The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิทยานิพนธ์ หลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สาขาวิชานาฏศิลป์ เรื่อง กระบวนการแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นฤมล ล้อมทอง 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

กระบวนการแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นฤมล ล้อมทอง 2566

วิทยานิพนธ์ หลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สาขาวิชานาฏศิลป์ เรื่อง กระบวนการแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นฤมล ล้อมทอง 2566

184 ภาพที่ 77 การนำเสนอการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ฉากที่ 5 ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 78 การนำเสนอการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ฉากที่ 6 ที่มา: ผู้วิจัย


185 ภาพที่ 79 ผู้วิจัย คณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมถ่ายภาพกับนักแสดง ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 80 ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายภาพกับนักแสดง ที่มา: ผู้วิจัย 3.2 การประเมินคุณภาพผลงานและความคิดเห็นของผู้ชม ผลงานวิจัยเรื่อง “กระบวนการแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ พระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน” ผู้วิจัย ได้เก็บข้อมูลความคิดเห็นหลังชมการแสดงของผู้ชมกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 150 คน โดยใช้ แบบสอบถามออนไลน์กูเกิลฟอร์ม ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ การประเมินคุณภาพด้วยการวิเคราะห์


186 ข้อมูลและการแสดงความเห็นปลายเปิด เพื่อให้ผู้ชมได้แสดงความเห็นอย่างอิสระ ทั้งนี้ ส่วนการ ประเมินคุณภาพด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยกำหนดเกณฑ์วัดระดับความพึงพอใจ 5 ระดับ คือ ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด 5 คะแนน ระดับความพึงพอใจ มาก 5 คะแนน ระดับความพึงพอใจ พอใจปานกลาง 5 คะแนน ระดับความพึงพอใจ พอใจน้อย 5 คะแนน ระดับความพึงพอใจ พอใจน้อยที่สุด 5 คะแนน การแปลค่าระดับความพึงพอใจใช้เกณฑ์การแปลผลจากค่าเฉลี่ย ดังนี้ 4.51-5.00 หมายความว่า มากที่สุด 3.51-4.50 หมายความว่า มาก 2.51-3.50 หมายความว่า ปานกลาง 1.51-2.50 หมายความว่า น้อย 1.00-1.50 หมายความว่า น้อยที่สุด มีประเด็นการประเมินคุณภาพ 4 ด้าน คือ ด้านแนวคิดการแสดง ด้านรูปแบบและ การนำเสนอ ด้านองค์ประกอบการแสดงแบ่งเป็น 7 ด้าน และด้านองค์รวมของผลงาน ได้ผลการวิจัย สรุปได้ ดังนี้ ตารางที่14 ผลการประเมินคุณภาพและความคิดเห็นของผู้ชม รายการประเมิน ร้อยละของระดับความพึงพอใจหรือความรู้สึก ผลที่ได้ มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด รวม ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) S.D. N 1. ด้านแนวคิดในการแสดง 1.1 การแสดงสื่อถึงการ อนุรักษ์ สืบทอด และ พัฒนาการแสดงโขนตาม แนวทางพระราชนิพนธ์ใน รัชกาลที่ 6 ได้อย่างชัดเจน 139 (92.7) 10 (6.7) 1 (0.7) 0 0 4.92 0.30 5 มากที่สุด


187 ตารางที่ 14 ผลการประเมินคุณภาพและความคิดเห็นของผู้ชม (ต่อ) รายการประเมิน ร้อยละของระดับความพึงพอใจหรือความรู้สึก ผลที่ได้ มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด รวม ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) S.D. N 1.2 เนื้อเรื่องน่าสนใจ ชวน ติดตาม 126 (84) 21 (14) 3 (2) 0 0 4.82 0.43 5 มากที่สุด 1.3 แนวคิดการแสดง เหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบัน 127 (84.7) 18 (12) 4 (2.7) 1 (0.7) 0 4.81 0.50 5 มากที่สุด 2. ด้านรูปแบบและการนำเสนอการแสดง 2.1 การนำเสนอการแสดงใน รูปแบบโขนโรงในผสมโขนฉาก มีความเหมาะสมกับการ สร้างสรรค์การแสดง 140 (93.3) 9 (6) 0 1 (0.7) 0 4.92 0.34 5 มากที่สุด 2.2 การแสดงมีการลำดับ เรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ 127 (84.7) 20 (13.3) 2 (1.3) 1 (0.7) 0 4.82 0.46 5 มากที่สุด 2.3 ระยะเวลาใน การแสดงมีความเหมาะสม 135 (90) 13 (8.7) 1 (0.7) 1 (0.7) 0 4.88 0.40 5 มากที่สุด 3. ด้านองค์ประกอบการแสดง 3.1 บทการแสดง 3.1.1 สามารถนำบท พระราช นิพนธ์เดิมมาสร้างสรรค์ใหม่ได้ อย่างเหมาะสม 137 (91.3) 12 (8) 1 (0.7) 0 0 4.91 0.31 5 มากที่สุด 3.1.2 บทโขนสามารถสื่อสาร เรื่องราวการแสดงได้อย่าง เหมาะสม 133 (88.7) 15 (10) 2 (1.3) 0 0 4.87 0.37 5 มากที่สุด 3.1.3 เนื้อเรื่องกระชับ เข้าใจ ง่าย มีความสนุกสนาน ไม่น่า เบื่อ 120 (80) 24 (16) 5 (3.3) 1 (0.7) 0 4.75 0.54 5 มากที่สุด 3.2 เพลงร้องและดนตรี 3.2.1 เพลงร้องเหมาะสมกับ อารมณ์และสอดคล้องกับ การดำเนินเรื่อง 134 (89.3) 12 (8) 4 (2.7) 0 0 4.87 0.41 5 มากที่สุด


188 ตารางที่ 14 ผลการประเมินคุณภาพและความคิดเห็นของผู้ชม (ต่อ) รายการประเมิน ร้อยละของระดับความพึงพอใจหรือความรู้สึก ผลที่ได้ มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด รวม ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) S.D. N 3.2.2 ดนตรีประกอบการ แสดงมีความไพเราะ สร้าง บรรยากาศการแสดงและ สามารถสื่ออารมณ์ตามบท การแสดงได้อย่างเหมาะสม 134 (89.3) 13 (8.7) 3 (2) 0 0 4.87 0.39 5 มากที่สุด 3.2.3 เพลงร้องและดนตรี มีความไพเราะ เป็นเอกภาพ เดียวกันกับการแสดง 136 (90.7) 13 (8.7) 1 (0.7) 0 0 4.90 0.32 5 มากที่สุด 3.3 ผู้แสดง 3.3.1 การคัดเลือกผู้แสดงมี ความเหมาะสมกับบทบาทการ แสดง 140 (93.3) 8 (5.3) 2 (1.3) 0 0 4.92 0.32 5 มากที่สุด 3.3.2 ผู้แสดงสามารถถ่ายทอด กระบวนรำ อารมณ์ความรู้สึก ตามบทบาทที่ได้รับอย่าง เหมาะสม 139 (92.7) 10 (6.7) 1 (0.7) 0 0 4.92 0.30 5 มากที่สุด 3.3.3 จำนวนผู้แสดงมีความ เหมาะสมและสัมพันธ์กับพื้นที่ การแสดง 138 (92) 12 (8) 0 0 0 4.92 0.27 5 มากที่สุด 3.4 กระบวนท่ารำและลีลา 3.4.1 กระบวนท่ารำและลีลา ของผู้แสดง มีความเหมาะสม กับการแสดง 141 (94) 9 (6) 0 0 0 4.94 0.24 5 มากที่สุด 3.4.2 กระบวนท่ารำและลีลา ของผู้แสดง สามารถสื่อสาร การแสดงตามบาทบาทแก่ผู้ชม ได้อย่างเหมาะสม 137 (91.3) 12 (8) 1 (0.7) 0 0 4.91 0.31 5 มากที่สุด


189 ตารางที่ 14 ผลการประเมินคุณภาพและความคิดเห็นของผู้ชม (ต่อ) รายการประเมิน ร้อยละของระดับความพึงพอใจหรือความรู้สึก ผลที่ได้ มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด รวม ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) S.D. N 3.4.3 กระบวนท่ารำและลีลา ในการแสดงโขนมีความ กลมกลืน 139 (92.7) 10 (6.7) 1 (0.7) 0 0 4.92 0.30 5 มากที่สุด 3.5 เครื่องแต่งกาย 3.5.1 เครื่องแต่งกาย สะท้อนอัตลักษณ์รูปแบบการ แสดงโขนในรัชกาลที่ 6 140 (93.3) 10 (6.7) 0 0 0 4.93 0.25 5 มากที่สุด 3.5.2 การสร้างสรรค์เครื่อง แต่งกายเหมาะสมกับบทบาท ตัวละคร 140 (93.3) 10 (6.7) 0 0 0 4.93 0.25 5 มากที่สุด 3.5.3 เครื่องแต่งกายในการ แสดงมีความเป็นเอกภาพ เดียวกัน 137 (91.3) 11 (7.3) 2 (1.3) 0 0 4.90 0.34 5 มากที่สุด 3.6 การแต่งหน้า 3.6.1 การแต่งหน้ามีความ เหมาะสม ส่งเสริมบทบาทตัว ละครได้อย่างชัดเจน 141 (94) 8 (5.3) 1 (0.7) 0 0 4.93 0.28 5 มากที่สุด 3.6.2 การแต่งหน้ามีความ สอดคล้องกับแนวคิดการแสดง 139 (92.7) 11 (7.3) 0 0 0 4.93 0.26 5 มากที่สุด 3.7ฉาก แสง เทคนิคพิเศษ 3.7.1 ฉาก/อุปกรณ์ประกอบ การแสดง/แสง/เทคนิคพิเศษ มี ส่วนช่วยในการส่งเสริมเนื้อเรื่อง ให้มีความสมบูรณ์ 142 (94.7) 6 (4) 1 (0.7) 1 (0.7) 0 4.93 0.35 5 มากที่สุด 3.7.2 ฉาก/อุปกรณ์ ประกอบการแสดง/แสง/ เทคนิคพิเศษ มีความสวยงาม เหมาะสมกับการแสดง 139 (92.7) 9 (6) 1 (0.7) 1 (0.7) 0 4.90 0.43 5 มากที่สุด


190 ตารางที่ 14 ผลการประเมินคุณภาพและความคิดเห็นของผู้ชม (ต่อ) รายการประเมิน ร้อยละของระดับความพึงพอใจหรือความรู้สึก ผลที่ได้ มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด รวม ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) ความถี่ (%) S.D. N 3.7.3 นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาบูรณาการใช้ออกแบบฉาก ประกอบการแสดงได้อย่าง เหมาะสม 141 (94) 8 (5.3) 0 1 (0.7) 0 4.93 0.33 5 มากที่สุด 4. ด้านองค์รวมของผลงาน 4.1 แนวคิดการสร้างสรรค์ สามารถถ่ายทอดสู่การแสดง โขนได้อย่างชัดเจน 138 (92) 10 (6.7) 2 (1.3) 0 0 4.91 0.33 5 มากที่สุด 4.2 องค์ประกอบการแสดงใน แต่ละด้านมีความเป็นเอกภาพ สื่อสุนทรียศาสตร์ 138 (92) 12 (8) 0 0 0 4.92 0.27 5 มากที่สุด 4.3 ความเหมาะสมของ สถานที่และการใช้พื้นที่ในการ แสดง มีความสัมพันธ์ สอดคล้องกับแนวคิด รูปแบบ และองค์ประกอบการแสดง 138 (92) 10 (6.7) 2 (1.3) 0 0 4.91 0.33 5 มากที่สุด 4.4 ผลงานสร้างสรรค์ สะท้อน พระอัจริยภาพด้านนาฏกรรม ของรัชกาลที่ 6 และช่วย ส่งเสริมให้ศิลปะการแสดงของ ชาติเข้าถึงเยาวชนและ ประชาชนทั่วไปได้ 130 (86.7) 15 (10) 5 (3.3) 0 0 4.83 0.45 5 มากที่สุด รวม 4.89 0.08 5 มากที่สุด ที่มา: ผู้วิจัย


191 จากตารางข้างต้น ผู้วิจัยสามารถสรุปผลการประเมิน ดังนี้ 1) ด้านแนวคิดการแสดง พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ชม มีความพึงพอใจ ระดับมากที่สุด โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุด คือ การแสดงสื่อถึงการอนุรักษ์ สืบ ทอด และพัฒนาการแสดงโขนตามแนวทางพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ได้อย่างชัดเจน มีค่าเฉลี่ย 4.92 รองลงมา คือ เนื้อเรื่องน่าสนใจ ชวนติดตาม มีค่าเฉลี่ย 4.82 และแนวคิดการแสดงเหมาะแก่ยุค สมัยปัจจุบัน มีค่าเฉลี่ย 4.81 2) ด้านรูปแบบการแสดง พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ชม มีความพึงพอใจ ระดับมากที่สุด โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุด คือ การนำเสนอการแสดงในรูปแบบ โขนโรงผสมโขนฉากมีความเหมาะสมกับการสร้างสรรค์การแสดง มีค่าเฉลี่ย 4.92 รองลงมา คือ ระยะเวลาในการแสดง มีค่าเฉลี่ย 4.82 และการลำดับเรื่องราวได้อย่างน่าใจ มีค่าเฉลี่ย 4.81 3) ด้านองค์ประกอบการแสดงแบ่งเป็น 7 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านบทการแสดง (2) ด้าน เพลงร้องและดนตรี (3) ผู้แสดง (4) กระบวนท่ารำและลีลา (5) เครื่องแต่งกาย (6) การแต่งหน้า และ (7) ฉาก แสง และเทคนิคพิเศษ โดยในทุกองค์ประกอบ มีความพึงพอใจ ระดับมากที่สุด ซึ่งมี รายละเอียดแต่ละด้าน ดังนี้ (1) ด้านบทการแสดง พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ชม มีความพึงพอใจ ระดับ มากที่สุด โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุด คือ การนำบทพระราชนิพนธ์เดิมมา สร้างสรรค์ได้อย่างเหมาะสม มีค่าเฉลี่ย 4.91 รองลงมา คือ บทสามารถสื่อสารเรื่องราวได้อย่าง เหมาะสม มีค่าเฉลี่ย 4.87 และเนื้อเรื่องกระชับ เข้าใจง่าย สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ มีค่าเฉลี่ย 4.81 (2) ด้านเพลงร้องและดนตรี พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ชม มีความพึงพอใจ ระดับมากที่สุด โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุด คือ เพลงร้องและดนตรีมีความไพเราะ เป็นเอกภาพเดียวกัน มีค่าเฉลี่ย 4.90 รองลงมา คือ เพลงร้องเหมาะสมกับอารมณ์และสอดคล้องกับ การดำเนินเรื่อง มีค่าเฉลี่ย 4.87 และดนตรีมีความไพเราะสร้างบรรยากาศการแสดง สื่อสารอารมณ์ ตามบทได้อย่างเหมาะสม มีค่าเฉลี่ย 4.81 (3) นักแสดง พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ชม มีความพึงพอใจ ระดับมากที่สุด โดยประเด็นการคัดเลือกผู้แสดง ความสามาถของผู้แสดง และจำนวนผู้แสดง มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ เท่ากันทั้ง 3 ประเด็น คือ มีค่าเฉลี่ย 4.92


192 (4) กระบวนท่ารำและลีลา พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ชม มีความพึงพอใจ ระดับมากที่สุด โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุด คือ กระบวนท่ารำและลีลาของผู้แสดง มีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ย 4.94 รองลงมา คือ กระบวนท่ารำและลีลาในการแสดงโขนมีความ กลมกลืน มีค่าเฉลี่ย 4.92 และกระบวนท่ารำและลีลาของผู้แสดงสามารถสื่อสารการแสดงตาม บทบาทแก่ผู้ชมได้อย่างเหมาะสม มีค่าเฉลี่ย 4.91 (5) เครื่องแต่งกาย พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ชม มีความพึงพอใจ ระดับ มากที่สุด โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุดเท่ากัน คือ เครื่องแต่งกายสะท้อนอัตลักษณ์ รูปแบบการแสดงโขนในรัชกาลที่ 6 และการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายเหมาะสมกับบทบาทตัวละคร มีค่าเฉลี่ย 4.93 รองลงมา คือ เครื่องแต่งกายในการแสดงมีความเป็นเอกภาพเดียวกัน มีค่าเฉลี่ย 4.90 (6) การแต่งหน้า พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ชม มีความพึงพอใจ ระดับมาก ที่สุด โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุดเท่ากัน คือ การแต่งหน้ามีความเหมาะสม ส่งเสริมบทบาทตัวละครได้อย่างชัดเจน และการแต่งหน้ามีความสอดคล้องกับแนวคิดการแสดง มีค่าเฉลี่ย 4.93 รองลงมา คือ การแต่งหน้ามีความสวยงามตามพระราชนิยม มีค่าเฉลี่ย 4.91 (7) ฉาก แสง และเทคนิคพิเศษ พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ชม มีความพึงพอใจ ระดับมากที่สุด โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุดเท่ากัน คือ ฉาก อุปกรณ์ประกอบการแสดง แสง เทคนิคพิเศษมีส่วนช่วยในการส่งเสริมเนื้อเรื่องให้มีความสมบูรณ์และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาบูรณาการใช้ออกแบบฉากประกอบการแสดงได้อย่างเหมาะสม มีค่าเฉลี่ย 4.93 รองลงมา คือ ฉาก อุปกรณ์ประกอบการแสดง แสง และเทคนิคพิเศษมีความเหมาะสมกับการแสดง มีค่าเฉลี่ย 4.90 4) ด้านองค์รวมของผลงาน พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ชม มีความพึงพอใจ ระดับมากที่สุด โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุด คือ องค์ประกอบการแสดงในแต่ละ ด้านมีความเป็นเอกภาพ สื่อสุนทรียศาสตร์ มีค่าเฉลี่ย 4.92 รองลงมาเท่ากัน 2 ประเด็น คือ แนวคิด การสร้างสรรค์สามารถถ่ายทอดสู่การแสดงโขนได้อย่างชัดเจน และความเหมาะสมของสถานที่แสดง การใช้พื้นที่ในการแสดง มีความสอดคล้องกับแนวคิด รูปแบบ และองค์ประกอบการแสดง มีค่าเฉลี่ย 4.91 และประเด็นผลงานสร้างสรรค์สะท้อนพระอัจฉริยภาพด้านนาฏกรรมในรัชกาลที่ 6 และช่วย ส่งเสริมให้ศิลปะการแสดงเข้าถึงเยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ มีค่าเฉลี่ย 4.83


193 นอกจากนี้ ผลการตอบแบบสอบถามความคิดเห็นและข้อเสนอแนะแบบปลายเปิด ของผู้ชม ผู้วิจัยสรุปประเด็นต่าง ๆ ได้ ดังนี้ ตารางที่ 15 สรุปความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ชม ประเด็น ความคิดเห็น 1. ด้านการสร้างสรรค์ การแสดง - สร้างสรรค์ มากค่ะ - มีการสร้างสรรค์ผลงานเป็นที่น่าชื่นชม มีการออกแบบการดำเนินเรื่องที่กระชับและ ชวนติดตาม เป็นกำลังใจให้ได้ excellence นะคะ 2. ด้านเนื้อหาการ แสดง - การแสดงมีความลงตัวในทุกๆด้าน น่าชื่นชม - ทุกอย่างดีมาก ๆ - เป็นการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยได้เป็นอย่างดี - ควรเพิ่มบทตลก สำหรับเด็กๆ ไม่ให้เบื่อ - การแสดงมีความน่าสนใจ และน่าติดตาม เครื่องแต่งกายสวยงามปราณีต นักแสดง สมบทบาท แต่ในบางช่วงขาดความพร้อมเพรียงเล็กน้อย - เนื้อหาส่วนการจองถนนสั้นเกินไปจนทำให้ไม่เห็นภาพการจองถนนจริง ๆ เป็นเพียง การเจรจาและสั่งแต่รายละเอียดไม่มี และคนดูไม่รู้ว่าทำไมสุครีพถึงเสนอให้นั่งบ่า ของหนุมานกับองคตแทนราชรถ เนื้อที่น่าจะตัดออกคือตอนลงสรง เพราะไม่ใช่ส่วน สำคัญในการจองถนน - ควรเพิ่มความเป็นเหตุเป็นผลในการเดินเรื่อง - อยากให้เพิ่มเติมเนื้อเรื่องก่อนการแสดง และให้รายละเอียดความแตกต่างของการ แสดงชุดนี้กับการแสดงยุคปัจจุบัน 3. ด้านองค์ประกอบ การแสดง - สวยงามมากครับ ขอบคุณครับ ชื่นชมผู้แสดง ผู้เล่นดนตรี ผู้ขับร้อง และเบื้องหลัง ทุก ๆ ท่าน - ชอบฉากสื่อผสมค่ะ ทะเลมีเสียงคลื่นด้วย - ชอบมากเลยค่ะ ทั้งฉากแสงสีเสียงและเนื้อเรื่อง ดำเนินได้ดีและสวยงามมาก ๆ ค่ะ - ชอบระบบแสงสีเสียงแต่บางเนื้อเพลงฟังยังไม่เข้าใจ - มีเทคนิคใหม่ ๆ ดีค่ะ ทำฉากดีมากเลยค่ะ ไม่ต้องแบกย้ายอะไรเยอะแยะ เข้าใจง่ายดี ด้วยค่ะ - บทร้องเยอะไป ทำไมมีบทลงสรงโทน การแต่งหน้า แม้ว่าจะแจ้งในตอนแรกแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าอ่อนเกินไปโครงเรื่องยาก ลำบากใจ เหนื่อยแทน กล้าหาญต้องมีใจรัก


194 ตารางที่ 15 สรุปความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ชม (ต่อ) ประเด็น ความคิดเห็น มากเข้าเส้นโลหิต แต่ทุกบท ทุกขั้นตอน การคัดเลือกตัวแสดงทั้งพระลักษมณ์ สุครีพ หนุมานฯ ทุกคน เหมาะสม ตรงหมด การแต่งหน้า เสื้อผ้าหน้าผม การฝึกซ้อม ฉาก ตระการตา มีเอฟเฟคการแสดง ท่าทาง การรำชดช้อยลมกลืนจนลืมตอนจบ เพราะ ไม่อยากให้จบ สรุปแล้วกล้าทำงานวิจัยนี้ ผลออกมา 7 ดาว - ทุกองค์ประกอบของการแสดงมีความลงตัวเป็นอย่างดีนับได้ว่าเป็นผลงานการแสดง โขนที่ยอดเยี่ยม เคารพต้นฉบับของในหลวงรัชกาลที่ 6 และสามารถถ่ายทอดแก่น สารสำคัญได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังนำเสนอออกมาได้ทันสมัย โดยผสมผสานกับ เทคนิคพิเศษต่าง ๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ ฉากสุดท้าย ควรทำก้อนเมฆปิดที่นางฟ้ากับ เทวดานั่งให้มิดชิด (เรียกไม่ถูกค่ะ) ทางด้านซ้ายมือของผู้ชมเห็นชัด - บทการแสดงงดงามแปลกตา ฉากแสงสีเสียง เครื่องแต่งกาย นักแสดงแสดงได้งดงาม มาก ๆ เลยค่ะ ดีใจมาก ๆ ที่ได้มาชมการแสดงในครั้งนี้นะคะ - ให้เต็ม 100 คะแนน สะกดให้ดูอย่างไม่เบื่อ องค์ประกอบทุกด้านเยี่ยมมาก ผู้เสนอ ผลงานมีความสามารถสูงถอดความเป็นโขนสะกดสายตาผู้ชมได้อย่างได้ดีมาก ให้ คะแนนเต็ม - เครื่องเสียงควรดังให้เร้าใจ เพราะเพลงที่นำมาใช้ประกอบเป็นเพลงที่ไพเราะจะทำให้ เข้าถึงอารมณ์ได้มากขึ้น - ฉากแสดงให้เห็นถึงเนื้อเรื่องและชัดเจน บทนำออกมาให้เข้าใจง่ายมากขึ้น รวมทั้ง ความกระชับการแสดงไม่นานมากเกินไป แต่ยังคงแสดงท่าทางการรำได้อย่างน่าสนใจ และยังผสมการพูดให้ทันสมัย สร้างความขำขันสร้างรอยยิ้ม ฉากที่ดูแปลกใหม่ ชื่นชอบ การแสดงชุดนี้ค่ะ 4. ด้านการสืบทอด และการเผยแพร่ - เป็นการนำเสนอที่เข้ากับยุคสมัยให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ที่จะได้สืบสานงานโขนต่อไปค่ะ - ดีมากเลยค่ะ อยากให้ลง youtube เพื่อเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปได้รับชมด้วยค่ะ - การแสดงแปลกใหม่ไม่เคยชมมาก่อนและไม่เคยทราบว่ามีฉบับรัชกาลที่ 6 องค์ประกอบทุกส่วนประณีต มีความกลมกลืนพอดี ควรจัดแสดงอีกเพื่อเผยแพร่ ในวงกว้าง ขอบคุณค่ะ - อยากให้มีการแสดงโขนในกรุงเทพบ่อยขึ้นโดยเฉพาะในวันเสาร์อาทิตย์รอคอยที่จะ ได้รับชมการแสดงดีๆ แบบนี้อีกนะคะ - ชื่นชมที่มีการนำศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ให้เยาวชนได้รับชม


195 ตารางที่ 15 สรุปความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ชม (ต่อ) ประเด็น ความคิดเห็น 5. ความประทับใจ - ชอบมาก ๆ ค่ะ ประทับใจมาก - ประทับใจมากครับ ถ้านำโขนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ มาประยุกต์เรื่องการแสดง ฉาก จะสมบูรณ์แบบครับ - ชอบมากค่ะ สนุก พระรามหล่อมาก พระอินทร์งามมากๆค่ะ - การแสดงไม่น่าเบื่อดีมากครับ - การแสดงดีทุกอย่างสวยงาม - ชอบมาก เยี่ยมเลยครับ - ขอชื่นชม การแสดงสวยงามมากค่ะ ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าด้วยค่ะ ว่าที่ ดร. นฤมล อยากให้จัดแสดงอีกครั้ง - เป็นการแสดงที่ดีและมีคุณค่ามาก ๆ ค่ะ - สวยงาม ตระการตามากครับ - เป็นการดูโขนสดครั้งแรกของเด็กๆ และทำให้เด็กๆซึมซับวัฒนธรรมของไทยค่ะ ขอบคุณที่ทำผลงานดีๆ คุ้มค่ากับเวลาในการเดินทางและการนั่งชมที่ มันคุ้มค่าจริงๆ ค่ะ แอบคิดว่าทำไมไวจัง - ชอบความอลังการของการแสดงมากๆ เป็นกำลังใจให้และจะพยายามพาเด็ก ๆ มา ดูบ่อย ๆ ค่ะ เสียง ฉากและเทคนิคการนำเสนอฉากต่างๆ กระตุ้นให้เกิดความตื่นตา ตื่นใจ ฉากแต่งตัวของโขนพระ ประทับใจท่ารำชวนให้เราตั้งใจฟังการขับร้อง (กว่าปกติ) ว่าจะออกท่าอย่างไร แปลกใหม่และเปิดโลกมากค่ะ สำหรับคนที่ไม่เคยดูโขน 6. ข้อติชม เสนอแนะ - บางครั้งแสงไม่ตกลงหน้าพระ ทำให้มีเงาค่ะ - ดีครับชื่นชมอาจารย์ในการสร้างสรรค์ผลงานจองถนนที่ไม่เคยได้เห็นที่ไหน แต่ อาจจะติในการมุมจากบุคคลภายนอกโดยที่ไม่เคยทราบ หรือศึกษาเรื่องนาฏศิลป์ อยากให้ผู้สร้างสรรค์ได้เล่าเรื่องราวการแสดง หรือมีวีดีโอการบรรยายเรื่องราวให้ ผู้ชมได้ทราบว่าเรื่องราวมีความเป็นมาเรื่องนี้เป็นอย่างไร จะสื่อสารอะไร สร้างสรรค์ อย่างไร ส่วนเรื่องอื่นดีมากๆครับ เป็นจองถนนที่ประทับใจ และจะเก็บนำไปใช้ แน่นอนครับ ขอบคุณอาจารย์มากครับ - ควรจะมีการบรรยายเกริ่นนำหรือบอกให้รู้ถึงที่มาที่ไปของเรื่อง และตอนที่นำมา แสดงนี้เป็นอย่างไรเพราะการพากย์แบบใช้ทำนอง-ร้อง ฟังแล้วไม่ค่อยชัดเจน


196 ตารางที่ 15 สรุปความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ชม (ต่อ) ประเด็น ความคิดเห็น - การแสดงดี มีบางช่วงที่ร้องนานเกิน แต่เนื่องด้วยจากเวลาที่จำกัดก็ถือว่าดีฉาก น่าจะมีความนิ่งมากกว่านี้ในขณะที่เปิดม่านแล้ว - บทร้องเยอะไป ทำไมมีบทลงสรงโทน การแต่งหน้า แม้ว่าจะแจ้งในตอนแรกแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าอ่อนเกินไปที่นั่งด้านหลัง เสียงแผนก control ค่อนข้างเสียงดัง รวมถึง หลายท่านเปิดจอมือถือรบกวนการแสดง ที่มา: ผู้วิจัย จากข้อมูลความคิดเห็นของผู้ชมข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า การสืบทอดการแสดงแนวนาฏย จารีตหรือการนำงานเก่าที่มีอยู่เดิม คือ บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 มาพัฒนาสร้างสรรค์ให้เหมาะแก่ ยุคสมัย สามารถทำได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากผลประเมินกับช่วงวัยของผู้ประเมินที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี ในประเด็นสำคัญ คือ ด้านความเหมาะสมในการสร้างสรรค์ และการอนุรักษ์ สืบทอด และพัฒนาการ แสดงโขน ที่มีคะแนนค่าเฉลี่ยถึง 4.92 จาก 5.00 สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับของกลุ่มผู้ตอบ แบบสอบถามที่เป็นเยาวชนรุ่นใหม่ ดังนั้น จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า การศึกษาของผู้วิจัยจากแนวคิดการ ผลิตซ้ำทางวัฒนธรรมที่คัดเลือก “นำสิ่งเก่า” มา “ทำใหม่” โดยการผนวก “เทคโนโลยีในยุคสมัย ปัจจุบัน” นั้นมีความเหมาะสม อันนำไปสู่การรักษาศิลปวัฒนธรรมให้สามารถดำรงอยู่ในท่ามกลาง กระแสของการเปลี่ยนแปลงและตรงตามรสนิยมของผู้เสพในยุคสมัยปัจจุบันได้ 4. องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากงานวิจัย 4.1 องค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นกับผู้วิจัย จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “กระบวนการสร้างสรรค์การแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้วิจัยพบองค์ความรู้ จากการศึกษาวิจัย ดังนี้ การบริหารจัดการ เป็นอีกทักษะหนึ่งที่ผู้วิจัยควรมีความรอบรู้ เนื่องจากในการศึกษาวิจัย เรื่อง “กระบวนการสร้างสรรค์การแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เรื่อง รามเกียรติ์ ตอนจองถนน” นั้น ประกอบไปด้วยขั้นตอนการทำงานที่มีรายละเอียดต่าง ๆ มากมาย


197 ตั้งแต่ขั้นวางแผนงาน การดำเนินงาน การควบคุมการผลิตผลงานให้ครอบคลุมในทุกมิติของการแสดง ดังนั้น ผู้วิจัยจึงต้องมีวิธีการคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีระบบการคิดที่เป็นองค์รวม สามารถมองเห็น ความเชื่อมโยงขององค์ประกอบในรายละเอียดที่สัมพันธ์กันได้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการ สร้างสรรค์การแสดง ทั้งนี้ผู้วิจัยได้เรียนรู้จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับปราชญ์ศิลปินทางด้าน นาฏศิลป์เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่แก่ตัวผู้วิจัย คือ ฐานะผู้ผลิตการแสดง ได้เรียนรู้ขั้นตอนกระบวนการ สร้างสรรค์งานรูปแบบนาฏยจารีต ที่ประกอบขึ้นจากความคิดด้านการอนุรักษ์และการสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในโลก ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว 4.2 องค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นต่อศาสตร์นาฏศิลป์ การสร้างสรรค์ผลงานการแสดงรูปแบบนาฏยจารีตโดยใช้แนวคิดการผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม พบว่า เป็นการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เป็น “ของเดิม” มานำเสนอใน “รูปแบบใหม่” ทำให้ผลงาน นั้น ๆ มีความน่าสนใจ กล่าวคือ การนำบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ในรัชกาลที่ 6 มาพัฒนารูปแบบและวิธีการแสดงให้กระชับผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นการตอบสนองต่อวิถีชีวิต ที่เร่งรีบของผู้ชมในยุคปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้ศิลปะการแสดงดังกล่าวได้รับการยอมรับและยังคงอยู่ ถือเป็นการอนุรักษ์และส่งต่อศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของปราชญ์ศิลปินด้านศิลปะการแสดงโขน ดำรงอยู่ต่อไปได้ในสังคม


บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ งานวิจัยเรื่อง “กระบวนการแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ พระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” ซึ่งเป็นรูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี คือ การวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษา 3 ประเด็น คือ ประเด็นที่ 1 เพื่อวิเคราะห์รูปแบบและเนื้อหาบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ประเด็นที่ 2 เพื่อสร้างสรรค์กระบวนการแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน และประเด็นที่ 3 เพื่อประเมินคุณภาพของการสร้างสรรค์กระบวนการแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน โดยสรุปลักษณะของการวิจัย คือ การศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน แล้วนำมาวิเคราะห์สังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ด้านรูปแบบและเนื้อหา เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนในการสร้างสรรค์การแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 โดยใช้แนวคิดการผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม จนเกิดเป็นการแสดงโขนโรงในประกอบฉากและเทคนิค พิเศษที่เข้ากับยุคปัจจุบัน จากนั้นมีการประเมินคุณภาพของผลงานการแสดงโขน โดยวิธีการประเมิน ค่าเฉลี่ยจากความคิดเห็นของผู้ชมกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี จำนวน 150 คน ทั้งนี้ผู้วิจัยได้มีการกำหนดขอบเขตการศึกษาในด้านต่าง ๆ ได้แก่ 1) ด้านเนื้อหา เน้นศึกษารูปแบบ และเนื้อหาจากบทพระราชนิพนธ์ “รามเกียรติ์บทร้องและบทพากย์ ชุดจองถนน” ในรัชกาลที่ 6 เฉพาะตอนที่ 2 ฉบับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พิมพ์แจกในงานฉลองสุพรรณบัฎ ของจางวางเอกและนายพลโทเจ้าพระยารามราฆพ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2465 เท่านั้น 2) ด้านระยะเวลา กำหนดการสร้างสรรค์การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ตามแนวทาง บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 รวมระยะเวลาในการแสดงประมาณ 90 นาที 3) ด้านสถานที่ มีการ


199 กำหนดสถานที่การนำเสนอผลงานการแสดง ณ โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุง ถนนเจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สำหรับแนวทางในการดำเนินการวิจัยนั้น ผู้วิจัย ได้มีการแบ่งการศึกษาเป็นขั้นตอนต่าง ๆ ประกอบด้วย 1) ศึกษาและรวบรวมข้อมูล องค์ความรู้ จาก เอกสาร งานวิชาการ 2) ลงพื้นที่ สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ 3) ประชุมวิเคราะห์ข้อมูลที่ รวบรวมได้สำหรับเป็นแนวทางในกำหนดแนวคิด รูปแบบ และเนื้อหาการสร้างสรรค์การแสดงร่วมกับ คณะทำงาน 4)กระบวนการสร้างสรรค์และฝึกซ้อมการแสดงร่วมกับคณะทำงาน 5)จัดประชุมสนทนากลุ่ม ผู้ทรงคุณวุฒิ 6) พัฒนางานจากข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ 7) นำเสนอผลงานสร้างสรรค์โขน รามเกียรติ์ ตอนจองถนน ตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 8) ประเมินความคิดเห็นจากผู้ชม กลุ่มเป้าหมาย 9)สรุปผลการวิจัยจัดทำรูปเล่มวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ 10) เผยแพร่องค์ความรู้ โดยผู้วิจัยสามารถสรุปผลการวิจัย อภิปรายผลการวิจัย และชี้แจ้งข้อเสนอแนะ ตามลำดับ ดังต่อไปนี้ 1. สรุปผลการวิจัย 1.1 ประเด็นที่ 1 เพื่อวิเคราะห์รูปแบบและเนื้อหาบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ พระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน จากการศึกษาผู้วิจัยพบองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ซึ่งสามารถจำแนกได้ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1) รูปแบบการประกอบสร้างตัวบทโขน 2) รูปแบบความสัมพันธ์ของบทพระราชนิพนธ์กับการแสดงโขน 3) เนื้อหาที่ปรากฏในพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์บทร้องและบทพากย์ ชุดจองถนน 1.1.1) รูปแบบการประกอบสร้างตัวบทโขน พระราชนิพนธ์ รามเกียรติ์บทร้องและบทพากย์ ชุดจองถนน ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่ตามแนวเนื้อเรื่องใน รามายณะของวาลมีกิ มีรูปแบบโครงสร้างลักษณะคำประพันธ์ประกอบด้วย กลอนบทละครที่มีเพลง ร้องและเพลงหน้าพาทย์กำกับ บทพากย์ และบทเจรจาที่แต่งขึ้นใหม่ ต่างจากบทพระราชนิพนธ์ รามเกียรติ์ในรัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 2 รูปแบบของบทแสดงถึงลักษณะเป็นการเล่นโขนผสมกับ กระบวนการเล่นละครใน


200 1.1.2. รูปแบบความสัมพันธ์ของบทพระราชนิพนธ์กับการแสดงโขน บทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์บทร้องและบทพากย์ ชุดจองถนน ในรัชกาลที่ 6 แม้ว่ามี รูปแบบการเล่นอย่างโขนโรงใน อันมีลักษณะการแสดงผสมระหว่างโขนกับละครก็ตาม แต่ผู้แสดง ยังคงยึดตามแบบโขนโบราณ คือ ให้ผู้ชายแสดงล้วน มีรูปแบบกระบวนรำอย่างละครมากขึ้น เช่น การรำ ลงสรงทรงเครื่องของพระราม ซึ่งเป็นรูปแบบการรำเดี่ยวอวดฝีมืออย่างละครใน นอกจากนี้ ตัวบทมี ข้อความอธิบายฉากและอากัปกิริยาตัวละคร เหมือนเป็นการกำกับการแสดงไว้ด้วย มีการปรับตัว ละคร เครื่องแต่งตัว และวิธีการแสดงใหม่ 1.1.3. เนื้อหาที่ปรากฏในพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์บทร้องและบทพากย์ ชุดจองถนน พระราชนิพนธ์ รามเกียรติ์บทร้องและบทพากย์ ชุดจองถนน ในรัชกาลที่ 6 ดำเนินเรื่อง ตามอย่างรามายณะฉบับวาลมีกิ เนื้อเรื่องมีความแตกต่างจากบทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ในรัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 2 มีเนื้อเรื่องแบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 กล่าวถึง พระรามปรารภว่ากรุงลงกาเป็นเกาะ ยากที่จะข้ามน้ำไปทำสงคราม ได้ พิเภษณ์ทูลแนะให้ตั้งพิธีอ้อนวอนพระสมุทรให้ช่วย แล้วพระรามก็เข้ากระทำพิธี ให้พระลักษมณ์ พิเภษณ์และสุครีพคอยระวังเหตุการณ์ ฝ่ายสรรทูล ซึ่งมาคอยดูเหตุการณ์อยู่ เห็นตั้งโรงพิธีจึงกลับไป ทูลทศกรรฐ์ทศกรรฐ์หารือที่ประชุม อวินธย์ผู้เดียวเห็นควรส่งสีดาคืนไป ทศกรรฐ์ไม่เห็นด้วย จึงหาทาง ตัดศึกให้ศุกรเสนแปลงเป็นอสุรปักษิณ บินไปพบสุครีพ เกลี้ยกล่อมสุครีพให้ถอนกองทัพวานรกลับไป เสีย สุครีพไม่ยอม หนุมานกับองคทโกรธมาก จึงจับศุกรเสน แล้วทุบตี พระลักษมณ์เห็นว่าศุกรเสน เป็นทูตไม่ควรทำร้ายพระรามจึงสั่งให้กักตัวศุกรเสนไว้ก่อน ตอนที่ 2 กล่าวถึง พระรามทำพิธีอยู่สามวัน ไม่เกิดผล คิดว่าพระสมุทรไม่เอื้อ จึงแผลง ศรลงไปในทะเล ทำให้สัตว์น้ำตาย กระนั้นก็ไม่เกิดผล จึงแกว่งศรพรหมาสตร์ ทำให้เกิดพายุและคลื่น พระสมุทรเกรงเดชพระราม จึงขึ้นมาทูลว่าแหวกท้องน้ำให้ไม่ได้แต่แนะให้ทรงใช้ “นล” ลูกพระวิศณุ กรรม อำนวยการจองถนนข้ามมหาสมุทรไป พระรามจึงกระทำตาม วันแรกได้ 14 โยชน์ กระทำการ จองถนนอยู่ 5 วัน จึงถึงเกาะลงกา พระอินทร์ให้กำลังใจด้วย ชวนเทพบุตรนางฟ้ามาโปรยดอกไม้ และ จับระบำขณะกองทัพพระรามยาตราผ่านไปลงกา พิเภษณ์อาสาเป็นกองหน้านำทัพไป พระรามทรงบ่า หนุมาน พระลักษมณ์ทรงองคทเป็นพาหนะแทนราชรถ (ปิ่น มาลากุล, 2552, น. 114-115)


201 จากข้อมูลข้างต้น พบว่าเนื้อหาในการแสดงไม่ปรากฏเรื่องนางสุพรรณมัจฉากับบริวาร ปลามาขนหินไปทิ้ง และไม่มีเรื่องหนุมานกับนิลพัทวิวาทกัน ซึ่งเป็นตอนที่นิยมแสดงกัน 1.2 ประเด็นที่ 2 เพื่อสร้างสรรค์กระบวนการแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอน จองถนน จากการศึกษาผู้วิจัยพบองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ซึ่งสามารถจำแนกได้7 ด้าน ประกอบด้วย 1) การจัดทำบทการแสดง 2) การบรรจุเพลงร้องและดนตรีประกอบการแสดง 3) การคัดเลือก นักแสดง 4) การออกแบบกระบวนท่าและลีลา 5) การออกแบบเครื่องแต่งกาย 6) การออกแบบ การแต่งหน้า และ 7) การออกแบบฉากและเทคนิคพิเศษ 1.2.1. การจัดทำบทการแสดง การจัดทำบทการแสดง ผู้วิจัยมีการปรับบทการแสดงเพื่อให้เหมาะสมกับเวลาในการ แสดงด้วยวิธีการ 3 รูปแบบ คือ 1) การตัดออก คือ การตัดบทในส่วนของเนื้อหาที่บรรยายถึงสถานที่ อารมณ์ตัวละครและอื่น ๆ ที่ผู้ชมสามารถสัมผัสได้เองจากการชม 2) การตัดต่อบท คือ การตัดส่วน เนื้อในของบทให้เหลือเพียง “ส่วนหัว” และ “ส่วนท้าย” แต่บทนั้นยังคงได้อรรถรสและเข้าใจเนื้อหา ในการรับชมอยู่ ทั้งนี้ เมื่อมีการปรับเปลี่ยนบทดังที่ได้กล่าวมานั้น เนื่องจากบทโขนเป็นกลอนบทละคร ที่ต้องคำนึงถึงการ “วรรคตอน” การใช้ “คำสัมผัส” ดังนั้น จึงต้องมีการปรับคำบางคำเพื่อให้สัมผัส และถูกต้องตามหลักวิธีการ 3) การแต่งบทใหม่ คือ การประพันธ์บทขึ้นใหม่ แต่ยังคงการดำเนินเค้า เรื่องเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดด้านระยะเวลาในการแสดง 1.2.2. การบรรจุเพลงร้องและดนตรีประกอบการแสดง การบรรจุเพลง พบว่า เพลงร้องและดนตรีประกอบการแสดงในการสร้างสรรค์ครั้งนี้ มี 2 วิธีการ คือ 1) การกำหนดเพลงร้องและดนตรีตามแนวทางพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์บทร้องและ บทพากย์ในรัชกาลที่ 6 และ 2) การปรับเปลี่ยนเพลงร้องและดนตรีในบทที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ โดย พิจารณาจากหลักจารีตการบรรจุเพลงร้องในบทละคร และความเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับ แนวคิดในการแสดง


202 อย่างไรก็ตาม แนวคิดการบรรจุเพลงประเภทมีตัวแสดง ผู้บรรจุต้องเข้าใจท่ารำและ ทำนองของเพลงไทยว่าประเภทใด ลักษณะอย่างไร และควรใช้กับบทประเภทใด รู้จักหลักของ เสียงดนตรีที่ใช้ทุกประเภท การบรรจุเพลงลงในเรื่องแต่ละเรื่องหรือแต่ละตอน เพื่อให้กลมกลืน เหมาะสมจะต้องเข้าใจในเนื้อเรื่อง และจุดสำคัญของเรื่อง เมื่อเข้าใจแล้วจะสามารถหาเพลงบรรจุได้ เหมาะสม 1.2.3. การคัดเลือกนักแสดง สำหรับการคัดเลือกนักแสดง ผู้วิจัยได้มีเกณฑ์พิจารณา 2 ประเด็น คือ 1) ด้านคุณสมบัติผู้แสดง กำหนดใช้ผู้แสดงเป็นชายล้วน ตามแนวทางการแสดง การแสดงโขนบรรดาศักดิ์ในรัชกาลที่ 6 แต่เดิมที่ผู้แสดงเป็นมหาดเล็กหลวงข้าราชการในพระองค์ 2) ด้านทักษะนักแสดง ผู้แสดงมีทักษะการแสดงโขน และมีลักษณะรูปร่าง เหมาะสมกับบทบาทการแสดงที่ได้รับ นอกจากนี้ ผู้แสดงต้องสามารถถ่ายทอดกระบวนรำและอารมณ์ ความรู้สึกของตัวละครได้อย่างสมบทบาท 1.2.4. การออกแบบกระบวนท่าและลีลา การออกแบบกระบวนท่าและลีลาในการสร้างสรรค์การแสดงโขนของงานวิจัยฉบับนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการร่วมกับศิลปินโขนละครที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละฝ่ายตัวละครประกอบด้วย พระ นาง ยักษ์ และลิง โดยเล็งเห็นถึงองค์ความรู้ในกระบวนรำของศิลปินที่ได้สั่งสมประสบการณ์จาก การแสดงจนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญ สามารถถ่ายทอดกระบวนท่ารำ รวมถึงออกแบบกระบวนท่ารำ ขึ้นใหม่ตามแนวคิดในการสร้างสรรค์การแสดงของผู้วิจัยได้ โดยยังคงหลักการและจารีตในการแสดง โขนเป็นสำคัญ สำหรับแนวคิดในการออกแบบกระบวนท่าและลีลา ผู้วิจัยยึดหลักจารีตของการแสดง โขน คือ “การรำใช้บท” ตามบทพากย์ เจรจา และการขับร้อง รวมถึงการรำเพลงหน้าพาทย์ประกอบ อากัปกิริยาของตัวละครประกอบบทโขนที่ได้ปรับปรุงขึ้น มีการสร้างสรรค์กระบวนท่ารำใหม่ ประกอบการแสดง ประกอบด้วย 1) กระบวนท่ารำตัวละครพระสมุทร ปัญจมหานที และบริวาร 2) กระบวนท่ารำประกอบบทพากย์ลงสรงสองกษัตริย์ (พระราม พระลักษมณ์) และ 3) กระบวนท่ารำ ระบำท้ายเรื่อง (เทวดา นางฟ้า) 1.2.5. การออกแบบเครื่องแต่งกาย ผู้วิจัยได้กำหนดแนวคิดในการออกแบบเครื่องแต่งกายสำหรับการแสดงโขน คือ สื่อ ถึงอัตลักษณ์รูปแบบการแต่งกายยืนเครื่องอย่างโขนบรรดาศักดิ์ในรัชกาลที่ 6 มาเป็นแนวทาง


203 ในการออกแบบ ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อมูลเอกสารและการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ พบว่า เครื่องแต่ง กายโขนละครในรัชกาลที่ 6 นั้น มีวิวัฒนาการด้วยกัน 3 ประเภท คือ 1) การแต่งกายยืนเครื่องแบบ จารีตดั้งเดิม 2) การแต่งกายยืนเครื่องแบบพระราชประดิษฐ์ และ 3) การแต่งกายเครื่องลักษณะพระราช นิยม โดยผู้วิจัยนำรูปแบบเครื่องแต่งกายทั้ง 3 ประเภท มานำเสนอในการแสดง นอกจากนี้ ผู้วิจัยได้ ออกแบบเครื่องแต่งกายตัวละครที่มีปรากฏในบทของการแสดง ได้แก่ ตัวละครพระสมุทร พระคงคา พระสินธุ พระยมนา พระพรหมบุตร พระโคธาวารี และบริวารนาคี ขึ้นใหม่ 1.2.6. การออกแบบการแต่งหน้า การศึกษาข้อมูลพบว่า ลักษณะการแต่งหน้าในสมัยรัชกาลที่ 6 (ปลายศตวรรษที่ 19 - ต้นศตวรรษที่ 20) มีหลักแนวคิดของศิลปะการแต่งหน้าด้วยกัน 2 ประการ คือ 1. ศิลปะการแต่งหน้า ใช้หลักของจิตรกรรม คือ การแก้ไขรูปหน้าแบบจิตรกรรมในการแต่งหน้า และ 2. ศิลปะการแต่ง หน้าที่คำนึงถึงความสมจริง คือ ลดความขาวของใบหน้าและแต่งให้ใกล้เคียงกับสีผิวคนจริง ดังปรากฏ การแต่งหน้าในงานนาฏกรรม โดยในช่วงนี้ เรียกว่า “หน้าขาวผ่อง” มีลักษณะการผัดใบหน้าขาว แต่ ลดความขาวลักษณะหน้ากากลง มีความเปลี่ยนแปลงเรื่องคิ้วและสีแก้ม คือ เริ่มเขียนคิ้วโค้ง มีหัวคิ้ว เล็ก หางคิ้วเรียวลง แล้วตวัดหางขึ้น ส่วนสีแก้มระเรื่อ นิยมเขียนขอบตาเป็นแนวตรง สีปากแดงเข้ม ด้านใน 1.2.7. การออกแบบฉากและเทคนิคพิเศษ จากกรอบแนวคิดในการออกแบบของผู้วิจัยต้องการให้ฉากสามารถสื่อสารรายละเอียด ให้เป็นไปตามบทพระราชนิพนธ์ และสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวกหรือปรับเปลี่ยนไปยังฉาก ถัดไปได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคนิคเวทีในการเปลี่ยนฉาก แสงสี ตามเนื้อ เรื่อง เช่น Hydraulic Lifting Rim Light ฯลฯ ประกอบเทคนิคพิเศษ เช่น projection mapping Computer Graphic ฯลฯ โดยสามารถแบ่งฉากการแสดงได้ดังนี้ ฉากที่ 1 โรงพิธี ริมมหาสมุทร ฉากที่ 2 ริมมหาสมุทร ฉากที่ 3 พลับพลาพระราม ฉากที่ 4 ห้องสรง ฉากที่ 5 ข้ามสมุทร ฉากที่ 6 บนท้องฟ้า


204 1.3 ประเด็นที่ 3 การประเมินคุณภาพของการสร้างสรรค์กระบวนการแสดงโขนตามแนวทาง บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ผู้วิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลความคิดเห็นต่อผลงานจากผู้ชมกลุ่มตัวอย่างเพื่อประเมินการ แสดง ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ซึ่งผู้วิจัยได้รวบรวมสรุปข้อมูลผลการประเมิน คุณภาพ จากผู้ชมกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 150 ท่าน หลังจากที่ผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิจัยและ รับชมการแสดงสามารถประมวลผลวิเคราะห์ข้อมูลโดยคำนวณค่าสถิติเบื้องต้น 10 ด้าน คือ 1) ด้าน แนวคิดในการแสดง 2) ด้านรูปแบบและการนำเสนอการแสดง 3) ด้านองค์ประกอบการแสดง 4) ด้านองค์ประกอบการแสดง (เพลงร้องและดนตรี) 5) ด้านองค์ประกอบกาารแสดง (นักแสดง) 6) ด้านองค์ประกอบการแสดง (กระบวนท่ารำและลีลา) 7) ด้านองค์ประกอบการแสดง (เครื่องแต่งกาย) 8) ด้านองค์ประกอบการแสดง (การแต่งหน้า) 9) ด้านองค์ประกอบการแสดง (ฉาก แสง เทคนิคพิเศษ) และ 10) ด้านองค์รวมของผลงาน โดยผลสรุปการประเมินคุณภาพผลงาน การแสดงจากผู้ชมกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 150 ท่าน ที่มีการกำหนดเกณฑ์การวัดเป็น 5 ระดับ คือ 5 มากที่สุด 4 มาก 3 ปานกลาง 2 น้อย และ 1 น้อยที่สุด พบว่า ความพึงพอใจและความรู้สึกต่อผลงาน โดยภาพรวมอยู่ใน “ระดับมากที่สุด” สรุป ท้ายนี้จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “กระบวนการสร้างสรรค์การแสดงโขนตามแนวทาง บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” ผู้วิจัยพบว่าองค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการศึกษาวิจัยนั้น ล้วนเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ ในหลากหลายมิติ ทั้งทางด้านวิชาการ ด้านกระบวนการสร้างสรรค์ ด้านการพัฒนาวงการนาฏศิลป์ และการส่งเสริมเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ ด้านการบริหารจัดการการแสดง ด้านการส่งเสริม เศรษฐกิจและสังคมของชาติ และด้านอัตลักษณ์การสร้างสรรค์และพัฒนาการแสดงของผู้วิจัย ซึ่ง ผู้วิจัยได้มีการอภิปรายต่อในลำดับถัดไป 2. อภิปรายผล จากการวิเคราะห์สังเคราะห์ผลการวิจัยเรื่อง “กระบวนการสร้างสรรค์การแสดงโขนตาม แนวทางบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว” ในครั้งนี้ ผู้วิจัยพบว่าองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นจากการวิจัยนั้น เป็นองค์ความรู้ที่มีประโยชน์


205 หลายด้าน โดยผู้วิจัยสามารถจำแนกการอภิปรายเป็นประเด็นต่าง ๆ ได้ดังนี้ 1) ด้านคุณค่าทาง วิชาการ 2) ด้านกระบวนการสร้างสรรค์ 3) ด้านการพัฒนาวงการนาฏศิลป์และการส่งเสริมเอกลักษณ์ ทางวัฒนธรรมของชาติ4) ด้านการบริหารจัดการการแสดง 5) ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม ของชาติ 6) ด้านอัตลักษณ์การสร้างสรรค์และพัฒนาการแสดงของผู้วิจัย 2.1 ด้านกระบวนการสร้างสรรค์ จากการศึกษาด้านกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานการแสดงโขน โดยใช้แนวคิดการผลิตซ้ำ ทางวัฒนธรรม ตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ผู้วิจัยพบว่า ในด้านกระบวนการสร้างสรรค์ การแสดงนั้น ประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 7 ขั้นตอน คือ 1) การจัดทำบทการแสดง 2) การบรรจุเพลง และดนตรี 3) การคัดเลือกนักแสดง 4) การออกแบบกระบวนท่าและลีลา 5) การออกแบบเครื่องแต่ง กาย 6) การออกแบบการแต่งหน้า และ 7) การออกแบบฉากและเทคนิคพิเศษ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎี นาฏยประดิษฐ์ของสุรพล วิรุฬห์รักษ์ (2547) นอกจากนี้ การประเมินคุณภาพผลงานการแสดงจาก ผู้ชมกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ความพึงพอใจและความรู้สึกต่อผลงานโดยภาพรวมอยู่ในระดับ “มากที่สุด” ซึ่งผลการประเมินดังกล่าวบ่งชี้ให้เห็นว่าผลงานที่ได้สร้างสรรค์นั้นมีคุณภาพจริง ดังนั้นเหล่าศิลปินหรือ นักออกแบบการแสดง จึงสามารถนำองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการสร้างสรรค์ดังกล่าวไปใช้เป็น แบบอย่างในการสร้างสรรค์ผลงานของตนเองได้ 2.2 ด้านการพัฒนาวงการนาฏศิลป์และการส่งเสริมเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ การศึกษาผู้วิจัยพบว่า โขนทุกประเภทล้วนมุ่งเน้นคุณค่าด้านการอนุรักษ์ อย่างไรก็ตาม การ เปลี่ยนแปลงทางสังคมในลักษณะต่าง ๆ ย่อมทำให้โขนได้รับอิทธิพลซึ่งนำไปสู่กระบวนการสร้างสรรค์ ให้เหมาะแก่ยุคสมัยได้ สอดคล้องกับผลการศึกษาของ กรินทร์ กรินทสุทธิ์ (2558) เรื่องปัจจัยต่อการ เปลี่ยนแปลง พัฒนาการ และความหลากหลายของโขน (ทศวรรษที่ 2480 ถึงปัจจุบัน) ซึ่งกล่าวว่า โขนแต่ละประเภทอาจเลือกวิธีการหรือกลยุทธ์ในการอนุรักษ์แตกต่างกัน เช่น อนุรักษ์โดยการสืบทอด การรื้อฟื้นของดั้งเดิม การสร้างผู้ชมโขน ฯลฯ อีกทั้ง ยังมีกลวิธีในการเปลี่ยนแปลงที่ต่างกัน โดยกลยุทธ ที่ถูกใช้เพื่อการอนุรักษ์สิ่งดั้งเดิมและการปรับเปลี่ยนไป พร้อมกัน ได้แก่การ “สร้างสิ่งใหม่จากสิ่งเก่า” เพื่อตอบสนองความต้องการในยุคปัจจุบัน เช่นเดียวกับ นิธิ เอียวศรีวงศ์ (2534, น. 163) ซึ่งกล่าวว่า “นาฏกรรมไทยจะดำรงอยู่ในความนิยมของผู้คนต่อไป การปรับเปลี่ยนไปตามเทคนิคและสังคมคงจะ


206 เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าใครจะเป็นผู้ปรับเปลี่ยนอนุรักษ์มาตรฐานเก่าให้คงอยู่ อย่างบริบูรณ์เป็นความจำเป็น เพราะมาตรฐานเก่าน่าจะเป็นคลังที่คนรุ่นใหม่สามารถเบิกไปใช้ได้ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่การนำไปใช้นั้นไม่น่าจะเป็นการกระทำซ้ำอยู่เสมอไป หากควรจะนำไปเป็นฐาน สำหรับการพัฒนานาฏกรรมสมัยที่เป็นของไทยขึ้น” ดังนั้นการสร้างสรรค์ผลงานการแสดงโดยใช้แนวคิดการผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม พบว่า เป็นอีก หนึ่งแนวทางในการพัฒนาศาสตร์ทางด้านนาฏศิลป์ โดยการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เป็น “ของเดิม” มานำเสนอใน “รูปแบบใหม่” ทำให้เกิดเป็นผลงานที่มีความแปลกตาน่าสนใจ และสอดคล้องกับ ความต้องการของคนตามยุคสมัย กล่าวคือ การนำบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ในรัชกาลที่ 6 มาพัฒนารูปแบบและวิธีการแสดงให้กระชับผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็น การตอบสนองต่อวิถีชีวิตที่เร่งรีบของผู้ชมในยุคปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้การแสดงดังกล่าวได้รับการยอมรับ เมื่อเกิดการยอมรับก็ย่อมก่อให้ความนิยม เมื่อเกิดความนิยมก็ย่อมส่งผลให้เกิดความรักความหวงแหน จนส่งเสริมก่อให้เกิดการอนุรักษ์และสืบทอดศิลปะการแสดง ดังนั้นการสร้างสรรค์ผลงานการแสดง โดยใช้แนวคิดการผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม ถือว่าเป็นแนวทางที่ดีในการพัฒนาวงการด้านนาฏศิลป์ และ ส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์สืบทอด ภูมิปัญญาทางด้านศิลปะการแสดงโขน ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ของชาติให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไปได้ 2.3 ด้านการบริหารจัดการการแสดง การบริหารจัดการการแสดง เป็นอีกหนึ่งทักษะที่ผู้วิจัยควรมีความรอบรู้ เนื่องจากการศึกษา วิจัยเรื่อง “กระบวนการสร้างสรรค์การแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เรื่อง รามเกียรติ์ ตอนจองถนน” นั้น ประกอบไปด้วยขั้นตอนการทำงานที่มีรายละเอียดต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนงาน การดำเนินงาน การควบคุมการผลิตผลงานให้ครอบคลุมในทุกมิติของ การแสดง ดังนั้น ผู้วิจัยจึงต้องมีวิธีการคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีระบบการคิดที่เป็นองค์รวม สามารถ เชื่อมโยงความรู้ประกอบได้อย่างสัมพันธ์กัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างสรรค์การแสดง ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้เรียนรู้จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับปราชญ์ศิลปินทางด้านนาฏศิลป์ เกิดเป็นองค์ความรู้ ใหม่แก่ตัวผู้วิจัย คือ ฐานะผู้ผลิตการแสดง ได้เรียนรู้ขั้นตอนกระบวนการสร้างสรรค์งานตามรูปแบบ นาฏยจารีตที่ประกอบขึ้นจากความคิดด้านการอนุรักษ์และการสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ สำคัญในการสร้างความเข้าใจและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว


207 2.4 ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมของชาติ สุรพล วิรุฬห์รักษ์ (2547, น.26) ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับวงจรความเปลี่ยนแปลงทางด้านนาฏศิลป์ ว่าโดยธรรมชาติของมนุษย์ย่อมพอใจกับสิ่งแปลกใหม่ ซึ่งมีความงดงามตามรสนิยม และคตินิยม แห่งตน ไม่ว่าจะเป็นคนเล่นหรือคนดู หากจำเจอยู่กับนาฏศิลป์ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ก็ย่อมเกิด ความเบื่อหน่ายและเกิดการละทิ้ง ทำให้นาฏศิลป์นั้น ๆ ขาดการสืบทอดและขาดการแสดงอย่าง สม่ำเสมอ ในที่สุดนาฏศิลป์นั้น ๆ ก็อาจเสื่อมสลายไป ซึ่งนั้นแสดงให้เห็นถึงการขาดการพัฒนา ดังนั้น กระบวนการสร้างสรรค์จึงมีบทบาทสำคัญ เพื่อใช้ในการพัฒนาการแสดงให้คงความนิยมและสืบทอด ต่อไปได้ โดยองค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการศึกษาและการสร้างสรรค์ในครั้งนี้ สามารถส่งผลต่อการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมได้ เนื่องจากแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ นั้น มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อพัฒนาการแสดงให้ตอบสนองความต้องการตามรสนิยมและพฤติกรรมของผู้ชมในปัจจุบัน ทำให้ผลงานนาฏศิลป์ของไทยได้มีโอกาสถูกสืบทอดและส่งต่อให้กับนาฏศิลปินรุ่นต่อไปได้ ทั้งนี้ การสืบทอดจะประสบผลสำเร็จและมีความยั่งยืนมากขึ้น หากมีการพัฒนาสร้างสรรค์การแสดง ให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจำเป็นต้องลบนิยามของคำว่า “ศิลปินไส้แห้ง” ออกไปให้ได้ ซึ่งนั้นหมายความว่า ผู้สร้างสรรค์จำเป็นต้องสร้างสรรค์ให้ตรงกับ ความต้องการของผู้ชมในยุคปัจจุบัน เมื่อการแสดงสร้างสรรค์ได้รับการยอมรับก็ย่อมเกิดให้ความนิยม เมื่อเกิดความนิยมก็ย่อมสร้างโอกาสก่อให้เกิดการสร้างรายได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในระดับบุคคล ได้แก่ ผู้ประกอบวิชาชีพการแสดง ระดับองค์กร ได้แก่ องค์กรผู้ประกอบการ ด้านการแสดง และระดับชาติ ได้แก่ การรักษาและสืบทอดไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ 2.5 ด้านอัตลักษณ์การสร้างสรรค์และพัฒนาการแสดงของผู้วิจัย กระบวนการสร้างสรรค์การแสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เรื่อง รามเกียรติ์ ตอนจองถนน มีจุดเริ่มต้นจากแรงบันดาลใจของผู้วิจัยที่ต้องการอนุรักษ์ สืบทอด และ พัฒนาการแสดงโขน เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มผู้ชมที่เป็นเยาวชนในยุคศตวรรษที่ 21 ที่มีรูปแบบ พฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบตามกระแสโลกาภิวัฒน์และมีโอกาสเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้อย่าง หลากหลาย ผู้วิจัยจึงคิดว่าการแสดงโขนซึ่งเป็นศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมของไทยจำเป็นต้องมี


208 การปรับเปลี่ยนและสร้างสรรค์รูปแบบการนำเสนอให้มีความน่าสนใจเหมาะสมกับยุคสมัย ซึ่งจะช่วย พัฒนาและส่งเสริมการสืบทอดวัฒนธรรมต่อไปได้ ทั้งนี้ การสืบทอดวัฒนธรรม ในความเห็นของ Hobsbawn and Ranger (1983; อ้างถึงใน ศิราพร ณ ถลาง, 2559, น.41) กล่าวว่า การสืบทอดวัฒนธรรมให้ยั่งยืนย่อมต้องมีการทำซ้ำ (Repetition) และการทำใหม่ (Invention) ซึ่งการทำใหม่ หมายถึง การกระทำที่ผ่านกระบวนการ เลือก (Selection) และการผนวกรวมสิ่งใหม่ ๆ เข้าด้วยกัน (Recombination) โดยถือว่าการกระทำ ดังกล่าว เป็น “การคิดใหม่” ผู้วิจัยจึงนำแนวคิดดังกล่าวมาเป็นแนวทางในการทำซ้ำ (Repetition) การแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ ตอนจองถนน โดยเลือก (Selection) พระราชนิพนธ์รามเกียรติ์บทร้องและบทพากย์ ชุดจองถนน ในรัชกาลที่ 6 เฉพาะตอนที่ 2 ซึ่งเป็นตอนที่มีเนื้อหาการแสดงน่าสนใจ คือ วิธีดำเนินเรื่อง ตามรามายณะสำนวนอุตตรนิกายของวาลมีกิ ที่มีปรากฏบทบาทของตัวละครสำคัญ เช่น พระสมุทร และบริวาร กองทัพพลวานรและพลหมี คือ กองทัพพญาสุครีพกะปิราช กองทัพพญาชมพูพานฤกษราช และทัพพญาพิเภษณ์ยักษ์ราช ฯลฯ ที่เป็นราชาพันธมิตรของพระราม แตกต่างไปจากรามเกียรติ์ ฉบับรัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 2 โดยนำมาทำใหม่ (Invention) ด้วยการปรับเนื้อหาให้กระชับ และ ผนวกรวมกับ (Recombination) ฉากและเทคนิคสื่อผสม นำมาประยุกต์สร้างสรรค์องค์ประกอบ การแสดงขึ้นใหม่ให้เหมาะสมกับระยะเวลาและบริบทของยุคสมัย 2.6 ด้านคุณค่าด้านการนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ผู้วิจัยพบว่า พระราชนิพนธ์ รามเกียรติ์บทร้องและบทพากย์ ชุดจองถนน ในรัชกาลที่ 6 เป็น ตอนที่มีความแตกต่างจากบทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ในรัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 2 โดยเฉพาะการ เลือกรูปแบบของคำประพันธ์ที่มีลักษณะเป็นบทร้องและบทพากย์สำหรับการแสดงโขน โดยส่วนใหญ่ ประกอบด้วยบทร้องและบทพากย์ที่เป็น กลอนสุภาพ เว้นเสียแต่บทพากย์กาพย์ยานี 11 ที่แสดงให้ เห็นถึงฉากความยิ่งใหญ่ของกระบวนทัพพระรามกับบทเจรจา แบบร่ายยาวในฉากการจองถนน ของนลซึ่งได้แสดงถึงพระอัจฉริยภาพในการพระราชนิพนธ์ ที่ให้ความสำคัญกับเนื้อเรื่องของบท จึง เลือกใช้รูปแบบการประพันธ์ที่มีความแตกต่างจากเดิม นอกจากนี้ ยังได้มีการสอดแทรกแนวทางการ ดำเนินชีวิต และการสอดแทรกแนวความคิดร่วมสมัยในบทพระราชนิพนธ์ วิเคราะห์แยกประเด็น ดังนี้ 2.6.1 ประเด็นเรื่องความเป็นมนุษย์ของพระมหากษัตริย์ที่เปรียบสมมติเทพในยุค ประชาธิปไตยโดยการที่ทรงพระราชนิพนธ์บทเรื่องรามเกียรติ์ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่ากษัตริย์ที่เปรียบเสมือน


209 เทพนั้น แท้จริงแล้วก็คือมนุษย์ผู้หนึ่งที่มี ความรู้สึก มีความรัก โกรธ โมโห เมตตา ได้เหมือน มนุษย์ทั่วไป เพื่อให้ผู้อ่านได้ระลึกว่ากษัตริย์นั้นแท้จริงแล้วก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากทุกคน ซึ่งจาก การพระราชนิพนธ์โดยการสอดแทรกแนวคิดดังกล่าวนั้นทำให้เกิดความเข้าใจในกษัตริย์มากขึ้น 2.6.2 ประเด็นเรื่องการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและประชาธิปไตยเป็นประเด็นที่มี ความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ที่มีการเข้าถึงกันได้ง่าย ดังนั้น หากการดำเนินชีวิต ด้วยความปรองดอง ใช้สันติวิธีและประชาธิปไตย ในการอยู่ร่วมกันก็จะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคนได้อย่างสงบสุข จากประเด็นที่ได้จากการวิเคราะห์ บทพระราชนิพนธ์ดังกล่าวได้สอดคล้องกับแนวคิดของ ธวัชชัย ดุสิตกุล(2547) ที่พบว่า บทพระราชนิพนธ์ บทโขนละครเป็นผลงานการประพันธ์ที่มีคุณค่าทางด้านวรรณคดี ในด้านเนื้อหามีการให้ความรู้ ทางวรรณคดี ประวัติศาสตร์และสังคมวัฒนธรรม ให้แนวความคิดเน้นความสำคัญของการเป็นชาติอารยะ ความสำคัญของผู้นำและความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ให้ข้อคิดอันเป็นคติในการดำเนินชีวิต และมีลักษณะเนื้อหาที่สร้างสรรค์ขึ้นจากจินตนาการในด้านการใช้ภาษามีการเลือกใช้ฉันทลักษณ์ การสรรคำ และการใช้สำนวนโวหารความเปรียบเพื่อสร้างความงดงามทางวรรณศิลป์ในด้านการแสดง พระราชนิพนธ์บทโขนละครมีความสอดคล้องสัมพันธ์กับศิลปะการแสดงประเภทต่าง ๆ และสามารถ นำไปจัดแสดงได้อย่างเหมาะสม 3. ข้อเสนอแนะ 3.1 ศิลปะการแสดงโขนได้มีการให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องจารีตการแสดง เพราะฉะนั้นการ สร้างสรรค์ผลงานการแสดงโขนรูปแบบใหม่ๆ อาจเสี่ยงต่อการเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ดังนั้น เหล่าศิลปินหรือนักนาฏยประดิษฐ์ยุคใหม่จำเป็นต้องคำนึงถึงการรักษาไว้ซึ่งจารีตอันดีงามเอาไว้ด้วย 3.2 ควรศึกษาบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ตอนอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถนำบท พระราชนิพนธ์เข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์บท และศึกษาถึงพระอัจฉริยภาพในการพระราชนิพนธ์ที่มี การใช้รูปแบบการพระราชนิพนธ์ที่มีความไพเราะ มีรูปแบบของบทพระราชนิพนธ์ที่มีความเหมาะสม ที่จะนำมาใช้ในการแสดงโขนรวมถึงการวิเคราะห์ถึงสิ่งที่สอดแทรกอยู่ในบทพระราชนิพนธ์เรื่อง รามเกียรติ์ ที่สามารถนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และถ่ายทอดไปยังผู้ที่อ่านหรือรับชม การแสดงได้


210 3.3 ผลการศึกษากระบวนการสร้างสรรค์การแสดงโขน ตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอน จองถนน สะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานเป็นกระบวนการสำคัญสำหรับนาฏกรรม ดังนั้น ผู้สนใจจึงยังคงสามารถใช้กระบวนการดังกล่าวในการสร้างสรรค์โขนตอนอื่น ๆ หรือนำ วรรณกรรมอื่น ๆ มาสร้างสรรค์เป็นการแสดงได้


211 บรรณานุกรม กรมศิลปากร. (2550). การศึกษาและการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการแต่งกายยืนเครื่องโขนละครรำ. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. กาญจนา แก้วเทพ และ สมสุข หินวิมาน. (2551). สายธารแห่งนักคิดทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเมือง กับสื่อสารศึกษา. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์. กาญจนา แก้วเทพ. (2541). การวิเคราะห์สื่อ: แนวคิดและเทคนิค. กรุงเทพฯ: ภาควิชาสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จักรกฤษณ์ ดวงพัตรา. (2554). กระบวนเล่นโขนจากบทโขนสมัยรัตนโกสินทร์. ขอนแก่น: ขอนแก่น การพิมพ์. ชวลิต สุนทรานนท์. (2555). นาฏกรรมโขนในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ตอนที่ 1). ศิลปากร, 55(1). 4-17. ชวลิต สุนทรานนท์. (2555). นาฏกรรมโขนในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ตอนที่ 2 : รามเกียรติ์). ศิลปากร, 55(2). 48-57. ณวดี เศรษฐเมธีกุล. (2558). การบริหารจัดการละครเวทีอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการประยุกต์ใช้องค์ ความรู้ทางด้านอีเว้นท์เมเนจเม้นท์. ศิลปกรรมสาร, 10(1). 55-80. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2564 จาก https://fineart.tu.ac.th/mainfile/journal/10-2558-1/2.pdf. ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (2508). ตำนานละครอิเหนา. พระนคร: กรมศิลปากร. ธนิต อยู่โพธิ์. (2539). โขน. กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา. ธวัชชัย ดุสิตกุล. (2547). บทโขนละครพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. ธีรภัทร์ ทองนิ่ม. (2555). โขน. กรุงเทพฯ: โอเดียน สโตร์. ปิ่น มาลากุล. (2517). งานละครของพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้า เจ้าแผ่นดินสยาม. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.


212 พีรพงศ์ เสนไสย. (2546). การวิจัยทางนาฏยศิลป์. มหาสารคาม: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก, พระบาทสมเด็จพระ. (2510). รามเกียรติ์. พระนคร: โรงพิมพ์รุ่งเรืองรัตน์. มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. (2464). รามเกียรติ์ : บทร้องและบทพากย์. ม.ป.ท.: ม.ป.พ.. มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. (2551). บ่อเกิดรามเกียรติ์. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของ สกสค. มนฤดี ธาดาอำนวยชัย, ขวัญเรือน กิติวัฒน์, ธนามล ธนสถิต. (2562). กระบวนการสร้างสรรค์ โดยเรื่องเล่าข้ามสื่อจากบทพระราชนิพนธ์สู่ภาพยนตร์สั้นเรื่อง “สายไปเสียแล้ว. วารสารนิเทศสยามปริทัศน์, 18(24), 73-91. https://so05.tcithaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/191484 มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร. (2535). สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (เล่ม 13). https://saranukromthai.or.th/ebooks/?page_id=260. มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ. (2542). วิวัฒนาการเครื่อง แต่งกายโขนละครในกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ: แปลนโมทีฟ. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (ม.ป.ป.). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 4 มีนาคม 2566 จาก https://library.stou.ac.th/wp-content/odi/online/exhibition-kone/index.html รัชดา โชติพานิช. (2564). พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวกับการสร้างนาฏกรรม. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. รุ้งนภา ยรรยงเกษมสุข. (2557). ชนชั้นนำในการเมืองไทยปัจจุบัน: การศึกษากระบวนการผลิตซ้ำ ทุนวัฒนธรรมตามแนวปิแอร์ บูร์ดิเออ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. วรชาติ มีชูบท. (2553). พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้า แผ่นดินสยาม. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สร้างสรรค์บุ๊คส์


213 ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา. (2534). รามายาณะ. วรรณวิทยา: รวมบทความทางวิชาการภาคภาษาและ วรรณคดี ไทย-บาลี-สันสกฤต บางเรื่อง ของรองศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศิราพร ณ ถลาง. (2559). คติชนสร้างสรรค์ : บทสังเคราะห์และทฤษฎี. กรุงเทพฯ: ศูนย์ มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). สุรพล วิรุฬห์รักษ์. (2543). วิวัฒนาการนาฏยศิลป์ไทยในกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เสาวณิต วิงวอน. (2519). การศึกษาวิเคราะห์บทโขนเรื่องรามเกียรติ์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. Bourdieu, Pierre. (1977b). Reproduction in Education, Society and Culture. London: SAGE. Goddess Vidya. (2012). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 4 ธันวาคม 2565 จาก https://vedicgoddess.weebly.com/goddess-vidya-blog/godavari-a-rivergoddess-by-yogi-ananada-saraswathi Jean-Pierre Dalbéra. (2013). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 4 ธันวาคม 2565 จาก https://www.wikiwand.com/th/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2% E0%B8%A1%E0%B8%B5 Mahavidya. (2008). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 4 ธันวาคม 2565 จาก http://www.mahavidya.ca/2008/06/22/ganga-goddess-and-sacred-river.


214 บุคลานุกรม คมสันฐ หัวเมืองลาด. นาฏศิลปินทักษะพิเศษ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 1 ตุลาคม 2565. ทัศนีย์ ขุนทอง. ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย -คีตศิลป์) พุทธศักราช 2555 ผู้เชี่ยวชาญด้านคีตศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 26 เมษายน 2566. ธีรภัทร์ ทองนิ่ม. ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนยักษ์) อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 26 เมษายน 2566. ประเมษฐ์ บุณยะชัย. ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์-โขน) พุทธศักราช 2563 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนยักษ์) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2566. พหลยุทธ กนิษฐบุตร. รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 26 เมษายน 2566. ไพฑูรย์ เข้มแข็ง. ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย-โขนละคร) พุทธศักราช 2564 ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 7 มีนาคม 2566. วิโรจน์ อยู่สวัสดิ์. ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนลิง) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 7 มีนาคม 2566. ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์. ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) พุทธศักราช 2548 ผู้เชี่ยวชาญ ด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 7 มีนาคม 2566. สุพรทิพย์ ศุภรกุล. ผู้เชี่ยวชาญด้านพัสตราภรณ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 26 เมษายน 2566.


215 สุรพงศ์ โรหิตาจล. ดุริยางคศิลปินอาวุโส กลุ่มดุริยางค์ไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. (ผู้ให้ สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 26 เมษายน 2566. สุรัตน์ จงดา. ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) ผู้ช่วยอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 22 พฤษภาคม 2566. เสาวณิต วิงวอน. รองศาสตราจารย์. ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณคดีไทย ภาควิชาวรรณคดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) นฤมล ล้อมทอง. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2566.


216 ภาคผนวก


217 ภาคผนวก ก บทการแสดง


218 1. บทโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ฉบับปรับปรุงสำหรับงานวิจัยเรื่อง “กระบวนการ แสดงโขนตามแนวทางบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน บทโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉากที่ ๑ โรงพิธี ริมมหาสมุทร - ปี่พาทย์ทำเพลง วา - - ม่านเปิด - - พระรามประทับในโรงพิธี - - พระลักษมณ์ประทับบนแท่นศิลาหน้าโรงพิธี - - พิเภษณ์ และสุครีพ เฝ้าอยู่ - ร้องเพลง วา เมื่อนั้น องค์พระอวตารชาญชัยศรี สถิตเหนือบรรยงก์ทรงเพศชี ในโรงพิธีสง่างาม ร้องเพลง สามเส้า ตั้งแต่ภูมีพลีกรรม์ คืนวันล่วงลบคำรบสาม ยังไม่สัมฤทธิ์สิทธิ์ตาม ประสงค์องค์พระรามราชา - ปี่พาทย์ทำเพลง พราหมณ์ออก - - พระรามแสดงความโกรธ จับศร และรำออกจากโรงพิธี - - พลวานรและพลหมีเฝ้า - - พระลักษมณ์ พิเภษณ์ สุครีพตามมาเฝ้า - ร้องเพลงร่าย จึงตรัสแก่อนุชาธิบดี และหมู่โยธีแกล้วกล้า อันผู้ควรรับพลีของราชา คือเทวาทรงสุจริตตน เราอุตส่าห์พลีครบตรีวาร พระสมุทรดื้อด้านไม่ให้ผล


219 เธอนั้นใหลหลงทะนงตน คิดว่าดำกลกำลังแรง ร้องเพลงเชิดฉิ่ง แต่ศรพี่มีฤทธิ์พิษชะงัด ทั้งร้อนจัดยิ่งเพลิงเถกิงแสง พี่จะใช้ศรชัยไปโต้แย้ง จะผาดแผลงลงไปในวารี - ปี่พาทย์ทำเพลง ศรทะนง - (ต่อนี้เลยติดจำอวด, คือมีสัตว์น้ำต่าง ๆ ขึ้นมา, พวกลิงไปจับตัวมาขู่และล้อเล่น ทำทีจะฆ่าแกงกินบ้าง ฯลฯ ให้เป็นการสนุกเฮฮาพอสมควร, เพื่อให้ตัวละครได้พักเล็กน้อย) - พระราม ทำท่าทีไม่พอใจที่ยังไม่เห็นพระสมุทรขึ้นมา จับศรชัยจะแผลงออกไปอีกครั้ง - - พระลักษมณ์เห็นท่าทีจึงเข้ามาเฝ้า - ร้องเพลงกระบอกทอง เมื่อนั้น พระลักษมณ์ประณตบทศรี ทูลว่าข้าขอประทานที โปรดดำริด้วยดีตามธรรมบาล ขอจงทรงงดอาญาก่อน ตรัสเรียกพระสาครผู้ใจหาญ แม้บังอาจขัดราชโองการ ภูบาลค่อยลงอาญายุทธ์ ร้องเพลงเชื้อชั้นเดียว พระหริวงศ์ทรงเปล่งสีหนาทก้องประกาศแก่องค์พระสมุทร ถ้าแม้ว่าท่านเกรงฤทธิรุท จงรีบผุดขึ้นมานบอภิวันท์ ถ้าแม้ไม่ขึ้นมาถวายกร เราจะผาดแผลงศรวิเศษศัลย์ ลงไปให้น้ำเหือดแห้งพลัน เหล่าพรรณมัตสยาพาวอดวาย - ปี่พาทย์ทำเพลงคุกพาทย์ - ฉากที่ ๒ ริมมหาสมุทร ร้องเพลงทะเลบ้า สาครสะเทือนเลื่อนลั่น ป่วนปั่นซ่าซู่มิรู้หาย ด้วยฤทธิ์กำแหงแรงนารายณ์ กำจายก้องกัมปนาการ - พระสมุทรและบริวาร ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาด้าน B (ตามกำหนด) –


220 ร้องเพลงโล้ จึ่งพระสมุทรวุฒิไกร ขึ้นจากชลาลัยรโหฐาน ผุดจากทะเลวนชลธาร พร้อมด้วยบริพารนาคี ทั้งพระคงคาโฉมตรู พระสินธูยมนานทีศรี พรหมบุตรโคธาวารี ขึ้นมาอัญชุลีพระสี่กร ร้องเพลงร่าย พระสมุทรจึ่งประณตบทบงสุ์ ทูลองค์พระนารายณ์ทรงศร ว่าขอเดชะพระสี่กร ทรงฟังสุนทรถ้วนคดี อันธาตุดินน้ำและลมไฟ เป็นนิจจะวิสัยทั้งสี่ จะผิดเพี้ยนเปลี่ยนไปนั้นไม่มี ไม่ควรที่วิปริตผิดทำนอง อันสาครมีมาแล้วช้านาน แต่โบราณมิเคยจะแหวกช่อง ให้ผู้ใดเดินไปดังใจปอง ดังนี้เป็นครรลองอย่างมั่นคง แต่ตูข้ามีใจไมตรีฉันท์ อยากจะให้ทรงธรรม์สมประสงค์ ขอถวายอุบายแด่พระองค์ เสด็จสมจำนงถึงลงกา ร้องเพลงตวงพระธาตุ เมื่อนั้น พระทรงสังข์ฟังคำทำนูลว่า ค่อยคลายพิโรธโกรธา จึ่งบัญชาถามพระสมุทรไป อันเรากับเหล่าวานร จะเดินข้ามสาครได้ไฉน จงแถลงอุบายขยายไป เพื่อได้แจ่มแจ้งแห่งคดี ร้องเพลงร่าย บัดนั้น พระสมุทรบังคมก้มเกศี ทูลว่าขอองค์พระจักรี จงตรัสใช้กะบี่ผู้เรืองฤทธิ์ นามกรชื่อนลคนขยัน ลูกพระวิศวกรรม์ศิลปะสิทธิ์ เฉลียวฉลาดทุกทางช่างคิด เรียนรู้นวกิจจากบิดา ขอพระองค์จงสั่งวานรนล จองถนนข้ามแคว้นแดนข้า เพื่อพระองค์ทรงยกโยธา สู่ทวีปลงกาพร้อมไพร่พล


221 - ปี่พาทย์ทำเพลงรัว - - พระสมุทรและบริวาร ค่อย ๆ จมลงด้าน B (ตามกำหนด) – ร้องเพลงพญาสี่เสา เมื่อนั้น พระตรีภพลบโลกทุกแห่งหน จึงดำรัสให้หาวานรนล เจ้าจงจองถนนข้ามสาคร ให้ทหารกะบี่ทั้งนายไพร่ พร้อมใจกันหนออย่าย่อหย่อน ช่วยกันทำถนนหนทางจร เพื่อยกพลากรสู่ลงกา เจรจา นล– นลกะบี่ผู้มีอัชฌาทูลตอบไป ข้าขออาสาพระภูวนัยตามพระประสงค์ จองถนนไปให้ตรง ถึงลงกา ข้าพระบาทชำนาญวิชาของบิตุราช ทั้งเต็มใจและสามารถสนองพระคุณ ทรงการุญแก่ตูข้า สวัสดี นางมันทะรีมารดรแห่งตูข้า เมื่อจะคลอดข้าบาทมาได้รับคำ พระวิศวกรรมผู้ฉลาดประสาทไว้ ให้มีบุตรเป็นศิลปีมีฝีมือ อันร่ำฦๅเชี่ยวชำนาญกว่าชนทั้งผอง เป็นที่สองรองเฉพาะพระวิศวกรรม์ ในนวกรณ์ทุกสิ่งสรรพ์ข้าชำนาญ โปรดดำรัสสั่งทวยหาญทั่วทุกตน ให้ช่วยกันจองถนนในครานี้ เถิด พระเจ้าข้า พระราม – พระหริรักษ์จักรีจึ่งมีราชบัญชา สั่งพระลักษมณ์กนิษฐาผู้ยาใจ ตัวน้องไซร้จง กำชับกำกับการ ให้ทวยหาญทั้งผองจองถนน ตามแบบอย่างวานรนลผู้ต้นปัญญา ทั้ง พิเภษณ์ราชาจอมอสุรี และสุครีพจอมกะบี่ชาญสมร จงช่วยกันดูวานรให้ทำงาน ครั้นสั่งเสร็จพระ ภูบาลก็ผายผัน เสด็จขึ้นสู่สุวรรณพลับพลาฝั่งสาคร บัดนั้น - ปี่พาทย์ทำเพลง เสมอ – - พระราม พระลักษมณ์ รำเพลงเสมอ เข้าเวที -


222 ฉากที่ ๓ พลับพลาพระราม ร้องเพลงช้าปี่ เมื่อนั้น ฝ่ายพระหริวงศ์ทรงศร ครั้นดาวเดือนเลื่อนลับอัมพร ภูธรพลิกฟื้นตื่นนิทรา ร้องเพลงหรุ่ม เสนาะเสียงเรไรไก่แก้ว แจ้ว ๆ สำเนีบงเสียงจ้า มยุเรศร่อนร้องก้องพนา สุริยาไขแสงแข่งสุวรรณ ร้องเพลงร่าย จึ่งเสด็จลุกจากบรรจถรณ์ สอดทรงอลงกรณ์ฉายฉัน นวยนาดวาดกรจรจรัล ผายผันไปประทับหน้าพลับพลา - ปี่พาทย์ทำเพลง เสมอ – ร้องเพลงร่าย บัดนั้น สุครีพบังคมก้มเกศา ทูลว่าขอพระจักรา จงยาตราทัพชัยในวันนี้ ขอพระองค์ทรงขึ้นพาหา หนุมานพญากะบี่ศรี ขอให้พระอนุชาธิบดี ขึ้นทรงบ่ากะบี่องคท ทั้งสองกะบี่แกล้วกล้า จะขึ้นชื่อฦๅชาปรากฏ ดีกว่าพิชัยราชรถ ทรงยศจงทรงพระเมตตา เมื่อนั้น พญาพิเภษณ์ยักษา นบพระนเรนทร์สูรทูลกิจจา ตูข้าได้กราบทูลไว้ ถ้าแม้ว่าถึงเวลา ที่จะยกโยธาทัพใหญ่ ตูข้าจะนำทัพชัย ไปแทบลงกาธานี บัดนี้ข้าขอนำพล ข้ามถนนสู่แดนยักษี ให้เกียรติปรากฏครั้งนี้ ทั่วทั้งธาตรียืนนาน


223 ร้องเพลงกล่อมพญา เมื่อนั้น พระหริรักษ์ศักดากล้าหาญ จึ่งตรัสอนุมัติทุกประการ ตามใจขุนมารและวานร แล้วตรัสชวนองค์พระอนุชา เข้าข้างในพลับพลาสโมสร สององค์นวยนาดวาดกร บทจรสู่ที่สรงชล - ปี่พาทย์ทำเพลง เสมอ - - พระราม พระลักษมณ์ รำเพลงเสมอ ออกส่วนหนึ่งของเวที - ฉากที่ ๔ ห้องสรง ร้องเพลงลงสรงโทน ไขท่อประทุมทั้งสอง น้ำโปรยเป็นละอองดังฝอยฝน เย็นฉ่ำช่ำชื่นรื่นกมล ขัดสีสกนธ์หมดมลทิน เสร็จสรงทรงน้ำมันคันธรส แต่งเกศาสวยสดสมถวิล แล้วจึ่งสององค์ผจงริน น้ำสุคนธ์ชื่นกลิ่นชโลมทา พากย์ลงสรง สอดทรงสนับเพลาภูษา สีชาดสุดสง่า ฉลองพระองค์สดสี ทับทรวงสังวาลรูจี ตาบทิศมณี พระธำมรงค์พรรณราย มงกุฎล้อมเพชรเก็จพราย กุมศรผันผาย มาหน้าสุวรรณพลับพลา - ปี่พาทย์ทำเพลง บาทสกุณี - - พระราม พระลักษมณ์ รำเพลงบาทสกุณีออกหน้าเวที - - รัวท้ายบาทสกุณี กองทัพออกตั้งขบวน -


224 ฉากที่ ๕ ข้ามสมุทร - ปี่พาทย์ทำเพลง เสมอข้ามสมุทร - - ทั้งกองทัพรำเพลง เสมอข้ามสมุทร - - ปี่พาทย์ทำเพลงกราวนอก - พากย์ (รับชโย) งามองค์พระทรงครุฑ เจ้าอยุธยาภา ทรงรัตนวรา ภรณิศร์พิสิฐสรรค์ ทรงบ่าวายุบุตร ฤทธิรุทดังไฟกัลป์ ลอยล่องเหนือฟองอรร ณพะลิ่วเหมือนทิวลม งามองค์พระลักษมัณ ผู้มหันต์มโหดม ศักดิ์เลิศประเสริฐสม วรเกียรติพระจักริน ทรงพาหะองคท กปิยศโยธิน พาข้ามกระแสสิน ธุประหนึ่งพระพายผัน พิเภษณาสูร บริบูรณ์ภักดีครัน พร้อมสี่เสนีขยัน ก็อุเทศกระบวนจร สุครีวะราชา คุมทัพหน้าพวกพานร แห่องค์พระทรงศร เสด็จข้ามนทีศรี ท่านท้าวชมพูพาน คุมทวยหาญคณะหมี แห่หลังสะพรั่งดี ดุจะพลพระเทวินทร์ เดินทัพขยับพล ณถนนข้ามวาริน บัดใจสมใจจิน ตนามุ่งถึงกรุงมาร - กองทัพพระรามเป็นภาพนิ่ง -


225 ฉากที่ ๖ บนท้องฟ้า - เวทีบน พระอินทร์ เทวดา นางฟ้า อวยพร - - กองทัพพระรามอยู่ที่เวทีล่าง - ร้องเพลงเหาะ เมื่อนั้น ฝ่ายท้าวมัฆวามหาศาล เห็นทัพองค์พระอวตาร เดินผ่านข้ามมหาธารา จึ่งตรัสสั่งทวยเทพเทวี ให้โปรยมาลีบุปผา เพื่อสำแดงฤดีปรีดา ให้เริงร่าฟ้อนรำระบำบรรพ์ ร้องเพลงร่าย เมื่อนั้น ฝ่ายเทพบุตรนางสวรรค์ ยอกรประนมบังคมคัล สรวลสันต์เกษมเปรมปรีดิ์ ร้องเพลงบะหลิ่ม ผจงจับบุปผามาลาศ ต่างพรรณประหลาดสะอาดศรี ต่างองค์ชม้อยคอยที นางเทพบุตรีชำเลืองตา ร้องเพลงเบ้าหลุด แล้วจึ่งจับระบำรำร่าย กรีดกรายรายล่องเวหา ผกผันหันเหียนเวียนมา ไขว่คว้านฤมลไปในที - ปี่พาทย์ทำเพลง เร็ว ลา - - ปี่พาทย์ทำเพลง รัวดึกดำบรรพ์ - จบชุดจองถ


226 2. บทหนังใหญ่และบทโขนหน้าจอ เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน ฉบับกรมศิลปากรปรับปรุง จัดแสดงเนื่องในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชร รัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ เวทีกลางแจ้งมณฑลพิธีท้องสนามหลวง บทหนังใหญ่ และโขนหน้าจอ เรื่องรามเกียรติ์ ฉบับกรมศิลปากรตั้งคณะทำงานจัดทำขึ้นใหม่ ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑ รัชกาลที่ ๒ และรัชกาลที่ ๖ จัดแสดงเนื่องในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี


227 กรมศิลปากรจัดแสดง ณ เวทีกลางแจ้ง มณฑลพิธีท้องสนามหลวง วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๕ เวลา ๒๐.๐๐ น. บทโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด จองถนน* …………………… (ตลกออกเล่าเรื่องว่าพระรามสั่งให้ปลูกโรงพิธีที่ริมฝั่งแม่น้ำ เพื่อขอให้พระสมุทรเปิดทำเป็นทางน้ำ ให้โยธาข้ามสมุทรไปลงกา แล้วให้พวกเสนาล้อมวงไว้) (ตลกเข้าเวที ตั้งโรงพิธี เสนานั่งล้อมโรงพิธีไว้) - ปี่พาทย์ทำเพลงฉิ่ง - (พระราม พระลักษมณ์ ออก) (พระรามป้องหน้า) - เจรจา – พระราม - สมเด็จพระรามราชา ครั้นถึงซึ่งฝั่งมหาวารีศรี เห็นโรงพิธีดูต้องนัยนาสง่างอน พระภูธรก็เสด็จเข้าสู่โรงพิธี บัดนี้พราหมณ์เข้า - ปี่พาทย์ทําเพลงพราหมณ์เข้า - (พระรามรำแล้วเข้านั่งในโรงพิธี) -ร้องเพลงเชื้อ ๒ ชั้น - จึงจุด ธูปเทียน บำบวง สิทธิสรวง ศรีแกล้ว เรืองศรี ปรเมศวร์ เดชล้ำ ธาตรี พรหมา ธิบดี ชัยะชัย ท้าวเมฆ วาหน รณรุฑ พระมหา สมุทร เป็นใหญ่ ข้าจะ ปราบยักษ์ จัญไร ให้โลก ทั้งหลาย คลายร้อน ขอทาง ไปหว่าง อรรณพ จนจบ ลงกา สโมสร หลับเนตร เกศก้ม ประนมกร ภูธร ร่ายมนตรา สง่างาม - ปี่พาทย์ทําเพลงสาธุการ - (พระรามรำตามกระบวน)


228 - ร้องร่าย - ตั้งแต่ ภูมิ พลีกรรม คืนวัน ล่วงลบ คำรบสาม ยังไม่ สัมฤทธิ์ สิทธิ์ตาม ประสงค์ องค์พระราม ราชา - เจรจา - พระราม - สู้ตั้งจิตงอนง้อขอมรรคา แต่องค์พระสมุทรทําเฉื่อยช้าไม่ใยดี เสียเวลาที่เรานี้ ตั้งกิจพิธีวอน แต่พระสาครมาดูแคลนในน้ำใจนัก คิดพลางทางองค์พระหริรักษ์จับ ธนูคันธมาศมณีศรี ออกจากโรงพิธีศรีบวร บัดนี้พรามหมณ์ออก - ปี่พาทย์ทำเพลงพราหมณ์ออก – (พระรามรำออกจากพิธี) (เก็บโรงพิธี) (เสนานั่งตามที่) (พระลักษณ์ประทับรอ) - เจรจา - พระราม - สมเด็จองค์พระสุริย์วงศ์ทรงศรรามราชา ตรัสว่าเราไซร้นี้ได้วิงวอน งอนง้องดงาม ได้ สามราตรี พระสมุทรจะฟังวจีของเรานั้นก็หาไม่ แม้ตัวเราจะรอต่อไปเห็นไม่ควรการ พลางพระอวตารจับศรพรหมาสตร์แสนฤทธิรอน สำแดงฤทธิ์กวัดแกว่งคันศรเริงแรง ดังเพลิงกาล บังเกิดอัศจรรย์บันดาลนภากาศอึกทึกกึกก้อง ฟ้าคะนองดินไหวไปทั่ว ทุกหน เสียงสนั่นลั่นท้อง ทั่วทะเลวน ระลอกชลซัดสาดท่าหาดทราย -ปี่พาทย์ทำเพลงคุกพาทย์ – (พระรามรำหน้าพาทย์ แล้วทำท่ากวัดแกว่งศร) -ร้องเพลงโล้- สาคร เสทือน เลื่อนลั่น ป่วนปั่น ส้าสู้ มิรู้หาย ด้วยฤทธิ์ กำแหง แรงนารายณ์ กำจาย ก้องกัม- ปนาการ จึ่งพระ สมุทร วุฒิไกร ชื้นจาก ชลาลัย รโหฐาน ผุดจาก ทะเลวน ชลธาร พร้อมด้วย บริพาร นาคี (พระสมุทรออกมากับบริวารนาค) - เจรจา -


229 พระสมุทร - พระสมุทรผู้ฤทธีน้อมประณตบทบงส์ ว่าข้าแต่องค์พระนารายณ์ผู้ทรงศร ขอ พระองค์ โปรดทรงฟังสุนทรให้ถ้วนคดี อันด้วยธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นนิจ วิสัยรวมกันทั้งสี่สิ้น จะผิดเพี้ยนเปลี่ยนถิ่นนั้นยังไม่เคยมี จึงมิควรที่จะทำให้วิปริตผิด ทำนอง อันสาครนี้นั้นมีมา แต่ช้านาน นับตั้งแต่โบราณนั้นมิเคยจะแหวกช่องล่อง ขยาย แต่ข้าพระองค์ขอถวายอุบาย แด่พระภูธร เพื่อจะเสด็จจรไปยังเกาะลงกา ขอ องค์พระจักราโปรดทรงใช้ให้กระบี่ ซึ่งเป็นผู้รู้วิธี ในทางคิด เรียนรู้เรื่องนวกิจมาจาก บิดา ขอองค์รามราชาโปรดทรงสั่งใช้ให้วานรนล จองถนน ข้ามเขตแคว้นในแดนข้า เพื่อพระองค์จะได้ยกพหลพลโยธาไปสู่แดนลงการาชธานี ขอพระองค์ ได้ทรงทราบ ใต้ฝ่าธุลีพระทรงสุบรรณ - ร้องเพลงกล่อมพระยา – เมื่อนั้น พระจักรี ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์ จึงตรัสตอบ ขอบใจ ตัวท่านครัน จงช่วยกัน ด้วยจิต ไมตรี ท่านจงช่วย ระงับคลื่น อันครื้นเครง อย่าให้สัตว์ ข่มเหง พวกกระบี่ เมื่อช้า ถึงลงกา ในครานี้ เราจะ ให้พลี อย่างงดงาม - ร้องเพลงบรเทศ - บัดนั้น พระสมุทร เคารพ ครบสาม ทูลว่า ข้าจะ ห้ามปราม บริพาร ทั่วตาม พระโองการ จะมิให้ คลื่นลม ทั้งหลาย มาทำลาย ถนน อันไพศาล ทูลเสร็จ ลาพระ อวตาร คืนลง สู่สถาน ทะเลวน - ปี่พาทย์ทำเพลงเชิด- (พระสมุทรกับบริวารเข้าเวที ) -ร้องเพลงกระบี่ลีลาเมื่อนั้น พระตรีภพ ลบโลก ทุกแห่งหน จึงดำรัส ให้หา วานรนล เจ้าจง จองถนน ข้ามสาคร ให้ทหาร กระบี่ ทั้งนายไพร่ พร้อมใจ กันหนอ อย่าย่อหย่อน ช่วยกัน ทำถนน หนทางจร เพื่อยก พลากร สู่ลงกา


230 - เจรจา - พระราม - สมเด็จพระจักราจึงมีพระราชวาที นี่แน่ะสุครีพบุตรพระสุรีย์ศรีอย่าได้ช้า จงตระเตรียมพลโยธาให้พร้อมไว้ พอเสร็จกิจเราจะยกโยธาไปประชิดลงการาชธานี สั่งเสร็จสมเด็จพระจักรีตรัสชวนพระลักษมณ์ศรีอนุชา เข้าผ่อนพักยังสุวรรณ พลับพลา บัดนี้เข้าม่าน - ปี่พาทย์ทำเพลงปลายเข้าม่าน - (พระราม พระลักษมณ์รำเข้าเวที) (พิเภกษณ์ วานร เสนา เข้าเวที) (เจรจาติดตลกเล่าเรื่องว่าขณะนี้ วานรนลกับพลวานรได้จองถนนเสร็จเป็นที่เรียบร้อย จึงชวนกันเพื่อไปแจ้งให้พระยาสุครีพุทราบ ตลกเข้าเวที) - ปี่พาทย์ทำเพลงรุกรัน – (คนธงออก เสนาพระยาวานรพิเภกษณ์ เสนายักษ์ ออกตามลำาดับ (พระราม พระลักษมณ์ รำออก) - พากย์- งามองค์พระทรงครุฑ เจ้าอยุธยาภา ทรงรัตนวรา ภรณิศร์พิศิฐสรรค์ ทรงบ่าวายบุตร ฤทธิรุทดังไฟกัลป์ ลอยล่องเหนือฟองอรร ณพลิวเหมือนทิวลม งามองค์พระลักษมัน ผู้มหันต์มโหดม ศักดิ์เลิศประเสริฐสม วรเกียรติ์พระจักริน ทรงพาหะองคท กปิยศโยธิน พาข้ามกระแสสิน ธุประหนึ่งพระพายผัน พิเภษณาสูร บริบูรณภักดีครั้น พร้อมสี่เสนีขยัน ก็อุเทศกระบวนจร สุครีวะราชา คุมทัพหน้าพวกวานร แห่องค์พระทรงศร เสด็จช้ามนทีศรี


231 ท่านท้าวชมพูพาน คุมทวยหาญคณะหมี แห่หลังสะพรั่งดี ดุจะพลพระเทวินทร์ เดินทัพขยับพล ณ ถนนข้ามวารินทร์ บัดใจ สมใจจินทร์ ตนามุ่งถึงกรุงมาร - ปี่พายทำเพลงเสมอข้ามสมุทร - (พระราม พระลักษมณ์ เสนา วานร พิเภษณ์ รำตามกระบวนท่า แล้วเข้าเวที)


232 ภาคผนวก ข สูจิบัตรการแสดง


233


Click to View FlipBook Version