The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษา พิมพ์ครั้งที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เอกสารแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษา พิมพ์ครั้งที่ 2

เอกสารแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษา พิมพ์ครั้งที่ 2

Keywords: การป้องกันการทุจริต,อาชีวศึกษา,แนวทางการจัดกิจกรรม,การทุจริต,การต่อต้านการทุจริต,สันติ ทองแก้วเกิด,นายสันติ ทองแก้วเกิด

46 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การป้องกันการทจุ รติ ดา้ นอาชวี ศกึ ษา

ท่ี บตั รคำประโยคบอกเลา่
18. นายเอกภพมาเรียนสายในคาบเรียนของครูสุดใจ ครูสดุ ใจทำโทษเพอื่ เปน็ แบบอย่าง โดยให้

ล้างรถของครูสดุ ใจ
19. เจ้าจอ้ ยจะไปซ้ือขา้ ว เเต่ควิ ยาวเลยฝากใหพ้ ีแ่ ย้มชว่ ยซื้อขา้ วให้
20. เจ้าหน้าท่โี รงพยาบาลนำสายชารจ์ แบตเตอรี่ มาชารจ์ ทที่ ำงาน

แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการป้องกนั การทจุ ริตดา้ นอาชีวศกึ ษา 47

ตัวอยา่ งตารางคะแนน

48 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทุจริตด้านอาชวี ศกึ ษา

ตัวอย่างบัตรทายคำ

แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ ริตด้านอาชีวศกึ ษา 49

ตวั อยา่ งบัตรทายคำ

50 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การป้องกนั การทจุ รติ ดา้ นอาชวี ศกึ ษา

เฉลย

ประโยคบอกเลา่ เก่ียวกับพฤตกิ รรมตา่ ง ๆ ทเ่ี ก่ียวกบั ผลประโยชน์สว่ นตน
และผลประโยชนส์ ่วนรวม

ที่ พฤติกรรม ทจุ รติ เพื่อ ทจุ รติ เพื่อ
ผลประโยชน์ ผลประโยชน์
1. สาวติ รีแอบเอากระดาษจากทท่ี ำงานไปใหล้ ูกทำงานเอกสาร
ส่วนตน สว่ นรวม
2. เอกวิชญแ์ อบหนีงานประจำ ไปชว่ ยธุระกิจทบี่ ้าน
√ √
3. วิสาให้สำอางลอกข้อสอบในการสอบปลายภาค เพ่อื สอบผ่าน √
และทำใหแ้ ผนกตนเองมคี ะเเนน GPA สงู ท่ีสดุ ในวทิ ยาลยั ฯ √
√ √
4. อารญาเสยี สละที่นงั่ คอนเสริ ต์ GOT 7 บัตรราคาถกู ใหค้ นอื่น √ √
เพอ่ื ใหต้ นเองไดบ้ ตั รทนี่ ่งั ท่ดี ีกวา่ √

5. ผูอ้ ำนวยการเปลี่ยนเคร่ืองแบบนกั เรียนเพอื่ ให้ทนั ยุคสมยั โดย √
ให้ผ้ปู กครองส่ังเคร่ืองแบบกบั ทางวทิ ยาลยั ฯ ซึ่งรา้ นที่ตัดชุด √
เปน็ ญาตขิ องผอู้ ำนวยการ

6. คอนสแตนตนิ ฟอลคอนชว่ ยเหลือพระนารายณต์ ดิ ตอ่ การคา้
ในสมัยอยุธยาของไทย จนทำใหต้ นเองรำ่ รวย

7. นายก อบต. หนองบวั จดั ทำโครงการสรา้ งถนนคอนกรีตผา่ น
หมู่บา้ น เพ่อื ให้ตนเองเดนิ ทางสะดวก

8. โนบิตะใช้ไทม์แมชชนี เพอ่ื ย้อนเวลากลบั ไปแก้ไขผลการสอบ
เพ่อื ใหต้ นเองไดค้ ะแนนเต็ม 100 คะแนน

9. ศักดิช์ ยั ฝากเพอื่ นเชก็ ช่ือเวลาเรียนของตนเอง เพอ่ื ไปเเข่ง
ฟุตบอลระดบั จงั หวดั

10. ครูใชง้ บวิทยาลยั ฯ จดั ซอื้ เครอื่ งผลติ น้ำด่ืม เพื่อจำหนา่ ยให้กบั
นกั เรียนและชมุ ชนรอบวิทยาลยั ฯ ในราคาที่ถกู

11. กมลรตั นน์ ำรายงานของรนุ่ พ่ีปที เ่ี เล้วท่ตี ้ังในหอ้ งพกั ครไู ปแกไ้ ข
หนา้ ปก เพ่ือใหก้ ล่มุ มีงานสง่ ครู

12. วินยั ใหเ้ พ่อื นช่วยทำหวั ฆ้อนใหจ้ นทำใหม้ งี านส่งครทู นั ตามเวลา
ทก่ี ำหนด โดยไม่ทงิ้ หัวฆ้อนทีไ่ มเ่ สรจ็ เปน็ เศษวัสดุ

13. บอยเป็นคนขบั รถของหนว่ ยงานราชการแห่งหนงึ่ ในวนั หยุด
สดุ สัปดาหบ์ อยมกั นำรถของหน่วยงานพาครอบครวั ไปเทีย่ ว
ต่างจังหวัด

แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกันการทจุ ริตด้านอาชีวศึกษา 51

ทจุ ริตเพ่ือ ทุจรติ เพื่อ

ที่ พฤตกิ รรม ผลประโยชน์ ผลประโยชน์

สว่ นตน สว่ นรวม

14. ผู้อำนวยการให้นักเรียนตัดหญ้าหน้าบ้านพักของผูอ้ ำนวยการ √
เพอ่ื ใหด้ สู ะอาดตามากขนึ้

15. ครูนำข้อสอบจริงมาให้นักเรียนศึกษาก่อนทำการสอบจริง √
เพ่อื ใหน้ ักเรียนสอบผา่ นและวทิ ยาลยั ฯ มเี กณฑ์คะแนนสูง

16. พอ่ ใหเ้ งินสนบั สนนุ วทิ ยาลัยฯ เพอื่ ให้ลกู ได้เรยี นโรงเรยี นประจำ √
จังหวดั ทีม่ ชี ือ่ เสียงโดง่ ดัง

17. นายก อบต. ห้วยคด ใช้งบสร้างสนามเดก็ เลน่ ของหมูบ่ า้ น √
มาขดุ บ่อน้ำ เพื่อให้มนี ้ำมาใช้ในการทำการเกษตรของชมุ ชน

18. นายเอกภพมาเรียนสายในคาบเรียนของครูสุดใจ ครูสุดใจทำ √
โทษเพอื่ เปน็ แบบอยา่ งโดยใหล้ า้ งรถของครูสดุ ใจ

19. เจ้าจ้อยจะไปซ้อื ขา้ ว เเต่คิวยาวเลยฝากใหพ้ แ่ี ยม้ ช่วยซอื้ ข้าวให้ √

20. เจ้าหน้าท่ีโรงพยาบาลนำโทรศัพท์มาชาร์จแบตเตอรที่ ท่ี ำงาน √

52 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทจุ รติ ด้านอาชีวศึกษา

กจิ กรรมป้องกนั การทุจริต

หนว่ ยที่ ๑ ปรับพน้ื ฐานความคิดต้านทจุ รติ ส่วนตนและสว่ นรวม
หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑.๓ Strong : จิตพอเพียงต้านทจุ ริต

สาระสำคญั

โมเดล STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ซึ่งประกอบด้วย S (sufficient) : ความพอเพียง,
T (transparent) : ความโปร่งใส, R (realize) : ความตื่นรู้, O (onward) : มุ่งไปข้างหน้า, N
(knowledge) : ความรู้, G (generosity) : ความเอื้ออาทร เป็นการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี งมาประยุกต์ใช้ เพ่ือสร้างฐานคดิ จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ ให้เกดิ ขึน้ ในแตล่ ะบคุ คล

จุดประสงค์

1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโมเดล STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต และการ
ประยกุ ตใ์ ช้

2. เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้โมเดล STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทุจริต ในการพฒั นาฐานคิด
จติ พอเพยี งต่อต้านการทจุ รติ ทงั้ ในส่วนตนและส่วนรวม

3. เพอ่ื ให้ตระหนักถงึ การดำรงตนโดยยึดหลักหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เนอ้ื หาสาระ

• หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช เรื่อง เศรษฐกิจพอเพยี ง
มใี จความว่า

“เศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นปรัชญาชี้ถงึ แนวการดำรงอยู่และปฏบิ ัติตนของประชาชนในทุกระดับ
ตั้งแต่ ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไป
ในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง
หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
พอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ จะต้อง
อาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการ
วางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ
โดยเฉพาะเจา้ หน้าท่ีของรัฐ นักทฤษฎี และนักธรุ กจิ ในทุกระดบั ให้มีสำนึกในคณุ ธรรมความซอื่ สัตยส์ ุจรติ
และใหม้ ีความรอบร้ทู เ่ี หมาะสม ดำเนนิ ชีวติ ด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปญั ญา และความรอบคอบ
เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม
ส่งิ แวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเ้ ป็นอย่างดี”

แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกนั การทุจริตดา้ นอาชีวศึกษา 53

• ความหมายของ “STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ ”

S (sufficient) : ความพอเพียง ผู้นำ ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับ องค์กรและชุมชนน้อมนำ
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เป็นหลักความพอเพียงในการทำงาน การดำรงชีวิต การ
พัฒนาตนเองและส่วนรวม รวมถึงการป้องกันการทจุ รติ อย่างยง่ั ยนื

ความพอเพียงต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งของมนุษย์แม้ว่าจะแตกต่างกันตามพื้นฐาน แต่การตัดสินใจ ต่อ
ความพอเพียงของตนเองต้องตั้งอยู่บนความมีเหตุมีผล รวมทั้งต้องไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น และ
ส่วนรวม

ความพอเพียงดังกล่าวจึงเป็นภูมิคุ้มกันให้บุคคลนั้นไม่กระทำการทุจริต ซึ่งต้องให้ความรู้
ความเขา้ ใจและปลกุ ใหต้ ่นื รู้

T (transparent) : ความโปร่งใส ผู้นำ ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับ องค์กรและชุมชนต้อง
ปฏบิ ัติงานบนฐานของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ดังน้ันจงึ ตอ้ งมแี ละปฏบิ ัติตามหลักปฏิบตั ิ ระเบยี บ ข้อ
ปฏบิ ัติ กฎหมายดา้ นความโปร่งใส ซึ่งต้องให้ความรูค้ วามเขา้ ใจและปลุกใหต้ ื่นรู้

R (realize) : ความตื่นรู้ ผู้นำ ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับ องค์กรและชุมชน มีความรู้
ความเข้าใจและตระหนักรู้ถึงรากเหง้าของปัญหาและภัยร้ายแรงของการทุจริตประพฤติมิชอบภายใน
ชุมชนและประเทศ ความตื่นรูจ้ ะบงั เกดิ เม่ือได้พบเหน็ สถานการณ์ทเ่ี ส่ียงต่อการทุจรติ ย่อมจะมีปฏิกิริยา
เฝ้าระวังและไม่ยนิ ยอมตอ่ การทุจริตในท่สี ุด ซึง่ ต้องใหค้ วามรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การทุจริต
ท่เี กดิ ขึ้น ความรา้ ยแรงและผลกระทบตอ่ ระดับบคุ คลและส่วนรวม

O (onward) : มงุ่ ไปขา้ งหน้า ผนู้ ำ ผบู้ ริหาร บคุ คลทุกระดบั องค์กรและชุมชนมุ่งพัฒนาและ
ปรับเปล่ียนตนเองและส่วนรวมให้มคี วามเจรญิ ก้าวหน้าอย่างย่งั ยนื บนฐานความโปรง่ ใส ความพอเพียง
และรว่ มสรา้ งวฒั นธรรมสจุ ริตใหเ้ กดิ ขึ้นอยา่ งไม่ยอ่ ท้อ ซ่ึงตอ้ งมีความรู้ความเข้าใจในประเดน็ ดงั กล่าว

N (knowledge) : ความรู้ ผู้นำ ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับ องค์กรและชุมชนต้องมีความรู้
ความเข้าใจ สามารถนำความรู้ไปใช้ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินได้อย่างถ่องแท้ ในเรื่อง
สถานการณ์การทุจริต ผลกระทบที่มีต่อตนเองและส่วนรวม ความพอเพียงต้านทุจริต การแยกแยะ
ผลประโยชนส์ ่วนตัวและผลประโยชนส์ ว่ นรวมทมี่ คี วามสำคัญยิ่งต่อการลดการทุจริตในระยะยาว รวมท้ัง
ความอายไม่กล้าทำทุจริตและความไม่ทนเมื่อพบเหน็ วา่ มีการทุจริตเกิดข้นึ เพอื่ สรา้ งสังคมไม่ทนต่อการ
ทุจรติ

G (generosity) : ความเอื้ออาทร คนไทยมีความเออ้ื อาทร มเี มตตา น้ำใจต่อกนั บนฐานของ
จิตพอเพยี งตา้ นทจุ ริต ไม่เออ้ื ตอ่ การรับหรือการใหผ้ ลประโยชน์ตอ่ บุคคลหรือต่อพวกพอ้ ง

54 แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ การป้องกันการทุจรติ ดา้ นอาชวี ศึกษา

การประยุกต์หลกั ความพอเพยี งด้วยโมเดล
STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ

การนอ้ มนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
มาเปน็ หลกั ความพอเพียง

รว่ มพัฒนาใหเ้ กดิ ความเอ้ืออาทรตอ่ กัน S : Sufficient บคุ คลและหน่วยงานปฏบิ ัตงิ าน
บนพื้นฐานของจรยิ ธรรมและจิตพอเพียง บนฐานของความโปร่งใส
พอเพยี ง
G : Generosity T : Transparent
จติ พอเพียง
ความเออื้ อาทร ตา้ นทุจริต โปร่งใส

N : Knowledge R : Realise

ความรู้ ตืน่ รู้

พฒั นาองคค์ วามรู้อย่างสมำ่ เสมอ O : Onward มีความเข้าใจและตระหนกั รู้ถงึ รากเหง้า
เพ่ือใหเ้ ท่าทันต่อสถานการณ์ทุจรติ ของปญั หา เขา้ ใจอยา่ งถอ่ งแทใ้ นเรื่อง
ม่งุ ไปข้างหน้า ปญั หาการทจุ ริต

ผ้นู ำมงุ่ พัฒนาให้เกิดความเจริญอยา่ งยง่ั ยนื
โดยรว่ มสรา้ งวัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริต
อยา่ งไมย่ ่อทอ้

พฒั นาโดย รศ. ดร. มาณี ไชยธีรานวุ ัฒศริ ิ, ๒๕๖๐

กจิ กรรมเสนอแนะ
กิจกรรมที่ ๑.๓.๑ จิตพอเพยี ง หลีกเลี่ยงทจุ ริต

แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การป้องกนั การทุจริตด้านอาชีวศึกษา 55

กจิ กรรมป้องกันการทุจรติ

หนว่ ยท่ี ๑ ปรบั พน้ื ฐานความคิดตา้ นทจุ ริตส่วนตนและส่วนรวม

หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๓ Strong : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ

กจิ กรรมท่ี ๑.๓.๑ จิตพอเพียง หลีกเลยี่ งทจุ ริต เวลา ๑๒๐ นาที

สาระสำคญั

สาเหตุของการทจุ ริตมักเกิดจากการที่บุคคลไม่รู้จักพอเพียง ไม่มคี วามพอประมาณ ไม่ยึดหลัก
ทางสายกลาง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจให้มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต
รวมทั้งให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญาและความ
รอบคอบตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นภูมิคุ้มกันให้บุคคลนั้นไม่กระทำการทุจริต และ
มยิ อมให้ผ้อู น่ื กระทำการทจุ รติ ทจ่ี ะสง่ ผลให้เกดิ ความเสียหายต่อสงั คมและส่วนรวม

จดุ ประสงค์ของกจิ กรรม

๑. เพ่ือใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับความพอเพียง
๒. เพื่อให้สามารถประยุกตใ์ ช้โมเดล STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต ในการพัฒนาฐานคดิ

จติ พอเพียงตอ่ ต้านการทุจริตทั้งในส่วนตนและสว่ นรวม
๓. เพื่อให้ตระหนักถึงการประพฤติปฏิบัติพัฒนาตนโดยยึดหลักหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียง ดำเนินชีวิตดว้ ยความอดทน ความเพียร ซื่อสัตย์สุจริต มีสติ ปัญญา ความรอบรู้
และความรอบคอบ

ส่ือ วัสดุ อุปกรณ์ แหล่งเรยี นรู้ กลมุ่ ละ ๑ แท่ง
กลุ่มละ ๕ แผน่
๑. ปากกาเคมี กลุ่มละ ๑ แผน่
๒. กระดาษฟลิปชารท์ กลุ่มละ ๑ แผ่น
๓. แบบแสดงความคิดเห็น กลมุ่ ละ ๑ ชุด
๔. แบบประเมินผลงานกลุ่มและแบบสงั เกตพฤติกรรม จำนวน ๑ ชุด
๕. ขาต้งั บอรด์
๖. ขาตัง้ บอรด์ สำหรับการนำเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น
๗. แบบประเมินผลงานกลมุ่ และแบบประเมนิ พฤติกรรม

56 แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การป้องกนั การทจุ ริตดา้ นอาชีวศกึ ษา

ขนั้ ตอนการดำเนินกจิ กรรม

๑. ผสู้ อนกล่าวทักทายผู้เรยี น จากนั้นแจง้ ชอ่ื กจิ กรรมและจดุ ประสงค์กิจกรรมแกผ่ เู้ รยี น
๒. แบง่ กลมุ่ ผเู้ รียนเปน็ ๕ กลุม่ ๆ ละเท่า ๆ กัน แล้วใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เลอื กหัวหนา้ กลุม่ พร้อมต้ัง

ชื่อกลมุ่ แลว้ ส่งตวั แทนรับอุปกรณ์สำหรบั การทำกิจกรรม
๓. ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนการกระทำของตนเองที่เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียง ซ่งึ ตนเองปฏบิ ัตอิ ยเู่ ปน็ ประจำ โดยเป็นขอ้ ๆ ภายในระยะเวลา ๑๕ นาที
๔. ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนแต่ละกลุ่มระหว่างทำกิจกรรม และในชว่ งหมดเวลาวา่

มีกล่มุ ใดประพฤติทจุ ริตหรอื ไม่ (กลมุ่ ใดทจุ ริตใหห้ กั คะแนน ๕ คะแนน)
๕. ผสู้ อนอธิบายการกระทำที่เป็นไปตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ไดแ้ ก่

- การกระทำนนั้ แสดงถึงการมอี งค์ความรู้ทถ่ี งึ พรอ้ ม (รูม้ าก-สำเรจ็ , รูน้ ้อย-ล้มเหลว)
- การกระทำน้นั ประกอบดว้ ยความเมตตาเอือ้ อาทรซง่ึ กนั และกนั (มคี ุณธรรม)
- การกระทำนั้นได้มาตรฐานและทนั สมยั มีความเรียบร้อย บริบรู ณ์ ไม่เกิดปัญหาตามมา

ในภายหลัง (มีภูมคิ ุ้มกนั )
- การกระทำนัน้ ประหยดั พอดี เหมาะสม พอประมาณ (ไมเ่ บียดเบียน)
๖. เมื่อแตล่ ะกล่มุ ปฏิบัตกิ ิจกรรมสำเร็จครบทุกกลมุ่ ให้แตล่ ะกลุม่ ออกมานำเสนอหน้าช้ันเรยี น
โดยนำกระดาษฟลิปชาร์ทของกลุ่มมาติดที่บอร์ดหน้าชั้นเรียนประกอบการนำเสนอ
(ให้เวลาในการนำเสนอกล่มุ ละ ๑๐ นาท)ี
๗. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมวิพากษ์คำตอบของกลุ่มที่นำเสนอ พร้อมให้คะแนน (ใช่/ไม่ใช่ หลัก
เศรษฐกจิ พอเพียง) (๒๐นาท)ี
๘. ผสู้ อนประกาศผลคะแนนของแต่ละกล่มุ
๙. ผู้สอนและผู้เรยี นร่วมกันสรุปผลการเรียนรูท้ ี่ได้จากการทำกิจกรรม และเน้นย้ำว่า ถ้าเรา
นอ้ มนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ในการดำรงชีวิต ย่อมไม่ทุจรติ

ขอ้ เสนอแนะ

๑. กจิ กรรมน้เี หมาะสมกบั ผูเ้ รียน จำนวน 4๐ คน หรือ ๑ ห้องเรียน
๒. ผ้สู อนต้องสรุปประเดน็ สำคญั ใหผ้ ้เู รียนฟงั
๓. ผู้สอนอาจเปิดโอกาสให้ผ้เู รียนทกุ คนร่วมกนั โหวตให้คะแนนแต่ละกลมุ่
๔. ผู้สอนควรควบคุมเวลาในการทำกิจกรรมให้เปน็ ไปตามเวลาท่กี ำหนด

แนวทางการวดั และประเมินผล

๑. ประเมินจากผลการทำกจิ กรรม
๒. ประเมินพฤตกิ รรมระหว่างการทำกิจกรรมโดยการสงั เกตหรือใช้แบบสังเกต

แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทุจริตดา้ นอาชีวศึกษา 57

หลัก รายการพฤติกรรมทปี่ ระเมิน สัดส่วนคะแนน
คณุ ธรรม (รอ้ ยละ)
- ทำกจิ กรรมด้วยความละเอียดรอบคอบ
พอเพยี ง - รับฟงั ความคดิ เห็นของสมาชิกในกลุม่ 50 %
- ใชว้ สั ดุส่งิ ของดว้ ยความประหยัด และมปี ระสทธภิ าพ
มีวินัย - รับผิดชอบกจิ กรรมของตนเอง 15 %
สจุ รติ - ทำกิจกรรมตรงตามกติกา และข้อกำหนด 20 %
จติ อาสา - มุ่งมัน่ ทำกิจกรรมดว้ ยความซอ่ื สัตย์ 15 %
- ชว่ ยเหลอื สมาชิกในกลมุ่ ด้วยความเต็มใจ 100 %

รวม

58 แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ ริตดา้ นอาชวี ศึกษา

กจิ กรรมป้องกันการทุจรติ

หน่วยท่ี ๑ ปรับพ้นื ฐานความคิดต้านทจุ รติ ส่วนตนและส่วนรวม
หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ พลเมืองกับความรับผดิ ชอบตอ่ การทจุ รติ

สาระสำคญั

การทุจริตมีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมากในหลายด้าน เช่น ทำให้ประเทศ
สูญเสียภาษีที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ การลงทุนจากต่างประเทศลดลง อัตราการเติบโตทาง
เศรษฐกิจลดลง เป็นต้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปลูกจิตสำนึก สร้างความร่วมมือและความรับผิดชอบของ
พลเมือง ในการยอมรับ เคารพหลักการ กฎระเบียบ กติกาและข้อบังคบั ทางสงั คม

ทั้งนี้ เยาวชนถือเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ การป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริตจึงจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทางคือเด็กและเยาวชน โดยมุ่งสร้างให้เยาวชน
มีคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ เช่น ความมีวนิ ยั และความรบั ผิดชอบ การเหน็ แกป่ ระโยชนส์ ว่ นรวมมากกวา่
ส่วนตน ด้วยการสรา้ งจติ สำนกึ “ความเปน็ พลเมอื ง”

จดุ ประสงค์

1. เพือ่ ให้มีความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั ความรับผดิ ชอบของพลเมืองตอ่ การตา้ นทจุ รติ
2. เพือ่ ให้สามารถพัฒนาตนใหม้ คี วามเป็นพลเมอื ง มีส่วนรว่ มและรับผดิ ชอบตอ่ การตา้ นทุจรติ
3. เพ่อื ให้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมปลูกจติ สำนึก ยอมรบั เคารพหลักการ กฎระเบยี บ กติกา

และข้อบังคบั ทางสังคม

เนื้อหาสาระ

• ความหมายของคำที่เก่ยี วข้องกบั พลเมือง

“พลเมือง” มีความหมายในหลายแง่มุมและมีการนำไปใช้เทียบกับคำอื่น ๆ อาทิ ประชากร
ประชาชน ปวงชน และราษฎร ฯลฯ คำวา่ “พลเมือง” เกดิ ข้ึนคร้ังแรกเม่ือเกิดการปฏิวัติใหญ่ในฝร่ังเศส
เร่ิมต้นเมอ่ื ปี ค.ศ. 1789 ชาวฝรัง่ เศสลกุ ฮือกันขึ้นมาล้มล้างระบอบการปกครองของพระเจา้ หลยุ ส์ท่ี 16
ล้มล้างระบบชนชั้นต่าง ๆ ขณะนั้นได้แก่ พระราชวงศ์ ขุนนางข้าราชการ สมณะ นักพรต นักบวชและไพร่
ประกาศความเสมอภาคของชาวฝรงั่ เศสทุกคน ต่อมาคำวา่ "Citoyen" จึงแปลเป็น "Citizen" ในภาษาองั กฤษ

คำว่า “พลเมือง” ในประเทศไทย น่าจะถูกนำมาใช้สมัยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.
2475 เนื่องจากผู้นำคณะราษฎรบางท่านเคยเรียนที่ประเทศฝรั่งเศส จึงได้นำเอาคำนี้มาใส่ไว้ใน
รฐั ธรรมนูญฉบบั ถาวร ซ่งึ ประกาศใช้เม่อื วันท่ี 10 ธนั วาคม พ.ศ. 2475

แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การป้องกนั การทุจริตด้านอาชวี ศกึ ษา 59

“พลเมือง” ตามความหมายของพจนานุกรมนักเรียนฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง
ชาวเมือง ชาวประเทศ ประชาชน

“ความเป็นพลเมอื ง” วราภรณ์ สามโกเศศ อธิบายว่าหมายถงึ การเปน็ คนท่รี บั ผิดชอบได้ด้วย
ตนเอง มีความสำนกึ ในสนั ตวิ ธิ ี มกี ารยอมรบั ความคดิ เห็นของผูอ้ ่นื

“ความเป็นพลเมืองของระบอบประชาธิปไตย” ปริญญา เทวานฤมิตรกุล กล่าวว่าหมายถงึ
การท่ีสมาชิกมอี สิ รภาพควบคกู่ ับ “ความรับผดิ ชอบ” และมอี สิ ระเสรภี าพควบคกู่ บั “หนา้ ท”่ี

สรุปได้ว่า “ความเป็นพลเมือง” คือ ประชาชนที่มีอิสรภาพ มีหน้าที่และความรับผิดชอบตอ่
ประเทศของตนเอง โดยจะตอ้ งเคารพสิทธิผู้อืน่ ไม่ละเมดิ สิทธิผู้อื่น พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยจึง
ต้องเคารพสิทธิผู้อืน่ และจะต้องไม่ใช้สิทธิเสรภี าพของตนไปละเมิดสิทธิของผู้อืน่ มีความรับผิดชอบตอ่
สังคม ใช้สิทธิเสรภี าพของตนโดยรับผดิ ชอบต่อสังคมดว้ ย ดว้ ยเหตทุ ี่สังคมหรอื ประเทศชาติมิได้ดีข้ึนหรือ
แยล่ งโดยตัวเอง หากสังคมจะดขี ้ึนได้กด็ ว้ ยการกระทำของคนในสังคม

• คณุ ลักษณะของพลเมอื ง

พลเมืองในระบบประชาธิปไตย ประกอบด้วยลักษณะ ๖ ประการ (ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
๒๕๕๕) คือ

๑. มีอสิ รภาพและพ่งึ พาตนเอง
๒. เหน็ คนเท่าเทยี มกัน
๓. ยอมรบั ความแตกต่าง
๔. เคารพสทิ ธิผูอ้ ืน่
๕. รับผดิ ชอบตอ่ สังคม
๖. เขา้ ใจระบบประชาธปิ ไตยและการมสี ่วนร่วม

• การทจุ รติ และผลกระทบของการทุจรติ ต่อการพัฒนาประเทศ

การทุจรติ มผี ลกระทบตอ่ การพัฒนาประเทศในทุก ๆ ดา้ น เป็นพนื้ ฐานทก่ี อ่ ให้เกดิ ความขัดแย้ง
ของคนในชาติ จากการเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศ ประชาชนได้รับบริการ
สาธารณะหรือสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น เงินภาษีของประชาชนตกไปอยู่ใน
กระเป๋าของผทู้ ุจริต และมีผลกระทบอ่นื ๆ อีกมากมาย นอกจากนแี้ ล้ว หากพจิ ารณาในแง่การลงทุนจาก
ต่างประเทศเพื่อประกอบกิจการต่าง ๆ ภายในประเทศ พบว่านกั ลงทุนต่างประเทศจะมองว่าการทุจริต
ถือว่าเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง ซึ่งนักลงทุนจากต่างประเทศจะใช้ประกอบการพิจารณาการลงทุนร่วมกับ
ปจั จัยด้านอืน่ ๆ ทั้งนี้ หากต้นทนุ ทตี่ ้องเสียจากการทจุ ริตเปน็ ตน้ ทนุ ทสี่ ูง นักลงทนุ จากต่างประเทศอาจ
พิจารณาตัดสินใจการลงทุนไปยังประเทศอื่น สง่ ผลให้การจา้ งงาน การสร้างรายได้ให้แกป่ ระชาชนลดลง
เมอื่ ประชาชนมีรายได้ลดลงกจ็ ะสง่ ผลต่อการจัดเกบ็ ภาษีอากรซึง่ เป็นรายได้ของรฐั ลดลง มีผลกระทบต่อ
การจดั สรรงบประมาณและการพัฒนาประเทศในท่สี ดุ

60 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการป้องกันการทจุ ริตด้านอาชีวศึกษา

พฤติกรรมของพลเมอื งทวั่ ไปทเ่ี จตนาทุจริตแสวงหาผลประโยชน์ท่มี ิควรได้ มีดังน้ี
๑. การตดิ สนิ บน เปน็ การเสนอให้ สัญญาวา่ จะใหผ้ ลประโยชน์ในรูปของเงนิ สิ่งของ หรือสิ่ง
ตอบแทนตา่ ง ๆ เพื่อจูงใจใหเ้ กิดการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรมอนั ดี
๒. การยกั ยอก เป็นการนำเงินหรือส่งิ ของทไี่ ด้รับมอบหมายให้ใชใ้ นราชการมาเพ่ือประโยชน์
ส่วนตนหรอื กิจกรรมอืน่ ท่ไี มเ่ ก่ียวข้อง
๓. การอุปถัมภ์ เป็นการที่ผู้มีอำนาจใช้ประโยชนก์ ับผูร้ ับอปุ ถัมภ์ โดยหวังจะได้รับประโยชน์
ตอบแทนกลับมาในรูปแบบของทรัพยส์ นิ การบรกิ าร ความจงรกั ภักดี การสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ
๔. การเลอื กท่ีรักมกั ทีช่ ัง เป็นรปู แบบของการเกอ้ื หนุนตอ่ ญาติมติ ร เล่นพรรคเลน่ พวก โดยจะ
ใช้อำนาจทีม่ ีในการให้ผลประโยชน์แก่ครอบครวั เพื่อนหรอื บคุ คลใกล้ชดิ โดยไม่คำนงึ ถึงคุณสมบัตแิ ละ
ความเหมาะสม
๕. การมีประโยชน์ทับซ้อนหรือการขัดแย้งระหว่างประโยชนส์ ่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม
หรือการทจุ รติ เชิงนโยบาย เปน็ การใช้อำนาจหนา้ ที่ตดั สินใจเพื่อให้เกิดประโยชนต์ ่อตนเองหรือพวกพ้อง
มากกว่าประโยชน์ทจ่ี ะเกดิ แกส่ ว่ นรวม

• พลเมืองกับความรบั ผิดชอบต่อการทุจริต

ดังท่ีกลา่ วแล้ววา่ ประเทศท่ีกำลงั พัฒนามีแนวโน้มทีจ่ ะเกิดการทจุ ริตข้ึนได้อย่างมาก เน่ืองจากมี
ปัจจัยภายในที่เอือ้ หรอื สนับสนุนตอ่ การเกิดการทจุ รติ หลายปัจจัย ไดแ้ ก่

๑. ปัจจัยด้านประชาชนหรือพลเมือง เช่น อยากมีรายได้มากขึ้นเพราะความยากจน ค่าจ้าง
แรงงานหรอื รายได้ต่ำ มคี วามเส่ยี งสงู ในด้านตา่ ง ๆ เช่น ความเจ็บป่วย อบุ ตั เิ หตหุ รือการว่างงาน ความ
เจริญทางวัตถุทำให้อยากไดอ้ ยากมีนำไปสู่ปัญหาหน้ีสิน

๒. ปจั จัยดา้ นการเมอื งการปกครองประเทศ เชน่ มีสถานการณห์ รือโอกาสท่ีอาจก่อให้เกดิ การ
ทุจริตได้เป็นจำนวนมาก มีกฎระเบียบต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การทุจริต มีกฎหมายและกระบวนการ
ยตุ ิธรรมที่ไม่เขม้ แขง็ มีกฎหมายและประมวลจริยธรรมทีล่ ้าสมัย การเมอื งไมม่ เี สถยี รภาพและมเี จตจำนง
ทีไ่ มเ่ ขม้ แขง็ ชดั เจน

การสร้างความเป็นพลเมืองที่ไม่ทนต่อการทุจริต จะต้องเริ่มต้นจากการปรับกระบวนการคิด
ตั้งแต่เด็ก ๆ โดยการปลกู ฝังเรือ่ งคณุ ธรรม จริยธรรม จัดการศึกษาอบรมสง่ เสรมิ ให้ประชาชนทุกระดบั
คิดได้ คิดดีและคดิ เป็น เพื่อให้สามารถแยกแยะประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวมได้ นำไปสู่สังคม
ปลอดการทจุ ริตในที่สดุ

กจิ กรรมเสนอแนะ

กจิ กรรมท่ี ๑.๔.๑ ใครใหญ่
กจิ กรรมที่ ๑.๔.๒ ใจเขา ใจเรา

แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา 61

กิจกรรมปอ้ งกนั การทจุ รติ

หน่วยท่ี ๑ ปรับพ้ืนฐานความคดิ ต้านทุจริตส่วนตนและสว่ นรวม

หน่วยยอ่ ยที่ ๑.๔ พลเมืองกบั ความรับผดิ ชอบต่อการทุจรติ

กจิ กรรมที่ ๑.๔.๑ ใครใหญ่ เวลา ๑๒๐ นาที

สาระสำคญั

เยาวชนไทยมีพฤติกรรมชอบเลียนแบบมากขึ้น เช่น การขับขี่รถจักรยานยนต์แบบแว้น การ
ปิดถนนแข่งขนั รถจักรยานยนต์ การขับข่ีรถจกั รยานยนตฝ์ ่าฝืนกฎจราจร ไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับรถ
จักยานยนต์ เปน็ ตน้ เปน็ การแสดงใหเ้ ห็นวา่ เยาวชนขาดระเบียบวินัยในหลายลกั ษณะ ทัง้ การแสดงออก
ทางกายหรือการกระทำ ไม่เคารพกฎกติกา การใช้วาจาไม่เหมาะสม การฝึกให้ผู้เรียนให้อยู่ในระเบียบ
วินัย รู้จักเคารพกติกาต่าง ๆ จะเป็นการช่วยให้ผู้เรยี นคุ้นเคยต่อการอยู่ในกรอบระเบยี บวนิ ัยของสังคม
ไม่เอาเปรยี บสงั คม การสรา้ งลักษณะนสิ ัยที่เป็นระเบยี บจะทำให้ผ้เู รียนออกไปส่สู ังคมและประกอบอาชพี
ไดอ้ ย่างมคี วามสุข

จุดประสงค์ของกิจกรรม

๑. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับระเบยี บวนิ ัยและความรบั ผิดชอบต่อสงั คม
๒. เพอ่ื ให้สามารถประพฤติปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ วนิ ัย ไมเ่ อาเปรียบสงั คม
๓. เพอื่ ใหเ้ ห็นความสำคญั ของการมีระเบยี บวินยั และเคารพสิทธิของผูอ้ ่ืนในสังคม

ส่อื วสั ดุ อุปกรณ์ แหลง่ เรยี นรู้

๑. คอมพวิ เตอร์ พรอ้ มเครอ่ื งฉาย LCD และจอ

๒. ไมโครโฟนและเครื่องเสยี ง

๓. คลปิ วิดโี อ เร่อื ง “อดทน อดกล้ัน”

https://www.youtube.com/watch?v=dWmZDGYtE_k

๔. กระดาษ โพสต์อิท สชี มพู สีเหลอื ง สเี ขยี ว จำนวน ๓ แผน่ ต่อคน

๕. ปากกาเคมี คละสี จำนวน ๑ แท่งตอ่ คน

๖. กระดานบอร์ดสำหรับตดิ กระดาษโพสตอ์ ทิ จำนวน ๒ แผน่

๗. แบบประเมนิ ผลงานกลุ่มและแบบประเมนิ พฤตกิ รรม

62 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตด้านอาชีวศกึ ษา

ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม

๑. ผู้สอนกล่าวทกั ทายผูเ้ รยี น ชี้แจงกจิ กรรมและจุดประสงค์ของกิจกรรมแก่ผู้เรยี น โดยเน้น
ใหผ้ ้เู รียนเขา้ ใจและตระหนกั ในความสำคญั ของการปฏิบัติตามกฎ กตกิ าและระเบียบวินัย
อยา่ งเครง่ ครดั และความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม

๒. ผสู้ อนเปิดคลปิ วิดีโอ เรื่อง อดทน อดกลนั้ ใหผ้ ู้เรยี นดู
๓. หลงั จากดคู ลปิ วิดีโอ ผสู้ อนแจกกระดาษ โพสตอ์ ิท ให้ผู้เรียนคนละ ๒ แผน่ สแี ตกตา่ งกัน

โดยกำหนดให้
สีที่ ๑ สีชมพู คือ ดา้ นบวก
สีที่ ๒ สเี หลอื ง คอื ดา้ นลบ

ตั้งคำถามว่าผู้เรียนคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องที่ดูในด้านบวกและด้านลบ ให้เขียนลงใน
กระดาษสที กี่ ำหนด แล้วนำไปตดิ ท่กี ระดานบอรด์ หน้าช้นั เรยี นบอรด์ ที่หนึง่
๔. ครูผู้สอนสุ่มหยิบกระดาษคำตอบด้านลบ มา ๒ แผ่น ให้ผู้เรียนที่เป็นเจ้าของออกมา
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสุ่มหยิบกระดาษคำตอบด้านบวก มา ๒ แผ่น ให้ผู้เรียนที่เป็น
เจา้ ของออกมาแลกเปล่ียนเรียนรู้ จากนนั้ ให้ผ้เู รยี นนัง่ ประจำท่ี
๕. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรปุ พฤตกิ รรมที่เกิดขึ้นจากการดคู ลิปวิดีโอ โดยผู้สอนตั้งคำถาม
เปน็ การกระตุน้ การมสี ว่ นร่วม เช่น ใครเป็นผูไ้ มเ่ คารพกตกิ า เรอ่ื งใดควรประพฤติ เรื่องใด
ไม่ควรประพฤติ สง่ิ ท่ีประพฤตนิ ั้นมีผลดีผลเสียอย่างไร เปน็ ต้น
๖. ผู้สอนแจกกระดาษ โพสต์อิท สเี ขยี ว ให้ผเู้ รยี นคนละ ๑ แผ่น ให้แต่ละคนเขียนแสดงความ
คิดเห็นว่า “เราจะแก้ปัญหาการไม่เคารพกฎ กติกาในสังคมอย่างไร” นำออกมาติดท่ี
กระดานบอรด์ หนา้ ช้นั เรยี นบอร์ดท่ีสอง
๗. จากน้นั ผู้สอนสุ่มหยบิ กระดาษ Post it จากบอร์ดที่ 2 จำนวน ๔ แผน่ แลว้ ใหผ้ ู้เรยี นที่เป็น
เจา้ ของท้งั ๔ แผ่น ออกมานำเสนอ
๘. ผสู้ อนและผเู้ รียนชว่ ยกนั สรปุ สงิ่ ทไ่ี ด้จากการเรียนรู้ โดยเน้นย้ำถงึ การมีระเบยี บวินัย ความ
รบั ผดิ ชอบต่อสงั คมและตา้ นการทจุ ริตเปน็ หน้าที่ของพลเมืองทุกคน

ข้อเสนอแนะ

๑. กิจกรรมนเี้ หมาะสมกับผู้เรียน จำนวน ๓๐ คน เพอ่ื ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมและการ
แสดงความคดิ เหน็

๒. ผูส้ อนอาจเลือกคลิปวีดิโอเร่อื งอืน่ ๆ ที่สามารถดงึ ดดู ความสนใจไดม้ ากกวา่ นี้
๓. ผู้สอนต้องคอยกระตุน้ ให้ผ้เู รียนทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการทำกิจกรรม การแสดงความคิดเห็น

เพ่ือควบคุมเวลาให้เป็นไปตามท่กี ำหนด
๔. ผู้สอนอาจปรับหรือลดจำนวนผู้เรยี นท่ีสมุ่ ให้ออกมานำเสนอได้ตามเวลาที่มี และควรเลือก

ประเดน็ คำตอบที่แตกตา่ งกันเพอื่ ใหม้ มี มุ มองท่ีหลากหลายในการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้

แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสริมการป้องกันการทจุ ริตด้านอาชวี ศกึ ษา 63

แนวทางการวัดและประเมินผล

๑. ประเมินจากผลการทำกจิ กรรม
๒. ประเมินพฤติกรรมระหวา่ งการทำกิจกรรมโดยการสงั เกตหรือใชแ้ บบสงั เกต

หลกั รายการพฤตกิ รรมที่ประเมนิ สดั ส่วนคะแนน
คุณธรรม (ร้อยละ)
- รับผดิ ชอบกิจกรรมของตนเอง
มีวนิ ยั - ทำกิจกรรมตรงตามกตกิ า และขอ้ กำหนด 25 %
- มุ่งม่ันทำกิจกรรมดว้ ยความซื่อสัตย์
สจุ รติ - ช่วยเหลอื สมาชิกในกล่มุ ด้วยความเต็มใจ 50 %
จติ อาสา 25 %
รวม 100 %

64 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการปอ้ งกนั การทุจรติ ดา้ นอาชวี ศึกษา

กจิ กรรมปอ้ งกนั การทุจริต

หนว่ ยท่ี ๑ ปรบั พ้ืนฐานความคดิ ตา้ นทุจรติ ส่วนตนและสว่ นรวม

หน่วยยอ่ ยท่ี ๑.๔ พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบต่อการทจุ ริต

กจิ กรรมที่ ๑.๔.๒ ใจเขา ใจเรา เวลา ๑๒๐ นาที

สาระสำคัญ

ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน เกิดจากสาเหตุมาจากประชาชนในสังคมที่ไม่ได้ทำ
หน้าที่โดยสุจริต หรือขาดความรับผิดชอบในการเปน็ พลเมืองทีด่ ีของสังคม นำไปสู่พฤติกรรมการทจุ รติ
ในระดับตา่ ง ๆ เช่น การเอารัดเอาเปรยี บ การละเลยจารีตประเพณวี ัฒนธรรมอนั ดีงาม การไม่ปฏิบตั ติ าม
ปทัสถานของสังคมเหลา่ นี้ถอื เป็นการทุจริตในพฤติกรรมทั่วไปของมนุษยท์ ีน่ ำไปสูป่ ัญหาสังคม การรู้จัก
เอาใจเขามาใสใ่ จเราเปน็ แนวทางหน่งึ ในการสร้างความรับผดิ ชอบต่อการทุจรติ ของพลเมือง อันจะนำไปสู่
สังคมทีม่ คี วามสขุ ต่อไป

จดุ ประสงค์ของกิจกรรม

๑. เพื่อให้มีความรูค้ วามเข้าใจเกย่ี วกับความรบั ผิดชอบตอ่ การทจุ ริตของพลเมอื ง
๒. เพื่อให้สามารถจำแนกพฤติกรรมการทุจริตและการรับผิดชอบต่อการทุจริต เพื่อนำไป

ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวันในฐานะพลเมืองดี
๓. เพื่อใหต้ ระหนักถึงความรบั ผดิ ชอบตอ่ การทุจริตของตนเองและสงั คม

ส่อื วสั ดุ อุปกรณ์ แหล่งเรยี นรู้

๑. โตะ๊ สำหรับวางของ จำนวน 1 ตัว
๒. โตะ๊ รับประทานอาหาร จำนวน ๑ ตัว พร้อมเกา้ อี้ ๔ ตัว
๓. แก้วน้ำดม่ื พลาสติก จำนวน ๑๐ ใบ และแก้วน้ำธรรมดา จำนวน ๓ ใบ
๔. หลอดกาแฟ จำนวน ๑๐-๒๐ หลอด
๕. กระดาษรูปหัวใจ สีดำ สชี มพู/สีแดง ตามจำนวนผู้เรียน
๖. ไมโครโฟน จำนวน 4 ตัว พร้อมลำโพง 1 ชดุ
๗. ถงั ขยะ จำนวน 1 ใบ
๘. กระดาษทชิ ชู จำนวน 1 ม้วน
๙. มงกุฎกระดาษ จำนวน ๑ อัน มงกุฎกะโหลกไขว้จำนวน ๑ อัน และสายสะพายกระดาษ

จำนวน ๒ ชน้ิ
๑๐. ปากกาเคมี จำนวน 10 ด้าม เทปกาว/ลวดเย็บกระดาษ จำนวน 1 ช้ิน
๑๑. แบบประเมนิ ผลงานกลุ่มและแบบประเมนิ พฤตกิ รรม

แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกนั การทุจริตดา้ นอาชีวศกึ ษา 65

ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม

1. ผสู้ อนอธบิ ายทบทวนเร่อื งหน้าที่ ความรับผิดชอบของพลเมืองต่อการทจุ ริต แล้วตัง้ คำถาม
ผู้เรยี น ดังนี้
คำถามท่ี ๑ ......พลเมืองคอื ใคร.....
คำถามท่ี ๒ ......พลเมืองมีหน้าที่อะไร....
คำถามท่ี ๓ ......ทำอยา่ งไรพลเมืองถงึ มคี วามสุข....

2. ผู้สอนจัดพื้นที่หน้าชั้นเรียนเพื่อจำลองให้เป็นโรงอาหารของวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และขอ
อาสาสมคั รผเู้ รียนเข้ารว่ มในสถานการณ์จำลอง ดงั นี้
- ผู้เรียนจำนวน ๓ คน กำลงั เขา้ แถวซื้อนำ้ ทโ่ี รงอาหาร
- ผู้เรียนจำนวน ๔ คน กำลงั นง่ั รับประทานอาหาร
- ผู้เรียนจำนวน ๒ คน เป็นแม่ค้าขายน้ำอยู่ที่โต๊ะขายของ (คนหนึ่งเป็นเจ้าของร้าน
อีกคนหน่งึ เปน็ ลกู จ้าง)
- ผเู้ รยี นจำนวน ๑ คน เป็นคนขายนำ้ อยตู่ รงทางเดิน

3. ผสู้ อนอธบิ ายซกั ซอ้ มใหผ้ ้เู รียนแสดงสมมุติบทบาทตามสคริปต์ ดังน้ี
๓.๑ เหตุการณ์ที่ร้านขายน้ำ มีผู้เรียนคนหนึ่งไปแซงคิวซื้อน้ำ แม่ค้าบอกว่าให้ไปต่อคิว
และแม่ค้าก็ขายน้ำต่อไป ปรากฏว่าหลอดดูดน้ำหมด จึงหันไปบอกให้ลูกจ้างเอา
หลอดดดู นำ้ มาเพม่ิ แต่ลูกจา้ งหนั ไปดึงหลอดจากแก้วทีใ่ ชแ้ ลว้ มาล้าง และขายคนอื่น
ตอ่ ๆ ไป
๓.๒ เหตุการณ์ทโ่ี ตะ๊ อาหาร
คนท่ี ๑ เอาแก้วพลาสตกิ ไปทง้ิ ถังขยะแลว้ เดนิ ไป
คนที่ ๒ เดินไปเลย โดยทงิ้ กระดาษทชิ ชูไวบ้ นโต๊ะอาหาร
คนที่ ๓ เรียกคนที่ ๒ ให้มาเก็บไปทิ้ง แต่คนที่ ๒ ไม่สนใจ คนที่ ๓ ลุกตามไปด้วย
โดยเอาเฉพาะของตวั เองไปทง้ิ
คนท่ี ๔ กินเสร็จเกบ็ แก้ว จานและกระดาษทิชชูท่ีวางบนโต๊ะไปทงิ้
๓.๓ ระหว่างนน้ั แมค่ ้าขายน้ำที่ทางเดินตะโกนขายน้ำตัดราคาอยู่ตลอดเวลา
๓.๔ ตัวแทนผู้แสดงบทบาทสมมติ ๑ คน เดินมาหน้าเวทบี อกจบการแสดง ผู้เรียนทุกคน
ปรบมือ และผ้แู สดงทกุ คนกลับไปอยู่ในท่ตี งั้ เดิม

4. ผู้สอนแจกกระดาษรปู หวั ใจสีแดงและกระดาษรปู หัวใจสดี ำให้ผู้เรยี นกล่มุ ผชู้ ม สีละ ๑ แผ่น
ให้แต่ละคนนำกระดาษรูปหัวใจสีแดงไปให้ผู้แสดงที่ตัวเองเห็นว่ามีพฤติกรรมที่ดี และนำ
กระดาษรูปหัวใจสีดำไปให้ผู้แสดงที่ตวั เองเห็นวา่ มีพฤตกิ รรมทุจริต

5. ผู้สอนมอบมงกุฎและสายสะพายให้กับผู้ที่ไดห้ วั ใจสีแดงมากที่สดุ และมอบมงกุฎกะโหลก
ไขว้และสายสะพายให้ผู้ทไี่ ดห้ ัวใจสีดำมากทีส่ ุด แลว้ ถามผูเ้ รียนถงึ เหตุผล

6. ผ้สู อนและผเู้ รยี นร่วมกนั สรปุ เรือ่ งพลเมืองกับการรับผิดชอบตอ่ การทจุ ริต
7. หลังเสรจ็ กจิ กรรมทง้ั หมดผ้สู อนและผูเ้ รยี นร่วมกนั เก็บของให้เรยี บร้อยโดยไม่ตอ้ งส่งั

66 แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษา

ข้อเสนอแนะ

1. กจิ กรรมน้เี หมาะกบั ผเู้ รียน ไม่นอ้ ยกว่า ๒๕ คน
2. ผู้สอนตอ้ งตง้ั คำถามนำเรือ่ งการทจุ รติ กอ่ นแสดงบทบาทสมมติ
3. การจัดผู้เรียนแสดงบทบาทสมมติควรเป็นไปตามความสมัครใจ และควรฝึกซ้อมก่อน

เพอ่ื ใหก้ ารแสดงราบรนื่ สมจรงิ
4. หัวใจกระดาษทีส่ ือ่ ถึงพฤติกรรมท่ีดีและไมด่ ี นอกจากสือ่ ด้วยสีแดงกบั สีดำ อาจใช้รปู หน้า

ยมิ้ และหน้าโกรธกไ็ ด้
5. ผสู้ อนตอ้ งคอยกระตุ้นและควบคุมเวลาใหเ้ ปน็ ไปตามทก่ี ำหนด

แนวทางการวัดและประเมินผล

1. ประเมินจากผลการทำกจิ กรรม
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมระหวา่ งการทำกจิ กรรมโดยการสังเกตหรือใช้แบบสงั เกต
3. ประเมินทัศนคติต่อการทุจริตจากการแสดงความคิดเห็นของผู้เรียน

หลกั รายการพฤติกรรมที่ประเมิน สัดสว่ นคะแนน
คุณธรรม (ร้อยละ)
- รับผิดชอบกจิ กรรมของตนเอง
มวี ินยั - ทำกิจกรรมตรงตามกตกิ า และข้อกำหนด 25 %
- ม่งุ มนั่ ทำกจิ กรรมดว้ ยความซอ่ื สัตย์
สุจริต - ช่วยเหลอื สมาชกิ ในกลุ่มดว้ ยความเต็มใจ 50 %
จิตอาสา 25 %
รวม 100 %

แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ ริตดา้ นอาชีวศกึ ษา 67

หนว่ ยท่ี
สร้างสังคมทไี่ ม่ทนต่อการทจุ รติ

68 แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตด้านอาชวี ศกึ ษา

กจิ กรรมปอ้ งกันการทุจริต

หนว่ ยที่ ๒ สรา้ งสงั คมทไี่ มท่ นต่อการทุจรติ

สาระสำคัญ

การเปลย่ี นแปลงระบบวธิ ีการคิดเป็นเร่ืองสำคญั อย่างมากต่อการตอ่ ต้านการทจุ ริต นอกจากน้ี
การมีส่วนร่วมและการขัดเกลาทางสังคม โดยการปลกู ฝังความพอเพยี ง ความมีวินัย ซื่อสัตย์ สุจริต แก่
เยาวชนก็ถือเป็นรากฐานท่ีสำคัญต่อการพัฒนาสงั คมและประเทศชาติ การป้องกันและปราบปรามการ
ทุจริตจึงจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทางคือเด็กและเยาวชน โดยมุ่งสร้างให้เยาวชนมีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ โดยเฉพาะความมวี นิ ัยและความรบั ผดิ ชอบ การเหน็ แกป่ ระโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ด้วย
การสรา้ งจิตสานกึ “ความเป็นพลเมอื ง” ใหก้ บั เยาวชน

จุดประสงค์

๑. เพื่อให้มีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการป้องกันและการต่อต้านการทุจริตในสังคมหรือใน
สถานศกึ ษา

๒. เพอื่ ให้สามารถคดิ วิเคราะหส์ ภาพปัญหาการทจุ ริตในสังคมหรือในสถานศึกษา และมีส่วน
ร่วมในการต่อตา้ นและไมท่ นต่อการทุจริต

๓. เพื่อให้ตระหนักถึงปญั หาท่ีจะเกิดขึน้ จากการทุจริตและเหน็ ความสำคัญของความร่วมมือ
ในการสร้างสงั คมทไ่ี ม่ทนตอ่ การทจุ ริต

เน้ือหาสาระ การขดั เกลาทางสังคม
ทกั ษะการปรบั กระบวนการคิด
หนว่ ยย่อยที่ ๒.๑ การมสี ว่ นร่วมของชมุ ชน
หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒.๒
หน่วยย่อยท่ี ๒.๓

แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการป้องกันการทจุ ริตด้านอาชีวศึกษา 69

กิจกรรมปอ้ งกนั การทุจริต

หนว่ ยที่ ๒ สรา้ งสงั คมทไี่ ม่ทนต่อการทจุ ริต
หน่วยย่อยที่ ๒.๑ การขัดเกลาทางสังคม

สาระสำคญั

คนทว่ั ไปมกั จะมองวา่ เร่อื งทุจรติ เป็นเรื่องไกลตัว แต่แทท้ ่ีจริงแลว้ การทจุ ริตน้ันเป็นเรื่องใกล้ตัว
ทุกคนในสังคมมาก เยาวชนส่วนใหญ่มองเห็นการติดสินบนของข้าราชการเป็นเรื่องปกติ ข้าราชการใช้
ทรัพยากรภาครัฐเพื่อประโยชน์ของตนเองไม่เปน็ ไร และการป้องกันหรอื ต่อต้านคอรร์ ัปชันเป็นเร่ืองของ
ผ้ใู หญไ่ ม่ใช่เรอื่ งของเยาวชน สะท้อนให้เหน็ ถงึ การขาดการปลกู ฝงั ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมอย่างย่งั ยืน ซึ่ง
จะส่งผลเสยี ต่อสงั คมไทยต่อไป การศึกษาเพือ่ สร้างความเป็นพลเมอื งจึงเปน็ ส่ิงสำคญั ในการตอ่ ต้านการ
ทจุ ริตคอร์รปั ชัน เน่อื งจากเป็นเรอ่ื งท่ีเกย่ี วกับสิทธิและหน้าทข่ี องคนไทยโดยตรง

จดุ ประสงค์

๑. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการขัดเกลาทางสังคมเพื่อการป้องกันและต่อต้าน
การทุจริต

๒. เพอ่ื ให้สามารถพฒั นากระบวนการคิดและพฤติกรรมท่ีพงึ ประสงคเ์ พอื่ ความเป็นพลเมือง
๓. เพือ่ ใหต้ ระหนักถงึ ความสำคญั ของคุณธรรม จริยธรรมซึง่ เปน็ พ้นื ฐานสำคัญของการอยู่ร่วม

ในสังคม

เน้อื หาสาระ

การสร้างวินัย คุณธรรม จริยธรรม เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้
เด็กและเยาวชนมีจิตสำนกึ ในการต่อต้านการทุจริต ปลูกจิตสำนกึ ปรับเปลี่ยนฐานการคิดให้แก่เยาวชน
ให้เกิดความตระหนักถึงผลกระทบของการทุจริตคอร์รัปชนั พฒั นางานใหเ้ กิดความโปร่งใสตรวจสอบได้
สรา้ งความแข็งแกร่งใหต้ นเอง องคก์ ร และสง่ ผลตอ่ ประเทศชาตใิ นท่ีสดุ

• ความหมายของการขัดเกลาทางสังคม (socialization)

“การขัดเกลาทางสังคม” ตามความหมายทางสงั คมวิทยา คือ การเรียนรู้ของสมาชิกในสังคม
ทัง้ รูปแบบที่เปน็ ทางการและไมเ่ ป็นทางการ เพอื่ พัฒนาบคุ ลิกภาพตามความต้องการของสังคม

“การขัดเกลาทางสังคม” คอื การนำคนเขา้ ส่รู ะบบของสังคม โดยผ่านกระบวนการตา่ ง ๆ ทีท่ ำ
หน้าทีข่ ดั เกลาอตั ตชวี ะให้พ้นจากสภาพสญั ชาตญาณเดมิ จนกลายเป็นมนุษยส์ งั คม เพราะมนุษย์ไม่ได้อยู่
คนเดียวในโลก จึงต้องผ่านกระบวนการขัดเกลาทางสังคมตลอดชีวิต ทั้งโดยทางตรง จากครอบครัว
การศกึ ษา เพือ่ น และโดยทางออ้ มจากการเลยี นแบบกนั

70 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการปอ้ งกนั การทจุ รติ ดา้ นอาชวี ศึกษา

“การปลูกฝังทางวัฒนธรรม (Enculturation) ตามความหมายทางด้านมานุษยวิทยา
นยิ พรรณ วรรณศริ ิ (2540) คือ กระบวนการทางสงั คมกบั ทางจติ วทิ ยาซ่งึ มผี ลทำให้บคุ คลมีบุคลิกภาพ
ตามแนวทางทสี่ ังคมตอ้ งการ การขดั เกลาทางสงั คมทำให้มนุษย์เปลยี่ นแปลงจากสภาพสัตว์ตามธรรมชาติ
ให้เป็นมนุษย์ที่มีวัฒนธรรม การขัดเกลาทางสังคมเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนถึง
ตาย โดยมีองค์กรที่ทำหน้าที่ขัดเกลาทางสังคม ที่สำคัญ ๆ ได้แก่ ครอบครัว สถานศึกษา กลุ่มเพื่อน
สำนักงานหรอื องค์กรทีบ่ ุคคลสงั กัดอยู่ สถาบนั ทางศาสนา และสอ่ื มวลชน

• ความสำคญั ของการขัดเกลาทางสังคม

ผ่องพันธุ์ มณีรัตน์ (2529) ชี้ให้เห็นว่า ปฏิสัมพันธ์และการเรียนรู้หรือการขัดเกลาทางสังคม
มีความสำคญั มากตอ่ การพัฒนาพฤตกิ รรมทางสังคมได้ โดยยกตวั อย่าง เด็กผ้หู ญงิ คนหนึ่งซ่ึงเกิดจากแม่
ปัญญาอ่อน หหู นวกและเปน็ ใบ้ ไม่ทราบวา่ ใครเป็นพ่อเดก็ เดก็ อย่กู บั แมต่ ามลำพังและถูกตายายกักตวั ไว้
ในโรงนา เด็กคนนัน้ ไมม่ ีโอกาสติดต่อสัมพันธ์กบั ใคร โดยเฉพาะไม่มีโอกาสสรา้ งความสัมพันธท์ างสังคม
กับแม่ได้เลย จนมีผู้มาพบเด็กคนนี้เมื่อเธออายุได้หกขวบครึ่ง แต่ดูคล้ายเด็กอายุหกเดือน ยังพูดไม่ได้
ได้แต่แสดงกิริยาท่าทางและทำเสียงอู้อี้ มีอากัปกิริยาหวาดผวาและดุร้ายเหมือนสัตว์ หลังจากนำเด็ก
คนนี้มาฝึกฝนอบรม พบว่าเธอสามารถพัฒนาตัวเองไปได้รวดเร็วจนมีพัฒนาการทางสังคมสมวัย การท่ี
เด็กสามารถเรียนรู้ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การที่เด็กขาดความสามารถต่าง ๆ เนื่องจากขาดการติดต่อ
สมั พันธแ์ ละการขดั เกลาทางสังคม ไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของสมองและจติ ใจแต่อยา่ งใด

การขัดเกลาทางสงั คมเป็นลกั ษณะทีป่ รากฏเฉพาะในสังคมมนษุ ยเ์ ท่านนั้ เพราะมสี ว่ นได้เปรียบ
ในคุณลักษณะทางร่างกายและสมองที่แตกตา่ งจากสัตว์ประเภทอืน่ กล่าวคือ มนุษย์มีสตปิ ัญญาเฉลยี ว
ฉลาดซึ่งเปน็ คุณสมบัตทิ างชวี ภาพของมนษุ ยท์ ี่ติดตัวมาแต่เกิด ทำให้สามารถเรียนรู้และจดจำได้มากขึ้น
ตามกาลเวลาที่ผ่านไป มนุษย์ผ่านกระบวนการขดั เกลาทางสังคมโดยเฉพาะการรูจ้ กั ใช้ภาษาทีม่ นุษยใ์ ช้
เป็นสญั ลักษณ์ในการตดิ ต่อความหมาย ทำความเข้าใจระหวา่ งกัน มนุษย์สามารถใช้ภาษาอบรมส่งั สอน
และเรียนรไู้ ด้ ภาษาทำให้มนษุ ยส์ รา้ งความคดิ เป็น สะสม รวบรวม ความรู้ ทา่ ที แบบพฤติกรรมต่าง ๆ ได้
อยา่ งชัดแจง้ และในภาษาเขยี นซ่ึงอาจกลา่ วไดว้ ่าเปน็ มรดกทางสงั คมทส่ี บื ต่อเนื่องกนั มาหลายร้อยหลาย
พนั ปี มนษุ ย์ทผี่ ่านผ่านกระบวนการขัดเกลาดว้ ยภาษานเ้ี องทำให้มนุษย์เปน็ คนโดยสมบรู ณ์ ในขณะท่สี ัตว์
ทั้งหลายเหล่านี้มีพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตของมันด้วยสัญชาติญาณ เพราะฉะนั้นความเป็นคนโดย
สมบูรณจ์ งึ ตอ้ งมอี งคป์ ระกอบ 2 ส่วน ด้วยกันคอื คุณสมบัตทิ างชีวภาพ และการขัดเกลาทางสังคม

• จุดมุ่งหมายของการขัดเกลาทางสงั คม

การขัดเกลาทางสังคมมจี ดุ มุ่งหมายดงั น้ี

1. การปลูกฝังระเบียบวนิ ัยพื้นฐาน
การมีระเบียบวินัยถือเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตและกิจกรรมทางสังคมของการ

อยูร่ ่วมกนั ของบุคคล บุคคลต้องยอมรบั ระเบยี บกฎเกณฑ์ทส่ี งั คมกำหนด แม้วา่ อาจฝืนใจหรอื ไม่เตม็ ใจทำ
ระเบียบวินัยจึงเป็นพื้นฐานที่บุคคลถูกขัดเกลาให้ประพฤติ ปฏิบัติตั้งแต่วัยต้นของชีวิตในกิจกรรม

แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ ริตด้านอาชีวศกึ ษา 71

ชีวติ ประจำวัน เชน่ สอนใหร้ ูจ้ ักระเบียบในการขับถ่าย ทุกชาติทุกภาษาจะมคี ำงา่ ย ๆ สนั้ ๆ กะทัดรัดให้
เด็กเล็กสมาชิกของตนรู้และเข้าใจการปฏิบัติตนในการขับถา่ ย เช่น คำว่า “ฉ่ี” “อึ” ในชีวิตของคนไทย
หลายคน กล่มุ ท่ีต้งั อยู่ริมน้ำหรอื บ้านไทยท่วั ไปที่มีใต้ถนุ สูง บา้ นเรือนเหล่านจ้ี ะถกู เจาะให้เปน็ ช่องเล็ก ๆ
ผใู้ หญจ่ ะสอนลูกหลานของตนให้มีระเบียบหรอื รูจ้ ักมา ฉ่ี หรือ อึ ท่ีชอ่ งเลก็ ๆ ดงั กล่าว นอกจากการสอน
ให้รู้จักระเบียบในการขับถ่ายแล้ว การขัดเกลาทางสังคมยังสัง่ สอนให้รู้จักมารยาททางสังคม เช่น การ
กราบไหว้ การทกั ทาย การรู้จกั ความสะอาด ดังนั้นจุดมุ่งหมายเกี่ยวกับการปลูกฝังระเบียบวินัยพื้นฐาน
ผู้ใหญ่ควรทำเปน็ แบบอย่าง มีความสมำ่ เสมอ และมีความยดื หยุ่น อย่างมีเหตุผล เพราะพ้นื ฐานเหล่านี้
จะมผี ลต่อบุคลกิ ภาพของบคุ คลอยา่ งมาก จากผลการวิจัยส่วนใหญจ่ งึ พบเหมอื นกนั ว่า บิดามารดาทเ่ี ล้ียง
ลกู มาอยา่ งกวดขันเข้มงวดระเบยี บวนิ ัยกับลกู ของตนมากเกนิ ไป และลงโทษดว้ ยการเฆี่ยนตีอย่างรุนแรง
เด็กจะมีบุคลิกภาพที่ก้าวร้าว ปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ยากและมผี ลต่อการลดความคิ ดสร้างสรรค์
ของเดก็ ดว้ ย

2. การปลูกฝงั ความมุ่งหวังในชีวิตทกี่ ลุม่ ยอมรบั
โดยปกติระเบียบวินัยเป็นส่ิงท่ีบุคคลไมค่ ่อยอยากปฏิบัติ แต่ความมุ่งหวังจะช่วยให้บคุ คล

มีความมุ่งมนั่ และยอมรบั ระเบียบวินัยท่จี ะต้องประพฤติปฏิบัติเพอ่ื ลลุ ่วงสู่ความตอ้ งการในอนาคต ความ
ลุล่วงที่ต้องการนั้น คือ ความมุ่งหวังที่บุคคลได้รับจากสังคมหรือกลุ่มที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ได้ถ่ายทอด
คณุ คา่ ทางสงั คมนัน้ มาถงึ ตัวบุคคล เชน่ คุณคา่ ทางสงั คมของคนไทยยกย่องให้เกียรติคนที่มีการศึกษาสูง
ยกยอ่ งอาชีพบางอย่าง เช่น เป็นวิศวกร นายแพทย์ นายทหาร คณุ ค่าทางสงั คมเหลา่ นี้บคุ คลจะไดร้ ับการ
ปลูกฝังทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เขาเกิดความมุ่งหวังในคุณค่าเหล่านี้ และยอมลำบากทำตาม
บรรทดั ฐานทีก่ ลุ่มวางไวเ้ พ่อื เปา้ หมายของตน

3. การสอนใหร้ ู้จักบทบาททางสังคมและทัศนคติตา่ ง ๆ
การกำหนดบทบาทในสงั คม รวมทั้งทัศนคตติ ่าง ๆ ที่เข้ากับบทบาทนั้น ๆ บุคคลจะไดร้ ับ

การอบรมให้รู้ระเบียบสังคมตั้งแต่วัยต้นของชีวิตในลกั ษณะค่อยเปน็ ค่อยไป เช่น ลักษณะการวางตัวให้มี
พฤติกรรมอยา่ งไรต่อบคุ คลอ่ืน ๆ ที่เขามีความสัมพันธ์ดว้ ย และถูกตอ้ งเหมาะสมกบั กาลเทศะด้วย เป็น
ต้นว่า คนไทยส่วนใหญ่จะเริ่มสอนบุตรหลานของตนเมื่อเริ่มรู้ความ ให้รู้จัก “สวัสดี” หรือ “สาธุ” กับ
ผู้ใหญ่ ขณะเดียวกันก็จะบอกเลา่ ถึงสถานภาพของผู้ใหญ่เหล่าน้ันดว้ ยว่าทา่ นคือใคร ต้องวางตัวอยา่ งไร
ด้วยการอบอรมในลักษณะท่ีสอนให้เด็กสะสมความรู้เกี่ยวกับบทบาทของตัวเขาและคนอื่นทีละเล็ก
ทีละน้อยนั้นเอง ผู้เรียนก็จะรับสิ่งต่าง ๆ เข้าไว้และประพฤติปฏิบัติได้อย่างไม่ขัดเขิน ถูกต้องตาม
กาลเทศะ

4. การสอนให้เกิดความชำนาญและทักษะต่าง ๆ
การใหเ้ กดิ ความชำนาญหรอื ทักษะท่จี ะมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมในสังคมกับคนอ่ืน ๆ จดุ มุง่ หมาย

ข้อนี้เป็นผลสุดท้ายที่ต่อท้ายที่ต่อเนื่องมาจากจดุ มุ่งหมายแต่ละข้อตามลำดับในสังคมที่มีความเป็นอยู่
อยา่ งงา่ ย ๆ วธิ ีการเรยี นร้ขู องบคุ คลมักเกิดจากการเลียนแบบถ่ายทอดกันลงมานับช่วั อายุคน โดยยึดหลกั
ขนบธรรมเนียมประเพณสี ืบตอ่ กนั มา แตใ่ นสงั คมท่ีสลบั ซับซอ้ น ความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เขา้ มามีบทบาทในชวี ิตของบุคคลอย่างมาก วิธกี ารเรียนรู้ของสงั คมประเภทหลังนี้จงึ เปน็ การเรียนรู้อย่าง

72 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การป้องกนั การทุจรติ ดา้ นอาชีวศึกษา

เป็นทางการซึง่ ใช้ไดผ้ ลมาก เช่น สังคมไทยในอดีต ผู้ชายจะได้รับการถ่ายทอดในด้านวิชาความรู้ศลิ ปะ
การปอ้ งกนั ตวั ฯลฯ จากวัด ซง่ึ เป็นแหลง่ ท่ใี ห้การขัดเกลาทางสงั คมได้อย่างดสี ำหรบั เด็กผชู้ าย ในขณะที่
เดก็ ผูห้ ญิงจะได้รบั การถา่ ยทอดทางด้านการบา้ น การเรอื น มารยาททางสงั คมตา่ ง ๆ ที่กุลสตรีพึงมีจาก
ภายในวงั แต่ปัจจุบันนี้การศกึ ษาเป็นทางการ คือ โรงเรยี นไดเ้ ขา้ มามีส่วนเสริมสร้างทกั ษะด้านนอ้ี ยู่อย่าง
มากมาย โดยเฉพาะความร้ใู นด้านมนษุ ยสัมพันธ์ตา่ ง ๆ ทช่ี ่วยใหก้ ารปฏบิ ตั ิตอ่ ผู้อื่นเปน็ ไปอยา่ งราบรื่น

• ประเภทของการขัดเกลาทางสงั คม

การขดั เกลาทางสงั คมสามารถทำได้ 2 ทาง (จำนงค์ อดวิ ัฒนสิทธ์ิ และคณะ, 2540) คอื
1. การขัดเกลาทางสังคมโดยทางตรง เช่น การที่พ่อแม่ฝึกอบรมเด็กให้รู้จักพูด รู้จัก
กิริยามารยาททางสงั คม ครอู าจารยส์ อนหนังสือนักเรยี นและนักศึกษาใหม้ ีศิลปะวิทยาการตา่ ง ๆ รวมทั้ง
ให้ทำหน้าทกี่ ารเปน็ พลเมืองท่ดี ี เป็นต้น
2. การขัดเกลาทางสงั คมโดยทางอ้อม เช่น การได้เข้าไปฟังอภิปราย ฟังปาฐกถา ทำให้ได้รับ
ความรู้ความเขา้ ใจในสิ่งต่าง ๆ การอ่านหนงั สอื ตามหอ้ งสมุด การฟังวิทยุ การดูโทรทัศน์และภาพยนตร์
ก็เป็นหนทางทจ่ี ะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ระเบยี บตา่ ง ๆ ในสงั คม นอกจากน้ี การเข้ากลุ่มเพ่ือนท้ัง
ในที่ทำงานและในสถานศกึ ษากล็ ว้ นชว่ ยให้เกดิ การปรบั ตวั และพฒั นาบคุ ลิกภาพได้

กิจกรรมเสนอแนะ

กิจกรรมท่ี ๒.๑.๑ คนดไี ม่คอรร์ ัปชัน

แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา 73

กิจกรรมปอ้ งกนั การทจุ ริต เวลา ๖๐ นาที

หน่วยที่ ๒ สร้างสังคมที่ไม่ทนตอ่ การทจุ ริต
หน่วยย่อยที่ ๒.๑ การขัดเกลาทางสังคม
กิจกรรมที่ ๒.๑.๑ คนดไี ม่คอร์รปั ชัน

สาระสำคญั

การสร้างสงั คมให้เกิดภาวะท่ี “ไม่ทนต่อการทุจริต” ต้องเริม่ ตงั้ แตก่ ระบวนการกล่อมเกลาหรือ
ขัดเกลาทางสงั คมในทุกระดับช่วงวัย ตง้ั แต่ปฐมวยั เพ่ือปลูกฝังระเบยี บวนิ ยั พืน้ ฐาน ปลูกฝงั ความมุ่งหวัง
ในชีวิตที่กลุ่มยอมรับ สอนให้รู้จักบทบาททางสังคมและทัศนคติต่าง ๆ รวมทั้งสอนให้เกดิ ความชำนาญ
และทักษะต่าง ๆ ให้มีความเป็นพลเมืองที่ดี มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม มีจิตสาธารณะ จิตอาสา และ
เสียสละเพ่ือส่วนรวม ตลอดจนเสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนมีพฤติกรรมที่ไม่ยอมรับและต่อต้านการทุจริต
ในทุกรปู แบบ

จดุ ประสงคข์ องกิจกรรม

๑. เพื่อให้มีความรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการขัดเกลาทางสังคมเพ่ือสรา้ งสังคมท่ไี ม่ทน
ตอ่ การทจุ รติ

๒. เพอ่ื ให้สามารถประพฤตปิ ฏิบัตติ นเป็นแบบอย่างท่ดี ีในการสรา้ งสงั คมไม่ทนต่อการทุจริต
๓. เพ่ือให้เห็นความสำคัญของการสรา้ งสังคมที่ไมท่ นตอ่ การทุจริต

ส่อื วสั ดุ อปุ กรณ์ แหล่งเรียนรู้

๑. เคร่ืองฉายโปรเจคเตอร์ พรอ้ มจอ จำนวน ๑ ชุด

๒. คอมพวิ เตอร์ จำนวน ๑ ชุด

๓. เครื่องเสียง จำนวน ๑ ชดุ

๔. วีดิทัศน์ เรอ่ื ง “นิมนตย์ ้ิมเดล่ี คนดีไมค่ อร์รปั ชัน” หรือ

ดาวนโ์ หลดจาก www.youtube.com/watch9u=wv69Dr4DYiv

๕. กระดาษฟลปิ ชาร์ท กลมุ่ ละ ๑ แผ่น

๖. ปากกาเคมีคละสี กลุม่ ละ ๓ แท่ง

๗. แบบประเมนิ ผลงานกล่มุ และแบบประเมินพฤตกิ รรม

ขนั้ ตอนการดำเนนิ กจิ กรรม

๑. ผู้สอนกลา่ วนำและแจง้ จดุ ประสงค์กจิ กรรมเกีย่ วกับ “การสร้างสังคมท่ีไมท่ นตอ่ การทจุ ริต”
๒. ผู้สอนเปิดวิดีทัศน์ เรื่อง “นิมนต์ยิ้มเดลี่ คนดีไม่คอร์รัปชัน” ให้ผู้เรียนดูพร้อมบันทึก

เหตกุ ารณห์ รือพฤติกรรมของตัวละครลงในสมดุ บนั ทึก

74 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกันการทจุ รติ ด้านอาชวี ศึกษา

๓. ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มอภิปราย
พร้อมจดบันทกึ ลงในกระดาษฟลิปชาร์ท โดยผูส้ อนกำหนดหัวข้อในการอภปิ ราย ดงั นี้
กลุ่มที่ ๑ ผู้เรียนเห็นพฤติกรรมของตวั ละครอะไรบ้าง
กลุ่มท่ี ๒ ผู้เรยี นมีความรู้สกึ อยา่ งไรจากการดูวิดีทศั น์
กลุ่มที่ ๓ ผู้เรียนไดร้ บั ความรูแ้ ละประสบการณ์อะไรจากกิจกรรมในครั้งน้ี
กลุ่มที่ ๔ ผเู้ รยี นจะมสี ว่ นรว่ มในการสร้างสงั คมที่ไม่ทนตอ่ การทุจรติ ได้อยา่ งไร

๔. แต่ละกลุม่ ส่งตัวแทนออกมานำเสนอหวั ข้อท่ีร่วมกนั อภิปรายหนา้ ชั้นเรียน พร้อมใหเ้ พื่อน
ซกั ถามเพ่มิ เตมิ

๕. ผู้สอนและผูเ้ รียนรว่ มกันสรุปสิ่งที่ไดเ้ รียนรแู้ ละสงิ่ ที่จะนำไปปฏิบัติในชวี ติ ประจำวนั

ข้อเสนอแนะ
๑. หากดาวน์โหลดข้อมูลไมไ่ ด้ ให้ผู้สอนจัดหาคลิปที่มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับการสร้างสังคม
ที่ไมท่ นต่อการทจุ ริตแทนได้
๒. ผู้สอนสามารถปรับขนั้ ตอนการสอนไดต้ ามความเหมาะสม
๓. ผสู้ อนควรควบคุมเวลาในการทำกิจกรรมเพ่อื ให้เปน็ ไปตามเวลาทีก่ ำหนด

แนวทางการวัดและประเมินผล

1. ประเมนิ ผลจากการทำกจิ กรรมกลมุ่
2. ประเมินพฤติกรรมของผู้เรยี นโดยใช้การสงั เกตหรอื แบบสงั เกต

แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกนั การทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา 75

แบบประเมนิ พฤติกรรม

หน่วยท่ี ๒ สรา้ งสงั คมทไ่ี มท่ นต่อการทจุ รติ หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ การขัดเกลาทางสังคม
กิจกรรมท่ี ๒.๑.๑ คนดไี ม่คอรร์ ัปชนั

กลุ่มท่ี .............................................................................. วันทีป่ ระเมนิ ....................................................

คำชีแ้ จง ให้สงั เกตพฤติกรรมของผู้เรยี นเป็นรายบุคคลในระหว่างการทำกิจกรรม แล้วใหค้ ะแนนระดับ
พฤติกรรมทผ่ี เู้ รยี นแสดงออกในทางบวก โดย ๑ = น้อย, ๒ = ปานกลาง, ๓ = ดี

รายการประเมิน สมาชิกกลมุ่ ลำดับที่
๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐

๑. ยอมรบั ความสามารถ ความคดิ เห็นและ

การให้ขอ้ มูลป้อนกลับจากผูอ้ ืน่

๒. สามารถเป็นผู้นำและผตู้ ามที่ดี

๓. แบง่ ปนั แลกเปลีย่ นเรียนรูก้ บั เพอื่ นอย่าง

เทา่ เทยี มกัน

๔. เคารพกตกิ าหรอื ขอ้ ตกลงในการทำงานร่วมกนั

๕. มนี ำ้ ใจ ช่วยเหลือ เอ้อื เฟอื้ ผอู้ ่นื เห็นอกเหน็ ใจผู้อน่ื

๖. อดทนกับสภาพทต่ี นเองไมช่ อบ

๗. มที กั ษะการสอื่ สาร

๘. ใหค้ วามร่วมมอื ในการทำงานอยา่ งเตม็ ความสามารถ

๙. มุ่งม่ันและตงั้ ใจทำงานรว่ มกนั ใหป้ ระสบ

ความสำเร็จตามเปา้ หมาย

๑๐. แกป้ ญั หาเฉพาะหน้าในการทำงานรว่ มกนั

คะแนนรวม

ผลการประเมิน

ระดับคุณภาพ

เกณฑ์การตดั สินผลประเมิน
คะแนนเตม็ ๓๐ คะแนน ได้คะแนนรวม ๒๐ คะแนนขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่านเกณฑ์

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนนมากกวา่ ๒๕ หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ช่วงคะแนน ๒๐ - ๒๔ หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดี
ช่วงคะแนน ๑๕ - ๑๙ หมายถงึ ระดับคุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ๑๐ - ๑๔ หมายถึง ระดับคณุ ภาพต้องปรบั ปรงุ
ไดร้ ะดับคุณภาพพอใชข้ ึน้ ไป ถอื วา่ ผ่าน

76 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทจุ รติ ด้านอาชวี ศึกษา

กิจกรรมป้องกันการทุจริต

หน่วยที่ ๒ สร้างสงั คมท่ไี มท่ นต่อการทุจริต
หนว่ ยย่อยที่ ๒.๒ ทกั ษะการปรับกระบวนการคิด

สาระสำคญั

การเปลี่ยนแปลงระบบวิธีการคิด การมีส่วนร่วมและการขัดเกลาทางสังคม โดยการปลูกฝัง
ความพอเพยี ง ความมวี ินยั ซอื่ สัตย์สจุ รติ ใหก้ ับคนในสงั คมตั้งแต่วยั เดก็ เปน็ เรอ่ื งสำคญั อยา่ งมากต่อการ
ดำเนินงานด้านการต่อต้านการทุจริต เพื่อให้บุคคลสามารถแยกแยะระหว่างประโยชน์ส่วนตนและ
ประโยชน์ส่วนรวม ตระหนักว่าการกระทำใดเป็นการล่วงล้ำสาธารณประโยชน์ การกระทำใดเป็นการ
กระทำที่อาจเกิดการทับซ้อนระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ต้องคำนึงถึง
ประโยชนข์ องประเทศชาตเิ ปน็ อันดับแรก ก่อนท่จี ะคำนึงถงึ ผลประโยชน์สว่ นบคุ คลหรือพวกพ้อง

จุดประสงค์

๑. เพอ่ื ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับการเปลีย่ นแปลงระบบวธิ กี ารคิด
๒. เพือ่ ให้มที กั ษะการปรบั กระบวนการคิดเพ่อื การอยู่ร่วมในสงั คมทไ่ี ม่ทนตอ่ การทุจรติ
๓. เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของความพอเพียง ความมีวินัย ความซื่อสตั ย์สจุ ริต ในการ

อยู่ร่วมกนั เพ่ือสรา้ งสงั คมทีไ่ ม่ทนต่อการทจุ ริต

เนอ้ื หาสาระ

• รูปแบบของการทจุ รติ คอร์รปั ชนั ในสังคมไทย

สังศิต พิริยะรังสรรค์ (2549) ได้นำเสนอไว้ว่ารูปแบบการทุจริตในสังคมไทยมี 15 ลักษณะ
ไดแ้ ก่ 1) การแสวงหาคา่ เช่าทางเศรษฐกจิ เชน่ การผูกขาด การให้สัมปทาน และการเรียกเก็บส่วนแบ่ง
อย่างผิดกฎหมาย 2) การฉกฉวยทรัพยากรของรัฐมาเปน็ ของครอบครัวและอาจกระทำโดยการแปรรปู
รัฐวิสาหกิจ 3) การมีผลประโยชน์ทับซ้อน 4) การใช้อิทธิพลทางการเมืองหาผลประโยชน์จากตลาด
หลักทรัพย์ (ปั่นราคาหุ้นของตัวเอง) 5) การปกปิดการบริหารงานที่ไม่ถูกต้อง การปิดบังและให้การ
เท็จ 6) การใช้นโยบาย กฎหมาย กฎเกณฑ์ ขอ้ บังคับต่าง ๆ อย่างมีอคตแิ ละลำเอียง 7) การใชอ้ ทิ ธิพล
ทางการคา้ 8) การใช้ทรัพยากรของรัฐไปในทางมิชอบ การปลอมแปลงเอกสาร การฉอ้ ฉล การใช้กองทุน
ของรัฐเพื่อไปหาผลประโยชน์ทางการเมือง 9) การไม่กระทำการตามหน้าที่ แต่ใช้ลัทธิพรรคพวกแทน
10) การใหแ้ ละการรับสินบน การขเู่ ขญ็ บังคบั และการใหส้ ่ิงล่อใจ 11) การยอมรบั ของขวัญท่ีไม่ถูกต้อง
12) การที่ผู้บริหารประเทศทำตัวเป็นผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ของประเทศ โดยการใช้นโยบายประชา-

แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกันการทจุ ริตด้านอาชวี ศกึ ษา 77

นิยม 13) การใช้อำนาจของตำรวจ ทหารและข้าราชการในทางที่ผิด 14) การทุจริตการเลือกต้ัง และ
15) การบริจาคเพอื่ ชว่ ยเหลอื การณรงค์ท่ผี ดิ กฎหมาย

• การปรับกระบวนการคดิ เพื่อสรา้ งสงั คมทไ่ี มท่ นตอ่ การทุจรติ

จากยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐-
๒๕๖๔) ประกอบดว้ ย ๖ ยทุ ธศาสตร์ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ท่ี ๑ สร้างสงั คมท่ไี มท่ นต่อการทุจริต ซ่ึงได้
กำหนดกลยุทธแ์ ละแนวทางการดำเนินงาน ในกลยุทธท่ี ๑ คอื การปรบั ความคิดทุกช่วงวัย ต้ังแตป่ ฐมวัย
ให้สามารถแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม โดยมีแนวทางให้มีการพัฒนา
หลักสูตร บทเรียน การเรียนการสอน และรูปแบบการป้องกันการทุจริตตามแนวคิดแยกระหว่าง
ผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม และกำหนดให้มีการพัฒนาหรือปรับปรุงมาตรฐานทาง
จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ และมกี ารใช้อยา่ งจริงจงั

กระบวนการคดิ ของมนษุ ย์ถือเป็นคณุ สมบัติของมนษุ ย์ คอื เปน็ ผ้รู ้คู ดิ จากการร้คู ิดนี้เองนำไปสู่
กระบวนการคิด เริ่มจากการตีความ พิจารณาไตร่ตรองสิ่งที่ได้รับทางตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ เกิด
ความพอใจในสงิ่ นัน้ สรุปออกมาเป็นความรูเ้ ฉพาะครั้ง แล้วนำความรหู้ ลายครั้งมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ
สรปุ ออกมาเปน็ ความรู้ที่เปน็ สว่ นรวม ท้ังยงั นำความรูท้ ไี่ ดร้ ับเกบ็ ไว้ในความทรงจำ เพือ่ นำมาคิดอนุมาน
ใชใ้ นการสรปุ หาความรใู้ หมเ่ พ่ิมเติม โดยไม่ตอ้ งอาศยั ประสบการณ์ตรง แต่อาศยั ส่ิงทเ่ี กี่ยวเนอื่ งกัน ซ่ึงจะ
เห็นได้จากการสรปุ หาความรใู้ หม่เพม่ิ เติมแตล่ ะคร้งั จนเป็นความรู้ เปน็ หลกั ฐานสนับสนนุ เสมอ

การปรับกระบวนทัศน์ หรอื ความเชื่อที่เปน็ ฐานทฝี่ ังอยู่ในจิตใจของบุคคลภายในหนว่ ยงาน ให้
มองเหน็ วา่ ปญั หาคอรร์ ัปชนั เป็นหนา้ ทข่ี องทุกคนที่จะร่วมกันแกไ้ ข และเรียนรู้ท่จี ะปรบั เปลี่ยนระบบการ
คิดของตนเองจากระบบฐานสิบ (Analog) ซึ่งเป็นการคิดโดยใช้ความรู้สึกและอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล
นำประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมมาปะปนกัน พฤติกรรมการนำสิ่งของราชการมาใช้เพ่อื
ประโยชน์ส่วนบุคคล และการแสวงหาประโยชน์จากตำแหนง่ หนา้ ที่เพื่อตนเอง เครือญาติหรือพวกพ้อง
เป็นต้น ซึ่งการกระทำเหล่าน้ีเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การคอร์รัปชันไดใ้ นที่สุด ไปสู่ระบบคิดฐานสอง
(Digital) คือ การคิดแบบตรรกะโดยใช้เหตุผลอยู่เหนืออารมณ์และความรู้สึก เป็นการแยกออกอย่าง
ชดั เจนว่าสิ่งใดถูก สง่ิ ใดผดิ การเห็นประโยชน์ส่วนรวมหรือประโยชนข์ องหนว่ ยงานมาก่อนประโยชน์ส่วน
บุคคล เป็นต้น นอกจากนี้ การพัฒนาคนให้มีระบบคิดฐานสองไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะต่อการ
ปฏบิ ตั ิงานภายในหน่วยงานหรือองคก์ รเทา่ นั้น แต่ยงั ก่อใหเ้ กิดการปรบั เปลีย่ นวิถีชีวิตของคนในสงั คมไปสู่
การมีวัฒนธรรมดิจทิ ัล อันเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความมั่นคง มั่งคั่งและ
ยงั่ ยืนตอ่ ไป

การสรา้ งความเปน็ พลเมืองทไี่ มท่ นตอ่ การทจุ ริต จะต้องเร่มิ ตน้ จากการปรบั กระบวนการคดิ ให้
เยาวชน คิดได้ คิดดีและคิดเป็น ได้แก่ คิดไตร่ตรองก่อนลงมือทำ คิดถึงผลเสียที่จะเกิดกับสังคมและ
ประเทศชาติ บทลงโทษและหรือผลกระทบที่จะเกิดแก่ตนเอง คิดแบบพอเพียง มีความรับผิดชอบ
มีคุณธรรม เพื่อให้สามารถแยกแยะประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวมได้ นำไปสู่สังคมปลอดการ
ทจุ ริตในท่สี ุด

78 แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา

ตัวอยา่ งระบบการคดิ ทีไ่ มถ่ กู ตอ้ งคือ ไมแ่ ยกแยะเร่ืองตำแหนง่ หน้าท่ีกับเรื่องสว่ นตัวออกจากกัน
เอาประโยชน์ส่วนรวมไปตอบแทนบุญคุณส่วนตน เอาประโยชน์ส่วนรวมมาเปน็ ประโยชน์ส่วนตน เห็น
ประโยชนส์ ่วนตนสำคญั กวา่ ประโยชน์ส่วนรวม เหน็ ประโยชน์ของเครอื ญาติพวกพ้องสำคัญกว่าประโยชน์
ของประเทศชาติ เป็นต้น ซึ่งแนวคิดน้ีอาจเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวนั เช่น การลัดคิว การ
ทุจริตในห้องสอบ การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบยี บ การฝ่าฝืนสัญญาณจราจร เป็นต้น เมื่อปฏบิ ตั ิจนค้นุ ชิน
จะกลายเป็นนิสยั และนำพฤตกิ รรมไปใช้กบั การทำงานและสังคมในทส่ี ุด

ความไม่ทนตอ่ การทุจรติ เป็นการแสดงออกอย่างใดอย่างหน่ึงเพ่ือให้รับรูว้ ่าจะไมท่ นต่อบุคคล
หรอื การกระทำใด ๆ ทท่ี ำใหเ้ กิดการทุจริต เช่น หากเพอื่ นลอกขอ้ สอบเราและเราเห็น เราต้องไมย่ ินยอม
ให้เพื่อนทุจริตในการลอกข้อสอบ โดยใช้มือหรือกระดาษมาบังส่วนที่เป็นคำตอบไว้ เช่นนี้ก็เป็นการ
แสดงออกถึงการไม่ทนต่อการทุจริต นอกจากการแสดงออกดว้ ยวิธดี ังกล่าวซ่ึงถอื เปน็ การแสดงออกทาง
กายแล้ว การวา่ กลา่ วตักเตือนต่อบุคคลทที่ จุ ริต การประณาม การประจาน การชุมนมุ ประทว้ ง ถือวา่ เป็น
การแสดงออกซงึ่ การไมท่ นตอ่ การทจุ ริตทั้งส้นิ แตจ่ ะแตกต่างกันไปตามระดับของการทจุ ริต ความต่ืนตัว
ของประชาชน และผลกระทบท่เี กิดขึน้ จากการทจุ รติ

ความจำเปน็ ของการที่ไม่ทนต่อการทจุ ริตถอื เปน็ สิ่งสำคญั เพราะการทุจริตไมว่ ่าระดับเล็กหรือ
ใหญย่ อ่ มก่อใหเ้ กิดความเสียหายตอ่ สงั คม ประเทศชาติ หากยงั มกี ารปลอ่ ยให้มีการทจุ ริต หรอื ยนิ ยอมให้
มีการทุจริตโดยเห็นว่าเป็นเร่อื งของคนอืน่ เป็นเร่อื งของเจ้าหนา้ ท่ีรัฐ ไมเ่ ก่ียวขอ้ งกับตนเองแล้ว สุดท้าย
ความสูญเสียที่จะได้รับ ก็จะมีผลกระทบตอ่ ตนเองด้วยไม่ทางตรงกท็ างอ้อม ดังนั้น จึงจำเปน็ อย่างยิ่งท่ี
จะต้องสร้างให้เกิดความตระหนักและรับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทุจริตในทุกรูปแบบ ทุกระดับ
เพอ่ื สรา้ งสงั คมที่น่าอย่แู ละมกี ารพัฒนาในทกุ ๆ ด้าน

กิจกรรมเสนอแนะ ต้านทุจริตผา่ นประโยคบอกเลา่
จิตสำนึกทางสงั คม เพอื่ ตอ่ ต้านการทุจรติ /คอรร์ ปั ชัน
กิจกรรมที่ ๒.2.1
กิจกรรมท่ี ๒.2.2 เธอรไู้ หม?
กจิ กรรมที่ ๒.2.3

แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการปอ้ งกนั การทจุ ริตด้านอาชีวศึกษา 79

แบบทดสอบเบ้อื งต้นเก่ยี วกับระบบความคิดของ นักเรียน/นักศกึ ษา

ระดบั ช้ัน ปวช./ปวส.

ช่ือ-นามสกุล ................................................................ ระดับ ...................... ชน้ั /กลุม่ .............................

คำช้แี จง ๑. แบบทดสอบนม้ี ีทงั้ หมด ๑๐ ข้อละ ๑ คะแนน
๒. ใหผ้ ู้เรียนเขียนคำตอบที่ตรงกับความคดิ เห็นของผู้เรยี นมากทสี่ ุด

๑. ผู้เรียนไม่ชอบคบกับเพื่อนที่เป็นคนซื่อสัตย์ เพราะจะทำให้ตนเองต้องถูกจำกัดด้วยกรอบของ
ระเบยี บตลอดเวลา ทำให้ขาดความเปน็ อสิ ระในการใชช้ ีวติ ผู้เรียนเหน็ ด้วยหรือไม่ อย่างไร

........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................ ................................

๒. ผู้เรียนมีความเชื่อว่า “การขับรถแม้จะผิดกฎจราจรบ้าง แต่หากทำให้ประหยัดเวลาและถึงที่หมาย
ก่อนใครกถ็ ือวา่ ดที ี่สดุ แล้ว” ผเู้ รียนเห็นดว้ ยหรือไม่ เพราะเหตุใด

............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................... .............
..................................................................................................................... ...................................................

๓. คำว่าคุณธรรมสำหรบั ผู้เรยี น หมายความว่า ผู้ใดจะทำดีตอ้ งได้รบั ความดตี อบแทน แตถ่ า้ หากกระทำ
ช่วั ควรไดร้ บั ความเห็นใจสงสาร เพราะเขาอาจะทำไปเพราะความจำเป็นบางอย่างเพ่อื ความอยู่รอด
ของชีวิต ผู้เรียนเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเหตใุ ด

............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

๔. ผู้เรียนจะยกย่องบุคคลที่ทำบุญทำทาน ด้วยจำนวนเงินมาก ๆ โดยไม่ต้องสนใจว่าเขาหาเงินได้มา
ดว้ ยวิธีที่ถกู ตอ้ งสจุ รติ หรอื ไม่ ผู้เรียนเห็นดว้ ยหรือไม่ เพราะเหตใุ ด

............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

80 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกันการทุจริตดา้ นอาชีวศกึ ษา

๔. เด็กชายเอ็มหนีออกจากบ้านโดยขี่รถจักรยานยนต์เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างทางเจอด่าน
ตำรวจ เด็กชายเอ็มกลัวจะโดนตำรวจจับจึงโกหกวา่ เดินทางมาตามหาพี่ชาย เนื่องจากพ่อเสยี ชีวติ
ผู้เรยี นเห็นดว้ ยกับการกระทำของเดก็ ชายเอ็มหรือไม่ เพราะเหตุใด

......................................................................................................................................................... ...............
.................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. ...........................................

๕. ผู้เรียนได้แอบนำโทรศัพท์มาใช้ที่วิทยาลัยฯ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องติดต่อกับผู้ปกครอง แต่
บังเอิญโทรศัพท์แบตเตอรี่หมดในช่วงพักกลางวันจึงขึ้นมาบนอาคารเรียนเพื่อชาร์ จแบตเตอรี่
โทรศัพท์ เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถติดต่อกับผู้ปกครองได้ ผู้เรียนคิดว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง
หรอื ไม่ เพราะเหตุใด

..................................................................................................................................... ...................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

๖. ครูสมหมายมกั จะใช้เวลาวา่ งจากชัว่ โมงสอนทำธรุ กจิ ขายตรงผ่านโปรแกรมไลนใ์ นคอมพิวเตอร์ของ
วิทยาลัยเพือ่ เป็นการหารายได้เสริม เนื่องจากบุตรกำลงั ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ต้องใช้เงนิ
จำนวนมาก ผู้เรียนคิดว่าครูสมหมายทำถกู ต้องหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

................................................................................................................................................... .....................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

๗. นายสมบัติมาวิทยาลัยกับพ่อโดยรถยนต์ที่มีตราของคณะแพทย์ศาสตร์มารับ-ส่งประตูทางเข้า
วทิ ยาลัยทุกวัน ผู้เรยี นคิดว่าการกระทำดงั กล่าวสมควรหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................

๘. คนขบั รถของวิทยาลัยเปน็ คนขยัน จะลา้ งรถยนต์ของผอู้ ำนวยการวิทยาลยั เปน็ ประจำ โดยใช้น้ำใน
วทิ ยาลยั ผู้เรยี นคิดว่าคนขับรถวิทยาลยั ทำถกู ตอ้ งหรอื ไม่ เพราะเหตุใด

............................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................

แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทุจริตดา้ นอาชีวศกึ ษา 81

๙. นายสมชายเป็นบุตรของคุณครูสายสมร ตอนเย็นหลังเลิกเรียน นายสมชายต้องไปนั่งรอคุณครู
สายสมรในห้องพักครูโดยนั่งเล่นคอมพิวเตอร์และเปดิ เครื่องปรับอากาศ ผู้เรียนคิดว่านายสมชาย
ทำถกู หรอื ไม่ เพราะเหตุใด

......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
............................................................................................................................. .........................................

82 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การป้องกนั การทจุ รติ ดา้ นอาชวี ศกึ ษา

เฉลยแนวทางคำตอบแบบทดสอบเบือ้ งต้นเกย่ี วกบั ระบบความคิด
ของ นักเรียน/นกั ศึกษา ระดบั ชน้ั ปวช./ปวส.

๑. ผู้เรียนไม่ชอบคบกับเพื่อนที่เป็นคนซื่อสัตย์ เพราะจะทำให้ตนเองต้องถูกจำกัดด้วยกรอบของ
ระเบยี บตลอดเวลา ทำใหข้ าดความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต ผเู้ รยี นเหน็ ด้วยหรอื ไม่ อย่างไร

ตอบ ไม่เห็นด้วย เพราะความซื่อสัตย์เป็นลักษณะนิสัยของบุคคลที่พึงมี อีกทั้งการปฏิบัติตามกรอบของ
ระเบียบกฎหมายซ่ึงเปน็ กตกิ าในการปฏบิ ตั ติ อ่ กนั ในสงั คมก็เพ่ือใหเ้ กิดความสงบเรยี บรอ้ ยในบ้านเมอื ง

๒. ผู้เรียนมีความเชื่อว่า “การขับรถแม้จะผิดกฎจราจรบ้าง แต่หากทำใหป้ ระหยัดเวลาและถงึ ทีห่ มาย
กอ่ นใครก็ถอื ว่าดีที่สดุ แล้ว” ผเู้ รียนเหน็ ด้วยหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

ตอบ ไม่เห็นดว้ ย เพราะกฎจราจรเป็นกฎหมายเพอ่ื ปอ้ งกันอุบัตเิ หตุและสร้างความปลอดภัยบนถนน การ
ขับรถผิดกฎจราจรทำให้เกิดอุบัติเหตุกับบุคคลอื่นได้ เป็นการกระทำที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่า
ประโยชน์สว่ นรวม

๓. คำวา่ คณุ ธรรมสำหรบั ผเู้ รียน หมายความว่า ผ้ใู ดจะทำดีตอ้ งได้รับความดตี อบแทน แต่ถ้าหากกระทำ
ชั่วควรไดร้ ับความเห็นใจสงสาร เพราะเขาอาจะทำไปเพราะความจำเป็นบางอย่างเพือ่ ความอยู่รอด
ของชวี ิต ผู้เรียนเหน็ ดว้ ยหรือไม่ เพราะเหตุใด

ตอบ ๑. เห็นด้วยกับคุณธรรมสำหรับผู้เรียน เพราะผใู้ ดกระทำดีต้องไดร้ ับความดีตอบแทนแม้อาจไม่ได้รับ
ผลตอบแทนอย่างฉบั พลนั หรือเป็นรูปธรรม แต่อย่างนอ้ ยกภ็ ูมใิ จในตนเองที่ได้กระทำความดีแม้ไมม่ ีใครเห็น
หรือได้รับการชน่ื ชม

๒. ไม่เหน็ ดว้ ยกบั ประโยคที่วา่ การกระทำชั่วควรไดร้ ับความเห็นใจสงสารเพราะความจำเป็นบางอย่าง
เพอื่ ความอยูร่ อดของชีวิต เนือ่ งจากการกระทำช่ัวเก่ียวกับการกระทำเพราะความจำเป็นต้องแยกออกจาก
กัน หากต้องตัดสินใจทำสิ่งใดในเรื่องที่จำเป็นหรือความอยูร่ อดของชวี ิตหรือเรื่องอื่นใดก็ตามต้องยึดหลกั
ความถูกตอ้ งเป็นท่ีต้ัง ไมท่ ำใหผ้ อู้ ่ืนไดร้ บั ความเดอื ดร้อน

๔. ผู้เรียนจะยกย่องบุคคลที่ทำบุญทำทาน ด้วยจำนวนเงินมาก ๆ โดยไม่ต้องสนใจว่าเขาหาเงินได้มา
ด้วยวิธีทถี่ ูกตอ้ งสุจริตหรือไม่ ผู้เรียนเห็นดว้ ยหรือไม่ เพราะเหตใุ ด

ตอบ ไม่เห็นด้วย เพราะการทำบุญทำทานไม่ขึน้ อยู่กับจำนวนเงินท่ีบริจาค หากนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้
จากการทุจริตมาสรา้ งประโยชนใ์ นสังคมกไ็ มค่ วรไดร้ ับการยกยอ่ ง ในทางกลับกนั หากทำบุญทำทานด้วยเงิน
เพยี งเล็กน้อยแต่หามาด้วยความถกู ต้องซือ่ สตั ย์สจุ รติ ควรไดร้ บั การยกย่อง

แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การป้องกันการทุจริตดา้ นอาชีวศึกษา 83

๕. เด็กชายเอ็มหนีออกจากบ้านโดยขี่รถจักรยานยนต์เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างทางเจอด่าน
ตำรวจ เด็กชายเอ็มกลวั จะโดนตำรวจจับจึงโกหกว่าเดนิ ทางมาตามหาพี่ชาย เนื่องจากพ่อเสยี ชีวิต
ผู้เรียนเหน็ ด้วยกับการกระทำของเด็กชายเอ็มหรือไม่ เพราะเหตุใด

ตอบ ไมเ่ ห็นดว้ ย เพราะตามกฎหมายกำหนดให้ผทู้ ่ีขับขร่ี ถจกั รยานยนตบ์ นทอ้ งถนนได้น้ัน ต้องมีใบอนญุ าต
ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยเด็กชายเอม็ ได้ฝ่าฝืนข้อบงั คบั ของกฎหมายซึ่งอาจกอ่ ให้เกิดอบุ ัติเหตุต่อเองและ
ผู้สัญจรไปมา เป็นการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเปน็ หลัก และการโกหกเพื่อให้ตนเองพ้นจากความผดิ เป็น
การแสดงออกถงึ การไม่ซือ่ สตั ยส์ จุ ริต ไมม่ ีความรบั ผดิ ชอบในส่งิ ที่ตนได้กระทำลงไป

๖. ผู้เรียนได้แอบนำโทรศัพท์มาใช้ที่วิทยาลัยฯ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องติดต่อกับผู้ปกครอง แต่
บังเอิญโทรศัพท์แบตเตอรี่หมดในช่วงพักกลางวันจึงขึ้นมาบนอาคารเรียนเพื่อชาร์ จแบตเตอรี่
โทรศัพท์ เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถติดต่อกับผู้ปกครองได้ ผู้เรียนคิดว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อ ง
หรือไม่ เพราะเหตุใด

ตอบ ไม่ถูกต้อง เนื่องจากการกระทำดังกลา่ วเป็นการเหน็ แก่ประโยชนส์ ว่ นตัว ทำให้วิทยาลัยต้องมีภาระ
ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นจากการนำโทรศัพท์ส่วนตัวมาชาร์จแบตเตอรี่ที่วิทยาลัย หากมีความจำเป็นในการ
ติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างยิ่ง อาจใช้โทรศัพท์สาธารณะหรือยืมโทรศัพท์เพื่อนและครูในการติดต่อ
เป็นตน้

๗. ครสู มหมายมกั จะใชเ้ วลาวา่ งจากช่ัวโมงสอนทำธุรกิจขายตรงผ่านโปรแกรมไลนใ์ นคอมพิวเตอร์ของ
วิทยาลัยเพื่อเป็นการหารายได้เสริม เนื่องจากบุตรกำลังศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ต้องใช้เงิน
จำนวนมาก ผู้เรียนคิดว่าครสู มหมายทำถูกตอ้ งหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

ตอบ ทำไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการนำทรัพย์สินของวิทยาลัยมาใช้ในประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าจะเป็น
คอมพวิ เตอร์ สญั ญาณอนิ เทอรเ์ น็ต ซ่งึ ทำงานดว้ ยกระแสไฟฟ้าของวิทยาลัย ทำใหว้ ิทยาลยั มภี าระคา่ ใชจ้ ่าย
สงู ข้นึ และเป็นการเบียดบังเวลาราชการ เน่อื งจากยงั อยใู่ นเวลาปฏบิ ัติหน้าที่ราชการ จึงควรจะเอาเวลาว่าง
จากช่วั โมงสอนมาการพฒั นาการศึกษา หลักสตู รการเรียนการสอน หรอื ท่ีเปน็ ประโยชน์ตอ่ ส่วนรวม

๘. นายสมบัติมาวิทยาลัยกับพ่อโดยรถยนต์ที่มีตราของคณะแพทย์ศาสตร์มารับ-ส่งประตูทางเข้า
วิทยาลยั ทกุ วัน ผ้เู รยี นคดิ ว่าการกระทำดังกล่าวสมควรหรือไม่ เพราะเหตุใด

ตอบ ไม่สมควร เพราะเปน็ การนำทรัพย์สินทางราชการมาใชใ้ นประโยชนส์ ว่ นตวั ซ่งึ การใช้รถยนต์ของทาง
ราชการต้องใช้ในกจิ การของหนว่ ยงานราชการเทา่ นนั้ และเปน็ ความผดิ ตามกฎหมาย

๙. คนขับรถของวิทยาลัยเป็นคนขยนั จะล้างรถยนตข์ องผู้อำนวยการวิทยาลัยเปน็ ประจำ โดยใช้น้ำใน
วทิ ยาลยั ผ้เู รยี นคดิ วา่ คนขับรถวิทยาลัยทำถูกตอ้ งหรอื ไม่ เพราะเหตุใด

ตอบ ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการนำเอาน้ำประปาของวิทยาลัยซึ่งเป็นทรัพย์สินของวิทยาลัยมาล้างรถยนต์
ของผู้อำนวยการวิทยาลัยซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล เป็นการนำทรัพย์สินทางราชการมาใช้ประโยชน์
ส่วนตน ทำใหว้ ิทยาลัยต้องจ่ายคา่ น้ำประปาเพ่มิ ข้ึน

84 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตดา้ นอาชวี ศึกษา

๑๐. นายสมชายเป็นบุตรของคุณครูสายสมร ตอนเย็นหลังเลิกเรียน นายสมชายต้องไปนั่งรอคุณครู
สายสมรในหอ้ งพกั ครูโดยนัง่ เล่นคอมพิวเตอร์และเปิดเครื่องปรับอากาศ ผู้เรียนคิดว่านายสมชาย
ทำถกู หรือไม่ เพราะเหตุใด

ตอบ ไม่ถูกต้อง เพราะคอมพิวเตอร์และเครื่องปรับอากาศเป็นทรัพย์สินของวิทยาลัย ต้องใช้ในราชการ
เท่านั้น การที่คุณครูสายสมรให้นายสมชายนั่งเล่นคอมพิวเตอร์และเปิดเครื่องปรับอากาศในห้องพักครู
ระหวา่ งรอคณุ ครูสายสมร เปน็ การใชท้ รพั ย์สินของทางราชการเพื่อประโยชนส์ ่วนตัว ทำให้วิทยาลัยต้องมี
ภาระค่าใชจ้ า่ ยเพ่ิมขึ้น

แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตด้านอาชีวศกึ ษา 85

กิจกรรมปอ้ งกันการทจุ ริต เวลา 2 ช่ัวโมง

หนว่ ยท่ี ๒ สรา้ งสงั คมที่ไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.2 ทักษะการปรบั กระบวนการคิด
กิจกรรมที่ ๒.2.1 ตา้ นทุจริตผา่ นประโยคบอกเล่า

สาระสำคัญ
“...ความซอ่ื สตั ย์ สุจรติ เป็นพื้นฐานขอความดที กุ อยา่ ง เด็ก ๆ จึงตอ้ งฝกึ ฝนอบรมให้เกิดมีข้ึนใน

ตนเอง เพ่อื จักได้เตบิ โตขึน้ เป็นคนดี มปี ระโยชนแ์ ละมีชวี ิตทีส่ ะอาดที่เจรญิ มน่ั คง..." ความตอนหน่ึง ใน
พระบรมราโชวาท พระราชทานเน่อื งในวันเดก็ แหง่ ชาติ ปี ๒๕๓๑

การทจุ ริตในสังคมไทยส่งผลเสียต่อประเทศอยา่ งมหาศาลและเปน็ อุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนา
ประเทศ รูปแบบการทจุ รติ จากเดิมที่เป็นทุจริตทางตรงไม่ซับซอ้ น อาทิ การรับสินบน การจัดซื้อจัดจ้าง
ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นการทุจริตที่ซับซ้อนมากขึ้นตัวอย่างเช่น การทุจริตเชิงนโยบ าย การไม่
แยกแยะ ประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทำให้ส่งผลลบต่อสภาพสังคมไทยและการเป็น
แบบอย่างในเชิงลบแก่ เด็กและเยาวชนทำให้เด็กและเยาวชนเริ่มรู้สึกสับสนว่าอะไรเรียกทุจริตอะไร
เรียกว่าสุจรติ

จุดประสงค์ของกจิ กรรม
๑. เพอื่ ให้่สง่ เสริมใหม้ ีผเู้ รียนตา้ นทุจริตผ่านกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคม
๒. เพื่อเสริมสร้างให้มสี มรรถนะ (ความรู้ ทักษะและทัศนคติ) ในการป้องกันและปราบปราม
การทุจรติ
๓. เพ่อื ให้ผู้เรียนสามารถสงั เคราะห์แนวคิดต่อตา้ นการทจุ ริตใหเ้ กดิ ขน้ึ เปน็ พนื้ ฐานได้

สอ่ื วสั ดุ อปุ กรณ์ แหล่งเรียนรู้

๑. กระดาษฟลปิ ชาร์ท
๒. กลอ่ งกระดาษ หรือกะละมงั
๓. ปากกาเมจกิ
๔. กระดาษแผน่ เลก็ ตัดให้เท่า ๆ กัน
๕. กระดาษ A๔
๖. กาว

ข้ันตอนการดำเนินกิจกรรม

๑. ผ้สู อนกลา่ วทกั ทายผู้เรยี น จากนั้นแจง้ ช่อื กิจกรรมและจุดประสงค์กิจกรรมแกผ่ ู้เรยี น

86 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การป้องกันการทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา

๒. แบ่งกลุ่มผู้ปฏิบัติกจิ กรรมตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงจำนวนของผู้เรียน สถานที่และ
ความสามารถของวทิ ยากรผู้ควบคุมการปฏิบัติกิจกรรม โดยประมาณ 10 กลุ่มๆ ละ 8-10
คน แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลอื กหัวหนา้ กล่มุ พร้อมต้ังชอื่ กลุม่

๓. เตรียมกระดาษฟลิปชาร์ท แจกให้กับผู้เรียน และเขียนชื่อ-สกุล ของสมาชิกลงบนกระดาษ
ฟลิปชาร์ท

๔. เตรยี มกลอ่ งกระดาษ หรือกะละมงั ๑ ใบ
๕. ผู้สอนแจกกระดาษแผ่นเล็กให้แต่ละกลุ่ม แจกตามจำนวนคนในแต่ละกลุ่ม ( ๑ คนต่อ ๑

แผน่ ) และกระดาษ A๔ กลมุ่ ละ ๑ แผ่น
๖. ให้แต่ละกลุ่มระดมความคดิ ยกตัวอย่าง ประโยคเกี่ยวกับการทุจริตในชีวติ ประจำวนั ให้ได้

จำนวนข้อตามจำนวนคนในกลุ่ม (ในกลุ่มมีสมาชิก ๑๐ คน ก็ให้ระดมความคิดให้ได้ ๑๐
ประโยค) โดยเขยี นลงในกระดาษ A๔ ไวเ้ พอ่ื เป็นข้อมูลในการตรวจสอบ
๗. ให้ผู้เรียนเขียนประโยคที่ระดมความคิด ๑ คนต่อ ๑ ประโยค ลงในกระดาษแผ่นเล็ก เมื่อ
เขียนเสร็จใหท้ ำการม้วนกระดาษ แลว้ ให้นำไปใส่ลงในกลอ่ งกระดาษ หรือกะละมัง
๘. ใหส้ มาชกิ ทุกกล่มุ จับสลากประโยคทอี่ ยใู่ นกะละมังคนละ ๑ ม้วน จากน้ันกลบั ไปที่กลุ่มของ
ตนเอง เขียนประโยคท่ีไดร้ บั ลงบนกระดาษฟลปิ ชาร์ท
๙. ให้สมาชิกในกลุ่มระดมความคิดอธิบายการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่เพื่อนได้จับสลากมาให้
ครบทุกข้อ
๑๐. เมื่อแต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนการแก้ไขปัญหาการทุจริตบนกระดาษฟลิปชาร์ทเสร็จแล้ว
ผสู้ อนจบั สลากใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอหนา้ ชนั้ เรียน เมื่ออธบิ ายเสร็จแลว้ ให้ตัวแทนที่
นำเสนอถามกลับไปยังเพื่อนกลมุ่ อน่ื ยกตัวอยา่ ง ๒-๓ ประโยค วา่ เปน็ ของใคร ให้เจ้าของ
ประโยคนนั้ ลุกข้ึนอธิบายถงึ การเจอเหตุการณก์ ารทุจรติ ในชวี ติ ประจำวนั ของตนเอง
๑๑. ผู้สอนสรุปและอภิปรายผล กิจกรรมปอ้ งกนั การทุจรติ และวธิ ิการแก้ไขปญั หาการทุจรติ

ขอ้ เสนอแนะ

๑. ถ้ามีผู้ปฏบิ ัติกจิ กรรมเลน่ เกมจำนวนมาก สามารถแบง่ ผ้เู ลน่ เปน็ กลมุ่ ไดต้ ามความเหมาะสม
โดยคำนงึ ถงึ ความสามารถของวทิ ยากรผูค้ วบคมุ การปฏบิ ัติกจิ กรรม

๒. กรณีแบ่งผู้ปฏิบัติกิจกรรมเล่นเป็นกลุ่ม ต้องเตรียมกระดาษฟลิปชาร์ทให้เพียงพอต่อ
จำนวนกลุ่ม เขียนชื่อกลุ่ม และชื่อ-สกุล ของสมาชิกหรือผู้ปฏิบัติกิจกรรมลงบนกระดาษ
ฟลปิ ชาร์ท

๓. เตรียมกล่องกระดาษ หรือกะละมัง หรือวัสดุอื่น ๆ สำหรับใส่กระดาษแผ่นเล็ก ๆ
ให้เพยี งพอตอ่ จำนวนกลุม่

๔. กระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่ให้วิทยากรทุกคนในกลุ่มเขียนประโยคเกี่ยวกับการทุจริตใน
ชีวิตประจำวันของตนเองและควรม้วนหรอื พบั ให้เหมอื น ๆ กนั

๕. สมาชิกทุกคนจะต้องออกไปจับสลากคนละ ๑ แผ่น

แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา 87

แนวทางการประเมิน

๑. สรปุ ขอ้ คิดทไี่ ด้จากการเล่นเกม และแนวทางในการนำไปปรับประยุกต์ใชใ้ นการดำเนนิ ชวี ติ
๒. ประเมนิ จากผลการทำกิจกรรมกลมุ่
๓. ประเมินพฤตกิ รรมผ้เู รยี นโดยการสงั เกต หรือใช้แบบสงั เกต

หลกั คณุ ธรรม พฤตกิ รรม สดั สว่ นคะแนน
(ร้อยละ)
พอเพยี ง - ทำกิจกรรมด้วยความละเอยี ดรอบคอบ ๒๐ %
มีวินัย - มีความเออ้ื เฟ้ือเผื่อแผ่ ๒๐ %
สุจริต - รบั ฟังความคิดเห็นของสมาชกิ ในกลมุ่ ๔๐ %

จิตอาสา - รับผดิ ชอบกิจกรรมของตนเอง ๒๐ %
- ทำกิจกรรมตรงตามกติกา และข้อกำหนด ๑๐๐ %

- ม่งุ ม่นั ทำกิจกรรมดว้ ยความซ่อื สตั ย์
- ผ้เู รียนจำประโยคที่ตนเองเขียนได้พร้อมยืนขึน้

อธิบาย

- ชว่ ยเหลือสมาชิกในกล่มุ ด้วยความเต็มใจ
- การรกั ษาผลประโยชน์ของตนเอง และพวกพอ้ ง
- แสดงความคดิ เห็นเสรมิ เพิ่มเติมแลกเปลีย่ นเรยี นรู้

ร่วมกนั

รวม

88 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทจุ รติ ดา้ นอาชีวศกึ ษา

กจิ กรรมป้องกันการทจุ ริต เวลา 2 ชวั่ โมง

หนว่ ยที่ ๒ สร้างสงั คมทไี่ ม่ทนต่อการทจุ ริต

หนว่ ยย่อยท่ี ๒.2 ทักษะการปรับกระบวนการคดิ

กิจกรรมท่ี ๒.2.2 จติ สำนกึ ทางสังคม เพือ่ ต่อต้านการ
ทจุ รติ /คอร์รปั ชนั

สาระสำคญั

“...ความซ่ือสัตย์ สจุ รติ เปน็ พ้นื ฐานขอความดที กุ อย่าง เด็ก ๆ จึงตอ้ งฝึกฝนอบรมให้เกิดมีข้ึนใน
ตนเอง เพอ่ื จักได้เตบิ โตขน้ึ เป็นคนดี มปี ระโยชน์และมชี วี ิตทส่ี ะอาดที่เจริญมั่นคง..." ความตอนหนึ่งใน
พระบรมราโชวาท พระราชทานเนื่องในวันเดก็ แห่งชาติ ปี ๒๕๓๑

การทุจริตในสงั คมไทยสง่ ผลเสียตอ่ ประเทศอยา่ งมหาศาลและเป็นอุปสรรคสำคญั ต่อการพัฒนา
ประเทศ รูปแบบการทุจรติ จากเดิมทีเ่ ปน็ ทุจริตทางตรงไม่ซับซอ้ น อาทิ การรับสินบน การจัดซื้อจัดจ้าง
ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นการทุจริตที่ซับซ้อนมากขึ้นตัวอย่างเช่น การทุจริตเชิงนโยบ าย การไม่
แยกแยะ ประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทำให้ส่งผลลบต่อสภาพสังคมไทยและการเป็น
แบบอย่างในเชิงลบแก่ เด็กและเยาวชนทำให้เด็กและเยาวชนเริ่มรู้สึกสับสนว่าอะไรเรียกทุจริตอะไร
เรยี กว่าสุจรติ

จดุ ประสงค์ของกิจกรรม

๑. เพอ่ื ใหม้ คี วามรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั การเปล่ียนแปลงระบบวธิ กี ารคิด
๒. เพ่อื ใหม้ ีทกั ษะกระบวนการคิดเพอ่ื การอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมทไี่ มท่ นตอ่ การทจุ ริต
๓. เพ่ือให้ตระหนกั ถึงความสำคัญของการสรา้ งสงั คมทไ่ี มท่ นตอ่ การทจุ รติ

สอื่ วสั ดุ อุปกรณ์ แหล่งเรยี นรู้

๑. กระดาษคลปิ ชารต์ ๑ มว้ น
๒. ปากกาเคมี คละสี จำนวน ๑ แท่งตอ่ คน
๓. กระดาษกาวยน่
๔. คลิปวดี โี อ เรอื่ ง สินบน
๕. คอมพวิ เตอร์โน้ตบุ๊ก พร้อมเคร่อื งฉาย
๖. ไมโครโฟนและเครือ่ งเสยี ง
๗. แบบประเมินผลงานกลุม่ และแบบประเมนิ พฤติกรรม

แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกันการทจุ ริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา 89

ขัน้ ตอนการดำเนินกจิ กรรม

๑. ผู้สอนกลา่ วทักทายผู้เรยี น ช้แี จงกจิ กรรมและจุดประสงค์ของกิจกรรมแกผ่ เู้ รียน โดยเน้นให้
ผเู้ รยี นเข้าใจและตระหนักในความสำคญั และปรับกระบวนการคิด

๒. ผู้สอนเปิดคลิปวีดีโอ เรื่อง สินบน ซึ่งเนื้อหาจะว่าด้วยเรื่องของการติดสนิ บน การคอร์รปั
ชนั การรบั เงินใตโ้ ตะ๊

๓. หลังจากดูคลิปวีดีโอจบ ผูส้ อนกระตุ้นผูเ้ รียนให้ ช่วยกันคดิ และนำเข้าสู่กิจกรรม “คุณค่า
ทางความคิด”

๔. ผูส้ อนใหผ้ ้เู รียน ให้นักเรียน หยบิ ปากกาคนละ ๑ แทง่ แลว้ ให้ไปเขียนคำตอบสน้ั ๆ ลงใน
กระดาษคลปิ ชารต์ ที่มีคำถาม ท้ังหมด ๕ ขอ้ โดยแปะไว้ รอบ ๆ หอ้ ง ดงั คำถามตอ่ ไปน้ี
๔.๑ การทจุ รติ /คอรร์ ปั ชัน คืออะไร
๔.๒ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาในชีวิตของท่าน ท่านคิดว่าท่านเคย “ทุจริต/คอร์รัปชัน”
เร่ืองอะไรบา้ ง
๔.๓ ทา่ นร้สู ึกอยา่ งไร หลังจากทา่ นไม่ ปฏิบตั ติ ามขอ้ กำหนด/ระเบียบ ข้อบงั คบั หรือ
ทำผดิ กฎหมาย
๔.๔ เมื่อท่านเห็นคนอื่นไม่ปฏบิ ัติตามขอ้ กำหนด/ระเบียบ ข้อบังคับ/ทำผิดกฎหมาย
ทา่ นรู้สกึ อย่างไร

๔.๕ ท่านมวี ิธกี ารที่จะชว่ ยเพอื่ นของทา่ น ให้เปน็ คน ซือ่ สตั ยส์ ุจริต ไดอ้ ย่างไรบ้าง
๕. ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียน ออกเป็น ๕ กลุ่ม โดยใช้กิจกรรมนันทนาการ เช่น ผึ้งแตก รัง หรือ
กิจกรรมอืน่ ๆ ตามความเหมาะสม เมอ่ื แบง่ กลุม่ ครบ ๕ กลุ่ม ผูส้ อนมอบหมายให้ แต่ละกลุ่ม
ไประดมสมองจากคำตอบแตล่ ะคำถาม ทผี่ ู้เรยี นเขียนไว้ แลว้ ใหส้ รุปผลจากการระดมสมอง
๖. ผสู้ อนใหต้ วั แทน ผู้เรียนของแตล่ ะกลุ่ม ออกมานำเสนอ รายข้อ และสรา้ งความเข้าใจตรงกัน
๗. ผู้สอนและผู้เรียนช่วยกันสรุปสิ่งที่ได้จากการเรยี นรู้และการปฏบิ ัติกิจกรรมนี้ ว่า ผู้เรียนได้
เรยี นรู้อะไร รูส้ กึ อย่างไร มีประโยชนอ์ ยา่ งไรในการนำไปใช”้
๘. ก่อนจบชั่วโมง ครูผู้สอน ฝากคำคม ไว้ว่า “ เราจะเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้ เราต้อง
เปลี่ยนแปลงตนเองเสียก่อน แลว้ ท่านกล้าพอทจ่ี ะเปลยี่ นแปลงตนเองหรือไม่” สวัสดคี รบั

ข้อเสนอแนะ
๑. กิจกรรมน้ีเหมาะสมกบั ผเู้ รียน จำนวนไมเ่ กิน ๓๐ คน เพอื่ ใหท้ กุ คนมสี ว่ นร่วมในการปฏิบัติ
กิจกรรมและการแสดงความคิดเหน็
๒. ผสู้ อนอาจเลือกคลปิ วีดโี อเร่อื ง อื่น ๆ ที่สามารถดงึ ดูดความสนใจได้มากกวา่ นี้
๓. ผู้สอนตอ้ งกระตนุ้ ใหผ้ เู้ รียน ทกุ คนมีส่วนร่วมในการทำกจิ กรรม การแสดงความคดิ เหน็ โดย
ใชเ้ พลง เกม เป็นสอ่ื

90 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ ริตด้านอาชวี ศกึ ษา

แนวทางการประเมิน

๑. ประเมนิ ผลจากผลการทำกจิ กรรม
๒. ประเมนิ ผลจากพฤติกรรมระหวา่ งการทำกจิ กรรม โดยการสังเกต

หลักคุณธรรม พฤตกิ รรม สดั ส่วนคะแนน
(รอ้ ยละ)
มีวินยั - รบั ผดิ ชอบกจิ กรรมของตนเอง
- ทำกิจกรรมตามกติกา และขอ้ กำหนด ๔๐ %
ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ - มุง่ มน่ั ทำกจิ กรรมดว้ ยความซ่อื สตั ย์
จิตอาสา - ชว่ ยเหลอื สมาชกิ ในกลุ่มด้วยความเตม็ ใจ ๓๐ %
๓๐ %
รวม ๑๐๐ %

แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการปอ้ งกนั การทุจริตด้านอาชีวศกึ ษา 91

กจิ กรรมปอ้ งกันการทจุ รติ

หนว่ ยท่ี ๒ สร้างสังคมทีไ่ ม่ทนต่อการทุจรติ

หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.2 ทกั ษะการปรบั กระบวนการคิด

กิจกรรมที่ ๒.2.3 เธอรไู้ หม? เวลา 1.30 ช่ัวโมง

สาระสำคญั

การร้จู กั ความรเู้ บอื้ งต้นเกีย่ วกับการทุจริต คอร์รปั ชนั และวธิ ีคิด วธิ ีปฏิบตั ิของเยาวชน จะทำให้
เขา้ ใจทมี่ าท่ไี ปของพฤติกรรมและสถานการณ์คอรร์ ปั ชันท่เี ยาวชนรู้เห็นและซึมซับอยู่ในปัจจบุ ัน อันเป็น
กระบวนการสำคัญที่จะนำมาซึ่งข้อมูลพื้นฐานที่จะช่วยให้เยาวชนที่เข้ารับการอบรมครั้งนี้ได้นำมา
วเิ คราะห์เชอ่ื มโยงกับปจั จยั ที่ส่งผลตอ่ พฤตกิ รรมเสยี่ งตอ่ การทจุ ริตของตนและคนรอบขา้ ง รวมทงั้ ปัจจัยท่ี
จะเอื้อให้ไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชันในอนาคต ก่อนนำไปกำหนดเป้าหมายและออกแบบ
กระบวนการเรียนรูเ้ กีย่ วกับการดำเนินกิจกรรมปอ้ งกนั การทุจริต คอร์รัปชันในสถานศกึ ษาหรือชุมชนที่
สอดคลอ้ งกับสถานการณ์ ความสนใจและศักยภาพของเยาวชนด้วยกนั เอง

ในขณะเดียวกนั กเ็ ปน็ เรอื่ งสำคญั ทผ่ี ใู้ หญ่หรอื คนทำงานตอ่ ต้านการทจุ ริต คอร์รัปชันต้องเข้าใจ
และเท่าทนั สถานการณ์ ความรแู้ ละวิธีคิดของเยาวชนเพือ่ ใหส้ ามารถกำหนดกลวิธีในการทำงานได้อย่าง
สอดคล้องกับความต้องการของเยาวชนและสถานการณ์จริงที่เยาวชนกำลงั เผชิญอยู่ซ่ึงโอกาสสำเร็จใน
การสร้างแนวคิดเชิงป้องกันการทุจริต คอร์รัปชันในกลุม่ เยาวชน คือ การสร้างการตระหนักรู้เร่ืองสทิ ธิ
และหน้าท่คี วามรบั ผิดชอบตอ่ สงั คมอย่างยั่งยืน โดยใหเ้ ยาวชนรู้เทา่ ทันตนเองสงั คมรอบตวั และกฎหมาย
ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความจำเป็นอยา่ งยิ่งทีต่ ้องทำงานระยะยาวและต่อเนื่องรวมทั้งการช่วยให้เยาวชนได้รู้
ผลกระทบของการทุจรติ คอร์รัปชัน ที่มีต่อตนเองและสงั คม จะช่วยสร้างภาวะ ความตื่นรูห้ รือร้เู ท่าทัน
ต่อการทุจริต และมคี วามรใู้ นการแยกแยะประโยชนส์ ว่ นตัวและประโยชนส์ ่วนรวมออกจากกนั ได้ โดยจะ
เปน็ พลงั ทางสังคมทไ่ี มท่ นตอ่ การทุจรติ และคำนึงถงึ ประโยชนส์ ่วนรวมเป็นทีต่ ั้ง

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม

1. เพ่ือรถู้ งึ ความรู้ ความเขา้ ใจของ นร.นศ.ท่ีเก่ยี วกับความหมายของการทุจรติ คอรร์ ัปชัน
2. เพื่อวิเคราะหแ์ นวทางการจัดกิจกรรมการปอ้ งกนั การทจุ ริต คอร์รัปชนั ทส่ี อดคล้องกับความ
สนใจของ นร.นศ.
3. เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จและอุปสรรคต่อการสร้างแนวคิดในการร่วม
ต่อตา้ นการทุจริต คอร์รปั ชนั ในกลมุ่ ผ้เู รยี น หรือ กล่มุ วัยรุ่น

92 แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกันการทจุ รติ ด้านอาชีวศึกษา

สือ่ วัสดุ อปุ กรณ์ แหล่งเรียนรู้

๑. กระดาษคลปิ ชาร์ต ๑ ม้วน
๒. ปากกาเคมี คละสี จำนวน ๑ แท่งต่อคน
๓. กระดาษกาวย่น

ขัน้ ตอนการดำเนินกจิ กรรม

1. อธิบายกิจกรรม เธอรไู้ หม ?

• ผู้สอนชี้แจงว่ากิจกรรมเธอรู้ไหม? ต้องการให้ทุกคนช่วยกันร่วมแสดงความคิดเห็นตอบ
ประเดน็ คำถาม 6 ข้อซง่ึ อยูบ่ นกระดาษทีต่ ิดไวร้ อบ ๆ หอ้ ง

• ผู้สอนอ่านคำถามทีละขอ้ เพอ่ื ทำความเขา้ ใจประเดน็ คำถามทงั้ 6 ข้อ

1. ท่านคดิ ว่า การทจุ รติ / คอร์รปั ชนั คอื อะไร
2. ในชว่ งเวลาทผี่ า่ นมาในชวี ิตของทา่ น ทา่ นเคยทุจริตเรือ่ งอะไรบ้าง
3. ทา่ นเคยเห็นคนในสงั คม ชมุ ชน จังหวัด ทุจรติ คอร์รปั ชันในเร่ืองใดบา้ ง
4. เมื่อท่านเห็นคนอ่ืนไมป่ ฏิบัติตามข้อกำหนด ระเบียบ ข้อบังคับ หรือกระทำผิดกฎหมาย

ทา่ นรสู้ ึกอยา่ งไร
5. ท่านคดิ ว่า “เยาวชนทมี่ าทำงานตา้ นทจุ รติ ” ควรมคี ณุ สมบัตอิ ยา่ งไร
6. มีวิธีการใดบ้าง ที่จะปลุกจิตสำนึกเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริตให้แก่ตนเอง เพื่อนหรือคน

ใกลช้ ิด
• ให้ทุกคนตอบทุกคำถามโดยตอบข้อไหนก่อนก็ได้ไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับหากพบว่า
คำตอบที่เรามีเหมือนคำตอบที่เพื่อนเขียนไว้ก่อนแล้ว ก็ให้ทำเครื่องหมาย / ให้คะแนนหลัง
คำตอบทเี่ ห็นตรงกัน

• ผู้สอนช้ีแจงว่าคำถามเหล่านี้ต้องการให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นตามสิ่งทีต่ ัวเองรบั รู้เคยเห็น
หรือเคยไดย้ ินมา โดยเนน้ ย้ำว่าไม่มีผดิ หรือถูก

2. ใหเ้ วลา 15 นาทีสำหรับการเขียนตอบคำถามทั้ง 6 ข้อ

• กระตนุ้ ให้ผเู้ ขา้ อบรมเดนิ อ่านคำตอบของทุก ๆ ขอ้ และให้เขยี นคำตอบเพ่ิมได้
• เมือ่ สงั เกตวา่ ทกุ คนตอบทกุ คำถามแลว้ ให้กลบั ไปนั่งที่

3. แบง่ กล่มุ ย่อย

• แบ่งผู้เข้ารับการอบรมเป็น 6 กลุ่มย่อย ๆ มอบหมายให้แต่ละกลุ่มประจำแต่ละข้อเพ่ือ
ประมวล

แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การป้องกันการทจุ ริตดา้ นอาชีวศึกษา 93

คำตอบที่มผี ู้เขยี นไวแ้ ละใหแ้ ต่ละกล่มุ ตัง้ ข้อสังเกตต่อภาพรวมของคำตอบในข้อนน้ั ๆ

• ใหเ้ วลา 10 นาทแี ลว้ ให้สง่ ตัวแทนนำเสนอกลมุ่ ละไมเ่ กิน 3 นาที

4. อภิปรายแลกเปล่ยี น

• เมื่อแต่ละกลุ่มนำเสนอเสร็จแล้ว ผู้สอนชวนอภิปรายแลกเปลี่ยนจากการตั้งข้อสังเกตจาก
ประเด็นคำตอบในแต่ละข้อ (ดูแนวคำถามตามที่กำหนดมาให้ด้านล่างนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้ทุก
คำถามแต่สามารถเลอื กคำถามท่ีสอดคล้องกับประเด็นคำตอบที่ถูกนำเสนอมา และให้ถามจน
ครบทง้ั 6 ขอ้ )

ตวั อย่างคำถามเพื่อกระตนุ้ ให้เกิดการแลกเปลีย่ นในแต่ละขอ้
1. ท่านคดิ วา่ การทจุ รติ / คอรร์ ปั ชัน คืออะไร

• เม่อื ดคู ำตอบทร่ี ะดมกนั มาแลว้ มีขอ้ สงั เกตอยา่ งไรบ้าง
• คำว่า ทุจรติ กับ คอรร์ ปั ชัน คดิ วา่ เหมอื น/ตา่ งกนั อยา่ งไร
• ผสู้ อนอธบิ ายความหมายของ คำว่า ทุจริต กบั คอร์รัปชนั ตามความหมายในพจนานุกรม
และความหมายของ ปปช.

2. ในชว่ งเวลาท่ีผ่านมาในชวี ติ ของท่าน ทา่ นเคยทุจริตเรื่องอะไรบา้ ง
• รสู้ กึ อยา่ งไรกับเหตุการณเ์ หล่านี้ ท่เี คยเกิดข้ึนในชวี ติ เรา
• ท่านกลา้ บอกคนอนื่ ในเรือ่ งทท่ี า่ นทจุ รติ หรอื ไม่ เพราะอะไร
• หากมเี ยาวชนในวัยเดียวกนั กับทา่ น ทำสง่ิ เหล่านีบ้ า้ ง ท่านรู้สกึ อยา่ งไร และเม่ือพบเห็น
จะทำอย่างไร
• ทา่ นคดิ ว่าพฤตกิ รรมดงั กล่าว จะสง่ ผลกระทบตอ่ ตวั ท่านหรอื สังคมหรือไม่ อย่างไร

3. ทา่ นเคยเหน็ ผู้อนื่ ทจุ ริต คอร์รปั ชันในเรอื่ งใดบ้าง
• มีขอ้ สังเกตอยา่ งไร กับระดับของการทจุ รติ คอร์รัปชนั ตามข้อมลู ท่ีนำเสนอมา
• ท่านไดท้ ำอะไรบา้ ง เมือ่ พบเห็นการทุจรติ คอรร์ ัปชัน
• ทา่ นคดิ วา่ การทุจริต คอรร์ ปั ชันดงั กลา่ ว จะส่งผลกระทบต่อตัวทา่ น/สังคมหรอื ไม่
อย่างไร
• สาเหตทุ ท่ี ำให้คนทุจริต คอรร์ ปั ชนั คือความไม่รวู้ า่ ผิดกฎหมายใชห่ รือไม่
• สาเหตุทส่ี ำคญั คอื อะไร
• เม่อื เปรียบเทียบสาเหตุท่ีคนทุจริต คอร์รัปชันกับสงิ่ ทผ่ี ู้ใหญ่เคยสอื่ สารกับเยาวชนที่ผ่าน
มาเขาให้น้ำหนกั ในเร่ืองใดบ้างและเร่อื งใดทเ่ี ราไมค่ ่อยเห็นผู้ใหญพ่ ูดถงึ

94 แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการป้องกนั การทจุ รติ ด้านอาชวี ศึกษา

• การสอนเยาวชนเฉพาะเรื่องโทษจากการทจุ รติ คอร์รปั ชนั จะสามารถช่วยให้ประเทศไทย
ห่างไกลจากการทุจริต คอรร์ ปั ชนั ได้หรอื ไมเ่ พราะอะไร

4. เมื่อท่านเห็นคนอื่นไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ระเบียบ ข้อบังคับ หรือกระทำผิด
กฎหมาย ท่านรสู้ ึกอยา่ งไร

• จากคำตอบทไี่ ด้ คดิ วา่ คนในสงั คมเราน้นั มีอยู่กี่ประเภท
• การชว่ ยใหป้ ระเทศปลอดจากการทจุ ริต คอร์รัปชันเป็นหนา้ ทขี่ องใครบ้าง
• จะเร่ิมตน้ จากใครหรือ
• มีข้อสังเกตอย่างไร กับความรู้สึกของเพื่อนๆ เมื่อพบเห็นคนที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ
ขอ้ บังคับ
• คิดว่า ความรู้สึกเหล่านี้จะแตกต่างจากความรู้สึกของคนในสังคม หรือประเทศชาติ
หรือไม่
• ทา่ นคิดว่าจะสง่ ผลกระทบต่อตวั ท่าน/สงั คมอยา่ งไร

5. ทา่ นคดิ ว่า “เยาวชนท่มี าทำงานต้านทุจรติ ” ควรมคี ุณสมบตั อิ ยา่ งไร
• ทำได้จรงิ หรอื ไม่
• มีขอ้ ไหนทที่ ำได้เลยขอ้ ไหนทท่ี ำไม่ได้ เพราะเหตุใด
• ถ้าตอ้ งการให้คณุ สมบัตคิ รบ จะดำเนนิ การอยา่ งไร

6. มวี ธิ ีการใดบา้ ง ท่ีจะปลุกจิตสำนึกเรอ่ื งความซือ่ สัตย์ สุจริตให้ ตนเอง/เพ่ือน/คน
ใกล้ชิด

• มีขอ้ สังเกตอยา่ งไรต่อการจัดกจิ กรรมต่อตา้ นการทจุ ริตทีผ่ า่ นมา เชน่ การจัดเดินรณรงค์
จัดอบรมกลมุ่ ใหญๆ่ และจัดเพยี งปลี ะครง้ั การบรรยายเรื่องคอร์รปั ชันให้นกั เรียนฟัง การ
พาไปศึกษาดูงานในเรือนจำ ฯลฯ
• หากเราจะจัดการกับปัญหาทุจริต คอร์รัปชันอย่างจริงจังจะต้องทำอย่างไร มีใคร
เกย่ี วขอ้ งบา้ ง
• เรอื่ งใดท่เี ราสามารถจัดการได้ดว้ ยตนเองบา้ ง

ข้อเสนอแนะ
1.การเตรียมตัว ผู้สอนควรเขียนคำถามทั้ง 6 ข้อลงในกระดาษฟลิปชาร์ทแผ่นละ 1 คำถาม
แล้วนำไปติดไว้รอบ ๆ ห้องเว้นระยะใหห้ า่ งกันพอประมาณโดยพบั ปลายกระดาษขน้ึ ปิดคำถาม
ไวเ้ พอื่ ไม่ใหผ้ ้เู ข้ารบั การอบรมเห็นกอ่ นถึงเวลาในการทำกิจกรรมจริง

แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทุจริตดา้ นอาชวี ศึกษา 95

แนวทางการประเมนิ
1. ประเมินผลจากการทำกจิ กรรมกลุ่ม

2. ประเมนิ ผลจากการสังเกต

หลกั คุณธรรม รายการพฤติกรรมท่ปี ระเมนิ สัดส่วนคะแนน
(รอ้ ยละ)
มคี วามเป็นผ้นู ำ รับผิดชอบกิจกรรมของตนเอง และเปิดประเด็นหรือนำ 50 %
อภิปรายไดอ้ ย่างมีหลกั การ มเี หตผุ ล น่าสนใจ
ซ่อื สัตย์ กล้าเสนอความเหน็ ตรงไปตรงมา ไม่ตอบตามความคิดผูอ้ ื่น 40 %
จติ อาสา ชว่ ยเหลอื สมาชกิ ในกลุ่ม 10 %
100 %
รวม


Click to View FlipBook Version