The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษา พิมพ์ครั้งที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เอกสารแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษา พิมพ์ครั้งที่ 2

เอกสารแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษา พิมพ์ครั้งที่ 2

Keywords: การป้องกันการทุจริต,อาชีวศึกษา,แนวทางการจัดกิจกรรม,การทุจริต,การต่อต้านการทุจริต,สันติ ทองแก้วเกิด,นายสันติ ทองแก้วเกิด

96 แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกันการทุจรติ ดา้ นอาชีวศกึ ษา

กจิ กรรมปอ้ งกนั การทจุ รติ

หน่วยท่ี ๒ สรา้ งสงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต
หน่วยย่อยที่ ๒.๓ การมีสว่ นรว่ มของชุมชน

สาระสำคญั

การป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบโดยบทบาทของภาคประชาชน เป็นอีก
ช่องทางหน่ึงท่จี ะรกั ษาผลประโยชนข์ องชาติโดยอาศัยการมสี ว่ นร่วมของประชาชน ภายใต้พื้นฐานความ
เข้าใจว่าคนไทยทกุ คนในฐานะพลเมอื ง ต้องมีส่วนรับผิดชอบดแู ลอนาคตและความอยู่รอดของชาตไิ ทย
เม่ือประชาชนในประเทศมีความตื่นตวั “ไมท่ นตอ่ การทจุ ริต” แลว้ จะทำใหเ้ กิดกระแสการตอ่ ต้านตอ่ การ
กระทำทุจรติ และคนท่ที ำทจุ รติ กจ็ ะเกดิ ความละอายไม่กล้าทีจ่ ะทำทุจริตต่อไป ปัญหาการทจุ ริตก็จะลด
น้อยลงไปด้วย เมื่อประชาชนมีความตื่นตัวต่อการที่ไม่ทนต่อการทุจริตแล้ว ก็จะส่งผลที่ดีต่อสังคม
ประเทศชาติ ตลอดจนนานาชาตดิ ้วย

จดุ ประสงค์

๑. เพอื่ ให้มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับเหตุผลความจำเปน็ และแนวทางการสรา้ งสงั คมที่ไม่ทน
ต่อการทจุ ริต

๒. เพื่อให้สามารถประพฤติปฏิบตั ติ นเป็นพลเมอื งทีด่ แี ละไม่ทนตอ่ การทุจริต
๓. เพื่อให้ตระหนกั ถงึ ความสำคัญของความพอเพยี ง ความมีวินัย ความซื่อสัตย์สุจริต ในการ

อยรู่ ว่ มกันเพือ่ สร้างสงั คมทไ่ี มท่ นต่อการทจุ ริต

เนือ้ หาสาระ

องค์ประกอบที่ทำให้ระบบทุจริตคอร์รัปชันมีโครงสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งและดำรงอยู่ใน
ปัจจุบันนั้น เกรียงศักด์ิ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2547) ได้ให้เหตุผลว่ามสี าเหตุมาจากองค์ประกอบต่าง ๆ คือ
1) ระบบการเมืองและระบบราชการมีเกราะกำบังที่แน่นหนา 2) ภาคประชาชนขาดความเข้มแข็งและขาด
ผู้นำในการตอ่ ต้านคอร์รปั ชนั ที่แขง็ แกรง่ 3) คา่ นิยมท่เี ป็นอุปสรรคฝงั รากลึกในสังคม ค่านิยมของคนใน
สงั คมท่ีเป็นเหตุใหเ้ กิดพฤติกรรมคอรร์ ปั ชัน และ 4) การขาดจติ สำนกั เพ่อื ส่วนรวม

• แนวทางการป้องกันและแก้ไขปญั หาการทุจริตในประเทศไทย

แนวทางหรอื มาตรการแกไ้ ขปัญหาการป้องกันการทจุ รติ คอร์รัปชันในสงั คมไทย นอกจากการใช้
มาตรการทางด้านกฎหมายในการปราบปรามแล้ว มาตรการในการป้องกันทุจริตคอร์รัปชันโดยการให้
ทุกภาคส่วนร่วมกันศึกษาเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และช่วยกันเผยแพร่ความรู้ โดยให้สื่อมวลชน องค์กร
อิสระ และองค์กรตรวจสอบภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน
เป็นแนวทางหนึง่ ทีจ่ ะปอ้ งกันการคอรร์ ัปชนั ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ

แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตดา้ นอาชีวศึกษา 97

ศาสตราจารยน์ ายแพทย์ประเวศ วะสี ได้ให้ข้อเสนอไว้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาการทุจริต
คอร์รปั ชัน สรุปไดด้ ังน้ี คือ 1) การตั้งคณะกรรมการอิสระข้นึ มาตรวจสอบ แต่ควรมวี ธิ ีการคัดเลือกคนที่
มีความสามารถ มีคุณธรรมที่เป็นกลาง ไม่อิงพรรคการเมืองเข้ามาทำงาน ให้งบประมาณและความ
รับผิดชอบเพิ่มขึ้น 2) การส่งเสริมสื่อมวลชนให้มีอิสระในการตรวจสอบ เช่น มีการตั้งกองทุนวิ จัยเพอื่
สอ่ื มวลชน จะเกดิ พลังสงั คมในการตรวจสอบคอร์รปั ชนั เพราะเคร่ืองมอื ทหี่ ยุดย้งั คอร์รปั ชนั ไดช้ ะงักที่สุด
คือสื่อมวลชนทีอ่ ิสระ กล้าและสามารถตรวจสอบได้ 3) การออกจากโครงสร้างอำนาจเบด็ เสร็จ เพราะ
การแก้ไขปัญหาสงั คมทย่ี ากและซับซอ้ นได้จะต้องเปดิ พน้ื ท่ีทางสงั คมและพน้ื ทท่ี างปญั ญาอยา่ งกว้างขวาง
แล้วจัดความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่สังคมต้องการ 4) ปฏิวัติจิตสำนึก ปฏิวัติ
ศลี ธรรม จติ สำนกึ ใหม่และจิตสำนกึ ทางศลี ธรรม จะพาใหอ้ อกจากโครงสร้างทที่ ำใหเ้ กิดวิกฤติคอร์รัปชัน
และวิกฤติศีลธรรมไปสสู่ ังคมที่เปน็ ธรรมและสันติ

สำหรับนายวิทยากร เชยี งกลู (2549) ไดน้ ำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน
ในสงั คมไทยไว้ 3 แนวทางคอื 1) การปฏริ ปู การเมอื ง ใหเ้ ป็นประชาธปิ ไตยแบบประชาชนมสี ว่ นรว่ มได้
มากกวา่ แค่การเลือกต้ัง ใหป้ ระชาชนมีสทิ ธแิ ละอำนาจในการจัดต้ังองค์กรอิสระที่เปน็ กลางมาตรวจสอบ
และถอดถอนนกั การเมอื งและเจ้าหน้าที่รัฐทท่ี ุจริตคอรร์ ัปชนั ได้ 2) การปฏิรูปองคก์ รดา้ นการปอ้ งกันและ
ปราบปรามการทจุ รติ และประพฤตมิ ิชอบใหเ้ ป็นองค์กรอสิ ระ เลือกคนดี คนเกง่ เขา้ มาทำงาน รวมทง้ั ตรา
พระราชบัญญัติตั้งองค์กรอิสระเพิ่มขึ้น และเร่งปฏิรูปกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมทุกระดับ ระบบ
ราชการ การศึกษา และการสือ่ สารมวลชนเพอื่ ใหก้ ลไกทางกฎหมาย การศึกษาและระบบข้อมูลข่าวสาร
ทำงานไดม้ ปี ระสิทธิภาพ โปรง่ ใส เนน้ ความถูกต้องชอบธรรม 3) ประชาชน นักวิชาการ สอื่ มวลชนต้อง
ร่วมกันศึกษาทำความเข้าใจและเผยแพร่ความรู้ระบบเศรษฐกิจ ธุรกิจสมยั ใหม่ที่มีความซบั ซ้อน เพื่อให้
ร้เู ท่าทันนักการเมอื งมากที่สดุ และสนบั สนนุ การรวมตัวของภาคธุรกิจ ภาคประชาชนทกุ ฝา่ ย เป็นองค์กร
ผบู้ รโิ ภคและองค์กรเพอ่ื ความโปร่งใสท่เี ข้มแข็ง ติดตามตรวจสอบการทำงานของทงั้ ภาครัฐและเอกชน

• การลงโทษทางสังคม

“การลงโทษโดยสังคม” หรือ “การลงโทษทางสังคม” ตรงกับคำภาษาอังกฤษคือ “Social
Sanction” พจนานุกรมศัพท์สังคมวิทยาฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2532 : 361 - 362) ได้ให้
ความหมายของ “Social Sanctions” ว่า สิทธานุมัติทางสังคม หมายถึง การขู่ว่าจะลงโทษหรือการ
สัญญาว่าจะให้รางวัลตามท่ีกลุ่มกำหนดไว้สำหรับการประพฤติปฏิบัติของสมาชิก เพื่อชักนำให้สมาชิก
กระทำตามข้อบังคับและกฎเกณฑ์ โดยทั่วไปการลงโทษโดยสังคมนั้นเป็นมาตรการควบคุมทางสังคม
ที่ต้องการให้สมาชิกในสังคมประพฤติปฏิบัติตามมาตรฐานหรือกฎเกณฑ์ที่สังคมยอมรับร่วมกัน
การลงโทษทางสังคม จึงถือเป็นอีกหน่ึงกระบวนการที่จะสร้างสังคมที่ไม่ทนตอ่ การทุจริตได้ เพราะหาก
เกดิ การทุจรติ ขึ้นแล้ว สงั คมไม่ยอมรับในการทุจริตนน้ั ช่วยกันสอดสอ่ งดแู ล และมีการลงโทษทางสังคม
จะช่วยให้พฤติกรรมลดลงจนไม่เกดิ ข้นึ ในท่สี ุด

98 แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การป้องกนั การทจุ รติ ด้านอาชวี ศกึ ษา

การลงโทษทางสังคมกบั บคุ ลทป่ี ฏิบัตติ นฝ่าฝนื ธรรมเนียม ประเพณี หรือแบบแผนทปี่ ฏบิ ตั ิตอ่ ๆ
กันมาในชุมชน แม้ว่าการฝ่าฝืนดังกล่าวจะไม่ผิดกฎหมาย แต่ด้วยธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมานั้น
ถูกละเมดิ ถูกฝ่าฝืน หรือถูกดูหมิ่นเก่ียวกบั ความเชื่อของชุมชน ก็จะนำไปสู่การต่อต้านจากคนในชมุ ชน
หากการกระทำดังกล่าวผดิ กฎหมายด้วยกจ็ ะยิง่ สรา้ งให้เกิดความไมพ่ อใจมากขนึ้ ได้ ไม่เพียงแต่ในชุมชน
นน้ั แตอ่ าจเกย่ี วเนือ่ งไปกบั ชุมชนอืน่ รอบขา้ ง หรอื ชมุ ชนทใ่ี หญท่ สี่ ุด น่ันคือ ประชาชนท้ังประเทศ

การลงโทษทางสงั คมน้ันมีทั้งดา้ นบวกและด้านลบ ดงั น้ี
- การลงโทษโดยสังคมเชิงบวก จะอยู่ในรูปของการให้การสนับสนุนหรือการสร้างแรงจูงใจ
หรือการให้รางวัล ฯลฯ แก่บุคคลและสังคมเพือ่ ให้ประพฤติปฏิบัติสอดคล้องกับปทัสถาน (Norm) ของ
ชุมชนหรือสงั คม เมอ่ื สมาชกิ ปฏิบตั ิตามก็จะมกี ารให้รางวลั เปน็ แรงจงู ใจ ใหก้ ารสนับสนุน
- การลงโทษโดยสังคมเชิงลบ จะอยู่ในรูปแบบของการใช้มาตรการต่าง ๆ ในการจัดระเบยี บ
สังคม การลงโทษเมือ่ สมาชิกไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม แสดงการไม่ยอมรับสมาชิกคนหนึ่งหรือ
กลมุ่ คนกลุม่ หนึง่ โดยเร่ิมตน้ ดว้ ยการวา่ กลา่ วตกั เตือน ซึง่ เป็นมาตรการขน้ั ต่ำสดุ เรื่อยไปจนถึงการกดดัน
และบีบคั้นทางจิตใจ การต่อต้านและการประท้วงในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะโดยปัจเจกบุคคลหรือการ
ชุมนุมของมวลชน

การลงโทษทางสังคมจะมีความรุนแรงมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของบุคคลนั้นว่า
ร้ายแรงขนาดไหน หากเป็นเรื่องเล็กน้อยจะถูกต่อต้านน้อย แต่หากเรื่องนั้นเป็นเรื่องร้ายแรง เรื่องที่
เกดิ ข้นึ ประจำ หรอื มผี ลกระทบต่อสังคม การลงโทษกจ็ ะมีความรุนแรงมากข้ึนด้วย เช่น หากมีการทุจริต
เกดิ ข้ึนกอ็ าจนำไปเป็นประเดน็ ทางสังคมจนนำไปสู่การต่อตา้ นจากสังคมได้ เพราะการทจุ รติ ถอื วา่ เป็นส่ิง
ที่ไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมายและผิดต่อศีลธรรม บ่อยครั้งที่มีการทจุ รติ เกิดขึ้นจนเป็นสาเหตุของการชมุ นมุ
ประท้วง เพื่อกดดัน ขับไล่ให้บุคคลนั้นหยุดการกระทำดังกล่าว หรือการออกจากตำแหน่งนั้น ๆ หรือ
การนำไปสกู่ ารตรวจสอบและลงโทษโดยกฎหมาย

• การปอ้ งกัน ปราบปรามการทจุ ริตและประพฤติมิชอบโดยบทบาทของภาคประชาชน

การป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบโดยบทบาทของภาคประชาชน เป็นอีก
ชอ่ งทางหนึ่งทจี่ ะรักษาผลประโยชน์ของชาติโดยอาศัยการมีส่วนรว่ มของประชาชนภายใต้พื้นฐานความ
เขา้ ใจวา่ คนไทยทกุ คนในฐานะพลเมอื ง ต้องมสี ว่ นรับผดิ ชอบดแู ลอนาคตและความอย่รู อดของชาตไิ ทย

การท่ปี ระชาชนจะเข้ามามบี ทบาทในการตรวจสอบความโปร่งใสของภาครัฐ สำนักงาน ป.ป.ช.
ได้กำหนดหลกั การทำงาน ดงั น้ี

1. มคี วามมุ่งม่ันตั้งใจท่ีจะอาสาเข้ามาทำงานเพอ่ื ประโยชน์ของบ้านเมือง คือ ต้องมีความ
เป็นผู้มีจิตอาสา มีความเสียสละ อดทน กล้าหาญ มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีความโปร่งใส ไม่ใช้อ ำนาจ
หน้าที่เพื่อการแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ให้แก่พรรคพวก นั่นหมายความว่าเราต้องมี
ภูมคิ ้มุ กนั ใหก้ ับตวั เองโดยการดำเนินชีวติ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการปอ้ งกนั การทุจริตด้านอาชวี ศึกษา 99

2. ติดอาวธุ ทางปัญญาให้กบั ตัวเอง คอื ต้องมีความร้ทู ี่เก่ียวขอ้ งกับอำนาจหน้าทีข่ อง ป.ป.ช.
ภาคประชาชน และต้องแสวงหาความรู้ให้เท่าทันเทคนิคกลโกง การทุจริตคอร์รัปชันด้วยวิธีการต่าง ๆ
เพ่อื เป็นหลักในการทำงานให้ถูกต้องและเป็นทนี่ ่าเชอ่ื ถือของสังคม

3. ต้องสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การสร้างเครือข่ายภาค
ประชาชนด้วยกันเอง การติดอาวุธทางปัญญาให้กับประชาชน โดยการให้ความรู้หรือการเสนอแนะ
ช่องทางในการตรวจสอบความโปร่งใสของการทำงานของภาครัฐ การสร้างทัศนคติที่ถูกต้อง และการ
ชใ้ี ห้เห็นอันตรายของการทุจริตคอร์รัปชัน

4. การเฝ้าระวังพื้นที่ที่เห็นว่าสุ่มเสี่ยงต่อการแสวงหาผลประโยชน์ ได้แก่ การสร้าง
เครอื ข่ายอาสาสมัครแจง้ ขอ้ มลู ขา่ วสารท่ไี มช่ อบมาพากลต่าง ๆ เพือ่ รกั ษาผลประโยชน์ของชาตไิ ด้ทนั การ

5. ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพอื่ รณรงคต์ อ่ ต้านการทุจริตอย่างต่อเน่ือง ทงั้ ในชุมชน หมู่บ้าน
ตำบล และในทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ในสถานศึกษาทุกระดับเพ่ือให้เยาวชนไดต้ ระหนกั
ถึงภัยร้ายของการทจุ รติ คอร์รัปชัน

6. ส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้าไปมีบทบาทในการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งทุกระดับ
ทั้งในระดับชาติและในระดับท้องถิ่น เพื่อการคัดกรองคนดี มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมเข้ามา
บริหารประเทศ ป้องกันคนไม่ดีไม่ให้เข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ดังพระราชดำรัสของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ที่ให้ส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุม
คนไมด่ ไี มใ่ หม้ ีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดอื ดร้อนว่นุ วาย

7. ส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้าไปมีบทบาทในการป้องกันการทุจริตการบริหารงานของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นการปกครองที่ใกล้ตัวของ
ประชาชนมากท่ีสุด โดยการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกำหนดนโยบายการบริการ
สาธารณะให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน ให้ประชาชนไดเ้ ขา้ ร่วมตรวจสอบความโปร่งใสของ
การจัดซอ้ื จัดจ้าง ให้ประชาชนประเมนิ การทำงานขององคก์ รปกครองท้องถิ่นของตน เปน็ ตน้

8. จัดใหม้ กี ารแลกเปล่ยี นและรับฟังความคิดเห็น รวมถึงรบั ฟังขอ้ เสนอแนะของสาธารณชน
เพอ่ื นำมาแก้ไขปรับปรุงการทำงานของ ป.ป.ช. ภาคประชาชน ใหม้ ปี ระสิทธิภาพมากย่ิงขนึ้

9. จัดให้มีกิจกรรมเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณ เพื่อเป็นการยกย่องให้กำลังใจและช่วยกัน
รณรงคป์ กปอ้ งคนทำความดี มคี วามซือ่ สตั ยส์ จุ รติ มคี ณุ ธรรมเพอ่ื ให้เปน็ ตัวอย่างที่ดีของสงั คม

10. หามาตรการรองรับการทำงาน รวมทั้งคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ ป.ป.ช. ภาค
ประชาชน และเครอื ข่าย

11. มีการประชาสัมพันธ์ผลงาน โดยการประชาสมั พันธผ์ ลงานของ ป.ป.ช. ภาคประชาชน
อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนได้ทราบ และรณรงค์ให้ประชาชนเข้าร่วมกันเป็นเครือข่ายป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบกับ ป.ป.ช. ภาคประชาชนกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะยัง
ประโยชน์ในการปลุกจติ สำนึกให้ประชาชนด้วยกนั เองได้รว่ มกันรกั ษาผลประโยชนข์ องชาติ

100 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การป้องกันการทุจรติ ดา้ นอาชวี ศกึ ษา

• การสรา้ งสงั คมทไี่ มท่ นต่อการทุจริต

เมื่อประชาชนในประเทศมีความตื่นตัว “ไม่ทนต่อการทุจริต” แล้ว จะทำให้เกิดกระแสการ
ต่อต้านต่อการกระทำทจุ ริต และคนที่ทำทุจริตกจ็ ะเกิดความละอายไม่กลา้ ที่จะทำทจุ ริตต่อไป เช่น หาก
พบเห็นว่ามกี ารทุจรติ เกดิ ขึ้น อาจมกี ารบันทึกเหตกุ ารณห์ รือลกั ษณะการกระทำ แล้วแจง้ ขอ้ มูลเหล่านั้น
ไปยังหน่วยงานหรือสื่อมวลชนเพื่อร่วมกันตรวจสอบการกระทำที่เกิดขึ้น และยิ่งในปัจจุบันเป็นสังคม
สมยั ใหมย่ คุ ไทยแลนด์ 4.0 แต่การจะเปน็ 4.0 ใหส้ มบรู ณแ์ บบได้นน้ั ปัญหาการทจุ รติ จะตอ้ งลดน้อยลง
ไปด้วย เมื่อประชาชนมีความตื่นตัวต่อการที่ไม่ทนต่อการทุจริตแล้ว ก็จะส่งผลที่ดีต่องสังคมและ
ประเทศชาติ ตลอดจนนานาชาตดิ ว้ ย

ดงั นน้ั แนวทางหรอื มาตรการแกไ้ ขปัญหาการป้องกันการทุจริตคอรร์ ัปชันในสังคมไทย นอกจาก
การใช้มาตรการทางด้านกฎหมายในการปราบปรามแล้ว มาตรการในการป้องกันทุจริตคอร์รัปชันโดย
การให้ทุกภาคส่วนร่วมกันศึกษาเรียนรู้ ทำความเข้าใจและชว่ ยกันเผยแพร่ความรู้ท่ีมีความหลากหลาย
และสลับซับซ้อนเพือ่ ให้รู้เทา่ ทันนกั การเมือง โดยให้สือ่ มวลชน องค์กรอิสระและองค์กรตรวจสอบ ภาค
ประชาชนเข้ามามสี ว่ นรว่ มในการตรวจสอบการทจุ รติ คอร์รัปชนั จงึ เปน็ แนวทางหน่งึ ท่ีจะป้องกันการคอร์
รปั ชนั ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ

กิจกรรมเสนอแนะ โดนแซงควิ
เตมิ ไม่เตม็
กจิ กรรมท่ี ๒.๓.๑
กจิ กรรมท่ี ๒.3.2 เป็ด
กจิ กรรมท่ี ๒.๓.3

แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ ริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา 101

กจิ กรรมป้องกันการทจุ รติ เวลา ๖๐ นาที

หนว่ ยท่ี ๒ สรา้ งสงั คมทไ่ี ม่ทนตอ่ การทจุ รติ
หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒.๓ การมีส่วนรว่ มของชุมชน
กจิ กรรมที่ ๒.๓.๑ โดนแซงคิว

สาระสำคญั

ทฤษฎีการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความตื่นตัวในการแสดงออกต่อเหตุการณ์ทางสังคมที่ผิดต่อ
จริยธรรมทางสังคมหรือกฎหมาย และผลักดันให้เกิดการลงโทษทางสังคมและทางกฎหมาย บนพื้นฐาน
ของขอ้ เทจ็ จรงิ และเหตุผล เป็นแนวทางหรือมาตรการในแกไ้ ขปญั หาการป้องกนั การทุจริตคอร์รัปชันใน
สงั คมไทย ซ่ึงนอกจากการใช้มาตรการทางด้านกฎหมายในการปราบปรามแล้ว มาตรการในการป้องกัน
ทจุ รติ คอรร์ ปั ชันโดยการให้ทกุ ภาคส่วนรว่ มกันศึกษาเรยี นรู้ ทำความเขา้ ใจและช่วยกันเผยแพร่ความรู้ท่ีมี
ความหลากหลายและสลับซบั ซ้อนเพื่อใหร้ เู้ ท่าทัน มสี ว่ นรว่ มในการตรวจสอบการทุจริตคอร์รปั ชันจึงเป็น
แนวทางหนึ่งทีจ่ ะป้องกนั การคอร์รัปชันได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

จุดประสงค์ของกจิ กรรม

๑. เพอ่ื ใหม้ คี วามรูค้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับความสำคัญของการมีส่วนรว่ มในการตา้ นทุจรติ
๒. เพือ่ ให้สามารถเป็นแบบอยา่ งทีด่ ตี อ่ ชุมชนและสงั คมในการไม่ทนต่อการทุจรติ
๓. เพอื่ ให้เหน็ ความสำคัญของชมุ ชนและสังคมในการมสี ่วนร่วมในการตอ่ ต้านการทุจริต

สื่อ วัสดุ อปุ กรณ์ แหลง่ เรียนรู้

๑. วีดิทศั นด์ ้านการปอ้ งกนั การทุจริต เร่ือง การเข้าแถวรับบริการ
๒. วีดทิ ศั น์ดา้ นการป้องกนั การทุจริต เรื่อง โตไปไม่โกง ตอนโดนทั
๓. คอมพิวเตอรแ์ ละเคร่ืองฉายโปรเจคเตอร์
๔. แบบประเมนิ ผลงานกลมุ่ และแบบประเมนิ พฤตกิ รรม

ขัน้ ตอนการดำเนนิ กจิ กรรม

๑. ผู้สอนแนะนำกิจกรรม จดุ ประสงค์และเน้ือหาสาระใหผ้ ู้เรียนทราบเก่ียวกับพฤติกรรมการ
แซงควิ ในรา้ นค้า ในชวี ิตประจำวนั

๒. ผ้สู อนแบ่งกลุ่มผู้เรียนเปน็ ๔ กลมุ่ ๆ ละ ๑๐ คน เพ่อื สร้างสถานการณ์จำลอง โดยกำหนด
บทบาทและเวลาในการนำเสนอกลมุ่ ละ ๕ นาที ดงั นี้
๒.๑ กล่มุ ที่ ๑ เขา้ แถวรับบริการอย่างไมม่ รี ะเบยี บวินยั ตะโกนใส่ผู้ค้า
๒.๒ กลมุ่ ท่ี ๒ เขา้ แถวรบั บริการ โดยมีตัวละคร ๒ คน ขาดวินัยในการรับบรกิ าร โดยการ
แซงควิ

102 แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การป้องกันการทจุ ริตดา้ นอาชวี ศึกษา

๒.๓ กลมุ่ ที่ ๓ เข้าแถวรับบรกิ ารอยา่ งมีระเบยี บวินยั
๒.๔ กลุ่มท่ี ๔ เขา้ แถวรบั บริการอย่างมีระเบียบวนิ ัยและแนะนำเพ่อื นในกลุ่มให้ตระหนัก

ถึงความสำคัญของการเข้าแถว
๓. ผเู้ รียนกลมุ่ ท่ีไม่ได้ออกไปนำเสนอให้นง่ั ดูและพจิ ารณาแนวทางในการแกป้ ัญหา
๔. ตัวแทนแต่ละกลุม่ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาในกลุ่มตนเอง พร้อมพิจารณาร่วมกนั ทง้ั

ชั้นเรียน
๕. ผสู้ อนให้ผู้เรียนดูวิดีทัศน์ เรอื่ ง การเข้าแถวรับบริการ และรว่ มกนั สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

การแกป้ ัญหา และแนวทางการนำไปใช้ในชุมชนให้เกิดประโยชน์

ข้อเสนอแนะ

๑. กิจกรรมนี้เหมาะสมกับผู้เรยี นจำนวน ๓๐ – ๔๐ คน
๒. ผสู้ อนอาจเพ่ิมกจิ กรรมด้านการสร้างจิตสำนึกทดี่ ใี นการรบั บริการให้กับผ้เู รยี น
๓. ผู้สอนควรควบคุมเวลาในการทำกจิ กรรมเพื่อให้เปน็ ไปตามเวลาท่กี ำหนด

แนวทางการวดั และประเมินผล

๑. สงั เกตพฤตกิ รรมของผเู้ รยี นระหวา่ งการทำกิจกรรม
๒. ประเมินผลงานกลมุ่ จากการทำกจิ กรรม การตอบคำถาม การแสดงความคิดเห็น

หลกั รายการพฤตกิ รรมทป่ี ระเมนิ สดั สว่ นคะแนน
คุณธรรม (ร้อยละ)
- ทำกจิ กรรมด้วยความละเอยี ดรอบคอบ
พอเพียง - รบั ฟังความคิดเห็นของสมาชกิ ในกลุ่ม 15 %
- รบั ผิดชอบกิจกรรมของตนเอง
มีวินยั - ทำกิจกรรมตรงตามกตกิ า และข้อกำหนด 25 %
สุจรติ - มงุ่ ม่ันทำกจิ กรรมด้วยความซื่อสัตย์
จิตอาสา - ช่วยเหลือสมาชิกในกลุ่มด้วยความเตม็ ใจ 25 %
25 %
รวม 100 %

แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การป้องกันการทุจริตด้านอาชีวศกึ ษา 103

กจิ กรรมป้องกันการทจุ รติ เวลา 2 ชั่วโมง

หนว่ ยที่ ๒ สรา้ งสงั คมทไ่ี ม่ทนตอ่ การทุจริต
หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒.3 การมสี ว่ นร่วมของชมุ ชน
กิจกรรมที่ ๒.3.2 เติมไม่เตม็

สาระสำคัญ

การสร้างสงั คมที่ไม่ทนต่อการทุจรติ เป็นการปรับเปล่ียนสภาพสงั คมใหเ้ กิดภาวะ “ที่ไม่ทนตอ่
การทุจริต” โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการกล่อมเกลาทุกช่วงวัย การทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้เรียน
เพือ่ สรา้ งวัฒนธรรมที่ต่อต้านการทจุ ริต และปลกู ฝงั คณุ ธรรม ความพอเพียง ความซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต ความมี
วินยั และจติ อาสา ส่งผลให้ผ้เู รียนเกิดพฤตกิ รรมในทางดตี ่อตนเองและผูอ้ ่ืน

จุดประสงค์ของกจิ กรรม

๑. วิเคราะห์แนวทางการปฏบิ ตั ิตนและกลุม่ บนความซือ่ สตั ย์สุจริตได้
๒. ประยกุ ตก์ ารมสี ว่ นรว่ มเสริมสร้างความซอ่ื สัตยส์ จุ ริตในการดำเนนิ ชวี ิตได้

ข้นั ตอนการดำเนินกิจกรรม

๑. แบ่งผ้เู ล่นเกมออกเปน็ กลุ่มยอ่ ย ๆ มากกวา่ ๒ กลุ่มขนึ้ ไป จำนวนสมาชิกในกลุ่มเท่า ๆ กัน
ทกุ กลุ่ม

๒. ให้มผี ู้เล่นอสิ ระ อย่างนอ้ ย ๑ คน
๓. ในแต่ละกลุ่ม ให้เลือกผู้นำกล่มุ ๑ คน สมาชกิ ทกุ คนตอ้ งปดิ ตา ยกเวน้ ผนู้ ำกลุ่ม ไม่ต้องปดิ ตา
๔. ใชเ้ วลาในการเล่นเกมส์ ๓-๕ นาที
๕. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มพาสมาชิกในกลมุ่ ของตนเองไปตักน้ำจากถงั น้ำใสแ่ ก้วของตนเอง แลว้ นำน้ำใน

แกว้ ของตนเองไปใส่ขวดน้ำของกลุ่มตนเองท่ีซ่อนไวห้ ลังฉากบังตาโดยใหน้ ำ้ หกออกมานอก
ขวดนอ้ ยทีส่ ุด
๖. หา้ มสมาชกิ ในกลมุ่ คนใดไปแตะตอ้ งหรอื ย่งุ เก่ียวกับขวดนำ้ ของกลมุ่ อนื่ โดยเด็ดขาด
๗. เมื่อสมาชิกแต่ละคนเทน้ำใส่ขวดของกลุ่มตนเองหมดแก้วแล้วต้องเดินกลับไปที่จุดเริ่มต้น
ของกลุ่มตนเอง แล้ววนเข้ามาตักน้ำจากถังน้ำใส่แก้วของตนเอง นำไปใส่ถังน้ำของกลุ่ม
ตนเอง จนนำ้ เต็มขวด
๘. ผู้นำกลมุ่ จะตอ้ งบอกทางให้สมาชกิ ในกลุม่ ตนเองไปตักนำ้ จากถังน้ำนำไปใส่ขวดน้ำของทีมตนเอง
หา้ มแตะตอ้ งถูกตัวของสมาชิกในกลมุ่ สง่ เสียงบอกใหส้ มาชิกในกลมุ่ ปฏิบัตไิ ดอ้ ยา่ งเดยี ว
๙. ผนู้ ำกลมุ่ สามารถขอใหผ้ เู้ ลน่ อิสระให้ความช่วยเหลือกลมุ่ ของตัวเอง เพือ่ ให้สมาชิกในกลุ่ม
ของตนเองสามารถตักน้ำไปใส่ขวดของกลุ่มตนเองไดเ้ ตม็ กอ่ นกลมุ่ อื่น หรอื จะใหผ้ ู้เล่นอิสระ

104 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกันการทุจริตดา้ นอาชีวศึกษา

ไปลัก หรือ เทนำ้ ของกลมุ่ อืน่ ออกได้ครง้ั ละ ๑ แก้ว แต่ต้องใหค้ ่าตอบแทนผู้เล่นอิสระ เป็น
น้ำในขวดของทมี ตัวเองปริมาณตามทห่ี ัวหนา้ กลมุ่ จะตกลงกับผูเ้ ลน่ อิสระ
๑๐. ผู้เล่นอิสระสามารถเลือกที่จะทำตามข้อตกลงที่หัวหน้ากลุม่ แต่ละกลุ่มเสนอข้อตกลง หรือ
จะไม่ทำตามกไ็ ด้
๑๑. ผ้เู ล่นอสิ ระตอ้ งหาน้ำมาเตมิ ขวดนำ้ ของตวั เองให้เตม็ ขวด จากน้ำในขวดของกลุ่มตา่ ง ๆ หา้ ม
ไปตกั นำ้ จากถงั นำ้ โดยใช้วิธใี ดกไ็ ด้ สามารถลักน้ำจากกลุ่มอื่นได้ทุกกล่มุ โดยลักลอบตักน้ำ
จากขวดนำ้ ของกลุ่มอน่ื หลังจากกลมุ่ นนั้ พาสมาชกิ กลมุ่ มาเทน้ำใสข่ วดกลมุ่ ของตนเอง และ
กลับออกไปทจ่ี ดุ เริ่มตน้ เพอ่ื ตักน้ำกลบั มาใส่ขวดของกลมุ่ ตนเองใหม่ ผูเ้ ล่นอสิ ระจะสามารถ
ลกั น้ำในขวดของแต่ละกลุม่ ไดเ้ ทีย่ วละ ๑ ครั้ง ๆ ละ ๑ แกว้

ส่อื วสั ดุ อุปกรณ์ แหล่งเรียนรู้

๑. ผา้ ปดิ ตา จำนวนเทา่ กบั ผ้เู ลน่ เกมทุกคน
๒. ขวดใส่นำ้ จำนวน ๓-๕ ขวด (ตามจำนวนกลุ่ม + เพิม่ อีก ๑-๒ ใบ)
๓. กะละมงั ใสน่ ำ้ สำหรับรองขวดใส่นำ้ ปอ้ งกนั น้ำหกหรอื ลน้ ขวด จำนวน ๓-๕ ใบ (เท่ากับ

จำนวนขวดท่ใี ชใ้ นการเลน่ เกม)
๔. แกว้ น้ำใบเล็ก ๆ จำนวนเท่ากบั ผ้เู ลน่ เกมทกุ คน
๕. ถังใสน่ ้ำใบใหญ่ ๑-๒ ถงั
๖. น้ำสะอาด (จะเพิ่มเติมด้วยการผสมสอี าหารลงไปเพอื่ แยกสีแตล่ ะกลุ่มกไ็ ด้)
๗. ฉากบงั ตา หรือ ฉากกน้ั ๒-๓ ฉาก
๘. โตะ๊ วางถงั น้ำ กะละมงั ขวดนำ้ จำนวนพจิ ารณาตามความเหมาะสม
๙. แบบประเมนิ ผลงานและแบบสงั เกตพฤตกิ รรม

ข้อเสนอแนะ

๑. ถ้ามีผูเ้ ลน่ เกมจำนวนมาก สามารถแบง่ ผ้เู ลน่ เป็นกลุ่ม ได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึง
ความสามารถของวิทยากรผคู้ วบคมุ การเล่นเกม

๒. ถา้ มีผู้เลน่ เกมเปน็ จำนวนมาก แลว้ แบ่งเปน็ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ มจี ำนวนสมาชิกเท่ากันทุกกลุ่ม
แล้ว และคัดเลือกผู้เล่นเกม เป็นผู้เล่นอิสระ ตามจำนวนที่ต้องการแล้ว แต่ยังมีผู้เล่นเกม
เหลอื หลายคน สามารถให้ผู้เลน่ เกมทเี่ หลอื ทำหน้าท่ีเป็นกรรมการควบคมุ การเลน่ เกมได้

๓. ควรมจี ำนวนสมาชกิ แตล่ ะกล่มุ ไมเ่ กนิ ๘-๑๐ คน
๔. ผเู้ ลน่ อสิ ระ ไม่ควรมีจำนวนเทา่ กับสมาชกิ ในแตล่ ะกลุ่ม ควรมจี ำนวนน้อยทสี่ ดุ
๕. ระยะทางจากจุดสตาร์ทถึงถังใส่น้ำที่เตรียมไว้ให้ผู้เล่นทุกคนตักน้ำไปใส่ขวดน้ำของกลุ่ม

ตนเอง ควรมีระยะหา่ ง ๓-๕ เมตร

แนวทางการจดั กิจกรรมสง่ เสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา 105

๖. ระยะทางจากถังใส่นำ้ ท่ีเตรียมไว้ให้ผู้เล่นทุกคนตักน้ำใสแ่ กว้ ของตนเองเพ่ือนำไปใส่ขวดน้ำ
ของกลุม่ ตนเอง ควรมรี ะยะห่าง ๔-๕ เมตร

๗. แก้วน้ำของผเู้ ลน่ แต่ละคนควรมีขนาดเล็ก
๘. สามารถเจาะขวดใส่น้ำของแต่ละกลุ่มใหร้ ่ัวได้
๙. เส้นทางจากจดุ เร่ิมต้นของกลุ่มไปถึงจุดตักน้ำใส่แก้วและนำน้ำในแก้วไปใสข่ วดน้ำของกลุม่

ตนเองแล้วกลับมาจุดเริ่มต้นของกลุ่ม ควรแยกเส้นทางไปกลับคนละเส้นทางให้ชัดเจน ไม่
ควรให้ผเู้ ลน่ สวนทางกัน
๑๐. ใหผ้ ูช้ นะเกมกำหนดบทลงโทษผแู้ พ้เกมทุกคน

แนวทางการประเมนิ

๑. สรปุ ข้อคิดทไ่ี ด้จากการเล่นเกม และแนวทางในการนำไปปรบั ประยกุ ตใ์ ช้ในการดำเนินชีวติ
๒. ประเมนิ จากผลการทำกจิ กรรมกลุม่
๓. ประเมนิ พฤติกรรมผเู้ รียนโดยการสงั เกตหรอื ใช้แบบสังเกต

หลกั คณุ ธรรม พฤติกรรม สดั สว่ นคะแนน
(รอ้ ยละ)
มีวินยั - รบั ผดิ ชอบกจิ กรรมของตนเอง ๒๕ %
- ทำกจิ กรรมกรรมตรงตามกตกิ าและขอ้ กำหนด
พอเพียง -ทำกิจกรรมด้วยความละเอียดรอบคอบ ๑๐ %
ความซอ่ื สัตย์ - ทำกิจกรรมดว้ ยความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ๕๐ %
- การรกั ษาผลประโยชนข์ องตนเอง และพวกพอ้ ง
จติ อาสา - ช่วยเหลอื สมาชกิ ในกลุ่มดว้ ยความเตม็ ใจ ๑๕ %
๑๐๐ %
รวม

106 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกันการทจุ รติ ด้านอาชีวศกึ ษา

กจิ กรรม “เตมิ ไมเ่ ต็ม”

- หาวิธนี ำน้ำจากขวดของแต่ละกลุม่ มา ขวดนำ้ ผู้เล่น อสิ ระ (รองกะละมงั กันนำ้ หก)
เตมิ ขวดของตนเอง ให้เต็มก่อนทกุ กลุ่ม
กลมุ่ อิสระ - ติดต่อหัวหนา้ กลุ่มไหนกไ็ ดใ้ ห้ขอ้ เสนอ
- เทน้ำจากขวดของแต่ละกล่มุ ได้ แลกเปล่ยี นเพื่อทำภารกิจตามทหี่ ัวหน้า
หลังจากสมาชิกกลุ่มของขวดน้ำนั้น กลุ่มนนั้ ร้องขอ ๑ ภารกิจแลกกบั นำ้ ใน
กลับออกไปจากขวดน้ำของกลุ่ม ขวดของกลุม่ น้นั ๑ แกว้

หมดแลว้
- หา้ มออกไปนอกบรเิ วณฉากกั้น

ขวดน้ำกลมุ่ A ฉากกนั้ บังตา ขวดน้ำกลมุ่ B

(รองด้วยกะละมัง) (รองด้วยกะละมัง)

ฉากกั้นบงั ตา ฉากก้ันบงั ตา

หวั หนา้ กลมุ่ แต่ละกลุ่ม การตดั สินเกม
- นำสมาชิกกลมุ่ มาตกั น้ำไป - น้ำในขวดเต็มขวดกอ่ นเปน็

เติมขวดนำ้ ของกลุ่ม ให้เตม็ กลมุ่ แรก เป็นผชู้ นะเกม
ขวดก่อนกลุม่ อน่ื - เวลาหมดก่อน ระดับน้ำใน
- หา้ มจบั ตัวสมาชกิ กลุม่
- หาวธิ ไี ม่ใหก้ ลมุ่ อ่ืนเตมิ นำ้ ใน ขวดกลุ่มใดสงู ทสี่ ุดเปน็ ผู้
ขวดเต็มได้ก่อนกล่มุ ตนเอง ชนะเกม
- ผู้แพ้ตอ้ งทำตามท่ผี ูช้ นะส่ัง

ถังน้ำ

กลุ่ม A จดุ เรมิ่ ตน้ กลมุ่ B

หัวหนา้ กลมุ่ ไม่ปิดตา

สมาชกิ กลุ่ม
ปิดตา

แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกนั การทจุ ริตด้านอาชีวศึกษา 107

กจิ กรรมป้องกนั การทุจริต

หน่วยท่ี ๒ การสร้างสังคมท่ีไม่ทนต่อการทจุ รติ

หนว่ ยย่อยที่ ๒.๓ การมีสว่ นร่วมของชุมชน

ชื่อกิจกรรม ๒.๓.3 เปด็ เวลา ๒ ชั่วโมง

สาระสำคัญ

การทปี่ ระชาชนตระหนกั ถงึ อนั ตรายท่ีเกิดจากการทุจริตและประพฤตมิ ิชอบท้งั ในภาครัฐและ
ภาคเอกชนนัน้ ถอื เป็นกลไกท่มี ีประสิทธภิ าพสูงสดุ ในการป้องกันและขจดั การทจุ รติ และประพฤติมิชอบ
ของประชาชน ควรรวมตวั กนั เพ่ือมีส่วนร่วมในการรณรงค์ใหค้ วามรู้ ตอ่ ต้านหรอื ชี้เบาะแส โดยจะได้รับ
ความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา ๖๓ ของ พ.ร.บ.การส่งเสริมและคุ้มครอง
ประชาชนในการต่อต้านการทจุ รติ และประพฤติมิชอบ” ของรัฐธรรมนญู ๒๕๖๐

จุดประสงคข์ องกิจกรรม
๑. เพอ่ื บอกความสำคญั และประโยชน์ของเครือขา่ ยต้านทุจริตได้
๒. เพอื่ ระบุแนวทางการสรา้ งเครือข่ายผูเ้ รียนและวธิ กี ารทำงานร่วมกนั ได้
๓. เพ่ือใหร้ วู้ ิธีชเ้ี บาะแสการทุจริตได้

สอ่ื วสั ดุ อุปกรณ์ และแหลง่ เรียนรู้

๑. เกา้ อี้ (จำนวนเทา่ ผเู้ ข้ารบั การอบรม+ ๑ ตวั )
๒. ปากกาเคมี กระดาษกาว และกระดาษฟลิปชาร์ท
๓. ใบความรู้ท่ี ๗ (สำเนาเท่าจำนวนผอู้ บรม)

ข้นั ตอนการดำเนนิ กจิ กรรม

๑. จดั เกา้ อี้และอธิบายวิธีเล่น
• ผู้สอนให้ผู้เข้าอบรมนำเกา้ อ้ีของตนเอง ไปวางกระจายใหเ้ ต็มพ้นื ท่ีห้อง โดยให้หา่ งกนั ประ

มาน ๑ เมตรและหนั หนา้ ไปคนละทิศทาง
• อธิบายวธิ ีการเลน่ เกมว่า “เกมทเี่ ราจะเล่นน้ี ชอ่ื วา่ “เปด็ ” เปด็ จะเดินช้า ๆ เพ่ือไปนั่งเกา้ อี้

ทย่ี งั วา่ งอยู่ กติกาคอื ใหท้ ุกคนช่วยกัน “กนั ”เปด็ ไม่ใหน้ ่ังเก้าอใ้ี หน้ านท่สี ุด โดยมีขอ้ แมว้ ่า –หา้ ม
ชนเปด็ หา้ มดงึ ตัว/ขัดขาเป็ด ห้ามดึงเก้าอ้อี อกจากเป็ด เม่ือคนใดคนหนง่ึ ลกุ จากเก้าอ้ี/ก้นลอย
จากเกา้ อแ้ี ลว้ ห้ามนงั่ ลงเก้าอ้ีตวั เดมิ อกี เพราะจะถือว่าแพท้ นั ที”

• ผู้สอนต้องเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในการเล่น เช่น ให้ถอดรองเท้าหากไม่ถนัด
(โดยเฉพาะรองเทา้ ส้นสูง) ใหเ้ ล่นตามกติกา ดว้ ยความระมัดระวงั และไมใ่ หเ้ กิดอบุ ตั ิเหตุ

• ทบทวนและให้ซกั ถามวธิ ีการเลน่ แลว้ ถามกอ่ นเริ่มเกมวา่ “คิดว่าจะป้องกันเป็ดได้นานก่นี าท”ี

108 แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกันการทุจริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา

๒. ให้เล่น ๒-๓ รอบ
• ให้เล่น ๒-๓ รอบ และแจ้งเวลาที่ผู้เข้าอบรมร่วมกันป้องกันไม่ให้เป็ดได้นั่งเก้าอี้ ว่าทำได้กี่

นาที
๓. ถามความรูส้ กึ /ข้อสังเกตตอ่ การเล่นกิจกรรมเปด็

• วทิ ยากรต้งั คำถามเพือ่ ให้เกดิ การแลกเปลี่ยนดงั นี้
- รู้สึกอยา่ งไรกบั การเลน่ เกมนี้
- เพราะอะไรจงึ กนั เปด็ ได้ / ไมไ่ ด้
- ถา้ เปรียบเทยี บเกมเปด็ กับ การทุจริตแล้ว คิดว่ามอี ะไรเหมือนกนั /แตกต่างกันบา้ ง
- เวลาที่กนั ไมใ่ ห้เปด็ น่งั เหมอื นกนั /แตกต่างกันอย่างไร กบั เวลาในการป้องกนั การทจุ รติ

แลว้
- การป้องกนั และตอ่ ตา้ นการทจุ ริต เป็นหนา้ ทขี่ องใครบ้าง
- การสรา้ งเครือข่ายปอ้ งกันและต่อตา้ นการทุจริตมีประโยชน์อย่างไรบา้ ง
- ผเู้ ข้าอบรมจะมีวิธกี ารสร้างเครอื ขา่ ยป้องกันและต่อตา้ นการทจุ ริตอย่างไร
- ถ้าพบเหน็ การทจุ รติ จะมีวิธีช้ีเบาะแสการทจุ รติ อย่างไรบ้าง

๔. ให้ขอ้ มลู เพ่ิมเติมเร่ืองการชเ้ี บาะแสทจุ ริต (รายละเอียดตามใบความรู้ท่ี ๗ เรื่อง ร่างพ.ร.บ.
การสง่ เสรมิ และคุม้ ครองประชาชนในการต่อต้านการทจุ ริตและประพฤตมิ ิชอบ)
๕. สรุปสาระสำคัญร่วมกนั จากการเลน่ กจิ กรรมเป็ด

• วิทยากรใชค้ ำถามถามผเู้ ข้าอบรมเพือ่ สรปุ กิจกรรมและสาระสำคัญ วา่
- ได้เรียนร้อู ะไรจากกจิ กรรมเปด็
- จะนำความรจู้ ากกจิ กรรมเป็ด ไปใชอ้ ย่างไร

ข้อเสนอแนะ

๑๑. กิจกรรมนี้เหมาะกับจำนวนสมาชิกไม่เกิน ๒๐ คนต่อกลุ่มหากมีจำนวนสมาชิกกว่านี้ให้
แบง่ กลมุ่ ได้ตามความเหมาะสม

๑๒.กรณแี บ่งผปู้ ฏิบัติกิจกรรมเลน่ เปน็ กลุ่ม ต้องเตรียมกระดาษฟลิปชาร์จให้เพยี งพอตอ่ จำนวน
กลมุ่ เขยี นชอื่ กลมุ่ และชือ่ -สกลุ ของสมาชกิ หรือผูป้ ฏบิ ัตกิ จิ กรรมลงบนกระดาษฟลิปชารจ์

๑๓.ผสู้ อนควรควบคุมเวลาในการทำกิจกรรมเพอ่ื ให้เป็นไปตามเวลาท่ีกำหนด

แนวทางการประเมิน

๑. สรปุ ข้อคดิ ทไี่ ด้จากการเล่นเกม และแนวทางในการนำไปปรบั ประยุกตใ์ ช้ในการดำเนินชีวติ
๒. ประเมนิ จากผลการทำกจิ กรรมกลุม่
๓. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสังเกต หรือใชแ้ บบสังเกต

แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การป้องกนั การทจุ ริตด้านอาชีวศึกษา 109
สัดส่วนคะแนน
หลกั คณุ ธรรม พฤตกิ รรม
(รอ้ ยละ)
พอเพียง - ทำกิจกรรมดว้ ยความละเอียดรอบคอบ ๒๐ %
- มคี วามเออ้ื เฟื้อเผื่อแผ่
มวี นิ ยั - รับฟังความคดิ เห็นของสมาชิกในกล่มุ ๒๐ %
สจุ รติ ๔๐ %
- รับผดิ ชอบกิจกรรมของตนเอง
จิตอาสา - ทำกจิ กรรมตรงตามกติกา และขอ้ กำหนด ๒๐ %

- มงุ่ มั่นทำกิจกรรมดว้ ยความซ่ือสตั ย์ ๑๐๐ %

- ช่วยเหลือสมาชกิ ในกล่มุ ดว้ ยความเต็มใจ
- การรกั ษาผลประโยชน์ของตนเอง และพวกพ้อง
- แสดงความคิดเหน็ เสริมเพิ่มเติมแลกเปล่ียนเรยี นรู้

รว่ มกัน

รวม

110 แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกันการทจุ ริตดา้ นอาชีวศกึ ษา

แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การป้องกนั การทจุ ริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา 111

หนว่ ยที่
ยกระดับดชั นี สร้างคนดใี นสังคม

112 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการป้องกนั การทุจรติ ดา้ นอาชีวศกึ ษา

กิจกรรมป้องกนั การทจุ รติ

หน่วยท่ี ๓ ยกระดบั ดชั นี สรา้ งคนดีในสังคม

สาระสำคญั

การทุจรติ เกิดขน้ึ ทั้งในภาครฐั และภาคเอกชน หรอื แมก้ ระทัง่ ในองค์กรทไ่ี มแ่ สวงหาผลกำไรหรือ
องคก์ รเพ่อื การกศุ ล อาจกล่าวได้ว่าการทุจรติ เป็นหนึ่งในปญั หาใหญ่ที่ขัดขวางการพฒั นาประเทศให้เป็น
รฐั สมยั ใหม่ ซ่งึ ต่างเปน็ ท่ที ราบกนั ดวี า่ การทุจริตควรเปน็ ประเด็นแรก ๆ ที่ควรให้ความสำคญั ในวาระของ
การพฒั นาประเทศของทกุ ประเทศ

การสร้างวนิ ยั คณุ ธรรม จริยธรรมเพือ่ ปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ ถือเป็นส่ิงสำคัญเพื่อให้
เด็กและเยาวชนมีจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริต ปลูกจิตสำนึก ปรับเปลี่ยนฐานการคิดให้แก่เยาวชน
ใหเ้ กิดความตระหนักถึงผลกระทบของการทุจริตคอรร์ ัปชนั พัฒนางานให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้
สร้างความแข็งแกรง่ ใหต้ นเอง องค์กร และส่งผลตอ่ ประเทศชาตใิ นที่สุด

จุดประสงค์

๑. เพอ่ื ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการยกระดบั ดชั นกี ารรับรูก้ ารทจุ รติ
๒. เพื่อให้สามารถคิด วิเคราะห์สภาพปัญหาการทุจริตในสังคม และมีส่วนร่วมในการ รับรู้

ตอ่ ต้านและไม่ทนต่อการทุจริต
๓. เพื่อให้ตระหนักถงึ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการทุจริตและเหน็ ความสำคัญของความร่วมมือ

ในการสร้างคนดใี นสงั คม

เนอ้ื หาสาระ

หน่วยยอ่ ยที่ ๓.๑ การยกระดบั ดชั นีการรบั รกู้ ารทุจริต
หน่วยยอ่ ยที่ ๓.๒ การสรา้ งคนดีในสงั คม

แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกนั การทจุ ริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา 113

กจิ กรรมปอ้ งกันการทจุ รติ

หนว่ ยที่ ๓ ยกระดับดชั นี สรา้ งคนดใี นสงั คม
หน่วยยอ่ ยท่ี 3.1 การยกระดบั ดัชนีการรบั ร้กู ารทจุ รติ

สาระสำคญั

สถานการณ์ทุจริตในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง จึงได้มีการริเร่ิม
แนวคิดในการปรับปรุงยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้สอดคล้องกับ
สภาพปัญหาและสถานการณ์ทจุ ริตท่ีประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ต้องเผชิญอย่จู ริง ซึ่งต้องบูรณาการ
ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ องค์กรสาธารณะ
ส่ือมวลชนและภาคประชาชน ในการต่อต้านการทุจรติ ทุกรูปแบบอย่างเขม้ แข็ง เพือ่ ให้ประเทศไทยเป็น
ประเทศที่มีมาตรฐานความโปร่งใสเทียบเทา่ สากล ยุทธศาสตร์ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้เรื่องการ
ทุจริตของประเทศไทย เป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานด้านความโปร่งใสและการ
จัดการการยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย โดยการศึกษาวิเคราะห์ประเด็นการ
ประเมนิ และวธิ กี ารสำรวจตามแตล่ ะแหลง่ ขอ้ มูล และเร่งรดั กำกับ ตดิ ตามใหห้ นว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งปฏิบัติ
หรือปรับปรุงการทำงาน รวมไปถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ หน่วยงานใน
กระบวนการยุติธรรม ภาคเอกชนและต่างประเทศ เพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
(Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย และสรา้ งพลเมอื งดีในสงั คม

จดุ ประสงค์

๑. เพื่อใหผ้ ้เู รยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจเกี่ยวกับการยกระดบั ดชั นีการรับร้กู ารทุจรติ ในสังคม
๒. เพื่อให้สามารถวเิ คราะหส์ ภาพปญั หาและรับรกู้ ารทุจริตในสงั คม
๓. เพ่ือใหต้ ระหนักถึงการมีส่วนรว่ มในการรบั รู้การทุจริตในสงั คม

เนอ้ื หาสาระ

ปัญหาการทุจริตเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทั่วโลกแสดงความกังวล เนื่องจากเป็นปัญหาที่มีความ
ซับซ้อน ยากต่อการจัดการและเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน เป็นที่ยอมรับกันว่าการทุจริตนั้นมีความเป็น
สากลเพราะเกดิ ขึ้นในทกุ ประเทศ ไมว่ า่ จะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือประเทศท่กี ำลงั พัฒนา การทจุ ริต
เกดิ ขึ้นทัง้ ในภาครัฐและภาคเอกชน หรือแมก้ ระทัง่ ในองค์กรที่ไมแ่ สวงหาผลกำไรหรือองคก์ รเพอ่ื การกุศล
รัฐบาลในหลายประเทศมีผลการปฏิบตั ิงานทไี่ ม่โปร่งใสเทา่ ท่ีควร องคก์ รระดบั โลกหลายองคก์ รเส่ือมเสีย
ชื่อเสียงเนื่องมาจากเหตุผลด้านความโปร่งใส อาจกล่าวได้ว่าการทุจริตเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่จะ
ขัดขวางการพัฒนาประเทศให้เป็นรัฐสมัยใหม่ ซึ่งต่างเป็นที่ทราบกันดีว่าการทุจริตควรเป็นประเด็น
แรก ๆ ที่ควรให้ความสำคญั ในวาระของการพัฒนาประเทศของทุกประเทศ

114 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทุจริตดา้ นอาชีวศึกษา

• ความหมายของดัชนกี ารรบั รกู้ ารทจุ ริต

ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) เป็นดัชนีที่สะท้อนภาพลักษณ์
การทุจริตคอร์รัปชันของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งจัดทำข้ึนโดยองคก์ รเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเปน็
ประจำทุกปี นกั ลงทุนหรือนกั ธรุ กิจหลายประเทศใชด้ ชั นี CPI เพ่ือประเมินความน่าสนใจลงทุนของแต่ละ
ประเทศ โดยมองว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นหนึ่งในปัจจัยทีเ่ ปน็ ต้นทุนหรือเป็นความเสีย่ งในการเข้ามา
ประกอบธุรกิจ

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ดังกล่าวก่อตั้งขึ้นใน
ประเทศเยอรมนี เมื่อปี ค.ศ. 1993 มีสถานะเป็นองค์กรภาคประชาสังคมระหว่างประเทศ มี
วัตถุประสงค์ในการต่อสู้กับการทุจริตในทุกรูปแบบ ด้วยการแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ
สรา้ งความตระหนกั รู้ถึงผลเสียของการทจุ รติ

• สถานการณก์ ารทุจริตของประเทศไทย

การทุจริตที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หากประเทศใดมีการทุจริตน้อยจะ
ส่งผลให้ประเทศนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดี นักลงทุนมีความต้องการที่จะมาลงทุนในประเทศ ซึ่งหมายถึง
เศรษฐกจิ ของประเทศจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างต่อเน่อื ง แตห่ ากมกี ารทจุ รติ เปน็ จำนวนมาก นักธุรกิจ
ย่อมไม่กลา้ ทีจ่ ะลงทนุ ในประเทศนัน้ ๆ เนอ่ื งจากต้องเสียคา่ ใชจ้ ่ายในการทำธุรกิจมากกว่าปกติ แต่หาก
สามารถดำเนินธรุ กจิ ดงั กลา่ วได้ ผลทเี่ กดิ ข้ึนย่อมตกแกผ่ ู้บรโิ ภคทจ่ี ะต้องซ้อื สินคา้ และบริการท่ีมีราคาสูง
หรืออีกกรณีหนึ่งคือการใช้สินค้าและบริการที่ไม่มีคุณภาพ ดังนั้นจึงได้มีการวัดและจัดอันดับประเทศ
ตา่ ง ๆ เพอื่ บ่งบอกถงึ สถานการณ์การทจุ ริต ซงึ่ การทจุ รติ ที่ผา่ นมานอกจากจะพบเหน็ ขา่ วการทุจริตด้วย
ตนเอง และผ่านส่ือต่าง ๆ แลว้ ยงั มีตวั ชี้วดั ทีส่ ำคญั อกี ตัวหน่ึงท่ีได้รับการยอมรบั คือ ตัวชี้วัดขององค์กร
เพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ได้จัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์
คอร์รปั ชนั ประจำปี 2560 พบวา่ ประเทศไทยได้ 37 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับ
ที่ 96 จากการจัดอันดับท้ังหมด 180 ประเทศทั่วโลก หากเทียบกับปี 2559 ประเทศไทยได้คะแนน
35 คะแนน อยู่ลำดับท่ี 101 เท่ากับว่าประเทศไทย มีคะแนนความโปรง่ ใสดีขึ้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่า
ประเทศไทยยงั มกี ารทุจริตคอรร์ ปั ชนั อยใู่ นระดับสูง ซึ่งสมควรไดร้ บั การแกไ้ ขอย่างเรง่ ดว่ น

• การยกระดบั ดัชนีชีว้ ดั ภาพลกั ษณ์คอร์รปั ชันของประเทศไทย

รัฐบาลไดก้ ำหนดการแก้ไขปญั หาการทจุ ริตไว้ในแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่
12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ภายใต้ยุทธศาสตร์ท่ี 6 การบริหารจดั การในภาครัฐ การป้องกันการทุจรติ
และประพฤติมิชอบ และธรรมาภิบาลในสังคมไทย โดยมีเป้าหมายที่ 3 เพิ่มคะแนนดัชนีการรับรู้การ
ทุจริตให้สูงขึ้น พร้อมทั้งในวันที่ 9 ธันวาคม 2559 ซึ่งเป็นวนั ต่อต้านคอร์รปั ชันสากล นายกรัฐมนตรี
พลเอกประยุทธ์ จันทรโ์ อชา ไดเ้ ขา้ ร่วมประกาศเจตนารมณใ์ นการต่อตา้ นการคอรร์ ปั ชนั เพ่ือแสดงความ
ตั้งใจจริงในการต่อสู้กับปัญหาการคอร์รัปชันด้วย และเพื่อให้การดำเนินงานด้านการยกระดับดัชนกี าร
รับรกู้ ารทุจริตบรรลุผล จึงมีขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เติม ดังน้ี

แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชวี ศึกษา 115

๑. การกำกับและติดตามหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการทุจริตของ
รัฐบาล อาทิ การแก้ไขปัญหาการจ่ายสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและนักการเมือง การแก้ไขปัญหา
ระบบอุปถัมภ์ การเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใกล้ชิด การแก้ไขปัญหาการบังคับใช้กฎหมายอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ และความมงุ่ มั่นในการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เป็นตน้

๒. การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั ความสำคญั ของดชั นีการรับรกู้ ารทจุ ริตแก่ทกุ ภาค
ส่วน การวัดระดับการรับรู้การทุจริตขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเป็นการสำรวจหรือวัดการ
รับรู้การทุจริตของประเทศไทย ดังนั้นหนา้ ที่ในการสร้างสังคมที่ดี สังคมที่โปร่งใส ปลอดจากการทุจรติ
จงึ ไม่ใช่หนา้ ที่ของหนว่ ยงานใดเพยี งหน่วยงานเดียว หรือมิใช่หนา้ ที่ของรัฐบาลเทา่ นัน้ แต่ทกุ ภาคส่วนทั้ง
ราชการ เอกชน สื่อมวลชนและภาคประชาสังคมต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน รัฐบาลควรส่งเสริม
ความรู้แก่ทุกส่วนราชการ เอกชน สื่อมวลชนและภาคประชาสังคมว่าการจัดอันดับดัชนีการรับรู้การ
ทจุ ริต (CPI) มีความสำคญั กบั การพัฒนาประเทศในภาพรวมอยา่ งไร โดยกำหนดใหก้ ารเพมิ่ คะแนนดัชนี
การรับรู้การทุจริต (CPI) เป็นวาระจำเป็นเร่งด่วน และกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดการประเมินผลการ
ปฏิบตั งิ านของส่วนราชการทีเ่ กย่ี วข้อง รวมถงึ ให้มีการตดิ ตามประเมินผลสมั ฤทธ์ิในการปฏิบัตดิ ้วย

๓. การกำกบั ตดิ ตามให้ทุกหนว่ ยงานภาครฐั แกป้ ัญหาตามแนวทางการประเมินคุณธรรมและ
ความโปร่งใสในการดำเนินงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ซึ่งรัฐบาล
กำหนดให้หน่วยงานภาครฐั ทุกหน่วยงานเข้ารับการประเมิน ITA เป็นประจำทุกปแี ละกำกับ ติดตามให้
ทุกหน่วยงานภาครัฐแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน
ภาครฐั เพ่ือนำมาปรับปรุงการบริหารงานภาครฐั ให้เกิดประสทิ ธภิ าพยงิ่ ขึน้ นอกจากน้ีรฐั บาลยังเผยแพร่
ระดบั คุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนนิ งานภาครัฐไปยังสื่อทุกช่องทางอยา่ งต่อเน่ือง เพื่อสร้างให้
เกดิ แรงกระเพื่อมหรือการสรา้ งการรบั รใู้ ห้มีผลกระทบในวงกว้าง ทงั้ นี้ เพ่ือก่อใหเ้ กิดการปรับทัศนคติต่อ
การรับรเู้ ก่ียวกบั การรับรกู้ ารทจุ รติ ท่ีดขี ้นึ

๔. การประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในฐานะที่เป็น
หน่วยงานบูรณาการความร่วมมือตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development
Goals: SDGs) ซ่ึงครอบคลุม ๓ เสาหลกั ด้านการพัฒนาท่ียั่งยนื คอื เศรษฐกิจ สงั คมและสิ่งแวดล้อม ซ่ึง
“การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน” ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งระบุใน
เปา้ หมายที่ 16 เปา้ ประสงคท์ ี่ 16.5 “ลดการทุจริตในตำแหน่งหนา้ ท่ีและการรับสนิ บนทกุ รูปแบบ” ซึ่ง
สำนกั งาน ป.ป.ช. ได้รว่ มสนับสนุนการดำเนินการตามเปา้ ประสงคด์ ังกลา่ ว ไดแ้ ก่ 1) การลดการทจุ รติ ใน
ตำแหน่งหน้าท่ีและการรับสินบนทุกรูปแบบ 2) ยกระดับสถานะของประเทศไทยในดัชนีการรับรู้การ
ทุจริตโลก (Corruption Perceptions Index: CPI)

๕. การจัดสรรงบประมาณใหก้ ับทุกภาคสว่ นทีเ่ ก่ียวข้อง เพอื่ ขับเคลือ่ นดัชนีการรบั รู้การทุจริต
เนื่องจากยกระดับค่าคะแนน CPI จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน
ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน เพ่ือให้การยกระดบั ดัชนีการรับรกู้ ารทจุ ริตเปน็ ไปในทศิ ทางเดียวกัน
และขบั เคลือ่ นไปพรอ้ มกนั ทกุ ภาคส่วน

116 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการป้องกันการทจุ รติ ดา้ นอาชวี ศึกษา

๖. การเสริมสร้างทัศนคติของข้าราชการให้ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการ การรับรู้
สถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันของประเทศไทยจากการสะท้อนผ่านค่าคะแนน CPI ซึ่งต้องยอมรับว่า
ส่วนหนึ่งเป็นการรับรู้ในทัศนะของนานาชาติด้วย และมาจากการบริการภาครัฐที่ได้ดำเนินการโดย
ข้าราชการ จึงจำเป็นต้องสร้างทัศนคติของข้าราชการซึ่งทำหน้าที่ในฐานะผู้ให้การบริการภาครัฐ ให้มี
ความสอดคล้องกบั ความคาดหมายของนานาชาติมากขึ้น

• ข้อเสนอแนะด้านการประชาสมั พันธแ์ ละการมสี ่วนรว่ มของประชาชน

การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่ส่งผลต่อการ
ยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย เนื่องจาก CPI เป็นเรื่องของ “การรับรู้” การ
ประชาสมั พันธ์ข้อมลู ข่าวสารต่าง ๆ ในการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตคอรร์ ปั ชัน รวมถงึ การให้ทุก
ภาคส่วนได้มสี ่วนรว่ มในการขยายผลข้อมูลข่าวสารท่ีถกู ตอ้ ง ใหก้ ล่มุ เป้าหมายท่ีอาจไดร้ ับผลกระทบจาก
การคอร์รัปชันได้รับทราบและเท่าทันต่อเหตุการณ์ จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลและทุกภาคส่วนต้องให้ความ
รว่ มมือกนั ดงั นี้

๑. ด้านการประชาสัมพันธ์ ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) เป็นการวัด “การรับรู้การทุจริต”
ของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังเป็นภาษาไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่คนต่างชาติและนักลงทุน
ตา่ งชาติจำเปน็ ต้องอาศยั ขอ้ มลู มากทีส่ ุด เพื่อตดิ ตอ่ ประสานงานเร่อื งการลงทุน การขอใบอนุญาต การขอ
วีซ่า หรือการขออนญุ าตทำงาน เป็นต้น จากการที่หน่วยงานภาครัฐไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เปน็
ภาษาอังกฤษ อาจจะทำให้เกิดช่องว่างให้เจ้าหน้าท่ีรัฐอาศัยโอกาสจากความไม่รู้กฎหมายของ
ชาวต่างชาติเป็นช่องทางในการเรียกรับสินบนเพื่ออำนวยความสะดวกได้ นอกจากน้ีอาจทำให้เกิดกรณี
มีการกล่าวหาเจ้าหนา้ ที่รฐั ทจุ ริตหรอื มีส่วนรว่ มในการกระทำความผิด โดยเผยแพรผ่ ่านสำนกั ข่าวที่เปน็
ภาษาอังกฤษ แต่เมื่อชาวต่างชาติต้องการหาข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่เป็นภาษาอังกฤษจากหน่วยงาน
ราชการต้นสงั กัดกลับไม่สามารถอ่านคำชแ้ี จงหรือเข้าถงึ ขอ้ มูล ทำให้ไม่สามารถเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จริงและส่งผลเชงิ ลบในสายตาของชาวต่างชาติหรอื หนว่ ยงานประเมินระหวา่ งประเทศ

การรับรู้ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ถือเป็นข้อมูลชั้นต้น (primary sources) ซึ่งมีความ
น่าเชื่อถือและชัดเจนมากที่สุด แตกต่างจากการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผา่ นหนังสือพมิ พ์หรือข่าวจากสำนัก
ข่าว (secondary sources) ซง่ึ มีความนา่ เช่ือถือน้อยกว่า แต่ปัจจุบนั หนว่ ยงานระหว่างประเทศหรือนัก
ลงทุนตา่ งชาติ กลับรบั รขู้ อ้ มูลประเทศไทยผ่านหนว่ ยงานภาครฐั นอ้ ยมาก ทำให้ต้องอ่านข่าวหรือติดตาม
สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากแหล่งข่าวทีเ่ ป็นภาษาองั กฤษแทน ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องกำหนดให้
ทุกหน่วยงานภาครัฐจัดทำฐานข้อมูล เช่น กฎหมาย ระเบียบ คู่มือการติดต่อราชการเป็นภาษาอังกฤษ
รวมท้ังขา่ วเผยแพรป่ ระชาสมั พันธด์ ้วย

แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกันการทจุ ริตด้านอาชีวศกึ ษา 117

๒. ด้านการมีสว่ นร่วมของประชาชน ไดแ้ ก่
๒.1 การแสดงความคิดเห็นของประชาชน เป็นกลไกหนึ่งที่แสดงใหเ้ ห็นถึงการมสี ่วนร่วม

ของประชาชนในการทำหน้าที่เป็นพลเมืองของประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานหลายภาคส่วนจัดเวที
แสดงความคิดเหน็ ทางวชิ าการให้กบั ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย หรือ
สถาบันวิชาการ เป็นต้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของ
หน่วยงาน เสริมสรา้ งประชาชนให้เกิดองค์ความรู้และกระต้นุ ให้เกิดการตระหนักรู้ถงึ ความสำคญั ของการ
รว่ มเปน็ สว่ นหนึง่ ในการดำเนนิ การดังกล่าว

2.2 กำหนดให้ทุกหน่วยงานภาครัฐเปิดเผยข้อมูลในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งระบบ
โดยให้มีรายละเอียดเกี่ยวกบั งานที่จัดซือ้ หรือจัดจ้าง วงเงินที่จะซื้อหรอื จ้าง ราคากลาง วิธีซื้อหรือจ้าง
รายชื่อผเู้ สนอราคาและราคาที่เสนอ ผไู้ ดร้ ับการคัดเลือกและราคาท่ีตกลงซ้ือหรือจ้าง เหตุผลท่ีคัดเลือก
โดยสรุป เลขที่และวันที่ของสัญญาหรือข้อตกลงในการซื้อหรือจ้าง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ
ตรวจสอบความถูกตอ้ งของกระบวนการจดั ซอ้ื จัดจ้าง

2.3 กำหนดให้มศี ูนยข์ อ้ มูลราคากลางเฉพาะดา้ น เพอื่ รวบรวมขอ้ มลู ราคากลางการจัดซ้ือ
จัดจ้างของหน่วยงานแตล่ ะแหง่ ในดา้ นนนั้ ๆ โดยใหห้ นว่ ยงานท่เี ชย่ี วชาญเฉพาะเป็นผคู้ วบคุมกำกับดูแล
ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง และจัดใหม้ ีข้อมูลราคากลางสินค้า เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ
ตรวจสอบ

2.4 การออกกฎหมายส่งเสริมเสรีภาพของสื่อมวลชน ในการติดตาม เสนอข่าวสาร
ประเด็นตา่ ง ๆ และการมสี ว่ นรว่ มในการตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานตา่ ง ๆ

• รปู แบบของการทุจรติ

รูปแบบการทจุ ริตท่เี กดิ ข้นึ สามารถแบง่ ได้ 3 ลักษณะ คือ

๑. แบ่งตามผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นรูปแบบการทุจริตในเรื่องของอำนาจและความสัมพันธ์แบบ
อุปถัมภ์ระหวา่ งผู้ทใ่ี หก้ ารอุปถัมภ์ (ผใู้ หก้ ารช่วยเหลือ) กับผถู้ ูกอปุ ถัมภ์ (ผู้ที่ไดร้ ับการช่วยเหลือ) โดยใน
กระบวนการการทจุ ริตจะมี 2 รูปแบบ ไดแ้ ก่

1.1 การทุจริตโดยข้าราชการ หมายถึง การกระทำที่มีการใช้หน่วยงานราชการเพื่อมุ่ง
แสวงหาผลประโยชน์จากการปฏิบัติงานของหน่วยงานนั้น ๆ มากกว่าประโยชนส์ ่วนรวมของสังคมหรือ
ประเทศ ซง่ึ ไดแ้ ก่

๑) การคอรร์ ปั ชนั ตามน้ำ จะปรากฏขึ้นเม่ือเจา้ หนา้ ที่ของรัฐต้องการสนิ บนโดยให้มี
การจา่ ยตามชอ่ งทางปกตขิ องทางราชการ แตใ่ หเ้ พิม่ สนิ บนรวมเขา้ ไวก้ ับการจา่ ยคา่ บริการของหน่วยงาน
นนั้ ๆ โดยที่เงินค่าบรกิ ารปกติที่หนว่ ยงานนนั้ จะตอ้ งได้รับก็ยงั คงไดร้ บั ต่อไป เชน่ การจ่ายเงนิ พเิ ศษใหแ้ ก่
เจ้าหนา้ ที่ในการออกเอกสารต่าง ๆ นอกเหนอื จากคา่ ธรรมเนยี มปกติท่ีตอ้ งจา่ ยอยแู่ ลว้ เปน็ ตน้

2) การคอร์รัปชันทวนน้ำ เป็นการคอร์รัปชันในลักษณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะ
เรยี กร้องเงนิ จากผู้ขอรับบริการโดยตรง โดยทีห่ นว่ ยงานนัน้ ไม่ได้มีการเรยี กเกบ็ เงินคา่ บรกิ ารแต่อยา่ งใด

118 แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทุจริตดา้ นอาชีวศึกษา

1.2 การทุจริตโดยนักการเมือง เป็นการใช้หน่วยงานของทางราชการโดยบรรดา
นกั การเมืองเพื่อมุง่ แสวงหาผลประโยชน์ในทางการเงินมากกวา่ ประโยชนส์ ่วนรวมของสังคมหรอื ประเทศ
โดยรูปแบบหรือวิธีการทั่วไปจะมีลักษณะเช่นเดียวกับการทจุ ริตโดยข้าราชการ แต่จะเป็นในระดับท่สี ูง
กวา่ เชน่ การทุจริตในการประมลู โครงการกอ่ สร้างขนาดใหญ่ และมกี ารเรยี กรับหรอื ยอมจะรบั ทรัพย์สิน
หรอื ประโยชน์ตา่ ง ๆ จากภาคเอกชน เปน็ ต้น

2. แบ่งตามกระบวนการที่ใช้ มี 2 รูปแบบ ไดแ้ ก่
2.1 การทุจริตที่เกิดจากการใช้อำนาจในการกำหนด กฎ กติกาพื้นฐาน เช่น การออก

กฎหมาย และกฎระเบยี บต่าง ๆ เพ่ืออำนวยประโยชนต์ อ่ กลมุ่ ธุรกิจของตนหรือพวกพอ้ ง
2.2 การทุจรติ ท่ีเกิดจากการใชอ้ ำนาจหนา้ ทเี่ พ่อื แสวงหาผลประโยชนจ์ ากกฎและระเบยี บ

ที่ดำรงอยู่ ซงึ่ มกั เกดิ จากความไมช่ ดั เจนของกฎและระเบียบเหล่านัน้

3. แบง่ ตามลักษณะรปู ธรรม มี 4 รปู แบบ ไดแ้ ก่
3.1 การทุจริตคอร์รัปชันจากการจัดซือ้ จัดหา เช่น การจัดซื้อสิ่งของในหนว่ ยงาน โดยมี

การคิดราคาเพ่ิม หรอื ลดคณุ สมบตั แิ ต่กำหนดราคาซือ้ ไวเ้ ท่าเดมิ
3.2 การทุจริตคอร์รัปชันจากการให้สัมปทานและสิทธิพิเศษ เช่น การให้เอกชนรายใด

รายหน่งึ เขา้ มามสี ิทธใิ นการจัดทำสมั ปทานเป็นกรณีพเิ ศษตา่ งกบั เอกชนรายอ่ืน
3.3 การทุจรติ คอรร์ ปั ชันจากการขายสาธารณสมบัติ เช่น การขายกิจการของรัฐวิสาหกิจ

หรือการยกเอาทด่ี ิน ทรพั ยส์ ินไปเปน็ สิทธิการครอบครองของต่างชาติ เป็นต้น
3.4 การทจุ ริตคอรร์ ัปชนั จากการกำกบั ดูแล เช่น การกำกับดูแลในหน่วยงานแล้วทำการ

ทจุ รติ ตา่ ง ๆ เป็นตน้

4. แบ่งตามความคิดเห็นของนักวิชาการ เช่น การวิจัยของรองศาสตราจารย์ ดร.นวลน้อย
ตรรี ัตน์ และคณะ ได้แบ่งการทจุ รติ คอรร์ ัปชันออกเปน็ 3 รูปแบบ ได้แก่

4.1 การใช้อำนาจในการอนุญาตให้ละเว้นจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบของรฐั เพื่อลด
ตน้ ทุนการทำธุรกิจ

4.2 การใช้อำนาจในการจัดสรรผลประโยชนใ์ นรูปของส่ิงของและบริการ หรือสิทธิให้แก่
เอกชน

4.3 การใช้อำนาจในการสร้างอุปสรรคในการให้บริการแก่ภาคประชาชนและภาคธุรกิจ
เนือ่ งจากเงินเดอื นและผลตอบแทนในระบบราชการต่ำเกินไปจนขาดแรงจงู ใจในการทำงาน

5. แบ่งตามผลการสอบสวนและศึกษาเรื่องการทุจริต คณะกรรมการวิสามัญพิจารณา
สอบสวนและศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตของวุฒิสภา แบ่งรูปแบบการทุจริตคอร์รัปชันออกเป็น 5
รูปแบบ ไดแ้ ก่

5.1 การทุจริตเชิงนโยบาย เปน็ รปู แบบใหม่ของการทจุ ริตท่ีแยบยล โดยอาศัยรปู แบบของ
กฎหมายหรอื มติของคณะรัฐมนตรี หรอื มติของคณะกรรมการ เป็นเคร่อื งมือในการแสวงหาผลประโยชน์
ทำใหป้ ระชาชนสว่ นใหญ่เข้าใจผิดวา่ เป็นการกระทำท่ถี ูกตอ้ งชอบธรรม

แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการป้องกนั การทุจริตดา้ นอาชีวศกึ ษา 119

5.2 การทจุ ริตต่อตำแหน่งหนา้ ที่ราชการ เปน็ การใชอ้ ำนาจและหนา้ ท่ีในความรบั ผิดชอบ
ของตนในฐานะเจา้ หนา้ ที่ของรฐั เอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเอง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรอื กลมุ่ ใดกล่มุ หนึ่ง
ปัจจุบนั มกั เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างนักการเมือง พ่อคา้ และขา้ ราชการประจำ

5.3 การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง การทุจริตประเภทนี้จะพบได้ทั้งรูปแบบของการ
สมยอมราคา ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ กำหนดรายละเอียดหรือสเป็กงาน กำหนดเงื่อนไข คำนวณ
ราคากลาง ออกประกาศประกวดราคา การขายแบบ การรับและเปิดซอง การประกาศผล การอนุมัติ
การทำสัญญา ทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดซือ้ จดั จ้างล้วนมีช่องโหวใ่ ห้มีการทุจริตกันได้อย่างง่าย ๆ
นอกจากนี้ ยังมีการทุจริตที่มาเหนือเมฆคือการอาศัยความเป็นหน่วยงานราชการด้วยกัน จึงได้รับการ
ยกเว้นและการไม่ถูกเพง่ เลง็ แต่ความจรงิ ผลประโยชน์จากการรับงานและเงนิ ทีไ่ ด้จากการรบั งานไม่ได้
นำสง่ กระทรวงการคลัง แต่เปน็ ผลประโยชนข์ องกลุ่มบคุ คล ซ่งึ ไมแ่ ตกต่างอะไรกบั การจา้ งบรษิ ัทเอกชน

5.4 การทุจริตในการให้สัมปทาน เป็นการแสวงหาหรือเอื้อประโยชน์โดยมิชอบจาก
โครงการหรือกิจการของรัฐ ซึ่งรัฐได้อนุญาตหรือมอบให้เอกชนดำเนินการแทนในลักษณะสัมปทาน
ผูกขาดในกิจการใดกิจการหนึ่ง เช่น การทำสัญญาสัมปทานโรงงานสุรา การทำสัญญาสัมปทาน
โทรคมนาคม เปน็ ตน้

5.5 การทุจริตโดยการทำลายระบบตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เป็นการพยายาม
ดำเนนิ การใหไ้ ดบ้ ุคคลซึ่งมีสายสัมพนั ธก์ ับผูด้ ำรงตำแหนง่ ทางการเมืองในอันที่จะเขา้ ไปดำรงตำแหน่งใน
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซ่ึงมีอำนาจหน้าทใี่ นการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เช่น คณะกรรมการการ
เลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นต้น ทำให้องค์กรเหล่านี้มีความ
อ่อนแอ ไมส่ ามารถตรวจสอบการใชอ้ ำนาจรัฐไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

• ยทุ ธศาตรช์ าติวา่ ด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริต

ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ.2560 -
2564) ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” (Zero Tolerance &
Clean Thailand) โดยกำหนดยุทธศาสตร์หลักออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการ
ทุจริต มุ่งเน้นกระบวนการปรับสภาพทางสังคมให้เกิดภาวะ “ไม่ทนต่อการทุจริต” โดยเริ่มตั้งแต่
กระบวนการกล่อมเกลาทางสังคม สร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต ปลูกฝังความพอเพียง มีวินัย
ซื่อสัตย์ สุจริต มีจิตสาธารณะ จิตอาสา และความเสียสละเพื่อส่วนรวม ปลูกฝังความคิดแบบดิจิทัล
(Digital Thinking) ให้สามารถคดิ แยกแยะระหว่างประโยชน์สว่ นตวั และประโยชน์สว่ นรวม และประยุกต์
หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเป็นเคร่ืองมือตา้ นทุจริต โดยมีรายละเอียดดังน้ี

1. ยุทธศาสตร์ที่ 1 : สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต มีวัตถุประสงค์ในการปรับฐาน
ความคิดทุกช่วงวัยให้มีค่านิยมร่วมต้านทุจริต มีจิตสำนึกสาธารณะ และสามารถแยกแยะระหว่าง
ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม และสร้างกระบวนการกลอ่ มเกลาทางสงั คมในการปอ้ งกนั
และปราบปรามการทจุ รติ อย่างเป็นระบบ รวมถึงการ บูรณาการและเสรมิ พลงั การมสี ่วนร่วมของทุกภาค
ส่วนในการผลกั ดนั ให้เกิดสงั คมท่ไี มท่ นต่อการทุจริต

120 แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการป้องกนั การทุจรติ ดา้ นอาชีวศึกษา

2. ยุทธศาสตร์ที่ 2 : ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต มี
วัตถุประสงค์เพื่อให้เจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตของประชาชนได้รับการปฏิบัติให้
เกิดผลอย่างเป็นรปู ธรรม และเพื่อรักษาเจตจำนงทางการเมืองในการแก้ไขปญั หาการทุจริตให้เป็นส่วน
หนึ่งของนโยบายรัฐบาลในแตล่ ะชว่ ง

3. ยุทธศาสตร์ที่ 3 : สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระบวนการ
นโยบายเปน็ ไปตามหลักธรรมาภิบาล สามารถกระจายผลประโยชนส์ ปู่ ระชาชนอยา่ งเปน็ ธรรม และไม่มี

ลกั ษณะของการขดั กนั แห่งผลประโยชน์ และเพ่อื แกไ้ ขปญั หาการทจุ รติ เชงิ นโยบายทุกระดับ

4. ยุทธศาสตร์ที่ 4 : พัฒนาระบบป้องกันการทจุ รติ เชิงรุก มีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนากลไก
การป้องกันการทุจรติ ใหเ้ ท่าทันต่อสถานการณ์การทุจริต พฒั นากระบวนการทำงานดา้ นการป้องกันการ
ทุจริต ให้สามารถป้องกันการทุจริตให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการบูรณาการการ
ทำงานระหวา่ งองค์กรทเี่ กี่ยวขอ้ งกับการปอ้ งกันการทุจริต และเป็นการป้องกันไม่ให้มีการทจุ รติ เกิดขนึ้ ใน
อนาคต

5. ยุทธศาสตร์ที่ 5 : ปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริต มีวัตถุประสงค์
เพื่อปรับปรุงและพัฒนากลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริตให้มีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
และเท่าทันต่อพลวัตของการทุจริต การตรากฎหมายและปรับปรุงกฎหมายให้กระบวนการปราบปราม
การทจุ รติ มีประสิทธภิ าพ บรู ณาการกระบวนการปราบปรามการทจุ ริตของหนว่ ยงานทเี่ ก่ียวขอ้ งท้งั ระบบ
และเพื่อให้ผูก้ ระทำความผดิ ถูกดำเนินคดแี ละลงโทษอย่างเปน็ รปู ธรรมและเท่าทนั ตอ่ สถานการณ์

6. ยุทธศาสตร์ที่ 6 : ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดบั
คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย ให้มีระดับร้อยละ 50 ขึ้นไป เป็นเป้าหมายที่ต้องการ
ยกระดบั คะแนนให้มคี า่ สงู ขึน้ หากได้รบั คะแนนมากจะหมายถงึ การทป่ี ระเทศน้ันมกี ารทุจรติ นอ้ ย ดังน้ัน
ยุทธศาสตร์ที่ 6 นี้ จึงถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการที่จะต้องมุ่งมั่นในการดำเนินการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริต

สาระสำคัญทั้ง 6 ด้านดังกล่าว จะเป็นเครื่องมือช้ีนำทิศทางการปฏบิ ัตงิ านและการบูรณาการ
ด้านต่อตา้ นการทุจริตของประเทศโดยมสี ำนกั งาน ป.ป.ช. เป็นองคก์ รหลกั ในการบรู ณาการงานของภาค
ส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และเพื่อให้เป็นไปในทศิ ทางเดียวกัน เพื่อเป็นการยกระดับค่า CPI ให้ได้คะแนน
50 คะแนน ตามที่ต้งั เป้าหมายไว้
กิจกรรมเสนอแนะ

กจิ กรรมท่ี ๓.๑.๑ จ๊กิ ซอว์การยกระดบั ดัชนี
กจิ กรรมที่ ๓.๑.๒ สายพานแห่งการเรียนร้ลู ำดบั การทจุ ริต
กิจกรรมท่ี ๓.๑.๓ หมายเลขรวมหัวกนั (Numberhead Together)
กจิ กรรมท่ี ๓.๑.๔ หมวดอนั ตราย

กิจกรรมท่ี ๓.๑.๕ ยกระดับดชั นีการรับร้กู ารทจุ ริตดว้ ยเกมประมูลสินคา้

แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษา 121

กิจกรรมปอ้ งกนั การทุจรติ

หนว่ ยท่ี ๓ ยกระดับดัชนี สรา้ งคนดีในสงั คม

หน่วยยอ่ ยที่ 3.1 การยกระดับดัชนีการรับร้กู ารทจุ รติ

กิจกรรมท่ี 3.1.1 จ๊กิ ซอว์การยกระดับดัชนี เวลา 120 นาที

สาระสำคญั

ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) หรือดัชนีการรับรู้การ
ทุจริตจัดอันดับโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ซึ่งเป็น
องค์การนานาชาติ ก่อตั้งในประเทศเยอรมนี ได้เริ่มมีการจัดทำดัชนีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 โดยค่าสูง
หมายถึงมีการคอร์รัปชันต่ำ และค่าต่ำหมายถึงมีการคอร์รัปชันสูง โดยในปี 2563 ได้มีการจัดอันดับ
ดัชนวี ดั ภาพลักษณ์คอร์รัปชันของประเทศไทยได้ 36 คะแนน เป็นลำดับที่ 104 จาก 180 ประเทศ

จดุ ประสงค์ของกจิ กรรม

๑. เพอื่ ใหม้ คี วามร้คู วามเข้าใจเกีย่ วกบั การยกระดับดัชนีการรบั รู้การทุจรติ
๒. เพื่อให้สามารถวิเคราะห์รูปแบบและมูลค่าความเสียหายจากการทุจริต แนวทางการ

ป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ ตามยุทธศาตรช์ าตวิ า่ ด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการ
ทุจรติ

๓. เพื่อให้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการยกระดบั ดัชนกี ารรับรกู้ ารทุจริตของประเทศ

สอ่ื วัสดุ อุปกรณ์ แหลง่ เรียนรู้

1. www.nacc.go.th (สนง.ปปช.)

2. https://goo.gl/uqjgWm (สือ่ การเรียนรู้การสอนแบบจก๊ิ ซอว์)

3. คลปิ วีดิทัศน์ จาก YouTube

4. ใบความรู้ คนละ ๑ ชดุ
ชดุ
5. ใบงาน คนละ ๑ ชดุ
ดวง
6. กระดาษฟลปิ ชารท์ ปากกาเคมี ดนิ สอสี กลุม่ ละ ๑

7. สตก๊ิ เกอรร์ ปู ดาวหรือรปู การต์ นู คนละ ๑

8. รางวลั

9. คอมพวิ เตอรพ์ ร้อมเคร่อื งฉายโปรเจคเตอร์

10. แบบประเมินผลงานกล่มุ และแบบประเมนิ พฤติกรรม

122 แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การป้องกนั การทจุ ริตดา้ นอาชวี ศึกษา

ขนั้ ตอนการดำเนนิ กิจกรรม

๑. ผู้สอนเตรียมความพรอ้ มของผูเ้ รียนโดยการใช้กิจกรรมเกมนันทนาการ ๑-๒ เกม จากน้ัน
แนะนำกิจกรรม พร้อมทงั้ แจง้ จดุ ประสงคข์ องกจิ กรรม

๒. แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕ คน แล้วให้แต่ละกลุ่มเลือกประธานและเลขานุการ
พรอ้ มท้งั ต้งั ช่ือกลุม่ ของตนเอง เรียกกลมุ่ น้ีวา่ กล่มุ Home Group

๓. ใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ Home Group จับสลากที่มหี มายเลข ๑-๕ อีกคร้ัง แล้วใหผ้ ู้เรียนท่ีจับ
สลากได้หมายเลขเดยี วกนั รวมเป็นกลุม่ เดยี วกัน เช่น ผทู้ ่ีจบั ไดห้ มายเลขที่ ๑ ใหไ้ ปรวมกับผู้
ทจ่ี บั ไดห้ มายเลข ๑ เหมือนกันเรยี กกลุม่ ใหม่นี้วา่ กล่มุ Expert Group โดยมีการวางแผน
มอบหมายภารกจิ ท่ีสมาชกิ กลุม่ จะตอ้ งทำ เชน่
- ใครเปน็ ประธาน
- ใครอา่ นคำสงั่ คำช้แี จง คำถาม
- ใครจดบันทึกข้อมลู
- ใครหาคำตอบ / เหตุผล /คำอธิบาย
- ใครสรปุ / ตรวจสอบคำถามหลังจากศกึ ษาข้อมลู ที่ไดร้ บั จากกลุ่ม

๔. ผู้สอนแจกใบความรู้ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ศึกษา ประกอบดว้ ยหวั ขอ้ ดังน้ี
4.1 ความหมายของดชั นีการรับรูก้ ารทจุ ริต
4.2 ดัชนชี ้ีวดั ภาพลักษณค์ อร์รปั ชันของประเทศไทย
4.3 รปู แบบการทุจริต
4.4 การทุจรติ ในประเทศไทยและมลู ค่าความเสียหาย
4.5 ยทุ ธศาตรช์ าติวา่ ด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริต

๕. สมาชิกในกลมุ่ Expert Group ร่วมกันศกึ ษาในเน้ือหาท่ีได้รบั ภายในเวลา ๑๐ นาที
๖. สมาชกิ กลมุ่ Expert Group แยกตวั กลับไปกลมุ่ เดมิ ของตน (Home Group) แล้วผลัดกัน

อธบิ ายความรู้ที่ไดจ้ ากการทำกจิ กรรมในหัวข้อท่ีตนศึกษาให้เพือ่ นฟัง โดยเลขานุการกลุ่ม
ทำหน้าที่จดบนั ทกึ กำหนดเวลา ๑๐ นาที
๗. หลังจากนัน้ ใหก้ ลมุ่ Home Group แต่ละกล่มุ ช่วยกนั สรปุ ข้อมูลที่บันทึกนำเสนอในรูปของ
Mind Mapping และระบายสใี ห้สวยงาม พร้อมทง้ั นำผลงานของกลุ่มตนไปติดบอร์ดหน้า
ชนั้ เรยี น/ตดิ ผนังโดยรอบหอ้ งเรียน กำหนดใหแ้ ล้วเสร็จในเวลา ๑๐ นาที
๘. ผู้สอนแจกสติ๊กเกอร์รูปดาวหรือรูปการ์ตูนให้ผู้เรียนคนละ ๑ ดวง เพื่อให้นำไปติดโหวต
ใหก้ บั ผลงานของกลุ่มที่ตนช่ืนชอบ ยกเวน้ กลมุ่ ตนเอง โดยมีเงื่อนไขการพิจารณาคือความ
สวยงามและการสื่อความหมายที่เข้าใจง่าย กลุ่มใดได้สติ๊กเกอร์จำนวนมากทีส่ ุดเป็นกลุ่ม
ชนะ ได้รับรางวัลจากผ้สู อน
๙. ให้ตัวแทนกลุ่มท่ีชนะการโหวตอธิบายเหตผุ ลของการออกแบบ Mind Mapping และเล่า
ถึงวธิ กี ารมอบหมายงานของสมาชิกภายในกลุ่มทท่ี ำให้ชนะการโหวต
๑๐. ผู้สอนและผเู้ รยี นร่วมกนั สรปุ สง่ิ ทไ่ี ด้เรียนรจู้ ากการทำกจิ กรรม

แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการป้องกนั การทจุ ริตด้านอาชีวศกึ ษา 123

ขอ้ เสนอแนะ

๑. กิจกรรมน้ีเหมาะกบั จำนวนสมาชกิ ผู้เรียนที่ไม่เกิน ๓๐ คน หากมจี ำนวนสมาชิกเกินกว่านี้
สามารถกำหนดหมายเลขซ้ำกันได้ หรือแบ่งกลุ่มเป็น ๑๐ กลุ่มและกำหนดหัวข้อที่ให้
ทำการศึกษาเป็น ๒ ชดุ ได้ตามความเหมาะสม

๒. ผู้สอนควรอธบิ ายรูปแบบกจิ กรรมจก๊ิ ซอว์ให้ผู้เรียนเข้าใจก่อนจงึ จะเรมิ่ ดำเนนิ กิจกรรม
๓. ผู้สอนอาจศึกษาคลิปวิดิทัศน์เกี่ยวกับวิธีการจัดกิจกรรมจิ๊กซอว์ จาก YouTube ได้

(https://goo.gl/uqjgWm)

๔. ผสู้ อนควรควบคมุ เวลาในการทำกจิ กรรมเพือ่ ให้เป็นไปตามเวลาทกี่ ำหนด

แนวทางการวัดและประเมินผล
1. ประเมนิ ผลจากการทำกจิ กรรมกลุม่
2. ประเมินพฤติกรรมของผเู้ รียนโดยใช้การสังเกตหรือแบบสงั เกต

หลกั รายการพฤตกิ รรมทีป่ ระเมิน สัดส่วนคะแนน
คณุ ธรรม (รอ้ ยละ)
- รบั ผิดชอบกจิ กรรมของตนเอง
มีวนิ ัย - ทำกจิ กรรมตรงตามกติกา และข้อกำหนด 50 %
- มุ่งม่นั ทำกิจกรรมดว้ ยความซอื่ สตั ย์
สจุ ริต - ชว่ ยเหลือสมาชกิ ในกล่มุ ด้วยความเต็มใจ 25 %
จติ อาสา 25 %
รวม 100 %

124 แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการป้องกันการทจุ รติ ดา้ นอาชวี ศึกษา

กิจกรรมป้องกันการทุจรติ เวลา 2 ชั่วโมง

หน่วยท่ี ๓ ยกระดบั ดชั นี สร้างคนดใี นสังคม
หนว่ ยยอ่ ยที่ 3.1 การยกระดบั ดชั นีการรับรู้การทจุ ริต
กจิ กรรมที่ 3.1.2 สายพานแหง่ การเรียนรลู้ ำดบั การทุจริต

สาระสำคัญ

ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (อังกฤษ: Corruption Perceptions Index; CPI) เป็นดัชนีที่
ตีพิมพ์ทุกปีโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติตั้งแต่ ค.ศ. 1995 ซึ่งจัดอันดับประเทศ "จากระดบั
ความทุจริตในภาครัฐด้วยวิธีการประเมินผลโดยผู้เชี่ยวชาญและเขียนแบบสอบถามความคิดเห็น"
โดยท่วั ไปแล้ว CPI มักวดั ระดับความทจุ รติ เปน็ "การใชอ้ ำนาจสาธารณะในทางทผี่ ดิ เพ่อื รายได้สว่ นตวั

ใน CPI ค.ศ. 2019 ที่เผยแพร่ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2020 ในการจัดอันดับ 180 ประเทศ
"ในระดับจาก 100 (บรสิ ทุ ธม์ิ าก) ถงึ 0 (ทจุ ริตอย่างมาก)" ประเทศเดนมาร์ก, นิวซีแลนด์ และฟนิ แลนด์
เปน็ ประเทศทีม่ ีการทจุ ริตนอ้ ยท่สี ุดในโลก ในขณะที่ประเทศท่ที ุจริตมากทสี่ ุดคอื โซมาเลีย ซ่ึงได้คะแนน
ไป 8 – 10 จาก 100 ตั้งแต่ค.ศ. 2012 เป็นต้นมา ประเทศเซาท์ซูดานเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการ
ทุจรติ มากทสี่ ดุ ในโลก เนอ่ื งจากสังคมที่คงที่ และปัญหาทางเศรษฐกิจ ทำใหไ้ ด้คะแนนเฉลย่ี ไป 13 จาก
100 ใน ค.ศ. 2018

ในการเปลี่ยนแปลงระดับการทุจริตจะมีทุกปี เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นแก่
ผู้เรียนอันจะเป็นกำลงั แรงงานของชาติจึงมคี วามจำเป็นอยา่ งยงิ่ ท่จี ะตอ้ งปลูกฝังเรอ่ื งของการป้องกันการ
ปราบปรามทจุ ริตเพ่อื ความกา้ วหนา้ ในการพฒั นาประเทศต่อไป

จดุ ประสงค์ของกิจกรรม

๑. ความหมายของดัชนีการรบั รู้การทุจริต
๒. ดชั นีชีว้ ัดภาพลกั ษณค์ อรร์ ัปชันของประเทศไทย
๓. รปู แบบการทุจริต
๔. การทจุ ริตในประเทศไทยและมูลค่าความเสียหาย
๕. ยุทธศาตรช์ าตวิ ่าดว้ ยการป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ

สือ่ วัสดุ อุปกรณ์ แหลง่ เรยี นรู้

๑. บตั รคำ ลำดบั ดชั นกี ารทุจริตแตป่ ระเทศในปีปัจจุบัน ตามจำนวนผ้เู รยี น
๒. แบบประเมินผลงานและแบบสังเกตพฤตกิ รรม

แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทุจริตด้านอาชีวศกึ ษา 125

ขน้ั ตอนการดำเนนิ กจิ กรรม

๑. ในผู้เรียนรับบัตรคำที่เป็นชื่อประเทศต่าง ๆ ที่มีการจัดลำดับเรียงการทุจริตน้อยที่สุด
(ในปปี จั จบุ นั ) คนละ 1 ประเทศ เช่น นาย ก. ได้หมายเลข 10 ประเทศแคนาดา, นาย
ข. ได้หมายเลข 14 ประเทศญี่ปนุ่ , นาย ค. ไดห้ มายเลข ๒ ประเทศเดนมาร์ค เป็นต้น

๒. ให้ผู้เรียนจำหมายเลขและประเทศของตนเองที่ได้รับข้อมลู เปน็ บตั รคำจากครู จากนัน้ ให้
เก็บบตั รคำน้ันไวใ้ นกระเป๋าเส้ือหรอื กระเป๋ากางเกง

๓. ให้ผูเ้ รียนยืนเรียงแถวหน้ากระดาน หันหน้าเข้าหาคขู่ องตนเอง (กรณีทม่ี กี ลุ่มผ้เู รียน เกนิ
20 คน สามารถใหผ้ เู้ รยี นจัดทำเปน็ กลุ่มๆ ได้ ตามความเหมาะสม)

๔. ครูกำหนดให้ผู้ท่ียืนฝงั่ ซา้ ยมือครูเป็น กล่มุ A และผทู้ ย่ี ืนฝง่ั ขวามือครู เป็นกลมุ่ B เสมอ
๕. ครูกำหนดให้ กลมุ่ A บอกขอ้ มลู ของตนเองใหก้ ับ กล่มุ B ทราบ ในเวลา 5 วินาที และทำ

สลบั กันให้ กลมุ่ ฺ B บอกข้อมูลของตนเองให้กับ กลมุ่ A ทราบ และให้เกบ็ ข้อมลู ของเพอ่ื น
ไว้
๖. ครูให้ผูเ้ รียนเดินหน้าหรือถอยหลังในรปู ของ “วงรี” เช่นให้เดินหน้า 3 ก้าวแลว้ หยุด หัน
หน้าเข้าหาคู่ตนเอง หรอื ถอยหลงั ๔ ก้าว แลว้ หยดุ หนั หน้าเข้าหาค่ตู นเอง (ทุกคร้งั ทจี่ ะให้
ผูเ้ รียนเดิน ตอ้ งสัง่ ผเู้ รยี น “ทัง้ หมด ขวาหนั ” ทุกครัง้
๗. จากนั้นครใู ห้ผู้เรียนสลับกันบอกข้อมูล โดยเริ่มจากลุ่ม A ที่ยืนอยู่ฝั่งขวามือของครเู สมอ
เปน็ ผู้ส่งสารกอ่ น
๘. ครูกำหนดให้ผูเ้ รียน เดินหน้าถอยหลงั สลับจับคูก่ นั จนคิดว่าผูเ้ รียนได้ข้อมูลมากพออย่าง
นอ้ ย 5 - 7 รอบ
๙. ครูกำหนดให้ผู้เรียนไปนำสมุดมาจดในสิง่ ที่ได้เรยี นรู้จากเพื่อนพร้อมกับข้อมูลของตนเอง
โดยกำหนดเวลาในการเขียน โดยห้ามถามเพื่อน ( ใชเ้ วลา 5 – ๑๐ นาที )
๑๐. ครูสุม่ ถามผ้ทู จ่ี ดข้อมูลไดม้ ากทีส่ ดุ และใหร้ างวลั สำหรับผทู้ ่มี ขี อ้ มูลมากท่สี ุด
๑๑. ครกู ำหนดให้ผูเ้ รียนวิง่ ไปหาข้อมลู กบั เพอื่ นในกลมุ่ ทกุ คน โดยมีเวลา ๕ นาที ใหไ้ ดข้ ้อมูล
มากทสี่ ุด (พรอ้ มเปิดเพลงสนกุ ๆประกอบเพ่ือสรา้ งความต่ืนเต้นสนุกสนาน) และสมุ่ ถาม
ผู้ที่มีข้อมูลมากที่สุด กับน้อยที่สุด กรณีได้น้อยที่สุดให้รางวัลโดยการให้เต้นท่าประกอบ
เพลง
๑๒. ครใู ชก้ ารจับสลาก หรอื ส่มุ ถามผู้เรยี นเกยี่ วกับอนั ดับการทจุ ริตของแตล่ ะประเทศท่ีไดร้ บั
ข้อมูลมา อย่างน้อย 3 - 5 คน เช่นประเทศที่มีการทุจริตน้อยที่สุดคือประเทศใด
ประเทศที่มีการทุจรติ ลำดับท1่ี 0 คือประเทศใด ลำดับทม่ี กี ารทจุ ริตมากทีส่ ดุ คือประเทศ
ใดเป็นตน้
๑๓. ครูให้ผู้เรียนจับกลุ่ม ๆ ละ ๔- ๕ คน เขียน Mind Mapping แบ่งโซนทวีป แล้วทำการ
วิเคราะห์ถงึ เหตุผลว่าทำไม ประเทศตา่ ง ๆ ถึงมกี ารทจุ ริตนอ้ ย หรอื ทจุ ริตมากเพราะอะไร
(ใชเ้ วลา ๓๐ นาท)ี

126 แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกนั การทุจรติ ด้านอาชวี ศกึ ษา

๑๔. ให้แต่ละกลุ่มนำผลงานไปติดตามผนังห้องเรียน หรอื บอร์ดที่ครูมีให้ ตามจำนวนกลุ่มท่ีจัด
ไว้

๑๕. ให้ผเู้ รียนแตล่ ะกล่มุ เดินชมผลงานของเพอื่ น ในรปู แบบของวงกลม ภายในหอ้ ง เชน่ สมาชิก
กล่มุ ท่ี ๑ ไปชมผลงานกลุม่ ท่ี ๒ /สมาชกิ กล่มุ ท่ี ๒ ไปชมผลงานกลมุ่ ท่ี ๓ / สมาชิกกลมุ่
ที่ ๓ ไปชมผลงานกลุ่มที่ ๔ จนครบทุกกลุ่มโดยมีกำหนดเวลาให้ชมผลงานแต่ละกลุ่ม
กลมุ่ ละ ๒-๓ นาที จดจดุ ต่างที่กลุม่ เพอ่ื นมีแตก่ ลมุ่ เราไมม่ ี

๑๖. ครใู หผ้ ูเ้ รียนกลับมานง่ั กลุ่มเดิม และพูดคุยแลกเปลี่ยนความเหมือนความแตกต่าง ที่กลุ่ม
เพ่ือนมแี ตก่ ลุม่ ตนเอง

๑๗. ครูตั้งคำถามสุ่มถามปากเปล่า กับสมาชิกในแต่ละกลุ่มเพื่อทบทวนความรูเ้ กี่ยวกับลำดับ
การจดั ดัชนีการทจุ ริต

ข้อเสนอแนะ
-

แนวทางการวัดและประเมนิ ผล

๑. สรุปข้อคิดท่ไี ด้จากการเลน่ เกม และแนวทางในการนำไปปรบั ประยุกตใ์ ช้ในการดำเนนิ ชีวติ
๒. ประเมนิ จากผลการทำกจิ กรรมกลุ่ม
๓. ประเมนิ พฤติกรรมผูเ้ รยี นโดยการสงั เกตหรอื ใชแ้ บบสงั เกต

หลักคุณธรรม รายการพฤตกิ รรมท่ีประเมิน สดั สว่ นคะแนน
มวี ินยั (ร้อยละ)
- ทำกจิ กรรมด้วยตนเองตามกติกาและเกณฑ์ท่กี ำหนด ๒๐ %
ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ - การรักษาผลประโยชนข์ องตนเอง และพวกพ้อง ๔๐ %
- การคอรร์ ัปชนั การติดสนิ บน การเอื้อประโยชน์ ของกลมุ่
พอเพยี ง ๒๐ %
จิตอาสา ให้ผ้อู น่ื ๒๐ %
- ยอมรับขอ้ ผดิ พลาดของตนเองหรือของกล่มุ ๑๐๐ %
- แสดงความคิดเหน็ เสริมเพม่ิ เตมิ แลกเปลีย่ นเรียนรู้รว่ มกนั

รวม

แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกันการทจุ ริตดา้ นอาชีวศึกษา 127

กิจกรรมป้องกันการทจุ ริต

หน่วยท่ี ๓ ยกระดบั ดัชนี สร้างคนดใี นสงั คม

หน่วยยอ่ ยท่ี 3.1 การยกระดบั ดชั นกี ารรับรู้การทุจริต

กิจกรรมท่ี 3.1.3 หมายเลขรวมหวั กนั เวลา 2 ช่วั โมง
(Numberhead Together)

สาระสำคัญ
คอร์รัปชัน คือการทุจริตโดยใช้หรืออาศัยตำแหน่งหน้าที่อำนาจและอิทธิพลที่มีอยู่เพื่อ

ประโยชน์แก่ตนเองหรอื ผู้อ่ืน การเห็นแก่ญาติพ่นี ้อง กินสนิ บน ฉ้อราษฎรบ์ งั หลวง การใช้ระบบอุปถัมภ์
และความไม่เป็นธรรมอื่น ๆที่ข้าราชการหรือบุคคลใดใช้เป็นเครื่องมือในการลิดรอนความเป็นธรรม
นอกจากนี้ยังอาจหมายความรวมถึงความผิดที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา อันได้แก่ ความผิดต่อ
ตำแหน่งหน้าท่รี าชการ ความผดิ ที่เก่ียวกับความยุตธิ รรมและความผิดตอ่ ตำแหน่งหน้าท่ีในการยุติธรรม
ซึ่งกล่าวง่ายๆ คือ การกระทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรชอบได้ด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือ
ผู้อื่น เช่นการเบียดบังทรัพย์ของทางราชการเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต การใช้อำนาจใน
ตำแหน่งโดยมชิ อบ การบอกวา่ จะใหท้ รพั ยส์ นิ หรอื ประโยชนแ์ ก่เจา้ พนกั งานเปน็ ต้น

เพื่อเป็นการสร้างความตระหนกั ใหเ้ กิดขึ้นแก่ผู้เรียนอันจะเป็นกำลงั แรงงานของชาติจึงมีความ
จำเปน็ อย่างย่ิงท่ีจะตอ้ งปลูกฝงั เร่ืองของการปอ้ งกันการปราบปรามทุจริตเพือ่ ความกา้ วหนา้ ในการพัฒนา
ประเทศตอ่ ไป

จดุ ประสงค์ของกิจกรรม

๑. รปู แบบการทุจริต
๒. การทุจริตในประเทศไทยและมลู ค่าความเสียหาย
๓. ยุทธศาตร์ชาติว่าด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ

ส่อื วสั ดุ อุปกรณ์ แหลง่ เรยี นรู้

๑. ภาพขา่ ว หรือ คลิปวีดิโอความเสียหายทเี่ กดิ จากการทจุ รติ
๒. แบบประเมนิ ผลงานและแบบสงั เกตพฤตกิ รรม

ขน้ั ตอนการดำเนินกจิ กรรม

1. แบง่ นักเรยี นออกเปน็ กล่มุ กลมุ่ ละ 4- 5 คน (ตง้ั ชื่อกลมุ่ และทา่ ประจำกลมุ่ )
2. สมาชิกในแตล่ ะกลุ่มจะมหี มายเลขประจำตวั เชน่ 1 , 2 , 3 , 4 , 5
(ใชก้ ระดาษกาวเขยี นหมายเลขติดท่ีหน้าอกผู้เรยี นหรอื ป้ายแขวนคอหมายเลขจะได้จดจำได้

งา่ ย)

128 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ ริตดา้ นอาชีวศกึ ษา

3. ครูถามคำถามที่เกย่ี วขอ้ งกับการทจุ ริตท่ีพบเห็นตามสถานท่ตี ่าง ๆ หรือเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ท่ี
เป็นคำถามสามารถตอบได้มากกว่า ๑ คำตอบ และให้เวลา 2-3 นาที ให้ทุกกลุ่มคิดหา
คำตอบร่วมกันภายในกลมุ่

4. สมาชิกในกลมุ่ จะตอ้ งตกลงรว่ มกันว่าจะตอบอย่างไร
5. ครเู รียกหมายเลขประจำตัว และหมายเลขกล่มุ เชน่ หมายเลข 2 ของทกุ กล่มุ ตอบ , หรือ

หมายเลข 3 ของกลุ่ม 1 ตอบ โดยอาจใช้การสุ่มจับสลากหรือใชโ้ ปรแกรมวงล้อเสี่ยงทาย
(Wheel Random) ในอินเตอรจ์ ะสนุกสนานมากย่ิงขึน้
6. ครจู ะถามคำถามต่อไป และเปล่ียนหมายเลขผู้ตอบ
7. ผู้ทถี่ กู เรยี กตอ้ งยืนขนึ้ กล่มุ ไหนตอบกอ่ นจะไดเ้ ปรียบตรงคำตอบน้ันจะไมซ่ ้ำกับกลุ่มท่ตี อบที
หลัง ถ้ากลุ่มไหนตอบก่อนลำดบั ที่ 1-3 ครูให้คะแนน 3/2 /1 ตามลำดับเพ่ือสรปุ คะแนน
ตอนท้ายเกม กลุ่มไหนได้คะแนนน้อยสุดได้รับการลงโทษ เช่นการเต้นเพลงประท่าทาง
หรือทำตามคำส่ังของครผู ้สู อน
8. หลงั เสร็จสนิ้ กจิ กรรม ครูกำหนดใหแ้ ต่ละกล่มุ สรุปเน้อื หาท่ไี ด้เรียนรู้ในรูปแบบของ Mind
Mapping และนำผลงานตดิ ผนงั ห้องหรือบอร์ดท่ีครกู ำหนดให้ พร้อมท้งั ให้สมาชิกภายใน
ห้องโหวตความสมบูรณ์ของเนื้อหาและความสวยงามด้วยการวาดรูปหัวใจลงไปในฟลิป
ชาร์ทที่วาด Mind Mapping ของเพื่อนโดยกำหนดให้ 1 คน แจกได้ 2 หัวใจ ห้ามโหวต
ใหก้ ับกลุม่ ตนเอง
9. ครูให้คำชนื่ ชมกลุม่ ที่ได้คะแนนหวั ใจสงู สุดและสรุปเนอื้ หาปากเปลา่ ร่วมกบั ผูเ้ รียนอกี ครง้ั

ข้อเสนอแนะ

1. ครูจะต้องตั้งคำถามก่อนที่จะเรียกหมายเลขผู้เรียนก่อนทุกครั้งเพื่อให้สมาชิกแต่กลุ่มได้
ชว่ ยกัน เตรียมคำตอบกอ่ นจะลุกขนึ้ ตอบ

แนวทางการวดั และประเมินผล

๑. สรปุ ข้อคดิ ทีไ่ ดจ้ ากการเลน่ เกม และแนวทางในการนำไปปรบั ประยุกต์ใชใ้ นการดำเนนิ ชวี ติ
๒. ประเมนิ จากผลการทำกิจกรรมกลมุ่
๓. ประเมนิ พฤติกรรมผเู้ รยี นโดยการสงั เกตหรือใชแ้ บบสงั เกต

แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกนั การทจุ ริตดา้ นอาชีวศึกษา 129

หลกั คุณธรรม รายการพฤติกรรมทป่ี ระเมนิ สดั ส่วนคะแนน
มีวนิ ยั (ร้อยละ)
- ทำกจิ กรรมด้วยตนเองตามกตกิ าและเกณฑ์ทก่ี ำหนด ๒๐ %
ซอื่ สตั ย์ สจุ รติ - การรักษาผลประโยชนข์ องตนเอง และพวกพ้อง ๔๐ %
- การคอร์รปั ชนั การตดิ สินบน การเอื้อประโยชน์ ของกลมุ่
พอเพยี ง ๒๐ %
จติ อาสา ให้ผ้อู ื่น ๒๐ %
- ยอมรับข้อผิดพลาดของตนเองหรือของกลุ่ม ๑๐๐ %
- แสดงความคดิ เหน็ เสรมิ เพมิ่ เติมแลกเปลีย่ นเรยี นรรู้ ว่ มกัน

รวม

130 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การป้องกนั การทุจริตด้านอาชีวศึกษา

กิจกรรมปอ้ งกนั การทจุ รติ

หน่วยท่ี ๓ ยกระดับดชั นี สร้างคนดีในสังคม

หนว่ ยยอ่ ยที่ 3.1 การยกระดับดชั นกี ารรบั รกู้ ารทจุ ริต

กิจกรรมที่ 3.1.4 หมวดอนั ตราย เวลา 2 ชั่วโมง

สาระสำคญั

คอรร์ ปั ชนั คอื การทุจริตโดยใชห้ รืออาศยั ตำแหน่งหนา้ ท่อี ำนาจและอิทธิพลทมี่ ีอยู่เพ่ือประโยชน์
แกต่ นเองหรือผอู้ ื่น การเหน็ แกญ่ าติพ่ีนอ้ ง กนิ สนิ บน ฉ้อราษฎรบ์ ังหลวง การใช้ระบบอุปถัมภ์และความ
ไมเ่ ปน็ ธรรมอ่ืน ๆทีข่ า้ ราชการหรอื บุคคลใดใช้เปน็ เคร่ืองมือในการลิดรอนความเปน็ ธรรม นอกจากนี้ยัง
อาจหมายความรวมถึงความผิดทร่ี ะบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา อันได้แก่ ความผดิ ต่อตำแหน่งหน้าท่ี
ราชการ ความผิดที่เกี่ยวกับความยุติธรรมและความผิดต่อตำแหน่งหน้าท่ีในการยตุ ิธรรม ซึ่งกลา่ วงา่ ยๆ
คือ การกระทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรชอบได้ด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เช่นการ
เบียดบังทรัพย์ของทางราชการเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต การใช้อำนาจในตำแหนง่ โดยมิ
ชอบ การบอกวา่ จะใหท้ รัพยส์ นิ หรอื ประโยชนแ์ ก่เจ้าพนกั งานเปน็ ต้น

เพื่อเป็นการสร้างความตระหนกั ใหเ้ กิดขึน้ แก่ผู้เรียนอันจะเป็นกำลงั แรงงานของชาติจึงมีความ
จำเปน็ อยา่ งยง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งปลูกฝังเรือ่ งของการปอ้ งกันการปราบปรามทจุ ริตเพอื่ ความก้าวหนา้ ในการพัฒนา
ประเทศต่อไป

จุดประสงค์ของกจิ กรรม

๑. รูปแบบการทจุ ริต
๒. การทจุ ริตในประเทศไทยและมลู ค่าความเสยี หาย
๓. ยทุ ธศาตร์ชาติว่าดว้ ยการป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ

สื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์ แหลง่ เรียนรู้

๑. ภาพขา่ ว หรอื คลปิ วีดิโอความเสียหายท่เี กิดจากการทุจรติ
๒. แบบประเมนิ ผลงานและแบบสงั เกตพฤตกิ รรม

ขัน้ ตอนการดำเนนิ กิจกรรม

๑. ครูให้ผ้เู รยี นละลายพฤติกรรมด้วยเกมหรือนนั ทนาการปรบมอื
๒. ครูให้ผเู้ รยี นเลือกจบั คู่กบั เพื่อนตนเอง
๓. ครูกำหนดให้ผู้เรียนร้องเพลงนางเงือกน้อย ปรบมือตามจังหวะและท่าประกอบเพลง

จากนั้นให้เปา่ ยิง้ ฉบุ (เน้ือเพลงอย่ดู ้านล่าง)

แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา 131

๔. ครูให้คำสั่ง หมวดอันตราย ที่มีการทุจริต หรือรูปแบบการทุจริต โดยผู้เรียนผลัดกันพูด
เช่น ครูบอกว่า การทุจริตที่พบเห็นในวิทยาลัยฯ ผู้เรียน A และ B จะสลบั กันพูดถึงการ
ทุจริตที่พบเห็นในวิทยาลัยฯ ประมาณ ๑o วินาที ครูให้สัญญาณนกหวีด สั่งให้หยุดเม่ือ
สัญญาณนกหวีดหยดุ ที่ใครผูท้ ี่กำลังจะพูดหรือกำลังพูดอยู่ ถือเป็นผู้แพ้ ให้ผู้เรียนคนนัน้
ยืนขนึ้ แลว้ เตน้ ทา่ ประกอบเพลง อาจใหป้ ระแปง้ หรือทำกิจกรรมอ่ืน ๆ ตามครูเหน็ สมควร

๕. ผทู้ ช่ี นะจากการเปา่ ยิ้งฉุบ จะเป็นผไู้ ด้พูดกอ่ นเสมอ
๖. ครูเปลี่ยนหมวดหัวข้อของการทุจริตที่พบไปเรื่อย ๆ โดยให้ผู้เรียนเปลี่ยนคู่จากคู่เดิมไป

หาคใู่ หมอ่ ยา่ งนอ้ ย ๔-๕ รอบ ตามหัวข้อท่มี ี
๗. ทกุ คร้งั ทจ่ี ะเรม่ิ การแข่งขันการพูด ครูตอ้ งแจง้ หวั ขอ้ หมวดอันตราย หวั ขอ้ การทุจริตก่อน

เพื่อให้ผูเ้ รยี นได้เตรียมข้อมูล แล้วเริ่มร้องเพลงนางเงือกน้อย เป่ายิ้งฉบุ แล้วให้สญั ญาณ
นกหวีดเร่ิมพดู
๘. เม่อื จบกิจกรรม ครใู หผ้ ู้เรียนน่ังเปน็ ครึ่งวงกลม
๙. ครูใช้คำถามจากหมวดอันตราย สุ่มถามผู้เรียนด้วยปากเปล่าเพื่อถอดบทเรียน และ
ทบทวนความรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกบั การทุจรติ ทพี่ บเห็นและการปอ้ งกนั การทจุ ริต

ขอ้ เสนอแนะ

๑. เพลงทใ่ี ช้ประกอบนางเงอื กน้อย ตบบน ตบล่าง ตบซ้าย ตบขวา ตบหนา้ ตบหลงั ตบพรอ้ ม
ๆกันแล้วมาเปา่ ยิ้งฉบุ

๒. หมวดอนั ตรายที่จะใชอ้ อกคำส่ังเชน่
๒.๑ การทุจริตในโรงเรียน
๒.๒ การทจุ รติ ในตลาดสด
๒.๓ การทุจรติ ในชุมชน/ หม่บู ้าน
๒.๔ ผลกระทบทเ่ี กดิ ขึ้นจากการทุจรติ ในหอ้ งสอบ
๒.๕ ตวั อย่างความเสยี หายที่เกดิ จากการทจุ ริต
๒.๖ วธิ ีการปอ้ งกนั การทุจรติ

แนวทางการวดั และประเมนิ ผล

๑. สรุปขอ้ คิดท่ีได้จากการเล่นเกม และแนวทางในการนำไปปรบั ประยุกตใ์ ชใ้ นการดำเนินชีวิต
๒. ประเมินจากผลการทำกจิ กรรมกลุ่ม
๓. ประเมินพฤตกิ รรมผเู้ รียนโดยการสงั เกตหรอื ใชแ้ บบสงั เกต

132 แนวทางการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการป้องกนั การทุจริตด้านอาชีวศึกษา

หลกั คุณธรรม รายการพฤตกิ รรมทีป่ ระเมนิ สัดสว่ นคะแนน
มีวินัย (รอ้ ยละ)
- ทำกิจกรรมดว้ ยตนเองตามกตกิ าและเกณฑ์ที่กำหนด ๒๐ %
ซอ่ื สัตย์ สุจริต - การรกั ษาผลประโยชน์ของตนเอง และพวกพ้อง ๔๐ %
- การคอรร์ ัปชัน การตดิ สินบน การเอ้ือประโยชน์ ของกลมุ่
พอเพียง ๒๐ %
จิตอาสา ใหผ้ ูอ้ น่ื ๒๐ %
- ยอมรบั ขอ้ ผดิ พลาดของตนเองหรือของกลมุ่ ๑๐๐ %
- แสดงความคิดเห็นเสริมเพมิ่ เติมแลกเปลีย่ นเรียนรรู้ ว่ มกัน

รวม

แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตดา้ นอาชีวศึกษา 133

กิจกรรมปอ้ งกันการทุจริต

หน่วยที่ ๓ ยกระดับดชั นี สร้างคนดีในสังคม

หน่วยย่อยที่ 3.1 การยกระดบั ดัชนีการรบั รกู้ ารทจุ ริต

กจิ กรรมท่ี 3.1.5 ยกระดับดัชนีการรับรูก้ ารทจุ รติ เวลา 2 ช่ัวโมง
ด้วยเกมประมลู สินคา้

สาระสำคญั

ดชั นภี าพลักษณค์ อรร์ ปั ชัน (Corruption Perception Index : CPI) หรอื ดัชนกี ารรับรู้การทุจริต
จัดอันดับโยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ซึ่งเป็นองค์การ
นานาชาติ ก่อตั้งในประเทศเยอรมนี ได้เริ่มมีการจดั ทำดัชนีตั้งแต่ พ.ศ. 2538 โดยค่าสูงหมายถึงการมี
คอร์รัปชันต่ำ และค่าต่ำหมายถึงการมีคอร์รัปชันสูง โดยในปี พ.ศ. 2563 ได้มีการจัดอันดับดัชนีวัด
ภาพลกั ษณ์คอร์รปั ชันของประเทศไทยได้ 36 คะแนน อยูใ่ นลำดบั ท่ี 104 จากทั้งหมด 180 ประเทศ

จุดประสงค์ของกจิ กรรม

๑. เพื่อใหม้ ีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั การยกระดับดัชนกี ารรบั รกู้ ารทจุ ริต
๒. เพื่อให้สามารถวิเคราะห์รูปแบบและมูลค่าความเสียหายจากการทุจริต แนวทางการ

ป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามยทุ ธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม
การทุจรติ
๓. เพอ่ื ใหต้ ระหนกั และเหน็ ความสำคญั ของการยกระดับดชั นกี ารรบั รกู้ ารทุจริตของประเทศ

ส่อื วสั ดุ อุปกรณ์ แหล่งเรียนรู้

๑. กระดาษขนาด เอ4 ตง้ั แต่ 80 แกรมขน้ึ ไป ทีไ่ ม่ใช่สขี าว
๒. กระดาษขนาด เอ4 สขี าว สำหรบั ใชจ้ ดบันทกึ
๓. กระดาษฟลปิ ชารท์
๔. ปากกาเคมีคละสี
๕. แบบประเมินผลงานกล่มุ และแบบสงั เกตพฤตกิ รรม

ขั้นตอนการดำเนินกจิ กรรม

1. แบ่งนักเรยี นออกเป็นกลมุ่ กลุม่ ละ 4- 5 คน (ตง้ั ชอ่ื กลุม่ และท่าประจำกลมุ่ )
2. ครูแจกกระดาษเอ4 กลุ่มละ 1 แผ่นเพอ่ื ใช้สำหรบั จดบันทกึ พร้อมปากกาลูกล่ืน 1 ด้าม
3. ครชู ้ีแจงกติกา คอื สมมตใิ ห้ทุกกลมุ่ มเี งินสดจำนวนเทา่ กันมูลค่า 10,000 บาท

134 แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการป้องกนั การทจุ ริตดา้ นอาชีวศกึ ษา

4. ให้แต่ละกลุ่มทำการประมูลสู้ราคา เพื่อให้ได้สินค้าไป โดยให้แต่ละกลุ่มทีส่ นใจสนิ ค้าที่ครู

นำมาประมูล ตกลงราคาท่ีตอ้ งการ และเสนอราคาดว้ ยการยกมอื เพียงคนเดยี ว พรอ้ มขาน

ราคาที่ตอ้ งการ ซ่ึงจะต้องเพ่มิ ราคาขึ้นอยา่ งนอ้ ยหลกั สบิ

5. ครทู ำการเลือกสนิ ค้าที่มี โดยไม่บอกจำนวนสินค้าทั้งหมดวา่ มีจำนวนกีช่ นิ้ และเร่ิมเปิดการ

ประมูล โดยการอ่านข้อความในสินค้า และเสนอราคาเริ่มต้นของสินค้าที่ครูเลือกมา ตาม

ราคาท่ีกำหนด โดยเม่ือมกี ลมุ่ ผ้เู รียนเสนอราคามา ให้ครูขานราคาซ้ำทุกครง้ั และคอยสงั เกต

ดูว่า มีกลุ่มอนื่ จะเสนอราคาที่สูงกว่าส้หู รือไม่ หากไมม่ ี ครจู ะขานราคาท่สี งู สุดในเวลาน้ัน ซำ้

3 ครั้ง เมื่อครบ 3 คร้ัง โดยท่ไี มม่ กี ลมุ่ ใดเสนอราคาท่สี งู ขน้ึ อกี ใหค้ รูปิดการขายทันที พร้อม

ทั้งนำสนิ ค้ามอบใหแ้ ก่กล่มุ ท่ีชนะการประมูล

6. ให้กลุม่ ทช่ี นะการประมูลทำการบันทึกการจ่ายเงินคา่ ประมลู ลงในกระดาษที่แจกไว้ และครู

เร่ิมต้นการประมลู สนิ ค้าตามขอ้ 5 ต่อไป จนครบท้ัง 15 ชิน้ (หรอื ตามความเหมาะสม)

7. ให้ทกุ กลมุ่ สรปุ การใช้จา่ ยในการประมลู สนิ ค้า พร้อมรายงานใหค้ รทู ราบ
8. กลมุ่ ใดที่ประมลู สนิ ค้าไดจ้ ำนวนมากที่สุด ใหเ้ ป็นฝา่ ยนะ แต่ถา้ หากมีกลุม่ ที่จำนวนสนิ ค้า

เท่ากัน ให้ดวู ่ากลุม่ ใดเหลอื เงินมากทีส่ ดุ ใหเ้ ป็นฝ่ายชนะไป

9. ให้แต่ละกลุ่มอภิปรายถึงข้อความในสินค้า พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลจาก INTERNET ตาม

อัธยาศัย โดยครูกำชบั ว่า การศกึ ษาใหอ้ ยู่ในกรอบเรื่องการป้องกนั การทุจรติ และ/หรือการ

ยกระดบั ดชั นีการรับร้กู ารทุจริต สรปุ และเขียนแผนผงั หรอื รปู แบบอน่ื ๆ ตามอัธยาศัยให้

เขา้ ใจง่ายในกระดาษฟริปชารท์ ทีแ่ จกให้ พร้อมปากกาตามสที ตี่ ้องการ โดยใหเ้ วลา 15-20

นาที

10. ครูจัดลำดับ หรือตามความสมัครใจเพื่อนำเสนอ กลุ่มละ 3-5 นาที ในขณะที่แต่ละกลุ่ม

นำเสนอ ให้กลุม่ ที่ไมไ่ ด้นำเสนอจดบันทึกขอ้ มูลไวส้ ำหรบั รวบรวมเนื้อหาสรุป

11. รวบรวมข้อมูลทไี่ ด้จากการจดบนั ทึก ในขณะฟงั การนำเสนอจากทุกกลมุ่ จัดทำเปน็ รายงาน

ส่วนบุคคล หรือรายงานกลมุ่ ท้ายช่ัวโมง หรือตามท่ีครกู ำหนด

12. ขอ้ ความทใี่ ชพ้ ิมพ์ หรอื เขียนลงในกระดาษสี (เขยี น/พิมพ์ให้มีขนาดใหญ่ และชดั เจน)

จับปลาตัวใหญ่ (ราคาเร่ิมต้น 800 บาท) TI (ราคาเร่ิมตน้ 500 บาท)

ระบบผูกขาด (ราคาเรมิ่ ตน้ 500 บาท) เงนิ ทอน (ราคาเรมิ่ ตน้ 500 บาท)

ธรรมาภบิ าล (ราคาเร่ิมต้น 600 บาท) คอรร์ ปั ชันตามนำ้ (ราคาเร่มิ ต้น 500 บาท)

ประชาชนเขม้ แข็ง (ราคาเรมิ่ ตน้ 500 บาท) คอรร์ ัปชนั ทวนนำ้ (ราคาเรม่ิ ต้น 500 บาท)

สนิ บน (ราคาเร่ิมต้น 200 บาท) ทุจริตต่อหนา้ ที่ (ราคาเร่มิ ตน้ 300 บาท)

ดชั นรี ับรกู้ ารทจุ รติ (ราคาเร่ิมต้น 800 บาท) ทจุ รติ เชงิ นโยบาย (ราคาเริม่ ตน้ 300 บาท)

แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทุจริตด้านอาชวี ศกึ ษา 135

ทุจรติ ตอ่ ตำแหนง่ หน้าท่ี (ราคาเร่ิมตน้ 500 ยุทธศาสตรท์ ่ี 6 (ราคาเรม่ิ ต้น 400 บาท)

บาท)

ป.ป.ท. (ราคาเร่มิ ต้น 300 บาท) ป.ป.ช. (ราคาเรม่ิ ตน้ 300 บาท)

*ราคาเริ่มต้นน้ี เปน็ ราคาสมมุตขิ น้ึ เท่าน้นั ครูผู้สอนสามารถปรับได้ตามความเหมาะสม

ข้อเสนอแนะ

1. แต่ละกลุ่มอาจประมูลสนิ คา้ ไดม้ ากกว่า 1 ชนิ้ และครคู วรกระตุ้นให้แต่ละกลุม่ ประมูลสินคา้
จนชนะ และได้สนิ ค้าไปให้ไดม้ ากกว่ากลมุ่ ละ 2 ชนิ้

2. ครสู ามารถเพ่มิ จำนวนสินคา้ โดยการใชค้ ำ วลี หรือประโยคทีบ่ ง่ บอกถึงพฤติกรรมการรับรู้
การทจุ รติ ท้งั แงบ่ วก และแง่ลบได้ และ/หรอื สามารถเพิ่มจำนวนเงินทีใ่ หแ้ ตล่ ะกลมุ่ และ/หรือ
ราคาเรม่ิ ต้นของสินคา้ ได้

แนวทางการวดั และประเมินผล

๑. สรุปข้อคดิ ท่ไี ดจ้ ากการเลน่ เกม และแนวทางในการนำไปปรบั ประยุกต์ใช้ในการดำเนินชวี ติ
๒. ประเมนิ จากผลการทำกจิ กรรมกลุ่ม
๓. ประเมินพฤติกรรมผู้เรยี นโดยการสังเกตหรอื ใช้แบบสังเกต

หลกั คณุ ธรรม พฤตกิ รรม สดั สว่ นคะแนน
(ร้อยละ)
พอเพยี ง - ทำกิจกรรมด้วยความละเอียดรอบคอบ ๒๐ %
- มคี วามเอ้อื เฟือ้ เผอื่ แผ่
มวี นิ ยั - รบั ฟงั ความคิดเห็นของสมาชกิ ในกล่มุ ๒๐ %
สจุ ริต - รบั ผดิ ชอบกิจกรรมของตนเอง ๔๐ %
- ทำกิจกรรมตรงตามกตกิ า และข้อกำหนด
จิตอาสา - มงุ่ ม่นั ทำกิจกรรมดว้ ยความซือ่ สัตย์ ๒๐ %

- ช่วยเหลอื สมาชิกในกลมุ่ ด้วยความเต็มใจ ๑๐๐ %
- การรักษาผลประโยชน์ของตนเอง และพวกพ้อง
- แสดงความคดิ เห็นเสริมเพิ่มเตมิ แลกเปล่ียนเรียนรู้

ร่วมกัน

รวม

136 แนวทางการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตด้านอาชีวศึกษา

กิจกรรมปอ้ งกันการทจุ ริต

หนว่ ยที่ ๓ ยกระดับดัชนี สรา้ งคนดใี นสงั คม
หนว่ ยย่อยท่ี 3.๒ การสร้างคนดีในสังคม

สาระสำคญั

สถานการณ์ทุจริตในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง จึงได้มีการริเริ่ม
แนวคิดในการปรับปรุงยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้สอดคล้องกับ
สภาพปัญหาและสถานการณ์ทจุ รติ ท่ปี ระชาชนและหนว่ ยงานต่าง ๆ ต้องเผชิญอยจู่ ริง ซ่งึ ต้องบูรณาการ
ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ องค์กรสาธารณะ
ส่ือมวลชนและภาคประชาชน ในการต่อตา้ นการทุจริตทุกรูปแบบอย่างเข้มแขง็ เพือ่ ใหป้ ระเทศไทยเป็น
ประเทศที่มีมาตรฐานความโปร่งใสเทียบเท่าสากล ยุทธศาสตร์ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้เรื่องการ
ทุจริตของประเทศไทย เป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานด้านความโปร่งใสและการ
จัดการการยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย โดยการศึกษาวิเคราะห์ประเด็นการ
ประเมินและวิธีการสำรวจตามแต่ละแหล่งข้อมูล และเร่งรดั กำกบั ตดิ ตามใหห้ น่วยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ งปฏบิ ัติ
หรือปรับปรุงการทางาน รวมไปถึงการบูรณาการการทางานร่วมกันระหว่างภาครัฐ หน่วยงานใน
กระบวนการยุติธรรม ภาคเอกชนและต่างประเทศ เพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
(Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย และสรา้ งพลเมอื งดใี นสงั คม

จดุ ประสงค์

๑. เพอื่ ให้ผูเ้ รียนมีความร้คู วามเขา้ ใจเก่ยี วกับการยกระดบั ดัชนแี ละสรา้ งคนดีในสังคม
๒. เพื่อใหส้ ามารถวิเคราะหส์ ภาพปญั หาและแนวทางแกไ้ ขการทจุ ริตในชมุ ชนและสงั คม
๓. เพอ่ื ให้ตระหนักถึงการมสี ่วนร่วมในการสร้างคนดใี นสังคม

เนือ้ หาสาระ

การสร้างวนิ ัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรมเพอ่ื ป้องกันและปราบปรามการทุจรติ เป็นสิง่ สำคัญเพือ่ ให้เด็ก
และเยาวชนมจี ิตสำนึกในการต่อต้านการทุจรติ ปลูกจิตสำนึก ปรับเปลี่ยนฐานการคิดให้แก่เยาวชน ให้
เกิดความตระหนักถึงผลกระทบของการทุจริตคอร์รัปชัน พัฒนางานให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้
สรา้ งความแขง็ แกรง่ ใหต้ นเอง องคก์ ร และสง่ ผลต่อประเทศชาติในท่สี ดุ

• ความหมายและความสำคัญของพลเมอื งดี

“พลเมือง” หมายถึง ชาวเมืองหรือประชาชนที่ปฏิบตั ิตามระเบยี บกฎเกณฑ์ของสังคม มีความ
รับผิดชอบต่อหน้าที่และรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง ปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสม ไม่ละเมิดสิทธิและ
เสรีภาพของบุคคลอ่ืน

แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตดา้ นอาชวี ศึกษา 137

• คณุ ลักษณะของพลเมืองดี

พลเมืองดีถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของสังคม เพราะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาความ
เจริญก้าวหน้าของประเทศ พลเมืองดีจึงต้องปฏิบัติตามบรรทัดฐานและขนบธรรมเนียมประเพณีของ
สังคมนนั้ ๆ อาทิเช่น

1. มีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสม ประพฤติปฏิบัติอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์และ
ขนบธรรมเนยี มประเพณขี องสังคม

2. รจู้ กั บทบาทหน้าท่ีของตนเอง และเคารพสทิ ธขิ องผ้อู ืน่
3. ยอมรบั ความแตกต่าง และเคารพความคดิ เห็นของคนสว่ นใหญ่
4. มีอิสรภาพและสามารถพึ่งพาตนเองได้
5. มีส่วนร่วมในการป้องกันหรือแก้ไขปญั หาส่วนรวม เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
และสงิ่ แวดลอ้ ม

• แนวทางการพฒั นาตนเปน็ พลเมอื งดีของประเทศชาตแิ ละสังคมโลก

หากบคุ คลตระหนกั ถงึ คณุ ลกั ษณะของการเป็นพลเมืองดีต่อประเทศชาติและสงั คมโลกดังกล่าว
แล้ว ก็สมควรจะพัฒนาตนเองให้มีคุณลักษณะดังกล่าวด้วย เพื่อที่จะได้เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว
สังคมและประเทศชาติ ซ่ึงแนวทางการพัฒนาตนเปน็ พลเมอื งดี มีดังนี้

๑. การเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว โดยการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของสมาชิกใน
ครอบครัว เช่น บทบาทหนา้ ทขี่ องพอ่ แมต่ ่อลกู บทบาทหนา้ ทขี่ องลูกตอ่ พ่อแม่ นอกจากน้ี สมาชกิ ทุกคน
ควรปฏิบตั ติ ามข้อตกลงของครอบครัวและมีความสัมพนั ธ์ท่ีดตี ่อกัน เพือ่ ใหอ้ ยูร่ ว่ มกันในครอบครัวอย่าง
มีความสขุ

๒. การเป็นสมาชิกที่ดีของสถานศึกษา โดยการปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้องเรียนและ
สถานศกึ ษา เพ่อื ทจ่ี ะได้อยรู่ ว่ มกันอย่างมีความสุข และเกิดความเป็นระเบียบเรยี บร้อย เชน่ การช่วยกัน
รกั ษาความสะอาดในห้องเรียนและในบรเิ วณต่าง ๆ ของสถานศึกษา การเคารพเช่ือฟงั ครูอาจารย์ ต้ังใจ
เรียนและทำงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายด้วยความตัง้ ใจและเอาใจใส่ ปฏิบัติตนเปน็ ผู้นำและผู้ตามทีด่ ี
รู้จักแสดงความคิดเหน็ ตามหลักเหตผุ ลและสทิ ธิของตนเอง รวมทั้งรจู้ กั รับฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน และ
เคารพขอ้ ตกลงของคนส่วนใหญ่

๓. การเป็นสมาชกิ ที่ดีของชุมชน โดยการปฏิบตั ิตนตามกฎระเบียบของชุมชน เช่น ปฏิบัติตาม
กฎจราจร ไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะ ไม่ทำลายสิ่งของท่ีเป็นของสาธารณะและทรัพย์สินส่วนตัวของผู้อื่น
ฯลฯ การเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนเพือ่ ช่วยรักษาและเผยแพรว่ ัฒนธรรมประเพณขี องชมุ ชน รวมทั้ง
การบำเพญ็ ประโยชน์ตอ่ ชุมชน เช่น ชว่ ยเกบ็ เศษขยะทพี่ บเห็นในบรเิ วณต่าง ๆ ชว่ ยดูแลตน้ ไม้ ดอกไม้ใน
สวนสาธารณะของชุมชน รว่ มกนั อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมในชุมชน
การเป็นสมาชิกที่ดีของประเทศชาติและสังคมโลก โดยการเคารพกฎหมายและปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ข้อบังคับของสงั คมและบทบัญญัติของกฎหมาย เป็นผู้มีเหตผุ ลและรับฟังความคดิ เห็นของผู้อื่น ยอมรบั

มติของเสยี งสว่ นใหญ่ เป็นผู้นำมนี ้ำใจประชาธปิ ไตยและเหน็ แกป่ ระโยชน์ส่วนรวม เคารพในสทิ ธเิ สรีภาพ

138 แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทจุ รติ ด้านอาชีวศึกษา

ของผูอ้ นื่ มคี วามรบั ผิดชอบต่อตนเอง สังคม ชุมชนและประเทศชาติ มสี ่วนร่วมในกจิ กรรมการเมือง การ
ปกครอง มสี ่วนร่วมในการป้องกนั แก้ไขปญั หาเศษฐกิจ สังคม การเมอื งการปกครอง ตลอดจนมีคุณธรรม
จรยิ ธรรม และปฏบิ ัตติ นตามหลกั ธรรม

• จริยธรรมป้องกนั การทุจริต

“คุณธรรม จรยิ ธรรม” เปน็ คำทคี่ นส่วนใหญจ่ ะกลา่ วควบคูก่ นั เสมอจนทำใหเ้ ขา้ ใจผดิ ว่าทง้ั สอง
คำมีความหมายอย่างเดียวกันหรือมีความหมายเหมือนกัน แท้ที่จริงแล้วคำว่า “คุณธรรม” กับคำว่า
“จรยิ ธรรม” แยกออกเป็น 2 คำ และมคี วามหมายแตกต่างกนั โดยคำว่า “คณุ ” แปลว่า ความดี เป็นคำ
ท่ีมคี วามหมายเป็นทางนามธรรม ส่วนคำว่า “จรยิ ” แปลวา่ ความประพฤติ กรยิ าท่ีควรประพฤติ เปน็ คำ
ทม่ี คี วามหมายทางรูปธรรม

ดังน้ัน “จรยิ ธรรม” จึงมี 2 ความหมาย คือ ความประพฤตดิ งี าม เพอ่ื ประโยชนส์ ขุ ของตนและ
สังคม ซึ่งมีพื้นฐานมาจากหลักศีลธรรมทางศาสนา ค่านิยมทางวัฒนธรรม ประเพณี หลักกฎหมาย
จรรยาบรรณวชิ าชีพ และอกี ความหมายคือ การร้จู กั ไตรต่ รองว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ

องคป์ ระกอบของจรยิ ธรรม จริยธรรมจะเกิดข้นึ ได้ด้วยการใช้มโนธรรมภายในจิตใจของบุคคล
ประเมินคุณค่าของส่ิงใด ๆ เพื่อหาเหตุผลแยกแยะสิ่งถูกผิด ความควร ไม่ควร แล้วตัดสินใจเลือกแสดง
พฤติกรรมนั้นออกมาภายนอก เพื่อบ่งบอกว่าเป็นคนดีของหมู่คณะ ซึ่งมีองค์ประกอบทั้งภายในและ
ภายนอกเป็นส่วนเกื้อหนุนให้เกิดจริยธรรมขึ้นในบุคคล ได้แก่ ความรู้เหตุผล คือ ความเข้าใจในความ
ถกู ต้อง สามารถแยกแยะและตัดสินใจไดว้ ่าอะไรถูกตอ้ งไม่ถกู ตอ้ งด้วยความคดิ อารมณ์ความรู้สกึ ผิดชอบ
ชั่วดี คือ ความพึงพอใจ ศรัทธา ความเลื่อมใส ยอมรับที่จะนำมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ แล้วแสดง
ออกเปน็ พฤติกรรมทบ่ี ุคคลไดต้ ดั สนิ ใจแล้ววา่ เป็นการกระทำถูกหรือผิดในสถานการณแ์ วดลอ้ มตา่ ง ๆ

จรยิ ธรรมทบ่ี ุคคลทว่ั ไปควรปฏบิ ตั เิ พ่อื หลีกเลยี่ งการทจุ รติ มีดงั ตอ่ ไปนี้

1. คุณธรรม 8 ประการ ได้แก่
1.1 ขยัน หมายถึง ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ

อดทน ไม่ทอ้ ถอยเม่อื พบอุปสรรค ความขยนั ต้องควบคกู่ บั การใชส้ ติปัญญาแก้ปญั หาจนเกิดผลงานสำเร็จ
ตามความม่งุ หมาย

1.2 ประหยดั หมายถงึ การรู้จักเก็บออม ถนอมใชท้ รพั ยส์ นิ สิง่ ของตน แตพ่ อประมาณให้
เกิดประโยชน์ คุ้มคา่ ไมฟ่ ุม่ เฟอื ยฟุ้งเฟ้อ

1.3 ความซื่อสัตย์ หมายถึง ประพฤติตรงไม่เอนเอียง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม มีความจริงใจ
ปลอดจากความร้สู ึกลำเอียงหรอื อคติ

1.4 มีวินยั หมายถงึ การยึดมัน่ ในระเบยี บแบบแผน ข้อบงั คบั และขอ้ ปฏิบัติ ซ่งึ ต้องมวี ินัย
ในตนเองและมีวินัยต่อสังคม

๑.5 สุภาพ หมายถึง เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละมอ่ ม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมา
คารวะ

แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การป้องกนั การทจุ ริตด้านอาชวี ศึกษา 139

1.6 สะอาด หมายถึง ปราศจากความมัวหมองทงั้ กายใจและสภาพแวดล้อม ความผ่องใส
เป็นท่เี จริญตา ทำให้เกดิ ความสบายใจแก่ผ้พู บเห็น

1.7 สามัคคี หมายถึง ความพร้อมเพรียงกัน ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน
ความรว่ มใจกันปฏบิ ัติงานให้บรรลุผลตามท่ีต้องการ เกดิ การงานอย่างสรา้ งสรรค์ ปราศจากการทะเลาะ
วิวาท

1.8 มีน้ำใจ หมายถึง ความจริงใจท่ีไม่เห็นแต่เพียงตัวเองหรอื เรื่องของตัวเอง แต่เห็นอก
เหน็ ใจ เหน็ คณุ คา่ ในเพอ่ื นมนษุ ย์ มีความเอื้ออาทร เอาใจใส่ในความสนใจ ในความตอ้ งการ ความจำเป็น
ความทุกข์ของผูอ้ นื่ และพร้อมท่จี ะใหค้ วามช่วยเหลอื เก้อื กลู กันและกนั

2. คุณธรรมแหง่ ความพอเพยี ง
การฝึกตนใหม้ คี วามพอเพยี ง เปน็ วิธกี ารพฒั นาตนดา้ นคณุ ธรรมจริยธรรมดว้ ยตนเองชั้นสูง

เพราะเป็นการพัฒนาความสามารถของบุคคล ในการควบคุมความประพฤตกิ ารปฏิบตั ิของตนให้อยู่ใน
กรอบพฤติกรรมท่พี งึ ปรารถนาของสังคม ทั้งในสภาพการณ์ปกตแิ ละเผชญิ ปญั หาหรือขดั แย้ง การฝึกตน
เป็นวธิ กี ารพฒั นาคุณธรรม จริยธรรมด้วยตนเองขน้ั สงู สุด เพราะเปน็ การพัฒนาความสามารถของบุคคล
ดังนี้

๒.1 การฝึกวินัยขั้นพื้นฐาน เช่น ความขยันหมั่นเพียร การพึ่งตนเอง ความตรงต่อเวลา
ความรับผดิ ชอบ การร้จู กั ประหยดั และออม ความซอ่ื สตั ย์ ความมีสมั มาคารวะ ความรักชาติ

2.2 การรักษาศีลตามความเชื่อในศาสนาของตน ศีลเป็นตัวกำหนดที่จะทำให้งดเว้นใน
การที่จะทำช่วั รา้ ยใด ๆ อยู่ในจติ ใจ ส่งผลให้บคุ คลมีจิตทเ่ี ขม้ แขง็ รู้เทา่ ทันความคิด สามารถควบคมุ ตนได้

2.3 การทำสมาธิ เป็นการฝึกให้เกิดความตั้งมั่นของจิตใจทาให้เกิดภาวะมีอารมณ์หนึ่ง
เดียวของกุศลจิตเป็นจิตใจที่สงบผ่องใสบริสุทธิ์เป็นจิตใจที่เข้มแข็ง มั่นคง แน่วแน่ ทำให้เกิดปัญญา
สามารถพจิ ารณาเห็นทุกอยา่ งตรงสภาพความเป็นจรงิ

2.4 ฝึกการเป็นผูใ้ ห้ เช่น การรู้จักให้อภัย รู้จักแบ่งปันความรู้ ความดีความชอบ บริจาค
เพอ่ื สาธารณะประโยชน์ อุทิศแรงกายแรงใจเพอ่ื ประโยชน์สว่ นรวมโดยไมห่ วงั ผลตอบแทนใด ๆ

3. ความซือ่ สตั ย์ : คุณธรรมพื้นฐานในการป้องกันการทจุ ริต
ความซอื่ สตั ย์ หมายถึง การประพฤตติ รง ไม่เอนเอยี ง ไมม่ ีเลห่ ์เหลีย่ ม มีความจรงิ ใจ ปลอด

จากความรสู้ กึ ลำเอยี งหรืออคติ ผทู้ มี่ ีความซ่อื สัตย์คอื ผูท้ ี่มคี วามประพฤติตรงท้ังต่อหน้าที่ ต่อวิชาชีพ ตรง
ต่อเวลา ไม่ใช้เล่ห์เหล่ียมกลโกง คดโกง ทั้งทางตรงและทางอ้อม รับรู้หน้าที่ของตนเองและปฏบิ ัติอย่าง
เต็มที่ถูกต้อง คนที่มีความซื่อสัตย์จะเป็นผู้ยึดมั่นในหลักความจริงและความถูกต้องในการด ำเนินชีวิต
ประพฤตติ รงตามความเปน็ จริงต่อตนเองและผ้อู น่ื ท้งั ทางกาย วาจา ใจ มีความละอายและเกรงกลัวต่อ
การกระทำผิด คนมีศีลธรรมหรือมนุษยธรรม ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นอารยะชน จะมีความประพฤติดี
ประพฤตชิ อบ และมีความซอื่ สัตยส์ ุจรติ 3 ประการ ดังนี้

3.1 กายสุจรติ เป็นความสุจรติ ทางกาย ทำสิ่งที่ดงี ามถูกต้อง ประพฤติชอบด้วยกาย ละ
เวน้ การบบี ค้นั เบียดเบยี น มีเมตตากรณุ า ชว่ ยเหลอื เก้อื กลู สงเคราะห์กนั ไมแ่ ย่งชิงลกั ขโมย หรือเอารัด

140 แนวทางการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การป้องกันการทุจรติ ด้านอาชวี ศึกษา

เอาเปรียบ แต่เคารพสิทธิในทรัพย์สินของกันและกัน ไม่ประพฤติผิดล่วงละเมิดในของรักของหวงของ
ผอู้ ่นื ไม่ห่มเหงจิตใจ หรอื ทำลายหลบหล่เู กียรตแิ ละวงศ์ตระกลู ผอู้ น่ื

3.2 วจีสุจริต เป็นความสุจริตทางวาจา ทำสิ่งที่ดีงาม ถูกต้อง ประพฤติชอบด้วยวาจา
ละเว้นการพูดเท็จ โกหกหลอกลวง กล่าวแต่คำสัตย์ ไม่จงใจพูดให้ผิดจากความจริงเพราะเห็นแก่
ประโยชน์ ไม่พูดส่อเสียด ยุยง สร้างความแตกแยก พูดแต่คำที่ส่งเสริมสามัคคี ละเว้นจากการพูด
คำหยาบคายสกปรกเสียหาย พูดแต่คำสุภาพ นุ่มนวลชวนฟัง รวมถึงการละเว้นจากการพูดเหลวไหล
เพอ้ เจอ้ พดู แต่คำจรงิ มีเหตุผล มสี าระ ประโยชน์และถูกกาลเทศะ

3.3 มโนสุจริต เป็นความสุจริตทางใจ ทำสิ่งที่ดีงามถูกต้อง ประพฤติชอบด้วยใจ ไม่
ละโมบ ไม่เพ็งเล็งคิดหาทางเอาแต่ได้ ให้คิดเสียสละ ทำใจให้กว้างขวาง ไม่คิดร้ายมุ่งเบียดเบียนหรือ
เพ่งมองในแง่ที่จะทำลาย แต่ตั้งความปรารถนาดี แผ่ไมตรี มุ่งให้เกิดประโยชน์สุขแก่กัน มีความเห็น
ถูกต้องเป็นสัมมาทฐิ ิ เข้าใจในหลกั กรรมว่าทำดมี ผี ลดี ทำชัว่ มผี ลชวั่ ร้เู ทา่ ทนั ความจรงิ ที่เป็นธรรมดาของ
โลกและชีวิต มองเห็นความเป็นไปตามเหตุแห่งปัจจัย มนุษย์เราเป็นสิ่งแวดล้อมของกันและกัน ตัวเรา
เป็นสง่ิ แวดลอ้ มของผู้อ่นื เราจงึ ควรมีจิตใจเก้ือกลู ต่อกนั มีเมตตาไมตรีในฐานะที่เราเป็นสิ่งแวดล้อมของ
เพื่อนมนุษย์ เราจึงมีความสัมพันธ์กบั ส่ิงแวดล้อมทางสังคม นับตั้งแต่การอยู่ร่วมกันในครอบครัว เรา
ทุกคนควรเป็นผู้ทม่ี ีวนิ ยั ในการดำรงชีวติ ไมเ่ บยี ดเบียนผู้อ่นื มีความซ่ือสตั ย์สจุ รติ มคี วามสามัคคี รับฟัง
ความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตน ให้ความช่วยเหลือเก้ือกูลกนั สามารถแก้ปัญหาและขจัดความ
ขัดแยง้ ได้

4. ฆราวาสธรรม 4
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงปกครองแผ่นดินไทยด้วยธรรมะ ด้วยการ

ปฏบิ ตั ิพระองคเ์ ป็นแบบอย่างท่ดี เี สมอมา ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาททอี่ งิ หลกั ธรรมมาโดยตลอด
ดังเชน่ หลกั ธรรมเร่ือง “ฆราวาสธรรม 4” ซึ่งควรตอ้ งนอ้ มนำมาประดบั แก่ตน ประพฤติปฏิบัติให้ตนเอง
ก้าวไปสู่ความเป็นอริยบคุ คลในภายหน้า ประกอบด้วย

4.1 สจั จะ ความจรงิ คอื ดำรงมั่นในสัจจะ ซือ่ ตรง ซอ่ื สตั ย์ จริงใจ พูดจริง ทำจริง จะทำ
อะไรก็ให้เป็นท่เี ชื่อถือไว้วางใจได้

4.2 ทมะ การข่มใจ คือ บังคับควบคุมตนเองได้ รู้จักปรับตัวและแก้ไขปรับปรุงตนให้
กา้ วหนา้ ดีงามยิ่งขึน้ อยู่เสมอ

4.3 ขันติ อดทน คือ มุ่งหน้าทำหน้าที่การงานด้วยความขยันหม่ันเพียร เข้มแข็ง อดทน
ไม่หวนั่ ไหว มัน่ คงในจุดหมาย ไมท่ ้อถอย

4.4 จาคะ เสียสละ คือ มีน้ำใจเอือ้ เฟื้อ ช่วยเหลือเกือ้ กลู กัน บำเพ็ญประโยชน์ สละโลภ
ละทฐิ มิ านะได้ รว่ มงานกบั ผู้อื่นได้ ไมใ่ จแคบเหน็ แก่ตัวหรือเอาใจตน

สรุปได้ว่า การพัฒนาจริยธรรมด้วยการพัฒนาตนเองตามขั้นตอนดังท่ีกล่าว เป็นธรรมภาระท่ี
บคุ คลสามารถปฏิบัตไิ ด้ควบคู่กบั การดำเนนิ ชีวิตประจำวนั แตม่ ใิ ช่เป็นการกระทำในลักษณะเสร็จสน้ิ ตอ้ ง
กระทำอยา่ งตอ่ เนื่องจนเป็นนสิ ยั

แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการป้องกันการทุจริตด้านอาชีวศึกษา 141

• ความโปรง่ ใสในการปฏิบัติงาน

ความโปร่งใส (Transparency) หมายถึง การกระทำการใด ๆ ของภาครัฐ ทั้งในระดับบุคคล
และองค์กรทีผ่ ูอ้ ่นื สามารถมองเห็นได้ คาดเดาได้ และเขา้ ใจได้ ครอบคลมุ ถึงทุกการกระทำที่เป็นผลจาก
การตัดสินใจของผู้บริหาร “ความโปร่งใสในองค์กร” เน้นการขจัดอุปสรรค และ/หรือการอำนวยความ
สะดวกให้ประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารขององค์กร กฎ ระเบียบ และกระบวนการทำงาน
โดยสะดวก แสดงความรับผิดชอบพร้อมรับการตรวจสอบ รวมทั้งมีกระบวนการในการติดตามและ
ประเมินผลที่ชัดเจนตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งหลักความโปร่งใสและธรรมาภิบาลนี้เองจะช่วยให้องค์กร
ปลอดการทจุ รติ ได้

แต่ว่า ธรรมาภิบาลหรือการบริหารจัดการที่ดี ยังคงเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของ
ประชาชน โดยเฉพาะขา้ ราชการและพนักงานบริษัทเอกชน เพราะธรรมาภิบาลเป็นการบริหารงานให้มี
ประสิทธภิ าพและประสิทธิผล ต้ังมั่นอยบู่ นหลกั การบรหิ ารงานที่เทยี่ งธรรม สุจริต โปรง่ ใส ตรวจสอบได้
มีจิตสำนึกในการทำงาน มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำ พร้อมตอบคำถามหรือตอบสนองต่อผู้มี
สว่ นได้ส่วนเสียและพรอ้ มรบั ผิด มศี ลี ธรรม จรยิ ธรรมในการทำงาน การคำนงึ ถงึ การมสี ่วนร่วมในการรับรู้
ตัดสินใจ ดำเนินการและประเมินผล ตลอดจนร่วมรับผลจากการตัดสินใจร่วมนั้น มีการส่งเสริม
สถานภาพหญงิ ชาย และการใหค้ วามสำคญั กบั กลมุ่ ต่าง ๆ รวมท้ังคนด้อยโอกาส ตลอดจนการสร้างความ
เท่าเทียมกันทางสงั คมในการรับโอกาสต่าง ๆ ทป่ี ระชาชนพงึ จะได้รบั จากรัฐอีกดว้ ย ธรรมาภิบาลเป็นทั้ง
หลักการ กระบวนการและเป็นเป้าหมายไปในตัว การมีธรรมาภิบาลอาจนำมาสู่การมีประชาธิปไตย
ที่สมบูรณ์ได้ในที่สุด และการมีประชาธิปไตยก็นำมาสู่การมีผลทางสังคม คือการมีการพัฒนาประเทศ
ไปในทางท่สี ร้างความสงบสขุ อยา่ งตอ่ เนอื่ งและสถาพร ตลอดจนนำไปสู่การแก้ปญั หาความขัดแยง้ ต่าง ๆ
ท่ีจะเกดิ ขนึ้ ได้โดยสันตวิ ธิ ี

หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) หมายถึง แนวทางในการจัดระเบียบเพื่อให้สังคม
ของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ เอกชนและภาคประชาชน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และ
ต้ังอยใู่ น ความถูกตอ้ งเปน็ ธรรม ตามหลกั พนื้ ฐานการบรหิ ารกจิ การบา้ นเมอื งท่ีดี ดงั น้ี

1. หลักนิติธรรม (The Rule of Law) หมายถึง การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ
ข้อบังคับต่าง ๆ โดย ถือว่าเป็นการปกครองภายใตก้ ฎหมาย มิใชต่ ามอำเภอใจ หรอื อำนาจของตัวบุคคล
จะต้องคำนงึ ถึงความเป็นธรรมและความยตุ ิธรรม รวมทงั้ มีความรัดกุมและรวดเร็วด้วย ได้แก่

๑.๑ หลักการแบ่งแยกอำนาจ เป็นพื้นฐานที่สำคัญของหลักนิติธรรม เพราะเป็นหลักที่
แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การอยรู่ ่วมกนั ของการแบง่ แยกอำนาจ การตรวจสอบอำนาจ และการถว่ งดุลอำนาจ

๑.๒ หลักการค้มุ ครองสิทธิและเสรภี าพ เปน็ หลกั นิติธรรมท่ีมีความเกย่ี วพนั กันกับสิทธิใน
เสรีภาพของบคุ คล และสิทธใิ นความเสมอภาค สทิ ธทิ ัง้ สองประการดงั กลา่ วขา้ งต้นถอื ว่าเปน็ พ้ืนฐานของ
“ศกั ดิ์ศรีความเปน็ มนษุ ย”์ อันเป็นหลกั การสำคญั ตามเจตนารมณข์ องรัฐธรรมนญู

๑.๓ หลักความชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายตุลาการและฝ่ายปกครอง การใช้กฎหมายของ
ฝ่ายตุลาการ หรือฝ่ายปกครองที่เป็นการจำกัดสิทธิของประชาชนมีผลมาจากกฎหมายที่ได้รับความ

142 แนวทางการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการปอ้ งกนั การทุจรติ ด้านอาชวี ศึกษา

เห็นชอบ จากตัวแทนของประชาชน โดยฝ่ายตุลาการจะต้องไม่พิจารณาพิพากษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้
แตกตา่ งไปจากบทบญั ญตั ิของกฎหมาย ฝ่ายตลุ าการมคี วามผูกพันทจ่ี ะตอ้ งใชก้ ฎหมายอย่างเทา่ เทยี มกัน
ใช้ดุลพินจิ โดยปราศจากข้อบกพร่อง

๑.๔ หลักความชอบดว้ ยกฎหมายในทางเนอื้ หา เป็นหลกั ทเี่ รยี กร้องให้ฝา่ ยนิติบัญญัติหรือ
ฝ่ายปกครองที่ออกกฎหมายลำดับรอง กำหนดหลกั เกณฑ์ในทางกฎหมายให้เป็นตามหลักความแน่นอน
ของกฎหมาย หลกั หา้ มมิให้กฎหมายมีผลย้อนหลัง และหลกั ความพอสมควรแก่เหตุ

๑.๕ หลักความอสิ ระของผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสามารถทำภาระหน้าท่ีในทางตุลาการได้
โดยปราศจากการแทรกแซงใด ๆ โดยผู้พิพากษามีความผูกพันเฉพาะต่อกฎหมายและทำการพิจารณา
พิพากษาภายใต้มโนธรรมของตนเทา่ น้นั โดยวางอยบู่ นพนื้ ฐานของความอสิ ระจาก 3 ประการ กล่าวคือ
ความอิสระจากค่คู วาม ความอสิ ระจากรัฐ และความอิสระจากสังคม

๑.๖ หลัก “ไมม่ ีความผดิ และไม่มโี ทษโดยไม่มีกฎหมาย” เม่อื ไม่มีข้อบญั ญัตทิ างกฎหมาย
ให้เป็นความผิด แลว้ จะเอาผิดกบั บุคคลนน้ั ๆ มไิ ด้

๑.๗ หลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ หมายความว่า รัฐธรรมนูญได้รับการ
ยอมรับใหเ้ ปน็ กฎหมายทีอ่ ยใู่ นลำดับที่สงู สุดในระบบกฎหมายของรฐั น้ัน และหากกฎหมายท่อี ยู่ในลำดับ
ทต่ี ำ่ กวา่ ขดั หรือแย้งกับรฐั ธรรมนูญ กฎหมายดงั กล่าวยอ่ มไมม่ ผี ลบังคบั

๒. หลักคุณธรรม (Morality) หมายถึง การยึดมั่นในความถูกต้อง ดีงาม การส่งเสริมให้
บุคลากรพัฒนาตนเองไปพร้อมกัน เพื่อให้บุคลากรมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบ วินยั
ประกอบอาชีพสจุ ริต เป็นนิสัยประจำชาติ หลักคุณธรรม ประกอบด้วยหลักการสำคัญ 3 หลักการ คือ
หน่วยงานปลอดการทุจริต หน่วยงานปลอดจากการทำผิดวินัย และหน่วยงานปลอดจากการทำผิด
มาตรฐานวิชาชีพนยิ มและจรรยาบรรณ องค์ประกอบของคุณธรรมหรือพฤติกรรมทีพ่ ึงประสงค์ที่ปลอด
จากคอรร์ ัปชนั หรอื มคี อร์รปั ชนั น้อยลง

3. หลักความโปร่งใส (Accountability) ความโปร่งใสพอเทียบได้ว่ามีความหมายตรงข้าม
หรอื เกือบตรงขา้ มกับการทจุ ริตคอร์รัปชนั โดยท่เี ร่อื งทจุ ริตคอร์รัปชันมีความหมายในเชิงลบ และความ
น่าสะพรึงกลัวแฝงอยู่ ความโปร่งใสเป็นคำศัพท์ที่ให้แง่มุมในเชิงบวก และให้ความสนใจในเชิงสงบสขุ
ประชาชนเข้าถึงข้อมูลขา่ วสารได้สะดวกและเข้าใจง่าย และมีกระบวนการให้ประชาชนตรวจสอบความ
ถูกต้องอย่างชดั เจน หลักความโปร่งใสประกอบไปด้วยหลักการย่อย 4 หลักการ คือ หน่วยงานมีความ
โปร่งใสด้านโครงสร้าง หน่วยงานมคี วามโปร่งใสด้านการให้คุณ หน่วยงานมคี วามโปร่งใสดา้ นการให้โทษ
หนว่ ยงานมคี วามโปรง่ ใสดา้ นการเปิดเผยขอ้ มูล

4. หลักการมีส่วนร่วม (Participation) การให้โอกาสให้บุคลากรหรือผู้มีส่วนเกีย่ วข้องเขา้
มามีส่วนร่วมทางการบริหารจัดการเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ เช่น เป็นคณะกรรมการ
คณะอนุกรรมการและหรือคณะทำงาน โดยให้ข้อมูลความคดิ เหน็ แนะนำปรึกษา ร่วมวางแผนและร่วม
ปฏบิ ัติ การมสี ่วนร่วมของประชาชนเปน็ กระบวนการซ่งึ ประชาชนหรอื ผมู้ สี ่วนได้สว่ นเสียได้มโี อกาสแสดง
ทัศนะและเข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งมีการนำความ
คดิ เห็นดังกลา่ วไปประกอบการพจิ ารณากำหนดนโยบาย และการตัดสินใจของรฐั

แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การปอ้ งกันการทุจริตด้านอาชวี ศึกษา 143

การมีส่วนรว่ มของประชาชนเปน็ กระบวนการสือ่ สารในระบบเปิด กลา่ วคือ เป็นการสือ่ สาร
สองทาง ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งประกอบไปด้วยการแบ่งสรรข้อมลู ร่วมกนั ระหว่าง
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีในสังคม หลักการมีส่วนร่วมประกอบไปด้วย
หลักการสำคัญ 4 หลักการ คอื

4.1 ระดับการให้ข้อมูล เป็นระดับต่ำสุดและเป็นวิธีการท่ีง่ายที่สดุ ของการติดต่อส่อื สาร
ระหว่างผู้วางแผนโครงการกับประชาชน เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนเกี่ยวกับการตัดสินใจของผู้วางแผน
โครงการ และยังเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นหรือเข้ามาเกี่ยวข้องใด ๆ เช่น การแถลงข่าว การแจก
ขา่ ว การแสดงนิทรรศการ และการทำหนงั สือพมิ พ์ใหข้ ้อมูลเก่ยี วกบั กจิ กรรมต่าง ๆ

4.2 ระดับการเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน เป็นระดับขั้นที่สูงกว่าระดับแรก
กล่าวคอื ผ้วู างแผนโครงการเชิญชวนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นเพือ่ ใหไ้ ด้ขอ้ มูลมากข้ึน และประเด็น
ในการประเมินข้อดีข้อเสียชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการริเริ่ม
โครงการต่าง ๆ และการบรรยายให้ประชาชนฟังเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ แล้วขอความคิดเห็นจากผ้ฟู ัง
รวมไปถึงการร่วมปรึกษาหารอื เปน็ ต้น

4.3 ระดับการวางแผนร่วมกันและการตัดสินใจ เป็นระดับขั้นที่สูงกว่าการปรึกษาหารอื
กล่าวคือ เป็นเรื่องการมีส่วนร่วมที่มีขอบเขตกว้างมากขึ้น มีความรับผิดชอบร่วมกันในการตัดสินใจ
วางแผนเตรยี มโครงการ และเตรยี มรบั ผลทจ่ี ะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ ระดบั นีม้ กั ใช้ในกรณีทเี่ ป็น
เร่ืองซบั ซ้อนและมีขอ้ โตแ้ ยง้ มาก เชน่ การใชก้ ลุ่มทป่ี รกึ ษาซ่งึ เปน็ ผ้ทู รงคุณวุฒิในสาขาตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง
การใชอ้ นญุ าโตตลุ าการเพ่ือปญั หาขอ้ ขัดแย้ง และการเจรจาเพ่ือหาทางประนปี ระนอมกนั เป็นต้น

4.4 ระดับการพัฒนาศักยภาพในการมีส่วนร่วม สร้างความเขา้ ใจให้กับสาธารณชน เป็น
ระดับขั้นท่ีสูงสุดของการมีส่วนรว่ ม คือเป็นระดับที่ผูร้ ับผิดชอบโครงการได้ตระหนักถงึ ความสำคัญและ
ประโยชนท์ ีจ่ ะได้รบั จากการมสี ว่ นร่วมของประชาชน และไดม้ กี ารพัฒนาสมรรถนะหรือขดี ความสามารถ
ในการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากขึ้นจนอยู่ในระดับที่สามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ และเกิด
ประโยชน์สูงสุด

5. หลักความรับผิดชอบ (Responsibility) การตระหนักในสิทธิและหนา้ ท่ี ความสำนกึ ใน
ความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม การใส่ใจปัญหาการบรหิ ารจัดการ กระตอื รือร้นในการแก้ปัญหา และเคารพใน
ความคดิ เหน็ ท่ีแตกต่าง รวมทัง้ ความกล้าท่ีจะยอมรบั ผลดแี ละผลเสยี จากกระทำของตนเอง รวมถึงความ
รับผิดชอบในผลงาน หรือปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งการตอบสนองต่อ
ความคาดหวังของสาธารณะ เป็นเรื่องของความพร้อมท่ีจะรับผิดชอบ ความพร้อมที่จะถกู ตรวจสอบได้
โดยในแง่มุมของการปฏิบัติถอื วา่ สำนึกรบั ผิดชอบเปน็ คณุ สมบตั ิหรือทักษะที่บุคคลพงึ แสดงออกเพื่อเป็น
เครื่องชี้ว่าได้ยอมรับในภารกิจที่ได้รับมอบหมายและนำไปปฏิบัติด้วยความรับผิดชอบ ประกอบด้วย
หลกั การย่อย ดังน้ี

5.1 การมีเปา้ หมายที่ชัดเจน การมีเป้าหมายชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญสิ่งแรกของระบบสำนกึ
รับผิดชอบ กล่าวคือ องค์การจะต้องทำการกำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของการปฏิบัติ การสร้าง
วฒั นธรรมใหม่ใหช้ ัดเจนว่าต้องการบรรลุอะไรและเมอ่ื ไรทีต่ อ้ งการเห็นผลลพั ธน์ น้ั

144 แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการป้องกนั การทจุ ริตดา้ นอาชวี ศกึ ษา

5.2 ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกันจากเป้าหมายที่ได้กำหนดเอาไว้ ต้องประกาศให้ทุกคนได้
รับรู้และเกิดความเข้าใจถึงสิ่งที่ต้องการบรรลุและเงื่อนไขเวลาที่ต้องการให้เห็นผลงาน เปิดโอกาสให้
ทุกคนได้เป็นเจ้าของโครงการ สร้างวัฒนธรรมนี้ร่วมกัน เพื่อให้เกิดการประสานกำลังคน ร่วมใจกัน
ทำงานเพ่อื ผลติ ภาพโดยรวมขององคก์ าร

5.3 การปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จของการสร้างวัฒนธรรมสำนึก
รับผิดชอบ อยู่ทีค่ วามสามารถของหนว่ ยงานในการสอ่ื สารสรา้ งความเขา้ ใจใหเ้ กดิ ขนึ้ ในองคก์ าร ผบู้ ริหาร
ให้ความสนับสนุน แนะนำ ทำการตัดสินใจอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ และมีการประสานงานร่วมมอื กนั ทำงาน
ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในองค์การ

5.4 การจัดการพฤติกรรมที่ไม่เอื้อการทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลง
นบั วา่ เป็นเรอื่ งปกติ และทุกครง้ั ทม่ี กี ารเปลยี่ นแปลงมกั จะมีการต่อต้านการเปล่ยี นแปลงเสมอ หนว่ ยงาน
ต้องมีมาตรการในการจัดการกับพฤติกรรมการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อให้ทุกคนเกิดการ
ยอมรับแนวความคิดและเทคโนโลยใี หม่ ๆ

5.5 การมีแผนการสำรอง ส่วนประกอบสำคัญขององค์การที่มีลักษณะวัฒนธรรมสำนึก
รบั ผิดชอบ ตอ้ งมีการวางแผนฟนื้ ฟูทีส่ ามารถส่ือสารให้ทุกคนในองคก์ ารได้ทราบ และเข้าใจถึงแผนและ
นโยบายขององคก์ าร และท่ีสำคัญคอื ต้องมกี ารกระจายข้อมูลข่าวสารทถี่ กู ต้องสมบูรณ์ อยา่ งเปิดเผย

5.6 การติดตามและประเมินผลการทำงาน องค์การจำเป็นต้องมีการติดตามและ
ประเมินผลการทำงานเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบดูว่าผลงานนั้นเป็นไปตามมาตรฐาน
คุณภาพงานท่ีกำหนดไว้หรือไม่ ผลงานที่พบวา่ ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดต้องมีการดำเนนิ การ
แก้ไขในทนั ที ขณะทผ่ี ลงานทไี่ ดม้ าตรฐานตอ้ งไดร้ ับการยอมรับยกย่องในองค์การ

6. หลักความคุ้มค่า (Cost – effectiveness or Economy) หมายถึง การบริหารจัดการ
และใชท้ รพั ยากรทม่ี จี ำกดั เพอ่ื ใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สดุ แกส่ ว่ นรวม โดยรณรงค์ใหบ้ คุ ลากรมีความประหยัด
ใช้วสั ดุอุปกรณอ์ ย่างคุ้มคา่ และรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ย่ังยืน หลักการนี้คำนึงถึงประโยชน์
สงู สดุ แก่ส่วนรวมในการบรหิ ารการจดั การและการใช้ทรัพยากรทม่ี ีอยูอ่ ยา่ งจำกดั สง่ิ เหล่านี้เปน็ ผลในการ
ปฏิบตั อิ นั เกิดจากการใช้หลกั ธรรมาภบิ าลนน่ั เอง ประกอบด้วย

6.1 การประหยัด หมายถึง การทำงานและผลตอบแทนบุคลากรเป็นไปอย่างเหมาะสม
การไม่มคี วามขดั แย้งเรื่องผลประโยชน์ การมผี ลผลิตหรือบรกิ ารได้มาตรฐาน การมีการตรวจสอบภายใน
และการจดั ทำรายงานการเงิน และการมีการใชเ้ งินอยา่ งมีประสิทธิภาพ

6.2 การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด หมายถึง การใช้ทรัพยากรอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ การพัฒนาทรพั ยากรบคุ คล และการใช้ผลตอบแทนตามผลงาน

6.3 ความสามารถในการแข่งขัน หมายถึง การมีนโยบาย แผน วิสัยทัศน์ พันธกิจและ
เป้าหมาย การมีการเน้นผลงานด้านบริการ การมีการประเมินผลการทำงาน และผู้บริหารระดับสูงมี
สภาวะผู้นำ

แนวทางการจดั กิจกรรมส่งเสริมการปอ้ งกันการทจุ ริตด้านอาชีวศกึ ษา 145

• มาตรการของรัฐในการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริตของรฐั

ปัญหาการทุจริตในประเทศไทยเป็นปญั หาทสี่ ัง่ สมตดิ ตอ่ กนั มายาวนาน สง่ ผลกระทบโดยตรงต่อ
ระบบสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคงของประเทศ รวมถึงภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อ
สายตาของประชาคมโลก ซึ่งนับวันรูปแบบการทุจริตจะมีความหลากหลายและทวีความรุนแรงมากขน้ึ
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาทุจริตให้หมดไป จึงต้องสร้างระบบการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริตให้มีประสิทธิภาพ โดยมาตรการของรัฐในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
มีดงั น้ี

1. รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทยพุทธศกั ราช 2560 กำหนดในหมวดท่ี 4 หน้าท่ีของ
ประชาชนชาวไทยว่า “...บุคคลมีหน้าที่ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุก
รปู แบบ” ถอื ไดว้ ่าเป็นครั้งแรกท่รี ฐั ธรรมนญู ไดก้ ำหนดให้การปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ เป็นหน้าท่ี
ของประชาชนชาวไทยทุกคน นอกจากนี้ ยงั กำหนดชดั เจนในหมวดที่ 5 หน้าทข่ี องรัฐว่า “รฐั ตอ้ งสง่ เสริม
สนับสนุนและให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายทีเ่ กิดจากการทจุ ริตและประพฤติมิชอบทัง้ ภาครัฐและ
ภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไกทม่ี ปี ระสิทธภิ าพเพอ่ื ป้องกันและขจดั การทุจรติ และประพฤติ
มิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกัน เพื่อมีส่วนร่วมในการ
รณรงค์ให้ความรู้ต่อตา้ นการทจุ ริต หรอื ชีเ้ บาะแส โดยไดร้ บั ความคุ้มครองจากรฐั ตามทก่ี ฎหมายบัญญัติ”
การบริหารราชการแผ่นดนิ รัฐต้องเสริมสร้างให้ประชาชนได้รับบริการทีส่ ะดวก มีประสิทธิภาพท่สี ำคญั
คอื ไมเ่ ลอื กปฏบิ ัตติ ามหลักการบริหารกจิ การบ้านเมืองท่ดี ี ซ่งึ การบริหารงานบคุ คลของหน่วยงานของรัฐ
ต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรมตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรการป้องกนั มิให้ผู้ใดใช้
อำนาจหรอื กระทำการโดยมิชอบแทรกแซงการปฏิบัตหิ น้าที่ หรือกระบวนการแต่งต้งั หรอื การพิจารณา
ความดีความชอบของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ และรัฐต้องจัดให้มมี าตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานใช้
เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจา้ หน้าทีใ่ นหน่วยงาน ซึ่งต้องไมต่ ่ำกว่ามาตรฐานทาง
จริยธรรมดังกล่าว

2. วาระการปฏิรปู ท่ี 1 การป้องกนั และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมชิ อบของสภา
ปฏิรปู แหง่ ชาติ สภาปฏิรปู แหง่ ชาตใิ นฐานะองคก์ รท่มี ีบทบาทและอำนาจหนา้ ที่ในการปฏิรูปกลไก และ
ปฏิบัติงานด้านการบรหิ ารราชการแผ่นดิน ได้มีข้อเสนอเพื่อปฏริ ูปด้านการปอ้ งกนั และปราบปรามการ
ทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน เป็นรูปธรรม
ปฏิบัติได้ สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและบริบทของสังคมไทย โดยเสนอให้มียุทธศาสตร์การแก้ไข
ปัญหา 3 ยทุ ธศาสตร์ ประกอบด้วย

2.1 ยทุ ธศาสตรก์ ารปลูกฝัง “คนไทย ไม่โกง” เพื่อปฏริ ปู คนใหม้ จี ิตสำนึก สร้างจิตสำนึก
ที่ตัวบุคคลรับผิดชอบชั่วดี อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ มองว่าการทุจริตเป็นเรื่องน่ารังเกียจ เป็นการ
เอาเปรียบสงั คมและสังคมไม่ยอมรบั

2.2 ยุทธศาสตร์การปอ้ งกันดว้ ยการเสรมิ สรา้ งสังคมธรรมาภิบาล เพื่อเป็นระบบป้องกนั
การทุจริต เสมอื นการสรา้ งระบบภูมิตา้ นทานแก่ทุกภาคสว่ นในสังคม


Click to View FlipBook Version