34 ในสถาบันการศึกษา เช่น โขนมหาวิทยาลัยรามคำแหง โขน ธรรมศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งอาจทำ ให้ศิลปะ ของการแสดงโขนคงอยู่ อย่างมีคุณค่าในสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงได้สืบไป 6. กรอบแนวคิดในการวิจัย ภาพที่ 2 กรอบแนวคิดในการวิจัย ที่มา: ผู้วิจัย ทฤษฎีด้านศิลปกรรมศาสตร์ (นาฏศิลป์ ดนตรี ทัศนศิลป์) แนวคิด การผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม ( ) รัชกาลที่ กับ นาฏกรรมรามเกียรติ์ บทโขนรามเกียรติ์ ชุด จองถนน ในรัชกาลที่ กระบวนการแสดงโขนตามแนวทางพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี รีสินทร มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ชุดจองถนน แนวคิด การผลิตการแสดง ( ) โขน เทคนิค ความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการ สร้างสรรค์ รูปแบบ เนื้อหา แนวคิด และองค์ประกอบการแสดง
บทที่ 3 ระเบียบวิธีวิจัยและการสร้างสรรค์ วิทยานิพนธ์เรื่องกระบวนการแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ พระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ผู้วิจัย ได้กำหนดรูปแบบระเบียบวิธีวิจัยเป็นแบบผสานวิธี (Mixed Methods) ประกอบด้วย 1. การวิจัยเชิง คุณภาพ (Qualitative Research) ในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องนำมาวิเคราะห์เพื่อเป็นข้อมูล สนับสนุนในการผลิตการแสดงโขนผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ และ 2. การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ในการประเมินค่าเฉลี่ยคุณภาพของผลงานสร้างสรรค์จากความคิดเห็น ของผู้ชมกลุ่มตัวอย่าง โดยผู้วิจัยได้แบ่งวิธีดำเนินการวิจัยออกเป็น 5 ขั้นตอนหลัก คือ ขั้นตอนการเก็บข้อมูล การวิจัย ขั้นตอนการเรียบเรียงข้อมูลการวิจัย ขั้นตอนการสร้างสรรค์การแสดงโขน ขั้นตอน การวิเคราะห์ข้อมูล และขั้นตอนการบันทึกข้อมูลการวิจัย ซึ่งสามารถเรียบเรียงรายละเอียดได้ดังนี้ 1. ขั้นตอนการเก็บข้อมูลการวิจัย 1.1 การศึกษาจากเอกสาร 1.2 การศึกษาภาคสนาม 1.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2. ขั้นตอนการเรียบเรียงข้อมูลการวิจัย 2.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลเอกสาร 2.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ 2.3 การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกต 3. ขั้นตอนการสร้างสรรค์การแสดงโขน 3.1 การสร้างสรรค์การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน 3.2 การจัดประชุมสนทนาแบบกลุ่ม เพื่อวิพากษ์ผลงานการแสดง 3.3 การจัดกิจกรรมเผยแพร่ผลงานการแสดงสร้างสรรค์
36 3.4 การประเมินคุณภาพของผลงานสร้างสรรค์กระบวนการแสดงโขน 4. ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 การตรวจสอบข้อมูลวิจัย 4.2 การวิเคราะห์ข้อมูลวิจัย 5. ขั้นตอนการบันทึกข้อมูลการวิจัย 5.1 การรายงานข้อมูลผลงานการวิจัย 5.2 สรุปแผนการดำเนินการวิจัย 1. ขั้นตอนการเก็บข้อมูลการวิจัย 1.1 การศึกษาจากเอกสาร ผู้วิจัยดำเนินการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลเอกสาร (Documents) ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หอสมุด แห่งชาติ สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์รักษ์ศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยผู้วิจัยได้มีการค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ จากหนังสือ บทความ เอกสารทางวิชาการ สูจิบัตร การแสดงและงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมตามประเด็นดังนี้ 1.1.1 ข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงโขนของไทย เป็นการศึกษาข้อมูลพื้นฐานอันเป็น สาระสำคัญของงานวิจัยฉบับนี้ โดยศึกษาถึงแนวคิด รูปแบบ พัฒนาการ ตลอดจนองค์ประกอบ การแสดงโขน 1.1.2 ข้อมูลเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวกับการแสดงโขน เป็น การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพระราชประวัติ บทบาทและผลงานเกี่ยวกับการแสดงโขนของรัชกาลที่ 6 1.1.3 ข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน 1.1.4 ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ผลงาน ประกอบด้วย แนวคิด การผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม และแนวคิดการผลิตการแสดง 1.2 การศึกษาภาคสนาม ผู้วิจัยมีแนวทางในการศึกษาภาคสนาม โดยแบ่งวิธีการการศึกษาออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ 1) การศึกษาโดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured
37 interview) 2) การศึกษาโดยวิธีการสังเกตการณ์ (Observation) ได้แก่ การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม (Participation observation) และการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม (Non-participation observation) 1.2.1 การศึกษาโดยวิธีการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยได้กำหนดแนวทางในการสัมภาษณ์ โดยการคัดเลือกบุคคลผู้ให้ข้อมูล การสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับองค์ประกอบการแสดง โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับองค์ประกอบการแสดง เป็นกลุ่มผู้ให้ ข้อมูลสำคัญ (Key informant) ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบการแสดงโขนและการ สร้างสรรค์การแสดงโขน โดยผู้วิจัยใช้วิธีการคัดเลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่ง กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ผู้วิจัยได้คัดเลือก มีจำนวนกลุ่มย่อยครอบคลุมทั้ง 6 ด้าน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ ด้านบทโขน ผู้เชี่ยวชาญด้านการร้อง การพากย์-เจรจา และดนตรี ผู้เชี่ยวชาญด้านพัสตราภรณ์-ศิราภรณ์ และการแต่งหน้า ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์โขน-ละคร ผู้เชี่ยวชาญด้านฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคพิเศษประกอบการแสดง ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับองค์ประกอบการแสดง ที่ผู้วิจัยได้คัดเลือกไว้ มีจำนวน 6 กลุ่ม โดยมีรายนามดังนี้ 1) ผู้เชี่ยวชาญด้านบทโขน (1) รองศาสตราจารย์ ดร.เสาวณิต วิงวอน ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณคดีไทย ภาควิชาวรรณคดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยมีประเด็นในการสัมภาษณ์ ดังนี้ - แนวทางการนำบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน มาจัดการแสดงโขน - การนำบทพระราชนิพนธ์มาต่อยอดในการแสดง เพื่อสร้างมูลค่า - คุณค่าของวรรณกรรม ในบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ พระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ในบริบท และแง่มุมต่าง ๆ - แนวทางการสร้างสรรค์และปรับปรุงบทโขน เพื่อจัดแสดง - สิ่งที่สะท้อนและสอดแทรกปรัชญาการมองชีวิต ผู้คน สังคม และการเมือง การปกครองในฐานะทรงเป็น “พระมหากษัตริย์ศิลปิน” จากบทพระราชนิพนธ์
38 2) ผู้เชี่ยวชาญด้านการร้อง การพากย์-เจรจา และดนตรี (1) อาจารย์ทัศนีย์ ขุนทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย -คีตศิลป์) พุทธศักราช 2555 ผู้เชี่ยวชาญด้านคีตศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรภัทร์ ทองนิ่ม ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนยักษ์) และด้านการพากย์-เจรจา อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (3) นายสุรพงศ์ โรหิตาจล ดุริยางคศิลปินอาวุโส กลุ่มดุริยางค์ไทย สำนัก การสังคีต กรมศิลปากร โดยมีประเด็นในการสัมภาษณ์ ดังนี้ - วงดนตรีและเครื่องดนตรีที่ใช้การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน - เพลงที่ใช้การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน - แนวทางการบรรจุเพลงร้องและทำนองตามหลักการแสดงโขน - แนวทางการสร้างสรรค์บทพากย์-เจรจาในการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน - หลักการร้อง การพากย์-เจรจา ในการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน 3) ผู้เชี่ยวชาญด้านพัสตราภรณ์-ศิราภรณ์ และการแต่งหน้า (1) รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขา ศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) พุทธศักราช 2548 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) สถาบัน บัณฑิตพัฒนศิลป์ (2) อาจารย์ ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) และ ด้านพัสตราภรณ์-ศิราภรณ์ผู้ช่วยอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (3) อาจารย์สุพรทิพย์ ศุภรกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านพัสตราภรณ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (4) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พหลยุทธ กนิษฐบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งหน้า รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
39 โดยมีประเด็นในการสัมภาษณ์ ดังนี้ - ลักษณะเด่น (อัตลักษณ์) ของการแต่งกายตัวละครโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน - การพัฒนาเครื่องแต่งกายตัวละครโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน - การสร้างเครื่องแต่งกายโขนโดยทั่วไป - การพัฒนาเครื่องแต่งกายโขนให้เข้ากับยุคสมัยและแนวคิดเรื่องต้นทุนการผลิต - ความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายโขน - รูปแบบการแต่งหน้าการแสดงโขนในสมัยรัชกาลที่ 6 - พัฒนาการการแต่งหน้าการแสดงโขนในสมัยรัชกาลที่ 6 - ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนารูปแบบการแต่งหน้าการแสดงโขนในสมัย รัชกาลที่ 6 - ประยุกต์การแต่งหน้าโขนตามแนวทางของรัชกาลที่ 6 ให้เข้ากับบริบทใน ยุคปัจจุบัน - แนวทางการแต่งหน้าโขนตามแนวทางรัชกาลที่ 6 ให้คงอัตลักษณ์และ สุนทรียะ 4) ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์โขน-ละคร (1) รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขา ศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) พุทธศักราช 2548 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) สถาบัน บัณฑิตพัฒนศิลป์ (2) อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์-โขน) พุทธศักราช 2563 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนยักษ์) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (3) อาจารย์ไพฑูรย์ เข้มแข็ง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย-โขนละคร) พุทธศักราช 2564 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) สถาบันบัณฑิต พัฒนศิลป์ (4) อาจารย์วิโรจน์ อยู่สวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนลิง) สถาบัน บัณฑิตพัฒนศิลป์
40 โดยมีประเด็นในการสัมภาษณ์ ดังนี้ - การออกแบบการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน - องค์ประกอบสำคัญของการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน - การคัดเลือกนักแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน - ความเห็นเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีสื่อผสมมาใช้ในกับการแสดง - หลักการออกแบบท่ารำในการแสดงโขน 5) ผู้เชี่ยวชาญด้านฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก (1) อาจารย์กมล สุวุฒโฑ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบฉากและอุปกรณ์ ประกอบฉาก ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (2) อาจารย์สุขุม บัวมาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบฉากและอุปกรณ์ ประกอบฉาก ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (3) นายเฉลิมศักดิ์ ปัญญวัตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบฉากและ อุปกรณ์ประกอบฉาก หัวหน้าศูนย์รักษ์ศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยมีประเด็นในการสัมภาษณ์ ดังนี้ - การสร้างสรรค์ฉาก โดยการวิเคราะห์จากบทพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน จองถนน - กระบวนการสร้างฉาก - วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างฉาก - อุปกรณ์ประกอบฉาก - กระบวนการและขั้นตอนในการจัดฉาก 6) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคพิเศษประกอบการแสดง (1) นายสุรินทร์ แสงไชย ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแสง สี และเทคนิค พิเศษประกอบการแสดง โดยมีประเด็นในการสัมภาษณ์ - กระบวนการออกแบบแสง สี และเทคนิคพิเศษประกอบการแสดง - แนวทางการออกแบบแสง สี
41 - แนวทางการออกแบบเทคนิคพิเศษประกอบการแสดง - การนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟฟิค (CG) เป็นเทคนิคพิเศษ ประกอบการแสดง - การนำเทคโนโลยีไฮดรอลิกส์ (Hydraulic stage) เป็นเทคนิคพิเศษ ประกอบการแสดง - การนำเทคโนโลยีอื่น ๆ เป็นเทคนิคพิเศษประกอบการแสดง 1.2.2 การศึกษาโดยวิธีการสังเกต การศึกษาจากการสังเกตในงานวิจัยฉบับนี้ เป็นไปในลักษณะการสังเกตแบบมีส่วน ร่วมและการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมคู่กันไป กล่าวคือ การที่ผู้วิจัยในฐานะผู้ผลิตการแสดง (Producer) ได้ปฏิบัติงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและศิลปินโขน ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการสร้างสรรค์ (Pre-production) ขั้นตอนการสร้างสรรค์ (Production) และขั้นตอนหลังการสร้างสรรค์ (Postproduction) โดยสังเกตกระบวนวิธีทำงานและการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและศิลปิน จากนั้นถอด เป็นข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ในงานวิจัยต่อไป 1) การสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participant Observation) ได้แก่ การเข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการนำเสนอกรอบแนวคิดและออกแบบการแสดงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและ ศิลปินโขน รวมถึงทำหน้าที่บริหารจัดการการแสดงในฐานะผู้ผลิตการแสดง (Producer) 2) การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม (Non-Participant Observation) โดยผู้วิจัยมีการตั้งประเด็นในการสังเกต ได้แก่ การสังเกตองค์ประกอบการแสดง และกระบวนการ สร้างสรรค์การแสดง 1.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยมีกระบวนการในการทำเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย โดยแบ่งเป็น 2ขั้นตอนหลัก คือ การสร้าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย และการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1.3.1 การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยได้แบ่งเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในครั้งนี้ เป็น 3 รูปแบบ ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกข้อมูลการประชุมอภิปรายกลุ่มย่อย และแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจของผู้ชม ต่อการสร้างสรรค์ผลงาน
42 1.3.1.1 แบบสัมภาษณ์ ผู้วิจัยกำหนดใช้แบบสัมภาษณ์ลักษณะกึ่งโครงสร้างคำถามปลายเปิด (Semi structure interview) เพื่อเก็บข้อมูลด้านรูปแบบ เนื้อหา และแนวคิดขององค์ประกอบในการ สร้างสรรค์การแสดงด้านต่าง ๆ โดยมีแนวทางในการสร้างแบบสัมภาษณ์ ดังนี้ 1) ศึกษาข้อมูลกระบวนการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจอง ถนน ตามบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 และศึกษาเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2) กำหนดประเด็นและหัวข้อหลักในการสัมภาษณ์ แบ่งตาม องค์ประกอบการแสดงประกอบด้วย ประเด็นคำถามด้านบทการแสดง ประเด็นคำถามด้านการร้อง การพากย์-เจรจา และดนตรี ประเด็นคำถามด้านพัสตราภรณ์-ศิราภรณ์ และการแต่งหน้า ประเด็น คำถามด้านกระบวนการแสดง ประเด็นคำถามด้านฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก ประเด็นคำถาม ด้านเทคนิคพิเศษประกอบการแสดง 3) ร่างแนวคำถามในการสัมภาษณ์โดยเป็นคำถามปลายเปิด (ฉบับร่าง) 4) นำเครื่องมือที่สร้างเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบ คุณภาพของเครื่องมือ โดยการตรวจสอบค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างหัวข้อประเด็นการสัมภาษณ์ กับวัตถุประสงค์การวิจัย (Index of Item Objective Congruence: IOC) จากสูตร (Povinelli and Hambleton, 1997, pp. 49-60) โดยใช้สูตรการหาค่า IOC คือ IOC = (∑R)/N IOC หมายถึง ค่าดัชนีความสอดคล้อง ∑R หมายถึง ผลรวมของความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N หมายถึง จำนวนของผู้เชี่ยวชาญ สำหรับเกณฑ์การให้คะแนน มีดังนี้ +1 หมายถึง ประเด็นการสัมภาษณ์สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ -1 หมายถึง ประเด็นการสัมภาษณ์ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ 0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าประเด็นการสัมภาษณ์สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ โดยกำหนดเกณฑ์การพิจารณาระดับค่าดัชนีความสอดคล้องฯ ของหัวข้อ ประเด็นการสัมภาษณ์ที่ได้จากการคำนวณจากสูตรที่จะมีค่าอยู่ระหว่าง 0.00 ถึง 1.00 ซึ่งมี รายละเอียดของเกณฑ์การพิจารณา คือ ค่า IOC มากกว่า 0.5 หมายถึง ประเด็นการสัมภาษณ์นั้น
43 ตรงตามวัตถุประสงค์ และค่า IOC น้อยกว่า 0.5 หมายถึง ประเด็นการสัมภาษณ์นั้นไม่ตรงตาม วัตถุประสงค์ 5) นำหัวข้อประเด็นการสัมภาษณ์ที่มีค่า IOC มากกว่า 0.5 มาใช้ ในการสร้างแบบการสัมภาษณ์ ส่วนหัวข้อประเด็นการสัมภาษณ์ที่มีค่า IOC ต่ำกว่า 0.5 ก็ตัดทิ้งไป 6) ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ 7) จัดพิมพ์แบบสัมภาษณ์ฉบับสมบูรณ์และนำไปใช้เพื่อเก็บ รวบรวมข้อมูล 1.3.1.2 แบบบันทึกข้อมูลการประชุมสนทนากลุ่มย่อย แบบบันทึกข้อมูลการประชุมอภิปรายกลุ่มย่อย ผู้วิจัยใช้วิธีการสนทนากลุ่ม และร่วมกันอภิปรายตามประเด็นหัวข้อและข้อคำถามที่ตั้งไว้สำหรับเพื่อถามนำสำหรับการสนทนา โดยมีแนวทางในการสร้างแบบบันทึกข้อมูลการประชุมสนทนากลุ่มย่อย ดังนี้ 1) กำหนดหัวข้อและประเด็นในการสนทนา 2) เรียบเรียงประเด็นสนทนาลำดับก่อนและหลังตามความ เหมาะสม 3) จัดพิมพ์ร่างประเด็นสนทนาและข้อพิจารณา 4) นำร่างประเด็นสนทนาและข้อพิจารณาเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสม 5) ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ 6) จัดพิมพ์แบบบันทึกข้อมูล และนำไปใช้ในการประชุมอภิปราย กลุ่มย่อย 1.3.1.3 แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ชมต่อผลงานสร้างสรรค์ แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจของผู้ชมต่อการสร้างสรรค์ผลงาน ผู้วิจัยกำหนดใช้แบบสอบถามในการวัดระดับความพึงพอใจและความเข้าใจของผู้ชมต่อผลงาน โดยมี แนวทางในการสร้างแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจของผู้ชมต่อผลงานสร้างสรรค์ ดังนี้ 1) ศึกษาข้อมูลกระบวนการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ตามบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 และศึกษาเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2) กำหนดรูปแบบและกรอบแนวคิดของเครื่องมือ
44 3) กำหนดประเด็นคำถาม 4) ดำเนินการสร้างเครื่องมือ (ฉบับร่าง) 5) นำเครื่องมือที่สร้างเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบ คุณภาพของเครื่องมือ โดยการตรวจสอบค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างหัวข้อประเด็นการสังเกตการณ์ กับวัตถุประสงค์การวิจัย (Index of Item Objective Congruence: IOC) จากสูตร (Povinelli and Hambleton, 1997, pp. 49-60) โดยใช้สูตรการหาค่า IOC คือ IOC = (∑R)/N IOC หมายถึง ค่าดัชนีความสอดคล้อง ∑R หมายถึง ผลรวมของความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N หมายถึง จำนวนของผู้เชี่ยวชาญ สำหรับเกณฑ์การให้คะแนน มีดังนี้ +1 หมายถึง ประเด็นการประเมินความพึงพอใจสอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ -1 หมายถึง ประเด็นการประเมินความพึงพอใจไม่สอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ 0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าประเด็นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ โดยกำหนดเกณฑ์การพิจารณาระดับค่าดัชนีความสอดคล้องฯ ของหัวข้อ ประเด็นการประเมินความพึงพอใจที่ได้จากการคำนวณจากสูตรที่จะมีค่าอยู่ระหว่าง 0.00 ถึง 1.00 ซึ่งมีรายละเอียดของเกณฑ์การพิจารณา คือ ค่า IOC มากกว่า 0.5 หมายถึง ประเด็นการประเมินนั้น ตรงตามวัตถุประสงค์ และค่า IOC น้อยกว่า 0.5 หมายถึง ประเด็นการประเมินนั้นไม่ตรงตาม วัตถุประสงค์ 6) นำหัวข้อประเด็นการประเมินที่มีค่า IOC มากกว่า 0.5 มาใช้ใน การสร้างแบบการประเมินความพึงพอใจ ส่วนหัวข้อประเด็นการประเมินที่มีค่า IOC ต่ำกว่า 0.5 ก็ตัดทิ้งไป 7) ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ 8) จัดทำแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ และนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูล
45 1.3.2 การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยได้มีการคัดเลือกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในการตรวจเครื่องมือสำหรับงานวิจัย โดยการหาค่า ดัชนีความสอดคล้องของประเด็นคำถามกับวัตถุประสงค์งานวิจัย (Index of Item Objective Congruence: IOC) จำนวน 3 ท่าน โดยมีเกณฑ์ในการคัดเลือก คือ สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก มีประสบการณ์ด้านการวิจัยและความเชี่ยวชาญประกอบด้วย ด้านศิลปะการแสดง ด้านวรรณกรรมไทย และด้านการวิจัย ทั้งยังเคยตรวจเครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เรื่อง ประกอบด้วย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ผู้วิจัยได้คัดไว้จำนวน 3 ท่าน ดังนี้ 1) ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดง (1) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐภา นาฏยนาวิน รองผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 2) ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมไทย (2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัควิทย์ เรืองรอง อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 3) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย (3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นนท์ณธี ดุลยทวีสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 2. ขั้นตอนการเรียบเรียงข้อมูลการวิจัย ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาครั้งนี้ เพื่อให้ข้อมูล ครอบคลุมประเด็นและเนื้อหาตรงตามวัตถุประสงค์ ผู้วิจัยมีวิธีการเก็บรวบรวม ซึ่งมี 3 ลักษณะ คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลเอกสาร การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ และการเก็บรวบรวมข้อมูล จากการสังเกตการณ์
46 2.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลเอกสาร เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสาร (Document) ผู้วิจัยค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือ บทความ เอกสาร ทางวิชาการ สูจิบัตรการแสดง และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมเนื้อหา ดังนี้ 2.1.1 ข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงโขนของไทย เป็นการศึกษาข้อมูลพื้นฐานอันเป็น สาระสำคัญของงานวิจัยฉบับนี้ โดยศึกษาถึงแนวคิด รูปแบบ พัฒนาการ ตลอดจนองค์ประกอบ การแสดงของการแสดงโขน 2.1.2 ข้อมูลเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวกับการแสดงโขน เป็นการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพระราชประวัติ บทบาทและผลงานเกี่ยวกับการแสดงโขนของรัชกาลที่ 6 2.1.3 ข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน 2.1.4 ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ผลงาน ประกอบด้วย แนวคิดการผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม และแนวคิดการผลิตการแสดง 2.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยได้มีการวางแผนในการเก็บรวบรวมข้อมูลการสัมภาษณ์ จากกลุ่มบุคคลผู้ให้ข้อมูล ตามแผนการวิจัยดังนี้ 2.2.1 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบการแสดงแต่ละด้าน 2.2.2 กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ/นักวิชาการ 2.2.3 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิในการตรวจเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2.2.4 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลด้านการตอบแบบสอบถามประเมิน 2.3 การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกต ผู้วิจัยได้มีการวางแผนในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกต โดยแผนการสังเกตในงานวิจัย ฉบับนี้ เป็นไปในลักษณะการสังเกตแบบมีส่วนร่วมและการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมคู่กันไป กล่าวคือ การที่ผู้วิจัยในฐานะผู้ผลิตการแสดง (Producer) ได้ปฏิบัติงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและศิลปินโขน ตั้งแต่ขั้นเตรียมการสร้างสรรค์ (Pre-production) ขั้นการสร้างสรรค์ (Production) และขั้นหลัง การสร้างสรรค์ (Post-production) โดยสังเกตกระบวนวิธีทำงานและการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และศิลปิน จากนั้นถอดเป็นข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ในงานวิจัยต่อไป
47 3. ขั้นตอนการสร้างสรรค์การแสดงโขน 3.1 การสร้างสรรค์การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ด้านกระบวนการสร้างสรรค์การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน นั้น ผู้วิจัยได้กำหนด ขั้นตอนสร้างสรรค์แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก คือ 1) ขั้นเตรียมการสร้างสรรค์ (Pre-production) 2) ขั้นการสร้างสรรค์ (Production) และ 3) ขั้นหลังการสร้างสรรค์ (Post-production) ซึ่งจะได้ อธิบายรายละเอียด ดังนี้ 3.1.1 ขั้นเตรียมการสร้างสรรค์ ขั้นเตรียมการสร้างสรรค์ (Pre-production) เป็นการนำเสนอถึงการเตรียมการสู่ การสร้างสรรค์ผลงานของผู้วิจัยในฐานะ “Producer” หรือ “ผู้อำนวยการผลิตการแสดง” โดยเริ่ม ตั้งแต่กระบวนการคิด การวางแผน และบริหารจัดการให้มีการแสดงขึ้น ซึ่งประกอบด้วย 1) การกำหนดแนวคิดและรูปแบบการแสดง 2) การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล 3) การพัฒนาบทการแสดง 4) การกำหนดภาพแบบร่างการแสดง 5) การเตรียมคณะทำงาน โดยจะได้อธิบายในแต่ละหัวข้อ ดังนี้ 3.1.1.1 การกำหนดแนวคิดและรูปแบบการแสดง แนวคิดการสร้างสรรค์การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ผู้วิจัยได้เลือก บทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ ตอนจองถนน ในรัชกาลที่ 6 มาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ โดยนำ แนวคิดการผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม อันเป็นกระบวนการที่กระทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการสืบทอด วัฒนธรรม โดยส่งต่อเรื่องราวภายในกลุ่มสังคมจากรุ่นสู่รุ่นและทำให้วัฒนธรรมนั้นยังคงอยู่หรือ มีบทบาทในสังคมต่อไป ซึ่งการสืบทอดวัฒนธรรมได้ผ่านกระบวนการคัดเลือกนำมาทำซ้ำผ่าน กระบวนการสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ (ศิราพร ณ ถลาง, 2559) โดยสามารถนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ เพื่อเกิดการเรียนรู้และส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาปรับใช้ในบริบทต่าง ๆ ของสังคมยุคใหม่ใน ปัจจุบัน ทั้งนี้ แนวคิดของการสืบทอดวัฒนธรรมให้ยั่งยืนย่อมต้องมี ทั้งการทำซ้ำ (repetition) และการทำใหม่ (invention) ซึ่ง “การทำใหม่” นี้เอง เป็นการกระทำผ่าน กระบวนการเลือก (selection) และการผนวกรวมสิ่งใหม่ ๆ เข้าด้วยกัน (recombination) เท่า ๆ กับผ่าน “การคิดใหม่” (thinking a new) นอกจากนี้ นิธิ เอียวศรีวงศ์ (2534, น.163) ได้กล่าวว่า “นาฏกรรม ไทยจะดำรงอยู่ในความนิยมของผู้คนต่อไป การปรับเปลี่ยนไปตามเทคนิคและสังคมคงจะเป็น
48 สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าใครจะเป็นผู้ปรับเปลี่ยนอนุรักษ์มาตรฐานเก่าให้คงอยู่อย่าง บริบูรณ์เป็นความจำเป็น เพราะมาตรฐานเก่าน่าจะเป็นคลังที่คนรุ่นใหม่สามารถเบิกไปใช้ได้อย่างไม่มี ที่สิ้นสุด แต่การนำไปใช้นั้นไม่น่าจะเป็นการกระทำซ้ำอยู่เสมอไป หากควรจะนำไปเป็นฐานสำหรับ การพัฒนานาฏกรรมสมัยที่เป็นของไทยขึ้น” ดังนั้น แนวคิดดังกล่าวจึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ครั้งนี้ คือ 1) กระบวนการคัดเลือก ผู้วิจัยเลือก รามเกียรติ์บทร้องและบทพากย์ ตอนจองถนน” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว มานำเสนอในรูปแบบการแสดงโขน ซึ่งผู้วิจัยกำหนดการดำเนินเรื่องด้วยรูปแบบการแสดง โขนโรงในประกอบฉากและเทคนิคพิเศษ 2) กระบวนการคิดใหม่แล้วนำมาสร้างสรรค์ ผู้สร้างสรรค์ได้ทำการ วิเคราะห์และสังเคราะห์จุดเด่นของการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ตามแนวทางบท พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 จากนั้นนำมาปรับเนื้อหาให้กระชับ ตลอดจนประยุกต์และสร้างสรรค์ องค์ประกอบการแสดงขึ้นใหม่ ให้เหมาะสมกับระยะเวลาและบริบทของยุคสมัย โดยจะได้อธิบาย รายละเอียดกระบวนการสร้างสรรค์ในแต่ละหัวข้อถัดไป 3.1.1.2 การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยทำการศึกษาข้อมูลจากเอกสารวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กับการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 อีกทั้ง รวบรวมองค์ ความรู้ที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ และการสังเกตการณ์มาวิเคราะห์เป็นข้อมูล เพื่อกำหนด วัตถุประสงค์ รูปแบบ เนื้อหา และองค์ประกอบการสร้างสรรค์การแสดงโขนต่อไป 3.1.1.3 การพัฒนาบทการแสดง สำหรับการพัฒนาบทการแสดง ขั้นแรกผู้วิจัยนำพระราชนิพนธ์ “รามเกียรติ์บทร้องและบทพากย์ ตอนจองถนน” ในรัชกาลที่ 6 เฉพาะตอนที่ 2 ฉบับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้พิมพ์แจกในงานฉลองสุพรรณบัฏของจางวางเอกและนายพลโทเจ้าพระยารามราฆพ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2465 มาศึกษาในเบื้องต้น โดยผู้วิจัยได้นำบทการแสดงมาบันทึก เสียงดนตรีและขับร้อง โดยขอความอนุเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรี เพื่อศึกษาระยะเวลาใน การแสดงสำหรับเป็นข้อมูลในการวางแผนออกแบบสร้างสรรค์ ทั้งนี้ ในเบื้องต้นพบว่า การดำเนินเรื่อง
49 ตามบทพระราชนิพนธ์เดิมนั้นมีความยาวใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 3 ชั่วโมง นอกจากนี้ บทพระราชนิพนธ์ เดิมนั้นมีการกำหนดชื่อทำนองเพลงไว้เพียงบางช่วงของบทการแสดง ขณะเดียวกันบางช่วงของ บทการแสดงมิได้มีการกำหนดชื่อทำนองเพลงไว้ ดังนั้น ผู้วิจัยจึงได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านบทการแสดง ได้ให้ความเห็นว่า “สำหรับกรณีที่บทไม่มีการกำหนดชื่อทำนองเพลงไว้ มีวิธีการ 2 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 ผู้เรียบเรียงจะเลือกทำนองเพลงที่เหมาะสมกับบทในการแสดงนั้นมาใส่ เรียกว่า “การบรรจุเพลง” และ แนวทางที่ 2 ผู้เรียบเรียงจะใช้ทำนองเพลงที่ปรากฏอยู่ในบทก่อนหน้าของบทที่ไม่มีการกำหนดทำนอง เพลงมาใช้ประกอบ” (เสาวณิต วิงวอน, 2565, 12 ธันวาคม, สัมภาษณ์) จากแนวทางดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้กำหนดแนวคิดในการพัฒนาบท การแสดงขึ้น โดยนำบทพระราชนิพนธ์เดิมพัฒนาและเรียบเรียงขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับแนวคิดของ ผู้วิจัย คือ ต้องการนำเสนอการแสดงโขนภายในระเวลา 90 นาที ซึ่งรายละเอียดในการพัฒนาบทการแสดง ผู้วิจัยจะได้นำเสนอบทวิเคราะห์ในบทที่ 4 ต่อไป 3.1.1.4 การกำหนดภาพแบบร่างการแสดง หลังจากการพัฒนาบทการแสดงฉบับร่างที่ 1 ขั้นต่อมาผู้วิจัยได้นำ บทดังกล่าวมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดเป็นภาพแบบร่างการแสดง กล่าวคือ เป็นการถ่ายทอดความคิด ของผู้วิจัยที่ได้จากการอ่านและวิเคราะห์บทการแสดงออกมาเป็นภาพการแสดงผ่านกระดานเรื่องราว (Story board) ตามเนื้อหาที่ปรากฏบทการแสดง เพื่อพิจารณารายละเอียดถึงการลำดับฉากการแสดง ตัวละคร และองค์ประกอบในการแสดง มีรายละเอียดดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 1 ภาพร่างเรื่องราวการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ครั้งที่ 1 ภาพร่างความคิด เหตุการณ์ ฉากที่ 1/1 โรงพิธี ริมฝั่งมหาสมุทร - พระรามประทับในโรงพิธี เพื่อทำพิธี พลีกรรมริมฝั่งมหาสมุทรเพื่อขอทางพระสมุทร
50 ตารางที่ 2 ภาพร่างเรื่องราวการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ครั้งที่ 1 (ต่อ) ภาพร่างความคิด เหตุการณ์ ฉากที่ 1/2 ริมฝั่งมหาสมุทร - พระรามแผลงศรอาคเนยาสตร์เป็น ไฟลงไปในน้ำ และหมายจะแผลงศรพรหมาสตร์ ซึ่งมีฤทธิ์สังหาร พระสมุทรเกรงเดชของพระราม จึงขึ้นมาเข้าเฝ้าพร้อมบริวาร ฉากที่ 1/3 ริมมหาสมุทร - พระรามใช้ให้ “นล” สร้างถนนเพื่อ ข้ามฝั่งไปยังกรุงลงกาตามคำแนะนำของพระ สมุทร ฉากที่ 2 สวรรค์ - ฉากวิมานพระอินทร์ เมื่อทราบว่า พระรามจะทำการจองถนน จึงชักชวนเหล่าเทพ เทวีร่วมเข้าใจช่วยพระราม ฉากที่ 3 ห้องบรรทมในพลับพลา - พระรามตื่นจากบรรทมเพื่อเตรียม ออกว่าราชการ
51 ตารางที่ 3 ภาพร่างเรื่องราวการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ครั้งที่ 1 (ต่อ) ภาพร่างความคิด เหตุการณ์ ฉากที่ 4 ลานหน้าพลับพลา - พระรามออกว่าราชการ พร้อมด้วย พลกองทัพทูลว่าได้สร้างถนนเสร็จเรียบร้อย ฉากที่ 5 บริเวณลงสรง - พระราม พระลักษมณ์ลงสรง แต่งตัวเพื่อเตรียมยกพลข้ามสมุทร ฉากที่ 6 ขบวนกองทัพ - พระรามยกกองทัพข้ามสมุทร พระรามขึ้นทรงบ่าหนุมาน พระลักษมณ์ทรง บ่าองคท โดยมีพญาพิเภษณ์และเสนายักษ์ 4 ตนนำทัพ มีสุครีพเป็นนายทัพลิง ชมพูพานเป็น นายทัพหมี ฉากที่ 7 ขบวนกองทัพพระรามและพระอินทร์ เทวดานางฟ้า - ระหว่างพระรามข้ามสมุทรมีพระ อินทร์และเทพเทวีมาร่วมอำนวยอวยพร จบการแสดง ที่มา: ผู้วิจัย
52 จากภาพร่างกระดานเรื่องราวที่ผู้วิจัยถอดได้จากบทการแสดง สามารถแบ่งเป็นฉากการแสดงได้ทั้งสิ้น 7 ฉาก ทำให้ผู้วิจัยเห็นภาพร่างการแสดง อันเป็นแนวทาง ที่จะนำไปสู่การพัฒนาและสร้างสรรค์การแสดงในกระบวนขั้นตอนต่อไป 3.1.1.5 การเตรียมคณะทำงาน เนื่องจากการสร้างสรรค์ผลงานการแสดงนั้น จำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านบทการแสดง ด้านดนตรี ด้านนาฏศิลป์ ด้านฉาก ฯลฯ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และบูรณาการประกอบขึ้นเป็นการแสดง ซึ่งผู้วิจัยได้วางแผนและกำหนดฝ่ายทำงานขึ้นเพื่อให้กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานเกิดประสิทธิภาพ สูงสุด โดยเลือกผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละศาสตร์มาทำงานร่วมกับผู้วิจัย เพื่อผลิตผลงานและ คอยให้คำปรึกษา โดยฝ่ายคณะทำงานที่ผู้วิจัยกำหนดดังต่อไปนี้ 1) ฝ่ายอำนวยการแสดง มีหน้าที่วางแผน กำหนดแนวทาง ควบคุม ตลอดจนตัดสินใจเรื่องสำคัญต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน 2) ฝ่ายกำกับการแสดง 3) ฝ่ายการแสดง 4) ฝ่ายดนตรีและขับร้อง 5) ฝ่ายเครื่องแต่งกายและแต่งหน้า 6) ฝ่ายฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก 7) ฝ่ายแสง สี เสียง และเทคนิคพิเศษ 9) ฝ่ายธุรการ 10) ฝ่ายสวัสดิการ จากการคัดเลือกกลุ่มคณะทำงาน จะเห็นได้ว่ามีกลุ่มคณะทำงาน หลายฝ่ายที่ประกอบด้วยคนจำนวนมากและองค์ประกอบที่หลากหลาย ดังนั้น หน้าที่สำคัญของผู้วิจัย คือ การเป็นผู้กำหนดทิศทางและเชื่อมโยงให้ทุกฝ่ายดำเนินงานร่วมกันได้อย่างเป็นเอกภาพ ตลอดจน กำกับและติดตามให้ทุกฝ่ายดำเนินการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องมี ความชัดเจนในด้านการสื่อสาร และการรับฟังความคิดเห็นในการทำงานของแต่ละฝ่าย พร้อมทั้ง รับทราบปัญหาต่าง ๆ และดำเนินการแก้ไขร่วมกัน เพื่อที่จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ได้อย่าง เต็มศักยภาพ
53 3.1.1.6 การปฏิบัติตามจารีตนิยม เนื่องจากงานวิจัยเรื่อง “กระบวนการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน” เป็นผลงานสร้างสรรค์แนวนาฏยจารีต ดังนั้น ในกระบวนการทำงานผู้วิจัยจะคำนึงถึงหลักหรือวิถีปฏิบัติที่ยึดถือเป็นจารีตประเพณีในการแสดง ของนาฏดุริยางคศิลปิน คือ การจัดพิธีคำนับครู-ไหว้ครู ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่มีความเชื่อเกี่ยวกับความ กตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิประสาทศิลปะวิชาให้ และเพื่อที่จะกระทำการสิ่งใด ให้ประสบผลสำเร็จลุล่วง ตลอดจนเป็นการขอขมาที่อาจจะกระทำการสิ่งใดล่วงเกินต่อครูอาจารย์ โดยประธานผู้ประกอบพิธีคำนับครู คือ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) พุทธศักราช 2548 ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ภาพที่ 3 ประธานผู้ประกอบพิธีนำผู้วิจัยและคณะทำงานคำนับครู ที่มา: ผู้วิจัย
54 ภาพที่ 4 ผู้วิจัยร่วมพิธีคำนับครูและขอขมา ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 5 คณะทำงานร่วมเข้าพิธีคำนับครู ที่มา: ผู้วิจัย
55 3.1.2 ขั้นการสร้างสรรค์ ขั้นการสร้างสรรค์ (Production) เป็นขั้นตอนต่อจากการวางแผนและจัดเตรียม คณะทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปผู้วิจัยจะได้นำเสนอกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็น การทำงานร่วมกับคณะทำงานฝ่ายต่าง ๆ ทั้งนี้ การทำงานร่วมกับผู้ออกแบบฝ่ายต่าง ๆ ผู้วิจัย จำเป็นต้องอธิบายถึงกรอบและแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานให้แก่ฝ่ายต่าง ๆ โดยให้รายละเอียดของ องค์ประกอบการแสดง ประกอบด้วย บทการแสดง ดนตรีและขับร้อง นักแสดง กระบวนการแสดง เครื่องแต่งกาย การแต่งหน้า ฉาก แสง อุปกรณ์ประกอบการแสดง และเทคนิคพิเศษ อื่น ๆ ซึ่งผู้วิจัย จะได้อธิบายถึงกระบวนการทำงาน ปัญหา และแนวทางแก้ปัญหา แบ่งเป็นแต่ละฝ่ายดังนี้ 3.1.2.1 การทำงานร่วมกับฝ่ายบทการแสดง ผู้วิจัยในฐานะผู้ผลิตการแสดง ขั้นแรกของการสร้างสรรค์ผลงาน ผู้วิจัยได้ ชี้แจงกรอบแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน จากนั้นนำบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ในรัชกาลที่ 6 มาร่วมทำการวิเคราะห์กับผู้เชี่ยวชาญด้านบทการแสดง เพื่อปรับและพัฒนาบทการแสดง ให้สอดคล้องกับกรอบแนวคิดของผู้วิจัยที่กำหนดไว้ มีขั้นตอนดังนี้ 1) การศึกษาบทพระราชนิพนธ์ ผู้วิจัยพบว่าบทพระราชนิพนธ์เดิม ประกอบด้วย บทร้อง บทพากย์ และบทเจรจา ที่มีชื่อเพลงกำกับไว้ในบางบท เนื้อหาของบท มีการบรรยายฉากและรายละเอียดการแสดงผ่านคำประพันธ์ มีบทเจรจาระหว่างตัวละครค่อนข้างยาว ซึ่งผู้วิจัยได้วิเคราะห์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำ “การตัดบท” และ “ตัดต่อบท” โดยยังคงสาระสำคัญ ของการดำเนินเรื่องไว้ จากนั้นจัดทำร่างบทปรับปรุงครั้งที่ 1 ขึ้นเพื่อร่วมกันอภิปรายต่อไป 2) การศึกษาร่างบทปรับปรุงครั้งที่ 1 เป็นการพิจารณารายละเอียด ของบทการแสดง เช่น ความครบถ้วนขององค์ประกอบบทการแสดง ความถูกต้องของฉันทลักษณ์ใน การตัดต่อบท ฯลฯ ซึ่งจากการร่วมพิจารณาในครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญได้เสนอให้มีการแต่งบทขึ้นใหม่ คือ การเปลี่ยนบทร้องและเจรจาเดิมให้เป็นบทพากย์ โดย “การแต่งขึ้นใหม่” แต่ยังคงเนื้อหาเดิมไว้ เพื่อลดระยะเวลาที่ใช้ในการแสดง จากนั้นผู้วิจัยได้นำเสนอบทการแสดงฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 แก่ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบความถูกต้องด้านเนื้อหา จากนั้นจึงนำไปออกแบบภาพร่างการแสดง เพื่อพัฒนาการสร้างสรรค์การแสดงต่อไป สำหรับปัญหาที่พบในการทำงาน พบว่าการนำบทพระราชนิพนธ์ เดิมมาปรับลดทอน ต้องคำนึงถึงเนื้อหาการแสดงที่จะสื่อสารไปยังผู้ชม และความถูกต้องของ
56 ฉันทลักษณ์อันเกิดจากการตัดบทและการตัดต่อบท ส่งผลให้จำเป็นต้องมีการปรับคำในบทกลอน เพื่อให้ได้สัมผัสที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาปรับปรุงบทสำหรับการสร้างสรรค์ในครั้งนี้ ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรีและการขับร้องในการบรรจุเพลงให้เหมาะสมต่อไป อันจะได้ กล่าวถึงต่อไปในหัวข้อดนตรีและการขับร้อง ภาพที่ 6 การร่วมพัฒนาและปรับปรุงบทการแสดงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ที่มา: ผู้วิจัย 3.1.2.2 การทำงานร่วมกับฝ่ายดนตรีและการขับร้อง เมื่อพัฒนาและปรับปรุงบทการแสดงเป็นที่เรียบร้อย ขั้นถัดมาผู้วิจัยได้นำ บทการแสดงนำเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรีและการขับร้องเพื่อร่วมพิจารณาบรรจุทำนองและ เพลงร้อง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงโขนเข้าร่วมฟัง ซึ่งในกระบวนการนี้ได้มีการปรับแก้การบรรจุ ทำนองเพลงเพื่อความเหมาะสมสำหรับการแสดง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีและการขับร้อง ให้ข้อเสนอแนะเรื่องการบรรจุเพลงร้องว่าควรพิจารณาถึงความเหมาะสมกับบทบาทตัวละครและ อารมณ์เพลงต้องสอดคล้องกับเนื้อหาและแนวคิดของการแสดง สำหรับปัญหาที่พบในขั้นตอนนี้ พบว่าในบทการแสดงมีการบรรจุเพลงซ้ำ หรือทำนองคล้ายกันอยู่หลายแห่ง เช่น เพลงช้าปี่ เพลงเสมอ ฯลฯ ซึ่งทำให้เกิดความซ้ำซ้อนเมื่อนำไปแสดง
57 ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงโขนจึงได้เสนอให้มีการปรับเปลี่ยนเพลง เช่น เมื่อจะเข้าฉากด้วยเพลง “เสมอ” ให้เปลี่ยนเป็นเพลง “ปลายเข้าม่าน” เป็นต้น ภาพที่ 7 ผู้เชี่ยวชาญด้านการขับร้องแสดงความคิดเห็นเรื่องการบรรจุเพลงร้องในบทการแสดง ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 8 ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีแสดงความคิดเห็นเรื่องการบรรจุทำนองเพลงในบทการแสดง ที่มา: ผู้วิจัย
58 3.1.2.3 การทำงานร่วมกับศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงโขน หลังจากพัฒนาและปรับปรุงบทการแสดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้วิจัยได้นำ บทการแสดงปรึกษาต่อศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงโขนเพื่อร่วมกันวิเคราะห์บทการแสดงและ กำหนดรูปแบบการแสดงตามกรอบแนวคิดของผู้วิจัยที่กำหนดเรื่องของระยะเวลาและเทคนิคต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการแสดงซึ่งมีกระบวนการทำงาน ดังนี้ 1) ศึกษาวิเคราะห์บทการแสดง เป็นการอ่านบทร่วมกับศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันในเบื้องต้นและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อกำหนดรูปแบบและ องค์ประกอบต่าง ๆ ในการแสดงแต่ละฉาก โดยคำนึงถึงรูปแบบและลักษณะเฉพาะการแสดงโขน ในรัชกาลที่ 6 เป็นสำคัญ 2) ซักถามปัญหาของผู้วิจัย เป็นการสอบถามเกี่ยวกับข้อคำถาม ต่าง ๆ ในประเด็นการสร้างสรรค์กระบวนท่ารำการแสดงใหม่ คือ การสร้างสรรค์กระบวนรำเปิดตัว พระสมุทรและบริวาร การรำลงสรงสองกษัตริย์ และระบำท้ายเรื่อง ซึ่งเป็นการนำเสนอเนื้อหา ที่มีปรากฏในบทการแสดงโขนของรัชกาลที่ 6 แต่ยังไม่เคยปรากฏในรูปแบบการแสดง ทั้งนี้ ผู้วิจัย พบว่าการสร้างสรรค์การแสดงรูปแบบนาฏยจารีตสามารถทำได้ในหลายวิธี โดยอาศัยองค์ความรู้ ของปราชญ์ศิลปินที่เกิดขึ้นจากการพูดคุย ซักถาม และรื้อฟื้นความทรงจำในเรื่องราวที่ศิลปินได้เคยมี ประสบการณ์ร่วม ทำให้รูปแบบการแสดงที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น เช่น การออกกราวกลางโรง ซึ่งเป็น กระบวนการรำหมู่ของตัวโขนพระ โขนลิง โขนยักษ์ และหมี ออกท่าพร้อมกันกลางเวที ได้รับ การนำกลับมาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง 3) กำหนดช่วงเวลานัดหมายการฝึกซ้อม เป็นการวางแผน กำหนดเวลาในการฝึกซ้อมย่อย ฝึกซ้อมร่วมกัน ฝึกซ้อมกับเทคนิคเวที และฝึกซ้อมก่อนทดลอง การแสดง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการจัดเตรียมสถานที่ในการฝึกซ้อมและนัดหมายการฝึกซ้อมกับฝ่ายงานอื่น ๆ ต่อไป
59 ภาพที่ 9 การประชุมเพื่อร่วมวิเคราะห์บทการแสดงและกำหนดรูปแบบการแสดง กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงโขน ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 10 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงโขน ที่มา: ผู้วิจัย
60 ภาพที่ 11 การประชุมเพื่อร่วมวิเคราะห์บทการแสดงและกำหนดรูปแบบการแสดง กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงโขน ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 12 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงโขน ที่มา: ผู้วิจัย
61 3.1.2.4 การทำงานร่วมกับฝ่ายเครื่องแต่งกายและการแต่งหน้า แนวคิดการออกแบบเครื่องแต่งกายและการแต่งหน้าของผู้วิจัย กำหนดให้ เครื่องแต่งกายและการแต่งหน้า สื่อถึงเอกลักษณ์ของการแสดงโขนในรัชกาลที่ 6 สำหรับการออกแบบเครื่องแต่งกาย เนื่องจากผู้วิจัยกำหนดให้มี การสร้างสรรค์ตัวละครให้สอดคล้องตามบทพระราชนิพนธ์ คือ ตัวละครพระสมุทรและบริวาร ประกอบด้วย พระคงคา พระยมุนา พระสินธูพระพรหมบุตร พระโคธาวารี และบริวารนาคี ผู้วิจัยได้ นำเสนอข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับลักษณะตัวละครแต่ละตัวแก่ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ดำเนินการ ออกแบบ ซึ่งรายละเอียดจะได้อธิบายในบทที่ 4 ต่อไป สำหรับการแต่งหน้า ผู้วิจัยคงยึดรูปแบบแนวคิดการแต่งหน้าการแสดงโขน ในรัชกาลที่ 6 โดยปรับเปลี่ยนวัสดุและวิธีการตามยุคสมัยปัจจุบัน ปัญหาที่พบในการทำงาน เนื่องจากการศึกษาข้อมูลตัวละครบางตัว ไม่ปรากฏลักษณะหรือรูปลักษณ์ตัวละคร ผู้วิจัยจึงใช้หลักการวิเคราะห์ความน่าจะเป็น เช่น ตัวละคร พระพรหมบุตร ผู้วิจัยใช้การพิจารณาจากชื่อแล้วนำมาตีความว่า หมายถึง บุตรแห่งพระพรหม ซึ่งใน การแสดงของไทยปรากฏลักษณะตัวละครของพระพรหม จึงนำมาเป็นแนวคิดในการออกแบบเครื่อง แต่งกายของตัวละครดังกล่าว ภาพที่ 13 ผู้วิจัยนำเสนอข้อมูลเรื่องแนวคิดการออกแบบเครื่องแต่งกายต่อผู้เชี่ยวชาญ ที่มา: ผู้วิจัย
62 ภาพที่ 14 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งหน้าและพัสตราภรณ์ ที่มา: ผู้วิจัย 3.1.2.5 การทำงานร่วมกับฝ่ายฉาก จากกรอบแนวคิดของผู้วิจัยในการทำฉากนั้น มีจุดเริ่มต้นจากแนวคิด เรื่องของการใช้พื้นที่และการจัดการทรัพยากร กล่าวคือ ผู้วิจัยกำหนดสถานที่ที่ใช้ในการแสดง คือ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง โดยทำการสำรวจทรัพยากรต้นทุนด้านฉากและอุปกรณ์ประกอบ ว่ามีสิ่งใดบ้างที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการสร้างสรรค์การแสดงครั้งนี้ได้ จากนั้นจึงได้นำภาพร่าง ฉากการแสดงและข้อมูลทรัพยากรต่าง ๆ เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญด้านฉากเพื่อออกแบบฉากตามแนวคิด ที่ได้กำหนดร่างไว้ ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้เสนอว่าฉากนั้นควรเน้นความสะดวกในการเคลื่อนย้ายง่าย และ สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่กระบวนการออกแบบฉากผู้เชี่ยวชาญ ได้มีข้อคิดเห็นในการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมในการแสดง ซึ่งผู้วิจัยได้รับฟังและให้อิสระกับ นักออกแบบอย่างเต็มที่เพื่อให้งานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
63 ภาพที่ 15 ผู้วิจัยนำเสนอกรอบแนวคิดในการออกแบบฉากแก่ผู้เชี่ยวชาญ (1) ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 16 ผู้วิจัยนำเสนอกรอบแนวคิดในการออกแบบฉากแก่ผู้เชี่ยวชาญ (2) ที่มา: ผู้วิจัย
64 ภาพที่ 17 ผู้วิจัยนำเสนอกรอบแนวคิดในการออกแบบฉากแก่ผู้เชี่ยวชาญ (3) ที่มา: ผู้วิจัย สำหรับรายละเอียดการออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉากมีรายละเอียด ดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 2 การออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก ฉาก ภาพตัวอย่าง ฉากและอุปกรณ์ประกอบ ฉากที่ 1/1 โรงพิธี ริมมหาสมุทร • ฉากพื้นหลังมหาสมุทรด้วย computer graphic • ฉากโขดหินแท่นบังตา • โรงพิธี ฉากที่ 1/2 พระสมุทร และบริวาร ผุดขึ้นจาก มหาสมุทร • ฉากพื้นหลังมหาสมุทรด้วย computer graphic • ฉากโขดหินแท่นบังตา โรงพิธี • ใช้ Dry Ice ประกอบ
65 ตารางที่ 2 การออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก (ต่อ) ฉาก ภาพตัวอย่าง ฉากและอุปกรณ์ประกอบ ฉากที่ 1/3 พลวานร ถมถนน • ฉากม่านดำ และ Dim ฉาก ด้วยม่านโปร่ง แสดงเป็น ภาพนิ่งประกอบคำพากย์ ฉากที่ 2 วิมาน พระอินทร์ • ฉากม่านดำ และ Dim ฉาก ด้วยม่านโปร่ง แสดงเป็น ภาพนิ่งประกอบคำพากย์ • วิมานพระอินทร์ ฉากที่ 3 พลับพลา ห้องบรรทม • ฉากม่านดำ และ Dim ฉาก ด้วยม่านโปร่ง • ยิงภาพ พลับพลาห้องบรรทม ด้วยเทคนิค computer graphic บนม่านโปร่ง ฉากที่ 4 ที่ประทับ กลางป่า • ฉากภาพวาดกลางป่า • แท่นหินประทับสำหรับ พระรามและพระลักษมณ์
66 ตารางที่ 2 การออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก (ต่อ) ฉาก ภาพตัวอย่าง ฉากและอุปกรณ์ประกอบ ฉากที่ 5 ห้องสรง • ฉากภาพวาดกลางป่า • เตียงและเครื่องสรง ประกอบการแสดง 2 ฝั่ง ฉากที่ 6 ข้ามสมุทร • ฉากพื้นหลังมหาสมุทรด้วย computer graphic • แท่นฉากโขดหินสำหรับบังตา ฉากที่ 7 พระอินทร์ร่วม อำนวยอวยพร กองทัพ พระราม • ฉากพื้นหลังมหาสมุทรด้วย computer graphic • แท่นฉากกลุ่มก้อนเมฆ ลักษณะยกสูง ที่มา: ผู้วิจัย 3.1.2.6 การทำงานร่วมกับฝ่ายแสงและเทคนิคพิเศษ หลังจากสรุปเรื่องการออกแบบฉากเป็นที่เรียบร้อย ในขั้นต่อมาผู้วิจัย ประชุมร่วมกับฝ่ายออกแบบแสง ซึ่งผู้วิจัยได้อธิบายแนวคิดสำหรับการออกแบบแสงในเบื้องต้น ว่า การให้แสงสำหรับผลงานครั้งนี้ ให้คำนึงถึงฉากและอุปกรณ์ประกอบฉากเป็นหลัก ตลอดจน ผู้ออกแบบแสงต้องเข้าใจอารมณ์และบรรยากาศ (Mood and Tone) ในแต่ละฉาก เพื่อนำเสนอ ให้ใกล้เคียงกับบทการแสดงและอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร
67 สำหรับการออกแบบแสงในการสร้างสรรค์ผลงาน ผู้ออกแบบแสงได้กำหนด รายละเอียดภาพและทิศทางของแสงหลังจากที่ได้ประชุม โดยนำเสนอในแต่ละฉาก ดังนี้ ตารางที่ 3 การออกแบบแสงในการแสดง ฉาก แนวคิด ฉากที่ 1/1 โรงพิธี ริมมหาสมุทร - เริ่มต้นด้วยแสงเช้า ฉาบแสงผ่านช่องเมฆลงมาเป็นประกายลำแสง ใช้เส้นแสงนำสายตาลงมาที่โรงพิธี ฝั่งพระสมุทรยังคงแสงฟ้าอมครามดั่งห้วง ทะเลยามเช้า กับเกลียวคลื่นพลิ้วจากลายไฟ - เมื่อบทร้องและท่วงท่าร่ายรำคำแรก มีไฟสว่างฉายไปที่พระราม ฉากที่ 1/2 พระสมุทรและ บริวาร - เมื่อพระสมุทรผุดขึ้น ใช้ลำแสงสีฟ้า รวมแสงนำสายตาที่พระสมุทร และบริวาร แสงหลักและแสงหลังย้อมเป็นสีฟ้าครามขาว กลืนกันไว้บน Dry ice ไฟ Follow จับที่พระรามเข้ากระทั่งเวทีจึงลดระดับความสว่างลง ฉากที่ 1/3 พลวานร ถมถนน - ต่อเนื่อง แต่ใช้เทคนิคการสื่อสารแสงแบบเงาแสง ย้อมนักแสดง หลังฉากโปร่งให้เกิดเงาท่วงท่าการแสดง ใช้แสงสีขาว เหลืองทอง ฉากที่ 2 วิมานพระอินทร์ - ไฟสปอตฉายเฉพาะลงที่วิมานพระอินทร์ เป็นวิมานทองอันอำไพ บรรยากาศแสงฟ้านวล ฉากที่ 3 พลับพลาห้อง บรรทม - แสงยามวิกาลก่อนพระอาทิตย์ขึ้น พระราม พระลักษมณ์ นอนบน ตั่งอยู่หลังฉากผ้าขาว ใช้เทคนิคการฉายภาพพลับพลาไปยังฉากผ้าขาว ฉากที่ 4 ที่ประทับกลางป่า - เวลาสาย แสงตะวันลงกลางป่าใต้ไม้ใหญ่ สองกษัตริย์ มีแสงลงสว่าง นำสายตา และคณะบริวารมีแสงข้างลงเป็น Rim Light พอให้เห็นเป็นตัวโขน จากนั้นเมื่อสองกษัตริย์ร่ายรำออกมาหน้าเวที แสงที่ฉากหลังลดความสว่างลง จดมืดดับลง - พระราม พระลักษมณ์ ร่ายรำหน้าเวที ไฟสีทอง-เขียวตองอ่อน ค่อย ๆ สว่าง Follow light ลงเจาะเฉพาะองค์ เน้นท่าร่ายรำงดงาม
68 ตารางที่ 3 การออกแบบแสงในการแสดง (ต่อ) ฉาก แนวคิด ฉากที่ 5 ห้องสรง - แสงเย็นสีคราม-ทอง ฉาบทั้งเวทีเน้นความคมเข้มเสริมท่วงท่า การร่ายรำ ฉากที่ 6 ข้ามสมุทร - แสงแดงฉาบอาบพื้นที่สมรภูมิในภาพแรก แล้วจึงค่อย ๆ แปลง เปลี่ยนเป็นฟ้าคราม ฉากที่ 7 พระอินทร์ร่วม อำนวยอวยพร - แบ่งสีแบ่งฉากเล่าเรื่องราว แสงส่วนบนเล่าเป็นวิมานชั้นฟ้า เทวดา ร่ายรำ สีแสงฟ้าขาว ตีเกลียวเมฆด้วยภาพจำลอง แสงส่วนล่างยังย้อมทัพองค์ รามลักษมณ์ กลางสมุทร ด้วยครามเข้มแลฟ้าจาง - นักแสดงค้างท่า แสงจึงนิ่งไว้ให้เห็นภาพคน ลิง เทวดานางฟ้า และ พระอินทร์แสงหน้าหายไป ฉาบแสงหลัง จนม่านปิดปังตา ที่มา: ผู้วิจัย 3.1.2.7 กระบวนการฝึกซ้อมย่อย แยกตามบทบาทการแสดง กระบวนการฝึกซ้อมย่อย ผู้วิจัยทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์ พบว่าในการฝึกซ้อม การแสดงโขน ศิลปินผู้เชี่ยวชาญจะให้ผู้แสดงอ่านบทและตีความถึงอารมณ์ความรู้สึกในฉากนั้น ๆ จากนั้นจึงถ่ายทอดกระบวนท่ารำตามบททีละท่าไปจนกว่าจะจบบท จากนั้นจึงให้ผู้แสดง ทำการฝึกซ้อมจนเกิดความชำนาญ โดยระหว่างการฝึกซ้อมศิลปินผู้เชี่ยวชาญจะคอยปรับแก้ไข และเก็บรายละเอียดของ “กระบวนท่ารำ” และ “ลีลา” จนเกิดความสมบูรณ์ในการแสดง สำหรับดนตรีและการขับร้อง ผู้วิจัยพบว่ามีกระบวนการถ่ายทอดลักษณะ คล้ายกับการถ่ายทอดกระบวนท่ารำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยทักษะและความมีมานะอดทนในการฝึกฝน เพื่อถ่ายทอดทักษะดังกล่าวสู่ผู้รับชมการแสดงให้เกิดความซาบซึ้งถึงสุนทรียะในการแสดง
69 ภาพที่ 18 ฝึกซ้อมบทบาทตัวโขนพระ ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 19 ฝึกซ้อมบทบาทเหล่าสัตว์น้ำ ที่มา: ผู้วิจัย
70 ภาพที่ 20 การฝึกซ้อมบทบาทตัวโขนลิง ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 21 การฝึกซ้อมคนพากย์ ที่มา: ผู้วิจัย
71 ภาพที่ 22 การฝึกซ้อมกลุ่มนักคีตศิลป์ ที่มา: ผู้วิจัย 3.1.2.8 การฝึกซ้อมร่วมกัน เมื่อนักแสดงได้รับการถ่ายทอดกระบวนท่าครบถ้วนเรียบร้อย ผู้กำกับการแสดง จึงเข้าสู่กระบวนการฝึกซ้อมแบบรวมกลุ่ม โดยการลำดับการแสดง ทิศทางการเข้า-ออก และการใช้ พื้นที่เวทีในภาพรวมเพื่อพัฒนารายละเอียดการแสดงและทำให้การแสดงเป็นเอกภาพเดียวกัน ภาพที่ 23 ผู้วิจัยร่วมสังเกตวิธีการกำกับการแสดงของศิลปินผู้เชี่ยวชาญ ที่มา: ผู้วิจัย
72 ภาพที่ 24 การฝึกซ้อมเข้าฉากร่วมกันของตัวละคร ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่25 ผู้เชี่ยวชาญกำกับกระบวนท่ารำ ที่มา: ผู้วิจัย
73 ภาพที่ 26 ฝึกซ้อมการใช้พื้นที่เวทีในการแสดง (1) ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 27 ฝึกซ้อมการใช้พื้นที่เวทีในการแสดง (2) ที่มา: ผู้วิจัย
74 3.1.3 ขั้นหลังการสร้างสรรค์ 3.1.3.1การนำเสนอผลงานต่อผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อประชุมสนทนากลุ่ม (Focus group) หลังจากผู้วิจัยได้ทำการออกแบบการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจอง ถนน ตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เป็นที่เรียบร้อย ผู้วิจัยได้นำเสนอเผยแพร่การแสดง แก่ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหาและการสื่อสารการแสดง ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวไปในข้างต้น สำหรับประเด็นการร่วมอภิปรายกลุ่ม ผู้วิจัยได้แบ่งเป็นประเด็นต่าง ๆ ได้ดังนี้ 1) ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิดในการแสดง 2) ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการแสดง 3) ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทการแสดง 4) ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบรรจุเพลงร้องและดนตรี 5) ความคิดเห็นเกี่ยวกับนักแสดง 6) ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องแต่งกาย 7) ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบการแต่งหน้า 8) ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบฉาก แสง และเทคนิคเวที 9) ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกกระบวนท่ารำ
75 ภาพที่ 28 การประชุมสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 29 ผู้วิจัยร่วมถ่ายรูปกับผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มา: ผู้วิจัย
76 3.2 การจัดประชุมสนทนากลุ่มเพื่อวิพากษ์ผลงานการแสดง กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมสนทนากลุ่มย่อย เป็นกลุ่มนักวิชาการที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ทางด้านนาฏศิลป์โขน-ละคร และศาสตร์สาขาอื่น ๆ ที่มี ความสัมพันธ์กับองค์ประกอบการแสดง เพื่อร่วมประชุมสนทนากลุ่มย่อย (Focus group) ในการ ตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูลงานวิจัย โดยผู้วิจัยกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในศาสตร์ด้านต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กับองค์ประกอบ การแสดง มาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมสนทนากลุ่มย่อย ที่ผู้วิจัยได้คัดเลือกไว้มีจำนวน 6กลุ่ม โดยมีรายนามดังนี้ 1) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบทโขน 1.1) อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ โขน) ประจำปีพุทธศักราช 2563 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนยักษ์) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 1.2) รองศาสตราจารย์ ดร.เสาวณิต วิงวอน ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณคดีไทย ภาควิชา วรรณคดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการร้อง การพากย์-เจรจา และดนตรี 2.1) อาจารย์ทัศนีย์ ขุนทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย-คีตศิลป์) ประจำปีพุทธศักราช 2555 ผู้เชี่ยวชาญด้านคีตศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2.2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรภัทร์ ทองนิ่ม ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนยักษ์) และด้านการพากย์-เจรจา อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2.3) อาจารย์จรัญ พูลลาภ นักวิชาการละครและดนตรีชำนาญการ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร 2.4) อาจารย์สุรพงศ์ โรหิตาจล ดุริยางคศิลปินอาวุโส กลุ่มดุริยางค์ไทย สำนักการ สังคีต กรมศิลปากร 3) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพัสตราภรณ์-ศิราภรณ์ และการแต่งหน้า 3.1) รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขา ศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ประจำปีพุทธศักราช 2548 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
77 3.2) อาจารย์ ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) และ ด้านพัสตราภรณ์-ศิราภรณ์ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 3.3) อาจารย์สุพรทิพย์ ศุภรกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านพัสตราภรณ์ สถาบันบัณฑิตพัฒน ศิลป์ 3.4)ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พหลยุทธ กนิษฐบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งหน้า รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนาฏศิลป์โขน-ละคร 4.1 รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขา ศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ประจำปีพุทธศักราช 2548 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4.2) อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ โขน) ประจำปีพุทธศักราช 2563 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนยักษ์) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4.3) อาจารย์ไพฑูรย์ เข้มแข็ง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย โขนละคร) ประจำปีพุทธศักราช 2564 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4.4) อาจารย์รัตติยะ วิกสิตพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย) ประจำปีพุทธศักราช 2560 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (ละครพระ) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4.5) อาจารย์วิโรจน์ อยู่สวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนลิง) สถาบันบัณฑิต พัฒนศิลป์ 4.6) อาจารย์นฤมัย ไตรทองอยู่ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (ละครพระ) สถาบัน บัณฑิตพัฒนศิลป์ 4.7) ผู้ช่วยศาสตราจารย์กฤษณา ภักดีเทวา ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย ผู้ทรงคุณวุฒิ 5) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก 5.1) อาจารย์กมล สุวุฒโฑ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 5.2) อาจารย์สุขุม บัวมาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
78 5.3) อาจารย์เฉลิมศักดิ์ ปัญญวัตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบฉากและ อุปกรณ์ประกอบฉาก หัวหน้าศูนย์รักศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 6) คณะกรรมการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ 6.1) ศาสตราจารย์ ดร.ชมนาด กิจขันธ์ประธานกรรมการ 6.2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุขสันติ แวงวรรณ กรรมการ (อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก) 6.3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัควิทย์ เรืองรอง กรรมการ (อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม) 6.4) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชัย ภิรมย์รักษ์กรรมการ 6.5) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรภัทร์ ทองนิ่ม กรรมการ ทั้งนี้ แนวทางในการประชุมสนทนากลุ่มย่อย ที่ผู้วิจัยได้กำหนดไว้มีจำนวน 6 กลุ่ม ซึ่งมุ่งเน้นการสนทนาและการสัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องแนวคิด รูปแบบ เนื้อหา องค์ประกอบ การแสดงสร้างสรรค์ และองค์ความรู้เกี่ยวกับงานวิจัย 3.2.1 การจัดประชุมสนทนาแบบกลุ่ม การจัดประชุมสนทนาแบบกลุ่มมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิได้แสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ผลงานการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ตามแนวทางบท พระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ 6 เป็นที่เรียบร้อย และเพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิได้มีโอกาสตรวจสอบความ ถูกต้อง โดยผู้วิจัยสามารถแบ่งประเด็นการอภิปรายได้ดังนี้ 3.2.1.1 ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิดในการแสดง 3.2.1.2 ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการแสดง 3.2.1.3 ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทการแสดง 3.2.1.4 ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบรรจุเพลงร้องและดนตรี 3.2.1.5 ความคิดเห็นเกี่ยวกับนักแสดง 3.2.1.6 ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องแต่งกาย 3.2.1.7 ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบการแต่งหน้า 3.2.1.8 ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบฉาก แสง และเทคนิคเวที 3.2.1.9 ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกกระบวนท่ารำ
79 ภาพที่ 30 การประชุมอภิปรายกลุ่มย่อยผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มา: ผู้วิจัย 3.2.2 รวบรวมผลการจัดประชุมสนทนากลุ่ม ผู้วิจัยใช้เครื่องมือแบบบันทึกข้อมูลการประชุมสนทนากลุ่มย่อยในการเก็บ รวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงผลงานตามลำดับ ดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 4 แสดงรายละเอียดการสนทนากลุ่ม ข้อที่ ประเด็นสนทนา 1 ด้านแนวคิดการแสดง การสร้างสรรค์การแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ผ่านแนวคิดการผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม ที่นำทุนทาง วัฒนธรรมของชาติมาสร้างสรรค์เป็นการแสดง เพื่อการอนุรักษ์ สืบสาน และ พัฒนาการแสดงสู่กลุ่มผู้ชมที่เป็นเยาวชน ให้เกิดการเรียนรู้ ซาบซึ้ง และตระหนักถึง พระอัจฉริยภาพด้านนาฏกรรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย ปรับเนื้อหาให้กระชับ ตลอดจนประยุกต์และสร้างสรรค์องค์ประกอบการแสดงขึ้นใหม่ ให้เหมาะสมกับระยะเวลาและบริบทของยุคสมัย และสื่ออัตลักษณ์ของผู้วิจัย
80 ตารางที่ 4 แสดงรายละเอียดการสนทนากลุ่ม (ต่อ) ข้อที่ ประเด็นสนทนา 2 ด้านรูปแบบการแสดง โขนรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ดำเนินเรื่องด้วยรูปแบบการแสดงโขนโรงในผสมโขนฉาก ตามแนวทางจัดการแสดง รูปแบบโขนศาลาเฉลิมกรุง คือ การคัดเลือกองค์ประกอบการแสดงต่าง ๆ มา ประกอบขึ้นกับเทคนิคพิเศษสมัยใหม่ อันสื่อถึงอัตลักษณ์แสดงตัวตนของผู้วิจัย 3 ด้านบท ปรับปรุงจากรามเกียรติ์บทร้องและบทพากย์ในรัชกาลที่ 6 โดยปรับบทการ แสดงให้สอดคล้องกับแนวคิดด้านระยะเวลา และคำนึงถึงหลักการประพันธ์ ตลอดจนรูปแบบการแสดง ด้วยวิธีการ 3 รูปแบบ คือ (1) “ตัดออก” (2) “ตัดต่อบท” และ (3) “ประพันธ์ขึ้นใหม่” 4 ด้านบรรจุเพลงร้อง และดนตรี - กำหนดเพลงร้องและดนตรีตามแนวทางพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์บทร้อง และบทพากย์ในรัชกาลที่ 6 - ปรับเปลี่ยนเพลงร้องและดนตรีในบทที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ โดยพิจารณาจาก หลักจารีตการบรรจุเพลงร้องในบทละคร และความเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับ แนวคิดในการแสดง 5 ด้านนักแสดง การกำหนดคุณสมบัติผู้แสดง ดังนี้ - ผู้แสดงเป็นชายล้วน ตามแนวทางในรัชกาลที่ 6 ที่ผู้แสดงเป็นมหาดเล็กหลวง ข้าราชการในพระองค์ - ผู้แสดงมีทักษะการแสดงโขน และมีลักษณะเหมาะสมกับบทบาทการแสดง ที่ได้รับ - ผู้แสดงสามารถถ่ายทอดกระบวนรำและอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้ อย่างสมบทบาท
81 ตารางที่ 4 แสดงรายละเอียดการสนทนากลุ่ม (ต่อ) ข้อที่ ประเด็นสนทนา 6 ด้านเครื่องแต่งกาย แนวคิดการออกแบบเครื่องแต่งกาย สื่อถึงอัตลักษณ์รูปแบบการแต่งกายยืนเครื่อง อย่างโขนบรรดาศักดิ์ในรัชกาลที่ 6 โดยมีวิวัฒนาการปรากฏ 3 รูปแบบ คือ 1) การแต่งกายยืนเครื่องแบบจารีตดั้งเดิม 2) การแต่งกายยืนเครื่องแบบพระราชประดิษฐ์ 3) การแต่งกายยืนเครื่องแบบพระราชนิยม ตัวละคร สี สัญญะ พระสมุทร น้ำเงินเข้ม (สีคราม) สื่อถึงความลึกและกว้างใหญ่ของมหาสมุทร พระคงคา ขาว (สีขาวผ่อง) เทวีสำคัญของฮินดูที่มีพระวรกายเป็นหญิงสาว ทรงภูษาสีขาว และตามความเชื่อของฮินดู แม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ มัก ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา พระสินธุ เทา (สีมอหมึกอ่อน) แนวคิดจากสีที่แสดงถึงสัญญะของแม่น้ำ โดยมี ความใกล้เคียงลักษณะทางกายภาพของแม่น้ำ เช่น สีฟ้า สีฟ้าอ่อน สีเทาอ่อน เพื่อให้เกิดความ แตกต่างของตัวละคร พระยมนา ฟ้า (สีมอครามแก่) แนวคิดจากสีที่แสดงถึงสัญญะของแม่น้ำ โดยมี ความใกล้เคียงลักษณะทางกายภาพของแม่น้ำ เช่น สีฟ้า สีฟ้าอ่อน สีเทาอ่อน เพื่อให้เกิดความ แตกต่างของตัวละคร พระ พรหมบุตร น้ำตาลอ่อน (สีหงส์ดินกลาง) สื่อถึงภูมิศาสตร์ทางธรรมชาติของแม่น้ำ พรหมบุตรมักเกิดอุทกภัย เมื่อเกิดการละลายตัว ของหิมะจากเทือกเขาหิมาลัย จึงทำให้แม่น้ำ พรหมบุตรมีลักษณะขุ่นมัว
82 ตารางที่ 4 แสดงรายละเอียดการสนทนากลุ่ม (ต่อ) ข้อที่ ประเด็นสนทนา 7 ด้านการแต่งหน้า แนวคิดการแต่งหน้าในนาฏกรรมยุคกรมมหรสพสมัยรัชกาลที่ 6 คือ “การแต่งหน้า ขาวผ่อง” มีหลักแนวคิด 2 ประการ ได้แก่ 1) ศิลปะการแต่งหน้าใช้หลักของจิตรกรรม คือ การแก้ไขรูปหน้าแบบ จิตรกรรมในการแต่งหน้า 2) ศิลปะการแต่งหน้าที่คำนึงถึงความสมจริง คือ ลดความขาวของใบหน้า และแต่งให้ใกล้เคียงกับสีผิวคนจริง ลักษณะเฉพาะที่เด่นชัด คือ 1) ผัดหน้าขาว ลดความขาวของใบหน้าไม่ให้เป็นหน้ากาก 2) เขียนคิ้วโค้ง หัวคิ้วเล็ก หางคิ้วเรียวลงแล้วตวัดหางขึ้น 3) เขียนของตาเป็นแนวตรง สีแก้มระเรื่อ 4) ทาสีปากแดงเข้มด้านใน 8 ด้านเวที ฉาก แสง และเทคนิคพิเศษ - กำหนดใช้พื้นที่การแสดง ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง - ออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉากให้สอดคลองกับบทพระราชนิพนธ์ - การใช้เทคนิคเวทีในการเปลี่ยนฉาก แสงสี ตามเนื้อเรื่อง เช่น Hydraulic Lifting, Rim Light - ใช้เทคนิคพิเศษ เช่น Projection Mapping, Computer Graphic
83 ตารางที่ 4 แสดงรายละเอียดการสนทนากลุ่ม (ต่อ) ข้อที่ ประเด็นสนทนา 9 ด้านกระบวนท่ารำและลีลา - ออกแบบกระบวนรำและลีลา ยึดหลักการ “รำใช้บท” ตามบทพากย์ เจรจา และการขับร้อง รวมถึงรำเพลงหน้าพาทย์ประกอบกิริยาตัวละคร - สร้างสรรค์กระบวนท่ารำประกอบบทขึ้นใหม่ ได้แก่ 1) กระบวนท่ารำตัวละครพระสมุทปัญจมหานที และบริวารนาคี (รำหมู่) 2) กระบวนท่ารำประกอบบทพากย์ลงสรงสองกษัตริย์ (รำคู่) 3) กระบวนท่ารำระบำท้ายเรื่อง (ระบำหมู่) - แนวคิดการออกแบบกระบวนการแสดงตามจารีตดั้งเดิม โดยพิจารณาให้ สอดคล้องกับบทพระราชนิพนธ์ 1) รำพราหมณ์ออก ตัวละครพระราม (รำเดี่ยว) 2) กระบวนทัพข้ามสมุทร (รำหมู่) 3) การออกกราว (กลางโรง) (รำหมู่) 10 ด้านองค์รวมของผลงาน 1) แนวคิดในงานวิทยานิพนธ์สามารถถ่ายทอดสู่การแสดงได้อย่างชัดเจน 2) ความเหมาะสมของระยะเวลาที่ใช้แสดง (1 ชั่วโมง) 3) องค์ประกอบการแสดงทุกด้านมีความเป็นเอกภาพสื่อสุนทรียศาสตร์ 4) ความเหมาะสมของสถานที่และการใช้พื้นที่ในการแสดงมีความสัมพันธ์ สอดคล้องกับแนวคิด รูปแบบ และองค์ประกอบการแสดง 5) โขนรามเกียรติ์ ตอนจองถนน สะท้อนพระอัจริยภาพด้านนาฏกรรมของ รัชกาลที่ 6 และช่วยส่งเสริมให้ศิลปะการแสดงของชาติเข้าถึงเยาวชนและประชาชน ทั่วไปได้