แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
พฤติกรรม
ลาดับ ชื่อ-สกลุ ความสนใจ การแสดง การตอบ การรบั ฟงั ทางาน รวม
ท่ี ความคิดเหน็ คาถาม ความคดิ เห็น ตามที่ได้รับ
มอบหมาย
1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20
เกณฑ์ประเมนิ คุณภาพ ลงช่อื ……………………………….ผู้ประเมิน
ระดับคะแนน 16 - 20 ระดับคุณภาพ ดเี ยยี่ ม (……………………………)
ระดบั คะแนน 11 – 15 ระดบั คุณภาพ ดี
ระดบั คะแนน 6 - 10 ระดบั คุณภาพพอใช้ …………/…………/………..
ระดบั คะแนน 0 - 5 ระดับคุณภาพปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายกลุ่ม
พฤติกรรม
ลาดับที่ ชอื่ -สกุล ความสนใจ การแสดงความ การตอบ การรบั ฟงั ทางาน รวม
คิดเห็น คาถาม ความคดิ เห็น ตามทไี่ ดร้ ับ
มอบหมาย
1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20
เกณฑป์ ระเมนิ คุณภาพ ลงชือ่ ……………………………….ผู้ประเมนิ
ระดบั คะแนน 16 - 20 ระดบั คุณภาพ ดีเยยี่ ม (……………………………)
ระดับคะแนน 11 – 15 ระดบั คุณภาพ ดี
ระดับคะแนน 6 - 10 ระดบั คุณภาพพอใช้ …………/…………/………..
ระดบั คะแนน 0 - 5 ระดบั คุณภาพปรับปรุง
แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้
หวั ข้อ
ลาดับ เ ้ขาเรียนตรงเวลา
แต่งกายเรียบร้อย
ช่อื -สกลุ
เหมาะสม
1. ปฏิ ับติตาม
2. กฎระเ ีบยบของ
3. แสวงห้หอาง ้ขอ ูมล
4. จากแหล่งเรียนรู้
5. แสต่ดงางคๆวาม
6. คิดเห็น
7. สรุปความรู้ไ ้ด
8. อ ่ยาง ีมเห ุตผล
9.
10. รวม
11. หมายเห ุต
12.
13. 3 3 3 3 33
14.
15.
ลงชือ่ ........................................................ผูป้ ระเมนิ
(.....................................................................)
........... /................................/......................
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
ระดับคะแนน 14 - 18 ระดบั คุณภาพ ดเี ยี่ยม
ระดับคะแนน 9 - 13 ระดบั คุณภาพ ดี
ระดับคะแนน 4 - 8 ระดบั คุณภาพพอใช้
ระดบั คะแนน 0 - 3 ระดับคุณภาพปรบั ปรุง
แบบบันทึกทักษะการตโี ตล้ กู แบดมนิ ตนั ประเภทเด่ยี ว
เลขที่ ชอ่ื -สกลุ รายละเอียดการปฏบิ ตั ิทกั ษะ รวม ระดบั หมายเหตุ
ระดบั ท่ี ระดบั ที่ ระดบั ท่ี ระดับท่ี พฤตกิ รรม
1 2 34
ระดับท่ี รายการประเมิน คะแนน ความหมาย
1 ปรบั ปรุง
1 แสดงทกั ษะการตีโตล้ ูกแบดมินตันประเภทเดย่ี ว ในทักษะท่ีไม่ค่อยถูกตอ้ ง 2 ปานกลาง
3 ดี
2 แสดงทกั ษะการตีโตล้ กู แบดมินตันประเภทเดย่ี ว ในทักษะที่ค่อนข้างถูกตอ้ งใน 4 ดมี าก
ระดบั ปานกลาง
3 แสดงทักษะการตีโตล้ กู แบดมินตันประเภทเดย่ี ว ในทักษะที่ถูกต้องในระดับดี
4 แสดงทกั ษะการตีโต้ลกู แบดมินตันประเภทเดี่ยว ในทักษะท่ีถูกต้องมากทีส่ ดุ
แบบสงั เกตความสนใจในการเรียนและเจตคติทดี่ ี
ผลการประเมิน
การประเมิน ดเี ย่ียม ดีมาก ดี ปาน ตอ้ ง
(5 (4 (3 กลาง ปรับปรุง
1. ดา้ นคณุ ธรรม คะแนน) คะแนน) (2
1.1 การเข้าเรียนสม่าเสมอ คะแนน) คะแนน) (1
1.2 ความซ่ือสัตย์ คะแนน)
1.3 การเสียสละ
1.4 เห็นประโยชน์ส่วนรวม
2. ด้านจริยธรรม
2.1 มรี ะเบยี บวนิ ยั
2.2 ความรบั ผดิ ชอบ
2.3 การตรงตอ่ เวลา
2.4 รจู้ ักควบคมุ อารมณ์
3. ดา้ นคา่ นยิ ม
3.1 ความขยันมน่ั เพยี ร สนใจในการเรียน
3.2 พฒั นาตนเองอยเู่ สมอ
3.3 ศรัทธาในปรชั ญาของโรงเรียน
3.4 รจู้ ักดแู ลสุขภาพ
3.5 สร้างนสิ ัยในการดแู ลสุขภาพ
3.6 ร่วมมือในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
3.7 รักในการออกกาลงั กายและเลน่ กีฬา
3.8 สร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกายจนเป็น
กิจวตั รประจาวัน
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายกลุ่ม
พฤตกิ รรม
ลาดบั ที่ ช่ือ-สกุล ความสนใจ การแสดงความ การตอบ การรบั ฟงั ทางาน รวม
คิดเห็น คาถาม ความคิดเห็น ตามทไี่ ดร้ ับ
มอบหมาย
1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20
เกณฑป์ ระเมินคณุ ภาพ ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมนิ
(……………………………)
ระดบั คะแนน 16 - 20 ระดบั คณุ ภาพ ดีเยย่ี ม
ระดบั คะแนน 11 - 15 ระดบั คณุ ภาพ ดี …………/…………/………..
ระดบั คะแนน 6 - 10 ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ระดบั คะแนน 0 - 5 ระดบั คณุ ภาพปรับปรุง
ใบความรู้ที่ 10.1
การเล่นประเภทเดยี่ ว
การเล่นประเภทเด่ยี วนี ผเู้ ล่นมีโอกาสปรับปรงุ การเล่นได้โดยสะดวกตลอดเวลา เช่น การส่งลกู แบบ
ระยะสนั ถา้ เหน็ ว่าฝ่ายตรงกนั ข้ามตบลกู เกง่ การยนื อยา่ ยนื ลาออกมาใหส้ ่งจากสนามใกล้เสน้ กลาง เพื่อทีจ่ ะได้
กลับตวั รวดเร็วและตอ้ งพยายามให้คูแ่ ขง่ ว่งิ หมนุ ไปมาอย่เู สมอ ตาแหนง่ การยนื ส่งลูก ผู้ เล่นควรยนื หา่ งจาก
เสน้ หน้าประมาณ 3 ฟุตเพอื่ ใหส้ ่งลกู ไดส้ ูงและไกลมากทส่ี ดุ ไมค่ วรสง่ ลูกสนั ในการเลน่ ประเภทเด่ียวเวน้ แต่
คู่แข่งจะยนื ไป ทางดา้ นหลังของสนาม การสง่ ลูกไม่ควรทาอย่างรบี เรง่ หรือไม่ระมัดระวัง เพราะถา้ สง่ ลูกเสยี ก็
เท่ากบั เสียโอกาสทจ่ี ะทาคะแนนไป และเมื่อสง่ ลูกไปแล้ว ต้องรีบถอยไปอยู่ตรงก่ึงกลางสนามของตน
การตอบโตล้ กู ท่ีสง่ มาโด่งหลงั การ ตอบโต้ลูกนตี ้องใชล้ กู โด่งหลังเช่นเดียวกนั เพ่ือเปลย่ี นให้ฝา่ ยสง่ ลกู
เป็นฝา่ ยรับ ควรโตต้ อบไปทางข้างหลงั ทางด้านหลังมือของฝา่ ยตรง ข้าม ซ่งึ อาจจะทาให้ไมส่ ามารถโตต้ อบ
กลับมาได้ หรือบางครังเราอาจใช้ลูกหยอดหน้าตาขา่ ย แต่ต้องใชเ้ มื่อมีความชานาญมากๆ เพราะลกู หยอดจะ
ใช้ ไดด้ เี มื่อคูต่ ่อสูพ้ ะวงทางด้านหลงั เทา่ นนั
วิธเี ลน่ เมือ่ ผู้แขง่ ขันสง่ ลกู มา
1. ถา้ คู่แข่งขันส่งลูกมาลึกและเป็ฯการสง่ ทด่ี ีด้วย เราไม่สามารถจะตบลกู ได้ จะโต้ด้วยการใชล้ ูกหยอดอย่างยาว
หรือ โต้อย่างสูงไปยงั มุม สนามของคแู่ ข่งขัน หรือ โต้ลกู หยอดไปยังเสน้ ส่งลกู สนั หรือ โตล้ ูกเหนือศรีษะไปตก
กลางสนามเพอ่ื ให้ค่แู ข่งขันเข้าใจวา่ จะต้องตแี บบลึก เราจะไดม้ ีโอกาสหยอดลูกได้
2. ถา้ คแู่ ขง่ ขันส่งลูกมาสัน ควรโต้โดยการหยอดลูกใหเ้ ฉียงหรือโต้ลูกโด่งไปมุมสนามของคู่แข่งขนั
การเลน่ ทั่วไปควรใช้การหยอดลูกเรว็ บา้ ง หยอดลกู ลึกบา้ งและอื่นๆ สลับกนั เรอ่ื ยไป ทาใหค้ ู่ตอ่ สู้ต้องว่งิ ไปว่งิ มา
ย่อมเหน่ือยมากการเคลอ่ื นไหว กจ็ ะชา้ ลง เราจะมีโอกาสโจมตไี ด้สะดวก
การถ่วงเวลา
การตีลูกเพือ่ ถว่ งเวลานีจะใชก้ ารตีด้วยหนา้ มือหรือหลงั มือก็ได้ แต่ต้องรอดูการตกของลกู และมองดู
ท่าทีการเคล่อื นไหวของคตู่ ่อสู้ ถ้าเห็นค่แู ข่งเปลย่ี นนาหนักตัวทาทา่ จะมาขา้ งหนา้ เราก็ตีไปข้างหลงั หรือถ้าเหน็
วา่ เขาจะไปข้างหลงั เรากต็ ีไปขา้ งหน้า เปน็ ตน้
ในการเลน่ ประเภทเดย่ี วนันควรเวน้ การตบลกู เมือ่ ลูกโด่งไปข้างหลัง เพราะถ้าเราตบไม่ลงจะทาใหเ้ ราเสยี หลัก
ควรใช้ลกู โดง่ กบั การตบ ผสมกนั ไปขณะทีค่ ตู่ ่อสูร้ อรบั การตบลกู ของเรา
ในระหวา่ งแข่งขนั แม้ว่าฝา่ ยตรงข้ามจะทาคะแนนนาไปมากกไ็ ม่ควรตกใจ ต้องคดิ หาวธิ ีเล่นเพอื่ ตีใหไ้ ด้คะแนน
ถา้ นกึ ไม่ออกให้ตลี ูกโดง่ หลงั เอาไว้ก่อน จะทาใหเ้ ห็นจุดอ่อนของคูแ่ ข่งขันได้ และยงั เป็นการชว่ ยให้เกมส์ช้าลง
ดว้ ย
กาลงั กายเปน็ ส่ิงท่ีจาเป็นอยา่ งย่ิงในการเล่นประเภทเด่ียวระวงั อย่าให้คแู่ ข่งร้วู ่าเหนอ่ื ย ต้องกระฉับกระเฉง
ตลอดเวลาการแขง่ ขัน
หลักการเลน่ ประเภทเดยี่ ว
การเล่นประเภทเดยี่ วเป็นการ เล่นทต่ี อ้ งอาศยั ความอดทนเป็นอย่างมากนอกจากนผี ู้เล่นควรมี
สมรรถภาพรา่ งกาย ทีด่ ี การเล่นเดี่ยวท่ัวๆไปผเู้ ล่นควรจะ
1. วางแผนการเล่นก่อนทุกครัง โดนศึกษาคู่แข่งขนั ประกอบ
2. พยายามดงึ คแู่ ข่งขนั เลน่ เกมทีต่ นถนดั
3. มคี วามตงั ใจจรงิ และอดทนในการแข่งขนั
4. อย่าตลี กู ไปในทิศทางเดียว ควรเปลย่ี นทิศทางอยา่ ให้อกี ฝ่ายจับทางได้
5. การเล่นตอ้ งพยายามหลอกลอ่ และอย่าให้คู่แขง่ อา่ นหนา้ ไมเ้ ราออกว่าเราจะตีค่อยหรือแรง
6. ลูกตบตอ้ งมีวถิ ีทเ่ี ดด็ ขาดไปในทางทิศทางทีว่ างหรือพุง่ เขา้ หาตวั
7. การหยอดลูกต้องพยายามหยอดให้ชิดตาขา่ ยให้มาก
8. อย่ารอให้ลูกตกลงมาจงึ ค่อยตี ตอ้ งพยายามพุง่ เข้าหาลูกทุกครงั
9. พยายามหลกี เลีย่ งลกู หลังมือถา้ จาเปน็ กใ็ ห้ใช้ได้
10. ควรเล่นอย่างออมแรง อย่าตีโหมแรงๆ เพราะจะทาให้เหน่ือยและแพ้ไดง้ ่าย
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11 ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2
รายวิชา แบดมินตนั 2
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา เวลา 1 คาบ
รหัสวิชา พ 22104
เรอื่ ง การตีโต้ลกู แบดมินตนั ประเภทคู่
1. มาตรฐานการเรยี นการเรียนรู้
มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มที กั ษะในการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกมและกฬี า
มาตรฐาน พ 3.2รกั การออกกาลงั กาย การเล่นเกม การเลน่ กีฬาปฏิบตั เิ ปน็ ประจาสม่าเสมอ
มีวนิ ยั เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มนี าใจนักกฬี า มจี ิตวญิ ญาณในการแข่งขันและช่ืนชมในสุนทรียภาพของกีฬา
2. ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายขันตอนการตโี ต้ลูกแบดมินตนั ประเภทคไู่ ด้อย่างถูกต้อง (K)
2. นักเรียนสามารถปฏบิ ัติการตโี ต้ลกู แบดมินตันประเภทคู่ได้อยา่ งถกู ต้อง (P)
3. นกั เรยี นตังใจฟังและมีความสนุกสนานในการเรยี นทกั ษะการตีโต้ลูกแบดมินตันประเภทคู่ใน
การเล่นกฬี าแบดมินตัน (A)
3. สาระสาคญั
ในเกมประเภทคูน่ นั จะใชร้ ะบบการยืนหน้า - หลงั ในขณะส่งลูก โดยผู้สง่ ลกู จะยืนอย่ชู ิดกับมุมกลาง
ตงั ทา่ ส่งลกู โดยใช้สายตาจบั จ้องดูคู่แข่งขันและส่งลูกไปโดยไม่ต้องปรบั สายตากลบั มาที่มือท่ีจบั ลูก และไม้
แร็กเกตอกี ซึ่งจะทาใหเ้ หน็ จุดอ่อนของคูแ่ ขง่ ขนั ในการยืนหรอื จงั หวะที่คแู่ ข่งขันเสียจังหวะไดท้ ันที เปน็ การตี
ลกู สง่ โดยอัตโนมัติ และใชจ้ ังหวะเพียงเสียววนิ าทีในการใช้แรงตวดั ข้อมอื ชงิ เปน็ ฝ่ายได้เปรียบในการแขง่ ขัน
ได้ ถ้าหากผู้รบั ไม่ได้มีท่าทีจะเขา้ มาประชิดตีลูกเรว็ ก็ให้สง่ ลกู สันเลียดกับตาข่ายไป เม่ือสง่ ลกู ขา้ มตาขา่ ยผูส้ ง่
ลูกควรขยบั เทา้ เขา้ มายืนครอ่ มเส้นกลาง ยกไมส้ งู เพอ่ื คอยดักตะปบลูกตอบโตจ้ ากฝ่ายรับ ซ่ึงอาจจะตีลูก
หยอดผลักสง่ ครึง่ สนามหรอื ลูกดาดกลบั คนื มา ซึง่ ก็อยู่ในรศั มขี องการตอบโต้ได้ทันทว่ งที ในขณะเดยี วกันคู่ขา
ของผู้สง่ ลูกจะยนื คร่อมเส้นกลางสนามหา่ งจากผสู้ ง่ ลูกประมาณ 1 ก้าว คอยควบคมุ ทิศทางสอดเข้าไปรกุ โจมตี
เมอ่ื ผู้รับลกู ตอบโต้ผ่านผู้สง่ ลกู กลบั มา
4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. สาระการเรียนรู้
- การฝึกทักษะการตโี ตใ้ นกีฬาแบดมินตนั ท่ีถกู ต้องนนั เป็นการฝกึ ทักษะพนื ฐานในกฬี าแบดมนิ ตนั ท่ี
ใช้ในการเล่นแบดมนิ ตัน สามารถใช้ตโี ตใ้ นการออกกาลังกายและเล่นกีฬาแบดมนิ ตนั ในประเภทเด่ียว สามารถ
ต่อยอดและพฒั นาในทักษะอื่น ๆ
6. จุดเน้นสกู่ ารพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความร่วมมอื การทางานเปน็ ทีม และภาวะผูน้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทกั ษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรเู้ ท่าทนั ส่อื (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะด้านชวี ิตและอาชีพ
ความยืดหยุน่ และการปรับตวั
การริเรมิ่ สรา้ งสรรคแ์ ละการเป็นตัวของตัวเอง
ทกั ษะสังคม และสังคมข้ามวฒั นธรรม
การเป็นผสู้ รา้ งหรอื ผผู้ ลิต และความรบั ผิดชอบเช่ือถือได้
ภาวะผู้นาและความรบั ผิดชอบ
คุณลกั ษณะสาหรบั ศตวรรษที่ 21
คณุ ลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรับตวั ความเป็นผู้นา
คุณลกั ษณะด้านการเรยี นรู้ ได้แก่ การชีนาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คณุ ลักษณะดา้ นศลี ธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อนื่ ความซื่อสัตย์ สานกึ พลเมือง
7. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู้) (เขยี นใหส้ อดคล้องกับจุดประสงค์)
- คน้ คว้าทักษะการตลี กู โตใ้ นการเลน่ แบดมนิ ตันประเภทคูเ่ พ่ิมเตมิ
8. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (ใช้กระบวนการกล่มุ กระบวนการปฏิบตั ิและบรู ณาการหลักคิดของ
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง 2 เง่ือนไข)
กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ขน้ั เตรียมการสอน
1.1 ครูให้นกั เรยี นจัดแถวเปน็ แถวตอน ตามกลุ่มที่ครไู ด้จดั กลุ่มไวใ้ ห้กบั นักเรยี น
= ครู = นักเรียน
รูปแบบการยนื แถว
1.2 ครเู ชค็ ชือ่ นกั เรยี นและตรวจอุปกรณใ์ นการเรยี น
1.3 ครูตรวจความเรยี บรอ้ ยของเครื่องแต่งกายและสขุ ภาพของนักเรียนเพ่ือความปลอดภัยในการ
เรียนการสอน
1.4 ครสู ่ังใหน้ ักเรียนขยายแถวสองชว่ งแขนไปด้านข้างและด้านหลงั ใหน้ กั เรียนตวั แทนกลมุ่
นาบริหารรา่ งกาย (warm-up) เพือ่ เตรียมความพร้อมของร่างกายและกระตุน้ ระบบต่างๆใหพ้ รอ้ มท่จี ะปฏบิ ัติ
กิจกรรมในคาบเรยี นใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เมือ่ เสรจ็ ใหช้ ดิ แถวกลับมา
1.5 ครอู ธบิ ายวัตถปุ ระสงคใ์ นการเรยี นในรายวิชาแบดมินตัน ตลอดจนข้อตกลงเบืองต้นในการเรยี น
วชิ าแบดมินตนั และครูบอกกับนกั เรียนว่า “วนั นีเราจะมาเรียนในทกั ษะเบืองตน้ ในกฬี าแบดมนิ ตนั คือ การตีโต้
ลูกแบดมินตนั ประเภทคู่”
2. ขัน้ อธบิ ายและสาธิต
2.1 ครอู ธิบายวิธีการปฏิบัติในทักษะการตโี ตล้ กู แบดมินตนั ประเภทคตู่ ามลาดับ
2.2 ครอู ธบิ ายขันตอนทักษะการการตีโต้ลูกแบดมนิ ตันประเภทคเู่ ปน็ ลาดบั ขันตอน
2.3 ครูสาธิตให้นกั เรยี นดู แนวทางการปฏิบตั ทิ ักษะการตีโตล้ ูกแบดมินตันประเภทคู่ในกีฬา
แบดมินตัน
2.4 ครใู หน้ ักเรยี นยืนขนึ และขยายแถว 2 ช่วงแขนเพอ่ื ทาการฝกึ ทา่ เตรยี มความพรอ้ มในการตโี ตล้ ูก
แบดมนิ ตันประเภทคู่
รปู แสดงทกั ษะการตโี ตล้ ูกแบดมนิ ตันประเภทคู่
3. ขน้ั ปฏิบตั ิ
= ครู = นักเรยี น
แบบฝึกที่ 1 การตีโต้ประเภทคู่
1. ครูให้นักเรียนจับคู่และให้พืนทข่ี องตนเองในการปฏิบัติทกั ษะการตีโตป้ ระเภทคู่ หรือ
สามารถตโี ตใ้ นสนามแบดมินตนั
2. ครูใหน้ ักเรียนหาพืนท่ขี องตนเองในการฝึกปฏบิ ตั ิทักษะการตโี ต้ประเภทคู่
3. ครูเดนิ ดู สงั เกต แนะนา ทักษะการตีโต้ประเภทคู่ ในทกั ษะที่ถูกต้อง
4. ขนั้ นาไปใช้
4.1 ครูให้นกั เรียนจับคู่กนั โดยใหแ้ ตล่ ะคู่แยกกนั ฝึกปฏิบตั ใิ นแตล่ ะสนาม (คอร์ท)
4.2 ครอู ธิบายเกมทีจ่ ะเลน่ กจิ กรรม โดยมีขนั ตอนดังนี
- ครใู ห้นักเรยี นแตล่ ะกลุ ่มแสดงการฝึกทักษะการตโี ต้ประเภทเดีย่ ว ในทักษะที่ถกู ต้อง
- ครใู หส้ ัญญาณนกหวีด โดยใหเ้ รมิ่ ปฏบิ ตั ทิ ักษะการตีโต้ประเภทเด่ยี วในทักษะท่ีถูกต้อง
4.3 ในขณะเล่นเกมอยูน่ ัน ครูเดนิ ดู สังเกต แนะนา แก้ไขสาหรบั นกั เรียนที่ยงั ปฏิบตั ิไมถ่ ูกต้อง และ
นามาสรปุ ตอนทา้ ยกจิ กรรมต่อไป
4.4 ครูกล่าวชมเชยนกั เรยี น และสรปุ กิจกรรมขา้ งตน้
5. ขั้นสรปุ
5.1 นักเรยี นเขา้ แถวเป็นระเบียบตามกลมุ่ ครซู ักถามส่งิ ทีเ่ รยี นในวันนี และสรุปความรู้ทเ่ี รยี นอีก
ครงั
5.2 ครใู หน้ กั เรยี นยดื เหยียดรา่ งกาย เพื่อลดอาการบาดเจบ็ อนั เนอื่ งมาจากการออกกาลงั กายและ
เป็นการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพด้านความอ่อนตัว
5.3 ครูเนน้ ยาวา่ “การฝกึ ทักษะการตีโต้ประเภทคู่ ตอ้ งมกี ารฝกึ ปฏิบตั ิบ่อย ๆ ต้องปฏิบัติ
ซา ๆ จึงจะเกิดการพฒั นาทักษะที่ดีและสามารถต่อยอดไปสู่ทกั ษะอ่นื ๆ เพือ่ ใชใ้ นการเล่น
ประเภทเดีย่ ว ประเภทคู่”
5.4 ครปู ลกู ฝงั่ ในเร่ืองของเจตคตทิ ด่ี ีต่อการออกกาลงั กายและเลน่ กีฬาแบดมินตัน
5.5 ครใู ห้นกั เรยี นตรวจความเรยี บร้อยเคร่ืองแตง่ กาย และให้นักเรยี นไปเรยี นต่อในรายวชิ าต่อไป
9. ส่อื การสอน
1.ไม้แบดมินตนั
2.สนาม
3.นกหวดี
4.ลกู แบดมนิ ตนั
5.เสา , ตาขา่ ย ใบความรทู้ ่ี 11.1
6.ใบเชค็ รายช่ือนักเรยี น
10. แหลง่ เรียนรู้
1.หนังสอื กฎ กตกิ า มารยาท การเลน่ กีฬาแบดมินตนั
2. อินเตอรเ์ นต็
11. การวดั และประเมินผล
11.1 การประเมินตามจุดประสงค/์ ตัวชี้วดั
จดุ ประสงค์ วิธีวดั การวัด เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การผา่ น
และประเมินผล
1.ด้านความรู้ (K) ต้ังคาถาม-ตอบ แบบทดสอบ ตอบคาถามไดถ้ กู ต้อง นกั เรยี นมคี วาม
เขา้ ใจเนอ้ื หา
1.1 นักเรียน อย่างนอ้ ย 80%
สามารถอธบิ าย
ขนั ตอนการตีโตล้ กู
แบดมินตนั ประเภท
คไู่ ด้อย่างถูกต้อง
2.ดา้ นทักษะ/ ฝึกปฏบิ ัติ -แบบสังเกตจาก ปฏบิ ัตทิ ักษะได้ นกั เรยี นสามารถ
การปฏิบัติ ถูกต้อง ปฏิบตั ไิ ด้ถูกต้อง
กระบวนการ (P) -แบบฝกึ ทักษะ ตามทกั ษะอยา่ ง
น้อย 80%
2.1 นกั เรยี น
สามารถปฏบิ ัตกิ าร
ตีโต้ลกู แบดมินตัน
ประเภทคู่ไดอ้ ยา่ ง
ถูกต้อง
3.ด้านคุณลักษณะ สงั เกตพฤติกรรม -แบบสงั เกต มคี วามสนใจเรียนรู้ นกั เรยี นจะตอ้ ง
ผ่านเกณฑ์ระดับ
ท่ีพึงประสงค์ (A) ในการเรียนรู้ พฤตกิ รรม คุณภาพการ
ประเมนิ ระดับ
3.1 นักเรยี นตังใจ รายบคุ คล พอใช้ขึน้ ไป
ฟังและมคี วาม -แบบสงั เกต
สนุกสนานในการ พฤติกรรมรายกลุ่ม
เรียนทักษะการตโี ต้ -แบบประเมนิ
ลกู แบดมนิ ตนั คุณลักษณะอนั พึง
ประเภทคใู่ นการ ประสงค์
เลน่ กฬี าแบดมนิ ตัน
11.2 การประเมินสมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทักษะศตวรรษท่ี 21
ประเดน็ การประเมนิ วิธีวดั เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
สมรรถนะหลัก สังเกตจากพฤตกิ รรม นักเรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมิน ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
ทักษะชีวิต สังเกตจากพฤตกิ รรม สมรรถนะสาคัญของ ระดบั พอใช้ข้นึ ไป
ผ้เู รียนด้าน
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สังเกตการใหเ้ หตผุ ล ความสามารถในการ นักเรียนจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใชท้ ักษะชวี ติ ระดับคุณภาพการประเมนิ
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชั้นเรียน ระดบั พอใช้ขึ้นไป
แบบประเมนิ ด้าน นักเรยี นจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะอนั พึง ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
ประสงคข์ องผู้เรยี น ระดับพอใชข้ น้ึ ไป
แบบประเมนิ ดา้ น
ทักษะศตวรรษที่ 21
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผ้ใู ชแ้ ผนเขยี นเสนอแนะ)
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
13. บันทกึ หลังสอน
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
นักเรยี นจานวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนร้โู ดยรวม......................คนคดิ เป็นรอ้ ยละ..............................
ไม่ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้โู ดยรวม..................คนคดิ เปน็ ร้อยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรียนท่ีมีความสามารถพเิ ศษ/นักเรียนเด็กพิเศษ ได้แก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรียนที่ไม่ผา่ นการประเมนิ จดุ ประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
นกั เรียนทไ่ี ม่ผ่านการประเมินจดุ ประสงคด์ ้านทักษะ (P) จานวน.............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
นกั เรยี นทไ่ี มผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงค์ด้านเจตคติ (A) จานวน............................คน ไดแ้ ก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
13.2 ปญั หา/อุปสรรค
......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................แนว
ทางแกไ้ ข/ข้อเสนอแนะ (จากปญั หาอุปสรรค)
......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................
ลงช่อื ......................................................................ครูผูส้ อน
(..นายยุทธชยั แก้วสารทอง...)
ตาแหน่ง...ครูชานาญการ........
…………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้/หัวหน้ากจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................หวั หน้ากลุ่มสาระฯ
(..นายจิรศักด์ิ ชยั เพชร...)
…………./……………./…………
ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นรูข้ อง......................................................................................แลว้ มี
ความคดิ เหน็ ดงั นี
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สาคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไมเ่ นน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
นาไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงชอื่ .............................................รองผู้อานวยการโรงเรยี นกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศักดิ์)
…………./……………./…………
ความคิดเหน็
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .............................................ผู้อานวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)
…………./……………./…………
แบบบันทกึ ทกั ษะการตีโต้ลูกแบดมนิ ตนั ประเภทคู่
เลขที่ ชือ่ -สกลุ รายละเอยี ดการปฏิบตั ิทกั ษะ รวม ระดบั หมายเหตุ
ระดบั ที่ ระดบั ที่ ระดบั ท่ี ระดบั ท่ี พฤติกรรม
1 2 34
ระดบั ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ความหมาย
1 ปรบั ปรุง
1 แสดงทกั ษะการตโี ต้ลกู แบดมินตนั ประเภทคู่ ในทักษะท่ีไม่ค่อยถูกต้อง 2 ปานกลาง
3 ดี
2 แสดงทกั ษะการตโี ต้ลูกแบดมินตนั ประเภทคู่ ในทกั ษะที่คอ่ นข้างถูกต้องในระดบั 4 ดีมาก
ปานกลาง
3 แสดงทกั ษะการตโี ต้ลูกแบดมินตนั ประเภทคู่ ในทกั ษะท่ีถูกต้องในระดับดี
4 แสดงทักษะการตโี ตล้ กู แบดมินตันประเภทคู่ ในทักษะที่ถกู ตอ้ งมากที่สดุ
แบบสงั เกตความสนใจในการเรียนและเจตคติทดี่ ี
ผลการประเมิน
การประเมิน ดเี ย่ียม ดีมาก ดี ปาน ตอ้ ง
(5 (4 (3 กลาง ปรับปรุง
1. ดา้ นคณุ ธรรม คะแนน) คะแนน) (2
1.1 การเข้าเรียนสม่าเสมอ คะแนน) คะแนน) (1
1.2 ความซ่ือสัตย์ คะแนน)
1.3 การเสียสละ
1.4 เห็นประโยชน์ส่วนรวม
2. ด้านจริยธรรม
2.1 มรี ะเบยี บวนิ ยั
2.2 ความรบั ผดิ ชอบ
2.3 การตรงตอ่ เวลา
2.4 รจู้ ักควบคมุ อารมณ์
3. ดา้ นคา่ นยิ ม
3.1 ความขยันมน่ั เพยี ร สนใจในการเรียน
3.2 พฒั นาตนเองอยเู่ สมอ
3.3 ศรัทธาในปรชั ญาของโรงเรียน
3.4 รจู้ ักดแู ลสุขภาพ
3.5 สร้างนสิ ัยในการดแู ลสุขภาพ
3.6 ร่วมมือในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
3.7 รักในการออกกาลงั กายและเลน่ กีฬา
3.8 สร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกายจนเป็น
กิจวตั รประจาวัน
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายกลุ่ม
พฤตกิ รรม
ลาดบั ที่ ช่ือ-สกุล ความสนใจ การแสดงความ การตอบ การรบั ฟงั ทางาน รวม
คิดเห็น คาถาม ความคิดเห็น ตามทไี่ ดร้ ับ
มอบหมาย
1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20
เกณฑป์ ระเมินคณุ ภาพ ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมนิ
ระดบั คะแนน 16 - 20 ระดบั คณุ ภาพ ดีเยย่ี ม (……………………………)
ระดบั คะแนน 11 - 15 ระดบั คณุ ภาพ ดี …………/…………/………..
ระดบั คะแนน 6 - 10 ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ระดบั คะแนน 0 - 5 ระดบั คณุ ภาพปรับปรุง
ใบความรู้ท่ี 11.1
การเลน่ ประเภทคู่
ในการแข่งกีฬาประเภททีมทุกประเภทนนั ผลงานของทีมจะออกมาดหี รอื ไม่ดีกข็ นึ อยู่ว่าการ
ประสานงานของผู้เล่นในทีมจะดีเพียงใด แต่พดู ได้ว่าไม่มีการแข่งกีฬาประเภททมี ใด ๆ อีกแล้วทจ่ี ะต้องอาศยั
ความเขา้ ใจระหวา่ งผู้เลน่ มากเปน็ พิเศษอย่างกีฬาแบดมนิ ตันในประเภทคู่
ตาแหนง่ การยนื ในการเลน่ แบดมนิ ตันประเภทคู่
การประสานงานของนกั แบดมินตันประเภทค่จู ะลงตวั มากน้อยแค่ไหนนัน สิ่งแรกทจี่ ะบอกได้ก็คือ
การยนื ตาแหนง่ และการสลบั ตาแหน่ง การยนื ตาแหนง่ ในแบดมนิ ตนั ประเภทคู่มีแบบหลัก ๆ ก็คือการยืนแบบ
หน้า-หลัง, การยนื แบบซ้าย-ขวาและการยืนแบบหมุนวน
1. การยืนแบบหน้า-หลัง มกั จะใชใ้ นเวลาทีฝ่ า่ ยเราต้องทาการสง่ ลกู คนทสี่ ง่ ลกู จะยนื อยู่ข้างหน้า ส่วน
อกี คนหน่ึงจะยืนอยู่กลางคอร์ทหรอื ไม่กห็ ลงั คอร์ทเพื่อคอยรับลูกที่ฝง่ั ตรงขา้ มจะตีกลับมา
2. การยืนแบบซา้ ย-ขวา มักจะใชเ้ วลาท่ีฝา่ ยเราต้องคอยรับลูกจากฝา่ ยตรงข้าม หรืออยูใ่ นสถานการณ์
ท่ถี ูกฝง่ั ตรงขา้ มจู่โจมอยา่ งหนัก ก็จะต้องใช้การยืนเชน่ นเี พ่ือตังรับ เวลาท่ฝี ง่ั ตรงข้ามเปน็ ฝ่ายส่งลูกหรือตีลกู
ยาวกลับมาในแดนของฝ่ังเรา ฝงั่ เราทังสองคนจะต้องรับผดิ ชอบพืนที่คนละฝั่ง
3. การยนื แบบหมนุ วน การยืนแบบหนา้ -หลังและการยืนแบบซา้ ย-ขวาเมอื่ ต้องมกี ารสลับระหวา่ งสอง
แบบนจี ะเรยี กวา่ การยืนแบบหมุนเวยี น
ในการแข่งขนั แบดมนิ ตันประเภทเดี่ยว นักแบดมนิ ตนั ประเภทเดี่ยวเพียงแค่ตอ้ งแสดงความสามารถ
ของตนให้ดีทสี่ ุดกจ็ ะไดร้ บั ชัยชนะ แต่ในการแข่งขนั ประเภทค่ไู มง่ า่ ยดายเหมอื นเชน่ นัน ในชว่ั เวลาเพยี ง
พรบิ ตาเดยี ว นักแบดมนิ ตันทัง 4 คนในประเภทคูจ่ ะมกี ารเคลอื่ นย้ายตาแหน่งมากกวา่ นักแบดมินตนั ประเภท
เดี่ยว 2 คนหลายเทา่ ตวั
ถา้ ความสามารถของนักแบดท่ีจบั คู่กันไมบ่ าลานซ์ หรือนักแบดคนใดคนหนง่ึ เล่นแบบเอาแตใ่ จตนจน
มองขา้ มการเลน่ ประสานงานกบั คู่ของตน นอกจากจะสง่ ผลใหก้ ารประสานงานไมด่ ีแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็จะ
รบกวนซง่ึ กนั และกนั อีกดว้ ย เช่น ไมแ้ บดบวกกันหรอื ไม่ก็วิง่ ชนกนั เอง, ยนื บงั ทางเพ่ือนร่วมทีม, ยืนผิดตาแหนง่
จนทาใหเ้ กิดช่องโหวใ่ หค้ ตู่ ่อสู้โจมตี ฯลฯ
ดงั นันแล้ว ในการแข่งขนั ประเภทค่นู นั กลยทุ ธทเี่ ราจะพบมากก็คอื “ โจมตีเฉพาะบุคคล “ กลา่ วคอื
ถ้าเราพบว่านักแบดฝัง่ ตรงขา้ มทังสองคนมีความสามารถไม่เท่าเทยี มกนั เรากส็ ามารถเลือกใชก้ ลยุทธการบกุ
แบบ “ 2 รมุ 1 “ โดยเลือกโจมตใี ส่นักแบดมนิ ตันทีฝ่ มี ืออ่อนกว่า
ความสามารถและอปุ นิสัยส่วนบคุ คล
การเล่นในประเภทคู่นัน การผสมผสานระหวา่ งความสามารถและอุปนิสัยสว่ นบุคคลของผู้เล่นทังสอง
คนก็เปน็ เร่ืองสาคัญเป็นอย่างยิ่ง
ดไู ด้จากการเลน่ ของกจู้ วินและเก๋อเฟย, กู้จวนิ นันถงึ แมจ้ ะเตียกว่าเก๋อเฟยแตเ่ ธอมีพละกาลังดี เธอสามารถว่งิ
ได้ท่ัวทกุ พนื ท่ีของสนามและเธอยงั มลี กู ตบทรี่ ุนแรงอกี ดว้ ย ดังนันกจู้ วนิ จงึ มกั จะปกั หลักในแดนหลงั ทม่ี ีพืนที่
รบั ผิดชอบกวา้ งเป็นสว่ นใหญ่ สว่ นเกอ๋ เฟยทมี่ ีไหวพรบิ เย่ียมนันจะรับผดิ ชอบพนื ที่แดนหน้าเพื่อดักลูกหน้าเน็ต
นอกจากนีเธอยงั คอยจบั ตามองการเคลือ่ นไหวของฝ่ังตรงข้ามอีกด้วย เม่ือใดท่ีฝั่งตรงขา้ มเผยจดุ ออ่ นใหโ้ จมตี
เธอก็จะรีบชงิ จู่โจมทนั ที
และเมื่อดูจากอุปนิสยั กจู้ วนิ ในบางเวลาจะค่อนข้างร้อนรนมากเกนิ ไป แตเ่ กอ๋ เฟยจะค่อนข้างสขุ ุม
มากกวา่ ในช่วงแต้มสาคัญระหว่างการแข่งขนั เก๋อเฟยจะคอยคุมอารมณ์ของกจู้ วนิ ไมใ่ ห้เรง่ เกมสม์ ากเกนิ ไป
แตใ่ นทางกลับกนั การเลน่ แบบดุดันและรวดเรว็ ของกจู้ วนิ ก็ทาใหเ้ ก๋อเฟยคึกคักตามไปดว้ ยเชน่ กนั ความ
แตกต่างของทังสองคนจึงกลับกลายเป็นการเติมเตม็ ซึ่งกนั และกนั ไปโดยปริยาย
ตาแหนง่ การยนื ในการเลน่ แบดมินตนั ประเภทคู่
รปู แบบเกมจะออกมาดแี คไ่ หน ก็อย่ทู ีต่ าแหน่งในการยนื โดยแยกซ้าย-ขวา,หน้า-หลัง,ตาแนง่
หมุนเวยี น
1. ตาแหนง่ ซ้าย-ขวา โดยส่วนมากจะใช้ในจงั หวะทเี่ ราเปน็ ฝา่ ยตังรับ เพราะเราไมร่ ูว้ ่าผเู้ ลน่ ฝ่ายตรงข้ามจะตี
ไปทีจ่ ุดไหน เพ่ือใหผ้ ู้เลน่ สามารถรับผิดชอบพืนทค่ี นละฝ่งั ได้ดขี นึ
2. ตาแหนง่ หน้า-หลงั มกั จะใช้ในจังหวะที่เราเปน็ ฝ่ายสง่ ลูก รวมไปถึงเปน็ ฝ่ายรกุ เช่น บุก ตบ เพราะต้องมคี น
ไปบีบหน้าเน็ตเพ่ือกนั ลกู หยอด หรือสามารถดักเก็บลกู ในกรณีฝ่ายรบั ไมส่ ามารถตีลกู ไปทา้ ยคอร์ดได้
3. ตาแหน่งหมนุ เวียน ขนึ อยู่กับจงั หวะของเกมในเวลานัน เพราะวา่ การเล่นแบดมนิ ตันใน1เกม เราสามารถ
เจอได้ทกุ รูปแบบไมว่ ่า บุกตบ ลกู หยอด ลูกเลยี ว ทงั นขี ึนอยกู่ ับทีมเวิคร์ของตัวผู้เลน่ วา่ จะเข้าใจกนั มากแค่ไหน
เป็นขอ้ มลู ครา่ วๆหากผิดพลาดก็ขออภัยครับ อยา่ ลมื สนกุ กับเกม แพ้ชนะ มนั อกี เร่ืองนงึ
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
รายวิชา แบดมินตัน 2
กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
รหัสวชิ า พ 22104 เวลา 1 คาบ
เรือ่ ง เทคนิคการเล่นแบดมินตันประเภทเดี่ยว
1. มาตรฐานการเรยี นการเรียนรู้
มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มที ักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกมและกฬี า
มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกาลังกาย การเลน่ เกมและการเลน่ กีฬา ปฏิบัติเปน็ ประจาอย่าง
สมา่ เสมอ มวี นิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มนี าใจนักกีฬา มจี ติ วญิ ญาณในการแขง่ ขนั และชน่ื ชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
2. ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจ เกี่ยวกับเทคนิคการเลน่ แบดมนิ ตนั ประเภทเดี่ยวได้อย่างถูกต้อง (K)
2. นักเรยี นสามารถปฏิบตั ิตามเทคนคิ การเล่นแบดมนิ ตันประเภทเด่ียวได้อยา่ งถกู ตอ้ ง (P)
3. นักเรยี นตงั ใจฟงั และมคี วามสนกุ สนานในการเรยี นเทคนิคการเลน่ แบดมินตันประเภทเดยี่ วในการเลน่
กฬี าแบดมนิ ตัน (A)
3. สาระสาคัญ
เทคนคิ การตลี กู ประเภทเด่ียว การสง่ ลกู จุดศนู ย์กลางของสนาม เปา้ หมายส่มี มุ สนาม ตาแหนง่ ในการ
ยนื ปอ้ งกนั เปา้ หมายของการโจมตี การแก้ไขการป้องกัน และการควบคุมเกมการแข่งขัน
การเล่นประเภทเด่ยี ว จะต้องประกอบดว้ ยผูเ้ ล่น 2 คนขา้ งละ 1 คนสนามต้องกวา้ ง 17 ฟตุ ยาว 44
ฟุต การสง่ ลกู เริ่มแรกจะสง่ ทางสนามด้านขวามือส่งิ ท่ผี ู้เลน่ แบดมินตันประเภทเด่ียวควรคานึงคอื การยืน
เปา้ หมายในการตี การส่งลูกในการเล่นประเภท
4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. สาระการเรยี นรู้
- เทคนิคและวธิ กี ารเล่นแบดมนิ ตนั ประเภทเด่ียว
6. จุดเนน้ ส่กู ารพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น ทักษะศตวรรษที่ 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผ้นู า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรเู้ ท่าทันสือ่ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทักษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
ความยืดหยนุ่ และการปรับตวั
การรเิ ริม่ สร้างสรรคแ์ ละการเปน็ ตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสังคมข้ามวฒั นธรรม
การเปน็ ผสู้ รา้ งหรอื ผูผ้ ลิต และความรับผิดชอบเช่ือถือได้
ภาวะผ้นู าและความรับผิดชอบ
คุณลักษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะด้านการทางาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
คณุ ลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชนี าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คณุ ลกั ษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อนื่ ความซ่ือสัตย์ สานกึ พลเมือง
7. ช้ินงานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู้) (เขยี นใหส้ อดคล้องกับจุดประสงค์)
- คน้ ควา้ ทกั ษะการเลน่ แบดมินตนั ประเภทเดี่ยวเพิ่มเตมิ
8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (ใช้กระบวนการกลมุ่ กระบวนการปฏิบัติและบูรณาการหลักคิดของ
หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง 2 เง่ือนไข)
1. ขั้นเตรยี มการสอน
1.1 ครใู ห้นกั เรียนจัดแถวเป็นแถวตอน ตามกล่มุ ท่ีครไู ด้จดั กลุม่ ไว้ให้กบั นกั เรียน
= ครู = นกั เรียน
รูปแบบการยนื แถว
1.2 ครเู ชค็ ชื่อนักเรยี นและตรวจอุปกรณใ์ นการเรียน
1.3 ครตู รวจความเรยี บร้อยของเครื่องแต่งกายและสขุ ภาพของนักเรียนเพ่ือความปลอดภัยในการ
เรียนการสอน
1.4 ครสู ั่งใหน้ ักเรยี นขยายแถวสองชว่ งแขนไปดา้ นข้างและด้านหลงั ใหน้ กั เรยี นตวั แทนกล่มุ
นาบริหารรา่ งกาย (warm-up) เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายและกระตุ้นระบบต่างๆให้พรอ้ มท่ีจะปฏิบตั ิ
กจิ กรรมในคาบเรยี นใชเ้ วลาประมาณ 5-10 นาที เมือ่ เสรจ็ ใหช้ ิดแถวกลบั มา
2. ขัน้ อธบิ ายและสาธิต
2.1 ครอู ธบิ ายและสาธติ ใหน้ ักเรยี นเหน็ เทคนิคการเล่นแบดมนิ ตันประเภทเดีย่ วท่ีถูกต้อง
3. ข้ันปฏบิ ตั ิ
3.1 ครูให้นกั เรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4 คน โดยการลงสนามฝกึ ตี โดยใช้เทคนิคทคี่ รูสาธติ มาใช้ในเปน็
ประโยชน์
3.2 ครูสุม่ ตวั อยา่ งกลุม่ เพื่อใหด้ กู ารเลน่ คขู่ องนักเรยี น
4. ขนั้ นาไปใช้
4.1 นักเรียนสามารถนาความรทู้ ่ีได้ไปใช้ในการออกาลังกายได้
4.2 นกั เรยี นสามรถนาทักษะทีไ่ ด้ไปใชใ้ นการแขง่ ขันเพื่อความเปน็ เลศิ ได้
5. ขน้ั สรปุ
5.1 นักเรยี นเขา้ แถวเป็นระเบียบตามกลุ่ม ครูซกั ถามสิ่งที่เรียนในวันนี และสรุปความร้ทู เี่ รียนอกี ครัง
5.2 ครใู หน้ ักเรยี นยืดเหยยี ดร่างกาย (cool - down) เพื่อลดอาการบาดเจบ็ อันเนอื่ งมาจากการออก
กาลงั กายและเป็นการสรา้ งเสริมสมรรถภาพดา้ นความออ่ นตัว
5.3 ครเู นน้ ยาวา่ “เทคนิคการเลน่ แบดมนิ ตันประเภทเดีย่ ว ตอ้ งมีการฝกึ ปฏิบตั บิ ่อย ๆ ต้องปฏิบัตซิ า
ๆ จึงจะเกดิ การพฒั นาทกั ษะท่ีดีและสามารถต่อยอดไปส่ทู ักษะอนื่ ๆ และการเล่นประเภทเดย่ี ว ประเภทคู่ ”
5.4 ครเู น้นยาและฝากในเรื่องของระเบยี บวินัย การตรงต่อเวลาในการเรยี นและการแต่งกายให้
เรียบรอ้ ย
9. สอ่ื การสอน
1.ไม้แบดมินตนั
2.สนาม
3.นกหวดี
4.ลูกแบดมินตนั
5.เสา , ตาข่าย ใบความรทู้ ่ี 12.1
6.ใบเชค็ รายช่ือนักเรยี น
7.กรวย
8.นาฬิกาจบั เวลา
10. แหล่งเรียนรู้
1.หนังสือกฎ กติกา มารยาท การเล่นกีฬาแบดมนิ ตัน
2. อนิ เตอร์เนต็
11. การวดั และประเมินผล
11.1 การประเมนิ ตามจดุ ประสงค/์ ตวั ช้ีวดั
จุดประสงค์ วิธวี ดั การวัด เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การผา่ น
และประเมนิ ผล
1.ดา้ นความรู้ (K) ต้งั คาถาม-ตอบ แบบทดสอบ ตอบคาถามได้ถกู ตอ้ ง นกั เรยี นมีความ
เขา้ ใจเน้อื หา
1.1 นกั เรียนมี อย่างน้อย 80%
ความรู้และความ
เขา้ ใจ เกยี่ วกบั
เทคนิคการเล่น
แบดมนิ ตนั ประเภท
เดี่ยวได้อยา่ ง
ถกู ต้อง
2.ด้านทักษะ/ ฝกึ ปฏบิ ตั ิ -แบบสงั เกตจาก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะได้ นักเรียนสามารถ
การปฏิบตั ิ ถกู ต้อง ปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ต้อง
กระบวนการ (P) -แบบฝึกทักษะ ตามทกั ษะอย่าง
น้อย 80%
2.1 นักเรยี น
สามารถปฏบิ ัติตาม
เทคนิคการเลน่
แบดมินตนั ประเภท
เดยี่ วได้อย่าง
ถูกต้อง
3.ด้านคณุ ลกั ษณะ สังเกตพฤตกิ รรม -แบบสงั เกต มีความสนใจเรียนรู้ นกั เรยี นจะต้อง
ผา่ นเกณฑร์ ะดบั
ทพ่ี ึงประสงค์ (A) ในการเรยี นรู้ พฤติกรรม คณุ ภาพการ
ประเมินระดบั
3.1 นักเรียนตังใจ รายบุคคล พอใช้ขึน้ ไป
ฟงั และมคี วาม -แบบสังเกต
สนกุ สนานในการ พฤตกิ รรมรายกลุ่ม
เรยี นเทคนิคการ -แบบประเมนิ
เลน่ แบดมินตัน คณุ ลักษณะอนั พงึ
ประเภทเด่ียวใน ประสงค์
การเล่นกีฬา
แบดมนิ ตัน
11.2 การประเมินสมรรถนะสาคัญ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
ประเดน็ การประเมนิ วิธีวดั เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
สมรรถนะหลัก สังเกตจากพฤติกรรม นักเรียนจะตอ้ งผา่ นเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
ทักษะชีวิต สังเกตจากพฤตกิ รรม สมรรถนะสาคัญของ ระดับพอใช้ข้นึ ไป
ผู้เรยี นด้าน
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สังเกตการให้เหตุผล ความสามารถในการ นกั เรยี นจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใช้ทักษะชวี ิต ระดับคุณภาพการประเมนิ
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชั้นเรยี น ระดบั พอใช้ขึ้นไป
แบบประเมนิ ดา้ น นักเรยี นจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะอนั พึง ระดับคณุ ภาพการประเมิน
ประสงคข์ องผู้เรยี น ระดับพอใชข้ น้ึ ไป
แบบประเมนิ ดา้ น
ทกั ษะศตวรรษที่ 21
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผ้ใู ชแ้ ผนเขยี นเสนอแนะ)
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
13. บันทึกหลังสอน
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
นักเรยี นจานวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้โดยรวม......................คนคดิ เป็นร้อยละ..............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรโู้ ดยรวม..................คนคดิ เปน็ รอ้ ยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรียนท่มี ีความสามารถพิเศษ/นักเรียนเด็กพิเศษ ได้แก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นทไี่ มผ่ ่านการประเมินจุดประสงค์ดา้ นความรู้ (K) จานวน............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
นักเรียนที่ไม่ผา่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
นกั เรียนท่ีไมผ่ ่านการประเมินจุดประสงค์ดา้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
13.2 ปัญหา/อุปสรรค
......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................แนว
ทางแกไ้ ข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................................ครูผู้สอน
(..นายยุทธชยั แก้วสารทอง...)
ตาแหน่ง...ครชู านาญการ........
…………./……………./…………
ความเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนร/ู้ หวั หน้ากิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................หวั หนา้ กลุ่มสาระฯ
(..นายจิรศกั ด์ิ ชัยเพชร...)
…………./……………./…………
ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง......................................................................................แลว้ มี
ความคดิ เหน็ ดงั นี
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สาคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
นาไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงชอื่ .............................................รองผอู้ านวยการโรงเรียนกลุม่ บริหารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศักด์ิ)
…………./……………./…………
ความคิดเหน็
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .............................................ผอู้ านวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)
…………./……………./…………
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
พฤติกรรม
ลาดับ ชื่อ-สกลุ ความสนใจ การแสดง การตอบ การรบั ฟงั ทางาน รวม
ท่ี ความคิดเหน็ คาถาม ความคดิ เห็น ตามที่ได้รับ
มอบหมาย
1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20
เกณฑ์ประเมนิ คุณภาพ ลงช่อื ……………………………….ผู้ประเมิน
ระดับคะแนน 16 - 20 ระดับคุณภาพ ดีเย่ียม (……………………………)
ระดบั คะแนน 11 - 15ระดบั คุณภาพ ดี
ระดบั คะแนน 6 - 10 ระดบั คุณภาพพอใช้ …………/…………/………..
ระดบั คะแนน 0 - 5 ระดับคุณภาพปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายกลุ่ม
พฤติกรรม
ลาดับที่ ช่อื -สกุล ความสนใจ การแสดงความ การตอบ การรบั ฟงั ทางาน รวม
คิดเห็น คาถาม ความคดิ เห็น ตามทไี่ ดร้ ับ
มอบหมาย
1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20
เกณฑป์ ระเมินคณุ ภาพ ลงชือ่ ……………………………….ผู้ประเมนิ
(……………………………)
ระดบั คะแนน 16 - 20 ระดบั คุณภาพ ดีเยยี่ ม
ระดับคะแนน 11 - 15ระดับคุณภาพ ดี …………/…………/………..
ระดับคะแนน 6 - 10 ระดบั คุณภาพพอใช้
ระดบั คะแนน 0 - 5 ระดับคุณภาพปรบั ปรุง
แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
หวั ขอ้ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ลาดบั มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
ชอื่ -สกลุ เ ้ขาเรียนตรงเวลา
แต่งกายเรียบร้อย
1.
2. เหมาะสม
3. ปฏิ ับติตาม
4. กฎระเ ีบยบของ
5. แสวงห้หอาง ้ขอ ูมล
6. จากแหล่งเรียนรู้
7. แสต่ดงางคๆวาม
8. คิดเห็น
9. สรุปความรู้ไ ้ด
10. อ ่ยาง ีมเห ุตผล
11.
12. รวม
13. หมายเห ุต
14.
15. 3 3 3 3 33
ลงช่อื ........................................................ผู้ประเมิน
(.....................................................................)
........... /................................/......................
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
ระดับคะแนน 14 - 18 ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม
ระดบั คะแนน 9 - 13 ระดับคุณภาพ ดี
ระดบั คะแนน 4 - 8 ระดับคุณภาพพอใช้
ระดบั คะแนน 0 - 3 ระดบั คุณภาพปรับปรุง
ใบความรู้ท่ี 12.1
เทคนคิ การเล่นแบดมินตนั ประเภทเดี่ยว
การยืน ต้องรักษาจุดศูนย์กลางเพื่อเตรียมพร้อมที่จะรักษาพืนที่ของสนามได้ท่ัวถึงทุกตารางนิว จุด
ศนู ย์กลางของประเภทเดย่ี วอยทู่ เ่ี สน้ กลางทีห่ ่างจากเสน้ ส่งลูกสนั มาหลังสนามประมาณ 3 ฟตุ เศษ เมอ่ื ผู้เลน่ ยืน
คร่อมเส้นกลางจะทาให้ยืนค่อนไปข้างหน้าเล็กน้อยเพ่ือรักษาพืนท่ีและจะได้ครอบคลุมสนามหน้าตาข่ายได้
สมบรูณ์ขึน ซึ่งผู้เล่นไม่เพียงแต่จะว่ิงเข้ารับลูกหยอดได้ทันท่วงทีเท่านันยังจะต้องสามารถตีลูกในระดับสูงอีก
ด้วย จงึ ทาให้มุมการตีกว้างขึน ฉะนันโอกาสทจ่ี ะใช้ลูกหลอกลอ่ ก็มีมากขึนจุดศูนย์กลางจะเปน็ ฐานทัพของการ
เล่นเดี่ยว ไม่ว่าผู้เลน่ จะพาตัวไปตีลูกยังส่วนใดของสนาม เม่ือตลี ูกตอบโต้ข้ามไปแล้ว จะต้องคืนสู่จุดศูนย์กลาง
ในลักษณะเตรียมพร้อมซึง่ จะเปน็ การแบง่ ช่องว่างในแต่ละส่วนของสนามให้เทา่ ๆกนั
เป้าหมายในการตี ที่สาคัญๆมีอยู่ 4 มุมในสนาม จะเป็นการทาให้คู่แข่งขนั ออกจากจุดศูนย์กลาง และ
เปิดช่องว่างให้เรามากที่สุดเป้าหมายสูงสุดของมุมหลัง ถ้าผู้เล่นสามารถโยนลูกโด่งไปสู่เป้าหมายดังกล่าว
นอกจากจะทาให้ฝ่ายตรงข้ามถูกดึงไปตีลูกถึงหลังสนามแล้วยังเป็นเป้าหมายที่ปลอด ภัยโดยเฉพาะอย่างย่ิง
มุมซ้ายที่คู่ต่อสู้ต้องตีด้วยลูกหลังมือ ลูกท่ีโยนโด่งไปมาด้านหลังนีขึนอยู่กับสถานการณ์ ถ้าคู่ต่อสู้หลักยังดีอยู่ก็
ให้โยนลูกให้สูง เพื่อกันถูกคู่ต่อสู้ตะปบลูกถ้าคู่ต่อสู้เสียหลักก็ให้โยนลูกต่าลงแรงและเร็วกว่าเดิมเพื่อตัดเวลา
ของลูกให้น้อยลง บังคับให้อีกฝ่ายตีลูกในเวลาจากัด และไมส่ ามารถบังคับลูกให้เปน็ ไปตามวิถีทต่ี ้องการได้การ
ตีลูกไปสู่เป้าหมายสองมุมหน้า ซึ่งใช้ลูกแตะหยอดหรือหยอดธรรมดา ลูกที่ย้อยข้ามจะต้องมีวิถีโค้งและปักหัว
ลงเม่ือลูกพ้นตาข่าย ถ้าลูกจะย้อยลงใกล้ตาข่ายก็จะเป็นการดึงให้คู่แข่งขันต้องเข้ามาตีลูกหรืองัดลูกทาง
ด้านหนา้ สุดของสนามซึง่ จะทาให้ลูกโด่งทาใหร้ ับลกู สามารถตบลูกนีได้ หรอื เลือกเลน่ ลูกอะไรกไ็ ดถ้ ามถนัด
ส่งลูกในการเล่นประเภทเดี่ยว การส่งลูกควรส่งลูกโด่งหลังสนามให้มากที่สุดประมาณ 90% ของลูก
เดี่ยวทังหมดควรส่งลูกโด่งไปยังตาแหน่งต่างๆใกลเ้ ส้นหลังโดยไม่ซาที่กันลูกท่ีดีคือลูกโด่งหลังท่ีตกใกล้เส้นแบ่ง
กลางสนาม จะทาให้คู่ต่อสู้มีมุมในการโต้กลับน้อยและเป็นการบีบบังคับให้คู่ต่อสู้ออกจากตาแหน่งกลางสนาม
อกี ประการหนึ่งคือจะทาให้คู่แข่งขันตีโต้กลับมากลางสนามไม่วา่ จะตีลูกใดก็ตามอีกประการที่สาคญั ของการส่ง
ลกู เราอยา่ ให้คตู่ ่อสู้รู้วา่ เราจะส่งลกู อะไร ลักษณะไหนทงั นอี าจทาได้โดยการสง่ ลกู ในลักษณะเดียวกันหมด
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 13 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
รายวิชา แบดมินตนั 2
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา
รหสั วิชา พ 22104 เวลา 1 คาบ
เร่อื ง เทคนคิ การเล่นแบดมินตนั ประเภทคูแ่ ละประเภทคผู่ สม
1. มาตรฐานการเรียนการเรียนรู้
มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มที ักษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกมและกีฬา
มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเลน่ เกมและการเล่นกีฬา ปฏิบตั เิ ปน็ ประจาอยา่ ง
สมา่ เสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มนี าใจนักกีฬา มีจติ วิญญาณในการแขง่ ขนั และชื่นชมใน
สุนทรยี ภาพของการกฬี า
2. ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นมคี วามรู้และความเข้าใจ เกย่ี วกับเทคนคิ การเลน่ แบดมินตนั ประเภทคแู่ ละประเภทคู่ผสม
ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง (K)
2. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ตั ิตามเทคนิคการเล่นแบดมินตันประเภทคู่และประเภทคู่ผสม
ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง (P)
3. นกั เรยี นตงั ใจฟงั และมีความสนกุ สนานในการเรยี นเทคนคิ การเลน่ แบดมินตันประเภทคแู่ ละประเภท
คผู่ สมในการเลน่ กฬี าแบดมนิ ตัน (A)
3. สาระสาคัญ
เทคนคิ การตีลกู ประเภทคู่ การสง่ ลกู จดุ ศนู ย์กลางของสนาม เป้าหมายสีม่ ุมสนาม ตาแหนง่ ในการยนื
ปอ้ งกัน เป้าหมายของการโจมตี การแก้ไขการป้องกนั และการควบคุมเกมการแขง่ ขัน
การแข่งขนั ประเภทคู่ หมายถึงเกมการเลน่ กันเปน็ ค่มู ีฝา่ ยละสองคนรวมกันเปน็ 4 คนเกมการเล่น
ประเภทนีเป็นเกมการเล่นที่รวดเรว็ ต้องใช้ความวอ่ งไวรวดเร็วในการตีลูก รับลูก มีการช่วยเหลือซ่งึ กันและกัน
อยู่เสมอ การเล่นประเภทคูจ่ ะแบง่ เปน็ 3 ประเภท คือ
ประเภทชายคู่
ประเภทหญงิ คู่
ประเภทค่ผู สม
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. สาระการเรียนรู้
- เทคนิคและวธิ กี ารเล่นแบดมินตนั ประเภทคู่และประเภทคผู่ สม
6. จดุ เนน้ สูก่ ารพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลัก 4Cs)
การคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความรว่ มมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะดา้ นการสื่อสารสนเทศ และรู้เท่าทนั สือ่ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะด้านชวี ติ และอาชีพ
ความยืดหย่นุ และการปรับตวั
การรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์และการเป็นตัวของตวั เอง
ทักษะสงั คม และสังคมข้ามวัฒนธรรม
การเป็นผูส้ ร้างหรอื ผผู้ ลิต และความรบั ผิดชอบเชื่อถือได้
ภาวะผู้นาและความรบั ผิดชอบ
คุณลกั ษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเป็นผูน้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชนี าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรูข้ องตนเอง
คณุ ลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อน่ื ความซื่อสัตย์ สานกึ พลเมือง
7. ช้นิ งานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความร)ู้ (เขียนใหส้ อดคล้องกับจุดประสงค)์
- คน้ ควา้ ทกั ษะวิธกี ารเลน่ แบดมินตนั ประเภทคแู่ ละประเภทคู่ผสม
8. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (ใชก้ ระบวนการกลมุ่ กระบวนการปฏิบัติและบูรณาการหลักคดิ ของ
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข)
1. ข้นั เตรียมการสอน
1.1 ครูให้นักเรยี นจัดแถวเปน็ แถวตอน ตามกลุ่มที่ครไู ด้จัดกลมุ่ ไวใ้ ห้กบั นักเรียน
= ครู = นักเรียน
รูปแบบการยนื แถว
1.2 ครเู ชค็ ช่อื นักเรียนและตรวจอุปกรณ์ในการเรยี น
1.3 ครูตรวจความเรยี บร้อยของเคร่ืองแต่งกายและสขุ ภาพของนักเรยี นเพ่ือความปลอดภัยในการ
เรยี นการสอน
1.4 ครูสั่งให้นักเรียนขยายแถวสองช่วงแขนไปดา้ นข้างและด้านหลงั ใหน้ กั เรียนตัวแทนกลมุ่
นาบรหิ ารรา่ งกาย (warm-up) เพ่อื เตรยี มความพร้อมของร่างกายและกระตุ้นระบบตา่ งๆให้พรอ้ มทจ่ี ะปฏิบัติ
กิจกรรมในคาบเรยี นใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เมือ่ เสรจ็ ใหช้ ดิ แถวกลบั มา
2. ขน้ั อธิบายและสาธติ
2.1 ครูอธิบายและสาธิตให้นักเรยี นเห็นเทคนิคการเล่นแบดมินตนั ประเภทคแู่ ละประเภทค่ผู สมที่
ถกู ต้อง
3. ขั้นปฏบิ ัติ
3.1 ครูให้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน โดยการลงสนามฝกึ ตี โดยใช้เทคนิคทค่ี รสู าธิตมาใชใ้ นเปน็
ประโยชน์
3.2 ครสู มุ่ ตัวอยา่ งกลุ่ม เพ่ือให้ดกู ารเลน่ คขู่ องนักเรยี น
4. ขั้นนาไปใช้
4.1 นักเรยี นสามารถนาความร้ทู ีไ่ ด้ไปใชใ้ นการออกาลังกายได้
4.2 นักเรยี นสามรถนาทักษะทไ่ี ด้ไปใช้ในการแข่งขันเพื่อความเป็นเลศิ ได้
5. ขัน้ สรุป
5.1 นักเรียนเข้าแถวเปน็ ระเบียบตามกลุม่ ครูซกั ถามสิง่ ที่เรียนในวันนี และสรุปความรูท้ ่ีเรยี นอกี ครัง
5.2 ครใู ห้นกั เรียนยดื เหยียดร่างกาย (cool - down) เพื่อลดอาการบาดเจบ็ อันเน่อื งมาจากการออก
กาลงั กายและเปน็ การสร้างเสริมสมรรถภาพดา้ นความออ่ นตัว
5.3 ครเู นน้ ยาว่า “เทคนิคการเลน่ แบดมนิ ตนั ประเภทคแู่ ละประเภทคผู่ สม ต้องมีการฝึกปฏิบัตบิ อ่ ย ๆ
ตอ้ งปฏิบัตซิ า ๆ จึงจะเกิดการพัฒนาทักษะทด่ี แี ละสามารถตอ่ ยอดไปสู่ทักษะอน่ื ๆ และการเล่นประเภทเด่ียว
ประเภทคู่ ”
5.4 ครเู น้นยาและฝากในเรอ่ื งของระเบียบวนิ ัย การตรงต่อเวลาในการเรยี นและการแตง่ กายให้
เรียบร้อย
9. สอ่ื การสอน
1.ไมแ้ บดมนิ ตนั
2.สนาม
3.นกหวีด
4.ลูกแบดมินตัน
5.เสา , ตาขา่ ย ใบความรทู้ ี่ 13.1
6.ใบเชค็ รายชือ่ นักเรียน
7.กรวย
8.นาฬกิ าจับเวลา
10. แหล่งเรยี นรู้
1.หนังสอื กฎ กตกิ า มารยาท การเล่นกีฬาแบดมนิ ตนั
2. อินเตอรเ์ น็ต
11. การวดั และประเมนิ ผล
11.1 การประเมินตามจุดประสงค์/ตวั ช้ีวดั
จดุ ประสงค์ วธิ ีวัดการวัด เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การผา่ น
และประเมินผล
1.ด้านความรู้ (K) ตงั้ คาถาม-ตอบ แบบทดสอบ ตอบคาถามได้ถูกตอ้ ง นักเรยี นมีความ
เขา้ ใจเนือ้ หา
1.1 1. นกั เรยี นมี อย่างน้อย 80%
ความรแู้ ละความ
เข้าใจ เกี่ยวกับ
เทคนคิ การเล่น
แบดมินตันประเภท
คู่และประเภท
ค่ผู สม
ได้อย่างถกู ตอ้ ง
2.ด้านทักษะ/ ฝกึ ปฏบิ ัติ -แบบสังเกตจาก ปฏิบตั ิทักษะได้ นักเรยี นสามารถ
การปฏบิ ัติ ถูกตอ้ ง ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ ูกต้อง
กระบวนการ (P) -แบบฝึกทักษะ ตามทกั ษะอยา่ ง
นอ้ ย 80%
2.1 2. นกั เรยี น
สามารถปฏบิ ตั ิตาม
เทคนิคการเลน่
แบดมนิ ตันประเภท
คู่และประเภท
คู่ผสม
ได้อย่างถูกต้อง
3.ดา้ นคุณลักษณะ สังเกตพฤตกิ รรม -แบบสงั เกต มคี วามสนใจเรียนรู้ นักเรยี นจะตอ้ ง
ผ่านเกณฑ์ระดบั
ทพ่ี งึ ประสงค์ (A) ในการเรียนรู้ พฤติกรรม คณุ ภาพการ
ประเมินระดับ
3.1 นักเรียนตังใจ รายบุคคล พอใช้ข้นึ ไป
ฟงั และมีความ -แบบสังเกต
สนุกสนานในการ พฤตกิ รรมรายกลุ่ม
เรียนเทคนคิ การ -แบบประเมนิ
เลน่ แบดมนิ ตนั คุณลกั ษณะอนั พงึ
ประเภทคูแ่ ละ ประสงค์
ประเภทคผู่ สมใน
การเล่นกีฬา
แบดมินตัน
11.2 การประเมินสมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทักษะศตวรรษท่ี 21
ประเดน็ การประเมนิ วิธีวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
สมรรถนะหลกั สงั เกตจากพฤติกรรม นกั เรยี นจะต้องผ่านเกณฑ์
1.ความสามารถในการใช้ แบบประเมนิ ระดับคุณภาพการประเมนิ
ทักษะชีวิต สังเกตจากพฤติกรรม สมรรถนะสาคญั ของ ระดับพอใชข้ น้ึ ไป
ผเู้ รียนด้าน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ สงั เกตการให้เหตุผล ความสามารถในการ นกั เรยี นจะตอ้ งผ่านเกณฑ์
ในการตอบคาถามใน ใชท้ กั ษะชีวิต ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ช้ันเรยี น ระดับพอใชข้ ้ึนไป
แบบประเมนิ ดา้ น นกั เรียนจะต้องผ่านเกณฑ์
คณุ ลักษณะอันพงึ ระดับคณุ ภาพการประเมนิ
ประสงคข์ องผเู้ รียน ระดบั พอใช้ขน้ึ ไป
แบบประเมินดา้ น
ทกั ษะศตวรรษที่ 21
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผใู้ ชแ้ ผนเขียนเสนอแนะ)
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
13. บันทกึ หลังสอน
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
นักเรยี นจานวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรโู้ ดยรวม......................คนคิดเป็นร้อยละ..............................
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรโู้ ดยรวม..................คนคิดเปน็ รอ้ ยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรียนทม่ี ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรยี นเด็กพิเศษ ได้แก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมินจดุ ประสงคด์ ้านความรู้ (K) จานวน............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
นกั เรียนทไี่ มผ่ ่านการประเมินจดุ ประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน.............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
นกั เรยี นทีไ่ มผ่ า่ นการประเมนิ จดุ ประสงค์ดา้ นเจตคติ (A) จานวน............................คน ได้แก่
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
13.2 ปัญหา/อุปสรรค
......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................แนว
ทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปญั หาอปุ สรรค)
......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................................ครูผู้สอน
(..นายยทุ ธชัย แก้วสารทอง...)
ตาแหน่ง...ครชู านาญการ........
…………./……………./…………
ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนร/ู้ หวั หน้ากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงช่ือ...............................................หัวหน้ากลุ่มสาระฯ
(..นายจิรศักด์ิ ชยั เพชร...)
…………./……………./…………
ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง......................................................................................แลว้ มี
ความคดิ เหน็ ดงั นี
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กิจรรมไดน้ ากระบวนการเรียนรู้
เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สาคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยังไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
นาไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงชอื่ .............................................รองผู้อานวยการโรงเรียนกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศักดิ์)
…………./……………./…………
ความคิดเหน็
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .............................................ผูอ้ านวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)
…………./……………./…………
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
พฤติกรรม
ลาดับ ชื่อ-สกลุ ความสนใจ การแสดง การตอบ การรบั ฟงั ทางาน รวม
ท่ี ความคิดเหน็ คาถาม ความคดิ เห็น ตามที่ได้รับ
มอบหมาย
1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20
เกณฑ์ประเมนิ คุณภาพ ลงช่อื ……………………………….ผู้ประเมิน
ระดับคะแนน 16 - 20 ระดับคุณภาพ ดีเย่ียม (……………………………)
ระดบั คะแนน 11 - 15ระดบั คุณภาพ ดี
ระดบั คะแนน 6 - 10 ระดบั คุณภาพพอใช้ …………/…………/………..
ระดบั คะแนน 0 - 5 ระดับคุณภาพปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายกลุ่ม
พฤติกรรม
ลาดับที่ ช่อื -สกุล ความสนใจ การแสดงความ การตอบ การรบั ฟงั ทางาน รวม
คิดเห็น คาถาม ความคดิ เห็น ตามทไี่ ดร้ ับ
มอบหมาย
1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20
เกณฑป์ ระเมินคณุ ภาพ ลงชือ่ ……………………………….ผู้ประเมนิ
(……………………………)
ระดบั คะแนน 16 - 20 ระดบั คุณภาพ ดีเยยี่ ม
ระดับคะแนน 11 - 15ระดับคุณภาพ ดี …………/…………/………..
ระดับคะแนน 6 - 10 ระดบั คุณภาพพอใช้
ระดบั คะแนน 0 - 5 ระดับคุณภาพปรบั ปรุง
แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
หวั ขอ้ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ลาดบั มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
ชอื่ -สกลุ เ ้ขาเรียนตรงเวลา
แต่งกายเรียบร้อย
1.
2. เหมาะสม
3. ปฏิ ับติตาม
4. กฎระเ ีบยบของ
5. แสวงห้หอาง ้ขอ ูมล
6. จากแหล่งเรียนรู้
7. แสต่ดงางคๆวาม
8. คิดเห็น
9. สรุปความรู้ไ ้ด
10. อ ่ยาง ีมเห ุตผล
11.
12. รวม
13. หมายเห ุต
14.
15. 3 3 3 3 33
ลงช่อื ........................................................ผู้ประเมิน
(.....................................................................)
........... /................................/......................
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
ระดับคะแนน 14 - 18 ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม
ระดบั คะแนน 9 - 13 ระดับคุณภาพ ดี
ระดบั คะแนน 4 - 8 ระดับคุณภาพพอใช้
ระดบั คะแนน 0 - 3 ระดบั คุณภาพปรับปรุง
ใบความร้ทู ่ี 13.1
เทคนคิ การเลน่ แบดมนิ ตันประเภทคแู่ ละประเภทคผู่ สม
แบบการยืนเลน่ ประเภทคู่ จะแยกไดว้ า่ มี 5 ดังนี้
1) การยืนแบบเคียงข้าง
2) การยืนแบบหนา้ – หลัง
3) การยนื แบบเยืองกัน
4) การยนื แบบวน
5) การยืนแบบรวม
การส่งลูกกบั การตงั้ รับลกู
การส่งลกู (เสริ ์ฟ) เป็นหัวใจทีส่ าคัญของการเล่นประเภทคู่ การส่งลูกประเภทค่มู กั ใช้ส่งลกู เฉียดตาข่าย
คู่ขาผู้ส่งลกู จึงต้องยืนคุมเชิงให้ดีโดยยืนอยู่ด้านหลังผู้ส่งลูก การส่งลูกในเกมคู่ฝ่ายส่งมักตกเป็นฝ่ายรับและต้อง
แก้สถานการณ์อยู่เสมอ การส่งลูกได้ดีคือผู้เล่นคุมหน้าจะรับผิดชอบด้านหน้าทังหมด ผู้เล่นคุมหลังจะรักษา
บริเวณหลังทังหมดคอยรบั ลกู จู่โจมของฝ่ายตรงขา้ มวิธีนีเป็นวิธีการตังรับแบบส่งลูกต่า ถ้าผู้ส่งลูกโยนหรอื ลูก
โด่งหลังจะถูกฝ่ายตรงข้ามตอบโต้ด้วยลูกตบเป็นส่วนใหญ่เพื่อแผ่รัศมีการป้องกันของฝ่ายตนผู้ส่งลูกกั บคู่ขา
จะตอ้ งเปล่ียนตาแหน่งจากการตงั รับแบบ “หนา้ – หลัง” มาเป็นแบบระบบ “คนละข้าง” ทันทแี ละวิธลี ูกทต่ี บ
ส่วนใหญล่ กู จะว่ิงมาหาผูส้ ่งมากกว่า
การสง่ ลูกของการเลน่ คทู่ ่ีปลอดภัยที่สดุ ได้แก่มุมหน้าใกล้เส้นกลางเพราะมีระยะทางใกล้ทสี่ ุด และฝ่าย
ตรงข้ามจะตอบโต้ข้ามมาด้วยลูกแรงหรือเบาอยู่ภายในรัศมีการต้านรับของฝ่ายส่งลูกจะเป็นการหยอดสองมุม
หน้าหรือผลักแย็บไปยังสองมุมหลัง ฝ่ายส่งลูกก็จะสามารถดักไปรับได้ก่อนที่ลูกจะถึงจุดมุ่งหมายปลายทาง
เปน็ การย่นระยะทางแนวการปอ้ งกันใหอ้ ยใู่ นวงแคบกวา่ เดิม
วิธีส่งลกู การเลน่ ประเภทคู่
นิยมส่งลูกสัน เพราะใช้แรงเพียงเล็กน้อยให้เฉียดตาข่าย สูงกว่าตาข่ายประมาณ 1 – 8 นิวการส่งลุก
สันนีจะเป็นการบังคับให้ผู้รับลูกตีกลับมาด้วยลูกสันหรือลูกโด่ง ซึ่งทาให้ฝ่ายส่งลูกมีโอกาสที่จะสามารถตีทา
คะแนนได้ จุดท่ีควรส่งลูกนันคือมุมทังสองของสนามในการส่งลูกสันเมื่อส่งลูกไปแล้วควรวิ่งตามลูกเข้าไปใกล้
ตาขา่ ยเพื่อป้องกนั ไม่ให้อีกฝ่ายตลี ูกสนั กลับมาสว่ นคู่ของผู้ส่งลูกจะยืนที่ท้ายสนามเพ่ือปอ้ งกันมิให้สนามมีพืนที่
ว่าง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 14 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
รายวิชา แบดมินตัน 2
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เวลา 1 คาบ
รหสั วชิ า พ 22104
เรอ่ื ง การรกุ และการป้องกันในการเล่นกฬี าแบดมนิ ตนั
1. มาตรฐานการเรียนการเรียนรู้
มาตรฐาน พ 3.2รกั การออกกาลงั กาย การเลน่ เกม การเล่นกฬี าปฏิบัตเิ ป็นประจาสมาเสมอ
มีวินยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มนี าใจนักกีฬา มีจิตวญิ ญาณในการแข่งขนั และชืนชมในสนุ ทรียภาพของกีฬา
2. ผลการเรียนรู้
1. นักเรยี นสามารถบอกหลักการและวิธีการรุก การป้องกนั และการให้ความรว่ มมือในการเลน่ กฬี า
แบดมินตันไดค้ รบถ้วน (K)
2. นักเรยี นสามารถอธิบายขันตอนในการฝกึ การรกุ การป้องกัน และการให้ความรว่ มมือในการเล่นกีฬา
แบดมนิ ตันได้ตามลาดบั (K)
3. นักเรยี นสามารถฝึกปฏิบัตติ ามขันตอนในการฝึกการรุก การป้องกัน และการให้ความร่วมมือในการ
เลน่ กีฬาแบดมินตนั ได้ถูกตอ้ ง (P)
4. นักเรียนมีความอดทนฝึกปฏบิ ัติการฝึกทักษะการรุก การป้องกัน และการให้ความร่วมมือในการเล่น
กฬี าแบดมนิ ตนั อย่างไมย่ ่อท้อ (A)
3. สาระสาคัญ
การรกุ และการป้องกนั ในการเล่นกีฬาแบดมนิ ตนั เปน็ ยทุ ธวิธใี นการเล่นแบดมินตันใหเ้ กดิ ความ
ได้เปรยี บคตู่ ่อสู้ ยงิ มหี ลกั การรกุ และป้องกันมากเทา่ ไร การเล่นแบดมนิ ตันก็ยิงมีความสนุกสนานมากขนึ เท่านัน
4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการสือสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. สาระการเรียนรู้
- การรกุ การป้องกนั และการให้ความรว่ มมอื ในการเล่นกฬี าแบดมนิ ตนั