6011011030004
นายนติ ิพัทธ์ สถาปติ านนท์
โรงเรียนมธั ยมวดั นายโรง
ประวตั ิโรงเรียน
โรงเรียนมัธยมวดั นายโรง ชอื่ เดมิ คอื "โรงเรียนวดั นายโรง" ซ่งึ เปนช่อื ของวัดอนั เปนที่ตั้ง ท่ี
ไดชอื่ วา "วดั นายโรง" เนื่องดวย"เจากรับ" ซึ่งเปน"นายโรง"ละครนอกทมี่ ีช่ือเสยี งสมัยรัชกาลท่ี
4 ในสมยั กรงุ รัตนโกสนิ ทร เมอื่ ประมาณ พ.ศ. 2503 ทานเจากรับนายโรงละครซ่งึ เปนเจาของโรง
ละครนอกทม่ี ชี ่ือเสยี งในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลาเจาอยหู ัว รัชกาลที่ 3 สืบเน่อื งจนถงึ
รัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลทท่ี 4 เปนผบู รจิ าคทีด่ ิน เจากรับละครเปน
ทงั้ ครสู อนและนายโรงละคร (เจาของโรงละคร) รบั งานแสดงละครจนมฐี านะรำ่ รวย จึงนำเงนิ ท่ไี ด
จากการแสดงละครมาสรางวดั ใกลๆ บานข้ึน และไดตั้งช่อื ตามคำเรียกของชาวบานใหวา วัดนาย
โรง วดั นายโรงเดิมมชี ่อื เรยี กหลายๆ ชอื่ ดวยกนั บางกเ็ รยี กวา วดั เจากรับ หรือ วัดเจากรบั
ละคร ในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจาอยูหวั รชั กาลที่ 4 พระองคไดทรงพระกรณุ า
โปรดเกลาฯ พระราชทานช่อื วัดนายโรงใหมวา วัดสมั มชั ชผล แตประชาชนไมนยิ มจงึ เรียกตดิ ปาก
กันวาวดั นายโรง สถานท่ีน้ีมีโบราณสถาน โบราณวตั ถทุ ่ีสวยงาม และมคี วามสงบรมรืน่ ในอดตี เคย
เปนที่สำนักของ หลวงปรู อด ซง่ึ เปนพระอาจารยท่ีมีชื่อเสยี งโดงดงั ดานการสอนวิปสสนากรรมฐาน
ดานวิทยาคมและวัตถมุ งคล โดยเฉพาะอยางย่ิง เบ้ยี แก และลกู อมชานหมาก
โรงเรยี นมัธยมวดั นายโรง กอต้งั เม่ือวนั ที่ 13 กุมภาพันธ พ.ศ. 2498 ตง้ั อยทู ี่ถนนบรมราช
ชนนี แขวงอรณุ อมรินทร เขตบางกอกนอย กรุงเทพมหานคร 10700 บนท่ีดินของวัดสองวดั คอื
วดั นายโรงและวัดบางบำหรุ โดยไดรับการมอบทีด่ ินจากพระอธกิ ารแนบ ไดมอบทดี่ ิน จำนวน 5 ไร
2 ตารางวา เจาอาวาสวดั นายโรง และพระครรู ัตนโสภณ เจาอาวาสวดั บางบำหรุไดมอบท่ีดนิ อกี
119 ตารางวา รวมเน้อื ทท่ี ง้ั หมด 5 ไร 1 งาน 22 ตารางวา และเปดทำการสอนครั้งแรกใน
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาตอนตนเมื่อวนั ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2498 อาศยั ศาลาการเปรียญของวดั
นายโรง ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 1 จำนวน 2 หองเรียน มีนักเรยี น 77 คน ครู 3 คน มนี ายธำรง
โกมลบุตร เปนครูใหญคนแรก และเปดสอนในระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลายครัง้ แรกในป พ.ศ.
2524 โรงเรยี นวัดนายโรงไดขออนมุ ตั เิ ปล่ยี นช่ือเปน โรงเรยี นมธั ยมวัดนายโรง ในวันท่ี 6 กันยายน
พ.ศ. 2539
โรงเรยี นมธั ยมวดั นายโรง ไดรบั คัดเลือกใหเปนโรงเรยี นมัธยมศกึ ษาดีเดนของกรมสามญั
ศกึ ษา ไดรับพระราชทาน ในปการศกึ ษา พ.ศ. 2524, พ.ศ. 2534 และพ.ศ. 2541 โรงเรียนไดเขา
รวมโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล (The International Standard School Project หรอื
ISSP) ในปการศกึ ษา 2545 ไดรบั อนุมัติจาก กระทรวงศึกษาธกิ าร ใหเปดสอนหลกั สตู รการเรียน
การสอนภาคภาษาอังกฤษ(Engllish Program) ปจจบุ ันโรงเรียนมัธยมวดั นายโรง สำกัดสำนักงาน
เขตพนื้ ท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษาเขต 1
ระบบการเรยี นการสอน
โรงเรียนมัธยมวดั นายโรงมกี ารจัดการเรียนการสอนตามหลักสตู รกระทรวงศกึ ษาธิการเปน
ภาษาอังกฤษ (English Program) โดยใชภาษาอังกฤษเปนสอื่ ในวชิ าตางๆยกเวนวิชาภาษาไทย
ตามหลักสตู รการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2544 รวมถงึ กจิ กรรมและเทคโนโลยีทใ่ี ชในการ
สอน และสอนโดยครูชาวตางประเทศและครไู ทยท่ีมคี วามสามารถในดานภาษาอังกฤษ โดยมกี าร
จัดการเรียนการสอน 3 รูปแบบ คอื English Program, Mini English
Program และ Integrated English Program
ขอมลู เบือ้ งตนเกยี่ วกบั โรงเรยี น
สถานทตี่ ง้ั เลขทอี่ ยู 658/2 ถนน บรมราชชนนี แขวง อรณุ อมรินทร เขตบางกอกนอย
กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย 10700
โทรศพั ท 02-424-1826
โทรสาร 02-433-6735
ระดบั ทเี่ ปดสอน มธั ยมศึกษาตอนตน - มธั ยมศึกษาตอนปลาย
วนั กอตงั้ โรงเรียน 13 กุมภาพนั ธ 2498
E-mail [email protected]
Website https://www.nairong.ac.th
https://data.bopp-obec.info/web/?School_ID=1010720094 NEW
Facebook Nairong News
อกั ษรยอ น.ร.
สญั ลักษณประจำโรงเรยี น
ตราสญั ลักษณประจำโรงเรียน ตราชฎา
อัตลักษณของโรงเรยี น สอ่ื สารสองภาษา ล้ำหนาเทคโนโลยี มีจิตสาธารณะ
เอกลักษณของโรงเรียน โรงเรียนสองภาษา
คำขวญั ศษิ ยและครรู หู นาที่ เปนศักดศิ์ รขี องนายโรง
ปรัชญา ปญญ โลกสมิ ปชโชโต "ปญญาเปนแสงสวางสองโลก"
สปี ระจำโรงเรียน สีฟา หมายถงึ ความสงบเยอื กเยน็
สเี หลือง หมายถึง คณุ ธรรม
สีเขยี ว หมายถึง ความเจรญิ รุงเรือง
ตนไมประจำโรงเรยี น ความสงบเยอื กเยน็ เปนคุณธรรมที่กอใหเกดิ ความเจรญิ รงุ เรือง
ตนเฟองฟา
หลักสูตรที่เปดการเรยี นการสอน หองเรยี น English Program
หองเรียน Mini English Program
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน (ม.1 – ม.3) หองเรียน Integrated English Program
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6)
หองเรียน Math Science Advance Program
(โดยคณะอาจารยจาก มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล คณะวิทยาศาสตร หลกั สตู รนานาชาต)ิ
: วิทยาศาสตร – คณิตศาสตร
หองเรยี น English Program : วทิ ยาศาสตร – คณติ ศาสตร
: คณิตศาสตร – ภาษาองั กฤษ
: ภาษาองั กฤษ - ภาษาตางประเทศที่2
-ฝรง่ั เศส
-จีน
-ญปี่ นุ
-เยอรมัน
หองเรยี น Mini English Program : วทิ ยาศาสตร – คณิตศาสตร
: คณติ ศาสตร – ภาษาองั กฤษ
: ภาษาองั กฤษ - ภาษาตางประเทศท่ี2
-ฝรง่ั เศส
-จนี
-ญป่ี ุน
-เยอรมัน
หองเรยี น Integrated English Program : วิทยาศาสตร – คณติ ศาสตร
: คณิตศาสตร – ภาษาอังกฤษ
: ภาษาอังกฤษ - ภาษาตางประเทศท่ี2
-ฝรง่ั เศส
-จนี
-ญปี่ นุ
-เยอรมนั
ดานการบรหิ ารการศึกษา
โรงเรยี นมธั ยมวดั นายโรง ไดดำเนนิ การนอมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงเปนนโยบายในการ
บริหารและปฏิบัติงานในสถานศึกษา โดยกำหนดวิสยั ทัศน พนั ธกจิ เปาหมาย อตั ลกั ษณ และ
เอกลักษณ แนวทางการพฒั นาคุณภาพการจัดการศึกษา และกลยุทธการพฒั นาคุณภาพการจัด
การศกึ ษาของสถานศึกษาดงั น้ี
วสิ ัยทศั น (2558) ภายในป 2558 โรงเรยี นมัธยมวัดนายโรงจะเปนเลิศดานการศึกษา
นานาชาติ บรู ณาการภมู ิปญญา คานยิ มไทยและความเปนสากลบนหลกั
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
(Within the year 2015 MNR must adopt an Excellent Leader
International Standard School, Integrated Thai Wisdom Value
and Globalization in view of Sufficiency Economy Philosophy.)
วสิ ยั ทศั น (2559) ภายในป 2561 โรงเรียนมธั ยมวัดนายโรงจะเปนผูนำดานการศกึ ษา
นานาชาติ บนพน้ื ฐานคานยิ มไทย
พันธกิจ (Within the year 2018, Matthayom Watnairong School will be
a leading school in international education standard in view of
Thai values.)
1. พัฒนาผเู รยี นใหมีคุณภาพทัดเทยี มนานาชาตดิ วยการประยุกตใช
เทคโนโลยขี น้ั สงู บูรณาการการจดั การเรยี นรูดวยภาษาอังกฤษและภาษา
อืน่ ไดอยางนอย 3ภาษา
2. สงเสรมิ และพฒั นาครแู ละบุคคลากรใหมสี มรรถนะทางดานการใชสอื่
เทคโนโลยดี ิจทิ ัลและภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร การเรียนรู และปรบั ปรุง
กระบวนการทำงาน
3. ยกระดับหลักสูตร การจดั การเรยี นการสอน สื่อ แหลงเรียนรูและการจดั
บรรยากาศโดยใชภาษาอังกฤษบูรณาการในทกุ กลมุ สาระวิชา
4. พัฒนากจิ กรรมทสี่ งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ภาวะผนู ำ จติ สาธารณะ
สุขอนามัย อนุรักษและสบื สานภูมิปญญาไทย
5. สรางเครอื ขายทางการศึกษากับสถาบนั ตางๆ ทง้ั ในและตางประเทศเพือ่
สรางโอกาสในการพฒั นาผูเรยี น
6. พฒั นากระบวนการบริหารแบบมสี วนรวม ระหวางโรงเรยี นกับชมุ ชน
องคกรตางๆ คณุ ภาพการศกึ ษา
วัตถปุ ระสงคของสถานศกึ ษา จัดการศึกษาในระดบั การศึกษาภาคบงั คับและการศกึ ษาขน้ั
พ้นื ฐานเปนโรงเรียนประเภทสหศึกษา นอกจากการจดั การศึกษา
ดังกลาวตง้ั แตปการศกึ ษา 2545 โรงเรียนยังไดเปดสอนหลกั สตู ร
ภาคภาษาอังกฤษในระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนตนและตอนปลาย
คณุ ลกั ษณะผูเรยี นทพี่ ึงประสงค จิตอาสาสาธารณะ กตญั ูรคู ณุ ขยันหม่นั เพยี ร รเู วลาและ
หนาท่ี สามารถสอ่ื สารสูมาตรฐานสากล
(Public Minded, Faithful, Diligent, Time and Duty
Conscious, International Communicative
Competency Standard)
คณุ ลกั ษณะทางวิชาการระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน
1. นักเรียนมผี ลการเรียนรูเปนไปตามมาตรฐานของหลกั สูตรแกนกลางของชาติ (เนนจติ
อาสา รกั การอาน แสวงหาการเรยี นรู สุขอนามัย)
2. นักเรียนเรยี นรเู นอื้ หาสาระคณิต-วิทย ในระดบั มัธยมศึกษาตอนตนดวยภาษาอังกฤษ
ระดบั กลางไดในระดับดี
3. นกั เรียนสอ่ื สารดวยภาษาองั กฤษในวงศัพทรูปธรรมและนามธรรมระดับกลางกบั
ชาวตางชาตไิ ดดี
4. นักเรยี นใชภาษาองั กฤษในระดบั กลางเพอื่ การศึกษาและแสวงหาความรผู านสอ่ื
สิง่ พมิ พและส่ือเทคโนโลยไี ดอยางดี
5. นกั เรยี นมีผลสัมฤทธิ์ทางดานการเรยี น ๕ กลุมสาระหลักจากการประเมนิ ระดบั ชาติ
สูงสดุ
6. นกั เรยี นสามารถสรางกจิ กรรมแลกเปลีย่ นเรียนรูและนำเสนอกจิ กรรม/โครงงานจาก
สถานการณสง่ิ แวดลอมในประเทศดวยภาษาอังกฤษไดอยางดี
7. นกั เรียนอยางนอยรอยละ 75 สามารถสอบผานวดั ความสามารถทางภาษาจากสถาบนั
สอบวัดผลทางภาษาจากนานาชาติ
คณุ ลักษณะทางวิชาการระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
1. ผลการเรยี นรเู ปนไปตามมาตรฐานของหลักสตู รแกนกลางกลางของชาติ (ผนู ำทางดาน
จติ อาสา สุขอนามยั รกั การอาน แสวงหาการเรียนรอู ยางตอเนอ่ื ง)
2. นกั เรยี นสายสามญั เรียนรูเนื้อหาสาระคณิต-วิทย ดวยภาษาองั กฤษ
ระดบั Advanced ไดในระดับดี
3. นักเรียนสายสามญั สอื่ สารดวยภาษาองั กฤษในวงศพั ทรูปธรรมและนามธรรม
ระดบั Advanced กบั ชาวตางชาติไดอยางคลองแคลว
4. นกั เรยี นสายสามญั ใชภาษาองั กฤษในระดับ Advanced เพอ่ื การศึกษาและแสวงหา
ความรผู านสอ่ื สงิ่ พิมพและสอ่ื เทคโนโลยที ่ีมีอยางหลากหลายไดอยางดี
5. นักเรยี นทง้ั สายสามัญมผี ลสมั ฤทธทิ์ างดานการเรยี น ๕ กลุมสาระหลกั จากการประเมนิ
ระดับชาติแตละประเภท (O-net)สงู ขนึ้
6. นกั เรยี นสายสามญั สามารถสรางกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรแู ละนำเสนอกิจกรรม/
โครงงานจากสถานการณส่งิ แวดลอมทัว่ โลกผานการนำเสนอเผยแพรและแลกเปลีย่ น
ผลงานระดับนานาชาติไดอยางดี
7. นักเรียนสายสามัญอยางนอยรอยละ 80 สามารถสอบผานวัดความสามารถทางภาษา
จากสถาบันสอบวัดผลทางภาษานานาชาติ
กลยทุ ธ 1.พัฒนาครแู ละบุคลากรเนนยกระดบั การเรียนการสอนและสรางเครอื ขายเพ่อื
งานที่เนน พฒั นาทางวิชาการ สูสากล
2.สงเสริมผูเรยี นใหมีทกั ษะการเรยี นรู การทำงาน และการบูรณาการ ดวยดิจทิ ัล
เทคโนโลยี และรปู แบบการวัดผลประเมนิ ผลทุก 2 สปั ดาห
3.สงเสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม สขุ ภาวะ และสุนทรียภาพ เนนจติ สาธารณะ ผาน
เครอื ขายสงั คมและภมู ปิ ญญาไทย
4.พัฒนาการบริหารจัดการและประกนั คุณภาพดวยระบบ PDCA
5.ปรบั ปรงุ /สรางแหลงเรยี นรู เพ่อื เสริมศักยภาพ ประสิทธิภาพการจดั การเรยี นรู
พัฒนาแหลงเรียนรู บรรยากาศสิ่งแวดลอม
1.พัฒนาสมรรถนะครู (Develop teacher’s competency)
2.ปรบั การะบวนการประเมินผลสูกรเรียนรู (Adjust assessment process to
Learning process)
3.ผกู มดั ดวยบรรยากาศและสง่ิ แวดลอมทีเ่ ปนภาษาอังกฤษผาภมู ิปญญาทองถน่ิ
ของไทย (Engage English atmosphere and environment through Thai
local wisdom)
4.กระตุนทีมงานใหภูมใิ จและจงรกั ภกั ดใี นองคกร (Encourage staff’s pride and
dignity in the organization )
เพลงมารชประจำโรงเรียนมัธยมวดั นายโรง (น.ร.)
วัดนายโรงโดงดงั ขลงั ช่อื
ถงึ เลื่องลอื เกยี รติไกลท่ัวเขตขัณฑ
รักเกยี รติศักดิต์ วั ทวั่ หนากัน
ทกุ คนื วนั ตงั้ ใจใฝทำดี
มานะขยันหมัน่ ศกึ ษา
หวังกาวหนาเลศิ หรชู ศู กั ด์ิศรี
มีระเบียบวินัยใจสามัคคี
ชัว่ ชีวีพลใี หแด น.ร.
** น.ร. ก็รกู ันท่วั
รกั ศกั ดิ์ตัวรักย่งิ กวาสิง่ ไหน
การกฬี าไมดอยกวาใคร
เพราะน้ำใจนักกีฬากลาจริง (ซ้ำ) **
แผนผงั โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง
PART 4
แผนการสอน
แผนการจัดการเรียนรูที่ 1
เรื่อง ภาพพิมพ
รหสั AR 23101 ชอื่ วิชา ทศั นศลิ ป 5 กลุมสาระการเรยี นรู ศลิ ปะ
ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2564
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3
ผสู้ อน นายนิตพิ ัทธ์ สถาปิตานนท์ เวลา 50 นาที
1. มาตรฐาน/ตัวชี้วดั /ผลการเรียนรู
มาตรฐาน ศ 1.1 สรางสรรคงานทัศนศลิ ปตามจินตนาการและความคิดสรางสรรค วิเคราะห วพิ ากษ วจิ ารณ
คุณคางานทัศนศลิ ป ถายทอดความรูสึก ความคิดตองานศลิ ปะอยางอิสระ ช่ืนชม และ
ประยุกตใชในชีวิตประจําวัน
ตัวช้ีวดั ม.3/7 สรางสรรคงานทัศนศิลปสือ่ ความหมายเปนเร่ืองราว โดยประยุกตใชทศั นธาตุ และหลกั การ
ออกแบบ
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ภาพพมิ พ (Printing) หมายถึง ผลงานศิลปะทีถ่ ูกสรางขึน้ มาดวยวิธีการพิมพ ดวยการกดแมพมิ พให
ตดิ เปนภาพบนกระดาษ เชนแมพมิ พไม แมพมิ พโลหะ เปนตนภาพพมิ พ สามารถจำแนกออกเปน 4 ประเภท
ดังนพ้ี มิ พผวิ นูน ( Relief process) พิมพรองลกึ ( intaglio process) พมิ พพื้นราบ (planographic
process) และพมิ พฉากพมิ พ (serigraphic process)
3.จุดประสงคการเรียนรู
3.1 ดานการเรยี นรู (K)
-เพือ่ ใหนักเรยี นมคี วามรูเร่ืองความหมายและประเภทของภาพพิมพ
3.2 ดานทักษะ/กระบวนการ (P)
-เพอ่ื ใหนักเรียนสามารถสรางงานภาพพมิ พโดยใชวธิ ีการฉลลุ ายเปนลายทรงพมุ ขาวบณิ ฑได
3.3 คุณธรรม จรยิ ธรรม / คานยิ มอันพึงประสงค (A)
-เพ่ือใหนักเรียนมคี วามตัง้ ใจในการทำงาน
4.สาระการเรยี นรู
4.1 นักเรยี นไดเรยี นรเู กี่ยวกบั ศลิ ปะภาพพมิ พ
4.2 นกั เรยี นไดฝกทักษะการสรางงานภาพพิมพโดยใชวธิ ีการฉลุลาย
5.สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
6.คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
6.1 มวี ินยั
6.2 ใฝเรยี นรู
6.3 มงุ ม่นั ในการทำงาน
7.ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
7.1 แบบทดสอบความรูความหมายและประเภทของภาพพิมพ
7.2 สรางงานภาพพิมพโดยใชวิธกี ารฉลุลายเปนภาพลายทรงพมุ ขาวบณิ ฑ
8.ขั้นตอนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู
8.1 ขั้นนำ (5 นาที)
-ครกู ลาวทกั ทายนักเรยี น
-ครชู ี้แจงจุดประสงคเน้อื หาทจ่ี ะเรยี นและกจิ กรรมทต่ี องทำในวันน้ี
8.2 ข้ันสอน (40 นาท)ี
-คณุ ครสู อบถามนกั เรยี นวารูจักศลิ ปะภาพพิมพหรอื ไมเพือ่ นำเขาสบู ทเรยี น
-คณุ ครูเปด Slide ความรูเรื่อง ภาพพิมพ ความหมาย ประเภทของภาพพิมพจำแนกได 4 ประเภท
พรอมกบั ยกตัวอยางผลงานศิลปะภาพพิมพ
-หลงั จากนัน้ คุณครเู ปด Video สาธิตการสรางงานภาพพิมพโดยใชเทคนิคการฉลลุ าย เพอ่ื ให
นักเรยี นสามารถเขาใจขนั้ ตอนของการสรางงานศลิ ปะ
-คุณครูช้ีแจงกจิ กรรมใหทำภายในชนั้ เรยี นตามเวลาท่ีกำหนด 30 นาที ใหนักเรียนสรางผลงาน
ศลิ ปะภาพพิมพลายทรงพุมขาวบิณฑโดยใชเทคนคิ การฉลุลาย
-ครคู อยใหคำแนะนำกบั นกั เรียน
8.3 ข้นั สรปุ (5 นาที)
-ครูและนักเรยี นรวมกันสรปุ อภปิ รายเนอ้ื หาที่เรยี นในวันน้ี พรอมทั้งใหนักเรยี นทำแบบทดสอบ
หลังเรยี น
10.สอื่ /แหลงเรียนรู
10.1 ส่ือการเรียนรู
-Google Classroom
-Google Slide
-VDO
-แบบทดสอบความรูความหมายและประเภทของภาพพมิ พ
-กระดาษรอยปอนด ขนาด A4 / แผนกระดาษพลาสติกใส / พูกนั / สีโปสเตอร / ฟองนำ้
10.2 แหลงเรยี นรู
-Website
11.เกณฑการวัดและประเมนิ (Rubric Score)
ประเดน็ การประเมิน 5 4 ระดับคุณภาพ (10 คะแนน) 1 0
32 -ตอบคำถาม -ตอบไมถูกสัก
ดานการเรียนรู (K) -ตอบคำถาม -ตอบคำถาม ถกู 1 ขอ ขอ
-นกั เรยี นมีความรู ถกู ทกุ ขอ ถกู 4 ขอ -ตอบคำถาม -ตอบคำถาม
เร่อื งความหมายและ ถูก 3 ขอ ถกู 2 ขอ ไมครบถวน 4 ไมสงงาน
ประเภทของภาพ ครบถวนทุก ไมครบถวน 1 รายการ
พมิ พ รายการ รายการ ไมครบถวน 2 ไมครบถวน 3 -ฉลุลายไดตรง
ดานทกั ษะ (P) -ฉลุลายไดตรง -ฉลุลายไดตรง รายการ รายการ ตามตนแบบ
- นักเรยี นสามารถ -ฉลลุ ายไดตรง -ฉลลุ ายไดตรง ทกุ ชอง
สรางงานภาพพิมพ ตามตนแบบ ตามตนแบบ ตามตนแบบ ตามตนแบบ -วางลายเพ่อื
โดยใชวิธีการฉลุลาย ทกุ ชอง ทุกชอง ทุกชอง ทุกชอง ลงสไี ดตรง
เปนภาพลายทรงพุม -วางลายเพอื่ -วางลายเพอ่ื -วางลายเพอื่ -วางลายเพ่อื
ขาวบณิ ฑ ลงสีไดตรง ลงสไี ดตรง ลงสไี ดตรง ลงสีไดตรง
ดานคณุ ลกั ษณะอัน -ลงสลี ายได -ลงสลี ายได -ลงสีลายได -ลงสีลายได -ลงสลี ายได ขาดเรยี น
พงึ ประสงค (A)
-ความตงั้ ใจในการ สม่ำเสมอ สมำ่ เสมอ สมำ่ เสมอ สม่ำเสมอ สม่ำเสมอ
-ชองลาย -ชองลาย -ชองลาย -ชองลาย -ชองลาย
ทำงาน คมชดั ทกุ ชอง คมชดั ทุกชอง คมชัดทุกชอง คมชัดทุกชอง คมชัดทกุ ชอง
-ไมมีสีออก -ไมมสี อี อก -ไมมสี ีออก -ไมมีสอี อก -ไมมสี ีออก
จากชองตวั จากชองตัว จากชองตวั จากชองตวั จากชองตวั
ลาย ลาย ลาย ลาย ลาย
-ผลงานมี -ผลงานมี -ผลงานมี -ผลงานมี -ผลงานมี
ความประณีต ความประณตี ความประณตี ความประณีต ความประณีต
เรียบรอย เรียบรอย เรยี บรอย เรยี บรอย เรยี บรอย
ครบถวนทุก ไมครบถวน 1 ไมครบถวน 2 ไมครบถวน 3 ไมครบถวน 4
รายการ รายการ รายการ รายการ รายการ
-สงงาน -สงงาน -สงงาน -สงงาน -สงงาน
ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง
ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา
-มีความต้งั ใจ -มีความตั้งใจ -มีความตงั้ ใจ -มีความตัง้ ใจ -มีความต้ังใจ
ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน
-เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ
มคี วามเพียร มีความเพียร มคี วามเพียร มีความเพียร มคี วามเพยี ร
พยายามใน พยายามใน พยายามใน พยายามใน พยายามใน
การเรยี นรู การเรยี นรู การเรียนรู การเรยี นรู การเรยี นรู
-สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม
กิจกรรมการ กจิ กรรมการ กิจกรรมการ กิจกรรมการ กิจกรรมการ
เรียนรู เรยี นรู เรยี นรู เรยี นรู- เรียนรู
-ปรบั ปรงุ และ -ปรบั ปรงุ และ -ปรับปรุงและ ปรบั ปรุงและ -ปรบั ปรุงและ
พัฒนาการ พัฒนาการ พฒั นาการ พฒั นาการ พัฒนาการ
ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย
ตนเอง ตนเอง ตนเอง ตนเอง ตนเอง
บนั ทกึ หลังการสอน
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ..........คาบที่ .......วันท่ี ........................ภาคเรียนที่ ....... ปการศกึ ษา ………
1. ผลการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….
2.ปญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
3. วธิ ีแกไข / แนวทางแกไขปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………… ครผู สู อน
(นางสาว พรรณธร โภคสวุ รรณ)
ความคดิ เหน็ ของหัวหนากลุมสาระศิลปะ
………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................หวั หนากลุมสาระศลิ ปะ
(นางสาว ลักขณา เพิ่มกุศล)
ความคิดเหน็ ของรองผูอำนวยการกลมุ บริหารวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ......................................รองผอู ำนวยการกลมุ บริหารวิชาการ
(นาย สมโภช พวงเจรญิ )
ความคดิ เห็นของผอู ำนวยการ
………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ......................................ผูอำนวยการโรงเรยี น
(นาย เจนการณ เพยี งปราชญ.)
แบบทดสอบหลังเรยี น
เรือง “ภาพพมิ พ์”
คําชีแจง : ให้นกั เรียนเลือกคําตอบทถี กู ต้อง
.) ภาพพิมพ์ หมายถงึ อะไร ?
ก. เป็นการพิมพจ์ ากแม่พิมพท์ ฉี ลุเป็นภาพทีตอ้ งการมีวธิ ีการตงั แต่แบบง่ายๆ ๆ จนถึงซับซ้อน
ข. ผลงานศลิ ปะทีถูกสรา้ งขนึ มาดว้ ยวิธีการพิมพห์ รือการถา่ ยทอดรูปแบบจากแม่พมิ พอ์ อกมาเป็น
ผลงานทีมีลักษณะเหมือนกันกบั แมพ่ ิมพท์ ุกประการ
ค. เป็นกลวิธีพมิ พผ์ วิ นูนโดยใช้ เครืองมอื แกะลายเส้นหรือเครืองมือขดู เนือไมเ้ ซาะลวดลาย ลงบน
แม่พมิ พไ์ ม้
ง. เป็ นกระบวนการพมิ พจ์ ากส่วนร่องของแมพ่ ิมพท์ ีมหี มึกพิมพข์ งั อยู่
2.) “ภาพพิมพ”์ แบ่งออกไดเ้ ป็นกปี ระเภทและมีอะไรบา้ ง ?
ก. ประเภท ไดแ้ ก่ การพมิ พฉ์ ลุ การพิมพฉ์ ลกุ ระดาษ การพิมพต์ ะแกรงไหม
ข. ประเภท ไดแ้ ก่ การพมิ พพ์ นื ราบ การพิมพเ์ ซาะร่อง การพิมพย์ างแกะ
ค. ประเภท ไดแ้ ก่ การพิมพผ์ ิวนนู การพมิ พร์ ่องลึก การพิมพต์ ะแกรงไหม และการพิมพแ์ กะไม้
ง. ประเภท ไดแ้ ก่ การพิมพผ์ วิ นูน การพิมพร์ ่องลึก การพิมพพ์ ืนราบ การพิมพฉ์ ลุ
3.) “ภาพพิมพฉ์ ลลุ าย” สามารถพมิ พไ์ ดต้ งั แตก่ ีครงั ขึนไป
ก. ครังขนึ ไป ข. ครงั ขึนไป
ค. ครังขึนไป ง. ครงั ขึนไป
.) ขอ้ ใดไม่ใชว่ ิธีการทาํ “แมพ่ มิ พล์ ายฉลบุ นตะแกรงไหม”
ก. วธิ ีฉลลุ ายบนแผน่ ฟิล์ม
ข. วธิ ีฉลุลายบนกระดาษ
ค. วธิ ีฉลุลายจากระบบถา่ ยแสง
ง. วิธีเซาะร่องไม้เพือให้เกิดลาย
.) การพมิ พป์ ระเภทใดทีใชใ้ นเชงิ ดา้ นธุรกจิ เชน่ พมิ พใ์ บโฆษณา พมิ พล์ วดลายเสือผา้ เป็นตน้
ก. การพิมพพ์ ืนราบ ข. การพิมพร์ ่องลึก
ค. การพิมพผ์ วิ นูน ง. การพมิ พฉ์ ลุ
แผนการจัดการเรยี นที่ 2 กลุมสาระการเรยี นรู ศิลปะ
เรอ่ื ง ลงรักปดทองลายฉลสุ ีลองชาด ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา 2564
เวลา 50 นาที
รหัส AR 23101 ช่อื วิชา ทศั นศิลป 5
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3
ผสู้ อน นายนิติพทั ธ์ สถาปิตานนท์
1. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั /ผลการเรียนรู
มาตรฐาน ศ 1.1 สรางสรรคงานทัศนศลิ ปตามจินตนาการและความคิดสรางสรรค วิเคราะห วิพากษ วิจารณ
คณุ คางานทศั นศิลป ถายทอดความรูสึก ความคดิ ตองานศลิ ปะอยางอิสระ ชืน่ ชม และ
ประยุกตใชในชวี ิตประจําวัน
ตวั ชว้ี ดั ม.3/7 สรางสรรคงานทศั นศิลปส่อื ความหมายเปนเร่ืองราว โดยประยกุ ตใชทัศนธาตุ และหลกั การ
ออกแบบ
2.สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
งานปดทองลายฉลุ หมายถงึ งานตกแตงลักษณะหนึ่ง ทำดวยการลงรักแลวปดทองคำเปลวใหเปน
ลวดลายแบบตาง ๆ โดยอาศยั ลายฉลเุ ปนเครอ่ื งกำหนดใหเกิดเปนลวดลายเชนน้ัน
งานลงรกั ปดทองลายฉลนุ ้ี พึงหาตัวอยางดไู ดตามเพดาน ทองขื่อ ฝาเฉลยี ง ไขรา ฝาผนงั ในพระ
อโุ บสถพระวิหาร หอพระธรรม พระมณฑป เปนตน ลักษณะท่วั ไปมักเปนลวดลายหยอม เชนลายดาว ลาย
ดอกจอก ลายดาวรงั แตน ลายดอกไมรวง หรอื ทำเปนลวดลายติดตอ เชน ลายกานแยงดอกใน ลายกรวยเชงิ
ลายเกลยี ว กม็ ลี ักษณะของลวดลายเปนสที องบนพนื้ สีแดงหรอื สีลองชาด คลายกบั การลงรักปดทองลองชาด
3.จดุ ประสงคการเรยี นรู
3.1 ดานการเรียนรู (K)
-เพ่อื ใหนกั เรียนมีความรเู รื่องการลงรกั ปดทองลายฉลุ
3.2 ดานทักษะ/กระบวนการ (P)
-เพอื่ ใหนักเรียนสามารถสรางงานทัศนศลิ ปลายไทยโดยใชเทคนิคการปดทองลายฉลลุ ายสีลองชาด
3.3 คุณธรรม จริยธรรม / คานิยมอันพึงประสงค (A)
-เพอื่ ใหนกั เรยี นมีความตั้งใจในการทำงาน
4.สาระการเรยี นรู
4.1 นักเรยี นไดเรียนรเู กย่ี วกบั การลงรักปดทองลายฉลุ
4.2 นกั เรียนไดฝกทักษะการสรางงานทัศนศลิ ปลายไทยโดยใชเทคนิคการรกั ปดทองลายฉลลุ ายสี
ลองชาด
5.สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
6.คุณลักษณะอันพึงประสงค
6.1 มวี นิ ยั
6.2 ใฝเรยี นรู
6.3 มงุ มัน่ ในการทำงาน
7.ช้ินงานหรือภาระงาน
7.1 แบบทดสอบความรูเร่อื งการลงรกั ปดทองลายฉลุ
7.2 สรางงานทัศนศิลปลายไทยโดยใชเทคนิคการรักปดทองฉลุลายสลี องชาด
8.ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู
8.1 ข้นั นำ (5 นาท)ี
-ครูกลาวทักทายนักเรียน
-ครชู ี้แจงจุดประสงคเนอ้ื หาที่จะเรยี นและกิจกรรมทต่ี องทำในวันน้ี
8.2 ขัน้ สอน (40 นาที)
-คณุ ครูเปด Slide ความรเู ร่อื ง ลงรกั ปดทองลายฉลุ อธิบายความหมาย และยกตัวอยางผลงาน
รวมถึงลกั ษณะของลวดลายที่นำมาใช เชน ลายดาว ลายดาวรงั แตน ลายกรวยเชิง ฯลฯ เปนสที อง
ลงบนพ้ืนสีแดงหรอื สลี องชาด
-หลงั จากน้ันคุณครูเปด Video สาธิตการสรางงานศลิ ปะโดยใชเทคนคิ การลงรกั ปดทองลายฉลุ
-คณุ ครูช้แี จงกจิ กรรมใหทำภายในชนั้ เรยี นตามเวลาทก่ี ำหนด 35 นาที ใหนักเรยี นสรางงาน
ทัศนศลิ ปโดยใชเทคนิคการลงรกั ปดทองลายฉลุ
-ครูคอยใหคำแนะนำกับนักเรียน
8.3 ข้นั สรปุ (5 นาที)
-ครูและนักเรยี นรวมกันสรุป อภิปรายเนอ้ื หาทีเ่ รยี นในวันน้ี พรอมทั้งใหนักเรียนทำแบบทดสอบ
หลังเรยี น
10.สื่อ/แหลงเรียนรู
10.1 ส่ือการเรียนรู
-Google Classroom
-Google Slide
-VDO
-แบบทดสอบความรเู ร่ืองการลงรกั ปดทองลองชาดและเทคนิคภาพพมิ พฉลลุ าย
-กระดาษรอยปอนด ขนาด A4 / แผนกระดาษพลาสตกิ ใส / พกู นั / สโี ปสเตอร / ฟองนำ้
10.2 แหลงเรียนรู
-Website
11.เกณฑการวดั และประเมนิ (Rubric Score)
ประเด็นการประเมิน 5 4 ระดับคุณภาพ (10 คะแนน) 1 0
-ตอบคำถาม -ตอบคำถาม 32 -ตอบคำถาม -ตอบไมถกู สัก
ดานการเรียนรู (K) ถกู ทกุ ขอ ถกู 4 ขอ ถูก 1 ขอ ขอ
-นกั เรียนมคี วามรู -ตอบคำถาม -ตอบคำถาม
เรือ่ งการลงรักปดทอง ครบถวนทุก ไมครบถวน 1 ถกู 3 ขอ ถกู 2 ขอ ไมครบถวน 4 ไมสงงาน
ลายฉลุ รายการ รายการ รายการ
ดานทกั ษะ (P) -ลวดลาย -ลวดลาย ไมครบถวน 2 ไมครบถวน 3 -ลวดลาย
-นักเรียนสามารถ สม่ำเสมอเปน สม่ำเสมอเปน รายการ รายการ สม่ำเสมอเปน
สรางงานทัศนศลิ ป ระเบียบ ระเบยี บ -ลวดลาย -ลวดลาย ระเบียบ
ลายไทยโดยใช -ลวดลาย -ลวดลาย สม่ำเสมอเปน สม่ำเสมอเปน -ลวดลาย
เทคนิคการปดทอง ชัดเจน ชัดเจน ระเบียบ ระเบียบ ชัดเจน
ลายฉลุลายสลี องชาด -สีทองเตม็ ทกุ -สที องเต็มทุก -ลวดลาย -ลวดลาย -สที องเต็มทุก
ชองลาย ชองลาย ชัดเจน ชดั เจน ชองลาย
-สที องเตม็ ทุก -สที องเต็มทกุ
ชองลาย ชองลาย
ดานคณุ ลกั ษณะอัน -พ้ืนหลังสีแดง -พ้ืนหลงั สีแดง -พน้ื หลงั สีแดง -พน้ื หลงั สแี ดง -พื้นหลงั สีแดง ขาดเรยี น
พงึ ประสงค (A)
-ความต้ังใจในการ จนเตม็ จนเต็ม จนเตม็ จนเต็ม จนเตม็
-ผลงานมี -ผลงานมี -ผลงานมี -ผลงานมี -ผลงานมี
ทำงาน ความประณตี ความประณีต ความประณีต ความประณตี ความประณีต
เรียบรอย เรยี บรอย เรียบรอย เรยี บรอย เรียบรอย
ครบถวนทุก ไมครบถวน 1 ไมครบถวน 2 ไมครบถวน 3 ไมครบถวน 4
รายการ รายการ ทุกรายการ รายการ รายการ
-สงงาน -สงงาน -สงงาน -สงงาน -สงงาน
ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง
ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา
-มคี วามต้งั ใจ -มีความต้ังใจ -มคี วามต้งั ใจ -มคี วามต้งั ใจ -มคี วามต้งั ใจ
ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน
-เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ
มีความเพียร มีความเพยี ร มคี วามเพียร มีความเพียร มคี วามเพียร
พยายามใน พยายามใน พยายามใน พยายามใน พยายามใน
การเรยี นรู การเรียนรู การเรยี นรู การเรียนรู การเรยี นรู
-สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม
กิจกรรมการ กิจกรรมการ กจิ กรรมการ กจิ กรรมการ กจิ กรรมการ
เรยี นรู เรียนรู เรียนรู เรยี นรู เรยี นรตู างๆ
-ปรบั ปรุงและ -ปรับปรงุ และ -ปรบั ปรุงและ -ปรับปรงุ และ -ปรับปรงุ และ
พฒั นาการ พัฒนาการ พฒั นาการ พัฒนาการ พัฒนาการ
ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย
ตนเอง ตนเอง ตนเอง ตนเอง ตนเอง
แบบทดสอบหลังเรยี น
เรือง “ลงรักปิ ดทองลายฉล”ุ
คําชีแจง : ให้นกั เรียนเลอื กคําตอบทีถูกต้อง
1.) “งานลงรกั ปิดทองลายฉลุ” ช่างไทยใชส้ ําหรบั แกต้ กแตง่ สิงใด
ก. การทาํ ลวดลายตกแต่งเฉพาะฝาผนงั ในพระอโุ บสถพระวหิ าร
ข. การทาํ ลวดลายลงบนศิลปวตั ถุ
ค. การทาํ ลวดลายตกแตง่ ในทีสูง เช่น ฝ้าเพดาน ทอ้ งขือ ฝา้ เฉลยี ง เป็นตน้
ง. การทาํ ลวดลายในพืนทที ียงั วา่ ง
.) สีพนื หลงั ของ “งานลงรักปิดทองลายฉลุ” เป็นสีใด
ก. สีดาํ ข. สีแดง
ค. สีทอง ง. สีเหลือง
.) งานลงรักปิดทองไมน่ ิยมใชก้ บั งานใด
ก. งานลงรักปิดทองล่องชาด ข. งานลงรักปิดทองลายฉลุ
ค. งานลงรักปิดทองร่องกระจก ง. งานลงรกั ปิดทองเครืองศิราภรณ์
.) จากรูปภาพลวดลายทีใชบ้ นเพดาน เรียกว่าลายอะไร ?
ก. ลายกรวยเชิง
ข. ลายกนก
ค. ลายดาวรงั แตน
ง. ลายดอกประจาํ ยาม
.) จากรูปภาพเรียกว่าลายอะไร ?
ก.ลายกรวยเชิง
ข.ลายกนก
ค.ลายดาวรังแตน
ง.ลายทรงพุ่มขา้ วบณิ ฑ์
บนั ทกึ หลังการสอน
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ..........คาบที่ .......วนั ที่ ........................ภาคเรียนที่ ....... ปการศกึ ษา ………
1. ผลการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….
2.ปญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
3. วธิ ีแกไข / แนวทางแกไขปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ……………………………… ครผู สู อน
(นางสาว พรรณธร โภคสวุ รรณ)
ความคดิ เหน็ ของหวั หนากลุมสาระศิลปะ
………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .........................................หวั หนากลุมสาระศลิ ปะ
(นางสาว ลักขณา เพิม่ กุศล)
ความคดิ เห็นของรองผอู ำนวยการกลมุ บริหารวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ......................................รองผอู ำนวยการกลมุ บริหารวิชาการ
(นาย สมโภช พวงเจริญ)
ความคดิ เหน็ ของผอู ำนวยการ
………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ......................................ผูอำนวยการโรงเรยี น
(นาย เจนการณ เพยี งปราชญ.)
แผนการจัดการเรยี นที่ 3
เรื่อง Collage Art
รหสั AR 23101 ชื่อวิชา ทัศนศลิ ป 5 กลมุ สาระการเรยี นรู ศิลปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา 2564
ผสู้ อน นายนิติพทั ธ์ สถาปิตานนท์ เวลา 50 นาที
1. มาตรฐาน/ตัวชวี้ ดั /ผลการเรียนรู
มาตรฐาน ศ 1.1 สรางสรรคงานทัศนศลิ ปตามจินตนาการและความคดิ สรางสรรค วเิ คราะห วพิ ากษ วิจารณ
คณุ คางานทัศนศลิ ป ถายทอดความรูสกึ ความคิดตองานศิลปะอยางอสิ ระ ช่นื ชม และ
ประยุกตใชในชวี ิตประจาํ วัน
ตัวชวี้ ดั ม.3/5 มที กั ษะในการผสมผสานวสั ดุตาง ๆ ในการสรางงานทัศนศิลปโดยใชหลกั การออกแบบ
2.สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
คอลลาจ (Collage) คอื ลกั ษณะของวิธีการ หรือ เทคนิค (Technique) ในการสรางสรรคอกี แบบ
หนึ่ง โดยการใชรปู ภาพ หรอื พ้ืนผิวทงั้ ทีเ่ ปนทั้งแบบจรงิ หรอื แบบทีท่ ำเทียมขนึ้ เขามาใชในผลงานของเรา
โดยการปะติดผวิ ตางๆ เหลาน้ันลงบนภาพผลงาน โดยที่ไมจำเปนตองวาดข้ึนเอง
เราสามารถสรางสรรคดวยวิธีการปะติดหรอื คอลลาจไดจาก รูปภาพ กระดาษ หนงั สอื พมิ พ และ
พน้ื ผิวไดอยางหลากหลายตามท่คี ดิ คนขึน้ มา ไมวาจะเปนทัง้ รูปแบบหรือวธิ ีการในการการนำมาประกอบกัน
3.จุดประสงคการเรยี นรู
3.1 ดานการเรียนรู (K)
-เพ่ือใหนกั เรยี นมคี วามรูเร่ืองศิลปะภาพปะตดิ ( Collage Art )
3.2 ดานทักษะ/กระบวนการ (P)
-เพอ่ื ใหนักเรยี นสามารถนำเทคนิคการปะตดิ ออกแบบ “อินทรธนหู ุนกระบอก” โดยใชเศษวัสดุ
ธรรมชาตหิ รือเศษวสั ดุสงั เคราะหได
3.3 คณุ ธรรม จรยิ ธรรม / คานยิ มอันพึงประสงค (A)
-เพ่ือใหนกั เรยี นมีความต้ังใจในการทำงาน
4.สาระการเรียนรู
4.1 ศลิ ปะภาพปะติด ( Collage Art )
4.2 ออกแบบ “อินทรธนูหุนกระบอก” โดยใชเทคนคิ การปะติด จากเศษวสั ดธุ รรมชาติ หรือ เศษวสั ดุ
สังเคราะห
5.สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
6.คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
6.1 มวี นิ ัย
6.2 ใฝเรยี นรู
6.3 มุงมนั่ ในการทำงาน
7.ช้นิ งานหรือภาระงาน
7.1 แบบทดสอบความรูเรอื่ ง ศลิ ปะภาพปะตดิ ( Collage Art )
7.2 ออกแบบ “อินทรธนหู ุนกระบอก” โดยใชเทคนิคการปะติด ซง่ึ สรางสรรคจากเศษวสั ดุ
ธรรมชาติ หรอื เศษวัสดสุ ังเคราะห
8.ข้นั ตอนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู
8.1 ขน้ั นำ (5 นาที)
-ครกู ลาวทกั ทายนักเรยี น
-ครูชีแ้ จงจดุ ประสงคเนอ้ื หาทีจ่ ะเรยี นและกิจกรรมที่ตองทำในวันนี้
8.2 ขน้ั สอน (40 นาท)ี
-คณุ ครเู ปด Slide เรอ่ื ง ศลิ ปะภาพปะติด ( Collage Art ) อธิบายความหมายพรอมทงั้ ยกตัวอยาง
ผลงานศิลปะภาพปะติด และอธบิ ายถึงวัสดุตางๆใชในงาน
-หลงั จากน้นั คุณครเู ปดตัวอยางการออกแบบ “อินทรธนหู ุนกระบอก”
โดยใชเทคนิคการปะตดิ หรือ Collage ซ่งึ สรางสรรคจากเศษวัสดธุ รรมชาติ
-คุณครูชีแ้ จงกิจกรรมใหทำภายในชน้ั เรียนตามเวลาที่กำหนด 35 นาที ใหนักเรยี นออกแบบ
“อนิ ทรธนูหุนกระบอก” โดยใชเทคนิคการปะติด ซง่ึ สรางสรรคจากเศษวสั ดุ
ธรรมชาติ หรือ เศษวสั ดุสังเคราะห
-ครูคอยใหคำแนะนำกบั นักเรียน
8.3 ขนั้ สรุป (5 นาที)
-ครแู ละนักเรียนรวมกันสรปุ อภิปรายเน้อื หาท่ีเรยี นในวันนี้ พรอมทงั้ ใหนกั เรียนทำแบบทดสอบ
หลังเรยี น
10.สอ่ื /แหลงเรียนรู
10.1 ส่อื การเรยี นรู
-Google Classroom
-Google Slide
-VDO
-แบบทดสอบความรเู รอ่ื ง ศิลปะภาพปะติด ( Collage Art )
-วัสดุธรรมชาตหิ รอื วัสดสุ ังเคราะหอื่นฯที่ใชปะติด
10.2 แหลงเรยี นรู
-Website
11.เกณฑการวัดและประเมนิ (Rubric Score)
ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คุณภาพ (10 คะแนน)
5 4 32 1 0
-ตอบคำถาม -ตอบคำถาม
ดานการเรยี นรู (K) -ตอบคำถาม -ตอบคำถาม ถกู 3 ขอ ถูก 2 ขอ -ตอบคำถาม -ตอบไมถูกสกั
-นักเรียนมีความรู ถกู ทกุ ขอ ถูก 4 ขอ ถูก 1 ขอ ขอ
เรอ่ื งศิลปะภาพปะติด
( Collage Art )
ดานทกั ษะ (P) ครบถวนทุก ไมครบถวน 1 ไมครบถวน 2 ไมครบถวน 3 ไมครบถวน 4 ไมสงงาน
-นกั เรยี นสามารถนำ รายการ รายการ รายการ รายการ รายการ
เทคนิคการปะติด -มีการจัดวาง -มกี ารจัดวาง -มกี ารจดั วาง -มีการจดั วาง -มกี ารจัดวาง
วัสดุเปน วสั ดเุ ปน วสั ดุเปน วัสดุเปน
ออกแบบ “อินทรธนู วสั ดเุ ปน ลวดลายเรียง ลวดลายเรียง ลวดลายเรยี ง ลวดลายเรียง
หุนกระบอก” โดยใช ลวดลายเรยี ง
เปนระเบียบ เปนระเบียบ เปนระเบยี บ เปนระเบยี บ
เศษวสั ดุ ธรรมชาติ เปนระเบียบ 80% 60% 40% 20%
100%
หรือเศษวัสดุ ครบถวนทุก ไมครบถวน 1 ไมครบถวน 2 ไมครบถวน 3 ไมครบถวน 4 ขาดเรยี น
รายการ รายการ รายการ รายการ รายการ
สังเคราะหได
-สงงาน -สงงาน -สงงาน -สงงาน -สงงาน
ดานคุณลกั ษณะอัน ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง
พึงประสงค (A) ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา
-มีความตง้ั ใจ -มีความต้ังใจ -มคี วามตั้งใจ -มคี วามต้ังใจ -มคี วามตง้ั ใจ
-ความตง้ั ใจในการ
ทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน
-เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ
มีความเพยี ร มคี วามเพียร มีความเพยี ร มีความเพียร มีความเพียร
พยายามใน พยายามใน พยายามใน พยายามใน พยายามใน
การเรยี นรู การเรยี นรู การเรียนรู การเรียนรู การเรยี นรู
-สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม
กิจกรรมการ กิจกรรมการ กิจกรรมการ กจิ กรรมการ กิจกรรมการ
เรยี นรู เรยี นรู เรยี นรู เรียนรู เรียนรู
-ปรบั ปรุงและ -ปรบั ปรงุ และ -ปรับปรุงและ -ปรบั ปรงุ และ -ปรบั ปรงุ และ
พฒั นาการ พัฒนาการ พัฒนาการ พฒั นาการ พัฒนาการ
ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย
ตนเอง ตนเอง ตนเอง ตนเอง ตนเอง
บนั ทกึ หลังการสอน
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ..........คาบที่ .......วันท่ี ........................ภาคเรียนที่ ....... ปการศกึ ษา ………
1. ผลการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….
2.ปญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
3. วธิ ีแกไข / แนวทางแกไขปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………… ครผู สู อน
(นางสาว พรรณธร โภคสวุ รรณ)
ความคดิ เหน็ ของหัวหนากลุมสาระศิลปะ
………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................หวั หนากลุมสาระศลิ ปะ
(นางสาว ลักขณา เพิ่มกุศล)
ความคิดเหน็ ของรองผูอำนวยการกลมุ บริหารวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ......................................รองผอู ำนวยการกลมุ บริหารวิชาการ
(นาย สมโภช พวงเจรญิ )
ความคดิ เห็นของผอู ำนวยการ
………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ......................................ผูอำนวยการโรงเรยี น
(นาย เจนการณ เพยี งปราชญ.)
แบบทดสอบหลังเรียน
เรือง “Collage Art”
คาํ ชีแจง : ให้นกั เรียนเลอื กคําตอบทถี กู ต้อง
1.) “Collage Art” คอื ศลิ ปะอะไร ?
ก. เป็นวธิ ีการสร้างภาพโดยการวาดภาพโดยใชป้ ากกา หรือดนิ สอ ขีดเขยี นลงไปเพอื สือความหมาย
ทางการมองเห็นรูปร่างของวตั ถุ สิงของ บรรยากาศ และการเกดิ มติ ิ
ข. เป็นงานศิลปะของการตดั แปะโดยการใช้เทคนิคการตดั แปะลงบนกระดาษจากเศษวสั ดุตา่ งๆ
ค. เป็นการสรา้ งสรรคง์ านศิลปะโดยใช้วธิ ีการพิมพจ์ ากแม่พิมพ์
ง. เป็ นงานศิลปะทีไรร้ ูปแบบตายตวั ศิลปะไร้รูปธรรม
2.) วสั ดุทีใช้ในงาน “Collage Art” สามารถแบง่ ออกเป็ นกีประเภท และมีอะไรบา้ ง ?
ก. ประเภท คอื วสั ดธุ รรมชาติ และวสั ดุสงั เคราะห์
ข. ประเภท คือ วสั ดทุ ีมนุษยส์ ร้างขนึ และวสั ดุสงั เคราะห์
ค. ประเภท คอื วสั ดธุ รรมชาติ วสั ดุสังเคราะห์และวสั ดผุ า้ ไหม
ง. ประเภท คอื วสั ดุธรรมชาติ และวสั ดกุ ระดาษ
.) จากรูปภาพขอ้ ใด ไม่ใช่ ผลงานศิลปะปะติดทสี รา้ งจากวสั ดุธรรมชาติ
ก. ข.
ค. ง.
.) จากรูปภาพขอ้ ใด ไม่ใช่ วสั ดสุ ังเคราะห์ ข.
ก.
ข. ง.
5.) ขอ้ ใด ไม่ใช่ ผลงานศิลปะทีมีการนาํ เทคนิคปะตดิ มาใช้
ก. ข.
ข. ง.
แผนการจัดการเรยี นท่ี 4 กลุมสาระการเรียนรู ศลิ ปะ
เรื่อง การตลี ายประดับหัวโขน ภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564
เวลา 50 นาที
รหสั AR 23101 ชอ่ื วชิ า ทัศนศลิ ป 5
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3
ผสู้ อน นายนิตพิ ัทธ์ สถาปิตานนท์
1. มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู
มาตรฐาน ศ 1.1 สรางสรรคงานทัศนศิลปตามจินตนาการและความคดิ สรางสรรค วเิ คราะห วพิ ากษ วิจารณ
คณุ คางานทศั นศิลป ถายทอดความรูสกึ ความคดิ ตองานศิลปะอยางอสิ ระ ช่นื ชม และ
ประยุกตใชในชวี ติ ประจาํ วัน
ตัวช้ีวดั ม.3/2 ระบุ และบรรยายเทคนิค วธิ ีการ ของศลิ ปนในการสรางงาน ทัศนศลิ ป
2.สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การตีลาย คือ กรรมวิธอี ยางหน่ึงในงานหัตถศลิ ป-ประณตี ศิลป ของการประดิษฐ งานหวั โขน ตาม
ขนบธรรมเนียบไทยต้ังแตสมยั โบราณมาจนถึงปจจบุ ัน ซ่ึงแมพมิ พในการตีลายนั้นจะใช “แมพิมพหนิ สบู”แกะ
เปนพมิ พลกั ษณะของลวดลายไทยตางๆ ท่ใี ชประดับเครอื่ งหวั โขน กระจัง กระหนก ดอกประจำยาม ลายกาน
ขด พุมขาวบณิ ฑ ฯลฯ
สำหรับวสั ดทุ ี่ใชการสรางช้ินงาน ดวยการกดลวดลายมีดวยกนั หลายชนิด แตเดิมจะใช รกั สมกุ ใน
การกดลงในแมพิมพและนำแกะออกมาเปนตวั ๆ วิธีการน้ี ชางทัว่ ไปจะเรยี กวา “การกระแหนะ” โดยวสั ดุหลกั
ท่ใี ชมาแตโบราณน้ัน ไดแก ยางรกั นำมาผสมผงถานตางๆ ไดแก กะลา ใบตองแหง และปนู แดง เคี่ยวใหเขา
กัน และจะเรยี กวสั ดทุ ีจ่ ะนำมาใชในการกดพมิ พประดับลวดลายน้ี วา “รักสมกุ ” หรือ “รักตลี าย” หรอื “รกั
กระแหนะ”
3.จุดประสงคการเรียนรู
3.1 ดานการเรียนรู (K)
-เพ่อื ใหนักเรียนมีความรูเรือ่ งขนั้ ตอนกรรมวิธีการตลี ายและวัสดทุ ่ีนำมาใชสรางเคร่ืองศราภรณ
3.2 ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-เพ่ือใหนกั เรยี นสรางเคร่อื งศิราภรณกำมะลอ จอนหู หรือ กรรเจยี กจร โดยใชวธิ ีการตลี ายได
3.3 คณุ ธรรม จริยธรรม / คานิยมอันพึงประสงค (A)
-เพือ่ ใหนักเรียนมคี วามตง้ั ใจในการทำงาน
4.สาระการเรียนรู
4.1 นกั เรียนไดเรยี นรูเก่ยี วกับกรรมวิธกี ารตีลายและวัสดุท่นี ำมาใชสรางเครื่องศิราภรณ
4.2 นกั เรยี นไดฝกทกั ษะสรางเครื่องศริ าภรณกำมะลอ จอนหู หรอื กรรเจียกจร โดยใชวิธกี ารตลี ายได
5.สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ
6.คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
6.1 มีวินยั
6.2 ใฝเรียนรู
6.3 มงุ มั่นในการทำงาน
7.ชิน้ งานหรือภาระงาน
7.1 แบบทดสอบความรูเรอ่ื ง ข้ันตอนการตลี ายและวสั ดุทน่ี ำมาใชสรางเครื่องศิราภรณ
7.2 สรางเครือ่ งศริ าภรณกำมะลอ จอนหู หรอื กรรเจียกจร โดยใชวธิ ีการตลี ายได
8.ข้ันตอนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู
8.1 ขั้นนำ (5 นาที)
-ครกู ลาวทกั ทายนักเรียน
-ครชู แ้ี จงจุดประสงคเน้อื หาที่จะเรยี นและกิจกรรมที่ตองทำในวันนี้
8.2 ข้ันสอน (40 นาที)
-ครเู ปด Slide เรือ่ ง กรรมวิธกี ารตลี ายและวสั ดุท่ีนำมาใชสรางเครอ่ื งศิราภรณ
-หลังจากนัน้ คณุ ครเู ปด Video สาธติ การสรางเคร่อื งศิราภรณ โดยใชวธิ ีการ “ตลี าย”
-คณุ ครูช้ีแจงกจิ กรรมใหทำภายในช้ันเรยี นตามเวลาท่กี ำหนด 35 นาที ใหนักเรียนสรางเคร่อื งศิรา
ภรณกำมะลอ จอนหู หรอื กรรเจียกจร โดยใชวธิ ีการตีลาย
-ครูคอยใหคำแนะนำกับนักเรียน
8.3 ข้นั สรปุ (5 นาที)
-ครูและนักเรยี นรวมกันสรุป อภิปรายเนือ้ หาท่เี รียนในวันน้ี พรอมทั้งใหนักเรียนทำแบบทดสอบ
หลังเรยี น
10.สอ่ื /แหลงเรียนรู
10.1 สอ่ื การเรยี นรู
-Google Classroom
-Google Slide
-VDO
-แมพิมพหินสบู
-ดนิ ไทย
-น้ำมันพืช
-เขม็
-แบบโครงรางจอนหู
10.2 แหลงเรียนรู
-Website
11.เกณฑการวัดและประเมนิ (Rubric Score)
ประเด็นการประเมนิ 5 4 ระดบั คุณภาพ (10 คะแนน) 1 0
-ไมสงงาน
ดานการเรียนรู (K) -เขียนอธบิ าย -เขยี นอธบิ าย 32 -เขียนอธบิ าย
-นักเรียนมคี วามรู ข้นั ตอนการตี ขัน้ ตอนการตี ข้นั ตอนการตี
เรือ่ งขนั้ ตอนกรรมวิธี ลายไดและ ลายไดและ -เขยี นอธบิ าย -เขียนอธบิ าย ลายไดและ
การตลี ายและวสั ดุที่ ขัน้ ตอนการตี ข้ันตอนการตี
นำมาใชสรางเครือ่ ง วสั ดุทนี่ ำมาใช วสั ดุที่นำมาใช ลายไดและ ลายไดและ วสั ดุทน่ี ำมาใช
ศิราภรณื สรางเคร่อื ง สรางเครือ่ ง วสั ดทุ นี่ ำมาใช วสั ดุท่นี ำมาใช สรางเครือ่ ง
ศริ าภรณได ศิราภรณได สรางเครือ่ ง สรางเครื่อง ศริ าภรณได
ครบถวน 80% ศริ าภรณได ศริ าภรณได 20%
60% 40%
ดานทักษะ (P) ครบถวนทุก ไมครบถวน 1 ไมครบถวน 2 ไมครบถวน 3 ไมครบถวน 4 ไมสงงาน
รายการ รายการ รายการ รายการ รายการ
-นกั เรียนสรางเคร่ือง -เลอื กใชลาย -เลอื กใชลาย -เลอื กใชลาย -เลอื กใชลาย -เลอื กใชลาย ขาดเรยี น
ศิราภรณกำมะลอ
จอนหู หรือ กรรเจยี ก ใสไดถูกตอง ใสไดถกู ตอง ใสไดถูกตอง ใสไดถกู ตอง ใสไดถกู ตอง
จร โดยใชวธิ กี ารตี -จัดวางลายได -จัดวางลายได -จดั วางลายได -จดั วางลายได -จัดวางลายได
ลายได เหมาะสมเปน เหมาะสมเปน เหมาะสมเปน เหมาะสมเปน เหมาะสมเปน
ระเบยี บตาม ระเบียบตาม ระเบยี บตาม ระเบียบตาม ระเบยี บตาม
ดานคณุ ลกั ษณะอัน
พงึ ประสงค (A) หลักลายไทย หลักลายไทย หลกั ลายไทย หลักลายไทย หลกั ลายไทย
-ความต้ังใจในการ -ตวั ลายมี -ตวั ลายมี -ตัวลายมี -ตวั ลายมี -ตัวลายมี
ทำงาน ความชัดเจน ความชัดเจน ความชดั เจน ความชดั เจน ความชดั เจน
-จัดวางลายได -จัดวางลายได -จัดวางลายได -จดั วางลายได -จดั วางลายได
ครบถวนทง้ั ครบถวนทัง้ ครบถวนทง้ั ครบถวนท้งั ครบถวนทง้ั
ชนิ้ งาน ช้นิ งาน ช้ินงาน ช้นิ งาน ชนิ้ งาน
-ผลงานมี -ผลงานมี -ผลงานมี -ผลงานมี -ผลงานมี
ความประณีต ความประณีต ความประณตี ความประณีต ความประณตี
เรียบรอย เรียบรอย เรยี บรอย เรยี บรอย เรยี บรอย
ครบถวนทุก ไมครบถวน 1 ไมครบถวน 2 ไมครบถวน 3 ไมครบถวน 4
รายการ รายการ รายการ รายการ รายการ
-สงงาน -สงงาน -สงงาน -สงงาน -สงงาน
ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง ครบถวนตรง
ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา ตอเวลา
-มคี วามตั้งใจ -มีความตัง้ ใจ -มีความต้ังใจ -มีความต้ังใจ -มีความตงั้ ใจ
ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน
-เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ -เอาใจใสและ
มคี วามเพียร มคี วามเพียร มคี วามเพียร มีความเพยี ร มคี วามเพยี ร
พยายามใน พยายามใน พยายามใน พยายามใน พยายามใน
การเรยี นรู การเรยี นรู การเรยี นรู การเรียนรู การเรียนรู
-สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม -สนใจเขารวม
กิจกรรมการ กจิ กรรมการ กิจกรรมการ กิจกรรมการ กิจกรรมการ
เรียนรู เรยี นรู เรยี นรู เรียนรู เรียนรู
-ปรับปรุงและ -ปรับปรงุ และ -ปรบั ปรงุ และ -ปรบั ปรงุ และ -ปรบั ปรงุ และ
พฒั นาการ พฒั นาการ พฒั นาการ พัฒนาการ พัฒนาการ
ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย ทำงานดวย
ตนเอง ตนเอง ตนเอง ตนเอง ตนเอง
บนั ทกึ หลังการสอน
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ..........คาบที่ .......วันท่ี ........................ภาคเรียนที่ ....... ปการศกึ ษา ………
1. ผลการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….
2.ปญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
3. วธิ ีแกไข / แนวทางแกไขปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………… ครผู สู อน
(นางสาว พรรณธร โภคสวุ รรณ)
ความคดิ เหน็ ของหัวหนากลุมสาระศิลปะ
………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................หวั หนากลุมสาระศลิ ปะ
(นางสาว ลักขณา เพิ่มกุศล)
ความคิดเหน็ ของรองผูอำนวยการกลมุ บริหารวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ......................................รองผอู ำนวยการกลมุ บริหารวิชาการ
(นาย สมโภช พวงเจรญิ )
ความคดิ เห็นของผอู ำนวยการ
………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ......................................ผูอำนวยการโรงเรยี น
(นาย เจนการณ เพยี งปราชญ.)
แผนการจัดการเรยี นรูที่ 5
เรือ่ ง ศิลปะทองถ่นิ
รหัส AR 23101 ช่อื วิชา ทัศนศลิ ป 5 กลุมสาระการเรยี นรู ศลิ ปะ
ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564
ผสู้ อน นายนิติพัทธ์ สถาปิตานนท์ เวลา 1 ชั่วโมง
1. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรียนรู
มาตรฐาน ศ 1.2 เขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวตั ิศาสตรและวฒั นธรรม เห็นคณุ คางานทศั นศิลป
ทีเ่ ปนมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญญาทองถ่นิ ภูมิปญญาไทยและสากล
ตวั ช้วี ดั ม.3/1 ศกึ ษาและอภปิ รายเกยี่ วกบั งานทศั นศลิ ป ท่สี ะทอนคณุ คาของวัฒนธรรม
2.สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ศิลปะทองถน่ิ กับความเปนมา ศิลปะทองถ่ินในภูมภิ าคตาง ๆ มกั มลี กั ษณะทแ่ี ตกตางกันไปตามภมู ิ
ประเทศ วถิ ีชีวิต ประเพณแี ละวฒั นธรรมของผคู นในทองถิน่ ซง่ึ มีเอกลกั ษณเฉพาะตวั เพราะถูกสรางสรรคโดย
ศิลปนหรือผูคนในทองถิ่นเอง และมลี กั ษณะไมเหมือนกบั ผลงานศิลปะทองถ่ินอื่น ๆ ศิลปะในทองถิน่ เปนส่งิ ที่
นักเรียนควรเรยี นรแู ละเห็นคณุ คา โดยเฉพาะผลงานศิลปะในทองถน่ิ ของตนเอง ดังนั้น นกั เรียนควรศกึ ษาถึง
ความเปนมาของผลงานศิลปะเหลาน้ัน เพ่อื เชอ่ื มโยงความสัมพนั ธและปจจยั ตางๆ ที่ทำใหเกิดประเพณแี ละ
วฒั นธรรมในภูมภิ าคตางๆ สามารถแนะนำใหผอู ่ืนและรบั รูถงึ คณุ คาศิลปะทองถนิ่ ได
3.จุดประสงคการเรยี นรู
3.1 ดานการเรียนรู (K)
-เพอ่ื ใหนกั เรียนสามารถสรปุ อภปิ รายความรเู กี่ยวกับศิลปะทองถ่ินเพอ่ื เช่ือมโยงความสัมพนั ธและ
ปจจัยตางๆ ทที่ ำใหเกิดประเพณแี ละวัฒนธรรมในภมู ิภาคตางๆ
3.2 ดานทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-
3.3 คุณธรรม จรยิ ธรรม / คานยิ มอันพึงประสงค (A)
-เพื่อใหนักเรยี นมคี วามตั้งใจในการทำงาน
4.สาระการเรยี นรู
4.1 นกั เรยี นไดเรยี นรูเกี่ยวกับศิลปะทองถ่ินกับความเปนมาในภูมิภาคตางๆ ที่เกยี่ วของกับวิถชี ีวิต
ประเพณี และวัฒนธรรมของแตละภูมภิ าค
5.สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต
6.คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
6.1 มีวินยั
6.2 ใฝเรียนรู
6.3 มุงม่นั ในการทำงาน
7.ชิ้นงานหรือภาระงาน
7.1 Mind mapping
8.ขั้นตอนการจดั กิจกรรมการเรียนรู
8.1 ข้นั นำ (5 นาที)
-ครูกลาวทกั ทายนักเรียน
-ครูชี้แจงจุดประสงคเนื้อหาที่จะเรยี นและกจิ กรรมทตี่ องทำในวันนี้
-ครูใหนักเรียนทำ Pretest เรื่องศลิ ปะทองถิ่น เพอ่ื วัดความรูกอนเขาสูบทเรยี น
8.2 ข้ันสอน (40 นาที)
-ครเู ปด Slide ความเปนมาของศิลปะทองถ่ิน เพ่ือนำเขาสูบทเรยี น
-หลังจากน้นั ครเู ปด VDO เก่ียวกบั ศิลปะทองถ่ิน วิถชี ีวติ ประเพณี และวัฒนธรรมในแตละภมู ภิ าค
-ครูชแ้ี จงกจิ กรรม โดยใหนกั เรยี นสืบคนขอมูลความรูเพม่ิ เตมิ เกีย่ วกบั ศิลปะทองถิ่นกับความ
เปนมาในภูมภิ าคตางๆ ทเ่ี ก่ียวของกบั วถิ ีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมของแตละภมู ิภาค เพ่ือ
เช่ือมโยงความสัมพันธและปจจัยตางๆ ท่ที ำใหเกดิ ประเพณแี ละวัฒนธรรมในภูมิภาค นำมาเขยี น
สรุปและอภปิ รายผลทำเปน Mine map
8.3 ขนั้ สรุป (5 นาที)
-ครแู ละนักเรียนรวมกันสรปุ เนอ้ื หาที่เรยี นในวันน้ี
9.การบรู ณาการ
สามารถบูรณาการในการนำวชิ าสงั คมมาใชออกแบบรูปแบบการเรยี นรูเกยี่ วกับศิลปะทองถ่ิน
10.ส่อื /แหลงเรียนรู
10.1 ส่อื การเรยี นรู
-Google Classroom
-Google Slide
-VDO
10.2 แหลงเรียนรู
-Website
11.เกณฑการวัดและประเมนิ (Rubric Score)
11.เกณฑการวัดผล
ดานความรู ดานทักษะ/กระบวนการ ดาน คณุ ลักษณะที่พึงประสงค
-ตรวจใบงาน Mind map - -สังเกตจากความรบั ผิด ชอบตอ
หนาทท่ี ีไ่ ดรบั มอบหมาย
-สงั เกตจากการมเี จตคติทีด่ ตี อการ
เรยี นมคี วามสนใจ ต้งั ใจฟงครใู น
ขณะท่กี ำลงั สอน
11.2 เกณฑการประเมิน (Rubric Score)
ประเด็นการประเมนิ ระดบั คุณภาพ (5 คะแนน)
ดานการเรยี นรู (K) 5 4321 0
-นกั เรยี นสามารถ - ไมสงงาน
สรปุ อภปิ รายความรู - ครบถวนทุก ไมครบถวน 1 ไมครบถวน 2
เก่ียวกับศิลปะทองถ่ิน รายการ รายการ รายการ
เพอื่ เชื่อมโยง
ความสมั พนั ธและ -อธิบาย -อธบิ าย -อธบิ าย
ความหมาย ความหมาย ความหมาย
ความสำคญั ความสำคัญ ความสำคัญ
ปจจยั ตางๆ ที่ทำให ศิลปะทองถ่ิน ศลิ ปะทองถ่นิ ศิลปะทองถิน่
เกดิ ประเพณแี ละ ได ได ได
วฒั นธรรมในภูมภิ าค -เชือ่ มโยง -เช่อื มโยง -เช่อื มโยง
ตางๆ ความสมั พันธ ความสมั พันธ ความสมั พนั ธ
และปจจยั ที่ และปจจัยที่ และปจจัยที่
ดานทกั ษะ (P) -
- - ทำใหเกดิ ผล ทำใหเกดิ ผล ทำใหเกิดผล
งานศิลปะ งานศิลปะ งานศลิ ปะ
ดานคุณลักษณะอัน ประเพณี ประเพณี ประเพณี
พึงประสงค (A) วัฒนธรรมได วฒั นธรรมได วัฒนธรรมได
-ความตัง้ ใจในการ ของแตละภาค ของแตละภาค ของแตละภาค
ทำงาน
-ใชภาษาอาน -ใชภาษาอาน -ใชภาษาอาน
ออกเขาใจงาย ออกเขาใจงาย ออกเขาใจงาย
-----
- - ครบถวนทุก ไมครบถวน 1 ขาดเรยี น
รายการ รายการ
-สงงาน -สงงาน
ครบถวนตรง ครบถวนตรง
ตอเวลา ตอเวลา
-มีความตัง้ ใจ -มคี วามตงั้ ใจ
ในการทำงาน ในการทำงาน
บนั ทกึ หลังการสอน
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ..........คาบท่ี .......วันท่ี ........................ภาคเรียนท่ี ....... ปการศกึ ษา ………
1. ผลการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….
2.ปญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
3. วธิ ีแกไข / แนวทางแกไขปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………… ครผู ูสอน
(นางสาว พรรณธร โภคสวุ รรณ)
ความคดิ เหน็ ของหวั หนากลุมสาระศิลปะ
………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .........................................หวั หนากลุมสาระศลิ ปะ
(นางสาว ลักขณา เพมิ่ กศุ ล)
ความคดิ เห็นของรองผอู ำนวยการกลมุ บริหารวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ......................................รองผูอำนวยการกลมุ บริหารวิชาการ
(นาย สมโภช พวงเจริญ)
ความคดิ เหน็ ของผอู ำนวยการ
………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ......................................ผอู ำนวยการโรงเรยี น
(นาย เจนการณ เพยี งปราชญ.)