The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิทยานิพนธ์ หลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย เรื่อง พัฒนาการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์ 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พัฒนาการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์ 2566

วิทยานิพนธ์ หลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย เรื่อง พัฒนาการการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็อง เอกสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์ 2566

86 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 4. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มไปข้างหน้า : โน้มไปข้างหน้า ก้มหน้ามองพื้น : เลื่อนลงมาระดับอก กันศอกออกข้างลำตัว : มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ลงพื้ น ส่วนนิ้วที่เหลือ กรีดออกให้สุด อยู่ระดับอก : ฝ่าเท้าทั้ง 2 วางเต็มเท้า ตัวผู้ปลายเท้าเฉียงออก ตัวเมีย ปลายเท้าชิด : เข่าทั้ง 2 ตึง ตัวผู้หัวเข่าแยกออกจากกัน ตัวเมีย หัวเข่าชิด 5. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หันหน้าเข้าหากัน) : ตรง ตัวผู้ โน้มตัวไปหาตัวเมีย ตัวเมีย เอนตัวไปข้างหลัง : ตั้งตรง : งอศอก : มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน ตัวผู้นิ้วกลางกดหรือจิกลงที่ไหล่ทั้ง 2 ของตัวเมียปลายนิ้วชี้ ลง ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด ตัวเมีย มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน กดปลายนิ้วกลางชี้ลงพื้น เคลื่อนมือทั้ง 2 ออกข้างลำตัว (นั่งคุกเข่า) : ยันด้วยจมูกเท้า แล้วนั่งลงบนส้นเท้า : นั่งคุกเข่าทั้งสองลง น้ำหนักตัวอยู่ที่เข่าทั้งสอง ตัวผู้หัวเข่าแยก ตัวเมีย หัวเข่าชิด 6. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ : ตัวผู้กดเกลียวข้างซ้าย ตัวเมีย กดเกลียวข้างขวา : ตัวผู้เอียงซ้าย ตัวเมีย เอียงขวา : ตัวผู้แขนซ้าย เคลื่อนขึ้นข้างลำตัว ระดับแง่ศีรษะ แขนขวา จิกลงที่เอวตัวเมีย ตัวเมีย แขนซ้ายจิกลงที่เอวตัวผู้ แขนซ้าย เคลื่อนขึ้นข้างลำตัว ระดับแง่ศีรษะ : ตัวผู้มือซ้ายปลายนิ้วกลางกดหรือจิกลงที่เอวของตัวเมีย ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด มือขวาเคลื่อนมือออกข้างลำตัว ตารางที่ 1 ท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคเผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา) (ต่อ)


87 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ เท้า เข่า หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน กดปลาย นิ้วกลางลง ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด ตัวเมีย มือซ้ายปลายนิ้วกลางกดหรือจิกลงที่เอวของตัวผู้ ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด มือขวาเคลื่อนมือออกข้าง ลำตัว หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน กด ปลายนิ้วกลางลง ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด : ตัวผู้ก้าวเท้าซ้ายไปข้าง ฝ่าเท้าวางเต็มเท้า ตัวเมีย เท้าทั้ง 2 ชิดกัน ฝ่าเท้าวางเต็มเท้า : ตัวผู้ ย่อเข่าทั้ง 2 ลง ตัวเมีย ย่อเข่าทั้ง 2 ลง 7. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตั้งตรง ตัวผู้กดเกลียวข้างขวา ตัวเมีย กดเกลียวข้างขวา : ตัวผู้เอียงขวา ตัวเมีย เอียงขวา : ตัวผู้แขนซ้าย เคลื่อนขึ้นส่งไปด้านหลังให้ตึง แขนขวา จิกลงที่เอวตัวเมีย : ตัวเมีย แขนขวาจิกลงที่เอวตัวผู้ แขนซ้าย เคลื่อนขึ้นส่งไปด้านหลังให้ตึง : ตัวผู้มือขวาปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลาง กดหรือจิกลงที่เอวของตัวเมีย ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้ สุดมือซ้ายเคลื่อนมือออกข้างหลัง หักข้อมือเข้าหาลำแข นกดปลายนิ้วกลางลง ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด : ตัวเมีย มือขวาปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดย นิ้วกลางกดหรือจิกลงที่เอวของตัวเมีย ส่วนนิ้วที่เหลือกรีด ออกให้สุด มือซ้ายเคลื่อนมือออกข้างหลัง หักข้อมือเข้าหา ลำแขนกดปลายนิ้วกลางลง ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด (นั่งคุกเข่า) : นั่งลงบนส้นเท้า : นั่งคุกเข่าทั้งสองลง น้ำหนั กตัวอยู่ที่เข่าทั้งสอง ตัวผู้หัวเข่าแยก ตัวเมีย หัวเข่าชิด ตารางที่ 1 ท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคเผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา) (ต่อ)


88 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 8. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตั้งตรง ตัวผู้กดเกลียวข้างขวา ตัวเมีย กดเกลียวข้างขวา : ตัวผู้, ตัวเมีย เอียงขวา : ตัวผู้ แขนซ้าย แขนขวา งอแขนเล็กน้อย กันศอกออก : ตัวเมีย แขนซ้าย แขนขวา งอแขนเล็กน้อย กันศอกออก : ตัวผู้, ตัวเมีย มือขวาปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดหรือจิกลงที่เอวของตัวเมีย ส่วนนิ้วที่เหลือ กรีดออกให้สุด มือซ้ายเคลื่อนมือออกข้างหลัง หักข้อมือ เข้าหาลำแขน กดปลายนิ้วกลางลง ส่วนนิ้วที่เหลือกรีด ออกให้สุด : ยันด้วยจมูกเท้า แล้วนั่งลงบนส้นเท้า : คุกเข่าทั้งสองลง น้ำหนักตัวอยู่ที่เข่าทั้งสอง ตัวผู้หัวเข่าแยก ตัวเมีย หัวเข่าชิด 9. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตั้งตรง ตัวผู้ตัวเมีย กดเกลียวข้างซ้าย : เอียงซ้าย : ตัวผู้แขนซ้าย แขนขวา งอแขนเล็กน้อย กันศอกออก ในลักษณะโอบตัวเมีย : ตัวเมีย แขนซ้าย แขนขวา งอแขนเล็กน้อย หุบศอกเข้า อยู่ระดับอก : ตัวผู้, ตัวเมีย มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติ ท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ลงพื้น ส่วนนิ้ว ที่เหลือ กรีดออกให้สุด : ตัวผู้ก้าวเท้าซ้ายไปข้าง ฝ่าเท้าวางเต็มเท้า : ตัวเมีย เท้าทั้ง 2 ชิดกัน ฝ่าเท้าวางเต็มเท้า : ตัวผู้ย่อเข่าทั้ง 2 ลง ตัวเมีย ย่อเข่าทั้ง 2 ลง ตารางที่ 1 ท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคเผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา) (ต่อ)


89 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 10. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หันหน้าเข้าหากัน) : ตรง ตัวผู้ โน้มตัวไปหาตัวเมีย ตัวเมีย เอนตัวไปข้างหลัง กดเกลียวข้างขวา : ตัวผู้ เอียงซ้าย ตัวเมีย เอียงขวา : ตัวผู้งอศอก ยกขึ้นที่ระดับไหล่ตัวเมีย ตัวเมีย เคลื่อนแขน ออกข้างลำตัว แขนซ้ายระดับไหล่ แขนขวาระดับเอว มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน : ตัวผู้นิ้วกลางกดหรือจิกลงที่ไหล่ซ้ายของตัวเมีย ปลายนิ้วชี้ ลง ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด : ตัวเมีย มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน กดปลายนิ้วกลางชี้ลงพื้น เคลื่อนมือทั้ง 2 ออกข้างลำตัว : ยันด้วยจมูกเท้า แล้วนั่งลงบนส้นเท้า : นั่งคุกเข่าทั้งสองลง น้ำหนักตัวอยู่ที่เข่าทั้ง 2 ตัวผู้หัวเข่าแยก ตัวเมีย หัวเข่าชิด 11. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หันหน้าเข้าหากัน) : ตรง ตัวผู้ เอนตัวไปข้างหลัง กดเกลียวข้างซ้าย ตัวเมีย โน้มตัวไปหาตัวเมีย : ตัวผู้ เอียงซ้าย ตัวเมีย เอียงขวา : ตัวผู้ เคลื่อนแขนออกข้างลำตัว แขนซ้ายระดับเอว แขนขวา ระดับไหล่ ตัวเมีย งอศอก ยกขึ้นที่ระดับไหล่ ตัวเมีย : ตัวผู้มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน กดปลายนิ้วกลางชี้ลงพื้น เคลื่อนมือทั้ง 2 ออกข้างลำตัว : ตัวเมีย มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน นิ้วกลางกดหรือจิกลงที่อกของตัวผู้ ปลายนิ้วชี้ลง ส่วนนิ้วที่ เหลือกรีดออกให้สุด : ยันด้วยจมูกเท้า แล้วนั่งลงบนส้นเท้า : นั่งคุกเข่าทั้งสองลง น้ำหนักตัวอยู่ที่เข่าทั้ง 2 ตัวผู้หัวเข่าแยก ตัวเมีย หัวเข่าชิด ตารางที่ 1 ท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคเผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา) (ต่อ)


90 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 12. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หันหน้าเข้าหากัน) : ตัวผู้ลำตัวตั้งตรง ตัวเมียเอนตัวไปข้างหลัง กดเกลียวข้างขวา : ตัวผู้ ตั้งตรง ตัวเมีย เอียงขวา : ตัวผู้ เคลื่อนแขนออกข้างลำตัว แขนซ้ายระดับเอว แขนขวา ระดับไหล่ ตัวเมีย งอศอก ยกขึ้นลดหลั่นกันที่ระดับอก : ตัวผู้มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน กดปลายนิ้วกลางชี้ลงพื้น เคลื่อนมือทั้ง 2 ออกข้างลำตัว ตัวเมีย มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดปลายนิ้วลงพื้น ระดับมือลดหลั่นกันที่ระดับอก ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้มากที่สุด : ตัวผู้ วางเท้าขวาเต็มเท้า เท้าซ้ายยกกันเข่าออก : ตัวเมีย ยันด้วยจมูกเท้า แล้วนั่งลงบนส้นเท้า : ตัวผู้ย่อเข่าลงพอประมาณ : ตัวเมีย นั่งคุกเข่าทั้งสองลง น้ำหนักตัวอยู่ที่เข่าทั้ง 2 หัวเข่าชิดกัน 13. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตรง ตัวผู้ โน้มตัวไปหาตัวเมีย ตัวเมีย เอนตัวไปข้างหลัง กดเกลียวข้างขวา : ตัวผู้ เอียงซ้าย ตัวเมีย เอียงขวา : ตัวผู้งอศอก ยกขึ้นที่ระดับไหล่ตัวเมีย ตัวเมีย เคลื่อนแขน ออกข้างลำตัว แขนซ้ายระดับไหล่ แขนขวาระดับเอว มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน : ตัวผู้นิ้วกลางกดหรือจิกลงที่ไหล่ซ้ายของตัวเมีย ปลายนิ้วชี้ลง ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด ตัวเมีย มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน กด ปลายนิ้วกลางชี้ลงพื้น เคลื่อนมือทั้ง 2 ออกข้างลำตัว : ตัวผู้ ก้าวเท้าซ้ายไปข้างลำตัว วางฝ่าเท้าเต็มเท้า ตัวเมีย ยันด้วยจมูกเท้า แล้วนั่งลงบนส้นเท้า : ตัวผู้ย่อเข่าลงพอประมาณ : ตัวเมีย นั่งคุกเข่าทั้งสองลง น้ำหนักตัวอยู่ที่เข่าทั้ง 2 หัวเข่าชิด ตารางที่ 1 ท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคเผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา) (ต่อ)


91 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 14. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หันหน้าเข้าหากัน) : ลำตัวตรง : เอียงขวา : ตัวผู้ เคลื่อนแขนทั้ง 2 งอศอก แล้วเคลื่อนขึ้นระดับไหล่ ตัวเมีย ตัวเมีย เคลื่อนแขนทั้ง 2 งอศอก ลงมาอยู่ที่ระดับใต้รักแร้ ของตัวผู้ : ตัวผู้เคลื่อนมือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบ ตั๊กแตน กดหรือจิกปลายนิ้วกลางลงที่ไหล่ซ้ายของตัวเมีย ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด ตัวเมีย เคลื่อนมือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบ ตั๊กแตน กดหรือจิกปลายนิ้วกลางลงที่ใต้รักแร้ซ้ายของตัวผู้ ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด : ยันด้วยจมูกเท้า แล้วนั่งลงบนส้นเท้า : นั่งคุกเข่าทั้งสองลง น้ำหนักตัวอยู่ที่เข่าทั้ง 2 ตัวผู้หัวเข่าแยก ตัวเมีย หัวเข่าชิด 15. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้เอนลำตัวไปข้างหลัง ตัวเมีย ลำตัวตั้งตรง : ตัวผู้ ตั้งตรง ตัวเมีย เอียงขวา : ตัวผู้ เคลื่อนแขนออกข้างลำตัว แขนซ้ายระดับไหล่ แขนขวาระดับแง่ศีรษะ ตัวเมีย งอศอก ยกแขนซ้ายขึ้นระดับแง่ศีรษะ แขนขวายกขึ้น ระดับอก : ตัวผู้ มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน กดปลายนิ้วกลางชี้ลงพื้น ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุดเคลื่อน มือทั้ง 2 มือออกข้างลำตัว : ตัวเมีย มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดปลายนิ้วลงพื้น ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด : ตัวผู้ วางเท้าขวาเต็มเท้า เท้าซ้ายยกกันเข่าออก ให้ปลาย เท้าเฉียงไปข้างหน้า : ตัวเมีย วางเท้าขวาเต็มเท้า เท้าซ้ายยกไปด้านหน้า : ย่อเข่าลงพอประมาณ น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าขวา ตารางที่ 1 ท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคเผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา) (ต่อ)


92 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 16. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตั้งตรง : ตัวผู้ศีรษะเอียงซ้าย ตัวเมีย เอียงขวา : วาดแขนออกข้างลำตัว โดยแขนขวาเคลื่อนขึ้น งอศอก เล็กน้อยอยู่ข้างลำตัว ลำแขนท่อนบนอยู่ระดับไหล่ ลำแขน ซ้ายงอศอกเล็กน้อยอยู่ระดับเอว : ตัวผู้-ตัวเมีย มือขวาวาดออกระดับแง่ศีรษะ มือซ้ายวาดออก อยู่ระดับเอว : ตัวผู้ก้าวเท้าซ้าย วางฝ่าเท้าเต็มเท้า เปิดส้นเท้าหลัง ตัวเมีย ก้าวเท้าขวาเต็มเท้า เปิดส้นเท้าซ้าย : ย่อเข่าลง พอประมาณ 17. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หันหน้าเข้าหากัน) : ตัวผู้กลับหลังหันลำตัวตั้งตรง กดเกลียวข้างขวา ตัวเมีย กดเกลียวข้างซ้าย : ตัวผู้ เอียงขวา ตัวเมีย เอียงซ้าย : ตัวผู้ เคลื่อนแขนขวา งอศอกลงมาระดับเอวตัวเมีย แขนซ้ายยกขึ้นระดับแง่ศีรษะ ตัวเมีย เคลื่อนแขนขวา งอศอกลงมาระดับเอวตัวเมีย แขนซ้ายยกขึ้นระดับแง่ศีรษะ : ตัวผู้มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน กดปลายนิ้วกลางชี้ลงพื้น มือซ้ายเคลื่อนออกข้างลำตัวระดับ แง่ศีรษะ มือขวาปลายนิ้วกลางจิกลงที่เอวซ้ายของตัวเมียส่วน นิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด : ตัวเมีย มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน กดปลายนิ้วกลางชี้ลงพื้น มือซ้ายเคลื่อนออกข้างลำตัวระดับ แง่ศีรษะ มือขวาปลายนิ้วกลางจิกลงที่เอวซ้ายของตัวผู้ ส่วน นิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด : ตัวผู้ วางเท้าขวาเต็มเท้า เท้าซ้ายยกกันเข่าออก : ตัวเมีย ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า วางฝ่าเท้าเต็มเท้า เปิดส้นเท้าซ้าย : ย่อเข่าลงพอประมาณ ตารางที่ 1 ท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคเผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา) (ต่อ)


93 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 18. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้หันหน้ามองตัวเมีย ลำตัวตั้งตรง เฉียงออกมา ด้านข้างซ้ายมือตัวเมีย กดเกลียวข้างซ้าย ตัวเมีย กดเกลียวข้างขวา : ตัวผู้ เอียงซ้าย ตัวเมีย เอียงขวา : ตัวผู้ เคลื่อนแขนขวา งอศอกลงมาระดับเอวตัวเมีย แขนซ้ายยกขึ้นระดับแง่ศีรษะ ตัวเมีย เคลื่อนแขนซ้าย งอศอกลงมาระดับเอวตัวเมีย แขนขวา ยกขึ้นระดับแง่ศีรษะ : ตัวผู้มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน กดปลายนิ้วกลางชี้ลงพื้น มือซ้ายเคลื่อนออกข้างลำตัว ระดับแง่ศีรษะ มือขวาปลายนิ้วกลางจิกลงที่เอวซ้ายของ ตัวเมีย ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด ตัวเมีย มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบ ตั๊กแตน กดปลายนิ้วกลางชี้ลงพื้น มือซ้ายเคลื่อนออก ข้างลำตัวระดับแง่ศีรษะ มือขวาปลายนิ้วกลางระดับแง่ ศีรษะ ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้สุด : ตัวผู้ วางเท้าขวาเต็มเท้า เท้าซ้ายยกกันเข่าออก ตัวเมีย ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า วางฝ่าเท้าเต็มเท้า เปิดส้นเท้าขวา : ย่อเข่าลงพอประมาณ 19. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตั้งตรง : ตั้งตรง : ยกขึ้นตั้งฉาก งอศอกพอประมาณ : มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ลงพื้น ส่วนนิ้วที่เหลือ กรีดออกให้สุดอยู่ระดับอก : ฝ่าเท้าทั้ง 2 วางเต็มเท้า ย่อเข่าทั้ง 2 ลงพอประมาณ ตัวผู้กันเข่าออก ตัวเมีย ให้หัวเข่าชิดกัน ที่มา: ผู้วิจัย ตารางที่ 1 ท่ารำเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคเผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา) (ต่อ)


94 1.2 บทร้องประกอบการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 2 เผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและ สถานศึกษา การละเล่นกันตรึมทุกครั้งจะต้องมีการไหว้ครูเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่นักร้องนักดนตรี หลังจากนั้นเริ่มการแสดงด้วยการบรรเลงบทไหว้ครูแล้วจึงขับร้องบทต่าง ๆ โดยใช้ภาษาเขมรสูงหรือมี ภาษาไทยประสมบ้าง เนื้อหาที่ร้องส่วนใหญ่เป็นบทเกี้ยวพาราสีและร้องโต้ตอบกันระหว่างฝ่ายชายและ ฝ่ายหญิง เช่นเดียวกับการละเล่นพื้นเมืองภาคกลาง บทร้องมีทำนองสนุกสนาน กลอนที่ร้องจะเป็น การท่องคำจากลอนร้องที่ตกทอดกันมาแบบมุขปาฐะ กันตรึมเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่ได้รับความนิยม มากในเขตอีสานใต้การแสดงเรือมกะโน้บติงต็องได้นำเอาเพลงพื้นบ้านกันตรึมมาประกอบการแสดง โดยมีการร้องที่เรียกว่า การเจรียงการขับร้องขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของนักร้องหลักหรือขับร้อง ตามวาระหรือโอกาสที่นำชุดการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องออกแสดงในแต่ละครั้ง โดยการศึกษาเนื้อร้อง และดนตรีประกอบการแสดง เป็นสาระสำคัญเพื่อเชื่อมโยงพัฒนาการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงต็องในครั้งนี้ (โฆษิต ดีสม, 2564, 20 กุมภาพันธ์, สัมภาษณ์) บทไหว้ครู ช. 1 เจอกระโหนบประนม (สงสารบองเอย) ดะเลอเกษา (ซ้ำ) (เหา) สมอัญเลิญ ๆ เทอดา (ครูยาขยมเหวย) โบกชอบขอบพอง (ซ้ำ) (บิดาแม่เออ) เจ้าตั๊กแตนตำข้าว (น้องสาวพี่เอย) ยกมือวันทา (สาลิกาเจ้าเอย) (ชวน) ขออัญเชิญ ๆ คุณเทวดา (ครูบาข้าเหวย) เชยชมขยมแสดง (บิดาแม่เออ) ลาเลือนาแม่เอย ญ.2 ออยรำบานต็อน (หวังวะเนียงเอย) กะแม็ยสม็วนสปีกเกียง (นะมะอะอุ) โอมสิทธิๆ กิจจะกัมมัง (คุณกอกกะดังเอย) กะแม็ยชัดเขาะเลย (อารักษ์ ขลังเอย) ออยนุชนาฎรำงาม (นะแก้วพี่เอย) มิมีพลังพลาด (ทรามวัยพี่เอย) (เจรจา) เปล่งวาจา ๆ ชาญฉลาด (อำนาจพระแก้วเอย) สำเร็จสมจำเรียง (รัตนะตรัยเอย)


95 ช.3 สมสำเลงเจรียงปะรัว (กันทุบองเอย) รีกรัวะ สะแน เสนาะ (เรไรเอย) (สำเลาะ) กึดสำลัญ ๆ คลูญบองกำเลาะ (เนียงตังเอาะ สดับเฮย) ออยละแบยเลือชา (กระมมบองเอย) จงจำเรียงเสียงไพเราะ (หนอแก้วพี่เอย) ให้ระบือลือไกล (กิมเหลียงเนียงเอย) (ใจ) เสนาะจับจิต ๆ หวานซึ้งตรึงใจ (ทรามวัยแก้วเหวย) ได้ผลอุดมเทอญ แขไขโอนเอย ญ.4 โอนกระโหนบติงต็อง (กำปล็องเนียงเอย) เตือยโทมทะแมะ (ปังหาย) ลูกตาปร๊าบ ๆ ออยใยปะแดย (คุณแบยแก้วเอย) เจาน้องเทออต่งนา เจ้ากระโหนบน้อยอ่อน (งามงอนแก้วเอย) เพิ่งโตเป็นสาว (เอมอร แก้วเอย) (แนะ) คุณตาบอก ๆ มีแฟนเถิดเจ้า (คุณยายแก้วเหวย) สาวน้อยกลุ้มใจ บทเกี้ยว (ตระป็อลกระโอบบองเอย) ช.5 เจอกระโหนบติงต็อง (เขียวสงัดบองเอย) สีสลึกอังเกียะแดย (กระป็อบ) ทุมกลิ่น ๆ ปะโอนแสรย (เมี้ยะเจาแยยเอย) ละออโอยแบละ เจ้าตั๊กแตนตำข้าว ตะโพกอายะยาวพี่เอย กินใบต้นแค (สาบ) กินสาบสาว ๆ ชำเลืองแล (อุแม่แก้วเอ๋ย) หยาดเยิ้มหยดย้อย (แคลวแคลดบองเอย) ญ.6 เพียงกระโหนบติงต็อง (เปราะบองณีองเอย) สีสลึกแสนกแดย


96 (กำแปลง) กะเมยโมเทอ ๆ จีอัญแยย (เปราะเขมาบองเอย) ออยแสรยสลับจิต (สปึกติดชิงเอย) ขา นาย้าว แก้ว นางติงต็องตำข้าว (ผิวขาวเนียงเอย) กินใบถั่วลิสง (รุม) อย่ามาร้อง ๆ น้องรักไม่ลง (พี่มดตำเอ๋ย) มาหลอกกินไข่แดง (ตระเป๋ดลกระหอม) ช.7 เบอเนียงบานบองติงต็อง (เลิงบองเอย) บองมินออยแก้วปรอย (แบะ) บองตระกอง ๆ ออมสตวย กวอ (นอลแก้วบมบวย) มินยากลำบากเต เลือก ถ้าแม่นางจับจอง (น้องแก้วพี่เอย) ไปเป็นคู่เสน่หา (ยาก) ไม่ลำบาก ๆ วจีใจกายา (กัลยาพี่เอย) นั่งนับแต่เงินตรา (กระแวมา เอย) ญ.8 โอนกระโหนบมินชอด กังฮอดเนีบงเอย เวะเวียงโตวเด็ง (ฟร้อง) เธอจีบแอง ๆ เนียะเก็ง (กันชอกเนียงเอย) มุกโดจเดอะโตวแสร กันแชบ ฌีองเอย น้องกระโหนบไม่โง่ (คันโฌ้น้องเอย) หลีกไปให้พ้น อย่ามาตื้อ ๆ หยุดเล่นซุกซน (พ่อหน้ามนเอย) ไปไป๊ไปไถนา ช.9 เนียงกระโหนบติงต็อง (ตระยองโยนเอย)


97 (กันแตะบองเอย) กระเมย เต๊ะบองนะ (โอน) เนียงมันจือ ๆ ๆ ออยชูรจะจะ (กากูรบองเอย) ออยโอนโยกบอง แม่แจ่มตั๊กแตนตำข้าว (แก้มขาวพี่เอย) อย่าเพิ่งแดกดัน (นาง) น้องไม่เชื่อ ๆ เครือญาติยืนยัน (เฒ่าแก่แม่เอย) ให้นางรักพี่ยา ญ.10 เจอกระโหนบติงต็อง (กระหิ์บเนียงเอย) ชีสลึกรันเดง (คะเวิ้นเนียงเอย) (ยัว) สลัญเคนีย ๆ ปี่กะเมง (ตระดึงเนียงเอย) กะแมงเลงเนียงเนอ (สะกริว ณีองเอย) นาง แม่ ตั๊กแตนตำข้าว (มีเจ้าแล้วเอย) กินใบขิงข่า (ชอบ) รักให้มั่น ๆ กตัญญุตา (เสน่หาแก้วเอย) อย่าเลิกหย่าร้างกัน (สังเวิดโอนเอย) ช.11 สุขอุดมลูกเนียะเรือลเขนีย (กระโหนบโกญเอย) สมเลี้ยปันแนะ (เนฉาย) โตวแต่คลูน ๆ จิตมันระแบะ (ลูกเอาแม่เอย) กะแมยพลิกกระโหนบติงต็อง สุขอุดมทุกผู้ชม (ตั๊กแตนแก้วเอย) ขอลาเท่านี้ (จาก) ไปแต่ตัว ๆ หัวใจเปรมปรีดิ์ (สุขีเถิดเอ๋ย) อย่าลืมกระโหนบติงต็อง (สุรินทรี) ญ.12 โกญกระโหนบสุเรินทร์ (บองบอูนเยิงเอย) ออยเจียตจำเริญจำเราะ (นำ) ช่วยเคนีย ๆ สนวญเสราะ


98 (เนียะเสราะทมเอย) สุขอุดมกุมมะเนี้ยง ลูกกระโหนบสุรินทร์ (พี่น้องไทยเอย) ช่วยชาติวัฒนา (จง) เราร่วมรัก ๆ ชาติศาสตร์กษัตรา (ประชาธิปไตยเอย) ให้เราเป็นสุขสวัสดี (วิลาส อินแปลง, 2562, น.17 - 22) 1) เจอกระโหนบติงต็อง (กะล้องบองเอย) ซีสลึก ระไร กระบมมมมวย มมมวย กำเลาะแบย (สกาแก้วเอย) บานโตวเนียะแอนา 2) เบอเนียงบานโบบอง (ตระยองโยนเอย) มินโอยแก้วปรวย บองตระกอง บองตระกอง ออมสตวย (สงสารบองเอย) อังกุยเรือบผกาปรัก 3) เจอกระโหนบติงต็อง (กูดงองบองเอย)ซีสลึก รันเดง สลัญเคนีย สลัญเคนีย ปีกะเมง (ก้นโทะบองเอย) กะแมยเลงบองเนอ 4) เบอระนาปราศโอนบอง (แก้วกองบองเอย) จิตบองละลมละเลิง บองซีดกำมีด ซีดกำเม็ด ซัดกำเพลิง (เบียะเมื่องบองเอย) ตามรัวออยเขิน 5) แนกระโหนบติงต็อง (กำปล้องบองเอย) สีสลึกอังกัญ กระโบมแดลบอง กระมมแดลบองเกยสลัญ (สังเว็ดบองเอย)รวดตามประแคยกี 6) ปะกีกะเนาปะเกาตะบอง (สงสารบองเอย) จะเอาะจะแอดอวล เตรากีเทอ เตรากีเทอมินสรูล(สะเดิงบองเอย) ตึงพะเนกเบรก ๆ 7) เนียงกะโหนบติงต็อง (ไก่ว่องบองเอย) สีสลึกปรีง เบอโอนตลับ ๆ โบกวีง (สังเว็ดบองเอย)ข้องก็รับตะตวล 8) สุขอุดมคมเนื่อง (ลูกเนียะเนียงเธอ) ติงต็องซอมเลีย ออยอดโศก เมียนโชค ครบครงเรือลเคนีย (จูงกระโกนเอย) บทร้อง กโนบติงต็อง ยอกรประนม บังคมเหนือเศียร ต่างธูปและเทียน บังคมเทวา อีกองค์ไตรรัตน์ โปรดสัตว์โลกา ขอเชิญท่านมา อำนวยอวยชัย ให้สุขสวัสดิ์ พิพัฒน์พูมเพิ่ม ผดุงเผดิม ส่งเสริมศิลป์ไทย ให้เสียงเสนาะ ไพเราะจับใจ ปัญญาฉับไว หลั่งไหลมาเอง นี่กโนบติงต็อง เป็นของท้องถิ่น ดินแดนสุรินทร์ สร้างขึ้นเป็นเพลง เก่าแก่นักหนา มีมาแต่เพรง บรรโลมบรรเลง ละเบงของเรา กโนบนี่หนา แปลว่าตั๊กแตน ร่ายรำแพน อกแอ่นตำข้าว นักศิลป์เพ่งเพียร ล้อเลียนเลือกเอา ยักท่ายกเท้า เต้นตามทำนอง ชมสัจ สู กะแกย


99 เชิญชมเถิดท่าน ท่ามันอย่างนี้ เป็นสุขสนุกดี ไม่มีเสมอสอง เสี่ยงปี่หวีดแว่ว เจื้อยแจ้วจับจิต สนุกสนิท เสนาะเหลือหลาย เชิญมาซิจ๊ะ ทั้งหญิงทั้งชาย เรามาผ่อนคลาย ร่ายรำตั๊กแตน ยิ่งรำยิ่งเพลิน เชิญเถิดพี่น้อง ไม่ถูกไม่ต้อง เราไม่ดูแคลน เราเล่นสนุก ลืมทุกข์เหลือแสน ทุกผู้ทั่วแดน จิตใจเบิกบาน ขอจบการเล่น พอเป็นสาธิต ให้หมู่มวลมิตร เป็นสุขเกษมศานติ์ อายุวรรณัง จีรังยืนนาน ขอให้ทุกท่าน สวัสดี มีชัย. (สำรวม ดีสม, 2564, 20 กุมภาพันธ์, สัมภาษณ์) บทร้องไหว้ครูกโนบติงต็องภาษาเขมร 1. ลืกไดบังกม ดลือเซรซา รัญจืญครูบา โมจู่ยคญมหอง 2. ออยเซาะอุดม ออยกม มเนื้ยง คมออยพเลื้อดพเล็ยง น็องเปียก จ.จา 3. ออยจรีญปีร็วฮ กูรกึดซระน็อฮ อาไลอาล็อยี ลแบ็ยลือซา 4. ออยออนลำตูน กระอู่นออนอง เปียกปิจตำนอง เอ็ดจกองเตื้อฮเตญ 5. ออมองกรูคญม. ซมลูกนิมิด. กอเกิดำนึด. รื้งเรืดจิยยอง ภาษาไทย 1. ยกมือบังคม ประณมเหนือเกศา อันเชิญครูบา มาช่วยข้าเทอญ 2. ให้สุขอุดม ให้คมนัง อย่าให้พลาดพลั้ง ในคำเจรจา 3. ให้ร้องไพเราะ สำเนียงเสนาะ ชวนชนชมเปาะ ระบือลือชา 4. ให้รำอ่อนช้อย เพียงลอยละล่อง ทั้งคำทำนอง คล้องจองเจรจา 5. โอมองค์ครูข้า เชิญมานิมิต ก่อเกิดความคิด เรืองฤทธิ์ทั่วเทอญ.


100 บ็อดทวายครู ปซาแมรลือ อำปือมืงจังวัดซเร็น 1. ลกได้บังกุม ลักลือเซรซา อัญลืญกรูบา โมจูยคญมพอง 2. ออยเซาะอุดม ออยดมมเน็ยง คมออยพเลือดพเล็ยง น็องเปียกจะจา 3. คมออยจรีญปีร็วฮ กรูกึดซระน็อฮ อาไลอาล็อฮ ลแบ็ยลือชา 4. ออบออนลำตูน กระอุนออรอง เปียกเป็จตำนวง เอ็ดจกวงเต็อฮเตญ 5. ออมเองกูรคญม ซมลูกนิมิต กอดกิดกำนึด รืญรือจิยยอง ปซาซีม 1. ยกมือบังคม ประณมเหนือเกศา อัญเชิญครูบา มาช่วยข้าเทอญ 2. ให้สุขอุดม ให้คมนัง อย่าให้พลาดพลั้ง ในคำเจรจา 3. ให้รองไพเราะ สำเนียงเสนาะ ชวนชนชมเปาะ ระบือลือชา 4. ให้รำอ่อนช้อย เพียงลอยละล่อง ทั้งคำทำนอง คล้องจองเจราจา 5. โอมองค์ครูข้า เชิญมานิมิต ต่อเกิดความคิด เรืองฤทธิ์ทั่วเทอญ สิบนิ้ว ข้าพเจ้าขอน้อมนมัสการ แด่คุณครูบาอาจารย์ ผู้ประสาทวิทย์ อันเป็นมิ่งมิตร ทั่ว โลกา ข้าพเจ้าขอไหว้เทพยดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งพระครู ผู้รู้ไสยศาสตร์โหราจารย์ จงมาอภิบาล ปกป้อง เกศ ทั้งบิดามารดา จงมาเป็นสักขีพยานให้ข้าพเจ้าซึ้งประสงค์จะมามาแสดงหรือเล่นอะไรคราวนี้เทอญ


101 ตระนุกปซาคแมรลือ ตำนวงซเด็ยก็บาน 1. ซำเลญอึงกอง ลือแต่เมียฮบอง โซรซับอันเร ซลอแฮบฮูจ กลูจลือแอ มูลมิดยืงดี ซำราลเรื้อมลีญ 2. อันจืญปโอนพเงีบมีบุมีเรือลดเนียเซ็เซาะเลียบปเรญบ็องกอซไบคิว ญญึมกอกรีญจ็อฮ เริปอองปรีญ จเจียยแจ็ญโม 3. ซระต็วนตวงวงล ลออลอัฮทแม็ยทมวง ประลึงปันลวกเนียงเมียฮซแร็ยทไลลไลจ็อฮ โมกบองกึดปออกโอกจ็องเร็อมน็องเนียง 4. ลออเฮียลออนัช มันเมียน คร็อควัชลออลอัฮรูบเรียงมือมุกทำพอ ดองกอซอาดซอาง ไดจืงรบ็อฮเนยง ซระต็วนลเวื้อนลไว 5. ญญึมปเร็มปรูจกระเบ็จกระบูจ เจ็ยงกีดอติยซแร็ยเป็รป็วงโดจร็วงมจัฮทไลลออลฮันัฮ นิยปีจป็วนประมาน 6. ซมเนียงน็องบอง จับกูคเนียมนอง กุมทาริฮรีน ดอยซารจ็องซรูล บบูลซมเตียนอดูตฮก มคาน เคิจคัดน็องบอง 7. แมเอ็วมีญเมีย มื้อจ็อฮเรื้อลคเนีย เนื้องเร็อมลออพอง มเรียมไดร็วฮ เปียะปกากำรองก ระเวียฮบอีญปองโดจฮ็องฮ็อฮเฮิร 8. จจูรเจียบ ตแทรรีจเรียบ โยกยูลป็อนเดิรปันแจปันจูน ทวือคลูนซตบบซตืร ชมีญมิจมืล มันออยอักอ็อน 9. ออเจียบ็อนคญพ เมียนกูกระมม เรื้อมลออล็อฮล้วน ปร็อฮซแร็ยบซอกซุม นิยมปีจป็ วนซแร็ยซอลออทง็วนเนียงตืบกันยาออยย็วฮออมวร คญมซมออยปวร แมเอ็อลคเนีย 10. ออยเซาะซ็วซแด็ยจากติย์โรเตีย คณูมน็องซมเลีย แอ็ยเล็วแน็ฮนา (โฆษิต ดีสม, 2564, 20 กุมภาพันธ์, สัมภาษณ์) ---ล ---- ---- -ลลดํ รํมํดํมํ ---- ดํมํชํรํ --ลดํ รํมํดํรํ ---- ---- -ลลดํ รํมํดํมํ ---- ดํมํชํรํ --ลดํ รํมํดํรํ ---- รํทลซ --มซ ลทซล ---- รํทลซ --มซ ลทซล ---- ลทดํรํ --รํท ลซทล ภาพที่23 ภาพโน้ตเพลงการแสดงเรือมกะโน้บติงตอง ที่มา: หนังสือสมบัติอีสานใต้ ครั้งที่ 3 (2530, น. 153)


102 1.3 เครื่องดนตรีประกอบการแสดงยุคที่ 2 เผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา สก็วล หรือกลองโทน เป็นเครื่องดนตรีตระกูลที่เสียงเกิดจากการ สั่นสะเทือนของแผ่นหนัง (Membranophones) ประเภท Tubular ชนิด Goblet ตัวกลองนิยมทำ มาจากไม้ขนุน และขึงหนัง หน้ากลองด้วยหนังงูเหลือม หนังวัว หรือหนังตะกวด มีหน้ากลองที่ขึ้นหนังกลองทั้ง 3 แบบ สก็วล แบ่งเป็น 2 เสียง คือ ตัวผู้มีเสียงสูง ตัวเมียมีเสียงตํ่าทำ หน้าที่กำกับจังหวะ ใช้กลองสก็วลทั้งหมด 2-3 ใบ โดยขึ้นอยู่จำนวนนักดนตรีที่ ไปแต่ละงาน สก็วลทำ หน้าที่ประกอบจังหวะเล่นสลับกับสก็วล ระอัยะ ภาพที่24 สก็วล หรือกลองโทน ที่มา: ผู้วิจัย ตรัวอู้หรือ ซออู้ เป็นเครื่องดนตรีตระกูลที่เสียงเกิดจากการสั่นสะเทือนของสาย (Chordophones) ประเภท Lute มีลักษณะคล้ายคลึงกับซออู้ของดนตรีไทยเดิมรูปร่างและ องค์ประกอบทางกายภาพไม่แตกต่างกันมากจะแตกต่างตรงความสวยงาม กะโหลก ตรัวอู้ในสมัยก่อน จะนิยมทำขึ้นเอง โดยจะหากะลามะพร้าวซึ่งเป็นวัสดุจากธรรมชาติภายในชุมชนมาทำแล้วขึ้นหนัง ด้วยหนังวัว การแกะสลักหน้าตรัวอู้ทำลวดลายง่ายๆ ส่วนสายซอก็นำ เบรกรถจักรยานมาทำ โดยนำ มาพันเป็นเกลียว ปัจจุบันนิยมนำสายซออู้มาใส่แทนเนื่องจากความ สะดวกสบาย ตรัวอู้มีหน้าที่บรรเลง ดำเนินทำนอง ปี่สไล หรือ ปี่กลางเป็นเครื่องดนตรีที่เสียงเกิดจากการสั่น สะเทือนของอากาศ (Airophones) ประเภท Double reed แบบลิ้นคู่ เป็นเครื่องดนตรีที่ทำ ให้ทำ นองโหยหวน คลุกเคล้าไปตามทำนอง เพลง เป็นเครื่องดนตรีที่เล่นค่อนข้างยากโครงสร้างปี่สไลประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ เลาปี่สไล และลิ้น ภาพที่25 ตรัวอู้หรือซออู้ ที่มา: ผู้วิจัย


103 ปี่สไล โดยเลาปี่สไล นิยมทำจากไม้พยุง ตัวเลาจะเจาะให้กลวง เจาะรู 6 รูสำหรับใช้นิ้วปิดและเปิดเสียง สำ หรับลิ้นปี่สไล ท่อกำพวดทำจากท่อทองเหลืองหรือสแตนเลส ส่วน ลิ้นปี่ทำ มาจากใบตาลตัวผู้ตาก แห้งนำ มาพับซ้อนกัน 4 ชั้นประกบเข้าหากันจากนั้นจุ่มนํ้าก่อนแล้วใช้มีดตัดตามสัดส่วนที่ต้องการ จากนั้นใช้เชือกมัดเป็นห่วง 2 ห่วงเข้ากับลิ้นที่ตัดเสร็จใช้ด้ายเคียนบริเวณ ปลายท่อกำพวดเพื่อเวลาสวม ท่อกำพวดเข้ากับเลาจะทำ ให้เกิดความแน่นกระชับยิ่งขึ้น โดยปี่สไลที่ใช้ในวงมีหลายอันโดยมีทั้งทำขึ้น เอง และได้รับสืบทอดมาจากรุ่นปู่ ปี่สไลมีหน้าที่เป็นผู้นำวงรับหน้าที่ใน การขึ้นเพลง กรับ เป็นเครื่องดนตรีที่สั่นสะเทือนมวลวัตถุในตัวเอง (Idiophones) ประเภท Concussion ที่ทำ มาจากไม้พยุง ใช้บรรเลงประกอบจังหวะมีหน้าที่คอยควบคุมจังหวะในวง ภาพที่27 กรับ ที่มา: ผู้วิจัย ฉาบเล็ก เป็นเครื่องดนตรีที่สั่นสะเทือนมวลวัตถุในตัวเอง (Idiophones) ประเภท Concussion ที่ทำ มาจากทองเหลือง ใช้บรรเลงประกอบจังหวะมีหน้าที่คอยควบคุมจังหวะ ใช้บรรเลง ควบคู่กับฉิ่ง ภาพที่26 ปี่สไล หรือปี่กลาง ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่28 ฉาบเล็ก ที่มา: ผู้วิจัย


104 ฉิ่ง เป็นเครื่องดนตรีที่สั่นสะเทือนมวลวัตถุในตัวเอง (Idiophones) ประเภท Concussion ที่ ทำมาจากทองเหลืองใช้บรรเลงประกอบจังหวะมีหน้าที่คอยควบคุมจังหวะใน วง ใช้บรรเลงควบคู่กับ ฉาบเล็ก ฉิ่งเป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะหลักที่กำหนดอัตราจังหวะของเพลง (โฆษิต ดีสม, 2563, 25 ตุลาคม, สัมภาษณ์) ภาพที่29 ฉิ่ง ที่มา: ผู้วิจัย 1.4 การแต่งกายการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 2 เผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและ สถานศึกษา หลังจากปีพ.ศ. 2506 - 2550 หลังจากการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง เริ่มได้เผยแพร่สู่ชุมชนและสถานศึกษามีการจัดแสดง ในงานต่าง ๆ ในปี 2506 โดยการนำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง เผยแพร่ของในโอกาสสำคัญต่าง ๆ และถ่ายทอดกระบวนท่ารำให้คณะครูและบุคลกรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง มีการแสดงรับเสร็จ การแสดงเรือมกะโน้บติงต็องได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกาย โดยเฉพาะ คือมีการแต่งเลียนแบบ ตั๊กแตนตำข้าว จึงได้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ให้มี ปีก หน้ากาก มีกระโปรงสำหรับตัวเมีย มีชุดสีเขียว ตามสีของตั๊กแตนตำข้าว มีกางเกงสีเขียว มีเสื้อสีเขียว ลื่อให้เห็นถึงลักษณะของตั๊กแตนตำข้าว และแบ่งการแต่งกายตามเพศของตั๊กแตนตำข้าว โดยตัวเมียมีการสวมกระโปรงที่สื่อว่าเป็นตั๊กแตน เพศเมีย (สุลี เลี่ยมดี, 2564, 5 เมษายน, สัมภาษณ์) (1) (2) ภาพที่30 การแต่งกายการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 2 (1) เผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา ปี พ.ศ. 2506 - 2550 ด้านหน้า (2) เผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา ปี พ.ศ. 2506 - 2550 ด้านหลัง ที่มา: ผู้วิจัย


105 1.5 ผู้แสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 2 เผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา ผู้แสดงเรือมกะโน้บติงต็อง แต่เดิมเป็นชายล้วนจำนวนเป็น ต่อมามีการปรับปรุงใช้นักแสดง หญิงมาร่วมด้วย ตั้งแต่ 2 คู่ถึง 100 คู่ ขึ้นไป การแสดงจะรำเป็นคู่ ๆ เช่นเดิม เมื่อออกมารำถึงคู่ตัวเอง นักแสดงจะรำพร้อมกันและแปรแถวเพื่อรำในจังหวะต่อไปจนครบกระบวนท่ารำ รูปการแสดงในยุค เผยแพร่สู่ชุมชนและสถานศึกษาเน้น การเกี้ยวพาราสีและการยอกล้อของผู้แสดง การแปรรูปแบบแถว ก็จะมีการเดินเป็นวงกลม แถวหน้ากระดาน แถวตัวยู และแถวตอนลึก (สุลี เลี่ยมดี 2564, 5, เมษายน สัมภาษณ์) 1.6 สถานที่ใช้ในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 2 เผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและ สถานศึกษา การแสดงพื้นบ้านอีสานใต้เรือมกะโน้บติงต็อง ไม่จำกัดสถานที่แสดงอย่างเป็นแบบแผน การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง จึงขึ้นอยู่กับสถานที่ เช่น เวทีโรงละคร เวทีกลางแจ้ง ลานที่โล่ง สถานที่ จึงเป็นตัวกำหนดของ นักแสดงอีกด้วย 1.6.1 รูปแบบการแปรแถว ยุคที่ 2 เผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา ตารางที่2 รูปแบบการแปรแถวในยุคที่2 หมายเหตุ : แทนผู้แสดงเป็นตั๊กแตนตัวผู้ แทนผู้แสดงเป็นตั๊กแตนตัวเมีย ตารางที่2 รูปแบบการแปรแถว ยุคที่ 2 ลำดับที่ รูปภาพ ลักษณะการแปรแถว 1. การแปรแถวแบบหน้า กระดาน 2. การแปรแถวแบบตัววี หน้าเวที หน้าเวที


106 3. การแปรแถวแบบวงกลม 4. การแปรแถวแบบหน้ากระดาษ 2 แถว ที่มา: ผู้วิจัย 1.7 โอกาสที่แสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 2 เผยแพร่เข้าสู่ชุมชนและสถานศึกษา การแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงติอง เป็นการแสดงที่เอามรดกทางวัฒนธรรม หลายประเภทของชาติติพันธ์ไทยเขมรมามาร้อยเรียง ให้เป็นการแสดงมีระเบียบ แบบแผน การแสดง เรือมกะโน้บติงต็องแสดงได้ทุก วาระและทุกโอกาสนิยมแสดงในงานมงคล งานนำเสนอศิลปะวัฒนธรรม เป็นต้น การนำการแสดงเรือมโน้บติงต็อง ไปใช้แสดงถึงเลือกให้เหมาะสมกับวาระและโอกาสตลอดจน ความเหมาะสม การนำแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ออกแสดงแต่ละครั้งควรคำนึงถึงกระบวนท่ารำ เพลง องค์ประกอบและเครื่องแต่งกายให้ถูกต้องตามแบบแผนมาตรฐานในการแสดงแต่ละครั้งมีบางกระบวน ท่ารำตัด ออกแต่มิใช่ปรับเปลี่ยนจากเดิมด้วยวาระและโอกาสเวลาจำกัดจึงมีบางกรณีที่มีข้อยกเว้นตัด ถ้ากระบวนท่ารำออกเป็นบางท่าเพื่อให้กระชับเวลาขึ้นเนื่องจากเวลาและข้อจำกัดแต่ยังคงกระบวนท่า ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอีสานใต้เป็นอย่างดี 2.2 แนวคิดการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดงของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จากแนวคิดในครั้งสมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตราชสุดาเจ้าฟ้ามหาจักรี สิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จที่พระตำนักรับรองห้วยเสนง ทรงตรัสว่า ไม่มี การแสดงกะโน้บติงต็องให้ทอดพระเนตรหรือและท่านได้ร้องเพลงกะโน้บติงต็อง ว่าโอกะโน้บติงต็อง หน้าเวที หน้าเวที ตารางที่2 รูปแบบการแปรแถว ยุคที่ 2 (ต่อ)


107 สงสารบองเฮย อย่างสนุกสนาน สู่แนวคิดการศึกษาศิลปะการแสดงพื้นบ้านอีสานใต้เรือมกะโน้บติงต็อง ที่ปรับปรุงขึ้นมาใหม่อย่างรอบด้านลงมือปฏิบัติจริง สังเกตถี่ถ้วนและลึกซึ้งจึงพบของศิลปะ อันเป็น เอกลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน จากการศึกษาแนวคิดประดิษฐ์ท่ารำของศิลปินพื้นบ้านต้องมองถึง ประเด็นด้านประสบการณ์ของศิลปินเข้าใจเจคติของศิลปินนำเข้าสู่กระบวนการศึกษาประสมประสาน สุนทรียธาตุในศิลปะจินตนาการของศิลปินพื้นบ้านในที่นี้มิใช่สร้างจากจินตนาการเพียงอย่างเดียวแต่ยัง รวมถึงประสบการณ์อันดั้งเดิมและแวดล้อมของศิลปินจากการศึกษาแนวคิดกระบวนท่าแบบดั่งเดิม เรือมกะโน้บติงต็องสู่การพัฒนาตามจินตนาการของวงจรชีวิตตั๊กแตนตำข้าวตามรูปแบบการศึกษาและ นำออกแสดงในต่างประเทศเพื่อให้ชาวแต่ชาวเข้าถึงลักษณะตั๊กแตนข้าว (อัชราพร, สุขทอง, 2564, 25 ตุลาคม, สัมภาษณ์) จากการที่ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์อัชราพร สุขทอง ถึงแนวคิดประดิษฐ์ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บ ติงต็อง (ยุคพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดง) นั้น ได้มีการปรับปรุงและพัฒนากระบวนท่ารำไว้ และนำเพลงกันตรึมมาเรียบเรียงใหม่ซึ่งประกอบท่ารำ การประดิษฐ์การแสดงได้ประดิษฐ์ท่ารำ ขึ้นเป็น การอนุรักษ์แนวทางศิลปะแบบดั้งเดิมและประยุกต์ท่ารำขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับเพลงโดยปรับปรุงและ ประดิษฐ์ขึ้นใหม่โดยยึดแนวความคิดท่ารำบนพื้นฐานของชาวบ้านแต่โบราณมาเป็นหลักและจึงได้คัดสรร ท่ารำที่มีความสอดคล้องกับแนวคิดหรือท่ารำเอกลักษณ์มาเรียบเรียงดัดแปลงเป็นแนวคิดใน การประดิษฐ์ท่ารำ ดังตารางต่อไปนี้ การปฏิบัติมือและเท้าของการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์) การใช้เท้าในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง การเตะด้วยการยุบ - ยืดตัวเท้าการทรงตัวด้วย การเขย่ง ยกเท้าขึ้นแล้วเคลื่อนไปข้างหน้า อย่างเร็ว การใช้เท้าในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ก้าวผสมเท้า จะใช้เท้าเริ้มด้วยเท้าใดเท้าหนึ่ง เคลื่อนมาชิดกัน ภาพที่32 การใช้เท้าในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่31 การใช้เท้าในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่มา: ผู้วิจัย


108 ภาพที่33 การใช้มือในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่มา: ผู้วิจัย 2.2.1 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) ตารางที่ 3 กระบวนท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดงมหาวิทยาลัย ราชภัฏสุรินทร์) ตารางที่ 3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 1. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : ตั้งตรง : ตั้งตรง : งอแขนตั้งฉาก : ตั้งมือขาวจีบกดนิ้วอยู่ระดับหางคิ้ว ตั้งมือซ้ายจีบกด นิ้วอยู่ระหว่างปาก : ยกเท้าขาวตั้งฉาก : งอเข่ากดปลายเท้า 2. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มตัวไปด้านหน้า : ก้มศีรษะ : แขนทั้ง 2 เหยียดไปข้างหน้า : ลดมือทั้ง 2 ลงระดับชายพก : ก้าวเท้าซ้ายไขว้หน้า : ย่อเข่าลงเล็กน้อย การใช้มือในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง กดนิ้วกลางลงคลายจีบล่อแก้ว นิ้วที่เหลือ กรีดออกให้สุด หักข้อมือเล็กน้อย


109 ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ) ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 3. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำ เหมือนกัน : โน้มตัวลง : ก้มศีรษะ : งอแขนตั้งฉาก : มือทั้ง 2 จีบกดนิ้ว : ตัวผู้ก้าวเท้าขวาไขว้ ตัวเมีย ก้าวเท้าซ้ายไขว้ : ย่อเข่าลง 4. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ย่อตัว : เอียงด้านซ้าย : งอแขนตั้งฉากระดับชาพก : มือทั้ง 2 จีบกดนิ้ว : ตัวผู้ก้าวเท้าขวาไขว้ ตัวเมียก้าวเท้าซ้ายไขว้ : ย่อเข่าเล็กน้อย 5. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : โน้มลำตัวหลังกระดกสะโพก : ตัวผู้เอียงด้านขวา ตัวเมีย เอียงด้านซ้าย : แขนทั้ง 2 ข้างตั้งฉาก : มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วระดับเอว : ตัวผู้ ก้าวเท้าขวาไขว้ ตัวเมียก้าวเท้าซ้ายไขว้ : ย่อเข่าเล็กน้อย


110 ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ) ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 6. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตั้งตรง : ตั้งตรง : แขนทั้ง 2 ตั้งฉาก : ตัวผู้ มือขวาจีบกดนิ้วระดับสายตา มือซ้าย จีบกดนิ้วระดับหน้าอก ตัวเมีย มือซ้ายจีบกด นิ้วระดับสายตา มือขวาจีบกดนิ้วระดับ หน้าอก : ผสมเท้า : ตั้งตรง 7. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำ เหมือนกัน : โน้มลำตัวไปด้านหลัง : เอียงด้านขวา : แขนทั้ง 2 ดึงแล้วตั้งฉาก : มือขวาจีบกดนิ้วระดับสายตา มือซ้ายจีบกด นิ้วระดับหน้าอก : ดีดเท้าออกด้านข้างขวา : เข่าขวาตั้งตรง 8. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำ เหมือนกัน : โน้มลำตัวไปด้านซ้าย : เอียงด้านซ้าย : ตัวผู้2 ยื่นแขนทั้ง 2 มาด้านหน้า : มือขวาจีบกดนิ้วระดับสายตา มือซ้ายจีบกด นิ้วระดับหน้าอก : ดีดเท้าออกด้านข้างซ้าย : ตึงเข่าขวา


111 ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ) ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 9. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำ เหมือนกัน : โน้มลำไปด้านขาว : เอียงด้านขวา : แขนทั้ง 2 ดึงแล้วตั้งฉาก : มือขวาจีบกดนิ้วระดับสายตา มือซ้ายจีบกดนิ้ว ระดับหน้าอก : ดีดเท้าออกด้านข้างขวา : ตึงเข่าขวา 10. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำ เหมือนกัน งอลำตัว : เอียงด้านซ้าย : แขนซ้ายงอระดับ แขนขวาส่งไปด้านหลัง : มือขวาจีบกดนิ้วส่งด้านหลัง มือซ้ายจีบกดนิ้วคว่ำ ระดับไหล่เล็กน้อย ตั้งเท้า คุกเข่า 11. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ตัวเมียเมียปฏิบัติท่ารำหมือนกัน : โน้มลำตัวไปด้านซ้าย : เอียงด้านซ้าย : แขนซ้ายตั้งฉากระดับไหล่ แขนขวาส่งไป ด้านหลัง : มือซ้ายจีบกดนิ้วคว่ำระดับไหล่ มือขวาจีบกดนิ้ว ส่งไปด้านหลัง : ตั้งเท้า : คุกเข่า


112 ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ) ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 12. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มลำตัวไปด้านหน้า : เอียงด้านขวา : แขนขวางอระดับ แขนซ้ายส่งไปด้านหลัง : มือขวาจีบกดนิ้วส่งด้านหลัง มือซ้ายจีบกดนิ้วคว่ำ ระดับไหล่เล็กน้อย : ตั้งเท้า : คุกเข่า 13. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มลำตัวไปด้านขวา : เอียงด้านขวา : แขนขวาตั้งฉากระดับไหล่ แขนซ้ายส่งไปด้านหลัง : มือขวาจีบกดนิ้วคว่ำระดับอก มือซ้ายจีบกดนิ้ว ระดับไหล่ : ตั้งเท้า : คุกเข่า 14. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : งอลำตัว : ก้มศีรษะ : แขนทั้ง 2 ตั้งฉากระดับพื้น : มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วคว่ำระดับพื้น : ตั้งเท้า : คุกเข่า 15. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : งอลำตัว : ตั้งตรง : งอแขนทั้ง 2 ข้างระดับหน้าอก : มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วคว่ำระดับคาง : ตั้งเท้า : คุกเข่า


113 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 16. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มลำตัวไปด้านซ้าย : เอียงด้านซ้าย : แขนซ้ายตั้งฉากระดับไหล่ แขนขวาส่งไปด้านหลัง : มือซ้ายจีบกดนิ้วคว่ำระดับไหล่ มือขวาจีบกดนิ้ว : ส่งไปด้านหลัง : ขาซ้ายนั่งคุกเข่า ขาขวาตั้งขาขึ้นระดับเอว งอเข่าซ้าย 17. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มลำตัวไปด้านขวา : เอียงด้านขวา : แขนขวาตั้งฉากระดับไหล่ แขนซ้ายส่งไปด้านหลัง : มือขวาจีบกดนิ้วคว่ำระดับไหล่ มือซ้ายจีบกดนิ้ว ส่งไปด้านหลัง : เท้าขวาก้าวไขว้ : ย่อเข่าขา 18. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้ที่1 โน้มลำตัวมาด้านหน้า ตัวผู้ที่ 2 โน้มลำตัว มาด้านหลัง ตัวเมีย โน้มลำตัวด้านขวา ตัวผู้ที่ 1 เอียงด้านขวา ตัวผู้ที่ 2 เอียงด้านซ้าย ตัวเมีย เอียงด้านขวา ตัวผู้ที่ 1 ยื่นแขนซ้ายมาด้านหน้าแขนขวางอศอกหลัง ตัวผู้2 ตัวผู้2 ยื่นแขนทั้ง 2 มาด้านหน้า ตัวเมีย แขนทั้ง 2 ดึงแล้วตั้งฉาก ตัวผู้ทั้ง 2 มือทั้งสองจีบกดนิ้วคว่ำระดับพื้น : ตัวเมีย มือทั้ง 2จีบกดนิ้วระดับสายตา ตัวผู้ที่1 ก้าวเท้าขวา เท้าซ้ายเปิดส้นเท้า ตัวผู้ที่ 2 ก้าวเท้าซ้าย เท้าขวาเปิดส้นเท้า ตัวเมีย ตั้งเท้า ตัวผู้ทั้ง 2 ย่อเข่าทั้ง 2 ข้าง ตัวเมียคุกเข่า ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ)


114 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 19. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ 1 ตัวผู้2 ปฏิบัติท่ารำเหมือกัน : ตัวผู้และตัวเมีย ตัวโน้มลำตัวไปด้านขวา เอียงด้านขวา : ตัวผู้2 ยืนแขนมาด้านหน้าทั้ง 2 ข้าง ตัวเมีย แขนทั้ง 2 ดึงแล้วตั้งฉาก : ตัวผู้ มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วไปที่เอวตัวผู้ ตัวเมียมือทั้ง 2 จีบกดนิ้วระดับสายตา : ตัวผู้ทั้ง 2 ก้าวเท้าซ้าย เท้าขวาเปิดส้นเท้า ตัวเมีย ตั้งเท้า : ย่อเข่าทั้ง 2 ข้าง ตัวเมีย คุกเข่า 20. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้ทั้ง 2 โน้มลำตัวมาด้านหน้า : ตัวผู้ เอียงด้านขวา ตัวเมีย เอียงด้านขวา : ตัวผู้ยื่นแขนมาด้านหน้าทั้งสองข้างงอศอก ตัวเมีย แขนทั้ง 2 ดึงแล้วตั้งฉาก : ตัวผู้ มือทั้งสองจีบกดนิ้วคว่ำระดับพื้น ตัวเมีย มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วระดับสายตา : ตัวผู้ 1 เท้าซ้ายถีบไปที่ขาขวาของคู่ต่อสู่ ตัวผู้ 2 ก้าวเท้าซ้าย เท้าขวาเปิดสันเท้า ตัวเมีย ตั้งเท้า : ตัวผู้ 1 ย่อเข่าขวา ตัวผู้ 2 ย่อเข่าทั้ง 2 ตัวเมีย คุกเข่า 21. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้ 1 โน้มตัวไปด้านขวาของผู้ต่อสู้ : ตัวผู้เอียงด้านขวา ตัวเมีย เอียงด้านขวา : ตัวผู้1 แขนขวาส่งไปด้านลำตัว แขนซ้ายวางงอ ศอกที่ศีรษะคู่ต่อสู้ตัวผู้2แขนทั้ง 2 ดึงแล้วตั้งฉาก ตัวเมีย แขนทั้ง 2 ดึงแล้วตั้งฉาก : ตัวผู้ 1 มือซ้ายจีบกดนิ้วส่งไปด้านข้าง มือขวาจีบกด นิ้ววางที่ศีรษะของคู่ต่อ ตัวผู้ 2 มือทั้ง 2จีบกดนิ้ว ระดับสายตา : ตัวผู้ 1 เท้าขวาเยียบที่ขาซ้ายของคู่ต่อสู้ เท้าซ้ายยก เท้าแล้วส่งไปด้านหลัง ตัวผู้ 2 ตั้งขาขวา ตัวเมีย ตั้งเท้า : ตัวผู้ ย่อเข่าทั้ง 2 ข้าง ตัวเมีย คุกเข่า ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ)


115 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 22. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้ ตัวเมีย โน้มลำตัวไปด้านขวา : ตัวผู้ ตัวเมีย เอียงด้านขวา : ตัวผู้แขนขวาตั้งฉากข้างลำตัว แขนซ้ายตึงระดับไหล่ ตัว เมีย แขนขวายื่นมือไปจิกทีแขนขวาตัวผู้ แขนซ้ายยืนออกข้าง ลำตัว : ตัวผู้ มือซ้ายจีบกดนิ้วไปด้านข้าง มือขวาจีบกดนิ้วข้างลำตัว ตัวเมียมือซ้ายจีบกดนิ้วไปด้านข้าง มือขวาจีบกดนิ้วข้างลำตัว : ตัวผู้วางเท้าซ้ายด้านหน้า ทิ้งน้ำหนักไปเท้าขวา ตัวเมีย เท้าซ้ายด้านหน้า เปิดสันเท้าหลัง : ตัวผู้ยึดเข่าตรง ตัวเมีย ย่อเข่า 23. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้โน้มลำตัวไปด้านซ้าย ตัวเมีย โน้มลำตัวไปด้านซ้าย : ตัวผู้ เอียงด้านซ้าย ตัวเมีย เอียงด้านขวา : ตัวผู้แขนขวาตั้งฉากระดับไหล่ แขนซ้ายเหยียดไปที่เอวตัว เมีย ตัวเมียแขนขวาตั้งฉากระดับไหล่ แขนซ้ายเหยียดไปที่เอว ตัวผู้ : ตัวผู้มือซ้ายจีบกดนิ้วจิกไปที่เอวตัวเมีย มือจีบกดนิ้วระดับ ศีรษะ ตัวเมีย มือซ้ายจีบกดนิ้วจิกไปที่เอวตัวเมีย มือจีบขวา กดนิ้วระดับศีรษะ : เท้าซ้ายก้าวข้าง เท้าขวาวางหลัง : ตัวผู้ย่อเข่าทั้ง 2 ข้าง ตัวเมีย ย่อเข่าทั้ง 2 ข้าง 24. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้โน้มลำตัวไปด้านหลัง ตัวเมียโน้มลำตัวไป: ด้านหน้า : ตั้งตรง : ตัวผู้แขนทั้ง 2 ตั้งฉากระดับไหล่ ตัวเมีย แขนทั้ง 2 ยื่นไปด้านหน้า ตัวผู้มือทั้งสองจีบกดนิ้วระดับหู ตัวเมีย มือทั้งสองจีบกดนิ้วระดับหน้าผากของตัวผู้ : ตัวผู้ เท้าซ้ายก้าวข้าง เท้าขวาวางหลัง ตัวเมีย เท้าซ้ายก้าวข้าง เท้าขวาวางหลัง : ย่อเข่าทั้ง 2 ข้าง ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ)


116 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 25. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้โน้มลำตัวไปด้านหน้า ตัวเมีย โน้มลำตัวไปด้านหลัง : ตั้งตรง : ตัวผู้แขนทั้งสองเหยียดออกไปข้างระดับไหล่ ตัวเมีย แขนทั้ง 2 ตั้งฉากระดับไหล่ : ตัวผู้มือทั้งสองจีบกดนิ้วคว่ำที่หน้าผากตัวเมีย ตัวเมีย มือทั้งสองจีบกดนิ้วระดับหู : ตัวผู้ เท้าซ้ายก้าวข้าง เท้าขวาวางหลัง ตัวเมีย เท้าซ้ายก้าวข้าง เท้าขวาวางหลัง ย่อเข่าทั้ง 2 ข้าง 26. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมียเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มลำตัวไปด้านขวา : ศีรษะเอียงขวา : แขนขวาโอบไปที่เอวตัวเมีย แขนซ้ายโอบที่โอบเวรไหล่ ตัวเมีย : มือซ้ายจีบกดนิ้วที่ไหล่ตัวเมีย มือขวาจีบกดนิ้วที่เอวตัวเมีย : เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวาวางหลังเปิดสันเท้า : ย่อเข่าทั้ง 2 ข้าง 27. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มลำตัวไปด้านซ้าย : ศีรษะเอียงซ้าย : แขนซ้ายโอบไปที่เอวตัวเมีย แขนขวาโอบที่โอบเวรไหล่ตัว เมีย : มือขวาจีบกดนิ้วที่ไหล่ตัวเมีย มือซ้ายจีบกดนิ้วที่เอวตัวเมีย : เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวาวางหลังเปิดสันเท้า : ย่อเข่าทั้งสองข้าง ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ)


117 ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ) ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 28. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้โน้มลำตัวไปด้านหลัง ตัวเมีย โน้มลำตัวไปด้านหน้า : เอียงด้านขวา : ตัวผู้แขนซ้ายเหยียดตึงไปด้านหน้า แขนขวาตั้งฉากระดับไหล่ ตัวเมียแขนทั้ง 2 เหยียดตึงไปด้านหน้า จิกที่เอวตัวผู้ : ตัวผู้มือขวาตั้งจีบกด มือซ้ายจีบกดนิ้วคว่ำ ตัวเมีย มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วคว่ำ : ตัวผู้เท้าซ้ายยกหน้าตั้งฉาก ตัวเมีย เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวาวางหลัง เปิดสันเท้า : ย่อเข่าขวา 29. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้โน้มลำตัวไปด้านหน้า ตัวเมีย โน้มลำตัวไปด้านหลัง : เอียงด้านขวา : ผู้เมียแขนซ้ายเหยียดตึงไปด้านหน้า แขนขวาตั้งฉากระดับไหล่ ตัวผู้แขนทั้ง 2 เหยียดตึงไปด้านหน้า จิกที่เอวตัวเมีย ตัวผู้มือขวาตั้งจีบกด มือซ้ายจีบกดนิ้วคว่ำ : ตัวผู้ มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วคว่ำ ตัวเมีย เท้าซ้ายยกหน้าตั้งฉาก : ตัวผู้ เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวาวางหลังเปิดสันเท้า : ย่อเข่าขวา 30. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้โน้มลำตัวไปด้านหน้า ตัวเมีย โน้มลำตัวไปด้านขวา : ตัวผู้ก้มศีรษะ ตัวเมีย เอียงด้านขวา ตัวผู้ยืนแขนทั้งสองไปด้านหน้าที่หลังตัวตัวเมียระดับเอว : ตัว เมีย แขนซ้ายเหยียดตึงไปด้านหน้า แขนขวาตั้งฉากระดับไหล่ ตัวผู้มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วที่หลังตัวเมียระดับเอว ตัวเมีย มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วระดับแง่ศีรษะ : ผสมเท้า : ย่อเข่าทั้งสอง


118 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 31. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มลำตัวไปด้านขวา : เอียงด้านขวา : แขนขวาชูขึ้นสูง แขนซ้ายเหยียดตรง : มือขวาจีบกดนิ้วคว่ำลงที่พื้น มือซ้ายจีบกดนิ้วคว่ำ ที่หน้าขา : ดีดเท้าซ้ายออกไปด้านข้าง : ย่อเข่าขวา 32. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้โน้มลำตัวไปด้านซ้าย ตัวเมีย โน้มลำตัวไปด้านซ้าย : ตัวผู้เอียงด้านซ้าย ตัวเมีย เอียงด้านซ้าย : ตัวผู้แขนขวาโอบเอวตัวเมีย แขนซ้ายตั้งระดับไหล่ ตัวเมีย แขนขวาตั้งฉาก แขนซ้ายเหยียบไปข้างหน้า : ตัวผู้มือขวาจีบกดนิ้วระดับเอวตัวเมีย มีซ้ายจีบกดนิ้ว ระดับแง่ศีรษะ ตัวเมีย มือขวาจีบกดนิ้วระดับแง่ศีรษะ มือขวาจีบกดนิ้วที่หน้าขา ตัวผู้ขาซ้ายนั่งคุกเข่า ขาขวาตั้งเข่าขึ้นขนาดเอว ตัว เมีย ฝั่งขวาคุกเข่า ฝั่งซ้ายตั้งเข่า ตัวเมีย ย่อเข่า 33. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า :ตัวผู้โน้มลำตัวลงด้านซ้ายกับพื้น ตัวเมีย โน้มลำตัวลงด้านขวา :ตัวผู้เอียงด้านซ้าย ตัวเมีย เอียงด้านขวา ตัวผู้แขนขวาชูขึ้นสูง แขนซ้ายวางขนานดับพื้น ตัว เมีย แขนขวาชูขึ้นสูง แขนซ้ายวางหน้าขา ตัวผู้มือขวาจีบกดนิ้ว มือซ้ายแบมือวางที่พื้น :ตัวเมีย มือขวาจีบกดนิ้วชูขึ้นสูง มือซ้ายจีบกดนิ้วที่หน้า ขา :ตัวผู้เท้าขวาชูไปด้านขวา ตัวเมีย ดีดซ้าย :ตัวผู้งอเข่าซ้าย ตัวเมีย งอเข่าขวา ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ)


119 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 34. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า :ตัวผู้โน้มลำตัวไปข้างหน้า ตัวเมีย โน้มลำตัวไปด้านหลัง :ตัวผู้เอียงด้านซ้าย :ตัวเมีย แขนซ้ายเหยียดตึงไปด้านหน้า แขนขวา ตั้งฉากระดับไหล่ ตัวผู้ แขนซ้ายเหยียดไปข้างหน้า แขนขวาส่งไปด้านหลัง ตัวเมีย มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วหงาย ตัวผู้ มือ ทั้ง 2 จีบกดนิ้วคว่ำ : ตัวผู้ขาซ้ายนั่งคุกเข่า ขาขวาตั้งเข่าขึ้นขนาดเอว ตัว เมีย นั่งทับสันเท้า : ตัวเมีย คุกเข่า ตัวผู้ ตั้งเข่า 35. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้โน้มลำตัวไปข้างหน้า ตัวเมีย โน้มลำตัวไปด้านหลัง : ตัวผู้เอียงด้านซ้าย : ตัวเมีย แขนซ้ายเหยียดตึงไปด้านหน้า แขนขวา ตั้ง ฉากระดับไหล่ ตัวผู้ แขนซ้ายเหยียดไปข้างหน้า แขนขวาส่งไปด้านหลัง : ตัวเมีย มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วหงาย ตัวผู้ มือ ทั้ง 2 จีบ กดนิ้วคว่ำ : ตัวผู้ขาซ้ายนั่งคุกเข่า ขาขวาตั้งเข่าขึ้นขนาดเอว ตัว เมีย นั่งทับสันเท้า : ตัวเมีย คุกเข่า ตัวผู้ ตั้งเข่า 36. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า : ตัวผู้โน้มลำตัวไปข้างซ้าย ตัวเมีย โน้มลำตัวไปด้านหน้า ตัวผู้เอียงด้านซ้าย ตัวเมีย แขนซ้ายเหยียดตึงไปด้านหน้า แขนขวาตั้ง ฉากระดับไหล่ ตัวผู้ แขนซ้ายเหยียดไปข้างหน้า แขนขวาส่งไปด้านหลัง ตัวเมีย มือทั้ง 2 จับที่คอตัวผู้ ตัวผู้ มือ ทั้ง 2 จีบกด นิ้วคว่ำ ตัวผู้ขาซ้ายนั่งคุกเข่า ขาขวาตั้งเข่าขึ้นขนาดเอว ตัว เมีย นั่งทับสันเท้า ตัวเมีย คุกเข่า ตัวผู้ ตั้งเข่า ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ)


120 ตารางที่3 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง) (ต่อ) ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 37. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า ตัวผู้โน้มลำตัวมาด้านหน้า ตัวเมีย โน้มลำตัวมาด้านซ้าย ตัวเมีย เอียงด้านซ้าย ตัวเมีย แขนซ้ายเหยียดตึงไปด้านหน้า แขนขวาตั้ง ฉากระดับไหล่ ตัวผู้ ยื่นแขนทั้งสองไปด้านหน้า ระดับหน้าขา ตัวผู้มือทั้ง 2 จีบคว่ำ ตัวเมีย มือทั้ง 2 จีบกดนิ้ว หงาย ตัวผู้ตั้งเท้า ตัวเมียเท้าซ้ายก้าวข้าง เท้าขวา วางหลัง ตัวผู้คุกเข่า ตัวเมีย ย่อเข่า 38. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า โน้มลำตัวมาด้านหน้า ก้มศีรษะ ยื่นแขนทั้งสองไปด้านหน้าระดับหน้าขา มือทั้ง 2 จีบคว่ำ ตั้งเท้า คุกเข่า 39. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า โน้มลำตัวมาด้านซ้าย เอียงด้านซ้าย แขนซ้ายเหยียดตึงไปด้านหน้า แขนขวาตั้งฉาก ระดับไหล่ มือทั้ง 2 จีบกดนิ้วหงาย เท้าซ้ายก้าวข้าง เท้าขวาวางหลัง ยอเข่าทั้ง 2 ที่มา: ผู้วิจัย


121 2.2.2 บทร้องดนตรีประกอบการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการ แสดงมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ดนตรีพื้นบ้านอีสานใต้มีความสัมพันธ์กับชุมชนอย่างยิ่งทำ หน้าที่ถ่ายทอดและสื่อ ถึงอารมณ์ความเชื่อ จิตสำ นึก ให้แก่คนในสังคม เป็นวงดนตรีที่ได้รับความนิยมและ รู้จักกันอย่างดี ในสังคม บทบาทหน้าที่ทางสังคมของชัย ก็ต้องอาศัยหลักความมั่นคง ทางสังคมและชุมชน โดยยึดหลัก ในการรับงานตามประเพณีวันสำคัญต่าง ๆ ที่ออกมาในรูปแบบงาน มงคลและงานอวมงคล ได้แก่ งานบวช, งานแต่ง, งานกฐิน, งานผ้าป่า, งานศพ, งานเข้าทรง(มะม็วด) เป็นต้น จากที่กล่าวมาในยุคนี้ได้ มีการพัฒนาการแสดงเรือมกระโน้บติงต็อง ขึ้นโดยยังคงไว้ถึง ท่วงท่าและลีลายุคที่ 1 และ ยุคที่ 2 แต่เอาเรื่องราววงจรชีวิตตั๊กแตนตำข้าวมาสื่อให้เห็นลักษณะธรรมชาติอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่ม ท่ารำ ต่าง ๆ มากขึ้นและขั้นตอนวงจรชีวิตเพื่อ ใช้ลีลาอารมณ์ในการสื่อสารความหมายโดยใช้เพลง กันตรึมทำนองต่าง ๆ ดังนี้(อัชราพร สุขทอง, 2564, 20 ตุลาคม, สัมภาษณ์) เพลงพลับพลึง เป็นเพลงช้าของทำนองพลับพลึงโดยใช้ดนตรีกันตรึมบรรเลงใช้ในพิธีงานมงคล ต่างๆ โดยการร้องชมความงามของดอกพลับพลึง เพลงพลับพลึง จับเดิมกําเนิด ข้านี้จดจำชาติชาติกําเนิด มนายเวย .......แม่เอย................ โมเกิดกะโน้บ มาเกิด มาเกิดเป็นตักแตน ออโจลเปรยปกากระโอย บินเข้าป่าผกาหอม-หอมเมื่องแมน มนายเฮยบานจูบกะโน้บติงต็อง (แม่เอย)ในดินแดน แดนกระโน้ปติงต็อง เพลงอายัยกลาย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เพลงอายัยประยุกต์คำว่าอายัยมาจากคนชื่อ “ยัย” คนเขมรสุรินทร์เรียกชื่อคนที่มีชื่อเสียงหรือคนดัง ๆ โดยใช้อานำหน้าคำว่า “อา” แปลว่า “ไอ้” ยกตัวอย่างคือ อากรุง, อาสรพงษ์,อามิตร, อาทักษิณ คนชื่อ “ยัย” เป็นนักแสดงที่มีชื่อในสมัยก่อนที่มี คนนิยมชื่นชม ในสมัยก่อนเวลาไปชมการแสดงจะเรียกการแสดงนี้ว่า ไปชมอายัย เพลงอายัยกลาย ดวลเวียเลียกะโน้บติงต็อง เมื่อถึงคราเกิด เกิดเป็นกะโน้บติงต็อง เยอะแจงเฮยโมปีปวง ข้าต้องจิกเจาะกะเทาะไข่ เมียนสลาบได เจือง พะเนกทม ข้ามีปีก,ขา,แขนแสนอำไพตาโตใหญ่สองท้อต่างเมื่องมอง ทะไงเริ่ยะปีเกิด รุ่งอรุณรังสีแสงอุษาสาง ดมเปรียจริ่งจรุม ไพรพฤกษ์พรางร่มรื่นทุกแห่งหน เมียนเตียงสัตยุม สกุณาร้องก้องไพรได้ยินยล ตูยสวา คลาดมุม ลิง ค่าง ก่น หาคู่กู่เรียกกัน


122 เมียนเตียงกะโน้บตูย โอ้ป่านี้มีทั้งตักแตนตัวเล็ก เมียนเตียงกะโน้บทม ตัวใหญ่เล็กไม่กลัวใครในพฤกษา รัวสีกะนองเปรียทม มาหากินในป่าเขาเนาพนา สีเสลอะ ติงเกอว ปะกา ดอกไม้ป่าหนอนบุ้งมุ่งกัดกิน เพลงมวยหลุม เป็นเพลงบรรเลงในการฝึกมวยหลุม เป็นเพลงเร็วบอกถึงความสนุกสนาน เมื่อ ได้ยินเพลงนี้แล้วทำให้เกิดความหึกเหิม อยากชกมวย อยากต่อสู้ เพลงมวยหลุม เคิงเนียงมมคลอนทมละออคลัง เห็นน้องเนียงโตเป็นสาวสกาวนัก โกนเจาแมนา ใคร่รู้จักเป็นลูกหลานของใครผู้ใดหนอ บองเดิรโมลูปเมื่อ เนียงงา เรียมแอบมองจ้องนุชใคร่ ได้พะเน้าพะนอ โกนมนายนาละออแปลกปีกีร์ ลูกใครหนองามแท้....แม่สาวงาม..... เบอเนียงเนียงเฮยนึงบอง เกิดกูร์ตรากอง หากได้เป็นคู่ครองตระกองรัก สอมเคนียเฮยเตือร สมกันนักบุญเพรงเก่าเราสร้างสรรค์ เปราะโมปีนากึดชอบปะโอนแสร็ย แม้นมีชายใดมาแย่งรักจักโรมรัน เปราะบองมินปรวม จวบอาสัญชีพม้วยด้วยวิญญา บองตอสูเงือบรัวะก็ควัย ให้ไส้พุง ขาขาด พินาศแขน ปลักเพาะแด็ย ดัจดัย ดัจเจือง พี่หวงแหนขอเพียงใจเจ้าเฝ้าเมตตา สะเนาะบองเนียงเฮยเนียงงา หากว่าพี่มีบุญหนุนวาสนา เบอเมียนเวียกสนาบานจูบเนียงแสร็ย ขอให้ช่วยนำพาได้พบประสบนาง. เพลงกะโน้บติงต็อง เป็นเพลงจังหวะสนุกสนานใช้บรรเลงได้ทั้งวงกันตรึม,วงมโหรี,วงปี่พาทย์ ทำให้เกิดความสนุกสนานและลีลาการเต้นเกี้ยวพาราสีของกะโน้บติงต็อง เพลงกระโน้บติงต็อง โอกะโน้บติงต็อง โอ กะโน้บติงต็อง สงสารบองเฮย ที่รักเรียมเอย สีเสลิกราไซร์ เจ้ากินใบไผ่ กะมมมมมูย กันเลาะแบ็ย (โอ้ไฉน)โอ-โอไฉน สาวเอย สาวหนึ่งชายสาม สงสารบองเฮยบานเตอวเนียะนา พี่เฝ้าติดตาม จะได้ไป(ผู้ใด) ใครหนอ โอเบอบานโมบอง หากได้มาพี่จักเฝ้าเคลียคลอ (พเน้าพะนอ) สงสารบองเฮย บองตรากองออบสตุย ไม่ให้นวลลออ เปราะบองมินออยมินออยเนียงปรูย มีทุกข์ระทมใจ.....


123 สงสารบองเฮยปีบากยากรอ สุดที่รักเอยแม้นพี่นี้ยากจน เข็ญใจ ไร้ทรัพย์ โอกระโน้บติงต็อง โอ กะโน้บเรียมเอย สงสารบองเฮยสีเสลิกตังกอ เจ้าเกาะจับ จับกิน....ใบตะโก เปราะบองสลันเนียง พี่นี่หลงรักเจ้า สลันเนียงอาคอ รักเจ้าอักโข สงสารบองเฮยบองมินเหียนอันแย็ย บัดนี้(เมื่อ)เจ้าเติบโต ไม่กล้าเจรจา.......... เพลงรำพึงรำพัน (เพลงรำเปย) เป็นเพลงช้า ใช้บรรเลงเวลา อำลา หรือหยุดเล่น หรือรำพึง รำพันถึงคนรักและญาติสนิท เพลงรำพึงรำพัน(รำเปย) สราเนาะกะโน้บติงตอง โอ้..แสนสงสาร กะโน้บติงต็อง เนียงเฮยบานกําแปลงนึงบอง หากน้องนุชได้หยอกล้อคลอเคลียพี่ เมียกเฮยกะโนบบอง (ตั๊กแตนกะโน้ปเจ้าเอ๋ย) บองเฮยเกิดจำเนยแสร็ยเนียง จักขอพลีชีพให้เป็นอาหารเจ้า โกนกนุงปัวะ ให้ไปเลี้ยง ไปเลี้ยงลูกของเรา ออยโกนนึกดวล ในท้องของเจ้า ให้ลูกได้กิน เออวกะโนบติงต็อง หมดสิ้นสงสัย หน้าที่พ่อ “กะโน้บติงต็อง” (อัชราพร สุขทอง, 2564, 25 ตุลาคม, สัมภาษณ์) โน้ตเพลงการแสดงเรือมกะโน้บติงตอง โน้ตเพลงพลับพลึง - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ร - ด – ล - ซ – ล - ด – ร - - - - - - - - - ซ – ล - ด – ร - - - - - ด – ท - ล – ท - ร – ล - - - - - - - ท - ล – ล - ล – ล - ท – ล - ร – ซ - ล ท ล - ร – ท - - - - - - - - - ล – ล - ซ ฟ ซ - - - ฟ - ร – ฟ - ซ – ล - ซ ฟ ซ - - - - - - - ล - ซ – ซ - ซ - ซ - ท – ล - ร – ซ - ล ท ล - ร – ท - - - - - - - - - ล – ล - ซ ฟ ซ - - - ฟ - ร -ฟ - ซ – ล - ซ ฟ ซ


124 โน้ตอายัยกลาย โ น้ โน้ตเ พลงมวยหลุม - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ม ร ด - - - - - - - ร - - - - - ม ร ด - ท -ล - ร – ซ - - - ด - ท – ด - ด ร ด - ท – ด - ด ซ ด - ท – ด - ด ร ด - ท – ด - ซ – ล - ซ – ล - ซ – ล ซ ฟ – ซ - - - ล - ซ – ล - ซ – ล - ซ – ล ซ ฟ – ซ โน้ตเพลงกะโน้บติงต็อง - - - - - - - - - - - - - - - ซ - - - ท - - ซ ท - - ซ ท ซ ท – ด - - - ด - ด – ด - ท ด ร - ร – ด - - ท ด - - - ท - - ซ ท ซ ท – ด - - - ซ - - - ซ - - - ซ - - - ซ - - ท ซ - - - ท - - ซ ท ซ ท – ด - - - ด - ด – ด - ท ด ร - - ร ด - - ท ซ - - - ท - - ซ ท ซ ท - ด - - - - - ซ – ซ - ด – ล - ซ – ฟ - ร – ฟ - ร – ฟ - ซ – ล ซ ฟ – ซ - - - - - ซ – ซ - ด – ล - ซ – ฟ - ร – ฟ - ร - ฟ - ซ – ล ซ ฟ – ซ - - - - - - - - - ท ซ ท - ท – ด - - - ด ร ด ร ล - ซ - ล ซ ฟ – ด - - - ซ - - - ซ - ด – ล - ซ – ฟ - ร – ฟ - ร – ฟ - ซ – ล ซ ฟ – ซ - - - - - - - ซ - ท ซ ท ซ ท – ด - - - ด ร ด ร ล - ซ – ล ซ ฟ – ซ โน้ตเพลงรำพึงรำพัน (รำเปย) - - - - - - - - - ซ – ซ - ล ซ ท - - - - - ท ร ซ - ร – ซ - ล ซ ท - - - - - ล ซ ท - ท – ร ท ร ซ ล - ซ ม ล - - - ล - ร – ซ - ล ซ ท (อัชราพร สุขทองและคณะ, 2550, น. 170 - 172) - - - - - ร – ร - ร – ด ร ด ท ล - - - - - ร – ร - ร – ด ร ด ท ล - - - - - ร – ร - ร – ด ร ด ท ล - - - - - ร – ร - ร – ด ร ด ท ล - ล ซ ฟ - - ซ ล ซ ล ด ล ซ ฟ – ซ - ล ซ ฟ - - ซ ล ซ ล ด ล ซ ฟ – ซ - - - - - ล – ซ - ล – ร - ร ม ซ - ร – ม - ร – ซ - ร – ด ร ด ท ล - - - - - ล – ซ - ล – ร - ร ม ซ - ร – ม - ร – ซ - ร – ด ร ด ท ล


125 2.2.3 ดนตรีประกอบการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ สก็วล หรือกลองโทน เป็นเครื่องดนตรีตระกูลที่เสียงเกิดจากการ สั่นสะเทือนของ แผ่นหนัง (Membranophones) ประเภท Tubular ชนิด Goblet ตัวกลองนิยมทำ มาจากไม้ขนุน และขึงหนังหน้ากลองด้วยหนังงูเหลือม หนังวัว หรือหนังตะกวด มีหน้ากลองที่ขึ้นหนังกลองทั้ง 3 แบบ สก็วล แบ่งเป็น 2 เสียง คือ ตัวผู้มีเสียงสูง ตัวเมียมีเสียงตํ่าทำ หน้าที่กำกับจังหวะ ซึ่ง ใช้กลองสก็วล ทั้งหมด 2-3 ใบ โดยขึ้นอยู่จำนวนนักดนตรีที่ ไปแต่ละงาน สก็วลทำ หน้าที่ประกอบจังหวะเล่นสลับ กับสก็วลระอัยร ภาพที่ 34 สก็วล หรือกลองโทน ที่มา: ผู้วิจัย ตรัวอู้หรือซออู้ เป็นเครื่องดนตรีตระกูลที่เสียงเกิดจากการสั่น สะเทือนของสาย (Chordophones) ประเภท Lute มีลักษณะคล้ายคลึงกับซออู้ของดนตรีไทยเดิม รูปร่างและ องค์ประกอบทางกายภาพไม่แตกต่างกันมากจะแตกต่างตรงความสวยงาม กะโหลก ตรัวอู้ทำขึ้นเอง โดยจะหากะลามะพร้าวซึ่งเป็นวัสดุจากธรรมชาติภายในชุมชนมาทำแล้วขึ้นหนังด้วยหนังวัวการ แกะสลักหน้าตรัวอู้ทำลวดลายง่ายๆ ส่วนสายซอก็นำ เบรกรถจักรยานมาทำ โดยนำ มาพันเป็นเกลียว ปัจจุบันนิยมนำสายซออู้มาใส่แทนเนื่องจากความ สะดวกสบาย ตรัวอู้ มีหน้าที่บรรเลงดำเนิน ทำนอง ภาพที่ 35 ตรัวอู้หรือซออู้ ที่มา: ผู้วิจัย


126 ปี่สไล หรือปี่กลางเป็นเครื่องดนตรีที่เสียงเกิดจากการสั่นสะเทือนของ อากาศ (Airophones) ประเภท Double reed แบบลิ้นคู่ เป็นเครื่องดนตรีที่ทำ ให้ทำ นองโหยหวน คลุกเคล้า ไปตามทำ นองเพลง เป็นเครื่องดนตรีที่เล่นค่อนข้างยากโครงสร้างปี่สไลประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ เลาปี่สไล และลิ้นปี่สไล โดยเลาปี่สไล นิยมทำจากไม้พยุง ตัวเลาจะเจาะให้กลวง เจาะรู6 รูสำหรับใช้ นิ้วปิดและเปิดเสียง สำ หรับลิ้นปี่สไล ท่อกำพวดทำจากท่อทองเหลืองหรือสแตนเลส ส่วน ลิ้นปี่ทำ มา จากใบตาลตัวผู้ตากแห้งนำ มาพับซ้อนกัน 4 ชั้นประกบเข้าหากันจากนั้นจุ่มนํ้าก่อนแล้วใช้มีดตัดตาม สัดส่วนที่ต้องการจากนั้นใช้เชือกมัดเป็นห่วง 2 ห่วงเข้ากับลิ้นที่ตัดเสร็จใช้ด้ายเคียนบริเวณ ปลายท่อกำ พวดเพื่อเวลาสวมท่อกำพวดเข้ากับเลาจะทำ ให้เกิดความแน่นกระชับยิ่งขึ้น โดยปี่สไลที่ใช้ในวงมีหลาย อันโดยมีทั้งทำขึ้นเอง และได้รับสืบทอดมาจากรุ่นปู่ ปี่สไลมีหน้าที่เป็นผู้นำวงรับหน้าที่ใน การขึ้นเพลง ภาพที่ 36 ปี่สไล ที่มา: ผู้วิจัย กรับ เป็นเครื่องดนตรีที่สั่นสะเทือนมวลวัตถุในตัวเอง (Idiophones) ประเภท Concussion ที่ทำมาจากไม้พยุง ใช้บรรเลงประกอบจังหวะมีหน้าที่คอยควบคุมจังหวะในวง ภาพที่37 กรับ ที่มา: ผู้วิจัย


127 ฉาบเล็ก เป็นเครื่องดนตรีที่สั่นสะเทือนมวลวัตถุในตัวเอง (Idiophones) ประเภท Concussion ที่ทำ มาจากทองเหลือง ใช้บรรเลงประกอบจังหวะมีหน้าที่คอยควบคุมจังหวะ ใช้บรรเลง ควบคู่กับฉิ่ง ภาพที่ 38 ฉาบเล็ก ที่มา: ผู้วิจัย ฉิ่ง เป็นเครื่องดนตรีที่สั่นสะเทือนมวลวัตถุในตัวเอง (Idiophones) ประเภท Concussion ที่ทำมาจากทองเหลืองใช้บรรเลงประกอบจังหวะมีหน้าที่คอยควบคุมจังหวะในวง ใช้บรรเลงควบคู่กับ ฉาบเล็ก ฉิ่งเป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะหลักที่กำหนดอัตราจังหวะของเพลง ภาพที่ 39 ฉิ่ง ที่มา: ผู้วิจัย 2.2.4 การแต่งกายการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ปี พ.ศ. 2540 - 2550 ในยุคนี้ปรับเปลี่ยนปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาในการแต่งกายจะเน้น เพื่อความเป็นเอกภาพเน้นความเป็นไทยควบคู่สากล มีการพัฒนาต่อยอด ยอมรับในความเป็นสากล มีการนำองค์ความรู้ต่าง ๆ เข้ามาประกอบประยุกต์ในการประดิษฐ์เครื่องแต่งกายให้สื่อความหมายและ บูรณาการ ในองค์ความรู้ท้องถิ่นไปสู่สากลได้โดยการแต่งกายออกแบ่งตามลักษณะเพศ ตัวผู้เมีย ประกอบด้วย ส่วนที่ 1) เป็นชุดรัดรูปสีเขียวตองอ่อนทั้งตัว ส่วนที่ 2) เสื้อผ้าไหม ตรูยแสน์ก แขนกุดแบบสวมด้านหน้า ชายเสื้อด้านหน้าห้อยยาวลงมาถึงช่วงหน้าขาเป็นรูปสามเหลี่ยม ด้านหลังตกแต่งด้วยระบายสีเขียว ส่วนที่ 3) กรองคอปักด้วยเลื่อมสีทอง ส่วนที่4) ปีกซึ่งมีการพัฒนาให้ มีความเหมือนจริงและสวยงามมากยิ่งขึ้น มีลักษณะโปร่งบางซ้อนกัน 4 ชั้น โดยปีกด้านนอกจะมีสีเขียว


128 เข้มและปีกในอีก 3 ชั้นก็จะมีสีอ่อนลงไปตามลำดับ สามารถกางหรือหุบปีกได้โดยใช้มือดึงก้านปีกขึ้น ส่วนที่ 5) หน้ากากซึ่งก็มีการพัฒนาให้มีความเหมือนจริงขึ้นกว่าเดิม โดยเน้นการใช้สีสันที่เหมือนจริงขึ้น และใช้วัสดุแบบที่ทนทานขึ้นกว่าเดิม และส่วนที่ 6) ทัดดอกไม้ที่บริเวณบนหูด้านซ้าย ตัวผู้ประกอบด้วย ส่วนที่ 1) เป็นชุดรัดรูปสีเขียวตองอ่อนทั้งตัว ส่วนที่ 2) เสื้อผ้าไหม ตรูยแสน์ก แขนกุดแบบสวมด้านหน้า ชายเสื้อด้านหน้าห้อยยาวลงมาถึงช่วงหน้าขาเป็นรูปสามเหลี่ยม ด้านหลังตกแต่งด้วยผ้าสีเขียวไม่มีระบาย ส่วนที่ 3) กรองคอปักด้วยเลื่อมสีทอง ส่วนที่ 4) ปีกซึ่งมี การพัฒนาให้มีความเหมือนจริงและสวยงามมากยิ่งขึ้น มีลักษณะโปร่ง บางซ้อนกัน 4 ชั้น โดยปีก ด้านนอกจะมีสีเขียวเข้มและปีกในอีก 3 ชั้นก็จะมีสีอ่อนลงไปตามลำดับ สามารถกางหรือหุบปีกได้โดย ใช้มือดึงก้านปีกขึ้น และส่วนที่ 5) หน้ากากซึ่งก็มีการพัฒนาให้มีความเหมือนจริงขึ้นกว่าเดิม โดยเน้น การใช้สีสันที่เหมือนจริงขึ้นและใช้วัสดุแบบที่ทนทานขึ้นกว่าเดิม (อัชราพร สุขทอง, 2564, 20 ตุลาคม, สัมภาษณ์) ภาพที่ 40 การแต่งกายการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง หลังจากปี พ.ศ. 2540 - 2550 (ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกาย) ที่มา: พงศธร ยอดดำเนิน, (2564, น. 80) 2.2.5 ผู้แสดงเรือมกะโน้บติงต็องยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดงมหาวิทยาลัยราชภัฏ สุรินทร์ แสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ในยุคที่ 3 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ยังคงใช้นักแสดงที่ เป็นชาย - หญิง เหมือนยุคที่ 2 และมีผู้แสดงตั้งแต่ 2 คู่ถึง 6 คู่ ขึ้นไป การแสดงจะรำเป็นคู่ ๆ เช่นเดิม เมื่อออกมารำถึงคู่ตัวเองนักแสดงจะรำพร้อมกันและแปรแถวเพื่อรำในจังหวะต่อไปจนครบกระบวนท่า รำที่ได้พัฒนาขึ้นใหม่ มีการแปรแถวที่มากขึ้นตามรูปแบบสากล


129 2.2.6 สถานที่ใช้ในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ การแสดงพื้นบ้านอีสานใต้เรือมกะโน้บติงต็อง ไม่จำกัดสถานที่แสดงอย่างเป็นแบบแผน การแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง จึงขึ้นอยู่กับสถานที่ เช่น เวทีโรงละคร เวทีกลางแจ้ง ลานที่โล่ง สถานที่จึง เป็นตัวกำหนดของนักแสดงอีกด้วย 2.2.6.1 รูปแบบการแปรแถว ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดงมหาวิทยาลัย ราชภัฏสุรินทร์ หมายเหตุ : แทนผู้แสดงเป็นตั๊กแตนตัวผู้ แทนผู้แสดงเป็นตั๊กแตนตัวเมีย ตารางที่ 4 รูปแบบการแปรแถวในยุคที่ 3 ลำดับที่ รูปภาพ ลักษณะการแปรแถว 1. การแปรแถวแบบตอนลึก 2. การแปรแถวแบบวงกลม 3. การแปรแถวแบบหน้ากระดาษ สับหว่าง หน้าเวที หน้าเวที หน้าเวที


130 ลำดับที่ รูปภาพ ลักษณะการแปรแถว 4. การแปรแถวแบบปากพนัง 5. การแปรแถวแบบวีหงายเรียงคู่ 6. การแปรแถวแบบวีคว่ำซ้อนคู่ 7. การแปรแถวแบบหน้ากระดาษ 2 แถว ที่มา: ผู้วิจัย 2.2.7 โอกาสที่แสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ การแสดงพื้นบ้านอีสานใต้ เรือมกะโน้บติงติอง เป็นการแสดงที่เอามรดกทาง วัฒนธรรม หลายประเภทของวัฒนธรรมอีสานใต้ ให้เป็นการแสดงมีระเบียบ แบบแผนตามบริบท วัฒนธรรมวิถีชีวิตของชาวอีสานใต้ การแสดงเรือมกะโน้บติงต็องแสดงได้ทุกวาระและทุกโอกาสนิยม แสดงในงานมงคล งานนำเสนอศิลปะวัฒนะธรรมเป็นต้น การนำแสดงเรือมโน้บติงต็อง ไปใช้แสดงถึง เลือกให้เหมาะสมกับวาระและโอกาสตลอดจนความเหมาะสม การนำแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ออก แสดงแต่ละครั้งควรคำนึงถึงกระบวนท่ารำ เพลง องค์ประกอบและเครื่องแต่งกายให้ถูกต้องตามแบบ แผนวัฒนธรรมอีสานใต้ และนำความร่วมสมัยแบบสากลมาปรับประยุกต์ ในการแสดงแต่ละครั้งมีบาง หน้าเวที หน้าเวที หน้าเวที หน้าเวที ตารางที่ 4 รูปแบบการแปรแถวในยุคที่ 3 (ต่อ)


131 กระบวนท่ารำเพิ่มเติม ลักษณะธรรมชาติของตั๊กแตนโดยอิงจากวิทยาศาสตร์ และปรับรูปแบบการแสดง ให้ต่างชาติเข้าถึงธรรมชาติของตั๊กแตนตำข้าวยิ่งขึ้น และปรับเปลี่ยนจากเดิมด้วยวาระและโอกาสเวลา จำกัดจึงมีบางกรณีที่มีข้อยกเว้น ตัดถ้ากระบวนท่ารำออกเป็นบางท่าเพื่อให้กระชับเวลาขึ้นเนื่องจาก เวลาและข้อจำกัดในการแสดงที่นำออกแสดง แต่ยังคงกระบวนท่าที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของการแสดง เรือมกะโน้บติงต็อง แต่ยังคงมรดกทางวัฒนธรรมอีสานใต้เป็นอย่างดี (อัชราพร สุขทอง, 2564, 20 ตุลาคม, สัมภาษณ์) 2.3 แนวคิดการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดงวิทยาลัย นาฏศิลปนครราชสีมา การแสดงศิลปะพื้นบ้านเรือมกะโน้บติงต็องมีความสัมพันธ์กับบริบทและวัฒนธรรมสังคม ในกลุ่มชาติพันธ์วัฒนธรรมอีสานใต้ จากการศึกษาในอดีตการลอกเลียนแบบการถ่ายทอดไปหากันจนทำ ให้มีเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่เกิดกับนาฏศิลป์ไทยกับรูปแบบการแสดงที่เป็นพื้นที่แยกออกจากกันไม่ได้มีสิ่ง ที่ซับซ้อนอยู่ด้วยกันเสมอทำให้เกิดปัจจัยในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบตลอดจนความเป็นธรรมชาติของ วัฒนธรรมที่ไม่สามารถหยุดนิ่งหรือดำรงรูปแบบนั่งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์ได้โดยเฉพาะการกำหนดและ บริบททางสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปด้วยโดยพบการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นอันปัจจัยภายนอกกระตุ้น ด้วยรูปแบบการเล่นเรือมกะโน้บติงต็องให้เข้ากับบริบทในการแสดงที่ได้รับการมอบหมายในการนำเอา วัฒนธรรมอีสานใต้สู่การแสดง แสง สี เสียงครั้งนี้จึงมีแนวคิดในการแสดงดังนี้ (สมศักดิ์ บัวบุตร, 2564, 20 ธันวาคม, สัมภาษณ์) การแสดงเรือมกะโน้บติงต็องทางวิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา มาปรับใช้ในการสร้างสรรค์ การแสดง เพื่อใช้ในประกอบการแสดง แสง สี เสียงพิมาย โดยหยิบยกท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บ ติงต็อง มาใช้ให้เห็นถึงกระบวนท่ารำที่เป็นแม่ท่าของการแสดงเรือมกะโน้บติงต็องและมาปรับให้ สอดคล้องเป็นเอกลักษณ์ของตนเองให้เหมาะสมกับการแสดงที่ใช้ในการครั้งนี้ การปฏิบัติมือและเท้าของการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง รำยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดง วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา ภาพที่ 41 การใช้เท้าในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่มา: ผู้วิจัย การใช้เท้าในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง การก้าวไขว้ไปข้างหน้า ให้วางเท้าลงเต็มเท้า เปิดสันเท้า เท้าทั้งสองห่างกันพอประมาณ จะย่อเข่าก็ได้


132 2.3.1 กระบวนท่ารำยุคที่ 3 พัฒนารูปแบบการแสดงวิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา ตารางที่5 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบ) ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 1. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือกัน : ตั้งตรง : ตรง : ยกขึ้นตั้งฉาก งอศอกพอประมาณ : มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบ ตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ลงพื้นส่วนนิ้วที่ เหลือ กรีดออกให้สุดอยู่ระดับไหล่ : ฝ่าเท้าทั้ง 2 วางเต็มเท้า ย่อเข่าทั้ง 2 ลงพอประมาณ ตัวผู้กันเข่าออก ตัวเมีย ให้หัวเข่าชิดกัน การใช้มือในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง กดนิ้วกลางลงคลายจีบล่อแก้ว นิ้วที่เหลือกรีดออก ให้สุด หักข้อมือเล็กน้อย ภาพที่ 42 การใช้เท้าในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่มา: ผู้วิจัย การใช้เท้าในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง เตะเท้าไปด้ายแล้วการทรงตัวด้วยการเขย่งเท้าโดย ใช้จมูกเท้าในการรับน้ำหนักตัว ให้การทรงตัวอยู่ได้ และยุบ - ยืดตัวตามจังหวะเพลง ภาพที่ 43 การใช้มือในการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง ที่มา: ผู้วิจัย


133 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 2. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : ตั้งตรง : ตรง เงยหน้าขั้นมองปลายนิ้วมือ : ยกขึ้นเหนือศีรษะ งอศอกพอประมาณ : มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบ ตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ขึ้นข้างบน ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้ตึง แล้วเคลื่อนมือ ทั้ง 2 ขึ้นเหนือศีรษะ : ฝ่าเท้าทั้ง 2 วางเต็มเท้า ตัวผู้ปลายเท้าเฉียงออก ตัวเมีย ปลายเท้าชิด : ทั้ง 2 ตึง ตัวผู้หัวเข่าแยกออกจากกันตัวเมีย หัวเข่าชิด 3. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มไปข้างหน้า : โน้มไปข้างหน้า ก้มหน้ามองพื้น : เลื่อนลงมาระดับอก กันศอกออกข้างลำตัว : มือทั้ง 2 หักข้อมือลง ปลายนิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ลงพื้น ส่วนนิ้วที่ เหลือ กรีดออกให้ตึง อยู่ระดับอก : ฝ่าเท้าทั้ง 2 วางเต็มเท้า ตัวผู้ปลายเท้าเฉียงออก ตัวเมีย ปลายเท้าชิด : ทั้ง 2 ตึง ตัวผู้หัวเข่าแยกออกจากกันตัวเมีย หัว เข่าชิด 4. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : ตั้งตรง : เอียงด้านขวา : ชูแขนทั้ง 2 ขึ้นเหนือศีรษะ : มือทั้ง 2 ตั้งมือระดับศีรษะ นิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออก : ดีดเท้าออกไปด้านขวา : ย่อเข่าซ้ายพอประมาณ ตารางที่ 5 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบ) (ต่อ)


134 ที่ ภาพท่ารำ คำอธิบายท่ารำ 5. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มตัวไปทางขวา : เอียงด้านขวา : แขนขวาเหยียดออกระดับไหล่ แขนซ้ายงอ ตั้งฉากข้างลำตัว : มือขวาตั้งมือระดับไหล่ นิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ส่วนนิ้วที่ มือซ้ายตั้งมือระดับชายพก นิ้วปฏิบัติท่าจีบ ตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ส่วนนิ้วที่ : ดีดเท้าออกไปด้านข้างซ้าย : ย่อเข่าด้านขวา 6. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : ตั้งตรง : ตั้งตรง : งอศอกพอประมาณ ข้างลำตัว : มือทั้ง 2 ตั้งมือระดับชายพก ปลายนิ้วปฏิบัติท่า จีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ส่วนนิ้ว ที่เหลือกรีดออกให้ตึง : ดีดเท้าออกไปด้านข้างซ้าย : ย่อเข่าด้านขวา 7. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : ตั้งตรง : เอียงด้านขวา : ชูแขนทั้ง 2 ขึ้นเหนือศีรษะ : ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดออกให้ตึง : ดีดเท้าออกไปด้านขวา : ย่อเข่าซ้ายพอประมาณ ตารางที่ 5 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบ) (ต่อ) : มือทั้ง 2 ตั้งมือระดับศีรษะ นิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้สที่ 5 (ต่อ)


135 8. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : โน้มตัวไปทางขวา : เอียงด้านขวา : แขนขวาเหยียดออกระดับไหล่ แขนซ้ายงอข้าง ลำตัว : มือขวาตั้งมือระดับไหล่ นิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ส่วนนิ้วที่ที่เหลือกรีด ออกให้ตึง มือซ้ายตั้งมือระดับชายพก นิ้วปฏิบัติท่า จีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ส่วนนิ้วที่ : ดีดเท้าออกไปด้านข้างซ้าย : ย่อเข่าด้านขวา 9. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : ตั้งตรง : เอียงขวา : แขนซ้ายเหยียดไปด้านหน้าระดับไหล่ แขนขวาตั้ง ฉากระดับไหล่ : มือซ้ายคว่ำมือระดับไหล่ นิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ส่วนนิ้วที่ที่เหลือกรีด ออกให้ตึง มือขวาตั้งมือระดับศีรษะ นิ้วปฏิบัติท่าจีบ ตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ส่วนนิ้วที่ : ดีดเท้าออกไปด้านข้างขวา : ย่อเข่าด้านซ้าย 10. ลำตัว ศีรษะ แขน มือ เท้า เข่า (หมายเหตุ) ตัวผู้ ตัวเมีย ปฏิบัติท่ารำเหมือนกัน : ตั้งตรง : เอียงขวา : แขนขวาเหยียดไปด้านหน้าระดับไหล่ แขนซ้ายตั้ง ฉากระดับไหล่ : มือขวาคว่ำมือระดับไหล่ นิ้วปฏิบัติท่าจีบตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ส่วนนิ้วที่ที่เหลือกรีด ออกให้ตึง มือซ้ายตั้งมือระดับศีรษะ นิ้วปฏิบัติท่าจีบ ตั๊กแตน โดยนิ้วกลางกดลงปลายนิ้วชี้ส่วนนิ้วที่ : ดีดเท้าออกไปด้านข้างซ้าย: ย่อเข่าด้านขวา ตารางที่ 5 ท่ารำการแสดงเรือมกะโน้บติงต็อง (ยุคพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบ) (ต่อ)


Click to View FlipBook Version