติชั่ว ซึ่งมีทั้งทางกาย วาจาและใจ ซึ่งในประเทศไทยมักมีการกล่าวถึงคำว่าคอร์รัปชัน
มากกวา่ การใช้คำว่าทุจริต โดยการทจุ ริตนีส้ ามารถใชไ้ ดก้ บั ทกุ ท่ีไมว่ า่ จะเปน็ หนว่ ยงานราชการ หนว่ ยงาน
ของเอกชน หากเกิดกรณกี ารยึดเอา ถือเอาซงึ่ ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าสว่ นรวม ไม่คำนึงถงึ ว่าสงิ่ ๆ น้ัน
เปน็ ของของตนเอง หรือเปน็ สิทธทิ ่ีตนเองควรจะได้มาหรอื ไม่แลว้ นน้ั ก็จะเรยี กไดว้ า่ เปน็ การทจุ ริต
สรปุ ได้ว่า “การทุจริต” หมายถงึ การคดโกง ไมซ่ ่ือสตั ยส์ จุ ริต การกระทำที่ผดิ กฎหมาย เพื่อให้
เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน การใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดเพื่อแสวงหาประโยชน์หรือให้ได้รับ
สิ่งตอบแทน การให้หรือการรับสินบน การกำหนดนโยบายที่เอือ้ ประโยชน์แก่ตนหรือพวกพ้อง รวมถึง
การทจุ ริตเชิงนโยบาย
• ความไม่ทนต่อการทุจริตหรอื การกระทำทีไ่ มถ่ กู ตอ้ ง
“ความอดทน” หมายถึง การรู้จักรอคอยและคาดหวัง เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมั่นคง
แน่วแนต่ อ่ สงิ่ ท่รี อคอยหรือสงิ่ ท่จี ูงใจให้กระทำในสิง่ ท่ไี มด่ ี
“ความไม่ทน” หมายถึง ไม่อดกลั้น ไม่อดทน ไม่ยอม เป็นการแสดงออกต่อการกระทำที่
เกิดขึ้นกับตนเอง บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือสังคม ในลักษณะที่ไม่ยินยอม ไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ความ
ไม่ทนสามารถแสดงออกไดห้ ลายลกั ษณะทั้งในรูปแบบของกรยิ า ท่าทางหรอื คำพูด
แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตด้านอาชวี ศึกษา 27
ความไม่ทนต่อการทุจริตหรือการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ต้องมีการแสดงออกอย่างใดอย่างหนึ่ง
เกิดขึ้น เช่น การแซงคิวเพื่อซื้อของ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ผู้ถูกแซงคิวยอมที่จะต่อท้ายแถว
กรณีนแี้ สดงใหเ้ หน็ ว่าผูท้ ่ีถกู แซงควิ ทนต่อการกระทำท่ีไม่ถูกต้อง เปน็ ตน้
บุคคลจะมีความไม่ทนต่อการทุจริตมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละบุคคลและ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ แล้วมีพฤติกรรมที่แสดงออกมา ซึ่งการแสดงกริยาหรือการ
กระทำจะมีหลายระดบั เช่น การวา่ กลา่ วตักเตอื น การประกาศใหส้ าธารณชนรับรู้ การแจ้งเบาะแส การ
รอ้ งทกุ ข์กลา่ วโทษ การชุมนุมประทว้ ง ซง่ึ เปน็ ข้ันตอนสดุ ทา้ ยท่ีรนุ แรงทสี่ ุด เนื่องจากมกี ารรวมตวั ของคน
จำนวนมาก และสร้างความเสยี หายอย่างมากเช่นกัน
ความไม่ทนของบคุ คลต่อส่งิ ตา่ ง ๆ รอบตัวทสี่ ง่ ผลในทางไม่ดตี ่อตนเองโดยตรง สามารถพบเห็น
ได้ง่าย ซึ่งปกติแล้วทุกคนมักจะไม่ทนต่อสภาวะ สภาพแวดล้อมทีไ่ ม่ดีและส่งผลกระทบต่อตนเอง แล้ว
มกั จะแสดงปฏิกิรยิ าออกมา แต่การทบ่ี คุ คลจะไม่ทนต่อการทจุ ริตและแสดงปฏิกิรยิ าออกมาน้ันอาจเป็น
เรื่องยาก เนื่องจากปัจจุบนั สังคมไทยมแี นวโน้มยอมรบั การทุจรติ เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์หรือให้
งานสามารถดำเนินต่อไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งการยอมรับการทุจริตในสังคมไม่เว้นแม้แต่เด็กและเยาวชน
และมองว่าการทจุ รติ เปน็ เรือ่ งไกลตวั และไมม่ ีผลกระทบกบั ตนเองโดยตรง
• ความละอายตอ่ การทุจริตหรือการกระทำท่ไี ม่ถูกตอ้ ง
“ความละอาย” หมายถึง ความละอายและความเกรงกลัวตอ่ ส่งิ ที่ไมด่ ี ไม่ถกู ตอ้ ง ไม่เหมาะสม
เพราะเหน็ ถงึ โทษหรือผลกระทบทจ่ี ะได้รับจากการกระทำน้ัน จงึ ไมก่ ลา้ ท่จี ะกระทำ ทำให้ตนเองไม่หลง
ทำในส่งิ ที่ผดิ นั่นคอื มีความละอายใจ ละอายต่อการทำผิด
ลักษณะของความละอาย สามารถแบง่ ได้ ๒ ระดับ
ระดับที่หนึ่ง คือ ความละอายระดับต้น หมายถึง ความละอาย ไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่ผิด
เนือ่ งจากกลวั ว่าเม่ือตนเองไดท้ ำลงไปแล้วจะมีคนรับรู้ หากถกู จับได้จะได้รบั การลงโทษ หรือได้รับความ
เดอื ดร้อนจากสิง่ ท่ีทำลงไป จึงไมก่ ล้าทีจ่ ะทำผดิ
ระดับที่สอง คือ ความละอายระดับที่สูง คือ แม้ว่าจะไม่มีใครรับรู้หรือเห็นในสิ่งที่ตนทำลงไป
ก็ไม่กล้าทจี่ ะทำผิด เพราะนอกจากตนเองจะไดผ้ ลกระทบแล้ว ครอบครวั สงั คมกจ็ ะไดร้ บั ผลกระทบตาม
ไปด้วย บางครั้งการทุจริตบางเรื่องเป็นสิ่งเล็กน้อย เช่น การลอกข้อสอบ อาจจะไม่มีใครใส่ใจหรือ
สังเกตเหน็ แต่หากเปน็ ความละอายระดบั สงู บคุ คลนั้นก็จะไม่กลา้ ทำ
Braitwaite นักอาชญาวิทยาชาวออสเตรเลียได้อธิบายถึงทฤษฎีความละอายเชิงบูรณาการ
(Theory of Reintegrative Shaming) ว่าโดยทั่วไปมนุษย์จะยับยั้งชั่งใจไม่ลงมือกระทำผิดเนื่องจาก
ใช้วิธกี ารควบคุมสังคมแบบไม่เปน็ ทางการ ๒ วธิ ี คือ
๑. ใชค้ วามกลวั การไม่ยอมรบั ของสังคม
๒. ใช้ความรู้สึกผดิ ชอบชั่วดี หรอื หริ ิ-โอตปั ปะ
28 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการปอ้ งกนั การทุจริตด้านอาชีวศกึ ษา
หลักการสำคัญของการควบคุมสังคมแบบไม่เป็นทางการทั้ง ๒ วิธี เชื่อว่าการลงโทษและการ
ชดใช้ค่าทำขวญั โดยบิดามารดา ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงหรือคนอืน่ ๆ ที่มีความสำคญั ต่อผู้กระทำความผดิ
ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อจิตใจของผูก้ ระทำความผิดมากกว่าการลงโทษอย่างเป็นทางการโดยสถาบัน
ทางกฎหมายและหน่วยงานยุติธรรมใด ๆ สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วความกลัวที่จะต้องละอายใจต่อคน
ที่เขารักใครห่ ว่ งใยนั้น เป็นสิ่งยับยัง้ ป้องกันไม่ให้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิผลย่ิง ทั้งนี้เนือ่ งจากความ
คิดเหน็ และสายตาของครอบครัวและเพ่ือนท่มี ีตอ่ เขา มีความหมายมากกว่าความคิดเห็นและสายตาของ
พนักงานเจา้ หน้าทผ่ี ู้มีอำนาจในกระบวนการยุติธรรมที่เขาไม่รูจ้ กั มากมาย ในทำนองเดยี วกนั ใครก็ตาม
ซึ่งใกลช้ ิดสนิทสนมกับเยาวชนผกู้ ระทำผดิ หรอื เปน็ ผทู้ ่ีเขาให้ความเคารพยำเกรง ย่อมจะเปน็ ผู้ท่ีสามารถ
สอดแทรกความรู้สึกละอายใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการกระทำผิดให้แก่ผู้นั้นได้อย่างแนบเนีย นมากที่สดุ
ความรู้สึกละอายใจเกิดขึ้นได้หลายทาง หลายรูปแบบและหลายวิธีการ ความละอายสามารถถ่ายทอด
จากพ่อแม่หรือเพื่อนฝูงสูก่ ันและกันได้ด้วยการเรียนรู้ รวมทั้งสามารถถ่ายทอดได้ราวกับภาษา ๆ หน่ึง
ด้วยวธิ กี ารง่ายๆ คือ การปฏิบตั ติ ามกนั
นอกจากนี้ ความละอายสามารถตีพิมพ์เป็นเรื่องราวในหนังสือหรือถ่ายทอดผ่านวงสนทนา
ระหว่างกลมุ่ เพ่ือนฝงู ในรปู แบบที่ไม่เป็นทางการได้อีกด้วย ทง้ั อาจถ่ายทอดในรูปแบบท่ีเป็นทางการ เช่น
การร่วมใจกันตราหน้าผู้กระทำผิดว่าเป็นอาชญากร ฯลฯ เป็นต้น ดังนั้นความละอายจึงมีลักษณะเป็น
วฒั นธรรมเฉพาะรูปแบบหน่ึง เมอ่ื เชอื่ มโยงขอ้ สังเกตจากการควบคุมและการยับย้ังเหลา่ นี้กบั แนวคดิ เร่อื ง
รอยมลทิน จะพบความแตกตา่ งกันระหว่างการใช้การควบคุมทางสังคมแบบไม่เป็นทางการทีท่ ำใหเ้ กิด
ผลลพั ธเ์ ป็นความรู้สกึ ละอายใจเชิงแตกแยกกบั ความรสู้ กึ ละอายใจเชิงบูรณาการ ทฤษฎคี วามละอายเชิง
บูรณาการนี้ยงั เป็นเร่อื งทเี่ ช่ือมโยงเกยี่ วข้องกับเรื่องของการแสดงความรบั ผิดชอบและการยกย่องนับถือ
ซึ่งเป็นกญุ แจในการโยงยึดและบูรณาการผู้กระทำผิดไว้กับประชาคมโรงเรียนและชมุ ชน โดยไม่ผลักไส
ผู้กระทำผิดพลาดไปให้เป็นคนนอกประชาคมอีกด้วย กุญแจสำคัญทีท่ ำให้ความรู้สึกละอายใจทำงานได้
อย่างมีประสิทธผิ ลคอื การทำให้เกดิ ความละอายและเกรงกลวั ตอ่ ความผิดบาปท่กี ระทำ แต่มิใช่ตอ่ บคุ คล
ผู้กระทำ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั หลกั พุทธปรชั ญา คอื การมหี ิริโอตัปปะ
กิจกรรมเสนอแนะ
กจิ กรรมท่ี ๑.๑.๑ สามคั คคี อื พลัง
แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกันการทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา 29
กจิ กรรมป้องกนั การทจุ รติ
หน่วยท่ี ๑ ปรับพนื้ ฐานความคิดตา้ นทุจริตส่วนตนและสว่ นรวม
หนว่ ยย่อยท่ี ๑.๑ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจรติ
กิจกรรมที่ ๑.๑.๑ สามัคคีคอื พลัง เวลา ๑๒๐ นาที
สาระสำคญั
การสร้างสงั คมทีไ่ ม่ทนต่อการทจุ ริต เป็นการปรับเปล่ียนสภาพสังคมใหเ้ กิดภาวะ “ที่ไม่ทนตอ่
การทุจริต” โดยเรมิ่ ตั้งแต่กระบวนการกลอ่ มเกลาทางสงั คมในทกุ ชว่ งวัย เพอื่ สร้างวฒั นธรรมต่อต้านการ
ทุจริต และปลูกฝังความพอเพยี ง ความมีวินัย ความซื่อสัตย์สุจริต ความเป็นพลเมืองดี มีจิตสาธารณะ
ผ่านทางสถาบันหรอื กลมุ่ ตัวแทนท่ีทำหนา้ ทใี่ นการกล่อมเกลาทางสังคม เพ่อื ให้เดก็ เยาวชน ผู้ใหญ่ เกิด
พฤติกรรมทีล่ ะอายต่อการกระทำความผิด การไม่ยอมรับและต่อตา้ นการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
จุดประสงค์ของกิจกรรม
๑. เพอื่ ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ ริต
๒. เพื่อใหส้ ามารถสงั เกตพฤติกรรมทุจรติ และรว่ มปอ้ งกนั ตอ่ ตา้ นการทจุ รติ
๓. เพอื่ ใหต้ ระหนักถึงความละอายตอ่ การกระทำทุจรติ และความไม่ทนต่อการทุจริต
ส่ือ วสั ดุ อปุ กรณ์ แหล่งเรยี นรู้
๑. กระดาษวาดรปู ตามแบบทกี่ ำหนด จำนวนตามกล่มุ ผูเ้ รียน แตล่ ะกลุ่มสตี ้องไม่ซ้ำกนั
๒. กรรไกรตดั กระดาษ กล่มุ ละ ๑ เล่ม
๓. กระดาษแขง็ ทำเปน็ กรอบสี่เหลยี่ มสำหรบั ใสร่ ูปขนาด 25 ซม.× 25 ซม. สำหรบั ให้สมาชิก
แตล่ ะกลมุ่ นำไปตอ่ รปู จำนวนตามกลุ่มผู้เรยี น
๔. แบบตวั อย่างการตัดกระดาษตามที่กำหนด 8 แบบ
๕. ภาพสมบรู ณ์ สำหรบั เฉลย
๖. แบบประเมนิ ผลงานกลมุ่ และแบบประเมินพฤติกรรม
ข้นั ตอนการดำเนนิ กิจกรรม
๑. ผ้สู อนกลา่ วทักทายผ้เู รยี น แจง้ ชอ่ื กิจกรรมและจุดประสงคข์ องกิจกรรมแกผ่ ูเ้ รยี น
๒. แบง่ กล่มุ โดยวิธกี ารนบั เลขหรือวธิ กี ารอนื่ ๆ ให้ได้กลุ่มละ ๘ คน
๓. มอบหมายงานโดยให้แต่ละกลุ่มตัดกระดาษตามแบบที่ได้รับจำนวนเท่ากับจำนวนกลุม่ ที่
แบ่งไว้
๔. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนำกระดาษทต่ี ัดตามแบบทไี่ ด้รบั ไปแลกเปล่ยี นกบั กลุ่มอน่ื ให้ครบทง้ั ๘ แบบ
๕. ใหผ้ ้เู รยี นจบั ค่สู มาชิกในกลุ่มเป็นเพ่ือนค่หู ูหรือบดั ดีก้ ัน
30 แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสริมการป้องกนั การทจุ ริตดา้ นอาชีวศึกษา
๖. ผู้สอนอธบิ ายกตกิ าการทำกจิ กรรม โดยมเี งอ่ื นไขดงั น้ี
๖.๑ ผู้สอนเปดิ ภาพท่ีสมบูรณ์ให้ผเู้ รียนทกุ คนไดด้ ูกอ่ น ในเวลา ๑๐ วินาที
๖.๒ ให้สมาชิกแตล่ ะกลุ่มต่อกระดาษที่ได้รับทั้ง ๘ แบบ ลงในกรอบส่เี หลี่ยมให้ได้ภายใน
เวลา ๑๕ นาที
๖.๓ สมาชกิ ในกลุ่มแต่ละคนจะไดร้ บั กระดาษคนละแบบ และต้องไม่ให้สมาชกิ ในกลุ่มคน
อ่ืนรวู้ ่าตนเองไดก้ ระดาษรปู อะไร ยกเว้นเพ่ือนท่ีเป็นเพอ่ื นคู่หหู รือบดั ดขี้ องตนเอง
๖.๔ สมาชิกแต่ละคนนำกระดาษของตนเองไปวางในกรอบสี่เหลี่ยมที่กำหนดไว้ทีละคน
ใหไ้ ดร้ ปู ทรงตามทีก่ ลมุ่ เห็นว่าสมบูรณ์ถกู ตอ้ งทีส่ ดุ
๖.๕ กลุ่มทตี่ อ่ รูปลงในกรอบไม่สมบูรณ์หรือใชเ้ วลามากทีส่ ุดจะถกู ลงโทษ
๗. เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้ว ผสู้ อนตรวจผลงานทกุ กลุ่มวา่ เป็นไปตามท่ีกำหนดหรอื ไม่ กลุ่มใด
สามารถวางกระดาษลงในกรอบไดส้ มบูรณ์แสดงว่ากลุม่ น้นั มีผู้ทจุ ริต เน่ืองจากกระดาษถ้า
ตดั ตามแบบจะมีกระดาษที่ล้นออกมาจากกรอบที่กำหนด ๑ ชิน้
๘. เมอื่ ผู้สอนพบวา่ มกี ลุ่มทที่ จุ รติ จะต้องหาผ้ทู ุจรติ ออกมารบั โทษ หากไมม่ ีผู้ยอมรับว่าทุจริต
สมาชกิ กลมุ่ น้นั จะต้องถูกลงโทษทกุ คน
๙. ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของผเู้ รียนทกุ คนวา่ มคี วามละอายและไมท่ นต่อการทจุ รติ หรือไม่
๑๐. ผู้สอนเฉลยกิจกรรม ถอดบทเรียนร่วมกับผู้เรียนทุกคน และสรุปบทเรียนตามที่ผู้เรียน
ทกุ คนได้รับ
ขอ้ เสนอแนะ
๑. ผสู้ อนต้องเนน้ ให้ผเู้ รยี นแตล่ ะกลุม่ ตอ่ กระดาษลงในกรอบตามแบบท่กี ำหนด
๒. ควรวางกรรไกรตัดกระดาษของแตล่ ะกลมุ่ และกรอบสำหรบั วางกระดาษไวค้ ่กู ัน
๓. กำหนดเส้นเริ่มต้น (Start) ให้ห่างจากจุดต่อกระดาษลงกรอบเพื่อให้ผู้เรียนสามารถหลบ
เลีย่ งการสังเกตพฤตกิ รรมทุจรติ ของผู้วางกระดาษ
๔. ผู้สอนควรนดั แนะกบั ผู้เรยี นกลุ่มใดกลุม่ หนึ่งที่ได้รับกระดาษที่ยาวกวา่ กรอบ ให้ทำทุจรติ
ด้วยการพับหรือตัดกระดาษของตนให้สามารถต่อลงกรอบได้พอดี โดยห้ามบอกใครว่าตน
ได้รับการนัดแนะจากผู้สอน และผู้เรียนคนนั้นต้องไม่ยอมรับว่าตนทุจริต จะถูกกดดัน
อย่างไรก็ต้องไมย่ อมรบั เพื่อดูวา่ เพื่อนคู่หูหรือบัดดี้ของผู้เรยี นท่ีทจุ ริตจะทนต่อการทจุ ริต
ของเพอ่ื นคู่หูหรือบดั ดข้ี องตนเองได้หรอื ไม่
๕. ผ้สู อนควรควบคุมเวลาในการทำกิจกรรมเพ่อื ใหเ้ ป็นไปตามเวลาที่กำหนด
แนวทางการวดั และประเมนิ ผล
๑. สงั เกตพฤติกรรมของผู้เรียนระหวา่ งการทำกิจกรรม
๒. สังเกตการแสดงความคิดเห็นสะท้อนของผู้เรียนถงึ พฤติกรรมของผู้ทุจริต ความละอายใจ
ต่อการกระทำทุจรติ และยอมรับบทลงโทษ
แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการป้องกันการทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา 31
หลกั รายการพฤตกิ รรมท่ีประเมิน สดั ส่วนคะแนน
คณุ ธรรม (ร้อยละ)
- ทำกจิ กรรมดว้ ยความละเอียดรอบคอบ 15 %
พอเพยี ง - รับฟงั ความคิดเห็นของสมาชกิ ในกล่มุ
- รบั ผดิ ชอบกจิ กรรมของตนเอง 25 %
มีวินัย - ทำกิจกรรมตรงตามกติกา และข้อกำหนด 50 %
สุจรติ - มุ่งม่ันทำกิจกรรมด้วยความซ่ือสัตย์ 10 %
จติ อาสา - ช่วยเหลอื สมาชิกในกลุม่ ดว้ ยความเต็มใจ 100 %
รวม
32 แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกันการทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา
ตวั อย่างแบบตดั กระดาษ
ภาพสมบูรณ์
ภาพแสดงตำแหน่งที่ถูกต้องเมื่อประกอบสมบรู ณ์
๑ ๒
๘
๓
๖ ๔
๗
๕
แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกันการทจุ ริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา 33
แบบตดั กระดาษทัง้ 8 แบบ
๑ 14 ซม. 13 ซม.
19 ซม. ๒
11 ซม.
11 ซม.12 ซม. 6 ซม.6 ซม. 11 ซม. 6 ซม.
6 ซม.
๓ ๔
11 ซม. 11 ซม.
๕ ๖
17 ซม 11 ซม.
7.5 ซม.
๘
๗
7.5 ซม.
หมายเหตุ ขนาดอาจปรบั เปลีย่ นไดต้ ามความเหมาะสม
10 ซม.
5 ซม.
13 ซม.
6 ซม.
34 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการปอ้ งกันการทุจรติ ด้านอาชวี ศึกษา
กิจกรรมปอ้ งกันการทุจริต
หน่วยท่ี ๑ ปรับพน้ื ฐานความคดิ ตา้ นทจุ รติ ส่วนตนและส่วนรวม
หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑.๒ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน
กบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
สาระสำคัญ
การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม เป็นพฤติกรรมที่อยู่ระหว่าง
จริยธรรมกับการทุจริตที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ส่วนตนซึ่งกระทบต่อผลประโยชน์ส่วนรวม การขัดกัน
ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมนั้นมีหลายรูปแบบแตกต่างกันไป ไม่จำกัดเฉพาะ
ในรูปแบบของตัวเงินหรือทรัพย์สินเท่านั้น แต่รวมถึงผลประโยชน์อื่น ๆ ด้วย หากบุคคลคิดได้ คิดดี
คิดเป็น ก็จะสามารถคิดแยกแยะ ปรับวิธีคิด ส่งผลให้พฤติกรรมของบุคคลเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน
ประเทศชาติเปลยี่ น และโลกเปลย่ี น
จุดประสงค์
1. เพอื่ ใหม้ คี วามรูค้ วามเข้าใจเก่ยี วกบั เร่อื งประโยชนส์ ว่ นบคุ คลและประโยชน์ส่วนรวม
2. เพื่อให้สามารถคิดแยกแยะเก่ียวกับเรื่องประโยชน์สว่ นบุคคลและประโยชน์สว่ นรวม เพ่ือ
เลือกประพฤติปฏบิ ัติตนในทางทีถ่ กู ต้องในสังคม
3. เพ่ือใหต้ ระหนกั ถงึ การดำรงตนโดยยดึ หลักจรยิ ธรรมความซือ่ สัตย์สจุ ริต
เน้ือหาสาระ
• สาเหตุที่ทำใหเ้ กดิ การทุจริต
การทุจริตมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนา ไม่ใช่เพียง
เพราะวา่ ลกั ษณะประชากรแตกตา่ งจากภูมภิ าคอน่ื ที่พฒั นาแล้ว แตเ่ ปน็ เพราะกลมุ่ ประเทศท่ีกำลงั พฒั นา
นั้นมีปัจจัยภายในต่าง ๆ ที่เอื้อหรือสนับสนุนตอ่ การเกิดการทุจริต อาทิเช่น ๑) แรงขับเคลื่อนที่อยากมี
รายได้มากขึ้น อันเป็นผลเนือ่ งมาจากความจน ค่าแรงอัตราต่ำ หรือมีสภาวะความเสี่ยงสูงในด้านต่าง ๆ
เช่น ความเจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรือการว่างงาน 2) มีสถานการณ์หรือโอกาสที่อาจก่อให้เกิดการทุจริต
ได้มาก และมีกฎระเบียบต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การทุจริต 3) การออกกฎหมายและกระบวนการยุตธิ รรม
ที่ไม่เข้มแข็ง 4) กฎหมายและประมวลจริยธรรมไม่ได้รับการพฒั นาให้ทันสมัย 5) ประชากรในประเทศ
ยงั คงจำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาตอิ ยเู่ ปน็ จำนวนมาก 6) ความไมม่ ีเสถียรภาพทางการเมอื ง และ
เจตจำนงทางการเมืองที่ไม่เข้มแข็ง ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าว จะนำไปสู่การทุจริต ไม่ว่าจะเป็นทุจริต
ระดับบนหรอื ระดบั ลา่ งกต็ าม
แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การป้องกนั การทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา 35
ผลทีต่ ามมาจากการทุจรติ ดงั กลา่ วมดี ว้ ยกนั หลายประการ เชน่ ทำใหภ้ าพลักษณ์ของประเทศ
ด้านความโปร่งใสเลวร้ายลง การลงทุนในประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักลงทุนต่างชาติลดน้อยลง
ส่งผลกระทบทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจลดน้อยลงไปด้วยเช่นกัน หรือทำให้เกิดช่องว่างของความ
ไม่เท่าเทียมที่กว้างขึ้นของประชากรในประเทศ หรืออีกนัยหนึ่งคือระดับความจนเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่
กลุ่มคนรวยกระจกุ ตัวอยู่เพียงกล่มุ เล็ก ๆ กล่มุ เดียว นอกจากน้ี การทุจรติ ยงั ทำใหก้ ารสรา้ งและปรับปรุง
สาธารณปู โภคตา่ ง ๆ ของประเทศลดลงทั้งในด้านปริมาณและคณุ ภาพ รวมท้ังยงั อาจนำพาประเทศไปสู่
วิกฤตทิ างการเงนิ ท่รี ้ายแรงได้อีกด้วย
สาเหตทุ ่ีทำให้เกิดการทุจรติ คอร์รปั ชนั อาจมาจากสาเหตุภายในหรอื สาเหตภุ ายนอก ดังน้ี
1. ปจั จยั ส่วนบคุ คล ไดแ้ ก่ พฤติกรรมสว่ นตัวของขา้ ราชการบางคนท่ีเปน็ คนโลภมาก เห็นแก่
ได้ไม่รู้จกั พอ ความเคยชินของขา้ ราชการทีค่ ุ้นเคยกับการที่จะได้ “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” หรือ “เงินใต้โตะ๊ ”
จากผู้มาติดตอ่ ราชการ ขาดจิตสำนกึ เพื่อสว่ นรวม
2. ปัจจยั ภายนอก ประกอบด้วย
2.1 ด้านเศรษฐกจิ ไดแ้ ก่ รายไดข้ องขา้ ราชการน้อยหรือตา่ งกันมาก ไมไ่ ด้สัดส่วนกับการ
ครองชพี ทส่ี ูงขน้ึ การเตบิ โตของระบบทุนนยิ มทีเ่ นน้ การบรโิ ภค สร้างนิสัยการอยากได้ อยากมี เมอ่ื รายได้
ไมเ่ พยี งพอก็ต้องหาทางใชอ้ ำนาจไปทุจริต
๒.2 ด้านสังคม ได้แก่ ค่านิยมของสังคมทีย่ กย่องคนมีเงิน คนร่ำรวย และไม่สนใจว่าเงนิ
นั้นได้มาอย่างไร เกิดลัทธิเอาอย่าง อยากได้สิ่งที่คนรวยมี เมื่อเงินเดือนของตนไม่เพียงพอ ก็หาโดยวิธี
มชิ อบ
2.3 ด้านวัฒนธรรม ได้แก่ การนยิ มจ่ายเงินของนักธุรกิจใหก้ ับขา้ ราชการที่ต้องการความ
สะดวกรวดเรว็ หรอื การบรกิ ารทด่ี ีกวา่ ดว้ ยการลดตน้ ทนุ ทจ่ี ะต้องปฏิบัติตามระเบยี บ
2.4 ด้านการเมือง ได้แก่ การทุจริตของข้าราชการแยกไม่ออกจากนักการเมือง การ
ร่วมมือของคนสองกลุ่มนี้เกิดขึ้นได้ในประเด็นการใช้จ่ายเงิน การหารายได้และการตัดสินพิจารณา
โครงการของรฐั
2.5 ด้านระบบราชการ ไดแ้ ก่
- ความบกพรอ่ งในการบรหิ ารงานทเ่ี ปดิ โอกาสให้เกดิ การทุจริต
- การใชด้ ุลพินิจมากและการผูกขาดอำนาจซ่ึงทำให้อตั ราการทุจรติ ในหน่วยงานสงู
- การที่ข้นั ตอนของระเบียบราชการมีมากเกินไป ทำใหผ้ ู้ทีไ่ ปตดิ ต่อตอ้ งเสยี เวลามาก
จึงเกิดการสมยอมกันระหวา่ งผู้ให้กบั ผู้รับ
- การตกอยู่ใต้ภาวะแวดล้อมและอิทธิพลของผู้ทุจริต มีทางเป็นไปได้ที่ผู้นั้นจะทำ
การทุจรติ ด้วย
- การรวมอำนาจระบบราชการลกั ษณะที่รวมศูนย์ ทำให้ไม่มีระบบตรวจสอบท่เี ปน็
จรงิ และมปี ระสทิ ธภิ าพ
36 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกนั การทุจรติ ดา้ นอาชวี ศกึ ษา
- ตำแหนง่ หนา้ ทใ่ี นลักษณะอำนวยตอ่ การกระทำผิด เชน่ อำนาจในการอนุญาต การ
อนุมัติจัดซือ้ จัดจ้าง ผู้ประกอบการเอกชนมกั จะยอมเสียเงินตดิ สินบนเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความสะดวก
และรวดเร็ว
- การที่ข้าราชการผู้ใหญ่ทุจริตให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้วไม่ถูกลงโทษ ข้าราชการ
ช้นั ผนู้ ้อยจึงเลียนแบบกลายเป็นความเคยชิน และมองไม่เห็นวา่ การกระทำเหล่านัน้ จะเป็นการคอรร์ ัปชัน
หรอื มคี วามสับสนระหว่างสินน้ำใจกบั คอรร์ ปั ชนั
2.6 กฎหมายและระเบยี บ ได้แก่
- กฎหมายหลายฉบับมีชอ่ งโหวท่ ีท่ ำใหก้ ารทุจรติ ยังคงอยู่
- การทุจริตไม่ได้เป็นอาชญากรรม ให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายหาพยานหลักฐานได้ยาก
ยิ่งกว่านั้นคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมักไม่ค่อยมีฝ่ายใดยอมเปิดเผยออกมา และถ้าหากมีฝ่ายใดต้องการที่จะ
เปิดเผยความจรงิ ในเรอ่ื งน้ี กฎหมายหม่นิ ประมาทก็ยบั ยั้งเอาไว้ อกี ท้งั กฎหมายของทกุ ประเทศเอาผิดกับ
บุคคลผ้ใู หส้ ินบนเทา่ ๆ กบั ผรู้ ับสินบน จงึ ไม่ค่อยมีผู้ใหส้ ินบนรายใดกลา้ ดำเนนิ คดีกบั ผรู้ บั สินบน
- ราษฎรที่รู้เห็นการทุจริตก็เป็นโจทก์ฟ้องร้องมิได้ เนื่องจากไม่ใช่ผู้เสียหาย
ย่งิ กวา่ นน้ั กระบวนการพจิ ารณาพิพากษายงั ยงุ่ ยากซับซอ้ นจนกลายเป็นผลดีแกผ่ ทู้ ุจริต
- ขั้นตอนทางกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติยุ่งยาก ซบั ซอ้ น มีขน้ั ตอนมาก ทำให้เกิด
ช่องทางให้ข้าราชการหาประโยชนไ์ ด้
2.7 การตรวจสอบ ไดแ้ ก่
- ภาคประชาชนขาดความเข้มแข็ง ทำให้กระบวนการต่อต้านการทุจริตจากฝ่าย
ประชาชนไมเ่ ข้มแขง็ เท่าทคี่ วร
- การขาดการควบคุมตรวจสอบของหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบหรือกำกับดูแล
อยา่ งจรงิ จงั
2.8 สาเหตุอน่ื ๆ ได้แก่
- อิทธิพลของภรรยาหรือผู้หญิง เนื่องจากเป็นผู้ใกล้ชิดสามีอันเป็นตัวการสำคัญ
ทีส่ นับสนุนและสง่ เสริมให้สามขี องตนทำการทจุ ริตเพอื่ ความเป็นอยู่ของครอบครัว
- การพนนั ทำให้ข้าราชการทเี่ สยี พนันมีแนวโน้มจะทจุ ริตมากขน้ึ
• ความหมายของการขดั กนั ระหวา่ งประโยชน์สว่ นบุคคลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม
“การขัดกันแห่งผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม” หรือ “การขัดกันระหว่าง
ประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม” หรือ “การขัดกันระหว่างผลประโยชน์สาธารณะและ
ผลประโยชน์สว่ นบุคคล” หรือ “ประโยชนท์ ับซ้อน” หรือ “ผลประโยชน์ทบั ซ้อน” หรือ “ผลประโยชน์
ขดั กนั ” หรือ “ผลประโยชน์ขดั แยง้ ” หรือ “ความขดั แยง้ ทางผลประโยชน”์ นน้ั มีลักษณะทำนองเดยี วกนั
กบั กฎศลี ธรรม ขนบธรรมเนยี มจารตี ประเพณี หลักคุณธรรม จริยธรรม กลา่ วคือ การกระทำใด ๆ ท่เี ป็น
การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบคุ คลกบั ประโยชนส์ ่วนรวม เป็นสิ่งทค่ี วรหลีกเลี่ยงไม่ควรจะกระทำ แต่
บุคคลแต่ละคน แตล่ ะกลุ่ม แต่ละสังคม อาจเห็นว่าเร่ืองใดเปน็ การขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบุคคลกับ
ประโยชน์ส่วนรวมแตกต่างกันไป หรือเมื่อเห็นว่าเป็นการขัดกันแล้วยังอาจมีระดับของความหนักเบา
แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา 37
แตกต่างกัน อาจเห็นแตกต่างกันว่าเรื่องใดกระทำได้กระทำไมไ่ ด้แตกต่างกันออกไปอีก และในกรณที ี่มี
การฝ่าฝืนบางเรือ่ งบางคนอาจเห็นว่าไมเ่ ป็นไร เป็นเรื่องเล็กนอ้ ย แต่บางคนอาจเห็นเป็นเรือ่ งใหญ่ ต้อง
ถกู ประณาม ตำหนิ ตฉิ นิ นนิ ทา ว่ากล่าว ฯลฯ แตกต่างกนั ตามสภาพของสงั คม
โดยพื้นฐานแล้ว เรื่องการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม เป็นกฎ
ศีลธรรมประเภทหนึ่งที่บุคคลไม่พึงละเมิดหรือฝ่าฝืน แต่เนื่องจากมีการฝ่าฝืนกันมากขึ้น และบุคคล
ผ้ฝู า่ ฝืนกไ็ มม่ ีความเกรงกลวั หรอื ละอายต่อการฝา่ ฝนื น้นั สงั คมกไ็ มล่ งโทษหรือลงโทษไม่เพียงพอท่ีจะมีผล
เปน็ การหา้ มการกระทำดังกล่าว และในที่สดุ เพอื่ หยดุ ย้งั เรือ่ งดังกลา่ วน้ี จึงมกี ารตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กบั การขดั กนั แหง่ ผลประโยชน์มากขนึ้ ๆ และเปน็ เรอ่ื งท่ีสังคมให้ความสนใจมากขึน้ ตามลำดับ สามารถ
สรปุ ภาพได้ดังภาพ
พื้นทส่ี ีขาว พื้นท่ีสีดำ พ้นื ท่ีสีเทา เกิดจากการทับซอ้ นของสขี าวและสีดำ
เปน็ พืน้ ทเ่ี กิดการขัดกันระหว่างประโยชนส์ ่วนตน
แทน ประโยชนส์ ว่ นรวม แทน ประโยชน์สว่ นตน
และประโยชนส์ ว่ นรวม
จริยธรรม เป็นกรอบใหญ่ทางสังคมที่เป็นพื้นฐานของแนวคิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่าง
ประโยชนส์ ่วนตนกบั ประโยชนส์ ว่ นรวมและการทจุ รติ การกระทำใดท่ีผดิ ตอ่ กฎหมาย การขัดกันระหวา่ ง
ประโยชน์สว่ นตนกับประโยชนส์ ว่ นรวมและการทุจรติ ยอ่ มเปน็ ความผิดต่อจรยิ ธรรมด้วย แตต่ รงกันข้าม
การกระทำใดที่ฝ่าฝืนจริยธรรม อาจไม่เป็นความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับ
ประโยชน์ส่วนรวมและการทุจริต เช่น การมีพฤติกรรมส่วนตัวที่ไม่เหมาะสม การมีพฤติกรรมชู้สาว
เป็นต้น
• รูปแบบของการขดั กันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นบุคคลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม
การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมมีหลายรูปแบบ ไม่จำกัดอยู่
เฉพาะในรูปแบบของตัวเงินหรือทรัพย์สินเท่านั้น แต่รวมถึงผลประโยชน์อื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้ John
Langford และ Kenneth Kernaghan ได้จำแนกรูปแบบของการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล
และประโยชนส์ ่วนรวม ออกเป็น 7 รูปแบบ คอื
1. การรับผลประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การรับของขวัญจากบริษัทธุรกิจ บริษัทสนับสนุนค่า
เดินทางให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ไปประชุมที่ต่างประเทศ หน่วยงานราชการรับเงินบริจาคสร้าง
สำนักงานจากธุรกิจที่เป็นลูกค้าของหน่วยงาน หรือการใช้งบประมาณของรัฐเพื่อจัดซื้อจัดจ้างแล้ว
เจา้ หนา้ ทไี่ ด้รบั ของแถมหรือประโยชน์อน่ื ตอบแทน เป็นตน้
38 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา
2. การทำธรุ กิจกบั ตนเองหรอื เป็นคู่สญั ญา หมายถึง สถานการณ์ท่ีผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ
มีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานที่ตนสังกัด ตัวอย่างเช่น การใช้ตำแหน่งหน้าที่ทำให้
หนว่ ยงาน ทำสญั ญาซอื้ สนิ คา้ จากบริษทั ของตนเอง หรือจ้างบรษิ ัทของตนเปน็ ที่ปรึกษา หรอื ซ้ือที่ดนิ ของ
ตนเอง ในการจัดสรา้ งสำนกั งาน สถานการณเ์ ช่นน้ีเกดิ บทบาทที่ขัดแยง้ เชน่ เปน็ ท้ังผู้ซ้ือและผู้ขายใน
เวลาเดียวกัน
3. การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่สาธารณะหรือหลังเกษียณ หมายถึง การที่
บคุ คลลาออกจากหนว่ ยงานของรฐั และไปทำงานในบริษทั เอกชนที่ดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน
4. การทำงานพเิ ศษ เช่น ผดู้ ำรงตำแหน่งสาธารณะต้ังบริษทั ดำเนนิ ธุรกจิ ที่เป็นการแข่งขันกับ
หน่วยงานหรือองค์การสาธารณะที่ตนสังกัด หรือการรับจ้างเป็นที่ปรึกษาโครงการ โดยอาศัยต ำแหน่ง
ในราชการสร้างความน่าเช่อื ถือว่าโครงการของผู้วา่ จา้ งจะไม่มีปัญหาตดิ ขดั ในการพจิ ารณาจากหนว่ ยงาน
ท่ที ่ปี รึกษาสงั กดั อยู่
5. การร้ขู ้อมลู ภายใน หมายถึง สถานการณ์ท่ผี ดู้ ำรงตำแหนง่ สาธารณะใชป้ ระโยชน์จากการรู้
ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนเอง เช่น ทราบว่ามีการตัดถนนผ่านบริเวณใดก็จะเข้าไปซื้อที่ดินน้ัน
ในนามของภรรยา หรือทราบว่าจะมีการซื้อขายที่ดินเพื่อทำโครงการของรัฐก็จะเข้าไปซื้อที่ดินนั้นเพอ่ื
เกง็ กำไรและขายใหก้ ับรัฐในราคาทสี่ ูงข้ึน
6. การใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ธุรกิจส่วนตัว เช่น การนำเครื่องใช้สำนักงาน
ตา่ ง ๆ กลับไปใชท้ ่บี า้ น การนำรถยนตร์ าชการไปใชใ้ นงานส่วนตัว
7. การนำโครงการสาธารณะลงในเขตเลอื กตัง้ เพ่ือประโยชน์ทางการเมือง เช่น การท่ีรัฐมนตรี
อนุมัติโครงการไปลงพืน้ ทห่ี รือบ้านเกดิ ของตนเอง หรอื การใชง้ บประมาณสาธารณะเพ่อื หาเสียง
8. การใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์แก่เครือญาติหรือพวกพ้อง หรืออาจจะเรียกว่า
ระบบอุปถัมภ์พิเศษ เช่น การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อิทธิพลหรือใช้อำนาจหน้าท่ีทำให้หนว่ ยงานของตน
เข้าทำสัญญากบั บรษิ ัทของพ่ีนอ้ งของตน
9. การใชอ้ ทิ ธพิ ลเขา้ ไปมีผลต่อการตดั สินใจของเจ้าหน้าท่รี ัฐ หรอื หน่วยงานของรัฐอื่น เพ่ือให้
เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเองหรอื พวกพอ้ ง เชน่ เจา้ หนา้ ทขี่ องรัฐใช้ตำแหน่งหนา้ ที่ขม่ ข่ผู ใู้ ตบ้ ังคับบัญชาให้หยุด
ทำการตรวจสอบบรษิ ัทของเครือญาติของตน
• ระบบเลขฐานสบิ และระบบเลขฐานสองเพอ่ื แยกแยะการแก้ “ทุจรติ ”
การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม เป็นพฤติกรรมที่อยู่ระหว่าง
จริยธรรมกบั การทจุ ริต ที่จะกอ่ ให้เกดิ ผลประโยชน์ส่วนตนกระทบตอ่ ผลประโยชนส์ ่วนรวม ซ่งึ พฤตกิ รรม
บางประเภทมีการบญั ญัตเิ ป็นความผิดทางกฎหมายมีบทลงโทษชัดเจน แต่พฤตกิ รรมบางประเภทยังไม่มี
การบัญญัติข้อห้ามไว้ในกฎหมาย อย่างไรก็ตามหากเราสามารถพัฒนาระบบการคิดที่ถกู ต้องก็จะทำให้
คนสามารถแยกแยะการแก้ทจุ รติ ได้
แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา 39
เห็นประโยชน์สว่ นตน ๕ ไม่สามารถแยกประโยชนส์ ่วนตน
และประโยชนส์ ่วนรวมได้
สำคัญกว่าประโยชน์ส่วนรวม
เห็นประโยชนข์ องเครอื ญาติ ๑
พวกพ้อง สำคัญกวา่ ประโยชน์
ของประเทศชาติ
๔ คนทม่ี ีระบบการคดิ ๒
ที่ไม่ถูกตอ้ ง
เอาประโยชนส์ ่วนรวม ไมแ่ ยกเรื่องตำแหน่งหน้าท่ี
มาเป็นประโยชนส์ ่วนตน ๓ กบั เร่อื งสว่ นตนออกจากกนั
เอาประโยชนส์ ่วนรวม
ไปตอบแทนบุญคุณสว่ นตน
ภาพท่ี ๑ แสดงระบบการคิดทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง
ระบบเลขฐานสิบ (Decimal Number System) หมายถงึ ระบบเลขท่ีมตี ัวเลข ๑๐ ตัว คือ ๐,
๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙ เป็นระบบคิดเลขที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าเป็นการบอกปริมาณหรือบอก
ขนาด ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในการสื่อความหมาย สอดคล้องกับระบบ “Analog” ที่ใช้ค่า
ตอ่ เน่อื งหรอื สัญญาณซึ่งเป็นค่าตอ่ เน่ือง หรือแทนความหมายของข้อมูล โดยการใช้ฟงั กช์ ันทีต่ อ่ เนื่อง
ระบบเลขฐานสอง (Binary Number System) หมายถงึ ระบบเลขทีม่ สี ัญลกั ษณเ์ พียงสองตัว
คือ ๐ กบั ๑ สอดคล้องกับการทำงานระบบ “Digital” ท่มี ลี ักษณะการทำงานภายในเพยี ง ๒ จงั หวะ คือ
๐ กบั ๑ หรอื ON กบั OFF ตดั เด็ดขาด
ระบบคิดฐานสิบ (Analog) เป็นระบบการคิดวิเคราะห์ข้อมูลที่มีตัวเลขหลายตัว และอาจ
หมายถึงโอกาสท่จี ะเลือกได้หลายทาง เกิดความคดิ ที่หลากหลาย ซับซ้อน หากนำมาเปรียบเทยี บกับการ
ปฏิบัติงานของเจา้ หน้าท่ีของรฐั จะทำใหเ้ จ้าหน้าที่ของรัฐต้องคิดเยอะ ต้องใช้ดลุ ยพินจิ เยอะ อาจจะนำ
ประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมมาปะปนกันได้ แยกประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์
ส่วนรวมออกจากกนั ไมไ่ ด้ การปฏบิ ตั ิงานแบบใช้ระบบคดิ ฐานสิบ คือการทเ่ี จา้ หน้าทข่ี องรฐั ยงั มรี ะบบ
การคิดที่ยังแยกเรื่องตำแหน่งหน้าที่กับเร่ืองสว่ นตนออกจากกันไม่ได้ นำประโยชน์ส่วนตนมาปะปนกับ
ประโยชน์ส่วนรวม เช่น นำบุคลากรหรือทรัพย์สินของทางราชการมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน เบียดบัง
ราชการ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เครือญาติหรือพวกพ้องเหนือกว่าประโยชน์ของส่วนรวมหรือของ
40 แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การป้องกนั การทจุ ริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา
หน่วยงาน แสวงหาประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีเกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตน
และประโยชน์ส่วนรวมจะยึดประโยชนส์ ว่ นตนเปน็ หลัก
ระบบคิดฐานสอง (Digital) เป็นระบบการคิดวิเคราะห์ข้อมูลที่สามารถเลือกได้เพียง ๒ ทาง
เทา่ นน้ั คอื ๐ กับ ๑ และหมายถงึ โอกาสทีจ่ ะเลือกได้เพียง ๒ ทาง เชน่ ใช่กบั ไมใ่ ช่ เท็จกับจรงิ ทำได้กับ
ทำไม่ได้ ประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม เป็นต้น จึงเหมาะกับการนำมาเปรียบเทียบกบั การ
ปฏบิ ัตงิ านของเจา้ หนา้ ทขี่ องรัฐทต่ี ้องสามารถแยกเรื่องตำแหนง่ หน้าทก่ี บั เรอื่ งส่วนตัวออกจากกันได้อย่าง
เด็ดขาด และไม่กระทำการที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม การ
ปฏิบัตงิ านแบบใชร้ ะบบคิดฐานสอง คือการทเี่ จา้ หน้าที่ของรฐั มรี ะบบการคดิ ท่ีสามารถแยกเรอ่ื งตำแหน่ง
หน้าท่ีกับเรอ่ื งสว่ นตนออกจากกนั แยกออกอย่างชัดเจนวา่ สงิ่ ใดถกู -สง่ิ ใดผิด สิ่งใดทำได้-สิง่ ใดทำไม่ได้ ส่ิง
ไหนคือประโยชน์ส่วนตน-สิ่งไหนคือประโยชน์สว่ นรวม ไม่นำมาปะปนกัน ไม่นำบุคลากรหรือทรัพยส์ นิ
ของราชการมาใชเ้ พ่อื ประโยชนส์ ว่ นตน ไมเ่ บียดบงั ราชการ เห็นแก่ประโยชนส์ ว่ นรวมหรอื ของหน่วยงาน
เหนอื กว่าประโยชน์ของสว่ นตน เครอื ญาติและพวกพอ้ ง ไม่แสวงหาประโยชนจ์ ากตำแหน่งหนา้ ทกี่ ารงาน
ไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ กรณีเกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์สว่ นตน
และประโยชนส์ ว่ นรวมจะยดึ ประโยชนส์ ว่ นรวมเป็นหลกั
ตวั อยา่ ง ระบบคิดฐานสบิ & ระบบคิดฐานสอง
➢ นำวัสดคุ รภุ ัณฑห์ ลวงไปใช้ทีบ่ ้าน ➢ ไมร่ บั ของขวัญจากผมู้ าตดิ ตอ่
➢ นำรถยนตห์ ลวงมาใชใ้ นธรุ ะ ราชการ
ส่วนตัว ➢ ไม่ใชร้ ถหลวงในเร่อื งสว่ นตัว
➢ นำโทรศพั ท์หลวงมาใช้ตดิ ตอ่ ธรุ ะ
➢ ไมใ่ ชโ้ ทรศพั ท์หลวงตดิ ตอ่ ธุระ
สว่ นตวั สว่ นตวั
➢ นำอุปกรณไ์ ฟฟ้าส่วนตัวมาชารจ์ ท่ี
➢ ไมน่ ำอปุ กรณ์ไฟฟา้ สว่ นตวั มา
ทำงาน ชารจ์ ทท่ี ำงาน
➢ ใชน้ ้ำประปาหลวงลา้ งรถสว่ นตัว
➢ ไม่นำวสั ดุครภุ ัณฑพ์ ลวงไปใช้ ที่
แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ ริตด้านอาชวี ศกึ ษา 41
• คิดใหไ้ ด้ คดิ ใหด้ ี คิดให้เปน็
คดิ ได้ 1. คดิ ก่อนทำ (ก่อนกระทำการทจุ ริต)
คดิ ดี 2. คิดถึงผลเสีย ผลกระทบต่อประเทศชาติ (ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศใน
คิดเปน็
ทกุ ๆ ด้าน)
3. คดิ ถงึ ผไู้ ดร้ ับบทลงโทษจากการกระทำการทุจริต (เอามาเปน็ บทเรียน)
4. คิดถึงผลเสีย ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง (จะต้องอยู่กับความเสี่ยงที่จะ
ถกู ร้องเรียน ถกู ลงโทษ ไล่ออกและตดิ คุก)
1. คิดแบบพอเพียง ไม่เบียดบังตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่นและไม่เบียดเบียน
ประเทศชาติ
2. คิดอยา่ งรับผิดชอบตามบทบาทหน้าท่ี กฎระเบยี บ
3. คิดตามคณุ ธรรมวา่ “ทำดีได้ดี ทำชว่ั ไดช้ ว่ั ”
1. คิดแยกเรอ่ื งประโยชนส์ ว่ นบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมออกจากกันอยา่ งชัดเจน
2. คดิ แยกเรอื่ งตำแหน่งหน้าท่กี ับเรื่องส่วนตัวออกจากกัน
3. คดิ ทจี่ ะไมน่ ำประโยชนส์ ว่ นตนกับประโยชนส์ ่วนรวมมาปะปนกนั มากา้ วก่ายกัน
4. คดิ ทจ่ี ะไม่เอาประโยชน์สว่ นรวมมาเปน็ ประโยชนส์ ่วนตน
5. คดิ ทจี่ ะไมเ่ อาผลประโยชน์ส่วนรวมมาตอบแทนบญุ คุณสว่ นตน
6. คดิ เหน็ แกป่ ระโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชนส์ ่วนตน เครอื ญาตแิ ละพวกพ้อง
กจิ กรรมเสนอแนะ
กจิ กรรมที่ ๑.๒.๑ คดิ เปน็ โปร่งใส คดิ ได้ไมโ่ กง
42 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจรติ ด้านอาชีวศึกษา
กจิ กรรมปอ้ งกนั การทุจรติ
หนว่ ยที่ ๑ ปรบั พืน้ ฐานความคดิ ต้านทจุ รติ ส่วนตนและส่วนรวม
หนว่ ยย่อยที่ ๑.๒ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน
กบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
กิจกรรมที่ ๑.๒.๑ คิดเป็นโปรง่ ใส คิดไดไ้ มโ่ กง เวลา ๑๒๐ นาที
สาระสำคัญ
สาเหตุของการทุจริตมักเกิดจากการขัดกันระหว่างประโยชน์สว่ นบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม
ซึ่งมีหลายรูปแบบแตกต่างกนั ไป หากบุคคลคิดได้ คิดดี คิดเป็น ก็จะสามารถคดิ แยกแยะ ปรับวิธีคดิ ได้
ว่าเรื่องใดกระทำได้กระทำไม่ได้ หลีกเลีย่ งส่ิงที่ไม่ควรจะกระทำ คิดถึงผลเสียและผลกระทบท่จี ะเกิดข้นึ
คิดที่จะไม่นำประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวมมาปะปนกัน มาก้าวก่ายกัน คิดเห็นแก่ประโยชน์
สว่ นรวมมากกวา่ ประโยชนส์ ว่ นตน เครือญาติและพวกพ้อง
จุดประสงคข์ องกิจกรรม
1. เพ่ือให้มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความหมายและรูปแบบของการทุจรติ สว่ นตนและสว่ นรวม
2. เพอ่ื ให้สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนกบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
3. เพ่ือใหม้ ีความตระหนักต่อการตา้ นการทุจรติ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นดว้ ยความซอ่ื สตั ย์สุจรติ
สอ่ื วสั ดุอุปกรณ์ แหลง่ เรียนรู้
1. คอมพวิ เตอรโ์ น้ตบกุ๊ หรอื PC
2. สื่อวิดีโอเกี่ยวกับการทุจริต https://www.youtube.com/watch?v=hRazlm5WuPO
“ทุจริตแก้คะแนน”
3. สื่อวิดีโอเกี่ยวกับการทุจริต https://www.youtube.com/watch?v=FEfrARhWnGc
“แกท้ จุ ริตคิดฐานสอง”
4. บอร์ดติดกระดาษฟลิบชาร์ท แบ่งเป็นสองส่วน คือ ผลกระโยชน์สว่ นตนกับผลประโยชน์
สว่ นรวม
5. ป้ายฟวิ เจอร์บอรด์ มีข้อความซง่ึ เปน็ ประโยคบอกเลา่ เกี่ยวกับพฤตกิ รรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ
ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (จำนวนขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของ
ผู้เรยี นและเวลา) ประมาณ 20-30 แผน่ ปา้ ย
6. ป้ายทายคำ เช่น “ฉ้_ _ ล” หมายถึง ใช้กลอุบายหลอกลวง โดยเอาความเท็จมากล่าวเพื่อให้
ผู้อ่นื หลงผิด ประมาณ 20-30 คำ (จำนวนขนึ้ อยกู่ บั ความเหมาะสมของผูเ้ รียนและเวลา)
7. ของรางวัล
8. แบบประเมินผลงานกล่มุ และแบบประเมนิ พฤตกิ รรม
แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชวี ศกึ ษา 43
ขน้ั ตอนการดำเนินกิจกรรม
1. ผสู้ อนกลา่ วทกั ทายผ้เู รยี น แจง้ จุดประสงค์ แล้วแบ่งผู้เรยี นเป็นกล่มุ ๆ กลมุ่ ละ 10 คน
2. ผู้สอนนำเขา้ สกู่ จิ กรรมดว้ ยการให้ผู้เรียนชมวีดิทัศน์เก่ียวกบั การทจุ ริต เร่อื ง “ทุจริต แก้
คะแนน” https://www.youtube.com/watch?v=hRazlm5WuPO
3. สนทนาประกอบสือ่ การเรียนรเู้ ก่ียวกบั ผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
4. ผสู้ อนช้ีแจงกิจกรรม “คิดเป็นโปรง่ ใส คดิ ไดไ้ มโ่ กง” ให้ผเู้ รยี นทราบโดย
๔.๑ ผสู้ อนโชวแ์ ผ่นปา้ ยทายคำ ซ่ึงอาจใช้ศัพท์เกย่ี วกบั การทุจริตและให้แต่ละกลุ่มยกมือตอบ
๔.๒ กลุ่มใดตอบได้ก่อนจะมีโอกาสเลือกป้ายฟิวเจอร์บอร์ด (มีข้อความซึ่งเป็นประโยค
บอกเล่าเกี่ยวกับพฤตกิ รรม) แล้วนำมาติดท่ีฟลบิ บอรด์ ของกลุม่ ตนเอง โดยเลือกใส่
ดา้ นผลประโยชน์ส่วนตน หรือประโยชน์ส่วนรวม
๔.๓ ทำเชน่ น้ีไปเร่อื ย ๆ จนครบหรอื ตามเวลาทเ่ี หมาะสม
๔.๔ ผู้สอนเฉลยแต่ละแผน่ ป้าย กลุ่มใดมีคะแนนสูงที่สุดคือผูช้ นะ ผู้สอนมอบรางวลั เพื่อ
เปน็ แรงจงู ใจ
5. ผสู้ อนใหผ้ ้เู รยี นช่วยสรุปกจิ กรรมด้วยการต้งั คำถาม เชน่ ผูเ้ รยี นไดอ้ ะไรจากกิจกรรมน้ี
6. สรุปกจิ กรรมดว้ ยการชมวดี ทิ ัศน์เก่ียวกบั การทจุ รติ เร่ือง “แกท้ ุจรติ คดิ ฐานสอง”
https://www.youtube.com/watch?v=FEfrARhWnGc
ข้อเสนอแนะ
1. พน้ื ท่ีปฏิบตั ิกจิ กรรมควรเปน็ พ้ืนท่โี ลง่ มเี คร่อื งขยายเสียงชว่ ยในการจดั กจิ กรรม
2. ความเหมาะสมของจำนวนกลุ่มขน้ึ อย่กู บั จำนวนผูเ้ รียน โดยสมาชกิ กลุ่มไมค่ วรเกิน 10 คน
3. ผสู้ อนควรควบคมุ เวลาในการทำกิจกรรมเพ่อื ใหเ้ ปน็ ไปตามเวลาที่กำหนด
แนวทางการประเมนิ
1. ประเมินผลจากการทำกจิ กรรมกลุ่ม
2. ประเมินพฤตกิ รรมของผู้เรยี นโดยใช้การสังเกตหรือแบบสงั เกต
หลกั รายการพฤตกิ รรมทป่ี ระเมนิ สัดส่วนคะแนน
คณุ ธรรม (รอ้ ยละ)
พอเพยี ง - ทำกิจกรรมดว้ ยความละเอียดรอบคอบ 25 %
- รบั ฟงั ความคิดเหน็ ของสมาชกิ ในกลุม่
25 %
มีวินัย - รับผิดชอบกจิ กรรมของตนเอง 50 %
- ทำกจิ กรรมตรงตามกติกา และข้อกำหนด 100 %
สุจรติ - มุ่งมนั่ ทำกิจกรรมด้วยความซอ่ื สตั ย์
รวม
44 แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกนั การทจุ รติ ด้านอาชีวศกึ ษา
คำ ตวั อยา่ งขอ้ ความ
๑. ฉอ้ ฉล
๒. ตุกติก ความหมาย
๓. ซ่ือตรง ใช้อบุ ายหลอกลวงโดยเอาความเท็จมากลา่ วเพื่อให้ผอู้ ื่นหลงผดิ
๔. สามภิ กั ด์ิ มีเล่หเ์ หลย่ี ม
๕. ตงฉนิ ประพฤตติ รงและจริงจัง
๖. คอร์รัปชัน การเต็มใจมอบตนอยูใ่ ตอ้ ำนาจ
๗. แปรพักตร์ ซือ่ ตรง
๘. กล้งิ กลอก การทุจรติ โดยใชห้ รืออาศัยตำแหน่งหนา้ ทอ่ี ำนาจ
๙. ยักยอก เอาใจออกห่าง
๑๐. เชดิ เอาแน่เอานอนไม่ได้
๑๑. ตบตา เบียดบงั ทรัพย์ของผอู้ ่ืนซ่ึงตนดูแลอย่มู าเป็นของตน
๑๒. ตระบัดสัตย์ ถูกใช้ใหอ้ อกหนา้ แทน
๑๓. ซอ่ นเร้น หลอกหรอื ลวงใหเ้ ขา้ ใจผิด
๑๔. กลโกง ไมร่ กั ษาคำมน่ั สญั ญา
๑๕. อสัตย์ ปิดบัง
๑๖. เขน็ ครกขนึ้ ภเู ขา วิธีการทผี่ ิดศลี ธรรมเพอ่ื ใหบ้ รรลถุ ึงเปา้ หมาย
๑๗. คดในขอ้ งอในกระดูก ไมซ่ ่ือตรง
๑๘. เขา้ เมอื งตาหลวิ่ ต้องหล่วิ ทำงานทย่ี ากลำบากตอ้ งใชค้ วามเพยี รพยายามและอดทนมาก
กมลสันดาน เกิดมาก็ชอบคดโกง
ตาตาม ทำตัวให้เหมาะกับสภาพแวดลอ้ มทค่ี นในสังคมนนั้ เขาทำกนั
๑๙. จับเสือมือเปลา่
๒๐. ขช่ี า้ งจับตก๊ั แตน หาผลประโยชนโ์ ดยตวั เองไม่ลงทุน
ลงทุนมาก แต่กลบั ได้ผลนิดหน่อย
แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกันการทจุ ริตด้านอาชีวศึกษา 45
ตัวอยา่ งบัตรคำประโยคบอกเลา่ เกี่ยวกบั พฤตกิ รรมตา่ ง ๆ
ทเ่ี ก่ียวกับผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
ท่ี บัตรคำประโยคบอกเล่า
๑. สาวติ รีแอบเอากระดาษจากท่ที ำงานไปให้ลูกทำงานเอกสาร
๒. เอกวชิ ญไ์ ปช่วยทำงานทีแ่ ผนกในสปั ดาห์แข่งขันทักษะวิชาชพี
๓. วิสาให้สำอางลอกขอ้ สอบในการสอบปลายภาค เพอ่ื สอบผา่ นและทำใหแ้ ผนกตนเองมี
คะเเนน GPA สงู ทีส่ ุดในวิทยาลัยฯ
๔. อารญาเสยี สละทีน่ ง่ั คอนเสริ ์ต GOT 7 บัตรราคาถูกให้คนอืน่ เพือ่ ให้ตนเองได้บตั รทน่ี ัง่
ท่ดี ีกวา่
๕. ผอู้ ำนวยการเปล่ียนเครื่องแบบนกั เรยี น เพ่ือใหท้ นั ยคุ สมยั โดยให้ผูป้ กครองสง่ั เครอ่ื งแบบ
กับทางวทิ ยาลัยฯ ซึ่งรา้ นท่ีตัดชุดเปน็ ญาติของผ้อู ำนวยการ
๖. คอนสแตนตนิ ฟอลคอนชว่ ยเหลอื พระนารายณ์ตดิ ตอ่ การคา้ ในสมยั อยุธยาของไทย จนทำให้
ตนเองร่ำรวย
๗. นายก อบต. หนองบวั จัดทำโครงการสรา้ งถนนคอนกรตี ผ่านหมู่บ้านเพื่อให้ตนเองเดินทาง
สะดวก
๘. โนบิตะใชไ้ ทมแ์ มชชนี เพือ่ ย้อนเวลากลับไปแก้ไขผลการสอบ เพ่อื ใหต้ นเองไดค้ ะแนนเต็ม
100 คะแนน
๙. ศกั ดช์ิ ยั ฝากเพื่อนเชก็ ชื่อเวลาเรยี นของตนเอง เพอื่ ไปเเขง่ ฟุตบอลระดับจังหวดั
๑๐. ครูใชง้ บวิทยาลัยฯ จัดซอ้ื เครอ่ื งผลิตนำ้ ดม่ื เพื่อจำหน่ายให้กับนกั เรียนและชุมชนรอบ
วิทยาลัยฯ ในราคาที่ถูก
๑๑. กมลรัตน์นำรายงานของรนุ่ พปี่ ีทเี่ เลว้ ท่ตี งั้ ในห้องพักครไู ปแก้ไขหน้าปก เพอื่ ให้กลมุ่ มีงานสง่
๑๒. วนิ ัยใหเ้ พอื่ นช่วยทำหวั ฆ้อนใหจ้ นทำให้มงี านสง่ ครทู นั ตามเวลาที่กำหนด โดยไมท่ ิ้งหวั ฆอ้ น
ท่ีไมเ่ สรจ็ เป็นเศษวสั ดุ
๑๓. บอยเปน็ คนขบั รถของหนว่ ยงานราชการแหง่ หนึง่ ในวนั หยดุ สดุ สปั ดาหบ์ อยมักนำรถของ
หนว่ ยงานพาครอบครวั ไปเท่ยี วตา่ งจังหวัด
๑๔. ผอู้ ำนวยการให้นกั เรียนตดั หญ้าหนา้ บ้านพักของผอู้ ำนวยการ เพ่ือให้ดูสะอาดตามากข้ึน
๑๕. ครูนำขอ้ สอบจริงมาใหน้ ักเรียนศกึ ษากอ่ นทำการสอบจริง เพือ่ ใหน้ ักเรียนสอบผา่ นและ
วิทยาลัยฯ มเี กณฑ์คะแนนสงู
๑๖. พ่อให้เงินสนบั สนนุ วิทยาลยั ฯ เพอ่ื ให้ลูกไดเ้ รียนโรงเรยี นประจำจงั หวดั ทม่ี ีช่อื เสยี งโดง่ ดงั
17. นายก อบต. หว้ ยคด ใชง้ บสร้างสนามเดก็ เลน่ ของหม่บู ้านมาขุดบอ่ น้ำ เพ่อื ใหม้ นี ำ้ มาใช้
ในการทำการเกษตรของชุมชน