186 นำคณะข้าราชการและผู้นำในท้องถิ่น เอาการแสดงการเล่นพื้นเมืองของจังหวัดสุรินทร์ ไปเผยแพร่ สู่มวลชน ทางโทรทัศน์ช่อง 5 ขอนแก่น และทั้งในที่มีงานรับแขกในและนอกจังหวัด เมือ วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชเจ้าสยามมกุฏราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดสุรินทร์ โดยเฮลิคคอปเตอร์ พระที่นั้ง เมือเสด็จถึงสนามบินสุรินทร์ ทรงประทับรถยนต์พระที่นั้งเสด็จไปศาลากลางจังหวัดเพื่อ พระราชทาน พระพุทธนวราชบพิตร ไว้สำหรับชาวสุรินทร์ได้สักการบูชา ณ ศาลาประทับบริเวณ ด้านหน้าอาคารศาลากลางจังหวัด ทรงทอดพระเนตรการแสดง กะโน้บติงต็อง ของนักเรียนโรงเรียน อนุบาลสุรินทร์ จำนวนนักแสดง 100 คน จากนั้นได้ทรงปฏิสันถารกับพสกนิกรชาวสุรินทร์ที่มา รับเสด็จ เมือปี พ.ศ. 2517 แสดงงานช้างในปีนี้ การแสดงเหมือนกับปีก่อน ๆ ที่ผ่านมา แต่พิเศษ ก็คือการเพิ่มการแสดงพื้นบ้าน เรือมกะโน้บติงต็อง เข้ามาโดยใช้ผู้แสดงจำนวนมาก ถึง 400 คนโดย คณะนักเรียนจากโรงเรียนสุรวิทยาคาร และถือว่าเป็นวัฒนธรรมด้านการแสดงของคนจังหวัดสุรินทร์ จะนิยมให้การแสดงเรือมกะโน้บติงต็องในกิจกรรมสำคัญของจังหวัดตลอดมา เมื่อ 25 พฤศจิกายน. พ.ศ. 2520 ทางอำเภอปราสาทก็ได้รับเกียรติให้นายวัชระ เสาโกมุท นายอำเภอขณะนั้น นำคณะกะโน้บติงต็องคณะนี้ ไปแสดงต่อหน้าพระพักตร์ ที่พระราชตำหนักพูพาน นิเวศน์ จังหวัดสกลนคร สมเด็จพระเทพฯรัตนสุดา สยามบรมราชกุมารีสนพระทัยในบาทและทำนอง เพลง อาจารย์ชวนชอบ ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่โรงเรียน.ปราสาทศึกษาคาร ก็ได้จัดตลับเทปกะโน้บติงต็อง ถวาย ส่วนบทร้องนั้น ประพันธ์โดยคุณครูวิลาศ อินแปลง ร้องเองและแต่งเองบรรเลงซอพร้อมคณะ ได้มอบบทเพลงให้จังหวัดเพื่อถวายแด่พระองค์ท่านด้วย นับว่าเป็นเกียรติ แก่เราชาวอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์เป็นอย่างสูง (อติภรณ์ ลิขสิทธ์2563, 13 มีนาคม, สัมภาษณ์) เมือปี พ.ศ. 2521 วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ โดยท่าน อาจารย์ ผกา เบญจกาญจน์ อาจารย์ ประจำภาควิชานาฏศิลป์ ได้เอาการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เช่น เรือมกันตรึม เรือมกะโน้บติงต็อง ออกแสดงที่โรงละคร แห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และได้นำออกแสดงเรื่อยมาควบคู่กับการแสดงชุด อื่น ๆ ประกอบการแสดงวงกันตรึม และได้รับกระท่าการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องจากต้นแบบจังหวัด สุรินทร์ เนื่องด้วยสถานได้แสดงเอกลักษณ์ของของการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ การแสดงสู่ประชาชน แล้วได้คิดท่ารำนำให้สอดคล้องกับแนวคิดหรือท่ารำที่มีเอกลักษณ์มาเรียบเรียง ดัดแปลง และเป็นแบบในการประดิษฐ์ท่ารำเพือให้มีความเป็นระเบียบและสวยงามโดยไม่ทิ้ง เอกลักษณ์ความเป็นท้องถิ่น โดยใช้กระบวนท่ารำแบบดั่งเดิมของจังหวัดสุรินทร์ เมือปี พ.ศ. 2522 อาจารย์พัสตราภรณ์ วิสสุรักษ์ ได้นำเอาเอกสารการแสดงพื้นอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็องเข้าไปสอนให้นักศึกษาวิชาโทนาฏศิลป์ วิทยาลัยครูสุรินทร์ (มหาวิทยาลัยราชภัฎ
187 สุรินทร์) และได้นำเอาการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ออกแสดงงานต่าง ๆ ควบคู่ ไปกับการแสดงชุดอื่น เมือปี พ.ศ. 2525 แสดงในงานพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาส ที่กรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ บรรจบ ครบ 200 ปี วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2525 ทั้งจังหวัดสุรินทร์ มีการประชุมให้แต่ละอำเภอของจังหวัดสุรินทร์นำเอกลักษณ์ การแสดงพื้นบ้าน ของตนโดย อำเภอปราสาท ได้นำเอาการแสดงพื้นบ้าน เรือมกะโน้บติงต็อง ไปแสดงเพื่อเป็นการสมโภชนั้นครั้ง นั้นโดยมีชาวบ้านและนักเรียนของอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ร่วมแสดง มากว่า 50 คน ยุคที่ 3 ปี พ.ศ. 2550 ถึง 2560 เรือมกะโน้บติงต็อง พัฒนาการแสดง เมือ พ.ศ.2550 อัชราพร สุขทอง อาจารย์จากภาควิชานาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สุรินทร์ ได้พัฒนารูปแบบการแสดงกะโน้บติงต็องในจังหวัดสุรินทร์ เป็นช่วงปฏิรูปการศึกษาและ พัฒนาการศึกษาการสื่อความหมายต้องอาศัยหลักวิชาการมากขึ้นเนื่องจากมีพระราชบัญญัติ การศึกษาปีพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ปีพ.ศ. 2545 ให้ก่อจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นและ หลักสูตรสถานศึกษาพื้นฐาน พ.ศ. 2544 มีการวิจัยการศึกษาศิลปะ วัฒนธรรม มากขึ้นการนำเสนอ การสื่อความหมายของตั๊กแตนตำข้าวและ การเกี้ยวพาราสีอย่างเดียวเป็นเชิงวิชาการ มีการนำเสนอ การสื่อความหมายในทางวิทยาศาสตร์ คือวงจรชีวิตของตั๊กแตนตำข้าวโดยนำทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์เพื่อให้สามารถนำสู่จัดการทำเอกสารหลักสูตรท้องถิ่นในกลุ่มสาระสาระศิลปะเป็น รูปแบบการสื่อความหมายได้อย่างชัดเจน แต่ยังยึดแบบรูปการแสดงของเรือมกะโน้บติงต็องในบ้างช่วงไว้และมีลักษณะการแสดง ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน การพัฒนาการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่ได้พัฒนา จากการเล่นเพื่อความสนุกสนานในหมู่บ้านมามีรูปแบบในยุคการส่งเสริมทั้งราชการ เพื่อสื่อทาง ความรู้ของการอนุรักษ์และพัฒนา นำองค์ความรู้ต่าง ๆ เข้ามาประกอบการบันเทิงที่มีสาระและ ความรู้มากขึ้น ซึ้งยุคนี้ได้นำวิทยาศาสตร์เข้ามาประยุกต์คือวงจรตั๊กแตนเพื่อนำสู่การจัดทำเอกสาร หลักสูตรท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการบูรณาการเรียนการสอนและมีความสำคัญต่อการต่อยอดในองค์ความ รู้ท้องถิ่นออกไปสู่สากล เมื่อปี พ.ศ. 2553 คณะครูจากวิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมาโดยอาจารย์พนารัตน์ ศรีแสน อาจารย์สมศักดิ์ บัวบุตรได้นำเอาการแสดงกะโน้บติงต็อง ถ่ายทอดให้แก่นักเรียนและเป็นส่วนหนึ่ง ของการแสดง แสง สี เสียง พิมาย จากสถาปัตยกรรมสมัยขอมโบราณที่ตระหง่านกลางเมืองพิมาย ถูกบอกเล่าเรื่องราวความเชื่อ ได้ถูกนำมาเรียบเรียงและถ่ายทอดในรูปแบบของนาฏการในองค์ ที่ 2 กำหนดวิถีชีวิตการละเล่นของชาวอีสานใต้ ประกอบด้วยการแสดงโดยมีการแสดงเรือม กะโน้บติงต็องด้วยข้อจำกัดในเวลาและการถ่ายทอดการแสดงดังกล่าวอีกพื้นฐานทางด้านการแสดง นาฏศิลป์ของผู้ถ่ายทอดแตกต่างกันเพราะนักแสดงจำนวนหนึ่งคือ นักเรียนสาขาดนตรี และอื่น ๆ
188 ทำให้จัดการแสดงชุดเรือมกะโน้บติงต็องครั้งนี้ต้องมีการปรับปรุงรูปแบบจากเดิมทั้งกระบวน ท่ารำต่าง ๆ และได้นำรูปและประยุกต์ขึ้นมาใหม่ตามแบบฉบับของวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ 1.2 ศึกษาวิเคราะห์องค์ประกอบการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกระโน้บติงต็อง พบว่ารูปแบบและองค์ประกอบการแสดง เรือมกะโน้บติงต็องแบ่งได้ 3 ยุคประกอบด้วย 1.2.2 ยุคที่1 กำเนิดเรือมกะโน้บติงต็อง รูปแบบการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องของนายเต็น ตระการดีและนายเหือน ตรงศูนย์ดี ในยุคแรกใช้แสดงท่าทางประกอบวงกันตรึม โดยการปรับเวลาการแสดงช่วงพักเหนื่อย นักดนตรีการ จะบรรเลงเพลงกะโน้บติงต็องและร้องเพลงบทร้องต่าง ๆ ในวงกันตรึม และปรับเปลี่ยนตามบริบท ของการแสดง เนืองจากวงกันตรึม ในสมัยนั้นรับทำการแสดงในงานเทศกาลต่าง ๆ กระบวนท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องยุคแรกมีกระบวนท่ารำทั้งหมด 3 ท่า 1) ท่าออก 2) ท่าเกี้ยวพาราสี 3) พบเจอ ในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องนายเต็น ตระการดีและนาย เหือน ตรงศูนย์ดี ไว้แสดงให้เกิดความสนุกสนานในเวลาการบรรเลงเพลงในวงกันตรึม ท่าทางที่แสดง เลียนแบบตั๊กแตนตำข้าว เพลงประกอบการแสดงการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องมีกระบวนท่ารำและเพลงในยุคแรก ใช้ทำนองเพลง มีดังนี้ บทไหว้ครูบทเกี้ยว เป็นทำนองบทอาไย (บทกาพย์) ร้องทำนองเพลงกะโน้บติงต็องแบบภาษาเขมรต่ำ ใช้คำสาบก คำผวน 2 แง่ 2 มุม การแต่งกายการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องนายเต็น ตระการดีและนายเหือน ตรงศูนย์ดี การแต่งกายจะเป็นไปตามความเรียบง่ายเสื้อผ้าที่ตนเองมีในครัวเรือน เช่นการนุ่งผ้าโสร่งไหม เสื้อเชิ้ต ใช้ผ้าขาวม้าไหมคาดเอว 1.2.3 รูปแบบและองค์ประกอบการแสดง เรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่2 รูปการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้เรือมกะโน้บติงต็อง ในช่วงปีพ.ศ.2506 ที่การแสดงโดย สถานศึกษาโดยผู้วิจัยพบว่าการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ได้แพร่กระจายสู่ชุมชนและสถานศึกษาใน ทุกระดับการศึกษาโดยมีการนำการถ่ายทอดกระบวนท่ารำการเผยแพร่และการพัฒนาไปใน ทิศทางต่าง ๆ ตามปัจจัยของสถานศึกษาความสำคัญของการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ที่ได้เข้าไปอยู่ใน สถานศึกษาต่าง ๆ ทั้งการศึกษาด้านนาฏศิลป์โดยตรงเช่น วิทยาลัยครูสุรินทร์ (วิทยาลัยมหาวิทยาลัย ราชภัฎสุรินทร์) วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ (มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์) และสถานศึกษาต่าง ๆ ในแถบ อีสานใต้ โดยการนำเอาการแสดงการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ใช้ในการเรียนการสอนและเผยแพร่ ในนามตัวแทนการแสดงวัฒนธรรมอีสานใต้หรือในงานสำคัญต่าง ๆ ซึ่งโดยมีการปรับเปลี่ยนการแสดง ให้เข้ากับบริบทของสถานศึกษา และงานต้อนรับเสด็จและงานต้อนรับแขกผู้ใหญ่ นำออกแสดงโดย มีการกำหนด เครื่องแต่งกาย เนื้อเพลง และรูปแบบแถวในการแสดง .เหมาะสมกับการที่แสดงนั้น ๆ
189 กระบวนท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องยุคแรกมีกระบวนท่ารำทั้งหมด 16 ท่า 1) ท่าออก 2 )ท่าไหว้ครู3) ท่าตัวผู้จิกเอวตัวเมียอยู่ในท่ายืน 4) ตัวผู้นั่งจิกตัวเมียระดับหน้าอก 5) ท่านั่งจิกด้านข้างมือเดียว 6) ท่าจิกเอวโดยใช้สองมือ 7) ท่าวิ่งตามตัวเมีย 8) ท่าตัวผู้ยืน 9) ท่าตัวผู้ ยืนเกี้ยวกับตัวเมีย 10) ท่าตัวผู้จิกตัวเมียด้านข้าง 11) ท่าตัวผู้ ตัวเมียจิกเอวทั้งสองมือพร้อมกัน 12) ท่าตัวผู้ตัวเมีย หยอกกัน 13) ท่าตัวผู้วิ่งตามตัวเมีย 14) ท่าตัวผู้วิ่งตามมาจิกตัวเมีย 15) ท่าตัวผู้ ตามจิกและเกี้ยวตัวเมีย 16) ท่าตัวผู้และตัวเมียเกี้ยวกัน การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ได้ปรับเปลี่ยน กระบวนท่ารำโดยผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดท่ารำจาก นายเต็น ตระการดีและนายเหือน ตรงศูนย์ดี ผู้ปรับปรุงท่ารำคือนายสุลี เลี่ยมดี ครั้งรับเสร็จที่จังหวัดสุรินทร์วันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2512 และ นางอติภรณ์ ลิขสิทธิ์ครั้งรับเสด็จที่พระตำหนักราชนิเวศภูพาน วันที่ 25 พฤศจิกายน พ. ศ. 2520 เพื่อให้มีความหลากหลายของกระบวนท่ารำและสอดคล้องกับการแสดงต้อนรับเสด็จและการเรียน การสอน นักแสดงเรือมกะโน้บติงต็องในยุคที่เผยแพร่สู่ชุมชนและสถานศึกษา นิยมใช้ผู้แสดงที่เป็น ชาย หญิงและมีการแสดงตามบทบาทของตั๊กแตนตัวผู้และตัวเมีย อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เพลงประกอบการแสดงทำนองและจังหวะ เป็นทำนองบทอาไย (บทกาพย์) มีทำนองขับ ร้อง 2 อย่าง คือ อย่างหนึ่งสำหรับตัวผู้อีกอย่างหนึ่งคือตัวเมียหรือจะใช้อย่างเดียวตลอดไปก็ได้ หรือจะสลับกันทั้ง 2 อย่างก็ได้ยิ่งดี ซึ่งทางฝ่ายคนตรีเขามีความรู้ความชำนาญ พอตัวเขาแล้ว จังหวะ เท่าที่นิยมเล่นกันก็มีอยู่ 2 จังหวะคือ จังหวะไหว้ครูกับจังหวะเกี้ยว ส่วนลีลาท่าทาง การฟ้อนรำนั้นแล้วแต่ความเหมาะสมของผู้ฝึก การแต่งกายการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง เริ่มได้เผยแพร่สู่ชุมชนและสถานศึกษามีการจัด แสดงในงานต่าง ๆ ในปี 2506 โดยการนำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง เผยแพร่ของในโอกาสสำคัญ ต่าง ๆ และถ่ายทอดกระบวนท่ารำให้คณะครูและบุคลกรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง มีการแสดงรับ เสร็จต่าง ๆ การแสดงเรือมกะโน้บติงต็องได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกาย โดยเฉพาะ คือมีการแต่ง เลียนแบบตั๊กแตนตำข้าว จึงได้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ให้มี ปีก หน้ากาก มีกระโปรงสำหรับตัวเมีย มีชุดสีเขียว ตามสีของตั๊กแตนตำข้าว มีกางเกงสีเขียว มีเสื้อสีเขียว ลื่อให้เห็นถึงลักษณะของตั๊กแตน ตำข้าวและแบ่งการแต่งกายตามเพศของตั๊กแตนตำข้าว โดยตัวเมียมีการสวมกระโปรงที่สื่อว่าเป็น ตั๊กแตนเพศเมีย 1.2.4 รูปแบบและองค์ประกอบการแสดง เรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 3 ปี พ.ศ. 2550 ถึง 2560 พัฒนาการแสดง (มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์) รูปแบบองค์ประกอบยังคงใช้การย่อเข่าลงและกระดกสะโพกให้งอนขึ้นหลังแอ่น ตั้งมือจีบ กดนิ้วมือขวาอยู่ระดับห่างคิ้ว มือซ้ายอยู่ระดับปาก การเดินจะใช้การดีดขาออกไปด้านข้างสลับกัน เป็นมาในขณะที่มือวาดดึงลงขึ้นมาอยู่ในระดับห่างคิ้วอีกครั้ง สลับกันไปมา แต่ไม่มีการพัฒนารูปแบบ
190 สื่อความหมายวงจรของตั๊กแตนตำข้าวเพื่อสามารถนำสู่การเรียนการสอนหรือหลักสูตรท้องถิ่น โดยการประดิษฐ์ขึ้นท่าใหม่เพื่อให้เกิดกระบวนการสื่อความหมายของตั๊กแตนตำข้าว กระบวนท่ารำการแสดงกะโน้บติงต็องจะจีบแบบพื้นบ้านคือการตั้งมือกดนิ้วชี้ลงส่วนนิ้วที่ เหลือก็ดีดเหยียดลักษณะการใช้เท้าการแสดงกะโน้บติงต็องการใช้เท้า 2 แบบคือ 1)การเดินเลียนแบบชาติปกติของตั๊กแตนตำข้าวคือการย่อเข่าลงแล้วเตะเท้าออกด้านข้าง ซ้าย ขวา 2)การโหย่งขา หมายถึง การทรงตัวด้วยเขย่งเท้า โดยใช้จมูกเท้าในการรับน้ำหนักตัวย่อเขา ทั้งสองต่างระดับกันเข่าข้างหนึ่งจะรับน้ำหนักอีกข้างหนึ่งจะค้ำยันให้การทรงตัวอยู่ได้ในลักษณะ เดียวกันจะต้องมีลักษณะเพื่อช่วยแบ่งน้ำหนักการขึ้นลอยจากพื้น ท่ารำประกอบด้วย1) การออกเวที 2) การทำความเคารพ 3) การกำเนิดตั๊กแตนจากไข่สื่อความหมายของการเกิด 4) การเคลื่อนไหวร่า เริงในวัยเด็กสู่วัยหนุ่มสาว 5) การจับเหยื่อและกินอาหารของตั๊กแตน 6) การต่อสู้เพื่อแย่งชิงคู่ (เป็น การคัดเลือกพันธุ์ที่แข็งแรง) 7) การเกี้ยวพาราสีและการจับคู่เพื่อการผสมพันธุ์8) การกัดกินหัว ตั๊กแตนตัวผู้ในระหว่างผสมพันธุ์ 9) การกลับสู่เวที นักแสดงการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องในยุคที่พัฒนาการแสดงและแปลงรูปแบบเดิม นิยม ใช้ผู้แสดงที่เป็นชาย หญิงและมีการแสดงตามบทบาทของตั๊กแตนตัวผู้และตัวเมีย อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เพลงประกอบการแสดงใช้ประกอบการแสดงกะโน้บติงต็องประกอบด้วย เพลงดังนี้ 1) เพลงพลับพลึง เป็นเพลงช้าของทำน้องพลับพลึงโดยใช้ดนตรีกันตรึมบรรเลงใช้ในงาน พิธีมงคลต่าง ๆ โดยร้องชมความงามของดอกพลับพลึง 2) เพลงอากลาย หรือเรียกอย่างหนึ่งว่า บทเพลงอายัยประยุกต์ คำว่าอายัยมาจากชื่อ คนยัยเป็นภาษาเขมรสุรินทร์ที่เรียกชื่อคนหรือคนดังในยุคสมัยก่อน 3) เพลงมวยลุม เป็นเพลงบรรเลงในการฝึกมวยหลุม เป็นเพลงเร็วบอกถึงความสนุกสนาน เมื่อได้ยินเพลงนี้จะทำให้เกิดความหึกเหิม อยากชกมวย อยากต่อสู้ 4) เพลงกะโน้บติงต็อง เป็นจังหวะสนุกสนานใช้การบรรเลงได้ทั้งวงกันตรึม มโหรี วงปี่พาทย์ ทำให้เกิดความสนุกสนานและลีลาการเต้นเกี้ยวพาราสีของกะโน้บติงต็อง 5) เพลงรำพึงรำพัน (เพลงรำเปย) เป็นเพลงช้าใช้บรรเลงเวลา อำลาหรือหยุด เต้นหรือ รำพึงรำพันถึงคนรักและญาติสนิท กายแต่งกายตัวผู้เมีย ประกอบด้วย ส่วนที่ 1. เป็นชุดรัดรูปสีเขียวตองอ่อนทั้งตัว ส่วนที่ 2. เสื้อผ้าไหมตรูยแสน์ก แขนกุดแบบสวมด้านหน้า ชายเสื้อด้านหน้าห้อยยาวลงมาถึงช่วงหน้าขาเป็น รูปสามเหลี่ยม ด้านหลังตกแต่งด้วยระบายสีเขียว ส่วนที่ 3. กรองคอปักด้วยเลื่อมสีทอง ส่วนที่ 4. ปีกซึ่งมีการพัฒนาให้มีความเหมือนจริงและสวยงามมากยิ่งขึ้น มีลักษณะโปร่งบางซ้อนกัน 4 ชั้น โดย ปีกด้านนอกจะมีสีเขียวเข้มและปีกในอีก 3 ชั้นก็จะมีสีอ่อนลงไปตามลำดับ สามารถกางหรือหุบปีกได้
191 โดยใช้มือดึงก้านปีกขึ้น ส่วนที่ 5. หน้ากากซึ่งก็มีการพัฒนาให้มีความเหมือนจริงขึ้นกว่าเดิม โดยเน้น การใช้สีสันที่เหมือนจริงขึ้นและใช้วัสดุแบบที่ทนทานขึ้นกว่าเดิม และส่วนที่ 6. ทัดดอกไม้ที่บริเวณบน หูด้านซ้าย ตัวผู้ประกอบด้วย ส่วนที่ 1. เป็นชุดรัดรูปสีเขียวตองอ่อนทั้งตัว ส่วนที่2. เสื้อผ้าไหม ตรูยแสน์ก แขนกุดแบบสวมด้านหน้าชายเสื้อด้านหน้าห้อยยาวลงมาถึงช่วงหน้าขาเป็นรูปสามเหลี่ยม ด้านหลังตกแต่งด้วยผ้าสีเขียวไม่มีระบาย ส่วนที่ 3. กรองคอปักด้วยเลื่อมสีทอง ส่วนที่4. ปีกซึ่งมีการ พัฒนาให้มีความเหมือนจริงและสวยงามมากยิ่งขึ้น มีลักษณะโปร่ง บางซ้อนกัน 4 ชั้น โดยปีกด้าน นอกจะมีสีเขียวเข้มและปีกในอีก 3 ชั้นก็จะมีสีอ่อนลงไปตามลำดับ สามารถกางหรือหุบปีกได้โดยใช้ มือดึงก้านปีกขึ้น และส่วนที่ 5. หน้ากากซึ่งก็มีการพัฒนาให้มีความเหมือนจริงขึ้นกว่าเดิม โดยเน้น การใช้สีสันที่เหมือนจริงขึ้นและใช้วัสดุแบบที่ทนทานขึ้นกว่าเดิม 1.2.5 รูปแบบและองค์ประกอบการแสดง เรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 3 ปี พ.ศ. 2550 ถึง 2560 พัฒนาการแสดง (วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา) รูปแบบและองค์ประกอบการแสดง เรือมกะโน้บติงต็อง รูปแบบการแสดง ตั้งมือจีบกดนิ้ว มือขวาอยู่ระดับห่างคิ้ว มือซ้ายอยู่ระดับปาก การเดินจะใช้การดีดขาออกไปด้านข้างสลับกันเป็นมาในขณะที่มือวาดดึงลงขึ้นมาอยู่ในระดับห่างคิ้ว อีกครั้ง สลับกันไปมา วาดมือเป็นไปด้านซ้ายและลงมาตรงกลางและวาดมือออกด้านขวา และมีการ ย่อเข่าเล็กน้อย เน้นกดเกลียวข้างอ่อน ยุบ ยืด ตามจังหวะกระบทอย่างหนักแน่น และใช้วิธีการขยั่น เท้าตามแบบแผนทางด้านนาฏศิลป์ไทย กระบวนท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องของวิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา มีกระบวนท่ารำ ทั้งหมด 7 ท่าประกอบด้วยท่ารำดังนี้ 1) ท่าออก 2) ท่าไหว้ 3) ท่าเล่นปีก 4) ยอกล้อ 5) ท่าเกี้ยว 6) ท่างูกินห่าง 7) เตะขากระบวนท่าได้พัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทการแสดงใน วงกันตรึมและการแสดงกลางแจ้ง เพลงประกอบการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องของวิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา ใช้เพลง อายัยกลายและเพลงกะโน้บติงต็องในการแสดง การแต่งกายการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ในยุคนี้มีการออกแบบเครื่องแต่งกายตาม วัฒนธรรมการแต่งกายของกลุ่มชาติติพันธ์อีสานใต้ซึ่งโดดเด่น ด้านภูมิปัญญา ศิลปหัตถกรรม เฉพาะการทอผ้า ที่มีความงดงามมีเอกลักษณ์ของตนด้วยกรรม วิธีผลิต วัสดุ สีสันของผ้า งาน หัตถกรรมเครื่องเงินเป็นศิลปะหัตถศิลป์มีความงดงามอย่างมาก มีการสั่งสมและถ่ายทอดกันอย่างช้า นานลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนวัสดุที่ใช้คือเงินแท้เกิดความสวยงามเป็นพิเศษยิ่งขึ้นแก่การ อนุรักษ์ภูมิปัญญา มีการสวมเครื่องประดับแบบต่าง ๆ เช่นสร้อยคอ ต่างหู มีการประดับดอกไม้ และ ไม่มีการสวมหน้ากากในการแต่งกายในยุคนี้
192 วิเคราะห์ลักษณะกระบวนท่าเรือมกะโน้บติงต็อง จากการเปรียบเทียบกระบวนท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง จากการแสดง เรือมกะโน้บติงต็องยุคที่ 2 และยุคที่ 3 นี้ พบว่า มีลักษณะท่ารำที่คล้ายคลึงกันมาก นอกจากนี้ ยังมีท่ารำที่แตกต่างกันอีกหลายท่า ด้วยความคิดและจินตนาการของชาวบ้านและผู้คิดพัฒนาการ แสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ซึ่งพบว่าลักษณะท่ารำจะเป็นท่ารำที่เลียนแบบท่าทางที่เป็นธรรมชาติ โดย ใช้ท่ารำที่เลียนแบบธรรมชาติ ทั้งกิริยาท่าทาง การกระทำต่าง ๆ ในวิถีชีวิต ซึ่งใช้องค์ประกอบของ ร่างกายสื่อออกมาทั้งศีรษะ ลำตัว มือ แขน และเท้า ซึ่งกระบวนท่ารำเรือมกะโน้บติงต็องนี้มีลักษณะ ท่ารำที่เป็นแบบฉบับของชาวบ้านเป็นบ้างส่วน เนื่องจากชาวบ้านจะไม่มีการปฏิบัติท่ารำที่ถูกต้องตาม หลักนาฏศิลป์ไทยนักท่าส่วนมากจะเป็นท่ารำที่แสดงออกถึงการเกี้ยวพาราสีการหยอกล้อกันระหว่าง ผู้รำและต่อมามีการพัฒนาโดยระบบการศึกษาได้สร้างสรรค์ขึ้นตามแบบแผนนาฏศิลป์ไทยเป็นต้น ซึ่งพบว่าท่ารำนี้มีปรากฏลักษณะโครงสร้างท่ารำในลักษณะดังนี้ 1) ท่ารำที่เลียนแบบจากกิริยาท่าทางธรรมชาติของตั๊กแตนตำข้าว จากการศึกษาการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องทั้ง 3 ยุค พบว่าท่ารำที่ใช้ประกอบ จะมีการใช้ท่ารำที่เรียนแบบจากกิริยาท่าทางธรรมชาติของตั๊กแตนตำข้าว บทเพลงประกอบการแสดง สื่อความหมายของเนื้อเพลง ทำให้ผู้รำก็จะใส่ลีลา อารมณ์ในการรำประกอบไปด้วยกัน นอกจากนี้ยัง พบว่าผู้รำใช้ท่ารำอิสระในช่วงของเพลงที่ไม่มีเนื้อร้อง หรือช่วงจังหวะต่อระหว่างเพลง ซึ่งทำให้ท่ารำ ที่ออกมานั้นมีความแตกต่างกันไปตามลีลาของผู้รำ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ท่าผสมพันธ์ของตั๊กแตนตำข้าว ท่ากินอาหารของตั๊กแตนตำข้าว ท่ากระบวนการต่อสู้ของตั๊กแตนตำข้าว ท่าเกี้ยวพาราสีของตั๊กแตนตำข้าว จากบทการศึกษากระบวนท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องทั้ง 3 รูปแบบจนนำข้อมูลมา วิเคราะห์พบว่าโครงสร้างในการปฏิบัติท่ารำนั้นจะเป็นการปฏิบัติท่ารำหมู่ ที่แสดงให้เห็นถึงความ พร้อมเพรียงของกระบวนท่าเพื่อความสวยงามในของการแสดง ผู้วิจัยนำเสนอถึงโครงสร้างท่ารำ ที่แสดงออกทุกส่วนของร่างกายสามารถแยกลักษณะสรีระของร่างกายมีทั้งหมด 3 ลักษณะได้แก่ ลักษณะการจีบของการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง เป็นโครงสร้างของท่ารำที่สำคัญเป็นย่าง มากลักษณะการจีบของการแสดงแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ลักษณะการจีบแบบที่ 1 คือการหักกดนิ้ว ลงและหัวแม่มือวางไว้บนนิ้วชี้ในช่วงข้อที่ 2 จากปลายนิ้วชี้ในลักษณะการขัดหรือกดทับไว้ และนิ้วที่ เหลือกรีดออก ลักษณะการจีบนี้ใช้ทั่วไปในการรำพื้นเมืองจังหวัดสุรินทร์ การแสดงจีบลักษณะแบบนี้ เกิดจากขึ้นจากการเลียนแบบการจีบของชาวบ้านทั่วไปในการรำประกอบการแสดง วงกันตรึมโดย มักจะกดหรือหักนิ้วลง ในส่วนนิ้วที่เหลือจะกรีดออกตามธรรมชาติ การสร้างลักษณะโครงสร้างจีบ
193 แบบนี้เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของการจีบในแบบนาฏศิลป์พื้นบ้านอีสานใต้ ผู้รำนาฏศิลป์พื้นบ้านอีสานใต้ จะจำเป็นต้องหัดและปฏิบัติจีบในลักษณะนี้การจีบในลักษณะนี้เป็นโครงสร้างท่ารำสำคัญของ การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ลักษณะการจีบแบบที่ 2 คือการจีบลักษณะการเลียนแบบธรรมชาติขา หน้าของตั๊กแตนตำข้าวจีบแบบหักข้อแขนตั้งฉากนิ้วทั้งสี่เรียงชิดติดกัน ลักษณะการจีบแบบที่ 3 ใช้การกดนิ้วกลางลงส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สวยงามได้ผสมการจีบแบบนาฏศิลป์ไทยเข้าไปร่วม คล้ายลักษณะการจีบล่อแก้วนาฏยศัพท์ของนาฏศิลป์ การใช้เท้า เป็นอีกโครงสร้างท่ารำของการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง การใช้เท้าในการ เคลื่อนไหวของการแสดงนาฏศิลป์ไทยรูปแบบต่าง ๆ มีความต่างแตกกันออกไปตามรูปแบบและ ลักษณะของการแสดงนั้น ๆ การใช้เท้าในการเคลื่อนไหวการแสดงหรือใช้เท้าในการทำท่าทาง ต่าง ๆ เช่น การย่อ การยืด การยุด การดีดเท้า เป็นต้น โครงสร้างท่ารำของการใช้เท้าในการแสดง เรือมกะโน้บติงต็องมีดังนี้ การย่อเท้า ท่ารำการทรงตัวด้วยการเข่ยงเท้า โดยใช้จมูกเท้าในการรับน้ำหนักตัว ย่อเข่า ทั้ง 2 ต่างระดับกัน เข่าหนึ่งจะรับน้ำหนักตัวอีกข้างหนึ่งจะค้ำยันให้การทรงตัวอยู่ ย่อเท้าพี่ใช้ลำตัว และหัวเข่าเป็นตัวบังคับเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ของร่างกายและเกิดท่ารำที่มีความสมดุลย์ทุกส่วนการ ย่อแบบมากไปก็ถึงการกดตัวแบบพิเศษของโครงสร้างท่ารำสำคัญของการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง การยืด – ยุบ ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่ใช้การยืดยุบ ของลำตัวตามจังหวะ โดยการยืดยุบตลอดเวลาในบางรำท่ายืด - ยุบตัวเร็วและขณะเดี่ยวกันมือจะยกสูงขึ้นเพื่อเป็นการช่วย ยกน้ำหนักตัวให้ลอยจากพื้นด้วยและเวลาเดินแปรแถวการทิ้งน้ำหนักตัวยืดยุบและการดึงน้ำหนักเท้า มาขึ้นและเหยียดให้คล้องกับจังหวะเพลงและปฏิบัติท่ารำตลอดเวลาของการรำ การดีดเท้า ท่ารำการแสดงเรือมโน้บติงต็อง มีท่ารำที่ใช้เท้าโดยลักษณะการแตะพร้อมดีด เท้าขึ้นพร้อมกันนั้นมีท่ารำในลักษณะนี้ ทั้งเพลงต้องใช้การดีดหรือการยกเท้าขึ้นทันทีหลังแตะพื้นคือ โครงสร้างท่ารำที่สำคัญของการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ลักษณะการทรงตัวของการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง เป็นอีกโครงสร้างท่ารำของการแสดง เรือมกะโน้บติงต็อง ที่ใช้ลักษณะการทรงตัวในการก้าวเท้าและย่อตัวร่วมกับการถ่ายน้ำหนักตัว ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องที่มีโครงสร้างท่ารำที่เกี่ยวกับการใช้ร่างกายการโน้ม เพื่อให้เกิด ความสมดุลของร่างกาย การทรงตัวและการเข้าเท้า ท่ารำเรือมกะโน้บติงต็องมีลักษณะการทรงตัวที่มีแสดงมี ลักษณะเฉพาะโดยการก้าวเท้าไปข้างหน้าและการย่อตัวลงหัวเข่า ใช้การโน้มตัวไปข้างหน้ามีลักษณะ ท่ารำของการทรงตัวมากกว่าพิเศษและย่อหัวเข่าเท้าตลอดท่ารำลักษณะและมีการวางตำแหน่งที่ สมดุลโดยถ่ายน้ำหนักไปด้านหน้าและด้านหลังตามกระบวนท่าต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสมดุลและ
194 เชื่อมระหว่างท่ารำเพื่อให้เกิดความสอดคล้องไม่ขัดต่อลักษณะท่าจิกโดยโน้มและมีการเชื่อมโยง การก้าวเท้าไปด้านหน้าอีกด้วย ลักษณะท่าเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ลักษณะท่าเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ เรือมกะโน้บติงต็อง ยุคปี พ.ศ. 2522 ท่ารำตัวผู้ตัวเมียหยอกกัน ท่ารำตัวผู้จิกตัวเมียด้านข้าง ท่ารำตัวผู้จิกตัวเมียระดับไหล่ ท่ารำตัวผู้จิกหยอกล้อกันระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย ท่ารำตัวผู้ตามจิกและเกี้ยวตัวเมีย ลักษณะท่าเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ เรือมกะโน้บติงต็อง ยุคปี พ.ศ. 2550 ท่ารำการผสมพันธ์แล้วกัดคอตัวผู้ ท่ารำการกินอาหารของตั๊กแตนตำข้าว ท่ารำกระบวนการต่อสู้ของตั๊กแตนตำข้าวตัวผู้ ท่ารำกระบวนการผสมพันธ์ ท่ารำกระบวนการหยอกล้อผสมพันธ์ ลักษณะท่าเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ เรือมกะโน้บติงต็อง ยุคปี พ.ศ. 2553 ท่ารำกระบวนการเล่นปีก ท่ารำกระบวนการเตะขาหยอกล้อ ท่ารำกระบวนการงูกินหาง วิเคราะห์เปรียบเทียบดนตรีการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ดนตรีพื้นบ้านของชาวอีสานใต้ นิยมเล่นในพื้น ที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และ นครราชสีมาเป็นต้น ลักษณะที่เฉพาะเป็นเอกลักษณ์ของกันตรึม ก็คือเป็นวงพื้นบ้านที่นำเอาจังหวะตี โทน โจ๊ะ คะครึม ครึม มาเป็นชื่อดนตรีที่เรียกว่า กันตรึม ประกอบด้วยปี่อ้อ ซอกันตรึม กลองกันตรึม เครื่องประกอบจังหวะมีฉิ่ง ฉาบ กรับ ทำนองในการใช้เป็นแม่เพลงพื้นบ้านอีสานใต้กันตรึมมีสภาพที่ แตกต่างกับการละเล่นพื้นบ้านอื่น ๆ เนื้อร้องที่ใช้ร้องจะเป็นภาษาเขรมสูงมีเนื้อหาที่สะท้อนถึงความ เป็น ความรักและบรรยายให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ผู้เล่นส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายจำนวน 4 - 5 คน ฝ่ายหญิงส่วนใหญ่จะเข้ามาร้องและร่วมรำเป็นบ้างครั้งแต่อย่างไรก็ตามในขนาดที่ปรากฏ วงกันตรึม ในสถาบันการศึกษาเพิ่มขึ้นตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นหลายจังหวัดทางภาคอีสาน เครื่องดนตรีไม่มีความแตกต่างกัน ทั้ง 3 ยุค
195 วิเคราะห์เปรียบเทียบเครื่องแต่งกายการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ลักษณะการแต่งกายของผู้แสดงเรือมกะโน้บติงต็อง จะมีลักษณะร่วมและลักษณะแตกต่าง กันคือ ลักษณะร่วม คือ การเลียนแบบลักษณะของ ตั๊กแตนตำข้าว ในการสื่อสารลักษณะที่แตกต่าง คือของการแต่งกายกาย ให้มี ปีก หน้ากาก มีกระโปรงสำหรับตัวเมีย มีชุดสีเขียว ตามสีของตั๊กแตนตำ ข้าว มีกางเกงสีเขียว มีเสื้อสีเขียว ลื่อให้เห็นถึงลักษณะของตั๊กแตนตำข้าว และแต่งกายตามลักษณะ เพศของตั๊กแตนตำข้าว คือตัวผู้กับตัวเมีย ลักษณะที่แตกต่างกัน คือ การแสดงเรือมกะโน้บติงต็องใน ยุคช่วงปี พ.ศ. 2506 เผยแพร่ สู่ชุมชนสถานศึกษาและมหาวิทยาราชภัฏบุรีรัมย์ ของการแต่งกายกาย ให้มี ปีก หน้ากาก มีกระโปรง สำหรับตัวเมีย มีชุดสีเขียว ตามสีของตั๊กแตนตำข้าว มีกางเกงสีเขียว มีเสื้อสีเขียว ลักษณะที่แตกต่างกัน ยุคที่ 3 ช่วงปี พ.ศ.2550 พัฒนารูปแบบการแสดงมหาวิทยาลัยราช ภัฏสุรินทร์ตัวผู้เมีย ประกอบด้วย ส่วนที่ เป็นชุดรัดรูปสีเขียวตองอ่อนทั้งตัว ส่วนที่ เสื้อผ้าไหมตรูย แสน์ก แขนกุดแบบสวมด้านหน้า ชายเสื้อด้านหน้าห้อยยาวลงมาถึงช่วงหน้าขาเป็นรูปสามเหลี่ยม ด้านหลังตกแต่งด้วยระบายสีเขียว ส่วนที่ กรองคอปักด้วยเลื่อมสีทอง ส่วนที่ปีกซึ่งมีการพัฒนาให้ มีความเหมือนจริงและสวยงามมากยิ่งขึ้น มีลักษณะโปร่งบางซ้อนกัน 4 ชั้น โดยปีกด้านนอกจะมีสี เขียวเข้มและปีกในอีก 3 ชั้นก็จะมีสีอ่อนลงไปตามลำดับ สามารถกางหรือหุบปีกได้โดยใช้มือดึงก้าน ปีกขึ้น ส่วนที่ หน้ากากซึ่งก็มีการพัฒนาให้มีความเหมือนจริงขึ้นกว่าเดิม โดยเน้นการใช้สีสันที่เหมือน จริงขึ้นและใช้วัสดุแบบที่ทนทานขึ้นกว่าเดิม และส่วนที่ ทัดดอกไม้ที่บริเวณบนหูด้านซ้าย ตัวผู้ประกอบด้วย ส่วนที่ เป็นชุดรัดรูปสีเขียวตองอ่อนทั้งตัว ส่วนที่เสื้อผ้าไหมตรูยแสน์ก แขนกุดแบบสวมด้านหน้าชายเสื้อด้านหน้าห้อยยาวลงมาถึงช่วงหน้าขาเป็นรูปสามเหลี่ยม ด้านหลัง ตกแต่งด้วยผ้าสีเขียวไม่มีระบาย ส่วนที่. กรองคอปักด้วยเลื่อมสีทอง ส่วนที่4. ปีกซึ่งมีการพัฒนาให้มี ความเหมือนจริงและสวยงามมากยิ่งขึ้น มีลักษณะโปร่ง บางซ้อนกัน 4 ชั้นโดยปีกด้านนอกจะมีสีเขียว เข้มและปีกในอีก 3 ชั้นก็จะมีสีอ่อนลงไปตามลำดับ สามารถกางหรือหุบปีกได้โดยใช้มือดึงก้านปีกขึ้น และส่วนที่หน้ากากซึ่งก็มีการพัฒนาให้มีความเหมือนจริงขึ้นกว่าเดิม โดยเน้นการใช้สีสันที่เหมือนจริง ขึ้นและใช้วัสดุแบบที่ทนทานขึ้นกว่าเดิม ลักษณะที่แตกต่างกันยุคที3 ช่วงปีพ.ศ.2553 พัฒนารูปแบบการแสดงวิทยาลัยนาฏศิลป นครราชสีมา มีความงดงามมีเอกลักษณ์ของตนด้วยกรรม วิธีผลิต วัสดุ สีสันของผ้า งานหัตถกรรม เครื่องเงินเป็นศิลปะหัตถศิลป์มีความงดงามอย่างมาก มีการสั่งสมและถ่ายทอดกันอย่างช้านาน ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนวัสดุที่ใช้คือเงินแท้เกิดความสวยงามเป็นพิเศษยิ่งขึ้นแก่การอนุรักษ์ ภูมิปัญญา ช่วงหลังทำประกอบ แสง เสียง พิมาย ได้ปรับใหม่ให้มีความสอดคล้องกับบทที่เล่นและ มีความน่ารักของเด็ก ๆ มากขึ้น ชุดใส่โจงแล้วผ้าขาวม้า หญิงใส่เสื้อเข้ารูป จุดเด่นคือหนวดที่ใช้ทาง หมากมามัดทำเป็นหนวดที่หน้าผาก ในการแต่งกายในยุคนี้
196 2 อภิปรายผล จากการศึกษาวิจัยเรื่อง พัฒนาการแสดงอีสานใต้ เรือมกระโน้บติงต็องพบว่า วัฒนธรรม อีสานใต้ได้รับอธิพลบางส่วนจากประเทศกัมพูชา จึงทำให้วัฒนธรรมทั้งหลายขนธรรมเนียม ประเพณี พิธีกรรม วิถีชีวิต ส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน เป็นสำคัญตลอดจน ศิลปะการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ จาก ปัจจัยทางด้านภาษาที่ได้รับอธิพลจากประเทศเพื่อนบ้าน นิยมเรียกการแสดง หรือการฟ้อน รำ เป็นภาษาอีสานใต้สอดคล้องกับทฤษฎีการแพร่กระจายทางวัฒนธรรมนี้จะเน้นถึงกระบวนการทาง ประวัติศาสตร์ที่ใช้อธิบายจากการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม เรียกว่าลักษณะเฉพาะทาง ประวัติศาสตร์ (Historical particularize) นักมานุษยวิทยาในแนวความคิดนี้คือ ฟรานซ์ โบแอส (Franz Boas. 1940) ดนตรีอีสานใต้มีลักษณะที่แตกต่างจากชาวไทยในภูมิภาคอื่น ๆ เป็นเพราะ มีดินแดนที่มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพที่ตั้งทาง ภูมิศาสตร์ที่ มีเขตติดต่อกับสาธารณรัฐกัมพูชาที่ประชาชนแถบนี้นิยม ที่เรียกกันว่า “เขมรต่ำ” ด้วยเหตุนี้ จึงได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมดนตรี และภาษาบางส่วนผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ดั้งเดิมแบบไทยอีสานและวัฒนธรรมเขมรถิ่นไทย ยังมีการคงสภาพเดิมไว้หลายอย่างโดยเฉพาะวง มโหรีอีสานใต้ วงกันตรึม การละเล่นเจรียง การบรรเลงดนตรีประกอบพิธีกรรม บรรเลงประกอบ การละเล่นและการแสดงในประเพณีต่าง ๆ ตลอดจนงานมงคล อวมงคล งานเทศกาลสำคัญ นาฏศิลป์พื้นบ้านอีสานใต้ มีลักษณะที่แตกต่างจากชาวไทยในภูมิภาคอื่น ๆ ด้วยภาษา ความใกล้ชิดกับประเทศกัมพูชา รวมถึงความที่มีเชื้อสายชนชาติเขมรที่ยิ่งใหญ่ในอดีตอีกทั้งมีลักษณะ ภูมิประเทศที่สมัยก่อนเป็นดินแดนปิดติดต่อโลกภายนอกลำบาก จึงทำให้วัฒนธรรมทั้งหลายของชาว อีสานใต้และด้วยศรัทธาในขนธรรมเนียม ประเพณี พิธีกรรม วิถีชีวิต ที่สำคัญตลอดจน ศิลปะการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ จากปัจจัยทางด้านภาษาที่ได้รับอธิพลจากประเทศเพื่อนบ้าน นิยมเรียกการแสดง หรือการฟ้อน รำ เป็นภาษาอีสานใต้ว่า เรือม การแสดงนาฏศิลป์หรือการละเล่น อีสานใต้ นิยมแสดงในงานรื่นเริง งานประเพณี งานเทศกาลสำคัญ รวมถึงสะท้อนลักษณะนิสัย รักสนุกสนานออกมาในรูปแบบของการฟ้อนรำอย่างเห็นได้ชัด การแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็องเมื่อต้นปี 2490 นายเต้นกับคณะลูกเกวียน ได้ลงไปเขมรต่ำ (กัมพูชา) ทางเขตติดต่อชายแดน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เพื่อนร่วมขบวน เกวียน 4 เล่ม ขากลับเอาสินค้าขึ้นมาทางไทย เกวียนของเพื่อนร่วมเดินทาง ติดโขดหินเชิงเขา นายเต้น ตระการดี ก็ขึ้นโขดหินใหญ่ใกล้บริเวณนั้น เพื่อให้กำลังใจแก่เพื่อนร่วมเดินทางขณะกำลัง กู้เกวียน สอดคล้องกับทฤษฎีการแพร่กระจายทางวัฒนธรรมนี้วัฒนธรรมหนึ่ง ๆ จะแพร่กระจายไป ยังแหล่งอื่น ๆ ได้ต้องยึดหลักว่าวัฒนธรรม คือความคิดและพฤติกรรม (ผลของความคิด) ที่ติดตัว บุคคล บุคคลไปถึงที่ใดวัฒนธรรมก็จะไปถึงที่นั้น ดังนั้น การแพร่กระจายของวัฒนธรรมจะขึ้นอยู่กับ
197 ปัจจัยต่อไปนี้ (ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 2550, น. 25 - 26) จึงมีแนวคิด ท่าทางประกอบเพลงที่ร้องโดยเลียนแบบท่าทางของตั๊กแตนตำข้าว สอดคล้องกับแนวคิดของ เรณูโกศินานนท์ (2547, น. 2) ได้กล่าวไว้ว่าความหมายอันแท้จริงของคำว่า การแสดงพื้นบ้านคือการ แสดงออกซึ่งจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก และความเชื่อถือตามขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งเกี่ยวโยงเป็น สายใยทางวัฒนธรรมอีกด้วย เพราะพฤติกรรมอันแสดงออกและยอมรับกัน สนองความต้องการของ กันและกันได้ย่อมเป็นสิ่งที่คนในสังคมมีส่วนเป็นเจ้าของ ดังนั้นการแสดงพื้นบ้านจึงเปรียบเสมือน อาหารทางจิตใจ อารมณ์ สังคม ไปพร้อมกัน หรืออีกแง่หนึ่งก็เปรียบเสมือนปลาย่อมอาศัยน้ำซึ่งเป็น ทั้งที่เกิด ที่เลี้ยงชีวิต และที่ตาย จะขาดจากกันเสียมิได้ การแสดงพื้นบ้านของท้องถิ่นซึ่งเป็นดังปลา ในท้องน้ำก็ย่อมจะอุดหนุนค้ำจุนกันอยู่ตลอดไป กลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น ทั้งหมดนี้ออกจะเป็นปรัชญาอยู่มาก แสดงเรือมกะโน้บติงต็อง เริ่มได้เผยแพร่สู่ชุมชนและสถานศึกษามีการจัดแสดงในงานต่าง ในปี 2506 โดยการนำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง เผยแพร่ของในโอกาสสำคัญต่าง ๆ และถ่ายทอด กระบวนท่ารำให้คณะครูและบุคลกรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง มีการแสดงรับเสร็จการแสดงเรือม กะโน้บติงต็องได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกาย เพลงร้อง กระบวนท่ารำ เมือปี พ. ศ. 2521 วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ โดยท่าน อาจารย์ ผกา เบจญกาญจน์ อาจารย์ ประจำภาควิชานาฏศิลป์ ได้เอาการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เช่น เรือมกันตรึม เรือมกะโน้บติงต็อง ออกแสดงที่โรงละคร แห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และได้นำออกแสดงเรื่อยมาควบคู่กับการแสดง ชุดอื่น ประกอบการแสดงวงกันตรึม และได้รับกระท่าการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องจากต้นแบบ จังหวัดสุรินทร์ เนื่องด้วยสถานได้แสดงเอกลักษณ์ของของการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เพื่อเป็นการ เผยแพร่การแสดงสู่ประชาชน แล้วได้คิดท่ารำนำให้สอดคล้องกับแนวคิดหรือท่ารำที่มีเอกลักษณ์ มาเรียบเรียง ดัดแปลง และเป็นแบบในการประดิษฐ์ท่ารำเพือให้มีความเป็นระเบียบและสวยงามโดย ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ความเป็นท้องถิ่น โดยใช้กระบวนท่ารำแบบดั่งเดิมของจังหวัดสุรินทร์สอดคล้องกับ แนวคิดสุจริต บัวพิมพ์ (2538, น. 61) ได้กล่าวถึง ความหมายการแสดงพื้นบ้านของไทยเป็น วัฒนธรรมของชาวบ้านที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่อง เกื้อกูลต่อกัน โดยมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรม พื้นบ้านในสาขาอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ศิลปะ ดนตรี วรรณกรรม ตลอดจนความสัมพันธ์กับสภาวะ แวดล้อมของสังคมในยุคสมัยนั้น ๆ เนื้อหาสาระมุ่งให้ความสนุกสนาน บันเทิงใจบางครั้งเป็น การสอนใจหรือเตือนใจชาวบ้าน เพื่อให้กระทำหรือละเว้นการกระทำ ตลอดจนเป็นสิ่งที่สะท้อน ให้เห็นถึงสังคมและวัฒนธรรมไทยในยุคสมัยนั้น ยุคที่ 3 ปี พ.ศ. 2550 ถึง 2560 เรือมกะโน้บติงต็อง พัฒนาการแสดงและแปลงรูปแบบเดิม เมือปี พ.ศ.2550 อัชราพร สุขทอง อาจารย์จากภาควิชานาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สุรินทร์ ได้พัฒนารูปแบบการแสดงกะโน้บติงต็องในจังหวัดสุรินทร์ เป็นช่วงปฏิรูปการศึกษาและ
198 พัฒนาการศึกษาการสื่อความหมายต้องอาศัยหลักวิชาการมากขึ้นแต่ยังยืดรูปการแสดงของเรือม กะโน้บติงต็องในบ้างช่วงไว้และมีลักษณะการแสดงที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน การพัฒนาการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่ได้พัฒนาจากการเล่นเพื่อความสนุกสนานในหมู่บ้าน มีรูปแบบในยุคการส่งเสริมทั้งราชการ เพื่อสื่อทางความรู้ของการอนุรักษ์และพัฒนา นำองค์ความรู้ การแต่งกายเป็นเอกภาพเน้นความเป็นไทยควบคู่สากล มีการพัฒนาต่อยอด ยอมรับในความเป็น สากล มีการนำองค์ความรู้ต่าง ๆ เข้ามาประกอบประยุกต์ในการประดิษฐ์เครื่องแต่งกายให้สื่อ ความหมายและบูรณาการ ในองค์ความรู้ท้องถิ่นไปสู่สากลได้โดยการแต่งกายออกแบ่งตามลักษณะ เพศ ของตั๊กแตนตำข้าว เมื่อปี พ.ศ. 2553 คณะครูจากวิทยาลัยนาฏศิลปะนครราชสีมาโดยอาจารย์ ถ่ายทอดการแสดงเรือมกระโน้บติงต็อง ให้แก่นักเรียนและเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง แสง สี เสียง พิมายครั้งนี้ต้องมีการปรับปรุงรูปแบบจากเดิมทั้งกระบวนท่ารำต่าง ๆ และได้นำรูปและประยุกต์ ขึ้นมาใหม่ตามแบบฉบับของวิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ โดยเลือกเอากระบวนท่าที่โดดเด่นและเป็น เอกลักษณ์เฉพาะมาปรับปรุงใหม่โดยใช้วงกันตรึม มีกระบวนท่าได้พัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทการ แสดงในวงกันตรึมและการแสดงกลางแจ้ง เพลงที่ใช้ประกอบการแสดงคือ เพลงกะโน้บติงต็องการ แต่งกายขึ้นมาใหม่ให้เข้ากับวิถีชีวิตวัฒนธรรมอีสานใต้ โดยหลักการแต่งการของชาวอีสานใต้ ใช้การ นุ่งโจงกระเบนเพื่อการกระฉับกระเฉงในการแสดง เหมาะสมสำหรับนักแสดงที่เป็นเด็ก วิเคราะห์องค์ประกอบการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกระโน้บติงต็องจากการเปรียบเทียบ กระบวนท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง จากการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องยุคที่ 2 และยุคที่ 3 นี้ พบว่า มีลักษณะท่ารำที่คล้ายคลึงกันมาก นอกจากนี้ ยังมีท่ารำที่แตกต่างกันอีกหลายท่า ด้วย ความคิดและจินตนาการของชาวบ้านและผู้คิดพัฒนาการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ซึ่งพบว่าลักษณะ ท่ารำจะเป็นท่ารำที่เลียนแบบท่าทางที่เป็นธรรมชาติ โดยใช้ท่ารำที่เลียนแบบธรรมชาติ ทั้งกิริยา ท่าทาง การกระทำต่าง ๆ ในวิถีชีวิต ซึ่งใช้องค์ประกอบของร่างกายสื่อออกมาทั้งศีรษะ ลำตัว มือ แขน และเท้า ซึ่งกระบวนท่ารำเรือมกะโน้บติงต็องนี้มีลักษณะท่ารำที่เป็นแบบฉบับของชาวบ้านเป็น บ้างส่วน เนื่องจากชาวบ้านจะไม่มีการปฏิบัติท่ารำที่ถูกต้องตามหลักนาฏศิลป์ไทยนักท่าส่วนมากจะ เป็นท่ารำที่แสดงออกถึงการเกี้ยว พาราสี การหยอกล้อกันระหว่างผู้รำและต่อมามีการพัฒนาโดย ระบบการศึกษาได้สร้างสรรค์ขึ้นตามแบบแผนนาฏศิลป์ไทยเป็นต้น ซึ่งพบว่าท่ารำนี้มีปรากฏลักษณะ โครงสร้างท่ารำในลักษณะดังนี้ ท่ารำที่เลียนแบบจากกิริยาท่าทางธรรมชาติของตั๊กแตนตำข้าวจาก การศึกษาการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องทั้ง 3 ยุค พบว่าท่ารำที่ใช้ประกอบ จะมีการใช้ท่ารำที่เรียน แบบจากกิริยาท่าทางธรรมชาติของตั๊กแตนตำข้าว บทเพลงประกอบการแสดงสื่อความหมายของเนื้อ เพลง สอดคล้องกับเครือจิต ศรีบุญนาค (2534, น. ข) กล่าวว่าการฟ้อนรำพื้นบ้านอีสานใต้มีบทต่อ ชุมชนคือสร้างความบันเทิง ความสามัคคี บทเพลงและภาษา เป็นเครื่องสื่อสารข่าวคราว ความรู้สึก
199 ทำให้ผู้รำก็จะใส่ลีลา อารมณ์ในการรำประกอบไปด้วยกัน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้รำใช้ท่ารำอิสระในช่วง ของเพลงที่ไม่มีเนื้อร้อง หรือช่วงจังหวะต่อระหว่างเพลง ซึ่งทำให้ท่ารำที่ออกมานั้นมีความแตกต่างกัน ไปตามลีลาของผู้รำ ดังตัวอย่างต่อไปนี้1) ท่าผสมพันธ์ของตั๊กแตนตำข้าว 2) ท่ากินอาหารของ ตั๊กแตนตำข้าว 3) ท่ากระบวนการต่อสู้ของตั๊กแตนตำข้าว 4) ท่าเกี้ยวพาราสีของตั๊กแตนตำข้าว จากบทการศึกษากระบวนท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องทั้ง 3 รูปแบบจนนำข้อมูลมา วิเคราะห์พบว่าโครงสร้างในการปฏิบัติท่ารำนั้นจะเป็นการปฏิบัติท่ารำหมู่ ที่แสดงให้เห็นถึงความ พร้อมเพรียงของกระบวนท่าเพื่อความสวยงามในของการแสดง ผู้วิจัยนำเสนอถึงโครงสร้างท่ารำ ที่แสดงออกทุกส่วนของร่างกายสามารถแยกลักษณะสรีระของร่างกายมีทั้งหมด 3 ลักษณะได้แก่ ลักษณะมือจีบ 1) คือการหักกดนิ้วลงและหัวแม่มือวางไว้บนนิ้วชี้ในช่วงข้อที่2 จากปลาย นิ้วชี้ในลักษณะการขัดหรือกดทับไว้ และนิ้วที่เหลือกรีดออก 2) คือการจีบลักษณะการเลียนแบบ ธรรมชาติขาหน้าของตั๊กแตนตำข้าวจีบแบบหักข้อแขนตั้งฉากนิ้วทั้งสี่เรียงชิดติดกัน3) ใช้การกด นิ้วกลางลงส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สวยงามได้ผสมการจีบแบบนาฏศิลป์ไทยเข้าไปร่วมคล้าย ลักษณะการจีบล่อแก้วนาฏยศัพท์ของนาฏศิลป์ การใช้เท้า การย่อเท้า ท่ารำการทรงตัวด้วยการเข่ยงเท้า โดยใช้จมูกเท้าในการรับน้ำหนัก ตัว ย่อเข่าทั้ง 2 ต่างระดับกัน เข่าหนึ่งจะรับน้ำหนักตัวอีกข้างหนึ่งจะค้ำยันให้การทรงตัวอยู่ การยืด – ยุบ ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่ใช้การยืดยุบ ของลำตัวตามจังหวะต่าง ๆ โดยการ ยืดยุบตลอดเวลาในบางรำท่ายืด-ยุบตัวเร็วและขณะเดี่ยวกันมือจะยกสูงขึ้นเพื่อเป็นการช่วยยก น้ำหนักตัวให้ลอยจากพื้นด้วยและเวลาเดินแปรแถว การดีดเท้า ท่ารำการแสดงเรือมโน้บติงต็องท่ารำ ที่ใช้เท้าโดยลักษณะการแตะพร้อมดีดเท้าขึ้นพร้อมกันนั้นมีท่ารำในลักษณะนี้ ทั้งเพลงต้องใช้การดีด หรือการยกเท้าขึ้นทันทีหลังแตะพื้นคือโครงสร้างท่ารำที่สำคัญของการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ลักษณะการทรงตัวการทรงตัวและการก้าวเท้า ท่ารำเรือมกะโน้บติงต็องมีลักษณะ การทรงตัวที่มีแสดงมีลักษณะเฉพาะโดยการก้าวเท้าไปข้างหน้าและการย่อตัวลงหัวเข่าใช้การโน้มตัว ไปข้างหน้ามีลักษณะท่ารำของการทรงตัวมากกว่าพิเศษและย่อหัวเข่าเท้าตลอดท่ารำลักษณะและมี การวางตำแหน่งที่สมดุลโดยถ่ายน้ำหนักไปด้านหน้าและด้านหลังตามกระบวนท่าต่าง ๆ ลักษณะท่าเอกลักษณ์และอัตลักษณ์การแสดงเรือมกะโน้บติงต็องการแสดงเรือมกะโน้บ ติงต็อง มีท่ารำเอกลักษณ์และอัตลักษณ์เช่นเดียวกันกับการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้านชุดอื่น ๆ การแสดง มีกระบวนท่ารำที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ โดยมีรูปแบบแนวคิดการประดิษฐ์ท่ารำจาก การเลียนแบบกิริยาของตั๊กแตนตำข้าวและการเกี้ยวพาราสีของผู้เล่นเป็นต้นสอดคล้องได้กล่าว่า ศิวพงศ์ กั้งสกุล และคณะ (2560, น. 113) การสร้างสรรค์การแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุดระบำวัว ชน เป็นการนำเสนอให้เห็นถึงการสร้างสรรค์นาฏศิลป์ท้องถิ่นที่สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ ทางวัฒนธรรมของชาวภาคใต้ เป็นการนำเอาวัฒนธรรมการชนวัว เกิดเป็นการประกอบสร้างกระบวน
200 ท่ารำและการเลือกเพลงให้สอดคล้องกับกระบวนท่ารำตามวัตถุประสงค์ของผู้ประดิษฐ์ชุดการแสดงใน ลักษณะท่ารำที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ ของการแสดงผู้วิจัยนำเสนอถึงท่ารำที่เกิดขึ้นจากการ ประดิษฐ์ท่าทางต่าง ๆ สอดคล้องนายชิน เจริญสุขและคณะ (2551, น. 215) ได้กล่าว่ากระบวนการ รำมีลีลาสื่อความหมายธรรมชาติของนกได้แก่ ท่าบินร่อน ท่าถลาร่อน ท่าแพนปีกหรือกระพือปีก ท่าขยับปีกท่าไซร้ปีก ท่าแพนหาง การบิดศีรษะชูงวง โดยนำเอาท่าธรรมชาติเหล่านั้นมาปรับปรุงให้มี ความประณีตงดงามของศิลปะการร่ายรำเพื่อให้มีความสวยงาม สอดคล้องกับ นางอัชราพร สุขทอง และคณะ (2550, น. 158) ได้กล่าว่าการละเล่นที่พัฒนามาจากสัตว์เป็นครั้งแรก คือ มีการเลียนแบบ ลีลาท่าทางการเคลื่อนไหว และการเกี้ยวพาราสีที่สนุกสนานร่าเริง ของตั๊กแตนตำข้าว มาเป็นการเต้น “กะโน้บติงต็อง” เพื่อการละเล่น เพื่อความสนุกสนานและตลกขบขันในหมู่บ้านจนกลายเป็น เอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของการเรือมกะโน้บติงต็อง โดยแบ่งกระบวนท่าทำเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ ออกเป็น 3 ยุคดังนี้ ลักษณะท่าเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ การวิเคราะห์เปรียบเทียบดนตรีการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 2 และยุคที่ 3 นี้ พบว่าดนตรีประกอบการแสดงใช้ดนตรีพื้นบ้านของชาวอีสานใต้ เรียนว่ากันตรึม นิยมเล่นในพื้นที่ จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และนครราชสีมาเป็นต้น ลักษณะที่เฉพาะเป็นเอกลักษณ์ของ กันตรึม ก็คือเป็นวงพื้นบ้านที่นำเอาจังหวะตีโทน โจ๊ะ ครึม ครึม มาเป็นชื่อดนตรีที่เรียกว่า กันตรึม ประกอบด้วยปี่อ้อ ซอกันตรึม กลองกันตรึมสอดคล้องกับสุพรรณีเหลือบุญชู (2529, น. 146) กล่าว่า มีศิลปวัฒนธรรมดนตรีและการแสดงพื้นบ้านแบบเขรม สามารถจัดระบบคีตลักษณ์ได้ตาม องค์ประกอบ เครื่องประกอบจังหวะมีฉิ่ง ฉาบ กรับ ทำนองในการใช้เป็นแม่เพลงพื้นบ้านอีสานใต้ เนื้อร้องที่ใช้ร้องจะเป็นภาษาเขรมสูงมีเนื้อหาที่สะท้อนถึงความเป็น ความรักและบรรยายให้เห็นถึงวิถี ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสานใต้คล้องคล้องกับจีรพล เพชรสม และคณะ (2547, น. 87) ได้กล่าว่า ดนตรีและทำนองเพลง จะใช้เพลงที่อยู่ในตระกูลกันตรึมของชาวอีสานใต้มีการปรับจังหวะให้กระชับ ตามลีลาของผู้แสดง การวิเคราะห์เปรียบเทียบลักษณะการแต่งกายของผู้แสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ทั้ง 3ยุค จะมีลักษณะร่วมและลักษณะแตกต่างกัน คือลักษณะร่วม คือ การเลียนแบบลักษณะของ ตั๊กแตนตำข้าว ในการสื่อสารลักษณะที่แตกต่าง คือ ของการแต่งกายกาย ให้มี ปีก หน้ากาก มีกระโปรงสำหรับตัวเมีย มีชุดสีเขียว ตามสีของตั๊กแตนตำข้าว มีกางเกงสีเขียว มีเสื้อสีเขียว ลื่อให้ เห็นถึงลักษณะของตั๊กแตนตำข้าว และแต่งกายตามลักษณะเพศของตั๊กแตนตำข้าว คือตัวผู้กับตัวเมีย ความแตกต่างของการแต่งกายของมหาวิทยาลัยราชาภัฏสุรินทร์ คือ ได้มีการมีการสวมบอดี้สูท ที่เป็น สากลและ มีการทำปีกซ้อนเป็นชั้นตามลักษณะเลียนแบบตั๊กแตนตำข้าวและมีการตัดเย็บชุดด้วยผ้า ไหมประจำจังหวัดสุรินทร์สะท้อนให้เห็นถึงภูปัญญาท้องถิ่น การแต่งกายของวิทยาลัยนาฏศิลป นครราชสีมา ชุดใส่โจงแล้วผ้าขาวม้า หญิงใส่เสื้อเข้ารูป จุดเด่นคือหนวดที่ใช้ทางหมากมามัดทำเป็น
201 หนวดที่หน้าผาก ทำประกอบ แสง เสียง พิมาย ได้ปรับใหม่ให้มีความสอดคล้องกับบทที่เล่นและ มีความน่ารักของเด็ก 3 ข้อเสนอแนะ 3.1 ข้อเสนอแนะจากการวิจัย การวิจัยพัฒนาการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้เรือมกะโน้บติงต็อง ได้มีพัฒนาการในแต่ละ ช่วงปีสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงและการคงอยู่ของการแสดงโดยเฉพาะการแสดงในสถานศึกษาใน ระดับอุดมศึกษาและขั้นพื้นฐานควรมีการส่งเสริมการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ การศึกษารวบรวม พัฒนาการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้เรือมกะโน้บติงต็อง ได้เจาะลึกถึงหน่วยงานสถานศึกษาหรือกลุ่ม ผู้แสดงที่ได้รับการถ่ายทอดท่ารำรูปแบบการแสดงโดยเฉพาะ และมีการถ่ายทอดสู่สถานศึกษา ที่มีการเปิดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการแสดงต่าง ๆ 3.2 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 3.2.1 การวิจัยพัฒนาการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้เรือมกะโน้บติงต็อง ได้มีพัฒนาการ ในแต่ละช่วงปีสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงและการคงอยู่ของการแสดงโดยเฉพาะการแสดงใน สถานศึกษาในระดับอุดมศึกษาและขั้นพื้นฐานควรมีการส่งเสริมการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ การศึกษา รวบรวมพัฒนาการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้เรือมกะโน้บติงต็อง ได้เจาะลึกถึงหน่วยงานสถานศึกษา หรือกลุ่มผู้แสดงที่ได้รับการถ่ายทอดท่ารำรูปแบบการแสดงโดยเฉพาะ และมีการถ่ายทอด สู่สถานศึกษา ที่มีการเปิดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการแสดงต่าง ๆ 3.2.2 ควรมีการวิจัยรวบรวมการแสดงพื้นอีสานใต้ชุดการแสดงอื่น ๆ 4 ข้อเสนอแนะอื่นๆ 4.1 นำผลการวิจัยไปเป็นข้อมูลพื้นฐานในการสร้างรายวิชาเลือกในกลุ่มวิชา ศิลปะการแสดงพื้นฐานในหลักสูตรท้องถิ่นระดับประถมศึกษา หรือระดับอื่น ๆ 4.2 นำผลการวิจัยไปเป็นแนวทางการอนุรักษ์การแสดงภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง ๆ
202 บรรณานุกรม กลุ่มงานข้อมูลข่าวสารทางราชการ ส านักงานจังหวัดสุรินทร์. (2557) ประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์ : แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น ส านักงานจังหวัดสุรินทร์. คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและหอจดหมายเหตุ. (2542). วัฒนธรรม พัฒนาการทาง ประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดสุรินทร์. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการ อำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. คณะการจัดการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. (2552).โครงการจัดทำแผนปฏิบัติการ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวและแผนที่กลุ่มเมืองท่องเที่ยว (Zoning) เขตพัฒนาการ ท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้.กรุงเทพฯ : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. คณะทำงานทางวิชาการ. (ม.ป.ป). เอกสารประกอบการประชุม จัดทำข้อมูลการแสดงพิพิภัณฑสถาน แห่งชาติสุรินทร์ : สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9. เครือจิต ศรีบุญนาค. (2534). การฟ้อนรำของชาวไทยเขมรในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาไทยคดีศึกษา (เน้นมนุษยศาสตร์) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม. เครือจิต ศรีบุญนาค. (2539). เจรียงเบริน : เพลงพื้นบ้านของชาวไทยเขมร จังหวัดสุรินทร์. ภาควิชานาฏศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. สุรินทร์ : สถาบันราชภัฏสุรินทร์. เครือจิต ศรีบุญนาค. (2550). การพัฒนาศิลปะการแสดงจากพิธีกรรมกินฮีตของกลุ่มชนเผ่าดั้งเดิม สายตระกูลมอญ - เขมร ในเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง. ปริญญานิพนธ์ปรัชญาดุษฎี บัณฑิตสาขายุทธศาสตร์และการพัฒนาภูมิภาค (กลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง) บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์. เครือจิต ศรีบุญนาค. (2554). ตำรานาฏกรรพื้นบ้านอีสาน. มหาวิทยาลัยราชภัฏ กลุ่มภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ : มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์. จีรพล เพรชสมและคณะ. (2547). วิจัยสร้างสรรค์การแสดงเรือมคล้องช้าง . วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ : กรมศิลปกร. จรูญศรี วีระวานิช. (2524). คู่มือการสอนและการจัดแสดง. กรุงเทพฯ : ชีวินและคณะ จิตร ภูมิศักดิ์. (2525). ข้อเท็จจริงว่าด้วยชนชาติไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์บ่อข้าว. ชัชวาล วงษ์ประเสริฐ. (2532). ศิลปะการฟ้อนภาคอีสาน. สำนักวิทยาบริการ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ : มหาสารคาม. ชิน เจริญสุขและคณะ. (2551). วิจัยสร้างสรรค์การแสดงระบำบุหรงซีงอ. วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง. สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ : กระทรวงวัฒนธรรม
203 ชุดความรู้และนิทรรศการ. (2558). ภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองสุรินทร์. สุรินทร์: แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นห้อง ภาพเมืองสุรินทร์. ทองขาว กิตฺติธโร. (2553). การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม. สารนิพนธ์พุทธศาสตรบัณฑิต คณะสังคมศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ธนาคารไทยพาณิชย์. (2542). สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคอีสาน. พิมพ์ครั้งแรก. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย. ธวัช ปุณโณทก. (2527). ความเชื่อพื้นบ้านสัมพันธ์กับชีวิตในสังคมอีสานในวัฒนธรรมพื้นเมือง : คติความเชื่อ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธัญญาภรณ์ พลายงาม. (2560). พิธีกรรมและการแสดงในการขอฝนขอวัฒนธรรมอีสาน. วิทยานิพนธ์ ศิลปมหาบัณฑิต. สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรุงเทพฯ. นัดรบ มุลาลีและคณะ. (2537). นาฏกรรมอีสาน. ผลงานการศึกษาค้นคว้าศิลป์ วัฒนธรรมพื้นบ้าน อีสาน.พิมพ์ครั้งแรก. กรุงเทพฯ : กรมศิลปกร. บุปผาชาติ อุปถัมภ์นรากร. (2552). ศิลปะการแสดงโนรา การอนุรักษ์ การพัฒนา และการสืบสาน พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: โรงพิมพ์สัมปชัญญะ. ปฐม เคเนจร, ม.ร.ว. (2506). พงศาวดารมณฑลอีสาน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา. ปรียา หิรัญประดิษฐ์. ร.อ.หญิง. (2532). ศิลปะการละเล่นและการแสดงพื้นบ้านของไทย ในเอกสารการสอนชุดวิชาศิลปะการละเล่นและการแสดงพื้นบ้านของไทย. หน่วยที่ 1 - 8 หน้า 1 -1 7. กรุงเทพ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ปิ่น ดีสม. (2522). บันทึกส่วนตัวเพลงเมืองและการละเล่นพื้นเมืองอีสานใต้.สุรินทร์. พรศักดิ์ พรหมแก้ว. (2540). การละเล่นพื้นบ้าน : บทประมวลเพื่อเสนอภาพรวม. ใน ทีทรรศวัฒนธรรม. กรุงเทพ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ไพทูรย มีกุศล. (2545). การพัฒนาสังคมของกลุ่มชนชาติพันธุ์เขรมป่าดง. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ภูมิจิตร เรืองเดช. (2529). กันตรึมพื้นบ้านในจังหวัดบุรีรัมย์. บุรีรัมย์ : โครงการศูนย์วัฒนธรรม ท้องถิ่น กรมการฝึกหัดครู. เรณู โกศินานนท์. (2547). การแสดงพื้นบ้านในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 6 กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช. วิจิตรา ขอนยาง. (2532). การศึกษาประเพณีจากวรรณกรรมนิทานพื้นบ้านอีสาน. วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต.วิชาเอกภาษาไทยคดีศึกษา ศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม. วิโรจน์ เอี่ยมสุข. (2541). หนังสือลักษณะไทยเล่ม 3 ศิลปะการแสดง พิมพ์ครั้งที่แรก. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชย์. วิโรจน์ เอี่ยมสุข. (2551). หนังสือลักษณะไทยเล่ม 3 ศิลปะการแสดง พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ :
204 โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช วิลาส อินแปลง. (2526). บันทึกส่วนตัวเพลงเมืองและการละเล่นพื้นเมืองอีสานใต้. สุรินทร์. วิเศษ ชาญประโคน. (2539). การวิเคราะห์กันตรึม : เพลงพื้นบ้านอีสานใต้. วิทยานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต วิชาเอกภาษาไทย กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ศรีศักร วิลลิโภดม. (2523). พัฒนาการทางสังคม – วัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ : โครงการหนังสือ ชุด 72 ปี. ศิริ ผาสุกและคณะ. (2536). สุรินทร์ มรดกโลกทางวัฒนธรรมในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏ. (2550). วัฒนศิลป์พฤกษา. อุบลราชธานี : มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี. ศิวพงศ์ กั้งสกุลและคณะ. (2560). วิจัยสร้างสรรค์การแสดงระบำวัวชน วิทยาลัยนาฏศิลป นครศรีธรรมราช สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ : กระทรวงวัฒนธรรม ศูนย์วัฒนธรรม วิทยาลัยครูบุรีรัมย์. (2521). สมบัติอีสานใต้ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ. : โรงพิมพ์ภาพพิมพ์ สงบ บุญคล้อย. (2522). สมบัติอีสานใต้ครั้งที่2. วิทยาลัยครูบุรีรัมย์. บุรีรัมย์. : โรงพิมพ์เรวัตการพิมพ์ สงบ บุญคล้อย. (2522). การละเล่นอีสานใต้ (บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ). บุรีรัมย์ : ศูนย์ส่งเสริม และพัฒนาวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ สงบ บุญคล้อย. (2541). หนังสือลักษณะไทย เล่ม 3 ศิลปะการแสดง พิมพ์ครั้งแรก. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช สงบ บุญคล้อย. (2541). กันตรึมเพลงพื้นบ้านอีสานใต้. วารสารทางวิชาการราชภัฏบุรีรัมย์ฉบับ ปฐมฤกษ์งานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 13. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ เทียนวัฒนา. สมเกียรติ ตุงคะเสรีรักษ์. (2536). การปกครองมณฑลนครราชสีมาระหว่าง พ.ศ. 2456-2476 . ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร. สมจิตร กัลยาศิริ. (2524). การวิเคราะห์เพลงพื้นเมืองและการละเล่นพื้นเมืองของจังหวัดสุรินทร์. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตร์มหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สมจิตร พ่วงบุตร.(2526).เพลงพื้นบ้านและการละเล่นพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์. กรุงเทพมหานคร: กรุงสยามการพิมพ์. สม ห วัง ค งป ระยู ร. (ม .ป .ป ). ศิ ล ป ะพื้ น บ้ าน : เชี ย งให ม่ : โรงพิ ม พ์ ส่ งเสริม ธุรกิ จ. สมัคร เจาะใจดี. (2540). พิธีกรรมแอร์เซาะกำป็อจ ของชาวไทยเขรมบ้านหนองกัว ตำบลเมืองที อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์. ปริญญานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตไทยคดีศึกษาเน้น มนุษยศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สมาน แก้วเรืองและคณะ. (2553). วารสารภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ :
205 ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สรเชต วรคามวิชัย. (2531). ประวัติศาสตร์อีสานใต้ก่อนสมัยพุทธศตวรรษที่ 19. ม.ป.ท: ม.ป.พ., สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. (2542). ศิลปะการแสดงของไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา กรมศาสนา. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน. (2554).ฉับบส่งเสริมการเรียนรู้ เล่มที่ 18.กรุงเทพฯ : ส ำ นั ก พิ ม โค ร ง ก า ร ส า ร นุ ก ร ร ม ไท ย ส ำ ห รั บ เย า ว ช น โด ย พ ร ะ ร า ช ป ร ะ ส ง ค์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สุกัญญา สุจฉายา. (2525). เพลงปฎิพากย์ บทเพลงแห่งปฎิภานของชาวไทย. กรุงเพทฯ : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. สุจริต บัวพิมพ์. (2538). มรดกไทย ดนตรีพื้นบ้าน เพลงพื้นบ้าน การแสดงพื้นบ้าน การละเล่นพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์. สุทัศน์ กองทรัพย์. (2555). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอีสานใต้ (พ.ศ.2302-2450). สุรินทร์: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์. สุพรรณี เหลือบุญชู. (2529). ดนตรีศึกษา. สุรินทร์ : วิทยาลัยครูสุรินทร์. สุภัทรดิศ ดิศกุล. (2526). ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนสมัยพุทธศตวรรษที่ 19. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภา. สุมิตร เทพวงษ์. (2548). นาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์สำหรับครูประถมและมัธยม. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์. สุเมธ พากเพียร และคณะ. (2550) การจำแนกและนิเวศวิทยาของตั๊กแตนตำข้าวในพื้นที่ป่าดิบชื้น ป่าเต็งรัง และสวนดอกไม้ในเขตภาคตะวันตก. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, :ม.ป.ท. เสฐียร โกเศศ. (2504). ชีวิตชาวไทยสมัยก่อนและการศึกษาเรื่องประเพณีไทย. พิมพ์ครั้งที่แรก : กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์คลังวิทยา. องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์. (2559). ปราชญ์ชาวบ้าน 9 ภูมิปัญญาท้องถิ่น. สุรินทร์: โรงพิมพ์รุ่งธนเกียติ. อภิศักดิ์ โสมอินทร์. (2521). ภูมิศาสตร์อีสาน. คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ : มหาสารคาม. อัชราพร สุขทองและคณะ. (2550). การพัฒนารูปแบบการแสดงกะโน้บติงต็อง ในจังหวัดสุรินทร์. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ : กระทรวงวัฒนธรรม. อารีย์ อุ่นแก้ว. (2549). วัฒนธรรท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์. พิมพ์ครั้งที่แรก. อุบลราชธานี: โรงพิมพ์ศิริธรรมออฟเซ็ท, เอนก นาวิกมูล. (2550). Tk Park Music Libray ชุดดนตรีไทย : เพลงพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สารคดี.
206 Evans, C. (2004). Exploring the relationship between cognitive style and teaching.Educational Psychology, Franz Boas,Race, (1940). Language, and Culture.New York: The Macmillan Company. John, L.C.( 2004.) Encyclopedia of Entomology Vol. 3 P-Z. Kluwer Academic Publishers. University of Florida, London. Meddison, D.R. (2003). Mantodea (Praying mantids and their relatives). Available Source ; http://tolweb.org/tree?group=Mantodea&contgroup=Dictyoptera
225 บุคลานุกรม โฆษิต ดีสม .ศิลปินมรดกอีสาน สาขาวรรณศิลป์ (ประพันธ์เพลงพื้นเมืองอีสานใต้). (ผู้ให้สัมภาษณ์). เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์. (ผู้สัมภาษณ์). เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2564. ฉัตรเอก หล้าลํ้า .ข้าราชการบำนาญและศิลปินพื้นบ้านการแสดง จังหวัดสุรินทร์. (ผู้ให้สัมภาษณ์). เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์. (ผู้สัมภาษณ์). เมื่อ 25 มีนาคม 2561. ผกา เบจญกาญจน์ .ผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรีนาฏศิลป์พื้นเมืองอีสานใต้ของสถานบันศึกษาอดีตผู้อำนวย สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. (ผู้ให้สัมภาษณ์). เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์. (ผู้สัมภาษณ์). เมื่อ 10 ธันวาคม 2564. พนารัตน์ ศีลแสน. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรีนาฏศิลป์พื้นเมืองอีสานใต้ของสถานบันศึกษา ครูประจำภาค วิชาการนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลปะนครราชสีมา. (ผู้ให้สัมภาษณ์). เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์. (ผู้สัมภาษณ์). เมื่อ 20 ธันวาคม 2564. สมศักดิ์ บัวบุตร. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรีนาฏศิลป์พื้นเมืองอีสานใต้ของสถานบันศึกษาครูประจำ ภาควิชานาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา. (ผู้ให้สัมภาษณ์). เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์. ( ผู้สัมภาษณ์ ). เมื่อ 20 ธันวาคม 2564 สำรวม ดีสม. ศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง(ขับร้องกันตรึมและนาฏศิลป์พื้นเมืองอีสานใต้) . (ผู้ให้สัมภาษณ์). เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์. (ผู้สัมภาษณ์). เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2564. สุรัญญา ทะวงค์ดี. ผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง จากนายเต็น ตระการดีและ นายเหือน ตรงศนูย์ดีครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโพธิ์กอง ตำบลเชื้อเพลิง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์. (ผู้ให้สัมภาษณ์). เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์. (ผู้สัมภาษณ์). เมื่อ 11 มกราคม 2564 สุลี เลี่ยมดี. ผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง จากนายเต็น ตระการดีและ นายเหือน ตรงศูนย์ดีข้าราชการครูบำนาญ ตำบลเชื้อเพลิง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์. (ผู้ให้สัมภาษณ์). เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์. (ผู้สัมภาษณ์). เมื่อ 5 เมษายน 2564. อัจฉรา ภานุรัตน์. ประธานสาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค 2547 – ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏ สุรินทร์ ประธานมูลนิธิซิป (ผู้ให้สัมภาษณ์). เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์. (ผู้สัมภาษณ์). เมื่อ 20 ตุลาคม 2562 อติภรณ์ ลิขสิทธิ์. ผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง จากนายเต็น ตระการดีและ นายเหือน ตรงศูนย์ดีข้าราชการบำนาญ จังหวัดสุรินทร์. (ผู้ให้สัมภาษณ์). เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์. (ผู้สัมภาษณ์). เมื่อ 13 มีนาคม 2563 อัชราพร สุขทอง. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรีนาฏศิลป์พื้นเมืองอีสานใต้ของสถานบันศึกษาอาจารย์ประจำ โปรแกรมวิชานาฏศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์. (ผู้ให้สัมภาษณ์). เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์. (ผู้สัมภาษณ์). เมื่อ 20 ตุลาคม 2564.
226
ประวัติผู้วิจัย ชื่อ – สกุล นายเอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์ วัน เดือน ปีเกิด 14 มิถุนายน พ.ศ. 2535 สถานที่เกิด อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ สถานที่อยู่ปัจจุบัน 67 หมู่ที่ 2 ตำบลปราสาท อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33140 ประวัติการศึกษา พ.ศ.2553 มัธยมศึกษาปีที่ 6 วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด พ.ศ. 2559 ปริญญาครุศาสตรบัณฑิต สาขาศิลปกรรม นาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2566 ปริญญาศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
208 ภาคผนวก
209 ภาคผนวก ก แบบสัมภาษณ์
210 แบบสัมภาษณ์การรวบรวมข้อมูล ชุดที่ 1 คำถามสำหรับผู้เชี่ยวดนตรีนาฏศิลป์พื้นบ้านอีสานใต้ ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง จังหวัดสุรินทร์ 1. ข้อมูลส่วนตัว 1.1 ชื่อ (นาย/นาง/นางสาว)..........................................นามสกุล............................................ 1.2 วัน เดือน ปีเกิด...................................................................อายุ................................ ปี 1.3 ที่อยู่.................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. 1.4 การศึกษา.......................................................................................................................... 1.5 อาชีพ.........................................................ตำแหน่ง.......................................................... 1.6 สถานภาพ.......................................... 1.7 หมายเลขโทรศัพท์.......................................... 2. ข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง จังหวัดสุรินทร์ 2.1 ประวัติความเป็นมาของการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.2 ลักษณะของบทเพลง และเนื้อร้องของการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.3 เครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.4 ลักษณะการแต่งกายของผู้การแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
211 2.5 องค์ประกอบการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.6 โอกาสที่การแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.7 การอนุรักษ์สืบทอดการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
212 แบบสัมภาษณ์การรวบรวมข้อมูล ชุดที่ 2 คำถามสำหรับผู้ที่รับการถ่ายทอดกระบวนท่ารำจากจากนายเต็น ตระการดี และนายเหนือน ตรงสูงดี ที่เกี่ยวข้องกับการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง 1. ข้อมูลส่วนตัว 1.1 ชื่อ (นาย/นาง/นางสาว)..........................................นามสกุล............................................ 1.2 วัน เดือน ปีเกิด...................................................................อายุ..................................ปี 1.3 ที่อยู่.................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. 1.4 การศึกษา.......................................................................................................................... 1.5 อาชีพ.........................................................ตำแหน่ง.......................................................... 1.6 สถานภาพ.......................................... 1.7 หมายเลขโทรศัพท์.......................................... 2. ข้อมูลเกี่ยวกับการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง 2.1 ประวัติความเป็นมาของการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.2 ลักษณะของบทเพลงการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.3 เครื่องดนตรีที่ใช้ในการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.4 ลักษณะการแต่งกายขอการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
213 2.5 รูปแบบและวิธีการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.6 กระบวนท่ารำที่ได้รับการถ่ายทอดจากจากนายเต็น ตระการดี และนายเหนือน ตรงสูงดี ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.7 ได้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนท่ารำการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง หรือ ไหมเพราะเหตุใด ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.8 การอนุรักษ์สืบทอดการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.9 วิธีการถ่ายทอด และระยะเวลาที่ฝึกหัด ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
214 แบบสัมภาษณ์การรวบรวมข้อมูล ชุดที่ 3 คำถามสำหรับผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรี นาฏศิลป์พื้นเมืองอีสานใต้ ของสถานบันศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง 1. ข้อมูลส่วนตัว 1.1 ชื่อ (นาย/นาง/นางสาว)..........................................นามสกุล............................................ 1.2 วัน เดือน ปีเกิด...................................................................อายุ................................. ปี 1.3 ที่อยู่.................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. 1.4 การศึกษา.......................................................................................................................... 1.5 อาชีพ.........................................................ตำแหน่ง.......................................................... 1.6 สถานภาพ.......................................... 1.7 หมายเลขโทรศัพท์.......................................... 2. ข้อมูลเกี่ยวกับการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ในสถานศึกษา 2.1 ประวัติความเป็นมาการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ในสถานศึกษา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.2 ลักษณะของบทเพลง และจำนวนเพลงที่ใช้แสดงและพัฒนาขึ้นใหม่ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.3 เครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.4 ลักษณะการแต่งกายของการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ...............................................................................................................................................................
215 2.5 องค์ประกอบการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.6 กระบวนท่ารำการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ที่ได้พัฒนาและ สร้างสรรค์ขึ้น ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.7 โอกาสที่การแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.8 การอนุรักษ์สืบทอดการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.9 วิธีการถ่ายทอด และระยะเวลาที่ฝึกหัด ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2.10 ปัญหาที่พบในการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ในสถานศึกษา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
216 ภาคผนวก ข การลงพื้นที่ภาคสนาม
217 การลงพื้นที่ภาคสนาม การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง วิทยาลัยนาฎศิลปนครราชสีมา วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ภาพที่72 การสาธิตกระบวนท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง โดยอาจารย์พนรัตน์ ศีลแสน ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่73 สัมภาษณ์รูปแบบการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง จากอาจารย์พนรัตน์ ศีลแสน และอาจารย์ สมศักดิ์ บัวบุตร ที่มา: ผู้วิจัย
218 การลงพื้นที่ภาคสนาม การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565 ภาพที่74 สัมภาษณ์รูปแบบการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง จากอาจารย์ อัชราพร สุขทอง ที่มา: ผู้วิจัย การลงพื้นที่ภาคสนาม การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ผู้ที่ได้รับการถ่ายกระบวนท่ารำ จากนายเต็น ตระการดีและนายเหือน ตรงสูงดี วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2564 ภาพที่75 การสาธิตการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องจากนายสุลี่ เหลี่ยมดี ที่มา: ผู้วิจัย
219 การลงพื้นที่ภาคสนาม การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ผู้ที่ได้รับการถ่ายกระบวนท่ารำ จากนายเต็น ตระการดีและนายเหือน ตรงสูงดี วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2564 ภาพที่76 สัมภาษณ์รูปแบบการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องจากนางสุรัญญา ทะวงค์ดี ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 77 การสาธิตการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องจากนางสุรัญญา ทะวงค์ดี ที่มา: ผู้วิจัย
220 การลงพื้นที่ภาคสนาม การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ผู้ที่ได้รับการถ่ายกระบวนท่ารำ จากนายเต็น ตระการดีและนายเหือน ตรงสูงดี วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2563 ภาพที่78 การสาธิตการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องจาก นางอติภรณ์ ลิขสิทธิ์ ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 79 สัมภาษณ์รูปแบบการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง นางอติภรณ์ ลิขสิทธิ์ ที่มา: ผู้วิจัย
221 การลงพื้นที่ภาคสนาม การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ผู้ที่ได้รับการถ่ายกระบวนท่ารำ จากนายเต็น ตระการดีและนายเหือน ตรงสูงดี วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ภาพที่80 การสาธิตการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องจากชาวบ้านในอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 81 นักดนตรีที่แสดงสาธิตเรือมกะโน้บติงต็องชาวบ้านในอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ที่มา: ผู้วิจัย
222 การนำเสนอเค้าโครงสอบวิทยานิพนธ์ 3 บท การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง สถาบันบัณฑิตพัฒนาศิลป์ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ภาพที่82 การนำเสนอการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์โดยมีคณะกรรมการทั้งหมด 5 ท่าน ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่83 การนำเสนอเค้าโครงสอบวิทยานิพนธ์ 3 บท โดยนำเสนอเกี่ยวกับพัฒนา การแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง ที่มา: ผู้วิจัย
223 การสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง สถาบันบัณฑิตพัฒนาศิลป์ วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ภาพที่84 บันทึกภาพกับร่วมกับประธาน คณะกรรมการ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก ในการสอบ ป้องกันวิทยานิพนธ์ ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่85 มอบของที่ระลึกให้คณะกรรมการผู้สอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ที่มา: ผู้วิจัย
224 การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ในรูปแบบต่าง ๆ ภาพที่87 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ ทรงทอดพระเนตรการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่86 การแสดงเรือมกะโน้บติงต็องของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ แสดงที่ประเทศอิตาลี ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่88 การแสดงเรือมกะโน้บติงต็องในการแสดง แสง สี แสง พิมาย ที่มา: ผู้วิจัย