The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พ22104 (พลศึกษา 4) ม.2 ภาคเรียนที่ 2 ปี 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ แบดมินตัน

พ22104 (พลศึกษา 4) ม.2 ภาคเรียนที่ 2 ปี 2564

8. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (ใชก้ ระบวนการกลุม่ กระบวนการปฏิบตั ิและบรู ณาการหลักคดิ
ของหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข)

ขน้ั เตรยี มการสอน ( ชว่ั โมงที่ 1-2 )
1.1 ครูใหน้ กั เรยี นจดั แถวเป็นแถวตอน ตามกลุ่มท่ีครไู ด้จัดกลมุ่ ไวใ้ หก้ บั นักเรียน

 = ครู  = นกั เรยี น


   
   
   
   
   
   

รูปแบบการยนื แถว

1.2 ครเู ช็คช่อื นกั เรียนและตรวจอปุ กรณ์ในการเรียน
1.3 ครูตรวจความเรียบร้อยของเคร่ืองแต่งกายและสุขภาพของนักเรียนเพ่ือความปลอดภยั ในการ
เรียนการสอน
1.4 ครสู ่ังให้นกั เรียนขยายแถวสองชว่ งแขนไปด้านข้างและด้านหลงั ใหน้ ักเรยี นตวั แทนกลมุ่
นาบรหิ ารร่างกาย (warm-up) เพ่อื เตรียมความพร้อมของร่างกายและกระตนุ้ ระบบต่างๆให้พรอ้ มทจ่ี ะ
ปฏบิ ัติกจิ กรรมในคาบเรยี นใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เมื่อเสรจ็ ให้ชดิ แถวกลบั มา
1.5 ครอู ธบิ ายวัตถปุ ระสงค์ในการเรยี นในรายวิชาแบดมินตัน ตลอดจนขอ้ ตกลงเบืองต้นในการ
เรยี นวิชาแบดมนิ ตันและครูบอกกบั นกั เรียนวา่ “วันนเี ราจะมาเรยี นในทกั ษะการเสิรฟ์ แบบ Forehand
และBackhand”

ขั้นอธิบายและสาธติ

 = ครู  = นักเรยี น


   
   
   
   
   
   

รูปแบบการยืนแถว

2.1 ครอู ธิบายวธิ กี ารปฏิบัติในทกั ษะการเสิร์ฟแบบ Forehand และ Backhand ตามลาดบั

2.2 ครอู ธิบายขนั ตอนทักษะการเสริ ์ฟแบบ Forehand และ Backhand เป็นลาดับขันตอน

2.3 ครสู าธิตให้นักเรยี นดู แนวทางการปฏบิ ัตทิ ักษะการเสริ ์ฟแบบ Forehand และBackhand
ใน กฬี าแบดมนิ ตนั

2.4 ครใู หน้ ักเรียนยืนขนึ และขยายแถว 2 ช่วงแขนเพื่อทาการฝึกทา่ เตรยี มความพร้อมใน
การเสิร์ฟแบบ ForehandและBackhand

รูปแสดงทกั ษะการเสริ ฟ์ แบบ Forehand การเสริ ฟ์ แบบBackhand

ขน้ั ปฏบิ ตั ิ

แบบฝึกท่ี 1 การเสิรฟ์ แบบ Forehand
1. ครใู หน้ ักเรียนปฏิบตั ทิ ักษะการเสิร์ฟแบบ Forehand และ Backhand
2. ครูใหน้ ักเรยี นหาพืนท่ขี องตนเองในการฝกึ ปฏบิ ัติทักษะการเสริ ฟ์ แบบ Forehand
และ Backhand
3. ครูเดินดู สังเกต แนะนา ทักษะการเสริ ์ฟแบบ Forehand และ Backhand ใน
ทักษะที่ถูกต้อง

แบบฝึกท่ี 2 การเสริ ฟ์ แบบ Backhand
1. ครูให้นักเรยี นปฏิบตั ิทักษะการเสริ ฟ์ แบบ Backhand
2. ครใู ห้นักเรยี นหาพนื ทขี่ องตนเองในการฝกึ ปฏิบัตทิ ักษะการเสริ ฟ์ แบบ Backhand
3. ครเู ดินดู สงั เกต แนะนา ทักษะการเสิร์ฟแบบ Backhand ในทกั ษะที่ถกู ต้อง

ขนั้ นาไปใช้
1.1 ครใู หน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่มเท่า ๆ กันโดยใหแ้ ตล่ ะกุลม่ แยกกันฝึกปฏิบัตใิ นแต่ละ

สนาม (คอร์ท)
1.2 ครูอธบิ ายเกมทีจ่ ะเลน่ กจิ กรรม โดยมขี นั ตอนดงั นี
- ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ ม่ แสดงการฝกึ ทักษะการเสริ ์ฟแบบ Forehand และ

Backhand ในทักษะท่ีถกู ต้อง
- ครูให้สญั ญาณนกหวีด โดยใหเ้ ร่มิ ปฏบิ ตั ทิ ักษะการเสริ ์ฟแบบ Forehand และ

Backhand ในทกั ษะทถ่ี ูกต้อง
1.3 ในขณะเล่นเกมอยู่นนั ครูเดนิ ดู สงั เกต แนะนา แก้ไขสาหรับนักเรียนท่ียงั ปฏิบัติไมถ่ ูกต้อง

และนามาสรปุ ตอนท้ายกจิ กรรมตอ่ ไป
1.4 ครูกล่าวชมเชยนักเรยี น และสรุปกจิ กรรมขา้ งตน้

ขน้ั สรุป
1.1 นกั เรียนเข้าแถวเป็นระเบียบตามกลุ่ม ครูซักถามส่ิงทเ่ี รยี นในวันนี และสรุปความรทู้ ่เี รยี นอกี

ครัง 1.2 ครูให้นกั เรยี นยืดเหยียดร่างกาย (cool - down) เพ่อื ลดอาการบาดเจ็บอนั เนื่องมาจากการ
ออกกาลังกายและเปน็ การสร้างเสริมสมรรถภาพด้านความอ่อนตวั

1.3 ครูเน้นยาวา่ “การฝึกทกั ษะการเสริ ์ฟแบบ Forehand และ Backhand ต้องมีการฝึกปฏิบตั ิ
บอ่ ย ๆ ต้องปฏบิ ัติซา ๆ จึงจะเกิดการพัฒนาทกั ษะที่ดีและสามารถตอ่ ยอดไปสู่ทักษะอ่ืน ๆ และการเลน่
ประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ ”

1.4 ครเู นน้ ยาและฝากในเรอ่ื งของระเบยี บวินัย การตรงต่อเวลาในการเรยี นและการแตง่ กายให้
เรยี บร้อย

1.5 ครใู ห้นกั เรียนกลับไปฝึกฝนทักษะการเสริ ์ฟแบบ Forehand และ Backhand และให้
นักเรยี นกลับไปศึกษาการตีโตเ้ ป็นคูเ่ พื่อเรยี นในคาบตอ่ ไป

1.6 ครูปลูกฝังในเร่ืองของเจตคตทิ ดี่ ตี ่อการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาแบดมินตัน
1.7 ครูใหน้ กั เรียนตรวจความเรยี บร้อยเครื่องแต่งกาย และให้นกั เรียนไปเรียนต่อในรายวิชาตอ่ ไป

9. สือ่ การสอน
1.ไมแ้ บดมินตัน
2.สนาม
3.นกหวดี
4.ลกู แบดมินตัน
5.เสา , ตาขา่ ย ใบความรทู้ ่ี 6.1
6.ใบเช็ครายชอื่ นกั เรียน

10. แหล่งเรยี นรู้
1.หนังสอื กฎ กติกา มารยาท การเล่นกีฬาแบดมินตนั
2. อินเตอร์เน็ต

11. การวดั และประเมินผล
11.1 การประเมนิ ตามจดุ ประสงค์/ตัวช้ีวดั

จุดประสงค์ วิธีวดั การวัด เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารผ่าน
และประเมนิ ผล แบบทดสอบ
1.ด้านความรู้ (K) ตง้ั คาถาม-ตอบ ตอบคาถามไดถ้ กู ตอ้ ง นักเรยี นมีความ
1.1 นกั เรียน เขา้ ใจเนื้อหา
สามารถอธบิ าย ฝึกปฏบิ ัติ อย่างนอ้ ย 80%
ขันตอนการเสริ ์ฟ
ลูกแบดมินตัน สงั เกตพฤตกิ รรม -แบบสงั เกตจาก ปฏบิ ัติทักษะได้ นกั เรยี นสามารถ
Forehand และ ในการเรยี นรู้ การปฏิบตั ิ ถูกต้อง ปฏบิ ัตไิ ดถ้ กู ต้อง
Backhand ได้ -แบบฝกึ ทกั ษะ ตามทกั ษะอยา่ ง
อยา่ งถูกต้อง นอ้ ย 80%
2.ด้านทักษะ/
กระบวนการ (P) -แบบสงั เกต มีความสนใจเรียนรู้ นักเรียนจะต้อง
2.1 2. นักเรยี น ผา่ นเกณฑ์ระดบั
สามารถปฏิบตั ิ พฤติกรรม คณุ ภาพการ
ทักษะการเสริ ์ฟลูก ประเมินระดับ
แบดมินตัน รายบุคคล พอใช้ขึ้นไป
Forehand และ
Backhand ได้ -แบบสังเกต
อยา่ ง
ถกู ต้อง พฤติกรรมรายกลุ่ม
3.ดา้ นคณุ ลักษณะ
ท่พี งึ ประสงค์ (A) -แบบประเมิน
3.1 3. นักเรียนมี
ความสนใจ แสดง คณุ ลกั ษณะอนั พึง
ความมีระเบียบ
วนิ ัยและตระหนัก ประสงค์
ถงึ คุณคา่ ของการ
ออกกาลังกายและ
เลน่ กฬี า ได้อยา่ ง
ถูกตอ้ งและ
เหมาะสม

11.2 การประเมนิ สมรรถนะสาคญั คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21

สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21

ประเดน็ การประเมนิ วิธวี ดั เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การใหค้ ะแนน
สมรรถนะหลัก สังเกตจากพฤตกิ รรม นักเรียนจะต้องผา่ นเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพการประเมนิ
ทักษะชีวิต สงั เกตจากพฤติกรรม สมรรถนะสาคัญของ ระดับพอใชข้ ึ้นไป
ผูเ้ รยี นด้าน
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ สังเกตการให้เหตผุ ล ความสามารถในการ นักเรียนจะต้องผา่ นเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใชท้ กั ษะชีวติ ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชนั้ เรยี น ระดบั พอใช้ขึน้ ไป
แบบประเมนิ ด้าน นกั เรียนจะต้องผา่ นเกณฑ์
คุณลักษณะอันพึง ระดับคุณภาพการประเมนิ
ประสงค์ของผู้เรยี น ระดับพอใช้ขน้ึ ไป

แบบประเมินด้าน
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21

12. ขอ้ เสนอแนะ(ผู้ใชแ้ ผนเขียนเสนอแนะ)
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

13. บันทึกหลังสอน
13.1 ผลการจดั การเรียนรู้

นกั เรียนจานวน.........................................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนร้โู ดยรวม......................คนคดิ เป็นรอ้ ยละ..............................
ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้โดยรวม..................คนคิดเปน็ รอ้ ยละ..............................
ไดแ้ ก่

1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทมี่ ีความสามารถพเิ ศษ/นักเรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรียนที่ไม่ผา่ นการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านความรู้ (K) จานวน............................คน ได้แก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นกั เรียนทไี่ มผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ ้านทักษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นกั เรยี นทไี่ มผ่ ่านการประเมินจุดประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
13.2 ปัญหา/อุปสรรค
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................................................ครผู ู้สอน
(..นายยทุ ธชัย แก้วสารทอง...)

ตาแหน่ง...ครูชานาญการ........
…………./……………./…………

ความเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนร/ู้ หัวหนา้ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงช่อื ...............................................หวั หนา้ กล่มุ สาระฯ
(..นายจิรศกั ดิ์ ชัยเพชร...)

…………./……………./…………

ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของ......................................................................................แลว้

มีความคิดเหน็ ดงั นี
1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรงุ
2. การจดั กจิ รรมได้นากระบวนการเรียนรู้
 เน้นผูเ้ รียนเปน็ สาคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
 ยังไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สาคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่
 นาไปใชไ้ ด้จริง
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนาไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ

............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชื่อ.............................................รองผ้อู านวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศักด์ิ)

…………./……………./…………

ความคดิ เหน็
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชอื่ .............................................ผอู้ านวยการโรงเรียน
(นางยุภา พรเศรษฐ์)

…………./……………./…………

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 7 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2
รายวิชา แบดมินตัน 2
กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา เวลา 1 คาบ
รหสั วชิ า พ 22104
เรอื่ ง ทักษะการตีลูกตบของกีฬาแบดมนิ ตนั

1. มาตรฐานการเรียนการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มที ักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกมและกฬี า
มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกาลงั กาย การเล่นเกม การเลน่ กฬี าปฏบิ ัติเป็นประจาสมา่ เสมอ

มีวนิ ัย เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มนี าใจนักกีฬา มจี ิตวญิ ญาณในการแข่งขนั และชนื่ ชมในสุนทรยี ภาพของ
กฬี า

2. ผลการเรียนท่คี าดหวัง
1. นักเรียนสามารถอธบิ ายเก่ียวกบั ขนั ตอนของทักษะการตบของกีฬาแบดมินตันได้อยา่ งถูกต้อง
(K)
2. นักเรยี นสามารถฝึกปฏิบตั ิทกั ษะการตบของกีฬาแบดมินตันไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง (P)
3. นกั เรียนตงั ใจและมีความสนกุ สนานในการเรยี นทักษะการตบของกฬี าแบดมนิ ตัน (A)

3. สาระสาคญั
ลูกตบ เป็นลูกเด็ดขาดที่ตจี ากเบอื งสงู กดลูกลงสู่เปา้ หมายใหพ้ งุ่ ลงสู่พืนในวิถีตรงทรี่ นุ แรง และ

รวดเรว็ เปน็ ลูกท่ีพุ่งไปสเู่ ป้าหมายดว้ ยความเรว็ ที่สูงกวา่ เกมเลน่ อ่ืน ๆ ท่ีใช้แรก็ เกต เป็นลูกท่ีใช้บบี บงั คับ

ใหค้ ตู่ อ่ สู้ต้องตกเปน็ ฝา่ ยรับ ลกู ตบเปน็ ลกู ฆ่า เปน็ ลกู ทาแต้มท่ีได้ผล ถา้ รู้จักใชอ้ ยา่ งถูกต้อง

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
 ความสามารถในการส่อื สาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. สาระการเรยี นรู้
- ขันตอนการตลี ูกตบ
- วถิ ที างทดี่ ีของลกู ตบ

6. จดุ เนน้ สู่การพัฒนาคณุ ภาพผ้เู รียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลัก 4Cs)
 การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
 ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
 ทักษะด้านความร่วมมอื การทางานเป็นทมี และภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
 ทักษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรเู้ ท่าทันส่ือ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะด้านชวี ติ และอาชีพ
 ความยืดหยนุ่ และการปรบั ตวั
 การรเิ ริ่มสร้างสรรค์และการเปน็ ตัวของตัวเอง
 ทักษะสังคม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม
 การเป็นผสู้ รา้ งหรอื ผ้ผู ลติ และความรับผดิ ชอบเชื่อถือได้
 ภาวะผนู้ าและความรับผิดชอบ
คุณลักษณะสาหรบั ศตวรรษท่ี 21
 คณุ ลกั ษณะดา้ นการทางาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผู้นา
 คณุ ลกั ษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชนี าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรขู้ องตนเอง
 คุณลักษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อน่ื ความซ่ือสัตย์ สานกึ พลเมือง

7. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) (เขียนใหส้ อดคล้องกับจุดประสงค์)
- ทบทวนเรือ่ งทักษะการตีลกู ตบเพิ่มเติม

8. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบตั ิและบูรณาการหลักคิด
ของหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข)

ขั้นเตรยี มการสอน
1.1 ครใู หน้ ักเรียนจดั แถวเปน็ แถวตอน ตามกลุม่ ท่ีครไู ด้จัดกล่มุ ไวใ้ ห้กบั นกั เรยี น

 = ครู  = นักเรยี น


   
   
   
   
   
   

รปู แบบการยนื แถว

1.2 ครเู ช็คชอ่ื นกั เรยี นและตรวจอปุ กรณใ์ นการเรยี น
1.3 ครตู รวจความเรียบร้อยของเคร่ืองแต่งกายและสขุ ภาพของนักเรยี นเพ่ือความปลอดภัยในการ
เรียนการสอน

1.4 ครสู ่ังใหน้ ักเรยี นขยายแถวสองช่วงแขนไปดา้ นขา้ งและด้านหลงั ใหน้ ักเรียนตวั แทนกลมุ่
นาบรหิ ารร่างกาย (warm-up) เพือ่ เตรียมความพร้อมของร่างกายและกระต้นุ ระบบตา่ งๆให้พรอ้ มทจี่ ะ
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมในคาบเรยี นใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เม่ือเสรจ็ ใหช้ ิดแถวกลบั มา

1.5 ครอู ธบิ ายวตั ถปุ ระสงค์ในการเรียนในรายวิชาแบดมนิ ตัน ตลอดจนขอ้ ตกลงเบืองต้นในการ
เรียนวิชาแบดมนิ ตนั และครบู อกกับนักเรยี นวา่ “วันนเี ราจะมาเรยี นในทกั ษะเบืองต้นในกฬี าแบดมนิ ตัน
คอื ทักษะการตีลูกตบ”

ขน้ั อธบิ ายและสาธติ

 = ครู  = นักเรียน


   
   
   
   
   
   

รูปแบบการยืนแถว

1.1 ครูอธิบายเก่ียวกับหลกั การและความสาคัญของการตลี กู ตบ โดยเน้นความแรงและการตวดั
ข้อมือ

1.2 สุ่มนกั เรียนสาธติ การตีลกู ตบ ครูอธิบายแก้ไขพร้อมสาธิตการตลี กู ตบ ท่ีถกู ต้องตามขันตอน
เร่ิมตังแต่การเหว่ียงไม้ การใช้ข้อมือ ตลอดจนการถ่ายนาหนกั ตัว

ข้ันปฏบิ ัติ

1.1 ครใู หน้ ักเรยี นยืนเปน็ แถวตอน 4 แถว หันหน้าเขา้ หากัน โดยใหฝ้ ่ังใดฝง่ั หนง่ึ เป็นฝ่ายตีลกู โด่ง
ให้อีกฝา่ ยตลี ูกตบกลับมา เม่อื ฝัง่ ตรงขา้ มตลี ูกตบครบทกุ คน กใ็ หส้ ลับกันเปน็ ฝ่ายป้อนและฝ่ายตลี กู ตบ

1.2 นกั เรยี นฝกึ ปฏิบัตกิ ารตลี ูกตบ ตามที่ครกู าหนดและชว่ ยกนั แก้ไขข้อบกพร่อง จนกวา่ จะ
ปฏบิ ัตไิ ดถ้ ูกตอ้ งและชานาญ โดยครูคอยให้คาแนะนาช่วยเหลือ และสาธิตตามโอกาส

1.3 สมุ่ นักเรยี น 2 คน ปฏบิ ตั ิการตลี ูกตบ นกั เรียนทงั หมดวิเคราะห์จุดดี และจดุ บกพร่อง ตลอด
ถงึ บอกวิธกี ารแก้ไขขอ้ บกพร่อง เพ่ือนาไปเปน็ ข้อมลู ในการแก้ไขตนเอง

ขน้ั นาไปใช้
1.1 ครใู ห้นกั เรียนเล่นแขง่ ขนั กัน หรอื ฝกึ ทกั ษะท่ีเรียนไปเพื่อทบทวนและเพ่ิมความชานาญ

ข้นั สรปุ

1.1 นักเรียนเขา้ แถวเป็นระเบียบตามกลุ่ม ครูซักถามสง่ิ ทเ่ี รียนในวนั นี และสรปุ ความรทู้ ่ี
เรียนอกี ครัง
1.2 ครูใหน้ กั เรยี นยดื เหยยี ดรา่ งกาย เพื่อลดอาการบาดเจบ็ อนั เนอ่ื งมาจากการออกกาลงั กาย
และเป็นการสร้างเสรมิ สมรรถภาพด้านความออ่ นตวั
1.3 ครูใหน้ กั เรียนตรวจความเรียบร้อยเคร่ืองแตง่ กาย และใหน้ ักเรียนไปเรยี นต่อในรายวชิ า
ตอ่ ไป

9. ส่อื การสอน
1.ไม้แบดมนิ ตนั
2.สนาม
3.นกหวดี
4.ลกู แบดมนิ ตัน
5.เสา , ตาข่าย ใบความรู้ท่ี 7.1
6.ใบเชค็ รายชอ่ื นักเรยี น

10. แหล่งเรียนรู้
1.หนังสือกฎ กตกิ า มารยาท การเล่นกีฬาแบดมินตัน
2. อนิ เตอรเ์ น็ต

11. การวดั และประเมนิ ผล
11.1 การประเมินตามจุดประสงค์/ตัวชี้วดั

จดุ ประสงค์ วิธีวดั การวัด เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารผ่าน
แบบทดสอบ
และประเมินผล ตอบคาถามได้ถกู ตอ้ ง นักเรยี นมคี วาม
-แบบสงั เกตจาก เขา้ ใจเนือ้ หา
1.ดา้ นความรู้ (K) ต้ังคาถาม-ตอบ การปฏิบัติ อย่างน้อย 80%
-แบบฝกึ ทักษะ
1.1 นักเรียน

สามารถอธบิ าย

เก่ียวกบั ขันตอน

ของทักษะการตบ

ของกฬี าแบดมนิ ตนั

ได้อยา่ งถกู ต้อง

2.ด้านทักษะ/ ฝกึ ปฏิบัติ ปฏิบตั ทิ ักษะได้ นกั เรยี นสามารถ
ถกู ตอ้ ง ปฏิบตั ิไดถ้ กู ตอ้ ง
กระบวนการ (P) ตามทักษะอย่าง
น้อย 80%
2.1 นกั เรยี น

สามารถฝึกปฏบิ ตั ิ

ทกั ษะการตบของ

กีฬาแบดมนิ ตันได้

อยา่ งถูกต้อง

3.ด้านคุณลักษณะ สังเกตพฤติกรรม -แบบสงั เกต มีความสนใจเรยี นรู้ นกั เรยี นจะต้อง
ท่ีพึงประสงค์ (A) ในการเรียนรู้ ผ่านเกณฑ์ระดบั
3.1 นกั เรียนตังใจ พฤตกิ รรม คุณภาพการ
และมคี วาม ประเมนิ ระดับ
สนุกสนานในการ รายบคุ คล พอใช้ข้ึนไป
เรยี นทกั ษะการตบ
ของกีฬาแบดมินตัน -แบบสงั เกต

พฤติกรรมรายกลุ่ม

-แบบประเมนิ

คุณลักษณะอนั พงึ

ประสงค์

11.2 การประเมินสมรรถนะสาคญั คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21

สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21

ประเดน็ การประเมนิ วิธวี ดั เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การใหค้ ะแนน
สมรรถนะหลัก สังเกตจากพฤตกิ รรม นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพการประเมนิ
ทักษะชีวิต สงั เกตจากพฤติกรรม สมรรถนะสาคัญของ ระดับพอใชข้ ึ้นไป
ผูเ้ รยี นด้าน
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ สังเกตการให้เหตผุ ล ความสามารถในการ นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใชท้ กั ษะชีวติ ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ชนั้ เรยี น ระดบั พอใช้ขึน้ ไป
แบบประเมนิ ด้าน นกั เรียนจะต้องผ่านเกณฑ์
คุณลักษณะอันพึง ระดับคุณภาพการประเมนิ
ประสงค์ของผู้เรยี น ระดับพอใช้ขน้ึ ไป

แบบประเมินด้าน
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21

12. ขอ้ เสนอแนะ(ผใู้ ช้แผนเขียนเสนอแนะ)
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

13. บันทกึ หลังสอน
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้

นักเรียนจานวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรโู้ ดยรวม......................คนคดิ เป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนร้โู ดยรวม..................คนคิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่

1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรียนทม่ี ีความสามารถพเิ ศษ/นักเรยี นเด็กพิเศษ ได้แก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นท่ีไมผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงค์ดา้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ได้แก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นักเรยี นที่ไม่ผ่านการประเมินจดุ ประสงคด์ ้านทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นักเรยี นที่ไมผ่ ่านการประเมินจุดประสงค์ดา้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
13.2 ปัญหา/อุปสรรค
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปัญหาอปุ สรรค)
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................................................ครูผูส้ อน
(..นายยทุ ธชยั แกว้ สารทอง...)

ตาแหน่ง...ครูชานาญการ........
…………./……………./…………

ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ หวั หน้ากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชื่อ...............................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ
(..นายจริ ศกั ดิ์ ชยั เพชร...)

…………./……………./…………

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง......................................................................................แลว้

มีความคิดเห็นดงั นี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2. การจัดกิจรรมไดน้ ากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
 ยงั ไม่เน้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
 นาไปใชไ้ ด้จริง
 ควรปรบั ปรุงก่อนนาไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ

............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชอื่ .............................................รองผ้อู านวยการโรงเรียนกลมุ่ บริหารวิชาการ
(นางอัมพร สงวนศักด์ิ)

…………./……………./…………

ความคดิ เหน็
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงช่อื .............................................ผู้อานวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)

…………./……………./…………

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 8 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
รายวิชา แบดมินตัน 2
กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา เวลา 1 คาบ
รหัสวิชา พ 22104
เรื่อง การเคลือ่ นไหวรปู แบบตา่ งๆในกฬี าแบดมนิ ตนั

1. มาตรฐานการเรยี นการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทกั ษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกมและกฬี า
มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม การเลน่ กีฬาปฏิบตั เิ ป็นประจาสม่าเสมอ

มวี ินยั เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มนี าใจนักกฬี า มจี ิตวิญญาณในการแข่งขนั และชนื่ ชมในสนุ ทรยี ภาพของ
กีฬา

2. ผลการเรยี นทีค่ าดหวัง
1. นักเรียนสามารถอธิบายขันตอนการเคลื่อนไหวรูปแบบต่าง ๆ ในกีฬาแบดมินตันได้อย่างถูกต้อง

(K)

2. นกั เรยี นสามารถปฏิบัตทิ กั ษะการเคลอื่ นไหวรูปแบบต่าง ๆ ในกฬี าแบดมินตนั ได้อย่างถูกต้อง (P)

3. นกั เรียนมีความสนใจ แสดงความมีระเบียบวินัยและตระหนกั ถงึ คุณค่าของการออกกาลังกายและ

เลน่ กีฬา ได้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม (A)

3. สาระสาคญั
ทักษะการเคลื่อนไหว ถอื ว่าเป็นทักษะเบอื งตน้ ทจี่ ะนาส่กู ารพัฒนาในการเลน่ กีฬาแบดมินตนั

เนื่องจากการเคลื่อนไหวท่ีถูกต้อง และเคล่ือนไหวด้วยความคล่องแคล่วว่องไวนัน จะทาให้การเล่นกีฬา
แบดมินตันเป็นไปด้วยประสิทธิภาพ นอกจากนีการศึกษารูปแบบการเคลื่อนไหวที่ดีทาให้การเล่น
แบดมินตันนันจะได้เปรียบเชิงกลหรือเรยี กว่า การนาวทิ ยาศาสตร์การเคลอื่ นไหวมาประยกุ ต์ใชใ้ นการออก
กาลังกายและเลน่ กฬี า

แบดมินตันเป็นเกมท่ีผู้เล่นทังสองฝ่ายต้องเคล่ือนท่ีย้ายตัววิ่งไล่ตีลูกตลอดเวลาผู้เล่นจึงต้องอาศัย
การว่ิงเข้าออกและประชิดตีลูกในจังหวะท่ีถกู ตอ้ งในอริ ิยาบถท่ถี นดั เคล่ือนย้ายตัวตีลกู ดว้ ย ความง่ายดาย
และสินเปลืองแรงน้อยท่ีสุด การเคลื่อนท่ี (Foot Work) ไปยังตาแหน่งต่างๆ ของสนามทาได้หลายอย่าง
เช่น การก้าวเท้า การสืบเทา้ หรือสไลด์ การว่ิง การกระโดด
ศกึ ษา หลักการเคล่ือนไหวรูปแบบตา่ ง ๆ รวมทังการวิเคราะห์รูปแบบการเคลอ่ื นไหว ฝึกการเคลื่อนไหวใน

รปู แบบตา่ ง ๆ จากง่ายไปหายาก และซับซ้อนมากขนึ เพื่อนาไปส่ทู ักษะการเลน่ กีฬา

4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. สาระการเรียนรู้
ทกั ษะการเคลื่อนไหว ถือว่าเป็นทักษะเบืองต้นท่ีจะนาส่กู ารพัฒนาในการเล่นกีฬาแบดมนิ ตนั

เนอื่ งจากการเคล่ือนไหวที่ถูกต้อง และเคลื่อนไหวด้วยความคลอ่ งแคลว่ วอ่ งไวนนั จะทาให้การเล่นกีฬา
แบดมนิ ตนั เปน็ ไปดว้ ยประสิทธภิ าพ การเคลื่อนไหวมหี ลากหลายรูปแบบ เชน่

- การเคล่อื นทเ่ี คลื่อนไหวแบบอยู่กับที่ เชน่ การยดื เหยยี ดกลา้ มเนอื กอ่ นและหลงั ออกกาลังกาย
- การเคลอื่ นที่เคลอ่ื นไหวแบบเคลือ่ นท่ี เช่น การเคลอ่ื นไหวจากจุดหน่ึงไปยงั อีกจุดหน่ึง (เดิน วง่ิ
กระโดด )
- การเคลอ่ื นที่เคลอื่ นไหวแบบใชอ้ ปุ กรณ์ เช่น การเลียงลกู บาสเกตบอล การเดาะลูกตะกรอ้ การ
สง่ บอล
- การเคลื่อนทเ่ี คลื่อนไหวแบบผสมผสาน คือ การรวมการเคลือ่ นท่ีหลาย ๆ รูปแบบมา
ประยกุ ต์ใชใ้ นการเล่นกีฬาชนิดตา่ ง ๆ

6. จุดเน้นสกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 (ใช้เฉพาะแกนหลัก 4Cs)
 การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
 ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
 ทักษะด้านความร่วมมอื การทางานเป็นทีม และภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
 ทกั ษะดา้ นการส่ือสารสนเทศ และรู้เท่าทนั สอ่ื (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
 ความยดื หยุ่นและการปรับตวั
 การริเร่ิมสร้างสรรค์และการเป็นตัวของตัวเอง
 ทักษะสังคม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม
 การเปน็ ผ้สู ร้างหรอื ผูผ้ ลติ และความรับผดิ ชอบเชื่อถือได้
 ภาวะผู้นาและความรบั ผิดชอบ
คุณลักษณะสาหรับศตวรรษท่ี 21
 คุณลกั ษณะด้านการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
 คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
 คุณลักษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อ่นื ความซ่ือสัตย์ สานกึ พลเมือง

7. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ่ งรอยแสดงความร้)ู (เขียนใหส้ อดคล้องกับจุดประสงค์)
- ค้นควา้ ทกั ษะการเคลื่อนไหวในการพฒั นาการเล่นแบดมินตันเพ่มิ เติม

8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (ใชก้ ระบวนการกลุม่ กระบวนการปฏบิ ตั ิและบูรณาการหลักคิด
ของหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 หว่ ง 2 เงือ่ นไข)

ขัน้ เตรยี มการสอน
1.1 ครูให้นกั เรยี นจดั แถวเป็นแถวตอน ตามกลมุ่ ท่ีครไู ดจ้ ดั กลุ่มไวใ้ ห้กับนกั เรยี น

 = ครู  = นักเรียน


   
   
   
   
   
   

รปู แบบการยืนแถว

1.2 ครเู ชค็ ช่อื นกั เรยี นและตรวจอุปกรณใ์ นการเรยี น
1.3 ครตู รวจความเรยี บรอ้ ยของเครื่องแต่งกายและสุขภาพของนักเรียนเพื่อความปลอดภัยในการ
เรียนการสอน
1.4 ครสู ่ังให้นกั เรยี นขยายแถวสองช่วงแขนไปดา้ นข้างและดา้ นหลัง ให้นกั เรียนตัวแทนกลุม่
นาบริหารร่างกาย (warm-up) เพอ่ื เตรียมความพร้อมของร่างกายและกระตุ้นระบบต่างๆให้พร้อมที่จะ
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมในคาบเรยี นใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เม่ือเสรจ็ ใหช้ ดิ แถวกลับมา
1.5 ครอู ธบิ ายวัตถุประสงคใ์ นการเรียนในรายวิชาแบดมินตัน ตลอดจนขอ้ ตกลงเบืองตน้ ในการ
เรยี นวชิ าแบดมนิ ตนั และครูบอกกบั นกั เรยี นวา่ “วันนเี ราจะมาเรยี นในทกั ษะเบืองตน้ ในกีฬาแบดมนิ ตัน
คอื ทักษะการเคล่อื นไหวแบบตา่ งๆทีใ่ ช้ในกีฬาแบดมินตัน”

ข้ันอธบิ ายและสาธติ

 = ครู  = นกั เรียน


   
   
   
   
   
   

รูปแบบการยืนแถว

1.1 ครอู ธิบายวิธกี ารปฏิบัติในทกั ษะการเคล่ือนไหวแบบต่าง ๆ จากทักษะทง่ี า่ ยแล้วคอ่ ย ๆ เพิม่
ระดบั ความยากตามลาดบั

1.2 ครอู ธบิ ายขนั ตอนทักษะการเคล่ือนไหวแบบต่าง ๆ เป็นลาดับขันตอน
1.3 ครูสาธิตใหน้ ักเรียนดู แนวทางการปฏิบัติทักษะการเคล่ือนไหวแบบต่าง ๆ ในกีฬาแบดมนิ ตนั
1.4 ครูให้นกั เรยี นยนื ขนึ และขยายแถว 2 ชว่ งแขนเพ่อื ทาการฝกึ ทา่ เตรียมความพรอ้ มในการ
ปฏบิ ัตทิ กั ษะการเคลอ่ื นไหวแบบตา่ ง ๆ

ขั้นปฏิบัติ  = นกั เรยี น = กรวย

 = ครู  

 
 

 

แบบฝกึ ที่ 1 การเคล่อื นไปทางซ้ายและขวา



1. ครใู หน้ ักเรยี นปฏิบัติทักษะการเคล่ือนไหวไปทางซ้ายและขวาโดยครูจะจับเวลาให้
ปฏิบัตคิ นละ 20 วนิ าที

2. ในการปฏิบัติจะปฏิบตั ิรอบละ 2 คน คนท่ปี ฏบิ ตั เิ สรจ็ แล้วให้ว่งิ ไปตอ่ หลงั
3. ครใู ห้นักเรียนทุกคนปฏบิ ตั ิตามข้อ 1 จนกวา่ ครบทุกคนจากนนั เปลีย่ นไปฝึกใน

รูปแบบการเคล่ือนไหวที่ 2
แบบฝึกท่ี 2 การเคลอื่ นไปข้างหน้า (ซ้าย-ขวา)



1. ครูใหน้ ักเรยี นปฏบิ ัติทักษะการเคลอื่ นไหวไปทางหนา้ (ซา้ ยและขวา) โดยครูจะจบั
เวลาใหป้ ฏบิ ัติคนละ 20 วนิ าที

2. ในการปฏิบตั จิ ะปฏบิ ตั ิรอบละ 2 คน คนที่ปฏบิ ตั ิเสรจ็ แลว้ ให้ว่งิ ไปต่อหลงั
3. ครูใหน้ กั เรยี นทุกคนปฏบิ ตั ิตามขอ้ 1 จนกว่าครบทุกคนจากนันเปล่ยี นไปฝกึ ใน

รูปแบบการเคลื่อนไหวที่ 3
แบบฝึกที่ 3 การเคลอ่ื นทีไ่ ปทางด้านหลงั (ซา้ ย-ขวา)



1. ครูให้นกั เรยี นปฏบิ ัติทักษะการเคล่ือนไหวไปทางด้านหลัง (ซ้ายและขวา) แนว
ทางการปฏิบตั ิคือ ครูให้นกั เรียนเคล่อื นทีโ่ ดยการสไลดข์ า้ งตามทศิ ทางท่ีครวู างกรวย
ไว้ โดยครูจะจับเวลาให้ปฏิบัติคนละ 20 วินาที

2. ในการปฏิบัติจะปฏิบัติรอบละ 2 คน คนทีป่ ฏิบตั ิเสรจ็ แล้วใหว้ ่งิ ไปต่อหลงั
3. ครูใหน้ ักเรยี นทุกคนปฏิบัติตามข้อ 1 จนกวา่ ครบทุกคนจากนันเปล่ยี นไปฝึกใน

รปู แบบการเคล่ือนไหวท่ี 4 ในขันนาไปใช้

ขน้ั นาไปใช้



1.1 ครใู ห้นักเรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่มเท่า ๆ กัน โดยใหแ้ ต่ละกลุ ม่ แยกกันฝึก
ปฏบิ ัติ

1.2 ครูอธิบายเกมทีจ่ ะเลน่ กจิ กรรม โดยมีขนั ตอนดงั นี
- ครูให้นักเรียนแตล่ ะกุล่มแสดงการฝึกทักษะการเคลื่อนไหวรูปแบบต่าง ๆ โดยครู

เปน็ คนกาหนดทศิ ทางในการเคลือ่ นไหวทักษะท่ีถกู ต้อง
- ครใู ห้สญั ญาณนกหวดี และเริม่ จบั เวลา โดยให้เร่ิมปฏบิ ัตกิ ารเคลอ่ื นไหวในรปู แบบ

ต่าง ๆ ในทกั ษะท่ถี ูกตอ้ ง
1.3 ในขณะเล่นเกมอยนู่ นั ครูคอยสงั เกตทักษะการเคลอ่ื นไหวรปู แบบตา่ ง ๆ วา่ ปฏิบตั ิ

ไดถ้ ูกตอ้ งหรือไมแ่ ละนามาสรุปตอนทา้ ยกิจกรรมต่อไป
1.4 ครูกลา่ วชมเชยทีมท่ีชนะ และสรุปกิจกรรมข้างตน้

ขั้นสรุป
1.1 นักเรียนเขา้ แถวเป็นระเบียบตามกลุ่ม ครูซักถามส่ิงท่ีเรียนในวนั นี และสรุปความรทู้ ี่เรยี นอีก
ครัง
1.2 ครใู ห้นักเรยี นยดื เหยียดร่างกาย เพื่อลดอาการบาดเจ็บอันเนอ่ื งมาจากการออกกาลังกายและ
เป็นการสร้างเสริมสมรรถภาพด้านความอ่อนตวั
1.3 ครูเน้นยาว่า “ทกั ษะการเคล่ือนไหว ถือเป็นทักษะทมี่ ีความสาคัญที่จะนาไปสู่การพัฒนาใน

ทกั ษะอน่ื ๆ ของกีฬาแบดมินตัน ”
1.4 ครปู ลูกฝังในเร่ืองของเจตคตทิ ่ดี ีตอ่ การออกกาลังกายและเลน่ กีฬาแบดมนิ ตนั
1.5 ครูใหน้ ักเรียนตรวจความเรียบร้อยเครอ่ื งแต่งกาย และใหน้ กั เรยี นไปเรียนตอ่ ในรายวิชาต่อไป

9. สอ่ื การสอน
1.ไมแ้ บดมนิ ตนั
2.สนาม
3.นกหวดี
4.ลูกแบดมนิ ตนั
5.เสา , ตาขา่ ย ใบความรู้ที่ 8.1
6.ใบเชค็ รายชอื่ นกั เรยี น
7.กรวย
8.นาฬกิ าจบั เวลา

10. แหล่งเรยี นรู้
1.หนังสือกฎ กตกิ า มารยาท การเล่นกีฬาแบดมินตัน
2. อนิ เตอร์เนต็

11. การวัดและประเมินผล
11.1 การประเมนิ ตามจุดประสงค์/ตวั ชี้วดั

จุดประสงค์ วธิ ีวดั การวดั เครือ่ งมือวัด เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารผ่าน
และประเมินผล แบบทดสอบ
1.ด้านความรู้ (K) ตง้ั คาถาม-ตอบ ตอบคาถามไดถ้ กู ตอ้ ง นกั เรียนมคี วาม
1.1 นักเรยี น -แบบสังเกตจาก เขา้ ใจเนอ้ื หา
สามารถอธบิ าย ฝึกปฏบิ ตั ิ การปฏิบตั ิ อย่างน้อย 80%
ขันตอนการ -แบบฝึกทกั ษะ
เคลอื่ นไหวรปู แบบ ปฏิบตั ทิ ักษะได้ นักเรียนสามารถ
ตา่ ง ๆ ในกีฬา ถูกตอ้ ง ปฏบิ ัติไดถ้ กู ต้อง
แบดมินตนั ได้อยา่ ง ตามทักษะอย่าง
ถูกต้อง
2.ด้านทักษะ/
กระบวนการ (P)
2.1 นกั เรยี น

สามารถปฏบิ ัติ น้อย 80%
ทกั ษะการ
เคลอ่ื นไหวรูปแบบ
ตา่ ง ๆ ในกีฬา
แบดมนิ ตนั ไดอ้ ย่าง
ถูกต้อง

3.ด้านคุณลกั ษณะ สังเกตพฤตกิ รรม -แบบสงั เกต มีความสนใจเรยี นรู้ นกั เรยี นจะตอ้ ง
ท่ีพงึ ประสงค์ (A) ในการเรียนรู้ ผ่านเกณฑ์ระดับ
3.1 นักเรยี นมี พฤตกิ รรม คณุ ภาพการ
ความสนใจ แสดง ประเมินระดบั
ความมรี ะเบยี บวินยั รายบคุ คล พอใชข้ น้ึ ไป
และตระหนักถงึ
คณุ คา่ ของการออก -แบบสังเกต
กาลังกายและเลน่
กีฬา ได้อยา่ ง พฤตกิ รรมรายกลุ่ม
ถูกต้องและ
เหมาะสม -แบบประเมิน

คณุ ลักษณะอนั พึง

ประสงค์

11.2 การประเมินสมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21

สมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทักษะศตวรรษท่ี 21

ประเดน็ การประเมิน วธิ ีวดั เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การใหค้ ะแนน
สมรรถนะหลัก สงั เกตจากพฤตกิ รรม นักเรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพการประเมนิ
ทกั ษะชวี ติ สงั เกตจากพฤติกรรม สมรรถนะสาคญั ของ ระดบั พอใช้ขนึ้ ไป
ผเู้ รยี นด้าน
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ สงั เกตการให้เหตุผล ความสามารถในการ นักเรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใช้ทกั ษะชวี ติ ระดับคณุ ภาพการประเมิน
ทักษะศตวรรษท่ี 21 ช้นั เรยี น ระดบั พอใชข้ น้ึ ไป
แบบประเมนิ ดา้ น นกั เรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
คณุ ลกั ษณะอนั พึง ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
ประสงคข์ องผูเ้ รยี น ระดบั พอใช้ขึ้นไป

แบบประเมนิ ด้าน
ทกั ษะศตวรรษที่ 21

12. ข้อเสนอแนะ(ผใู้ ช้แผนเขียนเสนอแนะ)
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

13. บนั ทกึ หลังสอน
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้

นักเรยี นจานวน.........................................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรียนร้โู ดยรวม......................คนคิดเป็นรอ้ ยละ..............................
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้โดยรวม..................คนคดิ เป็นรอ้ ยละ..............................
ไดแ้ ก่

1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทีม่ ีความสามารถพิเศษ/นกั เรียนเด็กพเิ ศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ จุดประสงคด์ ้านความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นกั เรียนท่ไี มผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ ้านทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ได้แก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
นกั เรียนทีไ่ มผ่ า่ นการประเมนิ จดุ ประสงค์ดา้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
13.2 ปัญหา/อุปสรรค
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................................ครผู ้สู อน
(..นายยทุ ธชยั แก้วสารทอง...)

ตาแหน่ง...ครชู านาญการ........
…………./……………./…………

ความเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู/้ หัวหนา้ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................หวั หน้ากล่มุ สาระฯ
(..นายจิรศกั ดิ์ ชัยเพชร...)

…………./……………./…………
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย

ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรยี นรูข้ อง......................................................................................แลว้
มคี วามคดิ เหน็ ดังนี

1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรงุ

2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป

3. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
 นาไปใช้ได้จรงิ
 ควรปรบั ปรุงกอ่ นนาไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .............................................รองผ้อู านวยการโรงเรยี นกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
(นางอมั พร สงวนศกั ดิ์)

…………./……………./…………

ความคิดเห็น
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชอื่ .............................................ผู้อานวยการโรงเรียน
(นางยุภา พรเศรษฐ์)

…………./……………./…………

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 9 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
รายวชิ า แบดมนิ ตัน 2
กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา เวลา 1 คาบ
รหสั วชิ า พ 22104
เรอ่ื ง ทกั ษะการตีลูกตบของกฬี าแบดมนิ ตัน

1. มาตรฐานการเรียนการเรียนรู้
มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทกั ษะในการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกมและกีฬา
มาตรฐาน พ 3.2รกั การออกกาลังกาย การเล่นเกม การเลน่ กฬี าปฏิบัตเิ ปน็ ประจาสมา่ เสมอ

มวี นิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีนาใจนักกีฬา มีจิตวญิ ญาณในการแข่งขนั และช่นื ชมในสนุ ทรยี ภาพของกีฬา

2. ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถอธบิ ายเก่ยี วกับขันตอนของทักษะการตบของกีฬาแบดมินตันได้อยา่ งถูกต้อง (K)
2. นกั เรียนสามารถฝึกปฏบิ ตั ิทกั ษะการตบของกีฬาแบดมินตันไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง (P)
3. นกั เรยี นตังใจและมคี วามสนกุ สนานในการเรียนทักษะการตบของกฬี าแบดมนิ ตัน (A)

3. สาระสาคัญ
ลกู ตบ เปน็ ลูกเด็ดขาดท่ตี จี ากเบอื งสงู กดลูกลงสู่เปา้ หมายให้พุง่ ลงสู่พืนในวิถีตรงที่รนุ แรง และ

รวดเร็ว เป็นลกู ทพี่ ุ่งไปสูเ่ ปา้ หมายดว้ ยความเรว็ ท่สี งู กว่าเกมเลน่ อนื่ ๆ ท่ีใช้แรก็ เกต เปน็ ลูกทใ่ี ชบ้ ีบบังคบั ให้คู่

ตอ่ สู้ตอ้ งตกเปน็ ฝ่ายรับ ลกู ตบเป็นลกู ฆา่ เป็นลกู ทาแต้มท่ีไดผ้ ล ถา้ รจู้ กั ใช้อยา่ งถูกต้อง

4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
 ความสามารถในการสอื่ สาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. สาระการเรียนรู้
- ขนั ตอนการตลี กู ตบ
- วถิ ีทางท่ดี ีของลูกตบ

6. จดุ เนน้ สู่การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 (ใช้เฉพาะแกนหลัก 4Cs)
 การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
 ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
 ทกั ษะด้านความร่วมมอื การทางานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
 ทกั ษะดา้ นการสื่อสารสนเทศ และรู้เท่าทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ
 ความยืดหยนุ่ และการปรับตัว
 การริเรมิ่ สร้างสรรค์และการเปน็ ตัวของตวั เอง
 ทกั ษะสงั คม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม
 การเป็นผสู้ รา้ งหรือผผู้ ลติ และความรับผิดชอบเช่ือถือได้
 ภาวะผู้นาและความรับผิดชอบ
คณุ ลักษณะสาหรับศตวรรษท่ี 21
 คณุ ลักษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเป็นผู้นา
 คุณลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชนี าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง
 คุณลักษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อน่ื ความซื่อสัตย์ สานกึ พลเมือง

7. ช้ินงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู)้ (เขยี นให้สอดคล้องกับจุดประสงค์)
- ค้นควา้ ทกั ษะการตลี ูกตบในการเลน่ แบดมนิ ตันเพิ่มเตมิ

8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (ใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบัติและบูรณาการหลักคิดของ
หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เง่ือนไข)

กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ขนั้ เตรยี มการสอน
1.1 ครใู ห้นักเรยี นจัดแถวเป็นแถวตอน ตามกล่มุ ท่ีครไู ด้จัดกลุ่มไว้ใหก้ บั นกั เรยี น
 = ครู  = นักเรียน


   
   
   
   
   
   

รูปแบบการยืนแถว

1.2 ครเู ชค็ ชือ่ นักเรียนและตรวจอุปกรณใ์ นการเรยี น
1.3 ครูตรวจความเรียบรอ้ ยของเคร่ืองแต่งกายและสขุ ภาพของนักเรียนเพื่อความปลอดภัยในการ
เรียนการสอน
1.4 ครสู ่ังใหน้ กั เรยี นขยายแถวสองช่วงแขนไปด้านข้างและดา้ นหลัง ใหน้ กั เรยี นตวั แทนกลุ่ม
นาบรหิ ารรา่ งกาย (warm-up) เพอ่ื เตรยี มความพร้อมของร่างกายและกระต้นุ ระบบต่างๆใหพ้ ร้อมที่จะปฏบิ ัติ
กจิ กรรมในคาบเรียนใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เมื่อเสร็จให้ชิดแถวกลับมา
1.5 ครอู ธิบายวตั ถุประสงค์ในการเรยี นในรายวชิ าแบดมนิ ตัน ตลอดจนข้อตกลงเบืองต้นในการเรียน
วชิ าแบดมินตนั และครูบอกกับนักเรยี นว่า “วันนเี ราจะมาเรียนในทกั ษะเบืองตน้ ในกฬี าแบดมินตัน คือ ทักษะ
การตีลกู ตบของกีฬาแบดมนิ ตัน”

2. ขน้ั อธิบายและสาธิต

 = ครู  = นกั เรยี น



   
   
   

2.1 ครอู ธบิ ายเกีย่ วกับหลักการและความสาคัญของการตลี กู ตบ โดยเน้นความแรงและการตวัดข้อมือ
2.2 สุม่ นกั เรียนสาธติ การตลี ูกตบ ครูอธิบายแกไ้ ขพร้อมสาธิตการตลี ูกตบ ที่ถกู ต้องตามขันตอนเรม่ิ
ตังแตก่ ารเหวยี่ งไม้ การใชข้ อ้ มือ ตลอดจนการถ่ายนาหนกั ตวั

3. ขนั้ ปฏิบัติ

3.1 ครใู หน้ กั เรยี นยนื เปน็ แถวตอน 4 แถว หันหนา้ เขา้ หากัน โดยให้ฝง่ั ใดฝงั่ หนงึ่ เปน็ ฝา่ ยตลี กู โดง่ ให้
อีกฝา่ ยตีลูกตบกลับมา เมอ่ื ฝ่งั ตรงข้ามตลี ูกตบครบทกุ คน ก็ให้สลับกนั เปน็ ฝ่ายป้อนและฝ่ายตีลูกตบ

3.2 นกั เรียนฝึกปฏิบัตกิ ารตลี ูกตบ ตามที่ครกู าหนดและชว่ ยกันแก้ไขข้อบกพร่อง จนกว่าจะปฏบิ ัติได้
ถกู ต้องและชานาญ โดยครคู อยให้คาแนะนาช่วยเหลือ และสาธติ ตามโอกาส

3.3 ส่มุ นักเรยี น 2 คน ปฏิบตั ิการตีลูกตบ นกั เรยี นทงั หมดวิเคราะห์จดุ ดี และจุดบกพร่อง ตลอดถึง
บอกวิธีการแก้ไขข้อบกพร่อง เพอ่ื นาไปเปน็ ข้อมูลในการแก้ไขตนเอง

4. ข้นั นาไปใช้
4.1 ครใู ห้นกั เรยี นเล่นแข่งขันกัน หรือ ฝึกทกั ษะทเี่ รยี นไปเพื่อทบทวนและเพิ่มความชานาญ

5. ข้ันสรุป
5.1 นกั เรียนเข้าแถวเป็นระเบยี บตามกลุ่ม ครูซักถามสิ่งทเ่ี รียนในวันนี และสรุปความรู้ทีเ่ รยี นอีก
ครัง
5.2 ครูใหน้ กั เรยี นยดื เหยยี ดรา่ งกาย เพอ่ื ลดอาการบาดเจ็บอันเนอ่ื งมาจากการออกกาลงั กายและ
เปน็ การสร้างเสรมิ สมรรถภาพดา้ นความอ่อนตวั
5.3 ครใู ห้นกั เรยี นตรวจความเรยี บรอ้ ยเคร่ืองแตง่ กาย และให้นักเรียนไปเรียนต่อในรายวชิ าต่อไป

9. สอ่ื การสอน
1.ไมแ้ บดมินตนั
2.สนาม
3.นกหวีด
4.ลูกแบดมินตนั
5.เสา , ตาขา่ ย ใบความร้ทู ี่ 9.1
6.ใบเชค็ รายช่อื นักเรียน
7.กรวย
8.นาฬกิ าจับเวลา

10. แหลง่ เรยี นรู้
1.หนังสอื กฎ กติกา มารยาท การเลน่ กีฬาแบดมนิ ตนั
2. อินเตอร์เนต็

11. การวดั และประเมนิ ผล
11.1 การประเมินตามจุดประสงค์/ตัวช้ีวัด

จุดประสงค์ วิธีวดั การวัด เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารผ่าน
แบบทดสอบ
และประเมินผล ตอบคาถามได้ถูกตอ้ ง นกั เรียนมคี วาม
-แบบสงั เกตจาก เขา้ ใจเนื้อหา
1.ดา้ นความรู้ (K) ตงั้ คาถาม-ตอบ การปฏิบัติ อยา่ งนอ้ ย 80%
-แบบฝกึ ทักษะ
1.1 นักเรยี น

สามารถอธิบาย

เก่ียวกบั ขันตอน

ของทักษะการตบ

ของกฬี าแบดมินตัน

ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

2.ด้านทักษะ/ ฝกึ ปฏิบัติ ปฏิบตั ทิ ักษะได้ นักเรียนสามารถ
ถกู ตอ้ ง ปฏิบัติไดถ้ กู ตอ้ ง
กระบวนการ (P) ตามทักษะอยา่ ง
น้อย 80%
2.1 นักเรยี น

สามารถฝึกปฏบิ ตั ิ

ทกั ษะการตบของ

กีฬาแบดมนิ ตันได้

อย่างถูกต้อง

3.ด้านคุณลกั ษณะ สงั เกตพฤติกรรม -แบบสงั เกต มีความสนใจเรยี นรู้ นกั เรียนจะตอ้ ง
ท่ีพึงประสงค์ (A) ในการเรียนรู้ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั
3.1 นักเรียนตงั ใจ พฤติกรรม คุณภาพการ
และมีความ ประเมินระดบั
สนกุ สนานในการ รายบคุ คล พอใชข้ ้นึ ไป
เรยี นทักษะการตบ
ของกฬี าแบดมินตัน -แบบสงั เกต

พฤติกรรมรายกลุ่ม

-แบบประเมนิ

คุณลักษณะอนั พงึ

ประสงค์

11.2 การประเมนิ สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21

สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21

ประเด็นการประเมนิ วธิ วี ัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
สมรรถนะหลกั สังเกตจากพฤติกรรม นกั เรียนจะต้องผ่านเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพการประเมนิ
ทกั ษะชีวติ สงั เกตจากพฤติกรรม สมรรถนะสาคัญของ ระดบั พอใช้ขึ้นไป
ผูเ้ รยี นดา้ น
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ สงั เกตการให้เหตผุ ล ความสามารถในการ นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใชท้ กั ษะชวี ิต ระดับคุณภาพการประเมนิ
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชัน้ เรยี น ระดบั พอใช้ขึ้นไป
แบบประเมนิ ดา้ น นกั เรียนจะต้องผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะอนั พงึ ระดบั คุณภาพการประเมนิ
ประสงคข์ องผเู้ รียน ระดบั พอใช้ข้ึนไป

แบบประเมินดา้ น
ทกั ษะศตวรรษที่ 21

12. ขอ้ เสนอแนะ(ผูใ้ ชแ้ ผนเขยี นเสนอแนะ)
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................

13. บนั ทึกหลังสอน
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้

นักเรยี นจานวน.........................................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนร้โู ดยรวม......................คนคิดเป็นร้อยละ..............................
ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรโู้ ดยรวม..................คนคิดเปน็ รอ้ ยละ..............................
ได้แก่

1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นทมี่ ีความสามารถพเิ ศษ/นักเรียนเด็กพิเศษ ได้แก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทไ่ี มผ่ ่านการประเมินจุดประสงค์ดา้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
นักเรียนท่ไี ม่ผา่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
นกั เรียนท่ไี ม่ผา่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จานวน............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
13.2 ปัญหา/อุปสรรค
......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................แนว
ทางแกไ้ ข/ข้อเสนอแนะ (จากปญั หาอปุ สรรค)
......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................................................ครูผู้สอน
(..นายยทุ ธชยั แก้วสารทอง...)

ตาแหน่ง...ครูชานาญการ........
…………./……………./…………

ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นร้/ู หัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................หวั หน้ากล่มุ สาระฯ
(..นายจิรศักด์ิ ชัยเพชร...)

…………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ไดร้ บั มอบหมาย

ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนร้ขู อง......................................................................................แลว้ มี
ความคดิ เหน็ ดังนี

1. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรงุ

2. การจัดกิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
 นาไปใชไ้ ด้จรงิ
 ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

ลงชือ่ .............................................รองผอู้ านวยการโรงเรียนกล่มุ บรหิ ารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศกั ดิ์)

…………./……………./…………

ความคดิ เหน็
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .............................................ผู้อานวยการโรงเรียน
(นางยุภา พรเศรษฐ์)

…………./……………./…………

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

พฤติกรรม

ลาดับ ชื่อ-สกลุ ความสนใจ การแสดง การตอบ การรบั ฟงั ทางาน รวม
ท่ี ความคิดเหน็ คาถาม ความคดิ เห็น ตามที่ได้รับ
มอบหมาย

1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20

เกณฑ์ประเมนิ คุณภาพ ลงช่อื ……………………………….ผู้ประเมิน
ระดับคะแนน 16 - 20 ระดับคุณภาพ ดเี ยยี่ ม (……………………………)
ระดบั คะแนน 11 – 15 ระดบั คุณภาพ ดี
ระดบั คะแนน 6 - 10 ระดบั คุณภาพพอใช้ …………/…………/………..
ระดบั คะแนน 0 - 5 ระดับคุณภาพปรบั ปรุง

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายกลุ่ม

พฤติกรรม

ลาดับที่ ชอื่ -สกุล ความสนใจ การแสดงความ การตอบ การรบั ฟงั ทางาน รวม
คิดเห็น คาถาม ความคดิ เห็น ตามทไี่ ดร้ ับ
มอบหมาย

1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20

เกณฑป์ ระเมนิ คุณภาพ ลงชือ่ ……………………………….ผู้ประเมนิ
ระดบั คะแนน 16 - 20 ระดบั คุณภาพ ดีเยยี่ ม (……………………………)
ระดับคะแนน 11 – 15 ระดบั คุณภาพ ดี
ระดับคะแนน 6 - 10 ระดบั คุณภาพพอใช้ …………/…………/………..
ระดบั คะแนน 0 - 5 ระดบั คุณภาพปรับปรุง

แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้
หวั ข้อ
ลาดับ เ ้ขาเรียนตรงเวลา
แต่งกายเรียบร้อย
ช่อื -สกลุ
เหมาะสม
1. ปฏิ ับติตาม
2. กฎระเ ีบยบของ
3. แสวงห้หอาง ้ขอ ูมล
4. จากแหล่งเรียนรู้
5. แสต่ดงางคๆวาม
6. คิดเห็น
7. สรุปความรู้ไ ้ด
8. อ ่ยาง ีมเห ุตผล
9.
10. รวม
11. หมายเห ุต
12.
13. 3 3 3 3 33
14.
15.

ลงชือ่ ........................................................ผูป้ ระเมนิ
(.....................................................................)
........... /................................/......................

เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
ระดับคะแนน 14 - 18 ระดบั คุณภาพ ดเี ยี่ยม
ระดับคะแนน 9 - 13 ระดบั คุณภาพ ดี
ระดับคะแนน 4 - 8 ระดบั คุณภาพพอใช้
ระดบั คะแนน 0 - 3 ระดับคุณภาพปรบั ปรุง

ใบความรู้ท่ี 9.1

ลูกตบ

ในเกมแบดมนิ ตัน ลกู ตบเปน็ ลกู ท่ีเดด็ ขาดทต่ี จี ากเบืองสงู กดลงสูเ่ ป้าหมายให้พุ่งสพู่ นื ในวิถีตรงที่
รนุ แรง และเร็วท่ีสดุ เป็นลูกท่ีพุ่งไปสู่เปา้ หมายด้วยความเรว็ ท่ีสุดสูงกวา่ เกมเล่นอื่น ๆ ท่ีใช้แร็กเก็ต เป็นลูกทใี่ ช้
บีบบังคบั ให้คู่ตอ่ สตู้ ้องตกเป็นฝา่ ยรับ มเี วลาจากดั สาหรับการเตรียมตัวตอบโต้ ลกู ตบเป็นลกู ฆา่ เปน็ ลกู ทาแตม้
ทไ่ี ดผ้ ลถ้ารู้จักใช้อยา่ งถกู ต้อง
ลกู ตบใช้ในโอกาสต่าง ๆ คือ

1.เมื่อคตู่ ่อส้โู ยนลกู ขา้ มตาข่ายเพียงครึ่งสนามหรือส่งลกู มาไมถ่ ึงหลงั
2.เมือต้องการบบี ให้คู่ต่อสเู้ สียหลกั ผละออกจากจุดศูนย์กลาง
3.เม่ือต้องการใหค้ ู่ตอ่ สู้กังวลใจ พะวงอยู่กบั การตงั รับ
4.เพื่อผลของการหลอกล่อ เมื่อค่ตู ่อสเู้ กดิ ความกังวลใจ ทาใหป้ ระสทิ ธิผลของการใชล้ กู หลกั อื่น ๆ เพ่ิม
มากขนึ
5.เมื่อต้องการเผดจ็ ศึกยตุ ิการตอบโต้ หรือใช้เม่อื คู่ต่อสูเ้ ผลอตัว หรือเสียหลักการทรงตัวบุกทาคะแนน
ดว้ ยลกู เดด็ ขาด

วิถที างทด่ี ขี องลูกตบ
ลกู ตบที่สมบรู ณ์แบบ ต้องพุ่งจากแร็กเก็ตมวี ถิ ีขา้ มตาขา่ ยไปเป็นเส้นตรง พงุ่ เฉียดผา่ นตาข่ายโดยไม่เปิด

โอกาสให้ค่ตู ่อสูด้ ักลูกสวนโต้กลบั มาได้ ต้องพุ่งปกั หัวไปยังแดนตรงขา้ มด้วยความเรว็ และรนุ แรง โดยใช้
แหลง่ ทีม่ าของการตีลูกทังหมดโถมใชเ้ สรมิ พลังในการตบลูก ความหนักหน่วงของลูกตบไม่ได้เกิดจากแรงตที ี่ใช้
อย่างหักโหมแตค่ วามเร็วกบั ความรนุ แรงของลกู ตบทห่ี นักหน่วงมาจากจังหวะการประสานงานอยา่ งกลมกลืน
ของจังหวะฟตุ เวิร์ค การเหวีย่ งตขี องแขนการตวัดของข้อมือเสรมิ ดว้ ยแรงปะทะที่เกิดจากการเปลยี่ นนาหนักตัว
จากเทา้ หลงั ไปสเู่ ทา้ หน้า ลูกตบเป็นลกู ทีก่ นิ แรงท่ีใช้ไปนัน คุ้มแก่การเสยี แรง ถ้าลูกตบไปนนั สามารถยุติการ
ตอบโต้และทาคะแนนได้ แตจ่ ะสูญเสยี แรงเพ่ิมเป็นทวคี ูณถ้าฝา่ ยตรงข้ามสามารถรับลกู ตบกลบั มายังมุมไกล
หา่ งตัวผ้ตู บ ทาให้ผู้ตบนอกจากสูญเสียแรงในการตบลกู แลว้ ยงั ตอ้ งสูญเสียพลงั งานในการวิง่ ไล่ลกู อีกด้วยเมอื่
เปน็ เช่นนผี เู้ ลน่ ควรฝกึ การทรงตัวหลังตบลูกให้เรว็ รู้จักปรบั ปรุงฟตุ เวริ ค์ ของตัวเองใหเ้ บาท่ีสุดเพ่ือประหยดั
พลังงานในการตบลูกทุกครัง

การตบลกู ไม่ควรตบขา้ มไปในวิถีเดยี ว ควรบังคับใหล้ ูกตบข้ามไปในลักษณะตา่ งกนั สันบา้ งยาวบ้าง
สลบั กนั ไปการตบลูกให้ข้ามไปในลักษณะชว่ งสนั จะทาได้ก็ต่อเม่ืออีกฝา่ ยหนึง่ โยนข้ามมาครึ่งสนาม หรือ
บางครังผู้เล่นที่มีรปู ร่างสงู ยาว อาจจะใชก้ ารกระโดดตวั ลอยจากพนื เพือ่ สรา้ งมุมตบลูกได้ในระดับสงู เพื่อปัก

หวั ให้ลึกไปยังแดนตรงข้ามได้มากตามระดับทีต่ ัวเองสามารถกระโดดลอยตบลูกได้ซึง่ บางครังผ้ตู บยงั สามารถใช้
ลูกท้อปสะปนิ หรอื ครงึ่ ตบคร่ึงตดั สร้างลูกตบขา้ มไปในวิถีประหลาด ๆ ยากแก่การเดาของคตู่ อ่ สู้ได้ การ
กระโดดถบี ตวั ขนึ ตบลูกนอกจากทาให้ผูต้ บตลี ูกในระดบั สงู ได้ และทาให้มีมุมลึกในการตบลูกแล้ว บางครงั ยงั ใช้
เปน็ การหลอกล่อ คตู่ ่อส้ไู ด้แทนท่ีจะตบลูกดว้ ยความรุนแรงเพยี งอย่างเดียว อาจจะแตะหยอดสลบั ก็ได้ ทาให้
เกิดความหลากหลายในการตีลูก

ลูกตบคร่อมศีรษะ หรือที่เรยี กกันท่ัวไปวา่ ลกู ตบโอเวอรเ์ ฮด็ บางท่ีก็เรียกว่าลกู ตบออ้ มศีรษะ เป็นลกู ท่ี
ใช้เลน่ แทนลกู หลงั มือ หรือแบ็คแฮนด์กนั บ่อยทสี่ ดุ ผเู้ ลน่ ทีใ่ ชส้ ไตลก์ ารเล่นแบบรกุ จะนยิ มใช้ลูกโยนหรือลกู ตบ
คร่อมศรี ษะกนั มาก เพราะจโู่ จมคู่ต่อสู้ไดด้ ีกวา่ มีประสทิ ธผิ ลมากกว่าแทนการใชต้ ดี ว้ ยลูกหลังมอื ทีต่ ้องหนั ข้าง
หรอื หันหลังใหต้ าข่ายกับคู่ต่อสู้ลูกครอ่ มศรี ษะ เป็นการตีลูกจากระดบั สูง ผู้เลน่ จงึ มโี อกาสเลือกมุมกบั เปา้ หมาย
การตีได้กว้างกว่า เล็งกาหนดเป้าหมายให้เป็นลกู ตบยาว หรือสนั กไ็ ด้ เป็นการตีลกู ทผี่ ูเ้ ลน่ หันหนา้ เขา้ หาสนาม
คู่แข่งขนั การเคล่ือนไหวหรือตาแหนง่ ทยี่ นื ของคแู่ ข่งย่อมอยู่ในสายตาการกาหนดวางเปา้ หมายยอ่ มกระทาได้
ง่ายขนึ เปา้ หมายการตบลูกคร่อมศรี ษะทใี่ ช้กนั มาก และใชไ้ ดผ้ ลมากทสี่ ุด ไดแ้ ก่การตบขนานเส้นข้าง และการ
ตบทแยงสนาม เพราะเป็นการตบลูกที่ทาให้คตู่ ่อสู้เดาหรอื คาดเดาหรือคาดคะเนไดย้ าก ดูไม่ออกว่าเป้าหมาย
การตบนนั จะพ่งุ ไปด้านซา้ ยหรอื ดา้ นขวาของสนาม เปน็ การตบตวัดลูกท่มี คี วามเรว็ ในการเปลย่ี นทศิ ของ
เป้าหมาย ถา้ ทาได้อย่างแนบเนยี น จะสรา้ งความป่ันป่วนระสา่ ระส่ายตอ่ ฝา่ ยตรงขา้ มเป็นอย่างมากการตบลกู
ขนานเส้นข้างมีแนวโน้มท่ีจะตบออกนอกเสน้ ได้งา่ ย เพราะการจบั แรก็ เก็ตแบบตัว ว.ี หน้าแรก็ เกต็ จะหันออก
ด้านซา้ ยลูกท่ีตบขา้ มไปมักจะเฉ ออกทางดา้ นซา้ ยของสนาม การเล็งเป้าหมายตบลูกจงึ ต้องเลง็ เพอ่ื เขา้ มาใน
สนามเลก็ น้อย ในทานองเดยี วกนั การตบลูกขนานเส้นด้านขวาลูกทตี่ บข้ามไปจะมีความแน่นอนมากกวา่
เพราะวถิ ีของลูกจะมแี นวโนม้ เฉเอยี งเขา้ มาในสนาม

การตบลูกทแยงสนาม ตอ้ งตวัดลกู ขา้ มไปด้วยการพุง่ เร็ว และพงึ ระวังการดักลูก ของคู่ต่อสู้ การตบลูก
ทแยงสนามสามารถทาไดท้ ังสองด้านทังคร่อมศีรษะและด้านโฟร์แฮนดจ์ ะเป็นลูกตบที่สรา้ งความลาบากใจแก่
ฝา่ ตรงขา้ มเปน็ อย่างมาก เพราะวถิ กี ับมุมของลูกตบทขี่ ้ามไปมีหลากหลาย ยากแก่การเดาและการคาดคะเน
ของอกี ฝ่ายหนึ่ง แตก่ ็เปน็ ลูกที่ขา้ มตาขา่ ยอย่างเฉียดฉวิ งา่ ยแก่การตีตดิ ตาข่ายถ้าการตบมีการกดลกู มากเกินไป
เป้าหมายการลกู ตบแบง่ ออกไดเ้ ปน็

1.ตบลกู ใหห้ า่ งตัวผรู้ บั
2.ตบลกู พงุ่ เขา้ หาตัวผู้รับ

ตบลกู หา่ งตัวผรู้ บั
เปน็ การตบลกู แบบเบสิคพนื ฐาน บีบบงั คบั ให้คู่ตอ่ สู้ผละออกจากศนู ย์กลางสนามเพื่อไปรับลูก ณ อีกจดุ หนึ่ง
ระหว่างที่ต้องเคล่ือนยา้ ยผละจากทมี่ ่ันเดิม คู่แขง่ อาจจะกระทาการผดิ ผลาดในจังหวะใดจังหวะหนง่ึ ยังผลให้
การตหี รอื การรบั ลูกกลับมาผิดพลาดสันไปหรือยาวเกินไป ทาให้เปิดโอกาสให้เราซาเติมในลกั ษณะการรุกโจมตี
ซาดาบสองได้ ในทานองเดียวกนั การฉีกแยกคู่แข่งออกจากศูนย์กลาง ยอมทาให้อีกด้านหนงึ่ ของสนามเกดิ
ชอ่ งว่างมากขนึ ทาให้เราสามารถตโี ยกบบี ให้อีกฝา่ ยหน่ึงเกิดการเพลย่ี งพลาขึนไดโ้ ดยง่ายหรอื บางครังอาจจะ
บีบใหต้ ีลูกเสียเองหรือเกิดUnforced Error อย่างคาดไม่ถึงกไ็ ด้

ตบลูกพุง่ เข้าหาตวั ผูร้ ับ
เป็นการตบลูกสวนทางกับหลักการเลอื กเปา้ หมายการตลี ูกในเกมแบดมนิ ตัน แต่อาศยั ท่ีการตบลกู ท่พี ุ่งเรว็ และ
แรง การตบลูกพงุ่ แรงเขา้ หาตัวคู่ตอ่ สูอ้ าจจะทาให้เกิดความเพลย่ี งพลาอยา่ งง่าย ๆ ก็ได้ เพราะความเรว็ กับ
ความแรงของลูกทาให้อีกฝา่ ยหนง่ึ ไม่มเี วลาสาหรับการเตรียมการตอบโต้ ย่ิงผูเ้ ล่นที่อ่อนฟุตเวริ ค์ จดั จงั หวะเท้า
ไมถ่ ูก จัดจงั หวะเท้าไม่คลอ่ งตัว ก็อาจจะเอยี วตวั หลบไม่ทัน เพ่ือเปิดมุมสะวิงสาหรบั เหว่ยี งตลี ูกได้ถนดั หรือ
บางครังคาดไม่ถึงคิดวา่ ผู้ตบมีแนวโนม้ ทจี่ ะกาหนดเป้าหมายการตบลกู ไปอยา่ ง สว่ นว่างของสนามมากกว่าท่ีจะ
ตบลูกพุ่งเข้ามาหาตวั ก็ได้

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 10 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2
รายวิชา แบดมนิ ตนั 2
กล่มุ สาระการเรียนรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา เวลา 1 คาบ
รหสั วิชา พ 22104
เรือ่ ง การตีโตล้ ูกแบดมนิ ตนั ประเภทเด่ยี ว

1. มาตรฐานการเรยี นการเรียนรู้
มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกมและกฬี า
มาตรฐาน พ 3.2รักการออกกาลงั กาย การเลน่ เกม การเล่นกฬี าปฏิบตั เิ ปน็ ประจาสม่าเสมอ

มีวินัย เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มีนาใจนักกฬี า มีจิตวญิ ญาณในการแข่งขันและชน่ื ชมในสนุ ทรียภาพของกีฬา

2. ผลการเรียนรู้
1. นักเรยี นสามารถอธบิ ายขนั ตอนการตีโตล้ กู แบดมินตนั ประเภทเด่ียวได้อยา่ งถกู ตอ้ ง (K)
2. นกั เรยี นสามารถปฏิบตั ิการตีโตล้ กู แบดมนิ ตันประเภทเดี่ยวได้อยา่ งถกู ตอ้ ง (P)
3. นกั เรยี นตังใจฟังและมคี วามสนุกสนานในการเรียนทักษะการตโี ต้ลกู แบดมนิ ตันประเภทเดยี่ ว
ในการเลน่ กีฬาแบดมนิ ตัน (A)

3. สาระสาคัญ
การเล่นแบดมนิ ตันประเภทเด่ียวนี ผเู้ ลน่ มีโอกาสปรบั ปรุงการเล่นได้โดยสะดวกตลอดเวลา

เชน่ การส่งลูกแบบระยะสนั ถ้าเหน็ ว่าฝา่ ยตรงกันขา้ มตบลูกเก่ง การยืนอย่ายืนลาออกมาใหส้ ง่ จาก
สนามใกล้เสน้ กลาง เพ่อื ท่ีจะไดก้ ลบั ตวั รวดเร็วและตอ้ งพยายามให้คูแ่ ขง่ ว่งิ หมนุ ไปมาอยเู่ สมอ
ตาแหนง่ การยนื ส่งลูก ผู้ เล่นควรยืนหา่ งจากเสน้ หนา้ ประมาณ 3 ฟุตเพือ่ ใหส้ ง่ ลูกได้สูงและไกลมาก
ท่สี ุด ไมค่ วรสง่ ลูกสนั ในการเล่นประเภทเดยี่ วเวน้ แตค่ ู่แข่งจะยนื ไป ทางด้านหลังของสนาม การส่งลกู
ไม่ควรทาอย่างรีบเร่งหรือไม่ระมัดระวงั เพราะถ้าส่งลกู เสยี ก็เทา่ กับเสยี โอกาสท่จี ะทาคะแนนไป และ
เมอื่ ส่งลกู ไปแลว้ ต้องรีบถอยไปอยตู่ รงกึ่งกลางสนามของตน

การตอบโต้ลกู ทีส่ ง่ มาโด่งหลัง การ ตอบโต้ลกู นีต้องใชล้ กู โด่งหลงั เชน่ เดียวกนั เพ่อื เปลย่ี นให้
ฝา่ ยส่งลกู เป็นฝ่ายรับ ควรโต้ตอบไปทางข้างหลังทางด้านหลังมอื ของฝ่ายตรง ขา้ ม ซ่งึ อาจจะทาให้ไม่
สามารถโตต้ อบกลับมาได้ หรอื บางครังเราอาจใช้ลกู หยอดหนา้ ตาข่าย แตต่ ้องใชเ้ ม่ือมีความชานาญ
มากๆ เพราะลูกหยอดจะใช้ ไดด้ ีเมื่อค่ตู ่อสู้พะวงทางดา้ นหลังเท่านนั

4. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น

 ความสามารถในการสอื่ สาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. สาระการเรยี นรู้
- การฝกึ ทักษะการตโี ตใ้ นกฬี าแบดมินตันทถี่ ูกต้องนัน เป็นการฝกึ ทักษะพนื ฐานในกีฬาแบดมนิ ตันที่

ใชใ้ นการเลน่ แบดมนิ ตัน สามารถใชต้ ีโต้ในการออกกาลังกายและเล่นกีฬาแบดมนิ ตันในประเภทเด่ียว สามารถ
ต่อยอดและพัฒนาในทักษะอ่ืน ๆ

6. จุดเนน้ สกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน ทักษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
 การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
 ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
 ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
 ทกั ษะดา้ นการส่ือสารสนเทศ และรู้เทา่ ทันสือ่ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะด้านชีวติ และอาชีพ
 ความยืดหยุน่ และการปรับตัว
 การริเร่มิ สร้างสรรคแ์ ละการเปน็ ตัวของตวั เอง
 ทกั ษะสังคม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม
 การเป็นผ้สู ร้างหรือผผู้ ลิต และความรบั ผิดชอบเช่ือถือได้
 ภาวะผนู้ าและความรับผิดชอบ
คณุ ลกั ษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
 คณุ ลกั ษณะด้านการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นา
 คณุ ลักษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การชีนาตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง
 คณุ ลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อ่นื ความซ่ือสัตย์ สานึกพลเมือง

7. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู้) (เขยี นใหส้ อดคล้องกับจุดประสงค)์
- คน้ ควา้ ทกั ษะการตีลกู โต้ในการเล่นแบดมนิ ตนั ประเภทเดยี่ วเพิม่ เติม

8. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (ใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏบิ ัติและบูรณาการหลักคดิ ของ
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง 2 เง่ือนไข)

1. ขน้ั เตรียมการสอน
1.1 ครูให้นักเรียนจดั แถวเป็นแถวตอน ตามกลุม่ ท่ีครไู ดจ้ ดั กลุม่ ไว้ให้กับนักเรียน

 = ครู  = นกั เรยี น


   
   
   
   
   
   

รูปแบบการยืนแถว

1.2 ครเู ชค็ ช่ือนกั เรียนและตรวจอปุ กรณ์ในการเรียน
1.3 ครตู รวจความเรยี บร้อยของเครื่องแต่งกายและสุขภาพของนักเรียนเพื่อความปลอดภัยในการ
เรยี นการสอน
1.4 ครูสั่งใหน้ กั เรยี นขยายแถวสองชว่ งแขนไปดา้ นขา้ งและดา้ นหลัง ให้นกั เรียนตัวแทนกลุ่ม
นาบรหิ ารร่างกาย (warm-up) เพ่ือเตรยี มความพร้อมของร่างกายและกระตนุ้ ระบบตา่ งๆให้พรอ้ มทจี่ ะปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมในคาบเรยี นใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เม่อื เสรจ็ ให้ชิดแถวกลบั มา
1.5 ครอู ธิบายวตั ถปุ ระสงคใ์ นการเรยี นในรายวิชาแบดมนิ ตัน ตลอดจนขอ้ ตกลงเบืองตน้ ในการเรยี น
วิชาแบดมนิ ตันและครูบอกกับนักเรียนว่า “วนั นเี ราจะมาเรียนในทักษะเบืองตน้ ในกฬี าแบดมินตัน คือ การตโี ต้
ลกู แบดมินตนั ประเภทเดีย่ ว”

2. ขน้ั อธิบายและสาธติ
2.1 ครูอธบิ ายวธิ กี ารปฏบิ ัตใิ นทักษะการตีโต้ลูกแบดมินตันประเภทเด่ียวตามลาดบั
2.2 ครอู ธบิ ายขนั ตอนทักษะการการตีโตล้ กู แบดมนิ ตันประเภทเดีย่ วเป็นลาดับขันตอน
2.3 ครูสาธติ ใหน้ กั เรยี นดู แนวทางการปฏิบัตทิ ักษะการตีโตล้ กู แบดมนิ ตันประเภทเดย่ี วในกีฬา

แบดมนิ ตนั
2.4 ครใู หน้ กั เรยี นยืนขนึ และขยายแถว 2 ชว่ งแขนเพื่อทาการฝึกทา่ เตรียมความพร้อมในการตีโตล้ กู

แบดมินตนั ประเภทเดีย่ ว

รปู แสดงทักษะการตโี ต้ลกู แบดมินตันประเภทเดยี่ ว

3. ขั้นปฏบิ ตั ิ  
 
 = ครู  = นักเรียน  





แบบฝึกท่ี 1 การตีโต้ประเภทเดยี่ ว
1. ครใู หน้ กั เรียนจับคู่และให้พืนทขี่ องตนเองในการปฏบิ ตั ิทกั ษะการตีโตป้ ระเภทเดย่ี ว
หรอื สามารถตโี ต้ในสนามแบดมนิ ตัน
2. ครูใหน้ กั เรียนหาพนื ทข่ี องตนเองในการฝึกปฏบิ ัตทิ ักษะการตีโต้ประเภทเด่ียว
3. ครูเดินดู สังเกต แนะนา ทักษะการตโี ต้ประเภทเด่ียว ในทกั ษะที่ถกู ต้อง

4. ขั้นนาไปใช้
4.1 ครใู หน้ กั เรียนจบั คู่กัน โดยให้แตล่ ะคู่แยกกันฝึกปฏบิ ัตใิ นแต่ละสนาม (คอร์ท)
4.2 ครูอธิบายเกมท่จี ะเลน่ กิจกรรม โดยมขี นั ตอนดังนี
- ครูให้นกั เรียนแตล่ ะกุล่มแสดงการฝึกทักษะการตีโต้ประเภทเดยี่ ว ในทกั ษะท่ีถูกต้อง
- ครูใหส้ ญั ญาณนกหวีด โดยให้เรม่ิ ปฏิบตั ิทักษะการตโี ต้ประเภทเดี่ยวในทักษะทถี่ ูกต้อง
4.3 ในขณะเลน่ เกมอยู่นนั ครูเดินดู สงั เกต แนะนา แก้ไขสาหรับนักเรยี นที่ยังปฏบิ ตั ิไม่ถูกต้อง และ

นามาสรปุ ตอนทา้ ยกจิ กรรมต่อไป
4.4 ครูกลา่ วชมเชยนักเรียน และสรุปกิจกรรมข้างต้น

5. ขั้นสรุป
5.1 นกั เรยี นเข้าแถวเปน็ ระเบียบตามกล่มุ ครซู ักถามสิง่ ทเี่ รยี นในวันนี และสรุปความร้ทู เี่ รยี นอกี
ครัง
5.2 ครูใหน้ ักเรียนยืดเหยียดรา่ งกาย เพ่ือลดอาการบาดเจ็บอนั เนือ่ งมาจากการออกกาลงั กายและ
เปน็ การสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพดา้ นความอ่อนตัว
5.3 ครเู น้นยาวา่ “การฝึกทกั ษะการตโี ต้ประเภทเดยี่ ว ต้องมกี ารฝกึ ปฏบิ ัตบิ ่อย ๆ ต้องปฏิบัติ
ซา ๆ จึงจะเกิดการพฒั นาทักษะทด่ี ีและสามารถต่อยอดไปสูท่ กั ษะอน่ื ๆ เพือ่ ใชใ้ นการเล่น
ประเภทเด่ียว ประเภทคู่”
5.4 ครปู ลกู ฝัง่ ในเร่อื งของเจตคตทิ ่ีดีต่อการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาแบดมินตนั
5.5 ครูใหน้ ักเรียนตรวจความเรียบร้อยเครื่องแต่งกาย และให้นักเรียนไปเรยี นต่อในรายวชิ าต่อไป

9. สื่อการสอน
1.ไมแ้ บดมนิ ตนั
2.สนาม
3.นกหวดี
4.ลกู แบดมินตนั
5.เสา , ตาข่าย ใบความรูท้ ่ี 10.1
6.ใบเชค็ รายชื่อนกั เรียน
7.กรวย
8.นาฬกิ าจบั เวลา

10. แหลง่ เรยี นรู้
1.หนังสือกฎ กตกิ า มารยาท การเล่นกีฬาแบดมนิ ตัน
2. อินเตอรเ์ นต็

11. การวัดและประเมนิ ผล
11.1 การประเมนิ ตามจุดประสงค/์ ตัวช้ีวัด

จุดประสงค์ วธิ ีวัดการวัด เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารผ่าน

และประเมินผล

1.ดา้ นความรู้ (K) ต้ังคาถาม-ตอบ แบบทดสอบ ตอบคาถามไดถ้ ูกต้อง นกั เรียนมีความ
เข้าใจเนื้อหา
1.1 นกั เรียน อย่างนอ้ ย 80%

สามารถอธบิ าย

ขันตอนการตีโต้ลูก

แบดมินตันประเภท

เด่ียวไดอ้ ย่าง

ถกู ต้อง

2.ดา้ นทักษะ/ ฝกึ ปฏบิ ัติ -แบบสงั เกตจาก ปฏบิ ตั ิทักษะได้ นักเรียนสามารถ
การปฏบิ ัติ ถกู ตอ้ ง ปฏบิ ัติไดถ้ กู ต้อง
กระบวนการ (P) -แบบฝกึ ทักษะ ตามทกั ษะอย่าง
นอ้ ย 80%
2.1 นกั เรียน

สามารถปฏบิ ตั กิ าร

ตีโต้ลกู แบดมินตัน

ประเภทเดีย่ วได้

อยา่ งถูกต้อง

3.ดา้ นคุณลกั ษณะ สังเกตพฤตกิ รรม -แบบสงั เกต มคี วามสนใจเรียนรู้ นักเรียนจะต้อง
ผา่ นเกณฑร์ ะดบั
ทีพ่ ึงประสงค์ (A) ในการเรยี นรู้ พฤตกิ รรม คุณภาพการ
ประเมินระดับ
3.1 นกั เรียนตังใจ รายบคุ คล พอใช้ขึ้นไป

ฟังและมคี วาม -แบบสงั เกต

สนกุ สนานในการ พฤตกิ รรมรายกลุ่ม

เรียนทักษะการตโี ต้ -แบบประเมิน

ลูกแบดมนิ ตนั คุณลกั ษณะอันพงึ

ประเภทเดี่ยวใน ประสงค์

การเลน่ กีฬา

แบดมนิ ตนั

11.2 การประเมนิ สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21

สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21

ประเด็นการประเมนิ วธิ วี ัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การใหค้ ะแนน
สมรรถนะหลกั สังเกตจากพฤติกรรม นกั เรียนจะต้องผ่านเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพการประเมนิ
ทกั ษะชีวติ สงั เกตจากพฤติกรรม สมรรถนะสาคัญของ ระดบั พอใช้ขน้ึ ไป
ผูเ้ รยี นดา้ น
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ สงั เกตการให้เหตผุ ล ความสามารถในการ นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใชท้ กั ษะชวี ิต ระดับคุณภาพการประเมนิ
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชัน้ เรยี น ระดบั พอใช้ขน้ึ ไป
แบบประเมนิ ดา้ น นกั เรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะอนั พงึ ระดบั คุณภาพการประเมนิ
ประสงคข์ องผเู้ รียน ระดบั พอใช้ขึ้นไป

แบบประเมินดา้ น
ทกั ษะศตวรรษที่ 21

12. ขอ้ เสนอแนะ(ผูใ้ ชแ้ ผนเขยี นเสนอแนะ)
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................

13. บนั ทกึ หลังสอน
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้

นักเรยี นจานวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนร้โู ดยรวม......................คนคิดเป็นรอ้ ยละ..............................
ไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรโู้ ดยรวม..................คนคดิ เป็นรอ้ ยละ..............................
ได้แก่

1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรียนทมี่ ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นทไ่ี มผ่ ่านการประเมินจุดประสงค์ดา้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
นักเรียนท่ไี ม่ผา่ นการประเมนิ จุดประสงค์ด้านทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
นักเรียนท่ไี ม่ผา่ นการประเมนิ จุดประสงค์ดา้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
13.2 ปัญหา/อุปสรรค
......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................แนว
ทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปญั หาอปุ สรรค)
......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน
(..นายยุทธชัย แก้วสารทอง...)

ตาแหน่ง...ครูชานาญการ........
…………./……………./…………

ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นร้/ู หัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................หวั หนา้ กลุ่มสาระฯ
(..นายจิรศกั ด์ิ ชัยเพชร...)

…………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนร้ขู อง......................................................................................แลว้ มี
ความคดิ เหน็ ดังนี

1. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรงุ

2. การจัดกิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคัญมาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
 ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
 นาไปใชไ้ ด้จรงิ
 ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

ลงชือ่ .............................................รองผอู้ านวยการโรงเรียนกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
(นางอมั พร สงวนศกั ดิ์)

…………./……………./…………

ความคดิ เหน็
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .............................................ผ้อู านวยการโรงเรียน
(นางยุภา พรเศรษฐ์)

…………./……………./…………


Click to View FlipBook Version