แผนการจดั การเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา
รายวชิ า พลศกึ ษา 4 (แบดมนิ ตัน 2)
รหสั วชิ า พ22104
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
นายยทุ ธชยั แก้วสารทอง
ตาแหนง่ ครูวิทยฐานะครชู านาญการ
โรงเรยี นวิเชยี รมาตุ
สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 13
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน
คำนำ
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ า พ 22104 พลศึกษา 4 ( แบดมินตนั 2 ) เป็นรายวชิ าพลศึกษาพ้นื ฐาน
ประกอบการจดั การเรียนการสอนนกั เรียน ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 โรงเรียนวเิ ชียรมาตุ ขา้ พเจา้ ไดศ้ ึกษา
กรอบ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้จากหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ.2551 ออกแบบการจดั การเรียน
การสอนและจดั การเรียนรู้ให้สอดคลอ้ ง โดยจดั ทาโครงสร้าง โครงการสอน คาอธิบายรายวชิ า แผนการ
จดั การเรียนรู้ในแตล่ ะหน่วยการเรียน มีแผนการจดั การเรียนรู้ ใบความรู้และการวดั ผลประเมินผล
สอดคลอ้ งกบั ศกั ยภาพและความสามารถของผเู้ รียน
ในการจดั ทาแผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ า พ 22104 พลศึกษา 4 ( แบดมินตนั 2 ) คร้ังน้ี จกั เป็น
ประโยชน์สาหรับครูผสู้ อนในการพฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีความรู้ ความสามารถตามศกั ยภาพ
นายยทุ ธชยั แกว้ สารทอง
ครู
โรงเรียนวเิ ชียรมาตุ
ก
หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
1. ความสาคัญ ธรรมชาติ และลกั ษณะเฉพาะ
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จดั เป็ นสาระการเรียนรู้ท่ีเป็ นพ้ืนฐานสาคญั ที่
ผเู้ รียนทุกคนจาเป็ นตอ้ งเรียนรู้ เพราะการมีสุขภาพดีเป็ นคุณลกั ษณะที่พึงประสงคป์ ระการแรกของ
คนไทยที่รัฐบาลกาหนดไวเ้ ป็ นนโยบายและมาตรการในการจดั การศึกษาของประเทศ เพื่อพฒั นา
ทรัพยากรของมนุษยใ์ ห้สามารถยืนหยดั อย่างไทยในประชาสังคมโลก ท้งั ปัจจุบนั และอนาคต
โดยการจดั การเรียนการสอนตามหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ของกลุ่มสาระ
การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ซ่ึงมุ่งเนน้ เรื่อง การปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพการป้องกนั โรค
การส่งเสริมการพฒั นาสุขภาพ และการบริหารจดั การชีวิต เพ่ือดารงสุขภาพท่ีดีอนั เป็ นรากฐาน
สาคญั อยา่ งยง่ิ ในการดาเนินชีวติ ทีสมดุลท้งั ทางร่างกาย จิตใจอารมณ์ สงั คมและจิตวญิ ญาณ อนั เป็ น
องคป์ ระกอบของการมีสภาวะสุขภาพท่ีสมบูรณ์
การเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มุ่งเน้นการพฒั นาผูเ้ รียนด้าน
ปัญญา พฒั นาระบบการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ การตดั สินใจ และการแกป้ ัญหา โดยการให้ผูเ้ รียน
เรียนรู้เกี่ยวกบั ตนเอง เขา้ ใจธรรมชาติและชีวิต รู้จกั และเขา้ ใจตนเอง เห็นคุณค่าของตนและผูอ้ ื่น
รักการออกกาลังกายและเล่นกีฬา รวมท้งั มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่ดี เพื่อให้สามารถ
ปฏิบตั ิตนไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม ท้งั ในดา้ นการป้องกนั การส่งเสริม และการดารงไวซ้ ่ึงสุขภาพท่ีดี
อย่างถาวรท้งั ของตนเอง ครอบครัว และชุมชน ดงั น้ันในการจดั การเรียนการสอนสุขศึกษาและ
พลศึกษา จะเป็ นการมุ่งเน้นการเรียนรู้ทางปัญญา เพ่ือวางรากฐานด้านสุ ขภาพให้เข้มแข็ง
เป็ นการเตรียมความพร้อมเพ่ือป้องกนั ปัญหาสุขภาพต้งั แต่เร่ิมแรก ให้สามารถเผชิญสถานการณ์
ท่ีคุกคามสุขภาพไดต้ ลอดไป อนั จะนาไปสู่การพฒั นาสุขภาพท่ียงั่ ยืนตรงตามเป้าหมาย สอดคลอ้ ง
กับแนวความคิดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2540 ที่ว่า “ สุขภาพเป็ น
พ้นื ฐานของชุมชน ”
2. วสิ ัยทศั น์
การจดั การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาในสถานศึกษา มุ่งเนน้ ให้ผูเ้ รียนไดเ้ กิดการพฒั นา
ครบถ้วนจากสาระต่าง ๆ คือ การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ชีวิตและครอบครัว
การเคล่ือนไหว การออกกาลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล การสร้างเสริมสุขภาพ
สมรรถภาพ การป้องกนั โรค และความปลอดภยั ในชีวติ รวมท้งั สามารถจดั ให้สอดคลอ้ งเชื่อมโยง
บูรณาการกบั สาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ อีก 7 กลุ่มสาระและยงั นาไปจดั เป็ นกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนเพ่ือ
การเติมเตม็ ใหแ้ ก่ผเู้ รียนไดอ้ ีกดว้ ย
ข
3. คุณภาพผ้เู รียน
จบช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3
3.1 สามารถดูแลสุขภาพสร้างเสริมสุขภาพป้องกนั โรคหลีกเล่ียงปัจจยั เสี่ยงและ
พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพอุบตั ิเหตุการใชย้ าสารเสพติดและความรุนแรงไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
ดว้ ยการวางแผนอยา่ งเป็ นระบบ
3.2 แสดงออกถึงความรักความเอ้ืออาทรความเขา้ ใจในอิทธิพลของครอบครัวเพ่ือน
สงั คมและวฒั นธรรมที่มีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรมทางเพศการดาเนินชีวติ และวถิ ีชีวติ ที่มีสุขภาพดี
3.3 ออกกาลงั กายเล่นกีฬาเขา้ ร่วมกิจกรรมนนั ทนาการกิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพ
เพอ่ื สุขภาพโดยนาหลกั การของทกั ษะกลไกลมาใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งสม่าเสมอดว้ ยความชื่นชมและ
สนุกสนาน
3.4 แสดงความรับผิดชอบใหค้ วามร่วมมือและปฏิบตั ิตามกฎกติกาสิทธิหลกั ความ
ปลอดภยั ในการเขา้ ร่วมกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬาจนประสบความสาเร็จตามเป้าหมายของ
ตนเองและทีม
3.5 แสดงออกถึงการมีมารยามทในการดูการเล่นและการแขง่ ขนั ดว้ ยความมีนา้ ใจ
นกั กีฬาและนาไปปฏิบตั ิในทุกโอกาสจนเป็ นบุคลิกภาพท่ีดี
3.6 วเิ คราะห์และประเมินสุขภาพส่วนบุคคลเพือ่ กาหนดวธิ ีลดความเสี่ยงสร้างเสริม
สุขภาพดารงสุขภาพการป้องกนั โรคและการจดั การกบั อารมณ์และความเครียดไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
3.7 ใชก้ ระบวนการทางประชาสงั คมสร้างเสริมใหช้ ุมชนเขม้ แขง็ ปลอดภยั และมีวถิ ี
ชีวติ ท่ีดี
4. สาระการเรียนรู้
สาระที่ 1 : การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
มาตรฐาน พ 1.1 : เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโต และพฒั นาการของมนุษย์
สาระที่ 2 : ชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน พ 2.1 : เขา้ ใจและเห็นคุณค่าของชีวติ ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะ
ในการดาเนินชีวติ
สาระท่ี 3 : การเคล่ือนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ 3.1 : เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และ
กีฬา
มาตรฐาน พ 3.2 : รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกมและการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจา
ค
อยา่ งสม่าเสมอ มีวนิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนกั กีฬา มีจิตวิญญาณในการ แขง่ ขนั และชื่นชม
ในสุนทรียภาพของการกีฬา
สาระที่ 4 : การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกนั โรค
มาตรฐาน พ 4.1 : เห็นคุณค่า และมีทกั ษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ
การป้องกนั โรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพือ่ สุขภาพ
สาระที่ 5 : ความปลอดภัยในชีวติ
มาตรฐาน พ 5.1 : ป้องกนั และหลีกเล่ียงปัจจยั เสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบตั ิเหตุ
การใชย้ า สารเสพติด และความรุนแรง
5. ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ระดับช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 1-3
สาระที่ 3 การเคล่ือนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และ
กีฬา
ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.1–ม.3 1. วเิ คราะห์ความคิดรวบยอดเก่ียวกบั ความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั การเคลื่อนไหว
การเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ ในการ รูปแบบตา่ ง ๆ ในการเล่นกีฬา
เล่นกีฬา การวเิ คราะห์ความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั การ
เคลื่อนไหวรูปแบบตา่ งๆ ในการเล่นกีฬา
2.ใชค้ วามสามารถของตนเองเพ่ือเพ่มิ การใชค้ วามสามารถของตนในการเล่น
ศกั ยภาพของทีม คานึงถึงผลที่เกิดต่อ กีฬา เพื่อเพ่มิ ศกั ยภาพของทีม โดยคานึงถึง
ผอู้ ่ืนและสงั คม ผลท่ีเกิดต่อผอู้ ่ืนและสังคม
3.เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภท กีฬาประเภทบุคคล / คู่ ประเภททีม เช่น
บุคคล / คู่ กีฬาประเภททีมไดอ้ ยา่ ง ฟุตซอล รักบ้ีฟุตบอล ยมิ นาสติก ลีลาศ
นอ้ ย 1 ชนิด ซอฟทบ์ อล เทนนิส เซปักตะกร้อ มวยไทย
กระบี่กระบอง พลอง งา้ ว
4. แสดงการเคลื่อนไหวไดอ้ ยา่ ง การเคลื่อนไหวท่ีสร้างสรรค์ เช่น กิจกรรม
สร้างสรรค์ เขา้ จงั หวะ เชียร์ลีดเดอร์
5. เขา้ ร่วมกิจกรรมนนั ทนาการนอก การนาหลกั การและแนวคิดของกิจกรรม
โรงเรียน และนาหลกั การแนวคิด นนั ทนาการไปปรับปรุงและพฒั นาคุณภาพ
ไปปรับปรุงและพฒั นาคุณภาพชีวติ ชีวติ ของตนและสังคม
ของตนและสงั คม
ง
มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจา
อยา่ งสม่าเสมอ มีวนิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนกั กีฬา มีจิตวญิ ญาณในการแข่งขนั และ
ชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา
ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม. 1–ม.3 ออกกาลงั กายและเล่นกีฬาท่ีเหมาะสม การออกกาลงั กายดว้ ยวธิ ีท่ีชอบ เช่น
กบั ตนเองอยา่ งสม่าเสมอ และใช้ ฝึกกายบริหารแบบต่างๆ ข่ีจกั รยาน
ความสามารถของตนเองเพิ่มศกั ยภาพ การออกกาลงั กายจากการทางาน
ของทีม ลดความเป็ นตวั ตน คานึงถึง ในชีวติ ประจาวนั การรากระบอง รามวยจีน
ผลท่ีเกิดตอ่ สังคม การเล่นกีฬาประเภทบุคคล และประเภท
ทีม
การใชค้ วามสามารถของตนในการเพิม่
ศกั ยภาพของทีมในการเล่นกีฬาและการเล่น
โดยคานึงถึงประโยชน์ต่อสงั คม
การวางแผนกาหนดกิจกรรมการออกกาลงั -
กายและเล่นกีฬา
อธิบายและปฏิบตั ิเกี่ยวกบั สิทธิ กฎ สิทธิ กฎ กติกาการเล่นกีฬา
กติกา กลวธิ ีต่างๆ ในระหวา่ งการ กลวธิ ี หลกั การรุก การป้องกนั อยา่ ง
เล่น การแขง่ ขนั กีฬากบั ผอู้ ่ืนและ สร้างสรรคใ์ นการเล่นและแข่งขนั กีฬา
นาไปสรุปเป็นแนวปฏิบตั ิและใชใ้ น การนาประสบการณ์จากการเล่นกีฬาไปใช้
ชีวติ ประจาวนั อยา่ งต่อเน่ือง ในชีวติ ประจาวนั
แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การปฏิบตั ิตนในเรื่องมารยาทในการดู การ
การเล่นและการแข่งขนั กีฬา ดว้ ย เล่น การแขง่ ขนั ความมีน้าใจนกั กีฬา
ความมีน้าใจนกั กีฬา และนาไปใช้ บุคลิกภาพที่ดี
ปฏิบตั ิทุกโอกาส จนเป็นบุคลิกภาพที่
ดี
ร่วมกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬา ความสุขท่ีไดจ้ ากการเขา้ ร่วมกิจกรรมทาง
อยา่ งมีความสุข ช่ืนชมในคุณคา่ และ กาย และเล่นกีฬา
ความงามของการกีฬา คุณคา่ และความงามของการกีฬา
จ
คำอธิบำยรำยวิชำ
รำยวิชำแบดมินตนั 2 รหัสวชิ ำ พ 22104 (พลศกึ ษำ4)
ช้ันมัธยมศึกษำปีที่ 2 ภำคเรยี นที่ 2 1 ชั่วโมง/สัปดำห์
20 ชั่วโมง/ภำคเรยี น 0.5 หนว่ ยกิต
.............................................................................................................................................................
ศึกษาเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในกฎกติกา การแข่งขันกีฬาแบดมินตัน หลักและวิธีการ
เล่นกีฬาแบดมนิ ตัน มารยาทผู้เลน่ ผู้ชมท่มี ีต่อการแข่งขันกีฬาแบดมินตัน ปฏิบัตทิ กั ษะข้นั พน้ื ฐานและ
ทักษะช้นั สงู ของกีฬาแบดมินตัน สมรรถภาพทางกายดแี ละสามารถเขา้ รว่ มการแขง่ ขนั กีฬาแบดมินตัน
ตามความถนัดและความสนใจ ตลอดจนมีนา้ ใจเป็นนักกีฬา สามารถทา้ งานเป็นทมี และจัดการแขง่ ขัน
กีฬาแบดมินตนั
รหัสตวั ชี้วดั
พ 3.1
พ 3.2
รวม 9 ตวั ชี้วัด
ฉ
โครงกำรสอน
กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ุขศกึ ษำและพลศึกษำ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปีที่ 2 ภำคเรยี นที่ 2 ปกี ำรศึกษำ 2564 รำยวิชำเพิม่ เติม
รหสั วชิ ำ พ22104 (พลศึกษำ 4) รำยวชิ ำ แบดมนิ ตัน 2 เวลำ 1 ช่ัวโมง/สัปดำห์
0.5 หนว่ ยกติ
อตั รำส่วนคะแนนระหว่ำงภำค : ปลำยภำค 80 : 20
ชอื่ หน่วยกำรเรยี นรู้ ตวั ช้วี ัด/ผลกำรเรียนรู้ ช่ัว นำ้ หนักคะแนน
โมงที่
K P A ก่อน กลำง หลัง ปลำย
ภำค
กำรเคลอื่ นไหวกำร 1.กฎ กติกา การแขง่ ขันกีฬา 1-2 10 10 - 10 10 - -
ออกกำลังกำย กำรเล่น แบดมินตนั
เกม กฬี ำไทย กฬี ำ 2.หลักและวิธีการเลน่ กีฬา 3-4 5 10 - 10 5 - -
สำกล แบดมินตนั
3.ทกั ษะพืน้ ฐานและทักษะขน้ั สูง 5-9 5 10 - 10 5 - -
ของกฬี าแบดมินตนั
สอบวัดผลกลางภาค 10
4.การเข้าร่วมการแข่งขนั กีฬา 11-15 10 15 5 - - 20 10
แบดมนิ ตัน
5.การทา้ งานเปน็ ทีมและการ 16-19 10 5 5 - - 10 10
จัดการแข่งขนั กีฬาแบดมนิ ตัน
สอบวดั ผลปลายภาค 20
รวมคะแนนกอ่ นกลางภาค/กลาง 40 50 10 30 20 30 20
ภาค/หลงั กลางภาค/ปลายภาค
รวมท้ังหมด 100
ลงชื่อ.......................................ครผู สู้ อน ลงช่อื .................................
(นายยุทธชยั แก้วสารทอง) (นายจิรศักดื ชยั เพชร)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2
รายวชิ า แบดมนิ ตัน 2
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา เวลา 1 คาบ
รหสั วชิ า พ 22104
เร่อื ง กฎ กตกิ า มารยาท การเล่นกีฬาแบดมินตนั
1. มาตรฐานการเรียนการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มที กั ษะในการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกมและกีฬา
มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกาลังกาย การเล่นเกม การเลน่ กฬี าปฏบิ ัติเป็นประจาสมา่ เสมอ
มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีนาใจนกั กีฬา มจี ิตวิญญาณในการแขง่ ขันและชืน่ ชมในสนุ ทรยี ภาพของ
กีฬา
2. ผลการเรียนที่คาดหวัง
1. นักเรียนสามารถอธบิ ายเก่ยี วกบั ขนั ตอนของกฎ กติกา มารยาท การเล่นกีฬาแบดมินตันได้ถกู ต้อง
(K)
2. นกั เรยี นสามารถฝึกปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาท การเล่นกีฬาแบดมนิ ตัน (P)
3. นกั เรียนมคี วามตงั ใจใฝเ่ รียนรู้ในการเรียนเร่ืองกฎ กติกา มารยาท การเล่นกีฬาแบดมนิ ตนั
(A)
3. สาระสาคญั
กฎ กติกา มารยาท การเล่นกีฬาแบดมินตัน ความปลอดภัยในการเล่นแบดมนิ ตัน เปน็ สง่ิ ท่ีทกุ คน
ต้องปฏิบัติโดยเครง่ ครัด และ สามารถนาไปประยุกตใให้เป็นประโยชนใในชีวิตประจาวันได้อย่างมีความสุข
และปลอดภัย การแข่งขันแบดมินตันประเภทเดี่ยวและประเภทคู่ มีความสาคัญอย่างย่ิง เน่ืองจากเป็น
เกมที่จะทดสอบความสามารถของผู้เล่นในด้านต่างๆ เช่น พละกาลัง ความเร็ว ความอดทน ไหวพริบ
สมาธิและจิตใจ ท่ีเข้มแข็ง ผู้เล่นแต่ละคนต้องรับผิดชอบ รักษาเร่ืองพืนท่ีในสนามแคบกว่า เข้าประชิดตี
ลูกได้เร็วขึนและใช้ลูกตบได้บ่อยโดยไม่ต้องเกรงว่าจะเสียการ ทรงตัว เพราะคู่พร้อมที่จะตีลูกคอย
ช่วยเหลืออยู่แล้ว ต้องเข้าใจกลวิธีการเล่นต่างๆ เหมือนกันทุกประการ การเล่นคู่ต้องหัดคู่กันมา เป็น
เวลานานจึงจะร้ถู ึงจิตใจกนั ดี การเล่นคู่กม็ ีหลายรูปแบบ เชน่ การเล่นตาแหน่งซ้าย-ขวา การเล่นตาแหน่ง
หนา้ -หลัง และการเลน่ ตาแหน่งหมุนเวียน
4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. สาระการเรียนรู้
หลักการ กฎ กติกา มารยาท การเลน่ กีฬาแบดมนิ ตัน
6. จดุ เน้นสกู่ ารพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน ทักษะศตวรรษท่ี 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลัก 4Cs)
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
ทักษะด้านการสร้างสรรคใ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะดา้ นความร่วมมอื การทางานเปน็ ทีม และภาวะผ้นู า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะดา้ นการส่ือสารสนเทศ และร้เู ทา่ ทันสื่อ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะดา้ นชวี ิตและอาชีพ
ความยืดหยนุ่ และการปรบั ตัว
การรเิ ริม่ สร้างสรรคแใ ละการเป็นตวั ของตัวเอง
ทักษะสงั คม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม
การเป็นผู้สร้างหรอื ผู้ผลิต และความรบั ผดิ ชอบเช่ือถือได้
ภาวะผูน้ าและความรบั ผิดชอบ
คณุ ลกั ษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คุณลักษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเป็นผูน้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การชนี าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
คณุ ลักษณะด้านศลี ธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อน่ื ความซื่อสัตยใ สานกึ พลเมือง
7. ช้นิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู)้ (เขยี นใหส้ อดคล้องกับจดุ ประสงค์)
รายงานเร่ืองกฎ กตกิ า มารยาท การเลน่ กีฬาแบดมนิ ตนั
8. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (ใชก้ ระบวนการกลุม่ กระบวนการสรา้ งความรู้ความเข้าใจและ
บูรณาการหลักคิดของหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เง่ือนไข)
ขน้ั เตรยี มการสอน
1.1 ครใู หน้ ักเรียนนัง่ ตามกลุ่มทค่ี รไู ดจ้ ดั กลุ่มไวใ้ หก้ ับนักเรยี น
1.2 ครูทักทายนกั เรยี น ถามสารทกุ ขใสุขดบิ พรอ้ มเช็คชอ่ื นักเรียน
1.3 ครูตรวจความเรียบร้อยของเคร่ืองแต่งกายและสุขภาพของนักเรียนเพื่อความปลอดภัยใน
การเรียนการสอน
ขน้ั อธิบายและสาธติ
1.1 ครูอธบิ ายเกีย่ วกบั หลักการและความสาคญั ของกฎ กติกา มารยาท การเล่นกฬี าแบดมนิ ตัน
โดยการเปิดวดี โี อและส่ือการสอนให้นักเรียนศกึ ษา
1.2 ครอู ธิบายเพิ่มเติมพอสังเขป เพอ่ื ทีจ่ ะใหน้ ักเรยี นได้เกดิ ความเข้าใจในเนือหาทค่ี รูสอน
ข้ันปฏิบตั ิ
1.1 นกั เรียนโตต้ อบ เกี่ยวกบั กฎ กตกิ า มารยาท การเลน่ กฬี าแบดมนิ ตนั และแลกเปลี่ยนความ
คิดเหน็
1.2 ให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั ศึกษาจากใบความรทู้ ี่ 1.1 เรอื่ ง กฎ กติกา มารยาท การเล่น
กีฬาแบดมนิ ตัน ภายในกลุ่มของตนเอง
ข้ันนาไปใช้
1.1 ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ออกมารายงานหน้าชนั เรียน เรื่อง เร่ือง กฎ กติกา มารยาท การเล่น
กีฬาแบดมินตัน จากใบความรู้ที่ 1.1 เร่ืองกฎ กติกา มารยาท การเล่นกีฬาแบดมินตัน ที่ได้
ไปศกึ ษา โดยแต่ละกลมุ่ จะรายงานไปเร่อื ยๆ
1.2 ครจู ะบอกให้เปลีย่ นกลมุ่ พรอ้ มทังครอู ธิบายเพมิ่ เติมในจุดทย่ี งั บกพร่อง หรือไมเ่ ขา้ ใจ
1.3 ครใู หน้ ักเรยี นดตู วั อยา่ งการแขง่ ขนั แบดมินตนั
ขน้ั สรปุ
1.1 ครูใหน้ ักเรยี นน่ังตามกลุ่มให้เป็นระเบียบ
1.2 ครูซักถามสิ่งทเ่ี รยี นในวนั นี และสรุปความรู้ที่เรียนอีกครัง
1.3 ครูเน้นซาเรื่องประโยชนใของการอบอุ่นร่างกาย และ การยืดเหยียดร่างกาย เพ่ือลดอาการ
บาดเจ็บอันเน่ืองมาจากการออกกาลังกายและเป็นการสร้างเสริมสมรรถภาพด้านความอ่อน
ตวั และใหน้ ักเรยี นจบั ฉลากเพอื่ ท่จี ะออกมานาการบรหิ ารก่อนเรียน
1.4 ครูให้นักเรียนตรวจความเรียบร้อยของเคร่ืองแต่งกาย และให้นักเรียนไปเรียนในรายวิชา
ต่อไป
9. ส่ือการสอน
1. Power point เรอ่ื งกฎ กตกิ า มารยาท การเล่นกีฬาแบดมนิ ตนั
2. วดี ิโอ เรื่อง การแข่งขันแบดมินตนั
3. ใบความร้ทู ี่ 1.1
4. ใบเชค็ รายชื่อนกั เรยี น
5. อุปกรณใทเี่ ก่ยี วกบั กฬี าแบดมินตัน
10. แหล่งเรียนรู้
- หนงั สือกฎ กติกา มารยาท การเล่นกีฬาแบดมนิ ตนั
- อินเตอรเใ น็ต
11. การวัดและประเมนิ ผล
11.1 การประเมนิ ตามจดุ ประสงค/์ ตวั ช้ีวัด
จดุ ประสงค์ วธิ ีวัดการวัด เครอื่ งมือวดั เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การผ่าน
แบบทดสอบ
และประเมนิ ผล ตอบคาถามได้ถกู ตอ้ ง นกั เรยี นมีความ
เข้าใจเนือ้ หา
1.ด้านความรู้ (K) ต้ังคาถาม-ตอบ อยา่ งนอ้ ย 80%
1.1 นักเรียน
สามารถอธบิ าย
เก่ียวกบั ขันตอน
ของกฎ กติกา
มารยาท การเล่น
กีฬาแบดมินตนั ได้
ถกู ต้อง
2.ด้านทกั ษะ/ ฝกึ ปฏบิ ตั ิ -แบบสงั เกตจาก ปฏบิ ตั ิทกั ษะได้ นกั เรียนสามารถ
การปฏบิ ัติ ถูกตอ้ ง ปฏิบตั ไิ ดถ้ ูกต้อง
กระบวนการ (P) -แบบฝึกทกั ษะ ตามทักษะอย่าง
นอ้ ย 80%
2.1 นกั เรยี น
สามารถฝกึ ปฏิบัติ
ตามกฎ กติกา
มารยาท การเลน่
กีฬาแบดมินตัน
3.ดา้ นคุณลักษณะ สังเกตพฤตกิ รรม -แบบสังเกต มีความสนใจเรยี นรู้ นักเรยี นจะตอ้ ง
ผา่ นเกณฑ์ระดับ
ทพี่ ึงประสงค์ (A) ในการเรยี นรู้ พฤตกิ รรม คุณภาพการ
ประเมินระดบั
3.1 นักเรียนมี รายบคุ คล พอใชข้ น้ึ ไป
ความตงั ใจใฝเ่ รยี นรู้ -แบบสงั เกต
ในการเรยี นเร่ืองกฎ พฤตกิ รรมรายกลุ่ม
กติกา มารยาท การ -แบบประเมนิ
เล่นกีฬาแบดมนิ ตัน คุณลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์
11.2 การประเมินสมรรถนะสาคญั คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสาคัญ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
ประเดน็ การประเมิน วธิ วี ัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การให้คะแนน
สมรรถนะหลัก สงั เกตจากพฤตกิ รรม นักเรยี นจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมิน ระดับคณุ ภาพการประเมนิ
ทักษะชีวิต สงั เกตจากพฤติกรรม สมรรถนะสาคญั ของ ระดับพอใชข้ น้ึ ไป
ผเู้ รียนดา้ น
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ สังเกตการให้เหตผุ ล ความสามารถในการ นกั เรยี นจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใช้ทกั ษะชวี ิต ระดบั คุณภาพการประเมิน
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ช้นั เรียน ระดับพอใชข้ ึน้ ไป
แบบประเมนิ ดา้ น นกั เรียนจะต้องผ่านเกณฑ์
คณุ ลักษณะอนั พึง ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
ประสงคข์ องผเู้ รยี น ระดับพอใช้ขึ้นไป
แบบประเมนิ ด้าน
ทักษะศตวรรษท่ี 21
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผใู้ ช้แผนเขียนเสนอแนะ)
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
13. บนั ทกึ หลังสอน
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
นกั เรยี นจานวน.........................................คน
ผ่านจุดประสงคใการเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจุดประสงคกใ ารเรียนรู้โดยรวม..................คนคิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรยี นท่ีมีความสามารถพิเศษ/นักเรยี นเด็กพิเศษ ได้แก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรียนทไ่ี มผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงคดใ า้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมินจดุ ประสงคใดา้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ได้แก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นักเรียนที่ไมผ่ ่านการประเมินจุดประสงคใด้านเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
13.2 ปัญหา/อุปสรรค
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปัญหาอปุ สรรค)
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................................ครผู ู้สอน
(..นายยุทธชัย แกว้ สารทอง...)
ตาแหน่ง...ครชู านาญการ........
…………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ หัวหน้ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................หวั หน้ากลุ่มสาระฯ
(..นายจริ ศักดิ์ ชยั เพชร...)
…………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง......................................................................................แลว้
มีความคิดเห็นดงั นี
1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจัดกิจรรมไดน้ ากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผู้เรยี นเปน็ สาคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยงั ไม่เน้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรบั ปรุงก่อนนาไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชอื่ .............................................รองผอู้ านวยการโรงเรยี นกลมุ่ บริหารวชิ าการ
(นางอัมพร สงวนศักดิ์)
…………./……………./…………
ความคดิ เหน็
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงช่อื .............................................ผูอ้ านวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐใ)
…………./……………./…………
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 2 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2
รายวิชา แบดมินตนั 2
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา เวลา 1 คาบ
รหัสวชิ า พ 22104
เรอื่ ง กฎ กติกา การเล่นกฬี าแบดมนิ ตนั ประเภทเดยี่ วและประเภทคู่
1. มาตรฐานการเรียนการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มที ักษะในการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกมและกฬี า
มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกาลงั กาย การเล่นเกม การเล่นกีฬาปฏิบตั ิเป็นประจาสมา่ เสมอ
มวี ินยั เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มีนาใจนักกฬี า มีจิตวญิ ญาณในการแข่งขนั และชนื่ ชมในสุนทรยี ภาพของ
กฬี า
2. ผลการเรียนท่ีคาดหวงั
1. นักเรียนสามารถร้แู ละเข้าใจเกี่ยวกับ กฎ กติกาการเลน่ แบดมินตันประเภทเดยี่ วและประเภทคู่ (K)
2. นักเรยี นสามารถเลน่ แบดมินตันตามกฎ กติกาประเภทเด่ยี วและประเภทคูไ่ ด้อยา่ งถกู ต้อง
(P)
3. นกั เรียนมคี วามตังใจในการเรียนเรอ่ื ง กฎ กติกาการเล่นแบดมินตันประเภทเด่ียวและ
ประเภทคู่ (A)
3. สาระสาคัญ
กฎ กตกิ า มารยาท การเลน่ กฬี าแบดมนิ ตัน ความปลอดภัยในการเล่นแบดมินตัน เป็นสง่ิ ที่ทกุ คน
ต้องปฏิบัติโดยเครง่ ครัด และ สามารถนาไปประยุกต์ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้อย่างมีความสุข
และปลอดภัย
การแข่งขันแบดมินตันประเภทเด่ียวและประเภทคู่ มีความสาคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเกมท่ีจะ
ทดสอบความสามารถของผู้เล่นในด้านต่างๆ เช่น พละกาลัง ความเร็ว ความอดทน ไหวพริบ สมาธิและ
จิตใจ ท่ีเข้มแข็ง ผู้เล่นแต่ละคนต้องรับผิดชอบ รักษาเรื่องพืนท่ีในสนามแคบกว่า เข้าประชิดตีลูกได้เร็ว
ขนึ และใช้ลกู ตบได้บ่อยโดยไม่ตอ้ งเกรงวา่ จะเสียการ ทรงตัว เพราะคพู่ รอ้ มท่ีจะตีลูกคอยช่วยเหลอื อยู่แล้ว
ต้องเข้าใจกลวิธีการเล่นต่างๆ เหมือนกันทุกประการ การเล่นคู่ต้องหัดคู่กันมา เป็นเวลานานจึงจะรู้ถึง
จติ ใจกันดี การเล่นคูก่ ็มีหลายรูปแบบ เช่น การเล่นตาแหน่งซ้าย-ขวา การเลน่ ตาแหน่งหน้า-หลัง และการ
เลน่ ตาแหนง่ หมุนเวียน
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. สาระการเรยี นรู้
- หลกั การกฎกติกาการเลน่ ประเภทเด่ียวและประเภทคู่
- การตดั สนิ การนับแต้ม มารยาทตา่ งๆ
6. จดุ เนน้ สู่การพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น ทักษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความรว่ มมอื การทางานเป็นทีม และภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทกั ษะดา้ นการส่ือสารสนเทศ และรู้เทา่ ทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะด้านชวี ิตและอาชีพ
ความยดื หยนุ่ และการปรับตัว
การรเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์และการเป็นตวั ของตวั เอง
ทักษะสงั คม และสังคมข้ามวฒั นธรรม
การเป็นผูส้ รา้ งหรือผู้ผลิต และความรบั ผดิ ชอบเช่ือถือได้
ภาวะผ้นู าและความรับผิดชอบ
คุณลักษณะสาหรบั ศตวรรษที่ 21
คุณลักษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเป็นผู้นา
คณุ ลกั ษณะด้านการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชีนาตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรูข้ องตนเอง
คณุ ลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่ืน ความซื่อสัตย์ สานึกพลเมือง
7. ช้ินงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/ร่องรอยแสดงความร้)ู (เขียนให้สอดคล้องกับจดุ ประสงค)์
- ทบทวนเรื่องกฎ กติกา มารยาท การเลน่ กีฬาแบดมินตันประเภทเดย่ี วและประเภทคู่
8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (ใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏบิ ตั ิและบรู ณาการหลักคิด
ของหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข)
ขั้นเตรยี มการสอน
1.1 ครูให้นกั เรียนจดั แถวเปน็ แถวตอน ตามกลมุ่ ท่ีครไู ดจ้ ัดกลมุ่ ไวใ้ หก้ ับนักเรียน
= ครู = นกั เรียน
รปู แบบการยืนแถว
1.2 ครเู ช็คช่อื นกั เรยี นและตรวจอุปกรณใ์ นการเรียน
1.3 ครตู รวจความเรยี บรอ้ ยของเคร่ืองแต่งกายและสขุ ภาพของนักเรยี นเพื่อความปลอดภัยในการ
เรยี นการสอน
1.4 นักเรียนขยายแถวสองช่วงแขนไปดา้ นข้างและด้านหลงั ใหน้ กั เรยี นตวั แทนกลุ่ม นาบริหาร
รา่ งกาย (warm-up) เพอื่ เตรียมความพร้อมของรา่ งกายและกระตุ้นระบบต่างๆให้พร้อมทีจ่ ะปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมในคาบเรยี นใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เมอื่ เสรจ็ ให้ชิดแถวกลบั มา
ขั้นอธิบายและสาธติ
1.1 ครอู ธิบายเก่ียวกับกฎกติกา การเลน่ ประเภทเดีย่ วและประเภทคู่ทถี่ ูกต้อง
1.2 ครูสาธิตหลกั การเล่นแบดมินตันประเภทเด่ียวและประเภทคู่ทีถ่ ูกต้อง
ขนั้ ปฏิบัติ
1.1 นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศึกษาจากใบความรู้ที่ 2.1 เร่อื ง กฎกตกิ า การเล่น ประเภทเดี่ยว
และประเภทคภู่ ายในกลุม่ ของตนเอง
1.2 ครูใหน้ กั เรยี นโตต้ อบ เก่ียวกบั กฎกติกา การเลน่ ประเภทเดี่ยวและประเภทคู่ และ
แลกเปล่ยี นความคิดเห็นกนั
ขั้นนาไปใช้
1.1 ครแู บง่ นกั เรียนออกเปน็ กลมุ่ กลุม่ ละ 4 คน ให้จบั ค่แู ข่งขันโดยแบง่ ไดเ้ ปน็ 2 คู่
1.2 แข่งขันโดยใช้สนามจริงฝ่ายใดได้ 21 คะแนน ก่อนจะเปน็ ฝ่ายชนะ และผชู้ นะจะต้องมา
แขง่ ขัน เพอ่ื หาคูท่ ี่ชนะเลิศ และกลมุ่ ท่ีไม่ได้แขง่ ขัน ใหเ้ ป็นกองเชียร์ และผู้ช่วยผตู้ ดั สิน
ข้นั สรุป
1.1 ครใู หน้ กั เรยี นเขา้ แถวเป็นระเบยี บตามกลมุ่
1.2 ครูซักถามสิ่งท่เี รียนในวนั นี และสรปุ ความรู้ท่ีเรียนอีกครงั
1.3 ครใู หน้ ักเรียนยืดเหยียดรา่ งกาย เพื่อลดอาการบาดเจบ็ อนั เนอ่ื งมาจากการออกกาลังกายและ
เป็นการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพด้านความออ่ นตวั
1.4 ครูใหน้ ักเรียนตรวจความเรียบร้อยเครอื่ งแตง่ กาย และใหน้ ักเรียนไปเรยี นตอ่ ในรายวิชาตอ่ ไป
9. สือ่ การสอน
1.ไมแ้ บดมินตัน
2.สนาม
3.นกหวีด
4.ลูกแบดมนิ ตัน
5.เสา , ตาข่าย ใบความร้ทู ี่ 2.1
6.ใบเช็ครายชอ่ื นักเรียน
10. แหลง่ เรียนรู้
1.หนังสอื กฎ กติกา มารยาท การเลน่ กีฬาแบดมินตนั
2. อินเตอร์เน็ต
11. การวดั และประเมนิ ผล
11.1 การประเมินตามจุดประสงค์/ตวั ช้ีวดั
จดุ ประสงค์ วิธวี ดั การวดั เครื่องมอื วดั เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารผ่าน
แบบทดสอบ
และประเมินผล ตอบคาถามได้ถกู ต้อง นกั เรยี นมคี วาม
เข้าใจเนื้อหา
1.ดา้ นความรู้ (K) ต้งั คาถาม-ตอบ อยา่ งนอ้ ย 80%
1.1 นกั เรยี น
สามารถรูแ้ ละเขา้ ใจ
เกย่ี วกบั กฎ กติกา
การเลน่ แบดมินตนั
ประเภทเด่ียวและ
ประเภทคู่
2.ดา้ นทักษะ/ ฝกึ ปฏิบตั ิ -แบบสงั เกตจาก ปฏิบัตทิ กั ษะได้ นักเรยี นสามารถ
การปฏบิ ตั ิ ถกู ตอ้ ง ปฏิบัตไิ ด้ถูกตอ้ ง
กระบวนการ (P) -แบบฝึกทกั ษะ ตามทักษะอยา่ ง
น้อย 80%
2.1 นกั เรยี น
สามารถเลน่
แบดมนิ ตันตามกฎ
กตกิ าประเภทเดีย่ ว
และประเภทคไู่ ด้
อย่างถูกต้อง
3.ดา้ นคุณลักษณะ สงั เกตพฤติกรรม -แบบสงั เกต มคี วามสนใจเรียนรู้ นกั เรยี นจะตอ้ ง
ผ่านเกณฑ์ระดบั
ทีพ่ งึ ประสงค์ (A) ในการเรียนรู้ พฤตกิ รรม คุณภาพการ
ประเมินระดบั
3.1 นกั เรียนมี รายบุคคล พอใช้ข้ึนไป
ความตงั ใจใฝ่เรยี นรู้ -แบบสังเกต
ในการเรียนเร่อื งกฎ พฤติกรรมรายกลุ่ม
กตกิ า มารยาท การ -แบบประเมิน
เลน่ กฬี าแบดมนิ ตนั คณุ ลักษณะอันพึง
ประสงค์
11.2 การประเมินสมรรถนะสาคัญ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสาคัญ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21
ประเดน็ การประเมนิ วธิ วี ัด เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การให้คะแนน
สมรรถนะหลัก สังเกตจากพฤตกิ รรม นกั เรยี นจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
ทักษะชีวิต สงั เกตจากพฤตกิ รรม สมรรถนะสาคญั ของ ระดับพอใชข้ น้ึ ไป
ผูเ้ รียนดา้ น
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ สังเกตการใหเ้ หตผุ ล ความสามารถในการ นักเรียนจะตอ้ งผา่ นเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใชท้ กั ษะชีวติ ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชนั้ เรยี น ระดบั พอใชข้ ึน้ ไป
แบบประเมนิ ดา้ น นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์
คณุ ลักษณะอนั พงึ ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
ประสงคข์ องผ้เู รยี น ระดบั พอใช้ขึ้นไป
แบบประเมนิ ด้าน
ทกั ษะศตวรรษที่ 21
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผ้ใู ชแ้ ผนเขยี นเสนอแนะ)
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
13. บนั ทึกหลังสอน
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
นกั เรยี นจานวน.........................................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรโู้ ดยรวม......................คนคิดเปน็ ร้อยละ..............................
ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้โดยรวม..................คนคิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทม่ี ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรยี นเด็กพิเศษ ได้แก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรยี นท่ไี มผ่ า่ นการประเมนิ จดุ ประสงคด์ ้านความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นักเรยี นทไ่ี มผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ ้านทักษะ (P) จานวน.............................คน ได้แก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นกั เรียนทีไ่ มผ่ า่ นการประเมินจดุ ประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จานวน............................คน ได้แก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
13.2 ปญั หา/อุปสรรค
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปัญหาอปุ สรรค)
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................................................ครูผสู้ อน
(..นายยุทธชัย แกว้ สารทอง...)
ตาแหน่ง...ครูชานาญการ........
…………./……………./…………
ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนร/ู้ หัวหน้ากิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................หัวหน้ากลมุ่ สาระฯ
(..นายจิรศักด์ิ ชยั เพชร...)
…………./……………./…………
ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ......................................................................................แลว้
มีความคิดเหน็ ดังนี
1. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจัดกิจรรมได้นากระบวนการเรียนรู้
เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไม่เน้นผูเ้ รียนเปน็ สาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ด้จรงิ
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนาไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................รองผ้อู านวยการโรงเรียนกล่มุ บรหิ ารวิชาการ
(นางอมั พร สงวนศักดิ์)
…………./……………./…………
ความคดิ เหน็
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงช่ือ.............................................ผู้อานวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)
…………./……………./…………
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 3 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2
รายวชิ า แบดมินตัน 2
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา เวลา 1 คาบ
รหสั วิชา พ 22104
เรือ่ ง การรบั ลกู เสิร์ฟและลกู งดั
1. มาตรฐานการเรียนการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มที ักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกมและกฬี า
มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกาลังกาย การเล่นเกม การเลน่ กีฬาปฏิบตั เิ ป็นประจาสม่าเสมอ
มวี นิ ัย เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มีนาใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขันและชน่ื ชมในสนุ ทรียภาพของ
กฬี า
2. ผลการเรยี นท่คี าดหวงั
1. นักเรยี นสามารถอธิบายเกี่ยวกับทักษะการรบั ลูกเสิร์ฟและลกู งดั ได้อย่างถกู ต้อง (K)
2. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ัตติ ามทักษะการรบั ลกู เสิร์ฟและลูกงัดได้อย่างถกู ต้อง (P)
3. นกั เรยี นตงั ใจฟังและตังใจปฏิบตั ิทักษะการรับลูกเสิร์ฟและลูกงัดในการเลน่ กีฬาแบดมินตนั (A)
3. สาระสาคญั
การตีลกู งัด (ลกู โยนหลงั ) เปน็ ลกู ทต่ี ีโดยการตวดั จากด้านล่างไปสบู่ น เปน็ ลูกอนั เดอร์แฮนด์ เป็น
การตลี ูกจากตา่ ไปสงู การตลี กู งดั โยนกระทาเมื่อลูกเคลื่อนทมี่ าในระดับต่าบรเิ วณหน้าตาข่าย เปน็ ลกู ท่ีได้
แรงมาจากข้อมือมากกว่าจากส่วนอืน่ ดงั นันจึงสรปุ ได้วา่ ลูกงัด เป็นลูกท่ีตดี ว้ ยมือลา่ งใหโ้ ดง่ ไปยังท้าย
สนาม ซึ่งตีได้ทงั หนา้ มือและหลงั มอื บรเิ วณหนา้ ตาขา่ ยในโอกาสท่ตี กเป็นฝ่ายรับหรือเป็นการดึงคูต่ ่อสใู้ ห้
ออกจากศนู ยก์ ลาง เพอื่ ใหเ้ กิดช่องวา่ ง สามารถบุกโจมตที าคะแนนได้
ลูกงัดเป็นวธิ ีตลี ูกมือล่างเพื่อใช้ป้องกนั โดยตีจากบรเิ วณเส้นส่งลูกสนั กบั ตาขา่ ยในการเล่น
ประเภทเด่ียวและประเภทคู่ และใชร้ ับลูกหยอดหน้าตาขา่ ยที่ตกลงมาต่าจนเกือบถงึ พนื ลกู จะถูกงดั ขนึ สงู
และลึกจนถงึ เส้นหลังเหมอื นกับการตลี กู โด่ง ลูกงดั เปน็ ลกู ท่ีใช้ในเกมรับมากกวา่ ใช้ในเกมรกุ สามารถตีได้
ทังหน้ามือและหลงั มอื
4. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. สาระการเรยี นรู้
- วิธกี ารรบั ลกู เสิร์ฟ
- วธิ กี ารตีลกู งัด
6. จุดเนน้ สูก่ ารพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความรว่ มมอื การทางานเป็นทมี และภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรู้เท่าทันสอื่ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะดา้ นชวี ติ และอาชีพ
ความยืดหยุ่นและการปรับตวั
การริเรมิ่ สร้างสรรคแ์ ละการเป็นตัวของตัวเอง
ทักษะสงั คม และสังคมข้ามวัฒนธรรม
การเปน็ ผู้สร้างหรือผู้ผลติ และความรบั ผิดชอบเช่ือถือได้
ภาวะผู้นาและความรับผิดชอบ
คุณลักษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คณุ ลักษณะด้านการทางาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเป็นผ้นู า
คณุ ลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การชนี าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง
คณุ ลกั ษณะด้านศลี ธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อนื่ ความซ่ือสัตย์ สานกึ พลเมือง
7. ช้ินงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) (เขยี นให้สอดคล้องกับจุดประสงค)์
- ทบทวนเรอื่ งทักษะรับลูกเสริ ์ฟและลูกงัดเพิม่ เตมิ
8. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (ใชก้ ระบวนการกลมุ่ กระบวนการปฏิบตั ิและบูรณาการหลักคดิ
ของหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 หว่ ง 2 เง่อื นไข)
ขน้ั เตรยี มการสอน
1.1 ครูให้นักเรยี นจดั แถวเป็นแถวตอน ตามกลุ่มท่ีครไู ดจ้ ัดกลุ่มไว้ให้กับนักเรยี น
= ครู = นกั เรียน
รปู แบบการยนื แถว
1.2 ครเู ช็คชอื่ นกั เรียนและตรวจอุปกรณใ์ นการเรยี น
1.3 ครูตรวจความเรียบร้อยของเคร่ืองแต่งกายและสขุ ภาพของนักเรียนเพ่ือความปลอดภยั ในการ
เรียนการสอน
1.4 นกั เรยี นขยายแถวสองช่วงแขนไปดา้ นขา้ งและด้านหลงั ใหน้ ักเรยี นตัวแทนกลุ่ม นาบริหาร
ร่างกาย (warm-up) เพื่อเตรียมความพร้อมของรา่ งกายและกระต้นุ ระบบตา่ งๆให้พรอ้ มท่จี ะปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมในคาบเรยี นใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เมื่อเสรจ็ ให้ชิดแถวกลบั มา
1.5 ครูอธิบายวตั ถปุ ระสงคใ์ นการเรียนในรายวิชาแบดมินตนั ตลอดจนขอ้ ตกลงเบืองตน้ ในการ
เรียนวิชาแบดมนิ ตันและครูบอกกบั นักเรียนวา่ “วันนเี ราจะมาเรียนในทักษะเบืองตน้ ในกฬี าแบดมินตัน
คอื ทักษะการรับลกู เสริ ์ฟและลกู งดั ท่ีใช้ในกีฬาแบดมินตนั ”
ขน้ั อธบิ ายและสาธิต
= ครู = นกั เรียน
1.1 ครูอธบิ ายวิธกี ารปฏิบตั ใิ นทกั ษะการรับลูกเสิร์ฟและลูกงดั จากทักษะทงี่ ่ายแล้วค่อย ๆ เพ่มิ
ระดับความยากตามลาดบั
1.2 ครูอธบิ ายขนั ตอนทักษะการรบั ลกู เสริ ์ฟและลูกงดั เป็นลาดบั ขันตอน
1.3 ครสู าธติ ให้นักเรยี นดู แนวทางการปฏิบตั ิทักษะการรับลกู เสิร์ฟและลูกงดั ในกฬี าแบดมินตัน
ข้ันปฏิบัติ
1.1 ครูใหน้ กั เรยี นเข้าแถวตอน 2 แถว โดยนักเรียนอยคู่ อรด์ ขวาและคอรด์ ซ้าย
1.2 ครูให้นักเรยี นตีไปยงั อีกคอรด์ หนึ่ง
ขั้นนาไปใช้
1.1 ครแู บง่ นกั เรยี นออกเปน็ กล่มุ กล่มุ ละ 4 คน ใหจ้ ับคแู่ ข่งขันโดยแบง่ ได้เป็น 2 คู่
1.2 แข่งขนั โดยใช้สนามจริงฝา่ ยใดได้ 21 คะแนน ก่อนจะเป็นฝา่ ยชนะ และผูช้ นะจะต้องมา
แขง่ ขนั เพ่ือหาคทู่ ีช่ นะเลิศ และกลมุ่ ที่ไม่ไดแ้ ข่งขนั ใหเ้ ปน็ กองเชยี ร์ และผชู้ ว่ ยผูต้ ัดสิน
ขน้ั สรุป
1.1 นักเรยี นเข้าแถวเปน็ ระเบยี บตามกลุ่ม ครูซักถามสิ่งที่เรียนในวันนี และสรปุ ความร้ทู ี่เรียนอีก
ครงั 1.2 ครูใหน้ ักเรียนยดื เหยยี ดร่างกาย (cool - down) เพือ่ ลดอาการบาดเจบ็ อนั เนื่องมาจากการ
ออกกาลังกายและเป็นการสร้างเสริมสมรรถภาพด้านความอ่อนตวั
1.3 ครูเน้นยาว่า “ทักษะการรบั ลูกเสริ ์ฟและลูกงดั ต้องมีการฝึกปฏิบัตบิ ่อย ๆ ต้องปฏบิ ัติซา ๆ
จึงจะเกิดการพัฒนาทกั ษะที่ดีและสามารถตอ่ ยอดไปสูท่ กั ษะอื่น ๆ และการเลน่ ประเภทเดยี่ ว ประเภทคู่ ”
1.4 ครเู นน้ ยาและฝากในเร่อื งของระเบียบวินัย การตรงต่อเวลาในการเรียนและการแตง่ กายให้
เรยี บรอ้ ย
1.5 ครูปลกู ฝังในเร่ืองของเจตคตทิ ด่ี ตี ่อการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาแบดมนิ ตนั
1.6 ครูใหน้ กั เรียนตรวจความเรยี บร้อยเคร่ืองแต่งกาย และใหน้ กั เรยี นไปเรยี นต่อในรายวิชาต่อไป
9. สื่อการสอน
1.ไม้แบดมนิ ตนั
2.สนาม
3.นกหวีด
4.ลกู แบดมินตัน
5.เสา , ตาขา่ ย ใบความรูท้ ่ี 3.1
6.ใบเชค็ รายชอื่ นกั เรียน
10. แหลง่ เรยี นรู้
1.หนังสือกฎ กติกา มารยาท การเล่นกีฬาแบดมนิ ตัน
2. อินเตอรเ์ น็ต
11. การวดั และประเมินผล
11.1 การประเมนิ ตามจดุ ประสงค/์ ตัวช้ีวัด
จุดประสงค์ วิธวี ัดการวดั เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น
และประเมินผล แบบทดสอบ
1.ดา้ นความรู้ (K) ตัง้ คาถาม-ตอบ ตอบคาถามได้ถูกตอ้ ง นกั เรียนมีความ
1.1 นักเรียน เขา้ ใจเนื้อหา
สามารถอธบิ าย ฝกึ ปฏบิ ัติ อย่างน้อย 80%
เกีย่ วกับทักษะการ
รับลูกเสิรฟ์ และลูก สงั เกตพฤตกิ รรม -แบบสังเกตจาก ปฏิบัติทักษะได้ นกั เรยี นสามารถ
งัดได้อย่างถูกต้อง ในการเรียนรู้ การปฏิบตั ิ ถูกต้อง ปฏบิ ตั ิได้ถกู ตอ้ ง
2.ดา้ นทักษะ/ -แบบฝึกทกั ษะ ตามทักษะอย่าง
กระบวนการ (P) น้อย 80%
2.1 นกั เรียน
สามารถปฏิบตั ติ าม -แบบสงั เกต มีความสนใจเรียนรู้ นกั เรยี นจะตอ้ ง
ทกั ษะการรบั ลูก ผ่านเกณฑ์ระดบั
เสริ ์ฟและลูกงัดได้ พฤติกรรม คุณภาพการ
อยา่ งถูกต้อง ประเมินระดับ
3.ดา้ นคณุ ลักษณะ รายบคุ คล พอใช้ข้นึ ไป
ทีพ่ งึ ประสงค์ (A)
3.1 นักเรียนตังใจ -แบบสังเกต
ฟงั และตงั ใจปฏิบัติ
ทักษะการรบั ลูก พฤติกรรมรายกลุ่ม
เสิรฟ์ และลูกงดั ใน
การเลน่ กีฬา -แบบประเมนิ
แบดมินตัน
คณุ ลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
11.2 การประเมนิ สมรรถนะสาคัญ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21
สมรรถนะสาคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
ประเดน็ การประเมนิ วธิ วี ัด เคร่อื งมือวดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
สมรรถนะหลัก สังเกตจากพฤตกิ รรม นกั เรยี นจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพการประเมนิ
ทักษะชีวิต สงั เกตจากพฤตกิ รรม สมรรถนะสาคญั ของ ระดบั พอใช้ขน้ึ ไป
ผูเ้ รียนดา้ น
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ สังเกตการให้เหตผุ ล ความสามารถในการ นกั เรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใชท้ กั ษะชีวติ ระดบั คุณภาพการประเมิน
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ชั้นเรยี น ระดับพอใชข้ ึน้ ไป
แบบประเมนิ ดา้ น นกั เรียนจะต้องผา่ นเกณฑ์
คณุ ลักษณะอนั พงึ ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
ประสงคข์ องผ้เู รยี น ระดับพอใชข้ ึ้นไป
แบบประเมนิ ด้าน
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผู้ใชแ้ ผนเขียนเสนอแนะ)
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
13. บนั ทกึ หลังสอน
13.1 ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรียนจานวน.........................................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรียนรูโ้ ดยรวม......................คนคิดเป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้โดยรวม..................คนคดิ เปน็ ร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรียนทม่ี ีความสามารถพเิ ศษ/นักเรยี นเด็กพเิ ศษ ได้แก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรียนทีไ่ มผ่ า่ นการประเมนิ จดุ ประสงค์ดา้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ได้แก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นักเรยี นที่ไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ ้านทักษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นกั เรยี นทไ่ี ม่ผา่ นการประเมินจดุ ประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
13.2 ปญั หา/อุปสรรค
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอปุ สรรค)
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
ลงชอ่ื ......................................................................ครผู ู้สอน
(..นายยทุ ธชยั แก้วสารทอง...)
ตาแหน่ง...ครูชานาญการ........
…………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้/หัวหนา้ กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................หวั หน้ากล่มุ สาระฯ
(..นายจิรศกั ดิ์ ชัยเพชร...)
…………./……………./…………
ความเห็นของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง......................................................................................แลว้
มีความคิดเหน็ ดังนี
1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
2. การจดั กิจรรมได้นากระบวนการเรียนรู้
เน้นผเู้ รียนเปน็ สาคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................รองผู้อานวยการโรงเรยี นกลมุ่ บริหารวิชาการ
(นางอมั พร สงวนศักดิ์)
…………./……………./…………
ความคดิ เหน็
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .............................................ผู้อานวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)
…………./……………./…………
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 4 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
รายวิชา แบดมนิ ตนั 2
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ุขศึกษาและพลศึกษา เวลา 1 คาบ
รหสั วชิ า พ 22104
เร่อื ง การตลี ูกหยอดและการตีลกู ดาด
1. มาตรฐานการเรยี นการเรียนรู้/ตัวชี้วดั
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มที ักษะในการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกมและกีฬา
มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม การเล่นกีฬาปฏิบตั เิ ป็นประจาสม่าเสมอ
มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีนาใจนกั กฬี า มีจิตวญิ ญาณในการแขง่ ขนั และช่นื ชมในสุนทรียภาพของ
กีฬา
2. ผลการเรยี นท่คี าดหวงั
1. นักเรยี นมีความรู้และเข้าใจเก่ียวกบั ทกั ษะการตีลกู หยอดและการตลี ูกดาดได้อย่างถูกต้อง (K)
2. นักเรยี นบอกหลักการและวธิ กี ารปฏิบัตทิ ักษะการตลี ูกหยอดและการตีลกู ดาดได้อย่างถูกตอ้ ง (K)
3. นกั เรยี นอธบิ ายขันตอนในการปฏิบัติทกั ษะการตีลูกหยอดและการตีลกู ดาดได้ตามลาดบั (K)
4. นักเรียนสามารถฝึกปฏิบัติทักษะการตีลกู หยอดและการตลี ูกดาดไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง (P)
5. นกั เรยี นตังใจฟังและตังใจปฏิบตั ิทกั ษะการตีลกู หยอดและการตีลูกดาดในการเล่นกฬี าแบดมินตนั
(A)
3. สาระสาคัญ
ลูกหยอด คือ ลูกทีต่ ีจากส่วนตา่ ง ๆ ของสนามให้พุ่งยอ้ ยข้ามตาขา่ ย และตกลงสู่พืนสนามดา้ น
ตรงข้าม โดยไม่เกนิ เส้นสง่ ลกู สัน จะหยอดดว้ ยลูกหนา้ มือก็ได้ หรือหลงั มือก็ได้ หรอื จะตีตดั หยอดจากลูก
โด่งเหนอื ศรษี ะ ก็ได้ ลูกหยอดเปน็ การทาให้ค่ตู ่อสู้ตอ้ งว่ิงเข้ามาเลน่ ลกู หน้าตาข่ายทาให้พืนทีส่ ่วนหลังของ
สนามมีพนื ที่มากขนึ
ลูกดาด คือ ลกู ทพี่ ุ่งเฉียดข้ามตาขา่ ย มีวิถีพุ่งขา้ มขนานไปกับพนื สนาม ผู้เล่นตีลกู ดาดสูงในระดบั
อกตีไดท้ งั หน้ามือโฟร์แฮนด์ และหลังมือแบค็ แฮนดท์ ังจากด้านซ้าย ขวาของลาตัว
4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. สาระการเรยี นรู้
การตลี กู หยอดหน้าตาข่าย ลกั ษณะลูกหยอดหน้าตาขา่ ยเป็นลูกท่มี รี ะยะทางการวิง่ ของลูกขนไก่
สนั ทีส่ ดุ และผทู้ ่ีตลี ูกหยอดหน้าตาขา่ ยควรที่จะตลี ูกขนไกใ่ นระดบั สงู ใกล้กบั ตาข่ายใหม้ ากที่สดุ และผู้เลน่
ต้องเคลื่อนท่ีเขา้ หาลกู ใชก้ ารกา้ วเทา้ และยืดลาตัว จะทาให้ลูกขา้ มไปยงั ฝา่ ยคตู่ ่อสู้ได้ง่ายย่ิงขนึ การตีลูก
หยอดไม่ต้องใช้แรงโหมเหมือนการตีลกู อน่ื ๆ แรงที่ใชจ้ ากการตสี ่วนใหญ่จะมาจากการตวัดของข้อมือ การ
ตลี กู หยอดหนา้ ตาข่าย
ความหมายของการตีลูกดาด เปน็ ลูกทพ่ี ุ่งมาหาผู้เลน่ ในระดับไหล่หรอื ศีรษะ หมายถงึ ลูกท่ีพ่งุ เขา้
มาอาจตา่ เกินกว่าทจ่ี ะใชต้ ลี ูกเหนือศีรษะหรอื สงู เกนิ กว่าท่ีจะตดี า้ นล่าง ดงั นันในการตลี ูกดาดนีมีเปา้ หมาย
ใหล้ ูกพุ่งขา้ มตาขา่ ยกลับไปอยา่ งรวดเรว็ การบงั คบั ให้ลกู ขนไกม่ ีวถิ ีเลียดดาดกบั ตาข่าย และขนานกับพืน
สนามทาให้คู่แข่งขนั ตอบโต้กลบั มาด้วยความยากลาบาก และตอ้ งตกเปน็ ฝ่ายรบั การตีลกู ดาดนสี ามารถตี
ไดท้ งั หนา้ มอื และหลังมือ ใชแ้ รงตีมาจากแรงเหว่ียงของแขน และแรงตวดั ของข้อมือ มีการถา่ ยนาหนกั ตัว
เพยี งเล็กน้อย ผตู้ ไี ม่ควรอยูใ่ กล้ลกู เกินไป เพราะติดชว่ งไหลท่ าให้ตีลกู ไม่ถนดั
ความสาคัญของการตลี กู ดาด ลูกดาดใช้ในการเลน่ ประเภทคู่ผสมเป็นส่วนมากและในประเภท
คูผ่ สม ผู้เลน่ ก็คือผู้ชาย ลกู ดาดเป็นลูกทใี่ ช้สาหรบั การรุกและการป้องกันต้องตใี ห้เรว็ และแม่นยา เปน็ ลูกที่
ให้ความต่นื เตน้ พอใจแก่ผู้เลน่
6. จุดเน้นสูก่ ารพัฒนาคุณภาพผู้เรยี น ทักษะศตวรรษท่ี 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลัก 4Cs)
การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทกั ษะดา้ นการสื่อสารสนเทศ และร้เู ทา่ ทันสอื่ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะด้านชีวิตและอาชีพ
ความยดื หยุ่นและการปรับตัว
การรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์และการเปน็ ตัวของตัวเอง
ทักษะสงั คม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม
การเปน็ ผู้สร้างหรอื ผ้ผู ลิต และความรบั ผดิ ชอบเชื่อถือได้
ภาวะผ้นู าและความรบั ผิดชอบ
คณุ ลกั ษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คุณลักษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตวั ความเป็นผ้นู า
คุณลกั ษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชนี าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คณุ ลักษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อืน่ ความซื่อสัตย์ สานึกพลเมือง
7. ช้ินงานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู้) (เขยี นให้สอดคล้องกับจดุ ประสงค)์
- ทบทวนเรอื่ งทักษะการตลี กู หยอดและการตีลูกดาดเพ่ิมเตมิ
8. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใชก้ ระบวนการกล่มุ กระบวนการปฏิบัติและบูรณาการหลักคิด
ของหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข)
ขน้ั เตรยี มการสอน
1.1 ครูใหน้ ักเรียนจัดแถวเปน็ แถวตอน ตามกลุม่ ท่ีครไู ด้จัดกลุม่ ไวใ้ ห้กบั นักเรียน
= ครู = นักเรยี น
รปู แบบการยืนแถว
1.2 ครเู ชค็ ชือ่ นกั เรียนและตรวจอปุ กรณใ์ นการเรยี น
1.3 ครตู รวจความเรียบร้อยของเคร่ืองแต่งกายและสุขภาพของนักเรยี นเพื่อความปลอดภยั ในการ
เรยี นการสอน
1.4 ครูส่ังใหน้ ักเรียนขยายแถวสองชว่ งแขนไปด้านข้างและด้านหลงั ให้นักเรยี นตัวแทนกล่มุ
นาบริหารรา่ งกาย (warm-up) เพ่อื เตรยี มความพร้อมของร่างกายและกระตนุ้ ระบบตา่ งๆให้พร้อมทจ่ี ะ
ปฏิบัติกจิ กรรมในคาบเรยี นใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เมื่อเสรจ็ ให้ชิดแถวกลบั มา
ข้นั อธบิ ายและสาธิต
= ครู = นกั เรียน
1.1 ครอู ธิบายเกี่ยวกับหลกั และความสาคญั ของการตีลกู หยอดและการตลี ูกดาด โดยเนน้ การ
สะบดั ข้อมือ ทิศทาง และนาหนักของลกู ใหเ้ หน็ ความสาคัญของการตีในขณะแข่งขัน
1.2 ส่มุ นักเรียนสาธติ การตีลูกหยอดและการตลี กู ดาด ครูอธบิ ายแกไ้ ขพร้อมสาธิตการตีลกู หยอด
ที่ถูกต้องตามขันตอนเริ่มตังแตก่ ารหาทศิ ทาง และการวางนาหนักของลูก
ขนั้ ปฏิบัติ
1.1 ครูใหน้ กั เรียนจบั คู่กนั ยนื เป็นหนา้ กระดาน 2 แถวหันหนา้ เข้าหากัน
1.2 นักเรยี นฝึกปฏิบตั กิ ารตีลูกหยอดและการตลี กู ดาด ตามท่คี รูกาหนดและช่วยกนั แกไ้ ข
ข้อบกพร่อง จนกว่าจะปฏิบัตไิ ด้ถูกตอ้ งและชานาญ โดยครูคอยให้คาแนะนาช่วยเหลือ และ
สาธติ ตามโอกาส
1.3 สมุ่ นักเรียน 2 คน ปฏิบัติการตีลกู หยอดและการตีลูกดาด นกั เรยี นทังหมดวเิ คราะหจ์ ดุ ดี
และจดุ บกพร่อง ตลอดถงึ บอกวธิ กี ารแก้ไขข้อบกพร่อง เพ่ือนาไปเปน็ ข้อมูลในการแก้ไข
ตนเอง
ขนั้ นาไปใช้
1.1 ครใู ห้นกั เรียนเล่นแข่งขันกัน หรือ ฝึกทักษะท่ีเรียนไปเพื่อทบทวนและเพ่ิมความชานาญ
ข้นั สรปุ
1.1 นักเรียนเข้าแถวเป็นระเบียบตามกลุ่ม ครูซักถามส่งิ ที่เรียนในวันนี และสรุปความรู้ทเ่ี รียนอีก
ครัง
1.2 ครใู ห้นักเรยี นยืดเหยยี ดร่างกาย เพ่ือลดอาการบาดเจบ็ อนั เนอื่ งมาจากการออกกาลังกายและ
เปน็ การสร้างเสริมสมรรถภาพดา้ นความอ่อนตวั
1.3 ครูให้นกั เรียนตรวจความเรยี บรอ้ ยเครื่องแตง่ กาย และใหน้ กั เรยี นไปเรยี นต่อในรายวชิ าต่อไป
9. สื่อการสอน
1.ไม้แบดมนิ ตัน
2.สนาม
3.นกหวีด
4.ลกู แบดมินตนั
5.เสา , ตาขา่ ย ใบความรทู้ ่ี 4.1
6.ใบเช็ครายชื่อนกั เรยี น
10. แหลง่ เรียนรู้
1.หนงั สือกฎ กติกา มารยาท การเล่นกีฬาแบดมินตัน
2. อินเตอรเ์ นต็
11. การวัดและประเมนิ ผล
11.1 การประเมนิ ตามจุดประสงค์/ตัวชี้วัด
จุดประสงค์ วิธีวัดการวดั เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การผ่าน
แบบทดสอบ
และประเมินผล ตอบคาถามไดถ้ กู ต้อง นกั เรียนมคี วาม
แบบทดสอบ เข้าใจเนอื้ หา
1.ดา้ นความรู้ (K) ตั้งคาถาม-ตอบ อย่างน้อย 80%
1.1 นักเรยี นมี ตอบคาถามได้ถูกต้อง นักเรียนมคี วาม
เข้าใจเนื้อหา
ความรู้และเข้าใจ อย่างนอ้ ย 80%
เกี่ยวกับทักษะการ
ตลี กู หยอดและการ
ตีลูกดาดได้อยา่ ง
ถูกต้อง
1.2 นักเรียนบอก ตง้ั คาถาม-ตอบ
หลกั การและวธิ กี าร
ปฏิบัตทิ ักษะการตี
ลกู หยอดและการตี
ลูกดาดได้อยา่ ง
ถกู ต้อง
1.3 นักเรยี น ตั้งคาถาม-ตอบ แบบทดสอบ ตอบคาถามไดถ้ กู ตอ้ ง นกั เรยี นมีความ
อธบิ ายขันตอนใน เขา้ ใจเน้ือหา
การปฏิบัติทักษะ อยา่ งน้อย 80%
การตีลกู หยอดและ
การตลี ูกดาดได้ -แบบสังเกตจาก ปฏิบัตทิ กั ษะได้ นกั เรยี นสามารถ
ตามลาดบั การปฏิบัติ ถูกตอ้ ง ปฏิบตั ิไดถ้ กู ตอ้ ง
-แบบฝึกทกั ษะ ตามทักษะอย่าง
2.ด้านทักษะ/ ฝึกปฏบิ ตั ิ น้อย 80%
กระบวนการ (P)
2.1 นักเรยี น -แบบสงั เกต มีความสนใจเรียนรู้ นักเรยี นจะต้อง
สามารถฝึกปฏิบตั ิ ผา่ นเกณฑ์ระดับ
ทกั ษะการตีลูก พฤตกิ รรม คณุ ภาพการ
หยอดและการตีลูก ประเมินระดบั
ดาดได้อยา่ งถูกต้อง รายบุคคล พอใชข้ ้นึ ไป
3.ด้านคุณลักษณะ สงั เกตพฤตกิ รรม -แบบสงั เกต
ที่พงึ ประสงค์ (A) ในการเรียนรู้
3.1 นกั เรยี นตงั ใจ พฤตกิ รรมรายกลุ่ม
ฟังและตังใจปฏบิ ตั ิ
ทกั ษะการตีลูก -แบบประเมิน
หยอดและการตลี กู
ดาดในการเลน่ กฬี า คณุ ลักษณะอันพงึ
แบดมินตัน
ประสงค์
11.2 การประเมนิ สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21
สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทักษะศตวรรษที่ 21
ประเดน็ การประเมิน วธิ วี ดั เครือ่ งมือวดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
สมรรถนะหลัก สังเกตจากพฤติกรรม นักเรยี นจะต้องผา่ นเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมิน ระดับคุณภาพการประเมนิ
ทกั ษะชีวิต สงั เกตจากพฤติกรรม สมรรถนะสาคญั ของ ระดบั พอใชข้ ้ึนไป
ผ้เู รยี นดา้ น
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สงั เกตการใหเ้ หตผุ ล ความสามารถในการ นกั เรียนจะต้องผา่ นเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใช้ทักษะชวี ติ ระดับคุณภาพการประเมิน
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ชั้นเรยี น ระดับพอใช้ข้ึนไป
แบบประเมนิ ด้าน นกั เรยี นจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
คณุ ลกั ษณะอันพึง ระดบั คุณภาพการประเมิน
ประสงค์ของผเู้ รยี น ระดับพอใช้ขึน้ ไป
แบบประเมนิ ด้าน
ทักษะศตวรรษที่ 21
12. ข้อเสนอแนะ(ผใู้ ช้แผนเขยี นเสนอแนะ)
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
13. บนั ทึกหลังสอน
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
นักเรยี นจานวน.........................................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรียนรูโ้ ดยรวม......................คนคิดเปน็ รอ้ ยละ..............................
ไม่ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนร้โู ดยรวม..................คนคิดเปน็ ร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทมี่ ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรียนเด็กพเิ ศษ ได้แก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นท่ีไมผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงค์ด้านความรู้ (K) จานวน............................คน ได้แก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นกั เรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมินจดุ ประสงคด์ ้านทักษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
13.2 ปัญหา/อุปสรรค
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
ลงช่อื ......................................................................ครูผสู้ อน
(..นายยทุ ธชัย แก้วสารทอง...)
ตาแหน่ง...ครูชานาญการ........
…………./……………./…………
ความเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้/หัวหนา้ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................หวั หน้ากลมุ่ สาระฯ
(..นายจิรศักดิ์ ชัยเพชร...)
…………./……………./…………
ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรียนรูข้ อง......................................................................................แลว้
มคี วามคิดเหน็ ดงั นี
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สาคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นาไปใช้ได้จรงิ
ควรปรับปรุงกอ่ นนาไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................รองผอู้ านวยการโรงเรยี นกลมุ่ บริหารวิชาการ
(นางอมั พร สงวนศกั ด์ิ)
…………./……………./…………
ความคดิ เหน็
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .............................................ผู้อานวยการโรงเรียน
(นางยุภา พรเศรษฐ์)
…………./……………./…………
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2
รายวิชา แบดมินตนั 2
กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา เวลา 1 คาบ
รหสั วชิ า พ 22104
เร่ือง การสง่ ลูกสน้ั และการส่งลกู ยาว
1. มาตรฐานการเรยี นการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มที ักษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกมและกีฬา
มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม การเล่นกีฬาปฏบิ ัติเปน็ ประจาสม่าเสมอ
มีวนิ ัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีนาใจนกั กฬี า มีจิตวญิ ญาณในการแขง่ ขนั และชื่นชมในสุนทรียภาพของ
กฬี า
2. ผลการเรยี นท่คี าดหวัง
1. นักเรียนมคี วามรู้และเข้าใจเก่ียวกับทกั ษะการส่งลูกสันและการส่งลกู ยาว (K)
2. นักเรียนอธบิ ายหลกั การและวิธีการปฏบิ ัตทิ ักษะส่งลูกสนั และการส่งลกู ยาวได้อย่างถูกตอ้ ง (K)
3. นกั เรียนสามารถฝึกปฏิบัติทักษะส่งลูกสันและการส่งลูกยาวไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
4. นักเรียนตงั ใจฟังและมีความสนกุ สนานในการเรียนทักษะสง่ ลกู สันและการสง่ ลูกยาวในการเล่น
กีฬาแบดมินตนั (A)
3. สาระสาคญั
การเสิร์ฟมีความสาคัญมาก เพราะบางทีแค่การเสิร์ฟลูกก็สามารถตัดสินความได้เปรียบ
เสียเปรยี บในเกม ในการเสิร์ฟ ลกู แบดมินตนั นัน จะแบง่ ได้ 2 แบบคือ การเสิรฟ์ โดย Backhand (หลังมือ)
และการเสิร์ฟโดย Forehand (หน้ามือ) โดยการเสิร์ฟที่ดี (ในกรณีเสิร์ฟหน้า) ต้องไม่แรง ไม่โด่งหรือ เบา
จนเกินไป ควรได้ทิศทางและนาหนักท่ีพอดีลงท้ายคอร์ดแต่หลากหลายมุมและ ควรหัดเสิร์ฟให้ได้หลายๆ
มุม จนฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถคาดเดาได้และการเสิร์ฟจะใช้ข้อมือและนิวโป้งบังคับเป็นตัวส่งลูกให้ไปใน
ทิศทางต่างๆที่ต้องการปัจจุบันเกมแบดมินตันนิยมเล่นแบบ really point เล่นเกมบุกมากขึนและเร็วขึน
จึงนิยมการเสิร์ฟการเสิร์ฟโดย Forehand (หน้ามือ) การเสิร์ฟใดๆก็ตามท่ีสาคัญต้องถูกกติกาการเสิร์ฟ
ดว้ ย เพื่อแตม้ สวยๆ และโอกาสในการเปดิ เกมเพื่อใหก้ ารเลน่ ในเกมง่ายขนึ
4. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. สาระการเรียนรู้
- หลกั การการสง่ ลูกสนั และการสง่ ลูกยาว
- การส่งลูกควรเริ่มจากการจับลกู ขนไก่ การจับลูกขนไก่ เพื่อทาการส่งลกู ทนี่ ิยมมี 3 วธิ ี คือ
1. แบบจับที่ฐาน โดยใช้นวิ หัวแม่มอื กับนวิ ชี จบั ทีส่ ว่ นฐานหรือหัวลูกขนไก่ นิวกลางชว่ ยประคอง
แตะสมั ผสั สว่ นอกี 2 นิว ไม่ต้องประคองลกู ขนไก่
2. แบบจบั ทีส่ ่วนกลาง โดยใชน้ ิวหวั แม่มือกับนิวชปี ระคองลกู ขนไก่ ส่วนนวิ กลางและนวิ นางจะ
เปน็ ตวั ช่วยพยุงท่ีหวั ของลูกขนไกบ่ รเิ วณเชือกมัดลูกขนไก่ ลักษณะคล้ายถว้ ย โดยจะใช้นวิ 3 นวิ
คอื นิวหวั แมม่ ือ นิวชี และนวิ กลาง
3. แบบจับทีป่ ลาย ใช้นวิ หวั แมม่ ือกบั นิวชีจับเฉพาะบริเวณปลายขนไก่ขนใดขนหน่งึ ไวเ้ ท่านัน ส่วน
อีก 3 นิว ไมต่ ้องจับสว่ นใดหรือไม่ต้องประคองลูกขนไก่ ในการจบั ลูกนันจะขนึ อยู่กับความถนัด
ของแตล่ ะคนถา้ เสิร์ฟสันจะจับท่ีปลายแตถ่ า้ เสริ ์ฟโด่งกจ็ ะจับทฐ่ี านหรือตรงกลาง
6. จุดเนน้ สกู่ ารพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทางานเปน็ ทีม และภาวะผู้นา (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะดา้ นการสื่อสารสนเทศ และรูเ้ ทา่ ทันสอื่ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะด้านชวี ติ และอาชีพ
ความยดื หยุน่ และการปรับตวั
การรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์และการเปน็ ตวั ของตัวเอง
ทกั ษะสังคม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม
การเป็นผสู้ รา้ งหรือผูผ้ ลติ และความรบั ผดิ ชอบเช่ือถือได้
ภาวะผนู้ าและความรบั ผิดชอบ
คุณลกั ษณะสาหรบั ศตวรรษท่ี 21
คุณลกั ษณะด้านการทางาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผูน้ า
คุณลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชีนาตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรูข้ องตนเอง
คุณลักษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่นื ความซื่อสัตย์ สานึกพลเมือง
7. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) (เขียนให้สอดคล้องกับจุดประสงค์)
- ทบทวนเรอื่ งทกั ษะทักษะส่งลูกสนั และการส่งลกู ยาวเพ่ิมเติม
8. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏบิ ตั ิและบรู ณาการหลักคดิ
ของหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 หว่ ง 2 เง่อื นไข)
ขนั้ เตรยี มการสอน
1.1 ครใู ห้นักเรยี นจัดแถวเป็นแถวตอน ตามกลุ่มท่ีครไู ด้จดั กลมุ่ ไวใ้ หก้ บั นักเรยี น
= ครู = นกั เรยี น
รปู แบบการยืนแถว
1.2 ครเู ชค็ ชอ่ื นักเรยี นและตรวจอปุ กรณ์ในการเรยี น
1.3 ครูตรวจความเรียบรอ้ ยของเครื่องแต่งกายและสขุ ภาพของนักเรียนเพ่ือความปลอดภัยในการ
เรียนการสอน
1.4 ครสู ่ังให้นักเรียนขยายแถวสองชว่ งแขนไปดา้ นข้างและด้านหลัง ให้นักเรียนตัวแทนกลุ่ม
นาบรหิ ารร่างกาย (warm-up) เพ่ือเตรียมความพร้อมของร่างกายและกระตนุ้ ระบบต่างๆใหพ้ รอ้ มทีจ่ ะ
ปฏิบัตกิ จิ กรรมในคาบเรียนใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เม่ือเสร็จให้ชิดแถวกลบั มา
ขัน้ อธบิ ายและสาธติ
= ครู = นกั เรยี น
1.1 ครูอธบิ ายเกย่ี วกับหลกั และความสาคญั ของทักษะส่งลูกสันและการส่งลูกยาว โดยเนน้ ใหเ้ หน็
ความแตกต่างของทักษะการส่งลกู สนั และการสง่ ลกู ยาว
1.2 ส่มุ นักเรยี นสาธติ ทักษะสง่ ลูกสันและการสง่ ลกู ยาว ครูอธิบายแกไ้ ขพร้อมสาธติ การสง่ ลูกสัน
และการสง่ ลูกยาว ทถ่ี กู ต้องตามขันตอนเรม่ิ ตังแตก่ ารปล่อยลูกขนไก่ การเหวย่ี งไม้ การใช้
ข้อมือ ตลอดจนการถ่ายนาหนักตวั
ข้ันปฏิบัติ
1.1 ครใู ห้นักเรยี นแบ่งออกเปน็ 2 กลุ่ม หนั หนา้ เขา้ หากัน โดยกาหนดเสน้ ในสนาม
1.2 ครูให้สัญญาณนกหวดี นักเรยี นตลี ูก โดยการเสริ ์ฟทีละกลุ่มสลับไป-มา
1.3 ครูเรยี กนักเรยี นรวมแล้วฝกึ ทักษะการตลี ูกหลงั มอื
1.4 ครูให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ เหมือนเดมิ แล้วฟงั คาสัง่ จากครใู หต้ ลี กู แบบใด
ข้นั นาไปใช้
ครูให้นกั เรยี นเลน่ เกม “ วิญญาณลงหลมุ ”
- แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ฝ่าย ให้ผู้เล่นแต่ละฝ่ายไปยืนในสนามของตนเอง วางตะกร้าไว้อีกด้าน
หนง่ึ ของตรงกลางสนาม
- เร่ิมเล่นโดยผู้เล่นซึ่งกระจายกันอยู่อีกด้านหนึง่ ของสนามตีลกู ให้ลงตะกร้าให้มากท่ีสุด ตีอยา่ งไรก็
ได้ ฝา่ ยใดตลี งมากทส่ี ดุ เป็นฝ่ายชนะ
- โดยผเู้ ลน่ 1 คน สามารถตไี ด้ 1 ลูกเทา่ นัน
- สามารถยืนไดท้ กุ ตาแหนง่ ของสนาม ยกเวน้ การข้ามแดนไป และในเขตเส้นสง่ ลกู สัน
ข้ันสรุป
1.1 นักเรียนเข้าแถวเป็นระเบียบตามกลุ่ม ครูซักถามส่ิงท่ีเรียนในวันนี และสรปุ ความรู้ทเ่ี รียนอีก
ครงั
1.2 ครใู ห้นักเรยี นยืดเหยียดรา่ งกาย เพอ่ื ลดอาการบาดเจ็บอันเน่ืองมาจากการออกกาลังกายและ
เป็นการสรา้ งเสริมสมรรถภาพด้านความอ่อนตวั
1.3 ครูใหน้ กั เรียนตรวจความเรยี บรอ้ ยเครื่องแตง่ กาย และใหน้ ักเรยี นไปเรียนต่อในรายวิชาต่อไป
9. ส่อื การสอน
1.ไม้แบดมนิ ตัน
2.สนาม
3.นกหวดี
4.ลกู แบดมินตนั
5.เสา , ตาขา่ ย ใบความร้ทู ่ี 4.1
6.ใบเชค็ รายชอ่ื นกั เรียน
7.ตะกรา้
8.กรวย
10. แหล่งเรยี นรู้
1.หนงั สือกฎ กตกิ า มารยาท การเลน่ กีฬาแบดมินตัน
2. อนิ เตอร์เนต็
11. การวดั และประเมนิ ผล
11.1 การประเมินตามจุดประสงค/์ ตัวชี้วัด
จดุ ประสงค์ วิธีวัดการวัด เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การผ่าน
แบบทดสอบ
และประเมินผล ตอบคาถามไดถ้ กู ตอ้ ง นักเรียนมีความ
แบบทดสอบ เข้าใจเนอื้ หา
1.ดา้ นความรู้ (K) ตั้งคาถาม-ตอบ อย่างน้อย 80%
1.1 นกั เรยี นมี ตอบคาถามไดถ้ กู ตอ้ ง นกั เรยี นมคี วาม
เข้าใจเนื้อหา
ความรู้และเข้าใจ อยา่ งนอ้ ย 80%
เกย่ี วกบั ทักษะการ
ส่งลูกสันและการส่ง
ลกู ยาว
1.2 นักเรยี น ต้ังคาถาม-ตอบ
อธบิ ายหลักการ
และวิธกี ารปฏบิ ตั ิ
ทักษะสง่ ลูกสนั และ
การสง่ ลูกยาวได้
อยา่ งถูกต้อง
2.ด้านทกั ษะ/ ฝกึ ปฏิบัติ -แบบสังเกตจาก ปฏบิ ัตทิ กั ษะได้ นกั เรียนสามารถ
กระบวนการ (P) การปฏิบตั ิ ถกู ต้อง ปฏิบตั ไิ ดถ้ กู ต้อง
2.1 นกั เรยี น -แบบฝึกทกั ษะ ตามทักษะอยา่ ง
สามารถฝึกปฏิบตั ิ นอ้ ย 80%
ทกั ษะสง่ ลูกสนั และ -แบบสังเกต มีความสนใจเรียนรู้
การสง่ ลกู ยาวได้ นกั เรียนจะต้อง
อยา่ งถูกต้อง พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ระดับ
คณุ ภาพการ
3.ด้านคณุ ลักษณะ สงั เกตพฤตกิ รรม รายบุคคล ประเมินระดับ
ที่พงึ ประสงค์ (A) ในการเรียนรู้ พอใช้ข้นึ ไป
3.1 นักเรียนตง้ั ใจ -แบบสังเกต
ฟังและมีความ
สนกุ สนานในการ พฤติกรรมรายกลุ่ม
เรียนทักษะส่งลกู
สั้นและการส่งลูก -แบบประเมิน
ยาวในการเล่นกฬี า
แบดมนิ ตัน (A) คุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์
11.2 การประเมนิ สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21
สมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ทักษะศตวรรษที่ 21
ประเดน็ การประเมิน วิธวี ดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การให้คะแนน
สมรรถนะหลัก สงั เกตจากพฤติกรรม นักเรียนจะตอ้ งผา่ นเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมิน ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
ทักษะชวี ติ สังเกตจากพฤติกรรม สมรรถนะสาคัญของ ระดับพอใชข้ ึน้ ไป
ผูเ้ รียนด้าน
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ สังเกตการใหเ้ หตุผล ความสามารถในการ นกั เรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใชท้ ักษะชีวิต ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ช้ันเรียน ระดับพอใชข้ ึน้ ไป
แบบประเมินดา้ น นกั เรยี นจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
คณุ ลักษณะอนั พงึ ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
ประสงค์ของผูเ้ รียน ระดบั พอใช้ขึ้นไป
แบบประเมินด้าน
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผ้ใู ชแ้ ผนเขยี นเสนอแนะ)
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
13. บนั ทกึ หลังสอน
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
นักเรียนจานวน.........................................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม......................คนคิดเป็นรอ้ ยละ..............................
ไมผ่ า่ นจุดประสงค์การเรยี นรูโ้ ดยรวม..................คนคดิ เปน็ รอ้ ยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรียนท่มี ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรียนเด็กพิเศษ ได้แก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรียนท่ไี มผ่ า่ นการประเมนิ จดุ ประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นกั เรยี นทไี่ ม่ผา่ นการประเมนิ จดุ ประสงคด์ ้านทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ได้แก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นกั เรยี นทไ่ี ม่ผา่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
13.2 ปญั หา/อุปสรรค
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปัญหาอปุ สรรค)
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
ลงชือ่ ......................................................................ครูผู้สอน
(..นายยทุ ธชยั แก้วสารทอง...)
ตาแหน่ง...ครชู านาญการ........
…………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นร้/ู หัวหนา้ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................หวั หน้ากล่มุ สาระฯ
(..นายจริ ศักด์ิ ชัยเพชร...)
…………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรอื ผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรียนร้ขู อง......................................................................................แลว้
มีความคดิ เห็นดงั นี
1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
2. การจัดกิจรรมไดน้ ากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผูเ้ รียนเปน็ สาคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยังไมเ่ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สาคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
นาไปใช้ไดจ้ รงิ
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .............................................รองผูอ้ านวยการโรงเรียนกลุม่ บริหารวชิ าการ
(นางอัมพร สงวนศกั ด์ิ)
…………./……………./…………
ความคดิ เห็น
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................ผอู้ านวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)
…………./……………./…………
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2
รายวชิ า แบดมินตัน 2
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา เวลา 2 คาบ
รหสั วชิ า พ 22104
เรอ่ื ง การเสริ ฟ์ ลูกแบดมนิ ตนั Forehand และ Backhand
1. มาตรฐานการเรยี นการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มที กั ษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกมและกฬี า
มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม การเลน่ กีฬาปฏบิ ัตเิ ป็นประจาสม่าเสมอ
มีวนิ ยั เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มีนาใจนกั กีฬา มีจิตวญิ ญาณในการแขง่ ขนั และชนื่ ชมในสนุ ทรียภาพของ
กฬี า
2. ผลการเรียนทค่ี าดหวัง
1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายขนั ตอนการเสริ ์ฟลกู แบดมินตนั Forehand และ Backhand ได้อยา่ ง
ถูกต้อง (K)
2. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ัติทักษะการเสิร์ฟลูกแบดมนิ ตนั Forehand และ Backhand ได้อย่าง
ถูกต้อง (P)
3. นกั เรียนมคี วามสนใจ แสดงความมีระเบียบวนิ ยั และตระหนกั ถงึ คุณคา่ ของการออกกาลังกายและ
เล่นกฬี า ได้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม (A)
3. สาระสาคัญ
การเสิร์ฟในกีฬาแบดมินตันนันมีความสาคัญมาก เพราะบางทีแค่การเสิร์ฟลูกก็สามารถตัดสิน
ความได้เปรียบเสียเปรียบในเกม ในการเสิร์ฟ ลูกแบดมินตันนัน จะแบ่งได้ 2 แบบคือ การเสิร์ฟโดย
Backhand (หลังมือ) และการเสิร์ฟโดย Forehand (หน้ามือ) โดยการเสิร์ฟท่ีดี (ในกรณีเสิร์ฟหน้า)
ตอ้ งไม่แรง ไม่โดง่ หรือ เบา จนเกินไป ควรได้ทศิ ทางและนาหนักท่ีพอดีลงทา้ ยคอร์ดแต่หลากหลายมุม
และ ควรหดั เสิร์ฟให้ไดห้ ลายๆมมุ จนฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถคาดเดาได้และการเสิร์ฟจะใช้ขอ้ มือและ
นิวโป้งบังคับเป็นตัวส่งลูกให้ไปในทิศทางต่างๆที่ต้องการปัจจุบันเกมแบดมินตันนิยมเล่นแบบ really
point เล่นเกมบุกมากขึนและเร็วขึน จึงนิยมการเสิร์ฟการเสิร์ฟโดย Forehand (หน้ามือ) การเสิร์ฟ
ใดๆก็ตามท่ีสาคัญต้องถูกกติกาการเสิร์ฟด้วย เพอ่ื แต้มสวยๆ และโอกาสในการเปิดเกมเพื่อให้การเล่น
ในเกมง่ายขนึ
4. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. สาระการเรียนรู้
การฝึกทักษะการเสริ ์ฟในกฬี าแบดมนิ ตันทถ่ี ูกตอ้ งน้ัน เป็นการฝกึ ทกั ษะพืน้ ฐานในกฬี า
แบดมินตนั ทีใ่ ชใ้ นการเรม่ิ เกม ถา้ มกี ารเสริ ฟ์ ที่ดเี ป็นการสร้างความไดเ้ ปรียบในเกมการเล่นใน
แตม้ นน้ั ๆ สามารถทรงตัวในขณะเสริ ์ฟลูกแบดมินตัน สามารถต่อยอดและพัฒนาในทกั ษะ
อื่น ๆ
- หลกั การเพิ่มพูนความสามารถในการเคล่ือนไหวท่ใี ช้ทกั ษะกลไกและทักษะพื้นฐาน
ทีน่ าไปสกู่ ารพัฒนาทักษะการเล่นกีฬาแบดมินตัน
- การจับไมแ้ ร็กเกตท่ีถกู ต้องในการเสริ ์ฟ Forehand และ Backhand
6. จดุ เน้นส่กู ารพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี น ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลัก 4Cs)
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความรว่ มมอื การทางานเปน็ ทมี และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทกั ษะด้านการส่ือสารสนเทศ และรูเ้ ท่าทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะด้านชวี ิตและอาชีพ
ความยืดหยุ่นและการปรบั ตัว
การริเรม่ิ สร้างสรรค์และการเปน็ ตัวของตัวเอง
ทักษะสังคม และสังคมข้ามวัฒนธรรม
การเป็นผ้สู รา้ งหรอื ผู้ผลิต และความรบั ผดิ ชอบเชื่อถือได้
ภาวะผ้นู าและความรบั ผิดชอบ
คุณลกั ษณะสาหรับศตวรรษท่ี 21
คณุ ลกั ษณะด้านการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นา
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การชีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนร้ขู องตนเอง
คณุ ลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อนื่ ความซ่ือสัตย์ สานกึ พลเมือง
7. ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความร)ู้ (เขียนให้สอดคล้องกับจุดประสงค)์
- ทบทวนเรือ่ งทักษะการเสิร์ฟลูกแบดมินตัน Forehand และ Backhand เพม่ิ เตมิ